xs
xsm
sm
md
lg

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 8

หน้าร้านเพชรของน้ำเพชร ปวันกับเชนเดินมาด้วยกัน
 
“Diamond Day คือชื่อโชว์ครั้งต่อไปของด็อกเตอร์อาทิตย์ที่จ่าเจี๊ยบสืบได้ว่าในบรรดาแขกวีไอพีที่ได้รับเชิญ มีชื่อของคุณน้ำเพชรอีกแล้ว”
“คราวที่แล้วเราคิดว่าเธอคือเป้าหมายของด็อกเตอร์ เรื่องเพชรสีชมพู แต่กลับไม่ใช่ คราวนี้ด็อกเตอร์ก็อาจจะใช้เธอเป็นตัวหลอกซ้ำ หรือไม่ ดอกเตอร์ก็ต้องการบางอย่างที่ยังไม่ได้จากเธอ”
“นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องรู้ให้ได้”
ปวันกับเชนใส่เสื้อผ้าภูมิฐาน ดูดี เดินเข้าไปในร้านเพชรอย่างสง่าผ่าเผย ตามคำแนะนำของจ่าเจี๊ยบ
“จากข้อมูลที่ค้นมา ถ้าเดินดุ่มๆ เข้าไปในร้าน น่าจะโดนรปภ. ไล่ออกมาตั้งแต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก ระดับคุณน้ำเพชร ต้องนักธุรกิจพันล้านอัพเท่านั้นที่เธอจะยอมเสวนาด้วย”
ปวันกับเชนดูดีมาก พนักงานหน้าประตูก้มหัวให้แทบจะติดพื้น ปวันกวาดตามองไปรอบๆ ร้านหรูหราใหญ่โต ขณะที่เชนกำลังตื่นตาตื่นใจกับความวิบวับของเพชรที่โชว์อยู่ในตู้ พนักงานหญิงเข้ามาไหว้อย่างสวยงาม กำลังจะอ้าปากถามว่าสนใจแบบไหน แต่ปวันก็พูดก่อน
“ดิฉันมาขอพบคุณน้ำเพชรค่ะ”
“นัดไว้หรือเปล่าคะ”
“ยังค่ะ แต่ช่วยเรียนคุณน้ำเพชรว่า ดิฉัน ร่ำรวย และคุณมหาศาล จากบริษัทเอ็กซตร้าออดิแนรี่พร็อพเพอร์ตี้แอสเส็ท พวกเราสนใจอยากคุยกับคุณน้ำเพชรเรื่องที่ดินที่เชียงใหม่ ที่ด็อกเตอร์อาทิตย์ประกาศบนโชว์ครั้งก่อน”
ปวันสวมมาดนักธุรกิจ ดูมั่นใจ หยิ่งๆ พนักงานฟังชื่อแล้วก็รีบพยักหน้า บอกให้รอสักครู่ แล้วเดินเอานามบัตรของปวันไปให้น้ำเพชรด้านใน ปวันมองเพชรไปเรื่อยๆ เชนเดินเข้ามาใกล้ แกล้งถาม ทั้งสองคุยกันขณะที่เดินไปด้วย ทำเป็นดูเพชรขณะเดียวกันก็สำรวจร้าน
“ผู้หญิงส่วนใหญ่มักหลงใหลในความงดงามของเพชร แล้วทำไมคุณไม่สนใจบ้างล่ะ”
“เพชรก็คืออีกรูปหนึ่งของถ่านคาร์บอนด์”
“เพราะความจริงจังของคุณ ทำให้นับวันคุณดูจะห่างไกลจากความเป็นผู้หญิงออกไปทุกทีๆ”
ปวันทำเป็นไม่ได้ยิน เชนเห็นก็ยิ่งอยากแกล้ง แล้วชี้ชวนให้ดูเพชรวงนั้นวงนี้
“วงนี้ก็สวยนะ สร้อยนี้ก็สวย น้ำงามมาก คุณดูสิ คุณผู้หญิงไม่ชอบเลยเหรอ”
เชนชวน แต่ดูเหมือนกวนๆ มากกว่า ปวันรำคาญ เลยแกล้งถาม
“จะซื้อให้หรือไงคะ”
เชนชะงักทันที เปลี่ยนท่าทีจากเล่นๆ เมื่อครู่เป็นจริงจัง ทำเอาปวันแปลกใจ
“ไม่ได้หรอก ผมมีคนที่ต้องซื้อให้อยู่แล้ว”
“ใคร หรือว่า ลินๆๆๆ ดา คู่หูคนสวยของนาย”
“ไม่ใช่ลินดา แต่เป็น ปลายฟ้า”
ปวันได้ยินชื่อปลายฟ้าก็ชะงัก เพราะนั่นมันชื่อเธอเอง เห็นโอกาสเลยลองถาม
“คุณปลายฟ้าเป็นผู้หญิงที่ผมต้องดูแลและรับผิดชอบตลอดชีวิต”
เชนบอกอย่างจริงจัง เหมือนย้ำกับตัวเองด้วย ทำเอาปวันอึ้งไป ขณะที่เชนขยับตัวอย่างว่องไวไปที่ตู้โชว์ ก้มดู เห็นแหวนมากมาย เขาชี้ไปที่แหวนวงหนึ่งท่าทางขึงขังมาก
“ขอดูวงนี้ได้ไหมครับ”
พนักงานหยิบแหวนออกมาให้ดู เป็นแหวนทองคำขาว มีเพชรอยู่รอบวง เชนหยิบมาดู บอกตัวเองเหมือนเป็นหน้าที่
“เชนต้องซื้อให้คุณปลายฟ้า”
เชนดูราคา เขียนว่า 1,395,000 เขาขมวดคิ้ว เหมือนดูผิด เอาป้ายราคาไปยื่นถามคนขาย
“ตรงนี้ จุดทศนิยมใช่ไหมครับ”
“ไม่ใช่ค่ะ แหวนวงนี้ราคาหนึ่งล้านสามแสนเก้าหมื่นห้าพันบาทถ้วนค่ะ ไม่แพงเลยใช่ไหมคะ”
เชนอึ้ง ทำตาโต เกือบทำแหวนตก
“มีแหวนคู่สำหรับคุณผู้ชายด้วยนะคะ”
“ผมขอดูวงอื่นๆ ก่อนแล้วกันครับ”
เชนรีบคืนแหวนให้พนักงาน เดินมาสมทบกับปวัน ปวันมองดูอยู่ตลอด ยิ้มขำ แต่ก็อดถามไม่ได้
“เดี๋ยวก็กลับเข้าไปในหนังแล้ว จะจริงจังกับผู้หญิงบนโลกนี้ทำไม”
“เพราะความรับผิดชอบมันไม่มีเงื่อนไข ถึงจะเหลือเวลาไม่เท่าไร แต่ผมก็จะทำให้คุณปลายฟ้ามั่นใจว่าผมไม่คิดจะทอดทิ้งเธอ เชน ขอรับผิดชอบการกระทำของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว”
เชนพูดแบบเท่มาก จนปวันเกือบเคลิ้ม แต่แล้วเชนก็ชะงัก สังเกตบางอย่างได้
“เอ๊ะ ผมบอกคุณเหรอ ว่าคุณปลายฟ้าเป็นคนบนโลกนี้ ไม่ใช่ตัวละครในหนัง”
ปวันอึ้งบ้าง พยายามไม่ให้มีพิรุธ โชคดีที่พนักงานกลับออกมาพอดี
“คุณน้ำเพชรเชิญด้านในค่ะ แต่กรุณาแลกบัตรประชาชนด้วยนะคะ”

ปวันหันมองมาเชน หยักหน้าให้เหมือนจะบอกว่าเรื่องอื่นค่อยว่ากัน ทำงานก่อน เชนพยักหน้ากลับ เข้าใจ ปวันหยิบบัตรให้ ซึ่งเป็นชื่อปลอม พนักงานรับไปแล้วผายมือ เชนกับปวันเดินตามไป

พนักงานเดินนำเชนกับปวันเข้ามาในห้องทำงานของน้ำเพชร น้ำเพชรนั่งไขว่ห้างจิบน้ำชาอยู่บนเก้าอี้ มีบอดี้การ์ดยืนคุ้มกัน ท่าทางเชิด หยิ่งๆ ไม่ได้ลุกขึ้นต้อนรับ แต่มองเชนกับปวันตั้งแต่หัวจรดเท้า
 
พอพนักงานเอาบัตรประชาชนของปวันมาให้ น้ำเพชรก็ดูหน้าในบัตร แล้วก็เทียบกับชื่อในนามบัตร ถามเสียงห้วนๆ หยิ่งๆ
“คุณสนใจที่ดินที่เชียงใหม่ใช่ไหม แถวไหนล่ะ”
ปวันคิดว่าจะตอบว่าอย่างไรดี พลันก็นึกถึงคำพูดของจ่าเจี๊ยบ
“คุณน้ำเพชรมีที่ดินเยอะมาก ที่เชียงใหม่ก็มีอยู่หลายแปลง จะในเมือง แม่แจ่ม แม่ริม สันทราย แม่อาย หางดง อมก๋อย มีหมด”
“พวกเรายังตัดสินใจไม่ได้ครับ ดูเหมือนที่ดินของคุณน้ำเพชรน่าสนใจไปหมดทุกแปลง เพราะด็อกเตอร์อาทิตย์คอนเฟิร์มซะขนาดนั้น”
เชนพยายามชม ปากหวาน น้ำเพชรยิ้มพอใจ ปวันยิงคำถามต่อ
“แล้วด็อกเตอร์อาทิตย์เคยไปดูไหมคะ ได้บอกไหมคะว่าตรงไหนดีที่สุด เป็นแหล่งรวมศรัทธา ทำมาค้าขึ้น กิจการรุ่งเรือง”
“ไม่ต้องให้ด็อกเตอร์ดูหรอกเรื่องนั้น เพราะที่ดินของฉันดีทุกแปลง ถูกหลักฮวงจุ้ยทั้งหมด”
“นั่นหมายความว่า ด็อกเตอร์ช่วยประกาศให้ ทั้งๆ ที่ตัวด็อกเตอร์ไม่เคยไปเยือนสถานที่นั้นจริงเหรอครับ”
เชนทำหน้าผิดหวัง ปวันก็เหมือนกัน
“พวกเราคิดว่าคุณสนิทกับด็อกเตอร์อาทิตย์เสียอีก”
ปวันทำเป็นผิดหวัง น้ำเพชรไม่ชอบให้ใครมาดูถูก รีบบอก
“ฉันสนิทกับเขา โทรกริ๊งเดียวก็รู้แล้วว่าที่ตรงไหนดีที่สุด แต่เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณไปที่โชว์ครั้งหน้าของด็อกเตอร์ ฉันจะให้ด็อกเตอร์ประกาศบนเวที แต่ถ้าถึงตอนนั้น ราคามันคงต้องปรับสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว คุณสู้ไหวนะ”
“เรื่องเงินไม่เป็นปัญหาสำหรับเราอยู่แล้วค่ะ”
ปวันยิ้มๆ มองเชน ให้เชนช่วยหาเรื่องคุยต่อ เพื่อสืบ
“คุณจะไปร่วมรายการครั้งต่อไปของด็อกเตอร์ด้วยเหรอครับ วิเศษจริง คุณรู้ไหม ว่าผมจำคุณได้ติดตา ผู้หญิงที่งดงามกับอัญมณีล้ำค่า ถ้าไม่ใช่คุณน้ำเพชร ก็คงไม่มีผู้ใดในโลกควรคู่กับเพชรสีชมพูที่หายากที่สุดอีกแล้ว”
เชนโปรยคำหวานใส่ ปวันแอบเบ้หน้าหมั่นไส้เพราะสำนวนลิเกมากๆ ขณะที่น้ำเพชรมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นเมื่อได้ฟังคำเยินยอ
“คุณพูดเหมือนด็อกเตอร์อาทิตย์เลย ตาถึงกันทั้งคู่ แต่เดี๊ยนก็รู้อยู่แล้วล่ะ The Queen of pink คุณค่าที่เดี๊ยนเท่านั้นที่คู่ควร”
น้ำเพชรกำลังหลงในคำชม ขณะที่ปวันกับเชนมองหน้ากัน เมื่อน้ำเพชรพูดถึงดร.อาทิตย์
“แล้วครั้งหน้าคุณจะสวมสร้อยเพชรสีชมพูอีกหรือเปล่า ผมอยากยลโฉมเป็นขวัญตาอีกสักครั้ง”
“แน่นอน เดี๊ยนใส่เพชรที่ราคาถูกกว่านั้นไม่ลงแล้วล่ะ มันระคายคอ”
“ดีครับ แต่ผมอยากจะบอกคุณจริงๆ ไม่ว่าเพชรจะมีราคาขนาดไหน ก็ไม่อาจสะกิดใจผมได้เท่าใบหน้างามสะพรั่งของคุณ”
เชนหยอด น้ำเพชรเขินเล็กน้อยเพราะไม่มีใครเคยพูดอย่างนี้กับตัวเอง เชนฉวยจังหวะนั้นตัดบท
“แล้วพบกันที่โชว์นะครับ”
เชนลุกขึ้น ปวันลุกตาม ทั้งคู่ยกมือไหว้ แล้วลากลับ ปวันไม่ลืม ขอบัตรประชาชนกลับไปด้วย

เชนกับปวันเดินออกมาข้างๆ กัน พูดกันเบาๆ
“ไม่ว่าเพชรจะมีราคาขนาดไหน ก็ไม่อาจสะกิดใจผมได้เท่าใบหน้างามสะพรั่งของคุณ ใบหน้าอะไร งามสะพรั่ง ไม่ใช่ทุ่งดอกกระเจียวนะยะ คิดจะหว่านเสน่ห์อะไรใครก็เอาให้มันถูกบริบทและกาลเทศะหน่อยเหอะ กลัวคนไม่รู้เหรอว่าตัวเองเป็นพระเอกหลงยุค ที่คารมคมหอกมาก”
“แปลว่าคุณเชื่อเรื่องของผมแล้ว”
“ยัง”
ปวันตอบทันที ทำเอาเชนผิดหวัง ส่วนปวันทำจริงจังเมื่อเปลี่ยนเรื่อง
“มีแค่เงิน ที่ดิน และเพชรเท่านั้น ที่ด็อกเตอร์น่าจะต้องการจากคุณน้ำเพชร เงินหาจากที่อื่นก็ได้ ส่วนที่ดิน ด็อกเตอร์ไม่เคยไป ก็น่าจะแปลว่าไม่สนใจ ก็เหลือแค่อย่างเดียว”
“เพชรสีชมพู”
เชนสรุป ปวันเห็นด้วย
“เห็นไหม ว่าถ้าเราร่วมมือกัน งานก็สำเร็จรวดเร็วทันใด ไม่น่าเสียเวลาตั้งแง่กันเลยเนอะ”
“ย่ะ”
ปวันตอบแบบประชดๆ แล้วรีบเดินนำไป แต่ก็แอบยิ้มเพราะเห็นด้วยกับเชน

เชนกับปวัน ตามสืบข้อมูลจากผู้จัดการธนาคาร สอบถามข้อมูลจากคนอื่นๆ ที่เคยบริจาคเงินในรายการอาทิตย์
“คราวที่แล้วคุณบริจาคเงินให้ดร.อาทิตย์เท่าไหร่คะ”
“เอ่อ ผม ผมจำไม่ได้”
ปวัน เชน มองหน้ากัน แล้วถามรายต่อไป
“ผมบริจาคเงินให้ดร.อาทิตย์ด้วยเหรอครับ”
“คุณจำอะไรไม่ได้เลยเหรอครับ”

ผู้บริจาคส่ายหน้าจำไม่ได้

เวลาเดียวกันนั้น ที่สมายล์ทีวี เจนจิราทำรายการกับดร.อาทิตย์ ชาร์ตเรตติ้ง ตัวเลขพุ่งขึ้นเรื่อยๆ
 
“ผู้ชมทางบ้านอยากทราบชีวิตในวัยเด็กของดร.อาทิตย์กันนะคะ ดร.อาทิตย์พอจะเล่าให้ฟังได้ไหมคะ”
“ผมเติบโตมาในครอบครัวที่ต้องปากกัดตีนถีบ”

ตฤณนั่งเหม่อตาลอย ถืออุปกรณ์วาดรูปคาอยู่ แต่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ตังตังเดินเอาอาหารสำหรับอุ่นไมโครเวฟที่ทำเสร็จแล้วมาให้ แต่ตฤณไม่ได้สนใจ ยังคงนั่งนิ่งเหมือนเดิม ตังตังมองตฤณด้วยความเป็นห่วง

เชนกับปวันนั่งคุยกันที่ร้านวิศวะ หน้าเครียด แล้ววิศวะกับเจิดก็เข้ามา เอาปืนของเชนมาอวดว่าซ่อมเสร็จแล้ว วิศวะทดลองปืนให้เชนดู พร้อมกับอวดอุปกรณ์อื่นๆ ที่ตนคิดค้นขึ้นมา สาธิตให้เชนดู บางอันก็ใช้ได้ดี แต่บางอันก็กลายเป็นระเบิด ปวันตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นอาวุธแบบนี้มาก่อน เธอกับเชนทดลองใช้ด้วยกัน ทำให้เกิดความใกล้ชิดกัน

บารมีกับเจนจิราแต่งตัวหล่อสวยเดินเคียงคู่มาด้วยกันในงานเลี้ยงของคลินิค นักข่าวรุมสัมภาษณ์ ด้านหลังมีแฟนคลับเจนจิราชูป้ายไฟเชียร์ บ้างก็เข้ามาขอถ่ายรูป บารมีเข้าไปตามเจนจิราให้เข้าไปในงาน โดยไม่ลืมแจกแผ่นพับของคลินิกให้กับแฟนคลับเจนจิรา เจนจิราฝืนยิ้ม แต่พอไม่มีใครเห็นก็ถอนหายใจ เหนื่อยๆ

เชนมากดกริ่งหน้าบ้านปลายฟ้า ลองตะโกนเรียก แต่ไม่มีใครตอบ ปวันขับรถเข้ามาพอดี บีบแตรเรียก เชนหันไป รู้ว่าปวันมารับตน ก็เลยต้องแขวนถุงโจ๊กไว้หน้าบ้าน พร้อมกระดาษที่เขียนว่า
“คุณปลายฟ้า ทานให้อร่อยนะครับ”
ปวันแอบมองเชน ทึ่งเล็กน้อยที่เชนยังคงดูแลปลายฟ้าอยู่

เจนจิราเดินหมดแรงเข้ามาในบ้าน ทิ้งตัวลงที่โซฟา มองต้นกระบองเพชร หยิบโทรศัพท์มา กดหาตฤณ แต่รอสายอยู่นานตฤณก็ไม่รับ โทรศัพท์ของตฤณวางอยู่ในกองกระดาษที่เขาขยำ เหมือนเป็นขยะไปแล้ว ตฤณนั่งอยู่ที่เดิม ไม่รับสาย
ตังตังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟา อ้างว้างและเหงามาก พูดอยู่คนเดียว
“เชน เชนก็ไม่อยู่ น้าตฤณเขาเป็นอะไรไม่รู้ ทำไงดี”
ตังตังฟุบหน้ากับเข่าอย่างน่าสงสารมาก

เชนกับปวันนั่งดูการแสดงย้อนหลังของดร.อาทิตย์ อยู่ที่ห้องลับของวิศวะ สังเกตสิ่งที่ดร.อาทิตย์ทำ แล้วก็ปรึกษากัน เริ่มสังเกตบางอย่างได้ ทั้งสองหยุดภาพไว้ กรอกลับมาดูซ้ำๆ ตอนที่มีแขกรับเชิญขึ้นไปบนเวที สิ่งที่ดร.อาทิตย์ทำคือการสะกดจิต เลือกภาพที่มีการสะกดจิตหลายๆ คน ตัดเทียบๆ กัน เชนกับปวันยิ้มให้กัน เพราะรู้วิธีที่ดร.อาทิตย์ใช้แล้ว

ตอนเย็น ตังตังนั่งเหม่ออยู่คนเดียวที่สนามหน้าบ้านเช่า เชนเดินกลับมา หลัง
จากไปคุยกับปวันมา เขาอารมณ์ดี เดินผิวปากสบายใจ เห็นตังตัง ก็คิดว่ามานั่งรอตนเอง เลยเดินเข้าไปหาอย่างกระตือรือร้น
“หนูตังตัง เชนกลับมาแล้ว”
เชนบอกอย่างร่าเริง แต่ตังตังกลับเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ มองเชน ไม่ยิ้ม ไม่สดใสเหมือนเคย เชนสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติทันที
“หนูตังตังเป็นอะไร ทำไมหงอยเหงาเศร้าซึมเช่นนี้ ใครทำให้ขุ่นข้องหมองใจ บอกเชนมา เชนจะใช้อาวุธที่เรียกว่าสติปัญญาช่วยจัดการให้”
ตังตังมองเชน ยังคงหงอยๆ ถอนหายใจ
“หลายวันแล้วนะเชน ทำไมน้าตฤณไม่ยอมพูดกับตังตังเลยอ่ะ”
เชนพยักหน้า เข้าใจแล้วว่าตังตังมีปัญหาอะไร จึงรีบกอด ปลอบใจ
“นายตฤณ เขากำลังมีปัญหาของเขา”
“ตังตังช่วยน้าตฤณได้ไหม”
ตังตังถาม ด้วยความห่วงตฤณมาก เชนลูบหัวเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน
“ปัญหาของผู้ใหญ่ ซับซ้อน”
“ปัญหาของผู้ใหญ่ เด็กไม่เกี่ยวใช่ไหม แล้วปัญญาหาของเด็กล่ะคะ ผู้ใหญ่เกี่ยวไหม ตังตังกำลังมีปัญหานะคะ มีใครสนใจบ้าง”
เป็นคำถามจี้ใจผู้ใหญ่อย่างเชนมาก เชนรู้ว่าตังตังเป็นเด็กฉลาด ถึงปลอบยังไง ตังตังก็คงไม่คลายสงสัย
“เชนสนใจ ตังตังมีปัญหาใช่ไหม ไป เราไปหาคำตอบกัน ต้องถามนายตฤณให้รู้เรื่องไปเลยว่าเป็นอะไร แล้วทำไมไม่ยอมพูดกับตังตัง”
เชนจับตังตังให้ลุกขึ้น แต่ตังตังกลับฝืนไว้
“ไม่เอาอ่า ตอนนี้น้าตฤณน่ากลัว ไม่เหมือนน้าตฤณคนเดิม”
“อย่ากลัวที่จะเผชิญหน้ากับความจริง หนูตังตังไปถามให้รู้เรื่อง ดีกว่านั่งคิดมาก เป็นเด็กไม่ควรคิดมาก ไม่ควรคิดอะไรไปเอง เด็กก็มีสิทธิ์ที่จะรับรู้ความจริง จะได้ทำตัวถูก ว่าครอบครัวของเราจะต้องเป็นยังไงกันต่อไป”
เชนพยายามพูดให้ตลกเพื่อให้ตังตังคลายเครียด ตังตังยิ้มออกมาได้นิดหนึ่ง รู้สึกฮึกเหิมขึ้น
“ใช่ ไปกันค่ะเชน ไปลุยกันเลย”
ตังตังจับมือเชน เดินพาเชนเข้าไปบ้านไป แต่พอถึงห้องทำงานของตฤณ ตังตังกลับชะงัก ลังเล
“ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวน้าตฤณไล่ตังตังออกมา”
ตังตังปล่อยมือเชน ทำท่าจะหันหลังกลับ แต่เชนจับไหล่ตังตังไว้

“สูดหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนออกยาวๆ ตังตังเป็นเด็กกล้าหาญ กลัวอะไรกะน้าตฤณ เขาเคยตีตังตังสักแปะไหม”

ตังตังส่ายหน้า
 
“นั่นไง ไม่น่ากลัวสักนิดเดียว”
“เชนว่าอย่างนั้นเหรอ”
เชนพยักหน้า สบตา ให้กำลังใจเต็มเปี่ยม ตังตังรวบรวมความกล้า พยักหน้า เดินเข้าไปหาตฤณ
“น้าตฤณ น้าตฤณหิวไหม ไปกินข้าวกันเถอะ”
ตฤณไม่ตอบ ตังตังหันมองเชน เชนส่งสัญญาณมือให้ตังตังเข้าไป ตังตังก้าวไปหาตฤณอีกก้าว
“น้าตฤณไม่สบายใจเรื่องอะไร บอกตังตังได้นะ”
ตฤณก็ยังไม่ตอบอีก ตังตังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“น้าตฤณโกรธอะไรตังตังเหรอ ทำไมไม่พูดกับตังตังเลยอ่ะ”
ตฤณก็ยังเงียบอีก ตังตังทนไม่ไหว เดินเข้าไปเกาะแขน พยายามให้ตฤณพูดด้วย
“น้าตฤณอย่าเป็นอย่างนี้เลยนะ กลับมาเป็นน้าตฤณคนเดิมของตังตังได้ไหม น้าตฤณ น้าตฤณคุยกับตังตังเถอะ”
ตังตังเขย่าแขนตฤณ เรียกความสนใจ แต่ตฤณกลับรำคาญ สะบัดมือออก ไม่ได้ตั้งใจ แต่แรงผู้ใหญ่ก็ทำให้ตังตังกระเด็นไป ตฤณหันไปมอง ตกใจเหมือนกัน แต่ไม่ได้เข้าไปช่วย เชนรีบเข้ามาพยุงตังตัง ตังตังมองหน้าตฤณ เสียใจมาก ไม่รู้ว่าตฤณเป็นอะไร ทำไมต้องทำร้ายตน ตังตังร้องไห้
“ทำไมน้าตฤณใจร้ายจัง ตังตังไม่ใช่หลานของน้าตฤณแล้วเหรอ น้าตฤณไม่รักตังตังแล้วเหรอ”
ตังตังตัดพ้อด้วยความเสียใจ แต่ตฤณก็ยังไม่พูดอะไร ตังตังน้อยใจมาก
“ก็ได้ ตังตังก็ไม่อยากมีน้าแบบน้าตฤณเหมือนกัน”
ตังตังเสียใจ วิ่งร้องไห้ออกไป ตฤณไม่ตาม เชนมองตฤณอย่างผิดหวัง อยากจะพูดกับตฤณ แต่ตัดสินใจตามตังตังออกไปก่อน

เชนวิ่งตามหาตังตัง ร้องเรียกไปด้วย แต่ก็ไม่มีเสียงตอบ ตังตังนั่งแอบอยู่หลังต้นไม้ เม้มปากร้องไห้ เชนวิ่งผ่านไป มองไม่เห็นตังตัง
สักพัก เชนพรวดพราดกลับเข้ามาในบ้าน รีบบอกตฤณ
“เชนหาตังตังไม่เจอ”
ตฤณยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับการหายไปของหลาน เชนเดินเข้ามาใกล้ ย้ำบอก
“ตฤณ ตังตังหายไป”
ตฤณยังนิ่ง ไม่ขยับ เชนทนไม่ไหว เดินเข้าไปดึงคอเสื้อตฤณขึ้นมา จ้องหน้า แล้วผลักตฤณออกไป แรงจนตฤณล้มลงไปชนโต๊ะ ตฤณตกใจหันขวับมามองเชน จะเอาเรื่อง
“ผลักทำไมวะ”
“เจ็บเหรอ”
“ก็เออดิ ลองดูบ้างไหมล่ะ”
ตฤณตะโกนกลับ แล้วผลักอกเชน แต่เชนหลบได้แล้วเหวี่ยงตฤณลงไปล้มก้นกระแทก
“ขนาดนายยังเจ็บ แล้วตังตังล่ะ”
เชนไม่ได้ใช้น้ำเสียงเกรี้ยวกราด แต่พยายามเตือนสติตฤณ ตฤณยังไม่เข้าใจ
“นายคนเดียวที่ตังตังจะพึ่งพา และไว้วางใจได้ แต่นายกลับทำตัวแบบนี้ ไม่ใช่แค่ร่างกายนะ แต่จิตใจ ตังตังเจ็บกว่านายเยอะ”
ตฤณนิ่งไป เริ่มคิดตาม
“เวลาที่มนุษย์เราเผชิญกับปัญหา แล้วจะก้มหน้าร้องไห้ มันก็ไม่ผิดอะไรหรอก แต่ถ้านายมัวจมอยู่กับความผิดหวัง ไม่สนใจอะไร ลืมแม้กระทั่งคนใกล้ตัวที่รักนายมากที่สุด นั่นนะ โคตรผิด นายเสียคนรักไปแล้ว เสียงานที่รักไปแล้ว แล้วตอนนี้ นายก็กำลังจะเสียครอบครัว”
เชนพูดอย่างจริงจัง ไม่ได้ชี้ชัดว่าตฤณต้องทำอะไร แต่ให้ตฤณได้คิดเอง ตฤณนิ่งไป ไม่ยอมพูดอะไร เชนเลยตัดบท
“เชนจะไปตามหาหนูตังตัง”
เชนหมุนตัวจะเดินออกไป แต่ตฤณเรียกไว้
“เดี๋ยว”
เชนหันกลับมา ตฤณมีสีหน้าเคร่งเครียด เริ่มได้สติ และรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ
“ผมไปด้วย”

หน้าบ้านทิวาราตรี ทิวาใส่ผ้ากันเปื้อน ส่วนราตรีมีโรลม้วนผมที่หัว ทั้งสองต่างตกใจ
“ตังตังหายตัวไป”
“ในทีวีเขาเพิ่งบอกนะว่า คนที่ชอบทำอันตรายเด็ก อาจเป็นได้ทั้งคนรู้จัก และคนแปลกหน้า”
“เด็กผู้หญิง วัยขนาดนี้ กำลังเหมาะเลย”
“เหมาะ เหมาะสำหรับทำอะไรยะ”
“เหมาะสำหรับอุ้ม เอาไปขายชายแดนน่ะสิ”
“ว้าย”
“แล้วนี่ เราจะมีหน้าที่ไหนไปบอกพ่อแม่มันล่ะ เราเป็นญาติผู้ใหญ่ที่สุดที่ตังตังมี แต่ไม่มีปัญญาดูแลหลานตัวน้อย”
“แต่เราไม่ผิดเท่าไหร่ คนที่ผิดที่สุดคือแก”
“เจ้าตฤณ”
ทั้งสองชี้หน้าตฤณ
“ผมผิดเองครับ ยังไง ฝากน้าทิวา น้าราตรีช่วยตามหาแถวนี้ด้วย เจอตังตัง ช่วยบอกผมด้วยนะครับ”
ตฤณบอกเสร็จก็ผลุนผลันไปตามหาตังตังต่อ สองน้ามองหน้ากัน
“เอาไงอ่ะ” ทิวาถาม
“ฉันทำผมอยู่อ่ะ”
“ฉันก็ทำกับข้าวอยู่เหมือนกัน”
“แล้วไง”
“ก็ทิ้งทุกอย่าง แล้วรีบไปตามหาหลานดิ”

ทั้งสองรีบวิ่งตามหาทันที

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 8 (ต่อ)

เชนวิ่งตามหาตังตังมาถึงทางแยก กำลังจะเลี้ยวโค้งไป แต่ก็ชนเข้ากับใครคนหนึ่งที่เดินพ้นโค้งนั้นมาพอดี
 
“คุณปลายฟ้า”
เชนทั้งตกใจ ทั้งดีใจที่ได้เจอปลายฟ้า เพราะปลายฟ้าหายไปนาน เข้าไปจับมือทั้งสองข้างของปลายฟ้าไว้
“คุณปลายฟ้า เชนดีใจจริงๆ ที่ได้เจอคุณ แต่ตอนนี้เชนมีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ต้องทำ หนูตังตังหายตัวไป เชนต้องหาให้พบ คุณปลายฟ้าไปรอเชนที่บ้านนะ เดี๋ยวเชนไปหา”
“ตังตังหายไปเหรอคะ งั้นเดี๋ยวฉันช่วยตามหานะคะ”
เชนพยักหน้า สองคนช่วยกันตามหา
ทิวาราตรี วิ่งไปกดกริ่งบ้านที่อยู่รอบๆ ถามว่าเห็นตังตังไหม ในขณะที่ตฤณวิ่งวุ่น หน้าเครียดขึ้นทุกขณะ เมื่อหาหลานสาวไม่เจอ ท้องฟ้ากำลังมืดลงเรื่อยๆ ตฤณยิ่งกังวลมาก

กลางคืน ตฤณวิ่งกลับมาที่บ้าน
“บ้านมืด แปลว่ายังไม่มีใครกลับมา”
ตฤณทรุด หอบ
เชนกับปลายฟ้าวิ่งตามมาสมทบพอดี ตฤณมองอย่างมีหวัง แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อไม่เห็นตังตังมาด้วย
อีกทางหนึ่ง ทิวาราตรีก็กลับมาสมทบที่เดียวกัน ท่าทางเหนื่อยหอบ เพราะวิ่งจนจุก ทั้งคู่ต่างช่วยประคองกันอย่างหมดแรง แต่ก็ยังเป็นห่วงตังตัง
“ไม่มีใครเจอเลยเหรอ ตังตังจะไม่กลับมาอีกแล้วใช่ไหม” ทิวาถามอย่างเสียใจ
“ตังตัง โธ่ หลานรักๆ ไม่น่าเลย”
“เห็นกันอยู่หลัดๆ ชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอนจริงๆ”
ทิวาราตรีร้องไห้โฮออกมา ทุกคนอึ้ง ซีด ปวันในแบบปลายฟ้า มองแล้วส่ายหัว พยายามคิด
“นอกจากบ้านกับโรงเรียนแล้ว ปกติตังตังจะไปไหนได้บ้างคะ”
ตฤณคิด แล้วก็นึกขึ้นได้
“ร้านวิศวะ”
ตฤณรีบหยิบโทรศัพท์ต่อสายหาวิศวะ ขณะนั้นทิวาราตรีก็นึกขึ้นได้เหมือนกัน
“ฉันจะโทรแจ้งตำรวจได้ไหม หรือจส.100 หรือต้องไปที่โรงพัก”
“งั้นฉันจะโพสรูปตังตังลงเฟซบุ้ค อินสตาแกรม ไลน์ ทวิตเตอร์ เผื่อจะมีคนเห็น แล้วติดต่อมา”
น้าทั้งสองกำลังจะทำอย่างที่พูด แต่ปลายฟ้ารีบพูดขึ้น
“เดี๋ยวปลายฟ้าจัดการเรื่องนั้นให้ดีกว่าค่ะ ปลายฟ้าพอจะ เอ่อ รู้จัก ตำรวจอยู่บ้าง คนสองคน ปลายฟ้าจะลองปรึกษา ตำรวจดูก่อนนะคะ”
ปลายฟ้าเสนอตัว ทิวาราตรีพยักหน้า ปลายฟ้ามองเชน ยิ้มให้เหมือนส่งกำลังใจ แล้วเอาโทรศัพท์ขึ้นมา พลางเดินหลบไปทางบ้านเช่าของเธอ
เป็นจังหวะเดียวกับที่ตฤณคุยกับวิศวะเสร็จแล้ว วางสาย หันกลับมาพอดี ทุกคนมองเหมือนจะถามว่าเป็นอย่างไร ตฤณส่ายหน้าช้าๆ แล้วถอนหายใจ
“ไม่อยู่ที่ร้านวิศวะ”
เชนครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วก็เสนอ
“ตฤณ ลองโทรถามคุณเจนสิ”
ตฤณชะงัก เพราะในใจไม่อยากติดต่อเจนจิรา แต่ว่าเพื่อหลาน ตฤณมองโทรศัพท์อย่างชั่งใจ กดไปที่เบอร์ของเจนจิรา แล้วจ้องมอง ขณะนั้น ทิวาราตรีพูดกัน
“โถ่ ตังตังหลานรัก ได้ฟังข่าวเด็กหายก็บ่อย ไม่เคยคิดเล้ย ว่าจะต้องมาเจอกับตัวเอง”
ราตรีหันไปว่าตฤณ
“เธอมันแย่มาก เป็นคนที่แย่ในทุกๆ มุมมอง เป็นน้าประสาอะไร เลี้ยงหลานยังไง ปล่อยให้หลานหนีออกจากบ้าน”
ทิวาหันไปทางตฤณบ้าง
“ฉันว่าแล้ว เธอมันไม่ได้เรื่อง เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียว ก็รับผิดชอบไม่ได้”
“ตัวมันคนเดียว มันยังเอาไม่รอดเลย อย่าว่าแต่เลี้ยงเด็ก”
“เตรียมคำพูดไว้อธิบายพ่อแม่เขาเลยนะ แต่เขาคงไม่ให้อภัยแน่”
“แกมันเลว แกมันห่วย แกมันไม่ได้เรื่อง”
ราตรีกำลังจะว่าตฤณ แต่ตฤณทนไม่ไหว ไม่โทรศัพท์ หันกลับมาโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด
“ถูก ผมเลว ห่วย ไม่ได้เรื่อง ผมเป็นคนผลักตังตัง ผมทำให้ตังตังร้องไห้ ทำให้ตังตังหนีไป ผมมันไม่มีอะไรดีสักอย่าง หลานคนเดียวก็เลี้ยงไม่ได้ ตัวเองก็เอาไม่รอด เออ ผมรู้ แล้วคิดว่าผมไม่เสียใจเหรอ คิดว่าผมไม่เกลียดตัวผมเองเหรอ ผมอยากจะลงโทษตัวผมเองมากกว่าใครๆ ทั้งนั้น รู้ไว้ด้วย”
ตฤณตะโกนบอกน้า ระบายความอัดอั้นทั้งหมดออกมา รู้สึกผิดมากกว่าใครๆ เพราะรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนทำให้ตังตังหายไป ทิวา ราตรีฟัง เริ่มเศร้าตาม
“อันที่จริง ที่นายตฤณทำผิด เราก็มีส่วน” ราตรีเสียงอ่อยๆ
“ใช่ ที่นายตฤณมันห่วยแตก เพราะเราสองคนอบรมมันไม่ดีพอ” ทิวาคล้อยตาม
“ฉันยังจ้ำจี้จ้ำไชกะมันน้อยไป แต่ช่วยไม่ได้ งานฉันมันก็เต็มไม้เต็มมือฉัน เธอนั่นแหละ ว่างๆ ก็ควรจะดูแลเอาใจใส่สั่งสอนนายตฤณมันมากกว่านี้”
“อ๊าย ใครว่าฉันว่างยะ เธอต่างหาก ที่ว่าง วันๆ ทำอะไรบ้าง นอกจากเสริมสวย แล้วเสริมไป แล้วมันสวยขึ้นมามั่งมั้ย”
“ฉันสวยกว่าเธอก็แล้วกัน”
“ฉันสวยกว่าย่ะ ธรรมชาติๆ หน้าสดๆ ก็ยังสวยกว่าเธอ ตื่นมา ฉันก็สวยเองแล้ว”
“ไม่จริ๊ง”
สองคนเริ่มทะเลาะกัน บรรยากาศตึงเครียด ทิวาราตรีโทษกันไปมา เสียงดังใส่กัน ตฤณทนไม่ไหว จะเดินหนี แต่เชนจับแขนไว้
“ผมจะไปแจ้งตำรวจ”
เชนปล่อยมือ ตฤณจะเดินไป แต่แล้วตฤณก็ได้เห็นว่าตังตังยืนอยู่ด้านหลังของทุกคน ข้างๆ คือปวันในคราบปลายฟ้า
“ตังตัง”

ทุกคนหันมา เห็นตังตังยืนมอง ตังตังเห็นว่าทุกคนทะเลาะกันเพราะตัวเอง ตฤณเห็นตังตัง ยิ้ม ดีใจมาก จะโผเข้ากอด แต่ว่าตังตังกลับถอยหลัง ไปแอบอยู่หลังเชน ตฤณอึ้ง

ทุกคนยืนล้อมตังตัง ซึ่งเกาะอยู่ที่ขาเชน ตฤณมองนิ่งๆ อยากจะพูดกับหลานมากมาย แต่ว่าหลานทำเหมือนกลัวตัวเอง ตังตังประนมมือ หน้าตาเศร้า สลด
 
“ตังตังขอโทษค่ะ ตังตังขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง ขอโทษที่ทำให้ทุกคนทะเลาะกัน”
ตังตังน้ำตาไหล ทิวาราตรีเห็นก็ตกใจ เพราะรู้ว่าตังตังหมายถึงตนเองที่ทะเลาะกันเมื่อครู่
“เปล่านะจ๊ะ ป้ากับป้าราตรีไม่ได้ทะเลาะกัน”
“ใช่ๆ เราแค่แลกเปลี่ยนทัศนคติกันเฉยๆ”
ทิวาราตรีรีบอธิบายเพราะไม่อยากให้ตังตังเครียด ตังตังมองตฤณ ตฤณไม่พูดอะไร ตังตังยิ่งร้องไห้
“น้าตฤณไม่ยอมพูดอะไรอยู่คนเดียว น่าตฤณไม่ให้อภัยตังตัง”
ตฤณทนไม่ไหว รีบลุกพรวดไปหาตังตัง คุกเข่าลงแล้วกอดตังตังไว้
“ไม่ น้าไม่ได้โกรธตังตัง ตังตังตะหาก ที่ยังไม่ให้อภัยน้า น้าทำร้ายตังตัง น้าทำให้ตังตังเสียใจ น้าขอโทษนะ น้าขอโทษ”
ตฤณเริ่มร้องไห้ เพรารู้สึกอัดอั้นมากจริงๆ
“น้ามันล้มเหลวทุกเรื่อง เป็นไอ้ขี้แพ้ เป็นไอ้ตัวทำพัง ทำชีวิตตัวเองพังไม่พอ ยังจะทำร้ายหลานอีก ตังตังผิดหวังมากใช่ไหม ที่มีน้าแย่ๆ แบบนี้”
ตฤณพูดเสียงเครือ ความเครียดที่สะสมระบายออกเป็นน้ำตา ตังตังเห็นน้าร้องไห้ ก็ป้ายน้ำตาให้น้าพลางสะอื้นไปด้วย
“น้าตฤณอย่าร้องไห้นะ น้าตฤณเก่งที่สุดสำหรับตังตัง ตังตังไม่เคยผิดหวัง ก็มีบ้างอ่ะ เวลาน้าตฤณผิดสัญญา แต่ว่า ตังตังรักน้าตฤณนะ”
ตังตังร้องไห้แล้วกอดน้าแน่น ตฤณเองก็กอดตังตังเหมือนกัน
“ตังตังคิดถึงน้าตฤณคนเก่าที่เล่นกับตังตัง หัวเราะกับตังตัง คอยดูแลตังตัง น้าตฤณคนเดิมกลับมานะ”
“ไม่มีน้าตฤณคนเก่าแล้วล่ะ”
ตฤณบอก ตังตังมองหน้าตฤณ
“มีแต่น้าตฤณที่จะดีขึ้น น้าจะไม่สนใจแล้ว ใครจะทิ้ง ใครจะไล่ออกก็ช่าง น้าจะเริ่มต้นใหม่ เป็นน้าที่ดีของตังตัง น้าต้องทำให้ได้ ตังตังเอาใจช่วยน้าด้วยนะ”
“ได้เลย ตังตังเอาใจช่วยหน้าตฤณอยู่แล้ว ตังตังรักน้าตฤณที่สุดเลย”
“น้าก็รักตังตัง”
สองน้าหลานกอดกัน ทิวาราตรีมอง แล้วสะอื้นไปด้วย กอดกันเช็ดน้ำตาให้กันบ้าง มองดูน้าหลานด้วยความซาบซึ้ง ปลายฟ้ามองภาพนั้นด้วยความพอใจ ยิ้มมีความสุข เชนก็ยิ้ม แต่เหลือบมองหญิงสาว แววตาครุ่นคิด

เชนเดินมาส่งปลายฟ้าที่บ้าน
“จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ดีจังเลยนะคะ”
“ขอบคุณมากนะครับ”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเท่าไรเลยนะคะ”
ปลายฟ้าแกล้งถ่อมตัวเสียงอ่อนหวาน แต่เชนยิ้มๆ มอง
“ตอนที่เราตามหากัน คุณพาตังตังไปแอบที่ไหนเหรอครับ”
เชนถามอย่างรู้ทัน ทำเอาปลายฟ้าอึ้ง แกล้งทำท่าตกใจ
“คุณรู้เหรอคะ”
เชนยิ้มให้ ไม่ได้กล่าวโทษ เหมือนเข้าใจว่าปลายฟ้าทำไปเพราะอะไร
“ผมเป็นคนช่างสังเกตครับ ด้วยสายตาอันคมกริบคู่นี้ มองอะไรมักไม่เคยพลาด”
เชนทำท่าเท่ ปลายฟ้าแอบทำหน้าหมั่นไส้ แต่ก็ยิ้ม นึกถึงตอนที่เธอเจอตังตังนั่งร้องไห้อยู่ ตอนนั้น ปวันขับรถกำลังจะกลับหลังมาส่งเชน นึกขึ้นได้ เธอวนรถกลับมาแถวบ้านเชน มองผ่านกระจกไปเห็นเด็กร้องไห้ เพ่งมองถึงเห็นว่าเป็นใคร
“ตังตังนี่”
ปวันจอดรถ ทำท่าจะลงไปหา แต่มองเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่ ชะงัก
เวลาผ่านไปสักพัก ตังตังนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ข้างต้นไม้ มีคนเดินมาใกล้ๆ ตังตังเงยหน้ามองตกใจ ปลายฟ้า ย่อตัวลงนั่งใกล้ๆ ยิ้มอ่อนโยน
“ฉันเดินต๊อกๆๆ กลับบ้านมา พอดีเจอตังตังระหว่างทางค่ะ เขาดูเศร้ามากๆ ฉันเลยชวนมานั่งเล่นที่บ้านฉันก่อน คุณคงไม่โกรธนะคะ ที่ปล่อยให้พวกคุณตามหา”
“เชนเชื่อว่าคุณมีเหตุผล”
“ค่ะ ฉันก็แค่คิดว่า เรามักจะรู้ว่าสิ่งที่มีอยู่นั้นมีค่า ก็ต่อเมื่อถึงเวลาที่เราเสียมันไป ฉันอยากให้คุณตฤณเข้าใจความรู้สึกนั้น”
“หลักแหลมมากครับ”
เชนมองหญิงสาวทึ่งๆ พอใจ แต่แล้วก็ฉุกคิดขึ้นได้
“เพราะเหตุนี้หรือเปล่าครับ คุณปลายฟ้าถึงหายหน้าไปหลายวัน”
“คะ”
“คุณอยากให้เชนรู้ว่าคุณมีค่าแค่ไหน คุณเลยหายไปจากชีวิตเชน คุณปลายฟ้าครับ ที่ผ่านมา เชนดูแลคุณได้ไม่ดีเลย เชนขอโทษนะครับ ต่อไป เชนจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ ดูแลคุณให้ดีกว่านี้”
“เวลาที่เหลืออยู่ คุณจะไปไหนเหรอคะ”
ความจริงปวันก็รู้แล้วว่าเชนจะไปไหน แต่เธอก็ลองถามดู อยากรู้ว่าเชนจะตอบอย่างไร
“เชนต้องกลับไปในที่ที่เชนจากมา แต่คุณปลายฟ้าไม่ต้องกังวล เชนสัญญาว่าเชนจะกลับมาเพื่อรับผิดชอบคุณปลายฟ้าอย่างแน่นอน”
ปวันสังเกตว่า เชนพูดแต่ว่ารับผิดชอบ ดูแล แต่ไม่เคยพูดว่ารัก เธอชักอยากรู้ว่าเชนคิดอะไรกับปลายฟ้าหรือไม่ จึงลองหยั่งเชิง
“คำก็รับผิดชอบ สองคำก็รับผิดชอบ คุณรักฉันหรือเปล่าคะ”
เชนอึ้ง เขาไม่เคยคิดถึงคำว่ารักมาก่อน ชีวิตเขามีแต่หน้าที่และการรับผิดชอบ เลยนิ่งไปเพราะไม่รู้จะตอบอย่างไร ทั้งสองมองหน้ากัน ปวันพยายามมองหาคำตอบ ส่วนเชนก็ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร จังหวะนั้นเอง ตังตังวิ่งจูงมือตฤณออกมาจากบ้าน ตะโกนเรียกเสียงสดใส
“เชน มาฉลองกัน ตังตังได้น้าตฤณคนเดิม”
“บอกแล้วว่าไม่ใช่คนเดิม”
“โอเคๆ น้าตฤณคนเดิมที่ดีกว่าเดิม ตังตังมีความสุขที่สุดเลย ตังตังไม่ต้องเป็นเด็กมีปัญหาแล้ว เชนมาฉลองกันนะคะ น้าปลายฟ้าด้วยนะคะ มาเร็วๆ”
“คนเขากำลังจู๋จี๋กัน คงไม่อยากฉลองกับเราหรอกมั้ง” ตฤณแซว
“เห็นไหม น้าตฤณเป็นน้าตฤณคนเดิมแล้ว งานนี้ต้องฉลอง เย้ๆๆๆ”
ตังตังร้องเฮ เบิกบานยินดี ตฤณมองหลานมีความสุข ตัวเองก็มีความสุขด้วย ตังตังวิ่งมาดึงมือเชน ดึงมือปลายฟ้าให้ไปฉลองที่บ้าน ขณะที่

ปลายฟ้าเหลือบมองเชน เชนยิ้มกับตังตัง แต่ก็แอบมีสีหน้าเครียดๆ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองรักปลายฟ้าหรือไม่

ดร.อาทิตย์นั่งลงเก้าอี้ที่โต๊ะทำงาน
 
“โชว์วันนี้สำคัญสำหรับฉันมาก”
อินทุ นารี ยืนอยู่ตรงข้าม ดร.อาทิตย์
“ทราบครับ”
“ทราบค่ะ”
“สั่งพวกเราคอยติดตามพวกมัน ฉันอยากรู้ว่าตอนนี้พวกนั้นทำอะไรกันอยู่”
“ครับ”
“ค่ะ”
ดร.อาทิตย์ยิ้มร้ายๆ เหมือนมีแผนอะไร มั่นใจว่าต้องชนะ
“อินทุ นารี พวกแกพร้อมนะ เพราะงานนี้ต้องไม่มีคำว่าพลาด อีกไม่นาน ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องอยู่ใต้อำนาจของอาทิตย์ ศูนย์กลางแห่งระบบสุริยะจักรวาล”

ภายในห้องลับของวิศวะ เชน ปวัน วิศวะ เจิด นั่งประชุมกันอยู่ มีไวท์บอร์ดตั้งอยู่ข้างๆ มีรูปดร.อาทิตย์แปะอยู่บนไวท์บอร์ด เชนพูดกับทุกคน
“เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราต้องระวังเมื่อเผชิญหน้ากับมัน คือสติของเราเอง”
อยู่ๆ ก็มีเสียงไซเรนดัง ทุกคนมองกันอย่างแปลกใจ
“ไม่ต้องตกใจครับ ผมเปลี่ยนเสียงกริ่งที่หน้าร้าน”
วิศวะอธิบายแล้วลุกขึ้น เดินไปที่ประตูลับ
“ขอรหัสด้วยครับ”
มีเสียงเคาะประตูเป็นจังหวะ ทุกคนตั้งใจฟัง วิศวะหันมาหาทุกคน พยักหน้าว่าถูกต้อง แล้วก็กดปุ่มเปิดประตู จ่าเจี๊ยบยืนยิ้มแฉ่งอยู่
“รอเจี๊ยบกันอยู่ใช่ม้า”
“แน่ใจใช่ไหมว่าไม่มีใครสะกดรอยตามจ่ามา” ปวันถามเสียงเข้ม
“ออฟคอร์ส คุยกันไปถึงไหนแล้วครับ”
จ่าเจี๊ยบถามพลางเดินมานั่งประจำที่ วิศวะก็กลับมานั่งที่เดิม ปวันอธิบายต่อ
“วิธีที่ดอกเตอร์ทำให้เหยื่อจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“เหมือนที่ฉันโดน” เจิดบอก
“ใช่ครับ เหมือนที่ลุงเจิดโดน เช่นกันกับผม” เชนย้ำบอก
ปวันหยิบรูปที่ถ่ายออกมาจากวิดิโอบันทึกการแสดง ออกมาวางเรียงบนโต๊ะ มีหลายรูป แต่เป็นรูปคล้ายๆ กัน คือดร.อาทิตย์กำลังดีดนิ้ว ใส่หน้าเหยื่อที่ขึ้นมาบนเวที
“นี่เป็นรูปแบบหนึ่งของการสะกดจิต ด็อกเตอร์สะกดจิตคนเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ”
ทุกคนพยักหน้า ตฤณหันไปมองวิศวะ ลองดีดนิ้วใส่หน้า
“แค่ดีดนิ้วเนี่ยนะ ไอ้ด็อกนี่มันเป็นผู้วิเศษเหรอ แค่ดีดนิ้วก็สะกดจิตคนได้”
“การดีดนิ้ว เป็นแค่สัญญาณที่มันตั้งเอาไว้ เหมือนกุญแจ หรือพาสเวิร์ด ว่าหลังจากการได้ยินเสียงดีดนิ้ว ความทรงจำก่อนหน้านั้น ที่มันทำกับทุกคน จะถูกลบไป หรือหลังจากได้ยินเสียงดีดนิ้ว คนๆ นั้นต้องทำอะไรก็ตาม ตามที่มันสั่ง มันสั่งได้ทั้งแบบเดี่ยว แบบหมู่” เชนอธิบาย
“เพราะดอกเตอร์อาทิตย์รู้ความลับทางจิตวิทยา รู้ว่าคนต้องการอะไร ก็ทำให้ทุกคนเห็นว่าตนเองสามารถเติมเต็มในสิ่งนั้นได้ อย่างเรื่องศรัทธา พอทุกคนเชื่อ ศรัทธาในตัวเขา อะไรมันก็ง่าย แล้วด็อกเตอร์ก็ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ ทั้งแสง สี หรือแม้แต่กลิ่น เพื่อหลอกล่อและกล่อมประสาทคนดู เหมือนเล่นมายากลไง” ปวันช่วยอธิบาย
“เพราะฉะนั้นเราต้องตั้งสติให้ดี อย่าเผลอเด็ดขาด” เชนย้ำ
ตฤณยักหน้าเข้าใจ แต่ก็ยังพยายามดีดนิ้วใส่หน้าวิศวะ ส่วนเชนหันไปถามเจิด
“อ้ะ ประเด็นการประชุมต่อไป ลุงเจิดครับ ของที่คุยกันไว้ พร้อมไหมครับ”
“ยิ่งกว่าพร้อม”
เจิดยักคิ้วให้เชน
“ของผมก็พร้อมเหมือนกัน”
วิศวะกระตือรือร้นขึ้นมา ลุกไปคว้ากระเป๋าเป้ใบหนึ่งมาวางตรงหน้าเชน เปิดออก เห็นเป็นอุปกรณ์ประหลาดๆ เต็มไปหมด
“ของขวัญสุดพิเศษที่ผมประดิษฐ์เอาไว้ อาวุธลับ เชนพกติดตัวไว้นะ”
เชนมองลังเล จ่าเจี๊ยบหยิบของขึ้นมา มองดูแบบไม่ค่อยเชื่อ
“เท่โพด แต่ใช้ได้จริงอ่ะ เอาไปแล้วมันจะเกะกะกว่าป่ะ เอ๊ย นี่ไม่ได้ดูถูกนะ แบบสงสัย เลยถาม”
เชนก็คิดอย่างนั้นแต่ไม่ได้พูด เพราะกลัววิศวะจะเสียน้ำใจ
“ผมขอบคุณมาก แต่คุณวิศวะควรเก็บไว้ใช้ด้วย เราต้องปฏิบัติภารกิจเสี่ยงอันตรายเหมือนกัน”
“ไม่ต้องห่วง”
วิศวะเปิดเสื้อแจ็กเก็ตของตัวเองออกมาทันที มีอาวุธลับที่ตนประดิษฐ์แขวนอยู่เต็มเสื้อด้านใน วิศวะยิ้มภูมิใจ ทุกคนอึ้ง วิศวะหยิบอาวุธลับในกระเป๋าเป้ออกมาสองชิ้นแล้วยัดใส่กางเกงของเชน
“เก็บไว้นะๆ”
วิศวะยัดเยียด เชนก็ไม่อยากขัด วิศวะยื่นให้ทุกคน คนละชิ้นสองชิ้น ปวันก็จำต้องรับไว้ จ่าเจี๊ยบก็เหมือนกัน พอถึงเจิด เจิดยกมือว่าไม่เอา
“อย่าทำร้ายน้ำใจศิษย์สิครับอาจารย์”
เจิดถอนหายใจ
“วางไว้ๆ เดี๋ยวฉันเลือกเอง”
วิศวะยิ้ม

จ่าเจี๊ยบโผล่หน้าออกมาจากในร้าน กวาดตามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง พอเห็นว่าทางสะดวก ก็ผลุบหัวเข้าไป แล้วโผล่ออกมาใหม่ เดินออกมา คราวนี้มีเจิดเดินตาม วิศวะปิดท้าย เจิดถือกระเป๋าหนังใบเล็กๆ กอดไว้แนบกาย คล้ายว่าสำคัญมาก วิศวะและจ่าเจี๊ยบเหมือนกำลังคุ้มกันลุงเจิด ท่าทางมีลับลมคมในมาก
จ่าเจี๊ยบตรงไปที่รถของคนที่จอดอยู่แถวๆ ร้าน แต่ทันใดนั้น ก็มีชายฉกรรจ์สองคนมาดักหน้าไว้ จ่าเจี๊ยบกางแขนข้างหนึ่งเหมือนปกป้องลุงเจิด แล้วกระซิบ
“หาจังหวะแล้วหนีไป”
เจิดพยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงรับรู้ จ้องมองลูกน้องดร.อาทิตย์เพื่อหาโอกาส ยืนจ้องกันอยู่ครู่หนึ่ง ลูกน้องดร.อาทิตย์ก็ลงมือ พุ่งเข้ามาจะโจมตี จ่าเจี๊ยบตั้งท่ารออยู่แล้ว เข้าไปขวาง เจิดกับวิศวะวิ่งหนี จ่าเจี๊ยบต่อสู้กับลูกน้องอาทิตย์ทั้งสองคน
เจิดกับวิศวะวิ่งหนีมา ก็เจอลูกน้องดร.อาทิตย์มาขวางหน้าไว้ ชะงัก จะหมุนตัวกลับ แต่ลูกน้องอีกคนก็มาขวางข้างหลัง
 
เจิดกับวิศวะหลังชนกัน หวาดกลัว ขณะเดียวกัน วิศวะแอบหยิบบางอย่างออกมากุมไว้แน่น

จ่าเจี๊ยบซัดคนร้ายไปหลายหมัด พอเผลอ โดนลูกน้องต่อยหน้าล้มลงไป ลูกน้องสองคนย่างสามขุมเข้ามาหมายจะซ้ำ
 
จ่าเจี๊ยบจับไปเจออาวุธลับที่วิศวะยัดเยียดให้ หยิบออกมา เป็นเหมือนขวดแป้งฝุ่น เขาสาดแป้งใส่คนร้ายที่ยืนอยู่ทันที

ลูกน้องสองคนกำลังจะเข้ามาจับตัวเจิด วิศวะรีบควักอาวุธลับ เป็นเหมือนกระป๋องสเปรย์เล็กๆ เอาออกมาฉีดใส่ลูกน้องที่เข้ามาใกล้ตน
“ลองสูตรใหม่ซะหน่อย”
วิศวะฉีดออกไป ลูกน้องผงะ หงายหลังตึง วิศวะหันมาทางลูกน้องอีกคนที่กำลังจะถึงตัวเจิด ฉีดสเปรย์ใส่หน้าลูกน้องต่อหน้าเจิด
“ทุเรียนผสมหนูตายทั้งกลม เป็นไง”
ลูกน้องผงะไป เจิดก็โดนไปเหมือนกัน มึนๆ จนแทบอาเจียน วิศวะฉวยโอกาสนั้น จับมือเจิดซึ่งพะอืดพะอมอยู่วิ่งหนี ลูกน้องดร.อาทิตย์นั่งอาเจียนกันหมดทุกคน

อาวุธที่จ่าเจี๊ยบคิดว่าเป็นแป้งฝุ่น ความจริงเป็นผงพริกไทย พอจ่าเจี๊ยบบีบออกไป พริกไทยฟุ้งในอากาศ ไม่ใช่แค่คนร้าย แต่ก็เข้าตาจ่าเจี๊ยบด้วย จ่าเจี๊ยบเข้าโจมตีคนร้ายขณะที่พวกนั้นกำลังแสบตา ทั้งๆ ที่ตัวเองก็แสบตาเหมือนกันจน กระพริบๆ ตาไปด้วย ขณะที่ซัดคนร้ายไปด้วย พอคนร้ายหมอบไปทั้งสองคน ตัวเองก็น้ำตาไหลพรากเพราะว่าแสบตามาก

เจิดวิ่งไม่ค่อยไหว เพราะกลิ่นทุเรียนกับหนูเน่ายังติดจมูก เหมือนทำลายประสาทการได้
กลิ่นไปแล้ว เจิดมึนๆ วิ่งช้า
“เร็วๆ สิลุง เดี๋ยวพวกมันก็ตามมา”
วิศวะดึงมือเจิด เจิดถูกลากไป พะอืดพะอมไปด้วย จ่าเจี๊ยบวิ่งตามมา กึ่งๆ ปิดตาเพราะแสบตาอยู่ วิ่งชนถังขยะ ไม่แรงมาก แต่ก็มึน วิ่งตามมาสมทบ
“เป็นยังไง ได้ใช้อาวุธลับของผมแล้วใช่ไหม เจ๋งใช่ป่ะ”
วิศวะถามอย่างตื่นเต้น จ่าเจี๊ยบไม่ทันตอบ ลูกน้องทั้ง 4 คนก็ตามมาทัน แม้ว่า 2 คนแรกจะอยู่ในสภาพแสบตาน้อยๆ ส่วนอีก 2 คนจะยังมึนเพราะกลิ่นเหม็น แต่ก็มายืนหน้าเหี้ยมล้อมหน้าล้อมหลังได้อีกครั้ง จ่าเจี๊ยบเห็นก็ย้อนถามวิศวะทันที
“เจ๋งไหมล่ะ”
ลูกน้องทั้งสี่เข้ามาพร้อมกัน มะรุมมะตุ้มต่อสู้กันกับทั้งจ่าเจี๊ยบ วิศวะ เจิด จ่าเจี๊ยบเตะต่อย วิศวะใช้อาวุธของตัวเอง ส่วนเจิดก็เอากระเป๋าตี
ฝ่ายเจิดสู้ไม่ไหว จ่าเจี๊ยบโดนลูกน้องอัดเกือบน่วม ล้มลงไปที่พื้น ก็โดนเตะอัดซ้ำ วิศวะก็โดนล็อคแขนไว้ เจิดเห็นท่าไม่ดี รีบยกมือยอมแพ้
“ยอมแล้วๆ อย่าทำอะไรพวกเราเลย”
ลูกน้องหยุดเตะจ่าเจี๊ยบ แต่วิศวะก็ยังโดนลูกน้องล็อคแขน ลูกน้องอีกคนเข้ามาหาเจิด ดึงแขนเจิดจะให้เดินไป เจิดทำกระเป๋าตก ลูกน้องหยิบกระเป๋าขึ้นมา
“อย่ายุ่งกับของในนั้นนะ”
เจิดร้อง จะแย่งกระเป๋าคืน ลูกน้องเอะใจ เปิดกระเป๋าดู เห็นเป็นแว่นตาสามมิติ หันไปพยักหน้ากับลูกน้องคนอื่น ลูกน้องเอาแว่นไป ดึงตัวเจิดให้ไปด้วย
ลูกน้องปล่อยวิศวะ ชี้หน้าว่าอย่าตาม วิศวะยืนตัวแข็งทื่อเหมือนกลัว จ่าเจี๊ยบยังนอนเจ็บอยู่ที่พื้น แต่พอลูกน้องทั้ง 4 คนเดินเอาตัวเจิดไป วิศวะก็วิ่งไปกระโดดเกาะหลัง
“อย่าเอาแว่นไปนะ”
วิศวะพยายามปกป้องแว่นมาก แม้จะเป็นแว่นปลอมแต่ก็เพื่อความสมจริง เขาเกาะขาลูกน้องไม่ปล่อย แม้ว่าจะโดนสะบัดอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อย
“งั้นเอาตัวไปให้นายด้วยเลยละกัน”
ลูกน้องเข้ามายกตัววิศวะ คนหนึ่งจับหัว อีกคนจับขา พาลากไป วิศวะจะร้อง ก็รู้สึกได้ว่ามีปืนมาจ่อ เลยเงียบยอมไปกับพวกมัน
วิศวะกับเจิดโดนพาตัวไปแล้ว จ่าเจี๊ยบนอนอยู่ที่พื้น ยิ้ม เข้าแผน เพราะที่เข็มขัดของวิศวะมีกล้องซ่อนอยู่

ดร.อาทิตย์นั่งหลับตา ตั้งสมาธิก่อนลงมือก่อการใหญ่และรอฟังข่าว นิ้วมือเลี้ยงเหรียญไปมา นารีเดินเข้ามา
“นายคะ”
ดร.อาทิตย์ลืมตาขึ้น นารีและอินทุเข้ามา
“บอกสิ่งที่ฉันอยากได้ยินมาซิ”
“คนของเราได้ตัวไอ้เจิดพร้อมแว่นสามมิติมาแล้วค่ะ”
ดร.อาทิตย์หัวเราะพอใจ
“หึๆๆ วาทะจิ้งจอกเฒ่ากล่าวไว้ว่า ชนะมาร้อยครั้ง แต่มาแพ้ทีหลังมันจะมีค่าอะไร ชัยชนะครั้งสุดท้าย ถึงจะเป็นชัยชนะที่แท้จริง ฮ่ะๆ”
ดร.อาทิตย์ลุกขึ้นยืนอย่างฮึกเหิม
“The Queen Of Pink คือสิ่งที่จะทำให้เรามีชัยชนะที่แท้จริงไว้ในกำมือ”
ดร.อาทิตย์โยนเหรียญขึ้น เหรียญหมุนติ้วอยู่บนอากาศ แล้วเขาก็คว้ามากำไว้ ชูกำปั้นหันไปทางนารี อินทุและลูกน้องที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่
“ได้เวลาแล้ว The Queen Of Pink กำลังรอเราอยู่ ศรัทธา”
ลูกน้องทั้งหมดกำหมัดชูขึ้นร้องตะโกนตามอย่างฮึกเหิม
“ศรัทธา อาทิตย์ๆๆ”

ดร.อาทิตย์ในชุดโชว์ครั้งสุดท้ายเดินเสื้อคลุมสยาย นำลูกน้องทั้งหมดมาตามทางราวกับแก๊งโจรมากกว่านักบุญ ตรงไปยังพื้นที่ส่วนที่เป็นใต้เวทีการแสดง อินทุกับนารีใส่ชุดคล้ายนินจา มีอาวุธต่างๆ พร้อม
น้ำเพชรใส่ชุดหรู สวมสร้อยเพชรและเครื่องประดับเพชร ทั้งต่างหู กำไล แหวน เดินเข้าประตูมาพร้อมผู้ติดตาม 2 คน สมุนของดร.อาทิตย์ ถือเครื่องตรวจจับอาวุธคอยตรวจค้นอาวุธและเช็คบัตรผู้ซื้อบัตรมาเข้าชมอย่างรัดกุม ซึ่งครั้งนี้ผู้ชมส่วนใหญ่เป็นพวกมีฐานะ ใส่เครื่องประดับเพชรมากันทุกคนให้เหมาะกับโชว์ “Diamond Day”
น้ำเพชรเดินเข้ามานั่งที่มุมโต๊ะวีไอพีที่มีประมุขนั่งอยู่ก่อนแล้ว ประมุขลุกขึ้นยกมือไหว้ทักทายน้ำเพชรและเชื้อเชิญให้นั่ง
ผู้ชมทยอยเดินถือบัตรให้เจ้าหน้าที่ตรวจและเช็คอาวุธเดินผ่านเข้าฮอลล์มา โดยมีปวันยืนเข้าคิวรอผ่านประตูอยู่พร้อมกับควงแขนเชนมาด้วย
ปวันใส่ชุดคอลึก กระโปรงหรูหรา แต่งหน้าเข้ม ปากแดง เกล้าผมสูงโชว์คอระหงที่สวมสร้อยเพชร ขณะที่เชนอยู่ในชุดเสื้อสูทย้อมผมขาวดอกเลา หวีเสยใส่เจล ไว้จอนยาว หนวดก็ย้อมขาว สวมแว่น ทั้งคู่เกาะแขนเดินกันมาราวกับคู่รัก ทำหวานใส่กัน แต่แอบสอดส่ายสายตาดูลาดเลาไปทั่ว แล้วทำเป็นยิ้มหวานหันมามองหน้ากัน
“วันนี้คุณสวยระเบิด สวยสุดซอยไปเลยที่รัก”
“ถ้านายมองต่ำกว่าระดับหน้าฉัน แอบดูอะไรของฉันล่ะก็นายจุกแน่”
เชนยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ไม่ยอมให้ดูไม้กระดานว่างั้น หึๆๆ อึ๋ย”

เชนเจ็บจี๊ด ถูกปวันใช้ส้นสูงเหยียบขยี้เท้า

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 8 (ต่อ)

เจนจิรานั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ รู้สึกมีคนกำลังมอง เหลือบตามองไปเห็นแมว แป๋ง เต้าทึงกำลังจับกลุ่มซุบซิบนินทามาที่ตัวเอง
 
“ร่วมรายการกับด็อกเตอร์อาทิตย์แค่หนเดียว ก็ถูกเขาเขี่ยทิ้งแล้วเหรอนี่” แมวนินทา
“เน้อ วันนี้โชว์ใหญ่ซ้าด้วย แต่กลับไม่ให้นางไปเป็นพิธีกรร่วม เศร้าเว่อร์” เต้าทึงซ้ำเติม
“จริงๆ แล้ว ควรจะเป็นแป๋งที่ได้รับโอกาสนั้น เพราะแป๋งศรัทธาในด็อกเตอร์มากกว่าใครในตึกสมายล์ทีวีนี้”
แป๋งยกแก้วกาแฟขึ้นมาดูด แม้แต่แก้วของเธอยังมีรูปหน้าดร.อาทิตย์ เจนจิราเซ็ง
“เฮ่ย อยู่ในตึกติดแอร์ขนาดนี้ ยังมีเสียงด้วงนกเสียงกามาส่งเสียงให้รำคาญ พวกนกกระจอกจ้อกแจ้ก”
เจนจิราจัดหนังสือวางโครม ทำเอาสามสาวสะดุ้ง ระหว่างนั้น บารมีร้อนใจ เดินเข้ามา
“เจน มันเป็นอย่างงี้ได้ไงครับ โชว์ใหญ่ขนาดนี้ ทำไมด็อกเตอร์อาทิตย์”
“พอเถอะค่ะบารมี เจนขี้เกียจตอบคำถามนี้ ถ้าอยากจะรู้ คุณก็ไปถามเอาจากด็อกเตอร์อาทิตย์เองนะคะ เจนจะทำงาน”
เจนจิราลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะ แต่บารมีเข้ามาคว้าแขนไว้
“เราลงไปถามด้วยกันเดี๋ยวนี้”
“คุณก็ไปถามคนเดียวซี บารมีคะ”
บารมีดึงเจนจิราออกไปจนได้ สามสาวทำเบ้ปากใส่เจนจิราพร้อมกันด้วยความอิจฉา

เชนกับปวันเดินควงคู่ในแถวจนมาถึงหน้าประตู ปวันหยิบบัตรทำเป็นกรีดนิ้วใส่แหวนเพชรปลอมส่งให้เจ้าหน้าที่เฝ้าประตู ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกคนที่ถือเครื่องตรวจจับอาวุธ บอกกับเชน
“ขออนุญาตตรวจค้นอาวุธนะครับ”
“ไม่มีปัญหา ส.บ.ม.ย.ห. เชิญ”
เชนยืนเต๊ะจุ๊ยให้ตรวจ ปวันแอบเซ็งกับคำเชยๆ ของเชน เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตรวจเช็คไปทั่วตัวเชน
ปวันกับเชนแอบมองตากัน หวั่นๆ ว่าอาวุธที่แอบพกมาจะถูกตรวจเจอ แต่แล้วก็ไม่มีเสียงสัญญาณร้องออกมา
“เรียบร้อยครับ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ ขออนุญาตตรวจคุณนายต่อนะครับ”
“โอเค เร็วๆ หน่อยนะ ได้เวลาโชว์เริ่มแล้ว”
ปวันยืนราวกับนางงามให้เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือเช็คไปทั้งตัว แอบหวั่นๆ จันทร์เจ้ารีบกระหืดกระหอบมาด้วยเสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็มพร้อมเครื่องเพชร
“ว้ายๆ ไม่ทันแล้ว”
จันทร์เจ้ารีบเข้ามาหยุดยืนเข้าแถวอยู่ที่แถวข้างหลังเชน พลางตะโกนบอก
“นี่คุณน้องเจ้าหน้าที่รูปหล่อขา ช่วยเร็วๆ หน่อยได้ไหมคะ นี่ได้เวลาโชว์เริ่มแล้วนะ”
เชนหันไปมอง เห็นจันทร์เจ้าปุ๊บ ก็รีบหันหน้ากลับ กลัวจะจำเขาได้ เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตรวจจับอาวุธตรวจปวันเร็วๆ ลวกๆ
“เสร็จแล้วครับ เชิญเข้าในฮอลล์ได้เลยครับ”
เชนกับปวันรีบควงแขนจะเดินเข้าสตู แต่เสียงจันทร์เจ้าดังขึ้น
“เดี๋ยวก่อนคุณ คูณสองคนนั่นแหละ หยุดก่อนค่า”
เชนกับปวันหยุดยืนอยู่กับที่ แอบเหลือบมองกันตกใจ จันทร์เจ้ารีบเดินเข้ามา
“ถ้าฉันจำไม่ผิด ต่างหูเพชรที่คุณใส่อยู่น่ะ เอ่อ ของเก๊ 99.9 เปอร์เซ็นต์ค่ะ”
ปวันกับเชนแอบโล่งอก ปวันทำเป็นฉุนใส่
“ขอบคุณค่ะที่บอก หึ”
ปวันทำเป็นสะบัดหน้าเหวี่ยงใส่ ดึงแขนเชนเดินเข้าประตูฮอลล์ไป
“อะไรยะ คนอุตส่าห์หวังดี”
จันทร์เจ้านึกได้รีบหันไปยื่นบัตรให้เจ้าหน้าที่
“ว้ายไม่ทันแล้ว บัตรฉันอยู่นี่ VIP นะค้า”
จันทร์เจ้าโชว์บัตรให้ดู

หน้าประตูทางเข้าเดอะซันฮอลล์ ตฤณปลอมตัวเป็นพนักงานของสมายล์ทีวี แอบอยู่ที่เสาดูลาดเลา ตำรวจนอกเครื่องแบบปลอมตัวกระจายอยู่ทั่วไป ตฤณเห็นบารมีเดินจูงเจนจิรามา ทั้งคู่หยุดเถียงกัน ยื้อยุดกันแม้จะไม่รุนแรงแต่ดูจริงจังมาก
“ไม่เอานะคุณบารมี คุณจะให้เจนไปถามเขาได้ยังไงกัน ว่าทำไมไม่ให้เจนขึ้นร่วมรายการ ไม่ เจนไม่ทำหรอก”
“แต่คุณต้องทำ เพราะว่าผมจ่ายค่าสปอนเซอร์ไปมหาศาลเพื่อคุณ ที่สำคัญ คุณก็เป็นแฟนผม และเป็นพรีเซ็นเตอร์หน้าเด๊ะให้คลินิกผมโดยทางอ้อมไปแล้ว”
“นี่คุณกำลังมั่วแล้วนะบารมี”
“มั่วยังไง การช่วยเหลือเกื้อกูลธุรกิจของแฟนเป็นหน้าที่ของคุณนะครับที่รัก คนเรารักกัน ก็ต้องช่วยกันซีครับ น่านะ มาเร็วๆ โชว์กำลังจะเริ่มแล้ว”
“บารมีคะ เจนคิดว่ามันไม่ใช่หน้าที่เจนนะ”
“อย่าดื้อซีครับ ทำเพื่อผมสักครั้งไม่ได้หรือไง”
บารมีดึงเจนจิราไป ตฤณไม่พอใจที่เห็นเจนจิราถูกบังคับใจแบบนั้น เลยเดินปรี่ตามหลังไป
จะกระชากบารมีมาต่อย แต่จู่ๆ จ่าเจี๊ยบก็เข้ามาคว้าเสื้อดึงตฤณไว้
“จะทำอะไรครับ”
ตฤณเห็นจ่าเจี๊ยบในชุดพนักงานของสมายล์ทีวีเหมือนกัน
“ก็ ไอ้หมอหน้าเด้งมันฉุดกระชากเจน ขอไปต่อยมันที”
ตฤณจะตามไปอีก แต่จ่าเจี๊ยบดึงไว้สุดแรง
“โฮ่ย มาต่อยอะไรตอนนี้ครับ เดี๋ยวเกิดเรื่องก็เสียแผนกันหมดพอดี เก็บหมัดนี้ไว้รวมกับหมัดหน้าเถอะนะครับ เสร็จงานนี้แล้วค่อยไปคิดบัญชีมันทั้งต้นทั้งดอกทีเดียว”
ตฤณจำต้องหยุด มองบารมีจูงมือเจนจิราหายไปทางประตูเข้าเดอะซันฮอลล์
“จะยืนมองอีกนานไหมลวกเพ่ ไปเหอะ ในฐานะที่ลวกเพ่ถนัดประตูหลัง เชิญนำลวกน้องไป”
ตฤณฟังจ่าเจี๊ยบแล้วเวียนหัว เลยรีบเดินนำไป จ่าเจี๊ยบเดินตามพลางพูดสมอลทอล์ครายงานบอกทุกคน

“เจี๊ยบกับรูปหล่อกำลังไปประจำจุดแล้ว ทราบแล้วเปลี่ยน”

บารมีจูงมือเจนจิราเดินเข้ามาในฮอลล์ โชว์เริ่มพอดีด้วยด้วยแสงสีบนเวที บารมีกับเจนจิราเลยต้องหาที่นั่ง
บนเวที
 
ดนตรีประกอบเริ่มจากเบาๆ มาหนักขึ้นๆ แสงสลัวๆ ก็เริ่มมีแสงสว่างเหมือนประกายเพชรมากขึ้นตามจังหวะดนตรี
เชนกับปวันนั่งอยู่ที่นั่งไม่ห่างน้ำเพชร ประมุข จันทร์เจ้า ทั้งคู่มองจับตาไปที่น้ำเพชร สร้อยคอซึ่งมีเพชรสีชมพูส่องประกายโดดเด่นมาก จนปวันอดจ้องไม่ได้
“โห นั่นมันเพชรอะไรอ้ะ เพชรหรือเดย์ไลท์ แสงเจิดจ้าบาดตาแทบบอด”
ปวันบ่นพึมพำ เชนได้ยิน
“หือ ว่าอะไรนะจ๊ะที่รัก”
ปวันศอกใส่เชน ถลึงตาใส่
“อะไรกันคุณ ผมอุตส่าห์เล่นให้สมบทบาท”
ปวันจะต่อปากต่อคำ แต่แล้วเสียงบนเวทีก็เบนความสนใจไป
“ศรัทธาสร้างพลัง พลังเปลี่ยนโลก ขอต้อนรับทุกท่านที่มีพลังแห่งศรัทธาเข้าสู่The SUN มิติแห่งจินตนาการ จุดกำเนิดแห่งสรรพสิ่ง ด้วยพลังแห่งพระอาทิตย์”
รูปพระอาทิตย์ฉากหลังส่องแสงลุกโชติช่วงตามมาด้วยระเบิดไฟบนเวที แต่กลับกลายเป็นไฟเย็นด้วยประกายเพชรรอบเวที ผู้ชมพากันปรบมือ ไฟเย็น กลายเป็นกากเพชรวิบๆ ปลิวลอยขึ้นไปทั่วฮอลล์ ผู้ชมฮือฮา แสงโฮโลแกรมปรากฏขึ้น จากที่แตกกระจายก็ค่อยๆ ไปรวมตัวที่หน้าฉากพระอาทิตย์ ประกอบกันเป็นรูปร่างคนด้วยแสงวิบวับคล้ายเพชรนับล้านรวมตัวกันเป็นรูปร่างคน
“ขอต้อนรับผู้มีพลังศรัทธาทุกท่านเข้าสู่ Diamond Day วันประดับเพชร ด้วยพลังศรัทธา”
ภาพโฮโลแกรมกลายเป็นดร.อาทิตย์เดินออกมาโดยที่ผายสองมือขึ้น มีกระดาษเงินและดำพุ่งออกมาคนละข้าง แล้วก็เกิดเป็นควัน นารีกับอินทุในชุดคล้ายนินจาขาวและดำยืนอยู่เคียงข้างดร.อาทิตย์
“ศรัทธา ศรัทธา”
ผู้คนพากันลุกขึ้นยืนปรบมือต้อนรับดร.อาทิตย์และลูกน้องคู่ใจทั้งสอง จันทร์เจ้าทั้งปรบมือทั้งตะโกน นำทีมแฟนคลับผู้คลั่งไคล้ตัวจริง
“ด็อกเตอร์อาทิตย์ ด็อกเตอร์ ทั้งรักและศรัทธามั่กๆ ค่า เลิฟยู”
เชนยังคงนั่ง ปวันต้องดึงเชนให้ลุกขึ้นปรบมือตามไม่ให้ผิดสังเกต บารมีตื่นตาตื่นใจมากลุกขึ้นยืนปรบมือพร้อมกับหันมาบอกกับเจนจิรา
“ที่ของคุณคือบนเวที ไม่ใช่มานั่งแอบเงียบๆ อยู่ตรงนี้นะเจน”
เจนจิราถอนใจพยายามอดกลั้นไม่โกรธใส่บารมี

อาทิตย์เดินมายืนพูดกลางเวที ทำเป็นกวาดสายตามองไปทั่วที่นั่งคนดู แต่แอบจับจ้องไปที่น้ำเพชร ประกายเพชรของเพชรสีชมพูส่องประกายวิบวับโดดเด่น
“ผมเคยบอกทุกคนแล้ว ว่าเพชรคือสัญลักษณ์ของความสวย ความแข็งแกร่ง ความมีค่า และอำนาจ บางความเชื่อบอกว่าเพชรมีอำนาจป้องกันสิ่งชั่วร้าย ผู้ที่มีศรัทธาจะได้รับการคุ้มครองจากเพชร ซึ่งผมได้แสดงให้เห็นประจักษ์แก่สายตาทุกท่านไปแล้ว แต่สำหรับวันนี้ พิเศษกว่านั้น เพชรที่ใครๆ เชื่อว่าเป็นหนึ่งในวัตถุที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่เชื่อหรือไม่ครับทุกท่าน เพชรกลับไม่แข็งแกร่งเท่าศรัทธา”
ผู้คนฮือฮา
“ศรัทธาเถอะครับศรัทธา ผมจะพิสูจน์ให้ทุกท่านเห็นกับตาถึงพลังอำนาจแห่งศรัทธาของด็อกเตอร์อาทิตย์ ว่าสามารถพิชิตความแข็งแกร่งของเพชรได้ หลายท่านให้เกียรติสวมใส่เครื่องประดับเพชรสุดรักมาในวันนี้ ผมจะขออนุญาต เชิญผู้มีเกียรติท่านหนึ่งขึ้นมาบนเวที ด้วยการสุ่มเลือก”
สิ้นเสียงดร.อาทิตย์ อินทุก็คว้าเชือกผ้าโหนขึ้นบนเวที โชว์ลีลาหวาดเสียว ขณะที่นารีหยิบธนูออกมานั่งคุกเข่าง้างจะยิงไปที่อินทุ
ปวันกับเชนมองหน้ากัน ปวันแอบหยิบสมอลล์ทอล์คขึ้นมาจากร่องอก เสียบเข้าที่หู เช่นเดียวกับเชนที่แอบหยิบออกมาจากด้านในเสื้อเสียบหู
“ทุกตำแหน่งเตรียมพร้อม มันจะลงมือแล้ว”
หลังจบการโหนผาดโผน อินทุก็เกี่ยวขาห้อยหัวปล่อยหางบัตรเข้าชมลอยลงมา นารียิงธนูออกไปทันที ลูกธนูที่ยิงออกไป เรืองแสงคล้ายเปลวไฟพุ่งออกไปในอากาศ เสียบเข้าที่หางบัตรใบหนึ่งแล้วลูกธนูก็เลี้ยวพุ่งมาหา ดร.อาทิตย์ราวกับสั่งได้
จันทร์เจ้ายกมือปิดหน้าปิดตามองผ่านง่ามนิ้ว แม้แต่ประมุข บารมีก็ตะลึงลุ้นค้าง เมื่อใกล้ถึงดร.อาทิตย์ ลูกธนูนั้นก็สลายหายไปกับอากาศ เหลือเพียงหางบัตรที่ค่อยปลิวลงมาที่ดร.อาทิตย์ เขาคว้าหางบัตรไว้กับมือ ผู้ชมปรบมือกันสนั่น
“ผมไม่ทราบนะครับว่าหางบัตรใบนี้เป็นของใคร ไม่มีชื่อ มีแต่หมายเลขที่นั่ง แต่คนๆ นี้ต้องมีพลังศรัทธา ธนูเลยนำพามาให้ผม”
ผู้คนฮือฮาอยากเป็นผู้โชคดีคนนั้น ปวันกับเชนเบ้ปากยื่นหน้าหันมาจะกระซิบกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“หึ แหกตา”
หน้าของทั้งคู่เกือบชนกัน ต่างตะลึงมองหน้ากัน ก่อนปวันจะหันหน้ากลับอย่างเขินๆ เชนยิ้ม
กรุ้มกริ่ม ดร.อาทิตย์ชูบัตรขึ้น
“ขอเชิญเจ้าของบัตรเลขที่นั่งหมายเลข”
จันทร์เจ้ายกมือไหว้ ภาวนาขอให้เป็นตัวเอง
“108 เพี้ยง หนึ่ง ศูนย์ แปด ศรัทธาๆๆๆ”
“หมายเลขนี้ 112 ครับ”
หมายเลขถูกย้ำกลางเวทีด้วยแสงโฮโลแกรม จันทร์เจ้าผิดหวัง แต่คนที่ลุกขึ้นดีใจคือน้ำเพชร ไฟสปอตไลท์ส่องมาที่น้ำเพชร
“นั่นไงครับ เพราะพลังศรัทธา เธอคนนี้เป็นเศรษฐีที่ร่ำรวยเพชรมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย ขอเชิญคุณน้ำเพชรที่เวทีครับ”
ประมุขลุกยืนปรบมือช่วยเชื้อเชิญน้ำเพชรให้ลงจากที่นั่งไปยังเวที ปวันรีบพูดสมอลล์ทอล์คสั่งการไป
“ชะโดล่าเหยื่อแล้วตามแผน ประกบแล้วจัดการกับลูกอ๊อดได้เลย”

น้ำเพชรเดินยิ้มไปหาดร.อาทิตย์ที่เวที ท่ามกลางเสียงปรบมือ

ที่ประตูด้านหลังฮอลล์ที่ใช้เป็นทางเข้าออก สมุนดร.อาทิตย์ 4 คนยืนเฝ้าอยู่ มีเสียงเคาประตูดังขึ้น
 
สมุนหันไปมองอย่างระแวง ทุกคนเตรียมพร้อมอาวุธปืน สมุนคนหนึ่งเดินไปเปิดประตู แล้วก็เจอตฤณยืนถือกล่องโดนัทยิ้มแฉ่งอยู่
“สวัสดีครับ ทางสถานีให้ผมเอาโดนัทมาให้กินเป็นของว่าง”
“ขอบใจ”
สมุนจะยื่นมือไปรับ แต่สมุนอีกคนห้ามไว้
“เฮ้ย ไปรับทำไมวะ จำไม่ได้เหรอ ไอ้นี่มันพวกเชน”
“ไม่รับ งั้นเสียดายจัง ที่ผมจำเป็นต้องทิ้ง”
ตฤณพูดพลางรีบปล่อยกล่องโดนัทลงพื้น ลูกแก้วหลากสีนับ 10 ลูก กลิ้งออกมาจากกล่องทันที
“เฮ้ย ไรวะ”
“ไม่รู้เหมือนกันครับ เพื่อนผมที่ชื่อวิศวะเขาทำมาให้”
ตฤณมัวแต่พูด ลูกแก้วที่กลิ้งไปนับสิบ ระเบิดขึ้นเสียก่อน เป็นควันหลากสีคลุ้งไปหมด พร้อมเสียงร้องตกอกตกใจของสมุนดร.อาทิตย์ จ่าเจี๊ยบต้องโผล่จากที่ซ่อนมากระชากตฤณเข้าไปหลบหลังเสาที่มีตำรวจเครื่องแบบหลบอยู่
“มัวแต่ฉอเลาะ เกือบเงิบแล้วไหมล่ะ เสียแรงยกให้เป็นลวกเพ่”
ตฤณไอแค่ก แสบตาแสบคอไปหมด ขณะที่จ่าเจี๊ยบแอบโผล่หน้าไปมอง เห็นสมุนดร.อาทิตย์ทั้งสี่ล้มลงสลบเหมือดกองอยู่ที่พื้นไปแล้ว จ่าเจี๊ยบหันไปบอกตำรวจหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการ
“ไอ้สี่ตัวนั่นสลบเหมือดไปแล้ว บุกเลย”
หัวหน้าหน่วยให้สัญญาณตำรวจกรูเข้าไปจับสมุนทั้งสี่ใส่กุญแจมือ ใช้เทปกาวปิดปาก ทุกอย่างทำกันอย่างรวดเร็ว ส่วนกำลังที่เหลือวิ่งบุกเข้าไปเคลียร์พื้นที่ เจอสมุนดร.อาทิตย์โผล่เข้ามาอีก 2-3 คนก็จัดการเตะ ต่อย ถีบ ปลอดอาวุธ จับกุม แล้วใส่กุญแจมือและปิดปากด้วยเทป ส่วนจ่าเจี๊ยบลุกวิ่งจะตามไป แต่ตฤณคว้าขาไว้
“จ๊าก ผีจับขา”
“ตลกน่าจ่า ผมเอง ผีที่ไหน จ่าจะไปไหน ไปด้วยดิ”
“โธ่เอ้ย ก็เร็วเข้าซี”
จ่าเจี๊ยบต้องลากคอตฤณขึ้น ลากพาไป
“ไปทำไมทางนั้นจ่า นั่นมันทางไปห้องน้ำ ทางไปใต้เวที มันทางนี้”
“ก็นำไปซี”
ทั้งคู่วิ่งนำหน่วยตำรวจไป

จ่าเจี๊ยบกับตำรวจช่วยกันจัดการเก็บสมุนของดร.อาทิตย์ไปตลอดทางเดินอย่างเงียบๆ ตฤณเห็นตำรวจใช้สันมือสับคอสมุนดร.อาทิตย์ทีเดียวสลบ พอเจอสมุนดร.อาทิตย์เลยลองสับบ้าง ถึงกับเจ็บมือร้องจ๊าก สมุนไม่สลบแถมยังชักปืนจะยิง จ่าเจี๊ยบต้องรีบเข้ามาจับล็อคจัดการให้ ตฤณนั่งใจหายใจคว่ำ จ่าเจี๊ยบมองแล้วส่ายหน้า

น้ำเพชรมายืนเป็นตู้เพชรเคลื่อนที่อยู่ข้างๆ ดร.อาทิตย์ บนเวที
“ก่อนอื่นผมรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากที่คุณน้ำเพชรมาดูโชว์ผมอีกครั้งในวันนี้”
“อุ้ย เดี๊ยนไม่มาได้ยังไง ในเมื่อศรัทธาของด็อกเตอร์ช่วยทำให้เดี๊ยนรวยแล้ว รวยอีก รวยยิ่งขึ้น ทำให้เดี๊ยนขายที่ดินที่เชียงใหม่ได้หมดเกลี้ยงทุกแปลง ถึงขนาดแย่งกันซื้อเลยค่า”
“ฮ่ะๆๆ ศรัทธา ศรัทธา”
เสียงปรบมือพร้อมร้องคำว่าศรัทธาดังทั่วฮอลล์
“แล้วคุณน้ำเพชรอยากเห็นไหมครับว่า พลังอำนาจแห่งศรัทธาของผมสามารถพิชิตความแข็งแกร่งของเพชรได้”
“ทำไมจะไม่อยากเห็นให้เป็นบุญตาล่ะค้า จริงไหมท่านผู้ชม”
ทุกคนพากันปรบมือ
“ขอบคุณที่ศรัทธา ถ้าอย่างงั้น ผมขอยืมสร้อยเพชรของคุณหน่อยนะครับ”
“อะไรนะคะ”
น้ำเพชรค่อนข้างตกใจยกมือทาบไปที่สร้อยคอสุดรักสุดหวง
“จะขอยืม The Queen Of Pink ของเดี๊ยนเหรอคะ เอ่อ”
“The Queen Of Pink เป็นเพชรที่หายากและราคาแพงมากที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง คุณน้ำเพชรคงจะรักคงจะหวงมาก ที่จริงผมไม่อยากจะแตะต้องสร้อยเส้นนี้เลย แต่วันนี้คุณเจนจิราพิธีกรช่วยของผมไม่ได้มาร่วมรายการ”
บารมีได้ยินอย่างนั้นก็รีบลุกขึ้นตะโกนบอก
“มาครับ คุณเจนอยู่นี่”
“บารมีคะ”
ดร.อาทิตย์แอบเซ็ง เลยต้องตามน้ำ”
“ถ้าอย่างงั้นเชิญคุณเจนจิรามาช่วยรับสร้อยของคุณน้ำเพชรแทนผมหน่อยครับ”
เจนจิราจำเป็นต้องลุกเดินออกไป ยกมือไหว้ผู้ชมทุกคน ปวันตกใจ
“ทำไมต้องมีคุณเจนจิราด้วยล่ะ”
“ผิดแผนแล้ว” เชนบอก
น้ำเพชรถอดสร้อยเพชรส่งให้เจนจิราถือไว้
“เอาล่ะครับ ผมจะทำให้ทุกคนเห็นว่าพลังแห่งศรัทธาของผมสามารถพิชิตความแข็งแกร่งของเพชรได้ เชิญคุณเจนสวมสร้อยเส้นนั้นที่คอคุณเลยครับ”
เจนจิรายิ้มพยักหน้างงๆ ว่าดร.อาทิตย์จะทำอะไร ระหว่างนั้นดร.อาทิตย์ทำเป็นหลับตายื่นมือมาใกล้สร้อยที่คอเจนจิรา แล้ววาดมือผ่านสร้อยไป ชั่วพริบตา สร้อยที่เจนสวมอยู่ก็กลายเป็นเพียงเศษเพชรเม็ดเล็กๆ ร่วงกราวลงกับพื้น ทำเอาผู้ชมแตกตื่นฮือฮาไปทั้งฮอลล์
“เสร็จมัน เพชรหายไปแล้ว” ปวันเซ็ง
“ที่แท้มันต้องการเพชรเม็ดนี้นี่เอง” เชนเริ่มเข้าใจ
เจนจิราตกใจ แต่น้ำเพชรแทบกรี๊ด คุกเข่าลงกวาดเศษเพชร
“The Queen Of Pink ของเดี๊ยน ด็อกเตอร์ทำอะไรลงไปเนี่ย รู้ไหมคะเพชรเม็ดนี้นี้มันราคามหาศาลมากแค่ไหน เกิดกี่ชาติจะหาได้อีกรึเปล่าก็ไม่รู้”
“ศรัทธาครับ ศรัทธาคุณน้ำเพชร”
“อ๊าย ฉันไม่ศรัทธาแล้ว เพชรของฉัน เพชรของฉันกลายเป็นเศษเพชรไปหมดแล้ว”
“ใจเย็นๆ ครับคุณน้ำเพชร พลังอำนาจแห่งศรัทธาของผมทำให้เพชรมันสลายได้ ก็ทำให้มันกลับมาได้เหมือนกัน”
“ห่ะ กลับมาได้เหรอ”
“คุณเจน”
“คะ ด็อกเตอร์”
เจนจิรามองดร.อาทิตย์ ดร.อาทิตย์ชูมือขึ้น
“มองมือผมนะ เมื่อผมนับหนึ่งถึงสามแล้วดีดนิ้วปุ๊บ คุณหยิบสร้อยเพชรขึ้นมาเลย”
“หยิบสร้อยที่ไหนคะ”
ดร.อาทิตย์ไม่ตอบ รีบนับ

“1 2 3”

ดร.อาทิตย์ดีดนิ้ว เจนจิราหยุดตานิ่งทันที เชนเห็นอย่างนั้นก็ร้อนใจห่วงเจนจิรา รีบลุกขึ้น ปวันต้องดึงไว้
 
“นายจะทำอะไร”
“ไอ้ด็อกเตอร์มันสะกิดจิตเจน”
“ใจเย็นๆ ก่อน รอดูมันไปก่อน”
เชนจำต้องสงบใจมองว่าดร.อาทิตย์จะทำอะไรต่อ ดร.อาทิตย์ยื่นมือกวาดไปใกล้คอเจนจิราแบบที่ทำครั้งแรก แล้วบอกกับเจนจิรา
“หยิบสร้อยขึ้นมาซิคุณเจน ในอกเสื้อคุณน่ะ”
“ค่ะด็อกเตอร์”
เจนจิราล้วงสองนิ้วลงไปในอกเสื้อตัวเอง แล้วก็หยิบสร้อยเส้นเดิมขึ้นมา ทำเอาน้ำเพชรและทุกคนในฮอลล์ตะลึง
“นั่นใช่สร้อยคุณ ใช่ไหมครับ”
“ใช่คะ สร้อยฉัน”
น้ำเพชรคว้าสร้อยมาจากมือเจนจิรามาถือประคองไว้อย่างถนอม แต่ยังไม่เช็คดูให้ละเอียด
“ด็อกเตอร์ทำได้ไง สลายมันแล้วประกอบขึ้นมาได้ใหม่ ด็อกเตอร์ต้องเป็นผู้วิเศษแน่ๆ ค่ะทุกคน”
เสียงปรบมือกึกก้อง ระหว่างนั้น ปวันตัดสินใจลุกขึ้นตะโกน
“แล้วคุณแน่ใจเหรอคะว่าสร้อยเส้นนั้นใช่สร้อยเส้นเดิมของคุณจริงๆ คุณเช็คดีแล้วเหรอคะคุณน้ำเพชร”
“อ้าวคุณ ไหนบอกให้ผมใจเย็น” เชนงง
ดร.อาทิตย์ นารี อินทุหันขวับไปมองปวันเป็นตาเดียว เชนลุกขึ้นยืนอยู่ข้างปวัน ถึงปลอมตัวดร.อาทิตย์ก็จำได้ พึมพำกับตัวเอง
“ฮึ่ม มันแฝงตัวเข้ามาจนได้”
“ว่าไงคะคุณน้ำเพชร เพชรทุกเม็ดต้องมีตำหนิของมัน ถ้าเป็นเพชรของคุณจริงๆ คุณต้องจำได้ ฉันพูดถูกไหมคะ”
“ใช่ค่ะ คุณพูดถูก ขอเช็คดูให้ละเอียดอีกทีนะคะ”
น้ำเพชรยกสร้อยขึ้นมาส่องดูทันที ชนิดดร.อาทิตย์ตั้งตัวไม่ทัน แค่ดูแว่บเดียว ระดับนักสะสมเพชรมือโปรอย่างเธอก็รู้แล้ว น้ำเพชรกรีดร้องขึ้นอีกครั้ง
“นี่มันเพชรปลอมนี่ ด็อกเตอร์ คุณทำอะไรเนี่ย คุณวางแผนปล้นเพชรฉันเหรอ”
ปวันนำทีมแสดงตัวทันที พร้อมหยิบปืนที่ซ่อนอยู่ตรงใต้โต๊ะขึ้นมา เชนก็ชักปืนคู่กายออกมาจากเสื้อสูทด้านใน ปวันถือปืนกระโดดข้ามเก้าอี้ลงมา
“นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ด็อกเตอร์อาทิตย์ ฉันขอจับคุณข้อหาบงการปล้นแบงค์ หลอกลวงต้มตุ๋น กักขังหน่วงเหนี่ยว ซ่องโจรและขโมยเพชร”
ทันใดนั้นก็เกิดแสงไฟจ้าส่องจากทางด้านหลังเวที แสงสว่างจ้ามากจนปวันต้องยกมือขึ้นมาบังแสง
ขณะที่น้ำเพชรร้องกรี๊ด เจนจิราหลุดจากการถูกสะกดจิต ยืนงง ผู้ชมในฮอลล์ตกใจวิ่งหนีออกจากฮอลล์ ปวันกับเชนวิ่งมาที่เวที แต่ไม่พบดร.อาทิตย์ อินทุ นารีแล้ว
“บ้าเอ๊ย มันหนีไปจนได้”
ปวันรีบใช้สมอลล์ทอล์ค
“ทุกจุดฟังนะ ไอ้ด็อกเตอร์กับพวกมันหนีจากเวทีไปแล้ว สกัดจับทุกจุด”
“เร็วคุณ มันหนีลงช่องใต้เวทีทางนี้”
ปวันกับเชนรีบตามดร.อาทิตย์ลงช่องใต้เวทีไป

ดร.อาทิตย์ไต่ลงบันไดลิงจากช่องลับบนเวทีลงมาอย่างรวดเร็ว นารีและอินทุรีบปีนตามลงมา ดร.อาทิตย์ลงมาได้ก็ยืนมองหาเหล่าสมุน
“หายหัวไปไหนกันหมด ทำไมไอ้พวกนั้นไม่มารอพาฉันหนี”
นารีกับอินทุพลอยซีดไปด้วย กลัวดร.อาทิตย์โกรธใส่
“นี่สั่งกำชับไว้แล้วนะคะนาย”
“กลับถึงฐานเมื่อไหร่ ป๋าจะกุดหัวให้หมดทุกตัว”
ดร.อาทิตย์พูดพลางกระชากบันไดลิงทิ้ง
“ไป”
ดร.อาทิตย์รีบเดินหนีไป นารีกับอินทุรีบตาม

เชนกับปวันแหวกม่านที่กั้นด้านหน้ากับด้านหลังเวทีเข้ามาเพื่อตามหาดร.อาทิตย์ ก็เจอเข้ากับสมุน3-4 คนที่รอดักอยู่ ทั้งสองเก็บปืน สมุนพรวดเข้ามาใช้มีด ชะแลง ตวัดเข้าใส่ทั้งคู่
“ระวังยาหยี”
เชนดึงแขนปวัน ทำให้เธอหลบวืดจากปลายมีดได้ เขาเตะสวนสมุนล้มลงจุก ปวันหมุนตัวกลิ้งผ่านหลังเชนเตะมือสมุนอีกคน ทำให้ชะแลงร่วง แล้วเตะปลายคางร่วงสลบไป
“โฮ้โห แม่เจ้าประคุณรุนช่อง เท้าหนักจริงๆ พับผ่า”
“เท้าไอ้นั่นก็หนัก”
ปวันชี้ไปตรงหน้า เชนเงยมองตาม เห็นเท้าสมุนเตะเข้ามา
“เฮ้ย แต่เชนหนักกว่า”
เชนยกแข้งขึ้นกัน สมุนเตะมาโดนถึงกับร้องลั่น จับขาเจ็บ
“ไม่รู้ซะแล้ว ก่อนจะมาเป็นเชน ฉันเป็นแชมป์มวยไทยนายขนมต้มมาก่อน”
เชนต่อยแบบนักมวย เสยด้วยศอก สมุนกระเด็นไปชนสมุนอีกคนล้มลงไปนอนทับกัน เชนกระทืบเข้าไปกลางอกสมุนที่นอนทับทับกันอยู่
“โทษทีนะสหาย เคยได้ยินไหม อยู่ด้วยกันตายหมู่”
สมุนทั้งสองสลบเหมือด ปวันตะโกนขึ้น
“นายเชน ฉันเจอช่องลับ”
เชนรีบเข้าไปนั่งข้างปวันมองช่องลับที่ซ่อนอยู่พื้นเวทีหลังม่าน
“ไอ้ด็อกเตอร์ลวงโลกมันต้องมุดรูนี้หนีไปแน่”
“งั้นเราก็มุดตามมันไปซียาหยี จะชักช้าอยู่ใย”
“ก่อนจะมุด ฉันขอซื้อได้ไหมไอ้คำว่ายาหยี”
“ขอคิดดูก่อนจ้ะ”
เชนยิ้มแป้น ปวันฉุน เชนโดดไป ปวันโดดตามลงไปก็เจออ้อมแขนของเชนรับไว้พอดี
“อุ้ย”
ปวันตกใจ สองแขนโอบรอบคอเชนไว้แทบไม่ทัน เชนยิ้มกรุ้มกริ่ม
“เวลาคุณร้องอุ้ย ฟังแล้วหัวใจผมแทบละลาย”
“คงใกล้ตายแล้วมั้ง ปล่อยฉันลง”
เชนยิ้มฝืดทันที รีบปล่อยปวันลง ปวันรีบวิ่งไป เชนยืนเซ็ง
“อะไรเนี่ย ไม่เห็นเหมือนในหนังสายลับเจ้าเสน่ห์ของเชนเลยอ่ะ เชนช่วยผู้หญิงทุกครั้ง ต้องหยอดคำหวานแล้วสาวๆ ต้องหลงเคลิ้มทุกครั้ง แต่ทำไมเธอคนนี้กลับด่าเชนฉอดๆ เชนงงอ่ะ”
เชนนึกขึ้นได้ มองปวันวิ่งไปไกลแล้ว
“เอ่อ รอด้วยคุณ คุณธรรมปกป้อง คุ้มครองผู้บริสุทธิ์ หยุดเหล่าร้าย สายลับเชน ฉลาดก็เท่านั้น หล่อก็เท่าโน้น”

เชนวิ่งไปอย่างเร็ว สายตามุ่งมั่น วิ่งไปพูดสโลแกนส่วนตัวไปด้วย

สายลับ 3 มิติ ตอนที่ 8 (ต่อ)

ดร.อาทิตย์ นารี อินทุรีบเดินหนีมา ก็พบกองเหล่าสมุนที่นอนสลบถูกจับใส่กุญแจมือแล้วปิดปากไว้ ทั้งสามชะงัก ตกใจ อินทุจะเข้าไปช่วยแก้มัด แต่ดร.อาทิตย์ห้ามไว้
 
“ช่างหัวมัน รีบพาฉันหนีไปเร็วเข้า พวกตำรวจคงสำรวจในนี้จนพรุนแล้วแน่ๆ ฮึ่ม ไอ้สายลับเชน มันไม่เก่งแค่ในหนัง หลุดจากจอมา ยังมาขัดขวางแผนการฉันซะเละ แต่ถึงยังไง ฉันก็ได้ The Queen Of Pink มาแล้ว ฮ่ะๆ”
ดร.อาทิตย์ล้วงสร้อยเพชรจากแขนเสื้อออกมาดู
“หนีออกทางเดิมคงไม่ได้แล้ว เราคงต้องให้รถมารับอีกทาง” นารีบอก
“ดี”
นารีรีบกดโทรศัพท์ไป

ลูกน้องของดร.อาทิตย์ 2 คน ถูกตำรวจจับกุมอยู่นอกรถตู้ โทรศัพท์มือถือร่วงตกอยู่ข้างเบาะคนขับในรถ มีสายนารีเรียกเข้า
นารีถือโทรศัพท์รอสาย เดินนำหน้าดร.อาทิตย์ และอินทุ เดินระวังหลังเลี้ยวมุมมาทางเดินอีกทาง จะไปที่ประตูฉุกเฉินที่อยู่อีกด้านหนึ่ง
“ไม่มีใครรับสายเลยค่ะ พวกมันคงถูกตำรวจซิวไปหมดแล้ว”
“แล้วเราจะหนีกันยังไง”
“ออกไปให้พ้นจากฮอลล์นี้ให้ได้ซะก่อน ฉันจะติดปีกพาหนีให้ดู”
จ่าเจี๊ยบถือปืนพร้อมกำลังตำรวจเดินมาขวางทางไว้
“ต่อให้มีสักกี่ปีก วันนี้ก็หนีไม่พ้นหรอกด็อกเตอร์”
ดร.อาทิตย์โกรธมาก นารี อินทุประกบตั้งท่าเตรียมพร้อมพิทักษ์นาย
“มอบตัวซะ จะได้ติดคุกยาวๆ ไปสอนให้พวกนักโทษมีศรัทธาในคุก” ตฤณเยาะ
“หึ พูดพล่อยๆ เหมือนการ์ตูนที่แกเขียนเลยนะ ไอ้นักเขียนกระจอก”
“อย่างน้อย ฉันก็ทำงานสุจริต ไม่เคยโกหกหลอกลวงเอาประโยชน์จากใคร ไม่เหมือนแก ต้มตุ๋นหลอกลวงเอาประโยชน์จากประชาชน”
“ก็เพราะงานของแก ไม่เคยมีใครเหลียวแลไง แกถึงหลอกใครไม่ได้ รู้ไว้ซะ ไสหัวแกไปให้พ้น หลีกทาง”
“ด็อกเตอร์ ถ้าคุณไม่ยอมมอบตัวดีๆ ตำรวจจำเป็นต้องใช้กำลัง” จ่าเจี๊ยบบอก
ตำรวจตั้งท่าจะกรูเข้าล้อมจับ แต่นารีไวกว่า เขวี้ยงมีดอสูรดำนับสิบเล่มเข้าใส่ทุกคน หน่วยจู่โจมกระโจนหลบกันหมด ตำรวจโดนมีดปักที่แขนขา บาดเจ็บไปหลายคน เหลือแต่ตฤณที่ยืนมองตะลึง มีดเล่มหนึ่งพุ่งเข้าหาตฤณ แต่จ่าเจี๊ยบช่วยผลักไหล่ตฤณกระเด็นหลบมีด
“โอ๊ย”
ตฤณล้มหงายหลังลงนั่งหลังชนฝา พร้อมกับมีดปักอยู่ที่เสื้อตรงไหล่ไปติดกับผนัง ตฤณเหลือบมองแล้วร้องลั่นอย่างตกใจ
“เฮ้ย มีดปักไหล่ฉัน อ๊าก”
ตำรวจต่างหันมามองตฤณแล้วส่ายหน้าสมเพช จ่าเจี๊ยบต้องเข้ามาดึงมีดออกให้
“เสื้อมันน่าจะแหกปากร้องมากกว่าคุณนะครับ เพราะมีดปักถูกมัน ไม่ใช่คุณ”
“อ้าว”
ขณะที่พวกดร.อาทิตย์ นารี อินทุฉวยโอกาสวิ่งหนีย้อนกลับไปทางเดิม
“ทุกคน ตาม จับเป็นมาให้ได้ทั้งสามคน”
ตำรวจรีบวิ่งตามไป จ่าเจี๊ยบตาม ตฤณสยอง
“ไอ้พวกอาชญากรใจร้าย อู๊ย เกือบไปแล้ว”
ตฤณดูรอยมีดปักที่เสื้อ

ดร.อาทิตย์ นารี อินทุวิ่งหนีผลักประตูกั้นชั้นในออกมา ขณะที่กำลังตำรวจและจ่าเจี๊ยบวิ่งตามมาด้านหลังแต่ไกล โดยมีตฤณวิ่งตามรั้งท้ายสุด
“ด็อกเตอร์อาทิตย์ หยุดอยู่ตรงนั้นนะ มอบตัวซะ ตำรวจล้อมที่นี้ไว้หมดแล้ว"
“ปิดประตูซีวะ”
“ยิง”
หัวหน้าหน่วยสั่งยิงสกัด เป็นจังหวะเดียวกับที่อินทุกับนารีปิดประตูตามคำสั่ง แล้วดร.อาทิตย์ออกแรงดันตู้เหล็กที่วางอยู่ข้างประตูล้มลงขวางประตูทัน กระสุนเจาะเข้าที่ประตูจากด้านใน ทะลุออกมาปลิวว่อน ดร.อาทิตย์ อินทุ นารีรีบหลบให้พ้นรัศมีหน้าประตู ตำรวจพยายามพังประตูออกมา ดร.อาทิตย์รีบหันมองหาทางหนี ไม่ยอมจำนน แต่ต้องชะงักเมื่อปวันถีบสวนออกมาจากทางด้านข้าง
“เฮ้ย”
ดร.อาทิตย์เบี่ยงไหล่หลบ ปวันหมุนกลับมา
“ขอโทษที่เสียมารยาท แต่ไม่มีอะไรมาก อยากจะบอกว่ามอบตัว แล้วคืนเพชรของกลางมาซะ โทษที่ดูท่าจะหนักมากๆ อาจจะเบาลงบ้าง”
“แต่เสียดาย ที่เธออาจจะต้องตายก่อนที่จะได้เห็นฉันติดคุก นารี จัดการ”
นารีชักมีดสั้นออกมาตวัดใส่ปวัน ปวันเตะมือนารีแล้วหลบ แต่นารีหมุนตัว แทงสวน ปวันจับมือนารีไว้ อินทุคลายผ้าคาดเอวออกมาเป็นเชือกผ้า ปลายเชือกหัวท้ายเป็นมีดเขากวาง เหวี่ยงแล้วซัดเชือกเข้าใส่ปวัน แต่เชนโผล่มายิงกระสุนใส่หัวมีด หัวมีดทั้งสองหักเป็นเสี่ยงๆ
“ห่ะ”
เชนโผล่ออกมายืนเป่าปากกระบอกปืนเท่ๆ
“ลูกผู้ชาย ต้องไม่หมาหมู่นะไอ้หนู”
อินทุโกรธมาก วิ่งเข้ามาจะจัดการเชน แต่ถูกเชนยิงปืนไปที่ลังข้างๆ ระเบิดมากระทบอินทุ ล้มกระเด็นไปไม่เป็นท่า เชนหันขวับมาทางดร.อาทิตย์ ผิวปากยิ้มกริ่มให้
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่สมาชิกมหาโจรที่ถูกเชนลากคอเข้าคุกคนล่าสุด”
เชนปรี่เข้าจะจับ นารีตวัดมีดใส่เชนเพื่อช่วยดร.อาทิตย์ ปืนเชนหลุดมือ

“นาย หนีไปก่อน”

ดร.อาทิตย์ฉวยโอกาสรีบวิ่งไป
 
“เฮ้ย ปัดโธ่เว้ย”
เชนจะตามแต่ถูกนารีกับอินทุลุกขึ้นมาขวางไว้ ขณะที่ปวันลุกจากการมึน สะบัดหัว รีบวิ่งตามดร.อาทิตย์ไป เชนได้แต่มองตามปวันไปอย่างเป็นห่วง ระหว่างนั้นกำลังตำรวจ พร้อมจ่าเจี๊ยบ และตฤณพังประตูเข้ามา เล็งปืนไปที่นารีกับอินทุ
“นารี อินทุ หยุดต่อสู้ วางอาวุธซะ”
จ่าเจี๊ยบตะโกน นารีรีบผละจากเชนและอินทุวิ่งหนีไป
“อย่าหนีนะ”
ตฤณวิ่งตามนารีไป จ่าเจี๊ยบตกใจรีบห้ามตำรวจที่หันปืนไปทางนารี
“อย่ายิงนะ เดี๋ยวโดนคุณตฤณ โธ่เอ๊ย มาช่วยหรือมาเพิ่มปัญหา ขอกำลังตามผมมา 3-4 คน”
ตำรวจวิ่งตามจ่าเจี๊ยบไปจับนารี

เชนควักขวดสเปรย์ฉีดปากออกมาจากเป๋าเสื้อสูท
“ปากเหม็นนะเรา”
เชนฉีดใส่หน้าอินทุ อินทุถึงกับหมดแรง มือตกตาลอยเหมือนโดนยาสั่ง เชนเลยจับล็อคไว้
“อาวุธประดิษฐ์ของวิศวะเขาแจ๋วสุดยอด”
ตำรวจกรูเข้ามาจับตัวอินทุ ขณะที่เชนหันมองไปยังทางที่ปวันวิ่งตามดร.อาทิตย์ไป อย่างเป็นห่วง
“หมวดปวัน ระวัง”

ดร.อาทิตย์วิ่งหนีมาถึงประตูออกทางหนีไฟ เปิดเข้าไปเห็นบันไดพาขึ้นสู่ชั้นบนทะลุเข้าตึกสมายล์ทีวีได้ เขารีบวิ่งขึ้นไป ปวันผลักประตูวิ่งตามเข้ามา มองขึ้นไปเห็นดร.อาทิตย์กำลังวิ่งอยู่บันไดชั้นบน
“อย่าหนีนะด็อกเตอร์”
ดร.อาทิตย์ชักปืนยิงสวนลงมา ปวันหลบพร้อมกับชักปืนจะยิงสวนขึ้นไป แต่อาทิตย์วิ่งขึ้นไปอีกชั้น ปวันรีบวิ่งขึ้นบันไดตามไปอย่างรวดเร็ว ดร. อาทิตย์หันมายิงสกัดเป็นระยะ ปวันต้องหลบพิงผนัง แล้วโผล่ไปยิงสวน แต่ดร.อาทิตย์ก็ไวพอ ทำให้ปวันยิงพลาดตลอด
ดร.อาทิตย์วิ่งออกจากประตูหนีไฟมาออกที่ระเบียงข้างนอกชั้น 4 ของตึก มองหาทางหนี ปวันวิ่งตามออกมา เห็นดร.อาทิตย์ยืนหันหลังมองลงไปยังเบื้องล่าง เธอเล็งปืนไปที่ดร.อาทิตย์กระหยิ่มมั่นใจว่าดร.อาทิตย์หนีไม่รอดแน่
“มีทางเดียวที่จะหนีพ้นคือกระโดดลงไปจากตึกนั่นแหละด็อกเตอร์”
ดร.อาทิตย์หันขวับมามองปวัน ตาวาว โกรธ
“แต่ด็อกเตอร์คงไม่มีศรัทธาจนถึงขนาดคิดว่าตัวเองโดดลงไปแล้วจะไม่ตายหรอกนะ ฉันยังให้โอกาสด็อกเตอร์ มอบตัวซะ”
ปวันกระชับปืน
“ฮ่ะๆๆ ถ้าฉันมอบตัว ถ้าฉันถูกจับ แว่นสามมิติแล้วก็ไอ้เจิดกับไอ้เด็กสติเฟื่องนั่น ก็จะหายตัวไปจากโลกนี้ทันที”
ปวันทำเป็นเพิ่งรู้
“อ๋อ ที่แท้ลุงเจิดกับแว่นสามมิติถูกลูกน้องด็อกเตอร์อุ้มไปงั้นซิ”
“ฮ่ะๆๆ ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในกำมือฉันหมดแล้ว ทางที่ดี ปล่อยฉันไปดีกว่า แล้วทุกคนจะปลอดภัย”
“ฮ่ะๆๆ แล้วด็อกเตอร์แน่ใจเหรอ ว่าแว่นสามมิติที่อยู่กับลุงเจิดน่ะเป็นของจริง”
ดร.อาทิตย์หยุดหัวเราะ ตกใจ

ภายในโกดังเก็บสินค้าแห่งหนึ่ง แว่นสามมิติวางอยู่ที่พื้น สมุนดร.อาทิตย์คนหนึ่งเดินเข้ามาหยิบแว่นขึ้นมาดูอย่างแปลกใจ ก่อนหันไปตะโกนถามเพื่อน
“เฮ้ย ใครมาทำแว่นสามมิติตกอยู่ตรงนี้วะ เรี่ยราดนะมึง ของสำคัญของด็อกเตอร์”
กล้องที่เข็มขัดของวิศวะถ่ายเหตุการณ์เก็บไว้ สมุนอีกคนเดินเข้ามา
“ทำตกไรวะ ก็นี่ไง แว่นอยู่เนี่ย”
สมุนโชว์แว่นสามมิติในมือ แล้วทั้งสองต้องตกใจ เมื่อต่างเห็นแว่นสามมิติอยู่ในมือเหมือนกัน
“อ้าวเฮ้ย แล้วทำไมแว่นมันมี 2 อันวะ”
สมุนที่เหลือต่างพากันเข้ามามุงดู แล้วเจิดก็พูดขึ้น
“ตรงนี้ก็มีอีกอันหนึ่ง”
สมุนทั้งหมดหันไปมอง เห็นเจิดกับวิศวะซึ่งถูกจับมัดมือนั่งอยู่ที่พื้นข้างกัน มีแว่นสามมิติอีกอันวางอยู่ที่พื้นบริเวณปลายเท้าของทั้งคู่ ทำเอาเหล่าสมุนยิ่งงงเป็นไก่ตาแตก
“อะไรวะ มีแว่นอันที่ 3 ด้วยเหรอ มันโผล่มาจากไหนวะเนี่ย”
เหล่าสมุนพูดพลางเดินเข้ามาหยิบแว่นอันที่ 3 ขึ้นมาดู ขณะนั้น มือของเจิดกับวิศวะที่ถูกจับมัดเชือกไว้ทั้งคู่ขาดออกจากกันแล้ว โดยใช้แหวนเงินที่ทั้งคู่ใส่ไว้ที่หัวแม่มือซึ่งมีใบมีดแวววับ
“แล้วอย่างนี้ อันไหนคือแว่นสามมิติของจริงล่ะ” วิศวะถาม
เหล่าสมุนอุทาน พร้อมๆ กัน
“นั่นซิ”
“ว้า แย่จัง ฮ่ะๆๆ” เจิดหัวเราะ
สมุนทั้งหมดนึกขึ้นได้ หันขวับมามองเจิดกับวิศวะ
“ฝีมือแกสองตัวใช่ไหมเนี่ย”
“ม่ายใช่ม้าง เมื่อยก้นกบจริงๆ ว่ะ”
เจิดพูดพลางลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ ทำเอาสมุนทั้งหมดตกใจว่าเชือกหลุดได้อย่างไร
“เฮ้ย”
“เมื่อยด้วยคนจารย์”
วิศวะลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจอีกคน
“เฮ้ยๆ มานวดอาจารย์หน่อยดิ”
“ได้ครับจารย์”
วิศวะเข้าไปนวด ดึงเส้นให้เจิด สมุนยืนดูสักพักก็ชักปืน
“เฮ้ย ยืนดูอะไรวะ จับมันเซ่”
เจิดกับวิศวะรีบเผ่น วิ่งมุดหนีทันที
“ฮ่ะๆ แน่จริง ตามมาจับให้ได้ซีโว้ย”
สมุนทั้งหมดวิ่งตามไล่จับเจิดกับวิศวะไปทั่ว ทั้งสองวิ่งหนีหน้าตั้งออกไปหน้าโกดังที่เปิดประตูกว้างเอาไว้
“อย่าหนีนะเว้ย”
สมุนยิง กระสุนเจาะไปที่พื้นหลังเจิดกับวิศวะที่วิ่งออกมา
“จ๊าก”
“อ๊าก”
สมุนทั้งหมดวิ่งตามออกมาแล้วต้องช็อค เมื่อเจอเข้ากับกำลังตำรวจยืนเล็งปืนมา
“เอิ้ก”
“ทิ้งปืน แล้วยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่”

สมุนหน้าซีด ปล่อยปืนร่วง ยกมือสองข้างขึ้น เข่าทรุดทันที เจิดกับวิศวะขำ หันไปยกมือตบกันกระโดดท้องชนกัน

ดร.อาทิตย์โกรธจัด ขณะฟังปวันพูดถึงแว่นสามมิติ
 
“ไอ้พวกเจ้าเล่ห์ แกกล้าเอาของปลอมมาหลอกฉันเหรอห่ะ”
“ถ้าไม่เอาเหยื่อมาล่อให้ย่ามใจ ด็อกเตอร์จะจัดงานมหกรรมขโมยเพชรในวันนี้เหรอ คิดล่ะซิว่าตัวเองยิ่งใหญ่จะทำอะไรผิดกฎหมายก็ได้ เสียใจนะที่ตำรวจน้ำดีอย่างฉันยังอยู่ ส่งเพชรคืนมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันยิง”
ดร.อาทิตย์วางปืนลง ล้วงสร้อยเพชรออกมาถือชูไว้
“ตำรวจจะยิงคนไม่มีอาวุธได้เหรอ หึๆ ฉันมีแค่สร้อย อยากได้ก็เข้ามาเอาเอง”
ปวันถือปืนไว้ด้วยมือข้างที่ถนัดมือเดียว พลางเดินเข้าไปอย่างช้าๆ มั่นใจ
“หึๆ ผมชักชื่นชมคุณแล้วซิ คุณเป็นตำรวจหญิงหัวใจสิงห์มาก”
“เงียบนะ ยื่นสร้อยมา ยื่นมาข้างหน้า”
อาทิตย์ค่อยๆ ยื่นมือที่ถือสร้อยมาข้างหน้า แต่ในจังหวะที่ปวันยื่นมือไปจะคว้าสร้อย มืออีกข้างของดร.อาทิตย์ก็ปล่อยไพ่ยิปซีรูป Devil ลงมาจากแขนเสื้อ ถือไว้ที่ฝ่ามือแล้วดีดเข้าใส่ปวัน เชนวิ่งออกมาจากประตูเห็นเข้าพอดี
“ระวัง”
ไพ่ที่ดร.อาทิตย์ดีดเข้าใส่ปวันราวกับใบมีด ติดไฟพรึ่บและบาดเข้าที่มือปวัน
“โอ๊ย”
ปวันร้องลั่น ชั่วพริบตานั้น ดร.อาทิตย์ก็ประชิดตัวปวัน เหวี่ยงสันมือเข้าหน้าเธอ 2 ครั้งซ้อนจนมึน จับมือที่ถือปืนบิด จนปืนร่วง แล้วเตะปืนกระเด็นไปอย่างรวดเร็ว
“หยุดนะ”
เชนปรี่เข้าหาจะช่วยปวัน แต่ดร.อาทิตย์ปล่อยเข็มฉีดยาเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อ จะทิ่มคอปวัน
“อย่า”
เชนใช้แขนกันแขนดร.อาทิตย์ที่กำลังแทงลงมาทัน
“ปล่อยหมวดนะ”
“ปล่อยแม่นี่แล้วแกจะตายแทนงั้นเหรอไอ้สายลับหลงยุค”
“สายลับเชนไม่มีวันตาย”
“นั่นมันในหนังเว้ย แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ฉันจะเป็นคนปิดฉากตัวละครห่วยๆ อย่างแกให้เอง”
เชนซัดใส่ดร.อาทิตย์ จนช่วยผลักปวันหลุดจากมือดร.อาทิตย์ไป ปวันล้มถลาไปกับพื้น แต่หันไปเห็นเชนพลาดท่าให้ดร.อาทิตย์ปักเข็มลงที่ไหล่เชนได้
“เชน”
ปวันตะโกนลั่นด้วยความห่วงเชน แต่เชนใช้ศอกงัดมือดร.อาทิตย์ออก ซัดหมัดเข้าเต็มหน้าดร.อาทิตย์ เข็มยังปักอยู่ที่ไหล่ ยาในหลอดพร่องลง เชนรีบดึงเข็มออกเขวี้ยงทิ้ง พร้อมกับมีอากาศมึนๆ เซๆจากผลของยา

ตฤณวิ่งตามนารีมาด้านล่างของตึกสมายล์ทีวี
“หยุดนะ ตำรวจๆ อยู่ไหน สมุนไอ้ด็อกหนีมาทางนี้คนหนึ่งครับ”
นารีหันไปมองตฤณ แล้วหันกลับตั้งหน้าวิ่งไปที่ประตู แต่อยู่ๆ เจนจิราก็ผลักประตูเดินเข้ามา โดยมีบารมีตามมา ทั้งคู่เถียงกัน
“ไม่มีใครทำอะไรด็อกเตอร์อาทิตย์ได้หรอกเจน เพราะเขาไม่ใช่โจร แต่เป็นผู้ให้ ให้ศรัทธากับทุกคน”
“เมื่อไหร่คุณจะตาสว่างซะทีค่ะบารมี”
ขณะที่นารีวิ่งเข้ามาใกล้ ตฤณเห็นเจนจิราขวางประตูอยู่ก็ตกใจ ห่วง ตะโกนไป
“เจน หลีกไป”
เจนจิราหันมามอง เห็นนารีวิ่งหนีมา โดนมีตฤณไล่ตาม บารมีตกใจรีบคว้าแขนเจนจิรา
“เจนหลบเร็ว”
เจนจิราสะบัดมือบารมีออก แล้วหันไปกางมือยืนขวางทางนารีไว้
“หลีกทางนะ ไม่งั้นแกตาย”
นารีพูดพลางเงื้อมีดในมือ
“เจน ระวัง”
ทั้งตฤณและบารมีตะโกนบอกเจนจิราพร้อมกัน เจนจิราตกใจรีบนั่งลงเหมือนจะหลีกทางให้ แต่พอนารีวิ่งผ่าน เจนจิราก็รีบยื่นเท้าออกไปขวางทำให้นารีสะดุดล้มลงกลิ้งกับพื้น นารีโกรธจัด หันมามองเจนจิราแล้วเขวี้ยงมีดใส่ทั้งๆ ที่ตัวเองยังนอนอยู่กับพื้น
“นังสาระแน”
“เจน”
ตฤณกระโจนเข้าไปผลักเจนจิราล้มกลิ้งไปคนละทาง หนีมีดไปได้อย่างฉิวเฉียด แต่นารีลุกขึ้นมือถือมีดเดินปรี่เข้ามาหาเจนจิราหมายจะฆ่า ตฤณนอนเจ็บอยู่ รีบไถลตัวเข้าไปจับขานารีไว้
“อย่าทำอะไรเจนนะ”
“ปล่อยฉัน”
นารีกระทืบตฤณ แต่ตฤณไม่ยอมปล่อย ทันใดนั้นนารีต้องสะดุ้งเฮือกล้มลงไปนอนสลบเพราะบารมีถือถังดับเพลิงขนาดเล็กฟาดเข้าไปที่ท้ายทอย บารมีทิ้งถังดับเพลิงแล้วรีบเข้าไปประคองเจนจิรา
“เจน คุณไม่เป็นอะไรนะ เจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า”
ตฤณได้แต่นอนมอง ทั้งยังเจ็บตัวจากการถูกกระทืบจนจุก ขณะนั้นจ่าเจี๊ยบกับตำรวจวิ่งตามมาข้างหลัง

เชนกัดฟันพาร่างมึนๆ ตามไปคว้าคอดร.อาทิตย์ให้หันมา แต่ถูกดร.อาทิตย์แทงสวนเข้าที่ท้อง
“ลาก่อน สายลับเชน”
ปวันตกใจร้องลั่น
“เชน”
เชนงัดมือที่ถือมีดของดร.อาทิตย์ออก
“รู้ไหมเชนมีฉายาที่หลวงพ่อที่วัดตั้งให้ว่าอะไร แมวเก้าชีวิต เว้ย”
เชนโขกหัวใส่หน้าดร.อาทิตย์ อาทิตย์จับหน้าร้องลั่น เชนตามสับศอกใส่หลัง แตะตัดขาล้มคว่ำลง แล้วล้วงห่วงเชือกอัตโนมัติของวิศวะออกมาจากกระเป๋า คล้องมือทั้งสองข้างของดร.อาทิตย์ไปผูกโยงกับเหล็กขอบระเบียงด้านละข้าง แล้วเชือกก็ชักรอกดึงแขนดร.อาทิตย์ให้กางออก ตรึงไว้กับที่ในท่ากางแขน เชนจับท้อง ล้มลงจากผลของยาพิษที่ฉีดเข้าร่าง
“เชน”
ปวันรีบเข้ามาประคองเชนขึ้น น้ำตาคลอ ขณะที่ดร.อาทิตย์ถูกตรึงดิ้นพราดๆ ตะโกนลั่น
“ปล่อยฉันนะ ปล่อยซีโว้ย”
“เชน คุณอย่าเป็นไรนะ”
“ไม่ต้องห่วงผม ผมได้ช่วยคุณปลอดภัยก็ดีใจแล้ว”
“คุณช่วยรับเข็มพิษแทนฉันเนี่ยนะที่คุณดีใจ โธ่”
ปวันกอดเชนน้ำตาร่วง
“อย่าร้องไห้คนดี ถ้าสมมุติผมต้องตายจริงๆ ผมก็ไม่เสียใจที่ได้ตายอยู่ในอ้อมแขนคุณ”
“เชน”

ปวันตะลึงมองหน้าเชน ทั้งคู่มองตากัน

เจ้าหน้าที่มูลนิธิเข็นเตียงเชนออกมาจากตึกไปขึ้นรถ โดยมีปวันตามไม่ห่าง
 
“ขอทางหน่อยครับ ขอทาง”
“คุณเป็นแมวเก้าชีวิตนะ คุณต้องหาย ได้ยินไหมเชน ได้ยินไหม”
เชนสลบไปแล้ว ไม่ได้ยินอะไร
ตฤณเจ็บฟกช้ำเดินออกมากับจันทร์เจ้า รีบวิ่งเข้ามาดูอย่างตกใจและห่วงมาก
“เชนเป็นอะไรไป เชน”
“เขาช่วยฉันสู้กับด็อกเตอร์อาทิตย์ จนตัวเองได้รับบาดเจ็บ”
“ให้ผมไปด้วยครับ ผมเป็นญาติ”
“ฝากด้วยนะคุณตฤณ เสร็จทางนี้แล้วฉันจะรีบตามไป”
“ครับ”
ตฤณขึ้นรถพยาบาลไปกับเชน ขณะที่ปวันยืนมองรถพยาบาลแล่นห่างออกไป รู้สึกเหมือนใจจะขาดด้วยความห่วงเชน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปวันยกมือจับที่อกซ้ายของตัวเอง
“ทำไมรู้สึกเหมือนใจจะขาด”
จ่าเจี๊ยบโผล่เข้ามาข้างๆ ไหล่ปวัน
“รักเขาเข้าแล้วล่ะจิ”
ปวันหันไปดีดตาจ่าเจี๊ยบ
“จ๊าก บอดๆๆ”
ปวันรีบเดินหนีกลบเกลื่อนไป จ่าเจี๊ยบยืนตาปิดข้างหนึ่ง
“ใครโชคร้ายได้หมวดปวันไปเป็นเมีย ต้องไปสักลายหนุมานทนมือทนเท้าหน่อยนะ ซี๊ด”

ตำรวจคุมตัวดร.อาทิตย์ นารี อินทุและเหล่าสมุนมาจะขึ้นรถ มีประมุขเดินตาม เหล่าไทยมุงที่เป็นสาวกร้องห่มร้องไห้ ตำรวจต้องกันไว้ บารมีประคองเจนจิราซึ่งเจ็บข้อศอกถลอกเพราะล้มเดินตามออกมาดูเหตุการณ์ด้วย
“คุณตำรวจ คุณจะจับด็อกเตอร์อาทิตย์ข้อหาอะไร ด็อกเตอร์เป็นคนดีนะ เป็นผู้สร้างศรัทธา เห็นไหมว่าลูกศิษย์ลูกหาของด็อกเตอร์ร้องไห้กันใหญ่ มันบาปนะคุณ กล่าวหาคนที่ทำคุณทำประโยชน์ให้สังคมให้โลกแบบนี้”
ธงทิวขับรถเข้ามาจอด ลงจากรถตกอกตกใจ ประมุขเห็นก็เข้าไปต่อว่า
“ผู้การ นี่ฝีมือคุณเหรอส่งลูกน้องมาบุกจับด็อกเตอร์อาทิตย์กลางรายการผม”
“เอ่อ ฟังก่อนครับเฮียประมุข ผมเองก็เพิ่งรู้”
ประมุขไม่ฟัง ใส่เป็นชุด
“รายการของผมป่นปี้ไม่มีชิ้นดี สถานีผมต้องสูญเสียรายได้มากมายมหาศาลรู้ไหม ด็อกเตอร์เป็นตัวเงินตัวทองของสถานีผม ไม่มีด็อกเตอร์ สมายล์ทีวีของผมต้องขาดทุนย่อยยับแน่ๆ ผมจะฟ้องเรียกค่าเสียหายทั้งหมดจากพวกคุณ”
“เย้ย ใจเย็นๆ คร้าบเฮีย ขอเวลาผมเคลียร์กับลูกน้องก่อน”
ธงทิวเห็นปวันเดินเข้ามา โดยคุยมากับน้ำเพชร มีตำรวจลูกน้องถือหลักฐานต่างๆ เป็นตั้งตาม จ่าเจี๊ยบตามหลังมาอีกคน ธงทิวเดินชี้หน้าโวยเข้ามา
“หมวด มานี่เลย คุณทำบ้าอะไรเนี่ย”
ปวันรู้อยู่แล้วว่าจะเจอกับอะไร เตรียมการไว้พร้อม หันไปคว้าหลักฐานเอกสารเป็นตั้งจากตำรวจลูกน้อง
“นี่เป็นหลักฐานการกระทำความผิดทั้งหมดของด็อกเตอร์อาทิตย์และลูกน้อง ฉันขอมอบให้ผู้การค่ะ”
ปวันยัดใส่อกธงทิว ธงทิวรับไว้แทบไม่ทัน
“อุ๊บส์ หมดนี้เลยเหรอ”
“ยังไม่หมดค่ะ เพราะตัวเงินตัวทองของสถานีนี้กระทำความผิดไว้เยอะมาก ทั้งปล้นธนาคาร หลอกลวงต้มตุ๋นประชาชน สะสมอาวุธ ซ่องโจร ลักพาตัว ทำร้าย พยายามฆ่าและก็ขโมยเพชรนี่”
ปวันชูถุงใส่สร้อยเพชรขึ้น
“ถ้าผู้การแล้วก็เฮียติดใจสงสัย ฉันมีเจ้าทุกข์ยืนอยู่ตรงนี้”
ปวันผายมือไปยังน้ำเพชรที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำเอาประมุขโวยไม่ออก
“ด็อกเตอร์อาทิตย์หลอกฉัน เอาเงินฉันไปเป็นล้านๆ แล้วยังล่อลวงฉันมาขึ้นเวทีโชว์ แล้วเอาไอ้สร้อยเพชรปลอมเส้นนี้ มาสับเปลี่ยน The Queen Of Pink ของฉันไป ศรัทธาบ้าบอคอแตกอะไรกัน มันโกหก ไอ้จอมลวงโลก ฉันไม่ยอม ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”
น้ำเพชรด่าเสียงก้อง มือชี้ไปที่ดร.อาทิตย์กับลูกน้องที่ถูกจับตัวนั่งอยู่บนรถขนผู้ต้องหา ท่ามกลางนักข่าวที่รุมล้อม

รถวิศวะวิ่งมาตามถนนมุ่งหน้าโรงพยาบาล โดยมีตังตังและเจิดนั่งอยู่ด้วย
“เชน เชน อย่าเป็นอะไรไปนะ ตังตังมาแล้ว”
“ขับเร็วๆ เข้าซีอาจารย์ เดี๋ยวก็ไม่ทันดูใจ”
วิศวะโดนเขกหัว
“ไอ้ปากเสีย ไปแช่งสายลับเชน ไอ้หมอนั่นมันเป็นซุปเปอร์ฮีโร่หลุดออกมาจากหนัง มันไม่ตายหรอก ไม่มีอะไรในโลกของเราฆ่ามันได้จริงๆ หรอกเว้ย”
“จริงเหรออาจารย์”
“ไม่รู้เว้ย ฉันสันนิษฐานเอา”
“อ้าว มั่วอีกแล้วอาจารย์”
“อ่ะ ก็เพราะมั่วนี่แหละเว้ย ฉันถึงได้โล่มาตลอดทั้งชีวิต ฮ่ะๆๆ”
โทรศัพท์วิศวะดัง หน้าจอเป็นชื่อตฤณโทรเข้ามา ตังตังแย่งไปกดรับ
“น้าตฤณ สายลับเชนล่ะ”
“อยู่ระหว่างทางไปโรงพยาบาล หมอกำลังพยายามช่วยชีวิตอยู่ ตังตังทำใจดีๆ นะ ตอนนี้เชนไม่รู้สึกตัวแล้ว”
ตังตังกอดวิศวะปล่อยโฮทันที
“ไม่เอาอ่ะ น้าตฤณจะให้สายลับเชนตายไม่ได้นะ สายลับเชนต้องกลับไปกู้โลก ตังตังเป็นคนพาเชนหลุดออกมา ตังตังต้องพาสายลับเชนกลับไป ฮือ ฮือ ตังตังไม่ยอมให้สายลับเชนตาย”
ตฤณเงียบพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองเชนที่นอนนิ่งไม่ไหวติง
ขณะที่เจิดกับวิศวะมองหน้ากัน ใจคอไม่ดีไปด้วย
“ไหนอาจารย์บอกว่าสายลับเชนจะไม่ตายไง”
“ก็คิดว่าเป็นแบบนั้น”

คราบเลือดเต็มถุงมือหมอที่สวมอยู่ ตฤณรีบถามอาการอย่างเป็นห่วง
“คุณหมอครับ เชนเป็นยังไงบ้างครับ”
“อาการหนักครับ ยังไม่รู้สึกตัว ความดันต่ำเพราะเสียเลือดมาก เราพยายามช่วยอยู่นะครับ”
ตฤณเป็นห่วงมาก หมอกำลังช่วยกันยื้อชีวิตเชนสุดความสามารถ เชนนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงฉุกเฉิน ความดันและชีพจรลดต่ำลงเรื่อยๆ

ตังตังกอดซบวิศวะสะอื้น
“ถ้าเชนตายเราจะทำยังไงน้าวิศวะ”
“เชนต้องไม่ตาย คิดๆๆ”
“ถ้าหมอช่วยเชนไม่ได้ แล้วอะไรจะช่วยได้อาจารย์”
“มันต้องมีทางซิวะ”
ทันใดนั้นวิศวะนึกอะไรออก
“ใช่ ใช่ ผมนึกออกแล้ว เชนอาจจะตายได้ในโลกของความจริง แต่ในหนังเชนไม่มีวันตาย”
วิศวะมั่นใจมาก

ปวันเดินรีบร้อนกลับมาที่รถของตัวเอง เพื่อที่จะไปเยี่ยมเชนที่โรงพยาบาล จ่าเจี๊ยบวิ่งตามหลังมา
“เดี๋ยวหมวด”
“มีอะไรค่อยคุยกัน ฝากทางนี้ด้วยนะ ฉันจะรีบไปดูอาการนายเชนที่โรงพยาบาล เป็นไงบ้างก็ไม่รู้”
“ช้าไปแล้วหมวด”
“ห่ะ”
ปวันหยุดกึก หันไปมองจ่าเจี๊ยบหน้าซีดเผือด
“นายเชน เขา เขาตายแล้วเหรอ”
จ่าเจี๊ยบตีหน้าตายตอบ
“ผมโทรไปถามที่โรงพยาบาลตะกี้ พยาบาลที่นั่นบอกว่า นายเชนเอ่อ ยังไม่ถึงโรงพยาบาลเลย”
ปวันกำลังตาแดงๆ เหมือนจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ถึงกับตาโต

“นี่มันนานแล้วนะจ่า แล้วตอนนี้รถพยาบาลอยู่ไหน”
 
จบตอนที่ 8
กำลังโหลดความคิดเห็น...