xs
xsm
sm
md
lg

เพลิงฉิมพลี ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เพลิงฉิมพลี ตอนที่ 13

อรองค์เหลียวมองไปทางที่ม่อนดอยยิงปืน แล้วสะบัดตัวออกจากแสงคำ วิ่งไปทางที่เงาหลังเรือนวูบหายไปอย่างเร็ว แสงคำ กับ ม่อนดอยตกใจ

“อย่าไป”
“กลับมา ครูอรองค์”
แสงคำ ม่อนดอยวิ่งตามอรองค์ไปโดยไว

อีกฟากหนึ่ง เพลิงรักดับลงแล้ว ณไตรเงยหน้าขึ้นมองเนื้อนาง พบว่าเนื้อนางน้ำตาเอ่อคลอมองมาด้วยสายตาเจ็บช้ำ
“สะใจคุณหรือยัง ทำเหมือนเนื้อนางไม่มีชีวิต ไม่เจ็บไม่ปวด จะถูกเหยียบย่ำอีกกี่ครั้งก็ได้”
“เนื้อนาง”
เนื้อนางน้ำตาปริ่ม สายตาณไตรอ่อนลงแต่ยังไม่ยอมแพ้
“ทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างนี้ ถ้าคุณพูดความจริงกับผม”
“เนื้อนางมีความจริงอย่างเดียว คือ เนื้อนางไม่เคยทรยศความรักของคุณ” ณไตรมองเนื้อนางที่สบสายตาตรงๆ “ถ้าคุณไม่เชื่อว่าชีวิตเนื้อนางยึดถือความซื่อสัตย์กับคุณ ก็ขอให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เห็นหน้ากัน”
เนื้อนางรวบรวมกำลังผลักอกณไตรออก หันหลังจะลงจากเตียง เดินออกไป
“มันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย” ณไตรพูดสวนขึ้นทันที เนื้อนางหันขวับกลับมาจ้องมองณไตร
“ผมไม่ให้คุณหนี แล้วทิ้งให้ผมเป็นไอ้โง่คนนึงที่โดนหัวเราะเยาะ เฝ้าตามหาคุณเหมือนคนบ้า อยู่กับความผิดหวัง อยู่กับการรอคอยว่าเมื่อไหร่คุณจะกลับมา ชดใช้สิ่งที่คุณกับน้องชายทรยศผม”
ณไตรจ้องมองเมียรักด้วยสายตาเจ็บปวดทั้งรักทั้งแค้น เนื้อนางมองณไตรด้วยรอยยิ้มสมเพช
“ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คุณก็ยังจมอยู่กับความเชื่อต่ำๆ โสมมว่าฉันผิด”
“ถ้าคุณไม่ผิดอย่างที่คุณพูด คุณก็ต้องกล้าสู้ความจริงอยู่ที่นี่”
เนื้อนางเหมือนถูกท้าทาย นิ่งคิดแล้วเปลี่ยนใจ ไม่เดินออกไปจากห้อง มองสู้ณไตรด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว
ณไตรกับเนื้อนางเผชิญหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

ฟากอรองค์วิ่งมาในป่าด้านหลังเรือนเนื้อนาง มองหาไปรอบ
“ไหนล่ะ ผีแขไข ออกมาสิ ออกมา ฉันอยากเห็น”
ม่อนดอย แสงคำวิ่งตามมาด้านหลัง แสงคำก้าวพรวดมาประชิดตัวอรองค์ แล้วดุขึ้นทันที
“อย่าเที่ยววิ่งไม่รู้ทิศรู้ทาง ที่นี่ป่า เธอมีสิทธิ์หลง มีสิทธิ์ตายอยู่ที่นี่”
อรองค์มองไม่พอใจ แสงคำไม่สนใจสายตานั้น หันมาบอกม่อนดอย
“ฉันจะไปส่งเค้าที่บ้านหิมวัต”
“ไม่...ฉันอยากเจอผีแขไข”
แสงคำหันขวับกลับมาถาม “ทำไมถึงอยากเจอผีแขไขนัก”
อรองค์ชะงัก แสงคำ และ ม่อนดอยมองจ้องจับอาการอรองค์
“ฉันไม่กลัวผีหรอกนะ และฉันต้องการพิสูจน์ ว่าอะไรคือผีแขไข”
“ผม ไอ้ม่อนดอย ไม่มีใครกลัวผี แต่ไม่มีใครร่ำร้องอยากเจอผีแขไขเหมือนคุณ คุณเพิ่งมา...ทำไมถึงอยากเจอแต่ผีแขไข” แสงคำจ้องอยู่อย่างนั้น
“ฉันคนมาใหม่ ก็ต้องอยากรู้เรื่องที่นี่”
“แล้วทำไมต้องเจาะจงแต่เรื่องเมียพ่อเลี้ยงกับผีแขไข”

แสงคำเดินเข้าใกล้จ้องหน้าอรองค์อย่างคาดคั้น

ม่อนดอยมองแล้วสงสารอรองค์ รีบปรามแสงคำ

“เฮ้ย แสงคำ อย่าเพิ่งซักตอนนี้ พาครูอรองค์ไปส่งบ้านหิมวัตก่อน”
“ขอบใจมาก ม่อนดอย ที่ช่วยเตือนสติคนบางคนให้รู้ว่าอะไร” อรองค์เน้นคำ “ควร อะไรไม่ควร”
แสงคำได้ยินแล้วขยับตัวถอยห่างออกจากอรองค์
“ทางนี้ครับ ครูอรองค์”
ม่อนดอยเดินนำออกไป อรองค์เชิดหน้าตามออกไป แสงคำมองแล้วเดินตามไปอย่างสงสัย

เช้าแล้ว ทั้งณไตรกับเนื้อนางยังอยู่ในชุดเดิม และยังนั่งหันหลังให้กันอย่างหมางเมิน แสงแดดยามเช้าส่องลอดเข้ามาในห้อง ณไตรขยับจะเข้ามาใกล้เนื้อนาง แต่เนื้อนางลุกขึ้นก่อน ไม่ยอมให้ณไตรเข้าถึงตัว
“ถึงเช้าแล้ว คุณก็ไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่ที่นี่”
“ถ้านี่คือคำสั่ง เนื้อนางก็ขอย้ำว่า คุณห้ามเนื้อนางไม่ได้อีกแล้ว พ่อเลี้ยงณไตร” เนื้อนางเรียกเขาอย่างห่างเหิน
“เรียกหนานไตรสิ เรียกเหมือนที่คุณเรียกผม บนเรือนหอของเรา”
ณไตรเอ่ยขอ น้ำเสียงขุ่นมัว
“ที่นี่ ไม่มีหนานไตร...ผู้ชายที่เนื้อนางเคยรัก”
เนื้อนางตอบโต้ด้วยท่าทางห่างเหินเนื้อเสียงเย็นชา ณไตรมองด้วยสายตาผิดหวัง

อรองค์ตื่นแต่เช้า ยืนชมวิวอยู่ในสวนสวย สักครู่เห็นวันดีเดินถือแก้วกาแฟมา ครูคนสวยรีบเล่า
“เมื่อวาน ฉันเจอผีคุณแขไข”
วันดีหันขวับมามองอรองค์
“ทำไมวิญญาณคุณแขไขถึงยังไม่ไปผุดไปเกิดคะป้าวันดี มีแต่ผีตายโหงเท่านั้นที่จะดุ คอยอาละวาดหลอกคน คุณแขไขเธอตายยังไงคะ”
“เรื่องบางเรื่องมันเกินหน้าที่ครูอย่างคุณ อย่าซอกแซกมากไป ครูอรองค์”
“อรกลัวค่ะ” อรองค์ทำทีเป็นกลัวมาก “ที่อรถามเพราะอรกลัวผีคุณแขไขจะมาที่บ้านหิมวัตนี่หรือเปล่าคะ”
เห็นอรองค์ทำหน้าตากลัวผีขนาดหนัก วันดีเสียงอ่อนลง
“ถ้าคุณกลัวผี ก็อยู่ใกล้คุณหนูอัศดายุไว้ คุณแขไขเธอคงไม่มาหลอกลูกชายของเธอ”
“ค่ะ ค่ะ ขอบคุณป้าวันดีนะคะที่เตือนอร”
วันดีมองแล้วเห็นว่าอรองค์หน้าตากังวลใจจริงๆ ก็เดินออกไป อรองค์มองตามวันดีแววตาดูออกว่าสนใจทุกเรื่องราวของบ้านหิมวัต

ธรรพ์กำลังจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม วันดีวางแก้วกาแฟที่ชงมาให้ แล้วดึงแก้วเหล้าออกมาจากมือธรรพ์
“เราให้เนื้อนางอยู่ที่นี่ไม่ได้นะเจ้า เนื้อนางมันตัวเสนียด จะพาความพินาศมาให้คุณ เราต้องไล่มันออกไป”
วันดีวางแก้วลง ธรรพ์มองตาขุ่น ไม่พอใจ
“พอซะทีเถอะ เนื้อนางเค้าไม่ใช่ตัวเสนียดที่ไหน เค้าก็คนเหมือนผม เหมือนพี่ณไตร”
“แต่มันทำให้คุณแขไขตาย มันฆ่าคุณแขไข คุณธรรพ์ลืมหมดแล้วเหรอเจ้า” วันดียังคงยัดเยียดความผิดให้เนื้อนาง
“ฉันไม่เคยลืมว่าแขไขตายยังไง เพราะฉะนั้น ถ้าเนื้อนางเป็นคนทำ เราจะปล่อยให้เค้าหนีอีกไม่ได้ เค้าต้องอยู่ที่นี่”
ธรรพ์เสียงแข็ง แววตากระด้าง วางแก้วปัง ลุกเดินออกไปจากตรงนั้น

วันดีมองตามสายตาวาววับ ด้วยความคิดชั่วร้าย เตรียมแผนกำจัดเนื้อนางอีกครั้ง

เนื้อนางเปิดประตูออกจากห้อง ณไตรเดินตามติดมาด้านหลัง

“ถ้าคุณไป ก็เท่ากับคุณยอมรับว่าตัวเองผิด เพราะคนทำผิดจะหนีหน้า ไม่กล้าสู้ความจริง”
เนื้อนางมองณไตรที่ก้าวออกมาขวางไว้
“ที่คุณรั้งเนื้อนางไว้ ไม่ใช่เพราะความเห็นใจ ไม่ใช่เพราะต้องการพิสูจน์ว่าเนื้อนาง ถูกใส่ร้าย” เนื้อนางจ้องลึกลงไปในดวงตาณไตร “คุณทำเพราะอยากทรมานเนื้อนาง”
“ก็เพราะอะไรล่ะ เนื้อนาง ผมเห็นด้วยตาผม คุณนอนกอดไอ้ธรรพ์น้องชายผม ที่เรือนในปาง วิมานฉิมพลีของคุณกับไอ้ธรรพ์”
“เนื้อนางไม่ใช่กากี ผู้หญิงมากชู้หลายผัวอย่างที่คุณประณาม เนื้อนางไม่ใช่ฆาตกรฆ่าคุณแขไข” เนื้อนองบอกอย่างทะนงองอาจ
“ก็ถ้าคุณจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ทุกอย่าง นี่คือโอกาสสุดท้าย คุณต้องอยู่ที่นี่ แล้วสารภาพความจริงว่าเมื่อ 5 ปีก่อน เกิดอะไรขึ้น”
“เนื้อนางพูดไปหมดแล้ว เนื้อนางมาที่นี่เพื่อเห็นหน้าคุณหนู ไม่ได้มาเพื่อเปลี่ยนความคิด ของคนใจดำทุกคนที่บ้านหิมวัต”
เนื้อนางสะบัดหน้า เดินหนีไป ณไตรไม่พอใจ เดินตามทันที

วันดีลอบนัดพบบุญลือในมุมลับตาคนของบ้านหิมวัต สายตาวันดีมีแต่ความอาฆาตแค้น
“นังเนื้อนางมันเป็นเสี้ยนหนามชีวิตคุณธรรพ์ กลับมาคราวนี้ มันจะทำลายทุกอย่างที่เราเตรียมไว้ให้คุณธรรพ์”
“เสียดายที่มันไม่ตายตามแขไข ถ้าพี่ปล่อยให้ฉันฆ่ามันตั้งแต่คืนนั้น เหมือนที่ฉันฆ่าแขไข ป่านนี้ไอ้พ่อเลี้ยงมันคงคลั่งจนเป็นบ้าไปแล้ว”
“ฉันแค่อยากจะโยนความผิด ความเลวให้เนื้อนางมันรับไปคนเดียว แผนกำจัดแขไขจะได้ดูแนบเนียน ไม่นึกเลยว่าเนื้อนางมันจะกล้ากลับมา บุญลือ แกต้องรีบจัดการเนื้อนางให้พ้นทางของเรา”
บุญลือยิ้มเจ้าเล่ห์ “ผีแขไขไงล่ะพี่ เรามีผีแขไขที่จะกำจัดศัตรูของเราทุกคน”
สองพี่น้องสบตากันด้วยสายตาอันร้ายกาจ พร้อมลงมือทำชั่วอีกครั้ง

อรองค์กำลังเล่นวิ่งไล่จับอยู่กับอัศดายุ เสียงหัวเราะสดใส ธรรพ์เดินโซเซอย่างคนยังไม่สร่างเมา เข้ามามองลูกชายที่กำลังวิ่งเล่น
อีกด้านเนื้อนางเดินเร็วมาเห็นอัศดายุ ก็หยุดมองด้วยสายตาคิดถึง ด้านหลังณไตรเดินตามมา
“คุณหนูของเนื้อนาง”
สายใยความเป็นแม่ เนื้อนางย่อตัวยื่นมือไปจะแตะอัศดายุ อรองค์เข้ามาดึงอัศดายุห่างทันที เนื้อนางมองแปลกใจอรองค์ที่ส่งสายตาไม่พอใจมาทันทีที่เจอหน้ากัน
“นี่เหรอคะ เนื้อนาง ที่ทุกคนในบ้านบอกว่าเป็นผู้หญิงที่ทำร้ายเมียพ่อเลี้ยง”
เนื้อนางหน้าเสีย ณไตรหันไปห้ามอรองค์ทันที
“ครูอรองค์ครับ ผมไม่ต้องการพูดเรื่องนี้ต่อหน้าอัศดายุ”
“อรขอโทษค่ะ”
“คุณหนู”
เนื้อนางเรียก อัศดายุก็ไม่ยอมเข้าใกล้ แถมอรองค์ดึงอัศดายุออกห่างเนื้อนางเบาๆ เนื้อนางชะงัก
เห็นสายตานิ่งขึงของอรองค์ ก็บอกขึ้น
“เนื้อนางเคยเป็นแม่นมของคุณหนู”
อรองค์ตอบเนื้อนางด้วยคำพูดสุภาพ ท่าทางนิ่มนิ่ง ภายใต้ใบหน้ายิ้มบางๆ
“ฉันทราบแล้วค่ะ แต่นั่นมันก็นานมาแล้ว คุณอัศดายุเองก็คงจำไม่ได้ ถึงไม่ยอมเข้าใกล้คุณ”
เนื้อนางหน้าเสีย มองอรองค์ที่ยังคงมีรอยยิ้มในหน้า
ธรรพ์ที่ยืนฟังอยู่ เดินเข้ามา หัวเราะหยันๆ
“คุณไม่รู้อะไร ครูอรองค์ พวกเราที่นี่นับวันนับคืน รอเนื้อนางกลับมาทั้งนั้น
ณไตรหันขวับมองธรรพ์ที่สีหน้ากวนประสาท หน้าตายังไม่สร่าง ก็รีบหันไปบอกอรองค์
“พาอัศดายุไปที่อื่นก่อนครับ ครูอรองค์”
อรองค์ดึงอัศดายุเดินผ่านเนื้อนาง สายตาอัศดายุหวั่นกลัวจนเนื้อนางใจเสีย
เนื้อนางขยับจะตามอัศดายุไป แต่ณไตรเข้ามาดึงแขนเนื้อนางไว้
“อย่าเข้าใกล้อัศดายุ”
ธรรพ์สวนขึ้น “พี่ณไตรไม่ต้องกีดกันเนื้อนางกับอัศดายุหรอกครับ ยังไงอัศดายุก็เคยโตมาเพราะน้ำนมของเนื้อนาง”
ณไตรตวาด “แกหุบปาก แล้วเอาสารรูปขี้เมาหยำเปของแกออกไปให้พ้นสายตาฉันดีกว่า หรือว่า...” ณไตรเหลือบมองเนื้อนาง “มารอล่ำลากัน”
เนื้อนางเห็นสายตาหยามหยันของณไตรก็สะบัดแขนออกอย่างแรง
“ความคิดคุณก็ไม่พ้นเรื่องบัดสี”
“จะให้ฉันคิดยังไงได้อีก คนสองคนที่ร่วมมือกันหักหลังฉัน แล้วยังปากแข็งทั้งคู่”

ณไตรมองเนื้อนางกับธรรพ์ ด้วยสายตาคับแค้นใจต่อเรื่องในอดีต

ระหว่างนั้นอรองค์พาอัศดายุเดินลงบันไดมาหน้าเรือน อัศดายุวิ่งนำไป
วันดีเดินมาจากอีกทาง อัศดายุเห็นเข้าก็วิ่งไปหาวันดีอย่างคุ้นเคย
“วันดี วันดี”
วันดีอ้าแขนรับอัศดายุที่วิ่งมาหา อรองค์มองเห็นอัศดายุอยู่กับวันดี จึงค่อยๆ หลบ หันหลังเดินกลับไปทางสนาม

โดยที่สนามเวลานี้ เนื้อนางกับธรรพ์ ยืนตรงข้ามณไตร ธรรพ์เหยียดหยิ้มมองพี่ชายอย่างหยามหยัน
“กี่ปีกี่ปี...พี่ก็คิดได้แค่นี้ ผมกับเนื้อนางคบชู้ กินบนเรือนขี้รดบนหัวพี่”
“ไอ้ธรรพ์”
ณไตรพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อธรรพ์ ถูกธรรพ์มองกวน
“อยากชก อยากเตะผมก็เอาเลย ชีวิตผมมันด้านชากับความเจ็บปวดทุกอย่างแล้ว”
ณไตรเงื้อหมัด เนื้อนางพูดขึ้น
“ชกคุณธรรพ์จนตาย เนื้อนางกับคุณธรรพ์ก็ยังไม่พ้นมลทิน เนื้อนางก็ยังเป็นผู้หญิงหลายใจที่นอนกับน้องชายคุณ”
ณไตรง้างหมัดค้างหันมามองเนื้อนาง ธรรพ์เองก็หันมามอง เนื้อนางแววตาเด็ดเดี่ยว
อรองค์เดินมา หลบมองเหตุการณ์ทั้งหมดตรงมุมลับตา
“ถ้าอย่างนั้น เนื้อนางก็ขอเปลี่ยนใจ ในเมื่อตราบาปมันติดตัวเนื้อนาง ไม่ว่ากี่ปีๆ ก็ลบล้างไม่ได้ เนื้อนางก็จะอยู่ที่นี่ อยู่ที่หิมวัต อยู่รอให้คุณเอาตำรวจมาจับ เนื้อนางอยากให้เรื่องคุณแขไขถูกฆ่า สอบสวนใหม่อีกครั้ง”
ณไตรกับธรรพ์มองเนื้อนาง เห็นเนื้อนางมาดมั่น ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะสู้กับข้อกล่าวหาทั้งหมด

ด้านคำฝายวิ่งมาถึงหน้าประตูบ้านหิมวัต คำฝายหยุดมองทางเข้าไป
“เนื้อนาง ตั๋วมาที่นี่แน่ๆ จะมาอีกทำไม”
คำฝายรีบวิ่งขึ้นเนินไปอย่างเร็วเพื่อตามหาเนื้อนาง

ณไตรดึงแขนเนื้อนาง ธรรพ์มองอยู่ใกล้อีกด้าน
“ฉันไม่ให้เธออยู่ที่บ้านหิมวัต ที่ๆ เธอต้องอยู่คือ ปางไม้”
“ทำไม หรือกลัวจะบาดใจตอนที่เห็นเนื้อนางกับคุณธรรพ์ใกล้ชิดกัน”
ณไตรหันขวับมองเนื้อนางอย่างเข่นเขี้ยว เนื้อนางสู้สายตา ท้าทายไม่ยอมแพ้
อรองค์ที่หลบฟังอยู่ มองเนื้อนางด้วยแววตาสงสัย
“อย่าท้าทายฉัน เนื้อนาง”
“เนื้อนางก็เหมือนคุณธรรพ์นั่นแหละ”
เนื้อนางหันไปมองธรรพ์ที่ยืนมองอยู่ แล้วหันกลับมาจ้องณไตร อรองค์ที่หลบฟังอยู่ มองเนื้อนางด้วยสายตาสงสัยมากขึ้น
“เจ็บเสียจนไม่สะทกสะท้านกับความเจ็บปวดอะไรอีกแล้ว ทีนี้ลูกผู้ชายอย่างคุณจะทำยังไง ทุบตีเนื้อนางเหมือนที่ทำกับน้องชายให้หายแค้นใช่มั้ย” น้ำเสียงเนื้อนางเต็มไปด้วยความเยาะหยัน “หรือว่าศักดิ์ศรีพ่อเลี้ยงณไตรมันต้องอยู่เหนือกว่าทุกคน คุณถึงได้มาตัดสินชีวิตเนื้อนาง” พูดถึงตอนนี้ เนื้อนางจ้องตาณไตร “เนื้อนางจะไม่ทนให้ใครข่มเหงอีกแล้ว เพราะน้ำตาเนื้อนางมันแห้ง หัวใจเนื้อนางมันไร้รัก ตั้งแต่วันที่ถูกสามีหาว่ามีชู้”
สายตาเนื้อนางปะทะกับสายตาณไตรอย่างคนที่ผ่านความเจ็บช้ำมาแสนสาหัส
อีกด้านคำฝายวิ่งขึ้นมาตรงเนินสนาม
“เนื้อนาง”
อรองค์มองไปที่คำฝาย เนื้อนางพอเห็นคำฝาย ก็สะบัดออกไปยืนข้างคำฝาย
“ตามมาปกป้องเนื้อนางอีกเหมือนเดิม
“พ่อเลี้ยงจะทำอะไรเนื้อนางไม่ได้ ที่เนื้อนางหนีเพราะฉันเป็นคนพาเนื้อนางไปเอง”
คำฝายกางแขนปกป้องเนื้อนางเต็มที่ อยู่ๆ ธรรพ์ก็หัวเราะโพล่งขึ้น
“สนุกจังโว๊ย มากันครบ”
ทุกคนหันมามองธรรพ์ที่ยิ้มหยัน เหมือนกำลังสนุกเสียเต็มประดา
“แขไข...คุณอยู่ไหน แขไข ได้ยินผมมั้ย มารำลึกอดีตอันแสนหวานกันดีกว่า”
คำฝายมองแปลกใจสารรูปธรรพ์ที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
อรองค์มองไปที่ธรรพ์ จับจ้องทุกอาการ
“คุณรักบ้านหิมวัต ชีวิตคุณ มีเพื่อ...ผู้ชาย...หิมวัต”
ธรรพ์เปลี่ยนอารมณ์ ยืนไหล่ตก น้ำตาคลอ ทุกคนมองฉงน
“แขไข” เสียงธรรพ์เบาลง พูดกับตัวเอง “คุณกลับมาหาผมสิ”
อรองค์มองจ้องธรรพ์ที่พร่ำพรรณนาด้วยสายตาจับสังเกต
ธรรพ์ทรุดตัวลงอย่างไม่อินังขังขอบสภาพตัวเอง
เนื้อนาง คำฝายมองสลดใจ เนื้อนางจะขยับเข้าไปช่วยธรรพ์ ณไตรพูดสวนขึ้นทันที
“อย่าคิดแม้แต่จะแตะตัวมัน”

เนื้อนางชะงัก มองจ้องณไตร สายตาทั้งคู่เต็มไปด้วยความขมขื่น

อรองค์มองแล้ว ตัดสินใจทำเป็นเหมือนเพิ่งเดินกลับมาถึง

“คุณธรรพ์ เป็นอะไรคะ”
ทุกคนหันไปมอง อรองค์ทำเป็นวิ่งไปประคองร่างธรรพ์ขึ้นมา
“ครูอรองค์ครับ ผมรบกวนครูช่วยเรียกคนงาน พาธรรพ์กลับไปที่ห้อง”
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวอรช่วยคุณธรรพ์เอง”
อรองค์ดึงธรรพ์ขึ้นมา พยุงเดินออกไปทางเรือนใหญ่
เนื้อนางหันกลับมาทางณไตร
“ให้เนื้อนางกับพี่คำฝายไปที่ปางได้หรือยัง”
คำฝายกับเนื้อนางเอ่ยถามขึ้น ณไตรมองสองคนอย่างหงุดหงิด ฉุนเฉียว และไม่พอใจ

อรองค์ประคองธรรพ์มาที่เรือนพักผ่อน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ
“สงสารคุณแขไขเธอนะคะ ชีวิตเธอเศร้าเหลือเกิน ต้องจากคนรัก จากลูกชายที่น่ารักอย่างคุณอัศดายุ”
พอธรรพ์ได้ยินก็ผละจากอรองค์ทันที อย่างคนมีปมในใจ
“แค่สงสารแขไข หรือกำลังคิดหาลู่ทางให้ตัวเอง”
อรองค์หน้าร้อนวูบเมื่อเห็นสายตาจากธรรพ์
“คุณธรรพ์หมายถึงเรื่องอะไรคะ”
“นายจ้างที่เป็นพ่อเลี้ยง...มีลูกติด มันก็น่าสนใจไม่ใช่เหรอ”
อรองค์โกรธ “กรุณาอย่าดูถูกดิฉันค่ะ ดิฉันมาที่นี่ เพื่อทำหน้าที่ครูอย่างเดียว”
“หน้าตาก็ดี การศึกษาก็สูง กลับมาหมกตัวกลางป่ากลางเขา”
อรองค์มองธรรพ์ เห็นรอยยิ้มหยัน และแววตาหวนคิดถึงเรื่องในอดีต
“เพราะความรัก...สุดท้าย...ต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ ถูกคนที่เขาเกลียดชัง ฆ่าตาย”
ท้ายเสียงธรรพ์มีแต่ความเจ็บช้ำขมขื่น อรองค์มองแล้วค่อยๆ ลดเสียง ตะล่อมถามธรรพ์
“ใครคะ...ใครที่เกลียดคุณแข”
“คนที่เกลียด...แข...ไข”
ธรรพ์พูดกับตัวเอง ไม่สนใจอรองค์ เดินเซกลับไปทางห้องตัวเอง อรองค์มองด้วยความผิดหวังที่เกือบจะรู้ว่าใครเกลียดแขไขจากปากธรรพ์

ด้านเนื้อนางกับคำฝายเดินขึ้นมาบนเรือนสำนักงานปางหิมวัต ณไตรตามหลังมา
แสงคำกำลังดูบัญชีกับม่อนดอย เดินออกมาจากด้านใน แสงคำพอเห็นเนื้อนางก็วางสมุดบัญชีทันที
“เนื้อนาง”
แสงคำเข้ามาใกล้เนื้อนางด้วยความดีใจ
“คำฝาย”
ม่อนดอยวิ่งมากระโดดกอดคำฝายด้วยความดีใจ คำฝายกอดตอบม่อนดอย
“หายไปไหนมา แกรู้มั้ย...ฉันกับแสงคำเป็นห่วง”
ม่อนดอยถึงกับปาดน้ำตาดีใจประสาคนซื่อ คำฝายก็ปาดน้ำตาตื้นตัน
“เออ..ฉันกับเนื้อนางก็คิดถึงพวกแก อยู่ที่ไหนมันก็ไม่มีความสุขเท่าอยู่กับพวกแก”
ณไตรมองคำฝายกับเนื้อนาง ม่อนดอย แสงคำที่ยิ้มดีใจที่พบกันอีกครั้ง
“เนื้อนางจะไม่ไปไหนอีกแล้วใช่มั้ย”
“จ้ะ อ้ายแสงคำ เนื้อนางจะอยู่ที่นี่”
เนื้อนางหันไปมองพ่อเลี้ยง ณไตรทำหน้าเหมือนไม่ยี่หระ พูดท้าทายขึ้น
“ให้มันแน่อย่างที่พูด ถ้าเธอหนีไปจากที่นี่อีก ก็เท่ากับเธอยอมรับความผิดทุกข้อหา”
เนื้อนางมองค้อนณไตรที่ดักคอขึ้นมาทันที

เนื้อนางเดินเข้ามาในเรือนแล้วมองไปรอบๆ ด้วยสายตาคุ้นเคย คำฝาย กับแสงคำเดินตามเข้ามา
“ที่นี่ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ทุกอย่างยังรอเนื้อนาง” แสงคำว่า
“ขอบคุณมาก อ้ายแสงคำ ที่รักษาทุกอย่างไว้ให้เนื้อนาง”
“เนื้อนาง ตั๋วแน่ใจเหรอว่าจะอยู่ที่นี่”
“เนื้อนางต้องพิสูจน์ตัวเอง ไม่อย่างนั้น เราก็ต้องหนีไปชั่วชีวิต”
“ดีแล้วเนื้อนาง ยังไงพ่อเลี้ยงก็ต้องปกป้องเนื้อนาง” แสงคำบอก
“ปกป้องอะไร้ มีเมียใหม่มารออยู่ทั้งคน”
คำฝายบ่นขึ้น แสงคำมองฉงน คำฝายจึงเฉลย
“ก็ครูอรองค์คนสวยที่ดูแลคุณหนูนั่นไง สวย แสนดี” คำฝายทำเสียงเลียนอรองค์ “อรช่วยเองค่ะ เฮอะ น้ำตาลใกล้มด ผู้ชายที่ไหนจะไม่หวังชิม”
“พ่อเลี้ยงไม่รักใครหรอก” แสงคำหันมามองเนื้อนาง “แต่ครูอรองค์น่ะ ไม่แน่”
“โอ๊ย...สันดานผู้ชาย ไม่รักแล้วจะมีเนื้อนาง มีแขไข มีครูอรองค์ไว้ใกล้ตัวทำไม แกไม่ต้องมาเข้าข้างผู้ชายด้วยกันเลย” คำฝายเน้นคำอย่างหมั่นไส้ “ไอ้ทั่นผู้จัดการแสงคำ”
แสงคำมองเนื้อนาง เนื้อนางเอ่ยบอกแสงคำเสียงอ่อยๆ
“ท่าทางครูอรองค์เค้าจะไม่ชอบเนื้อนางจ้ะ”
“เนื้อนางอยู่ห่างๆ ไว้เลย...อรองค์ ผู้หญิงอะไร วุ่นวายทุกเรื่อง”
เนื้อนางมองแสงคำที่ทำเสียงเหมือนรำคาญอรองค์อย่างเปิดเผย

เย็นลง ณไตรหยิบปืนออกมาเช็ค ม่อนดอยยืนใกล้ คอยรายงาน
“เมื่อวานผีแขไขออกมาอาละวาด ครูอรองค์เธอวิ่งตาม อยากจะเห็นให้ได้”
“ไม่มีผีแขไขทั้งนั้น”
ณไตรยกปืนขึ้นเล็ง ม่อนดอยมองเสียววาบ
“คอยดูครูอรองค์ให้ดี ถ้าเธอมาที่นี่ อย่าให้เธอคลาดสายตา”
“พ่อเลี้ยงกลัว...เหมือนตอนคุณแขไขใช่มั้ย”
ณไตรลดปืนลง สีหน้าครุ่นคิด
“เรื่องแขไขยังเอาผิดคนลงมือไม่ได้ เนื้อนางกลับมาคราวนี้ ก็ดีแล้วเรื่องทุกอย่างจะได้จบสักที”

เย็นจวนค่ำ เนื้อนางปัดกวาดเช็ดถูกที่นอนในห้องบนเรือน มีคำฝายที่ช่วยอยู่ พูดขึ้น
“ตั๋วทำไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปหาข้าวมาให้กิน”
“รีบไปรีบมานะ พี่คำฝาย”
คำฝายออกจากห้อง ลงเรือนไป เนื้อนางหันมาจัดข้าวของวางให้เป็นระเบียบ

ขฯนั้นสามคนกำลังนั่งคุยกันอยู่บนเรือนสำนักงาน ม่อนดอยมองบรรยากาศยามเย็นที่ความมืดโรยตัวลงคลุมทั่วปางแล้วเอ่ยถามขึ้น
“พ่อเลี้ยงว่า คืนนี้ผีแขไขมันจะมามั้ย”
ณไตรกับแสงคำมองหน้ากัน แสงคำพูดขึ้นเอง
“ผีเผอที่ไหนวะ ไอ้ม่อนดอย อยู่ที่นี่มาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น เอ็งเคยเห็นผีจริงๆ สักครั้งมั้ย”
“ไม่เห็นก็ใช่ว่าจะไม่มีน่ะเว้ย ไม่งั้นคนงานจะโดนผีหลอก แห่กันลาออกจนปางแทบร้างเหรอวะ”
ม่อนดอยหน้าตายังไม่วางใจ มองแสงคำกับณไตร
“แล้วถ้าผีแขไขเกิดเฮี้ยน เพราะเนื้อนางกลับมาที่ปางล่ะ”
“เพ้อเจ้อน่ะ ม่อนดอย”
ณไตรตัดบท ทำท่าจะลุกขึ้น ม่อนดอยถามทันที
“จะไปเรือนเนื้อนางเหรอพ่อเลี้ยง”
“ก็จะผ่านไปดูหน่อย”
“วันนี้พ่อเลี้ยงจะอยู่เฝ้าเนื้อนางที่ปางใช่มั้ย” ม่อนดอยซักไซ้
“ก็คิดว่าอย่างนั้น จะมืดแล้ว ไม่อยากขับรถกลับ”
“ไปได้เรื่อยเลยนะ พ่อเลี้ยง ห่วงเมีย คิดถึงเมีย อยากเขี่ยถ่านไฟเก่า ก็รับมาตรงๆ ดีกว่า”
ณไตรหันมามองหมั่นเขี้ยวม่อนดอย แกว่งขาแหย่จะเตะ

ม่อนดอยหัวเราะกิ๊กที่ได้แหย่ให้พ่อเลี้ยงอารมณ์ดีขึ้นบ้าง

อ่านต่อหน้า 2

เพลิงฉิมพลี ตอนที่ 13 (ต่อ)

เนื้อนางปัดที่นอนเสร็จ มองไปข้างนอกเรือน ใบหน้ายิ้มแย้มเมื่อนึกถึงคำฝาย

“ยังไม่มาอีก มัวแต่แวะโม้อีกล่ะสิ พี่คำฝาย”
เนื้อนางหันมาทางที่นอน จัดตบหมอนเบาๆ แล้วเอนหลังลงนอนพัก ขณะที่เนื้อนางเคลิ้มคล้อย ท่าทางเหมือนใกล้จะหลับ ยินเสียงพื้นดังออดแอด เนื้อนางทักขึ้น
“มาได้แล้วเหรอ พี่คำฝาย”
เนื้อนางยันกายลุกขึ้น เอี้ยวตัวหันมามอง แต่กลับเห็นร่างผี หน้าตาเละในชุดขาว พุ่งเข้ามาจากทางปลายเท้า
เนื้อนางกำลังจะกรี๊ด ผีที่ทุกคนเข้าว่าเป็นผีแขไขพุ่งเข้ามาบีบคอเนื้อนางอย่างรุนแรง เนื้อนางพยายามจะมองหน้าผีแขไข แต่ผีแขไขบีบคอเนื้อนางจนหน้าแหงนขึ้น มองไม่ถนัด
เนื้อนางสำลักอากาศ กำลังจะหมดลม มือขวาเนื้อนางเปะปะ ไปคว้าคนโทน้ำบนโต๊ะ เนื้อนางกำคนโทมั่นแล้วเหวี่ยงไปสุดแขน คนโทโขกเข้ากับหัวผี
มือผีหลุดจากคอเนื้อนางทันที เนื้อนางพลิกร่างตะกายหนี ร้องสุดเสียง
“ช่วยด้วย”

เวลาเดียวกันคำฝายกำลังถือถาดกับข้าวเดินมา ได้ยินเสียงร้องเนื้อนางดังมาจากบนเรือน
“พี่คำฝาย ช่วยด้วย”
“เนื้อนาง”
คำฝายตกใจ รีบวิ่งไปทางเรือนทันที

เนื้อนางถอยหนี แต่ผียังพุ่งเข้ามาบีบคอเนื้อนางไม่ลดละ คำฝายถือถาดอาหารวิ่งขึ้นเรือนมา ผีหันขวับมาหาคำฝาย เห็นผีแววตาแดงก่ำ หน้าขาวซีด
“ผี”
คำฝายตกใจ โยนถาดอาหารในมือไปทางผี แกงร้อนๆ สาดโดนร่างผี ทำให้ผีผละจากเนื้อนางทันที
คำฝายปิดตาร้องกรี๊ด พุ่งพรวดเดียวกระโดดกอดเนื้อนางหมับ
ร่างผีพุ่งหนีออกประตูไป
เนื้อนางดันคำฝายออก เพื่อจะดูให้เต็มตา มั่นใจว่าไม่ใช่ผี!
“ปล่อยก่อน พี่คำฝาย มันไม่ใช่ผี ตามมันไป”
คำฝายกอดแน่นจนเนื้อนางไม่เห็นอะไร
“ไม่ๆ เนื้อนางอย่าทิ้งพี่” คำฝายแหกปากตะโกนก้อง “ช่วยด้วย...ผี...ผีหลอก”

ณไตร ม่อนดอย และแสงคำยังนั่งดื่มนั่งคุยสัพเพดหระกันอยู่ ได้ยินเสียงกรี๊ดดังเข้ามา
“ผีหลอก ช่วยด้วย ผีหลอก”
“เสียงทางเรือนเนื้อนาง”
ณไตรเหลียวขวับ หันไปคว้าไฟฉายกับปืนวิ่งลงจากเรือนทันที แสงคำคว้าปืนประจำตัว ม่อนดอยคว้าไฟฉายวิ่งตามกันไปทันที

ร่างผีในชุดขาววิ่งลัดเลาะมาในราวป่าอย่างรวดเร็ว แล้วหยุดถอดหน้ากากผีออก เผยให้เห็นว่าเป็นบุญลือที่ปลอมตัวเป็นผีแขไข หลอกชาวปาง
บุญลือหันไปมองทางปาง สีหน้าเจ็บใจที่ลงมือฆ่าเนื้อนางไม่สำเร็จ

ฝ่ายเนื้อนางวิ่งลงจากเรือน มีคำฝายวิ่งตาม คอยรั้งเนื้อนางไว้สุดแรง
“ผีนะเนื้อนาง อย่าตามมันไป”
ณไตร แสงคำ และม่อนดอยวิ่งฉายไฟมา คำฝายรีบบอกสามหนุ่มทันที
“ผีมันจะฆ่าเนื้อนาง มันบีบคอเนื้อนาง จะฆ่าฉันด้วย โอ๊ย...น่ากลัวมาก”
ม่อนดอยร้องลั่น “ผีแขไข”
เนื้อนางบอกเสียงดัง “ไม่ใช่ผี”
“โอ๊ย กลัวจนเพ้อ นี่ไงไอ้ม่อนดอยบอกอยู่เดี๋ยวนี้ว่า ผีแขไข” คำฝายโวยลั่น
แสงคำหันไปบอกม่อนดอย “วันนี้ฉันจะจับผีให้ได้ ไป...ไอ้ม่อนดอย”
แสงคำวิ่งออกไปทางในป่า ม่อนดอยฉายไฟวิ่งตาม ณไตรถือปืนมองเนื้อนางกับคำฝาย
“ขึ้นเรือนไป ปิดประตูหน้าต่าง อย่าลงมา”
เนื้อนางลากคำฝายที่ตัวสั่นงักๆ ขึ้นเรือนไปทันที
ณไตรดูจนสองสาวขึ้นเรือนแล้ว จึงวิ่งตามแสงคำกับม่อนดอยไปทางป่าด้านหลังทันที

บุญลือวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน อาศัยความชำนาญทาง และความมืดกำบังกาย ลัดเลาะพุ่มไม้หนาไปอย่างเร็ว
แสงคำถือปืน ม่อนดอยฉายไฟ วิ่งมามองหาไปรอบๆ ด้านหลังณไตรถือไฟฉายวิ่งมา
“ได้ร่องรอยมั้ย”
“มันไม่น่าหายไปเร็วขนาดนี้” แสงคำมองไปทางหนึ่ง
“ผีนะ ไอ้แสงคำ มันหายตัวได้”
“ก็บอกแล้วว่าไม่มีผีแขไข”

ณไตรเสียงเข้ม ยกปืนขึ้น แสงคำเล็งไปอย่างเตรียมพร้อม ม่อนดอยส่องไฟฉายกราดไปทั่วๆ

บุญลือหลบซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้หนา เห็นแสงจากไฟฉาย วับแวมผ่านไปเป็นลำ บุญลือตาวาวด้วยความแค้น

เนื้อนางนั่งรอฟังข่าวอย่างกังวล ส่วนคำฝายนั่งหลับตาสวดมนต์

“พุทโธ ธัมโม สังโฆ อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย”
สักครู่ เห็นณไตร เดินนำแสงคำ ม่อนดอยเข้ามา เนื้อนางถามขึ้นทันที
“จับได้มั้ย”
“ผีนะ เนื้อนาง จะจับได้ยังไง” ม่อนดอยว่า
“ไม่ใช่ผี”
ทุกคนมองเนื้อนางเป็นตาเดียว
“ไม่ผีอะไร ตัวขาว ตาแดง ถลนออกมานอกเบ้า ผี...ผีแขไขแน่ๆ” คำฝายกลัวสุดขีด
“ใช่...มันอาละวาดมานานแล้ว” ม่อนดอยผสมโรง
“ผีแขไขจะมาฆ่าเนื้อนาง” คำฝายบอกอีก
“ไม่ใช่ผีแขไขหรอก พี่คำฝาย ดูนี่ รอยที่คอเนื้อนาง”
เนื้อนางชี้รอยนิ้วมือที่ถูกบีบขึ้นเป็นริ้วที่คอ ทุกคนมอง
“มันไม่ใช่ผี มันบีบคอเนื้อนางจนเป็นรอย พอเนื้อนางเอาคนโทตีหัว มันเจ็บ มันถึงปล่อยเนื้อนาง คนที่มาบีบคอเนื้อนางไม่ใช่ผี”
เนื้อนางยืนยันต่อหน้าทุกคนด้วยเสียงเชื่อมั่น ณไตรมองสบตาแสงคำสีหน้ากังวล

ฝ่ายทางอรองค์ตื่นเช้าขึ้นมา ก็เดินออกมามองไปรอบๆ สายตามองหา ณไตร จนเห็นธรรพ์เดินมาจากด้านหลัง มองเห็นอรองค์ก็ถามขึ้น
“ถ้ามองหาพี่ณไตร เค้าพาเนื้อนางไปอยู่ปาง”
อรองค์หันไปมองธรรพ์ที่ตื่นเช้า แต่ยังไม่ได้กินเหล้าเข้าปาก ก็ทำเป็นถามขึ้นด้วยแววตาสุกใส
“ที่จริง ปางก็ตั้งกว้าง ต้นไม้ร่มรื่น คุณณไตรไม่คิดจะพาคุณอัศดายุไปเที่ยวที่ปางบ้างเหรอคะ”
“พี่ไตรไม่ให้อัศดายุไปที่นั่นหรอก พี่ไตรเอาแต่ปิดหูปิดตา ไม่ยอมให้รับรู้ความจริงอะไรเลย”
“กระทั่งเรื่องที่แม่คุณอัศดายุตายเหรอคะ”
อรองค์ทำเสียงเห็นใจมาก ธรรพ์มองจ้อง อรองค์ตีหน้าเศร้า
“คุณแขไข เธอคงไม่มีความสุขเลยนะคะ เธอคงรอคนที่เธอรัก วิญญาณเธอถึงยังวนเวียนที่ปาง ไม่ไปไหน”
ธรรพ์ตกใจระคนแปลกใจ “คุณว่าอะไรนะ”
“คืนก่อนที่ปางน่ะค่ะ อรเจอผีคุณแขไข”
“เป็นไปไม่ได้”
“ตอนแรกอรก็ไม่อยากจะเชื่อหรอกค่ะ จนเห็นด้วยตาตัวเอง แสงคำกับม่อนดอยบอกว่า ที่ปางมีผีคุณแขไข เธอยังอยู่ที่นั่น จนคนงานพากันลาออก”
ธรรพ์พอได้ยินเรื่องแขไข ก็หันหลังเดินออกไป อรองค์ถามขึ้นทันที
“คุณธรรพ์จะไปไหนคะ”
“ฉันจะไปที่ปาง” ธรรพ์หาข้อแก้ตัวว่า “ไปรอดูผีแขไข”
“อรไปด้วยสิคะ”
ธรรพ์เดินนำไปอย่างรีบร้อน อรองค์ตามติด

วันดีกำลังยกถาดกาแฟมาตรงเรือนพักผ่อน มองเห็นธรรพ์เดินผ่านออกไปกับอรองค์ วันดีมองสงสัย
“คุณธรรพ์ พาครูอรองค์ไปไหน”
วันดีนิ่งคิดปราดเดียวก็นึกออก
“ปางหิมวัต”

ที่ปางหิมวัต ณไตรกำลังยืนสั่งงานแสงคำอยู่
“รีบไปทำให้เรียบร้อย อย่าให้ใครเห็น โดยเฉพาะเนื้อนาง”
“พ่อเลี้ยงคิดว่าจะปิดไปได้นานสักแค่ไหน ตอนนี้ผีแขไขก็อาละวาดหนักขึ้นทุกวัน”
“ก็จนกว่าเราจะกำจัดผีแขไขได้จริงๆ”
ณไตรมองแสงคำนิ่งๆ แสงคำรับฟังอย่างรู้กันว่าหมายความว่าอะไร ก็คว้าปิ่นโตบนโต๊ะที่เตรียมไว้
เดินเร็วลงจากเรือนไป
ณไตรมองตามแสงคำที่เดินหายลับไปทางป่าด้านหลังปาง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณณไตร”
ณไตรหันขวับไปมองทางเสียงอรองค์ทันที
เห็นธรรพ์กับอรองค์ก้าวมาด้านหน้าเรือนสำนักงาน อรองค์ยิ้มหวานสดใสต่างจากธรรพ์ที่หน้าตาบึ้งตึง มองพี่ตาขุ่น
ณไตรมองแปลกใจที่เห็นธรรพ์กับอรองค์มาถึงปาง

ที่มุมลับตาในบ้านหิมวัต วันดีมองบุญลือ น้องชายที่มารายงานเรื่องเนื้อนางด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“เรื่องง่ายๆ แค่ฆ่านังเนื้อนาง ทำไมถึงทำไม่สำเร็จ”
“มันไม่กลัวผี แถมยังมีอีคำฝายแล้วก็พวกพ่อเลี้ยงมาช่วย”
“ตอนนี้มันยกโขยงไปที่ปางกันหมด... ก็คงจะเรื่องผีแขไข”
วันดีสีหน้ากังวล หันมาสั่งน้องชาย
“บุญลือ แกต้องหาทางใช้ผีแขไขฆ่าปิดปากนังเนื้อนางให้เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะรื้อฟื้นเรื่องคืนนั้นขึ้นมา”
บุญลือหันหลังวิ่งเร็วออกไป วันดีมองตามด้วยสายตาเหี้ยม

ฟากเนื้อนางนั่งสีหน้าครุ่นคิดอยู่บนแคร่หน้าเรือน มี คำฝาย ม่อนดอยยืนกันคนละข้าง
“ผีแขไขอาละวาดจนปางนี้แทบจะร้างมาแล้ว หลังๆก็ซาไปบ้าง แต่พอเนื้อนางกลับมา...”
ม่อนดอยพูดไม่ทันจบคำฝายเสริมว่า “ผีแขไขคงตั้งใจจะหลอกตั๋วให้กลัว จนหนีไปจากปาง”
“แต่เนื้อนางรู้สึกว่าที่เห็น...มันไม่ใช่ผี”
“เนื้อนาง ผีมันก็ทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ โดยเฉพาะผีตายโหงอย่างแขไข ขนาดเป็นๆ มันยังเกลียดตั๋วยังกับอะไรดี นี่ตายไป มันก็คงอยากจะมาเอาชีวิตตั๋วไปด้วย”
“เนื้อนางไม่กลัวนะ พี่คำฝาย แล้วเนื้อนางก็จะไม่หนีแล้วด้วย”
ม่อนดอยหนักอก “เฮ้อ...มาไม่ทันข้ามวัน ผีแขไขก็มาต้อนรับเนื้อนางซะแล้ว”
“เพราะคุณแขไขเธอถูกทำร้าย ตายอย่างทารุณ แล้วคนที่ฆ่าเธอก็ยังไม่ถูกลงโทษ เธอถึงต้องกลับมาถามหาความยุติธรรม”

ม่อนดอย กับคำฝายมองเนื้อนาง เห็นแต่สีหน้าเชื่อมั่น รู้ว่ายากจะเปลี่ยนความคิด 

ณไตรมองจ้องธรรพ์ที่ยืนอยู่ข้างอรองค์

“คนงานบอกว่าเมื่อคืนมีผีแขไขอาละวาด ทำไมพี่ไม่เคยบอกผมเรื่องนี้เลย”
“ก็เพราะฉันไม่เห็นประโยชน์ ว่าทำไมต้องพูดเรื่องไร้สาระ”
“คนตายทั้งคน วิญญาณไม่สงบสุข ฆาตกรก็ยังลอยนวลอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระนะคะ”
ณไตรมองตำหนิ “ครูอรองค์ ผมไม่คิดว่าคุณจะต้องสนใจเรื่องแขไข”
“เพราะอรเจอผีคุณแขไขแล้วน่ะสิคะ แสงคำเป็นพยานได้” อรองค์มองหา “แสงคำอยู่ไหนคะ”
ณไตรตอบโดยเร็ว “แสงคำไปทำงานให้ผม”
เห็นณไตรตัดบทห้วน อรองค์เลยต้องเงียบ
“กลับไปซะธรรพ์ ที่นี่ไม่มีเรื่องสนุก ไม่มีอะไรที่นายต้องมาหา”
ธรรพ์ยิ้มกวน “พี่ไล่ผม เพราะเนื้อนางอยู่ที่นี่” ณไตรจ้องน้อง “ทำไม...ทุกคนได้เจอผีแขไข แล้วทำไมต้องกีดกันผม ผมเคยรู้จักแขไข รู้จักดีที่สุด คืนที่เค้าตาย ผมก็อยู่ที่นี่”
น้ำเสียงธรรพ์คับแค้นใจถึงที่สุด จ้องหน้าณไตร อรองค์มองหน้าธรรพ์
“ผมอยากเจอแขไข ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ผมก็อยากเจอแขไข”
ธรรพ์เดินหุนหันออกไปทันที ณไตรหันหลังให้ สีหน้าไม่พอใจ อรองค์มองความบาดหมางของสองพี่น้องอย่างจับสังเกต

ทางด้านแสงคำเดินถือปิ่นโตอาหารมาในป่า มองซ้ายมองขวา กลัวจะมีคนตามมา ยินเสียงนกร้องเสียงดัง แสงคำหยุดมองไปรอบๆ ไม่เห็นใครก็จ้ำเดินเร็วไปทางป่าทึบทันที

ณไตรพยายามข่มใจ ระงับความโมโห หันกลับมา อรองค์ยิ้มหวานมาให้ ชวนคุยเรื่องปาง
“ปางหิมวัตนี่กว้างจังเลยนะคะ”
“ครับ กว้างมาก ป่าทึบล้อมรอบ”
“แล้วในป่ามีเหวมั้ยคะ เวลาเดินเล่น อรจะได้ระวังไว้ก่อน เกิดพลาด น่ากลัวตกลงไป...คงถึงตาย”
ณไตรได้ยินแล้วห้ามขึ้นทันที
“อย่าเดินไปไหนมาไหนคนเดียว ห้ามไปไกลจากแถวนี้ โดยเฉพาะในป่านั่น ห้ามไปเด็ดขาด”
อรองค์สีหน้าตกใจที่ณไตรเสียงแข็ง
“อรไม่ได้คิดจะวุ่นวายอะไรเลยจริงๆนะคะ” อรองค์ทำเสียงออดอ้อน “อุตส่าห์มาถึงปางทั้งทีก็อยากเห็นป่ากว้างๆสักครั้งในชีวิต อรไม่รบกวนคุณณไตรหรอกค่ะ ให้แสงคำพาอรไปก็ได้”
ณไตรอึดอัดขึ้นมาทันที “แสงคำไม่ว่าง เอาไว้วันหลังนะครับ ผมจะพาครูอรองค์ไปดูรอบๆ เอง แต่วันนี้ อย่าเพิ่งเดินไปไหน รออยู่ที่นี่ก่อน”
ณไตรสั่งแล้วเดินลงจากเรือนไป อรองค์มองตาม สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“ทั้งแสงคำ ทั้งคุณณไตร...เอาแต่ขู่ ห้ามไม่ให้เข้าไปในป่า”

อรองค์ขยับมอง รอจนณไตรเดินลับตัวไป ก็รีบลงจากเรือน เดินแยกไปอีกทางด้วยความอยากรู้ทันที

ด้านธรรพ์เดินมาถึงหน้าเรือน เนื้อนาง ม่อนดอย และคำฝายหันไปมอง

“คุณธรรพ์”
เนื้อนางมองธรรพ์ที่มีท่าทีร้อนใจก้าวมายืนตรงหน้า
“เธอเจอแขไขแล้วใช่มั้ย”
ม่อนดอยบอก “ผีคุณแขไข แทบจะฆ่าเนื้อนาง”
“แขไข...เป็นยังไงบ้าง” ธรรพ์ถามเสียงเศร้า
“ก็มีตา หู จมูก แต่เละแบบเป็นผีน่ะสิ ถามได้ เมาหรือเปล่าเนี่ย” คำฝายฉุน
เนื้อนางมองสังเกตธรรพ์ เห็นสีหน้าเจ็บปวด เพราะรู้ความจริงอยู่แก่ใจว่าธรรพ์รักแขไขมากเพียงไหน
“แขไขพูดอะไรกับเธอหรือเปล่า”
“เปล่า...เค้าบีบคอฉัน”
คำฝายนึกแล้วยิ่งโมโห “ผู้หญิงอะไร ร้ายจริงๆ อาฆาตตั้งแต่เป็นยันตาย”
ธรรพ์ได้ยินแล้วหันหลังเดินออกไปไม่อยากฟังต่อ คำฝายมองงงๆ
“อะไรของเค้า นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป”
ม่อนดอยบอก “คุณธรรพ์เค้าติดเหล้า เที่ยวหัวราน้ำ งานการไม่สนใจ ไม่เอาอะไรเลย เวลาไปบ้านหิมวัตทีไรก็เห็นแต่นอนกอดขวดเหล้า ไม่ใช่คุณธรรพ์ใจดีคนเดิมแล้ว”
เนื้อนางได้ยินก็นึกสงสารธรรพ์ เดินตามไป
“ก็คงเรื่องคืนนั้น คืนที่แขไขตายน่ะสิ ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณธรรพ์มาที่นี่แล้วไปอยู่ในเรือนกับเนื้อนางได้ยังไง”
ม่อนดอยกับคำฝายต่างมีสีหน้าอ่อนใจ เพราะนึกเหตุผลไม่ออก

ธรรพ์เดินมาบนสะพานไม้ข้ามบึง หยุดยืนแล้วทุบมือลงที่ราวสะพานเต็มแรง ระบายอารมณ์ เนื้อนางตามมาด้านหลังรีบเข้ามาห้ามธรรพ์
“คุณธรรพ์อย่าทำร้ายตัวเองอย่างนี้ ยังไงคุณแขไขเธอก็ไม่กลับมาอีกแล้ว”
ธรรพ์เหลียวขวับมาหา “เพราะใคร เพราะเธอใช่มั้ยเธอทำให้แขไขผิดหวัง เธอแย่งพี่ณไตร คนที่แขไขรัก...แขไขรักพี่ณไตรจนวันตาย”
เนื้อนางพูดดีๆ ด้วย “คุณธรรพ์ ใจเย็นๆ นะจ๊ะ”
“ไม่ต้องมาปลอบ ฉันมันคนขี้แพ้ ฉันมันอ่อนแอ เมียคนเดียวยังปกป้องไม่ได้”
เนื้อนางเข้าไปจับแขนธรรพ์ อย่างให้สติ
“อย่าพูดแบบนี้ ที่นี่ คุณธรรพ์ มีสติก่อนเถอะจ้ะ”
ธรรพ์มองเนื้อนางเห็นแววตาขอร้องขอเธอก็อ่อนลง

ด้านอรองค์เดินมองมาเรื่อยๆ ตามราวป่า มองไปรอบๆ ไม่เห็นมีคน หรือสัตว์ร้าย ก็พูดขึ้น
“ก็ไม่เห็นจะมีอะไร ทำไมถึงต้องขู่กันนักกันหนา ไม่ให้เข้ามา”
อรองค์กำลังจะหันหลังกลับ ยินเสียงเดินมาจากด้านหลัง อรองค์หลบวูบ
พบว่าแสงคำกำลังเดินมาจากอีกทาง อรองค์มองปราด เห็นมือแสงคำถือปิ่นโต
แสงคำเห็นพุ่มไม้ไหวๆ ก็มองตรงไป หยิบปืนในเอวออกมาอย่างระวังตัว แสงคำกระชับปืน ทิ้งปิ่นโตลงพื้นเบาๆ ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้จุดที่อรองค์หลบอยู่

เนื้อนางจับไหล่ธรรพ์ พยายามมองให้สติ
“เนื้อนางรู้ว่าคนที่ทรมานใจที่สุด เพราะคุณแขไขหายไป ก็คือคุณธรรพ์”
“ฉันเสียแขไข เสียทั้งลูก อัศดายุไม่เคยเรียกฉันว่าพ่อเลย” ธรรพ์คร่ำครวญน่าสงสาร
“โธ่! คุณธรรพ์”
“บาปกรรมใช่มั้ย บาปกรรมที่ฉันไม่พูดความจริง ฉันถึงต้องเสียทั้งเมีย ทั้งลูกสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตฉัน”
ธรรพ์น้ำตาหยด ซบลงที่ไหล่เนื้อนางอย่างเหนื่อยล้ากับชีวิต
“ถ้าฉันเชื่อเธอตั้งแต่ตอนนั้น พูดความจริงกับทุกคน ไม่ยอมให้พี่ณไตรเป็นพ่ออัศดายุ วันนี้ฉันก็จะมีทั้งเมีย ทั้งลูก แขไขก็คงไม่ตาย”
ธรรพ์สะอื้น เนื้อนางลูบหลังธรรพ์ปลอบเบาๆ
ณไตรก้าวมาเห็นภาพนั้น ก็ตาลุกวาว พุ่งเข้าไปกระชากร่างธรรพ์ออกมาเหวี่ยงลงไปกองกับพื้นสะพาน

“ผู้หญิงชั่ว ผู้ชายมันก็เลว สุดท้าย มันก็อดไม่ได้ที่จะลอบมาสมสู่กันอีก”

อ่านต่อหน้า 3

เพลิงฉิมพลี ตอนที่ 13 (ต่อ)

ณไตรพุ่งเข้าไปเตะธรรพ์ เนื้อนางถลันเข้าไปกระชากแขนห้ามณไตรสุดแรง

“หยุดบ้าสักที”
ณไตรสะบัด แต่เนื้อนางไม่ยอมดึงไว้แน่น
“นั่นน้องชายคุณนะ หนานไตร หรือว่าจะฆ่าสายเลือดเดียวกันให้ตายคามือ”
ณไตรหยุดชะงัก เนื้อนางยังดึงณไตรไว้
ธรรพ์พยุงตัวลุกขึ้น เลือดทะลักออกจากปาก ธรรพ์มองพี่ชายแล้วโงนเงนล้มลง
“ธรรพ์”
ณไตรตกใจ ถลันเข้าไปมองร่างน้องชาย เนื้อนางเข้ามาดูใกล้ๆ ด้วยความเป็นห่วง

ขณะเดียวกันแสงคำเดินมาใกล้ ตรงจุดที่อรองค์หลบซุ่มตัวอยู่ แสงคำเอามือแหวกพุ่มไม้ แต่ไม่เห็นใคร แสงคำมองไปรอบๆ
“ใคร...ออกมา”
อรองค์กลั้นหายใจ ทำตัวลีบเล็กหลบเงียบ แสงคำมองแล้ว ไม่เห็นใคร รีบเดินเร็วออกไปจากตรงนั้น
พักเดียวจึงเห็นอรองค์คลานออกมาจากทางด้านหลัง อรองค์มองไปที่ปิ่นโตที่แสงคำทิ้งไว้
อรองค์รีบไปเปิดปิ่นโตดู เห็นข้าวติดก้นปิ่นโตอยู่แค่ก้อนเล็กๆ
“แสงคำ...เอาข้าวไปให้ใคร”

ธรรพ์สลบไม่ได้สติ ถูกคนงาน 2 คนวางลงที่เก้าอี้ยาวบนเรือนสำนักงาน จากนั้นคนงานถอยลงจากเรือนไป
ณไตรวางกาละมังน้ำลง เนื้อนางหยิบผ้าชุบน้ำจะเช็ดหน้าให้ธรรพ์ ณไตรกระชากผ้ามาจากมือเนื้อนาง “ไม่ต้อง ฉันเช็ดเอง”
เนื้อนางหน้าตึง ณไตรมองจ้องเนื้อนางตาดุ
“ธรรพ์ มันไม่เป็นอะไรหรอก ยังไม่ตายง่ายๆ ต้องอยู่ทรมานกันอีกนาน”
“เค้าเป็นน้องชายคุณนะ”
“เพราะเป็นน้อง มันถึงเจ็บมากกว่าเป็นคนอื่น”
ณไตรจ้องเนื้อนางแล้วสั่ง
“กลับไปเรือนได้แล้ว ถ้าเธอยังมองมันด้วยสายตาเป็นห่วงอีก ฉันอาจจะเปลี่ยนใจ ฆ่าไอ้ธรรพ์ให้ตายอยู่ตรงนี้”
เนื้อนางมองโมโหณไตร หันหลังเดินลงไป แววตาณไตรอ่อนลง มองตามเนื้อนางด้วยความน้อยใจ
ณไตรหันมาเอาผ้าเช็ดหน้าน้อง สายตาหวานอมขมกลืนเรื่องน้องชายกับเมียรัก
ม่อนดอยวิ่งขึ้นเรือนมา ณไตรมองแล้วสั่ง
“เรียกคนงานมา พาธรรพ์กลับไปบ้านหิมวัต”
“ครับ”
ม่อนดอยมองไปที่ธรรพ์ ณไตรนึกได้ ถามขึ้น “เห็นครูอรองค์มั้ย”
“ไม่เห็นเลยนะ พ่อเลี้ยง”
“งั้นจัดการเรื่องธรรพ์ด้วย ฉันจะไปตามหาครูอรองค์”
ณไตรเดินเร็วลงไปจากเรือน
ม่อนดอยหันไปมองสภาพธรรพ์ที่บัดนี้ ทั้งร่างกาย และจิตใจทรุดโทรมด้วยความเวทนา

แสงคำเดินเร็วรี่มา ท่าทางหัวเสีย บ่นบ้ากับตัวเอง
“ตาฝาดหรือเปล่าวะ ไอ้แสงคำ จะมีใครกล้าตามเข้าไป”
เสียงเนื้อนางถามขึ้น “หายไปไหนมา อ้ายแสงคำ”
แสงคำสะดุ้งสุดตัว หันไปมองเห็นเนื้อนางที่กำลังเดินมาจากอีกทาง
“เนื้อนางไม่เห็นอ้ายตั้งแต่เช้า”
จังหวะนี้อรองค์ที่หลบอ้อมมาจากด้านหลัง มองแสงคำกำลังหยุดคุยกับเนื้อนาง
“ช้างตกมันเตลิดไปในป่า อ้ายไปช่วยควาญเค้าไล่กลับมา”
อรองค์มองแสงคำด้วยสายตาสงสัยมาก รำพึงกับตัวเอง “แสงคำโกหก”

เนื้อนางยืนจ้องหน้าแสงคำ
“เนื้อนางไม่เห็นคนงานพูดเรื่องช้างตกมันเลย”
“ก็...ก็...พอดีอ้ายไปช่วยไว้ทันน่ะสิ”
แสงคำหลบสายตาไม่กล้ามองเนื้อนาง อรองค์จ้องแสงคำ แล้วรีบเดินหลบออกไปก่อน เพราะเห็นแล้วว่าแสงคำกำลังโกหก
เนื้อนางมองจับสังเกตแสงคำที่คอยหลบตา
“อ้ายแสงคำไม่ได้ปิดอะไรเนื้อนางอยู่ใช่มั้ย”
“โธ่! เนื้อนางก็รู้ ตั้งแต่เล็กอ้ายไม่เคยโกหกเนื้อนาง อ้ายไปหาพ่อเลี้ยงก่อนนะ”
แสงคำรีบเดินออกไปเลย

เนื้อนางมองกลับไปทางด้านในป่าที่แสงคำเดินมา สายตาสงสัยเพราะท่าทางแสงคำมีพิรุธ

อรองค์เร่งเท้าเดินลัดเลาะมาในป่า เหลียวมองหลังกลัวแสงคำหรือคนอื่นมาเห็น อรองค์เดินเร็วผ่านต้นไม้ แล้วนึกได้ หันกลับไปเด็ดดอกไม้มาถือไว้

ก่อนจะรีบเดินกลับไปทางเรือนพักณไตร

ขณะที่เนื้อนางกำลังเดินขึ้นเรือน เห็นร่างในผ้าขาวพลิ้ววูบไปทางป่าหลังเรือน

“ใครน่ะ”
เนื้อนางเดินเร็วลงมา มองไป
“ผีที่ไหนจะมาหลอกกลางวัน”
เนื้อนางสงสัย เดินตามไปโดยเร็ว

ณไตรเดินมาหยุดกลางสะพานไม้ มองไปรอบๆ หาอรองค์ แสงคำเดินมาด้านหลัง ณไตรเห็นแสงคำก็ถามขึ้นทันที
“เรียบร้อยใช่มั้ย”
“เรียบร้อย...พ่อเลี้ยง”
ณไตรกับแสงคำถามตอบอย่างรู้กันเรื่องที่แสงคำถือปิ่นโตข้าวเข้าไปในป่า
อรองค์ทำเป็นเดินทอดน่อง ถือดอกไม้ขึ้นมาจากปลายสะพานอีกด้าน สองหนุ่มหันไปมองพร้อมกัน
“ผมสั่งแล้วว่าอย่าออกไปไหน”
อรองค์เห็นสายตาคมกริบดุดันของณไตร ก็แกล้งทำหน้าจ๋อยๆ
“อรแค่เดินไปดูดอกไม้ตรงนี้เองค่ะ ขอโทษนะคะ อรกลับไปอยู่กับคุณธรรพ์ก็ได้ค่ะ”
“ผมส่งธรรพ์กลับหิมวัตไปแล้ว”
อรองค์สงสัย ตั้งท่าจะถาม แต่ณไตรพูดขึ้นกับแสงคำ
“แสงคำ ดูครูอรองค์ด้วย อย่าให้ครูเที่ยวเดินเล่น” ณไตรเน้นคำตอนท้าย “ไปไหนมาไหนคนเดียว”
ณไตรตวัดสายตามองอรองค์ดุๆ แล้วเดินออกไป อรองค์ขยับจะตาม แสงคำพูดขึ้น
“จะตามไปทำไม พ่อเลี้ยงเค้ามีธุระ”
“ธุระอะไร”
แสงคำหยัน “ท่าทางก็ฉลาด ถ้าไม่แกล้งโง่ ก็ต้องรู้ว่า...ธุระส่วนตัว”
อรองค์ชักสีหน้ามองแสงคำทันที แสงคำมองกวนตอบโต้

ขณะเดียวกันเนื้อนางเดินลึกเข้ามาในป่า มองไปรอบๆ จนเห็นร่างในผ้าขาวที่เคลื่อนไปข้างหน้าเหมือนคนกำลังวิ่ง
“นี่ล่ะสิ ผีแขไขที่เที่ยวหลอกคนทั้งปาง”
เนื้อนางหน้าตาไม่ยอมแพ้ วิ่งเร็วตามไปทันที

ฝ่ายณไตรเดินมาที่เรือน วิ่งขึ้นเรือนไปดู ไม่เห็นเนื้อนาง ก็รีบลงมา ตะโกนเรียก
“เนื้อนาง เนื้อนาง”

เนื้อนางวิ่งตามร่างในผ้าขาวมาจนใกล้ เห็นร่างหายเข้าไปในพุ่มไม้หนา เนื้อนางหยุดวิ่ง หันไปมองรอบๆ เห็นตัวเองกำลังยืนอยู่ปากเหว เนื้อนางชักเท้าถอยกลับมาด้วยความระวัง
บุญลือโผล่ขึ้นมาทางด้านหลัง ขณะเนื้อนางกำลังจะหันมา มือบุญลือผลักร่างเนื้อนางเต็มแรง

ร่างเนื้อนางลอยละลิ่วลงไปด้านล่าง เสียงกรีดร้องของเนื้อนางดังกึกก้องไปทั่วราวไพร

ณไตรวิ่งเข้าในป่า กราดตามองหาเนื้อนางทุกที่โดยเร็ว

“เนื้อนาง”

ร่างเนื้อนางที่หล่นลงไปติดที่หินก้อนใหญ่ ยังร่วงไปไม่ถึงก้นเหว บุญลือที่เป็นคนผลักชะโงกหน้ามอง แล้วหันไปสั่งปิง คนงานหนุ่มที่ใช้ให้ปลอมเป็นผีแขไข
“ปีนลงไป...ผลักมันลงไปให้ตายที่ก้นเหว”
ปิงมองลงไปที่ร่างเนื้อนาง แล้วถอดเสื้อผ้าที่คลุมเป็นผี หันหลังทำท่าจะปีนลงไปตามคำสั่งบุญลือ เห็นเนื้อนางที่เจ็บ ได้สติขึ้นมา กำลังขยับตัว

อีกฟาก ร่างสูงใหญ่บึกบึนของแสงคำยืนข่ม ขวาง ร่างเล็กแบบบางอรองค์ที่กลางสะพานไม้ อรองค์เงยมองแสงคำ
“ถอย ฉันจะไปหาคุณณไตร”
“พ่อเลี้ยงเค้ามีธุระกับเนื้อนาง เข้าใจบ้างสิ” สายตาแสงคำมีความหมาย “ธุระของคนเป็นผัวเมียกัน”
อรองค์หน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย “หยาบคาย”
“เวลามีผู้หญิงด่าแบบนี้ รู้มั้ย ว่าผมทำยังไง”
แสงคำตีหน้าดุ สืบเท้าก้าวเข้าหา อรองค์กลัวถอยจนหลังติดราวสะพาน

เนื้อนางรู้สึกตัว เริ่มขยับร่าง ขณะปิงกำลังจะปีนลงไปจัดการ บุญลือชะโงกมอง เห็นเนื้อนางกำลังขยับตัวก็กลัวจะเงยขึ้นมามองเห็น สั่งปิงอย่างเร็ว
“รีบๆ ลงไป มันกำลังจะฟื้น”
เนื้อนางกัดฟัน เอี้ยวตัว เงยขึ้นไปมอง แต่มีแง่งหินบังทำให้เนื้อนางยังไม่เห็นปิงกับบุญลือด้านบน เนื้อนางรวบรวมเรี่ยวแรง ตัดสินใจตะโกนสุดเสียง
“ช่วยด้วย”
ปิงที่กำลังจะปีนลง ชะงักเท้า บุญลือหน้าเสีย เมื่อได้ยินเสียงร้องของเนื้อนางที่จะเรียกคนมา
“ช่วยด้วย ฉันอยู่ที่เหว ช่วยด้วย”

ณไตรโลดแล่น วิ่งราวกับจะบินมา ได้ยินเสียงนั้น
“ช่วยด้วย มีคนจะฆ่าฉัน”
ณไตรหยุดนิ่งฟัง “เสียงที่เหว”
ณไตรแน่ใจวิ่งทะยานไป ใจร้อนกว่าไฟ ฝ่าพุ่มไม้หนาทึบไปทันที

ฝ่ายอรองค์มองแสงคำที่อยู่ใกล้ ขู่ออกไปทันที
“ถ้านายแตะฉัน ฉันจะฟ้องคุณณไตร”
แสงคำเหยียดยิ้ม ไม่สน สืบเท้าเดินเข้ามาประชิด จนอรองค์หลังติดราวสะพาน หนีไปไหนไม่รอด แววตาทั้งประหม่าทั้งกลัวแสงคำ

เนื้อนางกำลังร้องตะโตน กับทั้งพยายามมองหาทางปีนกลับขึ้นไปด้านบน
“ช่วยด้วย ฉันอยู่ตรงนี้ ช่วยฉันที มีคนจะฆ่าฉัน”
ณไตรวิ่งมาถึง มองชะโงกลงไป เห็นเนื้อนางกำลังจะปีนขึ้นมาก็ร้องบอก
“เนื้อนาง อย่า..อย่าขยับ หยุดอยู่ตรงนั้น”
เนื้อนางเงยขึ้นมา พอมองเห็นณไตรก็รีบตะโกนเตือน
“ระวังหนานไตร มีคนผลักฉันลงมา”
ณไตรเหลียวมองไปรอบๆ ทันที แต่ไม่เห็นใคร รีบหันมาสั่งเนื้อนางด้วยความเป็นห่วง
“เนื้อนาง อยู่นิ่งๆ ผมจะลงไปช่วย”
ณไตรก้มมองสำรวจหาทางลงไป เนื้อนางเงยมองณไตรด้วยสายตาเป็นห่วง

ด้านหลังพุ่มไม้หนา เห็นบุญลือซ่อนตัวอยู่กับปิง บุญลือมองจ้องไปที่ณไตรด้วยสายตาเคียดแค้น
“วันนี้มึงต้องชดใช้ที่ไล่กูออก ไอ้พ่อเลี้ยง”
บุญลือหยิบปืนออกจากเอว เล็งไปที่ณไตร

ฟากแสงคำมองจ้อง เอาแขนเท้าสะพานทั้งสองข้าง ยิ่งทำให้อรองค์ขยับหนีไปไหนไม่ได้
“พ่อเลี้ยงเค้าไม่สนใจคุณหรอก ครูอรองค์ ผมจะบอกให้ว่าผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจพ่อเลี้ยง คือเนื้อนาง”
“แล้วคุณแขไขล่ะ คุณแขไขก็เป็นเมียคุณณไตร”
“เนื้อนางกับพ่อเลี้ยงเค้ารักกันมาก่อน ฝ่าฟันปัญหาทุกอย่างจนได้แต่งงานกัน แล้วแขไขก็มาทำลายครอบครัวเค้าสองคนด้วยคำว่า ลูก”
แสงคำไม่ทันเห็นว่า แววตาอรองค์เจ็บปวดวูบขึ้นมากับคำพูดของเขา
“สำหรับพ่อเลี้ยง แขไขคือความรับผิดชอบที่ผู้ชายคนนึงยอมทำ เพื่อรักษาชื่อเสียงให้ผู้หญิง แต่กับเนื้อนาง ...เนื้อนางคือความรักที่บริสุทธิ์”
อรองค์มองแสงคำที่เอ่ยเน้นทุกคำ
“คุณรู้จักบ้างมั้ยครูอรองค์...ความรักที่ตายแทนกันได้”
ที่ปากเหว ณไตรกำลังจะลงไปช่วยเนื้อนาง และบุญลือเล็งปืนเตรียมพร้อมลั่นไก
เสียงม่อนดอยตะโกนดังขึ้น “พ่อเลี้ยง”
บุญลือตกใจลดปืนลง ฉากหลบวูบ ม่อนดอยวิ่งตามมา ตรงมาที่ณไตร

บุญลือเห็นท่าไม่ดี พยักหน้าให้ปิง ทั้งคู่รีบหลบออกไปอย่างเงียบกริบ

ณไตรมองดูเนื้อนางด้านล่าง แล้วบอกให้ม่อนดอยรู้

“เนื้อนางอยู่ข้างล่าง”
ม่อนดอยชะโงกลงไปดู เนื้อนางมองขึ้นมาเห็นม่อนดอยกับณไตร
ม่อนดอยร้องถาม “เนื้อนางตกลงไปได้ยังไง”
“อย่าเพิ่งถามมาก ไปเอาคนงานมา เอาเชือกมาด้วย ฉันจะลงไปช่วยเนื้อนาง ไปเร็ว”
ม่อนดอยรีบวิ่งกลับไปทางปาง ณไตรก้มมองลงไป
“เนื้อนาง ไม่ต้องกลัวนะ”
เนื้อนางมองสบตาณไตรด้วยความเชื่อมั่น ว่าปลอดภัยแล้วเมื่อเห็นณไตร

ด้านแสงคำยังมองจ้องตากับอรองค์ ที่สะพานไม้
“คุณนี่เหมือนใครคนนึงที่ผมเกลียดมาก”
อรองค์ชักสีหน้า หลบสายตาไปมองทางอื่น แสงคำมอง อรองค์หันกลับมา สั่งขึ้น
“เอาแขนออกไป”
แสงคำขยับ แต่ไม่ปล่อยแขน แค่ขยับขาสลับท่ายืน อรองค์ฉุน
“นายตั้งใจจะกวนประสาทชั้นใช่มั้ย ไอ้...ไอ้บ้าแสงคำ”
แสงคำขยับปล่อยแขนมองจ้องอรองค์ สายตาไม่พอใจ
“เป็นครูประสาอะไร ทำไมไม่มีเหตุผล ระงับอารมณ์ไม่ได้ เอาแต่ดูถูกคนอื่น”
“ก็นายตั้งใจหาเรื่องชั้นก่อน นายเข้ามาใกล้ นายจะลวนลามชั้น”
อรองค์พลั้งปากด้วยอารมณ์โมโห ไม่ยอมแพ้ ยิ่งทำให้แสงคำโกรธ
“คนที่นี่ ถึงจะเป็นแค่ชาวบ้านในสายตาคุณ แต่เราก็สั่งสอนกันว่าห้ามทำร้ายผู้หญิง”
แสงคำถอยออกห่างสองสามก้าว
“ถ้าทำให้คุณกลัว ผมก็ขอโทษ”
อรองค์มองแสงคำแล้วขยับเดินออกไป แสงคำมองนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินตาม

ฟากณไตรห้อยตัวลงไปด้วยเชือกที่ม่อนดอยกับคนงานผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่
ม่อนดอย และคนงานคอยระวังเชือก ม่อนดอยก้มมอง พบว่าณไตรลงมาถึงตัวเนื้อนาง สองคนโผเข้ากอดกันทันที
เนื้อนางอุ่นใจ ณไตรกอดเนื้อนางไว้แน่นด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องกลัว เนื้อนาง ผมอยู่กับคุณแล้ว”
ม่อนดอยมองลงไป ยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ
ณไตรเอาเชือกผูกเอวเนื้อนางไว้ แล้วกอดร่างเนื้อนางไว้แน่น ม่อนดอยกับคนงานทั้งหมดช่วยกันดึงสองร่างขึ้นมา
ร่างเนื้อนางแนบชิดอยู่กับอ้อมกอดแข็งแรงของณไตร ด้วยความรู้สึกปลอดภัย สองร่างกำลังถูกดึงขึ้นจากก้นเหว

อรองค์กลับมาถึงเรือนณไตร นั่งชะเง้อมองไปด้านนอก แสงคำยืนอยู่ใกล้ อรองค์มองรำคาญ
“นายไม่มีงานทำเหรอ ถึงต้องมาคอยยืนเฝ้าฉัน”
“เฝ้าคุณ คืองานที่พ่อเลี้ยงสั่งไว้”
แสงคำย้อน อรองค์ยิ่งมองไม่พอใจ จังหวะนี้คำฝายวิ่งหน้าตาตื่นมาจากอีกทาง ตรงมาที่แสงคำ
“ไปเร็ว ไอ้แสงคำ คนงานบอกว่าเนื้อนางตกลงไปในเหว พ่อเลี้ยงกำลังช่วยขึ้นมา”
แสงคำหันขวับ ไม่สนใจอรองค์ทันที อรองค์มองตกใจที่คำฝายบอก
“เนื้อนางตกลงไปได้ยังไง” แสงคำถาม
“ผีแขไขมันผลักน่ะสิ”
อรองค์ชักสีหน้าทันที “ไม่จริง”
“จริง ไม่จริงก็ไปดูด้วยตาเองเถอะคุณ คนทั้งคนจะตกลงไปได้ยังไง” คำฝายตัดความ
แสงคำวิ่งลงจากเรือนไปก่อนอย่างเร็ว อรองค์ตามไปติดๆ ด้วยความสนใจ อยากรู้ คำฝายมองสองคนแล้วรีบวิ่งตามไป

เวลานั้น ณไตรอุ้มเนื้อนางมาวางลงบนแคร่หน้าเรือน ม่อนดอยตามมากับคนงานถือเชือกยืนมองห่าง
“อย่าเพิ่งขยับมากนะครับ”
เนื้อนางยิ้มมองณไตรที่ส่งสายตาห่วงใยมาตลอดเวลา
แสงคำ อรองค์ และคำฝายวิ่งมาจากอีกทาง
“เนื้อนาง...เป็นยังไง เจ็บมากหรือเปล่า”
“ถลอกกับเคล็ดน่ะอ้ายแสงคำ”
เนื้อนางยิ้มให้แสงคำ คำฝายเข้ามาใกล้เนื้อนาง
“ผีแขไขนี่มันร้ายจริงๆ”
“ไม่ใช่ผี เนื้อนางยืนยันได้ ที่ผลักเนื้อนางลงไป เป็นคน” เนื้อนางมั่นใจ
“เห็นหน้ามันมั้ย” ณไตรถาม
“ไม่เห็นจ้ะ มันเข้ามาด้านหลัง...เร็วมาก”
อรองค์อยากรู้สอดขึ้น “แล้วรู้ได้ยังไงคะว่าเป็นคน”
“ใครบ้างจะไม่รู้ตัวว่าถูกผลัก ผีแขไขแค่ทำให้ฉันวิ่งตามไปถึงเหว มีคนรอจะผลักฉันลงไปอยู่แล้ว”
ณไตรคิดปราดเดียว “แสงคำ ม่อนดอยเอาคนงานออกไปหา ใครแปลกหน้าลากตัวกลับมาที่นี่”
“มันอาจจะหนีไปไกลแล้วนะ หนานไตร”
“ยังไงก็ต้องค้น เราจะได้รู้ว่ามีทางไหนที่มันจะเล็ดรอดเข้ามา” แสงคำว่า
“งั้นรีบไปเถอะ” ม่อนดอยพยักหน้ากับแสงคำและคนงาน
แสงคำหันกลับมามองเนื้อนางอีกครั้งอย่างห่วงใย แล้วกำชับ
“เนื้อนางอย่าออกไปไหน ให้พ่อเลี้ยงคอยดูไว้ มันไม่กล้าเข้ามาใกล้เนื้อนางหรอก ถ้าพ่อเลี้ยงอยู่ด้วย”
แสงคำสั่งแล้ววิ่งออกไปโดยไว ม่อนดอย คนงานตามออกไป
เนื้อนางเหลือบมองณไตร คำฝายเห็นก็รีบพูดขึ้น
“ไปพักในเรือนดีกว่า”

ณไตรพยุงเนื้อนางลุกขึ้น เนื้อนางมองเห็นสายตาอรองค์ที่จ้องอยู่ แต่ณไตรไม่สนใจใคร พยุงเนื้อนางขึ้นเรือนไป

อ่านต่อหน้า 4

เพลิงฉิมพลี ตอนที่ 13 (ต่อ)

พอเห็นอรองค์ขยับจะตามณไตรไป คำฝายกระแอมขัดขึ้น

“จะตามติดขึ้นไปด้วยทำไมคะคุณครู...หรือว่าเป็นหมอ”
“ฉันช่วยเช็ดตัว ล้างแผลได้”
“ไม่ต้องหรอก พ่อเลี้ยงเค้าก็ทำให้” คำฝายจงใจเน้นคำว่า “เมียเค้าได้”
อรองค์มองนิ่ง คำฝายก้าวมายืนจังก้า ขวางบันได
“แล้ววันนี้ไม่สอนหนังสือคุณหนูเหรอ ถึงได้มาอยู่ปางนานๆ อยู่ยังกับบ้านตัวเอง” คำฝายมองอรองค์สายตาไม่เป็นมิตร “ที่ปางมันไม่ค่อยเหมาะกับครูสาวๆ หรอกนะ คนงานผู้ชายมันเยอะ บางคนเกิดมามันก็ไม่เคยเห็นผู้หญิงกรุง สวยๆ”
คำฝายพูดขู่เบาๆ อรองค์มองไปรอบๆ แววตาหวั่นหวาด เริ่มไม่แน่ใจ
“พ่อเลี้ยงเค้ายุ่งเรื่องเมียเค้าเจ็บ ก็ต้องรอแสงคำกลับมา ถึงจะไปส่งที่หิมวัตได้”
“บอกแสงคำด้วยว่าฉันรออยู่ที่เรือนคุณณไตร”
อรองค์บอก แล้วเดินหันหลังกลับไปทางเรือนพัก คำฝายมองตาม เบะปากไม่ชอบหน้าอรองค์เอาเลย

ทางฝ่ายณไตรประคองเนื้อนางลงบนที่นอน เนื้อนางมองณไตรแล้วถามทันที
“พ่อเลี้ยงเชื่อเนื้อนางมั้ย ไม่ใช่ผีแขไขที่ผลักเนื้อนางตกลงไป”
“ผมเชื่อว่าที่นี่ไม่มีผีแขไข เนื้อนาง...คุณสงสัยใครบ้าง”
“เสียดาย เนื้อนางไม่ทันเห็นหน้ามัน”
“เรื่องนี้ผมจะจัดการเอง ตอนนี้ห่วงตัวเองก่อน เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
ณไตรถามแล้วแตะแขนเนื้อนางพลางถาม “ตรงนี้เจ็บมั้ย”
“ไม่เจ็บจ้ะ”
ณไตรจับไปที่ไหล่ “ตรงนี้ล่ะ”
“ปวดๆ นิดหน่อยจ้ะ”
“คงกระแทกหิน นั่งพิงก่อนนะครับ”
ณไตรประคองเนื้อนางนั่งพิงผนังเรือน เนื้อนางมองท่าทีณไตรที่สัมผัสอย่างทะนุถนอมห่วงใยเต็มที่ ณไตรหันมามองเห็นเนื้อนางที่มองอยู่ ระยะใกล้แค่ลมหายใจรดกัน
สองสายตาลืมความบาดหมางชั่วครู่ ณไตรแตะหน้าผากลงที่หน้าผากเนื้อนาง
“ตอนผมเห็นคุณ ที่เหว เนื้อนาง ผมอยากจะฆ่าคนที่มันทำร้ายคุณ”
“ตอนนั้น...เนื้อนางกลัว”
ณไตรโอบเนื้อนางมาไว้ในอก
“ผมจะลากตัวไอ้ชั่วนั่นมาให้ได้ ไม่ต้องกลัวนะครับ”
ณไตรสวมกอดเนื้อนางไว้ด้วยความรัก ความเป็นห่วงอย่างที่สุด

เย็นลง ขณะอรองค์ผุดลุกผุดนั่ง คอยมองทาง แต่ยังไม่เห็นมีใครมา
“ไปตามถึงไหนนะ แสงคำ ได้เรื่องผีแขไขหรือเปล่า”
อรองค์อยากจะออกไป แต่มองเห็นบรรยากาศที่เริ่มเย็น ก็ตัดสินใจรอ

ทางด้านกลุ่มแสงคำกับม่อนดอยที่กลับมาหลังจากไปค้นในป่า ยืนอยู่ตรงหน้าณไตรแล้ว
“ไม่มีร่องรอยอะไรเลย มันคงไม่ได้อาศัยอยู่ในป่า” แสงคำรายงาน
“แต่มันรู้ลู่ทางที่นี่ดี รู้ทางหนีให้รอดหูรอดตาเรา มันอาจจะเป็นคนงานเก่า”
“ผมจะสั่งคนงานเพิ่มเวรยามเฝ้าทุกด้าน” แสงคำมองไปในเรือน “เนื้อนางเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่เป็นไรมาก ฉันคอยดูอยู่ ยังไงนายช่วยพาครูอรองค์กลับหิมวัตด้วย”
“แล้วถ้าเกิดครูอรองค์ไม่ยอมกลับ”
“บังคับ! ฉันไม่อยากให้คนอื่นอยู่ที่นี่ ตราบใดที่เราลากตัวไอ้สารเลวนั่นมาไม่ได้”
แสงคำ กับม่อนดอยมองณไตร เห็นสายตาเจ็บใจที่เนื้อนางถูกทำร้าย

สองพี่น้องนัดเจอกันในเวียง วันดีตบหน้าบุญลือดังฉาด จนบุญลือหน้าสะบัด
“แค่ฆ่าเนื้อนาง งานง่ายๆ แค่นี้ แกทำพลาดได้ยังไง”
“ก็เนื้อนางมันดวงแข็ง พ่อเลี้ยงก็ตามมาช่วยไว้ทันแถมยังมีไอ้ม่อนดอย ไอ้แสงคำ ที่คอยอยู่รอบตัวมันอีก”
“ก็แยกมันสิ แกมีตั้งสองคน ทำงานสะเพร่า ไม่ได้เรื่อง”
“ฉันกับไอ้ปิงก็ทำเต็มที่แล้ว พี่จะให้ฉันทำยังไงต่อ”
“แยกทุกคนที่ช่วยเนื้อนางออกมา แล้วแกก็หาโอกาสฆ่าเนื้อนางให้ได้ เราต้องรีบลงมือทำให้เนื้อนางมันตายตามแขไขไป”
บุญลือมองวันดี เห็นแววตาเหี้ยมโหดของพี่สาว

เนื้อนางนั่งอยู่ในเรือน มีณไตรนั่งใกล้ คำฝายกับม่อนดอยนั่งถัดมา คำฝายถามขึ้นหน้าตาสงสัย
“ถ้าไม่ใช่ผีแขไข แล้วใครที่อยากฆ่าเนื้อนาง เนื้อนางไม่เคยมีศัตรูที่ไหนนอกจากแขไข”
ณไตรบอก “ฉันกับแสงคำจัดเวรยามให้แน่นหนาขึ้นแล้ว แต่ยังไงเราก็ต้องระวังตัวด้วย คำฝาย ม่อนดอย เฝ้าเนื้อนางไว้”
“ให้ไอ้ม่อนมันเฝ้าก่อนนะ พ่อเลี้ยง พรุ่งนี้ฉันว่าจะไปเอาของที่บ้านน้าบุญน่าน ออกมายังไม่ทันได้เก็บอะไรเลย ทั้งของฉันของเนื้อนาง”
เนื้อนางเอ่ยขึ้น “ของเยอะนะพี่คำฝาย เนื้อนางไปด้วยดีกว่า”
ม่อนดอยขัด “ไม่ต้องๆ เนื้อนางอยู่ที่นี่กับพ่อเลี้ยงนั่นแหละ ฉันไปช่วยคำฝายมันถือเอง”

ณไตรพยักหน้าเห็นด้วย แล้วหันมามองเนื้อนาง ทอดสายตาห่วงใยไปหา

แสงคำยืนอยู่ตรงข้ามอรองค์ที่ซักไซ้ไม่เลิก

“ทำไมถึงจับตัวไม่ได้ อย่างนี้ผีแขไขก็ไม่มีจริงใช่มั้ย แล้วใคร ที่อยากจะฆ่าเนื้อนาง”
“ผมก็สงสัยเหมือนคุณนั่นแหละ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาถาม คุณต้องกลับหิมวัต”
“ฉันยังไม่อยากกลับ”
“ที่นี่ไม่มีที่ให้คุณพักหรอกนะ นี่ก็เรือนพ่อเลี้ยง หรือว่าคุณจะไปนอนที่เรือนคนงาน ผมจะลองไปฝากให้...สงสัยว่าคุณจะไม่ห่วงลูกชายพ่อเลี้ยงแล้ว”
แสงคำมองยั่ว ล้อเล่น อรองค์เห็นสายตาแสงคำก็ยังดื้อดึงไม่ยอม
“ที่นี่ไม่ปลอดภัย คุณณไตรจะอยู่ทำไม”
“พ่อเลี้ยงเค้าอยู่เฝ้าเมียเค้า แต่คุณ ไม่เกี่ยวอะไรกับที่นี่ อย่าถามมาก น่ารำคาญ พ่อเลี้ยงสั่งให้คุณกลับบ้านหิมวัตเดี๋ยวนี้ รถรออยู่แล้ว”
แสงคำทำเสียงห้วนดุใส่ อรองค์สะบัดหน้า จำใจเดินลงเรือนไป แสงคำส่ายหัวอ่อนใจ แล้วเดินตาม

เช้าวันนี้ ศรีวัลลาที่เพิ่งกลับจากพระนครเมื่อคืน เดินออกมายังเรือนพักผ่อน ด้วยสีหน้าโมโหมากเมื่อรู้เรื่องเนื้อนางจากวันดีที่อยู่ด้านหลัง จันตายืนหน้าตาโมโหไปด้วย
“พอฉันไม่อยู่ นังผู้หญิงกาลีมันกล้ากลับมาที่นี่เชียวเหรอ แล้วทำไมถึงไม่มีใครเอาตำรวจมาจับมันเข้าคุก”
“พ่อเลี้ยงพาเนื้อนางไปอยู่ที่ปางแล้วเจ้า”
แม่นายมีสีหน้าเจ็บใจลูกชาย จันตารีบจีบปากใส่ร้ายทันที
“โอ๊ย มันร้าย นังนี่มันต้องใช้คุณไสยมนตร์ดำ อำนาจมืดแน่ๆ เจ้า”
“แล้วนี่ธรรพ์ไปไหน”
“คุณธรรพ์หลับอยู่ในห้องเจ้า”
“เมาข้ามวันข้ามคืนอีกใช่มั้ย”
ศรีวัลลามองวันดี วันดีก้มหน้า ไม่อยากตอบให้ธรรพ์ดูแย่ในสายตาแม่นาย
“จันตาไปปลุกให้เอง”
“ไม่ต้อง ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ ตอนนี้เรื่องเนื้อนางสำคัญกว่า”
“ให้วันดีไปตามเนื้อนางมาหาแม่นายนะเจ้า” วันดีอาสา
เสียงอรองค์ดังขึ้น “ให้อรไปก็ได้ค่ะ แม่นาย”
ศีรีวัลลาหันไปมองอรองค์ จันตามองจ้อง ด้วยไม่เคยเห็นหน้า
“หล่อนเป็นใคร”
อรองค์ไหว้แม่นายอย่างนอบน้อม
“ดิฉันชื่ออรองค์ คุณณไตรจ้างมาเป็นครูของอัศดายุค่ะ แม่นาย”

อรองค์ยิ้มนอบน้อมให้ศรีวัลลา ที่มองหัวจรดเท้าด้วยตาคมกริบ

ณไตรรับชามข้าวต้มจากคำฝายมา จะป้อนเนื้อนาง แต่เนื้อนางยังไม่ยอมกิน
“เนื้อนางกินเองได้จ้ะ”
“ก็ให้พ่อเลี้ยงป้อนนั่นแหละ เนื้อนาง จะได้หายไวไว”
คำฝายยิ้มทะเล้น ม่อนดอยที่รออยู่ด้านนอกประตู ชะโงกหน้าเข้ามาเรียก
“ไปหรือยัง คำฝาย”
“เร่งจริง เห็นมั้ยเนี่ยว่าเอาข้าวมาให้เนื้อนางก่อน” คำฝายหันไปทางเนื้อนาง “เดี๋ยวพี่รีบไปรีบกลับนะ”
คำฝายรีบออกจากเรือน เนื้อนางมองแล้วหยั่งเสียงอ้อนขอณไตร
“ฉันอยากไปลาน้าบุญน่านกับน้าบัวตองด้วยตัวเอง”
“วันหลังผมจะพาคุณไป วันนี้คุณยังไม่หายดี ต้องอยู่ที่นี่ อยู่ในสายตาผมตลอดเวลา”
ณไตรแกล้งมองดุๆ เนื้อนางจำต้องเงียบ ณไตรตักข้าวต้มป้อนถึงปาก เนื้อนางต้องยอมกิน

ฝ่ายอรองค์นั่งเรียบร้อยอยู่ตรงหน้าแม่นาย จันตาอยู่ด้านหลัง วันดีมองอรองค์อารมณ์กรุ่นๆ ที่สาระแนอาสาจะไปปางหิมวัต
“อรเห็นคุณณไตรสนิทสนมกับเนื้อนางที่ปางน่ะค่ะ เป็นห่วงเป็นใยทุกอย่าง โดยเฉพาะเมื่อวานที่เนื้อนางตกลงไปในเหว”
“ตกเหว แล้วทำไมมันไม่ตาย” ศรีวัลลาฉุน
“มีคนจะฆ่าเนื้อนางด้วยเหรอ” จันตาแปลกใจ
“ค่ะ ลือกันว่าเป็นผีคุณแขไข”
จันตาผวา “ว้าย ผีคุณแขไข อาละวาดไม่เลิกซะที เฮี้ยนนัก ผีตายโหง”
“อรก็ไม่ทราบต้นสายปลายเหตุเท่าไหร่นะคะ แต่คนที่ปางกลัวผีคุณแขไขกันมาก ยกเว้นเนื้อนาง ดูเธอไม่กลัว แล้วก็ชอบท้าทายผีคุณแขไข”
จันตาโมโห “ก็มันนั่นแหละ นังฆาตกรฆ่าคุณแขไข”
“อรก็ได้ยินมาแบบนี้เหมือนกัน เนื้อนางเธอใจร้ายเหลือเกินนะคะ ฆ่าคนทั้งคน ทำไมถึงไม่มีใครเอาผิดเธอได้”
ศรีวัลลามองอรองค์ด้วยสายตาพิจารณา พบว่าอรองค์ไม่ชอบเนื้อนาง วันดีมองแล้วรีบเสนอตัว
“ให้ครูอรองค์อยู่ดูแลคุณหนูอัศดายุเถอะเจ้า วันดีไปที่ปางให้เอง”
“ไม่ต้อง คนงานอย่างแกไปจะได้เรื่องอะไร แกดูแลอัศดายุไป วันดี”
แม่นายหันมาทางอรองค์
“ครูอรองค์ เธอช่วยไปตามณไตรกลับมาหาฉันหน่อยได้มั้ย ฉันไม่อยากเห็นหน้าเนื้อนางให้เป็นเสนียดตาตั้งแต่วันแรกที่กลับมา”
“ได้ค่ะ อรยินดีรับใช้ตามคำสั่งแม่นายทุกอย่างค่ะ”

อรองค์ยิ้มหวาน ท่าทางนอบน้อมประจบประมุขหิมวัตเต็มที่

เนื้อนางชะเง้อมองไปด้านนอก แล้วหันมาถามณไตร

“อ้ายแสงคำไปไหน เนื้อนางยังไม่เห็นเลยตั้งแต่เช้า”
“ผมใช้แสงคำไปดูไม้ในป่า”
“ไม่เห็นม่อนดอยเล่าเลยว่าช่วงนี้มีตัดไม้”
“ม่อนดอยไม่ได้รู้ทุกเรื่อง ผมสั่งแสงคำคนเดียว”
“วันก่อนอ้ายแสงคำก็เข้าป่าไปคนเดียว แล้วบอกว่าไปทำงานให้พ่อเลี้ยง”
สายตาเนื้อนางนึกสงสัย คอยมองท่าทางณไตร แต่ณไตรตอบหน้าตาปกติ
“ผมมีงานให้แสงคำทำทุกวันอยู่แล้ว เพราะเค้าเป็นผู้จัดการปาง หรือคุณคิดว่าผมกับแสงคำปิดบังอะไรคุณอยู่”
ณไตรทำเป็นย้อนถามกลับ เนื้อนางมอง ไม่ตอบอะไรต่อความ ได้แต่เก็บความสงสัย

แสงคำถือปิ่นโตเดินมองซ้ายมองขวา ระวังว่าจะมีคนเห็น จนมาหยุดหน้ากระท่อมกลางป่า มีต้นไม้บดบัง
แสงคำเดินถือปิ่นโตก้าวยาวๆ เปิดประตู แทรกร่างเข้าไปก่อนจะปิดประตูสนิท

ณไตรนั่งเฝ้าอยู่ใกล้เนื้อนางไม่ขยับไปไหน เนื้อนางมองแล้วบอกขึ้น
“พ่อเลี้ยงจะเข้าไปทำงานในปางก็ไปเถอะ กลางวันแสกๆ เนื้อนางอยู่ได้ ไม่กลัวหรอก”
“ไม่ได้ ต้องอยู่จนกว่าจะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ”
เนื้อนางมองค้อน หมั่นไส้น้อยๆ ประชดขึ้น
“ไม่ต้องทำการทำงานกันเลยสิ มานั่งเฝ้าผู้หญิงคนเดียว”
“ก็อยากเฝ้า แล้วนี่อีกนานมั้ยกว่าคำฝายจะกลับ”
ณไตรถามขึ้น เนื้อนางมองไปไกล คิดถึงคำฝายที่ไปบ้านคณะบุญน่าน

มองจากประตูบ้านเข้ามา แลเห็นคำฝาย กับม่อนดอยที่มีลังใส่ของข้างตัว 2 ใบ กระเป๋า 2 ใบ ถุงใส่ของอีก 2 ใบ ยืนอยู่หน้าบุญน่าน และบัวตอง คำฝายยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งคู่
“ขอบคุณน้าสองคนมากที่ช่วยให้ฉันกับเนื้อนางมีที่อยู่ที่กิน มีงานทำเลี้ยงชีวิตมาตั้งหลายปี”
“เออ ไปดีแล้วกัน อย่าซมซานกลับมาอีกล่ะ”
“ก็ไม่รู้จะดีได้นานแค่ไหน ไปถึงก็เจอแต่เรื่อง”
บัวตองงง “เรื่องอะไร”
“ก็ผีหลอกน่ะสิ” ม่อนดอยบอก
สองผัวเมียร้อง “ฮ้า! ผี”
คำฝายกำลังจะเล่าเรื่องผีแขไข แต่เสียงกรี๊ดดังยาวออกมาจากอีกด้าน
“อ๊าย.....”
สี่คนมองตกใจ คำฝายนึกได้ก่อน
“เสียงอีผีบ้ากำปุ้ง เสียงร้องเหมือนถูกเชือด หรือว่ามีใครฆ่ามัน”
คำฝายคว้าถุงกับกระเป๋าวิ่งนำไป บุญน่าน กับบัวตองตามไปติดๆ ม่อนดอยทั้งหิ้วทั้งแบกของที่เหลือตามไป

ที่ลานซ้อมเต้นตอนนี้ ประกายถือแส้ฟาดขวับลงที่ก้นกำปุ้งอย่างแรง
“อ๊าย เจ็บนะ อีประกาย” กำปุ้งโมโหสุดขีด
“แกเรียกใคร อี”
“เรียกอีนี่” กะเทยดอยเปลี่ยนท่าทีรีบหันไปชี้สร้อยฟ้า “เรียกอีสร้อยฟ้าค่ะ คุณแม่ประกายเจ้าขา”
กำปุ้งชี้ไปทางสร้อยฟ้าที่ยืนอยู่ใกล้ แมงมันที่ดูซ้อมอยู่หัวเราะหยัน
“กิ้งก่ามันยังเปลี่ยนสีไม่ทันแกเลย นังกำปุ้ง”
“ก็กิ้งก่ามันไม่มาเจอแส้อย่างคุณน้องนี่คะ อีคุณพี่แมง”
“หยุดพูดมาก เต้นไป ดีๆ ตั้งใจซ้อม ใครผิดจังหวะอีกครั้งเดียว ฉันหักเงินค่าแรงเรียบ”
ทุกคนทำหน้าตกใจ นักดนตรีขึ้นเพลง ทุกคนซ้อมเต้น
รัญจวนตกใจเสียงประกาย ทำผิดท่า ค้างเติ่งอยู่คนเดียว ประกายฟาดขวับกลางหลังรัญจวนกรี๊ด

คำฝาย บัวตอง บุญน่านพากันเข้ามาเห็น ม่อนดอยรั้งท้ายเพราะแบกข้าวของ
ประกายกำลังฟาดก้นรัญจวนอีกขวับ รัญจวนสุดทน
“อีประกาย เอ็งเห็นข้าเป็นวัวเป็นควายหรือไง ตีเอาตีเอา”
“วัวควายตีแล้วมันยังจำ ชั้นตีแกทุกครั้งที่ซ้อม ทำไมแกไม่จำ”
คำฝายเห็นก็ชอบใจหัวเราะลั่น พวกรัญจวนหันขวับมองคำฝาย ม่อนดอย ตาขวาง
ม่อนดอยยิ้มชอบใจ แต่คำฝายเท้าสะเอว หัวเราะจนตัวโยกตัวโยนด้วยความสะใจ

ส่วนในกระท่อมกลางป่า ได้ยินเสียงแสงคำกำลังคุยกับใครคนหนึ่งในกระท่อม
“ไม่ต้องรีบกิน เดี๋ยวจะสำลัก เอ้า...น้ำ แล้วค่ำๆ จะมาใหม่นะ”
“อือ...อือ”
เสียงรับคำฟังไม่ชัดว่าเป็นใคร

คำฝายมองกลุ่มรัญจวนด้วยสายตาสะใจมาก ม่อนดอยอมยิ้มอยู่ใกล้ๆ
“เป็นไงล่ะพวกแก ทีใครทีมันนะ ทำเป็นข่มคนอื่นเค้าไว้เยอะ ทีนี้รู้หรือยัง คนเราอย่าเอาแต่ดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่น วันนึงบาปกรรมมันจะย้อนตามทัน”
สร้อยฟ้าโกรธมาก “อีคำฝาย”
ประกายแหวใส่ “เรียกใคร อี”
สร้อยฟ้าชี้คำฝาย “เรียกมัน”
“นี่เพื่อนชั้น เรียกใหม่ ไม่งั้นแม่ฟาดตายคาแส้”
ประกายวางอำนาจ เงื้อแส้ในมือ บัวตองหมั่นไส้ ตวาดขึ้น
“ให้มันน้อยๆ หน่อย นังประกาย ตีเอาตีเอา เดี๋ยวมันทำงานไม่ได้ รายได้หายหมดกันพอดี”
“ต้องตีให้มันหลาบจำ จะได้รู้ว่า ที่นี่ใครใหญ่” ประกายแผดเสียงถาม “ฮ้า ชั้นถามว่าใครใหญ่”
สามคนรีบตอบพร้อมเพรียง “คุณแม่ประกายใหญ่ที่สุดค่ะ”
ประกายยืด บุญน่านรีบเข้าไปโอ๋เมียใหม่
“เอาเลยจ้ะ แม่ประกายคนสวย จะลงโทษพวกมันยังไง พี่ไม่ห้าม จะฟาดจะตี จะตบจะเตะ พี่เห็นดีด้วยทุกอย่าง”
บัวตองหมั่นไส้ “มากไป ไอ้แก่”
“แกกลับเข้าไปนอนในบ้านเลยไป นังบัวตอง ไม่ต้องมายุ่งอะไรอีก ปล่อยให้น้องประกายคนสวย เค้าคุมคณะแทนได้แล้ว”
ประกายเบะปาก เชิดใส่บัวตอง บัวตองชักสีหน้าที่บุญน่านเอาใจประกายทุกอย่าง ม่อนดอยได้แต่มองตาละห้อยเสียดายประกาย
“สันดานเมียน้อย คางคกขึ้นวอ”
กำปุ้งมุบมิบด่าประกาย ประกายได้ยิน หันขวับ ยกแส้คาดคั้น
“ใครด่าฉัน”
“ไม่มี้ คุณแม่ประกาย หูแว่วหาเรื่องไปเองรึเปล่าคะ”
“แล้วพวกแกหยุดซ้อมทำไม ใครสั่งให้หยุด”
ประกายฟาดแส้เฉียดร่างกลุ่มรัญจวนที่ร้องกรี๊ด ม่อนดอยแกล้งแหย่ขึ้น
“อย่าให้ถึงตายเลยนะ ประกาย”
“ใช่ เพราะอีป้าสามคนเนี่ย มันไม่มีป่าช้าไหนจะให้ไปสิงสู่แล้ว นึกว่าเลี้ยงสัมภเวสี เวทนามันเอาบุญ”
“แกคิดว่าจะไปตลอดรอดฝั่งเหรอ นังคำฝาย” กำปุ้งดูถูก
“ไม่ต้องมาห่วงข้า ห่วงเงาหัวพวกแกเองดีกว่า ขอให้อยู่ที่นี่เป็นผีบ้าน ผีเรือนไปจนตายคาเวทีนะจ๊ะ”
คำฝายหัวเราะเยาะดังลั่น กำปุ้งจะเข้าไปตบ ประกายฟาดแส้ขวับโดนตัวกำปุ้งร้องลั่น ม่อนดอยมองแล้วเสียวไส้
“พอแล้ว นังประกาย นี่คณะของข้า จะมาตีคนเหมือนหมูเหมือนหมาไม่ได้” บัวตองฉุน
“แกนั่นแหละพอ นังบัวตอง น้องประกายเค้าจะทำให้คณะเจริญรุ่งเรือง เก่าหงำเหงือกอย่างแกอย่ามาขวางมือขวางเท้า”
บุญน่านฮึดฮัด ประกายทำเป็นรีบดึง ห้ามบุญน่าน
“อย่าจ้ะ อย่าพี่บุญน่าน แก่ขนาดนี้ ปล่อยให้หมดลมไปเองดีกว่า เราจะได้ไม่บาป”
ประกายหัวเราะเยาะ คำฝายเห็นท่าไม่ดี ยกมือไหว้ลาบุญน่านกับบัวตอง
“เรื่องผัวๆ เมียๆ ฉันไม่ขอเป็นพยาน มานานแล้ว ฉันลาล่ะจ้ะ”
คำฝายกับม่อนดอยพากันยกข้าวของออกไป ประกายมองเยาะบัวตองแล้วพูดสั่งขึ้น
“ซ้อมกันไปนะ ฉันไม่ว่าง เจอเพื่อนเก่าทั้งที จะพาไปกินข้าวแพงๆซะหน่อย”
ประกายพูดอวดเต็มที่ แล้วเดินเชิดตามคำฝาย ม่อนดอยออกไป บัวตองมองไม่ชอบใจประกายอย่างมาก
“นังประกาย หยิ่งผยองผองขน กำเริบกระทั่งคนที่ชุบเลี้ยงมันมาอย่างกู ซักวันเถอะ กูจะจิกหัว ตบล้างน้ำ แล้วกระทืบๆๆให้จมดิน ไม่ต้องเผยอหน้าขึ้นมาได้อีก”
บัวตองไม่พอใจมาก สามคนเห็นแล้วแอบยิ้มตามนิสัยชอบยุแหย่

เนื้อนางออกมานั่งอยู่ที่แคร่หน้าเรือน ณไตรยังนั่งใกล้ เนื้อนางมองณไตรแล้วเอ่ยขึ้น
“คืนนั้น ที่เกิดเรื่อง เนื้อนางถูกตีจนสลบ คุณแขไขหายไป คุณธรรพ์ไม่รู้ว่าตัวเองมานอนในเรือนได้ยังไง”
ณไตรมองหน้าเนื้อนางที่พูดทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดขึ้นมาอีก
“มีคนอยากให้เกิดเรื่องเนื้อนางเป็นชู้กับคุณธรรพ์ แล้วพอเนื้อนางกลับมา ก็ยังมีมีคนอยากให้เนื้อนางตายตรงที่ๆ เจอศพคุณแขไข มันไม่ใช่ความบังเอิญ มีคนอยากให้เนื้อนางไปจากบ้านหิมวัต ไปจากที่นี่ ไม่อยากให้เนื้อนางพูดความจริง”
“ถ้าคนที่ทำเรื่องนี้ทั้งหมดต้องการปิดปากคุณ ทำไมถึงต้องฆ่าแขไขด้วย มันไม่ง่ายกว่าเหรอ ถ้าจะจัดการคุณคนเดียว โจทย์ที่เราต้องตีให้แตก หาคำตอบให้ได้ คือ ใครที่ได้ผลประโยชน์จากการตายของคุณกับแขไขมากที่สุด”
เนื้อนางกับณไตรไม่ทันจะคุยต่อ อรองค์เดินตรงมาทางณไตรกับเนื้อนาง
สองคนหันไปมอง อรองค์ยิ้มหวานให้ณไตร
“ครูอรองค์ มาที่นี่ทำไมอีกครับ”
“อรมาตามคำสั่ง ของแม่นายค่ะ”
พอณไตรได้ยินชื่อแม่นาย ก็สีหน้ายุ่งยากใจ หันไปมอง เห็นเนื้อนางมีสีหน้าหนักใจขึ้นทันที

คำฝาย ม่อยดอยพากันหอบหิ้วของมา กำลังจะออกจากรั้ว ประกายเดินเร็วรี่ตามหลังมาเรียกไว้
“คำฝาย ม่อนดอย รอก่อน”
สองคนหันไป ประกายเดินมาหยุดตรงหน้า
“ไหนๆ ก็จะไม่ได้เจอกันแล้ว เดี๋ยวฉันจะพาไปเลี้ยงข้าว”
“ไม่ต้องหรอก พวกฉันจะรีบกลับปาง” คำฝายห่วงเนื้อนาง
ม่อนดอยขัดขึ้น “เฮ้ย อะไรคำฝาย นานๆ คนป่าจะเข้าเมือง แล้วปางมันก็ไม่หายไปไหน น้องประกายเค้าอุตส่าห์มีน้ำใจ อยากใกล้ชิดข้าเป็นครั้งสุดท้าย”
ประกายระอา “กี่ปี กี่ปีก็ไม่เจียมเลยนะ ไอ้ม่อน”
“เออๆ จะไปก็รีบไป หิวเหมือนกัน แต่ห้ามโอ้เอ้นะ ข้าไม่อยากกลับถึงปางดึกๆ”
ประกายเดินนำไป คำฝาย ม่อนดอยพากันหอบหิ้วของพะรุงพะรังเดินตาม

เนื้อนางมองณไตรกับอรองค์แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขมขื่น
“ถึงเวลาแล้วสินะที่ฉันจะต้องไปรับคำเย้ยหยัน ดูถูกจากแม่นาย”
อรองค์มองเนื้อนางที่สีหน้าเจ็บปวด แต่ณไตรกลับห้ามขึ้น
“ไม่ต้องไป เนื้อนาง คุณก็รู้ว่าถ้าคุณเจอแม่นาย ยังไงก็ต้องมีเรื่องกันอีก”
“แต่ฉันก็จะไม่ทำตัวเป็นคนขี้ขลาด เอาแต่หลบหน้าแม่นายทั้งๆ ที่ฉันไม่ผิด”
“ผมไม่อยากให้มีเรื่องกันตลอดเวลา ถึงได้แยกให้คุณมาที่นี่ ต่างคนต่างอยู่”
อรองค์มองแล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงยังเกรงๆ
“แม่นายจะไม่พอใจหรือเปล่าคะ ถ้าคุณณไตรกลับไปคนเดียว”
“เรื่องนี้ผมรับผิดชอบเอง แม่นายอยากรู้อะไร ก็คุยกับผมคนเดียว”
ณไตรพูดเสียงเฉียบขาด ไม่เปิดโอกาสให้เนื้อนางหรืออรองค์โต้แย้งได้อีก
จังหวะนี้เห็นแสงคำกำลังเดินตรงมาที่เรือน ณไตรหันไปเห็นแสงคำก็รู้สึกเบาใจ
แสงคำเดินมาปรายตามองอรองค์ อรองค์มองแสงคำสายตาเมินเฉย
ณไตรบอกแสงคำว่า “ฉันจะกลับหิมวัต”
แสงคำมองไปที่เนื้อนาง แล้วบอกอย่างล่วงรู้ความคิดณไตร
“พ่อเลี้ยงไม่ต้องห่วง ผมจะอยู่เป็นเพื่อนเนื้อนาง”

ณไตรมองเนื้อนางเห็นสีหน้าหนักใจ เพราะรู้นิสัยว่าแม่นายจะไม่มีวันเลิกเกลียดชังเอาผิดเธอ

ที่ร้านอาหารในเวียง คำฝายกับม่อนดอยกำลังกินอาหารอร่อย ประกายมองคำฝายแล้วถามขึ้น

“ฉันถามจริงๆ เถอะ คำฝาย แกจะกลับไปลำบากลำบนที่ปางอีกทำไม”
คำฝายกับม่อนดอยหยุดกินทันที
“ในป่า ไม่สบายกายแต่สบายใจนะ ประกาย”
ม่อนดอยบอก น้ำเสียงน้อยใจ ประกายมองเชิด ไม่สน คำฝายมองประกายแล้วตอบจริงจัง
“ชีวิตฉันกับเนื้อนางเกิดกลางป่า ที่ปางเป็นบ้านของฉัน แล้วชีวิตที่มีเพื่อนมันก็เป็นชีวิตที่มีความสุข มากกว่าชีวิตที่มีเงินแต่ไม่มีอิสระ”
คำฝายตอบตรงๆ ประกายเบะปากไม่เห็นด้วย คำฝายเห็นแล้วเตือนประกายด้วยความหวังดี
“แกก็เหมือนกัน หัดเก็บเงินเก็บทองไว้บ้าง อย่าเอาไปซื้อเสื้อผ้าประโคมโหมแต่งตัวซะหมด”
“ฉันไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกอย่างแกกับเนื้อนางนี่”
ม่อนดอยชะงักกับคำพูดแรงๆ ของประกาย คำฝายมองประกายแล้วเอ่ยตอบ ไม่มีท่าทีโกรธเคือง
“เออ แกจะมองฉันกับเนื้อนางต่ำต้อยยังไงก็ช่าง ฉันไม่ถือ เพราะฉันเห็นแกเป็นเพื่อน”
ประกายสีหน้าเจื่อนลง คำฝายยังพูดตรงๆ
“จำไว้นะ ประกาย คนอื่นเค้าจะนับถือเราที่ความดี เพราะเสื้อผ้าต่อให้สวยแค่ไหนก็ปิดใจสกปรกไม่ได้ ฉันก็ขอให้ชีวิตแกโชคดีแล้วกัน”
คำฝายยิ้มให้ ประกายละอายใจ ต้องหลบสายตาซื่อจริงใจของคำฝายกับม่อนดอย มองไปนอกร้าน

ด้านเนื้อนางนั่งชะเง้อมอง มีแสงคำที่คอยอยู่ใกล้
“ป่านนี้พี่คำฝายกับม่อนดอยน่าจะกลับมาได้แล้ว”
เนื้อนางบ่นด้วยความเป็นห่วง แล้วหันกลับมามองทางแสงคำแกล้งพูดขึ้นว่า
“อ้ายแสงคำหายไปทั้งวัน เนื้อนางคิดว่าไปตามหาผีแขไข”
แสงคำรีบตอบ “ใช่ๆ อ้ายไปตามหาว่ามีใครหรือเปล่า ที่มันแอบเข้ามาในปาง”
“อ้าว เหรอ ไหนพ่อเลี้ยงบอกว่าใช้อ้ายแสงคำไปดูไม้”
แสงคำมองเห็นสายตาสงสัยของเนื้อนาง ก็รู้ว่าตัวเองพลาด เสียรู้เนื้อนางไปแล้ว เลยรีบยิ้มกลบเกลื่อน
“ก็ไปดูไม้ด้วยไง”
“เนื้อนางเชื่อใจนะ ว่าอ้ายแสงคำกับพ่อเลี้ยงไม่ได้ช่วยกันปิดอะไรเนื้อนาง”
แสงคำเห็นสายตาคมกริบของเนื้อนาง ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ

ณไตรกลับมาบ้านหิมวัต ยืนประจันหน้าแม่นายศรีวัลลา จันตาวันดียืนห่างออกมา อรองค์หลบฟังอยู่ห่างออกไปที่มุมหนึ่ง
“แกอยากเห็นฉันอกแตกตายใช่มั้ย ถึงปกป้องนังฆาตกรขนาดเอามันไปหลบที่ปาง”
“ที่ผมแยกตัวเนื้อนางไป เพราะไม่อยากให้แม่นายไม่สบายใจ ไม่อยากให้มีเรื่องทะเลาะตบตีกันอีก”
“มันสมควรโดน ขนาดมันเป็นฆาตกร แกยังเห็นมันดีกว่าแม่ ฉันถามแกจริงๆ เถอะ”
ศรีวัลลามองณไตรแล้วกรีดคำพูด
“แกกอดผู้หญิงแพศยาอย่างเนื้อนางลงไปได้ยังไง ไม่ทุเรศตัวเองเลยเหรอที่ต้องใช้ผู้หญิงคนเดียวกับน้องชาย”
“แม่นาย”
ณไตรโกรธ น้ำเสียงเครียดเข้ม ทุกคนตกใจ เงียบกริบ
อรองค์มองลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองแม่ลูก
“ผมรู้ว่าแม่นายเกลียดเนื้อนาง ไม่เคยต้อนรับ ไม่เคยเห็นใจ ผมถึงแยกเนื้อนางไปให้ห่างสายตาแม่นายที่สุด ห่างจากธรรพ์เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นมาอีก”
“คิดเหรอว่าแกจะเปลี่ยนนิสัยกร้านโลกีย์ของเมียแกได้ ไม่มีทางหรอก ณไตรแกต้องเสียใจเพราะเนื้อนางอีก”
ณไตรมองแม่ด้วยสายตาขมขื่น
“แม่ครับ แม่ทั้งลงโทษ ทั้งปรักปรำ ทั้งให้ร้ายผู้หญิงคนนึงมากเกินไปหรือเปล่าครับ ความจริงยังไม่มีการพิสูจน์ จะพิพากษากันเลยหรือครับ”
ศรีวัลลาโกรธ จันตาขัดเคืองเหมือนแม่นายไปด้วย วันดีมองด้วยสายตาคมปลาบ
อรองค์ยังจดสายตามองสังเกตทุกอย่างไว้เป็นข้อมูล
“ในเมื่อเนื้อนางมันกล้ากลับมา มันก็ต้องเตรียมตัวตาย”
แม่นายประกาศเสียงกร้าว ณไตรสีหน้ากดดัน

ค่ำแล้ว เนื้อนางกำลังปูที่นอน แสงคำยืนที่ประตู มีปืนในมือคอยเฝ้าเนื้อนาง
“พรุ่งนี้พ่อเลี้ยงจะมาที่นี่ได้อีกหรือเปล่า”
เนื้อนางหันมามองแสงคำ
“แม่นายต้องขวางเรื่องพ่อเลี้ยงกับเนื้อนางอีก”
เนื้อนางยิ้มเศร้า แสงคำมองด้วยความสงสาร
“เนื้อนางนอนเถอะ อ้ายจะไปเฝ้าอยู่ข้างนอก”
“เดี๋ยวพี่คำฝายก็คงมาแล้วล่ะจ้ะ”
แสงคำเดินออกไป เนื้อนางหันมาปูที่นอนรอคำฝาย

ริมถนนในเมือง เห็นคำฝาย ม่อนดอยยืนถือ หอบข้าวของพะรุงพะรังกันอยู่
“เป็นไงล่ะ มัวแต่อาลัยอาวรณ์ประกายคนสวย ตกรถเลยเห็นมั้ย” คำฝายบ่น
“เออๆๆ รู้แล้ว ฉันผิด”
“ยิ่งต้องรีบกลับปางไปอยู่กับเนื้อนางด้วย มืดค่ำป่านนี้แล้ว”
ม่อนดอยประชด “ขี่หลังฉันไปเลยมั้ยล่ะ”
“เออ เอาซีวะ น้ำหน้าอย่างแก กว่าจะถึงปางคงชาติหน้า”
“งั้นก็รอรถโดยสาร พรุ่งนี้เที่ยวแรก หรือไม่ก็เดินกันไป”
ม่อนดอยเสนอทางเลือก คำฝายทำสีหน้าหงุดหงิดใส่ม่อนดอย ด้วยความเป็นห่วงเนื้อนาง

แสงคำเดินมานั่งเฝ้าตรงระเบียง มองไปที่ชายป่าหลังเรือนเห็นร่างในชุดขาววูบขึ้น แสงคำลุกพรวด
ร่างในชุดขาวเคลื่อนไปในป่า
“มึงมาอีกแล้วใช่มั้ย ไอ้ผีแขไข”
แสงคำยกปืนยิงปังไปที่ชายป่า แล้วแทบกระโดดลงเรือน วิ่งตามจับผีแขไขทันที

เนื้อนางสะดุ้งที่ได้ยินเสียงปืน
“อ้ายแสงคำ”
ไม่มีเสียงตอบ เนื้อนางเดินมาชะโงกมองที่ประตู ไม่เห็นแสงคำ เนื้อนางไม่สบายใจ

แสงคำวิ่งไล่ตามปิงที่สวมชุดขาวปลอมเป็นผีมาในป่า ปิงวิ่งนำไปไม่ไกล แสงคำยกปืนยิงอีกนัด หวังหยุดร่างข้างหน้า
เสียงปืนดังปัง! ปิงกระโดดหลบไปข้างพุ่มไม้ทันที
แสงคำยกปืนยิงไปทางพุ่มไม้อีกปัง แล้ววิ่งตามโดยเร็ว
มีเชือกขึงต่ำอยู่ที่พื้น แสงคำไม่ทันเห็น สะดุดเข้าเต็มที่ กลิ้งล้มลงไปกับพื้น
แสงคำกำลังจะลุก แต่บุญลือพุ่งมาจากด้านหลัง ฟาดไม้ลงที่ท้ายทอยแสงคำสองที แสงคำถึงกับทรุด ล้มลง หมดสติไปทันที

ฝ่ายเนื้อนางหยิบมีดพกมาเป็นอาวุธ และวางไว้ข้างตัว เสียงด้านนอกลมพัดแรง เนื้อนางมองไปนอกหน้าต่าง เห็นต้นไม้โอนเอนไหวตามแรงลม เป็นเงาวูบวาบน่ากลัว

ขณะเดียวกันที่ชายป่าหลังเงาต้นไม้ เห็นร่างๆ หนึ่งปรากฏขึ้นในความมืดขึ้น ผมยาวปลิวตามแรงลมรุ่ยปิดหน้า ร่างนั้นค่อยๆ เคลื่อนตัว ตรงมาทางเรือนเนื้อนาง

บุญลือกับปิงมองแสงคำที่นอนสลบกับพื้น บุญลือมองแค้น กระทืบลงกลางหลังแสงคำ
“ทีนี้มึงก็ขวางกูไม่ได้แล้ว ไอ้แสงคำ”
บุญลือยิ้มร้าย หันหลังเดินไปทางเรือนเนื้อนาง ปิงตามไป ทิ้งร่างแสงคำไว้ในป่า

เนื้อนางรู้สึกหนาววูบ มองมีดที่อยู่ข้างตัวให้อุ่นใจ ลูบแขนตัวเองแล้วเอนตัวลงนอน
ร่างของผู้หญิง ผมยาวปิดบังหน้าตา กำลังเคลื่อนร่างมาใกล้เรือนเนื้อนางขึ้นทุกที
เนื้อนางพลิกตัวตะแคง หันหลังให้ประตู ท่าทีกระสับกระส่าย แล้วข่มตาหลับลง

ร่างผู้หญิงผมยาว เคลื่อนไหวไร้เสียง ก้าวขึ้นมาหยุดที่ระเบียง จ้องมองด้านหลังเนื้อนางที่นอนอยู่ในเรือน
เนื้อนางขยับพลิกตัว นอนไม่หลับเพราะความกังวลที่คำฝายยังไม่กลับ แสงคำเองก็หายไป เนื้อนางนอนหงายมองไปบนเพดาน ถอนใจเบาๆ
เนื้อนางรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนจ้อง จึงค่อยๆ พลิกหน้ามา เห็นใบหน้าของร่างที่พุ่งพรวดเข้าชิดหน้าเนื้อนาง ใบหน้านั้นแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว

เนื้อนางมองตาค้างตะลึงพรึงเพริด จำได้ไม่ลืมว่า เป็นใบหน้าของแขไข!

อ่านต่อตอนที่ 14
เงา ตอนที่ 10
เงา ตอนที่ 10
ตอนเช้าตรู่ มองจากท้องฟ้าลงมา ณ ท้องทุ่งสีทอง ดินแดนบรรจบสวรรค์ แลเห็นเจริญขวัญเต้นรำกับท่านชายวสวัต ในท่วงท่าเดียวกับในงานเต้นรำที่วัง คืนนั้น ท่านชายวสวัต มองเจริญขวัญด้วยสีหน้าอ่อนโยนและเศร้าหมอง “ท่านชาย” ท่านชายหรุบตาต่ำ ช้อนตาขึ้นมามอง เห็นเจริญขวัญมองอยู่ เจริญขวัญก้มมองตัวเองด้วยสีหน้าประหลาดใจ เมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในเครื่องทรงของเจ้าหญิง “ทำไม...เราแต่งตัวแบบนี้” เจริญขวัญเงยมอง ท่านชายในชุดมองมายิ้มบางๆ “สัญญา คือความจำได้ หมายรู้ กระแสจิตวิญญาณที่ผูกพันจากอดีต ยังคงหลงเหลืออยู่ ในจิตของเธอ” เจริญขวัญรับฟัง อย่างงุนงง
กำลังโหลดความคิดเห็น...