xs
xsm
sm
md
lg

เพื่อน แพง ตอนที่ 14

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เพื่อน แพง ตอนที่ 14

เพื่อนกำลังถูกมานพจับกดลงกับเตียงแล้วซุกไซ้อย่างรุนแรง
 
แตกต่างอย่างสิ้นเชิง กับความรักที่ลอกับแพงกำลังมีให้กัน เพื่อนเหมือนถูกลงโทษในสิ่งที่ทำลงไป
“อย่า อย่าทำฉันเลย ฉันขอร้อง ฮือๆ พี่ลอจ๋า ช่วยฉันด้วย”
“สายไปแล้วที่จะร้องเรียกหาไอ้ลอ ในเมื่อเธอเรียกร้องอยากให้ฉันเป็นผัว เธอก็จะได้ อย่างที่ต้องการ”
มานพชกเข้าที่ท้องเพื่อน เพื่อนสะดุ้งเฮือกจุกตัวงอ หมดเรี่ยวแรงที่จะแข็งขืน มานพยิ้มร้ายมองเพื่อนอย่างสาแก่ใจ กระชากเสื้อเพื่อนจนขาด แล้วก้มลงซุกไซ้อย่างรุนแรง เพื่อนไม่มีแรงตอบโต้ได้แต่นอนน้ำตาไหลอาบแก้มปนเสียงสะอื้นอย่างน่าเวทนา

คืนนั้น ลอกับแพงล้มตัวลงบนเสื่อ สองมือของแพงโอบกอดลอแนบแน่น แผ่นอกที่เปลือยเปล่าของลออยู่เหนือตัวแพงที่ไร้ผ้าแถบ ลอโอบรัดแพงแล้วโถมความฉกรรจ์มอบความรักที่มีทั้งหมดให้แพงรับรู้ เสียงสะดุ้งเฮือกของแพงเปี่ยมไปด้วยความสุข มือจิกแผ่นหลังลอ

ตอนเช้า สายฝนเมื่อคืนทำให้ท้องทุ่งนาชุ่มฉ่ำสวยงาม พิศทอดกระไดเรือนลงมายังพื้น
“อีแพง อีแพงโว้ย ป่านนี้ยังไม่ตื่นอีก ออกมาเก็บกวาดบ้านช่องให้ข้าหน่อยโว้ย เมื่อคืน พายุเล่นซะเละเทะไปหมดแล้ว อีแพง อีแพงโว้ย”
ไม่มีเสียงตอบกลับ พิศสงสัย ไอค่อกแค่ก หายใจหอบๆ

แพงนอนหนุนแขนลอซบหน้ากับแผ่นอกด้วยรอยยิ้มอันเปี่ยมสุข แอบมองใบหน้าที่ หลับไหลของชายหนุ่มแล้วยิ่งรู้สึกว่าลอเป็นของตัวเองแต่ผู้เดียว
“พี่ลอจ๊ะ ถ้านี่เป็นความฝัน ฉันก็ไม่อยากตื่น ฉันอยากอยู่ในอ้อมแขนของพี่อย่างนี้ไปตลอด พี่ลอจ๋า”
แพงอดน้ำตารื้นตื้นตันไม่ได้ ระหว่างนั้นลอขยับตัวนิดหน่อย แพงชะงักกลัวว่าจะทำให้ลอตื่น เลยค่อยๆ ลุกรวบผ้าห่มขึ้นมาพันร่างอันเปลือยเปล่า ลอค่อยๆ ลืมตาตื่นมองแพง หลังจากแกล้งหลับฟังแพงรำพันถึงตัวเอง ลออมยิ้มดึงแพงมากอดทันที
“ว้ายพี่ลอ ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”
“ข้าตื่นก่อนเอ็งซะอีกอีแพง ตื่นมาดูหน้าเอ็งหลับก่อนที่เอ็งจะตื่นมาดูหน้าข้าด้วยซ้ำ”
“จริงเหรอพี่ลอ งั้นที่ฉันพูดเมื่อตะกี้”
“ข้าก็คิดเหมือนเอ็งนั่นแหละ อยากให้นี่เป็นความฝัน จะได้ไม่ต้องตื่น”
ลอพูดไปก็ซุกหน้าหอมซอกคอแพงอย่างรักใคร่ หอมแรงจนแทบจะกินแพงได้ทั้งตัว
“อีแพง รู้ไว้ด้วยนะว่าเอ็งงามทั้งน้ำใจงามทั้งรูปกาย รักของเอ็งเป็นของวิเศษแก่ข้า ข้า ถึงอยากชื่นใจเอ็งอีก ให้สมกับที่ข้ารักเอ็งเข้าให้แล้ว”
ลอออดอ้อน แพงเริ่มจั๊กจี๋แอบหยิกแขนลออย่างน่าเอ็นดู
“พี่ลอเนี่ย ไม่เอาแล้ว ไก่โห่จนเงียบเสียงไปนานแบบนี้ ถ้าพ่อตื่นขึ้นมาไม่เจอฉันล่ะก็”
แพงพูดไม่ทันจบ เสียงพิศก็ดังแทรกขึ้นมาจากนอกกระท่อม
“ไอ้ลอ ไอ้ลอโว้ย”
แพงกับลอชะงัก หันขวับไปทางหน้ากระท่อมอย่างตกใจ พิศเดินเข้ามาตะโกนเรียกสลับกับเสียงไอค่อกแค่กและหายใจหอบ
“ไอ้ลอ ไอ้ลอโว้ย อยู่รึเปล่าวะ ไอ้ลอ”
ลอรีบออกมาปั้นหน้าไม่ถูก
“อยู่ อยู่จ้ะอา”
“ทำอะไรของเอ็งอยู่วะไอ้ลอ ข้าเรียกตั้งนาน”
“เอ่อ ฉัน ฉัน”
“เอาล่ะๆๆ ข้าขี้เกียจรู้แล้ว แค่เดินมาหาเอ็งถึงนี่ข้าก็เหนื่อยจะแย่”
ลอรีบไปช่วยพยุงพิศนั่งที่แคร่
“แล้วอามาหาฉันทำไมแต่เช้าล่ะจ๊ะ”
“ก็อีแพงน่ะสิวะ หายหัวไปไหนก็ไม่รู้ ข้าหาจนทั่วบ้านไม่เจอ ก็เลยมาถามเอ็ง เผื่อจะรู้”
ลอชะงักหน้าเสีย
“ว่าไงไอ้ลอ เอ็งเห็นมันรึเปล่าวะ”
“อาจ๊ะ คือว่า ฉัน ฉัน”
“ฉันอยู่นี่จ้ะพ่อ”
พิศกับลอหันขวับไปเห็นแพงตามเข้ามา หน้าตาเปรอะไปด้วยคราบโคลน มือก็เลอะโคลนเต็มตัว
“อีแพง เอ็งหายหัวไปไหนมา”
แพงฉีกยิ้มหน้าซื่อๆ
ลอช่วยพยุงพิศกลับมานั่งพักในบ้าน แพงเดินตามหลังเนื้อตัวยังเปรอะโคลนเต็มไปหมด
“แล้วทำไมเอ็งไม่ปลุกข้า อยู่ๆ ก็หายหัวไปข้าก็ตกใจน่ะสิวะ”
“ให้ฉันปลุกพ่อแล้วจะช่วยอะไรได้ล่ะจ้ะ แค่เดินไปตามฉันพ่อยังเหนื่อยเลย”
“อีนี่ เออ แล้วตกลงผักในแปลงเป็นยังไงบ้าง”
“โดนพายุพัดเสียหายซะเกือบหมด กว่าฉันจะเก็บไอ้ที่ดีๆ เอาไว้ขึ้นมาได้ ก็เล่นซะเอว เคล็ดเลยจ้ะ”
แพงพูดไปก็เหลือบไปมองลอให้อยู่เฉยๆ เออออตามที่เธอกำลังปดพ่อ
“เฮ้อ งั้นเดี๋ยวเอ็งก็ไปจัดการต่อให้เรียบร้อย เสียเวลาต้องมาปลูกกันใหม่อีก”
“จ้ะพ่อ งั้นเดี๋ยวฉันไปล้างเนื้อล้างตัวแล้วมาจัดยาจัดข้าวปลาให้พ่อนะ”
แพงรีบเดินออกไป ลอมองอย่างครุ่นคิด แพงเดินมาที่ตุ่มน้ำ ตักน้ำมาล้างคราบโคลน ลอเดินเข้ามา
“อีแพง เรื่องของข้ากับเอ็ง ข้าว่า”
“พี่ลอไม่ต้องพูดหรอกจ้ะ”
“ทำไมวะอีแพง”
“ตอนนี้พ่อยังไม่หายดี ถ้าว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งกับฉันทั้งกับพี่เพื่อน ฉันกลัวพ่อจะรับไม่ได้”
“แต่ข้าอธิบายให้อาพิศเข้าใจได้”
“พี่พูดเหมือนไม่รู้จักนิสัยพ่อ ปัญหาทุกอย่างถ้ามีฉันไปเกี่ยวข้องด้วย พ่อไม่มีทางเข้าใจ อะไรได้หรอก รอให้พ่อหายดีก่อนแล้วค่อยคิดกันอีกที นะจ๊ะพี่ลอ”
ลอนิ่งไป มองแพงอย่างหนักใจ

มานพสวมเสื้อติดกระดุมอยู่หน้ากระจกแล้วหางตามองไปที่เพื่อนซึ่งเอาแต่นั่งกอดเข่าร้องไห้ มานพไม่แยแสทั้งๆ ที่บนใบหน้าของเพื่อนมีรอยฟกช้ำมุมปากจากการถูกมานพทำร้าย
“จะร้องไห้สะอึกสะอื้นไปทำไม ในเมื่อเธอได้ในสิ่งที่เธอเรียกร้องจากฉันมาตลอดแล้ว ไม่ใช่เหรอ”
“ไอ้ชาติชั่ว สักวันคนอย่างแกจะต้องไม่ตายดี”
“หึๆๆ คำสาปแช่ง คำสาบาน มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอกแม่เพื่อน เพราะฉันไม่เชื่อเรื่องงม งายพวกนั้น”
มานพยิ้มเยาะแล้วหันไปหยิบเสื้อนอกมาสวมทับและจัดทรงเสื้อให้เข้ารูป เพื่อนจ้องเขม็งด้วยความเกลียดชัง และเจ็บแค้น เหลือบไปมองกรรไกรที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วขยับไปหยิบมากำแน่น
“ถ้าคิดจะลอบทำร้ายฉันด้วยของแค่นั้น เธอคิดผิดแล้ว”
เพื่อนชะงักที่มานพรู้ทัน มานพเข้ามาแย่งกรรไกรออกจากมือเพื่อนแล้วผลักแรงๆ
“เธอจะไม่มีวันได้แก้แค้นฉัน เพราะถ้าเธอทำให้ฉันเจ็บอีกแม้แต่รอยข่วน เธอได้ถูกฉัน จับขังคุกในพระนครแน่ เข้าใจมั้ย”
มานพบีบปากเพื่อนให้ฟังคำขู่ เพื่อนน้ำตาไหลอาบแก้มพยักหน้ารับด้วยความกลัว
“ดีมาก อ้อ แล้วถ้าหน้าบางกลัวว่ากลับไปบ้านสร้างแล้วไอ้ลอจะไม่เอาทำเมียอีก เธอ จะอยู่พระนครต่อไปก็ได้นะ ฉันจะเลี้ยงดูเธอเหมือนที่วิชิตเลี้ยงดูคุณแรม แต่เธอต้องทำ ตัวดีๆ อยู่ในโอวาทของฉัน”
มานพยิ้มกวน แล้วดึงเพื่อนมาหอมแก้มแรงๆ เพื่อนรังเกียจผลักมานพออกจากตัว มานพหัวเราะชอบใจเดินออกไป เพื่อนปล่อยโฮร้องไห้อย่างเจ็บปวดและน่าเวทนา ก่อนจะหันไปมอง หน้าตัวเองในกระจกอย่างเจ็บแค้น

“อีแรม มึงทำให้กูต้องเป็นแบบนี้ มึงอย่าอยู่เลย”

ภายในสมาคม แรมแต่งตัวสวย
 
ทาปากแดงเดินเข้ามาด้วยความดีอกดีใจ แล้วพยายามมองหาวิชิต แต่ไม่เห็นตัว เลยถามหากับพนักงานในสมาคม
“คุณวิชิตอยู่ไหน”
“ยังไม่เห็นมาเลยนี่ครับ”
“แต่เขานัดฉันให้มาพบนี่ ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปรอที่ห้องรับรอง ขอเครื่องดื่มอย่างเดิมให้ฉันด้วยแล้วกัน”
พนักงานรับคำแล้วเดินออกไป แรมจิกหน้ายิ้มได้ครู่ก็ชะงักเมื่อเพื่อนเดินเข้ามา
“เป็นอะไรไปเหรอจ๊ะพี่แรม ทำไมเจอหน้าฉันแล้วต้องตกใจอย่างกับเห็นผีด้วย”
“ฉัน ฉันไม่ได้ตกใจซะหน่อย แค่ แค่ไม่คิดว่าจะยังเห็นหล่อนมาแถวนี้อีก”
“อ๋อ พี่แรมคงคิดว่าฉันน่าจะเก็บเสื้อผ้ากลับบ้านสร้างไปแล้ว หลังจากที่ฉันโดนพี่หักหลัง เอาเรื่องที่ฉันขอร้องให้ช่วยเล่นงานนังโสภีไปบอกคุณมานพน่ะเหรอ”
“อย่าเรียกว่าหักหลังเลยดีกว่าแม่เพื่อน เรียกว่าฉันช่วยให้หล่อนได้หู ตาสว่าง ไม่ต้องไปเป็นศัตรูกับคนที่หล่อนไม่ควรไปแตะต้องดีกว่า”
“หึ พี่มันก็เก่งแต่ปลิ้นปล้อนตอแหล เอาตัวรอดไปวันๆ”
“แก แกด่าฉันแล้วอย่าลืมส่องกระจกดูตัวเองด้วย ไอ้คนที่มันเลือดเย็นเห็นแก่ตัวกว่าฉันก็อยู่ในเงากระจกที่แกส่องนั่นแหละ เชอะ”
แรมไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย เดินชนไหล่เพื่อนจะเข้าไปข้างใน เพื่อนเซเล็กน้อยแต่ไม่แสดงอารมณ์
“ฉันจะกลับบ้านสร้างแล้ว พี่มีอะไรจะฝากฉันไปถึงพ่อพี่รึเปล่า”
“ไม่มี เชิญหล่อนกลับไปเกลือกกลั้วโคลนตมตามสบาย”
แรมไม่สนใจเพื่อนอีก เดินหายเข้าไปข้างใน เพื่อนมองตาม ยิ้มร้าย

ในห้องรับรองของสมาคม แรมเดินเข้ามาแล้วต้องชะงักเมื่อเจอพักตร์พริ้งนั่งรออยู่
“นังพักตร์พริ้ง”
“ใช่ ฉันเอง ในที่สุดก็ได้เจอหน้าค่าตากันซะทีนะ นังแรม นังกะหรี่ชั้นต่ำ”
“แกมาที่นี่ได้ยังไง แล้วคุณวิชิตอยู่ไหน”
“ยังมีหน้ามาถามหาผัวฉันอีกเหรอ นังหน้าด้าน”
“ก่อนจะด่าฉัน ช่วยดูหนังหน้าตัวเองก่อน ถ้าหนังหน้าแกมันดูดีกว่าฉัน คุณวิชิตเขาคงไม่ มาหลงฉัน มากอดมาจูบแล้วพร่ำรำพันว่า ผมทนอยู่กับอีแก่ไม่ไหวอีกแล้ว”
“แก”
“หึ เป็นไง สมกับที่อยากมาเจอหน้าฉันแล้วรึยัง จะได้เอาให้เด็ดขาดกันไปข้าง เพราะยังไงฉันก็ไม่มีวันปล่อยคุณวิชิตให้แกแน่ เขาจะต้องเลิกกับแกแล้วมาเป็นของฉันคนเดียว จำเอาไว้”
แรมเชิดหน้าใส่แล้วจะเดินออกไป แต่ต้องชะงักกึกเมื่อเจอชายฉกรรจ์ 2 คน หน้าตาเอาเรื่องโผล่มายืนขวาง
“นังกะหรี่ชั้นต่ำ น้ำหน้าอย่างแกอย่าได้คิดมาเทียบกับฉัน แกจะมีลมหายใจอยู่ได้ก็แค่ วันนี้เท่านั้น ลากมันออกไป จัดการมันให้สาสมกับความร่านของมัน”

ชายฉกรรจ์ทั้ง 2 คน ตรงเข้ามาล็อคตัวแรมเอาไว้ไม่ให้ดิ้น แรมตกใจหน้าเสีย
“ปล่อย ปล่อยฉัน”
เพื่อนยืนอยู่ข้างหน้าสมาคมพร้อมกระเป๋าเดินทาง ระหว่างนั้น แรมถูกชายฉกรรจ์ล็อคตัวลากพาออกมาโดยมีผ้าอุดปากเอาไว้ แรมเห็นเพื่อนก็พยายามร้องอู้อี้ขอความช่วยเหลือ เพื่อนนิ่งเฉยยืนมองแรมถูกพาตัวไปอย่างไม่แยแส พักตร์พริ้งเดินตามออกมาแล้วหยุดมองเพื่อน
“ขอบใจมาก”
เพื่อนพนักหน้ารับ พักตร์พริ้งเดินตามพวกนั้นไป เพื่อนยืนมองส่งชะตากรรมของแรม
“อโหสิให้ฉันด้วยนะพี่แรม”
เพื่อนถือกระเป๋าเดินทางเดินออกไป

ภายในตรอก เสียงหัวเราะของชายฉกรรจ์ลูกน้องพักตร์พริ้งดังลั่นปนกับเสียงร้องโหยหวนของแรม
“พอแล้ว กลัวแล้ว พอแล้ว ช่วยด้วย. ช่วยด้วย”
เสียงหวีดร้องของแรมดังลั่นแล้วเงียบลง ชายฉกรรจ์ทั้ง 2 คนเดินออกมาจากตรอก แรมนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น ใบหน้าชุ่มโชกไปด้วยเลือด เพราะถูกมีดกรีดเสียโฉม และถูก ทิ้งให้นอนตายอยู่ในตรอกอย่างน่าสังเวช
เพื่อนเดินถือกระเป๋าเดินทางมาตามถนน หนุ่มสาวชาวพระนครแต่งตัวดีเดินผ่านเข้ามา แล้วชนเพื่อนจนเซกระเป๋าตกพื้นฝาเปิด แต่ไม่มีคำขอโทษ กลับหางตามองเพื่อนอย่างดูถูกดูแคลน
เพื่อนรีบก้มลงเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า แล้วทรุดนั่งลงร้องไห้อย่างเจ็บปวด ท่ามกลางผู้คนที่เดินไปมา
“พี่ลอ พี่ลอจ๋า ฉันไม่มีที่ไหนให้ไปอีกแล้ว พี่ลอจ๋า”
เพื่อนร้องห่มร้องไห้กลางถนนพระนครอย่างน่าเวทนา

ลอเดินมาตามทุ่งนา หน้าแช่มชื่นมีความสุข
“ไอ้เปลี่ยว ไอ้เปลี่ยวโว้ย หายหัวไปไหนวะ ไอ้เปลี่ยว”
ลอร้องเรียกตะโกนหาอยู่ครู่ เสียงด้วงก็ดังแว่วเข้ามาจากทางเถียงนา
“ตะโกนโหวกเหวกอยู่ได้ หนวกหูคนกำลังงีบสบายเลยไอ้ลอ”
“แล้วเถียงนาข้ามันใช่ที่งีบของเอ็งเหรอวะ แสดงว่าแอบหนีงานที่วัดมาหาที่อู้ล่ะสิ”
“ปั๊ดโธ่เว้ย เอ็งนี่มันรู้ทัน เออ ข้าแอบอู้มางีบจริง แต่ถ้าเอ็งไม่เอาไปบอกหลวงพ่อ ข้าจะ บอกเอ็งให้ว่าไอ้เปลี่ยวมันอยู่ไหน”
“เอ็งรู้เหรอวะ”
ด้วงยักคิ้วยิ้มกวนๆ
“เอ็งไม่ต้องห่วงมันหรอก ป่านนี้มันคงสบายตัวสบายใจไปแล้ว”
ลอมองด้วงแปลกใจ

แพงเอาผ้ามาซักอยู่ที่ริมตลิ่ง ระหว่างนั้นหันไปเห็นแก้วถือตะกร้าผ้าเดินมาพอดี แก้วชะงักที่เห็นแพงนั่งซักผ้าอยู่ก่อน
“เอ็งจะซักผ้าเหรอ มาซักกับข้าตรงนี้สิอีแก้ว”
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้แดดไม่ค่อยดี”
แก้วจะเดินเลี่ยง แพงรีบเข้าไปขวาง
“เมื่อไหร่เอ็งจะเลิกเห็นข้าเป็นหัวหลักหัวตอซะที”
“เอ็งมาถามข้าแบบนี้คงจะได้ความหรอกอีแพง มันอยู่ที่เอ็งไม่ได้อยู่ที่ข้า”
“งั้นข้าก็ขอบอกเอ็งเลย ข้าไม่มีวันเลิกรักพี่ลอ ต่อให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจแค่ไหน ข้าก็จะรักเขา ส่วนเอ็ง ข้าก็จะไม่มีวันยอมให้เอ็งเมิน เอ็งไม่เชิญข้าไปงานแต่ง ข้าก็จะเสนอหน้าไปเอง ถ้าเอ็งท้องจะคลอดลูก ข้าก็จะเสนอหน้าไปช่วยเอ็งทำคลอด เวลาลูกเอ็งบวชข้าก็จะเสนอหน้าไปรำแห่นาคให้”
“เฮ้ยอีแพง นั่นเขาเรียกว่าเสือกทุกเทศกาล”
“ก็ทีเอ็งยังเสือกมาเป็นห่วงข้า แล้วทำไมข้าจะเสือกกับเอ็งบ้างไม่ได้”
“อีนี่ ยังเถียงข้าฉอดๆ อีก”
“ก็เอ็งกับข้าเป็นเพื่อนรักกันนี่หว่า ตัดยังไงก็ตัดไม่ขาดหรอก ใช่มั้ยอีแก้ว”
“อีแพง อีกะล่อน ข้าไม่เถียงกับเอ็งแล้ว”
แก้วรีบเดินออกไป แพงรีบคว้าตะกร้าผ้าที่ซักแล้วเดินตาม
“อีแก้ว เดี๋ยวสิวะ อีแก้ว”
แพงรีบเดินตามแก้ว พยายามเรียกให้หยุด แต่ระหว่างนั้นเจอลอกระชากลากไอ้เปลี่ยว เดินเข้ามา ด้วงเดินตามหลัง
“มานี่เลยไอ้เปลี่ยว ไปกับข้าเดี๋ยวนี้”
“เอ็งจะไปดุมันทำไมวะไอ้ลอ ปล่อยให้มันกลับไปมีความสุขตามประสาควายเถอะวะ”
“หุบปากเอ็งไปซะไอ้ด้วง อย่ามากวนให้เสียเวลาข้า”
“มีอะไรกันเหรอจ๊ะพี่ลอ”
“ไอ้ลอมันหาไอ้เปลี่ยวตั้งแต่เช้า แต่พอข้าบอกว่าเจอไอ้เปลี่ยวมันไปคลอเคลียจ้องทับอีเหม็นเท่านั้นแหละ ไอ้ลอก็ไปฉุดไปลากมันกลับมาซะอย่างนั้น มันเป็นควายนะโว้ย จะให้มันทับแต่อีจั่นตัวเดียวแล้วพอได้ยังไง มันติดสัดอยากทับตัวอื่นอีกก็ปล่อยมันเถอะวะ”
“ข้าไม่ได้จะแยกมันกับอีเหม็นอย่างที่เอ็งว่ามาโว้ย ข้าแค่จะเอามันไปให้อาผู้ใหญ่ยืม เทียมเกวียน รับปากเขาไว้ตั้งแต่วานซืน”
“อ้าวแล้วเอ็งทำไมไม่บอกข้าให้หมด ข้าก็หลงนึกว่าเอ็งอิจฉาเพื่อนรักที่มีตัวเมียให้คลอ เคลียเยอะแยะ เพราะแม่เพื่อนคู่หมั้นเอ็งยังไม่โผล่หัวมาซะทีน่ะสิวะ ฮ่าๆๆ”
ด้วงหัวเราะยังไม่ทันเสร็จ ก็ถูกแพงยันโครม จนเซถลาหน้าทิ่มพื้น
“อู้ย อีแพง เอ็งถีบข้าทำไมวะ”
“ก็ปากเอ็งชักเอาใหญ่ เล่นไม่เห็นหัวเห็นหาง ถ้าข้าเห็นเอ็งล้อเลียนพี่ลอเรื่องนี้อีก ข้าจะ เลาะฟันเอ็งออกมาแล้วยัดลงคอให้เอ็งกลืน”
“เฮ้ย เรื่องแค่นี้เนี่ยนะอีแพง”
“แค่นี้ก็ไม่ได้โว้ย”
“ช่างมันเถอะอีแพง เอ็งซักผ้าเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวข้าช่วยงานอาผู้ใหญ่เสร็จแล้วจะหิ้วท้องรอเอ็งเก้อ”

“จ้ะพี่ลอ ฉันจะรีบกลับไปหุงข้าวรอพี่เดี๋ยวนี้แหละ”

แพงยิ้มสดใสให้ลอ ทั้งสองสบตากันอย่างคนรัก ทำให้แก้วอดมองด้วยความสงสัยไม่ได้
 
“ไปได้แล้วไอ้เปลี่ยว ไป”
ลอลากไอ้เปลี่ยวออกไป แพงชี้หน้าด้วงย้ำเตือน
“ข้าเอาจริงนะไอ้ด้วง อย่าปากเสียกับพี่ลอให้ข้าได้ยินอีก”
แพงเดินออกไป แก้วมองสงสัย

แพงสะบัดผ้าเปียกหมาดแล้วตากกับราวที่หลังบ้าน เสียงแก้วดังขึ้นข้างหลัง
“เล่ามาให้ข้าฟังให้หมดนะอีแพง”
“อะไรของเอ็งวะอีแก้ว เดี๋ยวไม่อยากคุยกับข้า เดี๋ยวก็มาสั่งให้ข้าคุยด้วย”
“ก็ตาข้าไม่ได้บอดนี่หว่า เมื่อตะกี้เห็นๆ อยู่ว่าเอ็งกับพี่ลอมองหน้ากันยังไง”
แพงชะงัก รีบหันหลังไปตากผ้าต่อ หลบหน้าไม่กล้าสบตากับแก้ว
“ข้ากับพี่ลอก็เหมือนเดิม เคยมองหน้ากันยังไงก็อย่างนั้น ไม่เห็นจะแปลกเลยนี่หว่า”
“เอ็งอย่ามาตอแหลข้า เอ็งกับพี่ลอตกลงรักกันแล้วใช่มั้ย”
“เอ็งจะเสียงดังทำไม อยากเห็นข้าโดนพ่อเล่นงานเหรอไง เออ ความรักของข้ากับพี่ลอ มันเป็นจริงแล้วอีแก้ว ต่อไปนี้ข้าไม่ต้องทนขมขื่นเพราะรักพี่ลอข้างเดียวอีกแล้ว”
“อีแพง”
“แต่ไม่ใช่อย่างที่เอ็งกลัว พี่ลอเขาเห็นความดีที่ข้าทำเพื่อเขา เขาก็เลยรักข้าจริงๆ ไม่ใช่ เพราะเขาไม่เหลือพี่เพื่อนแล้วจะใช้ข้าแก้เหงา”
“เอ็งแน่ใจได้ยังไง จำไม่ได้เหรอวะ พี่ลอจะเป็นจะตายขนาดไหนตอนโดนพี่เพื่อนทิ้ง”
“ข้าโตมากับพี่ลอ ทุกคำพูดของเขาข้ารู้ว่าเขาพูดออกมาจากใจซื่อๆ ก็เหมือนที่เอ็งแน่ใจ ว่าไอ้ก้อนรักเอ็งนั่นแหละอีแก้ว”
แพงตากผ้าจนเสร็จแล้วเดินออกไปเอาฟืนแห้งๆ เตรียมจะขึ้นไปหุงข้าว แก้วรีบตามเข้ามา
“เอ็งจะเอาข้ามาเปรียบกับเอ็งไม่ได้ ชีวิตข้าไม่ได้เกิดมาอย่างเอ็ง”
แพงชะงัก หน้าเศร้าๆ
“อีแพง ข้าขอโทษ ข้าไม่ตั้งใจจะพูดซ้ำเติมเอ็ง”
“ข้าไม่โกรธหรอก เอ็งว่ามาก็ถูก ข้าเกิดมาชาตินี้เหมือนมาเพื่อใช้กรรม ถ้าข้าตายไปเสีย แต่วันที่จมน้ำ เวรกรรมข้าก็คงหมดสิ้น แต่เพราะพี่ลอช่วยข้าไว้ ข้าถึงได้รู้ว่า เขาไม่ได้ให้ข้าเกิดมาเพื่อใช้กรรมอย่างเดียว แต่เขาให้ข้าเกิดมาเพื่อรักพี่ลอด้วย”
แพงพูดไปก็น้ำตารื้นด้วยความตื้นตันแล้วหันมายิ้มทั้งน้ำตาให้แก้วเห็น
“ตอนนี้ข้ามีความสุขแล้วอีแก้ว ต่อให้ต้องเจอทุกข์อีกหนักหนาแค่ไหน ข้าก็จะไม่เจ็บปวดอีก เพราะข้าได้ความรักจากพี่ลอมาแล้ว เอ็งจะไม่ดีใจกับข้าหน่อยเหรอเพื่อนรัก”
“อีแพง”
“ดีใจกับข้าด้วยกันสิอีแก้ว นะ ข้าอยากให้เอ็งสุขไปกับข้าด้วย นะอีแก้ว”
แก้วมองแพงแล้วอดน้ำตาไหลตามเพื่อนไม่ได้ โผเข้าไปสวมกอดเพื่อนแน่น
“ข้าขอโทษ ฮือๆๆ ข้าแค่อยากเห็นเอ็งมีความสุขอย่างคนอื่นเขาบ้าง จริงๆ นะอีแพง”
“พี่ลอเขารับรักข้า แค่นี้ข้าก็มีความสุขแล้วอีแก้ว สุขที่สุดตั้งแต่ข้าเกิดมาเลย ฮือๆๆ”
แก้วอมยิ้มทั้งน้ำตา แพงยิ้มให้เพื่อนแล้วช่วยกันปาดน้ำตาให้กันอย่างกลมเกลียว

ลอขี่ไอ้เปลี่ยวเข้ามาบริเวณคุ้งต้นไทร พอลงจากหลังไอ้เปลี่ยว ก็ตบท้ายเบาๆ
“เอ็งไปพักหาน้ำหาหญ้ากินเถอะไอ้เปลี่ยว”
ลอไสไอ้เปลี่ยวให้เดินออกไป แล้วตรงเข้าไปที่หน้าศาลใต้ต้นไทร คุกเข่า กำพระที่ห้อยคอแน่น
“ฉันมีเรื่องต้องสารภาพจ้ะพ่อ ฉันเคยตั้งต้นชีวิตด้วยคำสาบานว่าจะรักแต่แม่เพื่อนผู้เดียว แต่แม่เพื่อนกลับว่าคำสาบานนั้นมาแต่ปากฉันไม่ได้มาจากปากเขา เวลานั้น ฉันเหมือนคนกำลังจมน้ำ แต่ก็มีเชือกมาให้ฉันยึดเหนี่ยว เชือกนั่นก็คืออีแพง มันยื่นความรักให้ฉันอย่างที่ไม่กลัวว่าเชือกจะพันคอตัวเอง ความดีงามของมันทำให้ฉันทั้งโง่และหูหนวกตาบอด ฉันจึงตั้งใจมากราบ มาขอให้พ่อเป็นพยาน ฉันไม่ได้เป็นอย่างกังหันที่หมุนตามแต่ทิศลมพาไป แต่ฉันรักอีแพงด้วยใจจริงและจะรักแต่อีแพงผู้เดียว”
สายลมพัดมาเบาๆ เหมือนคำตอบรับรู้จากวิญญาณของเทิด ระหว่างนั้นเสียงแพงดังขึ้นแต่ไกล
“พี่ลอจ๋า พี่ลอ พี่ลออยู่ไหน”
“ข้าอยู่นี่อีแพง”
แพงวิ่งเข้ามาเหงื่อเต็มหน้า
“ฉันหาพี่ลอซะทั่ว กลัวพี่ลอหิวจน”
ลอไม่ปล่อยให้แพงพูดต่อ มือหนึ่รวบเอวแพงเข้ามาจนชิด ส่วนอีกมือก็แตะที่ริมฝีปากแพง
“ตอนนี้ข้ายังไม่หิวข้าวหรอกอีแพง ข้าอยากจูบเอ็งมากกว่า”
ลอพูดไปก็ก้มหน้าจะจูบ แต่แพงรีบเอียงหน้าหลบอย่างเขินอาย
“จะบ้าเหรอพี่ลอ อยู่ๆ จะมาจูบฉันทำไม”
“ก็แล้วทำไมจะไม่ได้ล่ะอีแพง ในเมื่อเอ็งเป็นยอดรักของข้าแล้ว ข้าก็ต้องอยากจูบเอ็งให้ทั่วตัว ตั้งแต่หัวกบาลยันหัวแม่ตีน”
“บ้าสิพี่ลอ คะนองปากใหญ่แล้ว เรื่องอะไรฉันจะให้พี่ลอมาจูบฉันตามใจอยาก”
“เอ็งก็ลองห้ามข้าดูสิ ถ้าห้ามข้าได้นะอีแพง”
ลอพยายามซุกไซ้จูบ แพงรีบดันตัวแต่ก็สู้แรงลอที่โอบรัดแน่นแล้วซุกไซ้กอดจูบไม่ได้ แพงนิ่ง กอดรัดตอบลออยู่ครู่ แต่ทว่าอยู่ๆ ลอก็ร้องดังลั่น แพงกัดไหล่ลอจมเขี้ยว แล้วผลักออกจากตัวพร้อมหัวเราะสะใจ
“นี่ไง ฉันห้ามพี่ได้รึยัง”
“อู้ย อีแพง เอ็งเล่นทีเผลออย่างนี้ ข้าจะจูบเอ็งให้มากกว่าเมื่อตะกี้อีก”
“เหรอจ๊ะพี่ลอจ๋า จับฉันให้ได้ก่อนก็แล้วกัน มาสิ ถ้าวิ่งตามฉันทัน”
แพงแลบลิ้นปลิ้นตาใส่แล้วโกยอ้าวทันที
“อีแพง”
ลออมยิ้มมีความสุข แพงวิ่งหนีลอมาตามคันนา
“อย่าหนีข้านะโว้ยอีแพง”
“เรื่องอะไรจะอยู่ให้พี่มาตู่ใส่ฉันล่ะ”
แพงแลบลิ้นยักคิ้วกวนแล้ววิ่งหนีต่อ ลอยิ้มเจ้าเล่ห์ แพงวิ่งไปตามคันนาก่อนจะได้ยินเสียงลอร้องเจ็บ แพงชะงัก หันขวับกลับมาไม่เห็นลอ
“พี่ลอ”
แพงกวาดสายตามองไปทั่วก็ไม่เห็นตัว เริ่มเป็นห่วง
“พี่ลอ เป็นอะไรไป พี่ลอ อย่าล้อเล่นฉันแบบนี้นะ พี่ลอ”
แพงขยับจะเข้าไปดู แต่ชะงักแล้วหยุดคิดอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะยิ้มอย่างรู้ทัน ก้มลงหยิบก้อนหินที่พื้นขึ้นมาสองสามก้อนแล้วปาใส่ไปในพงต้นข้าว ลอโดนก้อนหินไปเต็มๆ ลุกพรวดขึ้นมามือกุมหัว
“อีแพง เล่นซะกลางกบาลข้าเลยเหรอวะ”
“ช่วยไม่ได้ นึกว่าฉันรู้ไม่ทันพี่เหรอ ถึงวันนี้ฉันจะเป็นยอดรักของพี่แล้ว แต่ฉันก็ยังเป็นอีแพงคนเดิม อีตัวแสบที่เล่นงานพี่ได้ตลอดนะ พี่ลอจ๋า”
แพงหัวเราะสมน้ำหน้าลอ แล้ววิ่งออกไป ลอเจ็บ แต่อมยิ้มมีความสุข

แพงวิ่งหนีลอเข้าไปหลบข้างๆ กองฟาง รออยู่ครู่ก่อนจะชะโงกหน้าออกมามองหาลอ
“เรื่องอะไรฉันจะให้พี่ชื่นใจฉันง่ายๆ ไม่มีทางหรอกพี่ลอ”
แพงอมยิ้มชอบใจ แต่สะดุ้งสุดตัว เมื่อลอโผล่มาข้างหลังแล้วรวบดึงแพงมากอดแน่น
“อยากชื่นใจเอ็งถึงจะไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากหรอกอีแพง”
“พี่ลอ โผล่มายังไงเนี่ย ก็ฉันเห็นพี่วิ่งไล่ตามฉันอยู่หลัดๆ”
“โธ่เอ๊ยอีแพง ข้าวิ่งไล่ตบกบาลเอ็งตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก แค่นี้ทำไมข้าจะจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน”
“พี่ลอขี้โกง”
“เอ็งนั่นแหละอย่าโกงข้า ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าถ้าข้าจับได้ เอ็งจะให้ข้าชื่นใจ นี่แน่ะ”
ลอรวบแพงมากอดหอมซ้ายขวา ระดมจูบไปทั่ว แพงจั๊กจี๋ ขนลุก
“พี่ลอ ไม่เอา เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
แพงพูดไม่ทันขาดคำ เสียงเดินคุยกันของพิศพร้อมก้อนและแก้วก็ดังเข้ามา โดยก้อนช่วยประคองพิศ
“พ่อให้ฉันมาขอบใจอาที่แบ่งหมูแบ่งไก่ให้ไปเตรียมงานแต่ง”
“ไปบอกไอ้ผาดมัน ไม่ต้องมาขอบใจข้า ทั้งเอ็งทั้งอีแก้วก็โตมาพร้อมกันกับไอ้ลอ นังเพื่อนอีแพง จะแต่งงานแต่งการกัน ข้าช่วยอะไรได้ก็อยากช่วย”
ลอกับแพงชะงัก รีบก้มหลบไม่ให้พ่อเห็นว่าอยู่ด้วยกันใกล้ชิด แต่แพงดันสะดุดล้มร้องดังขึ้น พิศตกใจ
“ใครวะ”
แก้วอยู่ใกล้กว่าเลยชะโงกหน้าไปดู เห็นแพงอยู่ในอ้อมกอดของลอ ทั้งคู่ตกใจ ลอกับแพงมองแก้วแล้วยิ้มแหยๆ
“ใครเหรอวะอีแก้ว”
“เอ่อ เปล่าจ้ะอา หมาแถวนี้มันมามุดกองฟางเล่นจ้ะ”
แก้วหันไปบอกพิศแล้วโบกมือไล่ให้ลอกับแพงรีบพากันออกไป
“ฉันว่าได้เวลาอาต้องกินยาแล้วไม่ใช่เหรอจ๊ะ มาเถอะจ้ะเดี๋ยวฉันพาอาไปเอง”
แก้วรีบเข้าไปช่วยประคองพาพิศเดินไปอีกทาง เพื่อให้ลอกับแพงได้มีโอกาสอยู่กันตามลำพัง

แก้วเหลียวหลังหันมายิ้มให้ทั้งสอง

ลอนอนเป่าขลุ่ยหนุนตักแพงอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น แพงลูบเส้นผมลออย่างอ่อนโยน
 
“พี่ลอจ๋า”
“พอได้แล้วอีแพง เพลงเมื่อตะกี้ ข้าเป่าให้เป็นเพลงสุดท้ายแล้ว”
“โธ่เอ๊ย ก็ฉันชอบฟังเสียงขลุ่ยของพี่นี่จ๊ะ”
“ข้าดีใจที่เอ็งชอบ แต่เอ็งเล่นขอให้ข้าเป่าขลุ่ยจนน้ำลายเหนียวไปหมดแล้ว ถ้าอยากฟัง ก็เอาขลุ่ยข้าไปเป่าเองเถอะวะ”
“ฉันเป่าขลุ่ยเป็นที่ไหนล่ะพี่ลอ”
“เออ นั่นสิวะ เอ็งมันเก่งแต่เป่าปี่”
“เป่าปี่ฉันก็เป่าไม่เป็นเหมือนกัน”
“ข้าไม่ได้หมายถึงปี่จริงๆ ข้าหมายถึงตั้งแต่เอ็งเป็นเด็ก เอ็งเก่งแต่ร้องไห้ขี้แย พาลโต เป็นสาวเอ็งก็ยังน้ำหูน้ำตาพราก เอะอะก็ร้องไห้เป็นเป่าปี่ตลอดไง”
“พี่ลอ”
แพงลุกพรวดทั้งๆ ที่ลอยังนอนหนุนตัก จนลอกลิ้งไปตามพื้น
“อู้ย อีแพง ลุกก็ไม่บอก แค่นี้ก็ทำงอนข้า โธ่เอ๊ย มามะ มาให้ข้ากอดเอ็งหน่อย”
“ไม่ต้องมาตบหัวแล้วลูบหลังฉันเลย”
ลอหัวเราะแล้วดึงแพงมากอด
“เล่นตัวพอหอมปากหอมคอเถอะอีแพง เพราะเอ็งขี้แย น้ำหูน้ำตาไหลบ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ ข้าถึงต้องคอยอยู่ใกล้เอ็งมาตลอด เพราะหน้าไหนก็ปลอบใจเอ็ง สั่งน้ำตาเอ็งให้หยุดไหลได้ทันใจอย่างข้าไม่ได้ ใช่มั้ยอีแพง”
ลอกอดรัดแพงแล้วหอมแก้มอย่างชื่นใจ แพงอมยิ้มมีความสุขหันมาสบตากับลอ

กลางคืน ลอแอบมาชะเง้อคอมองไปที่บ้านพิศ ได้ยินเสียงพิศกำลังสั่งแพงอยู่ที่ชานเรือน ลอรีบหลบหลังต้นไม้
“ชักกะไดขึ้นแล้วก็เข้านอนซะอีแพง”
“เดี๋ยวฉันเอายาให้พ่อกินก่อนแล้วค่อยมาชักกะไดขึ้นก็ได้”
“ไม่ต้อง ข้ากินยาไปแล้ว เอ็งรีบๆ ชักกะไดแล้วไปเข้านอน ไป”
“จ้ะพ่อ”
พิศเดินเข้าไปในบ้าน แพงกำลังจะชักกะไดขึ้น ระหว่างนั้นเหลือบไปเห็นลอแอบยืนส่งยิ้มให้
“พี่ลอ มาทำอะไร”
“พี่คิดถึงเอ็ง ใจมันจะขาด”
“จะบ้าเหรอ เดี๋ยวพ่อก็รู้หรอก”
เสียงพิศดังเข้ามา
“แอบบ่นด่าอะไรข้าวะอีแพง ข้าได้ยินนะโว้ย”
“หูดีจังเลยนะจ๊ะพ่อ ไม่บ่นแล้วก็ได้ กลับไปได้แล้วพี่ลอ ไปสิ ไป”
แพงโบกมือไล่ ลอหน้าเศร้าๆ เดินคอตกออกไป แพงมองสงสาร

ลอเดินเซ็งๆ มานั่งที่แคร่แล้วถอนใจเฮือก ระหว่างนั้นเสียงแพงเย็นยะเยือกแว่วเข้ามา
“พี่ลอจ๋า”
“อีแพง”
ลอหันไปตามเสียงไม่เห็นแพง แต่พอหันมาอีกที เจอแพงเอาผมปรกหน้าทำหน้าน่ากลัวเป็นผีหลอก
“อีแพงอยู่นี่จ้ะ พี่ลอจ๋า”
“โธ่เอ๊ยอีแพง ข้าตกใจหมด”
“พี่ลอกลัวผีด้วยเหรอ”
“ข้าไม่เคยกลัวผี แต่ตกใจที่เอ็งโผล่มามากกว่า”
“อ้าว ไปชะเง้อคอยาวบอกคิดถึงฉันใจจะขาด แต่พอฉันแอบมาหา ดันตกใจ งั้นฉันกลับ ไปนอนต่อดีกว่า”
แพงจะไป ลอรีบดึงมากอดเอาไว้ทันที
“ข้าไม่ปล่อยเอ็งไปหรอกอีแพง เดี๋ยวเอ็งจะได้รู้ว่าที่ข้าบอกคิดถึงใจจะขาดน่ะเป็นยังไง”
ลอหมั่นเขี้ยวหอมซ้ายหอมขวาจนแพงจั๊กจี๋
“พอได้แล้วจ้ะพี่ลอ มูมมามกับฉันแบบนี้เดี๋ยวเนื้อตัวฉันช้ำ พ่อก็ยิ่งสงสัยหรอก”
“ก็ได้ ข้าจะไม่มูมมามกับเอ็ง”
ลอยิ้มกวนๆ แล้วช้อนตัวอุ้มแพงขึ้นจนตัวลอย แพงตกใจ
“พี่ลอ”
ลอยิ้มชอบใจแล้วรีบอุ้มแพงพาเข้าไปในกระท่อม ค่อยๆ คลี่ผ้าแถบของแพงออก ประคองกอดแพงแล้วบรรจงจูบที่หัวไหล่อย่างอ่อนโยน แพงสั่นสะท้าน แต่มีความสุข ยิ่งลอกระซิบข้างหูเบาๆ ก็ยิ่งทำให้สุขจนเกินหวัง
“ข้ารักเอ็งนะอีแพง ทีนี้จะเชื่อได้รึยังว่าคิดถึงใจจะขาดของข้าเป็นยังไง”
แพงน้ำตารื้นตื้นตันจับมือลอแน่น แล้วเอนหัวซบไหล่กว้างของชายหนุ่ม
“ฉันก็คิดถึงพี่ลอจ้ะ ถ้าไม่มีพี่ลอ ฉันก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร”
“เอ็งไม่ต้องกลัวหรอก แค่มีชีวิตอยู่เพื่อข้าเอ็งก็เตรียมสำลักความสุขได้”
“ขี้ตู่นะพี่ลอ”
ลอยิ่งโอบกอดรัดแพงแน่น
“วันนี้ข้าเห็นอาพิศอาการเริ่มจะดีขึ้นบ้างแล้ว อีกไม่นานอาพิศก็จะคงจะหายดี ข้าจะสารภาพกับเขาทุกอย่าง เราจะได้ไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ ทำเหมือนลักกินขโมยกินกันอยู่แบบนี้”
“จ้ะพี่ลอ”
ลอบรรจงจูบหน้าผากแพงอย่างอ่อนโยน แล้วไล้ลงมาจูบที่ซอกคอเรื่อยลงมาที่หัวไหล่ แพงหลับตาพริ้ม เคลิ้มไปกับความรักของลอ

ตอนเช้า เรืองทำความสะอาดเครื่องดนตรีไทย ย้อนถามก้อนกับแก้วที่แวะมาหา
“จริงเหรอวะไอ้ก้อน”
“เออ ไอ้ลอมันรักอีแพงแล้ว พวกข้าก็เลยหายห่วง ได้เห็นพวกมันมีความสุขกันซะที”
เรืองฟังแล้วก็นิ่งไป เศร้าจนแก้วต้องสะกิดเตือนก้อน
“ข้าขอโทษทีว่ะ ลืมไป แม่แก้วเล่าให้ข้าฟังว่าเอ็งเคยแอบชอบอีแพง”
“ไม่เป็นไรหรอกไอ้ก้อน ข้ารักอีแพงเพราะอยากเห็นมันมีความสุข ถ้ามันสุขอย่างที่เอ็งว่ามา ข้าก็ดีใจด้วย แต่ถ้าจะห่วงก็อาพิศนั่นแหละ แกจะทำใจได้เหรอวะถ้ารู้ความจริง เรื่องนังเพื่อน”
แก้วกับก้อนนิ่งไป มองหน้ากันอย่างเป็นห่วง
“ฉันก็กลัวอาพิศจะไม่เข้าใจ เห็นกันมาแต่ไหนแต่ไรว่าแกรักพี่เพื่อนธรรมดาซะที่ไหน คิด ว่าเป็นเทวดามาเกิดเป็นลูกด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อความจริงพี่เพื่อนไม่ได้ดีอย่างที่แกคิด แก ก็ต้องทำใจยอมรับให้ได้สิ”
“จริงอย่างแม่แก้วว่า”

พิศมาที่โบสถ์ นั่งพนมมือไหว้พระประธาน ระหว่างนั้นหลวงพ่อเข้ามา
“อยู่ที่นี่เองหรอกเหรอไอ้พิศ เห็นเด็กวัดมันบอกว่าเอ็งมาทำบุญ”
“ครับหลวงพ่อ ถวายเพลเสร็จก็เลยตั้งใจอยากมากราบองค์พระประธาน”
“แสดงว่าที่ป่วยไข้ก็ดีขึ้นแล้วล่ะสิ”
“ก็ใกล้จะหายดีแล้วล่ะครับ เลยตั้งใจมาทำบุญ กราบขอพรให้นังเพื่อนมัน ไอ้ที่ดีขึ้นมา ได้ก็เพราะนังเพื่อนเป็นธุระสั่งให้อีแพงดูแล”
“ขอให้นังเพื่อนมันคนเดียว”
“ครับหลวงพ่อ”
“เออเว้ย เอ็งนี่มันไม่เข้าท่าจริงๆ มาขอพรให้คนสั่งที่ตัวมันอยู่ไกลถึงพระนคร แต่ไม่ขอ พรให้คนที่มันดูแลเอ็งอยู่ใกล้ๆ ตัว”
“ถ้าหลวงพ่อจะพูดเรื่องนี้กับผมอีก ผมว่าอย่าเสียเวลาเลยครับ หลวงพ่อไม่ใช่คนที่ต้อง เจออย่างผม ไหนจะต้องเสียเมีย ไหนชีวิตต้องชิบหายเพราะ”
“เพราะเหล้า ไม่ใช่เพราะอีแพง”
“ถ้าจะเถียงกันเรื่องทางโลก คนหนึ่งอยู่แต่นอกวัด คนหนึ่งอยู่แต่ในวัด เถียงกันทั้งวันก็คงไม่จบ ผมลากลับไปกินยาต่อดีกว่าครับหลวงพ่อ”
พิศกราบหลวงพ่อแล้วลุกไป หลวงพ่อส่ายหน้าระอา

บริเวณตลาดท่าน้ำอำเภอ ภายในร้านกาแฟ เพื่อนแต่งตัวอย่างสาวพระนครพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า นั่งหน้าเครียดครุ่นติดตัดสินใจ ลังเลที่จะกลับไป เพราะไม่รู้ว่าลอกับแพงจะเล่าเรื่องของตัวเองให้พ่อฟังแล้วหรือยัง ครู่หนึ่งคนแจวเรือเดินเข้ามาคุยกับเจ้าของร้าน แล้วเดินมาถาม
“นังหนู เอ็งรึเปล่าที่จะจ้างเรือแจวไปส่งทุ่งบ้านสร้าง”
“เอ่อ คือ ฉัน”
เพื่อนไม่กล้าหันหลังกลับ ลุกพรวดจะออกไป
“เดี๋ยวสิ จะไปไหน อ้าว นี่เอ็งนังเพื่อนใช่มั้ย นังเพื่อน ลูกสาวคนโตของไอ้เฒ่าพิศ”
เพื่อนก้มหน้าไม่กล้าบอก
“แม่เจ้าโว้ย เอ็งยังสวยไม่สร่างเหมือนเดิมเลย ไม่สิ กลับมาคราวนี้สวยกว่าเดิมซะอีก สมกับที่ไอ้พิศมันเที่ยวโพนทะนาไปทั่วว่าเอ็งได้ดิบได้ดี มีงานมีการทำที่พระนคร”
เพื่อนชะงัก
“พ่อฉันว่าอย่างนั้นเหรอจ๊ะลุง”
“ก็ใช่น่ะสิ มันเที่ยวอวดไปทั่วว่าเดี๋ยวเอ็งจะหอบเงินกลับมาแต่งงานกับไอ้ลอ แล้วมันจะ จัดงานให้ใหญ่โต เอาให้กระฉ่อนไปทั้งบางสมกับวาสนาลูกสาวมัน”
เพื่อนเริ่มมีความหวัง
“พ่อพูดอย่างนั้นจริงๆ เหรอลุง”
“ทำไมเอ็งถามข้าอย่างนี้วะนังเพื่อน”
“เอ่อ ไม่มีอะไรจ้ะ ฉันแค่ไม่ได้เจอพ่อมานานเลยคิดถึงแก เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวลุง ค่อยเอาเรือมารับฉัน ฉันขอไปหาซื้อของฝากติดไม้ติดมือให้พ่อ ให้พี่ลอก่อนนะจ๊ะ”

คนแจวเรือเดินออกไป เพื่อนโล่งอกที่เรื่องของตัวเองยังไม่ถึงหูพ่อ

เพื่อน แพง ตอนที่ 14 (ต่อ)

บริเวณตลาดท่าน้ำ ด้วงกำลังเดินเลือกซื้อของกิน เจอแม่ค้าขายปลากริมหน้าแฉล้มก็อดยืนแซวไม่ได้
 
“ปลากริมท่าทางจะหวาน ขอชิมสักถ้วยได้มั้ยจ๊ะแม่ค้าคนสวย”
แม่ค้าเขินอายหน้าแดง มือก็ตักปลากริมในหม้อดินใส่ถ้วย พอยื่นให้ด้วงรับไป ด้วงก็แอบแตะมือแม่ค้าสาว
“อุ๊ย นุ่มจัง มือแม่ค้านุ่มแบบนี้แสดงว่าเนื้อปลากริมก็ต้องนุ่มลิ้นเหมือนกัน”
แม่ค้ายิ่งเขินอายหน้าแดง ด้วงยิ้มกริ่มคิดว่าจีบแม่ค้าสำเร็จ แต่ผัวแม่ค้าเดินเข้ามาเสียงแข็ง
“อีแตน ไอ้แดงร้องกินกระจองอแง มึงไปควักนมให้มันกินไป จะได้หยุดแหกปากซะที”
แม่ค้าสาวชะงัก เซ็ง รีบลุกเดินออกไป ด้วงสะดุ้งโหยง ผัวหันมาจ้องเขม็ง
“มึงอยากกินนมเมียกูด้วยเหรอไง หา”
ด้วงเสียวสันหลังส่ายหน้าไม่กิน รีบวางถ้วยขนมวางสตางค์ แล้วถอยไปชนชาวบ้านที่เดินจับจ่ายซื้อของจนเซ
“ขอโทษจ้ะ ขอโทษด้วยจ้ะ”
ด้วงถอยหลบออกมา ก่อนจะเหลือบไปเห็นใครบางคน คุ้นหน้าคุ้นตา เดินเลือกซื้อของอยู่ไม่ไกล
“เฮ้ย นั่นมัน แม่เพื่อนนี่หว่า แม่เพื่อน แม่เพื่อน”
ด้วงร้องเรียก แต่เพื่อนไม่ได้ยิน ด้วงรีบเดินตามไปแต่ไม่เจอตัว
“แม่เพื่อน แม่เพื่อน หายไปไหนแล้ว เห็นอยู่หลัดๆ สวยเด่นขนาดนั้นไม่ได้ตาฝาดแน่”
ด้วงเกาหัวแกรกๆ แล้วเดินออกไปอีกทาง ครู่หนึ่งเพื่อนเดินมาจากอีกทาง แล้วแวะที่ร้านขายของข้างทาง หยิบตลับบุหรี่ทำจากดีบุกสลักลวดลายสวยงาม
“ซิกาแรตอย่างดีมาจากปีนังเลยนะนังหนู จะซื้อไปสูบเองหรือซื้อไปฝากใครล่ะ”
“ตั้งใจจะซื้อไปฝากคนรักจ้ะ ไม่ได้เจอเขานาน อยากให้เขารู้ว่าเราคิดถึงเขามาก”
“งั้นเอาตัวนี้ดีกว่า ของปีนังมันธรรมดา อันนี้อย่างดี ใบยากลิ่นหอมฟุ้ง ส่วนกล่องก็แกะ ลายสวยงาม พกไปไหนต้องมีแต่คนถาม รับรองว่าคนรักของแม่หนูต้องถูกใจแน่”
เพื่อนรับกล่องซิกาแรตมาดู ยิ้ม หวังว่าลอจะชอบ

ลอนั่งอยู่ที่เถียงนา
ตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ โดยแพงนั่งดูลอกินอย่างเอร็ดอร่อย
“ค่อยๆ กินเถอะจ้ะพี่ลอ ถ้าไม่อิ่มฉันก็ยังมีเปียกข้าวเหนียวให้พี่กินอีกนะ”
“เอ็งไม่ต้องห่วง ข้าจะซัดให้เรียบทั้งคาวทั้งหวาน”
“แหม ฉันล่ะอดหมั่นไส้พี่ไม่ได้จริงๆ พอหลงฉันเข้าหน่อย จากเมื่อก่อนที่ด่าว่าฝีมือทำกับข้าวฉันกระเดือกไม่ลง มาตอนนี้แทบจะมูมมามกินไม่หยุด”
“ปั๊ดโธ่เว้ยอีแพง เมื่อก่อนฝีมือทำกับข้าวเอ็งมันไม่ได้ความจริงๆ แต่เพราะเอ็งพยายาม ฝึกทำจนรสมือเอ็งดีขึ้นพะเรอเกวียน แล้วจะไม่ให้ข้าหลงรสมือเอ็งได้ยังไงวะ”
“ฉันพยายามก็เพราะรักพี่ลอ อะไรที่ทำให้พี่ลอมีความสุข ไม่ต้องทุกข์ต้องโศก ฉันทำได้ ทั้งนั้นแหละจ้ะ”
ลอลูบแก้มแพงอย่างเอ็นดู
“น้ำใจเอ็งมันประเสริฐอย่างนี้แหละอีแพง ข้าถึงรักเอ็งนัก”
ทั้งสองสบตากัน อบอวลไปด้วยความรัก

ก้อนช่วยเรืองขนเครื่องดนตรีมาเก็บในห้องเก็บของ แก้วคอยช่วยด้วย
“ถ้าเอ็งเห็นว่าอาพิศจะเข้าใจแล้วเห็นดีให้ไอ้ลอกับอีแพงรักกัน ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นจริงเถอะ ทั้งไอ้ลอกับอีแพงจะได้พ้นทุกข์พ้นโศกกันซะที”
“ก็ถ้าอาพิศยังไม่เข้าใจ ฉันนี่แหละจะไปยืนยันว่าแม่เพื่อนลูกรักของอาพิศ ทำตัวน่าหมั่น ไส้แค่ไหนตอนที่อยู่พระนคร”
“แม่แก้วจะไปพูดอย่างนั้นไม่ได้หรอก บ้านเขาครัวเขาเราคนนอก ไปพูดแต่เรื่องเสียๆ หายๆ ของคนในบ้านเขา วันหนึ่งเขารักกันชอบกันขึ้นมา เรานี่แหละจะเสียหมา”
“พี่ก้อน หลอกด่าฉันเป็นหมาเหรอ”
“เฮ้ย พี่เปล่านะ”
เสียงด้วงดังเข้ามา
“ไอ้ลอ อีแพงโว้ย”
“เอ็งมาหาไอ้ลออีแพงอะไรที่นี่วะไอ้ด้วง”
“ก็ข้าไปหามันที่บ้านไม่เจอตัวทั้งไอ้ลออีแพงแล้วก็อาพิศ เลยมาหาแถวนี้”
“เอ็งมีธุระอะไร”
“ข้ามาบอกข่าวดีให้ไอ้ลอเนื้อเต้นที่จะได้เจอแม่เพื่อนแล้วน่ะสิวะ”
“เจอแม่เพื่อน เอ็งหมายความว่ายังไง”

แก้วรีบเดินออกมาจากบ้านแสงด้วยความเคร่งเครียดพร้อมกับก้อน
“ฉันจะไปหาพวกมันที่เถียงนาก่อน ส่วนพี่ไปหาที่กระท่อมพี่ลอ”
“แต่ถ้าเจอแล้วจะให้พี่บอกพวกมันว่ายังไง”
“โธ่เอ๊ยพี่ก้อน หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ยังจะมาถามให้เสียเวลาอีก พี่ต้องบอกให้พี่ลอ กับอีแพงไปเล่าความจริงทุกอย่างให้อาพิศฟัง ตัดหน้าก่อนพี่เพื่อนจะเจอหน้าอาพิศ”
“แต่พี่ว่าถึงอาพิศจะเจอหน้านังเพื่อนก่อน ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่”
“พี่ก้อน คนเห็นแก่ตัวอย่างพี่เพื่อน พี่คิดเหรอว่าจะสารภาพเรื่องตัวเองทำระยำอะไรไว้ที่พระนคร ยังไงก็ต้องพูดเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้อีแพง”
“เออ นั่นสิ แล้วทีนี้ถ้าต่อให้ไอ้ลอกับอีแพงพูดความจริงอะไรออกไป อาพิศก็ยิ่งไม่ฟัง พาลเอ็ดตะโรเพราะมีแม่เพื่อนคอยแก้ตัวอยู่ตรงหน้า”
“เข้าใจแล้วก็รีบสิพี่ก้อน”
“จ้ะๆๆ”
ก้อนรีบออกไป แก้วเครียด เป็นห่วงแพงกับลอ

เรือเข้ามาเทียบท่าน้ำในวัด เพื่อนแต่งตัวสวยอย่างสาวพระนครหิ้วกระเป๋าเดินขึ้นท่า สายตา ของพวกชาวบ้านพากันจับมาที่เพื่อนด้วยความสนใจ
“นั่นใครวะ สวยชะมัดยาด ใช่แม่เพื่อนรึเปล่าวะ”
เพื่อนหันมายิ้มหวานให้พวกชาวบ้าน ใช้ความสวยหวาน ซื้อใจพวกชาวบ้านด้วยการยกมือไหว้งามๆ
“ใช่แล้วจ้ะพี่ป้าน้าอา ฉันนังเพื่อน ฉันกลับมาจากพระนครแล้ว”
พวกชาวบ้านเห็นว่าเป็นเพื่อนก็พากันกรูเข้ามารุมล้อมชื่นชมความสวย เพื่อนโปรยยิ้มแล้วหันไปใจดีกับลูกเด็กเล็กแดงของชาวบ้านที่อุ้มอยู่
“โตขึ้นเยอะเลยนะนังอุ่น นังเอียด ฉันมีขนมมาฝาก เอาไปแบ่งกันกินสิจ๊ะ”
เพื่อนยื่นถุงขนมให้ ลูกเด็กเล็กแดงพากันดีใจรับไปแบ่งกันสนุกสนาน
“ขอบใจนะนังเพื่อน เอ็งนี่มันงามทั้งน้ำใจงามทั้งหน้าตา ชักอิจฉาไอ้ลอแล้วสิโว้ย จะมี เมียทั้งสวยทั้งเก่งแบบเอ็งนี่”
“ได้ฤกษ์แต่งใหม่เมื่อไหร่รีบบอกพวกข้านะ จะไปช่วยเต็มที่เลย”
“ขอบใจมากจ้ะน้า งั้นเดี๋ยวฉันรีบไปหาพ่อก่อนนะจ๊ะ คิดถึงแกเหลือเกิน”
“ไอ้พิศน่ะเหรอ ข้าเพิ่งเห็นมันอยู่แถววัด ไปทำบุญอยู่เมื่อตะกี้”
เพื่อนยิ้มมองไปที่วัด

แพงยืนแช่อยู่ในน้ำแล้วเอามือล้วงลงไปในสุ่มจับได้ปลาหมอตัวเล็กขึ้นมา ดีใจ
“พี่ลอ ฉันจับได้ตัวหนึ่งแล้ว”
ลอใช้สุ่มจับปลาอยู่เหมือนกันหันมาหัวเราะเยาะ
“โธ่เอ๊ยอีแพง ได้แค่ลูกปลาหมอตัวเท่าใบมะยมทำมาโว ต้องนี่โว้ย ตัวเบ้อเริ่ม แล้วยังไม่หมดนะโว้ย ใหญ่กว่าอีกเท่าตัว ฮ่าๆๆ”
“โอ้โห พี่ลอได้ยังไง จับปลาทีเดียวได้ตั้ง 2 มือ”
“เอ็งนี่ถามไม่ใช้กบาลคิดเนอะอีแพง ข้าเป็นใคร ข้าไอ้ลอนะโว้ย ทั่วทั้งทุ่งบ้านสร้างจะมี ใครจับปลาได้เก่งอย่างข้า”
“ขี้อวดนะพี่ลอ”
“เอ็งก็ว่ามาสิวะ ใครทำได้อย่างข้ามั่ง”
ลอโม้ยังไม่ทันจบ ปลาในมือทั้งสองข้างก็ดิ้นไปมา ลอพลาดจับไว้ไม่อยู่ ปลากระโดดลงไปในน้ำ
“เฮ้ย เวรแล้ว”
ลอพยายามเอามือควานจับ แต่ไม่ทันปลาว่ายน้ำหนี แพงหัวเราะร่วน
“ฮ่าๆๆ สมน้ำหน้าพี่ลอ จับปลา 2 มือ มันจะจับไว้ได้ยังไง ปลามันก็หนี ไม่ได้สักตัวน่ะสิ”
“เอ็งไม่ต้องมาเยาะข้า ข้าไม่ปล่อยให้มันหนีข้าไปง่ายๆ หรอก เอ็งอยากได้ตัวเล็กหรือตัวใหญ่ เดี๋ยวข้าจะดำลงไปตามจับมันกลับขึ้นมา”
“ไม่ต้องกลัวเสียหน้าฉันหรอกพี่ลอ ฉันไม่เอาไปโพนทะนาว่าพี่เก่งแต่ปากหรอกจ้ะ”
“อีแพง งั้นเดี๋ยวข้าจะดำลงไปจับไอ้ตัวใหญ่ขึ้นมา ถ้าจับมันมาได้ล่ะก็ คืนนี้เอ็งต้องมา หาข้าที่กระท่อมอีก ตกลงมั้ย”
“ขี้โกง เรื่องอะไรฉันจะมาเปลืองตัวให้พี่กอดจูบอีก ไม่เอาด้วยหรอก ฉันกลับไปหาไอ้ เปลี่ยวดีกว่า”
แพงรีบเดินออกไป แต่แปลกใจที่ไม่ได้ยินเสียงลอ เลยหันกลับไปเห็นลอกำลังดำลงไปในน้ำ

“พี่ลอ”

แก้ววิ่งเข้ามาที่เถียงนา
 
“อีแพง อีแพงโว้ย หายหัวไปไหนวะ อีแพง พี่ลอ”
แก้วร้องเรียกอยู่ครู่ ก้อนก็ตามมาสมทบ
“แม่แก้ว เจอพวกมันรึยัง”
“เจอซะที่ไหนล่ะพี่ วิ่งหาทั่วทุ่งยังไม่เจอแม้แต่เงา”
“แล้วมันพากันหายหัวไปไหนวะ เดี๋ยวก่อนแม่แก้ว มันทิ้งไอ้เปลี่ยวไว้ แสดงว่าพวกมันคงอยู่ไม่ไกลแถวนี้”
แก้วเห็นด้วย

แพงยังยืนเรียกลออยู่เพราะเห็นหายไปนาน
“พี่ลอ ขึ้นมาเถอะ ไม่ต้องอวดให้ฉันเห็นหรอก ฉันรู้ว่าพี่เก่ง พี่ลอ พี่ลอ”
แพงร้องเรียกไปทั่วคุ้งน้ำ แต่ก็ยังไร้วี่แววลอที่ดำน้ำหายไปนานจนแพงชักใจคอไม่ดี
“พี่ลอ ฉันขอร้องล่ะ พี่ดำลงไปนานแล้วนะ พี่ลอ ขึ้นมาได้แล้ว พี่ลอ”
แพงเริ่มตื่นตระหนกรีบลุยลงไปในน้ำหวังจะดำลงไปหา แต่ระหว่างนั้นลอก็โจนโผขึ้นมา
“ข้าจับได้แล้วโว้ยอีแพง ดูนี่ ไอ้ตัวใหญ่ตัวเดิมคามือข้าเลย เสียดายเจอไอ้ตัวเล็กด้วย เหมือนกัน แต่มันดันไวหลุดมือข้าไปอีกจนได้”
ลอกำลังดีใจแต่แพงไม่สนใจ รีบเข้าไปปัดปลาในมือลอจนหลุดหายไปในน้ำ แล้วผลักอกลอเบาๆ
“เฮ้ยอีแพง ทำอะไรของเอ็งวะ ข้าอุตส่าห์”
“ทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ”
“อีแพง นี่เอ็ง”
ลอเห็นแพงน้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วง
“เอ็งกลัวข้าจะจมน้ำตายเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ พี่ลอหายไปตั้งนาน ฉันก็นึกว่าพี่จะไม่โผล่ขึ้นมาแล้วน่ะสิ”
“โธ่เอ๊ย เอ็งก็รู้ว่าทั้งบ้านสร้างไม่มีใครดำน้ำได้นานเท่าข้า จนเขาหาว่าชาติที่แล้วข้าเคย เกิดเป็นปลา เพราะฉะนั้นในน้ำไม่ใช่ที่ตายของข้าหรอก”
“ฉันไม่สนใจ ฉันแค่ไม่ชอบให้พี่ทำแบบนี้”
“ก็ได้ๆๆ”
ลอยิ้มหวานให้แล้วจับแก้มแพงมาฉีกยิ้ม
“ข้ารับปากเอ็ง ต่อไปข้าจะไม่ทำอะไรให้เอ็งต้องเป็นห่วง ข้าเองก็ไม่อยากตายหรอก ในเมื่ออยู่กับเอ็งแล้วข้ามีความสุขอย่างนี้ ข้าก็ต้องอยากอยู่กับเอ็งนานๆ สิวะ”
“จริงนะพี่ลอ”
“เออ จริงสิวะ ข้าพูดคำไหนคำนั้น รวมถึงคำที่บอกว่าถ้าข้าจับตัวใหญ่ได้ คืนนี้เอ็งต้อง มาหาข้าที่กระท่อมด้วย”
ลอยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วดึงแพงมากอด ขโมยหอมแก้ม แพงสะดุ้งเขิน
“พี่ลอ เอาอีกแล้ว โกงฉันตลอด”
ลอหัวเราะร่วนชอบใจแล้วยิ่งขโมยหอมซ้ายขวาแพงไม่หยุด ระหว่างนั้นเสียงก้อนกับแก้วดังลั่นเข้ามา
“อีแพง อีแพงโว้ย แย่แล้ว พอได้แล้ว พวกเอ็งจะมากอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว รีบไปเดี๋ยวนี้เลย”
“มีอะไรเหรอ”
“นังเพื่อนน่ะสิวะ มันกลับมาบ้านสร้างแล้ว”
ลอกับแพงชะงักอึ้งไป

พิศกำลังทำความสะอาดหลุมศพเมียแล้วนั่งมองด้วยความอาลัย
“เอ็งตัดหน้าข้าไปสบายคนเดียวแล้วนะแม่สาย เหลือก็แต่ข้านี่แหละ ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีก นานแค่ไหน รอข้าอีกหน่อยนะ ขอให้ข้าได้เห็นนังเพื่อนมันแต่งงานกับไอ้ลอก่อน แล้วข้าจะไปเล่าให้เอ็งฟังว่าลูกเรามันมีความสุขยังไง”
พิศมองหลุมศพอยู่อีกครู่แล้วหันหลังเดินออกไป คล้อยหลังไม่นานเพื่อนเดินเข้ามามองหาพ่อแต่ไม่เจอ
“พ่อ พ่อจ๊ะ ฉันกลับมาจากพระนครแล้ว พ่อจ๋า พ่อ”
เพื่อนเรียกหา แต่ไม่เห็นพ่ออยู่แถวนั้น

ตะวันกำลังคล้อยตกดิน แพงรีบวิ่งเข้ามาที่บ้าน ร้องตะโกนเรียกหาพ่อลั่นบ้าน
“พ่อจ๋า พ่ออยู่ไหน พ่อ พ่อ”
แพงเรียกอยู่ครู่ไม่เห็นพ่อก็จะเดินออกไปหาที่อื่น แต่เสียงพิศก็ดังขึ้นมาจากใต้ถุนเรือน
“แหกปากตะโกนเป็นเจ๊กตื่นไฟลั่นบ้าน มีใครตายเหรอไงวะอีแพง”
“ไม่มีใครตายหรอกจ้ะ แต่ฉันมีเรื่องต้องคุยกับพ่อ พ่อหายไปไหนมา”
“ข้าก็ไปวัดทำบุญมาน่ะสิวะ ป่วยอยู่นานพอลุกไปไหนมาไหนเองได้ก็อยากไหว้พระบ้าง”
“งั้นพ่อมานั่งนี่กับฉันก่อน”
“เอ็งมีอะไรก็พูดมาเลย ข้ายุ่งอยู่”
“ธุระอื่นของพ่อไม่สำคัญหรอก พ่อต้องฟังฉันก่อน”
“อะไรของเอ็งวะอีแพง หน้าอย่างเอ็งจะมีเรื่องอะไรสำคัญ ข้าขี้เกียจคุยเสียเวลา”
พิศแกะมือแพงแล้วจะกลับเข้าไปในบ้าน แต่แพงรั้งพ่อไว้อย่างอ้อนวอน
“ไม่ได้จ้ะ ฉันต้องเล่าความจริงทุกอย่างให้พ่อฟัง เรื่องที่ฉันกับพี่ลอจำเป็นต้องโกหกพ่อ”
“โกหกข้า เอ็งโกหกข้าเรื่องอะไรหาอีแพง”
“เรื่องพี่เพื่อนจ้ะพ่อ”
“เรื่องนังเพื่อน”
พิศหน้านิ่วคิ้วขมวดมองแพงด้วยความสงสัย

ลอรีบเข้ามาถามหาพิศกับพวกชาวบ้านที่ถนนท่าน้ำวัด
“เห็นอาพิศมั้ยจ๊ะน้า”
ชาวบ้านส่ายหน้าว่าไม่เห็น ลอรีบเดินไปถามหากับคนอื่น เสียงของเพื่อนดังขึ้น
“ถามหาแต่พ่อ จะไม่ถามหาฉันเลยเหรอจ๊ะพี่ลอ”
ลอชะงัก แล้วค่อยๆ หันไปเห็นเพื่อนยืนมองด้วยรอยยิ้มบางๆ เพื่อนยังคงสวยไม่เปลี่ยนไปจากเดิม เธอมองลอน้ำตาคลอ
“ฉันคิดถึงพี่ลอเหลือเกิน คิดถึงแทบใจจะขาด พี่ลอจ๋า”
เพื่อนโผเข้าไปกอดซบหน้ากับแผ่นอกลอ
“แม่เพื่อน”
ลอนิ่งตะลึงงันเมื่อเพื่อนกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเองอีกครั้ง

พิศหน้านิ่วคิ้วขมวดขบกรามแน่นหลังจากนั่งฟังแพงเล่าเรื่องเพื่อนที่พระนครมานาน
“พอได้แล้วอีแพง”
“เดี๋ยวสิจ๊ะพ่อ ฉันยังเล่าไม่จบเลย พี่เพื่อนเขาไม่เหลือเยื่อใยให้พี่ลอ เขาทิ้งพี่ลอไปหาผู้ ชายคนอื่น”
“ข้าบอกให้พอได้แล้วอีแพง”
“แต่ว่า”
พิศตบหน้าแพงอย่างแรง แพงเซถลาตกจากแคร่ไปกอง
“พ่อ”
“อีลูกเวร มึงไม่ต้องมาเรียกกูว่าพ่อ กูไม่คิดเลยว่ามึงจะกล้าตอแหลปั้นเรื่องดีๆ เข้าตัว แล้วเอาเรื่องชั่วๆ โยนให้พี่สาวมึงอย่างนี้”
“ฉันไม่ได้ตอแหลนะพ่อ ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง พี่เพื่อนใจโลเลเห็นคนอื่นดีกว่าพี่ลอ ก็ทิ้งพี่ลอไป เขารักแต่ตัวเอง อยากสุขสบายเป็นคุณนายพระนคร ไม่เคยคิดจะสงสารพี่ลอเลยแม้แต่นิดเดียว”
“ถ้ามึงยังไม่เลิกพล่ามอีก กูจะตีมึงให้ตายอยู่ตรงนี้แหละอีแพง”
พิศหันไปคว้าไม้เรียวมาเงื้อ แพงไม่กลัว เผชิญหน้ากับพ่อ
“ฉันเอาความจริงมาเล่าให้พ่อฟัง เพราะอยากให้พ่อเลิกเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เลิกรักพี่ เพื่อนไม่ลืมหูลืมตาซะที ถ้าพ่อไม่เชื่อ พ่อก็ถามพี่ลอ ถามพี่ก้อนหรืออีแก้วดูก็ได้ ทุกคน รู้เห็นหมดว่าพี่เพื่อนทำร้ายพี่ลอให้น่าสงสารยังไง”
“อีแพง”
พิศฟาดไม้เรียวไปเต็มแรง แพงสะดุ้งเจ็บ น้ำตารื้น แต่ยังมองหน้าพ่ออย่างจริงจัง
“ต่อให้มึงลากพวกพ้องมึงมาช่วยปด มึงก็ตอแหลกูไม่ได้หรอก เพราะอะไรรู้มั้ยอีแพง มึงมานี่กูจะให้ดู”
พิศกระชากลากแขนแพงพาขึ้นไปบนเรือน เข้าไปในห้องของเพื่อน แล้วผลักให้ดูข้าวของบนเตียงซึ่งเต็มไปด้วยของฝากที่เพื่อนซื้อมา ทั้งเสื้อผ้าชุดใหม่ของพ่อ ของลอ ของแพง ทั้งพระเลี่ยมทอง ของมีค่าอีกหลายอย่าง
“มึงแหกตาดูซะอีแพง ของที่พี่สาวมึงหอบหิ้วมาจากพระนครมาให้กู ให้ไอ้ลอแล้วก็เผื่อ มาให้มึงด้วย แหกตาดูซะ”
“พ่อ พ่อเจอพี่เพื่อนแล้วเหรอ”
“เออ นังเพื่อนมันกลับมา มันก็ตรงมาหาข้าทันที เพราะมันคิดถึงข้า มันหอบข้าวของมา ฝากเยอะแยะ ไม่เหมือนเอ็งที่พอรู้ว่าพี่สาวเอ็งจะกลับมา เอ็งก็รีบป้ายสีเขา”
“ฉันไม่ได้ป้ายสีพี่เพื่อนนะพ่อ ฉันพูดจริง”
“มึงยังไม่หยุดอีกเหรอ มึงเห็นนั่นมั้ย เสื้อผ้าอย่างดีของสวยๆ จากพระนครที่มันหอบหิ้วมาฝากมึง มึงเห็นมั้ยอีแพง”
“ไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่ เสื้อผ้าพวกนี้มันเป็นของฉันที่น้าโฉมให้ฉันแล้วฉันไม่เอาอีกแล้ว”
“โธ่เว้ยอีแพง มึงยังจะหน้าด้านตอแหลกูอีก กูเหลืออดกับมึงแล้วโว้ย”
พิศเหวี่ยงแพงอย่างแรง กระแทกตู้เก็บของจนแพงทรุดลงร้องไห้
“ฉันไม่ได้ใส่ร้ายพี่เพื่อนจริงๆ นะจ๊ะพ่อ พี่เพื่อนใจโลเล เขาทิ้งพี่ลอไปหาคนอื่น ฮือๆๆ”
“มึงไม่ต้องเอาไอ้ลอมาอ้าง นังเพื่อนมันเล่าให้กูฟังจนกูรู้ไส้มึงหมดแล้วอีแพง”
“พี่เพื่อนเล่าอะไรให้พ่อฟัง”
“มันว่ามึงทำให้มันเสียใจไม่กล้าตามกลับมาบ้านสร้างพร้อมกับไอ้ลอ เพราะมันไม่คิด ว่าน้องในไส้ของมันคิดจะแย่งผู้ชายที่มันกำลังจะแต่งงานด้วย ใช่ มันว่ามึงรักไอ้ลอ”
“พี่เพื่อน”
“ไงล่ะอีแพง มึงคิดว่าพี่มึงตอแหลกับกู มึงก็บอกมาว่ามึงไม่ได้รักไอ้ลอ พูด”
แพงสะอื้น
“มึงพูดมาสิ”
“ฉัน ฉัน ฉัน”
แพงไม่ทันจะพูด พิศก็มีอาการเจ็บแปล๊บที่หน้าอกบริเวณตับแล้วทรุดลง แพงตกใจ

“พ่อ”

ลอรีบเดินกลับไปบ้านพิศ เพื่อนรีบตามไล่หลัง
 
“พี่ลอ เดี๋ยวสิจ๊ะ พี่ลอจ๋า ฟังฉันก่อน”
ลอไม่ยอมหยุดฟัง เพื่อนตามเข้าไปจับแขนรั้งเอาไว้
“พี่ลอหยุดฟังฉันก่อนได้มั้ย”
“ตอนนี้มาขอให้พี่หยุดเพื่อแม่เพื่อน แล้วทำไมเวลาที่พี่ขอให้หยุดเพื่อพี่บ้าง แม่เพื่อนถึง ไม่หยุดให้ล่ะ แม่เพื่อนใจร้ายกับพี่ แม้แต่จะหันหลังกลับมาดูพี่อีกครั้ง ก็ยังไม่ทำ ใจของแม่เพื่อนมีแต่มัน แล้วตอนนี้แม่เพื่อนยังต้องการอะไรจากพี่อีก”
“ฉันขอโทษจ้ะพี่ลอ ฉันยอมรับว่าฉันเลว ฉันทำให้พี่ต้องเสียใจ ข้อนี่ฉันไม่ขอแก้ตัว”
“ดี เพราะถ้าพยายามหาข้อแก้ตัวมาพูดกับพี่ พี่ก็คงสิ้นความนับถือว่าแม่เพื่อนเคยเป็น น้องที่พี่รัก”
“พี่ลอ ฉันรู้ว่าพี่ไม่เคยนับถือคนปากอย่างใจอย่าง ฉันถึงไม่ขอแก้ตัว แต่ฉันอยากจะขอให้พี่ยกโทษให้ฉันบ้าง”
“ยกโทษ สิ่งที่แม่เพื่อนทำกับพี่ แค่พูดคำว่ายกโทษให้ แค่นั้นก็สบายใจแล้วเหรอ”
“ฉันไม่ได้อยากให้ตัวเองสบายใจเพราะพ้นผิด แต่ฉันถามหาคำยกโทษเพื่อที่เรายังจะ ได้เป็นพี่เป็นน้อง ได้มีโอกาสพูดกันให้เข้าใจบ้าง นะจ๊ะพี่ลอ ตั้งแต่ฉันโตมากับพี่ ฉันเคยทำอะไรให้พี่โกรธบ้าง พี่บอกมาสิ เคยมีสักครั้งมั้ย”
“แม่เพื่อนเป็นคนดีของพี่มาตลอด ดีจนพี่ไม่คิดว่าจะทำร้ายพี่ได้ลงคอ”
“นั่นเพราะฉันหลงผิดไปไงจ๊ะพี่ลอ เหมือนกับที่พ่อของพี่เคยหลงผิดไป แต่พี่ก็ยังรักเขา แล้วทำไมกับฉัน ที่รู้ตัวแล้วว่าเป็นคนชั่วช้าที่รักพี่ พี่ถึงไม่ยอมยกโทษให้ฉันบ้าง”
เพื่อนร้องไห้สะอื้น เสียใจ กอดลออย่างอ้อนวอน ลอเริ่มนิ่งเงียบ เพื่อนจับมือลอมากุมแน่นแล้วแนบตรงหัวใจ
“อโหสิให้ฉันนะจ๊ะพี่ลอ ผู้หญิงเลวๆ คนนี้ขอสาบานว่าจะมีแต่ความซื่อสัตย์ให้พี่”
ลอเครียด

แพงรีบพยุงพิศมาที่เสื่อ พิศอาการไม่ดี ไอไม่หยุดและอ่อนแรงจนน่าเป็นห่วง
“พ่อ พ่ออย่าเป็นอะไรนะ เดี๋ยวฉันเอายาให้กิน รอเดี๋ยวนะพ่อ อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ”
แพงหันไปเทยาจากหม้อดินแล้วจะช่วยประคองพิศให้ดื่ม
“ค่อยๆ กินนะจ๊ะพ่อ ค่อยๆ กิน”
แพงไม่ทันจะป้อน พิศก็ปัดมืออย่างแรงจนถ้วยยากระเด็นแตกกระจาย
“ไปไกลๆ กู ไปให้พ้น พ้น หน้ากูเลย อี อีลูกอัปรีย์”
“พ่อ”
“กู กูบอกว่าไส ไสหัวไป ไปให้พ้นหน้ากู”
“พ่อกินยาก่อนแล้วฉันจะไป”
“กู กูบอกให้ ให้ไป อย่า อย่าหวังว่ามึงจะ จะมายืนดูกูตาย ให้ ให้สะใจมึงเลย อี อีแพง”
“พ่อ”

เพื่อนยังกุมมือลอเอาไว้ที่หัวใจตัวเองด้วยแววตาอ้อนวอน
“ถ้าพี่ไม่เชื่อฉัน เราไปสาบานต่อหน้าศาลที่คุ้งต้นไทรก็ได้นะจ๊ะ”
“แม่เพื่อน”
เพื่อนพอจะยิ้มขึ้นมาได้เพราะคิดว่าลอจะยกโทษให้
“จ๊ะพี่ลอ”
ลอค่อยๆ แกะมือเพื่อนแล้วถอยห่างออกมาด้วยแววตาเย็นชา
“พี่ยอมรับว่าพี่ดีใจที่เห็นแม่เพื่อนกลับมา แต่พี่ไม่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่อยากรู้ว่าทำไมแม่เพื่อนถึงเรียกร้องให้พี่รักแม่เพื่อนอีกครั้ง”
“พี่ลอ”
“พี่ต้องไปหาอาพิศ เขาเป็นคนเดียวที่ควรจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่พระนคร”
ลอบอกเพื่อนด้วยเสียงจริงจังแล้วเดินออกไปทันที เพื่อนอึ้ง ไม่คิดว่าลอจะใจแข็ง

ลอรีบวิ่งเข้ามาถึงบ้านพิศก็เห็นแพงนั่งร้องไห้สะอื้นอยู่หน้าบ้าน
“อีแพง เอ็งมาร้องไห้อยู่ตรงนี้ทำไม”
“พี่ลอจ๋า พ่อ พ่อแก”
“เกิดอะไรขึ้น อาพิศเป็นอะไร”
“พ่อแกล้มไปอีก ฉันพยายามจะช่วยแล้ว แต่พ่อแกไม่ยอมให้ฉันป้อนยาแกเลย”
“ทำไมแกถึงไม่ยอมล่ะ”
“ฉันเล่าเรื่องของพี่เพื่อนให้พ่อฟัง พ่อไม่เชื่อ พ่อหาว่าฉันตอแหลป้ายสีพี่เพื่อนเพราะจะ แย่งพี่ลอไปจากพี่เพื่อน”
“โธ่ อาพิศ งั้นเดี๋ยวพี่ไปดูแกเอง”
ลอจะขึ้นเรือนแต่เสียงเพื่อนดังเข้ามา
“ไม่ต้องนะพี่ลอ พ่อฉัน ฉันจะไปดูเขาเอง”
“แม่เพื่อน”
เพื่อนหางตามองแพง
“ก็ในเมื่อพ่อเขาฟังฉันคนเดียว ขืนปล่อยคนอื่นขึ้นไปก็มีแต่จะทำให้พ่อยิ่งแย่ลงไปอีก ยังไงฉันก็ไม่ปล่อยให้พ่อเป็นอะไรไปแน่”
เพื่อนรีบเดินขึ้นเรือน ลอกับแพงเดินมาชะโงกมองจากข้างนอกเข้าไปในบ้าน เห็นเพื่อนเข้าไปดูแลพิศอย่างห่วงใย
“พ่อจ๋า ฉันมาแล้วจ้ะ”
“นัง นังเพื่อน”
“พ่อ อีแพงมันบอกว่าพ่อไม่ยอมกินยา”
“พ่อ พ่อไม่ ไม่กินยาของมันหรอก มันเกลียดเอ็ง มันอยากเห็นพ่อ พ่ออกแตกตาย”
“โธ่พ่อ อีแพงมันไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอก”
“มัน มันคิด มันถึงด่า ด่าเอ็งเสียๆ หายๆ หา หาว่าเอ็งใจ ใจคดกับไอ้ ไอ้ลอ”
“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะจ้ะพ่อ ฉันรับรองได้ว่ายาที่อีแพงเอามาให้กิน พ่อกินแล้วหายนะจ๊ะ เดี๋ยวฉันเอายาให้พ่อกิน พ่อจะได้ไม่ทรมานแบบนี้อีก”
เพื่อนหันไปเทยาจากหม้อดินใส่ถ้วย พิศมองลูกสาวด้วยสีหน้าที่ดีกว่ามองแพง ลอกับแพงยืนมองเห็นทุกอย่าง แพงสะอื้นไม่หยุด เจ็บปวดเหลือเกิน ส่วนลอก็อดสงสารไม่ได้ กุมมือแพงแน่น
“เอ็งรออยู่นี่แหละอีแพง เดี๋ยวข้าจะขึ้นไปเล่าทุกอย่างให้อาพิศฟังเอง”
“ไม่นะพี่ลอ อย่าให้ฉันต้องเป็นสาเหตุทำร้ายพ่อมากไปกว่านี้เลย”
“อีแพง”
“ฉัน ฉันทำให้แม่ต้องตายไปคนหนึ่งแล้ว อย่าให้ฉันต้องทำให้พ่อตายตามแม่ไปอีกคนเลยนะ”
“ไม่ได้นะอีแพง เอ็งจะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้”
“ได้ ได้สิจ๊ะพี่ลอ พี่เพื่อนเขากลับมาหาพี่แล้ว แสดงว่าเขายังรักพี่อยู่ เพราะ เพราะฉะนั้น อย่าพูดเรื่องของเราให้พ่อฟัง ฉันขอนะจ๊ะพี่ลอ”
“ไม่ เอ็งก็รู้ว่าข้าทำไม่ได้”
“ต้องได้สิจ๊ะพี่ลอ เมื่อก่อนพี่ก็ไม่เคยรักฉันแบบนี้ ตอนนี้ทำไมพี่จะทำแบบนั้นอีกไม่ได้ นะจ๊ะพี่ลอ ฉันขอร้อง ถ้าพี่พูด พี่จะไม่ได้เจอหน้าฉันอีกตลอดชีวิต”
ลอนิ่งงัน

กลางคืน พิศอาการดีขึ้นกว่าเมื่อเย็น เพื่อนเช็ดตัวให้พ่อจนเสร็จ
“ขอบใจมากนะนังเพื่อน ถ้าไม่ได้เอ็ง พ่อคงแย่”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะพ่อ หน้าที่ฉันต้องดูแลพ่ออยู่แล้ว”
“เพราะอีแพงคนเดียว”
ลอเดินเข้ามา
“อาไปว่าแต่อีแพงไม่ได้หรอกจ้ะ ที่ผ่านมาไม่ใช่อีแพงเหรอที่ดูแลอามาตลอด”
“ไอ้ลอ เอ็งตามใจอีแพงจนมันเคยตัว ทุกวันนี้สันดานมันถึงได้เหลิงจนกู่ไม่กลับ ต่อไป นี้อย่าให้ข้าได้ยินเอ็งแก้ตัวให้อีแพงอีก”
“ฉันไม่ได้จะแก้ตัวให้ ฉันแค่พูดความจริง”
“พ่อจ๊ะ ฉันว่าพ่อน่าจะนอนพักได้แล้วนะ พักเยอะๆ จะได้หายไวๆ”
“ไอ้ลอ เอ็งไม่นับถือข้าเป็นพ่อคนที่สองแล้วใช่มั้ยถึงไม่ฟังข้า”
ลอชะงัก พิศเริ่มไออีก ลอกังวล เพื่อนรีบชิงตัดบท ตีหน้าใสซื่อ
“ฉันขอนะจ๊ะพี่ลอ ให้พ่อนอนพักเถอะนะ อย่าให้แกต้องแย่ไปกว่านี้เลย”
ลออึดอัดใจ มองเพื่อนแล้วมองพิศอย่างสงสาร
“ฉันขอโทษจ้ะอา”
ลอยกมือไหว้ขอโทษแล้วรีบเดินออกไป เพื่อนมองลออย่างครุ่นคิด

ลอเดินลงมาจากเรือนแล้วตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่ ระเบิดความอึดอัด ชกต้นไม้อย่างพลุ่งพล่าน
“โธ่โว้ย”
ลอกระหน่ำมัดไปอีกสองสามหมัดติดๆ เพื่อนรีบตามเข้ามารั้งมือโอบเอวกอดขอร้อง
“อย่าทำอย่างนี้เลยจ้ะพี่ลอ ฉันขอร้อง”
“ปล่อยพี่นะแม่เพื่อน”
“พี่ลอรับปากฉันก่อนสิว่าพี่จะไม่ทำอย่างนี้อีก”
ลอไม่ตอบ รีบแกะมือเพื่อนออกจากตัวแล้วดันออกห่าง
“แม่เพื่อนจะเอาอะไรกับคำสัญญาจากปากพี่อีก ในเมื่อไม่เคยเห็นมันมีความหมาย”
“พี่จะโกรธเกลียดฉัน ไม่ยกโทษให้ ฉันพอเข้าใจ แต่ขอพ่อฉันไว้สักคนเถอะ แค่นี้พ่อแกก็จะแย่อยู่แล้ว พี่ไม่สงสารพ่อเลยเหรอไง”
“อาพิศมีบุญคุณกับชีวิตพี่ ถ้าไม่มีเขาพี่คงหัวหกก้นขวิดตั้งแต่พ่อพี่เสีย แต่จะปล่อยให้ เข้าใจอีแพงผิดๆ แบบนี้ พี่ทนไม่ได้หรอก”
“งั้นก็ตามใจพี่ เชิญไปบอกความจริงให้พ่อรู้ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ ฉันก็จะไม่ไว้หน้า ไหนทั้งนั้น ถ้าอยากเห็นฉันเลว ฉันก็จะเลวให้ถึงที่สุด พอกันทีกับคำว่าสำนึกผิด”
“แม่เพื่อน”
“ฉันเลวที่ทำร้ายพี่ แต่ผลกรรมมันก็ตามฉันทันทีเหมือนกัน ชีวิตฉันไม่เหลืออะไรเพราะหลงผิด คิดแต่ว่าถ้ากลับมาบ้านสร้างแล้วอย่างน้อยก็ยังเหลือพ่อเหลือพี่ให้อยากมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ถ้าพี่เลือกทางตายให้ ฉันกับพ่อก็จะตายตามที่พี่สั่ง”
ลอนิ่งงันกัดกราม สบตากับเพื่อนอย่างเจ็บปวด
“ก็ได้ พี่จะไม่ทำร้ายใจอาพิศ แม่เพื่อนพอใจแล้วใช่มั้ย”
หมัดลอคาอยู่ที่ต้นไม้ มีเลือดซึมออกจากสันหมัด เพื่อนอึ้งไป ลอไม่รู้สึกเจ็บ มองหน้าเพื่อนแล้วเดินออกไปทันที เพื่อนใจเสีย

“พี่ลอ”

แพงแอบมานั่งซุกตัวอยู่ที่ซากโบสถ์ปรักหักพัง สภาพน่าเวทนา
 
เอาแต่นั่งสะอื้นเสียใจ ระหว่างนั้น เสียงลอดังแว่วเข้ามา
“อีแพง อีแพง”
แพงเหลือบไปมอง เห็นลอเข้ามาก็พยายามกลั้นสะอื้นเอามือปิดปากไม่ให้รู้ว่าตัวเองอยู่ที่นี่
“อีแพง ออกมาหาข้าเถอะ ข้าเป็นห่วงเอ็ง ข้าไม่ได้บอกอาพิศอย่างที่เอ็งขอ เอ็งสบายใจได้ ออกมาหาข้าเถอะอีแพง”
แพงได้แต่สะอื้นเสียใจ แอบมองลอทั้งน้ำตา พอเห็นลอเข้ามาใกล้จะเจอ จึงพยายามจะลุกหนีไปอีก แต่แก้วเข้ามาจับบ่าเงียบๆ
“เอ็งจะหนีไปไหนอีกอีแพง”
“อีแก้ว ข้า ข้ายังไม่อยากเจอหน้าพี่ลอตอนนี้”
“โธ่ อีแพงเอ๊ย เอ็งไปอยู่ที่เรือนริมน้ำหลังเก่าของบ้านข้าก่อน เดี๋ยวข้าจัดการทางนี้เอง”
แก้วช่วยปาดน้ำตาให้เพื่อนรัก แล้วปล่อยแพงออกไป ไม่นานลอก็เข้ามาเจอแก้ว
“อีแก้ว เจออีแพงรึยัง เอ็งเป็นเพื่อนรักมัน จะไม่รู้เลยเหรอวะ”
“คราวนี้ไม่รู้จริงๆ จ้ะพี่ลอ อีแพงมันไม่อยากให้ใครเจอมันจริงๆ”
“แน่ใจนะอีแก้ว”
“จ้ะ ฉันก็เป็นห่วงมันนะพี่ แต่คราวนี้ฉันก็อยากให้มันอยู่คนเดียว ทำใจให้ได้สักพักก่อน ยิ่งถ้าเจอหน้าพี่ตอนนี้ คิดดูว่ามันจะยิ่งเจ็บขนาดไหน ในเมื่อมันรักพี่ยิ่งกว่าชีวิตมัน”
ลอนิ่งไปอย่างเจ็บปวด
“นะจ๊ะพี่ลอ ชีวิตมันลำบากมาตั้งแต่เล็ก ถ้าใจมันไม่แข็งกว่าเรา มันคงโตมาไม่ได้หรอก”
“โธ่อีแพง”
ลอน้ำตาคลอ

ที่ศาลาวัด เพื่อนยื่นซองเงินให้หลวงพ่อ หลวงพ่อเปิดซองดูเห็นจำนวนเงินแล้วอด แปลกใจไม่ได้
“เอ็งจะบริจาคให้เอาไปซ่อมแซมวัดหมดนี่จริงๆ เหรอนังเพื่อน”
“เจ้าค่ะหลวงพ่อ”
ด้วงชะโงกหน้าแอบดูจำนวนเงินในซอง
“โอ้โห้ ไม่ใช่น้อยเลยนะเนี่ยพี่เพื่อน อย่าว่าแต่ซ่อมวัดเลย เอาไปสร้างกุฏิหลังใหม่ให้ไอ้ด้วงนอนตีพุงเล่นยังได้”
“ทะลึ่งแล้วไอ้ด้วง จะไปไหนก็ไป”
“โธ่หลวงพ่อ ไอ้ด้วงต้องคอยอยู่เป็นนกพิราบคาบข่าว เพราะชาวบ้านเขาอยากรู้เรื่องพี่ เพื่อนกันทั้งทุ่ง”
“ชาวบ้านมันจะมาอยากรู้เรื่องนังเพื่อนทำไมวะ” แสงแปลกใจ
“เขาก็อยากรู้ว่าพี่เพื่อนไปได้ดิบได้ดีในพระนครกลับมาจริงๆ ไม่เหมือนพี่แรมที่ทำแสบ เอาไว้กับครูไงจ๊ะ ปากเสียไม่ทันคิด ขอโทษด้วยจ้ะครู”
“แค่นั้นมันน้อยไปไอ้ด้วง ปากเสียไม่พอยังทะลึ่งไปผสมโรงกับพวกปากหอยปากปู วันๆ ไม่ทำอะไรคอยแต่สาระแนเรื่องชาวบ้าน”
“ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะหลวงพ่อ เขามาเห็นว่าฉันกลับมาดูแลพ่อจริงๆ ไหนจะหอบเงิน ที่ทำงานได้มาทำบุญบูรณะวัด เดี๋ยวเขาก็เลิกคิดกันไปเอง”
“ใช่จ้ะ แล้วถ้าพี่เพื่อนจัดงานแต่งกับพี่ลอให้ใหญ่โตล่ะก็ งานนี้ได้อิจฉากันทั้งบาง”
เพื่อนยิ้มรับด้วยสีหน้าที่ซ่อนความพอใจเอาไว้ว่าที่จงใจทำแบบนี้ก็เพื่อให้ตัวเองไม่ดูเป็นคนเลว ถ้าวันหนึ่งแพงจะพูดเรื่องของตัวเองขึ้นมา ส่วนลอ สักวันเธอก็ต้องทำให้เขาเปลี่ยนใจกลับมารักได้แน่

แสงเดินมานั่งที่ใต้ต้นไม้ ถอนหายใจเฮือกใหญ่น้ำตาซึมๆ เพราะฉุกคิดเรื่องแรม เพื่อนตามเข้ามา
“ครูจ๊ะ”
“นังเพื่อน”
“ฉันอยากมาขอโทษครูที่ทำให้ชาวบ้านเอาเรื่องพี่แรมมาพูดขึ้นอีก”
“ไม่เกี่ยวกับเอ็งหรอก ชาวบ้านเขารู้เขาเห็นว่านังแรมมันสันดานเลวจริงๆ ยังไงก็ไม่มีวัน เปลี่ยนความจริงนี้ไปได้”
“จ้ะครู”
“แต่ที่ข้าอยากรู้ เผื่อเอ็งจะพอได้ข่าว หลังจากที่มันทำกับเอ็งกับข้าไว้แล้ว มันไปหัวหก ก้นขวิดยังไงต่อ”
เพื่อนนิ่งไป นึกถึงภาพครั้งสุดท้ายที่แรมถูกลูกน้องของพักตร์พริ้งลากตัวไป
“นังเพื่อน เอ็งพอจะได้ข่าวนังแรมมันบ้างรึปล่า”
“เอ่อ เปล่าเลยจ้ะครู ตั้งแต่ฉันถูกช่วยออกมา ฉันก็ไม่เคยได้ข่าวพี่แรมอีกเลย”
“งั้นเหรอ ที่ข้าถามไม่ใช่เพราะจะอาลัยอาวรณ์มันหรอก ทุกวันนี้ข้าปลงกับมันไปแล้ว แต่ที่อยากรู้เพราะกลัวมันจะไปสร้างเวรสร้างกรรมกับคนอื่นอีก”
“ฉันว่าพี่แรมคงไม่กล้าแล้วล่ะจ้ะ ส่วนฉันก็อโหสิกรรมให้เขาไปแล้ว”
เพื่อนตอบปลอบใจแสงไปหน้าซื่อ ระหว่างนั้นผาดเดินเข้ามา
“ไอ้แสง มาอยู่ที่นี่เอง มิน่า ไปตามที่บ้านแล้วไม่เจอ”
“มีเรื่องอะไรวะไอ้ผาด หน้าเอ็งดูยุ่งๆ”
“เฮ้อ เดี๋ยวข้าเล่าให้เอ็งฟังพร้อมกับหลวงพ่อเลยทีเดียว จะได้ช่วยกันไปเตือนชาวบ้าน เอ็งกับไอ้ลอก็ด้วยนังเพื่อน เคยเป็นโจทก์มัน ยิ่งต้องระวังตัวไว้ให้มาก เพราะขนาดพ่อมันแท้ๆ มันยังกลับมาปล้นมาแทงเอาเกือบตาย”
“อาผู้ใหญ่หมายถึงใครจ๊ะที่กลับมา”

ภายในป่าทึบ ตำรวจ 4-5 นาย พร้อมอาวุธครบมือ พากันเข้ามาค้นหาร่องรอยของคนร้ายอย่างระมัดระวัง หนึ่งในตำรวจที่กำลังหาร่องรอยพบธนบัตรที่คนร้ายปล้นมาตกอยู่ในพุ่มไม้จึงหยิบขึ้นมา
“เจอร่องรอยของพวกมันแล้ว น่าจะอยู่ไม่ไกลแถวนี้ ระวังตัวกันด้วย”
ยังไม่ทันจะเตือนเสร็จ ลูกดอกจากหน้าไม้ก็พุ่งเข้ามาปักกลางอกตำรวจนายนั้นทันที ตำรวจตายคาที่ ตำรวจที่เหลืออยู่พากันตกใจชักปืนขึ้นมาแล้วกราดยิงสวนพร้อมๆ กัน เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่ทางตำรวจจะลดปืนลงเพราะไม่มีการตอบโต้กลับมา
“หยุดก่อน”
ตำรวจสั่งให้ทุกคนระวังตัวแล้วถอยมารวมกันเพื่อระวังกันและกัน แต่จังหวะนั้นเองที่แหซึ่งถูกเตรียมไว้ได้ถูกเหวี่ยงมาจากต้นไม้สูงแล้วคลุมใส่พวกตำรวจทั้งหมด
คนร้ายได้โอกาสรีบโผล่ออกมา ทุกคนมีผ้าโพกปิดหน้าปิดตา พอเห็นตำรวจกำลังวุ่นวายอยู่ในแห ก็ชักปืนออกมาระดมยิงใส่ไม่ยั้ง ตำรวจล้มตายไปหลายคน วีระร้องสั่ง
“พอได้แล้ว อย่าเพิ่งให้พวกมันตายหมด เหลือเอาไว้ให้ข้าคนหนึ่ง”
วีระเล็งปืนไปที่ตำรวจ 2 คนที่ยังพอมีชีวิตรอดอยู่ เลือกว่าจะเอาใครไว้ แล้วลั่นไก

มาดเปิดผ้าคลุมหน้าออก ลากตัวเข้ามาหาวีระที่กลายเป็นเสือวีระผู้เหี้ยมโหด ทิ้งคราบลูกเศรษฐีไปจนสิ้น แผลเป็นบนหน้า รอยจากคมดาบของลอยังเด่นเห็นชัด
“ไร้น้ำยาอย่างพวกเอ็งคิดจะมาตามจับข้า หึๆๆ แล้วเป็นไง”
“จะไว้ชีวิตมันทำไมลูกพี่ ยิงทิ้งเป็นผีเฝ้าป่าไปให้หมดซะก็สิ้นเรื่อง”
“เห็นหน้ามันแล้วรู้ว่าดวงยังไม่ถึงฆาต เพราะมีหน้าที่ต้องไปเป็นธุระให้ข้าก่อน”
ตำรวจกัดฟันโกรธ
“ไอ้เสือวี ข้าไม่มีวันทำตามคำสั่งเอ็ง”
คำพูดของตำรวจทำให้ไม้ไม่พอใจ เตะเสยปลายคางจนล้มฟุบแต่ยังมีสติ
“อย่าอวดเก่งไปเลยคุณตำรวจ ข้าไม่ได้สั่งให้ไปทำเรื่องยากๆ หรอก แค่อยากให้กลับไป บอกพ่อข้า ไปบอกเจ้าหน้าที่คนอื่นให้รู้กันทั่วว่าอย่าได้คิดหาทางมาตามล่าไอ้เสือวีอีก”
วีระยิงปืนขึ้นฟ้า จากนั้นจึงยื่นปืนกระบอกนั้นยัดใส่มือตำรวจ
“ยิงข้าเลย โอกาสรอดกลับไปเอาผลงานของเอ็งอยู่ในมือแล้ว”
ตำรวจชะงักแปลกใจสงสัย วีระขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วจับปากกระบอกปืนในมือตำรวจให้จ่อหน้าตัวเองท้าทาย
“รออะไรอยู่ล่ะ ค่าหัวของไอ้เสือวีมันมากโขอยู่ไม่ใช่เหรอ ถ้าเอ็งดับข้าได้ เอ็งได้กลับไป เป็นใหญ่เป็นโตแน่ เอาเลย ยิงข้าเลย”
ตำรวจลังเลอยู่ครู่ก่อนจะลั่นไกใส่วีระทันที ตำรวจอึ้งที่ปืนไม่ทำงาน จึงลองยิงอีกสองครั้งแต่ก็เหมือนเดิม วีระยิ้มร้ายแล้วดึงปืนกลับทันที
“แปลกใจใช่มั้ยว่าทำไมปืนถึงยิงใส่ข้าไม่ได้”
วีระลองหันปืนไปทางอื่นแล้วยิง กระสุนลั่นดังสนั่น ตำรวจถึงกับอึ้งไป วีระหัวเราะเสียงดังแล้วเปิดคอเสื้อออกเผยให้เห็นพระห้อยคอองค์หนึ่ง
“ดูซะ แล้วเอ็งจะเข้าใจว่าทำไมข้าถึงไว้ชีวิตเอ็ง ปล่อยมันกลับไปได้แล้ว มันต้องกลับไปบอกทุกคน ไอ้เสือวีมีของดี ลูกปืนยิงมันไม่เข้า ไม่ต้องเสียเวลามาตามล่า แต่ให้พวกมันเตรียมเงินเตรียมทอง เตรียมผู้หญิงเอาไว้ให้ดี ถ้าไอ้เสือวีอยากปล้นเมื่อไหร่ ก็ให้เอามากองไว้หน้าบ้าน จะได้ไม่มีใครตาย ไป”

วีระถีบหลังตำรวจให้ออกไป แล้วหัวเราะเสียงดังลั่น มองตำรวจวิ่งหนีออกไปอย่างลนลาน

เพื่อน แพง ตอนที่ 14 (ต่อ)

วีระเข้ามานั่งกระดกเหล้าที่เพิงพัก ไม้กับมาดเดินตามเข้ามา มาดหัวเราะร่วนชอบใจ
 
“เห็นมันวิ่งหางจุกตูดมั้ยวะไอ้ไม้ สะใจข้าชะมัดยาด”
มาดหัวเราะร่วนแล้วดึงปืนไม้ออกจากเอวมาควง พูดเลียนเสียงวีระ
“ข้ามีของดี ลูกปืนทำอะไรข้าไม่ได้หรอกโว้ย”
ไม้ไม่พอใจปัดปากกระบอกปืนแล้วใช้เชิงมวยอัดใส่มาดอย่างแรงจนจุกตัวงอ
“อย่าทะลึ่ง เอ็งไม่ได้นัดแนะกับข้าไว้เหมือนลูกพี่ เดี๋ยวก็โป้งป้างใส่หน้าข้าหรอก”
“ไอ้ไม้มันพูดถูก จะตบตาให้เชื่อว่าข้ามีของดี ลูกปืนทำอะไรข้าไม่ได้ มันก็ต้องนัดกันให้ดี ต้องใจถึงรู้จังหวะว่ามันจะลองยิงข้ากี่นัด แล้วถึงแย่งปืนกลับมา ใจปลาซิวอย่างเอ็งทำไม่ได้หรอกโว้ย”
“จ้ะ พี่วีของฉันฉลาดเหลือกิน แค่นี้ชื่อของพี่ก็กระฉ่อนให้พวกมันกลัวหัวหดกันทั้งบาง”
“หึๆๆ ข้าต้องหนีหายเข้าป่าไปเป็นเสือเพราะแค้นที่ยังไม่ได้ชำระ วันนี้เมื่อข้ากลับมา ไอ้ อี ที่เคยทำให้ข้าต้องหมดอนาคต มันต้องได้รับการชำระแค้น”
วีระยิ้มร้าย

บริเวณคอกควาย เพื่อนพยายามเตือนลอด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ลอกำลังเอาฟางมาสุมไฟไล่ยุงให้ไอ้เปลี่ยว หูฟังไปแต่ไม่ได้สนใจจะหันมาคุยกับเพื่อนจริงๆ จังๆ สนใจแต่สุมฟางก่อไฟ
“ฉันเป็นห่วงพี่ลอจริงๆ นะจ๊ะ ถึงมาเตือนพี่”
“แต่พี่ไม่กลัวไอ้วี ต่อให้มันกลับมาเป็นเสือเป็นสิงห์ มีพรรคพวกเป็นมหาโจร พี่ก็ไม่กลัว”
“แต่คราวนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วนะพี่ ตำรวจที่รอดกลับมายังยืนยันเลยว่าแม้แต่ลูกปืน ก็ทำอะไรมันไม่ได้”
“พระพุทธคุณมีไว้คุ้มครองคนดีไม่ใช่โจร เรื่องนี้พ่อสอนพี่มาตลอด ตอนที่เขาถูกตำรวจยิงตาย เขาถึงให้พระที่ห้อยคอไว้กับพี่ เพื่อเตือนสติว่าพี่ต้องเป็นคนดี”
ลอบอกเพื่อนไปก็เป่าไฟในกองฟางให้ติดไฟจนควันลอยออกมา
“พี่ลอวางใจเกินไป เป็นคนดีหรือไม่ดีไม่เกี่ยวกับการที่พี่กับฉันจะถูกไอ้วีตามล้างแค้น”
“เกี่ยวสิแม่เพื่อน คนดีพระย่อมคุ้มครองและพาให้พบแต่สิ่งดีๆ เหมือนที่พี่เคยเสียใจที่ ถูกทรยศ แต่ไม่นานพี่ก็มีคนดีๆ หยิบยื่นชีวิตใหม่ให้ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณความดีที่พี่กับเขาทำร่วมกัน พี่ก็คงตายทั้งเป็นไปแล้ว”
“พี่ลอ พี่หมายถึงอีแพงใช่มั้ย หึ ฉันจะบอกให้นะ ที่อีแพงมันมีน้ำใจดูแลพี่เพราะมันตอแหล มันจ้องหาโอกาสทำดีกับพี่ มันแค่อยากแย่งพี่ไปจากฉัน มันไม่ได้ดีซะเต็มประดาอย่างที่พี่คิดหรอก”
“ถ้าอีแพงมันแค่จ้องหาโอกาสทำดีกับพี่ งั้นชีวิตมันก็คงว่างมากเพราะมันทำดีกับพี่ทุกที่ ทุกเวลา ทั้งต่อหน้าและลับหลัง”
ลอตอกหน้าเพื่อนกลับไปอย่างเจ็บแสบ เพื่อนกัดฟันโกรธและไม่ยอมลดลาวาศอก
“พี่ลอเอาแต่ว่าๆๆๆ ฉัน ทั้งๆ ที่ฉันก็บอกแล้วว่าฉันก็แค่หลงผิดไปครั้งเดียว ถ้าพี่ยึดมั่น ความดีอย่างพระของพ่อ คำว่าอโหสิคำเดียว พี่จะให้ฉันไม่ได้เชียวเหรอ”
ลอกัดฟันโกรธแต่ไม่พูดอะไร เพื่อนขยับเข้าใกล้ ลอเลยเอาพัดโบกไล่ควันที่สุมอยู่ให้พัดเข้าหน้า
“อาพิศจ้ะ ฉันสุมไฟไล่ยุงให้ไอ้เปลี่ยวเสร็จแล้ว คืนนี้ฉันกลับไปนอนที่กระท่อมพ่อนะจ๊ะ”
“เออ ขอบใจเอ็งมากนะไอ้ลอ”
“จ้ะ”
ลอตอบหน้าซื่อๆ เหมือนทุกครั้ง แล้วเดินออกไปโดยไม่แลเพื่อนที่ยืนไอเพราะควันเข้าหน้าเข้าตา
“อ้าวนังเพื่อน เอ็งไปยืนให้ควันมันเข้าหน้า น้ำตาเล็ดทำไม ขึ้นมาบนเรือนได้แล้ว”
เพื่อนหัวเสีย
“อีแพง อีแมวขโมย”

กลางคืน ผาดพร้อมหนุ่มฉกรรจ์ในหมู่บ้านมาสุมคบไฟแล้ววางแผนแบ่งคนเพื่อไป เดินตรวจตราในหมู่บ้าน
“เอ็งกับเอ็งไปเดินเวรยามที่ท้ายหมู่บ้าน ส่วนเอ็งพาพวกไปเฝ้าบนห้างที่ชายป่า ถ้าเห็น พวกไอ้เสือวีมาป้วนเปี้ยนเฉียดใกล้หมู่บ้านก็รีบส่งข่าว”
พวกคนหนุ่มฉกรรจ์แบ่งคนตามที่ผาดสั่งแล้วแยกย้ายกันออกไป ส่วนลอมาคุยกับก้อนห่างออกมา
“ข้าพยายามตะล่อมถามแม่แก้วให้เอ็งแล้ว แต่คราวนี้มันปิดปากเงียบไม่ยอมบอกข้าจริงๆ ว่ะว่าอีแพงอยู่ไหน”
“เอ็งกำลังจะแต่งงานเป็นผัวมันอยู่แล้ว บังคับให้มันพูดไม่ได้เลยเหรอวะ”
“ได้ที่ไหนล่ะไอ้ลอ แม่แก้วเขาก็เหมือนอีแพงนั่นแหละ เป็นผู้หญิงหัวแข็งไม่กลัวผัว ยิ่ง เห็นเข้าเซ้าซี้กวนใจเลยยิ่งพาลไม่ให้ข้าแตะเนื้อต้องตัวเลยด้วย”
“โธ่เว้ย แต่ข้าห่วงอีแพง”
ผาดเข้ามาพร้อมคบไฟ
“ไอ้ลอ เอ็งมาก็ดีแล้ว มาช่วยพวกข้าลาดตระเวนหมู่บ้านด้วยกัน”
ก้อนช่วยรับคบไฟมาแทนลอ
“ได้จ้ะพ่อ เดี๋ยวฉันกับไอ้ลอไปเวรยามแถวคุ้งต้นไทรให้”
“เออ ก็ดี แถวนั้นมันลับตาคนอยู่ด้วย ต่อไปนี้เอ็งต้องระวังตัวให้มากนะไอ้ลอ”
“จ้ะอาผู้ใหญ่”
ผาดออกไปพร้อมกับพวกคนหนุ่ม ก้อนหันมาบอกลอ
“เอ็งไปตามเรื่องอีแพงเถอะ ลองตามทางไอ้เรืองดู บางทีข้าว่าอาจจะได้ความ”
ลอพยักหน้ารับ

เรืองปฏิเสธลอ ไม่รู้ไม่เห็น แล้วทำเป็นหันไปเช็ดระนาดแก้เก้อ
“มาถามข้าแล้วจะไปรู้ได้ยังไงล่ะไอ้ลอ”
“ก็คนที่อีแพงจะมาปรับทุกข์ได้ก็มีแค่ 2 คน เมื่ออีแก้วไม่พูด ข้าก็ต้องมุ่งมาที่เอ็ง”
“อีแพงมันไม่มาหาข้าหรอก ข้าปลอบใจคนเก่งซะที่ไหน”
ท่าทางเรืองมีพิรุธหยิบไม่ตีระนาดขึ้นมาเช็ดแล้วทำหลุดมือ ก่อนจะรีบหยิบขึ้นมายกมือไหว้พนมขอโทษ
“ขอโทษจ้ะครูบาอาจารย์ ฉันไม่ทันระวัง”
ลอหรี่ตาสงสัย รีบดึงไม่ตีระนาดจากมือเรืองทันที
“ท่าทางเอ็งจะหวงไม้ตีระนาดคู่นี้”
“ไอ้ลอ เอาของข้าไปทำไมวะ”
“ไม้เนื้อแข็งอย่างดี หัวก็ลงรักปิดทองสวยงาม ใครให้เอ็งมาวะไอ้เรือง”
“พ่อข้าให้มา เป็นไม้ประจำตัวของครูของครูของพ่อข้าอีกที”
“งั้นเอ็งก็ต้องรักมากสิวะ”
“ใช่ เอ็งเอาคืนมาให้ข้า”
ลอยิ้มกวนแล้วผลักเรืองให้ถอยไปห่างๆ
“ของรักของเอ็งอยู่ในมือข้า เอ็งอยากได้คืนก็ต้องมีข้อต่อรอง
“ไอ้ลอ นี่เอ็ง”
“เออ ข้าไม่ใช่คนสันดานขี้โกง ในเมื่อเอ็งรู้ว่าของรักของหวงของข้าอยู่ไหน เอ็งก็ต้อง บอกข้ามาเหมือนกัน”
“ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้นโว้ยไอ้ลอ”
“เอ็งอย่ามาปด ข้าต้องเจออีแพง ข้ารักมันเป็นห่วงมัน ถ้าเอ็งไม่บอกข้ามาว่าจะตามมัน เจอที่ไหน ข้าจะทำให้เอ็งรู้ว่าเวลาของรักไม่อยู่กับตัวแล้วเป็นยังไง”
ลอทำท่าจะหักไม้ตีระนาดของเรืองให้ดู เรืองหน้าเสียตกใจ

“อย่านะโว้ยไอ้ลอ”

เพื่อนนั่งหวีผม กระแทกหวีลงบนตั่งหน้ากระจก แล้วจิกหน้ายิ้มร้ายเพราะคิดอะไรบางอย่างได้
 
และเป็นจังหวะที่พิศเข้ามาหาลูกสาว
“นังเพื่อน อีแพงมันยังไม่โผล่หัวมาอีกเหรอ”
“ยังจ้ะพ่อ”
“อีนี่ เที่ยวนี้มันปีกกล้าขาแข็งนัก โผล่มาเมื่อไหร่จะเอาให้หนัก”
“อีแพงมันโตเป็นสาวแล้ว ตีให้ตายก็อายชาวบ้าน อีกอย่างพ่อก็ไม่ค่อยแข็งแรงด้วย”
“ไม่กระหนาบมันให้หนักแล้วมันจะจำเหรอวะ”
“ตีมาแต่เล็กยันโตแล้วมันจำรึเปล่าล่ะพ่อ ฉันว่าทางที่ดี เรารีบหาผัวให้มันสักคนเถอะ มันจะได้พ้นอกเรา เลิกยุ่งกับพี่ลอของฉันซะที”
“อย่างมันหาผัวได้ง่ายที่ไหนล่ะนังเพื่อน ผู้ชายทั้งทุ่งบ้านสร้างมีแต่ขยาดมันทั้งนั้น”
“แต่มันเป็นสาวแล้วนะพ่อ สะโพกผายซะขนาดนั้น รูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ งาน ในไร่ในนาก็ทำได้หมด แค่พ่อบอกจะยกให้ สินสอดพอเป็นพิธี ขี้คร้านก็เอากันทั้งนั้น ได้ทั้งเมียได้ทั้งแรงช่วยงาน”
“เออ เอ็งพูดมาก็เข้าท่า”
พิศพยักหน้ารับ เพื่อนแอบยิ้มพอใจ

คืนเดือนมืด แพงนั่งเศร้าๆ อยู่ที่แคร่ริมน้ำใกล้กับเรือที่มีหลังคาคลุมให้พักผ่อน แพงเหม่อครุ่น คิด แล้วได้ยินเสียงฝีเท้าคนเหยียบใบไม้เข้ามาใกล้
“อีแก้ว นั่นเอ็งเหรอ ไอ้เรือง ใช่เอ็งรึเปล่าวะ”
เงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับมา แพงใจคอไม่ดีหันไปคว้ามีดฟันมะพร้าวที่ปักอยู่ขึ้นมาระวัง
“ถ้าไม่โผล่หัวออกมา ข้าฟันหัวแบะแน่ ออกมาเดี๋ยวนี้ !!
แพงเห็นท่าไม่ดีเดินเข้าไปเงื้อมือจะฟัน แต่คนที่เข้ามาข้างหลังแล้วจับมือไว้คือลอ แพงชะงัก ไม่ทันมองเลยถองศอกเข้าไปอย่างแรง ลอจุกตัวงอ
“คิดจะหมาลอบกัดก็หัวแบะเถอะมึง”
“ข้าเองอีแพง”
“พี่ลอ”
ลอจุกตัวงอแต่เงยหน้ามองแพงแล้วยิ้มซื่อๆ แพงพยุงลอให้กลับมานั่งที่แคร่อย่างเป็นห่วง
“เล่นโผล่มาเงียบๆ อย่างกับพวกโจร แล้วเป็นไง เกือบตายคามือฉันแล้วมั้ยล่ะ”
“โธ่ ก็เอ็งหนีหน้าไม่ยอมให้ข้าเจอ ถ้าโผล่มาซึ่งๆ หน้าเอ็งก็ต้องหนีข้าไปอีกน่ะสิวะ ข้าก็ เลยต้องแอบเข้ามาเงียบๆ รอให้เอ็งเผลอแล้วค่อยรวบรัดกอดเอ็งเอาไว้แน่นๆ ไม่ให้หนีไปไหนอีกไง”
ลอพูดไปก็ดึงแพงมากอดแน่นอย่างปากว่า แพงชะงักแล้วรีบแกะมือผลักลอออก
“พี่ลอ ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ได้จะหนีหน้าพี่ ฉันแค่ยังไม่อยากเจอหน้าใคร”
“เอ็งไม่อยากเจอพ่อเจอพี่สาว ข้ายังพอเข้าใจ แต่ทำไมต้องไม่อยากเจอหน้าข้าด้วย”
“ฉัน ฉัน”
“เอ็งเห็นหน้าข้าเลยพาลรู้สึกผิดต่อพี่สาวเอ็งใช่มั้ย”
แพงนิ่งไปไม่กล้าสบตาลอ
“อีแพง เอ็งกับข้าไม่ได้ทำต่อผิดแม่เพื่อน จะให้ข้าบอกเอ็งสักกี่ครั้งก็จะพูดคำเดิม เอ็งไม่ ใช่เบี้ยใกล้มือที่ข้าต้องรีบคว้าเอาเวลาที่สิ้นเนื้อประดาตัว แต่เพราะน้ำใจที่แสนวิเศษของเอ็ง ทำให้ข้ารักเอ็ง เข้าใจมั้ยอีแพง”
ลอย้ำหนักแน่น จับไหล่แพงมาบีบแน่นยืนยัน แพงน้ำตาคลอ
“ตอนนี้ไม่ใช่เอ็งคนเดียวแล้วที่ต้องเจ็บทุกครั้งเวลาเห็นข้าเจ็บ ข้าก็เหมือนเอ็ง มันปวดใจ ทุกครั้งที่เห็นเอ็งร้องไห้ ยิ่งถ้าเอ็งต้องทุกข์ทรมาน ข้าก็ยิ่งอยากจะขอให้ความทรมานนั่น มาสิงอยู่ในตัวข้าแทน”
“พี่ลอ”
ลอประคองแก้มแพงเชยขึ้นมาสบตา
“อีแพงเอ๊ย ข้าอยากจะป่าวร้องบอกทุกคนให้รู้ทั่วทั้งบ้านสร้างว่าเอ็งเป็นเมียรักของข้า แต่เพราะเอ็งขอไว้ข้าถึงต้องกลั้นใจหุบปาก รับปากกับข้านะอีแพง อาพิศหายดีแล้วเอ็งจะหุบปากข้าอีกไม่ได้”
แพงน้ำตาไหลอย่างตื้นตัน
“จ้ะพี่ลอ”
ลอยิ้มดีใจ โล่งอกขึ้นมาได้ แล้วดึงแพงมาจูบหน้าผากเบาๆ

ตอนเช้า แพงนอนหนุนแขนลออยู่บนแคร่ใกล้เรือนริมน้ำ พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา จึงนั่งมองหน้าลอด้วยแววตาเปี่ยมรัก ลอละเมอขึ้น
“อีแพง ข้ารักเอ็ง อย่าหนีนะโว้ย มาให้ข้ากอดเอ็งซะดีๆ อีแพง”
ลอละเมอออกท่าออกทางจนแพงอดขำไม่ได้
“ขนาดฝันยังฝันว่ารักฉันเลย ฉันเชื่อแล้วจ้ะว่ารักของพี่เป็นของวิเศษแก่ฉัน”
แพงปลาบปลื้มแล้วก้มหอมแก้มลอ คิดว่าลอจะไม่รู้สึกตัว แต่ลอกลับลืมตายิ้มกวน
“โบราณว่าฝันใกล้ตื่นจะเป็นจริง ไม่คิดว่าจะจริงซะยิ่งกว่าจริง”
ลอดึงแพงมากอดแน่น
“พี่ลอ แกล้งฉัน”
“ข้าไม่ได้แกล้ง ข้ากำลังฝันว่าไล่ตามเอ็ง แล้วเอ็งก็มาขโมยหอมแก้มข้า ทำให้ข้าตื่น”
“ก็เวลาพี่หลับเห็นแล้วมันน่าหมั่นเขี้ยว โตจนหมายเลียตูดไม่ถึงแล้วยังหลับเหมือนเด็ก”
“หมั่นเขี้ยวก็หยิกแก้มไม่ใช่ขโมยหอมสิวะอีแพง”
“อยากให้ฉันหยอกเหรอ ได้”
แพงหยิกลอทันที ลอสะดุ้งเจ็บๆ ร้องลั่น
“เอาจริงนี่หว่าอีแพง”
“จริงซะยิ่งกว่าจริงอีกจ้ะ พี่ลอจ๋า”
“เอ็งนี่มัน”
“ไม่เล่นแล้ว วันนี้ฉันจะกลับบ้านไปดูแลพ่อ แล้วก็อย่าลืมเรื่องที่เราตกลงกันไว้ล่ะ เรา คงจะไม่ได้มาเจอกันแบบนี้”
“เออ ข้าจะอดทนอดกลั้นไม่พูดจนกว่าอาพิศจะดีขึ้น แต่กลัวจะขาดใจตายก่อนสิวะอีแพง แค่นึกว่าจะไม่ได้กอดได้หอมเอ็งอย่างเมื่อคืนนี้อีก ใจข้าก็ฝ่อไปเยอะเลย”
“ปากหวาน ถ้าแค่นี้อดทนไม่ได้ ก็ให้ลงแดงตายไปเลย เชอะ”
แพงทำประชดแต่ยื่นหน้าไปจูบที่แก้มลออีกทีหนึ่งแล้วรีบวิ่งออกไป ลอจับแก้มมองตามแพงด้วยรอยยิ้ม ตะโกนไล่หลัง
“อีแพง ข้ารักเอ็งนะโว้ย”
“จ้า ฉันก็รักพี่นะจ๊ะ พี่ลอจ๋า”
สองคนยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ชายชาวบ้านคนหนึ่งถูกวีระจับมากระซวกแทงตายอย่างโหดเหี้ยมและเลือดเย็น วีระยิ้ม ร้ายถีบศพชาวบ้านล้มลง โดยลูกน้องกำลังปล้นฆ่าอย่างเมามัน ไม้แสดงความโหดเหี้ยมจับพวกชาวบ้านผู้ชายมากระซวกแทง ส่วนมาดพาพวกบุกเข้าไปในบ้านขนเอาทรัพย์สินเงินทองออกมารวมกัน และยังกระชากหญิงชาวบ้านหน้าตาดีคนหนึ่งออกมา
“พี่วี ดูอีนังนี่ซะก่อน คุ้มจริงๆ ที่บุกมาปล้นบ้านนี้ ลูกสาวมันงามหยดถูกใจพี่แน่นอน”
หญิงสาวกลัวตัวสั่น วีระกระชากตัวเข้ามามอง
“หน้าตาเอ็งมันก็สวยอยู่หรอก แต่ยังสวยสู้คนที่ทำให้ข้าฝังใจอยู่ไม่ได้”
“ปล่อย ปล่อยฉันไปเถอะจ้ะ อย่าทำอะไรฉันเลย”
“โธ่พี่วี ฉันรู้ว่าพี่ยังฝังใจอยู่กับแม่เพื่อน แต่สวยหยาดฟ้าอย่างแม่เพื่อนจะหาได้ง่ายๆ ที่ไหน เอาสวยน้อยกว่าไปแก้ขัดก่อนเถอะจ้ะ หรือถ้าพี่ไม่อยากได้ก็เอามาให้ฉันก็ได้”
วีระผลักหญิงสาวให้มาดไปอย่างไม่สนใจ มาดดีอกดีใจกระชากหญิงสาวเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู เสียงหญิงสาวกรีดร้องดังลั่น วีระยิ้มเยาะร้ายกาจ ระหว่างนั้นไม้เข้ามาหา
“ลูกพี่ คนของเราที่ให้ไปดูลาดเลาแถวบ้านสร้างมันเพิ่งกลับเข้ามา มันว่าพวกมันรู้เรื่อง ของลูกพี่แล้ว ตอนนี้มันเตรียมคนไว้รอรับมือกันยกใหญ่”
“หึ คิดจะรับมือกับข้าเหรอวะ หึๆๆ ไอ้มาด พอได้แล้ว เอาอีนั่นออกมา”
วีระตะโกนเสียงดังย้ำชื่อมาดอีกที มาดจึงรีบเปิดประตูออกมาในสภาพถอดเสื้อผ้าออกเกือบหมด ส่วนหญิงชาวบ้านก็เสื้อผ้าหลุดลุ่ยน้ำตานอง
“อะไรเหรอจ๊ะพี่วี ฉันกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย”
“ข้าไม่ให้เอ็งแตะต้องนังนั่นแล้ว ข้าต้องใช้มันเป็นจดหมายเตือนไปให้ไอ้ลอกับแม่เพื่อน รู้ว่า เวลาสุขของพวกมันใกล้จะหมดแล้ว”

บริเวณพงหญ้าข้างทางในหมู่บ้าน แพงกำลังเด็ดยอดกระถินตามรั้วที่ชาวบ้านปลูกทิ้งไว้ ระหว่างนั้นมีชาวบ้าน 2 คน รุ่นเดียวกับลอถือจอบเสียมจะไปทำนา แต่เห็นแพงเลยหยุด พากันมองแพงอย่างสนใจ
“อีแพง ทำอะไรริมรั้วบ้านข้าวะ”
“ข้าขอเก็บยอดกระถินไปให้พ่อจิ้มน้ำพริกหน่อย”
“ตามสบายเอ็ง แต่ให้ข้าช่วยอุ้มเอ็งมั้ย ยอดอ่อนๆ งามๆ มันอยู่สูง เอ็งคงเอื้อมไม่ถึง”
“หรือเอ็งอยากขี่คอข้าก็ได้นะโว้ย ข้าพร้อมให้เอ็งขี่”
สองคนหันมาหัวเราะคิกคัก จนแพงแปลกใจหันมามองหน้าเอาเรื่อง
“พวกเอ็งว่างมากนักเหรอไง ถึงได้มาปากบอนวอนหาเรื่องข้า”
“ก็ไม่ได้ว่างหรอก งานมีให้ทำเยอะจนอยากได้เมียมาคอยช่วย พวกข้าเลยมาทักเอ็งดู เผื่อเอ็งจะสนใจเลือกข้าเป็นผัวก่อนเลือกคนอื่น”
แพงตกใจปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อ
“ไอ้ปากหมา พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงวะ”

ชายชาวบ้านตกใจไม่คิดว่าแพงจะโกรธเอาเรื่องมัน

พิศตักน้ำในตุ่มขึ้นดื่ม ระหว่างนั้นเสียงแพงดังขึ้นอย่างไม่พอใจ
 
“พ่อ พ่อทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง”
พิศชะงัก
“อีแพง หนอย กลับมาถึงบ้านไม่ทันไรมึงก็มาแหกปากขึ้นเสียงกับกูเลย กูนึกว่าที่มึงหายไปมึงจะไปสำนึก”
“พ่อตอบฉันมาก่อน พ่อทำกับฉันแบบนี้ทำไม”
“ข้าไปทำอะไรเอ็ง”
“พ่อเอาฉันไปบอกทุกคนในหมู่บ้านว่าอยากให้ฉันมีผัว”
เพื่อนได้ที่ยิ้มร้ายเดินเข้ามา
“ไม่ใช่พ่อ แต่เป็นข้าเป็นคนไปประกาศให้ทั้งหมู่บ้านเขารู้เอง เพราะเอ็งมันหนักข้อดื้อด้านเข้าไปทุกวัน รีบๆ มีผัวไปซะบ้านนี้จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนเพราะเอ็งอีก”
“พี่เพื่อน ฉันไม่เอาหน้าไหนเป็นผัวทั้งนั้น พี่ไปบอกพวกมันทุกตัวเลย ถ้าขืนใครมายุ่งกับฉันอีก ฉันจะเอาเลือดหัวมัน”
“อีแพง แต่พ่อเขาสั่งให้เอ็งมีผัว เอ็งก็ต้องมีผัวตามสั่ง”
“พ่อเขาสั่ง หรือว่าพี่เสี้ยมให้พ่อสั่งกันแน่”
“พอได้แล้วอีแพง คำสั่งข้าหรือคำสั่งนังเพื่อนก็เหมือนกัน ถ้าเอ็งดื้อด้านก็โดนทั้งข้าทั้งพี่ เอ็งเฆี่ยนได้เหมือนกัน”
“ไม่ จะเฆี่ยนจะตีฉันให้ตายยังไง จะหักแขนหักขาให้ฉันพิการก็ได้ฉันยอมทั้งนั้น แต่ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาบังคับให้ฉันมีผัวเด็ดขาด”
“อีแพง”
“อย่าจ้ะพ่อ พ่อลงมือกับมันมามากพอแล้ว เดี๋ยวจะล้มไปอีก มันถึงเวลาที่ต้องเป็นฉันแล้วล่ะ”
เพื่อนพูดไปแล้วหันมามองหน้าแพงอย่างร้ายกาจ รอเวลาที่จะเอาคืนแพงมาตลอด
“ที่มันดื้อด้านหัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมทำตามเราสั่ง นั่นก็เพราะมันจ้องจะเอาพี่ลอของฉัน ไปทำผัว มันหวังว่ามารยาของมันจะทำให้พี่ลอช่วยมันได้”
“พี่เพื่อน พี่หน้าด้านพูดได้ยังไง”
แพงโกรธจัดจ้องหน้าพี่สาวเขม็ง เพื่อนยิ้มเยาะที่ยั่วแพงจนได้
“หึ เห็นมั้ยพ่อ มันจ้องฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ เพราะฉันจี้ใจดำมัน มันจงเกลียดจงชังฉัน เพราะมันรักพี่ลอ มันอยากจะแย่งพี่ลอของฉันไปทำผัว”
แพงเหลืออด กำหมัดแน่นชี้หน้าพี่สาวทันที
“อีเพื่อน อีเดรัจฉาน คนอย่างมึงมีแต่นรกเท่านั้นแหละที่เขาจะรับมึงไปอยู่ด้วย มึงจำไว้”
แพงอดกลั้นไม่อยากลงมือกับพี่สาวเลยด่าให้สำนึกแล้วหันหน้าเดินหนีออกไป
“อีแพง มึง มึง อีทรพี กูทนไม่ไหวแล้ว”
พิศแกะมือเพื่อนแล้วรีบตามแพงไปทันที พร้อมไม้เรียวในมือ เพื่อนยิ้มพอใจ แพงจะเดินออกจากบริเวณบ้าน แต่พิศตามเข้ามาชี้ไม้เรียวสั่งเสียงดัง
“มึงหยุดเดี๋ยวนี้นะอีแพง กูสั่งให้หยุด”
แพงชะงักกำมือแน่น แล้วยอมหยุดตามที่พ่อสั่ง
“มึงกล้าด่าเขาได้ยังไง ไปขอโทษพี่สาวมึงเดี๋ยวนี้”
“ขอโทษที่ฉันด่าเขาว่าเดรัจฉานน่ะเหรอ ฉันไม่ขอโทษหรอก เพราะสันดานพี่เพื่อนมัน ไม่ใช่คนจริงๆ”
เพื่อนเจ็บใจไม่ยอมให้แพงด่าฟรีๆ เลยพุ่งเข้ามาตบหน้าแพงทันที แพงหน้าหันแต่ไม่สะท้าน หันขวับกลับมาจ้องเขม็ง
“เอาเลยอีเพื่อน มึงอยากลงมือกับกูก็เชิญ กูจะไม่ตอบโต้มึง แต่มึงต้องรู้เอาไว้นิดหนึ่งกู ก็ไม่เคยคิดจะแย่งคนที่จะเป็นผัวมึง แต่เพราะกูรัก กูถึงต้องการเห็นคนที่กูรักได้สุข ได้ รับการถนอมน้ำใจ”
เพื่อนไม่พอใจคำสารภาพของแพง จึงผลักแพงล้มลงไปกับพื้นแล้วหันไปบอกพ่อ
“ได้ยินมั้ยพ่อ มันกล้าบอกว่ามันรักพี่ลอ มันจ้องจะแย่งพี่ลอไปจากฉันจริงๆ”
“กูไม่เคยคิดจะแย่งมึง พี่ลอเหมือนปลาตัวเล็กอยู่ในมือมึงก่อน เมื่อมึงเห็นปลาตัวอื่น ใหญ่กว่า มึงก็แหมะปลาที่ถืออยู่ไว้กับกู แล้วผละไปหาปลาตัวใหม่ พอมึงไม่ได้ มึงถึง หวนมาหยิบฉวยอ้างเป็นเจ้าของปลาตัวเก่า สันดานเห็นแก่ตัวของมึงไม่เคยรู้สึกหรอก ว่ามึงมันชั่วขนาดไหน ถ้ามึงอ่านคำว่าละอายใจไม่เป็น กูจะสอนให้มึงเขียนอ่านเอง มึงจะได้จำใส่กบาลมึงไว้จนตาย”
“ตอแหล มึง อีตอแหล อย่าไปฟังมันนะพ่อ มันใส่ความฉัน”
“มึงนั่นแหละอีตอแหล อีเพื่อน กูเคยบอกมึงแล้ว กูก็จะขอบอกมึงซ้ำอีกว่ากูเกลียดมึง กูเกลียดๆๆ เกลียดมึงแทนความรักที่ซื่อจนเซ่อของพี่ลอ”
พิศทนไม่ไหวที่แพงก้าวร้าว
“หุบปากพล่อยของมึงซะทีอีแพง ไม่งั้นกูจะเอามึงเลือดกบปาก”
“ฉันต้องพูดให้รู้กันทั่ว รู้ไว้ด้วยนะอีเพื่อน กูไม่ได้แย่งความรักของใครและ กูก็ไม่ได้เจ้ากี้เจ้าการห้ามหวงไม่ให้พี่ลอไปรักใคร เพราะงั้นใครจะมาหวงห้ามไม่ให้กูรักพี่ลอไม่ได้”
“อีหน้าด้านไม่มียางอาย มึงคิดทำร้ายใจกูยังไม่พอ มึงยังไม่สนว่าพ่อจะเสียใจ อับอาย ขายหน้าชาวบ้าน เพราะสันดานร่านผู้ชายของมึงอีก”
เพื่อนแย่งไม้เรียวจากพิศมา แล้วพุ่งเข้าไปกระหน่ำตีแพงไม่ยั้งมือ แพงหันมาผลักพี่สาว พยายามจะสู้กลับ เพื่อนเลยหันไปฟ้องพ่อ
“ดูมันสิพ่อ มันจะสู้ฉัน มันไม่ใช่คนแล้ว มันกำลังเป็นเดรัจฉานทำร้ายได้แม้แต่พี่มัน”
“อีแพง ถ้ามึงทำนังเพื่อนเจ็บตัวอีก คนที่ลงมือจะเป็นกู”
แพงกัดฟันเจ็บใจมองพี่สาวที่ยิ้มเยาะเชิดหน้า เพื่อนใช้ไม้เรียวตีแพงแรงๆ คราวนี้แพงไม่ยอมขยับหนี กลับยืนให้กระหน่ำตี ส่วนสายตาก็จ้องเขม็งไปที่พ่อ ให้รับรู้ว่ายอมเจ็บมากมายแค่ไหนได้เพื่อลอ
“พ่อดูเอาไว้นะ คนอย่างอีแพงเจ็บได้เพื่อพี่ลอ ไม่ตอแหลหน้าด้านเหมือนอีเพื่อน”
เพื่อนยิ่งโมโหกระหน่ำตีแพงไม่หยุด

ลอกำลังสาวแหที่เหวี่ยงลงไปจับปลาขึ้นมา พบว่ามีปลาติดแหมาเยอะแยะ เขา ยิ้มพอใจจับปลาหลายตัวใส่ข้องอย่างอารมณ์ดี เรืองโผล่เข้ามาแล้วยึดเอาข้องใส่ปลาเต็มๆ ไปแล้ว เอาข้องเปล่าที่พกมาวางแทนที่ ลอหันมาเห็นก็ตกใจ
“ไอ้เรือง หาเรื่องเจ็บตัวไปหน่อยมั้ยวะ ถึงกล้ามาลักปลาเต็มข้องของข้าไปหน้าตาเฉย”
“พูดแบบนั้นหมาไปรึเปล่าวะไอ้ลอ ลืมไปแล้วเหรอว่าเอ็งรับปากอะไรบ้างตอนข้าบอก ให้รู้ว่าอีแพงมันไปหลบหน้าเอ็งอยู่ที่ไหน”
ลอชะงัก
“พอสมใจกับอีแพงเข้าหน่อยก็ลืมหมด”
“ข้าไม่ได้ลืมเว้ย ว่าจะเอาไปตอบแทนเอ็งอยู่ เดี๋ยวจับกลับไปให้อีแพงใหม่ก็ได้วะ”
ลอหันไปเหวี่ยงแหจับปลาใหม่ เรืองชื่นชมปลาอยู่ในข้องได้ครู่ก็เหลือบไปเห็นเรือลำหนึ่งลอยตามน้ำเข้ามา
“ไอ้ลอ นั่นเรือใครวะ”
“ไม่รู้ว่ะ”
ลอกับเรืองมองอย่างสงสัย ลอเลยลุยน้ำเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วต้องผงะสะดุ้ง เรืองยิ่งแปลกใจ
“ไอ้ลอ มีอะไรวะ เอ็งเจออะไรอยู่ในเรือ”
ลอหน้าเครียดไม่พูดอะไร ลากเรือเข้ามาใกล้ตลิ่ง ทันทีที่เรืองเห็นก็ตกใจ สะดุ้งโหยงล้มทั้งยืน
“ชิบหายแล้ว คนตายนี่หว่า”
ในเรือแจวเป็นศพหญิงสาว ที่วีระใช้เป็นจดหมายเตือนถึงลอ โดยสภาพศพเปลือยกายมีผ้า ขาวม้าปกปิดของสงวนเอาไว้ ดวงตาเบิกโพลง ตายอย่างน่าเวทนา

ศพของหญิงสาวถูกนำมาวางไว้ที่แคร่ใต้ถุนบ้านผาดโดยมีเสื่อปิดปกคลุมเอาไว้ หลังจากผาด กับก้อนตรวจดูศพเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาหาลอกับเรืองที่รออยู่ข้างนอก
“ตกลงผู้หญิงที่ตายเป็นใครเหรอจ๊ะอาผู้ใหญ่”
“นังอ้าย ลูกสาวทิดกล่ำ เมื่อวานบ้านเพิ่งโดนไอ้เสือวีระปล้นฆ่าตายยกบ้าน นังอ้ายหาย ตัวไป ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาเจอมันในสภาพนี้”
“นั่นสิอาผู้ใหญ่ เดี๋ยวนี้ไอ้วีระมันโหดไม่ใช่มนุษย์มนาแล้ว ตอนฉันกับไอ้ลอเอาศพขึ้นมา จากเรือ ฉันเกือบเข่าอ่อน มีแต่เดรัจฉานจากนรกเท่านั้นที่จะทำกับผู้หญิงได้ถึงขนาดนี้”
“ที่สภาพศพนังอ้ายมันโดนทารุณมาขนาดนี้ เป็นเพราะความตั้งใจของไอ้วีระที่อยาก ใช้ศพของนังอ้ายเป็นจดหมายเตือน” ก้อนอธิบาย
“จดหมายเตือน” ลอแปลกใจ
ก้อนกับผาดมองหน้ากันอย่างเครียดๆ ก่อนที่ผาดจะยื่นเศษกระดาษพับยับย่นเปื้อนเลือดให้ลอดู
“ข้าพบกระดาษแผ่นนี้ในปากของนังอ้าย ไอ้วีระมัดยัดเอาไว้ตั้งใจส่งถึงเอ็ง”
“มันเขียนว่าอะไรเหรออาผู้ใหญ่" เรืองถาม
ผาดเครียด ก่อนตอบ
“รายต่อไปคือนังเพื่อนกับไอ้ลอ”
เรืองตกใจหน้าเสีย ลอกำกระดาษแน่น

เพื่อนกระหน่ำตีแพงจนตัวเองเหนื่อยหอบ ส่วนแพงก็แทบลุกไม่ขึ้น นั่งพับเพียบเจ็บระบมมีแต่ริ้วรอยหวายไปทั้งตัว พิศยืนอึ้งเห็นแพงทนไม้ขนาดนี้ก็พูดไม่ออก
“พอได้แล้วนังเพื่อน ตีมันแค่นี้ก็น่าจะหลาบจำบ้างแล้ว”
“อีแพง เอ็งท่องใส่กบาลเอาไว้ว่า ถ้ายังกล้าดื้อด้านทรพีกับข้ากับพ่ออีก ข้าจะตีเอ็งให้ตายคามือ”
“ก็แล้วไม่ตีให้ตายไปตอนนี้เลยล่ะ เพราะยังไงฉันก็ไม่ยอมให้พี่หาผัวให้เด็ดขาด”
“อีแพง”
เพื่อนเหลืออดจ้องเขม็งครุ่นคิด ตีไปก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วเหวี่ยงไม้เรียวทิ้ง
“ฉันว่าหนังมันหนาเกินไม่เรียวแล้วพ่อ”
“แล้วจะทำยังไงกับมัน”
เพื่อนจับแพงลุกขึ้น
“ฉันจะเอามันไปขังไว้ในห้อง ไม่ต้องโผล่หัวออกมาให้พ่อต้องเสียใจจนกว่ามันจะสำนึก ไป ไปกับข้าเดี๋ยวนี้อีแพง”
เพื่อนกระชากแพงให้ลุกขึ้นแล้วลากขึ้นไปบนเรือน พาเข้ามาในห้อง ผลักลงไปบนแคร่ที่นอน
“เอ็งอยากตายนักเหรอไงอีแพง ถ้าไม่หยุดสันดานดื้อด้าน วันนี้เอ็งกับข้าต้องมีตายกัน ไปข้างแน่”
“หึ เหนื่อยที่กูทนมือทนตีนได้มากกว่าที่มึงคิด ใช่มั้ยอีเพื่อน มึงถึงลากกูเข้ามาหลบหน้าพ่อ เพราะอยากต่อรองกับกู”
“อีแพง ข้ากลัวพลั้งมือตีเอ็งตายต่างหาก”
“ไม่ต้องมาทำพูดเป็นคนดีขึ้นมาหรอก ความจริงใจของมึงมันไม่เคยมีอยู่บนหน้าอยู่แล้ว ถึงตอนนี้รู้แก่ใจกันดี ไม่ต้องมาตอแหลใส่กัน แล้วว่าใครดีใครชั่ว กูรู้ว่ามึงนั่นแหละที่ เสี้ยมพ่อให้หาผัวให้กู หวังจะไม่ให้กูยุ่งกับพี่ลอ”
“หึ งั้นถ้าเอ็งรู้อยู่แก่ใจ ข้าก็มีทางเลือกให้แค่ 2 ทางเท่านั้น ไปจากบ้านสร้างหรือจะอยู่ให้พ่อหาผัวให้เอ็ง”
“อีเพื่อน ถ้ามึงจะชี้นิ้วสั่งให้กูหายหน้าไปจากชีวิตพี่ลอ มีทางเดียวที่มึงจะทำได้ มึงต้อง ให้กูตายซะก่อน”

“อีแพง”

สองพี่น้องจ้องหน้ากันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ระหว่างนั้นเสียงลอดังมาจากข้างนอก
“อีแพง อีแพง”
ลอขี่ไอ้เปลี่ยวเข้ามาแล้วร้องเรียกหาแพง แพงกับนังเพื่อนชะงักเมื่อได้ยินเสียงลอ เพื่อนดูกังวล
“ได้ยินพี่ลอเขามาตามหากู ถึงกับเนื้อเต้นเลยสิ ที่เดี๋ยวนี้เขามาถึงบ้านแล้วไม่เรียกหามึง”
“อีแพง”
แพงลุกขึ้นจ้องพี่สาวเขม็ง
“ถ้าเขาเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับกู มึงนึกออกใช่มั้ยอีเพื่อนว่าคนอย่างพี่ลอจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงยังไงบ้าง กับพ่อเขาคงไม่ แต่กับมึง กูบอกได้เลย แค่เขายังนับมึงเป็นน้องเขา ก็ถือว่าบุญของมึงแล้ว”
“อีแพง อยู่ข้างบนนั้นรึเปล่า อีแพง”
“หึ เอ็งจะเอาคืนข้า จะเสี้ยมให้พี่ลอเกลียดข้างั้นเหรอ”
“โธ่เอ๊ยอีเพื่อน ถ้ากูจะเสี้ยมพี่ลอให้เกลียดมึงจริงๆ กูมีโอกาสทำไม่รู้กี่ร้อยกี่พันหน แต่ เพราะกูรักเขา เรื่องไหนที่ทำให้เขาทุกข์ จะไม่มีวันได้หลุดออกจากปากกู เหมือนกับเรื่อง ที่กูโดนมึงกับพ่อรวมหัวกันทำกับกูวันนี้ ถ้าพี่ลอรู้ เขาจะโกรธจนไม่เหลือความเป็นคน เมื่อกูยังอยากเห็นพี่ลอเป็นคนดี อยากให้มีแต่คนเทิดทูนเขา กูก็จะไม่เอาน้ำมันไป ราดให้เขาลุกเป็นไฟแล้วไหม้ตัวเอง ให้มีคนมาชี้หน้าด่าเขาว่าทำร้ายผู้หญิง เพราะ ฉะนั้นคำเดียวกูก็จะไม่พูดออกมาให้พี่ลอเสียใจ”
เพื่อนชะงักอึ้ง

ลอเดินขึ้นเรือนมาถึงหน้าประตูห้องเพื่อนแพง แต่จังหวะนั้นเพื่อนเปิดประตูออกมา
“พี่ลอ”
“แม่เพื่อน อีแพงอยู่ในนั้นรึเปล่า”
“เอ่อ เปล่าจ้ะ อีแพงไม่อยู่ที่นี่ พี่ลอมีอะไรกับมันเหรอ”
“พี่จะเอาปลาที่จับมาได้ให้มันไปทำครัว”
“เดี๋ยวฉันไปจัดการให้เองก็ได้”
ลอสงสัยจะชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้อง เพื่อนรีบจับแขนลอดึงรั้งไม่ให้เข้าไป
“พี่ลอจ๊ะ ฉันว่าจะถามพี่ลอเรื่องไอ้วีระอยู่พอดี ได้ยินชาวบ้านเขาพูดกันว่าเมื่อวานมัน ไปปล้นบ้านทิดกล่ำ พี่ลอรู้เรื่องรึยัง”
“พี่รู้แล้ว พี่เพิ่งเจอศพนังอ้ายลูกสาวทิดกล่ำเมื่อกลางวันนี้เอง ไอ้วีมันฆ่านังอ้ายแล้วใส่ เรือให้ลอยมาตามคลอง”
“จริงเหรอจ๊ะพี่ลอ น่ากลัวจังเลย”
“พี่ก็ว่าเสร็จธุระกับอีแพงแล้วจะเตือนแม่เพื่อนเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะไอ้วีระมันยัดจด หมายใส่ปากศพนังอ้ายมาเตือนพี่กับแม่เพื่อนว่ารายต่อไปจะเป็นเรา”
เพื่อนตกใจหน้าเสียแทบเข่าอ่อน
“มัน มันเขียนขู่มาอย่างนั้นจริงๆ เหรอจ๊ะพี่”
ลอช่วยประคอง
“ใจเย็นๆ ก่อนแม่เพื่อน”
“ฉันกลัวจ้ะพี่ลอ ฉันกลัว”
เพื่อนกอดแขนลอแน่น ลอจำเป็นต้องโอบเพื่อนปลอบใจเอาไว้ให้หายกลัว แพงยืนแอบฟังอยู่หลังประตู ครุ่นคิดตกใจกับเรื่องที่ได้ยิน

ตอนค่ำ ลอ พิศ และเพื่อน คุยกันขณะกินข้าว
“ตั้งแต่มันเป็นเสือมีชื่อเสียงออกปล้นไม่ไว้หน้าใคร มันก็ชักเหิมเกริมขึ้นทุกวัน”
“ทั้งๆ ที่อาผู้ใหญ่ก็ส่งคนเป็นเวรยามเดินดูรอบหมู่บ้านทั้งกลางวันกลางคืน มันก็ยังกล้าขู่ ฉันกลัวจนไม่กล้าออกไปไหนแล้วล่ะจ้ะพ่อ”
“เฮ้อ ไอ้ลอ เอ็งจะประมาทมันไม่ได้นะ ได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้มันมีของดี แม้แต่ลูกปืนก็ยัง ทำอะไรมันไม่ได้”
“ฉันไม่เชื่อเรื่องพวกนั้นหรอกจ้ะอา อยากให้มันโผล่หัวมาวันนี้วันพรุ่งซะด้วยซ้ำ ฉันจะได้ ลากคอมันเข้าตะรางไม่ให้มันไปก่อกรรมทำเข็ญกับใครเขาอีก”
“พี่ลออย่าไปท้าอย่างนี้สิ เกิดมันยกขโยงชุมเสือของมันมาจริงๆ ฉันไม่อยากเป็นเหมือน นังอ้ายมันนะ”
เพื่อนเริ่มวิตกกังวลจนวางจานข้าวเลิกกินต่อเพราะกินไม่ลง
“ถึงกับกินไม่ลงเลยเหรอนังเพื่อน”
“มันเล่นขู่ฉันขนาดนี้ ฉันจะกินลงได้ยังไงล่ะพ่อ”
เพื่อนหน้าเครียดลุกเดินออกไปจากวงข้าว พิศเป็นห่วงลูกสาวจึงหันมาพูดจริงจังกับลอ
“ไอ้ลอ ข้าก็มีแต่เอ็งคนเดียวเท่านั้นที่จะฝากผีฝากไข้ไว้ได้ ถือซะว่าตอบแทนบุญคุณที่ ข้าเลี้ยงเอ็งมาจนโต เอ็งต้องดูแลนังเพื่อนให้ดี อย่าให้ใครมาทำร้ายนังเพื่อนได้ เอ็งรับปากข้าได้มั้ย”
“จ้ะอา”
พิศไอโขลกๆ ลอกุลีกุจอหันไปหยิบขันน้ำให้พิศกินอย่างเป็นห่วง

ลอเข้ามาในกระท่อม แล้วไปรื้อค้นหาของบางอย่างจากกล่องเก็บของเก่าๆ จนพบห่อผ้าซีดๆ ห่อหนึ่ง เมื่อเปิดออกมา เป็นปืนกระบอกเก่าๆ ของเทิด ลอจับปืนขึ้นมาเล็ง ก่อนจะตกใจหันปากกระบอกปืนไปที่ประตู
“ฉันเองจ้ะพี่ลอ”
“แม่เพื่อน ตามพี่มาที่นี่ทำไม”
“ฉันอยู่บ้านใจคอไม่ดี กลัวเรื่องไอ้วีระจนคิดมาก เลยอยากมาขอให้พี่ลอไปอยู่ที่บ้านฉัน ด้วยกัน พ่อแกก็เห็นด้วยเลยให้ฉันมาตามพี่”
“แม่เพื่อนไม่ต้องมาตามพี่หรอก พี่ตั้งใจจะไปเวรยามดูแลให้ที่บ้านอยู่แล้ว เลยมาค้นเอา ปืนเก่าของพ่อพี่ติดตัวไว้รับมือไอ้วีระกับพวก”
เพื่อนโล่งอกเข้าไปจับมือลอมากุม
“ขอบใจมากนะจ๊ะพี่ลอ ก็มีแต่พี่นี่แหละที่ฉันจะฝากผี ฝากไข้ไว้ได้”
เพื่อนแนบแก้มกับหลังมือลอ ลอมองเพื่อนแล้วดึงมือออกอย่างเย็นชา
เพื่อนชะงักที่ลอไม่สนใจ ลอหันไปหยิบดาบเล่มยาว ส่วนมีดพกเล่มเล็กๆ อีกเล่มใกล้กันยื่นให้เพื่อนพกติดตัว
“แม่เพื่อนควรจะพกมีดไว้ติดตัว เผื่อเวลาเกิดอะไรขึ้นจะได้ป้องกันตัวเอง”
“ขอบใจจ้ะพี่ลอ ถ้ามีพี่คอยดูแลฉันก็คงไม่ได้ใช้มันหรอก”
“ระวังไว้ก็ดี เพราะแม่เพื่อนคงไม่ได้อยู่ในสายตาพี่ตลอด หน้าที่พี่คือต้องดูแลทุกคนในบ้าน ทั้งอาพิศและอีแพง”
ลอเดินออกไป เพื่อนไม่พอใจ

ชาวบ้านชายหลายคนพร้อมอาวุธครบมือมารวมตัวกันที่หน้าบ้านผาด
“พวกเอ็งทุกคนคงฟังจากไอ้ก้อนมาแล้วว่าไอ้เสือวีระมันขู่ไอ้ลอกับนังเพื่อนว่ายังไง”
“จ้ะอาผู้ใหญ่ สารเลวกากเดนมนุษย์อย่างมัน ทำเอาฉันอดรนทนไม่ไหว ต้องคว้าดาบขึ้น มาร่วมมือกับทุกคน นี่ถ้าฉันเจอมันจังๆ ล่ะก็จะกระซวกแทงมันไม่ยั้งเลย”
“อย่าปากเก่งให้มากนักไอ้ด้วง ดาบเอ็งเคยชักออกมาบ้างรึเปล่า”
“ไม่เคยว่ะไอ้ก้อน ว่าจะให้เอ็งช่วยดึงออกมาให้หน่อย สนิมมันกินจนชักไม่ค่อยออกแล้ว”
“ถุย แล้วทำมาคุย”
“เอาล่ะๆ ยังไงพวกเอ็งก็อย่าประมาท ตำรวจฝีมือดีๆ ยังเสียท่าพวกมันมาแล้ว เพราะของ ดีที่ลูกปืนทำก็อะไรมันไม่ได้ ข้าจับคู่ให้ใครไว้ก็คอยช่วยสอดส่องดูแลให้ดี ไป แยกย้ายกันไปได้แล้ว พวกไอ้ก้อน ไอ้เรือง ไอ้ด้วงและชายหนุ่มในหมู่บ้านแยกย้ายกันออกไป”
ผาดเคร่งขรึมกังวล

วีระนั่งอยู่หน้ากองไฟ ให้มาดช่วยใช้ดาบเล็มหนวดเคราให้อย่างเบามือ ไม้เข้ามาพร้อมลูกน้องหลายคน
“สายเรามันกลับมาจากดูลาดเลาที่บ้านสร้างแล้วลูกพี่”
“ใช่อย่างที่ข้าคิดไว้รึเปล่า”
“ใช่จ้ะ พวกมันแทบจะเรียกผู้ชายทุกคนในหมู่บ้านมาเดินเวรยามกันให้ควั่ก”
วีระยิ้มร้าย มาดไม่ทันระวังคมมีด ทำให้เป็นแผลเล็กๆ ที่คอลูกพี่
“ขอโทษจ้ะพี่วี ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
วีระผลักมาดล้มแล้วชักดาบออกมาชี้หน้ามาด
“มึงก็รู้ใช่มั้ยว่าคนที่ทำให้หน้ากูต้องเป็นแผลเป็นมันจะลงเอยยังไง”
“รู้ รู้จ้ะพี่วี แผลบนหน้าพี่ ไอ้ลอต้องชดใช้ด้วยคมดาบของพี่ มันจะต้องโดนพี่ลากไส้ ออกมาทั้งๆ ที่มันยังเป็นๆ แล้วพี่ก็จะบังคับให้มันดูพี่ข่มขืนนังเพื่อนจนมันตายต่อหน้าต่อตาพี่ พี่ถึงจะหายแค้นมัน”
“งั้นมึงจำไว้ให้ดี พวกเอ็งทุกคนก็ด้วย ข้ากลับมาคราวนี้ เพราะต้องการแก้แค้นไอ้ลอ รวมทั้งทุกคนในทุ่งบ้านสร้าง ถึงเวลาที่พวกมันจะโดนข้าเผาให้ราบเป็นหน้ากลอง ฮ่าๆๆ”

เพื่อน แพง ตอนที่ 14 (ต่อ)

ก้อนจับคู่กับด้วงออกเดินลาดตระเวนถือคบไฟมาตามทาง ด้วงควงดาบไปมาซ้อมจ้วงแทง
 
“คอยดูนะไอ้เสือวีระ ถ้าข้าเจอเอ็งล่ะก็ เอ็งไม่พ้นคมดาบไอ้ด้วงแน่”
ด้วงฟันฉับลองคมดาบฟันไปที่ต้นกล้วย แต่ฟันแรงจนดึงดาบไม่ออก ก้อนหันมาส่ายหน้าระอา
“ข้าว่าเอ็งกลับไปอยู่กับหลวงพ่อเถอะวะไอ้ด้วง ไม่ต้องมาเกะกะคนอื่นเขาหรอก”
“อ้าวไอ้ก้อน พูดหมาๆ ดูถูกข้าเกินไป ทุ่งบ้านสร้างกำลังเดือดร้อน ข้าจะไม่มุดหัวหลบ อยู่แต่หลังหลวงพ่อเด็ดขาด”
“แต่ฝีมือเอ็งมันไม่ได้เรื่อง ถ้าปะหน้ากับพวกมันขึ้นมาจริงๆ เอ็งจะถ่วงคนอื่นเขาซะเปล่า ถ้าอยากช่วยก็กลับไปสวดมนต์ขอพรพระให้คุ้มครองพวกข้า ไปสิวะ ไป”
ก้อนโบกมือไล่ ด้วงหัวเสีย ก้อนเดินออกไปไม่กี่ก้าวเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้น ชายหนุ่มในหมู่บ้านคนหนึ่งพุ่งออกมาจากข้างทางในสภาพเลือดท่วมตัว ล้มลงตรงหน้าก้อน
“ช่วย ช่วยด้วย พวก พวกมัน บุก บุกเข้ามาแล้ว”
ชายหนุ่มล้มลงตายต่อหน้าต่อตาก้อนกับด้วง ก้อนมองไปเห็นพรรคพวกที่ออกลาดตระเวนกำลังต่อสู้กับพวกลูกน้องของวีระ ไฟแดงฉานจากคบไฟที่พวกนั้นโยนเข้าใส่บ้านเรือนทำให้ไฟลุกโชติช่วง
“ไอ้วีระ ไอ้จัญไร”
ก้อนขบกรามแน่นแล้วกำดาบพุ่งเข้าไปร่วมต่อสู้ ด้วงยืนอึ้งตะลึงตกใจทำอะไรไม่ถูก เกือบจะถอยหนี แต่มองศพชาวบ้านแล้วเกิดแรงฮึดสู้
“ข้า ข้าไม่ใช่คนขี้ขลาดโว้ยไอ้ก้อน”
ด้วงควงดาบวิ่งตามก้อนไป

ลอนั่งลับดาบอยู่ที่แคร่ใกล้คอกไอ้เปลี่ยว มือลับดาบไปแต่สายตาก็พยายามมองขึ้นไปบนเรือน เพราะอยากเจอหน้าแพง จนอดรนทนไม่ไหววางดาบแล้วเข้าไปส่งเสียงเรียกแพงเบาๆ
“อีแพง อีแพง ข้ารู้ว่าเอ็งอยู่ในนั้นคนเดียว ลงมาหาข้าหน่อยเถอะวะอีแพง”
แพงนั่งกังวลได้ยินเสียงพี่ลอเรียกหา ใจอยากออกไปพบ แต่มองที่แขนตัวเองแล้วมีแต่ริ้ว รอยไม้เรียวเป็นแนวกลัวว่าลอเห็นแล้วจะพาลโกรธ เอาเรื่องคนอื่น แล้วจะเป็นเรื่องใหญ่โตให้ลอเดือดร้อน ในขณะที่ลอเห็นเงียบไม่มีเสียงตอบเลยยิ่งขยับเข้าไปใกล้แล้วเอาก้อนหินเล็กๆ ปาไปกระทบหน้าต่าง
“อีแพง อีแพง ถ้าเอ็งไม่ออกมา ข้าจะปีนขึ้นไปหาเอ็ง”
แพงมองผ้าคลุมผืนหนึ่ง ในขณะที่ลอเอาหินอีกก้อนเงื้อมือเตรียมปา จังหวะนั้นเอง แพงเปิดหน้าต่างชะโงกออกมา ลอไม่ทันยั้งมือ เลยปาหินไปโดนหัวแพง
“โอ๊ยพี่ลอ”
“อีแพง ข้าขอโทษ”
“อู้ย เบาๆ สิพี่ลอ พี่เพื่อนดูแลพ่ออยู่เดี๋ยวก็ได้ยินเราหรอก”
“ลงมาหาข้าได้มั้ยอีแพง”
แพงมองลอ มือก็ลูบหัวไปด้วยความครุ่นคิด

ลอมายืนรอแพงอยู่หลังบ้าน ครู่หนึ่งแพงเข้ามาหาโดยเอาผ้าคลุมมาห่มตัวปกปิดริ้วรอย โดนตีตามเนื้อตัวไม่ให้ลอเห็น
“ฉันบอกพี่แล้วไม่ใช่เหรอว่าตอนนี้เราจะออกมาเจอกันตามลำพังไม่ได้”
“ข้ารู้ แต่ข้าห่วงเอ็ง รู้เรื่องไอ้วีระแล้วรึยัง”
“จ้ะ ได้ยินพ่อพูดอยู่เหมือนกัน มันตั้งใจกลับมาคราวนี้ถ้าไม่ได้ล้างแค้นพี่มันคงไม่ไปง่ายๆ พี่ต้องระวังให้มากนะจ๊ะพี่ลอ”
“เอ็งไม่ต้องห่วงข้าหรอกอีแพง ข้ารับมือมันได้แน่ ห่วงก็แต่เอ็งนี่แหละ”
ลอพูดไปก็จับแขนแพงจะดึงมากอด แต่แพงสะดุ้งเจ็บ
“เอ็งเป็นอะไร”
“เอ่อ เปล่า เปล่าจ้ะพี่ลอ”
“คืนนี้ก็ไม่ได้หนาวอะไรนักหนา ทำไมต้องเอาผ้ามาห่มซะมิดชิดด้วย”
“ฉันหนาวลมจ้ะ ฉันว่าฉันขึ้นบ้านดีกว่า เดี๋ยวพ่อมาเห็นเข้า”
แพงรีบหันหลังเดินกลับ ลอรีบดึงผ้าที่แพงห่มตัวเอาไว้ออกทันที ทำให้เห็นริ้วรอยตามแขนของแพง
“อีแพง นี่เอ็งโดนตีมาขนาดนี้เลยเหรอ เกิดอะไรขึ้น อาพิศตีเอ็งใช่มั้ย เขาตีเอ็งทำไม”
“พี่ลอ ไม่มีอะไรหรอก ปล่อยฉันเถอะ”
“ถ้าเอ็งไม่พูด ข้าจะไปถามเขาเอง มันจะเกินไปแล้ว ตีเอ็งอย่างกับวัว ควาย ว่าไงอีแพง จะบอกข้าเองหรือจะให้ข้าไปถามเอาความ”
แพงอึกอัก
“อีแพง”
“ฉัน ฉันไปหัวเด็ดตีนขาดกับพ่อกับพี่เพื่อน ไม่ยอมให้เขาบังคับหาผัวให้ฉันจ้ะพี่ลอ”
“เอ็งว่าไงนะ”
ลอเดินหน้าตึงโกรธมากจะไปที่เรือนเอาความให้ได้ แต่แพงรีบตามรั้งไว้
“อย่าจ้ะพี่ลอ ฉันขอร้อง เจ็บแค่นี้ฉันทนได้ แต่อย่าให้พี่ต้องไปมีปากเสียงกับใครเลย”
“แต่ข้าเหลืออดแล้วอีแพง ขืนปล่อยไว้แบบนี้อาพิศคงต้องหาผัวให้เอ็งแน่ ข้าไม่ยอมโว้ย”
“ไม่หรอกจ้ะพี่ลอ หัวเด็ดตีนขาดยังไงฉันก็ไม่ยอมให้พ่อหาผัวให้ฉันแน่ ทั้งตัวทั้งหัวใจฉัน เป็นของพี่ลอคนเดียว”
“งั้นก็พอเถอะอีแพง ถึงเวลาที่เราต้องพูดให้อาพิศเข้าใจ ถ้าเขาจะโกรธจะเกลียดจน ตะเพิดไม่ให้เราอยู่บ้านสร้างอีก ข้าก็จะพาเอ็งไปหาแผ่นดินใหม่อยู่กันสองคน”
“พี่ลอ แต่ว่า”
“เอ็งไม่ต้องพูดอีกแล้ว เอ็งห่วงทั้งพ่อจะเป็นอะไรไป ห่วงทั้งข้าจะไปอาละวาดให้โดนตรา หน้าว่าอกตัญญูไม่ใช่ลูกผู้ชาย แต่เอ็งก็ต้องทนให้เขาเข้าใจผิดไปอีกนาน ช้าเร็วอาพิศก็ ต้องรู้เรื่องของเรา บางทีรู้แล้วอาพิศอาจจะไม่เป็นอะไรอย่างที่เอ็งกลัวไปเองก็ได้ อีแพง นี่แหละ ถึงเวลาที่ต้องเป็นไงเป็นกันแล้ว ถ้าข้าปกป้องเอ็งไม่ได้ ข้าก็ปกป้องใครไม่ได้อีกแล้ว”
ลอแกะมือแพงแล้วจะเข้าไปที่บ้าน เสียงเพื่อนร้องเรียกดังเข้ามา
“พี่ลอ พี่ลอ แย่แล้วจ้ะ”
ลอกับแพงหันไปเห็นเพื่อนเข้ามาท่าทางตื่นเต้น มีเรืองตามหลังอย่างระมัดระวัง
“เกิดอะไรขึ้นวะไอ้เรือง”
“พวกไอ้วีระมันบุกเข้ามาที่หมู่บ้าน เผาเรือนชาวบ้านไปแล้วหลายหลัง ตอนนี้ผู้ใหญ่กับ พวกเรากำลังรับมือมันอยู่ ข้าเลยต้องรีบมาเตือนเอ็ง”
เพื่อนรีบพุ่งเข้าไปจับมือลออย่างตื่นกลัว
“พี่ลอ ไอ้วีระมันเอาจริงแน่ๆ มันไม่กลัวพวกเรา มันถึงกล้าขู่ กล้าบุกเข้ามาอย่างนี้ ฉันกลัวจ้ะ กลัวว่ามันจะมาเอาตัวฉันไป”
เพื่อนน้ำตาคลอกอดลอแน่น ร้องไห้โฮ
“พี่ลอต้องช่วยฉันนะ อย่าให้มันมาเอาตัวฉันไปนะ นะจ๊ะพี่ลอ นะจ๊ะ”
เพื่อนกอดลอร้องไห้ ต่อหน้าต่อตาแพง ลอนิ่งงันหันไปมองแพงกระอักกระอ่วนใจ แพงกลั้นใจพูด
“มีพี่ลออยู่ทั้งคน เขาไม่ปล่อยให้พี่เพื่อนเป็นอะไรไปหรอก พี่ลอพาพี่เพื่อนขึ้น ไปอยู่บนเรือนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ฉันกับไอ้เรืองจะช่วยดูลาดเลาให้”
“เอ็งก็ควรขึ้นไปอยู่บนเรือนนะอีแพง”
“พี่ลอพาพี่เพื่อนไปเถอะ ไอ้เรือง”
แพงพยักหน้าให้เรืองว่าตามที่บอก แล้วพากันเดินออกไป ลอมองแพงเป็นห่วง ส่วนเพื่อนก็กอดลอเอาไว้แน่นอย่างตื่นกลัว ยิ่งทำให้ไอ้ลอกระอักกระอ่วน

ก้อนไล่ฟาดฟันหนักหน่วงกับพวกลูกน้องวีระ โดยมีพรรคพวกชาวบ้านเข้ามาช่วยสู้ด้วย
ก้อนโถมแรงถีบยอดอกพวกนั้นแล้วจ้วงแทงจัดการไปได้คนหนึ่ง แต่อีกคนฉวยจังหวะก้อนกำลังต่อสู้พุ่งมาเล่นงานข้างหลังจนก้อนเสียทีเกือบจะโดนฟันเข้ากลางหน้า แต่ทว่ากลับชะงักกึก ก้อนตะลึงงงจนเห็นลูกน้องวีระฟุบลงไปตายคาที่ ถึงได้รู้ว่าเป็นฝีมือของด้วงที่โผล่เข้ามาหลับตาปี๋ใช้ดาบแทงตาย
“ไอ้ด้วง”
“มัน มันตายรึเปล่าวะ ไอ้ ไอ้ก้อน”
“มันตายแล้วโว้ย ลืมตาขึ้นมาได้แล้ว”
“ข้า ข้าจัดการพวกมันได้เหรอวะ”
“เออ แล้วยังช่วยชีวิตข้าไว้อีกด้วย ขอบใจเอ็งมากไอ้ด้วง”
“เป็นไงล่ะไอ้ก้อน ทีหลังอย่าดูถูกคนอย่างไอ้ด้วงเว้ย”
ระหว่างนั้นผาดพาพรรคพวกชาวบ้านเข้ามาช่วยรับมือกับพวกลูกน้องวีระ ต่อสู้เล่นงานจนพวกนั้นหลายคนรับมือไม่ได้ จนต้องพากันล่าถอย ผาดรีบเข้ามาหาก้อน
“ไอ้ก้อน เอ็งเป็นไงบ้าง”
“ถ้าไม่ได้ฉันช่วยไว้ อาผู้ใหญ่ได้เสียลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปแน่”
“ไอ้ขี้คุย” ก้อนกระเซ้าด้วง
“เออ พวกเอ็งไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว พวกมันบุกเข้ามาอย่างกับไฟป่าเผาทุกอย่างซะเกือบ วอดทั้งหมู่บ้าน ยังไงก็ต้องไล่ล่า ลากคอพวกมันกลับมาลงโทษให้ได้”
“จ้ะพ่อ ฉันเห็นด้วยต้องล่ามันจนกว่าจะได้ตัวไอ้วีระกลับมา”
ผาดหันไปตะโกนสั่งพรรคพวกให้เตรียมออกไล่ล่า แต่ด้วงฉุกคิดขึ้นมาได้
“ไอ้ก้อน แต่ที่พวกเราสู้กับพวกมันตรงนี้ ข้ายังไม่เห็นหัวไอ้วีระกับสมุนคู่ใจมันเลย มีแต่ พวกลูกน้องมันแค่นั้นเอง”

ก้อนชะงักมองหน้าด้วง

ลอยืนเฝ้าอยู่บนเรือนพิศ กวาดตามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง ครู่หนึ่งเพื่อนเดินออกมา
 
“อาพิศเป็นยังไงบ้าง”
“ฉันไม่กล้าบอกพ่อว่าพวกมันบุกเข้ามาเผาหมู่บ้านแล้ว กลัวพ่อห่วงจนอาการแย่ไปอีก เลยบอกให้พ่อนอนพักไปแล้วจ้ะ”
“คนอย่างมันเหิมเกริมได้ไม่นานหรอก อาผู้ใหญ่กับพวกพี่เตรียมรับมือมันเอาไว้ดีแล้ว ยังไงคืนนี้มันก็ต้องโดนลากคอเข้าตะรางแน่”
“จริงๆ นะจ๊ะพี่ลอ อย่าให้มันหนีรอดไปได้อีก ฉันกลัว ฉันไม่อยากเป็นเหมือนอย่างนังอ้าย”
เพื่อนพยายามเล่นละครออเซาะ ซบหน้ากับแผ่นอกลอแล้วกอดแน่นๆ ลอนิ่งไป
“พี่อย่าทิ้งฉันเอาไว้นะจ๊ะพี่ลอ มีแค่พี่คนเดียวเท่านั้นที่ฉันจะฝากชีวิตเอาไว้ได้ ถ้าพี่จะ ไม่รักฉันอย่างคนรักแล้ว แต่ก็ขอให้รักฉันอย่างน้องที่เคยอุ้มชูดูแลกันมา นะจ๊ะพี่ลอ”
ลอนิ่งงัน เคร่งขรึม จับไหล่เพื่อนดันให้ออกห่าง เพื่อนรู้ดีว่าลอไม่อยากให้ทำอย่างนี้ จึงพนมมืออย่างสำนึกผิด
“อย่าเกลียดฉันเลยนะจ๊ะพี่ลอจ๋า น้องสาวคนนี้สำนึกผิดและพร้อมรับการลงโทษ แต่มัน ควรมาจากน้ำมือของพี่ไม่ใช่คนอื่น”
เพื่อนทรุดลงนั่งพับเพียบต่อหน้าลอ ลอชะงัก
“ลุกขึ้นมาเถอะแม่เพื่อน อย่าทำอย่างนี้”
“ไม่จ้ะพี่ลอ หากพี่จะเอามีดกรีดหัวใจฉันให้สาสม นั่นฉันก็ยังได้ตายด้วยน้ำมือพี่และได้ รับการอโหสิจากน้ำใจของพี่ พี่ลอจ๋า ขอให้ชีวิตของน้องสาวคนนี้อยู่ในกำมือพี่ด้วยเถอะจ้ะ”
ลอนิ่งงันมองเพื่อนกราบเท้าอย่างหนักอกหนักใจ ความเวทนาทำให้ลอต้องรีบดึงเพื่อนขึ้นมา
“ลุกขึ้นมาเถอะแม่เพื่อน พี่ยกโทษให้แล้ว”
“จริงเหรอจ๊ะพี่ลอ ฉัน ฉันดีใจเหลือเกิน”
เพื่อนโผเข้ากอดลอแล้วร้องไห้ด้วยความดีใจ ลอกอดเพื่อนเอาไว้ เพื่อนอมยิ้มชอบใจที่ทำให้ลอยอมรับคำขอโทษได้ในที่สุด และยิ่งสะใจเมื่อมองออกไปนอกเรือน เห็นแพงยืนมองอยู่ สองพี่น้องจ้องหน้ากันเขม็ง ชิงชัง รู้ทันกัน
“อีแพศยา”
เรืองเห็นเหตุการณ์ รู้ว่าแพงไม่พอใจที่เพื่อนทำแบบนี้ เรืองไม่อยากให้มีเรื่อง
“อีแพง”
เรืองพยักหน้าให้แพงตามเขาออกไป
“เอ็งอย่าไปใส่ใจที่พี่เอ็งจงใจยั่วโมโหเลย ตั้งแต่ข้ารู้จักไอ้ลอมา มันเป็นคนคำไหนคำนั้น ถ้ามันบอกว่ารักเอ็งแล้ว มันย่อมไม่กลับไปใจอ่อนให้แม่เพื่อนแน่”
“ขอบใจเอ็งมากไอ้เรือง ข้ารู้ว่าพี่ลอเป็นยังไง ข้าก็แค่อยากดูว่าพี่เพื่อนจะหน้าด้านไปได้ถึงขนาดไหน”
ระหว่างนั้นไม้โผล่เข้ามาข้างหลังมันอย่างเงียบๆ แล้วใช้เชือกรัดคอเรืองทันที เรืองสะดุ้งเฮือกพยายามจะต่อสู้แต่สู้แรงไม้ไม่ได้
“อี อีแพง”
แพงหันมาตกใจ
“ไอ้เรือง”
มาดโผล่เข้ามาพร้อมมีดจ่อหน้าแพงทันที
“ไม่เจอหน้าเอ็งซะนานเลยนะอีแพง อีตัวแสบ”
“ไอ้มาด”
“จุ๊ๆๆๆ เอ็งเรียกข้าห้วนๆ แบบนั้นไม่ได้แล้วเว้ย ตอนนี้ข้าเป็นเสือมาดลูกน้องของเสือวีระ ที่แม้แต่ลูกปืนก็ทำอะไรไม่ได้”
แพงเจ็บใจมองเรืองอย่างเป็นห่วง
“ปล่อยไอ้เรืองเดี๋ยวนี้”
“อยากให้ปล่อยไอ้เรือง เอ็งก็ต้องเรียกไอ้ลอให้ออกมาก่อน”
มาดพูดไป ไม้ก็ออกแรงรัดคอเรืองให้แน่นขึ้นอีก เรืองดิ้นพราดๆ หน้าดำหน้าแดง
“ไอ้เรือง”
“เรียกไอ้ลอให้ลงมาเดี๋ยวนี้”
แพงเครียด

เพื่อนกอดเอวลอแน่น ซบหน้ากับแผ่นอกอย่างอบอุ่น
“ฉันคิดถึงสองแขนของพี่ที่เคยอุ้มชูดูแลฉันมาเหลือเกิน ฉันมันโง่จนน่าสมเพชที่หลงผิด พี่ลอจ๊ะ กับพระที่พี่ยึดมั่นคำสาบาน ฉันอยากจะเป็นฝ่ายสาบานให้พี่มั่นใจฉันบ้างว่า”
“ถ้าคำสาบานที่แม่เพื่อนจะเอ่ย เพียงแค่หวังตอบแทนน้ำใจพี่ อย่าเลยแม่เพื่อน อำนาจของคำสาบานมันจะตามติดแม่เพื่อนเหมือนเงา แม้เวลา ที่เราไม่นึกถึงมัน มันก็ยังอยู่กับเราเสมอ”
เพื่อนชะงักไม่กล้าพูดต่อ ระหว่างนั้นเสียงร้องของแพงดังลั่นเข้ามา
“พี่ลอ ช่วยด้วย”
“อีแพง”
ลอตกใจคว้าดาบจะกระโจนออกไปแต่เพื่อนรีบคว้าแขนไว้
“พี่ลอ อย่าไป อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว”
“แม่เพื่อนไม่ได้ยินเหรอไง อีแพงร้องให้ช่วย”
“แต่ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้ ถ้า ถ้าไอ้วีระมันบุกมาจับตัวฉันไปล่ะ”
ลอชะงัก
“อย่าทิ้งฉันไว้นะพี่ลอ นะจ๊ะ อยู่กับฉันเถอะ ไอ้เรืองมันดูแลอีแพงได้อยู่แล้ว”
“แต่พี่ต้องไปช่วยอีแพง แล้วพี่จะรีบกลับมา”
ลอแกะมือเพื่อนแล้วกระโจนลงจากเรือน เพื่อนหน้าเสียตกใจ
“พี่ลอ”

เรืองโดนไม้รัดคอจนจะหมดลมหายใจ แพงเป็นห่วงเรืองแต่ทำอะไรไม่ได้
“ไอ้ ไอ้เรือง”
ไม้ยิ้มร้ายแล้วปล่อยมือ เรืองทรุดฮวบ ไม้เตะเสยปลายคาง เรืองหงายหลัง ฟุบหมดสติ แพงจะขยับเข้าไปช่วย มาดก็เอามีดจ่อคอแพงไว้
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะอีแพง เอ็งเคยทำพวกข้าไว้แสบนัก คราวนี้โดนเอาคืนแน่ เริ่มจาก เป็นเมียข้าก่อนแล้วค่อยไอ้ไม้ จากนั้นก็พรรคพวกข้าทั้งชุมเสือ ฮ่าๆ”
มาดทุบเข้าที่ต้นคอแพงจนสะดุ้งเฮือก จังหวะตาจะปิดหมดสติ แพงเห็นลอวิ่งเข้ามา
“อีแพง”
แพงฟุบหมดสติในมือมาด ลอกัดฟันโกรธแค้น พุ่งเข้ามาเอาเรื่อง ไม้เงื้อดาบขวางแล้วเปิด ฉากต่อสู้ ลอฟาดฟันไม่ยั้งอย่างบ้าคลั่งจนไม้แทบรับมือไม่ไหว มาดต้องรีบวางแพงแล้วเข้าช่วย

เพื่อนลงมาจากเรือนคนเดียวเดินไปเดินมาอย่างกังวล
“พี่ลอ พี่ลอ”
เพื่อนพยายามเรียกหาจนได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาข้างหลัง แต่พอหันไปต้องตกใจเพราะเป็นวีระยิ้ม
“ไม่ได้เจอกันซะนานนะแม่เพื่อน แม่ดอกไม้งามแห่งบ้านสร้าง จุ๊ๆๆ แม่เจ้าโว้ย ได้ยินว่าแม่เพื่อนหายไปพระนครมาหลายเดือน มิน่าสวยขึ้นเป็นกอง”
เพื่อนตกใจรีบชักมีดพกที่ลอให้ไว้ติดตัวขึ้นมา
“อย่าเข้ามานะไอ้วี ข้าเอามีดปักคอเอ็งแน่”
“ฮ่าๆ เดี๋ยวนี้ฉันไม่ใช่คนเดิมแล้วนะแม่เพื่อน ชื่อเสียงของฉันไปถึงหมู่บ้านไหน ลูกเด็ก เล็กแดงยังต้องร้องกระจองอแง แล้วกับอีแค่มีดเล่มเล็กๆ แค่นี้ แม่เพื่อนคิดเหรอว่าจะหยุดฉันได้”
วีระยิ้มกร่างเข้าไปใกล้ เพื่อนพยายามตวัดมีดไปมาฮึดสู้ แต่ก็ถูกวีระจับมือล็อคบิดแขนรวบมากอดแน่น
“ถึงเวลาที่ฉันจะเอาคืนแม่เพื่อนกับไอ้ลอให้สาสมแล้ว ฮ่าๆ”
วีระซุกไซ้ซอกคอเพื่อน

ลอฟาดฟันกับไม้และมาดอย่างหนักหน่วง มาดโดนลอฟันแขนจนเลือดสาดเสียท่า ส่วนไม้ ก็โดนไปหลายหมัดจนซวนเซ ทั้งสองเริ่มเห็นว่าสู้ลอไม่ได้ ไม้เลยถีบลอจนเซแล้วช่วยประคอง มาดพากันหนีออกไป ลอเป็นห่วงแพง
“อีแพง อีแพง”
“พี่ พี่ลอ”
“เอ็งไม่เป็นอะไรนะอีแพง”
“ฉันไม่เป็นอะไรจ้ะ พี่เพื่อน พี่เพื่อนล่ะจ้ะ”
“พี่ลอ ช่วยฉันด้วย พี่ลอ”
“พี่เพื่อน พี่ลอ รีบไปช่วยพี่เพื่อนเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน ไปสิพี่ลอ”
แพงผลักลอให้รีบออกไป ลอห่วงแพงแต่ก็ต้องรีบไปช่วยเพื่อน แพงพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นเพราะยังปวดต้นคอที่โดนทุบ มองลออย่างเป็นห่วง

เพื่อนถูกวีระฉุดกระชากลากตัวมาในป่า
“ช่วยด้วย พี่ลอ ช่วยฉันด้วย พี่ลอ”
“หุบปากได้แล้วแม่เพื่อน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้เจอไอ้ลอ เดี๋ยวพอฉันขยี้แม่เพื่อนให้ สมใจอยากเสร็จแล้ว ฉันจะลากคอไอ้ลอให้มานั่งดูลูกน้องฉันรุมโทรมแม่เพื่อนต่อ”
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะไอ้วี ฉันขอร้องล่ะ ฉันมีเงินที่ได้มาจากพระนครเยอะแยะเลย ฉัน จะยกให้แกหมดแลกกับตัวฉันนะ”
“หึ ฉันมาเพื่อแก้แค้น ไอ้เงินทองพวกนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ”
วีระกระชากเพื่อนขึ้นมาแล้วชกเข้าท้องจนจุกซวนเซล้มลง วีระหัวเราะชอบใจเข้าไปจับเพื่อนกดลงกับพื้นแล้วเริ่มถอดเสื้อผ้า เพื่อนร้องไห้สะอื้นอย่างอ่อนแรง
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย พี่ลอจ๋า ช่วยฉันด้วย”
ลอเข้ามา
“หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้วี ปล่อยแม่เพื่อนเดี๋ยวนี้”
วีระพร้อมกับลูกน้องหันขวับไปเห็นลอยืนจังก้ากำดาบแน่นพร้อมเอาเรื่อง
“ไอ้ลอ ในที่สุดมึงกับกูก็ได้เจอกันอีกจนได้ มึงทำให้หน้ากูเสียโฉม มึงทำให้กูต้องหนี เตลิดไปเป็นโจร คืนนี้มึงต้องชำระหนี้แค้นกู”
“มึงเลวด้วยสันดาน บาปกรรมถึงได้ไล่ล่าให้มึงต้องไปเจอแต่เรื่องชิบหาย ไม่ใช่กู”

ลอเดินเข้าหา ลูกน้อง 2 คนของวีระเข้ามาขวางแล้วเปิดฉากสู้กับลอ

แพงพยุงเรืองแล้วเรียกจนเรืองเริ่มได้สติ ระหว่างนั้นก้อนกับด้วงรีบพากันเข้ามา
 
“อีแพง ไอ้เรืองเป็นอะไร”
“ไอ้วีกับพวกมันบุกมาที่นี่ มันเอาตัวพี่เพื่อนไป พี่ลอกำลังไปช่วยอยู่”
“อย่างที่ข้าคิดไว้ไม่ผิด เราโดนมันปั่นหัวให้มัวแต่หลงไปรับมือไล่ล่าพวกมันอีกทาง”
“งั้นข้าจะไปช่วยไอ้ลอเอง เอ็งไม่ต้องห่วง”
ก้อนรีบวิ่งออกไป ด้วงร้องเรียก
“รอข้าด้วยสิวะไอ้ก้อน”
“ไอ้ด้วง”
แพงคว้ามือด้วงเอาไว้ ด้วงเข้าใจสายตาแพง
“ไม่ต้องห่วงอีแพง พวกข้าจะพาไอ้ลอกับพี่สาวเอ็งกลับมาให้ได้”
ด้วงแกะมือแพงแล้วตามก้อนไป

ลอปะทะพวกลูกน้องวีระที่รุม 2 ต่อ 1 ฝีมือลูกน้องค่อนข้างดี เลยเล่นงานลอได้จนเกือบเสียท่า
แต่ลอก็ฮึดสู้โต้ตอบกลับแล้วพลิกกลับมาเป็นฝ่ายเล่นงานลูกน้องวีระได้แทน วีระเจ็บใจเห็นไม่ได้การ เลยชักปืนออกมาแล้วเล็งไปที่ลอ
“เสร็จกูล่ะไอ้ลอ”
วีระกำลังจะลั่นไก เพื่อนเห็นก็รีบร้องเตือน
“พี่ลอ ระวัง”
ลอหันมากำลังเป็นเป้าให้วีระยิง เพื่อนรีบพุ่งเข้าไปขวางทันที กระสุนโดนต้นแขนเพื่อน เฉี่ยวไปหวุดหวิด แต่ก็ทำให้เพื่อนล้มลง
“แม่เพื่อน”
วีระเจ็บใจจะยิงลอซ้ำ แต่ลอชักปืนของพ่อที่เหน็บเอวมาด้วยยิงสวนกลับไปทันที กระสุนปืนโดนมือวีระเป็นแผลฉกรรจ์ จนปืนหลุดมือ พวกลูกน้องเห็นลูกพี่โดนเล่นงานก็หันมารุมลอ จังหวะนั้นเองก้อนกับด้วงพุ่งเข้ามา ก้อนถีบพวกลูกน้อง
“เอ็งรีบพาแม่เพื่อนออกไป ทางนี้ข้ารับมือเอง”
ลอเข้าไปช่วยพยุงเพื่อนที่แขนชุ่มเลือด เอามือกดแผลห้ามเลือด ก้อนไล่ฟาดฟันพวกลูกน้องวีระอย่างเอาเป็นเอาตาย ด้วงเห็นวีระกำลังลำบากมือเลือดโชกเจ็บปวด แต่พยายามกระเสือกกระสนไปหยิบปืนที่ตกอยู่ขึ้นมา จึงเข้าไปเตะปืนทิ้งแล้วชี้ดาบไปที่หน้าวีระ
“ไอ้เสือวีระ นี่น่ะเหรอวะมหาโจรที่แม้แต่ลูกปืนก็ทำอะไรไม่ได้ ถุย หลอกลวงทั้งเพ วันนี้เอ็งโดนเด็กวัดลากคอเข้าตะรางแน่”
ด้วงยิ้มกริ่มแต่ไม่ทันระวัง วีระชักมีดเล็กที่ซ่อนไว้ออกมากระซวกแทงด้วงหลายครั้งติดๆ กัน
“น้ำหน้าเด็กวัดอย่างมึง กลับไปเฝ้าป่าช้าเถอะไอ้ด้วง”
ด้วงสะดุ้งเฮือกตาเบิกโพลง วีระกระหน่ำแทงจนด้วงล้มลง ลอกับก้อนหันมาเห็นเข้าก็ตกใจ ก้อนถีบลูกน้องวีระแล้วผละมาประคองด้วง วีระได้โอกาสหนี ลูกน้องเข้ามาช่วยพยุงพาออกไป ลอพยุงเพื่อนเข้ามาช่วยดูด้วงที่กำลังจะตายต่อหน้าต่อตาทุกคน
“ไอ้ด้วง ไอ้ด้วง”
“ข้า ข้าขอโทษ ไอ้ก้อน ข้า ข้าเกือบจะช่วย ช่วยเอ็งเล่นงานมันได้ อยู่ อยู่แล้ว”
“เอ็งเก่งมากไอ้ด้วง ข้านับถือเอ็ง แต่เอ็งต้องอดทนไว้ ข้าจะพาเอ็งไปหาหลวงพ่อ”
“ข้า ข้าเจ็บ เจ็บเหลือเกิน ข้า ข้าไม่ ไม่ไหวแล้ว ไอ้ลอ ข้า ข้า”
ด้วงสะดุ้งเฮือกร่างกระตุกแล้วนิ่งไป

เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงร้องเจ็บของวีระดังลั่นไปทั้งป่า เพราะมาดช่วยทำแผลมือที่โดนลอยิง
“เบาหน่อยสิโว้ย”
“จ้ะพี่วี”
มาดพันผ้าอย่างเบามือ วีระไม่พอใจผลักมาดแล้วหันไปคว้าไหเหล้าขึ้นกระดกพรวดๆ
“ทำไมป่านนี้คนอื่นๆ ถึงยังไม่กลับมาอีกวะ”
ไม้เข้ามา
“แย่แล้วพี่วี”
“อะไรอีกวะ แล้วพรรคพวกเราที่เหลือล่ะ”
“โดนพวกไอ้ผู้ใหญ่ผาดกับพวกเจ้าหน้าที่กวาดจับไปหมดแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครกลัวพี่อีก เพราะพวกมันโพนทะนากันทั่วแล้วว่าพี่ไม่มีของดี แค่โดนไอ้ลอยิงปืนใส่มือแหกก็วิ่งหนี หางจุกตูดแล้วจ้ะ”
“เอ็งปล่อยให้พวกมันดูถูกข้าได้ยังไง”
“ฉันขอโทษจ้ะ แต่พวกมันไม่ใช่ดูถูกพี่อย่างเดียว ตอนนี้มันกำลังรวบรวมคนเตรียมจะ ล่าพี่อีกด้วย เพราะพี่ฆ่าไอ้ด้วงตาย พวกมันก็เลยปล่อยพี่ไม่ได้แล้วจ้ะ”
“งั้นฉันว่าเราอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว รีบหนีกลับไปชุมโจรของเราเถอะ อย่างน้อยก็ยังมีพรรค พวกที่นั่นอยู่อีก”
“นี่กูต้องหนีไอ้ลออีกแล้วเหรอ โธ่เว้ย คราวนี้กูไม่หนีมือเปล่าแน่ไอ้ลอ มึงกับกูต้องได้เห็นดีกัน”

บริเวณศาลา ศพของด้วงนอนอยู่ที่แคร่ หลวงพ่อกับผาดมองศพด้วงอย่างเวทนา
“ข้าขอโทษไอ้ด้วง เอ็งต้องมาตายเพราะข้าแท้ๆ”
“อย่าโทษตัวเองเลยไอ้ก้อน น้ำใจของไอ้ด้วงมันประเสริฐนัก มันก็เหมือนพี่น้องทุ่งบ้าน สร้างคนอื่นๆ ที่ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อให้คนข้างหลังอยู่อย่างเป็นสุข” ผาดปลอบก้อน
“ไอ้วีระต่างหากที่ควรชดใช้ความผิด”
ลอเข้าไปที่ศพด้วงแล้วจับมือขึ้นมาบีบแน่น
“ข้าขอให้คำมั่น ความตายของเอ็งต้องไม่เสียเปล่า ไอ้วีระจะไม่มีโอกาสลอยนวลไปอีก เป็นครั้งที่ 2 ข้าจะลากคอมันกลับมารับโทษให้ได้”
แพงกับแก้วมองศพด้วงน้ำตาคลอเพราะเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก สองคนจึงเข้าไปที่ศพแล้วร่ำลา
“ไปดีนะไอ้ด้วง คนดีอย่างเอ็งต้องได้ขึ้นสวรรค์แน่ๆ”
แก้วสะอื้นเสียใจหันไปมองแพง กอดแก้วปลอบใจ
“ต่อไปนี้ทุกคนจะพูดถึงเอ็ง ลูกหลานบ้านสร้างจะจำชื่อเอ็งได้หมด ลาก่อนไอ้ด้วง”
เรืองกับก้อนช่วยกันเอาเสื่อคลุมศพด้วง หลวงพ่อหันไปบอกผาด
“เรื่องศพไอ้ด้วงข้าจะจัดการไปตามพิธี ส่วนคนเจ็บจากเมื่อคืนข้ากับพวกชาวบ้านจะช่วยดูแลกัน”
“ครับหลวงพ่อ ทางผมก็จะรวบรวมคนออกตามล่าไอ้วีระกลับมาให้ได้”
หลวงพ่อพยักหน้ารับกับผาดอย่างหนักแน่น

บริเวณศาลา แสงกับพวกชาวบ้านผู้หญิงช่วยกันดูแลรักษาอาการบาดเจ็บให้กับพวกชาวบ้านที่สู้กับ พวกวีระเมื่อคืน เพื่อนเองก็ได้รับการช่วยเหลือทำแผลที่แขนให้เรียบร้อยดี พิศเข้ามา
“นังเพื่อน เอ็งเป็นยังไงบ้าง”
“พ่อ มาทำไม พ่อน่าจะนอนพักอยู่ที่บ้านนะ”
“จะให้ข้าอยู่เฉยๆ ได้ยังไงวะ ครึ่งค่อนหมู่บ้านบาดเจ็บกันขนาดนี้ ไอ้ด้วงยังโดนมันฆ่าตาย แล้วไหนจะเอ็งที่หวิดตายอีก”
“นังเพื่อนมันปลอดภัยไม่เป็นอะไรแล้วล่ะไอ้พิศ พวกข้าช่วยทำแผลให้แล้ว”
“เออ ขอบใจมากนะไอ้แสง เฮ้อ จับตัวไอ้วีระกลับมาได้เมื่อไหร่ หมู่บ้านเราคงต้องทำ บุญล้างซวยกันขนานใหญ่”
“ก็ขอให้ลากคอมันมาให้ได้เถอะ กลัวมันจะรู้ตัวแล้วหนีเตลิดให้ต้องตามอีกนานน่ะสิวะ”
แสงถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันไปดูแลคนเจ็บคนอื่นๆ ต่อ ระหว่างนั้นเรืองรีบเดินเข้ามา
“พ่อ พ่อ พ่อกับพวกคนเจ็บแล้วก็พวกผู้หญิงอยู่ที่วัดกันก่อนนะอย่าเพิ่งกลับไปบ้านกัน”
“อ้าว มีอะไรอีกวะ”
“ก็ไอ้วีระกับพวกที่เหลือของมัน อาศัยที่พวกเรามารวมกันอยู่ที่นี่ เข้าไปต้อนวัวต้อนควาย ลักหายกันไปเกือบจะเกลี้ยง”
แสงตกใจ เพื่อนกับพิศมองหน้ากันแล้วใจคอไม่ดี
“ไอ้เปลี่ยว”

เพื่อนกับพิศรีบกลับมาที่บ้าน เห็นแพงอยู่ที่คอกควายกับลอ
“พี่ลอ ไอ้เปลี่ยวล่ะพี่”
ลอไม่พูดอะไรได้แต่กัดกรามแน่นเจ็บใจมองคอกควายที่ว่างเปล่า พิศกับเพื่อนก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
“มันไม่ได้มาลักไอ้เปลี่ยวของเราไปอย่างเดียวจ้ะพ่อ บ้านอื่นก็โดนต้อนไปด้วย วัวควาย ตัวไหนที่แก่เกินจะลัก มันก็แทงคอให้ตาย ตั้งใจตัดทางทำมาหากินพวกเราทุกคน” แพงเล่า
“ไอ้ ไอ้ระยำเอ้ย มึงเอาไอ้เปลี่ยวไปแล้วพวกกูจะเหลืออะไรไว้ทำมาหากิน”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะพ่อ เงินที่ฉันได้มาจากพระนครยังเหลืออีกมาก ไว้ฉันจะหาซื้อควาย ตัวใหม่มาเพิ่ม จะให้แข็งแรงกว่าไอ้เปลี่ยวก็ยังได้”
“แต่ไอ้เปลี่ยวมันโตมากับเรา ใช้แรงงานช่วยเรามาตั้งแต่มันยังเป็นลูกควายนะพี่เพื่อน”
“พี่ถึงไม่เคยเห็นมันเป็นแค่ควาย แต่เป็นทั้งเพื่อนทั้งญาติสนิทของพี่ โธ่ไอ้เปลี่ยว”
ลอพูดไปก็ยิ่งเจ็บใจและเสียใจทุบลงไปที่คอกควายระบายอารมณ์ แพงจับแขนลอปลอบใจ เพื่อนเห็นแพงพูดอะไรก็เข้าใจลอทุกอย่าง เลยหมั่นไส้ขยับเข้าไปขวางระหว่างลอกับแพงแล้วจับมือลอมากุม
“ฉันขอโทษจ้ะพี่ลอ ฉันไม่ได้หมายความว่าจะไม่ดูดำดูดีไอ้เปลี่ยว แค่เป็นห่วงกลัวพี่จะ เป็นอะไรไป เพราะตอนนี้ใจพี่คงอยากไปช่วยไอ้เปลี่ยวเต็มทน แต่ในเมื่อฉันห้ามไม่ได้ ก็คงถึงคราวที่พี่ต้องสางกับไอ้วีระให้จบ อย่าให้ต้องมีศพอื่นเพิ่มเหมือนอย่างไอ้ด้วงอีก”
“ข้าเห็นด้วย จัดการมันซะให้เด็ดขาด มันจะได้ไม่มาสร้างความเดือดร้อนให้เราอีก”
พิศเห็นด้วยกับเพื่อน ลอนิ่งไป ครุ่นคิด เหลือบมองแพงอย่างเป็นห่วง ก่อนจะตอบพิศไป
“จ้ะอา ฉันจะไปพาไอ้เปลี่ยวกลับมา และจะแก้แค้นให้ด้วง จบปัญหากับไอ้วีระซะที”
เพื่อนยิ้มพอใจ แต่แพงเป็นห่วงกังวลขึ้นมาทันที แพงตามเพื่อนเข้ามาที่ห้องครัว
“พี่เพื่อนยุให้พี่ลอไปตามล่าไอ้วีระทำไม รู้มั้ยนั่นเท่ากับส่งเขาไปหาเรื่องตาย”
“ข้าไม่ได้ยุให้เขาไปหาเรื่องตาย ก็แค่พูดเพราะรู้จักนิสัยเขาดี ไม่ใช่มีแต่เอ็งที่รู้ดีคนเดียว”
“อ๋อ ฉันเข้าใจแล้ว พี่ไม่คิดเป็นห่วงพี่ลอหรอก พี่แค่ต้องการให้เขาเห็นหัวพี่”
“อีแพง ข้ามั่นใจว่าพี่ลอเป็นคนดีมีฝีมือยังไงเขาก็เอาตัวรอดได้ หึ แต่ถ้าจะห่วงก็ห่วงตัวเองนั่นแหละอีแพง”
“พี่เพื่อนหมายความว่าไง”
“เมื่อคืนเอ็งก็เห็นกับตาว่าพี่ลอเขาอโหสิให้ข้าแล้ว ต่อ ไปนี้เขากับข้ากำลังจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น ถึงทีของข้าบ้างแล้ว ไม่มีพี่ ลออยู่คุ้มกะลาหัว เอ็งจะเท่าไหร่เชียววะอีแพง”
เพื่อนข่มใส่แล้วกระแทกไหล่แพงให้หลบทางจนเซ แพงมองพี่สาวก้มหน้าก้มตาเทยา ใส่ถ้วยอย่างไม่พอใจ
“อีตอแหล มึงรู้อยู่แก่ใจว่าคนตอแหลน่ะใคร แต่กูจะปล่อยให้มึงหน้าด้านไปให้ถึงที่สุด เพราะกูอยากสะใจ นั่งดูมึงเล่นละครตอแหลประจานสันดานตัวเอง ถึงวันที่พี่ลอกลับ มาแล้วพูดความจริง มึงนั่นแหละที่จะน่าสมเพชที่สุด”
เพื่อนชะงักหันขวับกลับมาจ้องแพงเขม็งอย่างไม่พอใจ
“อีแพง”
“นังเพื่อน ยาข้าได้รึยัง”
เสียงพิศดังขึ้น เพื่อนกับแพงไม่มีใครยอมใคร เพื่อนมองถ้วยยาร้อนๆ ในมือแล้วนึกอยากสาดใส่หน้าแพง
“กล้าก็เอาสิพี่เพื่อน อยากสาดยาร้อนๆ ใส่หน้าฉันก็ลองดู จะได้รู้ว่านอกจากพี่จะไม่ได้ ห่วงพี่ลอแล้ว พี่ยังไม่ได้ห่วงพ่อด้วย”
แพงกับเพื่อนจ้องหน้ากัน
“เสร็จแล้วจ้ะพ่อเดี๋ยวฉันเอาไปให้ ปากเก่งไปเถอะอีแพง พี่ลอไม่อยู่ ข้ากับเอ็งได้เห็นดีกันแน่”

เพื่อนทำหน้าเอาเรื่อง ออกไปจากครัว แพงมองเจ็บใจ แฝงด้วยความกังวล

ลอยืนนิ่งที่คุ้งต้นไทร มองบริเวณที่พ่อเคยถูกยิงตายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เสียงแพงดังเข้ามา
 
“พี่ลอ มาอยู่ที่นี่เอง ฉันหาซะทั่ว”
ลอดึงแพงมากอดแน่น
“ข้าขอโทษอีแพงที่ข้าไม่ถามเอ็งสักคำ ทั้งๆ ที่ข้าไม่ควรทิ้งเอ็งเอาไว้”
“พี่ลอ พี่ไม่ต้องขอโทษฉันหรอกจ้ะ ถ้ามันเป็นความตั้งใจของพี่ ฉันก็ต้องเชื่อมั่นว่าพี่จะทำได้”
“แต่เอ็งเป็นคนกำหนดชีวิตข้าได้นะอีแพง เพราะหัวใจของข้าเป็นของเอ็งไปแล้ว”
“พี่ลอจ๋า ถึงแม้ฉันจะกลัว แต่ฉันก็เชื่อว่าพี่ลอเป็นคนดี ที่เจียนตายมาก็หลายหนแล้วยัง รอดได้ก็เพราะทั้งผีทั้งพระและพ่อพี่ยังเมตตา”
“อีแพง”
ลอซาบซึ้งใจที่แพงเข้าใจเขา จึงเชยหน้าแพงขึ้นหอมหน้าผาก
“เอ็งฟังข้าเถอะอีแพง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ที่แห่งนี้ ทั้งผีคุ้งผีน้ำ เทวดาฟ้าดินและวิญญาณ ของพ่อจงเป็นพยาน ข้าไอ้ลอ รักอีแพงยิ่งกว่าตัวเอง ชีวิตข้าจึงเป็นของอีแพง วิญญาณ ข้าก็เป็นของอีแพง บุญกรรมที่ข้าสร้างมาขอแลกกับการได้กลับมาหาอีแพงในครั้งนี้”
“พี่ลอ”
“ทีนี้เอ็งสบายใจได้นะว่าข้าจะกลับมาหาเอ็งแน่”
“จ้ะพี่ลอ คำสาบานนี้จะไม่ใช่มาแต่ปากพี่คนเดียว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผีคุ้งผีน้ำ และวิญญาณของพ่อพี่เป็นพยาน อีแพงจะรักเดียวใจเดียว มีชีวิตและลมหายใจเพื่อพี่ลอ ให้พี่ลอได้กลับมารักอีแพงให้สมกับที่มันรักพี่ลอ”
“ทูนหัวของไอ้ลอ กลับมาครั้งนี้ ทุกคนจะต้องรู้ความจริง เอ็งอดทนรอข้านะอีแพง”
“จ้ะพี่ลอ”
ลอดึงแพงมากอดแน่น แพงเองก็กอดลอแน่นราวกับว่าจะจดจำอ้อมกอดนี้เอาไว้ให้มากเท่าที่มากได้

ก้อนก้มลงกราบเท้าผาด ผาดพยุงลูกชายขึ้นมาแล้วชี้ที่ตะกรุดตรงคอก้อน
“ตะกรุดที่ข้าให้เอ็งเอาไว้ เอ็งต้องพกไว้ ไม่ให้ห่างตัว สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะปกปักษ์รักษาเอ็งกับพวกให้แคล้วคลาดคมหอกคมดาบ”
“จ้ะพ่อ พวกฉันตั้งใจไปล่าคนชั่ว คุณงามความดีครั้งนี้จะปกป้องพวกฉั ให้ได้กลับมา พร้อมลากคอไอ้วีระมาด้วยแน่นอนจ้ะ”
“ข้าขอไปด้วยคนไม่ได้เหรอวะไอ้ก้อน”
“เอ็งอยู่ทางนี้คอยช่วยเป็นหูเป็นตากับพ่อข้าดีกว่าไอ้เรือง ฝีมือเอ็งยังไม่ดีพอจะไปด้วย”
“แต่ว่า”
“แค่ไอ้ด้วงคนเดียวที่พลาดท่าไปก็เกินพอที่บ้านสร้างจะเสียคนดีๆ เพิ่มแล้วไอ้เรือง”
เรืองจำต้องนิ่ง ยอมรับที่ผาดเตือน แก้วน้ำตาเอ่อโผเข้ากอดก้อนแน่น
“พี่ก้อน ฮือๆๆ”
ก้อนกอดแก้วแน่นอย่างเป็นห่วง
“อีแก้ว ข้าขอโทษ เอ็งใกล้จะแต่งกับข้าอยู่แล้วแท้ๆ”
“พี่ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ สัญญาว่าจะกลับมาแต่งงานกับฉันให้ได้นะพี่ก้อน ฮือๆๆ”
“ทูนหัวของไอ้ก้อน ผัวเอ็งเป็นข้าได้คนเดียว กลับมาเมื่อไหร่ข้าจะชื่นใจเอ็งให้สมอยาก”
“พี่ก้อน นี่แน่ะ ยังจะทำเป็นเล่นอีก ฉันไม่อยากเป็นม่ายขันหมากนะ”
“เอ็งไม่เป็นม่ายขันหมากแน่แม่แก้ว ข้าสาบาน”
ก้อนดึงแก้วมากอดแน่น หอมหน้าผากแรง

ที่ท่าน้ำ ชายหนุ่มฉกรรจ์ฝีมือดีของหมู่บ้านหลายคนทยอยลงเรือเพื่อเดินทางไปตามล่าวีระ แล้วพายเรือออกไปเป็นลำแรก เหลืออีกลำเป็นก้อนกับลอที่ยังร่ำลาคนรัก
“พวกข้าจะไปสมทบกับเจ้าหน้าที่ของทางการ เอ็งไม่ต้องห่วงนะอีแก้ว อย่าให้ไอ้หน้า ไหนใกล้เอ็งแม้แต่กระผีก แม้แต่มองก็ไม่ได้”
“หวงนักนะจ๊ะ ฉันรู้แล้วจ้ะพี่ก็ต้องระวังตัวให้มากนะ”
แก้วพยักหน้ารับแล้วหันไปมองลอกับแพงที่กำลังร่ำลากันอย่างอาทร
“ช่วงที่ข้าไม่อยู่ ถ้าไม่อยากมีปากเสียงกับพ่อกับพี่สาว เอ็งก็หลบไปอยู่ที่กระท่อมของข้า นะอีแพง”
“พี่ลอไม่ต้องห่วงฉันหรอกจ้ะ ห่วงตัวเองให้มากเถอะ”
“จะไม่ห่วงเลยได้ยังไง ทุกครั้งที่เขามีปากเสียงใส่เอ็ง ก็มีแต่ข้าที่ปรามพวกเขาได้”
“ฉันเจอมาทั้งชีวิตแล้วจะทนต่อไปอีกหน่อยก็ไม่ได้หนักหนาหรอก เพราะฉันมีความรัก ของพี่ให้ยึดเหนี่ยว แค่คิดถึงรอยยิ้มและอ้อมกอดของพี่ ใครก็ทำให้ฉันเสียใจไม่ได้”
“ข้าจะกลับมาแต่งงานกับเอ็งให้ได้อีแพง”
ลอดึงแพงมาหอมหน้าผากแน่น เนิ่นนาน ก่อนจะหันไปหาเรือง
“ไอ้เรือง ข้าฝากอีแพงไว้กับเอ็งด้วย อย่าให้เกิดอะไรขึ้นกับอีแพงเด็ดขาด”
“ไม่ต้องห่วงไอ้ลอ ข้าสัญญา”
ลอขึ้นเรือแจวพร้อมกับก้อน แพงกับแก้วเข้ามาเกาะกุมมือกัน มองส่งคนรักอย่างใจหาย และต่างปลอบใจกันเอง
“อีแพง พวกเขาจะปลอดภัยกลับมาใช่มั้ย”
แพงพยายามกลั้นน้ำตาเข้มแข็ง
“คนดีทั้งผีทั้งพระย่อมคุ้มครอง เอ็งกับข้ารอไม่นานหรอก”
แก้วกอดแพงแน่น ระหว่างนั้นแพงเริ่มรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะหน้ามืดและพะอืดพะอม
“อีแพง เอ็งเป็นอะไร”
แพงหน้าซีด แล้วรีบผละจากแก้ววิ่งออกจากท่าน้ำไปทันที แก้วกับเรืองตกใจ ตามแพงมาที่ริมตลิ่งแล้วเห็นแพงอาเจียนออกมาจนแทบหมดไส้หมดพุง
“อีแพง เอ็งเป็นอะไร ไม่สบายเหรอ”
“ข้า เวียนหัว พะอืดพะอม หน้าจะมืดว่ะอีแก้ว”
“เมือเช้าเอ็งกินอะไรรึยัง”
แพงส่ายหน้า
“แล้วเมื่อคืนเอ็งได้นอนรึเปล่า”
แพงส่ายหน้าอีก
“มิน่าล่ะอีแพง กินก็ไม่ได้กิน นอนก็ไม่ได้ เพราะห่วงแต่ไอ้ลอจนไม่ห่วงตัวเอง เอ็งถึงได้ ไม่สบายพาลจะล้มเอาไง”
“เออ ก็จริงอย่างไอ้เรืองว่า พี่ลอเพิ่งจะไปไม่พ้นปากคลองด้วย”
“อีแก้ว ไม่ต้องไปตามพี่ลอกลับมานะ ถ้าเขารู้ว่าเขาไปไม่ทันไรข้าก็พาลไม่สบาย ข้าจะกลายเป็นตัวถ่วงพี่ลอ”
“ก็ได้ แต่เอ็งต้องกลับไปพักนะอีแพง เดี๋ยวข้าจะหาข้าวให้เอ็งกิน ไป ไหวมั้ย”
แพงให้แก้วกับเรืองช่วยพยุงพาเดินออกไป

ภายในป่าเขารกชัฏ กลุ่มของชายฉกรรจ์จากทุ่งบ้านสร้างก่อกองไฟหุงหาอาหาร แต่บางคนเริ่มมีอาการป่วยจากไข้ป่า นอนซมพิษไข้จนลอต้องดูแลป้อนน้ำ
“ค่อยๆ นะ เดี๋ยวจะสำลัก”
ลอช่วยป้อนน้ำให้พรรคพวกอย่างเป็นห่วงแล้วเอาผ้าข้าวม้าห่มคลุม แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากเพราะพรรคพวกยังมีอาการหนาวสั่น
“ผ่านมาครึ่งค่อนเดือนแล้ว ไอ้ช่วงมันจะไม่ไหวแล้วนะไอ้ลอ มันโดนผีป่าเล่นงานแน่”
“ไม่ใช่ผีป่าหรอก มันน่าจะเป็นไข้ป่ามากกว่า ข้าเคยเป็นมาแล้วข้ารู้ดี”
“ถ้ามันเป็นไข้ป่าจริงๆ ปล่อยมันไว้แบบนี้ไม่ดีแน่”
“รอให้ไอ้ก้อนกับพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจแกะรอยพวกไอ้วีระกลับมาก่อน แล้วค่อยคิดกันว่าจะเอายังไง”
ระหว่างนั้นลอกับพรรคพวกได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ ทุกคนคว้าดาบขึ้นมาพร้อม แต่เสียงผิวปากดังเข้ามาทำให้รู้ว่าเป็นใคร ลอกับพรรคพวกจึงลดดาบลง ก้อนเดินเข้ามา
“พวกข้าเองไอ้ลอ”
“เป็นไงบ้างวะ ได้ร่องรอยของพวกมันรึเปล่า”
ก้อนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมองหน้ากันเครียดๆ แล้วลอกับก้อนก็แยกออกมาคุยกันห่างจากที่พัก
“เอ็งว่าไงนะไอ้ก้อน มันตั้งใจทำอย่างนั้นจริงเหรอวะ”
“เออ ตอนแรกพวกข้าเจอร่องรอยพวกมันแล้วก็หลงดีใจ คิดว่าที่เสียเวลาแกะรอยมันมา ครึ่งค่อนเดือนคงได้เล่นงานมันซะที แต่พอตามรอยไปให้แน่ใจเท่านั้นแหละ”
ก้อนเจ็บใจโมโห เมื่อนึกถึง เดินไปทุบต้นไม้อย่างหงุดหงิด
“มันฆ่าวัวควายที่ลักมาจากบ้านสร้างตายเป็นเบือ เลือดวัวเลือดควายไหลปนกับลำธาร แดงไปทั่ว เพราะมันตั้งใจเย้ยให้พวกเรารู้ว่าถ้ายังตามมันต่อ เราก็จะเป็นศพไม่ต่างจาก วัวควายของเรา”
“ไอ้เปลี่ยวก็โดนมันฆ่าด้วยใช่มั้ย”
ก้อนนิ่งไป ลอกระชากคอเสื้อก้อนมาถาม
“เอ็งบอกข้ามา มันฆ่าไอ้เปลี่ยวแล้วใช่มั้ย”
“เปล่า ไอ้เปลี่ยวไม่ได้โดนมันเชือด ข้าดูซากวัวควายทุกตัวแล้วไม่มีไอ้เปลี่ยวเลย”
“หรือมันจะเอาไปเชือดที่อื่น”
“ไม่หรอกไอ้ลอ ข้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันหารอยดูรอบๆ แล้ว ไอ้วีระลากไอ้เปลี่ยว ข้ามเขตจังหวัดหายไปกับมันด้วย เพราะมันต้องการให้เอ็งตามมันไป”
“ทั้งหมดเป็นแผนของมันตั้งแต่ต้น มันไม่ได้คิดจะลักวัวควายในทุ่งบ้านสร้างไปขาย แต่มันต้องการล่อให้ข้าตามล่ามัน ไอ้จัญไร”
“ครึ่งค่อนเดือนที่เราตามมันมา มันเฝ้าดูเราตลอด เราตกหลุมพรางมันแล้วไอ้ลอ”
ลอเจ็บใจ โกรธแค้น ระหว่างนั้นชายคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาหาลอกับก้อน
“ไอ้ลอ ท่าทางไอ้ช่วงมันจะไม่ไหวแล้ว ต้องรีบพามันออกไปจากที่นี่ ไม่งั้นมันตายแน่”
ลอกับก้อนหันไปมองช่วงที่กำลังนอนดิ้นพราดๆ เพราะอาการไข้ป่ากำเริบจนน่าเวทนา

เท้าของลอย่ำลงบนลำธาร สองมือถือดาบแน่นแล้วลุยน้ำเพื่อจะข้ามไปฝั่งตรงข้ามอย่างดุดัน ก้อนวิ่งไล่หลังมา
“ไอ้ลอ หยุดก่อนโว้ย”
“เอ็งไม่ต้องตามข้ามาหรอกไอ้ก้อน เอ็งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพาไอ้ช่วงกลับไป แล้วรักษา มันให้หาย อย่าให้มันต้องมาตายในป่า”
“ข้าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพาไอ้ช่วงไปแล้ว เพราะข้าจะไม่ปล่อยให้เอ็งไปตามไอ้เปลี่ยว กลับมาคนเดียวเด็ดขาด”
“ถึงจะเป็นหลุมพรางที่มันขุดเอาไว้รอฝังข้า ข้าก็ไม่กลัว มันจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว ข้า ก็จะล่ามันให้เจอ จะเอามันมากราบตีนทุกคนในบ้านสร้าง ชดใช้เวรกรรมที่มันฆ่าทั้งคน ทั้งควาย”
“พวกข้าจะไปกับเอ็งด้วยไอ้ลอ”
ชายคนหนึ่งบอก ลอกับก้อนหันไปเห็นพรรคพวกจากบ้านสร้างอีก 2 คน ถืออาวุธตามเข้ามาด้วยสีหน้ามุ่งมั่น
“ไอ้วีระไม่ได้สร้างความแค้นไว้กับเอ็งคนเดียว แต่มันฝากเอาไว้กับพวกข้าทุกคนด้วย เพราะฉะนั้น เป็นไงเป็นกันโว้ยไอ้ลอ”
ก้อนยืนยัน ลอพากันลุยลำธารข้ามเขตแนวป่าไปด้วยกันทั้งหมด

เวลาผ่านไปนานหลายสัปดาห์ แพงมาทำความสะอาดกระท่อมลอ เอาผ้าชุบน้ำเช็ดตามโต๊ะตามพื้น ก่อนจะหยุดมองผ้าขาวม้าของลอที่พับเก็บไว้ แพงอดคิดถึงคนรักไม่ได้ เอาผ้าข้าวม้ามากอดแนบอก น้ำตาซึมด้วยความคิดถึง
“พี่ลอจ๋า ฉันคิดถึงพี่เหลือเกิน พี่ลอจ๋า”
แพงร้องไห้ด้วยความคิดถึง แล้วเริ่มมีอาการวิงเวียนคลื่นไส้อีก จึงวิ่งออกมาอาเจียนนอกกระท่อม ใจคอไม่ดี มือเริ่มแตะที่ท้อง
“อีแพง”
“พี่เพื่อน”
“เอ็งมาทำอะไรที่นี่ พ่อเขาถามหาทำไมไม่ไปช่วยดำนา”
“ฉันไม่ค่อยสบาย อยากดูมั้ยล่ะ กองอ้วกฉันอยู่ตรงนี้”
“อีแพง ถ้าเอ็งไม่สบายแล้วมาโผล่หัวที่กระท่อมพี่ลอทำไม”
“ฉันมาเก็บกวาดทำความสะอาดให้ เวลาพี่ลอกลับมาเขาจะได้รู้ว่าจะเป็นเดือนเป็นปี พวกเราก็ไม่ได้ทิ้งกระท่อมเขาให้ร้าง แต่รอเขากลับมาเสมอ”
“แต่หน้าที่นี้ไม่ใช่ของเอ็ง ข้าจะมาทำความสะอาดเอง เอ็งไปช่วยพ่อเขาดำนาไป”
แก้วกับเรืองรีบเข้ามาท่าทางมีเรื่อง
“อีแพง อีแพง”
“มีข่าวของพี่ลอแล้วเหรออีแก้ว”
“เออ ข้าเพิ่งได้ข่าวจากอาผู้ใหญ่มาเมื่อตะกี้เอง”
“พี่ลอจะกลับมาแล้วเหรอ” เพื่อนถาม
แก้วชะงัก หางตามองเพื่อนอย่างไม่ค่อยพอใจ เรืองแตะไหล่ปรามไม่ให้แก้วมีเรื่องกับเพื่อน
“ไอ้ลอยังไม่กลับมา ข่าวที่พวกข้ารู้มาไม่ใช่ข่าวดี” เรืองบอก
แพงตกใจ

“เกิดอะไรขึ้นกับพี่ลอ”
 
จบตอนที่ 14 
กำลังโหลดความคิดเห็น...