xs
xsm
sm
md
lg

เพื่อน แพง ตอนที่ 8

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เพื่อน แพง ตอนที่ 8

แพงเดินเข้ามาบริเวณป่าไผ่ แล้วร้องเรียกหาลอ
 
“พี่ลอ พี่ลอ พี่ลอจ๋า พี่ลอ”
แพงเรียกจนสุดเสียงด้วยความเป็นห่วง และเริ่มมึนหัวเพราะเหนื่อยอ่อนจนต้องหยุดพักข้างกอไผ่ เริ่มรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ ที่แผลหัวแตก พอเอามือแตะจึงพบว่าเลือดเริ่มซึมออกมาจากผ้า
“อีแพง อีแพง”
เรืองตามเข้ามาเห็นแพงกำลังจะยืนทรงตัวไม่อยู่ก็รีบปรี่ไปประคองเอาไว้
“อีแพง ข้าว่าเอ็งกลับบ้านเถอะ แผลเอ็งมันเริ่มปริอีกแล้ว”
“ปล่อยข้า ข้าต้องตามพี่ลอกลับมาช่วยพี่เพื่อน”
“ไอ้ลอยังไม่ได้หนีไปพิจิตร ข้ารู้ว่ามันอยู่ไหน เอ็งไม่ต้องไปตามมันหรอก”
“จริงเหรอไอ้เรือง ตอนนี้พี่ลออยู่ไหน”
“เมื่อครู่ข้าเจอไอ้ก้อน มันเพิ่งยอมบอกข้าว่าไอ้ลอไปหามันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ขออาวุธ จากบ้านผู้ใหญ่เตรียมไปล่าหัวเสือมิ่ง”
“ว่าไงนะ”

ในป่ารกครึ้ม ลอแอบซุ่มอยู่ในดงต้นไม้ เพื่อรอจังหวะลงมือเล่นงานพวกลูกน้องมิ่ง ความรกชื้นของป่าทำให้ยุงป่าบินมาเกาะแขนเกาะตัว ลอปัดและตบยุงที่เกาะตัวอยู่ มีมือหนึ่งยื่นมาแตะไหล่ ลอหันขวับพร้อมชักมีดพกที่เหน็บเอวมาจ่อคอหอยทันที
“ข้าเองไอ้ลอ”
“ไอ้ก้อน เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ เอ็งตามข้ามาทำไม”
“ถามได้ เอ็งเป็นเพื่อนรักข้า เรื่องอะไรข้าจะปล่อยให้เอ็งเอาชีวิตมาเสี่ยงคนเดียว”
“แต่นี่ไม่ใช่กงการอะไรของเอ็ง ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะทำสำเร็จรึเปล่า เพราะฉะนั้นอย่าเอาชีวิตเอ็งมาเสี่ยงด้วย”
“เออ ข้ารู้ว่ามันเสี่ยง แต่อย่างน้อยมีสองก็ดีกว่ามีหนึ่ง มีข้าคอยระวังหลังให้ เอ็งจะได้รอดกลับไปหานังเพื่อน ไปพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเอ็งคือไอ้ลอ คนดีแห่งทุ่งบ้านสร้าง”
“ไอ้ก้อน”
“ชู่วว์ พวกมันมาโน่นแล้ว เอ็งไล่ไม่ให้ข้าช่วยคงไม่ทันแล้วว่ะ”
ลอพยักหน้ายอมให้ก้อนช่วย สองคนแบ่งดาบกันคนละเล่ม แล้วค่อยๆ ย่องเงียบเข้าไป

ลูกน้องมิ่งคนแรกเดินออกมาอย่างไม่ทันระวังตัว ลอลอบเข้าข้างหลังอย่างเงียบกริบแล้วใช้ดาบ จ่อคอพร้อมมือปิดปาก ส่วนก้อนถือดาบคอยคุมเชิง
“ชู่วว์ เสือมิ่งอยู่ไหน”
ลูกน้องส่ายหน้า
“ข้าถามว่าเสือมิ่งอยู่ไหน”
ลอขู่จริงจังพร้อมกดคมดาบลงไปที่คอ ลูกน้องมิ่งรีบพยักหน้ายอมชูมือว่าพร้อมจะบอก แล้วชี้มือไปข้าง หน้าว่ามิ่งอยู่เลยแนวต้นไม้นั้นไป ลอเลยหันไปพยักหน้ากับก้อน จังหวะนั้นลูกน้องมิ่งฉวยโอกาสกระทุ้งศอกใส่ลอจนจุก
“ฝีมือเอ็งมันคนละชั้นกับพวกข้าเว้ยไอ้ลอ”
ลูกน้องมิ่งพุ่งตัวไปคว้าดาบแล้วรุกเข้าฟาดฟันใส่ลอไม่ยั้ง ลอเสียจังหวะไป เลยได้แต่ตั้งรับ ก้อนเห็นเพื่อนกำลังแย่ก็รีบเข้าไปช่วย แต่ไม่ถึงตัวเพราะมีลูกน้องมิ่งอีกคนได้ยินเสียงโผล่เข้ามาขวาง ก้อนเลยต้องรับมือกับอีกคน
เสียงคมดาบฟาดกันดังสนั่น แม้ฝีมือพวกลูกน้องมิ่งจะดุดัน แต่ลอกับก้อนก็สู้ไม่ถอย จนในที่สุดลอก็สามารถจ้วงแทงเล่นงานจนลูกน้องมิ่งดาบหลุดมือ ทรุดลงไปเลือดเต็มตัว ฝ่ายก้อนก็สามารถเล่นงานลูกน้องมิ่งจนตายในที่สุด ลูกน้องมิ่งที่สู้กับลอยังไม่ตาย พยายามคลานหนี ก้อนจะตามไปฆ่าแต่ลอห้ามไว้
“เดี๋ยวก่อน”
“จะปล่อยมันไว้ทำไมวะ”
“ข้าอยากรู้ว่าเสือมิ่งหายไปไหน”
ลอเข้าไปกระชากตัวลูกน้องมิ่งขึ้นมาตะคอกถาม
“เสือมิ่งอยู่ไหน บอกมาแล้วเอ็งจะรอด”
“สู้พวกข้าได้ แล้วเอ็งคิดว่าจะสู้เสือมิ่งได้เหรอวะ หึๆๆ”
ก้อนชี้ปลายดาบไปที่หน้าลูกน้องมิ่ง
“ใครทำกรรมอะไรไว้ ถึงเวลาก็ต้องรับกรรมไป เอ็งควรทำกรรมดีสักอย่างก่อนจะตาย”
ลูกน้องมิ่งนิ่งมองก้อนแล้วยิ้มเยาะกับลอ
“พี่มิ่งไม่อยู่ที่นี่หรอกไอ้ลอ เขากำลังไปจัดการเสี้ยนหนามที่มันคอยทิ่มแทงเอ็งอยู่ให้ไง”
ลอชะงัก
“ไอ้วีระ”

ภายในซ่องโสเภณี มิ่งกับพวกพากันเข้ามา ทุกคนในนั้นตกใจ แต่มิ่งชักดาบออกมาจ่อหน้าทุกคนแล้วสั่งเบาๆ
“เงียบๆ เอาไว้ ข้าไม่ได้มีธุระกับพวกเอ็ง ใครไม่ได้ข้องแวะกับไอ้วีระ ก็รีบไปซะ เพราะที่นี่กำลังจะมีแต่เลือดมันนองพื้น”
พวกโสเภณีกับลูกค้าพากันออกไป มิ่งพยักหน้ากับลูกน้องฝีมือดีให้พากันขึ้นไปเล่นงานวีระ แต่ระหว่างนั้นเสียงของวีระกลับดังขึ้นพร้อมเดินลงมาจากชั้นสอง
“เป็นถึงเสือมิ่งผู้เลื่องชื่อ แต่คิดจะลอบกัดเล่นงานเด็กเมื่อวานซืน ไม่กลัวรู้ถึงไหนอายเขาถึงนั่นเหรอ เสือมิ่ง”
มิ่งชะงัก ไม้กับมาดพาลูกน้องฝีมือดีหลายคนบุกเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ปิดล้อมมิ่งกับลูกน้องเอาไว้หมด
“แต่ฉันว่าคงไม่มีหน้าได้อายใครแล้วล่ะพี่วี เพราะวันนี้เสือมิ่งจะสิ้นชื่ออยู่ที่นี่แทน” มาดเยาะ
“ไอ้หนู เอ็งนี่มันใช่ย่อย ข้ายอมรับว่าประมาทเอ็งไปจริงๆ แต่คนหยิบมือของเอ็ง แน่ใจเหรอว่าจัดการพวกข้าอยู่”
“อย่าดูถูกกันดีกว่าเสือมิ่ง เอ็งปล้นฆ่ามาก็เยอะ ก็น่าจะรู้ว่าเงินน่ะมันซื้ออะไรก็ได้ ยิ่งมี เงินมากก็ยิ่งซื้อพวกมือดีๆ มาเป็นพวกได้ไม่ยาก”
วีระพูดพร้อมกับเดินลงมา และกรีดเงินในมือเป็นปึกๆ พร้อมยั่วยุต่อ
“แล้ววันนี้ถ้าใครช่วยข้าเด็ดหัวไอ้เสือมิ่ง หลังจากที่ข้ายึดสมบัติที่มันปล้นแล้วซุกเอาไว้มาได้ ข้าจะแบ่งให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ให้ใช้ชาตินี้ก็ไม่หมด ไม่เว้นแม้แต่พวกที่มากับไอ้เสือมิ่งก็ด้วย ข้าพร้อมแจกเหมือนกัน ขอแค่ช่วยจัดการมัน”
มิ่งชะงัก เพราะเพียงแค่นั้นลูกน้องที่มากับเขาก็เริ่มหันมามองเขาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป มิ่งกำดาบแน่น ขบกรามโกรธจัดกับเล่ห์อุบายชั่วๆ ของวีระ

“ก็เอาสิวะ เข้ามาเลย”

เพื่อนกลับมาที่เรือน เก็บเสื้อผ้ามารวมใส่ห่อผ้าอีกชั้น
 
เพื่อเตรียมจะหนี แต่พอนึกถึงลอ ก็เริ่มสับสนลังเล มือกำแหวนทองหมั้นของลอแน่น
“พี่ลอจ๋า ฉัน ฉัน”
เพื่อนเคร่งเครียดไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร ระหว่างนั้นเสียงพิศดังแทรกเข้ามา
“นังเพื่อน นังเพื่อน อยู่รึเปล่า”
เพื่อนชะงักอึ้ง รีบเดินออกมาแล้วแปลกใจที่เห็นพ่อหน้าเปรอะเขม่าไฟกลับเข้ามา
“พ่อ นี่พ่อไปทำอะไรมา”
“ข้าเพิ่งกลับมาจากบ้านไอ้แสง ว่าจะไปปรึกษาให้มันช่วยเรื่องเอ็งกับไอ้ลอ แต่ผ่าไปเจอ บ้านมันกำลังไฟไหม้พอดี เลยต้องช่วยกันดับให้วุ่น”
“ไฟไหม้บ้านครู”
“ใช่ โชคดีพวกชาวบ้านใกล้ๆ เห็นเข้า เลยช่วยกันดับแล้วพาไอ้แสงออกมาได้ทัน บ้านก็เลยไหม้แค่ครัวไม่ลามไปทั้งหลัง”
“แล้วครูเป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ”
พิศมองหน้าลูกสาวแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา สภาพควันไฟเหลือจางๆ ทั่วหน้าบ้านแสง เรืองวิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนกเจอกับพิศและพวกชาวบ้านที่เพิ่งจะช่วยกันดับไฟเสร็จพอดี
“บ้านข้า”
เรืองจะวิ่งเข้าไปแต่พิศคว้าตัวเอาไว้
“อย่าเพิ่งเข้าไปเลยไอ้เรือง ข้าช่วยกันดับไฟได้หมดแล้ว ไหม้ก็แต่ที่ครัวไม่ลามเข้าบ้าน”
“แล้วพ่อฉันล่ะอา พ่อฉันเป็นอะไรรึเปล่า พ่อปลอดภัยมั้ย”
พิศหันไปมองหาแล้วถามชาวบ้าน
“ไอ้แสงมันอยู่ไหน ก็เมื่อกี้นี้พวกเอ็งช่วยพามันออกมาแล้วไม่ใช่เหรอ”
พวกชาวบ้านส่ายหน้าไม่รู้ ไม่มีใครเห็น ระหว่างนั้นเสียงแสงดังสั่นเครือปนสะอื้นเข้ามา
“ไอ้ ไอ้เรือง อี อีแรมมัน มัน ฮือๆๆ”
เรืองหันไปเห็นพ่อเนื้อตัวขมุกขอมเพราะเขม่าไฟ ที่แขนยังมีแผลผุพองจากการโดนไฟลวก เดินร้องไห้เข้ามา
“พ่อ เกิดอะไรขึ้น”
“อีแรม อีแรมมันเป็นคนวางเพลิงเผาบ้านเรา มันขโมยเงินที่ข้าจะเอาไปไถ่เครื่องดนตรีคืนไปหมดแล้ว ฮือๆๆ”
“ว่าไงนะพ่อ แล้วตอนนี้พี่แรมอยู่ไหน”
“มันหนีไปแล้ว ข้า ข้าไม่เหลืออะไรอีกแล้วไอ้เรือง ฮือๆๆ”
แสงร้องไห้โฮเสียงดังอย่างไม่อายใคร จนแทบหมดแรงยืน เรืองต้องช่วยประคองพ่อเอาไว้แล้วกอด คอกันร้องไห้ด้วยความสะเทือนใจ พิศกับชาวบ้านทุกคนพากันมองด้วยความเวทนาสงสาร

เพื่อนถึงกับอึ้งเมื่อรู้เรื่องที่แรมทำไว้กับแสง
“เฮ้อ ข้ากับพวกชาวบ้านเห็นแบบนั้นแล้วก็ไม่รู้จะช่วยไอ้แสงมันยังไง ใครจะรู้ว่าผู้หญิงสวยๆ มีความรู้จากพระนคร มันจะเป็นลูกทรพีใจไม้ไส้ระกำทำกับพ่อมันได้ลงคอ”
เพื่อนยังอึ้งตะลึงงัน พูดอะไรไม่ออก ไม่คิดว่าแรมจะกล้าทำขนาดนี้
“เอ็งสนิทกับนังแรมมันที่สุด เอ็งดูไม่รู้เลยเหรอว่าสันดานมันจะชั่วช้าได้แบบนี้”
“เอ่อ คือ ฉัน ฉันไม่รู้หรอกจ้ะพ่อ”
“นั่นสินะ พวกในพระนครมันเก่งเรื่องหน้าไหว้หลังหลอก ไว้ใจอะไรได้ที่ไหน ว่าแต่เรื่องไอ้ลอ ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกชาวบ้านมาทำอะไรเอ็งเด็ดขาด อย่าหวังว่าพวกมันจะลากเอ็งไปรับผิดแทนไอ้ลอ เพราะมันต้องข้ามศพข้าก่อน”
“แต่จนป่านนี้เรายังไม่ได้ข่าวพี่ลอเลยนะจ๊ะพ่อ”
“เอาอย่างนี้แล้วกัน ข้าจะพาเอ็งไปอยู่วัดก่อน ยังไงพวกมันก็ต้องเกรงใจหลวงพ่อบ้าง”
เพื่อนยังกังวล หนักใจครุ่นคิดอะไรบางอย่าง พิศเลยยิ่งเป็นห่วงลูกสาว
“ระหว่างทางไปไม่ต้องกลัวพวกชาวบ้านจะมาเห็น เดี๋ยวข้าจะให้เอ็งไปซ่อนอยู่ในเกวียน”
“จ้ะพ่อ งั้นพ่อไปเตรียมเกวียนเถอะจ้ะ เดี๋ยวฉันตามไป”
พิศเดินลงจากเรือนไป เพื่อนครุ่นคิดตัดสินใจบางอย่าง

แพงกลับเข้ามาเห็นพ่อกำลังขนฟางลงจากเกวียน
“พ่อ”
“มาแล้วเหรออีแพง ไอ้เรืองกับไอ้แสงเป็นยังไงบ้าง”
“ฉันก็ปล่อยให้ไอ้เรืองมันดูแลครูไปนั่นแหละ สงสารครูแกเหลือเกิน ใครจะคิดว่าพี่แรมจะกล้าเนรคุณพ่อได้ขนาดนี้ แล้วนี่พ่อกำลังเตรียมเกวียนจะไปไหน”
“ว่าจะพานังเพื่อนไปพึ่งหลวงพ่อสักพัก ไม่ให้พวกชาวบ้านมายุ่งกับมัน”
“ฉันว่าไม่ต้องหรอกพ่อ พี่ลอเขาไม่ได้หนีไปพิจิตรแล้ว”
“หะ จริงเหรอวะอีแพง เอ็งไปรู้มาจากไหน”
“ไอ้เรืองมันคงไม่ได้บอกพ่อเพราะมัวแต่ห่วงเรื่องที่บ้านมัน พี่ลอเขาตัดสินใจไปตามล่าเสือมิ่ง ตั้งใจเรียกความยุติธรรมกลับมาให้ตัวเอง”
“โธ่เว้ยไอ้ลอ ทางรอดไม่เลือกกลับเลือกทางตาย บุ่มบ่ามเหมือนพ่อมันไม่มีผิด”
“พ่ออย่าไปว่าพี่ลอแบบนั้น ฉันเชื่อว่าพี่ลอจะต้องปลอดภัย เพราะพี่ลอไม่เคยเห็นแก่ตัว คิดทอดทิ้งพวกเราเอาไว้ ฉันต้องรีบไปบอกพี่เพื่อน เขาอยู่ไหนล่ะพ่อ”
พิศไม่ได้ตอบแพงแต่มองไปบนเรือน ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องเพื่อน แต่ไม่เจอตัวเพื่อนแล้ว
“นังเพื่อน นังเพื่อน”
“ฉันหาทั้งในบ้านนอกบ้านไม่เห็นเจอพี่เพื่อนเลยนี่พ่อ”
“เป็นไปได้ยังไงวะ ข้าเพิ่งจะคุยกับมันเมื่อตะกี้ ก่อนเอ็งจะมาไม่ทันไร”
แพงเริ่มสงสัย รีบเดินไปดูที่ตู้เก็บของ แล้วตกใจ
“พ่อ พี่เพื่อนเก็บเสื้อผ้าออกไปหมดเลย”
“เอ็งว่าไงนะ นังเพื่อนมันจะไปไหนได้ยังไง”
“ไม่มีเสื้อผ้าพี่เพื่อนเหลืออยู่เลยจริงๆ จ้ะพ่อ หรือว่าพี่เพื่อนกลัวจะถูกพวกชาวบ้านพาตัวไปให้ไอ้วีระ เลยคิดจะหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว”
 
“อีแพง เป็นไปไม่ได้ เอ็งใส่ร้ายนังเพื่อน”

เพื่อนสะพายห่อผ้าสัมภาระรีบร้อนเข้ามา แต่บริเวณริมตลิ่งกลับเงียบไร้เงาแรมที่นัดเอาไว้
 
“พี่แรม พี่แรม”
เพื่อนเรียกหาแต่ไม่มีเสียงรับจนเกือบผิดหวังว่าแรมคงไม่รอแล้ว แต่แรมโผล่เข้ามาข้างหลังอย่างเงียบเชียบ แล้วใช้มือปิดปากเพื่อนเอาไว้แน่น ทำให้เพื่อนตกใจ พูดอู้อี้
“พี่แรม จะทำอะไรฉัน ปล่อยนะ ปล่อย”
แรมไม่ฟัง ล็อคตัวเพื่อนพาออกไปจากบริเวณนั้น

ลอกำดาบย่องเงียบไปใกล้ประตูซ่องอย่างระมัดระวัง แตะประตูแล้วค่อยๆ ผลักเข้าไปเบาๆ ศพลูกน้องมิ่ง เซล้มลงมาตายแทบเท้าลอ ลอชะงักอึ้งแล้วยิ่งตกใจกว่าเมื่อมีมือหนึ่งเข้ามาใกล้จากข้างหลัง ลอหันขวับพร้อมคมดาบจ่อคอหอย
“ข้าเองไอ้ลอ”
“อาผู้ใหญ่”
ลอรีบถอนคมดาบออกจากคอแล้วจึงเห็นว่าคนที่พาผาดมาพร้อมกับลูกศิษย์ฝึกมวยก็คือก้อน
“เกือบไปแล้วมั้ยล่ะไอ้ลอ เอ็งนี่มันบุ่มบ่าม ไม่ฟังข้าเลยจริงๆ บอกให้รอข้าไปตามพ่อตามพวกมาช่วยก็ไม่ฟัง”
“ข้าร้อนใจ ถ้าไอ้วีระโดนอามิ่งเล่นงาน ข้าจะอดลากคอมันมาสางหนี้ที่มันป้ายสีข้า”
“แต่เอ็งก็ไม่ควรผลีผลามมาคนเดียว ทั้งไอ้เสือมิ่ง ทั้งไอ้วีระมันจ้องเล่นงานเอ็งอยู่ พลาดท่าขึ้นมาได้ไม่คุ้มเสีย”
“ฉันขอโทษจ้ะอา”
“เออ แต่ไอ้ศพที่เห็นอยู่นี่ มันลูกน้องไอ้เสือมิ่งไม่ใช่เหรอวะ ข้าว่ามันชักยังไงๆ อยู่นะ”
ลอมองศพลูกน้องมิ่งแล้วอดสงสัยไม่ได้เหมือนกับที่ผาดก็สงสัย ทั้งหมดพากัน เข้ามาถึงโถงกลางซ่องแล้วก็ต้องอึ้งกันไปเพราะศพของพวกลูกน้องมิ่ง 2-3 ศพ ถูกฆ่าตายในสภาพน่าอเนจอนาถ
“เป็นลูกน้องอามิ่งหมดทุกศพเลยจ้ะอาผู้ใหญ่ ไม่มีคนของไอ้วีเลย”
“ได้ยังไงวะ ฝีมืออย่างเสือมิ่งกับพวกธรรมดาซะที่ไหน ไอ้วีระต่างหากที่ควรเป็นศพอยู่ที่นี่” ก้อนตั้งข้อสังเกต
ผาดได้ยินเสียงครางเบาๆ ของลูกน้องมิ่งคนหนึ่งที่ยังหายใจรวยริน
“ไอ้ลอ คนนี้ยังไม่ตาย”
ลอกับผารีบเข้าไปประคองลูกน้องมิ่ง
“เกิดอะไรขึ้นกับอามิ่ง”
ลูกน้องมิ่งตาปรือๆ พะงาบๆ พูดเสียงเบา

มิ่งบาดเจ็บเพราะการต่อสู้ ถูกวีระกับพวกจับมัดมือ กระชากลากถูมาตามทางในป่า จนมิ่งล้มลงกับพื้นอย่างน่าสมเพช วีระได้ทีเข้ามาจิกหัวเยาะเย้ย
“แข้งขาถึงกับอ่อนปวกเปียกเลยเหรอวะไอ้แก่ ไหนคุยว่าเอ็งจะสั่งสอนข้าไง ลุกขึ้นมาสิวะ ลุกขึ้นมาเลย”
“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน”
มิ่งเจ็บใจลุกขึ้นจะเอาเรื่องทั้งๆ ที่โดนมัดมืออยู่เลยโดนวีระยันโครมเข้ากลางอกเซถลาไป
“ฉันว่าอย่าทำอย่างนี้เลยพี่มิ่ง หาเรื่องตายซะเปล่า”
“พวกมึงไม่ต้องปากดีกับกู ไอ้เนรคุณ กูรอดไปได้เมื่อไหร่ล่ะก็ กูจะบั่นคอพวกมึงโยนให้หมากินเรียงตัว”
วีระหัวเราะชอบใจพยักหน้าให้ไม้กับมาดเข้าไปกระชากตัวมิ่งมาคุกเข่าตรงหน้าอย่างสะใจ
“ไอ้แก่เอ๊ย ตอนนี้มันไม่ใช่ลูกน้องเอ็งอีกแล้ว แต่เป็นเอ็งต่างหากที่ต้องร้องขอชีวิตจากพวกมัน หลังจากที่พาข้าไปเอาสมบัติที่เอ็งปล้นมาได้แล้ว”
“ถุย น้ำหน้าอย่างมึง ไม่มีวันเป็นเสืออย่างกูได้หรอก”
วีระยิ้มร้าย เช็ดน้ำลายออกจากหน้า
“ใช่ น้ำหน้าอย่างไอ้วีระ ไม่มีวันเป็นอย่างเสือมิ่งได้หรอก”
วีระขึ้นเสียงดุดันแล้วชกหน้ามิ่งแรงๆ จนเซล้มเลือดกบปาก จากนั้นก็เตะอัดสั่งสอนเข้าลำตัวไม่ยั้ง
“แต่มันจะเป็นเสือที่โหดกว่า เหี้ยมกว่า และจะมีคนกลัวมันมากกว่าไอ้เสือมิ่งโว้ย
วีระเตะอัดสุดท้ายเข้าลิ้นปี่ มิ่งแน่นิ่งหมดสติ

แรมเอามือปิดปากลากเพื่อนมาหลบคุยมุมลับตาไม่ไกลจากริมตลิ่ง
“ปล่อย ปล่อยฉันนะพี่แรม”
เพื่อนพยายามสะบัดแรง แรมยอมปล่อยเพราะเห็นว่าลับตาคนแล้ว
“เงียบได้แล้ว ข้าไม่ได้จะทำอะไรเอ็ง แค่ต้องระวังตัว กลัวเอ็งจะตามคนมาเล่นงานข้า แต่เห็นเอ็งหอบเสื้อผ้ามาข้าก็เบาใจ”
“หึ ใช่สิ กลัวจะเล่นงาน เพราะที่พี่ทำไว้กับครูมันระยำเกินมนุษย์มนาเขาจะทำกับบุพการีกัน”
“นังเพื่อน”
“ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว มันทำให้ฉันรู้สึกผิดไปด้วยที่ปล่อยให้พี่ทำชั่วๆ แบบนั้นกับครู”
“ข้าจำเป็นต้องทำโว้ย ไม่อย่างนั้นข้าจะพาเอ็งหนีไปพระนครด้วยได้ยังไง หา นังเพื่อน”
“ฉันไม่ได้คิดจะหนี ฉันก็แค่กลัวจนเผลอสิ้นคิดตอบพี่ไปว่าอยากจะหนี แต่เอาเข้าจริงแล้ว ฉันทิ้งพี่ลอเอาตัวรอดไปคนเดียวไม่ได้หรอก”
“โธ่เอ๊ย อย่ายกเรื่องไอ้ลอมาแก้ตัวให้ดูเป็นคนดีขึ้นมาหน่อยเลยอีเพื่อน เอ็งกลัวคนอื่นรู้ว่าหนีตามข้าไปแล้วจะโดนหาว่าสมคบคิดกับข้าน่ะสิ”
เพื่อนชะงักรีบเปลี่ยนประเด็น
“ฉันไม่ปล่อยให้พี่หนีไปหรอก ฉันจะพาพี่กลับไปหาครู ไปกับฉันเดี๋ยวนี”
“ข้าไม่กลับ ให้ตายข้าก็ไม่กลับไปตายคาทุ่งคานาหรอก”
แรมตบหน้าเพื่อนทันทีฉาดใหญ่ เพื่อนชะงักอึ้งหน้าชา
“ถ้าเอ็งอยากโง่แก่ตายอยู่แต่บ้านนอกแบบนี้ก็เชิญเลย แต่อย่ามาขวางข้า ไม่งั้นล่ะก็”
“ทำไม พี่จะทำอะไรฉัน”
แรมจิกหน้าเอาเรื่องแล้วเปิดกระเป๋าถือออกมาพร้อมกับมีดพก
“เอ็งก็ลองห้ามข้าดูอีกทีสิ นังเพื่อน”
เพื่อนชะงักอึ้ง ส่วนแรมยิ้มร้าย

พิศรีบเดินออกมาจากบ้านอย่างเคร่งเครียด แพงรีบตาม
“พ่อ พ่อ จะไปไหน”
“ข้าจะไปตามนังเพื่อนกลับมา”
“พ่อจะไปตามที่ไหน ถ้าพี่เพื่อนเขาคิดจะหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว ป่านนี้เขาไปไกลแล้ว”
“อีแพง หุบปากเอ็งไปซะ ถ้าขืนใส่ร้ายพี่สาวเอ็งอีกคำเดียว ข้าจะซ้ำแผลบนกบาลเอ็งให้เลือดโชก”
“ฉันไม่ได้ใส่ร้าย ฉันก็พูดตามเนื้อผ้าที่เห็น วันพี่ลอหมั้นกับพี่เพื่อนนั่นก็ทีหนึ่งแล้ว ถ้าฉัน ไม่ไปบอกครูแสงให้ห้ามพี่แรม ป่านนี้พี่เพื่อนก็ทิ้งพี่ลอตามพี่แรมไปอยู่พระนครแล้ว”
“อีแพง เอ็งยังไม่หยุดตอแหลข้าอีก อีลูกเวร”
พิศหันไปคว้าด้ามไม้ใกล้มือขึ้นมาชี้หน้าขู่
“ฉันไม่ได้ตอแหล พี่เพื่อนเห็นแก่ตัวมาตลอด ปากบอกว่ารักพี่ลอ แต่เอาเข้าจริงก็รักตัวเองมากกว่า กลัวพี่ลอจะเลี้ยงให้ตัวสุขสบายไม่ได้ กลัวพี่ลอจะหาแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้ นี่แหละลูกสาวคนสวย คนดีที่พ่อรักนักรักหนา สันดานจริงๆ มันเห็นแก่ตัว”
“อีแพง มึงด่าลูกสาวกู”
“แล้วฉันไม่ใช่ลูกสาวพ่อเหรอ แค่ฉันเกิดมาแล้วแม่ก็ตาย เลือดในตัวฉันก็ไม่ใช่เลือดของพ่อแล้วใช่มั้ย”
“อีแพง”
พิศสุดทนจะใช้ด้ามไม้ฟาด แต่แพงไม่หลบกลับหลับตาปี๋นิ่งรอรับการลงโทษจากพ่อ พิศหยุดค้าง น้ำตาคลอ มองลูกสาวคนเล็กอย่างเจ็บปวด ก่อนจะโยนด้ามไม้ทิ้งแล้วเดินน้ำตาไหลกลับไปที่บ้าน
 
แพงมอง สงสารพ่อ

เพื่อนชะงักอึ้งมองมีดพกในมือแรม
 
“ว่าไงล่ะอีเพื่อน อีดอกไม้งามแห่งบ้านสร้าง เข้ามาห้ามกูสิ มาลากกูไปให้พ่อกูเฆี่ยนตีอีก แต่ถ้าไม่กล้าก็หลบไป อย่าริอยากทำตัวเป็นคนดี ทั้งๆ ที่สันดานมึงก็ไม่ต่างจากกู”
แรมพูดพร้อมขยับเข้าใกล้และใช้มีดตวัดไปมารุกไล่เพื่อน จนต้องถอยหนี
“พี่เอาฉันไปเปรียบกับพี่ไม่ได้หรอก เพราะต่อให้ฉันกลัวลำบากขนาดไหน ฉันก็ไม่ทำร้ายบุพการี เป็นไอ้ทรพีไร้ยางอาย”
แรมเจ็บใจโดนด่า เลยตวัดมีดใส่จนเกือบโดนเพื่อน ดีที่ถอยหลบทันแต่ก็ล้มลงกับพื้น
“หึ อยากด่ากูว่าทรพีก็ด่าไปเถอะ เอาไว้กูกลับไปพระนครแล้วร่ำรวยเมื่อไหร่ พวกมึง ทุกคนในบ้านสร้างนี่แหละต้องมากราบเงินกู”
“ไม่ใช่ฉันคนนึงหรอกพี่แรม”
เพื่อนพูดพร้อมกับมือกำทรายที่พื้นแล้วปาใส่หน้าแรมทันที แรมตาพร่า เพื่อนไม่รอช้ารีบเข้าไปปลดมีดออกจากมือแล้วตบหน้าแรม แรมเซถลาไปฟุบกับพื้น เพื่อนรีบเตะ มีดพกทิ้งเพื่อป้องกันเอาไว้
“พี่วางเพลิงเผาบ้านตัวเอง ไหนจะขโมยเงินครูอีก ถ้าฉันลากพี่กลับไปได้ พวกชาวบ้านจะพากันสรรเสริญฉัน ทีนี้หน้าไหนมันก็ไม่กล้ามาลากฉันไปรับผิดแทนพี่ลอ”
“หึๆ ข้าประมาทเอ็งไปจริงๆ อีนังเพื่อน ดอกไม้สวยๆ ส่วนมากมักจะเปราะจะบาง แต่เอ็งกลับเป็นดอกไม้ที่มีแต่พิษสง ฉลาดกว่าอีแพงน้องสาวเอ็งซะอีก ฮ่าๆๆ”
เพื่อนเข้าไปจับข้อมือดึงตัวแรมขึ้นมา
“ไปกับฉันได้แล้วพี่แรม”
“เอ็งต่างหากที่ต้องไปพระนครกับข้า อีนังเพื่อน”
แรมกำก้อนหินฟาดหัวเพื่อน เพื่อนร้องเจ็บลั่น ตัวเซจนแทบประคองไม่อยู่ เพราะเลือดไหลลงมาจนทำให้ตาพร่า
“พี่ พี่แรม”
แรมยิ้มร้าย มองเพื่อนซึ่งพยายามเดินหนีมือกุมหัว

พิศน้ำตานองหน้าเข้ามาทรุดนั่งชานเรือนอย่างน่าเวทนา แพงตามเข้ามา
“พ่อจ๋า ฉันขอโทษ”
“เอ็งไม่ต้องมาขอโทษข้า ถ้าอีเพื่อนมันจะเห็นแก่ตัวคิดแต่เอาตัวรอดหวังไปมีชีวิตสุขสบายคนเดียว นั่นก็ไม่ใช่ความผิดของมัน แต่เป็นเพราะข้าต่างหาก เอ็งไม่ต้องไปว่าพี่สาวเอ็งอีก”
“พ่อจ๋า พ่อจะโทษตัวเองทำไม”
พิศน้ำตาไหลอาบแก้ม จนเซ
“ก็มันเป็นความผิดของข้าจริงๆ ที่ไม่มีปัญญาเลี้ยงมันให้ได้ดิบได้ดี ทั้งๆ ที่แม่มันฝากฝังให้ข้าเลี้ยงมันให้ดี แต่ข้าก็เลี้ยงลูกสาวข้าให้ได้ดีไม่ได้ ฮือๆๆๆ ข้าผิดเอง”
แพงโผเข้ากอดสงสารพ่อ
“ไม่จริงจ้ะ ฮือๆๆ พ่อจ๋า ไม่จริงเลยจ้ะ พ่อของอีแพงไม่ผิด พี่เพื่อนต่างหากที่ผิด ฮือๆๆ”
พิศแกะมือแพงออก
“ไปซะอีแพง ข้าอยากอยู่คนเดียว อย่ามายุ่งกับข้า”
“พ่อ ฉันก็ลูกสาวพ่อเหมือนกันนะ”
“ข้าบอกให้ไปซะ อย่ามายุ่งกับข้า ไป”
พิศไล่ตะเพิดแพงทั้งน้ำตา แพงจำต้องถอยห่างออกมามองพ่อน้ำตาคลออย่างเจ็บปวด

เพื่อนกุมหัวเลือดเริ่มโชกไหลลงมาเข้าตาทำให้พร่า เดินโซเซ แรมเดินตามหลังอย่างใจเย็น
“หึๆ โถๆๆ นังเพื่อน ดอกไม้งามแห่งบ้านสร้าง กระเสือกกระสนเข้า พยายามเข้า ถ้าคิด ว่าเอ็งจะรอดล่ะก็ เสียเวลาเปล่า ฮ่าๆๆ”
เพื่อนเริ่มประคองตัวไม่อยู่ คว้าท่อนไม้ขึ้นมากวัดแกว่ง มองไม่ชัดเพราะเลือดเข้าตา
“ไปให้พ้น อย่าเข้ามา ไป”
“ไม่ต้องกลัวจะโดนฆ่าปิดปากหรอก ชีวิตเอ็งมีค่ามากกว่าต้องมาตายเป็นผีเฝ้าทุ่ง ยิ่งได้ เอ็งมาเป็นสมบัติของข้า ก็ยิ่งทำให้ข้าร่ำรวยเป็นคุณนายพระนครได้เร็วขึ้น”
“หมาย หมายความว่ายังไง”
“ข้าจะพาเอ็งไปพระนครด้วย สวยๆ อย่างเอ็ง ต่อให้ฤทธิ์เยอะแค่ไหน ก็สู้พวกแมงดาใน พระนครไม่ได้หรอก เอ็งจะเป็นตัวทำเงินทำทองให้ข้าจนรวยไม่รู้เรื่อง”
“ไม่ ฉันไม่”
เพื่อนพยายามใช้ไม้กวัดแกว่งไปมา แต่เรี่ยวแรงที่แทบไม่เหลือทำให้แรมเข้าไปจับข้อมือแล้วบิดทีเดียว ท่อนไม้หล่นจากมือ แรมตบหน้าฉาดใหญ่ เพื่อนเซถลาล้มลงหมดสติ แรมยิ้มชอบใจ ระหว่างนั้นคนแจวเรือเดินเข้ามา
“จะไปกันได้รึยัง ข้าไม่ได้ว่างมานั่งรอแจวเรือให้เอ็งทั้งวันนะนังหนู”
คนแจวเข้ามาเรียกแล้วตกใจเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนที่นอนหมดสติเลือดเต็มหน้า แรมยิ้มร้ายควักเงินออก มาแล้วยื่นให้จำนวนไม่น้อย
“มันยังไม่ตายหรอก หุบปากแกเอาไว้ให้สนิทแล้วช่วยฉันพามันขึ้นเรือ ถึงพระนครเมื่อไหร่ แกจะได้ค่าจ้างเพิ่มอีก 2 เท่า”
คนแจวเรือชะงักมองเพื่อนนอนหมดสติอย่างครุ่นคิด แรมยื่นเงินให้ สุดท้ายคนแจวเรือก็ยอมรับเงิน

บริเวณป่า ลอกับก้อนและลูกศิษย์มวยของผาด 2 คนแกะรอยของพวกวีระมาจนเจอร่องรอย
“พวกมันมาทางนี้กันแน่ๆ ดูจากรอยที่ยังใหม่แล้ว น่าจะยังไปไม่ไกล รีบไปกันเถอะ”
“เดี๋ยวสิวะไอ้ลอ เอ็งก็เห็นรอยเท้าพวกมันแล้ว ย่ำเต็มไปหมดแบบนี้ ไอ้วีคงจ้างมือดาบเอาไว้ไม่น้อย แล้วไหนจะพวกลูกน้องเสือมิ่งที่หักหลังไปเป็นพวกมันอีก”
“แต่ขืนชักช้า ถ้ามันได้สมบัติอามิ่งไป มันต้องฆ่าอามิ่งแน่”
“เอ็งห่วงเสือมิ่งทำไม ในเมื่อมันมาเพื่อทำให้ชีวิตเอ็งชิบหาย”
“ถึงอามิ่งจะชั่วจะเลวยังไง แต่อย่างน้อยก็เคยมีบุญคุณกับข้า โทษของเขาไม่ควรถึงตาย”
“งั้นเอ็งก็ควรฟังที่พ่อข้าสั่งไว้ รอจนกว่าพ่อข้าจะพาคนของราชการมาล้อมจับมันให้หมด”
“ข้ารอไม่ได้ นี่มันเป็นความแค้นของข้ากับมัน คนอื่นไม่เกี่ยว”
ลอตัดสินใจเดินหน้าไปตามรอยของพวกวีระ ก้อนเป็นห่วง
“โธ่เว้ย ข้าจะตามไปช่วยไอ้ลอ พวกเอ็งคอยส่งข่าวให้พ่อข้าด้วย”
ก้อนสั่งแล้วรีบตามลอไปทันที

ภายในโรงสี ประจวบนอนระบมให้พวกลูกน้องดูแลเพราะแผลตามตัวที่โดนวีระทำร้ายเอาไว้ ลูกน้องวิ่งเข้ามา
“นาย นายครับ แย่แล้วครับ”
ประจวบยังไม่ทันจะลุกถาม ผาดก็ตามหลังลูกน้องเข้ามาพร้อมกับตำรวจ 2 นาย
“ผู้ใหญ่ผาด เอ็งพาตำรวจมาทำไม มีธุระอะไรกับข้า”
ผาดมองสภาพบาดเจ็บของประจวบ
“ท่าทางไอ้พวกโจรที่บุกปล้นเล่นงานเอ็งถึงที่ ฝีมือมันคงไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงเล่นงานเอ็งได้ขนาดนี้”
“ข้าไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก แล้วมันก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเอ็งด้วย ไปให้พ้น”
“แน่ใจนะว่าเอ็งไม่อยากลากคอไอ้โจรพวกนั้นให้มารับโทษ ตำรวจอยู่นี่แล้ว เขาพร้อมจะ ออกหมายจับมันทันทีที่เอ็งช่วยเขาชี้ตัว”
ประจวบชะงักไป
“เสียเวลา ข้าจำหน้าพวกมันไม่ได้ พากันกลับไปเถอะ”
“ไอ้ประจวบ เลิกปกป้องเลือดชั่วๆ ที่มันกล้าทำร้ายได้แม้แต่คนที่ป้อนข้าวป้อนน้ำ เลี้ยง ให้มันโตขึ้นมาได้ซะทีเถอะ ตอนนี้เรื่องชั่วๆ ของไอ้วีมันแดงโร่แล้ว ถ้าเอ็งไม่ช่วยหยุดมัน ก็เท่ากับช่วยส่งเสริมให้มันเป็นมหาโจร”
ประจวบนิ่งไป ผาดขยับเข้าไปใกล้จ้องหน้าประจวบเขม็ง
“ไอ้วีระมันทำร้ายเอ็ง มันฆ่าคนตายเป็นเบือเพราะสันดานชั่วที่ตัวมัน เอ็งจะไม่ได้แค่ช่วยให้ตำรวจหยุดความเลวของมัน แต่ยังได้ช่วยให้ไอ้ลอ คนดีแห่งทุ่งบ้านสร้างที่ไอ้วีระดู หมิ่นว่าเป็นลูกโจรได้พ้นมลทินด้วย”
ประจวบนิ่งไป มองหน้าผาดอย่างตัดสินใจแล้วถอยไปนั่งคอตกอย่างเสียใจ

“เลือดชั่วในตัวมันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้าอีกต่อไปแล้ว ลากคอมันมาให้ได้ ข้ากับมันไม่ ได้เป็นพ่อลูกกันอีก”

เพื่อน แพง ตอนที่ 8 (ต่อ)

แพงเดินเศร้าๆ เข้ามาบริเวณคุ้งต้นไทร
 
น้ำตาไหลด้วยความเสียใจกับคำพูดของพ่อ ที่พูดเหมือนเธอไม่ใช่ลูกสาวอีกคน แพงทรุดลงคุกเข่าตรงลานใต้ต้นไทร ยกมือขึ้นพนมไหว้
“อาเทิดจ้ะ ถ้าวิญญาณของอายังอยู่แถวนี้ ฉันอีแพงลูกของแม่สายอยากจะขอวิงวอนให้อาช่วยพี่ลอให้รอดพ้นภยันตราย ให้เขาได้กลับมาสุขที่บ้านสร้าง เป็นที่รักของทุกคน คนที่เขารักก็ขอให้รักเขา ไม่ทอดทิ้งเมื่อเวลาเขาลำบาก จะให้ฉันตายทุกข์ ตายทรมาน ยังไงก็ได้ ขออย่างเดียว ขอให้พี่ลอมีความสุขกับคนที่เขารักก็พอแล้วจ้ะ”
แพงก้มลงกราบ ระหว่างนั้นเสียงแก้วดังเข้ามา
“อีแพง อีแพงโว้ย”
แพงชะงักรีบปาดน้ำตา
“มีอะไร อีแก้ว”
“ข้า ข้าเจอพี่เพื่อน”
“ว่าไงนะ เอ็งเจอพี่เพื่อนที่ไหน ข้าจะไปลากคอชี้หน้าด่ามัน อีคนเห็นแก่ตัว พี่ลอกำลังลำบาก แต่มันกลับคิดจะหนีไปสุขสบายคนเดียว บอกข้ามาเอ็งไปเจอมันที่ไหน”
“ใจเย็นๆ ก่อนอีแพง ข้าว่าเอ็งกำลังเข้าใจพี่สาวเอ็งผิด พี่เพื่อนกำลังเดือดร้อน”
“เข้าใจผิด”
แก้วเล่าให้แพงฟังถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เมื่อตัวเองกำลังช่วยแม่ขนเครือกล้วยลงเรือที่ข้างตลิ่ง
“เร็วเข้าสิวะอีแก้ว อ้อยอิ่งอยู่ได้”
“โธ่แม่ อีแพงเพื่อนฉันกำลังเดือดร้อน ที่หมู่บ้านก็วุ่นวายจะแย่ แม่ยังมีกะจิตกะใจขนกล้วยไปขายได้อีกเหรอ”
“คนอื่นเดือดร้อนแล้วมันเกี่ยวปากท้องเอ็งรึเปล่า ถ้าไม่เกี่ยวก็หยุดบ่น”
แก้วเซ็งแบกเครือกล้วยต่อ แต่ระหว่างนั้นได้ยินเสียงของแรมเถียงกับคนแจวเรือที่พายอยู่ฝั่งตรงข้าม
“แจวให้มันเร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอไง เดี๋ยวก็ไม่ทันรถไฟเข้าพระนครหรอก”
“อยากเร็วก็ช่วยกันแจวสิวะ อย่าเอาแต่ชี้นิ้วสั่ง”
แรมฟังแล้วหัวเสียยอมคว้าไม้พายขึ้นมาช่วยแจว แก้วเห็นแรมแล้วยังเห็นเพื่อนนอนหมดสติอยู่ในเรือ

แพงวิ่งนำเข้ามาที่ริมตลิ่งพยายามมองหาเพื่อนตามที่แก้วมาเล่าให้ฟัง
“พี่เพื่อน พี่เพื่อน”
แพงตะโกนลั่นคุ้งน้ำแต่ไม่เห็นเรือของแรม แก้วรีบตามเข้ามากระหืดหระหอบ
“ไหนวะอีแก้ว พี่เพื่อนอยู่ไหน ข้าไม่เห็นเรือสักลำ”
“พอข้าเห็นพวกนั้นแล้วกว่าจะไปตามเอ็งมา ป่านนี้เรือคงไปไหนต่อไหนแล้วมั้งอีแพง”
“แต่นี่เป็นทางลัด ถ้าเรือจะไปจากบ้านสร้างมันต้องผ่านทางนี้ ข้าว่ายังไงก็ต้องทันช่วยพี่เพื่อน”
ไม่ทันขาดคำแพงก็เหลือบไปเห็นเรือแจวมาตามลำคลอง แก้วร้องลั่น
“นั่นไงอีแพง”
แพงเห็นชัดถนัดตาว่าเป็นแรมอยู่บนเรือกับเพื่อนที่หมดสติไม่รู้ตัว
“พี่เพื่อน”
แรมได้ยินเสียงแพงจากบนตลิ่งก็ตกใจหน้าเสีย รีบหันไปเร่งคนแจวเรือ
“เร็วเข้า อย่าให้มันตามทัน รีบๆ แจวเร็ว”
คนแจวเรือออกแรงแจวเร่งฝีพายเต็มที่ แพงวิ่งไปตามตลิ่งร้องให้หยุด
“หยุดเดี๋ยวนี้นะพี่แรม ฉันบอกให้หยุด”
แพงร้องตะโกนและวิ่งไล่กวดไม่หยุด แต่ไม่ทันเรือที่เร่งฝีพายจนจะไปออกคุ้งน้ำข้างหน้า แพงตัดสินใจ กระโดดลงไปในคลอง แล้วว่ายจ้ำไล่ตามเรือ ปากก็ร้องตะโกน
“พี่เพื่อน อย่าเอาพี่เพื่อนไปไหนนะ พี่เพื่อน”

บริเวณป่ารก มิ่งถูกคุมตัวเอาไว้ ส่วนมาดกับพรรคพวกคนอื่นๆ กำลังขุดหาหีบสมบัติที่มิ่งเอามาฝังซ่อนไว้
“เร่งมือเข้า ยิ่งชักช้า ส่วนแบ่งสมบัติของเสือมิ่งก็จะยิ่งได้ช้าตามความขี้เกียจนะเว้ย”
มิ่งมองพวกวีระที่กำลังเร่งมือขุดด้วยความเจ็บใจ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกคุมตัวแน่นหนา
“ได้สมบัติของแกมาเมื่อไหร่ ก็ถึงเวลาสิ้นชื่อของเสือมิ่งซะที ฮ่าๆๆ”
มิ่งกัดฟันเจ็บใจด้วยความโกรธแค้น ลุกพรวดจะเอาเรื่อง แต่ถูกวีระใช้ดาบจ่อคอทำอะไรไม่ได้ ระหว่างนั้น พวกมาดขุดเจออะไรบางอย่าง
“เจอแล้วลูกพี่”
วีระหันมายิ้มร้ายกับมิ่ง มิ่งหน้าเสีย เพราะรู้ว่าชะตาตัวเองกำลังจะขาดทันทีที่วีระได้สมบัติไป ไม้กับมาดช่วยกันยกหีบสมบัติขึ้นมาจากหลุม ใช้ชะแลงงัดแม่กุญแจที่ล็อคหีบแล้วเปิดฝาหีบออก ทันทีที่ได้เห็นสมบัติของมิ่งในหีบซึ่งอัดแน่นไปด้วยของมีค่ามากมาย วีระก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น มิ่งเห็นวีระกำลังสนใจแต่สมบัติอยู่ เลยตัดสินใจฉวยโอกาสสุดท้ายเอาตัวรอดลุกพรวด ใช้สองมือที่โดนมัด ไปดึงดาบที่ปักพื้นอยู่ขึ้นมาแล้วกระซวกแทงลูกน้องเพื่อเปิดทางหนี
“มันคิดจะหนีแล้วลูกพี่”
ไม้เตรียมตามไปเล่นงานมิ่ง แต่วีระยกมือกัน
“ไม่ต้อง ข้าจัดการเอง”
วีระยิ้มร้ายใจเย็นชักปืนออกมาแล้วเล็งไปที่มิ่งซึ่งกำลังใช้ดาบไล่ฟันพวกลูกน้องเก่าตัวเอง ลอเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี
“อามิ่ง”
เสียงลอร้องดังลั่นพร้อมๆ กับเสียงปืนดัง ลอพุ่งเข้าไปผลักมิ่งให้พ้นวิถีกระสุน แต่ตัวเองกลับโดนกระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่เสียเอง
“ไอ้ลอ”

แก้ววิ่งเลียบตลิ่งมองแพงที่พยายามว่ายน้ำเข้าหาเรือด้วยความเป็นห่วง
“อีแพง”
แพงพยายามว่ายน้ำเข้าใกล้เรือจนเกือบถึง แรมเริ่มกลัวว่าแพงจะขวางทางของเธอ
“อีแพง อีตัวแสบ ขวางกูได้ทุกเรื่อง”
“พี่เพื่อน อย่าเอาพี่เพื่อนไป”
แรมคว้าไม้พายฟาดแพงไม่ยั้ง
“ตายซะเถอะอีแพง น้ำหน้าอย่างมึง อย่าคิดว่าจะขวางทางกูได้ นี่แน่ะๆ”
แรมฟาดไม้พายใส่ แพงอยู่ในน้ำหลบได้ไม่ถนัดเลยเจอไม้พายฟาดเข้าใส่ซ้ำแผลที่หัวทีเดียวทำเอาแพง แน่นิ่งหมดเรี่ยวแรงค่อยๆ จมลงไปในน้ำทันที แก้วตกใจร้องเสียงหลง
“อีแพง ไม่นะ ไม่”
แก้วรีบกระโจนลงไปในน้ำอีกคน แรมเห็นแพงจมลงไปในน้ำแล้วก็ยิ้มเยาะชอบใจ
“สมน้ำหน้าอีแพง เป็นผีเฝ้าคุ้งน้ำบ้านสร้างไม่ต้องผุดต้องเกิดไปนั่นแหละดีแล้ว รีบๆ ไปได้แล้ว”
เรือแจวออกไป ทิ้งแก้วพยายามดำผุดดำว่ายงมหาแพง แพงแน่นิ่งหมดสติกำลังจมดิ่ง เลือดที่หัวไหลออกจากแผลเก่าสีแดงฉาน ภาพความทรงจำระหว่างเธอกับลอปรากฏขึ้น
“เพราะชีวิตไม่ได้เป็นของข้ามาตั้งแต่สิ้นแม่ ข้าควรจะตายพร้อมแม่เสียตั้งแต่แรกคลอด แต่ที่ข้ายังมีชีวิตอยู่มาวันนี้ก็เพราะอยู่เพื่อพี่ลอ”
แพงลืมตาโพลง ชีวิตนี้จะตายไม่ได้จนกว่าจะได้เห็นลอมีความสุข แพงกลั้นความเจ็บทะลึ่งตัวขึ้นสู่ผิวน้ำทันที แก้วเห็นแพงก็ร้องดีใจรีบว่ายเข้าไปช่วยทันที
“อีแพง”
แก้วพยุงแพงขึ้นมาบนตลิ่งแล้วรีบช่วยเอาผ้าซับเลือดบนหัวอย่างเป็นห่วง
“พอลุกไหวมั้ยอีแพง ข้าต้องรีบพาเอ็งกลับไปทำแผล”
“อีแก้ว ข้า ข้าต้องไปช่วยพี่เพื่อน”
แพงพยายามยันตัวจะลุก แต่เรี่ยวแรงแทบจะไม่มี เซจะล้ม แก้วต้องประคองเอาไว้
“ข้าปล่อยให้เอ็งไปไม่ได้หรอกอีแพง ขืนตามไปอีก เอ็งไม่รอดแน่”
“แต่ข้าต้องช่วยพี่เพื่อน ถ้าพี่ลอกลับมาแล้วไม่เจอพี่เพื่อน พี่ลอจะเสียใจ เขารักพี่เพื่อนที่สุด ข้าต้องพาพี่เพื่อนกลับไปหาเขาให้ได้”
“พอได้แล้วอีแพง ข้าปล่อยให้เอ็งดูถูกชีวิตตัวเองไม่ได้อีกแล้ว เอ็งต้องเลิกรักพี่ลอมากกว่าชีวิตตัวเองซะที ไม่งั้นข้าจะไม่ดูดำดูดีเอ็ง จะไปตายโหงตายห่าที่ไหนก็ไปเลย ข้าทนไม่ไหวแล้วโว้ย”
“อีแก้ว”
แก้วน้ำตาคลอ ร้องไห้ เพราะรักเพื่อนมาก
“ฮือๆๆ ข้าอุตส่าห์ทนแกล้งโง่ทำไม่รู้ไม่เห็น ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าเอ็งรักพี่ลอ แต่ข้าก็ต้องโง่เอาไว้ หวังว่าที่เอ็งโกหกข้าจะช่วยทำให้เอ็งไม่โดนชาวบ้านรุมประณามว่าอยากแย่งผัวพี่”
แพงนิ่งงันพูดไม่ออกเมื่อเพื่อนรักพรั่งพรูความรู้สึกออกมา ยิ่งแก้วเข้ามาสวมกอดยิ่งทำให้น้ำตาคลอ
“พอได้แล้วนะอีแพง คิดว่าข้าขอร้องเอ็งก็ได้ พอได้แล้ว เลิกรักพี่ลอมากกว่ารักตัวเอง ชีวิตเอ็งมันไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่เอ็งคิด ข้าขอร้องนะอีแพง ฮือๆๆ”

แพงนิ่งงันอยู่ในอ้อมกอดของแก้วที่เป็นห่วงเป็นใยตัวเองเหลือเกิน

ลอกุมไหล่ที่เลือดโชกเพราะกระสุนฝังอยู่อย่างเจ็บปวด มิ่งอึ้งไปไม่คิดว่าลอจะเข้ามาช่วยเอาไว้
 
“ไอ้ลอ เอ็งมาช่วยข้าทำไม”
“ถึงฉันจะไม่พอใจที่อามิ่งพยายามทำลายชีวิตฉัน แต่อย่างน้อยที่ไอ้ลอโตมาได้ก็เพราะน้ำใจของอามิ่ง”
“เอ็งมันเหมือนพ่อเอ็งไม่มีผิด เพราะคิดโง่ๆ อย่างนี้ไง มันถึงต้องมาตายอย่างหมาตัวหนึ่งที่บ้านสร้าง”
“ไม่หรอกจ้ะอา พ่อไม่ได้ตายอย่างหมา พ่อตายพร้อมกับความภูมิใจที่สร้างขึ้นมาเพื่อสั่งสอนให้ฉันเป็นคนดี ไม่ให้เดินทางผิดอย่างพ่อ ฉันถึงสาบานด้วยชีวิตกับพระของพ่อ จะไม่ให้ความภูมิใจตายไปพร้อมกับพ่อ”
ลอพูดพร้อมกับมองไปที่พระของพ่อซึ่งห้อยอยู่ที่คอของมิ่ง รู้สึกเจ็บปวดเพราะเลือดที่ไหลออกมาไม่ หยุดจากแผลโดนยิง มิ่งรีบใช้มือช่วยอุดปากแผลไม่ให้เลือดไหลออกมามากกว่านี้
“ไอ้ลอ ข้าผิดเอง เพราะข้า เอ็งถึงต้องมาเป็นแบบนี้ เอ็งห้ามตายเด็ดขาด”
“หึๆ พอได้แล้ว ข้าไม่ได้ชอบดูลิเก ถ้าอยากจะเล่นบทโศกกันล่ะก็ อีกเดี๋ยวข้าจะส่งพวกเอ็งให้ไปเล่นให้ยมบาลดู”
วีระพูดพร้อมกับยกปืนขึ้นแล้วเล็งลอกับมิ่ง มิ่งรีบขยับมาขวาง
“ข้าขอแลกชีวิตข้ากับไอ้ลอ”
วีระยิ้มร้าย แล้วยกขายันมิ่งจนเซล้ม
“ชีวิตเอ็งมันไม่มีค่าอะไรพอจะให้ข้าแลกแล้วโว้ย”
“มีสิวะ สมบัติที่ข้าปล้นเอาไว้ยังมีซุกซ่อนอีก ข้าขอแลกทั้งหมดกับชีวิตไอ้ลอ”
วีระนิ่งไปเหมือนสนใจ
“ทั้งหมดกับชีวิตไอ้ลองั้นเหรอ หึๆๆ”
วีระยิงใส่มิ่งทันที กระสุนเจาะเข้าท้อง ลอตกใจร้องเสียงหลง
“อามิ่ง”
“รู้ไว้ด้วยไอ้เสือมิ่ง ความเกลียดขี้หน้าไอ้ลอที่ข้าอยากจะฆ่ามันนัก มีค่ามากกว่าสมบัติ ของเอ็งมากองรวมกันซะอีก น้ำหน้าไอ้ลูกโจรอย่างมัน เทียบอะไรกับข้าไม่ได้เลยสักอย่าง แต่แม่เพื่อนก็ยังไปรักมัน ถ้าไม่มีมันเป็นก้างขวางคอข้าสักคน ข้าก็คงไม่ต้องมาเป็นแบบนี้”
“สำคัญตัวผิดแล้วไอ้วี สันดานจัญไรอย่างเอ็งต่างหากที่ทำให้ทุกคนเกลียดขี้หน้าเอ็ง”
วีระเจ็บใจผลักลอลงพื้นแล้ววาดปืนไปที่มิ่ง กระหน่ำยิงติดๆ กันสองสามนัด มิ่งตายคาที่ต่อหน้าต่อตาลอ วีระวาดปืนมาที่ลออย่างเหี้ยมโหด
“ฆ่าเอ็งตายเสร็จแล้ว ข้าจะลากแม่เพื่อนมาข่มขืนข้างๆ ศพเอ็ง เสียงกรีดร้องของแม่เพื่อนจะดังไปถึงนรกให้เอ็งร้องโหยหวนทรมาน ฮ่าๆ”
วีระกำลังจะเหนี่ยวไกยิงลอ ก้อนซึ่งแอบซุ่มอยู่รีบโผเข้ามาใช้ดาบเชือดคอพรรคพวกของวีระ คนอื่นๆ เลยหันขวับไปรวมทั้งวีระด้วย ลอรีบฉวยจังหวะนั้นปัดปืนจากมือวีระแล้วเข้าไปต่อสู้ด้วยมือเปล่า

แก้วพยุงแพงกลับมาที่เรือน พิศนั่งเหม่อลอยเศร้าๆ อยู่ที่ชานเรือน เห็นก็แปลกใจ
“อีแก้ว เกิดอะไรขึ้น อีแพงไปโดนอะไรมาอีก”
“อีแพงพยายามตามไปช่วยพี่เพื่อน แต่โดนพี่แรมเล่นงานเกือบเอาชีวิตไม่รอดน่ะสิจ๊ะอา”
“ช่วยนังเพื่อน นังแรมมันทำอะไรนังเพื่อน”
“อย่าเพิ่งถามตอนนี้เลยได้มั้ยจ๊ะอา ช่วยกันดูอีแพงก่อนเถอะ”
“ข้าถามว่านังแรมทำอะไรนังเพื่อน”
“พี่แรมจับตัวพี่เพื่อนไป ฉันขอโทษจ้ะพ่อ อีกนิดเดียวฉันก็จะช่วยพี่เพื่อนได้แล้ว”
“ถ้าช่วยพี่สาวเอ็งไม่ได้ แล้วจะมาพูดทำไม”
พิศไม่สนใจความรู้สึกของแพง รีบวิ่งออกไปทันที
“พ่อ”
“ช่างเถอะอีแพง ปล่อยเขาไป ให้พ่อเอ็งตามคนไปช่วย บางทีอาจจะตามไปทันก็ได้ มา ให้ข้าทำแผลให้เอ็งก่อนเถอะ”
แก้วพยุงแพงเข้าไปบนเรือน แต่แพงยังเหลียวมามองพ่ออย่างเป็นห่วง

ก้อนปะทะฝีมือกับไม้และมาด ส่วนลอพยายามฝืนความเจ็บเล่นงานวีระแต่ไม่ถึงตัว เพราะวีระใช้ให้ ลูกน้องเข้ามารับมือกับลอ
“โชคไม่ได้เข้าข้างมึงบ่อยๆ หรอกไอ้ลอ อย่าปล่อยให้พวกมันรอดไปได้ ใครลากไอ้ลอมาให้ข้าบั่นคอมันได้ ข้าจะยกสมบัตินี่ให้ครึ่งหหนึ่ง”
ลูกน้องวีระและลูกน้องมิ่งต่างหันมาสนใจที่ลอ ก้อนพยายามจะเข้าไปช่วยแต่เจอไม้ปัดดาบก้อนกระเด็นไป
“ถึงมึงจะไม่มีค่าหัวเท่าไอ้ลอ แต่ได้บั่นหัวมึงด้วยอีกคน ก็ถือว่าคุ้มกูแล้ว”
ก้อนชะงักเจ็บใจโดนไม้ใช้ดาบชี้หน้าไล่ จนถอยไปชนกับลอที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมของพวกลูกน้องวีระ
“ไอ้ลอ เอาไงดีวะ”
ลอไม่ได้พูดอะไรเพราะสภาพของเขาตอนนี้ปากเริ่มซีด ผลจากเลือดที่ออกจากแผลถูกยิงไหลโชก
“ไอ้ลอ เลือดเอ็งไหลไม่หยุด”
ลอเริ่มโงนเงนใกล้จะประคองตัวเองไม่อยู่ ก้อนเลยตัดสินใจยืนขวางลอไว้จากพวกมันที่รุกเข้าใกล้
“ฝืนไว้นะไอ้ลอ อย่าเพิ่งล้ม ข้าจะถ่วงเวลารับมือพวกมันให้ แล้วเอ็งรีบหนีไป”
“ไม่ ข้า ข้าจะไม่ ไม่ทิ้งเอ็งไปไหน เด็ด เด็ดขาด”
ลอกัดฟันแล้วก้าวออกมายืนเคียงข้างก้อนอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
“ข้าจะสู้ สู้จนกว่าจะได้กลับไปหาแม่เพื่อน”
“ไอ้ลอ งั้นข้าจะสู้กับเอ็ง จะพาเอ็งกลับไปหานังเพื่อนให้ได้”
ลอกับก้อนตั้งมั่นพร้อมรับมือแม้รู้ว่าจะสู้ไม่ได้ วีระยิ้มร้าย
“ฆ่ามัน”
ลูกน้องวีระทุกคนเงื้อดาบแล้วร้องเสียงดังลั่นเตรียมจะบุกเข้าไปรุมฟัน แต่เสียงปืนดังมาจากทั่วทุกทิศ
เสียงปืนหลายนัดที่ดังขึ้นมาจากปากกระบอกปืนของพวกตำรวจที่บุกมาจับพวกวีระ กระสุนหลายนัดโดนลูกน้องอย่างจัง ล้มตายเป็นใบไม้ร่วง ไม้กับมาดวงแตกกระเจิง วีระพยายามจะวิ่งหนีไปเอาสมบัติในหีบแต่ผาดก็ยิงปืนใส่ดักไม่ให้เข้าไป วีระถอย แต่ก็โดนลูกปืนยิงเฉี่ยวหน้า เจ็บปวดร้องลั่น
วีระเลือดโชกเต็มหน้าเจ็บปวดทรมาน ไม้กับมาดรีบวิ่งเข้ามาช่วยกันประคองแล้วลากตัวพาออกไปพร้อมกับลูกน้องอีก 2-3 คน ตำรวจรีบไล่ล่าตามหลัง ส่วนผู้ใหญ่ผาดกับลูกศิษย์เข้ามาช่วยประคองลอซึ่งกำลังหมดสติ
“ไอ้ลอ ไอ้ลอ”
ลอตาปรือๆ
“ช่วย ช่วยพา พาฉัน กลับ กลับไปหา หาแม่เพื่อนด้วยจ้ะอา”
ลอแน่นิ่งร่วงหมดสติไปทันที

เรือแจวจอดเทียบท่าน้ำอำเภอ แรมขึ้นไปบนท่าน้ำยืนมองเพื่อนที่หมดสติถูกคนแจวเรืออุ้มขึ้นมา แล้วจับนั่งบนรถสามล้อลาก แรมจ่ายเงินปิดปากให้คนแจวเรือ
แก้วช่วยทำแผลบนหน้าผากให้แพงจนเสร็จแล้วเก็บของเดินออกไป ทิ้งแพงให้นั่งกอดเข่าวร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียใจที่ช่วยเพื่อนไม่ได้
“พี่เพื่อน พี่เพื่อนจ๋า ฮือๆๆ”
ในขณะที่ลอหมดสติเลือดเต็มตัวอยู่ในเปลที่ก้อนกับพรรคพวกช่วยกันหามออกมาจากป่าอย่างเร่งรีบ อาการของลอน่าเป็นห่วงจนก้อนต้องหันไปพูดกับเพื่อนรัก
“ห้ามตายนะไอ้ลอ ข้ากำลังจะพาเอ็งไปหาแม่เพื่อนแล้ว ห้ามตายเด็ดขาดนะโว้ย”

ลอถูกหามพาออกจากป่าอย่างเร่งรีบ

ด้วงถือคบไฟรีบเร่งจนแทบจะฉุดกระชากลากถูสมภารบุญให้ไปที่โบสถ์ เพื่อแข่งกับเวลาสำหรับการช่วยเหลือชีวิตลอ
 
“เร็วเข้าสิครับหลวงพ่อ ชักช้าอยู่ได้เดี๋ยวไอ้ลอก็ตายพอดีหรอกครับ”
“ข้าก็เร่งจนตีนจะไม่ติดพื้นอยู่แล้ว เดี๋ยว”
“อะไรอีกครับหลวงพ่อ”
“กระเป๋ายาข้าล่ะ”
“แล้วหลวงพ่อไม่เอามาด้วยล่ะครับ”
“วะ ไอ้ด้วง เอ็งตาลีตาเหลือกมาบอกข้าว่าไอ้ลอกำลังเจียนตาย ข้าก็ตกใจตาลีตา เหลือกเหมือนเอ็งจนลืมน่ะสิวะ”
“โธ่เอ๊ย งั้นเดี๋ยวผมกลับไปเอามาให้ หลวงพ่อรีบไปดูมันก่อนเถอะครับ”
ด้วงวิ่งย้อนกลับไป สมภารบุญเข้ามาในโบสถ์ ทันทีที่เห็นสภาพของลอซึ่งนอนนิ่งอยู่หน้าพระประธานก็ตกใจ เพราะสภาพลอดูน่าเป็นห่วงเจียนตายจริงๆ อย่างที่ด้วงบอก
“ไอ้ลอ”
“ช่วยมันด้วยเถอะครับหลวงพ่อ อย่าให้มันตายนะครับ” ก้อนวิงวอน
“มันโดนไอ้วีระยิงมาครับ พวกผมจะพามันไปหาหมอที่อำเภอ แต่สภาพมันร่อแร่เหลือเกิน กลัวจะไปไม่ถึงมือหมอซะก่อน”
“มันโดนยิงมาเจียนตายซะขนาดนี้ แล้วถึงมือข้าจะรอดเหรอวะ”
“ต้องรอดสิครับ ในหมู่บ้านใครเป็นอะไรมาหาหลวงพ่อก็หายหมด หลวงพ่อมียาอะไรดีก็ ประโคมยัดให้มันเลย”
“เฮ้ย ข้าเป็นพระ ไม่ใช่หมอเทวดา ไอ้ลอมันถูกยิง เสียเลือดไปตั้งมาก มันจะพาลมาตายคามือน่ะสิวะ”
ก้อนน้ำตารื้นรีบพนมมือคุกเข่ากราบเท้าสมภารบุญทันที
“ไม่ครับ หลวงพ่ออย่าปล่อยให้ไอ้ลอตายเด็ดขาด ผมขอร้อง อย่าปล่อยให้คนดีๆ อย่างไอ้ลอต้องตายเลยนะครับ ฮือๆๆ”
ก้อนปล่อยโฮร้องไห้ก้มกราบแทบเท้าสมภารบุญที่มีสีหน้ากังวล ไม่ใช่เพราะไม่อยากช่วย แต่กลัวจนปัญญา
“ผมก็ขอด้วยครับหลวงพ่อ จะให้ช่วยอะไรก็บอก เราต้องยื้อชีวิตไอ้ลอเอาไว้ให้ได้ครับ”
ผาดขอร้อง สมภารบุญยังไม่ทันจะตอบ ด้วงก็วิ่งเข้ามาพร้อมกระเป๋ายาของหลวงพ่อ
“มาแล้วครับหลวงพ่อ”
“ถ้าข้าปล่อยให้คนดีอย่างไอ้ลอต้องมาตายเพราะน้ำมือคนเลว ข้าก็ไม่สมควรเป็นพระอีกต่อไปให้น้อยหน้าคำสาบานของไอ้ลอ”

เสียงร้องโอดครวญอย่างเจ็บปวดทรมานของวีระดังก้องไปทั่ว วีระดิ้นทุรนทุรายอยู่ใกล้ๆ กับน้ำตกเพราะความเจ็บปวดจากบาดแผลบนใบหน้าที่ต้องให้ไม้กับมาดช่วยรักษาอย่างตามมีตามเกิด
“ไอ้ไม้ เอ็งทำให้ลูกพี่เงียบๆ เสียงไม่ได้เหรอวะ เดี๋ยวตำรวจก็แห่ตามมาเจอหรอก”
“ถ้าข้าทำได้ ข้าทำไปแล้วโว้ย”
“หมอ พวก พวกเอ็งต้องพา พาข้าไป ไปหาหมอ เดี๋ยว เดี๋ยวนี้”
“ไม่ได้หรอกพี่วี ตอนนี้ตำรวจกำลังตามล่าพี่ ขืนโผล่ไปพี่เสร็จแน่”
“แต่ แต่ข้า ข้าไม่อยากตายอยู่ อยู่ที่นี่”
วีระมือกุมหน้าทุรนทุราย มาดยิ่งหน้าเสีย
“ลูกพี่ ขอล่ะอย่าส่งเสียงเลย ตำรวจมันแทบจะปิดทุกทางไม่ให้เราหนีอยู่แล้วนะ”
วีระกระชากคอมาด
“งั้นเอ็งก็ไปตามพ่อข้ามา ให้เขาเอาหมอมาช่วยข้า”
“พ่อลูกพี่เขาไม่มาช่วยหรอก”
“ทำไมวะ”
“ก็ ก็ฉันได้ยินพวกตำรวจมันคุยกัน พ่อลูกพี่นั่นแหละที่ที่สั่งให้ตำรวจตามล่าลูกพี่”
“พ่อ”
วีระแค้น เจ็บใจแล้วดิ้นรนเจ็บปวด ไม้มองลูกพี่แล้วมองกองไฟ ตัดสินใจเอามีดพกเข้าไปจ่อไฟเผา มีดด้วยความร้อนจนมีดแดงฉาน
“นี่ทางเดียวที่จะช่วยลูกพี่ให้ไม่ต้องเจ็บปวดมากกว่านี้”
“ไอ้ไม้”
“ไอ้มาด อุดปากลูกพี่แล้วจับตัวเอาไว้ให้แน่น”
มาดรีบทำตาม วีระพยายามดิ้นตกใจกลัวมีดแดงฉานในมือมาดที่จ่อเข้ามาใกล้หน้า

ลอดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวดทรมานและยังไม่รู้สึกตัวหลังจากสมภารบุญช่วยเอากระสุนออก และทำแผลให้ลอแล้ว ทุกคนตกใจหน้าเสีย
“หลวงพ่อ ไอ้ลอมันเป็นอะไร ดิ้นเป็นเจ้าเข้าเลย”
“ข้า ข้าไม่รู้ ข้าช่วยเอากระสุนออก ห้ามเลือดให้มันแล้ว แค่นี้ข้าก็จนปัญญาแล้วโว้ย”
“หรือว่า ไอ้ลอตายไปแล้ว แล้วผีกำลังเข้ามัน”
“นั่นปากเหรอวะไอ้ด้วง ถ้าไม่ช่วยพูดให้กำลังใจ ก็ไสหัวออกไป”
“ฉันขอโทษจ้ะอาผู้ใหญ่ ฉันก็คนหนึ่งนะที่ไม่อยากให้คนดีๆ อย่างไอ้ลอต้องตาย ถ้าช่วยอะไรไอ้ลอได้ ฉันก็พร้อมทำทุกอย่าง”
ลอยังดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมานจนน่าเวทนา
“เอาไงดีล่ะหลวงพ่อ ปล่อยเอาไว้แบบนี้มันคงไม่รอดแน่” ผาดร้อนใจ
“สุดความสามารถของข้าแล้ว ที่เหลือก็คงแล้วแต่บุญแต่กรรมของมัน”
สมภารบุญเองก็จนใจ ระหว่างนั้นก้อนนึกขึ้นได้รีบหยิบบางอย่างออกมาจากย่ามซึ่งก็คือพระที่เคย ห้อยคอลอ แต่ถูกมิ่งเอาไปนั่นเอง
“พระของพ่อเอ็งไงไอ้ลอ ข้าถอดเอามาจากคอเสือมิ่ง เอ็งสาบานกับพ่อเอ็งไว้ไม่ใช่เหรอว่าจะเป็นคนดี ในเมื่อเอ็งทำดีแล้ว เอ็งก็จะมาตายแบบนี้ไม่ได้”
ผาดเข้าใจสิ่งที่ก้อนพูดเลยเข้ามาช่วยประคองลอให้ขยับลุกขึ้นเพื่อให้ก้อนเอาพระคล้องคอลอเอาไว้
หลังคล้องพระเสร็จ ผาดปล่อยลอนอนเหมือนเดิม น่าแปลกที่อาการดิ้นทุรนทุรายของลอลดน้อยลง แต่ยังมี อาการกระสับกระส่ายทรมานอยู่บ้าง ก้อน ผาด สมภารบุญและด้วง ต่างลุ้นอาการของลอ

เช้าวันใหม่ แพงนั่งเศร้าอยู่ที่ชานเรือน เห็นพ่อเดินกลับมาในสภาพอ่อนแรงจนกลัวว่าจะหมดแรงตรงหน้าบ้าน
“พ่อจ๋า”
แพงรีบวิ่งลงจากเรือนตรงไปหาพ่อซึ่งเริ่มจะเซ
“พ่อ พ่อหายไปไหนมาทั้งคืน”
“ข้า ข้าไปตามหานังเพื่อน”
“ไปหาถึงไหนเหรอพ่อ”
“ไปมันทุกที่ อำเภอข้าไป สถานีรถไฟข้าก็เดินจนทั่วทั้งคืน แต่ข้าก็ไม่เจอลูกสาวข้าเลย”
พิศพูดพร้อมกับร้องไห้อย่างเสียใจ และทรุดจนแทบหมดแรง แพงต้องประคองพ่อเอาไว้
“พ่อไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน แรงจะไม่มีเดินอยู่แล้ว ขึ้นบ้านกันเถอะจ้ะ ฉันช่วย”
“เอ็งไม่ต้องช่วยข้า ข้าต้องหานังเพื่อนให้เจอ ข้าจะตามไปพระนคร ไปช่วยลูกสาวข้าให้ได้”
พิศปัดแพงแล้วจะเดิน แต่ทรงตัวไม่อยู่ล้มทั้งยืน แพงรีบโผไปคว้าร่างเอาไว้

“พ่อ”

พิศนอนพักอยู่ภายในเรือน แพงคอยเอาผ้ามาชุบน้ำเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อย่างเป็นห่วง สักพัก แก้วเอายาเขียวเข้ามาให้
 
“เอ้าอีแพง เดี๋ยวถ้าพ่อเอ็งรู้สึกตัว เอ็งก็เอายาเขียวที่ข้าละลายน้ำมนต์หลวงพ่อไว้แล้ว ให้เขากินซะ จะได้ดีขึ้นมาบ้าง”
“ขอบใจนะนังแก้ว”
“เฮ้อ ถึงข้าจะเคยไม่พอใจโมโหอาเขาบ่อยๆ ที่รักพี่เพื่อนมากกว่ารักเอ็ง แต่ตอนนี้ข้าก็อดเห็นใจเขาไม่ได้ ป่านนี้ไม่รู้พี่เพื่อนจะเป็นตายร้ายดียังไง”
“ถ้าพี่แรมทำอะไรพี่เพื่อนล่ะก็ ข้าจะไม่ไว้หน้ามัน จะลากมันมากระทืบให้ตายคาตีน”
“ไม่ต้องถึงตีนเอ็งหรอก ถ้าพี่ลอรู้เรื่องเข้าล่ะก็ ได้ตายคาตีนพี่ลอก่อนเอ็งแน่”
แพงฟังแก้วแล้วหันมามองพ่อด้วยความเป็นห่วง ระหว่างนั้นเสียงด้วงดังมาจากหน้าเรือน
“อีแพง อีแพงโว้ย อยู่รึเปล่าวะ”
“เอ็งมีอะไรวะไอ้ด้วง”
“ข้ามีข่าวไอ้ลอจะมาบอก”
“ข่าวพี่ลอ พี่ลอจัดการไอ้วีระกับเสือมิ่งได้แล้วเหรอ”
“เออ เสือมิ่งโดนฆ่าตายแล้ว ส่วนไอ้วีระถูกจับได้ว่าร่วมมือกับไอ้เสือมิ่ง ตอนนี้มันกลาย เป็นผู้ต้องหาหลบหนีอยู่”
“งั้นพี่ลอก็พ้นมลทินแล้วน่ะสิ”
“เออ ไอ้ลอมันไม่โดนใครหมิ่นเอาได้แล้ว มีแต่จะสรรเสริญที่มันช่วยจัดการกับพวกโจร แต่ว่า”
“อะไรของเอ็ง หะ ไอ้ด้วง มีอะไรก็พูดมาให้หมด อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ได้” แก้วดุ
“ไอ้ลอมันกำลังเจ็บหนัก ไม่รู้สึกตัวตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว อาการมันลูกผีลูกคน เจียนตายเข้าไปทุกทีแล้ว”
“ไม่จริง เอ็งโกหก อีแก้วฝากพ่อข้าด้วย”
แพงสั่งแล้วรีบวิ่งออกไป แก้วมองอย่างเป็นห่วง

แพงรีบเข้ามาที่โบสถ์เห็นสภาพของลอนอนนิ่งไม่ขยับอยู่หน้าพระประธาน
“พี่ลอ”
แพงเข้าถึงตัวบีบแขนลูบหน้าอย่างเป็นห่วงและพยายามเรียกสติ
“พี่ลอจ๋า พี่ลอ ลุกขึ้นมาสิจ๊ะ อีแพงอยู่นี่แล้ว พี่ลอจ๋า พี่ลอ”
ก้อนกับผาดและสมภารบุญที่เฝ้าอยู่ เห็นแพงแล้วก็เวทนาสงสาร ก้อนเข้าไปช่วยดึงแพงออกมา
“เรียกยังไงไอ้ลอมันก็ไม่รู้สึกตัวหรอกอีแพง พวกข้าลองหมดทุกอย่างแล้ว แต่ก็จนปัญญาจะปลุกมันขึ้นมา”
“หลวงพ่อช่วยพี่ลอไม่ได้เลยเหรอ”
สมภารบุญส่ายหน้าอย่างปลงๆ ไม่ตอบแพง แล้วเดินออกไปอย่างสงบ แพงร้องตาม
“เดี๋ยวสิคะหลวงพ่อ ช่วยพี่ลอด้วย จะให้อีแพงทำอะไรอีแพงยอมทุกอย่าง หลวงพ่อ”
ผาดเข้ามาห้าม
“อีแพง หลวงพ่อช่วยไอ้ลอสุดความสามารถแล้ว ท่านเองก็ยังไม่ได้พักเลย”
“แล้ว แล้วเราจะปล่อยให้พี่ลอนอนรอความตายอยู่แบบนี้เหรออาผู้ใหญ่”
“ไอ้ลอมันอยากจะกลับมาหานังเพื่อน ก่อนมันจะหมดสติไปมันก็เรียกหาแต่นังเพื่อนตลอด ถ้าเอ็งพานังเพื่อนมาอยู่กับมัน บางทีมันอาจจะรู้สึกตัวก็ได้”
“ฉันจะไปพาพี่เพื่อนมาได้ยังไงจ๊ะอาผู้ใหญ่ พี่เพื่อนเขาไม่อยู่แล้ว”
“หมายความว่ายังไงวะอีแพง นังเพื่อนมันไปไหน”
แพงน้ำตาคลอ ร้องไห้แทนคำตอบ สงสารทั้งลอและพี่สาวตัวเอง

ที่พระนคร ผู้คนเดินขวักไขว่ตามถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนแต่งตัวตามยุคสมัย แต่ข้างถนนก็ยังมีคนจนๆ ที่โดนผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำในเวลานั้น นั่งๆ นอนๆ ถือขันขอทาน สามล้อลากคันหนึ่งวิ่งมาตามทาง สวนกับผู้คนที่เดินไปมา ผู้โดยสารที่นั่งอยู่บนสามล้อลากก็คือแรมกับเพื่อนที่นอนหมดสติอยู่ข้างๆ
“นี่ ฉันว่าแกลากสามล้อพาฉันวนไปวนมาหลายรอบแล้วนะ ตกลงรู้จักบ้านคุณลั่นทมรึเปล่า ถ้าไปไม่ถูกจะได้เรียกสามล้อคันอื่น”
คนลากสามล้อหยุดกับที่แล้วหันมาอย่างหัวเสีย
“ทำไมจะไม่รู้จัก ผู้ชายแถวนี้เขารู้จักซ่องบ้านคุณลั่นทมทั้งนั้นแหละ”
“ถ้ารู้จักก็รีบๆ ไปสิ”

เพื่อนหมดสติไม่รู้สึกตัวอยู่ข้างๆ แรม ไม่รู้เลยว่าชะตากรรมของตัวเองจะเป็นอย่างไรต่อไป

เพื่อน แพง ตอนที่ 8 (ต่อ)

ลอยังนอนนิ่งอยู่ในโบสถ์ สภาพน่าเป็นห่วง แพงนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ไม่ยอมไปไหน คอยเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตัวให้
 
“พี่ลอจ๋า อย่าเป็นอะไรนะ พี่ลอต้องอยู่กับฉันนะ ห้ามทิ้งฉันไปเด็ดขาด”
แพงน้ำตาคลอสงสารลอ ระหว่างนั้นด้วงกับก้อนเดินเข้ามา
“อีแพง หลวงพ่อให้ข้ามาเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ ไอ้ลอพอจะรู้สึกตัวขึ้นมาบ้างรึยัง”
แพงส่ายหน้าให้ก้อน
“พยายามเรียกแล้ว แต่พี่ลอก็ไม่ขยับเลย”
“กำลังจะดีๆ อยู่แท้ๆ แม่เพื่อนก็ดันมาโดนลักพาตัวไปอีก เวรกรรมอะไรของไอ้ลอวะเนี่ย” ด้วงบ่น
“พี่ลอเป็นคนดี ไม่เคยทำร้ายใคร ต่อให้ต้องเจอเคราะห์หามยามโศกหนักหนาแค่ไหน มันก็จะอยู่กับพี่ลอแค่ประเดี๋ยวเท่านั้นแหละ”
แพงพูดไม่ทันขาดคำ เสียงลอครางเบาๆ
“แม่ แม่เพื่อน แม่เพื่อนจ๋า”
แพงดีใจที่ลอเริ่มส่งเสียงออกมาบ้าง
“พี่ลอรู้สึกตัวแล้วเหรอ พี่ลอ”
“ข้าว่ามันไม่ได้รู้สึกตัวหรอกอีแพง ท่าทางมันกำลังเพ้อมากกว่า” ก้อนท้วง
“เพ้อ”
แพงสงสัยรีบเอามือแตะหน้าผาก
“ตัวร้อนอย่างกับไฟเลย”
“ไม่ได้แล้ว ไอ้ด้วง เอ็งรีบไปเร่งพ่อข้าให้พาหมอจากอำเภอมาดูมันเร็ว”
ด้วงรีบออกไป ลอยังคงเพ้อครางเรียกหาเพื่อนไม่หยุด
“แม่เพื่อน แม่เพื่อนจ๋า แม่เพื่อน”
แพงกุมมือลอด้วยความเป็นห่วง

ภายในห้องพักของซ่องลั่นทม เป็นบ้านค่อนข้างมีฐานะ ไม่เหมือนซ่องธรรมดาทั่วไป เพราะลูกค้าที่นี่มีแต่เจ้าขุนมูลนายและเศรษฐีมีฐานะ สภาพห้องจึงตกแต่งสวยงาม เพื่อนนอนอยู่บนเตียง แผลที่หัวได้รับการดูแลรักษาให้อย่างดีพอๆ กับเสื้อผ้าใหม่ๆ ที่เปลี่ยนให้ เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมา แว่บแรกมีอาการมึนๆ พอตั้งสติได้ก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในสถานที่แปลกตา แรมเดินเข้ามา
“ไง ครั้งแรกที่ได้นอนเตียงนุ่มๆ แบบนี้ สบายกว่านอนแผ่นกระดานมั้ยนังเพื่อน”
“แก อีแรม”
เพื่อนลุกพรวดขึ้นจากเตียงแต่ต้องชะงักกึกเมื่อพบว่าที่ข้อมือข้างหนึ่งถูกล่ามโซ่เอาไว้กับหัวเตียง
“แกทำอะไรฉัน พาฉันมาที่ไหน ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
“ร้องไปก็เปล่าประโยชน์น่านังเพื่อน ที่นี่ไม่มีใครช่วยเอ็งได้หรอก เอ็งควรทำตัวให้น่ารักเข้าไว้ เพราะถ้าคุณลั่นทมเขาเอ็นดูขึ้นมา รับรองชีวิตที่บ้านใหม่เอ็งจะสุขสบายแน่”
“บ้านใหม่ ไม่ ฉันจะกลับบ้านสร้าง ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
เพื่อนยิ่งร้องขอความช่วยเหลือเสียงดัง แรมส่ายหน้า
“ข้าเตือนแล้วนะนังเพื่อน เอ็งมันรนหาเรื่องใส่ตัวเอง”
แรมเดินไปเปิดประตูให้เมี่ยง ชายฉกรรจ์หน้าตาโหดซึ่งเป็นแมงดาคุมซ่องเข้ามา เพื่อนชะงัก
“แกเป็นใคร อย่านะ อย่าเข้ามา”
“ไอ้เมี่ยงเป็นแมงดาคุมที่นี่ มันหูหนวกเป็นใบ้ เพราะฉะนั้นหน้าที่มันไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่นเลย นอกจากคอยตบสั่งสอนเด็กใหม่ให้อยู่ในโอวาท”
เมี่ยงตรงไปชกท้องเพื่อนทันที เพื่อนจุกตัวงอแต่ก็ยังพยายามร้องขอความช่วยเหลือ เมี่ยงจ้องเขม็ง แรมยิ้มร้ายเตือนอีกครั้ง
“อยากเจ็บตัวก็เชิญ ไว้หมดแรงพยศเมื่อไหร่ ข้าจะกลับมาคุยกันดีๆ อย่างที่ผู้ดีเขาทำกัน”
แรมเดินออกไป ทิ้งให้เพื่อนอยู่กับเมี่ยงที่จ้องหน้าพร้อมลงมือสั่งสอน เพื่อนหน้าเสียตกใจกลัว

แพงยังคอยเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวลดความร้อนจากตัวลออย่างต่อเนื่อง แต่ลอก็ยังเหงื่อผุดเต็มหน้าเพราะไข้ไม่ลดลง
“พี่ลอจ๋า ฮือๆๆ”
แพงน้ำตาคลอ อดสงสารลอไม่ได้ ระหว่างนั้นลอเริ่มขยับตัวพร้อมเสียงคราง
“แม่ แม่เพื่อน แม่เพื่อนอยู่ อยู่ไหน”
ลอเพ้อเรียกหาและขยับเปลือกตาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ภาพรอบๆ ตัวพร่ามัว แพงดีใจรีบขยับกุมมือลอ
“พี่ลอจ๊ะ พี่ลอรู้สึกตัวแล้วเหรอ”
“อี อีแพง”
“พี่ลออย่าเพิ่งลุกนะ แผลพี่ยังไม่หายดี อาผู้ใหญ่กำลังไปตามหมอมาจากอำเภอ”
“แม่เพื่อน แม่เพื่อนล่ะ แม่เพื่อนอยู่ไหน”
“เอ่อ คือ พี่เพื่อน พี่เพื่อนอยู่บ้านจ้ะ เขามาเฝ้าพี่ลออยู่ทั้งวัน ฉันเพิ่งให้เขากลับ ไปพักเมื่อตะกี้เอง”
“ข้า ข้าอยากเจอแม่ แม่เพื่อน ข้าจะไปหาแม่เพื่อน”
ลอพยายามยันตัวลุกขึ้นทั้งที่เรี่ยวแรงแทบจะไม่เหลือ
“ไม่ได้นะ ตอนนี้พี่ตัวร้อนมาก ต้องพักให้ดีขึ้นกว่านี้ก่อน ฉันขอร้องล่ะ นอนพักต่อเถอะ นะจ๊ะพี่ลอ”
“ไม่ ข้า ข้าต้องเจอหน้าแม่เพื่อน”
ลอปัดมือแพงแล้วเดินโซซัดโซเซออกไปจากโบสถ์ แพงรีบตามออกไปห้าม
“ฉันให้พี่ไปไม่ได้ กลับเข้าไปพักเถอะจ้ะพี่ลอ ฉันขอร้อง นะจ๊ะพี่”
“ทำ ทำไม ทำไมเอ็ง เอ็งต้องห้ามไม่ให้ข้า ข้าไปหาแม่ แม่เพื่อนด้วย”
“ฉันไม่ได้ห้ามพี่ไปหาพี่เพื่อน แค่อยากให้หายดีก่อน นะจ๊ะพี่ลอ อีแพงขอร้อง ตัวพี่ร้อนอย่างกับไฟ ถ้าฝืนสังขารไปตอนนี้ พี่จะไม่ได้เจอหน้าพี่เพื่อนอีกเลย”
ลอนิ่งไปเหมือนจะยอมให้แพงพากลับเข้าไปในโบสถ์ แต่กลับสะบัดและดันแพงออกจากตัว
“เอ็งห้ามความคิดถึงข้าไม่ได้หรอกอีแพง ถ้าจะตาย ข้าก็ขอตายบนตักแม่เพื่อน”
ลอโซซัดโซเซเดินออกไป แพงไม่ยอมแพ้รีบเข้าไปรั้งไว้อีก
“ถ้าพี่เลือกทางตาย อีแพงก็ขอตายตามพี่”
“อีแพง ทำ ทำไม เกิดอะไรขึ้นกับแม่เพื่อน”
“ไม่ ไม่มีอะไรอะไรหรอกพี่ลอ”
“บอกข้ามา เดี๋ยวนี้”
“พี่ลอ ฉัน ฉันขอโทษ ฉันช่วยพี่เพื่อนไม่ได้ ฉันขอโทษ”
“แม่เพื่อนเป็นอะไร ใครทำอะไรแม่เพื่อน บอกข้ามาสิวะอีแพง”
“พี่เพื่อนถูกพี่แรมลักพาตัวไปจ้ะ”
“แม่เพื่อน”
ลอไปได้ไม่กี่ก้าว สองขาไร้เรี่ยวแรงทรุดฮวบลงกับพื้น แพงร้องลั่น เข้าไปประคอง
“พี่ลอ พี่ลออย่าเป็นอะไรพี่ลอ”
“แม่ แม่เพื่อน ข้า ข้าต้องไปช่วย ช่วยแม่เพื่อน”
ลอสติขาดวูบแน่นิ่งไปในอ้อมกอดแพงอย่างน่าเวทนา แพงร้องไห้ลั่น
“พี่ลอ ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยพี่ลอด้วย”
ระหว่างนั้นผาดพาหมอมาจากอำเภอ มาพร้อมกับสมภารบุญและก้อน
“ไอ้ลอ อีแพง ไอ้ลอออกมาได้ยังไง”
“พี่ลอจะไปหาพี่เพื่อน ฉันห้ามยังไงก็ไม่ฟัง ช่วยพี่ลอด้วย ฮือๆ”
“พ่อข้าพาหมอมาจากอำเภอแล้ว เอ็งหลบไปก่อน”

แพงรีบถอย ปล่อยให้ก้อนกับผาดช่วยกันพยุงลอขึ้น แล้วพาตัวเข้าไปในโบสถ์

เพื่อนนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง ใบหน้ามีรอยฟกช้ำที่มุมปากผลจากการถูกเมี่ยงตบหน้า แรมเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเมี่ยง
 
“ไอ้เมี่ยงมันไปบอกข้าว่าเอ็งเลิกพยศแล้ว”
เพื่อนไม่ตอบ เอาแต่นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงมองเมี่ยงด้วยอาการกลัวจนตัวสั่น แรมยิ้มชอบใจ
“ท่าทางจะจริง หึ ข้าเตือนเอ็งแล้ว แต่ดันไม่ฟัง ไปท้าทายไอ้เมี่ยงมันเอง นี่ยังเบานะ ปกติแล้วเวลามันซ้อมใครล่ะก็ ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปหลายวัน”
“พี่แรม ฉันไหว้ล่ะ ปล่อยฉันกลับบ้านสร้างเถอะ อย่าทำกับฉันแบบนี้เลย ฉันเองก็เคยช่วยพี่มาหลายครั้ง ถือว่าหนี้บุญคุณเราหมดกันซะตอนนี้เลย”
“ว่าไงนะนังเพื่อน เอ็งทวงหนี้บุญคุณกับข้างั้นเหรอ โธ่ๆๆ ข้าจะสอนเอ็งให้จำใส่กบาลเอาไว้นะ ที่พระนคร อะไรที่มันตีค่าเป็นเงินไม่ได้ ไม่มีใครเขาสนใจหรอก”
“งั้นพี่อยากได้เงินเท่าไหร่ ฉันจะให้พ่อขายที่นาเอามาให้พี่ นะจ๊ะพี่แรม ปล่อยฉันกลับเถอะนะ ฉันขอร้องล่ะ”
เพื่อนร้องไห้ พนมมือไหว้อ้อนวอนและกราบแรมแทบตักอย่างน่าเวทนา
“เฮ้อ เอ็งทำอย่างนี้ข้าก็ลำบากใจน่ะสิวะ”
“ที่นาของพ่อฉันมีไม่ใช่น้อยๆ พี่ก็รู้ จะให้ขายหมดเลยก็ได้ นะจ๊ะพี่แรม ปล่อยฉันเถอะ”
“ก็ได้ เอ็งยอมก้มกราบข้าซะขนาดนี้ ข้าจะใจไม้ไส้ระกำไปได้ยังไง”
แรมพูดพร้อมกับเอากุญแจมาไขโซ่ที่ล็อคข้อมือเพื่อนเอาไว้ เพื่อนดีใจ

ภายในบริเวณบ้าน ตามทางเดินมุมต่างๆ ของบ้านลั่นทม เป็นบ้านตึกสวยงามตกแต่งประดับประดาด้วย ดอกไม้สวยๆ โคมไฟและแจกันราคาแพง แรมพาเพื่อนเดินผ่านหญิงขายบริการแต่งตัวสวย ยืนคุยก้อร้อก้อติกกับลูกค้าชายหนุ่มแต่งตัวดี มีฐานะ แต่ละคนดูมีชาติสกุลแตกต่างจากซ่องธรรมดาทั่วไป สายตาทุกคู่ของหญิงบริการและชายหนุ่มพากันมองเพื่อน แม้ใบหน้าจะมีริ้วรอยฟกช้ำ แต่ความสวยของเพื่อนก็โดดเด่นจนบรรดาสาวๆ ขายบริการอดจะหมั่นไส้ไม่ได้
“ฉันไม่ชอบที่นี่เลย รีบๆ พาฉันออกไปเถอะพี่แรม”
“ใจเย็นๆ ตามข้ามาเถอะน่า”
แรมนำเพื่อนผ่านตามทาง รั้งท้ายด้วยเมี่ยง จนกระทั่งมาถึงห้องโถง เสียงเครื่องสายไวโอลิน จากนักดนตรีกำลังเล่นเพลงขับกล่อมแขกวีไอพี ที่ส่วนใหญ่เป็นชายสูงวัยซึ่งกำลังหัวเราะร่วนกับการดูแลอย่าง ถึงเนื้อถึงตัวของเหล่าสาวๆ หญิงขายตัวในบ้านคุณลั่นทม
การปรากฏตัวของเพื่อนทำเอาผู้ชายหลายๆ คนในห้องถึงกับหยุด ให้ความสนใจมองเป็นสายตาเดียวกัน
เพื่อนชะงักเริ่มระแวงว่าแรมจะผิดคำพูดที่ให้ไว้
“พี่แรม ไหนบอกจะพาฉันไปจากที่นี่ไง”
“เอ็งมาจากบ้านนอกคอกนายังไม่รู้จักมารยาทในพระนคร จะมาจะไปก็ต้องไหว้เจ้าของบ้านเขาก่อนสิวะ นั่นคุณพี่ลั่นทมเจ้าของบ้าน”
แรมจับแขนเพื่อนเพื่อชี้ให้ดูหญิงวัยกลางคนแต่งตัวสวยจัดซึ่งกำลังยืนคุยอยู่กับแขกผู้ชายท่าทางภูมิฐาน
“ไม่ ฉันไม่ไหว้ใครทั้งนั้น ฉันจะไปจากที่นี่”
เพื่อนพยายามสะบัดหนี แต่เมี่ยงเข้ามาจับสองแขนล็อคตัวเอาไว้
“ไอ้เมี่ยงมันสั่งสอนเอ็งไปทีแล้ว ถ้ายังไม่เข็ดก็แผลงฤทธิ์อีก คราวนี้มันไม่ยั้งมือให้แน่”
เพื่อนชะงัก ไม่กล้า เพราะท่าทางเมี่ยงเอาจริง แรมยิ้มร้ายแล้วเข้าไปไหว้ทักทายลั่นทม
“คุณพี่คะ แรมพาเด็กใหม่มาแนะนำให้คุณพี่รู้จักค่ะ”
ลั่นทมค่อยๆ หันหน้ามา ใบหน้าที่แต่งจัดจนเข้มดูร้ายลึกและไม่น่าไว้วางใจกว่าแรมหลายเท่า แต่ใบหน้านั้นก็ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้ม
“นี่นะเหรอ ดอกไม้งามจากบ้านนอกคอกนาที่หล่อนภูมิใจเสนอให้ฉัน”

หมอตรวจอาการลอแล้วเครียด แพงรีบขยับเข้าไปถามอาการ
“พี่ลอเป็นยังไงบ้างจ๊ะหมอ เขาจะต้องหายใช่มั้ย หมอต้องช่วยเขาด้วยนะจ๊ะ”
หมอยังไม่ให้คำตอบ แต่สีหน้า ทำให้ทุกคนอดกังวลไม่ได้
“หลวงพ่อกำชับให้หมั่นทำความสะอาดแผลที่โดนยิงมา แผลจะได้ไม่เน่า เพราะฉะนั้นที่ ไข้สูงจนตัวร้อนเป็นไฟเนี่ย มันไม่น่าจะมาจากแผลมันนะหมอ”
“ครับหลวงพ่อ ผมตรวจดูบาดแผลที่โดนยิงมาแล้ว หลวงพ่อช่วยรักษาอย่างดีไม่มีติดเชื้อ แต่ที่นายลอไข้สูงแบบนี้เป็นเพราะอาการอย่างอื่นแทรกซ้อนครับ”
“พี่ลอเป็นอะไรอีกเหรอจ๊ะหมอ”
“นายลอเป็นไข้ป่า อาการระยะน่าเป็นห่วง ถ้ารู้แต่แรกว่าติดเชื้อมาก็ยังพอให้ยาได้ทัน แต่มาเป็นตอนนี้พร้อมสภาพร่างกายที่อ่อนแออยู่ด้วย หมอกลัวว่านายลอจะไม่รอด”
แพงพุ่งรีบเข้าไปเขย่าตัวหมอทันที
“ไม่จริง หมอต้องไม่ปล่อยให้พี่ลอตายเด็ดขาด มียาอะไรดีๆ มาก็ฉีดให้พี่ลอเลย แพงเท่าไหร่ก็ไม่ต้องห่วง อีแพงจะหามาจ่ายให้ นะจ๊ะหมอ ช่วยพี่ลอด้วย อย่าปล่อยให้พี่ลอตาย”
“ยาราคาสูงหายาก มีแต่ในพระนครแบบนั้นหมอไม่มีหรอกแม่แพง อีกอย่างอาการนายลอก็หนักหนาสาหัสจริงๆ หมอเสียใจด้วย”
“ไม่จริง ไม่จริง”
แพงร้องไห้ฟูมฟายไม่ยอมปล่อยหมอ จนผาดกับก้อนต้องเข้ามาช่วยดึงแพงออก
“ปล่อยหมอเขาเถอะอีแพง หมอเขาพยายามแล้ว”
“ไม่ พี่ลอจะต้องไม่ตาย ฉันไม่ยอมปล่อยให้เขาตายเด็ดขาด”
แพงสะบัดตัวจากผาด แล้วพุ่งไปกอดร่างลอที่นอนแน่นิ่งแล้วร้องไห้โฮ ทุกคนได้แต่มองอย่างเวทนา

เพื่อนถูกเมี่ยงจับล็อคแขนพาตัวเข้ามาในห้องส่วนตัวของลั่นทม
“ปล่อย ปล่อยข้า”
เมี่ยงยิ่งออกแรงบีบแขนแน่น เพื่อนตัดสินใจกระทืบเท้าเมี่ยงหวังให้ปล่อยมือ แต่กลับเจอเมี่ยงจับ เหวี่ยงกระแทกเก้าอี้ แล้วเงื้อเตรียมจะตบสั่งสอน แต่ลั่นทมเข้ามาพร้อมกับแรม
“พอได้แล้วไอ้เมี่ยง หลบไป”
เมี่ยงชะงักอ่านริมฝีปากออกรีบก้มหัวให้แล้วถอยไปยืนหลบมุม แรมเข้าไปช่วยพยุงแต่กลับเพื่อนถูกปัดอย่างแรง
“ไม่ต้องมายุ่งกับกู กูรอดไปได้เมื่อไหร่ล่ะก็ จะเอาคืนมึงให้สาสม”
แรมอยากเอาเรื่องตบสั่งสอนเพื่อน แต่เพราะอยู่ต่อหน้าลั่นทมเลยต้องทำเป็นพูดกลบเกลื่อน
“เออ ตอนนี้เอ็งอยากแค้นด่าทอข้ายังไงก็เชิญเถอะ เอาไว้คุณพี่เขาปั้นเอ็งให้ได้ดิบได้ดีขึ้นมาได้เมื่อไหร่ล่ะก็ หวังว่าตอนนั้นเอ็งจะตอบแทนคุณข้าแทนคำด่า”
แรมพูดไปก็บีบแขนกระชากเพื่อนให้เข้าไปใกล้ๆ ลั่นทม
“แรมขอโทษด้วยนะคะคุณพี่ นังคนนี้มันเหมือนม้าป่า เรี่ยวแรงพยศมันเยอะนัก แต่ถ้าปราบมันอยู่ล่ะก็ รับรองว่าคุ้มค่าเหนื่อยคุณพี่แน่ๆ ค่ะ”
ลั่นทมเชยคางมองหน้าเพื่อนชัดๆ
“ตอนที่หล่อนจดหมายมาอวดว่าเจอดอกไม้งามที่ฉันต้องยอมทุ่มไม่อั้น ฉันคิดว่าหล่อนจะคุยโวตามสันดานหล่อน ที่ไหนได้”
ลั่นทมยิ้มชื่นชม เพราะความสวยของเพื่อนถูกตาต้องใจจริงๆ เพื่อนไม่พอใจปัดมือลั่นทมออก
“เอามือโสโครกแกออกไปให้พ้นหน้าฉัน”
“นังเพื่อน อย่าหาเรื่องเจ็บตัวอีก คุณพี่ลั่นทมรู้จักคนใหญ่คนโตเยอะแยะ ชีวิตแกที่พระนครจะเป็นสวรรค์หรือเป็นนรกก็อยู่ที่คุณพี่เขากำหนด”
“ชีวิตของฉัน ฉันกำหนดเองได้ ถ้ากลับบ้านสร้างไม่ได้ ฉันก็จะขอตายซะดีกว่าโดนพวกโสโครกอย่างพวกแกมาย่ำยี”
ลั่นทมหัวเราะชอบใจ
“ต้องแบบนี้สิที่ฉันหามานาน ระหว่างนี้ฉันจะไม่ให้ใครแตะต้องเธอเด็ดขาด เพราะดอกไม้ดอกนี้จะไม่ได้มีแค่ไว้ประดับแจกันธรรมดา แต่มันจะมีค่าสำหรับคนที่พร้อมให้ราคาสูงสุด”
ลั่นทมพยักหน้าให้เมี่ยงพาตัวเพื่อนออกไป เพื่อนพยายามขัดขืนแต่สู้แรงเมี่ยงไม่ได้ แรมยิ้มชอบใจ แล้วหันไปรับเงินจากลั่นทมปึกใหญ่

แพงกับด้วงช่วยกันพยุงลอซึ่งไม่รู้สึกตัวเข้ามาในกระท่อมของลอ
“เอ็งจะทำอย่างนี้จริงๆ เหรอวะอีแพง ถ้าหลวงพ่อรู้ว่าข้าช่วยเอ็งพาไอ้ลอมาแบบนี้ มีหวัง โดนด่าเปิง”
“ข้าไม่บอกใครหรอกว่าเอ็งช่วยข้าพาพี่ลอกลับมา”
“แต่เอ็งคนเดียวจะดูแลไหวเหรอวะ”
“ต้องไหวสิวะ เพราะยังไงข้าก็ไม่ยอมปล่อยให้พี่ลอนอนรอความตายอยู่ที่วัดหรอก ข้าจะ ไม่ยอมแพ้ พี่ลอจะต้องหาย”
“ขนาดหมอจากอำเภอยังจนปัญญา แล้วเอ็งเนี่ยนะ”
“ข้าไม่เสียเวลาคุยกับเอ็งแล้ว หมดธุระเอ็งแล้วก็กลับไปเถอะ ไปสิ”
ด้วงยังลังเล แพงรีบผลักด้วงไล่ให้ออกไป แล้วหันมามองลอด้วยแววตามุ่งมั่น

“อยู่กับฉันนะพี่ลอ ห้ามทิ้งฉันไปเด็ดขาด”

แก้วถือกระจาดผักที่เพิ่งไปเด็ดมา แต่เจอพิศกำลังลงบันไดเรือนมา
 
“อาพิศ ลงจากเรือนมาทำไม ไปนอนพักต่อเถอะจ้ะ”
“ข้าลุกขึ้นมาไหวก็แสดงว่าข้าดีขึ้นแล้ว ขอบใจเอ็งมากที่ช่วยดูแลข้า”
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ อาเจอเรื่องแย่ๆ มาเยอะแล้ว ฉันพอช่วยได้ก็ต้องช่วยๆ กันจ้ะอา”
“แล้วนี่อีแพงมันหายหัวไปไหน”
“อีแพงมันไปดูแลพี่ลอจ้ะ แม้แต่หมอก็ยังว่าจนปัญญา แต่อีแพงมันก็ยังพยายามยื้อชีวิตพี่ลอเอาไว้ ฉันล่ะสงสารมันจริงๆ เลยจ้ะอา”
“ยื้อชีวิตไอ้ลอ เอ็งหมายความว่าไงนังแก้ว”
“ฉันลืมไปว่าอาเพิ่งจะลุกขึ้นมาเลยยังไม่รู้เรื่อง”

แพงเป่าเตาถ่านต้มยาอย่างขะมักเขม้นจนหน้าเลอะคราบเขม่า ระหว่างนั้นพิศรีบเข้ามาที่กระท่อมของลอ
“อีแพง”
“พ่อ”
“เอ็งชักจะอวดเก่งมากเกินไปแล้ว ปล่อยให้พี่สาวโดนลักพาตัวไปคนหนึ่งยังไม่พอ ยังจะลากให้ไอ้ลอมาตายคามือเอ็งอีก หลบไป”
พิศรีบตรงเข้าไปในกระท่อม แพงร้องห้าม พิศพยายามจะพยุงตัวลอขึ้นมา
“อย่านะพ่อ ฉันไม่ให้พ่อพาพี่ลอไปไหนเด็ดขาด”
“เอ็งนั่นแหละที่ต้องหลบไปอีตัวซวย ข้าไม่ยอมให้เอ็งมาพรากคนของข้าไปอีกแล้ว”
พิศผลักแพงจนเซเกือบล้ม แต่แพงไม่ยอมหยุดรีบเข้าไปกอดขาพ่ออ้อนวอนขอร้อง
“ฉันขอร้องนะจ๊ะพ่อ ให้โอกาสฉันสักครั้ง อย่าพาพี่ลอไปให้คนอื่นเขาทอดทิ้งให้ต้อง นอนรอความตายเลย นะจ๊ะพ่อ อย่าพาพี่ลอไปเลยนะ”
“น้ำหน้าอย่างเอ็งจะช่วยยื้อชีวิตไอ้ลอไว้ได้ยังไงหาอีแพง ขนาดเมียข้า เอ็งยังพรากชีวิตไปจากข้าได้เลย”
“พ่อจ๋า ตอนแม่ตาย พ่อจะโทษว่าเป็นความผิดฉัน ฉันไม่ว่า ตอนพี่เพื่อนถูกลักพาตัวไป พ่อโทษว่าฉันช่วยพี่เพื่อนไม่ได้ ฉันยอมรับ แต่ครั้งนี้ ฉันจะยื้อชีวิตพี่ลอเอาไว้ให้ได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตฉันแล้วให้พี่ลอมีชีวิตอยู่เพื่อไปช่วยพี่เพื่อนฉันก็ยอม นะจ๊ะพ่อ ให้โอกาสฉันสักครั้งนะจ๊ะ ครั้งเดียวก็ได้ ฮือๆๆ”
แพงกราบเท้าพ่อสะอึกสะอื้น พิศนิ่งงัน ไม่คิดว่าแพงจะร้องขอขนาดนี้

คุณนายโฉมฉาย หญิงวัยกลางคนแต่ยังดูสาวกว่าวัย ใบหน้าสวยคม แต่งตัวอย่างผู้ดี สวมหมวกปีกว้าง ดูใจดีโอบอ้อมอารี ยืนมองผืนนาที่เพิ่งตกลงซื้อขายกับชาวนาเจ้าของที่จนๆ น่าสงสาร จำปีสาวสูงวัยคนใช้เก่าแก่ของโฉมฉายคอยกางร่มเดินตามพร้อมกับจำปูนเสมียนคนสนิทถือซองเอกสารตาม
“เดี๋ยวทำสัญญาซื้อขายเสร็จแล้ว นายดำก็ทำไร่อาศัยบนที่ตัวเองเหมือนเดิมไปนะ ผล ผลิตที่ได้แบ่งเก็บไว้กินก่อน เหลือเท่าไหร่ค่อยส่งให้ตลาดของฉันที่พระนคร”
“น้ำใจคุณนายโฉมฉายช่างประเสริฐเหลือเกิน แม่พระมาโปรดชาวไร่จนๆ อย่างกระผม”
“ลุกขึ้นเถอะนายดำ ฉันเคยโตมากับท้องทุ่งท้องนา เข้าใจดีเวลาลำบากต้องกัดก้อนเกลือกินมันเป็นยังไง”
“งั้นเดี๋ยวข้าพาเอ็งไปที่ดินจะได้จัดการเรื่องสัญญาให้เรียบร้อย”
“เป็นธุระให้ฉันด้วยนะจำปูน”
“ขอรับคุณนาย”
จำปูนเดินออกไปกับชาวนา โฉมฉายมองด้วยความภูมิใจ
“จะไม่ให้คนอื่นเขาชื่นชมคุณนายของจำปีได้ยังไงคะ ดั้นด้นมาจากพระนครย่ำโคลนย่ำ เลนเพื่อช่วยเหลือคนที่เขาลำบากที่นาจะโดนยึดแบบนี้ จำปีก็พลอยอิ่มบุญไปด้วย”
“ตอนที่เถ้าแก่จะเสีย เขากำชับฉันว่าเงินที่เราได้มาจากการทำมาหากิน ต้อง แบ่งเอาไว้ช่วยเหลือคนอื่นด้วย”
“แต่ที่พระนครก็มีคนมารอขอให้คุณนายช่วยเยอะแยะ จำปีไม่เข้าใจว่าทำไมคุณนายถึง เลือกดั้นด้นมาถึงปราจีณ”
“นานมากแล้วที่ฉันไม่ได้มาแถวนี้ ตั้งแต่พี่สาวฉันเสียไป ฉันอยากไปไหว้หลุมศพพี่สาวฉันจ้ะ เออ แล้วจำปาล่ะ หายไปไหนแล้ว เมื่อกี้ยังเห็นเดินตามหลังมาต้อยๆ เลยนี่”
“นั่นสิคะ จำปีก็มัวแต่กางร่มให้คุณนาย ตายแล้ว อีจำปามันบอกว่าอยู่แต่พระนครไม่เคยเห็นควายตัวเป็นๆ เลยอยากลองขี่ควายดูค่ะคุณนาย”
โฉมฉายกับจำปีเดินเข้ามาร้องเรียกหาจำปากลางทุ่ง
“คุณนายขา จำปาอยู่ทางนี้เจ้าค่ะ”
เสียงของจำปาแว่วเข้ามา โฉมฉายกับจำปีมองหาอยู่ครู่จึงเห็นจำปา คนใช้สาววัยละอ่อนหน้าซื่อๆ เกาะอยู่บนต้นไม้สูง ตัวสั่นหาทางลงไม่ได้
“ขึ้นไปทำอะไรบนนั้นน่ะจำปา”
“ควายมันไล่ขวิดจำปาเจ้าค่ะคุณนาย จำปาเลยต้องหนีขึ้นต้นไม้”
“ควายมันไปแล้วทำไมเอ็งไม่ลงมา”
“ฉันก็อยากจะลงจ้ะแม่ แต่ฉันลงไม่ได้ มันสูง ฉันเสียว”
“ลงไม่ได้ แล้วปีนขึ้นไปได้ยังไงล่ะจำปา”
“จำปาไม่รู้เจ้าค่ะคุณนาย ช่วยจำปาด้วย จำปากลัวตกลงไปคอหักตาย ฮือๆๆ ช่วย จำปาด้วย”
จำปาร้องเสียงหลง โฉมฉายอมยิ้มขำชอบใจในความซื่อของจำปา

พิศนั่งเศร้าๆ มองแพงพยายามต้มยาหม้อต่อ แพงเป่าไฟให้คุโชน และคอย เปิดฝาหม้อดินเผาเพื่อดูยาว่าได้ที่หรือยัง พิศเห็นความพยายามของแพงแล้วก็ลุกเข้ามา
“เอ็งเร่งไฟแรงซะขนาดนี้ เดี๋ยวยาจะไหม้ก่อนจะถึงปากไอ้ลอหรอกอีแพง”
“ฉันกลัวมันจะเดือดช้านี่จ๊ะพ่อ”
“แค่นี้มันก็ได้ที่แล้ว เอ็งตักไปป้อนให้มัน เดี๋ยวข้าดูต่อให้เอง”
“จ้ะพ่อ”
แพงรีบตักยาใส่ถ้วยเล็กๆ แล้วจะเข้าไปให้ลอในกระท่อม แต่ชะงักหันกลับมาหาพ่อด้วยรอยยิ้ม
“ฉันขอบใจนะจ๊ะพ่อ”
“ข้าให้โอกาสเอ็งเพราะลำพังข้าคนเดียวก็ไม่รู้จะเอาปัญญาที่ไหนไปตามหานังเพื่อน ถ้า ไอ้ลอมันรอดตายข้าก็ยังหวังพึ่งมันได้”
“ฉันสัญญาจ้ะพ่อ ฉันจะไม่ปล่อยให้พี่ลอตายเด็ดขาด ให้เจ้าป่าเจ้าเขามาเอาชีวิตฉันไปแทนฉันก็ยอม”
แพงหนักแน่นกับพ่อแล้วรีบเข้าไปในกระท่อม พิศมองลูกสาวนิ่ง ครู่หนึ่งผาดกับก้อนพากันเข้ามา
“ไอ้พิศ ไอ้ลอล่ะ อีแพงพามันมาที่นี่ใช่มั้ย”
พิศชะงักมองผาด

แพงเข้ามาหาลอซึ่งยังนอนนิ่งไม่ขยับ ใบหน้าซีดริมฝีปากไร้สีเลือด เหงื่อตามตัวผุดเต็ม
“พี่ลอจ๋า ฉันเอายามาให้พี่จ้ะ”
แพงนั่งลงข้างๆ ลอแล้วพยายามจะประคองลอให้ลุกขึ้นมาจิบยา
“พี่ลอต้องกินยานะจ๊ะ จะได้ฟื้นขึ้นมาไวๆ ตอนนี้พี่เพื่อนกำลังลำบาก ถ้าพี่ลอไม่ไปช่วยเขา พวกเราก็คงไม่ได้เจอพี่เพื่อนอีก กินยาเถอะจ้ะพี่ลอ”
แพงพยายามป้อนยาแต่ป้อนไปก็ไม่เข้าปากเพราะลอไม่มีสติรับรู้อะไร แพงน้ำตาซึม
“พี่ลอ พี่ลอต้องมีสติลุกขึ้นมากินยาสิจ๊ะ ถ้าพี่ไม่กินยาเลย แล้วพี่จะหายได้ยังไง”
แพงเขย่าตัวลอ แต่ลอก็ยังไม่รู้สึกตัว
“พี่ลอจ๋า ฮือๆๆ พี่ลอชอบบ่นว่าฉันเจื้อยแจ้วร้องเพลงให้พี่รำคาญหูบ่อยๆ ร้องทีไรพี่ ต้องลุกขึ้นมาไล่ตะเพิดให้ฉันหยุดร้อง ถ้าฉันร้องเพลงให้พี่รำคาญอีก พี่ก็จะลุกมาไล่ฉันอีกใช่มั้ย ใช่มั้ยจ๊ะพี่ลอ”
แพงบีบแขนลอแน่นแล้วเริ่มร้องเพลงให้ฟังทั้งๆ ที่อยู่ในอาการสะอื้นไห้
“โอบอย มายดาร์ลิ่ง คัมมิ่ง ทูมี โอเกิร์ลลี่ เดียร์ลี่ โรสิตา โอ มายดาร์ลิ่ง เวทติ้ง ฟอร์ มี เวทติ้งโอนลี่ โอนลี่ คามิโนเดีย ติดติ ตี้ ติดติตี้ ติดตี”

บริเวณหน้ากระท่อมลอ พิศอธิบายให้ผาดกับก้อนฟัง
“พวกเอ็งอย่าไปว่าอีแพงมันเลย ข้าเองก็เพิ่งปล่อยให้มันหาทางรักษาไอ้ลอตามมีตามเกิดอย่างที่มันตั้งใจจะทำ”
“แต่เอ็งปล่อยให้อีแพงทำแบบนั้น แล้วไอ้ลอมันจะรอดเหรอ”
“ก็แล้วต่างอะไรกับต้องปล่อยให้ไอ้ลอนอนรอความตายอยู่ที่วัด”
“ก็จริงอย่างอาพิศว่านะพ่อ หลวงพ่อเองก็จนปัญญาแล้ว หมอจากอำเภอก็ส่ายหน้าไม่รู้จะช่วยยังไง บางทีไอ้ลออาจจะอยากให้อีแพงพากลับมาบ้านมันก็ได้”
“กลับมาตายในบ้านที่พ่อมันทิ้งไว้ให้น่ะเหรอ”
“ข้าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วล่ะไอ้ผาด ทางไหนพอจะช่วยไอ้ลอ แม้จะริบหรี่ข้าก็ต้องลอง”

ผาดมองพิศที่นั่งทอดถอนใจแล้วก็พอจะเข้าใจ

ด้วงยืนคอตกจ๋อยสนิทอยู่หน้าโบสถ์เพราะกำลังโดนหลวงพ่อดุเรื่องลอ โดยมีแก้วอยู่ข้างๆ
 
“ข้าเผลอไปหน่อยเดียว เอ็งก็ช่วยอีแพงพาไอ้ลอออกไป อยากให้มันตายกันเหรอไงวะ”
“โธ่ หลวงพ่อ ถ้าให้ไอ้ลอนอนอยู่วัด หลวงพ่อมีวิธีช่วยมันรึเปล่าล่ะครับ”
“ข้าคิดหาทางอยู่โว้ย”
“แล้วจะคิดได้เมื่อไหร่ล่ะเจ้าคะ”
“อย่าเร่งข้าสิวะอีแก้ว”
“งั้นลองไปนั่งสมาธิดูมั้ยเจ้าคะ เผื่อจะคิดออก”
“เออ ก็ดีเหมือนกัน เฮ้ย อีแก้ว ทะลึ่งตึงตังกับพระกับเจ้า”
“แก้วไม่ได้ทะลึ่งเจ้าค่ะ อย่างหลวงพ่อยังจนปัญญาช่วย แล้วอีแพงมันจะไปหวังพึ่งใคร ที่มันมีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะพี่ลอช่วยชีวิตมันเอาไว้แต่เด็ก แก้วก็อยากให้หลวงพ่อ เข้าใจมันด้วยเจ้าค่ะ”
หลวงพ่อนิ่งไป คิดตามแล้วก็จริงอย่างแก้วว่า ระหว่างนั้นโฉมฉายพร้อมคนสนิททั้งสามพากันเดินเข้ามาพร้อมข้าวของที่ตั้งใจมาทำบุญ
“มนัสการเจ้าค่ะสมภาร”
“เจริญพรเถอะโยม มาจาก ไหนกันเหรอ”
“พระนครเจ้าค่ะ ตั้งใจมาทำบุญถวายสังฆทานให้ญาติของอิฉันที่เสียชีวิตไปแล้ว ศพเขาฝังอยู่ที่วัดนี้เจ้าค่ะ”
“ญาติของโยม คุ้นๆ หน้าโยม เหมือนเคยเจอ”
“อิฉันโฉมฉาย น้องสาวของพี่สายเจ้าค่ะ”
“อ๋อ น้องเมียไอ้พิศ”
โฉมฉายยิ้มรับ แก้วกับด้วงสนใจขึ้นมาทันที

โฉมฉายนั่งอยู่กับสมภารบุญบนศาลา จำปี จำปา จำปูนนั่งเรียงแถวอยู่ข้างหลัง แก้วกับด้วงแอบหลบหลังเสาสอดหน้าอยากรู้อยากเห็นแอบฟัง
“ครั้งสุดท้ายที่อิฉันมาบ้านสร้างก็ตอนทำบุญร้อยวันให้พี่สายเจ้าค่ะ”
“ข้านึกออกแล้ว ตอนนั้นเอ็งเพิ่งจะแตกเนื้อสาว ญาตินังสายก็ไม่เหลือใครนอกจากเอ็ง”
“เจ้าค่ะ หลังจากนั้นอิฉันก็เข้าพระนครไปหางานทำ แล้วได้แต่งงานกับเถ้าแก่เจ้าของตลาด แต่เถ้าแก่เสียไปได้สองปีแล้ว”
“ตอนนี้เอ็งก็ดูดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ ถ้าพี่สาวเอ็งยังอยู่ก็คงดีใจ”
“เจ้าค่ะ อิฉันได้ดีช้าเกินไป ไม่งั้นก็คงช่วยพี่สายเขา”
โฉมฉายนิ่งไป ท่าทางไม่อยากพูดถึงเรื่องในอดีต สมภารบุญเองก็พอเข้าใจ เพราะอยู่ในเหตุการณ์ที่โฉมฉายเคยทะเลาะกับพิศเมื่อในอดีต
“เอาเถอะโยม เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว ขุดเอามาพูดก็มีแต่จะไม่สบายใจกันเปล่าๆ”
“เจ้าค่ะหลวงพ่อ ตอนนี้อิฉันสุขสบายดีแล้วก็อยากจะทำอย่างที่ตั้งใจ นอกจากมากราบ ศพพี่สายแล้วก็อยากจะขอทำบุญบูรณะวัดด้วยเจ้าค่ะ”
“ตามศรัทธาเถอะโยม ทำบุญทำกุศลผลบุญก็ไม่ได้ไปไหน คนที่โยมช่วยก็ได้บุญ โยม เองก็ได้บุญให้อิ่มใจด้วย”
“งั้นเดี๋ยวหลังทำสังฆทานเสร็จ จะให้เสมียนของอิฉันสำรวจดูรอบๆ วัดว่าต้องบูรณะอะไรบ้างนะเจ้าค่ะ”
หลวงพ่อพยักหน้ารับ จำปีกับจำปาช่วยกันยกเครื่องสังฆทานที่จะทำบุญเข้ามาเตรียมถวาย แก้วกับด้วงแอบฟังอยู่หันมามองหน้ากัน แล้วพากันออกมาด้านนอกอย่างตื่นเต้น
“เอ็งได้ยินรึเปล่าอีแก้ว คุณนายโฉมฉาย น้องสาวอาสายแม่อีแพง น้องเมียอาพิศเป็น เศรษฐีม่ายอยู่ในพระนคร”
“ได้ยินสิวะ แต่เอ็งจะพูดให้วกวนไปมาทำไม สรุปแล้วก็น้าแท้ๆ ของอีแพงนี่แหละ”
“เออ ข้าตื่นเต้นนี่หว่า ดูแต่งตัวเข้าสิ ทั้งรวยทั้งสวยสมเป็นคุณนายพระนคร นี่ถ้าเขารู้ เรื่องพี่เพื่อนกับไอ้ลอล่ะก็ ข้าว่ามีคนช่วยอีแพงแล้วล่ะอีแก้วเอ๊ย”
“แต่ข้ากลัวจะไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิวะ ท่าทางพอหลวงพ่อพูดถึงอาพิศขึ้นมา ดูคุณนายแกไม่ชอบให้พูดถึงยังไงก็ไม่รู้”
ระหว่างนั้นสมภารบุญเดินมากับโฉมฉาย แก้วกับด้วงรีบถอยหลบแต่ยังแอบฟัง
“อิฉันพอจะรู้จักกับช่างฝีมือดีหลายคน ร่ำเรียนมาจากในรั้วในวัง ยังไงจะติดต่อให้เขามาช่วย”
“ขอบใจมากนะโยม ที่บ้านสร้างก็มีแต่ชาวไร่ชาวนา อะไรผุอะไรพังก็ช่วยกันซ่อมตามมีตามเกิด ว่าแต่ ก่อนโยมจะกลับพระนคร โยมน่าแวะไปเยี่ยมไอ้พิศมันบ้าง ตอนนี้มันกับลูกกำลังลำบากต้องการความช่วยเหลือ”
“อิฉันต้องไปแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันเรือเข้าอำเภอ ลานะเจ้าค่ะ”
“เจริญพร”
โฉมฉายกับคนสนิทไหว้ลาแล้วพากันเดินออกไป สมภารบุญหนักใจ แก้วรีบเข้ามาหา
“หลวงพ่อ หลวงพ่อปล่อยให้น้าอีแพงกลับไปเฉยๆ แบบนั้นได้ยังไง”
“อีแก้ว นี่เอ็งแอบฟังพวกข้าคุยกันเหรอวะ”
“ถ้าไม่แอบฟัง ก็อดรู้ว่าอีแพงมีน้าเป็นถึงเศรษฐีพระนครที่พร้อมช่วยมันได้น่ะสิหลวงพ่อ”
“ใช่ แต่หลวงพ่อก็ยังปล่อยให้เขาเดินตัวปลิวกลับไปไม่ดูดำดูดีอีแพง”
“พวกเอ็งหยุดโวยวายใส่ข้าซะทีได้มั้ย ข้าพยายามพูดไปแล้ว แต่เขาจะสนใจรึเปล่า ข้าไปยุ่งไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องบาดหมางของไอ้พิศกับคุณนายเขา”
“อาพิศกับน้าอีแพงเคยมีเรื่องอะไรกันเหรอหลวงพ่อ”

สมภารบุญนิ่งไป ถอนใจเฮือกใหญ่

เพื่อน แพง ตอนที่ 8 (ต่อ)

สมภารบุญนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต เมื่อตอนสายตาย อัฐิของสายตั้งอยู่บนตั่ง
 
ควันธูปยังไม่ทันจาง และเสียงแพงซึ่งยังแบเบาะนอนร้องไห้จ้าอยู่ในเปล ส่วนพิศนั่งอยู่ที่ชานเรือน เอาแต่กระดกเหล้าเข้าปากเพราะเสียใจที่เมียตาย
“อีแพง หุบปากมึงซะทีได้มั้ย จะร้องหาวิมานอะไร มึงไม่มีแม่ให้นมมึงกินหรอก เพราะมึงฆ่าแม่มึงตายไปแล้ว อีลูกเวร”
โฉมฉายเดินเข้ามา
“พี่พิศ ด่าลูกตัวเองแบบนั้นได้ยังไง”
“อีโฉม มาเสือกอะไรด้วย หมดธุระทำบุญให้พี่สาวมึงแล้วก็ไสหัวไปซะ”
“ตั้งแต่พี่สายตายไป พี่เอาแต่กินเหล้าทุกวัน เอาแต่โทษอีแพง ทั้งๆ ที่มันไม่รู้เรื่องอะไร ฉันเหลืออดกับพี่แล้ว ขืนทิ้งหลานๆ ฉันไว้ พวกมันต้องอดตายแน่”
โฉมฉายเข้าไปอุ้มแพงขึ้นมาจากเปล
“ไปกับน้านะอีแพง น้าจะพาเอ็งกับพี่สาวเอ็งไปตายเอาดาบหน้า”
“อีโฉม วางอีแพงลงไปเดี๋ยวนี้ กูสั่งให้วาง”
“ไม่ ฉันจะเอาหลานไปเลี้ยง”
“ลำพังตัวมึงยังเอาตัวไม่รอด ยังคิดจะพาพวกมันไปลำบากด้วยอีกเหรอ ถุย”
“ก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันอยู่กับพ่อขี้เมาอย่างพี่ก็แล้วกัน”
โฉมฉายจะพาแพงออกไป แต่พิศคุมสติไม่อยู่หันไปคว้าอีโต้เหน็บข้างฝามาขู่
“ขืนมึงพาอีแพงออกไป กูจะเฉาะกบาลมึง เอาสิอีโฉม กล้ากับกูก็ลอง”
“พี่พิศ พี่ไม่รักอีแพง แล้วพี่จะเลี้ยงมันเอาไว้ทำไม ฉันขอล่ะ ให้ฉันเอามันไปเลี้ยงเถอะ”
“กูไม่ให้ ถึงจะเกลียดมัน แต่มันก็ต้องอยู่ที่นี่ เพราะมันเอาชีวิตเมียกูไป มันเลยต้องชด ใช้ให้กู วางมันลงเดี๋ยวนี้”
“พี่พิศ ฉัน ฉันขอล่ะ”
“กูไม่ให้ วางอีแพงลงไป แล้วมึงก็ไสหัวไปจากบ้านกู อย่ามาเหยียบบ้านสร้างอีก”
พิศขึ้นเสียงเอาจริง โฉมฉายจำเป็นต้องวางแพงลงในเปล น้ำตาคลอสงสารหลาน
“อีแพง น้า น้าขอโทษ น้า น้าช่วยเอ็งไม่ได้”
โฉมฉายหันมาจ้องหน้าพิศอย่างเจ็บใจ
“จำไว้นะพี่พิศ พี่ไล่ฉันอย่างกับหมูกับหมา เพราะพี่เกลียดขี้หน้าที่ฉันเตือนพี่สายไม่ให้มาอยู่กินกับพี่ ถ้าวันหนึ่งฉันได้ดีแล้วพี่ลำบาก พี่อย่ามาว่าฉันใจดำก็แล้วกัน”
โฉมฉายร้องไห้วิ่งออกไป พิศยืนเมาทรุดนั่งลงกระดกไหเหล้ากินต่ออย่างหัวเสีย
“น้ำหน้าอย่างมึง คงได้ดีหรอกอีโฉม”
โฉมฉายวิ่งลงจากเรือน เจอสมภารบุญยืนอยู่ ได้ยินที่เพิ่งโต้เถียงกัน โฉมฉายปาดน้ำตามองหลวงพ่อ แล้ววิ่งออกไป หลวงพ่อถอนใจเฮือกใหญ่

แพงกุมมือลอ นั่งน้ำตาคลอ ยาที่เอามาก็ยังอยู่เท่าเดิม พิศกับผาดและก้อนพากันเข้ามา
“พี่ลอจ๋า”
“ป้อนยาไอ้ลอไม่ได้เลยเหรออีแพง”
“จ้ะพ่อ พี่ลอไม่รู้สึกตัวเลย ป้อนไปแล้วก็ไม่กลืน ให้ยังไงก็ไม่ได้”
“ไหน ข้าขอดูไอ้ลอหน่อย”
ผาดขยับเข้าไปดูลอใกล้ๆ เพราะแปลกใจที่หน้าซีดจนแทบไม่มีสีเลือด ผาดเปิดเปลือกตาจับข้อมือมาดู ชีพจร แล้วหน้าเครียดๆ พยายามเขย่าตัวเรียกสติ
“ไอ้ลอ ไอ้ลอ รู้สึกตัวหน่อยสิวะ ไอ้ลอ”
“เป็นยังไงเหรอพ่อ”
“อาการมันแย่ลงไปอีก ตอนนี้มันแทบจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว บางที ไอ้ลออาจจะอยู่กับเราได้อีกไม่นาน”
“ไม่จริง พี่ลอ พี่จ๋า ตื่นขึ้นมาสิพี่ลอ ฮือๆๆ ตื่นสิ ตื่นสิพี่ลอ”
แพงคร่ำครวญน่าเวทนากับร่างของลอ ระหว่างนั้นแก้ววิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“อีแพง อีแพง มีทางช่วยพี่ลอ ช่วยพี่เพื่อนแล้ว อีแพงโว้ย”
แก้วเข้ามาเห็นแพงกำลังร้องไห้อยู่กับลอก็ชะงัก ก้อนรีบหันไปถาม
“อะไรของเอ็ง หะ นังแก้ว เมื่อกี้นี้เอ็งโวยวายเข้ามาน่ะ หมายความว่ายังไง”
แก้วนิ่งไป มองพิศแล้วไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าอย่างไร

พิศเดินหน้าเครียดอยู่หน้ากระท่อม ทุกคนเดินตามออกมาโดยเฉพาะแพง
“ที่อีแก้วฟังมาจากหลวงพ่อมันจริงรึเปล่าจ๊ะพ่อ”
พิศเงียบ
“พ่อจ๋า พูดออกมาเถอะ”
“เออ ข้ากับน้าเอ็งไม่ถูกกัน ข้าไล่ตะเพิดมันไม่ให้มาเหยียบบ้านสร้าง เพราะมันชอบดูถูกข้า คอยกีดกันไม่ให้ข้าพาแม่เอ็งมาอยู่กินด้วย”
“งั้นเรื่องในอดีต ฉันขอได้มั้ยจ๊ะพ่อ ตอนนี้น้าโฉมเขากำลังมีปัญญาที่จะช่วยพี่ลอ ช่วยพี่เพื่อน ถ้าฉันไปขอร้องให้เขาช่วย เขาต้องเห็นแก่แม่บ้าง นะจ๊ะพ่อ”
“ต่อให้ข้าต้องอับจนแค่ไหน พิกลพิการจนเดินไม่ได้ ข้าก็จะไม่ไปขอความช่วยเหลือจากมัน”
“ไอ้พิศ เอ็งก็เห็นอยู่ ไอ้ลอกำลังจะตาย นังเพื่อนก็กำลังต้องการคนไปช่วย ข้าว่าเอ็งลดทิฐิลงบ้างเถอะวะ ไม่งั้นจะชิบหายกันหมด” ผาดเตือน
แพงรีบคุกเข่าพนมมือขอร้องพ่อ
“พ่อจ๋า หมอเขาบอกว่ายาดีๆ หมอเก่งๆ ที่ช่วยรักษาพี่ลอได้ มีก็แต่ที่พระนคร ให้ฉันไปขอร้องน้าโฉมเถอะนะจ๊ะพ่อ นะจ๊ะ”
พิศเครียด คิดหนัก แล้วหันมาปัดมือแพง
“ข้าไม่รู้โว้ย เอ็งอยากทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับข้า”
พิศตอบเลี่ยงแล้วเดินหนี แพงเครียด ก้อนรีบเข้ามาพยุงแพงขึ้น
“อย่าเสียเวลาเลยอีแพง จะทำอะไรก็รีบๆ ทำเถอะ ยิ่งช้าชีวิตไอ้ลอก็ยิ่งเสี่ยง”
แพงพยักหน้าอย่างตัดสินใจ

โฉมฉายยืนรอเรือมารับด้วยสีหน้าครุ่นคิดจนเหมือนยืนเหม่อ จำปาแอบมองคุณนายด้วยความสงสัยเลยแอบหันไปกระซิบถามจำปี
“แม่ แม่ ฉันว่าเรื่องในอดีตของคุณนายมันต้องมีอะไรแน่ๆ แม่ไม่เห็นเหรอตั้งแต่ออกมาจากวัด คุณนายดูเหม่อๆ ไม่พูดไม่จาเลย”
“เรื่องส่วนตัวของคุณนาย เอ็งมีสิทธิ์อะไรไปสาระแน”
“ที่ฉันอยากสาระแนเพราะรักคุณนายเหมือนแม่คนที่สองของฉันนะจ๊ะ”
“ปากดีนะเอ็ง ข้าก็ไม่ได้รู้อะไรหรอก รู้แต่ว่าสมัยก่อนมาเจอเถ้าแก่ คุณนายลำบากมาก ก็แค่นั้น”
“โธ่เอ๊ย นึกว่าแม่จะรู้ เผื่อเราจะได้ช่วยกันปลอบใจคุณนาย”
จำปูนเข้ามากระแอมเตือนเมียกับลูก
“เอ็งสองคน อย่าให้มันมากไปนัก บางเรื่องที่คุณนายไม่อยากจำก็อย่าไปฟื้นฝอยหาตะเข็บ เรือมาถึงแล้วขอรับคุณนาย”
“ขอบใจจ้ะจำปูน ขนของขึ้นเรือได้เลย”
จำปูนพยักหน้าให้จำปีกับจำปามาช่วยขนสัมภาระเดินไปที่ท่าน้ำ โฉมฉายเดินตามไปที่ท่าเรือ แล้วหยุดนิ่งไป ครุ่นคิด ก่อนจะหันกลับมามองที่บริเวณท่าเรืออีกครั้ง จำปาหันมาเห็นโฉมฉายหยุดอยู่กับที่ก็สงสัย

“คุณนาย ลืมอะไรเหรอเจ้าคะ”

แพงกับแก้วรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาที่ท่าเรือ แพงกวาดตามองหา
 
“ไหนล่ะอีแก้ว น้าข้าหน้าตาเป็นยังไง”
“น้าเอ็งหน้าตาสวยอย่างกับนางสวรรค์ แต่งตัวก็สวย มีคนรับใช้เดินตามหลังตั้งหลายคน หาไม่ยากหรอกอีแพง”
“หาไม่ยาก แล้วทำไมข้าถึงหาไม่เจอ”
“เออ นั่นสิวะ หรือว่า เขาจะขึ้นเรือไปกันหมดแล้ว”
“โธ่เอ๊ย ข้ามาช้าเกินไปอีกแล้วเหรอเนี่ย”
แพงเจ็บใจตัวเองแล้วเดินไปที่ชาวบ้านซึ่งกำลังผูกเรืออยู่ที่ท่า
“น้าจ๊ะ ผู้หญิงที่แต่งตัวสวยๆ ท่าทางเป็นคุณนายจากพระนคร ขึ้นเรือออกไปนานรึยัง”
ชาวบ้านมองแพงแต่ยังไม่ทันจะตอบอะไร เสียงของโฉมฉายก็ดังขึ้นข้างหลัง
“กำลังตามหาฉันอยู่เหรอจ๊ะแม่หนู”
แพงกับแก้วชะงักหันไปเห็นโฉมฉาย แก้วรีบสะกิดแพง
“นี่ไง น้าโฉมฉายของแกอีแพง”
“น้าโฉมฉาย”
“แพง แม่หนูชื่อแพง ลูกสาวคนเล็กของพ่อพิศกับแม่สายรึเปล่า”
“จ้ะ ฉันอีแพงลูกแม่สาย”
โฉมฉายดีใจน้ำตาคลอ เข้าไปดึงแพงมากอดทันที
“แพง แพงของน้า โตเป็นสาวแล้วจริงๆ น้าดีใจเหลือเกิน”
แพงอึ้งๆ ทำตัวไม่ถูกในอ้อมกอดของน้าที่กอดแน่นด้วยความปลื้มปิติ

พิศกลับเข้ามาบ้าน ทรุดนั่งลงตรงหน้าโกศเล็กๆ ที่ใส่อัฐิของเมีย พิศอึดอัดเรื่องโฉมฉายจนไม่รู้จะหาทาง ออกอย่างไร จึงคว้าไหเหล้าขึ้นมาจะยกดื่ม แต่เสียงของโฉมฉายก็ดังขึ้น
“ถ้าพี่เอาแต่ใช้เหล้าเป็นที่พึ่ง นังเพื่อนกับคู่หมั้นมันคงไม่มีโอกาสได้กลับมาเจอหน้ากัน”
พิศชะงักหันไปเห็นแพงพาโฉมฉายเข้ามา
“อีแพง นี่เอ็งไปพามันมาทำไม ไปให้พ้น”
“ฉันขอเถอะพ่อ ถ้าแม่ยังอยู่ แม่ต้องไม่อยากเห็นพ่อกับน้องแม่ทะเลาะกันแบบนี้แน่”
“หุบปากเอ็งไปซะอีแพง ไม่ใช่เพราะเอ็งเหรอไง เมียข้าถึงเหลือแต่เถ้ากระดูกแค่นี้”
“จนป่านนี้พี่ยังไม่เลิกความคิดแบบนี้อีกเหรอ พี่เที่ยวโทษแต่อีแพง ให้มันเป็นแพะรับบาป แต่ไม่เคยคิดโทษตัวเองบ้าง”
“อย่าคิดว่าเอ็งได้ดีแล้วจะมาเชิดหน้าชูคอด่าข้าแบบนี้ได้นะโว้ยอีโฉม”
“มันไม่เกี่ยวหรอกว่าฉันจะได้ดีหรือไม่ได้ดีกลับมาแล้วด่าพี่ เพราะต่อให้ฉันไม่มีอะไรมาเลย แต่ฉันก็ยังรู้จักคำว่าให้อภัย เพราะฉันเห็นแก่หลานของฉันทั้งสองคน”
“นังเพื่อนอีแพงมันเป็นลูกข้า หน้าไหนก็ไม่ต้องมายุ่ง”
“พ่อจ๋า อย่าทำแบบนี้เลยนะ”
“พาน้าเอ็งกลับไปเลยอีแพง”
“ไม่ คราวที่แล้วฉันขี้ขลาดไม่กล้าเผชิญหน้ากับพี่ ทั้งๆ ที่หลานๆ ของฉันกำลังลำบาก คราวนี้ฉันจะไม่เดินหนีอีกแล้ว”
“อีโฉม”

พวกคนสนิทของโฉมฉายถูกสั่งให้รออยู่หน้าบ้าน ไม่ให้เข้าไป แต่ได้ยินเสียงทะเลาะดังออกมาก็อดเป็น ห่วงโฉมฉายไม่ได้
“แม่ เสียงเถียงกันเอ็ดตะโรแบบนี้ ฉันว่าไม่ค่อยดีแล้วนะ”
“ข้าได้ยินแล้ว ไอ้จำปูน รีบไปพาคุณนายลงมาเถอะ”
จำปูนพยักหน้า จะเดินไปที่เรือน แต่แก้วรีบขวาง
“อย่าเพิ่งพาคุณนายกลับไปเลยจ้ะ ฉันขอร้องล่ะ อีแพงเพื่อนฉันมันจนปัญญาหาทางช่วยพี่ลอกับพี่สาวมันแล้ว มีก็แต่คุณนายที่มันจะพึ่งได้คนเดียว”
“นังหนู คุณนายเขาพร้อมช่วยเหลืออยู่แล้ว ยิ่งเป็นหลานสาวตัวเองด้วย เอ็งไม่ต้องห่วงเลย สั่งมาคำเดียวพวกข้าจะพาไอ้ลอไปพระนครทันที” จำปูนบอก
“ใช่ เว้นก็แต่ว่า ทางนี้จะไม่ยอมให้ช่วย”
แก้วเครียด

โฉมฉายกับพิศเผชิญหน้ากัน แล้วโฉมฉายก็ทำในสิ่งที่พิศไม่คิดว่าจะทำ เธอยกมือขึ้นพนมแล้ว ก้มกราบไปที่อกพิศอย่างอ่อนน้อม
“ฉันอยากขอขมาเพราะว่าฉันเป็นผู้น้อย ที่ฉันเคยว่าพี่ เคยขวางไม่ให้พาพี่สายมาอยู่กิน ข้อนี้ฉันยอมรับผิดว่าเป็นเพราะฉันยังเด็กและเบาปัญญา ห่วงแต่พี่สาวฉันจะลำบาก ทั้งๆ ที่ไม่มีผู้ชายคนไหนรักพี่สาวฉันได้อย่างพี่พิศอีกแล้ว”
“อีโฉม”
“กว่าฉันจะได้รู้ว่าความรักต่างหากที่เป็นความสุขของพี่สาย ก็วันที่ฉันต้องเสียเถ้าแก่ไป ยกโทษให้ฉันเถอะนะจ๊ะพี่พิศ”
พิศนิ่งงัน พูดไม่ออก ผละจากโฉมฉายไปที่โกศอัฐิของเมียรัก น้ำตาคลอ
“ที่ข้าโกรธเอ็งมาตลอดเพราะข้าเกลียดที่เอ็งหยามความรักของข้า ข้าอาจจะเป็นพี่เขยที่ไม่เอาไหนในสายตาเอ็ง แต่ข้าก็รักพี่สาวเอ็งยิ่งกว่าชีวิตข้าเอง”
“พี่ยกโทษให้ฉัน แล้วกับอีแพงล่ะ พี่ก็รู้ว่าที่พี่สายตายไม่ใช่ความผิดของอีแพง”
พิศนิ่งไป
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกจ้ะน้า”
“อีแพง เอ็งรีบพาน้าเอ็งไปดูอาการไอ้ลอเถอะ อย่าชักช้าเลย”
แพงดีใจ
“จ้ะพ่อ ทางนี้เลยจ้ะน้าโฉม”
แพงรีบนำโฉมฉายออกจากเรือน โฉมฉายหันมามองพิศซึ่งนั่งลงหน้าโกศสาย
“แม่สาย”

ก้อนกับผาดดูอาการของลออยู่ พยายามช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ ระหว่างนั้นแพงรีบพา โฉมฉายกับจำปูนเข้ามา
“อาผู้ใหญ่ พี่ลอเป็นยังไงบ้างจ๊ะ”
“จะหนักขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำว่ะอีแพง แล้วนี่”
“น้าโฉมฉาย น้าของฉันเองจ้ะ”
“สวัสดีขอรับคุณนาย ได้ยินมาว่าที่พระนครมีหมอเก่งๆ มียาดีๆ ที่จะช่วยไอ้ลอได้ จะให้ผมกราบตีน ให้ไปเป็นขี้ข้ารับใช้ทำงานให้คุณนายผมก็ยอม ขออย่างเดียวช่วยชีวิตเพื่อนผมด้วยขอรับ”
“ไม่ต้องห่วงจ้ะ นายลอเป็นคู่หมั้นกับหลานสาวฉัน ก็เหมือนเป็นญาติของฉันคนหนึ่ง ฉันไม่ปล่อยให้เขาตายแน่ จำปูน พอดูได้มั้ยว่าอาการเขาเป็นยังไงบ้าง”
“ได้ขอรับคุณนาย”
จำปูนเข้าไปตรวจดูอาการของลออยู่ครู่ก็หันมาบอกโฉมฉาย
“ญาติของกระผมก็เคยมีอาการแบบนี้ มาจากไข้มาเลเรียแน่นอนขอรับ อาการเท่าที่ดูตอนนี้ค่อนข้างสาหัส อาจจะขึ้นสมองแล้วก็ได้ขอรับคุณนาย”
“คุณพระ งั้นก็ต้องรีบพาเขาเข้าพระนครเดี๋ยวนี้เลย”
“พี่ลอจะตายมั้ยจ้ะน้าโฉม”
“น้ารู้จักหมอที่เคยรักษาอาการแบบนี้จนหายมาแล้ว น้าสัญญาจ้ะ นายลอจะต้องไม่ตาย ขอแรงผู้ใหญ่ช่วยกันพานายลอไปกับฉันเดี๋ยวนี้เลยได้มั้ย”

ทุกคนเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง

พิศเก็บข้าวของใส่ห่อผ้าสำหรับเดินทาง ระหว่างนั้นแพงรีบวิ่งเข้ามาอย่างดีใจ
 
“พ่อ พ่อจ๋า พ่อ น้าโฉมเขากำลังพาพี่ลอไปรักษาที่พระนคร เขารับปากฉันว่าพี่ลอต้องรอดตาย ฉันดีใจจังเลยจ้ะพ่อ”
“ที่นั่นมีหมอเก่งๆ มียาดีๆ รออยู่ ถ้าไอ้ลอฟื้นขึ้นมาแล้ว เอ็งส่งข่าวมาให้ข้ารู้ด้วยนะอีแพง”
“พ่อหมายความว่ายังไง”
พิศยื่นห่อผ้าที่เพิ่งห่อไว้เมื่อครู่ให้แพง
“เอ็งต้องไปพระนครกับน้าเอ็ง”
“พ่อ”
“รับไปสิอีแพง ข้าเก็บของเอ็งให้หมดแล้ว”
“พ่อให้ฉันไปแล้วใครจะดูแลพ่อล่ะ”
“ไม่ต้องมีใครมาดูแลข้าหรอก ข้าอยู่ของข้าเองได้”
“งั้นฉันไม่ไปหรอก ฉันจะอยู่กับพ่อ”
“อีแพง ข้าสั่งเอ็งต้องไป ไปช่วยดูแลไอ้ลอ ถ้ามันหายดีก็ช่วยมันตามหาพี่สาวเอ็ง”
“ไม่ ฉันไม่ทิ้งพ่อไว้หรอก พ่อไปกับฉันก็ได้”
โฉมฉายเข้ามา
“นั่นสิพี่พิศ ไปอยู่กับฉันที่พระนครกันหมดเลยก็ได้ บ้านช่องฉันใหญ่โต ห้องหับเหลือเฝือ”
“ขอบใจอีโฉม ถึงข้ากับเอ็งจะเลิกหมางกัน แต่ข้าก็ไม่อยากไปเป็นภาระให้เอ็งหรอก ข้าจะอยู่บ้านสร้าง อยู่กับเมียข้า ไม่ไปไหนหรอก”
“อย่าพูดอย่างนี้สิพ่อ”
“อีแพง ยกโทษให้พ่อเถอะนะ พ่อผิดเองที่ไปโยนบาปให้เอ็ง ทั้งๆ ที่พ่อนี่แหละที่ควรเป็นคนผิด ที่ดูแลแม่เอ็งไม่ดี เขาถึงต้องตาย พ่อขอโทษนะอีแพง”
“พ่อ”
แพงสวมกอดพิศอย่างตื้นตันใจ
“ฉันไม่เคยโกรธพ่อ เพราะว่าฉันเป็นลูก ถ้าพ่อไม่เลี้ยงดูฉัน ไม่อบรมสั่งสอน ฉันก็คงไม่ เป็นอีแพงอย่างทุกวันนี้ ฮือๆๆ”
โฉมฉายมองพิศกับแพงกอดกันแล้วอดน้ำตารื้นไปด้วยไม่ได้

แพงถือห่อผ้าเดินตามโฉมฉายออกมาจากบ้าน พิศเดินตามออกมาส่ง
“ไม่ต้องห่วงนะพี่พิศ ทันทีที่ฉันไปถึงพระนคร ฉันจะให้ตำรวจช่วยตามหานังเพื่อน คิดว่า ไม่นานก็คงได้เรื่อง”
“ข้าก็หวังว่าเส้นสายของเอ็งจะช่วยเร่งให้ช่วยตามหานังเพื่อนให้เจอเร็วๆ อีแพง เอ็งก็อย่าไปทำสันดานเสียกับน้าเอ็งล่ะ เขาสั่งเขาสอนอะไรก็ฟังเขา อย่าอวดเก่ง อวดฉลาด เพราะที่พระนครเขามีคนที่ฉลาดกว่าเอ็งเยอะ”
“จ้ะพ่อ พ่อไม่เปลี่ยนใจไปกับฉันจริงๆ เหรอ”
“เออ รีบไปได้แล้ว”
ระหว่างนั้นแก้วกับด้วงรีบวิ่งเข้ามา
“อีแพง เอ็งต้องไปเดี๋ยวนี้แล้วเหรอ”
“อีแก้ว ข้าต้องห่วงพี่ลอก่อน ยิ่งช้าโอกาสของพี่ลอก็ยิ่งเหลือน้อย”
“เอ็งเขียนจดหมายมาหาข้าบ้างนะ”
“ให้มันเขียนจดหมายมาแล้วเอ็งอ่านออกเหรออีแก้ว”
“ก็ให้หลวงพ่ออ่านให้ข้าฟังไง ไอ้นี่ขัดให้เสียเวลา”
“ข้าจะจดหมายมาหาเอ็ง ขอบใจมากนะ ถ้าไม่ได้เอ็งช่วย ข้าก็คงไม่มีโอกาสช่วยพี่ลอ”
แก้วดึงแพงมากอดและพูดเบาๆ ให้แพงได้ยิน รู้กัน 2 คน
“อย่าลืมที่ข้าเตือนเอ็งไว้นะอีแพง ความรักของเอ็งกับพี่ลอมันเป็นไปไม่ได้ ถ้าขืนยังดันทุรังไม่ตัดพี่ลอออกจากชีวิต จะไม่มีใครให้อภัยเอ็ง เข้าใจมั้ยอีแพง”
แพงพยักหน้า แล้วกอดแก้วแน่น

ภายในห้องนอนที่เพื่อนถูกขัง หน้าต่างปิดล็อคจนแสงแทบจะเล็ดลอดเข้ามาไม่ได้ จานข้าวที่ เพื่อนไม่ยอมแตะเลยยังวางอยู่ในถาด ส่วนเพื่อนเอาแต่นั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง ระหว่างนั้นเสียงเคาะประตูดัง
เพื่อนสะดุ้งตกใจกลัว มองเขม็งไปที่ส้อมซึ่งอยู่บนจานข้าว ประตูห้องเปิดเข้ามา ลั่นทมมาพร้อมกับเมี่ยง มองไปที่จานข้าว
“วันนี้หล่อนก็ยังไม่แตะอะไรเลยอีกเหรอจ๊ะแม่เพื่อน”
“จะบังคับให้ฉันกิน ฉันก็ไม่กิน”
“ถ้าฉันจะบังคับหล่อนจริงๆ ฉันสั่งไอ้เมี่ยงไปแล้ว”
ลั่นทมหันไปมองเมี่ยง เมี่ยงจะเดินเข้าไปที่เพื่อน แต่ลั่นทมยกมือปรามแล้วโบกมือไล่
“แกออกไปก่อนเถอะเมี่ยง ฉันจะอยู่กับแม่เพื่อนสองคนเอง”
เมี่ยงไม่ค่อยไว้ใจเพื่อน ลั่นทมโบกไล่ย้ำ เมี่ยงจึงออกไป ลั่นทมเปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงแดดส่องเข้ามาบ้าง
“อยู่ในนี้มาหลายวัน หล่อนคงอึดอัดอยากเห็นแสงเดือนแสงตะวันกับเขาบ้าง จะบอกให้ นะ กลิ่นของพระนครมันมีความหอมมากกว่ากลิ่นโคลนสาปควายที่บ้านหล่อนซะอีก”
เพื่อนยืนนิ่งไม่ขยับ แอบซุกส้อมคมๆ เอาไว้ในมือ
“มาสิ ลองมาสูดอากาศของพระนครดู แล้วหล่อนจะรู้ว่าฉันพูดไม่ผิด”
เพื่อนกำส้อมแน่นพร้อมเข้าไปเล่นงานลั่นทม
“แต่หล่อนควรวางส้อมที่คิดจะใช้เล่นงานฉันลงก่อน เพราะของแค่นั้นมันช่วยให้หล่อน หนีไปจากที่นี่ไม่ได้หรอก”
เพื่อนชะงัก
“หล่อนอย่าประเมินฉันต่ำไป บ้านเมืองที่มันเปลี่ยนแปลงจนวุ่นวายถึงขนาดนี้ ถ้าฉันไม่ร้ายกว่าผู้ชายหลายๆ คน ฉันคงทำมาหากินไม่ได้แล้วล่ะ แม่เพื่อน”
ลั่นทมเข้ามาจับข้อมือเพื่อน แล้วบิดทีเดียว ส้อมในมือเพื่อนหลุดหล่นพื้น
“ฉันรู้ทันหล่อนทุกก้าว ทุกความคิดที่หล่อนคิด เพราะฉะนั้นจะทำตัวดีๆ ให้ฉันดีกับหล่อน หรือจะทำให้ฉันโกรธแล้วส่งหล่อนให้ไอ้เมี่ยงมันข่มขืน เลือกมา”
เพื่อนหน้าเสียตกอยู่ในความกลัวเพราะท่าทางลั่นทมเอาจริง เพื่อนเข่าอ่อนทรุดลงน้ำตาคลอ
“หล่อนเลือกถูกแล้ว ก็อย่างที่ฉันบอก ฉันจะไม่ใช้งานหล่อนอย่างผู้หญิงราคาถูกทั่วไป ที่เห็นอยู่ในบ้านฉัน แต่ฉันจะหาผัวที่มีทั้งยศและอำนาจให้หล่อน”
ลั่นทมตบมือเรียก ครู่หนึ่งสาวใช้ในบ้านเข้ามาพร้อมชุดสวยๆ ชุดใหม่
“แต่งหน้าแต่งตัวซะ ฉันจะพาหล่อนออกไปดูให้เห็นกับตา ว่าที่พระนครมันเหมาะกับหล่อนมากกว่าต้องทนมีผัวจนๆ อยู่บ้านนอกคอกนายังไง”

ลั่นทมเดินออกไป เพื่อนหันไปมองเสื้อผ้าสวยหรูหราที่ถูกนำเข้ามา

ภายในสนามเทนนิสในสมาคมที่พวกนักเรียนนอกหนุ่มๆ ชอบมาจับกลุ่มสังสรรค์
 
แรมเดินเข้ามา ใส่ชุดเทนนิสมินิสเกิร์ตโชว์เรียวขา ใบหน้าที่แต่งแต้มจัดจนสวยโดดทำให้บรรดาหนุ่มๆ นักเรียนนอกที่กำลังจับกลุ่มคุยบ้าง ตีเทนนิสบ้าง ต้องพากันหันมามองเหลียวหลัง แรมยิ้มละมุนทำทีโปรยยิ้มให้กับหนุ่มๆ นักเรียนนอก
มานพ หนุ่มนักเรียนนอกหน้าตาดีกำลังตีเทนนิสโต้กับวิชิต ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท แต่เพราะวิชิต หันไปมองแรมอย่างสนใจเลยทำให้พลาดตีลูกเทนนิสที่มานพตีใส่
“เฮ้ย เป็นอะไรไปวะไอ้เกลอ ตาไม่มองลูกมัวแต่มองอะไรอยู่”
“แกต้องเห็นกับตาตัวเองว่ะมานพ บางทีไอ้ความเรื่องมากไม่เลือกใครเลยของแกอาจ จะถึงเวลาต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่”
วิชิตรีบดึงมานพให้มองตามที่ตัวเองเห็น มานพเห็นแรมอยู่ท่ามกลางวงล้อมของหนุ่มๆ แรมหัวเราะต่อกระซิก

ลั่นทมแต่งตัวสวยพร้อมรออยู่ที่หน้าบ้าน ครู่หนึ่งสาวใช้พาเพื่อนที่ถูกจับแต่งตัวสวยเป็นสาวพระนครออกมา ลั่นทมหันไปเห็นแล้วอดทึ่งไม่ได้
“ฉันเคยมองอะไรพลาดที่ไหน นี่สิดอกไม้งามที่ค่าของมันไม่ควรอยู่ในมือยาจก”
ลั่นทมเชยคางเพื่อน แต่ถูกเพื่อนปัดมือเบือนหน้าหลบ
“ฉันไม่รู้ว่านังแรมมันเล่าเรื่องของฉันไปยังไงบ้าง แต่อย่ามาดูถูกพี่ลอของฉัน ถ้าเขามาถึงพระนครเมื่อไหร่ พวกแกทุกคนเตรียมตัวตายได้เลย”
“หึๆๆ ก็ขอให้มาเถอะ ถ้าไม่โดนไอ้เมี่ยงฆ่าตายซะก่อน”
“พี่ลอต้องตามมาช่วยฉัน เขาจะหาตัวนังแรมเจอแน่นอน”
“นังแรมมันคงไม่โง่ลอยหน้าเดินตามตรอกตามถนนหรอกแม่เพื่อน ป่านนี้มันคงเอาเงินที่ได้จากฉันไปอวดรวยเดินเฉิดฉาย ตะเกียกตะกายหาโอกาสจับผู้ชายรวยๆ มาเป็นผัว ไม่เหมือนหล่อนที่อยู่เฉยๆ คอยทำตามที่ฉันบอก แล้วผู้ชายดีๆ รวยๆ จะดาหน้าเข้ามาให้ หล่อนเลือกไม่หวาดไม่ไหว”
ลั่นทมยิ้มร้ายแล้วหันไปพยักหน้าให้สามล้อที่รออยู่เข้ามารับ
“ระหว่างที่ออกไปกับฉัน หล่อนอย่าคิดหนี เพราะไอ้เมี่ยงมันจะคอยตามทุกฝีก้าว”
ลั่นทมหันไปมองเมี่ยงที่ขึ้นไปนั่งสามล้ออีกคันคอยตามเพื่อนที่ขึ้นนั่งสามล้อออกไปกับลั่นทม

แรมยังเป็นเดือนในหมู่ดาว ท่ามกลางชายหนุ่มที่รุมเอาอกเอาใจ วิชิตมองแรมอย่างสนใจแล้วรีบเรียกมานพซึ่งนั่งพักดื่มน้ำไม่ได้สนใจอะไร
“สวยหยาดเยิ้มชวนให้หนาวทรวงขนาดนี้ เลิกดีกว่าว่ะไอ้มานพ”
“เลิก หมายถึงเลิกตีเทนนิสกับฉันหรือคิดจะเลิกกับเมียแกวะวิชิต”
“เฮ้ย เลิกตีเทนนิสก่อนสิวะ ส่วนไอ้เรื่องเลิกเมีย ชู่ว์ ขอเถอะไอ้เกลอ เมียดีๆ ต้องมีไว้ประดับบารมี จุดธูปบูชาเอาไว้บนหิ้ง ไม่งั้นโดนพ่อตาลากคอไปยิงเป้าแน่”
“หึ ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้โชคดีกับการหาคู่ขาและคอยหลบลูกปืนพ่อตาแกก็แล้วกัน”
มานพบอกแล้วหันไปเก็บไม้ตีเทนนิสใส่กระเป๋าจะออกไป วิชิตรีบทัก
“จะไปเลยเหรอวะมานพ ถ้าสวยขนาดนี้ยังไม่ถูกใจแก แล้วต้องสวยขนาดไหนวะถึงจะจับแกอยู่หมัด”
“ไม่รู้เหมือนกันว่ะ บางทีผู้หญิงที่จะมาเป็นยอดชีวาของฉันอาจจะยังไม่เกิดก็ได้”
มานพยิ้มๆ เดินออกไป ผ่านกลุ่มชายหนุ่มที่กำลังรุมล้อมแรม แรมเหลือบมองมานพ ความหล่อของเขาทำให้เธออดประทับใจไม่ได้
 
แรมพยายามส่งยิ้มให้ แต่มานพกลับเดินผ่านอย่างไม่สนใจ ไม่เห็นเธออยู่ในสายตา ทำให้แรมอดสนใจมานพไม่ได้
 
จบตอนที่ 8 
กำลังโหลดความคิดเห็น...