xs
xsm
sm
md
lg

กลกิโมโน ตอนที่ 10

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


กลกิโมโน ตอนที่ 10

ณ คฤหาสน์โคสึกะ เวลากลางคืน ไดซุเกะตั้งจิตอธิษฐานอยู่หน้าโต๊ะบูชาเทพเจ้าจิ้งจอก...
 
สีหน้าของเขาซีดเซียวและไอค่อกแค่กเบาๆ เพราะถูกนางปีศาจหิมะดูดพลังไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว
"ท่านเทพเจ้าจิ้งจอก ช่วยฮิเดะให้ทำหน้าที่แก้แค้นแทนโคสึกะทุกคนให้สำเร็จด้วยเถอะ"
ไดซุเกะก้มโค้งคำนับตามธรรมเนียมญี่ปุ่น ระหว่างนั้นที่มุมห้องมีสายตาลึกลับจาก "ใครบางคน" แอบอยู่ เขารับรู้ได้ถึงสายตานั้นจึงหันขวับไปมองพร้อมกับที่ "เจ้าของสายตา" รีบหลบออกไป ทำให้ยังไม่เห็นใคร จังหวะนั้นอัตซุโอะเลื่อนประตูเปิดเข้ามาพร้อมถือโทรศัพท์มือถือในมือ
"ท่านครับ...คุณฮิเดะโทรมาครับ" เขาเห็นสีหน้าไดซุเกะที่กำลังสงสัย "มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"ไม่มี..ชั้นคงคิดมากไปเอง" เขารับมือถือ แล้วถามทันที "ฮิเดะ เป็นยังไงบ้าง"
ไดซุเกะพูดและเดินออกไปนอกห้อง อัตซุโอะตามออกไป
พอประตูเลื่อนปิดสนิท ฮิโตชิก็ค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากในมุมมืดแล้วมองไปที่ประตูให้แน่ใจว่าไม่มีใครเข้ามา แล้วย่องไปยืนที่หน้าชั้นวางตุ๊กตาฮินะ มองไปที่รูปปั้นฮินะรูปนางปีศาจหิมะที่ตั้งอยู่บนหิ้ง นึกถึง
เมื่อตอนที่ฮิโตชิทำตุ๊กตาฮินะหล่นพื้น เสียงหัวเราะแหลมของนางปีศาจหิมะดังลั่น ...
ฮิโตชิมองตุ๊กตาฮินะด้วยสีหน้ามั่นใจ

ตุ๊กตาฮินะที่เคยขังนางปีศาจหิมะวางอยู่บนมือของโฮชิและยื่นให้มิกิดู
"ตระกูลโคสึกะเคยขังนางปีศาจหิมะไว้ในตุ๊กตาฮินะตัวนี้เหรอคะ" โฮชิพยักหน้ารับ "แล้วท่านชายได้ตุ๊กตามาได้ยังไงคะ"
โฮชิเหลือบมองฮิโตชิที่ยืนหลบอยู่ในมุมห้อง ฮิโตชิยิ้มสดใสแล้วหายตัวไป โฮชิจึงหันกลับไปบอกมิกิ
"ชั้นได้มายังไงไม่สำคัญหรอก สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่านางปีศาจหิมะถูกขังมานานถึงสี่ร้อยปี นางจะไม่มีวันแข็งแรงได้มากถึงขนาดสะกดจิตมิกิให้มาทำร้ายฮิคาริ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากตระกูลโคสึกะ "
"พวกโคสึกะตั้งใจส่งนางปีศาจหิมะมาทำร้ายรินดารา แสดงว่าพวกเขารู้ว่ารินดาราเป็นใคร... พวกเขารู้ได้ยังไงคะท่านชาย !"
"ความลับไม่มีในโลกหรอกมิกิ มีก็แค่รู้ช้าหรือรู้เร็ว"
"ถ้าอย่างนั้นเรื่องที่คุณรินดารากับอาคิระไปเมืองไทยเพื่อตามหาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากที่พวกโคสึกะจะรู้"
โฮชิไม่สบายใจ
"และพวกเขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางไม่ให้ชั้นได้กลับสวรรค์"
"ท่านชายไม่ต้องกังวลนะคะ ดิชั้นมั่นใจว่าถ้าอาคิระได้พบเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ อาคิระจะเก็บรักษามันมามอบให้ท่านชายด้วยชีวิตของเขา"
"สิ่งที่ชั้นต้องการให้อาคิระกับรินดารารักษาให้ดีไม่ใช่เส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ แต่ เป็นชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะชั้นไม่ต้องการให้มีใครต้องตายเพื่อแลกกับอิสรภาพของชั้นแม้แต่คนเดียว"
โฮชิแววตามีความกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด

วันใหม่ รินดาราเดินคุยโทรศัพท์มือถือออกมาจากในบ้าน ...
"หนูจะรีบไปทำธุระให้เสร็จ แล้วจะรีบไปเฝ้าพ่อแทนแม่นะคะ แม่จะได้กลับมาพักผ่อน แต่ถ้ามีอะไรแม่โทร.หาหนูได้ตลอดเวลาเลยนะคะ... ค่ะแม่"
รินดาราวางสายแล้วถึงเห็นอาคิระยืนคุยโทรศัพท์อยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ครับคุณย่า ฝากบอกท่านชายด้วยนะครับว่าไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะทำตามที่ท่านชายสั่งให้ดีที่สุด แล้วผมจะส่งข่าวไปนะครับ"
อาคิระวางสาย รินดาราเดินเข้าไปถาม
"มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"ท่านชายฝากบอกให้เราดูแลชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะท่านชายกำลังสงสัยว่า พวกโคสึกะจะรู้เรื่องที่เรามาตามหาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำที่นี่ พวกนั้นอาจจะตามมาขัดขวางเรา"
"พวกโคสึกะจะรู้ว่าเรามาที่นี่ได้ยังไงคะ "
"โคสึกะร้ายกาจกว่าที่คุณคิด ผมเริ่มมั่นใจแล้วว่าที่คุณได้ยินเสียงฮิเดะเมื่อคืนนี้ คุณไม่ได้คิดไปเองแน่ เพราะฉะนั้นเราต้องรีบไปหาคุณป้าอังให้เร็วที่สุดก่อนที่ฮิเดะจะไปถึงก่อนเรา"
ขาดคำเสียงแตรรถดังขึ้น อาคิระกับรินดาราหันไปเห็นเคนจิโบกมือมาทางพวกเขาอยู่บนรถเก๋ง

รถยนต์ของเคนจิขับเรื่อยๆ ไปบนถนนเรียบทุ่งนาในเส้นทางอุดรธานี เคนจิเป็นคนขับรถ อาคิระนั่งหน้าคู่กับเคนจิ รินดารานั่งข้างหลังแต่ยื่นตัวออกมาอยู่ตรงกลาง ระหว่างชายทั้งสอง อาคิระกับรินดารามีอาการร้อนรนตื่นเต้น
"เคนจิ...ถนนไม่มีรถสักคัน ขับเร็วกว่านี้ได้ไหม"
"ไปถึงเร็วก็ยังไม่เจอ วันนี้ป้าอังไปหาหมอในเมืองน่าจะยังไม่กลับ" เคนจิบอก
"แล้วอีกไกลไหมกว่าจะถึง"
เคนจิชี้ไปที่หลังคาบ้านสองชั้นโผล่พ้นแมกไม้ที่อยู่ห่างไปประมาณครึ่งกิโลเมตร
"บ้านหลังนั้น"
รินดารากับอาคิระมองตามไปที่หลังคาบ้านอย่างมีความหวัง
ส่วนเคนจิชี้เสร็จแล้วหันกลับไปมองที่ถนน ทันใดนั้นก็มีเงาดำๆ ลักษณะเหมือนสุนัขวิ่งตัดหน้ารถในระยะประชิด
"เฮ้ย"
เคนจิหักรถหลบกะทันหัน ทำให้รถพุ่งลงทุ่งนาข้างทาง ทั้งสามตกใจสุดขีดร้องเฮ้ย !
เคนจิเหยียบเบรกมิดเท้า ทั้งสามเบรกหัวทิ่ม รถหยุดได้ทันก่อนที่จะพุ่งลงไปในคันนา

อาคิระกับเคนจิรีบลงจากรถ เคนจิไปก้มดูล้อรถ ส่วนอาคิระเปิดประตูหลังไปดูรินดาราอย่างห่วงใย
"รินดารา ! คุณเป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนไหม"
"ไม่ค่ะ ชั้นไม่เป็นอะไรค่ะ ขอบคุณนะคะ"
อาคิระพยักหน้ารับและมองรินดาราตอบด้วยแววตาอ่อนโยนเช่นกัน แล้วรินดาราก็ขยับตัวลงจากรถ
อาคิระถอยให้รินดาราออกมา จึงเห็นว่าเคนจิกำลังก้มตัวดูยางล้อรถแบนแฟ่บติดพื้น
"เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น เคนจิหักรถหลบอะไร"
"สุนัข" เคนจิมองไปที่ทุ่งนาตรงตำแหน่งที่เห็นสุนัขวิ่งตัดหน้าไป "แต่มันคงวิ่งหนีไปแล้ว"
"สุนัข ? ผมไม่เห็นเลยนะ" อาคิระบอก
"นั่นสิ..ชั้นก็ไม่เห็น เคนจิตาฝาดหรือเปล่า"
เคนจิส่ายหน้ามั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาดก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองบนพื้น
"นี่ไง..รอยเท้าของมัน ยังใหม่ๆอยู่เลย"
เคนจิย่อตัวลงดูรอยเท้าบนดินชื้น เป็นรอยเท้าสุนัขที่มีช่วงเล็บแหลมเรียวกว่ารอยเท้าสุนัขทั่วไป อาคิระช่วยดู
"รอยปลายเล็บเท้าแหลมเรียวแบบนี้ ไม่ใช่สุนัขธรรมดาแล้ว เหมือนรอยเท้าสุนัขจิ้งจอกมากกว่า"
"สุนัขจิ้งจอก"
อาคิระพยักหน้ากับรินดาราอย่างหวั่นใจ
"ฮิเดะ !"
อาคิระเริ่มหน้าเครียดมองไปที่ยางรถยนต์แบนแฟ่บ แล้วตัดสินใจมุ่งหน้าวิ่งไปที่บ้านป้าอังทันที รินดาราวิ่งตาม

"รินจัง ! คุณอาคิระ"

ประตูบ้านป้าอังเปิดผ่าง! ออก..ฮิเดโนริยืนอยู่หน้าประตูบ้านและยิ้มร้ายสมใจ
 
อาคิระกับรินดาราวิ่งไปที่บ้านป้าอังอย่างเร็วที่สุด
ฮิเดโนริรื้อค้นหาผ้าไหมที่ปักด้วยเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำไปตามตู้เสื้อผ้าลิ้นชักโต๊ะเตียง
"อยู่ไหนวะ"
เมื่อไม่เจอฮิเดะก็เคลื่อนย้ายไปค้นอีกจุดได้อย่างว่องไวเกินมนุษย์ปกติ

อาคิระ รินดาราวิ่งเข้ามาในเขตบ้านของป้าอังซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้น...ไม่มีรั้วแบบบ้านชนบททั่วไป
ทั้งคู่หยุดที่ประตูรั้วหน้านิ่วสงสัย เคนจิตามมาจนทัน
"รินดารา..คุณได้ยินเสียงความคิดของฮิเดะรึเปล่า"
รินดาราพยายามเงี่ยหูฟัง
"ไม่ค่ะ..ถ้าเป็นเขาจริงๆ ชั้นว่าเขาคงจะบังคับจิตตัวเองไม่ให้ชั้นได้ยินเสียงความคิดเขาอีก"
"งั้นระวังตัวด้วย..ผมมั่นใจว่าต้องเป็นฮิเดะแน่"
อาคิระหันไปพยักหน้าให้รินดารากับเคนจิระวังตัว

ฮิเดะกำลังค้นของในลิ้นชักหันขวับไปทางหน้าบ้าน เพราะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาของพวกอาคิระ ฮิเดะกัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจ

ทั้งสามเข้ามาภายในบ้าน พบสภาพข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจายเต็มพื้นก็อึ้งไป
อาคิระกัดฟันกรอด
"ฝีมือฮิเดะแน่"
เคนจิหันไปที่ข้างฝาซึ่งมีภาพถ่ายของป้าอังกับสามีซึ่งเป็นทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลก ข้าวล่างภาพถ่ายมีดาบ ซามูไร 2 เล่มตั้งโชว์อยู่ เคนจิรีบไปหยิบมาให้อาคิระเล่มหนึ่ง ส่วนตัวเองก็ถือเอาไว้อีกเล่มหนึ่งคอยระวังตัวกัน
ระหว่างนั้น ฮิเดโนริที่แอบยืนซุ่มอยู่ ดวงตาเป็นสีส้มของจิ้งจอกพร้อมลงมือถ้าสองคนนั้นเข้าใกล้
อาคิระจ้องเขม็งไปตรงบริเวณที่ฮิเดโนริแอบซุ่มอยู่ อาคิระหันไปพยักหน้ากับเคนจิวางแผนบุกจู่โจมพร้อมกัน แต่รินดาราเป็นห่วงแตะแขนอาคิระเอาไว้เพื่อเตือน แล้วกระซิบ
"ระวังนะคะคุณอาคิระ เคนจิบอกชั้นว่าป้าอังไม่ได้เก็บผ้าไหมผืนนั้นไว้ที่บ้าน ชั้นว่า...ฮิเดะคงยังไม่ได้มันไป"
อาคิระดันรินดาราให้ถอยไปหลบห่างๆ ส่วนเขากับเคนจิก็เตรียมพร้อมกำดาบซามูไรแน่นแล้วพุ่งไปพร้อมกัน
ตึ่ง ! ปลายดาบซามูไรของเคนจิกับอาคิระชี้ไปที่หลังเสา แต่ทว่ากลับไม่พบอะไร เคนจิกับอาคิระมองหน้ากันได้ครู่ เสียงรถจอดที่หน้าบ้านก็ดังขึ้น ทุกคนหันไปมอง
เสียงรถดังขึ้นจากหน้าบ้าน ทุกคนหันมองไปทางหน้าบ้าน เคนจิออกไปมองที่หน้าต่าง

ทั้งสามออกมาจากในบ้าน บริเวณหน้าบ้าน เล็ก ผู้หญิงวัย 40 ปีลงจากรถจากฝั่งคนขับแล้วหันมาทักทายเคนจิ อย่างดีใจ
"เคนจิ..มาถึงนานหรือยัง"
"เพิ่งมาถึงครับพี่เล็ก นี่รินจังกับคุณอาคิระเพื่อนของผมที่เล่าให้ฟัง"
อาคิระโค้งเคารพ ส่วนรินดารายกมือไหว้สวัสดี แต่พี่เล็กเห็นอาคิระกับเคนจิถือดาบซามูไรอยู่ในมือก็สงสัย
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เอ๊ะ..แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นเหรอ เอาดาบของพ่อพี่ออกมาทำไม"
"ต้องขอโทษด้วยครับ พาคุณป้าอังเข้าไปในบ้านกันก่อนแล้วผมจะอธิบายให้ฟัง"
"นั่นคุณ !"
น้ำเสียงของป้าอัง วัย 80 กว่า ที่เปิดประตูลงมาจากในรถเป็นเสียงตื่นเต้นตะลึงเมื่อได้เห็นใบหน้าของรินดารา
อาคิระกับเคนจิหันไปมองที่ป้าอังซึ่งค่อยๆเดินเข้ามาหารินดาราอย่างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"คุณ ใบหน้าแบบนี้ ใช่คุณจริงๆด้วย"
รินดารายืนงุนงง ป้าอังปราดเข้าไปแตะตัวรินดารา ดวงตาเหี่ยวย่นจับจ้องไปบนใบหน้าสวยของรินดารา แล้วน้ำในตาก็คลอเบ้าด้วยความยินดี
ป้าอังจับมือรินดารา
"เล็ก..เชื่อแม่หรือยังว่าคุณจะต้องมาหาแม่ คุณมาแล้ว คุณมาแล้ว"
ทั้งสามอดแปลกใจกับปฎิกิริยาที่ป้าอังมีต่อรินดาราไม่ได้

ป้าอังนั่งอยู่บนเตียงนอนแล้วยื่นม้วนกระดาษสีขาวส่งให้รินดารา ส่วนอาคิระ เคนจินั่งอยู่บนพื้นใกล้เตียงนอน
"ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ หลายปีมาแล้วที่แม่พูดถึงมาตลอดว่าสักวันผู้หญิงในรูปนี้ ผู้หญิงที่แกฝันถึงจะมาหา แต่ชั้นก็ไม่เคยเชื่อ" เล็กบอก
รินดาราคลี่ม้วนกระดาษออก อาคิระ เคนจิมองลงไปที่บนกระดาษ เป็นรูปวาดรินดาราในชุดกิโมโนวาดด้วยดินสอแบบง่ายๆ ทุกคนอึ้ง
"เมียวโจ"
เล็กถาม
"ใครคือเมียวโจคะ"
อาคิระสบตากับเคนจิอย่างขอความช่วยเหลือ เคนจิจึงช่วยตอบคำถามแทน
"พี่เล็กครับ ผมว่าเราออกไปข้างนอกดีกว่า เผื่อจะมีร่องรอยอะไรจับตัวหัวขโมยได้"
เล็กพยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นพร้อมเคนจิ
อาคิระคิดได้ว่าควรจะไปดูป้องกันไม่ให้ฮิเดโนริมาแอบฟังรินดาราคุยกับป้าอัง
"ผมไปด้วย" เขากระซิบกับรินดารา "ผมจะออกไปดูข้างนอกว่าฮิเดะยังอยู่แถวนี้หรือเปล่า"
รินดาราพยักหน้ารับ อาคิระลุกตามเคนจิกับเล็กออกไป แล้วพอรินดาราหันกลับมาหาป้าอังก็พบว่า ป้าอังร้องไห้
"คุณป้าร้องไห้ทำไมคะ"
"ป้าดีใจที่คุณมา ถ้าป้าไม่ได้เจอคุณ ป้าคงนอนตายตาไม่หลับ" ป้าอังยิ้มทั้งน้ำตา ดวงตาเหม่อลอยสุขใจ "ป้าฝันเห็นผู้หญิงหน้าเหมือนคุณมาตั้งแต่ป้าแต่งงานใหม่ๆ เธอใส่ชุดกิโมโน อยู่ท่ามกลางดอกวิสทีเรีย เธอสวยงามเหลือเกิน ยิ่งเวลาป้าฝันเห็นเธอใจของป้าก็จะมีความสุขอย่างประหลาด บางครั้งที่ป้ามีเรื่องทุกข์ใจ ป้าก็ภาวนาขอให้เธอมาช่วยปัดเป่าทุกข์ให้ และเธอก็มาทุกครั้ง ป้าถึงรู้สึกผูกพันกับเธอมาก"
"น่าเหลือเชื่อมากเลยนะคะ"
"ใช่..น่าเหลือเชื่อ และทุกครั้งที่เธอมาพบกับป้าในฝัน เธอจะกำชับแต่ว่าให้ป้าเก็บรักษาผ้าไหมผืนนั้นไว้ให้ดี สักวันมันจะมีประโยชน์กับเธอ"
"ผ้าผืนนั้น"
"ผ้าไหมที่ปักด้วยเส้นไหมจากขนนกกระเรียนทองคำ"
รินดาราชะงักไปด้วยรอยยิ้มดีใจทันที

อาคิระและเคนจิออกมาจากในบ้าน
"เราควรออกมาดูต้นทาง จะได้แน่ใจว่าไอ้หมาลอบกัดมันจะไม่ได้แอบฟังรินดารากับคุณป้าอังคุยเรื่องสำคัญกัน"
เคนจิพยักหน้ารับแล้วสองหนุ่มก็มองสำรวจไปรอบบ้าน ฮิเดโนริยืนอยู่หลังพุ่มไม้ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากตัวบ้าน
เขามองมาที่บ้านป้าอัง..เห็นอาคิระและเคนจิยืนเฝ้าอยู่ชานหน้าบ้าน ฮิเดะกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ
"น้ำหน้าอย่างพวกแกคิดเหรอว่าจะขัดขวางชั้นได้"
เขาคิดอะไรได้จึงยิ้มร้ายออกมา

สุรินทร์นอนหลับนิ่งอยู่บนเตียง...เครื่องวัดชีพจรเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ประตูค่อยๆ แง้มออก รองเท้าหนังสีดำของฮิเดโนริก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ
สุรินทร์ขยับเปลือกตาแล้วปรือตาขึ้น เห็นฮิเดโนริ ยืนจ้องมาที่เขาอยู่ข้างเตียง เขาเหยียดยิ้มร้าย
แล้วสุรินทร์ก็หัวคิ้วขมวด เบิกตาโพลง มือเท้าหงิกเกร็ง เพราะเห็นฮิเดโนริค่อยๆกลายเป็นจิ้งจอก ความน่าสะพรึงกลัวนั้น ทำให้ความดันของ
สุรินทร์พุ่งขึ้น เส้นชีพจรที่เครื่องวัดเต้นถี่ๆ ส่งเสียงดังลั่นห้อง!

ป้าอังจับมือรินดารา
 
"ป้ารู้ค่ะว่าสักวันคุณต้องมา ขอบคุณมากนะคะ ที่คุณมาหาป้าเร็วกว่าที่คิด ป้าจะได้หมดห่วงสักที"
ป้าอังพูดไปก็หันไปมองภาพถ่ายสมัยสาวๆของเธอกับสามีซึ่งเป็นทหารญี่ปุ่น รินดารามองป้าอังอย่างไม่สบายใจ แล้วนึกถึงคำพูดที่อาคิระบอกตน
"ท่านชายฝากบอกให้เราดูแลชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้"
รินดาราตัดสินใจหยิบเหรียญเซมาโมริที่โฮชิเคยให้มายื่นให้ป้าอัง
"คุณป้าเก็บเหรียญนี้ไว้กับตัวนะคะ เผื่อจะช่วยให้อาการป่วยของคุณป้าดีขึ้น"
"เหรียญเซมาโมริ สามีของป้าก็เคยมี ... คุณไปได้มาจากไหน"
"มีคนให้หนูมาค่ะ"
"งั้นคุณเก็บไว้เถอะค่ะ ถ้าคนให้เขารู้ว่าคุณเอามาให้ป้าเขาจะเสียใจ"
"เขาไม่เสียใจหรอกค่ะ เขาต้องยินดีตอบแทนคุณป้าที่ช่วยเก็บรักษาผ้าไหมผืนนั้นไว้ให้อย่างดี"
ป้าอังยิ้มรับดูสุขใจมากขึ้น
"คุณไปเอาผ้าผืนนั้นนะคะ ป้าเก็บเอาไว้ที่วัด ป้าให้คุณค่ะ"
รินดารายิ้มรับ แล้วมือถือของรินดาราในกระเป๋ากางเกงมีสายเข้า รินดาราหยิบมารับสาย
"ค่ะแม่ " ฟังความจากดวงดาวแล้วเธอตกใจ ร้องลั่น "พ่อ"
อาคิระกับเคนจิวิ่งเข้ามา
"รินดารา เกิดอะไรขึ้น"
"พ่อ...พ่อ"
รินดาราร้องไห้ทันที ทุกคนเป็นห่วง

ทั้งสามวิ่งเข้ามาที่หน้าห้องไอ.ซี.ยู ดวงดาว เรืองนภา เริงตะวันนั่งกอดกันร้องไห้ระงม
"แม่คะ พ่อเป็นยังไงบ้างคะ"
"หมอบอกว่าร่างกายพ่อทรุดลงหนักมาก ความดันสูงขึ้นเรื่อยๆ หัวใจทำงานหนักอาจจะถึงขั้นช็อค...ดารา...หมอบอกให้เราเตรียมใจ"
รินดาราร้องไห้โฮ
"ไม่ ! หนูไม่ยอมให้พ่อไปไหน พ่อต้องอยู่กับพวกเรา"
รินดาราปราดไปที่ประตูห้องไอ.ซี.ยู ทำท่าจะเปิดประตูเข้าไป อาคิระคว้ากอดตัวรินดาราเอาไว้
"รินดารา คุณเข้าไปไม่ได้"
รินดาราดิ้นและผลักอาคิระ
"ปล่อยชั้น ! ชั้นจะเข้าไปหาพ่อ"
อาคิระคว้าไหล่รินดาราเขย่า
"รินดารา...ผมรู้ว่าคุณเสียใจมากแค่ไหน แต่คุณต้องตั้งสติให้ดี คุณต้องทำหน้าที่เป็นเสาหลักให้แม่กับน้องของคุณ"
รินดาราหันไปมองทางแม่และน้องที่กำลังกอดกันร้องไห้ระงมหนัก จึงหยุดดิ้นโวยวายแต่ยังร้องไห้
อาคิระคลายมือ เธอหันไปที่ประตู..มองผ่านช่องหน้าต่างเข้าไป เห็นหมอและพยาบาลกำลังช่วยกันรุมปั้มหัวใจให้สุรินทร์ เครื่องวัดชีพจรเหนือหัวก็ขยับน้อยมากจนเกือบจะเป็นเส้นตรง
รินดาราร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ
"พ่อ"
รินดาราขาดสติเป็นลมหน้ามืด อาคิระรับร่างไว้ได้ทัน ทุกคนตกใจ
"รินดารา"

โฮชิที่กำลังวาดรูปใบหน้าของรินดาราได้แค่นิดเดียว ไส้ดินสอก็หักเปาะ! โฮชินิ่วหน้าไม่สบายใจ...หวั่นใจว่านี่จะเป็นลางสังหรณ์ไม่ดี
ฮิโตชิยื่นดินสอแท่งใหม่ให้ โฮชิหันไปยิ้มละมุนให้ฮิโตชิ
"ขอบใจมากฮิโตชิ"
ฮิโตชิมองบนเฟรมวาดรูป
"ท่านชายวาดภาพทำไมเหรอครับ"
"วาดระบายความรู้สึกของชั้นที่มีให้ฮิคาริตอนนี้ เวลาฮิคาริกลับมา เธอจะได้รู้ว่าชั้นคิดถึงเธอมากแค่ไหน"
"อ๋อ..อย่างนี้ใช่มั้ยครับที่ท่านชายจะสอนให้ผมเอาไว้ง้ออายูมิ"
โฮชิยิ้มให้ฮิโตชิ แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ฮิโตชิตกใจรีบหายตัวแว่บหายไปก่อนที่มิกิจะเข้ามา
มิกิเปิดประตูเข้ามา
"ท่านชายคะ คุณยูกิขอพบท่านชายค่ะ"

ยูกินั่งจิกหน้าร้ายอยู่ลำพังที่สวนญี่ปุ่น บนโต๊ะมีถุงใส่กล่องขนมตั้งอยู่ด้วย ยูกินึกถึงแผนการที่คุยกับมาโกะโตะ
"นังรินดารากับอาคิระ แล้วถ้าสองคนนั้นรักกันขึ้นมาจริงๆมันก็ง่ายที่..." เธอลูบไล้ ใบหน้าตัวเองมั่นใจกับความสวยของร่างที่สิงอยู่ "ชั้นจะแทรกเข้าไปยืนในหัวใจของโฮชิได้ไม่ยาก"

ยูกิเหยียดยิ้มมุมปากไปกับแผนการของตัวเอง
โฮชิเดินเข้ามาในสวน ยูกิหันไปเห็นโฮชิก็ลุกขึ้นทักทายพร้อมรอยยิ้มงดงาม
"สวัสดีค่ะท่านชาย ไม่ทราบว่าดิชั้นรบกวนเวลาท่านชายหรือเปล่าคะ"
"ไม่ครับคุณยูกิ...มิกิฝากบอกว่าจะไปเอาตัวอย่างลายผ้าที่ปักเสร็จแล้วโรงงานมาให้คุณดู สักพักถึงจะกลับมา"
"ดีเลยค่ะ"
ยูกิยิ้มสมใจ แต่โฮชิไม่ได้เอะใจสงสัยอะไร

อายูมิกำลังนั่งอ่านหนังสือ ฮิโตชิยื่นกระดาษสีขาวเล็กๆให้ อายูมิชำเลืองไปมองด้วยความสนใจแต่ยัง ฟอร์มเยอะอยู่
"อะไร"
"รูปวาดระบายความรู้สึกที่ฮิโตชิมีให้อายูมิตอนนี้"
อายูมิใจอ่อนแล้วยอมคว้ากระดาษในมือไป ฮิโตชิยิ้มภูมิใจสุดๆ
อายูมิดูบนกระดาษจึงเห็นว่ารูปวาดด้วยดินสอบนกระดาษเป็นรูปวาดเด็กผู้หญิงเบี้ยวๆ บูดๆ ดูเป็นผีน่าเกลียด น่ากลัวมากกว่า
"ฮิโตชิหาว่าอายูมิน่าเกลียดเรอะ"
"ไม่ใช่นะ ฮิโตชิวาดอายูมิยิ้ม ฮิโตชิอยากคืนดีด้วย อายูมิจะได้ยิ้มให้ฮิโตชิเหมือนเดิม"
"ยิ้มที่ไหนนี่มันแยกเขี้ยวชัดๆ ฮิโตชิกำลังว่าว่าอายูมินิสัยไม่ดี ฮิโตชินั่นแหละที่นิสัยไม่ดี" อายูมิยัดกระดาษใส่มือฮิโตชิ "เอาคืนไปเลย แล้วก็ไม่ต้องมาง้ออายูมิอีก"
อายูมิเข็นรถหนีไป ฮิโตชิมองกระดาษในมืออย่างจ๋อยๆ

ยูกิเลื่อนกล่องขนมบนโต๊ะให้โฮชิ
"ชั้นซื้อขนมมาฝากค่ะ แล้วก็ซื้อขนมไทยมาฝากคุณรินดาราด้วย เผื่อจะช่วยให้เธอหายคิดถึงบ้าน"
"ฮิคาริไม่อยู่ครับ กลับไปเยี่ยมคุณพ่อที่เมืองไทย"
"ไปคนเดียวเหรอคะ"
"ไปกับอาคิระ"
ยูกิแกล้งตกใจ
"ไปกับคุณอาคิระ..มิน่า ริเอะถึงอารมณ์ไม่ดีเอาซะเลย คงรู้ว่าเขาสองคนไปเมืองไทยด้วยกันตามลำพัง เลยแน่ใจแล้วว่าไม่มีวันได้หัวใจของคุณอาคิระกลับคืนมา"
ยูกิสังเกตหน้าโฮชิ เห็นว่าแววตาของโฮชิเศร้าหมองอยู่ในใบหน้าที่เรียบเฉยก็ยิ่งใส่ไฟ
"ดิชั้นชอบเด็กสองคนนี้นะคะ เขาเหมาะสมกันดี คุณอาคิระเป็นผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่ง ดิชั้นมั่นใจค่ะว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนทนใจแข็งไม่หลงรักคุณอาคิระได้อย่างแน่นอน รวมทั้งคุณรินดาราด้วย"
"อะไรที่ทำให้คุณคิดแบบนั้น"
"ผู้หญิงเหมือนกันมองกันออกค่ะ..สายตาของคุณรินดาราเวลามองคุณอาคิระมันฟ้องว่า คุณอาคิระเป็นคนสำคัญที่สุดของเธอ"
คราวนี้โฮชิจามฮัดชิ้วขึ้นมาอย่างแรง ยูกิลอบยิ้มร้ายสมใจแล้วปั้นหน้าปกติ ก่อนจะแสร้งถามอย่างกระตือรือร้น
"คุณโฮชิยังไม่หายเป็นหวัดอีกเหรอคะ"
"พักนี้ร่างกายของผมไม่ค่อยแข็งแรง"
"งั้นเข้าไปข้างในเถอะค่ะ ดิชั้นช่วยนะคะ"
โฮชิลุกขึ้น ยูกิจับแขนโฮชิแล้วบีบแน่น...ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าวาบเพ่งมองไปที่มือของตัวเองที่จับแขนโฮชิ...ยูกิ ปล่อยพลังใส่ตัวโฮชิโดยที่โฮชิไม่รู้ตัว
"คุณโฮชิ"
ยูกิช่วยประคองร่างของโฮชิ
ฮิโตชิเดินคอตกเข้ามาแล้วมองไปที่สวน เห็นยูกิยืนจับแขนโฮชิ...ดวงตาของเธอเป็นสีฟ้าวาบเข้าก็ตกใจสุดขีด ...
"นางปีศาจหิมะ ! "
ฮิโตชิหายตัวแว่บหนีไปเลย
โฮชิโดนพลังของยูกิจนตาปรือ...หน้าซีด..เหงื่อแตกพลั่กแล้วเข่าอ่อนทรุดล้มลงไปกับพื้น โฮชิยกมือขึ้นจับขมับด้วยอาการวิงเวียนหัว จนภาพรอบๆตัวหมุนคว้างไปหมด
ยูกิยิ้มกระหยิ่มใจแล้วย่อตัวนั่งลงข้างๆโฮชิ
"เพราะร่างกายของคุณอ่อนแอไงคะ"
ยูกิประคองหน้าโฮชิด้วยสองมือ ใช้ปลายนิ้วไล้บนใบหน้าของชายผู้ที่เป็นที่รักของเธอ...เป็นครั้งแรกที่เธอได้ สัมผัสตัวเขาใกล้ชิดมากขนาดนี้
โฮชิตาปรืออย่างหนักราวกับโดนของอย่างไรอย่างนั้น
โฮชิเห็นใบหน้ายูกิเป็นภาพเบลอ ลางเลือน เสียงของยูกิก็ดังก้องฟังไม่ถนัด
"อนุญาตให้ชั้นดูแลคุณนะคะโฮชิ"
โฮชิไม่มีแรง
"คุณ..คุณพูดว่าอะไร"
"อนุญาตให้ชั้นดูแลคุณสิคะโฮชิ ถ้าคุณอนุญาต...ชั้นจะได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของคุณ คุณจะไม่ต้องทรมานเพราะความรักอีกเลย...พูดสิคะโฮชิ"
โฮชิอยู่ในสภาพไร้กำลัง
"ผม...ผม...อนุญาต...ให้..."

ยูกิลุ้นระทึก

รินดารานอนสลบอยู่บนเตียง อาคิระนั่งจับมือเธออยู่ข้างเตียง เคนจิอยู่ด้วย
 
เธอละเมอร้องไห้
"พ่อขา...พ่อต้องไม่เป็นอะไร พ่ออย่าทิ้งหนูไปนะคะ"
อาคิระและเคนจิสงสารรินดาราจับใจ
"ท่านชายช่วยพ่อของชั้นด้วย..ท่านชาย..ท่านชาย"

เสียงเรียก "ท่านชาย" ของรินดาราดังข้ามมาแผ่วเบา โฮชิรับรู้ได้ถึงความทุกข์ของรินดารา จึงหยุดพูดกับยูกิ ยูกิชะงักค้างอย่างแปลกใจ
"พูดต่อสิคะโฮชิว่าคุณอนุญาตให้ชั้นดูแลคุณ"
แต่โฮชิกระพริบตาถี่ๆได้สติกลับคืนมาแล้วมองยูกิที่อยู่ใกล้เขามากอย่างแปลกใจ
"คุณกำลังจะทำอะไร"
ยูกิทำกลบเกลื่อนอย่างรวดเร็ว
"ปะ...เปล่าค่ะ คือ..คือ..ว่าท่านชายไม่สบาย ชั้นกำลังจะพาเข้าไปข้างใน"
"ผมไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบคุณคุณมาก ผมต้องขอตัวก่อน"
โฮชิลุกแล้วเดินกลับไปทางหอคอยทันที ยูกิมองตามโฮชิไปอย่างเจ็บใจสุดขีด
"ใคร ! ใครมันมาขัดขวางชั้น "

อาคิระยืนคุยกับหมอ เคนจิยืนอยู่ด้วย
"คุณหมอต้องรักษาคุณพ่อของคุณรินดาราให้หาย ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง"
"แต่คนไข้อาการหนัก"
อาคิระคว้าแขนหมอบีบ..สายตาของเขาเว้าวอน
"หมอครับ ผมขอร้อง"
"หมอสัญญาว่าจะพยายามให้สุดความสามารถแล้วกันครับ"
อาคิระโค้งให้นิดๆ แทนคำขอบคุณ หมอเดินออกไป สีหน้าของอาคิระยังเต็มไปด้วยความกังวล
"ผมดีใจแทนรินจัง ที่คุณเป็นห่วงเธอมากอย่างนี้"
อาคิระยิ้มรับเศร้าๆ...แม้จะรักและเป็นห่วงมากแค่ไหน แต่ไม่สามารถได้ความรักตอบจากรินดาราได้

โฮชิก้าวเข้ามาในห้อง มั่นใจว่าเสียงเมื่อครู่คือเสียงร้องขอความช่วยเหลือของรินดารา
"รินดารา"
โฮชิตัดสินใจเดินไปนั่งลงตรงหน้าโกโตะ ฮิโตชิโผล่เข้ามา
"ท่านชายครับ..เมื่อกี้นี้ผมเห็นท่านชายอยู่กับนาง..."
"ชู่วว์..อย่าเพิ่งคุยกับชั้นตอนนี้ฮิโตชิ..ฮิคาริกำลังเดือดร้อน เธอต้องการความช่วยเหลือจากชั้น"
"แล้วท่านชายจะไปช่วยเธอได้ยังไงครับ"
โฮชิไม่พูดอะไร แต่เริ่มตั้งสมาธิอย่างแรงกล้า มือก็เริ่มบรรเลงบทเพลงพรมนิ้วลงบนเส้นสายโกโตะ
ฮิโตชิสงสัยอยากรู้ก็เดินเข้าไปใกล้แต่ทว่าอยู่ๆทุกอย่างรอบตัวก็หยุดชะงัก…กึก !!! เวลารอบๆตัวโฮชิหยุดลง
นิ้วโฮชิหยุดบรรเลงเพลง แต่เส้นสายโกโตะยังบรรเลงของมันต่อเนื่องด้วยตัวเอง
โฮชิเริ่มหลับตานิ่งส่งพลังจิตไปหารินดาราที่อยู่เมืองไทย

หน้าห้องพักในโรงพยาบาลที่อุดรธานี ในเวลากลางคืน รินดารานั่งเฝ้ารอฟังข่าวของพ่ออยู่บนเก้าอี้ม้านั่ง เธอเอนหัวพิงหลับกับกำแพง...น้ำตายังเปื้อนแก้มร้องไห้ สะอื้นเบาๆ
อาคิระหันไปมองด้วยความสงสารจับใจ แล้วใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาบนแก้มให้เธออย่างแผ่วเบาก่อนจะ ค่อยๆ จับหัวรินดาราเอนไปซบหลับกับหน้าอกของเขาและโอบกอดรินดาราเอาไว้
รินดารายังมีอาการสะอื้นเบาๆอาคิระลูบหัวรินดาราและจูบเบาๆไปเพื่อปลอบโยน
รินดารานิ่งขึ้น แล้วเสียงบรรเลงโกโตะของท่านชายโฮชิก็ดังแว่วขึ้น มีแต่รินดาราที่ได้ยิน รินดารา นิ่วหน้าเหมือนพยายามจะฟังเสียงโกโตะนั้น

ในความฝันของรินดารา รินดาราเดินตามเสียงโกโตะมาตามทางแล้วหันไปที่สระบัว เธอเห็นโฮชิยืนหันหลังอยู่ริมสระบัวที่ออกดอกบานสะพรั่งสวยงาม ใบไม้ที่กำลังปลิวตาม สายลมค้างกลางอากาศเหมือนเวลาถูกหยุดเอาไว้ แมงปอที่กำลังบินก็หยุดค้างอยู่กลางอากาศ รินดารามอง ทุกอย่างอย่างตื่นตะลึง
"ท่านชาย ! นี่ท่านชายมามาที่นี่ได้ยังไงคะ"
"ความทุกข์ของเธอทำให้ชั้นทนอยู่เฉยๆไม่ได้น่ะสิฮิคาริ"
"ท่านชายมาเพื่อชั้น..นี่ชั้นกำลังอยู่ในความฝันหรือว่าความจริงคะ"
รินดาราพูดไปหน้าเศร้าเสียใจน้ำตาคลอ โฮชิเดินเข้าไปใกล้เธออย่างห่วงใย
"ความฝันที่เธอสัมผัสชั้นได้จริงๆไงฮิคาริ"
โฮชิอ้าแขนให้ รินดาราดีใจโผเข้าไปกอด ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขา ทำให้รินดาราร้องไห้โฮ
"ท่านชาย...พ่อกำลังจะจากชั้นไปแล้วค่ะ"
โฮชิดึงตัวรินดาราออก แล้วใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาบนแก้มนวลของรินดารา
"เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แม้แต่ชั้นหรือเธอสักวันก็หนีไม่พ้น"
"แต่มันเกิดขึ้นเร็วเกินไป เมื่อวานอาการของพ่อทำท่าว่าจะดีขึ้น แต่อยู่ๆวันนี้อาการของพ่อก็ทรุดหนักขึ้นมา หมอบอกว่าพ่อมีอาการเหมือนคนตกใจมากๆ จนความดันขึ้นสูง"
"เธอกำลังคิดว่าอาการป่วยหนักของคุณพ่อไม่ใช่เรื่องปกติ"
"ค่ะ...อาจจะมีอะไรบางอย่างทำให้พ่อเป็นแบบนี้"
โฮชินิ่วหน้าเครียด...ชักสังหรณ์ใจตามที่รินดาราพูด
"ท่านชายช่วยพ่อของชั้นได้ไหมคะ จะให้แลกกับชีวิตของชั้น..ชั้นก็ยอม"
"ไม่มีชีวิตใครแลกกับใครได้"
โฮชิจับมือรินดาราขึ้นมากุม แล้ววางมือตัวเองลงบนฝ่ามือของรินดารา
"เอาสิ่งนี้ให้คุณพ่อของเธอ ถ้าเขายังไม่ถึงเวลาจากไป เขาจะกลับมา"
รินดาราแบมือแล้วเห็นขนนกสีขาววางอยู่บนมือตัวเอง
"ขนนก ? ท่านชายน่าจะไปให้ด้วยตัวเอง"
รินดาราพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นโฮชิ แต่โฮชิหายไปแล้วและบรรยากาศรอบตัวก็กลับเป็นเหมือนเดิม ใบไม้ปลิว แมงปอกลับมาบินโต้ลม
รินดารามองหาโฮชิ
"ท่านชาย ท่านชายคะ"

รินดารานอนหลับซบกับหน้าอกของอาคิระละเมอขึ้น
"ท่านชายคะ...ท่านชายอย่าเพิ่งไปสิคะ"
อาคิระเขย่าตัวรินดาราเบาๆ
" รินดารา"
รินดารารู้สึกตัวตื่นขึ้นแล้วมองไปรอบๆ อย่างงุนงง อาคิระถามอย่างห่วงใย
"เป็นอะไรรึเปล่า"
รินดารางงๆแล้วตั้งสติ
"ชั้น..ชั้นฝันเห็นท่านชายว่าท่านชายมาหาชั้นที่นี่...แล้วท่านชายก็ให้..."
รินดาราหยุดพูดเพราะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่อยู่ในมือตัวเอง จึงแบมือออกก็พบว่ามีขนนกอยู่ในมือจริงๆ
"ขนนก ! ท่านชายมาหาชั้นจริงๆ ท่านชายเอามาให้ชั้นค่ะอาคิระ"
อาคิระอึ้งไปเลย

สุรินทร์นอนสลบอยู่บนเตียง พยาบาลกำลังเช็คตรวจร่างกายของเขา แล้วจู่ๆ เส้นวัดชีพจรก็ส่งเสียงร้อง เพราะเส้นชีพจรขยับน้อยมากจนเกือบจะเป็นเส้นตรง หมอ พยาบาลตกใจ !

พยาบาลวิ่งเข้าออกห้องไอ.ซี.ยู แลดูโกลาหลวุ่นวาย รินดารากับอาคิระนั่งอยู่ที่ม้านั่ง จึงรีบลุกขึ้นไปถาม
"คุณพยาบาลคะ คุณพ่อชั้นเป็นอะไรคะ"
"หัวใจของคนไข้เต้นอ่อนมากค่ะ คุณหมอกำลังเตรียมปั๊มหัวใจให้อยู่"
"พ่อ"
รินดารามองขนนกในกำมือแล้ววิ่งเข้าแทรกเข้าไปในห้อง
"รินดารา "
เธอตามเข้าไปในห้อง
"คุณคะ เข้าไปไม่ได้ค่ะ"
ในห้องไอ.ซี.ยู หมอกำลังเตรียมเครื่องปั๊มหัวใจ รินดาราวิ่งเข้ามาในห้อง อาคิระตามเข้ามาด้วย พวกหมอพยาบาลต่างตกใจ
"คุณคะ เข้ามาไม่ได้นะคะ"
รินดาราไม่ฟังแล้ววิ่งไปจับมือพ่อแบออก นำขนนกสีขาวของโฮชิวางบนมือพ่อ แล้วจับมือพ่อให้กำขนนกเอาไว้
"คุณคะ ต้องออกไปรอข้างนอกนะคะ"
พยาบาลจะจับตัวรินดาราออก รินดาราสะบัดแล้วเข้าไปพูดข้างหูสุรินทร์
"พ่อขา...พวกเราทุกคนรอพ่อกลับมา กลับมาหาเรานะคะ"
อาคิระโอบบ่ารินดาร
"รินดารา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอเถอะ"

รินดารายอมออกไปกับอาคิระ แต่สายตาไม่ยอมละจากพ่อ มือของสุรินทร์กำขนนกสีขาวเอาไว้แน่น

กลกิโมโน ตอนที่ 10 (ต่อ)

สุรินทร์เดินเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ตะโกนเรียก
 
"มีใครอยู่ไหม แม่...ดารา นภา ตะวัน อยู่ไหนกันหมด ทุกคนหายไปไหนกันหมด"
สุรินทร์หันไปเห็นโฮชิยืนอยู่ สุรินทร์ดีใจมีความหวังขึ้นมาทันที วิ่งไปหา
"คุณ ! คุณ...ช่วยผมด้วยครับ ผมไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน ช่วยพาผมกลับบ้านที ผมอยากกลับบ้านไปหาลูกหาเมีย"
"คุณมองเห็นทางสีขาวตรงโน้นหรือเปล่า"
สุรินทร์หันหลังไปมองทางที่โฮชิชี้ แล้วแสงสีขาวก็สาดใส่หน้าสุรินทร์ จนสุรินทร์ต้องยกมือป้องแสงที่แยงตา
"เห็นครับ"
โฮชิยิ้ม
"ถ้าเห็น..แสดงว่ายังไม่ถึงเวลาของคุณ ผมจะไปส่งคุณ ทุกคนกำลังรอคุณกลับไป"
โฮชิเดินนำไปที่แสงสีขาว สุรินทร์ยกมือป้องแสงแล้วปรับสายตาให้มองไปที่โฮชิ ถึงเห็นว่าโฮชิเดินไปไกลมาก อย่างที่คนปกติจะเดินได้
"คุณรอผมด้วย"
สุรินทร์วิ่งตามโฮชิไป

เส้นตรงบนเครื่องวัดชีพจรอยู่ๆ ก็ขยับอย่างไม่มีสาเหตุ หมอกับพยาบาลตกตะลึง!

อาคิระและรินดารายืนคอยใจจดใจจ่อ รินดาราโทร.คุยกับแม่
"แม่อย่าเพิ่งพาน้องมาที่นี่เลยค่ะ มันมืดเกินไป หนูเป็นห่วง ถ้ามีข่าวอะไรหนูจะรีบโทร. ไปบอก แม่เข้มแข็งไว้นะคะ พ่อต้องอยู่กับเราค่ะ"
รินดาราวางสาย สักพักหมอเปิดประตูออกมา รินดาราปราดเข้าไปหา
"พ่อชั้นเป็นยังไงบ้างคะ"
"ปาฏิหาริย์ครับ อาการของคนไข้กลับมาเป็นปกติ คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ"
รินดาราดีใจมากหันไปจับมืออาคิรฃ
"พ่อชั้นปลอดภัยแล้ว ! พ่อชั้นปลอดภัยแล้ว !"
อาคิระยิ้มดีใจ รินดาราดีใจไม่หยุด
"ชั้นต้องรีบโทร.ไปขอบคุณท่านชาย ท่านชายช่วยให้พ่อกลับมาหาชั้น"
อาคิระหุบยิ้ม...เศร้าหมองไป ท่านชายต่างหากที่ช่วยรินดารา ไม่ใช่ตัวเขาเลยสักนิด

โฮชิหยุดบรรเลงโกโตะแล้วลืมตาขึ้น ยิ้มสุขใจที่ช่วยพ่อของรินดาราสำเร็จ ทุกอย่างรอบๆตัวโฮชิกลับมาเป็นปกติ ฮิโตชิขยับตัวได้ก็ยืนงงๆ
โฮชิหันมาบอกฮิโตชิ
"ชั้นช่วยแก้ปัญหาให้ฮิคาริได้แล้วล่ะเจ้าหนู"
"ดีจังเลยครับท่านชาย แต่ว่าปัญหาของท่านชายนี่สิครับที่น่ากังวลกว่า"
"อะไรเหรอ" โฮชิสงสัย
ฮิโตชินึกขึ้นมาได้แล้วก็ขนลุกขนพอง หน้าเริ่มแบะกลัว ตัวสั่นเทา
"เป็นอะไร"
ฮิโตชิสะอื้
"ผม..ผมกลัว...ผมกลัวครับท่านชาย"
"กลัวอะไร"
ฮิโตชิชี้ไปที่รูปปั้นตุ๊กตาฮินะนางปีศาจหิมะที่วางอยู่บนโต๊ะ
"นางปีศาจหิมะ วันนี้มันมาที่นี่...มันจะทำร้ายท่านชายด้วย ผมกลัว ผมกลัว ฮือๆๆ"
โฮชิอึ้งไปเลย

รินดารากับอาคิระกำลังเดินเข้าบ้าน สีหน้าของเธอสบายใจมากขึ้นเพราะพ่อเพิ่งรอดปลอดภัยจากวิกฤติชีวิต อาคิระเห็นสีหน้าของรินดาราก็สบายใจไปด้วย
"รินดารา...เรื่องคุณพ่อคุณ ผมดีใจด้วยนะ ต่อไปนี้คุณก็จะได้หมดห่วง"
"ขอบคุณค่ะ" เธอมองดวงตาอาคิระอย่างสุดซึ้ง "ชั้นก็ต้องขอบคุณคุณมากที่คอยอยู่ข้างๆ ชั้น คอยเป็นกำลังใจให้ชั้น"
อาคิระน้อยใจตัวเอง
"ผมอยากทำให้คุณได้มากกว่านี้นะรินดารา แต่คนธรรมดาอย่างผมทำได้ดีที่สุดแค่นี้จริงๆ"
"แค่นี้ก็ยิ่งใหญ่มากสำหรับชั้นแล้วค่ะ"
"แต่ก็คงยิ่งใหญ่เทียบไม่ได้กับสิ่งที่ท่านชายทำเพื่อคุณและเพื่อครอบครัวของคุณ"
รินดาราหุบยิ้ม เริ่มน้อยใจกับคำพูดของอาคิระ
"ท่านชายโฮชิไม่ได้รักและเป็นห่วงคุณ เพราะคุณคือ ส่วนหนึ่งของคุณเมียวโจ แต่เพราะคุณคือ รินดารา" เขาพูดความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อ รินดารา "ผู้หญิงสดใส จิตใจดีที่อยู่ใกล้แล้วมีความสุขมากที่สุด ท่านชายทำเพื่อคุณมากขนาดนี้ เพราะฉะนั้นคุณควรจะรักตอบท่านชายให้มากๆ"
รินดาราผงะไป ถามด้วยความเศร้าน้อยใจ
"คุณอาคิระ คุณอยากให้ชั้นรักท่านชายมากนักหรือคะ"
"ผมอยากให้เราทำในสิ่งที่เราควรทำ ทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้ว คุณเองก็ถูกกำหนดมาให้มีหัวใจเพื่อรักคนพิเศษอย่างท่านชายโฮชิ คุณก็ควรจะรักท่านให้มากๆ ถ้าท่านชายมีความสุข มิยาคาวะทุกคนก็จะมีความสุขไปด้วย"
อาคิระเดินเข้าไปในบ้าน รินดารามองตามอย่างเจ็บช้ำเสียใจ

อาคิระเดินขึ้นมาบนบ้านสีหน้าเศร้า รินดาราตามเข้ามา..ในใจเธอก็เศร้าแต่กลบเกลื่อนด้วยความแข็งกระด้าง
"เดี๋ยวค่ะคุณอาคิระ"
อาคิระหยุดแล้วซุกซ่อนความเศร้าไว้ข้างใน ก่อนจะหันกลับไปหารินดาราด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ชั้นรักใคร และกรุณาจำเอาไว้ด้วยว่าคนอย่างชั้น...ถ้าจะรักใคร ต่อให้เขาเป็นคนธรรมดา ชั้นก็จะรัก"
"ซึ่งมันจะไม่มีวันนั้น เพราะคุณไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นคนธรรมดา แต่เกิดมาเพื่อท่านชายโฮชิ...คนเดียว"
รินดาราแมจะเจ็บปวด แต่ทำเข้มแข็ง แล้วประชด
" คุณพูดถูก ชั้นเกิดมาเพื่อท่านชายโฮชิ ชั้นจะทำตามคำแนะนำของคุณค่ะ นับจากวินาทีนี้ไป ชั้นจะทำให้คุณได้เห็นว่าชั้นจะมอบชีวิต และจิตใจของชั้นให้ท่านชายโฮชิคนเดียว"
รินดาราพูดไป น้ำตาก็คลอเบ้าไปอย่างเจ็บปวด ก่อนจะเดินผ่านอาคิระเข้าไปในห้อง อาคิระมองตามเศร้าๆ กำหมัดขบกรามจิกเล็บจนเข้าเนื้อเจ็บใจตัวเองเหลือเกิน แล้วเดินกลับไปที่ห้องตัวเอง
ดวงดาวเดินเข้ามาหลังจากที่ได้ยินที่ทั้งคู่คุยกัน ดวงดาวดสงสัยกับสิ่งที่ลูกสาวตัวเอง ‘ตัดพ้อ’ กับอาคิระ

ป้าอังนั่งดูรูปวาดเหมือนของรินดาราอย่างสุขใจ
"ในที่สุดชั้นก็ทำสำเร็จ ชั้นจะได้นอนตายตาหลับได้สักที"
จู่ๆ มีเสียงโครมดังมาจากหน้าห้อง ป้าอังหันขวับไปมอง แล้วตะโกนถาม
"เล็ก เล็ก เสียงอะไร"
ไม่มีเสียงตอบ...ป้าอังวางรูปลงบนเตียงแล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูออกไปนอกห้อง จึงพบฮิเดโนริยืนอยู่ใกล้กับร่างของลูกสาวที่นอนสลบอยู่บนพื้น
"กะ..แกเป็นใคร แกทำอะไรลูกสาวชั้น"
ฮิเดโนริไม่ตอบแต่แสยะยิ้ม ดวงตาเยี่ยงสัตว์ร้ายของเขาจ้องป้าอัง พร้อมกับก้าวเข้าไปหาป้าอัง
ป้าอังรีบกลับเข้าไปในห้องแล้วจะปิดประตู ดวงตาสีส้มสว่างวาบ ส่งพลังไปผลักประตูอย่างแรง ประตูกระแทกร่างป้าอังกระเด็นล้มไปบนพื้นใกล้ โต๊ะหัวเตียง
ป้าอังสีหน้าเจ็บปวดมาก ทันใดนั้นร่างของป้าอังก็กระตุกแล้วแข็งทื่อ ก่อนที่ดวงตาจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม ! ฮิเดโนริยืนอยู่หน้าประตูห้อง ดวงตาสีส้มของเขาจ้องเข้าไปในดวงตาของป้าอัง...เขากำลังเข้าไปในความคิด "ผ้าไหมที่ปักด้วยเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำอยู่ที่ไหน "
เขาถามพร้อมกับก้าวเข้าไปในห้อง แต่ทันใดนั้นเหรียญเซมาโมริของรินดาราที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ส่องแสงสีน้ำเงินออกมาสะท้อนกระแทกใส่ตัวฮิเดโนริ จนต้องยกมือป้องแสงนั้นแล้วร้องอย่างเจ็บปวด
"อ๊าก"
ฮิเดโนริกระเด็นออกไปนอกห้อง ป้าอังสลบไปบนพื้น

ห้องพักในโรงแรม อุดรธานี ฮิเดโนริกระเด็นล้มลงบนเตียงนอน...เขาเจ็บปวดร่างกายจากการถูกพลังศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญเซมาโมริทำร้าย
เขามองไปที่แผลสดๆ มีเลือดซิบบนต้นแขน แล้วหลับตาเพ่งมองไปที่แผล แต่แผลไม่หาย เขาลืมตาขึ้นแล้วพบว่าแผลไม่หายก็โมโหมาก
"เทพเจ้านกกระเรียน แกทำให้พลังของชั้นถูกทำลาย แล้วทีนี้ชั้นจะจัดการพวกมันได้ยังไง"
มือถือของฮิเดโนริมีสายเข้า เขามองหน้าจอเห็นหน้าไอเป็นสายเข้า
" จะโทรทำไมนักหนา"
ฮิเดะเกือบจะปามือถือทิ้งลงพื้น แต่ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้จึงยอมรับสายขอ
"ไอ...เธอต้องมาหาชั้นที่เมืองไทยเดี๋ยวนี้"

วันใหม่ รินดาราคุยโทรศัพท์กับเคนจิ
"มีความคืบหน้าอะไรส่งข่าวด้วยนะเคนจิ"
รินดาราวางสาย อาคิระเดินมายื่นแก้วกาแฟให้ ในมือของเขามีอีกแก้ว
"กาแฟไหม"
รินดาราพูดประชด
"ไม่ค่ะ ชั้นอยากรีบออกไปเอาเส้นไหมขนนกกระเรียนไปให้ท่านชายของชั้นเลย"
อาคิระรู้ว่ารินดาราประชดเขา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอม แล้วถาม
"เพื่อนของคุณล่ะ"
"เคนจิมาหาเราไม่ได้แล้วค่ะ เมื่อคืนมีคนร้ายเข้าบ้านป้าอัง เขาทำร้ายร่างกายพี่เล็ก ส่วนป้าอังตกใจกลัวจนนอนจับไข้ แต่ตอนนี้อยู่ในความดูแลของหมอแล้ว"
อาคิระกัดฟันกรอด
"ฝีมือไอ้ฮิเดะแน่ๆ"
"ชั้นก็คิดอย่างงั้น ฮิเดะคงจะพยายามให้ป้าอังบอกว่าเส้นไหมนั่นอยู่ที่ไหน"
"ถ้ามันเอาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำไปได้จริงๆ ต่อให้ต้องถล่มโคสึกะเพื่อเอาคืนมา ผมก็จะทำ"
"ใจเย็นๆก่อนเถอะค่ะ ตอนเช้ามืดชั้นได้ยินเสียงคล้ายเสียงคุณฮิเดะวนเวียนอยู่นอกบ้าน ถ้าเขาได้ไปแล้ว เขาคงไม่มาอยู่ใกล้เราแบบนี้ ชั้นว่าเราต้องรีบตัดหน้าเขา"

อาคิระพยักหน้ารับ

ไอกับฮิเดโนริยืนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ มองไปที่หน้าบ้านรินดารา
 
เห็นรินดารากับอาคิระกำลังเดินลงมาจากตัวบ้านไปที่รถของบ้านรินดาราที่จอดอยู่
"เข้าไปสืบให้ผมว่าพวกเขากำลังจะไปไหนกัน"
ไอตกใจ
"ไม่ได้หรอกฮิเดะ ชั้นไม่อยากให้อาคิระเจอชั้นอยู่ที่นี่"
"ไหนบอกว่าจะช่วยผมทุกเรื่อง"
"งั้นคุณก็ช่วยชั้นคิดหาเหตุผลหน่อยสิ ชั้นจะอ้างเหตุผลอะไรดีที่พวกเขาจะไม่สงสัย นะ...ช่วยชั้นคิดหน่อย"
"อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า "
ฮิเดโนริหงุดหงิดจึงสะบัดแขนตัวเองออกจากมือของไอ แรงจากปีศาจจิ้งจอกทำให้ไอกระเด็นล้มลงไปกับพื้น
เรืองนภาเดินหิ้วถุงใส่ผักและกับข้าวเดินผ่านมาเห็นไอล้มลงกับพื้นก็ตกใจ
"คุณ"
รินดารา อาคิระ เคนจิที่กำลังขึ้นรถได้ยินเสียงเรืองนภาร้องก็หันไปมอง ถึงเห็นไอนั่งกองอยู่กับพื้น
"ไอ"
เรืองนภาปราดเข้าไปดูไอ
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ"
ไอยังไม่ตอบเรืองนภา เงยหน้าหันไป แต่ไม่พบฮิเดโนริแล้ว ไออึ้งไปเลย อาคิระ รินดาราเข้ามาถึง
"ไอ มาทำอะไรที่นี่"
"เอ่อ...เอ่อ คุณย่า คุณย่าให้ชั้นตามมาดูแลอาคิระกับคุณรินดารา"
"คุณย่าเนี่ยนะจะสั่งให้ไอตามมาดูแลเรา " อาคิระว่า
"ใช่จ้ะ คุณย่ารู้ว่าคุณพ่อของคุณรินดาราป่วยหนักมาก เผื่อจะมีอะไรให้ชั้นช่วยเหลือ แล้วอีกอย่างชั้นรู้มาว่าชาวบ้านที่นี่ทอผ้าไหมสวยมาก ชั้นอยากมาดูวิธีเลี้ยงตัวไหม เผื่อเอาไปประยุกต์ใช้กับผ้าไหมของเรา"
อาคิระกับรินดารามองหน้ากันอย่างแปลกใจ แต่ทั้งสองยังทำเฉย
"แล้วคุณไอมาบ้านชั้นถูกได้ยังไงคะ"
"ชั้นก็ถามคนแถวนี้มาเรื่อย ... แล้วนี่กำลังจะไปไหนกันเหรอ"
รินดาราจิกสายตามองอาคิระและส่ายหน้านิดๆ เป็นเชิงว่า...ห้ามบอกเด็ดขาด ! แต่อาคิระก็ตัดสินใจบอกไอ
"ไปไหว้พระที่วัด"
"เหรอ ชั้นไปด้วยสิ ชั้นอยากไปไหว้พระอยู่เหมือนกัน"
อาคิระกับรินดารามองหน้ากันอย่างหนักใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ฮิเดโนริยืนมองอยู่ด้านหนึ่งแล้วกระตุกยิ้มอย่างพอใจ

รินดารา อาคิระ ไอเดินวัดสวยงามแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานี รินดารา...ได้ยินเสียงของฮิเดโนริเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆ จึงหันขวับไปมองทางหนึ่ง แต่ไม่เห็นอะไร
"มีอะไรหรือเปล่า"
รินดาราอ้าง
"เมื่อคืนชั้นเฝ้าพ่อทั้งคืน พอมาเจอแดดแรงๆก็เลยเวียนหัว ชั้นขอนั่งพักแถวนี้ก่อนนะคะ คุณอาคิระกับคุณไอเข้าไปไหว้พระในโบสถ์ก่อนเถอะค่ะ
อาคิระรู้กันกับรินดารา
"งั้นผมพาไอเข้าไปไหว้พระก่อนก็แล้วกันนะ ไปกันเถอะไอ"
อาคิระจูงแขนไอออกไปเลย ทั้งที่ไอไม่ได้อยากไปเพราะอยากอยู่กับรินดารา
รินดารามองตามจนไอกับอาคิระลับตาแล้วเดินออกไปอีกทาง

เธอชะงักเพราะได้ยินเสียงคำรามไม่เป็นศัพท์ของปีศาจสุนัขจิ้งจอกที่อยู่ในตัวฮิเดะ
"ฮิเดะ"
รินดาราหันขวับไป ไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ จึงดินออกไป

รินดาราเดินเข้ามา..ไล่สายตามองโกศเก็บกระดูกที่ตั้งเรียงราย จนพบรูปเก่าๆของชายญี่ปุ่นในชุดทหารแปะอยู่ข้างหน้า รินดารายิ้มแล้วย่อตัวลง...ยกมือไหว้
"ขออนุญาตนะคะ"
รินดาราหาทางขยับแผ่นกระเบื้องหน้าโกศออก แล้วพบว่าข้างในมีช่องเล็กๆ ซึ่งมีห่อผ้าสีดำม้วนคดอยู่ในนั้น เธอยิ้มดีใจ แล้วหยิบห่อผ้าออกมาคลี่ดู...พบว่าข้างในมีผ้าสีทองอร่าม
รินดาราหันซ้ายหันขวา..กลัวว่าใครจะมาเห็นเข้า..แล้วม้วนห่อผ้าไว้อย่างลวกๆ รีบเก็บใส่กระเป๋าสะพายแล้ว เดินออกไปอย่างเร็ว
ฮิเดโนริแอบมองรินดาราอยู่ไกลๆ

อาคิระกับไอกำลังไหว้พระประธาน อาคิระกำลังคลานไปปักธูปที่กระถาง
มือถือในกระเป๋าของไอสั่นเพราะมีข้อความเข้า ไอเปิดมาดูหน้าจอ..เป็นภาษาญี่ปุ่น..ไออ่านข้อความเสียงเบาๆ
"เอากระเป๋าของรินดารามาให้ผม"
ไอขมวดคิ้วคิดหนักใจว่าจะทำตามคำสั่งของฮิเดะได้ยังไง อาคิระปักธูปเสร็จก็ถอยกลับมาเห็นสีหน้าของไอ
"เป็นอะไรหรือเปล่าไอ"
ไอพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ
" ปะ..เปล่าจ้ะ"
อาคิระพยักหน้ารับไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร

อาคิระกับไอออกมาจากในโบสถ์ ไอมีสีหน้าครุ่นคิดเรื่องคำสั่งของฮิเดโนริแล้วคิดได้
"นึกออกแล้ว ชั้นต้องทำกล้องคอมแพคตกไว้ในรถแน่ๆ คิดอยู่ตั้งนานว่าหายไปไหน อาคิระรอชั้นอยู่นี่ก่อนนะ ชั้นกลับไปดูที่รถก่อน วัดนี้สวยดีอยากจะเก็บรูปไว้เป็นที่ระลึก"
"ทำไมไม่ใช่มือถือถ่ายรูปล่ะ"
"มือถือถ่ายรูปไม่สวย ใช้กล้องถ่ายสวยกว่า" ไอจะเดินไปแต่แกล้งนึกขึ้นได้ "ว่าแต่รถจอดอยู่ตรงไหนนะ ชั้นจำทางไม่ได้"
"งั้นชั้นไปเอามาให้ดีกว่า รออยู่ตรงนี้แหละ"
ไอพยักหน้ารับ อาคิระเดินออกไป แล้วสีหน้าของไอก็เปลี่ยนเป็นยิ้มร้ายสมใจที่อาคิระหลงกล
ไอมองจนอาคิระเดินไปลับตาแล้วเดินออกไปอีกทาง

ไอเดินเข้ามาตามทาง สายตาสอดส่ายมองหารินดารา จนกระทั่งเจอกับรินดาราที่เดินมาอีกทาง...มือของรินดารากอดกระเป๋าเอาไว้อย่างหวงแหน
"คุณอาคิระล่ะคะ"
"ไปดูของให้ชั้นที่รถ" ไอชำเหลืองมองที่กระเป๋าของรินดารา "ชั้นกับอาคิระไหว้พระเสร็จแล้วก็เลยมาตามเธอกลับไป"
รินดาราพยักหน้ารับแล้วเดินนำไอออกไป ไอหันไปเห็นแอ่งน้ำอยู่ใกล้แถวนั้น จึงคิดแผนด้วยการแกล้งกรี๊ด
"แอร๊ย"
ไอจงใจชนร่างรินดาราให้กระเด็นล้มไปที่แอ่งน้ำ
ไอพูดพร้อมกับประคองรินดาราขึ้น
"รินดารา ! ชั้นขอโทษ ชั้นไม่ได้ตั้งใจ เมื่อตะกี้ชั้นเห็นงู อยู่ตรงโน้น เลยตกใจมากไปหน่อย ชั้นขอโทษนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ"
"เธอเปื้อนหมดเลย เดี๋ยวไปล้างตัวที่ห้องน้ำก่อนแล้วกัน"
รินดาราพยักหน้ารับ

รินดารากับไอเดินมาหน้าห้องน้ำ
"ชั้นยืนรอตรงนี้นะ เอากระเป๋ามาชั้นช่วยถือ"
รินดาราจับกระเป๋าแน่นด้วยอาการอึดอัดลังเล ไอแกล้งทำเป็นน้อยใจ
"ชั้นเห็นว่าในห้องน้ำไม่น่าจะมีที่แขวนกระเป๋า ชั้นก็แค่อยากจะช่วยชดเชยความผิดที่ชั้นทำให้เธอเดือดร้อน แต่ถ้าเธอไม่ไว้ใจชั้นก็ไม่เป็นไร"
"ชั้นไม่ได้ไม่ไว้ใจคุณ แต่ถ้ากระเป๋าของชั้นอยู่กับคุณ ชั้นกลัวว่าคุณจะไม่ปลอดภัย"
"ทำไม ในกระเป๋าเธอมีอะไร"
"ไม่มีค่ะ"
"ถ้าไม่มี งั้นก็ยอมให้ชั้นช่วยสิ" ไอคว้ากระเป๋ามาจากรินดารา "เธอรีบเข้าไปล้างตัวเถอะ จะได้กลับกันสักที"
รินดารามองไอด้วยสายตาไม่ไว้ใจ แต่ก็ยอมให้กระเป๋ากับไอแล้วเดินหันหลังเข้าไปในห้องน้ำ
ไอมองตามจนรินดาราปิดประตูห้องน้ำ แล้วมองกระเป๋าของรินดาราในมือตัวเองอย่างสมใจ
ระหว่างนั้น รินดาราปิดประตูห้องน้ำ แต่ก็แง้มประตูแอบดูไอ เห็นไอยืนมองซ้ายมองขวาดูมีพิรุธ
รินดาราหรี่ตามองอย่างสงสัยในพฤติกรรมของไอ
มือถือในกระเป๋าของไอสั่น ไอล้วงหยิบมือถือในกระเป๋าออกมาอ่าน
"รินดาราแอบมองเธออยู่"
ไอสะดุ้งตกใจนิดนึงแล้วปรายตามองไปทางห้องน้ำที่รินดาราเข้าไป..เห็นว่าประตูแง้มอยู่ ไอเลยทำเป็นยืนชม นกชมไม้ทำตัวเนียนๆ
รินดารายังมองไอ
"อคติกับคุณไอมากไปแล้วเรา"
รินดาราปิดประตูแล้วจัดการถกแขนเสื้อ ทำความสะอาดตัวเอง
ไอมองไปที่ประตูแล้วเห็นว่าประตูปิดสนิทแล้ว ไอถอนหายใจโล่งอกแล้วหันมาเจอฮิเดะยืนอยู่ตรงหน้า
"เก่งมากที่รัก"
เขาคว้ากระเป๋าของรินดาราทันที แต่ไอคว้ามือเขาแล้วถามอย่างร้อนรน
"เดี๋ยวฮิเดะ ! ถ้าเธอเอากระเป๋ารินดาราไป ชั้นจะแก้ตัวว่ายังไง"

เขายิ้มร้ายแล้วชูมือขึ้น เห็นเล็บของฮิเดโนริยาวออกมาจนคมกริบ !!! ไอผงะตกใจ

ในห้องน้ำ รินดารากำลังล้างมือ แล้วเสียงกรี๊ดของไอก็ดังขึ้น
 
"โอ๊ย ! ปล่อยชั้นนะ อย่าเอาไป ปล่อย"
รินดารารีบเปิดประตูออกมา เจอไอล้มกองอยู่บนพื้น
"คุณไอ"
อาคิระเข้ามาอีกทางพอดี เห็นสภาพไอก็ตกใจ รีบปราดเข้าหา
"ไอ เกิดอะไรขึ้น เสียงคุณดังไปถึงตรงโน้นเลย"
"มีผู้ชายมาแย่งกระเป๋าของรินดาราไป เขาทำร้ายชั้นด้วย"
ไอยื่นแขนให้อาคิระกับรินดาราดู จึงเห็นรอยแผลเป็นทางยาว เลือดไหลซิบๆ ลักษณะคล้ายถูกข่วน
รินดารากับอาคิระต่างตกใจ
"เขาวิ่งไปทางไหน"
"ทางโน้น" ไอชี้ไปด้านหนึ่ง
อาคิระวิ่งไป รินดาราประคองไอลุกขึ้นแล้วทั้งสองก็วิ่งตามอาคิระไป

อาคิระวิ่งนำรินดารากับไอเข้ามา แต่ไม่เห็นใครอยู่แถวนั้น
"ไม่เห็นมีใครเลย"
"แต่ชั้นเห็นมันวิ่งมาแถวนี้จริงๆนะ" ไอกลัวโดนจับผิดเลยแกล้งเจ็บแผล) "โอ๊ย..."
รินดาราหันไปเห็นกระเป๋าวางกองอยู่ที่ใต้ต้นไม้
"กระเป๋า !"
รินดาราปราดไปหยิบกระเป๋ามาดู อาคิระกับไอตามไปดู รินดาราหันมาหาอาคิระ
"ผ้าหายไปแล้ว"
อาคิระอึ้งไปเลย ขณะที่ไอแอบยิ้มร้ายสมใจ

ฮิเดโนรินั่งพิจารณาผ้าสีทองในมือด้วยความพึงพอใจ สักพักไอเปิดประตูเข้ามา
"พวกนั้นอยู่ไหนกันแล้ว"
"อยู่บ้านรินดารา กว่าชั้นจะหาเหตุผลขอแยกออกมาจากพวกนั้นได้แทบแย่ ว่าแต่ผ้าผืนนั้นเป็นผ้าอะไร เธอถึงต้องทำชั้นเจ็บเพื่อได้มันมาอย่างนี้" ไอมองที่แผล
"ผ้ากระเรียนทองคำ เส้นไหมทองคำในผ้านี่แหละที่จะช่วยให้เทพเจ้านกกระเรียนได้กลับสวรรค์"
ไอตื่นเต้น ยื่นมือไปจะจับผ้า
"ขอชั้นดูหน่อยสิคะ"
ฮิเดโนริชักผ้าหลบ
"ดูทำไมให้เสียเวลา ให้ชั้นรีบทำลายมันให้เสร็จ แล้วเอาเวลาไปตบรางวัลให้เธอดีกว่า"
ไอปล่อยยิ้มร่าเริง
"งั้นก็รีบจัดการเถอะ ชั้นอดใจรอไม่ไหวแล้ว"
ฮิเดโนริยิ้มร้ายแล้วโยนผ้าลงในถังขยะเล็กๆ ราดน้ำมันก๊าซลงไปบนผ้า แล้วจุดไม้ขีดขึ้นมอง...นัยน์ตายิ้มสมหวัง
"แด่...เทพเจ้าจิ้งจอก นับจากนี้ไปไอ้เทพนกกระเรียนจะต้องทนทุกข์ทรมานอยู่บนโลกมนุษย์ตลอดไป"
ฮิเดโนริโยนก้านไม้ขีดลงไปบนผ้า ไฟลุกพรึ่บขึ้นทันที

ณ คฤหาสน์โคสึกะ ไดซุเกะจิบน้ำชาพลางยิ้มอารมณ์ดี อัตซุโอะนั่งยิ้มกริ่มอยู่ด้วย ยูกิเข้ามา
"แผนการสำเร็จแล้วเหรอไง ถึงได้มีความสุขกันอย่างนี้"
"ใช่สิ ในที่สุดหลานชายของชั้นก็ทำสำเร็จ และตอนนี้เขาก็กำลังจัดการเผาทำลายผ้าไหมผืนนั้น"
ยูกิแปลกใจ
"เผาผ้าไหมที่ปักด้วยเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำ ?! จะเผาได้ยังไง"
ไดซุเกะกับอัตซุโอะแปลกใจ

ฮิเดโนริคุยโทรศัพท์กับไดซุเกะ
"ว่าไงนะครับปู่ ! ถ้าเป็นเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำของจริงจะเผาไม่ได้"
เขากับไอปราดไปก้มมองในถังขยะ เห็นว่าผ้าในถังดำไหม้หมดแล้ว
"เราถูกหลอก ผ้าผืนนี้ไม่ใช่ของจริง" ไอบอก
ฮิเดะกับไออึ้งไปเลย

รินดารากับอาคิระเดินเข้ามาตามทางไปยังหน้าอาคารเก่าแก่ของหน้าศูนย์เรียนรู้ประจำหมู่บ้าน เป็นที่รวบรวมผ้าทอเก่าแก่ประจำหมู่บ้าน
"ถ้าไม่ได้แผนที่คุณแนะนำให้ชั้นโทร.ไปบอกให้เคนจิเอาผ้าผืนปลอมไปซ่อนในโกศของคุณลุง ความพยายามทั้งหมดคงสูญเปล่า"
"พวกโคสึกะเป็นพวกกัดไม่ปล่อย อยากได้อะไรก็ต้องเอาให้ได้ เราถึงต้องหลอกให้มันตายใจคิดว่ามันชนะเรา..ว่าแต่ตอนนี้คุณยังได้ยินเสียงมันอยู่หรือเปล่า"
"ไม่ได้ยินแล้วค่ะ แต่ก็ประมาทไม่ได้ เราควรจัดการธุระของเราให้เสร็จเร็วที่สุด...เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ"
"เดี๋ยว ! คุณยังไม่ได้บอกผมเลย ว่าคุณพาผมมาที่นี่ทำไม"
"ที่นี่เป็นที่เก็บรวบรวมผ้าทอเก่าแก่ของชาวบ้านในหมู่บ้านชั้น เอาไว้ให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษา ป้าอังบอกว่า ฝากผ้าไหมขนนกกระเรียนทองไว้ที่นี่ค่ะ"
อาคิระพยักหน้ารับ ผู้หญิงซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์เดินผ่านเข้ามาจึงเข้าไปทักทาย
"สวัสดี" พอเห็นหน้ารินดาราเต็มๆ แล้วตกใจ "...คุณ"
อาคิระกับรินดาราแปลกใจ

เจ้าหน้าที่ส่งซองกระดาษสีน้ำตาลเก่าๆ ให้รินดาราดู อาคิระอยู่ด้วย

"คุณป้าอังบริจาคเงินบำรุงรักษาที่นี่ทุกปี เมื่อปีก่อนนี่เองค่ะ แกบอกว่าแกกลัวจะเป็นอะไรไปกะทันหัน ก็เลยมาฝากผ้าผืนนึงเอาไว้ที่นี่ เอาไว้ให้จัดแสดงให้ลูกหลานดูความงดงามของผ้าเก่าแก่ แต่มีข้อแม้ว่าถ้ามีผู้หญิงในรูปมาที่นี่ ต้องมอบผ้าผืนนั้นไปกับเธอ"
รินดาราดึงแผ่นกระดาษในซอง เป็นรูปวาดของเมียวโจโอจิน ซึ่งเป็นรูปเดียวกับที่ป้าอังมี
"ว่าแต่คุณเป็นอะไรกับป้าอังเหรอคะ"
"ป้าอังเป็นผู้มีพระคุณของชั้นค่ะ ว่าแต่ตอนนี้ผ้าผืนนั้นอยู่ที่ไหนคะ"
"เชิญทางนี้เลยค่ะ"
เจ้าหน้าที่เดินนำรินดาราไปข้างใน รินดาราพยักหน้าให้อาคิระตาม ทั้งสองตามเข้าไป

เจ้าหน้าที่เดินนำรินดารากับอาคิระเข้ามาภายในห้องที่มีตู้กระจกจัดแสดงผ้าทอเก่าแก่ แล้วเจ้าหน้าที่ก็หยุดยืน ผายมือไปทางตู้ด้านหนึ่ง
"นั่นไงคะ"
รินดารากับอาคิระหันไปมองตามด้วยความตื่นเต้น ในตู้นั้น ผ้าผืนใหญ่ๆสีของมันขมุกขมัวบ่งบอก ความเก่า ตรงกลางผืนผ้าเป็นลายนกกระเรียนปักด้วยเส้นไหมสีทองอร่าม..ระยะเวลาไม่สามารถทำลายความ งดงามของสีทองไปได้เลย ถูกแขวนโชว์เด่นตระหง่านอยู่กลางตู้
รินดาราปราดเข้าไปที่หน้าตู้กระจก อาคิระมองลายปักด้วยเส้นไหมสีทองอย่างตื่นเต้น
"ในที่สุดเราก็ได้เส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำกลับไปปักกิโมโนโฮชิของท่านชายให้เสร็จสมบูรณ์แล้ว"
รินดารากับอาคิระยิ้มดีใจให้กัน

ในห้องพักโรงแรม ฮิเดโนริอาละวาดกวาดข้าวของในห้องกระจัดกระจาย ระเบิดอารมณ์หัวเสียเต็มที่...โธ่เว้ย !
ความโกรธเกรี้ยวของเขาปะทุขึ้นมาอย่างที่สุด ทำให้ดวงตาเป็นสีส้มของสุนัขจิ้งจอกฉายความน่ากลัวออกมา
ไอได้แต่ยืนตกใจกับท่าทางอาละวาดของเขา แม้จะกลัวแต่ก็พยายามจะเข้าไปปลอบใจ
"ใจเย็นๆก่อนนะฮิเดะ..ชั้นว่า"
เขาหันมาตาขวางดุน่ากลัว
"อย่ามายุ่ง"
ไอสะดุ้งเฮือก
"แต่ชั้นก็มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วย เพราะชั้นก็ถูกพวกนั้นหลอกเหมือนกัน"
"รับผิดชอบ..เธอจะรับผิดชอบอะไร ความเสียหายมันไม่ได้อยู่ที่เธอ แต่มันอยู่ที่ชั้น ชั้นต้องเสียท่าให้ไอ้อาคิระ ทั้งๆที่มันก็แค่คนธรรมดา !"
"ไม่หรอกฮิเดะ..พลาดครั้งนึงไม่ได้หมายความว่าเธอจะเสียหน้าให้อาคิระ ให้ชั้นช่วยเธอแก้ปัญหานี้นะฮิเดะ..นะ" ไอพูดพลางแตะไหล่ปลอบ
"เธอยังจะมีแผนอะไรอีก ป่านนี้อาคิระคงรู้แล้วว่าเธอหักหลังและเป็นพวกเดียวกับชั้น"
"ใช่..ป่านนี้พวกนั้นคงสงสัยแล้วว่าชั้นเป็นพวกโคสึกะ..แต่นั่นแหละคือจุดอ่อนที่ชั้นจะใช้ช่วยเธอ" ไอพูดไปก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขาคิ้วขมวดอยากรู้
"ช่วยชั้น..ยังไง"
ไอยิ้มร้ายแล้วจับมือเขาขึ้นมา มือที่เป็นกรงเล็บยาวงอกออกมาอย่างแหลมคม
"ชั้นจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าชั้นรักเธอมากแค่ไหน แม้จะต้องเจ็บปวดชั้นก็จะทำเพื่อเธอ"
เขามองแววตาของไอแล้วชะงักอึ้ง

"นี่เธอ"

ไอล้มลงบนเตียงร้องอย่างเจ็บปวดหลังจากที่โดนเขาใช้กรงเล็บตะปบแขนเธอจนเลือดอาบ
 
"โอ๊ย"
ไอเจ็บปวดเอามือกุมแขนแต่พยายามฝืนทนลุกขึ้นอีก
"เล่นงานชั้นอีกฮิเดะ..แค่..แค่นี้มันยังไม่พอ"
"แต่ถ้าชั้นลงมือกับเธอมากกว่านี้ เธออาจจะทนเจ็บไม่ได้"
"ได้สิฮิเดะ..ชั้นมีความอดทนมากกว่าที่เธอคิด และถ้าไม่ทำแบบนี้ชั้นก็จะหลอกอาคิระให้เชื่อไม่ได้ว่า ชั้นถูกเธอสะกดจิตหลอกใช้ให้เป็นเครื่องมือ"
"ไอ"
"ลงมือกับชั้นเลยฮิเดะ
ไอขยับตัวเข้าไปหาใกล้ๆ ยื่นมือที่เปื้อนเลือดสัมผัสที่แก้มเขาเบาๆ
"ไม่ต้องกลัวว่าชั้นจะทนไม่ได้ เพราะเจ็บแค่นี้มันก็คงไม่เจ็บเท่ากับฮิเดะเลิกรักเธอแล้วไปรักคนอื่น"
ไอใช้อีกมือเปิดไหล่เสื้อออกเผยให้เห็นไหล่และเนินอก
"พวกนั้นจะต้องเชื่อชั้นแล้วชั้นจะหาทางเอาผ้าไหมผืนนั้นมาให้เธอทำลายให้ได้"
ฮิเดโนรินิ่งมองไหล่แล้วตัดสินใจแยกเขี้ยวคมกริบ กัดลงไปที่ไหล่ไอเต็มแรง ไอร้องเจ็บปวดลั่น น้ำตาไหล

มิกิกำลังคุยโทรศัพท์กับอาคิระ
มิกิตื่นเต้
"จริงเหรออาคิระ ได้เส้นไหมทองคำมาแล้วเหรอ"
อาคิระคุยโทรศัพท์จากมุมหนึ่งของบ้านรินดาราในประทศไทย
"ครับคุณย่า..แต่กว่าจะได้มาก็เกือบจะโดนฮิเดะแย่งเอาไป"
"ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งประมาทนะ เก็บรักษาเอาไว้ให้ดีที่สุด"
"ครับคุณย่า ผมจะรักษาของสำคัญของตระกูลเราด้วยชีวิตของผม แต่ผมคงยังกลับไปตอนนี้ไม่ได้เพราะอยากให้อาการของพ่อรินดาราดีขึ้นจนรินดาราสบายใจก่อน"
"เรื่องนั้นไม่เป็นไรจ้ะอาคิระ ตราบใดที่ผ้าไหมผืนนั้นยังอยู่ในมือของอาคิระ ย่ามั่นใจว่า อาคิระจะทำตามหน้าที่ที่รับปากย่าไว้เป็นอย่างดี"
อาคิระชะงักนิ่งไปเจ็บปวด
"ครับคุณย่า..คุณย่าไว้ใจผมได้ คุณย่าครับผมมีอีกเรื่องจะถาม..เกี่ยวกับไอครับ"
"มีอะไรเหรอ วันก่อนไอเขามาขออนุญาตย่ากลับไปเยี่ยมเพื่อนที่ฮอกไกโด"
"ไอบอกอยู่ฮอกไกโดเหรอครับ"
"ใช่จ้ะ..มีอะไรรึเปล่าอาคิระ"
"เอ่อ..ไม่มีครับคุณย่า ผมแค่จะถามเรื่องงานกับไอ ไว้กลับไปผมค่อยถามก็ได้..แค่นี้นะครับคุณย่า"
อาคิระวางสายไปแล้วหันมาคิ้วขมวดครุ่นคิดอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"ไอ...คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะเป็นพวกโคสึกะ"
แต่ไม่ทันที่อาคิระจะคิดทำอะไรต่อ รินดาราก็รีบเข้ามา
"คุณอาคิระ..เมื่อกี้นี้มีตำรวจโทร.มาที่บ้าน เขาแจ้งมาว่ามีชาวบ้านไปพบคุณไอได้รับบาดเจ็บที่โรงงานร้างแถวนี้ ตอนนี้ถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล"
อาคิระตกใจ !

ฮิเดโนริลากกระเป๋าเดินทางมาหยุดที่หน้าเคาน์เตอร์การบินไทย ส่วนมือก็โทรศัพท์คุยกับไดซุเกะที่ญี่ปุ่น
"ผมกำลังจะเดินทางกลับแล้วครับปู่..ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นครับ ผมมีอีกแผนการนึงที่จะช่วยให้เราทำลายเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำได้"
"แผนอะไร"
"ไว้ผมกลับไปถึงผมจะเล่าให้ฟังครับ"
ฮิเดโนริกดตัดสายแล้วยิ้มร้ายเจ้าเล่ห์

ภายในห้องพักคนไข้ อาคิระกับรินดาราพากันเข้ามาพบไออยู่ในสภาพมีผ้าพันแผลตามตัว สภาพเธออ่อนเพลีย และกำลังถูกสอบปากคำจากตำรวจท้องที่
"ไอ..เป็นยังไงบ้าง"
"อาคิระ"
ทันทีที่เจออาคิระ ไอก็แสดงท่าทางตื่นตระหนกตกใจกลัวโผเข้าไปกอดร้องห่มร้องไห้
"ช่วยไอด้วยนะอาคิระ..ฮือๆๆ ไอกลัวเหลือเกิน..ฮือๆๆ"
"ใจเย็นๆก่อนไอ..เกิดอะไรขึ้น..ค่อยๆเล่าให้ชั้นฟัง"
"ฮือๆๆ ชั้นกลัว..ชั้นกลัวจริงๆ..ฮือๆๆ"
ไอเอาแต่ฟูมฟายกลัวจนตัวสั่นและไม่ยอมพูดอะไร ตำรวจเลยหันมาบอกอาคิระกับรินดารา
"ตั้งแต่มีชาวบ้านไปพบเธอที่โรงงานร้างแล้วพามารักษา เธอก็มีอาการตื่นกลัวพูดจาวกไปวนมาไม่รู้เรื่องแบบนี้มาตลอดเลยครับ" ตำรวจบอก
"แล้วพอจะทราบจากชาวบ้านมั้ยคะว่าเกิดอะไร" รินดาราถาม
"คนที่ไปพบเธอเล่าว่าเธออยู่ในสภาพเนื้อตัวมอมแมม ตามร่างกายมีแผลกรงเล็บและเขี้ยวของสัตว์ทำร้าย พอถามว่าถูกตัวอะไรทำร้านมา เธอก็เอาแต่บอกว่าถูกปีศาจสุนัขจิ้งจอกทำร้ายมาครับ"
รินดารากับอาคิระได้ยินตำรวจพูดมาแบบนั้นก็ชะงักอึ้งหันไปที่ไออย่างพร้อมกัน
"ช่วยชั้นด้วยนะอาคิระ..ปีศาจสุนัขจิ้งจอกมันทำร้ายชั้น..ชั้นเจ็บเหลือเกิน..ฮือๆ"

ไอนอนหลับไปบนเตียงคนไข้ อาคิระนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆครู่หนึ่ง รินดาราก็เดินเข้ามา
"ชั้นคุยกับตำรวจเรียบร้อยแล้วนะคะคุณอาคิระ"
"ขอบคุณมากนะรินดารา"
"แล้วไอเป็นยังไงบ้างคะ"
"พอเธอเริ่มสงบผมก็เลยถามเรื่องที่เธอมาเมืองไทย เธอบอกว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง มารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองกำลังถูกฮิเดะทำร้าย เลยพยายามต่อสู้แล้วหนีไปหมดสติที่โรงงานร้างจนมีชาวบ้านไปพบ"
รินดารามองไปที่ไอซึ่งนอนหลับหันหลังให้
" ฮิเดะเป็นลูกครึ่งปีศาจจิ้งจอกมีพลังในการสะกดจิตคน เธอคงตกเป็นเหยื่อของฮิเดะโดยไม่รู้ตัว"
อาคิระเจ็บใจ
"พวกโคสึกะจ้องเล่นงานคนของมิยาคาวะมาตลอด เจอมันอีกทีผมจะไม่เอาไว้เด็ดขาด"
"ใจเย็นๆค่ะคุณอาคิระ ตอนนี้เราต้องห่วงไอก่อน"
อาคิระมองที่ไอ
"ตอนแรกที่ไอมาที่นี่ผมเกือบคิดไปว่าไอเป็นพวกมันและคิดจะหักหลังเรา"
"ชั้นก็คิดเหมือนคุณ เกือบหลงเข้าใจเธอผิด"
ทั้งคู่มองไอด้วยสายตาที่รู้สึกผิด ก่อนที่รินดาราจะนึกขึ้นได้
"อาการของพ่อชั้นดีขึ้นเร็วมาก เดี๋ยวชั้นจะไปคุยกับหมอต่อ ถ้าไม่มีอะไร ต้องห่วงชั้นจะได้เอาเส้นไหมทองคำกลับไปให้ท่านชาย ชั้นขอตัวนะคะ"
อาคิระพยักหน้ารับมองส่งรินดาราเดินออกไปก่อนจะหันมามองที่ไอซึ่งยังนอนหันข้างหลับ

ไอแอบยิ้มร้ายโดยที่อาคิระกับรินดาราไม่รู้ตัว

กลกิโมโน ตอนที่ 10 (ต่อ)
บริเวณหน้าศาล นานะกับนารูตะกำลังช่วยกันกวาดเศษใบไม้ที่พื้น
 
แต่มือกวาดไปก็หันมาสบตากันมองกันทีก็เขินกันที มองกันอีกทีก็หัวเราะคิกคักก่อนนารูตะจะหยุดกวาดแล้วใช้ให้นานะดูกองใบไม้ที่กวาด
"อุ๊ย..ดูสิจ๊ะนานะ ทำไมใบไม้ที่เรากวาดมันออกมาเป็นแบบนี้"
นานะก้มดูแล้วยิ้มเขินหน้าแดงเพราะกองเศษใบไม้ถูกกวาดมากองเป็นรูปหัวใจ
"ตายแล้ว คาวาอี้จังเลย บังเอิญหรือตั้งใจเนี่ย"
"บังเอิญอย่างตั้งใจจ้ะ"
นานะยิ้มเขินหน้าแดง นารูตะพยายามจะขยับเข้าใกล้แล้วยื่นมือไปโอบ แต่ระหว่างนั้นย่มิกิเข้ามา
"นารูตะ"
นารูตะสะดุ้ง
"ครับคุณท่าน"
"ท่านชายอยู่ไหน"
"เอ่อ...ท่านชายเหรอครับ"
"ก็ใช่น่ะสิ..เคโกะบอกชั้นว่าท่านชายใช้ให้เธอขับรถพาออกไปข้างนอก"
"ครับ..ใช่ครับคุณท่าน แต่ท่านชายแค่ให้ผมไปส่งในเมืองแล้วบอกให้ผมกลับได้เลย ไม่ต้องรอรับ"
"ท่านชายไปทำอะไรในเมือง"
นารูตะสีหน้าอึกอัก
"เอ่อ..คือ ไม่ทราบครับ"
มิกิเห็นสีหน้าของนารูตะแล้วสงสัย
"ไม่รู้หรือว่ารู้แต่ไม่บอก"
นารูตะชะงักหน้าจ๋อยๆแต่ก็ยังแถ
"ปกติท่านชายจะไปไหนมาไหนคุณท่านจะต้องรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ"
มิกิดุทันที
"ยังจะมาย้อนชั้นอีกเหรอ"
นานะรีบสะกิดบอก
"ชั้นว่าแกรีบๆบอกไปเถอะ เห็นอะไรก็บอกไปดีกว่าโดนคุณท่านดุ"
มิกิถามย้ำ
"ว่าไง..ท่านชายไปทำอะไรในเมือง"
นารูตะเสียงอ่อยๆ
"บอกครับ..บอกแล้วครับคุณท่าน"

นารูตะนึกย้อน เมื่อจอดรถ โฮชิลงจากรถแล้วหันมาบอก
"กลับไปได้เลยนะนารูตะ ไม่ต้องรอรับชั้น"
"จะดีเหรอครับท่านชาย ถ้าคุณท่านทราบ ผมจะโดนดุ"
"ไว้ชั้นกลับไปมิกิก็จะรู้เอง..กลับไปเถอะแล้วยังไม่ต้องพูดอะไร"
โฮชิพูดแค่นั้น แล้วเดินไปตามทางเดินถนนเมือง นารูตะมองตามสีหน้าสงสัย
นารูตะเริ่มเล่าให้มิกิฟัง
"ผมเห็นท่าทางของท่านชายดูจริงจังจนน่าสงสัย เพราะปกติท่านชายมักไม่ค่อยไปไหน มาไหนอยู่แล้ว และยิ่งบอกว่าไม่ต้องบอกคุณมิกิด้วย ผมก็ยิ่งสงสัยอยากรู้ เลยแอบตามท่านชายไป"
นารูตะเริ่มเดินตามโฮชิไปห่างๆ จนเห็นโฮชิเดินมาหยุดที่หน้าเรียวกัง หรือ โรงแรมขนาดเล็กแห่งหนึ่ง นารูตะยืนหลบหลังเสาไฟฟ้ามองด้วยสีหน้าสงสัย
"ตอนนั้นผมเห็นท่านชายเข้าไปใช้บริการห้องพักที่เรียวกัง กับผู้หญิงคนนึงที่ท่านชายนัดเจอกันที่นั่น"
นารูตะชะโงกหน้ามองไป ขณะที่โฮชิหันไปหายูกิ ในชุดกิโมโนสีสวย กางร่วมเดินเข้ามาหาก่อน ทั้งคู่จะเดินเข้าไปในเรียวกังด้วยกัน นารูตะมองตามแล้วทำตาโตอึ้งๆ

มิกิสีหน้าแปลกใจสงสัย
"ท่านชายหายเข้าไปในเรียวกังกับคุณยูกิ"
"ครับคุณท่าน"
"แน่ใจนะว่าเป็นคุณยูกิจริงๆ"
"คุณยูกิสวยขนาดนั้น ทำไมผมจะจำไม่ได้ครับ"
"แล้วท่านชายไปนัดพบกับคุณยูกิที่เรียวกังได้ยังไง"
"โธ่...คุณท่านครับ ผู้ชายผู้หญิงไปนัดพบกันในเรียวกังตอนกลางวันแสกๆ ก็คงไม่มีเรื่องอะไรหรอกครับ...นอกจากเรื่องอย่างว่า"
นารูตะพูดไปก็ยิ้มขำคิกคัก แต่มิกิไม่ขำด้วยชักสีหน้าดุแล้วตีแขน..เพี๊ยะ !
"ปากเสีย !! ท่านชายไม่ใช่คนที่เธอจะเอามาพูดเล่นแบบนี้นะนารูตะ"
นารูตะจ๋อย
"ขอโทษครับคุณท่าน"
"แล้วก็จำไว้ด้วยนะ ทีหน้าทีหลังมีเรื่องอะไรของท่านชาย ต้องรีบมาบอกชั้น"
"ครับคุณท่าน"
มิกิหางตามองเคืองแล้วเดินออกไป นารูตะยังจ๋อยไม่หาย นานะหันมาโอบลูบอก
"โอ๋..ไม่เป็นไรนะตัวเอง เดี๋ยวเค้าปลอบใจให้"

ในห้องพักเรียวกังที่ตกแต่งสวยงามมีพื้นที่แยกส่วนผ่านฉากกั้น โฮชิดีดซามิเซ็งให้ยูกิฟัง ส่วนยูกิก็รินสาเก ใส่ถ้วยให้ บนโต๊ะมีอาหารชุดแบบไคเซกิวางเรียง ยูกิเฝ้ามองโฮชิด้วยสีหน้าชื่นชมปลื้มปริ่มยิ้มไม่หุบ จนกระทั่ง โฮชิดีดซามิเซ็นจนจบเพลง ยูกิยกมือขึ้นปรบมือให้โฮชิตามมารยาหญิงสาวญี่ปุ่น
"เพราะมากเลยค่ะท่านชาย เป็นโชคดีของดิชั้นจริงๆที่ได้ฟังท่านชายเล่นดนตรีให้ฟังต่อหน้าแบบนี้"
"ปกติผมไม่ค่อยได้เล่นดนตรีให้ใครฟังเท่าไหร่ จะมีก็แต่คนที่เห็นว่าเป็นคนพิเศษจริงๆ"
ยูกิยิ้มดีใจแล้วก้มหัวโค้งคำนับ
"ดิชั้นรู้สึกซาบซึ้งมากค่ะ และดีใจที่ท่านชายอนุญาตให้ชั้นเป็นคนพิเศษ"
โฮชิก้มหัวรับ
"ครับคุณยูกิ แต่ผมก็อยากจะขอโทษที่นัดคุณยูกิออกมาพบกันในที่ส่วนตัวแบบนี้ เพราะผมมีเรื่องสำคัญที่อยากคุยโดยไม่มีคนอื่นรบกวน"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะท่านชาย ดิชั้นยินดีพบท่านชายเสมอ ยิ่งเวลาที่ดิชั้นได้เห็นท่านชาย ดิชั้นยิ่งรู้สึก..."
โฮชิมอง รอให้พูด
"ไม่มีอะไรค่ะ..ว่าแต่เรื่องสำคัญที่ท่านชายอยากคุยกับดิชั้นคืออะไรคะ"
"ตั้งแต่เรารู้จักกันมาผมรู้สึกว่า ผมยังไม่ได้รู้จักคุณอย่างลึกซึ้งเลย"
โฮชิพูดไปก็ยื่นมือไปแตะที่หลังมือของยูกิ ทำให้ยูกิอดยิ้มชอบใจไม่ได้
"ท่านชายอยากรู้จักดิชั้นอย่างลึกซึ้งแค่ไหนล่ะคะ"
"ก่อนหน้าที่เราจะได้เจอกันคุณยูกิทำอะไรมาก่อนครับ"
"ชั้นเคยเป็นเกอิชาค่ะ"
"แล้วมารู้จักกับมาโกโตะได้ยังไง"
"เขาเป็นเพื่อนชั้น ครั้งหนึ่งชั้นผิดหวังในความรักต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส แต่สุดท้ายมาโกโตะก็ช่วยทำให้ชั้นกลับมาเป็นคนเดิมได้อีกครั้ง และทำให้ชั้นได้พบกับคนที่ชั้นรอคอย เพื่อจะได้มีความหวังใหม่อีก"
"เราทุกคนต่างก็ต้องเคยพบเจอความผิดหวังกันมาทั้งนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปเราก็ต้องใช้ความผิดหวังนั้นมาเป็นบทเรียนเพื่อจะได้ไม่ทำผิดพลาดอีก"
โฮชิยิ้มให้อย่างอ่อนโยน แล้วหันไปที่กล่องของขวัญซึ่งเขาห่อเอาไว้ด้วยผ้าไหมสีสวยงาม
"วันนี้ผมเตรียมของขวัญมาให้คุณด้วย" โฮชิเลื่อนกล่องของขวัญไปตรงหน้ายูกิ
ยูกิดีใจ
"ท่านชายมีเรื่องให้ชั้นต้องคอยอยากรู้ตลอดเลยนะคะ"
"แกะดูเลยสิครับ..ผมว่าคุณน่าจะชอบ"
ยูกิยิ้มรับแล้วค่อยๆคลี่ผ้าที่ผูกกล่องออก แต่แล้วเธอก็ต้องหน้าซีดตกใจ เมื่อภายในกล่องนั้นคือตุ๊กตาฮินะที่เคย ขังเธอเอาไว้
"นี่มัน"

ยูกิหน้าเครียดจนเห็นได้ชัด สีหน้าของโฮชิเปลี่ยนเป็นมองยูกิด้วยอารมณ์เคร่งขรึม จริงจังจับผิดไม่วางตา

มิกิกำลังตัดแต่งกิ่งไม้เพื่อประดับแจกันดอกไม้แต่สีหน้าดูกังวล ระหว่างนั้นเคโกะเอาชามาเปลี่ยนให้
 
"ท่านชายกลับมารึยัง"
"ยังเลยค่ะคุณท่าน"
"ขอบใจนะ"
เคโกะก้มหัวรับแล้วออกจากห้องไป มิกิหันมาเหม่อๆกังวล
"ท่านชายคิดจะทำอะไรกันแน่ ทำไมถึงไม่ยอมบอกเราเลย"
ปากบ่นไปมือก็ใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้จนพลาดโดนคมกรรไกรบาด มิกิสะดุ้งเจ็บรีบใช้ผ้าเช็ดหน้ามาซับแผล แล้วเริ่มสีหน้ากังวลใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวคิดหนัก รีบลุกจากที่เลื่อนประตู
"เคโกะ..ไปตามนารูตะ บอกให้เตรียมรถ ชั้นจะเข้าเมือง"

ยูกิจ้องเขม็งไปที่ตุ๊กตาฮินะแล้วมองโฮชิอย่างสงสัย
"ตุ๊กตาฮินะตัวนี้สวยดีนะคะท่านชาย"
"ครับ เป็นของเก่าแก่ ไม่ใช่ของทำขึ้นมาใหม่ในยุดนี้ด้วย"
"เหรอคะ ถ้าเป็นของเก่าแก่ขนาดนี้ แล้วท่านชายเอามาให้ดิชั้นทำไม"
"คุณยูกิไม่ชอบเหรอครับ"
ยูกินิ่งมองตุ๊กตาอย่างเกลียดชัง
"ดูสีหน้าคุณไม่ชอบตุ๊กตาฮินะตัวนี้เลย เพราะว่าเป็นของเก่าเลยทำให้คุณกลัวเหรอครับ"
"ดิชั้นไม่ได้กลัว..แต่ดิชั้นแค่"
โฮชิต่อให้
"ไม่ชอบมันเพราะเคยถูกจองจำให้อยู่ตุ๊กตาตัวนี้มาเป็นเวลากว่า 400 ปีใช่มั้ย"
ยูกิผงะอึ้ง
"ท่านชาย ท่านชายพูดอะไร ชั้นไม่รู้เรื่อง"
โฮชิเสียงเอาจริงสีหน้าดุดัน
"ความลับมันไม่มีในโลกหรอกคุณยูกิ คุณเคยเป็นเกอิชาแล้ว ต้องเจอกับความผิดหวังเพราะความรัก แต่นั่นมันคือชีวิตของผู้หญิงที่เธอกำลังใช้ร่างนี้เป็นที่อยู่ใหม่ต่างหาก..ปีศาจหิมะ "
ยูกิหน้าเสีย โฮชิจ้องเขม็ง บรรยากาศในห้องเริ่มมีไอเย็นปกคลุม แก้วน้ำค่อยๆกลายเป็นน้ำแข็งขึ้นมาอย่างช้าๆ
"ท่านชายกำลังกล่าวหาชั้น"
"เลิกโกหกตบตาชั้นซะทีเถอะยูกิ..เผยตัวตนที่แท้จริงของเธอออกมา อย่าทำให้ชั้นต้องทำร้ายเธอไปมากกว่านี้"
"โฮชิ"
ทันใดนั้นสติของยูกิก็ขาด ใบหน้าของยูกิเริ่มเปลี่ยนไปเป็นนางปีศาจหิมะ หน้าซีดปากแดงผมยาวสยาย โฮชิ จ้องเขม็งเป็นอย่างที่คิดจริงๆ

มิกิเร่งฝีเท้าเดินมาตามถนนในเมือง มีนารูตะเดินตามหลัง
มิกิหันไปถา
"เรียวกังที่ว่านั่นอยู่ไหน"
"ทางนั้นครับ..เดี๋ยวผมพาคุณท่านไป"
นารูตะจะนำทางให้ แต่ฉับพลันนั้นอยู่ๆก็เกิดลมกรรโชกอย่างแรงเข้ามาราวกับมีพายุกระทันหัน เมฆบนท้องฟ้า เริ่มก่อตัวอย่างประหลาด จนทำให้ชาวเมืองที่เดินอยู่พากันหยุดดู อดแปลกใจไม่ได้
สักพักความหนาวเย็นก็เริ่มเข้ามาปกคลุมละอองหิมะที่โปรยปรายลงมายิ่งทำให้ทุกคนตกใจ
นารูตะยื่นมือออกไปสัมผัสละอองหิมะอย่างตกใจ
" หิมะ !! นี่มันหิมะจริงๆนี่ครับคุณท่าน"
มิกิยื่นมือออกไปสัมผัสก็พบว่าเป็นละอองหิมะจริงๆ
"นี่มันไม่ใช่ฤดูหนาวนี่ครับ..แล้วหิมะมาตกตอนนี้ได้ยังไง"
ไม่ใช่แค่นารูตะคนเดียวที่สงสัย ชาวเมืองที่เดินอยู่ก็พากันสงสัยด้วย มีแต่มิกิคนเดียวที่สีหน้าเครียดขึ้นมาทันที
"ไปรอที่รถ ชั้นจะไปตามท่านชายเอง"
"จะดีเหรอครับคุณท่าน ถ้าคุณท่านโผล่ไปตอนที่พวกเขากำลัง..เอ่อ"
"อย่ามาพูดจาไม่รู้เรื่อง..ชั้นสั่งให้ไปก็ไปสิ"
นารูตะกลัวหัวหด)
"ครับคุณท่าน"
นารูตะรีบเดินออกไป มิกิมองละอองหิมะด้วยสีหน้าเครียดจัด

โฮชิกับยูกิอยู่ในสภาวะของการเทพเจ้าตาสีเขียวและปีศาจหิมะผิวขาวผมสวายปากแดงตาสีฟ้า ทั้งคู่ เผชิญหน้ากันจ้องกันเขม็ง
"เธอหลอกให้ชั้นออกมาพบเธอ เพื่อที่เธอจะบังคับให้ชั้นเผยตัวตน...โฮชิ"
"เพราะชั้นไม่ต้องการให้เธอทำร้ายใครอีกแล้วต่างหากยูกิ ถึงเวลาที่เธอควรจะต้องหยุด"
"ชั้นถูกขังอยู่ในตุ๊กตาตัวนั้นมากว่าสี่ร้อยปี ต้องทนทุกข์ทรมานโหยหาคิดถึงแต่เธอ แต่พอได้เจอเธออีกครั้ง เธอกลับไล่ตะเพิดชั้น เกลียดชังชั้น ชั้นผิดนักเหรอโฮชิที่ชั้นเฝ้ารักเธอคนเดียวมาตลอด"
"เธอไม่ผิดหรอกที่จะรักชั้น แต่เธอผิดที่ใช้ความรักเป็นข้ออ้างทำร้ายคนอื่นเพื่อสนองความบ้าคลั่งของตัวเอง"
ยูกิอึ้ง
"โฮชิ ! เธอเกลียดชั้น"
สีหน้าของยูกิแข็งขืนดึงดันขึ้นมาทันที ดวงตาเธอจิกกร้าว ลมวูบพัดผมปลิวสยาย ร่างของเธอเคลื่อนเข้าหาโฮชิ อย่างเร็วจนใบหน้าจ้องกันในระยะใกล้ แต่โฮชิไม่มีอาการกลัวใดๆ
"ชั้นไม่ได้เกลียดเธอ ถึงเธอจะเป็นปีศาจ ส่วนชั้นเป็นเทพเจ้า แต่ชั้นก็ไม่เคยแบ่งแยกและไม่มีความเกลียดชังเธอแม้แต่นิดเดียว"
"ชั้นไม่เชื่อ"
"เธอแค่ต้องหยุดให้กิเลสครอบงำเธอ แค่หันไปหาความสงบ รู้จักปล่อยวาง เธอก็จะหลุดพ้นจากความเป็นปีศาจได้ แต่ถ้าไม่..ก็หมายความว่าเธอบังคับให้ชั้นทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ"
โฮชิพูดไปแล้วก็มองก็ที่ตุ๊กตาฮินะ ยูกิอึ้งไปจิกตากร้าวใส่
"เธอจะขังชั้นไว้ในตุ๊กตาตัวนี้..ไม่ !! ชั้นไม่หยุด"
พูดเสร็จยูกิก็หายวับไป โฮชิตกใจก่อนจะได้ยินเสียงร้องของมิกิดังขึ้นหลังประตูบานเลื่อนเข้าห้อง
"ท่านชาย !...ช่วยชั้นด้วย"
โฮชิหันขวับ ประตูบานเลื่อนค่อยๆเปิดขึ้นเองช้าๆทำให้เห็นมิกิถูกยูกิใช้มือบีบคอ เล็บยาวของเธอคืออาวุธที่พร้อมจะฆ่ามิกิได้ตลอดเวลา ยูกิยิ้มร้ายหัวเราะเสียงดังน่ากลัวแล้วพามิกิเดินออกไป
โฮชิกัดฟันเจ็บใจ

"มิกิ"

รินดาราเข้ามาดูอาการของพ่อที่ยังนอนอาการทรงๆอยู่ที่เตียง โดยมีดวงดาวช่วยดูแลอยู่ข้างๆ
 
"แม่คะหนูคุยกับคุณหมอแล้ว ผลการเอกซเรย์สมองออกมาว่าเส้นเลือดในสมองที่แตกมีขนาดเล็กลง พักฟื้นสักอาทิตย์ก็คงกลับบ้านได้"
"จริงเหรอดารา"
ดวงดาวมีอาการดีใจรีบหันไปกุมมือสามี
"คุณ..คุณคะ..คุณได้ยินมั้ย ปาฏิหาริย์ช่วยคุณไว้จริงๆ"
สุรินทร์ยิ้มรับน้ำตารื้นๆดีใจ รินดาราเข้ามาไปจับมือพ่อด้วยรอยยิ้ม
"พ่อคะ อดทนอีกนิดเดียวนะคะ แล้วพ่อก็จะได้กลับบ้านแล้ว"
"ดา..ดารา..พ่อ..พ่อดีใจ..ที่..ที่พ่อตื่นมาแล้วเจอลูก"
"หนูก็ดีใจค่ะพ่อ"
"ตอน..ตอนที่พ่อไม่รู้สึกตัว..พ่อ..พ่อกลัวว่าจะไม่ได้กลับมา..แต่..แต่เพราะเขา เขาคนนั้นมาช่วย..ช่วยให้พ่อได้กลับมาหาพวกเรา"
"เขา ...เขาไหนคะคุณ"
"ผม...ผมไม่รู้ว่าเขา..เขาเป็นใคร แค่เขาบอกว่า..ผมต้องกลับมา"
"บางทีเขาอาจจะเป็นเทพเจ้าที่คอยปกป้องดูแลครอบครัวของเราก็ได้ค่ะพ่อ"
"เทพเจ้า"
"ค่ะเทพเจ้าที่เฝ้ามองพวกเรา และไม่อยากให้หนูต้องเสียใจ"
รินดาราบีบมือพ่อเบาๆแล้วยิ้มให้ สุรินทร์ยิ้มรับน้ำตาคลอๆ ส่วนดวงดาวมองลูกสาวอย่างแปลกใจสงสัย

ดวงดาวกับรินดาราออกมานั่งคุยกันที่ม้านั่งในสวน หลังจากรินดาราเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเธอระหว่างอยู่ที่ญี่ปุ่นให้แม่ฟัง แม่มีสีหน้าตกใจแทบไม่อยากเชื่อ
"จริงเหรอดารา…นี่ลูกไม่ได้"
"เอาเรื่องจากนิทานมาเล่าให้แม่ฟัง"
"ก็เรื่องเทพเจ้านกกระเรียนที่ลูกเล่ามาให้แม่ฟังเมื่อกี้นี้ มันเหมือนนิทานที่ลูกชอบอ่านตอนเป็นเด็ก"
"ค่ะแม่..แต่นั่นไม่ใช่นิทาน มันคือเรื่องจริง..ท่านชายโฮชิเป็นเทพเจ้านกกระเรียนจริงๆ และหนูก็คือร่างอวตารของเมียวโจคนรักของท่านชาย"
"ถ้าอย่างนั้น..ปานที่หลังของลูกกับเวลาที่ลูกได้ยินสัตว์คุยกัน"
"ค่ะแม่..ครอบครัวเราทำความดี เทพธิดาดาวเดือนเจ็ดถึงเลือกหนูและเทพเจ้านกกระเรียนก็มาช่วยพ่อ"
ดวงดาวรีบกุมมือลุกขึ้นมาบีบอย่างเป็นห่ว
"ถ้าเป็นอย่างที่ลูกว่าจริงๆ แล้วจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นกับลูก"
"หนูต้องกลับไปช่วยส่งท่านชายกลับสวรรค์"
"แม่เข้าใจ แต่นั่นมันเป็นเรื่องของหน้าที่ แต่ที่แม่เป็นห่วงก็คือความรักที่ลูกมีต่อท่านชายโฮชิกับความรักที่ลูกมีต่ออาคิระต่างหากว่ามันจะลงเอยยังไง"
รินดาราชะงักไป
"แม่...แม่รู้ได้ยังไง"
"คืนก่อนที่บ้าน แม่ได้ยินลูกตัดพ้อกับอาคิระเรื่องความรักของลูกกับท่านชาย"

ดวงดาวแตะแขนลูกพูดถึงคืนที่เธอได้ยินรินดาราตัดพ้ออาคิระ
"ตอนแรกแม่ยังไม่เข้าใจว่าที่ลูกต้องร้องไห้ในคืนนั้นหมายความว่ายังไง แม่อยากถาม แต่เห็นว่าลูกยังมีธุระต้องทำมาก แต่ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าลูกกำลังตกอยู่ในสภาพอะไร"
"แม่คะ..หนู..หนู"
รินดาราอึดอัดดูคิดหนักจนดวงดาวต้องดึงลูกสาวมากอดปลอบใจ ระหว่างนั้นเองอาคิระเข้ามาพอดี
"รินดารา..เกิดเรื่องขึ้นที่เมืองสึกิ"
"เกิดเรื่องอะไรเหรอคะคุณอาคิระ"
"เมื่อกี้นี้ผมโทร.ไปที่มิยาคาวะ ทางนั้นว่าอยู่ๆก็มีหิมะตกในเมืองทั้งๆที่ไม่ใช่ฤดูหนาว"
รินดาราใจคอ
"ฝีมือของนางปีศาจหิมะเหรอคะ"
อาคิระสีหน้าเคร่งเครียดแทนคำตอบ

โฮชิตามยูกิมาถึงป่าสนละอองหิมะยังโปรยปรายมาไม่หยุด
"ยูกิ...ปล่อยมิกิเดี๋ยวนี้"
"ท่านชาย"
โฮชิหันขวับไปเห็นยูกิในคราวของนางปีศาจหิมะใช้เล็บยาวจิกที่คอมิกิ
"ทำลายตุ๊กตาฮินะตัวนั้นซะโฮชิ แลกกับชีวิตของนังนี่"
โฮชิชะงักไปมองตุ๊กตาฮินะในมือที่ติดมาด้วย
"อย่านะคะท่านชาย..ไม่ต้องห่วงดิชั้น ใช้ตุ๊กตาฮินะกักขังนางปีศาจหิมะไม่ให้มันออกมาอาละวาดอีก...จัดการเลยค่ะท่านชาย"
"นังมิ"
ยูกิบีบคอแรงเล็บยาวจิกลงไปที่เนื้อคอจนเลือดซิบ
"อย่านะยูกิ !!! ได้..ชั้นจะทำลายตุ๊กตาฮินะ"
โฮชิชูตุ๊กตาฮินะขึ้นมาแล้วจัดการหักครึ่งตุ๊กตาทันที ยูกิยิ้มพอใจ
"ดีมากโฮชิ..แต่แค่นั้นมันยังไม่พอสำหรับความรักที่ชั้นมีให้เธอ แต่กลับถูกเธอปฏิเสธ ชั้นรู้เรื่องเส้นไหมทองคำที่พวกเธอได้มาแล้ว แต่เธอจะไม่มีวันได้กลับสวรรค์ เพราะเธอต้องทำลายมันทิ้งด้วยมือของเธอเอง"
โฮชิอึ้ง
"ยูกิ"
"ว่าไงล่ะ..รับปากชั้นมาสิ เทพเจ้าจะต้องไม่ผิดคำพูด ไม่อย่างนั้น เธอก็ต้องทนดูคนที่เธอห่วงใยตายไปทีละคน เริ่มจากนังมิกิก่อน"
"อย่าไปรับปากมันนะคะท่านชาย"
โฮชิสีหน้าเคร่งเครียด
"เป็นไงล่ะโฮชิ...กลัวจะไม่ได้กลับสวรรค์ไปหานังเมียวโจถึงกับต้องคิดหนักเลยเหรอ แต่ก็อย่าคิดนะว่าอยู่ที่นี่แล้วจะมีนังรินดาราเป็นตัวแทน เพราะชั้นจะไม่ปล่อยให้เธอมีความสุขกับใครทั้งนั้น เพราะถ้าชั้นทรมาน เธอก็ต้องทรมานไปกับชั้นด้วย..เธอจะต้องหัวใจสลายที่ได้เห็นคนรักของเธอตายต่อหน้าต่อตา"
ยูกิยิ่งจิกเล็บลงไปที่คอมิกิ โฮชิกัดฟันกำหมัดแน่นกำลังจะยอมตกลง
"พอได้แล้วยูกิ..ชั้น...ชั้น"
"พูดออกมาว่าเธอยอม !! พูดออกมา"
ยูกิลุ้นรอให้โฮชิพูด นั่นเลยเป็นการเปิดโอกาสให้มิกิใช้จังหวะนี้เบนความสนใจจากยูกิ ล้วงมือเข้าไปเอาบางอย่างจากในชายเสื้อยูกาตะที่สวมอยู่
"ท่านชายไม่ต้องห่วงดิชั้น..ดิชั้นได้ทำหน้าที่ของดิชั้นอย่างดีที่สุดแล้ว ยังไงท่านชายก็ต้องได้กลับสวรรค์"
มิกิพูดเสร็จก็ดึงเอาเหรียญเซมาโมริที่ซ่อนอยู่ในชายเสื้อยูกาตะออกมาแล้วแปะไปที่หน้าผากของยูกิทันที
ยูกิกรีดร้องเสียงดังลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมาน มือก็บีบคอมิกิอย่างแรงจนมิกิตาเหลือก ก่อนที่ยูกิจะทนไม่ไหว ปล่อยมือจากคอมิกิแล้วหายตัวไป โฮชิรีบเข้าไปประคองร่างมิกิที่แน่นิ่งหมดสติอย่างเป็นห่วง

"มิกิ..มิกิ"

บนโต๊ะอาหาร นานะเอาเสื้อหนาวมาให้อายูมิที่กำลังกินข้าวอยู่
 
"ใส่เสื้อหนาวเพิ่มอีกตัวนะคะคุณหนู อากาศวันนี้เพี้ยนๆแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ อยู่ๆก็หนาวขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย"
"ไม่ต้องหรอกค่ะพี่นานะ เมื้อกี้นี้อายูมิก็รูสึกหนาวเหมือนกัน แต่ตอนนี้อยู่ๆก็หายหนาวไปแล้ว"
"จริงด้วยสิ..เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว อาการวิปริตผิดปกติจนน่าตกใจ สงสัยโลกจะร้อนจนอากาศเพี้ยนไปหมดแล้ว" เคโกะบอก
ระหว่างเคโกะกำลังพูดกับนานะ อายูมิก็แอบใช้ตะเกียบคีบลูกชิ้นชิคุวะ (ลูกชิ้นปลา) ใส่ห่อผ้าเช็ดหน้าบนตัก
เคโกะหันมาเห็นอายูมิกินชิคุวะหมดจานก็แปลกใจ
"คุณหนูกินชิคุวะหมดเร็วจังเลย ป้าเอามาให้ตั้งจานนึง กินแป๊บเดียวเกลี้ยงจาน"
"ก็อายูมิชอบกินชิคุวะนี่คะป้าเคโกะ " อายูมิแล้วเลื่อนจานให้ "ขออีกจานได้มั้ยคะ"

อายูมินั่งรถเข็นออกมาตามหาเจ้าโมโม่ โดยเอาลูกชิ้นชิคุวะออกมาวางเป็นเหยื่อล่อให้โมโม่ออกมา
"โมโม่..โมโม่..ออกมากินชิคุวะสิ..อายูมิเอามาให้ อร่อยมากๆเลยนะ..โมโม่…โมโม่"
แต่เรียกแล้วรอแล้วก็ยังไม่มีวี่แววเจ้าโมโม่ จนกระทั่งฮิโตชิโผล่มาข้างหลัง
"อายูมิรู้ได้ไงว่าเจ้าโมโม่จะชอบกินชิคุวะ"
อายูมิชะงัก
"รู้สิ..ก็ชิชิมารุยังชอบกินชิคุวะเลย เจ้าโมโม่ก็น่าจะชอบเหมือนกัน"
"ชิชิมารุ"
"ก็หมานินจาของฮัตโตริไง ฮิโตชิไม่เคยดูเหรอการ์ตูนนินจาฮัตโตริ"
"ฮิโตชิไม่รู้จัก ไม่เคยดู แต่ยังไงหมามันก็ไม่น่าจะชอบกินชิคุวะ อายูมิเสียเวลาเปล่า"
อายูมิไม่พอใจ
"ถ้าฮิโตชิไม่คิดจะมาช่วยอายูมิ ฮิโตชิก็ไปเลย...ไม่ต้องมายุ่ง"
อายูมิหน้างอนๆเข็นรถออกไปเรียกเจ้าโมโม่ต่อ ฮิโตชิหน้าเศร้าๆจ๋อยๆน้ำตาคลอ ตัดพ้อน้อยใจ
" ใช่สิ..ฮิโตชิพูดอะไรไป อายูมิก็ไม่สนใจเพราะเจ้าโมโม่มันน่าสนใจกว่า"
อายูมิได้ยินฮิโตชิตัดพ้อก็เริ่มสงสารและรู้สึกผิด
"ฮิโตชิ..อายูมิขอโทษ อายูมิไม่น่าพูดแบบนั้นกับฮิโตชิเลย ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันนะ"
"จริงเหรออายูมิ..เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่จริงๆนะ"
"จริงสิ..เกี่ยวก้อยสัญญากันก็ได้ เราจะไม่ทะเลาะกันอีก เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป"
อายูมิชูนิ้วก้อยขึ้นมาแล้วยิ้มสดใส ฮิโตชิยิ้มปลื้มดีใจเข้าไปเกี่ยวก้อยสัญญา
อายูมิ/ฮิโตชิ ต่างบอก "เกี่ยวก้อยสัญญา เพื่อนกันตลอดไป"
เด็กสองคนหัวเราะคิกคักยิ้มให้กันอย่างมีความสุข ระหว่างนั้นเสียงเห่าของเจ้าโมโม่ดังแว่วเข้ามา
"เจ้าโมโม่"

ฮิโตชิเข็นอายูมิเข้ามาที่สวนมองหาเจ้าโมโม่ที่กำลังส่งเสียงเห่าและแยกเขี้ยวขู่อะไรบางอย่างบนต้นไม้
"โมโม่..มานี่สิโมโม่ เจ้าโมโม่มันกำลังเห่าอะไรบนต้นไม้เหรอฮิโตชิ"
ฮิโตชิมอง
"มีลูกนกอยู่บนกิ่งไม้ สงสัยเจ้าโมโม่มันคงจะหิวเลยจ้องจะจับลูกนกกิน"
อายูมิตกใจ
"อี๋..ทำไมเจ้าโมโม่ใจร้ายจังเลย อายูมินึกว่าจะเป็นหมานิสัยดี แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ อายูมิจะไปไล่มัน เราต้องช่วยลูกนก"
ฮิโตชิจับรถเข็นเอาไ
"อายูมิไม่ต้องไป เดี๋ยวฮิโตชิจัดการให้เอง"
ฮิโตชิเดินไปที่ใต้ต้นไม้ในสวนเห็นเจ้าโมโม่กำลังขู่ลูกนกก็ยิ้มได้ทีแอบทำหน้าผีใส่จนเจ้าโมโม่ตกใจร้องเอ๋งวิ่งหนีหางจุกตูดออกไป แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองลูกนกบนกิ่งไม้ข้างบน

อายูมิกับฮิโตชิเอาลูกนกเข้ามาไว้ที่ห้องของรินดารา โดยอายูมิเอาลูกนกใส่กล่องกระดาษแล้วมองมัน อย่างชื่นชม ฟังเสียงร้องจิ๊บๆของมันอย่างชื่นใจ
"ชู่ว์...เบาๆหน่อยสิเจ้าลูกนก ถ้าผู้ใหญ่ในบ้านมาได้ยินเข้า เขาจะไม่ยอมให้อายูมิเอาเธอมาเลี้ยงนะ"
"เราแอบเอามันมาไว้ในห้องพี่รินดาราแบบนี้ ฮิโตชิว่าคงไม่มีใครมาเห็นหรอก แต่ถ้าพี่รินดารากลับมาล่ะก็ไม่แน่ เราอาจจะไม่ได้เลี้ยงมัน"
"ไม่หรอก...ไว้พี่รินดารากลับมาแล้วอายูมิจะขอร้องเอง พี่รินดาราใจดีต้องยอมให้เราเลี้ยงแน่ๆ"
ฮิโตชิพยักหน้ารั
"งั้นระหว่างนี้เราต้องหาอะไรให้มันกิน...เดี๋ยวฮิโตชิไปขุดเอาไส้เดือนมาให้มันกินนะ"
"อี๋ !! น่าขยะแขยงไม่เอาหรอกฮิโตชิ เอาข้าวเปลือกให้มันกินดีกว่า"
"แต่ลูกนกต้องกินไส้เดือนนะ"
"กินข้าวเปลือกก็ได้"
"ไส้เดือน"
"ข้าวเปลือก"
เสียงเคโกะดังเรียกเข้ามา
"คุณหนูคะ..คุณหนูอายูมิ..คุณหนู"
"ป้าเคโกะมาตามอายูมิแล้ว..ตกลงตามอายูมิแล้วกันว่าจะเอาข้าวเปลือกมาให้มันกินนะ ฮิโตชิ...นะ..นะ"
"ก็ได้ ฮิโตชิยอม ข้าวเปลือกก็ข้าวเปลือก ไม่อยากเถียงกับอายูมิแล้วเพราะเดี๋ยวป้าเคโกะจะมาเจอลูกนกซะก่อน แล้วเราจะอดเลี้ยง"
 
อายูมิยิ้มพอใจ แล้วเด็กสองคนก็ยิ้มให้กันและหันไปมองลูกนกในกล่องที่ส่งเสียงร้องจิ๊บๆ

กลกิโมโน ตอนที่ 10 (ต่อ)

บนหอคอย เวลากลางคืน โฮชิเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้มิกิที่นอนหมดสติอยู่บนฟูกในห้องโฮชิ
 
ครู่หนึ่งมิกิรู้สึกตัวขึ้นมา แต่ก็ยังไม่หายตกใจ
"ท่านชาย..นี่..นี่ดิชั้นกลับมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ"
"เธอปลอดภัยแล้วล่ะมิกิ เธอเก่งมากที่หลอกล่อจนนางปีศาจหิมะต้องหนีไป"
"ดิชั้นเป็นห่วงว่าท่านชายจะโดนนางปีศาจหิมะทำร้าย"
"นางปีศาจหิมะทำร้ายชั้นไม่ได้ ทางเดียวที่จะทำได้ก็คือทำให้หัวใจชั้นสลาย"
"มันร้ายกาจมากนะคะท่านชาย แล้วตอนนี้มันอยู่ไหนแล้วคะ"
"คงได้รับความเจ็บปวดจากเหรียญเซมาโมริเลยหนีกลับไปกบดาน"
มิกิพยายามลุก
"งั้นเราต้องหาทางกำจัดมัน"
"ใจเย็นก่อนมิกิ ชั้นว่าเธอไม่ควรทำอะไรอีกแล้ว แค่นี้เราก็รู้แล้วว่านางปีศาจหิมะเป็นใคร และบทเรียนครั้งนี้ก็คงทำให้เขารู้แล้วว่าต่อให้พยายามมากแค่ไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจชั้นได้"
"ท่านชายก็เป็นซะอย่างนี้ เป็นเทพเจ้าก็เลยใจดีคิดว่าทุกคนจะกลับตัวเป็นคนดีได้..แม้กระทั่งปีศาจ"
"อย่าเรียกว่าใจดีเลย..เรียกว่าให้โอกาสดีกว่านะมิกิ เพราะ ชั้นไม่อยากก่อกรรมให้ต้องเป็นหนี้ชดใช้กันไปในทุกๆชาติ"
โฮชิยิ้มเล็กๆให้มิกิเข้าใจจนมิกิต้องถอนใจเฮือกใหญ่

ไดซุเกะกำลังสวดมนต์อยู่หน้าแท่นบูชาเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอก มีอัตสุโอะช่วยดูแลอยู่ห่างๆ
ทันใดนั้นบานประตูเลื่อนเองพร้อมกับลม พัดวูบเข้ามาอย่างแรง ไดซุเกะหันขวับ ยูกิปากซีด หน้าซีดเดินเซเจ็บ ปวดตามตัวด้วยฤทธิ์ของเหรียญเซมาโมริ
"สุดท้ายก็พลาดท่าโดนไอ้เทพเจ้านกกระเรียนเล่นงานมาล่ะสิยูกิ"
ยูกิแทบไม่เหลือแรง เข่าทรุดลง เหนื่อยอ่อน
"ชั้นเตือนแล้วว่าให้ระวัง อยู่ๆมันจะเรียกให้เธอไปพบตามลำพัง มันต้องมีอะไรแน่ๆ แต่เธอก็ไม่ฟัง"
"หุบปาก !! ชั้นไม่ได้กลับมาหาแกเพื่อจะให้แกเยาะเย้ย"
"แล้วเธอต้องการอะไร"
"ชั้นรู้ว่าแกช่วยทำให้ชั้นหายทรมานได้"
ไดซุเกะชะงัก
" เท่าที่ชั้นช่วยเธอไปมันก็มากพอแล้วนะยูกิ ถ้าชั้นต้องแบ่งชีวิตชั้นเพื่อช่วยเธออีก ก็เท่ากับทำให้ชีวิตชั้นสั้นลง"
"แต่ถ้าแกไม่ช่วยชั้น..แล้วใครล่ะที่จะทำลายเส้นไหมทองคำได้ เพราะนอกจากเทพเจ้ากับปีศาจแล้วก็ไม่มีใครที่ทำได้"
ไดซุเกะนิ่งไปสีหน้าครุ่นคิด ยูกิคืบคลานเข้าใกล้อย่างอ่อนแรงจ้องหน้าไดซุเกะเขม็ง
"ไม่ต้องคิดแล้ว ต่อให้หลานชายแกได้เส้นไหมทองคำมา พวกแกก็ต้องพึ่งชั้นอยู่ดี"
ไดซุเกะนิ่งมองยูกิหน้าเครียดๆ ไดซุเกะหันไปทางอัตสุโอะพยักหน้าให้ออกไป
"คุณท่าน"
"ออกไป"
อัตสุโอะจำเป็นต้องออกไปตามคำสั่ง

ฮิเดโนริกลับมาถึงคฤหาสน์ มีอัตสุโอะต้อนรับช่วยรับกระเป๋าเดินทางจากมือ
"ปู่ชั้นเป็นยังไงบ้าง"
"อาการก็ยังเหมือนเดิมครับ ผมพยายามให้คุณท่านพักผ่อนเยอะๆตามที่คุณฮิเดะสั่ง"
"แล้วนางปีศาจหิมะล่ะ"
อัตสุอะสีหน้ากังวล
"ตอนนี้อยู่กับคุณท่านครับ คือว่า..วันนี้นางปีศาจหิมะไปพลาดท่าถูกเทพเจ้านกกระเรียนจับได้ว่าเธอเป็นนางปีศาจหิมะและถูกเล่นงานกลับมา มันก็เลยขอให้คุณท่านช่วยมัน"
ฮิเดโนริชะงัก
"หมายความว่า..."
ฮิเดะใจคอไม่ดีเป็นห่วงปู่ รีบเดินไปที่ห้องไดซุเกะทันที

ฮิเดโนริกับอัตสุโอะรีบมาที่ห้องก็พบปู่นอนร่างกายอ่อนเพลีย หน้าซีดปากซีด เรี่ยวแรงไม่มีจนแทบพยุง ตัวเองไม่อยู่
"คุณปู่"
ฮิเดโนริรีบเข้าไปประคองเอาไว้ แล้วหันขวับไปที่ยูกิซึ่งกลับมาเป็นนางปีศาจหิมะปากแดงสวยเหมือนเดิม แถมยังยืนแสยะยิ้มอย่างพอใจ
"ขอบใจนะไดซุเกะ สำหรับพลังชีวิตที่ช่วยแบ่งมาทำให้ชั้นหายทรมาน"
ฮิเดโนริสายตาเกรี้ยวกราดเจ็บใจ
"แกทำแบบนี้ ถ้าปู่ชั้นตายขึ้นมาจะว่าไง"
นอกจากฮิเดโนริจะเกรี้ยวกราดแล้ว อัตสุโอก็ชักดาบซามูไรออกมา ยูกิหันขวับไปที่จ้องเขม็งจนอัตสึโอะตัวแข็งเกร็ง
"ปู่แกไม่ตายง่ายๆหรอกฮิเดะ เดี๋ยวมันก็กลับมาเหมือนเดิม มีแต่แกนั่นแหละที่ไม่น่าให้อภัย เพราะถ้าแกไม่ไปเสียรู้ไอ้อาคิระ ชั้นก็คงไม่หลงเชื่อรับคำชวนของโฮชิจนต้องถูกเขาจับได้เหมือนกัน "
"แก"
ฮิเดโนริจะลุกขึ้นเข้าสู้ แต่ไดซุเกะจับมือเอาไว้
"อย่าฮิเดะ..ปู่ไม่เป็นอะไรหรอก พักฟื้นซักหน่อยก็ดีขึ้น ยังไงเราก็ต้องพึ่งให้ยูกิทำลายเส้นไหมทองคำ"
ยูกิยิ้มร้ายหัวเราะชอบใจ
"ปู่แกพูดถูกแล้ว มีแค่เทพเจ้ากับปีศาจจริงๆไม่ใช่ลูกครึ่งปีศาจอย่างแกที่จะทำลายเส้นไหมทองคำได้ เพราะฉะนั้นแทนที่แกจะคิดอยากเล่นงานชั้น แกควรไปเร่งมือให้คนของแกขโมยเอาเส้นไหมทองคำมาให้ชั้นเร็วๆดีกว่า"

ยูกิหัวเราะชอบใจแล้วปล่อยอัตสุโอะก่อนจะเดินออกไป ฮิเดโนริมองตามอย่างเจ็บใจนางปีศาจหิมะ

โรงพยาบาลวันใหม่ รินดารามาร่ำลาพ่อเพราะต้องกลับไปญี่ปุ่นแล้ว
 
"พ่อจ๊ะ..หนูต้องกลับไปทำหน้าที่ของหนูต่อแล้ว..พ่อต้องพักผ่อนเยอะๆ กินยาสม่ำเสมอ ถ้าหมอให้กลับบ้านเมื่อไหร่ พ่อต้องให้นภาช่วยทำกายภาพบำบัดให้นะ"
"ไม่..ไม่ต้องก็ได้มั้งลูก"
"ไม่ได้จ้ะพ่อ..พ่อต้องนอนพักอยู่แต่บนเตียง ร่างกายพ่อเลยต้องทำกายภาพบำบัดคู่ไปด้วย หนูสอนน้องให้ฝึกทำกายภาพอย่างง่ายๆให้พ่อแล้ว"
"ไม่ต้องห่วงจ้ะพ่อ หนูจำได้หมดแล้ว รับรองฝีมือสู้พี่ดาราได้แน่"
"ทำตามที่ลูกบอกเถอะคุณ เลิกดื้อ..อย่าให้ลูกต้องเป็นห่วงจนทำงานไม่เป็นสุข" ดวงดาวบอก
"ก็ได้..ต่อไปพ่อจะไม่ดื้อ จะว่านอนสอนง่าย พอใจกันมั้ย"
"พ่อก็..พวกเราทุกคนรักพ่อนะ อยากให้พ่ออยู่กับเรานานๆ..นะจ๊ะพ่อ"
"พ่อก็รักลูกนะดารา..นภา ตะวันด้วย"
สุรินทร์ยิ้มกับลูกทุกคน แล้วลูกๆทุกคนก็เข้าไปสวมกอดพ่อกันพร้อมกับร้องไห้ด้วยความอาลัยอาวรณ์
อาคิระเห็นภาพนั้นก็รู้สึกดีกับรินดารา จนดวงดาวเข้ามาจับมืออาคิระอย่างฝากฝัง
"ช่วยปกป้องคุ้มครองดูแลรินดาราด้วยนะคะคุณอาคิระ"
อาคิระโค้งให้อย่างเต็มที่
"ผมรับปากครับ ผมจะปกป้องรินดาราด้วยชีวิตของผม"
ดวงดาวยิ้มรับอย่างคลายกังวลเมื่ออาคิะรับปากอย่างหนักแน่น

ประเทศญี่ปุ่น ภายในห้องโฮชิ รินดารา อาคิระและเคนจิเอาผ้าไหมที่ได้มาจากเมืองไทยมาส่งมอบให้โฮชิ
โฮชิกับมิกิมองห่อผ้าในมืออย่างดีใจ
"ในที่สุด..เวลาแห่งแห่งการรอคอยก็ถึงเวลาต้องสิ้นสุดซะทีแล้วนะคะท่านชาย" มิกิบอก
โฮชิยิ้มรับมิกิแล้วหันไปโค้งให้เคนจิ
"ชั้นขอบใจเธอมากนะเคนจิ ชั้นเป็นหนี้บุญคุณเธอ"
"ไม่ได้หรอกครับ ผมตั้งใจทำเพื่อท่านชายต่างหาก"
เคนจิพูดแล้วโค้งให้อย่างเคารพในความเป็นเทพเจ้าของโฮชิ โฮชิยิ้มรับแล้วจับมือเคนจิมาวางบางอย่างไว้ใน อุ้งมือของเคนจิ
"ของขวัญเล็กๆน้อยตอบแทนน้ำใจของเธอ"
เคนจิค่อยๆคลายมือออก จึงเห็นว่าเป็นเหรียญเซมาโมริปักรูปนกกระเรียนสวยงาม
"เทพเจ้าจะปกป้องคุ้มครองคนดีอย่างเธอนะเคนจิ"
"ขอบคุณครับท่านชาย ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยอีกก็บอกได้นะครับ"
เคนจิรับเหรียญเซมาโมริมาแล้วยิ้มดีใจกับทุกคน
"จากนี้ไปเราคงต้องใช้เวลาสำหรับการเลาะเส้นไหมทองคำออกจากผ้าไหมผืนนี้ นี่เป็นงานละเอียดที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง คงต้องใช้เวลาสักระยะ"
"ชั้นพอจะช่วยอะไรได้มั้ยคะคุณย่า"
"คุณรินดาราช่วยอยู่ดูแลท่านชายแทนดีกว่าค่ะ"
คำพูดนั้นทำให้อาคิระแอบเจ็บอยู่ไม่น้อย เคนจิแอบสังเกตเห็นสีหน้า
อาคิระกลบเกลื่อนความรู้สึก
" ถ้าเรื่องเส้นไหมทองคำเรียบร้อยดีแล้ว ผมต้องขอตัวนะครับ ต้องไปเตรียมพร้อมดูแลเรื่องความปลอดภัยในคฤหาสน์"
"จริงด้วยสิ ตอนนี้นางปีศาจหิมะก็เผยตัวแล้วว่าเป็นใคร และพวกโคสึกะก็คงไม่หยุดแผนการทำลายการกลับสวรรค์ของท่านชาย"
"ครับคุณย่า..แต่ผมจะไม่ยอมให้พวกมันมาแตะต้องมิยาคาวะแม้แต่คนเดียว"
อาคิระโค้งให้โฮชิ คุณย่าและแวบนึงที่มองรินดาราอย่างเศร้าๆก่อนจะเดินออกไป
รินดารามองตามอาคิระสายตาเป็นห่วง โฮชิเองก็เห็นแววตาที่รินดารามองอาคิระเหมือนกับที่เคนจิเองก็เห็น

รินดาราออกมาส่งเคนจิตามทางเดินในคฤหาสน์
"ขอบใจมากๆเลยนะเคนจัง"
"ไม่รู้ว่านั่นเป็นคำขอบคุณครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะรินจัง"
"ก็ถ้าไม่ได้เคนจังช่วยให้เบาะแส จนได้เส้นไหมทองคำมา ป่านนี้ชั้นก็คงมืดแปดด้าน"
"เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนสิ แต่จากนี้ไปชั้นจะเป็นห่วงรินจังอีกเรื่องนึงมากกว่า"
" ห่วงอะไร"
เคนจิยิ้มให้แล้วจับมือรินดาราชี้ไปที่หัวใจของรินดาราเอง
"หน้าที่กับความรัก มันยากที่จะเลือก แต่สุดท้ายก็ต้องเลือกนะรินจัง"
เคนจิพูดแค่นั้นแล้วยิ้มให้ ทำให้รินดารานิ่งอึ้งไป
เคนจิกอดรินดาราเป็นการร่ำลาแล้วถอยออกมาโบกมือลาและเดินจากไป รินดารากังวล

รินดารากลับมานั่งลงถอนใจอยู่คนเดียวได้ครู่ก็ได้ยินเสียงแปลกๆในห้อง
"นั่นใคร"
เสียงนกน้อยฮิบอก
"หิวจังเลย..อยากกินข้าวเปลือกอร่อยๆอีก เอาอีก...เอาอีก"
"กิน"
รินดาราคิ้วขมวดสงสัยแล้วรีบเดินไปดูที่ต้นตอของเสียงซึ่งอยู่ใต้โต๊ะ เธอลากกล่องออกมาแล้วพบว่าเป็นลูกนกตัวเล็กๆส่งเสียงร้องอยู่ในนั้น
"ลูกนก มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"
ระหว่างนั้นประตูบานเลื่อนเปิดออก อายูมินั่งอยู่บนรถเข็นเข้ามาพอดี
"พี่รินดารา"
อายูมิหน้าเสียรีบปิดประตูบานเลื่อน รินดารารีบตามไปเลื่อนประตูเปิดแล้วจับรถเข็นของอายูมิไว้ไม่ให้ไปไหน
"อายูมิ..บอกพี่มาเดี๋ยวนี้ว่าลูกนกมาอยู่ในห้องพี่ได้ยังไง"

อายูมิหันมายิ้มแหะๆหน้าจ๋อยๆ

หลังจากที่รินดารารู้เรื่องลูกนกจากอายูมิหมดแล้วก็อ้อน
 
"นะคะพี่รินดารา..ให้อายูมิเลี้ยงลูกนกตัวนี้ไว้ที่นี่นะคะ อายูมิสงสารมัน เดี๋ยวมันจะโดนเจ้าโมโม่ไล่จับกินอีก"
รินดารานิ่งไปมองอายูมิอย่างครุ่นคิด
"ให้ชั้นอยู่ที่นี่เถอะนะคนสวย หน้าตาเธอใจดีแบบนี้ อย่าให้ชั้นต้องออกไปโดนจับกินเลย นะๆๆๆ คนสวย ชั้นเองก็บาดเจ็บอยู่ด้วย..สงสารลูกนกตาดำๆอย่างชั้นเถอะนะ"
รินดาราหันไปที่ลูกนก
"ไม่ต้องมาปากหวาน"
อายูมิสงสัย
"พี่รินดาราว่าอายูมิเหรอ"
"เปล่าจ้ะ..พี่พูดกับ..เอ่อ..ไม่มีอะไร..เอาเป็นว่า..พี่จะช่วยอายูมิเลี้ยงลูกนกตัวนี้แล้วกัน"
"จริงเหรอคะ..ไชโยดีใจจังเลย พี่รินดาราใจดีที่สุด"
"ใช่...คนสวยน่ารัก ใจดี ไชโย !"
รินดาราหันไปมองที่เจ้าลูกนกอย่างหมั่นไส้ แต่ทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน
"แต่พี่จะช่วยเลี้ยงเอาไว้จนกว่าจะแข็งแรงหัดบินเองได้แล้วจะปล่อยไป..โอเคมั้ย"
"ได้ค่ะพี่รินดารา งั้นเรามาตั้งชื่อให้มันกันมั้ยคะ"
รินดาราหันไปมองที่ลูกนกอย่างครุ่นคิด
"เจ้าตัวนี้มันตัวผู้หรือตัวเมียเนี่ย"
"ชั้นเป็นลูกนกตัวเมียจ้ะ..แม่บอกว่าชั้นเป็นลูกนกที่เกิดมาสวยมาก เพราะฉะนั้นเธอต้องตั้งชื่อชั้นให้เพราะๆนะ ไม่งั้นชั้นไม่ยอมให้เธอเรียกชั้นแน่ๆ"
"สงสัยเป็นลูกนกแก้วถึงได้พูดมากจัง"
อายูมิสงสัย
"พี่รินดาราฟังมันพูดรู้เรื่องเหรอ"
"เอ่อ..เปล่าจ้ะ พี่ว่าพี่ได้ชื่อให้มันแล้วนะ"
"ชื่ออะไรเหรอคะ" อายูมิตื่นเต้นอยากรู้
"ฮิเมะ"
"เจ้าหญิงน่ะเหรอคะ"
"ใช่จ้ะ..อายูมิเห็นตุ่มที่หัวที่เหมือนมงกุฏเล็กๆนั่นมั้ย ชื่อเจ้าหญิงน่าจะเหมาะกับมัน"
"ฮิเมะเหรอ..ชอบจังเลย..ชั้นเป็นนกเจ้าหญิงแสนสวย ขอบใจนะคนสวย..ชอบๆๆ"
"อายูมิชอบชื่อนี้ค่ะ ฮิโตชิก็คงชอบเหมือนกันด้วยแน่ๆ"
อายูมิลืมตัว รินดาราสงสัย
"ฮิโตชิ ? ใช่เพื่อนที่อายูมิพูดถึงบ่อยๆรึเปล่า"
อายูมิอึกอักไม่ค่อยอยากจะบอก
"เอ่อคือ…คือว่า"
"อายูมิจ๊ะ..พี่ว่าคราวนี้พี่ต้องรู้จักเพื่อนคนนี้ของอายูมิแล้วล่ะ"
"แต่ว่าเขา"
"ถ้าอายูมิไม่เล่าเรื่องเพื่อนคนนี้ให้พี่ฟังและไม่พาพี่ไปเจอเขา พี่ก็จะไม่ช่วยเลี้ยงฮิเมะให้ อายูมิจะว่ายังไง"
อายูมิหน้าจ๋อยสลด

"ก็ได้ค่ะ..อายูมิจะพาพี่รินดาราไปหาฮิโตชิเดี๋ยวนี้เลย"

รินดาราเข็นรถพาอายูมิมาที่บ่อน้ำร้าง
 
อายูมิกวาดตามองหาฮิโตชิไปรอบๆ ขณะที่รินดาราแปลกใจไม่คิดว่าจะมีเด็กที่ไหนมาอยู่แถวนี้
"ฮิโตชิอยู่แถวนี้เหรอจ๊ะ"
"ค่ะ เขาชอบออกมาเล่นแถวนี้ ตอนที่พี่รินดารากับคุณอาไปเมืองไทย อายูมิเหงาอยากให้ฮิโตชิไปเล่นด้วย อายูมิก็ต้องมาหาฮิโตชิแถวนี้ ... ฮิโตชิ ฮิโตชิ ออกมาหาสิ ฮิโตชิ"
แต่ฮิโตชิไม่ปรากฎตัว
"ฮิโตชิ...อายูมิรู้นะว่าฮิโตชิอยู่แถวนี้ ออกมาเถอะฮิโตชิ พี่รินดาราไม่ดุฮิโตชิหรอก"
ฮิโตชิแอบมองจากหลังต้นไม้รินดาราและอายูมิ รินดารารู้สึกได้ถึงสายตานั้นจึงหันขวับไปมอง แต่ไม่มีใคร เธอนิ่วหน้าใช้ความคิด ว่าเพื่อนอายูมิอยู่แถวนี้จริงๆแต่ยังไม่ยอมออกมาพบ จึงคิดแผนอย่างเร็วแล้วแกล้งทำเป็นตกใจ
"ตายล่ะ ! พี่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องโทรศัพท์ไปหาเพื่อน" เธอหยิบมือถือในกระเป๋าออกมา "แถวนี้ไม่ค่อยมีสัญญาณ งั้นเดี๋ยวพี่ไปโทรศัพท์ตรงโน้นแปบนึงนะ ถ้าฮิโตชิมาแล้วบอกให้ เขาอยู่รอพี่ด้วย พี่มีของฝากจากเมืองไทยจะให้"
อายูมิยิ้มรับ แล้วรินดาราแกล้งเดินออกไป อายูมิยังร้องเรียกฮิโตชิ
"ฮิโตชิ...ถ้าฮิโตชิไม่ออกมา อายูมิจะไม่เล่นกับฮิโตชิ จะเอาเจ้าฮิเมะไปปล่อยแล้วก็จะให้เจ้าโมโม่ที่ฮิโตชิไม่ชอบ เอามาเลี้ยงแทน"
ทันใดนั้นมือขาวซีดของฮิโตชิก็ยื่นมาจับที่ด้านหลังรถเข็นของอายูมิ แล้วดันรถเข็นไปด้านหนึ่งอย่างเร็ว อายูมิ ตกใจร้องกรี๊ด
รินดาราที่เพิ่งออกไปได้หน่อยเดียวได้ยินเสียงอายูมิร้อง หันกลับไปที่บ่อน้ำแต่ไม่พบอายูมิแล้ว
"อายูมิ"
"ฮิโตชิแกล้งอายูมิทำไม อายูมิตกใจหมดเลย"
รินดาราหันไปทางเสียง

รถเข็นอายูมิอยู่หลังพุ่มไม้ ฮิโตชิยืนอยู่ข้างหน้าอายูมิด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"อายูมิดื้อ ! ไหนสัญญากันแล้วว่าจะไม่บอกใครเรื่องฮิโตชิ"
"พี่รินดารารู้จักฮิโตชิก็ไม่เป็นอะไรหรอก พี่รินดาราใจดี ... พี่รินดาราจะช่วยเราเลี้ยงลูกนกตัวนั้น แล้วตั้งชื่อให้มันด้วยว่า..ฮิเมะ เดี๋ยวเราก็จะได้ไปเล่นกับเจ้าฮิเมะที่ห้องพี่รินดารากัน"
รินดาราค่อยๆ เดินเข้าไปทางเสียงอายูมิ เท้าเหยียบใบไม้ดังกรอบ ฮิโตชิหันขวับไปมองทางเสียง
"ฮิโตชิต้องไปแล้ว ถ้าอายูมิยังดื้ออีก ฮิโตชิจะไปจากที่นี่ จะไม่มาเล่นกับอายูมิอีกเลย"
อายูมิคว้าแขนฮิโตชิ
"ฮิโตชินั่นแหละดื้อ อายูมิบอกแล้วไงว่าพี่รินดาราใจดี เขามีของจากเมืองไทยมาฝากฮิโตชิด้วย ฮิโตชิอยู่เจอพี่รินดาราก่อนเถอะ"
"ไม่ !"
ฮิโตชิสะบัดแขนออกจากมืออายูมิ อายูมิเอื้อมมือหาฮิโตชิแล้วเกือบจะผลัดตกรถเข็น
"ฮิโตชิอย่าเพิ่งไป ... ว๊าย"
รินดาราได้ยินเสียงร้องกรี๊ดของอายูมิก็ตกใจรีบวิ่งเข้าไป เช่นเดียวกับที่ฮิโตชิก็ตกใจ
"อายูมิ"
ฮิโตชิวิ่งกลับมารับอายูมิไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะตกจากรถเข็น พร้อมๆกับที่รินดาราวิ่งเข้ามา แล้วเธอก็ต้องชะงักอึ้งสุดขีดเมื่อเห็นหน้าฮิโตชิ ซึ่งเป็นคนเดียวกับผีเด็กที่เคยหลอกเธอ

ฮิโตชิใบหน้าขาวซีดยืนอยู่ก้นบ่อน้ำแหงน หน้าขึ้นมองรินดารากวักมือเรียก
"มาเล่นกันเถอะ มาเล่นกันเถอะ"

รินดาราอ้าปากค้าง ฮิโตชิก็ตกใจไปเหมือนกัน จึงปล่อยตัวอายูมิแล้ววิ่งหนีไป อายูมิร้องตาม
"ฮิโตชิ กลับมาก่อนสิ"
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะอายูมิ เขาคงขี้อายมาก เอาไว้วันหลังค่อยเจอกันใหม่ก็ได้"
อายูมิพยักหน้ารับ รินดารามองตามทางที่ฮิโตชิวิ่งไปอย่างอึ้งและไม่สบายใจมากๆ

มิกิเดินนำหน้าไอมาหยุดยืนที่ทางเข้าทางเดินกล ไอมีผ้าพันแผลแปะตามตัว
"คุณย่าพาไอมาที่นี่ทำไมคะ"
"เดี๋ยวไอก็จะรู้ ตามย่ามาสิจ๊ะ"
มิกิเดินนำไอไปตามทางเดินกล แต่ไม่มีเสียงกลดังขึ้นแล้ว ไอแปลกใจแล้วก็เดินตามย่ามิกิเข้าไป

ไอเดินตามย่ามิกิเข้ามา ถามพร้อมกับก้มมองที่พื้นกระดานไปด้วย
"ทำไมพื้นกระดานไม่มีเสียงเหมือนตอนที่ไอเคยขึ้นมาแล้วล่ะคะคุณย่า"
"เพราะย่าปลดล็อคทางเดินกลแล้วน่ะสิจ๊ะ"
ไอแกล้งหลอกถาม
"คุณย่าระวังไม่ให้ใครขึ้นมาอย่างนี้แสดงว่าข้างบนมีของสำคัญของตระกูลอย่างที่ไอเคยได้ยินมาจริงๆใช่ไหมคะ"
มิกิหยุดเดินตรงหน้าห้องโฮชิ แล้วหันกลับไปตอบไอ
"ถูกต้องจ้ะ เป็นของสำคัญที่ตระกูลมิยาคาวะของเราสืบทอดดูแลรักษากันมายาวนาน และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสิทธิ์รับรู้เรื่องนี้ จะต้องเป็นมิยาคาวะที่ได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น และหนึ่งในนั้นตอนนี้ก็คือไอ"
ไอตกใจ คาดไม่ถึงจริงๆ
" ไอ ! ทำไมคะคุณย่า ทำไมถึงเป็นไอ"
โฮชิเปิดบานเลื่อนออกมาตอบให้แทนมิกิ
"เพราะเธอเป็นส่วนหนึ่งของมิยาคาวะที่ได้รับการไว้วางใจแล้วน่ะสิ"
มิกิยกมือแตะผ้าพันแผลบนตัวไอด้วยความสงสาร
"สิ่งที่เกิดขึ้นกับไอที่เมืองไทยจนทำให้ไอเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทำให้ย่ากับท่านชายรู้ว่า ตอนนี้มีอันตรายอยู่ใกล้ตัวพวกเรามากเหลือเกิน"
โฮชิเศร้าหมอง เพราะรู้สึกว่าอันตรายที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวล้วนเป็นความผิดของตัวเอง
"ซึ่งสาเหตุก็มาจากสิ่งที่อยู่บนหอคอย และชั้นคงจะเสียใจมากถ้าจะมีใครเป็นอะไรไป โดยที่ชั้นไม่ได้ทำอะไรเพื่อป้องกันอันตรายให้ทุกคนเลย"
"ย่ากับท่านชายก็เลยตัดสินใจว่าจะเล่าความจริงให้ไอรู้ว่าความลับของตระกูลมิยาคาวะคืออะไร เมื่อไอรู้...ไอจะได้ป้องกันตัวเองและป้องกันมิยาคาวะ"
ไอแกล้งดีใจน้ำตาปริ่ม
"ขอบคุณท่านชายกับคุณย่าที่ไว้วางใจ ถึงไอจะเป็นแค่ญาติห่างๆ ของมิยาคาวะ แต่ไอก็พร้อมจะทำหน้าที่ตามที่ท่านชายและคุณย่าสั่งอย่างเต็มที่ค่ะ"
ไอยังก้มโค้งขอบคุณโฮชิ แต่รอยยิ้มที่โค้งก้มให้โฮชิกลับแฝงรอยยิ้มร้าย
รินดาราเข้ามาด้วยความร้อนใจ
"ท่านชายคะ ชั้นมีเรื่อง..." เธอเห็นไอก็แปลกใจ "คุณไอ"
มิกิกับโฮชิยิ้มให้รินดารา

ไอเดินคุยโทรศัพท์กับฮิเดโนริด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง
"ฮิเดะ..แผลบนตัวชั้นจากฝีมือของเธอ มันได้ผลคุ้มค่ากว่าที่ชั้นคิดเยอะเลย"
อาคิระเดินผ่านมาอีกทางแล้วเห็นว่าไอเดินคุยโทรศัพท์ออกมาจากทางเข้าหอคอย นึกแปลกใจ

"ไอขึ้นไปทำอะไรบนหอคอย "
 

จบตอนที่ 10

กำลังโหลดความคิดเห็น...