xs
xsm
sm
md
lg

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 18

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 18

ผ่านเวลามา หาญและอ่ำช่วยกันแบกกล้าเข้าใต้หล้า กล้าไร้สติ บ่าวไพร่ในบ้านอื้ออึง บุหงาและเจียมยืนรอที่หน้าเรือนมองข่ม เย้ยหยัน

"โถๆๆ พ่อคุณอยู่ทำงานจนดึกจนดื่น"
"หันซ้ายหันขวาไม่เจอใครเลยหันมาเจอกันเอง....ก็เลย อ๊าย กระดากปากจริง เชียวบัดสีบัดเถลิงที่สุดเจ้าค่ะ"
พวงแก้วมองตาขวางมาที่บุหงาและเจียม
"อย่าสเออะมาพูดจาพล่อยๆแถวนี้"
"ถ้าเรื่องไม่มีมูลบ่าวไพร่มันคงไม่กล้าพูดกันกระมังคะคุณพี่ ต่อไปไม่ต้องเอาปี๊ปคลุมหัวเดินกันหรอกรึเจ้าคะ"
"ไม่ใช่เรื่องของหล่อนอย่าแส่"
"อย่าลืมสิเจ้าคะว่าเราใช้สกุลเดียวกัน ปลาเน่าตัวเดียว มันก็เหม็นไปหมดทั้งข้องนั่นแหล่ะเจ้าค่ะ"
พวงแก้วอับอายและเจ็บปวด เจ็บใจที่บุหงาพูดตอกย้ำ
บุหงาหันไปหาแสนพูดเสี้ยมให้เห็นด้วยกับตน
"ลูกชายคุณพี่ทำเรื่องบัดสีเช่นนี้ รังแต่จะทำให้พวกเราใต้หล้าทั้งหมดมัวหมองนะ เจ้าคะ หากกลับเข้ามาอยู่ในเรือนตามเดิมอีก ใต้หล้าเราคงไม่ต้องคบหาสมาคมกับผู้ใดแล้วล่ะเจ้าค่ะ"
แสนนิ่งคิดก่อนจะพูดด้วยอารมณ์โกรธ
"ไอ้อ่ำพาไอ้ลูกไม่รักดีนี่ไปอยู่เรือนร้างท้ายใต้หล้า"
พวงแก้วตกใจ
"คุณพี่คะอย่าไปฟังแม่บุหงาพูดนะเจ้าคะ"
" ข้าไม่ฟังใครทั้งนั้น ข้าเองก็อับอายเกินกว่าจะทนให้คนวิปริตอยู่เรือน เดียวกันกับข้าได้"
"วิปริตยังไงก็ลูกท่านเจ้าสัวนะเจ้าคะ"
เจ้าสัวอึ้ง กล้าสะลึมสะลือ ยังได้ยินอยู่บ้าง สะบัดตัวจากหาญและอ่ำ
"ไม่ต้องไล่หรอกขอรับ กระผมจะไปจากที่นี่เอง"
กล้าจะเดินออก แก้วรั้งลูกไว้
"อย่าไปนะตากล้า"
"ไปเลย แกจะไปไหนก็ไป"
บุหงามองเย้ยหยันได้ทีพูดต่อไปไม่เลิก
"ป่านนี้คนไม่ลือกันไปทั้งตลาดแล้วรึเจ้าคะคุณพี่ แล้วพวกที่ค้าขายกับเราเค้าจะกล้ามาซื้อของกันรึเจ้าคะ คุณพี่แบบนี้เรามิล่มจมหรอกหรือเจ้าคะ"
"หยุด เลิกพูดได้แล้ว ห้ามซักห้ามถามเรื่องนี้อีก ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตาม"
"ข้าขอป่าวประกาศต่อหน้าทุกๆคน หากต่อไปนี้ใครจะนำความเรื่องนี้ไปเที่ยวพูดล่ะก็ กูจะเฆี่ยนให้หลังขาดเลยเชียว"
บุหงาไม่สนใจ
"พูดไปก็เสนียดปากเปล่าๆจริงไหม นังเจียม"
"จริงเจ้าค่ะ เสนียดปากวิปริตผิดเพศเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นเลยเจ้าค่ะ..อี๊.."
พวงแก้วมองที่เจียมตาขวาง
"พวกเอ็งก็ได้ยินแล้วมิใช่รึ หน้าไหนที่ปากตลาดมันจะต้อง โดนเฆี่ยน ไอ้อ่ำ นังเอื้อย จัดการ"
อ่ำกับเอื้อยรับคำ "ขอรับ/เจ้าค่ะ"
อ่ำละมือจากกล้ารีบเข้ามาคว้าตัวเจียม เอื้อยจะคว้าตัวบุหงา
"อย่ามาแตะตัวฉันนะ"
"ปล่อยกูนะ"
บุหงาสลัดเอื้อยออกรีบวิ่งเข้าหาแสน
" คุณพี่เจ้าคะ น้องไม่ได้พูดว่าร้ายนะเจ้าคะ"
แสนนิ่ง เอื้อยไม่กล้าคว้าตัวบุหงา อ่ำลากเจียมออกไป เจียมดิ้นโวยวาย
นายคงหวดหวายลงกลางหลังเจียม ฟั่บ !!!!!
"โอ๊ย..!"
คงหวดหวายลงกลางหลังเจียมอีก เหล่าทาสยืนมองต่างขยาด ฟั่บๆๆๆ
พวงแก้วมองด้วยความโกรธสั่งอ่ำ
"ไอ้อ่ำเอาน้ำเกลือราดมันเดี๋ยวนี้"
เอื้อยพยักหน้าให้อ่ำรีบทำตาม อ่ำสาดโครมที่หลังเจียม
"โอ๊ย กลัวแล้วเจ้าค่ะ อย่าทำบ่าวเลย"
"เฆี่ยนมันหย่าหยุด ไอ้อีคนไหนที่มันพูดถึงเรื่อง นี้อีก กูจะลงหวายถลกหลังให้มันจำไปจนวันตาย"
คงลงหวายที่หลังเจียมอีก เจียมร้องเจ็บปวด
" โอ๊ย... โอย... บ่าวแค่พูดตามคุณบุหงาเท่านั้นนะเจ้าคะ อย่าทำบ่าวเลย คุณบุหงาช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ คุณบุหงาก็พูดนะเจ้าคะ"
บุหงาถลึงตาใส่
"อีเจียม"
"อีเจียมโดนเฆี่ยนเพราะพูดว่าพี่กล้าวิปริต แต่ลูกเห็นกับตา พี่กล้ากับพี่หยก มันเล่นสวาทกันจริงๆนะเจ้าคะ... อ๊าย ภาพมันยังติดตาลูกไม่หายเลยเจ้าค่ะ"
แก้วถลึงตาด้วยความโกรธ
"แกอยากโดนหวายให้ลืมภาพนั้นใช่ไหม ได้ ไอ้อ่ำ"
สายฝนส่ายหัว
"ไม่เจ้าค่ะ สายฝนเพียงแต่"
บุหงารีบอุดปากสายฝนลากออกไป
"อย่าปากมากได้มั๊ยนังสายฝน กลับเรือนเดี๋ยวนี้"
บุหงาพาสายฝนเดินผ่านพวงแก้วที่ว่ากระทบ
"ถ้าใครเอาเรื่องนี้ไปพูดจาส่อเสียดไม่ดีไม่งามอีก ฉันจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นไม่ว่าบ่าวหรือ..นาย"
บุหงาหยุดกึก หันมองหน้าพวงแก้วอย่างเฉือดเฉือน บุหงายิ้มเยาะเย้ย
"เหตุเกิดเพราะลูกคุณพี่ทั้งนั้น ต่อไปนี้คงมีแต่เรื่องให้วินาศล่มจม ไหนว่าดวงจะ ค้ำจุนใต้หล้ายังไงล่ะ มีแต่จะดึงให้ตกต่ำลงน่าสมเพชที่สุด"

บุหงาหัวเราะเยาะแล้วเดินออกไป ดาวที่กำลังหัวเราะเยาะอยู่ หุบยิ้มทันทีเกรงว่างานจะเข้าตัวเอง

บุษบาบรรณถือถาดยาถ้วยยาจีนเข้ามาที่กระท่อมร้าง

"ยามาแล้วเจ้าค่ะ"
หาญรีบเข้ามารับถาดยาจากบุษบาบรรณ
"ขอบใจคุณบุษนะครับที่เป็นธุระเรื่องยาให้"
"มิเป็นไรหรอกค่ะ พี่กล้าทานยาหม้อนี่สักหน่อยนะเจ้าคะจะช่วย บรรเทาอาการช้ำในให้ดีขึ้นเจ้าค่ะ"
กล้านั่งนิ่ง หาญเดินเข้าหากล้าหน้าเครียดๆ
"พี่กล้ารักษาตัวก่อนเถอะ"
กล้าน้ำตาคลอ
"ปล่อยให้พี่ตายไป จะดีกว่านะน้องหาญ"
หาญอึ้งถอนหายใจเมื่อเห็นพี่ชายหมดอาลัยในชีวิต
"พี่กล้าคิดว่าความตายของพี่จะลบล้างเรื่องที่มันเกิดขึ้นได้หรือ อย่างไรกัน"
บุษบาบรรณรู้ว่า ขณะนี้หาญไม่พอใจที่พี่ชายคิดแต่เรื่องตาย
"น้องไม่เข้าใจว่าพี่กล้ามีความรู้สึกเยี่ยงนั้นกับพี่หยกได้อย่างไร"
กล้าอึ้งกับคำถามที่จริงจังของน้องชาย
บุษบาบรรณเดินเข้ามาใกล้หาญ จับมือให้เย็นลง
"เรื่องแบบนี้เข้าใจกันทันทีไม่ได้หรอกค่ะคุณหาญ บุษคิดว่าพี่กล้าก็อยากอธิบายให้ทุกๆคนรู้เช่นกัน แต่ใครล่ะที่จะเปิดใจรับฟัง"
กล้ามองยิ้มนิดๆที่น้องสะใภ้เข้าใจ
"คุณหาญเห็นใจพี่กล้าเถอะนะคะ เรื่องบางเรื่องมันต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ คุณหาญเองก็รักและเคารพพี่กล้ามากไม่ใช่หรือคะ ความรัก ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายสักนิดจริงไหมคะ"
พอดีตะวันถือลูกประคบยาสมุนไพรเข้ามา
"อ้าวตะวันเข้ามาสิ เอายาสมุนไพรประคบแผลมาด้วยใช่มั้ย"
ตะวันรีบปรับสีหน้า
"ขอรับ"
"ทายาสมุนไพรให้คุณกล้าทีนะตะวัน"
"ขอรับ"
หาญหันไปมองตะวันที่กำลังเอายาสมุนไพรแปะแผลให้กล้า หาญเดินเลี่ยงมาหน้ากระท่อมถอนหายใจ บุษบาบรรณเดินตามไป
"ไม่สบายใจรึคะ"
หาญพยักหน้า
"คุณพ่อท่านสั่งเด็ดขาดไม่ให้ใครมายุ่งกับพี่กล้า ไม่ให้ทาสไพร่ในเรือนมาช่วยเหลือ คุณพ่อทำแบบนี้เหมือนตัดขาดพี่กล้า"
"ไม่เป็นไรคะ เดี๋ยวบุษจะคอยดูแลพี่กล้าให้เอง"
" ไม่ดีกระมัง คุณบุษเป็นหญิง กระผมว่าให้ตะวันมาคอยดูแลพี่กล้าน่าจะดีกว่า ให้ทาสชายดูแลเจ้านายชายคงเหมาะ เพราะเวลาจะเปลื้องผ้าก็คงไม่อายกัน"

เวลากลางคืน แสนเทเหล้าลงจอกยกดื่มพรวดเดียวจนหมด ก่อนกระแทกจอกลงบนโต๊ะ
"ไอ้กล้า ไอ้ลูกไม่รักดี"
แสนหน้าแดงกร่ำด้วยฤทธิ์สุราประกอบกับความเครียดแค้นอย่างที่สุด แสนกำจอกเหล้าแน่นพยายามจะยกจอกเข้าปากแต่เกิดอาการแน่นหน้าอกและเจ็บหน้าอก มีอาการวูบ จอกเหล้าร่วงลงพื้น เคร้ง ! แสนล้มลง ข้าวของแตกกระจาย
อ่ำตกใจ เห็นแสนล้มฟุบ
"ท่านเจ้าสัวขอรับ ท่านเจ้าสัว ท่านเจ้าสัวเป็นอะไรขอรับ"
พวงแก้วได้ยินเสียงเอะอะรีบโผล่จากห้องมาดู เห็นแสนนอนฟุบอยู่ที่พื้น
"คุณพี่เป็นอะไรไปเจ้าคะ คุณพี่"
แก้วพยุงแสนขึ้นจากพื้น แสนยังพอมีสติมองเห็นพวงแก้วก็โกรธขึงขึ้นมา ผลักแก้วออก
"ออกไป เลี้ยงลูกประสาอะไร"
แสนเจ็บหน้าอก หายใจติดขัด บุหงาตกใจ
"ปล่อยให้ลูกวิปริตเล่นสวาทสมสู่ชายเยี่ยงนี้"
บุหงาปรี่เข้ามาเอาหน้า
"ตายแล้วคุณพี่ ไอ้อ่ำรีบไปตามซินแสเทียนมาดูท่านเจ้าสัวเดี๋ยวนี้ ไป"
แสนด่าบุหงาลั่น
"ฉันตัดขาดกับพวกมันแล้ว ไม่ต้องเรียกมันมา ไอ้อ่ำพากูกลับห้องแล้วอย่าให้ ใครเข้ามารบกวนกูเด็ดขาด"
"ขอรับนายท่าน"
บุหงายิ้มเยาะ
"อีกหน่อยก็คงโดนอัปเปหิไปอยู่กระท่อมท้ายเรือนใต้หล้าตามลูกชายแน่ๆ ฮ่าๆ"
บุหงาหัวเราะร่วนก่อนเดินออกไป

ตะวันปูที่นอน จัดห้องเตรียมให้นายทั้งสองเข้านอน
"บุษขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะเจ้าคะ"
"เชิญขอรับ"
บุษบาบรรณเลี่ยงไปห้องน้ำ เหลือตะวันอยู่กับหาญ หาญลอบถอนหายใจ ตะวันเป็นห่วงเข้าไปใกล้
"คุณหาญไม่สบายรึขอรับ ถ้าเป็นเรื่องคุณกล้าล่ะก็ มิต้องเป็นกังวลนะขอรับกระผมจะดูแลคุณกล้าอย่างดีที่สุดขอรับ"
หาญหันหนีตะวัน
"อย่ามาใกล้ฉันเลยตะวัน"
ตะวันอึ้งๆ
"ขอโทษขอรับที่กระผมกวนใจคุณหาญ"
"มิใช่เช่นนั้นหรอก ที่เราไม่อยากเห็นเจ้าก็เพราะ เจ้าหน้าเหมือนคนที่เรารัก"
ตะวันอึ้งหน้าชาไม่คิดว่าตัวเองจะทำให้หาญคิดถึงเดือนได้อีก
"ไม่สิ เราควรใช้คำว่าเคยรัก เพราะโมงยามนี้ เราควรจะซื่อสัตย์กับแม่หญิงเพียงคนเดียว เราจะพยายามลืมแม่เดือน ฉะนั้น อย่ามาให้เราเห็นหน้าบ่อยนัก เราจะได้ลืมแม่เดือนได้สักทีเราอยากเปิดใจรับแม่หญิงบุษเข้ามาในหัวใจเรา"
ตะวันได้รับรู้ความในใจของหาญที่ในใจหาญยังมีแต่เดือนอยู่เต็มหัวใจ แต่ก็เข้าใจหาญที่ต้องตัดใจให้ได้เพื่อหญิงบุษบาบรรณ ตะวันเต็มใจยิ่ง
"หากเป็นความต้องการของคุณหาญ กระผมยินดีทำตามขอให้คุณหาญเปิดใจรัก นายหญิงของกระผมด้วยเถิด คุณทั้งสองเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกสมแล้วที่ได้ครองคู่กันขอรับ กระผมขอให้คุณหาญตัดใจจากแม่หญิงคนนั้นให้ได้นะขอรับ กระผมจะคอยเอาใจช่วย"

ตะวันโค้งและยิ้มให้หาญก่อนออกไป
 
อ่านต่อหน้า 2

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 18 (ต่อ)

ตะวันปิดประตูห้องหาญปุ๊บ น้ำตาร่วงเผาะ ดาวที่แอบมองอย่างสงสัยในตัวตะวันอยู่มุมหนึ่ง

"เอ๊ะ หรือไอ้ตะวันมันจะฝักใฝ่เล่นสวาทเหมือนคุณกล้าหรืออย่างไร"
ดาวตัดสินใจเปิดประตูห้องหาญ
หาญได้ยินเสียงเปิดประตู นึกว่าตะวัน
"ไม่ต้องห่วงหรอกพ่อตะวัน เราจะพยายามตัดใจให้ได้"
"ตัดใจอะไรหรือเจ้าคะคุณหาญ คุณหาญลืมบ่าวไม่ได้ใช่ไหมเจ้าคะ"
"แม่ดาวออกไปซะเถอะ มันไม่เหมาะไม่ควรที่เจ้าจะเข้ามาที่นี่" หาญดึงดาวออกจากห้อง
"ไม่เหมาะได้อย่างไรเจ้าคะ เราเป็นผัวเมียกันนะเจ้าคะ ผัวเมียทำไมจะอยู่ในห้องเดียวกันไม่ได้เจ้าคะ "
บุษบาบรรณอาบน้ำเสร็จแล้วกำลังจะออกมา ได้ยิน ฟัง นิ่งอยู่
ภายในห้อง หาญปฏิเสธ
"หยุดพูดเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องสักทีเถอะแม่ดาว แล้วก็ออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว"
ในห้องน้ำบุษบาบรรณเผลอพิงประตูเสียงดัง แกร๊ก! ดาวได้ยินเสียง เลยคิดหาทางพูดเพื่อให้บุษบาบรรณเข้าใจผิด
"บ่าวไม่คิดเลยว่าคุณหาญจะใจจืดใจดำกับบ่าวถึงเพียงนี้ ถึงบ่าวจะเป็นเพียงเมียบ่าว อย่างไรเสียบ่าวก็เป็นเมีย บ่าวยินดีหากคุณหาญจะมีเมียแต่งออกนอกหน้า แต่อย่าลืมเมตตาบ่าวเหมือนเคยนะเจ้าคะ บ่าวยอมได้เจ้าค่ะ"
หาญเหวอสิ่งที่ดาวพร่ำออกมา
"นี่เจ้าพูดพร่ำอะไรของเจ้า ออกไป"
บุษบาบรรณเปิดประตู ออกมา
"อย่างไรบ่าวก็ยังคอยรับใช้คุณหาญเหมือนเดิมนะเจ้าคะ"
ดาวยิ้มเย้ยบุษบาบรรณก่อนออกไป
บุษบาบรรณมองหน้าหาญนิ่งๆ ไม่มีคำพูดใดๆ เอาผ้าขนหนูเล็กๆตากแล้วเดินตรงไปที่เตียงเตียง เอาหมอนข้างมากั้น หาญพยายามจะอธิบาย
"คุณบุษอย่าเข้าใจผิดนะขอรับ กระผมเอ่อ..."
"กาลเวลาจะพิสูจน์เองค่ะ"
บุษบาบรรณพลิกตัวหลับตาลง หาญเป็นกังวล

ซินแสเทียนเดินมุ่งหน้ามายังเรือนครัวในมือถือเอาห่อยามาด้วย มองหาเอื้อยเห็นว่ากำลังเคี่ยวกะทิอยู่
"แม่เอื้อย"
เอื้อยรีบไหว้ซินแสเทียน
"ซินแสมาถึงนี่มีอะไรรึเจ้าคะ"
"อั๊วได้ข่าวเจ้าสัวไม่สบาย เจ็บแน่นหน้าอกใช่ไหม"
"เจ้าค่ะ มีล้มฟาดพื้นด้วยเจ้าค่ะ"
"อาการที่ว่า น่าจะเป็นอาการทางหัวใจ เลือดลมอาจจะไหลเวียนไม่ดี นี่เป็นยาจีน ตำรับที่ดีที่สุดอั๊วเอาฝากให้เจ้าสัว"
เอื้อยอึดอัดกระอักกระอ่วน
"เอ่อ..แต่ว่าท่านเจ้าสัวห้ามไม่ให้ท่านเข้ามายุ่งเกี่ยวที่ใต้หล้าอีกนะเจ้าคะ บ่าวเกรงว่า..."
"หากเจ้าสัวรังเกียจอั๊วนัก ก็ไม่ต้องบอกว่าของอั๊ว ให้แจ้งเจ้าสัวว่าได้มาจากไหนก็ได้ เอา รับไปสิ"
ซินแสส่งห่อยา ให้เอื้อยรับไป
ตะวันเดินเข้ามาพอดีได้ยินที่ซินแสบอกกับเอื้อย
"อ้อ..ฝากแจ้งคุณแก้วทีว่า อั๊วจะส่งอาหยกขึ้นเรือกลับเมืองจีน ไม่ต้องห่วง จะไม่มีคำครหาใดๆเกิดขึ้นอีกอั๊วรับรอง"
"เจ้าค่ะ"
ซินแสชี้ห่อยาที่เล็กกว่าแล้วบอกกับเอื้อย
"ส่วนยาห่อนี้ให้นำไปให้คุณกล้า"
"อูย บ่าวไม่กล้าหรอกเจ้าค่ะ เจ้าสัวสั่งเด็ดขาดห้ามบ่าวไพร่ในเรือนเข้าไปดูแลคุณ กล้า"
ตะวันเดินเข้ามาตรงหน้าซินแส
"กระผมนำไปให้คุณกล้าเองขอรับท่านซินแส"
ซินแสหันมองที่ตะวันนิ่งเสมือนมองเห็นอะไรบางอย่าง แล้วยิ้มนิดๆ
"งั้นเจ้าเอายานี่ไปต้มเอาน้ำให้คุณกล้าดื่มแก้อาการช้ำใน ส่วนกากที่เหลือนำไปผสมน้ำผึ้งเดือนห้าแล้วเอามาทาที่แผล รอยที่ถูกเฆี่ยนมันจะช่วย บรรเทาอาการอักเสบได้อีกไม่นานแผลก็จะแห้ง"
"ขอรับท่านซินแส"
"เห็นท่าดวงของคนใต้หล้าจะวุ่นวายอีกสักพัก ความลับที่เก็บงำและหลบเลี่ยงมาตลอด รอวันเปิดเผยตัว ลื้อก็อีกคนใช่ไหม"
ตะวันและเอื้อยตัวชาที่ได้ยินซินแสพูดเหมือนรู้ว่าตะวันคือใคร เอื้อยรีบตัดบท
"พ่อตะวันรีบเอายาไปทาให้คุณกล้าเถิด"
"เอ่อ ขอรับ"
ตะวันรีบเลี่ยงไป เทียนสบตาเอื้อย
"คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ถึงเวลาคนกตัญญูกลับมาดูแลญาติผู้ใหญ่และ เจ้านายสินะ"
ซินแสยิ้มให้เอื้อยแล้วเดินจากไป เอื้อยอึ้งไป

ตะวันพยายามประคองกล้ากินยาหม้อ
"อืม ไม่เอา เราเหม็น"
"ฝืนกินสักนิดเถอะขอรับคุณกล้า ยานี้ซินแสเทียนให้มารักษาตัวท่านให้หาย"
กล้าได้ยินชื่อซินแสเทียน ก็มีแรงผุดลุกขึ้น
"ซินแสเทียนมารึ แล้วพี่หยกล่ะมาไหม"
ตะวันส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่มาขอรับ"
กล้าเศร้า ตรอมใจ ตะวันสงสารกล้าจับใจ ตัดสินใจบอกเรื่องหยกกับกล้า
"ท่านซินแสจะส่งคุณหยกขึ้นเรือไปเมืองจีนขอรับ"
"ไม่จริง พี่หยกจะไปจากเราไม่ได้"
กล้ารวบรวมกำลังลุกพรวดออกไป ตะวันตกใจเหวอ

"คุณกล้า คุณกล้าจะไปไหน"

กล้ากระหืดกระหอบลากสังขาร ปรี่เข้าหาซินแสเทียน

"ซินแสขอรับ"
"คุณกล้า คุณกล้าถูกกักบริเวณมิใช่หรือออกมาแบบนี้เดี๋ยวเจ้าสัวเห็นเข้าจะเป็นเรื่องเอาน๊า"
"อย่าส่งพี่หยกไปเมืองจีนนะขอรับกระผมขอร้อง"
ซินแสนิ่งไม่สบตาไม่รับปากใดๆ กล้าเข้ามาเขย่าตัวซินแสคุกเข่าลงตรงหน้าซินแส
"กระผมไม่ยอมให้พี่หยกไปเมืองจีน กระผมไม่ยอม"
เสียงเคร้ง ! ดังจากบนเรือน เจ้าสัวแสนปาถ้วยยาจีนเกลื่อน
"ยาจีน กูไม่กิน ดูก็รู้ว่ามันเป็นยาของซินแสเทียน"
ซินแสเทียนกับกล้าได้ยินเสียงเจ้าสัวตวาดลั่นเรือน
"เอาไปทิ้งให้หมด ไอ้หยกไอ้กล้านำความบรรลัยอัปรีย์มาสู่ใต้หล้ากูจะไม่นับญาติกับพวกมันอีกเป็นอันขาด ไป"
เสียงจากในเรือนดังขึ้นอีก
"กินสักหน่อยเถ่อะเจ้าค่ะ อาการป่วยจะได้ทุเลาลง" พวงแก้วบอก
"กูบอกว่าไม่ก็ไม่สิ ปั๊ดโธ่"
เทียนถอนหายใจ จะเดินออกจากใต้หล้า
แสนจะเอาของออกมาโยนที่หน้าเรือน เห็นกล้านั่งคุกเข่าอยู่หน้าซินแสเทียน
แสนชะงักปาถ้วยยาลงพื้น...แคร้ง... เดินปรี่เข้ามาหาซินแสเทียน พวงแก้วโผล่มาเห็นรีบตามเจ้าสัวไปติดๆ
"ท่านมาที่นี่อีกทำไม จะมาดูว่าอั๊วตายรึยังงั้นรึ"
"อั๊วมาด้วยความหวังดีแต่ถ้าเจ้าสัวจะไม่รับก็ไม่เป็นไร"
"ถ้าหวังดีจริงทำไมไม่บอกอั๊วแต่แรก ทำไมปล่อยให้มันเกิดเรื่องอัปรีย์ขึ้นแบบนี้ทำไม"
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับซินแสนะขอรับ หากท่านพ่อจะดุด่าฆ่าแกงควรจะเป็นกระผมมากกว่า"
เจ้าสัวแสนหันไปตวาด
"หุบปาก อย่ามาเรียกข้าว่าพ่ออีก"
" เอาล่ะหากเจ้าสัวไม่พอใจที่อั๊วมาที่นี่ก็ต้องขออภัย อั๊วแค่เพียงจะแจ้งให้รู้ไว้ว่า อั๊วได้ทำการตัดไฟไม่ให้ลามแล้ว อั๊วจะส่งอาหยกไปเมืองจีนเร็วที่สุด"
"ทำไมท่านซินแสถึงต้องพรากความรักของกระผมด้วย กระผมทำผิดประการใด"
เจ้าสัวแสนจี๊ด ทนไม่ได้ สุดจะทานทนไม่ยับยั้งอารมณ์พูดไล่กล้า
"ออกไปจากบ้านกู ถ้าอยากจะทำบัดสีบัดเถลิงให้เอาราคีไปเปื้อนที่อื่นไม่ใช่ที่ใต้หล้าแห่งนี้ ไป"
กล้ามองหน้าเจ้าสัวที่เอ่ยปากไล่ กล้าฮึดเพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว วิ่งออกจากบ้านทันที
"พ่อกล้าอย่าไปลูก พ่อกล้า"
"ปล่อยมันไป ห้ามใครตามมันเด็ดขาด"
"เชื่อคำอั๊วเถิด ราคีนี้มาถึงทางตันแล้ว หากยังไม่สายเกินไป ได้โปรดให้อภัยเดี๋ยวนี้เถิด เจ้าสัว ก่อนที่จะไม่มีวันได้กล่าวลา"
เจ้าสัวมองแค้นไม่รับฟังความใดๆจากซินแสทั้งสิ้น

ดาวอ้วกอยู่มุมหนึ่ง เมฆไปเก็บมะม่วงผ่านมาเห็นดาวโอกอ้ากอยู่รีบปรี่เข้าไปหา
"นังดาว"
"ตกใจหมดเลยคราวหลังอย่ามาเงียบๆแบบนี้สิ"
ดาวเห็นมะม่วงที่เมฆถือมาก็น้ำลายสอ ดาวรีบคว้ามะม่วงดิบขึ้นมากัดกินด้วยความเปรี้ยวปาก
เมฆเห็นอาการที่สลับอ้วกสลับกินของเปรี้ยวนึกรู้ว่าดาวต้องท้องแน่ๆ ดีใจ
" นี่เอ็งท้องใช่ไหม ใช่ไหม นังดาว"
ดาวไม่ตอบ
"เอ็งอุ้มท้องลูกข้า เฮ้ย..!! ข้าจะได้เป็นพ่อคนแล้วเว้ย ลูกพ่อ"
ดาวสะอิดสะเอียนรีบปฏิเสธ
"ไม่ใช่ลูกเอ็ง"
เมฆชะงักงันมองดาว
"ถึงเอ็งจะทำแต่มันก็ไม่ใช่ลูกเอ็งและข้าจะทำให้มันเป็นลูกของคุณหาญให้ได้ ข้า เป็นเมียคุณหาญจำใส่กะลาหัวเอ็งไว้ ต่อแต่นี้เจอหน้าข้าที่ใดจงยกมือไหว้ข้า เพราะเอ็งกับข้ามันละชั้นกัน จำไว้"
ดาวสะบัดหน้าเดินออกอย่างหยิ่งทะนง เมฆผูกใจเจ็บ
"อีดาว มึง..."

ซินแสเทียนเดินมาก่อน ถึงท่าเรือ คนงานที่ท่าเรือวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาซินแสเทียน
"ท่านซินแสขอรับ อาหยกอีหนีจากเรือไปแล้วขอรับ"
"ไอ๊หย๊า...หนีไปไหนไปได้ยังไงกัน"
"มีคนมาพาไปขอรับ"
"คุณกล้า"
ซินแสเทียนหมดแรงแทบทรุด คนงานรีบเข้ามาช่วยพยุง

กล้าประคองหยกวิ่งโซซัดโซเซมาตามทาง ทั้งสองเอาผ้าขาวม้าคลุมใบหน้าหลบผู้คน แต่งตัวเหมือนชาวบ้านทั่วไป
กล้าพาหยกวิ่งมาถึงกระท่อมร้างแห่งหนึ่งที่ชายป่า หยกอ่อนแรงลงมาก กล้าพยุงเข้าไป
"พี่หยกแข็งใจหน่อย เราพักอยู่ที่นี่ก่อนเถิด"
"ที่นี่"
"กระท่อมนี่เป็นของฉันเอง ที่ดินผืนนี้เป็นของฉัน ไม่มีใครตามมาพบเราหรอก เราจะอยู่ด้วยกันจนตาย"
กล้าเอามือหยกแนบแก้มแล้วรู้สึกว่าหยกตัวร้อนมาก ไม่สบายอย่างหนัก กล้าเห็นท่าไม่ดี
"พี่หยกตัวร้อนนัก ข้าไม่ได้ติดยามาด้วย พี่หยกรอข้าที่นี่ประเดี๋ยวนะข้าจะเข้าไปหาหมอฝรั่งที่รู้จักในเมืองจะขอปันยามาให้พี่ ข้าไปไม่นานจะรีบกลับพี่หยกรอข้านะ"
หยกจับมือ มองหน้ากล้า
"ไม่ต้องดอกปล่อยพี่ตายไปซะยังจะดีกว่า น้องกล้าเป็นคนตระกูลใหญ่มีหน้า มีตาในสังคม อย่ามาแปดเปื้อนเพราะพี่เลย กลับไปขอให้เจ้าสัวยกโทษให้แล้วจงใช้ชีวิตอยู่ที่ใต้หล้าเถิดน้องพี่"
กล้าไม่ยอม
"เราต้องอยู่ด้วยกัน เรารักกันมิใช่รึ ข้าไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ไม่มีครอบครัว ไม่มียศฐาใดๆให้ถือครอง ข้ามีเพียงใจที่รักมั่นต่อพี่ เราต้องได้อยู่ด้วยกัน พี่เองก็เคยฝันอย่างนี้เหมือนกันมิใช่รึ"
หยกมองดูกล้านัยน์ตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก กล้าจัดที่นอนให้กับหยกพาหยกนอนลง
"พี่รอข้านะ ข้าจะรีบกลับมา"

กล้าผละมือจากหยกแล้วรีบออกจากกระท่อมไปหยกมองตามกล้าน้ำตาคลอตาตา
 
อ่านต่อหน้า 3

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 18 (ต่อ)

ที่กระท่อม นางตาดกำลังคั่วยา ใกล้ๆนั้น มีข้าวของทำเสน่ห์มากมาย จำพวกตุ๊กตาดินเหนียวผูกมัดหันหน้าหากันอยู่ด้วย

ตาดยกหม้อยาลงจากเตา ควันยังกรุ่น
"หืม กลิ่นคงจะหอมน่าดูชม" ดาวว่า
ดาวจะยื่นหน้าเข้ามาดม ตาดผลักหัวออกไปแล้วด่า
"ใครใช้ให้เอ็งดมรึ นังนี่นี่ ไม่รู้ฤทธิ์มันซะแล้ว"
ตาดเอาไปตั้งไว้ข้างฝา ดาวมองตามควันที่กรุ่นขึ้นจากหม้อยา ไล่ภาพไป ควันลอยไปถึงตุ๊กแก
ที่เกาะอยู่ข้างฝา หล่นมาตายตรงหน้า
"แค่ควันยังมีพิษสงขนาดนี้ ยานี่ให้ทีเดียวตายดับไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าให้วันละนิดๆจะทำให้ตายผ่อนส่ง"
"ข้าไม่ได้อยากให้คนคนนั้นตาย ข้าอยากให้เขาเป็นของข้าคนเดียว"
ตาดฟังแล้วส่งขวดยาขวดเล็กขวดหนึ่งให้
"จำพิธีที่ข้าสอนได้ไหม ให้คนที่เจ้าหมายใจกินพร้อมอาหาร ไม่เกินชั่วยาม มันจะแล่นมาหาเอ็ง
"ต้องอย่างนี้สิ"
ดาวยิ้มปริ่มพอใจ มองขวดในมือยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดาวลุกจะกลับ ตาดคว้ามือไว้
"ยาไม่ได้ให้ฟรีๆ มันต้องมีอะไรแลก"
ตาดตักยาผงที่คั่วเมื่อกี๊ ใส่ห่ออย่างระมัดระวังก่อนส่งให้ดาว ทั้งคู่มองหน้ากัน ตาดยิ้มเหี้ยม

หาญกลับจากทำงานเดินผ่านทางไปเรือนร้าง เห็นตะวัน มั่น และบุษบาบรรณนั่งกลุ้มกันอยู่ที่หน้าเรือน ก็แปลกใจ
"เกิดอะไรขึ้นทำไมทุกคนถึงได้มาอยู่ซะที่นี่"
ตะวันกับมั่นก้มหน้านิ่งไม่กล้าตอบ บุษบาบรรณลุกขึ้นมาบอกกับหาญสีหน้าเป็นกังวล
"พี่กล้าออกจากบ้านไปแล้วคะ"
"พี่กล้าไปไหน ไปกับใคร"
ทุกคนอ้ำอึ้งไม่ตอบ หาญสีหน้ากังวลอยากรู้

เวลาเย็น กล้ารีบจ้ำกลับมายังกระท่อม
"ข้าได้ยามาแล้วพี่หยก"
กล้ามองไม่เจอหยก ตกใจ
"พี่หยก"
กล้าวางยาออกตามหาหยกทันที กล้าตัดสินใจวิ่งไปทางหนึ่ง
"พี่หยก พี่อยู่ไหน พี่หยก"
กล้าแหวกป่าตามหาหยก เห็นหยกฟุบอยู่กลางป่า
"พี่หยก"
กล้าเข้าไปประคองช้อนร่างหยกหงายขึ้นมาเห็นมีเลือดออกที่ปาก กล้าประคองหยกอยู่ในอ้อมกอด
"พี่หยกจะทิ้งข้าไปทำไม"
หยกพยายามลืมตามองกล้าเหนื่อยหอบจากพิษไข้ระบมทั้งภายในและภายนอก
"ความรักของเราเห็นทีจะไปไม่รอด ฟ้าดินไม่เป็นใจ"
"ข้าไม่สนฟ้าดิน ขอแค่มีเราเท่านั้นก็พอ"
หยกตัวร้อนจัด สำลักเป็นเลือด
"พี่รู้ตัวดีพี่คงอยู่ได้อีกไม่นาน ข้างในมันบอบช้ำเกินที่พี่จะทนไหวมันร้อนไปหมดเหมือนใครเอาไฟมาสุม"
"พี่หยกร้อนเหรอ เดี๋ยวข้าถอดเสื้อออกให้พี่จะได้คลายร้อน" กล้าปลดเสื้อออกให้หยก "หายร้อนหรือไม่"
หยกนิ่งไม่ตอบใดๆ ตาเริ่มไม่มีแรงจะฝืนมองกล้า
"พี่หยกตอบข้าสิ ข้าจะทำอย่างไรพี่หยกถึงจะดีขึ้น"
กล้าทำอะไรไม่ถูกขยับเอาเสื้อหยกที่ถอดนั้นไปชุบน้ำที่ขังในแอ่งมาลูบตัวให้หยก
"พี่หยกเย็นขึ้นหรือไม่ พี่บอกกับข้าสิ" กล้าน้ำตาเอ่อเพราะเห็นเลือดค่อยๆซึมออกมาจากปาก จมูก หู กล้าแทบคุมสติไม่อยู่ "พี่หยกบอกข้าสิ พูดกับข้าสิ พี่เป็นเช่นไร"
หยกพยายามฝืนพูดพร้อมกับเลือดที่กระอักเพิ่มมาก
"พี่คงไม่รอดไฟ ธาตุในตัวพี่คงดับสิ้นแล้ว แต่ความรักของพี่จะไม่มีวันดับสลายไปจากน้องกล้า หากชาติหน้ามีจริงขอให้เราได้สมหวังในรักร่วมกันด้วยเถิด"
กล้าน้ำตาไหลเป็นทางกับการสั่งลาของหยก กล้ากอดหยกแน่น
"ไม่ ข้าไม่ยอมให้พี่หยกตายจากข้าแบบนี้ ไม่นะ พี่หยกต้องอดทนนะอีกนิดเดียว เราก็จะหลุดพ้นจากความทุกข์แล้ว อีกนิดเดียวข้าจะพาพี่ไปหาหมอนะ"
กล้ารวบรวมกำลัง แบกหยกขึ้นหลัง
"ข้าจะพาพี่ไปหาหมอในพระนคร รอก่อนนะพี่จะต้องหาย"
กล้าแบกหยกไปได้ไม่กี่ก้าว หยกมือตกห้อยลงมา กล้าตัวชาวาบหยุดชะงักทุกอย่างเงียบงันน้ำตากล้าไหลลงมาเป็นทาง
กล้า ทรุดลงกับพื้นกอดหยกร้องไห้ราวจะขาดใจกล้าตะโกนบอกฟ้ากว้างอย่างคนเสียสติ
"ทำไม....ต้องพรากเค้าไปจากข้าด้วย...ทำไม"
กล้าซบหน้าลงกอดหยกท่ามกลางแสงสนธยาสีแดงเรื่อ

แสงแดงของซินแสเทียนที่กำลังไหว้เจ้าด้วย ดับวูบลง พร้อมๆกับธูปดอกใหญ่ที่จุดไว้ในกระถางก็ดับลงเหลือแต่ควันลอยอ้อยอิ่งทิ้งสาย ก่อนจะจางหายไปในอากาศ
ฟ้าครึ้มกระหน่ำลมแรง ซินแสเทียนคอตก
"ดวงลื้อมาได้ไกลแค่นี้สินะ"

ซินแสเทียนน้ำตาเอ่อมองควันไฟที่จางหายไปในอากาศ

พวงแก้วยกน้ำขิงร้อนๆมาให้เจ้าสัว

"น้ำขิงร้อนๆเจ้าค่ะ"
"ข้าไม่กิน เอาออกไป"
บุหงายิ้มเยาะรินชาจีนเอาเข้าไปให้เจ้าสัว
"ดื่มชาจีนหอมๆชื่นใจหน่อยนะเจ้าคะ"
บุหงาส่งให้ เจ้าสัวเมินหันหน้าหนี บุหงาจ๋อยออกมา พวงแก้วมองสมน้ำหน้า
สายฝนนั่งคิดอะไรอยู่ดันปากบอนย้ำคิดย้ำทำ
"คุณพ่อเจ้าคะ ลูกทนไม่ได้นะเจ้าคะที่จะถูกคนตราหน้าว่าเป็นพี่น้องกับพี่กล้าที่เล่นสวาทกับชายด้วยกันเอง อี๊ๆๆๆ กาลกิณีแท้ๆเชียว"
แสนรำคาญมากปัดถาดน้ำชากระเจิง ข้าวของกระจาย
"อ๊าย...คุณพ่อ"
อ่ำพอจะรับมือรับเท้าได้คนเดียวรีบเข้ามาห้ามเจ้าสัว
"ใจเย็นๆครับท่านเจ้าสัว คุณสายฝนออกไปก่อนเถอะขอรับ"
สายฝนจ๋อยๆ เอื้อยกระซิบกับพวงแก้ว
"ลองอีแบบนี้ ใครๆก็เข้าหน้าไม่ติดสักคนเจ้าค่ะ"
ทันใดนั้น เสียงสาวหวานก็ดังมา
"จริงหรือที่ว่าใครก็เข้าหน้าไม่ติด"
พวงแก้ว บุหงา หันขวับไม่พอใจ เว่ยชิงตามมาจะห้าม
"อาฟ้าหยาด ลื้ออย่าหาเรื่องหน่อยเลย"
เว่ยชิงจะดึงฟ้าหยาดกลับ ฟ้าหยาดแกะมือเว่ยชิงออก
"เดี๋ยวสิอาเว่ย ไหนว่าอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายยังไงล่ะ"
บุหงาแอบคำรามกับเว่ยชิง
"อยู่บ้านท่านแล้วเจ๊กินบนเรือนขี้รดบนหลังคาไม่สำนึกบุญคุณหรือไง นังนั่นมันจะทำอะไร จะกลั่นแกล้งฉันใช่ไหม"
"อั๊วไม่รู้ อยากรู้ลื้อก็ดูเอาเอง"
พวงแก้วยืนจ้องมองอยู่ เว่ยชิงไม่กล้าต่อล้อต่อเถียง
ฟ้าหยาดเข้าหาแสนแบบผู้น้อยเข้าหาผู้ใหญ่ ไว้เชิงพอประมาณ จึงเอาใจแบบเหมือนคนที่เพิ่งรู้จักว่านี่เป็นพ่อฟ้าหยาดเข้าไปนวดไหล่
"เหนื่อยล้ารึเจ้าคะ"
ฟ้าหยาดมองเจ้าสัวอ้อนๆเหมือนเด็กน้อย แต่ในใจฟ้าหยาดเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
เจ้าสัวมองหน้าฟ้าหยาดที่สดใสช่างเอาใจใส่ เจ้าสัวยิ้มให้
"เจ้าหายไปไหนมาแม่ฟ้าหยาด"
"อิฉันอยู่ในที่ที่อิฉันควรอยู่ ไม่อยากสร้างปัญหาให้ท่านเจ้าสัวระอาใจน่ะเจ้าค่ะอาเว่ยบอกเสมอว่า แค่ท่านเจ้าสัวเมตตาให้ที่อาศัยก็เป็นพระคุณมากโขแล้วหากทำอะไรให้ เจ้าสัวสบายใจได้ก็ถือว่าตอบแทนพระคุณแล้วเจ้าค่ะ"
แสนคลายความขึ้งโกรธลงไปได้บ้าง เพราะความช่างเจรจาของฟ้าหยาด
บุหงา สายฝน เจียม พวงแก้วมองฟ้าหยาดอย่างหมั่นไส้ ฟ้าหยาดหันไปหยิบเครื่องดนตรีจีนที่วางอยู่ไม่ไกลนำมาเล่นดนตรีจีนให้เจ้าสัวฟัง
บุหงาและสายฝนจะเข้ามาราวี แสนยกมือห้ามไล่เมียและลูกออกไป แม่ลูกมองอย่างเจ็บใจ

สายฝนลากเว่ยชิงให้เจียมจับ จะตบ
"นังเจียมจับมันไว้ ฉันจะตบสั่งสอนซักหน่อย"
เว่ยชิงดิ้นจนหลุดออกจากเจียม
เว่ยชิงยกมือทำท่าตบสู้
"มาสิเข้ามาสิ อีเว่ยก็สู้คนเหมือนกันนะโว๊ย"
"อ๊าย คุณแม่ดูมันพูดกับลูกสิเจ้าคะ"
บุหงาหันไปที่เว่ยชิง
"นังฟ้าหยาดมันต้องการอะไร"
"คุณแม่เจ้าคะ ดูก็รู้ว่าอีนังฟ้าหยาดมันจ้องที่จะเข้ามาเป็นเมียเล็กๆอีกคนของคุณพ่อไง ล่ะเจ้าคะ"
ผ่าง ! ฟ้าผ่ากลางใจบุหงา บุหงาตบสายฝนแทน
"คุณแม่ ตบลูก"
สายฝนเสียใจร้องกรี๊ดๆออกไป
บุหงาหันไปต่อว่าเว่ยชิง
"แกก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้"
อีกมุม พวงแก้วกับเอื้อยมองอยู่
"จำได้ใช่ไหม ตอนนั้นลื้อก็ยั่วท่านเจ้าสัวอย่างนี้ เพื่อให้ได้มาเป็นใหญ่ในใต้หล้า บัดนี้ได้ดิบได้ดี กลับจะถีบหัวอั๊วหรือ อย่าลืมสิ ความลับของลื้อมันก็อยู่ที่อั๊วเหมือนกัน หากอั๊วรำคาญมากนักจะเปิดปากใครจะทำไม"
บุหงากรี๊ด
"อ๊าย...ไม่ได้เด็ดขาด เจ้ก็รู้ว่าคนปากไม่มีหูรูดมันต้องเจออะไร หรือจะเอา"
พวงแก้วเข้ามาสีหน้าเยาะเย้ย
"กรรมตามสนองหรือนังบุหงา ตอนนั้นหล่อนก็แย่งผัวฉันไปอย่างนี้ ครานี้มีหญิง สาวกว่าสวยกว่ามาอีหรอบเดียวกัน แหม ช่างถอดแบบกันมาไม่ผิดเพี้ยน คงจะได้รับรู้ความเจ็บปวดก็ครานี้แหล่ะ หึๆ"

คำพูดของพวงแก้วแทงใจดำบุหงาและเว่ยชิงบุหงาอย่างเครียดแค้น
 
อ่านต่อหน้า 4

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 18 (ต่อ)

แสนฟังเพลงที่ฟ้าหยาดบรรเลงค่อยสบายใจ มั่นมาปรนนิบัติแสน ยกน้ำ , เหล้า นี่นั่นมาให้

"น้ำจันทร์มาแล้วขอรับ"
"เออดีเอ็งอยู่นี่แหล่ะแล้วก็รินมาให้ข้าที"
"ขอรับ"
มั่นรินน้ำจันทร์ส่งให้เจ้าสัว มั่นเลยได้นั่งมองหน้าฟ้าหยาดเพลิดเพลิน ฟ้าหยาดรู้แต่ทำเป็นไม่แล
เจ้าสัวร่ำสุราอารมณ์เย็นขึ้น ฟ้าหยาดสังเกตมองก่อนชวนคุยเพื่อหลอกถามสิ่งที่อยากรู้
"สบายใจขึ้นหรือยังเจ้าคะ"
"ความทุกข์มันหนักเกินจะเอาออกแล้วแม่ฟ้าหยาด ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยที่ตอนแรกซินแสทำนายว่า ลูกชายคนหนึ่งของข้าจะนำมาซึ่งราคีคาวเสื่อมเสีย แล้วก็ดันเป็นจริงๆ ลูกชายที่มีราคีมิได้ต่างจากมีลูกสาวในเรือนเลย"
"ทำไมท่านถึงไม่อยากได้ลูกสาวล่ะเจ้าคะ"
"ก็ตามดวงแล้ว ถ้าได้ลูกชายจะดวงดีมีศักดิ์มีศรีแก่วงศ์ตระกูล"
"แบบนี้ถ้าท่านได้ลูกสาวก็ไม่เลี้ยงหรือเจ้าคะ"
เจ้าสัวแสนยกจอกดื่มแล้ววางลง
"ต้องเลี้ยงสิ แม่สายฝนก็เป็นลูกผู้หญิงเช่นกัน เฮ้อ! แต่ถึงตอนนี้ ไม่ว่าลูกหญิงหรือลูกชายก็ขอให้นำความสุขความสบายใจมาให้ข้าทีเถิด ลูกชายคนนึงก็สร้างความอัปยศ ลูกหญิงก็ไม่เป็นโล้เป็นพาย ยังดีนะที่เหลือลูกชายคนเล็ก ส่วนลูกชายคนโตของข้าจากแม่บุหงา ตายไปตั้งแต่คลอด"
ฟ้าหยาดอึ้งเมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าสัวพูดรีบถามย้ำทันที
"ตายหรือเจ้าคะ"
เจ้าสัวแสนพยักหน้าเศร้าๆ
"อืม แม่บุหงาบอกคลอดออกมาแล้วตาย ข้ายังไม่ทันได้เห็นหน้า ลูกชายเลยด้วยซ้ำ"
ฟ้าหยาดแอบหัวเราะหึๆ กระจ่างใจแล้วว่าเป็นนังแม่คนเดียว!!
"โถ...ช่างบุญน้อยเสียจริง"
ฟ้าหยาดพูดออกไปจากความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่กลางใจที่บุหงาไม่ดูดำดูดีตั้งแต่คลอด ฟ้าหยาดเศร้าน้ำตาคลอ เจ้าสัวแสนยกมือขึ้นลูบหัวฟ้าหยาดด้วยความเอ็นดูและปลอบใจ พลางออกปากว่า
"แปลกนะ ทุกครั้งที่อยู่ใกล้เจ้า ข้าสบายใจบอกไม่ถูก"
มั่นเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของฟ้าหยาดก็หมั่นไส้คิดว่ากำลังเล่นละครตบตาเจ้าสัวเหมือนที่ทำกับตนจึงพลั้งปากออกไป
"สงสัยคงมีวาสนาต่อกันเป็นแน่ขอรับ"
ฟ้าหยาดตวัดตา ขวับ มั่นก้มหน้าผลุบ

มั่นเดินหัวเสียจะกลับเรือนทาส ฟ้าหยาดตามมา กระชากแขน
"นี่ พูดแบบนั้นฉันไม่ชอบ"
"กระผมทำอะไรก็คงไม่ถูกใจแม่หญิงดอกขอรับ แม่หญิงมาที่นี่เพื่อเป้าหมายอะไรบางอย่าง"
มั่นจะเดินหนี ฟ้าหยาดยื้อไว้
"คุยกับฉันให้รู้เรื่องก่อน ตอนแรกฉันก็ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรหรอกนะ แต่ตอนนี้ มีแล้ว"
" ก็คงหวังจะมาอาศัยร่มบารมีท่านเจ้าสัว อีกหน่อยบ่าวคงต้องเจียมให้หนักกว่าเดิมเพราะเผลอๆแม่หญิงคงขยับฐานะขึ้นเป็นนาย"
ฟ้าหยาดตบมั่น
"คิดอะไรต่ำๆ ฉันไม่ใช่คนอย่างนั้น ตอนนี้นายมั่นหยามฉันได้ เพราะภูมิหลังที่ฉันเคยเป็นนางโลมมาก่อน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าฉันก็เจ็บและมีบาดแผลชีวิตเหมือนกัน"
ฟ้าหยาดเศร้า
"ถึงนายมั่นเป็นทาสแต่ก็เป็นทาสที่มีความสุข อีกไม่นานนายมั่นก็จะเป็นไท ส่วนฉัน ตราบาปบางอย่างมันตรึงไว้ไม่อาจเป็นอิสระได้หรอก"
ฟ้าหยาดพูดจบแล้วออกไป มั่นไม่เข้าใจแต่มองด้วยความสงสาร

ในเวลากลางคืน ภายในห้องที่มืดมิด ดาวหลังเปลือยทำพิธี ผิงไฟให้เหงื่อออกจากทุกรูขุมขน
เม็ดเหงื่อผุดที่ผิวหนังจากหน้าไล่ลงไหล่แขน ลงหยดติ๋งๆลงในถ้วยที่รองไว้
ดาวเอายาเทลงในชามที่มีเหงื่อ สีหน้าร้าย

ตะวันเดินหน้าเศร้ากลับเข้ามาหาชื่นที่กำลังคนขนม ตะวันเดินเข้ามาช่วยคนแทน ชื่นสังเกตสีหน้าของตะวันที่ดูหงอยๆ
"ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ"
"ฉันสงสารคุณกล้าน่ะจ้ะแม่"
"เฮ้อ...กรรมใครก็กรรมมันเว้ย เราไปเปลี่ยนให้เค้าไม่ได้หรอกนะนังเดือน" เอื้อยว่า
ดาวโผล่พรวดเข้ามา
"คุยอะไรกัน"
ทุกคนรีบกลบเกลื่อนมองที่ตะวันที่กำลังคนขนมในหม้ออยู่
"โอยตายๆ ข้าเตือนเอ็งแล้วว่าอย่าช่วยดูซิ คนยังไงกะทิจะไหม้หมดแล้วไอ้ตะวัน"
ตะวันเก้ๆกังๆ เออออไปกับเอื้อย
"เอ่อ..ขอโทษขอรับ"
เอื้อยแย่งมาทำเอง ไล่ตะวันให้หลบไป
"มานี่ข้าทำเอง"
ดาวเข้าไปดูขนมที่เอื้อยกำลังตักใส่ชาม ดาวถาม
"ขนมของคุณๆทั้งหลายรึ"
"ก็เออสิวะ"
ดาวแย่งมาทำเอง
"มานี่ฉันช่วย เดี๋ยวน้าก็ตักจนล้นถ้วยอีก คุณๆทั้งหลายเค้ากินกันแค่นิดเดียวเท่านั้นแหล่ะ"
เอื้อยหมั่นไส้เดินเลี่ยงไปนั่งกับชื่นมองดูดาวทำ ตะวันเข้าไปปลอบให้เอื้อยใจเย็น
"น่าน้าเอื้อย ดาวคงอยากจะช่วยทำน่ะ"
เอื้อยมองดาวที่ตักขนมใส่ถ้วยนั่นนี่ด้วยความไม่พอใจ เจียมเดินเข้ามาถามหาของหวาน
"ของหวานคุณบุหงาเสร็จรึยังนังชื่น"
ชื่นบุ้ยหน้าไปทางดาว
มุมเตา ดาวตักขนมแยกไว้ 3 ถ้วย แล้วเอายาผงสั่งตาย เทใส่ถ้วยของบุหงากับบุษบาบรรณ แล้วรีบเก็บหลักฐาน
เจียมเดินไปถึงดาว
"ไหนล่ะขนมคุณบุหงาน่ะ"
ดาวส่งให้
"เอ้า ยกไปสิ"
เจียมรับมาแล้วรีบเดินนวยนาดออกไป
"ถ้วยนี้ของนังบุษ ส่วนถ้วยนี้ของคุณหาญ"
ดาวหันเดินออกจากหน้าเตามา เอื้อยมองที่ถาดขนมแล้วทัก
"อ้าวเฮ้ยทำไมตักแค่ 2 วะ"
"นี่ของคุณบุษกับคุณหาญ"
"แล้วของคุณแก้วเล่าวะ"
ดาวยักไหล่เบ้ปากไม่สน
"หนอย...อีใจดำ"
ดาวถือถาดผ่านหน้าตะวัน ตะวันบอกดาว
"เดี๋ยวกระผมจะยกไปให้คุณหาญกับคุณบุษเองขอรับ"
"ไม่ต้องเดี๋ยวฉันเอาไปเอง"
ดาวเดินเชิดออกไป ตะวันมองตาม เอื้อยหมั่นไส้ชี้มือด่าดาว
"ดู๋ดูมันทำ ของคุณแก้วมันยังไม่ตักให้เลยแสล๋นไปเอาหน้ากับคุณหาญ โธ่อีคากคก"

เอื้อยหงุดหงิดตักขนมเสร็จแล้วเดินถือออกไป

มุมนั่งพักของพวงแก้ว เอื้อยยกขนมหวานให้แก้ว แก้วตักขนมชิมเล็กน้อยสีหน้ายังคงเศร้าสร้อยอยู่

มุมนั่งพักของบุหงา เจียมมองซ้ายขวาแอบชิมขนมในถ้วย แล้วรีบเกลี่ยให้เหมือนเดิม บุหงาเข้ามาพอดีเกือบเห็น
"อุ๊ยตาย...ขนมเจ้าค่ะ"
บุหงามองขนมในถ้วยสงสัย
" ทำไมขนมมันไม่เต็มถ้วย"
"อ่อ เอ่อก็พวกคนครัวมันตักมาเท่านี้น่ะเจ้าค่ะ ถ้าไม่พอเดี๋ยวบ่าวไปขอเพิ่มให้เจ้าค่ะ"
"ไม่ต้อง"
เจียมแอบหันไปเช็ดปาก กลัวเลอะให้จับได้ บุหงากินขนม
หาญกับบุษบาบรรณนั่งเงียบๆชมจันทร์กันอยู่ ดาวยกขนมมาเสิร์ฟ แยกถ้วยชัดเจนแอบท่องพึมพำ
"ถ้วยนี้ของคุณหาญ ถ้วยนี้ของนังบุษ"
ดาวปั้นหน้าเอาของหวานไปเสิร์ฟให้
"ขนมเจ้าค่ะถ้วยนี้ของคุณบุษเจ้าค่ะ"
ดาวส่งให้ แต่บุษบาบรรณยังไม่รับ
หาญแปลกใจที่ดาวยกขนมมาแต่ดูท่าทางสงบ หาญจึงรับมาส่งให้บุษเอง
"ส่วนถ้วยนี้ของคุณหาญเจ้าค่ะ"
สองคนยังไม่ยอมกิน ดาวเลยคิดคำพูดเพื่อให้บุษและหาญยอมกิน
"ขนมนี่นายตะวันลงมือทำกับป้าชื่นเลยนะเจ้าคะ ท่าทางจะอร่อยซะด้วย"
ดาวลุ้นให้ทั้งสองคนตักขนมกิน
บุษบาบรรณตักขนมกิน หาญเองก็ตักกินเช่นกัน ดาวยิ้มร้ายนึกถึงเมื่อช่วงที่ตักขนม

ดาวตักขนมแยกไว้ 3 ถ้วย แล้วเอายาผงสั่งตาย เทใส่ถ้วยของบุหงากับบุษบาบรรณ แล้วรีบเก็บหลักฐาน เจียมเดินไปถึงดาว
"ไหนล่ะขนมคุณบุหงาน่ะ"
ดาวส่งให้
"เอ้า ยกไปสิ"
เจียมรับมาแล้วรีบเดินนวยนาดออกไป
ดาวยิ้มร้ายหันมองที่ถ้วยขนม 2 ถ้วยที่เหลือเอาตัวบังคนอื่น
ดาวจับถ้วยแรก "ถ้วยนี้ของนังบุษ" ก่อนเลื่อนไปจับอีกถ้วยแล้วแอบเอาน้ำยาเหยาะลงใน ถ้วยที่2 "ส่วนถ้วยนี้ของคุณหาญ
ดาวยิ้มร้าย
"คุณหาญต้องเป็นของข้าคนเดียว "
หาญกินขนมอร่อยหันไปถามบุษบาบรรณ
"อร่อยมั้ยครับ"
"อร่อยค่ะ"
บุษบาบรรณ ไอนิดหน่อย หาญมองห่วงๆ
"เป็นอะไรไหม"
" ไม่เป็นไรค่ะ"
ดาวมองดูผลด้วยรอยยิ้มร้าย

ลมพัดเอื้อยโชยผ้าม่านพริ้วไหว หาญนอนกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมา
"เป็นอะไรรึเจ้าคะ บุษเห็นคุณหาญกระสับกระส่ายอยู่เป็นนานสองนานแล้ว"
หาญหงุดหงิดโดยไม่ทราบสาเหตุ ฉุนขึ้นเล็กน้อย
"เราร้อน ไม่รู้ทำไม"
บุษบาบรรณแปลกใจขยับเข้าใกล้เอื้อมมือจะแตะหน้าผากหาญว่ามีไข้หรือเปล่า แต่หาญเอี้ยวตัวหลบ
"อย่าเข้าใกล้กระผมเลยขอรับ"
" มีอะไรหรือคะ"
" อยู่ใกล้คุณบุษแล้วกระผมรู้สึกร้อนรุ่มยิ่งนัก"
บุษบาบรรณอึ้งมองหน้าหาญดูเป็นกังวลกระสับกระส่าย

ดาวที่ใส่กระโจมอกอาบน้ำอยู่ ขัดตัวอย่างพึงใจ ดาวยิ้มกระหยิ่ม
"ไม่เกินหนึ่งชั่วยาม หึๆๆ"
ดาวลูบไล้

ฝ่ายบุหงาไอ แคร่กๆ เอาผ้าปิดปาก เจียมไอเล็กน้อยแต่ไม่ได้สำลักอะไร
บุหงาเอาผ้าปิดปากลงวางที่ตัก เจียมมองเห็นลิ่มเลือดเล็กน้อยที่ผ้า เจียมเงยหน้ามองเห็นเลือดเปื้อนมุมปากบุหงานิดๆ เจียมตกใจ
"ว๊าย คุณบุหงาไอเป็นเลือดรึเจ้าคะ"
เจียมชี้ที่มุมปาก บุหงารีบเอาผ้าขึ้นมาเช็ดแล้วมองดู ที่ผ้าเห็นเป็นรอยเลือดตกใจ
"เออเลือดจริงๆด้วย"
"คุณบุหงาแพ้ภัยตัวเองหรือเจ้าคะ ก็เลยกระอักเลือดออกมา"
บุหงายันโครมเข้าให้จนเจียมหงายหลัง
"โอย..."
"ฉันเพื่อนเล่นแกรึนังเจียม"
"ขอประทานโทษเจ้าค่ะ"
บุหงามองเจียมตาขวาง

หาญผุดลุกผุดนั่งเดินไปมาระหว่างเตียงกับหน้าต่าง มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว เริ่มหน้ามืด สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไป หงุดหงิดงุ่นง่าน บุษบาบรรณเอาผ้าชุบน้ำมาให้
"เช็ดเนื้อเช็ดตัวสักหน่อยนะคะ"
หาญสะบัดผ้าออกอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด
"อย่ามายุ่งกับเรา"
หาญผลุนผลันออกไป บุษบาบรรณอึ้งตกใจมองตามหาญออกไป

ตะวันมานั่งเหม่อมองจันทร์อยู่มุมหนึ่ง แต่แล้วได้ยินเสียงฝีเท้าแว่วๆมา ตะวันหันไปเห็นเป็นหาญ
"คุณหาญนี่"
หาญเดินผ่านไป ตะวันมองตามด้วยความสงสัย

ดาวนั่งอ้อยสร้อยอยู่หน้าบ้านชะเง้อชะแง้มองทางเดินยิ้มๆจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมาดาวแอบยิ้มทำทีเป็นนั่งหันข้างๆเอาน้ำปรุงลูบไล้ขา
หาญโผล่เข้ามาเห็นดาวที่กำลังลูบไล้ขา หาญจ้องมองด้วยฤทธิ์พิศวาสของยา หาญพยายามฝืนความรู้สึก เซถลาเข้ามาหาดาว ดาวทำทีตกใจวี๊ดว๊าย
"อ๊าย.... คุณหาญเจ้าคะ คุณหาญเป็นอะไรไปเจ้าคะ"
หาญพยายามสลัดหัวไล่ความมึนงง
"ข้าเป็นอะไรไม่รู้ ปวดหัว"
"อุ๊ย งั้นเดี๋ยวบ่าวช่วยเจ้าค่ะ"
ดาวประคองหาญเข้ามาในกระท่อม พาหาญนั่งลงที่แคร่นอน
หาญดูอึดอัด งุ่นง่าน พยายามฝืนตัวเอง ดาวยิ้มยั่วเชื้อเชิญ
"มันเกิดอะไรขึ้นกับเรา"
ดาวแอบหยิบยาเสน่ห์ป้ายหาญ แล้วป้ายซอกคอตัวเอง พลางโผหาหาญ หาญซบลงสูดกลิ่นยาเสน่ห์ที่ซอกคอ ดาวยิ้มร้าย หาญลืมตาแววตาหื่นกระหายทันที ซุกหน้าไซ้ชอนไช ดาวได้แต่ครางด้วยความหฤหรรษ์ใบหน้ายิ้มมีความสุขเหลือเกิน
"คุณหาญ"

ตะวันแอบดูผ่านรูกระท่อมทางด้านนอก เอามืออุดปากตัวเอง น้ำตาร่วง
 
อ่านต่อตอนที่ 19
ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 17
ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 17
ท่ามกลางบรรยากาศครึกครื้นของใต้หล้า ผู้คนเรียงรายผ่านซุ้มประตูใหญ่เข้ามาภายในแต่งงานสุดอลังการ หาญและบุษบาบรรณยืนเคียงกันหน้าโต๊ะบูชาฟ้าดิน หาญยืนด้านขวาและบุษบาบรรณยืนด้านซ้าย ซินแสเทียนบอกกล่าวนำทั้งคู่ให้ทำตาม คำนับฟ้าดิน คำนับพ่อแม่ บ่าวสาว คำนับกันและกัน เจ้าสัวแสนยิ้มดีใจกับพวงแก้ว เช่นเดียวกับจันทร์กับเจ้าคุณ กล้ายิ้มดีใจกับน้องชาย ส่วนบุหงากับสายฝนที่อยู่ร่วมในพิธีด้วยความหงุดหงิดรำคาญ แต่ก็ต้องนั่ง แขกเหรื่ออื่นๆพลอยยิ้มดีใจกับงานมงคล ตะวันที่มองดูทั้งคู่ด้วยแววตาเศร้า หาญรินน้ำชาใส่ถ้วย 2 ถ้วยที่บุษบาถือรออยู่แล้วทั้งสองคนก็ช่วยกันยกส่งให้เจ้าสัวและพวงแก้วดื่ม เมื่อดื่มหมดก็วางแก้วลง
กำลังโหลดความคิดเห็น