xs
xsm
sm
md
lg

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 13

ปวันเดินออกมาจากห้องน้ำสาธารณะ หลังจากไปลอกคราบของปลายฟ้าออกหมดแล้ว โดยเดินพูดมือถือออกมา
 
“ฉันปล่อยให้นายเชนไล่กระทืบ เอ๊ย ไม่ใช่ ไล่จับยัยลินดาอยู่ หวังว่าตานั่นจะไม่ใจอ่อน ปล่อยให้แม่อดีตคู่หูสาวเซ็ก หลุดมือไปได้ จ่าช่วยเตรียมหาเซฟเฮ้าส์ไว้ให้ด้วยแล้วกัน เพราะฉันไม่มั่นใจว่าแม่ลินดามันจะแอบติดต่อกับไอ้ด็อกเตอร์ได้รึยัง ดีไม่ดี ป่านนี้ไอ้ด็อกเตอร์อาจจะมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้แล้วก็ได้”
ปวันพูดแล้วนึกห่วงทุกคนที่บ้าน
“แค่นี้ก่อนนะจ่า ฉันทิ้งทุกคนไว้ที่บ้านนานแล้ว”
ปวันกดวางสายแล้วรีบเดินไป

เจนจิราตกใจหลังจากฟังตฤณเล่าความจริงทั้งหมด
“ที่ตะเองเล่ามาทั้งหมด เป็นเรื่องจริงเหรอ เขาถูกด็อกเตอร์อาทิตย์สะกดจิต”
“ตะเองก็ลองนึกดูซิ ครั้งสุดท้ายที่ตัวเองจำได้ ตัวเองกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน”
เจนจิราพยายามนึก แล้วก็นึกออก
“จำได้แล้ว ตอนนั้นเขาอยู่ที่ตึกสมายล์ทีวี ด็อกเตอร์อาทิตย์กำลังแถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่าถูกใส่ร้าย แล้วตัวเองก็โทรมาหาเขา หลังจากที่เขาหันไปเจอด็อกเตอร์อาทิตย์แล้ว เขาก็จำอะไรไม่ได้เลย จนกระทั่งตอนนี้ มันนานกี่วันแล้วตฤณ”
“เป็นอาทิตย์ๆ แล้ว”
“นานขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วอาการเขาเป็นยังไงมั่ง ตอนที่เขาไม่รู้ตัว”
“ตัวเองคลั่งไคล้หมอบารมีคู่หมั้นมากเหมือนติ่งศิลปินไอด้อลเลยแหละ มีร้องเพลงเชียร์ ร้องมิวสิคัล ขาดก็แต่ป้ายไฟเท่านั้น”
เจนจิรายกมือปิดปาก
“ทุเรศมาก ไอ้ด็อกเตอร์อาทิตย์มันไม่มีสิทธิ์จะมาทำกับใครแบบนี้นะ”

ปวันรีบวิ่งเข้าบ้านมา เจอเชนยืนดักอยู่
“คุณไปไหนมา”
ปวันสะดุ้ง
“ฉัน ฉันสังหรณ์ใจ ว่าเพื่อนทรยศบางคนของคุณ อาจจะส่งข่าวพวกเราให้พวกดร.อาทิตย์รู้แล้ว ฉันถึงได้ไปเอาเจ้านี่ มาเตรียมพร้อมไว้ไง”
ปวันชักปืนออกมา เชนอึ้ง ชักเห็นด้วย
“งั้นรอเดี๋ยวนะครับ เชนขึ้นไปหยิบปืนคู่กายของเชนก่อน”
“อืม เร็วๆ นะ”
เชนจะเดินขึ้นข้างบน แล้วก็ชะงักหันกลับมามองหน้าปวัน
“คุณปวันครับ”
“อะไรอีก ไม่รีบไปเอาปืนล่ะ”
“ผมอยากจะขอโทษน่ะครับ ที่ไม่เชื่อคำเตือนของคุณเรื่องลินดา”
“ทำไมเหรอ หรือว่าแม่ลินดายอมถอดรูปให้คุณเห็นเนื้อแท้แล้ว”
ปวันทำเป็นตื่นเต้น
“ครับ ผมเกือบพลาดท่าเสียที ดีที่คุณปลายฟ้ามาเตือนสติผมเสียก่อน”
“อ๋อเหรอ ทีฉันเตือนไม่เชื่อ แต่พอคุณปลายฟ้าโผล่มาก็เชื่อซะง่ายๆ หึ”
“โธ่คุณ อย่าหึงน่า”
“นี่ ใครบอกว่าฉันหึง”
“ก็หน้าคุณมันบอกผมไง หึๆ”
เชนยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนเดินขึ้นชั้นบนไป ทิ้งให้ปวันยืนจับแก้มเจ็บใจตัวเองที่เก็บอาการไม่อยู่
“ไอ้สายลับบ้า”

เชนเดินออกมา กวาดตามองดูตามชายหาด ปวันตามมา
“เดี๋ยว เชน แล้วคุณปล่อยให้แม่ลินดาหนีไปแล้วเหรอ”
“คือ ผมพลาด”
ยังไม่ทันบอกจบ เชนเห็นดร.อาทิตย์เดินถือปืนซุปเปอร์ซันพาดไหล่มาตามชายหาดแต่ไกล โดยมีลินดา นารี อินทุเดินขนาบข้างพร้อมกับเล็งปืนมา
“เฮ้ย หลบ”

เชนรีบพาปวันกระโจนหลบไปหลังซากเรือประมงที่จอดเกยตื้น ในจังหวะที่ลินดา นารี อินทุยิงมาพอดี กระสุนเจาะเข้าที่ลำเรือ เศษไม้กระจุยกระจาย ทั้งสองคนนั่งหลบอยู่ข้างลำเรือ เชนกับปวันชักปืนออกมาเตรียมพร้อม

ตฤณ เจนจิรา ช็อค เมื่อได้ยินเสียงปืน
 
“เสียงอะไร ยังกะใครมายิงใคร” ตฤณถาม
ทั้งสองโผล่จากเต็นท์ ออกไปดู พวกดร.อาทิตย์ยิงใส่ซากเรืออย่างเมามัน
“ลินดาพาพวกมันมา” ตฤณบอก
“นี่มันจะมาฆ่าเราทุกคนเลยเหรอ” เจนจินราตกใจ
พวกดร.อาทิตย์เดินเข้าไปยิงใส่เรือ

ด้านหลังเรือ เชนกับปวันหลบอยู่
“ไงล่ะ พิษสงของลินดา คู่หูคู่ใจคนสวยของนาย”
“โธ่ที่รัก จะซ้ำเติมกันไปถึงไหน”
“ใครที่รักของนาย”
“โอเค ผมมันผิด ผมมันโง่ มาช่วยกันเอาค่าโง่คืนเถอะ หนึ่ง สอง”
“สาม”
เชน ปวัน โผล่พร้อมกันขึ้นมาจากคนละด้านของข้างเรือ ยิงปืนเข้าใส่พวกดร.อาทิตย์ ทำเอาดร.อาทิตย์ ลินดา นารี อินทุ ต้องยิงตอบโต้พร้อมกับหลบเข้าหาที่กำบัง

ตฤณจับเจนจิรากดหมอบ แล้วดึงเสาอากาศเจไดออกมา
“เขาจะไปช่วยเชน เอ้า โทรศัพท์ ตัวเองแอบให้ดีหาทางหนีไปจากตรงนี้ พยายามโทรตามตำรวจมาช่วยเขาหน่อย แจ้งว่า ที่นี่ กำลังมีเหตุยิงกัน ให้ตำรวจมาช่วยเร็วที่สุด”
“ตฤณ ทำไมเราไม่หนีไปด้วยกัน ตัวเองจะไปสู้รบตบมืออะไรกับพวกนั้นได้”
“ตัวเองคอยดูละกัน แต่ไม่ต้องดูหรอก รีบหาจังหวะหนีไป ระวังตัวนะ ไอเลิฟยูนะ”
“ตฤณ อย่า ตฤณ”
“เขาไม่ใช่คนเดิมแล้ว เขาคือผู้ช่วยเชน เขาจะไปทำหน้าที่ของเขา”
ตฤณวิ่งออกไป เต้นไปร้องไป
“ไอ้ดร.อาทิตย์ แน่จริงยิงผมให้โดนสิคร้าบ”
ดร.อาทิตย์หันมา อินทุ นารี หันมา ยิงใส่ตฤณ ตฤณใช้เสาอากาศชูขึ้น กดปุ่มรบกวนคลื่นแม่เหล็ก
“โหมดรบกวนคลื่นแม่เหล็กปัดกระสุนปืน”
มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพุ่งออกมา ทำให้รัศมีลูกกระสุนเป๋ไปมาได้ ตฤณล้มตัวลงนอน กลิ้งหลบไปกับทราย เชน ปวันตกใจ
“ผู้ช่วยตฤณ มันชักจะห้าวเกินไปแล้ว”
เจนจิราแอบดูในเต็นท์ หวาดเสียว แล้วมุดเต็นท์ออกไปอีกด้าน วิ่งหมอบๆ ขึ้นจากหาด มาบนถนน พลางโทรศัพท์ไปด้วย
“สายด่วน 191 หรือคะ โทรจากชายทะเลนะคะ ขณะนี้กำลังมีการยิงกันนะคะ ไม่ทราบว่าใครกับใครค่ะ ตำรวจกรุณามาช่วยด่วนค่ะ พากำลังมากันเยอะๆ นะคะ”
เจนจิราวิ่งมา พ้นกอไม้ใหญ่ เจอกับบารมีวิ่งมาพอดี ทั้งสองตะลึง เจนจิรามองบารมี ประเมิน ไม่ไว้ใจ บารมีมองเจนจิรา อึ้งๆ แล้วดีใจ
“เจน”
เจนจิราชะงักไป แล้วกลับเปลี่ยนสีหน้า แววตา เล่นละครทันที
“บารมี บารมีของเจน เจนกำลังจะโทรหาคุณพอดีเลยค่ะ เจนหนีมาจากไอ้พวกนั้นได้แล้วค่ะ เรารีบไปกันเถอะค่ะ”
“โอ สวรรค์ทรงโปรด เจนมาได้จังหวะพอดี ที่ชายหาด มีไอ้พวกคนร้ายที่ไหนไม่รู้ กำลังมาไล่ยิงพวกมันพอดี เราต้องรีบหนี ก่อนที่จะพลอยซวยไปด้วย”
“เหรอคะ คุณไม่รู้จักพวกคนร้ายที่มายิงหรอกเหรอ”
“เจน ทำไม คุณทำท่าแปลกๆ”
เจนจิราตกใจ รีบแสดงกลบเกลื่อน
“อ๋อ ฮะๆๆ ฮิๆๆ คิกๆๆ ไม่มีอะไร ขำค่ะ สมน้ำหน้า พวกมันโดนยิง”
เสียงปืนดังมา เจนจิราสะดุ้ง
“อ๊าย เจนกลัวเสียงปืน เจนกลัว กลัวพวกมันด้วย กลัวพวกผู้ร้ายด้วย กลัวหมดเลย เรารีบไปกันเถอะค่ะ”
“ดีครับ ไป รีบไปกัน”
บารมีพาเจนจิราไป

เสียงปืนดัง จันทร์เจ้าร้องกรี๊ด กอดลูกวิ่งออกมา ตังตัง สมายล์ วิ่งมาสมทบ
“น้าตฤณอยู่ที่ชายหาด ไปช่วยกันเถอะค่ะ” ตังตังร้องบอก
“ช่วยยังไง เราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว เราต้องหนี”
“แต่หนูจะหาน้าตฤณ”
“เราต้องรีบหนี มันอันตรายมาก ไปแจ้งตำรวจดีกว่า”
“ใช่ ตังตัง เราต้องไปตั้งหลักก่อน” กังฟูเห็นด้วยกับแม่
“หนูไม่ไปไหน หนูจะไปหาน้าตฤณ” ตังตังยืนยัน
เสียงปืนดังอีก
“ฉันไม่ให้หนูไป ตังตัง กังฟู จัดการ ไป สมายล์”
จันทร์เจ้าล็อคตังตังไว้ กังฟูมาช่วย
“ตังตัง ใจเย็นๆ เรารีบไปบอกตำรวจดีกว่า ยังมีทางรอด แต่ถ้าเราวิ่งไปหาปืน เราอาจไม่รอดสักคนเลยนะ” สมายล์พยายามอิบาย
ทั้งหมดลากตังตังไปอีกทาง ตังตังกรีดร้องเป็นห่วงตฤณ

อินทุ นารี ลินดา รุมยิงตฤณ ตฤณใช้เสาอากาศเบนกระสุน แต่สู้ไม่ไหว
“โธ่เอ๊ย ทำไงดีวะ ได้แต่เบี่ยงกระสุน แต่ไม่มีปืนยิงสวนมัน”
เชนมองอยู่
“แบบนี้ตฤณตายแน่”
“เราต้องแยกกัน แต่ยังไงดี” ปวันบอก
“ทะเลกว้าง มีทางไปอยู่แล้ว พบกัน ตรงที่เราดูดาวเมื่อคืน คุณไปช่วยตฤณ ส่วนผม ผมคือคนที่มันต้องการที่สุด ผมจะจัดการมันเอง”
“แน่ใจนะ ว่าเอาอยู่”
“มือชั้นนี้”
“แล้วจะคอยดู”
ปวันโผล่ออกมา วิ่งไปที่โขดหิน

“ตฤณ ฉันมาช่วยแล้ว”

ปวันรีบยิงพวกดร.อาทิตย์ พวกนั้นหลบ ปวันยิงใส่เป็นชุด วิ่งซิกแซกไปหาตฤณ ลินดาเห็นปวัน ก็แค้น
 
“อีตัวดี”
ลินดาหันปืนไล่ยิงปวัน ดร.อาทิตย์ง้างปืนใส่ปวัน
“นังผู้หมวด ตายซะเถอะ”
เชนปรากฏตัวขึ้นมา บนกราบเรือ
“เดี๋ยวๆๆๆ เวทอะมินนิท ไอ้ด็อก แกกล้าใช้ปืนที่ไม่เคยเอาชนะฉันเลย มาไล่ฆ่าฉันงั้นเรอะ หัวแกมีเอาไว้คั่นหูไม่ให้ติดกันเท่านั้นเหรอวะ”
ดร.อาทิตย์เงยมา
“งั้นมันต้องพิสูจน์แล้วล่ะ”
ดร.อาทิตย์หันปืนกลับไปที่เรือ
“เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวๆๆ ปืนนั่น มันยิงได้สามแบบนะเว้ย แกจะยิงแบบไหนวะ”
“แบบที่สาม แรงที่สุดอยู่แล้ว”
ดร.อาทิตย์ยิงแสงเป็นระเบิดเข้าใส่ แสงพุ่งมาที่ซากเรือ เรือระเบิดสนั่นหวั่นไหว พวกดร.อาทิตย์รอดูผล ควันลอยเหนือซากเรือ แต่ไม่มีเชน
“เชนตายแล้ว”
อินทุ นารี ดีใจ แต่ลินดาค้าน
“เชนไม่มีวันตาย แต่มันหายไปแล้ว”
“เป็นไปไม่ได้”
ดร.อาทิตย์เดินไปดู ทุกคนเดินไปดูที่ซากเรือที่ลอยเป็นแผ่นๆ บ้างติดไฟลุกไหม้ ลอยเท้งเต้งบนคลื่นตื้นๆ ตฤณโผล่ดูหลังโขดหิน ลุ้นไปด้วย
“ไอ้เกลอแก้ว แกเสร็จมันจริงๆ เหรอวะ”
ปวันย่องมาโผล่ที่โขดหินห่างไปจากตฤณ
“ยังหรอก ผู้ช่วยตฤณ”
“รู้ได้ไง”
“เชนผู้มีปัญญาเฉียบแหลม เขาต้องรอดอยู่แล้ว ส่วนนาย ผู้ช่วยตฤณ คู่หูสายลับเชน เก่งนักใช่ไหม แต่แค่เสาอากาศมันคงไม่พอหรอก”
ปวันล้วงปืนที่รองเท้า โยนให้ตฤณ ตฤณรับไว้
“คุณชัวร์ใช่ไหม ว่าเชนรอด”
ไม้กระดานติดไฟ ลอยในคลื่นตื้นๆ พวกดร.อาทิตย์มาดูรอบๆ ไม่เจอเชน เวลาเดียวกันนั้น ห่างจากเรือไปหลายเมตร เชนดำน้ำไปอย่างเร็ว

ปวัน ตฤณวิ่งมาที่หาดเปลี่ยวที่เห็นอยู่ตรงหน้า ตฤณแปลกใจ
“ทำไมมาตรงนี้”
“มันเป็นที่ที่ฉันดูดาวเมื่อคืน”
“อ๋อ นัดกับเชนหรือ”
“ถ้าเขาไม่มา ก็แปลว่าตาย”
บนโขดหิน เชนยืนเท่ๆ ตัวเปียกโชก รออยู่
“สวัสดี ไอ้เกลอแก้ว แกมันแน่นอนจริงๆ”
“แกก็แน่มาก ดำน้ำเก่งกว่าที่คิด”
“ก็นิดหน่อย”
ปวันขัดจังหวะทั้งสอง
“เราต้องรีบไป”
“ไปไหน” ตฤณถาม
“ไปให้พ้นคนอื่นๆ ไปให้ไกลจากพวกเด็กๆ เราคือตัวอันตราย ขืนให้เด็กๆ มาอยู่ด้วย เด็กๆ จะพลอยมีภัยกันหมด”
เชนรีบบอก

ดร.อาทิตย์ ลินดา อินทุ นารี แยกย้ายกันหา สักพัก ทุกคนวิ่งกลับมาหาดร.อาทิตย์
“ไม่มีใครทั้งนั้น” ลินดารายงาน
“มันหายไปหมดแล้ว” อินทุบอก
“พวกเด็กๆ ในบ้านก็ไม่อยู่เลยค่ะ” นารีรายงาน
“เชน นี่หรือวะ เชนคนเก่ง พวกมันคือพวกตัวตุ่น ขุดรูแอบอยู่ตามใต้ดินตังหาก แบบนี้ก็คงถึงเวลาแล้วสินะ”
ดร.อาทิตย์แสยะยิ้ม

เชน ปวัน ตฤณ หนักใจ วิ่งมาตามถนน ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างหนึ่งสวมเสื้อยาวมีฮู้ดคลุมหัวสีดำ ยืนทะมึนก้มหน้าอยู่กลางถนน ตฤณแปลกใจ
“เฮ้ย ใครน่ะ มายืนอยู่กลางถนน”
ปวันสังเกตที่ตัว เห็นถือปืนรูปทรงเหมือนปืนในโลกอนาคต สะพายดาบทรงประหลาด คมเลื่อย แบบบูมเมอแรงที่เอว มีกระป๋องคล้ายระเบิดควันที่เข็มขัด แขนข้างหนึ่งมีโครงเหล็กแทงทะลุอยู่ในเนื้อ
“พกอาวุธมาเพียบเลย ยังกับหลุดมาจากหนังอวกาศ”
เชนรู้สึกว่าต้องมีเรื่องไม่ดีแน่
“ระวังนะ ด็อกเตอร์อาทิตย์อาจจะไปเชิญตัวมันออกมาจากหนังสักเรื่อง เพื่อจัดการพวกเรา”
ตัวประหลาดเงยหน้ามามองทั้งสามคน ใบหน้าภายใต้แผ่นหนังปิดปากชัดเจน เป็นมฤตยูต่างดาว
ทำเอาทั้งสามตะลึง
“ตัวอะไรวะเนี่ย” ตฤณสงสัย
ดร.อาทิตย์ตามหลังมาพร้อม ลินดา นารี อินทุ ตะโกนสั่ง
“ฆ่ามันไซลาร์”
ไซลาร์แยกเขี้ยวคำราม พร้อมกับยกปืนยิงใส่ทั้งสามคนเป็นชุด ปืนเป็นหัวกระสุนมีหางเป็นลำแสงพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็วราวกับจรวด
เชน ปวัน ตฤณเห็นอย่างนั้นก็ยิงสวน พลางวิ่งกระโจนไปยังทุ่งข้างทางที่มีซากรถ ถังน้ำมัน ยางล้อรถบรรทุก ถูกทิ้งไว้จำนวนมาก แต่กระสุนลำแสงของไซลาร์วิ่งตามเข้าใส่ทั้งสามอีก ทำให้ทุกคนต้องแยกกันไปหลบหลังซากรถคนละคัน กระสุนชนเข้ากับซากรถระเบิด แต่ไซลาร์ก็ไม่หยุดแค่นั้น ลั่นไกยิงถล่มมาที่ทั้งสามอีก จนกระสุนเจาะไปทั่วซากรถที่หลบอยู่ ดร.อาทิตย์ชอบใจมาก
“หึๆๆๆ ไซลาร์ลูกพ่อ จัดเต็มเลยลูก เดี๋ยวพ่อจะเตรียมอาหารสดไว้เป็นรางวัลให้ลูก”
“แฮ่”
ไซลาร์หันมาแยกเขี้ยว เห็นฟันซี่ฉลามสีเขียวอื๋อเต็มปาก ทำเอาลินดา นารี อินทุ ขยะแขยง

แต่อยู่ๆ ก็มีรถแล่นพุ่งมาอย่างเร็ว ชนไซลาร์กระเด็นไปไกลหลายเมตรต่อหน้าต่อตา ลินดา นารี อินทุที่ยืนช็อค แต่ดร.อาทิตย์กลับเฉย เพราะรู้ว่าแค่รถชน ทำอะไรไซลาร์ไม่ได้ แล้วรถคันนั้นก็จอดสนิท 

ภายในรถ จ่าเจี๊ยบเหยียบเบรกจนหัวทิ่ม แล้วต้องตะลึงช็อคเมื่อเห็นว่าตัวประหลาดที่ตัวเองเพิ่งชนมานอนกองอยู่ที่พื้น กลับลุกขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วยังแยกเขี้ยวคำรามมาที่จ่าเจี๊ยบ
 
“เย้ย ตัวไรวะเนี่ย”
จ่าเจี๊ยบใส่เกียร์ เหยียบคันเร่งพารถถอยหลังกลับอย่างรวดเร็ว แต่ไซลาร์กลับวิ่งตามมาเร็วมาก จ่าเจี๊ยบหักพวงมาลัยพารถลงข้างทาง แล้วเบรกอีกรอบ เปิดประตูลงจากรถ
“มึงคิดผิดซะแล้วที่จะเสี่ยงกะกู เพราะกูวิ่งเร็วกว่ามึง”
จ่าเจี๊ยบวิ่งหน้าตั้งไป พลางชักปืนออกมายิงใส่ กระสุนไม่ระคายผิวไซลาร์เลย แถมยังดึงระเบิดขึ้นมาโยนกลิ้งไปที่พื้นตามหลังจ่าเจี๊ยบไป
“อ๊าก”
จ่าเจี๊ยบวิ่งซิกแซกไปที่ซากรถ หนีระเบิด แต่ระเบิดก็ตามมา
“จะตามกูทำไมเนี่ย”
จ่าเจี๊ยบสะดุดขาตัวเองล้มลง ตัดสินใจใช้ปืนยิงไปที่ระเบิด เกิดระเบิดขึ้นข้างกองยาง ยางกระเด็นติดไฟกลิ้งไปคนละทิศละทาง
“เฮ่อ”
จ่าเจี๊ยบเป่าปากนอนแผ่หราที่รอดตาย

ดร.อาทิตย์นำลินดา นารี อินทุ ลงมาถล่มเชน ปวัน ตฤณ ที่หลบอยู่หลังรถ ลินดาเดินยิงมาที่ซากรถกระบะที่ปวันหลบอยู่ ปวันกลิ้งหลบไปท้ายรถยิงสวนลินดา แต่กลับเจอนารีตามมาซ้ำอีก ปวันต้องกลิ้งเข้าใต้ท้องรถ ลินดากลับกระโดดขึ้นบนท้ายกระบะยิงทะลุกระบะลงมาใต้รถ ปวันใช้เท้าถีบกับเหล็กช่วงล่างรถ ถลึงตัวหลบออกไป แล้วนอนยิงสวนใส่ลินดาบนท้ายกระบะ และนารีที่ยืนอยู่หัวรถ จนสองสาวต้องกระโจนหลบงุด
เชนเจอดร.อาทิตย์ใช้ซุปเปอร์ซันยิงระเบิดใส่ จนซากรถระเบิด แต่เชนก็ยิงปืนคู่กายสวนไป พร้อมกับถีบถังน้ำมันกลิ้งไปแล้วยิงไฟใส่จนถังน้ำมันระเบิด พุ่งเข้าหาดร.อาทิตย์ จนต้องวิ่งหลบเปลี่ยนที่กำบัง
ตฤณลุกขึ้นวิ่งยิงสวนสู้อับอินทุ โดยมีซากรถอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคน แต่แล้วอินทุก็เสียท่า เมื่อถูกตฤณยิงเข้าที่ไหล่ล้มลง ปืนกระบอกขวาร่วงจากมือ ตฤณกลิ้งตัวไปเก็บปืนแย่งไปได้ แล้วยิงคืน
“อ๊าก”
อินทุต้องหลบงุดไปพิงรถ

พวกดร.อาทิตย์เหมือนจะเพลี่ยงพล้ำ จ่าเจี๊ยบกับตฤณวิ่งยิงสกัดเข้ามาหาเชน
“แล้วคุณปวันล่ะ” เชนถาม
ตฤณกับจ่าเจี๊ยบทำหน้าไม่รู้ และแล้วทุกคนก็ได้ยินเสียงปวันกรีดร้อง
“อ๊าย”
“ห่ะ เสียงหมวดรึเปล่า”
ทั้งสามรีบโผล่ออกไปดู เห็นปวันถูกไซลาร์คว้าคอขึ้น ปวันยิงปืนใส่ แต่ไซลาร์ไม่สะเทือน
“ปวัน”
ขณะที่ดร.อาทิตย์สั่งลินดา นารี อินทุล่าถอยออกไป
“ถอยมา ไซลาร์กำลังคลั่ง เดี๋ยวจะโดนลูกหลง”
เชนวิ่งออกไปจะยิงก็ไม่กล้า กลัวถูกปวัน เชนกระโดดเกาะหลังล็อคคอไซลาร์
“ปล่อยปวัน ปล่อย”
เชนสาวหมัดอัดไปที่หัวมัน ทำให้มันเหวี่ยงปวันทิ้ง หลังไปชนซากรถนอนเจ็บจุก แล้วจับกระชากเชนร่วงลงมาแทน ไซลาร์ชักดาบออกมาฟันใส่เชน แต่เชนกลิ้งหลบพร้อมสั่ง
“นายตฤณ พาคุณปวันหนีไปก่อน”
“ไม่ ฉันไม่ทิ้งเชน”
ปวันบอกทันที
“หนีไป ไม่ต้องห่วงผม ไม่งั้นเราจะตายกันหมด ไม่มีใครจัดการกับไอ้ด็อกเตอร์ ตฤณ จ่าเจี๊ยบ พาคุณปวันหนีไป อ๊าก”
เชนร้องลั่นเมื่อไซลาร์เสียบดาบลงที่ขา
“หนีไปซี”
“เชน”
ปวันห่วงเชน ตฤณกับจ่าเจี๊ยบจำเป็นต้องดึงปวันหนีไปทั้งที่ไม่อยากทำ
“พาไปที่รถ”
ดร.อาทิตย์ ลินดา นารี อินทุพยายามยิงขัดขวาง ตฤณ จ่าเจี๊ยบพาปวันวิ่งมาถึงรถ ทั้งสองรีบดันปวันขึ้นรถ แล้วจ่าเจี๊ยบก็ขับรถออกไป ปวันร้องไห้ ตะโกนเรียกเชน
“เชน เชน เชน”
รถวิ่งห่างออกมา เชนนอนอยู่ที่พื้น พยายามลุกขึ้น แต่ถูกไซลาร์ต่อยลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ก่อนจะเงื้อดาบปักไปที่ท้อง เชนนอนแน่นิ่งไป ปวันร้องลั่น

“เชน”

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 13 (ต่อ)

ปวันหลับหมดแรงเพราะบาดเจ็บอยู่เบาะหลังรถจ่าเจี๊ยบ มีอาการเพ้อร่วมด้วย
 
“เชน เชน”
ตฤณเปิดประตูรถ ยืนมองปวันอยู่กับจ่าเจี๊ยบ
“หมวดครับ หมวด”
ปวันลืมตาตื่นขึ้น พบว่าตัวเองฝันไป
“ฉันเห็นร่างเชนถูกพวกมันเผา”
ตฤณกับจ่าเจี๊ยบฟังแล้วเศร้า จ่าเจี๊ยบพยายามพูดให้กำลังใจ
“เขาว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดีนะหมวด ป่านนี้สายลับเชนอาจจะเป็นฝ่ายที่เผาพวกมันเป็นไก่ย่างงานวัดแล้วก็ได้”
ปวันส่ายหน้าน้ำตาซึม
“แต่ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นเขา มันไม่เป็นอย่างนั้น เลยจ่า”
จ่าเจี๊ยบกระแทกศอกสะกิดตฤณซึ่งยืนซึมอยู่
“เฮ้ยๆ สุดหล่อ ช่วยพูดอะไรดีๆ บ้างซิ”
“ผม ผมไม่น่าทิ้งเชนไว้เลย ป่านนี้เชนคงจะ”
จ่าเจี๊ยบโดดปิดปากตฤณ
“โอ้ว ขอบคุณครับ ปลอบได้ดีมาก อ่ะหมวด ลงมาก่อนเถอะ ถึงเซฟเฮ้าส์แล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเชน พวกเราก็ต้องอยู่สู้กันต่อ”
ปวันมองออกนอกรถไป เห็นว่ารถจอดอยู่ในโรงงานร้าง แต่ภายในมีห้องลับ เคยใช้เป็นที่พิทักษ์พยาน เธอก้าวลงจากรถ ตฤณกับจ่าเจี๊ยบ ต้องช่วยประคองเพราะปวันบาดเจ็บที่หลังและไหล่จากการถูกไซลาร์เหวี่ยงกระแทกรถ
“โอ๊ย”
“บาดเจ็บมาเหรอหมวด”
ปวันเห็นธงทิวเดินตกใจออกมาจากบ้าน เธอแปลกใจ
“ผู้การ”
“ใช่ ฉันเอง ผู้การของเธอ”
“ผู้การมาทำอะไรที่นี่ ผู้การเกี่ยวอะไรด้วย”
“ถามอะไรอย่างนั้นหมวด เรื่องด็อกเตอร์อาทิตย์มันเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว จะขาดผู้การธงทิวได้ยังไงกัน”
“เอ่อ เดี๋ยวนะครับ ตำแหน่งตกไปคำหนึ่ง”
“ตกคำไหนเหรอจ่า”
“อดีตไงครับ อดีตผู้การ แหะๆ”
ธงทิวไหล่ตกทันที
“เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยว”

จ่าเจี๊ยบช่วยประคองปวันมานั่งลงภายในเซฟเฮาส์
“โห ดูหลังดูไหล่ซิ หมวดบาดเจ็บหนักกว่าจ่ากับคุณตฤณอีก ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวผมจะตามแพทย์สนามมารักษาทุกคนให้ถึงที่”
“ขอบคุณค่ะผู้การ”
“ขอบคุณครับ”
“เอ่อ แต่ขาดคนสำคัญไปนะ นายเชน นี่แยกกันหนีเหรอ ทำไมไม่มาด้วยกัน”
ทั้งสามเงียบ สลด ธงทิวเห็นก็เข้าใจทันที รู้สึกใจหาย
“เราต้องไม่เสียเชนไปเปล่าๆ แต่เอาความสูญเสียครั้งนี้ มาเป็นพลังของพวกเรา ต่อแต่นี้ไป พวกเราจะแข็งแกร่งทั้งกายใจ ไม่ยอมแพ้ไอ้ด็อกเตอร์อาทิตย์ ไม่ว่ามันจะมารูปแบบไหน”
ปวันน้ำตาไหล
“งั้นตอนนี้เราจะทำยังไงต่อไปครับผม อดีตผู้การ”
จ่าเจี๊ยบพูดจริงจัง แต่ธงทิวแทบจะเป๋ไปตรงคำว่า อดีตผู้การ
“อยู่เฉยๆ”
“อ้าว”
ปวันกับตฤณแปลกใจ
“จนกว่าหมวดจะรักษาตัวหายดีไง เพราะสมองระดับผู้เอ่อ อดีตผู้การอย่างธงทิว มั่นใจว่า ไอ้ด็อกเตอร์อาทิตย์มันต้องส่งคนออกตามหาพวกคุณแน่”
ปวันพยักหน้าเห็นด้วย แววตาแค้นและเศร้า
“ระหว่างนี้พวกเราก็ซุ่มวางแผนเพื่อแก้แค้นให้กับเชน เชนเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้พวกเราหนีรอดมาได้ ฉันจะไม่ให้เขาตายฟรี”
“ผมเสียใจด้วยอีกครั้งหนึ่งนะ แต่หมวดแน่ใจ ว่าเชนตายไปแล้วจริงๆW
ธงทิวถามย้ำ

ภายในมูลนิธิอมุนรา มิสเตอร์โอเคเดินหงุดหงิดงุ่นง่านมาแต่ไกล พวกดร.อาทิตย์เดินมา
“เฮ้ ด็อกเตอร์ ยูไปจัดการกับไอ้เชนโดยไม่รอกระพ้มได้อย่างไรกัน แล้วมันจะสำเร็จเหรอ”
“สำเร็จสิ มิสเตอร์โอเค หึๆ ไอไม่ต้องรอยูให้เสียเวลาอีกแล้ว”
“ห่ะ นอกจากมิสเตอร์โอเคแล้ว ยังมีใครในปฐพีนี้จะต่อกรกับสายลับเชนได้อีก แกเหรอ ไอ้อินทุ หรือหนูขายาว นารีเหรอจ๊ะ หรือว่าเธอแม่อดีตคู่หูของมันเอง ลินๆๆๆ ดา”
“อย่ามาขี้ตู่นะว่าเขาเป็นอดีตของใคร จะบอกให้นะ คนที่จัดการกับไอ้สายลับเชน เขาไม่ธรรมดา เขาเท่มาก เขามาไกลมาจากนอกโลก”
“มาจากนอกโลก ฮ่ะๆๆๆ ฝันเฟื่องแล้วหนูจ๋า”
“ลินดาไม่ได้ฝันไปหรอก ขอแนะนำให้รู้จักกับมือปราบสายลับเชนตัวจริง ไซลาร์”
ร่างโชกเลือดหมดสติของเชนถูกไซลาร์ลากมาตามทาง ตามหลังดร.อาทิตย์ ลินดา นารี อินทุ ดร.อาทิตย์ปรบมือเดินแหวกทางให้ไซลาร์ ซึ่งลากเชนที่หมดสติอยู่เบื้องหลัง

“แฮ่”

มิสเตอร์โอเคตกใจ ตะลึง
 
“โอ้ว มายก็อด ไอ้วายร้ายนี่มันไม่ใช่คน ด็อกเตอร์ไปเอามันมาจากดาวดวงไหนกันห่ะ”
“ขอตอบ เดอะซัน หึๆๆ เดอะซันเป็นผู้ประทานไซลาร์มาให้ด็อกเตอร์”อาทิตย์”
“แปลง่ายๆ ว่า คุณไม่ต้องเหนื่อยตามล่าไอ้สายลับเชนให้เมื่อยตุ้มอีกแล้วมิสเตอร์โอเค” นารีเย้ย
ดร.อาทิตย์เดินนำทุกคน โดยแอบยิ้มเยาะมิสเตอร์โอเค อินทุ นารี ยิ้มเยาะมิสเตอร์โอเคด้วย ไซลาร์ลากร่างเชนตามไป
"ก็ไหนยูสัญญากับไอว่าจะพาไอออกมาจัดการกับไอ้สายลับเชนไงเล่า แล้วยูเอาไอ้ต่างด้าวนั่นมาตัดหน้าไอได้ยังไง สายลับเชนจะต้องเป็นคู่ต่อสู้ของมิสเตอร์โอเคเท่านั้น”
“เชนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของใครอีกต่อไปแล้ว มิสเตอร์โอเค คุณหมดคู่ต่อสู้แล้ว โดยไม่ต้องทำอะไรเลย ต่อไปนี้ คุณไม่ต้องสู้กับใครอีกแล้ว สบายไปเลย มีชีวิตอยู่ชิลๆ ไปวันๆ คุณต้องขอบใจไซลาร์เขานะ ไซลาร์ ผู้ไม่ว่าใคร ก็ไม่อาจต้านทานได้”
ลินดาเยาะ มิสเตอร์โอเคหัวเสีย

ไซลาร์โยนเชนเข้าไปในห้องขังพร้อมเสียงคำราม เชนร่วงลงนอนคว่ำบนพื้น แขนขางอผิดรูป ราวกับศพ เจิดกับวิศวะถูกจับขังอยู่ที่ห้องเดียวกัน ทั้งสองมองเชนอย่างตกใจ แล้วรีบเข้ามาช่วยเชน ไซลาร์หันมาคำรามใส่ ทั้งสองสะดุ้ง
“เฮ้ย ไอ้มหาปะลัยนี่ตัวอะไรวะ”
“มันชื่อไซลาร์อาจารย์ มฤตยูต่างดาวจากเรื่องอสูรกายดาวนรก โหดสุดๆ เลย ผมเคยดูหนังมัน”
“ด็อกเตอร์ แกเอาไอ้ตัวนี้ทะลุจอจากหนังมาป่วนโลกอีกตัวแล้วเหรอ แค่ไอ้มิสเตอร์โนเคคนเดียว ยังไม่พออีกเหรอ ห่ะ”
“ปากดี หิวไหมไซล่าร์ พ่อยกให้”
ดร.อาทิตย์บอกอย่างรำคาญ ไซล่าร์เดินไปใช้กรงเล็บจิกขย้ำคอเจิดทันที วิศวะรีบร้องขอชีวิตไว้เพราะรู้ความโหดของไซลาร์ดี
“อย่าด็อกเตอร์ ไว้ชีวิตลุงแกเถอะ แกแก่แล้ว ไซลาร์ไม่ชอบกินหนังเหี่ยวๆ หรอก”
“ปล่อยมันไซลาร์ เดี๋ยวพ่อจะหาเนื้อเด้งๆ หนังกรุบๆ ให้ลูกเปิบดีกว่านี้”
“มันแก่แล้วทำไมไม่ฆ่ามันซะเลยล่ะนาย เก็บไว้ให้รกที่ทำไม” นารีถามเซ็งๆ
“มันแก่ แต่สมองมันยังมีประโยชน์กับด็อกเตอร์ย่ะหล่อน ถามอะไรตื้นๆ” ลินดาย้อน
“อี”
“นารี”
อินทุดึงนารีไว้ ดร.อาทิตย์หันมามองหน้าซ้ำ นารีหยุด
“ไปเถอะไซลาร์ ปล่อยมันไว้อย่างนั้น ให้พวกมันได้ทัศนาไอ้เชนตายอย่างช้าๆ ต่อหน้าต่อตาอย่างฟินๆ ฮ่ะๆๆ”
ไซลาร์ปล่อยเจิด เดินออกจากห้องขัง สมุนล็อคกุญแจ ทั้งหมดเดินตามดร.อาทิตย์ออกไป
“เฮ้ย ไอ้ด็อกเตอร์โฉด แกจะปล่อยเชนไว้อย่างนั้นเหรอ คนนะเว้ย ไม่ใช่แมงสาป จะได้กระทืบแล้วปล่อยให้ตาย”
ดร.อาทิตย์ไม่สนใจคำพูดของเจิด เดินลับไป เจิดกับวิศวะพยายามช่วยเชน
“โธ่สายลับเชน มาเจอวายร้ายจากหนังผิดเรื่องผิดแนว ถึงกับจอดเลยเหรอ”
“เชน เชน ช่วยกันเร็วไอ้วิศวะ กดให้เลือดหยุดก่อน ไม่งั้นเลือดออกหมดตัวแน่”
เจิดกับวิศวะพยายามเอาเสื้อตัวเองอุดเลือดแผลที่ท้องของเชนที่โดนไซลาร์แทง
“ตายหรือยังวะ นอนไม่กระดุกกระดิกเลย”
“เราจะช่วยเชนยังไงดี จารย์”
“ก็ช่วยได้แค่นี้ล่ะวะ ในนี้ไม่มีอะไรเลย”
“ซึ่งหมายถึงว่า เราทำได้ก็แค่รอดูเชนตายไปต่อหน้าต่อตางั้นซิจารย์”
“เฮ่อ แล้วเพื่อนเอ็งนายตฤณ หมวดปวัน จ่าเจี๊ยบหายศีรษะไปไหนกันหมด”
“หรือทุกคนถูกไอไซล่าร์มันฆ่าตายไปหมดแล้ว”

มิสเตอร์โอเคผลักประตูเข้ามาในห้องอย่างฉุนๆ ดร.อาทิตย์นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ พร้อมจะประชุม
“อ้า มิสเตอร์โอเค มาก็ดีแล้ว ผมพร้อมจะประชุม”
“หึ ด็อกเตอร์ยังเห็นหัวกระพ้มอยู่อีกเหรอ ไม่เอาไอ้ไทรรากมาประชุมแทนล่ะ”
“อุ้ยตาย ผู้ชายขี้อิจฉา ไปเปลี่ยนชื่อไซลาร์เป็นไทรราก ตะกี้ไอ้ตาแก่เจิด มันก็เปลี่ยนตะเองเป็นมิสเตอร์โนเค ฮิๆๆ” ลินดาขำ
“ทำเป็นขำ เดี๋ยวจะจับเลาะฟันให้หมดปากเลยนังสองหัวลิ้นดำ”
นารีกับอินทุกลั้นขำ ลินดาฉุน กระชากแส้ ดร.อาทิตย์รีบปราม
“พอเถอะทุกคน มิสเตอร์โอเค งานนี้คุณไม่ต้องเสียเวลากับไอ้เชนอีกแล้ว หันมามุงานด้านค้าอาวุธ ผลิตปืนซุปเปอร์ที่รออยู่ให้เต็มสูบเลย ไม่มีไอ้เชน ก็ไม่มีใครขวางทางเราอีก”
มิสเตอร์โอเคไม่พอใจ เพราะชีวิตกำหนดมาแล้วว่าให้สู้กับเชน ไม่ได้ค้าอาวุธ
“อินทุ”
“ครับนาย”
“ได้เวลาให้คนเอามื้อค่ำไปเสิร์ฟให้ไซลาร์ตามที่ฉันสั่งแล้ว”
“ครับนาย”

สมุนถือถาดอาหารมา เป็นเนื้อสดๆ มีเลือดติดอยู่ อินทุเดินนำสมุนมาตามทาง ยิ่งใกล้ที่พักของไซลาร์ ทางก็ยิ่งมืดลงทุกทีๆ จนสมุนชักหวาดๆ ขนลุก
“ทำไมทางมันยิ่งมืดลงทุกที”
“ไอ้ตัวนี้มันชอบอยู่มืดๆ อย่าตาขาวไปหน่อยเลยน่า เดินเร็วๆ”
อินทุเดินนำมาจนถึงหน้าห้องพักชองไซลาร์ ก็หยุดยืนเคาะประตู
“ได้เวลาให้อาหารแล้วไซลาร์”
“มันฟังเรารู้เรื่องเหรอ”
“พูดมาก วางถาดไว้ที่หน้าห้องประตูนี่แหละ จะได้รีบๆ ไปกัน”
สมุนก้มลงวางถาดอาหาร แต่ประตูเปิดออก สมุนเงยหน้าขึ้นมองอย่างช้าๆ เห็นแต่ประตูเปิดออก แต่ไม่เห็นไซลาร์โผล่ออกมา
“ไหนอ่ะ ไม่เห็นมันออกมาเอา”
สมุนโผล่หน้าเข้าประตูไปมอง แล้วร่างก็ถูกกระชากเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว พร้อมประตูที่ปิดลง
“อ๊าก”
อินทุตกใจ ก้าวถอยหลัง แล้วรีบวิ่งไปพร้อมเสียงร้องโหยหวนของสมุนดังอยู่ในห้อง เขาวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปหาดร.อาทิตย์ในห้องประชุม

“นาย นาย”

ทุกคนตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดร.อาทิตย์กลับทำท่าเหมือนรู้อยู่แล้ว นารีเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
 
“มีอะไรอินทุ ทำยังหนีอะไรมา”
“ไอ้ไซลาร์น่ะดิ มันลากลูกน้องเราเข้าไปกินเป็นๆ”
“ห่ะ”
ลินดากรีดร้อง มิสเตอร์โอเคตกใจ ตบโต๊ะหันไปมองดร.อาทิตย์
“หึๆๆ ก่อนที่ฉันจะไปเอาตัวมันออกมาจากหนัง ฉันรู้อยู่แล้วว่าไอ้ไซลาร์ลูกพ่อ มันชอบกินของเป็นๆ ดิ้นได้ในปาก”
“ด็อกเตอร์ขา แบบนี้ถ้าขืนไอ้ไซลาร์เข้ามาใกล้ลินดา ลินดาไม่เอานะคะ บอกไว้ซะก่อน ถ้าจะใช้งานอะไรเกี่ยวกับไอ้ไซลาร์ ก็เอายัยนารีนะคะ ยัยนี่มันปากมาก สมควรเป็นมื้อดึกของไซลาร์ที่สุด”
“อีบ้า แกนั่นแหละ”
ดร.อาทิตย์ปราม
“พอแล้วสาวๆ ไม่มีใครจะถูกมันเขมือบทั้งนั้น ตราบใดที่เราเตรียมอาหารให้มันได้กินอิ่มทุกมื้อ ไซลาร์มันก็เหมือนสัตว์ป่า จะล่าเฉพาะหิวเท่านั้น”
“เดี๋ยวๆ เวทอะมินนิทด็อกเตอร์ เตรียมอาหาร หมายถึง เตรียมคนเป็นๆ ส่งไปให้มันเขมือบทุกวันงั้นเหรอ”
ดร.อาทิตย์ไม่ตอบ ได้แต่หัวเราะหึๆ ในคอ ทำเอามิสเตอร์โอเค และทุกคนยืนอึ้ง ขนหัวลุก
“คุณนี่มันไม่มีความเป็นคนแล้ว ด็อกเตอร์อาทิตย์”
มิสเตอร์โอเคพึมพำ

เจิดกับวิศวะช่วยกันห้ามเลือดที่บาดแผลถูกแทงที่ขากับสีข้างให้เชน กางเกงของทั้งคู่ถูกตัดออกมา กลายเป็นกางเกง 5 ส่วนไปแล้ว แขนเสื้อก็กุด ขนาดชายเสื้อของวิศวะถูกฉีกมาใช้ห้ามเลือดจนเอวลอย
“ห้ามเลือดได้แล้วลุง เลือดหยุดแล้ว เยส”
ทั้งสองทิ้งตัวลงนั่งปาดเหงื่อหมดแรง
“เฮ่อ ขืนเลือดยังไม่หยุด ไอ้พระเอกหนังไทยผู้ตายไม่เป็นในหนัง มันได้ตายเป็นในชีวิตจริงแน่”
“แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นเลยอาจารย์”
“จะเอาอะไรมาฟื้นวะ มันต้องมีหมอมารักษา ต้องให้เลือด น้ำเกลือ วิตามิน แร่ธาตุ ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะอีกหลายขนานเลยแหละ”
เจิดลุกขึ้นไปที่ประตูกรงขัง ตะโกนบอกสมุนดร.อาทิตย์ที่เฝ้าอยู่
“เฮ้ย ไอ้หนุ่ม ขอยากับผ้าพันแผลหน่อย”
สมุนไม่สน เดินหนี ระหว่างนั้นวิศวะใช้น้ำในขวดที่เหลืออยู่น้อยนิด ค่อยๆ เทหยดใส่ปากเชน
“หูเสียเหรอแก เดินหนีไปทำถั่วทอดไร ขอยาผ้าพันแผลให้หน่อยซี คนบาดเจ็บกำลังอาการหนัก แกทนดูดายให้เขาตายได้เหรอวะ”
“เฮ้ย ไอ้มีแต่น้ำจิ้ม ไอ้พวกบาปเป็นโหล แทงเขาปางตายแล้วเอามาโยนทิ้งให้นอนรอความตาย ถ้าเป็นญาติโกโหติกาแก ถูกทำยังงี้จะรู้สึกยังไงวะ”
สมุนออกจากห้องไป เจิดฉุนเขย่าลูกกรงทำอะไรไม่ได้ ขณะที่วิศวะก็เขย่าขวดน้ำ
“โธ่เว้ย หมดๆ เวลาอยากใช้กลับไม่มี ถ้ารอดออกไปได้ ฉันสัญญาว่าจะใช้น้ำอย่างประหยัด”
จังหวะนั้นเชนเริ่มขยับตัว
“ห่ะ เชน เชน”
เจิดหันกลับมาอย่างดีใจ
“ฟื้นแล้วเหรอวะ สมกับสมญานามของมัน เชนพระเอกเก้าชีวิต เฮ้ยเชน ลืมตาไหวมั้ยพ่อซุปเปอร์ฮีโร่”
เชนพยายามปรือตาขึ้นมอง โดยที่เจิดกับวิศวะคอยลุ้น จนลืมตาขึ้นได้
“จารย์ ฉันเห็นลูกกะตาเชนแล้ว”
“เบาๆ ซิเฮ้ย แหกปาก เดี๋ยวมันส่งไอ้มหาปะลัยนอกโลกมาซ้ำหรอก สายลับเชน เป็นไงบ้าง ไหวไหม”
“หมวด หมวดปวัน”
“เฮ้ยจารย์ เชนตาฝาด มองเห็นจารย์เป็นหมวดปวันไปซะแล้ว”
“ตาฝาดอะไร นี่มันเพ้อแล้ว อาการของคนเข้าขั้นตรีทูตเว้ย”
“ห่ะ เชนจะถึงบทอวสานจริงๆ เหรอจารย์”
วิศวะช็อค เชนลืมตาไร้สติ อยู่ในอาการเพ้อ

“ปวัน ปวัน”

ปวันทำแผลเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว นั่งนึกเสียใจ คิดถึงวันที่ได้เจอกับเชนครั้งแรก และเหตุการณ์อื่นๆ ที่ทำให้ทั้งคู่มีกันและกัน
 
“ขอบคุณมากครับคุณปวัน”
“เอ่อ ขอบคุณเฉยๆ ก็ได้ ทำไมต้องจับมือด้วย”
“ผมอยากให้คุณสัมผัสไงครับ”
“สะ สัมผัสอะไร”
“สัมผัสถึงก้นบึ้งของหัวใจผม”
เชนพูดพลางเอามือปวันมาแตะที่อกซ้ายของตัวเอง ทำเอาปวันตะลึงหน้าแดง จะถอยแต่หลังชิดโต๊ะ หนีไปไหนไม่ได้
“อุ๊ย
“บางครั้งหน้าที่ความรับผิดชอบ ทำให้ผมไม่อาจทำตามหัวใจเรียกร้องได้”
เชนมองจ้องตาปวันอย่างจริงจัง
“แต่ขอให้คุณรู้ไว้ว่า ในชั่วชีวิตหนึ่งของสายลับเชน จะมีรักแท้เพียงหนึ่งเดียว คุณรู้ใช่ไหมว่าเธอคนนั้นเป็นใคร”
“เอ่อ รู้ ลินดาคู่หูคุณไง ปล่อย”
ปวันดึงมือออกรีบเดินออกจากบ้านไปอย่างโล่งอก

ปวันน้ำตาไหลพรากเมื่อนึกถึงอดีตที่เคยใกล้ชิดกับชน
“ฉันหวังว่า ฉันจะได้เป็นผู้หญิงที่โชคดีคนนั้น เป็นรักแท้ของสายลับเชน ถ้าคุณยังไม่ตาย ฉันจะถาม ว่ารักแท้ของคุณคือฉันมั้ย แต่ฉัน ฉันคงหมดโอกาสแล้ว”
ปวันสะอื้น ก่อนพยายามจะหักห้ามใจ ปาดน้ำตา
“คุณไม่ต้องห่วง เชน หมวดปวันคนนี้ จะสานต่อภารกิจกำจัดด็อกเตอร์อาทิตย์แทนสายลับเชนเอง”ปวันกลับมาฮึดอีกครั้ง

ตฤณยังคงนั่งซึมเสียใจกับการตายของเชน ปวันจับไหล่ตฤณอย่างห้าวหาญหนักแน่น
“เราไม่มีเวลาสำหรับที่จะมานั่งเสียใจแล้ว คุณตฤณ เอาเวลามาแก้แค้นให้เชนดีกว่า”
ตฤณหันมามอง เห็นปวันยืนอยู่ข้างหลัง มีจ่าเจี๊ยบกับธงทิวยืนอยู่ด้วย
“ผมเป็นห่วงตังตังมากกว่าครับ เชนไม่ใช่แค่ซุปเปอร์ฮีโร่อันดับหนึ่งในใจตังตัง แต่ยังเป็นเพื่อนแท้ในชีวิตจริงด้วย ถ้าตังตังรู้ว่าเชนตายซะแล้ว ตังตังจะเป็นยังไง”
“อย่าเพิ่งคิดแทนหลานอย่างนั้น ตังตังแข็งแกร่งเกินเด็ก อาจจะแกร่งเกินผู้ใหญ่อย่างเราด้วยซ้ำ” ปวันปลอบ
“แล้วตังตังก็ไม่ใช่เด็กที่จะเราจะไปหลอกได้ด้วย อาจโดนไล่บี้ถามซะจนแต้มเสียผู้ใหญ่” จ่าเจี๊ยบบอก
“อ้าว แล้วตอนนี้น้องตังตังอยู่ที่ไหน ปลอดภัยรึเปล่า”
ธงทิวถามอย่างเป็นห่วง

จันทร์เจ้ายื่นมือถือไปให้ตังตังซึ่งวิ่งผละมาจากโต๊ะกินข้าวกับกังฟู
“เร็วจ้ะตังตัง น้าตฤณโทรมา”
ตังตังรับมือถือไปด้วยความดีใจจนจะร้องไห้
“น้าตฤณ อยู่ไหนอ่ะ ตังตังเป็นห่วงน้าตฤณนะ”
“น้าก็เป็นห่วงตังตัง เฮ่อ โล่งอกที่ตังตังปลอดภัยอยู่ที่บ้านกังฟู”
“แล้วน้าตฤณไม่เป็นไรนะ”
“โอเค น้าไม่เป็นไรเลย”
“แล้วคนอื่นๆ ล่ะ”
“คนอื่นๆ เอ่อ ก็โอเค หมวดปวันยืนอยู่ข้างน้าเนี่ย มีจ่าเจี๊ยบ แล้วก็อดีตผู้การธงทิว อยู่กันพร้อมหน้า ไม่ต้องเป็นห่วงน้า”
“แล้วเชนล่ะน้าตฤณ อยู่ตรงนั้นด้วยป่าว”
“เชน เอ่อ”
“ขอคุยกับเชนหน่อยดิ”
“จะคุยกับเชนเหรอ เอ่อ”
“มะ ฉันคุยกับตังตังเอง”
ตฤณส่งมือถือให้ปวัน
“ฮัลโหลตังตัง นี่น้าปวันเองนะ”
“เชนต้องเป็นอะไรแน่ๆ เลย ทำไมน้าตฤณไม่ให้ตังตังคุยกะเชนอ่ะ”
“ตังตัง หนูฟังแล้วทำใจให้เข้มแข็งไว้นะ เชน เชนเขาจากเราไปแล้ว”

“ห่ะ เชนตายแล้ว”

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 13 (ต่อ)

จันทร์เจ้าถึงกับยกมือขึ้นปิดปากช็อค กังฟู อ้าปากค้าง
 
“ใช่จ้ะ เชนเขาเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยให้พวกน้าหนีจากพวกด็อกเตอร์อาทิตย์มาได้ เชนเขาทำหน้าที่วีรบุรุษจนวินาทีสุดท้าย”
“เชนยังไม่ตายหรอก เชนไม่มีทางตาย ไม่จริง”
ตังตังวางมือถือแล้วเดินออกไปทันที จันทร์เจ้าตกใจ หันมาคุยโทรศัพท์เอง
“ตังตัง เอ่อ ฮัลโหล ตังตังเดินออกไปจากห้องแล้ว คงจะเสียใจมาก ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ฉันจะช่วยดูแลแกเอง แต่ ฮือๆ เชนตายแล้วจริงๆ เหรอคะ ฮือๆๆ มันเป็นได้ยังไง ผู้ชายดีๆ แบบนี้ มันขาดแคลนเหลือเกินในโลกทุกวันนี้ เขายังจะมาตายไปอีกคน ไม่ยุติธรรมเลยสำหรับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างฉัน ฮือๆๆ”
จันทร์เจ้าฟูมฟาย จนกังฟูต้องเดินมาลูบหลังปลอบใจแม่ แล้วคว้ามือถือไปพูดแทน
“ไม่ต้องห่วงนะฮะ เดี๋ยวกังฟูดูแลแม่เอง”
กังฟูน้ำตาคลอ

ตังตังนั่งวาดรูปอยู่ในสระน้ำเป่าลมเด็กเล่น ในรูปเป็นตัวเองยืนจูงมือเชนกับตฤณ เหมือนย้ำให้ตัวเองเชื่อมั่นว่าเชนยังไม่ตาย แต่วาดไป น้ำตาก็ไหลไป กังฟูเดินถือกล่องโดนัทออกมานั่งกินใกล้ๆ ตังตัง แล้วหยิบโดนัทชิ้นหนึ่งขึ้นมากัดกินพลางดู
“ทำไมโดนัทถึงมีรู รู้ปะ”
ตังตังไม่มีกะจิตกะใจจะตอบ
“เพราะมันไม่มีไส้ไง แล้วทำไมโดนัทถึงไม่มีรู”
ตังตังไม่ตอบอีก
“ก็เพราะมันมีไส้ไง นี่ไง”
กังฟูหยิบโดนัทอีกชิ้นแบบที่ไม่มีรูแต่มีพวกครีมตกแต่งอยู่ตรงกลางขึ้นมา แต่ตังตังก็ยังไม่ยอมเล่นด้วย
“ตังตังอ่ะ อย่าเศร้าดิ ถ้าเขาทายปัญหาไม่หนุก งั้นตะเองทายเขามั่งก็ได้”
“ทำไมเชนถึงไม่ตายรู้ปะ”
“รู้ดิ คำถามนี้ง่ายมั่กๆ เชนไม่ตายเพราะเชนเก่งไง เย้”
ตังตังใช้ฟู่กันสีน้ำป้ายหน้ากังฟูเป็นกากบาท
“ผิด”
“เย้ย งั้นเพราะเชนอึด”
“ผิด”
ตังตังกากบาทหน้ากังฟูอีก
“เพราะเชนมีขมอง ถึก วิ่งเร็ว ยิงแม่น หลังคามุงกระเบื้อง ใส่เสื้อกันกระสุน เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ เป็นน้องเขาทราย เป็นญาติกะโนบิตะ เคยบวชนาคกับพี่มากพระโขนง”
กังฟูทายไปเรื่อยมั่วๆ แต่ก็ไม่ถูก
“ผิดๆๆๆ”
ตังตังใช้พู่กันป้ายกากบาทหน้ากังฟูไม่หยุด จนเละทั้งหน้า จนกังฟูต้องจับมือที่ถือพู่กันของตังตังไว้
“พอเถอะหนู พี่ยอมแล้ว ขอคำตอบด่วน ว่าทำไมเชนถึงไม่ตาย”
“ก็เพราะเชนเป็นพระเอกไง”
“เย้ย”
กังฟูล้มหงายหลังเท้าชี้ฟ้า
“มีเหตุผลมั่กๆ”
ตังตังไม่เล่น ตั้งหน้าตั้งตาวาดรูปอย่างจริงจัง
“พระเอกอย่างเชนไม่มีวันตาย ตราบใดฟากฟ้ายังมีแสงทองแห่งอุทัย พลังเกรียงไกรแห่งธรรมะ ย่อมชนะอธรรม”

ตังตังวาดรูปดวงอาทิตย์โผล่สีทองขึ้นที่ขอบฟ้า ละเลงสีส้มอร่ามลงไป

จันทร์เจ้าคุยมือถือโผล่หน้าจากประตูระเบียงมองตังตังวาดรูป กังฟูนอนกินเป็นเพื่อน พลางยื่นมือตบไหล่ให้กำลังใจ จันทร์เจ้าซับน้ำตาพลาง
 

“ไม่ต้องเกรงใจค่ะคุณตฤณ ให้ตังตังอยู่ที่บ้านพี่ไปก่อน นานเท่าไหร่ก็ได้ เขาอยู่กับกังฟูได้ พวกคุณพร้อมเมื่อไหร่ ค่อยมารับ พี่จะบอกตังตังให้เองค่ะ ค่า หวัดดีค่ะ”
จันทร์เจ้ากดวางสาย ยังเศร้าเรื่องเชนไม่หาย
“เชนคะ ไม่ว่าตอนนี้ดวงวิญญาณของคุณจะอยู่ที่ไหน ขอให้รู้ไว้ว่า จันทร์เจ้าจะคิดถึงคุณตลอดไปค่ะ จุ๊บ”
จันทร์เจ้าส่งจูบที่ฝ่ามือแล้วโบกขึ้นไปบนท้องฟ้า ราวกับเห็นวิญญาณของเชนลอยอยู่บนนั้น

มิสเตอร์โอเคเดินตรงมาที่ห้องขังเชน หน้ากวนๆ กร่างๆ เหมือนปกติ เจอเข้ากับสมุน 2 คน เฝ้าทางเข้าอยู่ มิสเตอร์โอเคทำมั่วๆ เดินเชิดจะผ่านเข้าไป แต่สมุนทั้งสองยกแขนกันเอาไว้
“เข้าไม่ได้ครับมิสเตอร์”
“อ้อ ต้องเสียค่าผ่านประตู ลืมไป”
มิสเตอร์โอเคพูดพลางล้วงทอง 2 แท่ง ออกมายื่นให้ สมุนทั้งสองตาโตทันที
“เอาคับ”
มิสเตอร์โอเคเหวี่ยงทองไปข้างหลัง
“งั้นไปเก็บเอาเอง”
สมุนทั้งสองกระโจนไปรับทอง มิสเตอร์โอเคเดินหัวเราะร่าเข้าประตูไป

เชนนอนหน้าแห้งซีดเผือดเต็มที เจิดกับวิศวะช่วยกันพัดวีดูแผลตามมีตามเกิด แล้วก็ได้ยินเสียงผิวปากอย่างสบายอารมณ์ดังมา ทั้งสองหันไปมอง มิสเตอร์โอเคเดินผิวปากเป็นทำนองเพลง Jailhouse Rock เข้ามา พร้อมเต้นเอลวิส
“dancin' to the Jailhouse Rock Dancin' to the Jailhouse Rock Dancin' to the Jailhouse Rock”
“เฮ้ย แถวนี้มีใครมีญาติเป็นเอลวิสเหรอวะ ถึงมีเอลวิสมาเยี่ยม โบราณแบบนี้ใครจะไปเกิดทัน” เจิดเยาะ
“จริง เออ ถ้าเป็นไมเคิล แจ็คสันก็ไปอย่าง” วิศวะรับมุกเจิด
“ที่กล่าวมานั้น ตายไปหมดแล้ว”
“แต่ที่จะตายเป็นศพต่อไป ก็คือไอ้เชน น่าอนาถจริงๆ ที่พวกเพื่อนๆ ของมันยังไม่เจียมกะลาหัว พอศพไอ้เชนเน่า หนอนที่ไชศพมันก็จะกระตึ๊บๆ เป็นร้อยเป็นพันมาไชเนื้อพวกแกสองคนเป็นอาหารเสริม อร่อยเหาะไปเลยฮ่ะๆๆ”
วิศวะสยอง ขนลุก
“อี้ย์ ไอ้มิสเตอร์โนเคโรคจิต เชนยังไม่ตายหรอกเว้ย ไม่ต้องมาจิ้น”
“ตอนนี้ยังไม่ตาย แต่ดูจากสภาพ นับไปอีกสัก 5 ชั่วโมง ไม่ขาดไม่เกิน มันหมดลมแน่ ฮ่ะๆๆ”
เจิดฟังแล้วแสนสงสารเชนและเจ็บแค้นแทน
“ขอบใจนะพ่อสุภาพบุรุษ ที่อุตส่าห์มาดูใจสายลับเชน คู่ปรับคู่แค้นของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย แกคงจะดีใจซินะ ที่ยืมมือไอ้ไซลาร์ วายร้ายจากหนังเรื่องอื่นมาฆ่าสายลับเชนแทนตัวเองได้ เพราะว่าแกไม่มีฝีมือ”
มิสเตอร์โอเคฉุน
“หุบปากนะไอ้เฒ่าชรา คนอย่างมิสเตอร์โอเครักเอง เกลียดเอง ฆ่าเอง ไม่เคยยืมมือใครเว้ย เอานี่ไป”
มิสเตอร์โอเคล้วงถุง 2 ใบออกมาจากเสื้อนอก โยนเข้าไปในกรง เจิดกับวิศวะรับมาคนละถุงอย่างตกใจ พร้อมทั้งโยนขวดน้ำเข้าไปอีก 2 ขวด
“เย้ย อะไรอ่ะ” วิศวะระแวง
“ฉันไม่ซื้อขนมไข่วังบูรพามาฝากแกสองคนหรอก แหกตาดูเอาเอง”
เจิดกับวิศวะเปิดถุงดูเห็นเป็นยาก็ดีใจ
“ยา”
ทั้งสองมองมิสเตอร์โอเคอย่างงงๆ
“รักษาไอ้เชนให้หาย อย่าให้มันตาย เพราะมันกับฉันยังมีแค้นที่ต้องชำระ ไอ้เชนมันจะตายด้วยฝีมือใครไม่ได้เด็ดขาด นอกจากมิสเตอร์โอเคคนเดียวเท่านั้น ฮ่ะๆๆ”
มิสเตอร์โอเคหัวเราะแล้วเดินผิวปากเต้นออกไป
“ตกลงไอ้นี่มันบ้าหรือว่าเป็นสุภาพบุรุษกันแน่วะ”
“มันจะเป็นไรก็ช่าง ผมรู้แต่ว่า เชนรอดแล้ว”

ทั้งสองหันไปมองเชนอย่างดีใจ เชนลืมตา มองตามมิสเตอร์โอเค แม้ไม่มีแรงจะพูด แต่ก็รับรู้ได้ถึงน้ำใจของศัตรูตลอดกาลของเขา

มิสเตอร์โอเคเดินกลับมาจากห้องขังก็ไม่หัวเราะไม่เล่น รำพึงเบาๆ
 
“แบบนี้มันไม่โอเค โอเครับไม่ได้ ไอ้ด็อกเตอร์อาทิตย์ เป็นโจรที่ไม่มีสัจจะ อืม แต่มันก็มีภาษิตอยู่แล้วนะ ที่กล่าวไว้ ว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร แต่โอเคอยากจะร่วมขบวนการกับคนแบบนี้เหรอ ไม่ได้ๆ เราจะบุ่มบ่ามไม่ได้ เราต้องรอเวลาที่โอเคก่อน”
มิสเตอร์โอเคเห็นลินดานั่งท่าเล็บไร้สาระผิดกับลินดาอดีตสายลับหญิงคู่หูเชนที่ตัวเองเคยเห็น
“นี่เหรออดีตคู่หูสายลับเชนอันเก่งกาจ น่าเสียดายเกียรติประวัติที่สั่งสมมา และฝีมือที่ฝึกปรือมานาน ตอนนี้การแต่งหน้าทาเล็บ มันเป็นภารกิจหลักของแม่เสือสาวลินๆๆ ดา ไปแล้วเหรอเนี่ย”
ลินดาไม่สนใจ ทำเป็นยกเล็บขึ้นมาเป่าๆ พลางพูดเหน็บตอบมิสเตอร์โอเค
“เดินแกว่งปากหาเรื่อง งับคนโน้นที กัดคนนี้ที มันกลายเป็นงานหลักของพวกเหล่าร้ายลูกกระจ๊อก ที่ตกงานไปแล้วเหรอเนี่ย”
มิสเตอร์โอเคจับหมับที่แขนลินดาทั้งสองข้าง มองจ้องหน้า
“ทำอะไรยะ ฉันไม่อยากข่วนหน้าแกตอนที่เล็บยังไม่แห้ง เดี๋ยวเล็บฉันไม่สวย ปล่อย”
“ฉันอยากให้เธอเห็นอดีตของตัวเองเหลือเกินลินๆๆ ดา ว่ามันยอดเยี่ยมกระเทียมดองขนาดไหน ตอนที่เธอต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับไอ้สายลับเชน โอ้มายดาร์ลิ้ง เธอคือแม่ยอดหญิง ผิดกับตอนนี้”
“ตอนนี้ฉันเป็นไงยะ พูดให้จบ”
“เธอก็เป็นแค่นางนกต่อสวะๆ ที่ด็อกเตอร์อาทิตย์เลี้ยงไว้ข้างกาย เพื่อเป็นเสี้ยนหนามทิ่มตำคู่อริไปวันๆ หาได้มีอุดมการณ์ไม่”
“ว้าย ผู้ชายด่า ลินดาไม่ยอม”
ลินดาสลัดแขนออกจากมือมิสเตอร์โอเคได้ ตบฉาด มิสเตอร์โอเคหน้าหันจับปาก มองลินดา
“ไอ้กระพ้มต้องขอโทษจริงๆ แต่เผื่อว่าลูกทุ่มของกระพ้มจะช่วยรื้อฟื้นความจำให้ได้”
มิสเตอร์โอเคทุ่มลินดาข้ามหัว หงายลงไป ทั้งคนทุ่มและคนถูกทุ่ม
“ว้าย”
“ในหนัง ผมไม่เคยทำแบบนี้ แต่นี่โลกแห่งความเป็นจริงคงต้องโหดร้ายแบบนี้บ้าง”
ลินดานอนแอ้งแม้ง คลำสะโพก แล้วชี้นิ้วกราดด่ามิสเตอร์โอเคที่เดินผละไป
“ไอ้โนเค ไอ้ซังกะบ๊วย ไอ้ตัวรังแกผู้หญิง โอ๊ย”
ลินดาต้องชะงัก เจ็บแปลบๆ ที่หัวในสมองราวกับถูกไฟช็อต ภาพในอดีตที่เคยต่อสู้คู่กับเชน แว่บเข้ามาในสมอง แต่ไม่ปะติดปะต่อกัน สักพักก็หายไป ลินดางงๆ
“ฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ย อยู่ๆ ก็เห็นภาพตัวเองอยู่กับไอ้สายลับเชน ฉันเคยเป็นพวกเดียวกับมันเหรอ”
ลินดางงมาก

เจนจิราเดินกดมือถืออยู่ที่สมายล์ทีวี
“ตฤณเป็นอะไรเปล่า ทำไมปิดมือถือ”
เจนจิราเดินเข้ามาแผนก ผ่านแป้ง เต้าทึง แมวที่จับกลุ่มคุยกันอยู่ ทั้งสามสะกิดกันมองมาที่เจนจิรา แต่เธอไม่สนใจ พยายามกดมือถือโทรออก ตรงไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นพิธีกรสาวสวยคนใหม่นั่งอยู่ สามสาวแอบหัวเราะคิกคักสะใจ
“เอ่อ โทษนะคะ นั่นโต๊ะทำงานของฉัน”
ฮารุทำหน้าไม่ถูก แป้ง เต้าทึง แมวแจ้นเข้ามาเลย
“เคยได้ยินไหมหนู ลุกแล้วเสียม้า น่ะ”
“หมายความว่ายังไงคะ รีบพูดมาเถอะค่ะ ไม่ต้องยกคำคมมาอธิบาย”
“แหม เจน ยังต้องให้เราอธิบายอะไรอีกเหรอ เธอหายตัวไปเป็นอาทิตย์ ไม่มาทำรายการ นายเขาก็ต้องหาพิธีกรคนใหม่มาแทนเธอน่ะซี” เต้าทึงอธิบาย
“พิธีกรใหม่”
เจนจิราใจหายวาบ หันไปมองฮารุ ฮารุลุกขึ้นยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะ ฮารุค่ะ”
“ไม่บอกพิธีกรรุ่นพี่ไปล่ะฮารุ ว่าใครเป็นคนพาหนูมาทำหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการแทนเจนเขา” แป้งยุ
“คุณหมอบารมีพาฮารุมาค่ะ”
เจนจิราตะลึงงัน สามสาวหัวเราะคิก
“แหม ที่จริงไม่ต้องบอกก็น่ารู้เนอะ ฮารุสวยเด๊ะขนาดนี้ หมอบารมีจัดให้” แมวเยาะ
เจนจิราเดินออกจากห้องไปทันที ฮารุรู้สึกไม่สบายใจ

“โกรธแล้วไง คู่หมั้นตัวเองเป็นคนจัดมาเอง ฮิๆๆ” แมวหัวเราะเยาะ

เจนจิราเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของประมุข เปิดประตูเข้าไปก็อึ้ง เมื่อเห็นบารีกำลังนั่งคุยอยู่กับประมุข
 
“อ้าวคุณเจน คุณมาทำงานแล้วเหรอ ไหนคุณบารมีบอกว่าคุณยังป่วย ยังต้องพักอีก”
บารมีแอบทำหน้าให้เจนจิราแก้ตัวไปตามเขา
“เจนหายดีแล้วค่ะ ขอโทษที่ลาโดยไม่ได้บอกใครเลย”
“ไม่เป็นไร ไหนๆ ผมก็แก้ปัญหาได้แล้ว ด้วยการหาพิธีกรใหม่มาแทนคุณ”
“ขอบคุณนะคะบารมี ที่คุณช่วยหาน้องฮารุมาทำงานแทนเจน”
“อ่า คุณเจอฮารุแล้วเหรอ”
บารมีฝืนยิ้มเพราะยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเจนจิราเลย
“นั่งซิคุณเจน ผมกำลังคุยเรื่องรูปแบบรายการใหม่ที่ฮารุมาทำแทนคุณอยู่ ตอนนี้เรตติ้งดีมาก จนเหลือเชื่อเลย คนดูสมัยนี้สนใจเรื่องความสวยความงามกันจริงๆ หึๆ”
“ความสวยความงาม รายการของเจนไม่นำเสนอประเด็นปัญหาในสังคมอีกแล้วเหรอคะ”
ประมุขไม่สบอารมณ์นัก
“นอกจากคุณแล้ว ถามหน่อย ใครมันจะมาทำประเด็นทางสังคมได้ ในเมื่อคุณไม่มาทำรายการ ผมก็ต้องเปลี่ยนทั้งพิธีกรและรูปแบบรายการ ที่แย่ไปกว่านั้น ด็อกเตอร์อาทิตย์ก็ไม่ว่างมาทำรายการร่วมกับคุณอีกต่อไปแล้ว รูปแบบเดิมๆ ของคุณก็หมดความหมาย เคลียร์นะคุณเจน”
“ถ้าเป็นแบบนี้ ตอนนี้สมายล์ทีวีจะเหลืองานอะไรให้เจนทำอีกเหรอคะ”
เจนจิรารู้สึกตัวเองหมดคุณค่าในสายตานายทุนอย่างประมุขไปในทันที

บารมีเดินจับมือปลอบใจเจนจิรามา หลังออกจากห้องทำงานของประมุข
“อย่าคิดมากนะครับเจน ในเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย ผมกับคุณประมุขก็ต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยวิธีนี้”
เจนจิราพยายามฝืนยิ้ม ทำเป็นถูกสะกดจิตต่อไป
“ค่ะ เจนเข้าใจ แต่เจนตกงานแล้วนะคะบารมี”
“จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไปนะเจน ตอนนี้ผมกำลังขอเวลาทีวีดิจิตอลจากรายหนึ่งอยู่ ผมจะทำรายการศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต ขายตรงคลินิกของผม ผมเสนอรูปแบบและชื่อคุณเป็นพิธีกรร่วมกับผมแล้วทางโน้นเขาสนใจมาก คิดว่าภายในอาทิตย์นี้ เขาต้องตอบตกลงมา”
เจนจิราอึ้งไป แต่พยายามกลั้นความรู้สึกเอาไว้ ขณะนั้นเองมือถือในมือสั่นขึ้น เจนแอบเหล่มอง เห็นตฤณโทรมา
“โอเคค่ะบารมี เจนจะไม่คิดมาก เดี๋ยวหน้าจะเหี่ยวขาดคอลลาเจน ขอเจนไปห้องน้ำแป๊บหนึ่ง แล้วจะมาให้คำตอบนะคะ”
เจนจิรายิ้มแล้วรีบสะพายกระเป๋าเดินไปทางห้องน้ำ รีบหลบมุมมารับสายของตฤณ

“ฮัลโหลตฤณ ตัวเองอยู่ไหน เป็นไงบ้าง เขาโทรหาทั้งวันเลยอ่ะ ตัวเองไม่เปิดเครื่องเลย มีอะไรรึเปล่า ซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์เหรอ แล้วเขาอยากเจอตะเอง จะได้ไหมอ่ะ”

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 13 (ต่อ)

บารมีรออยู่นาน เลยเดินมาตามถึงหน้าห้องน้ำ
 
“เข้าห้องน้ำอะไร นานขนาดนี้”
เจนจิราแอบเดินลับๆ ล่อๆ ตามองมาที่บารมี ก่อนจะรีบเดินหนีออกทางประตูลานจอดรถไป
ในขณะที่บารมียืนชะเง้ออยู่หน้าห้องน้ำ

ตฤณเดินไปเดินมารอคอยอยู่ด้านหน้าเซฟเฮ้าส์ ครู่เดียวเจนจิราขับรถเข้ามาจอด ตฤณมองด้วยความคิดถึง
“เจน”
เจนจิราต่อมน้ำตาแตก เมื่อเห็นหน้าตฤณ เพราะมีเรื่องกลุ้มที่สมายล์ทีวี
“เป็นอะไรตัวเอง ร้องไห้ทำไม”
ตฤณเดินเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง
“ความตั้งใจทุ่มเทของเขา ไม่มีความหมายอีกแล้ว เขาถูกถอดออกจากพิธีกร รายการถูกเปลี่ยนรูปแบบเป็นเรื่องความงาม นี่ใช่ไหมตัวเอง ผลตอบแทนที่เขาได้รับ จากความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานที่เขารัก”
เจนจิราโผกอดตฤณร้องไห้ ปวันเดินออกมาดูกับจ่าเจี๊ยบ ธงทิว ทั้งสามตกใจมากที่เห็นเจนจิรามา
“ใครบอกพิกัดให้คุณเจนมาที่นี่ เขาถูกสะกดจิตอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“อ้าว แบบนี้ไอ้ด็อกเตอร์ก็ต้องรู้แล้วล่ะซิว่าเซฟเฮ้าส์นี้อยู่ที่ไหน”
“จะไปเหลือเหรออดีตผู้การ”
ปวันไม่พอใจ เข้าไปหาตฤณ ตฤณจะอธิบายแต่ปวันกำลังฉุนขาด ไม่เปิดโอกาส
“ฉันรู้น่าว่าคุณรักคุณเจนมาก มากกว่าชีวิตของตัวเอง แต่คุณเจนถูกด็อกเตอร์สะกดจิตจนกลายเป็นพวกของมันไปแล้ว”
“ฉันไม่มีวันเป็นพวกของด็อกเตอร์ลวงโลกเด็ดขาดเพราะว่าฉันหายแล้วค่ะ”
ปวันตะลึงค้าง
“คุณหายแล้ว”
จ่าเจี๊ยบกับธงทิวปรี่เข้ามา
“เฮ้ย หายได้ยังไง หายตอนไหน”
“ฉันหายได้ด้วยความรักของตฤณค่ะ”
เจนจิรามองตฤณ ทำเอาตฤณอึ้ง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้ เขายิ้มยื่นมือมาจับมือเจนจิราไปกุมไว้อย่างดีใจ มองตากัน แล้วกอดกัน จ่าเจี๊ยบ ธงทิวอึ้ง มองหน้ากัน ปวันเห็นภาพความรักของทั้งคู่ที่กลับมาเข้าใจกันแล้วคิดไปถึงเชน จึงเดินกลับเข้าเซฟเฮ้าส์ไป จ่าเจี๊ยบยกมือป้องปาก พูดเบาๆ
“ชัวร์เลยเนี่ย หมวดคงคิดถึงเชน”
ปวันเดินซึมๆ เศร้าๆ มานั่งมองท้องฟ้าข้างนอก ภาพของเชนในมาดกวนๆ เวลาที่อยู่กับเธอแว่บเข้ามาในสมอง
“เชน ฉันอยากให้ความรักของฉันสร้างปาฏิหาริย์ ทำให้คุณฟื้นกลับมาได้บ้าง”
ปวันน้ำตาไหล เพราะคิดว่า ไม่มีทางเป็นจริงได้

เจิดใส่ยาทำแผลที่ขาและสีข้างให้เชนเสร็จเรียบร้อย
“ถึงแผลจะลึก แต่ไม่ถูกอวัยวะสำคัญ ดวงพระเอกยังช่วยชีวิตเอ็งไว้เว้ย สายลับเชน”
“ผ้าพันแผลเด่นชัยไปมั้ยอาจารย์”
วิศวะถามขณะที่ตัวเองกำลังใช้เข็มฉีดยาดูดยาจากขวด
“รู้แล้วเว้ย กำลังกลบเกลื่อน”
เจิดใช้ผ้าห้ามเลือดอันเดิมมัดปิดผ้าพันแผลไว้ ไม่ให้เป็นที่สังเกตของสมุนดร.อาทิตย์ ส่วนวิศวะเปิดสะโพกเชนฉีดยาให้
“ฉีดยานี่ทุกๆ 4 ชั่วโมง รับรอง สายลับเชน come back แน่”
“ไม่เสียแรงที่เอ็งซิ่วจากคณะสัตวแพทย์”
วิศวะเก็บเข็มหยิบยาที่จัดไว้ 3 เม็ด
“อ่ะ แล้วยานี่ พยายามกระเดือกลงกระเพาะทีละเม็ด ฝืนใจหน่อย”
เชนยังไม่ทันได้กิน ก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา
“เฮ้ยๆ ๆ ผีโผล่เว้ย รีบทำลายหลักฐาน”
ทั้งสองรีบเอาเสื้อเปื้อนห่มตัวเชน จัดท่าให้นอนอนาถาเหมือนเดิม ซ่อนยาทุกอย่างไว้ แล้วทำเป็นนั่งหลับหมดเรี่ยวแรง นารีเดินนำสมุนคนหนึ่งที่ถือถาดอาหารและน้ำเข้ามา นารีหยุดยืนมองสภาพทั้งสามอย่างสมเพช โดยเฉพาะสภาพเชน

“หึ ยังหายใจอยู่อีกเหรอไอ้สายลับ ตายอยากตายเย็น เฮ้ย ไอ้สติเฟื่องตื่น ตื่น ได้เวลาให้อาหารแกแล้ว”

วิศวะกับเจิดทำเป็นงัวเงียตื่น อ่อนแรง วิศวะทำเป็นลุกเดินไป ขณะที่เจิดโวยๆ
 
“ให้อาหารอะไรวะ อดมื้อกินมื้อ ขนาดหมาแมว มันยังได้กินวันละสองสามมื้อเลย แล้วอาหารแค่นั้น มันจะไปพอกินได้ไงสองสามคน”
“หุบปากไปเลยไอ้หน้ายับ ไม่ฆ่าทิ้งก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว ขืนบ่นมาก พรุ่งนี้แกจะไม่ได้กินอะไรเลย หรือไม่ก็รอกินศพไอ้เชนนั่นแหละ ฮิๆ รีบวางถาดอาหารให้มัน แล้วแกก็รีบออกไป”
“ครับ”
นารีหันเดินออกไป สมุนก้มลงวางถาดอาหารที่หน้ากรงขัง ไม่เปิดประตูส่งให้ทั้งถาด ให้ยื่นมือออกมาหยิบจากนอกกรงไปทีละอย่างเอาเอง ทั้งจานข้าวเปล่าๆ และน้ำ 1 ขวด ระหว่างที่สมุนก้มลงวางถาดอาหารต่อหน้าวิศวะ เขามองเห็นมือถือของสมุนโผล่อยู่ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง
“ขอบคุณมากนะ”
สมุนทำหน้าไม่ญาติดีใส่ พอสมุนลุกหันเดินไป วิศวะก็คว้ามือถือที่กระเป๋าหลังหมับ รีบยัดซ่อนใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองทันที สมุนเดินออกไปอย่างไม่รู้ตัว วิศวะรีบหยิบขวดน้ำมาโยนให้เจิด
“อ่ะอาจารย์ ป้อนเชนดิ ผมจะประคองเชนเอง”
วิศวะรีบมาประคองตัวเชนลุกขึ้น ป้อนยาทั้ง 3 เม็ด แล้วเจิดก็ป้อนน้ำจากขวดให้เชนกินทีละอึกๆ เชนเหมือนกระหายน้ำมาก รีบกิน
“เฮ้ยๆ ช้าๆ เว้ย เดี๋ยวสำลัก”
วิศวะวางเชนนอนลง
“อ่ะ นอนพักซะ ตื่นขึ้นมา หวังว่าจะดีขึ้นนะ จะได้หาทางหนีออกไปจากคุกนรกนี่ได้”
“ทางหนีเหรอ อยู่นี่แล้วอาจารย์ ผมฉกจากไอ้สมุนมาได้”
วิศวะพูดพลางล้วงมือถือจากกระเป๋าออกมาโชว์ให้ดู เจิดตะลึงดีใจ
“โธ่ไอ้อืด แล้วทำไมไม่รีบบอก”
“ให้มันรู้ซะบ้าง ฮ่าๆๆ”

สมุนยืนล้วงควักกระเป๋า สมุนอีกคนเดินกลับมาจากห้องน้ำมองอย่างแปลกใจ
“หาอะไรวะ”
“มือถือกูหายไปไหนวะ”
“จะไปรู้มึงเหรอ”
“เมื่อกี้กูยังเล่นเกมอยู่เลย”
“ทำตกอยู่ข้างในรึป่าว ไปดูดิ”
สมุนรีบเดินเข้าประตูไปที่ห้องขังทันที

วิศวะรีบกดพิมพ์ข้อความ
“เร็วซีเว้ย รีบบอกว่าเราอยู่ที่ไหน พิกัดอะไร” เจิดเร่ง
เสียงเท้าสมุนเดินกลับเข้ามา
“เฮ้ย มันรู้ตัวแล้วว่ามือถือมันหาย กลับมาแล้ว เร็วซีวะ กดส่งไปรึยัง”
วิศวะกำลังส่งพิกัด
“ยังพิมพ์ไม่เสร็จอีกเหรอวะ ให้เขียน 3 บรรทัด ไม่ใช่ 3 หน้า”
“รีบสุดๆ แล้วเนี่ย พิมพ์ผิดพิมพ์ถูก”
“ส่งยัง เร็ว”
สมุนก้าวมายืนที่ประตูลูกกรง มองเข้าไป เห็นเจิด วิศวะทำเป็นนั่งหลับอยู่ใกล้ๆ เชน
“เฮ้ย พวกมึงเอามือถือกูไปรึเปล่า”
เจิดกับวิศวะทำงัวเงียตื่น
“มือถืออะไรวะ ไหนๆ เอามาดิ จะโทรไปสั่งพิซซ่า เบื่อข้าวเปล่าเว้ย”
“มึงไม่ต้องมาตอแหล”
สมุนชักปืนจะเอาเรื่อง ทำเอาเจิดกับวิศวะเสียววาบ แต่แล้วสมุนก็หยุด เมื่อตาเหลือบไปเห็นมือถือตัวเองตกอยู่ด้านนอก ห่างจากกรงขัง
“เวรเอ๊ย อยู่นี่เอง เกือบไปแล้วพวกมึง”
สมุนเก็บปืน หยิบมือถือ แล้วเดินออกไป เจิดกับวิศวะโล่งอก
“เป็นไงวะ ส่งไปครบถ้วนกระบวนความนะ”

วิศวะยกนิ้วโอเค

เจนจิราน้ำตาไหลพรากเมื่อได้ฟังตฤณเล่าเหตุการณ์
 
“เชนตายแล้วเหรอ โธ่เชน เขาเป็นผู้ชายที่ดีที่สุด เท่าที่เจนเคยรู้จักมาบนโลกใบนี้ ทำไมผู้ชายห่วยๆ ปากเสีย หน้าหื่น”
จ่าเจี๊ยบ ธงทิวที่นั่งฟังเศร้าๆ อยู่ตอนแรก พอเจนจิราเริ่มลากสารพัดผู้ชายมาด่าก็เริ่มสะดุ้ง คันตามเนื้อตัวเหมือนโดนด่าเข้าตัว
“ขี้หลี ชอบกินฟรี ไม่ลงทุน ฟันเหลือง กินแล้วนอน ลงพุง ชอบจอดรถฉี่ข้างทางถึงไม่ตายไปซะมั่ง
ทำไมต้องเป็นผู้ชายแสนดีอย่างเชนที่ต้องเป็นคนจากโลกนี้ไป ฮือๆๆ”
เจนจิราสะอื้น จนตฤณห่วง ต้องโอบไหล่กอดปลอบ
“เจน เจน ทำใจดีๆ นะอย่าร้องไห้ พวกเราจะไม่ปล่อยให้การตายของเชนสูญเปล่าแน่ เราจะสานต่อภารกิจของเชน จับด็อกเตอร์อาทิตย์มาชดใช้ความผิดที่มันก่อขึ้นให้ได้”
“แฮ่ม ใช่ ลูกผู้ชายที่รักษากฎหมาย ไม่ขี้หลี ไม่ชอบกินฟรี ไม่ฟันเหลืองอย่างผม อดีตผู้การธงทิว จะช่วยลากคอมันมาเข้าคุกเอง”
“จ่าปากไม่เสีย หน้าไม่หื่นอย่างเจี๊ยบก็จะช่วยล้างแค้นให้เชนด้วย จ่าคอนเฟิร์ม”
เจนจิราปาดน้ำตาหยุดสะอื้น
“เอ่อ ตะกี้ที่เจนพูด ไม่ได้หมายถึงใครในห้องนี้เลยนะคะ”
“โอ๊ย ไม่เป็นไรหรอกครับ พวกเราก็ไม่ได้ร้อนตัว แหะๆ”
ธงทิวออกตัว เจนจิราฝืนพยักหน้า ขณะที่ตฤณก็นึกห่วงไปถึงเพื่อนรัก
“ไอ้วิศวะกับลุงเจิดก็หายตัวไปทั้งคู่ ติดต่อมือถือไม่ได้เลย เป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้”
“เป็นไปได้ว่าอาจจะถูกพวกไอ้ด็อกเตอร์อาทิตย์จัดการไปแล้วเหมือนกัน”
คำพูดของจ่าเจี๊ยบทำเอาตฤณกับเจนจิราตกใจ
“จ่า อย่ามองโลกในแง่ร้ายอย่างนั้นซิ สองคนนั่น อัจฉริยะมากนะ ไม่โง่ให้ไอ้ด็อกเตอร์จับตัวไปซ้ำซากหรอก”
“ตัวเองลองพยายามโทรเข้ามือถือวิศวะอีกทีสิ หนนี้อาจจะโทรติดก็ได้”
ตฤณพยักหน้า คว้ามือถือมาเปิดหน้าจอจะกดโทร แต่ต้องแปลกใจ
“เอ๊ะ ใครส่งแมสเซสเข้ามาเพียบเลย เบอร์แปลกๆ”
ตฤณกดเปิดอ่านสักครู่ ต้องตะลึง
“ไอ้วิศวะส่งแมสเซสมา มันกับลุงเจิดถูกด็อกเตอร์อาทิตย์จับตัวไป”
จ่าเจี๊ยบดีดนิ้ว
“ป่ะล่ะๆ เจี๊ยบเดาถูก โอเย”
“แต่มันไม่ได้ถูกจับไปแค่สองคน มีอีกคนถูกจับตัวไปด้วย อีกคนคือใคร ให้ทายๆๆ อ๊าก”
ตฤณดีใจจนยั้งไม่อยู่

ปวันกำลูกบอล บีบแล้วคลาย เพื่อบริหารกล้ามเนื้อแขนและไหล่ที่เจ็บ บีบแต่ละครั้งเต็มไปด้วยความเจ็บแค้นแทนเชน ตฤณรีบร้อนเข้ามาหา
“หมวด”
ปวันเขวี้ยงลูกบอลเข้าใส่หน้าทันที
“เฮ้ย”
ตฤณเบี่ยงหน้ายกมือรับลูกบอลไว้ได้ทัน
“ถึงจะไม่มีป้ายเคาะประตูก่อนเข้า นายก็ควรขออนุญาตฉันก่อนนะ”
“โอเค ผมกลับออกไปก็ได้ หมวดคงไม่อยากจะรู้เรื่องเชน”
ตฤณทำเป็นหันจะเดินออกจากห้อง ปวันรีบโดดวิ่งมาดัก จับตัวเขย่าถาม
“อะไรนะ เรื่องเชน ทำไม อะไร ยังไง”
ตฤณมองอาการของปวัน รู้สึกดีใจแทนเชน
“ถ้าเชนได้มาเห็นว่าหมวดรักเขามากขนาดนี้ เชนคงจะดีใจมาก”
“นายกำลังจะบอกอะไรฉัน”
“เชนยังมีชีวิตอยู่”
ปวันอ้าปากค้าง มองหน้าตฤณ
“วะ ว่าอะไรนะ เชนยังมีชีวิตอยู่ จริงๆ เหรอ”
“ครับ เชนยังไม่ตาย พวกลุงเจิด กับไอ้วิดวะกำลังรอพวกเราไปช่วย”
ปวันปล่อยโฮด้วยความดีใจ
“เขาอยู่ที่ไหน เขาอยู่ที่ไหน”

ปวันจับตฤณเขย่าจนหัวคลอน

รูปหลายใบจากในมือถือตฤณ ที่วิศวะถ่ายส่งมา ถูกพิมพ์ขยายไหลออกมาจากเครื่องพิมพ์ โดยเจนจิรานั่งสั่งพิมพ์อยู่ที่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ตฤณหยิบรูปใบหนึ่งชูให้ดูพร้อมกับพูด
 
“วิศวะชี้พิกัดว่าห้องขังพวกเขา อยู่ภายในบริเวณใกล้กับมูลนิธินรกของไอ้ด็อก”
“มูลนิธิของมัน ฉันกับเชนเคยแอบเข้าไปข้างในแล้ว”
ปวันพูดอย่างมั่นใจ ตฤณหันไปแปะรูปบนบอร์ดที่จ่าเจี๊ยบกำลังจัดวางเรียงรูปอยู่ แต่ละรูปเป็นรูปที่วิศวะใช้มือถือของสมุนดร.อาทิตย์กดถ่ายไปทั่วบริเวณห้องขัง และถ่ายรูปเซลฟี่ตัวเองกับเจิดด้วย รูปชุดสุดท้ายที่พิมพ์ออกมาเป็นรูปของเชนนอนบาดเจ็บสลบไสลอยู่ ปวันหยิบรูปนั้นขึ้นมาดู
“เชนต้องไม่ตายนะ เชน อดทนไว้นะ พวกเรากำลังหาทางไปช่วย พาตัวคุณออกมารักษา”
“อาจจะไม่ต้องถึงขนาดหามเชนออกมาหรอกหมวด ดูนี่”
ธงทิวหยิบรูปที่เจิดถือถุงยา ขวดยาให้ดู
“วิศวะกับลุงเจิดบอกใบ้ว่ากำลังรักษาเชนอยู่" ตฤณบอก
ธงทิวพยักหน้าว่าใช่
“ถ้ามียา มีการดูแลรักษา อาการเชนน่าจะดีขึ้นบ้าง”
“ไม่ใช่แค่ดีขึ้นเฉยๆ ธรรมดาๆ นะครับ แต่เชนจะลุกขึ้นมาเอาคืนพวกมันได้เลย ผมเชื่อ” ตฤณบอก
“เพราะเขาคือสายลับเชน สายลับเจ้าเสน่ห์ never die ค่ะ”
ตฤณกับเจนจิราส่งยิ้มชื่อมั่นให้กัน
“แล้วยาพวกนี้มาจากไหน ไอ้ด็อกเตอร์อาทิตย์มันไม่น่าจะใจดี เอายามาให้รักษาศัตรูมันหรอก มันน่าจะอยากให้เชนตายอย่างทรมานมากกว่า” จ่าเจี๊ยบสงสัย
“คงจะมีใครในพวกของด็อกเตอร์อาทิตย์ที่แอบช่วยเชนอยู่” เจนจิราเดา
“ใคร”
จ่าเจี๊ยบ ธงทิวและตฤณ อยากรู้ หันมาถามเจนจิราพร้อมกันโดยไม่นัดหมาย
“เอ่อ ลินดามั้งคะ เพราะเขาเคยเป็นคู่หูเชนมาก่อน อาจจะกลับใจแล้วก็ได้”
“อืม มีเหตุผล เป็นไปได้” ธงทิวคล้อยตาม
ปวันยืนกอดอกมองรูปที่เรียงรายอยู่บนบอร์ดถามขึ้น
“ถึงยังไงเราก็วางใจไม่ได้ ต้องรีบเข้าไปช่วยเชนออกมาค่ะ ผู้การ”
“งั้นลงมือเลยหมวด หมวดเคยเข้าไปในมูลนิธิของมันแล้ว วาดพิมพ์เขียวรังลับของมันออกมา เราจะได้วางแผนบุกถ้ำโจรกัน”
จ่าเจี๊ยบหยิบม้วนกระดาษใหญ่วางลงบนโต๊ะ เปิดโคมไฟ ส่งปากกาเขียนแบบส่งให้ปวัน
ทั้งห้าคนรวมหัวกันวางแผนช่วยเชน ธงทิวกับจ่าเจี๊ยบถอดแบบพิมพ์เขียวของมูลนิธิที่ปวันเขียนออกมาปรึกษาหารือกันเครียด
 
ปวัน ตฤณ เจนจิรามาประชุมแผนบุกร่วมกับธงทิว จ่าเจี๊ยบ ปวันเตรียมปืน จ่าเจี๊ยบนำเสื้อกันกระสุน อาวุธ ระเบิดควัน มาวางเรียงพร้อมสำหรับการบุก
 
จบตอนที่ 13
กำลังโหลดความคิดเห็น...