xs
xsm
sm
md
lg

เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 2

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 2

เช้าวันใหม่ เฉียงเคาะประตูห้อง ธามที่ยังอยู่ในชุดนอนเปิดประตูออกมา
 
"มีอะไรอาเฉียง มาแต่เช้า" ธามถาม
"อาจิวไปเจอลูกน้องเสี่ยซ่งที่ร้านถ่ายรูปเลยได้หลักฐานชิ้นนี้มาครับเฮีย"
เฉียงส่งซองเอกสารสีน้ำตาลให้ธาม ธามรับมา เปิดซอง แล้วดึงรูปถ่าย 5-6ใบ ที่อยู่ในซองออกมาดู
ธามยิ้มกริ่ม "เรียกเฮียฟงมา"

ย่าหยาวางน้ำชาและผลไม้เซ่นไหว้ตี่จูเอี๊ยะประจำฉั่วเทียนเหลา โดยมีหยกมณีคอยกำกับอยู่ข้างๆ
"ถ้าจะทำงานที่นี่ก็ต้องมาไหว้ขอพรเจ้าที่ ไม่ต้องขอให้เฮงหรอก เอาเป็นขอให้อยู่รอดปลอดภัยจากเฮียกระทิงก่อนก็แล้วกัน" หยกมณีบอก
ย่าหยายกมือไหว้ด้วยความซาบซึ้ง "หยาขอบคุณคุณหยกมากนะคะที่รักและเป็นห่วงหยา อุตส่าห์เตรียมของไหว้ให้ด้วย"
"เล็กน้อยน่า ทีเธอยังยอมเสี่ยงชีวิตช่วยฉันได้เลย"
"หยามาอยู่ที่นี่ก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียว มีคุณหยกคอยชี้แนะอยู่ข้างๆ หยารู้สึกอุ่นใจ หยาเองก็ ไม่มีพี่ ถ้าหยาจะขอนับคุณหยกเป็นพี่สาวของหยา จะได้มั้ยคะ"
หยกมณีชะงึกกึกเหมือนมีอะไรกระแทกใจ "ไม่เคยมีใครขอนับญาติกับผู้หญิงเต้นกินรำกินอย่างฉันมาก่อน เธอเป็นคนแรก ย่าหยา"
"แล้ว คุณหยกจะเมตตารับหยาเป็นน้องสักคน ได้มั้ย"
หยกมณีน้ำตาคลอ "ฉันอยากมีน้องสาวสวยๆอย่างนี้ตั้งนานแล้ว นับแต่นี้ไป เธอคือน้องสาวของแจ้นะ อาหยา"
ย่าหยาดีใจจนน้ำตาคลอ "ขอบคุณนะคะคุณหยก"
"แจ้หยก"
"ค่ะ แจ้หยก"
ทั้งคู่โผเข้ากอดกันเพราะความรู้สึกขาดเนื่องจากผู้หญิงทั้งสองคนนี้เป็นลูกกำพร้าเหมือนกัน

ย่าหยากระพือผ้าปูโต๊ะสีแดงลงไปที่โต๊ะกลม หยกมณีถือถ้วย จาน และตะเกียบตามมาช่วยจัดโต๊ะส่วนปากก็เม้าท์มอยไม่หยุด
"ไหว้เจ้าที่แล้วใจค่อยสงบลงหน่อย รู้มั้ย ตี่จูเอี๊ยะที่นี่ใจดีและศักดิ์สิทธิ์มาก ขอพรอะไรได้หมด เมื่อกี้ขออะไรบ้างล่ะ"
ย่าหยาชะงักแล้วก็เศร้า "หยาอยากเจอใครบางคน"
"ที่ไม่ใช่เฮียกระทิงใช่มั้ย แจ้ก็ขอเหมือนกัน ขออย่าให้หยาเจอเฮียกระทิงตอนนี้ ยังไงตี่จูเอี๊ยะก็ต้องช่วย เหมือนกับที่เคยช่วยแจ้ทุกครั้ง หยาพ้นเงื้อมมือเฮียกระทิงแน่ รับรอง"
ย่าหยายิ้มขำกับอาการมั่นใจของหยกมณี แต่เมื่อหันไปมองที่ประตูทางเข้า หญิงสาวก็หุบยิ้มทันที
ย่าหยาเห็นพนักงานเสิร์ฟเดินผ่านไปทำให้เธอมองเห็นธามซึ่งยังมีพลาสเตอร์ปิดแผลที่ขมับ เฉียง จิว และฟงที่ยังพันผ้าพันแผลเข้ามาในร้าน ย่าหยาตาเหลือกรีบสะกิดหยกมณีที่ยังฟุ้งไม่หยุดให้หันมาดูธามกับพรรคพวก
หยกมณีตาเหลือกยิ่งกว่า เธอรีบโบกมือไล่ย่าหยา "เข้าครัวไปก่อน เร็ว"
ย่าหยารีบฉากหลบออกไปทางครัว หยกมณีปั้นหน้ายิ้มแล้วโผไปหาธาม
"เฮียกระทิง มาแต่เช้าเลยนะ กินอะไรดีคะ ขึ้นข้างบนดีกว่านะคะ ข้างล่างยังจัดไม่เรียบร้อยเลย เชิญค่า เชิญ"
หยกมณีพูดพลางควงแขนธามแล้วพาขึ้นชั้นบนทันที เฉียง จิว และฟงตามทั้งคู่ไป


หยกมณีพาธามและลูกน้องเข้ามาในห้อง
"เชิญค่ะ เชิญ เชิญ"
ธาม เฉียง จิว และฟงลงนั่ง
"ย่าหยามารึยัง" ธามถาม
หยกมณีสะดุ้งเล็กๆ แต่แล้วก็ปรับสีหน้าอย่างว่องไว "ย่าหยา เอ่อ ยังไม่เห็นนะคะ คงไม่มาแล้วล่ะค่ะ มีเรื่องกับเฮียฟงขนาดนั้น ใครจะกล้ามา"
"มีเรื่องกับเฮียฟงคนเดียวซะที่ไหน อีเอาลูกบิลเลียดทุบหัวเฮียธามด้วย"
หยกมณีทำเป็นเพิ่งรู้ "อ๊ายหยา ที่อาเฉียงกับลื้อไปหาอั๊วที่บ้านเมื่อคืนก็เพราะเรื่องนี้ใช่มั้ย ถึงขั้นนี้อั๊วว่าอีคงไม่กลับมานี่แล้วล่ะ ป่านนี้เตลิดไปถึงไหนแล้ว"
หยกมณีพูดจบ สุ่ยก็เปิดประตูพาย่าหยาเข้ามายืนด้านหลัง
"พาเด็กมารับออร์เดอร์ค่ะเฮีย"
หยกมณียิ้มร่า "ว่าจะไปเรียกอยู่พอดี" หยกมณีหันมาเห็นย่าหยากับสุ่ยแล้วสะดุ้ง แต่พยายาม
กลบเกลื่อน "อ้าว เธอ มาทำงานเหรอ มาตั้งแต่เมื่อไหร่"
ย่าหยาสบตาหยกมณี หยกมณีทำหน้าเหมือนอยากจะพูดออกมาดังๆ ว่า “ซี้เลี้ยว”
"เชิญตามสบายนะคะ" สุ่ยบอก
สุ่ยรีบดึงแขนหยกมณีออกไป
"วิ่งได้ไวมากนะ เมื่อคืน"
ย่าหยาสูดหายใจเข้าปอดแล้วยื่นเมนูให้ธาม ทั้งคู่สบตากัน

สุ่ยดึงแขนหยกมณีออกมา
"เดี๋ยว แจ้ ทิ้งอาหยาไว้คนเดียว ไม่กลัวเฮียกระทิงหักคอจิ้มจิ๊กโฉ่วเอารึไง แจ้ก็รู้ว่าอีตามมาเอาเรื่อง แล้วพาอาหยาขึ้นมาทำไม"
"อีโทรศัพท์มาดักก่อนหน้านี้แล้ว แล้วจะให้อั๊วทำยังไงวะ" สุ่ยถาม
"ก็น่าจะให้อาหยาหนีกลับบ้านไปซะ"
"ถ้าเฮียกระทิงจะเอาเรื่องจริงๆ ต่อให้หนีไปสุดหล้าฟ้าเขียวยังไง อีก็ตามตัวกลับมาจนได้ ดีไม่ดีตามถึงบรรพบุรุษ ป๊าม้าอาหยาจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย"
หยกมณีเสียงเบาลง "ก็จริง"
"อีโทรมาบอกว่าขอเคลียร์ สัญญาว่าจะไม่ทำร้ายอาหยา แต่ขอแลกกับอะไรบางอย่างเท่านั้น"

หยกมณีงงว่าแลกอะไรบางอย่างคืออะไร

ย่าหยายืนอึดอัดที่เห็นลูกน้องของธามกำลังนั่งจ้องเธอ
 
ในขณะที่ธามเปิดเมนูด้วยท่าทางชิวๆ เหมือนไม่สนใจว่ามีใครรอรับออร์เดอร์อยู่ ในที่สุดความอดทนของหญิงสาวก็สิ้นสุดลง
"ถ้าไม่มีใครสั่งอาหาร ฉันขอตัวกลับไปทำงานนะคะ" ย่าหยาบอก
ย่าหยาหมุนตัวกลับออกมาทันที
"กล้าดียังไงถึงกลับมาที่นี่อีก" ธามโพล่งออกมา
ย่าหยาชะงักกึกแล้วหันมาตอบทันที "ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมจะไม่กล้า"
ธามโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะตรงหน้าหญิงสาว
"ดูซะ"
ย่าหยาหยิบซองขึ้นมาเปิดดู หญิงสาวเห็นรูปถ่ายในงานวันเกิดของเสี่ยซ่ง 6 รูปเป็นรูปย่าหยาถือเค้กวันเกิดเข้ามา และ มีอยู่ 2 รูปที่ถ่ายติดอาแปะโต๊ะข้างๆ กำลังจับตูดย่าหยาอย่างเมามันขณะตัดแบ่งเค้ก ย่าหยานึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น


ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา ย่าหยาเอาอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะอาแปะ อาแปะตักอาหารให้อาม่าและหลานๆทุกคน หน้าตาทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสมีความสุข ย่าหยารินน้ำให้ทุกคน
ย่าหยาพูดกับหลานๆ "หนูโชคดีมากเลยนะคะที่มีอากงน่ารักและใจดีขนาดนี้" ย่าหยาพูดกับอาม่า "อาม่าก็เป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก ที่ได้อยู่กับผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษอย่างนี้"
ทุกคนยิ้มแย้มให้ย่าหยา อาแปะยิ้มใจดีสุดๆ


เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ย่าหยาแค้นใจจึงแหกปากด่าลั่น
"ไอ้แปะลามก"
ธามแอบชอบใจกับอาการรับไม่ได้ของหญิงสาว ในขณะที่เฉียงกับจิวกลั้นหัวเราะแทบตาย
ธามพูด "เฮียฟงต้องเป็นแพะรับบาปเพราะซวยที่เดินผ่านเธอ ช่วงอาแปะนั่นเอามือออกจากก้นเธอพอดี"
ย่าหยาชักสีหน้า "ไม่ต้องอธิบายรายละเอียดก็ได้ค่ะ"
ย่าหยายกมือไหว้ฟง ฟงอึ้งงงและตั้งรับแทบไม่ทัน
"ฉันกราบขอโทษนะคะคุณฟง ที่ฉันวู่วาม ไม่ดูตาม้าตาเรือ กรุณายกโทษให้ฉันด้วยนะคะ"
ฟงเหวอ "เออ ทีหลังลื้อก็ดูให้ดีก่อน เป็นผู้หญิงแล้วอารมณ์เป็นพายุแบบนี้ ใครจะเอาทำเมียห๊า"
"ก็ถ้าโลกนี้มีแต่ผู้ชายที่ต่อหน้าวางตัวดี" ย่าหยาจงใจด่าธามไปด้วย "แต่ลับหลังมือไวเป็นลิง ชอบลวนลามผู้หญิงอย่างอาแปะนั่น ฉันก็ไม่อยากมีผัวเหมือนกัน"
เฉียงกับจิวขำย่าหยาที่ตอกกลับฟงอย่างไม่ลดราวาศอก
"อาฟงยกโทษให้เธอแล้ว ทีนี้ก็ตาฉัน หวังว่าคงจำบิลเลียดลูกนั้นได้"
"นั่นเพราะคุณลวนลามฉันก่อน"
"ขอคำจำกัดความ คำว่า “ลวนลาม” ธามพูด
"ก็คุณ"
"อธิบายให้ละเอียดนะ ฉันทำอะไรเธอ" ธามว่า
ย่าหยามองผู้ชายทุกคนที่จ้องมาที่เธอแล้วกัดฟันกรอด เธออยากเอาฝ่ามือสับหัวธามให้แบะเป็น 2 ซีก
ธามชอบใจแต่ยังเก๊ก "พูดคำว่า “ขอโทษ” ง่ายกว่ามั้ย"
ย่าหยาพูดห้วน "ขอโทษ"
“ค่ะ” หายไปไหน พนักงานที่นี่มารยาทแย่จริง ต้องให้แจ้งคุณสุ่ยรึเปล่า"
ย่าหยาข่มอารมณ์สุดๆ "ขอโทษค่ะ"
ธามยิ้มอย่างผู้มีชัย "ขอบใจ แต่ แค่ขอโทษมันง่ายไป"
ย่าหยาแทบร้องจ๊าก "แล้วจะให้ฉันทำยังไง คุณถึงจะพอใจ"
"เอามื้อดึกไปส่งฉันที่บ้านทุกคืน 3 เดือน" ธามบอก
ย่าหยาครางฮึ่มๆในใจ สักครู่โบตั๋นก็เคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา หญิงสาวโผเข้ามากอดธาม
โบตั๋นหอมแก้มธาม "ทำไมไม่บอกก่อนคะว่าจะมาที่นี่ โบตั๋นจะได้ขึ้นมาดูแล"
ธามหยอดกลับ "บอกก็ไม่เซอร์ไพร์สสิ"
ย่าหยาเห็นความรักหวานเลี่ยนของทั้งคู่แล้วก็พะอืดพะอมจึงรีบขอตัวออกมา
"เซอร์ไพร์สกันไปก่อนนะคะ พร้อมสั่งเมื่อไหร่เรียกได้ตลอดเวลาค่ะ"

ย่าหยาพูดจบก็รีบเดินตัวปลิวออกไป ธามเหลือบตามองตามหลัง

สุ่ยนั่งดีดลูกคิดทำบัญชีอยู่ที่โต๊ะ แล้วก็พูดไปดีดไป
 
"เอาข้าวไปส่ง 3 เดือน แลกกับการโดนอุ้มแล้วกลายเป็นปุ๋ย มันก็คุ้มแล้ว" 
"หยาไม่เข้าใจ ทำไมทุกคนถึงกลัวเฮียกระทิงกันนัก เขายิ่งใหญ่มาจากไหน โหดเหี้ยมมากรึไงคะ หยาเคยได้ยินแต่ชื่อเสี่ยเล้งแค่นั้น"
สุ่ยชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นมา "ไปได้ยินมาจากไหน ไหนว่าเพิ่งเข้ากรุงเทพฯ"
ย่าหยาแก้ตัว "ก็ หยาเห็นลงหนังสือพิมพ์บ่อยๆ"
หยกมณีถือถาดใส่ชาจีนเข้ามาวางแล้วรินให้สุ่ย
"เสี่ยเล้งอยู่นี่มานานก็ต้องเป็นที่ยำเกรงของคนที่นี่ ส่วนเฮียธามเพิ่งมาก็จริง แต่ก็ดุดัน ถึงลูกถึงคน สมกับที่ทุกคนเรียกเฮียกระทิง คนเลยไม่กล้ามีเรื่องด้วย"
"ลื้ออย่าไปมีเรื่องกับอีอีก กับลูกน้องอีก็ไม่ได้ อีรักลูกน้องมาก คนคนนี้รักใครรักจริง อั๊วไม่อยากมีปัญหากับแก๊งกระทิง ลื้อเข้าใจใช่มั้ย"
ย่าหยาพยักหน้า พนักงานเสิร์ฟเคาะประตูแล้วเดินเข้ามาพูด
"เสี่ยเล้งมาค่ะคุณสุ่ย ถามหาแจ้หยกด้วย"
ย่าหยาหูผึ่งทันทีที่ได้เห็นชื่อเสี่ยเล้ง
"ไปดูแลเสี่ยไป อาหยก" สุ่ยพูดกับย่าหยา "ลื้อด้วย"
หยกมณีพยักหน้า ในขณะที่ย่าหยาใจเต้นโครมคราม


เล้งขยับลงนั่งพร้อมเกี๊ยง ฮก และฮั้ว หยกมณีถลากางปีกเหมือนนกน้อยแล้วโผเข้ามากอด พร้อมกับคลอเคลียเล้ง
"หายหน้าไปเป็นอาทิตย์ คิดถึงจังเลยค่ะเสี่ย"
"อั๊วก็คิดถึงลื้อ ถึงได้มาหานี่ไง อยากฟังเพลงเพราะๆ" เล้งบอก
เล้งหยิบสร้อยทองหนัก 5 บาทออกจากถุงกำมะหยี่สีแดงมาสวมให้หยกมณี
หยกมณีตาลุกวาว "ขอบคุณมากค่ะเสี่ย" หยกมณีโผเข้าไปหอม "ฟังเพลงอะไรดีคะ"
“Ye Lai Xiang (เย่ ไหล เซียง)” เล้งบอก
"จะร้องสุดลม เอาให้หลี่ เซียง หลาน ( LI Xiang Lan ) ตะลึงไปเลยค่า"
หยกมณีเดินสยายก้นอวดสะโพกขึ้นไปบนเวที นักดนตรีบรรเลงเพลง


ย่าหยาสูดหายใจลึกแล้วค่อยๆผ่อนออกเพื่อคลายความตื่นกลัว ก่อนจะยกถาดเหล้าจีนขึ้นมา แล้วเดินไป


หยกมณีร้องเพลง Ye Lai Xiang ของหลี่ เซียง หลานอยู่บนเวที เล้งร้องเพลงตามอย่างเคลิบเคลิ้มอินไปกับบทเพลงสุดฤทธิ์ ย่าหยาถือถาดใส่เหล้าจีนเข้ามาเสิร์ฟเล้งด้วยมือไม้สั่นแต่ก็พยายามข่มความกลัวเอาไว้ในใจ
เกี๊ยง ฮก และฮั้วพากันมองหยกมณีอย่างเพลิดเพลิน ย่าหยารินเหล้าให้ทุกคนจนครบ หญิงสาวสูดหายใจลึกอีกครั้งแล้วดึงความสนใจจากเล้งด้วยการแกล้งปัดถ้วยเหล้าหกรดเล้งส่วนถ้วยกลิ้งตกลงกับพื้น
"เฮ้ย อะไรวะ" เล้งไม่พอใจ
"ทำไมลื้อซุ่มซ่ามอย่างนี้" เกี๊ยงว่า
"ขอโทษค่ะเสี่ย ขอโทษ" ย่าหยาก้มลงเก็บถ้วยเหล้าอย่างลนลาน
ธามเดินคุยกับโบตั๋นหนุงหนิงลงบันไดมาจากห้องวีไอพีชั้นบน เล้งหันมาหาย่าหยาอย่างไม่พอใจ ในขณะที่ย่าหยาเก็บถ้วยเหล้าแล้วเงยหน้าขึ้นมา เกี๊ยง ฮก และฮั้วชะงักเมื่อหันมาเห็นย่าหยา
จากที่ไม่พอใจใบหน้าเล้งกลายเป็นอึ้งและตะลึง ภาพใบหน้าจันทร์ชมพูเมื่อ 7 ปีที่แล้วผุดขึ้นมาในความทรงจำของเล้ง
ย่าหยา ข่มความกลัวด้วยการเผชิญหน้าและสบตาผู้ที่เคยพยายามฆ่าเธอด้วยแววตาใสซื่อ เล้งเก็บซ่อนอารมณ์ชะงักงันได้อย่างเร็วก่อนจะขยับเข้าไปเชยคางย่าหยาขึ้นมามองใกล้ๆ ซึ่งเป็นจังหวะที่ธามที่กำลังคุยอยู่กับโบตั๋นหันมาเห็นภาพนั้นเข้าพอดี ธามอึ้งและรู้สึกร้อนวูบวาบ
เล้งพูดกับย่าหยา "กระเพาะปลาน้ำแดง กับแพะตุ่นยาจีน บอกของเสี่ยเล้ง ในครัวรู้ดี "
ธามพยักหน้าลาโบตั๋นก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาเล้ง
"สวัสดีครับเสี่ย"
"อ้าว อาธาม เพิ่งมาเหรอ นั่งด้วยกันสิ" เล้งบอก
ฮกกับฮั้วสบตาเฉียงกับจิวแล้วหลบวูบ
"ผมเรียบร้อยแล้วครับ กำลังจะกลับพอดี ไม่รบกวนเสี่ยแล้วนะครับ"
ธามพูดจบก็ก้มหัวให้เล้งนิดหนึ่งก่อนจะเดินออกมา เขาได้ยินเล้งพูดกับย่าหยา
เล้งยิ้ม "อย่าลืมที่สั่งนะ"
"ค่ะ"
ธามหูผึ่ง เขาผละออกมาด้วยสีหน้านิ่งเครียด ย่าหยาผ่อนลมหายใจยาวขณะเดินกลับครัว ในขณะที่เล้งและลูกน้องมองตามย่าหยาไป


ธามก้าวอาดๆออกมาจากฉั่วเทียนเหลาด้วยอารมณ์ป่วนปั่นราวพายุของธาม เฉียง จิว และฟง ก้าวตามออกมา
"ใกล้ชิดขนาดนี้ ย่าหยาน่าจะเป็นคนของเสี่ยเล้งจริงๆอย่างที่เฮียคิด" เฉียงว่า
"ไม่ใช่แค่ “น่าจะ” แต่มันแน่ซะยิ่งกว่าแน่ เรื่องนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญ ฉันต้องการประวัติของผู้หญิงคนนั้นวันนี้" ธามบอก


สุ่ยยิ้มหวานแฉ่ง บนเวทีโบตั๋นกำลังร้องเพลง
"ชื่อเพ็ญนภาค่า เรียกอีว่าย่าหยาก็ได้" สุ่ยคิดว่าย่าหยาก่อเรื่องอีก "มีอะไรรึเปล่าคะ"
"เปล่า" เล้งบอก "แค่รู้สึกว่าหน้าคล้ายคนที่อั๊วรู้จักแต่ ไม่น่าใช่ อีนามสกุลอะไร มาจากไหน”
"ธนบุรีค่ะ แต่นามสกุล อั๊วไม่แน่ใจ ต้องเช็คอีกที" สุ่ยหยอด "สนใจเหรอคะ"
เล้งเบนความสนใจ "อั๊วชอบแบบนั้นมากกว่า"
เล้งยกถ้วยเหล้าชูขึ้นกลางอากาศทักทายโบตั๋นบนเวที โบตั๋นโค้งรับด้วยความนอบน้อม แต่แววตาดูประหม่า ไม่กล้าสบตาเล้ง
"คนนั้นมีเจ้าของแล้วค่ะ" สุ่ยบอก
"อั๊วรู้ ของอาธาม"
"ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว อั๊วขอตัวไปทำงานก่อนนะคะเสี่ย"
"อย่าลืม เรื่องนามสกุลล่ะ อั๊วไม่แน่ใจว่าอั๊วเคยรู้จักอาป๊าอาม้าอีรึเปล่า"
"ค่า เดี๋ยวจดให้เลยค่า"
เล้งยิ้มพยักหน้าให้สุ่ย สุ่ยเดินออกไปสวนกับย่าหยาที่ยกติ่มซำออกมาเสิร์ฟให้โต๊ะที่อยู่ถัดไป 2 โต๊ะ ย่าหยาตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนที่โต๊ะเล้งอีกครั้ง
"อาฮก อาฮั้ว ลื้อไปจัดการธุระให้อั๊วหน่อย" เล้งสั่ง

ฮกกับฮั้วหันมาสบตากันด้วยความงุนงงว่าธุระอะไร ย่าหยาวางจานขนมจีบแต่ตาแอบเหล่ไปที่โต๊ะเล้ง

ฮกกับฮั้วเดินออกจากภัตตาคารเลียบมาตามถนน
 
ทั้งคู่เดินผ่านรถคันหนึ่ง เฉียงนั่งอยู่ในรถกับจิว ทั้งสองลดหนังสือพิมพ์ที่บังหน้าตัวเองลงแล้วมองตามฮกกับฮั่วที่เดินไปที่รถซึ่งจอดอยู่ริมถนน
"เสี่ยเล้งกับอาเกี๊ยงไม่ได้ออกมาด้วย เอาไงดี" จิวถาม
เฉียงนิ่งคิดนิดหนึ่ง แต่เมื่อเห็นฮกกับฮั้วขึ้นรถและขับออกไป เฉียงก็หันมาสั่งจิวทันที
"ตาม"
จิวพยักหน้าแล้วขับตามรถฮกกับฮั้วไป


เจ้าหน้าที่อำเภอส่งกระดาษที่คัดลอกที่อยู่จากทะเบียนบ้านให้ฮก
"เอ้า ที่อยู่เพ็ญนภา จันทร ดีนะที่เสี่ยให้คนโทรมาบอกนายอำเภอไว้ก่อน ไม่งั้นหาเป็นวันจะเจอรึเปล่า เป็นญาติกันเหรอ"
"ครับเฮีย อั้วะอยากมาเยี่ยมอากู๋ เคยมาตั้งแต่เด็ก แต่จำทางไม่ได้แล้ว" ฮกบอก
"ไม่แน่ใจด้วยว่าอียังอยู่ที่เดิมรึเปล่า" ฮั้วเสริม
"มาเยี่ยมน้าแต่จำชื่อน้าไม่ได้ จำได้แต่ลูกน้า เออ แปลก" เจ้าหน้าที่งง
ฮกสบตากับฮั้ว แล้วรีบชิ่ง "ขอบคุณนะเฮีย อั๊วไปก่อนนะ"
ฮกกับฮั้วเดินออกมาผ่านหน้าเฉียงกับจิวที่ยืนดูทั้งคู่อยู่มุมหนึ่ง เมื่อเห็นทั้งคู่เดินไปไกลแล้ว เฉียงกับจิวจึงเดินเข้ามาหาเจ้าหน้าที่คนเดิม
"ขอโทษนะเฮีย ผู้ชายสองคนนั้นมาสอบถามอะไรเหรอ"
เจ้าหน้าที่เหล่จิวด้วยหน้าตาไม่สบอารมณ์ "คุณมาติดต่ออะไรล่ะ"
เฉียงยื่นซองจดหมายให้เจ้าหน้าที่
"เรื่องเดียวกับที่สองคนนั้นมาติดต่อ"
เจ้าหน้าที่เปิดซองดูแล้วเห็นแบ็งค์ร้อยอยู่ในนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมามองทั้งคู่แล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดีขึ้นมาทันตา


ยายสุกกับตามิ่งกำลังเอาขนาดจ้วงน้ำในท้องร่องขึ้นมารดแปลงผัก
"พวกลื้อท่าจะเรียนด้วยกันตั้งแต่เด็กเลยไม่รู้ว่า ลูกสาวอั๊วไม่ได้อยู่ที่นี่มา 7-8ปีแล้ว อีเข้าไปเรียนที่กรุงเทพ แล้วทำงานที่นั่น" มิ่งบอก
"เหรอครับ เสียดายจริง แล้ว อาหยาทำงานอยู่แถวไหนครับ" เฉียงถาม
"เห็นว่าอยู่เยาวราช ชื่อภัตตาคารอะไรนะเฮีย" สุกหันไปถาม
"ฉั่วเทียนเหลา ไม่รู้งานอะไร ทำไมมีผู้ชายมาถามหาเยอะจริง เมื่อกี้ก็สองคน" มิ่งบอก
เฉียงหันมาสบตาจิว
"แล้ว..เอ่อ" เฉียงตัดสินใจถาม "อาจันทร์ล่ะครับ อยู่มั้ย"
สุกกับมิ่งหันมามองหน้ากัน
"สองคนนั้นก็ถามหาอาจันทร์เหมือนกัน” สุกบอก
เฉียงกับจิวหันมาสบตากันอีกครั้ง


เล้งดับบุหรี่ลงที่เขี่ยในขณะกำลังพูดโทรศัพท์ ข้างๆ ตัวมีไฟแช๊กZIPPO วางอยู่
เล้งพูดอย่างอารมณ์ดี "ขนทองลงเรือแค่นี้ อั๊วจัดการให้ได้อยู่แล้ว มิสเตอร์ลี แต่อั๊วขอมัดจำครึ่งนึงนะ" เล้งหัวเราะร่วน "ถ้ามีเงินอั๊วไม่มีปัญหา เซ็งลี้ฮ้อ"
ในขณะที่เล้งคุยโทรศัพท์ เสียงเคาะประตูก็ดังรัวขึ้น ซ้งเดินไปเปิดประตู เกี๊ยงถลาเข้ามาพร้อมหนังสือพิมพ์ซิงเสียนเยอะเป้าในมือ เล้งยกมือห้ามไม่ให้เกี๊ยงขัดจังหวะ
"ของเสร็จเมื่อไหร่ อั๊วจะโทรไป" เล้งวางโทรศัพท์แล้วหันมาหาเกี๊ยง "อะไรวะอาเกี๊ยง"
"ข่าวพาดหัวว่ามีคนเอาของไปบริจาคที่โรงพยาบาล มูลนิธิฯ แล้วก็โรงเรียน" เกี๊ยงบอก
"ลื้อตื่นเต้นอะไร ก็บริจาคกันอยู่ทุกวัน" ซ้งว่า
"ถ้ามันแค่ร้อยสองร้อย อั๊วคงไม่ตื่นเต้น แต่นี่มันเอาทองแท่งใส่ถุงไปหย่อนไว้ทุกที่ อั๊วเลยสงสัยว่าทองพวกนั้นอาจเป็นของนายใหญ่"
เล้งรีบคว้าหนังสือพิมพ์มาไล่อ่าน
"มีประทับตราเล่งเฮงด้วยรึไง" ซ้งถาม
"ไม่มีตราประทับอะไรเลย แต่เจ้าหน้าที่มาพิสูจน์แล้วว่ามันเป็นทองคำจริงๆ ตอนนี้ไอ้คนที่เอามาให้มันดังใหญ่ ใครๆก็อยากรู้ว่ามันเป็นใคร" เกี๊ยงว่า
"อะไรวะ แล้วไม่มีใครรู้เหรอว่ามันเป็นใคร"
เกี๊ยงส่ายหน้า "แต่มันซื้อหน้าโฆษณาเต็มหน้า นี่ไง"
เกี๊ยงเปิดหนังสือพิมพ์ไปที่หน้าประกาศโฆษณาให้เล้งดู
เล้งอ่านภาษาจีนแปลเป็นไทย "หวังว่าทองจำนวนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อโรงพยาบาล โรงเรียนและมูลนิธิฯ ..... โจรกระจอก" เล้งเงยหน้าขึ้นมา "ไอ้ธาม"
"เป็นมันเหรอนายใหญ่ แต่ มันก็โดนปล้นเหมือนเรานะ" เกี๊ยงว่า
"มันพูดเรื่อง “โจรกระจอก” ใส่หน้าอั๊วทุกครั้ง ไม่เป็นมันแล้วเป็นใคร อย่าว่าแต่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับอั๊วเลย แค่มันเป็นคู่แข่งการค้า มันก็สมควรตาย อาซ้ง ลื้อ ให้คนของลื้อวางยามันวันนี้เลย" เล้งสั่ง


ย่าหยาแกะห่อกระดาษสีน้ำตาลเล็กๆออก ผงสีขาวละเอียดอยู่ด้านใน เธอเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะเทผงสีขาวนั้นลงในกล่องข้าวผัด แต่เทไปได้ไม่ถึงครึ่งห่อ หยกมณีก็เข้ามาทัก
"อาหยา"
ย่าหยาชะงักแล้วรีบพับห่อสีน้ำตาลยัดใส่กระเป๋ากางเกงขณะหันมาหาหยกมณี
"ขา แจ้"
หยกมณียื่นแผนที่บ้านธามให้ "แผนที่บ้านเฮียกระทิง ดูซิ ไปถูกรึเปล่า"
โบตั๋นซึ่งกำลังจะเดินเข้าไปที่ห้องแต่งตัว พอได้ยินคำว่า “เฮียกระทิง” โบตั๋นก็ชะงักกึก
ย่าหยาเปิดแผนที่ดู "ถ้าหลงเดี๋ยวหยาถามคนแถวนั้นเอง" ย่าหยาประชด "บ้านเฮียกระทิงผู้ยิ่งใหญ่แถมมีเสน่ห์เย้ายวนใจ ใครๆก็ต้องรู้จัก จริงมั้ยคะ"
"พูดเข้า" หยกมณียั่วกลับ "ระวังหลงเสน่ห์อีขึ้นมาจริงๆ จะถอนตัวไม่ขึ้นนะ"
ย่าหยาไม่ลดราวาศอก "แหม ชักอยากรู้แล้วสิคะ หลงเสน่ห์จนถอนตัวไม่ขึ้นเป็นยังไง"
หยกมณียิ้มและส่ายหน้า "รีบไปไวไว ให้เฮียกระทิงรอนาน เดี๋ยวโดนขวิดไส้แตก"
ย่าหยายิ้มแล้วหยิบอาหารใส่ถุงกระดาษแล้วเดินออกไป โดยลืมห่อสีน้ำตาลที่ยัดไว้ในกระเป๋ากางเกงเสียสนิท ย่าหยาเดินผ่านโบตั๋น โบตั๋นคลางแคลงใจ


ย่าหยาเดินหิ้วถุงอาหารมาตามทาง สักครู่หญิงสาวก็รู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตาม ย่าหยาทำเป็นไม่รู้
 
เธอก้มมองแผนที่แล้วเดินแกว่งแขนลั้ลลาออกไป

เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 2 (ต่อ)

ย่าหยามองแผนที่แล้วเดินไล่บ้านเลขที่มาตามทาง
 
หญิงสาวแอบเหล่ว่ามีใครตามมารึเปล่า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเห็นบ้านเลขที่ธาม ย่าหยามองหากริ่งแต่แล้วก็พบว่าประตูเปิดแง้มเอาไว้ หญิงสาวผลักประตูเบาๆ ก่อนจะหันซ้ายแลขวาแล้วเดินเข้าไปในบ้าน สักพักธามก็โผล่ออกมาจากมุมตึกในซอย


เสียงเคาะดังขึ้นหลายครั้ง ก่อนที่ย่าหยาจะค่อยๆแง้มประตูแล้วเดินเข้ามา ย่าหยาถึงกับอึ้ง เธอมองไปรอบๆตัวอย่างตะลึงลาน รอบบ้านมีเฟอร์นิเจอร์แบบโบราณและของเก่าสไตล์ยุโรปที่นำมาตกแต่ง บ่งรสนิยมเจ้าของบ้านที่ต่างจากบ้านคนจีนทั่วไป ที่สะดุดตาที่สุดคือนาฬิกาโบราณที่ตั้งโต๊ะและแขวนเรียงรายรอบห้อง ย่าหยานึกถึงใครบางคน หญิงสาวเดินสำรวจดูนาฬิกาเรือนต่างๆ บางชิ้นก็เผลอเอามือลูบคลำและก้มมองด้วยความสนใจ และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาย่าหยาก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นชลธียืนหันหลังให้ที่กลางห้องแสงแดดสาดเข้ามาเป็นลำสวยงาม
ย่าหยารำพึงเบาๆ "พี่ธี"
ชลธีหันมายิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาว
ย่าหยารู้สึกเหมือนถูกดูด หญิงสาวเดินเข้าไปหาชลธีในสภาพน้ำตาคลอ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะแขนชายหนุ่ม มือของย่าหยาเกือบจะถึงอยู่แล้วแต่เธอก็ต้องสะดุ้งโหยงหันมามองอีกด้าน เมื่อนาฬิกาทุกเรือนตีบอกเวลา 18.00 น. พร้อมกัน พอย่าหยาหันกลับไปหาชลธีอีกครั้ง เธอก็ต้องผวาหนักเพราะคนที่ยืนตรงหน้าเธอไม่ใช่ชลธี แต่เป็น ธาม
ธามพูดหน้านิ่ง "หาอะไร ขโมยของงั้นเหรอ"
ย่าหยาส่ายหน้าแล้วพยายามตัดภาพชลธีออกไปจากหัว
"ฉัน แค่ สนใจนาฬิกา แปลกใจว่าทำไมคุณถึงสะสมไว้เยอะนัก"
"ชอบ เสียงนาฬิกา"
ภาพในอดีตผุดขึ้นในหัวของย่าหยา

ภาพชลธีพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพซ้อนเสียงของธามที่กำลังพูดในปัจจุบัน
"เสียงนาฬิกา ช่วยเตือนให้เรารู้ว่า ทุกวินาทีผ่านไปเหมือนสายน้ำ"


ธามพูดเสียงห้วนตัดกับเสียงทุ้มเสนาะหูของชลธี
"เมื่อไหลผ่านไปแล้ว ก็ไม่มีวันหวนกลับ ”
ย่าหยาได้ยินแล้วถึงกับอึ้งจนน้ำตาคลอ
"เป็นอะไร"
ย่าหยาสะท้อนใจ "คุณพูดเหมือนใครคนหนึ่งที่ฉันรู้จัก"
"ใครเห็นนาฬิกาก็ต้องนึกถึงเวลา นึกถึงสายน้ำทั้งนั้น พูดซ้ำกันก็ไม่เห็นแปลก"
ย่าหยาวางถุงอาหารลงบนโต๊ะ "เสร็จงานฉันแล้ว ขอตัวนะคะ"
ย่าหยาเดินมาที่ประตู ธามตามมาดักหน้าประตูไวปานวอก
"ยังไปไม่ได้ จนกว่าเธอจะยอมให้ฉันค้นตัว ถ้าไม่ได้ขโมยอะไรไปจริง"
"ฉันไม่ได้เอาอะไรไปทั้งนั้น คุณจะสงสัยอะไรฉันนักหนา ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างฉันจะทำอะไรหัวหน้าแก๊งกระทิงผู้ยิ่งใหญ่ได้"
ธามไม่ฟังเสียง เขาลงมือค้นตัวย่าหยาทันที ย่าหยาเผลอเอามือกันและเบี่ยงหลบตามที่ได้รับการฝึกมาทันที
"ผู้หญิงธรรมดาคงไม่รู้วิธีรับมือกับการค้นตัวแบบนี้" ธามว่า
ย่าหยารู้สึกตัวเลยวางมือแล้วยืนนิ่ง
ธามเดินวนรอบอย่างจับผิดย่าหยา สักครู่ธามก็เเดินเข้ามายืนตรงหน้าหญิงสาว ชิดจนลมหายใจแทบรดกัน ย่าหยาใจเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อธามใช้สองมือไล้จากต้นขาขึ้นมาที่สะโพก เพียงครู่เดียวหญิงสาวก็ต้องสะดุ้งเฮือก เพราะเสียงดังราวฟ้าผ่าของชายหนุ่ม
ธามดึงห่อกระดาษสีน้ำตาลจากกระเป๋ากางเกงของย่าหยาขึ้นมา "นี่อะไร"
ย่าหยาเห็นห่อสีน้ำตาลแล้วตาเหลือก ธามจ้องหญิงสาวเขม็ง


ย่าหยาตะโกนลั่น
"ฉันบอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่ยาพิษ"
ธามถามหน้านิ่ง "ถ้าไม่ใช่แล้วอะไร"
ย่าหยาจำนนเลยต้องสารภาพ "เกลือ"
ธามตบโต๊ะอย่างโกรธจัด "เธอเห็นฉันเป็นเด็กอมมืองั้นเหรอ ในเมื่อเธอคิดว่ามันเป็นเกลือก็ดี"
ธามเทผงสีขาวที่อยู่ในห่อกระดาษลงจานข้าวผัดที่ตั้งอยู่ตรงหน้าจนหมด แล้วไสจานสไลด์ไปหาย่าหยา
ธามสั่ง "กิน"
ย่าหยาตาตั้งเพราะเห็นธามเทผงสีขาวใส่จานจนหมดห่อคาตาก่อนจะส่ายหน้าดิก
"กิน และต้องกินให้หมด"
"ไม่”
ธามลุกแล้วเดินมาหา "จะกินเองดีๆ หรือจะให้ป้อน"
"ไม่ ฉันไม่กิน"
ธามดึงย่าหยาขึ้นมาบีบแขนแน่นแล้วจ้องเขม็งก่อนจะพูดด้วยเสียงห้วนจัด
"ไม่กล้ากินเพราะรู้ว่ามันคือยาพิษใช่มั้ย จันทร์ชมพู"
ย่าหยาอึ้ง..
ย่าหยาสบตาธามแบบไม่หวั่น "คุณพูดถึงใคร"
เฉียงกับจิวเดินเข้ามาในห้อง
"เฮีย" เฉียงเรียก
ย่าหยาสบโอกาสจึงรีบดึงมือธามออก
"ฉันจะกลับไปทำงาน ขอตัว" ย่าหยาเดินตัวปลิวออกไป

เฉียงกับจิวมองตามหลังย่าหยาไปก่อนจะหันมามองธามที่ยังยืนขบกรามแน่น

ฮกรายงานให้เล้งฟัง


"มีผู้หญิงชื่อเพ็ญนภา จันทร อยู่ในสำมะโนครัวที่ฝั่งธนจริงๆครับเสี่ย"
เล้งอยู่ในตึกที่เป็นโรงทำทองของเล่งเฮง ลูกจ้างกำลังเททองและดึงเส้นทองกันอยู่ไกลๆ
"ป๊า ม้า อีชื่ออะไร" เล้งถาม
"พ่อชื่ออามิ่ง เป็นคนจีนแต้จิ๋ว ส่วนแม่เป็นคนไทยชื่อสุก" ฮั้วบอก
เกี๊ยงเอ่ยถาม "แล้วอาจันทร์ล่ะ"
"อีไม่รู้จักอาจันทร์ ชาวบ้านแถวนั้นไม่มีใครรู้จักผู้หญิงชื่อจันทรชมพูครับเสี่ย"
เล้งใช้ความคิด
-

ธามมึน
"เป็นไปได้ยังไงที่จะมีคนหน้าเหมือนกันขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้"
"ชาวบ้านยืนยันนะเฮียว่า อามิ่งกับยายสุกมีลูกสาวคนเดียวคือเพ็ญนภา" เฉียงบอก
"แล้วก็ไม่มีผู้หญิงชื่อจันทร์ชมพูอยู่แถวนั้นแน่นอน" จิวเสริม
ธามเดินไปเดินมาอย่างใช้ความคิดอย่างหนักเพราะไม่เชื่อว่าจันทร์ชมพูกับเพ็ญนภาจะไม่เกี่ยวข้องกัน


เล้งหันมาถามเกี๊ยง
"หรืออาจันทร์ อียังไม่ตาย"
ซ้งที่ยืนแทะเล็บอยู่อีกมุมพูดขึ้น "ถ้าให้อั๊วจัดการตั้งแต่แรกก็เรียบร้อยแล้ว"
เกี๊ยงเถียงขาดใจ "แต่อาฮก อาฮั้ว ช่วยอาหลงฝังเด็กนั่นกับมือ อั๊วก็เห็น นายใหญ่ก็เห็น"
"ตามตัวอีมา อั๊วอยากรู้ว่าเด็กเสิร์ฟนั่นเป็นลูกชาวสวนจริงๆ หรือเป็นใคร มาจากไหนกันแน่" เล้งว่า


ธามหันมาสั่งเฉียง
"ฉันต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง ถ้าพวกเสี่ยเล้งติดต่อผู้หญิงคนนั้นเมื่อไหร่ รายงานฉันทันที"
"ครับเฮีย"
เฉียงรับคำเสร็จ ทั้งคู่ก็ได้ยินอาจิวครางเสียงดังเหมือนจะขาดใจตายจึงหันขวับไปมอง
"โอ๊ะ อ่อก โอ่ก"
ธามเห็นจิวเอามือจับคอเหมือนโดนยาพิษกรอกปาก ที่จานข้าวผัดมีร่องรอยว่าเพิ่งตักกินไปหมาดๆ
"อาจิว" ธามรีบสั่งเฉียง "อาเฉียง รีบพาอาจิวไปล้างท้องที่โรงพยาบาลเร็วเข้า"
จิวเอามือจับคอมีท่าทางทุรนทุราย "อะ อั้ว ไม่ได้เป็นอะไรมากเฮีย ขอนะ น้ำ"
เฉียงรีบวิ่งไปหยิบเหยือกมารินน้ำให้จิว จิวซดน้ำแก้วแล้วแก้วเล่า
"เฮ้อ ค่อยยังชั่ว ใครซื้อข้าวผัดนี่มา ซื้อมาจากไหนเนี่ย"
"ฉั่วเทียนเหลา" ธามบอก
"หา ทำไมมันถึงเค็มปี๋ ยังกับเทเกลือใส่ทั้งไหยังงี้ล่ะ"
"ซี้ซั้วต่า ฉั่วเทียนเหลาน่ะ ภัตตาคารชื่อดังนะ" เฉียงบอก
เฉียงตักข้าวใส่ปากคำเบ้อเริ่ม เมื่อลิ้นสัมผัสกับรสข้าวผัด เฉียงก็ชะงักกึก สักครู่ก็มีอาการเดียวกับจิว
"โอ๊ะ อ่อก โอ่ก อ้วก"
จิวรีบรินน้ำส่งให้เฉียง "อั๊วบอกแล้วไม่เชื่อ"
เฉียงดื่มน้ำโฮกๆ ธามนิ่งคิด สมองของเขาหนักอึ้งพลางคิดในใจว่าตกลงผู้หญิงสองหน้าจะมาไม้ไหนกันแน่


ย่าหยาวิ่งเข้ามาในศาลเจ้าตั๋วเหล่าเอี๊ยะแล้วมองหาซินแสง้วง
"ซินแส ซินแส ซินแส"
ซินแสง้วงเดินเข้ามา
"ลื้อกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่อาหยา"
ย่าหยาหันกลับมายกมือไหว้ "หยาเพิ่งมาได้ไม่กี่วันค่ะซินแส" ย่าหยาตื่นเต้น "ซินแสคะ หยาคิดว่าหยาเจอพี่ธี ผู้ชายคนนั้นเหมือนพี่ธีมาก"
"แต่นิสัยต่างกันราวฟ้ากับดิน" ซินแสง้วงเอ่ยออกมา
"ซินแสรู้"
"อีชื่ออาธาม เป็นพี่ชายฝาแฝดของอาธี"
ย่าหยาเพิ่งรู้ความจริง "พี่ธีมีพี่ชายฝาแฝด"
"ใช่ แต่อาธามถูกเฉินอี่เสียงขอไปเลี้ยงตั้งแต่เด็ก พออาธีตาย เฉินอี่เสียงเลยเรียกตัวอีจากอเมริกามาสานต่องานของครอบครัว"
"พี่ธียังไม่ตายค่ะซินแส พี่ธีแค่หายตัวไป"
"อีตายแล้ว เหมือนอาจันทร์ไง อาจันทร์ก็ตายไปแล้ว" ซินแสง้วงบอก
"เขาเรียกหยาว่า จันทร์ชมพู"
"อีแค้นอาจันทร์ เข้าใจว่าป๊า ม้า อาธีตายเพราะอาจันทร์เป็นต้นเหตุ เพราะฉะนั้นลื้อรู้ใช่มั้ยว่าควรจะทำตัวยังไง อยู่ห่างอีให้มากที่สุด อาธาม อีไม่เหมือนอาธี"
ย่าหยาอึ้งที่รู้ความจริงว่า ชลธีมีพี่ชายที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ แถมพี่ชายยังเป็นตัวอันตรายสำหรับเธออีกต่างหาก

ย่าหยาที่เปลี่ยนจากกางเกงกลับมาเป็นชุดกี่เพ้าเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอเดินมาเก็บผมที่ลุ่ยปรกหน้าแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นโบตั๋นยืนกอดอกเป็นเงาสะท้อนอยู่ทางด้านหลัง
"มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะพี่โบตั๋น เงียบจัง" ย่าหยาว่า
"เธอไปทำอะไรที่บ้านเฮียธาม" โบตั๋นถาม
"เอาข้าวไปส่งค่ะ"
"ทำไมไปนาน"
"นานเหรอคะ คุยกันแค่ 2-3 คำ"
"ทำไมต้องเป็นเธอ"
"ก็หยาไปทำเวรทำกรรมกับอาฟงไว้สิคะ เขาถึงสั่งให้หยาเอาข้าวไปส่งชดใช้กรรม"
"รู้ใช่มั้ยว่าฉันเป็นอะไรกับเฮียธาม"
"ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง พี่โบตั๋นอย่าคิดมากเลยค่ะ เขาแค่ลงโทษหยาแค่นั้น"
"แน่นะ"
ย่าหยายิ้มแสดงความบริสุทธิ์ใจ "ค่ะ"
หยกมณีเดินเข้ามาในห้อง
หยกมณีพูดกับโบตั๋น "อยู่นี่เอง เฮียกระทิงมารับลื้อแน่ะ" หยกมณีแซว "มารับก่อนเลิกงานแบบนี้
จะพาไปฉลองที่ไหนรึเปล่า" หยกมณีหันมาหาย่าหยา "ลื้อกลับมาก็ดีแล้ว ข้างนอกกำลังวุ่นเลย รีบออกไปล่ะ" พูดเสร็จหยกมณีก็เดินออกไปก่อน
"เห็นมั้ยคะ หยาต้องเดินไปรับใช้เขา แต่เขาเดินมาหาพี่ถึงนี่ แค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเขารักพี่มากแค่ไหน สบายใจนะคะ"
โบตั๋นพยักหน้ายิ้มแล้วเดินมาสำรวจความงามที่กระจก ย่าหยาถอนหายใจโล่งอก

โบตั๋นถลาออกมาจากภัตตาคารด้วยสีหน้าระรื่น เธอมองหาธาม ผู้คนเดินผ่านหน้าโบตั๋นไปมา บางส่วนเดินเข้าและออกภัตตาคารฉั่วเทียนเหลา โบตั๋นถลาเข้าไปหาผู้ชายคนหนึ่ง
"เฮีย"
ผู้ชายคนนั้นหันหน้ามาทำให้เห็นว่าเป็นเฉียง
โบตั๋นยังมองหา "เฮียธามล่ะ"
เฉียงหน้าสลดลง "เฮียให้ผมมารับครับ เฮียรอคุณอยู่"
"ที่บ้านเหรอคะ"
"ไม่ใช่ครับ เฮียแวะไปที่โรงบิลเลียด เฮียรอคุณอยู่ที่นั่น เชิญครับ"

โบตั๋นพยักหน้าแล้วยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะเดินออกไปกับเฉียง

ธามเดินไปเดินมาในห้องแล้วคิดวนเวียนเรื่องย่าหยา
 
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เฉียงเปิดประตูห้องแล้วส่งโบตั๋นเข้ามา โบตั๋นโผเข้ามากอดธามด้วยความคิดถึง เฉียงมองภาพนั้นอยู่ครู่เดียวแล้วรีบปิดประตู เฉียงเดินออกมานั่งข้างโต๊ะบิลเลียด สักครู่เขาก็หยิบกำไลข้อเท้าเด็กออกมาดู
โบตั๋นที่อยู่ในห้องไล่แกะกระดุมเสื้อธาม
"เธอสนิทกับย่าหยามั้ย" ธามเอ่ยถาม
โบตั๋นชะงัก "คุยกันบ้างค่ะ"
"เขาทำงานเป็นยังไง บ้านอยู่ไหน"
"ไม่ทราบค่ะ"
"เขาสนิทกับใครเป็นพิเศษรึเปล่า เคยเห็นใครมาหาหรือคุยกับเขาบ้างมั้ย"
โบตั๋นน้อยใจ "โบตั๋นไม่รู้ค่ะ ทำไมตอนหยามาส่งข้าว เฮียไม่ถามเขาเองคะ"
ธามชะงัก "น้อยใจเหรอ"
โบตั๋นเอาหน้าแนบแผ่นอก "โบตั๋นคิดถึงเฮีย อยากให้ถึงเวลาเลิกงานเร็วๆ โบตั๋นอยากอยู่ใกล้ๆเฮีย"
ธามยิ้ม "นี่ใกล้พอรึยัง"
ธามก้มลงมาหอมแก้มโบตั๋น โบตั๋นระทวยแล้วคิดว่าจะมีอะไรมากกว่านั้น แต่แล้วธามก็ผละลงไปนั่ง
"เฮียมีเรื่องไม่สบายใจเหรอคะ"
"ก็ นิดหน่อย"
"งั้นดื่มชาสักนิดนะเฮีย"
โบตั๋นแอบหยิบห่อกระดาษเล็กๆออกมาจากด้านในเสื้อ แล้วเทผงนั้นลงในกาน้ำชาด้วยมือไม้ที่สั่น
โบตั๋นรินน้ำชาส่งให้ธามในสภาพมือสั่นไม่หาย "น้ำชาค่ะ"
ธามรับมา แต่พอเห็นโบตั๋นหน้าซีดตัวสั่นเขาจึงวางถ้วยชาแล้วเอาหลังมือแตะหน้าผากหญิงสาว
"ไม่สบายรึเปล่า หน้าซีดจัง" ธามถาม
"ปะ เปล่าคะ โบตั๋นคงนอนน้อยไป"
ธามหันมาแต่แขนดันไปชนถ้วยน้ำชาหกคว่ำลงบนผ้าปูโต๊ะ
โบตั๋นรีบเอาผ้าเช็ดแขนให้ธาม "เดี๋ยวโบตั๋นรินให้ใหม่นะคะ"
โบตั๋นรินน้ำชาลงถ้วยอีกครั้งด้วยใบหน้าซีดเผือดและมือสั่นหนักยิ่งกว่าเดิม

เฉียงนั่งมองกำไลในมืออยู่ที่เดิม จิวรีบจ้ำเดินเข้ามา
"เฮียอยู่ไหน"
เฉียงมองไปที่ห้อง จิวจะเดินไปเคาะประตู เฉียงตามมาดึงมือไว้
"โบตั๋นอยู่กับเฮีย" เฉียงบอก
จิวชะงัก


โบตั๋นส่งถ้วยน้ำชาให้ธามด้วยมือที่สั่น ธามรับมาแล้วยกขึ้นดื่ม โบตั๋นเบือนหน้าหนีภาพนั้น ธามยังไม่ทันได้กระดกน้ำชาลงคอเพราะจิวเปิดประตูพรวดเข้ามาโดยมีเฉียงเดินตามมา
"ขอโทษครับเฮีย อั๊วเห็นว่าเฮียสั่งว่า มีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นให้รายงานทันที"
"มีอะไร" ธามถาม
"อั๊วเห็นอาฮก อาฮั้ว ป้วนเปี้ยนที่ฉั่วเทียนเหลา" จิวบอก
ธามตาวาวแล้วลุกขึ้นติดกระดุมเสื้อแล้วคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาทันที
"อาเฉียง ลื้อช่วยไปส่งโบตั๋นที่บ้านนะ ฉันกับอาจิวจะจัดการเรื่องย่าหยาเอง"
ธามแทบจะเหาะออกไปจากห้องพร้อมจิว โบตั๋นอึ้งเพราะเพิ่งรู้ว่าผู้หญิงที่จิวพูดถึงคือย่าหยา และเพิ่งรู้ว่าธามให้ความสำคัญกับย่าหยามากแค่ไหน เฉียงมองโบตั๋นอย่างเข้าใจก่อนจะเอ่ยปากทำลายความเงียบด้วยอารมณ์สนุกสนาน
เฉียงโค้งคำนับแล้วคุกเข่าให้เหมือนขันที "เชิญครับ ฮูหยิน"
โบตั๋นฝืนยิ้มให้เฉียงก่อนจะเดินหงอยออกไปจากห้องพร้อมชายหนุ่ม

ย่าหยาที่แต่งตัวด้วยชุดเสื้อกางเกงเดินออกมากับพนักงานเสิร์ฟ 2-3 คน ผู้คนยังคงเดินหนาตา
ย่าหยาโบกมือลาเพื่อนๆแล้วแยกตัวเดินออกมา ในขณะที่เพื่อนๆแยกออกไปอีกทาง ย่าหย่าเดินผ่านพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ ฮกกับฮั้วที่ยืนหันหลังซื้ออ้อยควั่นหันมามองย่าหยา


ย่าหยาเดินเข้ามาในซอยเปลี่ยว เธอรู้สึกเหมือนคนตามมาจึงหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองก็พบว่าซอยทั้งซอยว่างเปล่า ย่าหยาหันกลับมาแล้วตัดสินใจวิ่ง ฮกกับฮั่วโผล่ออกมาจากที่ซ่อนแล้ว วิ่งตามย่าหยา
ย่าหยาหันไปมอง พอเห็นว่าเป็นใคร เธอก็ผ่อนจังหวะการวิ่งให้ช้าลงเพราะสมองสั่งการว่าจะทำยังไงต่อไป ย่าหยาหันมามองฮกกับฮั้วแล้วแกล้งสะดุดฝาท่อล้มลงกับพื้น
"โอ๊ย" ย่าหยาร้อง
ฮกกับฮั้วตามมาทัน ทั้งคู่ยืนประกบย่าหยาที่เอามือจับข้อเท้าร้องโอดโอย
"ไปกับอั้วดีๆ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว" ฮกบอก
ย่าหยาแสร้งทำหน้าซีดเผือด

ฮกกับฮั้วล็อคแขนย่าหยาคนละข้างเข้ามา ในขณะที่ย่าหยาดิ้นขัดขืนพอเป็นพิธี
"พวกแกจะพาฉันไปไหน ฉันไม่ไป ปล่อยฉันนะ" ย่าหยาดิ้นรน
"เดินดีๆได้มั้ยวะ อยากตายรึไง" ฮั้วขู่
ฮกเตือนน้อง "อย่าเลือดร้อนนะอาฮั้ว เสี่ยแค่อยากคุยกับอีแค่นั้น"
ธามกับจิวเดินออกมาจากเงามืดมุมตึก
"เสี่ยไหนเหรอ" ธามถาม
ฮกกับฮั้วตกใจที่เห็นธาม ในขณะที่ย่าหยาก็ตกใจแต่อารมณ์ที่แท้จริงคือเธอคิดว่าตัวป่วนทำแผนเสียมาแล้ว
"ปล่อยผู้หญิงซะ" ธามบอก
"ถ้าปล่อย อั๊วกับเฮียก็โดนเสี่ยเล่นงานสิ" ฮั้วบอก
ธามเดินเข้ามาใกล้ "งั้นลื้อก็โดนเล่นซะเดี๋ยวนี้เลย"
พูดจบ ธามก็ถีบฮั้วจนกระเด็น ในขณะที่จิวถลาเข้าไปเล่นงานฮก ย่าหยาหลุดออกมาได้ก็จะวิ่งหนี ธามหันมาเห็นก็ตะโกนสั่งจิว
"จับตัวไว้ อาจิว"
จิวกวดตามแล้วล็อกตัวย่าหยาไว้แน่น จังหวะที่ธามหันมาสั่งจิว ฮกก็ได้โอกาสยกรถเข็นผักทุ่มใส่ธามจนธามล้มกระแทกพื้น แล้วฮั้วก็ชักปืนจ่อหัวธามก่อนจะตะโกนสั่งจิว
"ส่งนังนั่นมา ไม่งั้นอั๊วระเบิดหัวเฮียลื้อ"
ฮกปรามเสียงดัง "อาฮั้ว"
ธามเหล่ถาม "ลื้อแน่ใจ"
ธามจับแขนฮั้วบิดเร็วและแรงจนข้อมือหัก ก่อนจะใช้มือซ้ายแย่งปืนมาแล้วจ่อยิงไปที่ขาฮั้วภายในไม่กี่วินาที ฮั้วร้องลั่น "อ๊าก โอ๊ย"
ฮกรีบวิ่งมาดูน้อง "อาฮั้ว"
ธามเห็นฮกชักปืนที่เอวออกมาอย่างรวดเร็ว ธามไวกว่าจึงยิงมือฮกและเตะปืนในมือฮกลอยไปหาจิว จิวรับปืน
"ถ้าไม่อยากโดนลูกปืนยัดปาก ลื้อสองคนรีบตามอาจิวไปเลยนะ" ธามพูดกับจิว "พามันไปที่โกดัง " ธามพูดกับย่าหยา "มานี่"
 

ธามกระชากย่าหยาไปจนตัวปลิว

ธามกึ่งดึงกึ่งลากย่าหยาเข้ามาในถนนที่อุดมไปด้วยแสงสี ย่าหยาขัดขืน
 
"คุณจะพาฉันไปไหน" ย่าหยาถาม
"ขึ้นสวรรค์" ธามบอก
ย่าหยาสะดุ้ง "ห๊า"
ย่าหยาพยายามดึงมือธามออกจากแขนเธอ แต่ยิ่งดึงธามก็ยิ่งหนีบแน่นยิ่งกว่าก้ามปู
"ปล่อย"
"ทีไอ้สองคนนั่นฉุด ไม่ยักกะขัดขืน เป็นพวกเดียวกันสินะ"
"คุณพูดอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง"
ธามเสียงเข้ม "จันทร์ชมพู"
"อีกแล้ว คนรักคุณรึไง พูดถึงอยู่ได้"
ธามชะงักกึก ภาพจันทร์ชมพูผุดขึ้นในความคิดของเขาอีกครั้ง
"ฉันให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย เธอเป็นใคร" ธามถาม
"ฉันชื่อเพ็ญนภา จันทร ชื่อเล่นย่าหยา สูง 169 หนัก 48 ส่วนสัด 34-23-35ป๊าชื่อมิ่ง แม่ชื่อสุก บ้านอยู่ธนบุรี จะดูสำมะโนครัวเลยมั้ย"
"แน่ใจ" ธามถาม
"ยิ่งกว่าแน่" ย่าหยาบอก
"ดี งั้นไป"
"ไปไหน"
"ขึ้นสวรรค์ไง"
ย่าหยาเบิกตาโต ธามดึงย่าหยาไปอย่างรวดเร็ว


ธามดึงย่าหยาเข้ามาที่มุมถนนอีกด้าน ย่าหยาตาเหลือกเมื่อเห็นผู้หญิงหากินกำลังจับคู่จู๋จี๋กับลูกค้าหน้าโรงน้ำชาหลายคู่
"ไม่นะ ฉันไม่ได้ชอบคุณ ฉันมีคนรักของฉันอยู่แล้ว อย่าว่าแต่ชอบเลยแค่จะคุยกันดีๆสักครั้งก็ยังไม่เคย คุณเป็นถึงเจ้าพ่อ คุณไม่ทำร้ายจิตใจคนเพศเดียวกับแม่คุณหรอก จริงมั้ย" ย่าหยาหอบ
"เธอคิดว่าฉันจะทำอะไร ปล้ำเธอเหรอ" ธามสำรวจเรือนร่างย่าหยา "ผอมแห้งขนาดนี้ กอดไปเจอแต่กระดูก เสียอารมณ์เปล่าๆ"
ย่าหลาโมโหจนสุดจะกลั้น "นายกระทิง"
"ฉันแค่จะพาเธอไปส่งบ้าน เหนื่อยมาทั้งวัน ได้อาบน้ำนอนก็เหมือนขึ้นสวรรค์แล้วไม่ใช่เหรอ"
ย่าหยาย่นจมูกเพราะไม่พอใจ
ธามขู่ "ไม่ขึ้นที่บ้าน ก็ขึ้นที่นี่"
ธามดึงย่าหยาเพื่อจะพาเข้าโรงน้ำชา
ย่าหยาตัดสินใจได้ในบัดดล "ทางโน้น ที่พักฉันอยู่ทางโน้น"
ธามพยักหน้าให้ย่าหยาเดินนำไป ชายหนุ่มเผลอยิ้ม ในขณะที่หญิงสาวหน้ามุ่ยเพราะไม่สบอารมณ์

เฉียงกับโบตั๋นเดินเคียงกันมาในซอย
"คุณรู้จักเฮียธามตั้งแต่เมื่อไหร่" โบตั๋นถาม
“6 ปีที่แล้วครับที่เซี่ยงไฮ้ เฮียช่วยผมไว้ หลังจากนั้นผมก็" เฉียงพูดติดตลก "เกาะเฮียตลอด"
โบตั๋นยิ้มออกมาได้นิดหนึ่ง
"ฉันรู้จักเฮียได้ 2ปี เฮียช่วยฉัน หลังจากนั้นฉันก็ เกาะเฮียมาตลอดเหมือนกัน"
ทั้งคู่หันมามองหน้าแล้วหัวเราะให้กัน
"ผมรักและนับถือเฮียมาก"
"ฉันก็เหมือนกัน"
แล้วโบตั๋นก็หยุดเดินเมื่อมาถึงหอพักสตรีที่ดูดีและสะอาดมากหลังหนึ่ง
โบตั๋นบอก "ถึงแล้ว"
"คุณ เอ่อ พักที่นี่คนเดียวเหรอครับ" เฉียงถาม
"ค่ะ ที่นี่เป็นหอพักหญิง แล้วคนดูแลก็เป็นคนของเฮีย ไม่มีอะไรน่ากลัวเพราะไม่มีใครอยากยุ่งกับเฮียกระทิง ขอบคุณนะคะ"
ย่าหยายิ้มแล้วโบกมือลาก่อนจะเดินหายเข้าไปข้างใน เฉียงโบกมือให้กับอากาศท่ี่ว่างเปล่า

ย่าหยาชี้ไปข้างหน้า
"ที่พักฉัน"
ทั้งคู่ยืนตรงข้ามหอพักแห่งหนึ่งซึ่งมีถนนคั่นกลาง
ย่าหยาอ้าปากหาว "ส่งแค่นี้ล่ะ ขอบคุณ ไปนะ ฉันง่วง"
ย่าหยารีบเดินข้ามถนน ธามยืนมองจนเห็นหญิงสาวหายลับเข้าไปในโรงแรมแล้วจึงเดินจากไป
ทันทีที่ธามเดินไป ย่าหยาก็ค่อยๆโผล่หน้าออกมาแล้วกวาดตามองธาม ย่าหยาเห็นธามเดินลับมุมตึกไปแล้ว เธอเดินออกมาจากโรงแรมแล้วถอนหายใจโล่งอกก่อนจะเดินออกไปคนละทางกับธาม

ย่าหยาวิ่งออกมาจากมุมตึกแล้วตรงมาที่โรงแรมหมู่ตัน หญิงสาวรีบก้าวเข้าไปในโรงแรม แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อมีมือหนึ่งมาแตะที่ไหล่
ย่าหยาหันมามองแล้วก็แทบช็อก "เฮียกระทิง"

ธามมองหญิงสาวนิ่งด้วยแววตาดุมาก
 

เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 2 (ต่อ)

แม่บ้านคนหนึ่งกำลังกวาดพื้นหน้าห้อง
 
สักครู่จึงไปหยุดที่หน้าห้องห้องหนึ่ง แม่บ้านเคาะประตู2-3 ครั้ง โบตั๋นเปิดประตูออกมาแล้วก็ตกใจ
"อากู๋"
แม่บ้านคนนั้นคือซ้งที่ปลอมตัวใส่วิก นุ่งผ้าถุง
"ลงมือรึยัง" ซ้งถาม
โบตั๋นพยักหน้า
ซ้งส่งห่อกระดาษสีน้ำตาลให้ "ผสมน้ำชาให้มันกินเรื่อยๆ"
โบตั๋นรับมาในสภาพมือสั่น "เขา จะตายมั้ย"
"ไม่ แค่ค่อยๆหมดแรง"
โบตั๋นหน้าซีด
"ยาออกฤทธิ์ทีละนิด มันไม่รู้ตัวหรอก อั๊วไปนะ"
"ทีหลังนัดเจออั๊วข้างนอกดีมั้ย ที่นี่คนของเฮียกระทิงทั้งนั้น อั๊วกลัวอีจับได้" โบตั๋นบอก
ซ้งพยักหน้าก่อนจะเหล่มองซ้ายมองขวา แล้วก้มหน้าเดินอย่างใจเย็นออกไป โบตั๋นรีบปิดประตู หญิงสาวเดินมาทรุดตัวนั่งลงบนเตียง เธอมองห่อยาที่อยู่ในมือแล้วก็อยากจะร้องไห้


รถแล่นมาตามถนนเร็วปานพายุ ย่าหยาที่อยู่ในรถหันมาถามธามด้วยสีหน้าเลิ่กลั่ก
"คุณจะพาฉันไปไหน"
ธามข่มความโกรธ "คิดว่าฉันโง่รึไงหา จันทร์ชมพู"
ย่าหยาถอนใจเฮือกแบบทั้งโมโหทั้งรำคาญ "คุณจะหาเรื่องอะไรฉันนักหนา บอกกี่ครั้งแล้ว ฉันไม่รู้จัก ไม่ได้เป็นอะไรกับผู้หญิงคนนั้น คุณจะยัดเยียดให้ฉันเป็นเขาทำไม"
"ถ้าไม่ใช่ แล้วเธอเป็นใคร ทำไมต้องมีลับลมคมใน หลอกล่อ เจ้าเล่ห์" ธามว่า
"ก็บอกแล้วไงว่าฉันชื่อย่าหยา"
ธามทนระงับอารมณ์ไม่ไหวจึงเบรกรถดังเอี๊ยดแล้วผละจากพวงมาลัยมากระชากแขนย่าหยา เขาบีบแขนย่าหยาแน่น
"จะโกหกไปถึงไหน ยอมรับสักทีว่าเธอคือจันทร์ชมพู"
ย่าหยาตะลึงที่เวลาธามโกรธดูน่ากลัวอย่างที่ทุกคนว่าจริงๆ


ย้อนกับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว พ้งเดินวนรอบจันทร์ชมพูที่ยังมีผ้าพันแผลจากการถูกยิง และมีรอยฟกช้ำ และดวงตาที่บอบช้ำเศร้าหมองตลอดเวลา
"ถ้าลื้อต้องการแก้แค้นให้พ่อแม่ ลื้อต้องล้างสมองตัวเองให้ได้ ไม่ว่าใครจะทรมานลื้อให้เจ็บปวดแค่ไหน ลื้อต้องยืนยัน ลื้อคือย่าหยา ไม่ใช่จันทร์ชมพู" พ้งบอก

หนึ่งปีผ่านไป จันทร์ชมพูนั่งห่อตัวอยู่กลางสายฝนกระหน่ำพร้อมกับพึมพำ
"ฉันไม่ใช่จันทร์ชมพู ฉันชื่อย่าหยา ฉันไม่ใช่จันทร์ชมพู"

หนึ่งปีผ่านไป จันทร์ชมพูไต่ปืนเขาที่เต็มไปด้วยหินแหลม ระหว่างที่ไต่ หญิงสาวก็พร่ำพูดไปด้วย
"ฉันไม่ได้ชื่อจันทร์ชมพู ไม่ได้ชื่อจันทร์ชมพู ฉันชื่อย่าหยา"
จันทร์ชมพูไต่มาจนแตะที่ยอดเขาแล้วเตรียมจะเทคตัวขึ้นมา เท้าพ้งเหยียบมือจันทร์ชมพู พ้งขยี้เท้าที่มือทั้งสองข้างของจันทร์ชมพูจนเลือดซึมออกมาตามง่ามนิ้ว หญิงสาวกัดฟันแต่ก็ทนไม่ไหว มือซ้ายหลุดจากยอดเขาทำให้ร่างห้อยต่องแต่งอยู่ที่หน้าผาสูงชัน
จันทร์ชมพูหันมามองพ้งทั้งน้ำตา แล้วก็กัดฟันพูดอย่างเด็ดเดี่ยว "ฉันไม่ใช่จันทร์ชมพู"

หนึ่งปีผ่านไป ย่าหยาถูกจับแช่อยู่ในลำธารที่น้ำกำลังจะกลายเป็นน้ำแข็ง ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย พ้งเอามือจับหัวย่าหยากดน้ำในสภาพผมยาวสยายปรกหน้า หญิงสาวดูกร้าวและแกร่งขึ้นจนน่ากลัว
ย่าหยาตะโกนลั่น "ฉันชื่อย่าหยา"

เหตุการณ์ปัจจุบัน ย่าหยาพูดเสียงหนักแน่น หน้าตาจริงจังและแววตากร้าว
"ฉันไม่ใช่จันทร์ชมพู คุณจะฆ่าฉันให้ตาย ฉันก็ยังยืนยันคำเดิม ฉันไม่ใช่จันทร์ชมพู"
ธามอยากจะบีบคอย่าหยาให้ตายคามือ เพียงแค่คิด เสียงปืนก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกระจกรถที่แตกกระจาย ธามกดย่าหยาให้หมอบลงแล้วคว้าปืนที่คอนโซลหน้ารถ
ย่าหยาตกใจ "เกิดอะไรขึ้น"
"หนี เร็ว" ธามบอก
ธามดึงมือย่าหยา ถีบประตู แล้วกระโดดลงจากรถแล้วพาวิ่งลัดเลาะเข้าสวนข้างทาง มือปืนลงจากรถแล้วตามไล่ยิงทั้งคู่


ธามพาย่าหยาหลบหลังต้นกล้วยแล้วยิงสวนกลับไป
"มันเป็นพวกไหนกัน" ย่าหยาถาม
"ถามตัวเองดูสิ" ธามสวน
"ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นศัตรู ก็อย่ามาวุ่นวายกับฉัน"
ย่าหยาจะวิ่งหนีออกไปอีกทางแต่ธามซึ่งกำลังเล็งปืนไปที่กลุ่มมือปืนกลับรวบตัวย่าหยาไว้ได้ทันควันโดยไม่ได้หันมามอง ลูกปืนผ่านแขนยิงสาวไปโดนต้นกล้วยด้านหลังถ้าธามไม่รวบตัวไว้ ย่าหยาก็จะโดนลูกปืนเจาะแขนไปแล้ว
"อยากเป็นผีเฝ้าสวนรึไง" ธามว่า
ธามลากย่าหยาวิ่งลึกเข้าไปในดงกล้วย ทีมมือปืนยังตามไล่ล่าทั้งคู่ ธามหันมายิงใส่มือปืนคนหนึ่งล้มลง มือปืนอีกคนโผล่มาอีกมุมแล้วเล็งปืนมาที่ย่าหยา ธามหันมาเห็นก็รวบเอวย่าหยาแล้วเอี้ยวตัวมายิงมือปืนคนที่สองล้ม ธามกับย่าหยาล้มกลิ้งทับกันไปมาก่อนจะตกลงไปในท้องร่อง หน้าทั้งคู่แนบกัน ทั้งคู่นิ่งไปชั่วอึดใจ แล้วต่างฝ่ายต่างก็ผละออกจากกัน
ธามถามเก้อๆ "ลุกไหวมั้ย"
ย่าหยาพยักหน้าด้วยอารมณ์เก้อๆ เหมือนกัน ธามค่อยๆโผล่หน้าขึ้นมาจากท้องร่อง ทุกอย่างนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหวเลยหันมาดึงมือย่าหยา ย่าหยายันตัวลุกขึ้น แต่เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่หลังธาม หญิงสาวก็แหกปากร้องลั่น
"อย่า"
ธามไม่มีโอกาสได้หันไปมอง เพราะมือปืนคนที่สามซึ่งยืนอยู่ข้างหลังใช้ไม้ขนาดเขื่องฟาดเข้าที่ท้ายทอยธาม ธามสลบลงไปกองกับพื้น ใน
 
ขณะที่มือปืนคนที่สองก้าวมาด้านหลังย่าหยา แล้วโปะยาสลบไปที่จมูกกับปากของย่าหยาทันที

จิวเล่นงานฮกกับฮั้วแบบทั้งเตะทั้งถีบ
 
"ไอ้งูพิษ กล้าเนรคุณแม้กระทั่งคนที่เคยไว้ชีวิตลื้อ เก๋าเจ้ง" จิวว่า
จิวเข้าไปซัดทั้งคู่อีกรอบ เฉียงเข้ามาห้าม
"เพลามือหน่อยอาจิว ให้เฮียมาจัดการมันเอง"
จิวได้สติก็ชะงักแข้งขากลางอากาศ
"เฮียมาเมื่อไหร่ ลื้อสองคนเตรียมตัวตายได้เลย"
ธามเปิดประตูโกดังดังปัง เขาหยุดยืนในท่ามกลางแสงแบคไลท์แป๊บนึงก่อนจะเดินอาดๆเข้ามาในโกดัง แล้วตรงเข้ามากระชากคอเสื้อฮกกับฮั้วก่อนจะตะคอกถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
"ลื้อกับจันทร์ชมพูวางแผนล่ออั๊วมาตกหลุมพรางใช่มั้ย" ธามถาม
ธามปล่อยคอเสื้อแล้วจับหัวทั้งคู่เข้ามาโขกกันอย่างแรงจนทั้งคู่ได้แผลแตกเลือดไหลซึมขมับออกมา
"ลื้อรู้มั้ย โทษของการทรยศแก๊งกระทิงเป็นยังไง"
ธามหมุนมีดพกแล้วสะบัดปลายมีดขึ้นมา เขาจับมือข้างที่ยังไม่หักของฮั้วทาบลงกับพื้น แล้วปักมีดลงบนหลังมือ ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว ทั้งโหดเหี้ยมและชำนาญ
ฮั้วร้องลั่น "จ๊าก"

ย่าหยานอนหลับตากระสับกระส่ายอยู่บนเตียง สักครู่เธอก็ได้ยินเสียงเรียกว่าอาจันทร์
ย่าหยาตะโกนลั่น "ฉันไม่ใช่จันทร์ชมพู"
ย่าหยาสะดุ้งผุดขึ้นนั่งเหมือนตื่นจากฝันร้าย เมื่อลืมตาขึ้นมาเธอก็ทั้งแปลกใจ ตกใจและดีใจเมื่อเห็นเสี่ยพ้งนั่งอยู่ข้างๆและยิ้มให้หญิงสาวอย่างมีเมตตา
"ไม่เสียแรงที่อั๊วฝึกลื้อมาอย่างดี" พ้งบอก
"อาปา อาปามาได้ยังไง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วที่นี่ที่ไหน"
"อั๊วเป็นห่วงลื้อ ลงเครื่องมาก็เจอลูกชายเฉินอี่เสียงจับตัวลื้อขึ้นรถ อั๊วเลยให้ลูกน้องตามไปช่วย เจ็บตรงไหนรึเปล่า ขอโทษที่ต้องจัดฉากให้สมจริง ไม่งั้นอาธามคไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือไอ้เล้ง"
ย่าหยาเพิ่งรู้ "เขาคือลูกชายบุญธรรมเฉินอี่เสียงเหรอคะ"
พ้งพยักหน้า "เฉินอี่เสี่ยงคือเจ้าพ่อที่คนจีนที่นี่นับหน้าถือตา อียกตำแหน่งนี้ให้อาสุงก่อนที่อีจะไปสร้างอาณาจักรใหม่ที่เซี่ยงไฮ้ อีรักอาเช็งพ่อของอาธามมากเพราะมีเลือดนักสู้เหมือนกัน เมื่ออาเจียหลินคลอดลูกชายฝาแฝด อีเลยขอลูกชายคนโตคืออาธามไปเลี้ยง จดทะเบียนเป็นลูกให้ใช้นามสกุล ธราธร ของอี"
ย่าหยาหน้าสลด "เพราะอย่างนี้นี่เอง เขากับพี่ธีถึงนามสกุลไม่เหมือนกัน"
"ครอบครัวอาเช็งล่มสลาย เฉินอี่เสียงเลยส่งอาธามมาดูแลแก๊งกระทิง ไม่งั้นไอ้เล้งยึดอำนาจแน่ เพราะญาติอาเช็งไม่ใครมีบารมีพอที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งได้"
ย่าหยาน้ำตาคลอ "แต่ พี่ธี ยังมีชีวิตอยู่ใช่มั้ยคะอาปา"
"อั๊วไม่รู้ ที่รู้คือลื้อมีสิทธิ์เรียกร้องความยุติธรรมให้พ่อแม่ลื้อและอาธี"
"เสี่ยเล้งมันเห็นหน้าหยาแล้ว หยาเข้าใกล้มันขั้นหนึ่งแล้ว"
"มันหลอกใช้ลื้อยังไง ลื้อใช้วิธีนั้นย้อนไปจัดการมัน"
ย่าหยาฮึกเหิม ในขณะที่พ้งตาวาวเป็นประกาย


ธามนั่งหน้านิ่งอยู่ข้างจิวซึ่งทำหน้าที่คนขับ ฮกกับอั้วนั่งด้านหลังโดยมีเฉียงนั่งคุมมา ธามนิ่งคิด ตาแข็งเพราะไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาทั้งคืน

ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา ธามดึงมีดที่เปื้อนเลือดออกมาจากมือฮั้วและทำท่าจะแทงซ้ำอีกครั้ง
ฮกร้องลั่น "อย่า" ฮกร้องไห้เพราะกลัวจนขี้หด "อั๊วยอมแล้ว ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่จันทร์ชมพู"
"ยังกล้าปากแข็งอีก" ธามว่า
ธามจับด้ามมีดเตรียมปาดคอหอยฮก
ฮกพูดพรวดออกมา "อาจันทร์อีตายแล้ว"
ธามชะงักปลายมีดไว้แค่นั้น
ฮั้วร้องไห้ลนลาน "อั๊วกับเฮียฝังอีกับมือ อีตายแล้วจริงๆ"
ธามช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน

ธามสับสน เพราะไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกันแน่ สักครู่จิวก็จอดรถแล้วหันมามองธาม
"เฮีย" จิวเรียก ธามนิ่ง "เฮีย" จิวแตะแขนธามเบาๆ "เฮียครับ"
ธามตื่นจากภวังค์
"มันว่า น่าจะอยู่แถวๆนี้ครับ"
เฉียงเอาปืนขู่ฮกกับฮั้ว "ถ้าลื้อตุกติก อั๊วยิงลื้อสองคนไส้แตกแน่"
จิวเดินมาเปิดประตูรถให้ธาม
เฉียงลงจากรถแล้วหันไปสั่งฮกกับฮั้ว "ลงมา"
ธามยังคงหมกมุ่นกับความคิดตัวเอง

ฮกกับฮั้วที่สะบักสะบอมปางตายเดินนำธาม เฉียง และจิวซึ่งถือจอบ เสียมตามมา ทั้งคู่มองไปรอบๆตัว
“7 ปี มันเปลี่ยนไปเยอะ ต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด" ฮกบอก
จิวชักปืนออกมา "อย่ายั่วโมโหนะเว้ย"
ฮั้วหันไปเห็นป้ายข้างทางซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"นั่นไงเฮีย อาหลงขับรถมาจอดที่ป้ายนั่นอั๊วจำได้"
ฮกพูดกับธาม "ตอนนั้นอั๊วกับอาฮั้วแล้วก็คนขับรถชื่ออาหลง เพิ่งเข้ามาเป็นลูกน้องเสี่ย เราไม่รู้เรื่องอะไร เสี่ยสั่งให้ตามไปไหนเราก็ต้องทำตาม"

"วันนึง เสี่ยก็สั่งให้อาหลงขับรถมาที่นี่" ฮั้วบอก

เหตุการณ์ในอดีต รถแล่นมาตามทาง
 
โดยมีเกี๊ยงนั่งข้างหลัง ส่วนเล้งนั่งด้านหลังข้างจันทร์ชมพู โดยมีฮกกับฮั้วนั่งประกบอีกด้าน สักครู่กระโปรงท้ายรถก็ดีดผึง ทุกคนในรถหันไปมอง สมชาย วัย 35 ปี ยันตัวเองขึ้นจากท้ายรถ แล้วกระโดดลงจากรถมานอนกองที่ถนนโดยมือทั้ง2ข้างของเขาถูกมัดเข้าด้วยกัน
ฮกเล่าต่อ “ระหว่างทาง จู่ๆกระโปรงท้ายรถก็ดีดขึ้นมา ทุกคนหันไปมองก็เห็นผู้ชายคนนึงกระโดดจากท้ายรถลงไปที่ถนน”
"อาสมชาย" เกี๊ยงตกใจ
จันทร์ชมพูตะลึง "พ่อ"
เล้งตะโกนลั่น "จอด"
อาหลงเบรกรถดังเอี๊ยดจนทุกคนหน้าทิ่ม ก่อนจะหันมาด้วยหน้าตาเหลอหลา
เล้งสั่งฮกกับฮั้ว "ลื้อสองคนเฝ้านังนี่ไว้ อาหลง ตามอั๊วมา"
เล้งลงจากรถ เกี๊ยงลงตาม ในขณะที่อาหลงลงมาอย่างงงๆ ว่าจะทำอะไรกัน สมชายซึ่งบาดเจ็บเพราะถูกซ้อมน่วมพยายามยันตัวลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าป่าข้างทาง เล้ง เกี๊ยงวิ่งหลงตามสมชายไป
"พ่อ" จันทร์ชมพูพูดกับฮกและฮั้ว "พวกแกจับพ่อฉันยัดใส่รถมางั้นเหรอ ไหนเสี่ยบอกจะพาฉันไปหาพ่อไง ไหนบอกจะปล่อยเราสองคน"
ฮกงงและจับต้นชนปลายไม่ถูก "อั๊วไม่รู้เรื่อง อั๊วเพิ่งเข้ามา"
"ฉันจะไปหาพ่อ" จันทร์ชมพูบอก
จันทร์ชมพูหันมาเปิดประตูรถ ฮั้วดึงแขนไว้
"ไม่ได้ เสี่ยสั่งให้อั๊วเฝ้าลื้อ"
จันทร์ชมพูน้ำตาไหล "พ่อฉันเจ็บขนาดนั้น จะหนีไปไหนได้ ขอฉันลงไปดูพ่อนะ"
ฮกกับฮั้วมองหน้ากันว่าจะเอายังไงดี
เสียงปืนดังขึ้น จันทร์ชมพูใช้เท้ายันฮั้วเต็มแรงก่อนจะเปิดประตูรถแล้ววิ่งออกไป
ฮั้วจุก "เฮีย ตามมันไป"
ฮกลงจากรถแล้ววิ่งตามจันทร์ชมพูไปแบบงกๆเงิ่นๆ ในขณะที่ฮั้ววิ่งเอามือกุมท้องตามไปด้วย

สมชายถูกเล้งกับเกี๊ยงไล่ยิงตามหลังหลายนัด แต่ด้วยความเก๋าทำให้เขารู้จังหวะและหลบคมกระสุนวิ่งไปซ่อนหลังต้นไม้ใหญ่ได้หวุดหวิด เล้งกับเกี๊ยงกวาดสายตาและกราดปืนหา
"ลื้อคิดว่าลื้อจะหนีอั๊วพ้นเหรอ อาสมชาย" เล้งว่า
จันทร์ชมพูวิ่งเข้ามาตะโกนเรียกพ่อ โดยมีฮกกับฮั้วตามมา
"พ่อ พ่อ"
สมชายได้ยินเสียงลูกสาวยิ่งเครียดจัด
จันทร์ชมพูพุ่งเข้ามาหาเล้ง "ไหนแกบอกว่าฉันจัดการพี่ธีได้แล้ว แกจะปล่อยพ่อฉันไง"
เล้งหัวเราะ "เด็กน้อย พ่อลื้อน่ะมือขวาอั๊วนะ คนที่รู้ความลับอั๊วทุกอย่างไม่มีสิทธิ์ตีตัวออกห่างอั๊ว ใครเดินออกจากแก๊งมังกรดำ มันคือคนทรยศ"
"พ่อแค่ต้องการกลับไปดูแลแม่ แม่ฉันป่วยหนัก เราแค่ต้องการกลับไปอยู่ด้วยกันในช่วงที่แม่ฉันยังหายใจแค่นั้น สงสารพวกเราเถอะนะ ฉันกราบล่ะ"
จันทร์ชมพูทรุดตัวลงกราบแทบเท้าเล้งทั้งน้ำตา
"ลูกลื้อนี่กตัญญูเหลือเกินนะอาสมชาย เสียดายต้องมาตายก่อนพ่อ อั๊วจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าลื้อไม่โผล่หัวออกมา นังนี่ตาย หนึ่ง"
สมชายรู้สึกกดดันที่สุดในชีวิต
จันทร์ชมพูลุกขึ้นตะโกน "พ่อหนีไป ไม่ต้องห่วงหนู กลับไปหาแม่ให้ได้นะคะพ่อ"
เล้งนับต่อ "สอง"
เล้งขึ้นไกปืน ผ่านหน้าหลง ฮก และฮั้วซึ่งยืนตกใจตัวสั่นเพราะไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์ฆ่ากันตายต่อหน้าต่อตา เล้งเตรียมลั่นไก ในขณะที่จันทร์ชมพูหลับตายอมรับความตายที่กำลังมาเยือน

หลังจากฟังเรื่องเล่า ธามก็ขยับเข้ามาด้วยสีหน้านิ่ง
"ผู้หญิงคนนั้นโดนเสี่ยเล้งยิงตาย ง่ายอย่างนั้นเลย
"ใช่ แต่อาจันทร์ไม่ได้ตายเดี๋ยวนั้น" ฮกบอก
ธามหันมามองฮกด้วยความสงสัย

เหตุการณ์ในอดีต เล้งนับต่อเสียงเหี้ยม
"สาม"
เล้งเตรียมเหนี่ยวไก สมชายตัดสินใจโผล่ออกมาจากที่ซ่อน
"หนี ลูก หนี"
จันทร์ชมพูย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์ในอดีต

จันทร์ชมพูนึกถึงเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่สมชายถือปืนในมือพูดกับจันทร์ชมพูในวัยสิบปี
"ได้ยินเสียงปืนเมื่อไหร่ ลูกต้องวิ่ง วิ่งให้เร็วที่สุดไวที่สุด"
"ทำไมคะพ่อ" จันทร์ชมพูถาม
"ไม่ต้องถาม ฝึกตามที่พ่อบอก ถ้าพ่อบอกให้วิ่ง ลูกต้องวิ่ง..จำไว้" สมชายยิงปืนขึ้นฟ้า "วิ่ง"


สมชายตะโกนลั่น "วิ่ง"
จันทร์ชมพูน้ำตาไหลพราก เธอกลั้นใจหลับหูหลับตาวิ่งออกมา เสียงปืนดังขึ้น 1 นัด
จันทร์ชมพูหันมามองสมชาย ลูกปืนเจาะเข้าที่ไหล่สมชาย สมชายทรุดเข่ากระแทกพื้นแล้วล้มลง
หลง ฮก และฮั้วตาเหลือก ปากคอสั่น ตัวสั่นที่เห็นคนถูกยิงต่อหน้าต่อตาไม่ใช่ในหนัง
จันทร์ชมพูตะโกนลั่น "พ่อ"

ย่าหยาเดินมาเกาะราวระเบียงริมคลองด้วยน้ำตาคลอเบ้า พ้งนั่งดื่มน้ำชาอยู่อีกมุม
ย่าหยากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บแค้น "หยาไม่เคยลืมว่ามันทำกับพ่อหยายังไง"

ธามอยากรู้บทสรุปของเหตุการณ์
"ตกลงผู้หญิงคนนั้นหนีไปได้"
"อีคงรู้ว่าถึงหนี อีก็ตาย อีเลยเลือกที่จะไม่หนี" ฮั้วบอก

เหตุการณ์ในอดีต จันทร์ชมพูถลาเข้ามาทุบตีเล้งโดยวิ่งผ่านหน้าสมุนมือใหม่ของเล้งอย่าง หลง ฮก และฮั้วที่ยังยืนทะเล่อทะล่าอยู่ที่เดิม
จันทร์ชมพูร้องไห้โฮ "แกสัญญาว่าถ้าฉันยิงพี่ธีแล้วแกจะปล่อยเราสองคน แกจะไม่ยุ่งกับครอบครัวฉันแล้วแกฆ่าพ่อฉันทำไม ไอ้คนชั่ว"
เล้งผลักจันทร์ชมพูกระเด็นไปกระแทกพื้น จันทร์ชมพูลุกขึ้นมาด่าด้วยความแค้น
"แกมันไม่ใช่คน ฆ่าได้แม้กระทั่งคนที่ไม่มีทางสู้ ไอ้คนสารเลว ไอ้หน้าตัวเมีย"
เล้งตบจันทร์ชมพูหน้าหันจนเลือดไหลซึมออกมาที่มุมปากก่อนจะส่งปืนให้หลง
"พิสูจน์ให้อั๊วเห็นว่าลื้อสมควรที่จะเข้ามาอยู่แก๊งมังกรดำ" เล้งว่า
หลงตาตั้งตัวสั่นงันงก "มะ ไม่นะเสี่ย อั๊ว ให้อั๊วทำอย่างอื่นนะ อั๊วไม่ฆ่าใคร"
เกี๊ยงหันไปมองศพสมชายแล้วพบว่าที่ตรงนั้นว่างเปล่า
เกี๊ยงตกใจ "ไอ้สมชายมันหนีไปแล้วครับนายใหญ่"
"พ่อฉันต้องกลับมาเอาชีวิตพวกแกทุกคน" จันทร์ชมพูว่า
เล้งสั่งหลง "ปิดปากนังนี่ซะ"
หลงนั่งห่อตัว "ไม่เอา อั๊วไม่กล้า อั๊วไม่ทำ"
เล้งยิงโดนแขนจันทร์ชมพู 1 นัดเพื่อโชว์ให้หลงดู
จันทร์ชมพูเอ่ยขึ้น "กรรมใดที่แกก่อ ขอให้มันสนองกลับคืนแกเป็นร้อยเท่าพันเท่า แกต้องตาย อย่างหมาข้างถนน ไอ้เล้งไอ้ฆาตกร"
เล้งยิงจันทร์ชมพูอีกนัด กระสุนเจาะเข้าที่อกขวา จันทร์ชมพูเลือดทะลักไหลและล้มกระแทกพื้นหงายหลังตึง
เล้งสั่งหลง "ขุดหลุมฝังมัน" เล้งสั่งเกี๊ยง ฮก และฮั้ว "ลื้อ 3 คนตามอั๊วมา"
เล้งเดินนำออกไปกับเกี๊ยง โดยมีฮกกับฮั้วเดินเซอะซะตามไป จันทร์ชมพูนอนตาเบิกโพลงอยู่กับหลง
 
เพียงครู่เดียวเปลือกตาหญิงสาวก็ค่อยๆปิดลง

เหตุการณ์ปัจจุบัน ย่าหยาน้ำตาไหล
 
"จนป่านนี้มันก็ยังไม่ตาย ในเมื่อกรรมตามสนองมันช้าไป หยานี่ล่ะจะเร่งให้มันชดใช้กรรมเร็วขึ้น หยาพร้อมแล้วค่ะอาปา"
พ้งพยักหน้ายิ้มให้ย่าหยาก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปขึ้นรถ

ธามเอ่ยถามฮกกับฮั้ว
"มันฝังจันทร์ชมพูที่ไหน"
"เสี่ยให้อั๊วกับอาฮั้วตามไปจัดการอาสมชายแล้วฝังที่ชายป่าด้านโน้น ปล่อยให้อาหลงฝังอาจันทร์ที่นี่" ฮกบอก
"อั๊วสองคนกลับมาก็เห็นอาหลงขุดหลุมเสร็จ ศพอาจันทร์นอนอยู่ที่ก้นหลุมแล้ว" ฮั้วเสริม
"หลุมศพอยู่ตรงไหน" ธามถามย้ำ
"อั๊ว จำได้ว่าอยู่ใต้ต้นไม้ มีหินก้อนใหญ่อยู่ปากหลุม"
ทุกคนมองไปรอบบริเวณเพื่อช่วยกันค้นหา
"นั่นรึเปล่า"
เฉียงชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่มีหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่ใต้ต้นไม้
ฮกเดินจ้ำไปดู "ใช่ ใช่ ตรงนี้ เสี่ยเล้งให้อั๊วกับน้องช่วยอาหลงกลบร่างอาจันทร์ที่นี่"
"แล้วเฮียจะเชื่อเรื่องที่ลื้อเล่ามาทั้งหมดได้ยังไง"
"ง่ายนิดเดียว ถ้าขุดแล้วไม่เจอศพ ก็ถือซะว่าขุดเพื่อฝังศพมันสองคนก็แล้วกัน" ธามสั่งเฉียงกับจิว "อาเฉียง อาจิว จัดการ"
เฉียงกับจิวใช้เสียมกับจอบลงมือขุด ธามยืนจ้องหลุมนั้นตาไม่กระพริบ


หย่งเป่ารินน้ำชาให้เล้งในห้องทำงาน โปสเตอร์หนังแปะอยู่เต็มห้อง เหวินเต๋อ นั่งอยู่อีกมุม
"เพื่อนอั๊วที่สระบุรีอยากทำโรงหนัง" เล้งบอก "เดี๋ยวอั๊วจะนัดเจรจากับลื้อนะอาเป่า"
"กำเสี่ย อาเล้ง" หยงเป่าบอก
"ที่บ้านโป่ง อาเซิ่นญาติห่างๆอั๊วก็อยากเปลี่ยนกิจการมาทำร้านขายส่งของไหว้กับขนมจันอับ อั๊วเลยนัดให้อีมาคุยกับลื้ออาทิตย์หน้านะอาเต๋อ" เล้งว่า
เหวินเต๋อพูด "ขอบคุณมากนา ที่มีน้ำใจ"
"เพื่อนไม่ช่วยเพื่อนแล้วจะไปช่วยใคร" เล้งบอก
หย่งเป่าถอนใจเฮือก "ตั้งแต่อาเช็งตาย พวกเราก็เหมือนขาดมิตรแท้ ก็ต้องโทษตัวเองด้วยที่ไม่ค่อยได้ออกไปพบปะใคร"
"ใช่ แค่ต้องทำมาหากินก็หมดไปวันๆแล้ว" เหวินเต๋อบอก
"ตั้งแต่เกิดเรื่องยิงกันที่งานทิ้งกระจาด เราก็ไปไหนมาไหนลำบาก เพื่อนฝูงขาดการติดต่อ มีแต่ลื้อนี่ล่ะอาเล้ง ที่มาเยี่ยมเยียนช่วยเหลือ"
"อันที่จริงเฉินอี่เสียงน่าจะช่วยพวกลื้อได้มาก เพราะแก๊งกระทิง อินทรีย์ กิเลนนับเป็นญาติกัน" เล้งบอก
"อีไม่ค่อยมาเมืองไทย"
"แต่อีส่งลูกชายมาดูแลแก๊งกระทิงแล้ว จริงสิ อาธามมายกน้ำชาคาราวะลื้อรึยัง" เล้งถาม
"เห็นว่าอีไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็ก เด็กสมัยใหม่ ไม่รู้ธรรมเนียมหรอก" หยงเป๋าบอก
เล้งพูดเสี้ยม "ลูกหลานจีนไปอยู่ที่ไหนก็ต้องไม่ลืมธรรมเนียมจีน ยิ่งขึ้นเป็นหัวหน้าคนยิ่งต้องถือธรรมเนียมเป็นใหญ่ จริงมั้ย"
เล้งชายตามองหย่งเป่ากับเหวินเต๋อก็เห็นทั้งคู่มีท่าทีคล้อยตาม


เฉียงกับจิวเหงื่อผุดเต็มหน้าขณะขุดหลุมซึ่งลึกลงไปเกือบเมตร ธามยังคงยืนมองอยู่ในท่าเดิมและที่เดิม

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2493 ณ โรงเรียนเผยอิง เสียงนักเรียนอ่านออกเสียงภาษาจีนตาม
เหล่าซือดังขึ้นมาจากห้องเรียนภาษาจีนวันอาทิตย์ นักเรียนชายกับหญิงกำลังตั้งใจอ่านภาษาจีนตามเหล่าซือที่ยืนสอนอยู่หน้าห้อง ผู้หญิงคนหนึ่งเอามือปัดไปโดนดินสอจนหล่นไปที่พื้น ดินสอกลิ้งมาหยุดที่เท้าชลธีที่นั่งอยู่บริเวณแถวที่สอง ชลธีหันไปเห็นแล้วก็ก้มหยิบดินสอก่อนจะหันไปมองทางด้านหลัง ในขณะที่เหล่าซือกำลังเขียนคำศัพท์บนกระดาน
ชลธีเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังก้มหาอะไรบางอย่างที่ใต้โต๊ะและเก้าอี้ ผู้หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาทำให้เห็นว่าเป็นจันทร์ชมพู ชลธีอึ้งเพราะอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ทำไมน่ารักจับใจขนาดนี้
ชลธีชูดินสอที่อยู่ในมือขึ้นมาแล้วใช้สายตาถามหญิงสาวคล้ายจะถามว่า “กำลังหาไอ้นี่อยู่ใช่มั้ย” จันทร์ชมพูพยักหน้ายิ้มๆ ชลธีนึกถึงประโยค “ Love At First Sight “ เพียงแค่เห็นรอยยิ้มแรกที่หญิงสาวส่งมาให้แบบนี้

ชลธีส่งดินสอคืนให้จันทร์ชมพูที่หน้าห้อง โดยมีกลุ่มเพื่อนๆและเหล่าซือเดินออกจากห้อง หลายคนจับกลุ่มคุยกัน
"ของคุณครับ" ชลธีบอก
จันทร์ชมพูรับมา "ขอบคุณค่ะ"
จันทร์ชมพูส่งยิ้มหวานให้ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา
ชลธีรีรอว่าจะเอายังไงดี สุดท้ายก็ตัดสินใจว่ากล้าๆหน่อย เขารีบจ้ำตามจันทร์ชมพู
"เอ่อ คุณ คงเพิ่งมาอยู่แถวนี้" ชลธีทัก
จันทร์ชมพูหันมาตอบ "เพิ่งเข้ามากรุงเทพฯ ค่ะ"
"ผมชื่อชลธีครับ แล้วคุณ"
"จันทร์ชมพูค่ะ เรียกสั้นๆว่าจันทร์ก็ได้ค่ะ"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
ชลธียื่นมือไปขอเช็คแฮนด์หญิงสาวตามธรรมเนียมฝรั่งที่คุ้นเคย จันทร์ชมพูมองมือแล้วมองหน้าชายหนุ่มอย่างเก้อเขินด้วยท่าทางรักนวลสงวนตัว ชลธีเข้าใจภาษากายของจันทร์ชมพู เขาเก็บมือลงไปล้วงกระเป๋าอย่างเก้อๆ
จันทร์ชมพูยิ้มหวาน "ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"

ทั้งคู่ยิ้มให้กันภายใต้มิตรภาพที่กำลังเบ่งบาน

เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 2 (ต่อ)

ธามพยายามไล่ความรู้สึกเก่าๆ ทั้งความรัก ความผูกพันที่เคยมีต่อจันทร์ชมพูให้ลบเลือนออกไปจากใจ
 
เฉียงกับจิวยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ในขณะที่หลุมที่ขุดก็ลึกลงไปทุกที ธามพยายามสลัดภาพในอดีต แต่ยิ่งสลัด ภาพเหล่านั้นกลับยิ่งชัดขึ้นในความทรงจำ


ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา ชลธีและจันทร์ชมพูนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม จันทร์ชมพูนั่งอยู่ที่เดิมแต่หลายวันผ่านไป ชลธีก็ค่อยๆขยับไปมุมนั้นมุมนี้ทุกครั้งโดยพยายามมุ่งสู่ท้ายห้อง จังหวะที่ชลธีค่อยๆขยับที่นั่งตัวเองไปใกล้จันทร์ชมพู จันทร์ชมพูก็ยิ้มเขินมากขึ้นและมากขึ้น
หลายวันผ่านไป ชลธีก็ขยับไปนั่งข้างๆจันทร์ชมพูได้เป็นที่เรียบร้อย ชลธีทำท่าเหมือนตั้งใจมองศัพท์บนกระดานที่เหล่าซือกำลังสอน สักครู่เขาก็ค่อยๆยื่นกระดาษแผ่นเล็กที่พับทบไปมาให้จันทร์ชมพู
จันทร์ชมพูแอบเหล่มองชลธี ตาของเธอจ้องที่กระดานแต่มือก็ค่อยๆคลี่กระดาษออกอ่าน
ข้อความในกระดาษเขียนว่า 想你喔 (คิดถึงนะ) จันทร์ชมพูอายจนแก้มแดง ชลธีเขียนข้อความลงกระดาษแล้วค่อยๆส่งกระดาษให้จันทร์ชมพูอีกครั้ง จันทร์ชมพู คลี่กระดาษอ่านก็พบข้อความเขียนว่า “ผมรักคุณ” หญิงสาวเขินมากจนต้องก้มหน้างุดๆ
ชลธีมัวแต่มองหญิงสาวตาเยิ้ม เขารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อเหล่าซื่อหยิบกระดาษจดหมายฉบับที่ 2 เดินไปหน้าห้อง
เหล่าซือโชว์ให้นักเรียนดูแล้วถามเป็นภาษาจีน "แปลว่าอะไร"
เพื่อนๆตอบเป็นภาษาจีนเสียงดังฟังชัดและพร้อมเพรียงกัน "หว่อ อ้าย หนี่"
เพื่อนๆพากันขำทั้งคู่และหัวเราะคิกคักกันทั้งห้อง ชลธีกับจันทร์ชมพูหน้าแดงแล้วแดงอีก ทั้งสองอายจนแทบจะพากันมุดหนีไปอยู่ใต้โต๊ะอยู่แล้ว

เหตุการณ์ปัจจุบัน ธามกัดฟันแน่นและมีหน้าตาที่บ่งบอกว่าเวลา 7 ปีที่ผ่านไปไม่ได้ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากพิษของความรักได้เลย สักครู่ชายหนุ่มก็ตื่นจากอดีตเมื่อได้ยินเสียงเฉียงตะโกน
"เจอแล้วเฮีย"
ธามมองที่ก้นหลุม เขาเห็นโครงกระดูกจมอยู่ในดิน เฉียงกับจิวค่อยๆเอามือปัดดินออกจากโครงกระดูก ฮกกับฮั้วขยับมาที่ปากหลุม
จิววิเคราะห์ "ลักษณะกระดูกบ่งว่าคนตายถูกฝังในท่านอนตะแคงหน้าคว่ำไปกับพื้น รูปกะโหลกและโครงสร้างที่เห็นน่าจะเป็นผู้หญิง" จิวจับพลิกดูโครงกระดูกตรงหน้าอก "เหมือนมีรอยถูกยิงที่หน้าอกขวา แล้วก็ ที่ไหล่ด้วยครับเฮีย"
"อาจันทร์นอนคว่ำหน้า แล้วก็ถูกยิงที่หน้าอกกับไหล่ก่อนตาย" ฮกบอก
"แต่เราจะมั่นใจได้ยังไงว่ากระดูกนี่เป็นจันทร์ชมพูจริงๆ" เฉียงถาม
"มาขนาดนี้แล้ว เราสองคนจะโกหกทำไม" ฮั้วบอก
เฉียงกวาดตามองโครงกระดูกอีกครั้ง เขาเห็นโลหะสีทองโผล่พ้นดินขึ้นมาวอมแวม เฉียงรีบเอามือเกลี่ยดินออกทันที
"แหวน เฮีย แหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย"
เฉียงหยิบแหวนทองลงยาส่งให้ธาม ธามเช็ดคราบดินออกจากแหวนแล้วอึ้ง เพราะนามสกุล “ตั้งชีวัน” ของชลธีปรากฏอยู่บนเรือนแหวนชัดเจน

เหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา ชลธียกถาดอาหารเช้าแบบอเมริกันเบรคฟาสต์ พร้อมผลไม้และนมเข้ามาในห้อง
"อาหารเช้ามาแล้วครับ"
จันทร์ชมพูที่กำลังยื่นเหม่อออกไปนอกหน้าต่างหันมามอง
"จันทร์ขอโทษ จันทร์น่าจะเป็นคนเตรียมให้พี่ธี"
"จะพี่หรือจันทร์เตรียมก็เหมือนกัน ในเมื่อเราเป็นคนคนเดียวกันแล้ว"
จันทร์ชมพูยิ้มทั้งน้ำตา
"ดื่มนมก่อนนะ" ชลธีบอก
จันทร์ชมพูรับนมมาดื่ม หญิงสาวจิบไปครึ่งแก้วแล้ววาง ชลธีส่งผ้าเช็ดปากให้ จันทร์ชมพูรับผ้าสีขาวสะอาดตามาคลี่แล้วเตรียมยกขึ้นเช็ดปาก แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องชะงักเมื่อเห็นข้อความบนผ้า ข้อความที่ทำให้เธอแทบระเบิดเสียงสะอื้นที่ซ่อนอยู่ในใจออกมา
ชลธีเขียนที่ผ้าด้วยปากกาว่า “แต่งงานกับพี่นะ”
จันทร์ชมพูหันมามองชลธีแล้วก็น้ำตาคลอ "พี่ธี"
"แต่งงานกับพี่นะ"
จันทร์ชมพูน้ำตาร่วง เธอพูดไม่ออกจึงได้แต่พยักหน้า ชลธีหยิบแหวนทองลงยาสลักนามสกุล “ตั้งชีวัน” บนเรือนแหวนขึ้นมาบรรจงสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายของจันทร์ชมพู จันทร์ชมพูร้องไห้โฮด้วยความรู้สึกกดดันที่สุดในชีวิต จันทร์ชมพูโผกอดชลธีแน่นเพราะรู้ว่าอีกไม่กี่อึดใจเธอเองที่ต้องเป็นคนปลิดชีวิตเขา
ชลธีหัวเราะเอ็นดู "ดีใจมากเหรอ"
จันทร์ชมพูเสียงสั่น น้ำตาไหล "ค่ะพี่ธี จันทร์ดีใจ ดีใจที่สุด"
ชลธีดึงมือจันทร์ชมพูขึ้นมาแล้วมองหญิงสาวด้วยแววตารักสุดซึ้ง
"แหวนวงนี้แทนความรักของพี่"
"ความรักของเราสองคนค่ะ จันทร์จะสวมติดนิ้วอย่างนี้ ความรักของพี่ธีจะอยู่กับจันทร์ไปจนวันตาย"

ชลธียิ้มแล้วจูบที่เรือนแหวน ก่อนจะพรมจูบเรื่อยไปถึงหน้าผากหญิงสาวด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ

เหตุการณ์ปัจจุบัน ธามน้ำตาคลอมองแหวนในมือแล้วพูดขึ้นโดยไม่หันไปมองใคร
 
"ไปรอที่รถ"
เฉียงกับจิวมองหน้ากันด้วยความเข้าใจในคำสั่งว่าธามหมายถึงทุกคนจึงพยักหน้าให้ฮก ฮั้ว เดินออกไปพร้อมกัน
ธามหยิบจอบมาโกยดินลงหลุม จากที่โกยช้าๆ ก็เร็วขึ้นและเร็วขึ้นจนถึงเร็วที่สุด ในขณะที่ปากก็พร่ำพูดเหมือนจะย้ำเตือนตัวเองตลอดเวลา
"ฉันเกลียดเธอ เกลียด เกลียด ได้ยินมั้ย ฉันเกลียดเธอ มาชิงตายไปก่อนทำไม ฉันสิ..ไอ้ชลธีคนนี้ ไอ้หน้าโง่คนนี้ต่างหากที่สมควรฆ่าเธอให้ตายคามือ ฉันต่างหากที่ควรได้จัดการเธอ จันทร์ชมพู"
ธามโยนจอบทิ้งแล้วทรุดเข่าลงกระแทกพื้นด้วยความสับสนว่าเขาควรจะรู้สึกยังไง ดีใจ เศร้าใจ เสียใจ สะใจ อย่างไรกันแน่ ทำไมเขาทั้งรู้สึกอึดอัด คับข้องใจ จนเหมือนหายใจไม่ออก สุดท้ายชายหนุ่มก็ทนไม่ไหวจึงเอามือกุมหัวส่ายไปมาแล้วแหกปากระบายความอัดอั้นในใจ
"อ๊าก"

เฉียงกับจิวเดินประกบฮกกับฮั้วมาที่รถ ทั้งหมดพากันชะงักเมื่อได้ยินเสียงธาม จิวจะกลับไปดูธามแต่เฉียงดึงมือไว้
"ปล่อยเฮียเถอะ อาจิว" เฉียงบอก
จิวรีรอแต่ก็ไม่กล้าขัดเฉียง

ธามกัดฟัน น้ำตาคลอ ด้วยความรู้สึกทั้งแค้น ทั้งเกลียดชัง ทั้งใจหาย ความรู้สึกร้อยแปดพันเก้าประดังประเดเข้ามา
ภาพตอนที่จันทร์ชมพูพูดกับเขาย้อนกลับมา
“พี่ธีรู้ไว้นะคะ ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน จันทร์รักพี่ธีคนเดียว”
เสียงปืนดังขึ้น ชลธีสะดุ้งเฮือก นัยน์ตาเบิกโพลง ธามน้ำตาไหล เขารู้สึกเหมือนโดนมีดกรีดกลางใจ
"คนรักกันเขาทำกันแบบนี้เหรอ เธอลุกขึ้นมาตอบฉันสิ..จันทร์ชมพู เธอทำแบบนี้ได้ยังไง"
ธามเอามือชกพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเลือดซึมออกมา เขาเจ็บใจตัวเองที่เพิ่งค้นพบว่า 7 ปีที่ผ่านไป ไม่ได้ทำให้ลืมผู้หญิงที่ชื่อจันทร์ชมพูได้เลย


รถคันหนึ่งที่จอดอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามของโรงหนังโอเดียน พ้งนั่งอยู่เบาะคนขับ ย่าหยานั่งข้างๆ หย่งเป่าเดินออกมาส่งเล้งและเหวินเต๋อ โดยมีเกี๊ยงเดินตามหลัง
"ผู้ชายชุดดำคืออาเป่า เป็นหัวหน้าแก๊งอินทรีย์ ทำธุรกิจเกี่ยวกับงานบันเทิงและเป็นเจ้าของโรงหนังหลายแห่งในย่านนี้ ส่วนอีกคนคืออาเต๋อ หัวหน้าแก๊งกิเลน ทำธุรกิจเกี่ยวกับขนมและของไหว้ ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทของอาเช็ง พ่ออาชลธี"
"แล้วเสี่ยเล้งมันมาทำอะไรที่นี่" ย่าหยาสงสัย
"คนอย่างมันมาทำอะไร ก็คงไม่ใช่เรื่องดีนักหรอก"
หย่งเป่าเดินกลับเข้าไปในโรงหนัง เหวินเต๋อและเล้งร่ำลากันและแยกไปคนละทาง ย่าหยาขยับเปิดประตูทันที
"ระวังตัวด้วย" พ้งเตือน
"ค่ะ อาปา" ย่าหยารับคำ

เกี๊ยงเดินมาเปิดประตูรถซึ่งจอดอยู่ริมถนนถัดจากโรงหนังให้เล้ง ย่าหยาที่ยืนอยู่อีกฝั่งรอจังหวะ เล้งขึ้นไปนั่งบนรถ เขาหยิบหนังสือพิมพ์จีนที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมาอ่าน เกี๊ยงขยับขึ้นมานั่งที่คนขับแล้วสตาร์ทรถ
"ไอ้ฮกไอ้ฮั้วมันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ให้ตามผู้หญิงแค่คนเดียว มันส่งข่าวมาบ้างรึยัง"
เกี๊ยงหันมาหาเล้ง "ยังครับนายใหญ่"
ย่าหยาอาศัยจังหวะที่เกี๊ยงหันมาคุยกับเล้งรีบเดินข้ามถนนไป เมื่อเกี๊ยงเข้าเกียร์ออกตัว ย่าหยาก็ชิงเดินตัดหน้ารถแล้วเทคตัวล้มกระเด็นไปไกลเหมือนว่าถูกชน เกี๊ยงเบรกรถดังเอี๊ยด
เล้งเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ "อะไรวะ"
"คนข้ามถนน อั๊วว่าอั๊วเบรกทันแล้วนะ"
"ทันอะไรวะ กระเด็นกลิ้งไปโน่น ลงไปดูซิ"
เล้งเห็นคนเริ่มเดินมามุงดูเหตุการณ์จึงลงจากรถเพื่อไปแอ่นอกรับผิดชอบเป็นการสร้างภาพ
"รถเสี่ยเล้งนี่เอง" ชาวบ้านคนหนึ่งพูด
"คนของอั๊วผิดเอง ขอโทษด้วยนะ มา อั๊วพาไปโรงพยาบาล" เล้งบอก
เล้งขยับจะไปช่วยย่าหยาซึ่งค่อยๆยันตัวขึ้นจากพื้น เลือดสีแดงซึมออกตามแผลถลอกที่แขน
ย่าหยายืนแบบไม่เต็มเท้าและเซมาปะทะเล้ง เธอหันไปมองเล้ง
 
เล้งอึ้งเพราะไม่คิดว่าจะเป็นย่าหยา พ้งแอบมองเหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในรถ

เล้งเดินมากับย่าหยาซึ่งเดินกะเผลกเล็กน้อย แขนย่าหยามีผ้าก็อชปิดแผล เกี๊ยงเดินตามมาห่างๆ
 
"ขอโทษนะที่ทำให้เธอเจ็บ คนของฉันไม่ระวัง เธอคงทำงานไม่สะดวก" เล้งบอก
"ไม่เป็นไรค่ะ" ย่าหยาบอก
"ฉันไปลางานคุณสุ่ยให้ก็แล้วกัน"
"วันนี้เป็นวันหยุดฉันอยู่แล้วค่ะ"
"ฉันคิดว่าเธอจะไปทำงาน"
"เปล่าคะ ฉันออกมาทำธุระนิดหน่อย"
"รีบมั้ย ถ้าฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อย จะได้มั้ย"
เล้งส่งยิ้มเป็นมิตรให้ย่าหยา จิวขับรถพาธามและเฉียงซึ่งนั่งด้านหลังกับฮกกับฮั้วแล่นผ่านหน้าทุกคนไป
ย่าหยารับคำ "ค่ะ"

จิวขับรถเข้ามาจอดแล้วหันมาพูดกับธาม
"แผลที่อั๊วทำให้มันก็ใช้ได้อยู่นะเฮีย ถึงอั๊วจะเรียนหมอไม่จบ แต่ก็ผ่าตัดเย็บแผล ทำแผลได้นา"
ธามพูดหน้านิ่ง "ให้หมอเช็คกระดูกมันอีกที"
"เฮียไปช่วยมันทำไม พวกเลี้ยงไม่เชื่องอย่างนี้ น่าจะปล่อยให้ตายไปเลย"
"อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้ความจริงบางอย่าง" ธามพูดกับฮกและฮั้ว "ที่ผ่านมาถือว่าเจ๊ากันไป" ธามพูดหนักแน่น "อย่ามาหาเรื่องอั๊วอีก อั๊วไม่ไว้ชีวิตใครเกินสองครั้ง จำไว้"
ฮกกับฮั้วก้มหน้านิ่ง
"อาเฉียงไปกับอาจิว ฉันขับรถกลับเอง"
"ไม่ได้นะเฮีย อั๊วจัดการ เอ๊ย ดูแลไอ้สองตัวนี้ได้ ให้อาเฉียงขับรถให้เฮียเถอะ" จิวบอก
เฉียงมองธามอย่างเข้าใจ "ไม่เป็นไรน่า อาจิว"
เฉียงพยักหน้าให้จิวเพราะเข้าใจว่าธามอยากอยู่คนเดียว ทั้งหมดลงจากรถเพื่อทิ้งธามให้นั่งนิ่งอยู่คนเดียว ธามสับสนว่าจะไปไหน จะจัดการกับสิ่งที่เพิ่งรู้มาอย่างไร


เกี๊ยงขยับเก้าอี้ให้เล้งและย่าหยานั่งในร้านออน ล็อก หยุ่น
เล้งบอกกับเกี๊ยง "ออกไปรอข้างนอก"
เกี๊ยงโค้งให้เล้งแล้วเดินออกไป เขาเดินสวนกับคนขายที่เอาเมนูมายื่นให้
เล้งส่งเมนูให้ย่าหยาแล้วหันมาสั่ง "กาแฟดำ" เล้งถามย่าหยา "กาแฟมั้ย"
"ไม่ค่ะ ฉันไม่ดื่มกาแฟ ขอเป็นชานมเย็นที่หนึ่งค่ะ ขอนมข้น 2 ช้อน น้ำตาล 1 ช้อนนะคะ”

เล้งชะงักเมื่อได้ยินรายละเอียดที่ย่าหยาสั่ง สักครู่ก็เริ่มซักย่าหยาแบบเนียนๆ
"เธอเป็นคนกรุงเทพรึเปล่า"
"เปล่าค่ะ บ้านฉันอยู่ธนบุรี อาปากับแม่เป็นชาวสวน ปลูกผักอยู่ที่นั่น" ย่าหยาตอบ
คนขายเอากาแฟมาเสิร์ฟ เล้งคนกาแฟ เขาจิบกาแฟไปถามไป
"เธอมีญาติชื่อสมชายกับดาวเรืองที่ภูเก็ตรึเปล่า"
ย่าหยาหน้าร้อนผ่าว เธออยากตะโกนบอกเล้งว่าพ่อแม่ชั้นเอง แต่สิ่งที่หญิงสาวทำคือการวางหน้าเฉย
"ไม่นี่คะ อาปากับแม่ไม่มีญาติที่ภูเก็ต แล้วฉันก็ไม่คุ้นชื่อสองคนนั่นด้วย"
เล้งถามต่อ "แล้วผู้หญิงชื่อจันทร์ชมพูล่ะ"
ย่าหยาพยายามนึก "จันทร์ชมพู ไม่เคยรู้จักค่ะ ชื่อเพราะดีนะคะ"
เล้งตอกหมัดเด็ด "แล้วฉันล่ะ เธอรู้จักมาก่อนรึเปล่า"
"รู้จักสิคะ"
เล้งมองตาวาววับ "เมื่อไหร่"
"เจ็ดปีที่แล้วค่ะ"
เล้งขรึม เขารู้สึกสันหลังหวะขึ้นมาทันที "เคยเจอฉันที่ไหน"
"ตามหน้าหนังสือพิมพ์ไงคะ ฉันช่วยแม่พับถุงขายเลยได้เห็นรูปเสี่ยบ่อยๆ"
เล้งยิ้มอย่างคลายความกังวล
"เธอจะไปทำธุระที่ไหน ฉันไปส่ง ถือเป็นการไถ่โทษที่คนของฉันทำเธอเจ็บ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเดินไหว ขอบคุณมากนะคะที่พามาเลี้ยงน้ำ" ย่าหยายิ้มอย่างมีเสน่ห์
ย่าหยาลุกแล้วพยายามเดินกะเผลกออกไป เล้งมองตามเมื่อพ้นเล้งมาแล้วย่าหยาก็ทำหน้านิ่งแต่ตาวาว

เหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา พ้งพูดแล้วเดินกะเผลกไปมา ในขณะที่จันทร์ชมพูนั่งฟังอย่างใส่ใจ
"ผู้หญิงที่เสี่ยเล้งรักชื่อหลิวเจียหลิน"
ย่าหยาตกใจจนตาโต "แม่พี่ธี"
"ใช่ เจียหลินเป็นลูกครึ่งไทยจีนที่มีฐานะ เสี่ยเล้งเจอผู้หญิงคนนี้ก่อนตั้งเช็งเอี๊ยงแต่เจียหลินกลับมอบหัวใจให้อาเช็ง เสี่ยเล้งเลยแค้นใจและไม่มีหัวใจรักใครอีกเลย ถ้าลื้ออยากแทนที่เจียหลิน ลื้อต้องเป็นอย่างเจียหลิน" พ้งบอก

หลายปีผ่านไป ย่าหยาผมยาวขึ้น
"เจียหลินเป็นผู้หญิงที่หยิ่งในศักดิ์ศรี วางตัวดี เป็นตัวของตัวเอง เป็นคนทันคนเป็นผู้หญิงใจเด็ด ที่สำคัญเป็นผู้หญิงที่เพรียบพร้อมทั้งงานบ้านงานเรือน"

หลายปีผ่านไป ย่าหยาผมยาวเท่ากับในปัจจุบัน
"เจียหลินชอบสีชมพู ชอบกินอาหารไทย อาหารจานโปรดคือแพนงไก่ ของหวานคือบัวลอยไข่หวาน เวลาว่างชอบปักผ้า ลายที่ชอบคือลายดอกโบตั๋น สถานที่เที่ยวที่ชอบไปคือ สวนลุมฯ เจียหลินชอบดูหนังฝรั่ง ชอบเต้นรำ ชอบวาดรูปและชอบดื่มชานมเย็น"
พ้งยิ้มพอใจ
 
"ความจำลื้อดีมาก อาหยา"

ย่าหยาเดินกะเผลกมาตามทาง เธอยิ้มที่มุมปาก เมื่อเหล่ไปมองด้านหลังเธอก็รู้ว่าเล้งแอบเดินตามมา

ย่าหยาเดินเข้าไปในศาลเจ้า เกี๊ยงเข้ามาถามเล้ง
"ตามมั้ยนายใหญ่"
เล้งยกมือห้าม "ไม่ต้อง อีก็แค่ผู้หญิงที่หน้าเหมือนอาจันทร์แต่นิสัยต่างกัน ก็แค่นั้น"
เล้งมองตามย่าหยาไปเหมือนอะไรบางอย่างทำให้เขารู้สึกสนใจผู้หญิงคนนี้

ย่าหยาจุดธูปนั่งไหว้พระและขอพรองค์เทพเจ้าต่างๆ
"หยามาขอพร ขอให้วิญญาณของพ่อแม่หยาไปสู่สุคติ ได้อยู่ในที่สงบ ไม่ต้องเป็นห่วงหยา หยาจะไม่ยอมตายเป็นครั้งที่สอง ถ้าหยาต้องตาย หยาจะลากคนที่ทำกับพ่อแม่หยาตามไปด้วย หยาสัญญา"
เสียงเรียกดังขึ้น "อาจันทร์"
ย่าหยาหันไปมองด้านหลัง
"ซินแส"

ธามเดินหน้านิ่งเข้ามาในศาลเจ้า ย่าหยาเดินออกมากับซินแสง้วงแล้วเดินหลุดไปทางซ้าย
ธามเดินเข้ามาในตัวศาลเจ้าจากทางขวาทำให้เฉียดกันไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด


ธามจุดธูปไหว้พระและเทพเจ้าต่างๆ
ธามอัดอั้นตันใจ "ผม ควรอโหสิกรรมให้ผู้หญิงคนนั้นใช่มั้ยครับ เขาทำให้ป๊ากับม้าต้องตาย แต่เขาก็ได้รับกรรมในสิ่งที่เขาก่อแล้ว ผมทำถูกต้องแล้วใช่มั้ยครับ"
ธามถามองค์พระอย่างขมขื่นใจเพราะการให้อภัยคนที่เป็นสาเหตุให้พ่อแม่ต้องตายเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา

ซินแสง้วงพูดกับย่าหยา
"พักที่หมู่ตันก็ดี ไม่ไกลจากฉั่วเทียนเหลา"
"ค่ะ หยาขอโทษที่ไม่ได้แวะมาหาซินแสบ่อยๆ หยายุ่งอยู่กับเรื่อง เอ่อ งานค่ะ" ย่าหยาบอก
ซินแสง้วงหยั่งรู้ "งานของลื้อมันก็ยุ่งยากจริงๆนั่นล่ะ"
"ซินแส หยาถามจริงๆ ซินแสรู้ใช่มั้ยคะว่าพี่ธียังไม่ตาย"
"บ้านอีถูกรื้อถอน ที่ดินก็ขายไปแล้ว ไม่มีคนชื่อชลธีอยู่บนโลกนี้แล้ว อาจันทร์"
ย่าหยารู้สึกเก็บกด "หยาไม่เชื่อ"
"ตอนนี้มีแค่อาธามที่ลื้อต้องระวังให้ดี ถ้าอีรู้ว่าลื้อคืออาจันทร์ อีไม่ปล่อยลื้อแน่"
"จันทร์ชมพูตายไปแล้ว"
"อาธีก็เหมือนกัน"
ย่าหยาดื้อรั้น "พี่ธีแค่หายตัวไปแค่นั้น หยาเชื่อค่ะว่า สักวันหยาจะได้เจอพี่ธี หยาฝากผ้า" ย่าหยาเอามือตบกระเป๋าแล้วล้วงกระเป๋า "หายไปไหน"


ธามปักธูปลงกระถางแล้วเดินออกมา แต่มือดันปัดโดนกล่องไม้ขีดหล่นลงที่พื้น ธามก้มลงไปเก็บ แล้วเขาก็เหลือบเห็นผ้าเช็ดหน้าที่มีลายและสีคุ้นตาหล่นอยู่ที่พื้น ธามหยิบขึ้นมาคลี่ดูพบว่ามันคือผ้าเช็ดหน้าลายเป็ดแมนดารินสองตัวที่อยู่ข้างตัวหนังสือจีนเหมือนกับที่เขาเคยได้จากผู้หญิงที่ช่วยชีวิตเขาที่เซี่ยงไฮ้ไม่ผิดเพี้ยน
ธามหันไปมองกระถางธูปก็เห็นธูป 3 ดอกที่ปักอยู่ก่อนหน้าที่เขาจะมานั้นมอดไปยังไม่ถึงครึ่งก้าน

ธามหันไปมองหน้าศาลเจ้าพร้อมกับคิดว่าผู้หญิงคนนั้นต้องยังอยู่ที่นี่ ธามหัวใจเต้นโครมคราม

จบตอนที่ 2
เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 1
เลือดมังกร : กระทิง ตอนที่ 1
มองจากท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือถนนเส้นหนึ่งย่านเยาวราชลงมา เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้า โส่ย ที่กำลังนั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่กับพื้น ชายที่ยืนจับบุหรี่ที่อยู่ในมือขึ้นมาสูบแล้วพ่นควันฉุย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบคล้ายไม่มีอารมณ์ ลื้อจะไปไหน อั๊ว ปล่อยอั๊วไปเถอะนายใหญ่ อั๊วขอร้อง โส่ยกลัว โส่ยนั่งเอาหัวคำนับพื้นปลกๆ ขอความเมตตาด้วยความกลัว ชายที่ยืนหันหลังพลิกตัวหันมา พบว่าเขาคือ เล้ง นั่นเอง เล้งสั่งลูกน้องเรียบๆ เหมือนสั่งให้เผาปลาเผากุ้งกระนั้น เผามันอย่าให้เหลือซาก สั่งเสร็จเล้งก็เดินจากไป สมุน 5 คนเดินสวนเข้าไปหาโส่ยที่กำลังจะวิ่งหนี สมุนเล้งทั้ง 5 รุมอัดโส่ยชนิดนับไม่ทัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...