xs
xsm
sm
md
lg

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 15

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 15

ชัยยงค์ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนล้า แต่แววตาที่เหลือบมองหน้าชัยญากลับคั่งแค้น โกรธ
 
“พลาดอีกแล้ว แกนี่มันงั่งจริงๆ แกถูกไอ้ธวัชพงษ์มันหลอกให้พาออกจากที่ซ่อน แล้วมันก็หลุดมือแกไป”
“ก็ตอนนั้นไฟมันดับ”
“ไม่ต้องแก้ตัว”
“นายครับ”
“แกก็เหมือนกัน ไอ้งั่งกับไอ้โง่ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จสักอย่าง เตรียมตัวเข้าคุกเถอะ เพราะถ้าข่าวเรื่องสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าออกไป สังคมจะเปลี่ยนสายตามองปฐวี”
“พ่อก็ยังมีคุณนายเถาว์เครืออยู่อีกคนไง พ่อก็ใช้สมองฉลาดๆ ของพ่อหาทางเลี่ยงคุกซี”
“แก”
ชัยยงค์ปราดเข้ามา เงื้อมือจะตบชัยญา ถกลรั้งมือของชัยยงค์ไว้
“อย่าครับ นาย”
ชัยญาผลุนผลันออกไปด้วยความโกรธ ถกลรีบตามไป ชัยยงค์ฮึดฮัด เกรี้ยวกราด

ปฐวีกลับมาที่คฤหาสน์ ถอนหายใจหนักๆ หงุดหงิด ชิดชบาเชิดหน้า ยืนหันหลังให้
“เขาไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ให้เขาเอาหลักฐานนั่นไปให้ตำรวจ คุณเป็นเพื่อนเขา คุณต้องทำให้เขาเชื่อคนอื่นบ้าง ไม่ใช่หัวดื้อเชื่อแต่ตัวเอง”
“ธวัชพงษ์คงมีเหตุผล ฉันเปลี่ยนความคิดเขาไม่ได้”
“คุณอยากเห็นเขาตายหรือ”
“เขาจะเป็นจะตายไม่เกี่ยวกับคุณนี่ คุณเองก็เกลียดธวัชพงษ์”
“ใช่ ผมเกลียดเขา ที่เขาชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น ดีนะ ที่เขาไม่ได้พาหมอแพรวามาตายที่ประตูรั้ว”
“หมอแพรวา”
“เขาทำให้ชีวิตของหมอแพรวาเสี่ยงตาย แล้วผมก็ไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะเอาอะไรเข้ามาซ่อนไว้ในบ้านหลังนี้”
ชิดชบาเริ่มเวียนศีรษะ ยกมือขึ้นแตะหน้าผาก ปฐวีไม่เห็นอาการของชิดชบา ยังคงเดินไปมา หมกมุ่นสงสัย
“เขาเอาหลักฐานชิ้นนั้นไปซ่อนที่ไหนนะ ที่ไหน”
ชิดชบาซวนเซ ปฐวีหันมาเห็น
“ชิดชบา”
ชิดชบาล้มลงในอ้อมแขนปฐวี

อรุณณรงค์มารับอุราศรีที่บ้าน ยืนรออยู่ที่รถ อุราศรีเดินลงมาด้วยความกังวลใจ
“คุณเลยต้องมีภาระรับส่งฉันทุกวัน เสียเวลาแย่เลยค่ะ”
“ผมไม่ไว้ใจนายชัยญา คนพวกนี้ก่อคดีไว้เยอะแยะ เขาไม่ชอบคิดอะไรตอนลงมือทำ”
“ฉันก็ระวังตัวอยู่แล้วนี่คะ แต่จะให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ฉันคงทำไม่ได้หรอกค่ะ ฉันมีงานต้องทำ”
“ผมถึงต้องมารับส่งคุณยังไงล่ะ เชิญครับ”
“คุณชายเอี่ยว”
“ครับ”
“ฉันอยากพบชิดชบา อยากขอโทษที่ฉันมองชิดชบาผิดไป อยากขอบคุณที่ชิดชบาช่วยฉันไว้วันนั้น”
“ผมก็อยากให้คุณทำอย่างนั้น”
อรุณณรงค์ยิ้มอ่อนโยน

ชิดชบานอนอยู่บนเตียงพักฟื้นในโรงพยาบาล ปฐวีนั่งมองหญิงสาวเงียบๆ ชิดชบาเริ่มรู้สึกตัว ขยับจะลุกขึ้นนั่ง แต่ปฐวีกดตัวไว้
“นอนลง เลิกทำตัวเป็นหญิงเก่งเสียทีเถอะ คุณท้อง หมอบอกว่า คุณตั้งท้อง”
“ฉันจะกลับบ้าน”
“ไม่ได้ ผมไม่ให้กลับ ผมยกเลิกประชุม จะนั่งคุมคุณทั้งวัน คุณมีลูกของผมติดท้องอยู่ คุณต้องทำตามที่ผมสั่ง”
“ไม่ ฉันจะไม่ทำตามที่คุณสั่ง ลูก เขาไม่ได้เป็นของคุณ”
“นี่เราต้องสู้กัน แม้แต่เรื่องลูกหรือ คุณล้มคราวนี้ ผมเลยได้รู้ความจริงที่มันจริงๆ เสียทีว่าคุณท้อง”
“ปล่อยนะ ฉันจะกลับบ้าน ฉันห่วงธวัชพงษ์”
“ไม่ต้องห่วงเขาหรอก เขาอยู่กับคุณหมอแพรวา ตอนนี้คนที่น่าห่วงที่สุดก็คือ คุณหมอแพรวา”
ปฐวียิ้มเยาะ
ธวัชพงษ์มาที่อพาร์ทเม้นท์ของแพรวา เก็บเสื้อผ้าของหญิงสาวใส่กระเป๋าอย่างรีบร้อน แพรวาเดินเข้ามายืนกอดอกมองนิ่งๆ
“นั่นคุณทำอะไรน่ะ”
“เราต้องหลบไปสักพัก จนกว่าเขาจะจับนายชัยยงค์กับพวกเข้าคุก”
“หนีไปไหน ฉันมีอพาร์ทเมนท์ต้องอยู่ มีงานที่โรงพยาบาลต้องทำ”
“คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้ ถ้ามันตามมาจับตัวคุณอีกล่ะ มันคงไม่ปล่อยให้คุณรอด งานที่โรงพยาบาลก็เหมือนกัน ลา”
“ไม่ได้นะธวัชพงษ์”
“ชีวิตคุณ คุณจะเลือกมันมั้ย คุณอยู่ต่อคุณยังได้ทำงานอีกนาน ตอนนี้ไม่ใช่”
“ธวัชพงษ์”
“คุณต้องหลบสักพัก”
“ไปหลบที่ไหนล่ะ”
“ที่ที่ไม่มีใครตามคุณหมอพบไงครับ”
แพรวาถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย ค้อน ถามเสียงห้วน
“ที่ไหน”
ธวัชพงษ์ขับรถจักรยานยนต์ โดยมีแพรวาซ้อนท้าย พร้อมกระเป๋า เป้สัมภาระ เลียบไปตามถนนสายชายทะเล

เห็นชายทะเลที่สงบเงียบของหมู่บ้านชาวประมง

ตลับนาค และจำเรียงกำลังจัดปิ่นโตอาหาร เพื่อไปเยี่ยมชิดชบาที่โรงพยาบาล ปฐวีกลับจากโรงพยาบาลมาพอดี
 
“คุณป้าคะ คุณปฐวีกลับมาแล้วล่ะค่ะ”
“เอาปิ่นโตนี่ลงไปก่อน”
“ค่ะ”
จำเรียงนำปิ่นโตออกไป ปฐวีเดินเข้ามา สีหน้า แววตาเต็มไปด้วยความสุข
“ชิดชบาท้องครับคุณป้า คุณหมอตรวจอาการแล้วบอกว่าท้องจริงๆ”
ตลับนาคทำท่าเหมือนไม่ไยดี แต่แปลกใจกับกิริยาของปฐวี
“ฉันรู้แล้ว”
“ชิดชบาหลับ ผมก็เลยให้พยาบาลพิเศษคอยเฝ้าไว้ แล้วกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เมื่อกี้นี้คุณชายอรุณณรงค์กับคุณหญิงอุราศรีโทร.มา ป่านนี้คงจะไปเยี่ยมชิดชบาแล้ว”
“เอ่อ ผมต้องทำยังไงบ้างครับ”
“ทำยังไง หมายความว่ายังไงคะ”
“ก็ในฐานะที่ผมเป็นพ่อ พ่อต้องทำอะไรบ้าง ผมทำอะไรไม่ถูก”
“คุณก็ทำเฉยๆ เหมือนอย่างที่คุณเคยทำ”
“ทำเฉยๆ”
“เรื่องลูกนี่ ไม่มีในข้อตกลงเรื่องนางบำเรอนะ บ้านหลังนี้มันก็มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย แล้วก็ยังไม่รู้ว่ามันจะตกเป็นของใคร”
“บ้าน”
“คุณกับชิดชบา ไม่มีความผิดเรื่องฆ่าโสมสุภางค์แล้วก็จริง แต่ก็ยังไม่หลุดจากข้อครหาของสังคม มันคงไม่ง่ายที่จะจบเรื่อง เพราะฉันยังมองไม่เห็นทางที่จะจบ ฉันจะไปดูหลานสาวของฉัน”
ตลับนาคเดินออกไป ปฐวีนิ่งงัน เคร่งขรึมลง

ชิดชบายังหลับสนิท โดยมีพยาบาลพิเศษเฝ้าอยู่ อรุณณรงค์และอุราศรีเข้ามาพร้อมกระเช้าดอกไม้
“คุณชิดชบาเป็นยังไงบ้างครับ คุณพยาบาล”
“หลับยาวค่ะ คุณหมอให้ยานอนหลับผ่านสายน้ำเกลือ เพราะกลัวอาการแพ้ค่ะ”
“หน้าตายังซีดอยู่เลยค่ะ เอ่อ จริงหรือคะที่ชิดชบากำลังจะมีลูก”
“คุณหมอว่าอย่างนั้นนี่ครับ”
อุราศรีค่อยๆ วางมือลงบนแขนของชิดชบาอย่างอ่อนโยน
“หวังว่าลูกที่กำลังจะเกิดมา จะเป็นสิ่งดีๆ ของคุณ ฉันอยากเห็นคุณลุกขึ้นมา แล้วมีความสุข เหมือนตอนที่เราพบกันที่ฝรั่งเศส คุณเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุด ชิดชบา”
น้ำเสียงของอุราศรีบอกถึงความจริงใจอย่างที่สุด

เถาว์เครือมีสภาพทรุดโทรม เพราะความเครียด ความหวาดกลัว และการอยู่คนเดียว เธอเริ่มปวดศีรษะข้างเดียว เปิดกระเป๋าถือ ค้นลิ้นชักเพื่อหายาระงับปวดด้วยมือที่สั่นเทา
“ยา ยาของฉันล่ะ ยา”
เถาว์เครือเปิดขวดยาแก้ปวด ยาหล่นกระจาย เธอก้มลงเก็บ ชัยยงค์เดินเข้ามา เถาว์เครือเงยหน้าขึ้น สบตาเหี้ยมของชัยยงค์ เธอเริ่มหวาดกลัว
“คุณ คุณชัยยงค์”
“ผมสั่งให้คุณฆ่าชิดชบา ทำไมคุณไม่ฆ่า”.
“ฉัน”
“ไหนๆ ก็ไม่ได้บ้านหลังนั้นแล้ว ก็อย่าให้ใครได้มันไป ผมกำลังจนกรอบ ไม่มีเงินไปต่อทุน บ้านของคุณ”
ชัยยงค์มองไปรอบๆ บ้านของเถาว์เครือด้วยความพอใจ
“ถึงจะเก่าไปหน่อย แต่มันพอแลกเงินได้สักสามหรือสี่ล้าน”
เถาว์เครือตื่นตระหนก
“ไม่ได้นะ บ้านหลังนี้เป็นของโสมสุภางค์”
“ตอนนี้โสมสุภางค์ไม่ได้อยู่แล้ว คุณจะเก็บไว้ทำไม ผมเป็นผัวคุณนะ มีสิทธิ์ใช้เงินของคุณ คุณต้องเอาบ้านหลังนี้ไปเปลี่ยนเป็นเงิน ผมจะเอาไปต่อทุน”
เถาว์เครือตกใจ
“คุณชัยยงค์”

แพรวายืนมองทิวทัศน์ของท้องทะเลอยู่ที่บังกะโล เห็นโคลนและฟาร์มหอยยาวเหยียด ธวัชพงษ์เดินเข้ามาพร้อมด้วยกุญแจ
“ผมได้กุญแจมาแล้ว”
“ธวัชพงษ์ ไปหาที่ซ่อนตัวที่ชะอำหรือหัวหินไม่ดีหรือ”
“ที่นี่ปลอดภัย เป็นบ้านเกิดของผมเอง ทะเลแถวนี้เป็นทะเลโคลน ไม่มีใครมาเล่นน้ำแถวนี้ ถนนเลียบชายทะเลก็เป็นถนนสายเล็กๆ ไม่มีใครตามเราเจอหรอกครับ”
“แล้วจะอยู่ยังไง”
“ก็นี่ไงครับ บ้านเล็กๆ ที่คนประมงเอาไว้พักฤดูจับปลา เลนดำๆ นั่นมีกุ้งหอยปูปลา ผมเป็นคนเล ไม่ยอมให้คุณหมออดตายหรอกครับ”
“ก็ได้ ฉันก็ว่าจะไม่คบเด็กสร้างบ้านแล้วเชียวนะ แต่ไหนๆ ก็หลวมตัวมาถึงขั้นนี้แล้ว ว่าแต่คุณจะบอกฉันได้หรือยังว่าคุณซ่อนหลักฐานนั่นไว้ที่ไหน”
ธวัชพงษ์ยิ้มๆ
“ในที่ที่ปลอดภัย”

ปฐวีและพระภิกษุเจ้าอาวาส เดินนำหน้านักข่าว ทั้งจากหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ เพื่อเปิดตัวสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และเปิดแถลงข่าวถึงโครงการสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากลางกรุงเทพฯ
“เด็กสามร้อยคนที่นี่เป็นเด็กกำพร้าที่ผมเป็นผู้อุปถัมภ์ ทางวัดเป็นผู้ดูแลจัดการ รวมถึงเรื่องการศึกษา ชาวบ้านในท้องที่ผลัดกันเข้ามาช่วยงานที่นี่ เด็กอยู่กันแออัด เพราะมีเด็กที่พระท่านต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้นทุกปี ผมจึงเห็นว่าควรจะทำโครงการสร้างสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า”
“คุณปฐวีได้เป็นธุระ เรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทางวัดได้รับการบริจาคเงินทองสิ่งของจากผู้ใจบุญบ้าง อาตมายินดีที่คุณปฐวีทำโครงการนี้ขึ้นมา จะได้ประโยชน์กับเด็กๆ ที่เขาด้อยโอกาส”
“หมายถึงโครงการที่กำลังจะสร้างเสร็จกลางเมืองหรือคะ ที่มีเสียงพูดกันว่าจะเป็นบ่อนพนัน”
“เป็นโรงเรียน เป็นที่อยู่ เป็นมูลนิธิของเด็กกำพร้าในอนาคตครับ ไม่มีการสร้างบ่อนพนัน เพราะการพนันคือความหายนะ”
ปฐวีเคร่งขรึมลง
หม่อมจรัสเรืองปิดโทรทัศน์ข่าวของปฐวี อุทานเบาๆ ด้วยความแปลกใจ
“ปฐวีสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือ ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะ”
คนรับใช้เข้ามาคุกเข่านอบน้อม
“หม่อมคะ มีคนมาขอพบท่านที่ห้องโถงค่ะ”
หม่อมจรัสเรืองสงสัยว่าเป็นใคร เธอรีบไปที่ห้องโถง เห็นเถาว์เครือก้มหน้า ซับน้ำตา น่าสงสาร หม่อมจรัสเรืองเริ่มรังเกียจและกลัวเถาว์เครือ
“ตั้งแต่ลูกตาย ฉันก็ทำอะไรกับชีวิตไม่ถูกค่ะหม่อมขา เงินทองทรัพย์สินที่มีก็ยังมีอยู่ แต่ฉันมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ จะไปนอกค่ะ ว่าจะไปอินเดีย ไปแสวงบุญที่นั่น ฉันเหงาค่ะ ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครนอกจากพึ่งธรรมะ”
“คุณจะไปได้ยังไง ตอนนี้คดีก็ยังคาราคาซังอยู่ ปฐวีกับชิดชบาก็หลุดข้อกล่าวหาทั้งสองคน นาย เอ่อ คุณชัยยงค์กับลูกชายดูเหมือนจะหนักนะ”
“คุณชัยยงค์เขาได้ประกันตัว เขามีผู้ใหญ่ช่วยเขา เขาคงจะไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ฉันจะเอาบ้านมาจำนองหม่อมท่านไว้ สักสี่ล้าน”
“เงินตั้งสี่ล้าน”
“ไม่เท่าไหร่สำหรับหม่อมท่านไม่ใช่หรือคะ ฉันจะไปกู้ธนาคารก็ช้า เดี๋ยวคนเอาไปพูดว่าฉันตกยาก ขอความกรุณาเถอะค่ะ หวังว่าท่านคงจะ”
“เอ่อ”
หม่อมจรัสเรืองผ่อนลมหายใจ เกรงใจ กึ่งๆ รังเกียจเถาว์เครือ
“ขอฉันคิดดูก่อนนะ”
เถาว์เครือเดินเร็วๆ ลงมาจากวังอรุณณรงค์ด้วยความโกรธ
“ฮึ ขอคิดดูก่อน ปฏิเสธกันชัดๆ หม่อมจรัสเรืองนี่คบไม่ได้เลย ยามดีก็ทำเป็นก้อร้อก้อติก แต่ตอนฉันตกยากก็ทำเมิน ยายบ้า”

เถาว์เครือขับรถออกไป

แพรวานั่งกอดเข่า มองตะวันที่กำลังจะจมทะเลอันสงบ ธวัชพงษ์หิ้วปูเป็นๆ เข้ามา ส่งเสียงรื่นเริงมาแต่ไกล
 
“ผมได้ปูโป๊ะมา ยังเป็นๆ อยู่เลยครับ เดี๋ยวผมจะนึ่งปู แล้วทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดแซ่บๆ ให้คุณหมอ”
แพรวาลืมความเศร้าหมอง กระตือรืนร้นขึ้น
“คุณไปเอามาจากไหน”
“โน่นครับ มีสะพานปลาอยู่ทางโน้น นอกจากปูแล้ว ตอนน้ำลง ในเลนดินมีหอยหลอดด้วยนะครับ”
“หอยหลอด”
“พรุ่งนี้ผมจะพาคุณหมอไปหาหอยหลอดครับ”
แพรวาเผลอตัวยิ้มร่าเริง

ตลับนาคประคองชิดชบาเข้ามาในบ้าน ชิดชบายังอิดโรย อ่อนเพลีย จำเรียงหิ้วข้าวของตามมา
“เอากระเช้าดอกไม้ขึ้นไปไว้บนห้องคุณชิดชบา”
“ค่ะ คุณป้า”
จำเรียงนำกระเช้าดอกไม้ของอรุณณรงค์ และข้าวของขึ้นไปเก็บ
“ป้าบอกแล้วให้อยู่โรงพยาบาลอีกสองสามวัน หนูก็ไม่เชื่อ ร้องจะกลับบ้านๆ”
“หนูไม่เป็นไรแล้วล่ะค่ะคุณป้า คุณป้ามีอะไรก็ไปทำเถอะค่ะ ปล่อยหนูไว้ที่นี่”
“แน่ใจนะ”
“ได้น้ำเกลือมาตั้งหลายขวด ตอนนี้พลังหนูเต็มร้อยเลยค่ะ”
ชิดชบาฝืนยิ้มร่าเริง
“งั้นป้าจะขึ้นไปปูเตียงให้”
ตลับนาคเดินขึ้นบันไดไป ชิดชบาถอนหายใจ มองไปรอบๆ บ้านอย่างเศร้าหมอง ยกมือขึ้นวางบนท้องของตัวเอง ปฐวีเดินเข้ามา แววตาอ่อนโยน
“ผมไปที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าคุณกลับมาแล้ว ทำไมไม่นอนอีกสักสองสามวัน ทำเก่งทั้งที่คุณ”
ชิดชบานิ่งไปนาน ก่อนหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าปฐวี
“อย่ามาทำดีกับฉัน เขาไม่ใช่ลูกของคุณ เขาเป็นของฉัน”
“เขาไม่ใช่ลูกผมหรือ ก็ที่เรานอนกันมันหมายความว่ายังไง ถ้าเขาไม่ใช่ลูกผม เขาเป็นลูกของใคร”
“เขาเป็นสิ่งของของฉัน เป็นสมบัติของฉันคนเดียว ฉันจะทำอะไรกับเขาก็ได้ คุณไม่มีสิทธิ์”
ปฐวีจ้องหน้าชิดชบา ต่างสบตากันอย่างท้าทาย ปฐวีเริ่มหวาดกลัว
“นี่คุณคิดจะ”

ตลับนาคกับจำเรียงช่วยกันปูผ้าปูที่นอนให้กับชิดชบา จำเรียงตื่นเต้นดีใจ ที่ชิดชบาจะมีลูกกับปฐวี
“จริงหรือคะคุณป้า คุณหมอยืนยันแน่แล้วหรือคะว่าคุณชิดชบาจะมีลูก มีเด็กเล็กๆ บ้านหลังนี้ไม่เคยมีเสียงหัวเราะเลยนะคะ ไม่มีคนหัวเราะใส่กัน ไม่มีเสียงเด็กร้องไห้”
ตลับนาคขมขื่นใจ
“ใช่ แม้แต่ฉันเอง ก็จำไม่ได้ว่าหัวเราะครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”
จำเรียงสลดลง
“คุณป้า เอ่อ หนูขอโทษค่ะ หนูก็แค่”
“ฉันเข้าใจ ว่าจำเรียงรักคนสองคน แค่คนที่จำเรียงรักกลับไม่รักกัน”
“ทำไมล่ะคะ เพราะคุณปฐวีกับคุณชิดชบาเกลียดกันมาก่อนอย่างนั้นหรือคะ หนูก็เห็นคนเกลียดกัน เขากลับมารักกันได้มีถมไป”
“เรื่องของพวกเขา เราอาจไม่เข้าใจ ลูกอาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เรื่องนี้ยุ่งขึ้นก็ได้ เอ้า ปูที่นอนให้เรียบร้อย คุณชิดชบาจะได้พัก อย่างน้อยก็สักพัก”
ตลับนาคทอดถอนหายใจอย่างกังวล

ชิดชบาเดินขึ้นบันไดมา ปฐวีรีบตามขึ้นมารั้งแขนเธอไว้ น้ำตาคลอวูบหนึ่ง ก่อนพยายามเกลื่อนให้หายไป เมื่อชิดชบาค่อยๆ หันกลับมา
“คุณจะทำอะไร”
ชิดชบาเยาะหยัน ชิงชัง แค้น
“คุณกลัว”
“บอกมา ว่าคุณคิดจะทำอะไร”
“ที่แท้คุณก็กลัว”
“ผม”
“ตอนที่พ่อฉันเหนี่ยวไกปืนฆ่าตัวตาย พ่อคงมีความรู้สึกเหมือนคุณตอนนี้แหละ กลัว มีใครบ้างไม่กลัวความตาย ความตายที่ทิ้งอะไรไว้ให้คนข้างหลัง คนที่รัก”
ชิดชบาเจ็บปวด ขมขื่น คั่งแค้น
“ชิดชบา”
“เกมมันอาจจะพลิก คุณเป็นนักพนันน่าจะรู้นะ ว่าตอนนี้ไพ่ที่คุณถืออยู่ในมือคืออะไร แล้วที่ฉันถืออยู่นี่ อะไร”
“ชิดชบา”
“เอามือของคุณออกไปจากตัวฉัน ถึงเราจะผ่านเรื่องดีๆ มาด้วยกัน แต่ฉันขอบอกว่า ฉันยังเกลียดคุณ ไม่เปลี่ยนแปลง”
ชิดชบาดึงมือออกจากมือปฐวี หันกลังกลับ เดินขึ้นบันไดไป ปฐวีมองตามไปด้วยความรู้สึกที่ยังตื่นกลัว ตระหนกว่าชิดชบาจะทำแท้ง
ตลับนาคและจำเรียงช่วยกันคลุมผ้าคลุมเตียง ชิดชบาเปิดประตูเข้ามา นิ่งๆ พยายามเก็บอารมณ์ความรู้สึก
ตลับนาคส่งเสียงเตือนจำเรียง
“เอาล่ะ เรียบร้อยแล้วไปกันเถอะ พักนะหลาน เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล พักฟื้นมากๆ”
“ค่ะ”
ตลับนาคและจำเรียงออกไป ชิดชบายืนพิงประตูนิ่งนาน ก่อนเดินเข้ามานั่งที่เตียงนอน เจ็บปวด ร้องไห้ออกมาเงียบๆ ก่อนวางมือลงบนท้องของตัวเอง

ตอนเช้า คนประมงกำลังหาหอยอยู่ตามแนวหาด ธวัชพงษ์ยังนอนหลับอยู่บนแคร่หน้าห้อง แพรวาเปิดประตูออกมามองชายหนุ่มเงียบๆ ก่อนเผลอยิ้ม
“นี่น่ะหรือชาวประมง ตื่นไม่ทันตะวันขึ้นอย่างนี้ จะหากินเลี้ยงใครได้”
ธวัชพงษ์ตอบทั้งที่ยังหลับตา
“ผมตื่นตั้งนานแล้วล่ะครับ แต่เห็นคุณหมอยังปิดประตูเงียบก็เลยไม่ปลุก เพราะคิดว่าคุณหมอคงเหนื่อย”
“ใช่ เมื่อคืนฉันหลับเป็นตาย เมื่อวาน”
“เมื่อวานคุณหมอต้องออกแรงวิ่งหนีพวกนั้น แล้วไหนจะนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งไกล”
ธวัชพงษ์ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีกระปรี้กระเปร่า พับผ้าห่มเก็บ
“ขอเวลาผมเข้าห้องน้ำแป๊บ เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ว่าผมหาเลี้ยงคุณหมอได้ ถ้าคุณหมอจะแต่งงานกับผม”
ธวัชพงษ์เปิดประตูเดินเข้าห้องไป แพรวากระอักกระอ่วน มองธวัชพงษ์ด้วยความไม่พอใจ

ชัยยงค์มาที่บ้านเถาว์เครือ ชี้หน้าเถาว์เครือด้วยความโกรธที่เธอไม่สามารถหาเงินมาให้เขาได้
“เงินแค่นี้ กับบ้านหลังนี้ใครไม่เอาก็โง่แล้ว แต่คุณบอกผมว่าหม่อมจรัสเรืองปฏิเสธ จะให้ผมเชื่อคุณหรือ”
“ฉัน”
“ก็ไหนคุณบอกว่าคุณรักผม ผมเป็นความหวังเดียวของคุณยังไงล่ะ หรือว่าคุณเห็นผมต้องคดี”
“เอ่อ ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ”
“เรื่องคดีของผมคุณไม่ต้องห่วง ยังไงผมก็ต้องรอด ผมมีผู้ใหญ่ที่ยังมีอำนาจมีอิทธิพลคอยหนุนหลัง เขายอมให้ผมติดคุกไม่ได้ เพราะว่าผมกำความลับของเขาไว้เยอะ”
“คุณชัยยงค์ หม่อมจรัสเรืองปฏิเสธจริงๆ แถมทำท่าเหมือนทั้งกลัวทั้งรังเกียจฉัน ที่ฉัน”
“ที่คุณออกตัวว่ามีอะไรกับผมอย่างนั้นหรือ”
“ฉันว่าตอนนี้เราอยู่เงียบๆ ไม่ดีกว่าหรือคะ ฉันยังต้องอยู่เงียบๆ เพื่อให้เรื่องมันเงียบ”
“ผมอยู่เงียบ แล้วกินข้าวกล่องกับอาหารตามสั่งไม่ได้”
เถาว์เครือมองอาหารกล่องที่วางอยู่บนโต๊ะ
“บ้านหลังนี้ยังไงมันก็ยังดูดี ผมจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ แต่คุณต้องปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้มันดีกว่านี้ มันถึงจะสมเกียรติคนอย่างผม”
“คุณจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ไม่ได้นะ ไม่ได้ บ้านหลังนี้”
เถาว์เครือมองรูปถ่ายงานศพของโสมสุภางค์
“ฉันกับลูก”
ชัยยงค์เดินไปหยิบรูปโสมสุภางค์คว่ำหน้าลง
“แค่นี้ก็หมดเรื่อง ตอนนี้คุณไม่ต้องสบสายตาของโสมสุภางค์อีกแล้ว”

เถาว์เครือหน้าซีดเผือด

ปฐวีเดินไปมาอยู่ในห้องโถง ร้อนใจอย่างเงียบๆ มองขึ้นไปยังบันไดวน จำเรียงถือถาดข้าวต้มเดินมา
 
“คุณชิดชบาตื่นหรือยัง”
“ไม่ทราบค่ะ แต่คุณป้าให้เอาข้าวต้มขึ้นไปให้คุณชิดชบาข้างบนค่ะ”
“ส่งมา ฉันจะเอาขึ้นไปเอง”
“เอ่อ แต่ว่า”
“ส่งมา”
“ค่ะ”
จำเรียงส่งถาดข้าวต้มให้ปฐวีด้วยความแปลกใจ ปฐวีเดินขึ้นบันไดไป ชิดชบายังนอนซมอยู่บนเตียง หันหลังให้ประตู ปฐวีเปิดประตูเข้ามา
“จำเรียงหรือ คุณป้าคงให้เอาข้าวต้มมาให้ฉันใช่มั้ย เอาวางไว้ตรงนั้นแหละ ฉันกินอะไรไม่ลง”
“แต่คุณต้องฝืนกิน”
ชิดชบาลุกขึ้นนั่ง
“คุณปฐวี”
“เพราะตอนนี้คุณไม่ได้โดดเดี่ยวหัวเดียวกระเทียมลีบแล้ว คุณมีลูกอยู่ในท้องอีกคน”
ปฐวีวางถาดข้าวต้มลงอย่างอ่อนโยน
“ลุกไหวมั้ย ให้ผมประคองคุณเข้าห้องน้ำมั้ย จะได้กินมื้อเช้า คุณป้าอุตส่าห์ทำข้าวต้มเครื่องมาให้”
“ไม่ต้องมาทำดีกับฉันหรอก ฉันช่วยตัวเองได้”
ชิดชบาลุกขึ้นยืน แล้วเกิดเซ ปฐวีฉวยแขนของเธอไว้ พร้อมขู่
“อวดดี ทั้งที่ตอนนี้ไม่มีดีอะไรจะอวด คุณกำลังเป็นคนป่วยอยู่นะ”
“ปล่อยฉัน ฉันไม่ได้เป็นอะไร”
“ปากแข็ง ยืนจะไม่อยู่แล้วยังทำโอหังอีก ผู้หญิงที่ทำตัวเก่งจนเกินพอดี เขาเรียกว่าผู้หญิงก๋ากั่น”
“ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันจะยืนด้วยลำแข้งของฉันเอง”
ปฐวีปล่อยมือ ชิดชบาซวนเซจะล้มเพราะอาการเวียนศีรษะ ปฐวีเข้ามาประคองไว้
“แล้วไงล่ะ ไม่ไหวใช่มั้ย คุณนอนลงก่อน ผมจะเอาหมอนหนุนหลังให้”
ปฐวีประคองให้ชิดชบานั่งลงบนเตียง จัดหมอนหนุน ชิดชบามองกิริยาของเขาด้วยความแปลกใจ
แต่ทำปั้นหน้าเย็นชา
“คุณเอนหลังมา”
“ขอบคุณ”
“ผมจะป้อนข้าวให้”
“ไม่ต้องทำให้ฉันสังเวชตัวเอง ฉันยังไม่ได้อาการหนัก หรือจะตายจากคุณเร็วๆ นี้หรอก ฉันเคยบอกแล้วไงว่าฉันจะทำให้คุณรู้ว่า นรกมีจริง”
“ใช่ มันไม่ได้มีแต่นรกหรอก แต่มีสวรรค์สำหรับผมด้วย”
“คุณ หยาบคาย ลามก”
“ใครเขาคิดอย่างนั้นล่ะ คุณคิดไปเองเรื่องนั้น นี่แสดงว่าตลอดเวลาที่คุณอยู่กับผม คุณเองก็”
“ออกไป แล้วไม่ต้องเข้ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ถ้าอยากจะทำอะไรเพื่อฉันล่ะก็ คุณควรตามหาธวัชพงษ์กับคุณหมอแพรวา”
“ธวัชพงษ์ คุณหมอแพรวาหรือ”
“ฉันห่วงสองคนนั่น ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง”
ชิดชบากังวล

ธวัชพงษ์และแพรวาอยู่บนกระดานเลน เขาเข็นกระดานเลนให้แพรวานั่ง ทั้งสองออกไปหาหอยตั้งแต่เช้าตรู่
ท่าทีของแพรวาดูเก้งก้าง
“มันไม่ใช่ของง่ายๆ เลยนะ กว่าจะได้หอยสักตัว”
“ตอนเป็นเด็กผมเคยช่วยลุง เขาเป็นประมงน้ำตื้นน่ะครับ มีเรือเล็กๆ ออกไปตกหมึกตอนกลางคืน เราต้องใช้แสงไฟล่อปลาหมึก พอมันเห็นแสงไฟมันจะเข้ามาเล่นไฟ ต่อจากนั้น”
“มันก็ตกเป็นเหยื่อแสงสี”
“ครับ เหมือนคน อดระเริงไปกับแสงสี แล้วก็ความสนุกสนานไม่ได้ ผมว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์นะ ทุกคนใฝ่หาความสุขจนบางที ก็ลืมไปว่านั่นเป็นอันตราย”
“นี่คุณกำลังพูดถึงอะไรนี่”
“เรื่องที่ผมทำอยู่ คุณหมอรู้มั้ยว่าทำไมคนต้องเล่นการพนันจนหมดเนื้อหมดตัว จนต้องขายทุกอย่างแม้แต่ลูกหรือเมีย”
“หลง ความหลงหรือ หรือผีเข้า ผีตัวที่คนชอบเรียกมันว่าผีพนัน”
“ผมว่าความโลภ อยากรวย อยากได้มาโดยไม่ต้องเสียเหงื่อทำงาน มันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเสียรู้ผีพนัน”
“แล้วคุณจะทำยังไง ถึงจะสู้กับผีร้ายตัวนี้ได้ ฉันว่าผีมันมีกำลังเยอะนะ”
“ถ้าคุณหมอช่วยผม เราสองคนต้องหาทางเปลี่ยนทัศนคติของนักพนัน”
ธวัชพงษ์มองสบตาแพรวาด้วยรอยยิ้ม

ถกลขับรถเข้ามาจอดในบ้านเถาว์เครือ ชัยยงค์และชัยญาเดินลงมา ชัยญามองไปรอบๆ ยิ้มเยาะ ขบขัน
“ตัดสินใจแน่แล้วหรือครับพ่อ ว่าจะเปลี่ยนสัญชาติเป็นแมงดา”
“ตอนนี้ฉันไม่มีทางเลือก ฉันเสียพนันที่มาเก๊าตั้งสามสิบล้าน ถึงต้องปล่อยให้มันยึดคอนโด บ้านหลังนี้โอ่อ่าใหญ่โต สมกับฐานะของฉัน เราจะเข้ามาตั้งแก๊งในบ้านหลังนี้”
เถาว์เครือยังผมฟู สวมชุดนอน เปิดประตูลงมาด้วยความแปลกใจ ชัยยงค์หันไปสั่งถกล
“เอากระเป๋าขึ้นไปเก็บ”
“ครับ”
“ของฉันกับของแกด้วย เราจะทำให้บ้านนี้เป็นกองบัญชาการ ไล่ล่าไอ้ธวัชพงษ์กับหมอแพรวา”
ชัยยงค์ ชัยญา และถกลหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้า เดินผ่านเถาว์เครือขึ้นตึกไปโดยไม่มองหน้า เถาว์เครือมองอย่างตื่นตระหนก

อรุณณรงค์ขับรถเข้ามาจอดหน้าวัง เดินลงจากรถมาพร้อมอุราศรี หม่อมจรัสเรืองรีบเข้ามาหาด้วยความตื่นตระหนก
“ชายเอี่ยว อุราศรี แม่มีข่าว คุณพวงผกาเพิ่งโทร.มาเล่าให้แม่ฟัง”
“เรื่องอะไรครับ”
“นายชัยยงค์น่ะซี ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านคุณเถาว์เครือแล้ว”
“จริงหรือคะ”
“ไม่มีมูลฝอย ไฟคงไม่ไหม้มูลล่ะมั้ง ไม่ใช่นายชัยยงค์คนเดียวนะ ลูกชายของเขาด้วย”
“นายชัยญา เขาเป็นพวกกุ๊ยชัดๆ”
อุราศรีเกลียดชังชัยญา อรุณณรงค์เริ่มร้อนใจ
“ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณเถาว์เครือจะอยู่กินกับนายชัยยงค์ออกนอกหน้าอย่างนี้”
“มิน่าล่ะ ถึงได้เอาบ้านมาจำนองแม่สี่ล้าน แต่แม่ไม่เล่นด้วย บอกตรงๆ พอคุณเถาว์เครือมีคนพวกนี้ แม่กลัวจะไม่ได้ทั้งเงินทั้งบ้านคืน”
“คุณเถาว์เครือเสียลูก ก็โชคร้ายพอแล้ว แล้วยังถลำลึกไปกับสองพ่อลูกนี่อีก ไม่มีทางที่เราจะช่วยคุณเถาว์เครือเลยหรือคะคุณชายเอี่ยว เห็นแก่คนที่ตายไปแล้วอย่างโสมสุภางค์”
“อย่าเชียวนะอุราศรี อย่าเข้าไปยุ่งกับคนชั่วพวกนี้เลย มันจะทำให้หนูเสื่อมราศีไปด้วย”
“แต่เราจะปล่อยคุณเถาว์เครือให้ลอยไปตามน้ำอย่างนั้นหรือครับ”
“ใครจะทำอะไรได้ เรื่องแบบนี้ถือว่า กรรมใครกรรมมัน”

หม่อมจรัสเรืองยิ่งสังเวช

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 15 (ต่อ)

ชัยยงค์นั่งกระดิกเท้าโทรศัพท์สั่งการให้สมุนไล่ล่าธวัชพงษ์
 
ชัยญาและถกลนั่งอยู่ใกล้ๆ เขี่ยบุหรี่ ขณะที่เถาว์เครือยืนชงกาแฟอยู่ไกลๆ มองมาด้วยความกังวล
“ส่งคนไปเฝ้าที่หอพักของมัน แล้วก็ที่โรงพิมพ์ คอยดักหมอแพรวาที่คอนโด หรือที่โรงพยาบาล หมอแพรวาเป็นหมอคงทิ้งงานไม่ได้ ได้ร่องรอยเมื่อไหร่ แกรายงานฉันด่วน”
เถาว์เครือเอากาแฟมาวางกระแทก แต่ไม่มีใครสนใจ
“ผมจะไปดักระริน เพื่อหาข่าวชิดชบา ธวัชพงษ์กับชิดชบาสนิทกัน มันต้องติดต่อกัน”
“อย่ามีเรื่องอีก ตอนนี้แกต้องเก็บตัวนิ่งๆ ไม่อย่างนั้นนังระรินมันจะเล่นงานแก”
“พ่อไม่ต้องห่วง ยังไงผมต้องหาเบาะแสไอ้นักข่าวนั่นให้ได้ ว่าแต่เรื่องปฐวีเถอะ พ่อจะทำยังไง”
“ชิดชบาตั้งท้อง คงมีความหมายสำหรับปฐวี คนถ้าเลี้ยงเด็กกำพร้าสามร้อยคนได้ ต้องเป็นคนรักเด็ก แล้วนี่เป็นลูก”
เถาว์เครือยืดอกขึ้น เจ็บปวด ขมขื่น และชิงชังชิดชบา
“มันอาจจะยกบ้านหลังนั้นให้ชิดชบาโดยไม่สนเงื่อนไขเดิมก็ได้ คุณน่ะ ยังอยากได้บ้านหลังนั้นอยู่อีกมั้ย”
ชัยยงค์หันมาถาม เถาว์เครือตกใจ
“ฉันหรือ”

ชิดชบาเดินเร็วๆ ลงมาจากบันได ด้วยท่าทีที่ยังอ่อนล้า ปฐวีเข้าขวางไว้ เสียงเข้ม ดุ
“คุณจะไปไหน”
“ฉันจะไปหาธวัชพงษ์ที่หอพัก เผื่อเขาจะกลับไปที่นั่น”
“ตัวเองยังแบกสังขารไม่รอด ยังจะห่วงคนอื่น คนที่คุณควรจะห่วงก็คือ”
“ธวัชพงษ์เป็นเพื่อนฉัน เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด คุณก็มีส่วนทำให้เกิดขึ้น ถ้าเขาเดือดร้อนก็คุณนั่นแหละ”
“คุณคิดว่าผมใจจืดใจดำ ไม่ร้อนใจเรื่องที่เขาพาคุณหมอแพรวาหายไปอย่างนั้นหรือ ผมให้คนติดตามหาเขาอยู่ แต่ยังไม่พบ”
“แล้วจะอยู่นิ่งๆ ทั้งที่ชีวิตสองคนนั่นอันตรายอย่างนั้นหรือ”
“นายชัยยงค์ กับนายชัยญาย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านคุณเถาว์เครือแล้ว เขาคงจะไม่มีที่ไป เพราะคอนโดถูกยึดแทนเงินที่เสียพนัน”
“จริงหรือ”
“คนที่กำลังเดือดร้อนคือคุณเถาว์เครือ คุณคงไม่รู้ว่าอยู่ร่วมกับนักพนันน่ะ มีต้นทุนสูงเท่าไหร่ก็หมด ไม่ต้องไป”
“แต่ฉันจะไป”
“เชื่อผมเถอะ พักผ่อนให้มากๆ คุณเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ไม่เชื่อ ผมนึกแล้วว่าคุณจะต้องไม่เชื่อ ผมไปด้วย”
“ฉัน”
ปฐวีเดินเข้ามา จ้องหน้าชิดชบาอย่างจริงจัง
“ผมจะไปกับคุณ”
เมื่อมาถึงหอพักธวัชพงษ์ ชิดชบารีบเปิดประตูเข้าไปดู แล้วเดินกลับมาที่รถซึ่งปฐวีนั่งรออยู่
“ไม่พบเขาใช่มั้ย”
“เขาไม่ได้กลับมาที่นี่สองคืนแล้ว”
“เวลาผมพูดอะไร เชื่อสักเรื่องก็ได้นะ มันไม่เสียศักดิ์ศรีอะไรนักหรอก”
ชิดชบาเปิดประตูรถเข้ามานั่ง ท่าทีอ่อนลงบ้าง
“แล้วคุณคิดว่าเขาอยู่ที่ไหน”
“เขาคงจะพาหมอแพรวาไปซ่อนตัวในที่ที่ปลอดภัย ถึงเขาจะไม่ได้เก่งกล้าสามารถ แต่เขามีสัญชาติญาณพอตัว เขาเป็นผู้ชายเขาต้องดูแลคุณหมอแพรวาได้”
“เขายังอ่อนหัด ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนพวกนักพนันอย่างคุณ นี่แหละ ที่ฉันห่วงเขา”
“แล้วผมล่ะ คุณไม่คิดจะห่วงผมบ้างเลยหรือ”
“ไม่คิด ไม่รู้จะห่วงคุณทำไม ห่วงไปเพื่ออะไร”
“ถึงคุณจะไม่ต้องการสามี แต่ลูกทุกคนต้องการพ่อ เมื่อไหร่คุณจะเริ่มต้นการเป็นแม่เสียที คุณกำลังท้องนะ”
“ฉันจะตามหาธวัชพงษ์ให้พบ แล้วให้เขานำหลักฐานออกมาจับคนผิดเข้าคุกให้ได้ คนพวกนี้มันเลวเกินกว่าจะเดินอยู่บนถนนร่วมกับคนอื่น ที่ที่มันควรจะอยู่คือ คุก”
รถของปฐวีพุ่งออกไปด้วยความเร็ว

อรุณณรงค์และอุราศรีขับรถเข้ามาจอดหน้าประตูรั้วบ้านเถาว์เครือ มองเข้าไปในบ้านเห็นรถจอดอยู่สามคัน
“ผมว่าเราอย่ากดกริ่งเลยครับคุณหญิง คุณเถาว์เครือคงไม่ได้อยู่คนเดียว มีรถจอดอยู่สามคันคงเป็นของ”
“นั่นไงคะ รถของชัยญา ฉันจำได้”
“คนพวกนี้มาอยู่ที่นี่จริงๆ มิน่าล่ะคุณเถาว์เครือถึงได้พยายามหาเงินสี่ล้าน คงเอาไปให้นายชัยยงค์เล่นการพนัน”
“นี่กลายเป็นว่าคุณเถาว์เครือตกอยู่กลางกลุ่มเสือสิงกระทิงเขี้ยวจริงๆ หรือคะ มีทางไหนที่จะช่วยคุณเถาว์เครือได้บ้างคะ คุณชาย”
“เราต้องเตือนคุณเถาว์เครือให้รู้ตัว ว่าคนพวกนี้อันตราย”
อรุณณรงค์กังวลมาก

เถาว์เครือพยายามเก็บกล่องโฟมที่วางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ ด้วยความเหน็ดเหนื่อย ทรุดโทรมลงด้วยความทุกข์ ชัยยงค์เดินลงมาสั่งเถาว์เครือ
“คืนนี้ผมจะมีเพื่อนมาเล่นไพ่สามสี่คน คุณต้องทำอาหารดีๆ เลี้ยงเพื่อนผม อ้อ เหล้าด้วย คุณเลือกไวน์เป็นมั้ย เพราะไอ้เพื่อนผมบางคนมันคอสูง ไม่ดื่มเหล้าแต่ดื่มไวน์แพงๆ”
“ฉันไม่มีแม่ครัว ไม่มีคนใช้ มันออกกันไปตั้งแต่โสมสุภางค์ตาย แล้วฉันก็ทำอาหารไม่เป็น”
“ถ้าไม่อยากทำ ก็สั่งอาหารจากโรงแรมมา”
“แต่ว่า”
“ถ้ากลัวแพงก็ต้องทำ อ้อ แล้วเสื้อผ้าที่ผมใช้แล้วต้องส่งร้านซักรีดนะ ถ้าไม่ส่งร้านซักรีด คุณก็ต้องทำเอง”
เถาว์เครือถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า

ปฐวีขับรถเข้ามาจอดในลานจอดรถหน้าซุปเปอร์มาเก็ต ชิดชบามองชายหนุ่มด้วยความแปลกใจ
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม”
“ผมจะทำสลัด คุณควรจะทานอาหารให้ครบหมู่ แค่เลิกเป็นเมรีขี้เมายังไม่พอ ร่างกายของคุณต้องการผัก เนื้อสัตว์ นม อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณ”
ปฐวีเปิดประตูให้ชิดชบา
“จะลงมาดีๆ หรือจะให้ผมหิ้วคุณเข้าไปข้างใน”
“เอ่อ นี่ อย่านะ ฉันร้องดังนะ”
“ผมหน้าด้าน อย่างมากคนเขาก็คิดว่าเป็นเรื่องผัวเมียทะเลาะกัน แล้วผัวหน้าตาดีอย่างผม ห่วงเมียอย่างผมก็ได้คะแนนนิยมไป ส่วนคุณ คนเขาจะสังเวชที่มีผัวดีอย่างนี้แล้วยังไม่พอใจอีก”
“คุณปฐวี”
“เวลาผมหยาบนี่ ผมหยาบเหมือนกระดาษทรายเบอร์ 10 นะ จะลงมาหรือจะให้อุ้ม”
ชิดชบารีบก้าวลงมา
“ลงก็ได้”
“ทำหน้าให้ดีๆ คนท้องเขาต้องรักษาอารมณ์ให้ดี ไม่ต้องห่วงธวัชพงษ์หรอก ผมว่าป่านนี้คงจะ”

ปฐวียิ้มๆ

ธวัชพงษ์นึ่งปู ควันโขมง แพรวายืนมองทะเล คุยโทรศัพท์
 
“เอื้อยหรือ นี่หมอแพรวานะ ไม่ต้องถามหรอกว่าหมออยู่ที่ไหน โทร.ยกเลิกนัดคนไข้ให้ด้วย อ้อ แล้วลาพักร้อนให้หมอด้วยนะ นานแค่ไหนน่ะหรือ สองอาทิตย์ล่ะมั้ง จ้ะ พักร้อนไกล เมืองนอก”
แพรวาปิดโทรศัพท์
“เสร็จแล้วครับ กุ้งหอยปูปลา พร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บ เห็นมั้ยครับ ว่าผมมีความสามารถหาเลี้ยงคุณหมอไม่ให้อดตายได้ วันนี้มีปู มีกุ้ง มีหอย แต่พรุ่งนี้จะมีปลาหมึกย่าง”
“ปลาหมึกหรือ”
“คืนนี้ผมจะออกไปตกหมึก คุณหมอไปด้วยกันนะครับ ผมไม่กล้าทิ้งคุณไว้คนเดียว”
“คุณว่าพวกมันจะรู้มั้ยว่าเราอยู่ที่ไหน”
“ถ้ารู้ มันคงมาเยี่ยมเราแล้วล่ะครับ ตอนนี้มันยังไม่รู้”
“แล้วตอนต่อไปล่ะ”
แพรวาเริ่มกังวล หวั่นกลัว ธวัชพงษ์ยังรื่นเริง
“ไว้ให้ถึงตอนนั้นแล้วค่อยคิดกันอีกที ดีมั้ยครับ”
ธวัชพงษ์ยกอาหารทะเลตั้งบนแคร่

ปฐวีเข็นรถเข็น เลือกอาหารล้วนแต่เป็นของชั้นดี บำรุงสุขภาพ ชิดบาเดินตามอย่างปั้นปึ่ง
“ผมจะทำสลัดมื้อค่ำ เนื้อย่างหรือแกะย่างดี เราต้องซื้อน้ำมันมะกอก ช่วยผมเลือกซีคุณ เป็นนักเรียนปารีสนะ”
“ฉันลืมไปแล้วว่าน้ำมันมะกอกหน้าตาเป็นยังไง กินปูปลาร้าแซ่บเสียจนลิ้นมันชิน”
เถาว์เครือมาซื้อบะหมี่สำเร็จรูปเต็มรถเข็น รีบหลบมุม มองชิดชบากับปฐวี
“คุณนี่ หาเรื่องรวนได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกนาทีเลยนะ ทำไมเราไม่แสร้งทำเป็นว่าผมคิดเมนูหลัก แล้วคุณก็คิดเรื่องของหวาน”
“กล้วยบวชชี ต้มถั่วเขียว มันต้มขิง พอใจมั้ย”
“ขนมไม่ควรมีกะทิ เผือกหรือมันจะทำให้คลอดยาก”
“โบราณ สมัยนี้ใครเขาเบ่งคลอดกัน”
“พวกแม่ที่ไม่ยอมเสียแรงเบ่ง เท่ากับเขาทิ้งโอกาสดีๆ ของการเป็นแม่”
“เจ็บท้องออกลูก เอ่อ คลอดลูกเนี่ยน่ะนะ คือโอกาสที่ดีของการเป็นแม่”
“ไม่รู้ว่าเจ็บท้องเป็นยังไง แล้วคุณจะเป็นแม่ไปเพื่ออะไร อย่ากลัวที่จะต้องเจ็บ ถึงเจ็บจะสาหัสพอๆ กับผู้ชายไปรบ แต่มันเจ็บไปพักไปหายใจไป ไม่เจ็บจนตายอย่างที่คุณกลัว”
ชิดชบานิ่งอึ้ง ทั้งสองจ้องหน้ากันจนคนที่เดินผ่านไปมามองอย่างสงสัย
“จ่ายของให้เสร็จ ฉันจะไปรอที่เคาน์เตอร์”
ชิดชบาเดินออกไป ปฐวีเข็นรถตามไปด้วยแววตายิ้มๆ เถาว์เครือค่อยๆ โผล่หน้าออกมา มองด้วยความเจ็บปวด พยายามกลั้นน้ำตา
“โสมสุภางค์ แม่คิดถึงลูกจริงๆ นี่ถ้าลูกไม่”
เถาว์เครือน้ำตาร่วง

ชัยญานั่งรออยู่ในรถ ถกลเดินออกมาจากโรงพยาบาล เปิดประตูรถเข้านั่งหลังพวงมาลัยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ไง พบหมอแพรวามั้ย”
“ไม่พบครับ หมอแพรวาลาพักร้อน ออกข่าวว่าไปเมืองนอก”
“ไปเมืองนอกหรือ”
ชัยญาคำรามด้วยความแค้น นัยน์ตาวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธ
“โกหก หนีตายตามไอ้นักข่าวนั่นไปต่างหากล่ะ”
“ที่หอพักไม่มี โรงพิมพ์ก็ถูกไล่ออกแล้ว อพาร์ทเมนท์หมอแพรวาก็ไม่มีใครกลับไปที่นั่น คุณชัยญาว่ามันจะไปกบดานที่ไหนครับ”
“ฉันก็นึกไม่ออก ว่ามันจะพาหมอแพรวาหนีไปไหน มีเบาะแสอื่นบ้างมั้ย”
“ไม่มีเลยครับ”
“เอ มันไปกบดานที่ไหนนะ”
ชัยญายุ่งยากใจ

แพรวานั่งขัดสมาธิกินอาหารทะเลอย่างมีความสุขอยู่ที่ที่พัก ธวัชพงษ์แกะปูอย่างชำนาญแล้วส่งให้
“เมื่อตอนผมเป็นเด็ก ผมเคยไปรับจ้างแกะปูในตลาดครับ พอกลับจากโรงเรียนวางกระเป๋าได้ก็วิ่งตื๋อไปสะพานปลา ขนปลาบ้าง แกะปูบ้าง ได้ค่าแรงจนร่ำรวยมีเงินซื้อของเล่นทุกชิ้นที่อยากได้”
“ดูคุณมีความสุข เวลาพูดถึงวัยเด็กนะ”
“เด็กต้องกิน ต้องนอน ต้องเล่น แล้วก็ต้องซนครับ”
“ตอนคุณเป็นเด็กคงซนซีนะ”
“ครับ”
ธวัชพงษ์มองออกไปยังท้องทะเล
“ตะวันกำลังตกดินอย่างนี้ เด็กจะวิ่งแข่งกันลงทะเลครับ ใครไปถึงทะเลก่อน คนนั้นชนะ เริ่มกันเลยมั้ยครับคุณหมอ”
“ธวัชพงษ์ อย่านะ ฉันไม่ชอบน้ำทะเล มันเค็ม มันเหนียวตัว”
“ถ้าคุณหมอลุยโคลนได้ ก็ต้องลุยทะเลได้ ไปครับ ไปเล่นน้ำทะเลกัน”
ธวัชพงษ์ดึงมือแพรวาวิ่งลงทะเล ทั้งสองหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

ชิดชบานั่งนิ่งๆ อยู่ที่โต๊ะอาหาร ปฐวีทำอาหารค่ำ สเต็ก สลัดที่จัดอย่างสวยงาม จำเรียงยืนมองด้วยความชื่นชม
“เก็บที่เหลือนี่ไปได้แล้ว”
“ค่ะ”
จำเรียงรีบเก็บของออกไป ปฐวียกสลัดมาตั้งตรงหน้าชิดชบา ตักใส่จานให้
“ผมใส่ไข่ต้มลงในสลัดของคุณด้วย คุณจะได้โปรตีนจากไข่แดง เนื้อแกะนี่ ผมใส่เครื่องเทศเยอะหน่อย จะได้ดับกลิ่นเนื้อแกะ คนท้องมักจมูกไวได้กลิ่นนั่นกลิ่นนี่เร็ว”
“หน้าตาพอใช้ได้นี่ แต่รสชาติ”
“ถ้าคุณไม่ชิมคุณก็ไม่รู้ว่ารสชาติไปทางไหน เหนือหรือใต้ ปกติผมไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำอาหาร ทั้งที่เมื่อก่อนตอนที่อยู่มาเก๊า ผมต้องทำอาหารเองทุกมื้อ เพราะมันถูก”
“มีอะไรบ้าง ที่ฉันยังไม่รู้เกี่ยวกับคุณ”
“ช่างเถอะ อย่ารู้จักผมเลย ชีวิตผมไม่น่ารู้จัก”
“คุณร่ำรวย ไม่ใช่เพราะพนันอย่างเดียว คุณมีอีกมุมที่เป็นคนทำธุรกิจ แต่ฉันสงสัยว่า คนไม่มีที่มาที่ไปอย่างคุณ เริ่มต้นรวยมาได้ยังไง”
ปฐวีลงนั่ง มองหน้าชิดชบานิ่งๆ
“ผมเริ่มเป็นคนแจกไพ่ แล้วก็ค่อยๆ ศึกษาเกม พยายามล้วงความลับจากสีหน้าของคู่แข่ง อ่านความคิดของเขา อ่านใจเขา ก่อนที่จะ”
ชิดชบาลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ
“เหมือนอย่างที่คุณล้วงความลับจากสีหน้าของพ่อฉัน อ่านความคิดของเขา อ่านใจเขา แล้วก็”
“เกทับเขา”
“คุณมันไอ้โสโครก คุณหลอกพ่อให้ถลำลึกด้วยวิธีเจ้าเล่ห์”
ชิดชบาปัดสลัดกระจายไปตามพื้น
“คุณจงใจเอาชนะเขา คุณฆ่าเขา”

ชิดชบาวิ่งขึ้นบันไดไป ปฐวีนั่งนิ่งๆ ดวงตาฉายแววเจ็บปวด ก่อนหลับตาลงอย่างช้าๆ

ที่บ้านเถาว์เครือกลายเป็นบ่อนไพ่ย่อมๆ เธอยกถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากระแทกวาง
 
ทุกคนกำลังเล่นไพ่กันอย่างเคร่งเครียดหันมามอง ชัยยงค์แปลกใจ
“ก็ไหนว่าคุณจะทำมื้อค่ำไง เพื่อนผมกับน้องๆ พวกนี้จะกินมื้อค่ำด้วย”
“นี่ค่ะ มื้อค่ำ ฉันไปจ่ายมาให้แล้ว”
“นี่มันบะหมี่สำเร็จรูปนะ”
“กินได้ก็กิน กินไม่ได้ ก็ไม่ต้องกิน”
เถาว์เครือสะบัดหน้าเดินออกไป ทุกคนต่างชะงัก งงๆ ชัยยงค์ลุกตามเถาว์เครือไปด้วยความโกรธ เถาว์เครือเปิดประตูห้องนอนเข้ามา ด้วยท่าทีอ่อนล้า ชัยยงค์เปิดประตูตามเข้ามา ปราดเข้าตบตี
“อย่าทำท่าเป็นนางพญา แล้วทำเหมือนผมเป็นไอ้ขยะ ผมเป็นใคร นายชัยยงค์นักธุรกิจใหญ่ เป็นผัวคุณ อยากจะมีผัวตอนแก่คุณต้องรับผิดชอบ ต้องเลี้ยงให้ดี มีอาหารดีๆ มีบ้านหลังใหญ่ แล้วก็มีเงินให้ผัวต่อทุน ทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีก จำไว้”
ชัยยงค์เปิดประตูออกไป เถาว์เครือซมซานลุกขึ้นมาจากพื้น เนื้อตัวหน้าตาบอบช้ำ เพราะแรงตบตีอย่างป่าเถื่อนของชัยยงค์

ตลับนาคเปิดประตูห้องอาหารเข้ามา เห็นปฐวีนั่งนิ่งๆ อยู่กับสลัดที่กระจัดกระจาย อาหารค่ำที่ยังไม่ได้กิน
เธอกวาดสายตามอง ก่อนจะข่มอารมณ์ ถามขึ้น
“ดึกแล้ว ไปนอนเถอะค่ะคุณปฐวี ชิดชบาเข้านอนแล้ว คุณจะนั่งอยู่ทำไม”
“ผมขอโทษด้วยนะครับคุณป้า ที่ทำห้องนี้เลอะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวป้าจะทำความสะอาดเอง คุณไปเถอะ”
ตลับนาคเริ่มลงมือทำความสะอาด ปฐวีลังเล ก่อนหันมาถามตลับนาค
“ชิดชบาเป็นยังไงบ้างครับ”
ชิดชบานอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนอน ปฐวีเปิดประตูเข้ามา หยุดยืนมองชิดชบา สีหน้าและแววตาของเขาอ่อนโยน เศร้าหมองลง พึมพำเบาๆ
“ผมไม่ใช่คนเริ่มต้น ผมไม่อยากให้เรื่องร้ายนั่นเกิดขึ้นเลย พ่อของคุณต่างหากล่ะ ที่เป็นคนทำให้มันเกิด”
ปฐวีเดินออกไปอย่างเงียบๆ

บนเรือตกหมึกลำเล็กๆ ของชาวประมง ธวัชพงษ์และแพรวาส่องไฟรอปลาหมึกกันอย่างจดจ่อ แพรวาตื่นเต้นเมื่อเห็นปลาหมึกตัวแรก
“นั่นไง มาแล้ว ใช่ปลาหมึกมั้ย”
“ใช่ครับ เดี๋ยวพอตัวแรกมา ตัวอื่นๆ ก็ตามมา นั่นไงครับ มาแล้ว”
“ฉันไม่เคยเห็นปลาหมึกเป็นๆ เลยนะธวัชพงษ์ เคยเห็นแต่ที่ยำหรือย่างมาแล้ว”
“ใช้สวิงตักเลยครับ”
“ทำไมเราไม่ใช้วิธีตก”
“ถ้าตักง่ายกว่า เราจะทำเรื่องยากๆ ทำไมล่ะครับ”
แพรวาชะงัก แววตาสลดลง
“ใช่ เลิกคบกับคุณง่ายกว่า แล้วทำไมฉันต้องคบกับคุณเพื่อทำเรื่องยากๆ ด้วยนะ”
“เพราะคุณหมอรักผมไงครับ”
“ฉันน่ะหรือรักคุณ”
“วันนี้ยัง แต่พรุ่งนี้”
ธวัชพงษ์มองสบตาแพรวาด้วยรอยยิ้ม
“ผมจะทำให้คุณหมอรักผมให้ได้”
แพรวานิ่งอึ้งไป
“เร็วครับคุณหมอ โน่น มันมากันเป็นฝูงเลย”
แพรวาหันไปตักปลาหมึกด้วยความตื่นเต้น สนุกสนาน

ตอนเช้า ปฐวีเปิดประตูห้องนอนออกมา มองไปยังห้องนอนของชิดชบา ก่อนเดินช้าๆ ตรงไปยังห้องนอนของชิดชบาอย่างลังเล จำเรียงกำลังคลุมเตียง ปฐวีเปิดประตูเข้ามา กวาดสายตามองหาชิดชบา
“ไม่อยู่ค่ะ ออกไปแต่เช้าค่ะ”
“ไปไหน”
“คุณชิดชบาไม่ได้บอกอะไรไว้ค่ะ”
ปฐวีโกรธ
ชิดชบายืนรออยู่ที่โรงอาหารของโรงงาน ห้าวเดินออกมามองชิดชบาด้วยความแปลกใจ
“คุณ”
“ฉันขอโทษนะห้าว ที่มารบกวนนายแต่เช้า”
“มีเรื่องอะไรหรือ แล้ว”
ห้าวมองท้องของชิดชบา ชิดชบาตอบปัด
“ธวัชพงษ์หายไป เขาหนีตายจากพวกของนายชัยญา แล้วพาคุณหมอแพรวาไปด้วย ฉันไม่รู้จะไปตามหาเขายังไง นายพอรู้มั้ยว่าพวกนายชัยยงค์ ชัยญา ออกไล่ล่าธวัชพงษ์ที่ไหน”
“ตั้งแต่ออกจากคุก ฉันก็ไม่ได้ติดต่อพวกนี้อีกเลย มีปัญหากับพวกนี้ลำบากนะ”
“ฉันถึงห่วงธวัชพงษ์ อยากรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เขาซ่อนหลักฐานสำคัญนั่นไว้ยังไง นายเป็นขาเก่าของนายชัยญา ช่วยฉันหน่อยได้มั้ยห้าว ฉันกลัวว่ามันจะพบธวัชพงษ์ก่อนคุณปฐวีพบ เขาต้องตายแน่”
“คุณควรจะห่วงตัวเองให้มากกว่าห่วงคนอื่นนะ คุณปฐวีเขารู้หรือยังว่าคุณท้อง”
“ฉันไม่อยากพูดเรื่องนี้”
“ท้องคุณจะโตขึ้นทุกวัน คุณไม่พูด แต่คนอื่นจะพูดกัน”
“ช่างเถอะ”
ชิดชบาลุกขึ้นยืน สีหน้า แววตากร้าวขึ้น เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นสายจากปฐวี ชิดชบารีบตัดสาย
“คุณปฐวีใช่มั้ย เขาห่วงคุณ”
“ห่วงฉันหรือ คงไม่หรอก”
“แล้วถ้าเขาห่วงลูกล่ะ”
“ลูกหรือ”
ชิดชบาเชิดหน้าขึ้น แววตากร้าว แตะมือลงที่ท้องของตัวเอง
“ดี ห่วงมากๆ ฉันชอบ”

ปฐวีเดินไปมาอย่างเงียบๆ ทั้งโกรธ ทั้งห่วงใยชิดชบา เริ่มมีความผูกพันต่อลูกโดยไม่รู้ตัว ชิดชบาขับรถเข้ามาจอด ปฐวีกระชากเสียงถาม
“ไปไหนมา ผมโทร.ถึงคุณ แต่คุณตัดสายของผมแล้วปิดโทรศัพท์”
“ฉันไปเรื่องธวัชพงษ์”
“แล้วได้ความมั้ย ไม่ได้ เสียเวลาเปล่า ผมบอกให้คุณอยู่นิ่งๆ เรื่องตามหาตัวธวัชพงษ์กับหมอแพรวาเป็นเรื่องของผมเอง”
“ฉันไม่เห็นคุณทำอะไร นอกจากยุ่งเรื่องของฉัน”
“ตราบใดที่คุณยังอุ้มท้องลูกของผม ผมก็จะยุ่งกับคุณ”
“ฉันบอกแล้วไงว่า”
“ผมก็จะยืนยันคำเดิมว่าผมมีสิทธิ์ในตัวตนของลูก เพราะผมเป็นพ่อ ถึงเราจะไม่ได้ตกลงกัน แต่ตอนนี้ผมกับคุณ ก็ละเมิดข้อตกลงมาไกลแล้ว อยากได้อะไร บ้านหรือ เอาคืนไปผมจะให้”
ชิดชบาตะลึงงัน จ้องหน้าปฐวี
“แต่ลูกต้องเป็นของผม”
ชิดชบาจ้องหน้าปฐวีนิ่งนาน เริ่มยิ้มในแววตา
“คุณต้องการลูก ถึงขนาดเอาบ้านที่เราฆ่าฟันกันแทบตายมาแลก ฉันควรจะรีบตะครุบไว้ แต่ฉันไม่ ฉันรู้แล้วว่าตอนนี้คุณถือไพ่อะไรในมือ”
ชิดชบายิ้มอย่างผู้ชนะ หมุนตัวกลับเดินขึ้นตึกไป
“ชิดชบา”
ปฐวีรีบเดินตามชิดชบาไป
“ชิดชบา เดี๋ยวก่อน ฟังผมนะ”

ชิดชบาเดินเลี้ยวลับสายตาไป ปฐวีอ่อนล้า เริ่มหวั่นกลัว

เถาว์เครือยืนอยู่หน้ากระจก ค่อยๆ แตะกระดาษเพื่อซับรอยบอบช้ำ
 
ชัยยงค์เดินเข้ามา วางมือลงบนไหล่ของเถาว์เครืออย่างอ่อนโยน เสแสร้ง
“มันก็แค่ผัวเมียทะเลาะกัน ใครๆ เขาก็ทำอย่างนี้กันทั้งนั้น คุณรู้มั้ย ทำไมผัวเมียที่ลงไม้ลงมือกันถึงเลิกกันไม่ได้”
เถาว์เครือเสียใจ เจ็บปวดและขมขื่น ชัยยงค์ดึงให้เธอลุกขึ้นยืน
“เพราะว่า”
ชัยยงค์ก้มลงจูบที่ไหล่ของเถาว์เครือ เธอเบี่ยงตัว
“อย่า”
“คุณโกรธผม”
“ฉัน”
“ถ้าไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ก็อย่าขัดคำสั่งของผม ผมคุ้นกับการออกคำสั่ง เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่อยู่กับผม ต้องทำตัวให้คุ้นกับการรับคำสั่ง ผมพูดแค่นี้คุณเข้าใจนะ”
“เอ่อ”
“คุณควรยินดี ที่ชีวิตชองคุณยังมีผมอยู่ สังคมที่คุณเคยเชิดหน้า ตอนนี้มีแต่คนนินทาคุณลับหลัง เกาะผมไว้แน่นๆ ผมเป็นที่พึ่งทางใจให้คุณได้ เพราะคุณเคยบอกว่า ผมเป็นความหวังเดียวของคุณ ใช่มั้ย”
เถาว์เครือเริ่มจะร้องไห้ ชัยยงค์ตวาด
“ใช่มั้ย”
เถาว์เครือสะดุ้งสุดตัว
“ใช่ ใช่ค่ะ”
“ผมต้องใช้เงินสามแสน วันนี้”
“ฉันไม่มี”
“อย่าโกหก คุณทั้งเหนียวทั้งเค็ม ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งเมือง สามแสน ผมต้องใช้”
ชัยยงค์เปิดประตู เดินออกไป เถาว์เครือเริ่มร้อนใจ

อรุณณรงค์และอุราศรีจอดรถซุ่มรออยู่หน้าบ้านเถาว์เครือ เห็นเถาว์เครือขับรถออกไป อุราศรีเห็นรอยบอบช้ำ
บนใบหน้าหม่นหมองของเถาว์เครือ
“หน้าคุณเถาว์เครือไปโดนอะไรมา หรือว่า”
“ลายของนายชัยยงค์ออกแล้ว”
“แล้วนี่เราจะทำอะไรได้บ้างคะ”
“นอกจากเตือนให้คุณเถาว์เครือแยกตัวจากคนพวกนี้แล้ว ก็ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ”
“นายชัยยงค์เขาจะยอมให้คุณเถาว์เครือแยกตัวหรือคะ ก็ตอนนี้เขากำลังต้องคดี ไหนจะเสียพนันอีกล่ะ”
อรุณณรงค์มองตามรถของเถาว์เครือไปด้วยความสงสาร
“นี่แหละ ที่ผมหนักใจ”

ชิดชบาโผเผลงมาจากบันไดด้วยอาการอ่อนเพลีย ชะงักไปเมื่อเห็นปฐวีเดินไปมาอย่างเงียบๆ เคร่งขรึม
“นี่คุณเลิกทำมาหากิน มานั่งเฝ้าฉันเป็นวันๆ อย่างนั้นหรือ”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แล้วอีกอย่างผมรอฟังข่าวธวัชพงษ์”
“เขาอยู่ที่ไหน”
“ถ้าที่หอพักไม่มี โรงพิมพ์ไม่มี เขาก็น่าจะ”
“ที่ไหนคะ แล้วคุณรู้ได้ยังไง”
“คิดแบบง่ายๆ คนต้องมีบ้าน มีถิ่นฐานเดิม”
“คุณหมายความว่าธวัชพงษ์กลับบ้านอย่างนั้นหรือ แล้วคุณรู้มั้ยว่าบ้านของเขาอยู่ที่ไหน”
“คงไม่ใช่ผมคนเดียวที่ใช้วิธีคิดแบบง่ายๆ เขาเป็นคนบ้านแหลม เขาต้องพาหมอแพรวาไปซ่อนตัวที่นั่น ผมส่งคนไปดูเขาแล้ว ขอให้ผมคิดผิด”
“หมายความว่ายังไง ที่คุณบอกว่า ขอให้คุณคิดผิด”
ชิดชบาสงสัย

ตะวันขึ้นเหนือท้องทะเล ธวัชพงษ์กำลังเลือกปลาโยนใส่ตะกร้าให้แพรวา ยกปลากะรังจุดฟ้าขึ้นอวดแพรวา
“นี่ไงครับ สุดยอดของสุดยอด นี่คือกะรังจุดฟ้า หรือที่ชาวประมงพากันขนานนามว่า ปลาพล่าสวาท ประวัติความเป็นมาของมันจะเป็นนักล่าความรักหรือเปล่าผมไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นปลาที่เนื้อหวาน อร่อย แล้วก็นุ่มที่สุด”
“มันพิเศษกว่าปลาอื่นยังไง”
“พิเศษตรงที่ มันไม่ค่อยมาถึงสะพานปลาหรอกครับ พอชาวประมงเขาจับได้เขาก็ต้มยำกินกันบนเรือ จริงมั้ยครับลุง”
“จะเหลือเรอะ ฮ่าๆๆๆ”
“แต่วันนี้เหลือมาถึงคุณหมอ โชคดีมากเลยครับ ผมจะต้มยำให้คุณหมอทาน พิสูจน์ว่ามันคือสุดยอดของสุดยอดปลาน้ำลึกหรือไม่”
ทั้งสองรื่นเริง มีความสุข คนร้ายในคราบชาวประมงยืนหลบอยู่ข้างต้นเสา เปิดไลน์โทรศัพท์ดูรูปของธวัชพษ์และแพรวา ก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นพูด
“ผมพบคนที่นายต้องการแล้วล่ะครับ”

ปฐวีวิ่งผ่านตลับนาคและจำเรียงลงมาจากคฤหาสน์ ชิดชบาวิ่งตามมาเกาะประตูรถ
“มีคนพบธวัชพงษ์แล้ว เขากลับบ้านแหลมจริงๆ”
“คุณจะไปไหน”
“ผมจะไปบ้านแหลม”
“ฉันไปด้วย”
“ไม่ได้”
“จะไป”
“ผมไม่ให้ไป”
“คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน”
“ผมเป็น”
“จะเป็นอะไรก็ช่างเถอะ แต่ฉันต้องไป”
“คุณจะไปได้ยังไง ก็คุณ”
“ฉันจะไป”
ปฐวีอึ้ง ส่ายหน้าเบื่อหน่ายในความดื้อรั้นของชิดชบา
“งั้นก็ขึ้นรถ”
ชิดชบาเปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง ปฐวีขับรถออกไปด้วยความเร็ว

ชัยญาสำรวจกระสุนในปืนพก ถกลทำหน้าที่ขับรถอย่างเร่งรีบ ชัยญาคำรามด้วยความแค้นใจ
“บ้านแหลม ฉันน่าจะนึกออกตั้งนานแล้ว แม้แต่เสือ เวลาที่มันลำบากมันยังซมซานกลับบ้าน โรงพิมพ์ไม่มี หอพักไม่มี อพาร์ทเมนท์หมอแพรวาก็ปิดเงียบ ที่วัดมันก็ไม่ได้ย้อนกลับไปอีก”
“ครับ มันก็เลยมีที่เดาอยู่ที่เดียวคือบ้านเดิม ผมต้องไปถามที่หอพักว่าไอ้นักข่าวหน้าจืดนี่มันเป็นคนที่ไหน”
“ขอบใจโว้ยถกล เมื่อไหร่ที่เราได้หลักฐานนั่น เราก็คงพ้นคุก แต่ตอนนี้”
ชัยญาหันไปทำตาเขียวใส่ถกล
“แกเหยียบให้มิดได้มั้ย”

ปฐวีขับรถ ชิดชบาร้อนใจ
“ขับให้เร็วกว่านี้หน่อยได้มั้ย ให้สมกับที่มันเป็นรถราคาแพงหน่อย”
“คุณไม่ควรใจร้อนนะ คุณกำลังท้อง คนท้องเขาต้องทำอารมณ์ให้ดี”
“ฉันห่วงธวัชพงษ์ ใช่ ถ้าใช้วิธีคิดง่ายๆ ว่าเขาเป็นคนที่ไหน พวกนายชัยยงค์ ชัยญา ก็คงคิดอย่างคุณเหมือนกัน เร็วกว่านี้ได้มั้ย หรือคุณใช้น้ำมันตราเต่า”
“เราต้องปลอดภัย คนอื่นที่เขาใช้ถนนเขาต้องปลอดภัยด้วย ผมส่งคนพื้นที่เข้าไปสืบหาตัวธวัชพงษ์แล้ว”
“ธวัชพงษ์ คุณหมอแพรวา ชีวิตของคนสองคนขึ้นอยู่กับความเร็วของคุณนะ”
“เฮ้อ”
ปฐวีส่ายหน้า ระอาในความดื้อรั้นของชิดชบา ก่อนเร่งความเร็วรถ
รถของชัยญาและปฐวีแยกจากถนนใหญ่เข้าสู่เส้นทางเลียบชายทะเล มุ่งสู่บ้านแหลม รถของปฐวีแซงผ่านถกลไป
“เฮ้ย นั่นมันรถของปฐวีนี่ มีชิดชบาอยู่ในรถด้วย”
“งั้นจะช้าทำไมล่ะครับ เก็บทั้งสองคนเลย”
“เร็ว”
ถกลเร่งความเร็ว ชัยญาเลื่อนกระจกลง ยิงใส่รถของปฐวี ปฐวีดึงชิดชบาให้หมอบลง
“คุณจับพวงมาลัยไว้ ผมจะเหยียบคันเร่ง อย่าโผล่หัวขึ้นมา”
“แล้วฉันจะดูทางยังไง”
“ผมจะบอกทางคุณเอง ซ้าย นิ่งๆ นะ นิ่งๆ ขวา ขวาอีกนิด”
ปฐวีดึงปืนพกออกมายิงต่อสู้กับชัยญา รถทั้งสองฝ่ายแล่นส่ายไปมาด้วยความเร็ว รถของถกลแฉลบลงข้างทาง ทำให้รถของปฐวีทิ้งห่างออกไป
“เร็ว ตามไป”

ถกลถอยรถขึ้นมาจากข้างทาง ขับตามออกไปอย่างรวดเร็ว

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 15 (ต่อ)

บริเวณถนน ชุมชนบ้านแหลม ผู้ร้ายยืนรออยู่อย่างกระวนกระวาย
 
ปฐวีขับรถเข้ามาจอดตรงหน้าผู้ร้ายก่อนเลื่อนกระจกลง หันมาบอกชิดชบา
“คุณรออยู่นี่”
ชิดชบายังหวาดกลัว รีบรับคำ
“ค่ะ”
ปฐวีเปิดประตูรถ เดินลงไปหาผู้ร้าย สนทนากันอย่างเคร่งเครียด ผู้ร้ายชี้ทางไปยังบังกะโล ปฐวีตบไหล่ ก่อนเดินย้อนกลับมาบอกกับชิดชบา
“เราต้องไปต่อ”
“นั่นคนของคุณหรือ ท่าทางเขาเหมือนผู้ร้าย”
“อย่าตัดสินคนที่หน้าตาท่าทางหรือหนวดของเขา ไป”
“เดี๋ยวก่อน คุณรู้หรือว่าธวัชพงษ์กับคุณหมอแพรวาอยู่ที่ไหน”
ปฐวีขับรถพุ่งออกไป

ธวัชพงษ์พาแพรวาเดินซื้อของในตลาด ทักทายพวกพ่อค้าแม่ค้าอย่างคุ้นเคย จนแพรวาสงสัย
“ขายดีมั้ยครับเจ๊ นี่เจ๊ ผมเองครับ แกงของเจ๊ผมนี่ บ่ายกว่าๆ ก็หมดแล้ว ขายทุกวันไม่เว้นวันหยุดวันนักขัตฤกษ์ ขายมาตั้งแต่ผมหัวเท่ากำปั้น”
ธวัชพงษ์หันไปยกมือไหว้พ่อค้า
“สบายดีหรือครับเฮีย ยังหล่อเหมือนเดิมนะครับ”
“แหม นี่กินยาลดความหล่อแล้วนะ หายไปไหนมา เห็นว่าไปเป็นนักข่าวอยู่กรุงเทพฯ นี่ใคร เมีย”
แพรวาตกใจ
“เอ่อ”
“ตอนนี้ยังไม่ใช่ครับเฮีย แต่ต่อไป”
“นี่ คุณจะบ้าหรือ”
“ต่อไปใครจะรู้ล่ะครับว่า”
ธวัชพงษ์มองไป เห็นชัยญาและถกลยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่มาเดินซื้อของในตลาด เขารีบบอกแพรวา
“หนีเร็ว”
“หนี หนีไปไหน หนีใคร”
“ทางนี้ครับ”
ธวัชพงษ์คว้าข้อมือแพรวาวิ่ง ถกลหันมาเห็น
“นั่นไงครับ มันอยู่นั่น”
“ไอ้ธวัชพงษ์ ไอ้จืด”
ทั้งสองวิ่งไล่ล่าแพรวาและธวัชพงษ์ในตลาด ข้าวของกระจัดกระจาย ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก
ของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า

ปฐวีเดินนำหน้าชิดชบาเข้ามายังบังกะโลที่ปิดประตูใส่กุญแจ ชิดชบามองไปรอบๆ
“ธวัชพงษ์กับคุณหมอแพรวาอยู่ที่นี่ นี่ไง ฉันจำเสื้อของเขาได้”
ชิดชบาชี้เสื้อของธวัชพงษ์ที่ตากอยู่ ปฐวีถีบประตูเปิดออก ชิดชบาตกใจ
“นั่นคุณจะทำอะไรน่ะ ประตูมีกุญแจ เขาไม่อยู่หรอก คุณนี่หยาบจริงๆ”
ปฐวีดึงปืนออกมาอย่างระวังตัว กันชิดชบาให้หลบ
“คุณจะได้รู้ไง ว่าผมไม่ได้วิเศษอย่างที่ใครๆ คิด”
“ฉันก็ไม่ได้คิดว่าคุณวิเศษหรอก แต่ไม่คิดว่าคุณจะ”
“หยาบ”
“ดิบ”
“คุณรออยู่ข้างนอก ผมจะเข้าไปดูข้างใน”
ปฐวีก้าวผ่านประตูบังกะโลเข้าไปภายในอย่างระมัดระวัง ภายในมีเสื้อผ้าชุดเดิมของแพรวาแขวนอยู่ ชิดชบาตามเข้ามา
“คุณหมอแพรวาอยู่ที่นี่กับธวัชพงษ์จริงๆ ด้วย”
“ไม่มีเขากับคุณหมอ เขาหายไปไหนกัน”
ปฐวีสงสัย

ธวัชพงษ์พาแพรวาวิ่งเข้ามาในวัด ชัยญาและถกลวิ่งตามมา ธวัชพงษ์ดึงมือแพรวาวิ่งเข้าไปในโบสถ์
ชัยญาและถกลวิ่งตาม แต่ชะงักอยู่หน้าโบสถ์
“มันหนีเข้าไปในโบสถ์ครับ คุณชัยญา ตามเข้าไปมั้ยครับ”
“แกจะบ้าหรือ โบสถ์นะ รออยู่ที่นี่แหละ มันเข้าไปเดี๋ยวมันก็ออกมา”
“ถ้ามันไม่ออกมาล่ะครับ”
“ใครจะอยู่ในโบสถ์ทั้งวันทั้งคืน ถ้าไม่ใช่พระพุทธรูป แกไปเอารถมา”
ถกลเดินออกไป แพรวากับธวัชพงศ์ค่อยๆ นั่งลงกราบหน้าพระประธาน แพรวาหวาดกลัวมาก
“หลวงพ่อบ้านแหลม ท่านศักดิ์สิทธิ์มากนะครับ ผู้คนล้วนแต่เข้ามากราบท่านเพื่อขอสิริมงคลให้ชีวิต นี่เป็นโอกาสเหมาะเลยนะครับ ที่คุณหมอจะขอ”
แพรวากระซิบ เสียงเครียด
“คุณจะบ้าหรือ หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ ยังจะขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกหรือ”
“หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้แหละครับ ที่เขาต้องขอ ผมขอให้ความสุขจงอยู่กับเราไปชั่วนิรันดร์นะครับ”
“ฉันขอ ขอ ขอให้รอดตาย”
ช่างซ่อมโบสถ์โผล่ออกมาจากด้านหลังพระพุทธรูป
“โบสถ์จะปิดซ่อม คุณไหว้พระแล้วออกไปเถอะครับ ช่างจะได้ทำงาน”
“เดี๋ยวครับพี่ช่าง ประตูด้านหลังเปิดหรือเปล่าครับ”
“ปกติปิด แต่วันนี้เปิดซ่อมครับ”
ธวัชพงษ์หันมาสบตาแพรวา ทั้งสองต่างตื่นเต้น
“เรารอดตายแล้ว ไปครับ”
ธวัชพงษ์ดึงมือของแพรวาเดินอ้อมพระพุทธรูปออกไป

ชิดชบาเดินไปมาอย่างร้อนใจอยู่บริเวณบังกะโล ปฐวียืนพิงประตูนิ่งๆ
“เราจะรอเขาอยู่ที่นี่หรือ”
“คุณจะทำอะไรได้นอกจากรอ”
“คนของคุณไม่รู้หรือว่าธวัชพงษ์กับคุณหมอแพรวาอยู่ที่ไหน”
“ที่สะพานปลาไม่มี ตลาดบ้านแหลมไม่มี ใครจะเดาถูกว่าเขาพาหมอแพรวาไปไหน แต่คงไม่ได้ออกทะเลหรอก แดดร้อนเปรึ้ยงอย่างนี้ ใครจะมีอารมณ์ออกทะเล แล้วทะเลแถวนี้ก็มีแต่โคลน”
“ธวัชพงษ์ คุณหมอแพรวา ขอให้ปลอดภัยเถอะ”
ชิดชบาร้อนใจ

ธวัชพงษ์และแพรวาหนีออกทางด้านหลังของวัด ชัยญาและถกลขับรถช้าๆ กวาดตามองหาทั้งสองจนพบ
“นั่นไง มันอยู่นั่น”
“เร็วครับคุณหมอ มันเห็นเราแล้ว”
“ไหนว่าเรารอดตายแล้วยังไงล่ะ”
“เราต้องรอดครับ ลุง ผมขอเช่ารถแป๊บนะครับ เร็ว คุณหมอ ขึ้นมา”
ธวัชพงษ์กระโดดขึ้นนั่งรถสามล้อเครื่องตรงที่คนขับ ลุงคนขับตกใจกระโดดลง แพรวารีบขึ้นรถ ธวัชพงษ์ขับรถออกไป ถกลและชัยญารีบขับตามไป ยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นการขู่
ธวัชพงษ์ขับรถพาแพรวาหนีไปตามถนน ถกลและชัยญาขับตามไป พยายามจะหาจังหวะยิงธวัชพงษ์ ธวัชพงษ์ขับรถหนีมาตามทางเล็กๆ ทำให้รถของชัยญาตามมาไม่สะดวก ถกลและชัยญาไล่ล่า ยิงเข้าใส่รถสามล้อเครื่อง ธวัชพงษ์ขับหลบไปมา จนพุ่งเข้ามาจอดหน้าสถานีตำรวจ ชัยญาและถกลตกใจรีบเบรกรถ
“ไอ้ธวัชพงษ์มันหลอกเรา ไอ้เจ้าเล่ห์”
“ตำรวจ”
ตำรวจต่างวิ่งกรูกันลงมาจากสถานีตำรวจพร้อมอาวุธปืน ถกลยิ่งตกใจ
“ทำยังไงดีครับคุณชัยญา”
“หนีซีวะ ไอ้โง่”
ถกลขับรถหนีตำรวจด้วยความเร็ว ตำรวจต่างวิ่งขึ้นรถขับตามไป ธวัชพงษ์และแพรวาถอนใจโล่งอก ก่อนหันมาสบตากัน
“ตอนนี้คุณหมอเชื่อหรือยังครับ ว่าหลวงพ่อบ้านแหลมท่านศักดิ์สิทธิ์จริงๆ”
“ฉันเชื่อแล้ว”
“คุณหมอ เลือด”
“ช่างเถอะ แค่รอดตายมาได้หวุดหวิดนี่ก็ดีเท่าไหร่แล้ว เราต้องกลับกรุงเทพฯ”
“คุณหมอไม่เป็นไรนะ”
“ก็แค่ปากแตก ตอนที่คุณเบรกรถน่ะ”

ธวัชพงษ์ค่อยๆ เอื้อมมือแตะที่มุมปากของแพรวาอย่างห่วงใย แพรวาเมินหน้าหลบ

บริเวณบังกะโล ปฐวีเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับธวัชพงษ์
 
ชิดชบาช่วยทำแผลบอบช้ำให้กับแพรวาอยู่ใกล้ๆ ทั้งสอง ต่างมองมาที่สองหนุ่ม
“คุณปลอดภัยก็ดีแล้ว ส่งหลักฐานนั่นให้ตำรวจ แล้วขอความคุ้มครองจากศาล อยู่นิ่งๆ นี่ไม่ใช่เรื่องของคุณ”
“มันเป็นเรื่องของผมมาตั้งแต่ต้น ทำไมผมต้องฟังคำสั่งของคุณ”
“ที่ผมสั่งให้คุณส่งหลักฐานให้ตำรวจ แล้วขอความคุ้มครองจากศาล ก็เพราะคุณจะได้ไม่ต้องพาคุณหมอแพรวาไปตายที่อื่นอีก”
“เอ่อ ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
“ชีวิตคุณหมอเพิ่งจะเสี่ยงตายเพราะเชื่อเด็กเมื่อวานซืน คุณยังเชื่อเขาอีกหรือ”
“คุณหมอแพรวากำลังจะแต่งงานกับผม ผมไม่ใช่เด็ก”
แพรวาตกใจ ชิดชบาแปลกใจ
“จริงหรือ โม้ป่ะ”
“ผมรับผิดชอบชีวิตของคุณหมอได้ สำหรับความห่วงใยของคุณผมขอบคุณ ผมจะนำหลักฐานทั้งหมดส่งตำรวจก็ต่อเมื่อผมมั่นใจว่าหลักฐานนั่นปลอดภัย”
“ธวัชพงษ์ ชีวิตคุณจะไม่ปลอดภัยนะ”
“ใช่ ทำตามที่คุณปฐวีแนะนำ เอาหลักฐานนั่นไปให้ตำรวจ แล้วขอความคุ้มครองจากศาล พวกมันจะได้ฆ่าคุณไม่ได้”
“ไม่”
“เพราะอะไร”
“เพราะผมยังไม่เชื่อใจคุณ”
ธวัชพงษ์จ้องมองปฐวีอย่างท้าทาย

เถาว์เครือยืนชงกาแฟอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงถกเถียงกันในห้องโถง เธอเงี่ยหูฟังด้วยความสนใจ
ใบหน้ายังมีริ้วรอยบอบช้ำเนื่องจากถูกชัยยงค์ตบตี
“แล้วแกก็พลาด เก็บมันไม่ได้อย่างนั้นหรือ”
“ครับ พ่อ ไอ้นักข่าวมันหลอกเราไปชนตำรวจ มันเจ้าเล่ห์จริงๆ”
“มันเจ้าเล่ห์หรือว่าแกโง่”
“นายครับ”
“แกด้วย เจอมันตัวเป็นๆ แกยังฆ่ามันไม่ได้”
เถาว์เครือขยับเข้ามาฟังหลังม่าน
“ซ้ำยังปล่อยให้มันลอยนวลไปพร้อมกับหลักฐานนั่นอีก แกรู้มั้ย หลักฐานมันมีน้ำหนักพอจะเอาเราเข้าคุก ไม่ว่าแก ฉัน หรือคุณเถาว์เครือ เพราะฉะนั้น ต้องเอามาให้ได้”
“ผมจะพยายาม”
“ต้องเยอะ ต้องเร็วแล้วก็ต้องฉลาดทันมันด้วย ไม่อย่างนั้นปฐวีจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ทั้งหมด”
เถาว์เครือตื่นตระหนก

ปฐวีขับรถเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ ชิดชบากับแพรวาลงมา ธวัชพงษ์ลงมาเป็นคนสุดท้ายมองงงๆ
“คุณกับคุณหมอแพรวาต้องอยู่ที่นี่ เพื่อความปลอดภัยของคุณสองคน”
“นะคะ คุณหมอ ฉันคงไม่สบายใจถ้าต้องไปส่งคุณหมอที่อพาร์ทเมนท์ อยู่ที่นี่นะคะ อย่างน้อยก็สักพัก”
“ผมฝากคุณหมอด้วย ส่วนผม”
แพรวาเผลอห่วงใย
“ไม่ได้นะธวัชพงษ์ คุณต้องอยู่ในที่ที่ปลอดภัย พวกมันยังตามล่าคุณอยู่นะ”
“ผมเอาตัวรอดได้”
“นี่ เลิกคิดว่าตัวเองวิ่งเร็วกว่าลูกปืนเสียทีเถอะ ที่ผ่านมาน่ะเป็นแค่โชค คืนนี้อยู่ที่นี่ก่อน พรุ่งนี้คุณอาจจะคิดออกว่าจะหนี หรือจะยอมทำตามที่ผมสั่ง”
“ไปค่ะคุณหมอ”
ชิดชบาดึงแพรวาขึ้นตึก แพรวายังหันมามองธวัชพงษ์ก่อนเดินตามไป ปฐวีเดินเข้ามายืนตรงหน้าธวัชพงษ์
“ถ้าผมบีบคอคุณ คุณก็คงจะไม่ยอมพูดความจริงว่าคุณซ่อนหลักฐานนั่นไว้ที่ไหน ก็ตามใจคุณนะ คุณจะพกพาความตายไปกับคุณตลอดเวลาก็เชิญ ผมถือว่าผมช่วยคุณเต็มที่แล้ว”
ปฐวีเดินขึ้นตึกไป ธวัชพงษ์มองอย่างลังเล จำเรียงเดินเข้ามา
“เชิญค่ะ คุณธวัชพงษ์ มีห้องเล็กๆ ที่พออยู่ได้ทางด้านหลังตึก ถ้าคุณไม่อยากอยู่ข้างบน”
“ขอบคุณครับ จำเรียง”
ธวัชพงษ์เดินตามจำเรียงไปอย่างไม่เต็มใจ

เถาว์เครือประคบบาดแผลอยู่หน้ากระจก ชัยยงค์เดินเข้ามาบีบนวดไหล่ ท่าทีอ่อนโยนรักใคร่
“วันนี้ผมต้องใช้เงินห้าแสน ไม่ต้องถามว่าใช้เรื่องอะไร เงินต้องพร้อมก่อนทุ่มครึ่ง ผมจะออกไปข้างนอกสองทุ่ม เข้าใจนะ”
ชัยยงค์ยิ้มๆ ก่อนก้มลงจูบเถาว์เครือที่เส้นผม แล้วเดินออกไปจากห้อง เถาว์เครือร้อนใจ รีบไปที่ธนาคาร พอเดินออกมาจากธนาคาร อรุณณรงค์และอุราศรีซึ่งยืนรออยู่ก็รีบเข้ามาประกบ
“คุณเถาว์เครือครับ ผมมีเรื่องจะพูดด้วย”
“คุณชายเอี่ยว คุณหญิงอุราศี”
“ขอเวลาเราสองคนสักสิบนาที เราจะพูดสั้นๆ ค่ะ”
“ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน คุณควรจะกลับไปทบทวนเสียใหม่นะว่าควรจะพูดหรือควรอยู่นิ่งๆ”
“แต่เราหวังดีกับคุณเถาว์เครือจริงๆ นะครับ บางทีเราอาจจะ”
“ค่ะ บางทีเราอาจจะช่วยคุณเถาว์เครือได้”
“ช่วยหรือ ตอนที่ฉันต้องการความช่วยเหลือ ไม่เห็นมีใครยื่นมือมาช่วยแม้แต่หม่อมจรัสเรือง เสียแรงเคารพนับถือกันมานาน ยืมเงินแค่สามสี่ล้านยังไม่ได้เลย เห็นฉันลูกตาย คงคิดว่าฉันตกยากซีนะ”
“คุณเถาว์เครือครับ ไม่ใช่อย่างนั้น”
“ถ้าฉันยังมาธนาคารได้ แสดงว่าฉันยังมีเงินในบัญชีอยู่ ไม่ต้องมาห่วงเงินของฉันหรอก”
“เราจะพูดกับคุณเถาว์เครือเรื่องนายชัยยงค์ค่ะ”
“ยิ่งเรื่องคุณชัยยงค์ ยิ่งไม่ต้องมาพูดกับฉัน ผัวเมียต้องช่วยกันยามยาก คนอื่นน่ะเป็นแค่ผู้หวังดี ที่ไม่รู้จะหวังดีกับฉันจริงๆ หรือเปล่า ถอยไป”
เถาว์เครือสะบัดหน้าออกไป อุราศรีสลดลง ร้อนใจ
“คุณเถาว์เครือไม่ยอมฟังเลยค่ะคุณชาย”
“ผมว่า ชีวิตคุณเถาว์เครืออันตรายแล้วล่ะครับ”
อรุณณรงค์กังวล

ชิดชบาโผเผจากเตียงนอน เดินไปอาเจียนในห้องน้ำ ปฐวีเปิดประตูเข้ามา ยืนพิงผนังมองไปยังห้องน้ำ ชิดชบาเดินออกมา
“ยังมีอาการแพ้อีกหรือ คุณไปหาหมอบ้างหรือเปล่า”
“เปล่า”
“ได้ยังไง คนท้องน่ะเขาต้องพบแพทย์ทันทีที่รู้ตัวว่าท้องนะ”
ชิดชบานิ่งเฉย เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า
“ไป เปลี่ยนเสื้อผ้า ผมจะพาไปหาหมอ ไม่ต้องห่วงธวัชพงษ์กับคุณหมอแพรวาหรอก สองคนนั่นต้องอยู่ที่นี่”
“คุณแน่ใจหรือว่าพวกเขาจะปลอดภัย”
“ถ้าธวัชพงษ์ไม่ดื้อ เขาน่าจะรอดไปจนถึงวันที่เขาอยากอยู่นะ”
“พูดแปลก คุณจะไปไหนก็เชิญ ฉันไม่ไปหาหมอหรอก ฉันไม่ได้เป็นอะไร”
“ส่งเสียงโอ้กอ้ากทุกเช้า บอกมาได้ว่าไม่เป็นอะไร”
“อย่าสนใจเรื่องของฉัน สนใจเรื่องคุณหมอแพรวากับธวัชพงษ์ดีกว่า ทำยังไงพวกเขาถึงจะได้เดินถนนเหมือนมนุษย์คนอื่นเขา”
“ผมจะบีบให้ธวัชพงษ์บอกที่ซ่อนหลักฐานนั่น”

ปฐวีถอนใจหนักๆ

ชัยยงค์นั่งถอดไพ่อย่างสบายอารมณ์ เถาว์เครือกลับมาถึงบ้านด้วยความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายจิตใจ
 
โยนเงินสดลงตรงหน้าชัยยงค์
“ฉันไม่มีเงินให้คุณเอาไปผลาญในวงไพ่ทุกวันหรอกนะ ถึงฉันจะเคยร่ำรวยก็เถอะ หลักทรัพย์ที่ฉันมีอยู่ก็เป็นชื่อของโสมสุภางค์ คุณต้องรู้ว่าฉันมีกำลังไม่มากพอที่คุณจะผลาญมันยังไงก็ได้”
“อย่าคิดเยอะ อย่าคิดยาว เป็นเมียนักพนันน่ะคุณ คิดแค่วันพรุ่งนี้ก็พอ พรุ่งนี้ จะเอาเงินที่ไหนไปต่อทุน”
ชัยยงค์เก็บเงินด้วยรอยยิ้ม เถาว์เครือมองอย่างตื่นตะลึงกับธาตุแท้ความเลวของชัยยงค์

ตลับนาค กับจำเรียงกำลังจัดโต๊ะอาหาร แพรวาเดินสำรวจบ้านด้วยอารมณ์เศร้าหมอง เพราะคิดถึงโสมสุภางค์
“ตื่นแล้วหรือคะคุณหมอ ฉันต้องขอโทษด้วยค่ะที่เมื่อคืนไม่ได้ลงมารับรองคุณหมอ”
“สวัสดีค่ะคุณป้า หนูเลยต้องมารบกวนคุณป้าอีก”
“ฉันรู้แล้วล่ะค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น จำเรียงเล่าให้ฟังเมื่อเช้า คุณหมอปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะค่ะ”
“เห็นบ้านหลังนี้แล้ว ก็อดคิดถึงโสมสุภางค์ไม่ได้นะคะ อะไรๆ มันเกิดขึ้น แล้วมันก็ผ่านเราไปเร็ว คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือคุณแม่ ไม่รู้ว่านายชัยยงค์เขาจะดีกับคุณแม่หรือเปล่า ชิดชบาเป็นยังไงบ้างคะ คุณป้า”
“ตื่นสายค่ะ คงไม่ลงมาทานข้าวกับคุณหมอ ฉันจัดขึ้นไปให้ข้างบนแล้ว”
“ชิดชบาควรจะไปฝากท้อง ให้แพทย์ดูแลนะคะ”
“ฉันพูดแล้วแต่ชิดชบาไม่เชื่อ คุณปฐวีน่ะ เขาก็พูดแล้วพูดอีก หลานสาวฉันยังเฉยๆ ฉันเลยไม่รู้ว่าชิดชบาคิดอะไร คุณหมอนั่งเถอะค่ะ อาหารพร้อมแล้วละค่ะ”
“ธวัชพงษ์ล่ะคะ”
แพรวามองไปรอบๆ

ธวัชพงษ์นั่งผูกสายรองเท้าผ้าใบ สะพายเป้ เตรียมพร้อมออกจากบ้าน เงยหน้าขึ้นเมื่อชิดชบาเดินเข้ามาขวางไว้
“คุณจะไปไหน”
“ผมจะไปที่วัด”
“รถคุณไม่มี คนของคุณปฐวียังไม่ได้เอามาส่งให้ แล้วคุณจะไปยังไง ถ้าพวกนั้นมันดักรอคุณอยู่ล่ะ”
“ผมจะไปมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แล้วไปหารถแท็กซี่ที่ปากซอย”
“เอารถฉันไป เอ้า นี่กุญแจ เอาไปเถอะ เหล็กหุ้มหนัง มันดีกว่าหนังหุ้มเหล็ก ฉันไม่ได้ไปไหนหรอก เวียนหัวน่ะ”
“คุณไม่สบายหรือเปล่าครับ”
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอก คุณมีเรื่องไป คุณก็คงจะมีเรื่องทำ แล้วเรื่องนั้นมันก็คงจะสำคัญมาก”
“ครับ มันสำคัญมาก มันเกี่ยวกับคดีของนายชัยยงค์ กับพวก คนพวกนี้อยู่นอกคุกนานเท่าไหร่ คนอย่างเราจะตายวันละคน”
ธวัชพงษ์รับกุญแจรถ
“ฝากคุณหมอแพรวาด้วยนะครับ”
ธวัชพงษ์ขับรถของชิดชบาออกไป ปฐวีเดินเข้ามาหาชิดชบา
“ดื้อนะ ตอนเด็กๆ ต้องกินนมวัวนมควาย คงไม่ได้กินนมแม่หรอก”
“เรื่องมันต้องจบ ยิ่งจบเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ป่วยการจะขังเขาไว้ในบ้านอย่างนี้”
“ชิดชบา ผมอยากพูดกับคุณเรื่องข้อตกลง”
“ข้อตกลงอะไร”
“เรื่องบ้าน”
ปฐวีมองชิดชบาด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพ
ธวัชพงษ์ขับรถมาถึงหน้าปากซอยเตรียมชะลอความเร็วลงเพื่อเลี้ยวออกสู่ถนนใหญ่ ถกลและชัยญาซุ่มจอดรออยู่ หันมาสบตากัน
“มันมาหลบอยู่ที่บ้านปฐวีนี่เอง นึกแล้วไม่มีผิด”
“ใช่”
“ตามไปยิงหัวมันเลยนะครับ”
“ฉันเปลี่ยนวิธีใหม่แล้ว ถ้ามันตาย เราจะรู้มั้ยว่าหลักฐานสำคัญนั่นมันอยู่ที่ไหน ตามมันไปเรื่อยๆ อย่าให้มันรู้ตัวว่าถูกตาม”
“ครับ”
ถกลขับรถตามธวัชพงษ์ออกไป

ปฐวีขับรถเข้ามาจอดบริเวณที่ก่อสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ซึ่งเสร็จไปมากแล้ว ชิดชบามองงงๆ
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม ก็ไหนว่าคุณมีเรื่องจะพูดกับฉันเรื่องบ้าน”
“กับข้อตกลงของเราสองคน”
“งั้นก็ว่ามา”
“ตึกหลังนั้น ผมสร้างเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากลางเมือง ใช้เงินส่วนหนึ่งที่ผมชนะพนันคุณพ่อคุณ ผมไม่ได้เก็บมันไว้เป็นสมบัติส่วนตัว เพราะยังคิดว่าเขาควรมีส่วนร่วมในเรื่องดีๆ”
“คุณจะเชิญฉันเปิดแพรคลุมป้ายเพื่อเป็นเกียรติ ทั้งที่ฉันสกปรก มีชีวิตที่เต็มไปด้วยคาว หึ่งไปทั้งเมืองอย่างนั้นหรือ”
“ผมอยากจะยกเลิกข้อตกลงของเรา”
“คุณ คุณบ้าอะไรขึ้นมา”
“ผมไม่ได้บ้า นานมาแล้วที่ผมไม่ได้ฝันร้าย ตั้งแต่โสมสุภางค์ตาย ผมก็ไม่ได้ฝันร้ายอีกเลย จิตใจของผมมีเนื้อขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ได้มีแต่เปลือกเหมือนเมื่อก่อน คุณเอาบ้านไป”
“คุณ”
“ลูก คุณต้องเก็บเขาไว้ ให้ผม”
“เพื่ออะไร”
“ผมจะได้เป็นพ่อเขา ได้มั้ยชิดชบา ถึงคุณจะไม่อยากเป็นแม่ แต่ผมอยากเป็นพ่อ”
ชิดชบาหวั่นไหว เสแสร้งเข้มแข็ง ไร้ใยดี
“นี่น่ะหรือ เรื่องที่คุณจะพูดกับฉัน เหลวไหลสิ้นดี”
“บ้านสำคัญสำหรับคุณ คุณยอมสูญเสียทุกอย่างในชีวิตเพื่อบ้าน คุณเอาบ้านกลับคืนไป ส่วนผม ขอแค่ลูก ขอแค่ คุณเก็บเขาไว้”
ชิดชบาตื่นตระหนก เมื่อรู้ว่าปฐวีอ่านความคิดของเธอออก

ธวัชพงษ์ขับรถเลี้ยวเข้ามาในวัด ถกลและชัยญาจอดรถหน้าประตูวัดด้วยความแปลกใจ
“มันมาที่วัดนี่อีกแล้ว วัดที่ปฐวีเลี้ยงเด็กกำพร้าไว้ไงครับ”
“ฉันจำได้ มันเพิ่งจะหนีตายออกมาจากวัด แล้วเข้าวัดอีกทำไมวะ ฉันงง”
“จะตามเข้าไปข้างในมั้ยครับคุณชัยญา”
“รออยู่ข้างนอกนี่แหละ ขืนตามเข้าไปตอนนี้มันจะรู้ตัว เด็กๆ รู้จักมันทุกคน นี่ใกล้จะค่ำแล้ว ถ้ามันยังไม่ออกมาเราค่อยตามมันเข้าไปข้างใน”
“ครับ”
ทั้งสองจ้องมองตามธวัชพงษ์ไป

แพรวาเดินลงมาจากบันไดมา นึกถึงเรื่องที่โสมสุภางค์ตกบันได เธอหลับตาลงด้วยความสะเทือนใจ เสียงปฐวีและชิดชบาทะเลาะกันดังมาจากข้างนอก ต่างเดินเข้ามาหยุดยืนโต้เถียงกันที่หน้าบันได
“ผมขอแค่ลูก คุณต้องการอะไรเอาไป คุณก็เห็นแล้วนี่ว่าผมไม่ได้ใช้เงินที่ชนะพนันพ่อคุณ มาสร้างบ่อนพนันกลางเมือง แต่ผมสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”
“เงื่อนไขที่คุณต้องการ มันไม่ได้อยู่ในข้อตกลง”
“ข้อตกลงของเราน่ะ มันเลยเถิดมาจนพังไปหมดแล้ว มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ผมพูดถึงพรุ่งนี้”
“ไม่เคยมีใครไปถึงพรุ่งนี้ แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าฉันจะทำอะไรกับลูก”
“บ้านน่ะฉันอยากได้ แต่ตอนนี้ฉันอยากได้อะไรที่มากกว่าบ้าน”
“อะไร”
“ความสูญเสียของคุณยังไงล่ะ”
“ชิดชบา”
“ฉันได้บ้านกลับมา แต่ไม่มีวันได้ศักดิ์ศรีของฉันกลับมาอีก มันเสียแล้วเสียเลย มันไม่เหลืออะไรแล้ว ฉันเสีย”
ชิดชบาร้องไห้
“คุณได้ยินมั้ยว่าฉันเสียความเป็นตัวตนไปหมดแล้ว แต่คุณยังไม่ได้เสียอะไรเลย สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่คุณสร้าง จะทำให้คุณเป็นนักบุญ แต่ฉันจะมีชื่อติดตัวไปตลอดชีวิตว่านางบำเรอ ใคร ใครกันแน่ที่สูญเสีย”

ชิดชบาวิ่งขึ้นบันได ผ่านหน้าแพรวาไป แพรวามองอย่างตื่นตระหนก ก่อนหันมามองปฐวี เห็นเขาค่อยๆ ก้มหน้าลงด้วยความเสียใจ

ตอนค่ำ ธวัชพงษ์เดินดูเจดีย์อย่างช้าๆ ถกลและชัยญาสะกดรอยตามมา
 
ถกลเตะก้อนหิน ทำให้มีเสียงดัง ธวัชพงษ์ชะงัก ก่อนถอยหลบออกไปกับความมืด
“มันหายไปไหนแล้ว หายไปไหน”
“ไม่เห็นเลยครับ ในป่าช้านี่มันมืดมาก”
“เพราะแก มันถึงได้รู้ตัวว่าถูกตาม ป่านนี้มันหนีขึ้นศาลาวัดไปแล้วล่ะ”
“ผมขอโทษครับคุณชัยญา”
“ไอ้ธวัชพงษ์ มันเข้ามาทำอะไรในป่าช้านี่ ไป กลับ”
ทั้งสองออกไปจากป่าช้า

อรุณณรงค์และอุราศรีจอดรถซุ่มรออยู่ภายนอกบ้านเถาว์เครือ ต่างมองเข้าไปภายในบริเวณบ้านที่เงียบสงัด
มีเพียงรถของเถาว์เครือจอดอยู่เพียงคันเดียว
“มีรถจอดอยู่คันเดียว แสดงว่าเมื่อคืนนายชัยยงค์กับนายชัยญาคงไม่ได้กลับมา คุณเถาว์เครืออยู่คนเดียว เราเข้าไปกดกริ่งดีมั้ยคะ”
“บ้านรก สนามมีแต่ใบไม้แห้ง คงไม่มีคนรับใช้”
“แน่ใจหรือคะคุณชาย ว่าคุณเถาว์เครือต้องการความช่วยเหลือจากเรา”
“ยังไงเราก็ปล่อยเลยตามเลยไม่ได้ เพราะถ้าช้าไปคุณเถาว์เครืออาจจะไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่ชีวิต”
“งั้นกดกริ่งเถอะค่ะ”
อรุณณรงค์ขยับจะเปิดประตู แต่รถของชัยยงค์แล่นเข้ามาจอดหน้าประตู บรรทุกผู้หญิงมาเต็มรถ ล้วนสวย เซ็กซี่
“เปิดเข้าไปเลยไม่ต้องกดกริ่ง บ้านนี้ไม่มีคนรับใช้ บ้านกำลังร้าง กำลังจะประกาศขายน่ะ”
สาวๆ วิ่งลงไปเปิดประตูด้วยท่าทีรื่นเริง ชัยยงค์ขับรถผ่านเข้าไป
“ได้ยินมั้ยคะ นายชัยยงค์กำลังจะประกาศขายบ้านคุณเถาว์เครือ”
“ผมได้ยินแล้ว เราต้องรีบช่วยคุณเถาว์เครือ”
อรุณณรงค์ร้อนใจ
เถาว์เครือนอนห่มผ้าอยู่ที่เก้าอี้ยาว บ้านรกเกลื่อน ไม่ได้เก็บกวาด ชัยยงค์และสาวๆ ต่างกอดคอกันเข้ามาด้วยท่าทีรื่นเริง
“ตามสบาย ตามสบายนะหนู นึกซะว่าเป็นบ้านของอาก็แล้วกัน”
เถาว์เครือสะดุ้งตื่น รีบลุกขึ้นนั่ง สาวๆ ต่างกรูกันเข้ามา ไม่มีใครสนใจเถาว์เครือ
“ทำไมบ้านรกอย่างล่ะคะคุณอา นี่ใครคะ หรือว่า ป้าคนนี้เป็นคนรับใช้ของคุณอา”
“ฉันไม่ใช่คนรับใช้”
“แม่ เด็กๆ ที่บ่อนน่ะ ผมได้ เลยฉลองกันแล้วมาต่อที่นี่”
“อุ๊ย คุณแม่หรือคะ”
“สวัสดีค่ะคุณแม่”
“ฉันไม่ใช่แม่เขาหรอก ฉันเป็นเมีย”
“เมีย”
สาวๆ ต่างแปลกใจ ก่อนเปลี่ยนเป็นเก้อๆ
“ใช่ ฉันเป็นเมียเขา แล้วก็เป็นเจ้าของบ้านนี้ มาทางไหนออกไปทางนั้นเลยนะ ที่นี่ไม่ใช่ซ่อง”
“อ้าว คุณ”
“ไล่พวกมันออกไป ไม่อย่างนั้น”
เถาว์เครือคว้ามีดปอกผลไม้ สาวๆ ต่างกรีดร้อง วิ่งเข้ามาหลบหลังชัยยงค์
“ว้าย คุณอาขา ช่วยด้วย”
“ออกไป”
“ใจเย็นๆ คุณ ก็แค่น้องๆ แวะมาฉลองกับผมน่ะ”
“ไปฉลองกันที่อื่น บ้านฉันไม่ใช่บ่อนพนัน อย่าให้ฉันเหลืออดมากกว่านี้นะ”
“พวกหนูกลับดีกว่าค่ะคุณอา”
สาวๆ ต่างวิ่งกรูกันออกไป เถาว์เครือยังกำมีดปอกผลไม้แน่น ชัยยงค์หันกลับมาจ้องหน้า
“คุณไม่น่าทำอย่างนี้เลย คุณฉีกหน้าผม”
“แล้วหน้าฉันล่ะ หนังหน้าฉันอาจจะแก่ แต่ใจฉัน คุณคิดถึงจิตใจของฉันบ้างหรือเปล่า ฉันรักคุณ ทุ่มเทให้คุณขนาดนี้แล้ว ฉันยังไม่ได้ใจคุณอีกหรือ ฉันเสียลูก เสียเกียรติ ความเป็นคนแทบไม่เหลือ ฉันเข้าใจแล้วว่าชิดชบารู้สึกยังไง”
“ชิดชบาหรือ ไอ้ที่ชิดชบายังไม่รู้สึกก็คือไอ้นี่”
ชัยยงค์คว้ามือของเถาว์เครือบิด มีดหลุดจากมือ เขาลงมือทำร้ายเธอด้วยความโกรธ

สาวๆ ต่างวิ่งออกมาจากบ้านเถาว์เครือ เปิดประตูรั้วออกไป อรุณณรงค์ยังนั่งอยู่ในรถกับอุราศรี มองเข้าไปในบ้านด้วยความตื่นตระหนก ได้ยินเสียงหวีดร้องของเถาว์เครือ
“ข้างบนต้องมีเรื่อง นั่นเสียงคุณเถาว์เครือนี่คะ”
“ใช่ ผู้หญิงพวกนั้น”
“ไปกันหมดแล้วล่ะค่ะ เปิดประตูทิ้งไว้ด้วย ไปค่ะ ขึ้นไปช่วยคุณเถาว์เครือ”
“คุณแน่ใจหรือว่า”
ทั้งสองชะงักเมื่อเห็นชัยยงค์เดินลงมาที่รถด้วยความโกรธจัด ก่อนขับรถออกไป
“เร็วค่ะ ขึ้นไปดูคุณเถาว์เครือ”
ทั้งสองวิ่งขึ้นตึกไป เห็นเถาว์เครือสงบแน่นิ่งอยู่กับพื้น เนื้อตัวและใบหน้าบอบช้ำไปด้วยเลือด
“คุณเถาว์เครือ เรียกรถพยาบาลดีกว่าค่ะ”
“นี่เขาทำกับผู้หญิงอย่างนี้เชียวหรือ นี่มันสัตว์ชัดๆ”
“เร็วๆ ค่ะ เรียกรถพยาบาล”
อรุณณรงค์รีบโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล อุราศรีเข้าประคองเถาว์เครือไว้ด้วยความสลดใจ

ปฐวีนั่งก้มหน้านิ่งๆ ไหล่ตก สิ้นหวัง จำเรียงทำงานอยู่ใกล้ๆ เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น ปฐวีกดรับสายอุราศรี
ด้วยความแปลกใจ
“คุณปฐวีหรือคะ”
“ครับผม”
“ฉันไม่รู้จะโทร.ถึงใคร เพราะตามตัวคุณหมอแพรวาไม่พบค่ะ คุณชายเอี่ยวให้ฉันโทร.ถึงคุณ”
“มีอะไรหรือครับ”
“คุณเถาว์เครือ”
ปฐวีตื่นตระหนก
“ผมจะรีบไป”
เวลาเดียวกันนั้น ธวัชพงษ์และแพรวาเดินอยู่หน้าคฤหาสน์ แพรวาร้อนใจเมื่อรู้ว่าธวัชพงษ์ถูกสะกดรอยตาม
“คุณไปทำอะไรที่วัด พวกมันถึงได้ตามคุณไปที่นั่น คุณปฐวีเขาบอกแล้วใช่มั้ยว่าให้คุณอยู่ที่นี่ บ้านใหญ่มียามเป็นทีม มันคงไม่กล้าเข้ามายิงคุณในบ้านนี้”
“ผมไม่รู้จะตอบคุณยังไง”
“นี่แสดงว่าคุณยังมีความจริงที่ปิดฉันอยู่ ก็ไหนคุณบอกว่าเราเป็นคู่หูกันยังไงล่ะ”
“คุณหมอยอมรับแล้วใช่มั้ยครับ ว่าคุณหมอเป็นคู่หูของผม”
“นี่ไม่ใช่เวลาพูดตลกนะธวัชพงษ์ มันตามหลักฐานสำคัญนั่น เอาไปให้ตำรวจเสียเถอะ คุณจะถ่วงเวลาไว้ทำไม”
“ผม”
“คุณซ่อนมันไว้ที่ไหน”
“ผมซ่อนไว้ที่”
ปฐวีเดินเร็วๆ ลงมาจากคฤหาสน์ ตรงมาที่รถ จำเรียงตามลงมาอย่างตื่นตระหนก ปฐวีรีบบอกแพรวา
“ผมจะไปโรงพยาบาล คุณเถาว์เครือบาดเจ็บสาหัส คุณต้องไปด้วยคุณหมอ”
“คุณแม่ เกิดอะไรขึ้น”
“ผมก็ยังไม่รู้รายละเอียด คุณหญิงอุราศีกับคุณชายอรุณณรงค์พาส่งโรงพยาบาลแล้ว ไปครับ”
“ค่ะ”
“ผมไปด้วย”
ธวัชพงษ์รีบเปิดประตูหลัง แทรกตัวเข้าไป ปฐวีขับรถออกไป ตลับนาคเดินลงมาจากคฤหาสน์ มองด้วยความแปลกใจ หันมาถามจำเรียง
“เขามีเรื่องอะไรกันจำเรียง ท่าทางลนลานทั้งสามคน”
“เห็นว่าคุณเถาว์เครือโดนซ้อม อาการเป็นตายเท่ากันค่ะ”
“คุณเถาว์เครือน่ะหรือ”
ตลับนาคแปลกใจ

เถาว์เครือนอนอยู่ในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล สภาพร่างกายบอบช้ำสาหัส อุราศรีและอรุณณรงค์ต่างสลดใจ
“ฉันไม่เคยเห็นอะไรที่โหดร้ายทารุณแบบนี้มาก่อนเลย ไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นการกระทำของผู้ชาย ที่ทำกับผู้หญิงที่อ่อนแอกว่า”
“คนพวกนั้นเหมือนสัตว์ ท่าทางดีของเขาปกปิดจิตใจเลวทรามของเขาไม่ได้นานหรอกครับ ชีวิตนายชัยยงค์ตอนนี้เป็นขาลง อะไรเขาก็ทำได้ทั้งนั้น”
“คุณหมอแพรวามาแล้วค่ะ”
แพรวา ปฐวี และธวัชพงษ์เปิดประตูเข้ามา แพรวาโผเข้าไปหาเถาว์เครือ
“คุณแม่ โธ่ ทำไมเขาทำกับคุณแม่อย่างนี้คะ หนูเคยบอกแล้วว่า”
“ต้องให้คุณเถาว์เครือแจ้งความ เอาผิดกับพวกมันให้ได้นะครับ”
ธวัชพงษ์แนะ ซึ่งอุราศรีก็เห็นด้วย
“ใช่ค่ะ ต้องแจ้งความเอาผิดกับนายชัยยงค์”
“คุณคิดว่ายังไงครับคุณปฐวี ตอนนี้คุณเถาว์เครือแทบจะไม่มีใคร นอกจาก คุณกับคุณหมอแพรวา”
อรุณณรงค์หันมาถามปฐวี
“ผมแล้วแต่คุณเถาว์เครือจะคิด เราคงคิดแทนไม่ได้หรอกครับ นอกจากเจ้าทุกข์ แต่ผมสลดใจจริงๆ ที่เห็นคุณเถาว์เครือเป็นผู้ถูกกระทำ”
“เราต้องเอานายชัยยงค์กับพวกเข้าคุก”
ธวัชพงษ์โพล่งขึ้น ปฐวีย้อนบอก
“มันก็ขึ้นอยู่กับคุณ”
“ผม”
“ใช่ คุณ”

แพรวามองธวัชพงษ์อย่างบีบคั้น

อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.

ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท ตอนที่ 15 (ต่อ)

ตลับนาคและจำเรียงเก็บโต๊ะอาหาร ชิดชบาเดินลงมาอย่างอ่อนเพลีย มองไปรอบๆ บ้านด้วยความแปลกใจ
 
“ทำไมเงียบนักล่ะคะ ไปไหนกันหมด หนูตื่นสายก็เลย”
“เขามีเรื่องยุ่งๆ กัน”
“เรื่องอะไรคะ”
“คุณนายเถาว์เครือโดนซ้อมอาการปางตาย ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ มีคนโทร.มาตามคุณปฐวีกับคุณหมอแพรวา คุณธวัชพงษ์เลยตามไปด้วยค่ะ”
“นายชัยยงค์”
“จะใครเสียอีก ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณเถาว์เครือปูนนี้แล้ว ยังมีเรื่องน่าสังเวชแบบนี้อีก”
“ไม่ใช่น่าสังเวชอย่างเดียวนะคะ น่าสมน้ำหน้าด้วย”
“จำเรียง”
“เอ่อ หนูขอโทษค่ะ แต่หนูนึกถึงตอนที่คุณเถาว์เครือยังมีอำนาจ มีบารมีในบ้านนี้ วางกล้ามเสียจนแทบจะต้องขยายประตู”
“แล้วคุณเถาว์เครือเป็นยังไงบ้างคะ คุณป้า”
ชิดชบาถามด้วยความห่วงใยปนกังวล

ภายในห้องพักฟื้น พยาบาลเฝ้าดูแลเถาว์เครือ ชิดชบาเปิดประตูเข้ามา มองเถาว์เครือด้วยความสงสาร
“คุณเถาว์เครือ”
เถาว์เครือเริ่มรู้สึกตัว พยาบาลรีบบอก
“รู้สึกตัวแล้วค่ะ”
“ฉัน ฉัน นี่ฉัน”
“ฉันจะแจ้งคุณหมอค่ะว่าคุณนายรู้สึกตัวแล้ว”
พยาบาลรีบออกไป ชิดชบาเดินเข้ามา เถาว์เครือจ้องเขม็ง
“ชิดชบา”
“ฉันเสียใจด้วยนะคะ กับเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณนาย ตั้งแต่คุณโสมสุภางค์ตาย เราก็ไม่มีโอกาสได้พูดกันดีๆ เลย”
“ชิดชบา”
“ฉันขอโทษที่”
“ฉันต่างหากล่ะ ที่ต้องกล่าวคำขอโทษเธอ”
เถาว์เครือน้ำตาคลอ
“ตั้งแต่คำให้การเรื่องโสมสุภางค์ ที่เธอให้การว่าเป็นอุบัติเหตุ มันทำให้ฉันรอดคุกได้ แต่มันไม่ทำให้ฉันรอดนรกได้ ฉันฆ่าโสมสุภางค์ ฆ่าลูกของตัวเองเพราะฉันโกรธจนลืมตัว ฉันไม่ได้ตั้งใจเลยนะ ชิดชบา ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“คุณนาย”
“ถ้าอดีตแก้ไขได้ ฉันคงไม่เลือกที่จะทำแบบนี้ ฉันถลำลึกจนไม่มีทางกลับตัวอีกแล้ว”
“ไม่จริงค่ะ มันขึ้นอยู่กับตัวคุณนายเอง”
“ฉันต้องสิ้นเนื้อประดาตัว เสียลูก ชีวิตเหมือนคนแพแตก ก็เพราะฉันคิดร้ายต่อเธอ ชิดชบา เธอกำลังท้องใช่มั้ย”
“เอ่อ”
หมอกับพยาบาลเปิดประตูเข้ามา
“เชิญญาติออกไปก่อนค่ะ”
พยาบาลเลื่อนม่านปิด ชิดชบาและเถาว์เครือต่างมองกันและกันด้วยน้ำตา ชิดชบาเปิดประตูห้องพักฟื้นออกมา น้ำตานอง ชะงักเมื่อเห็นปฐวียืนรออยู่
“ไหนๆ คุณก็มาแล้ว ไป ผมนัดหมอไว้ เป็นสูตินรีแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาลนี้”
ปฐวีฉวยมือชิดชบาจะพาไป แต่เธอสะบัดออก
“ไม่ นี่มันเรื่องส่วนตัวของฉัน”
“เรื่องของลูก ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใคร มันเป็นเรื่องของเราสามคน พ่อ แม่ ลูก”
“อย่ามาขี้โกง คุณโกงไพ่พ่อฉัน ฉันพอรับได้นะ แต่คุณโกง เอ่อ ลูกของฉัน ฉันไม่รับ”
ชิดชบาสะบัดหลุด เดินเร็วๆ หนีปฐวีมาที่รถ ปฐวีเดินตามมาคว้าข้อมือไว้ เสียงดุ เข้ม
“ไปหาหมอ ผมนัดเขาไว้แล้ว”
“คุณนัดเขา คุณก็ไปหาเขาเองซี ฉันไม่ได้นัดเขานี่”
“ผมจะไปหาหมอได้ยังไง ผมไม่ได้เป็นคนท้องนี่”
“ในเมื่อคุณไม่ได้เป็นคนท้อง แล้วคุณเดือดร้อนอะไรด้วย ฉันเป็นคนท้องฉันยังไม่เดือดร้อนอะไรเลย”
“คุณรู้มั้ยว่าผู้หญิงที่ต้องอุ้มท้องเก้าเดือนน่ะ ดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องให้แพทย์ดูแล”
“ท้องของฉัน ฉันจะดูหรือไม่ดูก็เรื่องของฉัน”
“คุณนี่ยั่วผมจริงๆ”
“แล้วจะทำไม ทำกับฉันเหมือนอย่างที่นายชัยยงค์ทำกับคุณเถาว์เครืออย่างนั้นหรือ ทำไมคุณจะทำไม่ได้ล่ะ คุณเป็นนักพนัน ไม่ได้มีที่มาที่ไปวิเศษกว่านายชัยยงค์ ทำไมคุณจะทำร้ายผู้หญิงไม่ได้”
“ยั่วจริงๆ แต่เป็นยั่วโทสะนะ ชิดชบาคนเดิมที่ยั่วยวนเก่งๆ ไปไหนนะ เหลือแต่ผู้หญิงที่พูดไม่รู้เรื่อง มานี่”
“คุณจะพาฉันไปไหน”
“ถ้าไม่ไปหาหมอ ก็ต้องไปด้วยกัน”
“ไปไหน”
ชิดชบารั้งแขนไว้ จ้องมองปฐวี

ที่ร้ายขายเครื่องใช้เด็กอ่อนชั้นดี ชิดชบาก้าวเข้ามา มองไปรอบๆ ร้านด้วยความตื่นเต้น ที่เห็นความงดงามของเครื่องใช้สอยเด็กสีสันงดงาม ปฐวีตามมาเข้ามา ยิ้มมีความสุข
“ถ้าลูกเป็นผู้ชาย เราต้องซื้อของใช้เป็นสีฟ้า แต่ถ้าลูกเป็นผู้หญิง เราต้องชื้อสีชมพู”
ชิดชบามึนตึง
“แล้วถ้าลูกเป็นกะเทยล่ะ”
“ลูกก็จะรู้ตัวเมื่อถึงวัยที่เขาควรจะรู้ แล้วก็เลือกว่าจะเป็นเพศไหน แต่เป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้นขอให้เป็นคนดีก็แล้วกัน ว่าไง ไม่อยากรู้จริงๆ หรือ ว่าลูกของเราจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”
“ฉันไม่รู้จะรู้ไปทำไม”
“ชิดชบา”
“เพราะเขาจะไม่ได้เกิด”
ชิดชบาเปิดประตูออกไป ปฐวีตื่นตระหนก หวั่นใจ

ภายในคลินิกทำแท้ง เสื้อกาวน์สีขาว สกปรกไปด้วยคราบเหงื่อ และคราบเลือดเกรอะกรัง มือหนาใหญ่ของหมอเถื่อน ยื่นเข้ามาดึงเสื้อกาวน์ เหลือแต่ไม้แขวนเสื้อเก่าสนิมขึ้นที่แกว่งไกวเบาๆ อย่างน่ากลัว ชิดชบานอนอยู่บนเตียงทำแท้ง ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจ้องมองหมอเถื่อน ซึ่งเดินเข้ามาหยุดยืนปลายเตียงทำแท้ง
ชิดชบาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ นัยน์ตาเหลือกลาน ก่อนกรีดร้องขึ้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แล้วชิดชบาก็ผวาลุกขึ้นนั่งอย่างตื่นตระหนก
“ฝันร้าย โอ มันเป็นแค่ฝันร้าย นี่ฉันฝันร้ายอีกแล้วหรือ ฉันฝันว่าฉันกำลัง”
ชิดชบาสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว

อรุณณรงค์ขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้านเถาว์เครือ อุราศรีและอรุณณรงค์ช่วยกันประคองเถาว์เครือลงมาจากรถ ยังมีริ้วรอยของการบาดเจ็บ แพรวาหิ้วของตามลงมา
“คุณแน่ใจนะครับว่าคุณอยากกลับบ้าน”
อรุณณรงค์ถามอย่างห่วงใย แต่เถาว์เครือมึนตึง เพราะอับอายอรุณณรงค์
“คุณเถาว์เครือน่าจะอยู่พักฟื้นอีกสักระยะ คุณหมอแพรวาจะดูแลเรื่องค่าใช่จ่ายให้ค่ะ”
“ค่ะ คุณแม่ใช้สิทธิ์ของหนูได้”
“เอาล่ะ ส่งฉันแค่นี้พอแล้ว กลับไปได้แล้ว”
“คุณแม่คะ คุณแม่แน่ใจหรือคะ ว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่”
ทุกคนมองไปที่รถของชัยยงค์ที่จอดอยู่ เถาว์เครือขมขื่น เจ็บปวด
“ที่นี่เป็นบ้านของฉัน ไม่อยู่ที่นี่แล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหน อย่ายุ่งกับฉัน ฉันดูแลตัวเองได้”
“แต่ว่า”
“ไปซะ ถ้าฉันผูกปมด้วยมือของฉัน ฉันก็แก้มันเอง ปล่อยฉันได้แล้ว”
เถาว์เครือเดินขึ้นตึกไป ชัยยงค์นอนหลับอยู่บนเก้าอี้ยาว ถอดเสื้อ รอบตัวเต็มไปด้วยเถ้าบุหรี่ ขวดเหล้า แก้วเหล้ากลิ้งอยู่ตามพื้น เถาว์เครือมองด้วยน้ำตา ทั้งคั่งแค้นและเจ็บปวดขมขื่นกับชีวิตที่ตนเองตัดสินใจผิดพลาด
“นี่น่ะหรือ ความรักของฉัน ความหวังเดียวของฉัน ความหวังที่เหลืออยู่ของฉัน”
เถาว์เครือร้องไห้พยายามกลั้นสะอื้น ไม่ให้มีเสียงลอดออกมา

ตลับนาคและจำเรียงทำอาหารขึ้นโต๊ะ ปฐวีเดินเข้ามา ยิ้มกริ่ม
“ไม่ต้องทำอาหารเผื่อคุณหมอแพรวานะครับคุณป้า คุณหมอกกลับไปนอนที่โรงพยาบาล ส่วนธวัชพงษ์เขาหายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืน เขาเหมือนนกครับ ใครจับขังกรงไม่ได้ เอ่อ คุณป้าครับ”
“คะ”
“ผมจะให้ช่างมาดูพื้นที่ในห้องโถง จะทำเป็นห้องเด็ก กับห้องคุณป้าชั้นล่างนี่”
ตลับนาค จำเรียง มองสบตากันอย่างแปลกใจ ปฐวีดูมีความสุขมาก
“แล้วก็ห้องข้างบนที่อยู่ติดกับห้องของผม จะตกแต่งใหม่ครับ ผมว่ามันทึบไป ห้องเด็กควรจะมีแสง มีอากาศโปร่ง คุณป้าเห็นควรยังไงครับ”
“ฉันหรือ”
“ครับ ส่วนสีห้องผมจะให้มัณฑนากรเข้ามาออกแบบสี หลังรู้ว่า ลูกของผมเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”
ตลับนาคกับจำเรียงฟังแล้วยิ่งแปลกใจ
ชิดชบานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนอน ค่อยๆ วางฝ่ามือลงบนท้องของตัวเอง แล้วเริ่มร้องไห้
“เข้าใจนะ ว่าบางที เราก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อกันและกัน มันเป็นเรื่องของ เรื่องที่ผิดตัวผิดเวลา เข้าใจแม่นะ ลูก”

ชิดชบาร้องไห้อย่างหนัก

อรุณณรงค์อ่านข่าวหนังสือพิมพ์อย่างเคร่งเครียด หม่อมจรัสเรืองเดินมาหาด้วยความร้อนใจ
 
“ชายเอี่ยว คุณเถาว์เครือเป็นยังไงบ้าง”
“อาการปลอดภัยแล้วครับ”
“จริงหรือ ที่เขาพูดกันว่าคุณเถาว์เครือถูกนายชัยยงค์ซ้อมปางตาย นายชัยยงค์นี่มันเลวจริงๆ นะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเมื่อก่อน เขาเป็นแกะดำอยู่ในแวดวงไฮโซ”
อรุณณรงค์ถอนหายใจพับหนังสือพิมพ์เก็บ
“เมื่อก่อน ผมก็เห็นใครต่อใครชื่นชมในความร่ำรวยเก่งกาจของเขานี่ครับ”
“เอ่อ แม่เสียใจนะ ที่แม่เป็นคนหนึ่งที่เคยรู้สึกดีๆ กับนายชัยยงค์ ก็หน้าเขามันเนียน ทำรวยสนิทเหมือนคนที่กำลังจะมีอนาคตเป็นนักการเมืองใหญ่”
“เขาถึงได้ว่าคนน่ะมันต้องดูกันยาวครับ ระยะทางพิสูจน์ม้า เวลาพิสูจน์คน ตอนนี้สังคมคงจะตาสว่างแล้ว”
“นายชัยยงค์ ฮึ ก็แค่นักพนัน คุณเถาว์เครือโชคร้ายจริงๆ ที่ตกเป็นเหยื่อของคนๆ นี้”
“เหยื่อหรือครับ”
“ไม่เรียกว่าเหยื่อแล้วจะเป็นอะไร มิน่า ถึงได้วิ่งเอาบ้านมาจำนองจำนำ คงจะเอาเงินไปให้นายชัยยงค์นี่เอง.. น่าสังเวช”
“ตอนนี้คุณนายเถาว์เครือคงรู้ตัวแล้วล่ะครับ ว่าตัดสินใจผิด”
“นี่ถ้ารีบเลิกตอนนี้ จะทันมั้ย จะได้เหลือบ้านเอาไว้อยู่ หรือเหลือเงินเอาไว้ยังชีพ แต่”
“มีอะไรครับ”
“นายชัยยงค์เขาจะยอมเลิกหรือเปล่า”
หม่อมจรัสเรืองสงสัย

ชัยยงค์ยืนตรงหน้าเถาว์เครือ น้ำเสียงแววตาซ่อนลึกไว้ด้วยความเหี้ยมโหด
“บ้านหลังนี้ คุณจะเก็บไว้ทำไม ใหญ่เกินตัวจะอยู่ คนใช้ก็ไม่มี แล้วก็รกเหมือนป่าช้า ขายมันเสียเถอะ เอาเงินก้อนใหญ่มา แล้วแบ่งส่วนหนึ่งไปซื้อคอนโดเล็กๆ อยู่”
“พูดน่ะมันง่าย แต่ทำมันยากนะ”
“ก็ลดหน้าลง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เมื่อก่อนคุณเป็นคนไฮโซ เดินไปทางไหนก็มีแต่คนยกมือไหว้ เครื่องเพชร เออ สร้อยเพชร สร้อยเพชรเส้นนั้น เส้นที่ผมซื้อให้คุณน่ะ”
เถาว์เครือตกใจ
“สร้อยเพชร”
“ใช่ สร้อยเพชรเส้นที่ผมใช้เบิกทางเข้าถึงตัวคุณน่ะ ผมรู้ไงว่าคุณงก ก็เลยลงทุนซื้อสร้อยเพชรมาเป็นเหยื่อล่อ แล้วคุณก็ฮุบ”
เถาว์เครือเจ็บปวด ขมขื่น
“สร้อยเพชร”
“ผมต้องการสร้อยเพชรเส้นนั้นคืน”
“คุณชัยยงค์”
ชัยยงค์บีบปลายคางของเถาว์เครืออย่างแรง
“เอาสร้อยเพชรของผมคืนมา”
ชัยยงค์เสียงกร้าวข่มขู่

ปฐวีเดินผ่านบันไดวน มองขึ้นไปที่ห้องของชิดชบา ตลับนาคและจำเรียงตั้งโต๊ะอาหารอยู่
“ชิดชบายังไม่ตื่นอีกหรือครับ”
“ประตูยังปิดอยู่ค่ะ”
“ผมจะขึ้นไปดูชิดชบาเอง”
ปฐวีเดินขึ้นบันไดอย่างช้าๆ เคร่งขรึม
“น่าสงสารคุณปฐวีจังเลยนะคะคุณป้า คุณปฐวีพูดเรื่องห้องเด็กเมื่อวาน ท่าทางมีความสุข”
“ใช่ เขาจะทำห้องเด็ก เหมือนเตรียมตัวจะเป็นพ่อ แต่เขาจะได้เป็นหรือเปล่านี่ ฉันยังสงสัย”
ตลับนาคถอนหายใจอย่างหม่นหมอง
ชิดชบานอนหลับสนิท ปฐวีเปิดประตูเข้ามายืนมองหญิงสาว แววตาเปล่งประกายของความสุข เขานั่งลงที่ขอบเตียง นิ่งมองชิดชบาอย่างเงียบๆ ชิดชบาสะดุ้งตื่น รีบลุกขึ้นนั่ง
“คุณ”
“คุณเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นไง”
“พูดกันดีๆ สักครั้งได้มั้ย”
“ฉันไม่มีอะไรดีๆ จะพูด เกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณต้องทำดีกับฉัน มันไม่เหมือนวันที่ฉันพบคุณครั้งแรกเลย วันนั้นคุณเหมือนซาตาน”
“คุณคงเกลียดผมมาก”
“ที่สุด”
“มันนานมาแล้วนะ มันเกือบจะครบสัญญาของเงื่อนไขที่เราทำกันไว้ อะไรๆ เปลี่ยนไป เราจะไม่เปลี่ยนแปลงบ้างเลยหรือ”
“ฉันรู้ ว่าที่คุณทำดีกับฉันเพราะอะไร”
ชิดชบาเบี่ยงตัว ลุกออกไปจากเตียงนอน
“เพราะลูก”
“ชิดชบา”
“ฉันไม่มีอะไรจะตกลงกับคุณ บ้านหลังนี้ตอนนี้มันสำคัญรองลงไปจากของสำคัญที่ฉันมี แล้วการแก้แค้นของคุณ มันก็เป็นรองสิ่งที่คุณอยากได้ ฉันขอบอกว่าคุณจะไม่ได้มันไป”
ชิดชบาเข้าห้องน้ำ ปิดประตู ปฐวีปราดเข้ามาตบประตูถี่ๆ ร้อนใจ
“ชิดชบา เขาเป็นลูกของเรานะ ไม่ใช่ลูกของคุณคนเดียว อย่าเอาลูกมาเป็นเรื่องแก้แค้น ใช่ ผมผิด คุณชิดชงค์ก็ผิด เราทุกคนผิดทั้งนั้น แต่ลูก ลูกของผมไม่มีความผิด มาพูดกัน มาพูดกันให้รู้เรื่อง ก็ผมบอกแล้วไงคุณอยากได้บ้านนี้คืน คุณเอาไปเลย ผมไม่ต้องการบ้าน ผมต้องการลูก”
ชิดชบาพยายามกัดริมฝีปาก ไม่ให้เสียงสะอื้นดังออกมา

เถาว์เครือเปิดกล่องสร้อยเพชรล้อมมรกตสีเขียว จ้องมองด้วยความเจ็บปวด ขมขื่น ที่เสียรู้ชัยยงค์
ชัยยงค์เปิดประตูเข้ามาอย่างเบาๆ คว้าสร้อยเพชร เถาว์เครือยื้อไว้
“เอามา นี่มันของผม”
“อย่า มันเป็นของฉัน คุณให้ฉันแล้ว”
“ใครบอกว่าผมให้คุณ มันเป็นแค่เหยื่อที่ผมใช้ตกเบ็ดผู้หญิงขี้งกต่างหากล่ะ ปล่อย”
“คุณชัยยงค์”
“ผมบอกให้ปล่อย อยากเจ็บตัวหรือยังไง”
เถาว์เครือกลัว ปล่อยมือร้องไห้
“ฉันหมดตัวแล้วนะ เงินที่ฉันมีคุณก็เอาไปเล่นการพนันหมด คุณจะไม่เหลืออะไรไว้ให้ฉันเลยหรือ”
“ผมเหลือความหวังให้คุณไง ความหวังเดียว ความรักเดียวที่เหลืออยู่ แล้วคุณจะต้องการอะไรอีก เอามานี่”
ชัยยงค์กระชากสร้อยเพชรไป
“คุณชัยยงค์”
“ผมซื้อมาแปดแสน เอาไปขายคืนร้านน่าจะได้สักห้าแสน อย่างน้อยผมก็มีเงินไปต่อทุนในบ่อน”
ชัยยงค์ยิ้มเยาะก่อนเดินออกไปพร้อมสร้อยเพชร
“คุณชัยยงค์”
เถาว์เครือมองตามไปด้วยน้ำตา

ชิดชบาเดินลงมาจากคฤหาสน์ด้วยท่าทีเหงาๆ ปฐวียืนรออยู่สีหน้ามึนตึง
“จะไปไหน”
“นี่คุณเฝ้าฉันทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ไปทำมาหากินเลยหรือ”
“ผมไม่ไว้ใจคุณ”
“คุณชายอรุณณรงค์หมั้นกับคุณหญิงอุราศรีแล้ว หรือถึงไม่ได้หมั้น ฉันก็คงไม่เอาสีดำไปป้ายสีขาวหรอก”
“จะไปปารีสด้วยกันสักอาทิตย์มั้ย เผื่อคุณจะดีขึ้น”
“การเดินซื้อของไม่ใช่วิธีบำบัดทางจิตสำหรับฉัน”
ปฐวีฉวยมือของชิดชบาไว้ ท่าทีอ่อนล้าลง
“ชิดชบา ผมเหนื่อยนะ ผมต้องลุ้นคุณทุกๆ นาที ทุกๆ วัน ว่าคุณจะทำอะไร ผมอยากให้คุณเป็นตุ๊กตา ฤทธิ์เดชของคุณจะได้ไม่เยอะ แล้วผมก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อย ฮ่องกงล่ะ จะไปมั้ย”
“ไม่ไป”
“ถ้าอย่างนั้น ผมมีที่ที่หนึ่งที่จะพาคุณไป”
ชิดชบาขมวดคิ้ว มองหน้าปฐวีด้วยความสงสัยว่าเขาจะพาไปที่ไหน

ปฐวีขับรถเลี้ยวเข้ามาในวัดที่บรรจุกระดูกของชิดชงค์ ชิดชบามองไปรอบๆ อย่างตื่นตระหนก
“วัด ที่ฉันกับคุณป้าบรรจุกระดูกพ่อฉันไว้”
“ใช่”
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม”
“ลงมาเถอะ”
ปฐวีเปิดประตูรถก้าวลงไป ยืนหันหลังให้ชิดชบา มองไปรอบๆ บริเวณอันเงียบสงัดของวัด ชิดชบาร้อนใจ ก้มลงหยิบกระเป๋าถือที่วางอยู่ที่ปลายเท้า เห็นลิ้นชักรถ เธอเปิดลิ้นชัก เห็นปืนพกสั้นของปฐวี เธอจ้องมองปืน ก่อนเงยหน้าขึ้นมองปฐวีด้วยแววตากร้าว
ปฐวียืนอยู่หน้าเจดีย์บรรจุกระดูกของชิดชงค์ ชิดชบาเดินตามมา มองเขาด้วยความสงสัย
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม”
“ผมอยากบอกคุณว่า ไม่ใช่ผมไม่สูญเสีย ผมเสียพ่อ เสียแม่ เสียโสมสุภางค์ คุณก็เสียพ่อ เสียศักดิ์ศรี เราต่างก็สูญเสีย ผมไม่ได้ชนะ คุณไม่ได้แพ้ ไอ้เกมนี้มันบัดซบ ผมไม่รู้ว่ามันจบหรือยัง”
“มันควรจะจบแล้ว แต่มันยัง ฉันควรจะแพ้ ยอมให้คุณยึดบ้านไป แต่คุณต่างหากล่ะที่ทำให้เกมพลิกผัน”
“เพราะผมต้องการลูกใช่มั้ย”
“ใช่”
ชิดชบายิ้มหยัน
“ฉันเริ่มมองเห็นชัยชนะที่ปลายอุโมงค์ ตรงที่คุณต้องการลูก”
“อย่านะชิดชบา ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก บอกมาว่าคุณต้องการให้ผมทำอะไร”
ชิดชบาเปิดกระเป๋าถือหยิบปืนส่งให้ปฐวี
“ยิงตัวตายต่อหน้ากระดูกพ่อของฉัน แล้วฉันจะยอมให้ลูกของคุณมีชีวิตอยู่”
“ชิดชบา”
“แต่ถ้าคุณไม่กล้า”
ชิดชบายัดปืนใส่มือปฐวี
“ฉันจะทำแท้ง”
“ชิดชบา”
ชิดชบาหันหลังกลับ เดินออกไป น้ำตาร่วงพรู ปฐวีมองตามไปอย่างตื่นตระหนก ก่อนก้มลงมองปืนในมือ
“ชิดชบา เดี๋ยวก่อน”
ชิดชบาหยุดเดิน ปาดน้ำตาทิ้ง ก่อนปรับสีหน้าให้หันกลับมาเผชิญหน้าปฐวีด้วยแววตาเย็นชา โหดเหี้ยม
“ผมอยากบอกคุณว่า”
“บอกมา เผื่อนี่จะเป็นคำสุดท้ายที่คุณได้บอกโลก”
“คำที่ผมจะบอกก็คือ ปืนนี่มันไม่มีลูก ผมใช้ยิงกับพวกนายชัยญาที่บ้านแหลมวันนั้น ผมยังไม่ได้บรรจุกระสุนใหม่”
“อะไรนะ ปืนไม่มีลูก”
ปฐวีเลิกคิ้ว แววตาล้อเลียน

“ยิงถูกก็ไม่ตาย”

ถกลและชัยญาขับรถสวนทางกับระรินและยุวดี ซึ่งซ้อนมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้ามาในปั๊มน้ำมัน
 
ถกลชะงัก มองทั้งสองด้วยความแปลกใจ
“คุณชัยญาครับ นั่น”
ชัยญามองออกไป เห็นระรินจอดมอเตอร์ไซค์หน้าร้านสะดวกซื้อส่งยุวดีเข้าทำงาน แล้วขับออกไป
“นังระริน เดี๋ยวนี้สิ้นคิดถึงกับมีคู่หูเป็นผู้หญิงแล้วหรือ”
ยุวดีก้มหน้าทำงานอยู่หลังเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อ ชะงัก เมื่อเห็นมีดโกนหนวดเลื่อนมาตรงหน้าในลักษณะข่มขู่ เธอเหลือบตาขึ้น มองสบตาชัยญาและถกลด้วยท่าทีกร้าว จ้องนิ่งไม่หลบ
“ไง ตอนนี้เป็นทอมหรือเป็นดี้ สิ้นคิดขนาดหันหลังให้ผู้ชาย แล้วหันหน้าชนกับผู้หญิงแล้วหรือ”
“ใช่ ที่สิ้นคิดก็เพราะเดินชนแต่ตัวเงินตัวทอง หรือไอ้ที่ชาวบ้าน เขาเรียกว่า ตัวเหี้ย”
ชัยญากับถกลโกรธขึ้นมาทันที

สมควรเปิดประตูรับรถของปฐวี ก่อนเดินตามเข้ามาสมทบกับจำเรียงซึ่งยืนรออยู่ ชิดชบาเปิดประตูรถ กระแทกปิด กำลังจะเดินขึ้นตึก
“เดี๋ยวก่อน คุณ”
ชิดชบาสะบัดหน้าขึ้นตึกไป ปฐวีมองตาม ยิ้มๆ
“จำเรียง มื้อค่ำนี่ตั้งที่ระเบียง ช่วยบอกคุณป้าด้วยให้เตรียมอาหารอ่อนสำหรับคุณชิดชบา”
ปฐวีเดินขึ้นตึกไป สมควรและจำเรียงหันมาสบตากัน
“ลุงสมควร ได้ยินอะไรมั้ย”
“ข้าได้ยินแล้ว แต่ไอ้ที่เห็น กับไอ้ที่ได้ยินมันไปกันคนละทางว่ะ”
“ลุงหมายความว่ายังไงน่ะ”
“คุณปฐวีเขาพยายามญาติดีกับคุณชิดชบา แต่ท่าทางคุณชิดชบาจะไม่”
“ลุง เอาน่ะ ลุงยังเคยบอกว่าน้ำหยดลงหินทุกวันน่ะ หินแข็งยังไงยังกร่อนได้ แล้วใจ ใจผู้หญิง วันหนึ่งคุณชิดชบาอาจจะใจอ่อนก็ได้”
“ผู้หญิงอย่างคุณชิดชบา เห็นท่าจะยาก คนเราน่ะ ถ้าผ่านวันผ่านคืนมาได้ หัวใจก็แกร่งเสียยิ่งกว่าหิน ข้าห่วงอยู่อย่างเดียว”
“ลุงห่วงอะไร”
“ขออย่าให้หัวใจของคุณชิดชบาเหี้ยมเลย”
สมควรถอนหายใจด้วยความกังวล

ชิดชบาเดินช้าๆ เลื่อนลอยเจ็บปวด กำลังจะขึ้นบันได ปฐวีเดินตามมา
“ไม่จริงใช่มั้ย คุณไม่ได้หมายความว่าจะให้ผมแลก”
“กลัวตาย ใครๆ ก็รักตัวเองมากกว่า รวมทั้งคุณด้วย”
“ชิดชบา นี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาของเราสองคนเลยนะ ทำไมต้องตาย ในเมื่อเราสามารถมีชีวิตอยู่เพื่อลูกได้”
“บันไดนี่ อาจจะถูกใครต่อใครลืมไปแล้วแม้แต่คุณ แต่ฉันไม่เคยลืม ว่าโสมสุภางค์ตกลงมาที่นั่น”
ปฐวีเงยหน้าขึ้นมองตาม ตื่นตระหนก
“คุณไม่ฝันร้ายอีกเลย แต่ฉันฝัน ผู้หญิงคนหนึ่งตายเพื่อจะถูกลืมอย่างนั้นหรือ ไม่ ไม่มีวันเริ่มต้นใหม่อีกแล้ว มีแต่วันที่เราต้องชดใช้กันให้จบ ให้ถึงที่สุด ให้ถึงชีวิต”
ชิดชบาหันกลับมาสบตาปฐวีอย่างกล้าหาญ ก่อนเดินขึ้นบันไดไป ปฐวีมองตาม หน้าสลดลง

ระรินอยู่ในห้องเช่า นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ มีกล่องเครื่องสำอางวางอยู่ใกล้ๆ เพราะเธอทำอาชีพขายของออนไลน์ มาเช่าห้องอยู่รวมกับยุวดี ทั้งสองกลายเป็นคู่หูกัน หลังแยกตัวจากพวกของชัยยงค์ ยุวดีไขกุญแจเปิดประตูเข้ามาด้วยท่าทีกังวล
“วันนี้ฉันพบนายชัยญา”
ระรินชะงัก หันมามองหน้ายุวดี
“มันเข้าไปขู่ฉันในร้านสะดวกซื้อ มันต้องรู้ว่าเราสองคน”
“ช่างเถอะ สัญชาติหมาบ้ามันต้องแว้งกัด ไม่ต้องไปสนใจพวกมัน ฉันให้การกับตำรวจไปหมดแล้ว มันคงลอยนวลอยู่ข้างนอกไม่ได้นานหรอก”
ระรินเจ็บแค้นชัยญา
“ระริน”
“ชีวิตฉันกำลังจะได้เริ่มต้น แต่ไอ้สารเลวนั่นมันทำลายฉันจนไม่มีอะไรเหลือ แทนที่จะมีบ้าน มีครอบครัว ได้อยู่กับผู้ชายดีๆ ฉันกลับต้องมาแบ่งเช่าห้องของเพื่อน ขายของออนไลน์”
“ระริน เอาน่ะ แกก็ไม่ได้ลำบากไม่ใช่หรือ”
“มันก็ไม่ลำบากหรอก แต่มันแค้นว่ะ ทำไมไอ้พวกเปรตนี่มันยังเดินอยู่นอกคุกทั้งที่”
“ใจเย็นๆ เพื่อน ฉันก็แค่เตือนให้แกระวังตัว อย่าเปิดโอกาสให้หมาบ้ามันกัดแก”
“ถ้ามันกัดฉันล่ะก็ ฉันจะกัดมัน”
ระรินแค้นใจ

ชัยญาเดินผ่านเถาว์เครือซึ่งกำลังแกะกล่องอาหาร ถกลเดินตามมา ต่างไม่สนใจเถาว์เครือ
“นังยุวดีนี่มันอวดดีจริงๆ มันน่าจะลากไส้ออกมาสับเป็นชิ้นๆ นัก”
“ผมสงสัยว่ามันจะไปเช่าอยู่ด้วยกัน เพราะตั้งแต่ไอ้หมูอ้วนนั่นตาย ระรินกับยุวดีให้การปรักปรำพวกเรา มันคงจะ”
เถาว์เครือเริ่มสนใจเรื่องของระรินและยุวดี
“นั่นก็อีกเรื่องที่ฉันต้องเอาคืน รู้ว่ามันทำงานที่ไหน อยู่ยังไง ฉันต้องตามไปสั่งสอนมันแน่ อีสองตัวนี่แสบนัก”
ถกลเดินไปเปิดตู้เย็น
“ไม่มีอะไรกินเลยหรือ”
“ไม่มี ควรจะกินมาจากข้างนอก เพราะที่นี่ เป็นแค่ที่ซุกหัวนอนก็ดีเท่าไหร่แล้ว”
“คุณนายเถาว์เครือ ทำหน้าทำตาให้มันมีเมตตาหน่อย รู้มั้ยว่าคนเป็นแม่เลี้ยงมีหน้าที่อะไร เลี้ยงดูลูกเลี้ยงให้อิ่มหนำสำราญ ไปหาอะไรมากิน เดี๋ยวนี้”
ชัยญาจ้องหน้าเถาว์เครือ ข่มขู่ จนเถาว์เครือเริ่มหวาดกลัว

ท่านพ่อของอุราศรีเดินดูสวนดอกไม้หน้าคฤหาสน์ พร้อมกับอุราศรี
“พ่อเห็นว่าเรื่องหมั้นก็เรียบร้อยแล้ว ลูกกับคุณชายอรุณณรงค์ก็เข้าใจกันดีแล้ว พ่อกับแม่อยากให้ลูกแต่งงาน”
“อย่าเพิ่งเลยค่ะท่านพ่อ”
“ทำไมล่ะลูก”
“หนูกับคุณชายเอี่ยวยังมีเรื่องต้องทำอีกหลายเรื่องค่ะ”
“เรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องเตรียมการแต่งงาน ท่านผู้ใหญ่ฝ่ายหม่อมจรัสเรืองท่านก็พร้อมอยู่แล้วนี่ลูก”
“เรื่องที่เราต้องทำร่วมกัน คือช่วยคุณปฐวีกับชิดชบาค่ะ”

อุราศรีถอนหายใจ กังวล

โต๊ะอาหารเล็กๆ ตรงระเบียง จัดอย่างงดงาม เป็นอาหารค่ำมื้อง่ายๆ
 
ปฐวีนั่งอยู่ตรงหน้าชิดชบาเฝ้ามองหน้าที่เย็นชาของชิดชบาอย่างเงียบๆ 
“คุณไม่แตะอาหารเลยนะ จะไม่พูดกับผมก็ไม่เป็นไร ขอแค่ผมได้เห็นคุณนั่งอยู่ตรงหน้าผมก็พอแล้ว ผมเหงามาก ผมไม่อยากนั่งกินข้าวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว ผมอยากจะเป็นผู้ชายธรรมดาๆ ที่มีคนทะเลาะด้วย ตื่นขึ้นมาได้กลิ่นขี้ฟันของคนที่นอนอยู่ใกล้ๆ แล้วเวลาที่ผมนอนหลับ ได้ยินเสียงคนพลิกตัว ผมจะได้รู้สึกว่า ผมไม่ได้อยู่ในอวกาศ”
ชิดชบาเริ่มหยิบใบสลัดใส่ปากเคี้ยว ไม่พูดกับปฐวี ปฐวีมองตามด้วยรอยยิ้ม
“ผมมีลูก”
ชิดชบาชะงัก ลุกขึ้นทันที
“ที่พยายามทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอยู่นี่ เพราะเกมชิงลูกอย่างนั้นหรือ เชิญคุณนั่งกินข้าวคนเดียว นอนคนเดียว ไม่มีใครอยากจะเป็นเมียของคุณหรอก”
ชิดชบาผลุนผลันออกไป ปฐวีพยายามอดกลั้น อดทน เพื่อทำให้ชิดชบาใจอ่อน ไม่ทำแท้งลูกในท้อง
ชิดชบาเปิดประตูเข้าห้องนอนมาด้วยความอ่อนล้า เหน็ดเหนื่อยจิตใจ ตลับนาคเปิดผ้าคลุมเตียง มองชิดชบาด้วยความสงสาร
“ชิดชบา มีคำอยู่คำหนึ่งที่สามีภรรยาต้องใช้ร่วมกัน คำว่าให้อภัย ไม่มีทางที่หนูจะให้อภัยคุณปฐวีได้เลยหรือ”
“ค่ะ ไม่มีทาง ที่ผ่านมาหนูเจ็บปวดสูญเสีย เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย นอกจากสนุกกับชัยชนะที่เขาทำลายชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งให้ย่อยยับ เขาไม่รู้หรอกว่าหนูเจ็บปวดแค่ไหน หนูต้องอยู่กับความสูญเสียยังไง”
“ชิดชบา”
ชิดชบาแววตากร้าวทั้งน้ำตา

อุราศรีและอรุณณรงค์นั่งดื่มกาแฟด้วยกัน อุราศรีกังวล ร้อนใจ
“คดีนายชัยยงค์ ชัยญากับคนของเขาไปถึงไหนแล้วคะ ทำไมยังเห็นคนพวกนี้ทำตัวเป็นเจ้ากรรมนายเวรของคนอื่นอยู่”
“คดีก็เป็นไปตามรูปคดี ดูเหมือนเขาจะเชื่อว่าผู้ใหญ่จะใช้อิทธิพลช่วยเขา สมัยนี้คนมีอำนาจก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเหมือนกันนะครับ คงไม่ผลีผลามช่วยใครถ้าไม่จำเป็นจริงๆ”
“มันเป็นยังไงคะ”
“ทำความผิดร่วมกัน ต้องปกป้องผลประโยชน์ตัวเอง”
“คุณเถาว์เครือจะอยู่ในข่ายผู้กระทำผิดหรือเปล่าคะ”
“ก็ขึ้นอยู่กับว่านายชัยยงค์เขาจะซัดทอดถึง ตอนที่เขาจนมุมหรือเปล่า”
“แล้วคุณคิดว่าเขาจะซัดทอดมั้ยคะ”
อุราศรีแปลกใจ

ชัยยงค์อยู่กับเถาว์เครือที่บ้าน เขาทั้งขู่และเล้าโลมด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์
“ผมไม่ซัดทอดคุณหรอก ไม่มีวันซัดถึงคุณ เพราะใครก็จับผมเข้าคุกไม่ได้ แต่ว่า”
“อะไรคะ”
“คุณต้องเชื่อผม มันเป็นคดีขึ้นมาแล้ว ก็ต้องใช้เงินล้มคดี นี่ตำรวจเขายังสืบมาไม่ถึงตัวคุณนะ หลักฐานที่ไอ้นักข่าวนั่นได้ไปอาจจะสำคัญ นี่คุณไม่คิดจะช่วยผมล้มคดีเลยหรือ”
“ล้มคดี”
“ต้องใช้เงิน”
“เงิน เงินอีกแล้วหรือ”
เถาว์เครือเริ่มหวาดกลัว
“ใช่ เป็นเงินก้อนใหญ่ คดีนี้มันยืดเยื้อเป็นที่สนใจของหนังสือพิมพ์ ต้องมีสิบล้านเพื่อล้มคดี”
“สิบล้าน”
“เอาบ้านหลังนี้ไปจำนองหม่อมจรัสเรือง ใครๆ เขาก็รู้ทั้งนั้นว่ายายหม่อมจรัสเรืองน่ะมีเงินเก่าเยอะ เงินสิบล้านทำไมจะช่วยคุณไม่ได้”
“แต่ฉันเคยเอาบ้านไปจำนองแค่สี่ล้านยังไม่ให้”
ชัยยงค์เข้ามานวดไหล่เถาว์เครือ
“คุณก็ทำให้หม่อมจรัสเรืองเชื่อให้ได้ว่า บ้านหลังนี้จะหลุดจำนอง”
เถาว์เครือตื่นตระหนก

เถาว์เครือไปที่วังอรุณณรงค์ เดินไปมาอย่างกระวนกระวาย รอหม่อมจรัสเรือง สาวใช้เดินเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อม
“หม่อมท่านยังอยู่ในห้องสวดมนต์อยู่เลยค่ะคุณนาย”
“ท่านทำอะไรอยู่”
“สวดมนต์ค่ะ”
เถาว์เครือเริ่มโกรธ
“จะสวดอีกสักกี่จบนะ เอาเถอะ ฉันมาใหม่วันหลังก็ได้”
เถาว์เครือสะบัดหน้าออกไปด้วยความโกรธ
“คงรู้ว่าฉันจะมากู้เงิน เลยหลบหน้าอยู่ในห้องพระ ฉันก็เลยต้องเสียเวลามาใหม่”
อรุณณรงค์และอุราศรีขับรถเข้ามา เถาว์เครือมองเห็นทั้งสอง รีบเดินไปที่รถตัวเอง พยายามหลบหน้า
“คุณเถาว์เครือครับ”
“คุณเถาว์เครือ”
“คุณเถาว์เครือมาหาหม่อมแม่หรือครับ”
เถาว์เครือรีบขับรถออกไปด้วยความอับอาย
“เอ๊ะ คุณเถาว์เครือมาทำไมคะ ก็”
“คงมาหาหม่อมแม่เรื่อง เรื่องเงิน”
“เงิน”
“คุณเถาว์เครือคงลำบาก นายชัยยงค์คงบังคับให้เอาบ้านมาจำนองหม่อมแม่ เอาเงินไปให้เขาเล่นการพนัน ทำร้ายคุณเถาว์เครือปางตายเขายังทำได้ กับเรื่องแค่นี้ทำไมเขาจะทำไม่ได้ล่ะครับ”
“โธ่ คุณเถาว์เครือ”
อุราศรีสลดสังเวชใจ
เถาว์เครือขับรถด้วยความร้อนใจ เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น เธอขับรถเข้าจอดก่อนรับสายของชัยยงค์
“คุณมีอะไร”
“ได้เงินมั้ย”
“ไม่ได้ ฉันไม่พบหม่อมจรัสเรือง”
“ก็ไหนว่าติดต่อไว้แล้วยังไงล่ะ”
“หม่อมจรัสเรืองสวดมนต์อยู่ ฉันก็เลย”
“ผมไม่สนใจหรอกว่ายายหม่อมจรัสเรืองจะสวดมนต์บทไหน คุณต้องเอาเงินมาให้ได้”
เถาว์เครือค่อยๆ ลดโทรศัพท์ลง ยิ่งร้อนใจ น้ำเสียงสั่นสะท้าน

“แล้วฉันจะไปหาที่ไหน เงินตั้งสิบล้าน”
 
จบตอนที่ 15 
กำลังโหลดความคิดเห็น...