xs
xsm
sm
md
lg

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 9

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 9

เว่ยชิงอยู่ที่หน้าโรงน้ำชา มองซ้ายขวาไม่เจอฟ้าหยาด เหล่าคนงานและนางโลมอื่นๆ วิ่งวุ่นตามหาฟ้าหยาดอยู่แถวตรอก

"หาให้ทั่ว ฟ้าเพิ่งสาง อาฟ้าหยาดมันคงหนีไปไม่นานหรอก"
เว่ยชิงบอกลูกจ้างแต่ก็เหมือนปลอบใจตัวเอง เพราะกลัวฟ้าหยาดไปใต้หล้า
"อั๊ยย่ะ ตากระตุกข้างขวา ไม่นะ ลางสังหรณ์อั๊ว อาฟ้าหยาดต้องไม่ไปที่นั่น"
เว่ยชิงยกมือไหว้ฟ้าดินรอบทิศ
"ขอองค์เทพเจ้าช่วยอั๊วด้วย ท่านเง็กเซียนโปรดเมตตา อย่าให้นางฟ้าหยาดไปที่นั่นอีกเลย"
เว่ยชิงยกมือจรด ลดมือลง ลูกจ้างและนางโลมมาบอกทำให้เว่ยชิงเหนื่อยใจเข้าไปอีก
"หาทั่วตรอกแล้วเจ้ ไม่เจอฟ้าหยาดเลย" คนงานบอก
"แอร๊ย...ที่ร้านกัลบก ร้านผ้า พวกลื้อไปหาหรือยัง นังฟ้าหยาดอาจจะอยู่ที่นั่นก็ได้"
"พวกเราไปดูทุกร้านในตรอกสำเพ็งแล้วเจ้ ฟ้าหยาดไม่อยู่แถวนี้เลย" นางโลมบอก
"อั๊ยหยา ! ซี้แล้วหวา ! เรียกรถลากมาให้อั๊วเดี๋ยวนี้ อั๊วรู้แล้วว่านังตัวแสบไปที่ไหน"
เว่ยชิงขึ้นรถ คนลากรีบเร่งให้วิ่งเร็วด้วยความร้อนใจ

เดือนเบิ่งตากว้าง มองฟ้าหยาดกอดหาญไม่ปล่อย หาญพยายามแกะฟ้าหยาดออก
"แม่หญิงมีอะไรให้ผมรับใช้หรือ"
"รับใช้ด้วยแก้มซ้าย ขวา ของคุณหาญเป็นอย่างไรเจ้าคะ"
ฟ้าหยาดถูกแกะมือออก แต่ยังโผหอมแก้มซ้ายขวา หาญตกใจ
"แม่หญิง"
"ครานี้ เลิกใช้วาจาห่างเหินกับฟ้าหยาดได้หรือยังคะ ในเมื่อเราก็เป็นคนคุ้นเคยกัน"
เดือนมองฟ้าหยาดสลับกับมองหาญ ตะลึง หน้าแดงก่ำ ถึงกับเบือนหน้าหนีพลางทวนความทรงจำ
"คนคุ้นเคย"
ฟ้าหยาดออเซาะหาญต่อไป
"ไม่พบหน้ากันหลายเพลา คุณหาญคิดถึงฟ้าหยาดบ้างไหมคะ"
หาญอึกอัก
"เรา เอ่อ"
"อย่าตอบว่าไม่คิดถึงนะคะ มิเช่นนั้น ฟ้าหยาดอาจต้องเตือนความจำคุณหาญให้นังทาสคนนี้เห็นเป็นพยานด้วย"
ฟ้าหยาดกรุ้มกริ่ม ทำท่าว่าจะโผกอดหรือจูบหาญอย่างใดอย่างหนึ่ง หาญกระอักกระอ่วน รู้สึกไม่ดีกลัวเดือนจะเข้าใจผิด

กล้ากำลังเตรียมตัวจะออกจากบ้าน แต่ห่วงหล่อ หากระจกจัดทรงผมเสื้อผ้าอย่างคนสำอาง
รับมุมหนึ่ง ดาวหิ้วถังกับผ้าถูบ้าน
"แม่ดาว เข้ามาพอดี...มาช่วยเราหน่อยสิ จัดชายโจงกระเบนให้ที"
ดาวรีบวางถัง เช็ดมือกับผ้านุ่งตัวเอง
ดาวพึมพำกับตัวเอง
"บุญหล่นทับอีดาว จะได้ใกล้ชิดกับคุณกล้า...ถึงไม่ใช่คุณหาญ แต่ลูกคุณท่านเหมือนกัน...เอาวะ"
"รออะไรอยู่ล่ะแม่ดาว เข้ามาสิ เราไม่ว่าหรอก"
"เจ้าค่ะ...บ่าว เขิน"
ดาวเข้ามา กระบิดกระบวนทำเขิน แต่ก็ย่อตัวลงจัดชายกระเบนผ้านุ่ง จากด้านหลัง ดาวมานั่งยองๆอยู่ด้านหน้า จัดกลีบโจงกระเบน ดาวเลื่อนมือขึ้น เคลื่อนเข้าไปใกล้
"คุณกล้าเจ้าขา"
"อา..."
ดาวอ่อยเสียงเต็มที่ สีหน้าสีตายั่วยวน กล้ามองยิ้มมุมปาก ดึงตัวขึ้นมา ดาวเขินหน้าแดง คิดว่าตกเบ็ดสำเร็จแล้ว
"เจ้าดึงรั้งชายโจงกระเบนแรงไปนิด แต่ข้าก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก"
กล้าหัวเราะหึๆ เดินออกไป ดาวเก้อ อึ้ง หน้าชา งง
"ไม่รู้สึกอะไร... คุณกล้าหมายความว่ายังไง...อ๊าย"
ดาว ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองอ่อยแล้วยังไม่ได้ผล

กล้าลงมา เจอหยกที่มารออยู่ ทั้งคู่ยิ้มกว้างเมื่อได้พบกัน
"อรุณสวัสดิ์ครับพี่หยก"
"อรุณสวัสดิ์ครับน้องกล้า วันนี้น้องกล้าดู..."
"กล้าดูเป็นเยี่ยงไรหรือครับ"
"ดู ดูดีจนเตะตาต้องใจพี่"
กล้ายิ้มเขิน หลบตาเล็กน้อย หยกเชยคางกล้า สบตากันและกัน ที่มุมหนึ่ง ดาวแอบดูอยู่ เห็นกล้าเขินหยก ท่าทางที่หยกเชยคางกล้า ดาวตะลึง ตกใจแทบร้อง แต่ต้องรีบอุดปากตัวเอง
"คุณกล้า....คุณหยก"
สายฝนเดินเข้ามา กล้าและหยกลดมือจากกัน ทำตัวปกติ สายฝนไม่ทันสังเกต
"ดีจังเลย สายฝนมาทันพี่หยกด้วย"
"มาทัน น้องสายฝนหมายความเยี่ยงไรหรือ"
"แหม ก็มาทันกล่าวอรุณสวัสดิ์พี่หยกเป็นคนแรกน่ะสิเจ้าคะ พี่หยกทานมื้อเช้าหรือยังคะ งั้นไปที่เรือนสายฝนนะคะ แล้วถ้าวันนี้พี่หยกจะไปไหน สายฝนก็ไปด้วย"
กล้าหัวเราะหึๆ สายฝนค้อนขวับใส่กล้า
มุมหลืบ ดาวยิ้มเยาะสายฝน
"นังคุณสายฝนตาบอด นี่คงไม่รู้สินะว่าคุณกล้ากับคุณหยก...อี๋..."
สายฝนจ้องหน้ากล้า
"มีอันใดต้องขำด้วย พี่กล้า"
"จะไม่ให้ขำได้อย่างไร ในชีวิตน้องสายฝนดูเหมือนจะให้ความสำคัญอยู่แค่เรื่องเดียว"
"พี่กล้าจะว่าอะไรสายฝน พูดให้ดีนะ พี่หยกขา...ดูพี่กล้าสิ พี่กล้าจะว่าสายฝน"
สายฝนกอดแขนหยกออดอ้อน
"พูดยังไม่ทันขาดคำ กิริยา วาจา ทุกอย่าง น้องสายฝนให้ความสำคัญอยู่เรื่องเดียว คือ...ผู้ชาย"
"พี่กล้า !"
"หรือไม่จริง เห็นห่วงแต่ว่าพี่หยกจะไปไหน กินอะไร เป็นยังไง พี่ไม่เคยเห็นน้องห่วงคุณพ่อหรือคุณแม่ของน้องแบบนี้บ้าง ถามจริงๆ มีความกตัญญูพ่อแม่อยู่ในหัวบ้างไหม หรือว่าทั้งชาติจ้องจะจับแต่ผู้ชายคนนี้คนเดียว"
ดาวแอบฟังพลางหัวเราะเยาะสายฝน
"สมน้ำหน้า คุณหนูสายฝน คุณกล้านี่ก็ช่าง ปากตะไกรนัก"
สายฝนโดนตอกกลับ เถียงสู้ไม่ได้ กรี๊ดลั่น

"พี่กล้า ! พี่กล๊า... แอร๊ย"

เสียงกรี๊ดของสายฝนดังลั่นเข้ามาถึงโต๊ะกินข้าวในเรือน เจ้าสัวแสนวางถ้วยน้ำชาเพราะรำคาญเสียงกรี๊ดของลูกสาวที่ไม่ยอมหยุด

พวงแก้วเยาะ
"เสียงแม่สายฝนนี่"
"ข้างนอกมีอะไรกัน" แสนถาม
"นังเจียม เอ็งออกไปดูคุณหนูสายฝนซิ" บุหงาว่า
"โถ แม่บุหงา หล่อนช่างเป็นแม่ที่ใส่ใจ ลำพังเรื่องลูกยังใช้บ่าวไพร่ไปดู ไม่อยากจะคิดว่าแต่ก่อนหล่อนใช้เท้าเขี่ยเปลลูกหรือเปล่า"
"คุณพี่ ! จะมากไปแล้วนะคะ อิฉันจะใช้ใคร ทำอะไร ก็เรื่องของอิฉัน นังเจียมไปสิ"
เจียมพยักหน้า ทำท่าจะออกไป
"แม่บุหงา เรื่องลูกเต้า หล่อนควรเอาใจใส่บ้างนะ"
"แต่ลูกสายฝนก็คงไม่ได้สร้างปัญหาอะไรกระมังคะ"
ไม่ทันขาดคำ เสียงสายฝนกรี๊ดดังลั่นขึ้นกว่าเดิม
"แอร๊ย...สายฝนไม่ยอมนะ วันนี้เป็นไงเป็นกัน สายฝนจะตบให้ดู"
แสนรำคาญจัด วางผ้าเช็ดปาก ลุกขึ้น
"โว้ย...น่ารำคาญทั้งแม่ทั้งลูก หล่อนไม่ไป ฉันไปเอง"
แสนลุกออกไป บุหงารีบพยักหน้าให้เจียมทันที
"อีเจียม เอ็งรีบไปกันไว้ อย่าให้นังสายฝนก่อเรื่องให้ฉันเดือดร้อน"
เจียมรีบวิ่งแจ้นออกไปก่อน พวงแก้วปรายตามองอย่างเยาะเย้ย มองหน้าบุหงาอย่างสะใจ หัวเราะหึๆ แล้วเดินตามแสนออกไป บุหงาแค้น ค่อยๆตามออกมา

กล้ารำคาญมากกับเสียงกรีดร้องของสายฝน
"สายฝนไม่ยอมด้วย สายฝนจะไปทำงานกับพี่หยก ส่วนพี่กล้าจะไสหัวไปไหนก็ไป"
"โอย...น่าปวดหัว เสียงกรี๊ดกร๊าดนี่ ใครฟังเขาอาจจะนึกว่าหมูตัวเมียถูกเชือดนะครับ"
"แอร๊ย !! พี่กล้า ไอ้พี่กล้า"
สายฝนเงื้อมือ จะเข้าไปตบ หยกรีบเอาตัวบังกล้า คว้ามือสายฝนไว้
"พอเถอะครับน้องสายฝน พี่ว่ามันจะเกินไปแล้ว" หยกว่า
"ไอ้พี่กล้าต่างหาก ปากบอน"
เจียมรีบวิ่งมาห้าม
"คุณหนูเจ้าขา ท่านเจ้าสัวลงมาแล้วค่ะ อย่าให้เรื่องใหญ่เลยนะเจ้าคะ เดี๋ยวคุณหนูกับคุณบุหงาจะเดือดร้อนนะคะ"
สายฝนฮึดฮัด เจียมรีบลากสายฝนไปทางหนึ่ง สายฝนชี้หน้ากล้า ... ฝากไว้ก่อน
"พี่หยกไปรอที่หน้าเรือนก็ได้ครับ ทางนี้ กล้าอยู่รับหน้าคุณพ่อคุณแม่ก่อน"
กล้าเดินไปดักพ่อแม่ทางหนึ่ง หยกออกไปทางหน้าเรือน
ดาวออกมามองความเป็นไปของทุกคน แล้วยิ้มร้าย

ทางด้านเดือนกระอักกระอ่วนกับภาพที่เห็นตรงหน้า ฟ้าหยาดเกาะแขนกล้าไม่ปล่อย แม้กล้าจะดึงแขนออก ฟ้าหยาดก็เข้ามาโอบไหล่ พอกล้าเอามือฟ้าหยาดออกจากไหล่ ฟ้าหยาดก็กอดแขน
"บ่าว...เอ้อ ขอตัวนะเจ้าคะ"
"เดี๋ยวก่อนสิ แม่เดือน อย่าเพิ่งไป"
"บ่าวอยู่ตรงนี้ คงไม่เหมาะเท่าใดนัก"
"แม่เดือนนี่ หล่อนช่างเป็นบ่าวที่มีมารยาทจริง ฉันชอบ... ถ้าอย่างนั้น หล่อนไปเตรียมตั่งเตรียมโต๊ะไว้เสียนะจ๊ะ ฉันกับคุณหาญจะไปเอนหลังสำราญเสียหน่อย"
"เอนหลังสำราญ ด้วยกันน่ะหรือเจ้าคะ"
"อ้าว ก็ต้องสองคนสิจ๊ะหล่อน หรือหล่อนจะมาดูเป็นพยานรักด้วย"
"พยานรัก"
"แม่หญิงฟ้าหยาดก็พูดเล่นไป...แม่เดือน หล่อนอย่าเข้าใจผิด ข้ากับแม่หญิงไม่ได้มีอะไรกัน"
"ไม่มีตอนนี้ เดี๋ยวก็มีตอนหน้าก็ได้นี่เจ้าคะคุณหาญ" ฟ้าฟยาดหันมาทางเดือน " ต๊ายล่ะ ดูหน้าหล่อน แม่บ่าวขี้เขิน"
เดือนหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เขิน แต่เพราะตกใจและงงกับความสัมพันธ์ระหว่างฟ้าหยาดกับหาญ
"เจ้าค่ะ"
"ถ้าหล่อนเขินนัก ไม่อยากมอง หล่อนจะไปไหนก็ไปซะ"
เดือนอยากจะรีบไปจากตรงนั้น จังหวะเดียวกัน หยกเข้ามา แล้วบังเอิญเจอหาญกับฟ้าหยาด
"น้องหาญ....อ้าว ! แม่หญิงคนนี้"
"พี่หยกขอรับ ไม่ใช่อย่างที่พี่หยกคิดนะขอรับ"
"พี่ก็ยังไม่ทันคิดหรอก แต่ว่า เมื่อครู่ในเรือนก็มีเรื่องกัน ท่านเจ้าสัวกับคุณแก้วกำลังลงมาด้วย ถ้าไม่มาทางนี้ก็แล้วไป แต่หากเดินมาแล้วเกิดบังเอิญเห็นน้องหาญกับแม่หญิงท่านนี้ อาจจะ..."
"ห๊า ! คุณแม่กำลังออกมา"
"คุณแม่ของคุณหาญหรือคะ วุ้ย ดีจัง ฟ้าหยาดรีบเข้าไปไหว้แนะนำตัวกับคุณพ่อคุณแม่คุณหาญหน่อยดีกว่า"
"ไม่ได้นะ"
หาญดึงฟ้าหยาดไว้ หาญมองเดือน ขอร้อง
"แม่เดือน ข้าจะทำยังไงดี"
เดือนอึ้งทำตัวไม่ถูก

กล้ารับหน้าแสน เพื่อไม่ให้พ่อไม่สบายใจ แสนกวาดตามอง เห็นว่าไม่มีอะไร
"เอะอะเสียงดัง มีอะไรกัน"
"ไม่มีอะไรหรอกครับคุณพ่อ น้องสายฝนเจอตุ๊กแก เลยร้องเพราะตกใจกลัวน่ะขอรับ"
"ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว แม่บุหงา ลูกหล่อนโตจนป่านนี้อบรมให้มีมารยาทผู้ดีสมเป็นกุลสตรี
เสียบ้าง อย่าให้ฉันต้องร้องพูดอีกซ้ำสองนะ"
แสนผละออกไปด้วยความรำคาญ พวงแก้วยังอยู่ พลางยิ้มเยาะบุหงา
พลัน... สายฝนรีบเข้ามา เจียมรั้งไว้ไม่ทัน
"คุณพ่อเจ้าคะ คุณพ่อไปแล้วหรือ สายฝนจะฟ้อง ไอ้พี่กล้ามันปากเสียเจ้าคะ"
"แม่สายฝน หล่อนพูดจาให้ร้ายลูกฉันได้เยี่ยงไร"
"ก็พี่กล้ามันด่าสายฝน หาว่าสายฝนกรีดร้องเหมือนหมูตัวเมียถูกเชือด"
พวงแก้วหัวเราะ ในขณะที่บุหงาหน้าชา ลูกสาวตัวเองโดนด่าแล้วยังเอาคำด่านั้นมาด่าตัวเองซ้ำสองอีก
"คุณกล้า ทำไมต่อว่าน้องเยี่ยงนั้น แบบนี้อิฉันควรจะแจ้งท่านเจ้าสัวให้ทราบนะคะ"
"เชิญเถอะขอรับน้าบุหงา ผมจะบอกให้นะว่า ที่จริงแล้ว น้องสายฝนกรีดร้องหน่ะ ไม่ใช่เพราะเจอตุ๊กแก แต่เพราะพฤติกรรมน้องสายฝนต่างหาก ที่พยายามเกาะผู้ชายราวกับนางตุ๊กแก"
"คุณกล้า"
"ฮะๆ นี่แหละหนา โบราณถึงว่า ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ แม่มันเป็นยังไง ลูกมันก็มีพฤติกรรมเยี่ยงเดียวกัน"
บุหงามือสั่นโกรธจัด แก้วจับแขนกล้า จะเดินออกไปทางหนึ่ง
บุหงาเก็บความเจ็บใจไว้จนอั้นไม่อยู่ จ้องหน้าลูกสาแล้ว จิกผมเข้ามาใกล้
"อีลูกชั่ว มึงสร้างเรื่องให้กูอีกแล้ว"
บุหงาตบหน้าฉาด สายฝนเซถลามาทางพวงแก้วและกล้า ทั้งสองคนมอง ไม่ก้มประคองช่วยสายฝน
เจียมรีบปราดมาจะช่วย
"คุณหนู"
"ไม่ต้องช่วยมัน จิกกบาลนังลูกเวรกลับเรือนเดี๋ยวนี้อีเจียม"
เจียมเหวอ ไม่กล้าจิก สายฝนทั้งเสียใจ ทั้งเจ็บ ทั้งอาย เพราะโดนตบต่อหน้าพวงแก้วกับกล้า สายฝนปล่อยโฮ สะบัดมือเจียมออก
"ไม่ต้องมายุ่งกับข้า ไม่ต้อง ฮือ"
สายฝนวิ่งร้องไห้ออกไป บุหงาหันมองหน้าแก้ว
"สะใจกันรึยังหล่ะ อย่าให้ถึงทีอิฉันบ้างก็ละกัน"

พูดจบบุหงาก็รีบกลับเรือนเล็ก พวงแก้วมองตาม ถอนหายใจในความวุ่นวายของแม่ลูกคู่นี้ กล้าได้แต่ปลง สงสัยว่าตัวเองทำแรงไปหรือเปล่า
 
อ่านต่อหน้า 2

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 9 (ต่อ)

ฟ้าหยาดพยายามจะเข้าไปในใต้หล้า หาญต้องรับตัวฟ้าหยาดไว้

"แม่เดือน ช่วยข้าด้วย"
"ช่วยอย่างไรละเจ้าคะ"
เดือนอึกอัก กันฟ้าหยาด
"คุณหาญจะดึงฟ้าหยาดไว้ทำไมเจ้าคะ ฟ้าหยาดจะเข้าไปไหว้คุณแม่ของคุณหาญ"

ฝ่ายบุหงาหงุดหงิดมาก
"เจ็บใจนังแก้วกับอีกล้ามันจริงๆ พวกมึงทำกูเจ็บแสบมาก คอยดูนะถึงคราวกูเมื่อไหร่ ถ้าลูกมึงทำเรื่องเสื่อมเสีย กูจะกดมึงให้จมดิน ให้อับอายจนอยู่ในใต้หล้านี้ไม่ได้เลย"
ตอนนี้บุหงาไม่มีอารมณ์จะอยู่บ้าน จึงสั่งเจียม
"อีเจียม เอ็งเรียกรถลากมา ข้าไม่มีอารมณ์จะเห็นหน้าใคร"
"เจ้าค่ะ ไปเที่ยวเล่นตลาดน้อยก็ดีนะเจ้าค่ะ คุณบุหงาจะได้อารมณ์ดีขึ้น"
เจียมรีบตบมือเรียกบ่าวไพร่อีกต่อ บุหงาหงุดหงิดไม่หาย

หยกเริ่มต้องจัดการ
"น้องหาญครับ พี่ว่าน้องหาญพาแม่หญิงฟ้าหยาดไปจากหน้าใต้หล้าก่อนเถอะครับ"
"ไม่ไป ฟ้าหยาดไม่ไป จนกว่าจะได้เข้าไปในนั้น"
หยกมองเห็นรถลากกำลังออกมาไกลๆ คิดว่าน่าจะเป็นคนในเรือนแน่!
"มีคนในเรือนออกมาแล้ว อาจเป็นท่านเจ้าสัวกับคุณแก้วก็ได้ รีบหลบไปเถอะครับ"
หาญตกใจ รวบตัวฟ้าหยาดที่ยังดิ้นไม่ยอม รั้งกันอยู่ตรงนั้น

มุมหนึ่ง ไกลออกไป รถลากออกจากประตูใหญ่ของใต้หล้า เจียมตามบุหงาออกมา เห็นแว่บๆ
"เอ๊ะ คุณบุหงาเจ้าคะ ดูโน่นสิเจ้าคะ เมื่อครู่คุณกล้าปากดีเหมือนแม่ แต่นี่ คุณหาญท่าทางจะได้ท่านเจ้าสัวมาเต็มๆ"
บุหงาอยู่บนรถลากไม่หันไปมอง
"บ่นอะไรนังเจียม ข้าบอกแล้วใช่ไหมอารมณ์ไม่ดี ไม่อยากเห็นหน้าใคร"
เจียมยังมองต่อ
"ต๊าย คุณหาญกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับผู้หญิงจีนอยู่หน้าเรือน คงเป็นคู่พลอดสวาทกันกระมัง... แต่เอ หญิงจีนคนนั้น แต่งตัวคุ้นนะเจ้าคะ"
บุหงาตกใจ รีบเหลียวมอง แต่เพราะรถถูกลากออกไปไกลจึงมองไม่ค่อยชัด
หาญจำต้องจับฟ้าหยาดที่ดิ้นไม่ยอม ให้หลบออกไปอีกทางได้ โดยมีหยกและเดือนคอยลุ้นอยู่ ว่ารถลากออกไปแล้ว น่าจะมองไม่เห็น

บุหงาไม่สบายใจจึงสั่งรถลากหยุด แล้วตั้งใจลงไปดูอีกให้ชัดแต่ไม่เห็นหาญกับฟ้าหยาดแล้ว
"ไหน...หญิงจีน อีเจียม ข้าไม่เห็น คุณหาญไปไหนแล้ว"
"หายกันไปแล้วเจ้าคะ เอ...หรือว่าเจียมตาฝาด เอ...หรือจะเป็นคุณหยกจีนกับคุณหาญ หรือจะเป็นคุณหาญกับอีเดือน เอ...หรือ"
"พอแล้ว"
บุหงาพยายามมองดูก็เห็นแต่หยกกับเดือน
"อีสายฝนมันชอบอีตี๋หยกนี่ได้ยังไงนะ ทำตัวก็ต่ำมาคลุกคลีกับนางทาส ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวฉันได้กับมันแน่ ไป !นังเจียม"
บุหงาหันกลับไปขึ้นรถลาก รถลากบุหงาแล่นไป
ฝั่งหยกกับเดือน
"เฮ้ย ค่อยโล่งใจหน่อย คิดว่าน้องหาญจะไม่รอดซะแล้ว"
เดือนชะเง้อมองหาว่า หาญกับฟ้าหยาดว่าหายไปทางใด
" น้องหาญเสน่ห์แรงจริงๆ ถึงขนาดทำให้แม่หญิงฟ้าหยาดคนงามตามมาถึงที่นี่ได้"
เดือนหน้าชา สลด
"เจ้าคะ"
"แล้วเจ้าหล่ะ หลงเสน่ห์น้องหาญของเราด้วยรึป่าว"
หยกมองหน้า เดือนอึ้ง ตอบไม่ถูกเลย
"เดือนมิอาจเอื้อมคิดเยี่ยงนั้นเจ้าคะ เออ งั้นเดือนขอกลับเข้าเรือนไปทำงานก่อนนะเจ้าคะคุณหยก"
เดือนรีบออกไปทันที สวนกับกล้าที่เดินมา กล้าเห็นหยกคุยกับเดือนสองต่อสองอีกแล้ว หยกเห็นกล้ามากลัวจะเข้าใจผิดอีก
"น้องกล้าอย่าเข้าใจพี่หยกผิดนะครับ พี่หยกไม่ได้"
"พี่หยกไม่ได้คิดอะไรพิเศษกับแม่เดือนใช่ไหมครับ เอาไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้ละกันครับ กล้าสายแล้วไปทำงานดีกว่า"
"น้องกล้าครับ รอพี่หยกด้วย"
หยกไม่รู้ทำไงจึงต้องรีบตามกล้าไป

ข้างรั้วมุมหนึ่ง ฟ้าหยาดถูกหาญกอดรัดและปิดปากไว้ ฟ้าหยาดทำดีดดิ้นเพียงเล็กน้อย แต่จริงๆคือแอบซบอยู่กับอกหาญด้วยความสุขใจ
หาญแอบชำเลืองมอง ไม่มีใครตามมา เลยโล่งอก ปล่อยฟ้าหยาด
"โอย ค่อยยังชั่วหน่อย"
"คุณแม่คุณหาญไปแล้วหรือคะ แหม เสียดายจัง"
หาญส่ายหน้าอย่างระอาใจ
"ไม่ใช่เรื่องตลกนะแม่หญิง ใต้หล้านี้ไม่ใช่ที่ๆเจ้าจะมาเล่นสนุกแบบนี้ได้ เรือนเรามีกฎไม่ชอบให้คนนอกเข้ามา เราไม่อยากให้แม่หญิงลำบาก และเราก็ต้องลำบากไปด้วย"
ฟ้าหยาดทำสลด
"ฟ้าหยาดแค่อยากรู้จักคุณแม่คุณหาญนี่คะ ขอโทษด้วยที่ทำให้ไม่สบายใจ ฟ้าหยาดกลับก็ได้ แต่..."
"แต่อะไรอีก"
" แต่คุณหาญต้องไปส่งฟ้าหยาด หากปฎิเสธ ฟ้าหยาดจะตะโกนให้คนอื่นได้ยิน"
ฟ้าหยาดทำท่าจะตะโกน จนหาญอุดปากไว้ แต่ยังพูด
"ว่าอย่างไรคะ"
หาญเหมือนโดนบังคับไปโดยปริยาย
"อืม ตกลง เราตกลง"
ฟ้าหยาดยิ้มหน้าบาน จะหอมแก้ม แต่หาญรีบเอามือกันที่ปากแล้วพูด
"ไปกันได้แล้ว"
หาญมองซ้ายขวาแล้วรีบรวบตัวฟ้าหยาดดึงออกไปทันที

ดาวเดินเข้ามาในครัว เห็นชื่นกับมั่นอยู่สองคน
"เมื่อครู่ คุณกล้าอยู่กับคุณหยก กับคุณสายฝน...คนที่ไม่เห็นหัวก็มีเดือน แล้วก็คุณหาญ"
"บ่นอะไรของเอ็ง นังดาว"
"เรื่องของข้า...แล้วอีเดือนล่ะ"
มั่นไม่ตอบ ทำหน้านิ่ง กวนใส่บ้าง
"ข้าถามว่าอีเดือนอยู่ไหน" ดาวว่า
"ข้าจะรู้ไหม ไม่ใช่เรื่องของข้าเหมือนกัน เป็นเรื่องของนังเดือน" มั่นว่า
"หนอย ไอ้มั่น อยากลองดีกับข้าเรอะ"
ดาวคว้าของเตรียมจะฟาด มั่นไม่กลัว ชื่นร้องปรามทันที
"นังดาว พอเสียทีเถอะ อารมณ์รุนแรงของเอ็งน่ะ แล้วจะตามหานังเดือนมันทำไม มีอะไรกับมัน"
"หน้าถมึงทึงอย่างเอ็ง คงไม่ได้หาเรื่องดีๆให้นังเดือนมันแน่"
"เออสิ นังเดือนมันอู้งาน มันไปอ่อยคุณหาญใช่ไหม แน่ๆเลย น้าชื่นก็เป็นใจให้มันจับคุณหาญล่ะสิ"
"โอ๊ย อีนี่ หาเหาใส่หัวให้ข้าอีกแล้ว มานี่เลย เมื่อกี้ข้าไม่ฟาด คราวนี้คงต้องฟาดละวะ"
"โว้ย อีเดือนมันอ่อยคุณหาญ น้าชื่นไปตีมันสิ ตีข้าทำไม"
ดาวหลบออกจากครัว ชื่นปาไม้พายหวือตามหลังไป แต่เฉียดดาวไปนิดเดียว ชื่นโมโห จนมั่นต้องมาประคอง
"พอเหอะน้าชื่น อย่าฟังคำพูดนังดาว นังเดือนมันไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอก"

ชื่นเริ่มกังวล

บริเวณห้องโถง เอื้อยหัวเราะดังปากกว้าง จนท้องแข็ง

"สะใจจริงๆนะเจ้าคะ สมน้ำหน้านังบุหงา มันคงอับอายจนแทบหลุดแผ่นดินหนี ฮาฮ่า"
พวงแก้วยิ้มพอใจกับเรื่องที่หักหน้าบุหงาได้
"สายฝนก็ไม่ต่างจากแม่ของมันเลย ฉันเอามาคิดเปรียบ โชคดีที่ลูกของฉันไม่ทำเรื่องที่หน้าอับอาย"
"เจ้าคะ นายน้อยทั้งสองถูกอบรมเลี้ยงดูอย่างดีจากคุณแก้ว มิมีทางที่จะนอกลูนอกทางเป็นแน่เจ้าคะ"
แก้วยิ้มอิ่มใจ แล้วนึกขึ้นได้
"จริงสิ เครื่องหอมเราหมดแล้ว ออกไปซื้อที่ตลาดกัน"
"อุ๊ย เห็นว่านังบุหงานก็ออกไป คงจะไม่เจอกันที่โน่นนะเจ้าคะ มันคงไม่อยากเห็นหน้าคุณแก้วตอนนี้แน่เจ้าคะ ฮ่าฮา"
พวงแก้วกับเจียมหัวเราะชอบใจแล้วออกไป

ทางด้านหาญดึงฟ้าหยาดออกไปอีกทาง อีกด้านหนึ่ง รถลากเว่ยชิงแล่นมาถึงใต้หล้าพอดี เว่ยชิงลงจากรถลาก ค่อยๆเดินมาแอบดูอยู่ที่มุมหนึ่ง
"นังฟ้าหยาด มันอยู่ที่ไหนเนี่ย ตายล่ะ อั๊วจะทำยังไงดี ถ้าเข้าไปในใต้หล้า มีหวังท่านเจ้าสัวกับนังบุหงาอาจจะเห็น"
เว่ยชิงครุ่นคิดหาทาง
"หรือว่า นางฟ้าหยาดอาจไม่มาที่นี่หรอกมั้ง"
เว่ยชิงเดินกลับไปที่รถลาก แต่แล้วชะงักเท้า
"แต่มันต้องมาที่นี่แน่"
เว่ยชิงจะกลับไปดูอีกที เป็นจังหวะเดียวกับที่รถลากพวงแก้วกำลังออกมาพอดี
"ไอ๊หยา"
พวงแก้วและเอื้อยเห็นจึงหยุดรถ
"หล่อน"
เว่ยชิงจะหนีไปที่รถลาก
"เดี๋ยวก่อน นังแม่เล้า" พวงแก้วเรียก
เว่ยชิงหน้าเสียถูกจับได้จะรีบหนี เอื้อยวิ่งตามมาห้ามกันไว้ทัน
"ว้าย บังเอิญจังเลย อั๊วผ่านมาเฉยๆ ไม่มีอะไรต้องคุยด้วย"
"ไม่จริง แกมาที่นี่แน่ๆ มีเรื่องอะไร" เอื้อยว่า
"ไม่มีอะไร"
เว่ยชิงจะไป เอื้อยกระชากแขนไว้ เว่ยชิงสะบัด แก้วเดินเข้ามา
"อั๊วจะไปตลาด แค่ผ่านมาทางนี้"
"แต่นี่ไม่ใช่ทางไปตลาด หล่อนมีเรื่องอะไร ทำไมต้องมาที่นี่" พวงแก้วถาม
"อั๊วจะไปไหนก็เรื่องของอั๊ว แค่ผ่านมาเฉยๆ หรือว่าที่นี่ก็เดินผ่านไม่ได้ ถ้าหวงที่หวงทางนัก ก็เยี่ยวรดไว้สิ บอกอาณาเขตไปเล้ย"
พวงแก้วหน้าชา เจอเว่ยชิงตอกกลับแบบไม่สุภาพ
"คุณท่านเจ้าขา ให้บ่าวตบมันไหมเจ้าคะ เอาให้เลือดกลบปากพูดไม่ได้สามวันแปดวัน"
"ฮ่าๆ อั๊วไม่กลัวหรอก ตบก็ตบ อั๊วก็มีมือเหมือนกัน"
"บอกมานะ หล่อนพาร่างโสโครกของหล่อนมาที่นี่ทำไม"
เว่ยชิงโมโหเดือด ต้องหาทางเล่นงานแก้วกลับ และจุดอ่อนของแก้วมีเรื่องเดียว
"วุ้ย ! หวงผัวล่ะสิ เห็นหน้าอั๊วพาให้นึกถึงเรื่องใต้ร่มผ้าใช่ไหม ฮ่าๆ ลื้อคงคันมากสินะ
ผัวลื้อไม่เกาให้เลยเหรอ "
"นังสำเพ็ง !"
"ด่าแค่นั้นจะไปเจ็บอะไรเจ้าคะคุณท่าน "
เอื้อยจิกหัวเว่ยชิงมา ฝ่ายเว่ยชิงเอาพัดตีเอื้อย ส่วนเอื้อยตบเว่ยชิงฉาดใหญ่
"มันต้องอย่างนี้เจ้าค่ะ"
เว่ยชิงโดนกระแทกไปทางหนึ่ง พัดหลุดจากมือ แต่ยังไม่วาย กำทรายแล้วปาใส่หน้าเอื้อย
เอื้อยร้องจ๊าก ถอยร่นไป
"อ๊าก คุณท่านเจ้าขา...อีสำเพ็งมันโต้ตอบเจ้าค่ะ"
"คิดว่าอั๊วไม่มีมือมีตีนหรือไง"
"หมาเห่า อย่าเห่าตอบ นังเอื้อย หมามันแว้งกัด อย่าไปใกล้มัน"
"เฮอะๆ นังคุณนาย แน่จริงก็มาสู้กับอั๊วเองไหมล่ะ ชิ คงทำอะไรไม่เป็นสักอย่างสิท่า ขนาดจะตบตียังต้องใช้บ่าวไพร่ แบบนี้เวลาปรนนิบัติผัว คงทำไม่เป็น ถึงต้องมีเมียสำรอง"
"คิดจะเอาของสกปรกมาให้เจ้าสัวอีกหรือไง บอกไว้ก่อนนะ คราวนี้ ฉันไม่ยอม"
"เหรอ ไม่ยอมแล้วทำอะไรได้ ฮ่าๆ ฝากไปบอกท่านเจ้าสัวแสนด้วยแล้วกัน อั๊วเห็นว่าช่วงนี้ท่านเจ้าสัวไม่ได้ไปเยี่ยมยามที่หอจันทร์ฉายนานแล้ว ตอนนี้อั๊วมีเด็กสาว สดใหม่ สวยกว่าลื้อเท่านึง ตึงกว่าลื้อสามเท่า ลีลาเด็ดดวง รับรองท่านเจ้าสัวต้องคราง อู้ อ้า"
เว่ยชิงเย้ยทั้งสีหน้า ท่าทาง พวงแก้วเจ็บใจ กำมือจนแทบสั่น
"นังเอื้อย ไปเอาน้ำร้อนมา หมาตัวเมียเป็นสัด เอามาสาดให้มันไปให้พ้นๆ"
"น้ำร้อนหาไม่ทัน ใช้ไม้กวาดไล่นะเจ้าคะ"
เอื้อยคว้าไม้กวาดจากด้านหลังประตูได้ รีบกวาดไล่เว่ยชิง
เว่ยชิงชี้หน้าแก้ว เจ็บใจแต่ก็ได้ปล่อยระเบิดทิ้งไว้ลูกใหญ่เบ้อเริ่ม

เว่ยชิงเจ็บใจมากนั่งรถลาก จัดผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทาง
"นางฟ้าหยาด... ถ้าเจอลื้อ อั๊วต้องจัดการให้หนัก แหม โว้ย นังตัวแสบ มันทำเรื่องร้อนใจให้จริงๆ"
เว่ยชิงร้อนใจ ร้อนกาย จะหาพัดมาพัดไล่ร้อน แต่ดูแล้วไม่เจอ ที่เอวก็ไม่ได้เหน็บไว้
"เฮ่ย...พัดเพิด ก็หายไปไหนไม่รู้ "
เว่ยชิงหน้าหงิกไปตลอดทางบนรถลาก

พวงแก้วเจ็บใจมากเช่นกัน
"ฉันไม่ออกไปตลาดแล้ว กลับ"
เอื้อยปัดไล่รังควานไปมา แล้ววางไม้กวาด พลันเจอกับพัดอันหนึ่ง
"คุณแก้วเจ้าคะ"
พวงแก้วมองพัด ยิ้มร้าย
"จู่ๆ ข้าก็มีของจัดการนังบุหงาได้ ทีนี้ละ..."
พวงแก้วยิ้มร้าย คิดจะเล่นงานบุหงา โดยจะฟ้องแสนอีกทอดหนึ่ง

เดือนนั่งซึมอยู่ที่ศาลาริมน้ำ ทอดถอนใจด้วยความเศร้ามาก สับสนในใจ
"คุณหาญคุ้นเคยกับแม่หญิงผู้นั้นหรือ"
ดาวเข้ามารีบหาเรื่องทันที
"ข้าก็นึกว่าเอ็งอู้งานไปอยู่เสียที่ไหน ที่แท้ ก็มานั่งอ่อยรอผู้ชายอยู่ตรงนี้นี่เอง ทำมารยาหน้าซื่อตาใส มารยาของเอ็งใช้กับข้าไม่ได้หรอกนังเดือน"
"ดาว ! ทำไมเอ็งกล่าวหาข้าเยี่ยงนั้น ข้าไม่เคยคิดหรือทำเยี่ยงนั้นเลยนะ"
"โว้ย อีสนิมสร้อย อีสำออยร้อยเล่มเกวียน ข้าละเบื่อจริงๆ"
ดาวร้องโวยด้วยความรำคาญ หมั่นไส้เดือนเต็มแก่
มุมหนึ่ง เมฆโผล่เข้ามา ยิ้มกริ่ม
"ก็ใครจะร่านโฉ่งฉ่างอย่างน้องดาวล่ะจ๊ะ"
"ไอ้เมฆ ! ไปเห่าที่อื่นเลยไป๊ ไม่งั้นเอ็งเจอตีนข้าแน่ๆ"
ดาวถกโจงกระเบนขึ้น ทำท่าจะเหยียบเมฆ เมฆยิ้มร้าย มองต่ำ
"อ้า...นั่นไง เปิดเผย อ้าซ่า อล่างฉ่าง อย่างน้องดาว ข้าชอบ"
ดาวไม่ยั้งเท้า ถีบเมฆ เมฆดึงขาดาวเข้ามาใกล้ ดาวยันออก หนีออกมาได้ เมฆหัวเราะเยาะตามหลัง
"ทีหลังก็อ้าขากว้างๆกว่านี้นะนังดาว จะได้ถนัดๆ"
"อีบ้า"
ดาววิ่งห่างออกมา
"พี่เมฆก็ ไปยั่วไปแกล้งดาวมันทำไม"
"เฮ่ย ข้าไม่ได้แกล้งมันนะ ข้าเอาจริง"
ดาวเดินห่างออกมาแล้ว เจ็บใจ
"อีเดือน...มึง อีตาใสไร้ยาง มึงจะต้องโดนดีเข้าสักวัน"

ดาวมองเดือนหมั่นไส้
 
อ่านต่อหน้า 3

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 9 (ต่อ)

ฟ้าหยาดยืนยิ้มอยู่หน้าโรงน้ำชา ยื่นมือจะดึงหาญเข้าด้านใน

"ฉันมาส่งแม่หญิงได้แค่นี้"
"เข้าข้างในกับฟ้าหยาดนะคะ ให้ฟ้าหยาดได้ตอบแทนเลี้ยงน้ำชาคุณหาญก่อน"
" เราคงต้องรีบกลับ ขอตัวก่อน และขอความกรุณาแม่หญิง อย่าได้ไปที่ใต้หล้าอีก"
"ดูพูดเข้าสิ ทำห่างเหินจัง เอาเป็นว่า วันนี้คุณหาญน่าจะไม่มีอารมณ์ แต่เพลาหน้า ขอให้คุณหาญแวะมาหาฟ้าหยาดที่นี่บ้างนะคะ"
"ฉันไปก่อนนะ"
หาญไม่รับปากอะไร จะเดินออกไป ฟ้าหยาดคว้าคอหาญ จะจูบส่งท้าย หาญเบี่ยงออกอย่างสุภาพ
"แม่หญิงเป็นผู้หญิง ฉันไม่เอาเปรียบแม่หญิงไปมากกว่านี้ แม่หญิงเองก็ควรรักนวลสงวนตัวด้วยเช่นกัน"
หาญผละไป ฟ้าหยาดมองตามปลาบปลื้มสุดๆ โบกมือ
"คุณหาญ ช่างเป็นสุภาพบุรุษนัก ฟ้าหยาดจะรักคุณ ฟ้าหยาดรักคุณ"
ฟ้าหยาดมองจนหาญเดินเลี้ยวลับมุมตรอก ฟ้าหยาดหันหลังกลับ เปิดบานเฟี้ยม จะเข้าไปในโรงน้ำชา เว่ยชิงออกมา กระชากหัวฟ้าหยาดอย่างแรง
"นังตัวแสบ"

บริเวณล้างจานหลังโรงน้ำชา คนงานซอมซ่อสองคนกำลังล้างจานอยู่ อีกคนเทเศษอาหารใส่รางข้าวหมู หมูในคอกสกปรก สภาพหลังโรงน้ำชาสุดแสนสกปรก
มีเสียงฟ้าหยาดร้องโวยวายดังลั่นมาจากด้านใน
"อ๊าก อาเว่ย ฉันเจ็บนะ"
เว่ยชิงลากฟ้าหยาดมายังที่โรงล้างจาน เหวี่ยงฟ้าหยาดไปที่อ่างล้างจาน จนข้าวของกระจัดกระจาย
"โอ๊ย อาเว่ย เป็นบ้าอะไรเนี่ย"
"ลื้อนั่นแหละ อีบ้า อีนังตัวดี"
เว่ยชิงจิกหัวฟ้าหยาดอีก แล้วกดลงอ่างล้างจาน ฟ้าหยาดดิ้นพราดๆ คนงานเหวอ หลบไปมุมหนึ่ง
"ลื้อมันดื้อด้านสันดานเสีย อั๊วสั่งไม่ให้ลื้อไปที่ใต้หล้า แต่ลื้อยังฝ่าฝืนคำสั่งอั๊ว"
"ทำไมฉันจะไปใต้หล้าไม่ได้"
"ไม่ได้คือไม่ได้"
"แต่ฉันต้องได้คุณหาญ ฉันต้องได้"
"อีบ้า อีฟ้าหยาด อีนังไม่รักดี โอ๊ย กรรมจริงๆ อั๊วต้องล้างคาว ล้างกรรมให้ลื้อ ต่อไปนี้ห้ามใกล้คุณหาญเด็ดขาด หรือผู้ชายใต้หล้า ก็อย่ายุ่ง"
เว่ยชิงใช้กะลาตักน้ำรดราด ฟ้าหยาดโมโห
"โว้ย อาเว่ย ฉันยังไม่ได้กับคุณหาญเลย พอแล้ว"
"ห๊า ยังไม่ได้กันเหรอ เฮ่อ อั๊วค่อยโล่งใจหน่อย"
"ไว้ได้กันก่อนแล้วค่อยมารดน้ำสังข์ให้ฉัน"
เว่ยชิงโล่ง แต่ฟ้าหยาดยังปากดี เว่ยชิงใช้กะลาเคาะหัว และตบปากเบาๆ
"นี่แน่ะ ปากดี นังตัวดี ทำตัวไม่รักดีแบบนี้อั๊วต้องลงโทษ...ทุกคนฟังไว้ ต่อไปนี้ให้นังฟ้าหยาดทำงานล้างจาน ล้างส้วม ให้ข้าวหมูอยู่ข้างหลัง ห้ามมันสะเออะเสนอหน้าไปหน้าโรงน้ำชา"
เว่ยชิงเสียงกังวานก้อง เด็ดขาดมาก
"พวกเอ็งต้องเฝ้ามันไว้ อย่าให้นังฟ้าหยาดออกไปไหนเด็ดขาด"
ฟ้าหยาดเหวอ เสียใจและน้อยใจที่สุด
"ทำกับฉันขนาดนี้ ไม่ฆ่าฉันให้ตายไปเลยล่ะอาเว่ย อาเว่ยใจร้าย"

เว่ยชิงเหนื่อยหอบ มาหยุดมุมหนึ่ง ได้ยินเสียงฟ้าหยาดโวยวาย พลางเขวี้ยงจานแตกเพล้งๆ
"โว้ย ถ้าอั๊วไม่ห่วง ไม่แล อั๊วไม่เลี้ยงมาจนโตป่านนี้หรอกอาฟ้าหยาด...สักวันลื้อจะเข้าใจ"

หาญนั่งรถลากกลับมาจากหน้าตรอกโรงน้ำชา รถลากผ่านตลาดสำเพ็ง มีเสียงคนร้องโวยวาย และผู้คนเหลียวไปทางหนึ่ง
"ช่วยด้วย ขโมย ช่วยด้วยจ้ะ"
ขโมยคนหนึ่ง วิ่งหนีตาเหลือก มีกระเป๋าหวายของผู้หญิงติดมือมาด้วย หาญเห็น ได้ยินเสียงคนร้อง หันไปมอง เห็นบุษบาบรรณวิ่งไล่กวดคนร้ายมา
" แม่หญิง !"
คนร้ายวิ่งมาทางรถลากของหาญ
ทันใดนั้น เขาลุกขึ้น กระโดดลงจากรถลาก แล้วคร่อมตัวขโมยจนล้ม หาญต่อสู้กับขโมย จนเอากระเป๋ากลับคืนมาได้
"ใครก็ได้ เรียกเจ้าพนักงานทีเถอะขอรับ"
ชาวบ้าน1บอก "เฮ้ย พวกเรา ช่วยกันมัดไอ้ขโมยนี่ไว้ที"
ชาวบ้าน2 บอก "โอว นายท่าน นายท่านเก่งจริงๆ นายหาญลูกเจ้าสัวแสนใช่ไหม"
"ขอบคุณน้ำใจคุณหาญที่ช่วยจับขโมยกระเป๋าให้บุษ"
หาญส่งกระเป๋าคืน บุษบาบรรณเปิดดู
"อัฐยังอยู่ครบ"
"ฉันไม่นึกว่าแม่หญิงจะวิ่งไล่ตามขโมย เป็นคนอื่นคงยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้นแล้ว"
"ไม่ได้สิ ยืนหงอแบบนั้น ขโมยก็ครองนครพอดี"
ชาวบ้านล้อมตัวขโมยจะพาออกไป
"เดี๋ยวก่อน"
"แม่หญิงจะทำอะไร"
หาญหวั่นใจ เมื่อเห็นสีหน้าดุเข้มเอาจริงของแม่หญิงบุษบาบรรณ
"แม่หญิง อย่าทำร้ายเขา"
ขโมยยกมือไหว้ท่วมหัว
"กระผมขอโทษขอรับแม่หญิง กระผมผิดไปแล้ว กระผมหาอัฐซื้อข้าวให้แม่ แม่กระผมไม่มีข้าวกินมาสองมื้อแล้วขอรับ"
แม่หญิงยื่นเงินให้ขโมย
"เอ้า รับไป เอาอัฐนี่ให้แม่ของเจ้าไปซื้อข้าวกิน ส่วนเจ้า ทำผิด เป็นขโมย ผิดศีล ผิดกฎหมาย เยี่ยงไรก็ต้องรับโทษ เข้าไปนอนตะแลงแกงให้สำนึก หลังจากนั้นจงกลับตัวเป็นคนดี ทำได้ไหม"
"ได้ขอรับ ทำได้ขอรับ"
ขโมยแทบจะกราบ ได้เงินแต่ก็โดนจับอยู่ดี ชาวบ้านลากออกไป
หาญมองบุษบาบรรณด้วยความตะลึง ทึ่ง ประทับใจ
"แม่หญิง...ทำไมถึงทำเช่นนี้"
"เราเข้าใจ เขาเดือดร้อนมาก เขาจึงคิดสั้นไปหน่อย"
"แต่สิ่งที่แม่หญิงทำเมื่อครู่ ฉันว่ามันอาจเป็นดาบสองคมได้"
บุษบาบรรณไม่พอใจ
"ดาบสองคม อย่างไรรึเจ้าคะ"
"อืม...คงต้องอรรถาธิบายกันยาวทีเดียว"
"บุษชอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และอยากตอบแทนน้ำใจของคุณหาญ"
"ด้วยการให้อัฐผมเอาไปซื้อข้าวให้แม่ เหมือนที่แม่หญิงให้เงินขโมยเมื่อครู่"
หาญแซว บุษบาบรรณหัวเราะ ทั้งคู่ยิ้มให้กัน
"ไปรับทานโกปี๊ด้วยกันนะเจ้าคะ"

หาญโค้งให้แทนคำตอบ พลางกางแขน บุษบาบรรณมองและตัดสินใจคล้องจับแขน ทั้งสองยิ้มให้กัน และเดินไปกลางตลาดสำเพ็ง

หาญพาบุษบาบรรณเข้าไปในร้านโกปี๊ หาญเลื่อนเก้าอี้ให้บุษบาบรรณอย่างสุภาพบุรุษ ชาวบ้านร้านตลาดมองเป็นตาเดียว เนื่องจากสวยหล่อสมกัน กิริยามารยาทงดงามทั้งคู่

เจ็กนำกาแฟมาวางให้แล้วออกไป แม้บุษบาบรรณจะรู้ตัวว่าชาวบ้านมอง ก็ไม่เขิน ไม่ประหม่า
"ชาวบ้านต่างมองแม่หญิงบุษเป็นตาเดียว สมเป็นคนงามแห่งพระนครอย่างที่เขาลือกัน"
"เขาไม่ได้ลือแค่นั้นดอกเจ้าค่ะ เขายังลือว่าบุษถูกหมายคู่ให้กับคุณชายท่านนั้นท่านนี้ รวมทั้งคุณหาญด้วย"
หาญเหวอ บุษบาบรรณหน้าเป็น พูดจาตรงไปตรงมาจนหาญอดหัวเราะไม่ได้
"ผมไม่เคยเจอแม่หญิงคนไหน ชัดเจน ตรงไปตรงมาขนาดนี้มาก่อน"
"คุณหาญมองบุษราวกับว่าบุษเป็นของแปลก"
"คุณบุษมิได้แปลกดอก แต่กิริยานั่นต่างหาก อาจจะทำให้เกิดความผิดแปลกแก่สังคม"
"เยี่ยงไรรึเจ้าคะ"
"ก็การที่คุณบุษให้อภัยคนกระทำผิด นับว่าประเสริฐ แต่การบริจาคอัฐให้คนผิด อาจทำให้สังคมเข้าใจผิดแปลกใป ชาวบ้านอาจหมายใจว่า หากทำผิดแล้ว จะได้สินรางวัลด้วยซ้ำ"
"แต่เขาเป็นคนทุกข์ เขาควรได้รับความช่วยเหลือ"
"ใช่ขอรับ ผู้สุขสบายกว่าสมควรช่วยเหลือคนทุกข์ด้อยกว่า แต่คนทุกข์นั้น ก็ควรเรียนรู้ช่วยเหลือตนเองและกระทำการอันไม่ขัดต่อกฎบ้านเมืองด้วย"
แม่หญิงนิ่งไป ยอมรับฟัง
"บุษให้อัฐเขาไปแล้ว ชาวบ้านก็เห็นกันทั่ว จะกลับไปแก้ไขได้อย่างไร"
"เพียงเข้าใจ ต่อไปก็ปฏิบัติเสียใหม่ก็ได้ คนเราตั้งใจดี หลักการดี แต่กระทำผิดวิธี ย่อมมีบทเรียน และสมควรเรียนรู้เพื่อไม่ประพฤติซ้ำรอยผิดเดิมๆ"
"สาธุ !"
"อะไรกัน ฉันไม่ได้เทศน์คุณบุษเสียหน่อย"
บุษบาบรรณหัวเราะเพราะเห็นว่าตนหยอกเย้าหาญได้ผล หาญส่ายหน้า ขำไปด้วย อารมณ์ดี
"เชียร์ (Cheers)"
"เชียร์ ? แบบฝาหรั่งน่ะรึ"
"เจ้าค่ะ ยินดีแบบฝาหรั่ง ด้วยโกปี๊แบบสยาม...แด่ มิตรภาพ"
"แด่ มิตรภาพ"
หาญและบุษบาบรรณชนแก้วโกปี๊ มิตรภาพงอกงามขึ้นประมาณหนึ่งแล้ว

ภายในร้าน เจ้าสัวแสนจิบน้ำชาอยู่กับซินแสเทียน มีอ่ำวิ่งรับใช้ กล้า และ หยกช่วยงานกันในร้าน กล้ายังทำมึนๆใส่หยก หยกมองจึงเดินมากระซิบบอกกล้า กล้าตาโต
"จริงรึ พี่หยก ! น้องหาญมีแม่หญิงมาหา..."
หยกรีบจุ๊ปาก ให้กล้าเงียบ แล้วพยักหน้า
" พี่กับแม่เดือนจึงช่วยกัน เลยอาจทำให้น้องกล้าเกือบเข้าใจผิดอีก"
กล้ายิ้ม หยกยิ้มตอบ ทั้งสองมองหน้ากัน ซินแสเทียนที่อยู่ในร้านอีกมุมแอบมองเห็น ซินแสรีบพูดเพื่อตัดความสนใจ
"กิจการของท่านเจ้าสัวเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก แทบจำไม่ได้ ตึกแถวคูหาเดียว บัดนี้ใหญ่โตโอฬารแล้ว"
หน้าคูหาหนึ่ง มีกระบุง ยุ้งกระสอบข้าวเปลือก เมล็ดพืชต่างๆอาทิ ถั่ว บางกระสอบเป็นน้ำตาล เกลือ
กล้าจึงรีบเดินแยกไป แสดงให้เห็นการทำงานอย่างตั้งใจ เอาใจใส่ต่อร้าน
กล้าบอกทาส
"พวกเอ็งจงหมั่นรักษาความสะอาดร้าน อย่าให้มีมอดแมลงขึ้นสินค้า ชาวบ้านจะรังเกียจไม่มาซื้อ สินค้าก็จะเสียหาย"
อ่ำพยักหน้าขอรับๆ พลางเก็บกวาด
มีชาวบ้านมาซื้อข้าวสาร อ่ำตักข้าวสารเอาไปชั่ง กล้าเห็นว่าลูกตุ้มน้ำหนักดูไม่เที่ยงตรง
"เจ้าอ่ำ อย่าเพิ่งขายไป ข้าว่า ลูกตุ้มจะไม่เที่ยงเสียกระมัง...พี่หยกขอรับ ช่วยซ่อมแซมได้ไหม กล้าไม่อยากขายข้าวเอาเปรียบชาวบ้าน"
ชาวบ้านบอก
"โถ พ่อคุณ ขอบน้ำใจนักที่พ่อช่างเป็นคนดี ไม่เอาเปรียบคนจนๆอย่างข้า"
แสนกับเทียนเดินมา แสนพอใจมาก ตบไหล่กล้า
" ดีมากไอ้ลูกชาย เราค้าขายต้องเที่ยงตรง ยุติธรรม จำไว้"
"ขอรับ"
หยกแกะลูกตุ้มเหล็กชั่งน้ำหนักออก รู้ปัญหา
"กระผมจะไปร้านเหล็ก เพื่อหล่อตุ้มน้ำหนักใหม่ มีลูกชั่งตำลึงหายไปหนึ่งตำลึงขอรับ"
"กล้าไปด้วยขอรับ"
แสนพยักหน้าอนุญาต หยกเดินออกไปพร้อมกล้า ซินแสเทียนมองตาม รู้สึกไม่ค่อยดี ไม่อยากให้ไปด้วยกัน
แสนมองตาม
"เจ้าหยกกับเจ้ากล้าช่างสนิทกันดีจริง ยิ่งกว่าพี่น้อง เสียดายนะ หากเจ้ากล้าเป็นลูกสาว เห็นทีข้าจะขอทาบทามพ่อหยกให้เสียกระมัง ฮ่ะๆ"
แสนพูดติดตลก ไม่ได้คิดอะไร
"ฮ่าๆ" ซินแสเทียนหัวเราะขื่น "ท่านเจ้าสัวพูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด"
ซินแสเทียนวาบในใจ เหงื่อตก !
กล้าและหยกเดินไปหยอกกันไป หยกเดินโอบคอกล้าเดินไปด้วยกัน
"ท่านซินแส เป็นอะไรหรือ ดูหน้าซีดๆ เหงื่อท่วมเลย"
" เอ่อ...ไม่มีอะไร อั๊วคงร้อน... ร้อนใจ"
เทียนรีบยืนบัง กลัวแสนจะเห็นหยกกับกล้าโอบกัน เทียนหลบสายตาแสน เบือนหน้า โบกพัดคลายร้อนซึ่งจริงๆเป็นการร้อนใจด้วยสังหรณ์ที่แรงมากเกี่ยวกับหยกและกล้า

หยกและกล้าเดินมาด้วยกัน พอลับสายตาคน หยกเห็นมีตรอกลับตา นึกสนุก ดึงมือกล้าพาวิ่งไป
"พี่หยก จะพากล้าไปไหนขอรับ"
"ตามมาเถิดขอรับ"
หยกจูงกล้ามาหยุดที่ตรอกลับตาคน กล้าตื่นเต้น งงงัน
"เราหนีใครหรือขอรับ"
"ไม่ได้หนีใครหรอก หนีหัวใจเรายังไม่พ้นเลย"
" พี่หยก"
หยกจับมือกล้า กล้าเขิน แต่จับมือตอบ

อ่ำตรวจดูกระสอบข้าวสาร ซินแสเทียนเดินเข้ามาเงียบๆ กลัวว่าแสนจะมาเห็น
"เจ้าอ่ำ...รีบตามไปช่วยคุณหาญกับเจ้าหยกเร็วเข้า เหล็กหล่อ เห็นจะหนัก"
"เหล็กชั่ง น้ำหนัก 1 ตำลึง" อ่ำทำมือจิ๊ดเดียว "อันเท่านี้น่ะหรือขอรับ หนัก"
"ไปเถอะน่า ไปช่วยคุณๆ"
เทียนหยิบอัฐให้ถุงหนึ่ง จากงงๆ ก็พยักหน้ายิ้มกว้างทันที
"แล้วเอ็งก็จงอยู่กับคุณหาญคุณหยก อย่าได้คลาดสายตาเด็ดขาด"
"ขอรับ"
แม้อ่ำจะงง ไม่เข้าใจ แต่เห็นแก่เงิน เลยรีบวิ่งจ้ำอ้าวออกจากร้าน เทียนมองตาม พัดให้คลายร้อนใจ
"กันไว้ดีกว่าแก้...ตัดไฟไม่ให้ลาม ต้องถางแนวกันไฟให้ห่างออกไป"

เทียนมองอย่างกังวล
 
อ่านต่อหน้า 4

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 9 (ต่อ)

ในตรอกลับตาคน หยกกุมมือกล้า เข้าใกล้กันมากกว่าเดิม

"พี่ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเยี่ยงนี้ได้เช่นไร แต่พี่หยกรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้น้องกล้า"
"กล้าก็เช่นกัน"
"แต่ช่วงนี้ เจ็กดูไม่ค่อยปรีดาเท่าใดนัก หากเห็นพี่กับน้องกล้าใกล้ชิดกันแบบนี้ พี่เกรงว่าเราจะไม่มีโอกาสอยู่ใกล้กันอีก"
" ไม่มีได้เยี่ยงไร นี่อย่างไรขอรับ เพลานี้ เราได้อยู่ด้วยกัน"
กล้าบีบมือหยก หยกซาบซึ้ง เคลื่อนกายเข้าหากันใกล้ขึ้นๆๆ
"คุณกล้า คุณหยก"
หยกและกล้าเด้งตัวออกจากกันโดยอัตโนมัติ หันขวับไปทางปากตรอก
อ่ำวิ่งหอบมาหยุดที่ปากตรอก สายตามองตรงไปข้างหน้า ตะโกนเรียกหยกกับกล้า
"โธ่เอ๊ย ยังเดินไปไม่ถึงไหนนี่เอง"
"เอ็งมีอะไรรึไอ้อ่ำ"
"ท่านซินแสให้บ่าวตามมารับใช้นายหาญกับนายหยกขอรับ...คงคิดว่านายท่านทั้งสองจะหนีเที่ยวซุกซนประสาชายแน่ๆ ว่าแต่ นายท่านจะไปหอจันทร์ฉายไหมขอรับ ไอ้อ่ำจะพาไป ไม่ให้ใครรู้เชียว ฮ่าๆ"
อ่ำหัวเราะเอิ๊กอ๊าก เข้าใจไปอีกทาง
หยกกับกล้าสบตากัน เข้าใจว่าซินแสเทียนกำลังขัดขวางไม่ให้อยู่ใกล้ชิดกัน

บุษบาบรรณเลือกซื้อผ้า หาญเดินตาม ดูเก้อๆ บุษบาบรรณหัวเราะ
"จ่ายตลาด ซื้อผ้า คุณหาญชอบไหมเจ้าคะ"
หาญหัวเราะแหะๆ พูดไม่ออก เพราะไม่ได้ชอบ บุษบาบรรณสนุกที่ได้แกล้ง
"สไบสีงามยิ่งนัก คุณหาญจะซื้อไปกำนัลผู้ใดไหมเจ้าคะ"
"ซื้อไปกำนัลรึ"
"บ่าวในเรือนใต้หล้าผู้น่ารักนางนั้น"
หาญอึกอัก นึกว่าบุษบาบรรณจะล่วงรู้ความรู้สึกระหว่างเขากับเดือน
"บุษขออนุญาตซื้อผ้าผืนนี้ฝากไปให้นางทาสผู้นั้นได้ไหมเจ้าคะ"
"คุณบุษอยากให้แม่เดือนรึ...ก็ คงได้กระมัง"
"ถ้าเช่นนั้น คุณหาญช่วยบุษเลือกหน่อยนะเจ้าคะ แม่เดือนควรจะใช้ผ้าสีใด"
หาญอึกอัก บุษบาบรรณหยิบผืนนั้นผืนนี้ทาบ หาญนึกถึงเดือน เลือกผ้าสีนวลจันทร์
"เดือน...เหมือนแสงจันทร์นวล"
"งามจริง แม่เดือน ใช้ผ้าสีนวลจันทร์"
บุษบาบรรณเลือกผ้า ไม่ได้คิดอะไรว่าหาญรู้สึกยังไงกับเดือน หาญซ่อนสายตาอย่างแนบเนียน

เดือนมาช่วยเอื้อยบริการนายท่านทั้งหลาย เดือนหลบสายตาหาญ เพราะยังไม่เข้าใจหาญเรื่องฟ้าหยาด เดือนได้แต่เก็บความต่ำต้อย เจียมไว้ ก้มหน้างุด หาญไม่มีจังหวะสบตาเดือน กล้าเห็นสายตาน้องชายก็รู้ รีบช่วย
"แม่เดือน ไม่เงยหน้าขึ้นมอง จะส่งสำรับวางถูกที่หรือ"
"บ่าวขออภัยเจ้าค่ะ บ่าวผิดไปแล้ว"
เดือนรีบเงยหน้า รีบวาง รีบไป ย้ายตัวเองไปอยู่ด้านหลัง คอยส่งให้เอื้อยวางแทน
หาญหวั่นใจ คิดว่าเดือนหลบหน้าหลบตา กล้าสังเกต เอนตัวมากระซิบถาม
"พี่ว่า เรื่องแม่หญิงฟ้าหยาดคงทำให้แม่เดือนสงสัยในตัวเจ้าไม่น้อย พ่อหาญ"
"พี่กล้าทราบหรือขอรับ"
หาญตกใจ กล้าพยักหน้า
"พี่น้องกระซิบกระซาบอันใดกัน ฟ้าๆอันใด พ่อได้ยินไม่ถนัด" แสนถาม
หาญกับกล้าตกใจ พวงแก้วจ้องหน้าลูกชาย
"พี่กล้าแจ้งกระผมว่า เมื่อกลางวันฟ้ามีเมฆมาก ฤดูฝนใกล้จะมาแล้ว"
"พวกเราเตรียมจะซ่อมหลังคายุ้งฉางและโรงเก็บสินค้าให้แล้วก่อนฤดูฝนนี้ขอรับ" กล้าบอก
"ดีแล้วจ๊ะ...แม่เอื้อย ตักข้าวสิ" พวงแก้วบอก
"เดี๋ยว...รอแม่บุหงากับลูกก่อน"
เอื้อยชะงักมือ พวงแก้วหน้าตึงทันที

สายฝนถูกบุหงาลากมาตามทาง
"ไม่เอา ไม่ไป สายฝนไม่อยากกิน"
"อีแก้วมันพยายามจะเฉดเราสองแม่ลูก แกจะทำให้เข้าทางมันไม่ได้ แกต้องไปร่วมโต๊ะกับคุณพ่อ"
"แต่สายฝนไม่อยากเห็นหน้าไอ้กล้า แม่ไม่อายหรือไง ตบสายฝนต่อหน้าไอ้กล้ากับแม่มัน แม่ก็ทำตัวต่ำๆอย่างที่มันด่า"
บุหงาแทบจะเงื้อมืออีก เจียมยั้งไว้
"คุณบุหงาเจ้าคะ อย่าโกรธเจ้าค่ะ หน้ายับเดี๋ยวแป้งที่เติมไว้จะหลุด อย่าลืมสิเจ้าคะ คุณบุหงากับคุณสายฝนต้องเอาใจท่านเจ้าสัว ทำให้ท่านหลงใหลเช่นเดิม"
สายฝนกับบุหงาต่างคนต่างสะบัดพรืด ถอนหายใจฮึดฮัด ต้องให้บ่าวไพร่เตือนสติ แล้วก็เหมือนได้สติทั้งคู่

บนเรือนใหญ่ พวงแก้วไม่อยากรอบุหงา กะว่าจะหาเรื่อง พยักหน้าให้เอื้อยตักข้าว
"สองคนนั่นคงไม่กล้าสู้หน้าท่านเจ้าสัวหรอกเจ้าค่ะ เมื่อวานเพิ่งสร้างเรื่อง วันนี้คงไม่มาร่วมสำรับ"
"คุณพี่กล่าวร้ายน้องอีกแล้วนะคะ"
บุหงาปรากฎตัวพร้อมสายฝน ทั้งคู่ดูยิ้มแย้มต่อกัน สายฝนมองหน้ากล้า แล้วแทบไม่อยากมานั่งด้วย
บุหงาจิกสายฝนให้อดทน กระซิบกันสองคน
"อย่าทำขายหน้า แกต้องอดทน จะสู้พวกมันก็ต้องด้านเข้าไว้"
"มาก็ดี รีบนั่งลง จะได้กินข้าวเสียที"
"หล่อนควรรู้กาละและการตรงต่อเวลาบ้างนะ" แสนว่า
"คุณพี่ดูนาฬิกาเรือนใหญ่นั่นสิคะ มันก็ตรงเวลาทุกครั้ง สำรับร่วมโต๊ะเวลาทุ่ม บุหงาไม่ได้สาย คุณพี่ต่างหากเลื่อนเวลากลั่นแกล้งบุหงา"
ทุกคนมองนาฬิกาเรือนใหญ่ จริงดังคำบุหงา พวงแก้วทนไม่ได้
"แต่หล่อนควรรู้เวลาของคนหมู่มาก เป็นเมียน้อย...ไม่ใช่สิ เป็นผู้น้อย หล่อนก็ควรมารอ"
"คุณพี่ !"
"โว้ย...จะเถียงกันอีกนานไม๊ ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้ว รำคาญ" แสนว่า
แสนปัดชามข้าวต้มไปทางหนึ่ง เสียงดังเคร้งคร้าง บรรยากาศอึดอัด
" ข้าหิวข้าว อยากกินข้าวกับครอบครัวเพียงต้องการให้อิ่มท้อง อิ่มตา อิ่มใจ แต่เมื่อในบ้านมีแต่เรื่องร้อน ทำให้ข้าอิ่มไม่ได้ เห็นทีข้าต้องออกไปหากินที่อื่น !"
แสนลุกออกไปจากห้อง เดินไปทางหน้าเรือน
"ไอ้อ่ำ ไอ้อ่ำโว้ย เตรียมรถลาก พาข้าไปจากที่นี่ที"
แก้วและบุหงาตกใจมาก ต่างโพล่งเรียก

"ท่านเจ้าสัว !"

เว่ยชิงเดินทักทายลูกค้าตามโต๊ะต่างๆ จนเดินมาที่โต๊ะหนึ่ง

"กำเสี่ยๆ ขอบคุณเจ้าค่ะ คืนนี้ท่านสำราญดีไหมเจ้าคะ ท่านเจ้าขา"
ลูกค้าหันมา เป็นเจ้าสัวแสน ยักคิ้ว เว่ยชิงร้องจ๊าก
"อ๊ายหยา"

ฟ้าหยาดในชุดแบบคนงาน ล้างจานอยู่ เหนื่อย เหงื่อซ่ก ได้ยินเสียงเว่ยชิงร้องก็วางจานด้วยความเป็นห่วง
"อาเว่ย"
ฟ้าหยาดลุกขึ้น จะไปด้านหน้า คนงานรีบมากัน
"ลื้อจะไปไหน"
"ไปดูอาเว่ยน่ะสิ ร้องลั่นอย่างนั้น ต้องมีอะไรแน่ๆ"
ฟ้าหยาดไปที่ทางออก มีมู่ลี่กั้นเป็นม่านแบ่งส่วนอยู่ ฟ้าหยาดแหวกมู่ลี่จะออกไปเรียก
" อาเว่ย"

เว่ยชิงหันขวับ มองมู่ลี่เพยิบพยาบ เว่ยชิงหัวใจจะวาย กลัวฟ้าหยาดออกมา
"อย่าออกมานะ อาฟ้าหยาด"
แสนมองเว่ยชิง มองตามไปที่มู่ลี่ เว่ยชิงเคลื่อนตัวบังสายตาแสน
"หล่อนเป็นอะไร อาเว่ย"
เว่ยชิงหัวเราะกลบเกลื่อน ทำบิดเนื้อบิดตัวท่าเซ็กซี่ แต่สายตาแอบชำเลืองไปทางมู่ลี่กั้นส่วนร้าน

ฟ้าหยาดเกือบออกไปได้ แต่คนงานมาดึงไว้ ลากกลับไปที่อ่างล้างจาน
"เอ๊ะ ถ้าเกิดเรื่องกับอาเว่ยล่ะ"
"เจ๊เว่ยชิงสั่งไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามลื้อออกไปเสนอหน้าข้างนอกเด็ดขาด"
"เออ ดี จิกหัวให้ฉันอยู่กับของเหม็นๆตรงนี้แหละ คนอุตส่าห์เป็นห่วง อาเว่ยบ้า มีอะไรจะไม่ช่วยนะ"
ฟ้าหยาดงอนเว่ยชิง กระแทกตัวลงนั่ง ล้างจานชามเสียงดัง

มู่ลี่และด้านหลังเงียบไป เว่ยชิงคิดว่าหมดเรื่อง ถึงกับผ่อนลมหายใจยาว
"ข้าไม่ได้มาเสียนาน หล่อนดูแปลกไปนะอาเว่ย"
"เพลาผ่าน คนก็เปลี่ยนสิเจ้าคะ ท่านเจ้าสัวน่าจะเข้าใจกฎธรรมดาโลก"
"ฮ่ะๆ เมื่อก่อนข้ามานั่งกลุ้ม หล่อนกลับประชดว่าที่นี่ไม่ใช่โรงธรรม ไฉนเพลานี้ หล่อนกลับมาสอนสัจธรรมข้าในหอนางโลม"
"หากท่านสำราญดีแล้วก็รีบกลับใต้หล้าเถิด"
"อาเว่ย นี่หล่อนไล่ข้ารึ"
"มิได้เจ้าค่ะ เพียงแต่...เอ้อ...ท่านเจ้าสัวมีหน้ามีตาใหญ่โตในพระนคร มิคู่ควรมาอยู่ในสถานอโคจรเยี่ยงนี้ กลับเถิดเจ้าค่ะ"
เว่ยชิงดึงตัวแสนให้ลุกขึ้น แล้วดึงจะพาออกไปนอกร้าน
มุมหนึ่ง ลูกค้าคนหนึ่งเมามาก ผลักนางโลมที่ดูแลอยู่ออก แล้วโวยวายเสียงดัง
" ไม่เอาอีนี่ ข้าต้องการฟ้าหยาด พาฟ้าหยาดมาให้ข้า ฟ้าหยาด"
แสน มองอย่างสงสัย
"ใครหรือ ฟ้าหยาด"
"ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะ ท่านเจ้าสัวรีบกลับไปเถอะเจ้าค่ะ"
เว่ยชิงรุนหลังเจ้าสัว พลางเหลียวในร้าน ขยิบตาให้นางโลมเข้าไปปลอบลูกค้า แต่ลูกค้ายังโวยวาย
" ฟ้าหยาด"

ฟ้าหยาดได้ยินเสียงลูกค้าโวยวาย คนงานเหวอ เพราะดังมาก
"งานนี้แย่แน่"
"สมน้ำหน้า อาเว่ย"
ฟ้าหยาดล้างจานต่อ

ลูกค้าโวยวายเสียงดังมากขึ้น ผลักนางโลมออก
"โว้ย บอกว่าข้าจะเอาแม่นางฟ้าหยาด"
เจ้าสัวแสนไม่ยอมออกจากร้าน เว่ยชิงทั้งห่วงร้าน พะวงแสน เกรงฟ้าหยาดจะซ่าออกมา
"ข้าว่าให้ข้าช่วยเจรจากับลูกค้าผู้นั้นให้ดีกว่า"
"ไม่ต้องเจ้าค่ะ ร้านอั๊ว อั๊วรับมือได้ เรื่องนี้"
โครม ! ลูกค้าถีบโต๊ะ ลูกค้าคนอื่นกระเจิง
"อีเว่ยชิง อีสับปลับ ลื้อหลอกลวงลูกค้า ลื้อกระพือข่าวว่าหอจันทร์ฉายมีนางโลมเลื่อง
ชื่อ ชื่อ ฟ้าหยาด ข้าต้องการฟ้าหยาด"
เจ้าสัวผู้กว้างขวาง มีบารมี ทนพฤติกรรมคนกเฬวรากไม่ได้ จึงเดินกลับเข้ามา
"หยุดประพฤติเยี่ยงคนกเฬวรากเสียที"
เว่ยชิงเหวอ
"ท่านเจ้าสัว"
"แม่หญิงฟ้าหยาดอะไรนี่ คงไม่สวยหยาดฟ้าเท่าใดดอก เอ็งจงเลิกเพ้อครวญ แล้วกลับไปเสีย"
"ไม่...ข้าต้องการแม่หญิงฟ้าหยาด"
"ฟ้าหยาดมาแล้วเจ้าค่ะ"
แสนหันไป เว่ยชิงตกใจวาบ พ่อลูกเจอกันจนได้ เว่ยชิงรีบปรี่เข้าไป จะลากฟ้าหยาดเข้าด้านหลัง
"อาฟ้าหยาด...ลื้อออกมาทำไม เข้าไป อย่าออกมา"
"โรงน้ำชาแทบจะพัง ยังจะเกรงข้าจะหนีอีกรึไงอาเว่ย"
ฟ้าหยาดไม่สน สะบัดเว่ยชิงออก แสนตะลึงในความงามของฟ้าหยาด จ้องตาไม่กะพริบ ฟ้าหยาดไม่ได้สนใจแสน เดินเข้ามาหาลูกค้าที่โวยวายเสียดัง ฟ้าหยาดเข้าไปยั่วยวน
"ท่านเรียกหาฟ้าหยาดหรือเจ้าคะ"
"อา...แม่นางฟ้าหยาด"
"ฟ้าหยาดก็อยากให้ความสุขแก่ท่าน แต่มีข้อแม้อยู่ว่า..."
ลูกค้ายิ้มค้าง รอว่าอะไร
ฟ้าหยาดลูบมือไปทั่วอกลูกค้า ลากไปรอบไหล่ สองมือฟ้าหยาดเคลื่อนอยู่บริเวณไหล่และคอของลูกค้า
"ข้อแม้ก็คือว่า หากต้องการให้ฟ้าหยาดสร้างความสำราญให้ ท่านต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น โดยเฉพาะฉัน หรืออาเว่ย"
ฟ้าหยาดจับล็อกคอลูกค้า บิด กล็อก ! ลูกค้าลงไปนอนหลับ คร่อก ฟ้าหยาดยิ้มหวานเยิ้มให้ลูกค้าคนอื่น
"ขอเชิญมีความสุขตามสบายนะเจ้าคะ"
ลูกค้าเหวอ แต่ปรบมือให้ทั้งโรงน้ำชา
เจ้าสัวแสนมองด้วยความตะลึง ชื่นชม เดินเข้ามาหาฟ้าหยาด เว่ยชิงรีบวิ่งเข้ามา ก่อนที่แสนจะได้แตะตัวฟ้าหยาด
"หล่อนเองรึ ฟ้าหยาด...ข้าชักจะชอบเจ้าแล้วสิ"

ฟ้าหยาดยิ้มให้แสน เว่ยชิงหน้าซีดเผือด หัวใจจะวาย
 
อ่านต่อตอนที่ 10
กำลังโหลดความคิดเห็น...