xs
xsm
sm
md
lg

เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 5

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 5

ย่าหยายืนนิ่ง ธามดึงผ้าเช็ดหน้าที่ถูกยาพิษกัดเซาะจนเว้าแหว่ง
 
สีของไหมที่ปักถูกย้อมจนกลายเป็นสีขาวและน้ำตาล มองไม่ออกว่าผ้าผืนเดิมหน้าตาเป็นอย่างไร
"ผ้าเช็ดหน้าอะไรของเธอ" ธามถาม
ย่าหยารีบคว้าผ้าเช็ดหน้าคืนแล้วใส่ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ก่อนจะเขวี้ยงทิ้งลงถังขยะ
"ฉันทำเหล้าลูกค้าหกเลยเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ด แล้วเผลอไปโดนหม้อไฟ"
"ซุ่มซ่าม"
"คุณกลับไปได้แล้ว"
"ไม่ จนกว่าเธอจะเปิดปากบอกฉันว่าเธอเป็นใคร ทำไมต้องโกหกฉัน"
ย่าหยาคิ้วขมวดเธอคิดไม่ตกว่าเขายังสงสัยว่าเธอคือจันทร์ชมพูอยู่หรือเปล่า

เล้งนั่งที่เก้าอี้ด้วยอาการรีบร้อน ซ้งกับเกี๊ยงเดินตามเข้ามา
"ขอโทษนะครับที่ทำให้ต้องรอ ลูกน้องอั๊วบอกว่าท่านต้องรีบเดินทางไปต่างจังหวัด" เล้งบอก "ใช่ ฉันเลยอยากจะส่งข่าวเสี่ยก่อน เรื่องที่ดินที่ภูเก็ตที่เสี่ยให้ฉันดูไว้ว่าจะไปเปิดสาขาทองเล่งเฮงที่นั่นน่ะ ตอนนี้มีคนตัดหน้าไปแล้ว" เมฆินทร์ว่า
"ใครๆก็รู้ว่าอั๊วสนใจที่ผืนนั้น" เล้งบอก "แล้วอั๊วก็สนิทกับเจ้าสัวเจ้าของที่ดินมาก ใครจะกล้าตัดหน้าอั๊ว"
ซ้งพูดลอยๆ "ข่าวโคมลอย"
"ฉันจะเอาข่าวโคมลอยที่ทำให้ฉันเสียรายได้จากเสี่ยมาบอกทำไม" เมฆินทร์พูดกับซ้ง "พูดอะไรโง่ๆ"
"เป็นไปได้มั้ยว่าคนที่ปล่อยข่าวถึงหูท่าน มันต้องการให้ท่านเลิกสนใจที่ผืนนั้น"
"ถ้าแค่นั้นก็ดีสิ แต่นี่มันโทรศัพท์พร้อมส่งบัตรเชิญให้ฉันไปเป็นประธานเปิดร้านของมันที่นั่น แล้วฉันก็ปฎิเสธไม่ได้ด้วย"
เล้งหน้าเข้ม "ถึงกับเปิดร้านได้เลยเหรอ มันเป็นใคร ทำไมปิดข่าวได้ขนาดนี้"
"ธาม ธราธร มันเชิญฉันไปเปิดร้านทองหย่งจินสาขาภูเก็ตมะรืนนี้" เมฆินทร์บอก
"ไอ้กระทิง" เล้งคิดแล้วฉุน


ย่าหยาตะโกนขึ้นด้วยความอึดอัดใจ
"ก็ได้ ก็ได้ ฉันบอกความจริงนายแล้วนายกลับทันที โอเคมั้ย"
"ว่ามา" ธามบอก
ย่าหยาถอนใจเฮือกใหญ่ "ฉันยอมรับว่าฉันไม่ใช่เพ็ญนภา"
"นั่นไง"
"ฉันชื่อ พราวเดือน มาตามหาพี่ชายชื่อพันแสง"
"ตามหาพี่ชาย ทำไมต้องสวมชื่อในทะเบียนบ้านเป็นเพ็ญนภา"
"ฉันมีงานสำคัญที่ต้องจัดการ ฉันต้องการเข้าใกล้เสี่ยเล้ง แต่ฉันรู้ว่าคนอย่างเขาไม่ยอมให้ใครใกล้ชิดง่ายๆ ฉันเลยต้องสวมชื่อเป็นคนอื่นเพื่อกันไม่ให้เขาสาวไปถึงพ่อแม่ฉัน"
"เหตุผล"
"พ่อฉันเคยเป็นลูกน้องเขา"
"ฉันควรเชื่อเธอมั้ย"
ย่าหยาน้ำตาคลอ "พ่อฉันถูกมันฆ่าตาย แม่ฉันนอนป่วยตายคาบ้านก็เพราะมัน ฉันมาที่นี่เพื่อจะแก้แค้นให้พ่อกับแม่ คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ"
ธามอึ้ง อารมณ์ความเจ็บปวดที่ระเบิดออกมาทำให้เขาเริ่มเชื่อว่าย่าหยาไม่ได้โกหก


พนักงานเสิร์ฟซึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วทยอยกลับบ้าน ทุกคนเดินผ่านหลังโบตั๋นที่ฟุบสลบคาโต๊ะ หยกมณีสะพายกระเป๋าเดินผ่านมาเห็น
"อ้าว..ตายแล้ว อาโบตั๋น มานอนอะไรอยู่ตรงนี้ ลุกๆๆ"
หยกมณีเข้ามาปลุกโบตั๋นซึ่งนอนน็อคสนิทและไม่มีทีท่าว่าจะตื่น
"อาโบตั๋นๆ ตื่น" หยกมณีหันซ้ายขวาก็ไม่เห็นใคร "ร้านปิดแล้วคนกลับกันหมดแล้วลื้อจะมานอนอยูนี่ได้ยังไง ตื่นๆๆ"
โบตั๋นยังนอนนิ่งไม่ไหวติง หยกมณีพยายามงัดโบตั๋นขึ้นแต่ก็สู้น้ำหนักไม่ไหว
"เฮ้อ หนักเป็นหินเลย"
หยกมณีมองโบตั๋นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะเดินออกไป ทันที่ที่หยกมณีเดินพ้นไปก็มีคนขยับเข้ามายืนข้างๆ โบตั๋น คนๆ นั้นคือเฉียงที่ขยับเข้ามาประคองโบตั๋นอย่างเบามือ


ธามซึ่งอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนแล้วยืนอ่านกำหนดการเปิดร้านทองหย่งจินที่ภูเก็ตสักครู่แล้วจึงส่งคืนจิว
"จัดการตามนี้ จองโรงแรมให้ท่านรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้วนะ" ธามบอก
"ครับเฮีย" จิวรับคำ
"ก่อนเดินทาง ให้อาฟงส่งคนไปสืบด้วยว่าผู้หญิงชื่อพราวเดือนกับพี่ชายชื่อพันแสงมีตัวตนอยู่ในโลกนี้รึเปล่า"
"แสดงว่าเฮียไม่เชื่อที่อีพูด"
"เราไม่ควรเชื่อใครง่ายๆอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้หญิง"
"ถูกของเฮีย ผู้หญิงนี่ลึกลับซับซ้อนเข้าใจยาก เชื่อใจไว้ใจได้ยากด้วย ถ้าไม่มีอะไรแล้วอั๊วขอตัวกลับไปนอนก่อนนะเฮีย พรุ่งนี้จะได้เอารถมารับเฮียที่นี่แต่เช้า"
"ไม่ต้องมาที่นี่"
"อ้าว แล้วจะให้ไปที่ไหนล่ะเฮีย"

ธามยิ้มมุมปากแววตาเป็นประกาย

เล้งนั่งหน้านิ่งอยู่หลังรถ เกี๊ยงเป็นคนขับ ส่วนซ้งนั่งมาข้างๆ
 
เล้งสั่ง "ส่งคนไปจัดการมัน ระเบิดมันให้สิ้นซากทั้งคนทั้งร้าน"
"ครับ นายใหญ่" ซ้งรับคำ
"อั๊วจะตามไปดูมันแหลกเป็นชิ้นๆให้เห็นกับตา"
เล้งพูดจบก็ค่อยๆระเบิดเสียงหัวเราะจนดังลั่น สักครู่เสียงหัวเราะก็ขาดหายไปกลางอากาศพร้อมๆกับเสียงตะโกนของเล้ง "จอด"
เกี๊ยงเบรครถดังเอี๊ยดแล้วหันไปมองเล้งทางด้านหลังพร้อมกับซ้ง ทั้งคู่เห็นเล้งมองไปที่ฟุตบาทฝั่งตรงข้ามจึงหันไปมองตาม ทุกคนในรถเห็นเฉียงประคองโบตั๋นที่หมดสภาพเดินมาตามทาง


เฉียงประคองโบตั๋นด้วยความห่วงใย สักครู่โบตั๋นก็ทำท่าพะอืดพะอมแล้ววิ่งไปอ้วกข้างทาง เฉียงตามไปลูบหลัง สุดท้ายเมื่อหาอะไรมาเช็ดไม่ได้เขาจึงถอดเสื้อเช็ดปากให้โบตั๋นที่เมาไม่รู้เรื่องอย่างไม่นึกรังเกียจ
โบตั๋นอ้วกจนเพลียและหมดแรงแม้จะทรงตัว เธอเทน้ำหนักตัวลงใส่เฉียงราวกับเฉียงเป็นเตียงนอน เฉียงไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายจึงตัดสินใจช้อนตัวโบตั๋นขึ้นอุ้มแล้วเดินไป
เกี๊ยงได้ทีก็พูดขึ้น "หลานสาวลื้อนี่เสน่ห์แรงจริงๆอาซ้ง"
ซ้งนั่งหน้าเครียด
"ไอ้กระทิงมันจะรู้ว่าเมียเก็บกับมือขวาทรยศมันก่อนตายโหงมั้ย น่าสงสารจริงๆ" เล้งบอก
เล้งกับเกี๊ยงหัวเราะหึหึ แต่ซ้งกันฟันกรอด


หยกมณีเคาะประตูห้อง สักครู่ย่าหยาในชุดนอนก็เปิดประตูออกมา
"แจ้ มาซะดึกเลย มีธุระอะไรรึเปล่า นั่งก่อนสิ"
หยกมณีเดินเข้ามาในห้องแล้วผลักประตูจะปิดแต่ไม่ได้ปิดสนิทเพียงแค่แง้มๆไว้
"ไม่ล่ะ เดี๋ยวต้องกลับไปดูอาโบตั๋น แจ้แค่แวะมาบอกว่าแจ้สุ่ยให้หยาหยุดงานที่ร้าน 3 วัน"
"คุณสุ่ยให้หยาหยุดงานทำไม" ย่าหยาถาม
"หยุดที่ร้านแต่ไปทำที่อื่นแทนน่ะสิ" หยกมณีบอก
"ทำอะไรแจ้" ย่าหยาถาม
"เป็นเลขา" หยกมณีบอก
"เลขาใคร"
"เฮียกระทิง เฮียโทรมาขอตัวหยาไปทำงานที่ภูเก็ตกับเฮีย 3 วัน"
"เขาคุยกับคุณสุ่ยเมื่อไหร่ หยาไม่เห็นรู้เรื่องเลย"
"แจ้ก็ไม่รู้เหมือนกัน คุณสุ่ยกำชับให้แจ้มาบอกหยาให้รีบจัดกระเป๋า พรุ่งนี้เฮียจะมารับหยาแต่เช้า แจ้ไปก่อนนะ"
หยกมณีหันมาเปิดประตูที่แง้มอยู่ให้อ้าออกแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นธามในชุดนอนยืนอยู่หน้าประตู ในมือของธามมีเสื้อผ้าสำหรับใส่เดินทางอยู่ 1 ชุด
"เฮียกระทิง" หยกมณีตกใจ
"ขอบใจนะที่มาส่งข่าว" ธามบอก
"ไหนบอกไปพรุ่งนี้ไงเฮีย จะไปคืนนี้เลยเหรอ ทั้งชุดนอนยังงี้เนี่ยนะ" หยกมณีถาม
"ไปพรุ่งนี้ แต่จะนอนเฝ้าเลขาที่นี่ ไม่งั้นเลขาหาย"
"ไม่ได้นะ"
"ไม่มีอะไรที่เฮียกระทิงทำไม่ได้ กลับไปพักได้แล้วหยก ขอบใจมากนะ"
หยกมณีทำตาโตวาวพร้อมยกมือทำท่าโอเคให้ธาม แล้วหันไปยิ้มโบกมือบ๊ายบายย่าหยาก่อนจะเดินออกไป ธามงับและล็อกประตูพร้อมส่งยิ้มให้ย่าหยา ย่าหยาอยากจะกรี๊ดลั่นแต่ก็ทำไม่ได้


เฉียงอุ้มโบตั๋นมานอนบนเตียงแล้วค่อยหันมาสั่งกิม แม่บ้านที่ยืนอยู่ข้างๆ
"เฮียฝากดูแลคุณโบตั๋นด้วยนะอากิม"
"ล่ายๆ เดี๋ยวอั๊วเช็ดตัวให้อีเอง" กิมรับปาก
"ขอบใจ"
เฉียงหันไปมองโบตั๋นด้วยความเป็นห่วงอีกครั้งก่อนจะตัดใจเดินออกไปจากห้อง


ย่าหยาอึดอัดสุดขีดจึงโพล่งออกมา
"คุณนอนที่นี่ไม่ได้นะ กลับไปเดี๋ยวนี้"
ธามไม่ตอบโต้ แต่เดินไปที่เตียงแล้วทิ้งตัวลงนอนหน้าตาเฉย
ย่าหยาเดินตามมา "คุณธาม"
ธามคว้าแขนย่าหยาที่ไม่ทันตั้งตัวแล้วกระชากเธอลงมาที่เตียง
ย่าหยาหน้าตื่น "คุณจะทำอะไร"
"ไม่ทำอะไร ถ้าเธอนอนดีๆ"
"ฉันไม่นอนกับคุณ"
ย่าหยาสะบัดมือให้หลุดจากมือธามแต่ธามรู้ทันจึงบีบมือหญิงสาวแน่นยิ่งกว่าคีม
"ต้องทำอะไรก่อนมั้ย ถึงจะนอน"
ธามดึงย่าหยาลงมานอนแนบไปกับเตียงแล้วโน้มตัวลงมาหา
ย่าหยารีบหลับตา "ฉันนอนแล้ว"
ธามยิ้มเล็กๆก่อนจะปรามเสียงเข้ม "แล้วก็อย่าคิดหนี เพราะเธอรู้ดีว่าไม่มีวันหนีฉันพ้น"
ย่าหยาหลับตาพูด "ถ้างั้นก็อย่าลวนลามฉัน เพราะคุณรู้ดีว่าฉันไม่มีวันยอมคุณ"
ย่าหยาพลิกนอนตะแคงหันหลังให้ธามเป็นการจบบทสนทนา ธามเอี้ยวตัวหันมาปิดไฟที่หัวเตียงแล้วหางตาเหลือบเห็นชายผ้าพันคอของตัวเองแพลมออกมาจากใต้หมอนใบที่เขากำลังจะล้มตัวนอน
ธามดึงผ้าออกมา "ไม่ยักรู้ว่าแอบคิดถึงฉันจนต้องเอาผ้าที่ให้มาซุกไว้ใต้หมอน"
ย่าหยาลืมตาขึ้นทันทีแล้วทำหน้าเหมือนเจ็บใจตัวเองที่เผลอเอาผ้าธามไปซุกไว้ใต้หมอนจริงๆ
ย่าหยาแกล้งทำงัวเงียพูดใส่ธามแต่ไม่ยอมหันหน้าไป "ตกลงจะนอนหรือไม่นอน ฉันง่วงปิดไฟสักที"
ธามแอบยิ้มแล้วโน้มตัวปิดไฟแต่ก็ยังไม่วายเปรยในความมืด
"อย่าฝันถึงฉันล่ะ"
ย่าหยาลืมตาขึ้นมาในความมืด "ถ้าจะฝัน ฉันจะฝันถึงคนรักของฉัน ไม่ใช่คุณ"
ย่าหยาค่อยๆสอดมือไปใต้หมอนที่ตัวเองหนุนแล้วดึงนาฬิกาพกออกมาเปิดดูรูปซึ่งถ่ายคู่กับชลธี คล้ายจะเอาชลธีเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ธามนอนนิ่งไม่ได้หันมาเพราะรู้สึกใจแป้วและเจ็บจี๊ดกับคำว่า
 
“ไม่ใช่คุณ” ที่ย่าหยาพูดใส่เขา

โบตั๋นเดินแบบทั้งเพลียทั้งแฮงค์มาตามทางจนมาถึงหน้าร้านกาแฟแล้วเธอก็ต้องชะงักอยู่หน้าร้าน
 
เมื่อได้ยินซ้งกับเกี๊ยงนั่งคุยกันที่โต๊ะข้างประตู
"ลื้อแน่ใจได้ยังไงว่าอาโบตั๋นจะมา เมื่อคืนอีเมาขนาดนั้น" เกี๊ยงถาม
"อั๊วโทรไปสั่งที่หอพักไว้แล้ว ยังไงอีก็ต้องมา" ซ้งบอก "อีมีอั๊วอยู่คนเดียว ไม่ฟังอากู๋มันแล้วจะไปฟังหมาที่ไหน ลื้อจะไปก่อนก็รีบไป"
"อย่าช้านะ ลื้อก็รู้ว่านายใหญ่ไม่ชอบรอใครนานๆ"
ซ้งไม่พอใจ "วันนี้ลื้อมีหน้าที่แค่ขับรถ แต่คนสั่งให้ไอ้ธามมันตายตอนไหนคืออั๊ว ลื้อคิดว่าใครใหญ่กว่ากัน"
โบตั๋นตะลึงตัวชาและหายแฮงค์เป็นปลิดทิ้ง
"จัดการให้ระเบิดฉีกร่างไอ้กระทิงให้ได้ซะก่อนค่อยคุย คุยตอนนี้เหม็นขี้ฟันว่ะ"
เกี๊ยงทำหน้ากวนตีนใส่ซ้งก่อนจะเดินออกมา โบตั๋นรีบหลบเข้าบานพับประตูจนเกี๊ยงเดินผ่านหน้าไป โบตั๋นค่อยๆโผล่ออกมาชะโงกมองซ้ง เธอลังเลอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะตัดสินใจรีบวิ่งจากไป


โบตั๋นวิ่งหน้าเริ่ดมาตามฟุตบาทแล้วชนเข้ากับหยกมณีที่เพิ่งซื้อโจ๊กเสร็จและกำลังหิ้วหม้อเดินกลับบ้าน
หยกมณีตกใจ "แหกกก"
"ขอโทษค่ะ" โบตั๋นบอก
ทั้งคู่หันมาเห็นกัน "แจ้หยก / อาโบตั๋น"
"เมื่อคืนกลับยังไงล่ะ อั๊วกลับไปดูลื้ออีกทีก็ไม่เห็นแล้ว"
โบตั๋นจำไม่ได้ "ไม่รู้เหมือนกัน เอาไว้ค่อยคุยกันนะแจ้ ฉันต้องรีบไปหาเฮียที่บ้าน"
"เดี๋ยว เฮียไหน"
"ก็เฮียธามไง" โบตั๋นบอก
หยกมณีชะงักเพราะเห็นใจโบตั๋นอยู่เหมือนกัน "เฮียกระทิงไม่ได้อยู่บ้าน"
"อ้าว แล้วเฮียอยู่ไหน แจ้รู้ใช่มั้ย"
หยกมณีอึกอักแล้วก็หาทางเลี่ยง "เอ่อ"
"รีบบอกมาแจ้ ฉันต้องรีบไปบอกให้เฮียระวังตัว มีคนจะวางระเบิดเฮีย"
หยกมณีตกใจจึงเผลอหลุดปาก "ไอ้หยา ซี้เลี้ยวอ่า อยู่โรงแรมหมู่ตัน รีบไปเร็วเข้า"
โบตั๋นพยักหน้าแล้วรีบวิ่งออกไป
หยกมณีนึกได้ "เอาแล้วมั้ยล่ะ เฮียรอดแต่อาหย่าจะโดนตบมั้ย" หยกมณีถอนใจเฮือก "เฮ้อ"

ธามหิ้วกระเป๋าเดินทางของย่าหยาและดึงย่าหยาออกมาด้านหน้าโรงแรม ย่าหยาพยายามบิดมือตัวเองออกจากมือของธาม
"ปล่อยมือฉันได้แล้ว"
"ไม่ จนกว่ารถจะมา แล้วทางที่ดีเธอควรจะอยู่นิ่งๆว่าง่ายๆ ไม่งั้นคนอาจคิดว่าเธอเป็นภรรยาแสนงอนของฉันเหมือนคราวที่แล้ว"
ย่าหยาจิกตาหน้าคว่ำใส่ธาม
"หรือจริงๆแล้วชอบ อยากเป็น"
ย่าหยาเหลือบมองผู้คนแล้วถอนใจก่อนจะยอมยืนนิ่งๆให้ธามจับมือ


โบตั๋นวิ่งมาตามฟุตบาท สักครู่โบตั๋นก็เห็นจิวขับรถธามผ่านมาเธอจึงโบกมือเรียกเฉียงที่นั่งข้างคนขับและอยู่ใกล้ฟุตบาทมากกว่า
"อาเฉียงๆ อาเฉียง"
หางตาเฉียงเหลือบเห็นโบตั๋นที่กระจกด้านข้าง เฉียงอึ้งและไม่กล้าหันกลับไปมองโบตั๋นเพราะกลัว โบตั๋นจะเรียกให้หยุดรถและขอตามมาด้วยซึ่งทำให้ธามไม่พอใจ เฉียงนั่งตัวเกร็ง เมื่อจิวเลี้ยวเข้าถนนอีกด้าน เฉียงจึงผ่อนลมหายใจยาวเพราะไม่เห็นโบตั๋นที่กระจกด้านข้างแล้ว


จิวขับรถเข้ามาจอดที่ริมฟุตบาทที่ธามกับย่าหยายืนรออยู่ เฉียงลงจากรถมารับกระเป๋าเดินทางของย่าหยาไปไว้ที่กระโปรงท้ายแล้วหางตาของเฉียงก็เหลือบไปเห็นโบตั๋นวิ่งตัวโยนเข้ามายืนที่ฟุตบาทฝั่งตรงข้าม โบตั๋นโบกมือเพื่อจะเรียกธาม จังหวะนั้นธามซึ่งยืนบังย่าหยามิดก็ขยับออกมาเปิดประตูรถให้ย่าหยา
เฉียงหันไปมองโบตั๋น เขาเห็นโบตั๋นอึ้งเมื่อธามดึงมือย่าหยามาขึ้นรถและปิดประตูให้
ธามบอกจิว "เดี๋ยวฉันขับเอง ลื้อไปเอารถอีกคันตามไปกับอาเฉียง"
"ครับ เฮีย" จิวรับคำ
จิวลงจากรถ ในขณะที่ธามเดินไปนั่งแทนที่คนขับแล้วขับออกไป โบตั๋นน้ำตาร่วง เฉียงเหลือบมองหญิงสาวที่สะอื้นจนตัวโยนก่อนจะวิ่งออกไป
"ลื้อไปเอารถที่บ้านเฮียนะ อั๊วขอตัวไปทำธุระก่อน เจอกันหน้าโรงหนังโอเดียน" เฉียงว่า

เฉียงพูดเสร็จก็รีบวิ่งกลับออกไปทางเดียวกับโบตั๋น จิวมองตามอย่างงงๆ ว่าเฉียงมีธุระด่วนอะไร



โบตั๋นวิ่งร้องไห้มาตามถนน แล้วซอกแซกเข้ามาในตรอกซอกซอยจนมาหยุดนิ่งที่ซอยตันแห่งหนึ่งเหมือนชีวิตที่หมดหนทางไป
 
โบตั๋นเซไปปะทะไปกับผนัง เธอร้องไห้น้ำตาไหลพรั่งพรู สักครู่ก็มีมือถือผ้าเช็ดหน้ายื่นเข้ามาให้ โบตั๋นเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเป็นเฉียง
"เฮียพาแม่นั่นไปไหน"
"ทำงานครับ" เฉียงตอบ
โบตั๋นถามต่อ "ที่ไหน"
"ภูเก็ต"
ก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกคอหอยของโบตั๋น "ในชีวิตฉันไม่เคยไปภูเก็ต ไม่เคยเห็นทะเล ฉันอยากไปเที่ยวทะเล เฮียไม่เคยพาฉันไปไหน ชีวิตฉันกับเฮียวนอยู่แค่ฉั่วเทียนเหลากับโรงบิลเลียด แม้แต่บ้านเฮีย ฉันยังต้องสาระแนไปเอง"
"เฮียไปทำงาน"
"เฮียรักผู้หญิงคนนั้น"
เฉียงนิ่งเพราะพูดไม่ออก
"ทำไมไม่เถียง พูดสิ บอกฉันให้ดีใจสักนิดสิว่ามันไม่จริง"
"ผมไม่รู้ รู้แต่ว่าเฮียจะไม่ทอดทิ้งคุณ ถ้าคุณอยู่ในที่ของคุณ"
"อยู่เพื่อทนดูผู้ชายที่ตัวเองรักไปรักผู้หญิงอื่นอย่างนั้นเหรอ"
"มันก็ยังดี อย่างน้อยคุณก็ได้อยู่กับเฮีย ได้เห็นหน้าเฮีย ได้รักเฮีย" เฉียงมองเหมือนจะสื่อความในใจ "สำหรับคนที่เรารัก แค่นี้ มันก็มากพอแล้วไม่ใช่เหรอ"
คำพูดนิ่มๆของเฉียงเป็นยิ่งกว่ามีดที่กรีดลงกลางใจของโบตั๋น

ธามขับรถแล้วแอบเหล่ย่าหยาซึ่งเหลือบมองที่เปิดประตูรถตลอดเวลา
"คิดจะหนีงั้นสิ" ธามพูดดักคอ
ย่าหยาหันขวับมามองธามแล้วหันกลับพร้อมด่าในใจว่าธามช่างรู้ทันไปซะหมด
"ผู้หญิงธรรมดาทั่วไปไม่มีใครกล้าเปิดประตูแล้วกระโดดลงจากรถ ช่วงที่รถวิ่งกันหรอก คนที่คิดจะทำและทำได้ต้องเป็นพวกนักฆ่าเท่านั้น"
ย่าหยาหันมาเผชิญหน้า "คุณเข้าใจถูกแล้ว"
"เป้าหมายคือฉันหรือเสี่ยเล้ง"
"สรุปว่าคุณไม่เชื่อที่ฉันพูด"
"ฉันควรเชื่อใจเธอเร็วขนาดนั้นเหรอ"
"แล้วคุณพาฉันมาด้วยทำไม"
"เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง"
"ฉันมีเรื่องที่ฉันต้องจัดการ ถ้าคุณจะกักตัวฉันไว้ก็ระวังให้ดี เผลอเมื่อไหร่ฉันหนีแน่ บอกเลย"
ธามยิ้ม "คิดจะหนีตอนนี้ สายไปแล้ว"
ย่าหยาเริ่มมึนหัว หนังตาของเขาหนักอึ้งและอยากจะหลับขึ้นมาซะอย่างนั้น สักครู่ย่าหยาก็นึกขึ้นได้

ย่าหยาในชุดเดินทางเดินเข้ามาในห้องอาหารโรงแรม ธามซึ่งนั่งจิบกาแฟและกินอาหารเช้าอยู่ก่อนหน้านั้นเงยหน้าขึ้นมามอง
"สวยสมกับที่ช้า เชิญ"
ย่าหยากระแทกตัวลงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามธามซึ่งมีเซ็ทอาหารเช้าพร้อมกาแฟวางเตรียมพร้อมแล้ว
"รีบกินเข้า ถ้าไม่อยากให้ป้อน"
ย่าหยาถอนใจก่อนจะยกกาแฟขึ้นดื่ม


ย่าหยาเบิกตาโตแล้วหันขวับไปมองธาม
"คุณใส่ยานอนหลับในกาแฟ" ย่าหยาบอก
"และในอาหารเช้าของเธอด้วย" ธามว่า
"คุณ"
"เธอจะได้หลับสบายๆ ฉันก็จะได้ขับรถสบายๆด้วย" ธามโบกมือ "บ๊ายบาย"
ย่าหยาอยากจะเข้าไปขย้ำธาม แต่สายตาของเธอก็พร่าเลือนและง่วงงุนเกินกว่าจะทำอย่างนั้นได้ สักครู่ย่าหยาจึงหลับพับไปกับเบาะรถ ธามยิ้มก่อนจะหันไปตั้งหน้าตั้งตาขับรถอย่างมีสมาธิ


ย่าหยางัวเงียตื่น เธอค่อยๆลืมตาแล้วมองไปรอบๆห้องก่อนจะพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงนอนสะอาดในโรงแรมหรูหราแห่งหนึ่ง สักครู่ธามในชุดสูทหล่อก็เดินออกมาจากห้องน้ำ
"ไปอาบน้ำ เสร็จงานแล้วฉันจะปล่อยเธอ"

ย่าหยาอยากจะด่าธามแต่ก็อดใจเก็บแรงไว้หนีเมื่อมีโอกาส

เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 5 (ต่อ)

ธิดา หญิงสาววัยกลางคนที่ยังสาวและสวยซึ่งเป็นเมียน้อยเจ้าสัวเจ้าของที่ดินที่ธามซื้อทำร้านทองยกมือไหว้ธาม
 
"สวัสดีค่าเฮียกระทิง" ธิดามองย่าหยา "มาดามของเฮียสวยมาก"
ย่าหยาหันขวับไปมองธาม
ธามยิ้มโปรยเสน่ห์ "ครับ"
"สวยสมกันจริงๆ มาค่ะ เดี๋ยวดาแต่งหน้าทำผมให้สุดฝีมือ"
ธิดาพาย่าหยาไปนั่งที่เก้าอี้ ย่าหยามองธามผ่านกระจกตาเขียว
"เฮียไปทำธุระก่อนก็ได้นะคะ ต้องใช้เวลาร่วมชั่วโมงเลยค่ะ"
"ไม่ล่ะครับ ผมอยากอยู่เฝ้าภรรยา รักมากครับคนนี้"
ธิดาเขินแทน "น่ารักจริงๆเลย"
ธามยักคิ้วเล็กๆ ด้วยท่าทางพราวเสน่ห์ให้ย่าหยา ย่าหยาส่งตาเขียวปั้ดกลับไปให้ธาม
เวลาผ่านไป ธิดาแต่งหน้าให้ย่าหยาเสร็จแล้วจึงพลิกเก้าอี้ให้ย่าหยาหันหน้ามาให้ธามดู ธามละสายตาจากหนังสือพิมพ์ในมือหันมามองหญิงสาวแล้วก็ถึงกับตกตะลึง
เวลาผ่านไป ธิดาเกล้าผมให้ย่าหยาที่แต่งหน้าทำผมแบบไม่ได้อลังการเหมือนไปงานกลางคืน แต่ไปงานกลางวัน
สุนีย์หอบชุดสวยเข้ามาในร้านแล้ววางกล่องอุปกรณ์ตัดเย็บลงบนโซฟา
"เสื้อมาแล้ว เสร็จพอดี" ธิดาดึงมือย่าหยาออกมาหาธาม "สวยสมใจมั้ยคะเฮีย"
ธามตกตะลึงแต่พูดกลบเกลื้อน "เปลี่ยนเสื้อได้แล้วที่รัก ใกล้เวลาเปิดงานแล้ว"
ธามเอื้อมมือไปรับชุดจากสุนีย์
ธิดาท้วง "ว้าย เฮีย จะรักเมียอะไรขนาดนั้น ให้สุนีย์ไปเปลี่ยนให้ดีกว่าค่ะ ไม่พอดีจะได้เย็บแก้กันได้ ห่างเมียสัก2-3นาที คงไม่เป็นไรนะคะ"
ธามยิ้มเก้อๆ ในขณะที่สุนีย์หอบชุดพาย่าหยาเดินไปทางด้านหลังร้าน


สุนีย์รูดซิปเสื้อที่เพิ่งตัดมาใหม่ให้ย่าหยา ในขณะที่หญิงสาวกวาดตามองไปรอบบริเวณด้านหลังบ้าน
"แถวนี้น่าอยู่นะคะ ด้านหลังนี่เป็นบ้านคนหรือคะ" ย่าหยาว่า
"เป็นซอยเล็กซอยน้อยหลายซอยค่ะ เดินลัดไปทะลุถนนใหญ่ได้หลายสาย ชุดพอดีเลยนะคะ" สุนีย์ว่า
"แถวนี้มีรถรับจ้างมั้ยคะ ถ้าจะเดินทางข้ามจังหวัด คนที่นี่ไปกันยังไงคะ" ย่าหยาถาม
"คนมีตังค์หน่อย เขาเหมารถเจ้าสัวชินไปค่ะ มีอยู่เจ้าเดียวล่ะค่ะที่ให้เช่ารถ คุณใส่ชุดนี้แล้วสวยจัง"
"แต่ฉันว่าเอวมันคับไปน่ะค่ะ แก้ออกให้ได้มั้ยคะ"
"เอ เหมือนพอดีแล้วนะคะ แต่ถ้าคุณอึดอัดเลาะแล้วแก้ออกก็ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันไปเอาเครื่องมือก่อนนะคะ"
"ค่ะ"
สุนีย์เดินออกไป ย่าหยายิ้มตาเป็นประกาย


สุนีย์เดินออกมาจากทางหลังร้านเพื่อหยิบกล่องอุปกรณ์ ธิดาเอากาน้ำชาเทเสิร์ฟธามอีกรอบแล้วหันมาเห็นสุนีย์
"เป็นไง พอดีมั้ย"
"คุณผู้หญิงว่าคับไปหน่อย เดี๋ยวเอาเอวออกอีกนิด"
ธามที่กำลังยกชาขึ้นดื่มชะงักแล้ววางถ้วยชาก่อนจะรีบดิ่งไปทางหลังร้าน ธิดากับสุนีย์มองหน้ากันอย่างงงๆ แล้วก็เดินตามไป


ธามพุ่งพรวดเข้ามากวาดตามอง เขาไม่เห็นอะไรนอกจากเสื้อผ้าชุดเดิมของย่าหยาพาดอยู่กับเก้าอี้ ธิดากับสุนีย์เดินตามเข้ามา
"มีอะไรเหรอคะเฮีย" ธิดามองหาย่าหยา "อ้าว แล้วมาดามหายไปไหน"
ธามไม่ตอบแต่ก็วิ่งไปที่แนวรั้วหลังร้านก่อนจะเทคตัวปืนขึ้นไปบนกำแพงรั้วแล้วมองหาย่าหยา
ธามเห็นย่าหยากำลังวิ่งเลี้ยวเข้าซอยแยกไกลๆ เธอหันมาโบกมือบ๊ายบายธามก่อนจะผลุบหายไป ธามมองนาฬิกาข้อมืออีก 10 นาทีจะได้เวลาเปิดร้าน
"ตกลง คุณผู้หญิงหายไปไหนคะ"
ยิ่งเจอคำถามธามก็ยิ่งหงุดหงิดและหัวเสีย

หัวสิงโตเชิดไปมาสลับกับแป๊ะยิ้ม เสียงกลองกับเสียงประทัดดังรัวอยู่ที่หน้าร้านทองหย่งจินซึ่งตั้งอยู่บนถนนเก่าแก่ของภูเก็ต ทีมเชิดสิงโตและแป๊ะยิ้มเดินนำธามไปตามถนน โดยมีเฉียงกับจิวขนาบข้าง ระหว่างทางธามยกมือไหว้แขกที่มาร่วมงานทุกคนจนมาจบที่เมฆินทร์ซึ่งมีผู้ติดตามยืนประกบเช่นกัน
"สวัสดีครับท่าน ขอบคุณท่านมากนะครับที่ให้เกียรติหย่งจิน"
"ด้วยความยินดี หลานชาย" เมฆินทร์บอก "อานับถือคุณเฉินอี่เสียงพ่อของหลานมาก มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ทุกเวลา ไม่ต้องเกรงใจ"
"เมื่อคืนท่านหลับสบายดีนะครับ"
"สนิทเลย ได้นอนโรงแรมหรูริมทะเลมันสบายอย่างนี้นี่เอง ไปดูแลแขกเถอะ ตามสบายหลาน"
"ขอตัวก่อนนะครับ"

ธามเดินไปไหว้แขกผู้ใหญ่คนอื่น เฉียงกับจิวเดินตาม

เกี๊ยงถือไฟแช็คซิปโป้อันที่ธามให้จุดบุหรี่ให้เล้ง ทั้งคู่นั่งกันอยู่ที่ร้านกาแฟย่านตึกเก่าแห่งหนึ่ง
 
สักครู่ซ้งก็เดินเข้ามา
"ทุกอย่างพร้อมครับนายใหญ่" ซ้งบอก
"ที่จริงนั่งสูบบุหรี่ กินกาแฟในที่ใหม่ๆแบบนี้มันก็มีความสุข แต่มันมีเรื่องอื่นที่ทำแล้วมีความสุขมากกว่า" เล้งว่า
เล้งพูดจบก็ขยี้บุหรี่ลงที่เขี่ยก่อนจะแสยะยิ้มเหี้ยมก่อนลุกเดินออกจากร้าน โดยมีซ้งกับเกี๊ยงเดินประกบ ย่าหยาวิ่งเหยาะๆ ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามโดยผ่านหลังกลุ่มเล้งที่เพิ่งเดินออกไปโดยไม่เห็นกัน


ธามกล่าวขอบคุณแขกซึ่งยืนห้อมล้อมอยู่หน้าร้าน เฉียงกับจิวยืนอยู่ไม่ไกล
"ผมขอขอบคุณท่านเมฆินทร์ที่ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในงานวันนี้ ขอบคุณท่านเจ้าสัวชินที่มอบที่ดินทำเลทองให้ผม ขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และที่สำคัญที่สุดคือ แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน"
ระหว่างที่พูด ธามก็กวาดตามองทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นและมองไกลออกไปอย่างระแวดระวัง แล้วธามก็เห็นคนที่คาดว่าจะได้เห็นแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นั่นก็คือ เล้ง
ธามพยายามพูดให้เป็นปกติ "ที่สละเวลามาร่วมเปิดร้านทองหย่งจินสาขาแรกของภูเก็ตในวันนี้ เราสัญญาว่าเราจะรักษามาตรฐานการผลิตให้ทองหย่งจินเป็นทองที่มีคุณภาพสูงสุด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนภูเก็ตจะให้ความไว้วางใจและเปิดโอกาสให้มีทองหย่งจินสาขา2 3 และ4 ในลำดับต่อไป"
ในระหว่างที่ธามพูด เล้ง ซ้ง และเกี๊ยงก็ยืนแอบมองธามอยู่ที่มุมตึกด้านหนึ่งไม่ไกลจากร้านทอง
"อาเมฆินทร์ตัดริ้บบิ้นเมื่อไหร่ ไอ้กระทิงตาย คนของลื้อรู้แล้วใช่มั้ย" เล้งถาม
"ครับ นายใหญ่" ซ้งตอบ
ธามพูดต่อเนื่อง "และในโอกาสนี้ ผมขออนุญาตเรียนเชิญท่านเมฆินทร์มาตัดริบบิ้นเพื่อเป็นเกียรติ
กับหย่งจิน และพร้อมกันนี้ก็ขอเชิญเสี่ยเล้ง เจ้าของทองเล่งเฮง"
ธามผายมือไปที่มุมตึกซึ่งเล้งยืนอยู่กับซ้งและเกี๊ยงทำให้แขกทุกคนในที่นั้นหันไปมองเล้งกันทุกคน
เล้งอึ้งเพราะไม่คิดว่าธามจะเห็นและใช้วิธีดึงเขาออกมาเป็นเป้าด้วย
ธามพูดต่อ "ซึ่งเป็นเพื่อนรักกับอาปาของผม อันที่จริงท่านงานเยอะมากแต่ก็ยังอุตส่าห์เดินทางมาที่นี่วันนี้ ขอเรียนเชิญท่านมาร่วมตัดริ้บบิ้นกับท่านเมฆินทร์ด้วยครับ"
เล้งพยักหน้ายิ้มให้ทุกคนที่มองมาอย่างมีชั้นเชิงก่อนจะหันมากระซิบบอกซ้ง
"ยกเลิกแผนทั้งหมด"
"อั๊ว ส่งคนออกไปแล้ว" ซ้งว่า
เล้งสั่งสั้นๆ "เก็บมัน"
ระหว่างที่เล้งเดินมา ธามก็กระซิบบอกเฉียงซึ่งยืนอยู่ข้างๆ
"ตรวจดูคนและของขวัญทุกชิ้น"
"ครับเฮีย" เฉียงรับคำ
เฉียงพยักหน้าให้จิวแล้วพากันเดินออกไปโดยสวนกับเล้งที่เดินเข้ามา
"เชิญครับเสี่ย"
เล้งยิ้มเย็น "ยินดีด้วยนะอาธาม"
เล้งเดินไปจับมือเมฆินทร์
"ไม่นึกว่าจะเจอเสี่ยที่นี่" เมฆินทร์บอก
ในขณะที่ธามเดินนำเล้งกับเมฆินทร์ไปที่ริบบิ้น เสียงโครมครามก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ทุกคนในงานรวมทั้งธามกับเล้งหันไปมอง

เกี๊ยงกำลังอัดชาวบ้านที่ซ้งจ้างมา เฉียงกับจิวเดินเข้าไปห้าม
"มีเรื่องอะไรในงานมงคลวะ" จิวถาม
"อีมีพิรุธ" เกี๊ยงบอก
ธามเดินตามเข้ามา เฉียงกับจิวมองหน้ากัน ท่ามกลางความเงียบ ทั้ง 3 คนได้ยินเสียงนาฬิกาเดิน
"ระเบิดเวลา" ธามบอก
เฉียงกับจิวมองหาเป้าหมาย
"ในกระเช้านั่น" เกี๊ยงว่า
จิวพุ่งไปที่กระเช้าส้มก่อนจะรื้อส้มออกเห็นระเบิดเวลาเดินติ๊กต่อกอยู่แบบจวนเจียนจะระเบิดในไม่กี่วินาที
"ระเบิดเวลาจริงๆเฮีย" จิวตกใจ
แขกทุกคนตกใจจึงร้องเสียงหลง "เฮ้ย"
ในจังหวะที่ผู้คนตกใจและเตรียมหนีกันอย่างอลหม่าน ธามก็พุ่งเข้ามาโดยควงกรรไกรประจำแก็งออกมาตัดฉับสายชนวนโดยหยุดเวลาที่อีกวินาทีเดียวจะระเบิดได้ทันพอดี
ธามยกระเบิดขึ้นมาเหมือนตั้งใจหันไปหาเล้ง "เกือบไปแล้ว"
เมฆินทร์กับผู้ว่าฯ ตามเข้ามา ผู้คนเริ่มคลายความกลัว
เมฆินทร์โวยใส่ผู้ว่าฯ "เกิดเรื่องอย่างนี้ในพื้นที่คุณได้ยังไง"
ผู้ว่าฯหน้าซีด
เกี๊ยงเข้ามากระทืบชายที่ซ้งจ้างมา "ใครจ้างลื้อมา มีคนจ้างลื้อมาฆ่าอาธามใช่มั้ย"
ชายรับจ้างพูด "อั๊วไม่รู้เรื่อง อย่าตีอั๊วเลย อีจ้างอั๊วให้เอากระเช้ามางานเปิดร้านทอง อั๊วไม่รู้จริงๆว่าข้างในมีระเบิด อั๊วไม่รู้จริงๆ"
เกี๊ยงเตะถีบกะให้ตายคาเท้า "ยังจะปากแข็งอีก"
"พอได้แล้ว อีคงไม่รู้จริงๆ ถ้ารู้ว่าถือมาแล้วต้องตายพร้อมอั๊ว อีคงไม่ทำ" ธามว่า
"แต่อีเกือบจะทำให้ลื้อตายนะอาธาม"
"เดินเรื่องไปตามกฎหมายดีกว่าครับเสี่ย เฉียง จิว ส่งตัวอีให้ท่านผู้ว่าฯจัดการ"
เฉียงกับจิวล็อคตัวชายรับจ้างมาส่งให้ผู้ว่าฯ
"ผมต้องขอโทษคุณธามและทุกคนจริงๆ เมื่อเช้าก่อนงานจะเริ่ม ผมก็ตรวจตราทุกอย่างดีแล้ว ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้" ผู้ว่าฯ บอก
"มันเหตุสุดวิสัยนี่ครับท่าน คนร้ายคงต้องการเอาชีวิตผม แต่มันฉลาดน้อยไปหน่อยที่ลืมคิดว่า นอกจากผมแล้วยังมีท่านเมฆินทร์ ท่านผู้ว่าฯ เจ้าสัว แล้วก็" ธามหันไปสบตาเล้ง "เสี่ยเล้งอยู่ที่นี่ด้วย"
"นั่นสิ คนสำคัญทั้งนั้น มันไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่รึไง โง่บัดซบจริงๆ"

เล้งเหมือนถูกตบจนหน้าชาในขณะที่ธามแอบยิ้มที่มุมปาก

เล้งเดินนำด้วยอารมณ์มาคุสุดๆ ซ้งกับเกี๊ยงเดินจ้ำตาม
 
"ตามเก็บมันให้ได้ ถ้ามันไม่ตายลื้อไม่ต้องกลับกรุงเทพ อาซ้ง" เล้งว่า
เกี๊ยงจ้ำไปเปิดประตูให้เล้งก่อนจะกลับไปทำหน้าที่คนขับแล้วขับรถออกไป โดยทิ้งซ้งที่อยู่บนฟุตบาทให้มองตาม


ย่าหยาเดินไปมากระสับกระส่าย สักครู่ก็ทนไม่ไหวเลยเข้าไปถามเด็กจัดรถ
"ตกลงมากี่โมงกันแน่ รอนานแล้วนะ" ย่าหยาบอก
"ใจเย็นสิเจ๊ รอคนขับอยู่เดี๋ยวก็มา" คนจัดรถบอก
รถตู้คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดหน้าบริษัท
"นั่นไง มาแล้ว"
ย่าหยาหันไปมองเพราะโล่งอกที่จะได้รีบไปจากเมืองนี้สักที


เด็กรถพาย่าหยาขึ้นมาบนรถแล้วตะโกนบอกคนขับที่นั่งใส่หมวกแก๊ปหันหลังให้
"ไปลงชุมพร"
คนขับพยักหน้า ย่าหยากวาดตามอง ด้านหลังของเธอมีผู้โดยสารอีกคนนั่งเอาหมวกปิดหน้าหลับอยู่ ย่าหยาเลือกที่นั่งหลังคนขับ เด็กรถปิดประตูรถ คนขับขับรถออกไป


รถวิ่งลัดเลาะมาตามโค้งถนนที่มีสวนยางพาราสวยงามอยู่สองข้างทาง ย่าหยาหันหน้าไปมองวิวทิวทัศน์ข้างทาง สักครู่ย่าหยาก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางด้านหลังรถ
"น้ำครับ"
ย่าหยามองน้ำหวานในแก้วบนถาดที่ถูกยื่นมาเสิร์ฟข้างๆ เธอเงยหน้ามองคนเสิร์ฟแล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าคือ จิว
"รถคันนี้บริการน้ำหวานครับ" จิวบอก
จิวพูดจบ รถก็เบรคเอี๊ยด
เฉียงซึ่งทำหน้าที่คนขับหันมาบอกย่าหยา
"เบรกกะทันหันไปหน่อย ต้องขอโทษด้วย"
ย่าหยาอ้าปากค้าง "อาเฉียง อาจิว"
พอตั้งสติได้ย่าหยาก็พุ่งไปที่ประตูรถแล้วกระชากเปิดทันที เธอจะกระโดดหนีแต่แล้วก็ใจหายวาบเมื่อเห็นธามยืนหน้านิ่งอยู่ที่ประตู
"สวัสดี"
ธามผลักหญิงสาวกลับเข้ารถแล้วจะก้าวตามเข้ามา แต่ยังไม่ทันก้าวเสียงปืนก็ดังลั่นมาจากรถที่ขับตามมาข้างหลัง
ธามสั่งเฉียงกับจิว "ลื้อ 2 คนกลับไปดูแลงานที่กรุงเทพฯ" ธามพูดกับย่าหยา "มานี่ ตัวดี"
ธามกระชากย่าหยาลงจากรถแล้ววิ่งเข้าสวนยางข้างทาง เฉียงขับรถออกไป รถมือปืนจอดดังเอี๊ยด ซ้งกับมือปืนทั้งสี่ลงจากรถแล้ววิ่งตามธามกับย่าหยาไป


ธามจับมือย่าหยาพาวิ่งเข้ามาในสวนยาง เสียงปืนดังไล่หลังมาไกลๆ
ย่าหยาสะบัดมือแต่ไม่หลุด "คุณธาม ปล่อยฉันสักที ฉันไปร่วมฆ่าใครกับคุณหา คุณถึงต้องดึงฉันมาเสี่ยงตายด้วยแบบนี้"
"ยังจะกล้ามาพูดดีอีก เธอส่งข่าวบอกเสี่ยเล้งให้มาที่นี่ เธอรู้ว่ามันวางแผนระเบิดร้านฉัน เธอเลยหนีเอาตัวรอด" ธามว่า
"คุณพูดอะไร ฉันไม่รู้ว่าเสี่ยเล้งมาที่นี่ ถ้าฉันรู้ฉันจะเสียเวลาหนีคุณเพื่อกลับไปจัดการมันที่กรุงเทพฯเหรอ ฉันไม่มีเวลาเล่นสนุกกับคุณหรอกนะ"
"ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ"
กระสุนแล่นผ่านทั้งคู่ไปโดนต้นยางโดยพลาดเป้าไปนิดเดียว แล้วนัดอื่นๆก็ตามมา
ธามชักปืนออกมายิงไปทางกลุ่มมือปืนแล้วหันมาพูดกับย่าหยา "มานี่"
ธามกระชากย่าหยาวิ่งหนีไป ซ้งวิ่งนำมือปืนคนอื่นเข้ามายืนหน้ากล้องก่อนจะวิ่งตามไป


ธามดึงมือย่าหยาวิ่งลัดเลาะมาตามแนวต้นยาง โดยมีกลุ่มซ้งไล่ตามหลังไกลๆ ธามพาย่าหยาวิ่งหลบกระสุนและยิงสวนกลับ กลุ่มซ้งไล่ยิงธามกับย่าหยา โดยลูกน้องซ้งถูกยิงตายไป1คน
ย่าหยาหอบเพราะเหนื่อย "คุณหนีไป ฉันไม่อยากเป็นภาระ เราแยกกันตรงนี้"
ธามเองก็หอบเหมือนกัน "เอาตัวรอดเหรอ เมินซะเถอะ"
ลูกปืนแล่นเฉียดหน้าธามไปแค่นิดเดียว ธามยิงสวนกลับแล้วดึงย่าหยาออกวิ่งต่อ


ธามหันมายิงมือปืนอีกคนล้มกลิ้งไปอีกหนึ่งคน
ซ้งตามมายิงถากแขนธามจนเลือดกระเซ็นผ่านหน้าย่าหยาไปเล็กน้อย
"แยกกันก่อน ฉันสัญญาว่าจะกลับมาหาคุณ" ย่าหยาบอก
ทั้งคู่มีเวลาจ้องตากันแค่วินาทีเดียว ย่าหยาตัดสินใจวิ่งแยกไปอีกทาง ในขณะที่ธามพุ่งไปข้างหน้า ซ้งและมือปืนที่เหลืออีกสองคนวิ่งตาม
"อาหวังลื้อตามนังนั่นไป อาฉีลื้อมากับอั๊ว" ซ้งสั่ง
มือปืนคนหนึ่งแยกตามย่าหยาออกไป ส่วนมือปืนอีกคนออกตามธามไปกับซ้ง


หวังวิ่งเข้ามามองหาย่าหยา ย่าหยาที่ยืนอยู่บนกิ่งต้นยางเหนือหัวหวังกระโดดลงมาถีบหวังจนกระเด็น หวังหน้าทิ่มแต่แล้วก็ลุกขึ้นมา ย่าหยาไม่เปิดโอกาสให้หวังตั้งตัว เธอเตะจระเข้ฟาดหางใส่ หวังสู้ แต่ก็ไม่สามารถน็อคย่าหยาได้แถมยังโดนย่าหยาสวนกลับจนสลบไป
 
ย่าหยาหยิบปืนในมือหวังขึ้นมา

ธามโผล่จากต้นยางออกมาเตะฉีกระเด็นไปโดนซ้ง ฉีจะยิงธาม
 
แต่ธามเตะปืนฉีจนกระเด็นออกไป ธามจะยิงฉีแต่ซ้งยิงสวนมาทำให้ธามหลบเข้าข้างต้นยาง กระสุนเจาะน้ำยางไหลเยิ้ม
ฉีเข้ามาล็อคคอธาม เขาบิดมือธามจนปืนกระเด็นหล่นลงไปบนพื้น ซ้งเดินถือปืนเข้ามาจะจ่อยิงธาม ย่าหยาพุ่งเข้ามาถีบซ้งได้ทันในจังหวะเหนี่ยวไกทำให้วิถีกระสุนเปลี่ยนทิศ
ซ้งเข้ามาสู้กับย่าหยา ในขณะที่ธามโดนฉีล็อคคอจนหายใจไม่ออก ซ้งบิดแขนย่าหยา ปืนที่ย่าหยาได้มาจากหวังหลุดมือ ย่าหยาพลาดท่าโดนซ้งบีบคอจนสำลักหายใจไม่ออก
ธามสะบัดฉีแล้วจับหัวฉีโขกกับต้นยางจนเลือดอาบแล้วทรุดลงไปกับพื้น ธามหยิบปืนของตัวเองขึ้นมาแล้วยิงซ้งเข้ากลางหลัง ซ้งสะดุ้งเฮือกตาเบิกค้างก่อนจะหงายหลังลงไปกับพื้น ธามรีบเข้ามาฉุดมือย่าหยาซึ่งไอโขลกให้ลุกขึ้น
"ขอบใจนะ" ย่าหยาเปลี่ยนอารมณ์ "เห็นรึยังว่าฉันไม่หนี ฉันสัญญาว่าจะกลับมา ฉันก็มา"
ซ้งซึ่งเมื่อกี้ทุกคนคิดว่าตายแล้วกลอกตามามองธามแล้วขยับนิ้วจับปืนที่อยู่ในมือแน่น
"นั่นไม่ได้พิสูจน์ว่า เธอไม่ใช่คนของเสี่ยเล้ง" ธามพูด
ย่าหยาชักสีหน้า "นี่คุณยังไม่เชื่อใจฉันอีกเหรอ"
หางตาย่าหยาเหลือบไปเห็นซ้งลุกขึ้นนั่งแล้วเล็งปืนมาที่ธามก่อนจะเหนี่ยวไก ย่าหยาผลักธามกระเด็นออกไปพร้อมกับตะโกนเตือน
"ระวัง"
เสียงปืนดังลั่นนัดแรกพลาดเป้า ซ้งเหนี่ยวไกปืนอีกครั้งอย่างว่องไว ย่าหยาวิ่งมาผลักธามล้ม พร้อมเอาตัวบังกระสุน กระสุนถากเข้าที่ต้นขาขวาย่าหยาเหนือเข่าไปแค่คืบเดียว ธามหันมาเห็นย่าหยาโดนยิงแล้วก็แค้นจัดจึงยกปลายกระบอกปืนกลับไปที่ซ้งแล้วยิงใส่จนหมดแม็กแต่ซ้งวิ่งหนีไปไกลแล้ว ธามจะวิ่งตามแต่ก็นึกเป็นห่วงย่าหยาเพราะชีวิตของเธอสำคัญกว่า
ธามวิ่งกลับมาดู "เจ็บตรงไหน"
ย่าหยาให้ดูแผลที่ถูกยิงที่ต้นขา
"ทนหน่อยนะ" ธามบอก
ธามประคองย่าหยาขึ้นมาแล้วประคองให้เธอเดินออกไป


ธามลงไปวักน้ำในลำธารล้างมือตัวเอง เขาถูไปถูมาจนสะอาดเกลี้ยงเกลา ย่าหยานั่งอยู่ข้างโขดหิน เธอนั่งชันขาเหยียดขึ้นไปบนโขดหินที่สูงกว่า
"นี่เฮียกระทิง ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลนะ จะทำอะไรก็รีบทำเข้า ฉันเมื่อยขา"
ธามเดินกลับมา "อุตส่าห์ล้างมือให้สะอาด ยังจะบ่นอีก ไหน ขอดูแผลหน่อย"
ธามไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาดึงมีดเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ที่รองเท้าออกมาแซะปลายกางเกงแล้วใช้มือฉีกตะเข็บข้างขาดสูงขึ้นไปจนเหนือแผล
ย่าหยาห้ามแทบไม่ทัน "พอแล้ว"
ธามเงยหน้าขึ้นมาสบตาย่าหยาด้วยแววตาที่แฝงความละมุนละไมอย่างชลธี ย่าหยาหน้าแดงเป็นลูกตำลึง เธอรีบเบือนหน้าหันไปมองทางอื่นกลบเกลื่อนซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ธามดึงผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อออกมา มันเป็นผ้าเช็ดหน้าผืนที่ได้รับจากผู้หญิงที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ ธามลังเลเล็กน้อยเพราะรู้สึกเสียดาย แต่เขาคิดว่าชีวิตของผู้หญิงที่นั่งตรงหน้าสำคัญกว่า ธามพับผ้าเช็ดหน้าแล้วกดทับลงบนแผลที่ต้นขาเพื่อห้ามเลือด ครู่ใหญ่เขาจึงถาม
"เจ็บมากมั้ย"
ย่าหยาส่ายหน้าแบบไม่ยอมหันมาสบตา
"เธอมีผ้าเช็ดหน้าสะอาดๆบ้างมั้ย"
ย่าหยาพยักหน้าแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าแบบเดียวกันเป๊ะออกมาแล้วคลี่ออก
จังหวะที่ย่าหยาคลี่ผ้าออกเป็นจังหวะที่ธามก้มลงปลดกระดุมแล้วฉีกเสื้อตัวที่ใส่ออกเป็นทางยาวก่อนจะพูด
"พับแล้วกดทับผ้าผืนเดิม ฉันจะพันทับอีกที"
ย่าหย่าพับผ้าเช็ดหน้าแล้ววางลงบนผ้าผืนของธามซึ่งเปื้อนเลือดที่ซึมออกมาแล้วโดยหงายด้านที่เป็นสีขาวล้วนขึ้นมาทำให้ธามไม่ได้สงสัยอะไร ธามเอาเสื้อที่ฉีกแล้วพันทบกันไปมา2 ครั้งแล้วผูกปม
"ให้อุ้มมั้ย" ธามถาม
ย่าหยารีบปฏิเสธทันที "ไม่ต้อง ฉันเดินไหว" ย่าหยารีบลุกขึ้นยืนโชว์แต่แล้วก็เซ "โอ๊ะ โอ๊ย"
ย่าหยาเซล้มลงมาหาธามซึ่งกำลังลุกขึ้นยืน เขารีบกอดย่าหยาไว้เพื่อกันไม่ให้เธอล้ม ทั้งคู่สบตากันแล้วรีบผละออกจากกันด้วยความรู้สึกอกใจสั่นไหว เป็นความรู้สึกเหมือนได้เจอรักแรกพบอีกครั้ง
"อีกไกล เดินไม่ไหวหรอก เชื่อสิ"
ย่าหยามองธามตาแป๋วพลางคิดในใจว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร


ธามเอาย่าหยาขี่หลังเดินมาตามแนวป่าดิบชื้นบนภูเขา ย่าหยาหน้าซีดเพราะธามพาเดินมานาน เลือดก็ซึมออกเรื่อยๆ เธอเริ่มอ่อนเพลีย ธามเอาใบไม้ห่อน้ำเข้ามาให้ย่าหยา ย่าหยาจิบน้ำอย่างกระหาย
ธามนั่งทิ้งตัวลงข้างๆย่าหยาด้วยอาการเหนื่อยแทบขาดใจ ทั้งคู่หันมามองหน้ากัน
เวลาผ่านไป ธามก็ให้ย่าหยาขี่หลังตามเดิมแล้วเดินผ่านแนวต้นไม้
ย่าหยาที่หน้าซีดเผือดถามอย่างเหนื่อยล้า "คุณจะพาฉันไปไหน ไกลจัง"
"บ้านฉัน ฉันจะพาเธอกลับบ้าน"
ย่าหยาแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าจะได้ยินเสียงพูดที่อ่อนหวานนุ่มนวล
 
หลุดออกจากปากของธามช่างเป็นน้ำเสียงที่เธอคุ้นเคยแต่ไม่ได้ยินมานานมากแล้ว 

เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 5 (ต่อ)

ลูกน้องซ้งกำลังทำแผลซึ่งถูกธามยิงให้ซ้ง ในขณะที่ซ้งกำลังคุยโทรศัพท์
 
“มัน รอดไปได้ครับนายใหญ่”
เล้งซึ่งเพิ่งกลับถึงบ้านที่กรุงเทพฯ หน้าเครียด
“คน 5 คนจัดการคนคนเดียวไม่ได้ พวกลื้อมีสมองรึเปล่า” เล้งว่า
“แต่มันก็ถูกยิงนะนายใหญ่ รวมทั้งผู้หญิงที่มากับมันด้วย” ซ้งบอก
“ผู้หญิง ใคร”
“อั๊วไม่รู้จัก พรุ่งนี้อั๊วจะพาลูกน้องไปตามล่ามัน มันเจ็บทั้งคู่อย่างนั้นน่าจะหนีไปได้ไม่ไกล”
“แล้วลื้อเป็นยังไงบ้าง”
“ถ้านายใหญ่ไม่ให้เสื้อกันกระสุนอั๊วไว้ลองใช้ อั๊วคงแย่เหมือนกัน”
“ดี อั๊วจะได้สั่งมาขาย ส่วนลื้อ ถ้ามันไม่ตาย ลื้อไม่ต้องกลับมา”
เล้งวางโทรศัพท์เต็มแรง ในขณะที่ซ้งหน้าเครียด เกี๊ยงเห็นเล้งเดินไปนอกบ้านก็เอ่ยถาม
“นายใหญ่จะไปไหน เพิ่งมาถึง ไม่พักก่อนเหรอ”
เล้งไม่ตอบแต่ใบหน้าและแววตาของเขาดูกรึ่ม เล้งก้าวเท้าออกไป เกี๊ยงมองตามด้วยความสงสัย

ธามเอาผ้าเช็ดหน้า 2 ผืนซึ่งควรจะไขปริศนาได้แต่บัดนี้กลับชุ่มไปด้วยเลือดห่อกระดาษทิ้งโดยไม่ได้เอะใจอะไร หลังจากนั้นเขาก็เอาสำลีชุปแอลกอฮอลล์เช็ดทำความสะอาดแผลให้ย่าหยา ย่าหยาหลับอยู่เพราะความเพลียสะดุ้งตกใจตื่นเพราะแสบแผล
“ขอโทษนะ ฉันเห็นเธอนอนเลยไม่อยากปลุก แต่ถ้าปล่อยไว้แผลคงติดเชื้อ” ธามบอก
ย่าหยาขยับลุกขึ้นนั่ง “ขอบใจนะ” ย่าหยามองไปรอบๆห้อง “บ้านคุณเหรอ” ย่าหยาแปลกใจ “อยู่ทะเลทำไมปลูกบ้านบนเขา”
ธามนึกถึงบ้านพักติดทะเลหลังเก่าที่เคยมีอดีตอันขมขื่นทั้งกับพ่อแม่และจันทร์ชมพูแล้วก็หน้านิ่ง
“ไม่ชอบบ้านติดทะเล” ธามปิดผ้าก็อชเสร็จแล้วก็มองหน้าย่าหยา “เดี๋ยวเช็ดตัวให้ นอนนิ่งๆ”
“มะ ไม่ต้อง ฉันทำเองได้”
“อย่าขยับไปไหนมากนักเลยแม่คุณ แผลมันจะหายช้า”
ธามหันไปบิดผ้าชุบน้ำอุ่นในกะละมังที่เตรียมไว้แล้ว
ย่าหยาขยับตัวลุกหนีทั้งๆ ที่ยังเจ็บแผล “ไม่ต้อง ฉันจัดการตัวเองได้ ห้องน้ำอยู่ไหน”
“หวงตัว”
“ใช่ ฉันหวงตัวให้กับคนที่ฉันรัก”
ธามเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที “เธอโชคดีที่มีคนที่เธอรัก”
“หรือคุณไม่มี” ย่าหยาถาม
ธามรู้สึกเจ็บ “มี”
“คุณรักเธอมากใช่มั้ย” ย่าหยาถามต่อ
“ใช่”
“งั้นคุณคงรู้ว่าคุณทรยศหักหลังเธอไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหรือลับหลังก็ตาม”
“ผู้หญิงคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ”
“ฉันคิดอย่างนั้น” ย่าหยาพูดเน้น “ฉันจะไม่มีวันทรยศคนที่ฉันรัก”
ธามถามกวนๆ “แน่ใจ”
“มั่นใจ”
“ฉันจะทำให้เธอทรยศคนที่เธอรัก ฉันจะทำให้เธอรักฉันให้ได้”
“คุณพูดเพราะต้องการจะกวนประสาทฉันหรืออะไรก็ตาม แต่ฉันขอบอกตรงนี้เลยว่าไม่มีวัน”
ทั้งคู่มองตากันอย่างท้าทาย


โบตั๋นพยายามประคับประคองตัวเองขณะร้องเพลงเพราะเมาหนักเธอจึงยืนเซไปมาแถมร้องเพลงยานคางเป็นเมรีขี้เมา หยกมณีที่กำลังต้อนรับแขกอยู่ด้านล่างรวมทั้งลูกค้าอื่นๆต่างพากันมองขึ้นไปบนเวที สักครู่ แขกก็เริ่มโห่ฮาอย่างไม่พอใจ
“อะไรกันวะ ลื้อร้องเพลงอารายของลื้อ ฟังม่ายรู้เรื่อง”
“ร้องยังงี้ไม่ต้องร้องดีกว่า หนวกหู”
หยกมณีเห็นท่าไม่ดีก็รีบขึ้นไปบนเวทีแล้วกระซิบบอกโบตั๋น
“ไปพักก่อนไป” หยกมณีพูดกับแขก “ต้องขอโทษด้วยนะค้า วันนี้อาโบตั๋น อีไม่สบาย ใจเย็นๆ เดี๋ยวหยกร้องเพลงเพราะๆให้ฟังแทนนะคะ”
โบตั๋นเดินโงนเงนลงเวทีมาตามทางจนมาเจอสุ่ยยืนกอดอกมองมาด้วยสายตาตำหนิ
“อั๊วขอคุยด้วยหน่อย” สุ่ยบอก
โบตั๋นอึ้ง หยกมณีแอบมองโบตั๋นกับสุ่ยจากบนเวที เฉียงก้าวออกจากมุมมืดมาแอบมองโบตั๋น


โบตั๋นจ๋อยสนิทก่อนจะเอ่ยปาก
“โบตั๋นขอโทษ”
“ขอโทษแล้วมันดึงภาพเดิมของลื้อกลับมาได้มั้ย ใครๆที่รู้จักลื้อเคยเห็นลื้อเขาพูดกันทั้งนั้นว่าลื้อเป็นดอกไม้งามสมชื่อโบตั๋น แล้วนี่อาราย” สุ่ยว่า
“โบตั๋น” โบตั๋นปล่อยโฮ
“ลื้อมีเรื่องกับเฮียกระทิงใช่มั้ย อีทำร้ายลื้อตบตีลื้อเหรอ”
โบตั๋นส่ายหน้า
“หรือว่าอีไล่ลื้อออกจากบ้าน ไม่เลี้ยงดูลื้อแล้ว”
โบตั๋นส่ายหน้า “ไม่ค่ะ เฮียยังให้ที่พัก ให้เงินโบตั๋นใช้ทุกเดือน”
“แล้วลื้อจะเอาอะไรอีก”
โบตั๋นระเบิดอารมณ์ “โบตั๋นอยากให้เฮียรัก อยากให้เฮียสนใจโบตั๋นบ้าง”
สุ่ยถอนใจ “นึกว่าเรื่องอะไร ลื้อเลิกเพ้อฝันได้แล้ว อียังดูแลลื้อ แล้วลื้อก็เป็นเมียอี แค่นี้ก็นับว่าโชคดีกว่าผู้หญิงทั้งเยาวราชแล้ว”
“คุณสุ่ยไม่เข้าใจ”
“ทำไมอั๊วจะไม่เข้าใจ!! อั๊วเกิดก่อนลื้อตั้งกี่ปี มีผัวมาแล้วตั้งกี่คน อั๊วยังไม่เคยเห็นเลยว่า ความรักหน้าตามันเป็นยังไง เฮียกระทิงอีเพิ่งหมดรักลื้อเหรอ หรืออีก็เป็นยังงี้ของอีมาตั้งนานแล้ว ถามใจลื้อดู”
โบตั๋นอึ้งกิมกี่ พนักงานเสิร์ฟเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา
“เสี่ยเล้งอยากพบคุณสุ่ยค่ะ”
สุ่ยพยักหน้ารับรู้ พนักงานเสิร์ฟเดินออกไป

“ลื้อกลับไปนอนไป แล้วก็หายบ้าไวไว จะได้ตั้งใจทำมาหากินสักที” สุ่ยว่า

สุ่ยเดินเข้าไปหาเล้งที่นั่งดื่มเหล้าจีนอยู่ที่โต๊ะประจำ หยกมณียังคงร้องเพลงอยู่บนเวทีแต่ตาคอยเหล่มองเล้งกับสุ่ยเป็นระยะ
 
สุ่ยพูดจาจ๊ะจ๋า “เสี่ยเล้ง มานานรึยังค้า ให้เด็กไปตาม มีอะไรให้สุ่ยรับใช้หรือคะ”
“อั๊วอยากรู้ว่าทำไมอาหยาไม่มาทำงาน เห็นเด็กบอกอีไม่มาทั้งวัน ไม่สบายรึเปล่า”
หยกมณีร้องเพลงแบบพะวักพะวงเพราะอยากรู้ว่าเล้งกับสุ่ยคุยอะไรกัน
“เปล่าค่า อีไม่ได้เป็นอะไรค่ะเสี่ย แค่มีคนขอตัวอีไปเป็นเลขาที่ภูเก็ต2-3วันค่ะ” สุ่ยบอก
เล้งตัวชาวูบเมื่อได้ยินคำว่า “ภูเก็ต” “ใคร”
“เฮียกระทิงค่ะเสี่ย” สุ่ยบอก
เล้งกระแทกถ้วยจนเหล้าในถ้วยกระฉอกแล้วเดินออกไปจากร้านทันที สุ่ยตกใจแล้วก็มองตามไปอย่างงงๆ ในขณะที่หยกมณีอยากรู้เรื่องจนแทบจะโยนไมโครโฟนทิ้งกลางเพลง


โบตั๋นเดินถือขวดเหล้ากระดกใส่ปากแล้วก็โซเซเพราะเมาหนักกว่าเดิมมาตามทาง เฉียงตามมาด้วยความเป็นห่วง
“พอเถอะครับคุณโบตั๋น ผมว่าคุณดื่มมากไปแล้ว”
โบตั๋นหรี่ตามอง “คุณอีกแล้วเหรอ ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน จะไปไหนก็ไป” โบตั๋นเดินหนี
เฉียงยังคงเดินตามด้วยความเป็นห่วง
“จะเดินตามทำไม โน่น ไปตามดูแลนายหญิงคนใหม่ของเฮียโน่น ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”
เฉียงคว้าขวดเหล้าจากมือโบตั๋นแล้วเขวี้ยงทิ้ง
“คุณเมามากแล้ว พอสักที”
“เหล้าฉัน” โบตั๋นหันมาทุบเฉียงแล้วทำตาขวางใส่ “มายุ่งอะไรกับฉันนักหนา แอบรักฉันรึไงถึงได้ตามอยู่ได้”
เฉียงชะงักกึกแล้วหน้าชา “คุณเมามาก”
โบตั๋นพูดด้วยอารมณ์เหงา เปล่าเปลี่ยว ขมขื่น สับสน โหยหา ต้องการ และมึนเมา ทุกอย่างผสมปนเปกันไปหมด
“ก็ดีเหมือนกัน ฉันเองก็ไม่มีใคร มีเฮีย เฮียก็ไม่รัก เกิดมา ไม่เคยมีใครรักฉันจริงด้วยซ้ำไป งั้น เรามาลองรักกันดูมั้ย”
โบตั๋นโผเข้ากอดเฉียงอย่างขาดสติแต่ที่ทำให้เฉียงใจเต้นยิ่งกว่าการกอดคือการที่หญิงสาวโน้มหน้าเขาลงมาจูบ เฉียงร้อนวูบวาบ ความต้องการลึกๆในใจกับสามัญสำนึกของเขาตีกันให้วุ่น สักครู่สามัญสำนึกก็เป็นฝ่ายชนะ
เฉียงผลักโบตั๋นออกพอให้รู้สึกตัว “คุณเป็นเมียเฮียนะ”
โบตั๋นแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “เมียเหรอ เรียกให้ถูกฉันแค่นางบำเรอต่างหาก”
โบตั๋นยิ่งพูดยิ่งขมขื่น ในเมื่อถนอมเนื้อตัวแล้วธามไม่เห็นก็ปล่อยเนื้อปล่อยตัวประชดเสียเลย
“ฉันให้โอกาสคุณแล้วนะ สร่างเมาเมื่อไหร่ ไม่มีแบบวันนี้แน่นอน”
โบตั๋นดันเฉียงจนหลังติดกำแพงแล้วจูบกอดเฉียงโดยจินตนาการว่าเฉียงคือธาม
เฉียงหมดความอดทน “คุณทำแบบนี้ทำไม”
“ก็ถ้าคุณไม่รักฉัน เราก็แค่สนุกกัน ไม่แน่ คุณอาจจะรักฉันก็ได้” โบตั๋นพูดแล้วก็เสียใจจนร้องไห้ “ฉันแค่อยากให้คนรักฉัน มันผิดตรงไหน”
โบตั๋นโถมเข้ามากอดจูบเฉียงอย่างคนโหยหาความรักอีกครั้ง
เฉียงดันโบตั๋นออกแล้วโพล่งขึ้นมาอย่างลืมตัว “ผิดที่ผมรักคุณไง ผมรักคุณเกินกว่าจะทำลายคุณ ได้ยินมั้ยโบตั๋น”
โบตั๋นอึ้งตะลึงแล้วสักครู่ก็ปล่อยโฮร้องไห้เหมือนสติกลับคืนมาจนรู้ว่าตัวเองทำอะไรบ้าบอลงไป
สักพักเล้งก็โผล่ออกมาจากเงามืดมุมตึกหลังจากได้ยินเรื่องทั้งหมด ตาของเล้งเป็นประกายวาว


สุ่ยตกใจ
“อ๊ายหยา แล้วอีจะฆ่ากันตายมั้ยวะ ลื้อก็ไม่บอกอั๊วก่อน อาหยก”
“ก็แจ้เข้ามานี่เกือบ 2 ทุ่ม อั๊วทำงานจะทันได้บอกอะไรล่ะ” หยกมณีว่า
“เรื่องความรักทำไมมันยุ่งยังนี้วะ ดีนะที่เฮียกับซ้อใหญ่ตายแล้วไม่มีลูก อั๊วเลยได้เป็นเจ้าของที่นี่ ให้อั๊วไปหาผัวใหม่อีก อั๊วไม่เอาหรอก เจอคนดีก็ดีไป เจอคนไม่ดีขึ้นมาเมื่อไหร่ เก๊กซิมตายห่า แล้วลื้อกับอาอันล่ะ เป็นยังไง”
หยกมณีเขิน “ก็ ดีแจ้”
สุ่ยพยักหน้ายิ้ม “ดีๆ” สุ่ยแล้วก็กลับมาถอนใจเฮือก “เฮ้อ เฮียกระทิงกับเสี่ยเล้งจะตีกันตายมั้ยวะ อาหยาอยู่ที่นี่ ถ้ามาตีกันในร้านอั๊ว จะทำยังไงดีวะ เฮ้อ”
สุ่ยถอนใจยาวอีกเฮือกใหญ่

เฉียงเดินมาตามทางกับโบตั๋นอย่างเงียบเชียบจนถึงหน้าหอพัก
โบตั๋นรวบรวมสติพูดแต่ไม่กล้าหันมาสบตาเฉียง “ฉัน ขอโทษที่ขาดสติ”
“ผมอยากให้คุณกลับมาเป็นโบตั๋นคนเดิม”
“ฉันจะเป็นคนเดิมได้ยังไง ในเมื่อทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิม”
โบตั๋นหันกลับจะเดินเข้าหอพัก เฉียงคว้ามือไว้ในจังหวะที่จิวเดินผ่านจุดนั้นแล้วเห็นเข้าพอดี จิวรีบหลบเข้าเสาไฟฟ้าข้างทาง โบตั๋นหันมา
“เรื่องที่พูดเมื่อกี้ ผม ขอโทษ”
โบตั๋นยิ้มขมขื่น “ฉันรู้ คุณพูดเพราะอยากให้ฉันหยุดบ้าแค่นั้น ฉันไม่มีอะไรดีพอที่ใครจะมารักหรอก ฉันรู้ตัว”
โบตั๋นจะเดินเข้าหอพัก เฉียงดึงมือไว้อีกครั้งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะเว้าวอน
“โบตั๋น”
โบตั๋นสะบัดมือออกแล้วเดินเข้าหอพักไป เฉียงมองตามอย่างอึดอัด เหนื่อยใจ ก่อนจะหันมาเจอจิวที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“อาจิว ลื้อมาทำอะไรแถวนี้” เฉียงถาม
“อั๊วจะไปเฝ้าบ้านให้เฮีย มันต้องเดินผ่านซอยนี้อยู่แล้ว แล้ว ลื้อ ล่ะ มาทำอะไรแถวนี้” จิวถามกลับ
เฉียงอึ้งเพราะน้ำเสียงและใบหน้าที่เคร่งขรึมของจิวทำให้คิดหาคำตอบไม่ทัน
“เราช่วยกันดูแลของของเฮียได้ แต่อย่าให้มันเกินเลยเลยนะ อั๊วขอ”

จิวพูดจบก็เดินออกไป เฉียงเดินหมุนซ้ายหมุนขวาด้วยความหงุดหงิดอย่างไม่รู้จะไปทางไหน

ย่าหยานอนกระสับกระส่ายไปมาแล้วเธอก็เพ้อพึมพำเพราะพิษไข้
 
“พี่ธี พี่ธี จันทร์ขอโทษพี่ธี จันทร์รักพี่ธี”
ธามเปิดประตูออกจากห้องน้ำ เขาถือผ้าที่ไปชุบน้ำบิดมาหมาดๆ แล้วเดินมาที่เตียง
“รักคนเดียว”
ธามชะงัก แต่ก็เอาผ้าวางตรงหน้าผากเพื่อลดความร้อนให้หญิงสาว
“สัญญา จะไม่เปลี่ยนใจ จะรักคนเดียว คนเดียว”
ถึงจะเป็นแค่เสียงพึมพำของย่าหยา แต่ธามกลับรู้สึกว่ามันดังก้องในหู เขาผละเดินออกไปที่ระเบียง ธามทำเป็นยืดเส้นยืดสายซึมซับกับธรรมชาติป่าเขารอบตัวแต่แล้วก็เผลอหงุดหงิดออกมาจนได้
ธามเปรยหยันๆ “ไม่สบาย ละเมอถึงคนรัก หนังไทยชัดๆ มันเป็นใครวะ”
ธามรู้สึกตัวแล้วก็เซ็งตัวเองว่าจะหงุดหงิดอะไรนักหนากะอีแค่ย่าหยาละเมอถึงคนรัก


ย่าหยาพลิกตัวแล้วค่อยๆลืมตาตื่น เธอมองไปรอบๆห้องแล้วก็ต้องเบิกตาโตเมื่อหันมาเห็นหน้าธามจ่ออยู่ตรงหน้า ย่าหยากระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ในขณะที่ธามรี่ตามอง
“จะลุกจะนั่งก็ให้มันสมกับเป็นกุลสตรีหน่อย” ธามว่า
“คุณขึ้นมานอนเตียงฉันตั้งแต่เมื่อไหร่” ย่าหยาถาม
“เตียงใครนะ”
ย่าหยาสะอึก “เตียงคุณ แต่คุณให้ฉันนอนแล้ว ทำไมคุณไม่ไปนอนห้องอื่น”
“ห้องนอนมีห้องเดียว เธอจะให้ฉันปูเสื่อนอนเฝ้าเธอปลายเตียงเลยมั้ย”
ย่าหยาลุกจากเตียง เธอยังรู้สึกเจ็บตึงที่แผลแต่แล้วความเจ็บก็มลายหายไปสิ้นกลายเป็นรู้สึกอายมากเมื่อกางเกงขาก๊วยของธามที่เธอสวมไหลหลุดลงมา ย่าหยาเกือบดึงไว้ไม่ทัน
“ว้าย” ย่าหยามองชุดที่ใส่อยู่ “อะไรเนี่ย ตอนนอนฉันไม่ได้ใส่ชุดนี้นี่”
“เธอไข้ขึ้นเหงื่อแตกเหงื่อแตน ก็ต้องเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ใหม่” ธามบอก
“หา อย่าบอกนะว่า คุณ เอ่อ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉัน”
“แล้วมันมีใครอยู่ที่นี่อีกมั้ยล่ะ”
ย่าหยารู้สึกโกรธ “ไอ้ คุณเฮียกระทิง”
ย่าหยาหยิบหมอนจะยกขึ้นฟาดธาม
ธามร้องห้าม “อย่านะ เดี๋ยวเซหกล้มขึ้นมา ฉันขี้เกียจอุ้ม”
ย่าหยาชะงักแล้วปาหมอนใส่ธามก่อนจะเดินกะเผลกออกไปด้วยอาการหงุดหงิดผสมอาย ธามมองตามแล้วอดขำไม่ได้

ซ้งเดินเข้ามาในบ้าน เกี๊ยงเดินมาดักหน้าแล้วพูดเย้ยหยันใส่
“ไอ้ธามมันยังไม่ตาย ลื้อยังมีหน้ากลับมาอีกเหรอวะ”
เล้งเดินเข้ามาทางด้านหลังเกี๊ยงแล้วพูด
“อั๊วเรียกอีมาเอง”
เกี๊ยงกันไปมองเล้ง
“นายใหญ่ มีเรื่องด่วนอะไรครับ” ซ้งถาม
“ลื้อไปกล่อมหลานสาวลื้อ ให้ดึงอาเฉียงมาอยู่กับเรา”
ซ้งอึ้ง “อาโบตั๋นจะทำได้ยังไง อาเฉียง อาจิว มันรักนายมันยิ่งกว่าชีวิต”
“มารยาหญิงทำให้ผู้ชายตายมานักต่อนักแล้ว” เล้งบอก
“แต่หลานอั๊ว เอ่อ” ซ้งขอความเห็นใจ “อั๊วว่าอีคง ทำไม่ได้”
“ทำไม่ได้หรือไม่อยากทำ สุดท้ายลื้อก็ต้องจัดการให้อีทำอยู่ดี”
ซ้งกลืนน้ำลายลงคอกับคำพูดธรรมดาแต่สอดไส้ด้วยคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้


ย่าหยาใส่ชุดเสื้อเชิร์ตกางเกงตัวโคร่งของธามเดินช้าๆ มาตามระเบียง เธอมองออกไปยังทะเลสวยงามที่อยู่เบื้องล่างห่างไกลออกไป ธามยกหม้อข้าวต้มออกมาตักใส่ชาม
“คุณไม่ได้ไม่ชอบทะเลอย่างที่พูด ไม่งั้นคงไม่เลือกปลูกบ้านบนเขาแต่ยังมองเห็นทะเลแบบนี้”
“เดินคล่องขึ้นทำให้พูดคล่องขึ้นด้วยรึเปล่า มากินข้าวได้แล้ว”
ย่าหยายังมองเหม่อไปที่ทะเลเบื้องล่างแล้วนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่บ้านพักริมทะเล
“เร็ว จะได้กินยา หายเร็วเท่าไหร่ก็กลับกรุงเทพฯเร็วขึ้นเท่านั้น” ธามบอก
ย่าหยาถอนหายใจเฮือกก่อนจะเดินมานั่งตักข้าวต้มกิน เมื่อข้าวต้มคำแรกแตะลิ้น ย่าหยาก็ชะงัก
“คิดว่าฉันใส่ยานอนหลับ”
ย่าหยาส่ายหน้า “ฉันว่าฉันเคยกินข้าวต้มรสชาติแบบนี้มาก่อน”
“สูตรของอาม้า เธอจะเคยกินได้ยังไง ฉันไม่เคยทำให้ใครกิน หรืออาธีเคยทำให้เธอกิน” ธามมองย่าหยาอย่างจับผิด
ย่าหยากลืนน้ำลายลงคอเพราะเธอจะให้ธามรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าเธอคือจันทร์ชมพู
“อยากจับผิดไปจนตายก็เชิญ” ย่าหยาว่า
“ฉันว่าฉันน่าจะเชื่อใจเธอได้ระดับหนึ่งนะ คนที่คิดฆ่าฉัน คงไม่ทำให้ฉันตายใจด้วยการเอาตัวรับกระสุนแทนหรอก มันมากไป หรือเธอว่าไง”
“ไม่ว่าไง นอกจากโล่งอกที่คุณจะได้เลิกจับผิดฉันสักที”
“งั้นเรามาทำสัญญากัน”
“สัญญาอะไร”
“ผู้หญิงนี่ลืมง่ายจริง”
“อาจจะเพราะคนที่คุยด้วยไม่มีอะไรให้น่าจดจำ”
“เรื่องที่ฉันถามเธอวันไหว้พระจันทร์” ธามพูดอย่างอ่อนโยน “เราจะเป็นคนครอบครัวเดียวกันได้รึยัง”
ย่าหยาอึ้งที่ธามส่งสายตาวิบวับมาให้ เธอรีบหลบตาแล้วเสตักข้าวต้มกิน
ย่าหยาถามลอยๆ “ต้องทำยังไงบ้าง”
“สองข้อ 1.ไม่ทำร้ายกัน” ธามพูด
ย่าหยาสวน “คุณไม่ใช่เป้าหมายฉันอยู่แล้ว”
ธามพูดต่อ “2. สำคัญที่สุด ไม่โกหกกัน การโกหกทำให้อีกฝ่ายยิ่งกว่าตายทั้งเป็น”
ย่าหยารู้ซึ้งก็เจ็บจี๊ด “ฉันรู้ ฉันคิดว่าฉันไม่มีอะไรปิดคุณแล้วนะ”
“งั้นสัญญา ต่อไปนี้เราเป็นคนครอบครัวเดียวกัน ฉันจะดูแลเธอเอง”
ธามส่งสายตาจริงใจพร้อมกับส่งมือให้ย่าหยา ย่าหยาชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจยื่นมือไปจับมือธามด้วยท่างัดข้อไม่ใช่การเช็คแฮนด์
ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันแล้วจับมือกันแน่น แล้วธามก็ทำในสิ่งที่ย่าหยาและผู้ชมไม่คาดฝันนั่นคือการโน้มตัวมาจูบย่าหยารวดเร็วปานสายฟ้าแลบแต่นุ่มนวลดุจปุยนุ่น ย่าหยาตั้งตัวไม่ทันจึงช็อกตาค้าง สักครู่ธามก็ถอนตัวออกมา
ธามส่งสายตามีเสน่ห์มาก “จูบรับสมาชิกใหม่ ประเพณีของแก๊งกระทิง”
ย่าหยามองธามตาเขียวปั่ดก่อนจะเดินหน้าแดงออกมาด้วยความรู้สึกทั้งเจ็บขาทั้งเขินสุดๆ
 
ธามมองตามย่าหยาแล้วก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงมีความสุขทุกครั้งที่อยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้

โบตั๋นขยับเข้ามาพูดด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด
 
“อั๊วไม่ทำ อั๊วสงสัย กู๋เคยรักอั๊วบ้างมั้ย ทำไมพาอั๊วเข้ามาในวังวนสีดำที่หาแสงสว่างไม่เจอแบบนี้”
ซ้งปราม “อาโบตั๋น”
“อั๊วรักเฮียธาม กู๋จะให้อั๊วหักหลังอีได้ยังไง กู๋เห็นอั๊วเป็นคน มีชีวิตจิตใจรึเปล่า หรือกู๋ถูกวิญญาณผีร้ายเข้าสิงแบบเดียวกับเสี่ยเล้งไปแล้ว แก๊งมังกรดำยังเหลือใครที่มีความเป็นคนอยู่รึเปล่า”
ซ้งบันดาลโทสะตบหน้าโบตั๋นจนหญิงสาวหน้าหัน
“ลื้อเป็นบ้าไปแล้ว อาโบตั๋น ลื้ออยากได้ชื่อว่าเป็นคนเนรคุณคนอย่างนั้นเหรอ นายใหญ่ช่วยอั๊วไม่ให้ถูกพวกอั่งยี่ในคุกฆ่าตาย อั๊วออกจากคุกได้ก็เพราะอี” ซ้งว่า
โบตั๋นไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน “อะไรนะ”
“เงินทุกบาททุกสตางค์ ค่านม ค่าข้าวที่อั๊วเลี้ยงลื้อมาตั้งแต่เล็กจนโต เงินที่ส่งให้ลื้อเรียน มันมาจากคนที่ลื้อด่าทั้งนั้น รู้อย่างนี้ลื้อยังจะกล้าเนรคุณอีอีกมั้ย”
โบตั๋นร้องไห้โฮ “ทำไม กู๋ ทำไมเราต้องเป็นหนี้บุญคุณคนเลวๆอย่างนั้น ทำไม”
“คนเลวอย่างอีก็ต่อลมหายใจให้อั๊วกับลื้อไม่ใช่เหรอ” ซ้งสงสารหลาน “ถ้าลื้อไม่อยากทำอั๊วก็จะไม่บังคับ อั๊วจะไปขอร้องนายใหญ่อีกครั้ง อีจะฆ่า อั๊วก็ยอม”
โบตั๋นใจหาย “กู๋”
“อั๊วเลี้ยงลื้อมา ถึงจะไม่สบายนักแต่อั๊วก็รักลื้อ ลื้อเป็นหลานคนเดียวของอั๊วถ้าจะมีใครทำให้ลื้อเสียใจ อั๊วขอเป็นคนสุดท้าย”
โบตั๋นโผเข้าไปกอดซ้งเหมือนกอดพ่อตัวเอง “อากู๋”
เล้งเดินออกจากเงามืดมายืนตรงหน้าโบตั๋น
“มันขึ้นอยู่กับลื้อที่ต้องคิดให้ได้ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน ความรัก หรือ ชีวิตของกู๋ลื้อ”
ซ้งหน้านิ่งเหมือนยอมรับชะตากรรม ในขณะที่โบตั๋นรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางกบาล


เช้าวันใหม่ ธามทำความสะอาดและทายาใส่แผลให้ย่าหยาซึ่งทำเองไม่ถนัด สักครู่แม่บ้านก็ถือชุดที่พับเรียบร้อยแล้วเดินเข้ามา
“ชุดคุณผู้หญิงได้แล้วค่ะคุณธาม”
“ขอบใจ ป้านิ่ม”
ย่าหยางงเพราะอยู่มาตั้งหลายวันเพิ่งรู้ว่ามีคนอื่นอยู่ในบ้านด้วย “ป้า อยู่ที่นี่ด้วยหรือคะ”
“ค่า เพิ่งจะช่วงที่คุณธามพาคุณผู้หญิงมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์นี่ล่ะคะ ถึงได้ลงไปอยู่บ้านลูกชายที่ตีนเขา”
ย่าหยาหันขวับมามองธาม ธามแกล้งทำแผลแบบไม่รู้ไม่ชี้
“แผลคุณผู้หญิงหายเร็วนะคะ คืนแรกที่มาบวมมาก ไข้ขึ้นด้วย คุณธามต้องให้ป้าคอยเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ทั้งคืน” แม่บ้านบอก
ย่าหยาอึ้ง “ทั้งคืนเหรอคะ”
“ค่ะ ป้านอนเฝ้าคุณอยู่ข้างเตียงกับคุณธามนี่ล่ะค่ะ พอไข้คุณลดแล้ว ป้าก็กลับลงไปตอนเช้า”
“ขอบคุณมากนะคะป้า”
“ไม่เป็นไรค่ะ” แม่บ้านพูดกับธาม “ป้าขอตัวไปทำกับข้าวนะคะ”
ย่าหยาหันมามองธามด้วยความรู้สึกดีกับชายหนุ่มมากขึ้น ในขณะที่ธามรู้ว่าย่าหยามองมาก็ยิ่งทำเก๊กเหมือนไม่สนใจ


เกี๊ยงยื่นจดหมายเรียกประชุมสมาชิกสมาคมเลือดมังกรให้เล้ง
เล้งเปิดอ่าน “ไอ้สุงมันเรียกประชุมเรื่องอะไรวะ”
“อั๊วได้ยินเถ้าแก่สุงคุยกับเพื่อนๆที่โรงงิ้วเรื่องของเถื่อนในเยาวราช มันว่าน่าจะกวาดล้างให้สิ้นซากสักที” เกี๊ยงว่า
“แก่จะเข้าโลงอยู่แล้ว ยังจะขวางทางทำมาหากินอั๊วอีก” เล้งบอก
เล้งหันไปถามซ้งซึ่งนั่งนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่ง
“ของรอบแรก จะเข้ามาเมื่อไหร่อาซ้ง”
“อาทิตย์หน้า นายใหญ่”
เล้งมองวันที่ในจดหมาย “ชนกันพอดี” เล้งหงุดหงิด “ถ้ามันเอาจริง ของจะส่งถึงมิสเตอร์ลีทันเวลาได้ยังไง” เล้งคิดแล้วพูดกับซ้ง “ลื้อต้องยืดเวลาให้มันเลื่อนประชุมออกไป”
“มดตัวเล็กๆอย่างอั๊วจะไปพูดให้พวกมันเลื่อนประชุมยังไง”
“อั๊วไม่ได้ให้ลื้อไปเจรจา ให้ไปจัดการ” เล้งพูดอย่างเลือดเย็น “เก็บไอ้แก่สุง”
“นายใหญ่หลักแหลมที่สุด เถ้าแก่สุงตาย นายใหญ่ก็ส่งของให้มิสเตอร์ลีได้ ดีไม่ดีได้นั่งตำแหน่งนายกสมาคมแทนไอ้แก่สุงด้วย อย่างนี้คนไทยเรียกยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว”
เล้งตบบ่าซ้งเหมือนเอ็นดู “อั๊วอยากขายของ แล้วก็อยากนั่งเก้าอี้นายกสมาคมจัดการคนแก่มันไม่ยากเกินความสามารถลื้อหรอก”
ซ้งกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอพร้อมกับคิดในใจว่าจะอะไรกับกูนักหนาวะ


เฉียงนั่งทำบัญชีอยู่ชั้นบนโรงบิลเลียด สักครู่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เฉียงผละจากงานเดินไปเปิดประตูแล้วชายหนุ่มก็ต้องชะงักเมื่อเห็นโบตั๋นยืนอยู่ตรงหน้า โบตั๋นเดินเข้ามาในห้อง
“เฮียกลับมาแล้ว แต่ไม่ได้เข้ามาที่นี่ครับ เฮียไปที่โรงงานกับอาจิว”
โบตั๋นสูดหายใจลึก เธอรวบรวมสติและความกล้าก่อนจะหันไปหาเฉียง
“คุณมีธุระด่วนรึเปล่าครับ”
“ด่วน”
เฉียงเดินมาปิดสมุดบัญชี “งั้นผมพาไป”
โบตั๋นแตะมือเฉียง “ไม่ใช่กับเฮีย กับคุณ”
เฉียงชะงักกึกแล้วยิ่งร้อนวูบวาบเมื่อได้ยินประโยคถัดมา
“รักฉันรึเปล่า”
“คุณเมามาอีกแล้ว”
“ถ้าเป็นลูกผู้ชายคุณต้องกล้าพูด พูดสิว่าคุณรักฉัน” โบตั๋นจับแขนเฉียงเขย่า “คุณรักฉันใช่มั้ย รักหรือเปล่า พูดสิว่ารักฉัน พูดสิ พูด”
เฉียงโพล่งออกมาโดยไม่รู้ตัว “ผมรักคุณ”
โบตั๋นเป็นฝ่ายอึ้งบ้าง
เฉียงคอตก เขาไม่อยากพูดแต่ก็ต้องพูด “แต่มันไม่มากพอที่จะทำให้ผมทรยศเฮีย เฮียมีบุญคุณกับผม ถึงผมจะรักคุณแค่ไหน ผมก็ไม่ยอมให้ ความรักมีอำนาจเหนือบุญคุณที่ต้องทดแทน”

โบตั๋นรู้สึกเหมือนถูกตบจนหน้าชา ความละอายใจแผ่คลุมทุกรูขุมขนเกินกว่าจะเดินหน้าต่อได้ หญิงสาวเดินเหวอออกมา

เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 5 (ต่อ)

ธามเดินตรวจงานแต่ละแผนก จิวแอบสังเกตว่าเจ้านายดูเหมือนมีอะไรในใจ เหมือนว่าธามไม่ค่อยมีสมาธิ
 
ธามครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต

เหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา ย่าหยาเปลี่ยนชุดที่แม่บ้านเอามาให้เรียบร้อยแล้ว เธอมองลงไปที่ทะเลเบื้องล่าง ธามเดินเข้ามายืนเคียงข้าง
“ก่อนกลับ ฉันอยากตกลงอะไรกับเธอหน่อย เรื่องเสี่ยเล้ง เธอคิดดีแล้วเหรอที่จะเอาตัวมาเสี่ยง” ธามบอก
“คนเราเกิดหนเดียวตายหนเดียว ถ้ากลัว ฉันคงไม่ไปทำงานที่ฉั่วเทียนเหลา” ย่าหยาว่า
“ถ้าอย่างนั้นเราก็มีเป้าหมายเดียวกัน ฉันจะช่วยเธอ แต่เธอก็ต้องช่วยฉันด้วย”
“เรื่องอะไร”
“ฉันต้องการลากมันมาขอขมาป๊ากับม้าฉันต่อหน้าทุกคน เพราะฉะนั้น จับเป็นเธอทำได้มั้ย”
“ฉัน ไม่แน่ใจ เพราะตอนที่มันทำกับพ่อกับฉัน มันคิดแค่จับตายอย่างเดียว”
ย่าหยาส่งสายตาคมปล๊าบให้ธาม เป็นสัญญานบอกว่าเธอคิดอย่างที่พูดจริงๆ


เมื่อนึกถึงอดีต ธามก็ถอนใจยาว จิวซึ่งกำลังดูคนงานทำทองอยู่ด้านหลังเงยหน้าขึ้นมามอง


ย่าหยายกอาหารมาเสิร์ฟให้ลูกค้าโต๊ะหนึ่ง เล้งเดินเข้ามา
สายตาของเล้งบ่งบอกว่ารักและคิดถึงแถมเป็นห่วงอีกต่างหาก “อาหยา”
ย่าหยาหันมามอง พอเห็นว่าเป็นเล้งเธอก็ส่งยิ้มหวานให้ทันที


เล้งมองย่าหยาด้วยแววตาหวานซึ้ง
“ฉันเป็นห่วงเธอมาก ยิ่งรู้จากคุณสุ่ยว่าเธอไปภูเก็ตกับอาธามแล้วบาดเจ็บกลับมาฉันยิ่งเป็นห่วง”
“ไม่เป็นอะไรมากค่ะ หยาค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว ขอบคุณเสี่ยมากนะคะ”
“ไม่รู้อาธามไปมีเรื่องขัดผลประโยชน์ใคร มันถึงได้วางระเบิดเอาอย่างนั้น ถ้ามันระเบิดขึ้นมาล่ะก็ เละทั้งถนนแน่ ไหนจะมือปืนที่ตามล่าเอาชีวิตอีกล่ะ ไม่รู้พวกเดียวกันรึเปล่า” เล้งว่า
“คนขวานผ่าซากอย่างเขาก็คงมีศัตรูไปทั่วล่ะค่ะ ต่อไปนี้หยาคงต้องอยู่ห่างเขาไว้เป็นดีที่สุด”
เล้งยิ้มกริ่ม หยกมณีออกจากห้องแต่งตัวจะขึ้นเวที แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเล้งมองย่าหยาราวกับจะกลืนกิน
หยกมณีเข้าแทรกเป็นไม้กันหมาอย่างเนียนๆ “มานานรึยังคะเสี่ย” หยกมณีนั่งลงคั่นเล้งกับย่าหยาทันที
เล้งเซ็งที่หยกมณีเข้ามาขัดจังหวะ


ธามเริ่มยืนไม่ติดจึงเดินไปเดินมา จิวยกน้ำชาเข้ามาเสิร์ฟแล้วแซวธาม
“ดื่มน้ำชาก่อนเฮีย จะได้ใจเย็นๆ”
ธามหันซ้ายหันขวาด้วยความหงุดหงิดแต่ไม่รู้จะทำยังไง เลยหันไปยกถ้วยชาซดซะอย่างงั้น
“สงสัยว่าน้ำชาแก้หงุดหงิดไม่ได้ ถ้างั้นกลับไปนอนพักมั้ยเฮีย เฮียขับรถมาทั้งวันน่าจะเพลีย นี่มันดึกแล้วด้วย” จิวว่า
“ไม่ง่วง” ธามบอก
จิวหยั่งเชิง “งั้นไปนั่งฟังเพลง ไปดูอะไรให้ชุ่มชื่นหัวใจที่ฉั่วเทียนเหลามั้ย”
ธามรู้สึกเหมือนถูกปลดล็อค “แวะไปหาโบตั๋นหน่อยก็ดี ไม่ได้เจอหลายวันแล้ว”
จิวกระแอม “แน่ใจเหรอเฮียว่าคนที่เฮียอยากเจอคือ คนที่ไม่ได้เจอหลายวัน อั๊วว่าน่าจะเป็นคนที่เห็นหน้ากันทุกวันแถมเพิ่งจากกันเมื่อกี้มากกว่ามั้ง”
ธามเซ็งที่จิวรู้ทัน “อย่าพูดซี้ซั้ว”
จิวแซวไม่เลิกรา “แล้วจะไป ไม่ไปล่ะเฮีย”
ธามตอบหน้านิ่ง “ไม่”


ธามเดินเข้าไปยืนหน้าฉั่วเทียนเหลากับจิว
จิวหันมาหาธาม “โต๊ะประจำนะเฮีย”
ธามย้ำ “ฉันมาหาโบตั๋น เข้าใจนะ”
จิวแอบเอ็นดูเจ้านาย “โธ่ รู้แล้วเฮีย เฮียพูดเป็นสิบๆครั้ง อั๊วรู้แล้วว่าเฮียคิดถึงอาโบตั๋น”
ทั้งคู่เดินหายเข้าไปด้านใน


หยกมณีฉอเลาะป้อนเหล้าและกับแกล้มให้เล้ง แต่เล้งออกจะรำคาญเพราะอยากอยู่กับย่าหยาที่เดินเอาเหล้าขวดใหม่มาวาง ธามเดินเข้ามากวาดตามองหาย่าหยา เมื่อพบว่าย่าหยาอยู่ที่โต๊ะเล้งก็เดินเข้าไปหาทันที หยกมณีใจตุ๊มๆต่อมๆ ว่าจะมีการตีกันมั้ย
เล้งหันมาเห็น “อาธาม มาถึงกรุงเทพฯเมื่อไหร่ล่ะ”
“นึกว่าย่าหยาบอกเสี่ยแล้วซะอีก เรากลับมาพร้อมกันครับ”
“แสดงว่าเพิ่งแยกกัน แล้วมีธุระอะไรกันอีกรึเปล่า” เล้งถาม
“เปล่า ผมมาหาโบตั๋น”
ธามพูดจบ จิวก็พาโบตั๋นเข้ามาพอดี
โบตั๋นโผไปกอดธามด้วยความคิดถึง “เฮีย โบตั๋นคิดถึงเฮียที่สุดเลย”
ย่าหยาใจกระตุกวาบว่าทำไมถึงรู้สึกร้อนวูบ ทั้งๆ ที่เคยเห็นภาพธามกับโบตั๋นกอดกันมานักต่อนักแล้ว
เล้งบอกกับหยกมณี “อั๊วอยากเต้นรำ”
หยกมณีรีบทันที “ได้ค่าเสี่ย หยกก็อยากขยับแข้งขาเหมือนกัน”
หยกมณีเตรียมควงเล้งออกไปเต้นรำที่กลางฟลอร์
“ไม่ใช่ลื้อ อาหยา ลื้อช่วยร้องเพลงเพราะๆให้อั๊วกับอาหยาเต้นรำหน่อยไป” เล้งบอก
หยกมณีจ๋อย แต่ก็เดินขึ้นเวทีไปแต่โดยดี
“เต้นรำกับฉันหน่อยนะอาหยา” เล้งโค้งให้ย่าหยาแล้วส่งมือให้ตามธรรมเนียมฝรั่ง
ย่าหยายิ้มรับ “ยินดีค่ะ” ย่าหยาส่งมือไปแตะมือเล้งแล้วย่อตัวให้
ธามหมั่นไส้จนหนวดกระดิก ก่อนจะหันไปโค้งโบตั๋น “เต้นรำกัน โบตั๋น”

โบตั๋นยิ้มหวาน “ค่ะ เฮีย”

ดนตรีบรรเลง หยกมณีร้องเพลง ธามกับเล้งพาคู่ของตัวเองออกไปเต้นรำกลางฟลอร์ แต่ยังไม่ทันไรเฉียงก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตะโกนเรียกธามจนเข้ามายืนกลางฟลอร์
“เฮียครับ เฮีย เฮีย”
หยกมณีหยุดร้อง นักดนตรีหยุดเล่น คู่เต้นรำทั้ง 2 คู่หันมามอง เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่อยู่ ณ ที่นั้น
เฉียงหอบไปพูดไป “เถ้าแก่ครับ เถ้าแก่สุงถูกแทงตายครับเฮีย”
ทุกคนตะลึงกับข่าวร้ายที่ได้ยิน

ซ้งที่มีสภาพบอบช้ำกำลังพูดโทรศัพท์
“อั๊วไม่ได้ทำ นายใหญ่”
เล้งคุยโทรศัพท์กับซ้งอยู่ที่บ้าน
“ถ้าลื้อไม่ได้ทำแล้วใครทำ” เล้งถาม
“อั๊วไม่รู้จริงๆ” ซ้งตอบ
“แต่พวกนั้นมันคิดว่าเป็นฝีมือลื้อ เพราะฉะนั้นลื้อยังกลับมาที่นี่ไม่ได้ รีบข้ามไปฝั่งนั้นให้เร็วที่สุด ถ้ามีใครเจอลื้อ ลื้อรู้ใช่มั้ยว่ามันจะเป็นยังไง”
“อั๊วรู้ เสียดายอย่างเดียว อั๊วไม่ได้เป็นคนทำให้นายใหญ่สมหวัง แล้วอั๊วก็คง” ซ้งน้ำตาซึม “ไม่ได้กลับไปเจอหน้าอาโบตั๋นอีก”
“ลื้อรีบหนีไป อั๊วจะให้อากิมฮกเอาเงินให้ลื้อที่ท่าเรืออีกเจ็ดพัน”
“ขอบคุณมากครับนายใหญ่”
“ลื้อไม่รู้จักอั๊ว เข้าใจมั้ยอาซ้ง”
“ครับนายใหญ่”
“โชคดี เดินทางปลอดภัย”
“ครับ”
ซ้งวางโทรศัพท์ลงแล้วก็น้ำตาซึมเหมือนกับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของตัวเอง

วันต่อมา รถธามแล่นเข้ามาจอดหน้างานศพสุง จิวลงจากรถมาเปิดประตูให้ธาม ธามเดินลงจากรถ เฉียงกับจิวก้าวตามมา ทั้งหมดเจอทรงกลด ภรพ และคณินที่หน้างาน
คณินลืมตัว “ไอ้ธี” คณินโบกมือให้ “ยู้ฮู”
“ไอ้ธี ตายไปแล้ว เหลือแต่ไอ้ธามคนเดียวเท่านั้น” ธามบอก
“เออ โทษทีว่ะ ลืมไป แหม ภารกิจแกนี่มันลับสุดยอดจริงๆ” คณินแซว
ทรงกลดถามธาม “แกทำยังกับว่า ศัตรูแกอยู่ในงานนี้”
ธามพยักหน้า
“ใครวะ เกี่ยวข้องกับการตายของแปะสุงรึเปล่า” ภรตถาม
ธามยังไม่ทันตอบอะไร เล้งก็ส่งเสียงนำเข้ามา
“อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยนะหลาน”
ทุกคนหันไปมองเล้ง แล้วก้มหัวให้เล็กน้อย “เจ็กเล้ง”
“เสียดายเฮียสุง คนที่เคารพรักล้มหายตายจาก คนอยู่ข้างหลังก็อาลัย”
ธามมองหน้าเล้ง “เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาครับเสี่ย”
“ที่คุณธามพูดก็ถูก แต่แปะสุงเป็นคนดี มีเมตตา มีน้ำใจ มีความเป็นผู้นำสูง ไม่รู้ใครจะขึ้นมาแทนที่แปะได้”
“ทุกอย่างเป็นไปตามวาระ ยังไงก็ต้องมีใครสักคนขึ้นมานั่งตำแหน่งนายกสมาคมแทนอยู่แล้ว”
“คนแทนน่ะมี แต่จะทำหน้าที่ดีเท่าแปะรึเปล่า นั่นอีกเรื่อง” ธามว่า
เพื่อนทุกคนเห็นด้วยกับธาม

บรรยากาศงานศพของสุงเต็มไปด้วยความเศร้าสลด ทุกคนมาเจอกันในงาน ธาม ภรพ ทรงกลด และคณินเคารพศพสุง ธามหันมามองหงส์ที่จัดแจงงานศพพ่อด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย

ธามเดินออกมามองหาหงส์บริเวณริมบึงบัว เขาเจอหงส์นั่งเหม่ออยู่มุมหนึ่งข้างบึงบัวในวัด ธามเดินเข้ามานั่งข้างๆ หงส์หันมาเห็นธามก็น้ำตารื้นขึ้นมา
“เฮีย”
ธามโอบไหล่หงส์แล้วเลี่ยงไม่พูดเรื่องสุง
“ข้างในเขาพักกินอาหารกันแล้ว คุณสุ่ยเอากระเพาะปลากับก๋วยจั๊บมาเลี้ยงแขก อร่อยมาก หงส์ไปกินหน่อยนะ” หงส์บอก
“ไม่ล่ะเฮีย หงส์กินไม่ลง” หงส์บอก
“ต้องฝืนบ้างนะหงส์ ตอนนี้หงส์ผอมมากไปแล้ว” ธามว่า
ย่าหยายกถาดน้ำชาเดินผ่านมาเห็นทั้งคู่อยู่ไกลออกไป ย่าหยาขยับมาใกล้เช่นเดียวกับหลงที่ออกไปเอาผ้าเย็นมาให้หงส์ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นหงส์อยู่กับธาม
หงส์พูดกับธาม “ทำไมเฮีย ทำไมเรื่องเลวร้ายต้องเกิดกับหงส์ หงส์ทำอะไรผิด ทำไมฟ้าดินต้องลงโทษพรากคนที่หงส์รักไปหมด หงส์ไม่เหลือใครแล้วเฮีย ไม่เหลือใครอีกแล้ว”
“หงส์เหลือเฮียคนนี้อีกคนนะ” ธามบอก
ธามกางแขนรอรับหงส์เหมือนที่เคยทำตอนเป็นเด็ก ความทรงจำในวัยเด็กของหงส์ย้อนกลับมาอีกครั้งว่าทุกครั้งที่เธอร้องไห้ ธามจะกางแขนไว้รอรับและโอบกอดเธอไว้เสมอ หงส์โผเข้ากอดธาม ความทุกข์โศกที่เก็บอัดไว้ในใจระเบิดทะลักทะลวงออกมา
หงส์ร้องไห้โฮ “เฮีย”
ธามโอบกอดหญิงสาวแน่น “คนที่มันทำกับแปะสุง มันต้องได้รับโทษอย่างสาสม”
ย่าหยากับหลงกลืนน้ำลายหนืดลงคออยู่คนละมุม ทั้งสองไม่เข้าใจว่าทำไมใจตัวเองถึงไหวหวั่นได้ขนาดนี้ สักครู่ทั้งคู่ก็ค่อยๆ ผละจากมา

ย่าหยากับหลงเดินต่อเนื่องออกมาจากคนละมุมของบึงบัว
 
ทั้งคู่ก้มหน้าครุ่นคิดมาตามทาง แล้วเดินผ่านกันไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดชะงักพร้อมกัน ต่างคนต่างรู้สึกเหมือนคุ้นหน้าของอีกฝ่าย ย่าหยาพลิกตัวกลับมาโดยไม่ทันระวังจึงทำถ้วยน้ำชาในถาดหล่นลงพื้นหญ้า หญิงสาวก้มลงไปเก็บ แต่มือหลงยื่นเข้ามาหยิบถ้วยส่งคืนย่าหยา
ทั้งคู่มองหน้ากันเต็มตา หลงทั้งแปลกใจและตกใจ ย่าหยาเบิกตาโต เธอระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 7 ก่อนที่เธอจำได้ไม่ลืมเลือน


ภาพในอดีตย้อนกลับมา หลงก้มหน้าก้มตาขุดดินจนลึกพอที่จะฝังร่างใครสักคน หลงเอามือเช็ดเหงื่อที่เปียกซกแล้วหันมามองจันทร์ชมพูที่นอนอาบเลือดนิ่งอยู่ปากหลุม
หลงประสานมือขอขมาศพ “อั๊วไม่เคยรู้จักลือ อั๊วไม่อยากทำแบบนี้ มันจำเป็น จริงๆ ลื้อยกโทษให้อั๊วด้วยนะ”
ขอบตาหลงแดงจัดเพราะอยากจะร้องไห้ เกิดมาเขาไม่เคยต้องฝังใครแม้ใครคนนั้นจะกลายเป็นศพแล้วก็ตาม หลงขยับเข้ามาใกล้ร่างจันทร์ชมพูแล้วใช้สองมือล็อคตัวหญิงสาวเพื่อจะลากลงไปที่หลุม แต่แล้วก็ตกใจจนผงะเมื่อหันมามองหญิงสาว เขาเห็นหญิงสาวซึ่งหลับตาสนิทเบิกตาโพลงขึ้นมา
หลงตกใจสุดขีด “เฮ้ย”
จันทร์ชมพูร้องออกมา “ชะ ช่วย ช่วยด้วย”
หลงค่อยๆคลานกลับมาดูให้แน่ใจ “ลื้อ นี่ลื้อยังไม่ตาย ลื้อยังไม่ตาย”
เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังว่า “เออสิวะ” หลงหันไปมองก็เห็นพ้งยืนค้ำหัวอยู่
หลงตกใจจนตาเหลือก “เสี่ยพ้ง ไหนทุกคนบอกว่าเสี่ย”
“อั๊วยังไม่ตายง่ายๆหรอก อาจันทร์อีก็ยังไม่ตาย” พ้งหันไปเรียกลูกน้องด้านหลัง “อาเม้ง เข้ามาได้แล้ว”
เม้งแบกศพผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งรูปร่างและการแต่งตัวเหมือนจันทร์ชมพูเป๊ะเข้ามา หลงอึ้งกิมกี่เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก
พ้งถามหลง “ลื้อจะช่วยอีมั้ย”
หลงหันไปสบตาจันทร์ชมพูที่ส่งสายตาละห้อยเหมือนรอความหวังสุดท้ายจากเขา
“อียังไม่ตาย อั๊วอยากช่วยอี แต่จะช่วยยังไง”
พ้งสั่งเม้ง “วางอีลง เอาอาจันทร์ออกไป” พ้งสำรวจจันทร์ชมพู “ถอดแหวนอาจันทร์ใส่นิ้วศพนั่น”
เม้งวางศพหญิงสาวนิรนามลงแล้วถอดแหวนหมั้นจากนิ้วจันทร์ชมพูตามคำสั่งพ้ง จันทร์ชมพูขยับมือหนีได้เล็กน้อยแต่เธอก็เจ็บเกินกว่าจะขัดขืนเม้งได้ เม้งถอดแหวนจากนิ้วจันทร์ชมพูแล้วสวมลงไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของศพ
พ้งพูดกับเม้ง “รีบเอาอีออกไป”
เม้งทำตามคำสั่ง เขาอุ้มจันทร์ชมพูขึ้นมา จันทร์ชมพูมองหลงด้วยสายตาขอบคุณอย่างสุดซึ้งจนลับตา พ้งดึงปืนเก็บเสียงออกมาจากด้านหลังกางเกงแล้วยิงจ่อที่ศพจุดเดียวกับที่จันทร์ชมพูถูกยิงเป๊ะ
พ้งพูดกับหลง “ขอบใจ ทำไม่รู้ไม่เห็นอะไร แล้วลื้อจะปลอดภัย”
พ้งรีบวิ่งกะเผลกหายลับไปกับพุ่มไม้ ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที เร็วจนหลงตั้งตัวตั้งสติไม่ทัน เขาจึงยืนเก้ๆกังๆอยู่ตรงนั้น

ย่าหยาซาบซึ้งใจ
“ถ้าไม่ได้คุณช่วยชีวิตฉันในวันนั้น ฉันคงไม่ได้มานั่งตรงนี้ ขอบคุณมากนะคะ คุณ จริงสิ ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”
“หลงครับ”
“คุณหลง ขอบคุณมากนะคะ”
“ต้องขอบคุณเสี่ยพ้งด้วย เสี่ยพ้งมีบุญคุณกับผม เคยให้ข้าวให้น้ำผมกินตอนที่ผมไม่มีงานทำ ผมอยากช่วยคุณแล้วก็อยากตอบแทนบุญคุณเสี่ยพ้งด้วย” หลงบอก
“ฉันนับถืออาปาเหมือนพ่อคนหนึ่งของฉัน อาปาพาฉันไปรักษาตัวที่เซี่ยงไฮ้นานหลายปี แล้วคุณล่ะคะ วันนั้นคุณเป็นยังไงบ้าง”

เหตุการณ์ปัจจุบัน หลงยังเลิ่กลั่กอยู่กับศพหญิงนิรนามที่อยู่ตรงหน้า สักครู่ หลงก็ได้ยินเสียงเกี๊ยงตะโกนเรียกจากทางด้านหลัง
“อาหลง”
หลงรีบผลักศพผู้หญิงที่นอนหันหลังให้กลุ่มเล้งที่บริเวณปากหลุมให้กลิ้งลงไปนอนที่ก้นหลุม เล้งเดินนำ เกี๊ยง ฮก และฮั้วซึ่งมือเปื้อนดินเพราะเพิ่งฝั่งศพสมชาย พ่อของจันทร์ชมพูที่อีกมุมของป่าเสร็จ
“จนพวกนี้ฝังพ่ออีเสร็จแล้ว ลื้อยังไม่ได้ฝังอีอีกเหรอ”
หลงปากคอสั่น “อั๊วเพิ่งขุดหลุมเสร็จ กำลังจะกลบอยู่พอดี นี่ไง”
หลงหันไปมองที่ก้นหลุม เขาเห็นศพนิรนามนอนเปิดหน้าหลับตาพริ้ม หลงตกใจแทบช็อคจึงรีบกระโจนลงไปก้นหลุมแล้วพลิกหน้าและตัวหญิงนิรนามให้หันข้าง เล้ง เกี๊ยง ฮก และฮั้วขยับมายืนปากหลุมในจังหวะที่หลงเอามือปัดผมศพให้ปิดหน้าเพื่อพรางตาทุกคนได้พอดี
“ลงไปทำอะไรวะ” เกี๊ยงถาม
“อั๊ว” หลงเห็นกำไลที่ข้อมือ “อั๊วอยากได้กำไรนี่ไปให้เมีย”
“โธ่ ไอ้งก” เกี๊ยงว่า “ลื้อไม่กลัวผีอาจันทร์ตามไปทวงคืนหรือวะ”
“พูดมาก รีบๆกลบเข้าสิวะ เดี๋ยวก็ได้โดนเสือลากเข้าป่ากันหรอก”
เกี๊ยง ฮก และฮั้วช่วยหลงกลบดินฝั่งศพที่นอนอยู่ก้นหลุม หลงเหลือบมองทุกคนแล้วเอาแขนเช็ดเหงื่อที่แตกพลั่กพลางคิดในใจว่ารอดแล้วกู


ย่าหยาถามหลง
“คุณยังทำงานให้แก๊งมังกรดำอยู่เหรอคะ ทำไมฉันไม่เคยเห็นคุณเลย” ย่าหยาถาม
“เปล่าครับ ผมออกจากที่นั่นมาตั้งแต่วันนั้น จริงๆจะเรียกว่าออกคงไม่ได้ ต้องเรียกว่าหายสาบสูญไปเลยดีกว่า” หลงเล่า
“หมายความว่ายังไงคะ”

“ไม่ใช่คุณคนเดียวที่คิดว่าตัวเองต้องตายในวันนั้น ผมก็เหมือนกัน”

เหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา หลง เกี๊ยง ฮก และฮั้วกลบดินปิดหลุมจนเสร็จ โดยมีเล้งยืนสูบบุหรี่อย่างสบายใจ
 
ทุกคนดึงชายเสื้อเช็ดเหงื่อเม็ดเป้งที่ผุดเต็มหน้า
เล้งสั่ง “กลับ”
ทุกคนพากันเดินออกมา
“ยกเว้นลื้อ อาหลง”
หลงชะงักอย่างงุนงง
“ลื้อคิดว่าคนขี้ขลาดอย่างลื้อ สมควรจะทำงานให้แก๊งมังกรดำอีกต่อไปไหม” เล้งบอก
“อั๊วไม่ถนัดงานแบบนี้จริงๆ ให้อั๊วขับรถหรือเป็นจับกังที่ตลาดเหมือนเดิมได้มั้ย”
“ไม่ได้ คนที่รู้ความลับเฮียสุงแล้วทำงานให้เฮียสุงไม่ได้ มันก็มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้เหมือนกัน”
หลงจำต้นชนปลายไม่ถูก “เฮียสุง เฮียสุงคือใคร อั๊วไปทำอะไรให้อี”
“อยากรู้ ลื้อก็ไปถามไท่ส่วยเอี๊ยะในนรกโน่น” เล้งสั่งลูกน้องทั้ง 3 คน “เก็บมัน”
หลงอื้ออึงได้เพียงแค่ชั่ววินาที จากนั้นเขาก็วิ่งออกไปจากที่ตรงนั้นอย่างไม่คิดชีวิต
“ปิดปากมันให้ได้ ตามไปสิวะ” เล้งสั่ง
เกี๊ยง ฮก และฮั้ววิ่งตามหลงไป เล้งไม่ไว้ใจลูกน้องจึงวิ่งตามหลังไปอีกคน

เล้ง เกี๊ยง ฮก และฮั้ววิ่งตามไล่ยิงหลงจนกระสุนหมด เกี๊ยงยิงหลงโดนเข้าที่หัวไหล่ แต่หลงยังวิ่งหนีต่อไปอย่างกระเซอะกระเซิง

หลงซึ่งบาดเจ็บที่หัวไหล่วิ่งล้มลุกคลุกคลานมาจนจนมุมที่น้ำตก เกี๊ยงยกปืน เหนี่ยวไกยิงหลงแต่หลงหลบได้ทัน
เล้งโมโหจึงใช้หลังแขนฟาดใส่เกี๊ยง “ลูกหมากระจอกแค่ตัวเดียว ลื้อยังจัดการไม่ได้”
เล้งเล็งปืนแล้วเดินเข้าหาหลงอย่างโกรธจัด หลงตัวสั่น เหงื่อแตกก่อนจะหันไปมองด้านหลังจึงเห็นว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนหน้าผาสูงชันเหนือน้ำตกที่ทิ้งสายน้ำสู่โขดหินเบื้องล่างดังซู่ๆ
เล้งเดินเข้าหาหลง หลงตัดสินใจในวินาทีสุดท้าย เขาหลับตาปี๋หันหลังกลับแล้วกระโดดลงหน้าผาในจังหวะเดียวกับที่เล้งลั่นไกยิงเปรี้ยงๆๆๆ
เล้ง เกี๊ยง ฮก และฮั้ววิ่งมาดูที่เชิงผา ร่างของหลงลอยละลิ่วลงสู่ผืนน้ำเชี่ยวกราก เล้งยืนแสยะยิ้มเคียงข้างเกี๊ยง โดยมีฮกกับฮั้วหันมามองกันหน้าซีดตัวสั่นก่อนที่ทั้งหมดจะเดินจากไป
ผืนน้ำด้านล่างไหลเชี่ยว สักพักมือสองข้างก็โผล่เหนือน้ำขึ้นมาเกาะโขดหินแน่น


หลงเล่าย้อนภาพในอดีตอย่างเจ็บปวด
“ผมรอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์”
“แล้วคุณกลับมาที่นี่ทำไม ถ้ามันรู้ว่าคุณยังไม่ตายมันต้องตามมาเอาชีวิตคุณแน่” ย่าหยาสงสัย
“แล้วคุณล่ะ กลับมาทำไม มันต้องตามเอาชีวิตคุณเหมือนกัน”
“ฉันกลับมาเรียกร้องความยุติธรรมให้พ่อกับแม่ พ่อแม่ฉันต้องไม่ตายฟรี”
“ผมก็เหมือนกัน”
ย่าหยาซึ่งนั่งแค้นใจอยู่กับภาพในอดีตชะงักแล้วหันมามองหลง
หลงกัดฟันข่มความเจ็บปวด “ผมรอดแต่เมียผมถูกฆ่าตาย”
ภาพเมียของหลงถูกฆ่าแวบเข้ามาในความคิดคำนึงสั้นๆ อย่างไม่ปะติดปะต่อ
ย่าหยาเอ่ยถาม “ฝีมือเสี่ยเล้งเหรอ”
หลงส่ายหน้า “ตอนแรกผมคิดว่าเป็นเถ้าแก่สุง แต่ ตอนนี้ผมไม่รู้จริงๆว่าใคร” หลงนึกถึงภาพเมียถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาแล้วก็น้ำตาซึม “เรารักกันมานาน ผมไม่มีเงินขอเธอแต่งงาน เธอก็อุตส่าห์หนีมาอยู่กับผมที่นี่ ทำไมมันต้องอำมหิตกับเธอขนาดนี้”
ย่าหยาเอื้อมมือมาจับมือหลงอย่างเห็นใจ “คุณหลง”
ธามกับหงส์เดินผ่านมาเห็นทั้งคู่พอดี
หลงตาแดงก่ำ ขอบตาร้อนผ่าว “เธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย เป็ดไก่สักตัวเธอยังไม่เคยฆ่า แล้วไม่ใช่เธอคนเดียว ลูกผมด้วย มันฆ่าลูกที่อยู่ในท้องเมียผมด้วย”
พอพูดถึงตอนนี้น้ำตาลูกผู้ชายของหลงก็ไหลริน เป็นมวลน้ำตาที่ถูกกักเก็บมานานแสนนาน ย่าหยาสงสารผู้ชายใจสลายที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเธอเป็นอย่างยิ่ง หญิงสาวโอบกอดชายหนุ่มเพื่อปลอบใจ
หลงจับมือย่าหยาแน่นเหมือนผ่านมาเจอคนที่เข้าใจเลยอยากยึดเหนี่ยวไว้สักคน
ธามกับหงส์อึ้งกิมกี่ ความรู้สึกหลากหลายปะทุขึ้นมาในใจของทั้งคู่ โดยทั้งอึ้ง ใจหาย ผิดหวัง เสียใจ หวิวไหว และที่น่าตกใจคือความรู้สึกหึงและหวงที่ผุดขึ้นมาโดยที่ทั้งคู่ตั้งรับไม่ทัน สุดท้ายทั้งสองก็ต้องพากันเดินหนีไป


หยกมณีเดินดูย่าหยาที่ช่วยพนักงานเสิร์ฟเช็ดถ้วยชามแพ็คเก็บลงเข่ง ธามเดินเข้ามากับสุ่ย
“อาหยา ลื้อกลับไปพักได้แล้ว ยืนเดินทั้งวันเดี๋ยวแผลบวมตายชัก” สุ่ยบอก
“ฉันจะกลับพอดี เดี๋ยวฉันไปส่ง” ธามว่า
เล้งส่งเสียงลอยมาจากด้านหลัง
“อยู่คุยกับเพื่อนๆก่อนเถอะอาธาม ลื้ออาจได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมคนต่อไปก็ได้นะ”
สุ่ยกับหยกมณีปรายตามองกันว่าจะตีกันมั้ย
ธามพูด “ไม่เหมาะหรอกครับเสี่ย ผมมีธุระส่วนตัวที่ต้องสะสาง” ธามเน้น “เยอะ ไม่เหมาะจะเป็นผู้นำใครในตอนนี้หรอกครับ”
หยกมณีเกาะแขนเล้งแล้วพูดประจบเอาใจ “หรือจะเป็นรุ่นใหญ่ที่มีอำนาจบารมีอย่างเสี่ยคะ”
สุ่ยรีบจัดแจงทันที “จริงด้วย ช่วงนี้แสงโฮ้วกวงเปล่งประกายมากเลย สงสัยเสี่ยต้องอยู่คุยเรื่องนายกสมาคมกับรุ่นใหญ่ต่อแล้วล่ะค่า วันนี้ให้เฮียกระทิงไปส่งอาหยาก่อนนะคะ พรุ่งนี้ค่อยไปกับเสี่ย”
สุ่ยรีบดันย่าหยาให้ออกไปกับธาม
เล้งรู้สึกขัดใจแต่แวบเดียวก็เปลี่ยนเป็นสะใจ เมื่อทรงกลดเดินเข้ามาหาธาม
“ขอรบกวนเวลาสักครู่ครับ คุณธาม”
เล้งแกะมือหยกมณีออก แล้วผายมือเชิญย่าหยาให้เดินนำออกไปก่อนจะเดินตาม ธามมองตามทั้งคู่ไปแวบเดียวก่อนจะหันมาพยักหน้าให้ทรงกลดอย่างรู้หน้าที่เพราะงานต้องมาก่อนเสมอ


ดวงไฟสาดแสงสวยอยู่บนเพดาน ธาม ภรพ ทรงกลด และคณินนั่งสุมหัวกัน
ทรงกลดพูด “ฉันว่าถึงเวลาที่เราจะต้องช่วยกันดูแลพื้นที่ ในส่วนที่เราต้องรับผิดชอบกันจริงจัง
สักที”
“ที่ผ่านมาแปะสุงให้โอกาสพรรคพวกพี่น้องทำมาหากินกันพอสมควร พวกเราลืมตาอ้าปากกันได้ แต่อาจจะลืมคิดไปว่างานที่ทำมันถูกกฎหมายหรือควรทำรึเปล่า” ธามบอก
“มันก็ยากนะเว้ย” ภรพขัดขึ้น “อย่างฝิ่นใครๆก็รู้ว่ามันไม่ดี แต่จู่ๆเราจะไปขอปิดโรงฝิ่นหรือขอไม่ให้สูบฝิ่น มันก็ลำบาก เขาสูบกันมาเป็นสิบๆปี”
“งั้นเริ่มต้นแค่ขอความร่วมมือก่อนดีมั้ยวะ พวกค้าของเถื่อน พวกหลอกผู้หญิงมาขายตัวในโรงน้ำชาด้วย”
“คงมีพวกรุ่นใหญ่ รุ่นพ่อรุ่นแม่ที่เป็นหัวหน้าแก๊งอื่นไม่เห็นด้วย เพราะมันอาจจะขัดผลประโยชน์พวกเขา เราคงต้องสู้กันหนักและเหนื่อย”
“จะหนักจะเหนื่อยยังไงเราก็ต้องสู้เพราะมันคือสิ่งที่ถูกต้อง” ธามพูดกับทรงกลด “พวกเรายกแกให้เป็นตัวแทนนะทรงกลด ผลักดันเรื่องนี้เข้าที่ประชุมสมาคมให้ได้ พวกเราสนับสนุนแกเต็มที่”
ทรงกลดพูดจาหนักแน่น “โอเค เพื่อสร้างถิ่นมังกรสีขาว เราจะร่วมมือกัน”
ธามยื่นมือมากลางวง ทรงกลดยื่นมือมาวางบนมือธาม แล้วตามด้วยมือของภรพและคณิน
 
เพื่อนตายทั้ง 4 คนจับมือกันแน่นด้วยความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง
 
จบตอนที่ 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...