xs
xsm
sm
md
lg

เพลิงพ่าย ตอนที่ 10

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เพลิงพ่าย ตอนที่ 10
เหตุการณ์เริ่มบานปลาย เพ็ญโพยมร้องโวยวายปักใจว่าถูกเวฬุรีย์แกล้งแน่ๆ อุ๋มอิ๋มเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี ทุกคนในงานมองมาที่ทั้งคู่ ทวีวัชรเอาผ้าเช็ดหน้ามาช่วยเช็ด

"ขอโทษนะคะคุณป้า ฬุรีย์ไม่ได้ตั้งใจ ร้อนไหมคะ"
"ร้อนสิถามได้ นี่แกแกล้งฉันใช่ไหม นัง..."
"แกล้งอะไรกันคะ ก็เห็นๆอยู่ว่าต่างคนต่างตกใจ ฬุรีย์ไม่ทันระวัง ก็เลยหกใส่ นี่มันอุบัติเหตุชัดๆ"
ต๋อมซึ่งเป็นเพื่อนไอลดาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงทนไม่ได้
"แต่ที่ฉันเห็น มันไม่ใช่อย่างนั้นนะยะ"
อุ๋มอิ๋มและจุ๊บเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาปราบต๋อมไม่ให้ต่อความ
"ต๋อม แกจะพูดให้มันได้อะไร" จุ๊บว่า
"ก็ฉันเห็นว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุนี่" ต๋อมว่า
"คุณต๋อม พอเถอะนะคะ"
"ทําไมต้องมาหาเรื่องกันด้วย บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ก็ไม่ได้ตั้งใจซิ อยากหันมาชนเองทําไม ช่วยไม่ได้"
"โอ๊ย...แสบเหลือเกิน นี่ถ้าไม่เห็นแก่คุณนวลที่นอนอยู่ตรงนั้น ฉันเอาเรื่องเธอแน่"
"พอเถอะคุณ"
"ให้มันมากราบขอโทษฉัน ไม่งั้นฉันไม่ยอมจริงๆนะ"
วุฒิประคองไอลดาเข้ามา ตกใจที่เห็นสภาพของแม่ตัวเอง ไอลดาตกใจที่เห็นเวฬุรีย์กําลังมีปากเสียงกันอยู่ท่ามกลางแขกในงาน
"ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเป็นน้องสาวของลดาเลยจริงๆ โชคดีนะที่มีพ่อเป็นคุณหมอศัลยกรรมมือเทวดา อุตส่าห์ผ่าหน้าเธอซะจนสวย แต่ใจไม่เห็นสวยเลย" ต๋อมบอก
"แล้วแกมาเสือกอะไรด้วย อีกระเทยหน้าลิง" เวฬุรีย์บอก
"หน้าลิง..แต่ก็ใจงาม ไม่ทรามเหมือนใจแกหรอก"
ต่างคนต่างไม่ลดราวาศอก

ระหว่างที่ในศาลากําลังด่าทอกันไปมาอยู่นั้น ธมกับดารินมาถึงและแอบฟังจนแน่ใจแล้วว่า เวฬุรีย์คือลูกสาวเศรษฐีที่เพิ่งตายไปแน่นอน จึงตามเก็บข้อมูลอย่างใกล้ชิด
"ในข่าวกับข้อมูลที่เราได้มามันก็จริงนะสิ"
"ไม่อยากเชื่อเลยว่า เมื่อก่อนยัยเนี่ยจะหน้าเหมือนผีอย่างที่เขาว่ากัน พ่อมันทําได้ไงนะ"
"จะเหมือนผีเหมือนอะไรก็ช่างเถอะ มีเรื่องมีราวทะเลาะกันแบบนี้จะเข้าถึงตัวมันได้ยังไง"
ดารินหึง
"แหม... ทีงี้ใจร้อนเชียวนะ เมื่อก่อนไม่ว่าจะรายไหน ใจเย๊นเย็นไม่เห็นบุ่มบ่ามเหมือนรายนี้เลย"
"โธ่...ตัวก็ รายนี้มันรวยนี่ พ่อเป็นเจ้าของโรงพยาบาลใหญ่โต ถ้าพ่อมันเกิดเป็นอะไรขึ้นมาอีกคน แล้วเราจับมันอยู่ล่ะก็..จะได้รวยซะที เบื่อเหมือนกันนะที่ต้องมาเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง...มัวแต่หึงไม่เข้าท่า"
"ก็มันสวยแถมรวยซะขนาดนี้ มันน่าหึงไหมล่ะ"
"โธ่...เมียจ๋า ผู้หญิงขี้โมโหอย่างยัยนั่น ฉันไม่เอามาทําเมียหรอก"
ดารินยิ้มออก
"ดูท่าทางมันเอาแต่ใจน่าดู แบบนี้ท่าจะหลอกง่าย"
"มัวแต่ชวนคุยอยู่นั่นแหละ เข้าไปฟังอะไรดีๆใกล้ๆดีกว่า..ที่รัก"
ธมยิ้มกริ่มอย่างมีแผนร้าย

อุ๋มอิ๋มและจุ๊บกำลังห้ามต๋อมไม่ให้ทะเลาะกับเวฬุรีย์
"พอเถอะค่ะ นี้มันในงานศพคุณนวลนภานะคะ" อุ๋มอิ๋มบอก
เวฬุรีย์ยังคงตะโกนด่าต๋อมต่อ
"อีกระเทยสลัม อีกระเทยชั้นต่ำ!"
ทุกคนมองเวฬุรีย์ด้วยสายตารังเกียจ พร้อมกับก่นด่า
แขก1บอก
"กิริยาแบบนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นลูกคุณหมอกับคุณนวลนภาจริงๆ"
ไอลดารีบเข้ามาปกป้องเวฬุรีย์
"ลดาขอโทษแทนน้องนะคะ เราสองคนเพิ่งเสียแม่ไป ซํ้าคุณพ่อจะเป็นยังไงบ้างก็ยังไม่รู้ สงสารฬุรีย์เถอะนะคะ"
"โถ..แม่คุณ ยังอุตสาห์ปกป้องน้อง ทั้งๆที่น้องไม่เคยทําตัวให้น่าสงสารเล๊ย" เพ็ญโพยมบอก
"ไม่ต้องมาสงสารฉันหรอก สงสารใจป่วยๆของพวกแกเถอะ" เวฬุรีย์จ้องหน้าเพ็ญโพยม "คอยแต่ว่าร้ายคนลับหลัง โดนแค่นี้มันยังน้อยไป"
เพ็ญโพยมโมโหจนหลุด
"อี อี..."
วุฒิเห็นท่าไม่ดีให้ทวีวัชรมาประคองแม่ แล้วตัวเองก็รีบพาเวฬุรีย์ออกจากตรงนั้น ไอลดาตามไป

มุมศาลา ศพนวลนภานอนคลุมผ้าอยู่ วุฒิพาเวฬุรีย์มาสงบสติอารมณ์ ไอลดาเดินตามเข้ามาอย่างอิดโรย
"พี่วุฒิ...ทําไมมองฬุรีย์อย่างนี้ค่ะ"
"ฬุรีย์ พี่จะไม่เอาผิดเอาถูกอะไรกับใครทั้งนั้น"
"สุดท้ายฬุรีย์ก็ไม่ได้รับการปกป้องจากพี่วุฒิอีกตามเคย ทั้งๆที่ฬุรีย์ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดนะคะ"
"ใครจะผิดถูกยังไงพี่ไม่รู้ แต่ที่พี่รู้ก็คือดวงวิญญาณของคุณอานวลคงเสียใจมากแน่ๆที่งานศพของท่านเป็นอย่างนี้ แล้วท่านจะตายตาหลับได้ยังไง"
เวฬุรีย์ฉุกคิดเล็กน้อย แต่ก็ยังเรียกร้องความเห็นใจจากวุฒิ ไอลดาเข้ามาปกป้องน้องเช่นเคย
ในมุมใกล้เคียงนั้น ธม ดาริน เข้ามาแอบฟังอย่างแนบเนียน
"ลดาผิดเองที่ดูแลงานได้ไม่ดี ฬุรีย์กําลังเสียใจ อาจจะพูดอะไรไปโดยไม่ได้ยั้งคิด"
"แสดงบทนางเอกเพื่อให้นางมารร้ายอย่างฉันยิ่งดูเลวในสายตาพี่วุฒิใช่ไหม"
วุฒิเซ็งที่เวฬุรีย์ไม่ยอมเข้าใจอะไรทั้งสิ้น
ธมกับดารินแอบฟังแล้วคุยกัน
"อย่างนี้นี่เอง ผู้ชายเค้าถึงไม่สน"
"ใครจะไปสน อารมณ์ร้ายกาจขนาดนั้น ไอ้หน้าตี๋นั้นคงสนนังคนพี่แหง๋ๆ" ดารินเบ้ปา "แต่ดูลีลาท่าทางนางคงจืดชืดอ่ะ ถ้าเจอเร้าใจอย่างฉันล่ะก็...รับรองอยู่หมัดชัวร์"
ดารินหัวเราะภาพในมโนของตัวเอง ลืมตัวหันมองธม หุบยิ้มแทบไม่ทัน
"อย่าเพ้อเจ้อให้ฉันได้ยินอีกนะ ฉันไม่ชอบ"
"แหม..ตัวก็ ผู้หญิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ได้ด้วยการมโนนะ"
"เลิกมโนบ้าบอ แล้วตั้งใจทํางานดีกว่า"
"โธ่เอ๊ย...แบบนี้ไม่น่ายาก นางกําลังเฮิร์ท กําลังขาดสติ"
"เราแค่รอจังหวะให้มันแยกออกจากกัน"
"อืม...แต่ท่าทางนังคนพี่มันคงรักน้องมาก ท่าจะยาก ง้อน้องซะขนาดนั้น"
"ดูไปก่อน"
ไอลดาบอกเวฬุรีย์
"ฬุรีย์ พี่ขอร้อง ให้งานของแม่วันแรกผ่านไปด้วยดีเถอะนะ"
เวฬุรีย์สะบัดไม่ให้จับ
"ดีแน่ ถ้าไม่มีอีพวกนั้นมารุมด่าฉัน แล้วยัง..."
เวฬุรีย์ชะงัก เกือบหลุดปากด่าเพ็ญโพยม
"เรื่องมันแล้วไปแล้ว ลืมมันไปเถอะนะ พี่ขอร้อง"
"กลับเข้าไปในงานเถอะ แขกมากันเยอะแล้ว เกรงใจเค้า เราเป็นเจ้าภาพนะ"
"ใครจะเข้าก็เข้าไปเถอะ ฬุรีย์ไม่จําเป็นต้องเกรงใจใคร เพราะไม่มีใครที่ฬุรีย์รู้จัก และก็ไม่อยากจะรู้จักใครด้วย"
ธมหูผึ่ง รูปการดูเป็นใจเหลือเกิน นึกย้อนถึงคําพูดของเวฬุรีย์ที่บอกว่าไม่มีเพื่อน ธมคิดแผนการต่อ
"ไม่มีเพื่อนจริงๆเหรอว่ะเนี้ย"
"มี!
"ใคร" ธมถาม
"ก็เราสองคนไง ลืมไปแล้วเหรอ"
ธมเข้าใจความหมายของดาริน รีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ ดารินเช็คให้ดูดี
"รีบไปแสดงความเสียใจกับเพื่อนเราดีกว่า ไป๊" ธมบอก
ทั้งคู่ปั้นหน้าเศร้า แล้วเดินไปที่เป้าหมาย

บนศาลา แขกมารดนํ้าแสดงความเสียใจ แต่ไร้เจ้าภาพ
ทวีวัชรถามลอยๆ
"สามคนนั่นหายไปนานจัง"
"นั่นนะสิคะ นี่ล่ะน๊าเพราะคนๆเดียวทําป่วนทั้งงาน แขกมาแสดงความเสียใจ แต่หาเจ้าภาพไม่เจอ" เพ็ญโพยมว่า
"สงสารหนูลดาจริงๆ"
ทั้งคู่หนักใจแทนวุฒิกับไอลดา

เวฬุรีย์ยังคงดื้อดึง ต้องการให้วุฒิง้อ วุฒิพยายามฝืนใจทําเพราะเห็นแก่ไอลดา
"ฬุรีย์ ลองบอกมาสิ ให้ทํายังไงถึงจะยอมกลับเข้าไปในงาน"
"ต้องให้พวกที่รุมด่ารุมว่าฬุรีย์เมื่อกี้ มาขอโทษฬุรีย์ก่อนค่ะ"
วุฒิและไอลดาหนักใจ
"ได้ งั้นรอเดี๋ยวนะ พี่จะไปบอกให้พวกเค้ามาขอโทษฬุรีย์เดี๋ยวนี้เลย"
"ลดาไม่ต้องทําถึงขนาดนั้นก็ได้"
"พี่วุฒิ"
"พอเถอะฬุรีย์ พี่ขอร้อง จะเอาชนะกันไปเพื่ออะไร เท่านี้มันยังวุ่นวายไม่พออีกใช่ไหม หัดสงสารลดาหรือไม่ก็เกรงใจศพอานภาที่นอนอยู่ตรงนั้นบ้างสิ"
เวฬุรีย์อึ้ง ไอลดาตกใจที่วุฒิใช้อารมณ์รุนแรงกับเวฬุรีย์
เวฬุรีย์น้ำตาคลอ
"ยังไงๆฬุรีย์ก็ผิดอยู่วันยังคํ่า ได้! ฬุรีย์จะไม่อยู่ให้พี่วุฒิด่าว่าอีกต่อไปแล้ว"
เวฬุรีย์วิ่งออกไป ไอลดาวิ่งตามจนเป็นลมล้มพับ วุฒิรีบเข้าประคอง
ธม ดารินที่แอบฟังอยู่รีบตามเวฬุรีย์ไปทันที

เวฬุรีย์วิ่งร้องไห้ลงไปทางศาลาด้านหน้า ชนเข้ากับแขกในงาน ต่างพากันตกใจ ทุกคนมองไปทางวุฒิกับไอลดาด้วยความเป็นห่วง
เวฬุรีย์วิ่งร้องไห้ออกมาจากงานศพ
"ฬุรีย์"
ฬุรีย์กันไปเจอธมกับดารินเดินเข้ามา ฬุรีย์แปลกใจ
"เธอ….มาได้ยังไง"
"เราเห็นข่าวเธอจากหนังสือพิมพ์…เสียใจด้วยเรื่องคุณแม่นะ"
"งั้นเหรอ"
ฬุรีย์มองธมกับดาริน คิดอะไรบางอย่าง
"ไหนๆก็รู้จักกันแล้ว เรามาร่วมงานคงไม่ผิดใช่ไหม"
ฬุรีย์ส่ายหัว
"ไม่ผิด แต่ตอนนี้ช่วยฉันก่อน"
ธมสงสัย
"ช่วย"
"พาฉันออกไปจากที่นี่"
ธมกับดารินงงๆ ฬุรีย์เร่ง
"เร็วเข้า!"
"ไปไหน"
"ไปไหนก็ได้"
"งั้นตามมา"
ธม ดารินกับพาฬุรีย์วิ่งไปที่รถ ไอลดากับวุฒิตามมาจะทัน ตะโกนเรียกฬุรีย์
"ฬุรีย์ หยุดก่อน!"
"ฬุรีย์ รอพี่ก่อน"
ไอลดาตามหลังวุฒิไป แต่จู่ๆก็เกิดหน้ามืดแล้วทรุดลงตรงนั้น
"ลดา!"
วุฒิหันไปเห็นรีบเข้าไปหาไอลดาทันที

วุฒิประคองไอลดากลับมาที่นั่งมุมเดิมของศาลา อุ๋มอิ๋มหันไปเห็นทั้งคู่ก่อนเลยสะกิดมณไฑให้ไปดูด้วยกัน
มณไฑเข้าไปดูอาการไอลดา
"ลดาเป็นอะไรครับ"
"หน้ามืดครับ ผมเลยพามาพัก"
มณไฑหันไปเห็นที่นั่งยาวๆพอจะนอนพักได้ เลยชี้ไปที่นั่น
"พาลดาไปนอนพักตรงนั้นก่อนนะครับ เดี๋ยวผมช่วย" เขาบอกอุ๋มอิ๋ม " อิ๋มครับ ช่วยหน่อย"
มณไฑกับอุ๋มอิ๋มพาไอลดาไปนอนพัก อุ๋มอิ๋มหยิบกล่องยาเอาแอมโมเนียออกมาให้
วุฒิจับมือไอลดามองอย่างเป็นห่วง สักพักวุฒิก็รู้สึกว่ามือถูกบีบ
"ลดา ฟื้นแล้ว"
ไอลดาลืมตาขึ้นมา มองหน้าวุฒิ พยายามพูด
ไอลดาสวนขึ้นมา
"ตามฬุรีย์ไป"
วุฒิแปลกใจ
"อะไรนะลดา"
"ตามฬุรีย์ไป พี่วุฒิ ลดาขอร้อง"
วุฒิลำบากใจ ไอลดาหลับตาไปอีกรอบ มณไฑกับอุ๋มอิ๋มมองหน้าวุฒิ
"เอาไงดีครับ"

ดารินกับธมพาฬุรีย์มาถึงรถ แต่พอเปิดประตูจะขึ้นไป ฬุรีย์ก็ทำท่าเหมือนลังเล ดารินสังเกตเห็น เข้าไปดึงฬุรีย์
"เป็นอะไร ไม่ไปแล้วรึไง"
ฬุรีย์มองไปทางศาลาวัดเหมือนมองหาหรือรอใครบางคนอยู่
"มองหาใครอยู่รึเปล่า"
ดารินรำคาญใจนิดๆ แต่ก็ทำเป็นถามอย่างเป็นห่วง
"นี่…เป็นอะไร เล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม"
ฬุรีย์นึกถึงหน้าไอลดา เล่าออกมาอย่างโกรธเคือง
"พี่สาวฉันจะตามกลับไปที่งาน เราทะเลาะกัน"
"ทะเลาะกันเรื่องอะไร ทำไมไม่คุยดีๆ"
"เขาปล่อยเพื่อนตัวเองมายืนด่าฉันกลางงาน เป็นเธอคิดว่าไงล่ะ"
ธมทำเป็นเห็นใจ
"จริงเหรอ แย่มากเลยนะ"
"แย่…แย่มาก ฉันมันตัวคนเดียวจะไปสู้ได้ยังไงไม่มีใครช่วยฉันได้หรอกมีแต่แม่ที่ดูแลฉัน แต่ท่านก็จากไปแล้ว พ่อก็ป่วยหนัก ไม่มีใครช่วยฉันทั้งนั้น"
ฬุรีย์มองไปทางศาลาอย่างเจ็บปวด ธมกับดารินมองหน้ากัน รู้กันว่าเป็นจริงอย่างที่คาดทุกอย่าง

อ่านต่อหน้าที่ 2


เพลิงพ่าย ตอนที่ 10 (ต่อ)
วุฒิออกมาตามหาฬุรีย์ รอบข้างมืดไปหมดจนวุฒิต้องเอามือถือมาส่องตามทาง วุฒิพยายามเดินดูรอบๆศาลาที่จัดงานอีกรอบก็ไม่เห็น เลยวิ่งไปดูที่ลานจอดรถแต่ก็ไม่เห็นเวฬุรีย์

"ไปไหนนะ"
วุฒิเดินออกไปไกลจากตัวศาลาอีกหน่อย มองไปในความมืดเห็นรถคันหนึ่งไม่คุ้นจอดอยู่ พอเดินเข้าไปใกล้อีก วุฒิพยายามเงี่ยหูฟัง ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกัน เริ่มแน่ใจว่าอาจจะใช่ฬุรีย์เลยรีบเดินไป

ดารินจับไหล่ฬุรีย์ทำเป็นปลอบด้วยความเห็นใจ
"ไม่เป็นไรนะ ไม่มีพวกเขาก็ยังมีฉัน ฉันยินดีช่วยเธอนะ"
"จริงเหรอ"
"จริงสิ พวกเราจริงใจกับเธอนะ"
ธมมองรอบ ร้อนใจกลัวใครตามมา
"นี่คุณจะออกไปจากที่นี่ไม่ใช่รึไง จะคุยก็ไปหาที่อื่นคุยเถอะ เร็วๆ"
ดารินนึกได้
"จริงด้วย รีบไปกันเถอะ ขึ้นรถเร็ว"
ดารินเปิดประตูให้ฬุรีย์ ทั้งสามคนกำลังจะขึ้นรถ เสียงวุฒิดังขึ้น
"ฬุรีย์!"
ฬุรีย์หันไปเห็นวุฒิตามมา ดีใจมากจนจะยิ้มออกมา แต่จู่ๆหน้าก็บึ้งขึ้นมา หันไปเร่งธม
"รออะไร ขึ้นรถสิ"
ธมสะดุ้งรีบขึ้นรถแล้วสตาร์ทรถอย่างรวดเร็ว ฬุรีย์ตามขึ้นไป วุฒิวิ่งมาทางรถเห็นฬุรีย์ขึ้นไปแล้ว
รถของธมเคลื่อนตัวออกไป ดารินวิ่งตามขึ้นรถไปแทบไม่ทัน วุฒิยืนหอบกลุ้มใจ มองรถขับออกไปจากวัด

ธมขับรถออกมาบนถนนห่างจากวัดมาสักพัก เวฬุรีย์นั่งอยู่เบาะหลัง เอาแต่หันมองกลับไปทางที่ออกมา ดารินสังเกตมาสักพัก เลยหันไปคุยกับฬุรีย์
"สบายใจเถอะ คงตามมาไม่ทันแล้ว"
เวฬุรีย์หันไปมองดาริน ทำหน้าไม่แน่ใจปนหงุดหงิด
"เป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น"
เวฬุรีย์เมินไปอีกทาง
"ช่างฉัน ขับต่อไปเถอะ"
เวฬุรีย์นั่งกอดอก รู้สึกหงุดหงิดที่ไม่เห็นวุฒิตามออกมาแล้ว

ไอลดาเอาแต่นั่งซึมพอนึกถึงฬุรีย์ อุ๋มอิ๋มนั่งอยู่เป็นเพื่อนบนศาลา มณไฑเข้ามายื่นแก้วน้ำให้
"ดื่มหน่อย จะได้สดชื่นนะครับลดา" มณไฑบอก
ไอลดารับแก้วน้ำไป แต่ก็จิบได้แต่นิดเดียวแล้วก็นั่งเศร้าซึม
"หมอไฑ…ลดาเสียใจ ลดาไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในงานศพของคุณแม่เลย"
มณไฑถอนหายใจ
"พี่เข้าใจ มันไม่ควรเกิด แต่มันก็เกิดแล้ว"
"โดยเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องคือเพื่อนของลดา ลดา..."
ไอลดาพูดไม่ออก อุ๋มอิ๋มพยายามช่วยปลอบ
"คุณลดาไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดนะคะ มันไม่ได้เกิดเพราะคุณ อย่าคิดมากเลยค่ะ"
"ลดาทำดีที่สุดแล้วล่ะ"
ไอลดาพยักหน้า
"ขอบคุณนะคะ… แต่ลดาก็ผิดที่รั้งน้องไว้ไม่ได้ ลดาอยากไปตามหาฬุรีย์"
มณไฑตกใจ
"ไม่ได้นะลดา"
"ทำไมล่ะคะ"
"เราเป็นแบบนี้แล้วยังจะไปอีกเหรอ เดี๋ยวก็หน้ามืด เดี๋ยวเป็นลม เรายังไม่แข็งแรงแล้วจะไปตามเขาได้ยังไง"
ไอลดาเงียบไป รู้ตัวเองดี
"เอางี้ ลดาให้วุฒิไปตามหาฬุรีย์แล้วใช่ไหม"
ไอลดาพยักหน้า
"ใช่ค่ะ"
"พี่จะไปช่วยตามอีกคนดีไหม จะได้ช่วยกัน"
"ขอบคุณนะคะ…ขอบคุณจริงๆ"
ไอลดายิ้ม รู้สึกขอบคุณมณไฑ

เวฬุรีย์นั่งรถไปอีกพัก ก็ยังเอาแต่ชะเง้อเหมือนรอให้ใครตามมา ท่าทางหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ ดารินแอบมองผ่านกระจกหลัง แอบสะกิดให้ธมดู ธมขมวดคิ้ว แล้วส่ายหน้าเซ็งๆ
รถขับต่อไปอีกพัก ฬุรีย์เริ่มร้อนใจขึ้นเรื่อยๆพอเห็นรถของวุฒิแล่นตามหลังมาก็ดีใจ หันไปบอกธมเสียงแข็ง
"จอดก่อนๆ ฉันจะลง"
ธมตกใจ
"เฮ้ย... แถวนี้มันเปลี่ยวนะคุณ จอดไม่ได้"
"ทำไมจะไม่ได้ ฉันจะลง จอดรถเดี๋ยวนี้!"
ธมขับต่อไม่สนใจ เวฬุรีย์ไม่พอใจแล้วลุกขึ้น ทำท่าจะดึงพวงมาลัยธมให้หยุดรถ
"จอด!จอดเดี๋ยวนี้"
ธมพยายามหลบฬุรีย์จนรถเริ่มส่าย ดารินลุกมากันฬุรีย์ไว้ แล้วผลักให้กลับไปนั่งข้างหลัง
ดารินโมโห
"ทำบ้าอะไรของเธอ ถ้ารถคว่ำขึ้นมาจะทำยังไง"
"ช่างมันสิ รถเธอไม่ใช่รถฉัน"
"เดี๋ยวก็ได้ตายกันหมด ทำอะไรไม่คิด ถ้าแน่จริงก็โดดลงไป แต่พวกฉันไม่จอด เอาเลย"
ฬุรีย์กัดฟันกรอด ไม่พอใจมาก หันไปปลดล็อครถข้างตัว ดารินตาโต
"ทำอะไรน่ะ"
ฬุรีย์ไม่ฟังเปิดประตูรถทั้งๆที่รถยังวิ่งอยู่ ทำท่าเกาะขอบประตูเตรียมจะโดด ดารินยื่นมือไปจะคว้าเสื้อฬุรีย์ไว้แต่ก็ไม่ทัน ฬุรีย์พุ่งลงจากรถกลิ้งหลุนๆไปตามทาง
ดารินยืนมองหน้าซีด หันไปหาธม
"ทำไงดี ถ้ายัยนั่นตายล่ะ"
"อยากบ้านัก ตายก็ช่างมัน"
ธมขับรถต่อไป ดารินมองเจ็บใจ

เวฬุรีย์กลิ้งจนไปกระแทกเข้ากับเสาข้างทาง ทั้งจุกทั้งเจ็บไปหมดทั้งตัว รถคันหนึ่งเข้ามาจอด เวฬุรีย์มองไปอย่างดีใจ รู้ว่าเป็นรถของวุฒิก็แกล้งทรุดลงไปเหมือนเจ็บมาก
วุฒิลงจากรถมา เห็นฬุรีย์ก็ตกใจ
"ฬุรีย์"
วุฒิรีบเข้าไปประคอง พยุงเวฬุรีย์ขึ้น แต่เธอก็ทำเป็นลุกไม่ไหว
"โอ๊ย"
"ลุกไม่ไหวเหรอ"
เวฬุรีย์ส่ายหัว วุฒิเลยช้อนตัวฬุรีย์ขึ้นมาอุ้มแล้วพาไปที่รถทันที

ธมจอดรถเข้าข้างทางทุบพวงมาลัยรถด้วยความเจ็บใจ
"เซ็งชะมัด ยัยนั่นหลุดไปจนได้ อุตส่าห์ฟลุคเอาตัวขึ้นรถเรามาแล้ว จู่ๆเกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้"
"ใครจะคิดว่าจะกล้าขนาดนั้น"
"เห็นซื่อๆ นึกว่าจะหลอกง่าย ที่แท้ก็บ้ามากกว่า"
"วันนี้พลาดแล้วก็พลาดไป เรายังมีโอกาสอีกถ้ามีโอกาสคราวหน้าเราก็ไปขอโทษซะ ดีนะว่ายังไม่ได้ทำอะไรมากกว่านี้"
"ก็จริง เวฬุรีย์สงสัยจะใช้ไม่แข็งมากไม่ได้"
"พอลองแข็งแล้วก็เป็นแบบนี้ไง วันหลังต้องเอาใหม่ ต้องค่อยๆทำให้ตายใจก่อน"
ธมพยักหน้า ยิ้มเจ้าเล่ห์
"เป็นแบบนี้ก็ท้าทายดี ฉันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่ จนกว่าเราจะได้ทุกอย่างที่เราต้องการ"
"เอาเงินมันมาให้ได้ เราสองคนจะได้สบายซะที"
ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างร่วมมือร่วมใจ

ไอลดานั่งรออยู่ที่ศาลาจัดงาน ชะเง้อมองไปข้างนอกตลอดเวลา ด้วยความไม่สบายใจ จุ๊บกับต๋อมเดินมาหา ทำท่าลังเลที่จะเข้าไปคุย
จุ๊บสะกิดต๋อมให้เป็นคนเริ่มพูดก่อน
"ลดา"
ไอลดาหันมาทางจุ๊บกับต๋อม
"อ้าว จุ๊บต๋อม"
"น้องเธอเป็นไงบ้าง" ต๋อมถาม
ไอลดาหน้าเครียด)
"ฬุรีย์หนีออกไปจากที่นี่ เป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้"
ต๋อมยิ่งรู้สึกผิด
"ให้ฉันช่วยตามหาไหม ฉันผิดเองที่ไปพูดแบบนั้นเรื่องมันก็เลย"
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ฉันเองก็ผิดที่ไม่ดูแลน้อง แล้วนี่มันก็เป็นเรื่องในครอบครัว ฉันจะรับผิดชอบเอง ไม่ต้องกังวลหรอกนะ"
"ลดา" จุ๊บว่า
จู่ๆเสียงมือถือของไอลดาก็ดังขึ้น เธอรับโทรศัพท์
"ค่ะพี่วุฒิ"
บนถนน ในรถวุฒิ เวฬุรีย์นั่งหลับอยู่ข้างๆ วุฒิคุยโทรศัพท์
"พี่เจอฬุรีย์แล้วนะ ตอนนี้กำลังจะไปคลินิก"
ไอลดา
"ฬุรีย์เป็นอะไรคะ"

มณไฑขับรถมาตามทาง เสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขากดรับสาย
"ว่าไงครับลดา..." มณไฑสีหน้าตกใจ "อะไรนะ ฬุรีย์น่ะเหรอ...โอเคครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้"
มณไฑรีบเลี้ยวรถไปอีกทางอย่างกะทันหันทันที

วุฒิพาเวฬุรีย์มาที่คลินิก พยาบาลช่วยพาเธอไปที่เตียง พยาบาลดูตามเนื้อตัว พอจับแขนเวฬุรีย์แกล้งร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวด
"โอ๊ย…เจ็บ"
วุฒิเป็นห่วงรีบเข้าไปดู
"ฬุรีย์เจ็บตรงไหนบ้าง"
"เจ็บ...เจ็บไปหมดเลยค่ะ โอ๊ย"
เวฬุรีย์กอดแน่น รู้สึกดีใจที่วุฒิเป็นห่วง ซบ แอบยิ้ม มณไฑเปิดประตูเข้ามา
"ผมดูเองครับ"
วุฒิหลบให้มณไฑเข้าไปตรวจดูรอยฟกช้ำบนตัวของเวฬุรีย์
"มีแค่แผลถลอกแล้วก็รอยฟกช้ำนิดหน่อยเองนะฬุรีย์ พี่ดูนี่หน่อย"
มณไฑจับแขนเวฬุรีย์ที่มีรอยช้ำข้างหนึ่งขึ้นมาดู เธอแกล้งร้องอีก
"โอ๊ย"
มณไฑตกใจ เวฬุรีย์จับแขนไว้ทำเหมือนปวดมาก
"ปวดมากงั้นเหรอ"
"ค่ะ ปวดมาก"
มณไฑหันไปบอกวุฒิ
"ถ้าปวดมากเป็นไปได้ว่าข้างในอาจจะมีกระดูกแตกหักนะครับ"
วุฒิตกใจ
"งั้นเหรอครับ แล้วต้องทำยังไงถึงจะรู้ว่าหักจริงรึเปล่า"
"ผมจะให้ฬุรีย์เอ็กซเรย์ก่อนแล้วกัน" มณไฑบอกกับพยาบาล "ช่วยผมหน่อยครับ"
พยาบาลช่วยพยุงเวฬุรีย์ออกไป เธอไม่ค่อยอยากไปแต่ก็ขัดไม่ได้

วุฒินั่งรอเวฬุรีย์เอ็กซเรย์อยู่ สักพักประตูก็เปิด ไอลดาเดินเข้ามา
ไอลดามองหาน้องสาวก่อน วุฒิลุกขึ้นไปหาไอลดา เธอรีบถามถึงนองสาวด้วยความเป็นห่วง
"พี่วุฒิ ฬุรีย์ล่ะคะ"
"ตอนนี้พาไปเอ็กซเรย์ แต่หมอมณไฑดูให้แล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงนะ"
"จริงเหรอคะ"
ไอลดารู้สึกเหนื่อยๆ ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาคลินิก วุฒิสังเกตเห็น
"ลดา ไม่สบายอีกรึเปล่า หน้าซีดๆนะพี่ว่า"
ไอลดารีบทำเป็นยิ้ม ชูมือทำท่าร่าเริง
"รีบมามันก็เลยหอบนิดหน่อยเป็นธรรมดาค่ะ ลดาแข็งแรงจะตาย พี่วุฒิดูสิ"
"แน่เหรอ พี่ว่า…"
"แน่สิคะ ขอลดาพักแป๊บเดียว แล้วเดี๋ยวพี่วุฒิพาลดาไปเยี่ยมฬุรีย์หน่อยนะ"
วุฒิเห็นลดายิ้ม เลยยิ้มตาม
"โอเค เดี๋ยวพี่พาไป"
วุฒิกลับไปนั่ง ไอลดาโล่งที่วุฒิไม่สงสัย

อ่านต่อหน้าที่ 3


เพลิงพ่าย ตอนที่ 10 (ต่อ)
มณไฑพาเวฬุรีย์มาที่ห้องพัก น้ำเสียงห่วงใย

"เดี๋ยวพี่เอายามาให้ ฬุรีย์กินแล้วก็นอนพักนะ"
"พี่วุฒิละคะ เขากลับไปแล้วเหรอ"
มณไฑสีหน้าลำบากใจ
"เดี๋ยวพี่ไปดูให้นะครับ"
มณไฑจะออกไป วุฒิกับไอลดาก็เดินเข้ามาพอดี เวฬุรีย์ดีใจที่เห็นวุฒิ แต่พอเห็นไอลดาก็ชักสีหน้า
"อ้าว มาพอดีเลย" มณไฑบอก
ไอลดาเข้าไปถามเป็นห่วงน้อง
"ฬุรีย์เป็นไงบ้างจ๊ะ ไม่มีอะไรหักก็ดีแล้วนะ พี่เป็นห่วงเรามากรู้ไหม"
เวฬุรีย์หันหลังไป เอามือจับแขนตัวเอง บิดตัวทำเหมือนเจ็บปวด ไอลดาตกใจ
"ฬุรีย์ เป็นอะไรรึเปล่า"
เวฬุรีย์ตัวสั่น สักพักก็มีเสียงร้องไห้ตามมา ไอลดามองวุฒิ ยิ่งเป็นกังวล
"ฬุรีย์"
"พี่ดูเอง"
วุฒิเข้าไปดู เห็นฬุรีย์ร้องไห้
"ฬุรีย์ เจ็บแผลเหรอ"
ฬุรีย์สะอื้น
"เจ็บ…พี่วุฒิ เจ็บ ไม่อยากทรมานแบบนี้แล้ว ฮือ…"
"ถึงมือหมอแล้ว ทุกคนจะดูแลฬุรีย์นะ ไม่เป็นไรนะ"
วุฒิลูบหัว เวฬุรีย์ลุกขึ้น วุฒิตกใจ เธอร้องไห้ฟูมฟาย โวยวายเสียงดัง
"ทำไม…ทำไมต้องมีแต่ฬุรีย์ที่เจอเรื่องแย่ๆแบบนี้ด้วย ไหนจะเรื่องพ่อกับแม่ แล้วก็นี่อีก ฬุรีย์มันตัวซวยใช่ไหม น่าจะตายๆตามแม่ไปให้รู้แล้วรู้รอด"
ไอลดาสงสาร รู้สึกเหมือนจะร้องไห้ตามไปด้วย พยายามจะปลอบ
"ฬุรีย์ยังมีพี่อยู่นะ พี่ยังอยู่กับฬุรีย์อย่าคิดแบบนี้"
ไอลดาจะเข้าไปหา แต่ฬุรีย์ก็สะบัดออก
"ไม่ต้องมาทำท่าเป็นห่วงอะไรทั้งนั้น! ถ้าเป็นห่วงฉัน เธอคงไม่ให้เพื่อนเธอว่าฉันแบบนั้น"
"พี่ขอโทษ…พี่จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกแล้วนะฬุรีย์ นะ"
"ไม่ต้องมาพูดดี ไปให้พ้น ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ"
เวฬุรีย์หยิบหมอนจะปาใส่ มณไฑรีบไปจับตัวไว้
"คุณวุฒิ พาลดาออกไปก่อน เดี๋ยวผมดูให้เอง"
วุฒิพยักหน้า รีบพาไอลดาออกไปทันที

วุฒิพาไอลดาออกมานอกห้อง ไอลดานั่งซึมเศร้า วุฒิโอบไหล่ พยายามจะปลอบใจ แต่ไอลดาดันตัววุฒิออก
"พี่วุฒิ ปล่อยลดาเถอะค่ะ"
"ทำไมล่ะลดา เวลาลดาคิดมากพี่ก็ทำแบบนี้นี่"
"แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่พี่วุฒิต้องมาใส่ใจลดานะคะ พี่วุฒิควรจะเป็นห่วงฬุรีย์มากกว่า"
วุฒิไม่เข้าใจที่ไอลดาพูด
"ทำไมพี่ต้องห่วงฬุรีย์ ในเมื่อลดาเป็นแฟนพี่ แล้วลดาก็กำลังไม่สบายใจ พี่ควรจะอยู่กับลดาไม่ใช่เหรอ"
"ตอนนี้ฬุรีย์ทั้งจิตใจทั้งร่างกายบอบช้ำมากนะคะ ลดาขอร้องล่ะค่ะ อย่าห่วงลดาเลย ช่วยดูแลฬุรีย์ก่อนเถอะนะคะ"
วุฒิลุกขึ้น น้อยใจไอลดา พูดจาประชดใส่ไป
"พี่นี่น่าสงสารแฮะ มีแฟนอยู่คนนึง รักเขาแทบตาย นอกจากเขาจะหนีพี่ไปเรียนต่อแล้ว ยังผลักไล่ไสสั่งไปหาน้องสาวเองอีก"
ไอลดาลุกขึ้น พูดกับวุฒิจริงจัง
"ทำไมพี่วุฒิพูดแบบนี้ล่ะคะ พี่วุฒิเคยบอกว่าเข้าใจลดาแล้วนี่"
วุฒิหัวเราะหึ ตอบกลับมา
"ตอนนั้นเข้าใจ เพราะมันเกี่ยวกับลดา พี่ไม่อยากให้ลดาต้องกระทบกระเทือนใจพี่ถึงยอมได้ แต่คราวนี้พี่ไม่เข้าใจแล้ว มันไม่มีเหตุผล"
"เหตุผลก็คือมันเป็นสิ่งที่เราควรทำค่ะ"
"ไม่เข้าใจ พี่แค่ต้องการเหตุผลแต่ที่ลดาพูดมันไม่ใช่ แล้ว… ไม่เห็นต้องพูดแบบนี้เลย คุยกันดีๆสิเราจะมาทะเลาะกันทำไม"
"ลดาพูดไปหมดแล้ว แล้วก็จะไม่อธิบายอะไรอีก แต่ถ้าพี่วุฒิไม่เข้าใจ ก็ไม่ต้องเข้าใจลดาก็ได้ค่ะ แค่พี่วุฒิเข้าใจฬุรีย์ก็พอ…สงสารฬุรีย์เถอะนะคะ ไม่ต้องสนใจลดาหรอก"
ไอลดาพูดแล้วหันหลังเดินออกจากคลินิกไปเลย วุฒิมองตามไอลดา รู้สึกเจ็บปวดบอกไม่ถูก

เวฬุรีย์นั่งซึมอยู่บนเตียงเอาแต่มองไปที่ประตูเหมือนรอใครอยู่ มณไฑเดินเอายาเข้ามาให้ เห็นท่าทางเวฬุรีย์แปลกๆเลยถาม
"มองหาอะไรเหรอฬุรีย์"
เวฬุรีย์มองหา
"พี่ไฑ พี่วุฒิกลับไปรึยัง"
"พี่ เอ่อ ไม่รู้เหมือนกัน"
เวฬุรีย์ไม่ค่อยพอใจ ลุกทำท่าจะลงจากเตียง มณไฑรีบห้าม
"ฬุรีย์ จะไปไหน"
"ไปดูไงคะว่าพี่วุฒิกลับไปรึยัง"
มณไฑเอาตัวขวางฬุรีย์ไว้
"ไปไม่ได้ ฬุรีย์ยังไม่หายเลย นอนพักดีกว่านะ"
เวฬุรีย์ดันตัวมณไฑออก จะออกไปจากห้องให้ได้ มณไฑคว้าแขนไว้
"ฬุรีย์ อย่าไป"
ฬุรีย์โดนดึงไม่ทันตั้งตัวเลย เซไปซบกับอกของมณไฑ
มณไฑอยู่ในท่าทางเหมือนกอดฬุรีย์ไว้ พอมองหน้าฬุรีย์ก็เกิดใจเต้นแปลกๆ รีบปล่อยเธอออก
"พี่ขอโทษ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฬุรีย์ไม่ไปก็ได้"
เวฬุรีย์เดินกลับไปที่นั่งที่เตียงเซ็งๆ มณไฑนึกอะไรได้ เลยเข้าไปถาม
"ฬุรีย์ พี่ถามอะไรหน่อยได้รึเปล่า"
เวฬุรีย์สงสัย
"เรื่องอะไรคะ"
"ทำไมฬุรีย์ ถึงยึดติดกับคุณวุฒิมากขนาดนี้"
"ยึดติดเหรอคะ"
"ใช่ ฬุรีย์มองหาเขาตลอดเวลา ทั้งๆที่เขาเป็นแฟนพี่สาวฬุรีย์ ทำไมเหรอ…"
เวฬุรีย์นั่งเหม่อ นึกถึงอดีตที่วุฒิเคยช่วยตัวเองไว้
"ไม่ใช่ยึดติดหรอกค่ะ แต่ฬุรีย์ผูกพันกับพี่วุฒิมานาน นานเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจ"
"งั้นเหรอ"
ฬุรีย์เหม่อๆ
"เขาเป็นคนเดียว ที่ไม่เคยรังเกียจฬุรีย์ตอนน่าเกลียด คนเดียวจริงๆ"
มณไฑมองเวฬุรีย์ พูดเสียงเศร้า
"แต่ถ้าฬุรีย์ลองมองไปรอบๆ ฬุรีย์ก็จะเห็นว่าไม่ได้มีแค่คนเดียวที่ไม่เคยรังเกียจฬุรีย์เลย"
เวฬุรีย์ยิ้มมองมณไฑอย่างเข้าใจความหมาย เกาะแขนมณไฑพูดเสียงอ้อนๆ
"ฬุรีย์รู้ค่ะ ว่าพี่ไฑก็ดีกับฬุรีย์มาก แต่ฬุรีย์ก็แค่อยากรู้ว่าพี่วุฒิกลับไปหรือยัง เพราะเขาเป็นคนพาฬุรีย์มาส่ง อย่างน้อยก็จะได้ร่ำลากันบ้าง"
มณไฑเห็นเวฬุรีย์ทำท่าทางแบบนั้นก็ใจอ่อน
"พี่ก็ยังอยากให้ฬุรีย์พัก งั้นฬุรีย์รออยู่นี่ก่อน เดี๋ยวพี่ไปตามหาคุณวุฒิให้ดีไหม"
เวฬุรีย์พยักหน้า เริ่มอารมณ์ดีขึ้นมา

มณไฑออกมาตามหา เจอวุฒินั่งซึมอยู่ที่ทางเข้าคลินิก เขาเดินเข้าไปนั่งข้างวุฒิ
"เป็นอะไรครับเนี่ย นั่งเหมือนคนหมดอาลัยตายอย่าง"
วุฒิแปลกใจ
"หมอไฑ"
มณไฑถามวุฒิยิ้มๆ
ไพอจะเล่าให้ฟังได้ไหมครับ"
วุฒิยิ้มออกมา แต่ก็ดูฝืนเต็มทน พูดเสียงเศร้า
"ผม…ไม่รู้สิสับสนนิดหน่อย"
มณไฑสงสัย
"เรื่องอะไรครับ"
"หมอไฑเคยรักใครเพราะเขาเป็นคนดีมากๆ ไหมครับ"
มณไฑแปลกใจที่วุฒิพูดแบบนั้นออกมา
"อืม จะว่ารักใครก็เคย แต่เขาจะดีรึเปล่า ผมว่าถ้ารักจะดีหรือเลวก็รักอยู่ดีนี่ครับ"
วุฒิซึมลง
"งั้นเหรอครับ"
"คุณหมายถึงลดางั้นเหรอ"
วุฒิพยักหน้า
"ครับ ผมสับสน…ผมคิดมาตลอดว่าผมรักลดาเพราะเขาดีเหลือเกิน แต่พักนี้ผมกลับไม่ชอบความดีเกินไปของเขา เขาดีเกินไปจน…"
"จนไม่คิดถึงความรู้สึกของตัวเอง"
วุฒิพยักหน้า เพราะมันจริงอย่างที่มณไฑพูด
"ความดีของลดาคือเขาแคร์คนอื่น เขาเสียสละ เขาพร้อมจะให้ทุกอย่างกับทุกคน แล้วมันก็เริ่มลามมาถึงผม"
มณไฑมองวุฒิอย่างเห็นใจ
"รู้ไหม คนที่ผมเคยเจอว่าช่างเสียสละแบบนี้นอกจากลดาแล้วมีอีกคนเดียว"
วุฒิสงสัย
"ใครครับ"
"พระเวสสันดร"
วุฒิหลุดหัวเราะ
"โห ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ"
"ผมแค่พูดขำๆน่า เผื่อคุณจะสบายใจขึ้น"
มณไฑตบบ่าวุฒิ
"อดทนเพื่อลดาหน่อยเถอะครับ มีเรื่องอีกมากที่คุณต้องเจอ ไม่มีใครดีพร้อมไปทุกอย่างหรอกครับ อาจจะมีอะไรที่ขัดใจเราบ้าง สถานการณ์ตอนนี้ทั้งอ่อนไหวทั้งวุ่นวาย คุณแม่เขาเพิ่งเสีย คุณพ่อก็อยู่ไอซียู ลดายังยืนอยู่ได้ผมว่าเขาก็เข้มแข็งมากแล้วล่ะ"
วุฒิพยักหน้า
"จริงครับ"
"ที่ลดาเขาต้องทุ่มให้ฬุรีย์ขนาดนี้เพราะตอนนี้ก็เหลือกันแค่สองคน และฬุรีย์ต้องการการดูแลอย่างมาก คนที่ทำได้…และเขายอมให้ดูแล มีแค่คุณ"
วุฒิพอนึกถึงเวฬุรีย์ก็ลำบากใจจนพูดไม่ออก
"คิดซะว่าการดูแลฬุรีย์เป็นการทำเพื่อลดา คุณอาจจะรู้สึกดีขึ้น เชื่อผม ทุกอย่างมันจะต้องคลี่คลายไปด้วยดี ในทางของมันเอง"
วุฒิเข้าใจแต่ก็ได้แต่ถอนหายใจ ไม่รู้จะทำยังไง

ผ่านเวลาเล็กน้อย วุฒิกลับเข้ามาในห้อง เห็นฬุรีย์หลับอยู่ เขานั่งลงเฝ้าจนกระทั่งหลับไป เวฬุรีย์ลืมตาขึ้นแอบมองวุฒิเงียบๆ ก่อนจะค่อยๆลุกลงจากเตียง เธอเดินไปหาวุฒิ นั่งลง เอามือลูบที่หน้าวุฒิ มองอย่างหลงใหลในตัววุฒิเหลือเกิน
"พี่วุฒิ…ฬุรีย์ดีใจที่พี่วุฒิอยู่กับฬุรีย์นะ"
เวฬุรีย์จับมือวุฒิ ทำท่าจะกอดวุฒิ แต่จู่ๆ วุฒิก็ขยับตัว เธอรีบปล่อยมือ วุฒิกำลังจะลืมตาขึ้น เธอกลัววุฒิรู้ รีบกลับขึ้นไปที่เตียงทำเป็นหลับ
วุฒิลุกขึ้น ดูมือตัวเอง รู้สึกเหมือนมีคนมาจับ มองไปที่เวฬุรีย์ก็เห็นหลับอยู่
วุฒิสงสัย
"อะไรกันนะ"
วุฒิสะบัดหัวให้หายมึนจากที่เพิ่งตื่นแล้วลุกออกไปนอกห้อง

ไอลดานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าศพของนวลนภา มองอย่างเหม่อลอย น้ำตาไหล สะอื้น นึกถึงวุฒิ นึกถึงนวลนภา พูดทั้งน้ำตา
"แม่คะ…แม่ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรทั้งนั้น ลดาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ฬุรีย์มีความสุข ลดาจะไม่เห็นแก่ตัว ลดาจะเป็นพี่ที่ดี ลดาจะดูแลน้องแทนแม่เองนะคะ"
ไอลดาสะอื้นหนักขึ้น ร้องไห้คนเดียวเงียบๆ

วุฒิยังไม่สบายใจเรื่องไอลดา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพยายามโทร.หา แต่ไอลดาไม่ยอมรับสาย วุฒิโทร.ไปครั้งแล้วครั้งเล่า มองโทรศัพท์สีหน้าเครียดๆ
"รับซะที่สิลดา"
เวฬุรีย์แง้มประตูแอบดูวุฒิ มองอย่างเจ็บใจ
วุฒิทำท่าจะกดโทร.ออกอีกรอบ ฬุรีย์กลอกตาไปมา คิดอะไรบางอย่าง แล้วปิดประตู กลับเข้าไปในห้อง
" โอ๊ย...พี่วุฒิ ช่วยด้วย"
"ฬุรีย์"
วุฒิกดวางสาย รีบเข้าไปหาเวฬุรีย์ทันที
อ่านต่อหน้าที่ 4


เพลิงพ่าย ตอนที่ 10 (ต่อ)
วุฒิเปิดประตูเข้ามา เห็นเวฬุรีย์กุมแผลร้องโอดโอย วุฒิเป็นห่วง

"โอ๊ย...ปวดแผล ปวดจังเลย"
"ปวดเหรอฬุรีย์ เดี๋ยวพี่เอายาให้กินนะ"
วุฒิเดินไปหยิบยาที่พยาบาลเอามาให้ให้ ฬุรีย์ปัดออกจนยาหกกระจาย
"ไม่กิน…กินก็ไม่หายหรอก"
วุฒิพยายามคะยั้นคะยอให้เวฬุรีย์กินยา
"ฬุรีย์ต้องกินยา ถ้าไม่กินจะหายได้ยังไง อย่าดื้อสิ"
"ไม่…ฬุรีย์ไม่อยากกิน"
"ฬุรีย์พี่ขอร้องล่ะนะ ถ้าฬุรีย์ไม่ฟัง พี่จะไม่อยู่เป็นเพื่อนแล้วนะ"
เวฬุรีย์ตกใจกลัววุฒิไปจริงๆ เสียงเลยอ่อนลง
"พี่วุฒิจะไปไหน"
"ก็กลับบ้าน ในเมื่อฬุรีย์ไม่เชื่อฟังไม่กินยา พี่อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก จริงไหม"
เวฬุรีย์รีบคว้ามือวุฒิไว้ ทำท่าเศร้าๆ
"พี่วุฒิขา พี่วุฒิอยู่กับฬุรีย์นะ ฬุรีย์จะกินยา ฬุรีย์จะเชื่อฟังพี่วุฒิทุกอย่างเลย"
"สัญญาแล้วนะ"
ฬุรีย์พยักหน้ารัว วุฒิเดินไปหยิบยามาให้ใหม่ ฬุรีย์ถึงยอมกินยาดีๆ
พอกินยาเสร็จฬุรีย์ก็วางแก้วน้ำลงข้างเตียง แล้วกอดวุฒิไว้แน่น
"พี่วุฒิอยู่ที่นี่ตลอดนะ อย่าไปไหนนะนะคะ ฬุรีย์ไม่อยากอยู่คนเดียว ฬุรีย์ กลัว…"
"พี่ไม่ไปหรอก กินยาแล้วนอนพักเถอะนะ"
วุฒิประคองฬุรีย์นอนลง เธอนอนหลับตาลงอย่างว่าง่าย วุฒิโล่งใจ

เพ็ญโพยมกับทวีวัชรกลับมาที่บ้านแล้ว นั่งคุยกับทวีวัชรเป็นกังวลเรื่องวุฒิ
"คุณดูลูกโทร.มาบอกสิ…โอ๊ย ฉันละกลุ้ม"
เพ็ญโพยมเท้าคางกับโซฟา ดูกลุ้มๆ
"ที่บอกว่าจะเฝ้าหนูฬุรีย์ทั้งคืนน่ะเหรอ"
"นั่นแหละ ต้องเฝ้าทั้งคืนเลยเหรอ คนป่วยหนักกว่านี้เขายังไม่เฝ้าเช้าเย็นขนาดนี้เลยคุณ"
"วุฒิมันก็คงทำตามคำขอร้องของหนูลดาอีกนั่นแหละ"
เพ็ญโพยมถอนหายใจ
"ขอร้องแบบนี้นี่เหมือนไล่กันเลยนะ หนูลดาก็รักน้องดีหรอก แต่รักเกินเหตุไปหน่อยมั้ง ลืมไปรึเปล่าว่าตาวุฒิเป็นคนรักของตัว"
"หนูลดาน่ะแคร์คนอื่นมากกว่าตัวเองตลอด ผมว่าตอนนี้เขาคงสับสน คิดแต่จะทำยังไงให้น้องไม่รู้สึกแย่ จนลืมตัวเอง ลืมคนใกล้ตัวไปหมด"
เพ็ญโพยมหยิบหมอนมา เอามือตบๆ เหมือนขัดใจ
"แหม มันน่าขัดใจจริงๆ แม่ฬุรีย์นี่โดนสปอยล์จนเสียผู้เสียคน ในงานศพแม่ตัวเองก็มาหาเรื่องฉัน แถมยังทะเลาะกับเพื่อนหนูลดาจนงานแทบล่ม แล้วนี่ยังขอร้องนู่นนี่เรียกร้องความสนใจมากมาย มันเกินไปจริงๆ"
ทวีวัชรทำท่าครุ่นคิด
"คุณนี่วิจารณ์เด็กแรงไปมั้ง มองโลกในแง่ร้ายไปรึเปล่า ตาวุฒิมันก็ช่วยดูแลเพราะสงสาร เห็นฬุรีย์เป็นน้อง"
"เหอะ ผู้ชาย จะรู้อะไร้ เห็นน่าสงสารหน่อยก็ใจอ่อนกันหมด ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมมารยาสาวสมัยนี้หรอก"
"อ้าว เหมาผู้ชายหมดซะงั้นล่ะ"
"ก็มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ นี่ คุณหรือใครจะสงสารแม่ฬุรีย์ก็สงสารไปเถอะ ฉันไม่สงสารด้วยหรอก"
เพ็ญโพยมลุกเดินหนี ทวีวัชรได้แต่ยักไหล่ไม่เข้าใจ

มฆวันคลินิก วันใหม่ ในห้องพักเวฬุรีย์ที่นอนหลับอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้น มองไปที่โซฟาที่วุฒินั่งเฝ้าตัวเองอยู่เมื่อคืน แต่ก็ไม่เห็นใคร
"พี่วุฒิ"
เวฬุรีย์ดันตัวเองให้ลุกขึ้นมา กวาดตามองไปทั่วห้อง ก็ยังไม่เจอวุฒิ
"พี่วุฒิ"
เวฬุรีย์ไม่พอใจที่วุฒิหายไป เลยลงจากเตียง เดินออกไปข้างนอกเพื่อตามหา

อุ๋มอิ๋มนั่งทำงานอยู่ที่เคาน์เตอร์ เวฬุรีย์เดินออกมา มองหาวุฒิไปทั่ว เริ่มหงุดหงิด หันไปถามอุ๋มอิ๋ม
"นี่เธอ เห็นพี่วุฒิไหม"
อุ๋มอิ๋มกำลังใช้สมาธิกับงานเลยไม่ทันฟังฬุรีย์
อุ๋มอิ๋มหันมา
"ขา ว่าไงนะคะ"
"ฉันถาม ว่าเห็นพี่วุฒิไหม เอาหูไปทำอะไรอยู่ไม่รู้จักฟัง"
อุ๋มอิ๋มแอบเซ็ง แต่พยายามพูดดีๆกับเวฬุรีย์
"ไม่เห็นเลยค่ะ อุ๋มอิ๋มว่าคงกลับบ้านไปอาบน้ำมั้ง วันนี้คุณวุฒิต้องไปทำงานนี่คะ"
เวฬุรีย์โวยวาย
"แล้วเธอให้เขากลับไปได้ยังไง จะอาบน้ำอาบที่นี่ก็ได้"
"เมื่อวานหลังจากพาคุณมาที่นี่คุณวุฒิยังไม่ได้พักเลยนี่คะ ให้กลับบ้านไปเอาเสื้อผ้าก่อนก็ไม่เห็นเป็นไร"
"พวกนั้นยืมพี่ไฑเอาก็ได้นี่ ฉันยังไม่หายดีเลยนะ เขาต้องดูแลฉันสิ"
อุ๋มอิ๋มมองเวฬุรีย์อย่างพิจารณา
"เอ…แต่อิ๋มว่าคุณฬุรีย์เดินเหินคล่องขนาดนี้ คงไม่เป็นไรแล้วมั้งคะ"
เวฬุรีย์อึ้งไป ทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจเพราะเถียงไม่ออก
"โทร.ตามเขากลับมาเดี๋ยวนี้"
"แล้วทำไมคุณฬุรีย์ไม่โทร.เองละคะ"
"มือถือฉันแบตหมด"
"งั้นอุ๋มอิ๋มว่าอย่าเพิ่งไปรบกวนคุณวุฒิเลยนะคะ ถ้ามีอะไรคุณฬุรีย์กดเรียกพยาบาลก็ได้ค่ะ"
"ถ้าไม่โทร.ตาม เธอเตรียมหางานใหม่ได้เลย"
เวฬุรีย์สะบัดตัวเดินกลับห้องเซ็งๆ อุ๋มอิ๋มทำหน้าเอือมระอา

ไอลดามาถึงคลินิกกำลังจะนั่งทำงาน แต่ประตูห้องเปิดขึ้นอีกรอบ ไอลดาแปลกใจไม่คิดว่าจะมีใครมาเช้าขนาดนี้ พอหันไปก็เห็นวุฒิมายืนอยู่
"พี่วุฒิ"
วุฒิเดินเข้าไปใกล้ไอลดา ถามเสียงตัดพ้อ
"เมื่อคืนพี่โทร.ไปตั้งหลายครั้ง ทำไมลดาไม่รับสายพี่"
ไอลดาจะเปลี่ยนเรื่อง
"พี่วุฒิ…มาเช้าจังนะคะ"
"ตอบพี่มาก่อน ทำไมล่ะลดา"
ไอลดาพยายามทำหน้าให้เป็นปกติ ตอบยิ้มๆ
"ก็พี่วุฒิจะได้มีเวลาดูแลฬุรีย์เต็มที่ไงคะ ลดาไม่อยากกวน"
วุฒิสวนขึ้นมา
"งั้นแสดงว่าลดาก็ต้องรู้สิว่าทำไมพี่ถึงมาอยู่ที่นี่ ตอนนี้ แล้วลดาจะตกใจที่เจอพี่ทำไม"
ไอลดาอึกอัก
"ลดา…ลดาไม่ได้"
"พี่ไม่เข้าใจเลยว่าลดาคิดอะไร"
ไอลดารู้สึกเหมือนจะร้องไห้แต่ยังทำเสียงแข็ง
"พี่วุฒิไม่ต้องเข้าใจลดาก็ได้ค่ะ แค่ทำตามที่ลดาขอร้อง...ช่วยดูแลฬุรีย์"
วุฒิอึ้ง
"ลดาพูดเหมือนกำลังผลักไสพี่ไปให้ฬุรีย์อยู่นะ"
"อย่าคิดว่าเป็นการผลักไสเลยค่ะ ฬุรีย์ทุกข์มายี่สิบกว่าปีแล้ว น้องน่าจะได้รับความสุขบ้าง แต่ก็มาเจอเหตุการณ์ซ้ำร้ายซ้ำเล่าอีกลดาเลยคิดว่าฬุรีย์ต้องการกำลังใจมากกว่าใครๆ ตอนนี้ฬุรีย์เชื่อฟังพี่วุฒิมากที่สุด อะไรที่ทำให้ฬุรีย์มีความสุขบ้าง ลดาก็อยากให้ทำ"
"โดยที่ลดาไม่สนใจเลยเหรอว่าพี่จะรู้สึกยังไง มีความสุขบ้างหรือเปล่า"
"ลดาพูดไปครั้งนึงแล้วว่าพี่วุฒิไม่ต้องคิดอะไร แค่ช่วยดูแลฬุรีย์ก็พอ"
วุฒิอึ้งไป รู้สึกเสียใจที่ไอลดาพูดแบบนั้น เลยประชดกลับ
"ก็ดี… ถ้าลดาคิดว่าทำอย่างนั้นอย่างนี้มันดี พี่ก็จะทำ พี่จะดูแลฬุรีย์ให้ดี อย่างที่ลดาต้องการ เมื่อคืนพี่ก็เฝ้าฬุรีย์ให้ทั้งคืนอย่างที่ต้องการแล้ว พอใจรึยัง"
วุฒิตะคอกใส่หน้าไอลดาเสียงดัง ไอลดาอึ้ง
วุฒิมองไปทางอื่นพยายามสงบสติอารมณ์
ไอลดามือสั่น ยกมือขึ้นมาปิดปากกลัวจะร้องไห้ออกมาแต่แล้วก็กลั้นไม่ไหว น้ำตาค่อยๆไหลลงมา

เวฬุรีย์กำลังจะเดินกลับห้อง แต่ได้ยินเสียงวุฒิดังมาจากในห้อง
"ถ้ามีอะไรที่ลดายังไม่พอใจพี่อีก พี่ก็พร้อมจะไปจากลดาทันที"
เวฬุรีย์ชะงักไป หันไปเห็นห้องทำงานไอลดา สงสัยขึ้นมา เห็นประตูแง้มอยู่ เลยเข้าไปแอบดู

วุฒิหันหลังให้ไอลดา จะเดินออกจากห้อง ไอลดาเอามือปาดน้ำตาแต่น้ำตาก็ไม่หยุดไหล
วุฒิได้ยินเสียงสะอื้น จึงหันกลับไป เห็นไอลดาร้องไห้ก็อึ้งไป เริ่มเงอะงะไปหมด เดินเข้าไปจับไหล่ของไอลดาไว้ พยายามปลอบ
"ลดา… พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ พี่โมโหมากเลยขาดสติไป พี่ไม่ได้ตั้งใจ"
ไอลดาเอาแต่ร้องไห้ไม่ฟังวุฒิ วุฒิเลยคว้าตัวมากอดไว้
"พี่ควรจะฟังลดามากกว่านี้…อย่าโกรธพี่เลยนะ ยกโทษให้พี่ได้ไหม ลดาของพี่"
วุฒิลูบหัว ไอลดายิ่งร้องไห้หนักซุกกับอกของวุฒิ
ที่ประตูห้อง เวฬุรีย์แอบดูอยู่ เอามือจิกประตูมองไอลดาด้วยความริษยา

อ่านต่อตอนที่ 11

กำลังโหลดความคิดเห็น