xs
xsm
sm
md
lg

ใยกัลยา ตอนที่ 5

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ใยกัลยา ตอนที่ 5

ค่ำคืนนั้น ในขณะที่บุรียังคงนั่งอ่านหนังสือก่อนนอนอยู่ในห้อง มีเสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น

“ใคร” เจ้าของห้องร้องถามไป
“ผมเองครับ” เสียงศวัสตอบเข้ามา
บุรีวางหนังสือลง แล้วลุกเดินไปเปิดประตู
“วันนี้เขาเลิกกองตั้งแต่ 2 ทุ่ม”
ศวัสเดินมานั่งตรงโซฟา “ผมเพิ่งกลับจากไปส่งหอมน้ำ”
บุรีชะงัก มองอย่างแปลกใจ
“เด็กนั่นมาดักรอผม...พยายามจะทำให้ผมเชื่อให้ได้ว่าเขาเป็นวิญญาณของคุณแม่”
“แล้ว...แกเชื่อหรือเปล่า”
“ผมแกล้งทำเป็นเชื่อ เพื่อจะพาเขาไปหาหมอ”
บุรียังคงฟังอย่างสนใจ
“ผมรู้ว่าเขาไม่เชื่อผมหรอก แต่ก็ยังอุตสาห์ยอมให้ผมพาไปพรุ่งนี้”
บุรีครุ่นคิด ถอนใจยาว “พ่อว่ามันมีอะไรแปลกๆ”
ศวัสชะงัก “หอมน้ำบอกคุณพ่อเหมือนกันหรือครับ”
“เปล่า! แต่เขาพูดอะไรหลายๆอย่างเหมือนที่แม่แกเคยพูด”
“เรื่องนี้อาจมีการทำเป็นขบวนการ”
“ก็ไหนแกคิดว่าเขาบ้าไง”
ศวัสถอนใจเฮือก “ผมไม่ได้พูดอย่างนั้นสักหน่อย เรื่องนั้นต้องให้เพื่อนผมตรวจดูก่อน...”
บุรีลุกขึ้นเดินกลับไปกลับมาช้าๆ ด้วยสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด ก่อนจะหยุดเดินและพูดขึ้นในที่สุด
“พ่อไม่เข้าใจว่าหอมน้ำรู้ได้ยังไงว่าแม่แกกับพ่อชอบกินกาแฟแบบไหน”
ศวัสลุกขึ้นตัดบท “ปวดหัว ผมไปนอนก่อนละครับ”
เขาเดินตรงไปที่ประตู
บุรีถามขึ้นว่า “แกเชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดไหม”
ศวัสเปิดประตูค้างและหันมามองผู้เป็นบิดา
“คุณพ่อเชื่อหรือครับ”
“เรื่องบางเรื่อง วิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ไม่ได้”
ศวัสไม่พูดใดๆ อีก เปิดประตูเดินออกไปเลย
บุรีฉุนนิดๆ “แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้ ไอ้วิทยาศาสตร์เนี่ย”

รถศวัสมาจอดอยู่ใกล้ๆ อาคารหอพักหอมน้ำแต่เช้ามืด
ส่วนในห้องหอมน้ำ โทรศัพท์มือถือของหอมน้ำวางอยู่ที่เดิมดังขึ้น
เจ้าของห้องงัวเงียหยิบขึ้นมารับโดยไม่ได้ดูเบอร์ หาวหวอดๆ
“มีอะไรหรือเขน”
ศวัสโทร.มาจากในรถหน้าคอนโด “เรานัดกันว่าจะไปหาหมอ”
หอมน้ำได้ยินเสียงก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง
“คุณหมอฟันทันตแพทย์”
“ฉันกำลังรออยู่”
ศวัสปิดโทรศัพท์ทันที
“ไปหาหมอ! ไปหาทำไม” หอมน้ำลุกขึ้น เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าขณะพูด
พอจะเปิดตู้ แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นเงาตัวเองในกระจก ยังอยู่ในชุดออกไปข้างนอกเมื่อคืนนี้
“เฮ้ย! ทำไมแต่งชุดนี้นอน”
หอมน้ำหันกลับมามองที่เตียง พบว่าชุดนอนยังวางอยู่ ส่วนสร้อยพระวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง
หอมน้ำยืนงงครู่หนึ่ง แล้วนัยน์ตาวาวขึ้นมาเหมือนนึกขึ้นได้
“คุณพุธกันยา” หญิงสาวหันไปมองโดยรอบ “คุณพุธกันยา! กรุณาปรากฏตัวด้วยค่ะ”
ทว่าทุกอย่างเงียบสนิท
“คุณพุธกันยาคะ”
ทุกอย่างยังคงเงียบ ปราศจากร่องรอยของพุธ หอมน้ำหยิบโทรศัพท์มาโทร.หาสินีนุชทันที

เขนงัวเงียตื่น และกำลังพูดโทรศัพท์ด้วยสีหน้าตกใจ
“เออ! เออ! งั้นแกไปก่อนละกัน! ฉันจะตามไปที่หลัง เฮ่ย ไม่เป็นไรหรอกน่า คุณหมอฟันทันตแพทย์เขาหวังดี ...แกค่อยๆอธิบายให้เขาฟัง โอเค้! โชคดีนะหอม”
เขนวางโทรศัพท์ลงถอนใจเฮือกด้วยความหนักใจ

ศวัสกำลังมองไปตรงบริเวณหออย่างหงุดหงิด กอดอกยืนหน้าหงิกข้างๆรถ สักครู่หอมน้ำสะพายกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่วิ่งลนลานตรงมา ยิ่งเห็นหน้าศวัสยิ่งตกใจ ลนลานหนัก หอมน้ำหยุดตรงหน้าเขา ไหว้พูดตะกุกตะกักด้วยความกลัว
“ขอ...ขอโทษค่ะ...หนู...เอ๊ย!...หอม”
“ขึ้นรถ”
พูดจบศวัสเปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง
หอมน้ำอ้าปากหน้าเหวอ แล้วรีบอ้อมไปเปิดประตูรถอีกด้าน จะก้าวขึ้นนั่ง แต่อารามรีบหัวจึงชนขอบด้านบนดังปัง
“โอ๊ย”
ศวัสมองพลางส่ายหน้า ขณะหอมน้ำขึ้นนั่งตัวลีบติดประตูรถเจ็บจนน้ำตาไหล มือกุมบริเวณที่ชน
ศวัสดุซ้ำ “ซุ่มซ่าม”
“ขอโทษค่ะ”
“ไหนดูซิ”
หอมน้ำมองศวัสท่าทีลังเล แต่พอสบตาดูก็ค่อยๆ เลื่อนมือลง
“อยู่ตรงนั้นแล้วฉันจะเห็นมั้ย”
“ไม่ค่ะ”
“แล้วไง”
หอมขยับเข้ามาใกล้ด้วยความกลัว ศวัสยกมือขึ้นแตะบริเวณนั้นเบาๆ ค่อยๆ แหวกดูแผล หอมน้ำตัวสั่นเล็กๆด้วยไม่เคยอยู่ใกล้ผู้ชายขนาดนั้น
ศวัสเปิดดูบริเวณหัวที่ชน โนขึ้นจนเห็นได้ชัด
“หัวโนเลย! เดี๋ยวทายาก็ค่อยยังชั่ว”
ศวัสขยับมาจับพวงมาลัยรถ หอมน้ำรีบถอยไปที่เดิม คาดเข็มขัด ขณะศวัสขับรถออกไป

การจราจรตอนนี้ยังไม่ติดขัดมากนัก ด้วยเป็นเวลาค่อนข้างเช้า ภายในรถหอมน้ำเหลียวมองศวัสเป็นระยะๆ อย่างลังเล ขณะที่ศวัสมองตรงไปข้างหน้า ถามเสียงเขียวโดยไม่ได้หันไปมอง
“หน้าฉันมีเขี้ยวงอกหรือไง”
หอมน้ำสะดุ้ง “เปล่าค่ะ”
“แล้วจ้องทำไม” เขาปรายตามองหอมน้ำแวบหนึ่ง
หอมน้ำหน้าแดง ขยับตัว “หอม...หอมอยากจะเรียนถามว่า...หอมไม่ไปหาหมอได้ไหมคะ”
“ทำไมถึงเปลี่ยนใจ”
หอมน้ำถอนใจยาวพูดอย่างระมัดระวัง
“พูดไปคุณหมอคงไม่เชื่อ...เอาเป็นว่าหอมไม่ได้เป็นอะไรก็แล้วกันค่ะ”
ศวัสชักฉุน “ทั้งๆที่เมื่อคืนเธอรับปากกับฉันแล้ว”
หอมน้ำนิ่งงันไป
ศวัสเริ่มหงุดหงิด “เธอต้องการอะไร”

หมอหนุ่มขับรถเลี้ยวเข้าซอยๆ หนึ่งข้างหน้า

ศวัสขับรถเข้ามาจอดในบริเวณที่ไม่มีผู้คนผ่านไปมามากนัก เขาเบือนหน้ามาที่หอมด้วยสีหน้าอารมณ์ขุ่นเคือง ขณะที่หอมน้ำก้มหน้าลง น้ำตาไหลด้วยความกลัว
“ไม่ต้องมาบีบน้ำตา ไหนบอกซิว่าที่พูดกลับไปกลับมานี่ต้องการอะไร”
หอมน้ำพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้า
“เธอเป็นคนยังไงกันแน่”
หอมน้ำพยายามพูดเสียงเจือสะอื้น
“หอม...หอมสาบานว่าที่หอมเล่าให้คุณหมอฟังทั้งหมดเป็นความจริง…วิญญาณคุณแม่คุณหมอ”
ศวัสตวาดลั่น “พอที”
หอมน้ำสะดุ้ง ศวัสขับรถออกไป กระชากด้วยความหงุดหงิด หอมน้ำนั่งร้องไห้ด้วยความอัดอั้นไปตลอดทาง

ศวัสขับรถมาจอดส่งตรงหน้าบ้าน เขาพูดโดยไม่ยอมมองหน้า
“ลงไป”
หอมน้ำขยับจะเปิดประตู แล้วนึกได้หันมายกมือไหว้
“หอมขอโทษค่ะที่ทำให้คุณหมอเสียเวลา…แล้วก็เสียอารมณ์”
ศวัสยังคงนิ่งขึงอยู่ในอิริยาบถเดิม หอมน้ำเปิดประตูลงไปทั้งน้ำตา ศวัสขับรถออกไป
ทิ้งหอมน้ำยืนร้องไห้อยู่เพียงลำพัง
เสียงพุธกันยาดังขึ้น “ถ้าเธอยอมไปหาหมอเสียก็หมดเรื่อง”
หอมน้ำสะดุ้งเฮือก หันไปมองตามเสียง เห็นพุธกันยายืนอยู่ภายในรั้วบ้าน ตรงมุมค่อนข้างสลัว
“ทำไมคุณทำกับหอมอย่างนี้”
“เอาเป็นว่า ขอโทษก็แล้วกัน”
“หอมอุตส่าห์ยอมให้คุณสิง แต่คุณกลับทำให้หอมเดือดร้อน ทำให้ทุกคนเข้าใจหอมผิด”
จังหวะนี้กนกรัตน์กำลังแอบมองหอมน้ำพูดคนเดียวด้วยสีหน้าแววตาตื่นเต้น ยกมือทาบอก
พุธกันยาขยับมุมปากประชด “ฉันเห็นมีแต่ลูกชายฉันคนเดียวที่เข้าใจเธอผิด”
หอมน้ำชะงัก
“รู้สึกว่าเธอจะแคร์ศวัสมากนะ”
“ต่อไปนี้ หอมจะไม่ยอมให้คุณสิงอีกแล้ว”
หอมน้ำหันกลับมาต้องชะงัก เมื่อเห็นกนกรัตน์ยืนจ้องตนอยู่

กนกรัตน์จูงหอมเดินเข้ามาในห้องรับแขก พยายามหว่านล้อมให้หอมน้ำเล่าให้ฟัง
“คุณหนกเข้าใจหนูทุกอย่าง ใครไม่เชื่อแต่คุณหนกเชื่อ...เอ้า...นั่งลงจ้ะ”
หอมน้ำทรุดตัวลงนั่งพร้อมๆ กับเจ้าของบ้าน
“เมื่อกี้ หนูคุยกับพุธกันยาใช่ไหมจ๊ะ”
หอมน้ำพยักหน้าสูดน้ำมูก
กนกรัตน์ตบเข่าฉาดใหญ่ “นั่นไง! ไหน เล่ามาซิ เล่ามาให้หมด คุณหนกจะหาทางช่วยหนูเอง”
“ช่วย ไงคะ”
“ให้พระหรือหมอผีมาปราบ”
หอมน้ำส่ายหน้า “ไม่ค่ะ หอมไม่อยากมีเวรมีกรรมกับใครต่อไป”
“หนูหอมน้ำ” กนกรัตน์ขัดใจระคนแปลกใจ
“จริงๆ นะคะ ต่อไปนี้ หอมจะไม่รู้ไม่เห็นกับใครหรือ “อะไร” ทั้งสิ้น หอมจะสวดมนต์แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรทุกๆวันจนกว่าเขาจะไปผุดไปเกิด”
สีหน้าหอมน้ำแน่วนิ่งและน้ำเสียงหนักแน่น จนติ่งดารารุ่นป้าไม่กล้าตอแยอะไรอีก

ไม่นานต่อมา เขนกับทับทิมจับแขนหอมน้ำคนละข้างเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว ที่ตอนนี้ทั้งห้องมืดสลัว ทั้ง 2 คนหน้าตาตื่นเต้นกังวล ขณะที่หอมน้ำยืนยันหนักแน่นมั่นคงเช่นเดิม ตามที่บอกกับกนกรัตน์ไป
“เขนเห็นด้วยนะหอม ผีกับคนไม่ควรวุ่นวายกัน...ผีก็อยู่ส่วนผี...คนก็อยู่ส่วนคน”
แจกันดอกไม้ซึ่งตั้งอยู่ตกจากโต๊ะแตกกระจาย ทำเอาทุกคนสะดุ้งเฮือก
ทับทิ้มร้อง “ว้าย”
ลมหายใจหอมน้ำเป็นไอเย็นออกมา ขณะที่พุธกันยาปรากฏตัวขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว
“หะ...หะ...หอม...หอม” เขนมองรอบๆ
หอมหลับตาลง พนมมือแผ่เมตตา “สัพเพ...สัตตา...”
เขน และทับทิมรีบหลับตาลงท่องตาม
พุธกันยาโกรธจัด “ท่องให้ตายฉันก็ไม่ไป นี่เป็นบ้านของฉัน”
สามสาวยังคงท่องบทแผ่เมตตาต่อ พร้อมๆ กับที่ข้าวของในบริเวณนั้นปลิวตกกระจายราวกับมีลมพัดแรง
สาวคนกอดกันแน่นด้วยความกลัว ปากเริ่มสวดผิดๆถูกๆ จนดูน่าขำท่ามกลางความน่ากลัวนั้น
ประตูเปิดออก อุมา น้อย และฟ้า เดินเข้ามา แสงแดดอ่อนๆ สาดเข้ามาในห้อง ทำให้ลมพายุสงบลง วิญญาณพุธเลือนหายไปในแสงนั้น ขณะที่สามสาวรีบคลายแขนออกจากกัน
“ทำไมอยู่กันมืดๆ ประตูหน้าต่างไม่เปิด” ฟ้าบ่น
น้อยเดินไปที่หน้าต่าง ชะงักเมื่อเพิ่งสังเกตเห็นข้าวของกระจาย
“ทำไมข้าวของตกเกลื่อนกลาดยังงี้ล่ะ” น้อยหันมาถาม
เขน หอมน้ำ ทับทิม ไม่ตอบ แต่รีบช่วยกันเก็บข้าวของ
“ผะ...ผะ...ผีใช่ไหม” อุมาผวากลัว
ฟ้าดุ “ผีเผอที่ไหน”
อุมาอึ้ง “อ้าว”
“เมื่อกี้พี่โค้กเพิ่งโทร.มาห้ามไม่ให้พูดเรื่องผีเรื่องสางที่นี่! ช่วยกันเก็บข้าวเก็บของแล้วทำงาน” ฟ้าหันมาบอกทุกคน “จำไว้นะ ห้ามพูดเรื่องพวกนั้นอีก เดี๋ยวเจ้าของบ้านเขาจะไม่ให้เรามาถ่ายละครต่อ...เดือดร้อนกันไปหมด”

ทุกคนช่วยกันเก็บข้าวเก็บของเงียบๆ

บุรีมองมายังเซ็ต จากอีกมุมหนึ่งไกลๆ สักครู่หนึ่งแล้ว
ฉากพร้อม ตัวแสดงพร้อม โดยเป็นฉากที่หอมน้ำยืนเผชิญหน้ากับอธิป เพลินพิศมีสีหน้าวิตกกังวลไม่อยากให้มีเรื่อง

“เธอตั้งใจจะแกล้งอ่อนใช่ไหม”
“เปล่าค่ะ คุณก้องเข้าใจผิด...น้องแก้วไม่ได้...”
เจคร้อง “คัท”
เพลินพอศถอนใจเฮือกอย่างหงุดหงิด มองหอมน้ำซึ่งยืนเหวอไม่ได้อารมณ์ตามบทของแก้ว
“หอมน้ำ! 3 เทคแล้วนะ”
“ขอโทษค่ะ”
“พี่ชายกำลังด่าเราที่ไปรังแกเมียเขา เราต้องแอ๊บใสซื่อ ไม่ใช่เหวอเหมือนพวกโรคประสาท” เจคว่า
“ค่ะ”
อธิปปลอบว่า “ตั้งใจนะคะพี่จะส่งอารมณ์ให้”
หอมพยักหน้า เขนมองด้วยความสงสารเพื่อน
“ห้า...สี่...สาม...สอง..”
“เธอตั้งใจจะแกล้งอ่อนใช่ไหม” อธิปเริ่มเล่น
“เปล่าค่ะ คุณก้องเข้าใจผิด...น้องแก้วไม่ได้ทำอะไรอ่อนเลย”
หอมน้ำยังยืนเหวอแบบคนจำบทไม่ได้ ขณะที่ทุกคนมองมาเป็นตาเดียว
“คัท” เจคหงุดหงิดสุดๆ
เพลินพิศเหวี่ยงใส่ “โอ๊ย! ปัญญาอ่อน บทแค่นี้ก็จำไม่ได้ คุณเจค เพลินไม่ไหวแล้วนะคะ”
“เป็นอะไรเรอะหอมน้ำ เดี๋ยวผีเข้าผีออก ไป ไปนั่งรวบรวมสมาธิให้ได้”
“ค่ะ” หอมน้ำน้ำตาคลอเดินออกไป
เขนขยับจะตาม
เจคห้าม “ไม่ต้องตามไป ปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพังสักครู่คงดีขึ้น”
ทุกคนต่างเงียบ บรรยากาศมาคุ บุรีเดินออกไปจากบริเวณที่ยืนดูอยู่

พุดซ้อนออกดอกสีขาวสะพรั่ง พุธกันยานั่งเหมือนพักผ่อนสบายๆ อยู่ตรงนี้ หอมน้ำเดินเข้ามา พอเห็นพุธกันยาก็หันหลังกลับ
“ที่อื่นก็มีคนพลุกพล่านทั้งนั้นแหละ มีแต่ที่นี่ที่สงบ”
หอมน้ำหยุดยืนตั้งแต่ประโยคแรก
“ตอนยังมีชีวิตอยู่ พอมีเรื่องกลุ้มใจ ฉันจะหลบมาอยู่ตรงนี้ ...ฉันรักดอกพุดซ้อน ลงมือปลูกเองทุกต้น”
พุธกันยาเหลียวมองไปโดยรอบ หอมน้ำมองตามสายตานั้น พุธกันยาผินหน้ามามองสบตาหอมน้ำจังๆ หอมน้ำสะดุ้งกับนัยน์ตาไร้แววนั้น แต่จะหลบก็หลบไม่ทัน
“เธอไม่มีพรสวรรค์ที่จะเป็นนักแสดง ถ้าไม่ให้ฉันสิง...เธอก็เล่นไม่ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ...เล่นไม่ได้ก็ไม่ต้องเล่น”
พุธกันยาฉุน “แล้วเธอจะยอมให้แม่เพลินพิศเขาดูถูกยังงั้นเหรอ”
“เขาพูดเรื่องจริง หอมเล่นไม่ได้ก็ไม่ควรเล่น”
พุธกันยาผุดลุกขึ้นยืน นัยน์ตาแข็งกร้าวด้วยความโกรธ
“เอาพระออกเดี๋ยวนี้”
หอมน้ำจับตรงเสื้อที่เอาพระกลัดเข็มกลัดติดไว้ด้านในแน่น
“ไม่ค่ะ”
พุธกันยาโกรธจัด ลมบริเวณนั้นพัดแรงตามอารมณ์โกรธของพุธกันยา และพัดเฉพาะบริเวณนั้น พุธกันยาพุ่งจะเข้าสิงหอม แต่แล้วก็ต้องผงะถอยออกไป หอมน้ำค่อยๆ ผ่อนลมหายใจโล่งอก
พุธกันยาเปลี่ยนท่าที “หอมน้ำ ให้ฉันสิงเธอเถอะนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอเดือดร้อนอีก”
หอมน้ำส่ายหน้าใจแข็ง “ไม่ค่ะ”
เสียงบุรีดังขัดขึ้น “หอมน้ำ”
หอมน้ำหันขวับไป เห็นบุรียืนมองมาอย่างเห็นอกเห็นใจ
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ”
“บอกเขาซิว่าฉันอยู่ตรงนี้” พุธกันยาบอก พลางก้าวมายืนข้างๆบุรี “ยืนอยู่ข้างๆ เขานี่”
บุรีบอกว่า “เข้าไปข้างในดีกว่า”
หอมน้ำเดินตามบุรีเข้าไปเงียบๆ
พุธกันยาโกรธ ส่งเสียงโหยหวนตามมา “หอม...ม...น้ำ...”
บุรีชะงัก หันมามองด้วยเหมือนมีเสียงหวีดหวิวแทรกลมมา
“อะไรหรือคะคุณลุง” หอมน้ำถามอย่างกระตือรือร้น
“คงเป็นเสียงลมน่ะ”
บุรีเดินเข้าไปกับหอมน้ำ

พุธกันยามองตามด้วยความโศกศัลย์ที่สามีมองไม่เห็น

บริเวณรถกับข้าวกองถ่ายด้านหลังบ้าน พิไลยืนบงการให้ลูกมือทำกับข้าว แล้วเดินมาที่ทับทิม กับเขน ซึ่งนั่งปรึกษากันเบาๆ ใต้ร่มไม้ใหญ่ไม่ไกลนัก

“แล้วตกลงหนูหอมน้ำจะได้แสดงหรือเปล่าเนี่ย”
“เขนว่าอาจจะไม่ค่ะ คุณเจคคงไม่อยากให้คนอื่นมาเสียเวลาด้วย หนังก็ใกล้จะฉายแล้ว”
“น่าเสียดาย หนูหอมแสดงเก่ง” พิไลชะงัก “เอ๊ะ! แล้วทำไมอยู่ดีๆเกิดแสดงไม่ได้ขึ้นมาล่ะ”
“เขาเรียกว่า “ผีเข้าผีออก” ไงป้า”
เขนเอาศอกกระทุ้งทับทิม
“งั้นตอนนี้ก็แปลว่าผีออก แต่ไม่เป็นไรออกได้ก็เข้าได้” พิไลพูดขำๆ
“คงไม่แล้วละค่ะ”
“ป้า มาชิมต้มเลือดหมูหน่อยซิ เม้าท์อยู่นั่นแหละ” ลูกมือร้องเรียกพิไล
พิไลบ่นกระปอดกระแปดขณะเดินไป “ชิมกันไม่เป็นบ้างเลยเรอะ! อะไรก็ป้า...ป้า...”

ตรงมุมห้องดูทีวี ในบ้านเวลานี้ แจ่มยกถาดน้ำ และผลไม้มาวางให้หอมน้ำ อีกมุมเยาวภายืนแอบฟังอยู่อย่างเงียบเชียบ
“เอากาแฟไหม” บุรีถาม
“ไม่ค่ะ...หอมไม่ทานกาแฟ”
เยาวภานิ่วหน้าฉงนฉงาย
บุรีเองก็แปลกใจ “แล้วทำไม...” แต่หยุดชะงักเท่านั้น
“อะไรหรือคะ”
“ไม่มีอะไร เมื่อกี้ลุงเห็นหนูเข้าฉาก...”
หอมน้ำถอนใจยาว “หอมคงไม่ได้เล่นอีกแล้วละค่ะ ดีเหมือนกัน หอมอยากเป็นแค่เด็กฝึกงานธรรมดาๆ ชีวิตไม่ต้องวุ่นวาย”
“แต่หนูเคยแสดงเก่ง”
“บังเอิญมากกว่าค่ะ”
“ไม่หรอก ไม่บังเอิญแน่ ลุงเคยเห็นพุธกันยาแสดงมาก่อน หนูมีพรสวรรค์เหมือนเขาไม่มีผิด”
หอมน้ำหลบตาบุรีแบบมีพิรุธ

ในห้องทำงานวดีตอนนี้ เจ้าแม่บันเทิงหัวเราะออกมาอย่างถูกอกถูกใจ
“งั้นเรอะ เด็กนั่นแสดงไม่ได้ ก็เป็นโอกาสของยัยเอิงน่ะซิ ขอบใจมากนะฟ้า”
วดีวางโทรศัพท์ลงสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง แล้วกดโทรศัพท์ภายใน
“ลิซซี่! เข้ามาหน่อยซิ”
ไม่นานนักเสียงเคาะประตูดังขึ้น แล้วลิซซี่เดินเข้ามา
“คุณวดีมีอะไรจะใช้ลิซซี่หรือคะ”
“ยังเอิงอยู่ที่ไหน หายหัวไปตั้งแต่เช้า โทรศัพท์ก็ปิด”
“ไม่ทราบค่ะ ลิซซี่ก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน”
“งั้นก็โทร. ตามเรื่อยๆ บอกว่าฉันมีข่าวดี”
“ข่าวดีอะไรคะ”
วดีมองลิซซี่หัวจรดเท้า ประมาณว่า “อย่าเสือก”
ลิซซี่ยิ้มแห้งๆ แล้วเดินออกไป

ศวัสกำลังล้างมืออยู่มุมห้องตรวจ ขณะโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะสั่น เป็นสัญญาณเรียกเข้า
พยาบาลผู้ช่วยบอก “โทรศัพท์ค่ะ คุณหมอ”
ศวัสพยักหน้า เดินมาหยิบขึ้นรับด้วยสีหน้ายิ้มนิดๆ
“สวัสดีครับคุณอา เมื่อไหร่จะมาใส่ฟันครับ”
เกสรโทร.มาจากบ้านที่ต่างจังหวัดหัวเราะคิกคัก “พร้อมเมื่อไหร่ก็จะไปจ้ะ นี่ วานอะไรหน่อยได้ไหมคุณหมอ”
“ได้ครับ”
“พ่อไอ้หอมเขาอยากได้รูปพุธกันยาตอนที่เล่นเรื่อง “รักด้วยเลือด” น่ะ ที่บ้านมีหรือเปล่า! ถ้ามี...”
ศวัสมีสีหน้าเปลี่ยนไปตั้งแต่ประโยคแรก เขาขัดขึ้นทันที “ไม่มีครับ”
“ไม่มีก็ไม่เป็นไร ขอบใจนะ”
เกสรวางโทรศัพท์แล้วหันมาบอกโสภณซึ่งฟังอยู่ใกล้ๆ
“ฉันบอกแล้วว่าไม่มี”
“เอ มันน่าจะมีนะ”

ศวัสค่อยๆ วางโทรศัพท์ลง ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

อ่านต่อหน้า 2

ใยกัลยา ตอนที่ 5 (ต่อ)

คุยกันต่ออีกสักครู่หนึ่ง หอมน้ำจึงขยับตัว และไหว้ลา ขอตัวกับบุรี

“ขอบพระคุณคุณอามากค่ะที่ให้กำลังใจหอม หอมต้องขออนุญาตไปทำงานแล้ว”
เยาวภายังคงแอบฟังอย่างตั้งใจ
“ไปเถอะ จำไว้ว่าทำให้เต็มที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”
“ค่ะ”
หอมน้ำลุกเดินไป โดยมีสายตาบุรีมองตามด้วยสีหน้าครุ่นคิด เยาวภาเดินออกไปจากที่นั่นเงียบๆ

หอมน้ำก้าวออกมาตรงซุ้มพุดซ้อน ขณะที่เขนกำลังจะเดินเลี้ยวมุมตึกออกไป เหมือนเขนมาตามหาหอม
น้ำแต่ไม่พบ จึงกลับออกไป
หอมน้ำรีบเรียก “เขน”
เขนหันมาแล้วรีบเดินตรงมาที่เพื่อน ในมือถือโทรศัพท์ของหอมน้ำ
“แม่หอมโทรมาเมื่อกี้” พลางส่งโทรศัพท์คืนให้
หอมน้ำรับมาพลางถาม “โทร.มาทำไม”
“เห็นบอกว่าให้หอมช่วยขอโทษคุณหมอฟันทันตแพทย์ให้หน่อย”
หอมน้ำถึงกับสะดุ้ง “เรื่อง”
เขนถอนใจเฮือก “คือแม่แกโทร..มาขอรูปคุณพุธกันยา ตอนที่เล่น “รักด้วยเลือด” น่ะ”
หอมน้ำตกใจ “โอ๊ย! ตายแล้ว”
“แล้วทีนี้แกเพิ่งจะนึกได้ว่าเฮียคงโกรธ เลยพยายามโทร.มาขอโทษแต่เฮียไม่ยอมรับสาย”
หอมน้ำถึงกับทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง
“ตอนนี้คุณหมอฟันทันตแพทย์คงเกลียดทั้งตระกูลหอมเลย...แม่นึกยังไงถึงได้...เฮ้อ”
“ก็คงนึกว่าลูกคงจะภาคภูมิใจในตัวแม่น่ะซิ หารู้ไม่ว่าเขามีปมขัดแย้งกันอยู่”
หอมน้ำเครียด กุมขมับ “แล้วให้หอมไปขอโทษแทน...หน้าหอมเขายังไม่อยากจะมอง”
เสียงพุธกันยา ดังขึ้น “ให้ฉันสิงซิ! จะได้อธิบายให้เขาฟัง”
หอมน้ำหันไปมองตามเสียง ไอเย็นจางๆ เริ่มลอยออกจากปากและจมูก เขนหันไปมองตาม หอมน้ำบอกอย่างเด็ดเดี่ยว
“ไม่ค่ะ”
“เธอจะปล่อยให้ศวัสเข้าใจผิดหรือไง”
“ยังไงคุณหมอก็เกลียดขี้หน้าหอมอยู่แล้ว...แค่เข้าใจผิดเพิ่มขึ้นอีกสักอย่างก็คงไม่เป็นไร!...ไปกันเถอะเขน”
หอมน้ำลุกขึ้นจูงเขนออกไป
พุธกันยาโกรธมองตามด้วยนัยน์ตาเป็นประกายสีแดงวาบด้วยความไม่พอใจ
“ถ้าไม่ยอมฉันจะอาละวาดให้ดู”

สองสาวเดินตรงมาที่บริเวณรถกับข้าว ซึ่งพิไลกำลังตักต้มเลือดหมูร้อนๆ ส่งให้อุมาพร้อมกับเม้าท์เรื่องผีตามเคย
“ทำยังไงฉันถึงจะได้เห็นบ้างนะ” พิไลว่า
ทับทิมสะดุ้ง “ขนลุก”
อุมาสะดุ้งด้วย “จะบ้าเรอะ ป้า”
หอมน้ำถามขึ้นว่า “เจอะอะไรหรือคะป้า”
“ป้าไลเขาอยากเจอผีดาราในดวงใจ” อุมาแดกดัน
สองสาวสบตากันแวบหนึ่ง เขนลงนั่งกินต้มเลือดหมูที่กินค้างไว้ต่อ
“ใช่ ป้าน่ะจะจุดธูปบอกทุกคืนจนกว่าจะมาปรากฏตัวให้เห็น หนูหอม...หิวหรือยัง” พิไลเอาใจ
“ยังค่ะ”
คัมภีร์ยื่นชามที่กินหมดแล้วส่งให้พิไล “ขออีกชามซิป้า”
พิไลบ่น “ใจคอจะไม่ให้คนอื่นกินบ้างเลยเรอะ”
ขณะที่ทั้งหมดคุยกัน น้อย ธุรกิจกองเดินเข้ามา
“น้องหอม...คุณเจคให้มาตามจ้ะ”
หอมน้ำหน้าเสีย ขณะที่ทุกคนมองมา
เขนวางช้อน “ฉันไปเป็นเพื่อน”
“ไม่เป็นไรหรอกเขน หอมไปคนเดียวได้...คุณเจคอยู่ที่ไหนคะพี่น้อย”
“อยู่ในรถจ้ะ”
หอมน้ำพยักหน้าแล้วลุกเดินออกไป ท่ามกลางสายตาของทุกๆ คนที่มองตาม
อุมายักไหล่ “อูม่าว่าเปลี่ยนตัวชัวร์”
“ก็ไม่แน่เหมือนกัน ถ่ายไปตั้งเยอะแล้ว...แถมหอมน้ำเล่นดีอย่างไม่มีที่ติ” คัมภีร์ว่า
อุมาตั้งข้อสังเกต “แล้วทำไมอยู่ดีๆ เกิดเล่นไม่ได้ขึ้นมาล่ะ”

ทับทิมสบตากับเขน สองคนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

รถตู้ของเจคจอดอยู่ตรงนอกรั้วบ้านศวัส หอมน้ำเดินมาที่บริเวณรถตู้จอดอยู่ เปิดประตู เจคซึ่งมีบทภาพยนตร์อยู่บนตักพยักหน้าเรียก

“ขึ้นมาซิ”
หอมน้ำก้าวขึ้นรถแล้วชะงักนิดหนึ่ง ด้วยพบว่าวิญญาณพุธกันยานั่งอยู่ที่เบาะหลังสุด มองมายังตนอย่างเคร่งขรึม
“คุณเจคจะใช้อะไรหอมหรือคะ”
เจคมองหอมเขม็ง “ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเกิดเล่นไม่ได้ขึ้นมา”
หอมน้ำอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร
“ตอบไปตามความจริงซิ” พุธกันยาบอก
หอมน้ำมองไปที่พุธกันยานิ่งนาน
เจคแปลกใจท่าที มองตามแล้วหันกลับมา “มองอะไร”
หอมน้ำตอบอ้อมแอ้ม “เปล่าค่ะ เอ้อ...หอม...หอมคงไม่เหมาะสำหรับอาชีพการแสดง เพราะหอมไม่มีพรสวรรค์เลย”
เจคเลิกคิ้วฉงน “ไม่มีพรสวรรค์”
“ใช่ค่ะ”
“แล้วที่เล่นผ่านๆ มาไม่รู้กี่ฉากต่อกี่ฉากล่ะ”
หอมน้ำนิ่งอึ้ง
“เธอเล่นเหมือนนักแสดงอาชีพ” เจคบอก
“หอม...หอมไม่ทราบจะอธิบายยังไง”
“ก็บอกแล้วว่าให้พูดความจริงไป”
หอมน้ำเม้มปาก มองเลยไปที่พุธกันยาอีกที
เจคมองตามอย่างหงุดหงิด “ใครอยู่ตรงนั้นเหรอถึงได้มองเสียจริง”
“เปล่าค่ะ” หอมน้ำอ้อมแอ้มตอบ
เจคมองหอมน้ำ สีหน้าครุ่นคิดขณะถาม “ใครสอนให้เธอทำแบบนั้นก่อนเข้าฉาก”
หอมน้ำงง “ทำแบบไหนคะ”
“ทำสมาธิ...หลับตา แล้วสูดลมหายใจ 3 ครั้ง”
หอมน้ำเหลือบตามองไปยังพุธกันยาทันทีแล้วนึกได้ รีบขอโทษเจค
“ขอประทานโทษค่ะ”
เจคยังคงมองรอคำตอบ หอมน้ำตัดสินใจพูดความจริงครึ่งหนึ่ง
“หอม...หอมทำอย่างนั้นหรือคะ”
“ใช่”
“แปลกจัง หอมไม่รู้สึกตัวเลย”
เจคมองหอมน้ำ ท่าทีใคร่ครวญครุ่นคิด

ภายในรถวดี ซึ่งจอดห่างรถเจคพอสมควร วดีนั่งเบาะหลัง มีลิซซี่นั่งที่คนขับ
“นั่นไงคะ! มันออกมาแล้ว” ลิซซี่บุ้ยใบ้
สองคนเห็นหอมน้ำกำลังก้าวลงจากรถตู้เจค
“อย่างนี้นี่เองถึงแย่งบทยัยเอิงไปได้” วดีตาวาว
“ค่ะ มันกล้าถึงขนาดเอาตัวเข้าแลก” กะเทยจอมเผือกผสมโรง
“ไปตามมาซิ”
“ค่ะ” ลิซซี่ลงจากรถไป

ขณะที่หอมน้ำจะเดินกลับเข้าบ้าน
“น้องหอมน้ำจ๊ะ น้องหอมน้ำ” ลิซซี่วิ่งไล่ตาม
หอมน้ำหยุดเดินหันกลับมามองยกมือไหว้ในฐานะสื่อ
ลิซซี่ทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ “แหม ถึงกับมึนเลยหรือจ๊ะ”
“พี่แลซซี่” หอมน้ำทัก
กะเทยจอมเผือกสะดุ้ง “ลิซซี่ค่ะ! แล็ซซี่มันชื่อน้องหมา” พลางคว้ามือหอมน้ำหมับ “ตามพี่แลซซี่ เอ๊ย ลิซซี่มาค่ะ”
“ไปไหนค่ะ”
ลิซซี่ลากแขนหอมน้ำไปจนถึงรถเก๋งวดี เปิดประตูผลักหอมน้ำเข้าไป
“อุ๊ย” หอมน้ำตกใจ

ลิซลี่อ้อมไปนั่งที่คนขับและปิดประตู

หอมน้ำไหว้งงๆ มองวดีทั้งแปลกใจและตกใจ
 
“คุณ”
วดียิ้มเยือกเย็น “เพิ่งเห็นหน้าชัดๆ วันนี้เอง หน้าจืดๆ อย่างนี้น่ะเหรอที่บังอาจมาแย่งบทของหลานสาวของฉันไป”
“หอมไม่ได้แย่งค่ะ...หอม”
วดีไม่สนยังคงพูดด้วยสีหน้า แววตาเยือกเย็น
“รู้มั้ยว่าน้องเอิงอยากเล่นบทนี้มาก แล้วเขาก็เสียใจมากที่โดนปลดกลางอากาศ”
“แถมคนที่มาแทนก็เป็นอีแค่เด็กฝึกงาน มันเสียมั้ยล่ะยะ” ลิซซี่เสริม
วดีเอนตัวพิงพนัก “ฉันอยากให้เธอถอนตัว”
หอมน้ำนิ่วหน้ามองวดีด้วยความแปลกใจ
“ทำไม ขมวดคิ้วนิ่วหน้าทำไม หรือว่าไม่พอใจฉัน”
“ช่างกล้านะยะ รู้หรือเปล่าว่าคุณวดีเป็นใคร มีอิทธิพลขนาดไหน” ลิซซี่ขู่ในที
หอมน้ำรีบปฏิเสธ “หอม”
มีใครคนหนึ่งเคาะกระจกรถ สามคนหันไปมองพร้อมๆ กัน พบว่าเป็นเจคที่กำลังก้มลงมองเข้ามาภายใน
ลิซซี่เสียงสั่น “ตายแล้ว! ทำยังไงดีคะ”
วดีเปิดประตูก้าวออกไป

วดีปั้นสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ขณะพยักหน้าเรียกหอมน้ำอย่างใจดี
“หอมน้ำ...ลุกมาซิจ๊ะ”
หอมน้ำก้าวลงมาจากรถ
“เด็กใหม่คุณใสซื่อน่าเอ็นดูจังค่ะ วดีเห็นเดินอยู่แถวๆนี้เลยเรียกมาคุย”
เจคไม่เชื่อมองหน้าวดีเขม็ง
“คุณไม่มีสิทธิ์จะมาวุ่นวายกับคนในกองถ่ายของผม”
“แหม วุ่นวายที่ไหนกัน วดีแค่เห็นหอมน้ำน่าเอ็นดู แต่เอ๊ะ ได้ข่าวว่าเล่นไปเล่นมาชักจะไม่ได้เรื่องแล้วใช่ไหมค่ะ”
เจคนิ่วหน้า “ใครบอกคุณ”
“วดีรู้ก็แล้วกัน ถ้าหากเจคจะเปลี่ยนตัว...”
เจคสวนคำทันทีอย่างใจเย็น “ใครบอกว่าผมจะเปลี่ยน”
วดีชะงัก หอมน้ำเองก็มองเจคอย่างแปลกใจ
“หอมน้ำเหมาะกับบทนี้มากที่สุด” เจคหันมาทางหอมน้ำ “ไป หอมน้ำ เตรียมตัวถ่ายฉากต่อไปได้”
หอมน้ำเดินไปงงๆ กับท่าทีของเจค
“จะเข้าไปดูไหมวดี”
วดีเม้มปากแน่น “ไม่ค่ะ วดีมีธุระ”
วดีเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง รถแล่นออกไป เจคมองตามแล้วเดินกลับเข้าบ้าน

หอมน้ำกำลังยืนเล่าเรื่องให้เขนฟัง ขณะที่เจคเดินตรงมา สองสาวเงียบลงทันใด
“ตั้งใจเล่นให้ดี อย่าให้ฉันขายหน้าเด็ดขาด”
เจคเดินเลยไป สองสาวมองตามแล้วหันมามองหน้ากัน
“ทำไงดี” หอมน้ำเครียด
“มีอยู่ 2 ทาง หนึ่งยอมให้คุณพุธกันยาแกสิง”
หอมน้ำปฏิเสธทันที “ไม่”
“งั้นก็ใช้ความสามารถของตัวเอง”
“หอมไม่มีความสามารถ...เขนก็รู้” สีหน้าหอมน้ำ ดูออกว่ากลุ้มสุดๆ “ทำไงดี”
เขนส่ายหน้า
หอมน้ำตัดสินใจ “หอมจะกลับหอ”
เขนตกใจ “เฮ้ย แล้วทางนี้ล่ะ”
“หอมไม่สนแล้ว”
“ไม่สนได้ยังไง! หอมเป็นคนรับผิดชอบนี่นา...”
หอมน้ำนิ่งอึ้งไป
“เอาอย่างนี้...หอมยอมให้คุณพุธกันยา”
หอมน้ำตอบอย่างเด็ดเดียว “หอมบอกไปแล้วว่าไม่”
เขนถอนใจเฮือก

“หอมจะลองพยายามอีกสักครั้ง”

ตรงมุมเก้าอี้ผู้กำกับ เจคกำลังสั่งงานโค้กอยู่ ขณะเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เจคหยิบขึ้นมาดูแล้วรับสายด้วยสีหน้าเฉยเมย

“มีอะไรอีกหรือวดี”
วดีโทร.มาจากรถ ที่ลิซซี่ขับแล่นมาตามทาง “วดีให้โอกาสเจคอีกครั้ง เจคจะให้ยังเอิงกลับมาเล่นไหม”
“ดูเหมือนผมจะพูดชัดแล้วว่า...ไม่”
โค้กเหลือบตามองเจคแวบหนึ่ง
“คุณว่างมากหรือไงถึงได้เรียกหอมไปข่มขู่”
เสียงวดีดังออกมาอย่างฉุนเฉียว “อ้อ มันฟ้องคุณเรอะ”
“หอมน้ำไม่จำเป็นต้องฟ้อง เพราะแค่เห็นพวกคุณช่วยกันต้อนเขาเข้าไปในรถมันก็ฟ้องด้วยภาพอยู่แล้ว”
วดีหัวเราะระรื่น “แล้วที่คุณเรียกเด็กนั่นเข้าไปคุยกันตามลำพังในรถล่ะ มันฟ้องด้วยภาพเหมือนกันหรือเปล่าถ้าคุณไม่ยอมเปลี่ยนให้หลานฉันกลับไปเล่นบทนั้น ภาพนี้จะออกสื่อทุกฉบับ ขอบอกก่อนว่าฉันไม่ได้ขู่ แต่จะเอาจริง”
เจคอึ้งไป ในระหว่างนี้พุธกันยาปรากฏตัวขึ้น โดยไม่มีใครเห็น
“คิดดูให้ดีนะคะเจค ฉันกำลังถือไพ่เหนือคุณอยู่”
“กี่ปีๆ สันดานชั่วร้ายของคุณก็ไม่เคยเปลี่ยน”
“ขอบคุณที่ชม เก็บไปคิดดูให้ดี หนังของคุณทุกเรื่องจะดังหรือจะดับมันขึ้นอยู่กับฉัน ฉันสามารถทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง ตั้งแต่ให้ร้ายคุณ บอยคอตไม่ลงข่าวหนังคุณ เพียงแค่นี้หนังคุณก็จะดับสนิท บริษัทคุณก็จะเจ๊ง”
เจคปิดโทรศัพท์ด้วยสีหน้าท่าทางโกรธจัด
“มีอะไรหรือครับ” โค้กถาม
เจคไม่ตอบ แต่เดินออกไปจากที่นั่น โค้กมองตามงงๆ และพุธกันยายืนกอดอกสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด

ฝ่ายวดีหัวเราะเจื้อยแจ้ว โดยลิซซี่ประสานเสียงเข้ามา
“เรียบร้อยใช่ไหมคะ คุณวดีขา”
“ถ้าฉันลงมือเองเสียอย่าง เคยมีอะไรที่ไม่เรียบร้อยบ้าง” เจ้าแม่บันเทิงว่า
ทั้งคู่หัวเราะขำกลิ้ง

ตรงซุ้มต้นพุดซ้อน หอมน้ำกำลังปรับทุกข์กับเขนและทับทิม หน้าเครียดอยู่
“หอมก็เข้าใจนะว่าคุณเจคพยายามจะช่วยหอม แต่หอมก็รู้ตัวว่าจะต้องทำให้เขาผิดหวังแน่ๆ หอมมันไม่เอาไหน”
“ใจเย็นๆ ฮ่ะ ถ้าน้องหอมอยากช่วยคุณเจคเป็นการตอบแทนก็ต้องเล่นหนังให้เต็มที่ซีฮ้า ง่ายนิดเดียว”
“แต่นั่นมันขัดกับอุดมการณ์ของหอม หอมไม่อยากผิดคำพูด”
เสียงพุธกันยาดังขึ้น “คำพูดก็คือลมชนิดหนึ่งที่ออกมาทางปาก...เขาเรียกว่าลมปากไง”
หอมน้ำชะงัก มีไอเย็นลอยออกจากจมูก ขณะหันขวับไปมองตามเสียง
ทับทิมมองแล้วกระโดดเข้าเบียดเขนทันทีที่เห็นท่าทางของหอมน้ำ
เขนถามเสียงเบา “มาแล้วหรือหอม”
พุธกันยาปรากฏตัวขึ้น
“แล้วฉันเชื่อว่าลมมันมีความแน่นอนที่ไหน แถมยังเบาหวิวไม่มีน้ำหนักเช่นเดียวกับคำพูดคนที่วันนี้พูดอีกอย่าง”
“แต่นั่นไม่ใช่หอมค่ะ”
พุธกันยายักไหล่เล็กน้อย “เมื่อกี้นังสุรี มันโทร.มาขู่เจค”
หอมน้ำงง “ใครหรือคะ”
“ขอโทษที นังสุรีคือนังวดีนั่นแหละ เดิมมันชื่อสุรี ช้อยนิ่ม มันโทร.มาขู่ว่าจะทำลายชื่อเสียงและอาชีพของเจค รวมทั้งเธอด้วย”
หอมน้ำเบิกตากว้าง
เขนกระซิบถาม “เขาพูดอะไรน่ะหอม”
“ถ้าเธอยอมให้ฉันสิง ฉันจะปิดปากมันเอง”
คำพูดนั้นทำเอาหอมน้ำสะดุ้ง “คุณจะ...จะฆ่าเขาหรือคะ”
เขนและทับทิมยกมือปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ
นัยน์ตาพุธกันยาแดงวาบขึ้นมาอย่างหงุดหงิด
“ฉันไม่ใช่วิญญาณฆาตกร”
หอมน้ำไหว้ “ขอประทานโทษค่ะ”
“แต่ก็ต้องมีการสั่งสอนกันบ้าง” แววตาพุธกันยาวาวโรจน์ แลดูน่ากลัวเป็นที่สุด

ระหว่างที่เจคและโค้กกำลังปรึกษากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ตรงมุมเก้าอี้ผู้กำกับและผู้ช่วย หอมน้ำเดินเข้ามาด้วยสีหน้าท่าทางค้อนข้างกังวล
“อ้าว...น้องหอม”
เจคหันมามองด้วยแววตาเป็นคำถาม
“เอ้อ...หอม หอมพร้อมจะเข้าฉากต่อไปแล้วค่ะ”
โค้กยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ ในขณะที่เจคมีสีหน้าผ่อนคลายลง แล้วพยักหน้า

“งั้นก็ไปกันเลย”

พุธกันยาซึ่งปรากฏตัวอยู่ข้างหลังหอมน้ำ มีสีหน้ามาดหมาย

อ่านต่อหน้า 3

ใยกัลยา ตอนที่ 5 (ต่อ)

ถัดมาไม่นาน หอมน้ำเข้าฉากกับลูกนัทในลักษณะที่ลูกนัทกำลังต่อว่าหอมน้ำอย่างรุนแรง หอมน้ำพยายามแก้ตัว บีบน้ำตา ดราม่าใส่ เพื่อให้ขวัญอนงค์เชื่อ

ในฉากต่อมา หอมน้ำกำลังขอโทษเพลินพิศกับอธิป ซึ่งอธิปนั้นโกรธจัด
ฉากสุดท้าย หอมน้ำพยายามสารภาพรักกับธันวา แต่ธันวาตัดรอนอย่างไม่มีเยื่อใยและเดินจากไป หอมน้ำเสียใจ ทรุดลงร้องไห้ใจจะขาด

ด้านนอกยังมีการถ่ายทำต่อ ขณะหอมน้ำซึ่งถูกพุธกันยาสิง เดินกลับเข้ามาในห้องแต่งตัว ตามด้วยเขน
ทับทิมซึ่งกำลังทำเสื้อผ้าต่อเนื่องเงยหน้าขึ้นมอง
“ถ่ายเสร็จแล้วเหรอ”
เขนยกนิ้วแตะปากเป็นเชิงบอกให้ทับทิมเงียบ ทับทิมมีสีหน้าตกใจ ขณะเขนหยิบสร้อยพระออกมากำไหว้มองหน้าหอม
“หมดเวลาแล้วค่ะ” สินีนุชเอ่ยขึ้น
หอมน้ำไหวไหล่ แล้วพุธกันยาก็ออกมาจากร่างหอมน้ำไป ร่างหอมน้ำทรุดลง เขนทรุดตัวลงช่วยประคองเพื่อน หอมน้ำลืมตาขึ้นมองเขน แล้วเลยไปที่พุธกันยาซึ่งนั่งกอดอกอยู่ใกล้ๆ ทับทิม อาการนั้นทำเอาทับทิมสะดุ้งทำหน้าเลิกลัก
“น้อง น้องหอม...ทำ...ทำไมมองมาที่ข้างๆ พี่ทับละฮะ” ทับทิมเสียงสั่น
“ฉันทำตามสัญญาแล้ว พอหมดคิวก็ออกจากร่างเธอทันทีเลย!ฉันไปละ”
ร่างพุธกันยาเลือนหายไป ทับทิมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เสียให้ได้ พยายามจะลุกแต่ตัวก็แข็งอยู่กับที่
“เขาไปแล้วค่ะพี่ทับ” หอมน้ำบอก
ทับทิมน้ำตาไหลพรากๆ “เหรอ ค่อยยังชั่ว”
“พี่ทับร้องไห้ทำไมคะ”
“ก็พี่กลัว...กลัวมาก ยิ่งน้องหอมมองมาข้างๆ พี่...”
ทับทิมยังพูดไม่จบ อธิปเดินเข้ามา ตามด้วยเพลินพิศซึ่งหน้าตางอหงิก โดยสองคนยังอยู่ในชุดเข้าฉาก
หอมน้ำ เขน และทับทิมมองด้วยความแปลกใจ
“น้องเขน พี่ทับ กรุณาออกไปก่อนได้ไหมครับ” อธิปบอก
เขนกับทับทิมมองอย่างแปลกใจและไม่ไว้ใจ
“รับรองว่าน้องหอมน้ำจะไม่มีอันตรายเด็ดขาด ผมขอเอาเกียรติเป็นประกัน” อธิปว่า
“ไม่เป็นไรหรอกเขน พี่ทับ”
เขนและทับทิมเดินออกไป

สองสาวเดินออกมาหน้าห้องแต่งตัว ทับทิมปิดประตูลงเบาๆ
“อยู่แถวๆนี้แหละพี่ทับ”
ทับทิมพยักหน้า

สามคนอยู่ในห้องแต่งตัวด้วยกัน
อธิปหันหน้ามาทางเพลินพิศ “พูดซิเพลิน”
“ขอโทษ” เพลินพิศสะบัดหน้าพูดกระชากเสียง ใบหน้าบึ้งตึง
หอมน้ำชะงักเหมือนไม่เชื่อหู
“พูดให้ดีๆ หน่อยซิ” อธิปบอก
“ก็เสียงเพลินเป็นอย่างนี้นี่ จะเอาอะไรกันนักหนา แค่เพลินขอโทษนี่ก็บุญแล้ว”
อธิปขยับจะพูดอีก
หอมน้ำรีบขัดขึ้น “ไม่เป็นไรค่ะ”
“ไม่ได้ ไหนๆ จะขอโทษก็ควรจะพูดดีๆ”
“โอ๊ย จะอะไรกันนักกันหนายะ! เขาบอกว่าไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แล้วก็ยังมาเจ้ากี้เจ้าการอีก อยากจะเป็นพระเอกนักเรอะไง ทุเรศ”
เพลินพิศสะบัดหน้าเดินหนีออกไป ปิดประตูกระแทกดังปัง จนหอมน้ำกับอธิปถึงกับสะดุ้ง

เพลินพิศเดินกระแทกเท้าปังๆ ออกมา หน้าตาบึ้งตึงหงุดหงิดจนทับทิมและเขนหลบแทบไม่ทัน
“ไอ้บ้า” เพลินพิศด่าอธิป
ทับทิมกับเขน ค่อยๆ โผล่หน้าออกมามองตาม

ส่วนในห้องแต่งตัวหอมน้ำไหว้อธิป “ขอบคุณมากนะคะ”
อธิปยิ้มกรุ้มกริ่มทำเนียนจับมือที่พนมนั้นอย่างใจดี
“ก็บอกแล้วไงว่าพี่จะเป็นพยานให้”
หอมน้ำตะลึง “คุณไก่”
อธิปบีบมือหอมน้ำเบาๆ ขณะแก้ให้ว่า “พี่ไก่ค่ะ...”
หอมน้ำค่อยๆ ดึงมือออกแบบเนียนๆ เช่นกัน
“พี่ไก่ทำยังไงคะ...วันนั้นเขายังไม่ยอมเลย”
อธิปทำหน้าเจ้าเล่ห์ “แต่วันนี้เขาต้องยอม เพราะพี่ขู่ว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกนักข่าว เพลินเขาสร้างภาพให้คนภายนอกเชื่อว่าเขาเป็นคนดีเหมือนกับบทบาทในละคร เขาเลยยอมมาขอโทษหอมโดยมีข้อแม้ว่าต้องไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย”
“ถึงยังไงก็ต้องขอบคุณพี่มากค่ะ”
อธิปยื่นมือจะมาจับอีก
ประตูเปิดออก ทับ เขนเข้ามาจนอธิปดึงมือกลับแทบไม่ทัน หน้าตาเจื่อนๆ กับสายตารู้ทันของทับทิมที่มองเขม็ง
“อะไรกันหรือฮ้า”
อธิปฉุนนิดๆ ที่ถูกขัดคอ แต่ก็ฝืนยิ้ม “พี่ไก่ขอตัวกลับก่อนนะคะ...น้องหอมแล้วพรุ่งนี้พบกัน”
หอมน้ำไหว้ “ค่ะ”
อธิปรับไหว้ แล้วเดินไปที่ประตู
“ลาน้องหอมคนเดียว...คนอื่นเขาเสียใจนะฮ้า” ทับทิมแดกดัน
อธิปเปิดประตูออกไปโดยไม่สนใคร เขนถามทันที

“มีอะไรหรือหอม”

ส่วนที่ร้านกาแฟข้างโรงพยาบาลตอนค่ำ บรรยากาศในนั้นค่อนข้างเงียบสงบ ศวัสซึ่งนั่งอยู่นานแล้ว ยกนาฬิกาขึ้นดู ตรงหน้า มีน้ำและอาหารอื่นๆ วางอยู่ ศวัสถอนใจอย่างหงุดหงิด เมื่อยังไม่ถึง 3 ทุ่มเสียที

เลิกกองแล้ว เหล่าดาราเดินออกมาและตรงไปที่รถใครมัน
บรรดาแฟนคลับที่คุยกันอยู่ รวมทั้งกนกรัตน์ รีบกระจายกันมาทักทาย ถ่ายรูป มอบขนมและตุ๊กตารวมทั้งดอกไม้ให้ดาราในดวงใจ ซึ่งดาราทั้งหลายต่างก็พูดคุยเป็นกันเองกับแฟนคลับเป็นอย่างดี บรรยากาศชื่นมื่น

ส่วนที่ห้องแต่งตัว สามสาวช่วยกันเก็บของ หอมน้ำมีสีหน้ากลัดกลุ้ม แถมลังเลมากๆ
“หอมจะทำยังไงดี จะขอโทษคุณหมอฟันทันตแพทย์ หรือว่าจะปล่อยให้มันผ่านไป”
“พี่ทับว่า let it be ปล่อยให้มันผ่านไปดีกว่าค่ะ” ทับทิมแนะ
หอมน้ำหันมามองคอสตูมใจดี
“ไม่ได้เด็ดขาด” เขนบอก
หอมน้ำ กะทับทิม หันมามองเขน
“เพราะมันไม่ถูกต้อง คนเราต้องยึดความถูกต้องไว้ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม”
“แหม! เรื่องนี้คุณหมอเขาคงไม่เก็บมาคิดให้รกสมองร้อก”
หอมน้ำหันมามองทับทิม
“เฮียเขาอาจไม่คิด แต่ที่แน่ๆ อาหมวยของเราต้องคิด”
หอมน้ำหันมามองเขน
“เพราะนางเป็นคนคิดมาก แล้วเมื่อคิดมาก นางก็จะกลุ้มไม่รู้จบ แล้วเขนก็จะพลอยปวดหัวไปด้วย”
“อยู่ที่น้องหอมละค่ะ น้องหอมต้องเลือกเอาเองว่าจะทำยังไง”
หอมน้ำมองทางโน้นที ทางนี้ที แล้วถอนใจเฮือกใหญ่

ไม่นานต่อมา ตรงบริเวณในซอยใกล้บ้านศวัส สามคนนั่งกันอยู่ข้างทาง สีหน้าแต่ละคนลังเล อึดอัด และลุ้นระทึก ขณะที่ชะเง้อมองไปทางปากซอย
สักพักหนึ่ง แล้วรถศวัสแล่นเข้ามา
เขนโล่งใจ “มาแล้ว”
หอมน้ำจ๋อยลงไปอีก เมื่อถึงเวลาจริงๆ เขนรีบลุก พาหุ่นตุ้ยนุ้ยไปโบกไม้โบกมือกลางถนน
หอมน้ำตกใจ “เขน”
ทับทิมก็ตกใจไม่ต่างกัน “ว้าย น้องเขนขา”
รถศวัสชะลอลง จนจอดสนิท แล้วเลื่อนกระจกหน้าต่างเลื่อน หน้านิ่วคิ้วขมวดใส่เขน
“มันเรื่องอะไรกัน”
“หอมเขาอยากจะปรับความเข้าใจกับเฮีย เอ๊ย คุณหมอค่ะ”
ขณะเขนพูด ทับทิมจับข้อมือหอมน้ำลากมายืนข้างๆ เขน โดยอาการหอมน้ำยังดูตกใจ หน้าตาซีดเซียว
“มาแล้วค่ะ” เขนบอก
ศวัสเลื่อนสายตาอันเย็นชามาที่หอมน้ำ เด็กสาวยิ่งดูหวาดกลัวหนักขึ้นไปอีก
“เอ้า! พูดไปเลย หอม” ทับทิมบอก
หอมน้ำพยายามจะพูด แต่ก็ไม่มีเสียงออกมา
ทับทิมเร่ง “พูดซีฮะ...น้องหอม”
หอมน้ำทำหน้าเหยเกจะร้องไห้เสียให้ได้ ในขณะที่เขนและทับทิมช่วยกันเร่ง
ศวัสปลดล็อก ขณะมองหอมน้ำ “ขึ้นรถ”
หอมน้ำหันมามองหน้าเขนและทับทิม สองสาวพยักพเยิดให้หอมน้ำทำตาม
หอมน้ำหันมาสบตาศวัส สูดลมหายใจยาว “พูดตรงนี้ก็ได้ค่ะ”
ศวัสเสียงเขียวขุ่นกว่าเก่า “บอกให้ขึ้นรถ”
หอมน้ำกลืนน้ำลาย เดินจ๋อยๆ มาขึ้นรถตามคำสั่ง
ศวัสหันหน้ามาที่เขนและทับทิม “เราสองคนด้วย”
ทับทิมและเขนรีบขึ้นรถทันที ศวัสขับรถออกไป

ศวัสเดินนำ สามคนเข้ามาในห้องรับแขก แจ่มซึ่งเดินออกมารับเจ้านายมีสีหน้าประหลาดใจ
“อ้าว”
“แจ่มช่วยหาของให้เพื่อนหอมน้ำกินไปก่อน”
“ค่ะ” แจ่มหันมาทาง 2 สาว “เชิญค่ะ”
สองคน เดินตาม หอมน้ำขยับรีบก้าวตาม
ศวัสคว้าแขนไว้ทันที “ไม่ต้องไป”
หอมน้ำหน้าเหยเกพูดเหมือนไม่รู้จะพูดอะไรดี “เหรอคะ”
“มานี่”
ศวัสดึงแขนหอมน้ำให้ตามไป

ฝ่ายแจ่มเดินนำ สองสาวเข้ามาในครัว
“คุณลุงไม่อยู่หรือคะ พี่แจ่ม” เขนถาม
“เห็นบอกว่าจะไปทานข้าวกับเพื่อนน่ะค่ะ จะทานอะไรดี”
“เอาที่พี่แจ่มสะดวกทำน่ะค่ะ” ทับทิมบอก
“งั้นไข่เจียวละกัน พี่แจ่มจะกินด้วย”
“ดีเลย มา เขนจะตีไข่ให้”

สามคนกระตือรือร้น ทำกับข้าวกันไป เหมือนลืมหอมน้ำเสียสนิท

ศวัสกอดอกมองหอมน้ำนิ่งอยู่อย่างนั้น หอมน้ำยืนบิดมือไปมาด้วยความอึดอัด

“มีธุระอะไรกับฉัน”
“คือ หอม...หอมอยากจะขอโทษเรื่องที่พ่อกับแม่โทร.มาขอรูปคุณแม่คุณหมอฟัน...เอ้อ...คุณหมอน่ะค่ะ”
ศวัสถอนใจยาว แล้วเดินไปด้านชิดขอบหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปข้างนอก
หอมน้ำมองอิริยาบถนั้นอย่างแปลกใจ
ศวัสนิ่งอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นในที่สุด แต่ก็ยังไม่หันมา
“เธอมีครอบครัวที่อบอุ่น เธอไม่เข้าใจหรอก ฉันไม่ชอบให้ใครรื้อฟื้นประวัติครอบครัวฉันขึ้นมาอีก มันไม่ใช่เรื่องที่น่าจดจำนักหรอก”
“ถ้าหมายถึงเรื่องที่คุณพุธกันยา เอ้อ...”
ศวัสเหลียวขวับมาทันที “หยุด”
หอมน้ำสะดุ้งเฮือก ด้วยความตกใจ
“ฉันไม่อยากฟังเรื่องผีสางบ้าบออะไรนั่นอีก”
“อุ้ย! อย่าพูดอย่างนั้นค่ะ เดี๋ยวคุณพุธจะเสียใจ ท่านอาจจะอยู่แถวๆนี้...”
“ไหนล่ะ บอกให้ท่านส่งสัญญาณมาซิ”
หอมน้ำมีท่าทีกระตือรือร้นทันที “ได้ค่ะ เพราะระยะหลังๆ มานี่ ท่านสามารถส่งสัญญาณให้รู้ว่าท่านอยู่ในที่นั้นๆ ได้...” เด็กสาวมองไปโดยรอบพลางร้องเรียก “คุณพุธกันยาคะ คุณพุธกันยา”
ทุกอย่างเงียบสนิท
“คุณพุธกันยา ช่วยส่งสัญญาณให้คุณหมอเห็นด้วยค่ะ คุณพุธกันยา”
หอมน้ำพยายามเรียก ขณะที่ศวัสกอดอกมองเพ่งพิศ

เหตุที่ไม่เจอ ด้วยพุธกันยาพาตัวเองมาอยู่ที่ร้านอาหารหรูแห่งนี้
บริกรยกอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะบุรีและขวัญอนงค์ โดยมีพุธกันยานั่งหน้างอหงิกอยู่ด้วย
บรรยากาศในร้านนั้นค่อนข้างสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน
บุรีตักอาหารใส่จานขวัญอนงค์ ขวัญอนงค์ก็ตักให้บุรี ท่าทางทั้ง 2 คนดูสนิทสนม และผ่อนคลาย
พุธกันยามองขวัญอนงค์ด้วยนัยน์ตาแดงวาบ

ฟากหอมน้ำพยายามเรียกหาจนอ่อนใจ โดยศวัสยังคงยืนมองเงียบๆ
หอมน้ำยอมแพ้ในที่สุด “สงสัยว่า ท่านจะไม่ได้อยู่แถวนี้ค่ะ”
ศวัสหันกลับไปเกาะขอบหน้าต่างโดยไม่พูดไม่จาอีก
หอมน้ำขยับเข้ามาใกล้อีกนิดและยกมือไหว้ “หอมขอโทษค่ะ”
ศวัสยังคงนิ่ง
“หอมและครอบครัวสร้างแต่ความเดือดร้อนใจให้คุณหมอจริงๆ หอมเหมือนไม่เคารพความเป็นส่วนตัวของคุณหมอ”
ศวัสหันกลับมามองช้าๆ
“ยอมรับแล้วใช่ไหม ว่าเธอสร้างเรื่องคุณแม่ขึ้นมาเอง”
หอมน้ำส่ายหน้าสบตาศวัสแน่วแน่และจริงใจ “คุณหมอจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามหอมขอสาบานว่าหอมไม่ได้โกหก หอมพูดความจริงทุกอย่าง”
“เธอก็รู้ว่ามันเชื่อยาก”
“ทราบค่ะ หอมถึงได้ต้องมาขอโทษคุณหมอ”
เสียงโทรศัพท์หอมน้ำดังขึ้น หอมน้ำก้มลงหยิบขึ้นมาดูและรับสาย
“ขอโทษนะคะพี่ไก่ เดี๋ยวค่อยโทร.มาใหม่ได้ไหมคะ หอมกำลังคุยธุระอยู่ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
หอมน้ำเก็บโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นมองศวัส
“หอมอยากเรียนคุณหมอว่า...”
ศวัสถามเหมือนจะไม่ได้สนที่หอมน้ำพูด “ใครโทร.มา”
“อ๋อ! พี่ไก่ อธิปค่ะ เขาเล่นเป็นพี่ชายหอม”
“ไม่ได้ถามว่าเขาเล่นเป็นอะไร ถามแค่ใครโทร.มา”
หอมน้ำอึ้ง ไม่รู้จะพูดอะไร “ค่ะ”
“อีกกี่ปีจะเรียนจบ”
หอมน้ำงงคำถาม แต่ก็ตอบ “เทอมนี้เทอมสุดท้ายแล้วค่ะ”
“จบแล้วจะเล่นละครต่อไหม”
“ไม่ค่ะ เรื่องนี้หอมตกบันไดพลอยโจน ก็จะรับผิดชอบเล่นให้จบๆ ไป”
ศวัสพยักหน้า
“เอ้อ หอมขออนุญาตกลับ”
“ไปกินข้าวกับเพื่อนก่อนซิ! แล้วฉันจะไปส่ง”

หอมน้ำมองศวัสอย่างลังเล ไม่แน่ใจ ปนประหลาดใจ

ทางฝ่ายบุรีและขวัญอนงค์ ยังคงทานอาหารกันไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน โดยทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีวิญญาณพุธกันยานั่งมองอย่างหงุดหงิดเช่นเดิม

“คิดถึงกัลยา นะคะ” ขวัญอนงค์เอ่ยขึ้น
พุธกันยาจ้องขวัญเขม็งหน้าตาบึ้งตึง “โกหก หน้าอย่างแกน่ะเหรอจะคิดถึงฉัน คิดถึงผัวฉันน่ะไม่ว่า”
“ถ้ายังอยู่คงภูมิใจในตัวลูกชายมาก” ขวัญอนงค์ว่า
“ถึงตายแล้ว ฉันก็ภูมิใจได้”
บุรีพยักหน้า “ผมก็คิดว่าอย่างนั้น ตั้งแต่เขาจากไป ศวัสเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมดำเนินชีวิตต่อไปได้ ผมต้องอยู่เพื่อลูก”
พุธกันยามองบุรีอย่างเสียใจ “โถ บุรี...ฉันทำให้คุณกับลูกต้องทุกข์ทรมาน ถ้าเพียงแต่วันนั้น...”
ขวัญอนงค์เอ่ยขึ้น “ขอโทษค่ะ ที่ขวัญสะกิดแผลเก่าของคุณเข้า”
“รู้แล้วใช่ไหมว่าเขารักฉัน ยังคิดถึงฉันอยู่ตลอดเวลา” พุธกันยาบ่นบ้าวึดวือไป
“ไม่เป็นไร ดีเหมือนกันที่พูดถึงเขา ผมจะได้ระบายถึงสิ่งที่มันอัดอั้นอยู่ในใจมานาน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่รู้จะพูดกับใคร ศวัสเองก็เจ็บปวดเกินไปที่จะรับฟัง เขาไม่อยากพูดถึงแม่ด้วยซ้ำ”
ขวัญอนงค์แตะหลังมืออย่างอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจ
“กัลเขาคงไม่ได้ตั้งใจ จะ...จะ ทำอย่างนั้นหรอกค่ะ”
บุรีนิ่ง ส่ายหน้า อัดอั้นตันใจจนพูดไม่ออก
พุธกันยาคว้าแขนขวัญอนงค์ กะจะกระชากออกด้วยความหึงหวง ทว่ามือคว้าลงไปในความว่างเปล่า ไม่สามารถแม้แต่จะสัมผัสใครได้ ขวัญอนงค์ค่อยๆ ชักมือออก บุรีรวบช้อนส้อม
“อ้าว อิ่มแล้วหรือคะ ขวัญนี่แย่จัง ไม่ควรพูดเรื่องนี้เลย”
“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก”
“งั้นขวัญก็อิ่มเหมือนกัน ทานของหวานกันดีกว่า”
บุรีเรียกบริกรเข้ามาสั่งของหวาน

ทางด้านแจ่มร้องเพลงอย่างอารมณ์ดีในขณะล้างชาม เยาวภาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชาเช่นเดิม
“คุณบุรีกลับมาหรือยัง”
“ยังค่ะ คุณหมอก็เพิ่งจะออกไปส่งพวกน้องหอม”
“ตั้งแต่มีกองละครเข้ามาวุ่นวายเนี่ย ทั้งพ่อทั้งลูกอยู่บ้านไม่เคยติดเลย”
แจ่มชะงัก หันมามองเยาวภาอย่างแปลกใจ
“เห็นจะต้องพูดให้รู้ตัวกันบ้างแล้ว”
เยาวภาบ่นบ้า แล้วเดินออกไป
แจ่มงง “เฮ้ย พูดยังกับเป็นเจ้าของบ้านอีกคนแน่ะ”

บรรยากาศบริเวณรอบๆ หอพัก ยังคงมีผู้คนเดินไปมาอยู่ในนั้น ขณะศวัสขับรถเข้ามาจอด
ภายในรถ ทั้งสามคนไหว้ขอบคุณศวัสพร้อมกัน
“ขอบคุณมากค่ะ”
ศวัสรับไหว้ขรึมๆ สามสาว เปิดประตูลงไป และยืนมองศวัสซึ่งขับรถออกไป
“ทั้งหล่อ ใจดี...เฮ้อ ฟินฝุดๆ” ทับทิมยิ้มปลื้ม
หอมน้ำท้วง “ดุจะตาย”
“เขนเห็นด้วยกับพี่ทับนะ เฮียแกทำหน้าดุไปยังงั้นแหละ ที่จริงใจดีจะตาย ไม่งั้นก็คงไม่อาสามาส่งพวกเราหรอก”
“แล้วยังใจดีกับพ่อแม่ของหอมอีก” ทับทิมว่า
“ต่อไปนี้คงไม่ดีด้วยแล้วละ”
ทั้งสามคนคุยกัน พลางเดินเข้าหอไป

ทับทิมแยกกลับบ้าน โดยเขนแยกไปที่ห้องแล้ว มีเพียงหอมเดินเข้ามาในห้องและเอื้อมมือจะไปเปิดไฟ แต่เสียงพุธกันยาดังขึ้นก่อนว่า
“อย่าเพิ่งเปิด”
หอมน้ำชะงัก แล้วหันไปมองพุธกันยานั่งอยู่มุมห้อง ถึงแม้จะมืดแต่ก็เห็นได้ชัด
“ขอบคุณมากค่ะที่วันนี้คุณทำตามสัญญา พอถ่ายละครเสร็จคุณก็ออกจากร่างหอมเลย” หอมน้ำบอก
พุธกันยาเอ่ยขึ้นเหมือนไม่ได้ฟังที่หอมน้ำพูด “นังเพื่อนทรยศ”
“ใครหรือคะ”
“ขวัญอนงค์…วันนี้มันพาบุรีไปกินข้าว ฉันเลยตามไปด้วย”
“มิน่า...หอมเรียกเท่าไหร่คุณถึงไม่ได้ยิน”
“ฉันจะทำยังไงดี” พุธกันยาลุกเดินกลับไปกลับมา
หอมน้ำมองพุธกันยา เอ่ยขึ้นอย่างแน่วแน่ “ขอหอมพูดอะไรหน่อยได้ไหมคะ”
พุธกันยาหันมามองหน้าหอมน้ำ
“คุณ เอ้อ...อยู่คนละโลกกับคุณลุงบุรีแล้ว ไม่มีวันที่จะได้อยู่ด้วยกันอีก...คุณควร...”
พุธกันยากรีดร้องโหยหวนด้วยความเศร้าสะเทือนใจสุดแสน
หอมน้ำถึงกับทรุดตัวลงยกมืออุดหู วิญญาณพุธกันยาเลือนหายไป พร้อมกับเสียงโหยไห้นั้น

ขณะเดียวกัน ศวัสกำลังนั่งดูทีวีอยู่ในขณะที่บุรีเดินเข้ามา
“ยังไม่นอนอีกหรือลูก”
“ยังไม่ง่วงครับ คุณพ่อไปสังสรรค์มาหรือครับ”
บุรีมีพิรุธแวบหนึ่งขณะพยักหน้า “พ่อขึ้นไปนอนละ”
บุรีเดินไปที่บันไดโดยมีสายตาศวัสมองตามอย่างประหลาดใจ

บุรีก้าวเข้าห้องมา ปิดประตูลงแล้วกดสวิทช์ไฟ ไฟสว่างแวบขึ้นมา แล้วดับ แล้วดับๆ ติดๆ
“เป็นอะไร”
บุรีกดสวิทช์ดับไฟ แล้วเปิดประตูเดินออกไป

ไฟตรงระเบียงที่สว่างอยู่ดับลงทันทีที่บุรีก้าวออกมา แล้วกลับมาติดๆ ดับๆ เช่นเดียวกับในห้อง
บุรีเดินไปปิดสวิชท์ไฟบริเวณนั้นจนทุกอย่างมืดสนิท เงียบงัน เกิดความวังเวงอย่างน่าประหลาด บุรีชะงักหันไปมองโดยรอบ ทุกอย่างวังเวงหลอนๆ
บุรีส่ายหน้า แล้วเดินไปที่บันได
“ศวัส ศวัส”
ไม่มีเสียงขานตอบ มิหนำซ้ำข้างล่างก็มืดสนิทวังเวงเช่นกันราวกับอยู่อีกโลกหนึ่ง บุรีเบือนหน้ากลับมามองรอบๆ อย่างระมัดระวัง
มีเสียงเหมือนใครคนหนึ่งร้องไห้สะอื้นเบาๆ แทรกความมืดเข้ามา
“ใครน่ะ”
เสียงแผ่วเบานั้นราวกับคนที่กำลังทุกข์ระทม ทรมานอย่างแสนสาหัส

บุรีหันหลังกลับ ก้าวลงบันไดไปทันที

อ่านต่อหน้า 4

ใยกัลยา ตอนที่ 5 (ต่อ)

บุรีเดินเข้ามาในห้องพักผ่อนของบ้านอย่างรวดเร็ว ศวัสซึ่งดูทีวีช่อง 7 อยู่หันมามองบิดาอย่างแปลกใจ

“มีอะไรหรือครับคุณพ่อ”
บุรีพยายามรวบรวมสติ “ไฟห้องพ่อกับไฟทางเดินดับๆติดๆ”
“ผมไปดูให้ครับ...อาจจะต้องเปลี่ยนหลอดใหม่”
ศวัสกดรีโมตปิดทีวี แล้วเดินไปปิดไฟบริเวณนั้น บุรีเดินนำลูกชายออกไปท่าทีร้อนใจโดยประหลาด

สองคนเดินมาที่โถงบันไดซึ่งบัดนี้มีแสงจากไฟทางเดินชั้นบนสว่างไสวปกติ บุรีเงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ
“ไม่มีอะไรนี่ครับ”
บุรีเดินนำขึ้นไปโดยไม่พูดไม่จา ไฟตลอดทางเดินสว่างเป็นปกติ ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องนอน บุรีเปิดประตูออกแล้วเอื้อมมือเข้าไปเปิดไฟ ไฟสว่างเป็นปกติ
บุรีหันมาบอกลูกน้ำเสียงเรียบ “คงไม่มีอะไรแล้ว แกไปนอนเถอะ”
“ครับ”
ศวัสเดินเลยไปที่ห้อง ขณะบุรีเดินเข้าห้องตัวเองไป

บุรีปิดประตูลง แล้วค่อยๆ เอื้อมมือไปเปิดไฟ ปรากฏว่าไฟสว่างเป็นปกติ บุรีส่ายหน้ายิ้มขำกับตัวเองแล้วเดินไปเตรียมตัวอาบน้ำ

รุ่งเช้า แท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าบ้านศวัส สามสาวก้าวลงมา แท็กซี่แล่นออกไป
ระหว่างนี้ศวัสยืนมองจากหน้าต่างห้องชั้นบนลงมา เขาเห็นอธิปซึ่งจอดรถอยู่ใต้ร่มไม้เปิดประตูเดินตรงมาที่ สามสาว ทั้งหมดคุยกันครู่หนึ่ง แล้วเขน ทับทิม ก็เดินเข้าไปข้างในบ้าน ส่วนอธิป และหอมน้ำยืนคุยกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่
ศวัสยืนมองภาพนั้นครู่หนึ่งแล้วจะละตัวเดินกลับเข้าไป

ดอกพุดซ้อนยังคงออกดอกบานสะพรั่งอยู่เช่นเดิม
หอมน้ำเดินเข้ามาในบริเวณนั้น แล้วทรุดตัวลง
“คุณพุธกันยาคะ”
ทุกอย่างเงียบสงัด ไร้วี่แววของพุธกันยา
“คุณพุธกันยาหอมมาขอโทษค่ะที่เมื่อคืน หอมพูดเหมือนคนใจร้าย...”
ทุกอย่างยังเงียบสงัดอย่างเก่า
“ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่นี่หรือเปล่า หอมขอบอกว่าหอมเสียใจจริงๆ”
ทุกอย่างยังเงียบดังเดิม หอมน้ำถอนใจแล้วลุกขึ้นยืน ขยับจะเดินออกไป
เสียงศวัสดังขึ้น “เมื่อกี้คุยกับใคร”
หอมน้ำสะดุ้งหันขวับไปมองเห็นศวัสยืนกอดอกมองมา
“คุณ...คุณหมอมายืนตรงนี้นานหรือยังคะ”
ศวัสเลิกคิ้ว “ถามทำไม กลัวฉันจะได้ยินเธอพูดคนเดียวอีกหรือ”
หอมน้ำยิ้มแห้งๆ
“ยังไม่ตอบเลยว่าเมื่อกี้คุยกับใครที่หน้าบ้าน”
“อ๋อ พี่ไก่ไงคะ...พี่ไก่ อธิป”
“ฉันไม่รู้จัก”
“เขาดังออกค่ะ แฟนคลับเยอะแยะ คุณหมอน่าจะเคยเห็นบ้าง เขามาถ่ายหนังที่นี่เกือบทุกวัน”
“ฉันไม่ได้สนใจ แล้วก็ไม่ชอบดูหนังดูละครด้วย”
“คุณหมอน่าจะลองดูบ้างนะคะ”
ศวัสเสียงเข้มขึ้นทันที “ก็บอกแล้วว่าไม่ชอบ”
หอมน้ำหน้าเจื่อนไป
“เธอเองก็เหมือนกัน เธอไม่ควรหลงอยู่ในโลกมายานานนัก เพราะมันอันตราย และวงการนี้ก็สกปรกเกินกว่าที่คิด อย่ามัวแต่เพลิดเพลินอยู่กับแสงสี เพราะเธอจะตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว”
หอมน้ำหันกลับมามองเป็นเชิงถาม
“วันนี้ไม่ไปทำงานหรือคะ”
“ไม่มีอะไรจะถามแล้วหรือ วันนี้วันหยุด”
ศวัสหันหลังเดินเข้าบ้านไปเลย ไม่ทันได้สนใจคำพูดหอมน้ำที่เพิ่งถึงบางอ้อ

“อ้อ...”

อุมากำลังแต่งหน้าให้ขวัญอนงค์ ขณะที่อีกคนแต่งให้ลูกนัท

ส่วนอธิป และเพลินพิศ กำลังนั่งให้ช่างทำผม ส่วนเขนและทับทิมนั่งคุยกันเงียบๆ อยู่ตรงมุมห้อง
ประตูเปิดออก หอมน้ำเดิมเข้ามา ปิดประตูลงเบาๆ แล้วยกมือไหว้ทุกคนอย่างอ่อนน้อม
ขวัญอนงค์ยิ้มทัก “เพิ่งมาหรือหนู”
“มาพร้อมกับพี่ทับค่ะ”
“หายไปไหนมา คุยกันแป๊บเดียวแล้วหายไปเลย” อธิปถาม
“ไปดูดอกพุดซ้อนหลังบ้านค่ะ”
“ต๊าย! ทำอะไรละลาบละล้างไม่มีกาลเทศะ ไม่รู้จักเกรงใจเจ้าของบ้านเขาบ้าง”
หอมน้ำไม่ตอบโต้ เดินเลี่ยงไปนั่งกับทับทิมและเขนโดยมีสายตาไม่พอใจของเพลินพิศมองตามไป
ลูกนัทค่อน “ไปว่าเด็ก ลูกนัทเห็นพวกเราไปถ่ายรูปกันโครมๆ”
หอมน้ำกระซิบสองสาว “คุณพุธไปไหนก็ไม่รู้”
ทับทิมตกใจ เผลอเสียงดัง “อ้าว ก็ซวยละซีคะ”
ขวัญอนงค์แปลกใจ “ใครซวยจ๊ะ”
“ขอประทานโทษค่ะ” ทับทิมรีบแก้
เขนกระซิบ “ไปคุยกันข้างนอก”
สองสาวพยักหน้าและพากันออกไป
ลูกนัทมองขำๆ “กลุ่มนี้เขามีความลับอะไรกันนะ”

สามคนเดินมาหลบมุมตึกคุยกัน ด้วยสีหน้ากังวล
“แล้วจะทำยังไงดี”
“หรือว่าแกจะหลบไปผุดไปเกิดแล้ว” เขนว่า
หอมน้ำส่ายหน้า “ไม่หรอก คุณพุธโกรธหอมเรื่องเมื่อคืนน่ะ”
สองสาวร้อง “หา”
“เดี๋ยวนี้น้องหอมโกรธกับผีแล้วหรือคะ”
“โกรธเรื่องอะไร” เขนถาม
หอมน้ำถอนใจเฮือก

ศวัสนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รออยู่ที่โต๊ะทานข้าว สักครู่หนึ่งเยาวภาเดินยกถาดมีชามข้าวต้มร้อนๆ มาวางตรงหน้าศวัส ซึ่งบนโต๊ะนั้นวางกับข้าวข้าวต้มน่ากินไว้ก่อนแล้ว
“ข้าวต้มร้อนๆค่ะ”
ศวัสวางหนังสือพิมพ์ลง “ขอบคุณครับ คุณพ่อละ”
เยาวภามองไปที่ประตูซึ่งบุรีกำลังเดินเข้ามา หน้าตาค่อนข้างอิดโรย
ศวัสมองตามสายตา “คุณพ่อ” เขาลุกขึ้นขยับเก้าอี้ให้บิดา “ไม่สบายหรือครับ”
บุรีนั่งลง “เปล่า เมื่อคืนพ่อนอนไม่ค่อยหลับ”
เยาวภาดูความเรียบร้อย แล้วเดินเข้าไปในครัว
“มีอะไรกิน”
“ข้าวต้มครับ”
ศวัสพูดพลางเลื่อนชามข้าวต้มของตนให้พ่อก่อน
“ไม่เป็นไรพ่อไม่ค่อยหิว”
ขณะที่บุรีพูด เยาวภายกข้าวต้มเข้ามาใหม่และวางให้ศวัส
“ทานเลยค่ะ เดี๋ยวจะเย็นเสียหมด”
เยาวภาถอยไปยืนด้านหลังบุรี

ระหว่างนี้ขวัญอนงค์เดินเข้ามาด้วยสีหน้าแจ่มใส ในมือถือตะกร้าน่ารักวางกล่องพลาสติก 2-3 กล่อง
“ขวัญ ทานข้าวด้วยกันซิครับ”
สีหน้าเยาวภาที่เย็นชา กลับซีดขาวด้วยความโกรธ ขณะที่ศวัสยกมือไหว้และลุกขึ้นขยับเก้าอี้ให้ ไม่มีใครเห็นว่ามือเยาวภาจับกันแน่น บีบจนเกร็งจนเห็นเส้นเลือดโปน
“มาทันเวลาพอดี ขวัญทำหมูอบกับหมี่กรอบมาให้”
ขวัญอนงค์หยิบกล่องพลาสติกมาเปิด ศวัสลอบมองท่าทีของพ่อและขวัญอนงค์เงียบๆ
บุรีหันไปทางเยาวภา “ภา ไปเอาข้าวต้มมาให้คุณขวัญหน่อย”
เยาวภาข่มอารมณ์ เดินออกไปเงียบๆ
ขวัญอนงค์หันมาทางศวัส “คุณหมอ ชิมฝีมืออาหน่อยนะคะ” พลางเลื่อนให้
“ขอบคุณครับ”
ศวัสยิ้ม หยิบช้อนกลางตักหมูอบกิน บรรยากาศดูสบายๆ
ขณะเดียวกันที่ห้องแต่งตัว คนที่แต่งหน้าทำผมเรียบร้อยแล้ว กำลังนั่งจับกลุ่มกันกินข้าวเช้า ส่วนหอมน้ำนั่งให้อุมาแต่งหน้าไปเรื่อยๆ
“น้องหอมจะทานข้าวหรือยัง พี่จะไปเอามาให้” อธิปเอาใจ
คนอื่นๆ โห่แถมล้อเลียน ขณะที่เพลินพิศค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้
“หอมยังไม่หิวค่ะ”
“น้องหอมไม่หิว แต่น้องทับหิวค่ะ” ทับทิมว่า
เขนเสริม “น้องเขนขอ 3 ชามเลยนะคะ”
ทุกคนหัวเราะล้อเลียนอธิป หอมน้ำพลอยหัวเราะไปด้วย
จู่ๆ พุธกันยาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าหอมน้ำ นัยน์ตาดูกระด้างไร้แวว

หอมน้ำชะงักกึก มองพลางกลืนน้ำลายลงคอ

เขนและทับทิมมองท่าทีหอมน้ำ แล้วหันมามองหน้ากัน ก่อนจะหันกลับไปมองหอมน้ำอีกรอบ

เขนขยับปากถามโดยไม่มีเสียง “คุณพุธเหรอ”
จังหวะที่หอมน้ำพยักหน้านั้น พุธกันยาเลือนหายไป
หอมน้ำบอกเบาๆ “ไปแล้ว”
ทับทิมเผลอเสียงดัง “ไปไหน”
คนอื่นๆ ในที่นั้นต่างหันมามองเป็นตาเดียว
สามสาวยิ้มแห้งๆ ขณะที่เขนใช้ข้อศอกกระทุ้งทับทิม
คอสตูมสาวย่อตัวลงไหว้อ่อนน้อม “ขอประทานโทษค่ะ”
เพลินพิศมองอย่างรำคาญ

หอมน้ำเดินเข้ามาบริเวณห้องรับแขก พลางเหลียวซ้ายแลขวามองหาพุธกันยาไปทั่ว
“คุณพุธ”
หอมน้ำชะงัก เมื่อเห็นศวัสยืนกอดอกมองจ้องอยู่ หอมน้ำเสียงแหบแห้งแทบไม่ได้ยิน
“คุณหมอฟันทันตแพทย์” พลางยกมือไหว้อย่างนึกได้ “สวัสดีค่ะ”
ศวัสยังอยู่ในอิริยาบถเดิม
“เอ้อ...” เธอหันซ้ายหันขวา “หอม...หอมออกไปก่อนนะคะ”
หอมน้ำหันหลังกลับจะเดินย้อนออกไป
“คุณแม่เธอเป็นยังไงบ้าง”
หอมน้ำหยุดชะงัก ค่อยๆ หันกลับมางงๆ “คะ”
ศวัสรำคาญท่าทีดังกล่าว “ฉันถามว่า คุณแม่เธอเป็นยังไงบ้าง”
“อ๋อ! สบายดีค่ะ...ขอบคุณค่ะ”
ศวัสพยักหน้า แล้วทำท่าจะขยับเดินออกไป
หอมน้ำหลุดปากออกไปจนได้ “แต่คุณแม่คุณหมอไม่ค่อยสบาย”
ศวัสค่อยๆ หันกลับมา สีหน้าแววตาเย็นชา ขณะที่หอมน้ำยกมือปิดปากอย่างนึกขึ้นได้
หมอหนุ่มจ้องมองหอมน้ำอย่างนั้นครู่หนึ่งแล้วเดินออกไป
“ไม่น่าเล้ย” หอมน้ำนึกเจ็บใจตัวเองก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินออกไป

หอมน้ำเดินออกมาหน้าตึก ขณะที่เขนเดินมาตามพอดี
“ว่าไง”
หอมน้ำส่ายหน้า “วันนี้คุณพุธอารมณ์ไม่ดี ท่าทางจะไม่อยากจะทำงาน”
เขนบ่น “อ้าว! ซวยละซิ”
“ช่างเถอะ หอมก็ทำเท่าที่จะทำได้” หอมน้ำพูดปลงๆ
“แล้ว she หงุดหงิดเรื่องอะไร”
เสียงขวัญอนงค์ดังขึ้น “มาอยู่ที่นี่เอง”
สองสาวหันไปมอง เจอบุรีและขวัญอนงค์เดินออกมาด้วยกัน เขนนัยน์ตาเป็นประกายขึ้นมาอย่างนึกได้ทันทีที่เห็นทั้งสองอยู่ด้วยกัน
“อ๋อ...”
ขวัญอนงค์งง “อ๋ออะไรจ๊ะ”
“อ๋อ...ไม่มีอะไรค่ะ ไปเถอะหอม! ไปทำผมได้แล้ว”
เขนคว้าแขนหอมน้ำจูงแกมลากไป ร่างหอมน้ำเซถลาตาม แต่ยังหันไปไหว้ทั้ง 2 คน
บุรีมองตาม ส่ายหน้างงๆ แกมเอ็นดู
“ขวัญก็ต้องไปแต่งหน้าเหมือนกันค่ะ ไปก่อนนะคะ”
“เชิญครับ”
ขวัญอนงค์ยิ้มหวานให้ แล้วหันหลังก้าวเดินไปช้าๆ
จู่ๆ มีก้อนหินก้อนหนึ่ง เหมือนถูกเตะมาที่เท้าขวัญอนงค์จากทิศทางหนึ่ง
เท้าขวัญอนงค์ถูกหินก้อนนั้นจนเซถลาล้มลง
“โอ๊ย”
บุรีรีบผวาเข้าไปประคองและจับตรงบริเวณข้อเท้าที่ขวัญอนงค์กุมอยู่ ดาราสาวใหญ่เจ็บจนน้ำตาซึม
“เป็นยังไงบ้าง ลุกไหวหรือเปล่า”
“ไหวค่ะ ขวัญนี่ซุ่มซ่ามจัง”
บุรีค่อยๆ ประคองขวัญอนงค์ให้ลุกขึ้น
โค้กและคัมภีร์ซึ่งเดินผ่านมาบริเวณแถวนั้น รีบตรงเข้ามาช่วย
“มา...ผมช่วย”
บุรีและโค้กช่วยกันประคองขวัญอนงค์เข้าไปทางหลังบ้าน คัมภีร์เดินตาม

พิไลซึ่งยกชามพะแนงและผัดผักน่ากินมาให้เยาวภาถึงในครัว กำลังพูดกันอยู่ ท่าทีเยาวภาดูเย็นชาเช่นเดิม
“ขอบใจ แต่คราวหน้าคราวหลังไม่ต้องก็ได้”
“โธ่” พิไลครวญ
แจ่มเข้ามาพอดี ก่อนที่พิไลจะพูดต่อ
“คุณป้า คุณผู้ชายให้มาเอาเครื่องปฐมพยาบาลค่ะ”
พิไลแปลกใจ “ใครเป็นอะไรล่ะ”
“พี่ขวัญหกล้ม” แจ่มบอก
เยาวภายังคงสีหน้าเย็นชา ขณะเดินออกไป
“ตายจริง เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
“ไม่ทราบค่ะ”

แจ่มบอกแล้วเดินออกไปเลย

ภายในห้องแต่งตัว หอมน้ำกำลังทำผมมีทับทิมคอยเติมหน้าให้ ในขณะที่คนอื่นๆ ก็ทำหน้าที่กันไป

เขนช่วยทับทิมดูเสื้อผ้าให้ลูกนัทกันอย่างกุลีกุจอเอาใจใส่ ส่วนธันวาก็กำลังลองเสื้อเช่นกัน
เพลินพิศเองก็กำลังเลือกดูเสื้อผ้า
“โอ๊ย เชย เพลินไม่เอาชุดนี้ พี่ทับ ดูเสื้อให้เพลินหน่อย”
ลูกนัทค้อน “ไม่เห็นหรือว่า พี่ทับกำลังดูให้ฉัน”
“แอ้ม! ไปดูให้น้องเพลินก่อน” ทับทิมบอกผู้ช่วยของเธอ
หอมน้ำกำลังปิดปากหาวและรู้สึกว่ามีไอเย็นลอยจากปาก แต่ถึงกับหาวค้างเมื่อพุธกันยาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
“คุณ” พอนึกได้รีบหุบปากทันที
อุมาเติมหน้าให้อยู่ เลิกลักและตื่นเต้น “ผะ...ผะ..ผีหรือคะ”
หอมน้ำรีบส่ายหน้า
“ตอนใกล้ถ่าย อย่าลืมเอาสร้อยพระออกด้วย” พุธกันยาบอกหอมน้ำ
หอมน้ำพึมพำและพยักหน้านิดๆ โดยไม่รอดพ้นสายตาหวาดๆ ของอุมา
พุธกันยาเลือนหายไป
อุมากระซิบเบาๆ เป็นเชิงถาม “น้องหอม”
หอมน้ำตอบไปเบาๆ เช่นกัน “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
อุมานิ่งไป แต่สีหน้ายังคงหวาดระแวง

“ขอบคุณมากนะคะคุณหมอที่ช่วยดูแผลให้อา”
ขวัญอนงค์นั่งให้ศวัสดูแผลให้อยู่ในห้องรับแขก ศวัสยิ้มนิดๆ ขณะทรุดตัวลงนั่ง ข้อเท้าขวัญอนงค์ถูกพันผ้าเรียบร้อยแล้ว
“ไม่เป็นไรครับ”
“โชคดีที่ไม่หัก” บุรีบอก
“โค้กกับคัมภีร์ไปทำงานเถอะจ้ะ เดี๋ยวคุณเจคก็มาแล้วไม่ใช่หรือ”
สองคนรับ “ครับ”
โค้กหันไปทางคัมภีร์ “ไป...คัมภีร์”
สองหนุ่มเดินออกไป
หอมน้ำเดินเข้ามาอีกทางอย่างเงียบกริบจากทางด้านหลังบ้าน หยุดยืนมองภาพบุรีและศวัสซึ่งดูแลขวัญอนงค์อยู่
ใบหน้าหอมน้ำยามนี้นิ่งและดุ นัยน์ตาเป็นประกายกร้าว
ขวัญอนงค์หันมาเห็นพอดี แต่ไม่ทันสังเกตสีหน้า
“อ้าว! หอมน้ำ”
ศวัสและบุรีหันมามองตาม หอมน้ำแต่งหน้าทำผมเรียบร้อย แต่เสื้อผ้ายังไม่ได้เปลี่ยน
สีหน้าหอมน้ำเรียบสนิท ขณะเดินเข้ามา “เป็นยังไงบ้างคะ”
“ค่อยยังชั่วแล้ว ข้อเท้าแพลงนิดหน่อย”
“จะไปต่อบทกันก่อนไหม...เดี๋ยวต้องเข้าฉากด้วยกัน” ไม่มีใครทันสังเกตว่าหอมน้ำไม่มี คะ ขา ลงท้าย แต่หางเสียงทอดลงหน่อยพอไม่น่าเกลียดเท่านั้น
“ก็ดีเหมือนกัน” ขวัญอนงค์ขยับตัว แต่บุรีทักท้วงว่า
“ต่อตรงนี้แหละ ผมจะออกไปธุระข้างนอกพอดี”
“ผมก็เหมือนกัน” ศวัสบอก
“พี่บุรีจะกลับกี่โมงคะ”
หอมน้ำผินหน้าไปอีกทาง หน้าตาถมึงทึง แต่ก็ไม่พ้นสายตาสังเกตของศวัส
“ยังไม่รู้เหมือนกัน...ไป...ศวัส”
“ครับ”
ศวัสเดินตามบุรีออกไป ขวัญอนงค์มองตามด้วยแววตาอ่อนโยน
หอมน้ำกระแอมเบาๆ ขวัญอนงค์สะดุ้ง หันมาทำหน้าเก้อๆ
“บทอยู่ในตะกร้าตรงนั้นจ้ะ! หนูช่วยไปหยิบมาหน่อย”
หอมน้ำลุกขึ้นเดินไปขณะพูด
“เห็นเขาพูดกันว่า คุณบุรีรักภรรยาของเขาอยู่” หอมน้ำจงใจเน้นคำว่า “ภรรยาของเขา” เป็นพิเศษ
ขวัญอนงค์ชะงัก มองตามนักแสดงหน้าใหม่วัยคราวลูกด้วยสีหน้าแปลกใจ

ขณะเดียวกัน ข้าวของถูกเขวี้ยงกระจายเกลื่อนกล่นห้อง มีเสียงสะอื้นโหยหวนปานใจจะขาด ของเยาวภาที่กำลังตีอกชกหัว ผมเป็นกระเซิงอยู่บนเตียง
“อีขวัญ อีมารหัวใจ นังกัลยา ตายไปแล้ว แกก็ยังอุตสาห์แทรกเข้ามาอีกไม่ย้อม ไม่ยอม ฉันไม่มีวันยอมให้ใครแย่งคุณบุรีของฉันไปเด็ดขาด คุณบุรีต้องเป็นของฉันคนเดียว”

เยาวภาส่งเสียงสะอึกสะอื้น พิลาปรำพันร่ำไห้ ราวกับคนเสียสติ และควบคุมตัวเองไม่อยู่

อ่านต่อตอนที่ 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...