xs
xsm
sm
md
lg

เนตรนาคราช ตอนที่ 17

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เนตรนาคราช ตอนที่ 17

พวกเฮนรี่หยุดพัก ก่อกองไฟ ต่างกราดสายตาระวัง อัศวินพูดขึ้น

“พวกนายแน่มาก ก่อไฟปิกนิกกันสบายใจ ไม่กลัวพวกชนเผ่า”
“อาวุธเราเหนือกว่า ทั้งปืน ระเบิด พวกมันไม่มีทางต้านเราได้” โจซิงเย้ย
อัศวินเงียบไป
“ผมรู้ว่าพวกคุณบางคนก็อาจจะเห็นกองไฟเหมือนกันผู้กอง แต่ผมคิดว่าคุณหลินไม่ยอมให้ใครมาแย่งคุณไปง่ายๆ” เฮนรี่บอก
“หุบปากโสมมของแกซะ ไอ้แก่” หยกว่ากลับ
โจซิงขยับปืน เช่นเดียวกับ ปิง หยก ตวัดปืนออกมาจ้อง ต่างฝ่ายมองหน้าคิดห่ำหั่นกัน จนเคนต้องเข้ามาปรามอีก
“เอาอีกแล้ว พวกคุณสองฝ่ายนี่ใจเย็นๆ น่า เราต่างประสบความสำเร็จกันทุกคน”
ทั้งสองฝ่ายเย็นลง แต่ยังไม่วายเหล่ใส่กัน เคนหันมาทางอัศวิน
“ผมเห็นจะต้องทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับผู้กองซะแล้ว ไม่ปล่อยไปก็ต้องยิงทิ้ง คุณนี่ตัวป่วนจริงๆ”
อัศวินยิ้มให้เคน เคนมองหลิน ปิง หยก แล้วเดินออกไป โจซิงเอานิ้วทำเป็นเหมือนปืน
ส่องมาที่หลิน ปิง หยก แล้วยิ้มเยาะ อัศวินมองรอบๆ หาทางหนี เห็นพรานอองข่านนั่งอยู่ห่างออกไป
เขาครุ่นคิด พรานอองข่านอาจคือทางรอด

ห่างออกไปจากค่ายของเคน อิทธิกับโรสซุ่มดูอยู่
“ทำไมต้องเข้าใกล้พวกมันขนาดนี้” โรสถาม
“เราต้องอาศัยกองไฟพวกมัน อย่างน้อยพวกสัตว์ป่าก็ไม่กล้าเข้าใกล้เรา”
“คุณอัศวินดูสุขสบายดี ยัยหลินนั่นคอยประกบไม่ห่าง พี่รัตน์มาเมื่อไหร่สวยแน่”
“มีคนปลื้มก็โชคดีแบบนี้ล่ะ”
“ดูเหมือนบอดี้การ์ดหญิงสองคนนั่นอาจจะปลื้มคุณนะ ไม่ลองออกไปทักทายดูล่ะ”
“อ้าวหาเรื่องให้ผมซะแล้ว”
โรสขำ
“คุณเฝ้า ฉันนอน”
“นึกแล้ว”

โรสยิ้มขยับตัวเข้ามาใกล้ พิงไหล่อิทธิหลับสบาย อิทธิยิ้มสุขใจ

รัตนากรกับนายองนั่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ของต้นไม้ต้นหนึ่ง รัตนากรถือไฟฉายส่องตรงกลาง แสงไฟฉายทำให้เห็นใบหน้าของทั้งสองคน
 
“เราไม่ควรก่อไฟ เดี๋ยวพวกมันจะเห็น”
“นายองเคยเอาไฟฉายส่องแบบนี้เล่นเป็นผีหลอกพวกเด็กๆ ในหมู่บ้าน”
“ไม่กลัวเหรอ”
“ไม่กลัวหรอก”
“ทำไมถึงไม่กลัว”
“ก็ พ่อเคยบอกนายอง ว่า อย่างเอ็งผียังกลัวเลย นายองก็เลยไม่กลัวผี”
รัตนากรอดขำไม่ได้

ซามูกราดสายตาไปมา ชาติยืนอยู่อีกด้านหนึ่งคอยระวัง มีกองไฟอยู่ตรงหน้า ทั้งหมดหลบอยู่หลังซุ้มไม้ กาญจนาเดินเข้ามาหาชาติ พรานโก๊ะสะกิดนพดลให้ดู นพดลมอง ทั้งสองต่างยิ้มกัน เสียงพรานเมิงกรนสนั่นอยู่ข้างๆ นพดลกับพรานโก๊ะหันไปดูต่างขำ ทั้งสองต่างหันกลับไปมองกาญจนากับชาติ
“พวกมันจะไม่เห็นกองไฟเหรอคะ”
“เราจำเป็นต้องเสี่ยงครับ ไม่ยังงั้นโดนพวกเสือหรือหมาป่าเล่นงานแน่”
กาญจนามองรอบๆ
“เราก่อกองไฟไว้ด้านหน้า ถ้าพวกมันมาเราก็หลบทัน เราได้เปรียบครับ”
“ค่ะ”
“ถ้าจำเป็นจริงๆ ผมจะใช้ระเบิด พวกมันไม่มีทางเข้ามาใกล้เราได้ คุณกาญหลับให้สบายเถอะครับ”
กาญจนาฝืนยิ้ม
“ระวังตัวด้วยนะคะ”
กาญจนาเดินออกไป ชาติมองตาม ซามูเดินเข้ามายิงฟันใส่ เอามือทาบที่หน้าอกตรงหัวใจทำตาซึ้ง
“เอ็งรีบไปไกลๆ เลย”

ซามูรีบถอยออกไป ชาติยิ้ม

เช้าวันรุ่งขึ้น ขบวนเดินทางของเคน เดินทางต่อไป จนไปหยุดพักกินข้าวกลางวัน เคน กับลูกน้อง หลิน ปิง หยก อัศวิน เฮนรี่ โจซิง พรานอองข่านแยกไปนั่งคนเดียวตามเคย หลินเดินเข้ามาหาอัศวินที่นั่งพิงต้นไม้อยู่

“สบายดีนะผู้กอง”
“ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าการที่คุณพาผมมาด้วยเป็นผลดีต่อคุณยังไง”
“ก็แค่ สะใจ”
อัศวินเหล่แล้วขยับตัวลุกขึ้นเผชิญหน้าหลิน หลินไม่ถอยยิ้มยั่วยวน
“ผู้กองจะไปไหน”
“ผมเหงาจะไปคุยกับพราน”
“คุยกับฉันก็ได้”
“คุยกันเรื่องป่าดง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าป่า คุณไม่รู้เรื่องหรอก”
หลินจ้องอึดใจแล้วเบี่ยงตัวเปิดทางให้ อัศวินเดินไปหาพรานอองข่าน หลินหันไปทางปิง หยก ทั้งสองเดินตามไปคุมห่างๆ หลินหงุดหงิดใจ เสียอารมณ์ อัศวินเดินมาหาพรานอองข่าน
“ขอนั่งด้วยคนนะพราน”
พรานอองข่านหงุดหงิด แต่ก็พยักหน้าให้ อัศวินนั่งลงตรงข้าม ปิง หยก เดินเข้ามาใกล้
“เป็นผู้หญิงเข้าใกล้มากระวังมนต์ดำของข้าจะเข้าร่างของพวกเอ็งนะเว้ย”
ปิง กับ หยก มองหน้ากัน แล้วค่อยๆ ถอยห่างออกไป
“ขอบใจพรานที่คอยช่วยฉัน”
“ข้าไม่ได้ช่วยเอ็ง แต่ข้าก็อยากให้เนตรนาคราชกลับคืนเจ้าของ”
“ถ้าฉันจะหนีพวกมัน พรานว่าตรงไหน ตอนไหน ถึงจะมีทางรอด”
“น้ำตก”
พรานอองข่านพูดจบก็ลุกเดินออกไป อัศวินตีหน้าเฉย ปิง หยก หันมามองอย่างสงสัย
“โธ่เอ๊ย ถามนิดถามหน่อย ทำเป็นรำคาญ”
อัศวินทำเป็นบ่นๆ แล้วลุกขึ้นเดินผ่าน ปิง หยก กลับไปนั่งที่เดิม

ตอนบ่าย ขบวนของเคนมาถึงลานน้ำตก ที่เคยผ่านมา
“บอกแล้ว ว่าไอ้พวกนี้ต้องมีทางโผล่มาถึงบนนี้ พรานเก่งมาก” เคนชม
พรานอองข่านเฉยไม่สนใจ แต่ลอบสบตากับอัศวิน
“ผ่านน้ำตกนี่ไปก็พ้นแดนไอ้พวกชนเผ่า คราวนี้เราก็เดินทางสบายใช่มั้ย มิสเตอร์เฮนรี่”
“อย่าลืมดินแดนวิญญาณล่ะ”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ดาบบรรพบุรุษของผมสยบพวกมันได้”
เฮนรี่ได้แต่พยักหน้า
“เห็นหรือยัง มากับผม ทุกอย่างเรียบร้อยหมด เนตรนาคราชก็ได้แล้ว เหลือแต่ว่าใครจ่ายมากสุด”
หลิน ปิง หยก ต่างขยับตัวระวัง เฮนรี่ โจซิง กับ อังโซะ ขยับตัวเช่นกัน
“อ๊ะๆ บอกก่อนนะ ถ้าใครเล่นสกปรก อดได้ทั้งคู่” เคนหัวเราะลั่น

หลิน ปิง หยก และพวก เฮนรี่ ต่างผ่อนคลาย เคนหัวเราะชอบใจ
 
อ่านต่อหน้า 2

เนตรนาคราช ตอนที่ 17 (ต่อ)

ในป่าห่างออกไป โรสกับอิทธซุ่มดูอยู่

“ถ้าผมคาดการณ์ไม่ผิด ไอัอัศวินต้องหาทางหนีตอนนี้”
“โอ โน”
“โอ เยส มันต้องโดดน้ำตกแน่ๆ”
“เสี่ยงมากกับกระสุนปืนของพวกมัน”
“เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องไม่ให้กระสุนของมันได้ทำงาน”
“แต่คุณอัศวินไม่รู้ว่าเราอยู่ที่นี่”
ทั้งสองเห็นอัศวินนั่งพิงต้นไม้ กราดสายตามองรอบๆ แล้วทำท่าพยักหน้าเป็นจังหวะ
เหมือนฟังดนตรี
“ผมว่ามันรู้ว่าพวกเราอยู่แถวนี้”
โรสจ้องเขม็งสังเกตตามที่อิทธิบอก

อัศวินฮำเพลงแล้วทำเป็นผงกศรีษะให้เข้ากับเพลง โจซิงเข้ามายืนตรงหน้า
“ถ้าคิดโดดน้ำตกล่ะก็ บอกไว้ก่อนว่าไม่รอด”
โจซิงตบปืนที่มันถืออยู่ อัศวินยิ้ม ปิง หยก เข้ามาพอดี ยืนใกล้โจซิงจ้องถามประมาณว่ามาทำไม โจซิงยักไหล่ยิ้มกวนแล้วเดินออกไป ปิง หันมามองอัศวิน อัศวินยิ้มให้
“อย่าคิดโดดก็แล้วกัน”
ปิง หยก ยิ้มเครียดขู่ แล้วเดินออกไป อัศวินยิ้มฮำเพลงต่อ พลางพยักหน้าเข้ากับจังหวะเพลงกราดสายตารอบ ปากขมุบขมิบร้องเพลง โรสกับอิทธิมองอยู่
“แบบนี้ คุณอัศวินโดดแน่ อารมณ์ดีมีร้องเพลงด้วย”
“มันโดดชัวร์”
ทั้งสองมองพวกมัน วางแผนการช่วยอัศวิน

โจซิงเดินกลับมายังกลุ่มของตน
“มีอะไร” เฮนรี่ถาม
“ไอ้ผู้กองมันโดดน้ำตกหนีแน่ๆ เป็นโอกาสที่เราจะจัดการกับมัน”
“เราไม่ควรยุ่ง ปล่อยให้พวกมังกรทองจัดการดีกว่า”
โจซิงเงียบไป แต่ไม่วายลอบสบตากับอังโซะ
“เดินทางได้” เคนสั่ง
ทุกคนต่างเก็บข้าวของเตรียมตัว อิทธิมองอยู่
“ได้เวลาลุ้นแล้วคุณ”
โรสขยับตัว จ้องดู
“ฉันคอยดูพวกยัยหลิน คุณคอยดูไอ้เฮนรี่กับพวกมัน”
“แล้วพี่เคนของคุณล่ะ”
“พี่เคนไม่สนว่าใครอยู่ใครตาย สนแต่เนตรนาคราช”
ทั้งสองจ้องเขม็งตาไม่กระพริบ
พวกของเคนเริ่มจัดขบวน อัศวินเริ่มขยับตัว ปิง หยก เดินประกบอัศวินอย่างใกล้ชิด
“พวกยัยหลินอ่านเกมออก ประกบแน่นเลย”

โรสกับอิทธิต่างขยับปืนในมือเตรียมพร้อม

ขบวนเริ่มเดินทาง อัศวินกราดสายตารอบ ทั้งหมดมุ่งไปสู่ทางลงใกล้ขอบผาน้ำตก อัศวินจ้องที่ขอบน้ำตก

ทันใดนั้นเสียงโห่ร้องของพวกชนเผ่าดังขึ้น พร้อมกับลูกธนู และหอกปลิวว่อนเข้ามา พวกชนเผ่านับสิบโผล่กันออกมา
“ระวัง คุ้มกันเนตรนาคราช” เคนร้องสั่ง
เสียงปืนดังสนั่นขึ้น เสียงโห่ของชนเผ่าที่ดาหน้าเข้ามา อัศวินพุ่งชนหลินหลบหอกด้ามหนึ่งที่พุ่งมา หลินลุกขึ้นชักดปืนยิงออกไป โรสมองอยุ๋
“โชคเข้าข้างจริงๆ”
อัศวินหลบคมหอกที่วิ่งเข้ามาแล้วดีดตัวพรวดไปที่หน้าผาน้ำตกทันที กระแทกชนพวกชนเผ่าที่ถือดาบเข้ามากระเด็นออกไป แล้ววิ่งไปที่น้ำตก
อังโซะตบพวกชนเผ่ากระเด็นไป โจซิงเข้ามาช่วยยิงกราดทำให้อังโซะสามารถกราดปืน
ตามอัศวินได้อย่างสบาย แต่แล้วหลินโผล่มาตรงหน้าเอามือคว้าปลายปืนยกขึ้น ปืนสั้นจ่อที่อังโซะ
“คิดจะทำอะไร”
ชนเผ่าสองคนเข้ามาพอดี ทั้งสองต่างแยกกัน แล้วยิงชนเผ่ากระเด็นออกไปคนละทาง อังโซะยิ้มเยาะหลิน แล้วหันไปสู้กับพวกชนเผ่า หลินหันไปทางอัศวิน อัศวินใกล้ถึงหน้าผา ชนเผ่าวิ่งตามมาสองคน เงื้อดาบ อิทธิกับโรสต่างยิงพร้อมกัน ชนเผ่าหงายกระเด็นก่อนถึงอัศวิน อัศวินโดดลงจากหน้าผา ลงสู่เบื้องน้ำข้างล่างทันที ชาวเผ่าเงื้อหอกหมายขว้างใส่ แต่แล้วก็ผงะทรุดลง หลินโผล่มายืนมองบนหน้าผาจนอัศวินหายลงไปในแอ่งน้ำเบื้องล่าง โรสถือปืนจ้องหลินอยู่ หลินมองผิวน้ำเบื้องล่างอึดใจก็หันกลับไปต่อสู้กับพวกชนเผ่า
“อืม ยัยหลินนี่หลงผู้กองเอามาก”
“เราไปกันได้แล้ว”
อิทธิกับโรสรีบออกไป

เคน ปิง หยก โจซิง เฮนรี่ อังโซะ พรานอองข่าน ต่อสู้กับพวกชนเผ่า เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว
สมุนยืนยิงระวังเฝ้าเนตรนาคราช สักครู่พวกชนเผ่าก็ถอยออกไปจนหมด ทุกคนต่างถอนใจโล่งอก เก็บข้าวของที่ระเกะระกะ เคนเดินเข้ามาหาหลิน
“เสียใจด้วยคุณหลิน ที่ผู้กองหลุดมือไป”
หลินทำหน้าเฉยไม่ตอบ
“แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของผม ที่สำคัญเนตรนาคราชยังอยู่”

เคนหัวเราะดังลั่น ทุกคนต่างเอือมระอา

อิทธิกับโรสวิ่งผ่านแนวป่ามายังแอ่งน้ำตก

“เร็วเข้า ไอ้อัศวินมันน่าจะอยู่แถวนี้”
“ยังไม่เห็นเลย”
“หรือว่ากระแทกหิน จมน้ำเดี้ยงไปแล้ว”
“ขอบใจมากที่แช่ง เพื่อน”
อิทธิกับโรสหันไปเห็นอัศวินยืนตัวเปียกอยู่ ทั้งสองต่างยิ้มเดินเข้าไปหา อิทธิชักมีดออกมาตัดเชือก อัศวินขยับมือผ่อนคลาย
“ฉันนึกแล้วว่าต้องแช่งก่อน แกถึงจะโผล่”
“สวัสดีครับคุณโรส”
“เสียใจด้วยนะคะที่ต้องจากคุณหลินมา”
“อ้าว หาเรื่องให้ผมแล้ว”
โรสขำ
“นี่แหละเพื่อน แบบนี้ล่ะ คุณรัตน์กับนายองกำลังตามมา จะรอก่อนมั้ย”
“ไม่มีเวลา เราต้องรีบตามหรือไปดักหน้า” อัศวินบอก

รัตนากรกับนายอง มองดูรอบๆ ทันใดนั้นเห็นลูกธนูของโรสปักอยู่
“ลูกธนูของพี่โรส”
ทั้งสองเข้าไปตรวจดู ก็พบว่ามีชิ้นส่วนของเศษเสื้อติดอยู่ มีเลือดติดอยู่ที่เศษผ้า
“อะไรเหรอพี่รัตน์”
“เศษผ้ามีรอยเลือด พี่โรสเตือนว่า ข้ามสะพานมีอันตราย คงยิงมาจากฝั่งโน้น”
“แล้วเราจะทำยังดี”
“พวกมันต้องหลบอยู่ในราวป่าด้านใกล้เชิงสะพานคอยเล่นงานเรา”
“เราลองหาทางอื่นดูดีกว่า”
“เราไม่มีเวลา เราต้องไปทางนี้”
“หา”
รัตนากรปลดเป้ลงจากบ่า หยิบระเบิดออกมาสองสามลูก
“เย้”
“เราไม่มีทางเลือก เราทำเพราะความจำเป็น จำไว้เราไม่คิดจะทำร้ายใคร”
“นายองเข้าใจจ้ะ”
“เอาล่ะ พร้อม”

นายองพยักหน้า รัตนากรสะพายเป้แล้วถือระเบิดไว้ในมือ กราดสายตาไปยังราวป่าใกล้เชิงสะพาน
 
อ่านต่อหน้า 3

เนตรนาคราช ตอนที่ 17 (ต่อ)

สะพานว่างเปล่า เงียบสงบ แต่แล้วระเบิดตูมลงในราวป่าด้านใกล้สะพาน ทันใดนั้นนายองวิ่งออกมา มุ่งไปที่สะพาน ตามติดด้วยรัตนากร
 
เสียงพวกชนเผ่าร้องโหยหวนวิ่งออกมาหลายคน หน้าตามอมแมมบาดเจ็บ นายองไปถึงสะพานวิ่งข้ามไป ก็มีลูกธนูพุ่งออกมาจากป่า
“นายอง ระวัง”
นายองทิ้งตัวนอนราบบนสะพาน รัตนากรขว้างระเบิดเข้าไปในป่า เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เสียงร้องของพวกชนเผ่าโหนหวนออกมา ลูกธนูหยุดลง
“นายองไปเร็วเข้า”
นายองลุกขึ้น วิ่งพรวดออกไป รัตนากรหยุดตรงเชิงสะพานขว้างระเบิดไปอีกลูก แล้วกระชากปืนออกมาในมือสองกระบอก วิ่งข้ามสะพานไปอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นพวกชนเผ่าโผล่มาจากป่าแค่สี่ห้าคนวิ่งตามมา
“พี่รัตน์ระวัง”
รัตนากรหันไป พวกมันกำลังจะพุ่งหอกมา รัตนากรยิงเปรี้ยง ถูกพวกชนเผ่าล้มระเนระนาด
“เร็วพี่รัตน์”
รัตนากรหันกลับวิ่งข้ามฝั่งไปอย่างรวดเร็วจนถึงฝั่งตรงข้ามที่นายองยืนรออยู่ หันกลับไปเอาปืนกราดจ้อง ก็เห็นหัวหน้ายืนถือดาบเขี้ยวนาคราชจ้องมาด้วยดวงตาถมึงทึง
“สงสัยตานี่เป็นหัวหน้าเผ่า”
หัวหน้าเผ่าจ้องแล้วเอาดาบชี้มายังรัตนากร รัตนากรจ้องประสานตา
“พวกมันต้องรอเล่นงานพวกพี่กาญแน่เลย”
“ใช่ นอกจากว่า”
รัตนากรยิ้มเยือกเย็น ทันใดนั้นเธอเหนี่ยวไกเปรี้ยง หัวหน้ากระเด็นหงายหลังล้มลง พวกชนเผ่าต่างแตกตื่น
“ขออโหสิด้วย ฉันปล่อยให้แกเล่นงานยัยกาญไม่ได้”
พวกชนเผ่าแตกตื่น รีบแบกร่างหัวหน้าออกไป นายองหันไปมองพวกมัน แล้วรีบเดินตามรัตนากรไป

ขบวนของเคนผ่านมาจนถึงดินแดนวิญญาณ พรานอ่องข่านร้องบอก
“เราผ่านเข้าดินแดนวิญญาณแล้ว”
ทุกคนมองไปในราวป่าข้างหน้า เห็นดวงไฟหลายดวงวอบแวบอยู่
“พวกมันมาขู่ขวัญพวกเราเท่านั้นเอง” เคนบอก
ดวงไฟวนเวียนไปมาวุ่นวาย สุดท้ายก็หายไปจนหมด
“เกิดอะไรขึ้นพราน” เฮนรี่ถาม
“บางอย่างที่นี่มีพลังที่ทำให้พวกมันกลัว”

“เนตรนาคราชไงล่ะที่พวกมันกลัว แบบนี้เราก็ผ่านฉลุย ไม่ต้องใช้ดาบบรรพบุรุษของข้า”

เวลาเดียวกันนั้น อัศวิน อิทธิ และโรส ต่างซุ่มดูขบวนของเคน

“เกิดอะไรขึ้น พวกดวงไฟหนีพวกมันไปหมด” อิทธิสงสัย
“พลังเนตรนาคราช” โรสบอก
“แบบนี้พวกมันไปลิ่วเลย เราซะอีกต้องระวังตัว”
“ดวงเราอาจจะดีมั่งก็ได้ ใจเย็นน่า”
โรสก้าวออกไป อัศวินก้าวผ่านแล้วตบไหล่อิทธิจนเซ
“ใจเย็นเพื่อน”
อัศวินเดินตามโรสไป
“ไม่น่าเจอมันเล้ย”
อิทธิเดินตามโรสกับอัศวินเข้าสู่ดินแดนวิญญาณ

อิทธิวิ่งนำโรสมาตามราวป่า เขาก้มลงสำรวจรอย
“พวกมันอยู่ข้างหน้าเราไม่ไกล สำคัญว่าเราอย่าเจอพวกวิญญาณมาขวางก็แล้วกัน”
ทันใดนั้นดวงไฟวิ่งเข้ามาวนเวียนสองสามดวง
“ของแบบนี้เขาห้ามพูด” โรสแซว
แต่แล้วก็เห็นดวงวิญญาณวนเวียนนำห่างไป แล้วไปลอยรออยู่ข้างหน้า อิทธิกับโรสต่างมองหน้ากัน
“หรือว่าจะให้ตามไป” โรสเดา
“ดูแล้วน่าจะเป็นแบบนั้น” อัศวินเห็นด้วย
“ลองดู”
ทั้งสามขยับตัวเข้าไปใกล้ ดวงวิญญาณสองสามดวงวนเวียนแล้วนำห่างออกไป
“น่าจะใช่” โรสบอก
“งั้นลุย”

ทั้งสามออกวิ่ง ดวงวิญญาณทั้งสามดวงพุ่งลิ่วนำหน้าไป

พรานเมิงนำทุกคนมาถึงราวป่าก่อนถึงสะพาน กาญจนาเห็นธนู

“นั่นลูกธนูของคุณโรส”
“คุณโรสเตือนพวกเรา ว่าอันตราย ซามู”
ซามูพยักหน้าแล้วหายออกไป
“เรารอซามูกลับมารายงานก่อน” ชาติบอก
ทุกคนต่างนั่งลุ้นรอบๆ อย่างระมัดระวัง สักครู่ ซามูก็กลับเข้ามาส่งสัญญาณมือกับชาติ
“มีรอยระเบิดทางด้านโน้น รอยเท้าถอยออกไป”
“ดี ไม่อยากจะฆ่าพวกมัน” พรานเมิงบอก
“ต้องเป็นฝีมือคุณรัตน์แน่ๆ” ชาติคิด
“เสียงกลองอีกแล้ว” พรานเมิงรีบบอก
“ซามูนำคุณกาญไป พี่หมอ พรานโก๊ะ ตามลำดับ ผมกับพรานเมิงจะคอยสกัดพวกมันตรงเชิงสะพาน”
ซามูเผ่นออกไป กาญจนาตามติด พร้อมด้วย นพดล และ พรานโก๊ะ ชาติกับพรานเมิงปิดท้าย ทุกคนวิ่งข้ามสะพานไปอย่างรวดเร็ว ชาติกับพรานเมิงหยุดตรงเชิงสะพาน ปืนทั้งสองกระบอกกราดไปมา
“เดี๋ยวก่อน เสียงกลองมันไม่เหมือนเดิม” พรานเมิงทัก
ชาติฟังดู
“อืม เป็นจังหวะช้าๆ”
“คุณชาติ พรานเมิง มาได้แล้ว” กาญจนาเรียก
ชาติกับพรานเมิงรู้ตัว ค่อยๆ ก้าวพลางถอยพลางระวัง จนกระทั่งข้ามมาถึงอีกฝั่งหนึ่ง..
“ไม่มีพวกมันเลย” นพดลตั้งข้อสังเกต
“ดีแล้ว ไม่อยากวิ่งตับทรุดอีก” พรานโก๊ะว่า
“แต่ทำไมยังมีเสียงกลอง” นพดลสงสัย
“เดี๋ยวค่ะ จากที่ได้ศึกษามาเกี่ยวกับพวกชนเผ่า เสียงกลองแบบนี้เหมือนกับว่ามีการสูญเสีย” กาญจนาบอก
“แบบนี้พวกมันคงไม่มากวนเราอีกแล้วล่ะครับ” พรานเมิงคาด
“ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะพราน” ชาติคิด

ทั้งหมดต่างมองหน้ากัน ฟังเสียงกลองจังหวะช้าๆ ของพวกมันอย่างมีความหวัง
 
อ่านต่อหน้า 4

เนตรนาคราช ตอนที่ 17 (ต่อ)

ดวงไฟวิ่งไปมาตรงหน้ารัตนากรกับนายอง

“ถึงแดนวิญญาณจนได้”
“ระวังให้ดีเราอาจถูกวิญญาณครอบงำจนหลงกล พี่โดนมาแล้ว”
ดวงไฟสองลูกลอยวนมาตรงหน้า แล้วกลายเป็นชายถือดาบโบราณสองคน
“ท่านต้องรีบไป พวกมันนำเนตรนาคราชออกไปแล้ว”
“เราจะนำท่านไป”
“พวกท่านจะมาหลอกให้หลงทางน่ะซิ” นายองค้าน
“วิญญาณส่วนหนึ่งในที่นี้เป็นผู้เสียชีวิตปกป้องเนตรนาคราช เจ้าอย่าได้เหลวไหล”
“ทำไมท่านไม่สกัดพวกมันเอาไว้” รัตนากรถาม
“พลังของเนตรนาคราชรุนแรง พวกเราไม่อาจเข้าใกล้”
“นึกอยู่เหมือนกัน”
“วิญญาณพวกเราส่วนหนึ่งได้ล่วงหน้าไปเปิดทางไว้ให้ท่านทั้งสองแล้ว”
“ท่านอย่าได้ชักช้า ตามพวกเรามา”
นายองกับรัตนากรต่างมองหน้ากัน
“เราสองคนฝ่าพวกชนเผ่ามา คงเร็วได้อยาก”
ชายสองคนไม่พูด หันไปโบกมือ ลูกไฟสองดวงพุ่งวนเข้ามาแล้วกลายเป็นช้างมีที่นั่งพร้อมควาญช้าง รัตนากรกับนายองคาดไม่ถึง“ใช่ว่าวิญญาณทุกดวงจะเป็นมนุษย์ เชิญท่านทั้งสอง”
ช้างก้มตัวยกขาให้ทั้งสองขึ้นไป
“ได้”
รัตนากรกับนายองขึ้นช้าง ชายสองคนกลายเป็นลูกไฟสองดวง วนสองสามรอบแล้วพุ่งนำทางไป ควาญช้างขยับมือนำช้างทะยานออก ตามลูกไฟสองลูกไปอย่างรวดเร็ว

ขบวนของเคนพ้นแดนวิญญาณมาได้ พรานอองข่านรีบบอก
“ข้าคิดว่าพวกเราพ้นแดนวิญญาณแล้ว”
“ถ้างั้นเราก็ใช้เครื่องมือสื่อสารได้แล้วซิ โจซิง โทรศัพท์ดาวเทียม”
โจซิงเดินเข้ามา ในมือมีโทรศัพท์ดาวเทียมส่งให้เฮนรี่ แต่แล้วทันใดนั้น เคน สมุน หลิน ปิง หยก ต่างชักปืนออกมาจ้องที่พวกของเฮนรี่
“พรานไม่เกี่ยว ถอยไปก่อน” เคนบอก
พรานอองข่านเดินออกไป ไม่สนใจพวกมัน
“ไหนว่าไม่มีการเบี้ยวไง” เฮนรี่ท้วง
“ผมไม่ได้เบี้ยว แต่คุณเรียก ฮ. มารับ แล้วขนคนมาเพียบ ผมก็แย่น่ะซิ”
เฮนรี่กับโจซิงต่างมองหน้ากัน
“แล้วจะยังไง ขนไปอย่างนี้เหรอ เมื่อไหร่จะถึง”
“ขอโทรศัพท์ให้ผมก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
โจซิงสบตาอังโซะ สบตาเฮนรี่
“อย่าดีกว่า” เคนร้องห้าม

หลิน ปิง หยก ขยับปืนในมือ โจซิงเลยต้องส่งโทรศัพท์ดาวเทียมให้เคน เคนรับมา แล้วโยนขึ้นฟ้า ยิงเปรี้ยง โทรศัพท์กระจาย เฮนรี่กับพวกยืนจ้องด้วยความแค้น

พวกอัศวินได้ยินเสียงปืน

“พวกมันมีเรื่องกันเองจนได้”
ทั้งหมดต่างจ้องมองพวกของเคนที่อยู่ห่างออกไป
“ฉันจะเข้าไปใกล้อีกหน่อยดูซิว่าพวกมันวางแผนอะไรกัน” อิทธิบอก
“ต้องใกล้มากเลยถึงจะได้ยินพวกมัน ฉันว่าเสี่ยงเกินไป” โรสท้วง
อัศวินยิ้ม “ไม่ต้องใกล้มากหรอกครับ แค่เห็นหน้าพวกมันก็พอ นายอิทธิรู้ได้จากการอ่านปากของพวกมัน”
“ล้อเล่นน่า”
“นายอิทธิเชี่ยวชาญทางด้านอ่านริมฝีปาก”
“ไม่เห็นเคยบอกเลย”
“ครับ ต้องเก็บไว้เป็นความลับ ผม ชาติ คุณรัตนากร ทุกคนอ่านได้หมด”
“ที่แท้ตอนที่อยู่บนผาน้ำตก คุณไม่ได้ร้องเพลง แต่คุณบอกให้อิทธิรู้ว่าคุณจะกระโดด”
“ครับ”
โรสได้แต่ส่ายหน้าคาดไม่ถึง

พวกของเคนกับเฮนรี่ยังตกลงกันอยู่
“ใจเย็นมิสเตอร์เฮนรี่ รังของผมมีเครื่องมือสื่อสารเพียบ ไปถึงเมื่อไหร่คุณเรียก ฮ. มาได้เลย”
“ดี ดีมาก กว่าจะถึงชาติหน้าตอนบ่าย”
“ใจเย็นน่า เราต้องผ่านชุมโจร เอารถกี่คันก็ได้”
“เชอะ แค่ผ่านเข้าไปก็ถูกพวกมันแย่งเนตรนาคราชไปแล้ว”
“ใจเย็น มิสเตอร์เฮนรี่ เรารออยู่รอบนอก ผมส่งคนของผมไปเอารถมา จบมั้ย”
เฮนรี่พยักหน้าค่อยพอใจ
“พอถึงรังของผม คุณก็เรียก ฮ. มาพร้อมเงิน ถ้าคุณประมูลชนะคุณหลิน”
เฮนรี่ชำเลืองมองหลิน หลินยิ้มเยาะ
“ประมูลแบบนี้เมื่อไหร่จะจบ เกกันไปเกกันมา”
“ใครบอก ผมให้พวกคุณประมูลได้ครั้งเดียวเขียนมาในซอง”
หลินกับเฮนรี่คาดไม่ถึง
“ใครให้มากสุด คนนั้นเอาไป ใครตุกติกผมจัดการแน่”

หลินกับเฮนรี่ เงียบไป เคนหัวเราะเสียงดังอีก

อัศวินกับโรสซ่อนตัวอยู่

“ที่แท้นายเคนไม่ไว้ใจ ไอ้เฮนรี่”
“ใช่ จนกว่าจะถึงรังของมัน” อิทธิบอก
“ตามที่คุณอิทธิบอก พวกมันวางแผนจะเอารถที่ชุมโจร เป็นโอกาสของเราที่จะสวมรอยชิงเอาเนตรนาคราชมาได้”
“อิทธิ นายกับคุณโรสล่วงหน้าไปที่ชุมโจร เตรียมรถของเราไว้”
“ได้ ผมให้ไอ้เป็งมันดูแลอยู่”
“ผมจะคอยตามพวกมันอย่างใกล้ชิด รอคุณรัตนากรกับนายองไปด้วย”
“โอเค ตามนั้น”
“โชคดีครับคุณโรส”
“ค่ะ”
“อ้าว ฉันล่ะ”
“เดี๋ยวคุณโรสเขาก็แบ่งให้นายเองน่า”
อิทธิเหล่ โรสขำ พลางดันอิทธิออกไป อัศวินมองตามอดขำไม่ได้ เห็นว่าสองคนนี้เริ่มสนิทกันแล้ว อัศวินกราดสายตารอบ แล้วเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ จับตามองพวกของเคน

เมื่อพ้นดินแดนวิญญาณ ควาญช้างค่อยๆ บังคับช้างให้ย่อตัวลง รัตนากรกับนายองค่อยๆ ลงจากหลังช้างได้ในที่สุด
“ขอบคุณท่านทั้งสอง”
“ขอบคุณจ้ะ”
ทั้งช้างและควาญช้างก็สลายตัวกลายเป็นดวงไฟสองดวง วนรอบแล้วพุ่งกลับเข้าไป
ในแดนวิญญาณ นายองถอนใจเฮือก
“เฮ้อ นึกว่าไม่รอดซะแล้ว”
“อ้าวทำไมล่ะ นั่งช้างสบายออก”
“สบายก็จริง แต่นายองลุ้นมากเลย กลัวว่านั่งอยู่ดีๆ ช้างเกิดเปลี่ยนใจ เป็นลูกไฟขึ้นมาล่ะก็ หล่นตุ้บก้นพังแน่เลย”
“นั่นน่ะซิ พี่ลืมไปเลย”
ทั้งสองต่างยิ้มกัน

พรานอองข่านนำขบวนทุกคนเดินทางไป เฮนรี่กับโจซิง อังโซะ เดินตามขบวนคุยกันไปพลาง
“เราต้องตามไปจนถึงรังของมันเลยเหรอ” โจซิงถาม
“เราไม่มีทางเลือก โทรศัพท์ดาวเทียมพัง ผมติดต่อคนของผมไม่ได้ เรามีแค่สามคน เก็บพวกมันหมดทุกคน เราก็ขนเนตนาคราชไปไม่ได้”
“ผมไม่ชอบเลยบอส”
“คุณคิดว่าผมชอบเหรอ”

ทั้งสามคนเดินตามขบวนของเคนไป
 
อ่านต่อตอนที่ 18
กำลังโหลดความคิดเห็น...