xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 13

เสาวนิตนั่งหน้าเศร้าอยู่คนเดียว คิดเรื่องที่ได้ยินว่าอานนท์กำลังจะไปแต่งงาน....คิดหาทางออกเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ

เสาวนิตเดินมาถึงสวนต้นพุด เห็นเทอดกำลังเก็บดอกพุดอยู่ เสาวนิตดีใจ
"เทอด"
เสาวนิตแกล้งทำร้องไห้อีก วิ่งไปหาเทอด เทอดได้ยินเสียงคนวิ่งมาก็หันมาดู เห็นเสาวนิตวิ่งร้องไห้มาก็ตกใจ
"คุณนิต"
เสาวนิตวิ่งโผเข้ามาหา เทอดทิ้งตะกร้าที่เก็บดอกพุดตกกระจายเพราะอ้าแขนรับตัวเสาวนิตไว้ เสาวนิตซุกหน้ากับเทอดร้องไห้สะอึกสะอื้น
"คุณนิต...คุณนิตเป็นอะไร...ใครทำอะไรคุณนิต"

เทอดมองซ้ายขวากลัวใครเห็น ประคองเสาวนิตในอ้อมกอดเข้าไปนั่งม้านั่งในสวนที่ลับตาคน เสาวนิตแสดงบทบาทร้องไห้คร่ำครวญจนเทอดสงสารทำอะไรไม่ถูก
"คุณนิต...คุณนิตร้องไห้ทำไม"
เสาวนิตสะอื้นน่าสงสาร
"เทอด....เทอด...ช่วยนิตด้วย"
"เกิดอะไรขึ้นครับ"
"นิตโดนคุณย่าตี...เจ็บไปหมดเลย"
เทอดมองตามตัวเสาวนิต
"ไหนให้เทอดดูสิครับ...คุณนิตเจ็บตรงไหน"
"คุณย่าตีนิตที่ก้นน่ะซิจ้ะ"
เทอดกลืนน้ำลาย
"คุณย่าตีคนเดียวไม่พอ นิตขอให้คุณพ่อช่วย คุณพ่อกลับตีซ้ำ นิตวิ่งหนีไปหาคุณแม่ .คิดว่าคุณแม่จะช่วยนิต แต่คุณแม่กับตีนิตอีกคน"
เทอดสีหน้าเครียด
"ทำไมครับ...ทำไมต้องตีคุณนิตขนาดนี้"
"คุณแม่กับคุณย่าจะบังคับให้นิตแต่งงานกับคุณอานนท์ เทอดช่วยนิตด้วย นิตไม่ได้รักคุณอานนท์ นิตรักเทอด"
"แต่คุณนิตยังเรียนไม่จบ...ทำไมท่านจะบังคับให้แต่งงาน"
"ก็เพราะตุ๊น่ะซิ...ตุ๊น่ะอิจฉานิตมาตลอด...ตอนนิตเด็กๆ น่ะสุขภาพไม่ดี กว่าจะไปโรงเรียนได้ ก็ไปพร้อมๆ กับตุ๊ แต่นิตเรียนเก่งกว่า...ตุ๊ก็เลยอิจฉา"
เทอดโมโห
"คุณตุ๊นะคุณตุ๊...เห็นท่าทางจิตใจดี...ไม่นึกเลยว่าจะเป็นคนแบบนี้ นี่คงเรียนสู้คุณนิตไม่ได้ มิหนำซ้ำคุณนิตก็สวยกว่า"
เสาวนิตร้องไห้โฮ
"มีแต่เทอดเท่านั้นที่เข้าใจนิต...เทอดจ๋าเทอด..ช่วยนิตด้วย"
"คุณนิตอยากให้ผมทำยังไงครับ"
"นิตอยากหนีไปให้พ้นคนใจร้ายที่นี่ เทอดพานิตไปนะ พานิตหนีไปจากที่นี่นะเทอด ต่อให้นิตต้องไปกัดก้อนเกลือกินกับเทอด...นิตก็จะมีความสุขมากกว่าอยู่ที่นี่มาก"
เทอดตกใจสีหน้าครุ่นคิด เสวนิตเห็นเทอดเฉยไปก็พยายามรบเร้ามากขึ้น
"เทอดจ๋า...นิตรักเทอด...นิตไม่อยากไปเป็นของผู้ชายคนอื่น นิตต้องการเป็นของเทอดคนเดียว...เทอดรักนิตมั้ย"
เทอดมองเสาวนิตอย่างสงสาร
"รักสิครับ...คุณนิตคือชีวิตของผม"
"ถ้าเทอดรักนิตจริง...เทอดพานิตหนีไปจากที่นี่นะเทอดนะ...เราอยู่กระท่อมหลังเล็กๆ อย่างมีความสุขกันสองคนดีกว่าอยู่ที่นี่มีเกียรติอยู่บนตึกใหญ่โตหรูหรา แต่ปราศจากความรัก"
เสาวนิตพยายามเบียดตัวกอดเทอดแน่น เทอดเริ่มมีสีหน้าไม่แน่ใจ
"ใจเย็นๆ ก่อนนะครับคุณนิต...ค่อยๆ คิดให้ดีก่อน"
"นิตคิดดีแล้ว ถ้านิตไม่หนีไป นิตก็ต้องแต่งงานกับคุณอานนท์ เทอดจะยอมให้เป็นอย่างนั้นเหรอ เทอดจะทนดูให้นิตไปเป็นเมียผู้ชายคนอื่นได้ลงคอเหรอเทอด"
เทอดสีหน้าปวดร้าว
"แต่ถ้าผมพาคุณนิตหนีไป...ชื่อเสียงของคุณนิตจะเสียหายมากนะครับ...ผู้หญิงดีๆ อย่างคุณนิตจะต้องมาด่างพร้อยเพราะผม"
"นิตยอม นิตยอม ยอมเสียชื่อ ยอมเสียทุกอย่าง ขออย่างเดียว ขอให้นิตได้เป็นเมียเทอด ได้ใช้ชีวิตกับเทอด...นะคะยอดรัก...นิตอยากเป็นเมียเทอด"
เสาวนิตจูบเทอดอย่างเร่งเร้าจนเทอดแทบจะหายใจไม่ทัน..
"คุณนิต...คุณนิต"
"หรือเทอดไม่รักนิต...เทอดไม่รักนิตใช่ไหม...โธ่...เสียแรงที่นิตหลงรักเทอดเหลือเกิน...แต่เทอดไม่รักนิตเลย"
"ผมรักคุณนิต...รักจนจะเป็นบ้าแล้ว"
เสาวนิตยิ้มเอาใจ
"เทอดไม่ต้องเป็นบ้าอีกแล้ว...เราหนีไปอยู่ด้วยกันนะเทอดนะ เราอยากทำอะไรเราจะได้ทำตามใจชอบ เทอดจ๋า"
เทอดมองหน้าเสาวนิตนิ่งอยู่ ค่อยๆ โน้มตัวลงไปจูบเสาวนิตในวงแขน...

นิศานั่งทานขนมอยู่ในห้องพ่อด้วยท่าทางสบายใจ เจ้าคุณสุทธานั่งทำงาน หันมามองนิศายิ้มๆ เครื่องเล่นจานเสียงเล่นเพลงเพราะ นิศาทานขนมจนหมด แล้วก็ดื่มนม
"เอาขนมเพิ่มอีกสักชิ้นไหมตุ๊"
นิศายิ้มอายๆ
"ก็ดีค่ะ"
เจ้าคุณสุทธายิ้มๆ เดินมานั่งข้างๆ นิศา หันไปสั่งเฉยที่นั่งยิ้มๆ รอคำสั่ง
"ไปเอาขนมมาให้คุณตุ๊อีกชิ้นนึงสิเฉย"
"ท่านจะรับด้วยไหมขอรับ...ท่านก็ยังไม่ได้รับประทานข้าวเย็นเหมือนกัน"
"ก็ดีเหมือนกัน...ชงชาจีนมาให้ฉันด้วย"
"ขอรับ"
เฉยเดินออกไป
"ไปบ้านคุณย่าไม่ได้ทานข้าวหรอกหรือตุ๊"
"ไม่ได้ทานอะไรเลยค่ะ...คุณแม่ กับคุณย่ามัวแต่ถกเรื่องพี่นิต"
"ทำไม...เสาวนิตไปทำอะไรอีก"
นิศาถอนใจ
"อย่าให้ตุ๊พูดเลยค่ะ...คุณย่า กับคุณแม่น่ะอยากให้พี่นิตแต่งงานกับพี่อานนท์"
เจ้าคุณสุทธาสีหน้าไม่พอใจ
"คิดอะไรกันบ้าๆ"
"แค่พอตุ๊เล่าว่า รจนามาบอกเรื่องพี่อานนท์กำลังจะแต่งงานก็พากันโมโหใหญ่..หาว่าตุ๊พูดเอาเองเพราะอิจฉาพี่นิต...ตุ๊จะไปอยากอิจฉาพี่นิตทำไม"
เจ้าคุณสุทธาถอนใจ
"ตุ๊อย่าไปยุ่งกับพวกเขาดีกว่า...เสาวนิตเป็นเด็กแก่แดดก็เพราะมีแม่คอยให้ท้ายไม่เข้าท่านี่เอง"
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะคุณพ่อ...คุณแม่น่ะเชื่อพี่นิตมากเกินไป คุณจิตยังบอกว่าคุณแม่น่ะโดนพี่นิตต้ม"
"ไพจิตเป็นไงบ้าง...ตุ๊ชวนจิตมาหาพ่อบ้างซิ"
"จริงๆ แล้วคุณจิตเค้าก็อยากมาหาคุณพ่อค่ะ...แต่คุณย่ากับป้าพิศ ป้าเพริศ คอยห้ามไว้ บอกว่าคุณจิตจะมาทำให้คุณพ่ออารมณ์เสีย"
เจ้าคุณสุทธาตกใจ
"ไม่จริงหรอก พ่อจะอารมณ์เสียทำไม เอ...พ่อน่าจะอยู่กับลูกๆ ให้มากกว่านี้ซะแล้วละ...ปล่อยให้แม่ กับคุณย่าคอยดูลูกๆ นี่...คงไม่ค่อยดีแล้ว"
"จริงด้วยค่ะ คราวนี้ถ้าตุ๊มีความทุกข์ ตุ๊มาอยู่กับคุณพ่อได้ไหมคะ เมื่อก่อนเวลาคุณแม่ดุตุ๊ ตุ๊ได้แต่นั่งร้องไห้คนเดียว ไม่รู้จะไปหาใคร ตอนนี้ตุ๊รู้แล้ว ตุ๊มาหาคุณพ่อดีกว่า อยู่กับคุณพ่อแล้วตุ๊สบายใจค่ะ"
เฉยเข้ามา เอาขนมมาวางให้นิศา กับ เจ้าคุณสุทธา นิศามองเจ้าคุณสุทธาอย่างดีใจ
"เอ้า...ทานขนมเถอะลูก ถ้าไม่อิ่มก็ทานอีกได้"
"ขอบคุณค่ะเจ้าคุณพ่อ"
นิศาหยิบขนมกินอย่างดีใจ เจ้าคุณสุทธามองนิศาแล้วก็มีสีหน้าครุ่นคิด

เสาวนิตค่อยๆ แง้มประตูเข้ามาในห้อง เห็นเตียงนอนนิศาว่างเปล่าก็พอใจ รีบปิดล็อคประตูใส่กลอนแล้วไปหยิบกระเป๋าเดินทางออกมา เอาเสื้อออกมาจากตู้พับใส่กระเป๋าเดินทางอย่างรีบร้อน เสาวนิตดูเงินในกระเป๋า ทำหน้าไม่พอใจ หันไปค้นโต๊ะทำการบ้านของนิศา เจอสายสร้อยเส้นเล็กๆ ที่นิศาเก็บไว้ในกล่อง เสาวนิตเอาแต่สายสร้อยไป เอากล่องวางไว้ที่เดิม แล้วค้นที่โต๊ะข้างเตียงของนิศาได้เงินไปอีกสองร้อย
 
เสาวนิตเอาเงินของนิศาใส่ในกระเป๋าตัวเอง...

ค่ำต่อเนื่อง พลับ กับ แวว นั่งเอาขนมใส่ขวดโหลอย่างขมักเขม่น พลับบิดขี้เกียจอย่างขบเมื่อย

"โอย...เมื่อยหลังจริง เหลืออีกกี่มะน้อยล่ะแม่แวว"
แววทำท่านับ
"เอ้า...ครบแล้วนี่ เอ..ฉันว่าฉันทำพอดีทำไม๊มันเหลือตั้งหลายชิ้น"
พลับเอาขนมใส่ปาก พูดทั้งขนมเต็มปาก
"เหลือก็ดีแล้วจะได้ไว้กินมั่ง...ทุกทีหล่อนเล่นทำซะพีดีเป๊ะ จะขอชิมซักอันสองอันก็ไม่พอ..เออ...เอาให้เทอดมันกินบ้างได้ไหม ข้าวเย็นมันก็ไม่ยอมกิน...เอาแต่ท่องหนังสือ"
"สงสัยจะเครียดเรื่องสอบน่ะ...เอาซิ..เรียกเทอดมากินขนมนี่ได้เลย"
พลับหันไปตะโกนเรียกเทอด
"เทอด...เทอดเอ้ย...ออกมานี่แน่ะลูก"
เทอดเปิดประตูออกมาจากห้อง สีหน้ามีความทุกข์ พลับ กับ แววมองอย่างเวทนา
"ดูหน้าเข้าซิ...หยุดท่องหนังสือก่อน...มากินขนมนี่เร็ว"
"ขอบคุณครับป้าแวว...ผมไม่หิวครับ"
"ไม่หิวได้ไง...ข้าวเย็นก็ไม่กิน..มา...มากินขนมก่อน อย่าเคร่งเครีดนักซี่ลูก เดี๋ยวก็พาลเจ็บไข้ไปจะทำยังไง"
เทอดเสียไม่ได้ เดินมานั่งใกล้ๆ พลับ หยิบขนมกิน
"เป็นไง..อร่อยไหม"
"อร่อยครับ"
แววหันไปรินน้ำให้เทอด
"กินซะลูก...จะได้มีแรง กำลังสอบใช่ไหม"
เทอดเริ่มลำบากใจ
"เอ้อ...ครับ"
"นั่นแหล่ะ ยิ่งต้องกินเยอะๆ จะได้มีแรงไปสอบ อีกหน่อยพอเรียนสำเร็จเป็นหมอ ป้าสองคนก็สบายแล้ว"
พลับเอามือลูบเทอดอย่างภูมิใจ
"เค้าจะกลับไปเป็นหมอที่บ้าน ไปรักษาคนจน คิดอย่างนี้น่ะจะทำให้เจริญรุ่งเรืองนะลูก...พ่อ กับแม่เราเค้าจะได้ดีใจ"
เทอดใจคอไม่ดี สองป้าแก่กินขนมไปคุยกันไป....

ค่ำแล้วแต่เทอดนอนไม่หลับ คิดหนัก กระสับกระส่ายไปมา จนต้องลุกขึ้นนั่ง คิดถึงเหตุการณ์ที่สวนดอกพุด

เทอดนั่งกอดอยู่กับเสาวนิตที่ยังร้องไห้กระซิก ๆ
"หยุดร้องไห้เถอะครับคุณนิต...รู้ไหมครับ..ผมเห็นคุณนิตร้องไห้แบบนี้...ผมเจ็บปวดใจไปหมด"
"แต่ถ้านิตต้องแต่งงาน...เราสองคนคงจะเจ็บปวดมาก นิตคงทนไม่ได้ที่ต้องเป็นเมียคนอื่น...นิตอาจจะ...อาจจะ"
เทอดเป็นทุกข์
"อะไรครับ...คุณนิตจะเป็นอะไร"
"นิตจะฆ่าตัวตาย"
เทอดตกใจมาก
"อย่านะครับ...อย่าทำอย่างนั้น..ถ้าคุณนิตเป็นอะไรไป เทอดก็คงอยู่ไม่ได้"
"แต่ถ้าเทอดไม่พานิตหนีไป...นิตก็คงไม่มีทางเลือก วันที่นิตต้องแต่งงานกับคุณอานนท์ คือวันตายของนิต ลาก่อนค่ะเทอด...สุดที่รักของนิต ชาตินี้เราคงไม่ได้อยู่ด้วยกันแน่แล้ว"
เสาวนิตสะอื้นอย่างน่าสงสารจนเทอดใจอ่อน เสาวนิตทำท่าจะลุกหนีไป เทอดรีบคว้าตัวไว้
"ตกลงครับคุณนิต...เราจะหนีไปด้วยกัน เทอดจะไม่ยอมให้คุณนิตเป็นอะไรทั้งนั้น"
เสาวนิตดีใจ
"ถ้าอย่างนั้น...คืนพรุ่งนี้นะจ้ะ...นิตจะมาหาเทอดที่นี่ แล้วเราจะหนีไปด้วยกัน"
เทอดจำใจพยักหน้า เสาวนิตดีใจกระโดดกอดเทอดตัวลอย

เทอดถอนหายใจเอามือลูบหน้าตัวเองสีหน้าเป็นทุกข์...

ค่ำวันเดียวกัน ขณะที่เจ้าคุณสุทธาถือรูปตวันในวัยสาว ฝ่ายตวันก็ถือภาพเจ้าคุณสุทธาเมื่อตอนหนุ่มๆ เหมือนกัน
เครื่องเล่นจานเสียงเปิดเพลง I Adore you... ตวันยิ้มน้อยๆ กับรูป สุชาดากับอานนท์เดินเข้ามา เธอเดินมาหาแม่
"แม่คะ"
ตวันหันไปยิ้มกับลูก
"โสไปส่งคุณสมรกับปริศนา ยังไม่กลับหรือจ๊ะ"
อานนท์บอก
"ยังครับ"
สุชาดาเห็นรูปถ่ายที่แม่ถืออยู่ ตวันส่งรูปนั้นให้ลูกสาว สุชาดารับมาดู
"รูปคุณพ่อเหรอคะ"
"ใช่จ้ะ"
"สุไม่เคยเห็นรูปนี้เลย"
ตวันถอนใจ
"แม่เศร้าเกินไปที่จะพูดถึงคุณพ่อ...แม่ขอโทษนะจ้ะ"
"ตั้งแต่นี้ต่อไปแม่จะไม่เศร้าอีกแล้วค่ะ...เราจะไปหาคุณพ่อด้วยกัน"
สุชาดาส่งรูปให้ อานนท์ดูรูปแล้วก็ยิ้ม
"ใช่เจ้าคุณสุทธาจริงๆ ด้วยครับ...ถึงจะอายุมากขึ้น แต่ก็ยังสมาร์ทเหมือนเดิม"
ตวันยิ้มเศร้า
"แม่ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะต้อนรับพวกเราหรือเปล่า"
อานนท์ฟังเพลงที่เปิดอยู่ แล้วก็หัวเราะ
"ผมจำเพลงนี้ได้แล้วครับ"
ตวันยิ้ม
"ก็พ่อนนท์ฟังที่นี่หลายครั้งแล้วนี่จ้ะ"
"ไม่ใช่แค่ที่นี่ครับ...ผมจำได้ว่าผมเคยฟังเพลงนี้ที่ห้องของท่านเจ้าคุณสุทธา"
ตวันอดดีใจไม่ได้
"แน่ใจเหรอ...คุณวิสุทธิ์ยังฟังเพลงนี้อยู่อีกหรือ"
"ครับ...ผมแน่ใจได้เลยว่าถ้าเจ้าคุณสุทธาได้พบนายตวันกับสุ และโส ท่านจะดีใจมาก"
สุชาดายิ้มดีใจหันมาประจบแม่
"แม่คะ...สุอยากพบคุณพ่อมากเลยค่ะ แม่ไปด้วยนะคะ"
ตวันลูบหัวลูกสาวยิ้มๆ ไม่ตอบว่าอะไร อานนท์ยิ้มแจ่มใส...

ตอนเช้า คุณหญิงเจริญกำลังบงการแจ๋วให้จัดโต๊ะอาหารเช้าอย่างหงุดหงิด แจ๋วเงอะงะ
"มัวแต่เงอะงะอยู่นั่นแหล่ะ...นี่คุณพรรณเค้าไม่เคยอบรมแกหรือยังไง...ทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง"

แจ๋วก้มหน้านิ่ง เสาวนิตเดินลงมายิ้มเอาใจ
"แม่นิต...แหมวันนี้ตื่นเช้าดีจริงลูก"
"นิตเห็นนังเจียมมันไม่อยู่แล้วนี่คะ...กลัวคุณแม่จะต้องเหนื่อยก็เลยตื่นแต่เช้าลงมาช่วยคุณแม่"
คุณหญิงเจริญบ่น มือก็สาละวนหยิบเตรียมอาหารเช้า
"ก็คุณพ่อน่ะแหล่ะ...เรื่องมาก...วันหยุดต้องให้มากินด้วยกัน..แม่ละเบื่อต้องลุกมาดูเรื่องกินนี่เต็มทน...ทำไมจะต้องกะเกณฑ์ให้มากินด้วยกันก็ไม่รู้"
"นิตก็ว่าอย่างนั้นละค่ะ...แต่ไม่กล้าพูด.."
"นิตนี่รู้ใจแม่ทุกเรื่องจริงๆ...ทีนี้แม่จะต้องเลิกเสียทีแล้ว มีแต่คนกิน ไม่มีคนทำ นังพวกนี้ก็โง่ ไม่ได้อย่างใจ"
เจ้าคุณสุทธาเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร เจริญ กับเสาวนิตจึงเลิกพูด
"แล้วนี่แม่ตุ๊ทำไมยังไม่ลงมา...ต้องให้คนไปเชิญเสด็จหรือไงน้องตื่นหรือยังแม่นิต"
เสาวนิตลงนั่งที่โต๊ะอาหาร
"ตอนนิตออกมายังไม่ตื่นนี่คะ"
เจริญไม่พอใจ
"นอนกินบ้านกินเมือง"
"เราน่ะ...ขึ้นไปดูคุณตุ๊ซิ บอกให้ลงมาทานข้าวได้แล้ว"
"เจ้าค่ะ"
แจ๋วรีบเดินขึ้นไป
"ตุ๊อาจจะท่องหนังสือจนดึกก็ได้...จะสอบไล่แล้วไม่ใช่เหรอ"
เสาวนิตเฉยทำเป็นไม่ได้ยิน เจ้าคุณสุทธาถามซ้ำ
"ใช่ไหมแม่นิต...จะสอบไล่เมื่อไหร่"
เสาวนิตอึกอัก
"เอ้อ...ง่า...อาทิตย์หน้าค่ะ"

เจ้าคุณสุทธามองเสาวนิตอย่างพิจารณา...
 
อ่านต่อหน้า 2

เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 13 (ต่อ)

นิศานังเขียนหนังสืออยู่ที่โต๊ะ อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว...แจ๋วเปิดประตูเดินเข้ามาหา

"คุณท่านให้มาบอกคุณลงไปทานข้าวค่ะ"
นิศาพูดโดยไม่เงยหน้า
"ไปเรียนคุณพ่อว่าฉันขอทำเรขาคณิตข้อนี้ให้เสร็จก่อน"
แจ๋วนิ่วหน้า แล้วเดินออกไป

คุณหญิงเจริญไม่พอใจ
"นังแจ๋วไปบอกแม่ตุ๊ให้ลงมาเดี๋ยวนี้...นี่มันเวลาทานข้าว ทานแล้วค่อยขึ้นไปดูหนังสือ ไปบอกให้ลงมาเดี๋ยวนี้ ไป"

แจ๋วทำหน้าสยอง เสาวนิตแอบทำหน้าสะใจ

ในห้อง นิศายังทำงานไม่เสร็จเริ่มพูดอย่างไม่พอใจ แจ๋วนั่งหอบ...
"อุ๊วะ ประเดี๋ยวซีน่า อย่ากวน กำลังจะเสร็จเดี๋ยวนี้แหล่ะ แกลงไปก่อนไป พอเสร็จฉันจะลงไปเอง"
แจ๋วเถียง
"แต่คุณหญิง..."
นิศาโมโห
"เอ๊ะ...พูดไม่รู้เรื่องหรือไงนะ บอกว่าอย่างเพิ่งมากวน"
แจ๋วหน้างอ
"ก็คุณหญิง"
นิศารำคาญเต็มที ปิดหนังสือและรีบลุกขึ้นจนกระแทกโต๊ะ หนังสือตกลงที่พื้น ...นิศาก้มลงเก็บหนังสือที่ตก... เห็นกระเป๋าเดินทางอยู่ใต้เตียงนอน

นิศาเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหาร คุณหญิงเจริญ กับ เสาวนิตทานอาหารเสร็จแล้ว เจ้าคุณสุทธากำลังดื่มกาแฟ
"ตักข้าวมาเลย"
เจริญมองนิศาอย่างหมั่นไส้
"มาทำไมยะ..ป่านนี้แล้ว..ทำไมไม่อยู่เสียข้างบน"
แจ๋วตักข้าวมาวางให้นิศา
"ก็มารับประทานข้าวน่ะสิคะ...หิวออกจะตายไป"
"หิวก็ทำไมไม่รีบลงมากินล่ะยะ...ต้องให้คนไปตามตั้งหลายหน"
นิศาลงมือทานข้าว เจ้าคุณสุทธาเลื่อนกับข้าวมาให้ เจริญยิ่งขวาง
"ว่าไงแม่ตุ๊...ถามว่าทำไมลงมาช้า...ไม่ได้ยินเหรอยะ"
"ได้ยินค่ะ"
"ได้ยินก็ตอบซิ"
"ลงมาไม่ได้ค่ะ...งานไม่เสร็จ"
นิศากินข้าวไม่สนใจ เจริญยังค้อนนิศา เจ้าคุณสุทธาทำหน้าเบื่อระอา
"ไม่เสร็จก็ลงมาได้...ทีแม่นิตเค้ายังลงมาช่วยแม่ดูโน่นดูนี่ หัดเอาอย่างพี่เค้าบ้างซิ"
นิศานิ่งนิดหนึ่ง ยิ้มๆ
"คุณแม่อยากให้ตุ๊เอาอย่างพี่นิตเหรอคะ...แน่นะคะ"
"นี่อย่ามาทำสำบัดสำนวนหน่อยเลย...เราน่ะดีแต่โผงผางตึงตัง จะพูดจะจาก็สู้พี่เราไม่ได้"

นิศามองหน้าเสาวนิตแล้วหัวเราะ เสาวนิตเห็นท่าไม่ดีรีบลุกขึ้น
"นิตขอไปท่องหนังสือก่อนนะคะ"
เสาวนิตรีบเดินไป นิศามองตามอย่างจับผิด เจริญทำท่าจะลุกขึ้นอีกคน
"คุณแม่คะ...อย่าเพิ่งไปไหนได้ไหม ตุ๊มีอะไรจะเรียนให้ทราบ"

นิศารอให้เสาวนิตเดินไปก่อน คุณหญิงเจริญก็ไม่พอใจ
"เอ้า...มีอะไรอีกล่ะ จะพูดอะไรก็รีบๆ พูดซิแม่ตุ๊ ทำเป็นกลัวดอกพิกุลจะร่วงไปได้ น่าหมั่นไส้จริงลูกคนนี้"
เจ้าคุณสุทธามองคุณหญิงอย่างไม่พอใจ นิศาเห็นท่าทางแม่เป็นอย่างนั้นก็พูดไม่ออก รวบช้อนเลิกทาน
"อ้าว...ว่าไงล่ะแม่คู้น จะบอกอะไรแม่ล่ะ จะพูดก็พูดซะทีซิยะ อย่างนี้ทำฉันเสียเวลา"
นิศายักไหล่
"ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ นอกจากจะเตือนคุณแม่ให้คอยดูๆ ลูกสาวคนโปรดบ้าง ตุ๊เห็นจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง ไม่รู้พี่นิตคิดจะทำอะไร"
เสาวนิตที่ยืนแอบฟังหน้าตกใจรีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง คุณหญิงเจริญมองนิศาอย่างดูถูก
"ไม่จริงละมั้ง แม่ตุ๊นี่ทำไมชอบหาเรื่องพี่เขานัก ไม่รู้จะอิจฉาใส่ร้ายเค้าถึงไหนกัน...มีกันแค่สองคนเท่านี้"
ก่อนที่เจริญจะพูดต่อ นิศาก็เอามืออุดหูสองข้างอย่างไม่อยากได้ยิน...วิ่งหายไป เจ้าคุณสุทธาพูดอย่างไม่พอใจ
"ดู..ดูทำเข้าซิ...เด็กอะไร...กิริยาแย่เหลือเกิน"
"แม่เจริญ...ฟังลูกบ้างซิ ตุ๊น่ะไม่ใช่เด็กเหลวไหล...เราเป็นผู้ใหญ่ต้องฟังหูไว้หูนะ"
คุฯหญิงเจริญแสยะปากอย่างไม่เห็นด้วย
"อุ้ย...ยายตุ๊น่ะเหลวไหลออกจะตายไป อิจฉาพี่ก็ปานนั้นก็จะไม่อิจฉาได้ไง ตัวน่ะอ้วน หน้าตาก็แสนจะขี้ริ้ว แล้วยังไม่รู้จักจะแต่งตัว แม่นิตน่ะ สวยเช้งราวกับนางฟ้า...เจ้าคุณไม่ต้องมาบอกดิฉันหรอก...ดิฉันน่ะรู้จักลูกตัวเองว่าเป็นยังไงดีทุกคน..ไม่งั้นจะมีออกมาได้รึตั้งสามคน"
เจ้าคุณสุทธาสีหน้าเบื่อหน่าย แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงเสาวนิต
"แต่ฉันอยากให้เธอไปดูให้รู้เรื่องว่าที่ยายตุ๊พูดน่ะจริงแค่ไหน..แล้วมาบอกฉันนะ...ฉันออกจะอยากรู้"
คุณหญิงเจริญสีหน้าขัดใจ สะบัดหน้าเดินขึ้นบ้านไป เจ้าคุณสุทธาถอนใจอย่างเบื่อระอาเต็มทน เดินกลับไปที่ห้องส่วนตัว

เจริญกำลังเปิดกระเป๋าเดินทางของเสาวนิตที่มีเสื้อผ้าอยู่เต็ม เสาวนิตสีหน้ายิ้มแย้ม
"นี่มันอะไรน่ะแม่นิต...เอาเสื้อเก่าๆ นี่ใส่กระเป๋าทำไม"
นิศาเดินเข้ามา เสาวนิตยิ้มใจเย็น
"เห็นไหมคะคุณแม่ว่าตุ๊ไม่ได้โกหก..เอ๊ะ..ไม่ใช่เสื้อพวกนี้นี่"
เสาวนิตตั้งหลักได้แล้วเพราะมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเอาของเก่าใส่ไว้แล้ว เชิดหน้ามองนิศา
"พวกเสื้อผ้าเก่าๆ ที่นิตไม่ใช้แล้วค่ะ...นิตตั้งใจจะฝากย่าแววไปขายที่ตลาด...เผื่อโชคดีจะได้เงินมาซื้อเสื้อผ้าใหม่โดยที่ไม่ต้องรบกวนขอเงินคุณพ่อคุณแม่"
คุณหญิงเจริญสีหน้าปลาบปลื้มทันที เดินไปลูบหน้าลูบหลังเสาวนิตอย่างรักใคร่ นิศางง
"โถ...แม่นิต ช่างคิดช่วยตัวเอง ไงล่ะแม่ตุ๊"
เจริญหันมาแหวใส่นิศา
"เราน่ะดีแต่อิจฉาพี่ นิสัยใจคอไม่ดีเลยเด็กคนนี้ คิดจะทุ่นเงินพ่อแม่อย่างพี่เขาน่ะเป็นเมื่อไหร่...ดีแต่หาเรื่องพี่เพราะอิจฉาตาร้อน...ถ้าหาเรื่องพี่เค้ามาฟ้องแม่อีกละก็... จะตีให้เนื้อแตกเลยคอยดูนะ"

คุณหญิงเจริญเดินออกไป เสาวนิตทำหน้าสะใจ นิศามองหน้าเสาวนิตอย่างไม่พอใจ กลั้นสะอื้นแค้นมาก เสาวนิตเดินมาทำหน้าแสยะเยาะเย้ย
"ชะๆ อวดดียังไงถึงมาหาเรื่องลูกรักคุณแม่...คุณแม่น่ะ อยู่ใต้อำนาจของฉันย่ะ...ฉันพูดอะไรเชื่อฉันทั้งนั้นแหล่ะ ตัวไม่ต้องไปฟ้องให้ป่วยการ เพราะฉะนั้นหุบปากได้เข้าใจไหม"
เสาวนิตสะใจ...

ยามเช้า นิศาลืมตาตื่นเพราะได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก รีบลุกขึ้น กดนาฬิกาให้เงียบเสียง ท่าทางตื่นเต้น
"วันสอบไล่...วันสอบไล่"
นิศาจะคว้าผ้าเช็ดตัวที่ผึ่งไว้ แต่ก็ชะงักเพราะรู้สึกผิดปรกติ หันไปมองเตียงของเสาวนิต ปรากฏว่าเตียงของเสาวนิตว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่รอยยับ นิศาเดินไปดูที่หน้ากระจก มีเพียงหวีอันเล็กๆ กับ แป้งกระป๋องวางไว้เท่านั้น นิศารีบไปเปิดดูตู้เสื้อผ้าของเสาวนิต ภายในตู้ว่างเปล่า ไม่มีเสื้อผ้าของเสาวนิตแม้แต่ตัวเดียว
"อ้าว"
นิศารีบวิ่งไปก้มลงดูใต้เตียง สีหน้าโกรธ ไม่พอใจ รีบลุกขึ้นยืนงง
"กระเป๋าเสื้อผ้าหายไปแล้ว...ฮึ"
นิศาโกรธ...

นิศาใส่ชุดนักเรียนถือกระเป๋าเดินหน้าบึ้งจะมาขึ้นรถ ไพจิตรยืนคอยอยู่ข้างรถ
"เป็นอะไรน่ะคุณตุ๊...ทำไมเดินหน้าบึ้งอย่างนี้ล่ะ ท่องหนังสือไม่ทันหรือไง"
"เปล่า...ตุ๊ท่องหนังสือจบหมดแล้ว"
ไพจิตรทำหน้าเหรอหรา
"เหรอ...เก่งนี่...แล้วมีเรื่องอะไร"
นิศาหยุดเดินหันมาพูดจริงจัง
"ตุ๊จะบอกความลับให้ไหม สัญญาก่อนว่าจะไม่บอกใคร"
"ความลับอะไรคุณตุ๊"
"สัญญามาก่อนว่าจะไม่บอกใคร"
"สัญญา"
"แน่นะ"
"แน่ซิน่า"
"พี่นิตน่ะซิ...ล่องหนไปจากบ้านแล้วนะ"
ไพจิตรตกใจ
"อะไรนะ...ไปไหนกัน"
นิศากระซิบกระซาบ
"ไม่รู้...หายไปจากบ้าน..คงไปเมื่อคืน ตุ๊ตื่นมาก็ไม่เห็นแล้ว...ข้าวของก็หายไปหมด"
ไพจิตรตกใจเริ่มติดอ่าง
"ค..ค...คุณ...คุณพ่อคุณแม่..รู้หรือยัง"
"ยังไม่มีใครรู้นอกจากตุ๊คนเดียว...แล้วก็คุณจิตรอีกคนนี่แหล่ะ"

ไพจิตรตาเหลือกแล้วก็เริ่มสะอึก ๆ ๆ นิศาพยายามเอามือทุบหลังก็ไม่หาย ไพจิตรก็ยังสะอึกไม่หยุด นิศาจึงแกล้งตะโกนใกล้ๆ ให้ไพจิตรตกใจ แต่ไพจิตรกลับสะอึกมากขึ้น จนนิศาท้อ
"หยุดสะอึกได้แล้วคุณจิตร"
ไพจิตรพยายามตั้งสติ
"ย...ย...แย่..แย่แล้ว...ค...คุณแม่ต้องอาละวาดแน่ๆ”

แล้วไพจิตรก็สะอึกต่อ นิศาหนักใจ รถแล่นออกไป....

ตระกลไอ ไม่สบาย สีหน้าหม่นหมองเพราะคิดถึงนงลักษณ์ เมื่อครั้งที่เคยช่วยนงลักษณ์ทำขนมอย่างมีความสุข เฉยเดินเข้ามาหา

"มีอะไร"
"คุณวนิดาโทรมาครับ"
ตระกลคิดนิดหนึ่ง
"ไปบอกว่าฉันไม่อยู่"
"มีอะไรอีกล่ะ"
เฉยพยายามหวังดี
"เอ้อ...วันนี้โทรมาสองครั้งแล้วนะครับ"
ตระกลพยักหน้าสีหน้าเรียบๆ เฉยจะเดินไป ตระกลกลับเรียกไว้
"เอ้อ...ท่านเจ้าคุณไปทำงานหรือยัง"
"ยังครับ"
ตระกลไอนิดหน่อย..พยักหน้า
"ขอบใจ...รีบไปพูดโทรศัพท์อย่างที่สั่งเถอะ"
"ครับ"
เฉยรีบเดินไป ตระกลหม่นหมอง

ท่านเจ้าคุณสุทธาใส่ชุดอยู่บ้านนั่งทำงานที่โต๊ะ ตระกลเดินเข้ามาหา เจ้าคุณเห็นก็ยิ้มดีใจ
"ตระกล...เป็นไง..ไม่สบายหรือ"
ตระกลยกมือไหว้เจ้าคุณสุทธา
"สวัสดีครับคุณพี่...ผมเป็นหวัดนิดหน่อยครับ"
"อากาศเริ่มจะเปลี่ยน...ต้องระวังสุขภาพให้ดีนะ"
ตระกลไอ
"วนิดาเค้าชวนผมไปงานเลี้ยงที่บ้านเพื่อนเค้าน่ะครับ เค้าจัดที่สนามนอกบ้าน...คงอยู่ดึกมากไปหน่อย"
เจ้าคุณสุทธายิ้มๆ
"แล้วเป็นไง หลานสาวหลวงยศลือชา เห็นเค้าว่าสวยมากไปเที่ยวหาเค้าแทบทุกวันอย่างนี้น่ะ จะให้พี่ไปสู่ขอหรือยังล่ะ"
ตระกลแทบสำลัก
"ไม่หรอกครับคุณพี่...ผมกับวนิดาคบหาเป็นเพื่อนกันเท่านั้น"
"ทำไมเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นล่ะ...พี่คิดว่าตระกลจะชอบพอกับเค้าแล้วซะที"
ตระกลยิ้มๆ
"วนิดาเค้ามีเพื่อนผู้ชายเยอะครับ...แต่ละคนโก้หรูกว่าผมทั้งนั้น"
"แล้วมีใครคบหาเป็นพิเศษ...พี่นึกว่าเค้าคบหากับตระกลอย่างที่เค้าลือกัน"
ตระกลยิ้มๆ แต่เป็นยิ้มที่รู้สึกเบื่อวนิดา
"เค้าก็ดีกับทุกๆ คน...น่ะแหล่ะครับ" ตระกลถอนใจ "ไปไหนมาไหนกับวนิดา..ผมก็เพลินๆ ดีเหมือนกัน..แต่พอกลับมา. ผมไม่เคยคิดถึงวนิดาเลย"
เจ้าคุณสุทธามองหน้าตระกลนิ่ง แล้วก็ยิ้ม
"งลืมน้องสาวอานนท์ไม่ได้ละซิ"
ตระกลนิ่ง
"อย่าไปพูดถึงเค้าเลยครับ...ป่านนี้คงมีความสุขไปแล้ว"
เจ้าคุณสุทธามองตระกลอย่างเป็นห่วง...

บริเวณศาลาริมน้ำบ้านคุณพระอนุสรณ์ เสาวนิตนั่งตัวสั่นน้ำตาร่วง มนตรี วิเชียร ชัย เทอด เดินเข้ามาหา ทุกคนมองเสาวนิตด้วยความสนใจ
มนตรีบอก “พวกผมย้านของออกมาเกือบหมดแล้วครับ...คุณนิตจะได้เข้าไปใช้ห้องแบบสะดวก"
เสาวนิตยกมือไหว้ทุกคน
"ขอบคุณมากนะจ้ะ...นิดจะไม่ลืมบุญคุณพวกคุณเลย"
"ตามสบายครับ เทอดเป็นเพื่อนของเรา ในเมื่อพวกคุณไม่ได้รับความเป็นธรรมขนาดนี้...เราก็ยินดีช่วยเหลือ"
"ใช่ครับ...จะพักนานเท่าไหร่ก็ได้"
เสาวนิตเดินไปที่ห้อง ทุกคนมองตามอย่างกระตือรือร้น...เทอดสังเกตเห็นได้
"คงไม่นานหรอก...รอให้กันหางานได้ก็จะรีบย้ายไป" เทอดบอก
"อะไรกันเทอด...อีกสองปีก็จะจบแล้ว...นายจะทิ้งการเรียนไปได้ยังไง.”มนตรีว่า
วิเชียรหัวเราะ
"ทำไงได้มนตรี...คนมันมีความรักน่ะ...เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่"
วิเชียรหันไปหัวเราะกับชัยและมนตรี เทอดเดินตามเสาวนิตไป หนุ่มที่เหลือพากันมองตาม
"แฟนไอ้เทอดสวยน่าดูเลยว่ะ" ชัยบอก
"เค้ายังไม่ได้เป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ...เทอดมันแค่ช่วยเค้ามา" มนตรีบอก
"โห มนตรี...ถ้าไม่ใช่แฟน เทอดมันจะช่วยหาอะไรกันล่ะ...นี่ถึงขนาดทิ้งอนาคตที่จะเป็นหมอแบบนี้...น่าจะยิ่งกว่าแฟนซะละมั้ง"
มนตรีมองเสาวนิตอย่างสนใจ

เสาวนิตนั่งอยู่บนที่นอนเก่าๆ ที่เทอดปูผ้าให้อย่างเรียบร้อย เสาวนิตมองไปรอบๆ อย่างเศร้าๆ
"นี่เราต้องอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอเทอด"
เทอดถอนใจเข้ามากอดเสาวนิตอย่างทะนุถนอม
"อดทนหน่อยนะครับ...พรุ่งนี้เทอดจะรีบไปหางาน...งานอะไรก็เอา เราจะได้ไปหาบ้านเล็กๆ อยู่กันเอง"

เสาวนิตหน้าเศร้า มองหน้าเทอดอย่างอ้อน
"อีกนานแค่ไหนล่ะเทอด....อยู่อย่างนี้นิดอึดอัด นิดอยากอยู่กับเทอดตามลำพังนี่จ้ะ"
เทอดก้มหน้า
"เทอดจะพยายามให้เร็วที่สุดครับ...คุณนิตไม่ต้องอึดอัดหรอกครับ วิเชียรเป็นเพื่อนของผมที่มหาวิทยาลัย ผมเคยมาติวหนังสือที่นี่กันบ่อยๆ เรือนหลังนี้พ่อแม่ของเชียรจะไม่ค่อยมายุ่ง คุณนิตอยู่ได้อย่างสบายครับ"
"แล้วคนอื่นๆ ล่ะคะ นิตเห็นมีตั้งสามคน"
"อ๋อ..ก็มีชัย เป็นน้องชายของเชียรเรียนมอปลาย มนตรีเป็นญาติของเชียร เค้าเรียนสถาปัตย์"
เสาวนิตรู้สึกว่าเริ่มปรับตัวได้ รีบลุกขึ้น
"นิตอยากไปอาบน้ำสักหน่อย...ห้องน้ำอยู่ตรงไหน"
"เอ้อ...ที่นี่ไม่มีห้องน้ำหรอกครับ...มีแต่ห้องส้วมอยู่ทางโน้น"
เสาวนิตหน้าเสีย
"อ้าว...แล้วจะอาบน้ำกันยังไง"
"มีตุ่มน้ำฝนอยู่มุมนอกชาน...คุณนิตนุ่งผ้าถุงไปนั่งอาบที่นั่นก็ได้ครับ"
เสาวนิตจะร้องไห้
"อะไรนะ...ไปนั่งอาบน้ำนอกชานอย่างนั้นน่ะเหรอ"
เสาวนิตจะร้องไห้...

ตอนเย็น ... นิศากลับมาจากโรงเรียนใส่ชุดนักเรียนนั่งคอยอยู่ที่โต๊ะน้ำชาสีหน้าตื่นเต้น แจ๋วกำลังตั้งโต๊ะของว่างหันมามองนิศาอย่างสนใจ
"คุณตุ๊ไม่เปลี่ยนชุดเหรอคะ เดี๋ยวคุณหญิงก็ว่าเอาอีก"
"ยังละ..มีของว่างอะไรกินบ้าง"
คุณหญิงเจริญแต่งตัวสวยเดินลงมาจากชั้นบน
"นังแจ๋ว ตั้งของว่างเสร็จหรือยังล่ะ ฉันจะรีบออกไปนะ"
"เสร็จแล้วค่ะ"
คุณหญิงเจริญเดินมาที่โต๊ะน้ำชา เห็นนิศานั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ที่โต๊ะ
"แม่ตุ๊...ทำไมมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อทั้งชุดนักเรียนอย่างนี้ล่ะ แม่บอกกี่หนแล้วว่ากลับมาให้รีบไปถอดชุดนักเรียน ทำเป็นเด็กข้างถนนไปได้"
นิศายิ้มใจเย็น คุณหญิงเจริญลงนั่งที่โต๊ะน้ำชา แจ๋วรินน้ำชาให้ แล้วก็ไปรินให้นิศา
"วันนี้ตุ๊ทำข้อสอบใช้สมองหนัก ขอรับประทานก่อนนะคะ"
คุณหญิงเจริญค้อน
"มีข้ออ้างอยู่เรื่อยๆนะเรา..แล้วพี่เขาอยู่ไหน...แจ๋ว.. ขึ้นไปตามคุณนิตให้ลงมาทานของว่างเร็วๆ ซิ"
"ไม่ต้องไปหรอกแจ๋ว...พี่นิตไม่ได้อยู่ในห้องหรอก...ขึ้นไปก็ไม่มีประโยชน์"
แจ๋วชะงัก
"เอ๊ะ...งั้นแม่นิตไปอยู่เสียที่ไหนล่ะ...เมื่อกี้กลับจากโรงเรียนพร้อมกันไม่ใช่เหรอแม่ตุ๊"

นิศาทำเป็นไม่สนใจ ทานขนมกับน้ำชา
"เปล่านี่คะ ไปก็ไม่ได้ไป กลับก็ไม่ได้กลับ ตุ๊ไม่ได้เห็นพี่นิตเลยตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าW
คุณหญิงเจริญกำลังจะดื่มน้ำชาก็ชะงัก เริ่มเสียงดังไม่พอใจ
"เอ๊ะ...นี่ยังไงกัน แม่นิตไปอยู่ที่ไหนล่ะ ทำไมถึงว่าไม่เห็นพี่ตั้งแต่ตื่นนอน แม่นิตไม่ได้นอนอยู่ในห้องหรือยังไง"
"นอนหรือไม่นอนตุ๊ก็ไม่ทราบ ตุ๊ตื่นขึ้นเมื่อเช้าเขาหายไปแล้ว กระเป๋าเดินทางใบนั้นก็หายไปด้วย ไม่รู้เค้าหนีไปไหน เขาไม่ได้บอกอะไรเลย"
คราวนี้คุณหญิงเจริญร้องลั่นบ้าน
"ว๊าย... แล้วทำไมเพิ่งมาบอก ทำไมไม่บอกแม่เมื่อเช้า"
"คุณแม่อย่าลืมว่า คุณแม่บอกตุ๊เองว่าถ้าเอาเรื่องพี่นิตมาฟ้องอีกคุณแม่จะตีตุ๊ให้เนื้อแตก...เพราะฉะนั้น พี่นิตจะเป็นยังไง ตุ๊ก็ไม่กล้ามาบอกคุณแม่...ดีไม่ดีคุณแม่จะตีตุ๊อีก"

คุณหญิงเจริญมองขึ้นไปชั้นบน รีบวิ่งขึ้นไปดูที่ห้อง
 
อ่านต่อหน้า 3

เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 13 (ต่อ)

คุณหญิงเจริญเปิดประตูเข้าไปในห้องลูกสาว เดินเข้ามาดูด้วยสีหน้าร้อนรน มองไปที่หน้ากระจก เครื่องสำอาง ของแต่งตัวของเสาวนิตที่เคยวางอยู่เต็มหายไปหมด เหลือแค่กระป๋องแป้งของนิศาเท่านั้น เจริญอยากจะร้องไห้

"แม่นิต...แม่นิต"
เจริญวิ่งไปเปิดดูตู้เสื้อผ้า ตาเบิกโพลง

เจ้าคุณสุทธา นั่งอยู่กับตระกล นิศายืนด้านหน้า เฉยอยู่ข้าง คุณหญิงเจริญร้องโหยหวนดังมาจากข้างบน
"เสาวนิตหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ตุ๊" เจ้าคุณถาม
"ตุ๊ว่าพี่นิตคงหนีไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะคุณพ่อ"
คุณหญิงเจริญวิ่งถลาลงมาอย่างคนเสียสติ
"ไม่อยู่...เจ้าคุณคะ...ไม่อยู่ หายไปไหนแล้วจริงๆ ลูกสาวฉัน แม่ตุ๊บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าพี่ไปไหน"
"ตุ๊ไม่ทราบ"
"ต้องทราบ...แม่ตุ๊ต้องทราบ"
"ก็ตุ๊ไม่ทราบจริงๆ ว่าพี่นิตหายไปไหน"
เจริญคว้าแขนนิศาไว้
"ไม่จริง...แกต้องรู้...บอกมาเดี๋ยวนี้เทียวว่าพี่ไปไหน"
"ก็ตุ๊ไม่ทราบจะให้บอกคุณแม่ได้ไง"
เจริญจับตัวนิศามาเขย่า
"แกต้องรู้...แกต้องรู้ บอกมานะ...บอกมาเดี๋ยวนี้นะแม่นิตไปไหน"
นิศาโดนเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน อานนท์เดินขึ้นมา ตระกลรีบเดินไปหาอานนท์
"โอ๊ย...ตุ๊ไม่รู้...ตุ๊ไม่รู้...คุณพ่อขา...ช่วยด้วย...โอ๊ย"

เจ้าคุณสุทธาดึงนิศามาจากคุณหญิง นิศาหนีไปอยู่หลังเจ้าคุณสุทธา เจริญยังโมโหพยายามไล่จะคว้านิศาให้ได้ เจ้าคุณสุทธาคอยกันไว้
"มานี่นะ..อย่าหลบซิ...มานี่ตุ๊"
เจ้าคุณสุทธาโมโห
"อย่านะแม่เจริญ ขอเสียที...ลูกสาวหายทำไมไม่ไปเที่ยวหาเล่า...มาเขย่าตัวยายตุ๊อย่างนี้จะใช้ได้ที่ไหน"
คุณหญิงเจริญโมโหหน้ามืดซะแล้ว ยกมือชี้หน้าเจ้าคุณสุทธา
"เข้ากับลูกดีนักนะเจ้าคุณน่ะ...แม่นิตก็ลูกสาวท่านเจ้าคุณเหมือนกันนะ...ทำไมไม่เดือดร้อนบ้าง ลูกหายไปทั้งคน"
"แล้วเอะอะโวยวายอย่างนี้จะได้อะไรขึ้นมา ยายตุ๊พยายามเตือนเธอตั้งแต่วันก่อนแล้วเธอกลับหาว่าอิจฉาเสาวนิต"
คุณหญิงเจริญร้องไห้
"เป็นความผิดของนังตุ๊เชียว...ชอบพูดว่าพี่เค้านัก...เห็นไหมล่ะ เขาทนไม่ได้ถึงได้หนีไป เพราะแกเชียว"
นิศาแอบหลังเจ้าคุณสุทธาเริ่มจะร้องไห้
"พูดอะไรอย่างนั้น อย่ามาโทษตุ๊หน่อยเลย"
"ก็มันจริงนี่...ท่านเจ้าคุณก็เข้าข้างแต่นังตุ๊...ไม่เคยสนใจแม่นิตบ้างเลย...โธ่...แม่นิต...คงคับใจจนไม่อยากอยู่"
คุณหญิงหันไปเห็นตระกล กับ อานนท์ที่ยืนดูอยู่ด้วยความตกใจ ก็พาล
"คุณอานนท์ตามเสาวนิตให้ที อย่าไปฟังคนพวกนี่นะ คอยแต่คิดร้ายกับแม่นิต"
อานนท์อึกอัก
"ไปแจ้งความไหมครับ"
เจริญตวาด
"ไม่เอา...จะได้อับอายขายขี้หน้าป่นปี้ เสาวนิตเสียใจมากที่รู้ว่าคุณอานนท์จะแต่งงาน...ไม่จริงใช่ไหม...คุณอานนท์รักแม่นิต แล้วจะไปแต่งงานกับอีลูกชาวสวนทำไม...โธ่..แม่นิตคงเสียใจมากจนหนีไปฆ่าตัวตาย"
อานนท์หน้าเสียตกใจ
"ตระกลพาคุณอานนท์ออกไปก่อน...ตุ๊ด้วย"
ตระกลรีบพาอานนท์ออกไป นิศาวิ่งตามไปด้วย เจริญจะตามไป
"พ่ออานนท์...มาพูดกับอาให้รู้เรื่องก่อน"
เจ้าคุณสุทธาจับตัวเจริญไว้ คุณหญิงเจริญดิ้นอาละวาด
"ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉันนะ ฉันจะพูดกับพ่ออานนท์ให้รู้เรื่อง"
"หยุดเป็นบ้าซะทีแม่เจริญ แค่นี่ยังอับอายขายหน้าไม่พอหรือไง"
เจ้าคุณสุทธาสะบัดเจริญออกไป คุณหญิงยืนนิ่งจ้องหน้า
"แทนที่จะมาโวยวายโทษคนโน้นคนนี้...เธอน่าจะหาทางตามหาเสาวนิตซิ"
"ป่านนี้แม่นิตอาจจะตายไปแล้วก็ได้...แม่นิตน่ะต้องเจอแต่เรื่องคับแค้นใจไม่จบสิ้น ถ้าเจ้าคุณยังคิดว่าแม่นิตเป็นลูกเจ้าคุณต้องพูดกับอานนท์ให้รู้เรื่องนะ...ถ้าแม่นิตเสียใจจนหนีไปฆ่าตัวตาย เจ้าคุณจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต"

เจ้าคุณสุทธาหน้าเสีย...

เจ้าคุณสุทธาเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากลุ้มใจ นิศานั่งอยู่ข้างๆ ตระกล กับอานนท์ เจ้าคุณสุทธาลูบหัวลูกสาว
"โถตุ๊...โดนเขย่าเสียแทบแย่ เป็นอย่างไรบ้าง"
นิศาน้ำตาร่วง
"ยังไม่หายมึนเลยค่ะคุณพ่อ...นี่ถ้าตุ๊วิ่งหนีไม่ทัน มีหวังโดนคุณแม่ตบหน้าบวมแน่ๆ คุณแม่รักพี่นิต
อยุติธรรมกับตุ๊ตั้งแต่จำความได้ทีเดียว...หนนี้ตุ๊จะโกรธคุณแม่บ้างแล้ว"
"เหลวไหลน่าตุ๊...ไหนตุ๊ลองเล่าเรื่องของพี่เขาให้พ่อฟังหน่อย...รู้อะไรก็เล่ามาไม่ต้องกลัว"
"พี่นิตแอบพบกับเทอดมาตลอดค่ะ...มาความแตกเพราะพี่นิตเข้าบ้านไม่ได้ ตุ๊ตื่นมาตอนตี 2 พี่นิดเอาก้อนหินปาขึ้นมาให้ตุ๊ไปช่วยเปิดประตูให้"
ทุกคนตกใจโดยเฉพาะเจ้าคุณสุทธาเท่านั้น
"เสาวนิตน่ะเหรอแอบไปพบกับเทอด"
"ค่ะ...ตุ๊เห็นเทอดอยู่กับพี่นิตด้วย...เค้าหลบตุ๊ไม่ทัน พี่นิตถึงได้ยอมรับ..แล้วก็เลยสารภาพว่าไปหาเทอดหลายหนมานานแล้ว"
"แต่ทำไมตุ๊รู้แล้วถึงอมพะนำไว้ไม่บอกพ่อกับแม่...ถ้าพ่อรู้เสียตั้งแต่ตอนนั้น บางทีอาจจะป้องกันการหนีครั้งนี้ได้"
"ตุ๊ก็ตั้งใจจะเรียนคุณพ่อคุณแม่นะคะ...แต่พี่นิตร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนไม่ให้ตุ๊ฟ้อง สัญญาว่าจะไม่ทำอีก...ตุ๊ก็เลยใจอ่อน"
"เทอดที่เป็นหลานแม่พลับน่ะเหรอครับ...ไม่น่าเลย..เห็นท่าทางออกจะเรียบร้อย" ตระกลบอก
"พี่นิตน่ะเค้าทำตาหวานเก่งค่ะ...เค้าเล่นละครก็เก่ง..ตุ๊แน่ใจว่าที่พี่นิตหนีออกจากบ้านก็เพราะหนีการสอบ"
เจ้าคุณสุทธาตกใจ...แจ๋วเอาเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟและทันได้ยินเรื่องเทอดพาเสาวนิตหนีออกจากบ้าน
"อย่าพูดพล่อยๆ นะตุ๊"
"จริงค่ะคุณพ่อ...พี่นิตน่ะเอาแต่อ่านหนังสือไม่ดี...ตุ๊ว่าถ้าพี่นิตไปสอบก็คงตกแทบทุกวิชา เพราะพี่นิตไม่ได้เรียนไม่เคยดูหนังสือเลยทั้งปี เวลาสอบก็ต้องใช้ลูกไม้เสมอเพื่อไม่ต้องไปสอบ"
เจ้าคุณสุทธาใช้ความคิด อานนท์มองหน้ากับตระกล
"แล้วที่คุณหญิงเจริญพูดเมื่อกี้ว่าผมรักกับเสาวนิต...ผมยังงงไม่เข้าใจครับ ทำไมถึงพูดอย่างนั้น"
"พี่นิตน่ะ...เค้าแอบหลงรักพี่นนท์ค่ะ เค้าฝันว่าจะต้องแต่งงานกับพี่นนท์ให้ได้...ไปพูดกับคุณแม่ท่าไหนไม่รู้คุณแม่ก็เชื่อพี่นิตว่าพี่นนท์กับเค้ารักกัน แล้วตอนนี้คุณย่าก็เชื่อพี่นิตอีกคนด้วยค่ะ"
ตระกลหันไปยิ้มกับอานนท์ อานนท์หน้าเครียด
"ไม่ตลกนะตระกล" อานนท์บอก
"แล้วเทอดล่ะ...ถ้ารักอานนท์แล้วหนีไปกับเทอดทำไม"
"ตุ๊ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะ...เพราะพี่นิตไม่เคยพูดถึงเทอดให้ตุ๊ฟัง...พูดแต่จะต้องแต่งงานกับพี่นนท์ให้ได้ พอตุ๊บอกว่ารจนามาเล่าว่าพี่นนท์กำลังจะแต่งงาน เค้าก็เลยคลั่งกันใหญ่"
อานนท์สีหน้าวิตก
"เสาวนิตน่ะเหรอคลั่ง"
"พี่นิต คุณแม่ คุณย่า คลั่งหมดเลย"
อานนท์ทำท่าจะเป็นลม เจ้าคุณสุทธาเครียด

เสาวนิตนุ่งกระโจมอก มีผ้าเช็ดตัวคลุมไหล่ รวบผมไว้ มือถือขันกับสบู่ เดินออกมาที่ตุ่มน้ำฝนตรงนอกชาน ด้วยท่าทางเศร้าๆ มนตรีหันไปมอง เสาวนิตลงนั่งอาบน้ำไปร้องไห้เงียบๆ ไปอย่างกดดัน บ่นกับตัวเอง

"เวรกรรมแท้ๆ...อยู่ดีไม่ว่าดี...ต้องมาลำบากอย่างนี้"

เสาวนิตอาบน้ำ มองไปรอบๆ เห็นมนตรีที่ทำท่าทำงาน แต่อดมองมาที่เสาวนิตไม่ได้ เช่นเดียวกับวิเชียร ชัย ที่แกล้งทำเป็นอ่านหนังสือ แต่ก็คอยแอบมองเสาวนิต
 
เสาวนิตจึงพอใจ ความเศร้าค่อยๆ หายไป เสาวนิตทำท่าสวยอาบน้ำเพราะรู้ว่ามีผู้ชายแอบมองอย่างสนใจ เสาวนิตทำเป็นหันไปสบตากับมนตรีโดยบังเอิญ และทำอาย พอมนตรีหันหน้าไป เสาวนิตก็แอบยิ้มกับตัวเอง....

ฝ่ายคุณหญิงเทพสีหน้าโกธรจัด คุณหญิงเจริญนั่งเป็นลม มีพิศคอยเอายาดมรมที่จมูก พลับ แวว เหลือ นั่งก้มหน้าน้ำตาตก คุณหญิงเทพยืนด่าฉอดๆ
"หมดกัน...ชื่อเสียงคุณงามความดีของตระกูล สุทธากุล ป่นปี้กันคราวนี้เอง เสาวนิตนี่ไม่รักดี มีอย่างที่ไหนหนีตามผู้ชายไปอย่างนี้ได้ไง เพิ่งด่าว่าอีเจียมไปหยกๆ อย่างนี้มันต้องตามจับตัวมันมาเอาโซ่ล่ามไว้กลางแจ้งเฆี่ยนเสียให้หลังลาย ทั้งนังผู้หญิงไอ้ผู้ชาย ตายแล้ว... ตาย ลูกผู้ลากมากดีแท้ๆหนีตามผู้ชายไปยังกับอี.....ฮึ ต่อไปนี้อย่ามาเรียกข้าว่าย่านะ"
คุณหญิงเจริญร้องไห้โฮ
"คุณแม่คะ .อย่าว่ายายนิตเลย ยายนิตน่ะเป็นเด็กดีแค่ไหนคุณแม่ก็ทราบ นี่คงเป็นแผนการณ์ของพวกมันนี่แหล่ะ..มันคิดอยากจะเป็นใหญ่ในบ้าน ถึงได้เอาหลานมันมาหลอกแม่นิต...โธ่...ผู้หญิงซื่อๆ บอบบางอย่างยายนิต จะไปเท่าทันไอ้พวกที่จ้องจะทำลายได้ยังไงล่ะคะคุณแม่"
คุณหญิงเจริญร้องไห้โวยวาย
"เลว...เลวมาก ไอ้พวกกินบนเรือนขี้รดหลังคา เหมือนอีป้ามันไม่มีผิด...ฉันคิดแล้วว่าพวกแกมันเลี้ยงเสียข้าวสุกอีพลับเลี้ยงหลานแกยังไง...ถึงปล่อยให้มันมาทำระยำในบ้านข้า"
พลับก้มกราบ
"อิฉันต้องกราบขอประทานโทษคุณหญิงด้วยเจ้าค่ะ..อิฉันก็ไม่นึกเลยว่าไอ้เทอดมันจะเลวขนาดนี้...อิฉันก็สอนมันให้รู้จักเจียมตัวเมื่ออยู่ที่นี่"
คุณหญิงเทพตวาด
"เจียมตัวประสาอะไรถึงมาพาหลานฉันหนีไปล่ะ แม่นิตก็เหลือเกิน หนีไปกับมันได้ ไม่รักดีเหมือนกัน"
คุณหญิงเจริญนั่งร้องไห้โวยวาย
"แม่นิตน่ะต้องโดนไอ้เทอดมันพูดจาหลอกลวง ไหนจะคับใจเรื่องน้องที่คอยอิจฉา ไหนจะเรื่องคุณอานนท์ แม่นิตน่ะเป็นคนซื่อคงไม่คิดที่จะหนีไปหรอกค่ะ คอยดูนะ นังพลับ นังแวว..ฉันจะลากคอพวกแกเข้าคุกให้หมด แกมันเลวทั้งโคตรเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ"

พลับพยายามสะกดไม่พอใจจนน้ำตาร่วง
"โธ่คุณ...จะด่าว่าดิฉันก็ด่าเถอะค่ะ อย่าขุดด่าถึงโคตรถึงเหง้ากันเลย"
คุณหญิงเจริญถลาเข้าไปผลักพลับ ไพจิตรตกใจมาก คุณหญิงเทพหันไปตวาดเสียงดัง
"อย่ามาเถียงนะอีพลับ"
คุณหญิงเจริญบอก
"กูจะด่า...จะทำไม...พ่อแม่พวกแกไม่เสือกสั่งสอนพวกแกล่ะว่าอย่ามายอมเป็นเมียน้อยเค้าง่ายๆ น่ะ"
พลับจำต้องนิ่งอย่างคับแค้น
"ฉันสังหรณ์ใจอยู่แล้ว...ว่าพวกมันจะต้องมาแว้งกัดกันแบบนี้...รู้อย่างนี้ไม่น่ารับมันเข้ามาอยู่ในบ้านเลย" คุณหญิงเทพว่า
"พวกแกมันหวังจะล่อลวงลูกสาวฉันใช่ไหม" ตึฯหญิงเจริญสะอื้น "โธ่ แม่นิตไม่รู้เท่าทันพวกมัน...อีพวกคางคกขึ้นวอ..พวกแกคงคิดจะให้ไอ้เทอดมันมาหลอกล่อแม่นิตเพื่อให้พวกแกอยู่สบายละซิ"
แววร้องไห้
"อิฉันไม่เคยคิดจัญไรอย่างนั้นเลยค่ะคุณ"
คุณหญิงเจริญตวาด
"แกจะพูดยังไงฉันก็ไม่เชื่อ พวกแกมันคนจัญไรอยู่แล้ว ไม่งั้นจะหน้าด้านมาเป็นเมียน้อยเค้าทำไม...คุณแม่คะ เฉดหัวพวกมันไปให้พ้นบ้านเถอะค่ะ"
ไพจิตรที่นั่งฟังอยู่กับพิศ และ เพริศ อดไม่ได้
"คุณแม่ครับ...ฟ..ฟัง...ย่า..ย่าพลับก่อน....ค..ค..เค้าอาจ...อาจไม่รู้ด้วยก็ได้"
คุณหญิงเทพหันมาตวาดไพจิตร
"ตาจิตร...ไปเรียกมันว่าย่าทำไม...ขี้ข้าอย่างพวกมันต้องเรียกอีแวว อีพลับ อีเหลือ"
คุณหญิงเทพพูดเน้นทีละคนอย่างจิกกบาล
"อย่ามาออกความเห็นนะตาจิตร...ตัวน่ะเรื่องอะไรไปออกรับแทนพวกมัน...แกจะมาอกตัญญูอย่างนังตุ๊อีกคนหรือไง"
ไพจิตรยืนเม้มปากนิ่ง วิ่งออกไปอย่างไม่พอใจ คุณหญิงเทพมองตามอย่างโมโห
"ตาจิตร..ดู..ดู..ทำมาวิ่งหนีไม่พอใจ...เออ..ไปให้พ้นนะ เพราะพวกมึงเชียว อีพวกเดรัจฉาน...ทำให้บ้านกูแตกกระสานซ่านเซ็นกันหมด...พวกมึงไปเก็บข้าวของออกไปจากบ้านกูให้หมด อีพวกเสนียด...ไป๊"
พลับ แววร้องไห้...
"ลากคอมันเข้าตะรางดีกว่าค่ะคุณแม่..ถ้ามันไม่ยอมบอกว่าไอ้เทอดมันพาแม่นิตไปที่ไหน เอาพวกมันเข้าตะรางให้หมด"
คุณเจริญตาวาวด้วยความแค้น

อานนท์ขับรถออกไป เจ้าคุณสุทธา ตระกล นิศาออกมายืนส่งที่หน้าบ้าน ไพจิตรวิ่งมาจากเรือนคุณหญิงเทพ อานนท์มองแบบสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ไพจิตรวิ่งร้องไห้เข้ามาหาเจ้าคุณสุทธา"ไพจิตร....ไพจิตร...เป็นอะไร"
ไพจิตรสะอึกไม่หยุด สีหน้าทุกข์ใจ
"ผม ผม ขอ มา อ... อยู่ ที่นี่ ท...ท..ทน..ไม่ไหวแล้ว"

เจ้าคุณสุทธามองไพจิตรอย่างเวทนา ค่อยๆ จับไพจิตรอย่างอ่อนโยนให้เข้าไปในบ้าน อานนท์มองกระจกหลังรถเห็นเจ้าคุณสุทธาพาไพจิตรเข้าบ้านไป

ในห้องทำงาน เจ้าคุณสุทธานั่งปลอบไพจิตรที่ร้องไห้เสียใจอยู่ นิศารินน้ำส่งให้
"ใจเย็นๆ ไพจิตร...ค่อยๆ พูด...พ่อไม่ว่าอะไรลูกหรอ"
เจ้าคุณสุทธาพูดกับไพจิตรอย่างอ่อนโยน ไพจิตรมองหน้าพ่อ ค่อยๆ ดื่มน้ำ แล้วก็ถอนใจหายสะอึก"ไหนเล่าให้พ่อฟังหน่อย...เกิดอะไรขึ้น"
"ผมหนีมาจากบ้านคุณย่า...ทนไม่ไหว"
"ทำไม..มีอะไรลูก"
"คุณย่ากับคุณแม่ ด่าว่าย่าพลับ ย่าแวว หยาบคายเหลือเกินครับคุณพ่อ ผมไม่อยากฟัง เลยหนีมาที่นี่"
"ที่ตึกโน้นเค้ารู้เรื่องเทอดแล้วหรือ"
ไพจิตรพยักหน้า
"คุณแม่บอกให้คุณย่าไล่ไปให้หมดด้วยครับ"
"ทำไมคุณย่า กับ คุณแม่ถึงใจร้ายอย่างนี้นะ...ตุ๊ไม่เข้าใจเลย"
"นั่นน่ะซิ..พี่ก็ไม่เข้าใจ ทีวันพระล่ะไปทำบุญถือศีล...ทำเป็นธัมมะธัมโมต่างๆ นาๆ จะตบยุงก็กลัวบาป ที่อาละวาดด่าคนหยาบๆ คายๆ กลับไม่กลัวบาป...ทำกับคนแก่ที่ไม่มีความผิด"
ตระกลมองหน้าเจ้าคุณแบบเห็นใจที่เจอแต่เรื่องแย่ๆ
"ผมไม่อยาก...ยาก....ยาก..กลับไปแล้วครับ"
"ถ้างั้นก็อยู่ที่นี่...ไม่อยากไปตึกโน้นก็ไม่ต้องไป...จิตรมาอยู่กับพ่อที่นี่"
ไพจิตรมองหน้าเจ้าคุณสุทธาอย่างไม่ค่อยกล้า
"เอ้อ...ง่า...คุณพ่อพูดจริงเหรอครับ"
เจ้าคุณสุทธายิ้ม
"จริงซิ พ่ออยากให้ไพจิตรมาอยู่กับพ่อตั้งนานแล้ว"
ไพจิตรยิ้มดีใจมาก เจ้าคุณสุทธาเห็นลูกดีใจก็ยิ้ม
คุณหญิงเจริญเดินเข้ามาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ตาบวมเพราะร้องไห้มาก ตระกล นิศา ไพจิตร หันไปเห็นก็ตกใจ คุณหญิงมองตระกลอย่างแค้นมาก
"ไอ้พวกหมาหมู่อกตัญญูยังเหลืออยู่นี่อีกตัวนึง...ทำไมมันถึงมากมายเต็มบ้านเต็มช่องอย่างนี้นะ...เฉดกะลาหัวไปเท่าไหร่ๆ ก็ไม่รู้จักจบไม่รู้จักสิ้น"
คุณหญิงเจริญเดินเข้าไปหาตระกลแบบเอาเรื่อง
"ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมึง ลูกสาวกูคงไม่ไปอีหล่ำต่ำฉิบอย่างนี้หรอก เพราะพวกมึงส่งเสริมน่ะซิ ไอ้เทอดมันถึงได้กล้าพาลูกสาวของกูไ อย่านะมึง อย่ามาทำตีหน้าไม่รู้เรื่อง ไอ้พวกเนรคุณ"
"หยุดเดี๋ยวนี้..หยุดพูดบ้าๆ เดี๋ยวนี้"
เจ้าคุณสุทธาเดินมาใกล้ๆ ตระกล เอามือจับบ่าไว้ พูดอย่างอ่อนโยน
"ตระกล...พี่ขอโทษด้วยนะที่มีเรื่องบ้าๆ แบบนี้เกิดขึ้นในบ้านของพี่...พี่สัญญาว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป..จะไม่มีเรื่องราวอะไรมากระทบกระเทือนใจเธออีกเลย...แม่เจริญ..ฉันขอห้ามเป็นอันขาดไม่ให้เธอพูดคำหยาบในบ้านนี้อีกต่อไป...ได้ยินไหม คำพูดชนิดนั้นเธอควรไปใช้กลางตลาด ไม่ใช่ที่นี่..โดยเฉพาะใช้กับน้องชายของฉันจะเป็นต่อหน้าหรือลับหลังก็ตามไม่ได้ทั้งนั้น"
คุณหญิงเจริญโกรธมาก เจ้าคุณสุทธาหันมาพูดกับตระกล
"พาหลานออกไปข้างนอกก่อนเถอะ"
ตระกลพาไพจิร กับนิศาเดินออกไป
"เจ้าคุณ...นี่ท่านเห็นดีกับไอ้อีพวกนี้ที่มันล่อลวงลูกเราให้หนีไปกับมันอย่างนั้นเหรอ...ท่านเห็นคนอื่นดีกว่าลูกเมียตัวเองได้ยังไง"
"หยุดพูดพล่อยๆ เอาเองเสียที เธอรู้ได้ยังไงว่าเทอดล่อลวงพาเสาวนิตหนีไป แล้วถ้าเป็นเสาวนิตล่อลวงเทอดให้พาหนีไปล่ะ"
คุณหญิงเจริญตวาด
"ท่านเจ้าคุณว่าลูกตัวเองอย่างนั้นได้ยังไง ยายนิตเป็นผู้หญิง เป็นฝ่ายเสียหายนะ เรื่องอะไรจะให้ไอ้เทอดพาหนีออกจากบ้านไปตกระกำลำบาก"
"เธอน่าจะรู้ดีนะ เสาวนิตน่ะหลบเลี่ยงการเรียนการสอบมากี่ครั้งแล้ว เธอน่ะโง่ให้ยายนิตตุ๋นจนเปื่อย..เธอเลี้ยงลูกไม่เป็น...เพราะเธอน่ะแหล่ะ...ส่งเสริมให้ยายนิตใจแตก อย่ามาโทษคนอื่นเลย อวดดียังไงถึงไปยุคุณแม่ให้ไล่คนเก่าคนแก่ของบ้านนี้ ฉันบอกตามตรงว่า ฉันทนเธอมานานแล้ว จะไม่ทนอีกต่อไป เธอร้ายกาจเกินที่สามีและลูกที่ไหนจะทนได้ ถ้าไม่ปรับปรุงตัวเอง เราก็เห็นจะอยู่ร่วมบ้านกันไม่ได้ ได้ยินไหม เราเห็นจะอยู่ร่วมบ้านกันไม่ได้"
คุณหญิงเจริญโกรธมาก ร้องกรี๊ดดังสนั่น...
"เจ้าคุณจำไว้นะ ในเมื่อเจ้าคุณด่าฉันอย่างนี้ ฉันจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย เชิญเจ้าคุณอยู่กับพวกมันไป"
"เธอพูดเองนะ...แล้วก็อย่ากลืนน้ำลายตัวเองซะล่ะ"
คุณหญิงเจริญร้องกรี๊ดดังลั่นจนนิศาเอามือออุดหู แล้ววิ่งถลาออกไปจากห้องโดยเร็ว เดินเซถลาเหมือนคนเมา ร้องไห้เหมือนคนบ้า...

ตระกลยืนกอดให้กำลังใจไพจิตรกับนิศาอยู่หน้าห้องเจ้าคุณ
 
อ่านต่อหน้า 4

เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 13 (ต่อ)

เวลาต่อมา เจ้าคุณสุทธาเดินขึ้นมาที่ตึกคุณหญิงเทพ คุณหญิงเจริญนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ใกล้ๆ คุณหญิงเทพที่นั่งหน้าบึ้งบนเก้าอี้ราวกับเป็นประธานใหญ่ พรรณ พิศ เพริศ นั่งอยู่ด้วยกันอีกมุมหนึ่งสีหน้ากลุ้มใจ

"ผมจะเรียนคุณแม่ว่า คุณแม่จะไล่แม่พลับ แม่แวว ไปจากที่นี่ไม่ได้"
คุณหญิงเทพโมโห
"ทำไมจะไม่ได้...ในเมื่อพวกมันทำระยำขนาดนี้ จะเลี้ยงไว้ทำไม ในเมื่อแม่ไล่มัน เจ้าคุณก็ต้องให้มันไป..จะลบล้างคำสั่งแม่ไม่ได้...เจ้าคุณต้องเห็นแก่หน้าแม่ซิ นี่พวกมันคงเป่าหูเจ้าคุณมาใช่ไหม ถึงได้มาเถียงแม่แบบนี้"
"เรื่องนี้ผมคงเห็นแก่คุณแม่ไม่ได้ เพราะเจ้าคุณพ่อระบุในพินัยกรรมชัดเจนที่จะเลี้ยงดูเมียเล็กๆของท่าน กับลูกคุณพ่อที่เกิดกับพวกเขา...แล้วพวกเค้าก็ไม่รู้เรื่องที่เสาวนิตหนีไปจากบ้านด้วยนะครับ"
คุณหญิงเทพคอแข็ง
"อ๋อ..นี่เจ้าคุณจะมาย้ำให้แม่ฟังว่า เจ้าคุณน่ะเป็นเจ้าของบ้านสุทธากุลคนเดียว เพราะคุณพ่อยกมรดกให้ใช่ไหม แม่ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรใช่ไหม"
"คุณแม่มีสิทธิ์ที่จะทำทุกอย่าง แต่ผมต้องทำตามที่เจ้าคุณพ่อท่านสั่งไว้ คนพวกนั้นไม่มีที่ไป ไล่เค้าแล้วเค้าจะไปที่ไหน"
คุณหญิงเจริญหันมาเถียงอย่างโมโห
"จะไปที่ไหนก็เรื่องของมันสิ มันอยากทำให้ยายนิตโดนหลอกนี่ เจ้าคุณก็ดีแต่เชื่อมัน ไม่เคยฟังดิฉันเลย"
เจ้าคุณสุทธาไม่อยากสนใจเจริญ
"คุณแม่ครับ ถ้าคุณแม่เรียกผมมาเพื่อคุยเรื่องเสาวนิต ผมก็อยู่คุยกับคุณแม่ แต่ถ้าคุณแม่จะพูดเรื่องอื่น ผมว่า เราไว้คุยกันวันหลังดีกว่า"
"แล้วทำไมเจ้าคุณจะต้องมาบังคับแม่ให้พูดเรื่องไหน แม่อยากพูดเรื่องอะไรแม่ก็จะพูดเรื่องนั้น...เรื่องอะไรถึงกับไล่แม่เจริญมาอย่างนี้ ไม่สงสารเค้าบ้างหรือยังไง ไหนจะกลุ้มที่ลูกหายไปแล้วยังมาโดนผัวไล่จากบ้านอีกน่ะ"
"ผมไม่ได้ไล่ เจริญเป็นฝ่ายพูดเองว่าจะไม่กลับไปที่ตึกใหญ่อีก"
คุณหญิงเทพหันไปมองเจริญ
"อ้าว...แล้วทำไมหล่อนถึงได้มาบอกกับฉันว่าโดนท่านเจ้าคุณไล่ ต้องเอาคนใช้ไปหอบข้าวหอบของมาอยู่ที่นี่"
คุณหญิงเจริญสะอื้นพูดอย่างแค้น
"ก็ดิฉันไม่นึกว่าเจ้าคุณจะไม่ดูดำดูดีดิฉันนี่เจ้าคะคุณแม่ ดิฉันพูดก็เพราะน้อยใจ แต่แทนที่เจ้าคุณจะเห็นใจกลับขับไล่ไสส่ง อย่างนี้ละค่ะคุณแม่ แม่นิตถึงอยู่ไม่ได้ นี่ดิฉันก็จะอยู่ไม่ได้อีกคน"
เจ้าคุณสุทธารำคาญ
"เธออย่าเอามาปนเปจนเป็นเรื่องเดียวกันดีกว่า...เรื่องเสาวนิตน่ะ เธอยอมรับไหมล่ะว่าเธอน่ะแหล่ะ..ทำให้แม่นิตเสียคน"
คุณหญิงเจริญตาลุกวาว
"ฉันไม่ได้ทำ อย่ามากล่าวหาฉันนะ โน่นน่ะ ไอ้อีเรือนเล็กหลังบ้านน่ะแหล่ะที่มันรวมหัวกันแกล้งฉัน...แกล้งคุณแม่..เอาหลานชายมันมาล่อลวงแม่นิต เพราะซักวันนึงมันจะได้ขึ้นมาอยู่บนตึกใหญ่แทนพวกเรา"
พิศสงสัยหันไปถามเพริศ
"มันล่อลวงแม่นิตยังไง มันถึงจะมาอยู่บนตึกใหญ่...งง"
เพริศบอก
"โธ่เอ้ย...ก็ถ้าไอ้เทอดมันได้เป็นผัวแม่นิต...ยายพลับกับยายแววมันจะได้ตามหลานมันขึ้นมาอยู่บนตึกด้วยไง"
พิศทำท่าเข้าใจ"อ๋อ"
"ฉันขอบอกอีกครั้งว่าเธอหยุดพูดไส่ความคนอื่นเสียที เสาวนิตทำตัวเหลวไหลเลวทรามมาก แอบลักลอบไปพบกับเทอดตอนค่ำ ที่สวนต้นพุดข้างเรือนแม่พลับมานานแล้ว"
"ไม่จริง...เจ้าคุณหาความลูกฉัน"
"จริง...เสาวนิตน่ะวางแผนหนีจากบ้าน...เธอน่ะแหล่ะโง่ ไม่รู้ทันลูกแล้วยังจะมาโวยวายพาลคนอื่น ยายตุ๊พยายามที่จะบอกเธอ แต่เธอกลับตีลูก เชื่อแต่เสาวนิต คุณแม่ครับ ผมขอบอกว่าผมเบื่อที่จะทนความโง่อวดฉลาดของแม่เจริญเต็มทน"

คุณหญิงเจริญโมโหมาก
"เจ้าคุณ...ทำไมพูดแบบนี้..ไม่ใช่ฉันเหรอที่เคยเฝ้าพยาบาลเจ้าคุณยามเจ็บหนัก..พอมาวันนี้เจ้าคุณกลับมาด่าฉันอย่างนี้"
"เธออย่ามาลำเลิกบุญคุณกับฉันดีกว่า...ฉันได้ชุบเลี้ยงเธอมายี่สิบปีแล้ว...แค่นี้ยังไม่พอหรือไง นับแต่นี้เป็นต้นไป ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาบงการชีวิตฉันทั้งนั้น"
คุณหญิงเทพนั่งคอแข็งเริ่มมอง คุณหญิงเจริญรีบคลานเข้าไปหา
"คุณแม่คะ...คุณแม่เป็นคนเอาดิฉันมา..คุณแม่ต้องให้ความยุติธรรมกับดิฉันนะคะ ท่านเจ้าคุณน่ะเอาใหญ่แล้ว..แม้แต่คุณแม่ท่านเจ้าคุณก็ไม่ฟัง"
พรรณทนไม่ได้
"แม่เจริญ...เธออย่าเอาคุณแม่เข้าไปเกี่ยวกับเรื่องของเธอกับท่านเจ้าคุณเลยนะ"
"นั้นน่ะซิ...คุณแม่เอาเธอมาก็จริง...เอามาแต่งกับท่านเจ้าคุณ จนเธอได้เป็นคุณหญิงแล้วไง" พิศบอก
"ใช่...ลำพังเป็นแค่ลูกยายทองใบน่ะ ไม่มีทางได้เป็นคุณหญิงกับเค้าหรอก...เธอยังจะมาต่อว่าคุณแม่ทำไมอีก" เพริศบอก
"คุณพี่"
สาวแก่สามพี่น้องสะดุ้งตกใจ คุณหญิงเทพรีบตัดบท เริ่มรู้สึกว่าโดนเจริญยุยงมากไปแล้ว
"พอที...พอที แม่เจริญ ฉันถามจริงๆ เถอะ เธอไม่เคยสงสัยแม่นิตบ้างเหรอ ลูกสาวตัวไปหาผู้ชายมืดๆ ค่ำๆ ทำไมเธอถึงไม่รู้บ้างล่ะ"
คุณหญิงเทพตกใจ
"นี่แปลว่าหล่อนไม่ได้ดูแลบ้านช่องเลยหรือยังไง กลางวันหล่อนก็มาอยู่ที่นี่ เอารถไปซื้อข้าวซื้อของแทบทุกวัน กลางคืนหล่อนก็ออกไปเล่นไพ่อีก มิน่า..."
"ที่ดิฉันต้องออกไปก็เพราะความเจริญก้าวหน้าของบ้านสุทธากุล เพราะบ้านที่ดิฉันไปน่ะเป็นบ้านผู้ใหญ่มีอำนาจทั้งนั้น ให้ผู้ใหญ่ได้เห็นหน้ารับใช้บ้าง จะได้เมตตามาถึงท่านเจ้าคุณด้วยนะคะ คุณแม่"
เจ้าคุณสุทธาโมโหมาก เสียงดัง...
"เธอนี่มันน่าสมเพชจริงๆ แม่เจริญ ผู้ใหญ่คนไหนคิดอย่างเธอบ้านเมืองมันคงพินาจย่อยยับ...ไม่มีใครเค้าส่งเสริมพวกเลียแข้งเลียขาก้มหัวรับใช้ไปวันๆ หรอก ฉันอายจริงๆ ที่เมียของฉันมีความคิดกิเลสหนาขนาดนี้... เธอทำให้ฉันอับอาย...การกระทำของเธอมันน่าสะอิดสะเอียนเต็มทน"
"ใช่ซิ...ฉันมันน่าสะอิดสะเอียน ทำอะไรก็ผิดไปหมด สู้อีเมียเก่าลูกเจ็กของเจ้าคุณไม่ได้"
เจ้าคุณสุทธาตวาด
"หยุดนะ...หยุดหยาบคายก้าวร้าวในบ้านฉัน...ถ้าเธอยังพูดจาต่ำๆ แบบนี้ เธอก็ไม่ควรอยู่ในบ้านสุทธากุล"
คุณหญิงเจริญตกใจวิ่งมาหาคุณหญิงเทพ
"คุณแม่"
คุณหญิงเทพถอนใจ เริ่มเบื่อแล้ว...
"หยุด...เจ้าคุณ พอทีเถอะเรื่องแม่เจริญ ตกลงว่าคงจะอยู่กันไปไม่ได้แล้ว แม่พรรณ...จัดห้องข้างบนด้านหลังให้แม่เจริญอยู่ไปก็แล้วกัน เธอหยุดพูดได้แล้วแม่เจริญ"
คุณหญิงเจริญแค้นใจมากพูดไม่ออก มองเจ้าคุณสุทธาอย่างไม่พอใจ
"แล้วเรื่องแม่นิตจะทำยังไง จะไปตามตัวที่ไหน"
"ผมคิดว่าผมจะไปแจ้งความ"
คุณหญิงเจริญโวย
"อย่านะคะ...อย่านะคะคุณแม่ ถ้าเรื่องแม่นิตแดงออกไป ดิฉันจะมองหน้าใครได้ยังไงล่ะคะ ท่านเจ้าคุณ กับคุณแม่ก็ต้องอับอายขายหน้า"
"อายทำไม...ฉันน่ะไม่อาย มีแต่เธอน่ะแหล่ะ เพราะเธอทำหน้าใหญ่ไว้มาก เที่ยวบ้านโน้นออกบ้านนี้...ไหนเธอว่าเธอรักเป็นห่วงลูกไง เธอน่ะมันเห็นแก่ตัวมากกว่า"
คุณหญิงเจริญอึ้ง พิศ เพริศ พรรณ หันไปพยักเพยิดกันอย่างเห็นด้วย...

ภายในวังศิลาขาว ปริศนากำลังอ่านหนังสือด้วยสีหน้าสบายใจที่ห้องนั่งเล่น อานนท์ก็เข้ามาหาด้วยท่าทางรีบร้อนจนปริศนาตกใจรีบลุกขึ้นนั่ง
"คุณนนท์"
"ปริศนา...ผมมีเรื่องด่วนต้องรีบปรึกษา"
ปริศนาสะดุ้งรีบนั่งตัวตรง
"เรื่องด่วนอะไรถึงต้องรีบร้อนขนาดนี้...ทำเอาปริศนาตกใจหมด"
อานนท์ลงนั่งยิ้มๆ
"ขอโทษทีนะ...ปริศนา ผมคิดว่าเราต้องรีบไปหาเจ้าคุณสุทธาแล้วละ"
"ทำไมล่ะ...ปริศนาก็นัดกับแม่ว่าจะไปหาคุณลุงภายในวันสองวันนี้ละ"
"ไปวันนี้เลยนะ...ที่บ้านเจ้าคุณสุทธาน่ะกำลังเกิดเรื่องใหญ่ ลูกสาวคนโตหนีหายไป"
ปริศนาตกใจ
"ตายจริง..ตายจริง...ทำไมต้องหนีไปด้วย"
"ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจ รู้แต่ว่าหนีไปกับเด็กผู้ชายในบ้าน"
"เอ...ปริศนาว่าถ้ามีเรื่องอย่างนี้ ที่บ้านคุณลุงคงจะกำลังยุ่ง ถ้าเรารีบไปหาคุณลุง จะได้มีโอกาสคุยกันเหรอ ดีไม่ดีคุณลุงอาจจะไม่สนใจก็ได้นาคุณนนท์"
"ตรงกันข้ามปริศนา ถ้าหากเจ้าคุณสุทธาได้ข่าวดีจากน้าสมรและ ปริศนา จะทำให้ท่านมีกำลังใจต่างหาก เมื่อวานผมไปที่บ้านสุทธากุลมา เห็นคุณหญิงเจริญอาละวาดกับท่านเจ้าคุณด้วยคำพูดกิริยาที่หยาบกระด้างขนาดนั้น...ผมสงสารท่านมาก...เจ้าคุณสุทธาคงทรมานมากที่ต้องใช้ชีวิตกับผู้หญิงอย่างคุณหญิงเจริญนานหลายปี"
ปริศนาลุกขึ้นยืนทันที
"ถ้าอย่างนั้นรีบไปหาคุณลุงดีกว่า...คุณลุงคงจะเศร้ามาก เรารีบไปรับแม่แล้วไปหาคุณลุงกันวันนี้เลย"

อานนท์ดีใจ ...

พระยาสุทธาเทพวิสุทธิ์เดินขึ้นมาบนห้องนั่งเล่น สมร กับ ปริศนา และ อานนท์ นั่งคอยอยู่ ปริศนา กับสมร รีบลุกขึ้นไหว้เจ้า เจ้าคุณรับไหว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ก็สงสัยว่าทำไมถึงมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน

"สวัสดีค่ะท่านเจ้าคุณ"
เจ้าคุณสุทธาลงนั่ง นิศากับไพจิตร ก็พากันนั่งใกล้เจ้าคุณสุทธาด้วย
"แม่สมร หลานปริศนา ดีใจจริงที่วันนี้มาถึงที่นี่ได้... ไงจ้ะหลานปริศนาสบายดีหรือ"

ปริศนายิ้มแจ่มใส
"สบายค่ะ"
นิศา ไพจิตรยกมือไหว้ทุกคน ...อานนท์แนะนำให้ปริศนารู้จัก
"นี้ตุ๊ลูกคนเล็กของท่านเจ้าคุณ เป็นเพื่อนเรียนกับรจนาครับ"
"แล้วนี่มาพร้อมกันกับอานนท์เหรอ" เจ้าคุณถาม
"ที่หลานกับแม่ มาหาคุณลุงวันนี้ก็เพราะคุณนนท์นี่แหล่ะค่ะ"
"อ้าว...เหรอ เรื่องอะไรล่ะอานนท์"
อานนท์ยิ้ม
"ขอให้คุณอาสมรเป็นผู้เรียนให้ท่านเจ้าคุณทราบดีกว่าครับ"
เจ้าคุณสุทธายิ้มๆ
"เอ...หวังว่าคงจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีนะ เพราะช่วงนี้ที่บ้านนี้มีแต่เรื่องหนักใจน่าปวดหัว"
ปริศนามองหน้าแม่
"เอ้อ...คุณหญิงเจริญอยู่หรือเปล่าคะ" สมรถาม
เจ้าคุณสุทธาสีหน้าหม่นลง
"เดี๋ยวนี้แม่เจริญไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว"
"เอ๊ะ...But Why?"
"เลิกกัน..แยกกันอยู่ เขาย้ายไปอยู่ตึกคุณย่า"
ทุกคนเงียบมองหน้ากัน อานนท์หันไปมองนิศา นิศาก้มหน้าทำหน้าเศร้าๆ
"อันที่จริงควรจะแยกกันหลายปีแล้ว...ไม่รู้จะทนอยู่ทำไมจนป่านนี้"
เจ้าคุณสุทธาหันไปมองลูก ทั้งสองคนยิ้มให้กำลังใจพ่อ เจ้าคุณสุทธาสีหน้าเศร้า
"พูดจาไม่เคยรู้เรื่อง ไม่เคยเข้าใจกันสักเรื่องเดียว...เอ้อ นี่ฉันไม่น่ามาบ่นให้ฟังเลยนะ"
สมรนิ่งเงียบ หันไปมองหน้าปริศนาแล้วพยักหน้าอย่างรู้กัน
"เจ้าคุณคะ เรามีข่าวดีจะมาเรียนเจ้าคุณ"
"ข่าวดี...เวลานี้ฉันอยากได้ยินข่าวดีเป็นที่สุดนะแม่สมร...ตอนนี้น่ะมีแต่ข่าวร้ายๆ ทั้งนั้นเกี่ยวกับครอบครัวของพี่... กลุ้มใจ รำคาญใจจนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว"
"ข่าวดีที่เราจะบอกคุณลุงวันนี้...จะทำให้คุณลุงลืมเรื่องร้ายทั้งหมดในทันทีค่ะ...ปริศนาจะพาน้องๆ ออกไปคุยข้างนอกนะคะแม่...ไป..คุณนนท์"
อานนท์ลุกขึ้นตามปริศนาไป ปริศนาจูงนิศา กับ ไพจิตรออกไปด้วย...

ผ่านเวลา ... เจ้าคุณสุทธาจิบน้ำชา สมรมองเจ้าคุณสุทธายิ้มๆ
"เจ้าคุณคะ...เจ้าคุณยังจำตวันได้หรือเปล่า...หรือว่าลืมไปเสียแล้ว"
เจ้าคุณสุทธาแทบจะลุกขึ้นยืน
"ตวัน...ถามอะไรอย่างนั้นแม่สมร ฉันน่ะรึจะลืมเมียของฉัน...ผู้หญิงคนเดียวในชีวิตที่ฉันรัก เวลาผ่านไปยี่สิบปีแล้ว...แต่ฉันยังไม่เคยลืมตวันเลย"
เจ้าคุณสุทธาสีหน้าปวดร้าว
"ลูกของฉันในท้องของเขาด้วย...ได้เกิดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฉันคอยจะคิดอยู่เรื่อยว่า ตวันคงเสียใจที่ฉันต้องไปเข้าพิธีแต่งงานบ้าๆเพื่อกู้หน้าพ่อแม่จนไปฆ่าตัวตายเสียแล้วก็ไม่รู้"
"ทำไมเจ้าคุณพี่ถึงคิดว่าตวันจะทำอย่างนั้น...ตวันน่ะยังมีชีวิตอยู่ ยังสาวยังสวย ถึงแม้ว่าจะมีลูกที่โตแล้วถึงสองคน แล้วก็เป็นเจ้าของสวนมะพร้าวที่สั่งเครื่องจักรของอานนท์"
เจ้าคุณสุทธาตกตะลึงพูดไม่ออก หงายหลังพิงพนักเก้าอี้ แล้วก็ผุดลุกขึ้นยืนโดยเร็ว เดินไปเดินมาอย่างพยายามควบคุมตัวเอง รู้ได้ว่ากำลังตื่นเต้นดีใจจนนั่งไม่ติด...
"มีลูกสองคน"
"ดิฉันเพิ่งไปพบตวันมาเมื่อไม่กี่วันมานี่เอง...ลูกของเค้าทั้งสองคนน่ารักมาก...เกิดปีเดียวกับปริศนา แต่อ่อนเดือนกว่า...ผู้ชายรูปร่างหน้าตาคล้ายเจ้าคุณมาก กำลังเรียนที่อังกฤษ ตอนนี้กลับมาเยี่ยมบ้าน ลูกสาวก็สวยน่ารัก ท่าทางเขาคล่องแคล่วคล้ายปริศนา...ดิฉันรับรองว่าถ้าเจ้าคุณได้พบเป็นรักแย่...นี่คือข่าวดีที่ดิฉันนำมาเรียนให้เจ้าคุณพี่ทราบ"
เจ้าคุณสุทธามองสมรนิ่งพูดไม่ออก
"เจ้าคุณพี่อยากพบลูกทั้งสองของเจ้าคุณพี่ไหมคะ...ดิฉันจะไปพาโสภณ กับ สุชาดามาหาคุณพี่ดีไหมคะ"
เจ้าคุณดีใจมากจนร้องไห้
"มาวันนี้เลยได้ไหมแม่สมร...โอ...แม่สมร..บอกหน่อยว่า ข่าวที่เธอมาบอกนี่น่ะเป็นความจริง ไม่ใช่ฉันฝันไป เธอได้พบตวันมาจริงๆ หูของฉันไม่ได้ฟังผิด ฉันไม่ได้ฝันไปแน่นะ"
สมรยิ้มน้ำตาคลอ พลอยดีใจไปด้วย
"โธ่ เจ้าคุณ...เจ้าคุณไม่ได้ฝันไปหรอกค่ะ...แต่จะให้ดิฉันไปพาลูกเจ้าคุณพี่วันนี้ไม่ได้หรอกค่ะ...เพราะเขาอยู่ที่คลองน้ำวนโน่น เอาไว้มะรืนนี้ก็แล้วกันค่ะ...ดิฉันจะพามาหา"
เจ้าคุณสุทธายิ้มดีใจ
"ดีเหมือนกัน...ขอให้ฉันได้ตระเตรียมอะไรๆ ไว้ต้อนรับลูกทั้งสองคนสักหน่อยก็ดี...แล้วตวันล่ะ...ฉันอยากพบตวันเหลือเกิน...แม่สมรจะพาตวันมาด้วยใช่ไหม"
สมรยิ้มๆ ไม่ตอบ...

นิศา กับ ไพจิตร นั่งเรียบร้อยที่มุมนั่งเล่นข้างตึกใหญ่ อานนท์ กับ ปริศนา นั่งมองยิ้มๆ
"พี่เพิ่งเคยพบไพจิตรหนนี้เป็นครั้งแรกนะนี่"
"คุณจิตรอยู่กับคุณย่าค่ะ...แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่นี่กับคุณพ่อกับตุ๊แล้ว" นิศาบอก
ปริศนาสบตากับอานนท์
"ตุ๊ กับ จิตร อยากไปเที่ยวบ้านพี่ไหมล่ะจ้ะ"
"อยากค่ะ...บ้านพี่ปริศนาอยู่ไกลไหมคะ"
"ก็ไกลเหมือนกันจ้ะ..แต่ให้คุณนนท์พาไปก็ได้"
"ได้เลย...พี่จะพาตุ๊ กับ จิตรไปนั่งเรือ"
สองพี่น้องดีใจมาก
"ไปค่ะพี่นนท์ ตุ๊ไม่เคยนั่งเรือมาก่อนเลย ชวนรจนาไปด้วยนะคะพี่นนท์"
"จิตรก็อยากนั่งเรือมานานแล้วครับ"
"ต้องให้น้องปริศนาขับเรือด้วยนะคุณนนท์"
"ได้เลย...เราไปขับเรือไปเที่ยวกัน"
นิศาดีใจ
"ตุ๊จะทำขนมไปทานในเรือด้วยค่ะ"
อานนท์ยิ้ม
"ถ้างั้นอาทิตย์หน้านะ..พี่จะมารับ"
สองคนดีใจรีบรับคำ
"ค่ะ / ครับ"
ปริศนายิ้มดีใจที่ไพจิตร กับ นิศา เข้ากันได้ดี

เรือนเล็กริมน้ำบ้านคุณพระอนุสรณ์ ตอนกลางวัน เสาวนิตนั่งใส่ผ้าถุงอาบน้ำที่นอกชานข้างๆ ตุ่มน้ำฝน สีหน้ามีความสุขสดชื่น ไม่เหมือนเมื่อแรกที่มาถึง ตาคอยชำเลืองมองว่า จะมีใครสนใจบ้าง มนตรีพยายามนั่งทำงานแต่ก็อดแอบมองไม่ได้ วิเชียร ชัยนั่งกินขนมไปมองเสาวนิตไป แล้วก็ซุบซิบหัวเราะกัน เสาวนิตปรายตามองอย่างพอใจ เทอดนั่งมองอยู่มุมหนึ่ง เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดสีหน้าไม่สบายใจ

เสาวนิตแต่งตัวเสร็จแล้วกำลังนั่งแต่งหน้า นุ่งกางเกงขาสั้นสีขาว ใส่เสื้อลูกไม้สีแดงที่มองเห็นเสื้อชั้นใน ปล่อยสยายผมแต่งหน้าเข้ม เสาวนิตทีเปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับที่อยู่บ้าน เทอดเปิดประตูเข้ามา มองเสาวนิตด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"ผมว่าคุณนิตเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่า"
เสาวนิตมองเทอดสีหน้าเฉยเมย
"ทำไมล่ะ...นิตชอบแต่งตัวแบบนี้ละ"
เทอดถอนใจ
"ทีเมื่อก่อนคุณนิตไม่เคยแต่งตัวแบบนี้เลย...แต่งอย่างตอนอยู่ที่บ้านสิครับ...เรียบร้อยดูดีออก"
เสาวนิตค้อน ทาปากต่อ
"ถ้าแต่งแบบนี้ที่บ้านจะได้โดนคุณพ่อตีตายปะไร...เทอดจ๋า..ขอให้นิดได้มีอิสระที่จะทำตามใจชอบบ้างเถอะ เทอดไม่ชอบหรือไงที่นิดแต่งตัวสวยๆ"
เทอดมาลงนั่งใกล้ๆ เสาวนิตอย่างหลงใหล
"ถ้ามีแต่เราสองคน...คุณนิตจะแต่งอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น แต่ที่นี่มีคนอื่นอีก เทอดไม่อยากให้เค้ามองคุณนิต"
เทอดเริ่มกอด และ หอมเสาวนิต เสาวนิตค่อยๆ เบี่ยงตัวออก
"อย่าน่า....ออกไปข้างนอกกันดีกว่า นิตแต่งตัวเสร็จแล้ว"
เสาวนิตสวยเซ็กซี่ลุกขึ้น เทอดมองอย่างพอใจ รีบลุกขึ้นมากอดไว้
"อย่าออกไปข้างนอกเลยนะ...อยู่ในห้องกับเทอดดีกว่า"
เสาวนิตค้อนค่อยๆ เบื่ยงตัวจากเทอด
"ก็อยู่มาทั้งคืนแล้วไง...ไม่เอาละ นิตหิว จะออกไปหาอะไรกินดีกว่า"
"ถ้างั้นผมรอคุณนิตในห้องนี่ก็แล้วกัน"
เสาวนิตจะเดินออกไป ชะงัก สีหน้าเริ่มเบื่อ
"อย่าเลยเทอด...นิตอยากให้เทอดเห็นแก่หน้านิตบ้างนะ นิตไม่อยากแสดงให้คนอื่นเค้าเข้าใจว่าเราเป็นอะไรกัน"

เทอดรู้สึกผิดปกติ
"แล้วเราเป็นอะไรกัน....คุณนิตอยากให้เค้าเห็นเราเป็นอะไรกัน"
เสาวนิตถอนใจเบื่อๆ
"ก็...เทอดเป็นหลานย่าพลับ ที่จิตใจสูงส่งทนเห็นนิตถูกพ่อแม่บังคับอย่างไม่เป็นธรรมไงจ้ะ เห็นไหม..นิตน่ะยกย่องเทอดแค่ไหน"

เสาวนิตยิ้มหวานให้เทอดแล้วหันหน้าเดินออกไป เทอดอึ้ง
 
อ่านต่อตอนที่ 14
กำลังโหลดความคิดเห็น...