xs
xsm
sm
md
lg

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 9

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 9

เพลิงถูกไอ้เชิดกับพวกลูกน้องคุมตัวมาที่หน้าห้องขัง ชาติเดินเข้ามาประกบจ้องหน้า แล้วยิ้มร้าย
“ในเมื่อเอ็งไม่ยอมให้ความร่วมมือ อยากหัวหมอกับข้า คืนนี้เอ็งก็นอนตบยุงเล่นในนี้ไปก่อนแล้วกัน เผื่อจะนึกขึ้นได้ว่าอยากเป็นพลเมืองดีช่วยเหลือเจ้าหน้าที่จับคนเลว”
เพลิงหัวเราะในลำคอ
“เสียเวลาเปล่า โจรจะฟัดกับโจรก็เป็นเรื่องของโจร ข้าก็แค่คนนอก”
ชาติฟังแล้วก็โมโห เลยชกหน้าเพลิง ก่อนจะถีบเข้าไปในห้องขัง
“ระวังปากเอ็งไว้ให้ดีเถอะ ถ้ายังทำตัวเป็นพวกเดียวกับไอ้เสือกับนางสิงห์ ข้าจะยัดข้อหา ให้เอ็งนอน คุกยาวๆ แล้วพวกข้าจะอาสาไปดูแลคุณหมอคนสวยของเอ็งให้แทน”
พูดพลางชาติก็หัวเราะชอบใจ ขณะที่เพลิงหน้าเสีย รีบปรี่มาเกาะลูกกรง
“พวกแกห้ามยุ่งกับคุณหมอ”
“สงสัยจะจริงอย่างที่ได้ยินมาจากพวกชาวบ้านว่า เห็นเอ็งหายเข้าไปในบ้านพักคุณหมอตั้งแต่เมื่อคืน”
ขณะเดียวกัน ลูกน้องอีกคนก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“พี่ชาติครับ พวกไอ้เชนมาที่นี่ มันอยากคุยกับพี่”
“ไอ้เชนอีกแล้วเหรอ”


“จะให้ฉันปล่อยไอ้เพลิงน่ะเหรอ กลับไปเถอะครู อย่ามาก้าวก่ายงานของฉันดีกว่า”
ชาติโวยวายใส่กับครูประสิทธิ์ ที่มายืนคุยที่หน้าโรงพัก พร้อมกับเชนและวัลภา
“แต่อยู่ๆเอ็งจะมาจับคนในวงของข้ามานอนคุกเล่นๆแบบนี้ไม่ได้”
“ใครบอกว่าฉันจับลูกน้องครูมานอนเล่นๆ ที่จับมันมาเพราะมันเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะรู้เห็น เปิดทางให้ ไอ้เสือกับนางสิงห์มาตลบหลังพวกฉัน”
ชาติยังไม่เลิกกล่าวหา
“ไอ้เพลิงไม่รู้เห็นด้วยแน่ ข้ารับประกันให้มันได้”
ชาติยิ้มเหยียดๆ
“เสียเวลาน่าครู หน้าที่สอบสวนมันเป็นของฉัน ฉันจะเชื่อไม่เชื่อ มันก็อยู่ที่ฉันเท่านั้น กลับไปได้แล้ว อย่ามาเกะกะ”
พูดพลาง ก็เข้าไปผลักไหล่ครูประสิทธิ์ เชนไม่พอใจเข้าไปผลักไหล่ชาติกลับ
“ไอ้ชาติ พูดกับพ่อข้าให้มันดีๆหน่อย อย่าคิดว่าอำนาจบาตรใหญ่ของเอ็งจะใช้ได้กับทุกคนที่นี่”
“ถ้าข้าไม่ทำตาม แล้วจะทำไมข้าเหรอวะ ไอ้เชน”
เชนจ้องหน้าชาติเขม็ง วัลภารีบเข้าไปขวาง
“พี่ชาติ ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยพี่เพลิงไปเถอะ เขาไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วยหรอก เห็นแก่ฉัน เห็นแก่แม่ฉัน เพราะพี่เพลิงก็รู้จักกับแม่ฉันดี ถ้าพี่สงสัยอะไรก็ไปตามแม่ฉันได้”
ชาติมองอย่างไม่สนใจ
“ ถ้าฉันต้องทำทุกอย่างที่แกขอมา แล้วฉันจะเหลือความเคารพ เกรงใจจากพวกชาวบ้านได้อีกเหรอ พาผัวกับพ่อผัวแกกลับไปซะ อย่ามาเกะกะ”
ชาติขึ้นเสียงไล่ตะเพิดแล้วเดินกลับเข้าไปข้างใน ครูประสิทธิ์จะตามเข้าไป แต่เจอลูกน้องชาติมา ขวางทาง พร้อมโชว์ปืนขู่

“โธ่เว้ย ฉันไม่ปล่อยให้มันใช้กฏหมายตามอำเภอใจแบบนี้กับเพื่อนฉันเด็ดขาด ฉันจะไปเอาเพื่อนฉันออกมาเอง”
ยอดโวยวายเสียงดัง เมื่อรู้เรื่องราวจากครูประสิทธิ์ เชนรีบเข้าไปขวาง
“ถ้าขืนแกโผล่ไป มีหวังได้เข้าไปอยู่ในคุกกับเพื่อนแกแน่ๆ ฉันเตือนแก เพราะไม่อยากให้เรื่องมัน บานปลาย ในเมื่อพี่บึ้กเขาเป็นลูกน้องในวงดนตรีของพ่อฉัน ถ้าพี่ชายบุ่มบ่าม ผลที่ตามมาก็จะทำให้พ่อฉันซวยไปด้วย ยกเว้นซะแต่ว่าพี่ชายจะไปช่วยเพื่อนแล้วหนีไปจากผาปืนแตกไม่กลับมาอีก อันนั้นฉันก็จะไม่ขวาง”
“ไม่ได้นะ” น้อยรีบขัด “จะปล่อยให้เพลิงไปจากผาปืนแตกไม่ได้เด็ดขาด ครูจ๊ะ นายเพลิงเป็นเพชร เม็ดงามของเรา ฉันได้ยินมากับหู เสียงเขาอย่างกับเสียงของคนธรรพ์ ฟังแล้วเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลย”
ยอดรีบอธิบาย
“มันก็ไม่แปลกหรอกที่ไอ้เพลิงมันจะร้องเพลงได้เพราะถูกใจน้า เพราะมันเคยเป็นนักร้องเก่า กำลังจะมี ชื่อเสียงโด่งดัง แต่ไปไม่ถึงฝั่งเพราะ..”
ยอดหยุดไว้แค่นั้น จนเชนต้องถามต่อ
“เพราะอะไร”
“ไม่มีอะไรหรอก เอาเป็นว่ายังไงฉันก็ต้องช่วยเพื่อน”
ครูประสิทธิ์รีบตัดบท
“เอาล่ะๆ ฟังข้าก่อนแล้วกันไอ้ยอด ข้าก็ห่วงไอ้เพลิงไปไม่น้อยกว่าเอ็ง มันเป็นคนดี ข้าไม่อยากเห็นมัน ถูกกลั่นแกล้ง แต่จะให้บุ่มบ่ามไปช่วยมันออกมาก็จะยิ่งทำให้เรื่องมันบานปลาย แล้วไอ้เพลิงจะอยู่ที่นี่ลำบาก อย่างที่ไอ้เชนว่า เชื่อข้าเถอะ ยังไงไอ้ชาติก็หาเรื่องเล่นงานมันไม่ได้นานหรอก คนดีๆตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้แน่ ข้ามั่นใจ”

ครูประสิทธิ์ตบบ่าให้ยอดสบายใจ ขณะที่ใบหน้าของเชนกลับเต็มไปด้วยความกังวล

วัลภากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดของนางสิงห์ จู่ๆ เชนก็เปิดประตูเข้ามาพอดี วัลภาเกือบโป๊ รีบคว้า ผ้าถุงขึ้นมาปิดเกือบไม่ทัน
“ไอ้บ้าเชน เข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อน ออกไป”
เชนยังยืนเฉย “นึกอยู่แล้วเชียวว่า เธอต้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นนางสิงห์ออกไปช่วยนายเพลิง”
“ถ้ารู้แล้วก็รีบๆ ออกไป อย่ามาทะลึ่งแอบดูฉัน กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า”
เชนส่ายหน้า
“ฉันว่าเธออย่าหาเรื่องเลยดีกว่า ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้เธอบุกไปที่นั่นคนเดียวแน่”
“นายมันพวกใจดำ ที่พี่เพลิงเขาต้องเดือดร้อนก็เพราะนายไปขอให้เขาช่วย แล้วนายยังมาทำเฉย ไม่ดูดำดูดีเขา ฉันผิดหวังนายมากรู้มั้ยไอ้บ้าเชน”
“ฉันไม่ได้อยากจะอยู่เฉย ไม่สนใจจะช่วยหมอนั่นนะ ฉันมีเหตุผล”
เชนพูดพร้อมเดินเข้าไปหาวัลภา แต่เจอวัลภาร้องห้าม
“บอกว่าอย่าเข้ามา ออกไป ฉันกำลังโป๊”
“ไม่ออก เพราะไม่อยากให้เธอเป็นนางสิงห์ออกไปช่วยนายเพลิง”
เชนแกล้งเดินเข้าไปใกล้ วัลภาต้องถอยและยอมจำนนจนได้

วัลภาเปลี่ยนชุดเสร็จ ก็เดินออกมามองเชน ที่ออกมายืนริมคลองจากด้านหลังอย่างเจ็บใจ พลางคว้าไม้หน้าสาม แล้วเงื้อจะตี แต่เชนหันมาแล้วทำตาดุใส่
“จะลอบกัดฉันเหรอ”
วัลภาเหวอตกใจ จนหน้าเกือบจะทิ่มตกลงไปในคลอง ยังดีที่เชนคว้าเอวไว้ได้ทัน
“นี่แหละผลของการคิดร้ายกับคนดี สุดท้ายเวรกรรมก็ตามทันชนิดติดสกายแล็บ”
“ไอ้บ้า ยังกล้าเรียกตัวเองว่าคนดีอีกเหรอ หน้าด้านที่สุด”
วัลภาผลักเชนออกจากตัวแล้วนั่งน้ำตาซึม เพราะสงสารเพลิง
“ไหนบอกว่าไม่คิดอะไรกับไอ้พี่บึ้กไง แล้วนี่อะไร สงสารถึงขนาดน้ำตาเล็ดให้หมอนั่น ต่อหน้า ผัวเลยเหรอ”
วัลภาจะเดินหนี เชนรีบเข้าไปคว้าข้อมือ
“ฟังก่อนวัลภา ฉันไม่ได้ใจจืดใจดำไม่อยากช่วยหมอนั่น แต่ถ้าไอ้เสือกับนางสิงห์โผล่ไปช่วยเขา สุดท้ายคนที่จะซวยก็คือนายเพลิง เพราะพวกนั้นจะเชื่อทันทีว่าเขาเป็นพวกเรา ตอนนี้ไอ้ชาติก็แค่ต้องการแสดง ให้ชาวบ้านเห็นว่ามันไม่ได้อยู่เฉย ถ้านายเพลิงไม่พูดอะไรออกมา พวกมันก็ทำอะไรเขาไม่ได้ อย่างมากคืนนี้ก็นอนคุก พรุ่งนี้ก็ออกมาได้แล้ว”
“งั้นถ้าเขาออกมาเมื่อไหร่ ฉันจะชวนให้เขามาเป็นพวกเดียวกับเรา”
เชนรีบส่ายหน้าทันที
“ไม่ได้..เรื่องนี้เป็นความลับของเรา ฉันไม่อยากให้คนนอกมามีเอี่ยวด้วย ฉันมีเรื่องสงสัยอยาก ถามเกี่ยวกับหมอนั่น และเธอก็ต้องเล่าให้ฉันฟัง”

วัลภารีบเดินหนีมาขึ้นเรือน แต่เจอเชนตามไปขวาง พลางดึงเธอมากอดรัดแน่น
“เล่าให้ฉันฟังให้หมด หมอนั่นเป็นใคร ทำไมเธอต้องปิดบังอดีตของมันด้วย ถ้าไม่อยากให้คิดเอง เออเอง ก็รีบๆเล่ามา ไม่งั้น อย่าหวังว่าคืนนี้เธอจะได้นอนหลับสบาย เพราะฉันจะหาเรื่องกวนเธอได้ทั้งคืน”
ไม่พูดเปล่า เชนยังช้อนตัววัลภาขึ้นมาอุ้ม
“แล้วถ้าเธอยังไม่ยอมเล่าอีก ฉันก็จะอุ้มเข้าห้องแล้ว”
วัลภากัดไปที่ไหลjอย่างแรง จนเชนร้องลั่น
“เจ็บแค่นี้มันจิ๊บจ๊อย ฉันยอมแลกกับการได้รู้เรื่องของไอ้หมอนั่น”
เชนรีบอุ้มวัลภาเข้าไปในเรือนหอ วัลภาร้องเสียงหลง
“ปล่อยฉันนะไอ้บ้าเชน ฉันไม่เล่าอะไรให้นายฟังทั้งนั้น ไม่เล่า ให้ตายก็ไม่เล่า”

เอื้อมเดือน กับยอด รีบเข้ามาในโรงพักด้วยความเป็นห่วงเพลิง แต่กลับเจอไอ้เชิดเข้ามาขวาง ตั้งแต่ ทางขึ้น ด้วยท่าทางกวนๆ
“ฉันต้องการมาเยี่ยมเพลิง”
เอื้อมเดือนบอกวัตถุประสงค์ของการมา ชาติเข้ามาได้ยินพอดี
“ได้สิครับคุณหมอ ต้องขอโทษด้วยที่ลูกน้องผมมันมารยาทไม่ดี” เอื้อมเดือนเห็นชาติอนุญาตเลยจะเดินเข้าไป ยอดรีบเดินตาม แต่ถูกชาติดันอกกันไว้
“เอ็งไม่เกี่ยว คุณหมอคนเดียว”
ยอดฮึดฮัดไม่พอใจ แต่เอื้อมเดือนหันหน้ามาพยักหน้า ยอดเลยยอมรออยู่ข้างนอก

ชาติพาเอื้อมเดือนเข้ามาเจอเพลิงที่นั่งอยู่ในห้องขัง
“คุณหมอ. มาที่นี่ทำไม”
เอื้อมเดือน มองเพลิงด้วยความเป็นห่วง
“ฉันเป็นห่วงเธอน่ะสิ ไปหาเธอที่กระท่อม แต่ไม่เจอ พอรู้เรื่องจากนายยอดก็รีบมาเลย”
“ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ พวกมันหาคนรับผิดชอบความผิดพลาดของตัวเองไม่ได้ เลยพยายาม มาลงที่ผม เพื่อไม่ให้ชาวบ้านรู้สึกว่าพวกมันทำไม่มีน้ำยา”
“ฉันจะเอาเธอออกมา พวกเขาไม่มีสิทธิ์ทำกับคนบริสุทธิ์แบบนี้ นายชาติทำอย่างนี้กับเพลิงไม่ได้นะ ต้องปล่อยเขาออกมาเดี๋ยวนี้”
ชาติหัวเราะในลำคอ
“คุณหมอครับ..ผมถามจริงๆเถอะ หน้าอย่างมันมีอะไรดีนักหนา ถึงทำให้คุณหมอที่ดูสูงส่งเป็นนางฟ้า นางสวรรค์ ยอมลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับเศษมนุษย์อย่างมัน อ๋อ หรือว่า”

พูดพลางเข้าไปมองเอื้อมเดือนทั้งตัว
“คุณหมอชอบแบบล่ำๆ บึกๆ อึดๆ ทนๆ ถ้าแบบนั้น ผมก็ไม่น้อยไม่กว่ามันนะ ถ้าคุณหมอสนใจ ผม จะพากลับไปสวรรค์ด้วยกันคืนนี้เลย”
เอื้อมเดือนนิ่งเฉยให้ชาติโอบไหล่ ให้มันตายใจ จากนั้นเธอก็จับมือมันมาบิดพลิกไหล่ทันที
“อย่าดูถูกว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงง่ายๆไปซะทุกอย่างนะนายชาติ ฉันจะบอกให้ว่าคนที่คิด แต่เรื่องสกปรก อย่างนาย วันๆดีแต่ข่มเหงคนอื่น อย่าคิดเอามาเทียบกับนายเพลิงเลย เอามาเทียบกับมดปลวกก็ยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
ชาติมองเอื้อมเดือน ที่บังอาจมาสั่งสอนอย่างเจ็บใจ
“เก่งนักนะคุณหมอ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน หมดเวลาเยี่ยมผู้ต้องหาแล้ว เชิญ”
“คุณหมอครับ ไม่ต้องห่วงผมนะครับห่วงตัวเองไว้ก่อน พวกมันไว้ใจไม่ได้ ไอ้ยอดจะช่วยผมดูแลคุณ หมอ จนกว่าผมจะได้ออกไป”
เอื้อมเดือนพยายามจะจับมือเพลิงผ่านลูกกรง แต่เจอลูกน้องชาติเข้ามาดึงตัวไว้
“ถ้าแกแตะต้องคุณหมออีกแม้แต่นิดเดียว ฉันสาบานเลยว่า แกไม่ได้ตายดีแน่ไอ้ชาติ”
เพลิงจ้องหน้าชาติอย่างเอาเรื่อง

เอื้อมเดือนถูกพาตัวออกมาที่หน้าโรงพัก ยอดเห็นก็รีบเข้าไปรับ
“ไอ้เพลิงเป็นไงบ้างครับคุณหมอ”
เอื้อมเดือน พยักหน้า “เขายังอยู่ดี ฝากบอกมาว่าไม่ต้องห่วง”
จังหวะนั้น ชาติก็ตามออกมา
“เชิญพากันกลับไปได้แล้ว”
ชาติไล่ตะเพิดแล้วมองเอื้อมเดือนเขม็ง จนยอดสงสัย
“มันทำอะไรคุณหมอรึเปล่าครับ”
เอื้อมเดือนพยักหน้า “ทำ แต่โดนฉันสั่งสอนไปแล้ว”
จากนั้นเอื้อมเดือนกับยอด ก็พากันออกไป ชาติมองตาม ก่อนจะหันไปที่ไอ้เชิด พลางกระซิบบางอย่าง ก่อนที่ไอ้เชิดจะยิ้มอย่างร้ายกาจ

วัลภาที่โดนจับมัดข้อมือข้างหนึ่งกับหัวเตียงส่งเสียงโวยวาย
“ไอ้บ้าเชน มาปล่อยฉันเลยนะ ฉันยอมเล่าเรื่องของพี่เพลิงให้ฟังแล้ว นายต้องทำตาม สัญญาสิ ไอ้ผัวกวนบาทา มาปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
เชนเปิดประตูเข้ามา ในสภาพหน้าตายับเยิน ไม่แพ้วัลภา มีผ้าอุดรูจมูกเพราะเลือดกำเดาไหล
“นี่แม่คุณ หยุดโวยวายหนวกหูซะทีได้มั้ย กว่าฉันจะบังคับให้เธออ้าปากเล่าเรื่องของไอ้หมอนั่นได้ ร่างฉันแทบจะแยกเป็นชิ้นๆ ฉันถามเอาจริงจังเลยนะวัลภา เธอเชื่อจริงๆเหรอว่ามันไม่ใช่ฆาตกร”
วัลภาพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“ฉันเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ว่าฉันจะเจอพี่เพลิงแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ฉันก็รู้เรื่องของพี่เพลิงมาตลอด เพราะตอนที่เขามีชื่อเสียง เขาเป็นนักร้องที่มีแต่คนรัก แม่ฉันชอบเอาเรื่องของเขามาเล่าให้ฟังตลอด พี่เพลิงรักคุณ ฟ้างามมาก กว่าที่ความรักของทั้งสองคน จะสมหวัง พวกเขาต้องฝ่าฝันอุปสรรคมากมาย ชนิดที่ว่าหน้าอย่างนาย ก็ทำไม่ได้”
เชนไม่พอใจจับแขนเธอดึงเข้ามาใกล้ แล้วจ้องหน้าเขม็ง ปลายจมูกอยู่ห่างกันไม่ถึงนิ้ว
“อย่ามาดูถูกฉันนะวัลถา ลองถ้าเธอเป็นคนที่ฉันรักอย่างหมดหัวใจแล้วล่ะก็ ต่อให้ต้องไต่จากนรกขุม ที่ลึก ที่สุดแล้วปีนขึ้นยอดเขาพระสุเมรุเพื่อตามหาเธอ ฉันก็จะทำ”
สีหน้าท่าทางของเชนจริงจังจนทำให้วัลภาชะงักอึ้ง สายตาของทั้งคู่สบประสานกัน เสียงหัวใจของทั้งคู่ แทบจะดังออกมาให้ได้ยิน พลางสายตาทั้งคู่ประสาน ริมฝีปากค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากันเหมือนมีแรงดึงดูด วัลภาหลับตาพริ้ม เชนโน้มตัวลงมาจนปากประกบกัน แต่ก็เพียงแค่เสี้ยววินาที พอทั้งคู่รู้สึกตัว วัลภารีบผลักอกเชนให้ถอยออกไป เชนที่ได้สติ ถึงกับทำตัวไม่ถูก วัลภา รีบวิ่งออกจากห้องไปทันที เชนมองตาม งงๆกับ อารมณ์ตัวเอง

วัลภารีบเดินออกมา พลางใช้มือแตะริมฝีปากใจ ขณะที่ใจยังเต้นตึกตัก ภาพที่จูบปากกับเชน เมื่อครู่แทรกเข้ามา
“นี่ฉันทำอะไรลงไป เป็นไปไม่ได้”
วัลภาพยายามปฏิเสธความรู้สึกลึกๆตัวเอง ด้วยการเอามือมาเช็ดถูริมฝีปาก เหมือนอยากจะลบรอย ประทับของเชนทิ้ง
เชนเดินตามออกมาและหยุดมองวัลภา พลางแตะที่ริมฝีปากตัวเอง ยังรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวล ของริมฝีปากวัลภา
“วัลภา ฉันขอโทษนะคือว่าเมื่อกี้นี้”
วัลภารีบหันมา
“นายไม่ต้องมาหาข้อแก้ตัว เมื่อกี้นี้นายคิดจะแกล้งฉันใช่มั้ย”
เชนมองหน้าวัลภา “เธอคิดว่าฉันแกล้งเธอจริงๆเหรอ ใช่ ฉันแกล้งเธอ เพราะเวลาเห็นเธอโกรธทีไร ฉันมีความสุขทุกที”
วัลภาปรี่เข้าไปตบหน้า จนเชนหน้าหัน
“ทำไมไม่หลบ ทุกทีนายต้องหลบแล้วนี่”

“ก็จะได้หายกันไง ฉันแกล้งเธอ บังคับให้เธอเล่าเรื่องของไอ้หมอนั่น สรุปเจ๊ากันไป”

วัลภาจะเงื้อมือตบอีก เชนยืนทำหน้านิ่ง แต่วัลภากลับเปลี่ยนใจ
“ฉันยังมีเวลาเหลือเฟือสำหรับการเอาคืนนาย เอาเป็นว่านายทำตามสัญญาที่ตกลงไว้ดีกว่า”
เชนพยักหน้า
“ก็ได้ แต่ช่วยหมอนั่นออกจากโรงพักฉันทำไม่ได้ เพราะมันจะเสี่ยงกับอนาคตในผาปืนแตกของมัน แต่ฉันจะช่วยเรื่องอื่น สันดานของไอ้ชาติฉันรู้จักดี ถ้ามันคิดว่าข่มเหงรังแกใครได้แล้วล่ะก็ เดี๋ยวมันก็เผยสันดานชั่วๆ ที่มันถนัดออกมาเอง”
วัลภามองเชนด้วยสีหน้าสงสัย

ยอดพาเอื้อมเดือนเข้ามาที่กระท่อมท้ายวัด
“คืนนี้คงต้องให้คุณหมอมานอนค้างที่นี่ไปก่อนนะครับ เพราะไอ้เพลิงมันสั่งเอาไว้ มันเห็นว่าที่นี่มีเรื่อง ไม่น่าไว้ใจหลายอย่าง กลัวว่าถ้าวันนึงเกิดมีปัญหาขึ้นกับคุณหมอ ที่นี่ก็พอจะใช้เป็นที่หลบภัยได้ เพราะมันกับผม จะได้ช่วยดูแล”
เอื้อมเดือนนึกแล้วอดสงสารเพลิงไม่ได้
“ขอบใจมากนะนายยอด”
“โอ้ย ไม่ต้องขอบจงขอบใจอะไรผมหรอกครับ สำหรับผู้หญิงที่ชุบชีวิตให้สหายผมได้มีโอกาสอีกครั้ง เหมือนอย่างคนอื่นเขาได้ ไอ้ยอดทำได้ทุกอย่างเพื่อสหายครับ”
เอื้อมเดือนยิ้มรับ “เพลิงโชคดีที่มีเพื่อนอย่างเธอ”

เพลิงเดินไปเดินมาอยู่ในห้องขัง ด้วยสีหน้าเป็นกังวล ระหว่างนั้นไอ้ตุ่นกับพรรคพวกลูกน้องชาติ ก็
เข้ามายิ้มเยาะเย้ย เพลิงได้แต่ยืนนิ่งจ้องพวกมันสีหน้าสงสัย
“ไอ้ชาติลูกพี่พวกแกหายหัวไปไหน”
“ถามถึงทำไมวะ” ไอ้ตุ่นย้อนถาม “นี่มันได้เวลาเลิกงานแล้ว พี่ชาติเขาก็ต้องไปหาความสุขสำราญตาม ประสาคนทำงานหนักมาทั้งวันน่ะสิเว้ย”
เพลิงเริ่มสังหรณ์ใจ “ฉันอยากเจอมัน ไปตามมาให้หน่อย”
“เสียใจ เพราะธุระของแกตอนนี้ มันไม่สำคัญสำหรับพี่ชาติแล้ว พี่ชาติเขามีเรื่องสุขสำราญมากกว่า มานั่งดูหน้าแกไง ไอ้เพลิง”
ไอ้ตุ่นหัวเราะร่าเสียงดัง แล้วเดินออกไปพร้อมกับพรรคพวก เพลิงได้แต่เกาะลูกกรง หน้าเครียด ใจคอไม่ดี
“กลับมานะเว้ย ถ้าไอ้ชาติคิดไม่ซื่อกับคุณหมอของข้าล่ะก็ พวกแกได้เห็นดีแน่”

ขณะที่ยอดเอากิ่งไม้แห้งมาสุมกองไฟ นั่งเฝ้ายามอยู่ห่างออกมาจากกระท่อม มีปลานิลที่เสียบไม้ เอามาปักดินย่างรอกินส่งกลิ่นหอมฉุยอยู่ใกล้ๆ ระหว่างนั้น ก็ได้ยินเสียงบางอย่างเคลื่อนไหว ยอดรีบเอื้อมไปคว้าขวาน อาวุธประจำตัวขึ้นมาควงอย่างคล่องแคล่ว พลางปรี่เข้าไปที่หลังพุ่มไม้เงื้อขวานพร้อมลุย
“ปั๊ดโธ่เว้ย ที่แท้ก็นังเหมียวคิดจะมาขโมยปลาย่างเหรอ”
ระหว่างนั้น ไอ้เชิดซึ่งสวมหมวกไหมพรมอำพรางหน้า ก็แอบเข้ามาข้างหลังพร้อมกับอีดาบในมือ พลางเงื้อจะฟัน แต่ยอดกลับสังเกตเห็นผ่านเงาที่กองไฟส่องตัวมัน เมื่อมันฟันอีดาบลงมา ยอดจึงสามารถเอี้ยวตัวหลบ พลางใช้ขวานรับไว้
ขณะที่เอื้อมเดือนอยู่ในห้องพักของเพลิง ไม่รู้เรื่องว่าข้างนอกกำลังเกิดอะไรขึ้น

ไอ้เชิดสู้ยอดไมได้ มันเสียทีล้มลงไป ยอดได้จังหวะเตรียมจะเงื้อขวานฟัน แต่ชาติ ที่สวมหมวกไหมพรมมาเหมือนกัน โผล่เข้ามา พร้อมเอาปืนจี้ที่หลัง ก่อนจะใช้ด้ามปืนทุบไปที่ต้นคอ จนยอดทรุดฮวบหมดสติ
พลางมองไปที่กระท่อมแล้วยิ้มร้าย

เอื้อมเดือนกำลังพนมมือสวดมนต์อยู่ที่หมอน ระหว่างนั้นเสียงเคาะประตูดัง
“มีอะไรเหรอยอด”
แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา เอื้อมเดือนเริ่มสงสัย พลางปรายตาไปหันไปเห็นมีดสั้นพกของเพลิง ที่เหน็บ อยู่ข้างฝา
ชาติยังคงเคาะประตูไม่หยุด แต่เอื้อมเดือนไม่ออกมาเปิดประตู
“ฉลาดเอาเรื่องนะคุณหมอ งั้นก็ต้องเล่นแรงๆกันหน่อยแล้ว”
ชาติหัวเราะลงคอแล้วถีบประตูเข้าไปทันที แต่กลับไม่เจอใครข้างใน เห็นเพียงหน้าต่าง ที่เปิดอ้าไว้ ชาติรีบเดินไปดู เห็นเอื้อมเดือนวิ่งหนีไปในความมืด

เพลิงยื่นมืออกมาจากลูกกรง พลางกระชากคอไอ้ตุ่น จับมันมากระแทกกับลูกกรงแรงๆ
“ถ้าเอ็งไม่ไปตามไอ้ชาติมา เอ็งก็ต้องคอหักตายอยู่ที่นี่”
เพลิงบีบคอไอ้ตุ่นแน่นจนมันหน้าดำหน้าแดง พวกลูกน้องที่เหลือรีบเข้าไปช่วยแกะมือ แต่แกะยังไง ก็แกะไม่ออก พวกมันเลยต้องรีบเปิดประตูห้องขังแล้วใช้ไม้พลองเข้าไปฟาดใส่เพลิงไม่ยั้ง เพลิงพลาดท่า เจอไอ้ตุ่นเอา ไม้พลองมาฟาดข้าที่กลางหลัง จนทรุดฮวบ ก่อนที่มันจะเอาปืนจ่อหน้าขู่

“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง คนอย่างข้า เอาคืนแน่”

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 9 (ต่อ)

เพลิงถูกไอ้ตุ่นจับใส่กุญแจมือไขว้หลัง ล็อกเอาไว้กับเก้าอี้ในห้องสอบสวน ก่อนที่จะโดนมันชกเข้าที่หน้าเต็มๆ
“ท่องให้ขึ้นใจไว้นะไอ้เพลิง ที่นี่ผาปืนแตก เมืองของกำนันกับพี่ชาติ แค่เอ็งก้าวขาออกจากบ้านผิดข้าง ก็ถือว่าเอ็งทำผิดกฏหมายของเขาแล้ว”
เพลิงจ้องหน้าไอ้ตุ่นเขม็ง
“ตอนนี้พวกแกอาจจะย่ามใจคิดว่าสามารถเขียนกฏหมายขึ้นมาใช้เองได้ แต่จำไว้ด้วยว่า กฏแห่งกรรม หน้าไหนก็เขียนขึ้นมาใหม่ไม่ได้”
“ยังพูดมากอีก” ไอ้ตุ่นตวาด “นี่เป็นข้านะเว้ยเอ็งถึงโชคดี เพราะถ้าเป็นพี่ชาติลงมือเองล่ะก็ หุบปากมันหน่อยเว้ย เดี๋ยวข้าจะไม่สนุก”
ลูกน้องเข้ามาเอาผ้าปิดปากเพลิง ขณะที่ไอ้ตุ่นเข้าไประดมหมัดอัดใส่ไม่ยั้ง

เอื้อมเดือนวิ่งหนีเข้ามาในสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้รกครึ้ม สีหน้าตื่นตระหนก พลางหันรีหันขวาง พยายามจะหาทางไปต่อ
ชาติไล่ตามเข้ามาแล้วไม่เจอ พลางกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นชายผ้าเสื้อคลุมของเอื้อมเดือน โผล่ชายออกมาจากหลังต้นไม้
ชาติรีบโผเข้าไป คิดจะเล่นงานเอื้อมเดือนที่หลังต้นไม้ แต่กลับถูกหลอก เพราะมีเพียงเสื้อคลุมผูกไว้ ขณะที่เอื้อมเดือนโผล่เข้ามา แล้วใช้มีดสั้นพก ฟันไปที่แขนชาติ จนเลือดสาด
“นังตัวแสบ”
ชาติหลอกล่อให้เอื้อมเดือนที่ด้อยประสบการณ์ต่อสู้กว่า กวัดแกว่งมีดพกจนเสียท่า ก่อนจะรีบปรี่เข้าไปจับข้อมือเธอมาบิด จนมีดหลุดจากมือ
“อวดเก่งได้มากสุดก็แค่นี้เท่านั้นแหละ เดี๋ยวพี่จะพาไปเที่ยวสวรรค์”
เอื้อมเดือนเห็นหน้าชาติก็ถึงกับชะงัก
“แก ที่แท้แกก็คือไอ้”
แต่ยังไม่ทันพูดชื่อออกมา ก็โดนชาติชกเข้าท้องน้อย จนตัวงอหมดสติ
ชาติช้อนตัวอุ้มเอื้อมเดือนขึ้นมาแล้วยิ้มร้าย

ไอ้ตุ่นจิกหัวเพลิง ที่อยู่ในสภาพโดนซ้อมมจนยับเยิน แทบจะทรงตัวไม่อยู่
“แค่นี้ถึงกับทนไม่ไหวแล้วเหรอวะไอ้เพลิง ก็ไหนเขาว่ากันว่าเอ็งมันพวกอึด ถึกเหมือนกระทิงไงวะ”
พูดพลางแบมือออกไปรับเอากระบองขนาดเหมาะมือจากลูกน้องมาควงข่มขู่เพลิง
“พี่ชาติฝากให้ข้าบอกเอ็งว่า คดีของเอ็ง เขาไม่ติดใจสงสัยแล้วว่าเอ็งจะเกี่ยวข้องกับพวกไอ้เสือ นางสิงห์ รึเปล่า เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้เช้าเขาจะปล่อยเอ็งให้เป็นอิสระ อ้อ แล้วเขาก็ฝากมาขอบใจเอ็งด้วย ที่ทำให้เขา ได้มีโอกาสรู้จักคุณหมอคนสวยของเอ็งมากขึ้น”
เพลิงเบิกตาโพล่งด้วยความเจ็บใจ พลางพยายามดิ้นจากพันธนาการแต่ก็ไม่หลุด หนำซ้ำยังโดนไอ้ตุ่นซัดกระบองเสยปลายคาง จนหน้าหงายคอตกแน่นิ่งไปทันที

เพลิงถูกหิ้วปีกลากเข้ามาโยนเข้าไปในห้องขังในสภาพหมดสติ ไอ้ตุ่นไขกุญแจห้องขังแล้วโยนลูก กุญแจให้ลูกน้อง
“เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าถ้ามันยังไม่รู้สึกตัว พวกเอ็งก็ลากมันออกไปทิ้งที่ถนนได้เลย”
“ได้เลยลูกพี่ เออว่าแต่ว่าคืนนี้พวกผมขอไปทำงานพิเศษที่โรงงานเฮโรอีนได้มั้ยลูกพี่”
ไอ้ตุ่นชะงัก
“เฮ้ย พูดอะไรระวังหน่อย เดี๋ยวไอ้เพลิงมันได้ยินเข้าจะซวยมาถึงข้า”
“มันจะได้ยินอะไรล่ะลูกพี่ สภาพมันแบบนั้นเอาน้ำร้อนราดยังไม่รู้สึกตัวเลย นะลูกพี่ ให้ฉันไปทำงาน ที่โรงงานเฮโรอีนด้วย ที่นั่นเงินดีกว่าที่นี่เยอะ ช่วงนี้เงินขาดมือ”
“ไว้พ่อกำนันกลับมาแล้วข้าจะคุยให้ เพราะที่นี่มันเป็นความลับของพ่อกำนัน เป็นกระเป๋าเงินหลัก ก็ว่าได้ ถ้าไม่ใช่คนที่ไว้วางใจจริงๆ ไม่มีทางเข้าไปทำงานที่นี่”
“ฉันไว้ใจได้อยู่แล้ว ขอบใจนะลูกพี่”
ไอ้ตุ่นรับปากแล้วเดินออกไป

ชาติอุ้มเอื้อมเดือนที่หมดสติเข้ามาวางที่แคร่ในเพิง พลางมองสำรวจเอื้อมเดือน หัวจดเท้า โดยเฉพาะ
เนินอกและช่วงขาที่ขาวเนียน
“สูงยาวเข่าดี ผิวพรรณก็น่า หึ ไม่รู้ไปติดใจอะไรไอ้เพลิงนักหนา เสียดายของแย่เลย คุณหมอ”
ชาติพูดไปก็ใช้มือลูบไล้ไปตามผิวของเอื้อมเดือนอย่างหื่นกระหาย พลางเริ่มปลดกระดุมเสื้อตัวเอง แล้วมองเอื้อมเดือนไม่วางตา แต่ระหว่างนั้นเสียงขึ้นไกปืนดังขึ้นจากข้างหลัง ชาติชะงักหน้าเสีย ไอ้เสือเชน จ่อปืนอยู่ด้านหลัง
“เป็นถึงผู้รักษากฏหมาย แต่กลับฉุดผู้หญิงไม่มีทางสู้มาทำระยำตำบอนแบบนี้ แกนี่มัน น่านักจริงๆ ไอ้ชาติ”
ไอ้เสือเชนกระแทกปืนใส่หลัง จนชาติเซตกจากแคร่
“ไอ้เสือ นี่แก แกโผล่มาที่นี่ได้ไงวะ”
ไอ้เสือเชนหัวเราะลั่น
“คนอย่างไอ้เสือ โผล่ไปได้ทุกที่เท่าที่คิดอยากจะไป แต่ที่ที่ชอบมากที่สุดก็คือที่ที่ไป แล้วได้จัดการ กับพวกเลว และสถุนอย่างแกไง ไอ้ชาติ”

พูดพลางเตะเสยชาติจนหน้าหงาย เลือดกลบปาก รีบคลานหนีเหมือนหมา ไอ้เสือเชนมองตาม แล้วหัวเราะด้วยความสะใจ

ชาติล้มลุกคลุกคลานหนีไอ้เสือเชนออกมา ตัวสั่นงันงก รักตัวกลัวตาย
“แกอยากได้อะไรบอกข้ามาเลยดีกว่าไอ้เสือ”
ไอ้เสือเชนจ้องหน้าชาติอย่างเอาเรื่อง
“ทีอย่างนี้ทำเป็นมาอ้อนวอนขอร้อง ทีกับผู้หญิงที่เขาสู้เอ็งไม่ได้ ไม่เห็นเอ็งจะฟังเขา ข้าเรียกตัวเอง ว่าโจร แต่ข้าจะบอกอะไรให้เอ็งจำไว้ บางครั้งโจรก็ไม่ได้เกิดจากสันดาน แต่เกิดจากถูกคนพาลรังแก”
ไอ้เสือเชนพูดพร้อมเข้าไปจับชาติกระชากคอเสื้อขึ้นมา แล้วโขกหัวใส่หน้าแรงๆ จนเลือดกำเดาทะลักออกจมูก พลางตามเข้าไปถลุงหมัดใส่ จนมันแทบจะอ้วกออกมา
“ยังหรอกไอ้ชาติ แค่นี้มันยังไม่พอข้ามีเรื่องที่ต้องฝากให้ เอ็งไปบอกพ่อของเอ็ง ข้าชักติดใจผาปืนแตก แล้ว เพราะฉะนั้น ข้าจะเปิดสงครามกับพวกเอ็ง มันจะเป็นสงครามที่ต้องสู้กันอย่างตาต่อตา ฟันต่อฟัน และข้าก็จะ ไม่ยอมวางมือ จนกว่าพ่อเอ็งกับพวกจะคลานเป็นหมาออกไปจากที่นี่ เอ็งได้ยินที่ข้าพูดมั้ยไอ้ชาติ”
ระหว่างนั้นเสียงปืนดังขึ้น กระสุนปืนเฉี่ยวไปโดนต้นไม้ใกล้ๆ เชนหันไปเห็นไอ้เชิดตามมาช่วย ไอ้เสือเชนจับคอเสื้อชาติมาสั่งลา
“วันนี้เอ็งโชคดี แต่จำคำพูดของข้าไปบอกพ่อเอ็งให้ดี อย่าให้มีขาดไปแม้แต่คำเดียว ย้ำให้มันรู้ด้วยว่า สงครามเริ่มขึ้นแล้ว”
พูดพลางผลักชาติให้มลงพื้น แล้วรีบกระโจนหนีลูกปืนจากไอ้เชิดไปอย่างฉิวเฉียด

เช้าวันรุ่งขึ้น เพลิงถูกพวกไอ้ตุ่นผลักลงมานอนคลุกฝุ่นกลางถนน ท่ามกลางพวกชาวบ้านที่มุงดูอย่างตกใจ
“พี่ชาติฝากให้ฉันมาบอกพี่น้องทุกคนในผาปืนแตกว่า นี่คือตัวอย่างของคนที่ฝักใฝ่ เห็นด้วยกับกา ร กระทำอันอุกอาจของจอมโจรไอ้เสือกับนางสิงห์ แต่นี่เป็นแค่เป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ เพราะถ้ายังมีคนคิดที่จะให้ความ ร่วมมือกับพวกมันมาปล้นบ้านเราอีก พี่ชาติก็จะไม่ปล่อยเอาไว้ให้รกแผ่นดินผาปืนแตกของเรา”
ไอ้ตุ่นจะเตะเพลิงอีกที แต่กลับถูกเพลิงจับขาไว้ ไอ้ตุ่นชะงักหน้าเสีย ต้องให้พวกลูกน้องช่วยมา แกะมือเพลิงออก แล้วรีบแก้เก้อกับพวกชาวบ้าน
“จำเอาไว้ให้ดีนะพี่น้องทุกคน”
เพลิงพยายามจะยันตัวลุกขึ้น ครูประสิทธิ์กับน้อยรีบแหวกพวกชาวบ้านเข้ามาพยุง“ใจเย็นๆไอ้เพลิง ค่อยๆลุก ข้าช่วยพยุงเอง”
น้อยมองสภาพเพลิงด้วยความสงสาร “อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยเพลิง สภาพเอ็งตอนนี้ ต้องรีบกลับบ้าน ก่อน ไปเถอะ”
น้อยกับครูประสิทธิ์ช่วยกันพยุงหิ้วปีกเพลิงพาเดินผ่านพวกชาวบ้านที่ได้แต่มองตาม

เมื่อมาถึงบ้าน น้อยก็รีบช่วยเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เพลิง
“ดูสภาพไอ้เพลิงสิครู น่าเจ็บใจจริงๆ ไอ้พวกเลวพวกนั้นมันทำเหมือนกับไม่ใช่คน”
“ข้านับถือความเป็นคนใจสู้ของมันจริงๆ”
ระหว่างนั้นเพลิงเริ่มรู้สึกตัว พลางพยายามจะลุกขึ้น น้อยรีบแตะตัวให้ใจเย็นๆ
“อย่าเพิ่งรีบลุกเลยไอ้เพลิง เอ็งโดนพวกมันยำมาทั้งคืนแบบนี้ นั่งพักให้ดีขึ้นก่อนเถอะ”
“ฉันขอบใจนะพี่น้อย แต่ฉันจะมานั่งเฉยๆอยู่แบบนี้ไม่ได้ ฉันมีเรื่องต้องไปจัดการเดี๋ยวนี้”
“เรื่องอะไร ข้าพอเป็นธุระจัดการให้ได้มั้ย” ครูประสิทธิ์ถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ได้หรอกจ้ะครู ฉันเป็นห่วงคุณหมอ ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ถ้าไอ้สารเลวพวกนั้น ทำร้าย คุณหมอของฉันล่ะก็ มันกับฉันจะได้เห็นดีกันแน่”
เพลิงจะรีบออกไป แต่ระหว่างนั้นยอดเข้ามา เพลิงรีบถามด้วยความร้อนใจ
“ไอ้ยอด คุณหมอล่ะ คุณหมอเป็นยังไงบ้าง เกิดอะไรขึ้นกับคุณหมอ”
ยอดหน้าเศร้า
“คุณหมอหายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากมีพวกไอ้โม่งโผล่มาจู่โจมข้ากับคุณหมอ”

เพลิงรีบเข้ามาที่บ้านพัก พลางเดินหารอบบ้าน แต่ไม่เจอ ก็คิด ก็ยิ่งเป็นห่วง จึงรีบเดินออกมาที่ หน้าบ้านสมทบกับยอด ที่ยืนหน้าเครียด
“ไอ้เพลิง ข้าขอโทษด้วยที่ข้าดูแลคุณหมอให้เอ็งไม่ได้”
“ไม่ใช่ความผิดของเอ็ง เอ็งไม่ต้องมารับผิดชอบ พวกมันต่างหากที่ต้องเจอกับข้า”
เพลิงกำหมัดแน่นด้วยความแค้น
“ถึงมันจะใส่ไอ้โม่งบุกเข้ามา ข้าก็มั่นใจว่าต้องเป็นไอ้ชาติ”
“ถ้าพวกมันอยากเห็นข้าอาละวาด พวกมันก็จะได้เห็น”
ระหว่างนั้นเสียงเบิ้ลเครื่องมอเตอร์ไซค์ดังแทรกเข้ามา เพลิงกับยอดหันไปเห็นไอ้เสือเชนขี่มอเตอร์ไซค์ คู่ใจเข้ามา พลางมองตรงมาที่ทั้งคู่
“อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับคนอย่างพวกมันเลยเพลิง พญาไฟ ข้าช่วยชีวิตคุณหมอเอื้อมเดือนเอาไว้แล้ว ถ้าเอ็งอยากเจอเธอก็ตามข้าไป”
เชนพูดเสร็จก็บิดคันเร่งปัดท้ายล้อมอเตอร์ไซค์แล้วบึ่งออกไปทันที เพลิงจะรีบตาม แต่ยอดคว้า แขนเพื่อนไว้
“เอ็งไว้ใจมันได้เหรอวะไอ้เพลิง”
เพลิงพยักหน้า
“มันติดหนี้ข้าอยู่ ถ้ามันกล้าเรียกตัวเองว่าโจรที่มีคุณธรรม มันก็ต้องตอบแทนน้ำใจข้า”

เพลิงแกะมือยอดแล้วรีบตามไอ้เสือไป

เพลิงรีบเข้ามาแล้วมองหาเอื้อมเดือน พลันสายตาก็มองไปเห็นไอ้เสือเชนยืนอยู่ที่โขดหิน ใกล้ๆ กันก็คือเอื้อมเดือนที่นอนหมดสติอยู่

เพลิงรีบปราดเข้าไปประคองเอื้อมเดือนขึ้นมาแล้วเรียกสติ ครู่หนึ่งเอื้อมเดือนจึงตกใจสะดุ้ง
พลางโผกอดเพลิง ด้วยความดีใจ น้ำตาคลอเบ้า
“ไม่เป็นอะไรแล้วครับ คุณหมอปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครทำอะไรคุณหมอแล้ว”
“แล้วเรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เกิดอะไรขึ้นเหรอ”
เพลิงไม่ได้ตอบแต่หันไปมอง เอื้อมเดือนมองตามเห็นจอมโจรไอ้เสือที่เขาร่ำลือกันก็ตกใจ
“ครับ ไอ้เสือ จอมโจรที่ทุกคนในผาปืนแตกกำลังพูดถึง เขาเป็นคนช่วยชีวิตคุณหมอ”
ไอ้เสื้อเชน ขยับหมวก แล้วโค้งศีรษะให้เอื้อมเดือน“คุณหมอไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ ผมติดหนี้คนรักของคุณหมอ ถึงผมจะเป็นโจร แต่ผมก็ยึดมั่น ในสัจจะ รับปากว่าจะใช้หนี้ ก็ต้องทำอย่างที่ลั่นปากไป”
เพลิงยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“ขอบใจไอ้เสือ ก็ถือว่าเราไม่มีหนี้ค้างคาอะไรกันอีก”
“อย่าเพิ่งขอบใจข้าเลยดีกว่า เพราะตราบใดที่เอ็งยังคิดจะใช้ชีวิตอยู่ในผาปืนแตกต่อ ยังไงเอ็งกับข้า ก็คงต้องมีโอกาสได้เจอกันอีก ยกเว้นแต่ว่าเรื่องเมื่อคืนนี้จะทำให้เอ็งขี้ขึ้น สมองกลัวพวกมัน จนคิดจะอพยพไป จากผาปืนแตก”
เพลิงมองไอ้เสือเชน ที่ขยับตัวจะเดินออกไป ก่อนจะตัดสินใจเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อนไอ้เสือ.ข้ามีเรื่องต้องคุยกับเอ็ง” พลางหันไปบอกเอื้อมเดือน “ รอผมอยู่แถวนี้ก่อนนะครับ ผมขอคุยธุระกับไอ้หมอนั่น ก่อนแล้วจะพาคุณหมอกลับ”
เอื้อมเดือนพยักหน้ารับ ไอ้เสือเชนมองเพลิงด้วยสีหน้าสงสัย

ไอ้เสือเชนกับเพลิง มายืนคุยกันที่มุมหนึ่งของน้ำตก “แน่ใจนะว่าข้อมูลที่เอ็งเล่ามาจะสามารถเล่นงานพวกมันได้”
เพลิงพยักหน้า
“แน่ใจ ตอนที่ข้าถูกพวกมันเล่นงานในคุก ข้าได้ยินพวกมันพูดถึงเรื่องโรงงานบรรจุเฮโรอีน ที่เป็น แหล่งทำเงินให้กับพวกมัน”
“แล้วพวกมันรู้รึเปล่าว่าเอ็งรู้”
“ไม่ เพราะพวกมันคิดว่าข้าหมดสติจนไม่รู้เรื่อง แต่ข้าแกล้งทำเป็นหมดสติเพื่อให้พวกมันตายใจ”
ไอ้เสือเชนยิ้ม
“ใช้ได้เหมือนกันนี่เพลิง พญาไฟ เอ็งเอาเรื่องดีๆแบบนี้มาบอกข้า ก็เท่ากับว่าข้ากลายเป็น ฝ่ายติดหนี้ เอ็งแทน”
แต่เพลิงกลับปฏิเสธ
“เอ็งอย่าเพิ่งเข้าใจผิด ที่ข้าเอาเรื่องนี้มาบอกเอ็ง ไม่ใช่เพราะข้าจะให้เอ็งบุกไปปล้นยานรกของพวกมัน แต่ข้าบอกเอ็งไว้ว่า ข้าจะแจ้งเรื่องนี้ไปที่จังหวัด ให้เจ้าหน้าที่มาจัดการ พวกมันจะได้ถูกกวาดล้างไปจากผาปืนแตก ส่วนเอ็ง ก็ควรรีบไปให้พ้นจากที่นี่ ไม่งั้นเอ็งจะกลายเป็นรายต่อไป”
ไอ้เสือเชนหัวเราะชอบใจ

“โธ่เอ้ย ไอ้เพลิง พญาไฟ เอ็งนี่มันซื่อจนเซ่อจริงๆ รีบพาคุณหมอคนสวยของเอ็งกลับไปซะ แล้วปล่อย ให้เรื่องของพวกมัน เป็นหน้าที่ของข้า”

ไอ้เสือเชนกำลังเดินออกไป แต่กลับถูกเพลิงตามมาขวางไว้ แล้วผลักอกจนเซ
 
“ข้าไม่เคยคิดจะเป็นหนี้บุญคุณกับโจรอย่างเอ็ง แค่เตือนเอ็งดีๆ ไปให้พ้นจากผาปืนแตก อย่ามาสร้าง ความเดือนร้อนให้คนที่นี่ เพราะเมื่อข้าให้พวกเจ้าหน้าที่จากจังหวัดมาจัดการพวกมันหมดแล้ว ข้าก็อยากให้ผาปืนแตก เป็นบ้านหลังสุดท้ายของข้า”
“เอ็งนี่มันพวกมองโลกในแง่ดี เพ้อฝัน นิยายเล่มละสิบสตางค์จริงๆ ข้าจะบอกให้ว่า อิทธิพลของ พวกมัน กินไปถึงระดับไหนของจังหวัดแล้วก็ไม่รู้ เอ็งไม่มีทางไว้ใจคนในเครื่องแบบได้หรอก”
เพลิงถึงกับชะงัก
“แต่กฏหมายคือทางเดียวที่ข้าจะยอมให้จัดการกับพวกมัน”
“แล้วไม่ใช่เพราะกฏหมายที่เอ็งเชื่อมั่นหรอกเหรอวะ เอ็งถึงต้องไปติดคุกแทนฆาตกรตัวจริงอยู่ซะ หลายปี ไอ้เพลิง พญาไฟ”
ไอ้เสือเชนยิ้มเย้ย
“นี่เอ็งรู้เรื่องของข้าได้ยังไง”
“คดีของเอ็งออกจะครึกโครม ข้ารู้สึกคุ้นหน้า ก็เลยลองไปค้นดูแล้วมันก็ใช่จริงๆ เพราะฉะนั้นเอ็งกลับ ไปซะ ข้าจะจัดการกับข้อมูลดีๆ ที่เอ็งให้มาเอง แล้วรับปากเลยว่าผาปืนแตกจะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของเอ็งกับคนรัก”

กำนันปราบชักสีหน้าไม่พอใจ พลางตะคอกใส่หน้าชาติกับพวกลูกน้อง “ฉันเข้าเมืองไปทำธุระแค่ไม่กี่วัน นึกว่ากลับมาแล้วแกจะจัดการกับไอ้โจรกระจอกได้เรียบร้อย แต่นี่ อะไร นอกจากจัดการมันไม่ได้แล้ว แกยังปล่อยให้มันอาละวาดจนเสียหน้าไปทั้งหมู่บ้านอีก แกโดนมันเล่นงาน ติดๆกันกี่ครั้งแล้ว ไอ้ชาติ ถ้ามันคิดจะฆ่าแกจริงๆ ป่านนี้ศพแกคงขึ้นอืดอยู่กลางถนนหมู่บ้านแล้ว”
กำนันปราบผลักลูกชายกระเด็นไป ดีที่ไอ้เชิดช่วยรับไว้
“ฉันขอโทษแล้วกันพ่อ ฉันรับปากว่าถ้ามันอยากได้สงคราม ฉันก็จะทำให้ที่นี่เป็นสนามรบ เป็น เขตตายของไอ้เสือกับนางสิงห์ ไอ้เชิด ระดมพรรคพวกของเรามา ขนอาวุธหนักทุกอย่างมาด้วย เราจะเดินหน้า ค้นหามันทุกตารางนิ้ว”
ไอ้เชิดรับคำแล้วจะออกไปพร้อมกับชาติ แต่กำนันปราบเรียกไว้ก่อน
“เดี๋ยว ยังไงไอ้เสือกับนางสิงห์ก็ต้องตายแน่นอน แต่ฉันปล่อยให้แกทำให้ที่นี่กลายเป็นสนามรบไม่ได้ เพราะฉันไม่อยากให้เรื่องไม่ดีของที่นี่ดังออกไปให้คนอื่นแห่เข้ามา”
ชาติมองหน้าพ่ออย่างข้องใจ “ฉันไม่เข้าใจ”
กำนันปราบยิ้มเจ้าเล่ห์ “ตามมาแล้วแกจะรู้เอง”
ปราบเดินนำเข้าไปในบ้าน ชาติมองตามสงสัย

ชาติเดินตามพ่อเข้ามาในห้องนอนด้วยความสงสัย
“ปิดประตูด้วย”
ชาติทำตามที่พ่อสั่ง แล้วหันกลับมาถาม
“มีอะไรที่เป็นความลับเหรอพ่อ”
กำนันปราบไม่ตอบ แต่เดินไปหยิบก้อนหินที่มีสายแร่ทองคำออกจากกล่องไม้โยนให้ชาติ
“ฉันได้รับคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่ทางธรณีวิทยาแล้วว่า ไอ้ก้อนหินในมือแก มีสายแร่ทองคำ บริสุทธิ์อยู่จริงๆ”
ชาติตาวาว “จริงเหรอพ่อ งั้นก็หมายความว่า”
“ใช่ ใต้พื้นดินของผาปืนแตก คือขุมทรัพย์มหาศาล ที่จะทำให้เราสองคนพ่อลูกกลาย เป็นอภิมหา เศรษฐี แกอยากจะใช้วิธีการอะไรจัดการกับไอ้เสือกับนางสิงห์ก็จัดการไป แต่ห้ามทำให้เป็นเรื่องฉาวโฉ่ ให้คนอื่นๆ แห่เข้ามาสนใจที่นี่เด็ดขาด”
ชาติพยักหน้า
“ได้เลยพ่อ แล้วเรื่องที่นี่มีสายแร่ทองคำ มีใครรู้เรื่องอีกรึเปล่า”
“ไม่มี เรื่องสำคัญแบบนี้จะให้ใครรู้ไม่ได้ เพราะต่อไป เราจะสองคนพ่อลูกต้องมาช่วยกันทำให้ชื่อของ ผาปืนแตก กลายเป็นเมืองเร้นลับ เมืองอันตรายที่ไม่มีใครอยากเข้ามา เหยียบ”

กำนันปราบหัวเราะลั่นอย่างสะใจ

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 9 (ต่อ)

ติ๋มกับยอดรออยู่ ครู่หนึ่งก็เห็นเพลิงพาเอื้อมเดือนกลับมา ก็รีบปรี่เข้าไปถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง เมื่อรู้จอมโจรไอ้เสือเป็นคนช่วยไว้ ทั้งคู่ก็แปลกใจ เมื่อเอื้อมเดือนบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว ติ๋มจึงถามต่อ

“เห็นยอดบอกว่าไอ้โม่งที่บุกมาทำร้ายคุณหมอ สงสัยว่าจะเป็นพวกของนายชาติ จริงรึเปล่าคะ คุณหมอ”
เอื้อมเดือนนหันไปสบตากับเพลิง สีหน้าดูกังวล
“ฝีมือของพวกมันจริงๆใช่มั้ยคะ..ตายอกอีติ๋มจะแตก ทำไมมันถึงได้สารเลวขนาดนี้ มีกฏหมาย อยู่ในมือ แต่กลับทำชั่วซะเอง แบบนี้เอาไว้ไม่ได้นะคะ”
เพลิงจับมือเอื้อมเดือนมาให้กำลังใจ
“ผมเคารพการตัดสินใจของคุณหมอนะครับ ไม่ว่าคุณหมอจะทำอะไ ร ผมจะอยู่เคียงข้าง และ สู้ไปกับคุณหมอ”
“เธอได้กลับมาอยู่กับฉัน ส่วนฉันก็ไม่ได้ถูกมันทำร้าย ฉันจะให้เรื่องนี้ มันจบลงไปแบบนี้”
เอื้อมเดือนพูดอย่างพยายามข่มใจ

เอื้อมเดือนเข้ามานั่งที่โต๊ะทำงาน แล้วหยิบภาพถ่ายของผู้กองสมานพี่ชายขึ้นมานิ่งมอง เพลิงเข้า มาหยุดมองเธออยู่ครู่หนึ่ง
“ถึงคุณหมอจะไม่อยากเอาเรื่องพวกมัน แต่ก็ไม่ได้ความว่าคุณหมอจะต้องมาทนอยู่ที่ผาปืนแตก นะครับถ้าคุณหมออยากกลับไปอยู่กรุงเทพฯ คุณหมอก็ไม่ต้องห่วงเรื่องของผม ผมจะตามไป อยู่กับคุณหมอด้วย”เพลิงมองคนรักด้วยความเป็นห่วง
“แต่เธอยังมีคดีความอยู่ที่นั่นนะ ถึงพี่ชายฉันจะจากไปแล้ว ก็ยังมีคนอื่นที่ตามล่าเธออีก”
“ผมจะกลับไปเข้าคุกอีกครั้ง ถ้าคุณหมอยังรอผม”
เอื้อมเดือนส่ายหน้า พลางกุมมือเพลิงไว้แน่น“แต่ฉันจะไม่ยอมให้คนบริสุทธิ์อย่างเธอต้องกลับเข้าคุกอีก เธอรับผิดแทนคนอื่นมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เธอควรจะมีชีวิตที่สงบสุขซะที ถ้าเธออยู่ได้ ฉันก็อยู่ได้ ดีกว่าให้เธอต้องไประหกระเหิน ตายเอาดาบหน้า ที่อื่นอีก แล้วที่สำคัญ ฉันเองก็ไม่อยากกลับไปกรุงเทพฯอีกแล้ว ที่นั่นมีแต่ความทรงจำของฉันกับพี่สมาน ฉันคงทำใจ ไม่ได้
เราจะอยู่ด้วยกันที่ผาปืนแตกนี่แหละจ้ะเพลิง ถึงที่นี่จะเต็มไปด้วยอันตราย แต่ที่นี่ก็ยังมีคนดีๆอีกมาก ถ้าเราทิ้งไปก็เหมือนเราไม่ให้กำลังใจเขา แล้วคนดีๆเขาจะมีแรงต่อสู้กับความชั่วร้ายได้ยังไง”

เอื้อมเดือนยิ้มให้เพลิง สองคนสบตากันหวานซึ้ง

ในขณะที่ผู้กองสมานที่ถูกคุมขังอยู่ในคอก อยู่อยู่ในสภาพอิดโรย ร่างกายผ่ายผอม กำลังพยายาม บิดข้อมือจากกุญแจมือ ที่รัดแน่นจนข้อมือเต็มไปด้วยแผลเลือดโชก ระหว่างนั้นฟ้าลั่นเดินนำไอ้ก้านที่ถือจานข้าวเปล่าเข้ามา พลางเอาจานข้าวจากมือ ไอ้ก้าน มาเทลงพื้นดิน แล้วเตะเอาขี้ดินมาคลุกๆ กับข้าว
ไอ้ก้านรู้งานเข้าไปลากผู้กองสมานมาาคะมำหน้าตรงกองข้าวที่พื้น ผู้กองสมานเบือนหน้าหลบ ฟ้าลั่น หัวเราะชอบใจ เข้าไปกำข้าวคลุกดินขึ้นมาแล้วพยายามยัดใส่ปาก แต่กลับโดนผู้กองสมานพ่นออกมาถุยใส่หน้า “ฤทธิ์เยอะนักเหรอไอ้ผู้กอง”

ฟ้าลั่นลากผู้กองสมานที่โดนล็อกด้วยกุญแจมือ เข้ามากลางวงทหารลูกน้อง ที่กำลังนั่งทำความ สะอาดปืน พลางจัดการไขกุญแจมือ แล้วผลักไปกลางวงทหารหน้าตาเอาเรื่อง
“ในเมื่อเอ็งอวดเก่งนักไอ้ผู้กอง ข้าจะให้โอกาสเอ็งได้ลับฝีมือกับลูกน้องข้า ถ้าเอ็งผ่านพวกมันไปได้ ข้าจะปล่อยเอ็งไป ข้าพูดจริงนะเว้ย ถ้าเอ็งคิดว่าตัวเองเจ๋งพอก็จัดการลูกน้องข้าเลย”
ฟ้าลั่นหัวเราะชอบใจแล้วให้ลูกน้อง 2-3 เข้ามาล้อม ขณะที่ผู้กองสมานตั้งท่าพร้อมรับมือ
แต่สุดท้ายกลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบ โดนพวกมันเล่นงานจนงอม ก่อนจะเซมาทางฟ้าลั่น ที่เข้ารับตัวไว้ โดยไม่รู้ตัวว่า
ผู้กองสมานฉวยจังหวะนี้ แอบล้วงมือลักเอาลูกกุญแจไขกุญแจมือออกมาจากตัวมันเรียบร้อยแล้ว
ผู้กองสมานลงไปกองกับพื้นอย่างหมดแรง ฟ้าลั่นเข้าไปจิกหัวขึ้นมา
“งั้นก็จำไว้ พรรคพวกเอ็งไม่มีทางเจาะไข่แดงเข้ามาถึงค่ายนี้ได้ เพราะพวกมันไม่รู้พิกัดของที่นี่ เอ็งจะกลายเป็นของเล่นสนุกของพวกข้า จนกว่าพวกเอ็งจะทนไม่ไหวล้มเลิกปฏิบัติการไปเอง”

ผู้กองสมานถูกไอ้ก้านพามาขังล็อกกุญแจมือไว้ที่คอกเหมือนเดิม แต่พอมันเดินออกไป ก็ค่อยๆ คลายมือที่กำลูกกุญแจที่หยิบมาจากฟ้าลั่น พลางยิ้มมุมปาก

“พี่เพลิงให้ข่าวนายมาแบบนั้นจริงๆเหรอ”
วัลภาถามย้ำเมื่อรู้เรื่องจากเชน
“ก็จริงน่ะสิ เรื่องสำคัญแบบนี้ อยู่ๆ ฉันจะไปตรัสรู้เองได้ยังไง ไม่ใช่ร่างทรงนี่จ๊ะเมียจ๋าที่ จะได้รู้ทุก เรื่องเห็นทุกอย่าง”
วัลภามองค้อนเชน พลางง้างหมัดจะซัด แต่เจอเชนเอามือรับหมัดไว้แล้วบีบแน่น
“เธอนี่สมกับเป็นนางสิงห์ของไอ้เสือซะจริงๆ พอรู้ว่ามีภารกิจต้องออกโรง เลือดเดือดก็พลุ่งพล่าน กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันตา”
“เพราะเป้าหมายฉันยังแน่วแน่เหมือนเดิม ต้องทำลายพวกมัน แม่ฉันจะได้ตาสว่างซะที”
แววตาของวัลภามุ่งมั่น
“แต่งานนี้หินไม่ใช่เล่น โรงงานบรรจุเฮโรอีนของพวกมันเป็นแหล่งทำเงินหลัก มันคงไม่ปล่อยให้ คนนอกเข้าไปได้ง่ายๆ”
“พูดอย่างนี้หมายความว่า จะไม่ให้ฉันไปลุยด้วยใช่มั้ย”
เชนยักคิ้วแผล่บ ระหว่างนั้นเสียงลำดวนแทรกเข้ามา
“ทำอะไรกันอยู่ วัลภา”

ทั้งคู่ชะงัก หันไปเห็นลำดวนเข้ามาในมือถือถุงโชคดี มองมาอย่างสงสัย

ลำดวนนั่งลงที่ม้านั่งตรงศาลาริมคลอง เชนเอาขันน้ำมาให้ยื่นให้แม่ยาย ลำดวนมองเมิน แล้วหันมาทางวัลภา
“ฉันเป็นห่วงแกนะ ฉันถึงต้องถ่อมาถึงไอ้ที่โกโรโกโสแบบนี้เอง” พูดพลางยื่นถุงโชคดีให้ ”เสื้อผ้า ที่ฉันซื้อมาจากในเมืองเอามาให้แก แกจะได้แต่งตัวสวยๆ ดูดีมีสกุลกว่าไอ้เสื้อผ้าแบบที่ผัวแกหาให้ใส่”
วัลภายังไม่ทันรับถุง เชนก็ตัดหน้าไปรับมาแทน
“ขอบคุณมากครับคุณแม่ยาย ขอผมดูหน่อยนะครับว่าคุณแม่ยายซื้ออะไรมาให้เมียผม”
เชนล้วงเอาชุดมินิสเกิร์ตชิ้นเดียวสีเจ็บตามยุคสมัยออกมาแล้วทาบกับตัววัลภา
“เสื้อผ้าแบบนี้ไม่เหมาะกับเมียผมหรอกครับคุณแม่ยาย เอาคืนไปเถอะครับ”
พูดจบก็ยัดเสื้อผ้าใส่ถุง แล้วยื่นคืนให้ลำดวน วัลภาถึงกับอึ้ง
“ฉันซื้อของมาฝากลูกสาว แกมีสิทธิ์อะไร”
“สิทธิ์ในตัวเมียผมไงครับคุณแม่ยาย ผมไม่ชอบให้เมียผมใส่เสื้อผ้าที่คุณแม่ยายได้มา จากเงินของ คนที่ผมเกลียด”
ลำดวนหน้าชา “วัลภา แกจะปล่อยให้ผัวแกมาพูดกับแม่แบบนี้เหรอ”

วัลภาลากติ่งหูเชนเข้ามาในห้องนอน ก่อนจะปิดประตูเสียงดัง. “มันเกินไปแล้วนะไอ้บ้าเชน ต่อหน้าแม่ฉันแท้ๆ นายจะลดไอ้นิสัยกวนประสาทให้ฉันหน่อย ไม่ได้ เลยเหรอ”
เชนจ้องหน้าวัลภา แล้วพูดอย่างจริงจัง
“ฉันไม่ได้กวนประสาทแต่พูดจริงๆ ไอ้ของแค่นั้น ฉันมีปัญญาซื้อให้เมียใส่ได้ ไม่จำเป็นต้องให้แม่เธอ เอาเงินสกปรกของพวกมันมาซื้อให้ใส่หรอก”
“ใช่ มันอาจจะเป็นเงินสกปรกของพวกนั้น แต่มันคือความห่วงใยที่แม่มีให้ฉัน นายไม่ เข้าใจเหรอ มีไม่กี่ครั้งในชีวิตหรอกที่แม่จะห่วงฉันแบบนี้”
วัลภาพูดไปก็น้ำตาคลอเสียใจ เชนนิ่งไปมองวัลภาแล้วรู้สึกผิด
“นายมันก็ดีแต่เป็นแบบนี้แหละ คิดถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง ไม่เคยสนใจไม่แคยแคร์ ว่าฉันจะ รู้สึกยังไง”
วัลภาเริ่มน้ำตาร่วง เชนตัดสินใจดึงเธอเข้ามากอดแน่น แต่วัลภาพยายามผลักออก
“เธอก็รู้ว่าเป้าหมายของฉันคือการต่อสู้กับพวกมัน ถ้าฉันชนะ นั่นก็หมายความว่าฉันได้ช่วยปลด ปล่อยแม่เธอด้วย ฉันก็เลยปากเสียแสดงท่าทางไม่ดีแบบนั้นไป หวังว่าแม่เธอจะรู้ว่าเราไม่อยากให้เขาเป็นส่วนหนึ่ง ของพวกมัน”
“เรื่องนั้นฉันจะพยายามพูดกับแม่เอง นายไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น”
เชนจับคางวัลภาขึ้นมาเชยแล้วช่วยเช็ดคราบน้ำตาให้ วัลภาสบตาเชนนิ่งไปครู่ ก่อนจะถูกขัดด้วย เสียงเรียกของลำดวน

วัลภาลงจากเรือนมาหาแม่ที่มาเรียกอยู่ตรงชานบันไดขึ้นเรือน
“แม่จะกลับแล้วนะ”
“ทำไมรีบกลับล่ะจ้ะแม่ อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ”
“ให้แม่กินข้าวกับผัวแกน่ะเหรอ” พูดพลางปรายหางตามองเชนที่เดินจามออกมาอย่างหยามเหยียด “กระเดือกไม่ลงหรอก”
“งั้นฉันให้เขาไปที่อื่น แล้วแม่อยู่กินข้าวกับฉัน”
ลำดวนส่ายหน้า
“ไม่ต้องหรอก เอาเวลาไปสั่งสอนผัวแกให้มันรู้จักเคารพแม่บ้าง แล้วถ้าฝึกจนมันเชื่องได้เมื่อไหร่ ก็ค่อยพามันไปหาแม่ที่บ้านพี่กำนัน ถ้าคิดว่าแกจะกำราบผัวให้เป็นผู้เป็นคนได้ ก็พามันไปไหว้ขอขมาพี่กำนันเขาซะ เพราะผาปืนแตกเป็นเมืองของเขา ถ้ามีปัญหาแกสองคนผัวเมียจะอยู่กันลำบาก”
วัลภารับคำ ขณะที่ลำดวนเบ้ปากใส่เชน แล้วเดินออกไป เชนรีบเดินเข้ามา คว้าแขนวัลภามาถามทันที
“ให้ฉันไปไหว้คนเลวๆถึงบ้านมันเนี่ยนะ อะไร ยังไง บอกมา”
วัลภามองหน้าเชน พลางยิ้มมุมปากมีความคิดบางอย่างแฝงอยู่

“คิดได้ยังไงเนี่ยแม่คุณ ให้ฉันเป็นเครื่องมือเข้าไปไหว้ขอขมาพวกมัน หวังล้วงความลับเรื่องโรงงาน บรรจุเฮโรอีน”
เชนโวยลั่น เมื่อได้ยินแผนการของวัลภา ขณะที่แสนกับจิก กลับเห็นด้วยกับวัลภา
“หลานสะใภ้ข้าทำไมถึงได้ฉลาดหลักแหลม คิดได้ลึกซึ้งแบบนี้ มันเป็นวิธีการที่ถูกต้องแล้ว ไอ้เชน นั่งลงแล้วลองยกเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผากคิดตามนะ แผนการบุกไปเล่นงานโรงงานเฮโรอีนของพวกมัน เอ็งมีแผนรึยัง”
เชนส่ายหน้า “ยัง แต่เดี๋ยวมี เมื่อได้ข้อมูลมากกว่านี้”
“แล้วจะได้ข้อมูลมายังไง” จิกย้อนถาม
“ก็ต้องหาวิธีไปสืบ”
“งั้นถ้าจะได้ข้อมูลสำคัญแบบนั้นมา เอ็งก็ต้องเข้าถ้ำเสือไปเอามา เอ็งถึงจะรู้ใช่มั้ย”
“ใช่ เอ้ย ไม่ใช่ ไม่จำเป็น ฉันมีวิธีของฉัน ไม่จำเป็นต้องทำตามที่วัลภาบอก”
“พอได้แล้วเชน” วัลภาพูดอย่างเหลืออด “ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งนัก ก็เชิญทำตามใจตัวเองไปแล้วกัน น้าแสนจ๊ะ น้าจิกจ๊ะ ฉันรำคาญผัวสันดานชอบอวดดี หัวดื้อ หัวแข็ง เหม็นขี้หน้าเต็มทนแล้ว”
“งั้นเชิญหลานสะใภ้ทางนี้เลยจ้ะ พวกน้าก็เบื่อมันแล้วเหมือนกัน”

แสนผายมือพาวัลภาออกไป พร้อมกับจิก ที่หันมาแล้วส่ายหน้าระอาเชน

วัลภาเข้ามาในอู่ร้าง ช่วยจิกกับแสนปรับแต่งปืนกลที่ติดอยู่ที่มอเตอร์ไซค์ แต่ก็ยังใช้การไม่ได้ จนแสนส่ายหน้า
“เชื่อข้าเถอะว่ะไอ้จิก รื้อเป็นเศษเหล็กแล้วชั่งกิโลขายดีกว่า”
“เฮ้ย เอ็งอย่ามาดูถูกภูมิปัญญาและความทุ่มเทของข้านะเว้ย” จิกโวยวาย
“ข้าไม่ได้ดูถูก แต่ไม่อยากให้เอ็งเสียเวลากับเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้”
“ฉันว่าอย่าทะเลาะกันเลย ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น วันนี้อาจจะไม่สำเร็จ แต่เรา ต้องไม่หยุดเดิน ฉันเอาใจช่วยน้าจิกนะจ๊ะ”
วัลภาพูดให้กำลังใจจิก
“หลานสะใภ้ข้ามันน่ารักจริงๆ ขอหยิกแก้มทีเถอะหมั่นเขี้ยวว่ะ”
จิกหยิกแก้มแกมหยอกวัลภา แต่เชนเข้ามาขัดจังหวะ
“พอได้แล้วน้า นั่นเมียฉัน หยิกมากๆ เดี๋ยวแก้มช้ำ แล้วฉันจะหอมเมียก่อนนอนไม่ได้”
วัลภาหันไปค้อน
“พูดบ้าอะไรของนายเนี่ย ถ้าไม่เห็นด้วย ไม่อยากฟังความคิดเห็นคนอื่น ก็ไปซะ อย่ามาหาเรื่อง กวนคนอื่น”
“เมื่อกี้นี้ไม่เห็นด้วย แต่ตอนนี้เห็นด้วยแล้ว”
“ว่าไงนะ ตกลงแกยอมทำตามแผนการของวัลภาแล้วเหรอ”
แสนถามย้ำ เชนไม่ตอบ แต่พยักหน้า

เอื้อมเดือนนอนหนุนแขนของเพลิงหลับสนิทมีความสุข ขณะที่เพลิงกลับหลับไม่ลง พลางปรายตามอง ใบหน้าคนรัก ก่อนจะเกิดความคิดบางอย่าง จึงค่อยๆขยับแขนออกแล้วจับศรีษะเธอให้นอนลงบนหมอนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง พลางคว้าเสื้อมาสวม

จากนั้นเพลิงก็เข้ามาคุกเข่า ก้มกราบองค์พระประธานในโบสถ์ที่สงบนิ่ง ระหว่างนั้นหลวงพ่อสิน ก็เดินเข้ามา
“ดึกแล้วยังไม่กลับไปนอนอีกเหรอไอ้เพลิง”
เพลิงก้มลงกราบเท้าเมื่อหลวงพ่อเข้ามายืนใกล้ๆ
“มีเรื่องให้ผมต้องคิดครับ แต่ไม่รู้จะปรึกษาใคร”
หลวงพ่อสินมองเพลิงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา
“ปรึกษาข้าได้มั้ยล่ะ”
“แต่มันเป็นเรื่องทางโลกนะครับหลวงพ่อ”
“คำสอนของพระพุทธองค์ที่ข้าศึกษามาตลอดชีวิต ก็มีไว้เพื่อสอนให้พวกเอ็งเลือกไปปฏิบัติให้เกิดสุข ในทางโลกนี่แหละ ไม่อย่างนั้นจะมีวัด มีพระไว้เป็นที่พึ่งทำไม”
เพลิงพยักหน้ารับคำ“งั้นถ้าหลวงพ่อให้คำปรึกษาผมได้ ผมก็ขออนุญาตรบกวนเลยนะครับ”

“ไอ้เพลิง ข้าเป็นพระนะเว้ย แล้วจะให้ข้าไปสู่ขอผู้หญิงมาให้เอ็งได้ยังไง” หลวงพ่อสินถึงกับสำลักน้ำชา
“อ้าว ก็หลวงพ่อบอกว่ามีพระไว้เป็นที่พึ่ง นี่ก็ถึงเวลาที่ผมต้องพึ่งพระที่รู้จักผมดีที่สุด ถ้าหลวงพ่อ ไม่ช่วยแล้วผมจะมีเมียได้ยังไง”
หลวงพ่อสินส่ายหน้า
“แต่ไม่มีหรอกเว้ยที่พระจะไปเป็นเถ้าแก่สู่ขอเมียให้ ไอ้เวรตะไล”
“ก็ผมอยากทำให้ถูกต้องตามประเพณี อยากให้เกียรติผู้หญิงที่ผมรัก จะให้ไปอยู่กินกันเฉยๆ ชาวบ้าน ก็จะครหาคนดีๆอย่างคุณหมอเขาได้”
“เดี๋ยว ผู้หญิงที่เอ็งอยากจะแต่งงานด้วยคือคุณหมอเอื้อมเดือน” หลวงพ่อสินถามย้ำให้แน่ใจ
“เท่าที่ข้าเห็น คุณหมอเป็นคนดีมาก เอ็งนี่มันโชคดีจริงๆที่เขาเลือกเอ็ง เรื่องผู้ใหญ่สู่ขอน่ะไม่ใช่ปัญหา ข้าคุยกับคนอื่นให้ได้ แต่ก่อนเอ็งจะคิดถึงเรื่องนั้น ข้าว่าเอ็งควรจะคิดเรื่องที่มันสำคัญกว่านะไอ้เพลิง”
เพลิงมองหลวงพ่อด้วยสีหน้าสงสัย

ขณะที่ครูประสิทธิ์กำลังไหว้หิ้งบูชาครูอยู่ เชนก็เดินเข้ามา “วันนี้ไม่พาวงออกไปเล่นดนตรีเหรอพ่อ”
ครูประสิทธิ์ส่ายหน้า
“เจ้าภาพเขายกเลิก สถานการณ์ตอนนี้ ไม่มีใครเขากล้าออกจากบ้าน มาสนุกสนานดูดนตรี รำวงกันหรอก มีแต่คนรักตัวกลัวตาย อยากอยู่แต่ในบ้านไม่อยากออกมาเสี่ยงโดนลูกหลง”
“แต่เท่าที่ฉันได้ยิน พวกไอ้เสือกับนางสิงห์ไม่เคยทำให้ชาวบ้านบาดเจ็บ”
“เวลามีสงคราม เขารบกันโครมๆน่ะ เอ็งเคยเห็นคนบริสุทธิ์ไม่โดนลูกหลงบ้างมั้ย เอ็งเคยเป็นทหาร มาตั้งหลายปี เอ็งน่าจะรู้ดีนะ จะชัยชนะของไอ้เสือกับนางสิงห์หรือว่าของพวกนั้น สุดท้ายความสูญเสียมันก็ต้องเกิด ขึ้นกับคนที่นี่ เริ่มจากปากท้องของคณะเรานี่แหละ งานหดหายไปเรื่อยๆแบบนี้ คงต้องมีปลดออกจากวงกันบ้าง”

ครูประสิทธิ์พูดไปแล้วก็ลุกเดินออกไป เชนมองตามพ่อ ด้วยความเป็นห่วง

เชนตามพ่อเดินออกมา
“แต่วงพราวฟ้าเป็นเป็นความภูมิใจของพ่อ เป็นสิ่งเดียวที่พ่อเหลือหลังจากที่พ่อยอมเอาที่ดินของเรา ไปให้ไอ้พวกนั้น”
ครูประสิทธิ์นิ่งไปแล้วถอนใจ
“คนเราเกิดมามันก็มีแต่ตัว จะเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้หรอกไอ้เชน ถ้าจะเสียใจก็มีอยู่อย่างเดียว คือไม่เหลือสมบัติอะไรไว้ให้ลูกเมียเอ็ง”
“งั้นฉันจะขอดูแลวงพราวฟ้าต่อจากพ่อเอง” เชนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันโตมากับวงดนตรีของพ่อ จะบอกว่าเป็นตัวเป็นตน เป็นคนมาได้ก็เพราะเสียง ดนตรีของพวกเรานี่แหละ”
ระหว่างนั้นน้อยเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้น ตามให้ครูประสิทธิ์ออกไปฟังเพลิงร้องเพลง

ที่ลานซ้อมวงดนตรี ยอด แสนและจิกประจำอยู่ที่เครื่องดนตรีมีทั้งเพอร์คัชชั่น เครื่องเป่า ทั้งสามคนเริ่ม บรรเลงท่อนดนตรีขึ้นนำของเพลงจังหวะสนุกๆ “ปูไข่ไก่หลง” เปิดให้เพลิงถือไมค์ออกมาร้องเท่ๆสนุกๆ โดยมีวัลภาร้องเป็นลูกคู่
เชนออกมาเห็นทั้งคู่ร้องเพลงด้วยกัน ก็ถึงกับสะดุ้งโหยง ขณะที่ครูประสิทธิ์ฟังเสียงของเพลิงและลีลา การร้องคู่กับวัลภาแล้วก็อดทึ่งไม่ได้
เมื่อดนตรีจบลง วัลภากับเพลิงเอาหลังมาพิงกัน แต่เชนกลับปรี่เข้าไปกระชากแขนวัลภาออกมา
“ทำอะไรของเธอ มานี่เลย”

เชนลากวัลภาออกมาอีกมุมหนึ่งของบ้าน
“เธอต่างหากที่ควรตอบฉัน ไปร้องไปเต้นส่ายเอว ส่ายสะโพกกับไอ้หมอนั่นได้ยังไง”
“ทำไมจะไม่ได้” วัลภาลอยหน้าลอยตา “ก็พี่เพลิงเขาร้องเพลงสนุก ฉันสนุกไปด้วย ก็เลยไปร้องกับเขา”
“แล้วร้องเฉยๆไม่ได้เหรอไง ทำไมต้องไปทำท่าทุเรศๆแบบนั้นด้วย เป็นเมียฉันแต่กลับไปเต้น ออก ท่าทางยั่วกับผู้ชายอื่น ถ้าพ่อฉันมาว่า ว่าทำไมปล่อยให้เมียไปทำแบบนั้น ฉันไม่ขายหน้าเหรอ”
วัลภาเบ้ปาก
“พ่อเขาไม่ว่าหรอก เขาเป็นเจ้าของวง เขาดูแป๊บเดียวก็รู้แล้วว่านั่นมันคือการแสดง มีก็แต่นาย นั่นแหละ ที่จ้องแต่จะหาเรื่องฉัน ฉันว่านายชักจะเอาใหญ่แล้วนะ ฉันเป็นเมียนายแค่หลอกๆ อย่าลืมสิ ไม่ใช่เมียนาย จริงๆ เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นหึง”
วัลภาพูดพร้อมกับผลักอกเชนจนเซแล้วเดินกลับไป เชนมองตามอย่างหัวเสีย

ครูประสิทธิ์ที่เพิ่งมีโอกาสได้ฟังเพลิงร้องเพลง ถึงกับออกปากชมเปาะ
“นี่ถ้าข้าไม่ได้ฟังไม่ได้เห็นกับตา ข้าไม่เชื่อจริงๆนะเนี่ยไอ้เพลิง”
จิกพยักหน้าเห็นด้วย
“นั่นสิวะ เสียงเอ็งมันทั้งทรงพลังทั้งลุ่มลึก แถมลีลายังป๊าดเข้าให้แบบนี้ ถามจริงเถอะวะไปหลบ อยู่ที่ไหนมา”
เพลิงยังไม่ทันตอบ ยอดก็พูดแทรกขึ้นมา
“มันไม่ได้หลบที่ไหนมาหรอก พรสวรรค์ระดับคนธรรพ์แบบนี้อยู่กับตัวมันมาตลอด รอก็แค่วันที่ มันจะยอมลดทิฐิเผยออกมาให้ทุกคนเห็นเอง ใช่มั้ยไอ้เพลิง”
ยอดตบบ่า พลางผลักเพลิงเข้าไปหาครูประสิทธื์
“เสียงของฉันเป็นยังไงบ้างจ๊ะครู”
“ข้าไม่เคยเจอคนที่มีพรสวรรค์ขนาดเอ็งมาก่อน ถ้าเอ็งคิดเอาดี อนาคตเอ็งรุ่งแน่”
เพลิงยิ้มดีใจ “ขอบคุณจ้ะครู งั้นฉันขอฝากตัวเป็นนักร้องในวงดนตรีของครูได้มั้ย คือว่าฉันอยาก ทำงานเก็บเงินเยอะๆ”
ยอดช่วยพูดต่อให้
“มันตั้งใจจะสร้างเนื้อสร้างตัวเอาไปขอคุณหมอแต่งงาน สร้างครอบครัวลงหลักปักฐานอยู่ใน ผาปืนแตกจ้ะครู”
ครูประสิทธิ์มองหน้าเพลิง แล้วส่ายหน้า
“แต่เรื่องนี้ข้าตัดสินใจเองไม่ได้”
“ทำไมล่ะครู”
น้อยย้อนถาม เชนที่เดินเข้ามาพร้อมกับวัลภา รีบยืดอกตอบ “เพราะพ่อเพิ่งจะยกวงพราวฟ้าให้ฉันดูแลแทนน่ะสิ”
ทุกคนหันไปมองเชนอย่างแปลกใจ
“เชน ฉันขอล่ะ พี่เพลิงตั้งใจทำสิ่งดีๆ อย่าเอาอคติที่เธอมีกับเขามาทำลายความหวังของเขาเลย”
เชนหันไปมองวัลภา แต่ไม่พูดอะไร กลับเดินตรงไปหาเพลิง

“ฉันอยากคุยด้วย”

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 9 (ต่อ)

เชนกับเพลิง ออกมายืนคุยกันอีกมุมหนึ่ง
“เชน แกก็ได้ยินเหตุผลของฉันไปแล้ว ฉันทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของฉันกับผู้หญิงที่ฉันรัก ฉันอยากให้ ผาปืนแตกเป็นบ้านหลังสุดท้ายของฉันกับคุณหมอ และสิ่งเดียวที่ฉันจะทำมาหากินเลี้ยงคุณหมอได้ก็คือ เสียงเพลง ของฉัน”
เชนจ้องหน้าเพลิง ด้วยแววตาจริงจัง
“ไม่ต้องมาสาธยายซะยืดยาวหรอกพี่บึ้ก เรื่องความเป็นสุภาพบุรุษรับผิดชอบชีวิตผู้หญิงที่เรารัก ฉันก็ไม่ได้เป็นสองรองพี่บึ้กเท่าไหร่หรอก”
“งั้นฉันก็ได้เป็นนักร้องของวงพราวฟ้าแล้ว”
เพลิงยิ้มดีใจ
“เดี๋ยว ฉันยังไม่อนุญาต ฉันอยากได้คำมั่นสัญญาจากพี่บึ้กมากกว่า สถานการณ์วงตอนนี้ มันไม่เหมือนก่อนแล้ว พ่อเกือบจะยุบวง เพราะความนิยมเชียร์รำวงมันน้อยลง ฉันรับปากว่าจะกอบกู้มันขึ้นมา เพราะฉะนั้นฉันถึงต้องการคนที่พร้อมร่วมหัวจมท้าย ไม่ใช่พวกหวังเอาแต่ตัวเองได้คนเดียว”
เพลิงนิ่งมองเชนด้วยสีหน้าสงสัย
“เชน ฉันว่าแกเหมือนใครบางคนที่ฉันรู้จัก จอมโจรไอ้เสือ”
เชนถึงกับชะงัก
“ฉันจะไปเหมือนไอ้หมอนั่นได้ยังไง ลองถ้ามันถอดผ้าคาดหน้าออก มันก็หน้าตาอุบาทว์ หล่อไม่เท่า ฉันหรอก”
เพลิงส่ายหน้า
“ฉันไม่ได้หมายความเรื่องหน้าตา แต่หมายถึงความมุ่งมั่นทำเรื่องดีๆในแนวทางของวีรบุรุษต่างหาก จอมโจรไอ้เสือเรียกตัวเองว่าโจร แต่กลับต่อสู้เพื่อปกป้องผาปืนแตก ส่วนแก แม้ภายนอกจะดูเป็นจิ๊กโก๋ กวนประสาท ทุกคนไปเรื่อย แต่หัวใจของแกก็คือวีรบุรุษของทุกคนในครอบครัว ฉันนับถือหัวใจแกก็ตรงนี้แหละ เพราะฉะนั้น ฉันสัญญาว่า ฉันจะร่วมหัวจมท้ายไปกับแก ไอ้น้องชาย”
เพลิงมองเชนแล้วยื่นมือออกไป เชนยิ้มรับแล้วยื่นมือไปจับมือเพลิง สองสุภาพบุรุษ บีบมือกันแน่น เป็นสัญญาณแห่งมิตรภาพที่กำลังฉายแสง แข่งกับแสงอาทิตย์อันร้อนแรง

เอื้อมเดือนถอดเสื้อกราวน์ออกเตรียมตัวจะกลับบ้าน แต่ระหว่างนั้นติ๋มเข้ามาหน้าตื่นๆ
“คุณหมอคะ แย่แล้วค่ะ ติ๋มว่าคุณหมออย่าเพิ่งใช้ทางหน้าสุขศาลากลับบ้านเลย ออกไปใช้ ทางข้างหลังดีกว่าค่ะ”
ติ๋มยังพูดไม่ทันขาดคำ กำนันปราบก็เดินเข้ามาพร้อมกับชาติและไอ้เชิด เอื้อมเดือนถึงกับผงะตกใจ “สวัสดีครับคุณหมอ ขอโทษที่มาเอาตอนเวลาเลิกงานแล้ว พอดีว่าผมจะพาลูกชายมาทำความ สะอาดแผลสักหน่อยน่ะครับ ผมต้องขอโทษจริงๆ ครับที่มารบกวน แต่ที่ผาปืนแตกมีหมอคนเดียว จะให้พาไปที่อื่นก็ จะเสียเวลา เพราะอยากให้คุณหมอช่วยทำความสะอาดแผลให้แค่นั้น”
เอื้อมเดือนจ้องหน้ากำนันปราบ แบบไม่กลัวเกรง
“ได้สิคะกำนัน เชิญไปรอที่ห้องทำแผลข้างๆนี้เลยค่ะ”
กำนันปราบยิ้มรับ พร้อมกับซ่อนความร้ายกาจในแววตา แล้วเดินออกไป ชาติหันมามองเอื้อมเดือนพลางยิ้มมุมปาก ก่อนจะตามพ่อออกไปกับไอ้เชิด
“คุณหมอ ทำไมไม่ไล่พวกมันไปล่ะคะ”
ติ๋มอดเป็นห่วงไม่ได้
“ไม่มีอะไรหรอกติ๋ม พวกมันก็แค่มาดูท่าที กับพยายามจะข่มขู่ไม่ให้ฉันคิดเอาเรื่องพวกมันก็แค่นั้น อย่ากลัว เพราะถ้าเรายิ่งแสดงออกว่ากลัว ก็จะยิ่งเป็นเหยื่อให้มันเล่นงาน”

เอื้อมเดือน ทำความสะอาดแผลของชาติ ที่โดนเธอฟันฉับเข้าที่แทน ในคืนที่มันพยายามจะข่มขืนเธอ ขณะที่ติ๋มมีท่าทีหวาดหลัว เอื้อมเดือนจึงให้กลับบ้านไปก่อน
“แผลถูกของมีคมบาดมาแบบนี้ ลูกชายกำนันไปทำอะไรมาเหรอคะ”
“ไล่จับโจรผู้ร้ายเลยมีเหตุให้ต้องปะทะกันบ้างน่ะครับคุณหมอ”
“โจรฝีมือดีที่ไหนเหรอคะที่ทำให้ผู้รักษากฏหมาย ของผาปืนแตกได้เลือดมาขนาดนี้”
เอื้อมเดือนพูดไปก็ชุบแอลกอฮอล์กับสำลีแล้วแตะที่แผลตรงต้นแขน ชาติรู้สึกแสบ พลางจ้องเธอเขม็ง
“ไม่ใช่โจรฝีมือดีอะไรนักหนาหรอกครับคุณหมอ ผมก็แค่ประมาทไปนิดเดียวเอง เห็นว่าเป็นคดีเล็กๆ น้อยๆ เลยปล่อยมันไปทั้งๆ ที่จะจัดการให้เรียบร้อยเมื่อไหร่ก็ได้”
“ใจดีจังเลยนะคะคุณชาติ”
เอื้อมเดือนพูดพลางเอาผ้าก๊อซมาพันแผลให้ แต่จงใจทำอย่างแรงจนทำให้ชาติชะงักเจ็บ
“ที่ผาปืนแตกมีเรื่องที่ต้องให้จัดการอีกหลายอย่าง ผมก็เลยแนะนำลูกชายผมไปว่า เรื่องจิ๊บจ้อยๆ ปล่อยได้ก็ปล่อย อย่าไปเอามาขยายให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะถ้ากลายเป็นเรื่องขึ้นมาแล้ว สุดท้ายมันจะจบไม่สวย คุณหมอว่ามั้ยครับ”
กำนันปราบพูดพร้อมกับเอามือไปจับไหล่เอื้อมเดือนแล้วบีบเบาๆ พลางยิ้มขู่

“ฉันทำแผลให้เสร็จแล้ว เชิญกำนันไปรอรับยาที่ข้างนอกได้เลยค่ะ”

เอื้อมเดือนออกมาเตรียมยาให้ชาติ แต่กำนันปราบ กลับโผล่เข้ามาข้างหลังเงียบๆ ทำเอาเธอตกใจ
“กำนันมาทำอะไรตรงนี้ ควรจะไปรอข้างนอก”
“ขอโทษครับ แต่ผมลืมไปว่ายังมีธุระสำคัญที่ยังคุยกับคุณหมอไม่หมด เรื่องที่คุณหมอถูกเล่นงาน จากคนที่ไม่หวังดีไงครับ”
“เรื่องนั้นเอาเป็นว่าฉันไม่ติดใจอะไร เพราะพวกมันถูกคนอื่นเล่นงานไปแล้ว”
กำนันปราบจ้องหน้าเอื้อมเดือน
“คุณหมออาจะไม่ติดใจ แต่ผมติดใจ เพราะไอ้คนอื่นที่โผล่มาเล่นงานไอ้โม่งพวกนั้น ผมได้ยินมาว่า มันคือจอมโจรไอ้เสือ”
เอื้อมเดือนพยักหน้า
“ใช่ จอมโจรไอ้เสือมาช่วยฉัน”
กำนันปราบยิ้มเหี้ยม “งั้นคุณหมอพอจะรู้มั้ยว่ามันเป็นใคร”
“ฉันหมดสติไป รู้สึกตัวขึ้นมาอีกที ก็เห็นเขาทิ้งฉันเอาไว้ในป่า”
“แน่ใจนะครับว่าคุณหมอไม่รู้ว่ามันเป็นใครจริงๆ”
เอื้อมเดือนส่ายหน้า
“ฉันไม่รู้จริงๆ กำนันมีอะไร จะปล่อยให้ฉันทำงานให้เสร็จได้มั้ย นี่มันเลยเวลางานของฉันไปมากแล้ว”
“ได้สิครับ ขอบคุณมากที่คุณหมอให้ความร่วมมือ”
กำนันปราบมองเธอแล้วถอยออกไป เอื้อมเดือนกำขวดยาไว้ในมือแล้วถอนใจ

หลังจากรับยาเรียบร้อยแล้ว กำนันปราบ ชาติ และไอ้เชิด ก็ออกมาจากสุขศาลา “ตกลงนังคุณหมอนั่นมันไม่คิดจะเอาเรื่องฉันใช่มั้ยพ่อ”
“ถ้ามันคิดจะเอาเรื่องแก มันก็คงพูดไปแล้ว”
ชาติยิ้มเยาะ “ฉันก็บอกแล้วไงว่ามันไม่กล้าหรอก”
กำนันปราบหันมาดึงคอเสื้อชาติ
“ที่มันไม่กล้าไม่ใช่เพราะมันกลัวแกหรอกไอ้ชาติ แต่มันคิดจะปล่อยให้คนอื่นจัดการแกเองต่างหาก”
“พ่อหมายถึงใคร” ชาติย้อนถาม
“ก็จอมโจรไอ้เสือไง นังหมอคนนี้มันฉลาด มันคงคิดจะอาศัยอยู่ที่นี่อีกนาน เลยไม่อยากมีปัญหา แต่ให้คนอื่นจัดการกับแกแทน”
“งั้นคนที่คิดแบบนี้ก็ไม่สมควรเอาไว้ให้รกหูรกตาในผาปืนแตก ให้ฉันจัดการหาวิธีไล่ตะเพิดมันออกไป พร้อมๆกับไอ้เพลิงเลยดีมั้ยพ่อ”
กำนันปราบส่ายหน้า“ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะถ้าคนข้างนอกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมอที่ถูกส่งมาที่นี่ แกจะทำให้ ผาปืนแตก กลายเป็นจุดสนใจ”
พูดพลาง กำนันปราบก็หันไปมองเอื้อมเดือนที่เดินออกมาหน้าสุขศาลา พร้อมๆ กับที่จ้องมองมา
“ปล่อยมันเอาไว้ในผาปืนแตกแบบนี้แหละ ให้พวกมันทนไม่ได้แล้วอพยพออกไปเอง”

รถจี๊ปของลายเสือขับเข้ามาพร้อมกับไอ้คมและทหารที่ออกไปรบกับทหารไทย พลางยิงปืนขึ้นฟ้า พร้อมส่งเสียงเฮลั่นด้วยความคึกคะนอง
ลายเสือลงจากรถจี๊ปพร้อมกับไอ้คมแล้วมาที่ผู้กองสมาน ที่ถูกคุมขังอยู่ในคอก
“ฉันมีของฝากมาให้แก”
ไอ้คมเปิดกระเป๋าข้างกางเกง แล้วล้วงเอาป้ายชื่ออลูมิเนียมของทหารไทยพวงหนึ่งออกมาโยน ลงตรงหน้า
“วันนี้ไอ้คมมันทำเป้าได้มากกว่าทุกวัน เพราะพรรคพวกแกมันคิดอยากจะตีค่ายข้าให้แตก แต่มัน ประมาทฝีมือของราชาค้ายาเสพติด 3 แผ่นดินต่ำไปหน่อย พวกมันก็เลยโดนไอ้คมสอยเป็นใบไม้ร่วง”
ผู้กองสมานได้แต่มองแผ่นป้ายอลูมิเนียมแววตาคลั่งแค้น
“วันนี้แกอาจจะคิดว่าตัวเองเป็นราชสีห์อยู่ แต่เมื่อถึงเวลาที่แกเสียท่า เสียงคำรามที่เคยใช้ขู่คนอื่น จะกลายเป็นเสียงร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด”
ลายเสือแสยะยิ้ม
“คนที่ต้องร้องครวญคราง ก็คือแกไม่ใช่ฉันหรอกไอ้ผู้กองใจเด็ด ค่ายของข้าจะไม่มีวันถูกตีแตก แล้วแกก็จะต้องทนนั่งนับจำนวนพรรคพวกแกที่โดนสอยตายลงทุกวัน”
ลายเสือหัวเราะชอบใจแล้วเดินออกไป ไอ้คมรีบเดินตามไป ผู้กองสมานมองตาม ก่อนจะเลื่อนมองมา ที่มือซึ่งถูกล่ามกุญแจมือเอาไว้ พลางค่อยๆคลายมือ ที่กำแม่กุญแจออก

ลายเสือเข้ามาในเต็นท์ พลางปลดปืนที่พกติดตัวลงกับโต๊ะแล้วหันไปสั่งให้ไอ้คมออกไปพักผ่อน ระหว่างนั้นฟ้าลั่นที่แบกเป้ใบหนึ่ง ก็เดินสวนเข้ามา
“ได้ยินพวกที่ออกไปลุยกับพ่อมันบอกว่า วันนี้พ่อโชว์ฝีมือได้ดุดันสมเป็นราชาค้ายาเสพติด 3 แผ่นดิน”
ลายเสือฟังคำพูดของลูกชายแล้วหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเห็นเป้ที่ลูกชายแบกมา
“แล้วนั่นแกแบกอะไรมา”
“รายได้จากธุรกิจของเรารอบเดือนนี้ไงพ่อ รวมกับพวกผีเสื้อราตรีของฉันด้วย”

ฟ้าลั่นเอาเป้มาเปิดออกแล้วเทธนบัตรเป็นปึกๆออกมา ลายเสือเห็นแล้วก็ยิ้มพอใจ

ผู้กองสมานพยายามใช้แม่กุญแจที่ขโมยมาจากฟ้าลั่น ไขปลดล็อกกุญแจมือตัวเอง ระหว่างนั้นไอ้คม ที่เดินผ่านเข้ามา ก็หยุดมอง ผู้กองสมานชะงักนึกว่าจะถูกไอ้คมจับได้ แต่ระหว่างนั้นไอ้ก้าน ก็โอบเอวพาสาวผีเสื้อ ราตรีสองคนเดินเข้ามา
“ไอ้คม มาอยู่ตรงนี้เอง ลูกพี่ให้ข้าพาวสาวๆมาให้เอ็งเลือกว่ะ เขาว่าวันนี้เอ็งทำผลงานเข้าตา เลยจะ ตบรางวัลให้”
แต่กลับโดนไอ้คมตวาดใส่
“ทำไมไม่มีใครเฝ้าไอ้ผู้กอง”
“ทำไมต้องเฝ้ามันด้วย” ไอ้ก้านย้อนถาม “สภาพมันแบบนั้น ให้คลานออกจากค่ายยังไม่มีแรงเลย”
“เอ็งอย่าประมาท ไปตามพวกที่ว่างอยู่มาเฝ้ามัน”
ไอ้ก้านพยักหน้า
“ก็ได้วะ แต่เอ็งเลือกสาวของเอ็งไปคนนึงก่อน ข้าจะได้พาของข้ากลับไปด้วย”
ไอ้คมหันมองทั้งสองนาง
“ข้าไม่เลือก เพราะข้าจะเอาทั้งสองคน”
เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้กองสมาน ไขกุญแจมือสำเร็จพอดี

ทางด้านไอ้ก้าน ก็พาทหารอีกคนเข้ามา
“คืนนี้เอ็งอยู่เวรยามเฝ้ามัน ถ้ามันทำตัวกวนประสาทก็กระทืบได้เลย ลูกพี่ไม่ขัดข้อง”
“แล้วจะให้เฝ้าใครเหรอลูกพี่” ทหารย้อนถาม
“ก็ไอ้ผู้กอง”
ไอ้ก้านยังพูดไม่ทันขาดคำ ก็ต้องตกใจเมื่อมองไปที่คอก กลับเหลือแต่กุญแจมือให้ดูต่างหน้า

ฟ้าลั่นกรีดธนบัตรแล้วดมกลิ่นเงินอย่างชื่นใจ
“เห็นมั้ยพ่อ ฉันอาจจะไม่เก่งเรื่องบู๊ ออกไปนำทัพได้ถูกใจอย่างที่พ่ออยากให้ฉันเป็น แต่เรื่องหาเงินมา เป็นทุนให้กับกองทัพของพ่อ ฉันน่าจะทำได้ถูกใจกว่า”
ลายเสือยิ้มอย่างพอใจ “เอ็งทำได้ดี”
“งั้นต่อไป พ่อก็น่าจะเลิกติดใจเรื่องที่จะให้ฉันเป็นผู้นำแทนซะที”
“ที่ข้าติดใจเป็นห่วงเรื่องการขึ้นมาเป็นผู้นำของเอ็ง เพราะการจะคุมกองทัพของข้า มันจะใช้แค่เงิน อย่างเดียวไม่ได้”
ฟ้าลั่นส่ายหน้าแบบไม่ค่อยเห็นด้วยกับพ่อ
“คนเรามันก็แพ้อำนาจเงินกันทุกคนนั่นแหละพ่อ ฉันยังไม่เคยเห็นใครเจอเงินแล้วไม่ก้มหัวให้สักคน”
แต่ฟ้าลั่นพูดได้ไม่ทันจบประโยค เสียงขึ้นไกปืนก็ดังมาจากข้างหลัง “ที่แกไม่เคยเจอ เพราะรอบตัวแกมันมีแต่พวกหิวไง ไอ้ฟ้าลั่น”
ทั้งฟ้าลั่น ทั้งลายเสือ ชะงัก ตกใจเมื่อเห็นผู้กองสมานเข้ามาประชิดปืนจ่อ ก่อนที่จะชักมีดพกออกมา แล้วจับฟ้าลั่นพลักตัวกลับมา จากนั้นก็จ้วงแทงเข้าไปที่ท้องฟ้าลั่นทันที
ฟ้าลั่นทรุดลงไปกอง เลือดแดงฉานไหลนองพื้น ผู้กองสมานยกปืนเล็ง ไปที่ลายเสือต่อ
“ฉันบอกแล้วไง ว่ากรรมมันจะตามทันพวกแก วันนี้คือวันสิ้นชื่อของแกกับลูกชายราชาค้ายาเสพติด 3 แผ่นดิน ไอ้ลายเสือ”
ผู้กองสมานกำลังจะลั่นไกใส่ลายเสือ แต่ระหว่างนั้นไอ้คมกับไอ้ก้านบุกเข้ามายิงใส่ ผู้กองสมานหันไป ยิงตอบโต้แล้วรีบกระโจนออกไปทันที ลายเสือเป็นห่วงฟ้าลั่นรีบเข้าไปประคอง
“ไอ้ก้านไปตามหมอมาช่วยฟ้าลั่น ส่วนแกไอ้คม ไปเอาชีวิตมันมา”

ผู้กองสมานวิ่งหนีพวกคมกับทหารที่วิ่งตามไล่ล่า พร้อมกับกราดยิงด้วยเอ็ม 16 ใส่ ไปหลบที่หลัง กองหิน แล้วยิงสวนตอบโต้กลับไปหลายนัด โดนพวกทหารของลายเสือตายไม่น้อย จนสามารถเปิดทางให้ตัวเอง หนีต่อไปได้
ไอ้คมตามเข้ามา เห็นผู้กองสมานวิ่งหนีเลยหันไปคว้าเอาปืนเอ็ม 16 ติดลำกล้องจากลูกน้อง มายกเล็ง แต่ไม่โดน

เอื้อมเดือนเข้ามาในบ้านพัก พลางมองหาเพลิง แต่ไม่เจอ เพลิงแอบเข้ามาข้างหลัง หวังจะกอด เธอไม่ให้รู้ตัว แต่เอื้อมเดือนคิดว่าเป็นคนอื่นเลย หันไปคว้าอีดาบที่แขวนอยู่กับเสาเรือนหันขวับมาจะฟันใส่
“ผมเองครับคุณหมอ”
เอื้อมเดือนถอนหายใจโล่งอก
“ทีหลังอย่าเข้ามาแบบนี้สิ ฉันตกใจนึกว่า”
“นึกว่าเป็นไอ้พวกนั้นใช่มั้ยครับ ผมรู้เรื่องจากติ๋มแล้ว”
เอื้อมเดือนเก็บดาบคืนที่เดิม
“ไม่มีอะไรหรอกเพลิง ก็แค่อยากมาข่มขู่ไม่ให้ฉันคิดเล่นงานพวกมัน”
“ถ้าผมอยู่ที่นั่นด้วยล่ะก็ ผมจะไม่ปล่อยให้มันมาข่มขู่คุณหมอแน่”
เอื้อมเดือนยิ้มให้คนรัก“แต่เธอไม่อยู่ที่นั่นก็ดีแล้วล่ะ เพราะฉันไม่อยากให้เธอมีปัญหากับพวกมันอีก คนกำลังจะมีอนาคต ใช่มั้ยจ๊ะ พ่อว่าที่นักร้องนำของวงพราวฟ้า”
เพลิงชะงัก พลางยิ้มเขิน
“นี่คุณหมอรู้เรื่องแล้วเหรอครับ”

ผู้กองสมานวิ่งหนีการไล่ล่าของพวกไอ้คมเข้ามาอีกด้านหนึ่งของป่า พลางหยุดที่ข้างต้นไม้แล้ว เอามือกุมท้องตัวเอง ที่ถูกยิงจนเลือดชุ่ม
“เดือน พี่จะต้องกลับไปหาเดือนให้ได้ พี่จะไม่ยอมมาตายอยู่ที่นี่”
พูดพลางก็เซ แล้วก็ล้มลง หายใจเหนื่อยเหมือนจะสิ้นแรง

“แสดงว่าเธอจะหวนกลับคืนวงการจริงๆเหรอเพลิง”
เอื้อมเดือนหันมาถามย้ำกับเพลิง ขณะที่ทั้งคู่ยืนกอดกันอยู่ที่ริมระเบียงบ้านพัก
“ครับคุณหมอ การเป็นนักร้องคืออาชีพที่ผมรัก และเป็นสิ่งที่ผมทำได้ดี”
“คนเราถ้าได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ความสำเร็จก็จะตามมา แบบนี้ถ้าอีกหน่อยเธอกลายเป็นนักร้อง ชื่อดัง ฉันก็คงจะถูกเธอลืม”
เอื้อมเดือนแกล้งแหย่
“ผมจะลืมคุณหมอได้ยังไง”
“ทำไมจะไม่ได้ นักร้องดังๆ เขาก็บอกแฟนๆว่ายังโสดกันทั้งนั้น”
“แต่สำหรับผมแล้วไม่ใช่ เพราะผมจะบอกทุกคนว่าผมเป็นนักร้องที่มีเมียแล้ว”
เอื้อมเดือนมองค้อน
“เมียเลยเหรอ อย่ามาขี้ตู่เรียกฉันแบบนั้นสิ ก็ในเมื่อเธอยัง”
“ยังไม่ได้ขอคุณหมอแต่งงานใช่มั้ย”
เพลิงผละจากเอื้อมเดือนแล้วคุกเข่าลงตรงหน้า เอื้อมเดือนใจเต้นตึกตัก
“สาเหตุที่ผมกลับไปเป็นนักร้องอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะอยากได้ชื่อเสียง แต่เพราะผมอยากพิสูจน์ตัวเอง ว่าผมสามารถเลี้ยงดูผู้หญิงที่ผมรักให้มีความสุขไปกับผมได้ คุณหมอครับ ถ้าผมประสบความสำเร็จแล้ว คุณหมอ จะแต่งงานกับผมมั้ยครับ”
เอื้อมเดือนน้ำตารื้น
“เพลิง ฉันอยากให้พี่สมานอยู่ตรงนี้ เขาจะได้รู้ว่าเธอไม่ได้เป็นคนไม่ดีอย่างที่เขาคิด”
“น่าเสียดายที่เขามาอยู่ตรงนี้ไม่ได้ แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะเกลียดเขาเลย ตรงกันข้ามผม อยากพิสูจน์ให้ วิญญาณของเขาเห็นว่า ผมนี่แหละที่จะดูแลคุณหมอต่อจากเขาเอง”
เอื้อมเดือนน้ำตาไหล ด้วยความตื้นตัน
“ฉันจะแต่งงานกับเธอจ้ะเพลิง”
เพลิงดีใจสวมกอดเอื้อมเดือน ก่อนจะจูบเธอเนิ่นนาน

ผู้กองสมานพยายามกระเสือกกระสนแม้เลือดจะเต็มมือและใกล้หมดแรง
“ฉันจะต้องมีชีวิตรอด พี่จะกลับไปหาน้องสาวของพี่ เดือน พี่จะตายไม่ได้ พี่ต้องไปดูแลน้อง”
ตาของผู้กองสมานหรี่ จนใกล้จะปิด ระหว่างนั้นไอ้คม ที่ตามเข้ามาเห็นสภาพ ก็ยิ้มเยาะ
“แกมันจะเก่งไปได้สักกี่น้ำวะไอ้ผู้กอง สุดท้ายก็ไม่รอดอยู่ดี"
พูดพลางยกปืนสั้นขึ้นมาแล้วเล็งไปที่ผู้กองสมาน แต่ยังไม่ทันลั่นไก เสียงปืนเอ็ม 16 ก็ดังแทรก เข้ามาเป็นชุด
ไอ้คมกับพวกทหารที่มาด้วยตกใจกระโจนหลบ พลางยิงสวนกลับไปในความมืด
“พวกทหารไทย ถอยไปก่อน เร็ว”
เสียงปืนดังไม่หยุด พวกไอ้คมต้องล่าถอยออกไป ทิ้งผู้กองสมานให้นอนหายใจรวยริน ครู่หนึ่งทหารไทยก็เดินเข้ามา

“เจอผู้กองสมานแล้ว รีบเอาเปลมาเร็ว อาการเขาแย่มาก”

น้ำค้างตาโตตื่นเต้นดีใจ เมื่อทราบข่าวจากเชน
“จริงเหรอจ๊ะพี่เชน ที่ครูเขายกวงพราวฟ้าให้พี่เชนทำแทนแล้ว เป็นเรื่องที่น้ำค้างดีใจที่สุดเลย รู้มั้ยจ๊ะ เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะครูน่ะหัวโบราณจะตาย”
“หัวโบราณเรื่อง ?” เชนย้อนถาม
“แหม พี่เชนก็ เดี๋ยวนี้ใครเขาอยากจะออกมารำวงกัน เขามีแต่อยากเต้นดิสโก้กันทั้งนั้น น้ำค้างยัง ไปหัดเต้นมาเลย. ดี๋ยวน้ำค้างเต้นให้ดู”
น้ำค้างรีบผละจากเชนแล้วออกไปเต้นดิสโก้ท่า Lady Bumb ชูสองแขนส่ายสะโพกแล้วบั๊ม สะโพกใส่เชนไม่หยุด จนเชนรำคาญ พอน้ำค้างจะบั๊มสะโพก เชนเลยฉากถอย จนน้ำค้างหน้าคว่ำ

เชนเดินเลี่ยงน้ำค้างมาอีกมุม น้ำค้างเดินกระเผลกตามมา
“เดี๋ยวสิจ๊ะพี่เชน พี่เชนไม่เห็นด้วยกับฉันเหรอ วัยรุ่นสมัยใหม่อย่างพี่เชน อย่างฉัน เราน่า จะ เปลี่ยนแปลงวงพราวฟ้าใหม่ เปลี่ยนไปทำวงดิสโก้ดีกว่า”
เชนส่ายหน้า “แต่พี่ว่าที่วงพราวฟ้าของเราเป็นอยู่แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว”
“เชียร์รำวงเชยๆเนี่ยนะเหรอ แต่งตัวเชย เพลงก็น่าเบื่อ เดี๋ยวก็พากันอดตายหมดหรอก”
“พี่ไม่มีทางทำให้ทุกคนในวงอดตายแน่ แต่ถ้าน้ำค้างไม่อยากอยู่อย่างพอมีพอกินและมีความสุข กับเสียงเพลง น้ำค้างอยากจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นก็ได้นะ”
น้ำค้างได้ฟัง ก็แกล้งตีบทโศกเข้าไปกอดเอวเชน วัลภาเข้ามาเห็นพอดี
“ผัวฉันไล่หล่อนออกจากวงนี้แล้ว เพราะฉะนั้นเลิกบีบน้ำตาทำ เป็นออเซาะ แล้วรีบไปเก็บข้าว ของ ออกจากวงของผัวฉันซะตอนนี้เลย”
วัลภาพูดพร้อมลากน้ำค้างออกมา
“วัลภา ฉันยังไม่ได้บอกว่า จะไล่น้ำค้างออกจากวงสักคำนะ ฉันแค่บอกว่า”
“หุบปาก” วัลภาตะคอกเสียงใส่ “ไหนรับปากฉันแล้วไงว่าจะไม่ขัดฉันอีก”
พลางหันไปถลึงตาใส่น้ำค้าง
“ยังไม่ไปอีก จะหน้าด้านอยู่อีกทำไม”
“เออ ฉันจะหน้าด้านอยู่ ก็ในเมื่อพี่เชนพูดเองว่าไม่จะไล่ฉัน ต่อให้หล่อนเอารถไถนา มาลาก ให้ฉันออกไปจากที่นี่ ฉันก็ไม่ไปหรอกย่ะ”
น้ำค้างเชิดหน้าใส่แล้วสะบัดผมใส่วัลภา

เชนเข้ามาสั่งกาแฟในร้านกาแฟของสำรวย แต่สำรวยดันพูดไม่ถูกหู เชนหงุดหงิด เลยจะเดินออกจากร้าน ระหว่างนั้นเนื้อทองหิ้วตระกร้ามาจากตลาดแล้วแวะพักที่ร้านพอดี
“น้าสำรวยจ้ะ ขอกาแฟเย็นๆให้ชั้นสักแก้วสิจ๊ะ”
สำรวยรับคำ แล้วรีบหันไปชงกาแฟให้ จังหวะนั้นเนื้อทองเพิ่งจะเห็นว่าเชนอยู่ในร้านด้วย สองคนชะงักมองหน้ากัน
“ไม่ได้เจอกันนานนะ ไปจ่ายตลาดมาเหรอ”
เนื้อทองอึกอักไม่ค่อยกล้าสบตาเชนเท่าไหร่ เลยหันไปสั่งสำรวย
“น้าสำรวยจ๊ะ กาแฟที่สั่ง ฉันไม่เอาแล้วนะ นึกขึ้นได้ว่าต้องรีบไปธุระ ขอโทษด้วยจ้ะ”
จากนั้นก็รีบคว้าตระกร้าจ่ายตลาดเดินออกจากร้านไป เชนมองตามสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะรีบตามไป

เนื้อทองถือตระกร้ารีบเดินจ้ำอ้าวมาตามถนนลูกรังของหมู่บ้าน ระหว่างนั้นเชนก็ขี่มอเตอร์ไซค์ มาประกบ
“จะเดินกลับบ้านเหรอเนื้อทอง ขึ้นรถฉันสิ ฉันจะไปส่ง”
เนื้อทองส่ายหน้าอย่างอึดอัดใจ
“ไม่ต้องหรอก ขอบใจ ฉันเดินกลับเองประจำอยู่แล้ว”
“หมายความว่ายังไง ไอ้ชาติมันปล่อยให้เมียมาเดินจ่ายตลาดแบบนี้เหรอ มันดูแลเมียมันยังไง”
“เขามีรถไปรับไปส่ง มีลูกน้องคอยเดินตามฉัน แต่ฉันไม่เอา เข้าใจใช่มั้ยเชน”
พูดเสร็จก็จะรีบเดินต่อ เชนมองตามแล้วตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์ตามเข้าไปแย่งตระกร้ามาถือเอง พลางทำเสียงดุ
“ขึ้นรถ ฉันบอกให้ขึ้นรถ”
เนื้อทองตกใจท่าทางกับเสียงดุของเชน ก่อนจะก้มหน้ายอมขึ้นไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ จากนั้น เชนก็บิดมอเตอร์ไซค์พาเนื้อทองออกไปด้วยกัน

กำนันปราบพร้อมกับไอ้เชิดและพวกลูกน้อง กำลังขนข้าวของสำหรับการพักแรม ในป่ามาขึ้น รถจี๊ป
“ทำไมคราวนี้พี่ไม่ให้ฉันไปล่าสัตว์ในป่าด้วยกันล่ะ ก็คราวที่แล้วฉันยังเข้าไปกับพี่ได้เลย”
ลำดวนที่เกาะแขนเดินตามออกมา หันมาถามอ้อนๆ
“เที่ยวนี้ฉันว่าจะเข้าไปหลายวันหน่อย ลำดวนอยู่ดูแลบ้านให้ฉันดีกว่า”
“แล้วเรื่องที่ลำดวนบอกไว้ล่ะ ที่จะให้วัลภาพาผัวมันมากราบพี่”
“บ้านเราไม่ต้อนรับไอ้เชน” ชาติที่เดินอยู่ด้วย รีบพูดแทรกขึ้นมา” ถ้ามันโผล่มาเมื่อไหร่ ฉันจะ กระทืบมันตั้งแต่หน้าบ้านเลย”
“เอาล่ะๆ เรื่องไอ้เชนค่อยว่ากันหลังฉันกลับมา”
กำนันปราบบอกลำดวน แล้วเข้าไปตบบ่าชาติพาเดินมาที่รถ
“เอ็งอยู่ที่นี่คอยดูแลทุกอย่างด้วย อย่าให้มีปัญหายุ่งยากจนข้าต้องกลับมาจัดการด้วยตัวเองอีก”
“ฉันรู้น่าพ่อ ว่าแต่ฉันอยากไปด้วย อยากไปดูพ่อสำรวจแหล่งแร่”
กำนันปราบบีบไหล่ลูกชาย
“ไอ้ชาติ ข้าบอกแล้วไงเรื่องนี้เป็นความลับ อย่าเที่ยวพูด” พลางหันไปถามลูกน้อง “พวกเอ็งเสร็จ กันรึยัง”
เมื่อลูกน้องรับคำ กำนันปราบ ก็ขึ้นรถจี๊ปออกไปพร้อมกับไอ้เชิดและพวกลูกน้องส่วนหนึ่ง เหลือ ชาติกับลำดวนและลูกน้องอีกส่วนหนึ่งอยู่ที่บ้าน

“ชาติ น้าถามอะไรหน่อยสิ” ลำดวนอดไม่ได้ ต้องรีบเดินเข้ามาถามชาติ
“ตั้งแต่ที่น้ากับพ่อของชาติเข้าเมืองไปด้วยกัน น้าดูเหมือนเขามีความลับปกปิดน้าอยู่ เวลาน้า
จะถามอะไรเขาก็ไม่ยอมบอก ชาติรู้รึเปล่าว่าเขามีอะไรที่ไม่อยากบอกน้า”
ชาติพยักหน้า
“มีครับน้าลำดวน แต่ผมบอกไม่ได้หรอกครับ พ่อสั่งห้ามเอาไว้ เอาเป็นว่าถ้าถึงเวลาที่พ่ออยาก ให้รู้ เดี๋ยวน้า ก็จะได้รู้เอง”

ชาติเดินยิ้มออกไป ลำดวนมองตาม ด้วยความไม่พอใจ เพราะนึกว่ากำนันปราบมีผู้หญิงอื่น
 
จบตอนที่ 9 
กำลังโหลดความคิดเห็น...