xs
xsm
sm
md
lg

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 7

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 7

เจนจิราเดินแยกมากดโทรศัพท์ที่มุมหนึ่ง
 
“ตัวเองเป็นยังไงบ้าง เจอเชนหรือยัง”
ตฤณแอบมาพูดโทรศัพท์ที่บ้าน
“เขากำลังจะโทรบอกตัวเองพอดี เชนกลับมาแล้ว ตัวเองไม่ต้องเป็นห่วง แล้วเรื่องที่เขาสงสัยก็ไม่ผิด คนเอาตัวเชนไปคือ ด็อกเตอร์อาทิตย์”
“ด็อกเตอร์อาทิตย์ เจนกำลังจะทำรายการร่วมกับเขาอยู่”
“เจน ฟังเขานะ ไอ้ด็อกคนนี้มันสามารถจับฮีโร่อย่างสายลับเชนได้อย่างง่ายดาย มันหมายความว่า เขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ด็อกเตอร์อาทิตย์อาจวางยาหรือมีคาถาอาคมอะไรก็ได้ เจนต้องระวังตัวให้มากๆ เขาห่วงตัวเองมากนะ”
“อื้อ ขอบใจนะ”
เจนจิราอยากรู้ว่าดร.อาทิตย์ใช้วิธีอะไรกันแน่ แต่แล้วเหลือบเห็นนารีเดินเข้ามา มองมาที่เธออย่างจับผิด
“แค่นี้ก่อนนะ”
เจนจิราวางสาย จ้องหน้านารี สงสัย ข้องใจ ว่าตามมาทำไม นารีหันกลับไป เจนจิราถอนหายใจ ตั้งสติ พร้อมลุย
ภาพรายการ จากวงจรปิดในบ้านหลังหนึ่ง ฝ่ายสามีกำลังซ้อมฝ่ายภรรยาอยู่ แม้ว่าภรรยาจะล้มลงไปแล้ว ก็ยังไม่หยุด แล้วภาพก็หยุด เจนจิรากำลังทำรายการอยู่ที่สตูดิโอ โดยมีแขกรับเชิญเป็นผู้หญิงวัยกลางคน มีผ้ามุ้งสีดำคาดปาก อำพรางหน้าตา ท่าทางสงบเสงี่ยม มีอาการกลั้นน้ำตาไม่อยู่ จะปล่อยโฮออกมา ต้องรีบเอามืออั้นไว้
“เป็นอะไรคะคุณมะลิ ทำไมอยู่ๆ ถึงร้องไห้”
มะลิชี้ที่จอ
“แค่เห็นภาพนั้น ความเจ็บปวดมันกลับมา ฮือๆๆๆ”
“มันคงเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมาก ถ้างั้นขอเชิญพบผู้ที่จะมาแนะนำทางออกของปัญหาด้วยพลังศรัทธา ด็อกเตอร์อาทิตย์”
เจนจิราปรบมือ ทุกคนในห้องส่งปรบมือ ทิวา ราตรี ลุกขึ้นยืนปรบมือดีใจ ประมุขกับบารมีนั่งชมรายการอยู่อีกด้าน ประมุขชื่นชอบ ตบมืออย่างพึงพอใจ แต่บารมีไม่พอใจ อยากให้เจนจิรากางแขนโชว์วงแขน เลยลุกยืนและทำท่าตบมือแบบกางวงแขนเพื่อบอกให้เจนจิราทำตาม เจนจิราจำยอมกางแขนตบมือไป
ดร.อาทิตย์ออกมา ยกมือทักทายคน แล้วก็ทำท่าศรัทธา คนในฮอลล์พากันนิ่งเงียบ แล้วทำท่าศรัทธาตามไปหมด ก่อนที่ดร.อาทิตย์จะนั่งลง
“ด็อกเตอร์คะ คุณมะลิเธออยู่กินกับสามีวัยอ่อนกว่ารอบหนึ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ สามีของเธอติดเหล้า ติดผู้หญิง แล้วก็ไถเงิน พอไม่ให้ก็จะถูกซ้อม ข้าวของในบ้าน สามีของเธอก็เอาไปขายจนเกือบหมด และล่าสุด จากคลิปนี้ เธอถูกซ้อมจนกระดูกสะโพกร้าว ทำงานหนักไม่ได้ จนเธอคิดฆ่าตัวตาย แต่ยังโชคดีที่ไม่ได้ทำ คุณมะลิเธอเลยอยากให้ด็อกเตอร์ช่วย”
“อยากเลิกกับเขามั้ย”
“อยากค่ะ อยากมาก แต่ทำไม่ได้ ฮือๆ”
“จงมีศรัทธาและเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น แล้วคุณจะทำได้ มา ผมจะให้ทุกคนที่นี่ ช่วยส่งพลังศรัทธาให้กับคุณด้วย”
ดร.อาทิตย์อ้อมมายืนด้านหลังมะลิ ทำท่าศรัทธา ทุกคนในสตูดิโอทำตาม ทิวา ราตรีทำตาม ประมุขทำตาม บารมีทำตามยกแขนกว้างๆ ให้เจนจิรายกแขนกว้างเช่นกัน เจนจิราทำตามไปด้วย แต่แอบมองดร.อาทิตย์อย่างสงสัยว่าคิดจะทำอะไร แล้วเห็นดร.อาทิตย์กระซิบบางอย่างที่หูของมะลิ เอะใจ สงสัยว่าอะไร แล้วอยู่ๆ มะลิซึ่งสงบๆ มาตลอดก็อารมณ์พุ่งพล่าน ผลักดร.อาทิตย์ออกเต็มแรง
“ไม่ต้องมาช่วยฉัน ฉันอยากตาย ให้ทุกอย่างมันจบ ให้ผู้ชายเลวๆ มันรู้ว่าการกระทำของมันทำลายชีวิตผู้หญิงดีๆ คนหนึ่ง”
“คุณมะลิคะ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ”
“หลบไป ฉันจะตายออกทีวีให้มันดู”
“ตายแล้ว”
“ใช่ๆ เขาจะตายกลางรายการสด” ทิวา
เจนจิราเซไปอย่างแรง แล้วมะลิก็วิ่งไป เอาหัวโขกกับฉาก เลือดออก
“ระวังครับเจน”
บารมีรีบเข้าไปปกป้องเจนจิรา ประมุขช็อก รีบสั่งทีมงานแถวนั้น
“เฮ้ย ไปห้ามสิเว้ย ฉันอยากให้รายการดัง แต่ดังเพราะมีคนตาย ไม่เอา ไป”
ทีมงานชายเข้าไปพยายามห้ามมะลิ แต่มะลิมีเรี่ยวแรงมากมหาศาล ผลักพวกผู้ชายกระเด็นหมด แล้วไปคว้าแจกันขึ้นมาถือ จะทำร้ายตัวเอง
“ดร.อาทิตย์ ช่วยคุณมะลิที ช่วยด้วย”
ทิวา ราตรี ร้องตะโกน
“ปล่อยเจน เจนจะไปห้ามเขาก่อน ไป”
“ให้พวกทีมงานห้ามไปเถอะครับ เจนถอยออกมาก่อน”
บารมีพยายามกันเจนจิราออกมา ขณะที่มะลิกำลังคลุ้งคลั่ง แต่แล้วดร.อาทิตย์ก็เข้ามาเผชิญหน้า
“คุณมะลิ คุณฟังผมก่อน”
“ออกไป”
ดร.อาทิตย์จ้องตาเขม็ง แล้วเดินเข้าหา มะลิสบตากับดร.อาทิตย์ เหมือนถูกสะกดด้วยพลังบางอย่าง งงงวย ตัวเริ่มสั่นๆ ดร.อาทิตย์ยื่นมือให้ เจนจิราอยากจะรู้ว่าดร.อาทิตย์จะทำอะไรกับมะลิ ตามสัญชาตญาณของนักข่าว เลยผลักบารมีออก
“หลบไปก่อนค่ะ”
เจนจิราจะเข้าไปดูมะลิกับดร.อาทิตย์ แต่แล้วอยู่ๆ มะลิก็ทรุดลงไปกับพื้น คุกเข่า ร้องไห้ รู้สึกผิด ให้ดร.อาทิตย์เอามือวางบนศีรษะ
“ศรัทธา แค่คุณมีศรัทธาเท่านั้น”
มะลิทิ้งทุกอย่าง ร้องไห้ เจนจิราอึ้ง ที่อยู่ๆ มะลิก็เปลี่ยนท่าทีหน้ามือเป็นหลังเท้าอย่างง่ายดาย ประมุขไชโย ที่เกมพลิกกลับมาเป็นอย่างนี้ รีบลุกปรบมือ
“ด็อกเตอร์อาทิตย์เยี่ยมมาก เอ้า ถ่ายต่อสิ เจนจิรา ยืนเฉยทำไม ออนแอร์อยู่ พูดสิพูด”
เจนจิราเงอะงะ แต่ต้องถ่ายต่อไป
“ไม่น่าเชื่อนะคะ ว่าในที่สุดแล้ว พลังศรัทธาของด็อกเตอร์อาทิตย์ก็ช่วยเรียกสติให้คุณมะลิได้อีกครั้ง และนี่คือบทสรุปของวันนี้ ขอแค่มีศรัทธา โลกทั้งใบก็เปลี่ยนได้”

บารมีรีบพลิกมาฉวยโอกาสเช่นกัน ปรบมือสูงๆ ทิวา ราตรีและพวกแฟนคลับกรี๊ดกร๊าด เจนจิราปรบมือสูงๆ ตามที่บารมีต้องการ แต่สายตายังเหลือบไปมองดร.อาทิตย์ ยังข้องใจในสิ่งที่เขาทำอย่างมาก

ปวันในแบบปลายฟ้าเดินมาที่หน้าบ้านเช่า แล้วชะงักหันกลับไปมอง จ่าเจี๊ยบเดินตามหลัง เพราะบิดเมื่อยเนื้อตัวที่ปวดจากการถูกมัด
 
“จะชักช้าอีกนานมั้ยจ่า”
“ไม่ได้อยากช้าเลยครับ แต่มันระบมไปทั้งตัว อยู่ดีๆ ก็เตะลูกกุญแจทิ้ง กว่าจะกระเสือกกระสนไปเก็บมาได้ แทบตาย แล้วหมวดไม่เจ็บไม่ระบมเลยเหรอ โห โคตรฟิต”
“ฉันโฟกัสอยู่ที่งาน เข้าใจมั้ย ไป จ่า ไปตามดูความเคลื่อนไหวของด็อกเตอร์อาทิตย์ไว้ ส่วนฉัน จะต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมด็อกเตอร์อาทิตย์ถึงจับตัวนายเชน มีอะไรที่ด็อกเตอร์ต้องการจากนายเชนงั้นเหรอ ไปสิ ไป”
“ครับพ้ม”
จ่าเจี๊ยบเดินระบมไป ปวันยืนมอง พอจ่าเจี๊ยบคล้อยหลังไป เธอก็บิดเมื่อยเนื้อตัวเช่นกัน ไม่ทำต่อหน้าลูกน้อง จะเสียการปกครอง บิดอย่างเต็มที่มากๆ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครมาเห็น บิดจนเสร็จ หันกลับมา ก็ต้องผงะ เพราะเชนยืนอยู่ ปวันแทบหยุดหายใจ แต่เชนยิ้มให้
“เมื่อยมากเหรอครับ”

หลังจากจบรายการ มะลิเดินออกมาจากสตูดิโอทางด้านหลัง เจนจิราวิ่งตามมะลิออกมาที่ทางออกสมายล์ทีวี
“พี่มะลิคะ ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ”
“ได้สิคะ”
“ตอนที่ถ่ายรายการ เจนเห็นว่าด็อกเตอร์อาทิตย์แอบกระซิบอะไรบางอย่างกับพี่ บอกได้มั้ยคะว่าอะไร”
“กระซิบอะไรคะ ไม่มีค่ะ”
“มีสิคะ ก็ตอนที่ด็อกเตอร์อาทิตย์บอกให้ทุกคนช่วยกันส่งพลังศรัทธาไปช่วยพี่ แล้วเขาก็อาศัยจังหวะนั้นกระซิบพี่”
“ไม่มีจริงๆ ค่ะ”
“งั้นทำไมอยู่ๆ พี่ก็ร้องไห้ อาละวาด แล้วก็พยายามจะฆ่าตัวตายล่ะคะ”
“พี่น่ะเหรอคะจะฆ่าตัวตาย คุณเจนเอาอะไรมาพูดคะ”
“นี่พี่จำอะไรไม่ได้เลยเหรอคะ”
“จำได้สิคะ พี่ก็เล่าปัญหาของพี่ให้ด็อกเตอร์ฟัง ท่านก็แนะแนวทางให้พี่กลับไปคุยกับสามี แล้วปัญหาทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง”
เจนจิรางง เพราะสิ่งที่เกิดในรายการกับสิ่งที่มะลิเข้าใจ คนละเรื่องกันเลย เจนจิราเดินอึ้งๆ เข้าไปในสตูดิโอ
“ทำไมสิ่งที่เกิดขึ้นจริง กับสิ่งที่พี่มะลิบอก มันคนละเรื่องกันเลย ทำไมพี่มะลิถึงเข้าใจอย่างนั้น”
พวกแฟนคลับที่ดักอยู่บริเวณนั้นก็พากันกรี๊ดๆ เพราะอินทุกับนารีออกมาตามทิวากับราตรีให้เข้าไปพบดร.อาทิตย์เป็นการส่วนตัว
“ด็อกเตอร์อาทิตย์ให้มาเชิญแฟนคลับสองคนเข้าไปพบเป็นการส่วนตัว” อินทุบอก
พวกแฟนคลับยกมือยื้อแย่ง อยากให้เป็นตัวเอง
“คุณทิวา คุณราตรี เชิญครับ”
ทิวากับราตรีดีใจที่ได้รับเลือกเป็นแขก หันมาข่มๆ พวกแฟนคลับคนอื่นๆ
“โทษทีๆๆ คือแบบ ที่ได้รับเลือก ไม่ได้ใช้เส้น ไม่ได้มีสิทธิพิเศษหรือผลประโยชน์แอบแฝงใดๆ ถ้าจะมี ก็มีอย่างเดียว คือความสวยและรวยเสน่ห์ โฮะๆๆ”
“พี่สาวฉันเป็นคนพูดตรงๆ อะไรจริงก็ว่าตามจริง”
เจนจิราเห็นทิวากับราตรีกำลังจะเข้าไปพบดร.อาทิตย์ ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าดร.อาทิตย์อาจมีแผนการไม่ซื่อซ่อนอยู่ จะรีบเข้าไปห้าม
“เฮ้ย ไม่ได้นะ น้าทิวา น้าราตรี เดี๋ยวค่ะ”
เจนจิราไม่ทันได้เข้าไปหาทิวา ราตรี ประมุขก็เข้ามาขวางหน้า
“เจนจิรา เธอเยี่ยมมาก รู้หรือเปล่าว่าพอรายการจบปุ๊บ สปอนเซอร์เข้าทันที 5 ตัว อัดรายการคราวหน้าเรตติ้งเราพุ่งกระฉูดแน่นอน”
“ยินดีด้วยค่ะ แต่เดี๋ยวเจนมานะคะ”
เจนจิราจะไปตามทิวา ราตรี แต่บารมีเข้ามาแสดงความยินดีอีก
“เจนจิรา คุณรู้หรือเปล่าว่ารายการจบปุ๊บ ยอดโทรสั่งออเดอร์โรลออนเด๊ะพุ่งพรวดกว่าเวลาปกติห้าเท่า คุณกำลังจะเป็นไอดอลให้กับผู้หญิงที่อยากมั่นใจไร้หนังไก่ทั่วประเทศ”
“เอ่อ ค่ะ ยินดีด้วยค่ะขอตัวค่ะ”
เจนจิราผละจากบารมี แต่กลับพบว่าทิวาราตรีไม่อยู่แล้ว เธอเซ็งมาก ในขณะที่ประมุขกับบารมีกอดกันดีใจเรื่องเรตติ้งของรายการ

ทิวากับราตรีเดินตามอินทุเข้ามาในห้อง ดร.อาทิตย์ยืนหันหลังรออยู่
“คนที่ด็อกเตอร์ต้องการพบมาแล้วครับ”
ทิวากับราตรีตะลึง ตื่นเต้นมากๆ หยิบมือถือขึ้นมารอจะถ่ายรูปด้วย ดร.อาทิตย์หันกลับมา ยิ้มมหาเสน่ห์ ทิวากับราตรีตะลึงในเสน่ห์ ยืนค้าง ตื่นเต้น ดร.อาทิตย์ยิ้มอ่อนโยนและเป็นมิตร เดินเข้ามาหาทั้งคู่ แทรกตัวเข้าไปตรงกลาง เอามือถือของฝาแฝดมาถ่ายเซลฟี่ให้เอง ใช้มือหนึ่งถือกล้อง อีกมือโอบทิวา
“ผมยินดีมากที่ได้พบพวกคุณนะครับ และจะยินดีมากที่สุด ถ้าพวกคุณช่วยเหลือผมเรื่องหนึ่ง”

ปวันในแบบปลายฟ้ากำลังเดินกลับบ้านกับเชน เชนกระตือรือร้น
“ใช่ครับ เมื่อสักครู่ผมไปหาคุณที่บ้าน แต่คุณไม่อยู่ ผมก็เลยตั้งใจจะว่าเดินสำรวจความเรียบร้อยรอบๆบริเวณนี้ แล้วดูสิ เกิดอะไรขึ้น อยู่ดีๆ ผมก็เจอคุณ ไม่อยากเชื่อเลย ว่าบุพเพสันนิวาสมีจริง ลองคิดให้ดีโลกนี้ประหลาด บุพเพสันนิวาส”
ปวันอยากจะล้วงความลับเรื่องของเชนให้ได้ งัดเสน่ห์มารยาออกมาใช้ ทำตัวประหนึ่งว่าเป็นห่วงเชนแทบขาดใจ แต่ปากหนัก ไม่พูดออกมา ตามแบบฉบับกุลสตรี
“ยังจะมาทำตลกอยู่อีก คนอะไร อยู่ดีๆ ก็หายตัวไป รู้ไหมว่าใครๆ เขาเป็นห่วงกันทั้งนั้น”
“คุณรู้ด้วยว่าเชนหายไปจากบ้าน เชนไม่คิดว่าคุณจะใส่ใจในความเป็นไปของเชนด้วย”
“ฉันทราบว่าคุณไปดูโชว์ของด็อกเตอร์อาทิตย์ แล้วคืนนั้นคุณก็ไม่กลับบ้าน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือไปติดสาวคนใหม่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้”
“ไม่ใช่ข้อหลังแน่ครับ เพราะเชนผูกสมัครรักใคร่กับคุณปลายฟ้าแล้ว เชนย่อมต้องรักษาเกียรติของลูกผู้ชาย และเกียรติของคุณปลายฟ้า ด้วยความรักและความซื่อสัตย์เท่านั้น”
ปวันอึ้งไป ที่เชนช่างเป็นสุภาพบุรุษที่หาไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้ และเขาช่างจริงจังในความสัมพันธ์กับตัวเธอมาก แต่เธอรู้อยู่เต็มอกว่ามันแค่ละคร
“แล้ว เกิดเรื่องอะไรกับคุณคะ”
“ผมยังเล่ารายละเอียดให้คุณฟังตอนนี้ไม่ได้ บอกได้แค่ว่า ถ้าคุณหรือมีคนรู้จักศรัทธาในตัวด็อกเตอร์อาทิตย์อยู่ ขอให้เลิกซะ เพราะเขาไม่ใช่คนดี”
“ทำไมคะ เขาทำอะไรคุณงั้นเหรอ”
“เขาจับตัวผมไป”
“หา เขาจับคุณไปทำไม เพื่ออะไร เขาต้องการอะไรจากคุณ”
“เขาต้องการแว่นสามมิติ”
“คะ แว่นสามมิติ”
“เป้าหมายของเขาไม่ใช่เชน แต่เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าเชนมาก และเชนต้องรู้ให้ได้”
“ฉันไม่เข้าใจ ว่าแว่นสามมิติ คืออะไร คุณช่วยอธิบายได้มั้ยคะ”
“แว่นที่นำพาให้ผมมาอยู่ที่โลกนี้”
จู่ๆ เสียงตังตังตะโกนสุดเสียง
“น้าเชน”
เชน ปวันหันไป
“แหม ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน คนแรก ที่เชนรีบมาหา ก็คือ คุณปลายฟ้านี่เองน้า”

เชนเขิน ปวันเซ็งที่ถูกขัดจังหวะ

ตังตังลากมือเชนกับปวันเข้ามาในบ้านตฤณ
 
“นั่งค่ะๆ รู้มั้ยคะว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่แอบไปจู๋จี๋กันสองต่อสอง มันไม่งาม เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน จะทำอะไรต้องอยู่ในสายตาเด็กๆ เข้าใจมั้ยคะ”
ปวันกับเชนมองหน้ากัน งงๆ แล้วก็ขำๆ เล่นๆ กันไป
“เอ่อ พี่ว่าพี่กลับบ้านดีกว่า”
“จะรีบไปไหนคะ พี่ปลายฟ้าจะมาเป็นยอดดวงใจของสายลับเชนแทนที่ละ ละ ละ ละ ลินดา ก็ควรอยู่ทำกิจกรรมด้วยกันบ้างไรบ้างนะคะ”
“ลินดา ใครเหรอคะ”
ตฤณเดินคุยโทรศัพท์กับบก.หนังสือพิมพ์ออกมา ปวันโดนขัดใจอีกครั้ง
“ถ้าบก.ชอบการ์ตูนล้อ ก็ให้โอกาสผมไปนำเสนอการ์ตูนยาวอีกรอบสิครับ ใช่ครับ เรื่องมนุษย์อะตอมเหมือนเดิม แต่ผมเติมรายละเอียดลงไปที่เด็กๆ ต้องชอบ บก.ครับ บก. โหลๆๆ”
ตฤณหงุดหงิดที่บก.ไม่ให้โอกาสเสนอการ์ตูนเรื่องยาวอีกครั้ง
“น้าตฤณ เรื่องมันเป็นไงเหรอคะ เล่าให้ฟังหน่อยสิ”
“ใช่ๆ นี่ไง คุณปลายฟ้าเป็นนักเขียนอยู่พอดี คุณปลายฟ้าต้องช่วยติชมทำให้มันดีขึ้นได้แน่ๆ” เชนรีบบอก
ปวันจำต้องรับๆ ไปเพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นนักเขียนจริงๆ
“เอ่อ ก็ไม่รู้จะช่วยได้มากแค่ไหน แต่ก็ยินดีค่ะ”
“ขอบคุณนะครับ แต่ทางนิยายกับทางการ์ตูนคนละทางกัน”
“ถ้าไม่เล่า ก็แปลว่ามนุษย์อะตอมของน้าตฤณ”
“สนุกมาก” ตฤณขัด
“เพลียมาก” ตังตังบอก
ตฤณหงุดหงิดที่ถูกลบหลู่ ฮึดฮัด คิดจะเล่า

ทิวา ราตรีนั่งอยู่ในห้องรับรองของดร.อาทิตย์ ท่าทางตื่นเต้น มองดร.อาทิตย์ซึ่งกำลังเลี้ยงเหรียญที่นิ้วอยู่ ยิ้มกันคิกคักประสาสาวๆ
“ผมมีเรื่องบางเรื่องอยากทราบ และคิดว่าพวกคุณอาจจะมีคำตอบให้ผมได้ ยิ้มอะไรกันครับ”
“เปล่าค่ะ เราแค่รู้สึกว่า ด็อกเตอร์ นิ้วพลิ้วพลิ้ว”
“ผมพลิ้วได้กว่านี้อีก ดูนะครับ”
ดร.อาทิตย์เลี้ยงเหรียญเร็วขึ้น แล้วโยนขึ้นไปในอากาศ เหรียญลอยคว้าง ทิวา ราตรีเงยมองตามเหรียญตลอด จังหวะที่เหรียญหล่นลงมา ดร.อาทิตย์ยื่นสองนิ้วไปคีบเหรียญเอาไว้ได้ ในตำแหน่งระดับสายตาของฝาแฝด ทิวา ราตรี หน้าหงายไป เพราะถูกพลังสะกดจิตของดร.อาทิตย์กระแทกใส่ แล้วเมื่อโงหัวกลับมาใหม่ แววตาทั้งคู่กลายเป็นต้องมนต์ ตาโตวาว เคลิ้มฝัน ยิ่งเมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับตาลุกวาววิบวับ
ทั้งสองเห็นดร.อาทิตย์ยืนอยู่ในแสงสี แก้มชมพู ผิวขาวเนียน ดั้งโด่งเป็นสัน ตาโต ไม่มีถุงใต้ตา หน้าเรียว รูปร่างผอมเพรียว หล่อเท่ เกินจริง สองสาวเคลิบเคลิ้ม อยากจะเอื้อมมือสัมผัส ลูบไล้
“หลานชายพวกคุณ นายตฤณ ตรงวุฒิ เอาตัวลุงเจิด เจ้าของร้านเนรมิตไปไว้ที่ไหน”
“ไม่รู้ค่ะ ฟรุ้งฟริ้ง”
“ไม่ทราบค่ะ มุ้งมิ้ง”
“แล้วแว่น3DDD ล่ะ อยู่กับนายตฤณใช่มั้ย”
“ไม่รู้ ไม่เห็นค่ะมุ้งมิ้ง”
“ไม่ทราบ ไม่เจอค่ะฟรุ้งฟริ้ง”
“โกหก พวกคุณโกหก”
“ใครจะไปโกหกคนที่หล่อฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งขนาดนี้ได้ลงคะ”
ทิวาราตรีเคลิ้มไม่หยุด ดร.อาทิตย์หงุดหงิด เซ็ง

เชน ปวัน ตังตังนั่งเรียงกัน กำลังตั้งใจฟังการ์ตูนที่ตฤณพยายามเล่า ตฤณออกท่าออกทางพอประมาณ
“เมื่อดาวโลกไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาเทคโนโลยี จนเกิดปัญหาขยะพิษล้นโลก มนุษย์จึงกำจัดซากขยะที่ไร้ค่าเหล่านี้ ด้วยการส่งมันขึ้นไปทิ้งในจักรวาล”
เชน ตังตัง ปลายฟ้าตั้งใจฟัง และพยายามเอาใจช่วยตฤณ ด้วยการแสดงน้ำเสียงตื่นเต้นไปด้วย
“ฮู้”
“แต่หารู้ไม่ว่าความร้อนและอุณหภูมิของจักรวาล ทำปฏิกิริยากับกากขยะเคมี จนเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตที่แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว”
“ฮ้า”
“พวกมันขยายเผ่าพันธุ์ และพัฒนาศักยภาพตัวเอง จนกลายเป็นกองทัพกากขยะเคมีที่รอวันจะกลับมายึดครองโลก ภายใต้การนำของ แชคแมน”
“โหว”
“และคนเดียวที่จะมาปกป้องโลกและจักรวาลแห่งนี้ได้ก์คือ มนุษย์อะตอม ฮีโร่พลังอะตอม”
ตังตังยกมือ
“มนุษย์อะตอมนี่เก่งยังไงคะ”
“เก่งทุกอย่าง สมองฉลาดหลักแหลม รู้ทันแผนการชั่วร้ายของศัตรู ร่างกายก็มีพละกำลังมาก และยังมีจิตใจที่แข็งแกร่งไม่หวั่นไหวต่ออะไรง่ายๆ”
เชนยกมือ
“เชนว่ามนุษย์อะตอมเก่งเกินไป เขาน่าจะมีจุดอ่อน”
ปวันยกมือ
“จริงค่ะ ถ้ามีจุดอ่อน เราจะได้เอาใจช่วยให้เขาผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้”
“ไม่เอา มนุษย์อะตอมไม่มีจุดอ่อน” ตฤณค้าน
“ต้องมี เหมือนที่โดเรมอนต้องกลัวหนู” ตังตังบอก
“อี๋ จุดอ่อนเบบี๋แบบนั้น ไม่เอา”
“งั้นให้เขามีโรคประจำตัวดีมั้ยคะ อย่างโรคหอบหืด” ปวันเสนอ
“ไม่เอา”
“หรือโรคแพ้ที่แคบ” เชนเสนอ
“ไม่เอา”
“หรือไม่ก็ให้กลางวันเป็นผู้ชายกลางคืนเป็นผู้หญิง” เชนเสนออีก
“หา” ตฤณตกใจ
“แปลกดีนะ ฮีโร่ที่กลางวันเป็นชาย กลางคืนเป็นหญิง เหมือนอะตอมที่สามารถแตกตัวหรือประกอบตัวกันเป็นรูปเป็นร่างอะไรก็ได้” ปวันคิด
“ไม่เอา”
“เอา”
ตังตัง เชน ปลายฟ้า ต่างเห็นตรงกัน
“กลางวันเป็นผู้ชาย ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟน้ำแบบพี่เชน พอพระอาทิตย์ตก หน้าอกก็ตู้มตู้ม ก้นก็ตู้มตู้ม จากมนุษย์อะตอมก็กลายเป็นน้องเอมี่ สาวสวยผู้มีอมยิ้มจุ๊บปาจุ๊บเป็นของโปรด”
“ไม่เอา” ตฤณยืนกราน
“เอา” สามเสียงพร้อมกันอีก
“แล้วมนุษย์อะตอมจะต้องมีท่าประจำตัวที่เป็นเอกลัษณ์เหมือนเชนด้วย”
“ไม่เอา”
“เอา”

“คุณธรรมปกป้อง คุ้มครองผู้บริสุทธิ์ หยุดเหล่าร้าย สายลับเชน ฉลาดก็เท่านั้น หล่อก็เท่าโน้น สายลับเชน”

เชนกับตังตังลุกมาเต้นทำท่า แท็กมือกัน เข้ากันดี ปวันเฮฮาสนับสนุนไปด้วย เชนจับตังตังมาทำท่าเหาะไปเหาะมาด้วย ปวันแอบมองความน่ารักของเชน
 
“ไม่เอาๆๆๆ”
มีเพียงตฤณที่โวยวายไม่เอานั่นไม่เอานี่ แต่ก็เป็นเสียงส่วนน้อยไม่สามารถขัดเสียงส่วนใหญ่ได้เลย ตฤณได้แต่คร่ำครวญขัดใจทึ้งผมตัวเองไปมา ผสมเสียงหัวเราะ ความสนุก ได้บรรยากาศอบอุ่นภายในครอบครัว ทันใดนั้น ทิวากับราตรีเดินเข้ามา
“ตฤณ”
ทุกคนหยุดชะงัก หันมองไปทางเสียง
“อุ๊ยตาย นี่ แม่นักเขียนนิยาย ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาบ้านชายโสดหลังนี้ยะ”
“ช่างเรื่องนั้นก่อน ตฤณ มานี่ๆๆ พวกน้ามีเซอร์ไพร้ส์”
“อะไรครับ”
ทิวากับราตรีไม่บอก ยิ้มกรุ้มกริ่ม ลากตฤณออกไปด้านนอก
“มีอะไรเหรอครับน้าทิวาน้าราตรี”
“มีคนอยากพบเธอ”
“เขาอยู่ทางนี้ แถ่มแท้ม”
ทิวากับราตรีผายมือออกไป แต่กลับพบว่าว่างเปล่า ไม่มีใครยืนตรงนั้น สองฝาแฝดงง มองหาว่าหายไปไหน ออกไปหาด้านนอก ตฤณเซ็งหันมาอีกด้าน ก็ต้องผงะ เพราะพบว่าดร.อาทิตย์สวมหมวกเท่ๆ ยืนอยู่
“ด็อกเตอร์อาทิตย์”
ทิวาราตรีมองหาดร.อาทิตย์อยู่ วกกลับเข้ามาพอดี
“อ้าว ด็อกเตอร์ อยู่นี่เอง นี่ไงจ๊ะตฤณ เซอร์ไพร้ส์ของพวกน้า”
“น้าแค่บอกว่าเธอไม่มีความศรัทธา ชีวิตเลยมีแต่ปัญหา ด็อกเตอร์อาทิตย์ก็เลยอยากมาคุยกับเธอถึงที่บ้าน”
“น้าครับ รู้ไหมว่า”
“ตฤณ เปิดใจกว้างๆ เอาอคติทิ้งไปก่อน แล้วลองศรัทธาตามด็อกเตอร์อาทิตย์แนะนำสักครั้งเถอะนะ”
“ถ้าลองแล้วไม่ชอบ ไม่ถูกใจ น้าจะไม่ว่าเลย”
“คุณทิวาราตรีครับ ขอผมมีเวลาส่วนตัวกับตฤณนะครับ”
“ฝากหลานชายด้วยนะคะฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้ง”
เชน ปวัน ตังตังกำลังจะตามออกมาจากบ้าน แต่เห็นดร.อาทิตย์ยืนอยู่ เชนรีบเบรกไว้ก่อน มองจากภายในบ้าน ทิวาราตรีเดินไปทางบ้านตัวเอง เชนผงะ ระวังตัว หันมากำชับปวัน
“คุณปลายฟ้าครับ พาตังตังเข้าไปก่อน”
ปวันเงอะงะไม่อยากไป
“ไปสิครับ”
ปวันจำต้องพาตังตังถอยกลับไป ตฤณเผชิญหน้าดร.อาทิตย์ ดร.อาทิตย์ยิ้มเมตตา

ปวันพาตังตังกลับเข้ามา อึกอัก อยากออกไปแอบฟัง
“ตังตัง คือ”
“ไม่ต้องพูดค่ะ นิสัยสอดรู้ เอ๊ย นิสัยชอบเป็นห่วงเป็นใยผู้คนมันอยู่ในดีเอ็นเอสตรีเพศ ไปแอบฟังกันเถอะค่ะ”
ตังตังกำลังจะนำปวันออกไปหามุมเหมาะๆ แต่ต้องผงะ เพราะอินทุก้าวเข้ามายืนขวางตรงหน้า
“แก”
นารีเข้ามาจากด้านหลัง
“ด็อกเตอร์คุยธุระส่วนตัวกับคุณตฤณอยู่ พวกเราไม่ควรออกไปรบกวน มา มานั่งดูทีวีกันเถอะ”
ปวันกับตังตังระวังตัว

ดร.อาทิตย์ก้าวมาตรงหน้าตฤณ จ้องตฤณ ยิ้มมุมปาก ตฤณออกอาการหวั่นๆ ดร.อาทิตย์ยิ่งเห็นตฤณหวั่น ยิ่งยิ้มสะใจ
“เสียวมั้ย”
“หือ”
“หึๆๆ ฉันมาดี ไม่ต้องกลัว”
เชนย่องออกมาโผล่ที่หลังคาบ้าน ด้วยลีลาสายลับ แล้วก็ซุกตัวหมอบนิ่ง พร้อมกับเล็งปืนไปที่ดร.อาทิตย์
“ถ้านายมาไม่ดี เชนคงต้องทำในสิ่งที่ไม่เหมาะกับเยาวชน”
ดร.อาทิตย์เว้นวรรคการพูดประหลาดกระทันหัน สังเกตกิริยาของตฤณ ลักษณะการยืนปักหลักมั่น แต่เหงื่อซึมออกมาที่ขมับ กลืนน้ำลาย
“มีอะไรหลบซ่อนอยู่ในบ้านงั้นเหรอ”
“พูดอะไร”
ดร.อาทิตย์อมยิ้ม ตาของตฤณ มีอาการแข็งและหรี่ตา เชนยังคงเล็งปืนที่ดร.อาทิตย์ ตาไม่กระพริบ
“ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าฉันอยากรู้ว่าที่แกตามสืบเรื่องของฉัน และพยายามจะขัดขวางโชว์ของฉัน แกต้องการอะไร คิดว่าทำตัวขวางโลกแล้วเท่ หรืออยากดัง หรือมีใครจ้างให้แกมาทำลายฉัน”
“ด็อก ด็อกกำลังดัง ผมมันนักเขียนต๊อกต๋อย ผมก็ต้องเกาะกระแสด็อกดังสิ”
“ไม่มีศรัทธา เกินเยียวยาแล้วจริงๆ”
ดร.อาทิตย์ส่ายหัว ไม่คิดเจรจาต่อรองกับตฤณอีก เชนจ้องเขม็ง พร้อมยิงคุ้มกันตฤณ
“คนและของที่ฉันต้องการอยู่ที่ไหน”
“คนและของอะไร”
“ไอ้เจิด พันแสง และแว่น3DDDของมัน ชัดเจนหรือยัง อย่าตอบว่าไม่รู้นะ เพราะฉันรู้ว่าพวกแกรู้ดี เอ้า ตอบฉันสิ หรือต้องออกแรงมากขึ้น”
ดร.อาทิตย์หยิบเหรียญมาเลี้ยงบนนิ้ว ตฤณเผลอมอง แล้วรีบหันหน้าหนี ไม่มอง
“แกจะสะกดจิตฉันเหรอ”
ตฤณท้าทาย ดร.อาทิตย์ยิ้มร้ายกาจ

ปวันโอบปกป้องตังตังเอาไว้
“ออกไป นี่พวกคุณกำลังเข้าข่ายบุกรุกเคหสถานนะ”
“ด็อกเตอร์เป็นแขกของท่านเจ้าของบ้านทิวาราตรีนะครับ จะเรียกว่าบุกรุกไม่ได้หรอก”
“แล้วนี่อยู่กันสองคนเองเหรอ”
นารีชะเง้อมอง แล้วรุกจะเข้าไปด้านในอีก ตังตังรีบขวาง
“ห้ามเข้าค่ะ”
ปวันตามไปปกป้องตังตัง
“หลบไป”
นารีเอื้อมมือจะคว้ามือตังตังดึงให้หลบ แต่ปวันเผลอตัวคว้าหมับที่ข้อมือนารีก่อน ด้วยสัญชาตญาณ
นารีผงะ เอะใจ ปวันอึ้ง รู้ตัวว่าพลาด เพราะเธออยู่ในสถานะของปลายฟ้า รีบปล่อยมือจากนารีทันที ผละออก เซถอย แสร้งทำบอบบาง

ตฤณจ้องหน้าดร.อาทิตย์ ดร.อาทิตย์ยิ้มร้ายกาจ เชนยังเล็งปืนแน่วแน่
“ฉันให้โอกาสสุดท้าย คนและของที่ฉันต้องการอยู่ไหน”
“แกจะเอาพวกเขาไปทำไม แกจะเอาแว่นไปทำไม”
“ฉันถามแก ไม่ใช่ให้แกมาเป็นคนถามฉัน ตอบไม่ตอบ”
“ไม่”
ดร.อาทิตย์ยื่นมือที่มีเหรียญมา ทำลีลาต่างๆ ข้างหน้าตฤณ ตฤณปิดตา
“ฉันไม่ดูโว้ย”
ดร.อาทิตย์อาศัยจังหวะนั้น ดีดหมวกที่สวมอยู่ออกมา ปั่นหมวกให้หมุนบนปลายนิ้ว
“แกทำได้ไหมล่ะ กายกรรมหมวก”
ตฤณหันไปดู ดร.อาทิตย์เลี้ยงหมวกไปมา กางแขนซ้ายออก เลี้ยงหมวกจากมือซ้ายแล่นบนแขน ผ่านบ่ามาที่บ่าขวาแล้วยืนแขนขวาไป เลี้ยงหมวกไปถึงมือขวา
 
ตฤณเผลอดูตาโต ดร.อาทิตย์ดีดหมวกให้ลอยสูงขึ้น

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 7 (ต่อ)

ตฤณแหงนดูอย่างเคลิบเคลิ้ม ดวงตาเริ่มกลมหวานเคลิ้มฝัน หมวกหมุนตัวกลางอากาศ แล้วหล่นลงมาลิ่วๆมายังหัวของตฤณ
 
แต่ขณะที่หมวกกำลังจะสวมลงหัวตฤณ อยู่ๆ เชนก็เข้ามาคว้าหมับ ดร.อาทิตย์อึ้งที่ได้เจอเชนที่นี่ เชนเอาหมวกมาสวมด้วยมาดเท่
“ยินดีที่ได้พบนะครับด็อกเตอร์อาทิตย์”
อยู่ๆ มีเสียงตังตังกับปวันดังมา
“ว้าย ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”
“คุณปลายฟ้า”
เชนผงะ มองไปตามทิศของเสียง ปวันพาตังตังวิ่งหนีออกมา ด้วยท่าทางบอบบาง
“ช่วยด้วยค่ะ มีคนบุกรุก”
ปวันวิ่งมาเกาะแขนเชน ตังตังเข้ามาเขย่าแขนตฤณ ตฤณตื่นจากภวังค์
“ตังตัง”
อินทุกับนารีตามออกมา ตฤณเอาตัวกันตังตังไว้จากพวกดร.อาทิตย์
“นี่เหรอด็อกเตอร์ที่คนศรัทธา แอบให้ลูกน้องบุกรุกบ้านคนอื่น ทำร้ายเด็กกับสุภาพสตรี โคตรแมนเลยครับ”
“ก็แค่จะชวนนั่งดูทีวีด้วยกันเท่านั้นเอง”
“ไปดูกับผมมั้ยล่ะครับ”
เชนขยิบตาให้นารีกับอินทุ
“คุณด้วยนะ ด็อกเตอร์ด้วยก็ได้ ผมมีศรัทธาแล้วนะครับ ใส่หมวกของด็อกเตอร์แล้วรู้สึกเหมือนได้เป็นด็อกเตอร์ซะเอง ฮ้า ศรัทธาๆๆ ฮะๆๆ หมวกนี่มันคือกลชิ้นใหม่หรือครับ น่าสนใจดีนี่ ถ้าใครสวมหมวก แล้วจะต้องตกเป็นทาสการสะกดจิตหรือไงครับ”
ดร.อาทิตย์แค้น กระชากหมวกกลับมา
“ตกลงว่าด็อกเตอร์มาถึงนี่ จะเอาอะไรครับ” เชนถาม
ดร.อาทิตย์รู้ว่าเชนไม่ธรรมดา สู้ซึ่งหน้าอาจมีปัญหา
“เปล่า แค่แวะมาสร้างศรัทธา ถ้าไม่ ก็ไม่เป็นไร”
ดร.อาทิตย์จ้องหน้าเชนเขม็ง แล้วรีบสวมหมวกกลับคืน ก่อนหันกลับ เดินออกไป อินทุกับนารีหันสะบัดในมาดเท่ ตามไป เชน ตฤณ เครียด ที่ด็อกเตอร์อาทิตย์มาถึงบ้านแล้ว
“มันมาถึงบ้านเราเลยหรือ ไม่ใช่สัญญาณที่ดีแน่” เชนเครียด

ดร.อาทิตย์เดินนำอินทุกับนารีออกมาด้านนอก ที่รถจอดรออยู่ ท่าทางหงุดหงิด ถอดหมวกออกมาหมุนเล่นในมือ
“ด็อกเตอร์ทราบแล้วเหรอครับว่าพวกมันเอาตัวไอ้เจิดพันแสงกับแว่น3DDDไปไว้ที่ไหน”
“ไอ้เจิดกับแว่น3DDD ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ฉันแน่ใจว่าพวกมันรู้ว่าอยู่ที่ไหน แววตาของไอ้ตฤณหลอกฉันไม่ได้”
“งั้นคืนนี้นารีขออาสาไปลากตัวไอ้ตฤณมาคาดคั้นให้เองค่ะ”
“ไม่ต้อง”
นารีผงะ
“ลากตัวมาคาดคั้น พฤติกรรมอย่างกับโจร นี่ด็อกเตอร์อาทิตย์นะ เอาเป็นว่าถ้าหาแว่นไม่ได้ ก็ให้แว่นมันออกมาหาเราเอง”
ดร.อาทิตย์แน่วแน่ว่าจะต้องได้แว่นแน่ อินทุ นารี มองหน้ากัน งงว่าดร.อาทิตย์หมายความว่าอย่างไร

ตฤณกับเชนกลับเข้ามาในบ้าน กระวนกระวาย
"มันมาถึงบ้านแล้ว ที่นี่ก็ไม่ปลอดภัยแล้ว จะทำยังไงดี”
“พวกคุณมีปัญหาอะไรกับด็อกเตอร์อาทิตย์คะ”
ตฤณหันมามองปวัน
“คุณปลายฟ้าครับ อย่าหาว่าผมเสียมารยาทเลย แต่นี่เป็นเรื่องส่วนตัว คุณกลับไปก่อนเถอะนะครับ”
“แต่ แต่ฉันเป็น เป็นเพื่อนบ้านพวกคุณนะ”
“แล้ว”
ตฤณกับตังตังถามพร้อมกัน
“ไม่เคยได้ยินเหรอคะว่า เพื่อนบ้านที่ดีจะช่วยเหลือคุณได้ บอกมาเถอะค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ ฉันเต็มใจจะช่วยคุณเท่าที่ทำได้”
“คุณปลายฟ้าครับ ขอบคุณนะครับที่รักและเป็นห่วงเชนขนาดนี้”
“หือ”
ปวันงงว่าเธอไปบอกรักเชนตอนไหน
“ถึงคุณปลายฟ้าจะไม่พูด แต่การกระทำมันก็บ่งบอกว่าคุณปลายฟ้ารักเชนมากและพร้อมจะอยู่เผชิญปัญหาเคียงข้างเชน แต่คุณไม่รู้เรื่องนี้จะดีที่สุดครับ”

ปวันอยากจะเถียงเพื่ออยู่ต่อ แต่กลัวมีพิรุธ

ดร.อาทิตย์ยืนตระหง่านอยู่บนถนนในกรุงเทพฯ มือทั้งสองข้างถือปืนเอาไว้ โดยทิ้งมืออยู่ข้างลำตัว
 
ปลายกระบอกปืนจ่อลงที่พื้น แล้วยกปืนนั้นขึ้นมา เป็นปืนของสายลับเชนที่ใช้ในหนัง แล้วดร.อาทิตย์ก็ยิงปืนเข้าใส่รถที่วิ่งมา อย่างสะใจ บ้าคลั่ง
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ตามด้วยเสียงรถชน รถระเบิด ตึกข้างทางระเบิด เสียงไซเรน เสียงคนหวีดร้อง ความอลหม่านของผู้คน ยิ่งได้ยินเสียง ดร.อาทิตย์ยิ่งสะใจ ยิงไม่หยุด

ตอนกลางคืน ดร.อาทิตย์นั่งมองแบบแปลนอาวุธปืนของสายลับเชนอยู่ที่โต๊ะทำงาน มองแปลนนั้นอย่างลุ่มหลง
“มันต้องเป็นจริง อาวุธในจินตนาการจะต้องกลายเป็นของจริง”
ดร.อาทิตย์มองที่จอทีวี ซึ่งเปิดหนังสายลับเชนค้างไว้อยู่แล้ว แต่ปิดเสียงเอาไว้ ภาพในจอ เป็นภาพมิสเตอร์โอเคเมาหลับฟุบคาบาร์เหล้า ดร.อาทิตย์แปลกใจ หยิบรีโมทมากดเปิดเสียง
“สายลับเชน แกอยู่ไหน ออกมาสิวะ ไอ้สายลับเชน ไอ้ขี้ขลาด”
ดร.อาทิตย์แปลกใจ มองเข้าไปในหนัง มิสเตอร์โอเคเดินเมาออกมาด้านนอกร้าน แต่แล้วชะงัก เพราะหางตาเหลือบไปเห็นป้ายประกาศตามหาเชนที่ติดผนังร้านมากมาย ทั้งป้ายเก่าป้ายใหม่ ป้ายรางวัลนำจับ ป้ายประกาศบุคคลหาย สารพัดป้าย มีรูปเชนที่เป็นรูปวาดทุกป้าย มิสเตอร์โอเคชะงัก แล้วหันกลับมาพร้อมกับควักปืนมายิงไปที่ป้ายอย่างบ้าคลั่ง
“ไอ้ลูกหมาเชน แกหายหัวซ่อนอยู่ที่ไหน”
ลินดาตามออกมา ยืนมองมิสเตอร์โอเค
“เชนไม่ปล่อยให้แกสร้างความเดือดร้อนไปตลอดหรอก เขาจะต้องกลับมา”
“มันไม่กลับมาแล้ว มันทิ้งเธอไปแล้ว รู้ไว้ด้วยลินดา ไป เธอจะไปไหนก็ไป”
“แกปล่อยฉันเหรอ”
“ฉันจับตัวเธอไว้เพื่อล่อให้สายลับเชนมันออกมาติดกับฉัน แต่ตอนนี้ มันทิ้งเธอไปแล้ว แล้วฉันจะจับเธอไว้เพื่ออะไร”
“ไม่จริง สายลับเชนไม่มีทางทิ้งฉัน”
“มันไม่กลับมาแล้ว เธอดูนี่ ประกาศล่าตัวมันมานานแค่ไหนแล้ว มันก็ยังเก็บตัวเงียบ มันทิ้งเธอไปแล้วลินดา จำใส่หัวไว้ ว่าคู่หูของเธอ สายลับเชน มันไม่สนใจไยดีเธออีกแล้ว มันอาจจะหนีเอาตัวรอดไป หรือไม่ก็หนีไปแต่งงานแล้วมีชีวิตอย่างมีความสุขที่อื่นแล้ว”
มิสเตอร์โอเคเหวี่ยงลินดาทรุดลงไป ลินดาหมอบกับพื้น ร้องไห้
“เชนไม่มีทางทิ้งอุดมการณ์ของเขา ฉันจะรอ รอวันที่เชนกลับมา”
ดร.อาทิตย์ผงะ รีบกดหยุดหนังไว้ แล้วกดย้อนถอยกลับมาตรงภาพป้ายประกาศบุคคลสูญหาย สายลับเชน
“เฮ้ย ทำไม สายลับเชน หน้าเหมือนกับไอ้เชน แล้ว ผ้าพันคอ ใช่ ผ้าพันคอ งั้นไอ้เชนจะเป็นใครไม่ได้ นอกจากสายลับในหนัง แว่น3DDD ทำได้จริงๆ มันเอาคนในหนังออกมาได้จริงๆ”
ดร.อาทิตย์ทึ่ง ดีใจมาก หัวเราะสะใจ

ปวันเดินน้อยใจกลับมาที่บ้านของตัวเอง เชนตามมาส่ง
“คุณปลายฟ้า ไม่โกรธใช่มั้ยครับ ที่เชนไม่บอกเรื่องด็อกเตอร์อาทิตย์กับคุณ”
ปวันจากโกรธ รีบเปลี่ยนหน้าเป็นหงอยๆ สำนึกผิด
“ไม่เลยค่ะ ปลายฟ้าผิดเองที่ไปละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของพวกคุณทั้งๆ ที่ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
“อย่าพูดอย่างนี้สิครับ แม่ยอดดวงใจของเชน มันเป็นหน้าที่ของสุภาพบุรุษที่จะต้องปกป้องสุภาพสตรีให้พ้นจากอันตราย เชนจึงบอกคุณไม่ได้”
ขณะที่เชนพูด ปวันแอบเอาน้ำยาหยอดตา มาหยอด พอหันมาหาเชนอีกที ก็มีน้ำตาคลอ
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณคงไม่ไว้ใจปลายฟ้า”
“ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ แต่”
“ถ้าไว้ใจก็ต้องบอกได้สิคะ”
ปวันทำสะอื้นอย่างหนัก
“ไม่ใช่ครับ”
“นะคะ ฉันแค่อยากรู้เฉยๆ ไม่ได้จะไปบอกต่อใครๆ กระซิบก็ได้ นะคะ”
เชนลังเล แต่แล้วตัดสินใจ ยื่นปากไปข้างๆ หู เหมือนกับจะยอมบอก
“นอนหลับฝันดีนะครับคนดี”
เชนยิ้มให้ แล้วเดินกลับไป ปวันหงุดหงิด

“ปั้ดโธ่โว้ย”

เชนกลับมาที่บ้าน เจอตฤณกำลังนั่งเครียด โดยมีตังตังคอยปลอบ
 
“โอ๋ๆๆ ไม่ต้องเครียดนะน้าตฤณ ไม่มีอันตรายหรอก เรามีสายลับเชนอยู่ด้วยทั้งคน ใครก็ทำร้ายพวกเราไม่ได้”
“น้าห่วงเรานั่นแหละ น้ารับปากกับแม่ตังตังว่าจะดูแลตังตังให้ดี”
“คนผิดคือตังตังต่างหาก เขาต้องการแว่น3DDD ถ้าตังตังไม่เผลอหยิบติดมือมาเราก็คงไม่ไปข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้”
“น้าไม่ได้กลัวด็อกเตอร์อาทิตย์นะตังตัง น้าแค่อยากดูแลเราให้ดี ให้มีความสุขอย่างที่เด็กปกติควรจะได้”
“ตังตังได้อยู่กับน้าตฤณก็มีความสุขดี”
ตังตังกอดปลอบตฤณ สองคนเข้าใจกันให้กำลังใจกัน เชนยืนดูภาพประทับใจนั้นแล้วอมยิ้ม

ภายในร้านวิศวะ เครื่องมือหลอมแว่นสามมิติที่ทำงานต่อเนื่องไม่ได้หยุด แล้วอยู่ๆ ทุกกระบวนการก็หยุด ปลายทางของกระบวนการ เป็นหน้าจอแสดงตัวเลข เริ่มนับถอยหลัง เจิดจดจ้องรออยู่ ตื่นเต้น ลุ้น หุ่นยนต์นะโมเข้ามาลุ้นด้วย
“ติ๊ง”
หน้าจอนั้นเปิดออก มีถาดเลื่อนออกมาเหมือนเครื่องเล่นแผ่นซีดี มีควันจางๆ ออกมาด้วย เจิดต้องปัดเป่าไล่ควันนั้นออกไป จึงเห็นของที่อยู่ภายในถาด คือเลนส์ของแว่นสามมิติอันใหม่
“ฮ้า สำเร็จแล้ว สำเร็จแล้ว”
เจิดดีใจมาก ลุกขึ้นกระโดด โห่ร้องไม่หยุด วิ่งไปทางตู้เย็น
“แว่นสามมิติอันใหม่สำเร็จแล้ว”
ประตูตู้เย็นเปิดออกมากระแทกเจิดอย่างจัง เขาคะมำหน้าคว่ำไป วิศวะเพิ่งอาบน้ำออกมาจากตู้เย็น เช็ดหัว งงๆ
“โวยวายอะไรอาจารย์ อ้าว อาจารย์ ไปนอนทำไรตรงนั้น”

วิศวะหยิบตัวเลนส์มาส่องๆ ดู
“เนี่ยเหรอ เลนส์ของแว่น3DDD ที่ดึงตัวสายลับเชนออกมาจากในหนังได้ ทำไมมันดูธรรมดามาก”
“อ้าวเลนส์แว่นเอ็งจะให้มันมีรูปร่างเป็นหัวมังกรหางนกยูงโผล่หรือไง ความคิดอย่างนี้ ถึงได้ประดิษฐ์แต่ของธรรมดาสามัญ ห่างไกลกับฉันอีกเยอะ”
“อย่าเพิ่งโม้มากอาจารย์ มันจะใช้งานได้เหมือนเดิมหรือเปล่าเหอะ”
“เหมือนสิวะ ต้องเหมือนแน่นอน”
“ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เมื่อมีสมมติฐาน ก็ต้องพิสูจน์สมมติฐาน เมื่อได้ผลลัพธ์ ก็ต้องพิสูจน์ผลลัพธ์ และเราจะยอมรับก็ต่อเมื่อผลลัพธ์นั้นเป็นจริง ไม่ใช่ผลลัพธ์เท็จ”
“เดี๋ยวฉันจะพิสูจน์ให้ดู”

ตฤณถือถ้วยกาแฟมาดื่มที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่างบ้าน กำลังยกขึ้นจิบ
“เฮ้ย”
ปวันอยู่ที่ห้องพักตัวเอง กำลังส่องกล้องสำรวจความเป็นไปของบ้านตฤณอยู่
“คนบ้านนี้มีอะไรที่ด็อกเตอร์อาทิตย์อยากได้เนี่ย”
ปวันส่องกล้องไปรอบๆ แล้วไปสะดุดตาเข้ากับทางด้านหนึ่ง ผงะ ถึงขั้นต้องลดกล้องมองด้วยตาเปล่า ที่มุมด้านหนึ่ง คนของดร.อาทิตย์จอดรถนั่งอยู่ในรถ มองไปอีกด้าน วินมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดรออยู่ อีกด้านคนของดร.อาทิตย์นั่งหลับอยู่ โดยมีบลูทูธรอรับคำสั่งเหมือนกันทุกคน
“มีคนมาซุ่มอยู่”

เสียงโทรศัพท์ของตฤณดัง ตฤณรับสาย
“ฮัลโหลครับบก. จะให้ผมไปหาด่วนตอนนี้ เดี๋ยวนี้ มีเรื่องอะไรเหรอครับ ครับๆ ไม่ถามครับ ผมจะรีบไปครับ มีเรื่องด่วนอะไร ฮ้า หรือว่าบก.อยากให้เราไปนำเสนอการ์ตูนยาวอีก ต้องใช่แน่ๆ บก.ต้องอยากได้การ์ตูนของเราแล้วแน่ๆ”
ตฤณตื่นเต้น กระโดดโลดเต้น เชนกับตังตังเดินมาได้ยิน พลอยดีใจตามไปด้วย
“จริงเหรอ เห็นมั้ยว่านายทำได้ เรี่ยมเร้เรไรที่สุด เย้ๆๆ”
“ในที่สุด มนุษย์อะตอมที่กลางวันเป็นชาย กลางคืนเป็นหญิงก็ขายออกจริงๆ ด้วย เรี่ยมเร้เรไรจริงๆ”
“เดี๋ยว ใครจะขายมนุษย์อะตอมเวอร์ชั่นนั้น ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา”
“ต้องเอา ต้องเอา ต้องเอา”
เชนกับตังตังเถียงพร้อมกัน ตฤณเดินหนีเข้าบ้าน ยกมืออุดหู ปากก็ตะโกน
“ไม่เอาๆๆ”
เชนกับตังตังเดินตาม ตะโกนร้อง
“ต้องเอาๆๆ”

วิศวะเห็นแว่นสามมิติอันใหม่ที่มีหน้าตาเหมือนเดิมเป๊ะ
“แว่น3DDD อันใหม่ใส่กรอบเสร็จแล้ว" เจิดบอก
“อันแค่เนี้ย แล้วตะกี้ที่เห็นเลนส์ใหญ่ๆ หายไปไหนหมด”
“ยังอยู่ ใส่เข้าไปในกรอบอันเดิมเรียบร้อย แต่นี่ฉันเจียเลนส์ออกมาส่วนหนึ่ง เพื่อเอามาใช้พิสูจน์ผลลัพธ์ไงเล่า”
“แล้วเล็กขนาดนี้ ลุงจะสวมได้ยังไง”
“ฉันก็ไม่ได้คิดจะสวมอยู่แล้ว นะโม”
“No. No. No. No.”
“นะโมก็สวมไม่ได้หรอก แว่นไซส์แค่นี้มีแต่แมวเท่านั้นแหละที่สวมได้”
วิศวะบอก เจิดคิดได้

เวลาต่อมา เจิดกับวิศวะช่วยกันวิ่งไล่ต้อนจับแมวที่อยู่แถวนั้น
“แกดักมันไว้สิเว้ย อย่าให้มันหนี”
“รู้แล้วๆๆ อยู่เฉยๆ น้า ทูนหัวของบ่าว”
แมววิ่งหนีไป เจิดกับวิศวะวิ่งไล่แมว โวยวาย ทั้งสองโดดตะครุบจับแมว แต่พลาด กลายเป็นจับกบทั้งคู่ นอนแผ่หมดแรง ก่อนจะหันไปเห็นว่านะโมเคลื่อนออกมา วางจานลงกับพื้น แล้วเปิดกล่องนม เทนมใส่จานนั้น นะโมเปิดวิทยุในตัวเอง เป็นเสียงแมวร้อง สักพัก มีแมวเดินมากินนม เจิดกับวิศวะทึ่ง

“คือแบบ เป็นหุ่นยนต์ ไม่มีหัวใจ แต่มี สมอง”

แมวผู้เคราะห์ร้ายใส่แว่นตาเรียบร้อยแล้ว วิศวะอุ้มแมวนั้นอยู่หน้าทีวี พร้อมจะทำการทดสอบ พลางปลอบใจแมว
 
“แกจะเป็นตำนาน เป็นฮีโร่เพื่อมวลมนุษยชาติ เราจะไม่ลืมแกเลย”
“นะโม เริ่มเลย”
นะโมนับถอยหลัง
“5..4..3..2..1..Start”
นะโมกดเปิดหนัง ภาพในจอทีวีเป็นภาพจากหนังสงคราม วิศวะวางแมวลงที่หน้าจอทีวี แมวจ้องจอทีวีเขม็ง เจิดกับวิศวะลุ้นแว่นตา ทันใดนั้น แว่นที่ตาแมวก็ทำงาน เริ่มเปล่งแสง วิบๆ วับๆ แล้วเปลี่ยนสี ไล่เรียงเฉดสีไป ยิงเป็นเลเซอร์ออกมา
“แว่นหรือไฟเธค” วิศวะกระซิบ
“ฉันเป็นคนรักสนุก”
แล้วทันใด แมวขนตั้งฟู ขู่ฟ่อๆๆ ส่งเสียงดังมาก พร้อมกับแสงสุดท้ายจากแว่นตาที่สว่างจ้า แล้วแมวก็หายแว่บไปกับตา
“หายไปแล้ว” เจิดร้อง
“หายไปไหน” วิศวะตกใจ
“ในหนังน่ะสิ”
ทั้งคู่มองไปในจอ ทีแรกยังไม่เห็นแมว ก็แปลกใจ แต่แล้วเป็นจังหวะที่นักแสดงในหนังหันหลังมา ก็พบว่า แมวตัวนั้นเกาะหลังนักแสดงอยู่
“นั่นไง”
แมวในหนังวิ่งหนีกองทัพเข้ามาทางหน้าจอแล้วหายไป ทิ้งไว้แต่แว่น3DDD อันจิ๋วหล่นอยู่ตรงนั้น
“แมวเข้าไปในหนังแล้ว เราทำสำเร็จแล้ว ไชโยๆๆๆ”
เจิดกับวิศวะดีใจ กอดกันไปมา นะโมยืนไว้อาลัยให้แมว
“บุญรักษานะเจ้าเหมียว”
“พวกเราจะไม่ลืมแก” วิศวะบอก
“พวกเราจะจดจำชื่อของแกเอาไว้เล่าสู่กันฟังชั่วลูกชั่วหลานนะเจ้าเหมียว เอ๊ะ แล้วแกชื่ออะไร ช่างเถอะ ฮ่าๆๆ”
เจิดหัวเราะพอใจกับความสำเร็จ

ตฤณแต่งตัวใหม่เตรียมไปหา บก.ถือแฟ้มเอกสารผลงานของตัวเองออกมา พลางดูนาฬิกา จะรีบไปให้เร็ว เชนกับตังตังยืนรออยู่ เปลี่ยนชุดใหม่พร้อมแล้วเช่นกัน
“พวกเราไปด้วยค่ะ”
“ไม่ต้องไป อยู่เฝ้าบ้าน น้าจะรีบไปรีบกลับ บ.ก.โทรมาเร่งแน่ๆ หลบๆๆ ผมกำลังเดินทางอยู่ อ้าว วิศวะ อะไรนะ แว่น3DDD ใช้ได้แล้ว”
ตังตังกับเชนตาโตที่ได้รู้เรื่อง
“แว่น3DDD ซ่อมเสร็จแล้ว นายรีบพาพระเอกหนังเพื่อนของนายมาที่นี่เลย”
เจิดเดินออกมา
“ไอ้วิศวะ เดี๋ยวฉันมานะ ไปเที่ยวแป๊บ น้องเมียพันธุ์เอ็กซ์ หุๆๆๆ”
เจิดชูแผ่นหนัง
“เฮ้ย ไม่ได้ๆๆๆ”
วิศวะผวาไปถอดแว่นออกมา ถือแว่นหลบเจิด พลางพูดโทรไปด้วย
“อย่าหาเรื่อง เดี๋ยวมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาจะซวยกันหมด ไอ้ตฤณ แกรีบพาเพื่อนนายมาเร็วๆ เลย”
“เอ่อ เออๆ จะรีบไป แต่ฉันต้องไปหา บก.ก่อน”
“ไม่ได้ ต้องพาเชนไปหาน้าวิศวะก่อน”
“แต่นี่มันอนาคตของน้าเหมือนกัน”
“ไม่มีแต่ หรืออยากให้เชนอยู่กับเราตลอดไป เออ ก็ดีนะ เย้”
“ไม่ต้องเถียงกันๆ เอาอย่างนี้ นายก็ไปทำธุระของนายเถอะ เดี๋ยวเชนไปหาคุณวิศวะเอง เชนไปคนเดียวได้”
“เรี่ยมเร้เรไรไปเลย น้าตฤณจะไปไหนก็เชิญค่ะ”
ตฤณฮึดฮัดเดินออกไป
“เรารีบไปกันเถอะค่ะเชน”
“ยัง ตฤณไปได้ แต่เราไปไม่ได้”
“ทำไมคะ”

ตฤณเดินออกมานอกบ้าน รีบร้อน เห็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างจอดอยู่ รีบโบกและโดดขึ้นรถไป โดยไม่รู้ว่าคนขับคือคนของดร.อาทิตย์
ปวันส่องกล้องมองจากบนห้อง อยากจะห้ามตฤณ แต่ห้ามไม่ได้ คุยโทรศัพท์กับจ่าเจี๊ยบไปด้วย
“จ่า ฉันต้องการความช่วยเหลือด่วน มาหาฉันเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้แปลว่าเดี๋ยวนี้”
ภายในรถเก๋งคันหนึ่ง คนของดร.อาทิตย์ซุ่มอยู่ มองปวันไปด้วย สั่งการผ่านบลูทูธไปด้วย

นารีรับฟังรายงานอยู่ รีบรายงานบอกดร.อาทิตย์
“นายตฤณออกจากบ้านแล้วค่ะ”
“บอกพวกมัน งานนี้ ถ้าใครทำพลาด ฉันมีให้เลือก 2 ทาง ตายหรือเสียสติ”
นารีอึ้ง ดร.อาทิตย์ยิ้มร้าย

เชนบอกบางอย่างกับตังตัง ตังตังตกใจ
“มีคนซุ่มอยู่”
“ชู่ว์ๆ เชนรู้ตั้งแต่เมื่อคืนตอนที่สำรวจความปลอดภัยก่อนเข้านอนแล้ว แต่เชนไม่อยากบอกให้ทุกคนตื่นตระหนกจนพวกมันรู้ตัว และถ้าเชนเดาไม่ผิด ต้องเป็นคนของด็อกเตอร์อาทิตย์”
“อ้าว แล้วน้าตฤณออกไป ก็อันตรายสิ”
“ไม่หรอก เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่นายตฤณ แว่น3DDDต่างหากที่พวกมันต้องการ”
“แล้วงี้ พี่เชนจะออกไปหาน้าวิศวะยังไง ไม่ให้ถูกพวกมันสะกดรอยตาม”
“สายลับเชนไม่เคยอับจนหนทาง ขอแค่เรามีสติ เราจะพบว่าในวิกฤตย่อมมีทางออกเสมอ”
สมายล์ แมงกะพรุน โลมา กังฟูยืนเรียงราย พร้อมกับเรียกตังตัง
“ตังตัง”
“เพื่อนๆ”
พวกเด็กๆ ดีใจวิ่งปราดเข้าหากัน กรี๊ดกร๊าด เฮฮา จันทร์เจ้าตามเข้ามา
“สุดหล่อเชน พอดีลูกกังฟูคิดถึงเพื่อนๆ รบเร้าให้จันทร์เจ้าพามาเล่นกัน จันทร์เจ้าเลยต้องมาด้วย คุณเชนคงไม่ว่าอะไรนะคะ”
เชนอึ้งๆ ในตอนแรก แต่แล้วก็ตาโต คิดใช้จันทร์เจ้าขึ้นมาทันที
“ด้วยความยินดีเลยครับ ผมกำลังอยากเล่นกับพวกเด็กๆ พอดี”
ทุกคนกำลังเล่นวิ่งไล่จับ เชน จันทร์เจ้า และเด็กผู้หญิงกำลังวิ่งหนีกังฟู ซึ่งทำท่าเป็นผีดิบ ทุกคนกรีด
ร้อง หัวเราะกันอย่างปั่นป่วน ทั้งเสียงกรี๊ด ทั้งเสียงฝีเท้าตึงๆ
“หนีเร็วๆ ใครโดนผีดิบจับได้ ต้องกลายเป็นผีดิบนะ”
ทุกคนเล่นกันเฮฮา เชนเล่นไปด้วย เหลือบมองไปนอกบ้านเป็นระยะ เลยเสียจังหวะถูกกังฟูโผกอดเอาไว้
“จับได้แล้ว พี่เชนเป็นผีดิบ”
“สุดหล่อเชนเป็นผีดิบ ว้าย ฉันกลัวแล้ว อย่ากัดคอฉันเลย อย่ากัดนะคะ”

จันทร์เจ้าแสร้งทำหวาดกลัว แต่เดินเข้าหายื่นคอให้

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 7 (ต่อ)

คนของดร.อาทิตย์แอบมองอยู่ด้านนอกบ้าน เห็นบรรยากาศภายในบ้าน ได้แต่มึนงง ว่าพวกเชนสนุกอะไรกัน จังหวะนั้นก็มีมอเตอร์ไซค์ส่งพิซซ่ามาจอดที่หน้าบ้าน คนส่งพิซซ่ากดกริ่ง
 
“พิซซ่าครับ”
พวกเด็กๆ ชะงักพร้อมกันทันที
“พิซซ่ามาแล้วว”
พวกเด็กๆ หยุดเล่นชั่วคราว รีบไปรอรับพิซซ่า ตื่นเต้นดีใจ
“รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันไปหยิบเงินมาให้”
จันทร์เจ้าวิ่งเข้าไป พวกเด็กๆ เอาพิซซ่าไปรุมกินกัน เชนมองคนส่งพิซซ่าหัวจรดเท้า เด็กส่งพิซซ่างงๆ ตังตังเดินเข้ามาหาเชน
“น้าเชนคิดอะไรอยู่”
“ตังตัง จำคุณสมบัติของสายลับได้ใช่ไหม ต้องทำตัวเป็นปกติ ไม่ให้มีพิรุธ ทำได้มั้ย”
“สบาย”
“จัดไป”

คนของดร.อาทิตย์ซุ่มอยู่ มองๆ ไป สักพัก เห็นเด็กส่งพิซซ่าเดินออกมาขึ้นรถของตัวเอง คนของดร.อาทิตย์พยายามมองๆ
“พี่ๆ ไอ้เด็กส่งพิซซ่าคนนี้ ทำไมมันดูกำยำขึ้น ตะกี้ผมว่ามันดูผอมกว่านี้นะ”
“จริงเหรอวะ”
สมุนพยายามเพ่งมอง แต่อยู่ๆ ตังตังนำทีมพวกเด็กๆ และจันทร์เจ้าออกมายืนโบกมือส่งเด็กส่งพิซซ่าบังมิด
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง เดินทางดีๆ นะคะ รักนะคะ จุ๊บๆ”
พวกสมุนพยายามชะเง้อมอง แต่ไม่เห็น สักพัก คนในรถมองกระจกมองหลัง เห็นเชนปีนรั้วโดดลงมา แล้วรีบเดินหนีไป
“เฮ้ย มันไปด้านหลังแล้ว ตาม”
คนของดร.อาทิตย์รีบออกรถตามไป

เด็กส่งพิซซ่าที่ขี่รถออกมาก็คือเชนนั่งเอง เชนจอดมอเตอร์ไซค์ ถอดแจ็คเก็ตวางทิ้งไว้ แล้วรีบวิ่งหนีไปต่อ โดยไม่รู้ว่า ตรงนั้นมีรถที่จอดอยู่อีกคัน ภายในรถคือปวันกับจ่าเจี๊ยบที่ซุ่มอยู่
“ตามไปเลยมั้ยครับ”
“เรียกมาวันนี้ ตามพรุ่งนี้ก็ได้”
“ประชดประชันตลอดเวลา วันใดขาดเจี๊ยบแล้วจะรู้สึก”
“เงียบน่าจ่า รีบไป”
จ่าเจี๊ยบออกรถ บ่นอุบอิบ

เด็กส่งพิซซ่าในชุดของเชนวิ่งหนีมาจากอีกด้าน แล้วอ้อมกลับมาที่รถมอเตอร์ไซค์ที่เชนจอดทิ้งไว้ เด็กส่งพิซซ่ารีบไปที่รถทันที พวกสมุนที่ขับรถตามมา ถึงกับอึ้ง รีบลงจากรถ วิ่งพุ่งเข้ามากระชากถาม
“แกหลอกฉัน ไอ้เชนไปไหน มันไปไหน”
“ไปอุดรครับพี่ เขาบอกผมว่าจะไปอุดร”
“อุดรบ้านแกดิ ไอ้บ้าเอ๊ย”
สมุนหงุดหงิดมาก

นารีวางสาย อึ้ง ซีด ดร.อาทิตย์จ้องรอฟังคำตอบอยู่
“นายตฤณไปที่หนังสือพิมพ์คมคิดลึก เรื่องงานของมัน ส่วนสายลับเชน เอ่อ คนของเราถูกมันหลอกค่ะ”
ดร.อาทิตย์ได้ยินแล้วแค้น
“สายลับเชน มันมีปัญญาเป็นอาวุธ ไอ้สายลับเชน”
ดร.อาทิตย์วางมือบนโต๊ะ แก้วน้ำที่วางบนโต๊ะ แตกเองด้วยพลังจิต

ตฤณวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในสำนักพิมพ์ ประตูลิฟต์กำลังจะปิด
“รอด้วยครับ รอด้วย”
ตฤณตะโกนบอกแล้ววิ่งหน้าตั้งมา แต่ไม่ทัน ประตูลิฟต์ปิดลง ตฤณเสียดาย ยืนหอบอยู่หน้าประตู แต่แล้วประตูลิฟต์ก็เปิดออกอีกครั้ง ตฤณยิ้มดีใจ บอกคนข้างใน
“ขอบคุณครับ”
ตฤณเอ่ยแค่นั้นแล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่า บารมีกับเจนจิรายืนอยู่ ตฤณอึ้ง เจนจิราแปลกใจ ขณะที่บารมีมองตฤณ ยิ้มๆ เหยียดๆ พอเห็นตฤณไม่เข้ามา บารมีก็กดปิดลิฟต์ ตฤณเห็นประตูกำลังจะปิด ก็รีบพรวดพราดเข้ามา โดนประตูกระแทกที่ไหล่ ตฤณขยับจะออก บารมีก็แกล้งกดปิดอีก ประตูเลยปิดกระแทกตฤณอีก ตฤณขยับออก บารมีรีบกดปิดลิฟต์ทันที
“เฮ้ย ไอ้”
ลิฟต์ปิดสนิท ตฤณยืนค้างอยู่กับที่ มองตัวเลขชั้นที่ลิฟต์เลื่อนขึ้นไป เขารีบกดปุ่มให้ลิฟต์อีกตัวลงมา
“มันมาทำไมวะ”

มอเตอร์ไซค์รับจ้างแล่นมาจอดหน้าร้านวิศวะ เชนรีบก้าวลงมา จะวิ่งเข้าไปในร้าน แต่คนขับเรียกไว้ก่อน
“พี่ๆ อย่าเนียน ค่ารถผม”
“ขออภัย พี่รีบ”
เชนควักเงินที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงส่งให้ เป็นแบงค์ยี่สิบสี่ใบ ล้วงกระเป๋าอีกข้างเป็นเหรียญบาท ส่งให้คนขับ
“ไม่ต้องทอน ไอ้น้องชาย”
เชนตบไหล่คนขับเหมือนสนิทกัน แต่คนขับหลังแทบหัก มองเงินในมือ ขณะที่เชนกำลังจะเข้าไปในร้าน
“เดี๋ยวพี่”
เชนหันกลับมา
“ขาดสี่บาท”
เชนชะงัก ไม่คิดว่าเงินไม่พอ ตบๆ ที่กระเป๋า ไม่เหลือเงินแล้ว
“หยวนๆ น่า”
“หยวนไม่เอาพี่ เอาเงินบาทไทย”
“น้องเป็นคนตลกนะ”
เชนหัวเราะ แต่คนขับไม่ขำ จ้องหน้าเขาเขม็ง เชนเลยชะงัก
“โอเค งั้นรอแป๊บ”
เชนวิ่งหายเข้าไปในร้าน รถปวันมาจอดต่อหลังมอเตอร์ไซค์ไปไม่ไกล
“เข้าไปข้างในแล้วเจ๊ เอาไงต่อดี”
“ตามสิ”
ปวันเปิดประตู ก้าวลงไป จ่าเจี๊ยบตามลงมา แต่พอปวันเดินไปได้หน่อย เชนก็วิ่งออกมาจากร้าน ปวันตกใจ รีบวิ่งกลับมาหลบข้างๆ รถ ส่วนจ่าเจี๊ยบก็กระโดดกลับขึ้นรถ หวุดหวิดก่อนเชนจะเห็น
 
เชนวิ่งเอาเงินสี่บาทมาให้ คนขับนับอย่างตั้งใจ พอครบก็พยักหน้าให้ แล้วขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป

เชนจะหมุนตัวไปที่ร้าน แต่ก็สังเกตเห็นบางอย่างตามสัญชาตญาณ เขาหันขวับกลับมายังรถที่จอดอยู่ เหมือนเห็นการเคลื่อนไหว เลยเดินเข้าไป
 
ปวันแอบอยู่ข้างๆ รถด้านคนขับ ส่วนจ่าเจี๊ยบก็ย่อตัวแนบๆ กับเบาะ เชนมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ย่องมาช้าๆ จังหวะที่เชนกำลังจะเห็น ก็มีเสียงวิศวะเรียกไว้เสียก่อน
“เชน”
เชนชะงัก หันกลับไป เห็นวิศวะยืนอยู่หน้าร้าน กวักมือเรียก
“ทำไรอ่ะ รีบเข้ามาสิ”
เชนมองที่รถอีกครั้ง แต่วิศวะก็เรียก เขาเลยเดินไปหาวิศวะ ปวันกับจ่าเจี๊ยบโล่งอก เพราะยังไม่อยากให้เชนรู้ว่าสะกดรอยตามมา

ตฤณออกมาจากลิฟต์ ก้าวยาวๆ เดินมองหาบารมีกับเจนจิราแต่ไม่พบ เขาเดินถึงห้องบก. ผลักประตูเข้าไป ถึงกับผงะ นิกรนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน โดยมีบารมีและเจนจิรานั่งที่เก้าอี้รับแขก
“นายมาทำไม”
บารมีเงียบ ไม่ตอบตฤณ เจนจิรานั่งก้มหน้า
“บก.ครับ นายแพทย์บารมีมาที่นี่ทำไมครับ”
นิกรไม่ตอบ แต่เหลือบมองบารมีแบบเกรงใจ
“โห บก. ทำไมบก.หงออย่างนี้อ่ะ ที่นี่ถิ่นใครให้มันรู้ซะบ้าง”
“ไอ้ตฤณ”
“ยังไง บก.จะให้ผมด่ามันแทนให้ไหม ได้ จัดไป”
ตฤณฮึกเหิมมาก ถกแขนเสื้อขึ้น เดินมุ่งไปหาบารมี แต่นิกรเรียกไว้
“มาเอานี่ไป”
นิกรหยิบซองจดหมายสีขาวจากลิ้นชัก แล้วโยนลงบนโต๊ะ ตฤณแปลกใจ
“โอ๊ะ บก.ให้เงินค่าการ์ตูนล่วงหน้า เพื่อเป็นทุนให้ผมคิดมุกการ์ตูนล้อเลียนสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่แปลกๆ ใหม่ๆ หรือครับ ขอบคุณนะครับ ไม่อยากเชื่อเลย”
ตฤณบอกอย่างกระตือรือร้น รีบหยิบซองขึ้นมา เหลือบไปทางเจนจิรา แบบอวดๆ ว่าเขาเก่ง เจนจิรามองตฤณนิ่งๆ นิกรหนักใจ ส่วนบารมีแอบยิ้ม ตฤณเปิดซอง เห็นเป็นจดหมายก็แปลกใจ หยิบออกมาอ่าน แล้วหน้าก็เปลี่ยนจากยิ้มๆ เป็นอึ้งๆ ตกใจ
“เชื่อเถอะ”
“บก.หยิบซองผิดหรือเปล่าเนี่ย”
“ไม่ผิด ฉันไล่แกออก”
ตฤณอึ้ง ช็อค ไม่เชื่อ หน้าเสีย แต่ก็ยังทำใจดีถามออกไป
“บก.ล้อเล่นแน่ๆ อยากลองใจผมใช่ไหม หรือว่า มีรายการอะไรมาแอบถ่าย”
ตฤณหันมองรอบตัว สำรวจว่ามีกล้องซ่อนอยู่หรือไม่ พอเห็นกล้องวงจรปิดมุมห้อง ก็โบกไม้โบกมือให้
“วู้ ผมจับได้แล้วนะ ผมรู้ว่าคุณอยู่ตรงนั้น เลิกเล่นได้แล้ว โห มุกกระจอกอ่ะ ผมไม่เชื่อหรอก”
บารมีส่ายหน้าอย่างเวทนา
“คนบางคนก็น่าสงสาร อยู่ในโลกจินตนาการมากเกินไป เลยแยกไม่ออกว่าอันไหนมโน อันไหนความจริง”
บารมีว่าเยาะๆ เจนจิราเหลือบมองบารมี หน้าเครียด ตฤณหันมองบารมีทันที
“นายยุ่งอะไรด้วย”
ตฤณต่อว่า บารมียิ้มๆ มองหน้าสะใจ ตฤณนึกได้
“หรือว่าฝีมือนาย นายโกรธที่ฉันวาดรูปล้อนายใช่ไหม นายเลยบอกให้บก.ไล่ฉันออก บก. มันขู่ว่าอะไร มันจะฟ้องเราใช่ไหม บก.ไม่ต้องไปกลัว เราโดนขู่มาตั้งเท่าไร ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย บก.อย่าไปบ้าจี้ตามมันดิ บก.ก็ชอบที่ผมวาดไม่ใช่เหรอ ยังหัวเราะด้วยกันอยู่เลย”
“สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว”
“เปลี่ยนไปไง”
นิกรหยิบหนังสือพิมพ์บนโต๊ะมาเปิดหน้ากลาง เป็นโฆษณาบารมีคลินิกทั้งหน้า แล้วกางใส่หน้าตฤณทันที
“คลินิกของคุณหมอบารมี สปอนเซอร์หน้ากลางต่อเนื่องทั้งปี”
“เอ๊ย บก. ทำงี้ได้ไง บก.ยอมให้อำนาจเงินครอบงำ บก.ได้ไง อุดมการณ์ของบก.ไปอยู่ไหน”
“อยู่ที่เดิมนั่นแหละ”
ตฤณอึ้ง ตกใจ เหมือนฟ้าถล่มมาตรงหน้า นิกรพูดเบาๆ ให้ได้ยินแค่ตฤณ
“สายน้ำเปลี่ยนใจปลา สปอนเซอร์โฆษณาเปลี่ยนใจบก. แกต้องเข้าใจ มันเป็นวิถีแห่งชีวิต”
“วิถีแห่งชีวิตบ้าบออะไร”
“ง่ายๆ ระหว่างนักเขียนไส้แห้งที่ชอบสร้างปัญหา กับสำนักพิมพ์ที่มีพนักงานคนอื่นๆ อีกร้อยชีวิต ผู้นำที่ดีก็ต้องเลือกผลประโยชน์ของส่วนรวมอยู่แล้ว แต่ก็เข้าใจนะถ้านายจะไม่เก็ท เพราะคนอย่างนายคงไม่เคยเป็นผู้นำใคร”
บารมีด่าตฤณอีก ตฤณของขึ้น โกรธมาก ตั้งใจจะเอาเรื่องบารมี แต่นิกรรีบดึงแขนไว้
“ไอ้ตฤณ อย่ามีเรื่อง กลับไป ไปสงบจิตสงบใจซะ ถ้านายทำอะไรเขา นายไม่มีปัญญาจ่ายค่าเสียหายแน่”
นิกรเตือน เปิดประตูแล้วโยนตฤณออกไป ตฤณโกรธจัด กำมือแน่น นิกรปิดประตูใส่หน้าตฤณ หันกลับมา บารมีลุกขึ้นยืน ตบมือให้
“สงสัยผมคงต้องลงโฆษณาหนังสือของบก.ต่อสักสามปี”
“ยินดีครับยินดี”

สองคนจับมือกัน ยิ้มๆ บารมีหันมาทางเจนจิรา ให้เจนจิรายิ้มยินดีกับตนด้วย เจนจิราฝืนยิ้มให้ แต่ก็แอบเหลือบมองไปที่ประตู เป็นห่วงตฤณ
 



ตฤณผลักประตูสำนักพิมพ์ออกมาด้านนอก หน้าบึ้งตึง หงุดหงิด โมโห หยุดยืนอยู่หน้าประตู กำมือแน่น
 
อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อระบายความโกรธ มองกลับเข้าไปข้างใน อยากกลับไปจัดการ แต่ก็ยังมีสติ ระงับอารมณ์อยู่บ้าง เลยยืนอยู่อย่างนั้น ประตูเปิดออก จังหวะที่ตฤณหันกลับไปเพื่อมองด้านในอีกครั้ง บารมีกับเจนจิราเดินออกมาพอดี บารมีประหลาดใจ
“ยังอยู่อีกเหรอ คิดว่าจะวิ่งร้องไห้กลับไปซะแล้ว”
ตฤณกำมือแน่นขึ้น จ้องบารมี
“แน่จริงก็มาสู้กันตัวต่อตัวสิวะ ใช้เงินซื้อชัยชนะแบบนี้มันไม่ใช่ลูกผู้ชายเลยนี่หว่า”
“ฉันไปสู้รบตบมืออะไรใคร ดู ฉันไม่มีเขี้ยวเล็บอะไรสักหน่อย จริงไหมจ๊ะที่รัก”
เจนจิราทำหน้าไม่ถูก ตฤณหันมองเจนจิรา คิดว่าเธอมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ มองเจนจิราอย่างตัดพ้อ
“เจน เกลียดกันนักหรือไง ถึงกับต้องรุมกดดันกันให้ไม่มีที่ยืนเลยหรือ”
“เขาไม่ได้รู้”
เจนจิราขยับจะบอกว่าตนไม่เกี่ยว แต่บารมีชิงตอบ
“เราสองคนจะต้องรุมนายทำไม ในเมื่อนายก็ล้มเหลวด้วยตัวเองเป็นปกติอยู่แล้ว”
บารมีถากถาง แล้วโอบไหล่เจนจิรา
“ไปกันเถอะจ้ะ เรามีงานต้องทำอีกเยอะ”
เจนจิราขืนตัวไว้โดยไม่รู้ตัว มองหน้าตฤณ อยากจะอธิบาย บารมีเห็นก็รีบดักคอ
“ที่รักคะ เราไปสร้างอนาคตที่สดใสของเรากันดีกว่าค่ะ อย่าไปยุ่งกับไอ้พวกขี้แพ้ชวนตีเลยเนอะ”
บารมีจงใจยั่วตฤณ ยักคิ้วแบบเย้ยๆ จะพาเจนจิราเดินจากไป ตฤณทนไม่ไหว จับไหล่บารมีให้หันกลับมา แล้วต่อยหน้าไปหนึ่งหมัดอย่างแรง บารมีถึงกับเซไป เจนจิราตกใจ
“คุณบารมี”
เจนจิราเข้าไปประคองบารมี ตฤณเห็นภาพนั้นก็เจ็บปวด มองอย่างตัดพ้อ เสียใจ บารมีจับจมูกตัวเอง ร้องครวญ
“จมูกผมๆ เจน จมูกผมเป็นยังไงบ้าง”
บารมีโวยวายมัวแต่ห่วงจมูก เจนจิราหันไปต่อว่าตฤณ
“ทำไมตัวเองต้องทำรุนแรงอย่างนี้ด้วย ตัวเองเป็นนักเลงตั้งแต่เมื่อไหร่”
ตฤณตะลึงที่เจนจิราว่าเขาแบบนั้น เลยพูดประชด
“เขาเป็นนักเลงตั้งแต่วินาทีนี้เลย เขาจะเลวให้สุดๆ ไปเลย ต่อไปนี้ เขาจะไม่ไปให้ตัวเองเห็นหน้าอีกต่อไป เชิญเตงอยู่กับสิ่งจอมปลอมไปเลย”
บารมีจับจมูกตัวเอง เลือดกำเดาออก แต่แอบยิ้ม เจนจิราตะลึงกับสิ่งที่ตฤณพูดออกมา ตฤณผลุนผลันออกไปทันที เจนจิราน้ำตาไหล ตั้งแต่รู้จักตฤณมา ไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้

ภายในห้องลับร้านวิศวะ เจิดถือแว่น ชูขึ้นฟ้า ประกาศก้อง
“แว่นตา 3DDD สิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์แห่งศตวรรษ ในที่สุดก็กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง”
เชนกับวิศวะยืนดู พร้อมใจกับตบมือให้ ร้องเฮดีใจ เชนเข้าไปกอดเจิดด้วยความปลาบปลื้มยินดี เจิดยังชูมือโชว์แว่นอยู่ เชนรัดเจิดจนแทบหายใจไม่ออก ตบหลังเจิดดังแอ่กๆ
“เฮ้ย เบาๆ แว่นๆ”
เชนกอดเจิดแรงจนเจิดทำแว่นหลุดจากมือ ร่วงสู่พื้น
“เฮ้ย”
ก่อนแว่นจะตกถึงพื้นแตก เชนก็เข้ามารับแว่นไว้ได้ทัน ทั้งสามเป่าปากโล่งใจ
“เกือบไปแล้วไหมล่ะ” เจิดโล่งอก
เชนลุกขึ้นยืนปาดเหงื่อแล้วหันมากอดคอวิศวะ
“พวกคุณเป็นผู้มีพระคุณของเชน เชนขอบคุณมาก เชนจะไม่ลืม เชนให้คำมั่น เชนจะตอบแทนด้วยชีวิต”
เชนประกาศอย่างจริงจัง กอดๆ เขย่าๆ สองคนในอ้อมแขน เจิดพยายามดึงมือเชนออก ส่วน
วิศวะก็จะหายไม่ออก เพราะเชนรัดคอแน่น
“แต่ตอนนี้ไว้ชีวิตเราก่อนได้ไหม”
เชนเพิ่งรู้ตัว รีบปล่อยมือ วิศวะไอค่อกแค่ก เชนมองแว่น ตาเป็นประกายด้วยความสุข
“เชนจะได้กลับบ้านแล้วจริงๆ ใช่ไหม”
“เพื่อความแน่ใจ”
“เราจะทดลองให้ดู”

วิศวะหยิบแว่นที่เคยให้แมวทดลองใส่ มาอวด เชนมองแว่นในมือวิศวะงงๆ ส่วนวิศวะกับเจิดยิ้มๆ ให้กัน

ปวัน ที่นั่งอยู่ในรถหน้าร้านวิศวะ
 
“ฉัน จะ ไม่ รอ แล้ว”
ปวันโวยเสียงดัง เพราะทนดักซุ่มไม่ไหว จ่าเจี๊ยบถือกล้องส่องทางไกล คอยแอบดูความเคลื่อนไหวในร้านวิศวะ รีบหันมา
“จะกลับเหรอเจ๊”
“จะบุกต่างหากล่ะ”
ปวันทำท่าจะลงจากรถ จ่าเจี๊ยบดึงๆ ไว้
“เดี๋ยว เจ๊ใจเย็น บุกเข้าไปไก่ก็ตื่นหมดดิ”
“ตื่นก็ดี จะได้รู้สักทีว่าเขาทำอะไรอยู่ จ่ารออยู่ที่รถ ถ้าสิบนาทีฉันยังไม่ออกมา จ่าเรียกกำลังเสริมได้เลย”
“ไม่เอาๆ มาด้วยกัน ไปด้วยกันซี่”
ปวันคิดนิดหนึ่ง แล้วพยักหน้า
“ก็ได้ แต่ต้องระวังตัวด้วย เพราะไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง”
“รับทราบครับผม”
จ่าเจี๊ยบตะเบ๊ะ ปวันมองไปที่ร้านวิศวะ หน้าตามุ่งมั่น

เชนจับตาดูการทดลอง เจิดเตรียมทีวี เตรียมซีดี หันหาวิศวะ
“แมวอยู่ไหนล่ะ”
“วันนี้ไม่มีแมว มีแต่หนู”
“ไหนล่ะหนู”
“หนูเอง” วิศวะบอก
เจิดกับเชนมองวิศวะแปลกใจ
“ผมรอเวลานี้มานาน ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งในความมหัศจรรย์นี้”
วิศวะคุกเข่าข้างหนึ่งลง อ้อนวอน
“ได้โปรดเมตตา ให้ศิษย์ได้ทดลองด้วยเถอะนะท่านอาจารย์”
เจิดลังเล มองเชน
“ไปแล้วกลับมาได้ใช่ไหม” เชนถาม
“ไม่ได้” วิศวะตอบ
“อ้าว”
“ล้อเล่น”
“รุ่นนี้แล้ว ไม่มีไปแล้วไปลับ ถ้าอยากกลับต้องได้กลับทุกคน”
เจิดบอกอย่างมั่นใจ เชนมองวิศวะที่คุกเข่า ครุ่นคิด

ปวันสวมหมวกใส่แว่นพรางตัว ผลักประตูเข้ามาในร้าน กวาดตามองไปรอบๆ ไม่เห็นใคร เดินเข้ามาข้างใน สังเกตทุกอย่าง แล้วก็แปลกใจเพราะเห็นอุปกรณ์หน้าตาประหลาดเต็มไปหมด
“นี่มันร้านขายอะไรกันแน่เนี่ย”
ปวันถาม แต่ไม่มีเสียงตอบจากจ่าเจี๊ยบ เธอหันกลับไป เห็นจ่าเจี๊ยบกำลังทำท่าลับๆ ล่อๆ วิ่งไปหลบหลังเสา หลบหลังตู้
“จ่าเจี๊ยบ เดินดีๆ สิ”
“เรามาสืบ เราก็ต้องทำตัวให้เหมาะกับการเป็นสายสืบ”
“โอ๊ย ยิ่งมีพิรุธป่ะเนี่ย”
ปวันเหนื่อยใจ จ่าเจี๊ยบยังทำตัวลับๆ ล่อๆ แต่เพราะออกลีลามากเกินไป จ่าเจี๊ยบเลยไปชนกับตุ๊กตาเซรามิก ที่อยู่บนตู้ ปวันหันมาเห็น จังหวะที่ตุ๊กตากำลังจะตกลงมา
“เอ๊ย”

ภายในห้องลับ เจิดเตรียมการทดลอง ตรวจสอบสภาพแว่น เช็คเครื่องเล่นซีดี วิศวะเตรียมกล้องวิดีโอ ตั้งใจจะบันทึกภาพนาทีสำคัญของตัวเองเอาไว้ เชนยืนรอดู แต่แล้วก็ได้ยินเสียงร้องของปวันกับจ่าเจี๊ยบแว่วมา เชนเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ตั้งท่าเตรียมพร้อมระแวดระวัง
“ได้ยินเสียงอะไรไหม”
วิศวะกับเจิดหันมองเชน เชนท่าทางตื่นตัวมาก

ปวันรับตุ๊กตาที่กำลังจะตกได้ เธอมองจ่าเจี๊ยบคาดโทษ จ่าเจี๊ยบไหว้ขอโทษ ปวันจุ๊ปาก ไม่ให้จ่าเจี๊ยบพูด
ปวันวางตุ๊กตาที่เดิม เบามือ เคลื่อนไหวแบบไม่มีเสียง หันกลับมา เห็นจ่าเจี๊ยบกำลังเล่นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่ง ปวันมองดุๆ จ่าเจี๊ยบเลยยอมผละจากมา แต่พอเดินไปอีกหน่อย ก็เจอสิ่งประดิษฐ์อีกชิ้นเป็นเหมือนราวเหล็กตากเสื้อ ที่เป็นวงกลม แล้วมีอุปกรณ์เหมือนกล้องถ่ายรูปพร้อมแฟลช แขวนอยู่ สี่กล้องสี่มุม จ่าเจี๊ยบอ่านป้ายที่แปะไว้

“360 แอคชั่น กดตรงนี้”

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 7 (ต่อ)

จ่าเจี๊ยบพาซื่อ กดตามที่เขียน ทันใดนั้นอุปกรณ์ก็ทำงาน ราวหมุนได้ กล้องเริ่มถ่ายรูป มีแสงแฟลชสว่างวาบๆ ยิงใส่ต่อเนื่อง
 
ปวันตกใจ ขณะที่จ่าเจี๊ยบรีบปัดป้องตัวเอง ไม่ให้ถ่าย แสงแฟลชเข้าตา จ่าเจี๊ยบถอยร่นหลับตา ไม่ทันระวัง ไปชนกับถังขยะอลูมิเนียม เหยียบตรงที่เหยียบพอดี ฝาเปิดออก มีเสียงร้องแบบหุ่นยนต์
“อย่าลืมแยกขยะ อย่าลืมแยกขยะ ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง”
จ่าเจี๊ยบตกใจ รีบดึงเท้าออกมา แต่ฝาถังไม่ยอมปิด ส่งเสียงอยู่อย่างนั้น จ่าเจี๊ยบเงอะงะ ไม่รู้จะทำอะไร ปวันวิ่งเข้ามา
“ปิดสิจ่า”
“ปิดไงอ่ะ”
จ่าเจี๊ยบร้อนรน มองหาปุ่มปิด ก้มลงไปพยายามดึงฝาลง แต่เสียงก็ยังดังอยู่ จ่าเจี๊ยบไม่รู้จะทำอย่างไร เลยทุบๆ ไปหลายที ถังขยะเริ่มพัง เสียงเริ่มยานคาง แต่ยังไม่เงียบ จ่าเจี๊ยบเห็นปลั๊กไฟด้านหลัง ก็เลยไปดึง แต่พอจับโดนสายไฟ ถังขยะที่เริ่มช็อตก็ทำให้จ่าเจี๊ยบโดนไฟดูด
จ่าเจี๊ยบสั่นกึกๆ ปวันตกใจ เห็นท่าไม่ดี นึกขึ้นได้ รีบยกมือไหว้ขอโทษจ่าเจี๊ยบก่อน แล้วถีบจ่าเจี๊ยบ จ่าเจี๊ยบกระเด็นไป ไม่โดนอะไร แต่มีเสียงโครม เชนได้ยินเสียงอีกครั้ง
“นั่น เสียงนั่น ข้างนอกมีการเคลื่อนไหว มีคนอยู่ เชนต้องออกไปดู”
เชนส่งแว่นให้เจิด ผลุนผลันไป วิศวะกับเจิดห้ามไม่ทัน

ประตูลับกำลังเคลื่อนไหว ปวันเห็นตกใจ รีบดึงจ่าเจี๊ยบให้หลบ ประตูเปิดออก เชนออกมา กวาดตามองไปรอบๆ ไม่เห็นใคร เสียงวิศวะแว่วออกมา
“คงเป็นนะโมแหละ ไม่มีไรหรอก เข้ามาเถอะ จะได้เริ่มทดลอง”
วิศวะเรียก เชนลังเล กวาดตามองอีกครั้ง ไม่เห็นอะไรผิดปกติ เลยยอมกลับเข้าไป พอประตูปิด ปวันกับจ่าเจี๊ยบ ถอนหายใจโล่งอก จ่าเจี๊ยบกำลังมึนๆ เพราะโดนไฟช็อตด้วย โดนถีบด้วย ปวันไม่ได้สนใจจ่าเจี๊ยบ แต่สนใจที่เชนออกมา มองไปที่ประตูลับ
“ทำไมต้องมีห้องลับ แล้วทดลองอะไร”
“ทดลองลับ ทดลองลับ”
เสียงนะโมพูดขึ้น ปวันทำเสียงดุ ไม่หันกลับไปมอง
“ก็รู้แล้วว่าลับ จะกวนกันหรือไงจ่าเจี๊ยบ”
“เจี๊ยบไม่ได้พูด”
ปวันหันกลับมา มองจ่าเจี๊ยบ ก่อนจะมองเลยไปด้านหลังจ่าเจี๊ยบ จ่าเจี๊ยบหันไปบ้าง เห็นหุ่นยนต์นะโมยืนอยู่พร้อมกระทะในมือ ปวันกับจ่าเจี๊ยบตกใจ
“หุ่นยนต์เหรอ”
“ไม่ใช่หุ่นยนต์” นะโมเถียง
“หุ่นยนต์ชัดๆ”
“ไม่ใช่”
“หุ่นยนต์”
นะโมโกรธ ส่งสัญญาณเตือนดัง
“มีผู้บุกรุก มีผู้บุกรุก”
ปวันกับจ่าเจี๊ยบตกใจ ปวันรีบกระโดดตะครุบตัวนะโมพยายามปิดปาก แต่เสียงยังดังอยู่ มองหาลำโพง รีบเอามือปิด สั่งจ่าเจี๊ยบ
“จ่า หาปุ่มปิดดิ”
“ปิดอีกล่ะ เดี๋ยวก็เป็นแบบเมื่อกี้”
“เร็วๆ จ่า”
ปวันเร่งเร้า จ่าเจี๊ยบหาปุ่มปิดก้มๆ เงยๆ นะโมหลบได้ ปวันก็ต้องตามปิดลำโพง กระโดดเกาะหลัง อีรุงตุงนังกันสองคนกับหนึ่งหุ่นยนต์ จ่าเจี๊ยบเห็นปุ่มหนึ่ง อยู่ใต้ๆ
“ปุ่มนี้แหละมั้ง”
จ่าเจี๊ยบกดลงไป นะโมก็ฟาดกระทะใส่หัวจ่าเจี๊ยบทันที จ่าเจี๊ยบมึนๆ เห็นดาว ก่อนจะล้มหน้าคว่ำ เป็นจังหวะที่ประตูห้องลับเปิดออกพอดี เชนยืนอยู่ตรงประตู เห็นจ่าเจี๊ยบกำลังร่วงสลบต่อหน้า เงยหน้ามาเห็นปวันกำลังเกาะหลังนะโมอยู่ สองคนพอเห็นกันและกันก็ตกใจ
“คุณปวัน”
ปวันเห็นเชน มองเลยเข้าไปเห็นวิศวะกำลังยืนอึ้ง และที่อยู่หลังสุดคือเจิด ปวันจำเจิดได้ทันที
“เจิด พันแสง”

เจนจิราพยุงบารมีเข้ามาในห้องทำงานของเขาที่คลินิค บารมียังโอดครวญว่าเจ็บ กุมหน้าเอาไว้
เจนจิราพามานั่งที่โซฟา จะไปหาน้ำแข็งมาประคบให้ แต่บารมีร้องบอก
“ไม่ต้องประคบ เจนไม่ต้อง ขอกระจกให้ผม กระจกบานใหญ่ๆ”
เจนจิราชะงัก มองหากระจก เห็นกระจกเงาตั้งพื้น ความสูงเท่าตัวคนที่ตั้งอยู่ข้างๆ โต๊ะทำงาน เธอเดินไปเลื่อนมาให้ พอใกล้ถึงบารมี บารมีก็ลุกพรวดขึ้นแล้วส่องกระจก แทบจะแนบหน้าไปที่กระจก เพื่อดูว่าจมูกตัวเองเบี้ยวหรือเปล่า
“โอเคไหมคะ”
“ก็โออยู่ แต่ถ้าไอ้ตฤณมันชกผมอีกหมัด มันได้กินข้าวแดงในคุกแน่ เพราะผมไม่มีทางยอมความให้มันเด็ดขาด”
บารมีเสียงจริงจัง ก่อนจะผละออกมาจากกระจก ทรุดตัวนั่งที่โซฟา

“คุณอย่าถือสาเขาเลยนะคะ ตฤณเขาคงโกรธมากจนขาดสติ”

บารมีเงยหน้ามองเจนจิรา รู้สึกว่าเธอกำลังปกป้องตฤณ และใช้น้ำเสียงต่อว่าเขา ที่เป็นสาเหตุให้ตฤณโกรธ ขณะที่เจนจิราไม่รู้ตัวเลย
 
“แต่เขาทำผมเจ็บนะ”
บารมีแกล้งยกมือขึ้นกุมหน้าอีก ร้องครวญ เพื่อเรียกคะแนนสงสารจากเจนจิรา
“โอย ปวดไปทั้งหน้าแล้วเนี่ย ที่รัก ช่วยมาดูหน่อยสิคะ”
บารมีอ้อน เจนจิรารีบนั่งลงข้างๆ พยายามดูหน้าให้บารมี
“ก็คุณไม่ยอมประคบน้ำแข็งนี่คะ ไหน ขอฉันดูสิ”
เจนจิรายื่นหน้ามาดูใกล้ๆ จับหน้าบารมีไว้ บารมีทำเป็นร้องโอดโอย เห็นเป็นโอกาสอันดี จับมือเจนจิรากลับ ขยับหน้าเข้าไปใกล้ๆ ด้วย เจนจิรารู้ว่าบารมีเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ เธอเลยค่อยๆ เอนหัวไปด้านหลังเพื่อหลบ แต่บารมีก็โน้มหน้ามา เหมือนพยายามจะจูบเธอ เจนจิรารีบหาทางบ่ายเบี่ยง
“อุ้ย ที่แก้มคุณ”
เจนจิราทำเป็นมองหน้าบารมีแล้วอุทานด้วยความตกใจ ได้ผล บารมีชะงักไป
“แก้มผมทำไม เจน แก้มผมเป็นอะไร”
“เหมือนมันจะบุ๋มๆ ลงไปนะคะ คล้ายๆ รอยกำปั้นเลย”
“หา”
บารมีตกใจ ลุกขึ้นไปดูที่กระจก ร้อนรนกลัวหน้าเป็นรอย เจนจิรารีบใช้โอกาสนั้นลุกขึ้น
“คุณเติมฟิลเลอร์กระชับร่องแก้มสักหน่อยนะคะ ฉันต้องกลับไปทำงานด้วย ยังไงก็ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะ บายค่ะ”
เจนจิรารวบรัดตัดบท บารมีมัวแต่มองกระจก จะหันไปรั้งเจนจิราไว้ แต่ก็ได้เห็นแค่แผ่นหลังเจนจิราที่ลับประตูไป บารมีเลยกลับมาส่องกระจก ด้วยความเป็นห่วงใบหน้าตัวเองมากกว่า

ปวันปราดเข้าไปหาเจิดในห้อง เจิดยืนงง ถือแว่นอยู่
“ลุงอยู่ที่นี่เองเหรอ ลุงถูกขังอยู่ในนี้ใช่ไหม พวกเขาทำร้ายร่างกายลุงหรือเปล่า เจ็บตรงไหนบอกฉันได้นะ แล้วลุงจำอะไรได้หรือยัง ไป ลุงไปกับฉัน ฉันจะพาลุงไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย”
ปวันจับเจิดจะพาไป เชนรีบเข้าไปขวาง กางมือกั้นตรงหน้าปวัน
“ถ้าคุณจะไม่ฟังอะไรใครสักคำ คุณก็ไม่ควรเรียกตัวเองว่าผู้ผดุงความยุติธรรม”
เชนฉวยจังหวะที่ปวันอึ้ง จับแขนซ้ายเจิด แล้วดึงมา
“แล้วคนที่ลักพาตัวคนอื่น กักขังหน่วงเหนี่ยวอาจรวมถึงข่มขู่ มีสิทธิ์อะไรมาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานด้วยฮะ”
ปวันว่ากลับ แล้วรีบดึงแขนขวาเจิดกลับมาด้วย
“แล้วคนที่สะกดรอยตามซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แถมยังบุกรุกเข้ามาแบบนี้ เป็นเจ้าพนักงานแบบไหนกันล่ะครับ”
เชนดึงเจิดมาทางตัวเองอีก วิศวะหันมองคนนั้นที คนนี้ที ปวันอ้าปากจะเถียง จะดึงเจิดอีก เจิดรีบร้อง
“ประทานโทษเถอะ หยุดดึงกันซะที เดี๋ยวแว่นตก”
เจิดก้มมองแว่นที่ถืออยู่ในมือ ปวันมองตาม ดูไม่ออกว่าแว่นอะไร
“แว่นอะไร"
“นายอีกคน ตั้งคำถามแล้ว ก็ขอให้รอฟังคำตอบด้วย อย่าสรุปเองอีก”
ปวันทำหน้างง เจิดเห็นเป็นโอกาสที่จะได้พูด
“ผมไม่ได้ถูกลักพาตัวมา ผมเต็มใจอยู่ที่นี่เพราะผมมีภารกิจสำคัญ”
“ภารกิจอะไร”
เจิดชูแว่นขึ้นมา เชนมองแว่น วิศวะก็มองเหมือนกัน ปวันมองตามไปที่แว่น แล้วหันมองทุกคน แต่ก็ยังไม่เข้าใจ
“ลุงมีปัญหาทางสายตาเหรอ”
“นั่นประไร สายลับเชนเพิ่งบอกไป ว่าอย่าสรุปเอง” วิศวะท้วง
“อ้าว ก็ไม่พูดสักที มัวแต่มองแว่นอยู่ได้ ตกลงว่าแว่นนี่มันมีอะไร”
“มันเป็นแว่นสามมิติ” เจิดบอก
“แว่นสามมิติ โถ่ ลุง แถวบ้านฉันก็มีขาย อยากได้เดี๋ยวซื้อให้ก็ได้”
“นี่ไม่ใช่สามมิติทั่วไป แต่เป็น 3DDDDD”
“คือเป็นแว่นของคนติดอ่าง”
“จ่า จะฟังให้จบบ้างไม่ได้เลยรึ” เชนต่อว่า
“ก็พูดเร็วๆ สิ รีบสรุปมา” ปวันชักรำคาญ
“ด้วยแว่นตานี้ จะสามารถ”
“อย่าเพิ่ง”
วิศวะร้องแทรกเจิด แล้วค่อยๆ เดินไปกระซิบกับเชน แต่เสียงดังแบบที่ปวันยังได้ยิน
“บอกคนนอก จะดีเหรอเชน”
เชนหันไปกระซิบกลับ เสียงดังเหมือนกัน
“ก็ไม่อยากบอกหรอก แต่คนนอกบางคน ยิ่งไม่บอกก็ยิ่งวุ่นวาย”
“ฉันได้ยิน”
ปวันเหล่มองเชน รู้ว่าเชนว่าเธอ แต่เชนไม่แก้ตัวอะไร
“คุณต้องรับปาก ว่าคุณจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้”
ปวันถอนหายใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเรื่องมากนัก
“เออ รับปากๆ”
เชนชูสามนิ้ว ทำท่าตะเบ๊ะ
“ด้วยเกียรติของผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”
ปวันมองเชน ว่าต้องขนาดนั้นเลยหรือ เชนมองปวันกลับ ถ้าไม่พูดตามก็จะไม่บอก ปวันถอนหายใจแรงๆ
“สามนิ้วนั่น มันลูกเสือสามัญ ตำรวจเขาต้อง 5 นิ้วย่ะ”
“จะกี่นิ้วก็ชูมา อย่านิ้วเดียวละกัน”
“ด้วยเกียรติ ของผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”
เชนยิ้มพอใจ
“ลุงเจิดครับ ช่วยอธิบายให้ผู้หมวดคนสวยเข้าใจเสียที ว่าแว่นตาอันนี้มันสำคัญยังไง”

“อธิบายอาจจะไม่ชัด โชว์ให้ดูเลยดีกว่า”

เจนจิราเดินไปที่รถ กดโทรศัพท์ไปด้วย หน้าเครียด สักพักก็มีคนรับสาย
 
“ตังตัง น้าตฤณกลับมาหรือยัง เปล่าๆ จ้ะ ไม่มีอะไรหรอก แต่ฝากบอกน้าตฤณด้วยนะ ว่าน้าโทรมา ให้โทรกลับด้วย จ้ะๆ ขอบใจนะจ๊ะ”
เจนจิราวางสาย เดินมาถึงรถพอดี ถอนหายใจเครียดๆ มองไปที่รถ แล้วตัดสินใจ

ภายในห้องลับของวิศวะ ปวันยืนกอดอกดูเจิดเตรียมของ เจิดหยิบหนังหลายเรื่องที่วางอยู่ข้างๆ ทีวี พูดไปด้วย
“ตอนที่ถูกสั่งให้ทำ ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้”
เจิดหยิบซีดีหนังมาหลายเรื่อง คลี่เหมือนไพ่ ยื่นมาตรงหน้าปวัน
“เลือกมาเรื่องหนึ่งสิ”
ปวันถอนหายใจ แต่ก็ยอมเลือกสุ่มๆ มาเรื่องหนึ่งอย่างเสียไม่ได้ เจิดเอาดีวีดีแผ่นนั้น ส่งต่อให้วิศวะ วิศวะเอาเข้าเครื่องเล่น
“เพราะฉันเป็นคนประดิษฐ์มันขึ้นมา วันนี้ ฉันจะทดสอบมันด้วยตัวเอง”
“อ้าว แล้วผมล่ะ ไหนบอกจะให้ผมไป” วิศวะท้วง
“ก็ไปกันทั้งคู่นี่แหละ”
เจิดกอดคอวิศวะ สวมแว่น พยักหน้าให้เชน เชนพยักหน้ากลับ กดปุ่มเพลย์ หนังฉายในทีวี เจิดกับวิศวะยืนอยู่ข้างหน้า ปวันมองสงสัย สักพักก็เริ่มมีปฏิกิริยาจากแว่น มีแสงออกมา สว่างวาบไปทั้งห้อง ปวันหรี่ตาแต่ก็ยังเห็นทุกอย่าง เจิดกับวิศวะถูกดูดเข้าไปในทีวี ปวันเห็นทุกอย่างกับตา ตกใจ
“เอ๊ย”

ภาพในจอทีวี มีเจิดกับวิศวะ เข้าไปอยู่ในหนัง ปวันตกใจมาก ไม่เชื่อ หันมามองเชน เดินงงๆ เข้ามา เหมือนจะมาถามเชนว่าเป็นไปได้อย่างไร แต่พอเข้าใกล้ ปวันก็กระชากคอเสื้อเชนขึ้นมา ถามเสียงดุๆ
“นายเห็นฉันเป็นเด็กอมมือ ดูซื่อบื้อมากเลยใช่ไหม ถึงจะเชื่อที่นายหลอก”
เชนงงว่าหลอกอะไร ปวันชี้ไปในทีวี
“นายตัดต่อหนังเตรียมไว้แล้ว แล้วทำเป็นให้ฉันเลือก ที่หายตัวไปเมื่อกี้ก็เหมือนกัน ก็คงใช้ประตูกล ผ้าม่านลวงตา หรือว่าทางลับลงไปใต้ดินอะไรสักอย่าง แค่มายากลแหกตา คิดว่าฉันจะหลงกลเหรอยะ ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก”
“คุณคิดอย่างนั้นทั้งที่เห็นกับตา คุณคิดว่าผมหลอกคุณเพื่ออะไร”
“เพื่อปิดบังอะไรสักอย่าง”
“อย่างเดียวที่ผมปิดบัง คือแว่นตาสามมิติที่พาผมมาที่นี่”
“เอาเข้าไป นายจะบอกว่านายหลุดออกมาจากในหนัง”
“ไม่ได้จะบอก แต่เพิ่งบอกไป”
ปวันส่ายหน้า ไม่เชื่อ ปล่อยคอเสื้อเชน เดินไปที่เครื่องเล่น ทำท่าจะกดเอาซีดีออกมา เชนรีบคว้ามือเธอไว้
“อย่าคุณ เดี๋ยวพวกเขาออกมาไม่ได้”
“ฮึ เล่นเนียนนะ ซ้อมมานานมะ”
“ไม่จำเป็นต้องซักซ้อม เพราะทุกอย่างเป็นความจริง”
เชนยังยืนยัน ปวันถอนหายใจระอา หาทางพิสูจน์ให้เชนสารภาพ
“ถ้านายเป็นตัวละครที่หลุดออกมาจากในทีวี ฉันฟาดนายด้วยไอ้นี่ นายก็คงไม่เจ็บใช่ไหม”
“คุณนี่ดื้อจริงๆ”
“ขอลองหน่อยเหอะ”
ปวันง้างมือ จะทำร้ายเชนเพื่อพิสูจน์ แต่เชนรีบเข้าชาร์จเธอไว้
“ผู้หมวด มาคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า โลกนี้มันมีเรื่องเหลือเชื่ออีกเยอะ ผมก็แค่เป็นหนึ่งในนั้น คุณจะยังไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แต่สักวัน”
“ไม่มีวันที่ฉันจะเชื่อ เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้ อ่ะ ถ้าฉันบอกนายว่า ฉันเป็นนางฟ้าเหาะลงมาจากสวรรค์ นายจะเชื่อฉันป่ะ”
“เชื่อ ถ้าคุณเหาะกลับสวรรค์ให้ผมดู”
“แต่ฉันเหาะกลับไม่ได้ไง”
“แต่ลุงเจิดกำลังเข้าไปในหนังให้คุณดูไง”
เชนตอบกลับทันที ว่าเจิดกำลังพิสูจน์ให้ปวันเห็น ปวันอึ้งไป ใจยังไม่อยากเชื่อ
“ถ้านายหลุดมาจากในหนังจริงๆ นายก็ควรเป็นแค่ตัวละครสมมติ แล้วทำไมนายถึงดูมีเลือดมีเนื้อ มีชีวิต”
ปวันยกมือแนบที่อกข้างซ้ายของเชน ไม่ได้คิดอะไร
“หัวใจก็เต้นเหมือนคนปกติ ไม่สิ เต้นแรงกว่าคนปกติอีกนะเนี่ย”
เชนมองมือปวันที่จับอยู่ตรงหัวใจ ไม่รู้ตัวว่าหัวใจเต้นแรงขึ้น รู้สึกเขินๆ รีบจับดึงมือปวันออกจากหน้าอกตัวเอง ปวันสะบัดมือ
“ตอนแรกที่ออกมา ผมก็ไม่เหมือนคนปกติเท่าไร”
“นายตัวขาว ดำ”
“เริ่มเชื่อขึ้นมาหน่อยๆ แล้วใช่ไหม”
“ไม่”
เชนถอนหายใจ เหลือบไปเห็นซีดีที่วางอยู่ข้างทีวี หันไปหยิบซีดีเรื่องมิสเตอร์โอเคขึ้นมา
“นี่ดู ผมเคยเป็นพระเอกในหนังเรื่องนี้ เชน สายลับเจ้าเสน่ห์ แต่พอผมออกมา คุณเห็นไหม มันกลายเป็นหนังของมิสเตอร์โอเคไปแล้ว”
“ใครอีกล่ะ มิสเตอร์โอเค”
“วายร้ายที่คิดจะครองโลก คู่ปรับตลอดกาลของสายลับเชน”
“แล้วคนนี้ล่ะ เมียมิสเตอร์โอเคเหรอ”
“ไม่ใช่ นั่นลินดา คู่หูของเชนต่างหาก”
ปวันเบ้หน้า หมั่นไส้ไม่รู้ตัว
“เข้าใจเลือกคู่หูนะยะ”
ปวันยื่นซีดีคืน แล้วก็มองเชน เดินวนรอบตัวเขา มองตั้งแต่หัวจรดเท้า ยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ ตั้งคำถามเพื่อจับพิรุธ
“นายปิดบังฉันมาตั้งนาน แล้วทำไมวันนี้ถึงยอมบอกฉัน”
“คุณเป็นพวกกัดไม่ปล่อย ผมไม่บอกคุณ คุณก็ต้องหาทางสืบไม่เลิก มัวแต่ตั้งคำถามกับพวกเดียวกัน อะไรที่ควรทำก็เลยไม่ได้ทำสักที”
“แล้วนายไม่กลัวฉันบอกคนอื่นหรือไง ถึงฉันจะไม่เชื่อ แต่ฉันก็เอาไปเม้าท์ต่อได้นะ”
“ผมไว้ใจคุณ”
เชนพูดกลับทันทีด้วยน้ำเสียงจริงจัง ปวันอึ้งไป มองหน้าเชน เขามองกลับ สองคนมองตากัน

“คุณให้คำสัตย์ไปแล้ว ผมเชื่อในเกียรติและศักดิ์ศรีของคุณ”

เชนพูดเท่ๆ ปวันผิดหวัง เพราะคิดว่าเชนจะเชื่อใจเธอเพราะอย่างอื่น
 
“พูดได้ดี แต่ฉันยังไม่เชื่อนายอยู่ดี”
อยู่ๆ ไฟในห้องก็เกิดติดๆ ดับๆ ปวันเงยหน้ามอง
“อะไรอีกล่ะเนี่ย”
ที่หน้าจอทีวีมีแสงสว่างออกมา
“พวกเขาคงกำลังจะกลับมา”
สองคนเดินมาใกล้ๆ จ้องมองที่หน้าจออย่างรอคอย แสงสว่างพุ่งออกมาจากจอ วาบไปทั่วห้อง ปวันจ้องมองไม่คลาดสายตา แล้วก็เห็นร่างหนึ่งคลานออกมา ผมยาวปรกหน้า เหมือนกับจูออน
“เมื่อกี้คุณเลือกหนังผีเหรอ”
ปวันกับเชนมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ด้วยความตกใจ ร่างนั้นคลานเร็วๆ เข้ามาหาปวัน มาจับขาเธอไว้ ปวันตกใจ เชนก็ตกใจ
“อ๊าก”
ปวันร้อง แล้วเตะร่างนั้นโดยสัญชาตญาณ ร่างนั้นร้อง กลิ้งไป วิกหลุด
“คุณวิศวะ”
จังหวะที่เชนอุทาน เจิดก็พุ่งตามออกมาจากในทีวีพอดี

ตังตังกินขนมและยืนเล่นโยโย่อยู่หน้าบ้าน ตฤณเดินมา หน้าบึ้ง ไม่พูดไม่จา ตังตังวิ่งไปหา
“น้าตฤณ น้าตฤณกลับมาแล้ว เมื่อกี้น้าเจนโทรมาด้วย”
ตฤณไม่ฟัง เดินผ่านตังตังเข้าไปในบ้าน ตังตังแปลกใจ คิดว่าตฤณไม่ได้ยิน วิ่งตาม
“น้าเจนโทรมา น้าตฤณโทรกลับสิ”
รถของเจนจิราแล่นเข้ามา ตฤณเหลือบมองด้วยหางตา ตังตังหันไปมอง ตื่นเต้น
“น้าเจนมาพอดีเลย นัดกันไว้ป่ะเนี่ย”
เจนจิรารีบลงจากรถ เดินมาหาตฤณ
“ทำไมไม่รับสายเขา เขามีเรื่องจะคุยกับตัวเองนะ”
ตฤณไม่สนใจ จะเดินเข้าไปในบ้าน ตังตังไม่รู้เรื่อง วิ่งเข้ามาขวาง
“น้าตฤณ น้าเจนพูดด้วย ทำไมไม่ตอบอ่ะ”
“ตฤณ เรื่องวันนี้ เขา”
“ผมไม่อยากคุยกับคุณ”
ตฤณเปลี่ยนสรรพนาม น้ำเสียงเย็นชามาก เจนจิราอึ้ง ตฤณเดินหลบตังตังเข้าบ้านไป ตังตังมองแปลกใจ
“น้าตฤณเป็นอะไรอ่ะ”
เจนจิรามองตามไป รู้สึกหน่วงๆ ในใจ เพราะตฤณไม่เคยมีท่าทีแบบนี้กับตัวเองมาก่อน ตฤณคงโกรธเธอมาก เจนจิราเครียด

วิศวะนั่งหมดแรงพิงโซฟา กุมจุดที่โดนเตะ เจิดยังใส่แว่นอยู่ นั่งดมยาดมท่าทางเหนื่อย เชนยืนมอง ปวันกอดอก มองสองคนอย่างสังเกต
“ใครใส่แผ่นหนังผิดกล่องวะ หน้าปกเป็นซุปเปอร์แมน แต่ข้างในกลายเป็นหนังผี ก็เลยต้องวิ่งหนีกันเกือบฉี่ราด”
วิศวะเล่า ปวันยังไม่เชื่อ เหลือบไปเห็นวิก หยิบขึ้นมา
“แล้ววิกนี่ล่ะ มาได้ไง”
“ก็ตอนวิ่งหนี ดันไปชนผู้หญิงคนหนึ่ง วิกเธอหลุด ก็เลยติดมา”
ทุกสิ่งที่วิศวะเล่าไม่น่าเชื่อ ปวันฟังก็ยิ่งสงสัย หันไปทางเจิดบ้าง
“แล้วตอนนั้นลุงกำลังทำอะไรอยู่”
“หาของที่ระลึกมาฝากมั้งคุณตำรวจ”
ปวันยังไม่เชื่อ
“ขอดูแว่นหน่อยได้ไหม”
เจิดถอดแว่นส่งให้ ปวันรับมาดูอย่างละเอียด พยายามวิเคราะห์
“ฉันจะยังไม่ถามว่าแว่นนี้ทำมาจากอะไร แต่ฉันสงสัย ทำไมอยู่ๆ ลุงถึงคิดจะทำแว่นทะลุมิตินี้ขึ้นมา ใช่ เมื่อกี้ลุงบอกว่ามีคนสั่งนี่ ใครสั่งลุง”
เจิดงงๆ เพราะจำไม่ได้ ที่พูดไปเมื่อกี้เพราะหลุดปาก พอนึกก็นึกไม่ออก
“ผมพูดเหรอ มั่วแล้ว ไม่ได้พูด พูดเมื่อไร แล้วใครสั่ง”
เชนนึกได้เหมือนกัน
“ก่อนทดลองแว่น ลุงบอกว่า ตอนที่ถูกสั่งให้ทำ ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้ ใครเป็นคนสั่งให้ลุงทำ”
“ลองนึกสิลุง” ปวันคาดคั้น
เจิดพยายามอย่างหนัก หน้าเครียด คิ้วขมวด แต่ก็คิดไม่ออก
“ฉันจำไม่ได้”
เชนครุ่นคิดบ้าง พยายามปะติดปะต่อเรื่องราว
“เป็นไปได้ไหม ว่ามันจะเกี่ยวกับคนที่ต้องการตัวลุง”
เชนมองเจิด แล้วก็มองปวัน สองคนกำลังเริ่มจะคิดเหมือนกัน
“ลุงทำแว่นตามคำสั่งของเขา สมมติว่าเป็นนายก.ไก่ หนูตังตังมาเจอแว่น หยิบไปใส่ แล้วก็บังเอิญพาเชนออกมา ทีนี้พอแว่นหายไป นายก.ไก่ก็พยายามตามหาแว่นของเขา” เชนเดาเหตุการณ์
“แต่ก็หาไม่เจอ นายก.ไก่เลยจับตัวลุงเจิดไว้ อาจจะเพื่อคาดคั้นว่าแว่นอยู่ไหน หรือไม่ ก็จะให้ลุงทำแว่นให้ใหม่” ปวันคิดต่อจากเชน
“แต่เราก็ช่วยลุงออกมาได้”
“นาย ก.ไก่ก็เลยต้องสืบจากคนอื่น เริ่มจากคนที่นายก.ไก่สงสัย” ปวันมองหน้าเชน
“ใช่ นาย ก.ไก่วางยา สะกดจิต ทำทุกทางเพื่อให้บอก แต่คนนั้นดันไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นสายลับที่เก่งมาก นายก.ไก่ก็เลยไม่ได้ข้อมูลอะไรไป”
ถึงตรงนี้ปวันเบ้หน้านิดหน่อย เพราะเชนหลงตัวเอง
“ตกลงว่านาย ก.ไก่เป็นใคร” เจิดถาม
เชนกับปวันมองหน้ากัน คิดเหมือนกัน
“ด็อกเตอร์อาทิตย์”
“ด็อกเตอร์อาทิตย์”
เจิดพยายามนึก
“พอได้ยิน คราวนี้มันรู้สึกคุ้นๆ นะ คลับคล้ายคลับคลา”
เจิดนึกๆ ปวันหน้าเครียด
“ถ้ามันใช่อย่างที่เราสันนิษฐาน ก็ยังเหลืออีกหนึ่งคำถาม แรงจูงใจ ด็อกเตอร์จะเอาแว่นนี้ไปทำอะไร” ปวันสงสัย
“อาจจะอยากทะลุเข้าไปหนัง เพื่อไปเที่ยวหรือไปเอาอะไรออกมาสักอย่าง”
วิศวะเสนอความคิดเห็น เชนพยายามคิด สักพัก ก็นึกขึ้นได้ หันมาทางปวัน
“คุณจำพิมพ์เขียวในห้องลับของด็อกเตอร์อาทิตย์ได้ไหม มันคือรายละเอียดของอาวุธปืนของมิสเตอร์โอเค”
ปวันรู้ว่าเชนกำลังหมายถึงอะไร
“ปืนของมิสเตอร์โอเคทำอะไรได้บ้าง”
“มิสเตอร์โอเคเป็นนักประดิษฐ์ อาวุธของเขามีพลังในการทำลายล้างสูงมาก เป็นอาวุธร้ายแรง ที่ไม่มีอะไรเทียบได้”
“ถ้าอยู่ในมือด็อกเตอร์อาทิตย์ ก็ไม่มีอะไรหยุดเขาได้”
“คุณเชื่อเรื่องแว่นแล้วใช่ไหม”
ปวันไม่ตอบคำถามเชน ขณะเดียวกัน เชนเองก็รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร เขาประกาศด้วยมาดมุ่งมั่น
“ตราบใดฟากฟ้ายังมีแสงทองแห่งอุทัย พลังเกรียงไกรแห่งธรรมะ ย่อมชนะอธรรม”
เชนหันไปบอกเจิดกับวิศวะ
“ฝากพวกคุณเก็บรักษาแว่นสามมิติไว้ให้เชนด้วย หากเชนจัดการกับดอกเตอร์อาทิตย์ได้สำเร็จเมื่อใด เมื่อนั้น เชนถึงจะกลับไป”

เชนกับปวัน มีความมุ่งมั่นหมายจะจัดการกับด็อกเตอร์อาทิตย์ให้ได้เหมือนกัน
 
จบตอนที่ 7
กำลังโหลดความคิดเห็น...