xs
xsm
sm
md
lg

ปริศนา ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ปริศนา ตอนที่ 18 อวสาน

สนอยู่ในห้องอาหารตำหนักวังศิลาขาว กำลังจัดน้ำดื่มใส่คนโท เพื่อยกไปให้ท่านชายข้างบน รตีพรวดเข้ามา มีนายใจ เดินตามมาเหมือนพยายามห้ามไม่ให้รตีเข้ามา

"ยังไง ท่านชายประชวร ไม่มีใครบอกฉันสักคน รู้ข่าวจะมาเยี่ยมก็ยังจะไม่ให้เข้าเยี่ยมอีก หือว่ายังไง นายสน รถจอดอยู่ออกเต็มทั้งรถเก่ารถใหม่"
สนหันมาคำนับรตี
"ท่านชายทมอยู่ขอรับคุณ คนมาเยี่ยมนั่งอยู่ในห้องนั่งชั้นบนรอฟังข่าวเท่านั้น หมอห้ามเยี่ยม ให้แต่พยาบาลอยู่เฝ้าพระอาการ กระผมเองเพิ่งได้เข้าไปจัดของถวาย เมื่อรุ่งเช้านี้เอง"
"อะไร มาอยู่บ้านยังจะห้ามเยี่ยมอีก"
"คุณหลวงแพทย์ ท่านว่าอย่างนั้น เมื่อวานเสด็จกลับมาก็ต้องเอารถพยาบาลไปรับถึงรถไฟ หากท่านชายทรงฟื้นคืนสติ กระผมจะทูลท่านว่าคุณมา หรือคุณจะขึ้นไปนั่งรอชั้นบนกับ คุณแถบ จากวังพระองค์หญิง คุณสมร คุณปริศนา คุณอนงค์ คุณสร้อยก็อยู่ขอรับ"
รตีสะบัดหน้าพรืด อย่างไม่พอใจ

ปริศนานั่งกอดมือท่านชายไว้ ขณะที่อยู่ข้างเตียง น้ำตาไหลรินลงมา ท่านชายขยับตัวมองปริศนาให้ชัดขึ้น เธอช่วยเอาหมอนหนุนหลังให้ท่านชายกึ่งนั่งกึ่งนอน น้ำตายังอยู่เต็มตา
"ปริศนาร้องไห้ทำไมจ๊ะ"
"ปริศนาดีใจน่ะสิเพคะ ดีใจเหลือเกินที่ท่านชายค่อยยังชั่ว เมื่อคืนปริศนาไม่ได้นอนตลอดคืนเป็นห่วงท่านชาย ถ้าท่านชายเป็นอะไรไป... ปริศนาจะ... จะแย่ ท่านชายต้องหายเร็วๆนะเพคะ ปริศนาจะได้สบายใจ"
ท่านชายพจน์ มองปริศนาอย่างเอ็นดู และซาบซึ้งในความรัก
"เดี๋ยวนี้ฉันเห็นจะไม่ตายแล้ว เธอไม่มีผ้าเช็ดหน้าหรือ เอาของฉันสิ ในลิ้นชักขวาที่โต๊ะ แต่งตัว นั่นแหละถูกแล้ว"
ท่านชายมองปริศนา เดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้าพลาง ปาดน้ำตาพลาง เธอหยิผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตา
"เมื่อกี้ท่านชายพยายามจะรับสั่งว่าอะไรเพคะ ปริศนาฟังเกือบตายไม่ได้ยิน"
"เมื่อไหร่ .... อ้อ อยากจะขอน้ำนางพยาบาลกิน พอลืมตาขึ้น กลายเป็นเห็นปริศนา"
ปริศนายิ้ม แล้วเดินไปรินน้ำจากคนโทแก้วใส่แก้วมาให้ ท่านชายเฉยๆไม่รับแก้ว แต่มองปริศนาด้วยสายตาอ้อนวอน เธอจึงยกแก้วขึ้นจรดโอษฐ์ ป้อนน้ำถวาย
ท่านชายพจน์ดื่มน้ำหมดแก้ว แล้วท่านชายก็ยกมือขึ้นรวบมือปริศนาไว้ แล้วจูบมือนั้น
"เธอเป็นพยาบาลที่ถูกใจฉันมาก ต้องมาหาฉันบ่อยๆเสียแล้ว ได้ไหม"
"ได้สิคะ เอ... ปริศนาต้องทูลลาเสียที หมอห้ามไม่ให้เยี่ยม ปริศนาเข้ามาเอง แล้วอยู่เสียนาน"

"พรุ่งนี้มาอีกนะ"
"ยังไม่แน่เลยเพคะ"
"โธ่..."
ในที่สุดปริศนาต้องพยักหน้ารับว่าจะมา แล้วดึงมือออก เอาแก้วน้ำไปวางเก็บ แล้วกำลังจะเดินออกจากประตูไป
"ปริศนา"
"มีอะไรอีกเพคะ ช้านักเดี๋ยวปริศนาถูกเอ็ด พรุ่งนี้ก็จะมาเฝ้าอีกแล้ว"
ปริศนาเดินกลับมาที่ปลายเตียง
"เธอยังไม่ได้ลาฉัน"
"ลายังไงเพคะ"
"Kiss me!"
"อื๋อ" ปริศนาก้มหน้าลง
"มาสิ คนเจ็บขอแค่นี้ ไม่ได้หรือ"
ท่านชายยกมือขึ้น ปริศนาคิดนิดหนึ่ง แล้วเดินไปจูบท่านชาย แล้วหันหลังเดินออกไปจากห้อง ท่านชายอมยิ้มมองตามอย่างมีความสุข

รตีเดินฉับๆมาที่บันได สนวิ่งมาขวางไว้
รตีแว้ด
"นี่เป็นบ้าอะไร อย่ามาขวางได้ไหม ฉันจะขึ้นไปเฝ้าท่านชาย"
"ต้องขอประทานโทษจริงๆ หมอห้ามไว้ ไม่ให้เยี่ยมขอรับ คุณหลวงแพทย์ท่านกำชับไว้อย่างนี้ ผมเกรงว่า หากรบกวนท่านชาย และพระอาการทรุดลง คุณหลวงแพทย์ท่านคงเอาโทษกับพวกเรา"
รตีคอเชิด หยุดไปสักพักแล้วก็เดินหลีกนายสนขึ้นไป นายสนรีบตามไป

ปริศนาเดินเข้ามาที่ห้องรอ
"แม่คะ เรากลับกันเถอะ พรุ่งนี้มาเยี่ยมใหม่"
สมรขยับตัวลุกขึ้น สนเข้ามาพอดี
"คุณขอรับ คุณรตีมา เธอว่าจะมาเยี่ยมท่านชาย"
คุณสร้อยลุกขึ้น รตีกวาดตามอง เห็นทุกคนอยู่ในห้องตรงนั้น
"ขอบคุณมากนะ คุณรตีที่มาเยี่ยมท่านชาย วันนี้ท่านดีขึ้นกว่าเมื่อคืนมาก แต่หลวงแพทย์ยังห้ามเยี่ยมอยู่ค่ะ คุณแถบ ก็มานั่งฟังอาการที่นี่ตั้งแต่เช้า อนงค์ก็มารอฟังแทนประวิช เย็นนี้เห็นทีประวิชจะมาเปลี่ยนและคงอยู่ตลอดคืน เหมือนเมื่อวาน"
"เราจะกลับกันก่อนนะคะ คุณสร้อย คุณรตี แล้ววันหลังจะมาถามข่าวใหม่"
"ขอบคุณที่มาเยี่ยม ท่านเหวย ผลไม้ได้เมื่อไหร่ ฉันจะทำถวายเลยที่เดียว" สร้อยบอก
สมรและปริศนาไหว้ลาสร้อย

อนงค์ไหว้ลาแม่
ปริศนาและก้มหัวให้รตี ก่อนเดินนำแม่ลงไปข้างล่าง
"คุณรตีเชิญนั่งก่อนสิคะ สนช่วยไปจัดน้ำจัดท่ามาหน่อย" สร้อยบอก
"ฉันจะเข้าไปเยี่ยมท่านชาย"
"ตอนนี้ต้องฟังหมออย่างเดียวเลยค่ะคุณ เราฝากท่านชายไว้ในมือของหมอ ให้ยาเท่าไหร่ เมื่อไหร่ ให้พักมากๆ ทุกคนดูแลท่านตามที่หมอสั่ง หากคุณรตีอยากเยี่ยมท่าน เย็นนี้คุณหลวงแพทย์มา ดิฉันจะขอท่านให้นะคะ"
รตีสะบัดหน้า ก้าวฉับๆ ลงบันไดไป โดยไม่ล่ำลาใคร
"คุณรตีนี่ลูกคุณหญิงชื่นใช่ไหม" แถบถาม
"ค่ะ"
"อ้อ อ้อ"
แถบพยักหน้า

เวลาเย็นต่อเนื่องมา รตีจูงแขนชื่นกึ่งลากเข้ามาในระเบียงห้องนอน
"ว่ายังไง รตี มีอะไรจะบอกแม่"
"แม่รู้ไหมคะ วันนี้ลูกไปถึงที่วังศิลาขาว ช้ากว่าบ้านนั้น ทั้งพี่สาวน้องสาวปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ เฝ้าท่านชาย อยู่กับคุณสร้อย"
"ใครนะ"
"เรานี่ทำคุณ บูชาโทษแท้ๆทีเดียว ไปขอเมียให้ประวิช ทั้งเมียทั้งน้องเมียเลยสนองให้เสียเจ็บแสบ"
"อือ.... เขาไปกันตามลำพังหรือ"
"นังแม่ล่ะค่ะตัวดี มาด้วย"
"แล้วท่านชายเป็นยังไง จะรอดไหม"
"ไม่ทราบสิคะ ไม่ได้เข้าไปเห็นท่านเขาว่า หมอห้ามเยี่ยม"
"น่ากลัวจริง ไข้ป่า ขึ้นสมองรึเปล่าก็ไม่รู้"
"หมอห้ามเยี่ยม แล้วจะแห่แหนกันไปทำไม แม่คะ ถ้าท่านชายหายเมื่อไหร่ เราต้องรีบจัดการเลยนะคะ ท่าทางนังน้องสาวแข็งกระด้างขึ้นทุกวัน เห็นหน้าลูก มันสะบัดกลับไปเลย ถือดีนัก นายประวิชเหมือนกัน ลูกแต่งงานกับท่านชายเมื่อไหร่ จะห้ามไม่ให้เลี้ยงดูมัน สุขสบายกันนัก นังเมียก็ไม่ต้องทำอะไร เกาะกินอย่างเดียว"
"รอก่อนลูก อาการท่านเป็นหรือตายเท่ากันเขาว่าอย่างนั้น รอฟังก่อนเถอะว่าอาการท่านจะเป็นอย่างไร ได้ยินมาว่าหลวงแพทย์ท่านทุ่มเทรักษาเต็มฝีมือ ตั้งแต่ท่านลงจากรถไฟ กว่าจะกลับบ้านก็ดึกดื่นเมื่อคืน"
"ท่านชายยังหนุ่มแน่น คงจะไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่"
"ว่าไม่ได้นะลูก ไข้ป่าขึ้นสมอง มันแรง ใจเย็นๆ รอฟังข่าวก่อน ท่านหายดีเมื่อไหร่ เราก็จะไปเยี่ยมท่าน ฟังคำตอบ ที่แม่ถามท่านไปเมื่อครั้งก่อน"

"ค่ะ แม่ รตีจะรอวันนั้น ท่านชายจะเป็นของคนอื่นไม่ได้ ท่านต้องเป็นของรตีคนเดียว"

เวลากลางวัน ท่านชายบรรทมอยู่บนเตียง ประวิชเปิดประตูเข้ามาอย่างเบามือ แล้วก็แปลกใจที่สนกำลังเลือกเสื้อจากตู้ ประวิชเดินเข้าไปใกล้สน
"ทำอะไรน่ะสน"
"จัดฉลององค์ให้ท่านชายขอรับ"
"ท่านจะเด็จไหนหรือสน"
"ไม่เด็จไหนขอรับ ท่านดีขึ้นมาก ครับวันนี้ คงอยากแต่งองค์ให้งดงามเหมือนเคย เมื่อครั้งอยู่ปักษ์ใต้ กันดารจริง"
สนแยกเสื้อออกมาแขวนให้ดูดี ประวิชยังคงแปลกใจไม่หาย

ปริศนานั่งอยู่หน้ากระจก แต่งชุดจะไปสอนนักเรียนอยู่แล้ว กำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ที่หน้ากระจก จำเนียรเคาะประตู แล้วเปิดเข้ามา
"คุณคะ ท่านชายให้มหาดเล็กมาหาคุณ เขาคอยอยู่ข้างล่างค่ะ"
"มหาดเล็ก"
ปริศนาไม่แน่ใจ ไม่รู้ว่ามีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า นึกเป็นห่วงท่านชายขึ้นมาทันที เธอรีบลุกขึ้นเดินแซงจำเนียร ลงไปข้างล่างทันที

ปริศนาเดินเข้าไปหาสนที่ยืนอยู่ข้างรถท่านชายที่จอดอยู่ นายสนยกมือไหว้ปริศนา
"มีอะไรหรือจ๊ะ นายสน"
"ท่านชายให้ผมมารับคุณไปที่วังเดี๋ยวนี้ขอรับ"
"ตายจริง เดี๋ยวฉันต้องไปสอนหนังสือ แต่งตัวยังไม่เสร็จ ข้าวปลาก็ยังไม่ได้กิน จะไปได้ยังไง"
"ท่านชายเชิญคุณไปรับประทานอาหารเช้ากับท่านขอรับ"
"ตายล่ะ แล้วจะไปสอนหนังสือทันได้ยังไง"
"ท่านชายรับสั่ง ว่า 3 โมงครึ่ง คุณก็ไปทันขอรับ คุณตั้งต้นสอน 4 โมงเช้า นี่เพิ่งจะโมงครึ่ง"
"อื้อ... ทำไมรู้ล่ะจ๊ะ งั้นฉันไปบอกคุณแม่ กับสิรีก่อนนะ"
ปริศนากลับขึ้นบนบ้าน สนรอคอยอย่างสงบที่เดิม

ท่านชายพจน์ประทับอยู่ที่ เก้าอี้รับแขก ชุดเล็กๆ ประตูห้องเปิดเผยอไว้
เสียงเคาะประตูดัง ปริศนาชะโงกหน้าเข้ามาในห้อง ท่านชายดีใจขยับตัวจะลุกขึ้น
ปริศนาก้าวเข้าไปถึงตัวท่านชายก่อน
สนเข้ามายืนที่หน้าประตู

"อย่าเลยเพคะ ประทับนิ่งๆเถิด ยังประชวรอยู่"
"ฉันเดินมาจากห้องโน้นคนเดียวเลยนะ เช้าวันนี้ ... สนเอาอาหารมาได้แล้ว ประเดี๋ยวครูปริศนาจะไปสอนไม่ทัน"
ปริศนายิ้มนั่งลงตรงข้ามท่านชาย สนถอยออกไป
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะต้องกินข้าวกับเธอทุกวัน ไม่ข้าวเช้า ก็ข้าวกลางวัน หรือไม่ก็ข้าวเย็น หรือทั้ง 3 มื้อ"
ปริศนายั่วแหย่
"ทรงทราบได้อย่างไร ว่าปริศนาจะตามพระทัย"
"ปริศนาจะใจร้ายกับคนเจ็บได้ลงคอเลยหรือ"
"ไม่ใช่เพคะ ปริศนาอาจจะมาไม่สะดวก"
"สะดวกสิ ฉันจะส่งรถไปรับ หรือปริศนาจะเอารถไปขับเลยก็ได้"
"อูย... ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่งามแน่เพคะ"
"ทำไม"
"ใครเขาจะว่ายังไง"
"ช่างเขา ฉันแค่อยากให้เธอ มากินข้าวกับฉันได้สะดวกมากขึ้น ฉันยังไม่ได้ให้อะไรเธอเลย นอกจากเจ้าวูปี้"
"แล้วท่านชายรู้เรื่องตารางสอนของปริศนาได้ยังไง"
ท่านชายพจน์ยิ้มอย่างมีนัย
"เมื่อวานหลังจากปริศนากลับไป อาจารย์สงวนก็มาเยี่ยมฉัน ฉันก็เลยจับตัวซักน่ะสิ รู้หมดแล้วจริงๆ"
สนเข็นโต๊ะ service เข้ามาพร้อมด้วยอาหารเช้า 2 ที่ เป็นข้าวต้มที่มีเครื่องปรุงจุกจิก เช่นต้นหอม ผักชี พริกไทย กระเทียมเจียวอะไรแบบนี้ และไปจัดวางที่โต๊ะกลมที่เตรียมไว้ริมหน้าต่าง

ท่านชายลุกขึ้นจากเก้าอี้รับแขก และยื่นแขนให้ปริศนาควง เดินเข้าไปที่โต๊ะอาหารด้วยกัน ทั้งสองคนนั่งลงมองดูวิว แล้วคุยกันอย่างมีความสุข ปริศนาเอาใจ และช่วยเลื่อนน้ำ และช่วยใส่เครื่องปรุงอาหารให้ท่านชาย

เวลาต่อเนื่องมา สงวนยืนอยู่หน้าเรือนอำนวยการ เห็นปริศนาเดินมาไกลๆ อย่างรวดเร็วก็รู้สึกโล่งใจ ปริศนาเดินมาถึงเห็น สงวนก็ยกมือไหว้

"คุณป้า มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"เป็นห่วงน่ะสิ เห็นปริศนายังไม่มา ออกมาดูว่าหรือจะต้องให้ใครขึ้นไปสอนแทนก่อน ไปเยี่ยมท่านชายมาหรือ"
"ค่ะ นี่เลยต้องเอารถท่านมา ไม่มีเวลากลับไปบ้านก่อน ปริศนาขึ้นไปสอนนะคะ"
"จ้ะ"
ถวิลวิ่งมาที่หน้าตึกอำนวยการและชะเง้อมองหา

"หาอะไรรึ แม่ถวิล" สงวนถาม
"เอ่อ.... ครูจะให้ไปตามท่านหญิงรัตน์ไหมคะ ดูเหมือนท่านชายพจน์จะเสด็จมา" ถวิลบอก
"ท่านไม่ได้เสด็จมาหรอก ประชวรอยู่"
"อ้าว แต่รถท่านจอดอยู่หน้าโรงเรียน"
"อือ วันนี้ปริศนาเขาขับรถท่านมา"
"หา...ปริศนา ขับรถท่านชายมา ยังไงอะไรกันคะ"
สงวนไม่ตอบเดินเข้าไปข้างใน ถวิลอยากตามไปถามเป็นกำลัง แต่ไม่กล้า ได้แต่มองตามปริศนาไปอย่างคันหัวใจ

ปริศนาจะกลับออกจากโรงเรียน เดินมาที่รถท่านชายที่จอดอยู่ ถวิลถลาเข้ามาหา
"ครูปริศนาคะ ครูปริศนา"
ปริศนาหันมาหา
"อ้อ ครูถวิล มีอะไรหรือคะ"
"โอ้โฮ ครูปริศนา ขับรถท่านชายด้วยหรือคะ"
"พอดีเมื่อเช้า ปริศนาไปที่วังเยี่ยมประชวรท่านชาย กลับไปเอารถที่บ้านจะไม่ทันสอนค่ะ ท่านชายเลยให้เอารถท่านมา"
"ท่านชายประชวรมากหรือคะ"
"ค่อยยังชั่วมากแล้วค่ะ"
"โถ พระเอก ขอให้หายเร็วๆเถิ้ด"
ถวิลประนมมือไหว้ เทพยดาฟ้าดินตรงนั้น ปริศนามองครูถวิลอย่างเอ็นดู ก่อนเปิดประตูรถเข้าไป

สมร นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องโถง ปริศนาเดินเข้ามา
"ปริศนา ไปไหนมาทั้งวัน"
"ไปสอนหนังสือสิคะ แม่"
"แล้วทำไมไม่มาเอารถ"
"ท่านชายให้ใช้รถของท่านค่ะแม่"
"อะไรนะ"
"ท่านว่าท่านยังป่วยไม่ได้ไปไหน ปริศนาขับรถท่านได้ เลยให้เอามาใช้ก่อน"
"จะดีหรือลูก"
"ปริศนาก็ทูลท่านแล้ว แต่ท่านก็ว่า จะให้ปริศนาไปเยี่ยมท่านบ่อยๆ พรุ่งนี้ปริศนา มีสอนตอนเช้า สอนเสร็จแล้วจะไปเฝ้าท่าน"
"จะไปเยี่ยมไปเฝ้าอะไร ปริศนาไปแต่ตอนกลางวันนะลูก กลับมาก่อนค่ำ"

"ค่ะ แม่"
ปริศนายิ้ม แล้วเดินขึ้นข้างบนไป
"เดี๋ยวลงมากินของว่างนะ แม่ทำไส้กรอก ปลาแนมไว้ น่าจะแบ่งไปฝากอนงค์ กับ คุณสร้อยบ้าง"
"ค่ะ แม่"

ในห้องหนังสือท่านชาย เวลากลางวันวันใหม่ ท่านชายประทับอยู่ที่เก้าอี้รับแขก มีชุดน้ำชาวางไว้เบื้องหน้า สำหรับ 2 คน
ปริศนาเลือกดูหนังสือที่อยู่ในตู้ และดึงหนังสือนิทานเวตาลออกมา
"นิทานเวตาล ปริศนาขอยืมอ่านหน่อยนะเพคะ เคยขอยืมที่โรงเรียนอ่าน ยังอ่านไม่จบเลย ขาดอีกหลายเรื่อง"
"เอาสิ ฉันเคยอ่านนานแล้ว ปริศนาอ่านดังๆให้ฟังด้วยได้ไหม"
"ได้เพคะ"
ปริศนาเปิดหนังสือ แล้วนั่งอ่าน ท่านชายฟังอย่างมีความสุข เพราะได้อยู่ใกล้ปริศนา

วันใหม่ ณ บริเวณทางเดินสู่ลานริมน้ำ ปริศนา กับท่านหญิงรัตน์ เล่นโยนของกับนโปเลียน ปริศนานุ่งกางเกงขาสั้น ท่านหญิง นุ่งกางเกงสี่ส่วน เสียงดังเต็มที่

ท่านชายเดินลงมา สวมเสื้อผ้าที่ดูอบอุ่นมากกว่าคนอื่น แล้วเดินไปนั่ง ที่เก้าอี้สนามใกล้ๆ โดยมีนายสน นายใจ เดินตามใกล้ๆ คล้ายจะคอยประคอง แต่ท่านชายเดินมาเอง อย่างช้าๆ มีมึนๆบ้าง ยังไม่สบายเต็มที่นัก
ปริศนากับท่านหญิงรัตน์ หยุดเล่น หันมามองท่านชาย
"เจ้าพี่ เด็จลงมาทำไมเพคะ"
"อยากมาดูน้อง เล่นกับนโปเลียนบ้างสิ"
นโปเลียนเข้าไปหาท่านชาย ท่านชายตบหลังนโปเลียนอย่างเอ็นดู
"ปริศนาเสียงดังไปหรือเปล่าเพคะ"
"อือม์ อาจจะเป็นไปได้ เสียงปริศนา สนุกจัง เลยอยากมาดู แต่เห็นจะวิ่งแข่งกับนโปเลียนไม่ไหว"
ท่านชายก็มองทั้งปริศนา และท่านหญิงรัตน์ที่มายืนข้างๆท่าน
"อ้าว เล่นกันต่อไปสิ จะมาดูเธอเล่นกับนโปเลียน น้องหญิงอย่าช้า"
แล้วท่านชายก็หยิบลูกบอลในปากนโปเลียนโยนออกไป นโปเลียนวิ่งตาม ท่านหญิงรัตน์วิ่งออกไปตบมือเรียกนโปเลียนให้เขาลูกบอลมาส่งท่าน
ปริศนาก็เต้นออกไปด้วยกัน
ท่านชายยิ้มอย่างเป็นสุข

เช้าวันใหม่ สนจัดเสื้อผ้าชุดลำลองให้ท่านชายพจน์ ดูสดใสมากขึ้น แต่ยังเป็นเสื้อผ้าที่ยังให้ความอุ่น ท่านชายสวมเสื้อคลุมเดินออกมาจากห้องน้ำ
"คุณปริศนามาแล้วกระหม่อม"
ท่านชายพจน์ยิ้ม
"ตั้งโต๊ะเช้าที่ริมสวนนะ"
สนก้มศรีษะรับคำสั่ง
"กระหม่อม"
สนเดินออกไปนอกห้อง ท่านชายหยิบเสื้อผ้าและเดินเข้าฉากแต่งตัวไป

โต๊ะริมสวนจัดไว้อย่างสวยงาม ปริศนาเดินเข้ามาพร้อมกับท่านชายพจน์
นายสนเดินตามมาเพื่อดูแลท่านชาย สนเลื่อนเก้าอี้ให้ท่านชายและปริศนา
นายใจเดินเข้ามาเสิร์ฟน้ำส้ม และสนกับใจเดินออกไปเพื่อไปยกอาหารมาเสิร์ฟ
"ปริศนา วันนี้ มาอยู่ทั้งวันเลยใช่ไหม"
"เพคะ วันนี้ปริศนาว่าง"
"ถ้าอย่างนั้น เราจะไปเที่ยวกัน"
ปริศนาเอียงคอดูท่านชายพจน์
"อย่าเพิ่งไปไกลๆเลย เดินเล่นอยู่แถวนี้ก่อนไหมเพคะ"
"ตามใจเธอสิ แถวนี้ที่ไหนดี บนตึก หรือว่าในสนาม"
"เพคะ"
"บนตึกดูทั่วหรือยัง ปิดไว้ครึ่งนึง ไม่ได้ใช้ ปริศนาลองไปเดินดูสิ แล้วลองเสนอว่า จะทำอะไรได้บ้าง ส่วนในสนามนี่เธอเคยเดินไปถึงไหนบ้าง"
"ท่านหญิงเคยพาไปสวนที่อยู่ข้างวังนี่เพคะ สวนผลไม้จะเด็จไหมเพคะ"
"ปริศนาจะไปหรือ ถ้าปริศนาจะไป ฉันก็จะไปด้วย"
ใจ และ สน เข็นรถอาหารเข้ามาเสิร์ฟ วันนี้เป็นอาหารเช้าแบบอเมริกัน เป็นไข่ดาว

ปริศนา และท่านชายเดินเคียงคู่กันมา มีนโปเลียนเดินตาม ปริศนาคึกคักเหมือนเด็กได้เที่ยวผจญภัย
"บอกหน่อยซิ ปริศนาจะพาฉันไปไหน"
"สวนฝรั่งของเจ๊กกุย ยังไงเล่าเพคะ เขาว่าเขาเช่าที่ของท่านมาตั้งแต่รุ่นพ่อ เขาบอกว่าเขาเคยเห็นเสด็จในกรมด้วย แต่เขาว่าเขาไม่เคยเห็นท่านชายเลย"
"แล้วเธอรู้จักสวนนั้นได้ยังไง"
"ท่านหญิงรัตน์กับวิมลพาไปเพคะ ปีนต้นเก็บฝรั่งเอง แล้วจ่ายเงินให้ทีหลัง วันนั้นมาซื้อไปได้ตั้งเป็นกอง"
"เจ้าของสวนเขาอยู่ในสวนหรือ"
"ค่ะ เขามีเมีย มีลูกเล็กๆ 7 คน ลูกโต 4 คน และหมาดุ 3 ตัว"

ปริศนานึกได้เบรกตัวพรืด
"ตายจริง.... เอานโปเลียนมาด้วย ท่าจะไม่ดีแน่"
"นั่นสิ เราไปเดินทางอื่นดีกว่า"
ท่านชายพจน์ดึงมือปริศนามาคล้องแขนท่านไว้ แล้วหันหลังกลับเดินออกจากทางเดินนั้น ปริศนารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ถ่ายทอดลงมา เรื่องสนุกรอบกาย ดูเหมือนจะถอยห่างออกไป มีแต่ความผูกพันระหว่างท่านชาย กับปริศนา ในโลกใบนี้เท่านั้น
ปริศนาเดินตามอย่างว่าง่าย
ท่านชายมองดูปริศนา รู้สึกแปลกใจที่เธอเงียบไป
ทั้ง 2 คนเดินมาท่ามกลางต้นไม้รอบตัว ราวกับว่าไปไหนก็ไปกัน ไม่หวั่นอะไรทั้งสิ้น
นโปเลียนเดินตามมาอย่างจงรักภักดี
อีกมุมหนึ่งของทางเดิน ท่านชายพจน์แคร์เธอมาก หยุดยืนนิ่ง
"จะไปสวนฝรั่งก็ไป"
"ท่านชายอยากจะเด็จหรือเพคะ"
"เธออยากพาฉันไปไม่ใช่หรือ"
"เปล่าเพคะ ไม่ต้องเป็นวันนี้ เมื่อไหร่ๆ ก็เสด็จได้"
"งั้นหรือ แล้วทำไมเธอถึง"
"ถึงอะไรเพคะ"
"ก็ท่าทางแปลกไป... มีอะไรหรือ"
ปริศนาก้มหน้าไม่ตอบ กอดแขนท่านชาย และเอาศรีษะซบกับบ่าท่านชาย แล้วเดินต่อ
ท่านชายเดินตามปริศนา
"เมื่อไหร่ ท่านชายจะหายเพคะ"
"ก็หายแล้วนี่ไง"
"ไม่ใช่เพคะ หายเหมือนเดิม ไปไหนมาไหนได้เหมือนเดิม"
"ก็คิดว่าพรุ่งนี้จะไปนั่งรถเล่น"
"งั้นหรือเพคะ ดีนี่"
"เธอพาฉันไปได้หรือไม่ล่ะ"
"ได้สิเพคะ กี่โมงดี ต้องทรงฉลององค์หนาๆนะเพคะ เดี๋ยวเกิดเป็นอะไรขึ้นมาอีก ก็จะเป็นความผิดของปริศนา"
"เธอพูดเหมือนป้าสร้อยเลยนะ เป็นยายแก่เชียว เป็นอันว่าเรามีนัดกันพรุ่งนี้ 4 โมงครึ่งนะ ไปเที่ยว ไปปิกนิกกันด้วย"
ปริศนาหัวเราะ ท่านชายจับบ่าปริศนาไว้จ้องมองด้วยความรัก เกือบจะโน้มลงจูบปริศนา แต่ยั้งใจไว้ได้

ท่านชายควงปริศนา เดินต่อไปเข้าไปทางตัวตึก
 
อ่านต่อหน้า 2

ปริศนา ตอนที่ 18 อวสาน (ต่อ)

อนงค์นั่งถักไหมพรมอยู่ เสียงรถประวิชเข้ามาจอด อนงค์วางมือลุกขึ้นมาดูที่หน้าประตู

ประวิชเข้ามาพอดี กอดอนงค์ไว้แล้วหอมแก้ม
"คิดถึ้ง คิดถึง"
"คิดถึงอะไรคะ ไม่ได้จากไปไหนนานสักหน่อย แค่ไปทำงาน"
"ก็คิดถึงทุกลมหายใจยังไงล่ะ"
อนงค์ยิ้มให้ประวิช
"ไปค่ะ อนงค์เตรียมตัวไว้แล้ว เราไปเฝ้าท่านชายกัน"
ประวิชพยักหน้า อนงค์กลับไปหยิบกระเป๋า แล้วเดินออกจากบ้านไปพร้อมประวิช

อนงค์ และประวิช เดินตามกันเข้ามา ป้าสร้อยเดินออกมาจากห้องอาหาร อนงค์และประวิชไหว้ป้าสร้อย
"ป้าจ๋า ท่านชายเด็จอยู่ไหน"
"อยู่ข้างบน"
"อ้าว ท่านค่อยยังชั่วมากแล้วไม่ใช่หรือ"
"อย่างนั้นสิ แต่งองค์อยู่ จะเสด็จไปข้างนอก ประเดี๋ยวครูปริศนาจะมารับ"
"อย่างนั้นเชียว"
สร้อยพยักหน้า
"ท่านอาจจะไปปิกนิกด้วย แม่อนงค์พ่อประวิชจะกินของว่างก็กินได้เลย เพราะทำไว้เผื่อเสร็จแล้ว"
สร้อยพยักหน้าเรียกอนงค์ให้เดินตามเข้าไปในห้องอาหาร ท่านชายเดินลงมาจากชั้นบนแต่งตัวเรียบร้อย
"อนงค์ ประวิช หรอกหรือ"
"ปริศนายังไม่มากระหม่อม"
"อ้อ ฉันนัดปริศนาไว้ สี่โมงครึ่ง สน เตรียมรถกับเตรียมของขึ้นรถหรือยัง"
สนเดินตามมาค้อมหัวรับ
"กระหม่อม"
สนเดินออกไปทางหน้าตึก
ท่านชายพจน์เดินไปนั่งรอที่มุมนั่งเล่น ประวิชเดินตามไป
"ฝ่าบาททรงสบายดีขึ้นอย่างเร็วนี่เพราะปริศนาหรือ กระหม่อม"
"ปริศนา เป็นคนที่ทำให้ ทุกๆอย่างรอบๆตัว มีชีวิตชีวาจริงไหม โดยเฉพาะที่ศิลาขาวนี่"
"หม่อม... เป็นผู้หญิงที่มีพลังเยอะมาก energetic รื่นเริง ช่างพูดช่างคุย แถมคุยได้ทุกเรื่องอีกต่างหาก"
ท่านชายยิ้ม
"ฝ่าบาท โปรดปริศนาเป็นพิเศษหรือกระหม่อม"
"คงจะเป็นอย่างนั้น"
"หม่อมดีใจจริงๆ หม่อมอยากได้ยินข่าวดีเร็วๆนี้จริงๆ"

ท่านชายยิ้ม ปริศนาเดินเข้ามาจากด้านหน้า
"ท่านชายเพคะ เฮลโหล ประวิช จะไปเที่ยวกับเราหรือ"
"ไม่ไปหรอก คืนนี้นัดคุณนนท์ไว้ที่บ้าน เขาจะมาหา ปริศนาจะพาท่านชายไปเที่ยวไม่ใช่หรือ"
"นายสนเอาของใส่ท้ายรถเรียบร้อยแล้วกระมังคะ บอกให้ปริศนาเข้ามาเลยท่านชายประทับรออยู่ตรงนี้"
"ไปด้วยกันเลย ปริศนาขับรถนะ"
"เพคะ"
ท่านชายลุกขึ้นแล้วเดินออกไป ปริศนาเดินตาม ประวิชยิ้ม มองตามอย่างชื่นชม

สนกำลังจัดของใส่รถและปิดรถอย่างเรียบร้อย ปริศนาและท่านชายพจน์เดินออกมาด้วยกัน สนเปิดประตูรถที่คนขับให้ปริศนาขึ้นไป แล้วเปิดที่นั่งข้างคนขับให้
ทั้งคู่ขึ้นรถ และขับออกไป
สนมองตามไปอย่างชื่นชม

เวลาต่อเนื่องมา อนงค์และสร้อยนั่งอยู่ในห้องอาหาร มีของว่าง พวกแซนวิช และทองพลุหวานอยู่บนโต๊ะ น้ำชาถูกวางไว้
"ท่านชายโปรดปริศนาเป็นจริงเป็นจังเลยนี่"
"สาธุ! แม่อนงค์ แม่สมรเขารู้หรือยัง" สร้อยถาม
"ปกติพวกเรามีอะไรก็จะบอกแม่เสมอค่ะ ปริศนาออกจากบ้านมาทุกวัน แถมขับรถท่านชาย ไปบ้านบ่อยๆ แม่คงต้องถามนะคะ"
"ถามท่าน ก็ไม่รับสั่งอะไรเลย เฮ้อ... จะได้ลงเอยกันเมื่อไหร่หนอ" ประวิชบอก
แล้วประวิชก็จิ้มขนมขึ้นมาเคี้ยว
รตีโผล่พรวดเข้ามาในห้องจนประวิชแทบสำลักอาหาร
รตีวางอำนาจทันที
"ท่านชายประชวรไม่ใช่หรือ แล้วนี่เด็จออกไปไหน"
สร้อยมองรตี จากหัวจรดเท้า เท้าจรดหัว 2 รอบ ในใจสาธุว่า เป็นบุญเหลือเกินที่ท่านชายไม่โปรดรตี ทุกคนนั่งนิ่งเงียบกันสักอึดใจ
"ยังไงคะ ไม่ได้ยินกันหรืออย่างไร"
"เอ่อ... ท่านเสด็จออกไป เสวยของว่าง"
"ที่ไหน สโมสรหรือ… ท่านยังไม่หายดี ทำไมถึงให้ออกไปข้างนอก หากเป็นไข้กลับมาใครจะดูแล"
"คุณรตีไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลท่านชายหรอกค่ะ พวกเราดูแลท่านชายมาตลอด พยาบาลก็ยังอยู่ที่นี่"
"แล้วใครไปกับท่าน มีความรู้พอที่จะจัดการให้ท่านกลับมาปลอดภัยหรือ"

อนงค์มองรตีอย่างไม่พอใจ แต่ไม่ตอบ
"ค่า คุณไม่ต้องห่วง คนไหนเราไม่ไว้ใจ เราจะทูลท่านไม่ให้เด็จไปกับเขาแน่ๆค่ะ คุณ"
รตีสะบัดหน้าจะเดินออกไป

พอดีท่านหญิงรัตน์เดินเข้ามาพอดี เพราะเพิ่งกลับจากโรงเรียน แต่ไม่ได้หิ้วกระเป๋านักเรียนมาด้วย ท่านหญิงรัตน์ เข้ามาเพราะได้ยินเสียงดัง
"นึกว่าใคร คุณรตีนี่เอง เอะอะอะไรกันหรือคะ"
"เรื่องเอะอะ ท่านหญิงคงจะต้องถามคุณสร้อยเพคะ หม่อมฉันมาถามถึงท่านชายเท่านั้น ว่าเสด็จไหน รู้กันหรือไม่ท่านยังประชวรอยู่ ท่านเลี้ยงดูทุกคนอย่างดี ทุกคนก็ควรจะเสียสละดูแลท่านบ้าง ไม่ใช่สนุกสนานรื่นรมย์กัน โดยปล่อยให้ท่านเด็จไปไหนตามลำพัง"
รตีกวาดตามอง สร้อย ประวิช และอนงค์ที่นั่งอยู่โต๊ะอาหาร มีของว่างอยู่ตรงหน้า
"อ๋อ... ห่วงเรื่องนี้เอง ไม่เป็นไรค่ะ ประเดี๋ยวเจ้าพี่กลับมา หญิงจะทูลเจ้าพี่เรื่องนี้เอง"
แล้วท่านหญิง ก็เดินเข้าไปหาสร้อย
"ป้าสร้อยขา ประเดี๋ยวหญิงกับวิมลจะลงมากินของว่างด้วย จัดเผื่อเราด้วยนะคะ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน"
ท่านหญิงรัตนาวดีจะเดินขึ้นชั้นบน เพื่อเปลี่ยนชุด
"หม่อมฉันทูลลานะเพคะ ท่านหญิง"
ไม่มีใครสนใจ รตีก็สะบัดหน้าเดินออกไป ท่านหญิงรัตน์ แลบลิ้นไล่หลัง

รถของท่านชายพจน์จอดอยู่ริมทาง มีศาลาริมน้ำ เป็นบึงบัวเล็กๆ เอาผ้าปูนั่งสำหรับปิกนิก ปูไว้ มีตะกร้าปิกนิกวางอยู่ด้วย
ท่านชายพจน์ และปริศนา นั่งพิงตะกร้าอยู่ใกล้กัน มีความสุขท่ามกลางธรรมชาติ มวลหมู่ดอกไม้และแมลง
"ท่านชายโปรดท้องนา ลำน้ำ ดอกไม้ และผีเสื้อมากนะเพคะ"
"เวลาคนเราอยู่กับธรรมชาติ เราจะรู้สึกถึงอิสรภาพ ความสงบ เราจะมองเห็นตัวเองได้ชัดขึ้น"
"อย่างนั้นหรือเพคะ"
"ฉันชอบฟังเสียงของความเงียบตามธรรมชาติอย่างนี้"
"จึงทรงเดินป่า อยู่ถึง 3 อาทิตย์"
"เรื่องนั้น น่ะหรือ ฉันโง่ต่างหาก ที่จะหนีตัวเอง แต่แท้ที่จริงแล้ว หนีไม่พ้นเลย"
ปริศนานิ่ง และมองออกไปไกลๆ
ปริศนายกน้ำชาขึ้นจิบ และคุกเข่าขึ้นเริ่มเก็บของลงตะกร้า ท่านชายก็ช่วยเก็บของ ใส่ตะกร้าอีกด้านหนึ่ง มือต่อมือกระทบกัน ท่านชายจึงรวบมือของปริศนาไว้ แล้วยกขึ้นไว้แนบกับอกท่านชาย
"ปริศนา Will you be mine?"

ปริศนาตกใจมาก เพราะตั้งแต่ป่วยมา ท่านชายไม่เคยพูดเรื่องความรัก หรือการแต่งงานอีกเลย ปริศนาช้อนตามองท่านชาย ยิ้มให้ ท่านชายพยุงให้ปริศนายืนขึ้นแล้วประคองมายืนมองพระอาทิตย์ริมน้ำยามเย็น
ปริศนา ยังคงก้มหน้า ไม่กล้าสบตาท่านชาย แต่อิงศรีษะ กับบ่าท่านชาย
ท่านชายล้วงกระเป๋าเบลเซอร์หยิบกล่องแหวนออกจากกระเป๋า แล้วเปิดออก เป็นแหวนเพชรทรงโบราณ ท่านชายหยิบแหวนออกมาแล้ว ยกมือซ้ายของปริศนาขึ้นมา สวมแหวนให้นิ้วนางข้างซ้ายของปริศนา แล้วยกมือนั้นขึ้นจูบ
"เราหมั้นกันแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป"
ปริศนามองที่แหวน แล้วช้อนตาขึ้นมองพักตร์ท่านชาย อย่างงง
"แหวนนี้ เป็นแหวนของผู้หญิงในตระกูลฉันมาหลายชั่วคน ผู้ที่ให้และผู้ที่รับแหวนนี้ เคยเป็นผู้มีความสุขในชีวิตแต่งงาน เพราะฉะนั้น เธอกับฉัน ก็คงจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน"
ปริศนายังคงมองท่านชายอย่างแสนรัก
"วันนี้ ธรรมชาติเป็นพยานการหมั้นของเรา แต่วันแต่งงานของฉันกับเธอ สังคมในกรุงเทพฯ จะได้รับรู้ ฉันจัดงานให้ใครต่อใครมาหลายครั้งมากแล้ว ฉันสัญญาว่า งานแต่งงานของเราจะต้องสมบูรณ์ที่สุด"
ปริศนาก็ยังพูดไม่ออกได้แต่ฟังอย่างเดียว
"จวนค่ำแล้ว เรากลับกันเสียที"
ท่านชายประคองปริศนากลับมาที่ตะกร้า และยกขึ้น ปริศนาพับผ้าปูนั่ง ขณะที่ท่านชายยืนรอ แล้วปริศนาก็ช่วยท่านชายหิ้วตะกร้า ตอนแรกท่านชายดึงไว้ เหมือนจะถือคนเดียว แต่ปริศนามอง ทั้งสองก็ช่วยกันยกตะกร้าตรงไปยังรถที่จอดอยู่
ท่านชายเปิดที่เก็บของด้านหลัง แล้ววางตะกร้าลงไปปริศนาเก็บผ้าปูนั่ง ท่านชายปิดเรียบร้อย แล้วท่านชายไปเปิดประตูที่นั่งคู่คนขับ
ปริศนาก็ยืนมอง สงสัยว่าทำไมท่านชายไม่ขึ้นไป
"ให้ฉันขับรถพาคู่หมั้นกลับบ้านเถอะ"
ปริศนาก้าวเข้าไปนั่ง ท่านชายปิดประตูรถให้ แล้วก็เดินอ้อมไปยังที่คนขับขึ้นมานั่ง
ระหว่างที่ท่านชายเดิน ปริศนาได้แต่ส่งสายตามองตามอย่างหวานซึ้งและเป็นห่วง

ท่านชายเปิดประตูเข้ามาในรถ มองเห็นสายตาแสนรักของปริศนา ท่านชายยิ้ม หย่อนตัวลงบนที่นั่งคนขับ ปริศนาส่งกุญแจรถที่หยิบจากกระเป๋าถือให้ ท่านชายออกรถไป

ท่านชายพจน์ขับรถไปอย่างช้าตามถนน ปริศนานั่งคู่ไปด้วย

"คู่หมั้นของฉันยังไม่ได้พูดกับฉันเลยสักคำ"
"ปริศนา ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรนี่เพคะ"
"คู่หมั้นของฉัน มีความสุขดีอยู่หรือ"
"เพคะ ท่านชายล่ะเพคะ"
"สุขที่สุดในโลกทีเดียว จนฉันคิดว่า ฉันโง่มากที่ปล่อยเวลาให้นานมาจนถึงเดี๋ยวนี้"

"ความรักที่แท้จริง มีอุปสรรคเสมอ"
"คู่หมั้นของฉัน ยังไม่เคยบอกว่ารักฉันสักครั้ง อย่าว่าแต่คำว่ารัก ชอบก็ยังไม่เคยพูด"
"ท่านชายก็ควรจะทรงทราบแล้วนี่เพคะ"
"แต่เธอไม่เคยบอกนี่"
"คำพูดไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ"
"การกระทำสำคัญกว่าใช่ไหม"
ปริศนาเหลือบตามองท่านชายอย่างไม่เข้าใจคำถามนัก ท่านชายจอดรถลงข้างทาง แล้วดึงตัวปริศนาเข้ามา จูบด้วยความรักอย่างดูดดื่ม
"ความรัก"
แล้วท่านชายก็ขับรถต่อไป ปริศนามองไปข้างหน้าอย่างงงๆ
ปริศนาเหมือนตกอยู่ในความฝัน
"นี่เป็นครั้งแรกที่ปริศนาถูกจูบอย่างนี้"
ท่านชายพจน์ยิ้มอารมณ์ดี
"ไม่ใช่ครั้งแรกหรอก"
"ใช่เพคะ ครั้งแรกที่สุด"
"ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 เธอเคยถูกฉันจูบมาก่อนแล้ว"
ปริศนาหันขวับมามอง
"ไม่จริงเพคะ ไม่เคยเลย นี่เป็นครั้งแรก"
"วันนั้นไง ปริศนา วันที่ยายของเธอเสีย เธอหลับมาในรถจนถึงบ้านก็ยังไม่รู้สึกตัว ฉันต้องอุ้มเธอขึ้นไปบนเตียง เธอเป็น Sleeping Beauty จนฉันต้องจูบเธอ แต่เธอไม่ยักตื่น ฉันเลยกลับมาได้แต่ฝันถึง Sleeping Beauty ต่ออีกหลายเดือน"
ปริศนาหัวเราะเบาๆอย่างมีความสุข

ช่วงเปิดประตูรั้วออกมา ท่านชายพจน์ขับรถมาจอดใกล้บ้าน
"ไม่ลงนะจ๊ะ พรุ่งนี้พบกันใหม่ ฉันมาหาเธอดีกว่า จะได้อยู่ได้นานๆกว่า ลาก่อนปริศนาที่รัก"
"ทูลลาก่อนเพคะ"
แล้วปริศนาก็เปิดประตูรถ แล้วก้าวออกไป
"La Belle Dame Sans Merci"
ปริศนาที่เดินห่างไปหลายก้าวแล้ว เมื่อท่านชายรับสั่งจบ ก็หยุดเดินหันมายิ้ม แล้วอ้อมมาที่ที่นั่งคนขับ ยื่นหน้าเข้ามา ใกล้ท่านชาย
"ทูลลาก่อน ท่านชายที่รัก พรุ่งนี้พบกันใหม่"
แล้วปริศนาเดินเข้าบ้านไป ท่านชายมองตามปริศนา อย่างเอ็นดู

สมรนั่งฟังวิทยุอยู่ในห้องโถง แต่ตาคอยมองประตูห้องโถงอยู่ เมื่อปริศนาเดินเข้ามา ก็ปิดวิทยุ พูดเสียงดุ
"ปริศนา ทำไมกลับจนค่ำ สัญญากับแม่แล้วไงว่าไปหาท่านชาย ต้องกลับก่อนค่ำ ที่แม่อนุญาตให้ไปน่ะ ดีเต็มทีแล้วนะ ปล่อยตัวนักไม่ดีเดี๋ยวใครจะว่าเอา"
"ช่างปะไรคะ คู่หมั้นเขาจะพบกันบ้างไม่ได้หรือ"
"อะไร คู่หมั้น รู้ล่ะจ้ะว่าชอบกัน แต่ยังไม่ได้หมั้นหมายอะไรกันนี่จ้ะ"
ปริศนายื่นมือซ้ายออกมาให้สมรดูแหวนเพชร สมรแปลกใจมาก อึ้งไป

ห้องโถงชั้นบนหน้าห้องนอนท่านชาย เวลากลางคืนต่อเนื่องมา ท่านหญิงรัตน์สวมเสื้อ ลำลอง อยู่กับคุณสร้อย ท่านหญิงเดินไปเดินมา พลางมองทางขึ้นมาจากบันได รอท่านชายพจน์อยู่
เมื่อท่านชายพจน์ เดินอย่างมีความสุขขึ้นบันไดมา
"เจ้าพี่!"
"อ้าว น้องหญิง มาทำอะไรตรงนี้คะ"
"คอยเจ้าพี่สิเพคะ"
"คอยพี่เรื่องอะไร"
"หญิงอยากคุยด้วย"
"ค่ะ"
"วันนี้มาอีกแล้วเพคะ พี่สาวนายประวิช"
"ใครนะ รตีเหรอ"
"วุ่นวายมากที่สุด หญิงว่า หญิงจะไม่ทนนะเพคะ เกิดมาหญิงยังไม่เคยเห็นใคร รุ่มร่าม วุ่นวายอย่างนี้มาก่อน"
"ตายละ รตีเขาทำอะไร"
"เข้ามาดุว่าทุกคนที่นี่ หาว่าไม่ดูแลเจ้าพี่ หญิงไม่รู้ว่า เขาคิดว่าเขาเป็นอะไร แต่ถ้ามาทำอย่างนี้อีก วันหลังหญิงจะว่าให้เจ็บๆเลยทีเดียว"
"วันนี้เธอมา หลังจากเด็จออกไปสักพัก" สร้อยบอก
"อ้อ"
"หญิงไม่ชอบทีท่า ที่เค้ามาแสดงเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเจ้าพี่ หญิงจะอาละวาดให้บ้านแตกเลย ถ้าเจ้าพี่จะแต่งงานกับเขา"
"น้องหญิงสบายใจได้ พี่จะไม่แต่งงานกับคนอื่น นอกจากปริศนา วันนี้เราได้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว"
ท่านหญิงรัตนาวดี และสร้อย แปลกใจสุดๆ
"อะไรนะเพคะ เจ้าพี่กับครูปริศนาหมั้นกันแล้วหรือเพคะ"
ท่านชายพจน์พยักหน้า
"เย้..."
หม่อมเจ้าหญิงรัตนาวดี เต้นไปรอบๆท่านชายอย่างยินดี แล้วก็ถลาวิ่งไปทางห้องของท่านเอง

"วิมล....วิมล เจ้าพี่หมั้นกับครูปริศนาแล้ว"
ป้าสร้อยมองท่านชายนิ่งๆ
"หมั้นแล้วจะแต่งเมื่อไหร่เพคะ"
"ก็อยากจะแต่งเร็วที่สุด แต่ยังไม่ได้คุยกับผู้ใหญ่เลย"
"ท่านชายอย่าลืมเสด็จอาของท่านชายนะเพคะ เหลืออยู่องค์เดียวเท่านั้น ไปทูลท่านเสียก่อน เวลาท่านชายประชวร ท่านก็ส่งคุณแถบมานั่งเฝ้าเป็นเพื่อนดิฉัน ทุกวัน"
"จ้ะ ฉันจะไปทูลเสด็จอา"
ท่านชายเดินผิวปากเข้าห้องนอนไป สร้อยได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วง

วันใหม่ ปริศนาเดินจะไปสอนหนังสือ ผ่านตึกอำนวยการ ครูถวิลเดินออกมาเห็น ก็กวักมือเรียกปริศนา
"มีอะไรหรือคะครูถวิล"
"ครูปริศนาคะ ได้ข่าวว่า ท่านชายพจน์ฯ ทรงหมั้นแล้วหรือคะ"
"เออ... ครูได้ยินจากไหนหรือคะ"
"เขาพูดกัน เด็กๆพูดกันให้แซด จะถามท่านหญิงรัตน์ก็ไม่กล้า ถามครูปริศนาดีกว่า"
"ก็เห็นจะจริงกระมังคะ"
ถวิลทำหน้าเสียดาย
"อ้อ... งั้นหรือคะ ใครกันคะ ท่านหมั้นกับใครกัน"
ปริศนายิ้มยกแหวนหมั้นให้ดู
ถวิลกรี๊ด
"ตายแล้ว จริงหรือ ท่านหมั้นกับครูปริศนาเองหรือ ตายต๊าย ตาย ดีใจ ดีใจด้วยจริงๆ"
ครูสงวนโผล่หน้าออกมาจะดุที่ครูถวิลเสียงดัง
"ครูใหญ่คะ ท่านชาย... ท่านชายพจน์ หมั้นกับครูปริศนาค่ะ โอย...ดีใจจะเป็นลม"
สงวนหันมามองหน้าปริศนาที่ยิ้มรับ สงวนแปลกใจและดีใจด้วย

ในห้องหนังสือ ชื่นนั่งลงตรงข้ามท่านชายพจน์
"ได้ข่าวว่าท่านหลานหมั้นแล้ว หมั้นกับใครหรือ"
"หมั้นกับปริศนา สุทธากุล ลูกสาวคนสุดท้องของคุณนายสมร"
"ท่านหลานคิดว่า ทำถูกแล้วหรือเพคะ"
"หมายความว่ายังไง ฉันไม่ได้ไปแย่งเมียใครมานี่"
"ปริศนาของฉันเขาเลวตรงไหนหรือ"
"แม่ปริศนานั่น ไม่ใช่ของท่านหลานองค์เดียวหรอก แต่มันเป็นปริศนา ของใครต่อใครมาแล้วหลายคน"
"ไม่ได้เป็นความจริงเลยจนนิดเดียว น้าชื่นไปได้ยินผิดมาจากไหน"
"ได้ยินผิด ชื่อของแม่นี่น่ะ โด่งดังมานานแล้ว เกิดเรื่องกับคนโน้น มีเรื่องกับคนนี้ จนเขารู้กันหมด ไม่มีใครยอมแต่งงานด้วยแล้ว นี่มันคงทุ่มเทมากสินะ ถึงจับท่านหลานมัดไว้จนได้ เก่งจริงๆไม่ทิ้งแถวเลย"
"ถ้าจะพูดกันถึงเรื่องไม่เป็นเรื่อง เห็นจะต้องพอกันที"
"นังคนนี้มันเชื้อไม่ทิ้งแถว แม่มันก็แย่งผัว คนที่เขาหมั้นหมายจองกันไว้ นังพี่สาวคนที่ 2 ก็ถูกผู้ชายทิ้งเพราะนิสัยไม่ดี อีกคนก็จับตาประวิชเสียอยู่หมัด ท่านจะเรียงแถวไปนับญาติกับประวิชทำไม อย่าทำฟ้าต่ำแผ่นดินสูง น้าไม่ยอมเด็ดขาด น้าต้องรักษาเกียรติของพี่ช้อยไว้ไม่ให้เสียหาย"
"น้าชื่น มันไม่เกี่ยวกันเลย ไม่จำเป็นต้องดึงหม่อมแม่มาเกี่ยวข้อง"
"ต้องสิ นางคนนี้ใช่ลูกพระวินิจเสียที่ไหน พระวินิจเสียไปตั้งนานแล้ว ลูกคนนี้ถึงเกิดมา ถึงได้ชื่อปริศนายังไงล่ะ คนดีๆ ใครเขาชื่อปริศนากันบ้าง"
ท่านชายผุดลุกขึ้นทันที แล้วเดินไปเปิดประตูห้อง เชิญให้ ชื่นออกไปจากห้องของท่านชาย ชื่นลุกขึ้นยืนเชิดหน้าอย่างโกรธจัด

เวลาต่อมา ที่วังวังชลลดา พระองค์หญิง หรือเสด็จอาของท่านชายพจน์ประทับอยู่บนตั่ง ซึ่งเป็นบริเวณส่วนพระองค์ ขณะที่คนอื่นๆนั่งกับพื้น โปร่งสบายและร่มรื่น เหมือนระเบียงด้านหลัง พระองค์กำลังคุมนางข้าหลวงทำความสะอาดเครื่องประดับ มีกล่องไม้ เล็กๆวางอยู่ ทรงมีผ้าเล็กๆนุ่มๆวางอยู่ที่ตัก เช็ด และเช็ค สุดท้ายว่างานทำความสะอาดเรียบร้อยดี
แถบคลานเข้ามา
"ไง ใครมาหรือ"
"คุณหญิงราชพรรลภมะคะ มาขอเฝ้าฯ ว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับท่านชายพจน์"
"ชายพจน์ เป็นอะไรไปรึ ไหนว่าอาการดีขึ้นมากแล้วยังไง"
"ดีขึ้นมากเพคะ คงไม่ใช่เรื่องประชวร"
พระองค์หญิงถอนหายใจ
"หยุดงานก่อน มาเก็บของตรงนี้ แถบให้แม่ชื่นเขาไปคอยที่ห้องน้ำชาก็แล้วกัน"

พวกสาวๆพากันหยุดมือ แล้วคลานเอาเครื่องประดับมาให้พระองค์หญิงเช็ดแล้วนำใส่กล่อง
 
อ่านต่อหน้า 3

ปริศนา ตอนที่ 18 อวสาน (ต่อ)

ในห้องนั่งเล่นเหมือนเป็นที่พักผ่อนคุยส่วนตัว ชื่นกระพือพัดอย่างร้อนใจ น้ำที่วางเสิร์ฟไว้ก็ดื่มเกือบหมดแก้วแล้วบ่งบอกว่าได้นั่งรอมาเป็นเวลาพอสมควร

พระองค์หญิงเสด็จเข้ามา ชื่นรีบลุกขึ้นไหว้
"เชิญนั่งลงเถอะ แม่ชื่น ไหนว่ามีเรื่องด่วนอะไร"
พระองค์หญิงมองแก้วน้ำ แล้วหันไปด้านหลัง เรียกเสียงไม่ดังนัก
"แถบ เอาน้ำมาเติมอีกหน่อย เอามาทั้งคนโทเลยใส่น้ำแข็งมาด้วยสิ ... ไปมาหลายแห่งล่ะสิท่า แม่ชื่น"
"ออกจากวังศิลาขาว หม่อมฉันก็ตรงมาที่นี่เลย เพคะ เป็นห่วงท่านชายพจน์ ร้อนใจเป็นที่สุด"
"ชายพจน์ เป็นอะไร"
"ท่านชายพจน์ กำลังจะพลาดอย่างที่สุดเพคะ ท่านหมั้นไปแล้วกับคนที่ไม่คู่ควร"
"อะไรนะ หมั้น! ที่ไหนกับใคร ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง"
"หม่อมฉันก็ไม่รู้เรื่องเลยเพคะ จนกระทั่งได้ยินมาจากที่คนเขาพูดกัน แม้กระทั่งการหมั้นหมาย ก็ไม่มีผู้ใหญ่คนใดได้รับรู้เลย ทำไมถึงเป็นไปได้ถึงเพียงนี้"
"หมั้นกับใคร"
"ลูกสาวคนสุดท้องของแม่สมรนั่นอย่างไรเพคะ พี่สาวเขาแต่งงานกับนายประวิช ที่หม่อมฉันมาทูลเชิญเสด็จเมื่อไม่กี่เดือนก่อน"
"อ้อ พวกสุทธากุล เลยได้เป็นคู่เขยกับนายประวิชล่ะสิ"
"หม่อมฉันสงสาร ยายอนงค์เป็นคนอาภัพ พ่อตายเสียตั้งแต่ยังเล็ก หม่อมฉันจึงเอ็นดู ไปขอมาให้นายประวิช แต่แม่น้องสาวคนนี้ใช้สุทธากุล โดยที่ไม่รู้ว่าพ่อเป็นใคร เพราะเกิดหลังพ่อตายเป็นปี"
"ชายพจน์เป็นผู้ใหญ่ มีความยั้งคิด รู้อะไรควรไม่ควร"
"ท่านชายทรงมีเมตตากับรตี ลูกสาวของหม่อมฉันมาเสมอ จึงรู้ว่า พระทัยท่านดีเพียงใด แต่คนที่เอาความพระทัยดีของท่านมาฉวยโอกาสผูกมัดท่านไว้ให้หมั้นหมาย
โดยไม่มีผู้ใหญ่ได้รับรู้ หม่อมฉันเกรงว่าฝ่ายรวบรัดเกินไป"
พระองค์หญิงนิ่งคิด
"ใครกันนะ เด็กคนนั้น"
"ชื่อปริศนา เพคะ เกิดมาหลังพ่อตายไปนมนาน แม่เขายังพาเข้าไป ขอย่าให้ตั้งชื่อให้ เลยได้ชื่อมาว่าปริศนา ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ ผู้หญิงอย่างนี้ ดีพอสำหรับท่านชายหรือเพคะ หม่อมฉันทุกข์ใจเหลือเกินเพคะ หม่อมช้อย ฝากฝังนักหา ให้ดูแลท่านหลาน หม่อมฉันก็บาก
หน้าเข้าไปทูลท่านชายแล้ว แต่ท่านไม่ฟังเลย"
"เรื่องเขาเป็นยังไงมายังไง เราก็ไม่รู้เรื่อง วันนั้นที่ไปงานแต่งงานพ่อประวิช ก็ยังไม่ได้เห็นว่าจะมีทีท่าอะไรกับใคร วันนั้นเขาก็ไปด้วยไม่ใช่หรือ"
"ปุ๊บปั๊บ กะทันหันเหลือเกินเพคะ แต่แม่คนนี้ เคยยั่วประวิชจนคลั่ง ฝรั่งมังค่า แกก็ไม่ได้เว้น น้องเมียเพื่อนท่านชายจนป่านนี้ยังเพ้อถึงแม่นี่ นายอานนท์ พี่ชายร้านเสื้อนงลักษณ์นั่นอีกคน ท้ายสุดมาคว้าเอาท่านชาย"
พระองค์หญิงพยักหน้า
"ฉันคงจะต้องสอบถามชายพจน์ ดูทุกคนรักและห่วงชายพจน์เหมือนๆกัน ไม่อยากให้วงศ์ตระกูลต้องเดือดร้อนเสียหาย"
พระองค์หญิงเริ่มกังวล แต่ไม่แสดงออกชัดนัก

พระองค์หญิงเดินกลับมาที่ห้องโถง แล้วนั่งลงบนตั้ง ขณะที่แถบนั่งลงกับพื้น
"แถบไปที่วังศิลาขาว เคยได้พบ ปริศนาไหม ลูกแม่สมร"
"อ้อ... พบมังคะ ช่วงท่านชายประชวร ปริศนามาเฝ้าทุกวัน หมอห้ามเยี่ยม แต่ปริศนา ก็เข้าไปเยี่ยมได้ คนของท่านชาย ไม่ว่ากระไร แต่คุณรตี เหมือนจะไม่ได้รับอนุญาตให้เฝ้า."
พระองค์หญิงพยักหน้า
"สักสัปดาห์หน้า แถบ คงต้องไปที่ศิลาขาว บอกให้ชายพจน์ มาหาข้าหน่อย"
"มังคะ"

ปริศนา สมร สิรี กำลังนั่งดูแบบเสื้อแต่งงานอยู่ในห้องโถง เปิดเพลงจากวิทยุคลอเบาๆ จำเนียรเดินเข้ามายอบตัวลงคุกเข่า
"คุณปริศนาคะ มีคนมาหาค่ะ"
"ใครหรือ จำเนียร"

"คุณหญิงที่เคยมาค่ะ ท่านนั่งรออยู่ในรถ"
"ใครกัน" สมรถาม
"คุณหญิง แม่ของรตียังไงคะ"
"มาทำไมเอาป่านนี้" สิรีว่า
"แกเคยมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน" ปริศนาบอก
"ทำไมแม่ไม่รู้ล่ะ"
"เค้าเรียกปริศนาไปคุยในรถค่ะ"
สิรีถาม
"เรื่องอะไร"
ปริศนาหลบตาลงแล้วก็ตัดสินใจเงยหน้าขึ้น
"เรื่องปริศนา ไม่เหมาะสมกับท่านชาย"
"ตายแล้ว มันเรื่องอะไรของเขา... อ๋อแน่ล่ะสิ จะให้เหมาะกับท่านชาย จะต้องเป็นยายรตีคนเดียว"
"จะพูดอะไร ทำไมต้องเรียกไปพูดในรถ ลงมาพูดกันในบ้านนี้ไม่ได้หรือ"
สิรีลุกขึ้นทันที
"จำเนียร แกพาชั้นไปที เขาจอดรถที่ไหน"
สมรปราม
"สิรี!"
"ให้สิรีไปเชิญ คุณหญิงท่าน ขึ้นบ้านเถอะค่ะแม่"
พูดจบสิรีเดินออกไปทันที จำเนียร ลุกขึ้นตามไปแทบไม่ทัน

สิรีเดินนำจำเนียร ทั้ง 2 คนถือไฟฉาย เดินมายังรถของชื่นที่จอดซุ่มอยู่ มีคนขับรถอยู่ด้วย สิรีมาถึงก็เปิดประตูนั่งด้านหลัง
ชื่นสะดุ้งตกใจ คิดว่าเป็นปริศนา แต่กลายเป็นสิรี
"อ้าว ฉันบอกให้ไปตามปริศนา"
"คุณแม่ให้มาเชิญ คุณหญิงขึ้นไปคุยกันบนเรือนค่ะ"
ชื่นสะบัดหน้า เชิดหน้า
"เวลานี้ปริศนา เป็นคู่หมั้นท่านชายพจน์แล้ว อาจจะไม่เหมาะที่จะมานั่งซุ่มคุยอยู่ในรถมืดๆ หากใครบังเอิญผ่านไปผ่านมาเห็น ไปร่ำลือกันจนเสียหายได้"
ชื่นหันขวับมาไม่พอใจมาก
"หากคุณหญิงมีธุระจำเป็นจริงๆ ขอเชิญ บนเรือนค่ะ"

ปริศนา และสมรนั่งอยู่ในห้องโถง สิรีเดินนำชื่นเข้ามา ชื่นนั่งกระแทกตัวลงที่เก้าอี้
"ชั้นแค่จะมาถามว่า ที่เค้าลือกันว่า หมั้นกับท่านชายน่ะ จริงหรือเปล่า ทำไมผู้หลักผู้ใหญ่ไม่มีใครรู้เรื่องเลย"

ปริศนายื่นนิ้วนางซ้ายให้ชื่นดู
"แหวนหมั้น ท่านชายประทานให้ปริศนาค่ะ"
"เธอนี่ เป็นคนพูดเอาแต่ได้จริงๆ แต่แรกบอกว่าไม่ได้รักกับท่านชาย ไม่มีอะไรกัน แล้วมาอวดแหวนหมั้น หน้าไม่อาย"
"การหมั้น ไม่ใช่เรื่องหน้าอายค่ะ ตรงกันข้ามกลับเป็นเรื่องน่ายินดี อันที่จริง เรื่องการหมั้น เป็นเรื่องส่วนตัวของปริศนา ไม่จำเป็นต้องเที่ยวโพนทะนาให้ใครรู้เลยนะคะ"
"จ้ะ เก็บงำเอาไว้เถิด เพราะ ท่านชายไม่คู่ควรกับคนอย่างหล่อน ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงาบ้างไหม เธอน่ะดึงท่านชายให้ตกต่ำ"
"เรื่องสูงเรื่องต่ำ ไม่ใช่เรื่องที่ปริศนาต้องกังวล ท่านชายรักกับปริศนา เท่านั้นพอ"
ชื่นกวาดตามองรอบๆ
"แน่ละซี้ หล่อนคงจะรักเงินท่านชายจนบอกไม่ถูก ชั้นจะต้องบอกท่านหลาน ให้ตาสว่างสักที ส่วนเธอก็ระวังไว้ก็แล้วกัน น้ำตาจะเช็ดหัวเข่า แม่สมร ไม่บอกความจริงเรื่องชาติกำเนิดลูกสาวเธอล่ะจ๊ะ"
ชื่นลุกขึ้น สะบัดหน้า เดินออกไป
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น แม่ไม่เข้าใจ"
"ง่ายมากเลยค่ะ แม่ ยายรตี เค้าจองท่านชายเอาไว้ แต่ท่านชายกลับมาหมั้นกับปริศนา ยายแม่เลยเป็นเดือดเป็นแค้นแทน" สิรีบอก
"เรื่องไม่เป็นเรื่อง ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คนจำไว้ ไม่มีใครสำคัญเท่าคนรักของเรา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากเรา สองคน พร้อมใจกันก้าวไปด้วยกัน เราจะชนะอุปสรรคทุกอย่างได้"
"ค่ะ แม่ ... ปริศนา เห็นอย่างที่แม่พูดทุกอย่าง"
ปริศนาเข้ามากอดแม่
"แม่คะ ปริศนาอยากฟัง เรื่องกำเนิดของปริศนาที่เขาว่ากันด้วย"
แม่กอดปริศนาไว้ แล้วกำลังจะเล่าให้ปริศนาฟัง

วันใหม่ สนพาแถบเข้ามาจากทางหน้าตึกให้เข้ามายืนคอยท่านชายที่หน้าห้องอาหาร
ท่านชายเดินออกมาจากห้องอาหาร เพื่อจะไปทำงาน แถบยกมือไหว้เคารพ
"ป้าแถบ มาหาป้าสร้อยหรือจ๊ะ"
"มิได้เพคะ มาเฝ้าท่าน เสด็จรับสั่ง ใช้ให้หม่อมฉันมาทูลว่า วันนี้ท่านให้เสด็จไปที่วังให้ได้"
"เด็จอาทรงมีพระธุระอะไรหรือ"
"เพคะ"
"ได้จ้ะ เย็นนี้จะไปเฝ้า ทูลเด็จอาด้วยว่า ให้หาอะไรไว้ให้กินอร่อยๆ"
ท่านชายยิ้ม
"เพคะ... หม่อมฉันทูลลา"
แถบยกมือไหว้ท่านชาย แล้วเดินกลับออกไปด้านหน้า ท่านชายหน้าซีเรียสขึ้นนิดนึง

"กระเป๋าล่ะ สน"
"ไว้ที่รถแล้วกระหม่อม"
ท่านชายพจน์พยักหน้าและออกเดินไปที่รถ

โถงที่ประทับวังชลลดา พระองค์หญิงประทับอยู่บนเก้าอี้รับแขกสบายๆ ท่านชายพจน์ เดินเข้ามา คุกเข่ากราบพระองค์หญิงที่ตัก แล้วก็ถอยไปนั่งที่เก้าอี้
"มาเร็วจริง อานึกว่าจะมาเย็นๆ"
"นี่ก็เย็นพอใช้ ชายเลิกงานนานแล้ว"
"เหลือเกิน พ่อชาย นี่ถ้าอาไม่ให้ไปตาม ก็คงไม่มีวันมาหา ใจดำเหลือเกิน"
"ชายต้องทำงาน บางครั้งเวลาไม่แน่นอน น้องหญิงช่วงนี้ก็อยู่โรงเรียนประจำ กลับมา ก็รบเร้าว่าจะมาเฝ้าเสมอ แต่ยังหาโอกาสที่ดีไม่ได้ วันนี้เด็จอามีเรื่องด่วนอะไรหรือคะ"
"ได้ข่าวว่า ชายหมั้นแล้วจริงหรือ"
ท่านชายพจน์ ก้มเศียรรับคำ
"กับผู้หญิงที่ชื่อปริศนา"
ท่านชายก้มเศียรรับคำอีก
"ทำไมไม่บอกอา"
"ตั้งใจจะพามาเฝ้า แต่...ยังไม่ได้พา เด็จอาโปรดคู่หมั้นของชายแน่ น้องหญิงยังรักเลย ปริศนาเขาแนะนำหลายอย่างเรื่องการเรียน การเลี้ยงดูน้องหญิง เดี๋ยวนี้เรียนดีขึ้นมาก"
"ชายคิดว่า คู่หมั้นของชายเขาดีจริงหรือ"
"ชายไม่เห็นเขาเลวที่ตรงไหนเลย มีใครมาทูลเด็จอาหรือ"
"อยากให้อาบอกหรือว่า แม่ชื่นเขามาบอกว่าอะไรบ้าง"
ท่านชายพจน์สั่นเศียร
"อาขอบอกว่า จะไม่เชื่อฟังใครมากไปกว่าหลานของอา ทั้งๆที่อาก็ยังไม่ได้รู้จักคู่หมั้นของหลาน แต่ถ้าอาได้เห็นแล้ว เห็นว่าไม่ดีพอ ชายจะเชื่ออาไหม"
ท่านชายพจน์นิ่งไปนิดหนึ่ง
"เรื่องของความรัก จะให้เชื่อหรือไม่เชื่อใคร คงลำบาก แต่ยังไงก็ดี ชายนับถือท่านอามาก จึงขอทูลว่า หากชายไม่ได้แต่งงานกับปริศนา ชายก็จะไม่มีความสุข"
"ได้ยินมาว่า เกิดเรื่องกับใครต่อใครมามากไม่ใช่หรือ"
"คนเรา ไม่ชอบใครก็กล่าวหาเรื่องเสียหาย ปริศนาเป็นคนสวย น่ารักและเข้าสังคมได้เก่งภาษาดี เพราะอาที่เป็นทูตเลี้ยงดูมา มีคนหนุ่มหลายคนมาชอบพอ แต่แกไม่เล่นด้วย พวกนั้นก็เลยเลิกกันไป แต่ชายไม่เห็นว่าปริศนาผิดตรงไหน"
"นอกจากสวย โก้ สมัยใหม่ แล้วคู่หมั้นของชายมีความดีอะไรอีก"
"ปริศนาเป็นคนภาษาดี ขณะนี้สอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนครูสงวน แกเรียนจบด้านเลขานุการมา เป็นคนที่มีรสนิยมดีเข้าใจศิลปะ ทั้งวาดภาพ ดนตรีและเต้นรำ และปริศนารักชายมากที่สุด หากท่านอาได้พบปริศนา เสด็จอาจะโปรดปริศนาแน่นอน ชายจะพาปริศนามาเฝ้าได้เมื่อไรคะ"

"พรุ่งนี้เลยเป็นไง"
"พรุ่งนี้น่าจะเหมาะค่ะ ขอท่านอาอย่าทรงลืมว่า ปริศนาเป็นเด็กโตเมืองนอก
ไม่เคยเข้าเจ้าเข้านาย แกไปอยู่เมืองนอกแต่เด็ก"
"ช่างเถอะจ้ะ พรุ่งนี้ 4 โมงเช้า ชายพาคู่หมั้นมาทิ้งไว้ที่อาแต่เช้านะจ๊ะ แล้วเย็นๆค่อยมารับ อาจจะได้มีเวลาตัดสินใจเต็มที่ ตกลงไหมจ๊ะ"

ท่านชายพจน์ พยักหน้า

วันต่อมา บริเวณที่นั่งเล่นดื่มน้ำชา ในวังวังชลลดา ปริศนาเดินเยื้องมาด้านหลัง แต่ค้อมตัวไปข้างหน้า ตามพระองค์หญิง ด้วยความเคารพอย่างสุภาพ

พระองค์หญิงเดินมาที่โต๊ะน้ำชาที่วางไว้ พระองค์หญิง ผายมือให้ปริศนานั่ง
ปริศนาก้มศรีษะรับ แต่รอจนข้าหลวงมาขยับพระเก้าอี้ให้พระองค์หญิงประทับเรียบร้อย แล้วปริศนาถึงหย่อนตัวลงนั่ง มีข้าหลวงมาขยับเก้าอี้ให้เหมือนกัน
ข้าหลวงอีกคนหนึ่ง ยกถาดใส่น้ำชาเข้ามาวาง พร้อมแก้วชา
ข้าหลวงคนที่เลื่อนเก้าอี้ให้พระองค์หญิง ไปยกถาดของว่าง เป็นช่อม่วง และวุ้นกระทิ มาวางให้ โดยมีจานกลาง และมีจานเล็ก สำหรับแบ่ง 2 จานแล้วถอยออกไป
ปริศนารินน้ำชาให้พระองค์หญิงอย่างแคล่วคล่อง ก่อนรินให้ตนเอง แล้วเลื่อนจานของว่างให้พระองค์หญิง
พระองค์หญิงมองอย่างเมตตา ปริศนามองพระองค์หญิงจึงสบตากัน ทรงยิ้มให้แล้วจิ้มขนมใส่ไว้ในจาน
"รู้จักขนมนี้ไหม"
"เพคะ ขนมช่อม่วง คุณสร้อยเคยทำงานเลี้ยงที่วังศิลาขาว แต่ที่นี่ลายละเอียด สวยมาก คนทำต้องรักงานจริงๆ"
"ใช่ อาหารไทยทำด้วยความรัก รักงานศิลปะการทำอาหาร และรักคนที่เราทำให้เขากิน ตั้งใจจะให้สิ่งที่ดีที่สุด"
"คนไทยกินศิลปะเป็นอาหาร หรือว่ากินอาหารที่เป็นศิลปะ พูดอย่างไหนถึงจะถูกเพคะ"
"นั่นสินะ ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นอย่างไร แต่รู้ว่า อิ่มท้องแล้วมีความสุขมากๆ"
พระองค์หญิงยิ้ม ทั้งสอง คุยกันอย่างถูกคอ

ท่านชายพจน์จอดรถลงที่หน้าบ้านประวิช อนงค์นั่งด้านหลัง ประวิชนั่งข้างคนขับ ประวิชเปิดประตู
"ฝ่าบาทจะเด็จเข้ามาข้างในก่อนไหมกระหม่อม"
"ไม่ล่ะ ฉันจะรีบไป"
"ห่วงปริศนาหรือ ทำไมท่านถึงทิ้งปริศนาไว้กับพระองค์หญิงตามลำพังล่ะ"

"เป็นพระประสงค์ของพระองค์หญิง"
"ปริศนาเข้ากับคนได้ง่าย พระองค์หญิงท่านน่าจะมีเมตตาต่อปริศนา ได้ไม่ยากเพคะ"
"ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน คงจะไม่แวะที่นี่ล่ะ เลยไปวังชลลดาเลย"
อนงค์ยกมือไหว้ท่านชาย ประวิชก็ยกมือไหว้ แล้วทั้งสองลงมายืน ท่านชายออกรถไป
"ดูเหมือนท่านชายจะห่วงปริศนามากจัง มากกว่าอนงค์เสียอีก"
"ปริศนา เก่งออก เก่งทุกอย่าง อีกหน่อยหากท่านชายอภิเษกกับปริศนาแล้ว ปริศนาจะช่วยท่านได้มากทีเดียว ปริศนาน่ะ เป็นเลขานุการของท่านชาย ได้อย่างสบายทีเดียว"
"นั่นสิ งานเยอะเสียด้วย หากจะต้องดูแลท่านชาย และกิจการต่างๆของท่าน"
"แต่อนงค์ดูแลประวิชคนเดียวก็เหนื่อยมากแล้วนะคะ"
ประวิชโอบอนงค์ หอมแก้ม แล้วเดินเข้าบ้านไป

สนามหญ้าวังชลลดา พระองค์หญิงและปริศนา นั่งอยู่ที่โต๊ะของว่าง ดื่มน้ำชากัน คุยกันไปพลาง ท่านชายพจน์ เดินเข้ามาหา และเข้ามานั่ง ข้าหลวง เสิร์ฟถ้วยน้ำชา และกาน้ำชาอีกกาหนึ่ง และจานแบ่งขนม และขนมใหม่อีกชุดหนึ่ง
ท่านชายพจน์ยกมือไหว้ พระองค์หญิง และ เลื่อนเก้าอี้ออกนั่งเอง
"นึกว่าจะลืมเสียแล้ว เรากำลังพูดกันว่า ถ้าพ่อชายลืม แม่ปริศนาเห็นจะต้องค้างที่นี่"
"อะไรจะลืม ชายไม่เคยลืมเด็จอาเลยจนนาทีเดียว"
พระองค์หญิงตรัสกับปริศนา
"ฟังคู่หมั้นของหล่อนสิ แม่ปริศนากับคนแก่ พ่อชายยังพูดอย่างนี้ กับคนสาวๆจะสักปานไหน"
ท่านชายพจน์แบ่งของว่างใส่จาน ปริศนารินชาให้ท่านชายแล้วเลื่อนให้อย่างแคล่วคล่อง
ท่านชายหันมายิ้มสบตากับปริศนา พระองค์หญิงมองอย่างประเมิน ด้วยสายตาคมกริบ
"สมกันดีพอใช้"
ปริศนารู้สึกตัว หน้าร้อน
"ปริศนาขออนุญาตขึ้นไปหยิบกระเป๋าถือ ที่ห้องชั้นบนก่อนเพคะ"
พระองค์หญิงพยักหน้า ปริศนาเลื่อนเก้าอี้ เดินออกไป
ท่านชายพจน์รู้สึกสบายใจหายเกร็งขึ้นเยอะ
"ไงคะ โปรดคู่หมั้นของชายไหมคะ"
พระองค์หญิงจริงใจแอบนักเลงนิดๆ
"โปรดสิ ชอบมากทีเดียว เด็กคนนี้ทั้งสวยทั้งฉลาด หลานของอาตาดี เลือกเก่งแท้ๆ"
ท่านชายพจน์จับมือเสด็จอามากุมไว้ทั้ง 2 ข้างอย่างยินดี
"เด็จอาทรงเห็นดีกับชายทุกประการหรือเปล่าคะ"

พระองค์หญิงพยักหน้า
"เวลามีคนมาเล่าอะไรให้เราฟัง เราก็วาดภาพเป็นอย่างหนึ่ง อีกคนมาเล่า ก็เป็นอีกอย่าง แตกต่างกันไป จึงต้องขอเห็นด้วยตาของตนเอง เห็นแล้วก็ชอบ ปริศนาคนนี้ แปลกไปจากผู้หญิงคนอื่นๆที่เคยได้พบมา เป็นคนอย่างสมัยใหม่ ที่น่าเอ็นดู คุยสนุกได้ทุกเรื่องทีเดียว และไม่โอ้อวดเย่อหยิ่ง อะไรไม่รู้ก็ถามดีๆ พามาหาอาอีกบ่อยๆนะ"
ท่านชายยิ้มพอใจมาก

ปริศนาเดินเข้ามาจะขึ้นบ้าน
"ปริศนาบอกได้ไหมว่าทำอย่างไร เด็จอาถึงโปรดปริศนานักหนา"
ปริศนาหัวเราะ
"มนุษย์ที่เป็นอา เป็นมนุษย์ที่วิเศษ"
"วิเศษยังไง"
"เหมือนอาของปริศนา เด็จอาของท่านชาย วิเศษทั้งนั้น เอ๊ะ ท่านชายว่า เสด็จอาของท่านชายโปรดปริศนาหรือคะ มิน่าล่ะ ท่านถึงประทานสร้อยให้ปริศนา"
"สายสร้อยอะไร"
"ท่านเอามาให้เลือกเอง ปริศนาเลือกอันนี้ มีสร้อยคอกับสร้อยข้อมือนี่ไงเพคะ"
ปริศนาเปิดกระเป๋าหยิบกล่องออกมา แล้วเปิดให้ท่านชายดู ท่านชายไม่สนใจสร้อย แต่จับมือปริศนาไว้
"ปริศนา หมดอุปสรรคแล้ว เรามา plan การแต่งงานของเราดีไหม คราวนี้ คงต้องบอกทุกคนให้รู้เลยทีเดียว"
ปริศนา เงยหน้ามองสบตาท่านชาย และยิ้มอย่างเป็นสุข

วันใหม่ รตี ถือห่อผ้าห่อใหญ่ ก้าวฉับๆเข้ามาในร้านนงลักษณ์
พนักงาน 1ถาม
"อ้อ คุณรตี มาตัดเสื้อหรือคะ"
"จ้ะ อยากได้เสื้อเต้นรำสักเจ็ดชุด แต่วันนี้เอาผ้ามาสามชุดก่อน ชุดเก่าๆ ใส่ซ้ำแล้ว กลัวคนจำได้ อีกสามวัน จะเอามาให้อีก อาทิตย์หน้าเสร็จทันไหม"
พนักงานมองหน้ากัน
รตีกราดมอง เสื้อผ้าที่ค้างอยู่ที่จักร และที่ตัดเป็นผ้าสวยงดงาม รวมทั้งมีผ้าทอยกดิ้นอย่างทางเหนือ
สิรีบอก
"น่าจะ ไม่ทันนะคะ คุณรตี ช่วงนี้เรารับตัดชุดสำหรับงานแต่งงานสำคัญ"
รตีหันขวับมาหาสิรีทันที
"ใคร"รตีเสียงจิกมาก

"ตอนเช้าจะเป็นชุดไทยตักบาตร แล้วมีชุดบ่าย สำหรับรับแขกผู้ใหญ่ที่จะมาเตรียมสำหรับงานเย็น ยังดีหน่อย ที่เราไม่ต้องตัดชุดงานเย็น เพราะถูกตัดส่งมาจากเมืองนอกทั้งเซ็ทอยู่แล้ว ถูกต้องงดงาม ตั้งแต่หัวถึงเท้าเข้าชุดกันหมด"
รตีสังหรณ์
"งานใคร อย่าลืมนะว่าชั้นเป็นลูกค้าเก่าแก่"
"เราก็อยากทำงานให้คุณสิรีค่ะ หลังงานแต่งแล้วเราคงว่างที่จะรับทำให้ได้ แต่การที่เจ้าสาวต้องออกไปอยู่กับเจ้าบ่าว สถานะก็เปลี่ยนไปจากเดิม เสื้อผ้าตั้งแต่ตื่นจนนอน เราก็ต้องตัดใหม่ให้สมฐานะที่จะเป็นเลขานุการของท่านชายพจน์ด้วย"
รตีเน้นทีละคำ
"ใคร จะแต่งงาน กับท่านชายพจน์"
สิรีหัวเราะแบบชื่นใจ ซ่อน แววกัดไว้ลึกๆ จนคนธรรมดาที่ไม่ใช่รตีจะมองไม่ออก "ปริศนา ..ปริศนา สุทธากุล อย่างไรล่ะคะ คุณรตี ด้วยความรักอันแท้จริงและมากมาย ด้วยความเหมาะสมที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน งานแต่งงาน จะเกิดขึ้นใน สามเดือนข้างหน้านี่แหละค่ะ"
รตีอึ้งไม่คาดคิด มองไปรอบๆ
ช่างในร้าน ทุกคนเงยหน้ามองรตี อย่างคาดหวังว่าจะเห็นรตีกรี้ด รตีอึ้งไป ไม่กล้ากรี๊ด เพราะกลัวว่าทุกคนตรงนั้นจะเดาถูก
รตีพลิกเกม
"อุ๊ยตายจริง มิน่าล่ะ ช่างเสื้อพี่สาวอย่างเธอ ถึงมาจัดแจงเอาช่างไปทำให้น้องสาวหมดนี่เอง นงลักษณ์เขารู้ไหมจ๊ะ เธอทำอย่างนี้ เอาเรื่องส่วนตัวมาแสดงกริยาชั่วกับลูกค้าประจำของเขา"
"ต้องขอประทานโทษหากคุณรตี ไม่ต้องใจกริยาของดิฉัน แต่ข้อความทั้งหมดที่พูดไม่เมื่อสักครู่ นงลักษณ์เป็นคนบอกให้เราแจ้งกับลูกค้าประจำทุกคน เพราะท่านชายพจน์ กำชับกับนงลักษณ์มาว่า ขอให้เจ้าสาวของท่านงดงาม ให้งานท่านราบรื่นดังที่ได้วางเอาไว้"
รตีกวาดตาอีก
ช่างในร้านทุกคนพยักหน้า เห็นด้วย ยืนยันด้วยสายตาว่า สิรีพูดจริง
รตีส่งเสียงวี้ดในลำคอ กระทืบเท้า
"เรื่องเสื้อนี้ฉัน ไม่ได้บอกความจริงกับพวกเธอ ความจริง คือฉันจะแต่งงาน ใน 2 เดือนนี้"
ทุกคนทำหน้าแปลกใจเพราะไม่ได้ยินข่าวมาก่อน สิรี รู้ทัน
"ยินดีด้วยค่ะ คุณรตี คุณจะแต่งงานกับใครหรือคะ แบบเสื้อ ออกแบบให้เข้ากันหรือยัง เจ้าบ่าว ใส่สูททรงไหน สีอะไร"
รตีกระทืบเท้า ส่งเสียงวี้ดในคออีกครั้งก่อนหอบผ้า เดินฉับๆลงไป
สิรีอมยิ้มสะใจ แต่ไม่ออกนอกหน้าตามหลัง
ช่าง 1 - 2 โพล่งพร้อมกัน

"โอ้ คุณรตีจะแต่งงาน"
 
อ่านต่อหน้า 4

ปริศนา ตอนที่ 18 อวสาน (ต่อ)

ในห้องโถงบ้านราชพรรลภ ชื่นกำลังนอนให้ผินนวดอยู่ รตีเดินปึงปัง กระทืบเท้าร้องหวีดเสียงดัง ทั้งชื่น และผินตกใจ ลุกขึ้น

"อะไร รตี เป็นอะไรลูก"
รตีไม่หยุด
"ผิน แกออกไปก่อน"
"แกไปเอาของในรถชั้นออกมา ไปไว้ในห้องชั้นเดี๋ยวนี้" รตีบอก
ผินรีบลนลานออกไป ชื่นรีบดึงรตีให้นั่งลง แต่รตีสะบัดหนี
"เกิดอะไรขึ้นลูก"
"ท่านชายจะแต่งงานกับนังนั่น ลูกอยากจะฆ่ามันให้ตายนัก นังเลว แม่คะ ท่านชายอีกคน หยามรตีมากไปแล้ว รตีไม่ยอมท่านชายจะมีความสุขในชีวิตไม่ได้อีก รตีอยากฆ่ามัน ฆ่าท่านชาย ฮือๆๆ แม่คะ รตีอยากตาย"
รตีร้องไห้ออกมา
"อูย...รตี พูดอะไรออกมา ไม่ได้นะลูก ลูกจะเป็นอะไรไปไม่ได้ ลูกรักของแม่ ทำอย่างนั้นไม่ได้ ใครเห็นแล้วมันจะเยาะเย้ยว่าเราแพ้จนหมดรูป ชีวิตรตียังมีค่า คนที่รักรตียังมี แม่รักลูกนะรตี พวกผู้ชายที่มาหลงรักลูก มาสู่ขอลูกมีอีกเต็มบ้านเต็มเมือง ท่านชายหลงใหลไม่ได้ความก็เพราะโรคขึ้นสมองนั่นแหละ อย่าให้ใครมาดูถูกเราได้ รตี เชิดหน้าของลูกไว้ อย่าให้ใครมันมาเยาะเย้ยได้"
"แม่คะ รตีจะต้องแต่งงานก่อนนังนั่นให้ได้"
ชื่นพยักหน้าช้าๆ อย่างมั่นใจ และเห็นด้วย
"ใช่...ต้องอย่างนี้ให้เขาเห็นว่าเราไม่แคร์"

เวลากลางวัน อีกวันหนึ่ง ที่สปอร์ตคลับ รตีแต่งชุดว่ายน้ำสีขาว เดินออกมาโพส กลุ่มชายที่ลอยคออยู่ในน้ำ เตรียมจะว่ายแข่งกันอีกรอบ มีสันต์ น้องของเสมอ ที่เคยมาขอรตีแต่งงาน ว่ายมาแตะขอบสระพอดี แล้วหันกลับจะคุยกับเพื่อน แต่แล้ว ก็หันมามองรตี อ้าปากค้าง
รตีแกล้งนั่งลง และหย่อนขาลงในสระน้ำ สันต์ว่ายเข้ามาหา
"คุณรตี ไม่ได้เจอกันเสียนาน วันนี้คุณมากับใครครับ"
"นัดท่านชายพจน์ไว้ แต่ท่านอาจจะมาช้า นี่ก็เริ่มจะหิวข้าวแล้วนะคะ"
"ถ้าคุณรตี อยากจะรับประทานอาหาร ประเดี๋ยวผมจะพาไปดีไหมครับ"
"ถ้าอยากจะไปไกลซักหน่อย ไม่กินในนี้ล่ะคะ"
"ที่ไหนก็ได้ครับ ถ้าคุณรตีจะไป ผมจะพาคุณไปทันที"
รตีหัวเราะชอบใจยังไม่ตอบว่าอะไร

ปริศนาอุ้มวูปี้ไว้ แล้วไปรับโทรเลขจากบุรุษไปรษณีย์
"ขอบใจจ้ะ"
ปริศนมองดูโทรเลข แล้วรีบวิ่งเข้าบ้าน
"แม่... แม่คะ โทรเลขจากอุบลค่ะ"

สมรลุกจากที่นั่ง หรี่วิทยุ
"ว่าไงนะลูก"
"อุบลค่ะแม่ โทรเลขมา"
สมรรีบรับไปเปิดดูอย่างร้อนใจ แล้วสีหน้ากังวล ก็เปลี่ยนเป็นยินดี
"สมศักดิ์จะได้ย้ายกลับมากรุงเทพฯ แล้ว ดีจริง มาทันงานแต่งงานปริศนาแน่ๆ"
"จะกลับมาเมื่อไหร่กันคะ"
"เดือนหน้า... ตายจริง บ้านเช่า นงลักษณ์ก็เอาคืนไปแล้ว สมศักดิ์ อุบล แล้วก็ลูก 2 คนจะอยู่ที่ไหนล่ะ" สมรว่า
"ให้มาอยู่ห้องปริศนาไหมคะ ห้องใหญ่สุดเลย ส่วนปริศนาเหลืออีก 2 เดือนก็จะแต่งงานแล้ว ก็ย้ายไปอยู่กับแม่ก่อนดีไหมคะ อยากอยู่กับแม่ให้มากที่สุดเลย ส่วนห้องเด็ก ค่อยขยับขยาย ตอนอุบลย้ายมาแล้ว"
"ดีจ้ะ ว่าแต่ว่าของปริศนา จะเริ่มย้ายไปได้เมื่อไหร่"
"ท่านชายกำลังให้ช่างเขาปรับห้องให้อยู่ค่ะ ห้องชั้นล่างที่เป็นห้องทำงานดูเหมือนจะเสร็จแล้ว เหลือแต่ของใช้ที่ต้องหาเพิ่ม พวกพิมพ์ดีด เฮ้อ ที่เรียน secretary มาจะได้ใช้วิชาสักที"
"ดีแล้ว ที่จะช่วยท่านถือว่าแบ่งเบาภาระ"
"ส่วนห้องข้างบน น่าจะใช้เวลาอีกเดือนหนึ่งถึงจะเรียบร้อย เพราะปริศนาก็ต้องใช้เวลาจัดของเหมือนกัน ทั้ง 2 ห้องเป็นของส่วนตัวของปริศนา ก็เลยต้องไปจัดเอง"
"การแต่งงานนี่มีอะไรมากมายเลยทีเดียว"
"มากค่ะ ปริศนาต้องบอกเพื่อนๆให้ทราบ เรียนเชิญผู้ใหญ่ทุกๆท่าน เฮ้อ คิดถึงคุณอาจัง"
"คุณอาจะกลับมาเมืองไทยไหม"
ปริศนาส่ายหัว
"คงไม่ค่ะแม่ ปริศนาถึงได้คิดถึงมากๆ นี่ถ้าแต่งในโบสถ์ คุณอาจะได้เป็นคนจูงเจ้าสาวเข้าโบสถ์นะคะ"
"แล้วปริศนาบอกอาวิรัชไปแล้วหรือยัง เรื่องแต่งงาน"
"บอกไป ตั้งนานแล้วค่ะ แม่ คุณอาว่าจะจัดการเรื่อง ทรูโซให้"
"เครื่องแต่งตัวเจ้าสาวน่ะหรือ"
"ค่ะ โดยเฉพาะชุดงานเลี้ยงตอนเย็น อยากเห็นจริงๆว่าคุณอาจะ
ส่งชุดแบบไหนมาให้"

ปริศนากอดเอวแม่อย่างประจบ

สนามหลังบ้านสุทธากุล กลุ่มผู้ใหญ่นั่งอยู่ด้วยกันโต๊ะหนึ่ง ส่วนเด็กลูกของอุบล ศรีประมาณ 1 ขวบ เตียงเป็นคนดูแลอยู่
"ในที่สุด พวกเราก็พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง ดีใจจังเลยค่ะแม่" สิรีบอก
"แม่ก็ดีใจ และมีความสุขจริงๆ"
"วันนี้ อนงค์แสดงฝีมือ ทำขนมมาเองเลยนะ วุ้นกรอบ ส่วนแซนวิชของปริศนา ผลไม้ของสิรี"
"ต้องกินให้ครบทุกอย่างเลยใช่ไหม" อุบลบอก
"ปริศนาน่าจะสอนภาษาอังกฤษให้หนูสมด้วยนะลูก" สมรบอก
"intensive เลย ปริศนาจะสอนให้อ่าน แล้วสอนให้พูดด้วย ดีไหม"
"ต้องขอบคุณปริศนา ที่สละห้องให้ครอบครัวเรา" สมศักดิ์บอก
"แม่ก็ดีใจ ไม่เหงาแล้ว กลัวจะเหงาจะแย่"
"มีเด็กอยู่ด้วย คุณแม่ไม่มีเหงาหรอกครับ อนงค์ จะเอาลูกมาให้คุณแม่ช่วยเลี้ยงไหม" ประวิชว่า
อนงค์อายม้วนต้วน
"อนงค์ก็ท้องแล้วหรือ" สิรีถาม
อนงค์พยักหน้า
"อนงค์คงจะต้องปรึกษาแม่ล่ะค่ะ"
อุบลบอก
"เราขอติดโทรศัพท์ที่บ้านนี้จะดีไหม อนงค์จะได้โท.มาปรึกษาแม่"
"ดีเลย จะรีบไปขอ นะครับคุณแม่" สมศักดิ์บอก
สมรพยักหน้า
อนงค์ถาม
"ชุดแต่งงานของปริศนาสวยไหม"
"สวยสิ แต่ชุดงานเลี้ยงเย็น ปริศนาว่าคุณอาจะส่งมาให้ ยังมาไม่ถึงเลย
ดีแล้วที่ตัดเสื้อให้ปริศนา เรียบร้อยไปเนิ่นๆ ชุดไปงานของอนงค์คงต้อง
ตัดเผื่อไว้ ให้คลุมท้องใช่ไหม ตอน 6 เดือน ท้องจะใหญ่ชัดกว่านี้" สิรีบอก
"ขอให้สวยมากๆด้วยนะ" ประวิชว่า
"เราต้องสวยกันทุกคนเลย"
"ตอนนี้ คุณรตี เขามาเร่งตัดชุดแต่งงาน เขาจะแต่งกับใครหรือ ประวิช"
"ผมก็ยังงง นายสันต์คนนี้เคยมาขอแต่งงานกับเขาแล้ว แต่เขาไม่เอา
อยู่ๆทำไมลุกขึ้นมาแต่งงานด้วยก็ไม่รู้ นายสันต์ น้องชาย...เออ....นายเสมอ
นั่นอย่างไร ว่าจะแต่งเดือนหน้านี้อยู่แล้ว เขาบอกให้ผม ทูลเชิญท่านชาย
ว่าจะไปจัดงานใหญ่โต ที่บ้านคุณพ่อเหมือนกัน"

สิรีอึ้งไปด้วยมีชื่อเสมอด้วย
ปริศนาเวทนา
"ตายจริง"
ช่วงเดินเข้ามา
"คุณครับ มีรถมาส่งหีบที่มาทางเรือ 3 ใบว่าเป็นของคุณปริศนา เขารออยู่ที่หน้าบ้าน"ปริศนายืนขึ้นทันที
"ทรูโซ ของปริศนา!"
แล้วปริศนาก็วิ่งออกไปทางหน้าบ้าน สิรีวิ่งตาม อนงค์ค่อยๆเดินตาม

บริเวณโถง มีหีบวางเรียงกัน 3 หีบ เป็นหีบที่ใส่เสื้อผ้ามาจากเมืองนอก ปริศนาหยิบเสื้อแต่งงานขึ้นมาจากหีบหนึ่ง เสื้อเหล่านี้ถูกห่อหลายชั้นอย่างดี ปริศนาคลี่ชุดออกทาบตัว
สิรีช่วยเข้ามาจัดรอยพับให้คลี่ออก ปริศนาถือชุดไว้แล้วหมุนรอบตัวอย่างมีความสุข
"สวยจัง ผ้าอย่างนี้ ไม่เคยเห็นเข้ามาขาย" สิรีบอก
"ยังกับเจ้าหญิง ทีเดียว" อนงค์ว่า
"โอ... คุณอา taste ยอดเยี่ยมอยู่เหมือนเดิม"
"ปริศนาจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดของปีนี้แน่นอน" อนงค์บอก
"เธอพร้อมแล้วที่จะเข้าเป็นเจ้าสาวของท่านชาย" สิรีบอก
"แล้วสิรีเล่า เมื่อไหร่จะแต่งงาน" อนงค์ถาม
"ถ้าหาคนดีอย่างท่านชายพจน์ไม่ได้ เห็นจะไม่แต่งหรอกอนงค์"
"โธ่ แต่งกับคนที่เรารักสิ สิรี"
"ฉันว่าคงจะรักใครไม่เป็นไปอีกนาน กลัวท้ายสุดกลายเป็นคนโง่ อยู่กับแม่ไปอย่างนี้ล่ะ สบายใจดี"
อนงค์กอดสิรีอย่างเอาใจ
"โธ่ สิรี"
"สิรีอย่าทำเศร้าสิ" ปริศนาบอก
"ก็อยากมาถามเค้าทำไม เรามารอแต่งตัวไปงานแต่งงานปริศนากันเถอะ ว่าแต่ ปริศนาจะไปงานยายรตีไหม"
ปริศนาส่ายหัว
"ไม่รู้ คงแล้วแต่ท่านชาย ถ้าท่านชายให้ไปในฐานะคู่หมั้นท่าน ปริศนาก็ต้องไป แต่ถ้า ไปในนามปริศนา ไม่รู้จะไปทำไม"
"คุณวิชก็บอกเขาไปแล้ว ว่าพี่คงไม่ไปเพราะท้อง"
แล้วปริศนากับอนงค์ก็มองมาทางสิรี
"ได้ข่าวว่าเขาเชิญนงลักษณ์กับคุณนนท์ แต่พี่คงไม่ไป กับรตีเอง ก็ใช่ว่าจะสนิทสนม ตระกูลนั้นก็ขอขาดกันไป แต่พ่อแม่เขาคงพอใจที่ได้รตีเป็นสะใภ้สมใจ"

ทั้งหมดหัวเราะด้วยกัน

ห้องในวังศิลาขาวที่ตกแต่งใหม่ เพื่อเป็นออฟฟิศของปริศนา ที่จะทำงานในฐานะเลขานุการของท่านชาย
 
เป็นห้องที่ไม่ปิดทึบ จะมีโต๊ะนั่งสำหรับทำงานเอกสาร 1 โต๊ะ โต๊ะวางพิมพ์ดีด อย่างเก่า 2 ตัว เป็นพิมพ์ดีดไทย และพิมพ์ดีดอังกฤษ มีอุปกรณ์เครื่องเขียน และหมู่เก้าอี้โซฟาใช้นั่งคุย รับแขก อ่านหนังสือ พร้อมโต๊ะวางหนังสือและชั้น ห้องนี้ยังไม่สมบูรณ์เรียบร้อย ที่พื้นวางหีบห่อต่างๆอยู่พอสมควร
"ครูคะ วิมลอยากเป็นพยาบาล จะได้ไหมคะ"
"ได้สิจ๊ะ แต่ทำไมวิมลถึงอยากเป็นพยาบาล"
"วิมลอยากเรียนต่อให้สูงขึ้นไป แต่คิดว่า พยาบาลสามารถเป็นอาชีพได้ด้วย ก็เลยคิดว่า น่าจะเรียนพยาบาลค่ะ"
"งั้นเราก็จะไปสมัครเรียนพยาบาลกัน ดูเหมือนว่าอาทิตย์หน้า คงจะเปิดรับ"
"แล้วหญิงละคะ ครู หญิงเป็นพยาบาลด้วยได้ไหม"
"ได้อยู่แล้วล่ะค่ะ แต่เหมือนว่า ท่านชายอยากให้ท่านหญิงเรียนภาษามิใช่หรือคะ เข้ามหาวิทยาลัยไปเรียนก่อนไหม แล้วค่อยสมัครไปเรียนเมืองนอก อย่างที่ท่านหญิงประสงค์"
"หญิงไปเรียนเมืองนอกไม่ได้เลยหรือคะ"
"ไม่ได้ทันทีเพคะ เราต้องสมัครไป ให้เขาตอบรับมาก่อน อาจใช้เวลาพอสมควร อีกอย่าง วิธีการเรียนในมหาวิทยาลัย ไม่เหมือนกับการเรียนในโรงเรียน นักศึกษาต้องค้นคว้าด้วยตัวเองมากกว่า"
"ต้องค้นคว้าอะไรล่ะคะ"
"ค้นคว้าในเรื่องที่เราสนใจ ไงคะ เพราะฉะนั้น การเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเมืองไทยก่อน ทำให้เราคุ้นกับการเรียนอย่างในมหาวิทยาลัย เมื่อไปนอกก็จะต่อไปได้อย่างสะดวก"
"เราเรียนเฉพาะในเมืองไทยไม่ได้หรือคะ ครู ทำไมต้องไปเมืองนอกด้วย"
"ภายหน้า ถ้าการศึกษาระดับสูงอย่างมหาวิทยาลัย เจริญงอกงามเท่าเทียมกันแล้ว ก็คงไม่มีความจำเป็นกระมังคะ หรือบางทีถ้าครูคนไทยเราเก่งกว่าในบางเรื่อง ฝรั่งมังค่าอาจจะต้องขอมาเรียนที่เราก็เป็นได้"
"นั่นสิคะ หญิงอยากให้ถึงวันนั้นจริงๆ"
"แต่เวลานี้ เรื่องมหาวิทยาลัยเป็นของใหม่ ครูอาจารย์ยังขาดแคลน ความก้าวหน้าทางวิชาการเรายังต้องตามเขา ไม่แน่นะคะถึงเวลาที่ท่านหญิงไปนอก วิมล อาจจะได้ตามไปเรียน วิชาพยาบาลที่เมืองนอกด้วยก็เป็นได้"
"ดีจัง"
ท่านชายพจน์ กับประวิชเดินเข้ามา หลังเพิ่งกลับมาจากงานรดน้ำแต่งงานของรตี
"อ้าว มาอยู่ตรงนี้กันทุกคน เป็นยังไง ปริศนา ห้องนี้ เธอชอบไหม"
"ชอบมากเพคะ กำลังจัดของอยู่"
"ไม่เรียกประภาเขามาช่วย"
"ปริศนา จัดไปคิดไปเพคะ ไว้ตรงไหนที่ต้องการให้ช่วยปริศนาก็จะเรียกมาเป็นครั้งๆ"
"แล้ววิมลมาช่วยครูหรือเปล่า"

"เปล่าค่ะ มาคุยกับครูเรื่องเรียนต่อ"
"น้องหญิงด้วยใช่ไหม เรื่องเรียนของ 2 คนนี่ ฉันยกให้ปริศนาจัดการเลย"
"เพคะ ประเดี๋ยวเย็นจะเสด็จงานแต่งงานอีกไหมเพคะ"
"งานเลี้ยงเย็น คงไม่ไปจ้ะ แต่ประวิชคงต้องไป ประวิชนายพาอนงค์มาที่นี่ กินข้าวเย็นด้วยกัน อย่าปล่อยให้คนท้อง ต้องเหงา"
"กระหม่อม"

ท่านชายพจน์ควงปริศนา ออกมาที่ริมน้ำ
"ตอนเช้า มาตักบาตรที่หน้าบ้าน ปริศนาคงต้องออกมาจากบ้านก่อนฟ้าสาง เลี้ยงพระเช้า แล้วเราจะจดทะเบียนสมรสกัน ในห้องรับแขกต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ของเรา ตอนกลางวัน ปริศนาพักได้ที่ห้องของเธอ และจะได้แต่งตัวสำหรับปาร์ตี้ตอนเย็น งานนี้ น้องหญิงจะได้เป็นเดบูตองเสียที ห้องคงจะตกแต่งเรียบร้อยในวัน 2 วันนี้ แล้วปริศนาทะยอยขนของมาไว้ได้เลย
เราจัดงานปาร์ตี้ตอนเย็นที่ริมน้ำนี่ แขกคงมากกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยมีงาน โต๊ะจะเรียงไปจนถึงตำหนักน้ำ"
"พวกผู้ใหญ่ นั่งโต๊ะในตำหนักน้ำท่าจะดีนะคะ จะได้ไม่โดนน้ำค้าง"

ท่านชายพจน์ จูงมือปริศนาเข้ามาที่ตำหนักน้ำ
"พอได้ฤกษ์ ส่งตัว เราจะมาลงเรือที่ตำหนักน้ำ เราจะออกเรือไปอยุธยา คงไปถึงช่วงเช้า แล้วเราจะขึ้นรถไฟจากอยุธยา ไปเชียงใหม่ บ้านที่เชียงใหม่ ตำหนักปรีดารมย์ที่เธอตั้งชื่อ ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว ตามที่เขาส่งรูปมาให้ดู เราจะอยู่ที่เชียงใหม่สัปดาห์หนึ่ง"
ท่านชายจับมือทั้งสองของปริศนา แล้วมองลงไปในดวงตา
ปริศนาหลบตาลง แล้วเอาศรีษะพิงกับอกท่านชาย
"ปริศนาคงจะต้องเตรียมตัวหลายอย่างทีเดียว"
"เพคะ ตอนมาอยู่ที่นี่ ปริศนา จะพาวูปี้มาด้วยนะเพคะ"
"จ้ะ ที่บ้าน แม่ของปริศนา คงจะวุ่นวาย เลี้ยงเด็กหลายคนแล้ว"
ท่านชายพจน์พาปริศนา ไปนั่งริมน้ำตรงที่โรแมนติก และติดดิน แถวๆตำหนักน้ำ
"แต่งงานครั้งนี้ เราคงจะยังไม่ได้ไปเมืองนอก เพราะคิดว่า ปีหน้า น้องหญิง น่าจะได้ไปเรียนที่ยุโรปแล้ว เราจะไปส่งน้องหญิงด้วยกัน และถือโอกาสเป็น ฮันนีมูนครั้ง ที่ 2 ของเราด้วย อาจใช้เวลาเป็นเดือน ถ้าวิมลเขาอยากไปเรียนต่อด้วย ฉันก็ยินดีที่จะส่งเสียเขา"
ปริศนาดึงมือท่านชายมามองท่านชายอย่างรักชื่นชม และบูชา ปริศนายกมือท่านชายขึ้นจูบ
"ปริศนาต้องบอกว่าขอบพระทัยท่านชาย ที่ plan ทุกอย่างสำหรับชีวิตของ
ปริศนา และชีวิตของคนหลายๆคนที่ท่านเมตตาเลี้ยงดู"

"ฉันได้รับการสั่งสอนมา ถ้าเรามีโอกาสได้เลี้ยงดูใคร เราต้องทำให้ดีที่สุด
เพื่อที่จะเพิ่มคนที่ทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง หากบ้านเมืองเรารุ่งเรือง ลูกหลานของเราก็จะได้มีความสุขสืบต่อไป ความดีและความไม่ดีมันกลับมาหาเราเสมอ ไม่ช้า ก็เร็ว"
"ท่านชายคะ"
ท่านชายมองหน้าปริศนา
"ปริศนารักท่านชาย รักมากที่สุด คิดไม่ผิดที่จะมอบชีวิตนี้ไว้กับท่านชาย"
"ฉันขอสัญญาว่า จะรัก และดูแลปริศนาอย่างดีที่สุด ตราบจนชั่วชีวิต"

สิรีพาท่านหญิงรัตน์มาที่เปียโน ท่านชายพจน์กับปริศนามองท่านหญิงรัตน์อย่างแปลกตา เพราะท่านหญิงรัตน์ ตัดผม สั้น อย่างเก๋ไก่
"ท่านหญิงงามไหม"
"โอ้... ท่านเป็นสาวแลสวยมากๆเลย" ปริศนาบอก
"สมกับเป็นเดบูตองของงานนี้เลยทีเดียว"
"เจ้าพี่ต้อง รออยู่ด้านล่างนี้น่ะเพคะ พอได้เวลา หญิงจะมานั่งที่เปียโนนี่
แล้ว ดีด wedding march ของ Mendelsohn ครูก็เดินลงมาตามบันได แล้วควงกันจากนี่ ออกไปที่งานปาร์ตี้ด้านหลัง"
"แล้วแขกผู้ใหญ่ก็จะตามกันออกไปที่ตำหนักน้ำ"
"ประวิช วิมล กับหญิงจะพาไปเองเพคะ เจ้าพี่ กับครูปริศนา คงจะต้องทักทายแขกคนอื่นๆที่มารออยู่ที่ โต๊ะด้านหลัง ป้าสร้อย จัดไว้แล้ว ว่า พวกหมออยู่โต๊ะไหน พวกทูตอยู่โต๊ะไหน พวกพ่อค้าอยู่โต๊ะไหน"
"ครูขึ้นไปชั้นบนเลยค่ะ" วิมลบอก
สิรีจูงปริศนาขึ้นบันไดไป
ท่านหญิงผายมือให้ท่านชายไปยืนประจำที่
ท่านหญิงรัตน์นั่งดีดเปียโน
สิรีสบตาปริศนา พยักหน้า ให้เริ่มเดินลงไป
ปริศนา เดินลงไปและยังไม่ได้จังหวะอยู่สัก 2 ครั้ง เพลงยังคงคลอขณะเดินอยู่ ปริศนาและท่านชายอยู่ในช่วงซ้อม
ครั้งที่ 1 ยังลงมาไม่สวย
ครั้งที่ 2 อยู่ที่ปลายบันไดแล้ว และควงแขนกันไม่ถูกข้าง ก็หัวเราะให้กัน
ครั้งที่ 3 ภาพจะดูเป็นความฝันที่ ปริศนาเดินมา ดู perfect

ปริศนาแต่งชุดที่ อาส่งมาให้ ท่านชายแต่งชุดแต่งงาน ท่านหญิงรัตนาวดี วิมล สิรี แต่งชุดเหมือนในงาน และเดินลงมาอย่าง perfect แต่ทุกอย่างคือการซักว้อมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานวิวาห์

ณ ห้องโถงบ้านสุทธากุล เวลากลางคืน
"แม่คะ ชีวิตของปริศนา น่าจะหมดคำถามทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ปริศนาได้คำตอบของชีวิต น่าเสียดายเหลือเกินที่ปริศนากลับมาอยู่กับแม่ได้เพียง 2 ปีเท่านั้น"
"เราอยู่ไม่ห่างกัน ปริศนาจะมาหาแม่ หรือ จะให้แม่ไปเยี่ยมปริศนาก็ได้ตลอดเวลา พ่อสมศักดิ์จะขอโทรศัพท์ และคงจะได้ในไม่ช้า มีอะไร ปริศนาก็โทรศัพท์มาหาแม่ได้"
"แม่คะ คุณย่าตั้งชื่อปริศนา เพื่อประชด ทำไมคุณแม่ถึงยอมใช้ชื่อนี้ล่ะคะ"
"เพราะอาวิรัช ท่านมาขอปริศนาเป็นลูก ไม่มีใครรังเกียจคำว่า ปริศนา ถึงปริศนา จะเป็นปริศนาของคนอื่น แต่สำหรับแม่ แม่รู้ว่าปริศนานี้มีคำตอบว่าอย่างไร แม่ดีใจ ที่ปริศนา รวมทั้งลูกของแม่ทุกคน ไม่มีใครทำให้แม่ผิดหวังเลย"
"เพราะแม่ เป็นแม่ที่ดีที่สุด และปริศนา ก็ยังมีคุณอาวิรัชที่เยี่ยมยอดมาก 12 ปี ในอเมริกา คุณอาเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ และเพื่อนที่ดีสุด ขอบคุณโชคชะตา ที่ส่งแต่คนดีๆเข้ามาในชีวิตของปริศนา"
"ปริศนาเตรียมของพร้อมหมดแล้วใช่ไหม วันนี้ต้องนอนหัวค่ำกันหน่อย พรุ่งนี้ สิรีว่าจะปลุกปริศนาขึ้นมาแต่งตัวสักตี 3 เพราะท่านชายท่านจะส่งรถมารับตอน ตี 5"
"แม่กับสิรีไปกับปริศนานะคะ อยู่กับปริศนาทั้งวัน อุบลกับสมศักดิ์ค่อยพาหนูสมไปตอนเย็น"

เสียงรถแล่นเข้ามา ปริศนาแปลกใจวิ่งออกไปดูหน้าบ้าน ท่านชายลงจากรถแล้วเดินตรงเข้ามาหา ปริศนาโผเข้าไปหาท่านชาย
"ทำไมเด็จมาดึกๆเพคะ มีอะไรหรือ"
"เปล่า มาลานางสาวปริศนา เท่านั้นเอง ถ้าไม่พบเธอ คืนนี้คงนอนไม่หลับแน่"
"ปริศนาคงนอนไม่หลับเหมือนกัน ใจเต้นจัง"
"ฉันก็ตื่นเต้น ปริศนา ปริศนาเจ้าสาวของฉัน"
คุณชายพจน์กอดปริศนาไว้ และเหวี่ยงตัวปริศนาเป็นวงกลม ก่อนหยุดและก้มลงถามอย่างอ่อนหวาน
"เธอคิดถึงฉัน และมีความสุขอย่างยิ่งหรือเปล่า"
ปริศนา พยักหน้าและซบหน้าลงกับบ่าท่านชาย
หม่อมเจ้าพจน์ ปรีชาจูบหน้าผากปริศนาด้วยความรักและเอ็นดู
"ไปนอนเสียเถอะปริศนา นอนให้หลับนะ งานพรุ่งนี้เธอจะต้องสวยที่สุด"
"ค่ะ"
"คืนนี้ เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะจากกัน เราจะไม่จากกันอีกตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พรุ่งนี้ ปริศนา พรุ่งนี้แล้ว ลาก่อน พรุ่งนี้ พบกันใหม่"
"ทูลลาก่อน พรุ่งนี้.... พรุ่งนี้ เราจะไม่จากกันไปไหนอีก"

ท่านชายพจน์กอดปริศนา
 
จบบริบูรณ์...
กำลังโหลดความคิดเห็น...