xs
xsm
sm
md
lg

เสือ ตอนที่ 3

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เสือ ตอนที่ 3
ปักษะและณจันทร์นั่งกันอยู่ในร้านอาหารคุยกัน

"พ่อคุณเสียเพราะถูกเสือกัดหรือครับ"
เธอพยักหน้า
"ต่อหน้าต่อตาฉัน ถึงฉันจะเป็นเด็ก ฉันก็ยังจำภาพนั้นได้ไม่ลืม เลือดสีแดงสด กระจายอยู่เต็มใบหญ้าสีเขียว"
เธอพูดได้แค่นั้น ก็พูดต่อไม่ได้อีก
"ขอโทษนะคะ ฉันไม่น่าพูดเลย กำลังทานอาหารกันอยู่แท้ๆ"
"ผมก็ขอโทษที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา คุณมีความหลังอย่างนี้นี่เอง มิน่า ในดวงตาคุณ ถึงมีแต่ความรู้สึกเศร้าอยู่ตลอดเวลา คุณนี่เป็นผู้หญิงที่แปลก และลึกลับจริงๆ …นี่ละมั้งเป็นเสน่ห์ของคุณที่ผมรู้สึกได้"
ณจันทร์เอะใจที่เขาชมซึ่งๆหน้า เขายิ้มให้เธอ ช่างเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นมาก ๆ จน เธอเองรู้สึกเคลิบเคลิ้มไป คล้ายต้องมนต์สะกด แล้วครู่หนึ่งเธอก็รู้สึกตัว รีบก้มหน้าหลบตาด้วยความเขินอาย
ทั้งคู่เดินไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ แมวของเจ้าของร้านมาเดินอยู่ข้างๆแคชเชียร์ ปักษะนั่งลงไปเล่น พูดกับแมว แบบคนที่รักสัตว์
"ไง เรา…ชื่ออะไรหา…ไหนขอมือหน่อยสิ"
ปักษะอุ้มแมวขึ้นมา ณจันทร์เห็นท่าทางที่เขาเล่นกับสัตว์ก็ชื่นชม
"คุณน่าจะเรียนสัตวแพทย์นะคะ"
"เป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ต้องอยู่กับธรรมชาติเหมือนกัน สัตว์ คน สิ่งแวดล้อม ทุกอย่างอยู่ในวงจรเดียวกัน ถ้าเรามองสัตว์ต่ำต้อยกว่าเรา ล่าและทำลายกัน ในที่สุดเราก็จะอยู่ไม่ได้ อยากอุ้มไหมครับ"
เธอถอยห่างบอก
"ไม่ละคะ"
"นี่คุณกลัวแมวหรือครับ"
ณจันทร์งอนๆ
"ทำไมคะ ตลกนักเหรอ"
"เปล่าครับ เขาว่าผู้หญิงกับแมวเหมือนกัน รักสวยรักงาม ชอบให้คนเอาใจ ต้องคอยง้อ แล้วที่สำคัญห้ามพูดจุดอ่อนของเธอด้วย ... ข้อนี้สงสัยจะจริงนะครับ"
เธอค้อน
"เก็บคำวิเคราะห์ของคุณไว้ใช้กับแมวเถอะคะ เพราะฉันไม่ได้กลัวแมว แค่ไม่ถูกโรคกับสัตว์เท่านั้น ให้ฉันลองอุ้มมันก็ได้"
เธอยื่นมือ เขาอุ้มแมวส่งให้เธอ แต่แมวกลับขู่ฟ่อ และข่วนเธอก่อนโดดหนีไปที่กรง
"โอ๊ย!"
ปักษะตกใจ
"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ"
ปักษะจับมือของณจันทร์ขึ้นมาดู
"ผมขอโทษนะครับ ไม่คิดว่าว่ามันจะข่วน"
"มันคงไม่ชอบฉัน ไม่แปลกหรอกคะ มันก็เหมือนกับตัวอื่นๆ"
ปักษะมองหน้าณจันทร์อย่างสงสัย เธอพูดเสียงเศร้า
"ตั้งแต่เด็กแล้ว ฉันไม่เคยเข้าใกล้สัตว์ชนิดไหนได้เลย ถ้าพวกมันไม่ตื่นตกใจ ก็จะตรงเข้ามาทำร้ายฉัน ไม่รู้ทำไมเป็นอย่างนั้น"
ปักษะมองณจันทร์ เขารู้ว่าเธอเศร้า
"รู้ไหมครับ ผมมีความสามารถพิเศษที่ฟังเสียงสัตว์ได้ด้วย"
ปักษะนั่งลงอุ้มแมวตัวเดิม และพูดกับมัน ณจันทร์งง
"ทำไมแกถึงข่วนคุณณจันทร์เฮอะ แกไม่ชอบเขาเหรอ อ้อ แกเห็นว่าเขาสวย เลยตื่นเต้น ทำอะไรไม่ถูก จนต้องข่วนแก้เขินงั้นเหรอ โธ่ เจ้าแมวชีกอ"
ณจันทร์หัวเราะ ขำจริงๆ ที่ปักษะทำท่าเหมือนพูดกับแมวรู้เรื่องแบบนั้น เขาดีใจที่เห็นเธอยิ้ม เธอเองก็รู้สึกประทับใจเขามาก
"บอกแมวตัวนั้นด้วยนะคะว่าขอบคุณมาก ฉันรู้สึกดี ที่มันคิดอย่างนั้นกับฉัน"
คราวนี้ปักษะเป็นฝ่ายเขิน ณจันทร์ยิ้ม

ปักษะและณจันทร์กำลังจะเดินออกมาที่หน้าร้าน
"จะไปต่อที่ไหนดีครับ ผมให้คุณเลือก"
ณจันทร์พูดล้อเล่น
"คนเลือกนี่ต้องจ่ายด้วยหรือเปล่าคะ"
ปักษะหัวเราะ ผลักประตูร้านให้ ณจันทร์เดินออกมาอยู่นอกร้าน
คืนนั้น...พระจันทร์ขึ้น 14 ค่ำ ใกล้จะเต็มดวง ลมพายุพัดกรู จนเธอเริ่มรู้สึกกลัวบางอย่างอย่างประหลาด หนาวยะเยือก จนต้องห่อไหล่ ปักษะตามมา สังเกตเห็น
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าณจันทร์"
"เปล่าค่ะ" เธอมองดวงจันทร์อีกครั้ง ยิ่งรู้สึกหนาวสะท้าน ตัดสินใจปฏิเสธ " ขอโทษนะคะ ฉันคงไปไหนไม่ได้แล้ว รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวยังไงไม่รู้"
"ไม่สบายเหรอครับ จะไปหาหมอไหม เดี๋ยวผมจะพาไปให้"
"ไม่ต้องหรอกคะ ฉันแค่เหนื่อยเท่านั้น ขอกลับไปพักที่บ้านดีกว่า"
ณจันทร์ผละออกไปที่ลานจอดรถ โดยมีปักษะเดินตามอย่างเป็นห่วง

พรหมพยัคฆ์มองพระจันทร์ดวงเดียวกัน ยิ้ม และจะเดินออกไป
"จะให้ผมไปด้วยไหมครับ" ลายเมฆถาม
"ไม่ต้อง คืนนี้เป็นคืนขึ้น 14 ค่ำ มันถึงเวลาแล้ว ที่ฉันจะทำให้ณจันทร์ยอมรับ เพื่อว่าเมื่อพระจันทร์เต็มดวงในคืนพรุ่งนี้ เธอจะได้กลายเป็นเสือโดยสมบูรณ์"
"แล้วท่านจะทำยังไงครับ"
"เลือดของฉัน จะปลดปล่อยสัญชาติญาณของเสือในตัวเธอให้ออกมา วันนี้ ณจันทร์จะได้ลิ้มรสมัน"
พรหมพยัคฆ์ยิ้มอย่างโหดเหี้ยม

ภายในคอนโดฯ ตอนกลางคืน ณจันทร์เข้ามาในห้องน้ำ มีสีหน้าเหนื่อยอ่อน เธอค่อยๆปลดกระดุม และถอดเสื้อออก เธอเปิดน้ำจากฝักบัว ปล่อยให้น้ำไหลรดร่างของเธอ ดูเซ็กซี่ ถูตัวด้วยสบู่เหลว แล้วเปิดฝักบัวชะล้างคราบสบู่ เธอลูบไล้น้ำไปตามลำตัว ก่อนปิดฝักบัว เดินไปหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาคลุม
พรหมพยัคฆ์ขับรถมาด้วยความแรง สีหน้ามุ่งมั่น ลงจากรถ มองไปที่คอนโดฯของณจันทร์ และ เงาบางอย่างมาทาบทับที่ประตูห้องน้ำ
เธอจะออกจากห้องน้ำ รู้สึกเหมือนได้กลิ่นบางอย่าง ลอยมาจากทางระเบียง เธอเดินไปแหวกม่านออกดู
ฟากฟ้าพระจันทร์ใกล้เต็มดวง เธอรู้สึกไม่สบายใจ
ไม่มีใครอยู่บนระเบียง เธอปิดม่านลง ทันใดนั้น...พรหมพยัคฆ์ก็กระโจนขึ้นมาที่ระเบียง
มองไปที่ห้องของเธอ ยิ้มอย่างมุ่งหวัง

ณจันทร์กำลังอยู่ในชุดนอน เป็นชุดกางเกงขาสั้น กำลังทาครีม ลูบไล้ไปตามขา เธอเห็นเงาใครคนหนึ่งอยู่ในห้อง เธอตกใจ ผุดลุกขึ้น หันหลังไปเจอพรหมพยัคฆ์ยืนอยู่
"คุณเข้ามาได้ยังไง"
"เท้าหลังของพวกเรา มีกำลังเหลือเฟือ ทำให้เราไปทุกที่ๆเราต้องการได้ อีกหน่อยเธอก็จะใช้มันเป็น"
ณจันทร์รู้สึกกลัว วิ่งไปหยิบโทรศัพท์ พรหมพยัคฆ์เข้าไปกอดไว้จากข้างหลัง ทำให้โทรศัพท์หลุดจากมือ สัมผัสจากพรหมพยัคฆ์ทำให้เธอเหมือนอ่อนแรงที่จะต้านทาน
"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ…คุณจะทำอะไรฉัน ฉันร้องจริงๆด้วย"
"ผมไม่ทำอะไรอย่างที่คุณคิดหรอก อย่ากลัวไปเลย มันยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม พวกเรามีฤดูกาลของเรา"
"เลิกพูดอะไรบ้าๆแบบนี้กับฉันเสียทีได้ไหม คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่"
เธอดิ้นขัดขืน พรหมพยัคฆ์ปล่อยอ้อมกอดให้คลายลง เธอพลิกตัวหันกลับมาจ้องหน้าพรหมพยัคฆ์ด้วยความโมโห
"ต้องการอะไรน่ะหรือ...เอางี้ ผมจะเล่านิทานให้คุณฟัง"
ณจันทร์ขมวดคิ้ว ดิ้นออกจากอ้อมแขนของเขา แต่ก็สู้แรงไม่ได้ พรหมพยัคฆ์ยิ้ม
"นานมาแล้ว นับพันปี มีราชาและราชินี ผู้สืบทอดเผ่าพันธุ์ที่มีสายเลือดที่เข้มแข็ง เผ่าพันธุ์มีพลังอำนาจเหนือมนุษย์"
พรหมพยัคฆ์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จ้องตาเธอ
"เผ่าพันธุ์แห่งเสือ"

เรื่องราวนั้น ... ณ บริเวณป่า พรหมพยัคฆ์ กับ อชินี ยืนอยู่คนละด้านขนานกับธารน้ำตก ด้านหลังเผยให้เห็นดวงจันทร์สีแดงฉาน ที่ฉาบให้แผ่นฟ้าเป็นสีเลือด พร้อมๆกับเสียงบอกเล่าของพรหมพยัคฆ์
"เสือที่ดำรงอยู่ในร่างคน"
ณจันทร์อึ้งไป พรหมพยัคฆ์เว้นไปนิดนึง แล้วพูดต่อ
"ราชาและราชินี ต่างมีภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ ในการสืบทอดเผ่าพันธุ์"
พรหมพยัคฆ์และ อชินี วิ่งเข้าหากัน เขาจูบเธออย่างเร่าร้อน เธอจูบตอบ
"แต่มันยังไม่เคยสำเร็จ เพราะโดนขัดขวาง โดยมนุษย์"

เสียงปืนก็ดังขึ้น ปัง! ฝูงนกกลางคืนแตกฮือ พรหมพยัคฆ์ชะงัก หันขวับมองต้นเสียงด้วยแววตาดุร้าย
"พวกมนุษย์ เผ่าพันธุ์ชั่วร้ายที่โหดเหี้ยมเห็นแก่ตัว"
อชินีโดนพรานยิงบาดเจ็บ วิ่งหนีเข้าป่าไป
"พวกมันตามล่าเพื่อจะทำลายล้างเรา"
อชินี นอนตายร่างกลายเป็นเสือ

พรหมพยัคฆ์มีแววตาเจ็บปวดปนเคียดแค้น เมื่อนึกถึงอดีตที่สูญเสียอชินีไป
"จากวันนั้น ... ผมรอคอย เฝ้ารอเวลา มานานเกือบ 20 ปี ผมดั้นด้นตามหา"

จันทร์ในวัยเด็กจ้องมองอยู่หน้ากรงเสือ เธอสบตากับเสือนิ่ง เหมือนทำพันธะสัญญาเชื่อมโยงจิต
"หาเธอ"

ในบริเวณป่า ณจันทร์มีรอยเลือดเปื้อนเต็มตัว เธอกำลังใช้มือแตะเลือดจากตัวเสือขึ้นมาดื่มกิน เลือดเปรอะเปื้อนหน้าตา เธอเหมือนโดนมนตร์บางอย่างสะกดให้ทำเช่นนั้น
" เธอซึ่งจะมาเป็นราชินีของผม"

ณจันทร์ ช็อก เหมือนเรื่องราวของเธอเมื่อตอนเด็กเลย พรหมพยัคฆ์พูดเน้นอย่างมีความหมาย
"และในที่สุด เธอคนนั้นก็ยืนอยู่ตรงหน้าผมแล้ว"
เขายิ้มด้วยความภาคภูมิใจที่หาเธอจนเจอ ขณะที่ณจันทร์กลับอึ้ง ค่อยๆส่ายหน้า ไม่อยากจะเชื่อ
"คุณมันบ้าไปแล้ว ... ฉันไม่เชื่อเรื่องบ้าๆที่คุณแต่งขึ้นมาหรอก"
พรหมพยัคฆ์เดินเข้ามากระซิบข้างหู
"อย่าพยายามปฏิเสธเลย คุณคือคนที่ถูกเลือก คุณคือราชินีของผม สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวคุณ คุณต้านทานมันไม่ได้หรอก...ณจันทร์"
พรหมพยัคฆ์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"วันเพ็ญเดือนแปดนี้ วันสำคัญของเผ่าพันธุ์ของเรา วันที่ราชาและราชินีแห่งเสือได้ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์"
เธอค่อยๆส่ายหัวอย่างไม่เชื่อ
"เมื่อนั้นเผ่าพันธุ์ของเราก็จะมีผู้สืบทอด มีทายาทสืบไป ไม่มีวันสิ้นสุด"
เรื่องราวดูไปกันใหญ่เกินกว่าเธอจะรับได้ เธอสะบัดตัวออก พรหมพยัคฆ์ปล่อยเธอ
"ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้…ฉันไม่เชื่อคุณหรอก อย่ามาแต่งเรื่องบ้าๆหลอกฉันอีก ไป๊"
พรหมพยัคฆ์เดินมาจับคาง จ้องลึกไปในดวงตา ณจันทร์บ่ายเบี่ยง
"เธอคือราชินีแห่งเสือ ราชินีของฉัน มันถึงเวลาแล้วณจันทร์ วันที่เธอต้องยอมรับว่า เธอคือเสือ"
ณจันทร์หวาดกลัวมากเมื่อได้ยินสิ่งที่พรหมพยัคฆ์พูด

เธอพยายามผลักพรหมพยัคฆ์ออก แต่ไม่สำเร็จ เธอเอามือกางขึ้น เล็บของเสืองอกออกมา เธอข่วนเข้าที่หน้าของพรหมพยัคฆ์เต็มแรง พรหมพยัคฆ์ปล่อยให้เธอหนีไป
เธอวิ่งหนีไปที่ประตู และเปิดประตูออกไป แม้ใบหน้าพรหมหยัคฆ์จะมีรอยข่วน แต่เขากลับยิ้มพอใจ และสามารถสมานแผลกลับคืนเป็นปกติได้

บริเวณหน้าลิฟต์ เธอพยายามจะกดเรียกลิฟทต์ พรหมพยัคฆ์ยื่นมือหนึ่งมาจับไว้ เธอตกใจ และใช้กำลังทั้งหมดผลักเขาออกไปอีกครั้ง แล้ววิ่งไปที่บันไดหนีไฟ พรหมพยัคฆ์ตามไป

เธอวิ่งวนตามบันไดหนีไฟ ขึ้นไปเรื่อยๆ ขณะที่พรหมพยัคฆ์เงยหน้ามองตามแล้วยิ้มอย่างเหนือกว่า

เธอเปิดประตูดาดฟ้า พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่ ลมพัดพลิ้ว ดูน่าสะพรึงกลัว เธอรู้สึกวูบวาบเหมือนจะควบคุมตัวเองไม่ได้ แม้เธอไม่เห็นพรหมพยัคฆ์ตามมา แต่ก็รีบหาของมากั้นประตูไว้ แล้ววิ่งไปที่ริมดาดฟ้า สูงลิบจากเบื้องล่าง ณ ที่ตรงนี้ ถ้าเธอต้องเผชิยหน้ากัน เธอก็ไม่รู้ว่าจะหนีเขาได้ยังไง
ทันใดนั้น ประตูก็เปิดออก ของที่กั้นไว้อยู่กระจาย ด้วยพลังลึกลับของพรหมพยัคฆ์ เขาก้าวออกมา เธอหันไปมองด้วยความหวาดกลัว
"คุณไม่มีทางหนีผมได้ ณจันทร์"
ณจันทร์ค่อยๆก้าวถอยหนี ทั้งคู่ยืนอยู่ห่างกันมาก แต่เพียงแค่อึดใจ พรหมพยัคฆ์ก็กระโจนด้วยความเร็วเกินมนุษย์มาประจันหน้า เธอสะดุ้งตกใจเพราะไม่ทันตั้งตัว
"คุณไม่มีวันหนีสิ่งที่คุณเป็นได้หรอก ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว"
เธอส่ายหน้าไม่ยอมรับ หวาดกลัวมาก ถอยห่างจากพรหมพยัคฆ์ จนถึงสุดดาดฟ้า
"คุณกลัวงั้นเหรอณจันทร์ อีกไม่นานคุณก็จะหายกลัว"
พรหมพยัคฆ์ก้าวเข้ามาใกล้ ยิ้มเย็นยะเยือก
"เลือดของผม จะช่วยปลุกพลังอำนาจของเสือในตัวคุณ"
พรหมพยัคฆ์กัดปากตัวเอง จนมีเลือดค่อยๆซึมไหลออกมา ทันทีที่เธอเห็นเลือดแว่บหนึ่งดวงตาเธอเปลี่ยนเป็นสีเหลือง รู้สึกกระหายเลือด เธอพยายามคุมสติตัวเองส่ายหัว พร้อมก้าวหนี
"ไม่ ! ไม่ ...ออกไป"
ทั้งคู่ยืนอยู่ที่ขอบตึก ณจันทร์มองลงไปเบื้องล่างอย่างกังวล เลือดทำให้เธอรู้สึกควบคุมตัวเองได้ยาก ตาเธอเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เสือซ้อนขึ้นมาที่หน้าเธอ เธอพยายามสลัดหัวไล่ความรู้สึกนี้ออกไป
พรหมพยัคฆ์ยิ้ม ไม่ทันที่เธอจะตั้งตัวพรหมพยัคฆ์ก็พุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว คว้าตัวเธอไว้ในอ้อมกอด เธอตกใจ ทั้งคู่สบตากัน พรหมพยัคฆ์ค่อยๆประกบริมฝีปากลงไป เธอตาโตค้าง แว่บหนึ่งเธอรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับพรหมพยัคฆ์ พอรู้สึกตัวเธอพยายามจะขัดขืน พรหมพยัคฆ์หมุนตัวเธอกระชับแนบตัวและกดปากหนักแน่นยิ่งขึ้น เลือดไหลออกมาจากมุมปากของพรหมพยัคฆ์ ณจันทร์พยายามดันตัวเองออก แต่สู้แรงเขาไม่ได้ เขาดึงตัวเธอเค้ามาชิดอีกครั้ง เธอกำลังกลืนเลือดพรหมพยัคฆ์นั้นลงคอ นัยน์ตาเธอเบิกโพลง ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เล็บงอกยาวออกมา เธอพยายามต่อต้าน ผละออกจากจูบของเขา
"เธอคือราชินีของฉัน ราชินีแห่งเสือ.. ณจันทร์"
พรหมพยัคฆ์ยิ้ม ก่อนจะกระชับณจันทร์มากอดไว้ แล้วพลิกหมุนตัวออกจากขอบตึก ลมพายุโหมกระหน่ำ ทั้งคู่กำลังร่วงลงมา เธอตกใจแต่เขายิ้ม ก่อนจะค่อยๆผละเธอออกจากอ้อมกอด
"พลังอำนาจของเสือ ณจันทร์ ... จงใช้มัน"
ใบหน้าเธอถูกซ้อนด้วยใบหน้าของเสือคำราม พรหมพยัคฆ์ยิ้มก่อนจะพุ่งตัวลงไปข้างล่างก่อน ปล่อยให้ณจันทร์ลอยคว้างอยู่คนเดียว
"ไม่"
ณจันทร์พยายามจะต่อต้าน แต่ภาพเสือซ้อนทับตัวเธอขึ้นมา

ณจันทร์ตกลงมา ในที่สุด เธอก็ใช้สัญชาตญานหมุนกลับตัวเหมือนเสือ ใช้ขาลงมาถึงพื้น ชั้นล่างของคอนโดฯ โดยไม่เป็นอันตรายสักนิด ณจันทร์ตกใจมาก
พรหมพยัคฆ์กระโจนพุ่งมาอยู่ตรงหน้าของเธอ เลือดที่มุมปากของเขายังอยู่
"พวกเราไม่ตายเพราะเรื่องง่ายๆแค่นี้หรอก เรามีสัญชาตญานในการเอาตัวรอด ...สัญชาตญานของเสือ"
เธอยกมือเช็ดปากที่เปื้อนเลือดของพรหมพยัคฆ์ เธอพยายามอาเจียนเอาเลือดออกมา เขาส่ายหน้า
"อย่าพยายามเลย เลือดของผมที่เข้าไปอยู่ในตัวคุณ ปลุกเสือให้ตื่นแล้ว ณจันทร์"
พรหมพยัคฆ์ยิ้มพอใจ ณจันทร์ใจหายวูบ เธอหายใจหอบถี่ รู้สึกเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับตัวเอง
"เมื่อพระจันทร์เต็มดวง ไม่ว่าคุณจะพยายามต่อต้านสักเท่าไร สุดท้ายคุณจะออกล่ามนุษย์กินโดยไม่รู้ตัว ... คืนเดือนเพ็ญวันพรุ่งนี้ คุณก็จะได้กลายเป็นเสือโดยสมบูรณ์"
พรหมพยัคฆ์เดินเข้ามายื่นหน้าใกล้ เธอถอยหนี หลบสายตาเขา พรหมพยัคฆ์มองเธอเต็มตาอีกครั้ง ยิ้ม ก่อนจะกระโดดจากไป เธอมองตามเมื่อเห็นว่าพรหมพยัคฆ์ไปแล้ว ก็คิดหนักกับอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น

บริษัทของณจันทร์ยามเช้า ณจันทร์กำลังชงกาแฟอยู่ เธอกดน้ำร้อนลงในถ้วย...เหม่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
"ณจันทร์"
ณจันทร์สะดุ้งเฮือก เมื่อลูกปลาเรียก น้ำร้อนหกรดมือ เธอสะบัดมือไล่ความร้อน ก่อนหันไปมองลูกปลา
"เดี๋ยวนี้ขวัญอ่อนจังนะ เมื่อคืนเธอไปไหนมาเหรอ"
ณจันทร์ดูมีพิรุธ
"เปล่านี่ ฉันก็อยู่บ้านตลอด"
"อะไรกัน เมื่อคืนฉันไปหาไม่เห็นเจอเลย"
"เธอไปหาฉันงั้นเหรอ"
"ก็ใช่สิ ฉันกับนังสมชัยจะไปเที่ยวกัน พอดีผ่านคอนโดเธอก็เลยแวะเข้าไปชวน เคาะประตูอยู่ตั้งนานก็ไม่เห็นเธอเปิดรับ"
"เอ่อ…ฉันคงจะอยู่ในห้องน้ำอยู่มั้ง เลยไม่ได้ยิน"
"แล้วโทร.ไปทำไมไม่รับ ทั้งที่บ้านทั้งมือถือเลย"
ณจันทร์กำลังอึกอักกับคำถามของลูกปลา สมชัยก็เข้ามาพอดี
"เมาท์อะไรกันยะ ได้เวลาประชุมแล้ว เร็วเข้าสิ"
ลูกปลาผละไปเข้าห้องประชุม ณจันทร์ถอนหายใจอย่างโล่งอก

เกรียงหันมาบอกทุกคนในที่ประชุม
"ทุกคนคงจะรู้แล้วว่าคุณพรหมพยัคฆ์เจ้าของบริษัทแบล็คไทเกอร์ ได้ให้ความไว้วางใจมาเป็นลูกค้าของบริษัทเรา ซึ่งหลังจากพิจารณาแล้ว ผมก็ตัดสินใจเลือกเออีของงานนี้"
วิฬาร์มีท่าทางลุ้นเผื่อตัวเองจะได้เป็น เกรียงหันมามองณจันทร์ที่นั่งอยู่
"ณจันทร์ คุณรับงานนี้ไปแล้วกันนะ"
วิฬาร์มีท่าทางผิดหวัง มองณจันทร์อย่างริษยา เธอชะงัก
"แต่ฉันยังติดงาน เออี ให้ลูกค้าอีกตั้งหลายรายนะคะบอส"
"คุณพรหมพยัคฆ์ระบุมาว่าต้องการคุณ งานที่เหลือผมจะเปลี่ยนให้คนอื่นไปทำแทนคุณ แต่งานนี้สำคัญที่สุด ยังไงคุณก็ต้องทำ"
ณจันทร์เริ่มหงุดหงิด
"นี่บอสยังไม่ได้ถามความคิดเห็นของฉันเลยนะคะ"
"แล้วคุณมีปัญหาอะไรนักเหรอ"
ณจันทร์เริ่มแรงขึ้น
"ฉันรู้สึกว่าคงไม่สามารถทำงานกับคุณพรหมพยัคฆ์ได้ดีนะคะ"
"เหลวไหล มืออาชีพอย่างคุณต้องไม่เอาความรู้สึกมาปะปนกับเรื่องงานสิ"
"แต่บอสคะ"
"ผมตัดสินใจไปแล้ว ยังไงก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้"
" เปลี่ยนแปลงไม่ได้ บอสตัดสินใจไปคนเดียวโดยไม่ปรึกษาฉันเลย เคยแคร์กันบ้างไหมคะ"
ทุกคนชะงักกับปฏิกิริยาของณจันทร์
ลูกปลาดึงมือณจันทร์ไว้
"เฮ้ย ใจเย็น"
ณจันทร์สะบัดมือออก
"ฉันทำงานที่นี่มาก็หลายปีแล้ว ประชุมกี่ครั้งก็เหมือนเดิม บอสก็เป็นฝ่ายแต่สั่งๆๆ ฉันขอพูดตรงๆบ้างนะคะ ว่าฉันเบื่อคำสั่งของบอสจะแย่อยู่แล้ว ... ได้ยินไหมคะ ว่าเบื่อ"
ณจันทร์พูดตะคอกแล้วลุกขึ้นพรวด และทุบโต๊ะจนสะเทือนอย่างแรง แก้วน้ำของทุกคนบนโต๊ะ ตกลงมาแตกหมด ทุกคนในห้องตกใจ
สมชัยร้อง
"ว้าย อะไรมันจะแรงปานนี้"
เธอเองก็ตกใจ ไม่คิดว่า อารมณ์ของเธอขึ้นได้แรงอย่างนี้ เธอทำอะไรไม่ถูก
"ขอโทษคะ"
ณจันทร์เดินออกไปเลย ทุกคนมองตามอย่างงุนงงกับท่าทีของเธอ
"คบกันมาตั้งนาน ฉันก็เพิ่งเห็นณจันทร์โมโหแบบนี้เป็นครั้งแรกนะคะ"
วิฬาร์มองตามอย่างหมั่นไส้
"แหม บอสคะก็คนเขาไม่เต็มใจจะให้ทำทำไมคะ เบื่อจริงๆ พวกที่ชอบเล่นตัว"
"ก็ยังดีที่มีโอกาสเล่นตัว ไม่เหมือนบางคนที่อยากเป็นจนตัวสั่น กลับได้กินแห้ว" สมชัยว่า
วิฬาร์โมโห
"พูดถึงใคร นังกะเทยปากมอม"
"ก็แค่พูดลอย ๆ ใครร้อนตัวก็รับไปซี"
"แก"
เกรียงหงุดหงิด
"พอได้แล้ว สรุปทุกอย่างเป็นไปตามที่บอก เลิกประชุม"
วิฬาร์ยังไม่พอใจ ส่วนเกรียงมีท่าทางกลุ้มใจ
อ่านต่อหน้าที่ 2


เสือ ตอนที่  3 (ต่อ)
ณจันทร์กำลังค้นแฟ้มอยู่ที่ตู้เอกสาร ลูกปลาอยู่ข้างๆ

"เธอเป็นอะไรไป วีนแตกกลางที่ประชุมแบบนั้นไม่ใช่นิสัยของเธอเลยนะ"
"พักนี้ฉันไม่รู้เป็นอะไร เจออะไรหน่อยก็หงุดหงิด"
"วันเบาๆหรือเปล่า"
ณจันทร์ส่ายหน้า
"จะว่าไปก็ดีเหมือนกันนะ ระบายออกซะบ้างจะได้ไม่เป็นบ้า แต่ขำท่าบอสชะมัด ทำหน้าไม่ถูกเลยตอนโดนเธอโวย"
ลูกปลาเดินขำๆออกไป แต่ณจันทร์กลับมีสีหน้ากลุ้มใจ กำลังจะเกิดอะไรกับตัวเองแน่

ณจันทร์หอบแฟ้มเต็มมือ เดินไปตามทาง เธอกำลังเหม่อคิดถึงเรื่องของตัวเอง ทันใดวิฬาร์ก็เดินสวนมา แล้วเอาไหล่ชนจนณจันทร์เสียหลัก แฟ้มหล่นกองกับพื้น
"ต๊าย ทำไมซุ่มซ่ามอย่างนี้ละณจันทร์"
ณจันทร์มองหน้าวิฬาร์อย่างโมโห เธอนั่งลงเก็บแฟ้มจนเสร็จจะเดินออกไป แต่วิฬาร์มาขวางไว้
"จะเอาอะไรอีก"
"ฉันก็แค่อยากจะขอแสดงความยินดีกับเธอเท่านั้น ที่หาวิธีทอดสะพานให้คุณพรหมพยัคฆ์ได้สำเร็จ ฉันคงต้องขอเรียนรู้พวกวิธีจับลูกค้าผู้ชายจากเธอแล้วละมั้ง"
เธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่
"ทำไมถึงชอบคิดว่าคนอื่นเขาจะเป็นเหมือนเธอไปหมด"
วิฬาร์โมโหที่โดนแดกดัน
"ถึงยังไงฉันก็ไม่เหมือนคนบางคน ที่ทำตีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ แต่จริง ๆ แล้วใช้ทุกวิธีเพื่อจะจับผู้ชาย เสแสร้งจริงๆ พวกหน้าเนื้อ ใจเสือ
ณจันทร์เริ่มตาลุกวาว
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ"
"ฉันจะพูด ใครจะทำไม ทำท่าว่าตัวเองวิเศษวิโส ที่แท้ก็แค่พวกเสือล่าผู้ชาย ปากบอกว่าไม่ แต่ใจงี้สั่นระริก ชอบล่าเหยื่อมากนักใช่ไหม จะล่อให้หมดทุกคนเลยหรือไง รู้จักพอบ้างซี ปล่อยให้คนอื่นเขาบ้าง"
ณจันทร์โมโหจนควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ทิ้งแฟ้มที่ถืออยู่ ตรงเข้าไปหาวิฬาร์
"แกจะทำอะไรนะ"
เธอบีบคอ วิฬาร์อึดอัด ร้องไม่ออก วิฬาร์เริ่มหายใจไม่ออก ณจันทร์ก็ยังไม่ปล่อย
สมชัยเข้ามาเห็นวิฬาร์เริ่มหน้าเขียวแล้ว รีบเข้ามาห้าม
"ตายแล้ว ทำอะไรน่ะ ณจันทร์"
เธอรู้สึกตัว ปล่อยมือ วิฬาร์ไอคอกแคก สมชัยอึ้งกับอารมณ์รุนแรงของณจันทร์
"ดูบีบจนเป็นรอยเลย เหมียวไปทำอะไรเธอเหรอ"
ณจันทร์รู้สึกมีบางอย่างผิดปกติกับร่างกายตนเอง รีบผละไปเลย

ณจันทร์จ้องมองตัวหน้าตนเองในกระจก เธอเห็นแสงสีแดงในแววตาตัวเองก็ตกใจ ยกมือขึ้นปิดหน้า แต่แล้วก็รู้สึกว่ามือของเธอมีสิ่งปกติ เล็บมือที่งอกยาวออกมา
เสียงพรหมพยัคฆ์เข้ามาในสมอง
"คุณรอดูเถอะ เมื่อพระจันทร์เต็มดวง ร่างกายคุณมันจะฟ้องออกมา ธรรมชาติจะผลักดันให้คุณล่ามนุษย์กินโดยไม่รู้ตัว แล้วคืนเดือนเพ็ญวันพรุ่งนี้คุณก็จะกลายเป็นเสือโดยสมบูรณ์"
เธอวักน้ำล้างหน้าตนเอง และมองตัวเองในกระจกอย่างหวาดกลัว และสับสน

เย็นแล้ว ณจันทร์ออกมาจากที่ทำงาน หอบกระเป๋าถือออกมาด้วย เห็นลูกปลากับสมชัยกำลังซุบซิบกัน เธอระแวงว่าทั้งสองจะพูดเรื่องอาการประหลาดของเธอ เลยรีบผละไปอีกทาง
ลูกปลาทำหน้าตาขึงขัง
"เดี๋ยวก่อนสิณจันทร์ เมื่อกลางวันนี้เธอทำอะไร"
"ฉัน..ฉันไม่ได้ตั้งใจ"
ลูกปลากับสมชัยหัวเราะคิกออกมา ณจันทร์ชะงัก
"ดูสิยายสมชัย ณจันทร์ทำคุณวิฬาร์ของเราขนาดนั้น แล้วยังบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ" ลูกปลาบอกขำๆ
"นั่นนะสิ อุ้ย ฉันอยากให้เธอเห็นตอนที่ยายเหมียวที่เคยแต่พูดฉอดๆ คราวนี้กลับถูกบีบคอจนร้องไม่ออก สะใจจริงๆ"
เธออึดอัดที่เพื่อนทั้งสองกลับชอบใจการกระทำของเธอ
"ฉันกลับก่อนละ"
"อะ เดี๋ยวเธอยังกลับไม่ได้นะยะ วันนี้ลูกค้าลูกอมมิสยูเพิ่งโทร.มาชมว่าเขาชอบโฆษณาตัวใหม่ของเรามาก และแถมยังจะให้เราทำโฆษณาให้กับ Product ตัวอื่นๆของเขาด้วย บอสงี้หน้าบาน เลยเป็นจ้ามือเลี้ยงฉลองทั้งบริษัทเลยจ้า"
"เธอก็ไปเถอะ ฉันอยากกลับบ้านมากกว่า"
"ได้ไงละ งานนี้เธอก็มีส่วนช่วยอยู่ตั้งเยอะ นานๆทีบอสจะเลี้ยงสักทีนะ"
สมชัยบอก
"ใช่ แล้วอีกอย่าง เธอก็โดนหมายหัวไว้แล้วที่ไปวีนใส่บอสในที่ประชุมเมื่อเช้านี้ ถ้ายังจะไม่ไปงานเลี้ยงของเขาอีก ระวังจะไม่มีเก้าอี้ให้เกาะนะจ้ะ"
ณจันทร์ชะงัก ยอมไปอย่างจำใจ

พระจันทร์เต็มดวง เมฆเคลื่อนผ่านอยางช้า ๆ ลึกลับ วังเวง แอนกำลังต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาในร้าน เทพนิมิตนั่งอยู่มุมหนึ่ง ลูกค้าที่ดูเพิ่งลุกออกไป แอนเลยเดินเข้ามาหาท่าทางแช่มชื่นหน้าบาน
"แหมตั้งแต่มีแม่หมอมาดูดวงให้ที่ร้านนี่...คนงี้มากันคึ่ก ๆ เลย ทุกคนบอกว่าแม่นกันทั้งนั้น เดือนหน้ามาทุกวันได้มั้ยแม่หมอ"
"ไม่...การล่วงรู้ความลับของสวรรค์จะบั่นทอนชะตาชีวิตของผู้เกี่ยวข้อง ไม่คุณก็ฉัน จำไว้"
เทพนิมิตสับไพ่ แล้วยื่นให้ตรงหน้า
"อะไร"
"ไม่อยากรู้ดวงชะตาตัวเองหรอกเหรอ"
แอนหยิบไพ่ออกมาหนึ่งใบส่งให้ เทพนิมิตดูไพ่เป็น Devil ก็ตกใจมาก
"เป็นอะไรไปนะแม่หมอ"
"ปิดร้านซะวันนี้! เรื่องร้ายกำลังจะเกิดขึ้น"
"อะไรกัน คนออกเยอะแยะจนขายไม่ทันอย่างงี้ กลับมาบอกว่าจะซวย ไม่ต้องประชดกันขนาดนี้หรอก เดี๋ยวฉันเพิ่มเงินให้ก็ได้"
"ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ ไพ่มันบอกอย่างนั้นจริง ๆ ปิดร้านเถอะ เชื่อฉัน"
"ปิดไม่ได้ มีแขกจองไว้แล้ว ถ้าปิดฉันก็โดนด่าตายสิ"
"เธอไม่ปิดร้านแน่ใช่ไหม"
"แน่ซี"
ฉับพลันก็บังเกิดเสียงลมพัดอื้ออึงเข้ามา..เทพนิมิตตกใจ ลุกพรวด และรีบเดินออกไปจากที่นั่น ป้าแอนมองตามอย่างงุนงง

เทพนิมิตเดินออกมาอย่างเร่งรีบ ยามที่ป้อมทัก
"กลับแล้วเหรอครับ แหมวันนี้ทำไมลมมันแรงจังก็ไม่รู้"
เทพนิมิตมองไปเห็นภาพยามไม่มีเงาหัว ก็ตกใจสุดขีด
"มีอะไรรึเปล่าครับ หน้าผมมีอะไรเหรอ"
เทพนิมิตจ้องมองยาม แล้วมองไปที่มือ จับมือยามขึ้นมาดู เห็นแหวนในมือ เทพนิมิตหวาดหวั่น
"รีบกลับบ้านไปซะ ไม่งั้นแกจะต้องโชคร้าย ร้ายมากๆ"
"กลับได้ไงป้า เขาก็ไล่ผมออกสิ"
ครู่หนึ่ง...เทพนิมิตหันไปที่รถเก๋งคันหนึ่งเข้ามาจอดหน้าร้าน

รถกลุ่มของณจันทร์เข้ามาจอด ณจันทร์ลงมาจากรถจะไปที่ร้าน เทพนิมิตมองตะลึง ตกใจ
"ไม่นะ"
ณจันทร์เดินผ่านเทพนิมิตไป ลมยิ่งพัดแรงจนเธอล้มลง
คนขับแท็กซี่เข้ามาพอดี
"เป็นอะไรรึเปล่าป้า"
"รีบพาฉันออกไปจากที่นี่"
เทพนิมิตขึ้นรถแท็กซี่แล่นออกไป ขณะที่กลุ่มณจันทร์เข้าไปในร้านอาหาร

ทุกคนกินดื่นกันในบรรยากาศสนุกสนาน ลูกน้องคะยั้นคะยอให้เกรียงพูดเปิดงานบนเวที
"ทุกคนก็เหนื่อยมาเยอะเลยนะกับงานชิ้นนี้ เพราะฉะนั้น วันนี้ฉลองกันให้เต็มที่"
เกรียงยกแก้วขึ้นชู ลูกน้องทุกคนเฮ กระดกแก้วขึ้นดื่มเหล้า แต่ณจันทร์ดื่มน้ำส้ม สมชัยหันมาทัก
"ต๊าย กินน้ำส้ม ทำตัวเป็นเด็กอนามัยไปได้ งานนี้มันต้องเป็นของมีแอลกอฮอล์ยะ" สมชัยบอก
"ไม่เอา ฉันไม่อยากดื่มเหล้า"
"งั้นเอาไวน์ไหม มีอยู่ขวดหนึ่ง บอสเขายกมาให้ เดี๋ยวฉันจะไปเอาให้เธอเอง"
สมชัยรีบเดินออกไปเอาไวน์ ณจันทร์พยายามจะห้าม
"ไม่ต้องหรอก"
"เอาเถอะน่า โอกาสดีๆอย่างนี้ ไม่ฉลองได้ยังไง" ลูกปลาบอก
สมชัยเดินกลับมาพร้อมแก้วไวน์สองแก้วในมือ ยื่นใบหนึ่งให้เธอ
"เอ๊า รับเร็วเข้า"
"ฉันต้องขับรถกลับบ้านนะ"
"ไวน์แค่นิดหน่อยไม่เมาหรอกนะ เมาไม่หลับ เอ๊ย เมาไม่ขับอยู่แล้ว"
ณจันทร์ทนเพื่อนคะยั้นคะยอไม่ได้ รับแก้วไวน์ และชนแก้วกับสมชัยก่อนที่จะยกขึ้นดื่ม สมชัยดื่มแล้วท่าทางชอบ แต่เธอชะงักเหมือนมีอะไรผิดปกติ
"ฮือ นุ่มลิ้นจริงๆเลย"
"ฉันว่าเฝื่อนๆ คาวๆ ยังกับ…"
สายตาเธอกลับเห็นไวน์ในแก้วเปลี่ยนเป็นเลือดสีแดงข้น ณจันทร์ตกใจมาก ปล่อยแก้วหล่นแตกกระจาย
"เลือด!"
ลูกปลาและสมชัยตกใจ
"เลือดที่ไหนกัน"
ณจันทร์ตกใจ
"ก็นะ…ในแก้วนั้น ฉันเห็น…สีแดง"
"ก็นี่ไวน์แดง ก็ต้องสีแดงสิ เธอดูผิดหรือเปล่า" ลูกปลาบอก
เธอมองแก้วที่แตกอีกที แค่ไวน์แดงธรรมดา ไม่มีเลือดแต่อย่างใด
สมชัยทำหน้าเสียดาย
"โห หกหมดเลย ไม่อยากกินก็ให้ฉันได้นี่ เสียดายไวน์แพงๆ"
ณจันทร์นิ่งอึ้ง ในบรรยากาศที่ค่อยๆเพิ่มทวีความน่ากลัวในสายตาเธอ ที่มุมหนึ่ง วิฬาร์มองณจันทร์อย่างริษยา พลางกระดกเหล้าเข้าคอ อย่างแค้น

สมชัยร้องเพลงคาราโอเกะอยู่บนเวที พอร้องจบ ก็ได้ยินเสียงโห่ฮาจากด้านล่างเป็นแถว
"ใครจะร้องต่อดี ณจันทร์ขึ้นมาเร็ว" สมชัยบอก
ณจันทร์ส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่เอา ฉันร้องไม่เป็น"
"ร้องไม่เป็น ก็มาพูดอะไรก็ได้ มาเร็ว"
เธอยังคงส่ายหน้า ทันใดนั้นก็มีมือหนึ่งแย่งไมค์ไปจากสมชัย วิฬาร์เริ่มมึน พูดใส่ไมค์
"คุณณจันทร์ เออี คนเก่งไม่ร้องเหรอคะ งั้นฉันจะรับหน้าที่เอง"
"นี่เธอเมาแล้วนะเหมียว" สมชัยพยายามดึงไมค์จากวิฬาร์
วิฬาร์กระชากไมค์มาถือเอง
"ฉันไม่เมาอยากจะรู้เคล็ดลับความสำเร็จของเออีคนสวยไหมคะ ฉันจะบอกให้ ว่าณจันทร์ทำยังไงลูกค้าถึงติดใจนักหนา ก็เพราะเธอมีความสามารถ แต่ไม่ใช่เรื่องการพรีเซนต์งานหรอกคะ แต่เรื่องการใช้เสน่ห์ยั่วยวนผู้ชายต่างหากล่ะคะ"
มีเสียงฮือฮาจากกลุ่มคน ณจันทร์รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา แต่พยายามระงับอารมณ์โกรธไว้
"ทั้งคุณกำแหง คุณปักษะ คุณพรหมพยัคฆ์ ก็หลงเสน่ห์ของเธอทั้งนั้น สงสัยจะต้องปรบมือให้ในฐานะเออีดีเด่นที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้งาน"
วิฬาร์ตบมือพลางหัวเราะอย่างเมาๆ คนข้างล่างเงียบกันหมด ณจันทร์กลัวว่าตนเองจะทำอะไรไม่ดีออกไปอีก จึงลุกออกไป
"จะไปไหนณจันทร์ ทนฟังความจริงไม่ได้เหรอ"
วิฬาร์ลงจากเวทีตามไปราวีเธอ ลูกปลากับสมชัยรีบตามไป

ณจันทร์ขังตนเองอยู่ในห้องน้ำ พยายามระงับสติอารมณ์เต็มที่ เสียงเคาะประตูดังลั่น วิฬาร์อยู่นอกห้อง
" ออกมาสิ แน่จริงออกมา ฉันไม่ยอมให้เธอทำข้างเดียวเหมือนเมื่อเช้าหรอก"
ณจันทร์มองตนเองในกระจก กลัวอารมณ์โกรธของตัวเอง
"เธอออกไปนะเหมียว อย่ามายุ่งกับฉัน ไม่งั้นเธอจะต้องเสียใจ"
แต่วิฬาร์ยังคงตะโกนท้าทายอยู่หน้าห้อง
"โธ่ นึกว่าฉันกลัวเหรอ เมื่อเช้าฉันยังไม่ทันตั้งตัว แต่ตอนนี้ฉันพร้อมแล้ว ออกมาสิ ออกมาสู้กันให้รู้ไปเลยว่าใครจะแน่กว่ากัน"
ลูกปลาเข้ามากระชากวิฬาร์ออกไป สมชัยยืนอยู่ด้วย
"เป็นบ้าไปแล้วเหรอเหมียว ถ้าเธอไม่หยุด ฉันจะเรียกยามมาลากเธอออกไปจากร้านเดี๋ยวนี้ อย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ"
"แกมันก็พวกเดียวกัน คอยดูนะ ฉันจะเล่นงานให้หมดทุกคนเลย"
วิฬาร์เดินออกไป ลูกปลาเรียกณจันทร์
"ออกมาเถอะณจันทร์ ยายบ้านั่นไปแล้วละ" ลูกปลาบอก
ณจันทร์เปิดประตูออกมา
"เธอหนีมาทำไมนะ ถ้าเป็นฉัน จะตบให้หายปากเสียเลย"
ณจันทร์ไม่อยากจะพูดเรื่องวิฬาร์อีก
"ฉันขอกลับก่อนนะ"
"อ้าว ทำไมล่ะ ยายนั่นกลับไปแล้ว เธออยู่ต่อเหอะ"
"ไม่ละ ไม่ค่อยสบายยังไงก็ไม่รู้"
ณจันทร์รีบเดินออกไป

หน้าร้าน ลมพัดกรูมา ณจันทร์เงยหน้าขึ้นมอง เห็นพระจันทร์เต็มดวง สีออกแดงเหมือนเลือดดูน่ากลัว ณจันทร์หนาวสะท้านขึ้นมา แล้วรีบเดินออกไป

ณจันทร์เดินมาถึงลานจอดรถ ระหว่างที่ใช้รีโมทกดเปิดรถ วิฬาร์ก็เอื้อมมาจับเธอไว้
ณจันทร์สะดุ้งเฮือก หันกลับไปมอง
"เหมียว"
"คิดว่าจะหนีฉันไปได้ง่ายๆเหรอ"
"เรื่องเมื่อเช้าฉันขอโทษด้วย ฉัน เอ่อ ลืมตัวไปน่ะ"
"ง่าย ๆ ยังงี้เองเหรอ ทำกับฉันขนาดนั้นแล้วบอกว่าลืมตัว ฉันจะทำให้เธอรู้ว่า เวลาฉันลืมตัวบ้างมันเป็นยังไง"
วิฬาร์จับแขนของณจันทร์แน่นขึ้น
"ปล่อยฉันนะเหมียว เชื่อฉันเถอะ อย่ายุ่งกับฉัน ถ้าเธอไม่อยากเจ็บตัวเหมือนเมื่อเช้าอีก"
"คิดว่าจะขู่ฉันได้เหรอ ฉันจะให้แกได้รับบทเรียนบ้าง"
แล้วทันใด วิฬาร์ก็ตบหน้าณจันทร์อย่างแรง
"นี่เป็นไง แรงพอไหม"
เธอเริ่มโกรธ วิฬาร์จะตบซ้ำอีกครั้ง แต่เธอยกมือกั้นไว้ แล้วณจันทร์ก็ตวัดมือไปที่หน้าวิฬาร์ ...รอยข่วนทางยาว วิฬาร์ตกใจและโกรธจัด
"หน้าฉัน แก"
ณจันทร์ผลักวิฬาร์จนกระเด็น ดวงตาของเธอกลายเป็นสีแดง เหมือนจะควบคุมตนเองไม่ได้อีกแล้ว เธฮวิ่งหนีวิ่งเข้าไปในสวน
วิฬาร์ลุกขึ้น โกรธจัด ตามณจันทร์เข้าไป

ณจันทร์วิ่งเข้ามาในสวน เริ่มกระวนกระวาย ล้มลงไปอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ เสื้อของณจันทร์กำลังปริขาดเนื่องจากร่างกายกำลังเปลี่ยนแปลง มือของณจันทร์ที่กำลังมีเล็บงอกออกมา และมือเริ่มขึ้นเป็นขน

วิฬาร์เดินเข้ามาในสวน ณจันทร์หายตัวไปแล้ว วิฬาร์มองหา พลางตะโกนท้าทาย
"ออกมาสิณจันทร์ อย่าคิดว่าฉันจะสู้เธอไม่ได้นะ แน่จริงออกมาสิ"

ณจันทร์ค่อยๆเปลี่ยนแปลงทางสรีระ ปากเริ่มมีเขี้ยวงอกออกมา ใบหน้าเริ่มมีขนขึ้น แสงสีเหลืองสะท้อนที่ดวงตาแยกเขี้ยวคำรามอย่างเป็นสัตว์ป่าเต็มตัวในคืนพระจันทร์เป็นสีแดง

เงียบ ไม่มีเสียงตอบ วิฬาร์มองไปรอบๆสวนที่มืดมิด เริ่มร็กลัวนิดๆ
"คิดว่าซ่อนแล้ว ฉันจะเลิกหาเธองั้นเหรอ คนขี้ขลาด"
วิฬาร์มองซ้ายขวา เห็นยังไม่มีเสียงตอบ ก็กลัว ทำท่าจะหันหลังเดินกลับ แล้วเสียงบางอย่างดังขึ้น เสียงนั้น เหมือนเสียงคำรามแต่ไม่ดังมาก วิฬาร์ชะงักหันไปมองเห็นพุ่มไม้ที่สั่นไหว
"ณจันทร์ นั่นเธอใช่ไหม"
เสียงคำรามดังขึ้นกว่าเดิม
"เป็นบ้าไปแล้วเหรอ คิดว่าทำเสียงอย่างนั้นแล้วฉันจะกลัวงั้นเหรอ ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ณจันทร์"
พุ่มไม้สั่นไหวแรง ค่อยๆแหวกออก ร่างที่กระโจนออกมาคือ เสือโคร่ง วิฬาร์ตกใจสุดขีด ทั้งเสือและคนจ้องมองกันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้ววิฬาร์ก็รู้สึกตัว กรีดร้องลั่น วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

เสือโคร่งตามวิฬาร์ที่วิ่งหนีมาติดๆ เสือกระโจนเข้าตะปบจนวิฬาร์ล้มลงกับพื้น
"แอร๊ย"
เสือตะปบเสื้อของวิฬาร์จนเป็นทางยาว วิฬาร์คิดว่าตนเองต้องตายแน่ๆ
แต่แล้ว... ยามก็ฉายไฟฉายมาที่วิฬาร์
"เกิดอะไรขึ้น ... เสือ"
เสือหันไปสนใจที่ยามแทน ยามตกใจสุดขีด ทิ้งไฟฉาย และวิ่งออกไป เสือไล่กวดตามยามไป วิฬาร์ฉวยโอกาสนั้น กระเสือกกระสนวิ่งหนีออกมาจากสวน

เสียงยามร้อง "อ๊ากส์"
วิฬาร์ได้ยินก็ชะงักนิดนึง แล้วก็วิ่งหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต

วันรุ่งขึ้น ภายในสวนยามเช้า ตำรวจกำลังขนศพผู้เสียชีวิตที่คลุมผ้าไว้ออกไป บริเวณมุมหนึ่ง อาชากำลังคุยกับตำรวจพิสูจน์หลักฐาน
"ส่งศพผู้เสียชีวิตไปที่นิติเวชด้วยนะ"
ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 1
"ครับ แต่ไม่รู้จะได้หลักฐานอะไรบ้างนะครับ เพราะชิ้นส่วนของผู้ตายก็หายไปหลายส่วนเหมือนกัน"
"สภาพศพเหมือนกับคดีของนายกำแหงกับพงษาจริงๆ"
ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน.2
"ผู้หมวดครับมาดูตรงนี้หน่อยสิครับ"
อาชาเดินไปหาเจ้าหน้าที่ เข้าไปในที่เกิดเหตุ ซึ่งมีเชือกล้อมรอบไว้ เจ้าหน้าที่ชี้ อาชาก้มลงมองดูรอยเท้าที่สวน
"นี่มันรอยเท้าสัตว์"
ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 2
"ตอนแรกผมก็คิดอย่างนั้น แต่ผู้หมวดลองตามรอยนี้ไปสิครับ"
อาชาเดินตามรอยนั้นไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าสุดท้ายรอยเท้านั้นกลายเป็นรอยเท้าของคน!!
"รอยเท้าคนนี่" อาชาหันมาถาม "ใช่ของผู้เสียชีวิตหรือเปล่า"
ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 2
"ไม่ใช่ครับ ผมตรวจสอบดูแล้ว แต่แปลกจริงๆ ช่วงจังหวะการก้าวของเสือกับคนระยะห่างเท่าๆกัน เหมือนกับเป็นรอยเท้าที่ต่อเนื่องกันเลยนะครับ"
อาชานิ่งอึ้ง
"หล่อปูนพลาสเตอร์เก็บรอยเท้าพวกนี้เอาไว้ทุกรอย"
อาชามองรอยเท้าของเสือและคนอย่างครุ่นคิด

แสงแดดสาดเข้ามาจากหน้าต่าง มากระทบ ณจันทร์ ที่นอนอยู่บนเตียง เธอลืมตาขึ้นอย่างงุนงง
ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกผิดปกติ เธอผุดลุกขึ้น ตกใจว่า เธอไม่มีเสื้อผ้าอะไรติดกายไว้เลย
เธอรีบเอาผ้าห่มมาคลุมตัวเอง สับสน จำไม่ได้ว่าเมื่อคืนไปทำอะไรมา

เวลาต่อมา ณจันทร์กำลังอาบน้ำ พยายามล้างตัวแล้วได้ยินเสียงลูกปลามาเคาะประตูเรียกหน้าห้อง เธอหยิบผ้ามาห่มพันตัว เดินไปที่ประตู เปิดรับ ลูกปลาเข้ามาในห้อง
"เมื่อคืนเธอกลับมาบ้านได้ยังไงนะ ณจันทร์ พวกฉันออกมายังเห็นรถเธอจอดอยู่เลย"
"ฉัน เอ่อ ฉันรู้สึกไม่ค่อยดี ไม่อยากขับรถ เลยนั่งแท็กซี่กลับนะ"
"เธอน่าจะให้ฉันไปส่งนะ แต่นี่เธอรู้ไหมว่าเมื่อคืนที่ร้านป้าแอนมีเรื่องที่ตื่นเต้นสุด ๆ ชนิดว่าเธอต้องไม่เชื่อแน่ๆ"
"มีอะไรเหรอ"
ลูกปลายื่นหนังสือพิมพ์ให้ เธอยังไม่กล้าอ่าน
"งั้นฉันอ่านให้ฟังละกันนะ... -- เมื่อคืนนี้ ได้เกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมสะเทือนขวัญกลางกรุงอีกแล้ว โดยเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายหลายล่าสุดชื่อ นายสมหมาย น้อยดี พนักงานรักษาความปลอดภัยของร้านอาหารป้าแอน ย่านรัชดา พยานผู้รู้เห็นยืนยันกับทางตำรวจว่าเป็นฝีมือของเสือ"
ณจันทร์ชะงักตกใจ
"ไม่จริง"
"ใช่ ฉันก็ไม่อยากเชื่อ แล้วเธอรู้ไหมใครที่เป็นพยานเรื่องนี้ คุณเหมียวของเราไงล่ะ เขาบอกว่าเสือตัวนั้นน่ะมันตั้งใจจะเล่นงานเขา แต่ยามโชคร้ายมาขวางเสียก่อน ฉันเนี่ยไม่รู้จะดีใจ หรือเสียใจดี ที่เขารอดจากการถูกเสือกัดตายมาได้ นี่แต่เธอรู้ไหมว่า สภาพของยามคนนั้นน่ะสยองสุดๆเลยเธอ เขาว่าโดนแหวะเอาเครื่องในไป แถมแขนยังหายไปทั้งแขนเลยเธอ"
ณจันทร์รับไม่ได้ เซ เหมือนจะเป็นลม
ลูกปลาตกใจ
"อ้าว นั่นเป็นอะไรไปนะณจันทร์"
ลูกปลารีบไปพยุงให้เพื่อนนั่งลง
"หน้าซีดเชียว เดี๋ยวนั่งก่อน ฉันไปเอายาดมมาให้นะ"
ลูกปลาเดินออกไป ณจันทร์พึมพำกับตนเองอย่างสับสน
"ต้องไม่ใช่ฉัน…ไม่ใช่ฉันแน่ๆ"

อ่านต่อหน้าที่ 3


เสือ  ตอนที่ 3 (ต่อ)
วิฬาร์เดินคู่มากับอาชามาในที่เกิดเหตุ แขนเธอมีผ้าพันแผลไว้ วิฬาร์ชี้ไปที่พุ่มไม้

"ที่นี่แหละคะ ที่ฉันเห็นมันโผล่มา มันน่ากลัวมากจริงๆคะผู้หมวด"
"ไม่ทราบว่าตอนที่เกิดเหตุ คุณกำลังทำอะไรอยู่ครับ"
"ฉันเพิ่งออกมาจากร้านนะคะ กำลังจะกลับบ้าน"
"ออกมาแค่คนเดียวเหรอครับ"
"เอ่อ ใช่คะ"
"งั้นก็แสดงว่าไม่มีคนอื่นที่รู้เห็นเรื่องนี้อีก"
วิฬาร์ชะงัก เริ่มคิดบางอย่างขึ้นมา แล้วก็พูดต่ออย่างมีจริตมายา
"ก็ไม่เชิงหรอกคะ คือฉันไม่อยากพูดเลยนะคะผู้หมวด"
"มีอะไรงั้นเหรอครับ"
"ที่จริงตอนที่ฉันออกมาที่ลานจอดรถ ฉันเจอกับอีกคนนึงด้วยค่ะ"
"บอกได้ไหมครับว่าใคร"
"ณจันทร์ค่ะ"
อาชาชะงัก คิดว่า ผู้หญิงคนนี้อีกแล้วหรือ
"คุณณจันทร์เหรอครับ"
"ใช่ค่ะ คือ เรามีปัญหากันนิดหน่อยค่ะ เขาตรงเข้ามาหาเรื่องโดยที่ดิฉันไม่ทันตั้งตัวท่าทางคงจะดื่มหนักไปหน่อยนะคะ ดิฉันก็พยายามใจเย็น พูดให้เขาหลีกไป แต่เขาก็ไม่ยอม สุดท้าย ด้วยความที่ฉันไม่อยากมีเรื่อง เลยเดินหนีเขาไปในสวน เขายังเดินตามมาท้าฉันต่อ ฉันก็เดินมาเรื่อย จนกระทั่งเจอกับเสือนั่นแหละคะ"
"นี่คุณหมายถึง…คุณณจันทร์อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย"
"ใช่คะ แต่ตอนที่ฉันวิ่งหนีเสือ ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหนแล้ว แต่ไม่แน่นะคะ ผู้หมวดลองไปถามณจันทร์ อาจจะรู้อะไรมากกว่านี้ก็ได้"
อาชาครุ่นคิดข้อมูลที่ได้จากวิฬาร์
วิฬาร์ยิ้มเยาะที่สามารถโยงณจันทร์เข้ากับเหตุฆาตกรรมได้

อีกมุมหนึ่ง ในสวน ปักษะหันมามองอาชาอย่างไม่พอใจ
"นี่แกยังสงสัยคุณณจันทร์อีกเหรอ ฉันถามจริงๆเถอะ แกจะจับเขาเข้าคุกให้ได้ใช่ไหม"
"ก็ถ้าเขาทำผิดจริง ฉันก็ต้องทำ"
"แกบ้าไปแล้วเหรอวะ สภาพศพก็พิสูจน์ออกมาแล้วว่าเป็นฝีมือของเสือ"
"เป็นเสือก็จริง แต่แกคิดเหรอว่าการที่คุณณจันทร์อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งสองครั้งเป็นแค่เหตุบังเอิญ"
"แล้วมันจะมีอะไรมากกว่านั้นละ"
"แกก็เคยรู้ไม่ใช่เหรอ พวกคนที่เลี้ยงสัตว์ ฝึกสัตว์ให้เชื่อง จนกระทั่งทำตามคำสั่งได้ บังคับได้แม้กระทั่งให้ไปทำร้ายหรือฆ่าคนที่ต้องการได้"
"นี่แกคิดว่า… เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด นี่มันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงธรรมดา แต่เป็นเสือนะโว้ย"
"มันอาจจะฟังดูบ้า แต่มันสามารถอธิบายได้ว่า ทำไมเสือถึงโผล่ไปที่ที่คุณณจันทร์ไป ทำไมคุณณจันทร์ถึงอยู่ในที่เกิดแต่ไม่เป็นอะไรเลย เพราะเธอเป็นคนบังคับเจ้าเสือตัวนั้นเอง"
"ผู้หญิงอย่างคุณณจันทร์เนี่ยนะจะเลี้ยงเสือ! มันเป็นไปไม่ได้หรอก แล้วอีกอย่างถึงเขาเลี้ยงเสือจริง ทำไมเขาถึงจะต้องสั่งเสือให้มาทำร้ายยามคนนี้ด้วย มันไม่มีเหตุผลเลย"
"เรื่องนั้นมันก็ต้องสืบสวนกันต่อไป"
"ฉันว่าแกอย่าเสียเวลาเลย แกจะไม่ได้อะไรซักอย่าง"
"ทำไมแกต้องปกป้องผู้หญิงนักวะ แกชอบเขาหรือไง"
ปักษะหยุดนิดหน่อย
"ใช่ฉันชอบเขา มีอะไรไหม"
อาชาชะงัก ไปที่ปักษะพูดออกมาตรงๆ
"แต่ที่ฉันไม่เชื่อแก ไม่เกี่ยวกับการที่ฉันชอบคุณณจันทร์ แต่เพราะสมมุติฐานของแกมันเลื่อนลอย ไร้เหตุผล ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ด้วยซ้ำ"
"ได้ ฉันจะหาหลักฐานมาให้แกให้ได้ แล้วถึงวันนั้นแกจะต้องเชื่อฉัน แต่ฉันก็เตือนแกในฐานะเพื่อนนะโว้ย เลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนี้ซะ"
อาชาผละออกไป ปักษะหัวเสียอยู่ตามลำพัง ไม่มีทางเชื่อเรื่องที่อาชาพูดเด็ดขาด วิฬาร์เดินออกมาจากกลุ่มของตำรวจ เห็นปักษะก็รีบเข้ามาทัก
"คุณปักษะ ไม่คิดเลยว่าจะเจอคุณที่นี่"
"ผมมาช่วยอาชาเขาตรวจสอบเรื่องรอยเท้าเสือนะครับ"
"เหรอคะ แหมเท่จังนะคะ ยังกับพวก FBI"
ปักษะตัดบท
"เอ่อ เสร็จธุระแล้ว ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน"
ปักษะจะเดินออกไป แต่วิฬาร์รีบเรียกไว้
"เดี๋ยวก่อนสิคะ เหมียวเองก็กำลังจะกลับบ้านอยู่เหมือนกันนะคะ สงสัยต้องรบกวนคุณปักษะแล้วล่ะ พอดีไม่ได้เอารถมา"
วิฬาร์ยิ้มหวานให้กับปักษะ

วิฬาร์อ้อนเมื่อนั่งอยู่ในรถกับปักษะ
"ขอบคุณมากนะคะที่ให้เหมียวอาศัยมาด้วย เรื่องเมื่อวานมันทำให้เหมียวใจคอยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปหมดเลยค่ะ เลยขับรถไม่ไหว ดีจริงๆเลยที่ได้เจอคุณปักษะ"
"ไม่เป็นไรหรอกครับ บ้านคุณเหมียวนี้ซอยข้างหน้าใช่ไหมครับ"
"ค่ะ แต่เราไม่แวะไปไหนกันก่อนเหรอคะ นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว มีร้านอาหารร้านหนึ่งแถวนี้อร่อยมากเลย คุณปักษะลองแวะไปดูไหมคะ"
"อย่าดีกว่าครับ ผมต้องไปทำงานต่อ"
วิฬาร์กระเง้ากระงอด
"ไม่มีเวลาแม้แต่จะกินข้าวกลางวันเลยหรือคะ"
"ผมมีนัดแล้วกับคุณณจันทร์ ที่บริษัทของคุณนั่นแหละ"
วิฬาร์จิตริษยาทันที
"แหม ณจันทร์นี่เอาใจใส่ลูกค้าจังนะคะ โดยเฉพาะลูกค้าผู้ชาย รู้สึกจะเทคแคร์มากเป็นพิเศษ"
ปักษะเริ่มไม่พอใจ
"คุณไม่ควรพูดถึงเพื่อนคุณแบบนี้นะ คุณเหมียว"
"คุณคงไม่เคยรู้ว่าณจันทร์กับคุณกำแหงที่ตายไปสนิทสนมกันแค่ไหน แล้วยังคุณพรหมพยัคฆ์ลูกค้าคนใหม่ของเขาอีก"
"พรหมพยัคฆ์"
"ก็เจ้าของบริษัทเบงกอลไทเกอร์ ที่มาเป็นลูกค้าณจันทร์รายล่าสุดไงคะ บริษัทใหญ่ที่ยอมทุ่มงบโฆษณาหลายสิบล้านโดยระบุให้ณจันทร์เป็นเออี คงไม่ใช่ลูกค้าธรรมดาหรอกใช่ไหมคะ อยากรู้จริง ๆ ว่าณจันทร์เขาใช้วิธีไหนมัดใจลูกค้า ไม่รู้ว่าเป็นวิธีเดียวกับที่เขาใช้กับคุณหรือเปล่า"
ปักษะเบรกเอียด! วิฬาร์หน้าคว่ำ
"คุณณจันทร์เขาไม่เคยใช้วิธีไหนกับผมหรอกครับ ถึงซอยบ้านคุณแล้ว สวัสดีนะครับ"
วิฬาร์มองแค้นๆที่โดนพูดเป็นเชิงไล่ ก่อนลงจากรถไป ปักษะแล่นรถจากไป วิฬาร์กระทืบเท้าคนเดียวอย่างหัวเสีย

ภายในห้องประชุม พรหมพยัคฆ์ดูรูปและเอกสารที่สมชัยและทีมงานเสนอ แล้วโยนทิ้งโครมบนโต๊ะ
ภายในห้องประชุม มีณจันทร์ เกรียง สมชัย ลูกปลา และพนักงานอื่น ๆ อีก 2-3 คน
"ไม่เห็นมีอันไหนน่าสนใจเลย นี่ใช้สมองคิดแล้วหรือ"
ทีมงานและเกรียงหน้าเสียที่พรหมพยัคฆ์ดุ
"เอ้อ ไม่ชอบก็ไม่เป็นไรครับ ผมจะให้ทีมงานคิดมาใหม่ เอ้อ ... สมชัย"
พรหมพยัคฆ์โบกมือให้ฟัง
"ไม่ต้อง ผมคิดออกแล้ว" เขามองหน้าณจันทร์ "โฆษณานี้มันต้องเป็นเรื่องของเสือตัวหนึ่ง แบบครึ่งเสือครึ่งคน มีพลังอาถรรพณ์ และกำลังจะกลายร่างเป็นเสือเต็มที่"
เกรียงปรบมือเอาใจ
"เยี่ยม…เยี่ยมมากครับ แบบมนุษย์หมาป่าที่กำลังจะกลายร่างในคืนวันเพ็ญ ดีมากเลยพวกเราว่าไหม..."
คนอื่นพยักหน้า แต่ณจันทร์นิ่งอยู่ พรหมพยัคฆ์จ้องมองทางเธอ
"และผมคิดว่าฉากที่เสือตัวนี้จะกลายร่าง มันต้องเป็นในสวนที่กำลังเริ่มมืดครึ้มลง หญิงสาวคนหนึ่งเดินอยู่ในสวน พุ่มไม้สั่นไหว เธอหันไปมอง แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อต้องเสือกระโจนออกมา หญิงสาววิ่งหนีเสือ เธอถูกเสือตะปบ ระหว่างที่ความเป็นความตายนั้นก็มีชายอีกคนปรากฎตัวขึ้น เขาตั้งใจจะมาช่วยเธอ แต่แล้วเขากลับต้องเป็นเหยื่อของมันแทนเธอ"
ขณะที่พรหมพยัคฆ์พูดไป เธอหน้าซีด ย้อนถึงเหตุการณ์คืนนั้นมาเป็นวูบ ณจันทร์ลุกขึ้น กระดาษตกกระจาย ทุกคนในห้องประชุมหันมามองเธอเป็นตาเดียว
"อะ…เอ่อ ขอตัวก่อนนะคะ"
ณจันทร์ออกไปจากห้อ ไม่สามารถควบคุมสติได้ พรหมพยัคฆ์ยิ้มพอใจ

ณจันทร์มาสงบพักสติอารมณ์ตามลำพังที่มุมแห่งหนึ่ง พรหมพยัคฆ์ตามมาประกบ ดึงตัวเธอเข้ามาใกล้
"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ"
พรหมพยัคฆ์ทำท่าเหมือนสูดดมกลิ่นจากร่างของเธอ
"ผมได้กลิ่นเลือดจากตัวคุณ คุณไปล่ามาแล้วใช่ไหม"
ณจันทร์ตกใจและหวาดกลัวที่พรหมพยัคฆ์รู้
"เป็นยังไงบ้าง เลือดเนื้อของมนุษย์ มันหอมหวานแค่ไหน"
"หยุดพูดบ้าๆเสียทีได้ไหม"
เขาดึงตัวเธอเข้ามาจนชิด
"นี่เป็นครั้งแรก แต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เมื่อคุณได้ลิ้มรสเลือดและเนื้อแล้ว อาหารอย่างอื่นก็จะไม่สามารถดับความหิวกระหายของคุณได้อีก ทุกคืนพระจันทร์เต็มดวงจากนี้ คุณจะต้องออกล่าเหยื่อ ไม่มีทางเลี่ยง ไม่มีทางหยุดยั้งได้ คุณต้องกลายร่างเป็นเสือ คุณกับผม…เราเป็นพวกเดียวกันแล้ว"
พรหมพยัคฆ์พูดแล้วก็จับแขนของเธอไว้ ณจันทร์พยายามดึงแขนออก
"ปล่อยนะ"
พรหมพยัคฆ์ยิ้มอย่างพอใจ ยังไม่ยอมปล่อย
" นั่น คุณทำอะไรน่ะ"
พรหมพยัคฆ์ชะงัก ปล่อยมือ ปักษะเดินเข้ามาประจันหน้า
"ผมกำลังคุยกับคุณณจันทร์ มันเกี่ยวอะไรกับคุณ"
"แต่ผมว่าคุณณจันทร์ไม่ได้อยากคุยกับคุณเท่าไหร่ ... ใช่ไหมครับ"
ณจันทร์ขยับมาอยู่หลังปักษะ
"คุณไม่เป็นไรนะ"
ณจันทร์พยักหน้ารับ
"อย่าลืมนะณจันทร์ที่ผมบอกคุณไป"
ปักษะไม่พอใจที่พรหมพยัคฆ์พูดเหมือนมีอะไรพิเศษ
"คุณพยายามขู่อะไรณจันทร์ ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะอยู่ข้าง ๆ คุณ"
"อยากปกป้องเธองั้นเหรอ"
"ผมไม่มีวันยอมให้คุณทำอะไรเธอหรอก"
พรหมพยัคฆ์หัวเราะเยาะ
"น่าประทับใจจริงๆ หวังว่าคืนพระจันทร์เต็มดวงคราวหน้า คุณคงยังอยู่กับเธอนะ"
ณจันทร์หน้าซีดไป ปักษะเริ่มโมโห
"ผู้ชายอย่างคุณ ทำได้แค่ข่มขู่ผู้หญิงที่อ่อนแอกว่า น่ารังเกียจที่สุด"
พรหมพยัคฆ์ชะงัก เริ่มโมโหที่ปักษะมาขวาง เขาจ้องตา หวังจะให้ปักษะกระเด็นไปเหมือนคนอื่นๆ
ปักษะประสานสายตา ส่งแรงวูบจากสายตาเข้าปะทะ พรหมพยัคฆ์ชะงัก ไม่อาจจะใช้อำนาจบังคับพลังได้
"ไปเถอะครับ"
ปักษะพาเธอออกไป ลายเมฆเข้ามา
"ให้ผมไปตามเธอกลับมาไหมครับ"
"ไม่ต้อง"
พรหมพยัคฆ์มเริ่มรู้สึกสะดุดใจกับความพิเศษของปักษะ
"ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน ทำไมมันต้านทานแรงสะกดของฉันได้"

ปักษะพาณจันทร์เดินมา เธอยังเวียนหัวอยู่นิดหน่อย
"เป็นยังไงบ้างครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะ แค่เวียนหัวนิดหน่อย"
"ผมกะจะชวนคุณไปด้วยกันหน่อย แต่ถ้าคุณไม่สบายคงต้องไว้วันหลัง"
"จะไปไหนเหรอคะ"
"ก็เรื่องโฆษณาของผมไงครับ ผมอยากจะพาคุณไปดูสัตว์ที่มูลนิธิที่ผมช่วยงานอยู่ เผื่อจะได้มีไอเดียอะไรบ้าง แต่ไม่เป็นไรครับ ไว้วันหลังก็ได้"
"ไปได้ค่ะ ดิฉันไปได้"
ปักษะดีใจ กระตือรือร้น
"เหรอครับ งั้นไปเดี๋ยวนี้เลยนะครับ"
ณจันทร์พยักหน้ารับ ปักษะเดินนำเธอออกไปอย่างมีความสุข ณจันทร์อดเหลียวไปมองที่ ๆ เธอเพิ่งหนีจากพรหมพยัคฆ์มาไม่ได้ นี่เป็นเหตุผลแท้ ๆ ที่ทำให้เธอยอมไปกับปักษะต่างหาก

ปักษะพาณจันทร์เดินอยู่ทางเดินของมูลนิธิสัตว์
"ที่มูลนิธิของเรามีสัตว์ที่ถูกลักลอบหรือสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งเลี้ยงดูไว้หลายตัวเลย คุณณจันทร์ลองดูมั้ยครับ เผื่อถูกชะตากับตัวไหนอยากรับไปดูแล พวกมันคงดีใจ"
เธอเหม่อลอยครุ่นคิดถึงคำพูดของพรหมพยัคฆ์จนไม่ได้ฟังปักษะ
"คุณณจันทร์"
"เอ่อ อะไรนะคะ"
"ถ้าคุณยังไม่สบายใจ เราก็ยังไม่ต้องคุยเรื่องงานก็ได้นะครับ"
"ดิฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ คุณอยากแนะนำอะไรก็บอกมาได้เลย"
"งั้นเราไปดูนกทางนั้นนะครับ"
ปักษะพาณจันทร์เข้าไปใกล้กรงขังนกที่ป่วยไว้ พวกนกต่างกระพือปีกพับพั่บเมื่อเห็นณจันทร์ เธอชะงัก เมื่อเห็นอาการของสัตว์ที่ตื่นตกใจ พวกมันต่างรู้เหมือนที่เธอรู้จากพรหมพยัคฆ์
"มาสิครับคุณณจันทร์ มันไม่บินหนีหรอก"
ปักษะดึงมือณจันทร์ เธอสะบัดมือออก
"ไม่คะ พอแล้ว"
ณจันทร์เดินหนีออกมาจากที่นั่น ปักษะมองตามอย่างไม่เข้าใจ

ณจันทร์เดินมาตามทาง เสียงของพรหมพยัคฆ์ยังติดตามมาหลอกหลอน
"นี่เป็นครั้งแรก แต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เมื่อคุณกินเนื้อและเลือดแล้ว อาหารอย่างอื่นก็จะไม่สามารถดับความหิวกระหายของคุณได้อีก ทุกคืนพระจันทร์เต็มดวงจากนี้ คุณจะต้องออกล่าเหยื่อ ไม่มีทางเลี่ยง ไม่มีทางหยุดยั้งได้ คุณต้องกลายร่างเป็นเสือ คุณกับผม…เราเป็นพวกเดียวกันแล้ว"
ณจันทร์เริ่มรู้สึกวิงเวียนเหมือนจะอาเจียน

ในห้องน้ำ ณจันทร์ก้มหน้าอยู่ที่โถชักโครก แล้วอาเจียนออกมา เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างอยู่ในปาก ณจันทร์หยิบออกมาดู ที่แท้เป็นแหวนวงเดียวกับที่ยามใส่ เธอตกใจสุดขีด
"ไม่!"

ณจันทร์เดินโซเซออกมาจากห้องน้ำ พยายามบอกตัวเองว่า เรื่องทุกอย่างไม่เป็นความจริง ปักษะที่รออยู่ ตกใจรีบมาประคอง
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ"
เธอเริ่มเบลอ หมดสติ โดยมีปักษะประคองไว้
" คุณณจันทร์ๆ"

ภายในโรงพยาบาลตอนกลางวัน พยาบาลกำลังเตรียมเข็มฉีดยา ก่อนจะหันมาที่เตียง ซึ่งณจันทร์นอนสลบอยู่
พยาบาลปักเข็มที่บริเวณแขนของเธอและสูบเลือดออกมา เธอลืมตา และมีสัญชาตญานปกป้องตนเอง ส่งเสียง "ฮาว" ราวคำราม
เธอตะปบที่มือ พยาบาลตกใจชักเข็มฉีดยาออก ปักษะที่นั่งเฝ้าอยู่รีบเข้ามาดู
"ไม่เป็นไรณจันทร์ เขาเจาะเลือดของคุณไปตรวจเท่านั้นเอง"
ณจันทร์เริ่มรู้สึกตัว เมื่อเห็นปักษะ
"ที่นี่มัน…"
"คุณเป็นลมไป ผมเลยพามาโรงพยาบาล คุณหมอสงสัยว่าคุณจะเป็นโลหิตจาง เลยขอตรวจเลือดดู ไม่ต้องห่วงนะ คุณคงไม่เป็นไรมากหรอก"
เธอพยักหน้ารับ มองดูปักษะแล้วเห็นถึงความห่วงใยที่เขามีให้เธอ
"ขอบคุณนะคะที่ช่วยดิฉัน"
"สำหรับคุณ ผมยินดีเสมอครับ"
ปักษะยิ้มอบอุ่น เธออดหวั่นไหวกับรอยยิ้มนั้นไม่ได้

ในสวน เวลากลางคืน เสืออยู่ในพุ่มไม้ มองวิฬาร์ก้าวเข้ามาในสวน
"ออกมาสิณจันทร์ อย่าคิดว่าฉันจะสู้เธอไม่ได้นะ แน่จริงออกมาสิ"
เงียบ ไม่มีเสียงตอบ วิฬาร์มองไปรอบๆที่มืดมิด เริ่มกลัวนิดๆ
"คิดว่าซ่อนแล้ว ฉันจะเลิกหาเธองั้นเหรอ คนขี้ขลาด"
เสืคำรามแต่ไม่ดังมาก พุ่มไม้ที่กำลังสั่นไหว
"ณจันทร์ นั่นเธอใช่ไหม"
เสียงคำรามดังขึ้นกว่าเดิม
"คิดว่าทำเสียงอย่างนั้นแล้วฉันจะกลัวงั้นเหรอ ออกมานะเดี๋ยวนี้นะณจันทร์"
และแล้วพุ่มไม้ที่สั่นไหวแรง ค่อยๆแหวกออก วิฬาร์ตกใจสุดขีด ส่งสียงกรี๊ด
วิฬาร์วิ่งหนี เสือโคร่งวิ่งตามมาอย่างติดๆ เสือกระโจนเข้าตะปบ วิฬาร์ล้มลงกับพื้น
วิฬาร์คิดว่าตนเองต้องตายแน่ๆ ยามถือไฟฉาย ออกมาดูเพราะได้ยินเสียงร้อง
"เกิดอะไรขึ้น เสือ!"
เสือหันไปสนใจยามแทน ยามตกใจสุดขีด ทิ้งไฟฉาย และวิ่งออกไป เสือไล่กวดตามยามไป วิฬาร์ฉวยโอกาสนั้น กระเสือกกระสนวิ่งหนีออกมา ยามพยายามวิ่งหนี
"ช่วยด้วยๆ"
เสือวิ่งไล่ยามไป ก่อนกระโจนเข้าตะปบ กัดยามที่แขน จนเลือดสาดกระจาย
"อ๊ากส์"

ณจันทร์ลุกขึ้นมาด้วยอาการตกใจเหงื่อพราวเต็มหน้าเธอ ถอนหายใจ เมื่อรู้ว่าทุกอย่างป็นแค่ความฝัน!?

พระอาทิตย์ส่องแสงสว่างให้เห็นบรรยากาศของวันใหม่ ณจันทร์เดินออกมาหน้าคอนโด แล้วชะงัก ยกมือขึ้นป้องหน้า รู้สึกเหมือนแสงข้างนอกจ้าเกินไป เธอหยิบแว่นกันแดดมาใส่ แล้วจะโบกเรียกแท็กซี่ แต่รถของปักษะเข้ามาจอดขวางไว้ก่อน ปักษะรีบลงจากรถมาหา
"ผมบอกแล้วยังไงครับว่าผมจะมารับ"
"พอดีฉันต้องไปธุระนิดหน่อยก่อนเข้าออฟฟิศนะคะ ฉันก็เลย..."
"เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณเอง"

รถของปักษะแล่นเข้ามาจอดภายในวัด บริเวณศาลา ใกล้เมรุเผาศพ ทั้งคู่ก้าวลงมาจากรถ เขาสงสัย
"คุณมาทำอะไรที่นี่เหรอครับ"
"มาทำบุญน่ะค่ะ อุทิศส่วนกุศลให้กับคนตาย"
เธอมองไปที่บริเวณเมรุเผาศพ เห็นมีผู้หญิงและเด็กหญิงอายุประมาณ 5 ปี แต่งชุดดำอยู่กับสัปปะเหร่อ จึงเดินเข้าไปหา ปักษะเดินตามไปด้วย

ผู้หญิงซึ่งแต่งชุดดำคนนั้น เป็นเมียของยามที่ตายไป หลังเก็บกระดูกเสร็จก็เดินจูงลูกสาวลงมาจากเมรุ
" พ่ออยู่ไหน หนูจะหาพ่อ"
เมียยามบอก พลางชี้ไปบนฟ้า
"พ่อเขาไปอยู่บนโน่นแล้ว นางฟ้าบนสวรรค์เอาตัวพ่อของหนูไปแล้วนะ"
ลูกสาวร้องไห้
"ไม่เอา หนูไม่อยากให้พ่อไปอยู่บนสวรรค์ แม่บอกให้นางฟ้าคืนพ่อมาให้หนูทีสิ"
เมียยามน้ำตาไหล
"แม่ทำไม่ได้หรอกลูก พ่อเขาไปดีแล้ว อย่าทำให้แม่ต้องเสียใจไปกว่านี้เลยลูก"
ณจันทร์มองภาพแม่ลูกแล้วก็รู้สึกเศร้าสะเทือนใจเหลือเกิน ณจันทร์เดินเข้าไปหาทั้งคู่
"ขอโทษนะคะ"
เมียของยามชะงัก
"ฉันเป็นลูกค้าประจำของร้านป้าแอนนะคะ คือ ฉันรู้จักสามีของคุณ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ"
"ขอบคุณคะ ฉันไม่คิดเลยว่าพี่เขาจะอายุสั้นแบบนี้ ต่อไปนี้ลูกเมียจะอยู่กันยังไงก็ไม่รู้" เมียยามร้องไห้ ณจันทร์หยิบซองขึ้นมาจากกระเป๋ายื่นให้
"ฉันขอทำบุญให้สามีคุณด้วยนะคะ แล้วถ้าคุณกับลูกขาดเหลืออะไรก็บอกฉันได้ตลอดเวลา นามบัตรของดิฉันอยู่ในซองนี่แล้ว"
เมียยามรับซองมา มองณจันทร์อย่างซาบซึ้ง
"ขอบคุณมากนะคะ คุณนี่ช่างเป็นคนดีจริงๆ"
ปักษะมองประทับใจ
เมียยามจะจูงลูกเดินจากไป ณจันทร์ลังเล ก่อนตัดสินใจร้องเรียกทั้งคู่ไว้
"เดี๋ยวก่อนคะ ฉันอยากให้คุณดูนี่หน่อย"
เธอหยิบแหวน วงเดียวกับที่เธออาเจียนออกมามาให้เมียของยามดู
"คุณเคยเห็นแหวนวงนี้ไหมคะ"
เมียยามชะงัก มองดูแหวนใกล้ๆ พอรู้ชัดก็ร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม
"นี่มันแหวนของพี่สมหมายนี่คะ พี่เขาใส่ติดนิ้วไว้ตลอด คุณไปเจอที่ไหนเหรอคะ"
"เอ่อ มันตกอยู่ข้างรถของฉันที่ลานจอดรถนะคะ"
ณจันทร์ยื่นแหวนคืนให้กับ เมียของยามรับมาอย่างยินดี แต่ก็อดสะอื้นร้องไห้ออกมาไม่ได้
"ฉันคิดว่าไอ้เสือตัวนั้นมัน"
ณจันทร์นิ่งอึ้ง มองเมียของยาม ณ วินาทีนั้น เธอยิ่งแน่ใจ และเจ็บปวดที่รู้ว่าเธอเองที่เป็นคนฆ่ายาม
"ขอบคุณมากจริงๆนะคะ ขอบคุณคุณผู้หญิงเขาสิลูก"
ลูกสาวของยามยกมือขึ้นไหว้ ณจันทร์ทนความรู้สึกผิดที่พุ่งขึ้นมาไม่ได้ เลยเดินผละออกจากสองแม่ลูกไป
ปักษะเห็นอาการของเธอแล้วยิ่งไม่เข้าใจ

อ่านต่อหน้าที่ 4


เสือ ตอนที่ 3 (ต่อ)
บนสถานีตำรวจ อาชานั่งอยู่ที่โต๊ะ กำลังฟังรายงานจากลูกน้อง

"ไม่พบคุณณจันทร์ที่คอนโดครับ เห็นว่าออกไปแต่เช้า"
"ไปไหน"
"ไม่ทราบครับ ผมเฝ้าดูอยู่ห่างๆเท่านั้น"
อาชาหงุดหงิด
"แล้วทำไมไม่ตามผู้ต้องสงสัยไป ป่านนี้ไม่รู้หนีไปไหนต่อไหนแล้วหรือเปล่า"
"คือมีคนที่รู้จักผม ไปกับคุณณจันทร์ด้วยนะครับผู้หมวด ผมเลยไม่สามารถตามไประยะใกล้ กลัวว่าจะแสดงตัวให้ฝ่ายนั้นเห็น"
อาชาชะงัก
"อะไรนะ ณจันทร์ไปกับใคร"
"กับคุณปักษะครับผม"
อาชานิ่งอึ้งไป
"ฉันเข้าใจละ นายออกไปได้แล้ว"
ลูกน้องออกไปจากห้อง อาชาพึมพำอย่างหงุดหงิด
"ไอ้ปักษะนะ ไอ้ปักษะ เตือนแล้วยังไม่ฟัง จะรอให้เสือคาบไปกินก่อนหรือยังไงวะ ถึงจะเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนี้ได้"

ณจันทร์กลับมาที่รถจอด ทั้งสับสนและเจ็บปวด
"สองแม่ลูกนั่นน่าสงสารนะครับ แต่ดีที่ได้คุณมาช่วย"
ณจันทร์น้ำเสียงเจ็บปวด
"ฉันต้องรับผิดชอบเรื่องนี้"
ปักษะไม่เข้าใจ เข้ามายืนใกล้เธอ
"บางครั้งผมก็ไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูดคุณทำเลยจริง ๆ คุณมีอะไรอยู่ในใจ บอกผมได้ไหมณจันทร์"
"คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะ"
"ถ้าคุณไม่บอกผม ผมจะเข้าใจได้ยังไงละครับ"
ณจันทร์เริ่มหงุดหงิด
"นี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน ทำไมจะต้องบอกคุณให้รู้ทุกเรื่องด้วยคะ"
ปักษะชะงักกับท่าทีของณจันทร์
"ผมก็แค่อยากจะช่วย"
"ไม่มีใครช่วยฉันได้หรอกค่ะ ไม่ว่าคุณหรือใครก็ตาม"
"ณจันทร์ คุณเป็นอะไรกันแน่"
ณจันทร์ตัดรอน
"ขอบคุณมากนะคะ แต่อย่าลืมสิคะว่าเราเป็นอะไรกัน เรามีความสัมพันธ์กันแค่เรื่องธุรกิจเท่านั้น คุณห่วงแค่เรื่องงานก็พอแล้ว ขอความกรุณาอย่ามายุ่งกับชีวิตส่วนตัวของฉันเลย"
ปักษะอึ้งที่โดนณจันทร์พูดตัดรอน เธอเดินออกไป เขาเรียกไว้
"นั่นคุณจะไปไหนน่ะณจันทร์ เดี๋ยวผมไปส่งให้"
"ขอฉันอยู่คนเดียวเถอะนะคะ"
ณจันทร์เดินจากไปคนเดียวทิ้งให้ปักษะยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น

ณจันทร์วิ่งออกมาจากบริเวณวัด ครู่หนึ่ง ... เธอมานั่งทรุดตัวลงที่ริมสระน้ำ น้ำตาไหลริน เธอมองภาพตัวเองสะท้อนพื้นน้ำแล้วเอามือตีเงาสะท้อนนั้นอย่างโกรธแค้น
"ทำไมฉันเป็นอย่างนี้ ทำไม ทำไม"
ครู่หนึ่งเสียงดังขึ้น
"ทุกอย่างมีทางแก้ไขได้นะโยม"
ณจันทร์หันมาเห็นเป็นพระรูปหนึ่งกับลูกศิษย์คนหนึ่ง
"อะไรที่มันทำให้เราเศร้าหมอง ขอให้มองเห็นมันอย่างมีสติ แล้วเราจะมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่เป็นทาสอารมณ์ของเราเอง"
ณจันทร์มองสงสัย
"หลวงพ่อคะ คือ หนูมีปัญหาที่ไม่รู้จะปรึกษาใครได้ เป็นปัญหาที่..."
ไม่ทันจบประโยค หลวงพ่อพูดทันที
"โยมตัดสินใจไม่ถูกไม่รู้จะแก้ไขยังไง"
"ค่ะ"
"ฟังอาตมานะโยม ทุกอย่างอยู่ที่เหตุทั้งนั้น"
"หมายความว่ายังไงคะ"
"ถ้าเรารู้เหตุแห่งทุกข์เราก็จะแก้ไขทุกข์นั้นได้ ปัญหามันอยู่ที่ว่า มนุษย์เราส่วนใหญ่ไม่พยายามมองถึงเหตุแห่งทุกข์ก็เลยมองไม่เห็นทางแก้ มนุษย์เราก็เลยเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏไม่รู้จักจบสิ้น ทุกอย่างมันต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ผลของมัน โยมคงพอเข้าใจนะ ขอให้ใช้สติแก้ปัญหาได้นะโยม"
พระเดินไป ณจันทร์ครุ่นคิดตาม

สายวันเดียวกัน แม่บ้านกำลังจัดกาแฟสองสามถ้วยใส่ถาด เตรียมจะยกไปเสิร์ฟแต่แล้ววิฬาร์ก็เข้ามาแย่งถาด
"เอามานี่ เดี๋ยวฉันจะไปเสิร์ฟเอง"
แม่บ้านหมั่นไส้
"คราวนี้คงลูกค้าสำคัญสินะคะ คุณเหมียวถึงได้ลงมือเองแบบนี้"
วิฬาร์ยิ้มอย่างมีเล่ห์
"ใช่แล้ว ลูกค้าคนนี้ไม่ใช่ธรรมดาเลยละ"
แต่แล้วแม่บ้านก็ทำจมูกฟุตฟิตเหมือนได้กลิ่นบางอย่าง
"คุณเหมียวได้กลิ่นอะไรไหมคะ"
"อ๋อ กลิ่นน้ำหอมใหม่ของฉันเอง เป็นยังไงหอมละสิ"
วิฬาร์เดินเชิดออกไปพร้อมถาดกาแฟ แม่บ้านเบ้หน้าว่ากลิ่นน้ำหอมฉุนจริงๆ

เวลากลางคืน ... พรหมพยัคฆ์กลายร่างเป็นเสือวิ่งไล่ล่าณจันทร์ที่ร้องอย่างหวาดกลัวคำสูรย์หยิบปืนจะยิงไปที่พรหมพยัคฆ์ แต่ช้าไปเสียแล้ว พรหมพยัคฆ์จับตัวณจันทร์ไว้ได้และจะทำการสมสู่
คำสูรย์ร้องลั่น
"อย่า..."
เสียงร้องนั้น ทำให้ทุกคนในบ้านตื่นขึ้นมา เห็นสภาพคำสูรย์คลั่ง

รถกระบะคันหนึ่ง วิ่งมาจอดหน้าโรงพยาบาล คำแปงลงจากรถมาพร้อมป้านวลที่มายืนรออยู่ คนขับรถไขกุญแจที่กระบะหลัง ปรากฏร่างคำสูรย์ในสภาพเหม่อลอยเมามายนั่งอยู่
คำสูรย์พูดเบาๆ
"มันมาแล้ว มันกลับมาแล้ว ไอ้เสือผี ... เสือผีๆๆๆ คุณหนู ต้องบอกคุณหนู เสือมาแล้วๆ ทุกคนจะต้องตายหมด คุณหนู เสือมาแล้ว"
"เอ้า..เร็วเข้า เดี๋ยวหมดฤทธิ์ยาเข้าละก็อาละวาดอีกแน่"
นวลบอก
"ไปเรียกหมอมาช่วยเร็ว อ้ายสอน"
"ครับ"
คำสูรย์ยังมึนอยู่
"มันมาแล้วคุณนวล มันจะฆ่าทุกคน"
บุรุษพยาบาลมาถึง พยุงคำสูรย์ออกมาจากรถ เขาเกิดอาการคลั่งขึ้นมาอีก เพราะมองเห็นเป็นภาพพรหมพยัคฆ์จะทำร้ายณจันทร์
"อย่า..อย่า..อย่า..ออกไป..อย่าทำร้ายคุณหนูของฉัน ไอ้เสือผี..ออกไป"
คำสูรย์กำลังพยายามทุบตีบุรุษพยาบาลจนล้มเจ็บ
ชาวบ้านร้อง
"ช่วยด้วยเว้ย มันบ้าไปแล้ว"
บุรุษพยาบาลพยายามจะหยุด แต่คำสูรย์กลับต่อสู้ และทำร้ายจนยามและบุรุษพยาบาลอีกหลายคนต้องมาช่วย
คำแปงร้อง
"เร็ว..มาช่วยกันหน่อย...เร็ว"
"มึงจะทำอะไรกู มึงต้องเชื่อกูนะ เสือผีมันมาแล้ว ได้ยินไหม เสือผีมาแล้ว มันจะฆ่าเราทุกคน มันมาแล้ว อ๊ากกก"
ทุกคนไม่สนใจ ช่วยกันล็อกคอคำสูรย์ ไม่ให้อาละวาด

ในห้องพักรวม ในโรงพยาบาลสวนดอก นวลคุยบางอย่างกับหมอ เสร็จแล้วพยักหน้า หมอเดินออกไป นวลเดินเข้ามาหาคำแปงและคำสูรย์ที่สงบลงแล้ว คำสูรย์อยู่ในชุดคนไข้นั่งอยู่บนเตียง โดยมีบุรุษพยาบาลอยู่สองคนยืนคุมประตูอยู่
"หมอเขาว่าต้องให้อยู่ที่นี่ รอดูอาการก่อน ถ้ายังอาละวาดแบบนี้ คงต้องให้อยู่ที่นี่ไปเลย"
"ไม่ ผมไม่อยู่ที่นี่ ผมไม่บ้า คุณนวลเชื่อผมเถอะ"
"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ให้อาละวาดก็ไม่เชื่อ..ทีนี้ฉันช่วยแกไม่ได้แล้วนะ"
นวลเดินจากไป คำสูรย์พยายามร้องเรียก แต่โดนบุรุษพยาบาลกันไว้
"คุณนวลๆ อย่าเอาผมไว้ที่นี่ ผมไม่ได้บ้า..คุณหนูต้องการความช่วยเหลือ ..เสือ ... เสือมันมาแล้ว คุณนวล ผมต้องช่วยคุณหนู คุณหนูต้องแก้คำสาป คำสาปเสือ!"
คำแปงกำลังจะเดินตามป้านวลไปอีกคน แต่ทันใดนั้นคำสูรย์ก็ดึงตัวคำแปงไว้
"คำแปง ! เหลือแกคนเดียว แกคนเดียวที่จะช่วยได้"
"ฉันช่วยอะไรพี่ไม่ได้หรอก"
"ไม่ใช่ช่วยฉัน แต่ช่วยคุณหนูณจันทร์ ตอนนี้เสือผีมันอยู่ใกล้คุณหนูมาก ต้องเอาตัวคุณหนูหนี... หนีออกมาให้ไกลจากมัน เราต้องแก้คำสาป คำสาปเสือ"
"ยามันยังไม่พอหรือไง"
"ฉันพูดจริง ๆ คุณหนูกำลังเดือดร้อน แกต้องเชื่อฉัน คำแปง ! คำสาปของเสือสมิงมันเป็นเรื่องจริง"
คำแปงชะงัก ลังเล
"แล้วพี่จะให้ฉันทำยังไง"
"ทำยังไงก็ได้ พาคุณหนูณจันทร์ขึ้นมาเชียงใหม่ มาหาฉันให้เร็วที่สุด บอกคุณหนู ว่าฉันมีวิธีแก้คำสาป..แล้วระหว่างนี้ให้ใส่เขี้ยวเสือ เขี้ยวเสือที่ฉันเคยให้ไว้ตลอดเวลา มันจะช่วยคุณหนูได้"
บุรุษพยาบาลลากตัวคำสูรย์ออกไป คำแปงกลัดกลุ้ม ไม่รู้จะให้ณจันทร์ขึ้นมาเชียงใหม่ได้ยังไง

ณจันทร์ถือโทรศัพท์คุยกับคำแปงอยู่
"อะไรนะ..อาคำสูรย์พูดอย่างนั้นเหรอ..น้าคำแปง"
"ค่ะ..แกพูดแต่เรื่องเสือผีตัวนั้นว่ากำลังจะทำร้ายคุณหนู แล้วยังบอกให้คำแปงรีบบอกคุณหนูเรื่องแก้คำสาปเสือด้วย. แกคงจะเพี้ยนๆ น่ะค่ะ แต่คำแปงฟังแล้วก็ไม่สบายใจ เป็นห่วงก็เลยโทรเผื่อว่าคุณหนูจะเป็นอะไรไปอย่างพี่คำสูรย์ว่า"
"ฉันไม่เป็นอะไรหรอกน้าคำแปง ขอบใจนะที่โทรมา เออ...แล้วอาคำสูรย์แกพูดอะไรอีกรึเปล่า"
"เปล่าค่ะ..แกพูดแต่ว่าต้องแก้คำสาปเสือ ให้รีบบอกคุณหนูให้ขึ้นมาหา แล้วระหว่างนี้ให้คุณหนูใส่เขี้ยวเสือที่แกเคยให้ไว้ตลอดเวลา"
ณจันทร์ฟังเรื่องคำสาปแล้วสะดุดใจ
"แค่นี้นะน้าคำแปง ฉันจะไปเชียงใหม่ตอนนี้เลย"

เช้าต่อมา ณจันทร์กำลังขนเสื้อผ้าลงในกระเป๋า บัวเข้ามาพอดี
"คุณณจันทร์จะไปไหนเหรอคะ"
"จะไป..." ณจันทร์นิ่งไปนิด "ไปต่างจังหวัดนะ"
ณจันทร์ไปเอาเสื้อผ้าออกมาจากตู้อีกสองสามตัว
"จะไปกี่วันเหรอคะ ขนเสื้อผ้าไปตั้งเยอะแยะ"
"คงจะนาน ยังไงก็ฝากห้องด้วยนะบัว แล้วถ้ามีใครมาถามว่าฉันไปไหน ก็ไม่ต้องบอกอะไร จดชื่อไว้ ยังไงฉันจะติดต่อมาอีกที"
"คะ"
บัวเดินออกไปจากห้อง
ณจันทร์จัดของเรียบร้อย ก่อนที่จะปิดกระเป๋า เธอลากกระเป๋าเดินทางจะเดินออกไปจากห้อง แล้วชะงัก เดินกลับเข้ามาในห้อง เปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบเขี้ยวเสือขึ้นมาเก็บใส่กระเป๋าสะพาย

เช้าเดียวกัน ลูกปลา สมชัย กำลังดูเทปตัดต่อโฆษณาสินค้าอยู่
"โอ้ย เบื่อจริงๆ วันอาทิตย์แท้ๆยังต้องมาทำงานอีก โอที ก็ไม่รู้จะได้หรือเปล่า" สมชัยบ่น
"แหมบ่นเสียงดังเชียวนะ ทีตอนบอสอยู่ ไม่เห็นบ่นดังเท่านี้เลย" ลูกปลาว่า
วิฬาร์เดินเข้ามาในห้อง
"เป็นยังไง ใกล้เสร็จแล้วหรือยัง"
"ก็พวกเรานั่งปั่นกันทั้งคืน มันต้องใกล้เสร็จสิยะ แล้วเธอทำไมไม่เสด็จมาให้มันเร็วกว่านี้หน่อย จะได้มาช่วยกัน"
"ก็งานนี้ มันไม่ใช่หน้าที่ของฉันสักหน่อย"
วิฬาร์พูดจบก็เดินสะบัดก้นออกไป โดยมีลูกปลา และสมชัยมองตามอย่างหมั่นไส้

นอกห้องที่โต๊ะทำงานลูกปลา ไอโฟนลูกปลาที่เสียบชาร์จสั่นอยู่ วิฬาร์เดินผ่าน หันมองอย่างรำคาญ หน้าจอ เห็นเป็นณจันทร์โทร.เข้ามา วิฬาร์เบ้ปากใส่

จันทร์ถือโทรศัพท์อยู่ มีบัวทำความสะอาดอยู่แถวนั้น สายตัดไปไม่มีใครรับ เธอวางสายก่อนกดวาง แล้วกดเข้า LINE เพื่อส่งข้อความแทน
วิฬาร์เธอกำลังจะเดินออกไป เสียงมือถือสั่นเป็นข้อความเข้า เธอหันกลับมาดูอีกครั้ง หน้าจอมือถือลูกปลาเด้งเตือนข้อความใน LINE จากณจันทร์ วิฬาร์หันมองซ้ายขวา หยิบโทรศัพท์มากดดู
"ลูกปลาโทร.หาไม่รับ จะฝากให้ช่วยทำใบลาไปยื่นให้บอสที ว่าอาทิตย์หน้าฉันขอลาหยุด พอดีอาไม่สบาย เลยต้องขึ้นไปเยี่ยมเชียงใหม่"
วิฬาร์เบ้ปากใส่ จะวางโทรศัพท์แต่ก็เหมือนนึกบางอย่างได้ เธอกดสติ๊กเกอร์ OK กลับให้ณจันทร์ แล้วยิ้มมีแผน
ณจันทร์ดูข้อความที่ลูกปลาตอบกลับมา โดยไม่รู้ว่าคนที่กดส่งมาคือวิฬาร์ ณจันทร์แปลกใจนิดๆที่ลูกปลาไม่ซักอะไรต่อ แต่ก็พิมพ์ตอบกลับ
"ขอบใจจ้า"
ณจันทร์กดส่ง แล้วก็วางโทรศัพท์ รูดซิบกระเป๋า เตรียมออกเดินทาง

วิฬาร์ยิ้ม เธอกดลบหน้าจอแชทที่ณจันทร์ส่งมา ก่อนจะวางโทรศัพท์ของลูกปลาลงตามเดิม สมชัยเดินเข้ามาพอดี
"ทำไรอ่ะ"
"ไม่ได้ทำไรนิ"
วิฬาร์ยักไหล่ ทำไม่สนใจ แล้วเดินกลับโต๊ะตัวเองไปอย่างอารมณ์ดี สมชัยมองตามอย่างไม่ค่อยวางใจ

รถแท็กซี่จอดที่หน้าคอนโดณจันทร์ คนขับลงมาช่วยณจันทร์ขนกระเป๋าใส่ท้ายรถ เมื่อเธอก้าวขึ้นรถ แล้วรถก็แล่นออกไป

บนโต๊ะอาหาร พรหมพยัคฆ์กำลังดื่มไวน์สีเลือดอยู่ แต่แล้วก็ชะงัก วางแก้วลง ไวน์กระฉอกหกลงบนโต๊ะ พรหมพยัคฆ์ผุดลุกขึ้น ลายเมฆที่ยืนรอรับใช้อยู่ ตกใจ
"มีอะไรเหรอครับเจ้านาย"
พรหมพยัคฆ์เดินไปเดินมาเหมือนเสือฟังเสียงศัตรูครู่หนึ่งตกใจ....
"ณจันทร์...ฉันรู้สึกว่าเธอกำลังจะหนี"
เวลาต่อมา รถพรหมพยัคฆ์มาจอดที่คอนโดฯ เขาเดินลงเร่งร้อน ผลักยามที่กำลังจะเข้ามาถามจนหงายไป ยามตกใจกลัว ประตูของห้องณจันทร์ถูกเปิดออกอย่างแรง พรหมพยัคฆ์เข้ามาในห้อง พร้อมลายเมฆ แต่ไม่พบณจันทร์
ลายเมฆเปิดตู้เสื้อผ้าออก พบว่ามีเสื้อผ้าส่วนหนึ่งที่ถูกเอาไป
"เธอหนีไปจริงๆ ฉันไม่น่าจะวางใจ คิดว่าเธอจะยอมรับแล้วแท้ๆ"
"นายท่านรู้หรือเปล่าครับว่าเธอไปไหน"
พรหมพยัคฆ์หลับตา พยายามจะเพ่งมองว่าเธออยู่ที่ไหน
"เดี๋ยว ฉันมองเห็นเธอแล้ว"
เขาเห็นณจันทร์กำลังอยู่ในรถแท็กซี่
ครั้นพยายามเพ่งไปเรื่อยๆ
"เธอกำลังเคลื่อนที่ เธออยู่บนรถ กำลังจะไปที่ไหนสักแห่ง"

ณจันทร์รู้สึกหนาวเยือกขึ้นมา จึงหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมา เปิดดูเห็นเขี้ยวเสือ เธอผูกเขี้ยวเสือคล้องคอ
ทุกอย่างมืดดำไปทันใด !!

พรหมพยัคฆ์ชะงัก ลืมตาขึ้น
"ฉันมองไม่เห็นเธอแล้ว!" เขาเปลี่ยน พยายามดมกลิ่น "ไม่รู้สึกถึงเธอเลยสักนิด ต้องมีอำนาจบางอย่าง กันเธอไว้จากฉันแน่ๆ"
พรหมพยัคฆ์โกรธแค้นมาก แล้วเริ่มชะงักเหมือนกลัว
ไหรือว่า…เธอจะฝืนชะตาของตัวเองไ
"นี่ท่านหมายความว่ายังไงครับ"
"สิ่งสุดท้ายที่ฉันสัมผัสได้จากเธอคือ เธอกำลังมีความหวังอยู่ เธออาจกำลังหวังว่าจะหนีจากฉัน คิดว่าจะถอนคำสาปเสือสมิงได้"
ลายเมฆกังวล
"เป็นไปได้หรือครับท่าน ที่เธอจะรู้วิธี"
"ถึงโอกาสจะมีน้อย แต่ก็ไม่น่าไว้ใจ เราจะต้องรู้ให้ได้ว่าณจันทร์ไปไหน แล้วตามไปให้เร็วที่สุด อย่าคิดว่าจะหนีฉันไปได้ เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก ณจันทร์"
พรหมพยัคฆ์ยิ้มเหี้ยม
อ่านต่อตอนที่ 4

กำลังโหลดความคิดเห็น...