xs
xsm
sm
md
lg

ภพรัก ตอนที่ 7

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ภพรัก ตอนที่ 7

ภพธรนั่งหลับอยู่ที่เก้าอี้ชิดผนังข้างทางเดินอย่างน่าสงสาร บนตักมีเครื่องบินบังคับวิทยุวางอยู่ ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่ามีคนมาเขย่าตัว

“ธร ตื่นเถอะ ธร”
ภพธรลืมตาขึ้นมามอง นุติยิ้มให้ “ ไม่ไปแข่งเครื่องบินเหรอลูก”
“ ไปสิครับ ผมรอพ่ออยู่”
แต่ภาพนุติตรงหน้า ที่แท้กลับเป็นธารา
“พ่อของผมไปไหน”
“พ่อของเราตายไปเมื่อเดือนที่แล้ว จำไม่ได้เหรอ”
ภพธรนึกขึ้นได้ก็เศร้า น้ำรินยืนอยู่ด้านหลัง เข้ามากอดแขนภพธรอย่างปลอบใจ
“โอ๋ๆ พี่ธรอย่าร้องไห้นะ”
ภพธรเห็นน้ำรินพยายามปลอบก็รู้สึกเอ็นดูขึ้นมานิดๆ แต่พอน้ำรินจะดึงเครื่องบินบังคับไปเล่น ภพธรก็ดึงกลับมาด้วยความหวง
“อย่า น้องน้ำ เดี๋ยวมันพัง”
“น้ำขอดูนิดนึงน่า”
น้ำรินดึงเครื่องบินอีกครั้ง จนปีกเครื่องบินหักติดมือ ภพธรโกรธจัด
“น้องน้ำ พี่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่า เครื่องบินลำนี้พ่อพี่ต่อให้นะ”
น้ำรินเบะปาก ร้องไห้ ธาราถอนหายใจ
“อย่าโวยวายไปเลยน่ะธร น้องไม่ได้ตั้งใจ เดี๋ยวอาให้เงินไปซื้อใหม่นะ”
ธาราจูงน้ำรินเดินออกไป ภพธรมองตามด้วยแววตาเกรี้ยวกราด

“ซื้อใหม่ก็ไม่เหมือน เงินของแกซื้อพ่อคืนฉันไม่ได้”

ภพธรคิดถึงอดีต พร้อมกับจ้องมองเครื่องบินบังคับที่หักชำรุดด้วยแววตาแค้น

“หาตัวคุณอาธาราเจอรึยัง”
“ยังเลยค่ะ เสือเฒ่าอย่าง ผบ.สงครามฉลาดแต่ดาวคิดแผนล่ออาธาราออกมาได้แล้วค่ะ”
นับดาวคิดถึงแผนการที่วางไว้ในใจ ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์

เหยี่ยวเดินเข้าไปหาธาราที่กำลังเอื้อมมือเก็บผ้าจากราวใส่ตะกร้าอย่างยากลำบากเพราะตัวยังนั่งอยู่ในรถเข็น พลางอาสาเก็บให้
“ให้ฉันทำเถอะ คนเคยทำงานให้มาอยู่เฉยๆก็เบื่อ”
“ผู้การบอกคุณธารารึเปล่าครับว่าจะต้องมาอยู่ที่นี่นานเท่าไร”
ธาราถอนหายใจ “จนกว่าเค้าจะมั่นใจว่าฉันจะปลอดภัย แต่แค่วันสองวันเนี่ย ฉันก็เบื่อจะแย่อยู่แล้ว ไม่เกินอาทิตย์ ถ้ายังสรุปไม่ได้เรื่องความปลอดภัย ฉันคงต้องขอตัวกลับบ้านแน่ๆ”
“งั้นผมเก็บผ้าไปให้คุณช่วยพับนะครับ”
ธาราพยักหน้าแล้วเลื่อนรถเข็นไป เหยี่ยวมองตามด้วยสายตาเห็นใจ

เหยี่ยววางตะกร้าผ้าแห้งลงข้างโต๊ะที่ธารานั่งเหงาๆเบื่อๆเหม่อมองไปข้างนอก
“ผมจะไปซื้อของ คุณอยากได้อะไรมั้ยครับ”
ดวงตาธาราเป็นประกายสดใสขึ้นมาทันที “อยากได้กับข้าวมาทำอาหารจ้ะ”
จากนั้นก็กุลีกุจอหากระดาษมาจดรายการส่งให้เหยี่ยว
“ท่าทางจะเหงาจริงๆนะนั่น พอมีอะไรให้ทำหน่อย สดชื่นขึ้นทันตาเห็นเลย”
น้ำรินพูดยิ้มๆ เหยี่ยวพยักหน้าเห็นด้วย

เหยี่ยวขี่จักรยานออกมาตามทาง ด้วยความเศร้าสะเทือนใจเมื่อต้องผ่านจุดเกิดเหตุที่สูญเสียพ่อกับแม่ พลางก้มหน้าก้มตามองพื้นตลอดทางที่ขี่ มือสั่น จนรถแกว่งไปแกว่งมา

น้ำรินที่นั่งซ้อนท้ายมองเหยี่ยวอย่างเป็นห่วง

น้ำรินกับเหยี่ยวเดินผ่านร้านขายอาหารทะเล แล้วจู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้

“ฉันชอบทานสลัดผักกับหมูอบ คุณ ฉันจำได้ตั้งหลายอย่างแล้ว”
เหยี่ยวพยักหน้า
“ชื่อน้ำ มีแฟนชื่อพี่ธร ชอบสีฟ้า ชอบกินขนมชั้นรูปดอกกุหลาบ ชอบสลัดผักกับหมูอบ”
“ โห นี่คุณจำเรื่องเกี่ยวกับฉันได้หมดเลยเหรอ”
เหยี่ยวรีบพูดแก้เขิน “ ผมจำไว้หาร่างให้คุณไง แต่คราวหน้าช่วยจำอะไรที่มันได้เรื่องได้ราวหน่อยนะ ข้อมูลพวกนี้ใช้ไม่ได้เลย”
เหยี่ยวก้มดูรายการกับข้าวที่ธาราสั่ง น้ำรินมองตาม
“อุ๊ย คุณธาราสั่งซื้อกับข้าวที่ฉันชอบทั้งนั้นเลยสงสัยเค้าเคยเป็นญาติกับฉันเมื่อชาติที่แล้วถึงได้ชอบอะไรเหมือนฉัน”
เหยี่ยวส่ายหน้าขำๆ

รถของสงครามแล่นเข้ามาจอดบริเวณจุดเกิดเหตุอุบัติเหตุรถคว่ำริมถนน ที่วิญญาณชลชาติสิงอยู่
พร้อมๆ กับที่เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
“ว่าไงผู้กอง คุณธาราเป็นยังไงบ้าง”
ดารณีที่รับยาให้ธารา ตอบกลับมาทางปลายสาย
“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ ดิฉันกำลังเข้ามารับยาที่โรงพยาบาล”
“ฝากดูแลธาราด้วยนะ ตอนนี้ผมอยู่ที่บึงซึ่งเคยมีรายงานว่าพบรถที่คล้ายกับรถของน้ำริน ผมกำลังสงสัยว่า การหายตัวไปของน้ำรินเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุรถคว่ำของธารา “
ดารณีคิดตาม “หรืออุบัติเหตุไม่ใช่อุบัติเหตุ?”
“เราคงต้องพิสูจน์กันต่อไป ระหว่างนี้คุณกับเหยี่ยวต้องดูแลธาราที่บ้านพักนั่นให้ปลอดภัยที่สุด
วิญญาณชลชาติในสภาพดำคล้ำหม่นหมองน่ากลัว ไร้ราศี ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ยิ้มออกมาอย่างโหดเหี้ยม

“หมวดเหยี่ยวอยู่ที่ไหน นังน้ำรินต้องอยู่ที่นั่น”

ขากลับจากตลาด เหยี่ยวยืนมองถนนที่เกิดอุบัติเหตุอย่างท้อใจ แล้วทำท่าจะหันจักรยานกลับหลัง น้ำรินรีบมายืนดักขวางหน้า รู้ว่าเหยี่ยวกลัว ก็พยายามพุดปลอบใจ

“คุณตั้งสติดีๆสิมันก็เป็นแค่ถนนกับต้นไม้ ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย”
“แต่มันตอกย้ำให้ผมคิดถึงวันนั้น”
“คุณต่างหากที่ตอกย้ำให้ตัวเองคิด เรื่องร้ายๆผ่านไปนานแล้ว มีแต่คุณที่ยังติดอยู่กับความทรงจำไม่ดี”
เหยี่ยวฟังแล้วก็ยังคิดถึงอดีตที่เกิดขึ้นอย่างสะเทือนใจ น้ำรินพูดเองก็น้ำตาไหลไปด้วยความเข้าใจและสงสาร
“ถ้าคุณปลดปล่อยตัวเองได้เมื่อไหร่ คุณจะรู้สึกภูมิใจในตัวเองที่ไม่ใช่เด็กแปดขวบในวันนั้นอีกแล้ว แต่คุณเป็นหมวดเหยี่ยวที่พ่อแม่ของคุณเห็นก็ต้องภูมิใจ”
น้ำตาลูกผู้ชายหยดออกมาจากหางตาอย่างไม่ตั้งใจ เหยี่ยวปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว แล้วออกปากให้น้ำรินขึ้นรถ น้ำรินยิ้มทั้งน้ำตา รีบซ้อนท้ายรถจักรยานแล้วเอื้อมมือมาทำท่าโอบรอบเอวของเหยี่ยว
“เราจะผ่านตรงนี้ไปด้วยกันนะ”
เหยี่ยวก้มลงมองมือของน้ำรินที่โอบรอบเอว แล้วเริ่มขี่จักรยานมุ่งหน้าไปตามถนน
แม้สัมผัสไม่ได้ทางกาย แต่รู้สึกได้ด้วยใจ เหยี่ยวรู้สึกอบอุ่นใจที่มีน้ำริน เธอเองก็รู้สึกดีที่เป็นกำลังใจให้เขาได้
The best and most beautiful things in the world cannot be seen or even touched. They must be felt with the heart”
“สิ่งที่ดีและงดงามที่สุดมองไม่เห็นด้วยตา สัมผัสไม่ได้ด้วยมือ หากแต่รู้สึกได้ด้วยใจ”

เฮเลน เคลเลอร์ กวีชาวอเมริกัน
 
อ่านต่อหน้า 2

ภพรัก ตอนที่ 7 (ต่อ)

เหยี่ยวพยายามทำใจแข็งขี่จักรยานมาจนถึงจุดที่เกิดอุบัติเหตุ ครู่หนึ่งเสียงแตรรถดังขึ้น เหยี่ยวตกใจรีบหักหลบรถบรรทุก รถจักรยานล้มลงข้างถนน น้ำรินรีบวิ่งเข้ามาหา

“เป็นอะไรรึเปล่า”
เหยี่ยวดึงตัวเองออกจากจักรยานที่ล้มทับตัว “ไม่เป็นไร”
น้ำรินเป็นห่วงเหยี่ยวอย่างจริงจัง เหยี่ยวเห็นสีหน้าท่าทางเธอก็รู้สึกเอ็นดู แอบอมยิ้มนิดๆ
“แย่จัง ฉันช่วยทำแผลให้คุณไม่ได้ซะด้วยสิ”
“แผลแค่นี้เรื่องเล็ก คอยดูแลแผลใจให้ผมดีกว่า”
เหยี่ยวพูดแล้วจ้องหน้าน้ำริน แล้วยิ้มๆ ทั้งสองคนสบตากัน ความรักถักทอเป็นสายใยเชื่อมโยงระหว่างคนสองคนเหนียวแน่นขึ้นทีละน้อยโดยที่ทั้งคู่ไม่ทันรู้ตัว
เสียงแตรดังมาทางถนน รถของสงครามแล่นมาจอด พลางเปิดกระจกรถลง แล้วชะโงกหน้ามาถาม
“เป็นอะไรรึเปล่าหมวด”
เหยี่ยวลุกขึ้นยืน “เปล่าครับ”
“โอเค. เดี๋ยวเจอกันที่บ้าน”
สงครามเคลื่อนรถออกไป น้ำรินเห็นเงาดำคล้ายคนนั่งอยู่ด้านหลัง
“ใครมากับผู้การคะ”
“ไม่มีนี่”

น้ำรินมองที่รถของสงครามอีกที ก็ไม่เห็นมีใครแล้ว

สงครามเลื่อนหนังสือตั้งใหญ่ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และสีน้ำกับเฟรมวาดรูปส่งให้ธารา เพราะจำได้ว่าธาราชอบวาดรูป

ธาราประหลาดใจ
“โลกนี้คงมีคุณคนเดียวที่จำเรื่องฉันได้ทุกเรื่อง ขอบคุณนะคะ”
ธาราแตะมือสงครามแล้วยิ้มให้ด้วยความรู้สึกขอบคุณ แต่สงครามมองตอบด้วยความรักอันลึกซึ้ง
“ฉันขอไปดูหมวดเหยี่ยวในครัวก่อนนะคะ”
ธารายิ้มให้แล้วเลื่อนรถเข็นออกไป สงครามมองตามด้วยความรู้สึกเริ่มมีความหวัง

น้ำรินกำกับเหยี่ยวหมักหมูในครัว เหยี่ยวหันมาถาม
“ใช้ซอสอะไรหมัก”
ธาราที่เข้ามาพอดี ตอบพร้อมกับน้ำริน
“ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา โชยุญี่ปุ่น”
เหยี่ยวยืนงงที่เห็นทั้งสองคนพูดพร้อมกัน ธาราเห็นอาการเหยี่ยว ก็แปลกใจ
“มีอะไรเหรอคะหมวด”
“เปล่าครับ หมักเสร็จแล้วทอดเลยรึเปล่าครับ”
ธารากับน้ำรินตอบพร้อมกันอีก “ยังค่ะ”
เหยี่ยวมองธารากับน้ำรินสลับไปมา ธาราบอกต่อ
“ต้องหมักทิ้งไว้คืนนึงค่ะ พรุ่งนี้เช้าฉันจะลงมาทำเองค่ะ”
เหยี่ยวรับคำ ธาราเลื่อนรถเข้าไปดูหม้อแกงที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนอยู่บนเตา เหยี่ยวเอียงหน้ามากระซิบกับน้ำริน
“แหม แล้วทำคุยว่าสูตรลับ คุณธาราก็รู้”
ธาราได้ยิน ก็หันมาตอบ “ ไม่ใช่สูตรลับหรอกค่ะ แต่เป็นสูตรที่ลูกสาวชอบทำให้ทานค่ะ”
น้ำรินยิ้มเย้ยๆ “เห็นมั้ย ฉันกับเค้าต้องเป็นญาติกันเมื่อชาติที่แล้วชัวร์”
เหยี่ยวพยักหน้าอย่างขี้เกียจเถียง หันมาพูดกับธาราต่อ
“ท่าทางคุณธาราสนิทกับลูกสาวมากเลยนะครับ เห็นพูดถึงอยู่บ่อยๆ”
“ ไม่ค่อยสนิทหรอกค่ะ ฉันไม่ค่อยมีเวลาให้เค้า เพราะมัวแต่สร้างความสำเร็จให้ตัวเองกว่าจะคิดได้ว่าเวลาก็คือสายน้ำที่ไม่ไหลกลับก็สายไปแล้ว ฉันไม่รู้ว่าจะได้กอดแล้วบอกรักลูกอีกเมื่อไหร่”
“แล้วลูกสาวของคุณธาราไปไหนครับ”
ธารายังไม่ทันตอบ สงครามก็เดินเข้ามาขัดจังหวะ ธาราตักน้ำแกงมัสมั่นใส่ช้อนป้อนให้ลองชิม
สงครามยิ้มดีใจ เพราะคิดว่าธาราเริ่มมีใจให้บ้าง
“อร่อยมาก รสชาติเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย”
พลางหันมาบอกเหยี่ยว “หมวดรู้มั้ย คุณธาราทำแกงมัสมั่นอร่อยที่สุด ร้านไหนก็สู้ไม่ได้”
สงครามมองธาราด้วยแววตาที่มีความหมายลึกซึ้ง ธารายิ้มเขินๆ

เหยี่ยวกับน้ำรินเห็นสายตาท่าทีของสงครามกับธาราแล้วมองหน้ากัน

น้ำรินใช้สมาธิ พยายามวาดรูปผู้ชายกับผู้หญิงที่ผืนทรายด้วยกิ่งไม้อย่างช้าๆ เหยี่ยวเดินมานั่งข้างๆ แล้วมองท้องฟ้ากับทะเล

น้ำรินหันมาถามอย่างคลางใจ
“ผบ.สงครามไม่มีครอบครัวเหรอคะ”
เหยี่ยวส่ายหน้า
“ไม่มี ผบ.เป็นผู้ชายรักเดียวใจเดียว พอผู้หญิงที่ตัวเองรักแต่งงานกับคนอื่น ผบ.ก็ยอมอยู่เป็นโสดตลอดชีวิต”
“ผู้หญิงคนนั้นคือคุณธาราเหรอคะ?”
เหยี่ยวพยักหน้า น้ำรินมองรูปที่วาดไว้บนพื้น โดนคลื่นซัดจนรูปเลือนลาง
“ถ้าคุณอกหักแบบผบ.สงคราม คุณจะยอมเป็นโสดตลอดชีวิตมั้ย”
“ผมเหรอ คงเสียใจซักวันนึง เช้าก็จีบคนใหม่ พุธเป็นกิ๊ก พฤหัสเป็นแฟน ศุกร์หมั้น จันทร์แต่งเลย ผมไม่อกหักเพราะผู้หญิงคนเดียวนานๆ หรอก”
จากนั้นก็หันมามองตาน้ำรินลึกซึ้ง
“ผมก็คงเหมือนผบ.สงครามนั่นแหละ คลื่นลมหรือเวลาทำให้ผมเปลี่ยนใจไม่ได้”
ทั้งคู่มองสบตากัน ท่ามกลางบรรยากาศทะเล และท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีไปตามเวลา

ธารากำลังนั่งพับดอกบัวแล้วจัดเป็นช่อเตรียมไว้ใส่บาตรตอนเช้า สงครามเดินมาหา
“พรุ่งนี้ผมจะนิมนต์พระมาให้คุณใส่บาตรตอนเช้านะครับ”
ธารามองอย่างซาบซึ้ง “ฉันมีเพื่อนไม่มาก แต่คุณคือเพื่อนที่ดีที่สุดที่ฉันมี ขอบคุณมากนะคะ ฉันดีใจที่มีคุณอยู่ข้างๆ”
ทั้งคู่สบตากัน สงครามขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ ธารารู้สึกอึดอัดใจ พลันมือถือของสงครามดังขึ้น เขาจึงเดินไปรับโทรศัพท์ ธาราถอนหายใจอย่างโล่งอก

เหยี่ยวนอนหลับอยู่บนเตียง น้ำรินนั่งหลับอยู่ที่โซฟา แล้วจะแกล้งถ่ายคลิปนอนเหยี่ยวหลับ จึงเดินไปหาโทรศัพท์มือถือของเหยี่ยวที่แถวหน้าต่าง
ทันใดนั้นมีร่างหนึ่งสวมผ้าคลุมสีดำ ผ่านหน้าต่างไปเร็วๆ
“ใคร?”

น้ำรินสงสัย รีบเดินตามออกไป

น้ำรินเดินออกมาจากบ้าน ร่างสวมผ้าคลุมดำแว่บเดินผ่านไปซ้ายทีขวาที ลมพัดวูบวาบแล้วแรงขึ้น ใบไม้ปลิว จนเธอเริ่มกลัว เตรียมหนีเข้าบ้าน ร่างในชุดดำโผล่มาคว้าคอไว้

“ฉันกลัวแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ”
“ฉันอุตส่าห์ตามหล่อนมาถึงนี่ ปล่อยไปก็โง่สิยะ”
น้ำรินหันมามองร่างในชุดดำ แล้วจึงเห็นว่าที่แท้ ก็คือผียายปริก
“ป้าปริก นั่งมาในรถของผบ.สงครามใช่มั้ย”
ผียายถอดผ้าคลุมร่างออก เป็นชุดเที่ยวชายทะเลมีลวดลายฮาวายสีสันสดใส
“ฉันอยากมาเที่ยวทะเลบ้างไม่ได้เหรอ มาดูคู่รักเค้าจู๋จี๋กัน”
“ใครเหรอ”
ผียายปริกยิ้มล้อๆ “หล่อนกับหมวดเหยี่ยวไง”
“บ้า ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเค้าซักหน่อย”
น้ำรินเขิน รีบหันหลังเดินเข้าบ้านไป ผียายปริกหัวเราะ

เหยี่ยวกับสงครามช่วยธาราใส่บาตรให้กับพระสงฆ์ โดยมีดารณีอยู่ด้านข้าง พระสงฆ์รับบาตรเสร็จก็สวดให้ศีลให้พร น้ำรินกับผียายปริกนั่งพนมมือรับพรอยู่ห่างๆด้วย

สงคราม และธารากรวดน้ำร่วมกัน ส่วนเหยี่ยวแยกมากรวดน้ำต่างหาก พลางชำเลืองมาทางน้ำรินที่นั่งอยู่กับผียายปริกอยู่ที่ใต้ต้นไม้
พอเหยี่ยวและธาราเริ่มกรวดน้ำ ก็มีลมพัดเบาๆ เส้นผมของน้ำรินปลิวตามลม แสงเรืองรองจับตามเส้นผมและร่างกายของเธอ ผียายปริกรีบบอกน้ำรินว่ามีคนทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ พูดจบก็ลูกเดินออกไป ทิ้งให้น้ำรินนั่งงงอยู่คนเดียว
“เดี๋ยวสิปริก ใครทำบุญให้ฉัน”
เหยี่ยวเดินเอาถ้วยน้ำที่กรวดแล้วมาเทที่ใต้ต้นไม้ที่น้ำรินนั่งอยู่
“ขอบคุณนะคะที่ทำบุญให้ ถึงความจำจะเสื่อม แต่ฉันก็รู้ว่าไม่เคยมีใครทำให้อย่างนี้”
เหยี่ยวส่ายหน้ายิ้มๆ “ไม่มั้ง คนสวยๆอย่างคุณต้องมีแต่คนเอาใจอยู่แล้ว”
“เอาใจ กับ ใส่ใจ ไม่เหมือนกันนะคะ การเอาใจทำไปเพื่อผลประโยชน์ แต่การใส่ใจ ทำไปเพื่อความรัก”
เหยี่ยวยิ้มดีใจที่น้ำรินเห็นความเอาใจใส่ของตัวเอง แต่ไม่วายแกล้งยั่วให้น้ำรินหึง
“จะว่าไป คนที่ใส่ใจผมก็มีแต่ยายกับแนน”
“อาจจะมีคนอื่น แต่คุณไม่เคยใส่ใจมองเห็นมากกว่า”

น้ำรินพูดจบก็เดินไปด้วยความโมโหหึง เหยี่ยวอมยิ้มขำๆ ชอบใจที่แหย่ให้น้ำรินหึงได้
 
อ่านต่อหน้า 3

ภพรัก ตอนที่ 7 (ต่อ)

สงครามเอาน้ำจากการกรวดน้ำไปเทที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ธารามองตามแล้วน้ำตาคลอ น้ำรินสงสาร จึงเดินเข้าไปหา

“คุณร้องไห้ทำไมคะ”
“ลูกจ๋า แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน”
ธาราไห้โฮ น้ำรินมองอย่างสงสารจับใจ พลางนั่งข้างๆ เหมือนอยากจะปลอบ
“ป่านนี้แม่ฉันก็อาจจะร้องไห้คิดถึงฉันเหมือนคุณก็ได้”
น้ำรินคิดแล้วก็พลอยร้องไห้ตามธาราไปด้วย โดยที่ต่างคนต่างไม่รู้ว่าคนที่ตัวเองคิดถึงนั้นนั่งอยู่ห่างกันแค่ปลายนิ้ว

สงครามเดินคุยกับเหยี่ยวมาตามริมหาด จนมาถึงที่เก้าอี้นั่งเล่นที่ธารากำลังระบายสีน้ำรูปในสมุดวาดเขียนเล่มใหญ่ ภาพที่ธารากำลังวาด เป็นภาพหญิงสาวคนหนึ่งใส่สร้อยคอมีจี้เล็กๆ แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดชัดเจน
“วาดรูปอะไรอยู่ครับ”
“รูปลูกสาว”
น้ำรินหูผึ่ง “ลูกสาว ?”
น้ำรินเดินเข้ามาดูรูป เหยี่ยวเห็นน้ำรินมองก็มองบ้าง
ธารากำลังจะแต้มพู่เติมรายละเอียดที่จี้ ก็รู้สึกเต็มตื้น เสียใจจนวาดต่อไปไม่ไหว ต้องปิดหน้าร้องไห้
ทันใดนั้น เกิดมีลมพัดแรงกรรโชกจนรูปภาพหลุดออกจากสมุดวาดภาพ ปลิวไปจมน้ำทะเล
เหยี่ยวกับน้ำรินวิ่งตามไปเก็บรูป ก็พบว่าสีน้ำละลายหายไปกับน้ำทะเลจนดูไม่เห็นเป็นภาพอะไร
เหยี่ยวเก็บรูปกลับไปคืนให้ธารา น้ำรินมองเห็นผียายปริกยิ้มๆ ก็รีบถาม
“ป้าปริกแกล้งเหรอ”
“จะแกล้งทำไม แม่ลูกจะพลัดพรากจากกันหรือเจอกันก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน แต่ทุกอย่างมีเหตุผลเสมอ ไปเล่นน้ำทะเลแบบนางเอกหนังสวยๆดีกว่า”

น้ำรินงงกับคำพูดของผียายปริก

สงครามเคาะประตูห้องพักของธารา จากนั้นก็เดินเข้ามา พร้อมกับสมุดวาดเขียนกับอุปกรณ์เขียนสีน้ำ

“คุณลืมของไว้ที่ระเบียง”
พอเห็นว่าธาราพยายามลงนั่งที่เตียง ก็จะรีบเข้าไปอุ้ม
“ไม่เป็นไรค่ะ”
สงครามไม่ฟังคำห้าม อุ้มธาราไปวางบนที่นอน พร้อมกับดึงผ้าคลุมเตียงออก จัดที่นอนให้อย่าง
นุ่มนวล ความรักที่บ่มเพาะไว้เป็นเวลายี่สิบกว่าปีทะลักล้นออกมาทางดวงตาอย่างชัดเจน สงครามค่อยๆ ก้มหน้าลงไปหาเธออย่างควบคุมตัวไม่ได้ ธาราผลักอกอย่างแรง สงครามรู้สึกตัว มองหน้าธาราที่ไม่ค่อยจะพอใจนัก
“ ผม ขอโทษ”
“ฉันไม่ต้องการคำว่าขอโทษ แต่อย่าทำอย่างนี้กับฉันอีกนะคะ”
เสียงทะเลาะกันของธารากับสงครามดังออกมาจากห้องนอน เหยี่ยว น้ำริน และผียายปริก ที่นั่งดูหนังอยู่ด้วยกัน ถึงกับหมดอารมณ์

“ฟังให้ชัดๆนะคะ เราจะไม่มีวันกลับมาเริ่มกันใหม่ ถ้าคุณหวังอะไรจากฉัน ฉันไม่มีให้”
ธาราพูดเสียงแข็ง
“เมื่อก่อน ผมพอเข้าใจว่าคุณต้องการแต่สิ่งที่ดีที่สุด คุณเหยียบย่ำความรักของผมจนกลายเป็นสิ่งไม่มีค่า แต่ตอนนี้ ถ้าคุณคิดว่าผมต้องการอะไรจากคุณ คุณก็ดูถูกความรักของผมเกินไปแล้ว”
สงครามพูดด้วยความโกรธระคนน้อยใจ เปิดประตูห้องแล้วเดินออกไปทันที ธาราน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

สงครามออกมายืนทะเล อย่างพยายามระงับอารมณ์สุดๆ เหยี่ยวเดินเข้ามา แล้วถามอย่างเห็นใจ และข้องใจอยู่ในที
“ถามจริงๆ ครับ ทำไมต้องผู้หญิงคนนี้?”
“เรื่องของหัวใจ บางครั้งมันมีเหตุผลมากกว่าที่คนนอกจะเข้าใจ แล้ววันนึงที่เธอรักใครหมดหัวใจ เธอจะรู้เอง”

เหยี่ยวมองสงครามแล้วคิดตามที่เขาพูด

น้ำรินเดินทะลุประตูห้องธาราเข้ามา แล้วมองแม่ ที่นั่งน้ำตาคลอดอยู่บนเตียงด้วยความเห็นใจ

“ฉันรักสงครามแบบเพื่อน จะไม่มีวันมากกว่านี้”
ธาราพูดเหมือนสั่งตัวเอง น้ำรินส่ายหน้า
“ถ้าความรักมันสั่งได้จริง โลกนี้คงไม่มีใครเจ็บปวดใจเพราะความรักแล้วล่ะ”
น้ำรินมองธาราอย่างสงสารและรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด

เหยี่ยว ธารา และดารณีกำลังจ้องดูข่าวโทรทัศน์ สงครามเดินออกมาจากห้อง ออกปากว่าจะกลับกรุงเทพฯ ดารณีทำจุ๊ๆใส่ สงครามจึงหันไปดูข่าวในทีวีด้วย
ภาพในรายงานข่าว ภพธรกำลังสัมภาษณ์กับนักข่าว
“ถ้าคุณธาราไม่กลับมาเร็วๆนี้ บริษัทในเครือธารากรุ๊ปทั้งหมดต้องมีปัญหาครับอาจจะมีการเทคโอเวอร์ เพราะผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติเริ่มไม่พอใจอย่างรุนแรงครับ”
ธาราเครียดจัด บีบเท้าแขนเก้าอี้แน่น “ฉันจะกลับกรุงเทพ”
เหยี่ยวรีบกดปิดโทรทัศน์ สงครามยืนยันเสียงแข็งไม่ให้กลับ
“ถ้าคุณกลับไป คุณก็ตาย”
“ฉันยอมตายดีกว่าให้ทุกอย่างที่ฉันสร้างมาพังไปต่อหน้าเพราะข้อสงสัยที่ไร้หลักฐานของคุณ”
สงครามกับธาราปะทะสายตากัน ไม่มีใครยอมใคร
“ห้ามใครเข้าออกที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผม”
สงครามหันไปสั่งดารณี แล้วเดินออกไป ธารามองตามอย่างขัดใจ ดารณีกับเหยี่ยวรีบเดินตามสงครามออกไป
“ผู้การจะแก้ปัญหายังไงคะ”
ดารณีถามอย่างร้อนใจ
“ผมหาทางไว้แล้ว พวกคุณแค่คอยรับมือธาราก็แล้วกัน”
ธาราชะโงกหน้าจากระเบียงมองสงครามอย่างโกรธ สงครามมองกลับไปอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้ ก่อนขับรถออกไป

น้ำรินมองอาการของคนทั้งคู่แล้วไม่ค่อยสบายใจนัก

ธาราโยนสมุดวาดเขียนลงบนโต๊ะอย่างอารมณ์เสีย ดารณีพยายามพูดปลอบ

“การที่ผู้การตัดสินใจทำแบบนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณธารานะคะ”
“ฉันรู้ แต่เค้าเคยแคร์ เคยให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนอื่นบ้างมั้ย ฉันอยากอยู่คนเดียวค่ะ”
ดารณีเดินออกไป สวนกับเหยี่ยว ที่เดินเข้ามา
“ก็เพราะให้ความสำคัญกับคนอื่นมากไปไงครับ ผู้การถึงอยู่คนเดียวมาจนถึงทุกวันนี้”
ธาราชะงักไปทันที เหยี่ยวรู้ตัวว่าพูดผิดและเผลอพูดมากไปแล้ว
“ผมขอโทษครับ” แล้วก็รีบเดินออกไป
ธารานิ่งคิด

เหยี่ยวและน้ำรินเดินเกี่ยวก้อยคุยกันมาตามริมชายหาด เสียงรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพัก
เหยี่ยวชักปืนแล้ววิ่งไป ดารณีเข้ามาประกบธารา

คนขับรถสวมหมวกปานามาปีกสั้น เปิดประตูแล้วหันหลังหยิบของในรถ เหยี่ยวย่องมาทางด้านหลัง กระชากลูกเลื่อนปืนเบาๆ แล้วเข้าประชิดตัว
“ใคร?”
คนสวมหมวกหันกลับมายิ้มให้ เหยี่ยวถึงประหลาดใจ
“แนน มาได้ไง”

น้ำรินเดินตามมาเห็นเหยี่ยวกับแนนใช้ท่ามือประจำตัวทักทายกัน ก็หน้าหงิก
 
อ่านต่อหน้า 4

ภพรัก ตอนที่ 7 (ต่อ)

ภพธร นับดาว และกรรมการบริษัทกำลังประชุมกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ภพธรแสร้งทำเป็นเหมือนเครียดและหนักใจมาก

“ผมไม่อยากให้บริษัทที่คุณอาธาราสร้างมากับมือต้องตกเป็นของคนอื่น แต่ตอนนี้เราไม่รู้ว่าคุณอาธาราอยู่ที่ไหน ?”

แนนอธิบายเหตุผลที่เธอมาให้ทุกคนฟัง ว่าสงครามส่งมาช่วยแก้ปัญหาให้ธารา โดยมีน้ำรินเดินวนเวียนอยู่บริเวณนั้นคอยฟังด้วย
แนนหันไปหาเหยี่ยว พูดราวกับรู้ทันความคิด
“รู้ใช่มั้ยว่าเราคิดจะทำอะไร ?”
เหยี่ยวกระหยิ่มยิ้มตอบแนนอย่างเป็นคู่หูที่รู้กัน น้ำรินมองอย่างหมั่นไส้และอยากรู้

บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มตึงเครียด กรรมการหลายคนเริ่มไม่พอใจธารา ภพธรกับนับดาวสบตากันแล้วยิ้ม รอเวลาหายนะของบริษัทธารากรุ๊ป
พลันภาพที่จอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องประชุมก็ถูกเปิดขึ้น ก่อนปรากฏภาพธาราอยู่ในจอ เป็นการส่งภาพผ่าน VDO. CONFERENCE ทุกคนในห้องประมูลฮือฮาด้วยความตื่นเต้นและแปลกใจ นับดาวรีบสะกิด
ภพธรด้วยความตกใจ
ธารานั่งอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ คุยกับกรรมการบริษัทผ่านกล้อง VDO. CONFERENCE ด้วยท่าทางและน้ำเสียงนิ่ง มีมาด

“สวัสดีทุกท่าน ขอโทษที่ทำให้ตกใจกับการหายตัวไปของฉัน และต้องขอโทษที่ต้องใช้การประชุมในระบบ VDO. CONFERENCE"

ภพธรทำทีเป็นถามด้วยความเป็นห่วง ทว่าสายตาเพ่งมองรอบตัวธารา ว่าอยู่ที่ไหน มีอะไรเป็นจุดสังเกต แต่เห็นแค่เพียงความมืด

“คุณอาปลอดภัยใช่มั้ยครับ ?”
“หลังประสบอุบัติเหตุ ฉันมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ต้องการพักรักษาตัวในสถานที่สงบและเป็นส่วนตัว“
เหล่ากรรมการฟังเหตุผลธารา ด้วยท่าทีไม่ค่อยพอใจนัก
“ประธานบริษัทหายไปโดยที่ไม่มีใครรู้ มันส่งผลเสียต่อบริษัทมากนะครับ”
ภพธรหันไปสบตา นับดาวพยักหน้ารับรู้ แล้วแอบลุกไปเงียบ ๆ ก่อนที่จะเดินเลี่ยงเข้ามาหาช่างเทคนิคที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์
“ฉันต้องการรู้ว่าสัญญาณ VDO.CONFERENCE ของคุณธาราส่งมาจากไหน”

“ฉันมีเหตุผลส่วนตัวที่บอกใครไม่ได้ แต่อีกไม่นาน ฉันก็จะกลับมาทำงานเหมือนเดิม “
ภพธรแอบมองหานับดาว ร้อนใจว่าจะได้เรื่องรึยัง ขณะที่ช่างเทคนิค บอกกับนับดาวว่า
“ผมประสานงานไปกับบริษัท VDO. CONFERENCE แล้ว เค้ายังไม่ส่งข้อมูลมาเลยครับ”
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ช่างรีบหันมาบอก
“บริษัท VDO. CONFERENCE โทร. มาแล้วครับ...”

แนนกับเหยี่ยวช่วยกันเชื่อมต่อสัญญาณให้ธาราคุยผ่านกล้อง VDO. CONFERENCE โดยบรรยากาศรอบตัวมีเพียงแสงสลัวบริเวณที่ทั้งสามกำลังเชื่อมสัญญาณ น้ำรินยืนมองเหยี่ยวกับแนนด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“บริษัทแจ้งว่าจุดส่งสัญญาณของคุณธาราไม่คงที่ เหมือนกำลังเคลื่อนที่บางช่วงสัญญาณขาดหายไป”

ขณะที่รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ กำลังวิ่งฉิวลอดป้ายยินดีต้อนรับของจังหวัดราชบุรี

เหล่ากรรมการเริ่มมีท่าทีอ่อนลง เมื่อได้ฟังคำชี้แจงของธารา

“เพื่อให้บริษัทในเครือธารากรุ๊ปทำงานต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา ฉันขอแต่งตั้งให้ภพธรเป็นคนดูแลงานในบริษัทแทนฉันชั่วคราว จนกว่าฉันจะกลับมา”
เหล่ากรรมการบริษัทต่างพยักหน้าเห็นด้วย ภพธรแสร้งยิ้มรับธาราและยิ้มให้ทุกคนในห้องประชุม
สัญญาณภาพของธาราในจอโปรเจคเตอร์ขาดหายไป ภพธรกำปากกากดลงบนเอกสารแน่น ด้วยความโกรธ

รถบรรทุกตู้เทนเนอร์จอดพักบริเวณริมทาง ดารณีเปิดประตูตู้ออก ขณะที่แนนกับเหยี่ยวกำลังเก็บอุปกรณ์โน๊ตบุ๊ค กล้อง ที่เชื่อมต่อสัญญาณ VDO. CONFERENCE ให้ธารา โดยมีน้ำรินชะเง้อมองอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ขอบคุณพวกคุณมาก ที่ช่วยฉันแก้ปัญหาได้ทันเวลา”
แนนยิ้มรับ แล้วรีบบอก “เหยี่ยวชำนาญเรื่องนี้ดีค่ะ เค้าเป็นคนสอนฉันเอง”
“พวกคุณคงเป็นคู่หูที่ทำงานกันมานานนะคะ “
“เรารู้ใจกันทุกเรื่องค่ะ”
แนนมองเหยี่ยยิ้มๆ ใช้สายตาแสดงความรู้สึกแทนหัวใจ ธารามองอย่างเข้าใจ ส่วนน้ำรินมองอย่างหมั่นไส้

ภพธรเปิดประตูเข้ามาในห้องด้วยความโมโห นับดาวเดินตามเข้ามา รีบปิดประตูห้อง กลัวใครผ่านมาได้ยิน
“พวกมันตั้งใจไม่ให้เรารู้ว่าคุณอาธาราอยู่ที่ไหน หรืออาธาราจะรู้ตัวแล้วว่าเราสองคน...?”
แนนส่ายหน้า อย่างครุ่นคิด “เป็นไปไม่ได้ ผบ.สงครามอยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของคุณอาธารา คนพวกนี้กำลังเล่นสงครามประสาท”
“เราต้องระวังตัวกันให้มากขึ้นกว่านี้”

แววตาของภพธรเคียดแค้น

ธารามองเหม่อออกไปยังถนน ราวกับเฝ้ารอใครบางคน น้ำรินมองตามสายตาแล้วยิ้มอย่างรู้ทัน

“ฉันไม่ได้รอเค้า ไม่มีทาง”
ธาราสั่งตัวเองให้ฝืนความต้องการของหัวใจ
“ปากกับใจไม่ตรงกัน นอกจากจะทำให้ไม่มีความสุขมันยังสร้างทุกข์ที่แสนทรมานให้เราด้วยนะคะ”
น้ำรินกับธาราทอดถอนใจพร้อมกัน ด้วยมีชะตากรรมไม่ต่างกัน
เหยี่ยวกับแนนเดินเข้ามาหาธารา พลางถามธาราว่าอยากทานอะไรเป็นพิเศษ เพราะทั้งคู่กำลังจะออกไปซื้อของ
“อะไรก็ได้จ้ะ”
ธาราตอบสั้นๆ แล้วกลับไปมองเหม่อเหมือนเดิม ไม่สนใจอะไรอีก
เหยี่ยวเดินตามแนนออกไป น้ำรินเชิดหน้าไม่ยอมไป ทันใดนั้นก็เกิดลมพัดวนเข้ามา น้ำรินรู้ทัน รีบเกาะเสาแน่น ไม่ยอมไป ฝืนยื้อตัวเองไว้ แต่สุดท้ายก็ถูกลมกระชากร่างไปอย่างแรง

แนนเลือกซื้อของสดไปทำกับข้าว โดยมีเหยี่ยวเดินตามช่วยถือของให้ น้ำรินเดินตามหลังเหยี่ยวมาอย่างหงุดหงิด เพราะไม่เต็มใจมา
“เอาสลัดผักกับหมูอบ “
เหยี่ยวหันมาบอก เมื่อแนนถามว่าอยากทานอะไร “ทำให้สุดฝีมือเลยนะแนน ผมอยากทาน”
น้ำรินค่อยยิ้มออก ปลื้มใจที่เหยี่ยวจำสิ่งที่ตัวเองชอบได้

ธารากวาดสายตามองกับข้าวบนโต๊ะ เห็นหมูอบกับสลัดผัก ถึงกับชะงักเงียบไปทันที
“หมูอบกับสลัดผักของโปรดลูกสาวฉัน เห็นแล้วคิดถึงลูก”
ธาราเศร้าสลดลงทันที น้ำรินก็น้ำตาซึม เศร้าขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด แล้วก็หันหลังเดินหนีออกไปดื้อ ๆ
“ฝากดูคุณธาราด้วยนะ”
เหยี่ยวบอกแนน แล้วรีบตามน้ำรินไป แนนมองตามด้วยความแปลกใจ

เหยี่ยวเดินตามออดกมา ก็ เห็นน้ำรินนั่งร้องไห้อยู่เงียบ ๆ มุมหนึ่ง จึงเข้าไปถามอย่างเป็นห่วง
“ร้องไห้ทำไม ?”
“ฉันไม่รู้ น้ำตามันไหลออกมาเอง”
น้ำรินปาดน้ำตาตัวเอง ยังรู้สึกสะเทือนใจไม่หาย
“เธอกับลูกสาวคุณธาราชอบอะไรเหมือนกัน มีอะไรคล้ายกันยังกับเป็นญาติกันแน่ะ”
“คุณคิดอย่างนั้นเหรอ ?”
สีหน้าจริงจังของเหยี่ยว แปรเปลี่ยนเป็นขำทันที
“เชื่อด้วยแฮะ ผมปลอบใจไม่เก่ง ก็เลยเปลี่ยนเรื่องให้คุณหยุดร้องไห้ เยอะสิ่งอย่างคุณเนี่ยเป็นญาติคุณธาราไม่ได้หรอกแม่เครียดตาย”
น้ำรินเงื้อมือจะทุบเหยี่ยว
“อย่านะ คุณทุบผมกอด คุณทุบผมหอมแก้ม คุณทุบผมจูบจริงไม่ใช้สแตนด์อินด้วย”

น้ำรินชะงัก รีบลดมือลง เขิน ๆ เหยี่ยวยิ้มมองน้ำรินอย่างสุขใจ
 
อ่านต่อตอนที่ 8
กำลังโหลดความคิดเห็น...