xs
xsm
sm
md
lg

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 12

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 12

เชนกับสมุนดร.อาทิตย์ ยิงกันอยู่ จู่ๆ จ่าเจี๊ยบก็ขับรถมา แล้วยิงใส่พวกสมุนดร.อาทิตย์ จนล้มตาย
 
“เร็วขึ้นมา”
“มาทันพอดี” ปวันชม
“พอดีช่วงนี้ว่างๆ อ่าครับ”
ปวันกับลินดาประคองแขนเชนคนละข้างวิ่งมาที่รถ ตฤณกับตังตังจูงมือเจนจิราวิ่งมา
“เร็วๆ ค่ะน้าเจน”
“ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว ทิ้งฉันไว้ตรงนี้แหละ”
“ไม่มีทาง ต่อให้เขาตาย เขาก็ไม่มีวันทิ้งตัวเอง”
เจนจิราหยุดมองตฤณชั่วอึดใจ ความจริงใจของตฤณหยุดมนต์สะกดในตัวเจนจิราได้แว่บๆ
ทุกคนรีบขึ้นรถ มิสเตอร์โอเคกับสมุนอีก 2 คนวิ่งตามออกมาจากประตูรั้วด้านหน้าของบ้านเช่า
“เฮ้ย ไอ้เชน แน่จริงแกอย่างหนีซีวะ”
“เร็วซี รีบขึ้นมาเร็วๆ”
คนเยอะ รถก็เล็ก เลยขึ้นกันมั่วๆ ตฤณกับตังตังดึงเจนจิราขึ้นนั่งเบาะหลัง เชนกำลังขึ้นรถ แต่กลับโดนมิสเตอร์โอเคยิงปืนมาระเบิดใกล้ๆ เสียงระเบิดทำเอาเชนหูอื้อ หน้ามืด สลบไป
“มาดวลกันตัวต่อตัวก่อนซีโว้ยไอ้เชน กลับมา อ๊าก”
มิสเตอร์โอเคกับพวกไล่ยิงตามรถ แต่ไม่ทัน
“โอเคคับ ยัยมนุษย์ป้าสองคนนั้นก็หนีไปแล้วครับ”
“ไม่โอเค แบบนี้ไม่โอเค”
มิสเตอร์โอเคตบลูกน้องทันที

เชนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เห็นเพดานมัวๆ เบลอๆ ทันใดนั้น หน้าจันทร์เจ้าก็โผล่เข้ามาในสายตา
“เชนสุดหล่อฟื้นแล้ว”
เชนนอนอยู่บนเตียง มีจันทร์เจ้ายืนอยู่ใกล้ๆ
“ยังเจ็บอยู่ไหมคะ มา ขอจันทร์เจ้าดูแผลหน่อยนะคะ”
จันทร์เจ้าขยับเข้าใกล้ทันที จะเปิดเสื้อเชน เชนผงะเล็กน้อย
“เอิ่ม เดี๋ยวครับ”
เชนพูดได้แค่นั้น ลินดาก็มากระชากตัวจันทร์เจ้าออกไป แล้วยื่นหน้าเข้ามาแทน
“เชน เป็นยังไงบ้าง ลินดาเป็นห่วงเชนเหลือเกิน”
“ลินดา”
ปวันเบียดเข้ามา กระแทกลินดาออกไป ถือขวดยามาชูตรงหน้า
“กินยาแก้อักเสบนะ จะได้ไม่ปวดแผล”
“ปวัน”
จันทร์เจ้าคว้าขวดยามาจากมือปวัน แทรกตัวเข้ามาตรงกลาง สะบัดสะโพกชนลินดากับปวันออกไป
“เดี๋ยวจันทร์เจ้าป้อนให้ดีกว่าค่ะ จันทร์เจ้าเคยเข้าคอร์สปฐมพยาบาล มือเบ๊าเบา ดูแลถึงใจกว่าคนอื่นแน่นอน”
ลินดาแย่งยามา
“แต่ทุกครั้งที่เชนเจ็บ ต้องมีฉันอยู่ใกล้ๆ เรารู้ใจกันกว่าคนอื่น ให้ฉันดูแลเขาเอง”
ปวันแย่งยามาอีกครั้ง
“แต่ครั้งนี้เขาเจ็บเพราะเธอไง เธออยู่ห่างๆ ไปเลย ฉันดูแลเอง”
ปวันแย่งยามาได้ จันทร์เจ้าไม่ยอมแย่งกลับ ลินดาก็พยายามแย่งมา ปวันก็แย่งคืน เชนมองตาปริบๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“บอกเชนก่อนได้ไหม ว่าที่นี่ที่ไหน”

เชนออกมาที่ระเบียงชั้นสอง มีจันทร์เจ้าประคองซ้าย ลินดาประคองขวา ปวันเดินตามออกมา เชนมองออกไปเบื้องหน้าเห็นทะเลเป็นครั้งแรก ตาโต
“นี่บ้านพักตากอากาศริมชายหาดส่วนตัวของจันทร์เจ้าเองค่ะ”
“ทะเล” เชนตกใจ
“เล่นใหญ่ตลอด ทำเป็นไม่เคยเห็นไปได้” ปวันค่อนว่า
“เชนไม่เคยเห็นของจริงนี่นา”
สาวๆ มองหน้ากันไปมา งงๆ เชนยังไม่ทันจะพูดต่อ จ่าเจี๊ยบก็วิ่งเข้ามาที่ตัวบ้าน
“ผมไปสำรวจรอบๆ มาแล้ว ปลอดภัยหายห่วง อ้าว ฟื้นแล้วเหรอ คิดว่าจะหลับยาวถึงพรุ่งนี้”
เชนมองจ่าเจี๊ยบด้วยความแปลกใจ ปวันอธิบาย
“จ่าเจี๊ยบพาเราหนีมาที่นี่ คนอื่นๆ อยู่ข้างล่าง”
“ถ้าไม่ใช่คุณนะเชน จันทร์เจ้าไม่เปิดบ้านให้ใครมาพักง่ายๆ หรอกนะคะ”
“พอคุณจันทร์เจ้ารู้ว่านายลำบากก็เสนอตัวช่วยทันที เสน่ห์แรงก็ดีอย่างนี้แหละน้า” จ่าเจี๊ยบแซว
เชนมองจันทร์เจ้าด้วยความซาบซึ้ง
“น้ำใจคุณจันทร์เจ้าช่างงดงามไม่ผิดกับใบหน้า”
จันทร์เจ้าบิดตัวด้วยความเขิน
“บ้า คนเยอะแยะ คุณเชนก็พูดไป งดงงงดงามอะไรกัน จันทร์เจ้าเขินนะคะ”
“ดัดจริต” ลินดาพูดเบาๆ
“หากไม่มีคุณจันทร์เจ้า ผมและเหล่าเกลอแก้วคงไร้ที่พึ่งพักพิง”
เชนมองตาหวานซึ้ง หว่านเสน่ห์ตามสไตล์
“ขอบคุณมากนะครับ”
จันทร์เจ้ายิ้มเขินอีก
“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็น ให้จันทร์เจ้าเช็ดตัวให้นะคะ”
เชนชะงักเล็กน้อย
“คุณจันทร์เจ้าครับ ให้เป็นหน้าที่ของจ่าเจี๊ยบเถอะนะครับ ผมคงไม่สบายใจ หากใครครหาว่าคุณจันทร์เจ้าถูกเนื้อต้องตัวผู้ชายในที่รโหฐาน”
เชนบอกอย่างสุภาพ จันทร์เจ้าทำหน้าเสียดาย จ่าเจี๊ยบต้องต้อนออกไป
“เชิญสุภาพสตรีทั้งหลายออกไปรอที่อื่นก่อนนะครับ”

จันทร์เจ้างอนๆ ออกไปอย่างเสียดาย จ่าเจี๊ยบต้อนลินดา ลินดาเบ้หน้า ยอมออกไปอย่างเสียไม่ได้ จ่าเจี๊ยบจะสบตาปวัน บุ้ยใบ้ไปทางลินดา ปวันพยักหน้าเดินตามลินดาออกไป

ลินดายืนมองทะเล หงุดหงิดร้อนใจ แต่พอหันกลับมา เห็นปวันยืนจ้องอยู่
 
“จะคอยจ้องฉันไปถึงไหน”
“เปล่า ฉันมองทะเล”
ลินดาถอนหายใจหงุดหงิด รำคาญปวัน เดินเลี่ยงไปอีกทาง ปวันจะตาม แต่เห็นเชนเดินออกมาจากห้องนอนเสียก่อน เชนเดินช้าๆ ปวันเลยรีบเข้าไปประคอง
“ไม่เจ็บแผลเหรอ ควรกินยาแก้ปวดดักเอาไว้ก่อนนะ”
“ร่างกายผมฟื้นฟูได้ด้วยตัวเอง เพราะผมแข็งแรง”
เชนยกแขนโชว์กล้าม ปวันเบ้หน้าหมั่นไส้ เชนเปลี่ยนเป็นจริงจัง
“ถึงเราจะหนีมาไกล แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ พวกเราต้องระวังตัวไว้ ผมกับลินดาจะคอยสับเปลี่ยนเวรยามกัน 24 ชั่วโมง”
ปวันได้ยินชื่อลินดา ก็ทำหน้าบึ้ง ปล่อยมือจากที่ประคอง
“ยัยนั่นแหละ ตัวอันตราย”
ปวันบอก แต่เชนไม่ทันฟัง เพราะได้ยินเสียงครืนๆ เชนตกใจ ก้มมองท้องตัวเอง
“นี่ท้องเชนร้องหรือเนี่ย”
เชนพยายามก้มหัว
“ไม่ใช่ หรือว่าของคุณ”
“เสียงคลื่นต่างหากล่ะ”
“คลื่น”

ปวันพาเชนออกมาที่ชายหาด เชนเห็นหาดทราย เห็นทะเล รีบพับขากางเกง วิ่งลงไปให้เท้าโดนน้ำ
“มันเย็นอ่ะ ไม่น่าเชื่อ”
เชนเอาเท้าแกว่งๆ ในน้ำ เล่นกับคลื่นอย่างสนุกสนาน ร้องเพลงไปด้วย
“โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ ไม่มีเรือใบ ไม่เป็นไร เรือประมงก่อนก็ได้”
“หนีผู้ร้ายอยู่แท้ๆ ยังมีอารมณ์มาชื่นชมทะเล”
“ก็ตอนนี้ไม่มีผู้ร้ายนี่ มีแต่พระเอกกับนางเอก”
เชนหยอด ปวันชะงัก เริ่มเขิน
“มาเล่นน้ำกัน”
“ไม่ได้ เดี๋ยวน้ำก็โดนแผลหรอก”
“แผลผม ผมดูแลได้ มาเถอะ”
เชนยื่นมือมาให้ ปวันมองอย่างลังเล กำลังจะยกมือวาง แต่กลับมีมือของลินดามาวางแทน ลินดาแต่งชุดชายหาดเซ็กซี่มาก วางมือบนมือเชนยั่วๆ
“เล่นน้ำกันเชน”
ลินดาดึงเชนลงไปในน้ำ แล้ววักน้ำใส่
“ลินดา อย่า”
เชนเอามือป้องๆ แต่ลินดายังวักน้ำ ร่าเริง
“หย่าอะไร ลินดายังไม่ได้แต่งงานนะ”
ปวันอยู่บนหาด เบ้หน้าหมั่นไส้
“มุกเชยระเบิด”
ลินดาวักน้ำใส่เชนจนเปียก เชนเลยวักกลับ เหมือนสองคนหยอกล้อกันสนุกสนาน วิ่งเล่นกันในน้ำ ปวันทั้งหึงและไม่ไว้ใจลินดา
“ผู้ชายโลกไหนก็เหมือนกันหมด”
ปวันหมั่นไส้ เดินเลี่ยงออกมาด้วยความหงุดหงิด สักพัก เสียงเจนจิรา ตฤณและเด็กๆ ก็ดังเข้ามา
“ช่วยด้วย โจรลักพาตัว ช่วยด้วย”
“เจน เจน”
“น้าเจน หยุดก่อน”
ปวันหันไปตามเสียง เห็นว่าอีกมุมริมชายหาด เจนจิรากำลังวิ่งหนี มีตฤณ ตังตัง กังฟูวิ่งตาม

เจนจิราวิ่งหนีสุดฝีเท้าไปตามชายหาด
“ช่วยด้วยๆ พวกคนร้าย สติไม่ดี จับฉันมาขังค่ะ ใครว่างๆ ช่วยด้วย”
ตฤณวิ่งตาม มีตังตังอยู่ข้างหลัง ปิดท้ายด้วยกังฟู ตฤณมองๆ กลัวชาวบ้านมาช่วย
“ไม่ใช่นะครับ พวกเราเล่นสนุกกันนะครับ ใครว่างๆ ไม่ต้องมาช่วยนะครับ”
ตังตังตะโกนไปรอบๆ
“ใช่แล้วค่า พวกเราเล่นกันอยู่ค่า สนุกมากเลย”
“สนุกจะตายอยู่แล้ว แฮ่กๆๆ”
กังฟูวิ่งช้าสุดเพราะเหนื่อย วิ่งไม่ไหว ยืนหอบ ตังตังหันมาเห็น รีบเรียก
“กังฟู เร็วๆ เข้า”
“ไม่เอาแล้ว เหนื่อย”
“เอางี้ ใครจับน้าเจนได้ก่อนชนะ”
“ชนะเหรอ ชนะแล้วได้อะไรอ่ะ”
“เอิ่ม จับให้ได้ก่อน เดี๋ยวก็รู้ มาเร็ว”
ตังตังกวักมือเรียก กังฟูฮึด วิ่งต่อ

เจนจิรากับตฤณวิ่งนำห่างตังตังออกมา เจนจิราร้องหาแต่บารมี
“คุณบารมี คุณบารมีอยู่ไหน มาช่วยเจนด้วย คนร้ายมันจะมาจับเจน”
ตฤณวิ่งมาถึงตัว กอดเจนจิราไว้
“ใช่สิ ผมมันคนร้าย เพราะฉะนั้น หยุดพูดชื่อไอ้บารมีเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมจะฆ่าคุณให้ตายเลย”
“อ๊าย”
เจนจิราสะบัดตัวแรงมาก จนหลุดจากแขนตฤณแล้วล้มลงไปกับพื้นทราย ตฤณจะเข้ามาจับอีก แต่เจนจิราถีบตฤณ จนหงายหลัง เธอลุกขึ้นจะหนีต่อ แต่ต้องชะงัก เพราะปวันเข้ามาดักหน้าไว้
“คุณเจน ตฤณพยายามช่วยคุณอยู่นะ”
ปวันอ้าแขนกั้น ไม่ให้เจนจิราไป เจนจิราจะวิ่งไปอีกทาง แต่จ่าเจี๊ยบเข้ามาขวาง
“อย่าหนีอีกเลยนะครับ”
เจนจิราผงะ หันไปอีกทาง เจอตังตังกับกังฟูวิ่งมากางแขนกั้น
“น้าเจน .จเย็นๆ นะคะ พวกเราไม่มีอันตรายอะไรหรอก อย่าหนีอีกเลยค่ะ”
“โกหก พวกแกมันทำงานกันเป็นทีม เป็นแก๊ง มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ผู้ใหญ่ เด็กๆ น่ากลัวเป็นที่สุด”
เจนจิราหันจะวิ่งหนีต่อ ตฤณลุกขึ้นมาจับเธอไว้
“ใช่ พวกเราเป็นโจรกันทั้งหมู่บ้าน หนียังไง เธอก็หนีไม่พ้นหรอก แม่สาวน้อย”
เด็กๆ ฟังที่ตฤณประชด นึกสนุกไปด้วย เจนจิราดิ้น กรีดร้องโวยวาย

“โจรทั้งหมู่บ้านเลยเหรอ ไอ้โจรห้าร้อย ไอ้โจรใจบาป แม้แต่เด็ก แกก็สอนให้เป็นโจรเหรอ เลวร้าย ร้ายมากๆ”

ตังตัง กังฟู สวมบทบาทเป็นโจรทันที
 
“ถึงร้าย ก็รักนะจ๊ะ โฮะๆๆ”
“ยอมให้พี่จับเสียดีๆ น้องสาว”
ปวัน ตังตัง กังฟู ต้องมาช่วยกันจับ

เจนจิรานั่งอยู่บนพื้นทราย ดิ้นสุดกำลัง แต่ก็โดนตังตัง กังฟู จ่าเจี๊ยบช่วยจับเอาไว้ ตฤณมัดเชือก ปวันจับมือที่มีเชือกมัดเอาไว้ พอมัดเสร็จ ตังตังกับกังฟูก็ช่วยกันจับแขนคนละข้างไม่ให้เจนจิราหนี เจนจิราดิ้น แต่ก็ไม่ถนัด หนีไม่ได้ เลยเปลี่ยนมาเป็นพร่ำเพ้อหา
“บารมี บารมี บารมีไปไหน ทำไมไม่มาช่วยเจนของคุณ”
ตฤณ จ่าเจี๊ยบ ปวัน ยืนดูด้วยความหนักใจ
“เป็นเอามากนะเนี่ย” จ่าเจี๊ยบเห็นใจ
“ต้องเอาไปรดน้ำมันตร์ 7 วัด 7 วาเลยไหม” ปวันถาม
“มันไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์นะครับ มันเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ แต่ผมไม่รู้จริงๆ ว่ามันใช้วิธีไหน แล้วเราจะแก้ไขยังไง”
ปวันพยักหน้าเข้าใจ บอกอย่างเครียดๆ
“จ่า มีวิธีอะไรจะแนะนำไหม”
“ผมเคยดูในหนัง แต่ไม่ได้โดนสะกดจิตนะ แบบว่านางเอกความจำเสื่อม จำพระเอกไม่ได้ แล้วพระเอกก็หาวิธีทบทวนความทรงจำเก่าๆ ความหลังต่างๆ ที่คนทำด้วยกัน ร้องเพลงรักที่เคยร้อง อะไรประมาณนี้ พอจะเอามาแอ็พพลายได้ไหมครับ”
“แอ็พพลาย” ปวันย้อนถาม
“นำมาประยุกต์ใช้น่ะครับ”
“ไม่เลวนะ น่าสนใจ” ตฤณเริ่มเห็นด้วย
“ตังตังยินดีให้ความร่วมมือประยุกต์แอ็พพลาย”
“ขอร่วมมือแบบนั่งๆ นะ ไม่เอาวิ่งแล้ว” กังฟูเหนื่อย
ปวันมองตฤณให้กำลังใจ ตฤณหันไปมองเจนจิราที่ยังคงพร่ำเพ้อถึงบารมีด้วยความหนักใจ

ภายในบ้านเช่าเก่าๆ ไม้ผุๆ โทรมๆ เหมือนอยู่ในชุมชมแออัด วิศวะกวาดตามองรอบๆ เห็นสภาพโทรมๆ ไม่น่าอยู่ ก็บ่นกับเจิดที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ที่ซอมซ่อๆ แบบนี้เนี่ยนะ ใครจะอยู่เข้าไปได้”
“คิดว่ามาพักร้อนหรือไง จะได้มีรีสอร์ทแอนด์สปาให้นอน นี่เรากำลังหนีเอาชีวิตรอดนะเว้ย”
เจิดว่า แล้วโยนถุงเสื้อผ้าให้ วิศวะเกือบรับไม่ได้
“เอ้า เอาไปเปลี่ยน จะได้กลมกลืนกับบรรยากาศ”
วิศวะเปิดถุง เห็นเสื้อผ้าเก่าๆ เขาอดไม่ได้ที่จะดม แล้วก็ต้องย่นหน้า
“หืม สมจริงไปไหมอ่ะ มีกลิ่นด้วย”
“เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม คนอื่นจะได้ไม่สงสัย ยิ่งเราเนียนเท่าไร เราก็ยิ่งปลอดภัยเท่านั้น ไปๆๆ ฉันจะไปเปลี่ยนเหมือนกัน แยกกันคนละมุมนะเว้ย อย่าแอบดูกัน”
“อยากดูตายล่ะ ฮึ่ย”
ขณะที่เจิดหันหลังให้ วิศวะมองอยู่ เห็นแมงปอเกาะอยู่ที่เสื้อของเจิด วิศวะเดินเข้ามา หยิบดู เจิดหันมาพอดี
“เอ๊ย บอกแล้วไงว่าอย่าแอบดู”
“ไม่ใช่อาจารย์ ดูนี่สิ ตัวอะไรอ่ะ เหมือนแมงปอ แต่ไม่ใช่แมงปอ”
เจิดจ้องมอง เห็นเหมือนแผงวงจร ดูออกว่าเป็นหุ่นยนต์
“หุ่นยนต์”
“หุ่นยนต์เหรอ แล้วมาเกาะหลังอาจารย์ได้ไง”
ทันใดนั้น ผนังไม้ด้านหนึ่ง ก็ล้มครืนลงมา มิสเตอร์โอเคยืนมาดเท่อยู่ ร้องบอกทันที
“ก็ตอนที่เราสู้กันไง โอเคมั้ย”
เจิดกับวิศวะหันไปเห็นมิสเตอร์โอเคก็ตกใจ
“ไอ้โอเค”
“แมงปอล้อลมของโอเค นำทางโอเคมาเจอพวกแกจนได้ สุดยอดไหมล่ะ แมนเนจมัน”
“แปลว่า จัดการ” สมุนพูด
มิสเตอร์โอเคหัวเราะสะใจ ยกปืนขึ้นมาพร้อมยิง เจิดกับวิศวะกระโจนหนีอย่างพร้อมเพรียง

เจิดกับวิศวะวิ่งหน้าตั้งมาตามตรอกแคบๆ
“เราจะหนีไปไหนอ่ะ”
“ไปให้พ้นจากไอ้โอเคไง”
“ไม่ใช่ ผมหมายถึงไปทางไหน”
พวกสมุนมิสเตอร์โอเค 3 คนมาดักข้างหน้า เจิดตอบทันที
“ทางขวา”
เจิดวิ่งไปทางซ้าย วิศวะตอนแรกก็ก้าวไปทางขวา แต่พอเห็นว่าเจิดไม่มาด้วยก็รีบกลับลำ วิ่งตามเจิด พวกสมุนงงๆ จะตามทางไหนแน่ สุดท้ายก็วิ่งตามวิศวะไป เจิดวิ่งนำ วิศวะตามทัน
“ไหนบอกทางขวา”
“ก็ขวาของพวกมัน”
วิศวะกับเจิดวิ่งมา ทันใดนั้นมิสเตอร์โอเคก็โผล่มาดักข้างหน้า
“ชอบวิ่งกันเนอะ ไปสมัครวิ่งมาราธอนไหม”
วิศวะกับเจิดเบรกกะทันหัน ตรงนั้นเป็นทางตรง จะถอยหลัง พวกสมุนก็มาปิดทางไว้
“เอาไงว่ะ”
“เหลือทางเดียวแล้วอาจารย์”
วิศวะสะกิดให้เจิดหันไปมองร้านค้าที่เป็นเพิงอยู่ข้างๆ เห็นเปิดทีวีอยู่ เจิดเข้าใจว่าวิศวะหมายถึงอะไร เจิดหยิบแว่นสามมิติที่เหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อมาสวม จับคอเสื้อวิศวะ แล้วพาวิ่งไปที่ร้านนั้น มิสเตอร์โอเคร้องลั่น
“เฮ้ย เดี๋ยวเว้ย ขี้โกงนี่หว่า แบบนี้ๆ ไม่โอเค”
เกิดแสงสว่างวาบขึ้นมา

แสงสว่างวาบ เจิดกับวิศวะหล่นตุ้บกลางเวทีมวย นักมวยสองฝั่งที่กำลังตั้งท่าจะต่อยกันถึงกับชะงักค้าง กรรมการก็ตกใจ อ้าปากค้าง คนดูก็ตกใจเหมือนกัน มองเจิดกับวิศวะเป็นตาเดียว ทั้งสองค่อยๆ ลุกขึ้นมา มองไปรอบๆ
“ที่ไหนวะ”
“เรามาโผล่ที่เวทีมวยไทยไฟต์ เอ๊ย เรารอดแล้ว”
“แน่ใจ”
เสียงมิสเตอร์โอเคดังขึ้น มิสเตอร์โอเคยืนอยู่บนเสาของป้ายโฆษณาข้างๆ เวที เด่นหรามีไฟส่อง แสยะยิ้ม พร้อมเล็งปืนมาทางวิศวะกับเจิด แล้วกระหน่ำยิงไม่ยั้ง นักมวยกระโดดโหยง ขณะที่คนดูหวีดร้อง วิ่งหนีอลหม่าน เจิดกับวิศวะกระโจนหลบไปคนละทาง กลิ้งตกเวทีไป
“ฮ่าๆๆ สนุกสุดๆ ไปเลย”
เจิดกับวิศวะวิ่งมาถึงหน้าสนามมวย เป็นลานกว้างๆ
“มันตามมาไหม”
“ไม่ มั้ง”
วิศวะหันกลับมาก็ต้องชะงัก เพราะสมุนของมิสเตอร์โอเค 3 คน ตีลังกามาจากคนละทิศมาล้อมไว้ มิสเตอร์โอเคเดินแบกปืนอาดๆ เข้ามาปิดทางด้านที่เหลือ
“ตามทำไมให้เสียเวลา มันไม่โอเคมาดักหน้าเลยดีกว่า”
มิสเตอร์โอเคพูดอย่างเหนือกว่า เจิดเหลียวมองรอบๆ ดูว่าจะทำอย่างไร แล้วก็เห็นจอโฆษณา ผู้หญิงสวยนอนแช่อ่าง ถือขวดโฟมอาบน้ำขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆ เจิดล็อคคอวิศวะแล้ววิ่งเข้าไป
“เอ๊ย”
มิสเตอร์โอเคจะร้องให้สมุนจับไว้แต่ก็ไม่ทัน ภาพสว่างวาบอีกครั้ง

แสงสว่างวาบ เจิดกับวิศวะทะลุมิติเข้ามาในห้องน้ำกว้างๆ มิสเตอร์โอเคตามมาด้วย ทั้งสามกำลังมึนๆ พยุงตัวขึ้น เสียงผู้หญิงหวีดร้องดัง เจิด วิศวะ มิสเตอร์โอเค สะดุ้งโหยง หันไปพร้อมกัน เห็นผู้หญิงนอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำ มือหนึ่งก็ปิดๆ ร่างกาย อีกมือก็คว้าสบู่ คว้าฟองน้ำมาปาใส่
“ไอ้พวกบ้า ไอ้พวกโรคจิต เข้ามาได้ยังไง ออกไปนะ อ๊าย”
เจิดกับวิศวะหลบทัน เปิดประตูแล้ววิ่งออกมา แต่มิสเตอร์โอเคช้าสุด โดนขวดโฟมอาบน้ำขนาดใหญ่ ปาเข้าที่หัว เซไป

วิศวะกับเจิดออกจากห้องน้ำมาเจอห้องนั่งเล่น มีเด็กนั่งดูไอแพดอยู่ เจิดรีบชี้ไปที่เด็ก
“นั่น ไปเร็ว”
เด็กหันมองด้วยความตกใจ วิศวะกับเจิดวิ่งมาที่ไอแพดโดยไม่สนว่าเป็นรายการอะไร ก่อนที่ทั้งสองจะเข้าไป มีเสียงพิธีกรแว่วออกมา
“เรามาชมกันนะคะ นี่เป็นภาพ”
เสียงพิธีกรพูดยังไม่ทันจบ ก็เกิดแสงวาบขึ้นอีก วิศวะกับเจิดทะลุมิติเข้ามาในห้องๆ หนึ่ง กลิ้งๆ ไปตามพื้น ทั้งสองเหลียวไปทางด้านหลัง มองซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร
“มันตามมาไม่ทันแล้ว เรารอดของจริงแล้วจารย์”
วิศวะพูดอย่างยินดี ขณะที่เจิดรู้สึกแปลกๆ
“ห้องนี้มันแหม่งๆ ยังไงชอบกล”
แล้วทั้งสองก็ได้ยินเสียงจากทีวีที่เปิดไว้ในห้อง
“นี่คือห้องทำงานของดร.อาทิตย์นะคะ ถึงแม้เราจะไม่ได้เข้าไปด้วยตัวเอง แต่ต้องถือว่าโชคดีมากๆ ที่ได้ชมภาพ”

วิศวะกับเจิดตกใจ แต่ยังไม่ทันคิดจะทำอะไร ประตูห้องทำงานก็เปิดออก ดร.อาทิตย์เดินหน้าเหี้ยมเข้ามา เจิดกับวิศวะหน้าซีด ไม่มีทางหนีไปไหนอีก

เชนกับลินดานั่งข้างๆ กันริมชายหาด ลินดาทำเป็นรำลึกความหลัง
 
“นานแล้วนะที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้”
ลินดาหันมอง จ้องตาเชนอย่างลึกซึ้ง
“คิดถึงวันคืนเก่าๆ ที่เราช่วยกันปราบเหล่าร้าย มีเชนที่ไหน ต้องมีลินดาที่นั่น เราเข้าขากันได้ดีมาก”
ลินดาพยายามหว่านเสน่ห์ เชนยิ้มรับ จับมือลินดาที่อยู่บนต้นขาออก แล้วตบหลังมือแบบเพื่อน
“เพราะเราเป็นคู่หูกัน ลินดาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเชน”
“เพื่อน ลินดาก็คิดอย่างนั้นแต่บางคน มองว่าลินดาเป็นศัตรูของเชนไปแล้ว”
“ถ้าลินดาเป็นศัตรูของเชน โลกนี้ก็คงไม่มีมิตรแท้ของเชนอีกต่อไป”
ลินดาแสร้งทำเหมือนรู้สึกผิด
“แต่ลินดาเคยทำร้ายเชนนะ”
“นั่นเพราะลินดาถูกพวกดร.อาทิตย์สะกดจิตไง”
“แต่คุณปวันไม่คิดอย่างนั้นน่ะสิ”
เชนชะงัก ลินดาแกล้งทำเหมือนเสียใจ
“คุณปวันไม่ไว้ใจลินดาเลย”
“ปวัน เขาเป็นตำรวจ ก็ต้องสงสัย ต้องช่างสังเกตเป็นปกติ ลินดาอย่าคิดมาก”
“แต่คุณปวันจับผิดลินดาตลอด ลินดาทำอะไรก็ผิดทั้งนั้น ลินดาไม่สบายใจ ลินดาเครียด”
เชนจะปลอบใจ แต่จันทร์เจ้าก็ปราดเข้ามาหาเชน
“ตายแล้ว คุณเชน”
จันทร์เจ้ามีผ้าขนหนูพาดคอจับตัวเชน ยื่นหน้ามาดูใกล้ๆ
“ทำไมตัวเปียกอย่างนี้ล่ะคะ เดี๋ยวแผลก็อักเสบหรอก”
จันทร์เจ้าหยิบผ้าขนหนูที่พาดคอมาสะบัดตรงหน้าเชน
“มาค่ะ ให้จันทร์เจ้าเช็ดตัวนะคะ”
“เอะอะก็เช็ดตัว เดี๋ยวผิวเชนก็ถลอกกันพอดี”
ลินดาพูดลอยๆ จันทร์เจ้าแกล้งทำเป็นตกใจเหมือนได้ยินอะไร
“เอ๊ะ เสียงอะไรนะ โลมาร้องหาคู่หรือเปล่า นี่ถึงฤดูผสมพันธุ์แล้วเหรอ อย่าไปสนใจเลยค่ะคุณเชน เรามาถอดกันดีกว่า”
จันทร์เจ้าขยับจะถอดเสื้อให้เชนอีก เชนรีบถอย
“เราเป็นคนไทย เชนว่าทำแบบนี้ไม่เหมาะนะครับ เชนไปเปลี่ยนเองด้านในบ้านดีกว่า ขอบคุณในความเอื้อเฟื้อนะครับ”
เชนลุกหนีเข้าไปในบ้าน จันทร์เจ้าร้องตาม
“เดี๋ยวสิคะเชน”
“ร้องเรียกให้ตายก็ไม่มีใครสนใจ หึ น่าสงสารจริงๆ”
“นี่ มาอยู่บ้านฉันแล้วยัง”
จันทร์เจ้าหยุดประชดเพราะลินดาลุกขึ้น จงใจปัดทรายให้กระเด็นไปโดนจันทร์เจ้า ทรายเข้าปากจันทร์เจ้าพอดี เธอรีบถุยๆ ออก ไม่มีโอกาสได้ด่ากลับ เพราะลินดาเดินกลับไปบ้านแล้ว จันทร์เจ้าขมวดคิ้ว หน้าบึ้งด้วยความโกรธ แต่สักพักก็นึกขึ้นได้
“ไม่ๆ โกรธไม่ได้ เดี๋ยวหน้าเหี่ยว อารมณ์ดีเข้าไว้ หน้าจะได้สดใสเหมือนเด็กอายุ18”จันทร์เจ้าบอกตัวเอง พยายามทำหน้าให้ตึง

ในห้องนอน เชนหยิบเสื้อผ้าจากถุงที่จันทร์เจ้าเตรียมมาให้
“คุณจันทร์เจ้าเตรียมเสื้อมาให้เยอะแยะเลยนะเนี่ย”
เชนก้ม เลือกเสื้อผ้า ไม่ได้สนใจด้านหลัง ลินดาแอบมองเข้ามา เห็นเชนหยิบเสื้อผ้า รอจนเชนเดินเข้าห้องน้ำไป เธอกำมีดเอาไว้ ผลักประตูเข้าไปในห้อง ก้าวช้าๆ ตรงไปยังห้องน้ำ พอถึงหน้าห้องน้ำ เอื้อมมือไปที่ลูกบิด

ปวันกับจ่าเจี๊ยบเดินกลับเข้ามาบ้าน
“ไอ้การสะกดจิตของด็อกเตอร์อาทิตย์นี่มันน่ากลัวจริงๆ ใครโดนเข้าไปนี่ถึงกับเสียผู้เสียคนเลยนะ ไม่มีทางแก้ได้ง่ายๆฎ
“ใช่ แก้ไม่ได้ง่ายๆ แล้วลินดาล่ะ จ่าคิดไง”
จ่าเจี๊ยบหน้าเครียด รู้ความหมายของปวัน
“มันน่าจะมีสักทาง ที่จะพิสูจน์ได้ว่าลินดายังตกอยู่ในอำนาจไอ้อาทิตย์ และนางกำลังถูกใช้มาเป็นไส้ศึก”
ทั้งสองเดินมาถึงห้องนอนเชน ปวันเห็นประตูแง้มอยู่ มองเข้าไป เห็นลินดายืนอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ พร้อมมีด ปวันตกใจ เธอกับจ่าเจี๊ยบรีบปราดเข้าไปดึงมือลินดาที่ถือมีดไว้ จ้องลินดาด้วยความไม่ไว้ใจ
“เอามีดมาทำไม เธอจะทำอะไรเชน”
“ฉันจะทำอะไรเชน หรือเชนจะทำอะไรฉัน ก็ไม่ใช่เรื่องของหล่อน”
“โห พูดงี้ก็สวยสิ” จ่าเจี๊ยบโวย
“พูดยังไงก็สวยตลอดแหละย่ะ คนมันสวย”
ลินดาสะบัดมือออก พยายามจะแทงปวัน ปวันเอี้ยวตัวหลบ ต่อสู้กลับ มือหนึ่งจับที่ด้ามมีด อีกมือจะโจมตีลินดา แต่ลินดายกมือป้องได้ทัน จะต่อยกลับ ปวันหลบได้ จ่าเจี๊ยบมองลุ้นๆ จะช่วยแต่ก็ไม่มีจังหวะเข้าไป จันทร์เจ้าผ่านมาเห็นจากนอกห้อง รีบเข้ามาดูด้วย
“ว้าย เล่นของมีคมอะไรอย่างนั้นล่ะคะ เดี๋ยวผีผลัก”
ลินดาตกใจเสียงจันทร์เจ้า เสียจังหวะ ปวันเลยยึดมีดมาได้ รีบดึงออกมาจากมือลินดา แต่ปลายมีดไปโดนมือลินดา ในจังหวะที่เชนเปิดประตูออกมาพอดี
“อ๊าย”
“ว้าย เลือด” จันทร์เจ้าร้อง
เชนเห็นเหมือนปวันตั้งใจตวัดมีดใส่ลินดา
“ลินดา”
เชนจับมือ ดูแผล ก่อนจะหันกลับไปทางปวัน
“ปวัน ทำไม”
“ฮะ”
“เอ๊ย พ่อพระเอก เข้าใจผิดแล้ว”
จ่าเจี๊ยบร้องบอก เชนหยิบผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ มาพันมือซับเลือดให้ลินดา ขณะที่ลินดาก็พยายามพูดให้ปวันเป็นนางร้าย
“ลินดาไปทำอะไรให้คุณ คุณถึงเกลียดลินดาขนาดนี้”
“เธอนั่นแหละ ถือมีดเข้ามาจะทำร้ายเชน”
“ลินดาแค่จะมาปอกผลไม้ให้เชน”
“แล้วไหนผลไม้” จ่าเจี๊ยบถาม
“นี่ไง”
ลินดาหยิบแอปเปิ้ลออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วหันไปออเซาะเชน

“เห็นไหมเชน คุณปวันมองลินดาในแง่ร้ายตลอดเลย”

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 12 (ต่อ)

เชนมองปวันด้วยสายตาตำหนิ
 
“ลินดากลับมาเป็นคนเดิมแล้ว ไม่ได้ถูกอาทิตย์สะกดจิต ลินดาไม่มีทางทำร้ายผม คุณทำรุนแรงเกินไปแล้วนะ”
“นี่ นายเชน คิดหน่อยสิ ถ้าฉันตั้งใจทำร้ายเพื่อนรักของนายจริงๆ มันจะไม่ใช่แค่ถากๆ ที่มือหรอกนะ”
“ก็เพราะคุณจันทร์เจ้าเข้ามาขัดจังหวะพอดี ไม่งั้นลินดาคง”
เชนสงสารลินดา รีบกอดปลอบ จันทร์เจ้าตาตื่น
“โอ้ว นี่มันละครชัดๆ นางร้ายกับนางร้ายทะเลาะกันแย่งพระเอก แล้วนางเอกอย่างฉันล่ะ”
จันทร์เจ้ารีบกระโดดไปเกาะหลังเชน
“จันทร์เจ้ากลัว คุณเชน ปกป้องจันทร์เจ้าด้วยนะคะ”
เชนเหลือบมองจันทร์เจ้า ขณะที่ปวันเสียใจที่เชนไม่เชื่อเธอ เลยตัดบท
“ก็แล้วแต่นะ ใช้วิจารญาณของนายตรองดูเองเหอะ”
ปวันทั้งหงุดหงิด ทั้งน้อยใจ เดินหนีออกจากห้องไป เชนจะตามแต่ถูกจันทร์เจ้าเกาะไว้ เชนจับมือจันทร์เจ้า ให้ไปจับลินดา
“ฝากคุณจันทร์เจ้าคนงาม ทำแผลให้คู่หูของผมด้วยนะครับ”
เชนรีบตามปวันออกไป จันทร์เจ้าจะตามแต่ถูกจ่าเจี๊ยบกางแขนกั้น
“จะไม่ช่วยตามที่พระเอกขอเหรอ เดี๋ยวพระเอกก็เสียใจแย่”
“ถึงเป็นนางเอกก็ทนไม่ได้”
จันทร์เจ้าฮึดฮัด หันกลับมามองมือลินดาที่อยู่ในมือตัวเอง แล้วรีบสะบัดออก ทั้งคู่เบ้หน้าให้กันแบบไม่ชอบหน้ากันทั้งคู่

ปวันเดินหน้ามุ่ยออกมา เชนรีบวิ่งตามมาดึงแขนไว้
“ปวัน”
“นายไม่เชื่อฉัน ว่าลินดาเป็นนางนกต่อ ลินดาไม่ได้หวังดีกับเรา”
“ลินดาเป็นคู่หูของผม เป็นเพื่อนของผม”
“ฮึ ไว้ใจกันเหลือเกินนะ นายไม่คิดบ้างหรือไงว่าทำไมพอนายรับลินดามาอยู่ด้วย ไอ้พวกอาทิตย์มันถึงส่งคนมาถล่มเรา รู้ความเคลื่อนไหวของเราราวกับนั่งอยู่ด้วยกันในบ้านงั้นแหละ”
“ก็อาทิตย์มันจ้องจะเล่นงานเราอยู่แล้ว มันรู้ที่อยู่ของเรา มันจะบุกมาตอนไหนก็ได้ ไม่เกี่ยวกับลินดา”
ปวันฟังเหตุผลเชนแล้วก็ส่ายหน้า
“นี่เหรอ สายลับที่มีปัญญาเป็นอาวุธ พิรุธโผล่มาโต้งๆ แบบนี้ ยังมองไม่เห็น”
“แล้วคุณล่ะ เป็นผู้ผดุงความยุติธรรมประสาอะไร ทำไมถึงมีอคติ มองคนในแง่ร้าย”
“ฉันมองตามความเป็นจริงต่างหากล่ะ ไม่ได้โดนมารยาหญิงบังตาเหมือนนาย”
“อ๋อ หรือที่คุณเป็นแบบนี้เพราะคุณหึงผม หึงจนไม่มีเหตุผล”
“แหวะ ฉันไม่ไร้สาระขนาดนั้นหรอกย่ะ อย่าหลงตัวเองนักเลย นายน่ะ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ โดนฆ่าเมื่อไรแล้วจะรู้สึก”
ปวันสะบัดหน้าหนีไปอีก เชนมองตามด้วยความหนักใจ

ริมหาด เจนจิราถูกจับอยู่ มีกังฟูนั่งข้างๆ คอยจับไม่ให้หนี ตฤณยืนอยู่ใกล้ๆ มองตังตังที่ใช้ปลายเชือกด้านหนึ่งมัดเปลือกหอย
“ขอตังตังลองวิธีของตังตังมั่ง”
ตังตังเอาเปลือกหอยมาแทนลูกตุ้ม แกว่งตรงหน้าเจนจิรา
“มองมา จงมองมา จงกลับมาเป็นน้าเจนคนเดิม เป็นน้าเจนคนเดิม”
ตังตังพูด แล้วแกว่งเปลือกหอยไปด้วย ให้เจนจิรามองตาม แต่เจนจิรากลับมองทางตรงกันข้ามกับเปลือกหอย ตังตังยังแกว่งต่อ กังฟูมองตามตลอด สักพักเริ่มเวียนหัว กังฟูมึนๆ ฟุบไป ตฤณตกใจ ตังตังยังแกว่งเปลือกหอยต่อ
“น้าเจนคนเดิมจงกลับมา จงกลับมา”
อยู่ๆ เจนจิราก็ตัวแข็งทื่อ ก่อนจะคอพับไป
“เจน”
ตฤณตกใจ ปราดเข้ามาใกล้ ทันใดนั้น เจนจิราก็ลืมตา หันมองหน้าตฤณ
“ตฤณ”
“เจน ตัวเองจำเขาได้แล้วใช่ไหม”
เจนจิราหันไปทางตังตังที่ตื่นเต้นเหมือนกัน
“ตังตัง”
“น้าเจน น้าเจนจำได้แล้ว น้าเจนคนเดิมกลับมาแล้ว”
“ใช่ แก้มัดให้หน่อยสิ มันเจ็บ”
ตฤณดีใจ รีบแก้มัดให้ทันที ตังตังช่วยแก้มัดที่เท้า กังฟูฟื้นขึ้นมา
“น้าเจนเป็นปกติแล้วเหรอ”
ทันทีที่เจนจิราเป็นอิสระ เธอก็ผลักทุกคนกระเด็นออกไป
“หลบไปนะ อย่ามายุ่งกับฉัน”
เจนจิราวิ่งหนีไปทางทะเล ตฤณรีบวิ่งตามไป
“เจน นี่ตัวเองหลอกเขาเหรอ”
“วิ่งอีกแล้ว ไปกันเถอะ กังฟูไม่ไหวแล้ว”
เจนจิราวิ่งหนีไม่คิดชีวิต
“บารมี ไอเลิฟยู ไอว้อนท์ยู ไอนี้ดยู”
เจนจิราวิ่งเร็วมาก ตฤณรีบตาม ตังตังรีบลุกขึ้นตาม เสียงเอะอะทำให้ ปวัน เชน ลินดา จันทร์เจ้า และจ่าเจี๊ยบ วิ่งออกมาดู
“สถานการณ์อย่างนี้ สายลับเชนต้องออกโรงซะ”
เชนยังพูดไม่จบ จ่าเจี๊ยบก็วิ่งนำหน้าไป
“อ้าว เอ๊ย แซงเชนได้ยังไง”
เชนรีบวิ่งตามทันที จันทร์เจ้าเห็นกังฟูนั่งนิ่ง ก็รีบเข้าไปหา
“กังฟูลูก คนอื่นเขาวิ่งตามหมด แล้วทำไมลูกมานั่งอย่างนี้เนี่ย”
“นั่งรออยู่นี่แหล่ะ มามี้ รอตอนจบทีเดียว”

ขณะที่ลินดาซึ่งอยู่รั้งท้าย เห็นทุกคนให้ความสนใจทางตฤณ ก็เลยแยกออกไปอีกทาง ปวันหันมาอีกที ลินดาก็ไม่อยู่แล้ว ปวันเหลียวมองหาด้วยความสงสัย

เจนจิราวิ่งไม่คิดชีวิตลงไปในน้ำ ร้องไห้ฟูมฟายคร่ำครวญหาแต่บารมี
 
“คุณบารมี ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ ฉันยอมตาย ถ้าชาติหน้ามีจริง เราคงได้เจอกันอีก”
เจนจิราลงไปถึงครึ่งตัว ตฤณวิ่งตามมาดึงเธอไว้ไม่ให้ลึกลงไปกว่านี้
“ถึงกับจะฆ่าตัวตายเลยเหรอ”
“อย่ามายุ่งกับฉัน ปล่อยฉัน ฉันจะไปรอเขาที่ทางช้างเผือก”
เจนจิราดิ้น สะบัดตฤณเต็มกำลัง แต่ตฤณก็ยึดไว้ จ่าเจี๊ยบ เชน ตังตัง วิ่งตามมาทัน ตังตังมองไปในทะเลด้วยความเป็นห่วง
“เชน เราจะทำยังไงกะน้าเจนดี”
จ่าเจี๊ยบจะตามลงไป แต่เชนหรี่ตา วิเคราะห์สถานการณ์แล้วดึงจ่าเจี๊ยบไว้
“ให้ตฤณจัดการก่อน”
“เอางั้นเหรอ ไม่ใช่จมน้ำทั้งคู่นะ”
เชนมองตรงไปในทะเลด้วยสีหน้าจริงจัง เจนจิรายังคงคร่ำครวญ โดนตฤณรัดตัวไว้ แต่มือก็ยังเอื้อมคว้าตะเกียกตะกายหาบารมี
“อธิษฐาน จิตใจ หากเกิดชาติไหน ฐานันดรใดๆ ทุกสถาน”
เจนจิราร้องไห้ ตฤณไม่รู้จะทำอย่างไร รู้สึกแย่มาก รีบกอดเจนจิราไว้
“โถ่ เจน ทำไมตัวเองเป็นถึงขนาดนี้”

ภายในบ้านพัก ลินดาย่องเข้ามา มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง แล้วตรงไปยังห้องรับแขก เห็นโทรศัพท์มือถือวางไว้บนโต๊ะ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนหน้าจอ เห็นเป็นหน้าจันทร์เจ้า ลินดากดปุ่มโทร ทั้งใดนั้น เสียงปวันก็ดังเข้ามา
“โทรหาใครเหรอ”
ลินดาชะงัก ทำหน้านิ่งแล้วหันกลับไป เห็นปวันกอดอก ยืนจ้องอยู่
“อยากจะโทรสั่งไก่ สมัยนี้เขามี อะไรนะ ดีลิเวอร์รี่ใช่ไหม ฉันอยากกินไก่ อยากกินพิซซ่า”
“อยากกินไก่เนี่ยนะ”
“บางคนก็แปลกเนอะ ไม่เชื่อแล้วถามเพื่อ”
“เพื่อจับพิรุธไง”
“แล้วจับได้ไหม”
ลินดายิ้มๆ เหนือกว่า
“อยู่ว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร ก็หัดแต่งหน้าเสริมสวยซะบ้างนะคะ จืดชืดแบบนี้ไง ถึงได้ไม่มีภาระครอบครัว แล้วก็ว่าง มาจ้องจับผิดคนอื่น”
ลินดาว่าพลางวางโทรศัพท์ลง ยิ้มเยาะปวัน ก่อนจะเดินนวยนาดออกไป ปวันหงุดหงิด ไม่ไว้ใจ

ตฤณประคองเจนจิราซึ่งหมดเรี่ยวแรงขึ้นมา เจนจิรายังคงเพ้อหาบารมี เชน จ่าเจี๊ยบ รีบเข้าไปช่วยประคองเจน จันทร์เจ้ากับกังฟูวิ่งตามเข้ามา
“โห ลงไปเล่นน้ำกันก็ไม่เรียก” กังฟูโวย
“เขาเล่นกันซะที่ไหนล่ะ” ตังตังพยายามบอก
ขณะที่เจนจิรายังเพ้อไม่หยุด แต่ไม่มีแรงดิ้นอีกแล้ว
“บอ อา บา ระ อะ ระ มอ อี มี บารมี บารมี ขา คุณอยู่ไหน”
ตฤณมองเครียดๆ เชนตบไหล่ให้กำลังใจ
“พาเจนไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ ปล่อยไว้อย่างนี้เดี๋ยวไม่สบาย”
ตฤณพยักหน้า เครียด เชนมองจันทร์เจ้า
“คงต้องรบกวนคุณจันทร์เจ้า”
“จะให้จันทร์เจ้าเช็ดตัวให้คุณเชนเหรอคะ”
“ให้เจนต่างหากล่ะครับ”
จันทร์เจ้าหน้าเจื่อน แต่ก็ต้องฝืนยิ้มให้เชน

ลินดาเดินออกไป ปวันยืนคุยเครียดกับจ่าเจี๊ยบอยู่หน้ารถ
“เจ๊แน่ใจเหรอว่าจะเอาอยู่”
“ไม่แน่ใจหรอก แต่จ่ากลับไปก่อน”
“เข้มแข็งนะเจ๊ ทำให้ผู้ชายเชื่อเจ๊มากกว่าศัตรูให้ได้ ใช้ความสาวและสวยให้เป็นประโยชน์ ผู้ชายรักคนไหน ต้องเชื่อคนนั้น”
ปวันถอนใจ
“หยุดพูดอะไรบ้าๆ ได้แล้ว ฝากจ่าสืบความเคลื่อนไหวของพวกอาทิตย์ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจ่าแล้วนะ”
จ่าเจี๊ยบตะเบ๊ะรับคำ เปิดประตูรถ จะขึ้นนั่ง แต่ก็หันกลับมาถาม
“อยู่ทางนี้คนเดียว เจ๊ไหวนะ ผมเป็นห่วงจริงๆ เลย”
“เออน่า เรามาอยู่รวมกันแบบนี้ไม่มีประโยชน์หรอก มันต้องแบ่งหน้าที่กัน”
จ่าเจี๊ยบพยักหน้า ขึ้นรถไป แต่ยังไม่ปิดประตู เงยหน้ามาทิ้งท้าย
“มีอะไรผมจะรีบส่งข่าวมา ระวังตัวด้วยนะเจ๊”
“จ่าก็เหมือนกัน”
ปวันปิดประตูให้ รถจ่าเจี๊ยบแล่นออกไป
“เชน นายรักเขาใช่ไหม”
ปวันมองไปที่ตัวบ้าน เห็นลินดาอยู่กับเชน ก็หนักใจ

ค่ำคืน จันทร์เจ้าแต่งตัวเป็นสาวฮาวาย มีสร้อยดอกไม้ที่คอและบนหัว จุดพลุกระดาษแล้วประกาศอย่างร่าเริง บริเวณชายหาด

“เลทส์ ปาร์ตี้”

จันทร์เจ้าเปิดเพลง แล้วเดินเต้นๆ ส่ายสะโพกมาที่เตาบาร์บีคิว เธอร่าเริงอยู่คนเดียว
 
ขณะที่ตฤณซึ่งนั่งอยู่กับเจนจิรา คอยมองเจนจิราด้วยความห่วงใย เจนจิราก็เหม่อลอย ส่วนอีกโต๊ะ ลินดานั่งประกบเชน มีปวันกับเด็กๆ นั่งอยู่อีกมุม จันทร์เจ้าปิ้งอาหาร
“ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยแรงลมโบก พออับโชคตกลงกลางทะเลใจ”
จันทร์เจ้าวางใส่จาน เตรียมเสิร์ฟทุกคน กังฟูนั่งกินของว่างที่อยู่บนโต๊ะอย่างเอร็ดอร่อย ตังตังกินด้วย
“ทำไมชีวิตของพวกผู้ใหญ่มันมีแต่ปัญหาเนอะ” กังฟูบ่น
“ก็เพราะปัญหาของพวกผู้ใหญ่นี่แหละ ที่เป็นสาเหตุทำให้พวกเด็กๆ วุ่นวายกันไปหมด”
จันทร์เจ้าเดินเข้ามาพอดี วางจานใส่บาร์บีคิวที่โต๊ะ
“กังฟู อย่ากินหมดคนเดียวนะ ให้ตังตังกับป้าปวันเขากินด้วย”
“โห เป็นป้าไปซะแล้ว”
ตังตังมองปวัน แต่ปวันไม่ได้สนใจ มองจ้องไปที่ลินดากับเชน เชนก็มองปวันเหมือนกัน แต่มีลินดาคอยชวนคุยตลอด
“เชนคะ จำกลอนบทนั้นได้ไหม ทะเลงาม ยามค่ำ ลมฉ่ำชื่น เรามายืน เดียวดาย เขาหายหน้า แล้วยังไงอีกคะ”
ลินดาทำเป็นออเซาะเชน จงใจยั่วโมโหปวัน จันทร์เจ้าเดินถือจานเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างลินดากับเชน
“เอ้า เขยิบหน่อยค่ะ”
“ที่อื่นก็ว่างตั้งเยอะ มาเบียดอะไรตรงนี้” ลินดาไม่พอใจ
“เชนคะ ท่องกลอนปัญญาอ่อนอะไร ไม่สนุกหรอกค่ะ เรามาเล่นทายปัญหาอะไรเอ่ยกันดีกว่า เอ๊ะ ยัยลินดา ฉันนั่งด้วยคน ไม่ได้รึไงยะ”
ลินดากับจันทร์เจ้าจ้องหน้ากันอีก เชนเห็นท่าไม่ดีเลยรีบไกล่เกลี่ย
“ถ้าคุณจันทร์เจ้าไม่รู้จะนั่งตรงไหน มานั่งในใจเชนก็ได้นะครับ”
“เอาอีกแล้วๆ คุณเชนน่ะ บ้าๆๆ”
จันทร์เจ้าทำตัวเขิน แล้วเบียดจนแทบจะนั่งทับลินดา ลินดาจึงจำต้องขยับถอย ปล่อยให้จันทร์เจ้ามานั่งตรงกลาง
“งั้นเรามาทายกันนะคะ อะไรเอ่ย หล่อ”
จันทร์เจ้าหยิบบาร์บิคิวมาป้อนเชน เชนกิน แล้วทำตาโตแบบอร่อยมาก
“เชน”
“ถูก ว้าย เก่งจังเลย ปัญหายากๆ แบบนี้ก็ทายถูกด้วย งั้น เชนทายบ้างสิคะ”
“อะไรเอ่ย สวย”
“ว้าย ตอบไม่ถูกค่ะ ตอบไม่ถูก ยอม เชนเฉลยสิคะ”
จันทร์เจ้าป้อนเชนอีก เชนกิน ลินดาเหล่มองอย่างหมั่นไส้ แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้

ปวันลุกจากโต๊ะ เดินผ่านลินดา จงใจให้ลินดาเห็นโทรศัพท์ในมือ ทำทีเป็นหาสัญญาณ
“ตรงนี้ไม่มีสัญญาณเลย”
ปวันเดินหาคลื่นมาอีกมุมของงานเลี้ยง ห่างสายตาคนอื่น
“อุ้ย ตรงนี้มีสัญญาณ เบอร์อะไรนะ จดไว้แล้วนี่นา อยู่ไหนเนี่ย”
ปวันวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ ก้มหาเบอร์ในกระเป๋ากางเกง ตบๆ หาๆ อยู่สักพัก ก็เงยหน้าขึ้นมา
“ไม่มี หรือว่าลืมไว้ที่โต๊ะ”
ปวันทำเป็นรีบร้อนกลับไปที่โต๊ะอาหาร วางโทรศัพท์ทิ้งไว้ ลินดาเดินมาที่โต๊ะที่มีโทรศัพท์วางอยู่ ตอนแรกทำเหมือนไม่สนใจ แต่พอหันซ้ายหันขวาไม่เห็นใคร ก็รีบคว้าโทรศัพท์แล้วจ้ำหนีไปอีกทาง

ปวันเดินนำเร็วๆ มาตามชายหาด มีเชนเดินตาม
“นี่คุณจะพาผมไปไหน มืดๆ แบบนี้ บรรยากาศแบบนี้ คุณคิดอะไร หรืออยากจะสานต่อเรื่องในกระท่อมวันนั้น”
“อย่าพูดมากได้ไหม ตามมาเร็วๆ ฉันจะมีอะไรจะให้นายดู”
เชนตกใจ เปลี่ยนท่าที รีบสาวเท้าเร็วขึ้นมาเดินข้างๆ ทั้งคู่เถียงไปด้วยเดินไปด้วย
“หา จะให้ดูจริงเหรอ”
“เออ จะให้ดูจะๆ เต็มๆ ได้เห็นกับตา ให้ได้ยินกับหูเลย ตามมาสิ”
“อุแม่เจ้า ใจถึงจริงๆ”
ปวันสาวเท้าให้เร็วขึ้น

ลินดาแยกออกมาที่มุมหนึ่งริมหาด ชูโทรศัพท์เหมือนหาสัญญาณ สักพัก ก็ก้มหน้ากับมือถือกำลังกดปุ่มโทรออก แต่ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็ถูกกระชากออกไป ลินดาหันขวับ เห็นปวันยืนอยู่
“จับได้พร้อมของกลางเลยนะ”
“เอาคืนมานะ”
“ไหน ดูสิว่าโทรหาใคร”
ปวันก้มมองดู แต่ลินดาพยายามแย่งกลับมา
“เอาคืนมา”
“ไม่”
ลินดาแย่ง แต่เหลือบเห็นเชนวิ่งตามมาเสียก่อน เลยทำเป็นเซล้มลง เอามือที่โดนมีดบาดและยังมีผ้าพันแผลยันกับพื้น
“โอ๊ย”
ปวันมองลินดาด้วยความแปลกใจ ขณะที่เชนรีบวิ่งเข้ามาประคองลินดา ดูมือที่มีผ้าพันแผลด้วยความเป็นห่วง
“ลินดา เจ็บไหม”
ลินดามองมือเหมือนเจ็บมาก แล้วเงยหน้ามองปวัน
“คุณผลักฉันทำไม”
“มุกซ้ำไปปะ”
เชนมองปวัน
“คุณทำร้ายลินดาอีกแล้ว”
“นี่ก็เชื่ออีก ทำไมเมื่อกี้ไม่วิ่งมาเร็วๆ จะได้ทันเห็นว่าอะไรเป็นอะไร”
“คุณหาว่าฉันแกล้งล้มเพื่อใส่ร้ายคุณเหรอ ทำไมคุณถึงเกลียดฉันขนาดนี้ ฉันไปทำอะไรให้คุณ คุณปวัน”
ปวันถอนหายใจ เอือม บอกกับเชน
“ลินดากำลังโทรหาใครก็ไม่รู้ คงไม่ได้โทรสั่งไก่แน่ๆ”
เชนลุกขึ้น หยิบโทรศัพท์ที่ปวันยื่นให้มาดู เห็นหน้าจอเป็นรูปลินดา กำลังถ่ายรูปตัวเองกับทะเล เลื่อนไปก็เห็นแต่รูปลินดา
“มีแต่รูปลินดา”
ปวันตกใจ หยิบโทรศัพท์ไปดูเอง เลื่อนไปกี่รูปก็มีแต่ลินดากำลังเซลฟี่อยู่จริงๆ
“ก็ลินดาเห็นว่าคนสมัยนี้เขานิยมกัน ลินดาก็อยากลองเล่นบ้าง”
“ไม่จริง”
ปวันไม่เชื่อ กดไปที่ปุ่มโทรออก ไม่มีเบอร์ค้างไว้ เธอเงยหน้าขึ้นมา หน้าเครียด มองลินดาซึ่งยืนอยู่หลังเชน แล้วมองหน้าเชน เชนมองปวันหน้าเครียดเหมือนกัน บอกอย่างจริงจัง
“ปวัน คุณเลิกตั้งแง่กับลินดาเถอะ ยังไงเราก็พวกเดียวกัน อยู่กันอย่างสมานฉันท์ สามัคคีกันได้ไหม เรามีศึกข้างนอกที่ต้องรับมือ อย่าแตกแยกกันเองเลย”
“คุณไม่เชื่อฉัน”

“ผมเชื่อจากหลักฐาน ไม่ใช่สันนิษฐาน”

ปวันผิดหวัง มองไปลินดา ลินดายิ้มเยาะ ปวันยิ่งเสียใจ รีบจ้ำหนีไปด้วยความน้อยใจปนหงุดหงิด เชนอยากจะตามไป แต่ลินดาพูดขึ้น
 
“ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ให้เวลาคุณปวันได้อยู่กับตัวเองสักหน่อยดีกว่า ตามไปตอนนี้ ก็รังแต่จะทะเลาะกันหนักขึ้น”
เชนชะงัก หันกลับมาทางลินดา เชื่อที่ลินดาแนะนำ ขณะที่ลินดายิ้มร้ายๆ สะใจที่สองคนแตกกันได้
เชนเดินมาส่งจันทร์เจ้ากับลินดาที่หน้าห้องนอนซึ่งทั้งสองพักห้องเดียวกัน จันทร์เจ้าเกาะแขนข้างหนึ่ง ส่วนลินดาก็ประกบอยู่อีกข้าง
“ถึงห้องโดยสวัสดิภาพแล้วนะครับ ราตรีสวัสดิ์นะครับสาวๆ”
“เดี๋ยวสิคะ คุณเชนจะทิ้งกันไปง่ายๆ อย่างนี้ได้ยังไง”
“เชนไม่เคยคิดทิ้งใคร เชนจะอยู่เฝ้ายามด้านนอก มีอะไรเรียกเชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
“แล้วถ้ามีโจรปล้นสวาทบุกมาในห้องล่ะคะ จันทร์เจ้ากลัวนะ คุณเชนนอนด้วยกันเถอะ”
“ปกติชวนผู้ชายนอนด้วยง่ายๆ อย่างนี้ทุกรายหรือเปล่า”
จันทร์เจ้าเหล่ลินดา เชนรีบพูดก่อนที่สาวๆ จะมีเรื่องกัน
“ลินดาจะดูแลความปลอดภัยให้คุณไง มีลินดาทั้งคน ไม่ต้องกลัวโจรผู้ร้ายหน้าไหนทั้งสิ้น”
“ใช่ ฉันน่ะ เก่งไม่แพ้เชนเลยล่ะ”
“เธอเก่งก็ดูแลตัวเองไป แต่ฉันอ่อนแอ ต้องการคนดูแล นอนด้วยกันนะคะคุณเชน นอนจับมือกันเฉยๆ ก็ได้”
จันทร์เจ้าหันมาทำตาละห้อยกับเชน เชนไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มให้ ดึงแขนตัวเองออกจากจันทร์เจ้าอย่างสุภาพ ผายมือให้จันทร์เจ้าเข้าไปในห้อง
“เชิญพักผ่อนตามอัธยาศัยนะครับ”
จันทร์เจ้าทำตาปริบๆ ไม่อยากไป ลินดาเลยดึง
“ไปนอนได้แล้ว”
ลินดาดึง แล้วเหวี่ยงจันทร์เจ้าให้เข้าห้อง จันทร์เจ้าไม่ทันตั้งตัวเลยกระเด็นเข้าไป
“ว้าย”
ลินดาคิดว่าหมดจันทร์เจ้าแล้ว หันมาจะคุยกับเชน กำลังปั้นยิ้มยั่วๆ แตะมือเชน
“ขอบคุณนะเชน ที่ไว้ใจลิน”
ลินดายังพูดไม่จบ ก็ถูกจันทร์เจ้าดึงแขน ให้เข้ามาในห้องด้วย
“เธอก็นอนได้แล้วเหมือนกัน เลิกกวนคุณเชนของฉันซะที”
ลินดาถูกดึงหน้าหงายเข้ามาในห้อง เชนยืนอยู่หน้าห้องไม่เห็น แต่ได้ยินเสียงโครมคราม
“นี่ ปล่อยนะ”
“โอ๊ย เธอนั่นแหละปล่อย อย่ามาจับฉัน”
เสียงสองสาวทะเลาะกันแว่วออกมา เชนรีบพูดเบาๆ
“ราตรีสวัสดิ์นะครับ”
เชนดึงประตูปิด ไม่ให้ใครออกมาอีก มีเสียงโครมครามแว่วออกมา เชนมองแล้วส่ายหน้า หนักใจ
“เสน่ห์แรงเกินไปก็น่าหนักใจเหมือนกัน”

เชนเดินตรวจตราภายในบ้าน กวาดตามองทั่วๆ สำรวจความเรียบร้อย ดูตามหน้าต่าง ประตู ถือไฟฉายส่องไปข้างนอก ตามต้นไม้ ทุกอย่างเงียบ เรียบร้อยดี
“คืนนี้ไม่น่ามีอะไร”
เชนพูดจบ ก็ปิดไฟฉาย แต่ทันใดนั้น ก็เห็นเงาตะคุ่มๆ เดินอยู่ด้านนอก เขาตั้งท่าระวัง เพ่งมอง เห็นว่าเป็นปวันกำลังเดินไปที่ชายหาด
“ปวัน”

ทะเลยามค่ำคืน ดูเงียบสงบ ปวันเดินหงุดหงิดอยู่ริมหาด บ่นไปเรื่อย
“ทำไมพระเอกในหนังถึงตามมารยาหญิงไม่ทัน แค่นี้ก็ไม่รู้เหรอว่านางแอ๊บ สัญชาตญาณสายลับน่ะ ไม่มีเลยหรือไง เหอะ ไอ้สายลับทึ่ม กลับไปทึ่มต่อในหนังเลยไป๊”
ปวันหงุดหงิด เตะทรายระบายอารมณ์ ทันใดนั้นเสียงเชนก็ดังขึ้นมา
“การที่เราไว้ใจเพื่อน มันทึ่มมากเลยเหรอ”
ปวันชะงัก หันกลับไป เห็นเชนยืนอยู่ เธอทำหน้าบึ้ง
“ฉันกำลังสงบสติอารมณ์อยู่ ไม่อยากมีเรื่อง”
“ผมไม่ได้มาหาเรื่อง แต่อยากมาขอร้อง”
“ก็ร้องเลยสิ จะร้องเพลงอะไรล่ะ”
“ปวัน ลินดาเป็นคนดีจริงๆ”
“หึ”
ปวันทำเสียงประชด แล้วสะบัดหน้าหนี แต่เชนวิ่งมาดักหน้าไว้
“ให้โอกาสลินดาพิสูจน์ตัวเองหน่อย”
“ยังไง ถ้าอยากพิสูจน์ว่าลินดาต้องการฆ่าฉัน ฆ่านาย ก็ต้องรอให้พวกเราตายกันก่อนใช่ไหม หรือถ้าอยากพิสูจน์ว่าลินดาเป็นสายให้ไอ้อาทิตย์จริงๆ หรือเปล่า ก็ต้องรอให้พวกนั้นมันมาถล่มเราอีกรอบงั้นเหรอ หึ เชิญนายให้โอกาสไปคนเดียวเหอะ”
ปวันพูดจบก็ผลักเชนออกไป แล้วจ้ำเดินหนี เชนวิ่งตามมาดึงแขนไว้ ปวันเซมาตามแรงดึง เกือบจะชกอกเชน แต่เบรกไว้ทัน พยายามสะบัดออก เชนเลยจับต้นแขนปวันไว้ทั้งสองมือ แล้วออกแรงเหมือนจะทำให้ปวันล้ม แต่ปวันก็ต้านไว้ได้
“อะไรของนายเนี่ย”
“ปกติฉากแบบนี้ เราควรล้มกลิ้งไปบนพื้นทราย”
“เพื่อ”
“จะได้มองตา แล้วเข้าใจกัน”
ปวันส่ายหน้า สะบัดแขนเชนออก
“นี่ไม่ใช่ในหนังที่นายเป็นพระเอก ต่อให้มองจนตาทะลุ ฉันก็ไม่เข้าใจนายหรอก”
“เพียงแค่คุณเปิดใจเท่านั้น”
เชนจับปวันให้มองหน้า ปวันยกมือห้ามไม่ให้เชนพูดอะไร ก่อนถอนหายใจ พยายามพูดอย่างใจเย็นลง
“งั้นฉันขอให้นายเปิดใจฟังฉันบ้างได้ไหม แค่ทำใจเป็นกลาง แล้วลองสังเกตพฤติกรรมลินดาดู งานถนัดของสายลับอยู่แล้วนี่”
ปวันมองรอคำตอบ แต่เชนกลับนิ่งไป อยู่ๆ เชนก็มองฟ้า
“คืนนี้ดาวสวยนะ”
“อย่าเปลี่ยนเรื่องดิ”
เชนสบตาปวัน แล้วเชยคางหญิงสาวให้มองไปบนฟ้า ปวันเห็นดาวมากมาย ลืมตัว เผลออุทานออกมา
“โห ดาวเยอะจัง”
“เพราะมัวแต่ทะเลาะกัน เลยมองไม่เห็นความสวยงามของจักรวาล”
ปวันหันกลับมามองเชน เลิกคิ้วถาม
“ปรัชญา เวลาแบบนี้”
“ผมแค่อยากจะบอกว่า ผมจะไม่ทะเลาะกับคุณไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เพราะมันทำให้เราเสียเวลาดีๆ ที่ได้อยู่ด้วยกัน”
เชนบอกเสียงนุ่มๆ ซึ้งๆ ปวันอึ้งชะงัก ทั้งคู่สบตากัน เชนมองตาหวานซึ้ง ปวันรีบกลบเกลื่อนความเขิน ทำเสียงห้าวๆ
“มีดาวอยู่บนหน้าฉันหรือไง จ้องอยู่ได้”
“ก็ตรงหน้า สวยกว่าดาว”
เชนพูดคำหวาน ปวันเขินมาก
“เลี่ยนไปป่ะ”

ปวันเสเงยหน้ามองดาว เพื่อไม่ให้เชนเห็นว่าตัวเองเขิน

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 12 (ต่อ)

ตฤณนอนอยู่ข้างๆ เจนจิราภายในเต็นท์ เจนจิรานอนหงาย คิ้วขมวดเหมือนฝันร้าย ตฤณก็ตะแคงเข้าหา มองหญิงสาวตลอดเวลา
 
เจนจิราหลับตา แต่ยังเพ้อเบาๆ ถึงบารมี น้ำตาเธอไหลออกมาทางหางตา ตฤณมองอยู่ตลอด เอื้อมมือไปซับน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา
“เจน กลับมาเถอะ เขาขอร้อง เขาขอร้อง ถึงตัวจะหมดรักเขาแล้ว เขาก็ไม่ว่า แต่ขอให้ตัวเองกลับมาเป็นตัวของตัวเองซะทีนะ เจน”
ตฤณร้องไห้

ตอนเช้า เชนนั่งหลับอยู่ที่เก้าอี้ชายหาดริมระเบียง แสงตะวันส่องหน้าพอดี เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ขยับตัวบิดขี้เกียจ แล้วก็ต้องชะงัก ก้มมองที่อก
“เอ๊ย”
เชนตกใจที่เห็นจันทร์เจ้านอนซบอกเขาอยู่ ขยับตัวลุก แต่หัวจันทร์เจ้ากลับเลื่อนมาอยู่ที่ตัก จันทร์เจ้างัวเงีย กอดเชนแน่น ซุกหน้าไปกับตักเชน
“มานอนตรงนี้ได้ไงเนี่ย จันทร์เจ้า คุณจันทร์เจ้า”
จันทร์เจ้าเริ่มรู้สึกตัว ปรือตาขึ้นมาอย่างงงๆ
“เช้าแล้วเหรอเนี่ย คุณเชน ตื่นแล้วเหรอคะ ไปค่ะ ไปเช็ดตัวกัน”
“เช็ดอีกแล้วเหรอครับ”
เชนถูกจันทร์เจ้าดึงขึ้นไป จังหวะนั้นปวันเดินมาพอดี ต่างฝ่ายต่างชะงัก ปวันมองมือเชนกับจันทร์เจ้าที่จับกัน แล้วมองหน้าเชน เชนรีบส่ายหน้าเหมือนว่าไม่มีอะไร แต่จันทร์เจ้าเกาะแขนเชน แล้วบอก
“เรานอนด้วยกันทั้งคืนเลย”
“ยินดีด้วยค่ะ”
ปวันทำเป็นไม่สนใจเดินเลี่ยงไป เชนจะตามเพื่ออธิบาย แต่ติดมือจันทร์เจ้าที่เกาะไว้ จังหวะนั้น เสียงกังฟูจากข้างล่างก็ดังขึ้นมา
“มาแล้ว มากันแล้ว”
เสียงกังฟูร้องอย่างตื่นเต้นมาก ปวันชะงักหันกลับมา เชนก็ชะงัก มองหน้าปวัน ตกใจเหมือนกัน
“อาทิตย์ตามมาเหรอ”
เชนกับปวันวิ่งออกมาจากบ้านด้วยความตกใจ คิดว่าพวกดร.อาทิตย์มา แต่ก็ต้องเบรกกระทันหัน เมื่อเห็นกังฟู ตังตัง ยืนอยู่กับสมายล์ ข้างๆ รถของสมายล์
“ตามมาไวจัง”
“ก็กลัวไม่ได้เล่นน้ำนี่นา”
จันทร์เจ้าวิ่งตามมาสมทบ เห็นสมายล์ก็ร้องทัก
“อ้าว หนูสมายล์ มาได้ยังไงจ๊ะเนี่ย”
“คนขับรถมาส่งค่ะ”
ตังตังหันไปอธิบายกับจันทร์เจ้า
“พวกเราชวนสมายล์มาเองค่ะ”
“ให้หนูอยู่เล่นด้วยนะคะ”
“โอ๊ย ตายสบายเลยจ้ะ เด็กเยอะๆ สนุกสนานดี”
ตังตัง กังฟู สมายล์ สุมหัวกัน พูดกันเบาๆ เหมือนประชุมลับของเด็กๆ
“ได้ของที่สั่งไหม”
กังฟูถาม สมายล์บุ้ยใบ้ไปที่เป้ที่สะพายอยู่
“อยู่ในเป้แล้ว"
“งั้นลุยเลย”
ตังตังบอกเพื่อนๆ

ตฤณยังนั่งเฝ้าเจนจิราอยู่หน้าเต็นท์ริมหาด เจนจิราเหม่อมองทะเล ตฤณพยายามรื้อฟื้นความหลัง
“ตะเองจำได้ไหม ตอนที่เราเจอกันครั้งแรก ที่เราเดินชนกันที่หน้าคณะ ความจริง มันไม่ใช่บังเอิญหรอกนะ เขาตั้งใจเพราะอยากรู้จักตะเอง”
เจนจิรายังเงียบ มองไปเบื้องหน้า
“แล้ววันต่อมาที่ฝนตก ความจริงเขาก็เอาร่มไป แต่เขาอยากอยู่กับตะเองอ่ะ เลยบอกว่าลืมเอามา”
เจนจิรายังไม่มีปฏิกิริยา ตฤณชักท้อ ถอนหายใจ ตังตัง กังฟู สมายล์วิ่งเข้ามา
“น้าตฤณ สมายล์มีวิธีมานำเสนอ”
สมายล์โชว์ของที่อยู่ในมือ เป็นขวดน้ำหอม
“นี่ค่ะ น้ำหอมอโรม่า”
“น้ำหอมเนี่ยนะ”
“กลิ่นกระดังงาด้วยนะ พ่อบอกว่าช่วยคลายเครียด เผื่อจะเรียกสติได้”
ตฤณทำหน้าไม่เชื่อ ไม่อยากใช้ ตังตังรีบยุ
“ลองดูไม่เสียหายหรอกนะน้าตฤณ ลองดูๆ”
ตฤณจำต้องรับน้ำหอมมา มองอย่างชั่งใจ เด็กๆ ช่วยกันยุ
“ฉีดเลยๆ” กังฟูยุ
"ฉีดรอบๆ น้าเจนเลยค่ะ” สมายล์เร่ง
ตฤณตัดสินใจลองดู เอามาฉีดข้างๆ เจนจิราจนทั่ว จากที่นั่งนิ่งๆ อยู่ เจนจิราทำจมูกฟุดฟิดจากนั้นก็เริ่มมีปฏิกิริยา
“บารมี”
เจนจิรากระตุก แล้วลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“คุณบารมี”
ไม่มีใครทันตั้งตัว เจนจิราวิ่งกลับไปทางบ้าน คลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก ตฤณรีบวิ่งตาม
“เจน เดี๋ยวเจน”
ตังตัง กังฟู สมายล์วิ่งตาม พูดไปด้วย
“ไหนบอกว่าได้ผลไง”
“ก็ไม่รู้อ่ะ พ่อบอกว่าใช้ได้”
“โอ๊ย ไม่วิ่งแล้วได้ไหม วิ่งตลอดเลย”

กังฟูบ่น แต่ก็ยังวิ่งตาม

เจนจิราวิ่งนำมาถึงบ้าน ตฤณรีบตามมาคว้าตัวไว้
 
“เจน เจนจะไปไหน”
“พวกโจรใจบาป ปล่อยช้าน”
เจนจิราดิ้น เด็กๆ วิ่งตามมาทันแล้ว ช่วยจับไว้ ตังตังรวบขาสองข้าง สมายล์กอดเอว กังฟูจับมือไว้ เจนจิราสะบัดๆ ตฤณโดนผลักด้วยไหล่เลยเซถอยออกมา ชนเข้ากับชั้นที่วางต้นไม้พอดี เขาหันไปมอง เห็นว่าเป็นต้นกระบองเพชรต้นเล็กๆ ที่จันทร์เจ้าเลี้ยงไว้ ตฤณนึกขึ้นได้ รีบหยิบขึ้นมา
“ตะเอง ตะเองจำได้ไหม ต้นไม้ที่เป็นตัวแทนของเขาไง ต้นกระบองเพชรอ่ะ”
เจนจิรายังไม่มอง แต่ตฤณยื่นไปตรงหน้า จับมือเจนจิราให้แบออกมา เอากระถางวางในมือหญิงสาว แล้วมือตนประคองรอบมือเจนจิราไว้อีกที เจนจิรามองดูกระบองเพชร งงๆ เหมือนภาพในอดีตผ่านเข้ามาในหัวไวๆ ภาพที่บารมีเอาต้นกระบองเพชรทิ้งขยะ แล้วเธอหยิบต้นกระบองเพชรขึ้นมา ตฤณยื่นต้นกระบองเพชรมาให้
“เขาสัญญาว่าในที่สุด เขาจะออกดอกให้ตัวเองชื่นชมเหมือนกระบองเพชรต้นนี้ให้ได้”
ตฤณพูดตามสิ่งที่เคยบอกเจนจิราไป เจนจิรานิ่ง ตฤณก็ท้อใจ
“ไม่ได้ผล”
“น้าตฤณ อย่าเพิ่งยอมแพ้นะคะ”
ตฤณถอนหายใจ ปล่อยมือออก เจนจิราปล่อยตาม กระถางตกแตก กระจาย ตฤณอึ้ง เจนจิราก้มดู เห็นกระบองเพชรกระจาย และกระถางแตกเป็นเสี่ยง ตฤณถอนใจ ส่ายหัว สิ้นหวัง ทรุดนั่งลง เก็บเศษต่างๆ จังหวะนั้น ก็ได้ยินเสียงเจนจิราเรียก
“ตะเอง”
ตฤณชะงัก ตกใจ รีบหันขวับมามองเจนจิรา ตังตัง กังฟู สมายล์ ก็มองจ้องเจนจิราเป็นตาเดียว เจนจิรางงมาก
“เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ตฤณ ตังตัง กังฟู สมายล์อ้าปากค้าง เจนจิรามองเด็กๆ ที่เกาะตัวเอง
“ตังตัง กังฟู สมายล์ จับน้าไว้ทำไม”
ทุกคนอึ้ง ดีใจ เฮลั่น
“เจน เจนจำได้แล้ว”
“น้าเจนคนเดิมกลับมาแล้ว”
“เย้ๆๆๆ ไม่ต้องวิ่งจับแล้ว”
“เย้ๆๆ เพราะอโรม่าของสมายล์แน่เลย”
ทุกคนกอดเจนจิราด้วยความดีใจ เจนจิรางงๆ
“เขาเป็นอะไรไป ทำไมเขารู้สึกเหมือน เพิ่งตื่นจากฝัน”
“ตัวเองถูกสะกดจิต น่าจะเป็นฝีมือไอ้อาทิตย์”
“ดร.อาทิตย์”
เจนจิราแว่บเห็นภาพตัวเองโดนดร.อาทิตย์สะกด เธอกระพริบตาถี่ๆ มองหน้าตฤณ
“จริงด้วย เขานึกออกแล้ว”
“ตัวหายแล้ว”
“เขาหายแล้ว แล้ว ตอนที่เขาถูกสะกด เขามีอาการยังไงเหรอ เอาเพชร เอาทองส่งให้ดร.อาทิตย์หมดเลย หรือว่าพวกมันใช้เขาทำอะไรหรือเปล่า”
ขณะที่ตฤณกำลังดีใจนั่นเอง บารมีก็วิ่งเข้ามา
“เจน”
เจนจิราสะดุ้งเฮือก ตัวแข็งทื่อ ตฤณ ตังตัง กังฟู สมายล์ก็ชะงัก บารมีวิ่งมาอยู่ข้างหน้าเจนจิรา เจนจิรามองบารมี แววตาเปลี่ยนไปเป็นแข็งๆ แสดงให้เห็นว่าตกอยู่ในมนต์สะกดอีก
“บารมี”
พวกตฤณ เด็กๆ สบตากัน อึ้ง เสียดาย
“เจน เจน หายแล้วไมใช่เหรอ”
“บารมี มารับเจนแล้ว”
เจนจิรามีอาการกลับเหมือนเดิมอีก
“โธ่เว้ย”
ตฤณหัวเสีย เซ็งจัด เด็กๆ งง-

ที่จอมือถือของดร.อาทิตย์ เห็นเป็นภาพทั้งภายในและภายนอกบ้านพักตากอากาศของจันทร์เจ้า ในลักษณะของการโทรแบบวิดิโอ คนที่ถือสายอีกฝั่งกำลังถือโทรศัพท์ส่องให้เห็นทุกซอกทุกมุมของบ้าน และส่องไปนอกหน้าต่างให้เห็นถึงชายหาด
ดร.อาทิตย์ นารี อินทุมองภาพในจอ ดร.อาทิตย์ยิ้มพอใจเพราะรู้แล้วว่าที่ไหน คนที่กำลังถือโทรศัพท์อยู่อีกฝั่งก็หันหน้าจอมาส่องที่หน้าตัวเองเพื่อพูด คือลินดานั่นเอง
“ฮัลโหลๆ ชัดแจ๋วแป๋วหวานไหมคร้าด็อกเตอร์”
ลินดาถามด้วยลีลายั่วยวนเช่นเดิม นารีหมั่นไส้มาก แต่ดูเหมือนดร.อาทิตย์จะชอบ
“หึๆๆ ชัดเว่อร์จ้ะหนูจ๋า”
“แล้วป๋ารู้ป่ะ ที่นี่ที่ไหน”
“ชัวร์ รู้แล้วว่าพวกมันมุดหัวอยู่ที่ไหน ขอบใจลินๆๆ ดา ที่ทำหน้าที่เป็นนางนกต่อสายลับได้อย่างไม่มีที่ติ”
“งั้นหนูจะรอป๋านะค้า บ๊ายบาย”
ลินดาขยิบตาให้แล้ววางสายไป
“แร่ด อยากจะฆ่ามัน” นารีหมั่นไส้
“ฆ่าใคร ลินดาหรือพวกไอ้เชน”
อินทุพูดตำหนินารี นารีจะหมายถึงลินดาแต่ไม่พูด ดร.อาทิตย์พูดขึ้นเอง
“ฆ่าพวกมันทั้งหมดนั่นแหละ แต่จะทำได้ ฉันต้องมีผู้ช่วย”
อินทุรีบไปช่วยรับมุกดร.อาทิตย์
“ผู้ช่วยหมายถึงไอ้มิสเตอร์โอเคใช่ไหมครับนาย”
“เหอะ ไอ้โอเคมันเก่าไปแระ ฉันต้องหาผู้ช่วยคนใหม่ที่พูดน้อยๆ แต่พลังมากๆ ไร้เทียมทาน”

ดร.อาทิตย์พูดพลางมองไปที่แว่น 3DDD ที่จะไปเอาตัวร้ายในหนังตัวใหม่ออกมา

ลินดาแอบย่องถือโทรศัพท์ของจันทร์เจ้ามาในห้อง ยังไม่ทันหย่อนไว้ในกระเป๋าของจันทร์เจ้าเหมือนเดิม ก็มีเสียงจันทร์เจ้าผลักประตูเข้ามาเสียก่อน
 
“ลืมมือถือไว้ไหนนะ”
ลินดาหันขวับไปมองอย่างตกใจ จันทร์เจ้าหันมองไปที่กระเป๋า ทำสีหน้าตื่นๆ ชี้ไป
“เอ๊ะ นั่น”
ลินดาหายไปแล้วอย่างว่องไว จันทร์เจ้าเดินเข้ามามองที่กระเป๋า เห็นมือถือ ตบหัวตัวเองเบาๆ
“โธ่เอ๊ย คนสวย มาลืมใส่ไว้ในนี้นี่เอง สงสัยเช้านี้ลืมกินคอลลาเจนกระตุ้นสมอง”
แต่แล้วจันทร์เจ้าชะงัก มองรอบห้องรู้สึกเหมือนมีใครอยู่ ลินดาเกาะฝ้าเพดานหลบนิ่งอยู่ ตาจ้องจันทร์เจ้าเขม็ง ตั้งใจว่าถ้าหันมาเห็นก็จะฆ่าปิดปากเสียก่อน แต่จันทร์เจ้าไม่เห็น เดินถือมือถือออกไป ปิดประตูห้อง ลินดาปล่อยตัวร่วงลงจากฝ้า ยิ้มกระหยิ่ม
“เกือบได้ฆ่านังนี่ปิดปากซะแล้ว นังปวันหายหัวไปไหนหนอ เสียแรงที่เคยเป็นตำรวจ สุดท้ายหล่อนก็จับไม่ได้ ไล่ฉันไม่ทัน ฮิๆๆ”

ปวันเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดกระโปรงผ้าบาติกแบบเดินเล่นริมทะเล
“เกาะอกชุดนี้ซิหนู รับรองหนูใส่แล้วเกิดเลย”
“อึ๋ย ไม่อยากเกิดอ่ะป้า ไม่มีอะไรให้เกาะ”
“แหม ก็หาอะไรยัดๆ ไปซี นี่มาเที่ยวทะเลนะหนู ไม่ได้มาเล่นสกีหิมะ ดูแต่งตัวเข้า ปิดตั้งแต่ตาตุ่มยันคอหอยนี่ แบบนี้ผู้ชายที่ไหนมันจะอร่อย”
ปวันฉุนเหมือนถูกจี้ใจดำ
“ฉันเป็นคนนะป้า ไม่ใช่หอยทอดจะได้อร่อย อ่ะชุดนี้แหละ รองเท้า แว่นตาด้วย เท่าไหร่คะ”
“แล้วหนูคิดว่าเท่าไหร่ละ”
“อ่า ไม่รู้ซิป้า 500 มั้ง”
“500 คิดได้ไงเนี่ย แพงไป หน้าเลือด รัฐบาลเขายิ่งห้ามขูดรีดนักท่องเที่ยวอยู่ เอามะๆ 400 ก็พอ”
“ค่ะๆ 400 ก็ 400 ฉันยอมขาดทุนก็ได้ป้า”
ปวันควักเงินให้แล้วเดินถือชุดผละมายืนคิด
“ในเมื่อพูดดีๆ ไม่ยอมเชื่อ ได้ เดี๋ยวเจอกันนายเชน”
ปวันเดินผละไป

บารมีจับแขนพาเจนจิราไป แต่ตังตัง กังฟู สมายล์ช่วยกันดึงตัวเจนจิราไว้ ไม่ให้ไป เสียงโวยวายเจี๊ยวจ๊าว
“อย่าเอาน้าเจนไปนะ สมายล์ไม่ให้ไป อารมณ์เสียนะจะบอกให้ บอกไม่ให้ไป”
“อย่าไปนะน้าเจน เดี๋ยวก็ถูกฉีด ทำหน้าเด้ง หน้าเหมือนแม่มดหรอก แล่ๆ แบบนี้ๆ ไม่สวยนะจะบอกให้” กังฟูช่วยห้าม
“อยู่กับน้าตฤณเถอะนะๆ น้าเจน น้าตฤณเป็นห่วงน้าเจนมากนะ รักมากๆ ด้วย”
เด็กๆ ต่างคนต่างพูดพร้อมกันเซ็งแซ่
“โฮ่ย หนวกหูไอ้เด็กพวกนี้ ปล่อยเจนเดี๋ยวนี้นะ บอกให้ปล่อย เป็นเด็กไม่อยู่ส่วนเด็ก มายุ่งอะไร ไม่ปล่อยใช่ไหม เดี๊ย”
บารมีทำขู่เงื้อมือ แต่ตฤณเข้ามาขวาง
“อย่านะ เตือนไว้ก่อน อย่าทำอะไรเด็กๆ แล้วก็ปล่อยเจนด้วย วันนี้เป็นตายยังไง ฉันไม่มีวันยอมให้นายได้ตัวเจนกลับไปเด็ดขาด”
บารมีโกรธมาก ผละจากเจนจิราเข้ามาคว้าคอตฤณ
“แกอยากตายงั้นเหรอ ห่ะ ไอ้นักเขียนการ์ตูน”
บารมีเงื้อหมัด ตฤณยืนเฉยด้วยสีหน้าที่เหนือกว่า ฝีมือเหนือกว่าหลายขุม เชนเข้ามา
“อย่าเสี่ยงดีกว่าคุณหมอ ตอนนี้ผู้ช่วยตฤณเขาคือคู่หูของเชน เขาไม่ใช่คนเดิมแล้วนะครับพ้ม เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน หึๆ”
บารมีหันขวับไปมอง เห็นเชนเดินกระเผลกเข้ามา ในขณะที่เจนจิราถูกเด็กทั้งสามดึงไว้
“ปล่อยซี เด็กบ้าพวกนี้เป็นใคร เดี๋ยวแม่จับกินหมดเลย”
“โห แรงกว่าเดิมอีก” ตังตังงง
บารมีหันมาพูดกับเชน
“หึ นายไม่ต้องเสียน้ำลายเตือนหรอก เพราะคนอย่างหมอบารมี เด๊ะ ไม่กลัว”
“โอ้โห พูดแบบนี้ แถววังบูรพาบ้านเชน เรียกว่าจิ๊กโก๋อยากเจ็บตัว”
“จิ๊กโก๋ อี๋ ต่ำจัง แค่ฟัง ก็แสลงหูละ อย่ามาลดเกรดหมอบารมีเป็นจิ๊กโก๋ ไอ้นักเขียนการ์ตูนหลอกเด็กนี่ต่างหากที่เป็นจิ้งเหลนปลายแถว”
“อ๋อเหรอ คุณหมอหน้าร้อยไหม พูดยังงี้อยากโดนจิ๊กโก๋เตะ หรือจะไฝว้”
“No problem ถ้าตามกติกา ขอให้เป็นมาร์เชี่ยลอาร์ตที่มีเกรดหน่อย ไม่หมาหมู่หรือมวยวัดก็ได้เลย แกได้เจอนักเทควันโด้หน้าเด๊ะแน่”
“งั้นก็โป๊ะเชะเลย เชนขอเสนอกติกา ถ้าใครคว่ำอีกฝ่ายหนึ่งได้ คนนั้นจะได้ตัวคุณเจนจิราไป ว่ายังไงไอ้เกลอแก้ว”
“ฉันพร้อม”
“ฉันก็พร้อม”
ตฤณและบารมีพูดพร้อมกัน

ตฤณกับบารมีเดินจดๆ จ้องๆ กันเป็นวงกลม โดยมีทุกคนยืนลุ้น
“น้าตฤณสู้ๆ น้าตฤณสู้ตาย น้าตฤณไว้ลาย น้าตฤณสู้ๆ เย้”
“เย้”
เชนร้องตามเด็กๆ แต่เสียงเจนจิราดังขึ้น
“วี้ด บึ้ม ฮูเลๆๆฮาๆ ฮูลาๆๆ เฮๆ บารมีน่ารัก คึกคักเวลาลงเล่น บารมีใจเย็นๆ เวลาลงเล่นน่ารักๆ”
ทุกคนหยุด หันไปมองเจนจิราเป็นตาเดียว แล้วบารมีก็กระโดดเตะตฤณด้วยท่าเทควันโด้ แต่ถูกตฤณปัดขา เตะตัดขาอีกข้างจนล้มคว่ำลงกับพื้นทราย เด็กๆ เฮ บารมีฉุน ลุกขึ้นเท่ๆ เข้าต่อยซ้ายขวารัว แต่ตฤณถอยพร้อมปัดหมัดได้หมด แถมจับแขนบารมีล็อคได้ จับพาดไหล่ ทุ่มบารมีลงกับพื้นทราย เจนจิราตกใจ
“ว้าย บารมี”
เด็กๆ เฮ เชนมองๆ แล้วได้ความคิดบางอย่าง คว้าแขนตังตังมากระซิบบอก
“โอเค”
ตังตังรีบวิ่งกลับเข้าบ้านไป บารมีบุกเข้าใส่ตฤณ แต่ถูกคว่ำลงกับพื้นทรายครั้งแล้วครั้งเล่า แสดงให้เห็นว่าตฤณเหนือกว่ามาก
 
ขณะที่บารมีแทบไม่อยากเชื่อ ลุกขึ้นบุกเข้าหาตฤณ แต่ถูกคว่ำลงอีก

บารมีกระโดดจะบีบคอตฤณ แต่ตฤณนั่งยองลง จนหนุนตัวบารมีด้วยบ่า ยกลอยขึ้นจากพื้น แล้วก็พาหมุน
“เฮ้ยๆๆ ปล่อยฉันลง”
“ได้ ตามคำขอ”
ตฤณดันบารมีล้มหงายหลังลงกับพื้นทราย บารมีนอนเจ็บหลังและจุก เชนปรบมือให้ตฤณ
“เก่งมากไอ้คู่หู”
“เย้ เย้ เย้ หน้าเด๊ะถูกเผาๆ มันจะถูกไม้เสียบๆ เสียบตูดซ้าย เสียบตูดขวา ร้อนจริงๆๆๆ”
กังฟูกับสมายล์ร้องอย่างสนุกสนาน แต่เจนจิราไม่พอใจ
“พวกโรคจิต พวกเธอจะหยุดรุมทำทารุณกับบารมีได้หรือยัง”
เจนจิราจะวิ่งเข้าไปหาบารมี แต่ตฤณรั้งตัวไว้
“เจน ตัวเองหายแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมมันแย่ลงอีกล่ะ”
“ปล่อยฉันนะ พวกบ้าบอไร้คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ”
“เป็นชุด”
ตังตังวิ่งจูงจันทร์เจ้าเข้ามาตามแผนที่เชนสั่งไป
“จัดเลย คุณอาจันทร์เจ้า”
“ได้เลย ตามคำขอของเชน จันทร์เจ้าแอ็คติ้งเอบวกอยู่แล้ว ว้ายตายแล้วคุณหมอ เจ็บมากไหมเคอะ อ๊าย จมูก จมูกคุณหมอ นั่น นั่นมัน โอ๊ว ม่าย”
บารมีตกใจ จับหน้าห่วงความหล่อมาก
“ห่ะ จมูกผม จมูกผมเป็นอะไร”
“เหมือนจะมีอะไรขาวๆ โผล่ออกมาเลยอ่ะ”
“หา ซิลิโคนโผล่เหรอ”
ความจริงเปิดเผยว่าเป็นจมูกปลอม เด็กๆ พากันขำคิก นินทากัน
“มะ ไม่รู้ซิลิโคนหรือเห็ดโคนค่ะ รีบเข้าบ้านไปดูแผลก่อนเถอะค่ะ ก่อนที่หน้าหมอจะไม่เด๊ะ”
บารมีรีบวิ่งจับจมูกเข้าบ้านทันที ไม่สนใจเจนจิรา เจนจิราจะตามไปแต่ตฤณจับตัวไว้
“บารมี รอด้วย บารมี ทำไมทิ้งเจนไปแบบนั้นล่ะคะ คุณมาช่วยเจนไม่ใช่เหรอ”
“โธ่เอ๊ย ผู้ชายสมัยนี้ห่วงจมูกเสียทรงยิ่งกว่าเสียคนรักซะอีก” เชนบ่น
จันทร์เจ้าหันมายกนิ้วโอเคขยิบตาให้เชน
“ไม่ต้องวอรี่นะจ๊ะเชนจ๋า เดี๋ยวเจ๊ดูแลหมอบารมีให้เอง”
เชนส่งยิ้มหวานให้ จันทร์เจ้าส่งจูบแล้วรีบตามบารมีเข้าบ้านไป
“บารมีต้องเจ็บมากแน่ๆ บารมีถึงเสียสติไปขนาดนี้ ปล่อยเจนจิรา เจนจิราจะไปดูแลบารมี บารมีน่าสงสารที่สุด บารมีอ่อนแอ ถ้าอย่างนั้น เจนจิราจะเป็นคนปกป้องบารมีเอง”
เชนหันมามองตฤณที่จับเจนจิราไว้ แล้วรู้สึกอ่อนใจ
“เป็นอย่างนั้นไปฉิบ แทนที่จะตาสว่าง กลับมืดบอดลงไปอีก”
“มันใช้วิธีอะไร ตัวกระตุ้นการสะกดจิตให้แรงขึ้น มันคือตัวบารมีใช่ไหม เมื่อเจนเห็นบารมี เจนจะถูกเร้าให้บ้ามากยิ่งขึ้น จนแก้ไขได้ยาก แต่ผมจะไม่ท้อหรอก เจน เจนฟังนะ ผมจะช่วยคุณให้ได้ ไม่ใช่เพื่อตัวผม แต่เพื่อคุณ เจน”
ตฤณจูงมือเจนจิรากลับไป ตังตัง สมายล์ กังฟูตาม เชนยืนถอนใจส่ายหน้าอย่างหนักใจ หันมองไปที่ทะเล และแล้วก็เห็นปลายฟ้าเดินอยู่ที่ชายหาดมุมไกล
“นั่น นั่นมัน”
เชนรีบกระเผลกตามไป ลินดาเดินมามองตามเชน เห็นเชนกำลังรีบเดินไปที่ชายหาด
“จะไปไหนของมัน”
ลินดาแอบตามไป

เชนเดินกระเผลกๆ มาตามริมหาด มองหาปลายฟ้าอยู่ครู่ใหญ่
“คุณปลายฟ้า คุณปลายฟ้า”
เชนตะโกนเรียก แต่ไม่เห็นปลายฟ้าแล้ว เชนหยุดมองอย่างหมดหวัง
“คุณปลายฟ้าอยู่ไหน รึเธอจากไปอยู่ที่ปลายฟ้า”
เชนหันจะเดินกลับไปที่บ้านพัก แล้วก็เห็นปลายฟ้านั่งอยู่ใต้ต้นไม้ริมหาด นั่งเท้าคางหลับตาเหมือนกำลังดำดิ่งไปกับภาพฝันที่นักเขียน สร้างภาพจินตนาการในหัว มีสมุดปากกาวางอยู่ที่ตัก
“คุณปลายฟ้า”
เชนยิ้มดีใจ รีบเดินเข้าไปหา ปลายฟ้าใส่รองเท้าสานแบบเดินชายหาด ใส่กระโปรงผ้าบาติก แว่นตากลมโตของปวัน ผมแสกกลางมัดเปียสองข้าง ทำเป็นไม่รู้ตัว จนกระทั่งเชนเดินเข้ามาใกล้ แล้วนั่งลงมองจ้องหน้า จะเรียกก็ไม่กล้า กลัวรบกวนสมาธิ เลยโบกมือไปมาที่หน้าปลายฟ้า แต่ปลายฟ้าก็ยังโยกหัวไปมา ทำยิ้ม ทำหัวเราะคิกๆ อยู่คนเดียว เหมือนกำลังอินกับภาพมโนในหัว เชนเกาหัว ไม่รู้จะทำอย่างไร
ลินดาเดินตามหาเชนมาแต่ไกล เห็นเชนนั่งอยู่ไกลๆ ต่อหน้าผู้หญิงคนหนึ่ง
“นังนั่นใครกัน”
ลินดารีบย่องไปสอดแนม เชนยังคงนั่งจ้องหน้ารอปลายฟ้า และแล้วปลายฟ้าก็ลืมตาขึ้น
“รู้ละ นางเอกจะบอกเลิกยังไง”
ปลายฟ้าทำเป็นตะลึงเมื่อเห็นเชนอยู่ตรงหน้า
“อุ้ย เชน”
เชนยิ้มหล่อ
“ใช่แล้วครับ ผมเอง สุดหล่อเชน”

ดร.อาทิตย์กำลังง่วนเปิดดูรูปตัวร้ายในหนัง แล้วชะงัก จ้องไซลาร์ มนุษย์ต่างดาวรูปร่างเหมือนคน มีอาวุธประหลาดมากมาย ทั้งมีดคมเป็นใบเลื่อย ปืนทรงประหลาด และบูมเมอแรงสังหาร ที่สำคัญ ฟันปีศาจเป็นเขี้ยวฉลามดำสยองเต็มปากของมัน ดร.อาทิตย์ถูกใจเป็นอย่างมาก
“ไซลาร์ ไซลาร์ แกคือตัวร้ายในฝันของฉันจริงๆ เห็นทีฉันต้องไปเชิญแก ด้วยตัวเองแล้ว”
ดร.อาทิตย์หันไปหยิบดีวีดีหนังเรื่อง ดาวนรก ขึ้นมา หยิบแผ่นใส่เข้าเครื่องเล่น แล้วกด Playถือแว่นมายืนจังก้ารอ ครู่เดียวก็มีแสงสว่างขึ้นจากจอทีวีพร้อมเสียงจากหนัง เป็นเสียงกรีดร้องของคนที่กำลังหนีตาย และเสียงคำรามของไซลาร์ตามฆ่ากัดกินคนอย่างน่าสยดสยอง ดร.อาทิตย์สวมแว่น 3DDD แสงสว่างวาบขึ้นแล้วหายวับเข้าไปในทีวี

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 12 (ต่อ)

เชนนั่งคุยกับปลายฟ้าที่ริมหาด
 

“คุณปลายฟ้าหายไปไหนมาครับ”
“แล้วคุณเชนล่ะคะ หายไปไหนมา”
เชนอึ้งไป รู้สึกผิด
“แล้วคุณปลายฟ้ามาที่นี่ได้ยังไง”
“ที่นี่ ที่นี่คือชายหาดที่ปลายฟ้ามาเป็นประจำ ยามต้องการความสงบในการประพันธ์นวนิยาย แล้วเชนล่ะ มาได้ยังไง หรือว่าคุณสืบเสาะ สะกดรอยปลายฟ้ามา แต่คุณจะทำแบบนั้นทำไม ในเมื่อ คุณก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากปลายฟ้าอีกแล้ว”
“เอ่อ คุณปลายฟ้าโกรธผมเหรอครับ ที่จากไปโดยไม่ร่ำลา แต่คุณปลายฟ้าได้รับจดหมายลาของผมแล้วไม่ใช่เหรอครับ ผมสัญญาว่าถ้าเสร็จภารกิจจะกลับมารับผิดชอบชีวิตคุณอีก ตอนนี้ผมก็กลับมาแล้ว”
ลินดาคลานมาตามพุ่มไม้ ใกล้เข้ามา
“คุณเชนคะ รู้มั้ยคะ เหตุผลที่ปลายฟ้าไม่กลับไปที่บ้านเช่าอีกตอนที่คุณอยู่ ก็เพราะปลายฟ้าต้องการจะขึ้นคาน”
“หา ยังมีผู้หญิงในโลกนี้ต้องการขึ้นคานอีกเหรอ”
“มีซีคะ มีเป็นล้าน และปลายฟ้าก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ไม่ต้องการมีผู้ชายให้เป็นภาระในชีวิต”
“อะไรนะ คุณเห็นผู้ชายที่เสน่ห์ล้นเหลืออย่างผมเป็นภาระ มันดูแคลนกันมากเลยนะครับ”
“แล้วที่คุณเห็นว่าผู้หญิงแต่งตัวเชยๆ อยู่โดดเดี่ยวเดียวดายอย่างปลายฟ้าเป็นผู้หญิงที่อาภัพน่าสงสาร เพราะไม่มีผู้ชายต้องการ ก็เป็นการดูถูกดูแคลนที่สุดเหมือนกัน ปลายฟ้าขอบอกว่าไม่ใช่ว่าปลายฟ้าไม่มีใครต้องการ แต่ผู้หญิงอย่างปลายฟ้า ปลายฟ้าเป็นฝ่ายไม่ต้องการใครเองต่างหาก เข้าใจซะใหม่ด้วยนะคะ”
เชนอึ้งไป บีบขมับให้หายงง
“ช่วยสรุปให้ผมฟังหน่อยซีครับ ว่าทั้งหมดที่คุณปลายฟ้าเหน็บผมมา อ่า”
“ปลายฟ้าต้องการอยู่คนเดียวค่ะ ชีวิตคู่มันกักกั้นอิสรภาพในการจิ้นของปลายฟ้า มันเป็นอุปสรรคในการคิดถึงพระเอกในฝันเวลาเขียนนิยาย”
“นี่คือการบอกเลิกใช่ไหมครับ”
“ปลายฟ้าไม่เคยคบคุณเป็นแฟน จะเรียกว่าเลิกไม่ได้หรอกค่ะ ที่ผ่านมา เราคือเพื่อนที่ดีต่อกัน และก็จะเป็นอย่างนั้นตลอดไปค่ะเชน”
ปลายฟ้าพูดพลางยื่นมือให้เชนด้วยรอยยิ้ม เชนมองมือปลายฟ้าแล้วยื่นไปจับอย่างยอมรับ
“ถ้านี่คือความต้องการของคุณ สุภาพบุรุษเชนก็ไม่อาจฝืนใจ”
ปลายฟ้าโผกอดเชนเหมือนเพื่อนกอดกัน แต่ทำเอาเชนชะงัก ปลายฟ้ากระซิบบอกข้างหูเชน
“ผู้หญิงที่ชื่อลินดาแอบตามเรามาค่ะ”
ปลายฟ้าพูดแล้วแอบเหล่มองไปที่ลินดาซึ่งแอบโผล่หน้ามาฟังอยู่ข้างต้นไม้ไม่ไกล เชนจะหันไป
“อย่าหันไปคะ ปลายฟ้าจะพิสูจน์อะไรให้คุณดู”
“พิสูจน์อะไรครับ”
“ตามปลายฟ้ามา เราไปเดินเล่นกัน”
ปลายฟ้าจูงมือเชนลุกเดินไปที่ชายหาด ลินดามองตามทั้งคู่ไป
“นังนี่โผล่มาจากไหน สัญชาตญาณลินดาบอกว่าแม่นี่มันมีอะไรมากกว่าความเชยของมัน”
ลินดามองตามสงสัย

สมายล์วิ่งถือต้นกระบองเพชรที่ตกแตกมาให้ตฤณ
“เจน ตะเองมองกระถางกระบองเพชรนี่อีกครั้งนะ แล้วนึกถึงต้นนั้นที่เขาให้ตัวเอง”
เจนจิรามองต้นกระบองเพชร เหมือนว่าร่วมมือด้วย ตังตังดีใจ
“ตั้งสตินะน้าเจน พยายามนึกหน่อย เดี๋ยวน้าเจนก็จะจำทุกอย่างได้แน่ๆ”
เจนจิราปัดมือตฤณ กระบองเพชรกระเด็น
“เอาต้นหนามอะไรมาให้ดูอยู่ได้ ปัญญาอ่อน”
“เจน”
“ฉันคิดถึงบารมี โอ๊ย ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว เรียกบารมีมาหาฉันที”
เจนจิรานั่งจับหัวตัวคุดคู้
“มีอาการปวดหัวเพิ่มมาอีกอย่าง" กังฟูบอก
“นี่มันต้องเกี่ยวกับระบบสมอง หรือระบบประสาทแน่ๆ” สมายล์พยายามคิด
“ปวดมากๆ เดี๋ยวเส้นเลือดก็แตก อากงฉันเคยเดี้ยงมาแล้วนะ”
กังฟูบอกอีก ทำเอาตังตังเต้นเร่า
“ทำไรสักอย่างซิน้าตฤณ ยิ่งได้เห็นหน้าหมอบารมี น้าเจนดูจะเป็นมากขึ้นกว่าเดิมนะ”
ตฤณแค้น
“ถ้าเจนเป็นอะไร ไอ้บารมี แกตาย”
“หรือพวกมันเซ็ตติ้งเพิ่มมา ว่าถ้าน้าเจนไม่กลับไปกะบารมี มันจะบีบให้สมองแตก”
“ไอ้พวกเลว”
ตฤณยิ่งแค้น ตังตังคอตก เศร้า
“นี่เราช่วยไรน้าเจนไม่ได้จริงๆ อ่ะ ตอนแรกที่ดูกระบองเพชร น้าเจนก็เหมือนจะจำได้แล้วเนอะ” สมายล์ช่วยคิด
“ใช่ หายแล้ว กังฟูเป็นพยาน ว่าน้าเจนหายแล้ว แล้วพอนายหมอหน้าเด๊ะมา น้าเจนก็กลับมาเป็นใหม่ คราวนี้ ออกแนวก้าวร้าวกว่าเดิม”
“นอกจากต้นกระบองเพชรแล้ว น้าตฤณมีอย่างอื่นที่จะช่วยเตือนความหลัง ให้น้าเจนได้อีกป่ะล่ะ”
สมายล์ถาม ตฤณคิดๆ
“เรามีความหลังร่วมกันมามาก มากเหลือเกิน กี่ปีที่เราคบกันมา”
“อ๊า นั่นสิคะ”
ตังตังนึกออก วิ่งกลับไปที่บ้าน
“อ้าว ตังตัง ไปไหนอ่ะ ไม่ต้องห่วงนะครับน้าตฤณ กังฟูจะไปดูแลตังตังเอง”

กังฟูทำหน้าเป็นพระเอก วิ่งด้วยท่าซุปเปอร์แมนตามตังตังไป สมายล์นั่งกลุ้มอยู่ข้างๆ ตฤณ ขณะที่เจนจิราลงไปดิ้น ปวดหัว

ตังตังวิ่งมาที่เต็นท์ แหวกหากระเป๋าเป้ของตัวเอง กังฟูโผล่เข้ามา
 
“หาอะไรอ่ะตังตัง”
“สมุดปลาวาฬ”
“อะไรนะ สมุดปลาวาฬ”
“ตะเองเห็นบ้างป่ะ”
“สมุดปลาวาฬไม่เห็น เห็นแต่สมุดปลาปักเป้า อยู่นี่ไง”
กังฟูเปิดพุงทำแก้มป่องทะเล้นใส่ตังตัง
“โธ่ ไอ้อ้วน”
“ใครว่าอ้วน เขาแค่อวบไปหน่อย”
“เออไอ้อวบ ถ้าอยากจะช่วย ก็รีบไปโน่นเลย ไปช่วยแม่เธอขวางหมอบารมี เอาไว้ให้นานๆ อย่าให้ออกมาหาน้าเจน”
“นานกี่นาที 1 นาที”
“บ้า 1 นาทีนี่นานเหรอ”
“ก็ได้ๆ งั้นก็เป็นชั่วโมง พอใจมะน้องสาว”
ตังตังปาหมอนใส่ กังฟูรีบวิ่งไป ตังตังออกมานอกเต็นท์แล้วก็เห็นกระเป๋า
“อยู่นี่เอง”
ตังตังรีบเปิดกระเป๋าหยิบสมุดปลาวาฬออกมาดูอย่างดีใจ
บารมียืนมองหน้าตัวเองในกระจก โดยมีจันทร์เจ้าช่วยใช้แปรงปัดทรายออกจากเสื้อผ้าจนหมดจดแล้ว
“ตกลงไม่มีส่วนไหนหัก ไม่มีซิลิโคนโผล่ โถ จันทร์เจ้าคงตกใจเลยตาฝาด เห็นทรายที่หน้าหมอเป็นซิลิโคน”
“ระดับฝีมือหมอศัลยกรรมมือหนึ่งอย่างหมดบารมีเด๊ะ รับประกันว่าทำแล้ว ไม่มีไหล ไม่มีย้วย ไม่มีทรุด”
“อ๋อ ค่า อืม ที่พูดน่ะ ทำหน้าหรือเสาทางด่วนยะ” จันทร์เจ้าแอบนินทา
บารมีจะเดินออกจากบ้าน จันทร์เจ้ารีบขวาง
“คะๆ เดี๋ยวค่ะคุณหมอขา ขอปรึกษาเรื่องธุรกิจความงามนิดหนึ่งนะคะ จันทร์เจ้ากำลังจะทำทัวร์ศัลยกรรมน่ะค่ะ พาลูกทัวร์จากเออีซีมาทำ ทำสวยทำหล่อที่เมืองไทย ก็เลยต้องมีคลินิกที่มีคุณภาพรองรับ”
บารมีสนใจทันที
“อ๋อ คลินิกผมพร้อมรองรับครับ วันไหนคุณจันทร์เจ้าว่างก็นำรายละเอียดไปคุยกับผมที่คลินิกได้เลยครับ”
บารมีรีบจะเดินไป จันทร์เจ้าขวางอีก
“แล้วค่าทำศัลยกรรมล่ะค่ะ คิดยังไง”
“ผมมีแบบเหมาจ่ายแบบแพ็คเกจ”
“โอ้ ทำศัลยกรรมมีแบบเหมาจ่ายแบบแพ็คเกจด้วย ยังไงคะ ยังไง”
“ก็อย่างเช่นถ้าทำหน้าอก ก็จะมีเสริมดั้งให้ในราคา 50%”
“ว้าว โปรนี้คุ้มมาก แล้วโปรอื่นล่ะคะ”
“เรามีผ่อน 6 เดือน ดอกเบี้ย 0% เอิ่ม ไว้ไปคุยกันที่คลินิกผมนะครับ ตอนนี้ผมต้องรีบไปพาเจนกลับ”
บารมีหันจะเดินไป จันทร์เจ้าขวางอีก
“เดี๋ยวซีคะคุณหมอ จันทร์เจ้าไม่เคยทำธุรกิจนี้ อยากขอคำแนะนำ”
“ก็บอกแล้วไงว่าผมรีบ ไว้คุยกันที่กรุงเทพ”
บารมีหันจะเดินไป ก็ชนเข้ากับกังฟูซึ่งถือไอศกรีมช็อกโกแลตแท่งๆ เดินกินเข้ามา จนไอศกรีมเลอะติดเสื้อ
“โอ๊ะ”
“ไอติมผม อดกินเลย แงๆๆ”
“โธ่เว้ย เสื้อฉันเละหมดแล้ว ช็อกโกแลตด้วย มันจะซักออกมั้ยเนี่ย”
“อุ้ย ขอโทษค่ะคุณหมอ เดี๋ยวเช็ดให้นะคะ กังฟู โธ่ลูก เดินกินยังไงไม่ดูตาม้าตาเรือเลยอ่ะ คุณแม่สอนไม่รู้จักจำ”
จันทร์เจ้าหันไปว่า กังฟูแอบขยิบตาให้ จันทร์เจ้าเข้าใจทันที สองแม่ลูกยิ้มให้กัน

เจนจิราเริ่มโวยวาย ตฤณต้องจับไว้ สมายล์ยืนเอาใจช่วยตฤณ
“ถ้าไม่ให้ฉันไปหาบารมี อกฉันจะแตกเป็นเสี่ยงๆ หัวใจฉันจะสลาย กลายเป็นสายเลือด ฉันจะ ฉันจะโดดเอาหัวฟาดพื้นให้สมองกระจาย”
“มโนของนางเริ่มสยดสยองขึ้นทุกทีแล้ว สงสัยต้องให้สัตวแพทย์เอายาสลบช้างมาฉีดแล้วมั้งเนี่ย” ตฤณบอก
“ว่าฉันเป็นสัตว์เหรอ ไอ้คนโรคจิต แกตังหาก ที่ต้องให้สัตวแพทย์เอายาแก้หมาบ้ามารักษา ถุยๆๆ”
เจนจิราถุยน้ำลายใส่หน้าตฤณ ตฤณชักโมโห เหวี่ยงเจนจิราออกไปจากตัว
“เจน แบบนี้มันเกินเยียวยาแล้วนะ เอ้า ไป อยากไปไหนก็ไป เชิญไปที่ชอบที่ชอบเลย”
ตฤณตะโกนอย่างสุดทน ทำเอาเจนจิราชะงัก
“ฉันไปแน่ ไอ้บ้าหน้าขี้หมา”
เจนจิราตบตฤณ แล้ววิ่งหนี
“แบบนี้น้าเจนก็อาจเป็นอันตรายต่อคนอื่นเหมือนกันนะเนี่ย” สมายล์ท้วง
“ใช่ สมายล์ ระวังตัว อย่าไปขวาง”
สมายล์จำต้องหยุด ได้แต่ยืนมอง
“ใช่ ฉันคือตัวอันตราย ใครอย่ามาขวางนะ ใครมาขวาง ฉันจะกระโดดกัดเลยด้วย ฮึ่ม ฮึ่ม แฮ่ โฮก”
ตังตังวิ่งมาขวางเจนจิราไว้
“อย่าเพิ่งค่ะน้าเจน ดูนี่ก่อน”
ตังตังยื่นสมุดปลาวาฬชูไปที่หน้าเจนจิรา ได้ผล เจนจิราหยุดกึก อึ้งมองไปที่สมุดปลาวาฬ ขณะที่ตฤณหันมามอง ตะลึงงันเมื่อเห็นสมุดในมือตังตัง
“ตังตัง เอาสมุดนั่นมาจากไหน”
“ชิ้ว”
ตังตังจุ๊ปากให้ตฤณเงียบ สมาธิอยู่ที่เจนจิรา
“น้าเจนจำสมุดการ์ตูนเล่มนี้ได้ไหมคะ”
“สมุดการ์ตูนอะไรอ่ะ” สมายล์พึมพำคนเดียว
เจนจิราค่อยๆ ยื่นมือไปจับสมุด ตฤณรู้สึกมีความหวัง รีบเดินเข้าไปหาเจนจิรา

“การ์ตูนในสมุดเล่มนี้ เขาเป็นคนวาดให้ตัวเองตอนที่เรารักกันใหม่ๆ”

เจนจิราลูบสมุดแล้วเดินกลับช้าๆ ไปที่ชายหาด ตฤณรีบเดินไป สมายล์จะเดินตามไป แต่ตังตังดึงแขนไว้
 
“เรามาช่วยกันภาวนาขอให้พลังแห่งความรัก ช่วยน้าเจนกับน้าตฤณด้วยเถอะ”
เด็กน้อยทั้งสองยืนโอบไหล่มองตฤณเดินตามเจนจิราไปที่ชายหาด

เชนทำเป็นเดินเล่นกับปลายฟ้า สงสัยคาใจ
“คุณปลายฟ้ารู้จักลินดาด้วยเหรอครับ”
ปลายฟ้าแอบทำหน้าตกใจ แต่ก็หันมาพูดเอาตัวรอด
“เรื่องนั้นไว้ปลายฟ้าจะอธิบายให้คุณฟังทีหลังค่ะ ตอนนี้ลินดายังคงแอบมองเราทั้งคู่อยู่”
“ลินดาเป็นเพื่อนเชน ลินดาคงแค่สงสัยว่าเชนมาคุยอยู่กับใคร”
ปลายฟ้าหยุดยืนพร้อมกับโอบสองแขนไปรอบคอเชน ทำเอาเชนตกใจ
“ไหนคุณบอกว่าไม่ต้องการมีคู่ แล้วนี่คุณทำอะไรครับ”
“ก็ถ้าเชนคิดว่าสิ่งที่เชนคิดเกี่ยวกับตัวลินดาถูกต้อง งั้นเรามาพิสูจน์กัน สมมุตินะว่าปลายฟ้าเป็นตัวร้ายในนิยาย ที่แอบปลอมตัวมาฆ่าเชน แล้วเชนก็หลงกลพลาดท่าให้ปลายฟ้า”
ปลายฟ้าพูดพลางชักมีดออกมาจากกระเป๋า ทำเป็นเงื้อแทงเชนที่ท้อง
“โอ๊ะ คุณปลายฟ้า”
เชนก้มลงมองอย่างตกใจ แต่กลับไม่มีเลือดออก
“ก็แค่มีดของเล่น บทบาทแค่นี้ ฝีมือระดับเชน ไม่น่ายาก ให้มันสมบทบาทหน่อย”
“ทำไมผมต้องทำ”
“ถ้าคุณยังเชื่อปลายฟ้า ก็ทำเถอะค่ะ”
ปลายฟ้าแทงไปอีกครั้ง
“โอ๊ะ”
เชนรู้งาน ทำเจ็บทันที แล้วปลายฟ้าก็ทำเป็นชักมีดแทงซ้ำที่ท้อง จนเชนทรุดลงกับพื้นทราย ลินดาแอบมองข้างต้นไม้ เห็นแต่ไกลเหมือนเชนถูกแทงจริงๆ ก็เข้าใจผิด
“ฮ่ะๆ คิดแล้วไม่ผิด นังนั่นต้องแฝงตัวมา ที่แท้มันก็เป็นมือสังหารนี่เอง”
ลินดาเห็นเชนทรุดลง ถูกปลายฟ้าแทงซ้ำที่หลัง เชนพยายามสู้ แต่ถูกเตะเสยล้มหงาย แล้วตามแทงซ้ำ ปลายฟ้าลงนั่งคุกเข่าข้างๆ เชน หันหลังให้ลินดา
ปลายฟ้าทำเป็นเตะเชนล้มหงายอยู่ที่พื้นทราย มือถือมีด หน้าโหด แต่รีบควักขวดซอสมะเขือเทศขวดเล็กออกมาจากอกเสื้อ
“แบมือมา”
เชนทำตาม แบมือให้ปลายฟ้า ปลายฟ้าเทซอสมะเขือเทศลงบนมือเชน เหมือนเลือดออกมาจากบาดแผล
“คุณนี่สมกับเป็นนักเขียนนิยายจริงๆ แต่ผมยังงง ว่าเราเล่นอะไรกันอยู่”
“เล่นต่อเถอะน่า มันใกล้ถึงฉากจบแล้ว ละเลงซอสกับมือเร็ว คลาน”
“ห่ะ”
“คลานไปซี แบบกระเสือกกระสนหนีตาย ใกล้จะหมดลมน่ะค่ะ”
“เอ่อ เอาๆ คลานก็คลาน”
เชนคว่ำตัวลงคลานกระเสือกกระสนหนีไปกับพื้นทราย มือหนึ่งยกชูขึ้นเต็มไปด้วยซอสมะเขือเทศ เหมือนกำลังร้องขอความช่วยเหลือ
“แกตาย”
ปลายฟ้ากระโดดปักมีดเข้าที่หลังเชน
“อ๊าก”
เชนทำเป็นร้องเจ็บปวดสมบทบาท แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นเท้าลินดาก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า เชนเงยหน้าขึ้นมอง ลินดายืนมองยิ้มๆ อยู่ วินาทีนั้น เชนตัดสินใจเล่นต่อ ลองพูดออกไป
“ลินดา ช่วย เชนด้วย”
มือเชนเต็มไปด้วยซอสมะเขือเทศจับไปที่เท้าของลินดา ลินดาสะบัดเท้าออกจากมือเชน
“ช่วยเหรอ ได้”
ลินดาเตะเสยเข้าที่หน้าเชน เชนเจ็บจริง ร้องลั่น
“อ๊าก”
เชนกลิ้งม้วนไปกับพื้นทรายตามแรงเตะ เลือดจริงออกปากไปนอนคว่ำฟุบมึนอยู่
“คราวนี้เลือดจริงด้วย ไม่ใช่ซ้อส งือ”
ลินดาหันมามองปลายฟ้า ปลายฟ้าทำเป็นถือมีดเตรียมพร้อม แต่ลินดาหัวเราะ
“ฉันไม่สู้กับหล่อนหรอก ไม่ต้องกลัว หล่อนโผล่มาจากไหน หรือว่า ด็อกเตอร์อาทิตย์ส่งหล่อนมาเก็บไอ้เชน”
“ก็ด็อกเตอร์ส่งนังดาวยั่วฝีมือกระจอกมาเก็บแล้ว แต่ทำงานไม่ได้เรื่องนี่”
“นังปากดี ฉันกำลังหาโอกาสลงมือเก็บไอ้หน้าขี้หลีมันให้เนียนๆ ต่างหาก แต่หล่อนก็มาชิงลงมือตัดหน้าฉันซะก่อน”
เชนนอนคว่ำอยู่ลืมตาฟัง แทบไม่เชื่อหูในสิ่งที่ลินดาพูด
“หึ โอกาสลงมือของหล่อน มีมานานแล้ว ตั้งแต่หล่อนแกล้งทำเป็นเจ็บหนีตายไปที่บ้านเช่าของพวกมัน แต่หล่อนก็ไม่มีฝีมือ”
“หุบปากนะ อย่าคิดว่าแกฆ่าไอ้เชนได้แล้ว แกจะมีฝีมือเหนือกว่าฉัน หึๆ ถ้าฉันฆ่าแกซะ แล้วโยนไปว่าแกตายเพราะสู้กับไอ้เชนไม่ได้ จนฉันต้องมาช่วยฆ่าไอ้เชนให้แทน ความดีความชอบทั้งหมดก็จะตกมาเป็นของลินดา ด็อกเตอร์อาทิตย์จะต้องชื่นชมฉันยกให้ฉันเป็นสมุนเอก ยิงปืนทีเดียวได้นกสองตัว”
“อยากเป็นสมุนเอกของทรชนนักเหรอลินดา”
ลินดาตกใจ หันมองไป เห็นเชนลุกขึ้นยืน
“ห่ะ ทำ ทำไมแกไม่เป็นอะไร เอ่อ ที่ตัวไม่มีเลือดสักหยด”
“ก็เพราะหล่อนถูกผีอำกลางวันแสกๆ ไง ฮ่ะๆๆ”
“นี่น่ะเลือดปลอม แต่นี่เลือดจริง” เชนชี้ที่ปากตัวเอง
“พวกแกรวมหัวกันหลอกฉัน”
ลินดาโกรธมาก ดึงแส้ที่ซุกมาตวัดไปที่ปลายฟ้าอย่างรวดเร็ว
“ระวังคุณปลายฟ้า”
แส้ของลินดา พันไปรอบตัวปลายฟ้าแน่น แม้แต่ปลายฟ้าก็ไม่ทันตั้งตัว ปลายฟ้าพยายามสู้ แต่ก็ถูกลินดาจับล็อคตัวไว้ พร้อมกับแย่งมีดมาได้ ลินดามองมีดโกรธมาก ปาทิ้ง
“มีดหลอกเด็กเหรอเนี่ย”
“ม่ายช่าย มีดหลอกลินดาต่างหาก”
“ปากเน่านักนังเฉิ่ม ตายซะดีไหม”
“อย่านะลินดา อย่าทำอะไรคุณปลายฟ้านะ”
“แกนั่นแหละอย่าเข้ามา ถ้ารู้จักฝีมือลินดาดี จะรู้ว่านังนี่จะตายศพไม่สวย”

ลินดาใช้กรงเล็บจิกไปที่คอของปลายฟ้า เชนต้องหยุด

เจนจิรานั่งอยู่ริมทะเลเปิดสมุดปลาวาฬทีละหน้าๆ เห็นภาพวาดการ์ตูนฝีมือตฤณเล่าเรื่องราวดั่งนิยาย ระหว่างที่เปิดสมุดดู
 
ภาพในอดีตต่างๆ ก็แว่บเข้ามาในหัวของเธอเป็นระยะ ตฤณเข้ามานั่งลงข้างๆ เจนจิราอย่างเงียบๆ มองหน้าหญิงสาวที่ดูเหมือนกำลังสับสน จนเขาต้องกุมมือตัวเองไว้ หลับตาภาวนาขอให้เจนจิราหายจากการถูกสะกดจิตจำทุกอย่างได้
เจนจิราเปิดหน้าสมุดเร็วขึ้น เร็วขึ้น ภาพในอดีตแว่บมาเป็นระยะ เร็วขึ้นๆ ตามจังหวะมือที่เปิดหนังสือการ์ตูน แล้วนึกถึงคำพูดที่เคยพูดกับตฤณ
“เขาไม่เคยเสียใจที่ตัวเองไม่เก่งหรือไม่เคยประสบความสำเร็จในอะไรเลย แต่เขาเสียใจ ที่ใจของตัวเองยอมแพ้อย่างหมดรูป ไม่ดิ้นรน ไม่ต่อสู้ ไม่พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองเรียกว่าความฝันและความสุข มารับคืนไปด้วย เขาไม่อยากดูมันอีกแล้ว”
เจนจิราเปิดสมุดหน้าสุดท้าย หมดสติ ตัวอ่อน สมุดร่วงจากตัก ตฤณรับตัวเจนจิราไว้ในอ้อมแขน

เชนเดินจดๆ จ้องๆ ลินดาจับตัวปลายฟ้าไว้เป็นตัวประกัน
“ปล่อยคุณปลายฟ้าเถอะลินดา เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณปลายฟ้า มันเป็นเรื่องของเราสองคน ที่เป็นคู่หูกัน”
“คู่หูกับแกน่ะเหรอ ฮิๆๆ ไม่ยอมนะ อย่ามาขี้ตู่ สาวสวยอย่างลินดา ไม่เคยมีคู่หูคู่หางอะไรทั้งนั้น จะมีก็แต่คู่หวานเป็นครั้งเป็นคราวเมื่อยามเหงา”
“นี่มันไม่ใช่ตัวลินดาเลย ลินดากำลังถูกด็อกเตอร์สะกดจิต ลินดากำลังถูกมันหลอกใช้”
“เงียบน่า แกไม่ต้องมาเป่าหูฉัน ถ้าอยากให้ฉันปล่อยนังเห่ยนี่ล่ะก็ ต้องแลกกัน แกยอมให้ฉันจับตัวไปถวายด็อกเตอร์ซะดีๆ แล้วนังนี่จะได้เป็นอิสระ”
เชนมองหน้าปลายฟ้าด้วยความเป็นห่วง
“คุณปลายฟ้าครับ ผมรู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลคุณ แต่ครั้งนี้เป็นโอกาสแล้วที่ผมจะได้ปกป้องคุณ”
เชนหันหลังไขว้มือให้ลินดาทันที
“มาจับเชนไปเลยลินดา แล้วปล่อยคุณปลายฟ้าไป”
ลินดายิ้มพอใจ
“ไม่อยากเชื่อว่ายัยเชยนี่จะมีความสำคัญกับเชนถึงขนาดนี้”
ลินดาดึงกรงเล็บออกคลายแส้ เพื่อไปจับเชน เป็นโอกาสให้ปลายฟ้าฟาดสันมือใส่หลังลินดา แล้วเตะซ้ำ
“ถึงฉันจะเชย แต่ก็ไม่โง่”
“อ๊าย”
เชนหันมา จะเข้าไปจับลินดา ลินดาฟาดแส้ลงทรายเต็มพลัง ทรายระเบิดขึ้นฟุ้งกระจาย เชนใช้ตัวบังปลายฟ้าไว้
“ระวังคุณปลายฟ้า”
เมื่อทรายหยุดฟุ้งกระจาย เชนกับปลายฟ้าก็เห็นลินดาวิ่งไปแล้ว
“รีบตามไปจับตัวลินดาไว้ซีเชน”
“แล้วคุณ”
“แล้วเราจะได้เจอกันอีกแน่ รีบไปซี ถ้าไม่อยากให้ลินดากลับไปเป็นมือสังหารรับใช้ด็อกเตอร์อาทิตย์อีก คุณต้องจับตัวมาให้ได้ รีบไป”
เชนรีบวิ่งตามลินดาไป ปลายฟ้ายืนมอง เจ็บเนื้อตัวไปหมด
“โฮ่ย กว่าจะถลกหนังแม่นั่นให้เห็นธาตุแท้ เล่นเอาเกือบตาย เชน คนชื่อปลายฟ้า ทำให้คุณเชื่อได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนชื่อปวัน ไม่เคยทำสำเร็จเลย”

เจนจิราค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเบลอๆ โดยตฤณเรียกปลุกตลอดเวลา
“ตะเอง ตะเอง”
ภาพค่อยๆ ชัดขึ้น เห็นหน้าตฤณยิ้มดีใจที่เจนจิราฟื้นลืมตาขึ้นมอง
“ตัวเองรู้สึกตัวแล้ว โธ่เจน อย่าเป็นไรไปนะ เขาขอโทษ เขาจะไม่ฝืนอีกแล้ว ถ้าตัวเองยังจำเขาไม่ได้ เขาก็จะปล่อยตัวเองไป”
“ตัวเองจะปล่อยเขาไปไหนเหรอตฤณ”
ตฤณตะลึง
“เจน เจนจิรา จำตฤณได้แล้วเหรอ”
“จำได้ซิ เขาจำได้ว่าตัวเองทำให้เขาผิดหวังตลอดเวลา แล้วเขาก็ให้โอกาสตัวเองมาไม่รู้เท่าไหร่ จนในที่สุด เขาทนไม่ไหว แล้ว เราก็ต้องเลิกกันในที่สุด”
ตฤณดีใจแทบร้องไห้
“ตัวเองจำได้ทุกอย่างแล้ว ตัวเองหายแล้ว ขอบคุณ เจ้าสมุดปลาวาฬ”
ตฤณหอมแก้มเจนจิราอย่างสุดแสนรักและดีใจ น้ำตาซึม เจนจิราอึ้ง ตะลึงงัน รับรู้ได้ถึงความรักของตฤณที่มีให้ จึงกอดตอบ

ลินดาวิ่งมาตามชายหาด เชนถึงจะวิ่งกระเผลก แต่ก็ตามมาทัน แอบมาดักหน้าลินดา
“อย่าหนีนะลินดา”
เชนยื่นมือคว้าไหล่ลินดา ลินดาหันมาเหวี่ยงหมัดใส่ เชนก้มหลบวืด ลินดาเตะซ้ำ เชนยกแขนกันไว้ได้ ลินดาตวัดแส้ฟาดซ้ำ แต่เชนกลับจับแส้ไว้ได้อย่างแม่นยำ ลินดาพยายามดึงแส้กลับ แต่เชนดึงไว้
“กลับไปกับเชน”
“เสียใจ ถึงแกจะหล่อ จะเท่ห์มีเสน่ห์ แต่กระตุ้นต่อมพิศวาสฉันทำงานไม่ได้หรอก”
“เชนไม่ได้ต้องการให้ลินดามาพิศวาส แต่เราคือเพื่อนกัน”
“ถ้าแกเห็นฉันเป็นเพื่อน แกก็ต้องเชื่อฟังและทำตามฉัน ไปทำงานให้ด็อกเตอร์อาทิตย์ด้วยกัน แล้วชีวิตแกจะมีค่าขึ้นมากกว่ามาอยู่กับไอ้พวกมนุษย์โง่งี่เง่าพวกนี้”
“เห็นทีจะพูดดีๆ กันไม่รู้เรื่องซะแล้ว งั้นเชนขอละเมิดกฎของคู่หูด้วยการใช้กำลังแทนการเจรจา เอส”
เชนออกแรงดึงแส้ กระชากลินดาเข้ามาจะจับตัว แต่ลินดาสู้ เหวี่ยงกรงเล็บเข้าหน้า เชนผงะ ปล่อยมือจากแส้มาจับล็อคแขนลินดาไว้ข้างหนึ่ง แต่ลินดาใช้ความตัวอ่อนม้วนตัวหลบ เชนเลยจับแขนอีกข้างของลินดาได้อีก ในที่สุดลินดาก็ถูกจับกดลงกับพื้น
“จะไปกับเชนไหม”
“แกฆ่าฉันเลยซี ฆ่าฉันเลย เพราะไม่อย่างงั้น ฉันจะฆ่าแกและทุกคนที่เกี่ยวข้องกับแก โดยเฉพาะอีปวัน”
“หมวดปวันเป็นคนดี เป็นสตรีที่พิทักษ์ธรรมะ ปราบอธรรม เหมือนกับเรา ลินดาควรจะยกย่อง ไม่ใช่ไปเกลียดชัง”
“โอ๊ย ฉันเจ็บ”
อยู่ๆ ลินดาก็ร้องขึ้น ทำเอาเชนตกใจ ปล่อยมือหลวมๆ
“ลินดา”
ลินดาได้โอกาสพลิกตัวขึ้น ผลักเชนเต็มแรง จนหลุดจากมือเชนแล้ววิ่งหนีไป
“ลินดากลับมา ลินดา”
ลินดาวิ่งหนีขึ้นไปยังป่าละเมาะริมหาด เชนได้แต่ยืนมอง ลินดาหายไปอย่างรวดเร็ว เชนเสียใจที่จับตัวลินดาไว้ไม่ได้
“ไอ้ด็อกเตอร์อาทิตย์ ไอ้ทรชนคนชั่ว แกล้างสมองคู่หูที่รู้ใจของฉัน สายลับเชนขอสาบานต่อหน้าผืนฟ้า ผืนทรายและทะเลอันแสนกว้างใหญ่ ต่อให้เชนต้องเอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลกเชนก็จะปราบด็อกเตอร์อาทิตย์จอมลวงโลกและเหล่าสมุนชั่วให้หมดไปจากแผ่นดินนี้”
 
เชนตะโกนก้องท้องทะเล
 
จบตอนที่ 12 
กำลังโหลดความคิดเห็น...