xs
xsm
sm
md
lg

เพื่อน แพง ตอนที่ 4

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เพื่อน แพง ตอนที่ 4

สมภารบุญกำลังสวดมนต์อยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชา
 
ส่วนด้วงเริ่มนั่งสัปหงกจนหลวงพ่อหันมากระแอม ด้วงเลยสะดุ้งโหยงรีบสวดมนต์ต่อ
“พอเลยไอ้ด้วง ให้มาสวดมนต์ดันทะลึ่งสัปหงก”
“ก็มันง่วงนี่ครับหลวงพ่อ ปกติกลางวันหลวงพ่อไม่อยู่ผมยังได้แอบงีบหลับ แต่นี่ต้องไป วุ่นวายเรื่องอีแพงทั้งวันเลยไม่ได้งีบเลย”
“สบายนักนะเอ็ง อายุก็ไม่ใช่เด็กวัดแล้ว สงสัยต้องถีบหัวส่งออกไปอยู่ข้างนอกเอง
“อย่านะครับหลวงพ่อ โง่ๆ เซ่อๆ อย่างผม ขืนออกไปอยู่ที่อื่นมีหวังอดตาย ถือว่าเลี้ยงลูก นกลูกกาเอาบุญเถอะนะครับหลวงพ่อ”
“กะล่อนพูดนักนะเอ็ง อีแพงมันถึงได้คบหากับเอ็งได้ แล้วนี่วันนี้มันเป็นยังไง คงโดนพ่อมันเล่นงานไปไม่ใช่น้อยล่ะสิ”
“ยังครับหลวงพ่อ อาพิศแกไม่ค่อยสบาย โชคเลยยังเข้าข้างอีแพงอยู่”
“อีแพง เอ็งมันเกิดมาผิดผู้หญิง ถ้ามันเหมือนคนอื่นๆ เขา มันก็คงไม่โดนพ่อมันลงหวายบ่อยๆ”
“งั้นหลวงพ่อก็มีส่วนผิดด้วยนะครับที่ยอมสอนหนังสือให้อีแพง มันถึงโดนพ่อด่าว่าอวดฉลาดใส่บ่อยๆ”
“เฮ้ย ที่ข้าทนมันตื้อไม่ได้ ยอมสอนเพราะเห็นมันฉลาดเกินเด็กทั่วไป ข้าก็เลยเสียดาย ถ้ามันจะเป็นแค่อีแพงอยู่ในทุ่งบ้านสร้าง ทั้งๆ ที่สติปัญญาอย่างมันไปได้ไกลกว่านี้”
“แต่อีแพงมันคงไม่อยากไปไหนไกลหรอกครับ มันติดไอ้ลอกับพี่สาวมันแจขนาดนี้”
“เออ พูดถึงไอ้ลอกับนังเพื่อน เดี๋ยวข้าต้องดูฤกษ์แต่งงานให้มัน เอ็งไปนอนได้แล้ว อย่ามาอยู่เกะกะข้า”
“อ้าว หลวงพ่อเป็นคนตามให้ผมมาสวดมนต์ด้วยนะครับ แล้วมาไล่ผมว่าเกะกะซะงั้น”
“ไอ้ด้วง”
หลวงพ่อลุกขึ้นจะยันโครม ด้วงรีบลุกวิ่งแจ้นออกไป หลวงพ่อมองตามส่ายหน้า

สมภารบุญเอาสมุดมานั่งขีดๆ เขียนๆ ตรวจดวงชะตาของลอกับเพื่อนโดยมีแสงจากตะเกียงให้ ความสว่างสลัวๆ
“ดวงชะตาของนังเพื่อนไม่เลว วาสนามันสูงเอาเรื่อง แล้วไอ้ลอล่ะ”
หลวงพ่อดูดวงชะตาของเพื่อนแล้วก็หันมาตรวจดูดวงชะตาของลอ แต่ยังไม่ทันจะดูต่อ อยู่ๆ ไฟในตะเกียงก็วูบดับไปเองอย่างน่าแปลกใจ หลวงพ่อสงสัยแปลกใจ หันไปเห็นใครบางคนยืนหันหลังให้อยู่ที่หน้าห้อง
“ไอ้ด้วง นี่เอ็งยังไม่ไปนอนอีกเหรอวะ”
หลวงพ่อมองเห็นไม่ชัดเพราะค่อนข้างมืด เลยหันมาจุดตะเกียงแล้วลุกขึ้นไปส่องไฟดูใกล้ๆ ชายคนนั้นหันมาช้าๆ จนกระทั่งเห็นชัดเ
“ไอ้เทิด”
เทิดหน้านิ่งแต่แววตาดูเป็นกังวลบางอย่าง เขามองหลวงพ่อแล้วเดินลงจากกุฏิไป หลวงพ่อสงสัย รีบถือตะเกียงเดินตามด้วยความอยากรู้ แล้วเริ่มเห็นถนัดขึ้นว่าบริเวณนี้คือคุ้งต้นไทร สถานที่สุดท้ายที่เทิดถูกยิง
สมภารบุญได้แต่แปลกใจว่าเทิดพาตนมาที่นี่ทำไม หลวงพ่อจะเดินเข้าไปถามแต่เสียงลอดังขึ้น
“พ่อ”
หลวงพ่อหันไปเห็นลอวิ่งตรงเข้าไปหาเทิดโดยที่ลอไม่เห็นหลวงพ่อ
“ไอ้ลอลูกพ่อ”
“พ่อจริงๆ ด้วย ฉันคิดถึงพ่อเหลือเกิน”
“ข้าก็คิดถึงเอ็ง ไอ้ลูกชายของข้า เอ็งโตเป็นหนุ่มแล้ว”
“จ้ะพ่อ อาพิศเลี้ยงฉันอย่างดี เขาทำตามที่พ่อสั่งเสียทุกอย่าง เขาดูแลฉันเหมือนฉันเป็นลูกชายเขาคนหนึ่ง”
“งั้นเอ็งก็ต้องกตัญญูกับเขาให้มากๆ”
“จ้ะพ่อ ฉันยังจำคำสั่งเสียของพ่อได้นะจ๊ะ ต่อหน้าพระของพ่อ ฉันจะไม่ผิดคำสาบาน ฉันต้องรู้ชั่วรู้ผิดรู้ดีรู้ชอบ”
“ใช่ นั่นจะทำให้เอ็งเป็นคนดีไม่มีจุดจบอย่างพ่อ”
“แต่ฉันก็ยังคิดถึงพ่ออยู่นะ ฉันอยากอยู่กับพ่อ ให้ฉันไปอยู่กับพ่อด้วยได้มั้ย”
“เอ็งไปอยู่กับข้าไม่ได้”
“ต้องได้สิพ่อ ให้ฉันไปอยู่กับพ่อนะ นะจ๊ะพ่อ ฉันอยากอยู่กับพ่อจริงๆ”
ลอพูดพร้อมกับกอดพ่อแน่น เทิดนิ่งไป กอดลูกตอบด้วยแววตาเวทนาสงสาร ก่อนจะหันหน้ามาทางหลวงพ่อ ที่ยืนอยู่ห่างๆ ดูเหมือนเป็นผู้สังเกตการณ์
“อย่าให้ไอ้ลอผิดคำสาบาน อย่าให้ไอ้ลอผิดคำสาบาน”
น้ำเสียงประโยคสุดท้ายของเทิดจงใจเน้นจนหนักแน่นและดังกึกก้อง ปะทะเข้าหน้าหลวงพ่อแรงๆ จนหลวงพ่อตกใจสะดุ้งเฮือก

หลวงพ่อสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างตกใจและพบว่าตัวเองเผลองีบหลับไปบนตั่งที่ใช้นั่งตรวจดวง ชะตาของลอกับเพื่อน ลมพัดหน้าต่างที่เปิดค้างเอาไว้จนหน้าต่างกระแทกขอบสมุดที่ใช้ขีดเขียนดวงชะตา โดนแรงลมพลิกไปมาเร็วๆ แสงจากตะเกียงโดนลมพัดจนเกือบจะริบหรี่ หลวงพ่อต้องรีบไปปิดหน้าต่างเข้ามา แล้วหันมามองสมุดตรวจดวงชะตาด้วยความกังวลใจกับความฝันเมื่อครู่

“ไอ้ลอ”

เพื่อนรีบเดินจ้ำผ่านคันนาจะมุ่งหน้าไปบ้านแก้ว ลอรีบเดินตาม
 
“แม่เพื่อน เดี๋ยวพี่ไปตามอีแพงกลับบ้านไปให้เอง แม่เพื่อนไปรอที่บ้านเถอะ”
“ถ้าฉันอยากให้พี่ลอไปตามอีแพงกลับ ฉันคงไม่เดินตากแดดร้อนเปรี้ยงๆ มาเองหรอก”
“โธ่แม่เพื่อน พูดกับพี่ดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องประชดพี่เลย”
“ฉันก็พูดแค่ตรงๆ อย่างที่พี่ลอชอบ พูดขวานผ่าซากบ้าง แล้วทำไมมาหาว่าฉันประชดล่ะ”
เพื่อนจิกหน้าประชด เชิดหน้าใส่ลอ แล้วเดินจ้ำต่อไปคนเดียว
“นั่นไง อย่างอีแพงว่าไม่มีผิด งอนตะพึดตะพือผิดกับสมัยยังไม่เป็นสาวจริงๆ”
เพื่อนหยุดชะงัก แว่วไม่ชัด
“เมื่อกี้พี่ลอแอบนินทาอะไรฉัน”
“ปละ เปล่าจ้ะ พี่ไม่ได้นินทาแม่เพื่อนเลย”
“พี่ลอนินทาฉัน ฉันได้ยิน”
“อ้าว ถ้าแม่เพื่อนได้ยิน แล้วแม่เพื่อนถามพี่ทำไม”
“พี่ลอ”
ลอสะดุ้งหน้าเจื่อน
“จ๋า พี่ พี่ไม่ได้ย้อนหาเรื่องจะต่อปากต่อคำแม่เพื่อนนะ พี่พูดตรงๆ ถามตรงๆ ซื่อๆ ของพี่จริงๆ จ้ะ”
“ฉันจะไม่เชื่ออะไรพี่ลออีกแล้ว”
เพื่อนโกรธ จะเข้าไปผลักอกลอ แต่คันดินแฉะโคลนทำให้จะลื่นล้ม ลอรีบโผเข้าไปประคองกอดเพื่อนเอาไว้หวุดหวิด

แพงช่วยงานบ้านแก้วด้วยการเข้ามาตัดกล้วยจากต้นใส่เข่งใบใหญ่ ระหว่างนั้น แก้วถือกระจาดใบลานเข้ามา
“อีแพง มา มาพักกินข้าวกัน”
“ชวนกินข้าวอะไรตอนนี้วะนังแก้ว ตะวันยังไม่ตรงกบาลเลย”
“วันนี้มันร้อน ข้าก็เลยหิวเร็ว แล้วเอ็งก็ไม่ต้องมาทำขยันเกินหน้าเกินตาข้า เดี๋ยวพ่อแม่ข้า มาเห็นเอ็งทำงานดีกว่า ข้าจะพลอยโดนด่าเป็นไอ้ขี้เกียจ”
“ข้ามาอาศัยข้าวอาศัยเสื่อบ้านเอ็งนอน ข้าก็ต้องทำงานให้คุ้มหน่อยสิวะ”
“อู้ย อีนี่ ให้ที่ซุกหัวนอนหนีไม้เรียวพ่อเอ็งแค่คืนเดียว ทำงานซะอย่างกับจะมาอยู่เป็นปี ไม่หิวก็เรื่องของเอ็ง วันนี้ข้ามีของอร่อยที่นานๆ จะหากินได้ซะที ไม่อยากกินก็ตามใจ”
“ของอร่อยอะไรของเอ็งวะ หายากอะไรขนาดนั้น”
“ลูกลานเชื่อมของโปรดข้าไง เมื่อเช้าไปเจอต้นลานยืนต้นตาย โชคดีได้ลูกลานมาเพียบสิ”
“อีแก้ว”
แพงไม่พอใจ ยกเข่งกล้วยที่ตัดเสร็จแล้วเดินออกไปอย่างหัวเสีย แก้วชะงักอึ้ง งง
“อ้าวอีแพง มาโกรธอะไรข้าวะ ก็แค่จะชวนกินลูกลานเชื่อม ชิบหายแล้ว มิน่าล่ะ ปากเสียจริงๆ อีแก้ว”

เพื่อนยังอยู่ในอ้อมกอดของลอ รู้สึกตัวได้ก็พยายามจะแกะมือ แต่ก็จะลื่นล้มอีก ลอเลยกอดแน่น
“อยู่เฉยๆ สิจ๊ะ ถ้าพี่ปล่อยมือมีหวังแม่เพื่อนได้จ้ำเบ้าให้เนื้อตัวเลอะเทอะแต่หัววันแน่ๆ”
ลอฉีกยิ้มหวาน มือก็กอดรัดเพื่อนเอาไว้แน่น แล้วเริ่มใช้วิธีเดิมๆ ขอโทษ
“เรื่องเมื่อวานที่พี่ปากเสีย พี่ขอโทษนะจ๊ะ พี่มันซื่อมีอะไรก็พูดมะนาวไม่มีน้ำ แต่ใจพี่ก็ยัง รักแม่เพื่อนคนเดียว แขนของพี่ก็ยังกอดแม่เพื่อนเอาไว้ด้วยความหวงแหน จูบของพี่ก็แทนคำสาบานว่าพี่ตายได้เพื่อแม่เพื่อนคนเดียว”
“พี่ลอ”
“หายโกรธพี่ได้รึยังจ๊ะแม่เพื่อน”
เพื่อนสบตาลอเหมือนว่าจะหายโกรธ ทำเอียงหน้าหลบนิดหนึ่งแล้วหลับตาพริ้ม ลอได้ทีคิดว่าเพื่อนหายโกรธ ก็เลยหลับตาพริ้มแล้วแล้วยื่นปากจะหอมแก้ม แต่เพื่อนลืมตาขึ้น แล้วกระทุ้งศอกใส่ลอ
“คิดว่าฉันจำไม่ได้เหรอ ฉันโกรธ ฉันน้อยใจพี่กี่ครั้ง พี่ก็เอาแต่พูดเป็นนกเอี้ยงนกขุนทอง ซ้ำๆ แบบนี้ทุกครั้ง ฉันฟังจนฉันเอียนจะแย่แล้ว”
“ก็พี่ไม่ใช่พวกปากหวานหว่านคารมเก่งเหมือนผู้ชายในเมืองเขานี่ แล้วทุกครั้งพี่ง้อแบบ นี้แม่เพื่อนก็ยกโทษให้พี่ทุกที ซ้ำอีแพงมันช่วยฟังแล้วมันยังว่าต้องได้ผลอีกด้วย”
เพื่อนชะงัก
“ว่าไงนะ พี่จะขอโทษฉัน พี่ยังไปขอให้อีแพงช่วยอีก เพราะมันไม่ใช่เหรอที่พยายามขวางไม่ให้เราแต่งงานกัน”
“เอ่อ คือ อีแพงมันขอโทษพี่แล้ว มันทำลงไปเพราะมันกลัวเราแต่งงานกันแล้ว จะทิ้งมันไป มันไม่อยากอยู่คนเดียว พี่ว่าก็น่าสงสารมันนะแม่เพื่อน”
“สงสารตัวเองก่อนเถอะพี่ลอ”
เพื่อนเข้าไปผลักลอแรงๆ จนลื่นล้มจ้ำเบ้าลงไปที่ข้างคันนา
“แม่เพื่อน”

แพงเอาเข่งใส่เครือกล้วยเข้ามาวาง หน้าเศร้าๆ แก้วรีบตามเข้ามาขอโทษ
“อีแพง ข้าขอโทษ เอ็งอย่าโกรธข้านะ ข้าลืมจริงๆ ข้ามันปากเสีย ลืมไป ซะสนิท ดันทะลึ่งชวนเอ็งกินลูกลาน ทั้งๆ ที่ไม่ควรเอามาพูดกับเอ็ง”
แก้วจับแขนแพงให้หันมายกโทษให้ แพงค่อยๆ หันมากำลังจะยกโทษให้ แต่เห็นเพื่อนเข้ามาก็ตกใจ
“พี่เพื่อน”
“ใช่ โบราณเขาว่าไว้ ต้นลานมันออกดอกออกลูกได้ครั้งเดียวแล้วมันก็ยืนต้นตาย ลูก ลานก็เลยเป็นลูกฆ่าแม่ โบราณก็เลยไม่ให้เอามาเลี้ยงไว้ในบ้าน เหมือนเอ็งไงอีแพง ที่เกิดมาแล้วทำให้แม่ตาย”
“พี่เพื่อน อีแพงมันจะไปรู้อะไร พ่อแม่มันนอนด้วยกันแล้วก็มีมันเอง ถ้าอยากจะว่าก็ต้องไปว่าพ่อพี่สิที่ไปทำให้แม่อีแพงมันท้อง ไม่ใช่มาว่าอีแพง”
เพื่อนโมโหตบหน้าแก้วทันที แก้วอึ้ง หน้าชา
“อีแก้ว ถ้าเอ็งยังกล้าปากดีกับข้าอีก คราวนี้เลือดกบปากแน่”
“คิดว่าอีแก้วไม่กล้าสู้เหรอ”
แก้วเงื้อมือจะสู้กับเพื่อน แต่แพงรีบเข้ามาห้าม จับมือแก้วเอาไว้
“อย่านังแก้ว ข้าขอโทษแทนพี่สาวข้า ข้าขอล่ะ อย่ามีเรื่องกันเลย”
“อีแพง พี่สาวแบบนี้ เอ็งจะยอมมันทำไม พ่อนอนช้ำในไม่สบายอยู่บ้าน แต่ตัวเองกลับไปแต่งตัวชะเวิ้บชะว้าบอวดสวยให้ผู้ชายเดินตาม แล้วปล่อยให้พ่อเอ็งเข้าใจผิดๆ ว่ามันดูแล ข้าทนแทนเอ็งไม่ไหวนะเว้ย”
“ช่างเถอะน่านังแก้ว ใครจะดูแลพ่อก็เหมือนกัน ไม่ว่าฉันหรือพี่เพื่อน ยังไงเราก็เป็นลูก มีหน้าที่ต้องดูแลพ่อแม่เหมือนกัน”
“แต่”
“ข้าขอร้องเอ็งนะนังแก้ว ที่เอ็งต้องเจ็บตัวเพราะข้า ข้าขอติดหนี้ชดใช้ให้เอ็ง”
แก้วนิ่งไป ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักแต่ก็เย็นลง เพื่อนเลยเข้าไปกระชากแขนแพงดึงตัวออกมา
“มานี่เลยอีแพง หมดธุระของเอ็งที่นี่แล้ว กลับบ้าน”
เพื่อนกระชากแขนแพงให้เดินตามกลับไป ระหว่างนั้นลอตามเข้ามาเห็นแพงกำลังโดนลากตัว
“แม่เพื่อน อีแพง”
“หยุดเลยนะพี่ลอ ถ้าไม่อยากให้ฉันเกลียดขี้หน้าพี่ล่ะก็ อยู่เฉยๆ นี่น้องสาวฉัน ฉันต้องอบรมสั่งสอนมัน”
แพงน้ำตาคลอ
“พี่ลอ พี่ลอจ๋า”
เพื่อนฉุดกระชากลากแพงออกไป ลอได้แต่ยืนมองด้วยความเป็นห่วงแพง แก้วรีบเข้ามาหาลอ
“พี่ลอ พี่จะไม่ทำอะไรเลยเหรอ ถึงอีแพงมันจะผิด แต่มันก็ไม่สมควรโดนขนาดนี้นะ”

ลอครุ่นคิด

ผาดรินน้ำชาใส่จอกเล็กๆ ให้สมภารบุญรับไปดื่ม หลังจากทั้งคู่มานั่งคุยกันเรื่องที่หลวงพ่อเห็น เทิดในฝันเมื่อคืน
 
“ฟังที่หลวงพ่อเล่ามาก็เป็นความฝันที่แปลกจริงๆ นะครับ”
“ภาพของไอ้เทิดกับไอ้ลอยังติดตาข้าอยู่เลย ไม่ว่าไอ้เทิดจะห้ามยังไงไอ้ลอก็ร้องจะไปอยู่กับพ่อมันให้ได้ จนไอ้เทิดต้องหันมากำชับกับข้าว่าไม่ให้ไอ้ลอผิดคำสาบาน”
“แล้วเท่าที่หลวงพ่อดูดวงชะตาให้ไอ้ลอ มันเป็นยังไงเหรอครับ”
สมภารบุญหน้าเครียดๆ
“ว่ากันตามดวงชะตาแล้ว ไอ้ลอมันก็ไม่ได้เป็นคนอายุยืนหรอกผู้ใหญ่”
“จริงเหรอครับหลวงพ่อ”
“ข้าดูตามตำราก็ว่าตามนั้น แต่ไอ้เรื่องโชคเรื่องดวง ข้าเชื่อของข้าว่าโบราณเขาสอนกันมาเพื่อไม่ให้ดำเนินชีวิตอย่างประมาทมากกว่านะไอ้ผาด”
“ก็จริงครับหลวงพ่อ แต่เรื่องแบบนี้คงไปบอกไอ้พิศมันไม่ได้ มันงมงายยิ่งกว่าอะไร ขนาดเมียมันตายตอนคลอดอีแพง มันยังไปโทษลูกว่าเป็นตัวซวย”
“ก็นั่นน่ะสิ ข้าเลยไม่รู้จะทำยังไง ยิ่งถ้ามาจากปากข้าด้วยแล้ว มันจะยิ่งตกอกตกใจ จับแพะชนแกะอะไรไม่ได้ก็ไปโทษไปลงที่อีแพงเอาอีก”
“แต่จะว่าไป ไอ้ลอมันก็เป็นคนดี เป็นคนหนุ่มที่สันดานดีกว่าทุกคนในทุ่งบ้านสร้าง แล้ว มันจะผิดคำสาบานกับพ่อมันได้ยังไง”
“คนเราดีชั่วมันต้องดูกันไปนานๆ บททดสอบชีวิตมันมีมาให้เลือกอยู่เรื่อยๆ ว่าจะเลือกดี หรือเลือกชั่ว เพราะถ้าเลือกแล้วก็ต้องรอรับผลกรรมที่เลือกไว้”

ลอรีบตามเพื่อนที่ฉุดกระชากลากแพงมาตามคันนา
“แม่เพื่อน พี่ขอล่ะ ปล่อยอีแพงเถอะ เท่าที่พี่สั่งสอนมันไป ต่อไปมันคงไม่กล้าทำแบบนั้นอีกแล้ว ใช่มั้ยอีแพง”
“จ้ะพี่ลอ”
“หุบปากเอ็งไปเลยอีแพง พี่ลอ ฉันบอกแล้วไง พี่ลออย่ามายุ่ง อีแพงเป็นน้องสาวฉัน ไม่ใช่น้องสาวพี่”
“แต่พี่ก็ช่วยเลี้ยงอีแพงมาเหมือนกันนะแม่เพื่อน มันก็เหมือนน้องสาวพี่คนหนึ่ง”
“พี่ลอ ยังไงพี่ลอก็จะงัดกับฉันเรื่องอีแพงใช่มั้ย”
“เปล่า พี่จะไปงัดกับแม่เพื่อนไปเพื่ออะไร พี่แค่เห็นว่าเรื่องมันก็แล้วไปแล้ว อีแพงมันก็มาขอโทษแล้ว ขนาดอาพิศล้มเจ็บมันก็ยังแอบไปดูแล ขอให้พี่ช่วยโกหกอาพิศไม่ให้รู้ว่าแม่เพื่อนหายไปเที่ยวอำเภอ”
เพื่อนอึ้ง
“พี่ลอ สุดท้ายพี่ลอก็ยังเอาเรื่องนี้มาว่าฉัน งั้นเมื่อกี้นี้พี่ลอก็ไม่ได้อยากจะขอโทษฉันหรอก เพราะอีแพงมันเป่าหูให้พี่เกลียดฉันใช่มั้ย พี่ลอถึงว่าฉัน”
“ฉันเปล่านะจ๊ะพี่เพื่อน ฉันไม่เคยไปเป่าหูพี่ลอ”
“อีตอแหล กูไม่เชื่อมึง”
เพื่อนตบหน้าแพงฉาดใหญ่ เป็นการระบายอารมณ์ น้ำตาคลออย่างอัดอั้น แพงไม่ทันตั้งตัวหน้าหันอึ้งไป ลอชะงัก
“อีแพง”
“ถ้าพี่เห็นอีแพงดีกว่าฉัน งั้น งั้นพี่กับฉันก็เลิกกันไปเลย ไม่ต้องตงไม่ต้องแต่งมันแล้ว ฉันเกลียดพี่ลอ เกลียดอีแพง”
เพื่อนร้องไห้โฮวิ่งออกไป ลอยืนอึ้งหน้าชาไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย
“แม่เพื่อน”
ลอจะตามไปแต่แพงรีบคว้ามือชายหนุ่มรั้งเอาไว้
“อย่านะพี่ลอ อย่าตามพี่เพื่อนไป ปล่อยเขาไปเถอะนะจ๊ะพี่ลอ อย่าตามเขาไปเลย”
“อีแพง เอ็งจะเป็นอย่างที่พี่สาวเอ็งบอกใช่มั้ย เอ็งสะใจที่เห็นข้ากับแม่เพื่อนทะเลาะกัน”
ลอโกรธ คิดว่าแพงอยากให้ออกมาเป็นแบบนี้ เขาปัดมือแพงออกแรงๆ แล้วรีบเดินตามเพื่อนไป
“พี่ลอ”

บริเวณเถียงนา วีระกับพวกกำลังข่มเหงชาวนาคนหนึ่งโดยมีไม้กับมาดล็อคตัวเอาไว้
“ตอนเอ็งเดือดร้อนเรื่องเงิน เอาที่นามาจำนอง เอ็งรับปากว่าจะหาเงินมาใช้คืน แต่พอถึงเวลากลับหายหัว ต้องให้ข้าถ่อมาถึงที่เพื่อทวงเงิน”
“พ่อวี ฉันไม่ได้คิดจะเบี้ยวหรอก แต่พ่อวีก็เห็นอยู่ ข้าวยังไม่ทันเกี่ยวแล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้”
“หึ รอเกี่ยวข้าว ถึงตอนนั้นเจ้าหนี้คนอื่นของเอ็งก็มายืนรอหน้าสลอน แล้วเมื่อไหร่ข้าถึง จะได้หนี้ข้าคืน หา”
วีระกระชากคอเสื้อชาวบ้านมา ขึ้นเสียงตะคอกใส่หน้าอย่างดุดัน ทำเอาชาวบ้านตกใจกลัว จากนั้นก็เล่นบทใจดีตบหัวแล้วลูบหลัง
“หึๆๆ แต่ปัญหานี้มันจะแก้ได้ง่ายมาก ถ้าเอ็งเอาที่นาที่เหลือของเอ็งมาจำนองเพิ่ม”
“ถ้าจำนองที่นาเพิ่มข้าก็ไม่เหลือที่ทำกินแล้วน่ะสิ”
“ทำไมจะไม่มีที่ทำกิน เอ็งมารับจ้างปลูกข้าวให้โรงสีข้าไง เอ็งได้ ข้าได้ วัดครึ่งกรรมการครึ่ง ดีจะตาย ใช่มั้ยไอ้ไม้ไอ้มาด”
ไม้กับมาดพยักหน้ารับและล็อคตัวชาวบ้านเอาไว้แน่น เป็นการบังคับข่มขู่กลายๆ ชาวบ้านเริ่มหน้าเสีย ระหว่างนั้นวีระเหลือบมองไปที่คันนา เห็นเพื่อนวิ่งร้องไห้ผ่านไป
“แม่เพื่อน เอ็งไปตัดสินใจให้ดี หวังว่าข้าคงได้คำตอบที่ข้าถูกใจ ไม่อย่างนั้น”
วีระพยักหน้ากับลูกน้อง ทั้งสองคนชกท้องชาวนาจนจุกตัวงอ
“คิดดู หึๆ”
วีระรีบเดินตามเพื่อนไป

เพื่อนน้ำตานองหน้าเพราะความน้อยใจลอ จนกระทั่งวีระโผล่เข้ามา
“ใครนะใครกล้าดีมาทำให้แม่เพื่อนของไอ้วีต้องน้ำตาตก บอกไอ้วีมาเถอะ เดี๋ยวไอ้วีจะ ไปลากคอมันมากระทืบแล้วให้มันกราบตีนขอโทษแม่เพื่อนเอง”
“ไอ้วีระ”
เพื่อนไม่อยากตอแยด้วย เลยจะรีบเดินหนี แต่ไม้กับมาดโผล่เข้ามาดัก
“พี่วีเขาเป็นห่วงแม่เพื่อนนะจ๊ะ เรื่องที่เคยบาดหมางไม่เข้าใจกัน ถ้าแม่เพื่อนให้พี่วีช่วย ต่อไปเราจะได้เข้าหน้ากันติดไงจ๊ะ”
“ฉันอยากให้แม่เพื่อนมองฉันให้เป็นมิตรบ้าง ฉันจ้างชาวบ้านที่นี่ทำนาให้ก็หลายสิบไร่ ทุ่งบ้านสร้างก็เหมือนบ้านฉัน เพื่อนบ้านกันมีอะไรถ้อยทีถ้อยอาศัยกันนะจ๊ะ”
“แกไม่ได้จ้างชาวบ้านที่นี่ทำนาให้แกหรอก แต่แกคิดจะฮุบที่ดินเขาไปมากกว่า”
เพื่อนตอกกลับอย่างรู้ทันแล้วผลักไหล่ไม่ให้เข้ามาใกล้จนวีระเซ ไม้รีบเข้าไปจับข้อมือเพื่อนมาบิดแรง
“โอ๊ย ปล่อยฉันนะ บอกให้ปล่อย”
ลอโผเข้ามา ถีบไม้จนกระเด็น
“ข้าเตือนแล้วไงว่าอย่ามาแตะต้องแม่เพื่อนของข้าอีก”
ลอชี้หน้าเอาเรื่องอย่างดุดัน แล้วหันไปถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
“พวกมันทำอะไรแม่เพื่อนรึเปล่า”
เพื่อนปัดมือลอแรงๆ
“พี่ลอไม่ต้องมายุ่งกับฉัน จะไปไหนก็ไป อย่าเข้ามาใกล้ฉันอีก”
“ใจเย็นสิแม่เพื่อน พี่ผิดพี่ก็ยอมขอโทษ จะลงโทษพี่ยังไงพี่ก็ยอม แต่เรื่องแต่งงานของเรา ยังไงก็ต้องให้มันเป็นเหมือนเดิมนะ พี่ขอร้องล่ะ ไม่งั้นพี่ได้ขาดใจตายแน่”
วีระชะงัก
“ว่าไงนะ นี่แม่เพื่อนจะแต่งงานกับไอ้ลอเหรอ”
“อย่ามาเสือก นี่มันเรื่องของข้ากับแม่เพื่อน ไสหัวเอ็งไปให้พ้นหน้า ไม่งั้น ข้าจะเอาคืนเอ็งให้สาสมเลยไอ้วี”
เพื่อนกระชากแขนลอมาสั่งเสียงแข็ง
“ไม่ต้องไปยุ่งกับพวกมัน แล้วก็ไม่ต้องตามฉันมาอีก เข้าใจมั้ยพี่ลอ”
เพื่อนสั่งแล้วเดินออกไป ยังไม่หายโกรธ ลอจะตามแต่เจอวีระเข้าไปผลักอก
“เฮ้ย แม่เพื่อนเขาบอกว่าไม่ให้เอ็งตามไป ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอไงวะ”
“มันถนัดแต่คุยกับไอ้เปลี่ยวไงจ๊ะ เลยฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง ฮ่าๆๆ”
ลอไม่ปล่อยให้มาดพูดจาเหยียดหยาม เขาหมัดกำแน่นๆ แล้วซัดตูมเข้าหน้าทีเดียวมาดเซถลาเลือดกบปาก
“สงสัยต้องกระทืบพวกเอ็งให้หายเซ็งก่อนแล้วล่ะมั้ง”

ลอกำหมัดจิกหน้ามองวีระกับไม้อย่างเดือดดาล

เพื่อนกลับมาที่เรือน ไม่หายหัวเสีย
 
ระหว่างนั้นได้ยินเสียงหัวเราะถูกอกถูกใจของพ่อดังออกมา เธอแปลกใจสงสัยเดินเข้าไปดูที่ใต้ถุนเรือนก็เห็นพ่ออยู่กับแรม
“พี่แรม”
“มาแล้วเหรอนังเพื่อน มานี่ มาๆๆ นังแรมแวะมาเยี่ยมข้า ซื้อข้าวของเยอะแยะติดไม้ติดมือมาให้ด้วย”
แรมฉีกยิ้ม
“แม่เพื่อนเขาเป็นห่วงพ่อเขามาก เจอหน้าฉันทีไรก็เอาแต่พูดเรื่องพ่อไม่หยุด เมื่อวานฉันไปทำธุระที่อำเภอมาก็เลยซื้อของมาเยี่ยม เพราะฉันชอบคนที่กตัญญูรู้คุณ”
“เอ็งนี่น้ำใจประเสริฐมากจริงๆ นะนังแรม ไม่เสียแรงที่ครูแสงทุ่มเททำงานส่งเอ็งไปเรียนถึงพระนคร ทุ่งบ้านสร้างก็เลยได้คนดีๆ กลับมาช่วยดูแลกัน”
“อาพิศก็ชมฉันเกินไปจ้ะ ความรู้ของฉันก็ไม่ได้มากมายอะไร เทียบกับความสวยความดี ของนังเพื่อนแล้วยังน้อยไปด้วยซ้ำ ถ้าฉันเป็นอาล่ะก็ ฉันภูมิใจลูกสาวคนนี้ตายเลย”
พิศหัวเราะชอบใจ
“จริงของเอ็งนังแรม นังเพื่อนมันเป็นแก้วตาดวงใจของข้า นี่มันก็จะมีข่าวดีแล้วด้วยนะ ข้าจะให้มันกับไอ้ลอแต่งงานกัน รอก็แค่ฤกษ์ของหลวงพ่อเท่านั้น”
แต่งงานเหรอจ๊ะ อุ๊ยตายแล้ว แม่เพื่อนจะแต่งงาน ทำไมไม่บอกพี่เลยล่ะจ๊ะ”
“พี่แรมจ๊ะ ขอบใจมากนะจ๊ะที่ซื้อของมาให้พ่อเยอะแยะ เห็นพี่แรมบอกว่าอยากให้ฉัน สอนทำแกงเนื้อไม่ใช่เหรอ ตามฉันเข้ามาในครัวสิ”
เพื่อนรีบเดินเข้าไปด้านหลังบ้าน แรมหันมายิ้มกลบเกลื่อนกับพิศ แล้วตามเพื่อนเข้ามาในครัว พอลับตาพ่อ เพื่อนรีบหันมาไม่พอใจใส่แรมทันที
“พี่แรมจะเอายังไงกับฉันอีก”
“ข้าเป็นห่วงเอ็งนะนังเพื่อน ข้าถึงได้มาเยี่ยมเอ็งเยี่ยมอาพิศ”
“พี่แรมไม่ต้องมาปด ที่มาถึงบ้านฉันก็แค่อยากรู้ว่าฉันปูดเรื่องที่พี่หลอกให้ฉันไปทำเรื่องชั่วๆ ให้คนอื่นรู้รึเปล่าต่างหาก”
“นังเพื่อน ข้าแก้แค้นผู้ชายที่มันดูถูกผู้หญิง มันผิดตรงไหน”
“แก้แค้นหรือจงใจให้ฉันไปช่วยปลดทรัพย์มันกันแน่”
แรมไม่พอใจ เข้าไปบีบแขนเพื่อนพร้อมดันเพื่อนจนชนโครม หม้อไหตกพื้นเสียงดัง
“ถ้าชีวิตเอ็งยังไม่เคยเจอผู้ชายระยำๆ หลอกใช้ความสาวความสวยของเอ็งให้เป็นแค่เครื่องระบายความใคร่ล่ะก็ เอ็งก็อย่าปากดีด่าข้า ไม่งั้น ข้านี่แหละที่จะแฉเรื่องที่เอ็งขโมยเสื้อผ้าข้าไปใส่แล้วล่อผู้ชายเข้าโรงแรม รับรองเอ็งอยู่ทุ่งบ้านสร้างไม่ได้อีกแน่”
“พี่แรม”
“เอ็งกับข้าร่วมหัวจมท้ายกันแล้วนะนังเพื่อน เพราะฉะนั้น อย่าเป็นศัตรูทำลายกันเอง แต่มาเป็นพี่เป็นน้องพึ่งพากันยามยาก แล้วข้ารับปากเลยว่าชีวิตข้างหน้าของเอ็งจะต้องดีกว่านี้แน่”
“ชีวิตฉันที่อยู่ทุกวันนี้มันก็ดีอยู่แล้ว ไม่ได้ต้องการอะไรอีก”
“หึ แน่ใจเหรอนังเพื่อน ถ้าชีวิตเอ็งมันดีอยู่แล้ว แล้วทำไมหน้าเอ็งถึงได้หงิกอารมณ์เสียกลับมา ทั้งๆ ที่เอ็งกำลังจะได้แต่งงานกับไอ้ลอ”
“ฉันไม่ได้เป็นอะไรกลับมาซะหน่อย”
“อย่ามาตอแหลกับข้าเลยนังเพื่อนเอ๊ย ข้าผ่านผู้ชายมาเยอะ มีความรักมาก็แยะ เห็น หน้าเอ็งข้าก็รู้แล้วว่าทะเลาะกับไอ้ลอมา”
เพื่อนนิ่งไป ไม่คิดว่าแรมจะมองออก และรู้ถึงปัญหาของตัวเองได้ขนาดนี้

ลอง้างหมัดเน้นๆ กระแทกเข้าหน้าวีระจนกระเด็น มาดเห็นลูกพี่โดนเล่นงานก็ปรี่เข้ามากอด รัดลอเอาไว้แน่น ลอใช้ศอกกระแทกมาดแต่มาดก็ยิ่งรัดแน่นไม่ยอมปล่อย ไม้ได้โอกาสเข้ามาระดมหมัดใส่หน้าลอ ลอโดนไปพอสะดุ้งสะเทือนแต่ก็ใช้มือรับหมัดไม้ แล้วใช้หัวกระแทกจนไม้ผงะเซมึน จากนั้นก็หันมาเล่นงานมาดที่รัดมันแน่น งัดจนกระชากตัวมาดมาอัดถลุงใส่ไม่ยั้ง วีระเจ็บใจเริ่มชักดาบออกมาจ้องเขม็งจะเล่นงานลอตอนกำลังเผลอ ระหว่างนั้นแพงเข้ามาพร้อมไอ้เปลี่ยว
“พี่ลอ ระวัง”
ลอหันขวับหลบคมดาบของวีระได้เฉียดฉิว วีระเจ็บใจที่ฟันพลาดแต่ก็ยังไม่หยุด ยังไล่ฟันลอ ลอพยายามฉากหลบจนเกิดพลาดท่าล้ม วีระได้โอกาสยิ้มร้าย
“เสร็จข้าล่ะไอ้ลอ น้ำหน้าไอ้ลูกโจรอย่างเอ็งอย่าหวังว่าจะได้เป็นผัวแม่เพื่อนเลย”
“ไอ้เปลี่ยว ได้เวลาต้องช่วยเพื่อนเอ็งแล้ว”
แพงตบตูดไอ้เปลี่ยวอย่างแรงไสให้ไอ้เปลี่ยวพุ่งเข้าไปช่วยลอ ไอ้เปลี่ยววิ่งพุ่งเข้าหาพวกวีระอย่างดุดัน มาดเป็นคนแรกที่ตกใจร้องเสียงหลงกระโจนหนี ตามด้วยไม้ ส่วนวีระกว่าจะหันมาเห็นไอ้เปลี่ยววิ่งพุ่งเข้ามา ก็เกือบโดนเขาไอ้เปลี่ยวขวิด ดีที่กระโจนหลบทัน
“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ลอ มึงก็ด้วยไอ้เปลี่ยว อย่าเผลอแล้วกัน โดนข้าจับถลกหนังแน่”
“ไอ้เปลี่ยว มันท้าเอ็งว่ะไอ้เพื่อนยาก”
ลอลูบหัวไอ้เปลี่ยวแล้วตบตูดไส ไอ้เปลี่ยววิ่งพุ่งเข้าหาวีระอีกครั้ง พวกนั้นพากันวิ่งกระเจิง ลอ หัวเราะชอบใจและสะใจ
ลอเดินเอาผ้าขาวม้าเช็ดเลือดซิบๆ ที่มุมปากและกำลังจะขึ้นขี่ไอ้เปลี่ยว แพงรีบเดินตาม
“เดี๋ยวพี่ลอ พี่ลอเป็นไงบ้าง”
“อีแพง ทีหลังไม่ต้องมาสอด ข้าคนเดียวไล่กระทืบพวกมันได้สบาย”
“พี่ลอยังไม่หายโกรธฉันอีก ที่ฉันขอไม่ให้พี่ลอตามพี่เพื่อนไป เพราะตอนนี้พี่เพื่อนกำลังโมโห ขืนพี่ลอไปเซ้าซี้ก็เหมือนเอาไฟไปราดน้ำมัน ปล่อยให้พี่เพื่อนเขาเย็นกว่านี้ดีกว่า”
ลอนิ่งไป แพงเข้าไปเขย่าแขน
“เชื่อฉันนะพี่ลอ พี่เพื่อนก็แค่โกรธเลยพูดไปไม่ทันคิด ยังไงพี่เพื่อนก็ไม่กล้าเลิกกับพี่ลอหรอก เพราะพี่เพื่อนเขารักพี่ลอมาก คนที่จะมาเป็นผัวเขาได้ก็มีแต่พี่ลอคนเดียวเท่านั้น”
ลอนิ่งมองแพงอย่างครุ่นคิด ระหว่างนั้นเสียงด้วงดังเข้ามา
“ไอ้ลอ มาอยู่ที่นี่เอง หลวงพ่อให้ข้ามาตามเอ็ง”
“หลวงพ่อได้ฤกษ์แต่งงานให้ข้าแล้วเหรอวะไอ้ด้วง”
“เออ”
“ขอบใจ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”

ลอรีบขึ้นขี่ไอ้เปลี่ยวออกไปทันที แพงมองตามแววตาแอบละห้อย

เพื่อน แพง ตอนที่ 4 (ต่อ)

เพื่อนก้มลงเก็บหม้อไหที่ตกพื้นขึ้นมาระหว่างฟังแรมสอดรู้สอดเห็นเรื่องลอ
 
“ข้าเจอเอ็งครั้งแรกก็เห็นเอ็งหายใจเข้าออกเป็นไอ้ลอ แล้วทำไมข้าจะเดาไม่ถูกว่าเอ็งทะเลาะกับมันมา มีอะไรปรึกษาข้าได้นะน้องสาว”
“ฉันไม่ต้องการคำปรึกษาจากพี่”
“แน่ใจเหรอนังเพื่อน ข้าว่าปัญหาที่เอ็งทะเลาะกับไอ้ลอมาคงไม่เบา เพราะคนที่มันรักกันถึงขั้นใกล้จะแต่งงานกันเนี่ย หน้าต้องเปื้อนยิ้มมีความสุข ไม่ใช่เปื้อนน้ำตาเป็นคราบ แบบนี้หรอก”
คำพูดของแรมจี้ใจดำเพื่อนจนอดน้ำตาคลอไม่ได้ แรมใช้โอกาสนี้ แตะไหล่ทำดีด้วย
“มีอะไรก็คุยกับข้าเถอะนังเพื่อน เรามันพี่น้องกัน”
“ฉัน ฉันเริ่มไม่มั่นใจว่าฉัน ฉันจะแต่งงานกับพี่ลอ”
“ทำไมล่ะนังเพื่อน ข้าเห็นคนทั้งทุ่งบ้านสร้างเขาพูดกันว่าเอ็งกับไอ้ลอเหมาะสมกัน แล้ว เอ็งก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก หรือว่าที่จริงแล้วเอ็งไม่ได้รักไอ้ลอ เอ็งมีคนอื่น”
“เปล่านะพี่แรม ฉันไม่เคยมีใจให้ใคร ฉันรักพี่ลอ รักเขามากๆ ด้วย แล้วฉันก็ฝันมาตลอด ว่าฉันต้องเป็นเมียพี่ลอ คอยดูแลพี่ลอไปตลอดชีวิต”
“แล้ว”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันต้องหงุดหงิดเวลาที่พี่ลอไม่ได้อย่างใจฉันเลย ทั้งๆ ที่เขาเห็นฉันแต่งหน้าแต่งตัว แต่เขากลับบอกว่าฉันไม่สวย ไล่ให้ฉันไปเป็นนังเพื่อนคนเดิม”
“หึ โธ่เอ๊ย ก็อย่างที่ข้าบอกไง เอ็งไม่ใช่ดอกหญ้าไร้ราคา แต่เป็นได้ถึงดอกไม้สวยๆ ในแจกัน คนซื่อๆ อย่างไอ้ลอที่วันๆ เลี้ยงแต่ควายทำแต่นา มันจะรู้จักชื่นชมคุณค่าข้างในตัวเอ็งได้ยังไง แต่ก็อย่างว่า ในเมื่อเอ็งรักคนซื่อ เอ็งก็ต้องยอมเป็นดอกหญ้าของไอ้ลอ คงไม่มีวันได้เป็นดอกไม้ในแจกัน”
“ไม่จริง พี่ลอเขาอาจจะเป็นคนซื่อ แต่เขาก็เป็นคนขยัน วันหนึ่งเขาจะต้องเป็นได้อย่างราชสีห์”
แรมขำน้อยๆ เอามือป้องปาก
“ขอโทษนะนังเพื่อน ผู้ชายซื่อๆ อย่างไอ้ลอน่ะเหรอจะเป็น ราชสีห์ เอ็งยังไม่รู้จักผู้ชายดี ข้าเห็นมาหมดแล้ว คนอย่างไอ้ลอเป็นได้แค่ควาย และควายอย่างมันก็ไม่เหมาะกับเอ็งที่เป็นได้ถึงหงส์”
“พี่แรม”
“วันนี้เอ็งอาจจะไม่พอใจที่ข้าพูดตรงๆ แต่คนทั้งทุ่งบ้านสร้างนี้แหละที่มีข้าคนเดียวกล้า พูดตรงๆ กับเอ็ง ด้วยความหวังดี คิดดูก็แล้วกัน ดอกหญ้าของไอ้ลอ”
คำพูดของแรมทำให้เพื่อนฉุกคิดขึ้นมาบ้างเหมือนกัน ก่อนจะได้ยินเสียงพิศดังเอะอะมาจากหน้าบ้าน
“อีแพง”

พิศโกรธจัดชี้หน้าแพงที่ยืนหน้าเสียตัวสั่นต่อหน้าพ่อ
“พ่อจ๋า ฉัน ฉันขอโทษ”
“เอ็งไม่ต้องมาขอโทษข้า ก่อเรื่องให้คนอื่นเขาเดือดร้อนแล้วยังหนีไปอยู่กับอีแก้ว ทิ้งบ้านทิ้งช่องให้พี่สาวเอ็งต้องดูแล”
“พ่อ ฉันไม่ได้ทิ้งบ้านไม่ดูแลพ่อนะ”
“ไม่ต้องมาตอแหลหาเรื่องแก้ตัว ถึงเวลาที่เอ็งต้องโดนดัดสันดานให้หนักๆ ซะบ้างแล้ว”
พิศคว้าไม้เรียวขึ้นมา จะเข้าไปตีแพงแต่รู้สึกเจ็บแปล๊บที่หน้าอกขึ้นมาอีกเลยชะงัก แพงตกใจเป็นห่วง
“พ่อ”
แพงเข้าไปไม่ถึงตัว เพื่อนกับแรมก็ออกมาพอดี เพื่อนรีบเข้าไปประคองพ่อ
“พ่อจ๊ะ ฉันว่าพ่อเข้าไปนั่งพักเถอะ”
“นังเพื่อน เอ็งช่วยพ่อสั่งสอนน้องสาวเอ็งหน่อยเถอะวะ อย่างอีแพงถ้าไม่ลงหวายกับมัน มันจะไม่มีทางได้ดีเหมือนเอ็ง”
เพื่อนชะงัก
“พ่อ”
“จัดการมันให้พ่อ เอ็งเป็นพี่สาว เอ็งมีหน้าที่ต้องสั่งสอนน้อง”
พิศยัดไม้เรียวใส่มือเพื่อนที่ลังเลใจ แรมเข้ามาช่วยประคองพิศ
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนังเพื่อนแล้วกันนะจ๊ะอา เดี๋ยวฉันพาอาขึ้นไปพักเอง”
แรมช่วยพยุงพาพิศขึ้นบ้านไป เพื่อนกำไม้เรียวแน่นมองแพง แล้วฉุดมือกระชากแขนลากแพงออกมาที่บริเวณกองฟางพร้อมกับไม้เรียวในมือ
“พี่เพื่อน กลับไปดูแลพ่อเถอะ ท่าทางพ่อจะยังไม่หายดี ทิ้งพ่อไว้กับคนอื่น ฉันเป็นห่วง”
“เอ็งไม่ต้องเอาพ่อมาอ้างหาเรื่องหนีไม้เรียว”
“ฉันเปล่านะพี่เพื่อน ถ้าฉันกลัวไม้เรียวฉันจะกลับมาทำไม”
“เอ็งกลับมาเพราะไม่มีที่ไหนให้เอ็งไปแล้วต่างหาก”
“ไม่จริง คนอย่างอีแพง ถ้าคิดจะไปแล้วล่ะก็ แม้แต่นรกมันก็ไป”
“งั้นทำไมเอ็งไม่ไปให้พ้นๆ หน้าข้าซะที ข้าเบื่อเอ็งเต็มทนแล้ว เพราะเอ็งคนเดียวทำให้พี่ ลอกับข้าต้องทะเลาะกัน เอ็งอิจฉาไม่อยากเห็นข้ามีความสุข เอ็งเลยขวางไม่ให้ข้าแต่งงานกับเขา”
“ฉันไม่เคยอิจฉาพี่เลยนะพี่เพื่อน ฉันเกิดมาก็ไม่มีแม่ดูแล มีก็แต่พี่ที่ทำหน้าที่เหมือนแม่ ดูแลฉันมาตลอด ฉันถึงรักพี่เหมือนกับที่ฉันรักพี่ลอ ชีวิตนี้ฉันถึงขาดพี่กับพี่ลอไม่ได้”
แพงค่อยๆ เข้าไปเกาะแขนเพื่อน คุกเข่าน้ำตาเอ่ออ้อนวอนขอให้เห็นใจ
“ฉันขอโทษ ที่ฉันพลาดพลั้งคิดเห็นแก่ตัวไม่อยากให้พี่แต่งงานกับพี่ลอ ฉันสำนึกผิดแล้ว ฉันกราบขอโทษ ยกโทษให้ฉันเถอะนะพี่เพื่อน”
แพงคุกเข่าแล้วพนมมือพร้อมจะก้มกราบ เพื่อนนิ่งไปหางตามองน้องสาวในสภาพน่าเวทนาสงสาร

ลอนั่งนิ่งผิดหวังต่อหน้าสมภารบุญกับผาด
“ฤกษ์แต่งของผมกับแม่เพื่อนต้องรอเดือนหกเลยเหรอครับหลวงพ่อ”
“เออ เท่าที่ข้าดูให้ เดือนหกถือว่าทุกอย่างลงตัว”
“แต่มันนานไปนะครับ เป็นสักอย่างช้าเดือนหน้าพอจะมีฤกษ์เจียดให้ผมหน่อยมั้ยครับ”
“หาฤกษ์แต่งงานให้เว้ย ไม่ใช่หาขนมให้เอ็งกิน ไอ้เวรตะไล”
“เอ็งจะรีบร้อนแต่งอะไรนักหนาวะไอ้ลอ เดือนสองเดือนนี้ก็ต้องเกี่ยวข้าวกันแล้ว แล้ว ไหนจะงานบุญที่วัดอีก ไม่มีใครเขาว่างมาจัดงานแต่งกันหรอก”
“แต่ถ้าใครมาช่วยงานแต่งไอ้ลอ ไอ้ลอก็จะช่วยเกี่ยวข้าวให้ทุกไร่ทุกบ้าน”
“ถุย ทำคุยอวด ขืนเอ็งไปช่วยเกี่ยวข้าวให้ทุกแปลงในทุ่งบ้านสร้าง งั้นเอ็งก็คงไม่เหลือ แรงเข้าหอกับนังเพื่อนมันน่ะสิวะ”
“กล้าพนันกับฉันไม่ล่ะจ๊ะอาผู้ใหญ่ ฉันจะหัวปีท้ายปีให้ดูเลย”
หลวงพ่อเขกหัวทันที
“หยุดทะลึ่งได้แล้วไอ้ลอ ถ้าเอ็งอยากแต่งข้าก็มีแต่ฤกษ์เดือนหกให้เอ็งเท่านี้ แต่ถ้าเอ็งจะใจร้อนอยากมีเมีย มันก็เรื่องของเอ็ง ไม่ต้องมาถามข้าอีก”
ลอเอามือลูบหัวเจ็บ ผาดหันไปทางหลวงพ่อส่งสายตาอยากให้หลวงพ่อคุยกับลอเรื่องนั้น
“มีอีกเรื่องที่ข้าอยากจะคุยกับเอ็ง”
“อะไรอีกครับหลวงพ่อ”
“พระที่พ่อเอ็งปลดให้ไว้ก่อนเสียน่ะ ยังอยู่รึเปล่า”
“ยังอยู่สิครับหลวงพ่อ ผมไม่เคยถอดพระของพ่อออกจากคอ”
“แล้วคำสาบานที่เอ็งให้ไว้กับพ่อเอ็งล่ะ”
“ถามทำไมเหรอจ๊ะอาผู้ใหญ่”
“ไม่มีอะไรหรอกไอ้ลอ ข้าก็แค่อยากจะย้ำเตือนเอ็ง พระอยู่ที่คอไม่ได้มีไว้บอกคนอื่นว่าเอ็งเป็นคนดีอยู่ในศีลในธรรม แต่ถ้าเอ็งอยากเป็นคนดีก็ต้องเอาคำสั่งสอนของท่านมาใส่ไว้ในหัวใจของเอ็ง พระท่านถึงอยู่ใกล้หัวใจเอ็งไง”
“ครับหลวงพ่อ”

แพงกำลังจะก้มกราบเท้าเพื่อนเพื่อขอโทษ แต่ยังไม่ทันมือจะแตะพื้นเพื่อนก็ดึงแพงขึ้นมาไม่ยอม ให้กราบ
“คำขอโทษเอ็ง ข้าไม่อยากได้ ข้าเลี้ยงเอ็งเพราะมันเป็นหน้าที่ ในเมื่อแม่ต้องยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อให้เอ็งได้อยู่ต่อไป ข้ารักแม่ ข้าก็เลยต้องเลี้ยงเอ็งเพื่อทดแทนคุณแม่”
“ฉันรู้จ้ะ แต่ถึงยังไงพี่ก็เลี้ยงฉันมา ลำพังแค่ต้องการทดแทนคุณแม่ พี่คงทนเลี้ยงฉันมา ถึง 20 ปี ไม่ได้หรอก ถ้า ถ้าพี่ไม่คิดว่าฉันเป็นน้องของพี่”
“พอได้แล้ว ไม่ต้องมาพูดเรื่องบุญคุณของเอ็งกับข้า บอกข้ามาอีแพง เอ็งแอบมาดูแลพ่อตอนที่ข้าไม่อยู่ใช่มั้ย”
“จ้ะพี่เพื่อน”
“แล้วเอ็งยุให้พี่ลอกับข้าทะเลาะกันรึเปล่า”
“เปล่านะจ๊ะ เอาฉันไปสาบานที่ไหนก็ได้ ฉันไม่เคยแม้แต่จะคิด ฉันมีแต่อยากเห็นพี่เพื่อนกับพี่ลอมีความสุข เพราะมันคือความสุขของฉันเหมือนกัน”
“แต่เพราะเอ็งที่ชอบมายุ่งกับข้ากับพี่ลออยู่เรื่อย เลยทำให้พวกข้าต้องทะเลาะกัน”
“ฉันขอโทษ พี่เพื่อนจะลงโทษฉันเลยก็ได้จ้ะ ต่อไปฉันจะไม่ยุ่งอีก ตีฉันเถอะจ้ะพี่เพื่อน ตีฉันเลย แต่ขออย่างเดียว อย่าเลิกรักพี่ลอ แค่พี่บอกว่าจะไม่แต่งงานด้วย พี่ลอก็จะเป็นจะตายให้ได้ ฉันสงสารพี่ลอ แต่งงานกับพี่ลอเถอะนะพี่เพื่อน”
เพื่อนกำไม้เรียวในมือแน่น ครุ่นคิดอย่างหนัก แพงจับมือพี่สาวให้หวดไม้เรียวลงมาที่ตัวเอง
“ตีฉันเถอะจ้ะพี่เพื่อน ตีฉันอย่างที่พี่อยากจะสั่งสอนให้ฉันเป็นน้องสาวที่ดีของพี่”
เพื่อนตัดสินใจแกะมือแพงแล้วไสจนแพงล้ม
“อีแพง พ่อสั่งให้ข้าสั่งสอนเอ็ง ถ้าข้าไม่ทำ ข้าก็คง”
เพื่อนเงื้อมือที่ถือไม้เรียวขึ้นเหมือนจะลงหวายสั่งสอน แพงหลับตานิ่งพร้อมยอมรับ แต่เสียงหักไม้เรียวก็ดังขึ้น จนแพงต้องลืมตาขึ้นมาเห็นเพื่อนหักไม้เรียวโยนทิ้ง
“พี่เพื่อน”
เพื่อนน้ำตาคลอเบ้า
“20 ปี ใช่ 20 ปี ที่ข้าดูแลเอ็งมา มันนานเกินจากที่ข้าต้องการทดแทนคุณแม่ไปแล้ว ฮือๆๆ”
เพื่อนจะเดินออกไปแพงรีบโผเข้าไปกอดพี่สาวแล้วร้องไห้ระงม
“พี่เพื่อน ฮือๆๆ ฉันรักพี่เพื่อนนะ ฮือๆๆ”

เพื่อนน้ำตาคลอ ยืนนิ่งให้แพงกอดและร้องไห้

เพื่อนเดินขึ้นบันไดเรือนเข้ามาหาพ่อ
 
“อีแพงมันเป็นยังไงบ้างนังเพื่อน คราวนี้มันจะเลิกก่อเรื่องได้รึยัง”
“จ้ะพ่อ”
“แล้วมันอยู่ไหน”
“ฉัน ฉันไล่ให้มันไปถอนหญ้าในนาแล้วจ้ะ พี่แรมจ๊ะ ฉันขอบใจมากนะจ๊ะที่ช่วยดูแลพ่อให้”
“ไม่เป็นไรหรอกนังเพื่อน เป็นพี่เป็นน้องกันก็ต้องช่วยเหลือกันยามยากไม่ใช่เหรอ”
แรมฉีกยิ้มให้อย่างมีเลศนัย ระหว่างนั้นเสียงลอดังเข้ามา
“อาจ๊ะ แม่เพื่อน หลวงพ่อให้ฤกษ์แต่งงานฉันมาแล้วนะจ๊ะ”
“ฤกษ์มาแล้วเหรอไอ้ลอ เออ รีบๆ ขึ้นมาคุยกัน นังแรม จะอยู่ ฟังข่าวดีด้วยกันก็ได้นะ เอ็งสนิทกับนังเพื่อน เผื่อจะช่วยให้คำแนะนำอะไรว่าที่เจ้าสาว”
“ฉันขอตัวดีกว่าจ้ะอา เรื่องแบบนี้นังเพื่อนมันต้องคิดเอาเอง ใครก็ไปตัดสินใจแทนมัน ไม่ได้หรอก จริงมั้ยนังเพื่อน”
แรมพูดไปพร้อมกับแตะแขนเพื่อนแล้วมองไปที่ลอซึ่งเพิ่งขึ้นบันไดเรือนมา
“สวัสดีจ้ะพี่แรม”
“ยิ้มระรื่นเชียวนะไอ้ลอ”
แรมทักแล้วยิ้มกับเพื่อนก่อนจะเดินลงจากเรือนไป ลอไม่เข้าใจว่าสายตาที่เพื่อนสบตากับแรมหมาย ความว่าอย่างไรเพราะเขาสนใจแต่เรื่องของตัวเองกับคนรัก

พิศฟังลอบอกฤกษ์ที่หลวงพ่อให้มาแล้วก็รู้สึกว่านานไปเหมือนกัน
“กว่าจะได้ฤกษ์ก็ต้องเดือนหกเลยเหรอวะไอ้ลอ”
“จ้ะอา ฉันขอให้หลวงพ่อดูฤกษ์ที่เร็วกว่านี้แล้ว แต่ก็ไม่มีเลยจ้ะ อาผู้ใหญ่เขาทักมาด้วยว่าใกล้จะเกี่ยวข้าวแล้ว เดี๋ยวจะไม่มีใครมาช่วยงาน”
“เอ หรือว่าต้องเอาฤกษ์สะดวกวะ”
“ก็ดีนะจ๊ะอา ไม่ต้องจัดใหญ่โตก็ได้ จัดพอเป็นพิธีให้ชาวบ้านเขารับรู้ ไม่ไปรบกวนเขา”
“เฮ้ย ไม่ได้หรอกไอ้ลอ นังเพื่อนมันสวยที่สุดในทุ่งบ้านสร้าง แต่งมันทั้งทีก็ต้องเป็นหน้า เป็นตาให้ข้าหน่อยสิวะ”
“ฉันเห็นด้วยจ้ะพ่อ รอให้ถึงเดือนหกก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที”
“แม่เพื่อน ยังโกรธพี่อยู่อีกเหรอ พี่ขอโทษจริงๆ”
“เดี๋ยวๆๆ นี่เอ็งทะเลาะกันอยู่เหรอ”
“เอ่อคือ”
“เปล่าหรอกจ้ะพ่อ พี่ลอแค่ทำให้ฉันอารมณ์เสียนิดๆ หน่อยๆ แต่ที่ฉันเห็นว่ายังไม่ต้องรีบ เพราะอาผู้ใหญ่เขาทักมาก็ถูกแล้ว ถึงเวลาเกี่ยวข้าวแล้วทุกคนก็ต้องยุ่งกันทั้งนั้น”
“งั้นเสร็จจากเกี่ยวข้าวล่ะ”
“เดือนหกไม่ได้ช้าไปหรอกนะพี่ลอ เสร็จจากเกี่ยวข้าวขายข้าวแล้วพี่ลอก็จะได้มีเงินเก็บ กว่าจะถึงเดือนหกพี่ลอไปรับจ้างทำงานอื่นเพิ่มอีก ถึงตอนนั้นพ่อจะได้รู้สึกว่าแต่งลูก สาวทั้งทีจะได้มีหน้ามีตาไม่อายใครเขา”
“ที่นังเพื่อนพูดมาก็ถูก ถึงข้าจะไม่ได้เรียกสินสอดอะไรจากเอ็ง แต่สำหรับนังเพื่อนแล้ว ข้าไม่อยากให้คนอื่นเขาเอาไปพูดได้ว่า ข้าจ่ายค่าจ้างแรงงานเอ็งด้วยข้าวกับลูกสาว”
“ถ้าใครมาพูดอย่างนั้น ฉันกระทืบมันตายแน่จ้ะอา”
“พี่ลอ ถ้ารักฉันอย่างที่พูดจริงๆ สิ่งแรกที่ต้องคิดก่อนจะแต่งงานกับฉัน
คือพี่จะทำยังไงที่จะเลี้ยงดูครอบครัวฉันให้มีความสุข ไม่ให้น้อยหน้าคนอื่นเขา”
เพื่อนทิ้งประเด็นให้ลอคิดแล้วรีบเดินออกไป ลอนิ่งอึ้งไป พิศเองก็เห็นด้วยกับคำพูดของลูกสาวหันมาตบบ่าลอ ลอรีบตามเพื่อนออกมา
“แม่เพื่อน พี่”
“ถ้าจะตามฉันมาเพื่อพูดให้ฉันเปลี่ยนใจล่ะก็ อย่าเสียเวลาเลยพี่ลอ ทุกคำที่ฉันพูดไปฉันต้องการให้พี่ทำตามนั้น”
“พี่เข้าใจ แม่เพื่อนเป็นคนสำคัญของทุ่งบ้านสร้าง ใครๆ ก็รักใคร่เอ็นดู มันเป็นโชคดีของพี่ นักหนาที่แม่เพื่อนยอมมาเป็นเมียพี่”
“ฉันไม่ได้อยากจะพูดออกไปแล้วทำให้พี่ลอรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า ฉันเพียงแต่”
ลอยื่นมือออกไปแตะที่ริมฝีปากของเพื่อนไม่ให้พูดต่อ
“เป็นความจริงที่แม่เพื่อนไม่ต้องพูด พี่ก็รู้ตัวดีมาตลอด นอกจากอาพิศจะเลี้ยงดูพี่แล้ว ยังยกแก้วตาดวงใจไว้ให้พี่ดูแล เพราะฉะนั้น ไอ้ลอจะต้องไม่เป็นแค่ควายอยู่ในนา แต่มันต้องเป็นให้ได้ถึงราชสีห์”
“พี่ลอ ฉันไม่เคยอยากได้คำสาบาน ที่ฉันอยากได้จากพี่ก็คือความจริงที่ใครก็มาดูถูกพี่ไม่ได้ พี่เข้าใจฉันใช่มั้ย”
ลอพยักหน้ารับแล้วเข้าไปสวมกอดเพื่อนแน่น
“ในเมื่อแม่เพื่อนมอบความรักด้วยความสัตย์ซื่อให้พี่ พี่ก็จะเก็บแม่เพื่อนเอาไว้ด้วยความ สัตย์ซื่ออย่างนี้ตลอดชีวิต แล้วโลกนี้จะต้องเห็นว่า พี่จะสิ้นรักแม่เพื่อนก็ต่อเมื่อพี่ไม่มีลมหายใจเพื่อที่จะรักแล้วเท่านั้น”
“พี่ลอ”
เพื่อนยิ้มออกมาได้ที่ลอเข้าใจ ลอผละตัวออกจากอ้อมกอดแล้วบีบมือเพื่อนอย่างจริงจังที่สุด
“รอพี่นะแม่เพื่อน พี่จะทำให้แม่เพื่อนเห็นว่าไอ้ลอไม่ใช่คนที่มีแต่คำสาบาน”
“พี่ลอจะทำอะไร”
ลอไม่พูด แต่หอมแก้มเพื่อนเบาๆ แล้วรีบวิ่งออกไป เพื่อนงงๆ
“พี่ลอ”

ทุ่งนายามเย็น แสงอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า ลอรีบเข้ามาในกระท่อมแล้วตรงไปที่ตู้เก่าๆ รื้อค้น กระป๋องสนิมเขรอะที่ซุกอยู่ข้างในออกมา ในนั้นมีธนบัตรที่เขาเก็บสะสมเอาไว้ไม่มาก แพงเข้ามา
“พี่ลอ พี่ลอ”
ลอไม่หันมาตอบแพง เขานับธนบัตรในมือที่ยับยู่ยี่แล้วแล้วรีบออกจากกระท่อม
“เดี๋ยวสิพี่ลอจะทำอะไร แล้วเงินนั่นมาจากไหน”
“นี่เป็นเงินเก็บของข้า”
“เงินเก็บ ฉันไม่ยักรู้ว่าพี่ลอมีเงินเก็บกับเขาด้วย”
“พูดแบบนี้หมายความว่าไงวะอีแพง ข้าทำงานทุกวันข้าก็ต้องรู้จักเก็บเงินมั่งสิวะ”
“ก็ฉันเห็นวันๆ พี่ลอไม่ได้ใช้เงินทำอะไรเลย นานๆ ทีถึงจะเห็นซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่”
“ท้องนาท้องไร่เรามันมีทุกอย่าง ข้าถึงไม่ต้องใช้เงินไงอีแพง แต่วันนี้มันถึงเวลาที่ข้าต้องใช้เงินแล้ว”
“พี่ลอจะซื้ออะไรเหรอ”
“ข้าจะซื้อแหวนทองเอาไปหมั้นแม่เพื่อน”
“แหวนทอง โห แล้วเงินแค่นี้มันจะพอเหรอพี่ลอ”
ลอชะงัก
“แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอวะอีแพง”
“โธ่พี่ลอ รู้อะไรนอกจากทำไร่ทำนาบ้างมั้ยเนี่ย แค่นี้น่ะเหรอ ครึ่งสลึงไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“งั้นเอาไงดีวะ”
ลอกำเงินในมือแล้วคิดหนักก่อนจะคิดบางอย่างขึ้นมาได้ เขารีบหันไปคว้าตะเกียงน้ำมันที่แขวนอยู่ข้างเสา แล้วรีบออกไป แพงสงสัยร้องตาม
“พี่ลอ พี่ลอ ไปไหน รอฉันด้วยสิ”
ลอหันขวับมาปิดปากแพง
“ชู่วว์เงียบๆ สิวะอีแพง จะแหกปากให้ได้ยินไปทั้งหมู่บ้านเหรอไงวะ”
“ก็พี่ลอหน้าตั้งออกมาไม่ยอมฉันบอกนี่ ฉันก็อยากรู้สิ”
“เอ็งไม่ต้องรู้ทุกเรื่องที่ข้าทำก็ได้มั้งอีแพง”
“ฉันตามมาเพราะเป็นห่วง เห็นถือเงินออกมากลางค่ำกลางคืน แต่มาด่าว่าฉันเสือกซะนี่”
“ก็เอ็งมันชอบเสือกจริงๆ นี่ ไปๆๆ กลับไปได้แล้ว ไม่ต้องตามข้ามา”
“ทำไมต้องลับๆ ล่อๆ ด้วย บอกฉันมาเถอะน่า เผื่ออีแพงจะช่วยอะไรได้”
“เอ็งช่วยข้าไม่ได้หรอก ไปได้แล้ว ไปสิวะ”
ลอจับแพงหันหลังแล้วยกเท้าถีบก้น แพงเซถลาร้องลั่น
“อู้ย พี่ลอ เล่นถีบเลยเหรอ”

แพงหันมาโวยวายจะด่า แต่ลอหายไปแล้ว

บริเวณป่าไผ่ห่างจากหมู่บ้าน
 
เสียงเชียร์มวยดังลั่นเพราะพวกชาวบ้านหนุ่มๆ ทั้งในทุ่งบ้านสร้างและจากหมู่บ้านอื่นๆ ใกล้เคียง แอบมารวมตัวล้อมเชือกกั้นเป็นเวทีมวยง่ายๆ แล้วเปิดเป็นลานมวยชกเอาพนัน ลอถือตะเกียงเข้ามาที่ลานชก เห็นเรืองกำลังบีบนวดก้อนซึ่งพร้อมลงไปชกเอาพนัน ก้อนแปลกใจเมื่อเห็นลอ
“อ้าว ไอ้ลอ มาได้ไงวะเอ็ง ไหนบอกว่าไม่ชอบที่นี่ไง”
“ข้ามีธุระกับเอ็ง”
“ธุระอะไรเอาไว้ก่อน ตอนนี้ข้าไม่ว่าง ตาข้าต้องลงไปออกแรงแล้วเว้ย ไอ้เรือง นวดเน้นๆ ตรงนี้หน่อย สับให้ด้วยเว้ย”
“ใช้เป็นขี้ข้าเลยนะไอ้ก้อน ตานี้ถ้าเอ็งชนะ ส่วนแบ่งข้าขอเพิ่มนะเว้ย”
“อะไรวะ ข้าลงไปเจ็บตัว แต่เอ็งจะเอาครึ่งหนึ่งเลย ไม่มากไปหน่อยเหรอวะ”
“พอได้แล้วไอ้เรืองไอ้ก้อน ตานี้เอ็งจะไม่ได้ลงไปชกเอาพนัน เพราะข้าจะมาทวงเงินที่เอ็งติดหนี้ข้าอยู่”
ก้อนสะดุ้ง
“เฮ้ย มาทวงอะไรตอนนี้วะไอ้ลอ ข้านึกว่าเอ็งจะลืมหนี้ข้าไปแล้วซะอีก”
“ข้ามีเรื่องต้องใช้เงิน เอามาได้แล้วไอ้ก้อน เร็วสิวะ”
“เห็นทีจะยากแล้วไอ้ลอ เงินหนี้เอ็งไอ้ก้อนมันเอาไปพนันกับพวกบ้านหัวตะพานโน่น”
เรืองพูดพร้อมกับชี้ไปที่มุมลานชกคนละฝั่ง พวกชายหนุ่มฉกรรจ์จากบ้านหัวตะพานที่ดูมีฝีมือพอตัว ลอชะงัก
“โธ่เว้ยไอ้ก้อน ไอ้พวกบ้านหัวตะพานมันโกงมวยเก่งจะตายชัก เงินหนี้ข้าได้สูญไปเพราะเอ็งแน่”
“อย่าดูถูกข้านะเว้ย เอ็งกับข้าก็หัดเชิงมวยมาพร้อมๆ กัน ข้าไม่ได้ด้อยไปกว่าเอ็งหรอก”
ก้อนพูดเสร็จ เสียงเคาะกระบอกไม้ไผ่เรียกให้ทั้งสองฝั่งเริ่มชกเอาพนันก็ดังขึ้น
“เอ็งอยากได้หนี้คืนใช่มั้ย เดี๋ยวเสร็จตานี้แล้ว ข้าจะแถมพิเศษเป็นดอกเบี้ยให้เอ็ง”
ก้อนยิ้มกริ่มมั่นอกมั่นใจแล้วกำหมัดที่พันคาดเชือกเอาไว้แน่นพรร้มเดินออกไปลุย ผิดกับลอที่หน้าเครียด มองตามเพื่อนอย่างเป็นห่วง

แพงเดินตามลอเข้ามาถึงป่าไผ่
“พี่ลอ พี่ลอ”
แพงเรียกหาอยู่ครู่ก่อนจะเห็นแสงไฟจากตะเกียงลิบๆ นึกว่าเป็นลอเลยจะเข้าไป แต่ต้องชะงักเพราะไม่ใช่ลอ แต่เป็นมาดที่ถือตะเกียงเดินนำวีระเข้ามาพร้อมกับไม้ แพงเลยรีบหลบข้างกอไผ่
“ทางนี้เลยจ้ะพี่วี อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว” มาดบอก
“แล้วตกลงไอ้พวกในหมู่บ้านมันแอบมาทำลานชกเอาพนันกันนานรึยังวะ”
“เพิ่งจะไม่นานนี่เองจ้ะพี่วี มันเริ่มจากหมู่บ้านอื่นมาท้าพวกนักมวยลูกศิษย์ผู้ใหญ่ผาด แต่ผู้ใหญ่แกไม่ชอบ สั่งห้ามเด็ดขาด พวกไอ้ก้อนมันไม่อยากเสียเชิง เลยนัดกันมาวัดเชิงกันตอนกลางคืน ทำไปทำมาหมู่บ้านอื่นรู้เรื่องเลยกลายเป็นลานชกเอาพนันซะงั้น”
“งั้นก็เข้าทางข้า ใช่มั้ยไอ้ไม้”
ไม้ยิ้มรับแล้วกระตุกกล้ามให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตัวเอง ระหว่างนั้นเสียงแพงเหยียบไม้ไผ่แห้งที่พื้นดังกรอบ วีระกับพวกหันขวับส่องไฟดูทันที
“อีแพง”
แพงตกใจที่พวกนั้นเห็นตัวเองเลยรีบวิ่งหนี
“ไอ้มาด ตามอีแพงไป น้ำหน้าชอบเสือกอย่างอีแพงมาโผล่อยู่แถวนี้ แสดงว่าศัตรูข้า มันต้องอยู่ที่นี่เหมือนกัน”
มาดยิ้มรับแล้วรีบตามแพงไปทันที

ที่ลานชก ก้อนโดนคู่ชกตัวใหญ่กว่าจากบ้านหัวตะพานซัดหมัดเข้าหน้าจนเซ เรืองตะโกน
“ไอ้ก้อน ไอ้ขี้หมา รีบๆ ลุกขึ้นมาสิเว้ย”
ก้อนยังมึนไม่หาย แต่ก็พยายามลุกขึ้นแล้วตั้งการ์ดพร้อมลุย ไล่ถลุงเอาคืนใส่คู่ชกอย่างหนักหน่วง เรืองเป่าปาก
“เกือบไปแล้วมั้ยล่ะไอ้ก้อนเอ๊ย มันไล่ถลุงพวกหัวตะพานคืนแล้ว เอ็งได้หนี้เอ็งคืนพร้อมดอกเบี้ยแน่ไอ้ลอ”
ลอดูเชิงชกของก้อนกับคู่ชกแล้วกลับหน้าเครียด
“ไม่หรอกไอ้เรือง เชิงชกมันมันแปลกๆ มันกำลังหลอกให้ไอ้ก้อนเหนื่อยเองต่างหาก”
ลอพูดไม่ทันขาดคำ ก้อนก็ซัดหมัดใส่แล้วเซถลาเสียหลัก จากนั้นคู่ชกจากหัวตะพานก็ไล่ถลุงก้อนอย่างหนักหน่วงติดต่อกันหลายหมัดราวพายุ ก้อนโดนหนักจนล่าถอยท่ามกลางเสียงเชียร์ของพวกชาวบ้านหลายหมู่บ้านที่มาเชียร์ ลอเห็นท่าก้อนจะโดนเล่นงานหนักเลยทนไม่ไหว
“เอ็งจะทำอะไรวะไอ้ลอ”
“ปล่อยไว้แบบนี้ไอ้ก้อนโดนมันจับหักแข้งหักขาแน่”
ลอตัดสินใจกระโจนข้ามเชือกล้อมเข้าไปช่วยเพื่อน กระชากตัวคู่ชกจากหัวตะพานมาแล้วประเคนหมัดเข่า ศอกเปิดฉากเล่นงานใส่ไม่ยั้ง ส่วนเรืองก็รีบเข้าไปลากตัวก้อนออกมาข้างสังเวียน

แพงวิ่งเข้ามาท่ามกลางดงไผ่ หันรีหันขวางพลางคิดหาทางเอาตัวรอดจากมาด มาดถือตะเกียงตามแพงเข้ามาแล้วกวาดตามองหา เพราะอยู่ๆ แพงก็หายไป
“หายหัวไปไหนวะ ไวเป็นลิงเลยอีแพง”
แพงค่อยๆ โผล่มาข้างหลังมาด ย่องเงียบกริบก่อนจะถีบก้นมาด มาดหน้าเกือบคะมำแล้วหันขวับกลับมา แต่แพงรีบวิ่งอ้อมไปหลบข้างหลังมาด
“อีแพง คิดจะเล่นซ่อนแอบกับข้าเหรอ โดนข้าจับได้ล่ะก็ เอ็งเจ็บตัวแน่”
มาดตะโกนอาฆาตโดยไม่ทันระวัง แพงย่องเข้าใกล้อย่างเงียบกริบแล้วถีบก้นอีก มาดเซถลา ล้มลงไปหน้าจิ้มลงกองขี้ควาย แพงหัวเราะชอบใจ
“คุยโวว่าจะจับข้า แล้วเอาหน้าลงไปจิ้มขี้ควายทำไมวะไอ้มาด ไอ้กระจอกเอ๊ย”
“อีแพง อีตัวแสบ”
มาดเจ็บใจลุกขึ้นมาแล้วชักมีดสั้นที่เหน็บเอวออกมาขู่
“ผู้หญิงอย่างเอ็งจะเก่งได้สักแค่ไหนเชียววะ อีแพง”

แพงชะงักอึ้ง

ลอกระแทกหมัดใส่หน้าคู่ชกของก้อนจนเซถลาเกือบหมดแรงไปทางพรรคพวกของคู่ชก
 
จากนั้นลอก็เข้าไปช่วยเรืองพยุงก้อนขึ้นมา
“ไหวมั้ยวะไอ้ก้อน”
“ถ้าเอ็งไม่เข้ามาช่วยก็คงโดนมันกระทืบช้ำในตายคาตีน”
“ข้าเตือนเอ็งแล้ว แต่เอ็งไม่เชื่อ”
“ก็ข้า”
“ข้าว่าพวกเอ็งเลิกเถียงกันก้อนเถอะว่ะ”
เรืองพูดด้วยเสียงสั่นๆ ทำให้ลอกับก้อนหันไปเห็นพวกชาวบ้านชายฉกรรจ์จากบ้านหัวตะพานมายืนดักหน้าดักหลังเพราะไม่พอใจลอ
“ไอ้ลอ ข้าฟังพวกชาวบ้านเขาอวดกันไปทั่วหมู่บ้าน ว่าเอ็งมันเป็นคนดี ไม่เอาทั้งเหล้า ไม่เอาทั้งพนัน ถุย นี่เหรอวะคนดีของทุ่งบ้านสร้าง หมาหมู่คิดจะโกงกันซึ่งๆ หน้า” คู่ชกปรามาส
“เพื่อนข้าไม่ได้โกงเว้ย มันช่วยข้าต่างหาก”
ก้อนเถียง พวกชายฉกรรจ์จากบ้านหัวตะพานหัวเราะเสียงดังเยาะเย้ย
“มันช่วยเพราะเอ็งกำลังจะแพ้ เพราะพวกทุ่งบ้านสร้างมันเป็นพวกขี้แพ้ไง”
“ไอ้เวรเอ๊ย”
ก้อนเจ็บใจปัดมือลอที่พยุงอยู่ แล้วปรี่เข้าไปจะเอาเรื่อง ลอกับเรืองรีบเข้าไปห้าม จังหวะนั้นเองเงินที่ ลอพกเหน็บเอวมาร่วงลงพื้น ลอจะก้มเก็บ แต่ถูกพวกนั้นชิงเอาไปเสียก่อน
“เงินของข้า เอาคืนมา”
“เงินของเอ็ง ไม่ใช่หรอกไอ้ลอ นี่เป็นเงินที่เอามาพนันชกมวยกับพวกข้าต่างหาก”
“ข้าไม่เล่นพนัน เอาเงินของข้าคืนมา”
“เอ็งจะบอกว่าเอ็งไม่เล่นพนันได้ยังไง ในเมื่อเอ็งเพิ่งจะเล่นงานข้าไป เอาอย่างนี้แล้วกันไอ้ลอ เมื่อกี้นี้เอ็งกับข้ายังไม่รู้แพ้รู้ชนะ ถ้าเอ็งอยากได้เงินของเอ็งคืน เอ็งก็ต้องชกกับข้าอีกครั้ง”
ลอชะงักกัดฟันเจ็บใจ ระหว่างนั้นเสียงวีระดังเข้ามา
“ขอข้าสนุกกับวงพนันของพวกเอ็งด้วยคนสิวะ”
ทุกคนหันไปที่วีระซึ่งมาพร้อมกับเงินในมือปึกใหญ่
“พวกเอ็งชกกัน 2 คนคงไม่สะใจ ถ้าข้าจะเอาเงินทั้งหมดนี่ลงพนันเพิ่มแล้วให้ไอ้ไม้ลงไปชกด้วย พวกเอ็งว่ามันจะน่าสนุกมั้ย ฮ่าๆๆ”
“น่าสน ข้ารับคำท้า” คู่ชกรับคำทันที
“แล้วเอ็งล่ะไอ้ลอ ได้ยินว่าเอ็งกำลังร่ำๆ อยากจะแต่งเมียไม่ใช่เหรอ แต่งงานทั้งที ใช้เงินไม่ใช่น้อยๆ นะโว้ย”
เรืองสะกิดเตือน
“ไอ้ลอ อย่าดีกว่าว่ะ งานนี้ถ้าพวกมันรวมหัวกัน มันหวังเล่นเอ็งถึงตายแน่ ช่างเงินของเอ็งเถอะวะ เอาชีวิตรอดไว้ก่อน”
“ข้าก็ชักจะเห็นด้วยกับไอ้เรืองว่ะ พวกมันรุมเอ็งแน่ ถอยไปก่อนเถอะ”
“ข้าถอยไม่ได้ เงินนั่นข้าจะเอาไปซื้อแหวนทองหมั้นแม่เพื่อน”
ก้อนกับเรืองชะงักอึ้ง

ลอเข้าไปยืนที่มุมสังเวียนพร้อมถอดเสื้อออก นิ่งมองพระของพ่อที่ห้อยคออยู่ ลอกำพระเอา ไว้ในมือแน่นด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“ไอ้ลอ อย่าทำอย่างนี้เลย ข้าขอเถอะ เอ็งไม่พ้นโดนพวกมันรุมเอาแน่” เรืองท้วง
“ข้าผิดเองไอ้ลอที่ทำให้เอ็งต้องมามีส่วนกับเรื่องนี้ เอาอย่างนี้แล้วกัน เงินของเอ็งที่พวกมันเอาไป ข้าจะไปขอยืมพ่อมาใช้คืนเอ็ง รวมกับที่เป็นหนี้เอ็งด้วย”
“ขืนพ่อเอ็งรู้ว่าเอาเชิงมวยของเขามาเล่นพนัน เอ็งโดนตัดขาดพ่อลูกแน่ไอ้ก้อน”
“ข้าจะได้เป็นไอ้กำพร้าพ่อเหมือนเอ็งไง”
“เป็นกำพร้าแล้วยังผิดคำสาบานพ่อ มันไม่สนุกหรอกไอ้ก้อน”
ลอพูดพร้อมกับยื่นหมัดออกไปให้ก้อนช่วยคาดเชือกให้ ก้อนลังเล ในขณะที่วีระเดินเข้าไปคุยซุบซิบ อะไรบางอย่างกับพวกบ้านหัวตะพาน พร้อมกับเอาเงินของเขายัดใส่กระเป๋าพวกนั้น แล้วหันมาท้าทายลอ
“ชักช้าอะไรอยู่วะไอ้ลอ ถ้าวางแผนจะหนีล่ะก็ ไม่ทันแล้วนะเว้ย ฮ่าๆๆ”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังลั่น ลอกำพระที่ห้อยคอแน่น
“ฉันขอโทษนะพ่อ ฉันต้องพิสูจน์ให้แม่เพื่อนเห็นว่า ไอ้ลอไม่ใช่ควาย แต่มันเป็นได้ถึงราชสีห์ คาดเชือกให้ข้าได้แล้วไอ้ก้อน”
ลอสั่งก้อนเสียงขึงขังจริงจัง

ที่ป่าไผ่ แพงถอยหลังล้มลงเพราะโดนมาดตบหน้า
“ว่าไงล่ะอีแพง เก่งนักไม่ใช่เหรอ เจอข้าเอาจริงเข้าหน่อย ถึงกับหมดน้ำยาอีตัวแสบแห่งทุ่งบ้านสร้างเลยเหรอไงวะ ฮ่าๆ”
“อย่าดูถูกข้าเกินไปนักไอ้มาด”
แพงจะลุกขึ้นเอาเรื่อง แต่มาดตวัดมีดขู่จนแพงไม่กล้าลุกขึ้น
“อย่านะอีแพง ยังไงเอ็งก็เป็นผู้หญิง อย่าให้มีแผลเป็นเพราะโดนข้าเอามีดกรีดหน้าเอ็งเลย เดี๋ยวจะกลายเป็นอีอัปลักษณ์ไม่มีผู้ชายกล้ามองหน้าเอ็งซะเปล่า”
“ก็ลองเข้ามาสิวะ อีแพงสู้ตายแน่”
“ชิชะ ชิชะ อีนี้มันฮึดเว้ย เวลาเอ็งหน้าตาเอาเรื่องนี่ ข้าว่ามองไปมองมาเอ็งก็ดูดีเหมือนกันนี่หว่า ใช่สิ พี่สาวเอ็งสวยที่สุดในทุ่งบ้านสร้าง อย่างน้อยๆ เอ็งก็ต้องได้เชื้อสวยของพี่เอ็งติดตัวมาบ้าง”
แพงเริ่มขยับถอยเพราะท่าทางของมาดคิดจะทำอย่างอื่น
“ไอ้มาด อย่านะ ถ้าเอ็งแตะต้องข้าล่ะก็”
“กับเอ็งมันต้องลองว่ะ เผื่อจะเอาไปคุยได้ว่า ข้าปราบพยศขี่อีแพงได้เป็นคนแรก”
มาดกำมีดแล้วเดินเข้าหา แพงถอยไปจนมือคลำได้ก้อนหินขนาดเหมาะมือ ยิ้มขึ้นมาทันที
มาดพุ่งเข้าไปจะปลุกปล้ำ แพงใช้ก้อนหินฟาดเข้าหน้าแรงๆ มาดหัวแตกเลือดอาบร้องลั่น

ลอเดินเข้ามากลางสังเวียน คู่ชกจากหัวตะพานร่างใหญ่เดินออกมา ข้างๆ ก็คือไม้ที่พร้อมจะร่วมชกกัน 3 คน วีระยิ้มชอบใจเดินเข้ามาประกาศ
“กติกาไม่มีอะไรยาก ใครที่ยืนอยู่ได้เป็นคนสุดท้ายก็เอาเงินพนันไปหมดนี่เลย”
วีระชูห่อผ้าใส่เงินเอาไว้เพียบ แล้วโยนห่อผ้าขึ้นไปให้เกี่ยวเอาไว้กับกิ่งไม้ เสียงเคาะกระบอกไม้ไผ่ให้สัญญาณ ลอตั้งท่าเชิงมวย คู่ชกจากหัวตะพานพุ่งเข้าไปสาดหมัดใส่ลอไม่ยั้ง ลอหลบหลีกคล่องแคล่วว่องไว สวนหมัดเล่นงานได้อย่างสวยงาม แต่ทว่าไม้ก็พุ่งเข้ามาลอบเล่นงานจากข้างหลัง ลอโดนถีบกระเด็น ก้อนตกใจ

“ไอ้ลอ”

เพื่อน แพง ตอนที่ 4 (ต่อ)

มาดร้องเจ็บลั่นเอามือกุมหัวที่เลือดอาบเพราะโดนแพงเอาก้อนหินฟาดหัวไปอย่างจัง
 
“อีแพง มึง มึงเล่นกบาลกูแยก กูไม่ปล่อยมึงเอาไว้แล้ว อีตัวแสบ”
มาดเจ็บใจยกเท้าถีบแพงแรงๆ โดยไม่ทันตั้งตัว แพงจุกตัวงอ ก้อนหินหลุดจากมือ มาดตามเข้าไปจิก หัวมาตบ แพงเลือดกบปาก มึน มาดชูมีดขึ้นมาจ้องเขม็งแล้วจะเข้าไปแทงแพง แต่ เสียงของแข็งกระทบเข้ากับท้ายทอยมาดอย่างแรงจนทรุดฮวบลงไปแน่นิ่งหมดสติด้วยฝีมือของเพื่อน
“พี่ พี่เพื่อน”
แพงแทบหมดแรงเข่าทรุด เพื่อนรีบเข้าไปประคองน้องสาวเอาไว้
“อีแพง เกิดอะไรขึ้น เอ็งออกมาที่นี่ทำไม พ่อให้ข้าตามหาเอ็งซะทั่ว ไม่รู้เหรอไงว่าแถวนี้มันไม่ใช่ที่เอ็งควรจะมาเดินค่ำๆ มืดๆ”
“ฉัน ฉันตาม ตามพี่ลอมาจ้ะพี่เพื่อน”
“พี่ลอ เอ็งตามพี่ลอมาที่นี่ แล้วตอนนี้พี่ลออยู่ไหน”
“ฉัน ฉันไม่รู้ ฉัน ฉันเป็นห่วง ห่วงพี่ลอ”
แพงพูดอย่างอ่อนแรงแล้วเป็นลมหมดสติไป

ลอถูกหมัดของไม้กระแทกเข้าหน้าจนเซไปทางคู่ชกจากบ้านหัวตะพาน คู่ชกจับแขนลอล็อคเอา ไว้เพื่อเป็นเป้านิ่งให้ไม้เล่นงาน ก้อนเห็นลอถูกรุมก็เหลืออด
“ทนไม่ไหวแล้วโว้ย แบบนี้มันตั้งใจหมาหมู่รุมไอ้ลอ”
ก้อนพุ่งเข้าไปจะช่วยลอ แต่กลับถูกวีระผลักอกขวางไม่ให้ยื่นมือเข้าไปช่วย
“เอ็งอย่าเสือกดีกว่าไอ้ก้อน กติกาให้มันสู้กัน 3 คน ใครยืนทนมือทนตีนได้เป็นคนสุด ท้ายคนนั้นก็เอาเงินพนันไป”
“แต่ที่ข้าเห็น เอ็งกับไอ้พวกบ้านหัวตะพานกำลังร่วมมือกันรุมไอ้ลอ”
“ฮ่าๆ ก็ไอ้ลอมันยอมรับกติกาต้องยืนให้ได้เป็นคนสุดท้าย แต่มันไม่ได้ยอมรับนี่หว่าว่าจะโดนรุม ฮ่าๆๆ”
วีระกับพวกบ้านหัวตะพานหัวเราะชอบใจเสียงดัง ก้อนทนไม่ไหวถีบวีระกระเด็นแล้วพุ่งเข้าไปถีบไม้ที่ กำลังรัวหมัดใส่ลอ ไม้เซถลา ลอได้โอกาสกระแทกศอกใส่คู่ชกจากบ้านหัวตะพาน วีระโกรธ พยักหน้าให้พวกบ้านหัวตะพานเข้าไปล็อคตัวก้อนและเรือง แล้วชักมีดมาจ่อคอทั้ง 2 คน
“ไอ้ลอ ถ้าไม่เล่นตามกติกาที่รับปากพวกข้าไว้ ได้เห็นเพื่อนเอ็งโดนเชือดคอแน่”
ลออึ้ง จ้องเขม็งไปที่พรรคพวกอย่างเจ็บใจ ยิ่งเรืองยืนกลัวตัวสั่นจนน่าเวทนาลอก็ยิ่งโกรธ
“ไอ้ ไอ้ลอ ช่วย ช่วยข้าด้วย ข้ายังไม่อยากโดนเชือด”
“เอ็งดูถูกข้าว่าเป็นลูกโจร แต่ข้าไม่เคยมีสันดานอย่างที่เอ็งกำลังทำ ปล่อยเพื่อนข้า”
“หึ ที่แม่เพื่อนเขาชอบเอ็ง คนทั้งทุ่งบ้านสร้างยกยอเอ็ง ก็เพราะเอ็งกำลังเล่นละครตบตา คนอื่นเขาว่าเอ็งมันซื่อ ถุย ข้านี่แหละจะกระชากหน้ากากให้ทุกคนเห็นว่าไอ้ลอไม่ใช่คนซื่อ ที่จริงแล้วมันเลวกว่าพ่อมันซะอีก”
“ไอ้วีระ”
ลอกำหมัดแน่นเจ็บใจ จิกหน้าเอาจริงและโกรธอย่างที่สุดเท่าที่ลอเคยโกรธมา คู่ชกจากหัวตะพานจะฉวยโอกาสเล่นงานลอตอนนี้ จึงพุ่งเข้ามาจะชก ลอเอี้ยวตัวฉากหลบนิ่งๆ แล้วตวัด ศอกกลับหลัง คู่ชกจากหัวตะพานโดนศอกเข้าดั้ง เลือดออก ทุกคนอึ้ง
“เอ็งยั่วไอ้ลอผิดจังหวะแล้วไอ้วี เวลามันโกรธเอาจริงขึ้นมา มันก็ควายบ้าตัวนึงดีๆ”
คำพูดของก้อนไม่ผิดไปจากที่ขู่ เพราะลอในเวลานี้โกรธจัดบ้าระห่ำ ออกหมัดเชิงมวยอย่างดุดันกว่าเดิมที่ เคยเอาแต่ตั้งรับ วีระยืนอึ้งเมื่อเห็นลอบ้าระห่ำเล่นงานไม้กับคู่ชกจากบ้านหัวตะพานชนิด 2 รุม 1 ก็ยังไม่ได้ผล

เพื่อนประคองแพงที่หมดสติเข้ามานอนพิงเสาเรือนที่กระท่อมของลอ แล้วพยายามเรียกสติแพง
“อีแพง อีแพง ตื่นสิ ลุกขึ้นมา พี่ลอหายไปไหน อีแพง อีแพง”
เพื่อนพยายามเรียกสติ แต่แพงก็ยังไม่รู้สึกตัว เพื่อนใจคอไม่ดีกังวลจนเครียด

ไม้โดนลอใช้จระเข้ฟาดหางซัดเข้าหน้าจนกระเด็น คู่ชกจากบ้านหัวตะพานพุ่งเข้ามาจะซ้ำ แต่เจอลอใช้เชิงมวยทุ่ม ทับ จับ หัก เล่นงานต่อเนื่องจนโงนเงน แล้วจบด้วยเชิงไม้มวยไต่เขาพระสุเมรุ เหยียบหน้าขากระแทกศอกลงกลางกะหม่อม
คู่ชกจากหัวตะพานร่วงผลอยทรุดฮวบหมดสติต่อหน้าต่อตาชายฉกรรจ์ตรงนั้นทุกคน ไม้อึ้งกับเชิงมวยเฉียบขาดของลอ แต่ก็ยังพุ่งเข้าไปจะเล่นงาน ลอสวนกลับด้วยแม่ไม้มวยอิเหนาแทงกริช
ไม้ทรุดฮวลบลงไปอีกคน สร้างความตื่นตระหนกให้กับชายฉกรรจ์ในวงนั้น โดยเฉพาะกับพวกบ้านหัวตะพานที่ ช่วยวีระคุมตัวเรืองกับก้อน พวกนั้นพากันปล่อยมือแล้วไปพยุงพรรคพวกที่ร่วงหมดสติ
“ไอ้ไม้ ลุกขึ้นมาสิวะไอ้ไม้”
วีระปลุกเรียก ไม้ยังแน่นิ่งลุกไม่ขึ้น วีระเลยสั่งพวกบ้านหัวตะพาน
“เฮ้ย พวกเอ็ง ใครล้มไอ้ลอได้ ข้าจะยกเงินพนันทั้งหมดให้”
ไม่มีใครสนใจคำสั่งวีระ ยิ่งพวกบ้านหัวตะพานพวกนั้นยิ่งไม่สนใจ ยอมรับความพ่ายแพ้ในเชิงมวยอันเก่ง กาจของลอ ทุกคนพากันถอย วีระเลยอึ้งไม่มีใครเอาด้วย ก้อนกระทุ้งศอกเล่นงานวีระจนตัวงอ แล้วจิกหัวจะซ้ำแต่ลอร้องห้าม
“พอได้แล้วไอ้ก้อน”
“นี่มันโอกาสดีที่เราจะสั่งสอนให้มันหลาบจำนะเว้ยไอ้ลอ”
“ถ้าข้าปล่อยให้เอ็งซ้ำมันก็เท่ากับยอมรับว่าข้าเป็นไอ้ลอสันดานโจรอย่างที่มันดูถูก”
ลอพูดแค่นั้นแล้วเดินไปหยิบถุงผ้าเงินพนันที่วีระแขวนไว้กับกิ่งไม้ เปิดออกมาแล้วนับเงินของตัวเองรวมทั้ง เงินของก้อน ส่วนเงินที่เหลือ ไม่สนใจ โยนคืนให้พวกบ้านหัวตะพาน
“ที่ข้ายอมสู้เพราะต้องการเอาเงินข้าคืน ส่วนเงินพนันที่เหลือ พวกเอ็งเอาคืนไป”
“ไอ้ลอ เงินตั้งเยอะนะเว้ย” ก้อนท้วง
“นั่นสิวะ เอ็งสู้จนเกือบจะตายคาสังเวียน แต่ดันไม่เอาเงินเนี่ยนะ” เรืองแปลกใจ
“แค่นี้ข้าก็ผิดคำสาบานต่อหน้าพระของพ่อข้ามากพอแล้ว”
ลอพูดพร้อมกำพระที่ห้อยคออยู่แล้วเดินออกไป ก้อนยังเสียดายเงินพนัน แต่ก็เชื่อมั่นตามที่ลอว่ามา ก่อนจะออกไป

ก้อนเลยดีดส้นเข้าหน้าวีระจนล้มอย่างสะใจ วีระเลือดกบปาก เจ็บใจ 

แพงยังนอนหมดสติอยู่ที่แคร่หน้ากระท่อมของลอ เพื่อนเอาน้ำมาสาดหน้า จนแพงสะดุ้งรู้สึกตัว
 
“ลุกขึ้นมาได้ซะทีนะอีแพง”
“พี่เพื่อน อู้ย นี่ฉันเป็นลมไปเหรอ”
“เออ พ่อใช้ให้ข้ามาตามเอ็งกลับบ้าน แต่ข้าไปเจอเอ็งกำลังถูกไอ้มาดเล่นงานเพราะ เอ็งกำลังตามหาตัวพี่ลอ เกิดอะไรขึ้น พี่ลออยู่ไหน”
“พี่ลอ พี่ลอเขา”
แพงนึกย้อนในสิ่งที่ได้ยินวีระคุยกับลูกน้อง แล้วจำได้ กำลังจะบอกพี่สาว
“พี่ลอเขาไปที่ลานชก”
แพงไม่ทันจะพูดออกมา เสียงลอก็ดังแทรกเข้ามา
“แม่เพื่อน พี่อยู่นี่จ้ะ”
เพื่อนเห็นลอเข้ามาพร้อมกับก้อนและเรือง หน้าตาลอมีรอยฟกช้ำมานิดๆ จนเพื่อนสงสัย
“พี่ลอ พี่ไปทำอะไรมา”

ลอเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง เพื่อนทวนคำที่ลอเล่าอย่างแปลกใจ
“ว่าไงนะ พี่ลอไปดูตีไก่มา”
“จ้ะแม่เพื่อน”
“ตีไก่อะไรกันตอนมืดๆ ค่ำๆ”
“ก็ตีกับพวกหมู่บ้านอื่นเอาพนัน ก็เลยต้องแอบๆ ไม่ให้ผู้ใหญ่แกรู้ ไม่งั้นแกเอาตาย”
“งั้นก็หมายความว่าพี่ลอไปเล่นพนันกับเขามาด้วย ไหนบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนาไง”
“ก็เอ่อ”
“แล้วที่หน้าตากลับมาสภาพนี้ก็เพราะไปมีเรื่องกับพวกตีไก่มาด้วยใช่มั้ย”
“ก็เอ่อ”
“พี่ลอ นี่น่ะเหรอที่บอกจะทำให้ฉันเห็นว่าพี่ไม่ใช่เป็นคนมีแต่คำสาบาน”
“แม่เพื่อน ความจริงแล้วไอ้ลอมัน”
ก้อนจะช่วยอธิบายเรื่องเงินที่ลอจะไปหาซื้อแหวนทองมาหมั้น แต่ลอกระทุ้งศอกให้หุบปาก
“พี่ขอโทษจ้ะแม่เพื่อน พี่พูดไปยังไงก็ตามที่พี่พูดทุกอย่างนั้นแหละ”
“งั้นพี่ก็ยังเหมือนเดิม มีดีก็แต่คำพูด ฉันรึอุตส่าห์เป็นห่วงพี่ อีแพง กลับบ้าน”
เพื่อนรีบเดินออกไป อารมณ์ปั้นปึ่ง ลอถอนหายใจเฮือกใหญ่ แพงหันมาเป็นห่วงลอ
“พี่ลอ ทำไมไม่บอกพี่เพื่อนไปล่ะว่าพี่จะซื้อแหวนทองหมั้นพี่เพื่อน”
“ในเมื่อแม่เพื่อนไม่ชอบให้พี่ดีแต่พูด เพราะฉะนั้นพี่ก็จะไม่พูดอะไรอีก แต่พี่จะทำให้เห็นเลย แล้วถึงเวลานั้น แม่เพื่อนจะต้องรักพี่มากกว่าทุกๆ วันที่เคยรัก เอ็งก็อย่าพูดให้พี่เอ็งรู้ล่ะอีแพง”
“พี่ลอ”
เพื่อนตะโกนเข้ามา
“อีแพง บอกให้กลับบ้าน”
แพงมองลออย่างเข้าใจแล้วรีบตามพี่สาวออกไป ลอมองตามคนรักตาละห้อย เรืองเข้ามาตบบ่า
“ไอ้พระเอกลิเกน้ำเน่าเอ๊ย ปากเก่งนักนะ ข้าว่าเอ็งเลิกทำนาแล้วไปอยู่กับพ่อข้าดีกว่า”
“โอ๊ย เบาๆ สิวะไอ้เรือง ทั้งตัวข้าโดนมาทั้งหมัดทั้งตีนนะเว้ย”
เรืองกับก้อนเห็นลอร้องเจ็บก็พากันส่ายหัวขำสมเพช

ตอนเช้า เสียงอ่านเขียนหนังสือของแพงดังก้องวัดทุ่งบ้านสร้าง
“ตาสาขาเก แกถือไถจะไปไถนา ไปเจออาดีตีวัวไถนา”
แพงกำลังท่องและหัดเขียนหนังสือด้วยบทแบบเรียนสมัยนั้นโดยมีสมภารบุญนั่งเฝ้าสอน
“ตาสาถือไถ เฉไปปะทะขาอาดี อาดีขาเก โซเซไป”
“ดีมากอีแพง ไหนดูลายมือเอ็งหน่อยสิ”
หลวงพ่อชะโงกดูลายมือแพงในสมุดแล้วชื่นชม
“ลายมือสวยใช้ได้ เป็นระเบียบถูกต้อง เห็นมั้ยเวลาเอ็งตั้งใจ เอ็งก็ทำได้”
แพงยิ้มรับแล้วหันไปยักคิ้วอวดใส่เรืองกับด้วงที่หลวงพ่อกำลังชะโงกหน้าไปดูลายมือของทั้งสองคน
“เฮ้ย ไอ้เรือง ไอ้ด้วง นี่ลายมือพวกเอ็งแน่เหรอวะ”
“ก็ลายมือสิครับหลวงพ่อ ตอนเขียน หลวงพ่อก็เห็นว่าพวกผมใช้มือ ไม่ได้ใช้ตะ”
เรืองไม่ทันพูดต่อ หลวงพ่อก็เขกหัวให้
“ทะลึ่งใหญ่แล้วนะเอ็ง กับพระกับเจ้ากับครูบาอาจารย์ให้มันมีสัมมาคารวะบ้าง”
เรืองเจ็บหัวน้ำตาเล็ด ด้วงแอบหัวเราะชอบใจ หลวงพ่อหันไปดุอีกคน
“เอ็งก็ด้วยไอ้ด้วง ตามอีแพงมันให้ทัน เรียนมาพร้อมกันแท้ๆ”
“โธ่หลวงพ่อ จะเอาผมไปเปรียบกับอีแพงได้ยังไง อีแพงมันฉลาดเป็นลิง”
“คนเราไม่มีใครฉลาดมาแต่เกิดหรอกไอ้ด้วง มันอยู่ที่เอ็งขยันแล้วก็สนใจเรียนรึเปล่า อย่างอีแพงถ้ามันตั้งใจเรียนแบบนี้ไปเรื่อย อนาคตมันไกลแน่ ท่อง เขียนต่อสิอีแพง”
“จ้าหลวงพ่อ ป้ากับปู่ ดูตาอู๋ ตีกระบี่กับตาอี่ ตาอี่ตีกระบี่ดี ตาอี่จะตี บ่าตาอู๋”
หลวงพ่อนั่งฟังแพงท่องบทเรียนอย่างคล่องแคล่วพลางยิ้มด้วยความชื่นชมก่อนจะสะดุ้งเพราะแพงดันทะลึ่ง ปิดท้ายแบบเลียนอย่างทะเล้น
“ตาอู๋ดูตาตาอี่ ป้ากับปู่กู้อีจู้ ป้าชวนปู่กู้อีจู้ ปู่ชวนป้ากู้อีจู้ เราสองคนจู้ฮุกกรู”
หลวงพ่อสะดุ้ง
“เฮ้ย ป้ากับปู่มันไม่ทำอะไรกันนอกจากจะกู้อีจู้อย่างเดียวเลยเหรอวะอีแพง”
“โธ่ ก็ป้ากับปู่เขาชอบกู้อีจู้กันนี่จ๊ะหลวงพ่อ กู้อีจู้ จู้ฮุกกรู้”
แพงหัวเราะคิกคักสนุกที่ได้ทะเล้นแกล้ง
“อีแพง อีตัวแสบ”
หลวงพ่อหันไปคว้าไม้เรียว แพง เรือง ด้วง วงแตกรีบวิ่งกระเจิงไปที่ลานหน้าโบสถ์ หลวงพ่อถือไม้เรียววิ่งไล่จะกำราบ แพงหันรีหันขวางแล้วสั่งเรืองกับด้วง
“ไอ้เรือง ไอ้ด้วง พวกเอ็งช่วยข้าถ่วงเวลาหลวงพ่อหน่อย เดี๋ยวข้าไปไม่ทันพี่ลอเขา”
“เอ็งกำลังหาเรื่องยั่วหลวงพ่อให้ลงไม้เรียวกับพวกข้าน่ะสิวะอีแพง”
“เออน่า เพื่อนกันช่วยกันหน่อยไม่ได้เหรอไงวะ”
“ช่วยได้ แต่เอ็งต้องมีของติดไม้ติดมือจากอำเภอมาให้ข้าด้วย”
“ข้ามีให้เอ็งแน่ ส่วนเอ็งไอ้เรือง ถ้าทำให้ข้าไม่ได้ก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกัน”
เรืองหน้าจ๋อยๆ แพงเห็นหลวงพ่อใกล้เข้ามาแล้ว เลยจับมือเรืองมาบีบแล้วทำหน้าเศร้าๆ
“นะไอ้เรือง ไอ้เพื่อนรัก”
หลวงพ่อเกือบจะมาถึง แพงรีบวิ่งเร็วออกไป ด้วงรีบสะกิดเรือง
“ช่วยอีแพงมันหน่อยเถอะวะไอ้เรือง”
ด้วงเอาตัวรอดอีกคน ผลักเรืองไปขวางหลวงพ่อเอาไว้ ส่วนตัวก็วิ่งไปอีกทาง เรืองชะงักหน้าเสียเจอ หลวงพ่อกำไม้เรียวจ้องหน้าเขม็ง
“เอ่อ หลวงพ่อครับ คือ คือว่า”
“ไอ้พวกลิงหลอกเจ้า ตั้งใจจะสั่งสอนให้พวกเอ็งมีความรู้ อนาคตจะได้เป็นเจ้าคนนายคน แต่ดันทะลึ่งไม่มีสัมมาคารวะ ครูบาอาจารย์ แล้วพวกเอ็งจะได้ดีกันมั้ย”
หลวงพ่อเงื้อไม้เรียวจะฟาด แต่ชะงักเพราะอยู่ๆ เรืองก็ร้องลำตัดออกไป
“มาโตงเตงต่องเต่ง เอิงเอย มาต่องเต่งโตงเตง ห้อยอยู่คาขั้ว เอิงเอย มันสั่นหัวโคลงเคลง”
หลวงพ่อชะงักงงกับคำร้องและท่าทางของเรือง เรืองเลยได้ที
“งงเลยใช่มั้ยครับหลวงพ่อ งงแบบนี้ ผมก็หนีได้สิครับ”
เรืองวิ่งปรู้ดไปทันที หลวงพ่อโกรธ

“ไอ้พวกลิงหลอกเจ้า”

เพื่อนกำลังเอาพริกแดงออกมาตากเพื่อทำเป็นพริกแห้ง
 
ระหว่างนั้นลอจูงไอ้เปลี่ยวกลับเข้าคอก เลยต้องเดินผ่าน ลอมองเพื่อนตาละห้อย
“แม่เพื่อนจ๊ะ”
เพื่อนได้ยินเสียงลอเรียกแต่ไม่ตอบ แสร้งเกลี่ยพริกตากแดดไปไม่สนใจ ลอคอตก
“คือ วันนี้พี่จะไม่กลับมากินข้าวนะจ๊ะ แม่เพื่อนไม่ต้องเตรียมอะไรไว้ให้พี่ก็ได้จ้ะ”
“ฉันก็ไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้พี่หรอก งานฉันก็ยุ่งทั้งวัน ไหนจะต้องดูแลพ่อดูแลบ้าน ถ้า พี่หิวก็หาปลาหมอในนาย่างกินเอาเองแล้วกัน”
เพื่อนพูดอย่างเย็นชาแล้วจะกลับเข้าบ้าน ลอรีบเข้าไปขวางคว้าแขนเพื่อนเอาไว้
“แม่เพื่อน พี่อยากให้แม่เพื่อนฟัง”
“ฉันไม่ว่างมานั่งฟังคำแก้ตัวของพี่หรอกนะพี่ลอ ข้าวในนากำลังสุก อีกเดี๋ยวก็ได้เวลาต้องยุ่งเรื่องเกี่ยวข้าวแล้ว เวลามันก็จะสั้นลงไปเรื่อยๆ พอถึงเดือนหกถ้าฉันยัง ไม่เห็นอะไรนอกจากคำสาบาน พี่ลอก็ต้องเข้าใจฉันด้วยนะ”
เพื่อนพูดพร้อมกับแกะมือแล้วจะเดินเข้าบ้าน ลอจะตามแต่ระหว่างนั้นเสียงแรมดังแทรกเข้ามา
“นังเพื่อน ทำอะไรอยู่ พี่มาขัดจังหวะอะไรเอ็งกับไอ้ลอรึเปล่า”
“เปล่าหรอกจ้ะ พี่แรมแวะมาหาฉันก็ดีเหมือนกัน เสื้อผ้าที่พี่ให้ฉันยืมใส่ ฉันซักรีดให้เรียบร้อยแล้ว”
“พี่ไม่รีบเอาคืนหรอก เอ็งอยากเก็บเอาไว้ใส่ก็ได้ เบื่อเมื่อไหร่ค่อยมาคืน”
“จะดีเหรอจ๊ะพี่แรม ของมีราคาแบบนั้น”
“ไม่ต้องเกรงใจ เราคนบ้านเดียวกัน ว่าแต่วันนี้เอ็งว่างรึเปล่า พี่อยากขอแรงเอ็งหน่อย”
เพื่อนหางตามองลอ
“ว่างจ๊ะ วันนี้ฉันไม่ได้ทำอะไร”
เพื่อนพูดไปแล้วชะงักหันมามองลอที่เพิ่งบอกไปว่าไม่ว่าง
“เออ ดีๆ งั้นเดี๋ยวเอ็งไปกับพี่ ฉันขอยืมตัวนังเพื่อนหน่อยนะพ่อลอ”
แรมควงแขนพาเพื่อนออกไป ลอมองตามตาละห้อยเศร้าๆ แล้วเสียงแพงก็ดังแทรกขึ้น
“บอกพี่ลอว่าไม่ว่าง แต่ทีพี่แรมชวนไปทำอะไรไม่บอก ก็รีบแจ้นเดินตามตูดเขาไปเชียว”
“อีแพง สันดานเสียมาแอบฟังคนอื่นคุยกันอีกแล้วนะเอ็ง”
แพงยิ้มแหะๆ รีบเดินตามลอไป
“เดี๋ยวสิพี่ลอ ฉันไม่ได้แอบฟังนะ ฉันมาตามพี่ลอแล้วบังเอิ้ญ บังเอิญได้ยินเข้าพอดี”
“เหรอ แต่ไอ้บังเอิ้ญ บังเอิญของเอ็งเนี่ย เขาเรียกว่า เสือก แล้วเวลาที่เอ็งเสือกเนี่ย ข้ากับแม่เพื่อนก็ต้องทะเลาะกันเพราะเอ็งทุกที”
“โธ่พี่ลอจ๋า มาว่าฉันแบบนี้ ฉันน้อยใจนะ”
“หึ น้อยใจเหรออีแพง ข้าไม่เชื่อท่าทางเล่นละครลิงหลอกเจ้าอย่างเอ็งหรอก”
ลอพูดพร้อมกับนิ้วจิ้มไสหัวแพงแล้วรีบเดินไปต่อ แพงเอามือถูหัวอย่างหงุดหงิดแล้วตะโกนสวนกลับ
“พี่ไม่เชื่อคำพูดฉัน ก็เหมือนที่พี่เพื่อนไม่เชื่อคำสาบานของพี่เหมือนกัน ใช่มั้ยล่ะพี่ลอ”
ลอชะงัก
“อีแพง ถ้าเอ็งไม่หยุดปากหมากับข้าอีกล่ะก็”
“จะถีบจะเตะฉันเหรอ พี่ลอจ๋า ถ้ามัวแต่วิ่งไล่เตะฉันล่ะก็ เดี๋ยวจะไปหาซื้อแหวน ทองมาหมั้นพี่เพื่อนไม่ทันนะจ๊ะพี่ลอ”
แพงทำหน้ายียวน ยักคิ้วกวนๆ ใส่ ลอชี้หน้า
“ไว้ข้ากลับมาทำให้แม่เพื่อนเชื่อคำพูดของข้าก่อนเถอะ เอ็งโดนข้าแน่”
“งั้นพี่ลอก็ต้องเอาฉันไปช่วยเลือกซื้อด้วย เพราะถ้าพี่ลอเลือกคนเดียวมีหวังโดนหลอกให้ ซื้อทองปลอมมาหมั้นพี่เพื่อนแน่”
“นี่เอ็งว่าข้าโง่เหรออีแพง”
“เปล่านะ พี่ลอเป็นคนซื่อ แล้วก็ใจดีต่างหาก ของแพงๆ ใช้เงินเก็บของพี่ลอหมดแบบนั้น มันต้องช่วยกันเลือก ช่วยกันดูสิจ๊ะ ถึงจะได้ของดีๆ กลับมาให้พี่เพื่อน”
ลอนิ่งไป คิดอย่างแพงบ้างเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่สนใจ รีบเดินไปต่อ แพงรีบเข้าไปคว้ามือออดอ้อน
“โธ่พี่ลอ ให้ฉันไปด้วยเถอะนะ ฉันช่วยเลือกของให้พี่ได้จริงๆ ฉันรู้ว่าพี่เพื่อนชอบของสวยๆ งามๆ แบบไหน นะพี่ลอนะ ให้ฉันช่วยเถอะนะ นะๆๆๆ”
แพงออดอ้อนจนลอรู้สึกรำคาญ ต้องขึ้นเสียง
“เออ ก็ได้ๆๆ เอ็งนี่มันน่ารำคาญจริงๆ อีแพง ตามตูดขาตลอดเหมือนหมาชอบดมขี้”
ลอแกะมือแพงแล้วรีบเดินไป พลางอมยิ้มชอบใจที่แอบด่าแพงเนียนๆ แพงชักสีหน้างอนเคืองน้อยๆ
“ตามดมขี้เนี่ยนะ หึ ยอมก็ได้วะ เพราะเป็นขี้พี่ลอหรอกนะ ฮึ่ย”

บริเวณบ้านแสง เพื่อนเลิกคิ้วสงสัยถามกลับแรม
“จะให้ฉันรับงานรำแทนพี่เหรอ”
“เออ งานนี้ได้ค่าจ้างด้วยนะ เงินดีเชียว ดีกว่าไปเหนื่อยตากแดดตากลมทำไร่ไถนาแล้ว รอเกี่ยวข้าวถึงจะได้เงินซะอีก”
“แต่ฉันเลิกรำมาตั้งนานแล้ว”
“ถึงจะเลิกไปนาน แต่ข้าก็ได้ยินพ่อพูดถึงเอ็งบ่อยๆ ว่าฝีมือยังไม่ทิ้ง”
“แล้วทำไมพี่ถึงไม่รำเองล่ะ พี่ก็ลูกครูแล้วไหนยังจะไปร่ำไปเรียนนาฏศิลป์ถึงพระนคร ยังไงก็ต้องรำสวยกว่าฉันเยอะ”
“ไม่ต้องย้อนข้า เอ็งพูดว่าจะให้ข้าช่วยอะไรก็บอก ก็นี่ไงที่ข้าขอให้เอ็งช่วยอยู่”
“พี่แรม ฉันถามจริงๆ เถอะ ที่พี่หายไปอยู่พระนครมาหลายปี พี่ไปทำอะไรอยู่กันแน่ ที่นั่นถึงเปลี่ยนพี่ไปได้ขนาดนี้”
“เอ๊ะนังเพื่อน ข้าเป็นมิตรกับเอ็งไม่ได้เป็นศัตรู หยุดซักข้าเหมือนเป็นจำเลยซะที ถ้าไม่ช่วยก็ตามใจ ข้าจะได้รู้ว่าเอ็งมันเก่งแต่ปากเหมือนไอ้ลอ”
“พี่แรม”
แสงเดินเข้ามา
“นังเพื่อน แวะมาทำอะไรที่นี่รึเอ็ง”
“แวะมาบอกฉันจ้ะพ่อ ว่ามันจะช่วยไปรำแก้บนให้เถ้าแก่เส็งแทนฉันจ้ะ”
“จริงเหรอวะนังเพื่อน”
เพื่อนชะงักอึ้ง ไม่ทันจะแก้ตัว แรมก็เข้ามาบีบมือแล้วจิกหน้ายิ้มบังคับ จนเพื่อนพูดไม่ออก

บริเวณตลาดท่าน้ำ ลอกับแพงเดินเข้ามาท่ามกลางชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของ ลอเดิน ค่อนข้างเร็วเพราะอยากไปหาซื้อแหวนทองไปหมั้นเพื่อน ส่วนแพงเดินตามหลัง แต่ช้ากว่าเพราะสนใจข้าว ของแปลกๆ ที่ขายอยู่สองข้างทาง
“พี่ลอ จะรีบไปไล่ควายที่ไหน มาถึงอำเภอแล้วไม่มีควายให้ไล่หรอกนะ”
“เอ็งอย่ามาสำบัดสำนวนกับข้า ข้าไม่ได้พาเอ็งมาเที่ยว”
“โธ่พี่ลอ แวะนิดแวะหน่อยไม่ได้เสียเวลาหรอก”
แพงพูดไปก็เหลือบไปเห็นแผงขายถั่วตัดก็ตาโต
“พี่ลอ ตรงนั้นมีร้านขายถั่วตัดด้วย ฉันอยากกินจังเลย อุ๊ย นู่นๆๆ มีขนมเบื้องด้วย”
แพงพยายามฉุดแขนดึงลอไปดู แต่ลอขืนตัวอย่างหงุดหงิด
“พอซะที หยุดตะกละได้แล้วอีแพง สะตุ้งสตางค์ข้าไม่ได้เอามาเลี้ยงขนมเอ็ง”
“แหม ขนมพวกนั้นมันจะสักกี่สตางค์เองจ๊ะพี่ลอ เลี้ยงขนมฉันนิดหน่อยๆ เหมือนสมัยที่พี่เคยพาฉันไปเที่ยวงานวัดไง นะพี่ลอ นะๆๆ”
“ข้าบอกว่าไม่ ก็ไม่ไง”
ลอปฏิเสธเสียงแข็งแล้วแกะมือแพง ก่อนจะรีบเดินออกไป แพงหน้าจ๋อย
“พี่ลอจ๋า โธ่เอ๊ย”
แพงถอนใจ สายตาเหลือบหันไปมองร้านขายของกินแล้วเสียดาย แต่พอหันกลับมาก็ไม่เจอลอแล้ว
“อ้าว พี่ลอ พี่ลอ”

แพงมองซ้ายมองขวาไม่เจอตัว สงสัย

ที่ร้านกาแฟในอำเภอ ไม้นั่งดูดโอเลี้ยงอยู่ครู่ มาดที่หัวมีผ้าพันแผลเดินเข้ามา คว้าแก้วโอเลี้ยงที่ไม้กำลังกินอยู่มาดูด
 
“ระบมไปทั้งหัว โดนไปตั้งหลายเข็ม ขอโอเลี้ยงเย็นๆ ชื่นใจให้ข้าดูดหน่อยเถอะวะไอ้ไม้”
ไม้ดึงแก้วกลับคืนก่อนที่มาดจะดูด
“อยากกินก็สั่งเองสิวะ”
“ทำงกไปได้ แก้วละไม่กี่สตางค์ ข้าเลี้ยงเอ็งก็ได้ เงินที่พี่วีให้ข้าไปหาหมอ ข้าแอบเม้มเอาไว้ตั้งหลายบาท ถ้าเอ็งสนใจจะหยิบยืมไปเที่ยวซ่องก็ได้นะ ข้าคิดดอกเอ็งถูกๆ”
ไม้ไม่ทันจะตอบ ก็เหลือบไปเห็นแพงเดินผ่านหน้าร้านไป
“อีแพง”
“เฮ้ย ข้ายังไม่ได้บอกเอ็งเลยว่าจะคิดดอกเท่าไหร่แค่นี้ก็บ่นแพงแล้ว ไอ้งกเอ๊ย”
“ข้าหมายถึงนั่น อีแพง”
มาดชะงักหันไปมองตาม
“อีแพง อีตัวแสบนี่หว่า”
มาดเจ็บใจเพราะแพงเพิ่งฝากแผลบนหัวเขาไว้
“เล่นข้าซะกบาลแยกแล้วยังกล้ามาลอยหน้าเดินแถวนี้อีก อีวอนเอ๊ย เสร็จข้าสิวะ”
มาดจะลุกตามแพงไปแต่ไม้คว้าไหล่แล้วกดลงพร้อมส่ายหน้าไม่ให้ตามไป
“ห้ามข้าทำไมวะ”

บริเวณโรงสี ประจวบเดินคุยมากับลูกน้องคนหนึ่ง
“เอ็งแน่ใจนะว่ามีคนรับจะจัดการกับมันให้ข้า”
“แน่ใจครับนาย แค่ผมปล่อยข่าวเรื่องมันไป ก็มีแต่คนสนใจอยากเข้าไปจัดการมันให้ รีบตอบกลับมาทันที”
“แล้วเอ็งเลือกพวกไหน”
“พวกไอ้เสือมิ่งครับ พวกมันกำลังย้ายถิ่นมาทำมาหากินแถวนี้อยู่พอดี”
“ไอ้เสือมิ่ง ชื่อคุ้นๆ”
“ไอ้พวกนี้ฝีมือมันดีครับ ฆ่าเป็นฆ่าไม่ไว้หน้าใคร ทำงานเสร็จเก็บงานให้เรียบร้อยด้วย”
“ยังไงก็อย่าให้โยงมาถึงข้า ให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นแค่เรื่องปล้นฆ่าธรรมดา”
“ครับนาย ผมรับรองไม่โยงมาถึงนายแน่”
ประจวบตบบ่าลูกน้องแล้วให้เงินขวัญถุงเป็นรางวัลก่อนจะหันไปเห็นวีระ ลูกชายตัวดีกำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่คนงานที่ทำงานไม่ถูกใจ จนเจอวีระถีบกระเด็น ประจวบไม่พอใจ เข้าไปกระชากคอเสื้อลูกชายตัวดี มาเหวี่ยงกระแทกกับกระสอบข้าวที่เรียงรายอยู่ในโกดัง
“เมื่อไหร่เอ็งจะเลิกสันดานหาแต่เรื่องให้ข้าต้องปวดหัวกับเอ็งซะทีวะไอ้วี”
“อะไรของพ่อเนี่ย ฉันทำงานอยู่ดีๆ ก็ลากฉันมาตะคอกใส่หน้า”
“คิดว่าเรื่องเมื่อคืนที่พาลูกน้องเอ็งไปหมดเงินพนันหลายบาท ข้าไม่รู้ไม่เห็นงั้นเหรอ”
ประจวบยิ่งพูดถึงยิ่งโมโห ผลักลูกชายจนเซ
“เงินทองที่ข้าให้เอ็งใช้จ่าย ข้าไม่ได้พิมพ์มันขึ้นมาเองนะเว้ย หัดรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ ทำให้เงินมันงอกเงย ไม่ใช่ดีแต่ผลาญเล่น”
“โธ่พ่อ เงินเรามีเยอะแยะ ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด ไหนจะที่นาที่เราไล่ฮุบมาอีก อย่างกไปหน่อยเลยน่า เกิดวันดีคืนดีหัวใจวายขึ้นมา จะอดใช้เงิน”
“นี่เอ็งแช่งข้าเหรอ ไอ้ลูกเวร เงินหามาได้ก็มีวันหมดเว้ย ถ้าเอ็งไม่รู้จักเอาเงินไปต่อเงิน แล้วก็จำใส่กะโหลเอาไว้ด้วยว่า ทั้งจังหวัดไม่ได้มีข้าที่ทำมาหากินแบบนี้คนเดียว มันยังมีพวกมารคอหอยคอยแย่งที่ทำมาหากินกับข้าอยู่”
“ใครเหรอพ่อ บอกฉันมาสิ เดี๋ยวฉันไปจัดการให้”
“นั่นไม่ใช่หน้าที่เอ็ง ข้าเพิ่งได้พวกไอ้เสือมิ่งมาช่วยจัดการให้ มันเป็นพวกต่างถิ่นเพิ่งย้ายมาหากินแถวนี้”
“โธ่พ่อ ชื่อไอ้เสือมิ่งอะไรไม่เห็นจะน่ากลัวเลย งานแบบนั้นให้ฉันทำก็ได้ ยิ่งคันๆ มืออยู่”
ประจวบกระชากคอเสื้อมาจ้องเขม็งทันที
“ไอ้วี ข้าส่งเอ็งไปเรียนสูงๆ เอ็งก็ควรทำงานที่มันเหมาะกับความรู้ ไม่ใช่ทำตัวเป็นต่ำเตี้ยสถุล เป็นพวกนักเลงหัวไม้ไปวันๆ”
ประจวบกระแทกลูกชายกับกระสอบข้าวแล้วเดินออกไปอย่างหัวเสีย ระหว่างนั้นไม้กับมาดพากันเข้ามา
“พี่วี พี่วี”
“พวกเอ็งอย่าเพิ่งมายุ่งกับข้า อารมณ์ไม่ดีอยู่เว้ย”
“อารมณ์ไม่ดีอยู่เหรอพี่ งั้นด็เข้าทางเลย ฉันมีวิธีมาช่วยทำให้พี่อารมณ์ดีขึ้นจ้ะ”
“อะไรของเอ็งวะ”

แพงเดินมองหาลอตามถนนในตลาดที่สองข้างทางมีร้านห้องแถวเรือนไม้เรียงราย
“พี่ลอ พี่ลอจ๋า”
แพงเรียกหาแต่ไม่เจอตัวจนเริ่มสงสัยว่าลอหายไปไหน ขณะกำลังเดินผ่านร้านขายของเก่า เสียงเพลงก็ลอยมาให้ได้ยิน จนต้องหยุดฟังอย่างสนใจ เสียงเพลงดังมาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงลำโพงปากแตรในร้านขายของเก่า แพงถูกอกถูกใจเดินตามเสียงเพลงไปหยุดที่หน้าร้าน มองเครื่องเล่นแผ่นเสียงยิ้มชอบใจ เพราะชอบเพลงน่ารักๆ จากละครร้อง ‘โรสิตา’ เพลงนี้
แพงฟังไปอมยิ้มไปอย่าชื่นชอบจนเพลงจบ และก็นึกอยากฟังอีกเลยเดินเข้าไปใกล้เครื่องเล่นแผ่นเสียงอย่างไม่รู้ตัว เจ้าของร้านเสียงดังขึ้น
“เฮ้ย ถอยไปไกลๆ เลย อย่ามาแตะ เดี๋ยวของๆ ข้าพัง น้ำหน้าอย่างเอ็งทำพังขึ้นมา ไม่มีปัญญาซื้อใช้นะเว้ย”
“ฉันเปล่าจะแตะของๆ น้าเลยนะจ๊ะ ฉันแค่อยากจะฟังเพลงเมื่อกี้อีกน่ะจ้ะ”
“เพลงอะไร”
“เพลงที่ดังมาจากไอ้เครื่องนี่เมื่อกี้นี้น่ะจ้ะ”
“เพลงกระจุ๋มกระจิ๋ม น่ะเหรอ เอ็งอยากฟังแล้วทำไมข้าต้องเปิดให้น้ำหน้าอย่างเอ็งฟังด้วยวะ เขาร้องเป็นภาษาปะกิต ฟังรู้เรื่องเหรอไง”
“ไม่รู้หรอกจ้ะ ฉันยังไม่ได้เรียนภาษาปะกิต หลวงพ่อท่านไม่รู้ก็เลยไม่ได้สอน สอนแต่ภาษาไทยให้ฉันอ่านเขียนให้เป็นก่อน”
“จะอวดว่าตัวเองรู้หนังสือเหรอ ฮ่าๆๆ ผู้หญิงคอกนาอย่างเอ็งมีเหรอวะที่รู้หนังสือ ไม่ ต้องมาตอแหล ไปเลยไป อย่ามาเกะกะหน้าร้านข้า”
เจ้าของร้านเข้ามาผลักแพงจนเซให้พ้นหน้าร้าน ลอโผเข้ามาประคองแพงเอาไว้
“พี่ลอ”
ลอหันไปต่อว่าเจ้าของร้าน
“ทำไมต้องลงไม้ลงมือกับเด็กมันด้วย เด็กมันก็แค่อยากฟังเพลง”

“พี่ลอจ๋า อย่าเลยจ้ะ อย่ามีเรื่องกับเขาเลย ฉันผิดเองที่มาเกะกะหน้าร้านเขา ไปกันเถอะจ้ะ ไปเถอะพี่ลอ ฉันขอโทษด้วยจ้ะน้า”

เพื่อน แพง ตอนที่ 4 (ต่อ)

ท่าทางยกมือไหว้อ่อนน้อมของแพงทำให้เจ้าของร้านดูเบาอารมณ์ที่จะเอาเรื่องลอลง แต่ก็ยังแค่หางตารับ
 
แพงรีบดึงลอออกไป ก่อนที่ลอจะมีเรื่องกับคนอื่น
“อีแพง เอ็งไม่ควรปล่อยให้คนอื่นมาว่าเอ็งเสียๆ หายๆ”
“ช่างเขาเถอะจ้ะพี่ลอ ท่าทางอย่างฉันไปยืนหน้าร้านเขาก็สมควรแล้วที่เขาจะไล่ตะเพิด”
“แต่หลวงพ่อสอนให้เอ็งรู้หนังสือจริงๆ ไม่ได้กะโหลกกะลาอย่างที่เขาด่า”
“เขาอยากด่าก็ให้เขาด่าไป รีบไปซื้อแหวนทองให้พี่เพื่อนกันเถอะ”
แพงจะดึงแขนลอให้ไปด้วยกัน แต่พี่ลอกลับรั้งขืนไว้
“แต่ข้าไม่ชอบให้ใครมาดูถูกเอ็ง เอ็งชอบร้องเพลง เอ็งถึงไปยืนฟังเพลงของเขา แล้วถ้า เอ็งหัดร้องเพลงภาษาปะกิตได้ เวลาเอ็งร้องเพลงนี้ออกมา คนอื่นเขาจะได้รู้ว่าเอ็งก็พูดภาษาปะกิตเป็น จะได้ไม่มีใครคิดว่าเอ็งเป็นอีบ้านนอกคอกนา”
“พี่ลอ”
“กลับไปที่ร้านนั้นกับข้าเลยอีแพง ไป”
ลอฉุดแขนแพงพากลับไปที่หน้าร้านขายของเก่า
“พี่ลอ ไปเถอะ อย่าทำอย่างนี้เลย”
“เอ็งยืนรอตรงนี้ ไม่ต้องพูดอะไร ทำตามที่ข้าบอก”
“พี่ลอ”
“เออน่าอีแพง เชื่อข้า”
ลอบีบแขนแพงแน่นเป็นการสั่งให้ทำตาม แล้วเขาก็รีบเดินไปที่ร้านขายของเก่า เข้าไปพูดคุยอะไรบาง อย่างกับเจ้าของร้าน ครู่หนึ่งก็รีบเดินเข้ามาที่แพงยิ้มๆ
“เข้าไปได้แล้วอีแพง เดี๋ยวเขาจะเปิดเพลงเมื่อกี้นี้ให้เอ็งฟังอีกรอบ”
“พี่ลอไปพูดอะไรกับเขา”
“ข้าจ่ายเงินจ้างให้เขาเปิดเพลงให้เอ็งฟังอีกรอบน่ะสิวะ”
“พี่ลอทำอย่างนั้นทำไม เงินของพี่จะเอาไปซื้อแหวนทองหมั้นพี่เพื่อนไม่ใช่เหรอ”
“เอ็งไม่ต้องมาท้วงอะไรข้า ข้าจ่ายเขาไปแล้ว ถ้าเอ็งฉลาดเป็นลิงอย่างที่หลวงพ่อชอบ ว่าเอ็งมันความจำดีจริงๆ ครั้งเดียวเอ็งต้องจำได้นะ ไอ้ภาษาปะกิตเนี่ย ไม่งั้นข้าไม่เหลือเงินไปซื้อแหวนหมั้นแม่เพื่อนแน่”
แพงอึ้งไปอย่างซาบซึ้ง
“พี่ลอ”
“ไปสิวะ ข้าจะรอเอ็งอยู่ตรงนี้ เพลงภาษาปะกิตข้าฟังแล้วมันจั๊กจี้รูหู ถนัดฟังแต่ลำตัด”
ลอดันแพงให้เดินเข้าไปที่ร้านขายของเก่า แพงหันมามองลอ น้ำตาคลออย่างซึ้งใจ แพงฟังเพลงไป จดจำเนื้อเพลงไป สายตาก็มองไปที่ลอตลอดเวลา เห็นลอยืนรออยู่นอกร้าน หนุ่มบ้านนอกซื่อๆ คนหนึ่งที่ไร้พิษภัย มีแต่จิตใจที่เปล่งประกายงดงาม แพงส่งยิ้มให้ลอเมื่อชายหนุ่มมองมา

บริเวณท่าน้ำของบ้านเถ้าแก่เส็ง ซึ่งเป็นเศรษฐีมีฐานะระดับจังหวัดคนหนึ่ง เรือที่แสงจ้างให้ขนคนและเครื่องดนตรีเข้ามาจอดส่งที่ท่า เพื่อนก้าวขึ้นมาบนท่า ยืนมองบ้านหลังใหญ่แล้วอดตื่นตาไม่ได้ แรมหันมาพูดด้วย
“เป็นไง หลังใหญ่โตโอ่อ่าน่าอยู่เลยใช่มั้ยนังเพื่อน เทียบกับบ้านพวกเราแล้วเหมือนเราอยู่รูหนูไงงั้น”
“เขาเป็นเศรษฐีระดับจังหวัด บ้านเขาก็ต้องใหญ่โตหรูหรา จะมาเทียบอะไรกับชาวนา ชาวไร่อย่างพวกเรา”
“มันก็ใช่ ถ้าเอ็งคิดแต่จะเป็นชาวนา ชีวิตเอ็งก็อยู่แค่ท้องนา ลองคิดอะไรที่มันไกลเกิน บ้านสร้างมั่งเถอะนังเพื่อน”
“พี่แรม อย่ามัวแต่ยืนคุยกันสิ ช่วยกันขนของเข้าไปในบ้านเถ้าแก่ก่อนได้มั้ย”
“เอ็งมีหน้าที่ขนของก็ทำไปสิไอ้เรือง ตามมาสิ เดี๋ยวฉันพาไปไหว้เถ้าแก่เส็ง”
แรมรีบพาเพื่อนเดินเชิดๆ ออกไป เรืองมองตามเซ็งๆ พี่สาว แล้วหันไปบ่นกับพ่อ
“ดูสิพ่อ พี่แรมเอาเปรียบกันเรื่อยเลย”
“จะบ่นพี่สาวเอ็งทำไม เศรษฐกิจย่ำแย่ทำมาหากินฝืดเคืองแบบนี้ ถ้าไม่ได้เขาช่วยหางานเงินดีๆ แบบนี้ให้ จะมีใครนึกถึงคณะปี่พาทย์เล็กๆ อย่างเราเหรอวะไอ้เรือง”
“มันก็จริง แต่ฉันได้ยินมาว่าไอ้เถ้าแก่เส็งคนนี้มันไม่ธรรมดานะพ่อ เมียมันมีตั้ง 4-5 คน แล้วมันยังไม่พอเลยนะ”
“ชู่ว์ ไอ้เรือง ข้าพาเอ็งมาทำงาน ไม่ได้พามาให้แกว่งปากหาเสี้ยน”
แสงเดินออกไป เรืองครุ่นคิด

แรมพาเพื่อนเข้ามาในบ้านที่มีการตกแต่งด้วยข้าวของระดับเศรษฐีจังหวัด เพื่อนไม่ค่อยได้ เห็นของแบบนี้ก็สนใจ โดยเฉพาะแจกันกระเบื้องจีนสวยๆ ที่มีดอกไม้งามๆ ประดับ
“สวยใช่มั้ย นี่ไงที่ข้าบอกเอ็ง ดอกไม้งามๆ มันก็ต้องประดับอยู่ในแจกันสวยๆ ในบ้านหลังโตๆ ถ้าเอ็งเป็นแค่ดอกหญ้า ก็คงไม่คู่ควรกับแจกันแบบนี้”
เพื่อนนิ่งมองแจกันอย่างครุ่นคิด แรมแอบยิ้มที่เห็นเพื่อเหมือนสนใจคำพูดของตน
“พวกลื้อมากันแล้วเหรออาคณะนางรำ”
แรมกับเพื่อนหันไป เห็นเถ้าแก่เชื้อชาติจีนพูดไทยไม่ค่อยชัด แรมฉีกยิ้มโปรยเสน่ห์เต็มที่
“สวัสดีค่ะเถ้าแก่เส็ง เพิ่งมาถึงนี่เองค่ะ”
“เออๆ สวัสดี”
เถ้าแก่เส็งตอบปัดแรมอย่างไม่ค่อยสนใจ เพราะสายตาจับไปที่เพื่อน ซึ่งสวยกว่า ด้วยความเจ้าชู้
“ลื้อเหรออาแหลมที่เพื่อนอั้วแนะนำมา ไอ้หยา สวยกว่าที่อั๊วเคยได้ยินมาอีก”
เถ้าแก่เส็งพูดพร้อมจะเอามือเชยคางเพื่อนอย่างไม่มีมารยาท เพื่อนรีบถอยหลบ แรมรีบขัดจังหวะ
“นั่นแม่เพื่อน นางรำที่จะมารำแก้บนแทนดิฉันวันนี้ ส่วนดิฉันแรมค่ะ ไม่ใช่แหลม”
“อ๋อเหรอ หรอมแหรมใช่มั้ย อั้วเรียกอย่างนั้นก็แล้วกัน นางรำของลื้อนี่สวยถูกใจอั๊วมาก มาๆๆ เข้าไปข้างใน นั่งเจี๊ยแต้กับอั้วดีกว่า”
เถ้าแก่เส็งโอบไหล่เพื่อนแล้วจะลากเข้าไป แต่เพื่อนรีบปัดมืออย่างตกใจ
“อย่ามาโดนตัวฉันนะ”
เพื่อนเสียงขึงขังแล้วรีบวิ่งออกไปทันที เถ้าแก่เส็งชักสีหน้าไม่พอใจ
“อาหรอมแหรม นางรำลื้อทำไมทำแบบนี้กับอั๊ววะ”
“ใจเย็นๆ ก่อนนะคะเถ้าแก่ ให้ดิฉันกินน้ำชาแล้วคุยกับเถ้าแก่ดีกว่า รับรองว่าดิฉันไม่เรื่องมาก ที่ได้ยินเรื่องการดูแลเอาใจใส่ของดิฉันมายังไง เดี๋ยวเถ้าแก่ก็จะได้รู้เอง”

แรมหรี่ตายั่วยวนแล้วเข้าไปควงแขนใช้หน้าอกหน้าใจเบียดแขนเถ้าแก่เส็งจนชะงัก สนใจแรมขึ้นมาทันที

เพื่อนรีบวิ่งออกมาอย่างไม่พอใจแล้วมาเจอแสงพอดี
 
“จะไปไหนเหรอนังเพื่อน ชุดนางรำเอ็งอยู่นี่ ข้ากำลังจะเอามาให้เปลี่ยนพอดี”
“ครูจ๊ะ คือว่า”
“เดี๋ยวนะ ก่อนเอ็งจะพูดอะไร ข้ายังไม่ได้ขอบใจเอ็งให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยที่ยอมมาช่วยงานข้า นี่ถ้านังแรมมันไม่บ่นปวดท้องจนรำเองไม่ไหวล่ะก็ ข้าคงไม่รบกวนเอ็งหรอกนังเพื่อน”
“ครู ความจริงแล้วพี่แรมเขาบังคับฉันมา”
“หา จริงเหรอนังเพื่อน โธ่เอ๊ย ข้าก็ว่าแล้วเชียว ข้าขอโทษแทนนังแรมมันจริงๆ มันคง สงสารเห็นว่าพ่อมันกำลังเป็นหนี้สินหัวโต ถ้าไม่มีงานมาจุนเจือคณะ ก็คงต้องให้ทุกคน แยกย้ายกันไปทำมาหากินอย่างอื่น นังแรมมันเลยต้องไปบังคับเอ็ง”
“ครูมีหนี้สินเยอะขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะ”
“ไม่ใช่ข้าคนเดียวหรอกที่ทำมาหากินย่ำแย่ บ้านเมืองไม่ใช่มีปัญหาเพราะแค่ เปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างเดียว นาฏศิลป์เราก็เหมือนกัน ตั้งแต่กรมมหรสพถูกยุบ ถ้าครูบาอาจารย์ยังอยู่ก็คงน้ำตาตกใน ที่ต้องทนเห็นวิชาความรู้ของบรรพบุรุษเดินมาถึงยุคของคำว่า ล่มสลาย”
แสงพูดไปอย่างเศร้าๆ น้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วงวงการนาฏศิลป์ที่กำลังถดถอย เพราะผลจากการเมืองในยุคสมัยนั้น เพื่อนที่ตั้งใจจะบอกเรื่องแรมมาที่นี่เพื่อวัตถุประสงค์อื่นก็ชะงักไม่กล้าพูดต่อ
“แต่ข้าก็ยังมีความหวังนะนังเพื่อน อย่างน้อยวิชาความรู้ที่ข้าถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ลูกหา ก็ยังอยู่ และทุกคนก็ช่วยกันรักษาเอาไว้ ว่าแต่เมื่อกี้นี้เอ็งจะบอกอะไรข้า”
“เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ครูมีบุญคุณกับฉันกับบ้านสร้าง ถ้าครูเดือดร้อนฉันก็ยินดีช่วยเต็มที่จ้ะ”
“ขอบใจเอ็งมากนะนังเพื่อน”
แสงแตะแขนเพื่อนด้วยความรู้สึกขอบอกขอบใจ เพื่อนได้แต่ยิ้มรับ

ลอกับแพงพากันเดินมาตามทาง เสียงแพงร้องเพลงดังคลอตามหลัง
“โอบอย มายดาร์ลิ่ง คัมมิ่ง ทู มี โอ เกิร์ลลี่ เดียร์ลี่ โรสิตา”
“พอได้แล้วอีแพง ข้ารู้แล้วว่าเอ็งเก่ง ร้องซะเพราะอย่างกับต้นฉบับ แต่ข้าฟังบ่อยๆ ข้า ก็เลี่ยนเหมือนกันไอ้ภาษาปะกิตเนี่ย ฟังยังไงก็จั๊กจี้รูหู”
แพงยิ้มแก้มปริเข้าไปควงแขนลอ
“ฉันรักพี่ลอที่สุดก็ตรงนี้แหละ ไม่มีใครตามใจและเข้าใจฉันอย่างพี่เลยซ้ากคน”
“ให้มันน้อยหน่อยเถอะอีแพงเอ๊ย เอ็งมีดีมากกว่าที่จะปล่อยให้คนอื่นมาดูถูก ข้าก็เลยต้องช่วย ไม่ใช่เพราะข้าอยากตามใจเอ็งจนเหลิง”
“ฉันรู้จ้ะ แต่พี่ลอก็ต้องเสียเงินไปไม่น้อยก็เพราะฉัน แล้วเงินจะเหลือพอซื้อแหวนทอง ไปหมั้นพี่พื่อนเหรอ”
“เอ็งก็อย่าไปบอกแม่เพื่อนเขาแล้วกัน ว่าข้าต้องเลือกหาซื้อวงที่มันเล็กลงหน่อย”
“รับรองว่าฉันจะปิดปากเงียบกริบ แล้วจะช่วยพี่ลอทำงานเก็บเงินเอาไว้ซื้อทองเส้นโตๆ ไว้เป็นสินสอดให้พี่เพื่อน กว่าจะถึงเดือนหกเราต้องทำได้แน่ๆ”
“ขอบใจ แต่ไม่ต้องเสือกหรอกอีแพง ข้าแต่งเมียข้าก็ต้องมีปัญญาหาสินสอดเอง แล้วที่ สำคัญขืนข้าปล่อยให้เอ็งมาช่วยข้าหาเงินค่าซื้อสินสอด เดี๋ยวเอ็งก็มาทวงบุญคุณข้าทีหลัง ข้าขี้เกียจตามใช้ให้เอ็ง แค่ชาตินี้ชาติเดียวก็เหลือทนแล้ว”
ลอไสหัวแพงอย่างเอ็นดูแล้วเดินออกไป แพงมือคลำหัวแล้วยิ้มมองตามลออย่างประทับใจ
“ถึงไม่ให้ช่วย ฉันก็จะแอบช่วย เพราะความสุขของพี่ลอก็คือความสุขของฉัน”
แพงเดินตามหลังลอ ระหว่างนั้น วีระ ไม้กับมาด เดินมามองลอกับแพงด้วยแววตาเคียดแค้น วีระหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องเอาผ้ามาคาดหน้าเป็นโจร แล้วเดินออกไปอีกทาง

บริเวณสนามหญ้า บ้านเถ้าแก่เส็ง เสียงเครื่องดนตรีปี่พาทย์ซ้อมเพื่อเตรียมจะเริ่มรำแก้บน
เพื่อนอยู่ในชุดนางรำออกมาซักซ้อมอยู่กับคณะ เรืองเริ่มสงสัยที่ไม่เห็นพี่สาวตัวเองเพราะหายไปนาน
“ฉันว่าพี่แรมหายไปนานแล้วนะพ่อ นี่มันก็ใกล้จะได้เวลาต้องรำแก้บนแล้วนี่”
“ก่อนมามันบ่นว่าปวดท้อง หรือว่ามันจะไปเป็นลมล้มพับอยู่ในบ้านเถ้าแก่เขาวะ”
“ไม่ต้องห่วงพี่แรมเขาหรอกจ้ะครู เขาไม่เป็นอะไรหรอก”
“เอ็งรู้ได้ไงนังเพื่อน”
“คือ ฉันเห็นเขาคุยอยู่กับเถ้าแก่จ้ะ”
“เออ งั้นเดี๋ยวข้าคงต้องไปตามเขาหน่อย ได้เวลาแล้ว เจ้าของบ้านต้องมาอยู่ทำพิธีด้วย”
เพื่อนจะห้ามไม่ให้แสงไป เพราะกลัวว่าจะไปเจออะไรที่ไม่ควรเห็น แต่ไม่ทัน เพราะแสงรีบเดินไปแล้ว

แรมลุกขึ้นจากที่นอนมาสวมเสื้อผ้าจัดผมเผ้าให้เข้าที่เข้าทาง หลังจากเสร็จกิจ ส่วนเถ้าแก่เส็งนอนเปลือยท่อนบนอมยิ้มเคลิ้มอยู่บนเตียง
“แหม ถึงกับลุกไม่ขึ้นเลยเหรอคะเถ้าแก่ ไหนบอกว่าปูนนี้แล้วยังเต๊ะปีบดัง ราคาคุยจัง”
“ลื้ออย่ามาท้าอั๊วแบบนี้นะอาหรอมแหรม อั๊วแค่ขอหยุดพักหายใจแป๊บนึง เพราะลื้อไม่ ธรรมดาอย่างหน้าตาลื้อนี่หว่า”
“หึ เถ้าแก่ก็ พูดแบบนี้แรมน้อยใจนะคะ เรียกชื่อก็ผิดแล้วยังมาว่าหน้าตาธรรมดาอีก แรมกล้าท้าเลยนะคะว่าบรรดาเมียๆ ของเถ้าแก่ ไม่มีใครสวยและเอาใจเถ้าแก่ได้ดีไปกว่าแรม”
“อั๊วไม่ท้าลื้อหรอก เพราะลื้อก็ลีลาเด็ดถึงใจอั๊วกว่าบรรดาเมียๆ เหลาเหย่ของอั๊วจริงๆ ว่าแล้วก็มาเถอะนะอาหรอมแหรม เอ๊ย อาแรม มาเอาใจอั๊วแบบเมื่อกี้นี้อีกรอบนะ”
เถ้าแก่เส็งจะโผเข้าไปกอดแรม แต่แรมเอี้ยวตัวหลบเพราะต้องการเล่นตัว ทำเอาเถ้าแก่เกือบหน้าคะมำ
“อดใจเอาไว้ก่อนค่ะเถ้าแก่ ถ้าติดใจแรมจริงๆ ไว้วันหลังแรมจะแวะมาที่นี่อีก รับรองว่า แรมจะมีเวลาสำหรับเอาอกเอาใจเถ้าแก่ได้เต็มที่”
“แต่อั๊วไม่อยากรอ นานๆ อั๊วจะเจอแบบลื้อ”
“ปากหวานซะไม่มี ถ้าไม่อยากให้แรมกลับ ก็ให้แรมมาอยู่กับเถ้าแก่สิคะ”
“หมายถึงมาเป็นเมียอั๊วน่ะเหรอ”
แรมทำเอียงหน้าอายไม่ตอบ แต่เถ้าแก่เส็งกลับหยุดคิดแล้วเริ่มต่อรอง
“เงินอั๊วมีเยอะแยะ กับไอ้แค่เลี้ยงลื้อไว้เป็นเมียทำไมอั๊วจะเลี้ยงไม่ได้”
“จริงเหรอคะเถ้าแก่”
“จริงสิ ลื้อจะมีทองหยองใส่เต็มตัว เงินก็จะมีใช้ไม่อั้น ถ้าลื้อเอาอกเอาใจอั๊วได้แบบนี้ และก็มีพิเศษที่อั๊วอยากได้”
“แหม ถ้าเถ้าแก่รับปากจะเลี้ยงแรมอย่างดี เถ้าแก่ก็บอกมาเถอะว่าอยากให้แรมเอาใจ แบบพิเศษแบบไหน”
“อั๊วอยากให้ลื้อชวนอาแม่เพื่อนนางรำของลื้อมาสนุกกับอั๊วด้วย ถ้าลื้อพาอีมาได้ อั๊วจะรับลื้อเป็นเมีย ท่าทางตื่นมือขนาดนั้น ต้องยังไม่เคยผ่านประสบการณ์มาแน่ หึๆๆ”

แรมชะงัก

แสงยืนรออยู่กับคนใช้ผู้หญิงคนหนึ่ง จนกระทั่งคนใช้ชายของเถ้าแก่เส็งเดินเข้ามา
 
“เถ้าแก่ยังไม่เสร็จธุระ สั่งให้รำแก้บนไปได้เลย”
“อ้าว เจ้าของบ้านไม่อยู่แล้วจะเริ่มพิธีได้ยังไง”
“ก็เริ่มๆ ไปเถอะ เถ้าแก่ไม่ได้สนใจอยากจะอยู่ทำพิธีอยู่แล้ว แค่ทำตามที่ซินแสแนะนำ มาก็แค่นั้น พวกแกรำแก้บนเสร็จก็รับเงินแล้วกลับบ้านไปได้เลย”
“เดี๋ยว หมายความว่ายังไง”
“ยังมาเซ้าซี้อีก รีบไปทำพิธีให้เสร็จอย่ามาอยู่เกะกะ พามันไปได้แล้ว”
คนใช้ชายผลักไหล่แสงจนเซ แล้วมองไปที่ท่าน้ำ เห็นเรือเข้ามาจอดที่ท่าน้ำและชายคนหนึ่งก็เดินขึ้นมาที่ท่า
“แกเป็นใครวะ มาทำอะไรที่บ้านเถ้าแก่”
มิ่ง ชายวัยกลางคนที่ยืนหันหลังอยู่รวมกับพวกชายฉกรรจ์อีก 2 คน ที่มากับเรือหันหน้ากลับมา แฝงด้วยรอยยิ้มร้ายเจ้าเล่ห์แต่แสร้งทำหน้าซื่อ
“ฉันมาจากคณะปี่พาทย์จ้ะ จะมารำแก้บนตามที่เถ้าแก่เรียกมา”
“พวกคณะปี่พาทย์ ก็มากันครบแล้วนี่ เฮ้ย เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป ไอ้พวกนี้มันพวกเดียวกับเอ็งรึเปล่า ทำไมเพิ่งจะพากันมา”
แสงหยุดหันกลับมามองมิ่งกับพวกอย่างแปลกใจ เพราะไม่ใช่พวกเดียวกัน ทันใดนั้น ชายฉกรรจ์ที่มากับ มิ่งก็ชักมีดพกออกมาแล้วจับคนใช้ชายมากระซวกแทงจนะสะดุ้งเฮือกแล้วถีบลงน้ำ ต่อหน้าต่อตาแสงที่ตกใจอึ้ง
คนใช้หญิงที่อยู่ใกล้ๆ เห็นเข้าก็ตกใจกำลังจะร้อง แต่ชายฉกรรจ์ลูกน้องมิ่งก็โผไปกระชากตัวมาเชือดคอ จนเลือดกระเด็นไปเปรอะหน้าแสง แสงได้แต่ยืนอึ้งตัวแข็ง ลูกน้องมิ่งจะเข้ามาจัดการเป็นคนต่อไป
“เฮ้ย อย่าเพิ่ง ข้าไม่ได้สั่งให้พวกเอ็งฆ่าทุกคนนะเว้ย”
“แต่ถ้าไม่ฆ่าไอ้แก่นี่ แล้วเราจะเข้าไปปล้นบ้านไอ้เถ้าแก่เส็งได้ยังไงล่ะลูกพี่”
มิ่งเข้ามามองหน้าแสงแล้วยิ้มอย่างน่ากลัว
“ขึ้นชื่อว่าไอ้เสือมิ่ง มีเหรอวะที่อยากปล้นบ้านใครแล้วปล้นไม่ได้ หึๆๆๆ”
มิ่งชักมีดพกออกมาแล้วจ่อที่คอของแสงก่อนจะหัวเราะด้วยเสียงน่ากลัว

บริเวณสนามหญ้า เสียงปี่พาทย์ประโคมประกอบกับการรำแก้บนของเพื่อนที่อ่อนช้อยสวยงาม
แรมเดินเข้ามายืนมองเพื่อน ครุ่นคิด
“พี่แรม หายไปไหนของพี่มาเนี่ย”
“ข้าจะหายไปไหนแล้วเกี่ยวอะไรกับเอ็งด้วยวะไอ้เรือง เสือกไม่เข้าเรื่อง”
“อ้าว ฉันถามพี่ดีๆ นะ ไหงมาสะบัดใส่ฉันแบบนี้ ที่ถามเพราะอยากรู้ว่าเถ้าแก่เขาอยู่ไหน ทำไมถึงไม่มาทำพิธีทั้งๆ ที่ตัวเองจ้างพวกเรามาแท้ๆ”
“เถ้าแก่เขายุ่งไม่ว่าง”
“เขาทำอะไรอยู่เหรอพี่”
“เอ๊ะไอ้เรือง ด่าเสือกคำเดียวเอ็งยังไม่เข้าหูเหรอไงวะ วอนแม่ตบหูฉีก เดี๋ยวนังเพื่อนมันรำแก้บนเสร็จ เอ็งบอกมันไปรับเงินพิเศษจากเถ้าแก่ด้วย ให้มันไปรับด้วยตัวเองนะ ห้ามคนอื่นไปรับแทนเด็ดขาด เข้าใจมั้ย”
“เข้าใจก็ได้ ดุจัง”
แรมกระแทกไหล่เรืองแล้วหางตามองเพื่อนที่กำลังรำอย่างอ่อนช้อยสวย

ลอกับแพงเดินออกมาจากร้านทองพร้อมกับแหวนทองวงเล็กๆ ที่ลอเพิ่งซื้อ เขามองแหวนวงน้อยด้วยความภาคภูมิใจ
“อย่าหายใจแรงนะพี่ลอ เดี๋ยวแหวนทองหมั้นพี่เพื่อนจะปลิวหายไปกับลมหายใจพี่”
“อีแพง อยากโดนข้าเสยปากเอ็งให้แม้แต่น้ำข้าวต้มก็กินไม่ได้มั้ย”
“ฉันก็แหย่พี่เล่นแค่นิดเดียว ทำเป็นโกรธจริงจังไปได้ จะบอกให้นะ ถ้าพี่เพื่อนเห็น แหวนวงนี้ล่ะก็ พี่เพื่อนต้องรักพี่ลอมากขึ้นไปอีกเป็นร้อยเท่าพันเท่าเลย”
“ข้าไม่ได้อยากได้ความรักจากแม่เพื่อนมากมายขนาดนั้นหรอกอีแพง ข้าขอเพียงแค่.. แม่เพื่อนจะรักไอ้ลอเหมือนที่เคยรักอยู่แบบนี้ไปทุกๆ วัน จนวันที่ได้ตายจากกันก็พอ”
ลอพูดกับแหวนในมือด้วยแววตาจริงจังและปลื้มปริ่ม ในขณะที่แพงก็อดใจหายขึ้นมาไม่ได้
“แล้วฉันล่ะพี่ลอ อย่าลืมสิว่าพี่ลอสัญญาแล้วว่าจะไม่ทิ้งฉัน”
“โธ่เอ๊ยอีแพง ชาตินี้ข้าเกิดมาชดใช้กรรมต้องเลี้ยงดูเอ็ง แล้วข้าจะทิ้งเอ็งไปได้ยังไง”
“ไชโย คำพูดของพี่ลอเชื่อได้เสมอ”
แพงโผเข้าไปกอดลอด้วยความดีใจจนลอสะดุ้ง
“เฮ้ยๆๆ มากอดอะไรข้าตรงนี้อีแพง เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจข้าผิด ปล่อยๆๆ”
ลอรีบแกะมืออีแพง จังหวะนั้นเองไม้กับมาดและลูกน้องของวีระซึ่งมีผ้าคาดหน้าปลอมตัวเป็นโจรก็พากัน ยกขโยงเข้ามาแล้วชักปืนยิงขึ้นฟ้า ชาวบ้านในละแวกนั้นพากันตกใจ รวมทั้งลอกับแพง ไม้ตะโกน
“เงียบ ข้าสั่งให้พวกเอ็งทุกคนอยู่เฉยๆ ถ้าใครส่งเสียงให้หนวกหู ข้ายิงไส้แตกแน่”
ไม้กวาดปืนไปรอบๆ พวกชาวบ้านพากันก้มหลบหมอบกับพื้นรวมทั้งลอกับแพง
“ทรัพย์สินใครมีเท่าไหร่เอาออกมาให้หมด อย่าหมกเม็ดแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่งั้น ยิง”
ไม้ยิงปืนอีกนัดเป็นการย้ำว่าไม่ใช่แค่ขู่ พวกชาวบ้านรีบเอาทรัพย์สินเงินทองออกมากอง มาดรีบเอาถุงผ้า ไปโกยใส่ ในขณะที่ลอกำแหวนทองวงน้อยไว้ในมือแน่น ไม้รู้อยู่แล้วรีบเอาปืนจ่อหัวลอ
“แหวนในมือเอ็ง เอาออกมาด้วย”
“ข้าไม่ให้”
“เอ็งอยากตายใช่มั้ย”
ไม้ถีบลอกระเด็นแล้วเตะเสยอีกที ลอนอนจุกตัวงอ มาดรีบเข้ามาแกะแหวนออกจากมือลอแย่งไปได้ ในที่สุด
“จำชื่อข้าไว้ให้ดี ข้า ไอ้เสือมิ่ง ถ้าคิดจะตามข้ามาล่ะก็.ตาย”
ไม้ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้าอีกนัด ทุกคนก้มหัวกลัว จากนั้นพวกมันก็พากันยกพวกออกไป ลอโกรธ รีบวิ่งตามไปทันที
“พี่ลอ”
ลอรีบวิ่งไล่ตามพวกโจรเข้ามาในตรอก ไล่ตามจนมาทันพวกลูกน้อง เลยเปิดฉากกระชากคอเสื้อมาซัดหมัดเล่นงานไปหลายชุด พวกลูกน้อง พยายามสู้แต่เจอเชิงมวยลอเข้าไปก็รับไม่ไหว จังหวะนั้นเองไม้ย้อนกลับเข้ามาแล้วยิงใส่ ลอกระโจนหลบเฉียดฉิว ลูกน้องวีระเลยได้โอกาสพากันวิ่งหนีตามไม้ไปหมด ลอค่อยๆ ออกมาจากที่หลบ แล้วจะตามต่อ แต่แพงมาคว้าแขนเอาไว้
“อย่า พี่ลอ อย่าตามพวกมันไปเลย ฉันขอล่ะ”
“พี่ปล่อยพวกมันไปไม่ได้ มันเอาแหวนทองของแม่เพื่อนไปพี่ต้องเอาคืน”
“แต่พวกมันเป็นโจร พวกมันมีปืน ถ้าพี่ตามไปพี่ไม่รอดแน่”
“พวกมันไม่ใช่โจรหรอกอีแพง”
“จะไม่ใช่โจรได้ยังไง ก็พวกมันเพิ่งประกาศตัวว่าเป็นเสือมิ่ง”
“พวกมันไม่ใช่เสือมิ่ง”
“พี่รู้ได้ยังไงว่าไม่ใช่”
“พี่แน่ใจจริงๆ อีแพง พวกมันไม่ใช่เสือมิ่ง ไม่ใช่แน่ๆ พี่รู้จักเสือมิ่งดี”
“ว่าไงนะ พี่ลอรู้จักเสือมิ่งด้วยเหรอ”
ลอนิ่งไป ไม่ยอมตอบอะไรแพง แล้วดึงดันจะไปต่อ แพงก็ยิ่งรั้งเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ ฉันไม่ให้พี่ลอไปเสี่ยงตายเพราะอีแค่แหวนวงเดียว”
“อีแพง แหวนนั่นคือความรักของพี่ที่มีต่อแม่เพื่อน ถ้าพี่ไม่มีแหวนไปหมั้น แล้วแม่เพื่อนจะเชื่อมั่นในคำสาบานของพี่ได้ยังไง”

ลอพูดแล้วก็ใช้สันมือทุบเข้าที่ต้นคอแพงแรงๆ ทีเดียว แพงร่วงผลอยหมดสติในอ้อมแขนของลอ

เพื่อนเพิ่งจะรำเสร็จ จึงเดินเข้ามาหาเรือง
 
“ครูอยู่ไหนเหรอไอ้เรือง”
“ไม่รู้สิแม่เพื่อน หายไปตั้งแต่ไปตามเถ้าแก่แล้ว”
“งั้นฉันช่วยรำให้เสร็จ แล้วฉันจะกลับเลยนะ”
“เดี๋ยวก่อนแม่เพื่อน จะรีบกลับไปทำไม รอกลับพร้อมกันสิ”
“ไม่ล่ะ ฉันช่วยครูเสร็จแล้ว ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่”
“แต่เถ้าแก่เขาสั่งไว้ว่าถ้าแม่เพื่อนรำเสร็จให้ไปรับเงินพิเศษจากเขา”
“ฉันไม่เอาหรอก ที่มาก็ไม่ได้อยากได้เงิน แกอยากได้ก็ไปเอาเอง”
“ถ้าเขาอยากให้แม่เพื่อนเป็นพิเศษ ฉันไปเอาเขาคงไม่ให้หรอก เงินมันก็คงไม่ใช่น้อยๆ น่าเสียดายตายเลย มาแบบไอ้ลออีกคนแล้ว อะไรกันของมันสองคนก็ไม่รู้”
“พูดถึงพี่ลอกับข้าแบบนั้น เอ็งหมายความว่ายังไงหึไอ้เรือง”
“เอ่อ คือไม่มีอะไร ไอ้ลอไม่ให้ข้าพูด เฮ้ย”
เรืองตบปากตัวเอง
“ไอ้เรือง”
เพื่อนกระชากแขนเรืองมาบีบแรงเอาเรื่อง
“เอ็งเคยเห็นแล้วใช่มั้ยเวลาที่อีแพงโดนข้าเล่นงาน เอ็งอยากโดนแบบนั้นบ้างใช่มั้ย”
“เย้ย อย่าทำข้าเลยแม่เพื่อน ข้ายอมเล่าให้ฟังก็ได้ เมื่อคืนนี้ไอ้ลอมันไม่ได้ไปตีไก่หรอก มันไปทวงหนี้ที่ไอ้ก้อนติดมันอยู่ เพราะมันจะเอาเงินไปซื้อแหวนทองมาหมั้นเอ็ง”
“ว่าไงนะ โธ่ พี่ลอ”
เพื่อนเพิ่งรู้ตัวว่าหลงเข้าใจผิดลอ ก็รีบผละจากเรืองเพื่อจะกลับบ้านสร้าง แต่ต้องชะงักเมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์ ผ้าคาดหน้าอย่างเสือพากันเดินเข้ามา แล้วแทงกระซวกคนใช้ของบ้านเถ้าแก่เส็งตายต่อหน้าทุกคน เพื่อนเห็นคนถูกแทงตายก็ตกใจร้อง พวกลูกน้องมิ่งพากันล้อมวงเข้ามาอย่างน่ากลัว เรืองหน้าซีดดึงเพื่อนให้หนี แต่ก็เจอพวกโจรเข้ามาล้อมปิดทาง

วีระยืนรออยู่ในโกดังข้าวอย่างย่ามใจ ครู่หนึ่งไม้ที่ปลอมตัวเป็นโจรวิ่งเข้ามา ตามหลังติดๆ คือมาดซึ่งหอบแฮ่ก
“ได้แหวนทองของไอ้ลอมาแล้วลูกพี่”
วีระยิ้มรับแหวนทองวงน้อยจากมือไม้มา
“หึ ถุย นี่น่ะเหรอวะแหวนทอง บางอย่างกับเส้นหนวดกุ้ง”
“หน้าอย่างไอ้ลอมันก็มีปัญญาหาได้แค่นี้ สู้พี่วีก็ไม่ได้ แสดงว่าแม่เพื่อนสมองกลวงถึง แยกไม่ออกว่าทองเท่าหนวดกุ้งกับเท่าโซ่มันต่างกันยังไง”
“เอ็งอย่ามาทะลึ่งว่าแม่เพื่อนของข้า ตอนนี้แม่เพื่อนก็แค่กำลังหลงคารมไอ้ลูกโจร ไว้เมื่อไหร่ที่ข้าทำให้ทุกคนเห็นว่าไอ้ลอมีดีก็แค่คำหวานหูไว้ตบตาชาวบ้านไปวันๆ ถึงตอนนั้นแม่เพื่อนต้องเป็นของข้าแน่นอน”
“จ้ะพี่วี คนอย่างไอ้ลอมันเก่งก็แต่ปาก จะมาฉลาดเหมือนพี่วีได้ยังไง ดูสิ นอกจากจะหา เรื่องเล่นงานมันได้แล้ว ยังทำให้ฉันกับไอ้ไม้ได้ของติดมือกลับมาอีก”
“ไอ้ของพวกนั้นเอ็งเก็บเอาไว้ให้ดีแล้วกัน อย่าให้คนอื่นรู้ว่าพวกเอ็งสวมรอยเป็นเสือมิ่ง เพราะจะพาลซวยมาถึงข้า แล้วคนอื่นล่ะ หายหัวไปไหน”
มาดไม่ทันตอบ ลูกน้อง 2 คนของวีระที่โดนลอเล่นงาน ก็ถูกลากคอถีบโครมเข้ามาล้มกลิ้ง
“พวกเอ็งน่ะเหรอ อยู่นี่ไงไอ้วี”
“ไอ้ลอ”

ลอมองวีระอย่างโกรธแค้นและเจ็บใจ

จบตอนที่ 4
เพื่อน แพง ตอนที่ 1
เพื่อน แพง ตอนที่ 1
ท้องทุ่งบ้านสร้างในยามนี้ นาข้าวกำลังเริ่มตั้งท้องสีเขียวชะอุ่มสุดสายตา ลอ หนุ่มฉกรรจ์วัย 21 ปี หน้าตาดี กล้ามเป็นมัด ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ไอ้หนุ่มท้องนาอารมณ์ดีควบขี่เจ้าเปลี่ยว ควายร่างทะมึนบึกบึน เสียงดังมาตามทาง ฝุ่นตลบราวกับควบม้าก็ไม่ปาน ส่วนที่ลานบ้านครูแสง ซึ่งเป็นที่ซ้อมวงดนตรีปี่พาทย์ของครู เพื่อน สาวสวยแห่งบ้านสร้างวัย 21 ปีหน้าตาสวยคม เก่งการบ้านการเรือน ผิวพรรณดี รักสวยรักงาม กำลังสอนเด็กสาวๆ ในหมู่บ้านที่มาฝึกรำกับคณะปี่พาทย์ของครูแสงให้ร่ายรำอย่างอ่อนช้อยสวยงาม ครูแสงนั่งดูอย่างชื่นชม แพง หญิงสาวกะโปโลวัย 17 ปี นุ่งผ้าถุงเก่าๆ
กำลังโหลดความคิดเห็น...