xs
xsm
sm
md
lg

เสือ ตอนที่ 7

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เสือ ตอนที่ 7
ณจันทร์แอบลอบมองอาชาอยู่มุมหนึ่ง

อาชาจะเดินตรงไปดูของแถวที่เธอหลบอยู่ เธอรีบเดินไปหลบอีกทาง แต่ดันเดินไปชนกองกระป๋องที่วางบนชั้น กระป๋องกลิ้งตกลงมา อาชาชะงัก เหมือนจะเดินตรงมา ณจันทร์ยิ่งกลัวมากขึ้น พนักงานเข้ามาเก็บของเข้าที่ อาชาเดินหลีกไปทางอื่น ณจันทร์โล่งใจ

อาชาจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ณจันทร์โล่งใจคิดว่าอาชาคงจะไปแล้ว ระหว่างที่รออาชาก็มองโน่นนี่ แล้วเขาก็ชะงัก ในจอทีวีขนาดเล็กที่ติดเหนือเคาน์เตอร์ เขาเห็นณจันทร์ยืนแอบอยู่ที่มุม เขาเอื้อมมือไปจับปืนไว้มั่น ก่อนจะค่อยๆเดินอ้อมไปมุมที่เธอยืนอยู่

ณจันทร์แอบลอบมองว่าอาชาออกไปหรือยัง ทันใดนั้นหูที่ไวของเสือ ก็ได้ยินเสียงดัง แก็ก!... อาชาเอาปืนขึ้นมาขึ้นลำเตรียมไว้
ณจันทร์หันมามองทันที ตาที่มองได้ไกลมองเห็นอาชาที่หลบอยู่หลังชั้นวางของหนึ่ง เธอรีบวิ่งออกไปอีกทางทันที อาชารู้แล้วว่า ณจันทร์รู้ตัวแล้ว เขารีบวิ่งตามไปพร้อมถือปืนในมือ
"หยุดนะ"
ณจันทร์รีบวิ่งด้วยความเร็วของเสือออกไปแล้วหลบไปอีกทาง
จ่ายุทธตกใจชะโงกหน้าออกมาจากรถ เห็นอาชาวิ่งตามณจันทร์ไป ขณะที่จ่ายุทธขับรถตามไปอีกคน

อาชาเพิ่งวิ่งมาในซอย เห็นหลังณจันทร์อยู่ไกลแล้ว เขาเห็นรถมอเตอร์ไซด์จอดอยู่ มีชายคนหนึ่งกำลังส่งของอยู่ไม่ไกล อาชารีบวิ่งเข้าไปพร้อมกับชูป้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ
"ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอใช้รถก่อน"
อาชารีบขึ้นมอเตอร์ไซด์ แล้วติดเครื่อง แล่นออกไปทันที ทิ้งให้ชายที่ถือของอยู่ในมือมองตาม
"เฮ้ย! อะไรวะ"

ภายในตรอกซอกซอย มีคนมาจับจ่ายวุ่นวาย ณจันทร์วิ่งได้ไม่เร็วเพราะต้องปะทะกับฝูงชนที่มาซื้อของอยู่
ณจันทร์มองไปเห็นมอเตอร์ไซด์ของอาชาอยู่ที่ถนนวิ่งขนานไปกับซอยที่ณจันทร์กำลังวิ่งอยู่ ซอยอีกด้านหนึ่งก็มีรถของจ่ายุทธวิ่งตามประกบ
ณจันทร์พยายามวิ่งหลบ แต่อาชาและจ่ายุทธก็ตามอย่างไม่ลดละ

อาชาตัดสินใจขับมอเตอร์ไซด์ฝ่าฝูงชนเข้าไปในซอยที่ณจันทร์อยู่ แต่แล้วก็เบรกเอี๊ยด เพราะรถจ่ายุทธที่เพิ่งมาถึงทางแยก พุ่งตรงเข้ามา ขณะเดียวกันณจันทร์ก็วิ่งออกมาตัดหน้ารถจ่ายุทธพอดี
จ่ายุทธเบรกรถเอี๊ยดเมื่อเห็นณจันทร์ตัดหน้า แต่ณจันทร์กระโจนขึ้นฝากระโปรงรถแบบเสือ แต่ก็เสียหลักกลิ้งไปจนเขี้ยวเสือที่ห้อยคอร่วงหลุดไป ก่อนที่ณจันทร์จะยันตัวแล้วก็กระโดดพ้นไป จ่ายุทธเหวอมาก ว่าณจันทร์ทำได้ยังไง
รถมอเตอร์ไซด์ของอาชาเบรกไม่อยู่ ปะทะกับรถจ่ายุทธ รถของอาชาล้มลง ผู้คนต่างมามุงดู
อาชาลุกขึ้นอย่างมึนๆ มองไปไม่เห็นณจันทร์แล้ว จ่ายุทธลงจากรถมาดูอาการ
ณจันทร์หอบเหนื่อย หลบอยู่มุมหนึ่ง รู้สึกโล่งในที่สุดก็หลบพ้น
อาชาลุกขึ้นมา เห็นถุงช็อปปิ้งถุงหนึ่งของณจันทร์ตกไว้อยู่
"เป็นอะไรมากหรือเปล่าหมวด"
อาชาไม่ตอบ หยิบถุงมาค้นดู โดยที่ไม่เห็นเขี้ยวเสือที่กระเด็นร่วงอยู่ใต้ท้องรถ อาชาค้นถุงเห็นมีสินค้าสองสามอย่าง และมีกระดาษใบหนึ่งอยู่ อาชารีบอ่าน กระดาษแผ่นนั้น เป็นบิลจ่ายเงินสดของค่าจ้างทำเหล็กดัด อาชาครุ่นคิด

วันต่อมา คนงานสองสามคนกำลังติดตั้งประตูเหล็กอยู่ ณจันทร์ก็เดินเข้ามา
"ใกล้จะเสร็จหรือยังคะ"
"ใกล้แล้วครับ เหลือแค่เช็คกลอนประตูทั้งหมดเท่านั้น"
ประตูเหล็กดูแข็งแรง และหนัก มีกลอนจำนวนมากไล่เรียงเป็นพรืด พร้อมโซ่คล้องอีกชั้น
" จะเสร็จทันคืนพรุ่งนี้ใช่มั้ยคะ"
"ทันครับ เราเร่งมือเต็มที่แล้วครับ"
คนงานแปลกใจที่ณจันทร์พูดยังนั้น ณจันทร์มองไปที่ผนังมีปฏิทินติดไว้
ปฏิทินที่วางไว้ มีขีดกากบาทวันที่ผ่านไปแล้ว และมีวงกลมคืนวันเพ็ญเดือน 7 ไว้ เหลืออีกเพียงวันเดียวก็จะถึงแล้ว

เวลากลางวัน ในวันต่อมา ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 7 อาชาวางโทรศัพท์ลง
"ผมรู้ที่อยู่ณจันทร์แล้ว"
"แล้วยังไงต่อครับ เราจะเข้าไปในบ้านนั้นเหรอครับ" จ่ายุทธถาม
"ใช่ เราต้องไปเอาหลักฐานที่แสดงว่าณจันทร์เป็นเสือมาให้ได้ แต่ผมกลัวว่ามันจะรู้ตัวก่อนนะสิ จ่าก็รู้ว่าพวกเสือมันหูไวตาไวแค่ไหน"
จ่ายุทธครุ่นคิด ระหว่างนั้นมีตำรวจคนหนึ่งเข้ามา แต่ทั้งสองไม่ได้สังเกต
"จะไม่มีวิธีเข้าใกล้ไอ้เสือผีเลยเหรอ"
"มันก็ใช่ว่าจะไม่มีหรอกนะครับ"
อาชาชะงัก
"หมายความว่ายังไง จ่ารู้วิธีเหรอ"
"ต้องลองดูนะหมวด ผมเคยไปที่ตลาดพระเครื่อง บางทีอาจจะได้เจอ"

จ่ายุทธกำลังจะพูด แต่ทันใดนั้นอาชาก็สังเกตเห็นตำรวจอีกคนหนึ่งจ้องอยู่
"เราไปคุยกันที่อื่นเถอะ"
อาชาและจ่ายุทธเดินออกไป จ่าคนนั้นมองตาม รู้สึกว่าสองตำรวจนี้ท่าทางจะเพี้ยนมากขึ้นทุกวัน

จันทร์เดินไปแง้มผ้าม่าน มองดูด้านนอกจากหน้าต่าง ฟ้าเริ่มมืดลงทุกทีแล้ว ณจันทร์ใช้แรงทั้งหมดกระแทกประตูเหล็ก พยายามทดสอบความแข็งแรง ก่อนพึมพำกับตัวเอง
"ฉันจะต้องทำได้…คืนนี้จะต้องไม่มีใครตายอีก"
ณจันทร์ตั้งใจแน่วแน่ คืนนี้เธอจะต้องสะกดกลั้นสัญชาตญานของตนเองให้ได้
นาฬิกา บอกเวลา 4 โมงเย็น

ปักษะขึ้นมาบนกองปราบ ถามหาอาชากับตำรวจที่นั่งอยู่
"ขอโทษนะครับ อาชาอยู่หรือเปล่าครับ"
"เห็นเพิ่งออกไปกับจ่ายุทธนะครับ" จ่า 1 บอก
"แล้วจะกลับเข้ามาอีกหรือเปล่าครับW
จ่า2 บอก
"คงไม่ละมั่งครับ สงสัยว่าคงไปตะเวนซื้อพวกเครื่องรางมาไล่ผีอยู่"
ตำรวจทั้งสองคนหัวเราะอย่างเป็นเรื่องขำ ปักษะชะงัก
"ว่าไงนะครับ"
"ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมเห็นหมวดแกจริงจังที่จะจับเสือสมิงเหลือเกิน สงสัยป่านนี้คงไปตามไล่จับกันอยู่ละมั้งครับ" จ่าพูดดพลางหัวเราะ
"คุณรู้มั้ยเค้าไปที่ไหนกัน"

ตลาดที่ขายพวกพระเครื่องของขลัง อาชากำลังนั่งอยู่ในร้าน ข้างๆมีตำรากองเต็มไปหมด เป็นตำราเรื่องเสือสมิง และเรื่องพฤติกรรมเสือ สักพักจ่ายุทธก็ออกมา
"นี่ไงครับหมวด…วิธีที่จะเข้าใกล้เสือสมิงโดยที่มันไม่รู้ตัวได้"
แล้วจ่ายุทธเอาเขี้ยวเสือออกมา อาชามอง

เย็นวันเดียวกัน สมชัยและลูกปลารีบเข้าไปในร้านป้าแอนเพื่อหาเทพนิมิต
"วันนี้มากันแค่สองคนเหรอ แล้วณจันทร์ละ" แอนถาม
สมชัยและลูกปลานิ่งอึ้งไป
"เอ่อ ณจันทร์ไม่อยู่นะคะ"ลูกปลาบอก
ลูกปลาชะงักมองไปมุมหนึ่งซึ่งเทพนิมิตนั่งอยู่ มีลูกค้าเรียกแอน ป้าแอนเดินออกไป ลูกปลาครุ่นคิด ก่อนหันมาถามสมชัย
"นี่เธอแน่ใจเหรอว่า แม่หมอเค้าจะมองเห็นน่ะ"
"นี่..ไม่ลองก็ไม่รู้นะ ไปเร็ว..ไหนบอกว่าเป็นห่วงณจันทร์ไง"

เวลาต่อมา เทพนิมิตถามลูกปลา
"ถ้าจะดูให้เพื่อน เธอก็ต้องกำหนดจิต ตั้งสมาธิคิดถึงเพื่อนของเธอ แล้วก็สับไพ่"
เทพนิมิตส่งไพให้ ลูกปลานิ่งไปสักพัก ก่อนเริ่มสับไพ่ และส่งไพ่ให้เทพนิมิต
เทพนิมิตเปิดไพ่ใบแรก เป็น ราชินีพระจันทร์ เทพนิมิตชะงักทันที มองลูกปลานิ่ง
"เป็นไปได้หรือนี่ เพื่อนเธอคนนั้น กำลังจะต้องเผชิญกับเคราะห์หนัก"
ลูกปลาร้อนรนถาม
"เคราะห์เรื่องอะไรดูได้ไหมคะแม่หมอ"
ไพ่ใบต่อมา เห็นเป็นรูปอัศวินหนุ่ม
"ไพ่นี้บ่งบอกว่า เคราะห์คราวนี้จะมีคนมาเกี่ยวข้องด้วยเป็นชายหนุ่ม… ชายหนุ่มคนนี้มีลักษณะผิวดำแดง รูปร่างสันทัด เป็นผู้ที่มีจิตใจรักความยุติธรรม มีอุดมการณ์ แต่ดวงของเขาเป็นปฏิปักษ์กับดวงของเพื่อนเธอ เขาจะเป็นคนนำภัยร้ายมาสู่เพื่อนของเธอ"

ฝ่ายอาชารับ เขี้ยวเสือ มาจากมือของจ่ายุทธ
"นี่เหรอจ่า เขี้ยวเสือ ที่เค้าว่ากันว่าต้านทานพลังอำนาจของเสือสมิงได้"
"ใช่แล้วหมวด เขี้ยวเสือนี่ ตามตำราโบราณบอกเอาไว้ว่า มันจะสามารถต่อต้านพลังอำนาจของเสือสมิงได้"
อาชาทวนคำจ่ายุทธ
"ต่อต้าน ...พลังอำนาจของเสือสมิง"
"ใช่แล้วหมวด"
อาชามองเขี้ยวเสือในมือ ขมวดคิ้ว จ่ายุทธเห็น หยิบตำรากางออก ชี้ให้อาชาดูแล้วก็อธิบายต่อ
"นี่ไงหมวด เขี้ยวเสือจะช่วยให้พวกเสือสมิงใช้พลังสะกดเราไม่ได้ ตามปกติพวกเสือสมิงจะจ้องตาเหยื่อเพื่อสะกดจิตให้กลายเป็นทาส ทำตามที่มันต้องการได้ แล้วเขี้ยวเสือยังต้านทานพลังที่เหนือมนุษย์ของพวกมันได้"
"ยังไงจ่า"
"ก็มันจะใช้พลังของเสือสมิงไม่ได้ ถ้าต้องสู้กัน มันก็ใช้ได้แค่พลังของมนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่งเหมือนกับเราไงหมวด ทีนี้ล่ะ ตัวต่อตัว แมนๆ"
อาชาฟังคำของจ่ายุทธแล้วคิดตาม จ่ายุทธยิ้ม ก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพายแล้วยื่นให้อาชา อาชามองว่าน ซึ่งเป็นว่านชนิดเดียวกับที่กลุ่มคำสูรย์ใช้พรางตัวจากพรหมพยัคฆ์ในป่า อาชาไม่เข้าใจ
"ว่านพรางตัวหมวด"
อาชารับว่านมาดูอย่างสนใจ
"ผมไปหาซื้อมาได้จากชาวเขาที่เอาผักป่ามาขาย ว่านนี้นะหมวด ใช้ทาตามตัวจะพรางกลิ่น จากพวกเสือสมิงได้"
"เห้ย นี่เรื่องจริงป่ะเนี่ย มันชักจะจริงจังไปกันใหญ่แล้วนะจ่า"
"จริงดิหมวด ผมไม่ได้มั่วนะ ตำราก็มีเขียนไว้"
อาชาขมวดคิ้วมองว่านไม่ค่อยเชื่อถือ
หมวดขยำว่านใส่ปากเคี้ยวๆพอให้แหลก แล้วเอามาถูให้ทั่วตัว
"จะกลบพรางกลิ่นตัวจากพวกเสือสมิงได้ พวกนี้ประสาทสัมผัสมันดีกว่าพวกเรา 7 เท่าเชียวนะหมวด"
อาชาลังเล
"แต่พรางแค่กลิ่น มันก็ยังไม่ปลอดภัยป่าววะจ่า"
จ่ายุทธเขยิบเข้ามาใกล้อาชา แล้วพูดต่อ
"มันมีคาถาพรางตัวด้วยหมวด"
"เฮ้ยจ่า จ่าไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหนเนี่ย"
"ตำราทั้งนั้นหมวด ผมบอกหมวดแล้วว่าผมสนใจ และผมก็เชื่อว่า เสือสมิงมันมีจริง"
จ่ายุทธพูดสีหน้าจริงจัง อาชามองลังเลที่จะเชื่อที่จ่ายุทธบอกมาทั้งหมด จ่ายุทธก้มพลิกหน้ากระดาษไปมา ก่อนจะหยุดที่หน้าหนึ่ง แล้วยื่นให้อาชาดู เป็นคาถาพรางตัว
"ถ้าหมวดจะบุกถ้ำเสือ หมวดต้องรู้วิธีหลบ วิธีซ่อนตัวจากมัน"
อาชากลืนน้ำลายเอือก คิดตามจ่ายุทธ จ่ายุทธพยักหน้าจริงจังให้ อาชาก้มมองคาถาในหน้าหนังสือ แล้วมองว่าน กับเขี้ยวเสือ นิ่งอย่างครุ่นคิด

เทพนิมิตพลิกไพ่ใบต่อมา เป็นไพ่ The lover
"ผู้ชายอีกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเคราะห์ครั้งนี้ ตกอยู่ใต้อิทธิพลของความรัก แต่ความรักจะชักนำให้เขามาพบกับอันตรายใหญ่หลวง"

ปักษะจอดรถอยู่หน้าตลาดพระเครื่อง ลงจากรถ มองเข้าไปในร้านที่อาชาและจ่ายุทธเข้าไป
"มันมาทำอะไรที่นี่วะ"
อาชาและจ่ายุทธออกมาจากร้าน ปักษะรีบหลบไปหลังรถคันหนึ่ง
มีรถตู้คันหนึ่งมาจอดส่งผู้โดยสาร บังอาชาจากปักษะ อาชาเข้ารถ หยิบไอโฟนออกมา คิดบางอย่าง
"คืนนี้แหละ ผมจะจับภาพตอนที่ไอ้เสือสมิงมันกลายร่าง…เราจะต้องจับมันคาหนังคาเขาให้ได้"
และแล้วอาชาและจ่ายุทธขึ้นรถด้วยกันออกไป รถตู้แล่นออกไปพอดี
ปักษะออกมาจากที่หลบ รีบขึ้นรถขับตามออกไป

เทพนิมิตเปิดไพ่ใบสุดท้ายขึ้นมา เป็นไพ่รูป Hang man (คนถูกแขวนคอ) เทพนิมิตตกใจมาก
"หายนะ ความตายอย่างใหญ่หลวงกำลังจะเกิดขึ้น ทุกคนที่เกี่ยวข้องจะเดือดร้อน จะต้องตายกันหมด"
เทพนิมิตท่าทางตื่นกลัวมาก รีบเก็บไพ่ยิปซี และไล่ลูกปลาออกไป
"พอได้แล้ว เธอกลับไปซะ ฉันไม่อยากจะซวยไปด้วยอีกคน กลับไปซะไป"
ลูกปลาและสมชัยตกใจที่โดนเทพนิมิตไล่อย่างรุนแรง
"งั้นก็ไม่เป็นไรคะ" สมชัยสะกิดลูกปลา "เราไปกันเถอะ"
"เดี๋ยวก่อน แม่หมอรู้ใช่ไหมคะว่าณจันทร์เป็นอะไร"
เทพนิมิตนิ่งเงียบไม่ตอบ
"เรื่องนี้มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอคิด มันเป็นชะตากรรมของเพื่อนเธอ ไม่มีใครสามารถช่วยอะไรเขาได้ ทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้แล้ว"
"ถูกกำหนด ณจันทร์ถูกกำหนดเพื่ออะไรคะ"
เทพนิมิตลุกขึ้น เก็บข้าวของ เตรียมตัวจะออกไป
"ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น ทำไมฉันจะต้องมาเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้ด้วยนะ ฉันจะย้าย ไม่อยู่แล้วร้านนี้"
ลูกปลาดึงแขนยื้อยุดเทพนิมิตไว้
"เดี๋ยวแม่หมอ หนูไม่ให้แม่หมอไปไหนทั้งนั้น บอกความจริงมาก่อน"
"ปล่อยฉันนะ ปล่อย"
เทพนิมิตพยายามสะบัดหนีการเกาะกุมของลูกปลา จนในที่สุดก็หลุดออกมาได้
"คืนนี้…คืนนี้ความจริงทุกอย่างจะปรากฏ"
ลูกปลาและสมชัยนิ่งไปเลยกับคำประกาศของเทพนิมิต
เทพนิมิตก็ออกไป ทิ้งให้ลูกปลาและสมชัยมองตามอย่างไม่เข้าใจ

ปักษะขับรถไล่ตามหลังอาชามาติดๆ อาชามองจากกระจกหลังเริ่มสังเกตเห็นรถปักษะที่วิ่งตามมา เริ่มหน้าเครียด
"รู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นพวกเดียวที่มาแล้วละ ไอ้ปักษะมันตามพวกเรามา"
"แล้วจะเอายังไงดีละครับ" จ่ายุทธถาม
"ผมจะลองขับหลบมันดู"
อาชามองก่อนตัดสินใจที่จะใส่เกียร์ และเร่งความเร็ว เลี้ยวรถเข้าไปซอยหนึ่ง พยายามจะหลบปักษะ แต่ปักษะก็ยังเลี้ยวตามมาจนได้

รถของอาชาเลี้ยวมาซอยหนึ่ง รถปักษะก็เลี้ยวตามมาติดๆ ไม่มีท่าทางจะลดละเลย
"นี่ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว ถ้าขืนเรายังขับรถวนไปวนมาแบบนี้ เราไม่มีทางจะถึงทันหรอกนะครับ"
"บ้าจริง! เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว"
อาชาขับรถหนีปักษะจนคลาดกัน

ณจันทร์เปิดน้ำฝักบัว น้ำพุ่งออกมาเป็นสาย สาดรดร่างของเธอ ณจันทร์ใช้น้ำดับความรุ่มร้อนและความกังวลในใจ
อ่านต่อหน้าที่ 2


เสือ ตอนที่ 7 (ต่อ)
อาชาค่อยๆเดินมาที่ประตูบ้านเช่า ทมองซ้ายมองขวาเห็นไม่มีใครอยู่ เขากำเขี้ยวเสือที่คล้องคอ เช็คดูว่า ห้อยไว้แข็งแรงไม่หลุดง่ายๆ ก่อนจะหยิบว่านออกมาจากกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่งขึ้นมา พลางนึกถึง คำพูดของจ่ายุทธ

"เอาว๊ะ ไม่ลองไม่รู้"
อาชาขยำว่านใส่ปาก แล้วคายออกมาทาจนทั่วหน้าและตัว ก่อนจะพยายามสะเดาะกุญแจเหล็ก

ณจันทร์ชะงัก หูที่ได้ยินได้ไกล รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงดังก๊อกแก็ก หันขวับมองอย่างกังวล อาชาพยายามงัดแงะประตูเหล็กอย่างยากลำบาก โดยไม่มีทีท่าว่าจะเปิดได้
"ประตูนี่มันอะไรกันวะ ไม่กะให้คนเข้าออกได้เลยรึไง"
ทันใดนั้น อาชาก็ได้ยินเสียงคนเดินมาที่ประตูเหล็ก เขารีบถอยหลบห่างจากประตู กำเขี้ยวเสือที่ห้อยคอไว้แน่น
เสียงคนไข เลื่อนกลอนประตูหลายอัน นานอึดใจกว่าที่กลอนจะถูกเลื่อนเปิดหมด แล้วประตูก็ค่อยๆถูกผลักเปิดออก
ณจันทร์ในชุดคลุมออกมา หันมองซ้ายขวาอย่างระวัง ก่อนจะเดินออกมาเช็คที่ประตูด้านหน้าบ้าน แต่ประตูก็ล็อคสนิทดี
อาชาหลบอยู่ซอกด้านข้างประตูนั้นด้วยใจระทึก กลัวณจันทร์จะเห็น ณจันทร์หันมองซ้ายขวารอบๆบ้านอย่างสำรวจ แล้วอาชาก็นึกถึงคาถาพรางตัว - “ ฆะเตสิท อะหังปิตตัง นะชานามิ โจรา โจวา โจวา ปะรายันติ”
อาชา กำเขี้ยวเสือแน่น ปากพึมพำท่องคาถา

แล้วณจันทร์ก็ค่อยๆหันมาทางเขา สายตาของเธอกลับมองไม่เห็นว่ามีคนอยู่ เธอทำท่าจะเดินกลับไป แล้วก็ชะงัก เหมือนจมูกได้กลิ่นอะไรบางอย่าง หันกลับมา
อาชารู้สึกกลัว เห็นณจันทร์กำลังตรงเข้ามาใกล้ทุกทีๆ
อาชากลัวจนเหงื่อไหลลงมาจากหน้าผาก เขาค่อยๆยกมือขึ้นปาดเหงื่อ
ณจันทร์เข้ามายืนติดกับเขาและจ้องมอง ห่างกันเพียงไม่ถึงคืบ
ทันใดนั้นก็มีเสียงหมาเห่าขึ้นจากนอกบ้าน ณจันทร์ชะงัก ผละเดินไปออกไปด้านนอก อาชาโล่งใจ ฉวยโอกาสนั้น แอบย่องเข้าไปทางประตูที่ณจันทร์เปิดทิ้งไว้

ณจันทร์กลับมาในบ้านเหมือนเดิม เห็นว่าไม่มีอะไรแล้วดันประตูเหล็กปิด แล้วเริ่มกดล็อก ใส่กุญแจที่เตรียมไว้อย่างแน่นหนาจนครบ โดยไม่รู้ว่าอาชาเข้าไปข้างในบ้านได้แล้ว
ปักษะพยายามวนหารถอาชา ภายในซอย
"มันไปทางไหนของมันวะ"
ณจันทร์ล้มตัวลงนอนที่เตียง ก่อนที่จะเริ่มมัดตัวเองกับเตียงไว้
อาชาลอบมองณจันทร์อยู่ที่มุมหนึ่ง อาชาซ่อนตัวอยู่ในตู้ ค่อยๆยกไอโฟน เลือกโหมดถ่ายวีดีโอ ถ่ายภาพณจันทร์อยู่

พรหมพยัคฆ์มองดูบนท้องฟ้า พระจันทร์เต็มดวง พระจันทร์ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเลือด
พรหมพยัคฆ์ยิ้มอย่างอำมหิต
"ได้เวลาแล้ว"

ณจันทร์เริ่มกระสับกระส่าย เชือกที่มัดไว้ยังคงตรึงณจันทร์อยู่ที่เตียง ภายในตู้ อาชาถ่ายคลิปวีดิโอความเปลี่ยนแปลงของณจันทร์ด้วยใจระทึก

ปักษะยังคงขับรถวนหารถอาชาอยู่ เขาขับจนไปถึงบ้านหลังหนึ่ง แล้วก็หยุด เมื่อมองเห็นรถของอาชาที่จอดแอบไว้ข้างรั้ว
เขามองเข้าไปในบ้าน คิดว่าต้องเป็นหลังนี้แน่ที่อาชาเข้าไป และน่าจะเป็นที่ที่ณจันทร์อยู่ด้วย

พรหมพยัคฆ์เริ่มเกิดอาการเสือออกมา เล็บงอก มีขนขึ้น และส่งเสียงคำราม

ณจันทร์เกิดอาการเช่นเดียวกับพรหมพยัคฆ์ ดิ้นทุรนทุรายมากขึ้น เชือกที่มัดไว้เริ่มปริขาด อาชายังถ่ายคลิปวีดิโอต่อไป ด้วยใจระทึก

จันทร์กำลังทรมานกับการเปลี่ยนแปลง ในที่สุดพรหมพยัคฆ์ก็สามารถสื่อจิตถึงณจันทร์ได้
"ฉันรู้แล้ว! ฉันรู้แล้วว่าณจันทร์อยู่ที่ไหน"
พรหมพยัคฆ์กระโจนออกไปทันที

ปักษะปีนเข้ามาในบ้านณจันทร์ วิ่งตรงไปที่ประตู พยายามจะเปิด แต่ปรากฏว่าล็อก ปักษะลังเลว่าจะทำยังไงดี
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องของณจันทร์ก็ดังลอดออกมาจากในบ้าน ปักษะตกใจ ปราดเข้าไปที่ประตู และพยายามออกแรงดันและกระแทกให้ประตูเปิดออก
"ณจันทร์! นั่นคุณหรือเปล่า เปิดประตู คุณเป็นอะไรนะ ณจันทร์"

ฝ่ายพรหมพยัคฆ์กระโจนแบบเสือ วิ่งมาตามทาง

ณจันทร์ร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา รู้สึกร่างกายกำลังจะเปลี่ยนแปลงมากขึ้นทุกที เชือกที่ผูกเอาไว้ใกล้จะหลุด
อาชาใช้ไอโฟนถ่ายคลิปวีดิโออยู่ แต่ทันใดนั้นหน้าจอก็เตือนว่าแบตเตอรี่จะหมด
"บ้าเอ๊ย จะมาหมดอะไรตอนนี้"
อาชารีบกดหยุด แล้วพยายามลบแอพพลิเคชั่นที่เปิดทิ้งไว้ทั้งหมด ปิดการทำงานของทุกอย่างเพื่อเซฟแบต แต่ด้วยความที่อยู่ในตู้แคบ บวกกับความรน ทำให้มือถือหล่น กระเด็นออกไปที่ข้างเตียงณจันทร์ อาชาชะงัก

ปักษะอ้อมไปด้านหลังของบ้าน พยายามจะหาทางเข้า ก็เห็นกระจกเล็กช่องขนาดพอดีตัวบานหนึ่งอยู่ด้านหลัง ปักษะหันซ้ายหันขวาพยายามจะหาอะไรมาตีให้เข้าไปได้

อาชาเดินเข้ามาใกล้เตียงณจันทร์อย่างกลัวๆ ก่อนค่อยๆเอื้อมมือมาหยิบโทรศัพท์ที่ข้างเตียงณจันทร์
ยังไม่ทันที่อาชาจะเอื้อมมือถึง ทันใดนั้น ณจันทร์ก็ดิ้นจนเชือกที่ผูกไว้ขาด และลุกขึ้นมา
"เฮ้ย!"
อาชาตกใจ ถอยกรูไปอีกทาง
ณจันทร์ที่เข้าใกล้สู่ความเป็นเสือมากขึ้นทุกที หอบหายใจแรง ได้กลิ่นจากตัวอาชา หันมาทางมุมที่อาชาอยู่
อาชาเริ่มกลัว เหงื่อเริ่มออก ขณะเดียวกันณจันทร์ก็ตามกลิ่นมา ใกล้เขาใกล้เขาทุกที
อาชายกมือกำเขี้ยวเสือแน่น ปากก็ท่องบ่นพึมพำ อย่างรนๆ อาชาทนอยู่นิ่งไหวแล้ว ตัดสินใจลุกขึ้นเผ่นหนี ขณะเดียวกันณจันทร์ก็ฟาดกรงเล็บผ่านอากาศมา โดนมาที่คอ
อาชาชะงัก คลำที่คอ เห็นมีรอยเลือดอยู่นิดหน่อย แต่เขี้ยวเสือหลุดหายไปแล้ว
"เขี้ยวเสือ"
ณจันทร์ มองเห็นร่างของอาชา ปรากฏกับสายตา อาชารีบวิ่งหนีออกจากห้องไปทันที

ปักษะใช้ไม้ที่หามาได้ ทุบกระจก แต่กระจกก็ยังไม่แตก

อาชาวิ่งมาที่ประตูหน้า แต่ปรากฏว่าประตูล็อก ณจันทร์ตามมา อาชาหยิบปืนขึ้นมาจะยิง แต่ปรากฏณจันทร์มีแรงมากกว่าตะปบจนปืนกระเด็นไปอีกทาง อาชาตกใจ พยายามดิ้นหนีจากณจันทร์ ไปทางหลังบ้าน

ปักษะใช้ไม้กระแทกกระจกอีกครั้ง คราวนี้กระจกแตกกระจาย แล้วเขาก็พยายามดันตัวมุดเข้าไปในช่องกระจกนั้น

อาชามาอีกประตูหนึ่ง แต่ปรากฏประตูก็ล็อกไว้ทุกทาง อาชาหันไปเห็นณจันทร์ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ทุกทีๆ เข้ามาเหมือนบีบคออาชา มือณจันทร์เริ่มมีเล็บงอกยาว
ปักษะวิ่งมาถึงที่ห้อง เห็นณจันทร์ที่กำลังบีบคออาชา และกำลังจะจิกเล็บไปที่คอ
"อย่าณจันทร์!"
ณจันทร์ชะงัก เมื่อเห็นปักษะก็ปล่อยตัวอาชาไป แต่ทันใดนั้นเสียงนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืนพอดี!
"ณจันทร์"
เสียงประตูถูกกระแทกเสียงดังก่อนจะพัง ร่างเสือของพรหมพยัคฆ์กระโจนเข้ามา ทั้งหมดตกใจหันไปมอง เสือตัวใหญ่ยืนอยู่กลางห้อง คำรามดังลั่น ก่อนที่จะกลายร่างเป็น พรหมพยัคฆ์ อาชาและปักษะตะลึงกับภาพที่เห็น
"พรหมพยัคฆ์"
เหมือนมีแสงจันทร์สาดเข้ามาในห้อง ณจันทร์มองอย่างตื่นตะลึง รู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังจะเปลี่ยนแปลง เธอล้มลง ปักษะสะดุ้งเหมือนเพิ่งได้สติ หันมองอย่างเป็นห่วง จะเข้ามาช่วย แต่ณจันทร์บอกปักษะที่กำลังจะเดินเข้ามา
"อย่าเข้ามา ออกไป"
ปักษะชะงัก ณจันทร์ล้มลง กำลังจะกลายเป็นเสือต่อหน้าต่อตาปักษะ!

​​​​​​​ณจันทร์ที่กำลังทุรนทุราย และไล่ปักษะให้ห่าง พยายามหันมาขอร้องอ้อนวอนพรหมพยัคฆ์
"ปล่อยฉันออกไปนะ! ปล่อยฉัน"
พระจันทร์กำลังค่อยๆโผล่ออกจากเงาเมฆ พรหมพยัคฆ์เงยหน้าเหมือนรู้ว่าเวลาใกล้มาถึงแล้ว
"จวนจะได้เวลาแล้ว"
ณจันทร์เริ่มเกิดอาการของเสือ สั่นไปทั้งตัว
พระจันทร์ค่อยๆออกมาจากเงาเมฆ
มือณจันทร์เริ่มมีเล็บงอกยาว เธอกลัวตัวเองมาก พยายามถอยห่างจากปักษะ
พระจันทร์ใกล้จะเต็มดวงทุกที ปักษะเริ่มได้สติ ลุกขึ้นมา
"ณจันทร์"
พระจันทร์ก็โผล่พ้นจากเมฆแล้ว กำลังจะเต็มดวง แสงจันทร์สาดเข้ามาในห้อง ณจันทร์มองอย่างตื่นตะลึง รู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังจะเปลี่ยนแปลง ปักษะเข้ามาหา
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า"
"อย่าเข้ามา ออกไป!"
ณจันทร์ผลักปักษะออกไปอย่างแรง เขาล้มลง มองเธออย่างไม่เข้าใจ ณจันทร์รู้สึกเจ็บปวด ร้าวเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ล้มลงกับพื้น มองภาพเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่สติจะขาดลอย
ปักษะยืนนิ่งงัน มองอย่างตื่นตะลึง
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นนะ! คุณเป็นอะไร"
ณจันทร์ไม่รับรู้อะไรแล้ว เธอคุกเข่ากับพื้น แล้วเล็บของเธอเริ่มงอก เขี้ยวเริ่มโผล่ออกมา มีขนออกมาจากทั่วร่างกาย ร่างกายกำลังแปลงสภาพเป็นเสือ
พรหมพยัคฆ์หัวเราะลั่น
"แกดูซะสิ! ดูให้เต็มตา นี่แหละตัวจริงของผู้หญิงที่แกรัก"
ณจันทร์ค่อยๆกลายเป็นเสือ ปักษะไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นความจริง ณจันทร์กลายร่างเป็นเสือโดยสมบูรณ์ แล้วก็หันมามองด้วยนัยน์ตาสีเหลืองที่วาวโรจน์
เสือณจันทร์ค่อยๆย่างเท้าเข้ามาหาปักษะที่ยังยืนตะลึงอยู่ที่เดิม ปักษะช็อกจนไม่อาจขยับหนีไปไหนได้
เสือมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ปักษะเผชิญหน้ากับเสืออย่างนิ่งงัน
พรหมพยัคฆ์ยิ้มเยาะ ลุ้นให้ณจันทร์ฆ่าปักษะ
"ฆ่ามันซะณจันทร์ ฆ่ามัน!"
ทันใดนั้นเสียงปืนหนึ่งนัด ดังเปรี้ยงขึ้น พรหมพยัคฆ์ชะงัก ค่อยๆหันมา เห็นคำสูรย์ที่ยืนจังก้าอยู่พร้อมปืนลูกซองยาวในมือ
"มึงนั่นแหละที่ต้องตาย ไอ้เสือผี!"
พรหมพยัคฆ์โกรธจัดที่คำสูรย์เข้ามาขวาง กระโจนเข้าไปจะตะปบ คำสูรย์ยิงปืนอีกครั้ง ถูกที่ตัวพรหมพยัคฆ์จนเซ เลือดไหลออกมา
"เป็นไง รสชาติลูกปืนเหล็กไหลของกู"
พรหมพยัคฆ์ทรุดตัวลงอย่างเจ็บปวด คำสูรย์รีบวิ่งตรงไปหา
"คุณหนู!"
เสือณจันทร์มองไปที่คำสูรย์ แล้วหันมามองปักษะ ก่อนที่จะกระโจนผ่านปักษะไปที่ประตู หนีออกไปจากห้อง ปักษะยังช็อกกับความจริงที่ได้เห็นเมื่อครู่

เสือณจันทร์วิ่งออกไปนอกบ้าน คำสูรย์วิ่งตามมา
"คุณหนู"
เสือณจันทร์ชะงัก ขู่คำรามคำสูรย์
"คุณหนู นี่อาเองคำสูรย์ อามาช่วยคุณหนูแล้ว"
เสือณจันทร์เริ่มนิ่งสงบลง คำสูรย์พยายามเข้าไปใกล้ ล้วงย่าม เอาผ้ายันต์แดงผืนหนึ่ง
ประคบไปที่หน้าผากของเสือ
เสือร่ำร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด เสือณจันทร์ดิ้นรนอย่างทรมาน

พรหมพยัคฆ์ในร่างเสือแผลเริ่มสมานตัว ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ขณะที่ณจันทร์ค่อยๆเปลี่ยนร่างกลายเป็นคนในที่สุด
คำสูรย์เอาเสื้อผ้าคลุมร่างณจันทร์ไว้ หูคำสูรย์ได้ยินเสียงฝีเท้าสัตว์ที่กำลังวิ่งเข้ามา
"ลูกปืนคงหยุดมันไม่ได้นานนักหรอก ไปเร็วเข้าคุณหนู"
คำสูรย์ประคองณจันทร์วิ่งออกไป
พรหมพยัคฆ์มาถึงหน้าบ้านเช่า ดมกลิ่นณจันทร์ ก่อนจะกระโจนตามไป

คำสูรย์และณจันทร์พากันวิ่งมาจนถึงที่รกร้างในหมู่บ้าน ณจันทร์ซึ่งทรมานจากการเปลี่ยนร่าง ล้มลง คำสูรย์ประคองไว้
"อดทนไว้ก่อนคุณหนู เราต้องไปต่อ"
"ฉันไม่ไหวแล้วอา"
"ไม่ได้นะคุณหนู ไอ้เสือผีมันยังตามกลิ่นเราได้อยู่"
ท่าทางณจันทร์ไม่ไหวแล้วจริงๆ คำสูรย์ลังเล มองไปเห็นโรงงานแห่งหนึ่งอยู่ไม่ไกล
"ไปทางโน่นเถอะครับคุณหนู"

คำสูรย์กระแทกประตูโรงฆ่าสัตว์จนเปิดออกมา ภายในโรงงาน มีเนื้อสัตว์ที่ถูกแขวนบนราว คำสูรย์ชะงัก
"โรงงานฆ่าสัตว์…คุณหนูเรามีหวังแล้ว"
คำสูรย์พยุงณจันทร์เข้าไปที่เนื้อสัตว์ และเอามือปาดเลือดที่หยดลงมา
"ไอ้พวกกลิ่นเนื้อกลิ่นเลือดพวกนี้ มันจะช่วยกลบกลิ่นพวกเราได้ มาเถอะครับคุณหนู"

พรหมพยัคฆ์ก้าวเข้ามาถึงในโรงงาน กวาดตามองไปรอบๆ
"ณจันทร์! ฉันรู้นะว่าเธออยู่ที่นี่"
เงียบไม่มีเสียงตอบ พรหมพยัคฆ์เดินสำรวจต่อไป

พรหมพยัคฆ์แหวกม่านพลาสติกเข้ามาในห้องเก็บเนื้อสด หลังราวแขวนเนื้อสัตว์ คำสูรย์ และณจันทร์หลบอยู่ ดูพรหมพยัคฆ์จากมุมหนึ่ง
หูของพรหมพยัคฆ์ได้ยินเสียงบางอย่าง จึงย่างเท้าไปที่ราวแขวนเนื้อสัตว์ แล้วแหวกออก แต่ปรากฏเป็นแค่โครงกระดูกของสัตว์ที่กระทบกัน
พรหมพยัคฆ์ชะงัก กวาดตามองไปรอบๆ เริ่มคิดว่าณจันทร์อาจจะหลบอยู่ข้างนอก และกำลังจะเดินออกไป ฝ่ายณจันทร์และคำสูรย์ลุ้นว่า พรหมพยัคฆ์จะออกไปหรือไม่
ทันใดนั้น หนูขนาดเขื่องตัวหนึ่งก็วิ่งเฉียดใกล้ณจันทร์ ณจันทร์ตกใจมาก จนเผลอกรี๊ด!
พรหมพยัคฆ์หันขวับตามเสียง
คำสูรย์ผลักเนื้อสัตว์ที่แขวนบนราวไปปะทะกับพรหมพยัคฆ์ แต่พรหมพยัคฆ์ผลักออกไป และวิ่งมาถึงเข้ามาที่ซึ่งทั้งคู่หลบอยู่ทันที
คำสูรย์ยิงตอบโต้ แต่พรหมพยัคฆ์ก็ก้มหลบได้ ในที่สุดลูกกระสุนก็หมด พรหมพยัคฆ์กระโจนเข้ามารวบตัวณจันทร์ไว้
คำสูรย์กระโจนเข้ากอดคอพรหมพยัคฆ์ไว้ พรหมพยัคฆ์โมโหพยายามจะสะบัดตัวคำสูรย์ออกไป ณจันทร์ลังเล
"คุณหนูหนีไป! เร็วเข้า"
ณจันทร์ตัดสินใจวิ่งหนีออกไปข้างนอก
คำสูรย์ถูกพรหมพยัคฆ์เหวี่ยงไปกองอยู่ที่เขียงฆ่าสัตว์ พรหมพยัคฆ์กำลังจะกระโจนออกไปตามณจันทร์ คำสูรย์เห็นมีดเล่มใหญ่ปักอยู่ หยิบขึ้นมา และฟันลงไปที่หลังพรหมพยัคฆ์ เลือดไหล
พรหมพยัคฆ์คำรามลั่นอย่างโกรธจัด ปัดมีดหลุดจากมือคำสูรย์ แล้วตะปบกรงเล็บมาโดนคำสูรย์เต็มแรง

ณจันทร์วิ่งออกมาด้านนอก และก็สะดุดล้มลง วิ่งต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

การต่อสู้ระหว่างพรหมพยัคฆ์และคำสูรย์ยังดำเนินต่อไป คำสูรย์เสียเปรียบ โดนกรงเล็บของพรหมพยัคฆ์ทั่วตัว และถูกเหวี่ยงไปกระแทกที่ผนังห้อง
คำสูรย์ทรุดตัวลง เริ่มหมดแรง รู้ตัวว่าไม่ไหวแล้ว ทันใดนั้น ก็เหลือบไปเห็นตะขอวางอยู่ที่พื้น
พรหมพยัคฆ์หันหลังจะกระโจนออกไปหาณจันทร์
คำสูรย์มองเห็นตะขอมีสายยาวต่อไปจนถึงราวแขวนเนื้อสัตว์ คำสูรย์คิดบางอย่างออกมาได้
คำสูรย์หยิบตะขอ ลุกขึ้นพุ่งเข้าหาพรหมพยัคฆ์ ใช้ตะขอแทงเข้าไปที่หลัง พรหมพยัคฆ์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
"อ๊ากซ์!"
พรหมพยัคฆ์พยายามจะดึงตะขอออกจากหลัง คำสูรย์รีบวิ่งไปที่รอก กดปุ่ม รอกเคลื่อน และฉุดดึงตะขอขึ้นบนราวพร้อมๆกับร่างของพรหมพยัคฆ์
คำสูรย์รีบวิ่งหนีออกไป
พรหมพยัคฆ์ถูกแขวนเติ่งอยู่บนราว ร้องด้วยความเจ็บปวด

เช้ารุ่งขึ้น ที่กองปราบปราม อาชาพยายามเปิดดูคลิปจากไอโฟน ที่หน้าจอแตกยับเป็นรอยร้าวเต็มไปหมด เขากดเปิดเครื่อง แต่ไม่ติด
"บ้าจริง! ไอ้เสือนั่นมันเหยียบจนพัง โอ๊ยจะกู้คลิปที่ถ่ายไว้เมื่อคืนได้มั้ยนี่"
อาชาโยนไอโฟนลงโต๊ะอย่างเซ็ง
"แต่หมวด อย่างน้อยเราก็ได้รู้นะครับว่าเสืออีกตัวหนึ่งเป็นใคร" จ่ายุทธบอก
"ไอ้พรหมพยัคฆ์…ผมนึกสงสัยอยู่แล้วว่าจะเป็นมัน"
"แล้วอย่างนี้หมวดเคยสงสัยไหมครับว่าระหว่างพรหมพยัคฆ์ กับณจันทร์…ใครกันแน่ที่เป็นฆาตกรในคดีผ่านๆมา"
"สงสัยสิ และผมต้องหาคำตอบให้ได้ด้วยว่า เสือตัวไหนกันแน่ที่มันเป็นฆาตกรตัวจริง… แต่ตอนนี้ที่สำคัญ เราต้องพิสูจน์เรื่องเสือให้ได้ก่อน"
อาชาครุ่นคิด
"มีแค่คนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยเป็นพยานให้กับเราได้"

ปักษะนั่งอยู่เพียงลำพัง เหม่อมองไปด้านนอก เหมือนไม่รับรู้อะไร สักพักอาชาก็เดินเข้ามาหา
"แกพร้อมจะพูดกับฉันหรือยังวะปักษะ"
ปักษะยังคงเหม่อนิ่ง อาชาเลยยกเก้าอี้มานั่งข้างๆ
"แกไม่พูดก็ไม่เป็นไร ฉันจะนั่งรออยู่ตรงนี้ จนกว่าแกจะพูด"
"โอเค แกอยากให้ฉันพูดอะไร"
"ก็คำถามเดิมนั่นแหละ เกิดอะไรขึ้นในบ้านหลังนั้น เมื่อคืนนี้ แกเห็นอะไร"
ปักษะยังนิ่งเงียบ อาชาเริ่มหงุดหงิด
"ให้ตายเถอะปักษะ! แกพูดสิวะว่าแกเห็นอะไร"
"ฉันเห็น…เสือ"
"ไม่เอาน่าปักษะ แกก็รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร"
ปักษะผุดลุกขึ้น ท่าทางไม่พอใจ
"ฉันไม่รู้ ฉันตามแกไปจนถึงบ้านหลังนั้น แล้วฉันทุบกระจกเข้าไป…ฉันก็เห็นเสือตัวนึง มันก็เท่านั้น"
อาชานิ่ง รู้ว่าปักษะโกหก
"ไม่จริง แกเห็นมากกว่านี้ แกคิดจะเข้าไปช่วยณจันทร์ แต่แกกลับได้เห็นเขาเป็นอีกอย่าง แกได้เห็นตัวจริงของเขา ใช่ไหมปักษะ ณจันทร์ที่แกเห็น เขาก็คือเสือตัวนั้น!"
อาชาจ้อง ยิ่งบีบคั้นหนักขึ้น
"แกอย่าหลอกตัวเองสิวะ แกก็เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว แกยอมรับสิ ว่าเรื่องที่ฉันพูดมันเป็นความจริง"
ปักษะนิ่งไปกำลังจะถูกอาชาบีบให้พูดออกมา
"เชื่อฉันเถอะปักษะ จะต้องไม่มีเสือมาไล่ฆ่าคนอีก แกช่วยหยุดมันได้ แค่แกบอกตำรวจว่าแกเห็นอะไร"
"ไม่! ถึงยังไงฉันก็จะไม่เป็นพยานในคดีนี้"
"จนป่านนี้แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอวะปักษะ แกปกป้องเขาไม่ได้ ณจันทร์นะไม่ใช่มนุษย์!"
"ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร แต่ยังไงฉันจะไม่มีวันทำลายเขา"
อาชานิ่งอึ้ง โมโหเพื่อนมาก
"แกรู้ไหม แกกำลังจะทำให้ไอ้ฆาตกรมันลอยนวลไปได้ ถ้ามีเหยื่อรายต่อไปอีก มันก็เป็นเพราะแกนั่นแหละที่ไม่ยอมพูดความจริง"
อาชาเดินออกไปอย่างโมโห ปักษะสับสนอย่างหนักว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี

อ่านต่อตอนที่ 8

กำลังโหลดความคิดเห็น...