xs
xsm
sm
md
lg

กลกิโมโน ตอนที่ 6

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


กลกิโมโน ตอนที่ 6

คฤหาสน์โคสึกะ เวลากลางคืน


มีดสั้นด้ามสลักแบบญี่ปุ่น ถูกปักคาตุ๊กตาผ้ารูปหญิงสาวญี่ปุ่นในชุดยูกาตะสีเดียวกับผีผู้หญิงคอยาวที่นั่งคุดคู้กลัวตัวสั่นอยู่ตรงหน้าฮิเดโนริ ทันทีที่มีดปักลงไปที่ตุ๊กตา ผู้หญิงสาวคอยาวก็กรี๊ดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดก่อนจะหายตัวไป
ฮิเดโนริจิกหน้าไม่พอใจ หลังจากจัดการสั่งสอนผีคอยาวเรียบร้อยแล้วก็หันมาทางฮิโตชิที่นั่งคู้เข่าร้องไห้กลัวตัว สั่นอยู่ที่มุมห้อง ฮิเดโนริวางมีดสั้นแล้วเปลี่ยนเป็นหยิบแส้ด้ามยาวขึ้นมา
"ไม่ต้องคร่ำครวญ ! แกอยากโง่ทำงานที่ชั้นสั่งไม่สำเร็จ แกก็ต้องเจอแบบนี้"
ทันใดนั้น ดวงตาของฮิเดโนริกลายเป็นสีส้มสว่างวาบ ฮิโตชิตกใจกลัวแล้วเขยิบถอยหนี ฮิเดโนริก้าวเข้าไปหาเด็กน้อยพร้อมกับแส้ในมือ ฮิโตชิยิ่งหนีถอยไปตามการก้าวเดินของฮิเดโนริ จนกระทั่งฮิโตชิ ขยับถอยหายเข้าไปตรงมุมห้องที่ไฟส่องไม่ถึง
เสียงฮิโตชิร้องไห้ลั่นด้วยความเจ็บปวด
"โอ๊ย...ผมขอโทษ ผมขอโทษ ช่วยผมด้วย...ฮือ"
เสียงสะอื้นร้องไห้อย่างเจ็บปวดของฮิโตชิดังลั่นอย่างโหยหวนน่าเวทนา

ภายในห้องไดซุเกะ ฮิเดโนริก้มหัวบอกปู่ด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ไดซุเกะกำลังนั่งจิบน้ำชาด้วยท่าทางนิ่งสงบ
"ผมขอโทษด้วยครับปู่ที่พวกมันยังจัดการผู้หญิงคนนั้นไม่ได้"
"ถ้าพวกมันทำได้สิแปลก"
"ปู่หมายความว่ายังไงครับ"
"ปู่เคยเตือนแกแล้วใช่มั้ยว่า ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ธรรมดาอย่างที่แกคิด นังนั่นมันมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง อย่าว่าแต่ผีกระจอกของแกทำอะไรมันไม่ได้ วิชาของพวกเราที่สืบทอดกัน มาหลายชั่วอายุคนทำอะไรมันได้หรือเปล่าก็ไม่รู้"
"แล้วเราจะทำยังไงดีครับปู่"
"ในเมื่อจัดการเรามันด้วยเล่ห์ไม่ได้ก็ต้องจัดการด้วยกล"
ฮิเดโนริพยักหน้าเข้าใจ

คฤหาสน์มิยาคาวะ ตอนกลางคืน นานะกับเคโกะเดินจากห้องพักรินดารากลับมาทางสวน นานะเดินเบียดเคโกะมาตลอดทางเดินอย่างหวาดๆเสียวๆ
"หล่อนจะเดินเบียดชั้นทำเนี่ย...ทางเดินมีออกตั้งเยอะ"
"แหม...ก็...ก็นานะรู้สึกขนลุกยังไม่หายนี่ ป้าไม่เห็นนี่ตอนที่คุณรินดาราบอกว่าเจอ..เจอ"
"เจอผี"
"ป้า !!..มืดๆค่ำๆพูดออกมาทำไม จะเรียกให้ออกมาหลอกเราเหรอไง"
"พอเลย ยัยนานะ ชั้นอยู่บ้านนี้มาจนหัวจะหงอกหมดแล้ว ยังไม่เคยเจอผีสักตัว"
"ป้าไม่เจอแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี ไม่งั้นคุณรินดาราจะโดนหลอกได้ไง"
"โอ้ย..ชั้นไม่เชื่อหรอก ตาฝาดไปมากกว่า"
อาคิระกระแอมเดินเข้ามา
"รินดาราเป็นยังไงบ้าง"
"คุณอาคิระ เอ่อ...ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วล่ะค่ะ เธอรู้สึกตัวเป็นปกติดีแล้ว"
"แต่นานะว่า...ดูเธอยังกลัวๆอยู่นะคะ"
เคโกะหันมาจิกหน้าปราม
"นานะ"
"กลับเข้าบ้านกันไปได้แล้ว เดี๋ยวชั้นจะไปดูรินดาราเอง"
สองสาวใช้รับคำแล้วพากันเดินไป อาคิระมองผ่านสวนไปที่ห้องพักของรินดาราสีหน้าครุ่นคิด

อาคิระเดินเข้ามาหยุดเรียกเธอ
"รินดารา..รินดารา"
อาคิระเรียกอยู่อีกสองสามครั้ง รินดาราจึงค่อยๆเลื่อนประตูออกมาแล้วชะโงกหน้าออกมาแบบลุ้นๆกลัวๆ เธออยู่ในชุดยูกาตะมีเสื้อคลุมทับอีกชั้น ใบหน้าไม่แน่ใจว่าใช่อาคิระรึเปล่า
"คุณ...คุณจริงๆใช่มั้ย"
อาคิระถอนใจเบาๆรู้ว่าที่รินดาราพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง อาคิระเลยจับมือรินดารามาทาบที่หัวใจเขา
"ว่าไงคุณ..หัวใจผมเต้นอยู่รึเปล่า"
รินดาราสัมผัสได้ว่า หัวใจเต้นจริงๆจึงโล่งอก
"ค่อยยังชั่วหน่อย ตัวเป็นๆไม่ใช่..."
อาคิระตอบแทนแกมประชด
"ผีที่หลอกเธอปลอมตัวกลับมาหลอกอีกเหรอ..อิทธิฤทธิ์เยอะนะ"
รินดาราชะงัก
"ถ้าจะมาพูดกับชั้นแบบนี้ ไม่ต้องมาก็ได้นะ...คุณอาคิระ"
รินดาราจะเลื่อนประตูปิดแต่อาคิระเอามือขวาง เธอถอยเข้าไปในห้อง เขามองตามเธอ

อาคิระตามรินดาราเข้ามาในห้อง
"ชั้นเป็นห่วงเธอนะถึงได้ตามมาดู อยากรู้ว่าเธอหายตกใจรึยัง"
"ตั้งแต่เกิดมาชั้นยังไม่เคยเจอเรื่องสยองขวัญแบบนี้มาก่อน มันคงไม่ได้หายตกใจกันง่ายๆหรอกคุณ"
รินดาราพูดไปก็มีสายตาระแวงมองไปรอบๆห้องอย่างกลัวๆขนยังลุกไม่หาย อาคิระเห็นท่าทางเธอก็ยิ่งอยากรู้
"แล้วคุณพอจะเล่าให้ผมฟังได้มั้ยว่าเจอผีอะไรหรอก"
"คุณจะให้ชั้นพูดถึงทำไมอีก"
"ก็ที่นี่เป็นบ้านผม เผื่อว่าผมจะช่วยอะไรคุณได้ไง...ไม่ต้องกลัวน่า...ผมอยู่กับคุณที่นี่ เล่ามาเถอะ"
รินดารานิ่งไปครู่
"ชั้น..ชั้นเจอผีเด็กผู้ชายที่บ่อน้ำ ตอนแรกก็ดูเป็นเด็กธรรมดามาขอให้ช่วยพากลับบ้าน แต่พอชั้นพาเดินเข้าไปในป่า ชั้นก็เจอกับผีผู้หญิงคอยาว พวกมันพยายามจะฆ่าชั้น มันบังตาให้ชั้นหลงอยู่แต่ในป่า เรียกให้คนช่วยก็ไม่มีใครได้ยิน"
"ผีเด็กกับผีผู้หญิงคอยาว คุณแน่ใจนะว่าเป็นผีสองตัวนั่นจริงๆ"
"แน่ใจสิ... ถามแบบนี้ หรือว่าที่บ้านคุณเคยมีคนโดนหลอกมาแล้ว"
"ไม่มี...และก็คิดว่าไม่น่าจะมีใครโดนหลอก เพราะผีเด็กกับผีผู้หญิงคอยาวที่คุณพูดถึงเป็นผีในตำนานปรัมปราที่เขาเอาไว้หลอกเด็กๆ"
รินดาราชะงัก
"คุณอาคิระ คุณหาว่าชั้นตาฝาดเพ้อเจ้อเอาตำนานปรัมปรามาโกหกคุณเหรอ"
"ผมยังไม่ได้พูดสักคำว่าคุณเพ้อเจ้อ..ผมแค่พยายามจะอธิบาย"

อาคิระพูดไม่ทันจบก็ชะงักเพราะสีหน้าไม่พอใจของรินดาราทำให้เขาไม่กล้าพูดต่อ

อาคิระโดนผลักออกมาจากห้อง รินดาราเลื่อนบานเลื่อนใส่หน้าเขา..ปัง !
 
"เดี๋ยวสิ รินดารา...ผมยังคุยกับคุณไม่เสร็จเลย"
รินดาราเลื่อนประตูออกมาชักสีหน้าใส่
"ชั้นไม่มีอะไรจะคุยกับคุณอีก กลับไปซะ...ชั้นจะนอน"
"แล้วคุณหายกลัวแล้วเหรอ"
"ยัง..แต่ขอชั้นอยู่คนเดียวดีกว่าอยู่กับคนที่ไม่เคยเชื่อใจคนอื่นอย่างคุณดีกว่า"
รินดาราปิดประตูใส่หน้าอาคิระอีกที อาคิระนิ่งไปหน้าเซ็งๆ

หอคอยกลางคืน มิกิกับโฮชิคุยกัน
"มันน่าแปลกมากเลยนะคะท่านชายที่คุณรินดารามาเจอเรื่องประหลาดๆแบบนี้ ทั้งๆที่ คนในบ้านก็ไม่เคยมีใครเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน"
"แต่ชั้นว่าก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฮิคาริจะโกหกเรานะมิกิ"
"ดิชั้นก็ไม่คิดว่าเธอจะสร้างเรื่องโกหกหรอกค่ะ..แค่รู้สึกแปลกใจและพาลจะเป็นห่วงเธอ"
"ไม่ต้องห่วงหรอกมิกิ ชั้นไม่ยอมให้ฮิคาริเป็นอะไรไปแน่ ว่าแต่อาการของมิกิล่ะเป็นยังไง"
"ดิชั้นไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ แล้วคุณยูกิล่ะคะ คุยอะไรกับท่านชายบ้าง พอจะมีข้อมูลอะไรให้ดิชั้นออกแบบกิโมโนให้เธอบ้าง"
"ยูกิเป็นผู้หญิงที่แปลก หลังจากได้คุยกัน มีหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าเธอน่าสนใจ..เธอเล่าว่าเคยเกือบจบชีวิตเพราะความรัก ตรงกับที่ชั้นเคยเห็นวิญญาณของเธอตอนไปที่โรงพยาบาล"
"โธ่...งั้นเธอก็น่าสงสารมากเลยนะคะ แต่เห็นท่านชายได้คุยกับคนอื่นแบบนี้บ้าง ดิชั้นก็รู้สึกดี วันหลังจะได้นัดให้เธอมาพบกับท่านชายอีก"
มิกิพูดออกไปเหมือนไม่ค่อยเป็นตัวเอง จนทำให้โฮชิรู้สึกแปลกใจ
"ดิชั้นไม่รบกวนท่านชายแล้วดีกว่า ว่าจะไปออกแบบลายกิโมโนให้คุณยูกิต่อ พักผ่อนนะคะ ท่านชาย"
มิกิโน้มศีรษะแล้วจะออก โฮชิมองตามมิกิด้วยสีหน้าแปลกใจสงสัยในท่าทางของมิกิที่ดูใส่ใจยูกิมาก เลยเรียกไว้
"เดี๋ยวก่อนมิกิ"
"คะท่านชาย"
"ไม่มีอะไร พักผ่อนเถอะ"
มิกิทำหน้างงๆนิดหน่อยแล้วออกจากห้องไป โฮชิสีหน้าครุ่นคิด

วันใหม่ที่หน้าศาลเทพเจ้าจิ้งจอก ฮิเดโนริเดินมาและพยายามกดโทรศัพท์หาไอ แต่ปลายเสียงมีแต่เสียงว่างไม่รับ เพราะไอไม่ยอมรับสายจากเขา ฮิเดโนริโทร.จนหงุดหงิดหัวเสีย จิกหน้าครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะมองไปที่ปฏิทิน แล้วยิ้มมุมปากดูเจ้าเล่ห์

ท่าเรือสวยงามส่วนหนึ่งของ Huistenbosch in Nagasaki ไอนั่งอยู่ที่ม้านั่งริมท่าเรือ นิ่งมองมือถือดูมิสคอลที่เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์จากฮิเดโนริ
เธอนึกถึง ตอนที่โดนฮิเดโนริไล่
"อย่าเข้ามา !" ไอชะงักหยุด ฮิเดะเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่อยากให้ใครเห็นหน้า "ไปให้พ้น ผมยังไม่อยากเจอใคร ผมอยากอยู่คนเดียว"
"ทำไมคุณพูดเหมือนชั้นเป็นคนอื่น ชั้นรักคุณนะคะฮิเดะ ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ชั้นพร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณ"
"เชื่อผมเถอะ คุณไม่อยากอยู่เคียงข้างผมหรอก"
ไอแปลกใจ ก้าวเข้าไปจับแขนฮิเดโนริ
"คุณมีปัญหากันแน่คะ ออกมาคุยกันดีๆ เถอะค่ะ ชั้นเป็นห่วงคุณ"
"บอกว่าอย่ามายุ่งกับ"
ฮิเดโนริสะบัดมือไอออกจากแขน แรงสะบัดจากลูกครึ่งจิ้งจอก ทำให้ไอกระเด็นไปไกล เธอล้มลงกับพื้น
"โอ๊ย" ไอหันกลับไปแต่ฮิเดโนริหายไปอย่างไร้ร่องรอย "ฮิเดะ"

ไอนึกแล้วน้อยใจเก็บมือถือใส่กระเป๋าน้ำตาซึมๆแล้วจะลุกเดินกลับ ระหว่างนั้นเสียงฮิเดโนริดังขึ้น
"ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์ชั้น"
ไอชะงัก หันไปตกใจ
"ชั้นไม่ได้ลืมหรอกว่า วันนี้มีนัดจะมาเที่ยวที่นี่กับเธอ ชั้นจดลงไปในปฏิทินแล้ว"
ฮิเดะโนริะเดินเข้าไปหา แต่ไอกลับรีบลุกจะเดินหนี เขาพยายามตาม
"เดี๋ยวสิ ไอ"
"ไม่ต้องมายุ่ง ถ้าเธอยังเห็นความสำคัญของชั้น คืนวันงานทานาบาตะเธอก็คงจะไม่ไล่ตะเพิดเหมือนเห็นชั้นเป็นหัวหลักหัวตอ"
"เรื่องวันนั้นเธออย่าไปใส่ใจเลย"
"ไม่ให้ชั้นใส่ใจ...ใช่สิ ชั้นมันก็แค่มีหน้าที่บำบัดความใคร่ให้เธอเท่านั้นเองฮิเดะ"
ไอผลักฮิเดโนริแล้วน้ำตาไหลเสียใจ วิ่งหนีออกไป เขามองตามหน้าเซ็งๆ

ฮิเดะรีบเดินตามไอซึ่งน้อยใจน้ำตาคลอมาตามทางเดินหน้าอาคารยุโรป บริเวณถนนข้างนาฬิกาดอกไม้ ฮิเดะตามมา คว้าข้อมือแล้วพยายามง้อขอโทษไอ
"ฟังบ้างสิไอ..วันนั้นชั้นมีปัญหาส่วนตัวที่บอกใครไม่ได้ ชั้นถึงต้องไล่ให้เธอไป ไม่อยากให้มารับรู้ปัญหาของชั้น"
"ถ้าพูดแบบนี้แสดงว่าเธอไม่เคยเห็นชั้นเป็นคนรัก ที่จะคอยช่วยดูแลเธอเลยใช่มั้ย"
"ไม่ใช่นะไอ เพราะชั้นรักเธอมากต่างหาก ชั้นถึงไม่อยากให้คนที่ชั้นรักต้องมาเป็นทุกข์ไปกับชั้นด้วย"
"ชั้นไม่เชื่อ มันก็แค่คำพูดที่เธอพยายามทำให้ชั้นใจอ่อน ชั้นทนมานานแล้วนะฮิเดะ ชั้นต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆกับความรักที่ไม่รู้ว่าปลายทางมันจะอยู่ตรงไหน"
"เธอก็รู้ว่าตระกูลของเราเป็นศัตรูกัน"
"งั้นชั้นจะยกเลิกใช้นามสกุลของมิยาคาวะ ยังไงพวกเขาก็ไม่สนใจหรอกเพราะชั้นเป็นแค่ญาติห่างๆของพวกเขา"
"เธอทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะมันจะยิ่งทำให้ชั้นถูกมองว่าเป็นคนทำลายตระกูลมิยาคาวะ"
"แต่ชั้นอยากมั่นใจว่าชั้นทุ่มเทชีวิตให้ผู้ชายไม่ผิดคน ไม่ใช่ถูกเขาหลอกเป็นของเล่นสนุกไปวันๆ"
ไอน้ำตาไหลอาบแก้มร้องไห้เสียใจแล้วรีบเดินหนี ทันใดนั้นฮิเดโนริก็ตะโกนขึ้นมาดังๆ
"ผมรักผู้หญิงคนนี้"
เสียงของเขาดังลั่น ทำให้คนในบริเวณนั้นหันมามอง ไอชะงักตกใจ
ฮิเดโนริตะโกนบอกทุกคน
"ผมรักผู้หญิงคนนี้ เธอขโมยหัวใจผมไป แล้วเธอก็จะหนีไปจากชีวิตผม"
ไอตกใจ
"หยุดนะฮิเดะ ทำบ้าอะไรของเธอ"
ฮิเดะเข้าไปจับมือไอ
"ฟังชั้นนะไอ...ต่อไปนี้ชั้นจะไม่ทำให้เธอรู้สึกว่าเป็นคนอื่นอีก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชั้น ชั้นจะให้ความสำคัญกับเธอเป็นคนแรก"
ไอนิ่งงันไปเพราะสายตาฮิเดโนริดูเชื่อได้ เขาเชยคางไอขึ้นมาแล้วจูบที่หน้าผาก ไอวูบวาบร้อนผ่าวหน้าแดง
"ทำอย่างนี้แล้วคิดว่าชั้นจะใจอ่อนเหรอ"
"ไม่รู้สิ..รู้แต่ว่า" เขากระซิบข้างหู "เธอยังอยากเที่ยวที่นี่อีกรึเปล่า"
ไอมองเขาแล้วยิ้ม
"ก็แล้วแต่เธอ"

"งั้นชั้นว่าเรามีที่อื่นที่น่าไปกว่าที่นี่เยอะเลย"

ในห้องนอนฮิเดโนริ ตอนกลางคืน เสื้อผ้าของไอกองอยู่ที่พื้นใกล้กับเสื้อผ้าของฮิเดะ
 
ฟูกบนพื้นเสื่อตาตามิ ฮิเดโนริในสภาพนอนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่มหนา ส่วนไอลุกขึ้นมาเอายูกาตะของเขามาสวมหลวมๆดูเซ็กส์ซี่ ไอหวีผมอยู่หน้ากระจก เขามองเธอยิ้มพอใจแล้วลุกจากที่นอน ไอเห็นรอยสักหมาจิ้งจอก ที่แผ่นหลังเขาผ่านกระจก
"รอยสักรูปหมาจิ้งจอกของเธอสวยดีนะฮิเดะ..ไปสักมาตั้งแต่เมื่อไหร่"
"ไม่นานนี่เอง..เธอชอบมั้ยล่ะ"
"ชอบสิ..ดูน่าเกรงขาม ลึกลับ เหมือนเธอ"
ฮิเดะยิ้มพอใจแล้วเข้าไปดึงไอมากอดรัดเปิดไหล่เสื้อยูกาตะออกจูบที่หัวไหล่ขาวๆ
"แต่ชั้นบอกแล้วนี่ว่าจะไม่มีเรื่องอะไรปิดบังให้ต้องรู้สึกว่าชั้นลึกลับกับเธออีก"
"ให้มันจริงเถอะ"
"ชั้นรักเธอนะไอ ชั้นเองก็ไม่อยากหลบๆซ่อนๆ แต่เธอก็รู้ว่าชั้นต้องทำตามคำสั่งของปู่ ท่านเลี้ยงชั้นมาคนเดียวตั้งแต่เล็กๆ ถ้าชั้นขัดขืนคำสั่ง...ชั้นก็ไม่เหลือใคร"
"ชั้นรู้..และชั้นก็รักเธอมากนะฮิเดะ ไม่ว่าเธออยากให้ชั้นทำอะไร ชั้นยินดีจะทำให้เธอทุกอย่าง เพื่อวันนึงเราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างถูกต้องซะที"
"งั้นถ้าชั้นอยากรู้เรื่องในบ้านมิยาคาวะเพิ่มเติมอีก"
"อยากรู้อะไรอีกล่ะ"
"เรื่องของผู้หญิงที่มาดูแลอายูมิ"
ไอแปลกใจ
"ทำไมถึงอยากรู้เรื่องของรินดารา อย่าบอกนะว่าเธอก็สนใจผู้หญิงคนนี้ด้วย" ไอหยิกทันทีด้วยความหึงหวง
ฮิเดโนริรีบกอดแน่นแล้วหอมเอาใจ
"ก็แค่ถามดูเฉยๆ ยังไงชั้นก็ไม่เคยจะสนใจใครอยู่แล้วนอกจากเธอ"
ไอเอียงอายพอใจ
"ก็ได้...เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง"
ฮิเดโนริยิ้มพอใจ

คฤหาสน์มิยาคาวะวันใหม่ ริเอะเดินเข้ามาในสวนเจอนานะกำลังเข็นพาอายูมิออกมาเดินเล่นพอดี
"เป็นยังไงบ้างจ้ะอายูมิ ออกมาเดินเล่นแต่เช้าเลยเหรอจ๊ะ"
"สบายดีค่ะ คุณอาริเอะก็มาแต่เช้าเลยนะคะ แต่ว่าจะเช้าไปรึเปล่าคะสำหรับการมารอเรียนทอกิโมโน"
ริเอะชะงักไม่คิดว่าจะโดนเด็กย้อนเลยฉีกยิ้มแม่มดหวานซ่อนคม
"อาชอบตื่นเช้าจ้ะ สมอง จะสดชื่น เวลาเรียนรู้อะไรก็จะได้เรียนรู้ได้เต็มที่..เดี๋ยวอาไปหาคุณอาอาคิระก่อนนะ"
อายูมิรีบทัก
"คุณอาอาคิระไม่อยู่หรอกค่ะ..ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าแล้ว เห็นว่ามีนัดกับลูกค้า เขาไม่ได้บอกคุณอาริเอะไว้เหรอคะ"
ริเอะชะงัก
"เปล่านี่"
"เหรอคะ..ปกติคุณอาไม่ใช่คนขี้ลืมนะคะ ยกเว้นแต่ถ้าเป็นเรื่องที่คุณอาไม่ค่อยใส่ใจ คุณอาก็มักจะลืมบ่อยๆ"
ริเอะเริ่มหมั่นเขี้ยวนังเด็กบ้า
"ไม่เป็นไรจ้ะ..เดี๋ยวอาโทร.หาเขาเองก็ได้" ก่อนหันไปที่นานะ เพื่อเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากคุยกับอา "ชั้นว่าจะถามเธออยู่เหมือนกัน เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกับรินดาราเหรอ"
นานะเล่าอย่างตื่นเต้น
"คุณรินดาราเจอผีหลอก เล่นเอาแตกตื่นไปทั้งบ้านเลยนะคะ ยิ่งตอนที่พวกเราหาตัวไม่เจอแล้วได้ยินแต่เสียงก็ยิ่งน่ากลัวค่ะ หากันเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ"
ริเอะแปลกใจ แต่ไม่ค่อยอยากเชื่อ
"เจอผีเนี่ยนะ"
"ค่ะ...น่ากลัวสุดๆ แต่โชคดีพอท่านชายกับคุณอาคิระกลับมา คุณอาคิระก็ไปหาจนเจอ"
"ใช่ค่ะ พอคุณอาไปเจอพี่รินดารา คุณอาก็เป็นคนอุ้มออกมา คุณอาเป็นห่วงพี่รินดารามากเลยนะคะ อุ้มไม่ปล่อยเลยด้วย"
อายูมิพูดไปก็ยิ้มร้ายเดียงสาใส่ริเอะอย่างจงใจ ริเอะได้แต่จิกหน้ามองอย่างหัวเสีย

บริเวณหน้าศาลเทพเจ้านกกระเรียน รินดาราพนมมือไหว้ศาล ใจคอไม่ค่อยดีดูยังกังวลเรื่องผีเมื่อวาน
โฮชิเข้ามา
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะฮิคาริ เทพเจ้านกกระเรียนจะคุ้มครองเธอ"
"ท่านชาย"
รินดาราหันไปสบตาโฮชิแล้วนิ่งไป แววตาของความกังวลจนโฮชิต้องเข้าไปจับบ่าเธออย่างปลอบโยน
"ยังกลัวอยู่เหรอ"
"ไม่มีใครเชื่อเรื่องที่ชั้นพูด ชั้นเองก็อยากให้สิ่งที่เห็นมันเป็นเพราะชั้นตาฝาดไป แต่ว่า..."
รินดาราน้ำตาซึมๆดูเศร้า โอชิจึงดึงเธอมาซบที่อกเขาอย่างแผ่วเบาแล้วลูบหัวปลอบใจ
"แต่ชั้นเชื่อเธอนะ ฮิคาริ"
รินดาราชะงัก
"ท่านชาย"
โฮชิยิ้มแล้วค่อยๆใช้นิ้วโป้งปาดคราบหยดน้ำตาให้เธออย่างแผ่วเบาแล้วกำมือเอาไว้
"น้ำตาที่เกิดจากความกลัวของเธอ ชั้นเปลี่ยนมันให้เป็นอย่างอื่นไปแล้วนะ"
รินดาราสีหน้างงๆแปลกใจ
"เปลี่ยนเป็นอย่างอื่น อะไรเหรอคะท่านชาย"
โฮชิยิ้มด้วยยิ้มอันอบอุ่นก่อนจะยื่นมือที่กำคราบน้ำตาของรินดาราให้เธอดู
"อยู่ในนี้..อยากเห็นแล้วใช่มั้ยว่า น้ำตาของเธอจะเปลี่ยนเป็นอะไร"
"ค่ะท่านชาย"
โฮชิยิ้มแล้วค่อยๆแบมือออก รินดาราจึงเห็นว่าเป็นนกกระเรียนพับด้วยกระดาษจากศิลปะโอริกามิ
รินดาราแปลกใจ
"ท่านชายทำได้ยังไงคะ"
โฮชิยิ้มน่ารัก
"นกกระเรียนตัวนี้..มันบินได้ด้วยนะ"
โฮชิกำมืออีกครั้งแล้วแบมือออก จากกระเรียนที่พับด้วยกระดาษได้กลายเป็นขนนกสีขาวบริสุทธิ์แทนที่ รินดาราตาโตตื่นเต้น จากนั้นโฮชิก็ค่อยๆเป่าขนนกให้ลอยละล่องไปในอากาศ
ขนนกปลิวจากมือโฮชิขึ้นไปในอากาศ แล้วลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ รินดาราตื่นเต้นจนลืมความกลัวในใจไปจนหมด
"ชั้นไม่รู้มาก่อนเลยว่าท่านชายเล่นกลเป็นด้วย"
โฮชิยิ้มรับ
"นั่งฝึกอยู่ทั้งคืนเพราะตั้งใจว่าอยากจะปัดเป่าความกลัวของฮิคาริให้หายไป"
รินดารายิ้มรับกลับมาสดชื่นแล้วเข้าไปกอดโฮชิแน่นๆด้วยความซาบซึ้ง ทำเอาโฮชิชะงักกับอ้อมกอดของเธอ
"ขอบคุณมากค่ะท่านชาย...ขอบคุณจริงๆ"

โฮชิได้รับอ้อมกอดนี้มันคือสิ่งที่เขาโหยหามาตลอดหลายร้อยปี เขายิ้มออกมาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

โฮชิเดินมาตามทางเดิน รอยยิ้มยังเปื้อนอยู่บนใบหน้าจนเกือบชนกับมิกิที่เดินมาจากอีกทาง
 
"ขอโทษด้วยมิกิ ชั้นไม่ทันมอง"
"ดูท่านชายอารมณ์ดีจังเลยนะคะ มีอะไรจะเล่าให้ดิชั้นฟังรึเปล่า"
"ไม่มีอะไรหรอก ชั้นเห็นฮิคาริไม่ค่อยสบายใจเรื่องเมื่อวานก็เลยช่วยปลอบใจ แล้วชั้นก็แนะนำให้หยุดงานวันนึง ให้เธอออกไปเจอเพื่อนคนไทยบ้าง เพราะน่าจะทำให้เธอผ่อนคลายมากขึ้น"
"ก็ดีแล้วค่ะ"
มิกิเห็นด้วย แล้วอยู่ๆเธอก็รู้สึกตึงๆเวียนๆศรีษะหน้ามืดขึ้นมาจนเกือบจะเซล้ม ดีที่โฮชิประคองเอาไว้ทัน
"มิกิ...มิกิ"
"ขอโทษด้วยค่ะท่านชาย ดิชั้น ดิชั้นรู้สึกเวียนหัวจังเลย"
"งั้นเดี๋ยวชั้นพาเธอเข้าไปพักข้างในดีกว่า"
โฮชิช่วยประคองพามิกิเดินไปตามทางเดิน

รินดาราเดินผ่านสวนญี่ปุ่น สะพายกระเป๋าจะออกไปข้างนอก แต่ชะงักเมื่อเจอริเอะโผล่มาดักรอ
"นี่น่ะเหรอหน้าตาคนเพิ่งจะโดนผีหลอกจนขนหัวลุกมา...แบ๊วซะไม่มี"
"คุณริเอะ กรุณาหลบทางชั้นด้วยค่ะ"
ริเอะไม่หลบแถมยังเข้าไปเดินวนรอบรินดาราอีก
"คิดว่าชั้นไม่รู้เหรอว่า เธอตอแหลใช้มุขปัญญาอ่อนมาหลอกจับผู้ชาย"
รินดาราอึ้ง
"คุณริเอะ ! มันจะมากไปแล้วนะ"
"ที่มากเกินไปน่ะหล่อน..ไม่ใช่ชั้น ! สรรหาวิธีการทุเรศๆมาเรียกร้องความสนใจจากอาคิระ คิดจะอยากจะรวยทางลัดเหรอ..นังต่างด้าว"
ริเอะพูดพร้อมกับบีบแขนรินดาราพร้อมเอาเรื่อง รินดาราจิกหน้าไม่พอใจคว้าหมับข้อมือริเอะมาบีบทันที
"ถ้าคุณยังไม่หยุดดูถูกชั้น...คุณจะได้รู้จักชั้นมากขึ้นแน่คุณริเอะ"
รินดาราจิกหน้าเอาเรื่อง แล้วออกแรงบิดข้อมือริเอะให้ปล่อยแขนเธอ ริเอะชะงักหน้าเจ็บแล้วรีบสะบัดมือ
"โอ๊ย ! ชั้นเจ็บนะ...แกทำร้ายชั้น..ชั้นจะเอาเรื่องแกให้ถึงที่สุด"
"อยากทำอะไรก็เรื่องของคุณ แต่อย่าคิดว่าชั้นจะกลัว เพราะชั้นกล้าที่จะรับมือกับพวกเก่งแต่ปาก และพร้อมสั่งสอนให้รู้จักหุบปากเน่าๆ ให้เก็บเอาไว้เคี้ยวข้าวมากกว่ามาด่าคนอื่นแบบนี้"
รินดาราจิกหน้าเอาจริงและเดินหน้าขู่ จนริเอะเหวอไม่คิดว่านังนี่มันจะเอาจริง
"อย่านะ ถ้าโดนตัวชั้นอีกล่ะก็...ชั้น ชั้นเอาจริงนะ"
รินดารายิ้มพอใจที่ขู่ได้
"หึ...วันนี้ไว้ก่อนดีกว่า เพราะคุณมาเป็นแขกของเจ้านายชั้น แต่ถ้าเจอกันข้างนอกเมื่อไหร่ล่ะก็..." เธอยิ้มร้ายแล้วจับเสื้อริเอะให้เข้าที่ขู่กันซึ่งหน้าสุดฤทธิ์ "เชิญค่ะ... เชิญไปเรียนทอกิโมโนต่อ อย่าให้ชั้นคิดคนเดียวว่าที่มามิยาคาวะเพราะแค่จะมาหาผู้ชาย แล้วเอาเรื่องเรียนทอกิโมโนมาอ้าง"
รินดาราทิ้งท้ายแล้วยิ้มกวนก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ริเอะมองตามอย่างเจ็บใจ มองตามแค้นๆปรี๊ดแตก อยากหาทางเล่นงานสั่งสอนรินดารา
"แก ! ชั้นไม่หยุดแค่นี้แน่"

โฮชิให้มิกินอนบนฟูก ช่วยดูแลร่างกายดูอ่อนเพลีย ใบหน้าซีดๆ
"ชั้นว่าหมู่นี้ดูเธอไม่ค่อยปกติเลยนะมิกิ ให้ชั้นพาไปหาหมอมั้ย"
"ไม่ต้องหรอกค่ะท่านชาย แค่นอนพักเดี๋ยวก็หาย"
"แต่ชั้นสังเกตเห็นว่าอาการของเธอดูแปลกๆนะ"
"แปลกยังไงคะ"
"ก็ตั้งแต่วันที่เธอกลับมาจากบ้านมาโกโตะ ชั้นรู้สึกว่ามิกิไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองเลย"
มิกินิ่งไปครู่
"ค่ะท่านชาย..ดิชั้นเองก็รู้สึกอย่างนั้นเป็นบางครั้งเหมือนกัน บางทีอยู่ๆก็รู้สึกวูบไปเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ก็น่าจะเป็นเพราะอายุมากเลือดจะไปลมจะมามากกว่ามั้งคะ ท่านชายไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ"
มิกิพูดไปแล้วก็ดูเหนื่อยๆถอนหายใจยาว นั่นยิ่งทำให้โฮชิรู้สึกเป็นห่วง เลยจับมือมิกิมาตบเบาๆ
"งั้นชั้นให้มิกินอนพักผ่อนแล้วกัน วันนี้ไม่ต้องขึ้นไปดูแลชั้นแล้วนะ"
"แต่ว่ามันเป็นหน้าที่ของดิชั้น"
"หยุดวันนึงไม่มีใครว่าหรอก"
โฮชิยิ้มอย่างห่วงใยให้ มิกิผ่อนคลายแล้วค่อยๆหลับตา โฮชิครุ่นคิดบางอย่างสงสัย

ห้องกิโมโนโฮชิ โฮชิเดินเข้ามาหยุดที่หน้ากิโมโนเทพเจ้าสีน้ำเงินเข้ม ลวดลายนกกระเรียนกางปีกบินสวยงาม โฮชินิ่งมองกิโมโนแล้วใช้ความคิดทบทวนอย่างหาสาเหตุสงสัยเกี่ยวกับสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับมิกิ

ย้อนคิดถึงตอนที่มิกิชักชวนให้โฮชิไปพบยูกิ... มิกิพูดด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ
" ดิชั้นอยากให้ท่านชายไปพบคุณยูกิ"
โฮชิได้ยินไม่ถนัด ละสายตาจากภาพวาดแล้วหันกลับมาหามิกิพร้อมถาม
"มิกิว่าอะไรนะ"
ลูกตาสีฟ้าของมิกิหายไปในพริบตากลายเป็นลูกตามนุษย์ธรรมดา มิกิกลับมาสู่สภาพปกติแต่ความคิดเป็นไปตามที่ยูกิส่งกระแสจิตมา
"ดิชั้นบอกว่าอยากให้ท่านชายไปพบคุณยูกิด้วยกันค่ะ"
"มิกิก็รู้ว่าชั้นไม่ควรพบใครมากเกินไป"
"แต่คุณยูกิคือคนที่ท่านชายควรพบ ท่านชายจะได้มีเพื่อน ดิชั้นไม่รู้ว่าตัวเองจะจากโลกนี้ไปเมื่อไหร่ ถ้าถึงวันนั้นจริงๆ อย่างน้อยท่านชายก็น่าจะมีใครสักคนที่รู้จักพอจะให้คุยเป็นเพื่อนคลายเหงาได้บ้าง ไปพบคุณยูกิกับดิชั้นเถอะนะคะท่านชาย"
โฮชินั่งเครียด
ที่อุโมงค์วิสทีเรีย ยูกิบอก
"น่าเสียดายนะคะ คุณมิกิเลยอดมาเห็นสิ่งที่ชั้นชอบมากที่สุด" ยูกิเดินไปแตะพวงวิสทีเรียที่ห้อยระย้า

"คุณโฮชิรู้มั้ยคะว่าทำไมชั้นถึงชอบดอกวิสทีเรีย"
โฮชิเงียบ
"เพราะเวลาที่ชั้นได้ยืนอยู่ใต้ต้นวิสทีเรียได้เงยหน้ามองดอกเล็กๆที่แผ่กระจายเต็มต้น มันทำให้ชั้นรู้สึกเหมือนกำลังยืนมองดูดาวนับล้านๆดวงที่กระจายเต็มท้องฟ้า ทั้งๆที่เป็นเวลากลางวัน"
โฮชิอึ้งสีหน้าแปลกใจเต็มที่

โฮชินิ่วหน้าสงสัยใจคอไม่ดี และต้องลองทดสอบอะไรบางอย่างให้หายสงสัย

กลกิโมโน ตอนที่ 6 (ต่อ)

ภายในห้องทำงาน บ้านมาโกโตะ เหยื่อผู้ชายคนหนึ่งกำลังถูกยูกิสูบเอากิเลสในตัวเข้าไปเสริมให้ตัวเองแข็งแกร่ง
 
ระหว่างนั้นมาโกโตะเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพตรงหน้า มาโกโตะชะงักเบือนหน้าหนี จนยูกิกลืนกิน กิเลสจากมัน เข้าไปจนตัวมันแห้งแข็ง เสร็จเรียบร้อย เธอดูมีพลังมากขึ้น
"มีอะไร"
มาโกโตะมองศพที่พื้นยังสยองไม่หาย ยูกิยิ้มร้ายๆ
"ไม่ต้องกลัวหรอกมาโกโตะ ถึงแกจะมีกิเลสในตัวมากมายซะจนถ้าชั้นได้กินมันเข้าไปล่ะก็ ชั้นคงจะแข็งแกร่งขึ้นมาในพริบตา แต่ชั้นก็จะไม่สูบเอากิเลสนั่นมาจากแก"
"เธอพูดเหมือนกับว่าชั้นน่าจะดีใจ"
ยูกิหัวเราะเสียงเย็นยะเยือก)
"หึๆๆ ก็ตราบใดที่แกยังมีประโยชน์ ส่งพวกกิเลสหนาๆที่มีอยู่รอบตัวแกมาให้ชั้นเรื่อยๆ และทำตัวเป็นทาสที่ซื่อสัตย์ แกก็ไม่ต้องกลัวชั้นนี่..จริงมั้ย...หึๆๆๆ แล้วเข้ามามีอะไร"
"เมื่อกี้นี้ชั้นได้รับการติดต่อจากท่านชายโฮชิว่าอยากนัดเจอเธอ"
ยูกิสีหน้าสนใจขึ้นมาทันที
"เขาอยากเจอชั้นเหรอ"
"ใช่...ติดต่อมาด้วยตัวเองเลย"
ยูกิยิ้มสีหน้ามีความหวัง
"แสดงว่าความพยายามของชั้นไม่เสียเปล่า...เขาสนใจชั้นแล้ว"
ยูกิยิ้มร้ายปากแดงหัวเราะเย็นยะเยือก

หน้าร้านนวด แป้งร่ำเดินออกมาส่งลูกค้าที่เพิ่งนวดกับเธอเสร็จ โค้งขอบคุณแทบจะหัวติดดิน
"ขอบคุณมากนะคะ..แล้วนี่เป็นบัตรลดราคาพิเศษ ถ้าแนะนำลูกค้ามาด้วย จะได้ส่วนลดเพิ่มเป็น 20% เลยค่ะ..ขอบคุณมากนะคะ"
ลูกค้ารับบัตรส่วนลดแล้วเดินออกไป แป้งร่ำหันมาเป่าปากยกมือปาดเหงื่อหน้าเครียดๆ ระหว่างนั้นรินดาราเข้ามาทักทาย
"ถ้าแนะนำลูกค้ามาได้ส่วนลดเยอะขนาดนี้ เห็นทีต้องไปพามาสักโหลนึงแล้ว"
"ว๊าย..คุณน้องขา ลมอะไรหอบมาคะเนี่ย"
"ไม่มีลมอะไรหอบมาหรอกค่ะ ตั้งใจมาหาพวกพี่ๆนี่แหละ อยากมาขอโทษ ที่วันงานทานาบาตะไม่ได้อยู่กินเลี้ยงกับพวกพี่ๆ"
"เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกค่ะ โอกาสหน้าก็ได้ เข้าไปข้างในกันดีกว่า..มาค่ะ"
แป้งร่ำเกี่ยวแขนพารินดาราเข้าไปในร้าน

แป้งร่ำพารินดาราเข้ามาเจอเกียวนั่งหาวหวอดๆหน้าเซ็งๆ มือก็ทาเล็บเท้าไปด้วย พอเกียวเห็นรินดารา เข้ามาก็ดีใจ
"คุณน้องรินดารา..อู้ย...กำลังคิดถึงอยู่พอดีเลยค่ะ"
เกียวดี๊ด๋าจะเข้ามากอดรินดารา แต่เจอแป้งร่ำดันให้อยู่ห่างๆ
"หยุดนังเกียว..อย่ามาหาเรื่องอู้งาน ชั้นจ้างแกให้มาทำงานไม่ใช่ให้มานั่งหาวหวอดๆ ทาเล็บเท้าแก้เซ็งอยู่แบบนี้ ไปเลย..ถ้าว่างมากนักก็ช่วยไปหาลูกค้าเข้าร้าน ไม่งั้นแก ได้กลับไปไถนาที่เมืองไทยแน่"
"เกิดอะไรขึ้นเหรอเหรอพี่แป้ง ลูกค้าหายไปไหนหมดล่ะ"
"ก็เพราะไอ้ลูกค้าวันก่อนที่โดนไล่ตะเพิดไปไงคะคุณน้อง มันแค้นพวกเรามันก็เลยเอาร้านเราไปนินทาเสียๆหายๆ หาว่าร้านเราฝีมือนวดไม่ดี ลูกค้าก็เลยหายไปเมืองอื่นหมด"
"ชั้นก็บอกหล่อนแล้วว่าปากแบบนั้น ให้ชั้นไปดักตบปากมั่งสอนมัน หล่อนก็ไม่เอา"
"ที่นี่ไม่ใช่เมืองไทยนะนังเกียว ขืนปล่อยแกไปมีเรื่องร้านชั้นจะได้โดนสั่งปิด แถมแกจะโดนไล่ตะเพิดไม่ได้กลับมาที่นี่อีกน่ะสิ"
"โน่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้ งั้นชั้นว่าถึงเวลาที่แกควรจะต้องหาจุดขายอย่างอื่น นอกจากนวดไทยแผนโบราณไว้เรียกลูกค้าแล้ว"
"นังเกียว ! หุบปากไปเลยนะ ชั้นไม่มีทางทำลายภูมิปัญญาของคนไทยด้วยธุรกิจแฝงเด็ดขาด เสื่อม"
"เปล่าย่ะ..ชั้นไม่ได้จะบอกให้หล่อนทำอย่างนั้นซะหน่อย แค่จะบอกว่าต้องหาจุดเด่นอย่างอื่น เพราะเมืองเล็กๆแบบนี้ถ้าไม่มีอะไรเด่นๆคอยเรียกลูกค้าล่ะก็..อยู่ยาก"
รินดาราฟังอยู่นานแล้วเกิดไอเดีย
"งั้นถ้าคุณน้องจะเสนอตัวช่วยพวกคุณพี่แก้ปัญหานี้ล่ะคะ"
"คุณน้องมีวิธีช่วยพวกพี่เหรอคะ" แป้งร่ำ
"ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้มากเท่าไหร่นะคะ แต่คิดว่าวิชาความรู้ที่เรียนมาทางด้านกายภาพบำบัด ถ้าเอามาช่วยสอนให้พวกพี่ๆไว้ใช้ควบคู่ไปกับการนวดแผนโบราณ บางทีอาจจะเป็นจุดขายใหม่ๆให้กับพวกพี่ๆได้"
เกียวกับแป้งร่ำหันมามองหน้ากันอย่างสนใจแล้วรีบเข้าไปเกาะแขนรินดารา
"สนใจสิคะคุณน้อง...เวลาลูกค้าเข้าร้านนอกจากจะได้นวดผ่อนคลายแล้วยังได้เรื่องดูแลสุขภาพกลับไป..เริ่ดค่ะ"
รินดารายิ้มรับทั้งคู่

ภายในออฟฟิศ ไอกำลังเอาเอกสารมาวางที่โต๊ะทำงานของอาคิระ ระหว่างนั้นเขากลับเข้ามาพอดี
"กลับมาแล้วเหรออาคิระ..งานเป็นยังไงบ้าง"
"เรียบร้อยดี ลูกค้าค่อนข้างพอใจกิโมโนล็อตนี้ของเรา แล้วก็ช่วยแนะนำผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนใหม่มาให้ด้วย"
"แต่ถ้ายังไม่ถูกใจอาคิระก็ไม่เป็นไรนะ ตอนนี้ไอดูแลงานทางด้านการตลาดให้ด้วยก็ได้"
"แต่ไอรับผิดชอบงานเยอะ ไหนจะงานที่โรงงาน ไหนจะช่วยดูแลอายูมิกับคุณย่าอีก มัวแต่ทำงานแบบนี้เดี๋ยวจะไม่มีเวลาหาแฟนนะ"
ไอชะงัก
อาคิระสังเกตเห็นท่าทาง)
"เอ๊ะ..หรือว่าไอมีแฟนแล้ว งั้น..ทำไมไม่พามาให้รู้จักล่ะ มิน่าหมู่นี้ เห็นหายไปบ่อยๆ"
"มีที่ไหนล่ะ..ก็แค่เพื่อนๆกันทั้งนั้น อาคิระรีบเซ็นต์เอกสารเถอะ เดี๋ยวไอต้องเข้าเมืองไปติดต่อกับโรงงานเส้นไหมอีก"
"งั้นไม่ต้องหรอกไอ..เดี๋ยวชั้นไปเองก็ได้ ไออยู่พักกินข้าวกลางวันที่บ้านเถอะ"
ไอนิ่งไปแล้วคิดอยู่ครู่ยิ้มนิดคิดเรื่องสนุกๆอะไรขึ้นมาได้เลยหันมาตอบรับอาคิระ

"งั้นฝากอาคิระด้วยแล้วกันนะ"

ผ่านเวลา ณ โรงงานทอกิโมโน ส่วนสำนักงาน ริเอะตั้งใจเต็มที่ว่าจะได้เจออาคิระ
 
"อาคิระคะ..อาคิระ วันนี้ริเอะเรียนทอกิโมโนเสร็จแล้ว เราเข้าเมืองไปช้อปปิ้งกันดีกว่า"
แต่ไม่ทันขาดคำ ริเอะก็ชะงัก มื่อเจอไอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของอาคิระ
"แล้วอาคิระล่ะ นารูตะบอกว่าเขากลับมาแล้ว"
"กลับมาแล้ว..แต่ว่าออกไปอีกเมื่อกี้นี้"
"ออกไปไหนอีก เขาก็รู้นี่ว่าวันนี้ชั้นจะมาที่นี่"
"เธออยากมาขอความรู้เรื่องกิโมโนจากที่นี่ ส่วนอาคิระเขาก็มีงานต้องทำ แล้วทำไมเขาต้องอยู่รอเธอด้วยล่ะ"
"มันก็ไม่ใช่ธุระของเธอ"
ริเอะจะสลัดเดินออกไป แต่ไอลุกจากที่นั่งเรียกไว้
"เดี๋ยว ! จนป่านนี้แล้วชั้นว่าเธอน่าจะได้ความรู้เรื่องกิโมโนไปมากเกินกว่าที่อยากจะรู้แล้ว เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เธอก็คงไม่มีธุระอะไรที่นี่อีกแล้ว"
ริเอะหันมาจิกหน้าร้ายกลับ
"ศาสตร์ของการทอกิโมโนมีความละเอียดอ่อนมาก มันคือ วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติที่ให้เรียนรู้ทั้งชีวิตก็เรียนรู้ไม่หมด"
"มันก็จริง..แต่นั่นมันสำหรับคนที่ตั้งใจมาเรียนรู้กิโมโนจริงๆ ซึ่งก็คงอยากรู้มากขึ้นเรื่อยๆ จนเรียนรู้ได้ไม่หมด แต่สำหรับคนที่อ้างว่ามาเรียน แต่ที่จริงแล้วมาตามผู้ชาย..ชั้นว่าแค่นี้ก็คงพอแล้วมั้ง"
ริเอะหน้าชา ขบกราม จิกมือ
"กลับไปได้แล้วล่ะริเอะ..ยังไงวันนี้เธอก็คงไม่ได้เจอหน้าอาคิระหรอก เขาหนีหน้าไม่อยากเจอเธอ เพราะเขามีคนอื่นที่น่าสนใจกว่าเธอเยอะ"
ไอพูดดักคอให้ริเอะรู้ตัวแล้วเดินกระแทกไหล่ริเอะออกไปจากห้อง ริเอะมองตามโกรธจนมือสั่น ดวงตาเบิกโพลง ด้วยความแค้นจงเกลียดจงชัง

ถนนเมืองสึกิ บริเวณหน้าร้านนวด ริเอะเดินถือโทรศัพท์มากดเบอร์โทร.หาอาคิระด้วยอารมณ์โกรธต่อเนื่อง
"อาคิระนะ..อาคิระ..ปิดมือถือทำไมเนี่ย"
ริเอะบ่นแล้วยิ่งหงุดหงิดหัวเสีย ระหว่างนั้นเห็นรินดาราเดินออกมาจากร้านนวดที่มีแป้งร่ำกับเกียวเดินออกมาส่ง
"ขอบใจมากเลยนะจ๊ะคุณน้อง…ความรู้ที่คุณน้องถ่ายทอดให้ทำให้พี่ต้องร้องว่า ว้าว... อเมซิ่งอินเจแปน"
"เยอะไปมั้ยยะ นังแป้ง นี่ยังแค่ความรู้ขั้นประถม แต่หล่อนโอเวอร์ไปถึงขั้นมหาลัยแล้ว"
แป้งร่ำใช้หางตามองเกียว
"แกอย่าเอาปมด้อยเรื่องหน้าอกประถมของแกมาเปรียบเปรยกับชั้นนะนังเกียว เดี๋ยวแม่ก็แฉให้หมดเลยว่าแกไปกิ๊กกับหนุ่มไว้กี่คน"
"ว้าย อย่านะ เดี๋ยวเรตติ้งตก"
รินดาราขำ
"เอาไว้วันหลังมีเวลาว่างมากกว่านี้ แล้วคุณน้องจะมาถ่ายทอดขั้นมัธยมกับขั้นมหาวิทยาลัยให้ แต่ตอนนี้ต้องรีบกลับแล้ว เดี๋ยวเขาหาว่าอู้งานแล้วจะโดนไล่ออก"
"แหม..ถ้าพี่เป็นคุณอาคิระ พี่ไม่ไล่คุณน้องออกหรอกค่ะ ตรงกันข้าม..เสน่ห์สาวไทยใจงามอย่างคุณน้องจะมัดเขาเอาไว้อยู่หมัดแล้วได้เป็นคุณนายมิยาคาวะอยู่ที่สึกิกับพวกพี่ไปยาวๆล่ะไม่ว่า"
"พี่แป้งร่ำ..พูดอะไรแบบนั้น..ไม่เอาแล้ว ไปดีกว่า"
รินดาราโบกมือลาสองเจ๊ที่น่ารักแล้วเดินออกไปตามถนนเมือง
ริเอะที่แอบซุ่มอยู่ไม่ไกลออกมามองตามรินดาราแล้วจิกหน้าอย่างเคียดแค้น
"คุณนายมิยาคาวะ...น้ำหน้าอย่างแกอย่าหวังว่าจะมาแย่งอาคิระไปจากชั้น"

รินดาราเดินมาตามถนนเมือง(Imari Village in Saga) กำลังจะกลับไปที่คฤหาสน์มิยาคาวะ ระหว่างทางเจอกระบะขายส้มของชาวบ้าน รินดาราหยุดแวะหยอดเหรียญใส่กล่องเป็นค่าส้มให้ชาวบ้าน
"เอากลับไปฝากท่านชายกับอายูมิดีกว่า"
รินดาราหยิบส้มเพิ่มอีกสองถุงแล้วเดินต่อไปตามถนน ระหว่างนั้นริเอะขับรถเคลื่อนเข้ามาแล้วสวมแว่นดำมอง ตามรินดารา สีหน้าร้ายกาจเอาเรื่อง

บริเวณถนนเนินของเมือง รินดาราถือถุงส้มเดินมาตามทางลาดชันของถนนโดยไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีรถขับตามหลังเธอช้าๆ ริเอะในรถจ้องเขม็งไปที่รินดาราแล้วแตะคันเร่งให้รถไหลลงจากเนินพุ่งไปหารินดารา หวังเฉี่ยวให้ได้รับบาดเจ็บเป็นการสั่งสอน
รินดาราได้ยินเสียงรถจากข้างหลังก็หันไปแล้วตกใจเมื่อริเอะพุ่งรถมาที่เธอ
ทันใดนั้นฮิเดโนริก็พุ่งเข้ามาแล้วคว้ารินดาราหลบรถไปได้หวุดหวิด
ส้มในมือรินดาราตกพื้นกลิ้งไปตามถนน ส่วนรถของริเอะจอด..เอี๊ยด !!!
ฮิเดะประคองรินดาราให้ลุกขึ้นด้วยท่าทีสุภาพแววตาเป็นห่วง
"เป็นอะไรรึเปล่าครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะ..ขอบคุณมากนะคะ"
ฝั่งริเอะทำทีเป็นจอดรถข้างทางแล้วลงมาต่อว่ารินดาราทันที
"เดินยังไงไม่รู้จักดูถนน คิดว่าที่นี่เป็นถนนบ้านเธอเหรอไงถึงไม่รู้จักระวัง นังต่างด้าว"
รินดาราอึ้งไปทันที
"คุณริเอะ ! คุณเกือบขับรถชนชั้นแล้วยังมาพูดจาดูถูกชั้นแบบนี้อีกเหรอ"
"ชั้นพูดอะไรผิดตรงไหน นี่มันถนนให้รถวิ่งแต่เธอมาขวางทางเอง"
"ชั้นไม่ได้เดินออกไปขวางกลางถนนขนาดนั้น แต่คุณนั่นแหละที่จงใจขับเบียดชั้น แล้วที่คุณมาเรียกชั้นว่าต่างด้าวอีก ชั้นไม่ได้ลักลอบเข้าเมือง ชั้นมาทำงานอย่างถูกกฏหมาย"
"ชั้นพอใจจะเรียกแล้วจะทำไม" ริเอะเข้าไปผลักไหล่รินดารา) "เพราะวิธีการมาหาเงินของเธอมันทุเรศ หวังจะจับผู้ชายที่เขามีเจ้าของ"
ริเอะจะผลักรินดาราอีกแต่คราวนี้ฮิเดโนริจับหมับที่ข้อมือเธอแน่น... !!
"ผมว่าคุณหยุดเถอะ...เราเป็นเจ้าบ้าน การแสดงกิริยามารยาทแบบนี้กับผู้มาเยือน ถือว่า ไม่ใช่คนที่นี่ ควรจะเรียกว่าเป็นพวกต่างด้าวซะเองมากกว่า"
ริเอะชะงัก
"อย่ามายุ่ง..ไม่ใช่ธุระอะไรของแก"
"ไม่ยุ่งไม่ได้ เพราะเท่าที่ผมเห็นเหตุการณ์มาตลอด ผมเห็นคุณนี่แหละที่พยายามจะขับรถเบียดคุณผู้หญิงคนนี้ให้ได้รับบาดเจ็บ ... ถ้าคุณจะเอาเรื่องผมจะเป็นพยานให้"
ริเอะชะงักหน้าเสีย รินดาราหันมามองริเอะอยู่ครู่
"ว่าไงคะคุณริเอะ ชั้นมีพยานรู้เห็น คุณมีอะไรจะโต้แย้งมั้ย ซ้อมไว้ก่อนก็ได้นะเผื่อตำรวจเขาถาม แต่ถ้าคุณขอโทษชั้น บางทีชั้นอาจจะยอมให้มันแล้วไป"
ริเอะถอยไปที่รถ
"มันเป็นอุบัติเหตุ..ทำไมชั้นต้องขอโทษแกด้วย"
ริเอะรีบขึ้นรถแล้วขับหนีออกไปทันที ฮิเดะจะตามแต่รินดาราแตะแขนเขา
"ปล่อยไปเถอะค่ะ..ชั้นก็ขู่ไปงั้นเองแหละ ไม่ได้อยากมีเรื่องกับผู้หญิงแบบนี้เท่าไหร่หรอก เสียเวลา เสียความรู้สึก"
รินดาราบอกฮิเดโนริแล้วรู้สึกแสบที่มือซึ่งตอนที่ล้มไปทำให้มือเธอถลอก
"ให้ผมช่วยดูมั้ยครับ"

ฮิเดโนริยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แล้วยิ้มอย่างมีไมตรีให้รินดารา

ภายในร้าน เห็นเกียวกำลังต้อนรับพาลูกค้าคนใหม่ที่อาคิระเพิ่งพามาแนะนำไปนั่งถอดรองเท้า ล้างเท้า
 
เพื่อเตรียมนวดแผนโบราณให้ แป้งร่ำตื้นตันจับมืออาคระขอบคุณเป็นการใหญ่
"ขอบคุณคุณอาคิระมากเลยนะคะที่แนะนำลูกค้ามาให้"
"ไม่เป็นไรหรอกครับ พอดีลูกค้าผมเคยไปเที่ยวเมืองไทยแล้วติดใจนวดแผนไทย ผมเลยแนะนำให้เขามาที่นี่"
"รับรองเลยค่ะ แป้งร่ำจะดูแลให้ระดับวีไอพี แถมคอร์สพิเศษให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลสุขภาพที่เพิ่งเรียนจากคุณน้องรินดารามาหมาดๆด้วย"
อาคิระสนใจทันที
"รินดารามาที่นี่เหรอครับ"
"ค่ะ..เพิ่งออกไปไม่นานนี่เอง แต่น้องเขาไม่ได้หนีงานมานะคะ เห็นว่าคุณโฮชิอนุญาตให้พักวันนึง ตอนนี้คงไปรอรถอยู่ที่ป้ายรถบัส"
"ขอบคุณครับ..งั้นผมฝากลูกค้าผมด้วยนะครับ"
อาคิระยิ้มให้แล้วเดินออกจากร้านไป แป้งร่ำมองตามแล้วเพ้อๆในความหล่อของอาคิระ
"หล่อ นิสัยดี มีน้ำใจ รวยอีกต่างหาก..งี้เชียร์คุณน้องรินดาราสุดลิ่มทิ่มประตูเลย"

ณ ศาลาพัก ฮิเดโนริพารินดาราเข้ามานั่งแล้วช่วยเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดแผลถลอกที่มือให้แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าผูก ที่ฝ่ามือให้เธอ
"ขอบคุณมากนะคะ..เอ่อ..คุณ"
"ฮิเดโนริ แต่เรียกผมฮิเดะก็ได้ครับ"
"ขอบคุณมากค่ะคุณฮิเดะ"
รินดารายิ้มให้ตามมารยาทแต่ระหว่างนั้น หูเธอได้ยินเสียงบางอย่างที่ไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก เหมือนเสียงกระซิบที่แผ่วเบา
"เมื่อกี้นี้คุณพูดว่าอะไรนะคะคุณฮิเดะ"
ฮิเดะสงสัย
"ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนี่ครับ"
"เหรอคะ..งั้นชั้นคงหูแว่วไป"
รินดาราบอกฮิเดะว่าตัวเองคงหูแว่ว แต่เธอก็ยังคงได้ยินเสียงความคิดของฮิเดะแผ่วๆดังให้ได้ยินอีก
"เป็นผู้หญิงที่ดูแปลกจริงๆ แปลกจนน่าสนใจ"
รินดาราถาม
"คุณว่าชั้นดูแปลกๆเหรอคะ"
ฮิเดโนริชะงัก
"อะไรนะครับ..ผมยังไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ"
"เอ่อ...คือ"
รินดารานิ่งไปแล้วเงี่ยหูฟังเสียงความคิดของเขาอีก แต่คราวนี้ฮิเดโนริเริ่มสงสัยบางอย่างนึกถึงคำพูดของปู่
"อย่าประมาทฮิเดะ ถ้าผู้หญิงคนนั้นธรรมดาอย่างที่แกคิด มันคงจะทำให้ตระกูลโคสึกะของเราสูญสิ้นตามไม่ได้"

ฮิเดโนริค่อนข้างมั่นใจว่ารินดาราสามารถได้ยินความคิดของเขา และก่อนที่เขาจะหาทางแก้ปัญหานี้ เสียงของอาคิระก็แทรกเข้ามาทันที
"อยู่ให้ห่างๆผู้หญิงคนนั้นเลยฮิเดะ"
รินดารากับฮิเดะชะงักหันไป อาคิระหน้าตึงเดินเข้ามาแล้วจับแขนรินดาราให้ลุกออกมาห่างจากฮิเดโนริ
"คุณอาคิระ..ทำอะไรของคุณเนี่ย"
"อยู่เฉยๆไม่ใช่เรื่องของคุณ" เขาหันไปจ้องหน้าฮิเดะโนริ "อย่าให้ชั้นเห็นแกมายุ่งกับคนในตระกูลของชั้นอีก"
"ชั้นเจอคุณผู้หญิงคนนี้เกือบจะถูกรถชนเลยมาช่วยไว้ แล้วชั้นจะรู้ได้ยังไงว่าเธอคือคนตระกูลมิยาคาวะ"
"แต่ตอนนี้แกก็รู้แล้วนี่ ถ้าพวกโคสึกะคิดล้ำเส้นอีก..ถึงเวลาชั้นเหลืออดขึ้นมา อย่าหาว่าไม่เตือนก็แล้วกัน"
อาคิระเสียงแข็งใส่แล้วดึงแขนพารินดาราออกไป ฮิเดโนริมองตามจิกหน้ายิ้มร้ายดูมีเลศนัย

บริเวณทางเดินในสวน รินดาราเดินหน้าตึงไม่พอใจจะกลับไปที่พัก แต่อาคิระตามไปจะจับข้อมือเธอรั้ง ไว้ รินดาราสะบัดมือไม่ให้จับอีก
"พอได้แล้วค่ะคุณอาคิระ เลิกบังคับให้ชั้นทำตามใจคุณซะที ชั้นเป็นลูกจ้างไม่ใช่ทาส"
"ผมพยายามเตือน ไม่ใช่การบังคับ ถ้าจะอยู่ที่นี่คุณต้องห้ามคบค้ากับพวกโคสึกะ"
"ชั้นเพิ่งเจอเขาครั้งแรกแล้วชั้นจะรู้มั้ย หน้าผากเขาไม่ได้สักคำว่าเป็นคนของโคสึกะนี่ แล้วที่ชั้นคุยกับเขา เพราะเขามาช่วยชั้นไว้จากริเอะ ทำไมชั้นจะขอบคุณแล้วคุยกับเขาดีๆไม่ได้"
อาคิระชะงัก
"ริเอะทำอะไรคุณ"
"ริเอะแกล้งขับรถเฉี่ยวชั้น คงเพราะหมั่นไส้คิดว่าชั้นจะแย่งคุณไปจากเธอ เพราะฉะนั้น แทนที่คุณจะมาต่อว่าชั้น คุณควรไปต่อว่าคนของคุณว่าอย่ามายุ่งกับชั้นอีก"
"เรื่องริเอะผมจะจัดการให้ แต่ผมต้องการคำยืนยันว่าคุณจะไม่ไปยุ่งกับฮิเดะอีก"
"คนเขามีน้ำใจช่วยเหลือชั้น ถ้าเดินเจอกันอีกครั้งในเมือง ชั้นคงเดินหนีเขาไปเลยไม่ได้ เพราะนิสัยคนไทยใครมีน้ำใจเราก็ต้องมีน้ำตอบ"
อาคิระฟังแล้วไม่พอใจมากเข้าไปจับไหล่เธอมาบีบแรง
"แต่พวกโคสึกะ เป็นต้นเหตุทำให้คนในตระกูลมิยาคาวะต้องตายไปหลายคน รวมทั้งทำให้อายูมิต้องเป็นแบบนี้ ถ้าคุณยังคิดว่า มันมีน้ำใจแล้วไปยุ่งกับมันอีก ผมก็จะถือว่าคุณเป็นพวกเดียวกับมัน"
อาคิระขึ้นเสียงดุจนทำให้รินดาราตกใจ เขาปล่อยมือจากเธอแล้วเดินหัวเสียออกไป รินดารายืนอึ้ง

ณ สวนไร่ชาสวยงาม (Keishuen Garden in Saga ) โฮชิยืนรอยูกิอยู่ท่ามกลางดอกไม้สีสวยสดได้ครู่ หนึ่ง
"ท่านชายคะ...ขอโทษด้วยค่ะที่ทำให้ต้องรอนาน"
โฮชิหันไปจึงเห็นยูกิอยู่ในชุดกิโมโนสีสันสวยงาม ปากแดงตัดกับผิวขาวซีดของเธอ แถมพิเศษกว่าวันอื่นด้วยการเสียบปิ่นปักผมเป็นรูปช่อดอกวิสทีเรียที่คล้ายกับที่เมียวโจมี โฮชิแปลกใจมองปิ่นปักผมไม่วางตา
"ดิชั้นดูมีอะไรแปลกไปเหรอคะ ท่านชายถึงมองชั้นแบบนั้น"
"ปิ่นปักผมของคุณ"
"อ๋อ..ปิ่นปักผมช่อวิสทีเรียนี่น่ะเหรอคะ เป็นของเก่าของครอบครัวดิชั้นเองค่ะ ชั้นชอบปิ่นอันนี้มาก มักจะใช้ในโอกาสพิเศษจริงๆเท่านั้น"
"สวยมากครับคุณยูกิ"
"ขอบคุณค่ะที่ท่านชายชอบและดิชั้นก็รู้สึกดีใจมากที่ท่านชายนัดดิชั้นให้ออกมาเจอกัน"
"ที่ผมชวนคุณยูกิออกมาเพราะเห็นว่าเวลาคุยกันเหมือนว่าเรารู้จักกันมานาน"
"ดิชั้นก็รู้สึกอย่างนั้นค่ะ เพราะตั้งแต่เจอหน้าท่านชายครั้งแรกก็เหมือนว่าเราเคยเจอกันมาก่อน"
ยูกิพูดไปก็ยิ้มดูมีความหวัง ก่อนจะเริ่มมารยาออดอ้อน แกล้งทำเป็นละอองเกสรดอกไม้เข้าตา
"ท่านชายคะช่วยดูให้หน่อยสิคะ สงสัยละอองเกษรดอกไม้จะเข้าตาดิชั้น"
โฮชิขยับเข้าไปช่วยดูให้ ยื่นหน้าใกล้ชิดยูกิ ช่วยเป่าเกสรดอกไม้ออกให้ ยูกิยิ่งกระหยิ่มยิ้มพอใจ
"แถวนี้ลมค่อนข้างแรง ผมว่าเราไปที่อื่นกันดีกว่า ผมมีที่ๆตั้งใจอยากจะพาคุณไปเที่ยว"
"ก็ดีเหมือนกันค่ะ ท่านชายอยากจะพาดิชั้นไปไหนเหรอคะ"

โฮชิยิ้มให้ยูกิดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่

เวลาต่อมาที่ศาลเจ้ายูโทคุ หน้าเสาโทริอิสีแดงใหญ่ตรงทางเข้าศาล (Yutoku Inari Shrine in Saga )
 
ยูกินิ่งงันไปเอาแต่ยืนจับจ้องไปที่เสา โทริอิซึ่งเป็นเขตกั้นไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้าไปในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ โฮชิสังเกตอาการของยูกิด้วยความสนใจอยากรู้
"เป็นอะไรไปเหรอครับคุณยูกิ"
"เอ่อ..คือ..ไม่คิดว่าท่านชายจะชวนมาที่นี่ พอดีดิชั้นเพิ่งจะมาไหว้ขอพรจากเทพเจ้าไปเมื่อไม่นานมานี่เองค่ะ"
"แต่ผมไม่ได้มาที่นี่นานแล้วเลยตั้งใจอยากจะมากราบไหว้ขอพรสักหน่อย"
ยูกิยิ้มรับแกนๆ แต่สายตาเอาแต่จับจ้องไปที่เสาโทริอิหน้าตาดูกังวลหวั่นๆ
"เสาโทริอิของที่นี่สวยดีนะครับคุณยูกิ คนรุ่นใหม่ๆสมัยนี้ไม่ค่อยรู้จักกันว่าเสาโทริอิมีไว้เพื่อเป็นเขตกั้นของศาลเจ้า ป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้าไปข้างใน"
"เอ่อ..ค่ะ"
"เข้าข้างในกันเถอะครับ"
โฮชิเดินนำเข้าไป ยูกิหน้าตาเครียดจัดแล้วตัดสินใจเดินตามโฮชิเข้าไป
ยูกิพยายามจะเดินตามโฮชิลอดผ่านเสาโทริอิ เธอรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวจนแทบอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ แต่ก็พยายามทนไม่ให้โฮชิจับผิดเธอได้

ณ บ่อน้ำล้างมือ โฮชิพายูกิเข้ามาที่บ่อน้ำสำหรับล้างมือก่อนเข้าไปกราบไหว้เทพเจ้า
โฮชิทำตามธรรมเนียมปฏิบัติทุกอย่าง แต่ยูกิไม่ยอมแตะกระบวยน้ำเลย โฮชิเลยต้องตักให้แล้วยื่นให้เธอ
"ขอบคุณค่ะท่านชาย"
ยูกิจำใจต้องรับน้ำใส่กระบวยมาล้างมือสองข้าง ทั้งๆที่พอโดนน้ำเข้าไปมือเธอก็ยิ่งปวดแสบปวดร้อน แต่เธอก็พยายามฝืนยิ้มไม่ให้โฮชิผิดสังเกต ในขณะที่โฮชิพยายามพิจารณาดูท่าทางของยูกิทุกการกระทำ คิ้วขมวดสงสัย

ณ หน้าศาลเจ้าด้านล่าง ก่อนขึ้นบันได โฮชิเดินนำยูกิเข้าไปไหว้ศาลเทพเจ้า ยูกิเดินตามแรงขาแทบไม่มี แต่ก็ฝืนตามไปหยุดให้โฮชิทำพิธีไหว้ตามธรรมเนียมปฏิบัติก่อน
โฮชิโยนเหรียญ 5 เยนลงกล่อง แล้วดึงเชือกสั่นกระดิ่งเพื่อเรียกเทพเจ้าจากนั้นก็ไหว้ขอพร แล้วตบมือ 2 ครั้งเป็น อันเสร็จธรรมเนียมปฏิบัติ ก่อนจะหันมาที่ยูกิที่พยายามฝืนตัวเองมาก
"ไม่ไห้วขอพรเหรอครับคุณยูกิ"
"เอ่อ..ไหว้..ไหว้สิคะ"
ยูกิทนฝืนเดินเข้าไปทำตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้วให้โฮชิยืนรอ
ยูกิโยนเหรียญ 5 เยนลงกล่อง มืออันสั่นเทาของเธอเอื้อมไปที่เชือกเพื่อสั่นกระดิ่งแล้วหยุดชะงัก
"ไม่สั่นกระดิ่งเรียกเทพเจ้าเหรอครับคุณยูกิ"
"เอ่อ..ค่ะ"
น้ำเสียงยูกิดูกังวลแต่ก็ทนฝืนกระตุกเชือกสั่นกระดิ่ง เสียงกระดิ่งดังก้องมันทำให้ยูกิแก้วหูแทบแตก เลือดกำเดา ค่อยๆไหลออกจากจมูกเธอ แต่เพราะเธอหันหลังให้โฮชิเธอรีบยกมือขึ้นมาป้ายเลือดกำเดาออกทันที
โฮชิยืนมองเธออยู่ข้างหลังอย่างจับสังเกต ยูกิฝืนต่อยกมือขึ้นมาพนมขอพรสั้นๆแล้วตบมือสองครั้งเป็นอันเสร็จ
"เรียบร้อยแล้วค่ะ"
"งั้นเดี๋ยว..เราเดินขึ้นไปไหว้เทพเจ้าข้างบนกันต่อนะครับ..เชิญครับ"
โฮชิรวบรัดผายมือเชิญยูกิโดยไม่ฟังคำตอบ ยูกิจำเป็นต้องยอมเดินไปกับโฮชิเพื่อขึ้นบันไดที่สูงชันนั้นอย่างหน้าเครียด

โฮชิพายูกิเดินขึ้นบันไดเพื่อจะไปไหว้ศาลเจ้าข้างบน อาการของยูกิดูเหนื่อยและเจ็บปวดตามร่างกายจนเหงื่อแตกผุดเต็มหน้า อ่อนไม่มีแรงแม้แต่จะเดินขึ้นบันไดที่สูงชันหลายขั้น โฮชิเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ
"เป็นอะไรรึเปล่าครับคุณยูกิ ดูคุณไม่ค่อยสบายตั้งแต่เข้ามาในนี้แล้ว"
"ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะท่านชาย แค่รู้สึกว่าอากาศวันนี้ร้อนกว่าปกติ เลยเหนื่อยง่าย"
"แต่ผมรู้สึกว่าอากาศก็ไม่ได้ร้อนมากนะครับ กำลังดีกว่าตอนคืนวันงานทานาบาตะที่รู้สึกได้ว่าอากาศเปลี่ยนแปลงจนน่าแปลกใจ ทั้งที่เป็นเดือนเจ็ดแต่กลับหนาวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ไม่รู้ว่าคุณยูกิรู้สึกหรือเปล่า"
"เหรอคะ..คืนนั้น ดิชั้นไม่ทันสังเกตค่ะ"
"แต่คืนนั้นอากาศเปลี่ยนแปลงจนผิดสังเกตจริงๆ ถ้าคนที่เคยได้ยินเรื่องตำนานเมืองสึกิ ตอนที่นางปีศาจหิมะมาถล่มเมืองคงคิดไปนึกตำนานเรื่องนั้น คุณยูกิเคยได้ยินรึเปล่า"
ยูกิเริ่มเหนื่อยหอบนิ่วหน้ากับการจับผิดของโฮชิ แต่ก็พยายามฝืนร่างกายสุดฤทธิ์
"ตำ..ตำนานนางปีศาจหิมะที่เมืองสึกิเหรอคะ..ไม่..ไม่ค่ะ ดิชั้นไม่เคยได้ยินมาก่อน"
"ผมว่าอาการคุณดูเหมือนจะเหนื่อยมากเลยนะครับ..ให้ผมพาลงไปพักมั้ย"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ..ดิชั้นไม่ค่อยออกมาข้างนอกเท่าไหร่ เจอแดดแรงๆเข้าก็มักเป็นอย่างนี้ ท่านชายเดินขึ้นไปไหว้ขอพรเทพเจ้าต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวดิชั้นเดินตาม"
โฮชิพยักหน้ารับแล้วเดินนำขึ้นไปตามขั้นบันไดต่อ แต่ก็แอบเหลียวหันกลับมามองด้วยความไม่แน่ใจเคลือบ แคลงสงสัยยูกิ ระหว่างนั้นเองที่ยูกิต้องคิดหาทางเอาตัวรอดจากการจับผิดให้ได้
ยูกิฝืนพลังเฮือกสุดท้ายหันไปที่นักท่องเที่ยวคนหนึ่งซึ่งเดินใกล้เข้ามาแล้วเพ่งมองไปที่ชายคนนั้นสะกดจิตให้ เดินมาชนเธอจนเกือบจะตกบันได ปิ่นปักผมช่อวิสทีเรียร่วงจากผมตกลงมาที่พื้น
ยูกิร้องลั่น
"ท่านชายคะ ช่วยดิชั้นด้วยค่ะ ดิชั้นถูกขโมยกระเป๋า"

ยูกิได้มานั่งพักที่สวนตรงข้ามกับศาลเจ้ายูโทคุ พอออกมาจากเขตเสาโทริอิ ยูกิก็มีอาการดีขึ้นแต่ยังดู อ่อนเพลียอยู่ มือคุยโทรศัพท์ถามหาลูกน้องของมาโกโตะ
"ใกล้ถึงรึยัง..รีบๆมาเร็วๆเข้า"
ยูกิวางสายไปไม่ทันไร โฮชิก็เดินเข้ามา
"ตำรวจที่รับแจ้งความบอกว่า ตอนนี้กำลังตามจับตัวคนร้ายอยู่"
"ช่างเถอะค่ะ..กระเป๋าใบนั้นไม่ได้มีอะไรมีค่ามาก มีก็แค่เครื่องสำอางกับเศษสตางค์อีกนิดหน่อย ถือว่าฟาดเคราะห์ไปดีกว่า"
"ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณยูกิต้องเจอกับขโมย"
"ไม่ใช่ความผิดของท่านชายหรอกค่ะ ดิชั้นต่างหากที่ไม่ทันระวัง แล้วยังทำให้ท่านชายต้องมาวุ่นวายเดือดร้อนเพราะชั้นอีก"
ยูกิลูกขึ้นแล้วก้มตัวโค้งโน้มศีรษะให้ ระหว่างนั้นลูกน้องของมาโกะสวมสูทดำ สวมแว่นดำเดินเข้ามา
"รถมารับดิชั้นแล้ว ไว้โอกาสหน้าดิชั้นจะมากราบไหว้ขอพรเทพเจ้ากับท่านชายอีกนะคะ"
โฮชิโค้งรับ ยูกิเดินตามลูกน้องมาโกโตะออกไป
โฮชิมองส่งยูกิไปได้ครู่ก็นึกขึ้นได้ว่า ยูกิลืมปิ่นปักผมวิสทีเรียที่ทำตกไว้ตอนล้มที่บันได
 
โฮชินิ่งมองปิ่นปักผมวิสทีเรียในมืออย่างครุ่นคิด

กลกิโมโน ตอนที่ 6 (ต่อ)

มาโกโตะประคองยูกิเข้ามาในห้องทำงาน สภาพของยูกิอ่อนแรงเต็มที ปากที่เคยแดงก็ซีดพอๆกับผิวขาวซีดของเธอ
 
"เกิดอะไรขึ้นกับเธอ ทำไมถึงกลับมาสภาพแบบนี้"
"ชั้น..ชั้นประมาทเขามากเกินไป เขาสงสัยว่าชั้นจะเป็นนางปีศาจหิมะ เขา..เขาเลยพาชั้นไปทดสอบด้วยการพาเข้าศาลเจ้า"
"เขารู้รึเปล่าว่าเธอคือนางปีศาจหิมะจริงๆ"
"ชั้น..ชั้นต้องทนความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส..เพื่อพิสูจน์ให้เขาคิดว่าชั้นไม่ใช่ ไม่อย่างนั้นความหวังที่จะทำให้เขารักชั้นก็จะพังทลายไป"
ยูกิพูดพร้อมกับร่างที่เริ่มจะไม่ไหวแล้ว ผมของเธอเริ่มเปลี่ยนจากสีดำกลายเป็นสีขาวไล่จากกลางผมไปเรื่อยๆ จนเกือบถึงปลาย
"ยูกิ"
"มัน..มันเหมือน..เหมือนมีมีดเป็นพันๆเล่มทิ่มแทงชั้นอยู่ตลอดเวลา ทุกย่างก้าวที่ชั้นเดินอยู่ในศาลเจ้า แต่ชั้นก็พยายามทน ทนอย่างที่สุด เพื่อไม่ให้เขารู้ความจริง เพราะความ รักที่ชั้นมีต่อเขา..โอ้ย ทรมานเหลือเกิน"
ยูกิกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวนน่าสยดสยอง ก่อนจะแน่นิ่งหมดสติไป ผมของเธอขาวโพลนไปทั้งหัว ปากก็ซีด ขาวเหมือนสีผิวจนน่าตกใจ
"ยูกิ..ยูกิ"

ภายในห้องกิโมโนโฮชิ บนหอคอยในคฤหาสน์มิยาคาวะ มิกิคุยกับโฮชิดังออกมา
"ว่ายังไงนะคะ ท่านชายสงสัยว่าคุณยูกิจะเป็นนางปีศาจหิมะเหรอคะ"
"ใช่.. ชั้นถึงต้องทดสอบเธอด้วยการพาไปที่ศาลเจ้า ถ้าเธอเป็นปีศาจหิมะในร่างแปลงมา เธอจะต้องแสดงตัวตนออกมาตอนที่เข้าไปในเขตศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้า ที่มีการป้องกันความชั่วร้าย"
มิกิตบอกตกใจ
"แล้วเป็นอย่างที่ท่านชายคิดไว้รึเปล่าคะ"
โฮชินิ่งไปครู่
"ชั้นคงคิดมากไป ยูกิก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนนึงเท่านั้นเอง"
มิกิเป่าปากโล่งอ
"งั้นก็โชคดีไปที่ยูกิไม่ใช่ปีศาจหิมะอย่างที่ท่านชายคิด ไม่งั้นหายนะคงต้องซ้ำรอยเหมือนอย่างในอดีตแน่ๆ"
"อย่าเพิ่งมั่นใจไป เพราะสักวันนึงนางปีศาจหิมะอาจจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้"
"งั้นดิชั้นก็ขอให้ท่านชายได้กลับไปสวรรค์ก่อนที่นังปีศาจตนนั้นจะกลับมา ขอให้รินดาราค้นพบตัวเองซะทีว่า เธอคือส่วนนึงของเมียวโจ เธอจะได้หาทางตามหาขนนกกระเรียนทองคำ เพื่อเอามาทอกิโมโนโฮชิได้สำเร็จ"
ทั้งโฮชิและมิกิต่างนิ่งเงียบนิ่งมองไปที่กิโมโนโฮชิซึ่งยังปักลายนกกระเรียนไม่เสร็จ

ภายในห้องนอนของอายูมิ รินดารากำลังดูแลอายูมิที่นอนอยู่บนเตียง เธอช่วยเทรนนิ่งดูแลกล้ามเนื้อที่ขาให้ ก่อนเข้านอนทำให้อายูมิรู้สึกผ่อนคลาย
"ไหนลองขยับขาตามที่พี่บอกช้าๆนะคะ..ช้าๆค่ะ..ถ้าเจ็บก็บอกนะคะ"
อายูมิขยับขาตามที่รินดาราบอก ค่อยๆทำช้าๆและทำได้ดีขึ้น
"เป็นยังไงบ้างคะ"
"ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บเท่าไหร่แล้วค่ะพี่รินดารา"
"แสดงว่าอายูมิเก่งมากเลยนะ ใช้เวลาผ่านโปรแกรมการทำกายภาพบำบัดขั้นต้นของพี่ แค่ไม่เท่าไหร่เอง พี่ยังนึกว่าต้องใช้เวลามากกว่านี้ซะอีก"
"อายูมิไม่ได้เก่งหรอก แต่พี่รินดาราเก่งต่างหาก"
"ปากหวานนะเรา"
อายูมิหัวเราะชอบใจ
"ถ้าอายูมิเดินได้เมื่อไหร่จะพาพี่รินดาราไปเที่ยวให้ทั่วญี่ปุ่นเลย"
"คนที่อยากไปเที่ยวคือพี่หรือว่าอายูมิกันแน่"
อายูมิเขินๆยอมรับ
"อายูมินี่แหละค่ะที่อยากไปเที่ยว อยากไปโรงเรียนเหมือนเด็กๆคนอื่น เพราะต้องอยู่ในสภาพแบบนี้มาเป็นปีแล้ว"
รินดารสงสารดึงอายูมิมากอด
"อายูมิทำได้ขนาดนี้ พี่สัญญาจ้ะว่าจะทำความฝันของอายูมิให้เป็นจริงให้ได้"
อายูมิรู้สึกอบอุ่นในอ้อมกอดของรินดาราเลยคิดถึงตอนที่ยังอยู่กับพ่อน้ำตาซึมๆ
"พี่รินดารารู้มั้ยคะ ทุกวันนี้อายูมิยังฝันร้ายเห็นภาพวันที่เกิดอุบัติเหตุจนทำให้ต้องกลายมาเป็นแบบนี้ มันยังติดตาอายูมิอยู่เลย"
"มันเป็นอุบัติเหตุเหรอจ๊ะอายูมิ"
อายูมินิ่งไปไม่อยากพูดถึงอีก
"ไม่เป็นไรจ้ะ..อย่าไปพูดถึงมันอีกเลยเนอะ พี่ว่าอายูมินอนดีกว่า มาเดี๋ยวพี่ห่มผ้าให้"
รินดาราห่มผ้าให้อายูมิแล้วยิ้มให้กำลังใจอย่างปลอบโยน

รินดาราออกมายืนครุ่นคิดเรื่องของอายูมิอยู่คนเดียวในสวน ครุ่นคิดถึงคำพูดของอาคิระ
"แต่พวกโคสึกะ เป็นต้นเหตุทำให้คนในตระกูลมิยาคาวะต้องตายไปหลายคน รวมทั้งทำให้อายูมิต้องเป็นแบบนี้ ถ้าคุณยังคิดว่ามันมีน้ำใจแล้วไปยุ่งกับมันอีก ผมก็จะถือว่าคุณเป็นพวกเดียวกับมัน"
รินดารานิ่วหน้ารู้สึกอยากรู้ ทำไมอาคิระถึงยืนยันว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ

"ดึกแล้วทำไมยังไม่นอนอีกล่ะฮิคาริ"
"ท่านชาย"
"ชั้นมองจากหอคอยลงมาเห็นเธอยืนอยู่คนเดียวเลยเป็นห่วง นอนไม่หลับเหรอ หรือว่ายังกลัวอยู่"
"ถ้าชั้นยังกลัวอยู่อีก ต่อไปท่านชายคงได้มีอาชีพใหม่ทำ เป็นนักมายากลคอยหาเรื่องมา ทำให้ชั้นหายกลัวแน่เลยค่ะ"
โฮชิยิ้มชอบใจ
"ชั้นชอบหาเรื่องสนุกๆทำ แกล้งคนนี่แหละงานถนัดของชั้นเลย เพราะอะไร รู้มั้ย..เพราะชั้นชอบเห็นคนรอบๆตัวชั้นมีความสุขไงล่ะ"
"ขอบคุณค่ะท่านชาย..ชั้นเองก็รู้สึกมีความสุขทุกครั้งเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆท่านชาย แต่ว่า..."
"มีอะไรอยากจะปรึกษาชั้นรึเปล่า"
รินดารานิ่งมองท่านชายก่อนจะตัดสินใจถาม
"คือ..ชั้นอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับอุบัติเหตุของอายูมิ และเรื่องความขัดแย้งของตระกูลมิยาคาวะกับตระกูลโคสึกะค่ะ"

โฮชิกับรินดารานั่งลงที่ม้าหินในสวน โฮชิทอดสายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
"ความขัดแย้งของสองตระกูลเกี่ยวเนื่องมาจากตำนานเทพเจ้านกกระเรียนและเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอกเหมือนอย่างที่ฮิคาริรู้จากหนังสือนิทาน แต่ความแค้นเคืองมาจากทางฝั่งของตระกูลโคสึกะที่สูญเสียเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอกของตัวเองไป จึงโทษว่ามิยาคาวะเป็นต้นเหตุ และต้องการแก้แค้น"
"แค่สาเหตุจากตำนานโบราณ ถึงกับต้องลงมือฆ่าแกงกันเลยเหรอคะ"
"ยุคนั้นไม่เหมือนสมัยนี้ การต่อสู้กันกันระหว่างโชกุน 2 ตระกูลเป็นเรื่องปกติ"
"แต่ในยุคต่อมาละคะ หลังที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีกฏหมายมารองรับแล้ว"

"คนของมิยาคาวะมักประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยเฉพาะกับทายาทที่มีหน้าที่สืบทอด

วิชาการทอกิโมโนผืนสำคัญของตระกูลมิยาคาวะ"
 
"กิโมโนผืนสำคัญ กิโมโนอะไรเหรอคะท่านชาย"
โฮชินิ่งไปมองเข้าไปในดวงตาของรินดารา การที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเหมือนเป็นการกระตุ้นส่วนหนึ่งของเมียวโจใน ตัวรินดารา
โฮชิลองถาม
"เธอไม่เคยได้ยินชื่อของกิโมโนโฮชิเลยเหรอฮิคาริ"
"กิโมโนโฮชิ"
รินดาราทวนชื่อแล้วคิ้วขมวด เริ่มมีอาการปวดที่ปานรูปดาวและตามมาด้วยอาการปวดหัว โฮชิเห็นอาการแบบนี้ของรินดาราแล้วสงสารเลยกุมมือเธอบีบเบาๆให้กำลังใจ
"ถ้าไม่เคยได้ยินชื่อก็ไม่เป็นไร เพราะมันก็แค่ตำนานที่เล่ากันมาปากต่อปากเท่านั้นเอง"
"ขอโทษด้วยค่ะท่านชาย..อยู่ๆดิชั้นก็รู้สึกไม่ค่อยสบายขึ้นมาอีกแล้ว รู้สึกเจ็บที่ปานข้างหลังเหมือนที่เคยเล่าให้ท่านชายฟัง"
"วันนี้เธอคงเหนื่อยอยากพักผ่อน..เดี๋ยวชั้นไปส่งเธอที่ห้องแล้วกันนะฮิคาริ"

โฮชิพารินดารามาส่ง
"ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ..ฮิคาริ"
"ค่ะท่านชาย ขอบคุณมากนะคะที่ท่านชายคอยเป็นห่วงดูแลชั้นเสมอ"
โฮชิยิ้มรับ รินดาราเลื่อนประตูปิด โฮชิยังยืนมองเธอด้วยแววตาอาลัยก่อนจะหันหลังเดินออกไป แต่ระหว่างนั้นเองประตูห้องก็เลื่อนออกช้าๆ พร้อมกับเสียงรินดาราที่เปลี่ยนไป
"เธอทิ้งให้ชั้นต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วเหรอ..โฮชิ"
โฮชิชะงักอึ้งไปเพราะน้ำเสียงแบบนี้มันคือเสียงของ..เมียวโจ โฮชิหันขวับเห็นรินดาราที่ยืนยิ้มให้เขา แต่แววตา ของเธอเปลี่ยนเป็นสีเขียว แววตาที่บ่งบอกถึงสถานะภาพของเทพเจ้า !!!
"เมียวโจ"
"โฮชิ..โฮชิของชั้น..ชั้นคิดถึงเธอเหลือเกิน"
รินดาราปรี่เข้าไปหาแล้วสวมกอดโฮชิแน่น ทำให้โฮชิดีใจจนตื้นตัน
"นี่เธอ..เธอจริงๆเหรอเมียวโจ"
รินดารายิ้มให้แล้วจับมือโฮชิพาเขาเข้าไปในห้อง ประตูบานเลื่อนค่อยๆปิดเองช้าๆ

ในห้องนอน แสงเทียนจากเทียนในถ้วยเล็กๆรายล้อมรอบตัวเหมือนมีดวงดาวเล็กๆกระพริบอยู่รอบ ตัวโฮชิกับรินดาราที่คุกเข่าหันหน้าเข้าหากัน แววตาของทั้งคู่สบกันด้วยความรักอันล้นปรี่
"ใช่เธอ..ใช่เธอจริงๆเมียวโจของชั้น"
"ชั้นคิดถึงเธอเหลือเกินโฮชิ เธอทิ้งให้ชั้นต้องอยู่กับความเหงา ถึงจะมีดาวนับล้านๆดวง อยู่เป็นเพื่อน แต่ก็ไม่เหมือนมีเธอแค่คนเดียวนะโฮชิ"
"ชั้นขอโทษเมียวโจ ชั้นอยากกลับไปหาเธอทุกลมหายใจ ชั้นเฝ้าแต่บรรเลงเพลงของเรา หวังให้เธอได้ยินเข้าสักวัน"
"ชั้นได้ยินเสียงโกโตะของเธอ มันเหมือนกับเสียงหัวใจของเธอเวลาที่ชั้นได้อยู่ใกล้ๆเธอ แบบนี้"
รินดาราค่อยๆซบหน้าลงที่แผ่นอกของโฮชิ แนบหน้าลงฝั่งที่เป็นหัวใจ โฮชิยิ้มมีความสุข
"เมียวโจ ชั้นอยากกลับไปหาเธอ"
โฮชิค่อยๆเชยคางรินดาราขึ้นมา มองลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวของเธอ
"ชั้นจะพยายามพาเธอกลับไปนะโฮชิ ร่างของรินดาราร่างนี้จะช่วยทำให้เราได้กลับไปมีความสุขกันอีกครั้ง และเราจะไม่พรากจากกันอีก"
โฮชิดีใจจนน้ำตาคลอมือที่เชยคางคนรักค่อยๆเชยขึ้นมาพร้อมกับหลับตาและจะประทับริมฝีปาก ทั้งคู่เข้าใกล้กัน ..ใกล้กัน..ใกล้กัน จนกระทั่ง
"ท่านชายคะ"

โฮชิชะงักไปเพราะทั้งหมดคือความคิดที่ตัวเองคิดไปเองคนเดียว รินดาราสงสัยเห็นท่านชายดูเงียบไป
"ท่านชายคะ..ท่านชายเป็นอะไรไปเหรอคะ"
"เอ่อ..ไม่มีอะไรหรอกฮิคาริ..ฮัด..ฮัด..ฮัดชิ้ว"
โฮชิรีบเอามือป้องปากเพราะเผลอจามออกมา
"สงสัยชั้นจะชวนคุยตากน้ำค้างจนทำให้ท่านชายเป็นหวัด"
"ชั้นไม่ได้เป็นหวัดหรอก..ชั้นว่าชั้นกลับดีกว่า ฮิคาริจะได้นอนพัก..ชั้นไปล่ะ"
โฮชิรีบเดินออกไป รินดารามองตามยังได้ยินเสียงจามของโฮชิดังอยู่ เธอยิ้มขำในความน่ารักของท่านชายก่อนจะหันมารู้สึกแปลกๆกับตัวเองที่อยู่ๆก็รู้สึกเจ็บที่รอยปานรูปดาวตรงแผ่นหลัง

รินดารานั่งลงที่หน้ากระจกแล้วเปิดไหล่ออก เอี้ยวตัวไปดูรอยปานที่หลัง
"แปลกจัง..กิโมโนโฮชิคืออะไร ทำไมพอท่านชายพูดถึงเราถึงรู้สึกเจ็บ"
รินดาราสีหน้ามีแต่คำถาม

โฮชิเดินหน้าเศร้าๆน่าสงสารพร้อมกับจามฮัดชิ้ว ย่ามิกิโผล่ออกมาทัก
"อย่างนี้นี่เอง..คิดไว้ไม่ผิดว่า กิเลสที่ทำให้ท่านชายเป็นแบบนี้มาจากอะไร"
"มิกิ เธอมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง"
"ไม่เห็นท่านชายอยู่ที่หอคอย เลยออกมาดู แล้วก็มาคอยดูต้นทางให้ท่านชายไงคะ เกิดมีใครมาเห็นท่านชายกับรินดาราอยู่กันตามลำพังแบบนี้ จะเกิดคำถามากมาย ที่ดิชั้นคงตอบลำบาก"
"ชั้นก็แค่มาดูแลฮิคาริ"
"ดูแลแต่คอตกผิดหวังกลับมาอีกน่ะเหรอคะ เฮ้อ..สงสารท่านชายจัง ถ้ารินดาราต้องเป็นแบบนี้ทุกครั้ง แล้วเมื่อไหร่ท่านชายจะได้เจอกับคนรักของท่านชายซะที"
"ชินแล้วล่ะ อยู่มาหลายร้อยปี นอกจากต้องทำตัวให้ชินกับความเหงาแล้ว ยังต้องทำตัวให้ชินกับความผิดหวังด้วย"
"โธ่...ท่านชาย"
"ชั้นไม่เป็นไรหรอก มิกิไปนอนพักผ่อนเถอะ ชั้นก็จะกลับขึ้นไปที่หอคอยแล้วเหมือนกัน"
โฮชิเดินไป มิกิมองตามอย่างสงสาร แล้วมองไปที่ห้องพักของรินดาราสีหน้าครุ่นคิดอยากหาทางช่วยโฮชิ

คฤหาสน์โคสึกะ เวลากลางคืน ฮิเดโนริยืนทอดสายตาออกไปที่นอกหน้าต่าง คิดถึงใบหน้ารินดารา
แล้วเผลอยิ้มกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว ทำให้ไม่รู้ว่า ไดซุเกะเลื่อนประตูเข้ามาในห้อง ไดซุเกะเห็นอาการยิ้มคนเดียว ของฮิเดโนริจึงถาม
"ดูแกมีความสุขดีนี่ จัดการกับนังผู้หญิงคนนั้นได้แล้วเหรอ"
ฮิเดโนริรู้สึกตัว หันไปเห็นไดซุเกะยืนอยู่ แล้วหลบสายตาอย่างรู้สึกผิด
"ยังจัดการไม่ได้ครับปู่ แต่ผมกำลังพยายามอยู่ ... ปู่ครับ วันนี้ผมตามเธออยู่ทั้งวัน ผมมีโอกาสได้ใกล้ชิดเธอ และเธอก็ไม่ธรรมดาอย่างที่ปู่บอกจริงๆครับ ผมรู้สึกเหมือนว่า เธอจะได้ยินเสียงความคิดของผม แต่ผมพยายามข่มความคิดเอาไว้ เพราะถ้าเธอได้ยินเสียงความคิดของผมจริงๆ ผมจะจัดการเธอลำบาก"
"แต่แกต้องข่มสัญชาตญาณปีศาจจิ้งจอกในตัวแกด้วย เพราะไม่รู้ว่าความคิดที่นังผู้หญิงคนนั้นได้ยิน คือความคิดของแก หรือของปีศาจจิ้งจอก"
"นั่นสิครับ"
"จำเอาไว้ว่า นังผู้หญิงคนนี้เป็นตัวอันตรายของตระกูลเรา แกต้องรีบหาทางจัดการมันให้เรียบร้อยและเร็วที่สุด"

ฮิเดโนริพยักหน้ารับ แต่แววตามีความคลางแคลงใจเพราะเริ่มรู้สึกประทับใจรินดาราเข้าไปแล้ว

คฤหาสน์มิยาคาวะวันใหม่ มิกิพับกิโมโนลายสวยงามวิจิตรใส่กล่องใหญ่กว่าปกติอยู่บนพื้น
 
รินดาราค่อยๆเปิดประตูแล้วแง้มหน้าเข้ามา มองเห็นว่า มิกิอยู่ข้างใน เลยลังเลว่าจะเข้าไปสืบเรื่องที่ข้องใจอยู่หรือไม่ แต่แล้วก็ตัดสินใจเดินเข้าไปมาหาย่
"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณย่า" มิกิยิ้มรับ "นานะบอกว่าคุณย่าเข้ามาทำงานที่ห้องนี้ตั้งแต่เช้า พอดีหนูอายูมิยังอาบน้ำไม่เสร็จ ชั้นก็เลยแวะเข้ามา คุณย่าไม่ค่อยสบาย เผื่อจะมีอะไรให้ชั้นช่วย"
"ขอบคุณมากค่ะ แต่ดิชั้นทำความสะอาดกิโมโนเสร็จพอดี แต่ไหนๆ คุณรินดาราอุตส่าห์จะเข้ามาช่วย งั้นช่วยยกกล่องกิโมโนจูนิฮิโตเอะเข้าไปไว้ในตู้ก็แล้วกันค่ะ"
"กิโมโนจูนิฮิโตเอะ ? ชื่อแปลกจังเลยค่ะ"
รินดารายิ้มรับแล้วลุกขึ้นแบกกล่องกิโมโนเข้าไปไว้ในตู้พร้อมกับถาม
"ทำไมกล่องใหญ่จัง กิโมโนของใครหรือคะ"
"กิโมโนจูนิฮิโตเอะของบรรพบุรุษเราตั้งแต่สมัยยุคเฮอันค่ะ"
"ชั้นไม่เคยได้ยินชื่อ"
"กิโมโนจูนิฮิโตเอะเป็นชื่อเรียกกิโมโนสมัยยุคเฮอันค่ะ คนยุคนั้นกิโมโนที่ใส่กันยาวตั้งหลายเมตร เพราะเชื่อว่ายิ่งกิโมโนมีความยาวและความสวยงามมากแค่ไหนก็ยิ่งแสดงถึงความมั่งคั่งมากเท่านั้น แต่ยุคนี้ไม่มีใครใส่กิโมโนยาวขนาดนี้แล้วค่ะ จะมีไว้สำหรับเชื้อพระวงศ์ใส่ในงานพระราชพิธีสำคัญหรืองานแต่งงานแบบราชสำนักเท่านั้นเอง"
"อ๋อค่ะ เอ่อ..." เธอตัดสินใจถาม "แล้วกิโมโนโฮชิล่ะคะ คืออะไร"
มิกิอึ้ง
"คุณได้ยินชื่อกิโมโนโฮชิมาจากไหนคะ"
"เมื่อวานท่านชายบอกว่ากิโมโนโฮชิเป็นกิโมโนผืนสำคัญที่คนในตระกูลมิยาคาวะมีหน้าที่สืบทอดดูแล แต่ท่านชายก็บอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริงเป็นแค่เรื่องเล่ากันปากต่อปาก"
มิกินิ่งไปแล้วตัดสินใจ
"คงถึงเวลาที่ท่านชายอยากให้คุณรู้จักกิโมโนโฮชิแล้ว"
"หมายความว่ายังไงคะ"
"คุณขึ้นไปดูบนหอคอยเองเถอะค่ะ กิโมโนโฮชิอยู่บนนั้น เพราะถ้าคุณเห็นมันกับตา คุณ อาจจะรู้คำตอบด้วยตัวเองว่ากิโมโนโฮชิคืออะไร"
รินดาราแปลกใจ ในขณะที่มิกิคิดว่านี่คือทางออกที่จะช่วยให้รินดาราจำได้ว่าตัวเองเป็นใครในร่างนี้

อาคิระเดินเข้ามาหยุดยืนที่ป่าสน หลังคฤหาสน์มิยาคาวะ แล้วนึกถึงที่เจอรินดาราวิ่งลนลานด้วยความหวาดกลัว
"แอร๊ย อย่ามาหลอกชั้น ไปให้พ้น"
อาคิระมองสำรวจไปรอบๆ บริเวณ แล้วสายตาก็สะดุดเข้ากับเหรียญเซโมริของรินดาราที่อยู่บนพื้นแถวพุ่มไม้ อาคิระย่อตัวเก็บขึ้นมามอง

ฝ่ายมิกิกำลังเดินเข้าไปในซอกหลืบที่เป็นจุดปลดกลไกพื้นกล เธอมีรอยยิ้มบางๆ อยู่บนใบหน้า มีความสุขในสิ่งที่ท่านชายรอคอยใกล้จะสำเร็จแล้ว
"ใครบางคน" เดินเข้าไปหามิกิ แล้วยื่นมือจับที่ไหล่ มิกิสะดุ้งโหยง หันกลับมา ถึงเห็นว่าเขาคนนั้นคือโฮชินั่นเอง
"ท่านชาย ! โถ...ดิชั้นตกใจแทบแย่ ท่านชายคะ วิธีฟื้นความทรงจำของคุณรินดาราเยี่ยมไปเลยค่ะ ตอนนี้คุณรินดาราเริ่มสนใจกิโมโนโฮชิแล้ว"
โฮชิอึ้งแปลกใจ
"ฮิคาริสนใจกิโมโนโฮชิ"
"ค่ะ คุณรินดาราบอกว่าเมื่อวานท่านชายไปพูดถึงกิโมโนโฮชิให้เธอฟัง จนเธออยากรู้ว่า มันคือะไร เช้านี้เธอถึงมาถามดิชั้นเรื่องกิโมโนโฮชิ ดิชั้นไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงก็เลยขึ้นมาปลดล็อคกระดานกลให้คุณรินดาราขึ้นมาดูกิโมโนโฮชิให้เห็นกับตาตัวเองไปเลย"
"ชั้นยอมรับว่าชั้นพูดถึงกิโมโนโฮชิให้ฮิคาริฟังเพื่อฟื้นความทรงจำของเธอ แต่พอชั้นเห็นเธอต้องเจ็บปวดเวลาที่พยายามนึกถึงเรื่องนี้แล้ว ชั้นอดสงสารเธอไม่ได้นะมิกิ"
"แต่บางทีชั้นกลับคิดว่า ความเจ็บปวดที่คุณรินดารากำลังได้รับ อาจเป็นเพราะเมียวโจ กำลังทำให้เธอจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร ตอนนี้คุณรินดารารออยู่ข้างล่าง ดิชั้นบอกไว้ว่าอีกสักพักให้ตามขึ้นมา ทีนี้เธอจะได้รู้สักทีนะคะว่าตัวเธอเกิดมาเพื่อใคร"
โฮชินิ่งไป สีหน้าไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก

โฮชิเข้ามาในห้องแล้วเข้าไปลูบไล้กิโมโนโฮชิอย่างเบามือ ใบหน้าอยากรู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในแววตาเขาเริ่มมีความหวัง

รินดารายืนตรงหน้าทางเข้าหอคอย แหงนหน้ามองขึ้นไปบนหอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
"น่าจะได้เวลาแล้ว"
รินดาราก้าวขากำลังจะขึ้นไปบนหอคอย แต่หันไปเห็นอาคิระเดินมาจากทางป่าสนด้านหลังคฤหาสน์และเขาก็กำลังเดินผ่านมาทางนี้ รินดาราตกใจ
"คุณอาคิระ "
รินดาราหันซ้ายหันขวาหาที่หลบแล้วผลุบหลบหลังเสา
อาคิระเดินเข้ามาแล้วเดินผ่านไปด้วยอาการปกติ ไม่มีพิรุธใดๆ เลย
รินดารามองตามอาคิระจนเขาเดินเลี้ยวหายไป จึงถอนหายใจโล่งอกแล้วเดินกลับไปที่ทางขึ้นหอคอย
แต่ก้าวไปได้แค่สองก้าว อาคิระก็ตะปบคว้ามือเธอไว้แล้วกระชากตัวกลับไปอย่างแรง รินดาราตกใจ ร้องลั่น ว้าย !
"คุณอาคิระ !"
อาคิระยิ้มเยาะมือไม่ยอมปล่อยมือ
"คิดว่าตัวเองตัวเล็กนักหรือไง ถึงจะยืนหลบชั้นพ้น บอกมาเดี๋ยวนี้ คิดจะขึ้นไปบนหอคอยทำไม"
"คุณย่าให้ชั้นขึ้นไป ปล่อยชั้นได้แล้ว ชั้นเจ็บ"
อาคิระไม่ปล่อยมือรินดารา แถมยังกำแน่นขึ้นอีก
"ช่วยหาคำโกหกที่น่าเชื่อถือกว่านี้หน่อย ข้างบนเป็นเขตหวงห้ามของคุณย่า แม้แต่สายเลือดของมิยาคาวะยังไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นไป แล้วเธอคิดว่าตัวเองสำคัญมาจากไหน ถึงคิดว่าคุณย่าจะยอมให้ขึ้นไป"
"ชั้นไม่ได้โกหก ! คุณย่าให้ชั้นขึ้นไปจริงๆ"
อาคิระเริ่มโมโห จึงบีบแขนสองข้างของรินดารา กระชากตัวเข้าไปแนบชิดกับเขาแล้วถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวขู่
"รินดารา ถ้าเธอไม่พูดความจริง ชั้นจะถือว่าเธอตั้งใจขึ้นไปบนขโมยของข้างบน แล้วถ้าชั้นรายงานเรื่องนี้ให้ทางมหาวิทยาลัยเธอทราบ คงรู้ดีใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง"
รินดาราตกใจ
"อย่านะ ! ชั้นไม่ได้คิดจะขึ้นไปขโมยของจริงๆ คุณย่าจะให้ชั้นขึ้นไปดูกิโมโน"
มิกิเสียงดังแทรกขึ้น
"ดูกิโมโนเก่าแก่"
อาคิระกับรินดาราหันไป เห็นมิกิยืนอยู่ด้านในทางเข้าหอคอย อาคิระคลายมือจากแขน รินดาราสะบัดข้อมือออก แล้ววิ่งเข้าไปยืนข้างๆมิกิ
"กิโมโนเก่าแก่อะไรครับ ถึงต้องพา คนอื่นขึ้นไปดูถึงข้างบน"
"เอาลงมาดูข้างล่างไม่สะดวก"
"ทำไมครับ"
มิกิไม่ตอบคำถามของอาคิระแต่พูดขึ้นด้วยอารมณ์หงุดหงิดชั่ววูบ
"อาคิระ..ย่าอยากให้ไว้ใจย่า ว่าทุกอย่างที่ย่าทำ ย่าทำอย่างมีสติและมีเหตุผล มันจะไม่มีวันส่งผลร้ายมาสู่ตัวย่าหรือตระกูลมิยาคาวะ ถ้าอาคิระเชื่อใจย่า เชื่อใจคนอื่นบ้าง หน้าที่ผู้นำของมิยาคาวะที่อาคิระแบกอยู่มันจะเบาลง"
อาคิระอึ้ง มองมิกิอย่างน้อยใจ ทำเอารินดาราที่เห็นสายตานั้นมองอาคิระด้วยความสงสาร แต่แค่แว่บเดียวเขาก็กลับมาอาคิระที่เคร่งขรึมคนเดิม
"ผมขอโทษครับที่ทำให้คุณย่าไม่สบายใจ แต่ผมอยากขอให้คุณย่าเชื่อผมว่าทุกอย่างที่ผมทำ ผมไม่ได้ทำเพราะหน้าที่ของผู้นำมิยาคาวะ แต่ผมทำจากหัวใจของหลานชายที่รัก และเป็นห่วงคุณย่ามากเหลือเกิน แต่ถ้ามันทำให้คุณย่าอึดอัดใจ ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ"
อาคิระโค้งหัวต่ำให้ย่าแล้วเดินออกไป
"อาคิระ ! อาคิระ"
อาคิระเดินออกไปแล้ว มิกิเศร้า รินดารามองตามอาคิระไปอย่างสงสารและเห็นใจ
มิกิจำใจต้องตัดใจเรื่องอาคิระไปก่อน แล้วหันไปบอกรินดารา
"ขึ้นไปข้างบนกันเถอะค่ะ ท่านชายคอยอยู่แล้ว"

รินดารานิ่ง ไม่ตอบรับใดๆ

โฮชิยืนอยู่หน้ากิโมโนโฮชิ แล้วประตูก็เปิดออก โฮชิหันไปพร้อมกับรอยยิ้ม แต่พบย่ามิกิเดินเข้ามาในห้องคนเดียวไม่มีรินดาราตามมาด้วย
 
"ฮิคาริล่ะ"
"เธอไม่ขึ้นมาแล้วค่ะ"
โฮชิแปลกใจ

อาคิระเดินหน้าตึงเครียดเข้ามาเพราะน้อยใจย่า รินดาราวิ่งตามหลังมาพร้อมเรียก
"คุณอาคิระ"
อาคิระหยุดเดิน รินดาราวิ่งตามมาถึงแล้วไปยืนตรงหน้าอาคิระ
"ชั้นขอโทษที่ทำให้คุณไม่สบายใจ"
อาคิระเดินไปเลย รินดาราร้องเรียก
"นี่คุณไม่เชื่อที่ชั้นพูดเหรอ"
"ผมให้ความสำคัญที่การกระทำมากกว่าคำพูด"
"ก็ได้ค่ะ งั้นชั้นสัญญาว่าชั้นจะไม่ก้าวเท้าไปเหยียบบนหอคอยแม้แต่ก้าวเดียวจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากคุณ"
"ผมไม่ใช่คุณย่า ผมไม่มีสิทธิ์อนุญาตให้ใครขึ้นหรือไม่ขึ้นไปบนหอคอย"
"คุณมีสิทธิ์ เพราะคุณเป็นนายจ้างของชั้น ถ้าชั้นทำให้นายจ้างไม่สบายใจ ชั้นถูกไล่ออก ชั้นก็จะไม่มีเงินไปเรียนต่อให้จบ"
อาคิระมองรินดาราด้วยแววตาอ่อนโยนลง ล้วงหยิบเหรียญเซโมริออกจากกระเป๋ากางเกงส่งให้รินดารา
"เหรียญของคุณ ผมเจอมันอยู่ที่พุ่มไม้แถวป่าสน"
"คุณเข้าไปทำอะไร"
"ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณกันแน่"
"แสดงว่าคุณก็ยังไม่เชื่อว่าชั้นถูกผีหลอก"
"ผมไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ถ้าผมไม่เห็นกับตาตัวเอง แต่เพื่อความปลอดภัย วันหลังก็อย่าเข้าไปแถวป่าสนคนเดียวอีกก็แล้วกัน"
รินดารายิ้มแกมประชดเบาๆ
"ตกลงเป็นห่วงชั้นเหรอ"
อาคิระมองตารินดารา
"ใช่...เป็นห่วง เป็นห่วงมากด้วย"
รินดาราอึ้ง หัวใจของเธอวูบไหวและเขินอายอย่างประหลาด จนเธอไม่กล้าสบตาเขา
"เพราะถ้าเกิดคุณเจอผีบ่อยๆ ผมจะต้องเสียเวลาพาคุณไปเช็คประสาท ดีไม่ดีหลานผม จะเป็นอันตรายไปด้วย"
พูดจบอาคิระเดินออกไป
"คุณอาคิระ ชั้นไม่ได้บ้า ! ชั้นเจอผีจริงๆ ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง"
รินดาราเอาเหรียญใส่กระเป๋าสะพาย แล้วหันกลับไปมองที่บนหอคอยอย่างเสียดายอดรู้เลยว่า กิโมโนโฮชิคืออะไร

โฮชิยืนแตะกิโมโนโฮชิอย่างเบามือ มิกิยืนมองโฮชิด้วยความสงสารเห็นใจ
"จะทำให้คุณรินดาราจำได้ว่าตัวเธอเป็นส่วนหนึ่งของคุณเมียวโจ ไม่ได้ง่ายอย่างที่ท่านชายเคยบอกไว้จริงๆ ด้วยค่ะ"
"ไม่เป็นไรหรอกมิกิ ชั้นรอมาได้ตั้งสี่ร้อยปี รออีกนิดก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ว่าแต่คุณยูกิไม่ได้ติดต่อมาหามิกิเลยเหรอ"
"ไม่ได้ติดต่อเลยค่ะ ท่านชายมีธุระกับคุณยูกิหรือเปล่าคะ ถ้ามี...ดิชั้นจะพยายามหาทางติดต่อเธอให้"
"ชั้นแค่อยากรู้ว่าหลังจากไปศาลเจ้า เธอเป็นยังไงบ้าง"

ในห้องทำงานร่างของยากูซ่าคนหนึ่งถูกสูบเอากิเลสออกจากตัวจนแห้งแข็ง แล้วล้มลงไปที่พื้นต่อหน้ามาโกโตะ
ยูกิถึงแม้จะดูดเอากิเลสจากตัวคนเลวๆไปแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ช่วยทำให้เธอฟื้นกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม มัน แค่ทำให้ผมที่เป็นสีขาวกลับเป็นสีดำ แต่เธอยังอ่อนเพลียมากเหมือนเดิม
"ไป..ไปหามาอีก แค่...แค่นี้มันยังไม่พอ"
มาโกโตะถาม
"แล้วต้องหามาอีกกี่คนถึงจะทำให้เธอกลับมาเป็นปกติได้"
"ชั้น..ชั้นไม่รู้ แต่ชั้น ชั้นชั้นทนอยู่แบบนี้ไม่ได้ ทรมาน ทรมานเหลือเกิน"
ยูกิพูดไปแล้วก็ล้มลงคุกเข่ากับพื้น ข้าวของกระจัดกระจาย มอบคลานก้มหน้าอยู่บนพื้นอย่างคนไร้เรี่ยวแรง
มือยูกิมีสีเขียวช้ำเลือดช้ำหนอง ปลายเล็บเน่าดำ นั่นยิ่งทำให้คนรักสวยรักงามอย่างเธอแทบกรี๊ด
"ไม่..ไม่"
มาโกะโตะมองไปที่ยูกิเขาถึงกับอึ้งตกใจสุดขีด

วันใหม่ เกียวนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงนวด แล้วกระเด้งหัวขึ้น ตาเหลือก แหกปากร้องดังลั่น
"อ๊าก"
รินดารากำลังนวดหลังให้เกียว แล้วอาการของเกียวทำให้รินดาราตกใจและเป็นห่วง
"ถ้าพี่เกียวเจ็บขนาดนี้ กระดูกสันหลังอาจจะมีปัญหา ไปโรงพยาบาลให้หมอเอ็กซเรย์ดูดีกว่าค่ะ"
"พี่ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ พี่แค่ "ฟินเว่อร์" ค่ะ ก็คุณน้องดารานวดดี๊ดีนะคะ ลาออกจากงานที่มิยาคาวะมาทำงานที่ร้านกับพี่เถอะค่ะ"
รินดาราหน้าเศร้า
"ชั้นไม่ทันลาออกแต่อาจจะถูกไล่ออกก่อนก็ได้"
"อ้าว..มีปัญหาอะไรหรือคะ" แป้งร่ำถาม
"เมื่อวานชั้นมีปัญหากับคุณอาคิระนิดหน่อยน่ะค่ะ ชั้นเข้าไปเขตหวงห้ามบ้านเขา"
"เขตหวงห้าม ? ในหอคอยน่ะหรือคะ" แป้งร่ำถาม
รินดาราประหลาดใจ
"ทำไมพี่แป้งร่ำรู้"
"ถามว่ามีเรื่องอะไรที่อีแป้งไม่รู้ดีกว่าค่ะคุณน้อง"
"ย่ะ ! ... ที่รู้ก็เพราะพ่อผัวของพี่เคยเล่าให้ฟังค่ะ ว่าสมัยที่พ่อผัวพี่เด็กๆ ก็ประมาณเจ็ดสิบกว่าปีมาแล้ว ชาวบ้านลือกันว่าบนหคอยของคฤหาสน์มิยาคาวะเป็นเขตหวงห้ามเพราะเป็นที่อาศัยของชายลึกลับ"
"ชายลึกลับ"
"ค่ะ เขาว่าผู้ชายคนนี้ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่แก่ ไม่ตาย มีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปี บางคนก็เม้าท์ว่าเป็นผีดิบดูดเลือด บางคนก็ว่าเป็นเทวดา"
"ชั้นมาอยู่ที่นี่ตั้งหลายปี ไม่เห็นจะเคยได้ยิน พ่อผัวหล่อนมโนไปเองหรือเปล่า อายุตั้งแปดสิบกว่า หลงๆ ลืมๆ แล้วมั้ง"
"พ่อผัวชั้นลืมอย่างเดียวคือลืมว่าชั้นเป็นสะใภ้ไม่ใช่ขี้ข้า นอกนั้นเขาจำได้หมด แต่ที่เรื่องชายลึกลับบนหอคอยเงียบหายไป เพราะไม่เคยมีใครเห็นเขาหรือพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ว่าแต่บนหอคอยมีใครอยู่มั้ยคะ"
รินดาราอึกอักอย่างหนักใจ ไม่แน่ใจว่าจะบอกความจริงดีหรือไม่ เกียวกับแป้งร่ำจ้องหน้ารินดาราอย่างกระเหี้ยน กระหือรืออยากรู้มาก
"อย่าโกหกคนไทยด้วยกันนะคะ"
รินดาราจำใจบอก
"ท่านชายโฮชิค่ะ แต่เขาไม่ได้เป็นชายลึกลับหรอกนะคะ"
"ถ้าใช่ก็ดีค่ะ พี่เกียวจะขอทำหน้าที่ค้นหาความลึกลับจากตัวท่านชายเอง คิคิ"
แป้งร่ำมองเกียวอย่างเหนื่อยใจ ขณะที่รินดารามีแววตาครุ่นคิดสงสัยในข้อมูลที่เพิ่งรู้มา
เสียงประตูเปิดหน้าร้านดังขึ้น ทุกคนหันไปมองแล้วเห็น ฮิเดโนริก้าวเข้ามาในร้าน
"ผมได้ข่าวว่าร้านนี้มีบริการนวดด้วยหลักสูตรจากนักกายภาพบำบัด ผมอยากจะมาลองใช้บริการดู ถ้าถูกใจจะได้พาลูกค้าที่บริษัทมาใช้บริการ"
แป้งร่ำกับเกียวหูตาผึ่ง รีบร้อนบริการฮิเดโนริทันที
"เชิญนั่งเลยค่ะ เดี๋ยวทานน้ำมะขามสูตรสาวไทยสะใภ้ญี่ปุ่นก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะนวดโปรแกรมไหน"
ฮิเดโนริยิ้มรับแล้วหันไปยิ้มให้รินดารา
"สวัสดีครับคุณรินดารา"
รินดารายิ้มรับพอเป็นมารยาท ไม่อยากมีปฎิสัมพันธ์กับศัตรูของตระกูลมิยาคาวะ จึงลุกขึ้นหยิบกระเป๋าสะพาย
"พี่ๆ คะ ชั้นกลับก่อนนะคะ แล้ววันหลังชั้นจะมาใหม่"

รินดาราหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกไปจากร้าน ฮิเดโนริมองตามไปอย่างไม่พอใจ

กลกิโมโน ตอนที่ 6 (ต่อ)

ฮิเดโนริตามมาขวางทางแล้วพูดโพล่งขึ้นเลย
 

"อาคิระสั่งไม่ให้คุณยุ่งกับผมหรือครับ"
"เปล่าค่ะ ไม่มีใครสั่ง แต่ชั้นตัดสินใจด้วยตัวชั้นเองว่าชั้นยังไม่สมควรเป็นเพื่อนกับคุณในตอนนี้"
"ทำไมครับ"
"เพราะชั้นทำงานให้มิยาคาวะ ชั้นไม่สมควรทำในสิ่งที่จะทำให้พวกเขาไม่สบายใจ ชั้นต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ"
"เดี๋ยวสิครับคุณรินดารา"
ฮิเดโนริจะตามรินดารา แต่ถูกเกียวกับแป้งร่ำที่เพิ่งออกมาจากร้านดึงตัวไว้
"จะไปไหนคะ เข้าไปนวดเถอะค่ะ เราสองคนพร้อมให้บริการแล้ว"
"ผมยังไม่อยากนวดตอนนี้"
ฮิเดโนริดึงตัวออกจากเกียวและแป้งร่ำแล้ววิ่งตามรินดาราออกไป ทั้งคู่มองตามอย่างเสียดาย

ฮิเดโนริวิ่งเข้ามาที่บริเวณ สามแยกกลางเมือง เขาเห็นรินดารากำลังเดินเข้าไปในถนนของเมือง
"อย่าคิดว่าจะหนีชั้นพ้น"
ฮิเดโนริตามรินดาราไปอย่างใจเย็น

มาโกะโตะเดินนำผู้ชายท่าทางกร่าง นักเลง แขนเต็มไปด้วยรอยสักแบบพวกยากูซ่าเข้ามาที่หน้าห้องยูกิ
"อย่าลืมข้อตกลงของเรา เงินสดร้อยล้านเยน"
มาโกะโตะลอบยิ้มสมเพชที่ไอ้ผู้ชายไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง
" ไม่ลืมหรอก ถ้าแกทำงานสำเร็จ มากกว่านี้ชั้นก็ให้แกได้"
"ดี คุณจะให้ผมไปจัดการใคร เอาทรมานแค่ไหน สั่งมาได้เลย"
มาโกะโตะหยุดเดินที่หน้าห้องยูกิ
"เพื่อนของชั้นจะบอกเอง" มาโกะโตะเปิดประตูห้อง "ยูกิ..ยูกิ"
แต่พบว่าในห้องไม่มียูกิ จึงแปลกใจ
"ยูกิ ยูกิ ยูกิหายไปไหน"

รินดาราเดินอยู่ แล้วจู่ๆเธอก็ผงะเพราะได้กลิ่นเหม็นเน่า
"กลิ่นอะไร"
รินดารามองหาที่มาของกลิ่น แล้วหันไปเห็นด้านหลังของผู้หญิงในชุดยูกาตะสีขาว ปลายผมดำยาว
รินดารามองอย่างห่วงใยและเดินเข้าไปหา แต่ผงะกับกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรงแล้วค่อยถาม
"คุณคะ"
ดวงตาของยูกิเหลือบมองรินดาราด้วยหางตาอย่างเร็ว สนใจว่าคนที่ทักจะเป็นเหยื่อให้เธอได้หรือไม่
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะให้ชั้นช่วยคุณมั้ยคะ"
เพราะรินดาราเป็นผู้หญิงเป็นเหยื่อให้ยูกิไม่ได้
"เธอช่วยชั้นไม่ได้"
"แต่คุณ..."
รินดาราก้าวเข้าไปใกล้ แต่ยูกิตะคอกใส่
"ไปให้พ้น ! อย่ามายุ่งกับชั้น"
รินดารามองยูกิอย่างเป็นห่วง ก่อนจะเดินออกไปตามความต้องการของยูกิ ส่วนยูกินั่งหายใจหอบถี่อย่างไร้เรี่ยว แรง แล้วพยายามประคองตัวเองลุกขึ้น เดินโซซัดโซเซไปได้แค่ไม่กี่ก้าวก็เดินไม่ไหวต้องพยุงตัวพิงเสาไฟ
ฮิเดโนริเดินมาจากอีกทางมองหาหารินดาราที่เดินผ่านยูกิ
ยูกิยิ้มร้ายหันขวับไปมองฮิเดโนริ
"ผู้ชาย กิเลส อาหารของชั้น"

เดโนริเดินเร็วๆตามรินดาราที่เดินลงบันไดไปที่ศาลาแล้ว แต่ต้องชะงักเมื่อร่างของผู้หญิงในชุดยูกาตะสี ขาวปล่อยผมดำยาวมายืนขวางทางตรงข้างบันได ฮิเดโนริตกใจกับสภาพของหญิงสาวและผงะกับกลิ่นเน่าเหม็น
ยูกิใบหน้าซีดเซียวและมีรอยเขียวช้ำเลือดช้ำหนอง ไม่ต่างจากซากศพจนมองไม่ออกว่าเธอ คือยูกิเกอิชาแสนสวย
ฮิเดโนริมองอย่างไม่ไว้ใจ
"เธอเป็นใคร ต้องการอะไร"
จู่ๆ ยูกิก็เคลื่อนที่เร็วจนมองไม่ทัน โผล่มาคว้าข้อมือของฮิเดโนริทันที
"ต้องการกิเลสชั่วในตัวแกมาเป็นอาหารให้ชั้น"
ฮิเดโนริตกใจดิ้นสู้
"แกไม่ใช่คน แกเป็นตัวอะไร"
ยูกิไม่ตอบ เอาแต่จ้องดวงตาของฮิเดโนริ
ฮิเดโนริดันยูกิออกอย่างแรง พลังจากปีศาจจิ้งจอกทำให้ยูกิไปกระแทกกับกำแพงหินข้างบันได
"โอ๊ย"

รินดาราอยู่ที่ศาลาพักได้ยินเสียงร้องของยูกิ หันขวับกลับไปมองทางที่เดินมา

ร่างยูกิกระแทกกำแพงอย่างแรง แล้วเธอก็นอนก้มหน้าสลบแน่นิ่งอยู่ที่พื้น
 
ฮิเดโนริมองร่างยูกินอนนิ่งๆ แล้วก้าวเข้าไปใกล้ เมื่อเท้าของเขามาถึงร่างยูกิ ทันใดนั้นยูกิก็ลืมตาโพล่ง แล้วหันมาคว้าคอของฮิเดโนริอย่างเร็วจน ฮิเดโนริตั้งตัวไม่ทัน
"ปล่อยชั้น ! ปล่อย"
ยูกิบีบคอฮิเดโนริแน่นมาก
ฮิเดโนริพยายามนิ่ง หลับตา เรียกสติเพื่อเรียกพลังของปีศาจจิ้งจอกออกมา แล้วเขาก็ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขา เปลี่ยนเป็นสีส้ม
ยูกิอึ้งก่อนแสยะยิ้ม
"ปีศาจสุนัขจิ้งจอก ! ดี ถ้าชั้นได้พลังจากแก ชั้นก็จะกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์"
ดวงตาของยูกิก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้าเหมือนกัน แล้วจ้องเข้าไปในดวงตาของฮิเดโนริ
ดวงตาของฮิเดโนริถูกสีฟ้าจากดวงตาของยูกิแทรกเข้าไปแทนที่จนสีส้มดับหมด ลูกตาของฮิเดโนริกลายเป็นสีขาวดำตามปกติ
ฮิเดโนริตกตะลึง แล้วพลังของยูกิก็ทำให้ฮิเดโนริค่อยๆ อ้าปากขึ้นเองอย่างควบคุมไม่ได้ เขาดิ้นกระเสือกกระสน และแกะมือยูกิออกจากคอตัวเอง แต่ไม่สำเร็จ ฮิเดโนริกำลังจะแย่แล้ว
แล้วตอนนั้นเองที่รินดาราวิ่งเข้ามาด้านหลังของยูกิ รินดาราตกตะลึงและตกใจสุดขีดกับภาพผู้หญิงชุดกิโมโนขาวกำลังบีบคอฮิเดโนริจนขาลอย ดูแล้วรู้เลยว่าผู้หญิงชุดขาวคนนี้ไม่ใช่คน ทำให้เธอผงะถอยหลังเหมือนจะหนี
ฮิเดโนริมองรินดาราอย่างขอความช่วยเหลือ ปากของเขาค่อยๆ อ้าขึ้นจนเกือบสุด
รินดาราตัดสินใจตะโกนขึ้น
"อย่า"
ยูกิหันขวับไปมองรินดารา ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างสีน้ำเงิน พุ่งออกมาจากกระเป๋าสะพายของรินดารา ไม่มีใครเห็นแสงนอกจากยูกิ ยูกิตกใจก่อนที่แสงจะสะท้อนออกมากระแทกใส่ร่างของยูกิ
ยูกิเจ็บปวดหวีดร้องสุดเสียง ปล่อยมือออกจากคอของฮิเดโนริ แล้วยูกิก็วิ่งหนีไปอย่างเร็วที่ใต้สะพาน
ฮิเดโนรินอนเจ็บอยู่บนพื้น รินดาราวิ่งเข้าไปดู
"คุณฮิเดะ คุณเป็นยังไงบ้าง"
ฮิเดโนริสำลักไอ แล้วมองตามทางที่ยูกิวิ่งหนีไปใต้สะพานกระเบื้อง

อายูมิกำลังนั่งระบายสีอยู่ตามลำพัง แล้วเสียงฮิโตชิร้องไห้กระซิกก็ดังขึ้นจากมุมห้อง
"ฮือ..ฮือ..ฮือ"
อายูมิหันไปมองทางเสียง ในความมืด ฮิโตชินั่งกอดเข่าร้องไห้ เนื้อตัวฮิโตชิเต็มไปด้วยรอยแผลลึกเป็นทางยาว อันเป็นผลจากการถูกเฆี่ยนด้วยแส้อาคม เลือดแห้งเกอะกรังอยู่บนปากแผลดูน่าสมเพชเวทนา
อายูมิตกใจ
"ฮิโตชิ ! เธอเป็นอะไร ทำไมแผลที่ตัวเธอเยอะจัง"
ฮิโตชิสะอื้น
"เขาตี"
"เขาไหน คุณพ่อคุณแม่ของฮิโตชิเหรอ"
"ไม่ใช่ เขาเป็นคนเลี้ยงฮิโตชิ ฮิโตชิทำงานให้เขาไม่สำเร็จ เขาเลยลงโทษ ฮิโตชิเจ็บจังเลย"
อายูมิมองฮิโตชิด้วยความสงสาร แล้วอายูกิก็พยายามลงจากเก้าอี้อย่างทุลักทุเล แต่ขายังไม่มีแรงมากพอ ทำให้อายูมิทรุดล้มกองลงกับพื้น
"โอ๊ย ! "
ฮิโตชิตกใจ
"อายูมิ"
"ไม่เป็นไร อายูมิทนได้"
อายูมิคลานเข้าไปใกล้ จับมือฮิโตชิมาเป่าเบาๆ ที่แผลบนหลังมือ
"เพี้ยง! ขอให้พลังของเทพเจ้านกกระเรียนช่วยให้ฮิโตชิหายเจ็บเร็วๆ ด้วยเถิด"
ฮิโตชิยิ้มอย่างซึ้งใจ ไม่เคยได้รับความหวังดีเช่นนี้จากใครมาก่อน
"ฮิโตชิยิ้มได้แล้ว แสดงว่าไม่เจ็บแล้วใช่มั้ย เวลาที่อายูมิเป็นแผล พี่รินดาราก็ทำแบบนี้กับอายูมิทุกครั้ง"
"พี่รินดาราดีกับอายูมิมั้ย"
"ดีสิ ดีมากเลย อายูมิรักพี่รินดารา"
"ถ้าพี่รินดาราตาย อายูมิจะเสียใจมั้ย"
"เสียใจสิ ฮิโตชิถามทำไม"
"พวกเขาอยากให้พี่รินดาราตาย"
"ใคร"
ฮิโตชิยังไม่ตอบ

ภายในห้องทำงานอาคิระ ที่โรงงานทอผ้า อาคิระนั่งทำงานอย่างตั้งใจและเคร่งเครียด เห็นภาพชุดกิโมโนบนแฟ้มเอกสาร ทำให้นึกถึงคำพูดของมิกิ เรื่องที่พารินดาราขึ้นไปข้างบนเพื่อไปดูกิโมโนเก่าแก่
อาคิระครุ่นคิดสงสัย ไอถือแฟ้มเอกสารเปิดประตูเข้ามา
"อาคิระ คุณแฮโรลด์จากสถาบันอาภรณ์แห่งเอเชียส่งเอกสารมาขอกิโมโนของเราไป จัดแสดงที่สถาบันของเขา อาคิระตัดสินใจเอาเองนะว่าจะตอบรับหรือปฎิเสธ"
อาคิระพยักหน้ารับแล้วตัดสินใจถาม)
"ไอเคยได้ยินคุณย่าพูดถึงกิโมโนเก่าแก่ที่อยู่บนหอคอยบ้างหรือเปล่า"
"ไม่เคย ชั้นไม่เคยรู้ด้วยซ้ำบนหอคอยมีกิโมโนเก่าแก่อยู่ กิโมโนผืนนั้นต้องสำคัญมาก คุณย่าถึงได้หวงไม่ให้ใครขึ้นไปบนหอคอย แล้วทำไมอาคิระถึงรู้ว่าบนหอคอยมีกิโมโนเก่าแก่ล่ะ"
"คุณย่าบอก"
ไอน้อยใจ
"ใช่สินะ อาคิระเป็นหลานคนโปรดของคุณย่า คุณย่าถึงยอมพูดถึงสิ่งที่อยู่บนหอคอย ชั้นเป็นแค่ญาติห่างๆ แค่เหยียบไปบนหอคอยก็ถูกคุณย่าดุแล้ว ชั้นขอตัวไปทำงานก่อนนะ"
อาคิระมองตามอย่างไม่สบายใจ แล้วมือถือของอาคิระดังขึ้น อาคิระหยิบมามองหน้าจอแล้วนิ่วหน้าแปลกใจ เพราะเป็นเบอร์จากที่บ้านโทร.มา
"ฮัลโหล อายูมิ มีธุระอะไรกับอาครับ"

บริเวณ Keishuen in Saga (สวนไร่ชา) รินดาราช่วยประคองฮิเดโนรินั่งลงบนม้านั่ง ฮิเดโนริสีหน้าอ่อนแรง แตะที่ลำคอตัวเองเป็นระยะ เพราะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ถูกปีศาจบีบคอมาเกือบตาย ซึ่งจริงๆ เขาหายตกใจแล้ว แต่แกล้งทำสำออยกับรินดารามากกว่า
"คุณเป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า"
ฮิเดโนริมองรินดาราอย่างซึ้งใจ
"นิดหน่อยครับ คุณกล้าหาญมากนะที่กล้าเข้าไปช่วยผม ถ้าเป็นคนอื่นเจอปีศาจต่อหน้าต่อตาแบบนั้น คงจะกลัววิ่งหนีไปแล้ว"
"ชั้นก็อยากจะวิ่งเหมือนกันค่ะ แต่ชั้นเพิ่งจะผ่านเรื่องประหลาดๆ แบบนี้มาซะจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกัน ชั้นถึงรู้ดีค่ะเวลานั้นคุณต้องอยากได้รับความช่วยเหลือจากใครสักคน"
"เรื่องประหลาดที่คุณเจอ เรื่องอะไรเหรอครับ"
"ชั้นถูกผีหลอกค่ะ เป็นผีเด็กกับผีคอยาว ชั้นไม่รู้ว่าพวกมันมาจากไหน"
ฮิเดโนริสะอึกไปนิด เพราะผีสองตัวที่ไปหลอกรินดาราเขาเป็นคนปล่อยไปเอง
"วันนี้ชั้นก็เลยไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พวกเขาตามความเชื่อของคนไทยน่ะค่ะ"
"ทำบุญอุทิศส่วนกุศล"
"เป็นความเชื่อทางพระพุทธศาสนาแบบคนไทยน่ะค่ะ คือการทำบุญแล้วเผื่อแผ่บุญไปให้ภูตผี พอพวกเขาได้รับผลบุญจากชั้น พวกเขาก็จะไม่หิว ไม่ทรมาน"
ฮิเดโนริลืมตัวหงุดหงิด
"ไปช่วยพวกมันทำไม"
รินดาราแปลกใจ
"เอ่อ...ผม ผีพวกนั้นมันทำร้ายคุณ พวกมันสมควรได้รับโทษ คุณไม่น่าไปทำบุญให้พวกมันเลย"
"เวรต้องระงับด้วยการไม่จองเวรค่ะ เหมือนผีตัวเมื่อกี้ที่ทำร้ายคุณ คุณต้องให้อภัยเขา เพราะถ้าคุณโกรธเขา คิดแค้นเขา จิตใจคุณเองที่จะไม่มีความสุข"
"ครับ ว่าแต่ตอนที่คุณถูกผีหลอก คุณหนีมาได้ยังไง"
"ชั้นมีเครื่องรางคุ้มกันค่ะ" เธอค้นในกระเป๋าหยิบเหรียญเซโมริออกมา "ชั้นก็เชื่อด้วยว่าผีตัวเมื่อกี้หนีไปก็เพราะกลัวพลังจากเหรียญเซโมริอันนี้"
"คุณไปเอามาจากไหน"
"มีคนให้ชั้น"
"ใครครับ"
"ท่าน"
มือถือของรินดาราดังขัดขึ้นก่อน รินดาราหยิบขึ้นมามองหน้าจอ เห็นว่าเป็นเบอร์จากอาคิระโทร.มา
"คุณอาคิระ ... ขอตัวสักครู่นะคะ"

ฮิเดโนริยิ้มรับ มองตามรินดาราที่เดินเลี่ยงออกไป

รินดารากดรับสาย ยังไม่รู้ว่าใครโทร.มา
 
"ฮัลโหล"
ภายในห้องทำงาน อาคิระคุยโทรศัพท์กับรินดาราอย่างร้อนใจ เป็นห่วงรินดารามาก
"รินดารา ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน"
"ในเมืองค่ะ"
"แล้วคุณปลอดภัยดีมั้ย มีใครทำร้ายคุณหรือเปล่า"
"ใจเย็นๆ ค่ะคุณอาคิระ ชั้นปลอดภัยดี... มีเรื่องอะไรหรือคะ"
"อายูมิไม่มีเบอร์ของคุณก็เลยให้ผมโทร.มาหาคุณแทน อายูมิบอกว่าคุณกำลังตกอยู่ในอันตรายให้กลับบ้านเดี๋ยวนี้"
"อันตรายอะไร"
"อายูมิไม่ได้บอก พอวางสายจากอายูมิ ผมเป็นห่วงคุณก็รีบโทร.หาคุณทันที" แล้วนึกขึ้นได้ "ผมลืมคิดไปว่าเลยอายูมิอาจจะฝันร้ายหรือไม่ก็อ่านหนังสือน่ากลัวก็เลยคิดจินตนาการอะไรไปเอง ขอโทษที่ทำให้เสียเวลา"
"ไม่เป็นไรค่ะ แล้วก็ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วงชั้น"
อาคิระทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนความรู้สึก
"ถ้าคุณเสร็จธุระแล้วก็รีบกลับบ้านแล้วกัน อายูมิ จะได้สบายใจ"
ฮิเดโนริเดินมา
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ"
"ไม่มีค่ะ แต่ชั้นคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ ออกมานานแล้ว"
"แล้วตกลงว่าเราเป็นเพื่อนกันไม่ได้จริงๆ เหรอครับ"
รินดารานิ่งคิดไปแล้วตัดสินใจ
"เอาไว้ให้ชั้นทำงานที่มิยาคาวะเสร็จก่อนนะคะ แล้วชั้นจะเป็นเพื่อนกับคุณแน่นอน ขอตัวนะคะ"
รินดาราจะเดินไป ฮิเดโนริเรียกไว้
"คุณริน" รินดาราหันมา "ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ช่วยผม"
รินดารายิ้มรับแล้วหันหลังเดินออกไป ฮิเดโนริมองตามไปอย่างรู้สึกดี

รินดาราเดินเร็วๆ เข้ามาหาอายูมิที่นั่งอยู่บนรถเข็นคอยอยู่อย่างร้อนใจ พออายูมิเห็นรินดาราก็อ้าแขนรอให้ รินดาราเข้ามากอด
"พี่รินดาราไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ"
"ไม่เป็นค่ะ เกิดอะไรขึ้นคะ"
"มีคนบอกอายูมิว่าพวกโคสึกะอยากให้พี่รินดาราตาย เขาเคยส่งผีมาฆ่าพี่รินดาราแล้วด้วย แต่ทำไม่สำเร็จ ต่อไปนี้พี่รินดาราต้องระวังตัวให้ดีๆนะคะ อย่าไปเข้าใกล้พวกโคสึกะเด็ดขาดเลยนะคะ นะคะพี่รินดารา"
"ค่ะๆ พี่สัญญาค่ะว่าจะดูแลตัวเองให้ดี จะไม่ให้ใครมาทำร้ายได้ แต่หนูอายูมิต้องบอกพี่ก่อนนะคะว่าเรื่องนี้หนูอายูมิรู้มาจากใคร"
อายูมิอึกอัก
"คือ..คือเขาไม่ให้อายูมิบอกค่ะ"
รินดาราครุ่นคิดสงสัย

อาคิระในชุดลำลองแต่ก็ยังดูจริงจังเดินหอบแฟ้มเอกสารเข้ามาในบ้าน เขาเพิ่งกลับจากทำงาน แล้วเจอ รินดาราโผล่มาขวางหน้า หน้าตาเอาเรื่อง
"ที่คุณโทร.ไปหาชั้นวันนี้ ชั้นก็หลงดีใจคิดว่าคุณเป็นห่วงชั้นจริงๆแต่ที่ไหนได้ มันก็แค่แผนของคุณ"
"แผนอะไร ผมไม่เข้าใจ"
"คุณไม่อยากให้ชั้นไปยุ่งเกี่ยวกับพวกโคสึกะ คุณก็เลยไปสร้างเรื่องเป่าหูหนูอายูมิว่าที่ชั้นเห็นผีเมื่อวันก่อนเป็นฝีมือของพวกโคสึกะ พวกโคสึกะจะฆ่าชั้น ทีนี้เข้าใจแล้วใช่มั้ย"
"ไม่เข้าใจ"
รินดาราเม้มปากเจ็บใจ
"ผมไม่เคยพูดถึงพวกโคสึกะให้หลานฟัง เพราะหลานผมบริสุทธิ์เกินกว่าจะต้องได้ยินเรื่องของคนชั่วๆ อย่างพวกโคสึกะ"
"แต่หนูอายูมิบอกว่ามีคนบอกเธอ ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใคร"
"ทำไมถึงคิดว่ามีผมคนเดียวที่ไม่อยากให้คุณไปยุ่งกับพวกโคสึกะ"
"ก็คุณ.. คุณออกตัวแรง"
"ไร้เหตุผล"
"คุณอาคิระ !
"เอาเป็นว่าถ้าเรื่องที่อายูมิพูดทำให้คุณกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ผมขอให้คุณลืมๆมันไป อย่าพยายามขุดคุ้ยหาว่าเป็นฝีมือของใคร เพราะผมไม่ชอบให้ใครเอ่ยคำว่าโคสึกะในบ้านของผม"
อาคิระเดินออกไป
"คิดว่าชั้นไม่รู้หรือไง ไม่อยากให้เราสืบ เพราะกลัวเราจะสืบถึงตัวเองล่ะสิ"
รินดาราหันหน้าจะเดินไป แต่สายตาก็หยุดชะงักไปที่หอคอยของโฮชิที่อยู่ท่ามกลางท้องฟ้าพร่างพราวไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ รินดาราคิดถึงที่แป้งร่ำพูด

"ชาวบ้านลือกันว่าบนหคอยของคฤหาสน์มิยาคาวะเป็นเขตหวงห้ามเพราะเป็นที่อาศัยของชายลึกลับ เขาว่าผู้ชายคนนี้ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่แก่ ไม่ตายมีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปี"

รินดาราครุ่นคิด
"ท่านชายโฮชิ...ชายลึกลับ ไม่น่าเป็นไปได้"

อาคิระเดินมาหยุดยืนที่หน้าห้องอายูมิ แง้มประตูเลื่อนเปิดออก มองผ่านช่องประตูเข้าไปข้างใน
เห็นอายูมินอนพูด หัวเราะเหมือนกำลังคุยเล่นอยู่กับใคร
อาคิระมองอาการของหลานสาวอย่างไม่สบายใจ อายูมิยิ้มหัวเราะ ฮิโตชินั่งอยู่บนเตียง
ประตูห้องเลื่อนเปิดออก อาคิระก้าวเข้ามาในห้องพร้อมถามหลาน
"ทำไมยังไม่นอนอีกครับ"
อายูมิหันขวับมามองอาคิระสีหน้าตกใจ แล้วหันกลับไปหาฮิโตชิ ฮิโตชิยกนิ้วชี้แตะที่ปากตัวเอง ห้ามไม่ให้อายูมิพูดพร้อมกับก้าวถอยหายเข้าไปในมุมมืดของห้อง
"ทำไมยังไม่นอนอีกครับ"
"อายูมิกำลังจะนอนแล้วค่ะ คุณอาล่ะคะทำไมยังไม่นอน"
"อาเพิ่งคุยกับคุณรินดาราเสร็จครับ คุณรินดาราต่อว่าอาชุดใหญ่ เขาคิดว่าอาเป็นคนสั่งให้อายูมิเตือนเขาว่าอย่าไปยุ่งกับพวกโคสึกะ"
"พรุ่งนี้เช้าอายูมิจะไปบอกพี่รินดาราให้เองค่ะว่าไม่ใช่คุณอาที่เตือนอายูมิ"
"ถ้าไม่ใช่อา แล้วเขาเป็นใครครับ อายูมิบอกอาได้มั้ย"
อายูมิเงียบมีสีหน้าหนักใจ ไม่อยากพูดหันไปมองมุมห้องไม่เจอฮิโตชิแล้ว
อาคิระถามซ้ำ
"ทำไมอายูมิถึงไม่บอกอา อายูมิไม่ไว้ใจอาเหรอครับ"
อายูมิครุ่นคิดแล้วตัดสินใจ
"เขาเป็นเพื่อนของหนูค่ะคุณอา"
"เพื่อนเหรอ"

อายูมิพยักหน้ารับ อาคิระคิ้วขมวดสงสัยหน้านิ่วอยากรู้

วันใหม่ รินดาราออกมาจากในห้องนอน เจอนานะเข้ามาพอดี
 
"คุณรินดาราคะ มีแขกมาขอพบคุณค่ะ"
"ใครคะ"

ภายในสวนญี่ปุ่น เกียวกับแป้งร่ำโผล่หน้าเข้ามา
"พี่เองค่ะคุณน้อง"
รินดารายิ้ม ทั้งหมดนั่งคุยกันอยู่ที่ม้านั่งของสวน บนโต๊ะมีถ้วยน้ำชาและจานขนมเสิร์ฟ
"พี่ๆ มีธุระอะไรกับชั้นเหรอคะ ถึงต้องมาหาชั้นถึงที่นี่"
"เมื่อวานมีญาติของผัวพี่มานอนค้างที่บ้าน พี่ก็เลยรีบทำความสะอาดบ้านชุดใหญ่ ถ้าบ้านไม่สะอาดเดี๋ยวพ่อผัวแม่ผัวจะเสียหน้า พี่ทำความสะอาดห้องของพ่อผัว แล้วพี่ก็เจอรูปนี้อยู่ในลิ้นชักค่ะ"
แป้งร่ำหยิบรูปออกจากกระเป๋าแล้วส่งรูปให้รินดาราดู รูปถ่ายนั้นเป็นรูปเก่าตั้งแต่เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว ถ่ายในห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาล เป็นรูปผู้ชายญี่ปุ่นในชุดหมอยืนอยู่ด้วย 4-5 คน ทุกคนสีหน้าเคร่งขรึม ข้างหลังเป็นเตียงที่มีคนไข้นอนเต็มทุกเตียง
"รูปพ่อผัวพี่เองค่ะ เมื่อก่อนเขาเป็นหมอ รูปนี้ถ่ายมาตั้งแต่ห้าสิบปีที่แล้ว พ่อผัวพี่บอกว่า ตอนนั้นที่เมืองสึกิเกิดโรคระบาด ชาวบ้านล้มตายกันเพียบ"
รินดารางง
"แล้วยังไงคะ"
แป้งร่ำชี้ไปที่มุมของรูป รินดาราจ้องตามแต่ยังไม่เก็ท
"น้องดาราดูดีๆ สิคะ ว่าผู้ชายคนนี้เหมือนใคร"
"เหมือน...เหมือน"
ผู้ชายนั่งหันข้างกำลังคุยบางอย่างกับคนไข้บนเตียง ผู้ชายคนนั้นเห็นแค่เสี้ยวหน้าและความซีดจางของรูป ยิ่งทำให้รูปดูยาก
"เหมือน...ท่านชายโฮชิ"
"โป๊ะเชะค่ะ ถ้าเราสามคนพูดเหมือนกันว่าเหมือนท่านชายก็แสดงว่าไม่พลาดแล้วล่ะค่ะ บรื๋อ..ขนลุก" แป้งร่ำบอก
"ผู้ชายในรูปเหมือนท่านชายจนน่าขนลุกเลยใช่มั้ยคะ" เกียวบอก
"ขนลุกทำไมคะ ผู้ชายคนนี้อาจจะเป็นญาติของท่านชายก็ได้"
"เป็นญาติกันแต่ไม่ได้หมายความว่าแค่เสี้ยวหน้าก็เหมือนกันเป๊ะแบบนี้"
"แต่มันแค่เสี้ยวหน้านะคะ"
"พี่เห็นท่านชายแค่ครั้งเดียว พี่ก็ทำเขาได้ทุกอณูแล้วล่ะค่ะ พี่คอนเฟิร์ม ฟันธง นั่งยัน นอนยันค่ะว่าผู้ชายในรูปนี้คือท่านชายโฮชิ"
"บางทีผู้ชายลึกลับที่อยู่ในตำนานอาจจะมีอยู่จริงก็ได้นะคะคุณน้อง" แป้งร่ำว่า
รินดารามีสีหน้าครุ่นคิดสงสัย

ดารานั่งเขียนเป็นภาษาไทยลงในสมุดโน้ตว่า "ท่านชายเหมือนคนที่อยู่เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว" เขียนไล่ลงมาอีก ว่า "ชายลึกลับ" "หอคอย" "กิโมโนโฮชิ"
"ลายมือเธอสวยดีนะ"
รินดาราสะดุ้ง แล้วหันไปเห็นโฮชิยืนอยู่ รินดาราลุกขึ้นอย่างให้ความเคารพ โฮชิเดินเข้ามาหารินดารา
"เวลาชั้นเขียนภาษาไทย ลายมือชั้นแย่แบบที่คนไทยพูดว่าไก่เขี่ย"
"ท่านชายเขียนภาษาไทยเป็นด้วยหรือคะ"โฮชิพยักหน้ารับ "ใครสอนคะ"
"ไม่มี ชั้นหัดด้วยตัวเอง ชั้นเคยอยากอ่านหนังสือภาษาไทย แต่ชั้นอ่านไม่ออก ชั้นก็เลยต้องเริ่มเรียนภาษาไทยด้วยตัวเอง"
"ขยันจังเลยค่ะ"
"เวลาว่างชั้นเยอะ ขอชั้นเขียนภาษาไทยให้เธอดูบ้างได้มั้ย"
"เชิญค่ะ"
รินดาราพลิกเปิดหน้าให้ใหม่ เพราะกลัวโฮชิจะเจอข้อความที่ตนเขียนไว้ แล้วโฮชิก็นั่งลงข้างรินดาราแล้วรับสมุดกับกระดาษของรินดาราไปเขียน
โฮชิก้มหน้าตั้งใจเขียนบนกระดาษช้าๆ รินดารามองโฮชิอย่างลังเล ไม่แน่ใจว่าจะถามดีหรือไม่
โฮชิพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
"อยากรู้อะไรก็ถามมาเถอะฮิคาริ เก็บไว้นานๆ เดี๋ยวอกแตกตายนะ"
"ชั้นไม่ได้อยากรู้อะไรมากหรอกค่ะ ชั้นแค่อยากจะรู้ว่าท่านชายอยู่ที่นี่มานานหรือยังคะ"
"ก็นานแล้วล่ะ"
"นานแค่ไหนคะ"
"ถ้าชั้นบอกว่าชั้นอยู่ที่นี่มาสี่ร้อยปี เธอจะเชื่อชั้นหรือเปล่า"
"ชั้นก็อยากจะเชื่อค่ะ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ท่านชายจะต้องโกหกชั้น แต่ชั้นนึกไม่ออกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะมีอายุยืนยาวถึงสี่ร้อยปีได้ยังไง"
"นั่นน่ะสิ มนุษย์ธรรมดาจะมีอายุยืนยาวขนาดนั้นได้ยังไงนอกซะจากว่าชั้นไม่ใช่มนุษย์"
"ท่านชายหมายความว่ายังไงคะ"
โฮชิไม่ตอบคำถามของรินดารา แต่กลับส่งสมุดคืนให้รินดารา
"ชั้นเขียนเสร็จแล้ว ลายมือชั้นไม่สวยเท่าเธอ แต่อ่านออกแน่นอน"
รินดารารับสมุดไปดู
ตัวหนังสือภาษาไทยด้วยลายมือบิดเบี้ยวว่า "รักนะเด็กโง่"
รินดาราหัวเราะ
"ท่านชายรู้จักประโยคนี้ด้วย" พอหันไปหาอีกครั้ง โฮชิหายไปแล้ว "ท่านชาย ท่านชาย หายไปไหนเร็วจัง"
รินดาราก้มหน้าลงมาสมุด เลื่อนสายตาลงมาจากข้อความรักนะเด็กโง่ มีลายมือของโฮชิเขียนอีกว่า "จงเชื่อใน สิ่งที่คิด...ฮิคาริ"
รินดาราครุ่นคิด

"ท่านชายจะบอกอะไรเรา"

จบตอนที่ 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...