xs
xsm
sm
md
lg

"ผัวชั่วคราว" ตอนที่ 1-24

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ละครออนแอร์ "ผัวชั่วคราว"

บทประพันธ์ : นันทนา วีระชน
บทโทรทัศน์ : ส. แต่งพสุเลิศ
กำกับการแสดง : ภูมิภัทร สังวาลวรกุล
แนวละคร : ดราม่า
อำนวยการสร้าง : ช่อง 8 ในเครืออาร์เอส
ผลิต : บริษัท เกียรติระพี จำกัด โดย อิสริยา สายสนั่น
ออกอากาศ : จันทร์-พุธ ทาง ช่อง 8
ระยะเวลาออกอากาศ : เริ่ม 30 มิถุนายน 2557 -***รอการคอนเฟิร์ม
จำนวนตอนออกอากาศ : 24/+

ตอนที่ 1
ที่บ้านลำเภาพา ลิลลี่ที่กำลังปัดกวาดทำความสะอาดบ้านไปร้องเพลงและเต้นไปอย่างอารมณ์ดี ก็ต้องชะงักเกิดอาการตะลึงตาค้างทันที เมื่อเห็นใครบางคนเดินลงมาจากชั้นบน “โอ้ว มายก๊อด... สวย...งาม...อย่างกับเจ้าหญิงในนิยาย” ลำเภาพายิ้มนิดๆก่อนจะเดินลงมาด้วยท่วงท่ากรีดกรายสง่างามดุจเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ “บอกนายสมเตรียมรถแล้วหรือยัง” ลิลลี่ที่ยังคงตะลึง ได้สติรีบพยักหน้าตอบ “ค่ะ..เตรียมแล้วค่ะคุณเภา เอ่อ..แต่ทำไมคุณเภาไม่ให้พี่สมขับไปให้ละคะ” ลำเภาหันไปบอกก่อนจะเดินออกไป “คืนนี้ฉันคงอยู่ฉลองถึงเช้า” ลิลลี่มองตาม ยังคงตะลึงไม่หาย

ตอนกลางคืน ลำเภาพาขับรถมาตามถนนเปลี่ยว เสียงมือถือดังขึ้น ลำเภาพาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์แล้วกดรับสาย “ฮัลโหลค่ะ คุณพี่มล” เสียงวิมลเอ่ยถาม “อยู่ไหนแล้วคะคุณน้อง” ลำเภาพาบอก “กำลังขับรถไปค่ะ อีกครึ่งชั่วโมงคงถึง” วิมลตอบน้ำเสียงหงุดหงิด “อีกครึ่งชั่วโมงเชียวเหรอ พวกเราหิวจะแย่แล้ว” ลำเภาพายิ้ม “แหม...ให้แต่งเป็นคอนเซ็ปต์เจ้าหญิง ก็ต้องใช้เวลาหน่อยสิคะคุณพี่” วิมลถอนใจ“ค่า...คุณพี่เชื่อ คุณน้องจัดเต็มแน่ๆ อยากเห็นว่าจะเริ่ดแค่ไหน รีบมานะจ้ะ” ลำเภาพารับคำแล้ววางสาย พอเงยหน้าขึ้นก็ต้องตกใจ เมื่อรถคันหนึ่งวิ่งมาตัดหน้า ลำเภาพาพยายามหักหลบและเหยียบเบรกะทันหัน “ว้าย...” รถลำเภาพาปีนเสยขึ้นไปบนฟุตบาท ลำเภาพาเงยหน้าขึ้นมา ตกใจ รีบลงมาดูรถ เห็นยางรถของตัวเองแบนไปข้างนึง ลำเภาพาตกใจเดินออกมามองซ้ายมองขวาแล้วหยิบมือถือจะโทรออก แต่มีมือของใครบางคนเข้ามาแย่งมือถือไปเสียก่อน ลำเภาพาร้องเสียงหลง “ว้าย...เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ” ชายคนนั้นทำท่าจะกระชากสร้อยลำเภาพาไปด้วย ลำเภาพายื้อไว้ เลยจึงถูกผลักกระเด็นจนเซไป คนร้ายกระชากสร้อยมาได้แล้ววิ่งหนีไปทันที ลำเภาพาพยายามลุกขึ้นแล้วร้องขอความช่วยเหลือ หนุ่มคนหนึ่งสวมหมวกกันน็อคขี่มอเตอร์ไซค์แล่นเข้ามาเห็นเหตุการณ์ จึงจอดรถขวางคนร้าย คนร้ายชะงักหยิบมีดขึ้นมาจะจ้วงแทงหนุ่มมอเตอร์ไซค์ แต่เขาต่อสู้จึงถูกมีดแทงสวนมาเฉี่ยวเสื้อขาด เลือดออก หนุ่มมอเตอร์ไซค์เซไป คนร้ายถีบเขาล้ม แล้ววิ่งหนี ลำเภาพาตะโกนขึ้น “หยุดนะ ฉันบอกให้หยุด ไม่งั้นฉันยิงจริงๆ ด้วย” คนร้ายชะงักกึก ค่อยๆ หันไป หนุ่มมอเตอร์ไซค์มองไปด้วยสีหน้าตกใจเช่นกัน ลำเภาพาถือปืนเล็งไปที่คนร้าย “ส่งของฉันคืนมา ส่งมาเดี๋ยวนี้!”คนร้ายลังเลก่อนจะตัดสินใจส่งของคืนให้คตกริชแล้วลนลานวิ่งหนีออกไป คตกริชจะตามคนร้ายไป แต่ลำเภาพาห้ามไว้ “ไม่ต้องตามค่ะ อันตราย แล้วคุณก็เจ็บด้วย” ลำเภาพามองแผลคตกริชอย่างห่วงๆ คตกริชบอก “ไม่เป็นไรครับ นิดหน่อยเอง คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ลำเภาพาส่ายหน้า “ไม่ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” คตกริชพยักหน้ารับ แล้วทำท่าจะขึ้นมอเตอร์ไซค์ ลำเภาพาเรียกไว้ บอกว่าเธอจะพาไปหาหมอทำแผล แต่คตกริชบอกไม่ต้อง เพราะเขารีบ ลำเภาพาเรียกเขาอีกครั้ง “เดี๋ยวค่ะ” คตกริชหันกลับมาบอก “ผมไม่เป็นไรจริงๆ คุณขึ้นรถเถอะครับ” ลำเภาพาอึกอัก “เอ่อ เดี๋ยวค่ะคุณ...อย่าเพิ่งไป คุณเปลี่ยนยางเป็นไหม” คตกริชชะงัก หันไปมองดูยางรถของลำเภาพาที่แบนแล้วมองหน้าเธอ คตกริชถอดหมวกกันน็อคออกมา ลำเภาพามองคตกริชอย่างรู้สึกถูกชะตาทันที

ที่บาร์โฮส ภายในห้องแต่งตัวชาย บอนนี่มองกราดอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะยิ้มปลื้มแบบสุดๆ “อร๊ายยยย...เริ่ด เริ่ดสุดติ่งทุกคนเลย” ชายหนุ่มหุ่นดีทั้ง 6 คนยืนเรียงรายกันอยู่ ประกอบไปด้วย อธิป โอม แฟรงค์ แม็ก เต้ อั้ม เจมส์ ทุกคนแต่งชุดคุณชาย บอนนี่มองจนมาหยุดอยู่ที่แฟรงค์ ก่อนจะจีบปากจีบคอพูด “ไม่เคยแต่งชุดแบบนี้ล่ะสิแฟรงค์” แฟรงค์พยักหน้ารับเขินๆ บอนนี่เข้าไปช่วยผูกเนคไทของแฟรงค์ใหม่ให้ถูกต้อง แล้วหันไปกวาดตามองคนอื่นๆอีกครั้ง บอนนี่เดินเข้าไปจัดปกเสื้อโอมให้เรียบร้อย “ฉันจะเชียร์เธอเต็มที่นะโอม” โอมกล่าวขอบคุณ บอนนี่หรี่ตามองดูอธิปกึ่งหมั่นไส้กึ่งเอ็นดู “เสื้อแทบปริเลยนะอธิป ไปทำอะไรมายะ” อธิปตอบกวนๆ “ก็คนมันล่ำซำนี่ฮะ” บอนนี่หยิกแก้มอธิปเบาๆ อย่างเอ็นดู แล้วมองหาใครบางคน “เอ๊ะ แล้วคตกริชหายไปไหน ทำไมยังไม่มา” ทุกคนมองหน้ากันว่าไม่รู้ บอนนี่สีหน้าหงุดหงิดทันที

วิลิปดาส่ายหน้า “หนูไม่โทรดีกว่าค่ะ” ลำเพยพรรณงง “อ้าว...ทำไมล่ะ” วิลิปดาว่า “ทีเขายังไม่เห็นสนใจเราเลย ทำไมต้องไปสนใจเขาด้วย” ลำเพยพรรณมองหน้าหลานอย่างอ่อนใจ “ไม่เอาน่าลิปดา อย่าดื้อสิลูก เดี๋ยวน้าโทรให้ก็ได้” ลำเพยพรรณหยิบมือถือตัวเองมาจะกดโทรออก วิลิปดารีบร้องห้าม บอกว่าเธอไม่อยากคุย ลำเพยพรรณพยายามจะพูด “ลิปดาลูก ถึงยังไงเขาก็...” วิลิปดาขัดขึ้น “ไม่ค่ะ หนูไม่อยากคุยจริงๆ” วิลิปดาเดินหนีขึ้นออกจากห้องไปทันที ลำเพยพรรณได้แต่มองตามด้วยความไม่สบายใจ

ที่ด้านหลังบาร์โฮส คตกริชวิ่งเข้ามาถึง บอนนี่หันไปเห็นก็โล่งใจมาก “ต๊าย...มาแล้วเหรอพ่อคุณ” คตกริชกระหืดกระหอบเข้ามา บอนนี่ดีใจรีบบอกให้รีบไปเปลี่ยนชุดเลย คตกริชรับคำแล้วถือชุดเดินออกไปทันที

หน้าบาร์โฮส ลำเภาพาขับรถเข้ามาจอด แล้วเดินลงมาจากรถมองไปรอบๆอย่างแปลกใจที่ทุกอย่างมืดสนิทไปหมด ไม่เห็นมีรถคนอื่นจอดอยู่เลย ลำเภาพาหันไปมองเข้าไปในบาร์โฮสอย่างไม่แน่ใจ แต่แล้วก็ตัดสินใจเดินเข้าไป

ในบาร์โฮส ลำเภาพาเดินเข้ามาภายในที่ดูมืดสลัว พลางตะโกนเรียก “พี่มล พี่ซินดี้ เภามาแล้วค่ะ” ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ทุกอย่างยังคงมืดสนิท “มีใครอยู่หรือเปล่า” ทุกอย่างก็ยังเงียบกริบ ลำเภาพามองไปรอบๆ อย่างรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี เสียงมือถือดังขึ้นแทรกความเงียบ ลำเภาพาสะดุ้งเฮือก ก่อนจะควานมือถือในกระเป๋าออกมากดรับสาย “คุณพี่อยู่ไหนกันคะ เภามาถึงแล้วนะ” วิมลบอก “พี่ก็รอคุณน้องอยู่ที่บ้านน่ะสิคะ” ลำเภาพาตกใจ “ที่บ้าน? นี่เภาอยู่ที่บาร์นะคะ” วิมลงง “คุณน้องไปทำไมที่บาร์จ้ะ” ลำเภาพาว่า “อ้าว...เรานัดกันที่บาร์ไม่ใช่เหรอคะ” “ไม่ใช่จ้ะ เรานัดกันที่บ้านพี่ คุณน้องจำผิดแล้วรีบมาที่บ้านพี่เลยจ้ะคุณน้อง” ลำเภาพาไม่เชื่อ “เป็นไปไม่ได้ เภาจะจำผิดได้ยังไง ก็เรานัดกัน...” วิมลพูดสวน “ก็คุณพี่โทรเปลี่ยนกับเลขาคุณน้องแล้ว เขาลืมบอกหรือเปล่า” ลำเภาพาหน้าเครียดทันที “โอเคค่ะ ไม่ใช่ที่นี่ งั้นเดี๋ยวเภาจะรีบไป” ลำเภาพากดวางสายโทรศัพท์เซ็งๆ จะหันตัวกลับ แต่ปรากฏว่าไฟสว่างพรึบขึ้น ลำเภาพาชะงัก

บรรยากาศในบาร์ตกแต่งสวยงามราวกับวัง เสียงดนตรีดังขึ้นตรงหน้าลำเภาพา มีชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีหลายคนเดินเข้ามา เจมส์แต่งตัวเป็นคุณชายออกมาเต้นรอบตัวลำเภาพา เธอยืนมองพวกเขางงๆ ลำเภาพาถูกยกตัวขึ้นไป แล้วหมุนตัวไปรอบๆ ลำเภาพาทั้งอึ้ทั้งงงว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อใกล้จะจบเพลง พวกเขาวางลำเภาพาลง แล้วทุกคนก็ถอดเสื้อออกมายืนเท่ๆก่อนจบท่าเต้น ลำเภาพาอ้าปากจะถาม “นี่มันอะไรกัน...” พวกเขาไม่ตอบ เดินหายไปในความมืด ลำเภาพาจะเดินตาม “เดี๋ยวก่อนสิ” ไฟด้านในสว่างขึ้น เห็นชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นยืนต้อนรับเธอ โดยยืนเรียงเป็นสองแถวเป็นทาง ลำเภาพามองงงๆ แล้วเสียงเพลงก็ดังขึ้น “แฮปปี้เบิร์ธเดย์...ทูยู” ลำเภาพายิ้มออกมาอย่างแปลกใจ อธิปกับแฟรงค์ช่วยกันยกเค้กที่เขียนครบรอบวันเกิดปีที่ 42 เข้ามาให้ลำเภาพา ตามด้วยวิมล ซินดี้ นิกกี้ และแก๊งเพื่อนสาวอีกหลายคน ลำเภาพายิ้มปลื้มมาก วิมลเอ่ยขึ้น “มีความสุขมากๆ สวยเป็นสาวสองพันปีอย่างนี้ไปอีกนานแสนนานนะจ้ะ” ทุกๆ คนพากันอวยพรวันเกิดให้ลำเภาพา ลำเภาพาเอ่ยขอบคุณทุกคน ด้านแฟรงค์ที่เพิ่งเห็นลำเภาพาครั้งแรกก็มองเธออย่างทึ่ง กระซิบถามอธิปกับโอม “คนนั้นเหรอเจ้าของวันเกิด ไม่น่าเชื่อว่าอายุสี่สิบกว่าแล้ว” อธิปพยักหน้า “อืม คุณลำเภาพา สวย และรวยมาก” แฟรงค์ถามอีก “แล้วทำไมไม่เห็นเคยมาเที่ยวที่นี่” โอมว่า “เขาคงไม่ชอบ เคยเห็นมาหาคุณมล แต่ไม่เคยเที่ยว ใครเอาอยู่นี่สบายไปทั้งชาติ” แฟรงค์มองลำเภาพาอย่างสนใจ

ลำเภาพานั่งคุยกับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนาน ซินดี้ปรายตามองไปทางหนุ่มๆ โดยเฉพาะอธิป แล้วส่งสายตาให้ อธิปรู้ใจเข้ามาโค้ง ซินดี้ยิ้มลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามอธิปออกไปเต้นลีลาศ วิมลหันมาชวนลำเภาพา แต่ลำเภาพาไม่ชอบ จึงปฏิเสธไป นิกกี้เข้ามาชวนอีก ลำเภาพาหน้าบึ้ง ขณะที่แฟรงค์ก็เริ่มเต้นเซ็กซี่ นิกกี้กับวิมลตบมือหัวเราะกันสนุกสนาน นิกกี้แกล้งตีก้นแฟรงค์แล้วสะกิดลำเภาพาให้เล่นด้วย ลำเภาพาเริ่มไม่พอใจเพราะไม่ชอบให้ใครมองเธออย่างนั้น จึงเสียงแข็งขอตัว ทุกคนหน้าเสีย แฟรงค์หยุดชะงัก ลำเภาพาลุกขึ้นพรวด ไม่ทันเห็นคตกริชที่ถือถาดเครื่องดื่มเข้ามา จึงหันไปชนเขา “โอ๊ะ...ขอโทษครับ” ทั้งสองมองหน้ากัน ลำเภาพาจำคตกริชได้ คตกริชก็จำเธอได้เช่นกัน “คุณ...” “เธอนี่เอง” ลำเภาพามองกระโปรงตัวเองที่เลอะเครื่องดื่ม คตกริชรีบขอโทษอีก ลำเภาพาบอกไม่เป็นไร แล้วเดินไปทางห้องน้ำ

ที่หน้าห้องน้ำบาร์โฮส ลำเภาพาเดินออกมาก็ต้องชะงักแปลกใจ เมื่อเห็นคตกริชยืนรออยู่ เขายื่นผ้าเย็นมาให้เธอ “ใช้ผ้าเย็นน่าจะออกมากกว่านะครับ” ลำเภาพาดึงผ้าจากมือคตกริชแล้วเช็ดชุดตัวเอง สีหน้าพอใจ “ออกเกือบหมดแล้ว” ลำเภาพาจะทิ้งผ้า แต่คตกริชยื่นมือไปขอ “ขอโทษนะครับ” ลำเภาพาส่งผ้าเย็นคืนให้ คตกริชก้มลงเช็ดที่รองเท้าที่ยังเลอะของลำเภาพา ลำเภาพามองอย่างประทับใจแต่เสียดาย “ทำไมถึงมาทำงานที่นี่” คตกริชเงยหน้าแล้ว ลุกขึ้นอึ้งๆ รู้ว่าลำเภาพาหมายถึงอะไร “เอ่อ...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกคุณหรอกนะ ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร” คตกริชทิ้งผ้าเย็นลงถังก่อนจะตอบ ยิ้มอย่างเข้าใจ “ผมมาเสิร์ฟอย่างเดียวครับ” ลำเภาพาพยักหน้าโล่งใจ จะถามต่อ แต่วิมล เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน วิมลเดินเข้ามาลากตัวลำเภาพากลับเข้าไปในงาน คตกริชมองตามลำเภาพาด้วยแววตาชื่นชมในความสวยของเธอ

ตอนที่ 2
ที่โต๊ะลำเภาพา ลำเภาพามองไปเห็นคตกริชถือถาดเครื่องดื่มเดินผ่านมา จึงโบกมือเรียก ลำเภาพาปรายตามองคตกริช เอ่ยถามว่าชื่ออะไร “คตกริชครับ เรียกว่ากริชก็ได้” ลำเภาพานึกอะไรได้ หยิบกระเป๋ามาควานหาบางอย่าง “มือถือฉันหายไปไหนนะ” คตกริชหยิบมือถือตัวเองจากในสูทส่งให้ “งั้นใช้มือถือผมโทรเข้าก็ได้ครับ ผมทำอย่างนี้บ่อยเวลาหามือถือตัวเองไม่เจอ” ลำเภาพามองลังเลเล็กน้อย คตกริชพูดขึ้น “โทรเสร็จแล้วผมจะลบเบอร์ของคุณทันทีครับ” ลำเภาพาตัดสินใจรับมือถือมากดโทรออกหาตัวเอง เสียงมือถือดังจากข้างตัวเธอ ลำเภาพาหยิบมือถือออกจากเบาะด้านหลังแล้วหัวเราะกับตัวเอง ก่อนจะคืนมือถือให้คตกริช แล้วหันไปกดมือถือตัวเองเพื่อโทรออก “ฮัลโหล...ลิลลี่เหรอจ้ะ ปิดบ้านได้เลยนะ ไม่ต้องรอฉัน...” คตกริชเก็บมือถือของตัวเอง โดยที่ยังไม่ได้ลบเบอร์ลำเภาพา วิมลกับบอนนี่สังเกตเห็นว่าลำเภาพาพอใจคตกริช จึงไปกระซิบบอกคตกริชให้ช่วยดูแลลำเภาพาให้ดี

ที่บ่อน อำไพแม่ของคตกริชก็พยายามติดต่อคตกริชเพื่อขอเงิน แต่ทว่าโทรศัพท์ติดต่อคตกริชเท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับอำไพรู้สึกขัดใจ

กลางดึก ที่จอดรถบาร์โฮส ลำเภาพาเดินมาที่รถท่าทางเมาๆ ควานหากุญแจในกระเป๋าอยู่นานสักพักก็เจอ เธอเปิดล็อครถแล้วขึ้นไปนั่ง สตาร์ท จะขับรถออก แต่เธอหรี่ตามองข้างหน้าอย่างไม่แน่ใจเห็นรถโคลงๆ ไม่นิ่ง เหมือนสายตาของคนเมา ลำเภาพาสะบัดหน้าไล่ความง่วงงุนที่เริ่มเข้ามาแล้วขับรถออกไป แต่แล้วก็ต้องเบรกกะทันหัน เมื่อเกือบจะชนกับมอเตอร์ไซค์คตกริชนั่นเอง คตกริชเดินลงมาจากมอเตอร์ไซด์ไปดูลำเภาพา “ฉันไม่ได้ชนเธอใช่ไหม” คตกริชบอก “ไม่ครับ คุณเภาเบรกทัน” ลำเภาพาถอนใจ เอนหลังลงอย่างเหนื่อยล้าและเมา คตกริชเห็นท่าไม่ดี จึงเอ่ยปากอาสาจะขับรถไปส่งลำเภาพา ลำเภาพาลังเล พอดีโอมเดินออกมา คตกริชจึงบอกให้โอมเอารถของเขาขับกลับไป แล้วพรุ่งนี้ค่อยเอารถมาคืน โอมจะปฏิเสธ แต่คตกริชเอากุญแจรถยัดใส่มือโอมทันที แล้วรีบเดินไปขึ้นรถของลำเภาพา ลำเภาพาแม้จะสะลึมสะลือแต่ยังรับรู้ได้ว่าคตกริชเป็นคนมีน้ำใจเหลือเกิน ยิ่งประทับใจเขามากขึ้น

คตกริชขับรถไปถึงบ้านลำเภาพา ลิลลี่กับสมเกียรติออกมาเปิดประตู คตกริชแนะนำตัว “ผมชื่อกริช เป็นคนของคุณวิมลครับ คุณเภาดื่มหนักไปหน่อยเลยขับรถไม่ไหว” ลิลลี่มองไปข้างในรถ เห็นลำเภาพาหลับสนิท คตกริชว่า “ผมขอตัวก่อนนะครับ ฝากดูแลคุณเภาด้วย” ลิลลี่กล่าวขอบคุณ แล้วช่วยสมเกียรติประคองลำเภาพาออกจากรถ คตกริชมองตามด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป

กลางดึก ระหว่างที่คตกริชกำลังจะกลับบ้าน เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากอุ๋ย หญิงสาวซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้บ้านแม่ของเขา โทรมาบอกว่าให้รีบกลับมาดูแม่ เพราะมีคนกำลังจะมาพังบ้าน คตกริชตกใจมาก รู้สึกเป็นห่วงแม่

ที่บ้านลำเพยพรรณ ลำเพยพรรณกับวิลิปดากลับเข้ามาในบ้าน สีหน้าวิลิปดาไม่ได้ดีใจอย่างที่ควรจะเป็น ลำเพยพรรณเอ่ยขึ้น “ถ้าเขารู้ต้องดีใจมากแน่ๆ น้าว่าเราควรจะโทรไปบอกซะหน่อยนะ...” วิลิปดาก่อนพูดตัดบท “มันดึกแล้วค่ะน้าพรรณ เขาอาจจะหลับแล้ว ไว้พรุ่งนี้ดีกว่าค่ะ” ลำเพยพรรณยังไม่ละความพยายาม “งั้นเราส่งข้อความไปบอกก็ได้” วิลิปดาถอนหายใจ “น้าพรรณคะ เขาก็รู้ว่าลิปดาได้รับการเสนอชื่อรับรางวัล แต่ไม่เห็นเขาโทรมาถามผลหรืออะไรสักคำ” ลำเพยพรรณบอก “เขาอาจจะกำลังรอเราโทรไปก็ได้” วิลิปดาว่า “น้าพรรณอย่าหลอกให้หนูมีความหวังอีกเลยค่ะ ขอโทษนะคะน้าพรรณ ลิปดาง่วงแล้ว ขอตัวก่อนค่ะ” วิลิปดาเดินหนีขึ้นห้องไป ลำเพยพรรณมองตามไม่สบายใจ

ในห้องนอน วิลิปดาเดินเข้ามาในห้องแล้วหยิบมือถือขึ้นมาดู ไม่มีเบอร์ของคนที่รอคอยโทรเข้ามา วิลิปดาทรุดตัวลงนั่งบนเตียง ถอนใจอย่างน้อยใจ

ที่บ้านอำไพ คตกริชไปถึงก็พบกับชายฉกรรจ์ 2-3 คน กำลังเอาขนข้าวของของอำไพออกไป อำไพพยายามร้องห้าม อุ๋ยช่วยดูอำไพ คตกริชเดินตรงเข้าไปขวางแต่ถูกคนร้ายหันมาต่อยจนล้มลง คตกริชพยายามสู้แต่ก็สู้ไม่ได้เพราะคนร้ายมีจำนวนมากกว่า อำไพทนดูที่คตกริชโดนทำร้ายไม่ไหวเลยเข้าไปห้าม “พอแล้ว อย่าทำอะไรลูกฉันเลย เดี๋ยวฉันจะหาเงินมาคืนให้ ฉันขอร้องล่ะ” คนร้ายตวาด “ฉันไม่เชื่อป้าแล้ว” ชายฉกรรจ์หันกลับไปทำท่าจะหยิบข้าวของอีก คตกริชตะโกนบอก “กูจะหาเงินมาคืนให้พวกมึงเอง แม่กูติดหนี้เท่าไร” ชายฉกรรจ์ชะงัก “ทั้งต้นทั้งดอกเจ็ดหมื่น” คตกริชพอได้ยินจำนวนเงินก็หน้าเครียดทันที แต่แล้วก็พยักหน้ารับ “ได้ กูจะหาเงินมาคืน พวกมึงรีบออกไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้” ชายฉกรรจ์ว่า “ได้ ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่คืนเงิน พวกแกเจอหนักกว่านี้แน่ แม้แต่บ้านก็จะไม่เหลือ” ชายฉกรรจ์พยักหน้าให้กันก่อนจะทะยอยเดินกันออกไปทั้งหมด อำไพกับอุ๋ยรีบเข้าไปดูคตกริชที่ทรุดลงนอนที่พื้นเจ็บระบมไปทั้งตัว

ในบ้านอำไพ อุ๋ยช่วยทำแผลที่หน้าให้คตกริช คตกริชเจ็บแผลเบือนหน้าหนี ก่อนจะพูดขึ้น “คืนนี้ฉันจะอยู่เป็นเพื่อน แต่ฉันขอถามหน่อยเถอะ ทำไมแม่ถึงไปเป็นหนี้เขา เงินที่ฉันให้ทุกเดือนไม่พอเหรอ” อำไพมองหน้าอุ๋ยว่าจะตอบคตกริชอย่างไรดี อำไพตีหน้าเศร้า “แม่เอาไปลงทุน เอาผลไม้มาขายแต่มันขายไม่ดีเลยขาดทุน แม่อยากหารายได้เพิ่มมาช่วยเอ็งพอขาดทุนแม่ก็ไปกู้เงินซื้อของซื้อหม้อทำก๋วยเตี๋ยว กะจะขายก๋วยเตี๋ยวล้างหนี้แต่มันก็เจ๊งอีก” คตกริชหันไปมองรอบๆบ้าน “แล้วไหนอุปกรณ์ทำก๋วยเตี๋ยว” อำไพสะดุ้งก่อนจะรีบพูดกลบเกลื่อน “ไอ้พวกเจ้าหนี้มันยึดไปหมดแล้ว ดอกเบี้ยมันมหาโหด แม่ไม่เหลืออะไรเลย ฮือๆ” คตกริชทนไม่ไหวพูดขึ้น “ไม่ใช่ว่าแม่เล่นไพ่จนหมดตัวเหรอ” อำไพชะงักกึก เปลี่ยนจากร้องไห้เป็นโกรธทันที “อะไรวะไอ้กริช ทำไมไม่เชื่อแม่” คตกริชส่ายหัว “แม่ยอมรับซะทีเถอะ ถึงฉันจะไม่ได้อยู่บ้านแต่ฉันรู้นะว่าแม่ทำอะไรบ้าง” อำไพหันไปมองอุ๋ยตาเขียว “นังอุ๋ย...นี่เอ็งรายงานไอ้กริชมันทุกอย่างเลยเหรอ” อุ๋ยว่า “ก็พี่กริชเค้าฝากฉันช่วยดูแลป้า แต่ป้าก็ไม่เคยเชื่อฟังฉันเลยนิ” อำไพเงื้อมือไปจะตีอุ๋ย คตกริชเข้าไปขวาง “อย่าไปว่าคนอื่นเลยแม่ อุ๋ยมันหวังดี ถ้าแม่เลิกเล่นไพ่ เล่นหวยก็ไม่เป็นหนี้แบบนี้หรอก” อำไพรีบบอก “แม่จะเลิกแล้วกริช แม่สัญญาว่าจะไม่ยืมเงินใครอีกแล้ว แต่คราวนี้กริชต้องช่วยแม่หาเงินมาใช้หนี้ด้วยนะลูก ไม่งั้นมันเอาแม่ตายแน่ๆ กริชช่วยแม่ด้วยนะลูก” อำไพรีบบีบน้ำตาร้องไห้ออกมาทันที คตกริชมองดูแม่ หน้าเครียด

เช้าวันใหม่ ลำเภาพาตื่นขึ้นมาสะบัดหัวไล่อาการมึนๆ ก่อนจะคิดทบทวนเหตุการณ์เมื่อคืน แล้วก็นึกถึงคตกริช เธอลุกจากเตียงเดินลงมาด้านล่าง เห็นลิลลี่ก็ถามขึ้น “เมื่อคืนมีคนมาส่งฉันเหรอ” ลิลลี่พยักหน้ารับ “ใช่ค่ะคุณเภา คนที่ชื่อคุณกริช หน้าตาทั้งหล่อทั้งเท่อย่างกับคุณชายในละครแน่ะค่ะ ดูท่าทางเค้าจะเป็นห่วงคุณเภามากด้วยนะคะ ตอนแรกลี่นึกว่าเป็นแฟนใหม่คุณเภาซะอีก” ลิลลี่ทำท่าฝันๆ แต่พอลืมตาขึ้นมาก็ต้องชะงักกึก หน้าเจื่อนทันที เมื่อเห็นลำเภาพามองไม่พอใจ สักพักลำเภาพาก็หยิบมือถือมาดูอีก เห็นหน้าจอเป็นชื่อคตกริช แล้วก็วางมือถือลง

ตอนสาย ที่หน้าลิฟต์บริษัทโฆษณา วิลิปดาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาที่หน้าลิฟต์ซึ่งกำลังจะปิดลง วิลิปดากดเรียกลิฟต์แต่ไม่ทัน เธอถอนใจ แต่แล้วประตูลิฟต์ก็เปิดออก วิลิปดาดีใจ มองเข้าไปเห็นพีรนันท์ยืนอยู่ในลิฟต์ที่ค่อนข้างแออัด เขาเป็นคนกดลิฟต์เปิดให้ วิลิปดาเอ่ยขอบคุณ พีรนันท์ยิ้มให้อย่างอบอุ่น วิลิปดาก้าวเข้าไปในลิฟต์ พีรนันท์ขยับตัวเพื่อให้มีที่สำหรับวิลิปดา

ภายในบริษัทโฆษณา ปุ่นเจ้าของบริษัทลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับวิลิปดา พร้อมกับเพื่อนร่วมงานทั้งห้อง “เก่งมากลิปดา น้องทำให้บริษัทเล็กๆ อย่างเรามีชื่อเสียงขึ้นมาในชั่วเวลาข้ามคืน ไม่มีใครคิดว่าก็อปปี้ไรเตอร์ของบริษัทเรา จะสามารถชนะคู่แข่งจากบริษัทใหญ่ๆ มาได้” วิลิปตายิ้มรับ ก่อนจะบอก “ขอบคุณค่ะพี่ปุ่น แต่ลิปดาไม่ได้เก่งคนเดียวหรอกค่ะ ถ้าไม่ได้พี่ๆ เพื่อนๆ ช่วย รางวัลนี้เป็นของทีมเราทุกคนค่ะ” แป๋มว่า “แหม...ถล่มตัวอีกตามเคย” ปุ่นเอ่ยชม “คนเก่งก็ถล่มตัวทั้งนั้นแหละ หลังจากนี้พวกเราคงมีงานอีกเยอะ แต่ไม่ต้องห่วง เราจะมีกำลังคนที่แข็งแรงเข้ามาเสริมทีมอีกคนด้วย ขอต้อนรับพีรนันท์ แอคเคาท์ไดเร็คเตอร์คนใหม่ที่จะมาดูแลฝ่ายบริหารลูกค้าของเราครับ” ทุกคนปรบมือให้ พีรนันท์ลุกขึ้นยืนทักทาย “ขอบคุณครับ เรียกผมพีก็ได้ครับ มีอะไรช่วยแนะนำด้วยนะครับ” ปุ่นบอก “เย็นนี้เราไปเลี้ยงควบ 2 งานเลย ทั้งงานฉลองให้ลิปดากับงานเลี้ยงต้อนรับผู้จัดการหนุ่มโสดคนใหม่ด้วย” ทุกคนส่งเสียงเฮขึ้นด้วยความชอบใจ พีรนันท์หันไปมองสบตากับวิลิปดา วิลิปดายิ้มกลับให้อย่างเป็นมิตร

ในห้างสรรพสินค้าหรู ซินดี้ควงแขนอธิปเดินช็อปปิ้งอย่างมีความสุขเหมือนเป็นคู่รัก โดยอธิปช่วยถือถุง ทั้งสองเดินมาถึงหน้าร้านนาฬิกาหรู อธิปหันไปมองอย่างสนใจ ซินดี้เลยถาม “อยากได้เหรอ” อธิปอึกอักตอบ “อ๋อ...เอ่อ ไม่หรอกครับ แค่เห็นมันสวยดี” ซินดี้ยิ้มก่อนจะดึงแขนอธิปให้เข้าไปในร้าน ซินดี้เลือกซื้อนาฬิกาเรือนแสนให้กับอธิป อธิปแอบตาลุกวาว

คืนนั้นเอง ลำเภาพาตัดสินใจไปที่บาร์โฮสอีกครั้ง แต่เมื่อไปถึงก็ไม่กล้าเข้าไป นั่งอยู่ในรถ ตั้งสมาธิกับความคิดตัวเอง “ฉันมาทำอะไรที่นี่ เขาก็แค่เด็กเสิร์ฟคนนึงเท่านั้น” ลำเภาพาตัดสินใจสตาร์ทรถขับออกไป แต่พอเห็นบางอย่างก็รีบเลี้ยวเข้าไปอีกทางหนึ่ง คตกริชขี่มอเตอร์ไซค์มาโดยมีโอมนั่งซ้อนท้ายมาด้วย ลำเภาพารีบจอดรถที่มุมลับตาแล้วดับเครื่องทันที ก่อนจะก้มตัวลง เสียงรถมอเตอร์ไซค์แล่นเข้ามาจอดไม่ไกลนัก โอมเอ่ยขอบใจคตกริช ลำเภาพาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาแอบดู “ไม่เป็นไรครับ พี่โอมอุตส่าห์เอารถไปคืนผมถึงที่บ้าน แถมยังเติมน้ำมันให้จนเต็มอีก ทีหลังไม่ต้องนะพี่ เก็บเงินไว้รักษาน้องลูกหนูดีกว่า” โอมว่า “เอ็งนั่นแหละ เก็บเงินไปช่วยแม่เถอะ พี่ขอโทษที่ช่วยอะไรเอ็งไม่ได้” คตกริชบอก “เดี๋ยวผมคุยกับเจ๊บอนนี่ ไม่น่ามีปัญหาหรอก” โอมกวักมือ “ไป รีบเข้าไปเถอะกริช เดี๋ยวสายโดนหักเงินอีก”คตกริชพยักหน้าแล้วหันกลับ ทั้งสองเดินเข้าไปด้านหลังบาร์ด้วยกัน ลำเภาพาถอนใจโล่งอก มองตามคตกริชอย่างตัดสินใจ

ที่บริเวณหลังบาร์ คตกริชเข้าไปปรึกษาบอนนี่เรื่องที่จะเบิกเงินล่วงหน้า แต่บอนนี่บอกว่าของเก่ายังใช้หนี้ไม่หมด คงจะให้เบิกไม่ได้ แต่ถ้าคตกริชอยากได้เงินก็พอจะมีทาง คตกริชรู้ทันทีว่าบอนนี่หมายถึงเรื่องขายตัว เขารีบยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ยอมขาย

ที่หน้าบาร์โฮส ลำเภาพาถือถุงบางอย่างเดินเข้ามา ดิวยืนต้อนรับขอดูบัตรวีไอพีก่อนที่จะเข้า แต่ลำเภาพาไม่มี ดิวจึงบอกอย่างสุภาพว่าคงเข้าไม่ได้ ลำเภาพาตัดสินใจหันกลับ พอดีบอนนี่เข้ามาเห็นก็แปลกใจที่ลำเภาพามา ลำเภาพาจึงรีบบอกกลบเกลือนไปว่ามาขอพบวิมล

ตอนที่ 3
ภายในบาร์โฮส ลำเภาพานั่งอยู่กับวิมล ลำเภาพายื่นของส่งให้ แล้วบอกกับวิมลว่า “เภาผ่านมา เลยอยากมาขอบคุณ คุณพี่ที่อุตส่าห์จัดงานวันเกิดให้ เภาสนุกมากจริงๆ” วิมลว่า “โอ๊ย...ขอบใจมากคุณน้อง ที่จริงไม่ต้องลำบากหรอกจ้ะ มากกว่านั้นพี่ก็ทำได้ เพื่อคุณน้อง วันนี้คุณน้องอุตส่าห์มา นั่งคุยกันนานๆ นะ ดื่มอะไรหน่อยไหม” ลำเภาพายังไม่ทันตอบ วิมลก็หันไปโบกมือเรียกบริกร คตกริชเดินเข้ามาทันที เขาสบตากับลำเภาพาแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้าลงอย่างเจียมตัว คตกริชยื่นเมนูส่งให้ ลำเภาพานั่งอ่านเมนู แต่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่ซินดี้กับนิกกี้ก็มาเที่ยวตามปกติ พอเห็นลำเภาพาก็รู้สึกแปลกใจมาก จึงเดินเข้ามาหา ลำเภาพาสังเกตเห็น ไม่อยากจะพบซินดี้ เพราะอายที่ตัวเองมาเที่ยวแบบนี้ จึงเลี่ยงบอกกับวิมลว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ซินดี้เดินมาถึงวิมล “พี่มล นั่นลำเภาพาใช่ไหมคะ แปลกจัง ทำไมวันนี้มาที่นี่ได้ ชวนมาทีไรไม่กล้าเข้ามา” วิมลว่า “คนเรามันก็เปลี่ยนใจกันได้นี่จ้ะ” วิมลยิ้ม มองไปทางลำเภาพาอย่างรู้ใจ

ที่หลังบาร์โฮส อธิปกับแฟรงค์และโอมช่วยกันลากตัวคตกริชออกมา กำลังต่อว่าคตกริชที่กำลังเดือดร้อนเงิน แต่ไม่ยอมบอก คตกริชรู้ทันทีว่าโอมเป็นคนบอก โอมว่า“ก็พี่อยากช่วยแก แต่ไม่มีเงินจะช่วยนี่” แฟรงค์หันไปต่อว่าคตกริช “พี่โอมทำถูกแล้ว มึงยังเห็นพวกกูเป็นเพื่อนอยู่หรือเปล่าวะ” คตกริชหน้าเจื่อนไปนิด “ก็เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนน่ะสิ กูไม่อยากเสียเพื่อนเพราะเงิน” อธิปกระชากคอเสื้อคตกริชขึ้นมา ก่อนที่อธิปกับแฟรงค์จะยัดเงินใส่กระเป๋าของคตกริชคนละข้าง คตกริชพยายามปัดป้อง ดึงเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วพยายามจะยัดเยียดคืนให้ แต่อธิปกับแฟรงค์เดินหนีไป โอมว่า “เอาไปเถอะวะกริช พวกมันเต็มใจช่วย ขอโทษนะพี่ช่วยแกได้แค่นี้” โอมเดินหนีไปอีกคน ทิ้งให้คตกริชยืนมองดูเงินที่ได้มาด้วยสีหน้าเครียด มุมหนึ่งลำเภาพาแอบดูอยู่ รู้ว่าคตกริชกำลังร้อนเงิน

ที่ร้านอาหาร วิลิปดากับแป๋มเดินออกมาที่ด้านหน้าร้าน กลุ่มเพื่อนๆ เริ่มทยอยแยกย้ายกันกลับบ้าน แป๋มหันมาบอกวิลิปดา “เดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง” วิลิปดาว่า “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่กลับเองก็ได้จ้ะ” แป๋มไม่ยอม “เป็นผู้หญิงนั่งแท็กซี่คนเดียวดึกๆ แบบนี้มันอันตรายนะ ให้ฉันไปส่งปลอดภัยกว่า” วิลิปดาส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก เกรงใจ เธอต้องย้อนไปย้อนมาถ้าต้องไปส่ง” พอดีพีรนันท์เดินผ่านมาได้ยินก็เอ่ยถาม “บ้านคุณอยู่แถวไหนเหรอครับ” วิลิปดายืนนิ่งไม่กล้า แป๋มเลยตอบแทน “อยู่แถวลาดพร้าวค่ะ” พีรนันท์ยิ้มให้ “ผมก็อยู่แถวนั้นเหมือนกันครับ ผมแวะไปส่งให้ได้นะครับ” แป๋มยิ้มรีบพูดขึ้น “ขอบคุณนะคะ กลับกับคุณพีก็ดีเหมือนกัน” วิลิปดาหันไปกระซิบเพื่อนทันที “ดีบ้าอะไรล่ะ ฉันยังไม่รู้จักเขาสักหน่อย” แป๋มกระซิบตอบเพื่อนก่อนจะหันไปพูดกับพีรนันท์ “เดี๋ยวก็รู้จักเองน่า ฝากลิปดาด้วยนะคะคุณพี งั้นแป๋มขอตัวก่อนนะคะ พรุ่งนี้เจอกัน บายค่ะ” แป๋มเดินออกไปทันที ทิ้งให้วิลิปดายืนเก้อๆ อยู่กับพีรนันท์ พีรนันท์หันมายิ้มให้วิลิปดาอย่างเป็นมิตร

ด้านหลังร้านบาร์โฮส คตกริชถือถาดเครื่องดื่มมาวางที่เคาน์เตอร์ แล้วหลบมุมคุยโทรศัพท์ อำไพโทรมาถามคตกริชว่าหาเงินได้หรือยัง คตกริชตอบว่ายัง อำไพตกใจ “อ้าว แล้วนี่แกมัวไปทำอะไรอยู่ ทำไมยังหาเงินไม่ได้อีก” คตกริชหงุดหงิด “ก็กำลังทำงานอยู่นี่ไงครับ” ลำเภาพาเดินหลบคนมาจะเข้าห้องน้ำ ผ่านมาเจอคตกริชที่เคาน์เตอร์เห็นกำลังคุยโทรศัพท์ ท่าทางซีเรียส ลำเภาพาเลยแอบหยุดมอง “ก็ขอเงินเค้ามาก่อนไม่ได้หรือไงวะ หรือจะรอให้ไอ้พวกนั้นมันมารื้อบ้านเราก่อน แกถึงจะหาเงินมาให้แม่ใช้คืนมันได้” คตกริชบอก “ฉันเกรงใจเขานะแม่ เงินตั้ง 5 มันหมื่นไม่ใช่น้อยๆนะ คราวที่แล้วก็เบิกก่อนล่วงหน้าไปแล้ว แม่ใจเย็นๆ นะ ฉันจะรีบหาเงินกลับไปให้แม่ให้ได้” ลำเภาพาฟังแล้วนิ่วหน้าครุ่นคิด อำไพไม่พอใจ“โอ๊ย ใครจะไปเย็นไหววะ พวกมันจะบุกมาพังบ้านเมื่อไรก็ไม่รู้ ดีไม่ดีมัน... ถ้ามันไม่ได้เงิน มันอาจจะฆ่าแม่ทิ้งก็ได้ ตายๆ ไปซะได้ ก็ดีเหมือนกัน อยู่ไปก็ไม่มีปัญญาจะใช้หนี้เขา จะพึ่งจะพาใครก็ไม่ได้” คตกริชหนักใจ “โธ่...แม่ ฉันขอเวลาหน่อยสิ” อำไพบอกเซ็งๆ “เออๆ...ข้าไม่กวนใจเอ็งแล้ว ตายก็ตายวะ” อำไพกดตัดสายไป คตกริชยืนกลุ้มไม่รู้จะทำยังไงดี ลำเภาพามองดูคตกริชแล้วรู้สึกสงสาร

ด้านในร้านบาร์โฮส บอนนี่กำลังดูแลลูกค้าอยู่มุมหนึ่ง ลำเภาพายืนเรียกบอนนี่อยู่ที่มุมลับตา บอนนี่ได้ยินเสียงเรียกเลยหันหน้าไปมอง เห็นเป็นลำเภาพาก็ประหลาดใจ ลำเภาพาทำมือจุ๊ปากแล้วกวักมือเรียกให้บอนนี่เดินมาหา บอนนี่ทำหน้างงๆรีบเดินเข้าไปหา ลำเภาพาพูดขึ้น “ฉันจะพาคตกริชออกไปนะ” บอนนี่ตกใจตาเหลือกหลุดแมน “หา...อะไรนะ คุณเภาว่าไงนะ..เอ่อ...” บอนนี่ไม่อยากเชื่อว่าลำเภาพาจะมาแนวนี้ บอนนี่อมยิ้ม ลำเภาพาหน้าเจื่อนรีบบอก “ฉันไม่ได้จะซื้อเขา แต่แค่จะขอจ่ายเหมือนซื้อ ออกไปเท่านั้นเอง” บอนนี่ทำหน้างงๆ “งงอ่ะ ไม่ได้จะซื้อแต่ขอซื้อ เอ่อ..ตกลงจะซื้อหรือไม่ซื้อกันคะคุณเภา บอนนี่เริ่มงงแล้วละค่ะ” ลำเภาพาไม่อยากอธิบายมากเลยพูดตัดบท “เอาเป็นว่า เอาเงินนี่ไป ก็แสดงว่าวันนี้กริชไม่ต้องทำงานของวันนี้แล้วใช่ไหม” บอนนี่รับเงินมองอย่างงงๆ “เอ่อ...ค่ะ แต่ว่ากริชเขายอมเหรอคะ” ลำเภาพาว่า “ฉันคุยกับเขาแล้ว ขอให้เป็นความลับนะจ้ะ” บอนนี่พยักหน้ารับแบบงงๆ กับลำเภาพา ลำเภาพาเดินออกไป บอนนี่มองเงินในมือแล้วคิดๆ งงสุดฤทธิ์

ลำเภาพา พาคตกริชออกมา แล้วบอกให้คตกริชขับรถไปส่งเธอที่บ้าน ระหว่างทางลำเภาพาเอ่ยถามคตกริชว่ากลางคืนทำงาน แล้วกลางวันทำอะไร คตกริชตอบ “ไปเรียนครับ” ลำเภาพาแปลกใจ “นี่ยังเรียนอยู่เหรอ” คตกริชพยักหน้า “ยังเรียนอยู่ครับ ใกล้จบแล้ว ผมเรียนช้าเพราะต้องทำงานส่งตัวเองด้วย” ลำเภาพามองดูสายตาที่มุ่งมั่นของคตกริชแล้วแอบยิ้มชื่นชม “เธอนี่เก่งจังเลยนะ ถ้าอยากให้ฉันช่วย อะไรก็บอกได้นะ ฉันอยากตอบแทนเธอ” คตกริชสีหน้าจริงจัง “คุณอยากให้ผมทำงานอะไรผมจะทำให้ ยกเว้นเรื่องขายตัว” ลำเภาพาอึ้ง ไม่คิดว่าคตกริชจะพูดโพล่งออกมาแบบนี้ “นี่เธอเห็นฉันเป็นอะไร ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่หิวผู้ชายอย่างที่เธอคิดนะ ที่ฉันถาม เพราะต้องการแค่อยากช่วยเธอเท่านั้น” ลำเภาพาพูดด้วยอารมณ์โกรธ คตกริชอึ้ง ลำเภาพาพูดต่อ “ถ้าเธอไม่อยากให้ใครมาดูถูกเธอ เธอก็ไม่ควรจะดูถูกใครเหมือนกัน” คตกริชหันมองหน้าลำเภาพาที่ดูเคร่งเครียดแล้วรู้สึกผิด

ทางเข้าบ้านลำเภาพา คตกริชขับรถมาเกือบจะถึงบ้าน ลำเภาพาหันไปบอกให้จอดรถตรงนี้ คตกริชยอมจอดแล้วลงจากรถ เดินไปเปิดประตูให้ลำเภาพา ลำเภาพาเดินมาฝั่งคนขับก่อนจะขึ้นรถ ลำเภาพาหยิบซองออกมาจากกระเป๋า ยื่นให้คตกริช “ฉันให้ ในนี้มีเงินอยู่ห้าหมื่น ฉันให้เป็นการขอบคุณแล้วกัน” คตกริชมองซองในมือลำเภาพาอึ้งๆ “ผมรับไม่ได้ครับ มันมากเกินไป…” ลำเภาพาไม่ฟัง ยัดซองเงินใส่มือคตกริช แล้วรีบหนีขึ้นรถ ขับเข้าบ้านไปเลย คตกริชอึ้ง มองซองเงินลำบากใจ

คตกริชตัดสินใจนำเงินไปใช้หนี้ให้แม่ ที่บ้านอำไพในซอยสลัม ลำเภาพาแอบขับรถตามไปดูคตกริช ลำเภาพามองไปที่ปากซอยบ้านคตกริช “นี่เธออยู่ในที่แบบนี้จริงเหรอเนี่ย…” ลำเภาพามองตามยิ่งสงสาร เมื่อรู้ว่าเขามีความเป็นอยู่อย่างไร

ที่บ้านอำไพ หลังจากที่คตกริชเอาเงินให้เจ้าหนี้ไปแล้ว ก็มานั่งทำแผลให้อำไพ อำไพร้องไห้ “ทำไมแกมาช้านัก ฉันกับนังอุ๋ยเกือบตายแล้วรู้ไหม” คตกริชว่า “ฉันมาเร็วที่สุดแล้วแม่ แค่แม่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” อำไพโวย “ไม่เป็นกะผีแกสิ ดูหน้าฉันสิ มันตบซะหน้าเยินไปหมดแล้ว ไอ้พวกขี้งก ทวงจังเลย เงินเนี่ย ใครจะไปหาให้มันทันวะ ฮือ...” อุ๋ยบอก “ถ้าป้าไม่เอาเงินไปละเลงที่บ่อนหมด มันก็คงไม่มีคนมาทวงหรอก หนี้อ่ะ” อำไพเดือนลุกขึ้นชี้หน้าอุ๋ย “อีอุ๋ย มึงอยากโดนตบซ้ำอีกทีรึไง” อำไพทำท่าจะเข้าไปตบอุ๋ย คตกริชห้ามไว้ อำไพตวาด “เอ็งมาห้ามทำไม มึงนี่นะอุ๋ย เกือบตายเหมือนข้าแล้วยังปากเสียอีก” คตกริชว่า “อย่าตีกันเลย เรื่องมันก็จบไปแล้ว ฉันขอละนะ” อำไพลดมือลง แล้วนึกได้ หันมาถาม “ว่าแต่แกเอาเงินมาจากไหน ตั้งหลายหมื่น” คตกริชตอบอึกอัก “เอ่อ…ฉันเบิกมาก่อนจากที่ทำงานน่ะ” อำไพชอบว่า “อ๋อเหรอ…เฮ้อ บริษัทนี้ดีโว้ย แกทำไปนานๆเลยนะ ไม่ต้องออกไปไหน” คตกริชแอบถอนใจ “แต่ฉันต้องทำงานใช้อีกยาวเลยนะแม่” อำไพทำหน้าเซ็งทันที คตกริชรู้สึกโล่งใจ ที่อำไพไม่สงสัยอะไรต่อ

ที่บ้านเช่า ภายในห้องนอนคตกริช คตกริชอาบน้ำเสร็จ จะปิดไฟนอนก็นึกถึงใครบางคน หยิบมือถือตัวเองออกมาจะกดโทรหาลำเภาพา คตกริชมองที่เบอร์ ลังเลเล็กน้อย แล้วเปลี่ยนใจไม่โทรไป“ถ้าผมโทร ก็เท่ากับว่าผมไม่รักษาคำพูด…ขอโทษด้วยนะครับ…” คตกริชนอนลงเอามือพาดหัวเครียดๆ พยายามข่มตาหลับ

เย็นวันใหม่ อำไพไปเล่นไพ่ แล้วก็กินเหล้าต่อแค่นั้นยังไม่พอยังหิ้วชัช เด็กหนุ่มกลับมานอนที่บ้านอีกด้วย อุ๋ยเห็นก็รีบโทรศัพท์บอกคตกริชทันที “พี่กริช ป้าไพหิ้วผู้ชายที่ไหนเข้าบ้านก็ไม่รู้ วันนี้ฉันเห็นป้าไพออกไปเล่นไพ่ พอกลับมาก็เมาปลิ้นเลย แถมหิ้วเด็กกลับมาอีกต่างหาก” คตกริชตกใจ “จริงเหรออุ๋ย คนที่แม่พามาเป็นใคร? หน้าตาเป็นยังไง” อุ๋ยว่า “ไม่รู้พี่ พี่มาดูได้ไหม ไม่ก็โทรหาป้าไพก็ได้” คตกริชฟังแล้วก็กลุ้มใจ หน้าเครียด

หน้าร้านสะดวกซื้อ คตกริชเดินออกมาอย่างผิดหวัง มองไปทางไหนก็เคว้งคว้างไปหมด เขาแวะเข้าไปซื้อน้ำดื่มในร้านข้างตึกออฟฟิศแห่งหนึ่ง เผอิญเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง วิลิปดาเดินถือแก้วเครื่องดื่มกำลังจะเข้าไปในตึกออฟฟิศ คตกริชมองตามวิลิปดาเหมือนต้องมนต์สะกด เขารีบจ่ายเงินแล้วเดินตามไปดู

ในตึกบริษัทโฆษณา คตกริชตามวิลิปดามามองหาเธอไปทั่ว แต่ยังไม่เห็น คตกริชสีหน้าผิดหวังจะเดินออกไป คตกริชมองแบบเสียดาย แต่จู่ๆ ก็หันไปเจอป้ายประกาศสมัครงานของบริษัทแห่งนี้ คตกริชสนใจเลยเดินเข้าไปยืนดู

ตอนที่ 4
คตกริชตัดสินใจเดินเข้าไปสมัครงานในบริษัทโฆษณา แป๋มมองคตกริชอย่างพิจารณา ค่อนข้างพอใจ “คุณคตกริชยังเรียนไม่จบเลยนี่คะ” คตกริชพยักหน้า “ยังครับ แต่เหลือแค่สองตัว เดือนหน้าก็จะจบแล้วครับ” แป๋มพูดต่อ “เกรดดีทีเดียวเลยนะคะ แต่ทำไมจบช้า” คตกริชว่า “ผมทำงานไปเรียนไปครับ” แป๋มพยักหน้าเข้าใจ “ตอนนี้ทางบริษัทเรากำลังขยายงาน บอสค่อนข้างจะต้องการคนมาร่วมงานที่พร้อมทำงานไดทั้นที คุณกริชบุคลิกดี สายที่เรียนก็เหมาะกับงาน แต่เสียดายว่ายังไม่มีประสบการณ์ แล้วก็ยังเรียนไม่จบด้วย” คตกริชรีบบอก “แต่ผมเริ่มงานได้ทันทีนะครับ เงินเดือนผมไม่เกี่ยง ไม่มีประสบการณ์ก็เรียนรู้ได้” แป๋มจ้องหน้าคตกริช “ท่าทางคุณตั้งใจดีนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะลองคุยกับหัวหน้าดู หัวหน้าชอบให้โอกาสคนค่ะ ถ้ายังไงจะโทรนัดไปอีกทีนะคะ” คตกริชกล่าวขอบคุณ ยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

ที่บริษัทเสื้อผ้าของลำเภาพา พิมพ์สนมเปิดประตูแล้วเข้ามา ป้าแดงช่วยยกชาเข้ามาเสิร์ฟแล้วออกไป พิมพ์สนมเอ่ยบอก “เดี๋ยวสิบโมงคุณเภามีประชุมกับฝ่ายการตลาดจนถึงเที่ยง บ่ายโมงคุณเภามีนัดกับคุณเชิดศักดิ์นะคะ” ลำเภาพาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “นัดกับคุณเชิดด้วยเหรอ เกือบลืม ดีที่เธอเตือน” ลำเภาพาก้มหน้าอ่านเอกสารต่อ พิมพ์สนมทำท่าจะกลับออกไป ลำเภาพาถามขึ้น “เดี๋ยวก่อนเดือนนี้เธอโอนเงินไปหรือยัง” พิมพ์สนมว่า “คุณลำเพยพรรณใช่ไหมคะ ยังเลยค่ะ” ลำเภาพาดุ “ทำไมยังไม่โอน นี่มันวันที่ห้าที่หกแล้วนะ” พิมพ์สนมบอก “ทางนั้นบอกว่าไม่ต้องโอนแล้วค่ะ เพราะ...” ลำเภาพาอารมณ์เสีย “เพราะเหตุผลเดิมๆใช่ไหม ฉันก็เคยบอกเธอแล้วนี่พิมพ์สนม ว่าอย่ามายกเลิกโดยพลการ โดยไม่มีคำสั่งจากฉัน ไปจัดการโอนซะ” พิมพ์สนมรับคำแล้วรีบออกไป ลำเภาพาถอนใจยาว

ที่ร้านอาหารหรู ลำเภาพานัดพบกับเชิดศักดิ์ เชิดศักดิ์เอ่ยขึ้น “ผมเข้าเรื่องเลยนะครับ จะได้ไม่เสียเวลา ที่นัดมาเพราะอยากชวนคุณเภาเปิดผับด้วยกัน” ลำเภาพาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “เปิดผับเหรอคะ คุณก็รู้ว่าฉันไม่ถนัดธุรกิจกลางคืน ขนาดไปเที่ยวฉันยังไปนับครั้งได้เลย ฉันคงไม่...” เชิดศักดิ์ว่า “ฟังผมก่อนสิ มันไม่ใช่ผับแบบที่คุณคิดนะครับ แต่เป็นที่นั่งฟังเพลงหรูๆ ของคนมีระดับ แล้วก็เปิดในโรงแรมห้าดาวด้วย” ลำเภาพาบอก “แหม...แต่มันก็ยากนะคะ สำหรับคนไม่มีประสบการณ์อย่างฉันที่จะไปบริหารผับ แล้วฉันก็ไม่มีเวลาดูแลด้วย” เชิดศักดิ์พยายามพูด “ไม่ต้องเลย คุณเภาแค่ลงทุนกับผม ดูแลตัวเลขกับนโยบาย ส่วนผมจะบริหารเอง” “ท่าทางต้องลงทุนสูง ฉันไม่อยากเสี่ยง” “ไม่สูงเลย ผับนี้มีทุกอย่างครบแล้ว เพื่อนผมจะขายต่อกิจการให้ถูกๆ เพราะเขาดูแลเองไม่ไหว ผมไปดูแล้วทุกอย่างพร้อมเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เราแค่เข้าไปรีโนเวทให้มันทันสมัยขึ้น ผับอยู่แถวนี้เอง คุณลองเข้าไปดูกับผมก่อนดีกว่า ชอบไม่ชอบค่อยว่ากันก็ได้” ลำเภาพานิ่งคิดอย่างเริ่มสนใจ แต่ยังลังเลมองหน้าเชิดศักดิ์อย่างตัดสินใจ

ขณะที่คตกริชก็มองมือถือในมือ ลังเล ชั่งใจจะโทรหาลำเภาพาดีหรือไม่ดี นิ้วของคตกริชก็ไปกดปุ่มอะไรบางอย่างบนคีย์

ในผับ เชิดศักดิ์พาลำเภาพาเข้ามาดูผับ ซึ่งยังมีโต๊ะ เก้าอี้ครบ ลำเภาพามองไปรอบๆ อย่างไม่ค่อยชอบบรรยากาศนัก เชิดศักดิ์บอก “ผับยังเปิดอยู่ แต่เขาจะปิดสิ้นเดือนนี้แล้ว คุณเภาจะมาดูตอนเปิดหรือเปล่าครับ คืนนี้ผมจะพามา” ลำเภาพานึกถึงคืนนี้ว่าอาจจะไปที่บาร์อีก “ไม่เป็นไรค่ะ คืนนี้ฉันไม่ว่าง แต่เห็นแค่นี้ก็พอจะดูออกแล้ว” เชิดศักดิ์ถาม “ดูออกยังไงครับ” ลำเภาพาว่า “ก็น่าสนใจในระดับนึงค่ะ แต่บอกตามตรงว่าฉันยังไม่มั่นใจกับธุรกิจนี้เท่าไร” เชิดศักดิ์พูดให้ลำเภาพามั่นใจ “รับรองครับว่าถ้าผมปรับปรุงแล้วมันจะต้องดูดีหรูหราขึ้น ถูกใจคุณแน่นอน เรามาคุยกันทุกขั้นตอนเลยครับ ตั้งแต่รูปแบบการตกแต่ง จุดขาย การบริการ ผมจะไม่ทำอะไรที่คุณไม่เห็นด้วย” ลำเภาพานิ่งคิด สีหน้ายังคงไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่แล้วเสียงมือถือของเธอดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดู สีหน้าลำเภาพาเปลี่ยนไปทันที เหมือนโลกนี้สดใสสว่างขึ้นมา แต่ด้วยความตื่นเต้นทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ลังเลว่าจะรับสายต่อหน้าเชิดศักดิ์ดีหรือไม่ เชิดศักดิ์มองลำเภาพาแปลกใจ “ไม่รับเหรอครับ” ลำเภาพารู้สึกตัว “เอ่อ...ขอตัวสักครู่นะคะ” ลำเภาพารีบเดินเลี่ยงออกไปนอกร้านทันที

ที่หน้าผับ ลำเภาพาเดินออกมานอกร้านอย่างตื่นเต้น “สวัสดีครับคุณเภา ผมคตกริชนะครับ” ลำเภาพาคุยกับคตกริชอย่างตื่นเต้นมาก แต่พยายามเก็บอาการ “คตกริช...เอ๊ะ...คนที่ทำงานกับพี่วิมลหรือเปล่า” คตกริชดีใจที่ลำเภาพาจำได้ “ใช่ครับ ผมเอง ผมโทรมารบกวนหรือเปล่าครับ” ลำเภาพารีบบอก “ไม่เป็นไรจ้ะ มีอะไรหรือเปล่า” พอลำเภาพาถามอย่างนั้น คตกริชเกิดอาการไม่มั่นใจ “ก็...ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากจะขอบคุณคุณเภาที่ให้ผมยืมเงินก้อนนั้น ผมจะพยายามหาเงินมาใช้คุณเภาให้เร็วที่สุดนะครับ” ลำเภาพารู้สึกผิดหวังคิดว่าคตกริชโทรมาเพราะคิดถึงแต่กลับโทรมาแค่ขอบคุณ “อ๋อ... ไม่เป็นไรหรอกเรื่องนั้น เห็นเธอกำลังลำบาก ฉันก็อยากจะช่วยเท่านั้นเอง” คตกริชบอก “ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะครับคุณเภา คุณใจดีมากครับ ถ้าคุณเภามีเรื่องอะไรที่คิดว่าผมช่วยได้ก็เรียกใช้ผมได้เลยนะครับ ผมทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นบางเรื่องที่ผมจะไม่ฝืนใจตัวเอง” ลำเภาพาฟังที่คตกริชพูดแล้วมองไปที่ผับ แววตาเป็นประกายขึ้นมา “ฉันมีอะไรให้เธอช่วยแน่ ถ้าถึงเวลาฉันจะบอกเธอเอง” ลำเภาพามุ่งมั่นปนฝันๆ

ด้านในผับ ลำเภาพากลับมาด้วยหน้าตาสดชื่นขึ้น เชิดศักดิ์เอ่ยถาม “เป็นยังไงครับ เห็นทั้งหมดแล้วตัดสินใจหรือยัง” ลำเภาพาถามกลับ“คุณเชิดศักดิ์จะเริ่มรีโนเวทเมื่อไรคะ” เชิดศักดิ์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจและงุนงง “หมายความว่า...” ลำเภาพาบอก “เรารีโนเวททันทีหลังจากเขาปิดเลยได้ไหมคะ ฉันอยากเปิดใหม่เร็วๆ ฉันขอเลือกผู้จัดการเองด้วยนะคะ” เชิดศักดิ์พูดตอบแบบงงๆ “คุณเภามีใครอยู่ในใจแล้วเหรอครับ ไว้นัดเขามาคุยกันได้เลยครับคุณเภา ผมเชื่อสายตาคุณ ดีใจที่เราจะได้เป็นหุ้นส่วนกันแล้ว” เชิดศักดิ์ยื่นมือให้ลำเภาพาจับ เธอจับมือเขา เขาเขย่ามือเธออย่างดีใจ แล้วสายตาก็เปลี่ยนเป็นแววลึกซึ้งปนเจ้าชู้ จับมือบีบเบาๆ “และถ้าได้เป็นหุ้นส่วนหัวใจด้วยจะดีมาก” ลำเภาพาดึงมือออกเบาๆ “แหม...คุณเชิดเนี่ย ได้คืบจะเอาศอกเลยนะคะ” เชิดศักดิ์แกล้งทำหน้าบึ้งงอนๆ ลำเภาพายิ้มๆ “ล้อเล่นน่ะค่ะ ฉันคงเอาคนอย่างคุณไม่อยู่หรอก สาวเยอะเหลือเกิน” เชิดศักดิ์จ้องตาลำเภาพา “ถ้าคุณยอมใจอ่อน ผมก็จะเลิกหมด” ลำเภาพาแกล้งเกาะแขน “จะให้ฉันไปเป็นกิ๊กคนที่ที่เท่าไรของคุณล่ะคะป๋า” เชิดศักดิ์ส่ายหน้า “โธ่... ตั้งแต่ผมกลับมาเป็นโสดแล้ว ยังไม่มีใครเป็นตัวเป็นตนเลยนะ ผมรอคุณอยู่คนเดียว” ลำเภาพายิ้ม “อย่ามาปากหวานเลย ฉันไม่ไว้ใจผู้ชายเสน่ห์จัดอย่างคุณหรอก” ลำเภาพาเดินออกไป เชิดศักดิ์มองตามดีใจมีความหวังเล็กๆ อยู่ในแววตา

ด้านอำไพก็ออกไปเล่นไพ่กับชัชที่บ่อนอีก แต่คราวนี้ถูกตำรวจจับได้ ถูกนำตัวไปขังไว้ที่โรงพัก พออุ๋ยรู้เรื่องก็รีบโทรบอกคตกริชทันที คตกริชรีบไปโรงพัก

ตอนกลางคืน ลำเภาพามาที่บาร์โฮส ทำทีว่ามาหาวิมลเพื่อปรึกษาเรื่องผับที่จะเปิดกับเชิดศักดิ์ แต่ก็ไม่ลืมที่จะมองหาคตกริชด้วย ลำเภาพาหน้าเจื่อนรู้สึกผิดหวังที่ไม่เห็นรถมอเตอร์ไซค์ของคตกริชจอดอยู่

ที่โรงพัก คตกริชเดินเข้ามาหาแม่ที่หน้าห้องขังแล้วเอ่ยปากบอกแม่ว่า “ฉันยังช่วยแม่ออกไปไม่ได้หรอก” อำไพโวย “อะไรวะไอ้กริช ช่วยไม่ได้ แล้วเอ็งเสือกมาทำไม” คตกริชบอก “แม่ฟังก่อนฉันนะ ประกันตัวมันต้องใช้เงิน ฉันไม่มีเงินแล้ว ฉันเพิ่งเอาเงินใช้หนี้ให้แม่ไป แม่จำไม่ได้เหรอ” อำไพหน้าเสีย “เอ็งไม่ต้องมาทวงบุญคุณ ไม่ช่วยแล้วยังมาเยาะเย้ยอีก ไอ้ลูกอกตัญญู” คตกริชว่า “ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่ช่วย แต่มันต้องใช้เวลาหาเงินหน่อยสิ” อำไพหงุดหงิด “แล้วเอ็งจะปล่อยให้ข้าติดคุกไปอีกนานเท่าไรวะ รีบหาทางช่วยออกไปเร็วๆ ข้าเบื่อจะแย่อยู่แล้ว” คตกริชถอนใจ “ถ้าเบื่อแม่ก็ต้องเลิกพวกอบายมุขทั้งหมด ที่เราต้องขายบ้านพ่อมาเช่าบ้านอยู่ เพราะอะไรแม่จำไม่ได้เหรอ...” อำไพตวาด “พอแล้ว เอ็งไม่ต้องมาสั่งสอน ข้าไม่อยากฟัง ถ้าช่วยไม่ได้ก็กลับไปซะ หนอย...ลูกอะไรวะแทนที่จะเห็นใจหาทางช่วย กลับมาสั่งสอนแม่ฉอดๆ ไปให้พ้นหน้ากูเลย ไป๊” อำไพเดินหนีไม่ฟัง คตกริชได้แต่มองแม่อย่างเสียใจ

คตกริชเดินคอตกออกมาด้านหน้าโรงพัก พยายามคิดหาทางช่วยแม่ สายตาของคตกริชไปหยุดอยู่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองอย่างครุ่นคิด คตกริชเดินเข้าไปเอามือลูบมันด้วยความเศร้าและเสียดาย เพราะเขาได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว

ในบาร์โฮส วิมลพาลำเภาพาออกมานั่ง ลำเภาพามองไปที่เคาน์เตอร์หาใครบางคน วิมลมองลำเภาพาอย่างรู้ใจ จึงโบกมือเรียกแฟรงค์ที่เดินผ่านมา เอ่ยถามถึงคตกริช ลำเภาพาเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ “อ๋อ...วันนี้กริชลาครับ มีเรื่องแม่อีกแล้ว” วิมลโบกมือ แฟรงค์ออกไป วิมลหันมาเล่าให้ลำเภาพาฟัง “แม่ของกริชขยันก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะเรื่องเล่นหวยเล่นพนันถึงกับเคยหมดเนื้อหมดตัวต้องขายบ้านออกไปนอนกลางถนนกันมาแล้ว โชคดีที่เจ้ากริชมันรักดี หางานทำแล้วเรียนไปด้วย” ลำเภาพานิ่งฟัง ลึกๆ เห็นใจ สองสาวนั่งดื่มต่อไปอีกสักพัก ลำเภาพาก็เอ่ยปากขอตัวกลับ

ด้านคตกริชก็ตัดสินใจเอามอเตอร์ไซค์ไปจำนำกับบอย ได้เงินแค่หมื่นเดียว คตกริชถอนใจยาวลูบคลำมอเตอร์ไซค์อย่างเสียดายเหลือเกิน ยิ่งกลุ้มหนัก

ที่ลานจอดรถ ลำเภาพานั่งอยู่ในรถ ตัดสินใจหยิบมือถือโทรหาคตกริช ขณะที่คตกริชเดินออกมารอรถที่ป้ายรถเมล์เสียงมือถือดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูหน้าจออย่างแปลกใจ แต่ก็กดรับสาย “สวัสดีครับ คุณเภามีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” ลำเภาพาว่า “ฉันมีเรื่องงานอยากคุยกับเธอ” คตกริชรู้สึกแปลกใจ แต่ก็แอบดีใจนิดๆ “ได้ครับตอนนี้ผมอยู่ที่...”

ที่หน้าตึกบริษัทโฆษณา วิลิปดาเพิ่งทำงานเสร็จก็ออกมายืนรอแท็กซี่ที่หน้าบริษัท แต่ยังไม่มีแท็กซี่มาสักคัน ฟ้าเริ่มร้องครืนๆ วิลิปดามองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรู้สึกใจคอไม่ดี เธอมองหาแท็กซี่ แต่ก็ยังไม่มีวี่แวว เลยเดินไปอีกทางหนึ่ง เผื่อจะเจอแท็กซี่

ที่ป้ายรถเมล์ คตกริชยืนรอรถแต่ฝนเริ่มตกลงมาอย่างหนัก เขามองหาที่หลบฝน

หน้าบ้านหลังหนึ่ง คตกริชวิ่งหลบฝนมาจนถึงใต้ชายคาบ้านหลังหนึ่ง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งหลบอยู่ก่อนแล้ว เขาไปยืนข้างๆ เธอ แม้ชายคาจะค่อนข้างเล็ก ฝนสาดเข้ามา ฟ้าร้องครืน ผู้หญิงคนนั้นขยับเข้ามาชนคตกริชเบาๆ วิลิปดาเอ่ยขึ้น “ขอโทษค่ะ” คตกริชหันไปถึงกับตะลึง จำได้ว่าเป็นผู้หญิงที่เขาเคยเจอ คตกริชมองตามวิลิปดาเหมือนต้องมนต์สะกด อยากจะชวนคุย แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี

บนถนน ลำเภาพาขับรถออกมาท่ามกลางฝนที่ตกลงมา เธอเขม้นมองฝ่าสายฝน ขณะที่วิลิปดาก็ยังคงมองหาแท็กซี่ที่จะผ่านมาไม่กล้ามองคตกริชเพราะระแวง คตกริชตัดสินใจขยับตัวออกมาอีกหน่อย เพื่อให้วิลิปดาโดนฝนสาดน้อยที่สุด “ขยับมาอีกหน่อยก็ได้ครับ จะได้ไม่เปียก” วิลิปดาหันมายิ้มน้อยๆ ให้ แต่เขารู้สึกเหมือนโลกสว่างสดใส จะพูดอะไรบางอย่างต่อไปอีก แต่เสียงแตรรถดังขึ้นเสียก่อน คตกริชหันไปมอง รถของลำเภาพานั่นเอง

ตอนที่ 5
ลำเภาพาบีบแตรรถเรียกคตกริช คตกริชแอบหันไปมองวิลิปดารู้สึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้คุยกัน คตกริชจำใจวิ่งออกมาเพื่อขึ้นรถลำเภาพา วิลิปดามองตามไปที่รถ รู้สึกคุ้นๆ แต่ฝนตกหนักทำให้มองเห็นคนในรถไม่ค่อยชัด

คตกริชเปิดประตูรถลำเภาพาจะขึ้นรถ จังหวะนั้นวิลิปดาเกือบจะเห็นหน้าลำเภาพา แต่แล้วแท็กซี่คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาเสียก่อน วิลิปดารีบโบกมือเรียกรถแท็กซี่คันนั้นแล้ววิ่งขึ้นรถไป ส่วนลำเภาพาพอคตกริชขึ้นไปนั่งบนรถก็ขับรถออกทันที

คตกริชพอขึ้นรถไปแล้วก็แอบหันกลับไปมองวิลิปดาไป วิลิปดาก็แอบมองตามคตกริชอย่างสนใจเช่นกัน

ลำเภาพาเห็นเนื้อตัวของคตกริชเปียกปอนจึงพาคตกริชไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง คตกริชเปิดประตูเข้ามาในห้องพัก เขามองไปรอบๆ ห้อง อึ้งไปกับความหรูหรา เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมอาบน้ำ สักพักเสียงเคาะประตูดังขึ้น คตกริชเปิดประตูก็พบกับพนักงานโรงแรมยืนอยู่ พร้อมหิ้วชุดเสื้อเชิ้ตแบบสบายๆ แต่ดูดีกับกางเกงเท่ๆ พนักงานบอกว่าลำเภาพาเป็นคนสั่งให้เอามาให้ คตกริชกล่าวขอบคุณพนักงานโค้งให้อย่างสุภาพก่อนออกไป คตกริชยิ้มกับตัวเอง รู้สึกแปลกๆ ที่เคยแต่บริการคนอื่น แต่ครั้งนี้กลับได้รับบริการอย่างดีเสียเอง

ขณะที่วิลิปดาก็กลับไปถึงบ้านแบบตัวเปียกปอนเช่นกัน ลำเพยพรรณตกใจรีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง รีบไล่ให้วิลิปดาไปอาบน้ำสระผม เพราะกลัวจะไม่สบาย วิลิปดามองความห่วงใยของลำเพยพรรณแล้วน้ำตาซึม เพราะคิดน้อยใจแม่ที่ไม่เคยมาดูแล พยายามเบือนหน้าไปทางอื่น กลัวลำเพยพรรณเห็นน้ำตาของตนเอง

ที่ผับหรูของลำเภาพา ลำเภาพาเอ่ยบอกคตกริชเรื่องที่เธอจะซื้อผับแห่งนี้แล้วจะนำมาปรับปรุง เธอต้องการให้คตกริชมาเป็นผู้จัดการที่นี่ คตกริชได้ยินก็ตกใจ “ผู้จัดการเลยเหรอครับ แต่ว่า ผมไม่มีประสบการณ์บริหารผับเลย อะไรที่ทำให้คุณเภาไว้ใจผม” ลำเภาพาบอก “มันไม่ใช่งานยากสำหรับคนทั้งเก่งทั้งขยันแบบเธอ เธอทำได้แน่นอน ฉันเชื่อ แต่ฉันมีข้อแม้ว่าเธอต้องลาออกจากบาร์โฮสที่เธอทำอยู่ เพราะหนึ่งมันเป็นงานกลางคืนเหมือนกัน และสองฉันไม่อยากให้เธอไปอยู่สถานที่แบบนั้นอีกแล้ว สักวันนึงเธออาจจะต้องฝืนใจทำสิ่งที่ไม่อยากทำจนได้ จริงไหม” คตกริชส่ายหน้า “ไม่หรอกครับ ผมสัญญากับตัวเองไว้แล้ว” ลำเภาพาพูดต่อ “ถึงเธอจะมั่นใจ แต่ฉันเสนอทางออกที่ดีกว่าให้เธอ เธอจะไม่รับไว้เลยเหรอ เธอยังติดเรื่องอะไรเราคุยกันได้นะ” คชกริชบอก “ผมแค่กลัวว่าจะทำให้คุณเภาผิดหวัง” ลำเภาพาขี้เกลียดฟัง เลยพูดตัดบท “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันบอกแล้วว่าฉันไว้ใจเธอ และมั่นใจในความสามารถของเธอ” คตกริชนิ่งไป ก่อนจะพูดขึ้น “ครับ ถ้าคุณเภาไว้ใจผม ผมจะทำครับ” ลำเภาพายิ้มดีใจทันที ก่อนจะปรับสี หน้าให้เป็นปกติแล้วบอก “ดี งั้นวันนี้ไม่ต้องเกรงใจ เรามาฉลองกันดีกว่า ชนแก้ว ยินดีต้อนรับผู้จัดการคนใหม่ของฉัน” ลำเภาพาพูดจบก็ดื่มเข้าไปอึกใหญ่

คืนนั้นเอง คตกริชประคองลำเภาพาเข้ามาถึงหน้าห้องพักของโรงแรม ลำเภาพาเมามาก ส่วนเขาเมาเล็กน้อย คตกริชประคองลำเภาพาเข้าไปในห้องแล้วบอกว่าเขาต้องกลับแล้ว ลำเภาพาเมาโวยวายไม่ยอมให้คตกริชไป คตกริชเริ่มลำบากใจ สงสารลำเภาพาเมาจนเริ่มพูดเพ้อออกมา “ทำไมใครๆ ก็ทิ้งฉัน…ทำไม…ทำไมฉันถึงไม่เจอเธอก่อนที่จะเจอเขา…” ลำเภาพากอดคตกริชร้องไห้ คตกริชยิ่งสงสารลูบหลังลำเภาพา “เสียดายที่เราไม่ได้เจอกันเร็วกว่านี้ ไม่น่าเลย” คตกริชกอดลำเภาพาไม่พูดอะไร สักพักก็ค่อยๆ ดันตัวเธอออก “แค่เราเจอกันก็พอแล้วนี่ครับ” คตกริชประคองไหล่เธอไว้ ลำเภาพามองคตกริชซึ้ง “จริงสิ แค่เราเจอกันก็ดีมากแล้ว ทั้งที่เราเหมือนอยู่กันคนละโลก แต่ก็มาเจอกัน” คตกริชมองลำเภาพาอย่างเผลอไผล ทั้งจากความเมา ความสวยของเธอ และความสำนึกในบุญคุณ “ต่อไปผมต้องทำงานให้คุณเภา เราต้องได้เจอกันอีกนานครับ” ทั้งสองสบตากันซึ้ง หน้าเข้ามาใกล้กัน แต่คตกริชพยายามดึงตัวเองออก “คืนนี้คุณเภาพักผ่อนก่อนนะครับ ผม…มีธุระ คงต้องไปจริงๆ แล้ว” คตกริชจะผละตัวออกไป ลำเภาพาเรียกไว้ “เดี๋ยว” ลำเภาพาควานหากระเป๋าตัวเอง แล้วควักเงินส่งให้คตกริช “ฉันให้ ฉันรู้ว่าเธอต้องใช้ เธอต้องเอาไปช่วยแม่เธอ” คตกริชอึ้ง “ผมรับไม่ได้ครับ คุณให้ผมมากพอแล้ว” ลำเภาพาลุกมาหาคตกริช บังคับให้เขาเอาเงินไป “จะให้บอกกี่ทีว่าไม่ต้องเกรงใจ ฉันให้คือให้ ไม่ได้หวังอะไรตอบแทนทั้งนั้น เอาไปเถอะ” ลำเภาพาพยายามยัดเงินใส่มือคตกริช คตกริชไม่รับพยายามส่งคืน ทั้งสองยื้อกันไปมา จนกระทั่งสะดุดล้มลงบนเตียง ลำเภาพามองคตกริชด้วยความเมา ลำเภาพาจับหน้าคตกริชไว้ คตกริชค่อยๆ ก้มลงไปหาลำเภาพา ในที่สุดทั้งสองก็ตกเป็นของกันและกัน

เช้าวันใหม่ คตกริชลืมตาตื่นขึ้นมา เขานิ่วหน้าทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน พอได้สติก็หันไปมองข้างๆ แต่ไม่เห็นลำเภาพานอนอยู่แล้ว เขามองไปรอบๆ จนเจอเธอ จึงลุกเดินเข้าไปหา คตกริชเดินเข้าไปจับมือเธอไว้ “ผม…ขอโทษนะครับคุณเภา ขอโทษที่ผม…ล่วงเกินคุณ ผมไม่ได้ตั้งใจ” ลำเภาพาตอบนิ่งๆ “ไม่ต้องขอโทษอะไรทั้งนั้น เราไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าเธอรู้สึกผิดก็แปลว่า...เธอเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น” คตกริชรีบบอก “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมแค่รู้สึกว่าผมผิดที่เอาเปรียบคุณ ทั้งที่คุณมีแต่ให้ผม” ลำเภาพรรณว่า “แต่ฉันไม่รู้สึกเสียใจเลย ไม่มีใครเอาเปรียบใคร มันเป็นเรื่องดีๆ ที่เราได้มาพบกันไม่ใช่เหรอ” ลำเภาพามองคตกริชอย่างรอคำตอบ คตกริชอึ้งไปอย่างรู้สึกสับสน ลำเภาพาถามย้ำ “เธอรู้สึกเหมือนฉันหรือเปล่า” คตกริชไม่กล้าตอบ แต่เดินเข้าไปกอดลำเภาพาไว้เหมือนจะปลอบใจเธอและปลอบใจตัวเองแทนคำตอบ ลำเภาพายิ้มอย่างรู้สึกดีขึ้น แต่แล้วเสียงมือถือคตกริชก็ดังขึ้น อุ๋ยโทรศัพท์มาบอกว่าให้รีบมาหาอำไพ เพราะอำไพขู่จะฆ่าตัวตาย คตกริชตกใจรีบขอตัวจากลำเภาพาทันที ลำเภาพามองตามคตกริชอย่างครุ่นคิด

ลำเภาพาตัดสินใจกดโทรศัพท์ไปบอกพิมพ์สนมให้ติดต่อทนายวีรชัย ให้ไปช่วยดำเนินการประกันตัวอำไพให้ โดยบอกพิมพ์สนมสั้นๆแค่ว่าอำไพเป็นคนรู้จัก

ที่ห้องนอนวิลิปดา วิลิปดาตื่นมาด้วยหน้าตาอิดโรย เอามือแตะขมับอย่างรู้สึกปวดหัว ลำเพยพรรณเปิดประตูเข้ามาในห้อง นั่งลงข้างๆ วิลิปดา “ลิปดา เป็นยังไง ปวดหัวเหรอ ดูไม่ค่อยดีเลย”ลำเพยพรรณเอามือแตะหน้าผากลิปดา “คงนอนน้อยน่ะค่ะน้าพรรณ เมื่อวานโดนฝนด้วยกินยาไปก็เอาไม่อยู่ เราทำงานกลับดึกบ่อยๆ ทำไมไม่ซื้อรถสักคันล่ะ จะได้สะดวก” วิลิปดาส่ายหน้าเนือยๆ “ไม่เอาล่ะค่ะ ลิปดาขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้าก็สะดวกอยู่แล้ว ไม่อยากหาภาระเพิ่ม” ลำเพยพรรณบอก “แต่แม่เราเขาก็บอกว่าจะซื้อให้นี่นา” วิลิปดาชะงักไป “ถ้าลิปดาอยากได้อะไร ลิปดาจะหามันมาด้วยมือของตัวเองค่ะ ลิปดาไม่ต้องการความช่วยเหลืออะไรจากเขาทั้งนั้น” วิลิปดาพูดเสียงแข็ง ลำเพยพรรณมองหลานอย่างเป็นห่วง “แต่ยังไงเขาก็เป็น…” วิลิปดาพูดแทรกขึ้น “ลิปดาจะไปทำงานแล้วค่ะ” วิลิปดาตัดบทรีบลุกจากที่นอน แต่ลุกเร็วไปจนหน้ามืดเซไป ลำเพยพรรณเข้ามาประคองวิลิปดา วิลิปดาดูเพลียๆ

ที่สถานีตำรวจ พิมพ์สนมไปดำเนินการเรื่องอำไพ จนอำไพได้รับการปล่อยตัว อำไพดีใจมาก ยิ่งพอรู้ว่าเป็นเจ้านายของคตกริชมาช่วยก็คุยโวโอ้อวดใหญ่ว่าลูกชายเป็นคนโปรดของเจ้านาย พิมพ์สนมมองอำไพอย่างรู้สึกพิลึก

ด้านลำเพยพรรณก็โทรศัพท์ไปบอกลำเภาพาว่าวิลิปดาไม่สบาย ตัวร้อนมาก ลำเภาพาจึงรีบไปดูวิลิปดาที่บ้าน ลำเภาพาเข้าไปเยี่ยมวิลิปดา แต่วิลิปดาที่ยังงอนแม่อยู่ก็เดินหนี

หน้าห้องวิลิปดา วิลิปดาวิ่งออกมา แต่แล้วพอถึงบันไดก็มึนหัว โงนเงนจะเป็นลม เกือบตกบันได ลำเภาพาเข้ามาคว้าเอาไว้ “ลิปดาทำไมทำอย่างนี้ เดี๋ยวตกบันไดไปจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่” วิลิปดาค้อน “คุณสนใจด้วยเหรอคะ” ลำเภาพาเคืองๆ “ลิปดา...” ลำเพยพรรณตามออกมา “อย่าพูดกับแม่อย่างนั้นสิ ลิปดา” ลำเภาพาว่า “ช่างเถอะพรรณ เขาไม่คิดว่าฉันเป็นแม่หรอก” วิลิปดาสะบัดตัวออกจากลำเภาพา โพล่งออกมาทั้งน้ำตา “แล้วที่ผ่านมา คุณเคยทำให้หนูรู้สึกว่าคุณเป็นแม่หรือเปล่าละคะ” ลำเภาพาสะอึก มองวิลิปดาอย่างเสียใจ “เรารึอุตส่าห์มาเยี่ยม ทำไมถึงพูดแบบนี้” วิลิปดากัดริมฝีปากตัวเองอย่างพยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวด “ไม่ต้องมาเยี่ยมหรอกค่ะ หนูไม่ได้เป็นอะไร คุณไม่มาหนูก็ไม่ตาย” ลำเภาพาหงุดหงิด “นี่จะประชดกันไปถึงไหน!” ลำเพยพรรณพยายามไกล่เกลี่ย “พี่เภาคะ ลิปดาเขาไม่สบายอย่าถือสาเลย” ลำเภาพาเสียงแข็ง “ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ เจ้าตัวบอกเองไม่ใช่เหรอว่าไม่เป็นอะไร งั้นฉันก็ไม่มีอะไรแล้เหมือนกัน” ลำเภาพาเดินออกไปทั้งที่ในใจรู้สึกเจ็บปวด ลำเพยพรรณวิ่งตามลำเภาพาออกมา เรียกลำเภาพาไว้ “พี่เภาคะ เดี๋ยวก่อนค่ะ พี่เภาอย่าโกรธลูกเลยนะคะ ลูกคงน้อยใจหลายเรื่อง” ลำเภาพาไม่พอใจ “จะน้อยใจอะไรกันนักหนา” ลำเพยพรรณบอก “วันนั้นแกโทรไปอวยพรวันเกิด พี่เภาก็ไม่รับสาย ตอนแกได้รางวัลพี่เภาก็ไม่ไปร่วมงาน ไม่แม้แต่จะแสดงความยินดีกับแก จะไม่น้อยใจได้ยังไงคะ” ลำเภาพาเริ่มเย็นลง แต่ก็ไม่ยอม “ยัยลิปดาโตแล้ว น่าจะรู้ว่าฉันทำงานยุ่งแค่ไหน” ลำเพยพรรณมองหน้าพี่สาวอย่างอ่อนใจ “ถึงแกจะรู้ แต่ลูกที่ไหนก็อยากให้แม่ใส่ใจทั้งนั้น ถึงรางวัลที่พี่เภาจะมองว่าไม่สำคัญก็เถอะ” ลำเภาพาแก้ตัว “ก็ฉันติดธุระจริงๆ เพื่อนจัดงานวันเกิดให้ เขานัดไว้นานแล้วด้วย ฉันเกรงใจเขา” “มันก็อยู่ที่พี่เภาค่ะ ว่าให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากัน เพื่อน หรือ ลูก” ลำเภาพาอึ้งไป “ถ้า…ยัยลิปดายังไม่ดีขึ้น พี่ฝากเธอพาไปหาหมอด้วยแล้วกัน วันนี้พี่เหนื่อยๆ” ลำเภาพาพูดแค่นั้นแล้วรีบเดินออกไป ลำเพยพรรณมองตามแล้วต้องส่ายหัวอย่างกลุ้มใจ ไม่รู้จะจัดการยังไงดีกับเรื่องนี้ดี

ตอนที่ 6
ที่โต๊ะอาหารในบ้านวิลิปดา วิลิปดาลงมานั่งทานข้าว เขี่ยข้าวอย่างเหม่อลอย ลำเพยพรรณเห็นก็มองอย่างเป็นห่วง วิลิปดาเงยหน้ามองลำเพยพรรณ ฝืนยิ้มลำเพยพรรณเอ่ยขึ้น “แม่เขารักและเป็นห่วงเรามากนะ ทำไมต้องไปทิฐิกับเขาด้วย” วิลิปดาบอกน้ำเสียงงอนๆ “น้าพรรณอย่ามาแก้ตัวแทนเขาเลยค่ะ ถ้าน้าพรรณไม่โทรไป เขาก็ไม่มาหรอก” ลำเพยพรรณว่า “ก็ถ้าน้าไม่โทรไปเขาจะรู้ได้ยังไงล่ะ” วิลิปดาเบือนหน้าหนี “งั้นลิปดาต้องป่วยบ่อยๆ เขาถึงจะมาใช่ไหมคะ”ลำเพยพรรณถอนใจ “ลิปดา...พูดอย่างนี้อีกแล้ว ไม่น่ารักเลยนะ ถ้าแม่เขาได้ยินก็จะโกรธอีก” วิลิปดาตัดบท “ช่างเขาเถอะค่ะ ทุกวันนี้เขาก็เหมือนโกรธลิปดาอยู่แล้ว เราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะค่ะ” แววตาของลำเพยพรรณหลุบลงนิดหนึ่ง แต่แล้วก็ถอนใจจะเตือนอีก แต่เสียงกริ่งดังขึ้น ลำเพยพรรณออกไปดูก็พบพีรนันท์ที่มาเยี่ยมไข้วิลิปดา วิลิปดาก็รู้สึกแปลกใจที่พีรนันท์มาเยี่ยม

ขณะที่คตกริชก็กลับไปที่ร้านบอย และขอซื้อมอเตอร์ไซค์ของเขาคืน คตกริชเข้าไปลูบคลำมอเตอร์ไซค์อย่างดีใจ รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณลำเภาพามากยิ่งขึ้น

ที่บ้านวิลิปดา วิลิปดานั่งคุยกับพีรนันท์อย่างอารมณ์ดี จนพีรนันท์กลับไป ลำเพยพรรณเอ่ยถาม “ใช่คนเดียวกับที่เคยมาส่งลิปดาหรือเปล่าจ้ะ” วิลิปดารับคำว่าใช่ ลำเพยพรรณเลยถามตรงๆ “เขามาจีบลิปดาล่ะสิ” วิลิปดาเขินๆ “ไม่หรอกค่ะ พี่พีเป็นตัวแทนเพื่อนๆ ที่ออฟฟิศมาเยี่ยมลิปดาน่ะค่ะ” ลำเพยพรรณว่า “เอ...แต่เวลาน้าลาป่วย ก็ไม่เห็นมีเพื่อนที่ออฟฟิศมาเยี่ยมบ้างเลย” วิลิปดาบอก “ที่ออฟฟิศค่อนข้างซี้กันน่ะค่ะ แล้วอีกอย่างคงกลัวไม่มีงานไปส่งลูกค้าด้วยมั้งคะ” ลำเพยพรรณพยักหน้ายิ้มๆ “จ้าๆ น้าเชื่อ แต่ว่า...ท่าทางพีเขาก็เป็นคนน่ารักดีนะ” วิลิปดาตอบอายๆ “ลิปดายังไม่คิดอะไรกับเขาจริงๆ ค่ะ อยากตั้งใจทำงานไปก่อน” ลำเพยพรรณเดินเข้ามาจับไหล่หลานอย่างเอ็นดู “งั้นก็ดีจ้ะ เราดูๆ กันไปก่อน จะได้ไม่พลาด” วิลิปดาหน้าเจื่อนไปนิด “ไม่พลาด...เหมือนใครบางคนใช่ไหมคะ” ลำเพยพรรณถอนใจ “เอาอีกแล้วนะลิปดา อย่าพูดอย่างนี้อีกมันบาป” วิลิปดาชะงัก “ขอโทษค่ะน้าพรรณ ลิปดาพูดถึงตัวเองน่ะค่ะ ว่าเป็นความผิดพลาดที่ใครบางคนอาจจะไม่อยากให้เกิดขึ้น” ลำเพยพรรณมองหลานสาวอย่างเห็นใจ “ไม่มีใครคิดอย่างนั้นกับลิปดาหรอกจ้ะ น้าเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราเป็นความภาคภูมิใจของทุกคน ไม่ใช่ความผิดพลาดแน่นอน” วิลิปดาอดถามไม่ไม่ได้ “แล้วทำไมเขาถึงต้องยกหนูให้น้าละคะ” ลำเพยพรรณจ้องหน้าหลาน แล้วถามกลับ “ลิปดาพูดเหมือนไม่อยากอยู่กับน้า” วิลิปดารีบบอก “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ เพียงแต่หนูไม่เข้าใจหลายๆ อย่าง” ลำเพยพรรณบอก “น้าเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าแม่เขางานยุ่ง น้าก็เลยขอเรามาดูแลเอง อย่าคิดมากนะจ้ะ แม่กับน้ารักเรามากที่สุดเลย รู้ไหม...” ลำเพยพรรณกอดวิลิปดาไว้ วิลิปดาแอบน้ำตาซึม รู้ว่าลำเพยพรรณแค่พูดปลอบใจเท่านั้น

คืนวันเดียวกัน ที่บาร์โฮส วิมลกับบอนนี่กำลังแนะนำตัวกอล์ฟ เด็กใหม่ที่จะมาทำงานที่นี่ อธิปเข้าไปทักทายอย่างเป็นมิตร แต่กอล์ฟเดินหนีไม่สนใจรุ่นพี่ จนอธิปเกือบจะทนไม่ได้ เกือบจะมีเรื่อง ดีที่คตกริชห้ามไว้

บนเวทีที่บาร์โฮส กอล์ฟทำหน้าที่เป็นแดนเซอร์คลื่นลูกใหม่ ซินดี้เห็นกอล์ฟก็ถูกอกถูกใจ รวมถึงบรรดาลูกค้าสาวใหญ่คนอื่นๆ ด้วย ด้านอธิปซึ่งปกติซินดี้จะสนใจเป็นพิเศษ วันนี้ก็ยังตกกระป๋อง เพราะซินดี้ต้องการกอล์ฟเท่านั้น

ที่ลานจอดรถบาร์โฮส กอล์ฟประคองซินดี้ออกมาที่รถ ซินดี้อ้อน “โอ้ย...เดินไม่ไหว อุ้มหน่อยสิ” กอล์ฟอุ้มซินดี้ขึ้นมาจริงๆ ซินดี้หัวเราะชอบใจ กอล์ฟไปเปิดประตูรถด้านข้างคนขับ วางซินดี้ลงบนเบาะ แล้วตัวเองก็ไปนั่งด้านคนขับ ขับรถออกไป อธิปมองตามอย่างเจ็บใจ

ที่ในบ้านเช่า อธิปกลับเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางฮึดฮัด เตะของไปตามเรื่อง คตกริชมองอย่างเข้าใจ “เจ๊บอนนี่เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าอย่าไปผูกพันกับลูกค้า” อธิปตวาด “กูไม่ได้ผูกพันอะไร แต่หมั่นไส้ไอ้เด็กใหม่นั่นต่างหาก” แฟรงค์ว่า “ช่างเถอะน่า อย่าไปแลกกับคนอย่างนั้นเลย วันนี้เงินเดือนออกแล้ว พรุ่งนี้ไปไหนกันดี” อธิปตอบน้ำเสียงหงุดหงิด “ไม่มีอารมณ์จะไปว่ะ” แฟรงค์ปลอบ “เด็กใหม่เข้ามาเดี๋ยวก็เก่าแล้ว ของอย่างนี้มันวัดกันที่ฝีมือเอาใจลูกค้า กูเชื่อว่าคุณซินดี้ต้องกลับมาหามึง” อธิปไม่สนใจ ยังคงโวยวาย “บอกแล้วว่าไม่ได้อยากได้คุณซินดี้อะไรนั่น ลูกค้าอื่นมีเยอะแยะ แต่ไอ้เด็กใหม่มันซ่าส์นัก ถ้ามันยั่วกูจนทนไม่ไหว กูเอาเรื่องมันแน่” อธิปฮึดฮัดเข้าห้องไป คตกริชมองตามเพื่อและส่ายหัว “ที่จริงมันก็ผูกพันคุณซินดี้ด้วยแต่ยังปากแข็ง” แฟรงค์เห็นด้วย “เขาให้มันทุกอย่างนี่หว่า ที่มันมีรถมีเงินทุกวันนี้ ก็เพราะคุณซินดี้นั่นแหละ” คตกริชมองอธิปอย่างเห็นใจ แต่ไม่อยากเป็นอย่างอธิป

ด้านกอล์ฟที่ไปกับซินดี้ พอรู้ว่าซินดี้กระเป๋าหนัก กอล์ฟก็เอาใจซินดี้มากมาย ถูกใจซินดี้มาก

วันใหม่ คตกริชโทรศัพท์หาลำเภาพา ลำเภาพาดีใจมากแต่พยายามไม่แสดงออก คตกริชขอนัดพบลำเภาพาบอกว่ามีเรื่องจะพูดด้วย ลำเภาพาดีใจจนแทบจะกรี๊ดตรงนั้น

ที่ร้านกาแฟ คตกริชยื่นซองเงินให้ลำเภาพา ลำเภาพามองแปลกใจ “เมื่อวานเงินเดือนผมออก ก็เลยเอามาคืนคุณเภาครับ” ลำเภาพาผลักซองเงินกลับไป “ฉันไม่เอา ฉันบอกแล้วว่าไม่เอา เงินที่เธอติดหนี้ฉันทั้งหมด เอาไว้ไปหักลบกันตอนที่เธอทำงานให้ฉันแล้ว” คตกริชว่า “แต่ผมไม่สบายใจเลยนะครับ” ลำเภาพาบอก “ไม่ต้องคิดมาก ถ้าเธออยากตอบแทนฉัน วันนี้ไปกินข้าวเป็นเพื่อนฉันก็แล้วกัน” คตกริชมองลำเภาพาอย่างไม่แน่ใจ

ที่ห้างหรูแห่งหนึ่ง ลำเภาพากับคตกริชมาเดินเล่นบนห้าง บรรยากาศกระหนุงกระหนิงเหมือนแฟนที่เพิ่งคบกันใหม่ๆ ลำเภาพาให้คตกริชช่วยเลือกเสื้อผ้าของใช้ ทั้งคู่คุยกันหัวเราะสนุกสนาน ลำเภาพาเอาชุดแบบวัยรุ่นๆ มาทาบกับตัวเองแล้วโพสท่า คตกริชพยักหน้าชอบใจ ลำเภาพาชวนคตกริชไปดูเสื้อผ้าของใช้ผู้ชายแล้วซื้อให้ คตกริชตกใจรีบบอก “แพงขนาดนี้ผมรับไม่ได้หรอกครับคุณเภา” ลำเภาพาหงุดหงิด “เอ๊ะ บอกแล้วไงว่าอย่าเกรงใจรับไปเถอะ” คตกริชโบกมือจะปฏิเสธ แต่ลำเภาพาก็จับยัดใส่มือให้เขารับ ลำเภาพาชวนคตกริชไปเดินที่อื่นต่อ คตกริชรู้สึกไม่สบายใจ ลำเภาพาจะซื้อนาฬิกาหรูให้คตกริช แต่คตกริชนึกถึงอธิปจึงไม่ยอมรับ “ผมรับไม่ได้จริงๆ ครับ คุณเภากรุณาอย่าทำอย่างนี้อีก ขอโทษนะครับ” คตกริชเดินหนีออกไป ลำเภาพามองงงๆ แล้วรีบตามคตกริชไป “เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อนสิกริช ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย” คตกริชบอก “ขอโทษนะครับคุณเภา ผมไม่อยากให้คุณเภาทำเหมือนผมเป็น...เป็น...” ลำเภาพาแทรกขึ้น “ผู้ชายพวกนั้นน่ะเหรอ” คตกริชหน้าเจื่อน “ผมไม่ได้ดูถูกพวกเขานะครับ เพราะพวกเขาก็เป็นเพื่อนผมทั้งนั้น แต่ว่า.. ผมไม่อยากให้เราสองคนเป็นเหมือน...คนอื่น ที่เป็นแค่การซื้อขาย” ลำเภาพายิ้มออก ดีใจที่คตกริชจริงใจกับเธอ “กริช ฉันดีใจนะที่เธอคิดแบบนี้” คตกริชว่า “ที่ผ่านมาคุณเภาก็ช่วยผมมากพอแล้ว จนผมรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ และทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นเรื่อยๆ” “ฉันบอกแล้วว่าไม่ต้องรู้สึกอะไรทั้งนั้น ถ้าฉันเต็มใจให้ฉันก็จะให้” คตกริชว่า “นั่นแหละครับ ผมควรจะเป็นฝ่ายดูแลคุณมากกว่าที่คุณต้องมาดูแลผมขนาดนี้” ลำเภาพายอม “โอเค ฉันจะไม่ซื้ออะไรให้อีก แต่ถ้าเป็นโอกาสพิเศษเธอคงไม่ปฏิเสธใช่ไหม” คตกริชยิ้มตอบ “มันก็แล้วแต่สถานการณ์ครับ แต่ขอให้ผมได้ตอบแทนคุณเภาบ้างดีกว่า” ลำเภาพามองคตกริชอย่างประทับใจในความดีของเขา จึงเกาะแขนเขาซบเบาๆ คตกริชอึ้งๆ

วันใหม่ ลำเภาพา พาคตกริชไปพบเชิดศักดิ์ที่บริษัทลำเภาพา เมื่อเชิดศักดิ์พบคตกริชก็เอะใจและคิดว่าคตกริชยังเด็กไปและไม่มีประสบการณ์

ที่หน้าห้องประชุม คตกริชเดินออกมาจากห้องหลังสัมภาษณ์เสร็จ ลำเภาพาตามออกมาคุยด้วย “คุณเชิดติดเรื่องที่เธอไม่มีประสบการณ์ แต่ฉันจะส่งเธอเรียนคอร์สสั้นๆ เกี่ยวกับการจัดการ ก่อนทำงานด้วย” คตกริชว่า “ที่จริงจะให้ผมเริ่มจากตำแหน่งเล็กๆ ก่อนก็ได้นะครับ” ลำเภาพาเสียงแข็ง “ไม่...ฉันรับปากเธอแล้ว และฉันมั่นใจว่าเธอทำได้ ฉันมีธุระต้องคุยกับคุณเชิดศักดิ์ต่อ เธอกลับไปก่อน ไว้โทรคุยกันนะ” คตกริชกล่าวขอบคุณ ลำเภาพายิ้มให้กำลังใจคตกริช แล้วกลับเข้าห้องไป

ในห้องกาแฟบริษัทลำเภาพา ป้าแดงเข้ามาเม้าท์กับพิมพ์สนมที่กำลังชงกาแฟอยู่ “เห็นแล้วค่ะ คนที่คุณพิมพ์ว่า ดูดี หน้าตาหล่อจริงๆ ด้วยค่ะ แต่ท่าทางคุณเภาเหมือนจะเอ็นดูเป็นพิเศษด้วยนะคะ” พิมพ์สนมบอก “นั่นสิจ้ะ เมื่อกี้ยังมองฉันเหมือนหึงๆ ด้วยนะ ตอนที่ฉันเข้าไปคุยกับหนุ่มคนนั้น” ป้าแดงตกใจ “ต๊าย...คุณเภาน่ะเหรอคะจะกินเด็ก” พิมพ์สนมรีบปราม “จุ๊ๆ ป้า เดี๋ยวใครมาได้ยินก็โดนไล่ออกกันหมดหรอก ฉันแค่รู้สึก แต่อาจจะไม่มีอะไรก็ได้” ป้าแดงว่า “แหม...แต่เสียดายนะคะ ไม่ได้มาเป็นพนักงานที่นี่”

ในร้านกาแฟหรู เชิดศักดิ์จิบกาแฟอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยบอกลำเภาพา “ท่าทางคุณเภาจะเชียร์นายคตกริชนี่มากนะครับ คุณไปเจอเขาที่ไหน” ลำเภาพาตอบ “เขาทำงานกับเพื่อนคนนึงของฉันค่ะ ฉันเห็นว่าเขาเป็นคนขยัน ตั้งใจก็เลยอยากได้มาทำงานด้วย” เชิดศักดิ์พูดต่อ “แต่ผับของเราเปิดใหม่ แล้วถ้าได้ผู้จัดการที่ยังใหม่อีก ผมกลัวว่า...” ลำเภาพาบอกน้ำเสียงจริงจัง “ไม่ต้องกลัวค่ะ ฉันเชื่อว่าถึงจะใหม่แต่ตั้งใจทำงานก็น่าจะประสบความสำเร็จได้” เชิดศักดิ์ยังไม่แน่ใจ “คุณเชื่อแบบนั้น แสดงว่านายคตกริชนี่ต้องไม่ธรรมดา” ลำเภาพาจ้องหน้าเชิดศักดิ์ “คุณเคยเห็นฉันทำอะไรที่ธรรมดาหรือเปล่าละคะ เดี๋ยวฉันจะพาคุณไปพบคนๆ นึง ที่ฉันคิดว่าเขาจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีได้อีกคน” เชิดศักดิ์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

ตอนที่ 7
ที่บาร์โฮส วิมลพาเชิดศักดิ์กับลำเภาพาเดินดูบาร์ที่ยังไม่ถึงเวลาเปิด เชิดศักดิ์มองไปรอบๆ อย่างทึ่ง “โอ้โห... ผมไม่ยักรู้ว่าในนี้มันใหญ่โตขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเภา ผมคงไม่มีโอกาสเข้ามาเห็น” วิมลว่า “ใช่จ้ะ ที่นี่รับเฉพาะเมมเบอร์ที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น” เชิดศักดิ์มองไปทางลำเภาพา แซวๆ “คุณเภาเป็นเมมเบอร์มากี่ปีแล้วครับ” ลำเภาพาว่า “ตั้งแต่เริ่มเปิดเลยค่ะ... ฉันบอกแล้วว่าไม่เคยมาเที่ยว” เชิดศักดิ์รีบบอก “โอ้ย...ผมล้อเล่นน่ะครับ” วิมลมองขำๆ “สองคนนี้หยอกกันน่าเอ็นดู เภาไม่เคยเที่ยวหรอกจ้ะ แต่พี่เพิ่งจัดวันเกิดให้เภาที่นี่” เชิดศักดิ์ยิ้ม “มิน่าผมถึงไม่ได้รับเชิญ” ลำเภาพาบอก “ดีแล้วล่ะค่ะ ไม่งั้นคุณคงอิจฉาหนุ่มๆ ที่มีแต่ซิกแพคแน่ๆ เข้าเรื่องดีกว่า ที่ฉันพามาดูก็เพราะชอบการตกแต่งของที่นี่ แล้วก็อยากได้คำแนะนำเรื่องธุรกิจจากพี่มลด้วย” เชิดศักดิ์มองไปรอบๆ “ผมก็ชอบนะ คลาสสิกเหมาะกับทาร์เก็ตของเรา” วิมลหันไปบอกทั้งสองคน “เรื่องการบริหารเดี๋ยวเราเข้าไปคุยกันในห้องดีกว่า เพราะบาร์จะเปิดแล้ว” เชิดศักดิ์ถามขึ้น “ผมอยู่ดูไม่ได้เหรอครับ” วิมลยิ้มให้ ก่อนจะตอบ “ไม่ได้จ้ะ ทุกอย่างที่นี่ลับเฉพาะสาวๆ เท่านั้น” เชิดศักดิ์ทำหน้าเสียดาย แต่ก็จำใจเดินตามวิมลกับลำเภาพาออกไป

ตอนกลางคืน ที่บาร์โฮส หลังจากที่เชิดศักดิ์กลับไปแล้ว ลำเภาพาก็อยู่รอที่จะได้พบหน้าคตกริช แต่ก่อนที่การแสดงโชว์ของหนุ่มๆ จะเริ่มขึ้น ก็เกิดเหตุทะเลาะกันขึ้นระหว่างพวกโอมกับพวกกอล์ฟเสียก่อน เดือดร้อนบอนนี่กับวิมลต้องเข้าไปช่วยกันห้าม ทุกๆคนหน้าตาปูดโปนเพราะชกต่อยกัน บอนนี่ไม่รู้จะทำยังไงดี เลยตัดสินใจไปขอร้องให้คตกริชช่วยออกไปรับหน้าเสื่อเต้นโชว์แทน เพราะไม่เหลือใครแล้ว คตกริชหนักใจ ไม่อยากออกไป แต่บอนนี่ขู่ว่าจะไล่โอมออก ถ้าคตกริชไม่ช่วย คตกริชรู้ดีว่าลูกของโอมที่กำลังป่วยอยู่ต้องใช้เงินในการรักษา ถ้าโอมถูกไล่ออกก็คงไม่มีเงิน และจะไปหางานอื่นทำก็คงไม่ได้ เพราะโอมอายุมากแล้ว คตกริชจึงจำใจยอมออกไปเต้นโชว์แทนเพื่อน

ลำเภาพาเมื่อรู้ว่าคตกริชออกไปเต้นโชว์ก็รู้สึกเสียใจ เธอผลุนผลันออกไปจากบาร์โฮสด้วยความโกรธ ลำเภาพาเดินเซๆ ออกมาอย่างหมดแรง พอมาถึงที่รถก็เปิดประตูขึ้นไปนั่ง “ทำไม...ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้” ลำเภาพาซบหน้ากับพวงมาลัยร้องไห้ออกมาทั้งโกรธทั้งเสียใจ

หลังจากโชว์เสร็จ คตกริชพยายามโทรศัพท์หาลำเภาพา แต่ลำเภาพาที่โกรธคตกริชมาก ไม่ยอมรับสายโทรศัพท์ คตกริชงงไม่รู้ว่าลำเภาพาเป็นอะไร ทำไมถึงไม่ยอมรับสายตนเอง

วันใหม่ คตกริชได้รับโทรศัพท์จากบริษัทโฆษณาที่วิลิปดาทำงานว่า ทางบริษัทรับเขาเข้าเป็นพนักงาน คตกริชดีใจมาก รีบโทรศัพท์บอกลำเภาพา แต่ลำเภาพาก็ยังคงไม่รับสายเขา

ขณะที่ซินดี้กับกอล์ฟก็ยังคงเป็นคู่ขาที่เริงร่าสนุกสนาน แต่แล้ววันหนึ่ง ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อสุรพงษ์สามีของซินดี้จับได้คาหนังคาเขา สุรพงษ์ซ้อมทั้งซินดี้และกอล์ฟจนได้รับบาดเจ็บ ต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล

กลางดึกวันใหม่ ที่บาร์โฮส คตกริชเดินเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มอยู่อย่างแข็งขัน เขาเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟที่นิกกี้และหงส์ที่นั่งอยู่ด้วยกัน คตกริชวางเครื่องดื่มเสร็จจะเดินออกไป นิกกี้โบกมือให้ใครบางคน คตกริชหันไปมอง เห็นลีน่ากับดาวเข้ามานั่งกับนิกกี้และหงส์ ลีน่าเอ่ยถามถึงซินดี้ นิกกี้ว่า “พี่ลีน่าไม่รู้เหรอว่าซินดี้เข้าโรงพยาบาล” คตกริชชะงัก เงี่ยหูฟังทันที ลีน่าตกใจ “อ้าว...น้องซินเป็นอะไร” นิกกี้บอก “ถูกผัวซ้อมซะหน้าเละเลย” ดาวฟังแล้วตกใจ “หา...อะไรนะ ทำไมถึงถูกซ้อมล่ะ เห็นผัวรักผัวหลงจะตายไป” หงส์เม้าท์ “ก็เรื่องที่แอบเลี้ยงเด็กไง แล้วมีใครก็ไม่รู้ดันโทรไปบอกกับผัวแก่ของเขา เจ๊ก็รู้ว่านายสุรพงษ์นั่นโหดแค่ไหน มันไม่ยั้งมือเลย” ลีน่าเอามือทาบอกอย่างตกใจ “ตายแล้วน่าสงสารน้องซิน” หงส์ว่า “นั่นสิ ดูเหมือนซินดี้จะร่าเริงเหมือนชีวิตสุขสบายนะ แต่ใครจะรู้ว่าเงินที่ใช้อยู่น่ะ มันต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง” ลีน่าหน้าเศร้า “โธ่...ซินดี้เอ๊ย มีผัวรวยก็เป็นแค่เมียน้อยเขา จะเลี้ยงเด็กให้ชุ่มชื่นหัวใจบ้างก็ดันถูกจับได้อีกเฮ้อ...” ลีน่ากับนิกกี้มองหน้ากันอย่างรู้สึกขนลุก คตกริชที่ฟังอยู่มุมหนึ่ง รู้สึกสะท้อนใจ

ที่หน้าห้องเก็บของ คตกริชจะเดินเข้าไปยกขวดเครื่องดื่มที่ในห้อง แต่แล้วก็ชะงักได้ยินเสียงดิวกับแซมคุยกันดังแว่วเข้ามา “วันนี้กอล์ฟไม่มาเหรอ” แซมพยักหน้า “มันเจ็บหนักอยู่” ดิวถามต่อ “อ้าว...มันเป็นอะไร” แซมบอก “มันโดนผัวคุณซินดี้ซ้อม เออ...มันซวยว่ะ คนอื่นทำมาตั้งนานไม่เห็นเป็นไร ไอ้นี่โดนหนักเลย” อธิปเดินเข้ามาสีหน้าเยาะๆ “สมน้ำหน้า ไอ้พวกโลภ หน้าเงิน” แซมว่า “แล้วมึงเสือกอะไรด้วยวะ” อธิปตีหน้าซื่อ “เฮ้ยๆ กูพูดขึ้นมาลอยๆ หนักหัวพ่อมึงเหรอวะ” ดิวจ้องหน้าอธิป “กูรู้นะ ว่ามึงพูดถึงไอ้กอล์ฟ” อธิปจ้องหน้าท้าทาย “อ๋อ...เพิ่งรู้ว่าไอ้กอล์ฟเป็นพ่อมึง” ดิวไม่พอใจตรงเข้าไปชกอธิป แต่อธิปหลบได้ทัน ดิวเลยพลาด แซมตามเข้าไปเตะอธิป อธิปเข้าไปชกแซมแล้วจะซ้ำ คตกริชเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปคว้าตัวอธิปลากออกมา

ที่หลังบาร์โฮส คตกริชลากอธิปออกมา แล้วกระแทกอธิปลงกับผนังแรงๆ “ฝีมือมึงใช่ไหมอธิป เรื่องคุณซินดี้กับไอ้กอล์ฟน่ะ” อธิปหัวเราะหึๆ พลางยักไหล่ คตกริชว่า“มึงไม่คิดถึงคุณซินดี้บ้างหรือไง ว่าเขาเคยดีกับมึงมากแค่ไหน” อธิปกัดฟันกรามแน่นก่อนจะบอก “ก็เพราะกูคิดถึงคุณซินดี้นั่นแหละ กูอยากจะช่วยเขา ก่อนที่เขาจะถูกไอ้แมงดานั่นปอกลอกจนหมดตัว” คตกริชไม่เห็นด้วย “แต่ว่า...เขาอาจจะถูกแฟนเขาทำร้ายจนเสียโฉมเลยก็ได้” อธิปเถียง “ไม่หรอก กูรู้จักคุณซินดี้ดี เขารู้จักเอาตัวรอดได้ มึงไม่ต้องห่วงคนอื่น ห่วงตัวมึงเองก่อนเถอะ” พูดจบอธิปก็เดินออกไป คตกริชมองตามเครียดๆ

ลำเภาพาก็ออกไปดูผับกับเชิดศักดิ์เพื่อดูการออกแบบ หลังจากดูเสร็จ เชิดศักดิ์ก็ชวนลำเภาพาไปดื่มฉลองกัน

ในผับลำเภาพา ลำเภาพานั่งดื่มด้วยท่าทางกรึ่มๆ ข้างตัวเธอมีขวดและแก้วเปล่าที่ดื่มแล้วเชิดศักดิ์ห้าม “พอเถอะคุณเภา คุณเมามากแล้วนะ” ลำเภาพาพูดอ้อแอ้ “ฉันอยากเมามากกว่านี้จะได้ลืมๆ เรื่องวุ่นวายให้หมด” ลำเภาพาดื่มจนหมดแล้ว แล้วยกมือจะสั่งเครื่องดื่มอีก แต่เชิดศักดิ์ดึงมือไว้ “พอแล้วดีกว่า ผมง่วงแล้ว เรากลับบ้านเถอะ” ลำเภาพาโบกมือ “งั้นคุณกลับไปก่อน ฉันจะดื่มต่อ” เชิดศักดิ์บอก “ไม่ได้หรอก มันอันตราย ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน” ลำเภาพายังมีท่าทางหงุดหงิดไม่ยอม “ฉันจะกินเหล้า เอาเหล้ามาอีก เอามา...” ลำเภาพางัวเงีย เริ่มนั่งไม่ติด เชิดศักดิ์เข้าไปประคองลำเภาพาไว้

ที่หน้าบ้านลำเภาพา รถของเชิดศักดิ์แล่นมาจอด เชิดศักดิ์ประคองลำเภาพาลงจากรถ ลำเภาพาเมาอ้อแอ้ ลิลลี่งัวเงียออกมาดู ยกมือไหว้เชิดศักดิ์ แล้วเข้าไปช่วยประคองลำเภาพา แต่งัวเงียเดินชนขอบประตู เชิดศักดิ์ว่า “อ้าว นี่จะเมาแทนเจ้านายแล้ว ไปนอนไป เดี๋ยวฉันดูแลคุณเภาเอง” เชิดศักดิ์ประคองลำเภาพาขึ้นไปบนห้อง ลิลลี่มองตามแล้วนั่งแปะตรงนั้นหลับต่อ

ในห้องนอนลำเภาพา เชิดศักดิ์อุ้มลำเภาพาขึ้นมาบนห้อง วางลงบนเตียง แต่เสียจังหวะ ทำให้เขาล้มลงไปพร้อมกับเธอ เชิดศักดิ์จะลุก แต่แขนเขาถูกลำเภาพาทับไว้ จึงพยายามจะดึงออกมา แต่ลำเภาพาพูดขึ้น “ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้ หือ...ทำไมต้องทำให้ฉันเสียใจด้วย” เชิดศักดิ์ชะงัก กลอกตาไปมา แกล้งสวมรอย “ผมทำอะไรให้คุณเสียใจครับ” “ขึ้นไปบนเวทีทำไม ไหนบอกว่าไม่ขายไง ขึ้นไปเต้นทำไม เธอทำให้ฉันผิดหวังนะกริช...ทำไมฉันตัดใจจากเธอไม่ได้สักที เพราะอะไร หรือว่าฉัน...รัก” ลำเภาพาพลิกตัวมากอดเชิดศักดิ์ไว้แล้วซบกับเขาหลับไป เชิดศักดิ์มองหน้าลำเภาพาอย่างหลงใหล แล้วไล้ผมที่หน้าของเธอ จ้องมองหน้าเธอ เชิดศักดิ์คิดจะฉวยโอกาสนี้ไว้ไม่ให้หลุดลอยไป

ที่ห้องแต่งตัวบาร์โฮส คตกริชถอดเครื่องแบบออก แล้วหยิบเสื้อตัวเองที่แขวนไว้ขึ้นมาสวม เขามองตัวเองในกระจก จับเสื้อตัวเองแล้วนึกถึงลำเภาพาตอนที่เธอซื้อเสื้อผ้าให้ คตกริชหยิบมือถือขึ้นมา กดเบอร์จะโทรหาลำเภาพา แต่ยังลังเล มองเบอร์ของลำเภาพาอย่างชั่งใจอีกครั้ง สุดท้ายคตกริชก็เปลี่ยนใจไม่กดโทรออกหาลำเภาพา คตกริชถอนใจก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วเดินออกจากห้องไป

ในห้องนอนลำเภาพา เชิดศักดิ์เอามือลูบไล้ใบหน้าของลำเภาพาเบาๆ ลำเภาพาหลับไม่รู้ตัว เชิดศักดิ์กำลังจะจูบลำเภาพาด้วยอารมณ์พาไป แต่แล้วลิลลี่ก็เปิดประตูผลัวะเข้ามาในห้อง เชิดศักดิ์ชะงัก ลิลลี่ตกใจหายง่วงทันที ทำท่าปิดตา “ว้าย...ลิลลี่ไม่รู้ ลิลลี่ไม่เห็นนะคะ” เชิดศักดิ์รีบลุกขึ้น จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะหันไปบอก “ดูแลเจ้านายเธอให้ดี ฉันกลับล่ะ” เชิดศักดิ์รีบออกไป ลิลลี่มองตามงงๆ แล้วเข้าไปดูลำเภาพาอย่างเป็นห่วง

วันใหม่ ลำเภาพากับวิมลนั่งทานกาแฟกันอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง หลังจากไปเยี่ยมซินดี้ที่โรงพยาบาลมา “น่าสงสารพี่ซินดี้นะคะ สามีเขาไม่น่าทำร้ายกันขนาดนี้เลย” วิมลว่า “เนี่ยแหละนะผู้ชาย ทีตัวเองมีเมียน้อยได้ แต่พอเมียน้อยตัวเองไปมีกิ๊กบ้างกลับรับไม่ได้” ลำเภาพาได้แต่ถอนใจ “ผู้ชายนี่เห็นแก่ตัวแทบทุกคนเลยนะคะ” วิมลบอก “มันเป็นสัญชาตญาณที่พวกเขาต้องการแสดงอำนาจไงจ้ะ” ลำเภาพาฟังแล้วอดแสดงความคิดเห็นไม่ได้ “แต่พี่มลก็ยังคุมพวกเด็กๆ ได้” วิมลส่ายหัว “โอ๊ย...บางทีก็วุ่นวายจะตาย วันก่อนก็มีเรื่องชกต่อยกัน บาร์แทบแตก” ลำเภาพาอยากรู้ “ชกต่อยกันเรื่องอะไรคะ” วิมลจึงเล่าเรื่องให้ลำเภาพาฟัง ลำเภาพาอุทานออกมาอย่างตกใจ “โอ้โฮ...ชกต่อยกันจนหัวร้างข้างแตกเลยเหรอคะ” วิมลว่า “ก็วันที่น้องเภาไปนั่นแหละ นี่อย่าไปบอกใครนะ พวกเด็กๆ มันมีเรื่องกันจนบางคนขึ้นโชว์ไม่ได้เลย โชคดีที่ได้กริชขึ้นไปโชว์แทนโอม” ลำเภาพาหน้าตึงขึ้นมาทันทีด้วยความไม่พอใจ “ฮึ...คงได้ลูกค้าเพียบเลยสิคะ” วิมลแก้ “กริชขึ้นไปโชว์อย่างเดียว ไม่ได้ขายจริงๆ ขนาดซินดี้ตามไปถาม เขายังเดินหนีจนโดนซินดี้โกรธเลย” ลำเภาพาอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะละล่ำละลักถาม “แค่ขึ้นไปโชว์เท่านั้นเหรอคะ” วิมลพยักหน้า “ใช่จ้ะ อ๋อ...วันนั้นคุณน้องรีบกลับนี่ พี่ยังงงเลยทำไมออกมาอีกทีก็หายไปแล้ว” ลำเพาภาหน้าเจื่อน “เอ่อ...วันนั้นเภาง่วงน่ะค่ะ” วิมลพยักหน้าเข้าใจ แต่แอบเหลือบมอง ลอบสังเกตสีหน้าลำเภาพา “คุณพี่เข้าใจ คุณน้องไม่ชอบเที่ยวที่แบบนั้นด้วย ไปอยู่นานๆ ก็คงเบื่อ” ลำเภาพาเริ่มนั่งไม่เป็นสุข ดูนาฬิกา วิมลสังเกตเห็นก็ถาม “น้องเภาจะรีบไปไหนหรือเปล่าจ้ะ” ลำเภาพาได้ทีรีบบอก“เดี๋ยวเภามีนัดต่อค่ะ ต้องขอโทษพี่มลด้วยนะคะ” วิมลว่า “ไม่เป็นไร งั้นรีบไปเถอะจ้ะ น้องเช็คบิลด้วยจ้ะ” ลำเภาพาคิดถึงคตกริชอย่างรู้สึกร้อนใจ

ตอนที่ 8
ที่หน้าร้านกาแฟ ลำเภาพาเข้ามานั่งในรถแล้วสตาร์ทเครื่อง พลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาคตกริช แต่เขาไม่รับสาย ลำเภาพาเครียดไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี อยู่ๆเสียงมือถือของเธอก็ดังขึ้น ลำเภาพายกมือถือขึ้นดูหน้าจอแล้วกดรับสาย “ฮัลโหล ว่าไงจ้ะพรรณ” ลำเพยพรรณแอบออกมาโทรศัพท์ ไม่ให้วิลิปดาได้ยิน “พี่เภาคะ จำได้หรือเปล่า อีกสองอาทิตย์เป็นวันอะไร” ลำเภาพาชะงักไปนิดหนึ่ง ด้วยความรู้สึกขัดแย้งในใจ เพราะเป็นวันที่เธออยากจะลืม แต่ไม่มีวันลืมได้ “จำได้สิ ทำไมฉันจะจำไม่ได้” ลำเพยพรรณยิ้มๆ “พรรณคิดว่าปีนี้จะจัดงานวันเกิดให้ลิปดาพิเศษกว่าทุกปี เพราะแกเริ่มทำงานปีแรก พี่เภาว่าดีไหมคะ” ลำเภาพาตอบไปงั้นๆ “ก็ดีจ้ะ แล้วจะจัดที่ไหนเหรอ” ลำเพยพรรณบอก “พรรณจะจัดให้ที่บ้านน่ะค่ะ ก็เลยอยากจะให้พี่เภาเตรียมของขวัญวันเกิดที่เซอร์ไพรส์ยัยลิปดาไว้ด้วย” ลำเภาพาถามน้องสาว “ถ้างั้นฉันควรจะซื้ออะไรให้ดีล่ะ” ลำเพยพรรณบอกยิ้มๆ “เรื่องนี้พี่เภาต้องไปสืบจากยัยลิปดาเองดีกว่าค่ะ ถ้าพรรณบอกมันจะง่ายเกินไป” ลำเภาพาฟังแล้วนิ่วหน้าอย่างรู้สึกยุ่งยากใจทันที

ด้านคตกริชก็ต้องตามไปช่วยอำไพ เมื่ออำไพโทรศัพท์มาตามตัวบอกว่า ชัชขโมยเงินและข้าวของหนีไป แล้วเจ้าหนี้ก็กำลังตามทวงเงิน

คตกริชตามไปที่บ้านอำไพ พอดีกับที่ลำเภาพาโทรศัพท์มาหาคตกริช แล้วก็ได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญของอำไพ คตกริชจึงต้องขอตัวลำเภาพาวางสายก่อน ลำเภาพาได้ยินเสียงอำไพก็มีสีหน้าครุ่นคิดลำเภาพาตัดสินใจตามไปที่บ้านอำไพ และก็ให้เงินช่วยเหลือ คตกริชรู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของลำเภาพาอีกครั้ง คตกริชจึงเล่าเรื่องงานบริษัทโฆษณาให้ลำเภาพาฟัง ลำเภาพาว่า “ถ้าอยากทำงานทำไมไม่บอกฉันไปทำงานกับฉันก็ได้” คตกริชค้านทันที “มันไม่ดีหรอกครับ ผมรบกวนคุณเภามากแล้ว” ลำเภาพาชักสีหน้าไม่พอใจ “รบกวนอีกแล้ว ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอยากให้เธอนึกถึงฉันคนแรกเวลาที่มีปัญหา” คตกริชบอกน้ำเสียงจริงจัง “แต่ผมควรจะได้ทำอะไรเอง ให้ได้ภาคภูมิใจในตัวเองบ้าง” ลำเภาพาเข้าไปกอดคตกริชจากด้านหลัง “งั้นก็ตามใจ ถ้าเธอเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำ ฉันชอบเธอเพราะเธอเป็นคนอย่างนี้นี่แหละ” คตกริชอึ้ง รู้สึกสับสนขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ค่อยๆยกมือขึ้นกอดตอบลำเภาพา

ที่ฝ่ายบุคคลบริษัทโฆษณา คตกริชเซ็นชื่อในสัญญาเสร็จแล้ว ก็มีโอกาสได้พบกับวิลิปดา วิลิปดาส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร คตกริชรู้สึกว่าโลกทั้งใบสดใสขึ้น คตกริชรีบแนะนำตัวให้วิลิปดารู้จักทันที วิลิปดาว่า “อ๋อ...ที่แท้คุณนี่เอง ที่จะมาเป็นเออีคนใหม่” ทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน “บังเอิญจัง” ทั้งสองหัวเราะออกมาคตกริชยิ้ม “คุณจำผมได้ด้วยเหรอครับ” วิลิปดาแกล้ง “เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอคะ” คตกริชยิ้มอีกครั้ง เพราะรู้ว่าเธอจำได้แต่แกล้งถาม “คงจะเป็นชาติที่แล้วมั้งครับ” วิลิปดาทำหน้าไก๋ คตกริชมองวิลิปดาแล้วรู้สึกเหมือนใจจะละลาย แต่จำต้องตัดใจ “ผมไปก่อนนะครับ แล้วเจอกัน” วิลิปดาเรียกไว้ “เอ่อ แล้วคุณจะมาเริ่มงานเมื่อไรคะ” คตกริชหัวใจพองโตบอก “อยากจะเริ่มพรุ่งนี้เลยละครับ แต่บอกคุณแป๋มไว้ว่าเดือนหน้า” วิลิปดายิ้มให้คตกริช “งั้นเดือนหน้าเจอกันค่ะ” คตกริชเดินออกไป วิลิปดานั่งทำงานต่อ แต่จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว

วันใหม่ คตกริชตัดสินใจเข้าไปลาออกจากบาร์โฮส วิมลมองคตกริชอย่างรู้สึกเสียดาย แต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไร เพียงแค่เอ่ยถามเรื่องลำเภาพา “เรื่องเธอกับคุณเภาเป็นยังไงบ้าง” คตกริชชะงัก มองหน้าวิมลอย่างนึกไม่ถึง “อย่านึกว่าฉันดูไม่ออกนะ ว่าเธอกับคุณเภามีซัมธิงรองกันอยู่ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ แต่ฉันอยากจะเตือนเธอว่าเภาเป็นคนจริงจังกับความรักมาก เขาเคยพลาดมาแล้วครั้งนึง จนไม่ยอมเปิดใจให้ใครเข้ามาอีกเป็นสิบปี ดูแลคุณเภาดีๆ อย่าทำให้เขาเสียใจนะ” คตกริชอึ้งไป สีหน้าเครียด

วันใหม่ ลำเภาพาชวนคตกริชมาช่วยเลือกซื้อของขวัญวันเกิดสำหรับวิลิปดาที่ห้างสรรพสินค้า ลำเภาพาเดินควงกับคตกริชอย่างหวานชื่น มองหาของขวัญให้วิลิปดา

ตอนกลางคืน ที่สนามบ้านวิลิปดา วิลิปดากลับมา เห็นลำเพยพรรณกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ที่สนามหน้าบ้าน วิลิปดาเอ่ยบอก “วันนี้ไม่มีใครว่างมาเลยค่ะ แป๋มนัดเพื่อนบอกว่าจะตามมา แต่ท่าทางคงยาวเลย ส่วนพี่พีก็ไม่ค่อยสบาย” ลำเพยพรรณว่า “ไม่เป็นไร เราก็กินกันสองคนไม่เห็นเป็นไรเลย” วิลิปดาพยักหน้ารับเศร้าๆ “นั่นสิคะ มีน้าพรรณคนเดียวลิปดาก็พอใจแล้ว” ลำเพยพรรณยิ้ม “น่ารักที่สุด งั้นไปช่วยน้ายกอาหารออกมาวันนี้เราจะกินกันให้พุงกางเลย” วิลิปดาเดินตามลำเพยพรรณเข้าไปในบ้าน

ในบ้านวิลิปดา ลำเพยพรรณพาวิลิปดาเข้าไปในบ้าน แต่ทันทีที่เข้าไป ไฟในบ้านก็สว่างพรึบขึ้น วิลิปดาตกใจ “แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู” ลำเภาพายกเค้กออกมา วิลิปดายิ่งตะลึงงัน ทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่ง ก่อนที่ลำเภาพาจะพยายามพูดอย่างจริงใจที่สุด “แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะจ้ะลิปดา” วิลิปดามองลำเภาพาอย่างแปลกใจ ลำเภาพาพยายามยิ้มให้ ทั้งสองจ้องมองกันครู่หนึ่ง เหมือนต่างคนต่างดูท่าทีของอีกฝ่าย “เป่าเทียนเลยสิจ้ะ ลิปดา” ลำเพยพรรณเอ่ยขึ้น วิลิปดาเป่าเทียนจนหมด ทุกคนปรบมือให้พีรนันท์กับแป๋มออกมาพร้อมกับจาน “มาตัดเค้กเลยจ้ะ เดี๋ยวพี่ช่วย” พีรนันท์กุลีกุจอ เข้าไปช่วยวิลิปดาตัดเค้กจนแป๋มอดแซวไม่ได้ “คู่บ่าวสาวตัดเค้กแล้ว” ทุกคนเฮลั่น วิลิปดาหัไปดุ “ยัยแป๋มนี่...” ลำเภาพามองวิลิปดากับพีรนันท์อย่างพอใจ รู้สึกถึงความเหมาะสมของทั้งคู่

ในบ้านวิลิปดา ลำเภาพานั่งคุยอยู่กับลำเพยพรรณ มองทุกคนอย่างเพลิดเพลิน “วันนี้ลิปดามีความสุขมากเลยนะคะ” ลำเภาพาเห็นด้วย “นั่นสิ อยู่กับเพื่อนนี่เป็นอีกคนนึงเลย ดูร่าเริงเชียว” “พรรณว่า ที่วันนี้ลิปดามีความสุขที่สุด ก็เพราะพี่เภามาร่วมงานนี่แหละค่ะ” ลำเภาพาไม่ค่อยเชื่อ “จริงเหรอ” ลำเพยพรรณพยักหน้า “จริงสิคะ ถึงแกจะไม่พูดแต่พรรณดูออก ปีก่อนๆ ที่พี่เภาไม่มาเพราะติดธุระบ้าง ไปต่างประเทศบ้าง แกก็ไม่สนุกเท่าวันนี้เลยนะคะ” ลำเภาพายิ้มนิดๆ แล้วบอก “ต่อไปนี้ฉันจะพยายามมาทุกปีก็แล้วกัน” ลำเพยพรรณดีใจ ลำเภาพามองลิปดากับพีที่หยอกล้อกันแล้วถามขึ้น “พีเป็นแฟนลิปดาเหรอ” ลำเพยพรรณว่า “พีก็เพียรมาส่งแทบทุกวันค่ะ แต่ลิปดายังปากแข็ง บอกว่าคิดเป็นพี่ชาย” ลำเภาพามองวิลิปดาขำๆ “ยัยลิปดาไม่มีพี่น้องคงจะสับสนระหว่างความรู้สึกคนรักกับพี่ชายจริงๆล่ะสิ” “พรรณว่าลิปดาเป็นคนใจแข็งมากกว่าพีต้องใช้ความพยายามมากหน่อยถึงจะเอาชนะใจยัยลิปดาได้” ลำเภาพรรณว่า “ก็ดีเหมือนกัน จะคบใครต้องดูกันนานๆ” เสียงมือถือของลำเภาพาดังขึ้น ลำเภาพาเห็นหน้าจอก็ดีใจ รีบขอตัวลำเพยพรรณออกไปรับโทรศัพท์ ลำเพยพรรณมองตามสงสัย

ที่มุมลับตาคน ลำเภาพากดรับสายคตกริชอย่างดีใจ ขณะที่คตกริชก็แอบหลบมาคุย “คุณเภาอยู่ที่ไหนเหรอครับ” ลำเภาพาบอก “วันนี้มางานวันเกิดหลานจ้ะ” “เป็นไงบ้างครับ หลานชอบของขวัญหรือเปล่า” ลำเภาพายิ้ม “ยังไม่ถึงเวลาให้ของขวัญเลยจ้ะ เดี๋ยวเสร็จแล้วฉันจะโทรรายงาน แต่เธอน่ะกล้ามากเลยนะที่แนะนำของขวัญชิ้นนี้ให้ฉัน” คตกริชว่า “ผมแค่พูดเล่นๆ นะครับ ไม่น่าเชื่อว่าคุณเภาจะใจป้ำเอาจริง” “ไม่ได้ใจป้ำหรอก หลานคนนี้เขาเป็นเด็กดีแต่เราไม่ค่อยมีเวลาได้ใกล้ชิดกัน ถ้าอะไรที่ให้เขาได้ฉันก็ควรจะให้” ลำเภาพามองไปทางวิลิปดาอย่างสับสนในความรู้สึก คตกริชวางสายไปแล้ว ลำเภาพาเดินกลับมาหาลำเพยพรรณด้วยสีหน้าสดใส ลำเพยพรรณหันไปมองยิ้มๆ “หนุ่มโทรมาเหรอคะ” ลำเภาพาเขินๆ “เธอแอบฟังเหรอ” ลำเพยพรรณรีบบอก “เปล่าค่ะ แต่เห็นสีหน้าก็รู้แล้ว พักนี้พี่เภาดูสดใส อารมณ์ดี เหมือนกลับไปเป็นสาวเลยนะ” ลำเภาพาค้อน “แล้วเมื่อก่อนแก่มากเลยเหรอ” ลำเพยพรรณว่า “ไม่ใช่ค่ะ แต่เมื่อก่อนดูเคร่งเครียด ทำแต่งานไม่สนใจใครเลย พรรณว่าพี่เภามีเรื่องกุ๊กกิ๊กๆ บ้างก็ดีนะคะ” ลำเภาพาถามกลับ “ว่าแต่ฉัน แล้วเธอล่ะ” ลำเพยพรรณบอก “พรรณดูแลยัยลิปดาก็มีความสุขแล้วค่ะ ถ้าจะมีก็มี ไม่มีก็ไม่เป็นไร พรรณไม่อยากคาดหวังอะไร ถ้าคาดหวังมากก็จะผิดหวังมากด้วย” ลำเภาพาแทรกขึ้น “เหมือนฉันใช่ไหม” “พี่เภาเวลาให้ใครก็มักจะให้เกินร้อย พรรณอยากให้พี่ระวังด้วย เพราะคนสมัยนี้ชอบฉวยโอกาสเอาเปรียบได้ก็เอาเปรียบ” ลำเภาพาบอก “แต่ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าคนนี้เขาจะให้ฉันกลับมาเกินร้อยเหมือนกัน” “งั้นพรรณก็ดีใจกับพี่เภาด้วย” ลำเภาพายิ้ม “ขอบใจจ้ะ แต่ยังไง...ก็คงต้องดูกันไปอีกสักพัก เพราะเรามีอะไรที่ต้องปรับตัวเข้าหากันอีกมาก”

ตอนที่ 9
ด้านวิลิปดาเมื่อแกะของขวัญของลำเภาพาแล้วก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นเป็นกุญแจรถ ทุกๆ คนต่างตื่นเต้นไปด้วย ที่แม่ของวิลิปดาสวยแล้วยังใจดีอีก ลำเภาพาเอ่ยบอก “พรุ่งนี้เขาจะเอารถมาส่งที่บ้าน” ลำเภาพาหันไปมองเห็นลิปดายังเฉยเลยถาม “ชอบหรือเปล่าลิปดา” ลำเพยพรรณสะกิดวิลิปดา “เอ่อ...ชอบค่ะ แต่มันแพงเกินไปหรือเปล่าคะ” ลำเภาพาว่า “อะไรที่แม่ให้มันไม่แพงเกินไปหรอก เพราะทั้งชีวิตแม่ก็ให้ลูกได้เสมอ” ลำเพยพรรณพูดจบ ทุกคนปรบมืออย่างซาบซึ้ง วิลปิดายกมือ ไหว้ลำเภาพาพร้อมกับกล่าวขอบคุณ ลำเพยพรรณดันตัววิลิปดาให้เข้าหาลำเภาพา ลำเภาพามองหน้าลำเพยพรรณอย่างเข้าใจความหมายก่อนจะเอื้อมตัวเข้าสวมกอดวิลิปดา วิลิปดาเกร็งตัวเล็กน้อย แต่แล้วก็ยกมือขึ้นกอดลำเภาพากลับ วิลิปดาไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดแม่มาก่อน จึงน้ำตาคลอออกมาโดยไม่รู้ตัว ทุกคนปรบมือมองอย่างซาบซึ้ง ลำเพยพรรณมองสองแม่ลูกอย่างตื้นตันใจที่ทำให้ดีกันได้

ด้านเชิดศักดิ์ก็ติดต่อดูฟอง นักร้องสาวสวยเซ็กซี่เพื่อให้มาเป็นนักร้องของผับลำเภาพา

กลางคืน ที่บ้านวิลิปดา ลำเพยพรรณมองวิลิปดา แล้วถอนใจอย่างโล่งอก “เฮ้อ... โล่งอกที่ทุกอย่างวันนี้ผ่านไปด้วยดี โดยเฉพาะเรื่องของพี่เภากับลิปดา พรรณดีใจที่คืนดีกันได้ซะที หวังว่าต่อไปนี้จะไม่มีเรื่องที่ทำให้ต้องงอนกันอีกนะคะ” ลำเภาพายิ้มให้น้องสาว “ขอบใจพรรณมากนะ ที่สั่งสอนสิ่งดีๆ ให้ลิปดามาตลอด” ลำเพยพรรณยิ้มตอบ “แกเป็นคนรักดีค่ะ สอนนิดเดียวก็เข้าใจแล้ว ไม่เคยประพฤติอะไรนอกลู่นอกทางเลย น่าภูมิใจแทนพี่เภานะคะ” ลำเภาพาว่า “คนที่ภูมิใจควรจะเป็นเธอมากกว่านะพรรณ ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา พี่พยายามจะลืมอดีตที่ผิดพลาดด้วยการทำแต่งาน แล้วทิ้งให้เธอดูแลยัยลิปดาเพียงคนเดียว” ลำเภาพาน้ำตาคลอรู้สึกเจ็บทุกครั้งเมื่อนึกถึงอดีตที่เคยผิดพลาดทำให้มีวิลิปดา ลำเพยพรรณจับมือลำเภาพาอย่างเข้าใจ บีบมืออย่างปลอบโยน “พี่เภาลืมซะทีนะคะ เรื่องที่ผิดพลาดในอดีตมันผ่านมานานมาก ตอนนี้ลิปดาก็โตแล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วล่ะค่ะ” วิลิปดากลับเข้ามา แต่ชะงักเมื่อเห็นลำเภาพากับลำเพยพรรณคุยกันถึงเรื่องตัวเอง ลำเภาพาเอ่ยขึ้น “พี่ก็พยายามจะลืม แต่มันลืมไม่ได้สักที ตอนนั้นพี่ยังเด็ก ก็หลงคิดว่ามันเป็นความรักที่จริงจัง จนพลาดมีลิปดาขึ้นมา” วิลิปดาตกใจที่ได้รู้ความจริง น้ำตาคลอก่อนที่จะค่อยๆ ไหลออกมา เธอพยายามกลั้นสะอื้น ลำเภาพาพูดต่อ “มันเหมือนเป็นตราบาป เวลาพี่เห็นหน้าลิปดาทีไรก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึง... ความทรงจำที่เลวร้าย วันที่พี่อยากจะตายเพื่อหนีความอับอายที่ท้องไม่มีพ่อ โชคดีที่เธอห้ามพี่ ขอให้พี่เก็บลิปดาไว้...” ลำเพยพรรณกอดปลอบลำเภาพา “มันผ่านมาแล้วนะคะพี่เภา ตอนนี้พี่เภามีชีวิตที่ดี ไม่มีใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้น พี่เภาเริ่มต้นใหม่ได้ทุกเมื่อ” ลำเภาพาพยักหน้า “พี่จะ...พยายาม” แต่แล้วลำเพยพรรณก็ตกใจเมื่อเห็นวิลิปดาที่ยืนร้องไห้อยู่ “ลิปดา!” วิลิปดาวิ่งออกไป ลำเภาพารีบตามไป “ลิปดา เดี๋ยวก่อนสิ” ลำเภาพาเข้าไปคว้าแขนวิลิปดาไว้ “ในที่สุด สิ่งที่หนูสงสัยมาตลอดก็เป็นจริง คุณไม่ตั้งใจให้หนูเกิดมา หนูเป็นตราบาปในชีวิตคุณใช่ไหมคะ” ลำเภาพาอึ้ง “เธอไม่เข้าใจหรอก ว่าคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์นั้นมันเป็นยังไง” วิลิปดาเสียงสั่น น้อยใจ “แล้วเก็บหนูไว้ทำไมละคะ ปล่อยให้หนูเกิดมาทำไม” ลเภาพาเบือนหน้าหนีก่อนจะตอบ “เพราะฉันยังมีความเป็นคนอยู่” วิลิปดาสะอื้น “แต่คุณปล่อยให้หนูเกิดมาทั้งที่เกลียดหนู แล้วก็เสือกไสให้มาอยู่กับน้า ไม่อยากมาหา ไม่อยากมาเจอหน้าหนู...” ลำเภาพารู้สึกเจ็บปวด “เธอรู้ไหม ฉันทุกข์มากแค่ไหนกว่าจะผ่านมันมาได้” วิลิปดาสวน “คุณนึกว่าคุณทุกข์คนเดียวเหรอคะ หนูก็ทุกข์เหมือนกัน ที่มีแม่ก็เหมือนไม่มี...” ลำเภาพาโกรธมาก พูดโต้กลับด้วยอารมณ์ “ถ้าฉันรู้ว่าโตขึ้นมาเธอจะพูดกับฉันแบบนี้ ฉันก็จะไม่เก็บไว้หรอก” วิลิปดาได้ยินแบบนั้นก็เก็บความรู้สึกตัวเองไม่อยู่ โพล่งออกมาด้วยความเสียใจ “ถ้าเลือกได้หนูก็จะไม่เกิดมา...เป็นลูกคุณ!” ลำเภาพาตบหน้าวิลิปดา วิลิปดาอึ้ง ลำเภาพาก็นิ่งงันไป ก่อนจะรู้สึกตัว น้ำตาของวิลิปดาไหลออกมาอีก “หนูเกลียดคุณ หนูเกลียดคุณ!” วิลิปดาวิ่งหนีออกไป ลำเพยพรรณตามวิลิปดาไป ลำเภาพามองตามอย่างสับสน

ลำเพยพรรณออกมาตามหาวิลิปดาจนเจอ วิลิปดาปิดปากร้องไห้สะอื้น ลำเพยพรรณรีบเข้าไปหาวิลิปดา วิลิปดาจะหนีอีก แต่ลำเพยพรรณร้องขอ “น้าไม่ต้องสนใจหนูหรอกค่ะ แม้แต่แม่แท้ๆยังทิ้งหนูเลย น้าจะมาสนใจหนูทำไม” ลำเพยพรรณปลอบ “ลิปดาเข้าใจผิดแล้วนะ แม่เขารักหนูมากเขาเป็นห่วงหนูเสมอ แต่อาจจะไม่ได้แสดงออกเหมือนแม่คนอื่นๆ” วิลิปดาส่ายหน้า “ไม่จริง เมื่อกี้หนูได้ยินเต็มสองหู เขาไม่อยากให้หนูเกิดมาเป็นลูกเขา” ลำเพยพรรณบอก “แม่เขาพูดเพราะอารมณ์โกรธ ลิปดาก็พูดกับแม่แรงเกินไป” วิลิปดาตอบกลับอย่างน้อยใจ “ลิปดาผิดเองค่ะ ผิดที่เกิดมาเป็นลูกของเขา” ลำเพยพรรณมองหน้าหลานหนักใจ “ลิปดา เลิกประชดประชันซะทีนะ แม่เขารักลิปดาพอๆ กับที่น้ารัก ถ้าเขาไม่รัก เขาก็จะไม่ปล่อยให้ลิปดาเกิดมาหรอก แต่ตอนนั้นแม่เขากำลังสับสนเพราะอายุยังน้อย” “เลยปล่อยให้เกิดมาเพื่อเป็นตราบาปของตัวเองงั้นเหรอคะ” วิลิปดายังคงดื้อไม่ฟังอะไร “มันเป็นแค่อดีตนะลิปดา เราต้องช่วยกันทำให้แม่ของหนูลืมเรื่องนั้นซะ อย่าโกรธแม่เขาเลย ดูอย่างวันนี้ แม่เขาตั้งใจจัดงานวันเกิดให้ลิปดาเต็มที่ เห็นไหมว่าเขารักลิปดามากแค่ไหน” วิลิปดาร้องไห้อย่างกดดัน ปฏิเสธไม่ยอมรับในสิ่งที่ลำเพยพรรณพูด ลำเพยพรรณเข้าไปกอดวิลิปดาไว้แต่ก็แอบเครียด ทำไมถึงเกิดเรื่องขึ้นอีกจนได้

ด้านลำเภาพาก็เสียใจมาก ไปหาคตกริชที่บาร์โฮส ลำเภาพาดื่มเหล้าจนเมา คตกริชเห็นลำเภาพาเมามาก อมความทุกข์ก็รู้สึกเป็นห่วง ลำเภาพาหันไปมองคตกริชแล้วรู้สึกดีที่คตกริชคอยเป็นห่วง คตกริชขับรถมาส่งลำเภาพาที่บ้าน แล้วประคองลำเภาพาที่เมาเข้าไปส่งถึงห้องนอน คตกริชจะลากลับ แต่ลำเภาพาขอให้อยู่เป็นเพื่อนเธอก่อน คตกริชลังเล ลำเภาพาเข้าไปกอดเขาไว้ “อย่าปล่อยให้ฉันสู้อยู่คนเดียว” คตกริชมองลำเภาพาอย่างสงสาร หน้าของวิลิปดายิ้มหวานแวบเข้ามาในหัวคตกริช คตกริชชะงักอย่างแปลกใจ ทำไมอยู่ๆ ถึงนึกถึงผู้หญิงคนนี้ ก่อนจะหันกลับมามองลำเภาพาอย่างรู้สึกผิด จึงขืนตัวเองเบาๆ ลำเภาพาว่า “เธอจะทิ้งฉันไปอีกคนเหรอทำไม...” คตกริชส่ายหน้า “เปล่าครับคุณเภา ผมจะไม่ทิ้งคุณเภาไปไหน” ลำเภาพายิ้มรับเศร้าๆ “ขอบใจนะกริช ฉันรักเธอเหลือเกิน...” ลำเภาพาลูบหน้าลูบผมคตกริช เธอจ้องหน้าเขาอย่างแสนรัก คตกริชหลับตาพยายามไม่มองหน้าลำเภาพาเพื่อที่จะไม่รู้สึกผิดมากไปกว่านี้

คตกริชกลับมาถึงบ้านเช่าในตอนสายวันใหม่เจออธิป อธิปเอ่ยถามเรื่องลำเภาพา คิดว่าคตกริช ยอมขายให้ลำเภาพา คตกริชบอก “กูไม่ได้ขาย” อธิปมองคตกริชอย่างนึกไม่ถึง “เฮ้ย...นี่มึงคิดจะจริงจังกับเขาเหรอ” คตกริชอึ้งไป “เปล่า...แต่เขา...เขามีบุญคุณกับกู แล้วเขาก็น่าสงสารมาก” อธิปแปลกใจ “คุณเภาเนี่ยนะ น่าสงสาร ออกจะดีไปหมดทุกอย่าง ทั้งสวย ทั้งรวย ทั้งเก่ง” คตกริชส่ายหัว “มึงไม่รู้หรอก ลึกๆ แล้วเขามีเรื่องที่เจ็บปวดเหมือนกัน” อธิปเตือน “ระวังเถอะ เดี๋ยวจะเหมือนคุณซินดี้” คตกริชชะงักไปนิด ก่อนจะตอบเพื่อน “ไม่เหมือนกันหรอกอธิป คุณซินดี้ต้องการความสุขแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่คุณเภาต้องการความรักจริงๆ” อธิปว่า “งั้นมึงอาจจะแย่กว่า เพราะเรามันคนละชั้นกับเขา โทษนะถ้ากูจะพูดแรง คนจะมองว่าเราเกาะเขากิน” คตกริชอึ้ง “ที่จริงกูก็กลัวเหมือนกัน กลัวหมดความนับถือตัวเอง แล้วก็...ไม่อยากหลอกเขาด้วย” อธิปเดินเข้าไปจับบ่าคตกริช “งั้นมึงก็อย่าถลำลึกแล้วกัน” คตกริชพยักหน้าพลางถอนใจแล้วเดินหนีขึ้นห้องไป อธิปมองตามเป็นห่วงเพื่อน คตกริชรู้สึกสับสน

เช้าวันใหม่ วิลิปดาส่งกุญแจรถของขวัญวันเกิดกลับคืนไปให้กับลำเภาพา ลำเพยพรรณพอรู้เรื่องก็ดุวิลิปดาว่าไม่น่าทำแบบนี้

เช้าวันเดียวกัน คตกริชก็ไปทำงานที่บริษัทโฆษณาเป็นวันแรก คตกริชเดินเข้ามาด้านในเจอวิลิปดา ทั้งสองยิ้มให้และทักทายกัน พอคตกริชรู้จักชื่อของวิลิปดาก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “ชื่อคุณเก๋ดีนะครับ เก๋เหมือนเจ้าของชื่อ” วิลิปดายิ้มสดใส “เหรอคะ ลิปดาเพิ่งรู้ตัว” คตกริชยิ้มตอบ “ไม่เคยมีใครบอกเลยเหรอครับ” วิลิปดาว่า “คุณเป็นคนแรกค่ะ คนอื่นจะบอกว่าแปลกทั้งนั้น ลิปดาเลยกลายเป็นคนแปลกมากกว่า” ทั้งสองหัวเราะกัน แป๋มเดินเข้ามามองขำๆ “แหม...เพิ่งเจอกันวันแรก สองคนนี้คุยกันอย่างกับรู้จักมาเป็นชาติแล้วงั้นแหละ” คตกริชกับวิลิปดามองหน้าอย่างรู้กันว่ารู้จักกันมานานกว่านั้นเสียอีก

ระหว่างทำงาน คตกริชคอยแอบมองวิลิปดาทั้งวัน ขณะที่วิลิปดาอธิบายงานให้คตกริชฟัง คตกริชก็มองหน้าวิลิปดาเป็นระยะๆ สักพักสบตากันไปมา ทั้งสองก็สบตากันนิ่ง จนวิลิปดาเขิน พีรนันท์เดินมาเห็นเข้าก็ไม่ค่อยพอใจ รีบเข้ามาคั่นกลางระหว่างทั้งสอง “ลิปดาครับ วันนี้งานเสร็จกี่โมง พี่จะได้รอ” วิลิปดารีบผละออกมา บอกว่ายังไม่แน่ใจเลยพร้อมกับเหลือบตามองคตกริชอย่างรู้สึกอึดอัด “วันนี้งานยังเหลืออีกเพียบเลย พี่พีกลับไปก่อนก็ได้นะคะ” พีรนันท์พยักหน้าเข้าใจ “อ๋อ...ลิปดาได้รถคันใหม่จากคุณแม่แล้วนี่ครับ แต่ว่ายังไม่ได้ไปหัดขับรถเลยเหรอ” วิลิปดาหน้าเจื่อนไป “ลิปดาคงไม่ขับรถคันนั้นหรอกค่ะลิปดาไม่ชอบขับรถค่ะ” พีรนันท์ยิ้มอย่างมีหวัง “ดีแล้ว พี่จะได้ไปส่งลิปดาเหมือนเดิมทุกวัน” คตกริชได้ก็หน้าเสีย ก่อนจะแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเหมือนเดิม

ที่ผับของลำเภาพา ลำเภาพาพาคตกริชมาดูการตกแต่ง แล้วตัดสินใจบอกยกรถวิลิปดาให้คตกริชแทน คตกริชงงรีบถามว่ามายกให้เขาทำไม ลำเภาพาตอบโดยไม่มองหน้าคตกริช น้ำเสียงยังโกรธวิลิปดาอยู่ “ฉันแค่ดาวน์ให้ หลานฉันเขากลัวผ่อนไม่ไหวก็เลยขอเป็นอย่างอื่นแทน” คตกริชพยักหน้าเข้าใจ “ขอบคุณคุณเภาครับ แต่ถึงยังไงผมก็รับไว้ไม่ได้ ผมผ่อนไม่ไหวเหมือนกัน” ลำเภาพาบอก “ฉันจะผ่อนให้เอง” คตกริชอึ้งไปอีก แต่แล้วก็ส่ายหน้าอีก “ผมยิ่งรับไม่ได้ใหญ่เลยครับ ขอโทษนะครับ” คตกริชเดินหนี ลำเภาพารีบตามไป รถเชิดศักดิ์แล่นเข้ามาพอดี แต่คตกริชกับลำเภาพาไม่เห็น เชิดศักดิ์มองตามลำเภาพาอย่างสงสัย พอจอดรถจึงบอกกับดูฟองให้รออยู่ที่รถก่อน เชิดศักดิ์ลงจากรถไป

ตอนที่ 10
ในผับลำเภาพา ลำเภาพาตามคตกริชมา ดึงมือเขาไว้ “กริช...ทำไมต้องโกรธด้วย เธอเป็นคนเลือกรถคันนั้นเอง เธอชอบมันไม่ใช่เหรอ” คตกริชพยักหน้ารับ “ผมชอบมันก็จริง แต่ไม่ได้อยากให้ใครมายกให้ผมง่ายๆ แบบนี้ ผมเคยบอกแล้วว่าไม่อยากรับอะไรจากคุณเภาอีก ที่ผ่านมาคุณก็ให้ผมมากเกินไปแล้ว ผมไม่อยากเสียศักดิ์ศรีมากไปกว่านี้” ลำเภาพาว่า “ฉันไม่ได้ให้เธอเปล่าๆ นะ” คตกริชสวน “แล้วผมต้องแลกกับอะไรครับ” ลำเภาพาเริ่มหงุดหงิด “ไม่ต้องแลกอะไรทั้งนั้น มันเป็นรถสำหรับตำแหน่งผู้จัดการผับนี้” คตกริชอึ้งไปอย่างนึกไม่ถึง “รถประจำตำแหน่งเหรอครับ” ลำเภาพาว่า “ใช่ ถ้าเธอรับปากจะเป็นผู้จัดการที่นี่แล้ว ก็ต้องรับรถคันนี้ไปด้วย” คตกริชถอนใจ “คุณเภาไม่ยอมให้ผมปฏิเสธเลยใช่ไหมครับ”

“แล้วเธอจะปฏิเสธทำไมล่ะ สำหรับเรื่องงานมันก็ช่วยให้สะดวกสบายและมีเกียรติ เป็นหน้าเป็นตาของผับเรา และสำหรับเรื่องส่วนตัว บางทีฉันก็อยากให้เธอขับรถมารับฉันบ้างเหมือนกันนะ” คตกริชมองกุญแจรถอย่างครุ่นคิดและสับสน คตกริชเงยหน้าไปมองลำเภาพาอย่างละอายใจอยู่เหมือนกัน แต่ความปรารถนาที่มีต่อวิลิปดานั้นรุนแรงกว่า เขาตัดสินใจพูดขึ้น “งั้นผมขอผ่อนเองก็แล้วกันครับ” ลำเภาพายิ้มออกมาได้ เชิดศักดิ์ที่แอบดูอยู่หน้าเครียดอย่างไม่ชอบใจนัก เชิดศักดิ์ตัดสินใจกลับไปก่อน เพราะรู้สึกหงุดหงิดยังไม่อยากพบลำเภาพาตอนนี้

ในร้านกาแฟ เชิดศักดิ์นั่งคุยกับดูฟอง เอ่ยบอกกับดูฟอง ดูฟองตกใจ “อะไรนะคะ คุณเชิดจะให้ดูฟองไปสมัครงานเหมือนเราไม่รู้จักกัน ทำไมละคะ” เชิดศักดิ์ว่า “ผมอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง” ดูฟองงง“พิสูจน์อะไร บอกดูฟองบ้างได้ไหม” เชิดศักดิ์บอกเลี่ยงๆ “เกี่ยวกับหุ้นส่วนของผม เอาไว้ผมจะค่อยๆ เล่าให้คุณฟังเอง คุณทำตามที่ผมบอกก็แล้วกัน” ดูฟองไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ได้ค่ะ คุณเชิดอยากได้อะไร ดูฟองทำให้ได้ทุกอย่าง” เชิดศักดิ์ยิ้มรับพอใจ ดูฟองส่งตาหวานให้

คืนวันเดียวกัน อุ๋ยไปเที่ยวที่บาร์โฮส พอเจอคตกริช คตกริชพยายามไล่อุ๋ยให้กลับบ้านด้วยความเป็นห่วง แต่อุ๋ยไม่เชื่อ แถมยังเรียกกอล์ฟมานั่งคุยด้วยอีก กอล์ฟเดินยิ้มเข้ามาตั้งใจตกเหยื่ออยู่แล้ว แต่คตกริชเข้ามาห้ามไว้ก่อน กอล์ฟไม่พอใจก็เกิดทะเลาะกันขึ้น แฟรงค์กับอธิปเห็นก็รีบเข้ามาช่วยคตกริช กอล์ฟเจ็บใจมากที่สู้พวกอธิปไม่ได้ ส่วนอุ๋ย คตกริชก็ขับรถที่ลำเภาพาให้ ไปส่งอุ๋ยที่บ้าน อุ๋ยแปลกใจกับรถคันใหม่ของคตกริช

วันใหม่ ที่บ้านเช่าคตกริช คตกริชสวมเนคไทออกมาอย่างรีบร้อน เห็นอธิปกับแฟรงค์กำลังดูรถคันใหม่ของคตกริชอย่างตื่นเต้น แฟรงค์ว่า “โอ้โห... นี่มันรถรุ่นที่มึงเคยอยากได้เลยนี่หว่า คุณเภานี่สปอร์ตโคตร” คตกริชบอก “ก็แค่รถประจำตำแหน่งน่ะ ไม่ใช่ของกู” แฟรงค์ยิ้มล้อ “อีกหน่อยก็เป็นของมึงนั่นแหละ เมื่อไรมึงจะเปิดเผยเรื่องคุณเภาซะทีวะ” คตกริชแอบถอนใจ “กูอยากสร้างฐานะก่อน ไม่อยากให้ใครมองว่าเกาะผู้หญิงกิน” อธิปเสริม “สมัยนี้เขาไม่สนกันแล้ว จะไปแคร์อะไรวะ” คตกริชว่า “ถ้าเราจะรักใครสักคน เราต้องมีเวลาให้เขาด้วย” แฟรงค์อยากรู้ถามต่อ “คุณเภาต้องการเวลาจากมึงเหรอ” คตกริชส่ายหน้า “เปล่าหรอก พูดถึงคนทั่วไปน่ะ เวลานอนกูยังไม่พอเลย” แฟรงค์ฟังเพื่อนพูด แล้วรู้สึกเห็นด้วย “ก็จริง ความรักมันต้องการเวลา มึงจะทำงานให้มากมายไปทำไมวะ ในเมื่อคุณเภาเลี้ยงมึงได้อยู่แล้ว” คตกริชตอบสีหน้าจริงจัง “ศักดิ์ศรีว่ะแฟรงค์ กูไม่อยากให้ใครมาดูถูก แล้วก็ไม่แน่ว่าคุณเภาจะเอ็นดูกูไปอีกนานเท่าไร” แฟรงค์ถามอีก “ถ้าเขาคิดจะจริงจังล่ะ” คตกริชอึ้งไป อธิปแทรกขึ้น “เฮ้ยแฟรงค์ มึงอย่าอ่อนไปหน่อยเลย คุณเภาน่ะเหรอจะมาจริงจังกับไอ้กริชมัน เขาต้องมองคนฐานะเดียวกัน อย่างเราเขาเอาไว้ดูเล่นเฉยๆ”แฟรงค์เซ็ง “อธิป..มึงนี่ไม่ให้ความหวังเพื่อนเลย” อธิปบอก “กูพูดความจริง กูไม่อยากให้ไอ้กริชมันเสียใจทีหลัง” คตกริชเห็นเพื่อเถียงกันก็เลยพูดตัดบท ก่อนจะเดินหนีออกไป “พวกมึงไม่ต้องห่วง ทุกอย่างมันแค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง กูขอตัวไปทำงานก่อนนะ” คตกริชเดินขึ้นรถแล้วขับออกไป อธิปกับแฟรงค์มองตามเพื่อน ก่อนจะหันกลับมาเถียงกันต่อ “กูว่าไอ้กริชมันจริงจังว่ะ” “มันกำลังสับสนระหว่างบุญคุณกับความรักต่างหาก” อธิปว่า

ที่ห้องประชุม บริษัทลำเภาพา ลำเภาพากำลังดูเอกสารใบสมัคร แล้วมองคนตรงหน้าอย่างสนใจ “ประสบการณ์ของคุณเข้าท่านี่ เป็นพริตตี้ เป็นพิธีกร ใครแนะนำมา” ดูฟองตอบ “ไม่มีค่ะ ดูฟองเห็นหน้าตาบริษัทน่าสนใจ ก็เลยวอล์คอินเข้ามา” ลำเภาพาว่า “เอาละ ฉันจะรับคุณไว้พิจารณานะ เอาไว้จะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไป” ดูฟองกล่าวขอบคุณแล้วยกมือไหว้ลาลำเภาพาก่อนจะเดินยิ้มกริ่มออกไปที่ตนเองทำตามที่เชิดศักดิ์บอกสำเร็จ

ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง วิลิปดานั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่กับคตกริช วันนี้ไม่มีคนอื่นเพราะออกไปข้างนอกกันหมด คงเหลือแต่วิลิปดากับคตกริชสองคน วิลิปดานั่งกินไปซี้ดปากไปด้วยความเผ็ด คตกริชยื่นทิชชูมาให้ “หน้าคุณแดงเชียว พัดไหม จะช่วยพัดให้” วิลิปดาส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอกค่ะ เมื่อกี้เผลอใส่พริกเยอะไปหน่อยเดียว” คตกริชรินน้ำส่งให้วิลิปดา “กินรสจัดมากไม่ดีนะครับ แต่ต้องไม่ถึงกับจืดชืด ไม่งั้นเซ็งแย่...เอาน้ำแข็งอีกไหม” วิลิปดาที่อมก้อนน้ำแข็งเหมือนเด็กๆ อยู่ หัวเราะเก้อๆ “ตลกใช่ไหมคะ” คตกริชยิ้ม “ไม่ ก็ดูดีเหมือนกัน” วิลิปดาสงสัย “หมายความว่ายังไงคะ ดูดีบางครั้งก็ดีไม่ดีเหรอคะ” คตกริชหัวเราะ “ผมหมายความว่าเคยเห็น ผู้หญิงที่ดูไม่ดีมามาก เห็นคุณ... ก็ดูดีไปอีกแบบนึง” วิลิปดาจ้องหน้า “เหรอคะ พูดแบบนี้แสดงว่าต้องเคยเห็นผู้หญิงมาเยอะแน่ๆ” คตกริชบอก “ใช่ แต่คุณไม่เหมือนผู้หญิงที่ผมเคยเห็นหรอกนะ ไม่เหมือนกันเลยจริงๆ” วิลิปดาถามอย่างสงสัย “ต่างกันมากเหรอคะ” คตกริชว่า “อย่าจับผิดผมเลย ยังไงผมก็ไม่ยอมให้คุณจับง่ายๆ หรอกลิปดา อืม..ชื่อคุณแปลว่าอะไรนะ” “แปลว่า ผู้หญิง...สวย ดีงาม อะไรทำนองนั้นแหละค่ะ แต่จริงๆ แล้วก็แค่ชื่อค่ะ จะมีใครที่จะดีงามไปหมดซะทุกอย่าง ถ้าเรายังเป็นคนอยู่” คตกริชอึ้งไป “คุณคิดอย่างนั้นเหรอ” วิลิปดาแอบรู้สึกเศร้า “จริงๆ นะคะ คนที่เราพบเจออาจจะดูเป็นคนดี แต่เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ลึกๆ แล้วเค้ามีอะไรซ่อนอยู่รึเปล่า อาจจะไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่เราคิดก็ได้” คตกริชอดคิดถึงเรื่องของตัวเองไม่ได้ กลัวสักวันวิลิปดาจะรู้ความจริงจึงนิ่งไปจนวิลิปดาแปลกใจ “นี่ลิปดาพูดเรื่องซีเรียสเกินไปรึเปล่าคะ กริชหน้าเครียดเชียว หายเผ็ดแล้ว ทานต่อเถอะ” วิลิปดานั่งกินต่ออย่างเพลิดเพลิน คตกริชแอบมอง กลัววันที่วิลิปดารู้ความจริง

เย็นวันเดียวกัน คตกริชขับรถมาส่งวิลิปดาที่บ้าน คตกริชเอ่ยขึ้น “บ้านลิปดาน่าอยู่นะครับ ดูอบอุ่นดี” วิลิปดาบอก “บ้านหลังเล็กๆ เองค่ะ” “ผมว่ากำลังดีครับ ผมไม่ชอบบ้านหลังใหญ่โตเกินคนอยู่ มันเหงายังไงบอกไม่ถูก” วิลิปดาสงสัย “บ้านใครเหรอคะ” คตกริชรีบแก้ “ไม่ได้หมายถึงใครหรอกครับ พูดถึงทั่วๆ ไป” วิลิปดาโบกมือลา “งั้นลิปดาเข้าบ้านก่อนนะคะ ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” คตกริชพยักหน้ารับยิ้มๆ “ยินดีครับ ถ้ามีครั้งต่อไปผมจะยินดีกว่านี้อีก” วิลิปดายิ้มแทนคำตอบ ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป คตกริชมองตามอย่างมีความหวัง

ในบ้านวิลิปดา วิลิปดาเดินเข้ามาในบ้านแล้วปิดประตู เสียงลำเพยพรรณดังเข้ามา “วันนี้พีไม่ได้มาส่งเหรอจ้ะ” วิลิปดาชะงัก หันไปตอบเขินนิดๆ “ไม่ใช่ค่ะ” ลำเพยพรรณพูดต่อ “น้ามองออกไปก็ว่าไม่ใช่ เดี๋ยวนี้คบหลายคนเหรอลิปดา” วิลิปดารีบบอก “เปล่าค่ะ พอดีเขาเป็นเพื่อนร่วมงานคนใหม่เพิ่งมาวันนี้ บ้านเราเป็นทางผ่าน เขาเลยแวะมาส่งค่ะ” ลำเพยพรรณยิ้มล้อ“เมื่อก่อนพีก็บอกว่าทางผ่านเหมือนกันเอ...บ้านเรานี่ท่าจะทำเลดีนะ” วิลิปดาเขิน “แหม...น้าพรรณคะ” “น้าไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่อยากให้ดูดีๆ ก่อนแล้วพีเขาไม่ว่าอะไรเหรอ” “พี่พีออกไปพบลูกค้ายังไม่กลับค่ะ” ลำเพยพรรณว่า “แสดงว่าเขายังไม่รู้น่ะสิ” “ยังค่ะ” วิลิปดาจะเดินเลี่ยงไป แต่ลำเพยพรรณพูดอีก “จะคบใครก็ดูให้ดีละกันนะ อย่างพีก็ดูเป็นคนดี ท่าทางเอาใจใส่ลิปดาดีด้วย” วิลิปดาหันกลับมา “หนูก็ดูๆ ไปก่อนน่ะค่ะ ยังไม่คิดอะไรกับใครเป็นพิเศษ อยากดูให้ดีๆ ก่อนเหมือนกัน” ลำเพยพรรณมองลิปดาอย่างรู้ทัน “ร้ายจริงๆนะลิปดานี่ แอบดื้อตามเคย” วิลิปดาส่ายหน้า “เปล่านะคะ หนูคิดอย่างนั้นจริงๆ เหนียวตัวจังหนูขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ” วิลิปดารีบขึ้นบันไดไป ลำเพยพรรณมองตามอย่างเป็นห่วง

ในห้องนอนวิลิปดา วิลิปดาเข้ามาในห้องยิ้มอารมณ์ดี มีความสุขหัวใจพองโต เธอวางกระเป๋าแล้วนั่งลง คิดถึงคตกริช เสียงไลน์ดังขึ้น วิลิปดาหยิบมาดู “เข้าบ้านเรียบร้อยแล้วนะครับ” วิลิปดารีบพิมพ์ตอบ “เข้ามาแล้วค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ” “ยังไม่ได้ขับไปไหนเลยครับ” วิลิปดาชะงัก แล้วรีบไปที่หน้าต่าง เปิดม่านออก วิลิปดามองลงไป เห็นคตกริชเปิดกระจกลงมาเช่นกัน เขามองขึ้นมายิ้มๆ แล้วโบกมือให้เธอ วิลิปดาโบกมือกลับไป

ตอนค่ำ คตกริชไปที่ผับของลำเภาพา ลำเภาพาให้คตกริชไปดูห้องผู้จัดการผับ โดยที่เชิดศักดิ์ก็อยู่ด้วย เชิดศักดิ์แซวๆ “มาแล้วเหรอผู้จัดการคนเก่งของเรา ผับยังไม่เปิดก็รับบทหนักแล้วนะ” ลำเภาพารู้ว่าเชิดศักดิ์ประชดก็ไม่ค่อยพอใจ “กริชเขาหนักเอาเบาสู้ค่ะ แค่นี้เขาไม่เกี่ยงหรอก” เชิดศักดิ์ว่า “ได้ข่าวว่ากริชทำงานตอนกลางวันด้วยจะไหวเหรอ” คตกริชตอบอย่างมั่นใจว่าว่าไหว เชิดศักดิ์ตบบ่าแรงๆ “หนุ่มไฟแรงกำลังสร้างเนื้อสร้างตัวก็อย่างนี้แหละ ดีแล้ว จะได้เก็บเงินไว้ขอเด็กสาวๆ” เชิดศักดิ์ขยิบตาให้คตกริช คตกริชทำหน้าไม่ถูก เชิดศักดิ์หันไปทางลำเภาพาที่หน้าบึ้งอยู่ “อย่าใช้งานกริชหนักมากล่ะ เดี๋ยวเขาจะหนีเราไปซะก่อน” ลำเภาพาค้อนเชิดศักดิ์หน่อยๆ “ฉันเข้าใจคนทำงาน คุณไม่ต้องห่วง” เชิดศักดิ์หัวเราะนิดๆ แล้วเดินออกไป คตกริชมองตามหน้าเจื่อน

ตอนที่ 11
ในห้องทำงานผู้จัดการผับ ลำเภาพาบรรยายให้คตกริชฟังว่าจะตกแต่งห้องอย่างไรบ้าง คตกริชกล่าวขอบคุณ ลำเภาพาเข้าไปกอดแขนคตกริชไว้อย่างมีความสุข “อยากให้ถึงวันเปิดผับเร็วๆ จัง” คตกริชตอบน้ำเสียงเรียบๆ “อีกไม่นานแล้วนี่ครับ” ลำเภาพาว่า “แต่ฉันใจร้อน อยากให้เราได้อยู่ใกล้กันเร็วๆ” ลำเภาพาซบกับไหล่คตกริช เขาแอบเกร็งตัวเล็กน้อย ประตูห้องเปิดออก ลำเภาพารีบผละออกจากคตกริช พิมพ์สนมเปิดเข้ามา รู้สึกถึงความผิดปกติของทั้งสองคน แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง พิมพ์สนมพูดขึ้น “นักร้องที่ชื่อดูฟองมาแล้วค่ะ” ลำเภาพาพยักหน้า “อ้อ นักร้องที่มาสมัครงานกับฉัน เดี๋ยวเราออกไปฟังกันว่าเขาร้องเพลงเป็นยังไง” ลำเภาพาเดินออกมาหยุดที่หน้าพิมพ์สนม “อ้อ...วันหลังจะเข้าออกห้องไหน ช่วยเคาะประตูก่อนด้วยนะ” พิมพ์สนมก้มหน้ารับคำ ลำเภาพากับคตกริชเดินออกไป พิมพ์สนมแสยะปากหมั่นไส้ก่อนจะรีบเดินตามไป

บนเวที ดูฟองร้องเพลงอยู่ ส่ายสะบัดไปมาอย่างเซ็กซี่ เชิดศักดิ์มองอย่างพอใจ แต่ลำเภาพานิ่วหน้าเล็กน้อย ตอนจบดูฟองฉีกแข้งฉีกขา สะบัดกระโปรงขึ้นมาทำท่าเซ็กซี่จนเกินงาม ลำเภาพาชะงักไปนิดหนึ่ง แต่เชิดศักดิ์หัวเราะชอบใจ พิมพ์สนมมองดูฟองอย่างดูถูก ดูฟองหันมายิ้มโปรยเสน่ห์ให้คตกริช เขายิ้มตอบตามมารยาท เชิดศักดิ์ปรบมือให้ คตกริชกับพิมพ์สนมเลยปรบมือตาม ลำเภาพาปรบมือตามมารยาท ดูฟองเดินลงมาจากเวที ลำเภาพาพูดขึ้น “ฉันว่าสำหรับคอนเซ็ปต์ของผับเรา ไม่จำเป็นต้องเซ็กซี่ขนาดนี้ก็ได้ เอาแค่เบาๆ ก็พอ” ดูฟองหน้าเจื่อนไป “ได้ค่ะ ดูฟองจะลดดีกรีความเซ็กซี่ให้น้อยลง” เชิดศักดิ์บอก “แต่ผมกลับชอบนะ ดูเร้าใจดี แขกของเรามีต่างชาติเยอะ เขารับได้อยู่แล้ว ดูอย่างนักร้องฝรั่งสิ ถ้าไม่ขายเซ็กซี่ด้วยยังอยู่ยาก” ลำเภาพาขัด “แต่เราก็ต้องแคร์แขกคนไทยด้วย โรงแรมนี้มีระดับผู้บริหารพาลูกค้ามาเอนเตอร์เทนบ่อยๆ เราควรจะเป็นห่วงภาพลักษณ์เราด้วย” เชิดศักดิ์ไม่ค่อยเห็นด้วย “เดี๋ยวนี้ผับแข่งขันกันเยอะ ถ้าเราไม่มีจุดขายที่โดดเด่น คนก็จะไม่พูดถึง” ลำเภาพาบอก “เราสร้างจุดเด่นอย่างอื่นก็ได้นี่คะ อย่างการตกแต่ง หรือบริการที่ดี หรือกริชว่าไง ผับที่เธอเคยทำงานด้วยเขาเป็นยังไง” คตกริชตอบด้วยความเกรงใจเชิดศักดิ์ “เขา...ก็มีจุดขายเรื่องบริการกับบุคลากรครับ ขายความเซ็กซี่บ้างพอประมาณ” ลำเภาพาพยักหน้าพอใจ แต่เชิดศักดิ์รู้สึกขัดใจ พิมพ์สนมแอบยิ้มอย่างรู้อยู่แล้ว “งั้นเอาพอประมาณก็แล้วกันค่ะ ให้ดูฟองลดเซ็กซี่ลงดีกว่า” ดูฟองมองหน้าเชิดศักดิ์เหมือนรอคำตอบ เชิดศักดิ์จำใจพยักหน้ายอมรับ “โอเคครับ ตามใจคุณเภาละกัน” ดูฟองตอบรับน้ำเสียงอ่อยๆ “ค่ะ ดูฟองจะไปปรับปรุงมาใหม่นะคะ” ลำเภาพาว่า“ดีจ๊ะ อย่างอื่นก็โอเคแล้ว” ดูฟองยกมือไหว้ลาลำเภาพากับเชิดศักดิ์แล้วหันไปยิ้มแบบอ่อยๆ ให้คตกริช พิมพ์สนมแอบเบะปากหมั่นไส้ดูฟอง แต่ดูฟองไม่สนใจเชิดใส่ก่อนจะเดินออกไป เชิดศักดิ์ลุกขึ้นบ้าง “งั้นเรากลับกันเถอะครับคุณเภา เดี๋ยวผมขับไปส่งคุณ” ลำเพาภาว่า “ไม่เป็นไรค่ะ คุณกลับไปก่อนเถอะ” เชิดศักดิ์มองลำเภาพากับคตกริชแล้วรู้สึกหมั่นไส้ รีบเดินออกมา

ที่บ้านเชิดศักดิ์ ดูฟองกำลังนวดไหล่ให้เชิดศักดิ์อย่างเอาใจ “วันนี้ลุ้นแทบแย่ นึกว่าจะไม่รับดูฟองซะแล้ว” เชิดศักดิ์ว่า “ถึงยังไงผมก็จะช่วยให้ถึงที่สุด ไม่ต้องห่วงหรอก” ดูฟองถาม “ตกลงจะบอกได้หรือยังคะ ว่าที่ให้ดูฟองเข้าไปทำงานในนั้น อยากให้ช่วยอะไร” เชิดศักดิ์บอก “ช่วยจับตาดูหุ้นส่วนของผมเอาไว้ ผมสงสัยว่าเขากับผู้จัดการอาจสมคบคิดกัน” ดูฟองพยักหน้า “อ๋อ คตกริชน่ะเหรอคะ ชัวร์เลย ดูก็รู้ว่าคุณเภามองเขาพิเศษกว่าคนอื่น ขนาดเรื่องที่คุณเชิดกับคุณเภาควรจะตัดสินใจกันแค่สองคน กลับให้ผู้จัดการ ตัดสินใจซะงั้น คุณเภาต้องหลงเด็กแน่ๆ” เชิดศักดิ์กัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ “นั่นแหละ ผมถึงต้องให้ดูฟองช่วย” ดูฟองถามต่อ “แล้วทำไมคุณเชิดถึงรับผู้จัดการคนนี้ละคะ” เชิดศักดิ์ว่า “ผมรับปากไว้แล้วแต่แรกว่าถ้าลำเภาพายอมหุ้นกับผม ผมจะให้เขาเลือกผู้จัดการเอง” ดูฟองจ้องหน้าอย่างจับผิด “แหม...ตามใจเขาขนาดนั้น คิดอะไรกับเขาหรือเปล่าคะ” เชิดศักดิ์นิ่งหน้าเครียดไป ดูฟองเดินมาข้างหน้าเชยคางเชิดศักดิ์หันมา “คุณเภาสวย รวย โสดขนาดนั้น มิน่า...” เชิดศักดิ์บอก “ไม่เอาน่าดูฟอง เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าผมจะดูแลคุณ แต่เราไม่มีพันธะอะไรต่อกัน” ดูฟองแอบถอนใจ “จำได้ค่ะ แต่ดูฟองก็อดหึงไม่ได้นี่คะ” เชิดศักดิ์ดึงดูฟองเข้าไปกอดอย่างเอาใจ “ไม่ต้องหึงหรอก ผมแค่อยากเอาชนะเขาเท่านั้นเอง ไม่ได้รู้สึกกับเขาเหมือนที่รู้สึกกับดูฟองเลย” เชิดศักดิ์พูดจบก็เริ่มไซร้ซอกคอดูฟอง ดูฟองหัวเราะคิกคักอย่างมีจริต

บ้านลำเภาพา คตกริชมาส่งลำเภาพาที่บ้าน ลำเภาพาเดินนำเข้ามาในบ้านแล้วบ่น “เฮ้อ...วันนี้ฉันเหนื่อยจัง เธอเหนื่อยไหม นี่ขนาดยังไม่เริ่มเปิดจริงจังนะ ทำไมเธอไม่ลาออกจากงานกลางวันแล้วมาดูแลผับให้ฉันเต็มตัว จะได้ไม่เหนื่อย” คตกริชว่า “ผมอยากทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่ใช่งานกลางคืนบ้าง” ลำเภาพาว่า “งั้นฉันขึ้นเงินเดือนให้เธออีกเท่านึง” คตกริชบอก “ขอบคุณครับคุณเภา แต่ผมอยากทำอย่างนี้ไปก่อน ถ้าเหนื่อยค่อยดูกันอีกที” ลำเภาพาหงุดหงิด “เธอนี่ชอบขัดใจฉันตลอดเลยนะ เมื่อไรจะตามใจฉันบ้าง” ลำเภาพาหันหน้าหนี คตกริชจับมือลำเภาพาไว้ “ผมไม่มีอะไรที่ตามใจคุณเภาได้นี่ครับ ผมจน ผมทำเท่าที่ฐานะของผมจะทำได้เท่านั้น” ลำเภาพาจ้องหน้าคตกริช “อย่าพูดเรื่องความจนอีกได้ไหม มันไม่ใช่อุปสรรคของเราเลยสักนิด เธอตามใจฉันได้ โดยที่เป็นเธออย่างนี้แหละ” คตกริชตอบน้ำเสียงจริงจัง “ผมจะตามใจเท่าที่ผมสามารถทำได้นะครับ” “งั้นวันนี้ก็ตามใจฉันหน่อยสิ” ลำเภาพาซบไหล่และกอดคตกริชไว้ คตกริชค่อยๆ ยกมือขึ้นกอดตอบลำเภาพารู้สึกสับสนว้าวุ่นใจ เสียงไลน์ของคตกริชดังขึ้น คตกริชชะงัก “ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่าครับ กลัวว่าพรุ่งนี้จะไปทำงานไม่ไหวจริงๆ” ลำเภาพามองคตกริชอย่างระแวง “ใครไลน์มาเหรอ ถึงได้รีบกลับ” คตกริชพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วตอบ “ผมยังไม่ได้อ่านเลยครับ คุณเภาก็เห็น อีกไม่กี่วันเราก็จะได้เจอกันอยู่แล้วนะครับคุณเภา” ลำเภาพาถอนใจอย่างเสียดาย แต่ก็จำใจต้องปล่อยคตกริชไป

หน้าบ้านลำเภาพา คตกริชเดินมาที่รถ เปิดไลน์อ่านดู “ขอบคุณนะคะที่วันนี้มาส่ง” คตกริชยิ้มกับตัวเอง กดไลน์ส่งกลับไป “ผมอยากได้ประโยคนี้ทุกวัน ฝันดีนะครับ”

ในห้องนอนวิลิปดา วิลิปดาอ่านไลน์ของคตกริชยิ้มๆ เธอวางมือถือไว้บนหัวเตียง แล้วหลับอย่างมีความสุข

เช้าวันใหม่ ที่บริษัทโฆษณา วิลิปดามาทำงานแต่เช้า เธอเดินเข้ามาเห็นโต๊ะคตกริชยังว่างเปล่าจึงเข้าไปนั่งที่ตัวเองอย่างเหงาๆ สักพักมีมือใครบางคนยื่นถ้วยกาแฟมาให้ วิลิปดาเงยหน้าขึ้นมองแปลกใจ คตกริชว่า “ผมเคยเห็นคุณดื่มยี่ห้อนี้” “เคยเห็นที่ไหนคะ” คตกริชอมยิ้มไม่บอก วิลิปดาทำหน้างอนๆ “ไม่เห็นอยากรู้เลย” คตกริชบอก “ตอนที่ผมมาสมัครงานที่นี่” วิลิปดาแปลกใจยิ่งขึ้น “เราไม่ได้เจอกันครั้งแรกตอนติดฝนเหรอคะ” คตกริชพยักหน้า “ใช่ครับ คุณเจอผมครั้งแรกตอนนั้น แต่ผมเคยเจอคุณก่อนหน้า”วิลิปดาอึ้งไป จะถามอะไรอีก เสียงพีรนันท์ดังขึ้น ขัดจังหวะ “ลิปดา วันนี้มาแต่เช้าเลยนะครับ” วิลิปดามองไป เห็นพีรนันท์เดินตรงเข้ามาหา “เมื่อวานกลับเร็วนี่คะ” “งั้นรีบดื่มกาแฟร้อนๆ เลย พี่ซื้อมาฝาก...” พีรนันท์ชะงัก เมื่อเห็นลิปดามีแก้วกาแฟแบบเดียวกัน วิลิปดารีบแก้ตัว “ลิปดาแวะซื้อก่อนขึ้นมาน่ะค่ะ” พีรนันท์หน้าเจื่อน “ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้เด็กๆ มันกินแทน” พีรนันท์หันไปเห็นคตกริชกำลังเปิดแฟ้มเอกสาร พีรนันท์เอ่ยบอก “กริช...เดี๋ยวสายๆ เรามาคุยแบ่งงานกันหน่อยนะ” คตกริชรับคำ พีรนันท์เดินเข้าห้องไป คตกริชกับวิลิปดาแอบสบตาอย่างรู้กันสองคน

ในห้องกาแฟ วิลิปดาเข้ามารินน้ำ ใครบางคนเดินเข้ามา วิลิปดาหันไปมอง คตกริชถือแก้วน้ำเข้ามา “คุณพ่อคุณแม่ของลิปดาดุหรือเปล่า” วิลิปดางง“เรื่องอะไรคะ” คตกริชว่า “เรื่องเมื่อวาน ที่มีคนแปลกหน้าไปส่งถึงบ้าน” วิลิปดาส่ายหน้า “ไม่หรอกค่ะ พวกท่านไม่รู้ด้วยซ้ำ” คตกริชเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ วิลิปดารีบอธิบาย “ลิปดาอยู่กับคุณน้าค่ะ” คตกริชพยักหน้า “อ๋อ...แล้วคุณน้าว่าอะไรหรือเปล่าครับ” วิลิปดายิ้ม “แค่ถามนิดหน่อยค่ะ กลัวคุณน้าดุเหรอคะ” “ที่ผมถามก็เพราะว่า... เวลาเจอคุณน้าจะได้ทำตัวให้ถูก” วิลิปดาถามกลับ “ปกติคุณกริชทำอะไรถูกต้องเสมอเหรอคะ” คตกริชชะงัก คิดไกลไปถึงเรื่องลำเภาพา ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ไม่ค่อยถูกน่ะสิครับ ต่อไปนี้ถึงได้อยากจะทำแต่สิ่งที่ถูกต้องกับคุณ มันอาจจะน่าขำนะครับ ถ้าผมบอกว่า จู่ๆ ก็อยากจะให้มันสำคัญขึ้นมา” วิลิปดามองหน้าคตกริชอย่างสงสัย “เพราะอะไรคะ” คตกริชตัดสินใจพูดขึ้น “เพราะผมไม่ได้คิดจะคบคุณในฐานะเพื่อนร่วมงานเท่านั้น” วิลิปดาตกใจเบือนหน้าหลบสายตาของคตกริชทันที “ไม่เร็วไปเหรอคะ” คตกริชว่า “ช้าหรือเร็วนี่ผมไม่คิดว่ามันเป็นองค์ประกอบที่เราจะเข้าใจกัน” วิลิปดาหน้าแดงปลั่ง พูดแก้เก้อ “เอ่อ เจอแบบนี้แล้ว ลิปดาไปไม่ถูกเลยจริงๆ” คตกริชมองวิลิปดาด้วยความเอ็นดูในความน่ารัก ทั้งสองยิ้มให้กัน รู้สึกเหมือนทั้งห้องนั้นเป็นสีชมพู

ตอนเย็น ที่โต๊ะทำงานวิลิปดา วิลิปดากำลังเก็บของ พีรนันท์ถามอย่างแปลกใจ “จะกลับแล้วเหรอครับลิปดา” วิลิปดาบอก “ใช่ค่ะ พอดีน้าพรรณอยากให้ไปเป็นเพื่อนซื้อของน่ะค่ะ” พีรนันท์รีบอาสาจะไปส่ง วิลิปดาว่า “ไม่เป็นไรค่ะ พี่พียังต้องคุยกับพี่ปุ่นต่อ ลิปดานั่งรถไฟฟ้าไป เร็วดีค่ะ” พีรนันท์พยักหน้าอย่างจำใจ “งั้นตามใจครับ เดินทางดีๆ นะ” วิลิปดากล่าวขอบคุณ พีรนันท์เดินออกไป วิลิปดาจะลุกขึ้น หันมาบอกลาคตกริช คตกริชขอไปส่งวิลิปดา วิลิปดาแปลกใจ “แต่ว่า... กริชต้องประชุมกับพี่พี พี่ปุ่นด้วยไม่ใช่เหรอคะ” คตกริชว่า “อีกตั้งครึ่งชั่วโมงนะครับ”

คตกริชเดินออกมาส่ง วิลิปดาหันไปพูด “ที่จริงไม่จำเป็นต้องไปส่งหรอกค่ะ ลิปดาไปเองได้จริงๆ” คตกริชมองหน้าวิลิปดายิ้มๆ “อย่าลืมความตั้งใจของผมสิครับ” วิลิปดาถึงกับหน้าแดง

หน้าร้านอาหาร คตกริชขับรถมาจอดหน้าร้านแล้วลงไปเปิดประตูให้วิลิปดา คตกริชบอกว่าเขาจะเดินไปส่ง วิลิปดาว่า “ไปไหว้คุณน้าของลิปดาด้วยสิคะ ลิปดาจะได้แนะนำให้รู้จักเลย” “คุณน้าจะงงหรือเปล่าครับ” วิลิปดาตอบล้อๆ “ไม่งงหรอกค่ะ เพราะเมื่อวานงงไปแล้ว” ทั้งสองหัวเราะให้กัน กำลังจะเดินเข้าไปในร้านอาหาร แต่เสียงมือถือคตกริชดังขึ้น คตกริชดูหน้าจอสีหน้าตกใจ “แย่แล้ว... คุณพีโทรตาม” วิลิปดารีบบอก “งั้นรีบกลับไปเถอะค่ะ” คตกริชรับคำ แล้วรีบกลับไปขึ้นรถ วิลิปดามองตามเป็นห่วงและลุ้น

ด้านลำเพยพรรณก็โทรศัพท์นัดให้ลำเภาพาออกมาพบเธอที่ร้านอาหาร ทั้งๆ ที่ลำเภาพายุ่ง แต่เห็นแก่ลำเพยพรรณจึงยอมออกมาพบ

ตอนที่ 12
ในร้านอาหาร ลำเภาพาส่งเมนูคืนให้พนักงานหลังจากสั่งเสร็จ แล้วหันไปถามลำเพยพรรณ “ลิปดาเป็นยังไงบ้าง” ลำเพยพรรณยิ้มดีใจที่ลำเภาพาถามถึงวิลิปดา “ตอนนี้แกกำลังมีความรักค่ะ ก็เลยดูไม่เครียดเหมือนเมื่อก่อน” ลำเภาพาว่า “ดูท่าพีจะดูแลลิปดาได้ดี” ลำเพยพรรณบอก “ไม่ใช่พีคนเดียวน่ะสิคะ” ลำเภาพาแปลกใจ “คบหลายคนเหรอ” “เมื่อวานก็เห็นอีกคนมาส่งค่ะ” “ใครเหรอ” ลำเพยพรรณบอก “เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน แต่เขายังไม่เข้ามาในบ้าน ท่าทางก็ดูดีค่ะ แต่พรรณเป็นห่วงแกกลัวจะไม่ระวังตัวเอง ที่นัดพี่เภามาเพราะอยากจะคุยเรื่องนี้กับพี่ด้วย” ลำเภาพาพูดขึ้นเสียงแข็ง “ฉันจะไปช่วยอะไรได้ เขาฟังฉันซะที่ไหน” ลำเพยพรรณว่า “แต่ถึงยังไงพี่ก็เป็นแม่ของ...” “ใช่ นั่นเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ลิปดาเคยฟังฉันสักนิดไหมพรรณ เขามีอคติตลอดเวลาว่าฉันไม่ใส่ใจเขา ไม่รักเขา” ลำเพยพรรณพยายามพูด “ลิปดาแค่น้อยใจน่ะค่ะ บางทีถ้าพี่เภาช่วยเตือนแก แกน่าจะรู้สึกว่าพี่เภาใส่ใจแกมากขึ้นด้วยซ้ำ” ลำเพยพรรณชะงักหยุดพูด มองไปหน้าร้านยิ้มๆ ลำเภาพาหันไปมองตามแปลกใจ วิลิปดาเดินเข้ามาทักลำเพยพรรณ โดยยังไม่ทันสังเกตเห็นลำเภาพา “รอนานไหมคะน้า” วิลิปดาพูดได้แค่นั้นก็ต้องชะงัก มองลำเภาพาอย่างอึกอักครู่หนึ่ง เกิดภาวะสุญญากาศ ลำเภาพาเมินหน้าไปทางอื่น เพราะรู้สึกเสียหน้าที่วิลิปดาไม่ทักทาย วิลิปดาเห็นลำเภาพาสะบัดหน้าหนีก็ยิ่งน้อยใจ เดินออกไปนอกร้านทันที ลำเพยพรรณตกใจรีบร้องเรียก “ลิปดา... เดี๋ยวสิ ลิปดา” ลำเภาพาโกรธ “เห็นไหมว่าเขาเจอฉันแล้วเป็นยังไง” “โธ่... พี่เภาคะ เดี๋ยวพรรณไปตามลิปดาก่อนนะคะ” ลำเพยพรรณรีบออกไป ลำเภาพาแอบเสียใจกับท่าทีของวิลิปดา

ลำเพยพรรณวิ่งตามวิลิปดาออกมาพลางเรียก วิลิปดาไม่ฟัง ยิ่งเดินเร่งฝีเท้าหนี น้ำตาไหลไปด้วย “น้าพรรณนัดเขามาทำไม ไม่เห็นบอกลิปดาก่อนเลย” “น้าอยากให้ทั้งสองคนคุยกัน” ลำเพยพรรณสะดุดส้นสูงหกล้ม วิลิปดาหันมาตกใจ รีบเข้าไปประคอง “น้าพรรณ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” “เจ็บขา” วิลิปดาดูขาของลำเพยพรรณแล้วจะพาไปหาหมอ แต่ลำเพยพรรณปฏิเสธว่าซื้อยาทาก็หาย วิลิปดาเลยรีบออกไปหาซื้อยาให้ทันที

สักพักวิลิปดาก็เอายานวดที่ขาให้ลำเพยพรรณพลางถามว่านัดลำเภาพาแล้วทำไมไม่บอกเธอ “น้าก็ไม่ได้บอกแม่เขาเหมือนกันนะ แล้วถ้าบอก ทั้งสองคนจะยอมมาเจอกันหรือเปล่าล่ะ” วิลิปดาเงียบ “จะน้อยใจอะไรนักหนา แม่เขายังเป็นห่วง ถามถึงลิปดานะว่าเป็นยังไงบ้าง” วิลิปดาว่า “เขาก็ถามไปตามมารยาทเท่านั้นล่ะค่ะ” ลำเพยพรรณมองหน้าหลานหนักใจ “ลิปดาทำไมอคติกับแม่นักนะ น้าอุตส่าห์นัดแม่เขามาได้แล้ว อยากให้สองคนคืนดีกัน จะโกรธกันไปทำไม รังแต่จะไม่สบายใจทั้งคู่ แม่เขาพร้อมจะพูดคุยกับเราอยู่แล้ว ลิปดาจะลดทิฐิลงมาคุยกับแม่ได้ไหม” วิลิปดาตอบเลี่ยงๆ “หนูไม่ได้มีทิฐิอะไรหรอกนะคะ แค่ไม่เข้าใจบางเรื่องเท่านั้นเอง” ลำเพยพรรณว่า “งั้นก็ไปคุยกันให้เข้าใจสิ น้าเป็นคนกลาง น้าอึดอัดมากที่สุด นึกว่าเห็นแก่น้าเถอะนะ ลิปดา” วิลิปดามองหน้าลำเพยพรรณอย่างครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจ

วิลิปดาช่วยประคองลำเพยพรรณกลับมาที่ร้าน แต่ทั้งสองก็ต้องแปลกใจ เมื่อไม่เห็นลำเภาพาแล้วลำเพยพรรณจะเรียกถามพนักงานเสิร์ฟ แต่เสียงข้อความในมือถือของลำเพยพรรณดังขึ้นเสียก่อน เธอหยิบขึ้นมากดดู ก็เห็นเป็นข้อความจากลำเภาพา “ฉันมีงานต้องรีบไปทำต่อ เธอกับวิลิปดากินกันไปก่อนนะ เอาไว้คราวหน้านัดกันใหม่” ลำเพยพรรณสีหน้าผิดหวัง วิลิปดายิ่งน้อยใจ “เห็นไหมคะน้าพรรณ เขาไม่เคยแคร์หนูเลย” ลำเพยพรรณว่า “แต่น้ากลับคิดตรงกันข้ามนะ แม่เขางานยุ่งยังอุตส่าห์ปลีกเวลามา” วิลิปดายังไม่ลดละ “เขายอมปลีกเวลามา เพราะนึกว่ามาทานข้าวกับน้าพรรณคนเดียวน่ะสิคะ ถ้ารู้ว่าลิปดามาด้วย เขาไม่มีทางยอมมาแน่ๆ ค่ะ” วิลิปดาลงท้ายเสียงเครือ ลำเพยพรรณกอดวิลิปดาไว้ “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกลิปดา ตอนหนูเดินเข้ามาแม่เขาดีใจมากเลยนะ เดี๋ยวเรากินข้าวกันก่อน วันหลังค่อยนัดแม่เขาใหม่ก็ได้ อยากกินอะไรสั่งเลยจ้ะ” วิลิปดาตาดูเมนู แต่ที่จริงพยายามกล้ำกลืนความเจ็บปวดขมขื่นลงไป อดที่จะน้ำตารื้นไม่ได้

คตกริชกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าแฟรงค์เล่นยาจนหลอนแล้วจะฆ่าเขา พอดีอธิปที่กำลังจะออกจากบ้านได้ยินเสียงรีบวิ่งมาช่วยก็เกือบโดนฆ่าอีกคน โชคดีที่คตกริชเอาเก้าอี้มาฟาดจนแฟรงค์สลบแล้วรีบพาส่งโรงพยาบาล ถึงรู้ว่าแฟรงค์เล่นยาอย่างหนักเพราะหญิงแหม่มที่พาเขาไป แล้วตอนนี้แหม่มก็กลับประเทศไปแล้ว

วันรุ่งขึ้น คตกริชไปทำงานเขายังกังวลเรื่องแฟรงค์ วิลิปดาเรียกก็ไม่ได้ยิน ต้องเรียกซ้ำ คตกริชบอกว่าเขามีปัญหาที่บ้านนิดหน่อย วิลิปดาไม่ได้ถามแต่ส่งกำลังใจให้เขาสู้ๆ คตกริชค่อยยิ้มออก

เย็นวันนั้น คตกริชอาสาไปส่งวิลิปดาที่บ้าน พีรนันท์ก็เดินมาบอกเธอเช่นกันว่าจะรอไปส่งเธอ แต่วิลิปดาเลือกที่จะไปกับคตกริช โดยแอบไปไม่ได้บอกพีรนันท์ พอถึงบ้านก็เจอกับลำเพยพรรณกลับมาพอดี วิลิปดาแนะนำให้รู้จักกับคตกริช ลำเพยพรรณสัมภาษณ์คตกริชอย่างเอาจริงเอาจัง จนวิลิปดาต้องปรามน้าสาวไว้ พอคตกริชกลับไปแล้ว วิลิปดาจึงถามน้าสาวว่าคตกริชเป็นยังไง ลำเพยพรรณว่า “ก็ดีนี่... แต่นั่นแหละนะลิปดา เวลาแค่นี้ก็ยังตัดสินคนไม่ได้ คนจะดูกันมันต้องใช้เวลาอีกนานนัก เราเป็นผู้หญิงด่วนผลีผลามตัดสินคนเร็วนัก อาจจะเสียใจที่ตั้งความหวังไว้สูงเกินไป” วิลิปดาถาม “แต่น้าพรรณก็ไม่ได้ห้ามเรื่องที่ลิปดาจะคบกับเขาใช่ไหมคะ” ลำเพยพรรณบอก “ของอย่างนี้มันห้ามกันไม่ได้ เท่าที่สังเกตดูเขาเป็นคนขยันดีนี่ ถ้าเขาจริงใจ รักลิปดาจริงๆ จนหรือมีน่ะไม่สำคัญ ขอให้เขาเป็นคนดีก็แล้วกัน” “น้าพรรณคะ” วิลิปดาเข้าไปนั่งที่พื้นใกล้กับตักลำเพยพรรณ “หนูขอบคุณน้าพรรณมากค่ะที่เข้าใจเราสองคน หนูสัญญาจะไม่ทำอะไรเสียหายอย่างที่น้าพรรณกลัว” ลำเพยพรรณลูปหัวหลานสาวอย่างเอ็นดู “ดีแล้วนะลิปดา น้าจะได้สบายใจ ผู้หญิงเราน่ะต่อให้รักเขาสักแค่ไหน เราก็ต้องเหลือความรักตัวเองให้มากๆ น้าไม่อยากให้เราผิดพลาดอย่าง...อย่างแม่เรา ถึงเขาจะร่ำรวย ประสบความสำเร็จสักแค่ หนูก็ยังเป็นคนมีแผล เป็นคนบาดเจ็บกับชีวิตอยู่เรื่อยๆ” วิลิปดาพยักหน้า “ค่ะ หนูจะคอยเตือนตัวเอง ไม่ให้น้าพรรณผิดหวัง” วิลิปดากอดลำเพยพรรณ เอาแก้มแนบกับตักน้าสาว ลำเพยพรรณมองหลานสาวยิ้มๆ

คตกริชไปเยี่ยมแฟรงค์ แต่ปรากฏว่าไม่อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว เขารีบไปหาอธิป จึงรู้ว่าที่บ้านมารับไปเพราะกลัวไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล อธิปยังพูดเรื่องที่จะย้ายไปอยู่ที่คอนโดของลีน่า คตกริชเองก็คิดจะหาซื้อบ้านแล้วพาแม่มาอยู่พอดี อธิปแซว “แสดงว่าตอนนี้การเงินกำลังรุ่ง” คตกริตว่า “ยังหรอก มันเป็นแค่ความคิดเริ่มต้น กูคิดจะลงหลักปักฐานซะที” “คุณเภาก็มีบ้านอยู่แล้วนี่ จะต้องซื้อใหม่ให้ลำบากทำไม” คตกริชบอก “ไม่ใช่กับคุณเภา” อธิปมองหน้าคตกริชอย่างแปลกใจยิ่งขึ้น “เฮ้ย...ใครวะ เพื่อนที่ทำงานใหม่เหรอ” คตกริชพยักหน้า “ไวไฟนี่หว่าเพื่อน แล้วถ้าคุณเภารู้ล่ะ เขาจะยอมเหรอ” คตกริชสีหน้าหนักใจ “กูจะค่อยๆ หาทางบอกเขาเอง” อธิปว่า “วิธีตีจากผู้หญิงมีตั้งเยอะ แต่ระวังหน่อยนะเพื่อน อย่าให้ตัวเองเข้าไปติดกับหนี้บุญคุณ เคยมีคนติดอยู่กับมัน ต้องมีเมียแก่ไปตลอดชีวิต ที่ซวยหนักๆหวังว่าเมียจะตายก่อน จะได้ใช้เงินหว่านซื้อผู้หญิงอายุอ่อนสักแค่ไหนก็ได้ แต่บังเอิญโชคร้ายเสือกตายก่อนเมียซะนี่” อธิปทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะ คตกริชอึ้งไปกับความคิดของเพื่อน

วันใหม่ คตกริชค่อยๆ เอ่ยปากถามวิลิปดาด้วยความกังวลใจว่าลำเพยพรรณว่ายังไงบ้าง วิลิปดาบอกว่าน้าชม คตกริชบอกว่าเขาจะเก็บเงินซื้อบ้านแต่ต้องกลับไปทำงานที่ผับ วิลิปดาถามอย่างเป็นห่วง “คุณจะไม่เหนื่อยเกินไปเหรอคะ” คตกริชว่า “ก็คงจะเหนื่อย แต่ผมไม่กลัว คุณต่างหากล่ะ จะยอมรับสักแค่ไหนถ้าผมไปทำงานกลางคืน” วิลิปดายิ้มให้กำลังใจ “ผู้ชายก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้วนี่คะ แต่ที่ห่วง...ห่วงสุขภาพมากกว่า ร่างกายจะทนได้สักแค่ไหน กลางวันก็ทำงาน กลางคืนยังต้องอดนอนอีก” คตกริชบอก “ผมเคยนอนดึกๆ เมื่อก่อนนี้ผมก็ทำงานกลางคืน” วิลิปดามองคตกริชอย่างชื่นชม “ฉันภูมิใจในตัวคุณค่ะกริช น้าพรรณจะต้องเข้าใจเราสองคนมากๆ ถ้าเราต่อสู้กันตามลำพัง โดยไม่หวังทรัพย์สินของน้าพรรณ หรือของแม่” คตกริชยิ้ม “ผมโชคดีที่ได้มาเจอคุณ” วิลิปดาบอกน้ำเสียงล้อๆ “แล้วฉันโชคดีหรือเปล่าเอ่ย... ที่เจอผู้ชายอย่างคุณ” คตกริชนึกถึงเรื่องลำเภาพา เผลอพูดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ “อาจจะโชคร้ายก็ได้ ถ้าบังเอิญคุณรับความจริงบางอย่างในชีวิตผมไม่ได้” วิลิปดาสงสัย “เช่นอะไรคะ” คตกริชรีบเปลี่ยนเรื่อง “เป็นต้นว่า...ผมจน” วิลิปดาว่า “โธ่...เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเลยค่ะ คนเราไม่ได้เกิดมารวยทุกคนนี่คะ” คตกริชรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น กุมมือวิลิปดามาบีบเบาๆ อย่างอ่อนโยน

คตกริชไปหาลำเภาพาที่ทำงาน เจอพิมพ์สนมก็นั่งคุยกัน เพราะต้องไปร่วมงานกันที่ผับ ลำเภาพาเห็นก็ไม่ค่อยพอใจ เรียกคตกริชเข้าไปเตือนในห้องทำงานว่าห้ามสนิทกับพิมพ์สนมมากนักเธอไม่ชอบ

วันเปิดผับ ดูฟองร้องเพลงอยู่บนเวที ลูกค้าทยอยเข้ามาในร้านอย่างไม่ขาดสาย คตกริชกับพิมพ์สนมคอยต้อนรับลูกค้าอยู่ในร้าน ลำเภาพากับเชิดศักดิ์สังเกตการณ์อยู่มุมหนึ่งอย่างพอใจ

คตกริชเข้ามาต้อนรับปิยะมาศ ซึ่งเป็นลูกค้าท่าทางไฮโซและดูเหมือนจะสนใจคตกริชเป็นพิเศษ เธอบังคับให้คตกริชมานั่งเป็นเพื่อน ลำเภาพาเห็นก็เข้ามาพร้อมเชิดศักดิ์ แล้วขอตัวคตกริชออกไป อ้างว่าคตกริชเป็นผู้จัดการต้องต้อนรับลูกค้าคนอื่น เชิดศักดิ์เลยนั่งเป็นเพื่อนแทน

ในห้องแต่งตัวนักร้อง ดูฟองกลับเข้ามาในห้องแต่งตัว นั่งเติมหน้าที่หน้ากระจก พิมพ์สนมเดินเข้ามาบอกดูฟองให้ใส่ชุดที่เธอเตรียมให้ แต่ดูฟองไม่ชอบ ทั้งสองเถียงกันจนถึงขั้นตบตี

ตอนที่ 13
เชิดศักดิ์พยายามใกล้ชิดลำเภาพา แต่เธอไม่ค่อยสนใจ พยายามเลี่ยงห่างๆ พิมพ์สนมเอาบัญชีมาให้คตกริชดู หวังจะได้ใกล้ชิดกับคตกริช แต่ลำเภาพาเข้ามาขัด พิมพ์สนมจำต้องขอตัวกลับไป ลำเภาพาออดอ้อนว่าเมาแล้วบอกให้คตกริชไปส่ง คตกริชมีสีหน้าลำบากใจทันที รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่ก็ขัดอะไรไม่ได้ เพราะเกรงใจลำเภาพา

เช้าวันรุ่งขึ้น คตกริชลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบา ลำเภาพารู้สึกตัวหันมา ปรือตาขึ้นเล็กน้อย ถามว่าจะไปแล้วเหรอ คตกริชว่าต้องรีบไปทำงาน ลำเภาพาพูดขึ้น “หยุดสักวันก็ได้นี่ เมื่อคืนเราก็นอนดึกจะตายไป” คตกริชรีบส่ายหน้า “ไม่ได้หรอกครับ ผมเพิ่งทำงานไม่ถึงเดือน จู่ๆ ขาดงานเดี๋ยวจะไม่พ้นโปร” ลำเภาพาว่า “ไม่พ้นโปรก็มาทำงานกับฉันได้” “ตอนนี้ผมก็ทำอยู่แล้วนี่ครับ” ลำเภาพาบอก “ฉันหมายถึงงานตอนกลางวันน่ะ ฉันจะยืดหยุ่นให้เธอเข้าสายหน่อยได้ด้วย” คตกริชนิ่งไปนิดก่อนจะตอบ “ผมอยากให้เรามีเวลาห่างกันบ้าง ถ้าเป็นเจ้านายลูกน้องกันตลอดเวลาผมจะ...” ลำเภาพาสวน “อึดอัดเหรอ” คตกริชว่า “ไม่เชิงหรอกครับ แต่ผมจะไม่ได้พัฒนาตัวเองในด้านอื่น แล้วที่จริง ผมก็ชอบงานที่ทำอยู่มากด้วย” ลำเภาพาเริ่มสงสัยเลยแกล้งถาม “ดูท่าทางเธอชอบงานที่บริษัทโฆษณานี่มากเลยนะ งานดีหรือว่าคนที่นั่นดี” คตกริชหลบสายตา “ก็ทั้งสองอย่างแหละครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวจะสาย” คตกริชเดินหนีเข้าห้องน้ำไปทันที เพื่อเลี่ยงการจับผิดของลำเภาพา ลำเภาพามองตามอย่างสงสัย

ที่ลับตาคนในบริษัท คตกริชกับวิลิปดาหลบมานั่งดื่มกาแฟด้วยกัน คตกริชท่าทางไม่ค่อยสดใส หาวเป็นระยะๆ วิลิปดามองด้วยความเป็นห่วงว่าถ้าเลิกดึกทุกวันจะไม่ไหว คตกริชว่าเคยทำงานกลางคืนชินแล้ว “แต่ตอนนั้นคุณไม่ได้ทำงานกลางวัน จะนอนตื่นสายแค่ไหนก็ได้ นี่นอนไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นขึ้นมาทำงานอีกแล้ว” คตกริชจับมือวิลิปดาไว้ บีบเบาๆ พลางหัวเราะกลบเกลื่อน “ลิปดา... ท่าทางผมอาการหนักเลยเหรอ” วิลิปดาว่า “ก็อดเป็นห่วงไม่ได้นี่คะ ฉันนอนหลับสบายบนเตียง ส่วนคุณยังต้องทำงาน” คตกริช ถอนใจ “ทำไงได้ล่ะ มันเป็นงาน แล้วผมก็อยากเก็บเงิน” วิลิปดาจ้องหน้าคตกริชอย่างเป็นห่วง “แต่ยังไงก็ต้องระวังเรื่องสุขภาพด้วย ถ้าทนอดนอนไม่ไหว ก็อย่าไปทำเลย” คตกริชยิ้มดีใจที่วิลิปดาเป็นห่วงตนเอง“ผมจะทำให้ผู้ใหญ่ของลิปดาเห็นว่า ความจริงใจของผมไม่ได้มีแค่คำพูดชุ่ยๆ เท่านั้น ยิ่งเห็นลิปดาเป็นห่วงผม ผมยิ่งอบอุ่นจนบอกไม่ถูก แล้วก็อยากทำให้ฝันของตัวเองเป็นจริงเร็วๆ” วิลิปดากุมมือคตกริชไว้ มองเขาอย่างซาบซึ้ง

แป๋มที่แอบเห็นวิลิปดากับคตกริชหลายครั้ง ก็คาดคั้นถามวิลิปดาจนเธอยอมรับ แป๋มบอกว่า เธอไม่ว่าอะไรหรอก แต่อยากให้วิลิปดาบอกความจริงกับพีรนันท์ เพราะเธอคิดว่าพีรนันท์ใจกว้างพอ ดีกว่าให้เขารู้เรื่องเอง ทำให้วิลิปดาคิดหนัก

อุ๋ยมาหาคตกรชิที่บ้านเจออธิป เขาจึงชวนไปหาอะไรกินกัน อธิปพาไปร้านหรู อุ๋ยถามถึงคตกริชให้อธิปช่วยเล่าเพื่อที่เธอจะได้ทำใจยอมรับให้ได้ว่าคตกริชคิดกับเธอแบบน้องสาว อธิปเล่าว่าคตกริชกำลังชอบอยู่กับผู้หญิงที่ทำงานด้วยกัน อุ๋ยถึงกับตาลุกวาว แต่รีบเก็บอาการ แอบทึ้งผ้าปูโต๊ะอย่างเจ็บใจ

วิลิปดาบอกกับคตกริชว่า จะบอกความจริงกับพีรนันท์ คตกริชก็เห็นด้วย เพราะเขาตั้งใจเปิดเผยแต่แรกแล้ว

คตกริชกลับถึงบ้าน หวังจะนอนพักก่อน อธิปบอกว่าอุ๋ยมาส่งข่าวว่าแม่เขากำลังคบกับชายคนใหม่ คตกริชเลยรีบไปที่บ้าน ก็เห็นแม่กำลังเก็บเสื้อผ้า พอเห็นหน้าลูก อำไพก็ขอเงิน คตกริชว่ามีแค่พันเดียวอำไพก็เอา แล้วสันติก็โผล่มา อำไพรีบชวนออกจากบ้าน คตกริชรีบเข้ามาขวาง ถามว่าแม่จะไปไหน อำไพไม่ยอมบอก สันติเลยบอกเองว่าจะไปบ้าน คตกริชเตือนว่าแม่จะโดนปอกลอกอีกแต่อำไพไม่สนใจเดินหนีออกไป คตกริชมองตามแม่อย่างเป็นห่วง

คตกริชกลับเข้ามาในบ้านอย่างเหนื่อยอ่อน อุ๋ยเข้ามามองด้วยความเห็นใจ “แม่พี่ไปแล้วอุ๋ย” อุ๋ยจับมือกริชไว้เชิงปลอบ “คงต้องปล่อยแกไปก่อนนะพี่” คตกริชระบาย “พี่เคยคิดว่าจะซื้อบ้านสักหลังให้แม่ไปอยู่ด้วย แต่มาเห็นแบบนี้แล้วพี่เลยท้อ” อุ๋ยถอนใจ “เฮ้อ...ฉันเคยเห็นแต่ลูกใจแตกทำตัวเหลวไหลจนพ่อแม่เครียด นี่มันกลับตาลปัตรกันซะ ฉันละเหนื่อยแทนพี่จริงๆ” คตกริชว่า “แม่แกคงทำงานมาหนักมาก ตอนต้องหาเลี้ยงพี่” อุ๋ยขัด “ก็เลยมาปล่อยตัวตอนแก่น่ะเหรอ” คตกริชเครียด อุ๋ยจับบ่ากริชไว้ “โธ่...พี่กริชอย่าเครียดไปเลยนะ เดี๋ยวแกเบื่อก็กลับมาเอง” คตกริชพยักหน้ารับ “พี่ก็หวังว่าอย่างนั้น แต่เป็นห่วงแกว่าจะโดนหลอกอีก” อุ๋ยปลอบ “แกเอาตัวรอดได้น่า พี่เป็นห่วงตัวเองเถอะ ดูสิ ทำงานจนดูล้าไปหมดเลย ระวังจะไม่สบายเอานะ” “พี่ไม่เป็นไร ยังไหว” อุ๋ยขยับตัวเข้าไปใกล้ “อุ๋ยเป็นห่วงพี่นะ ไม่อยากให้พี่ทำงานหนักเกินไป จะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง” คตกริชบอก “ขอบใจนะอุ๋ย ที่เป็นห่วงพี่ แล้วก็ช่วยพี่ดูแลแม่มาตลอด” อุ๋ยซบลงที่ไหล่คตกริช “อุ๋ยเต็มใจจ้ะ อะไรที่ช่วยพี่กริชได้บอกอุ๋ยมาเถอะ อุ๋ยทำให้พี่ได้ทั้งนั้น” อุ๋ยเข้าไปคลอเคลียจนคตกริชเริ่มรู้สึกว่ามันจะเกินเลย คตกริชตกใจรีบลุกขึ้น “อย่าทำแบบนี้เลยอุ๋ย” อุ๋ยทำหน้างง “ทำไม พี่กริชไม่คิดจะสนใจอุ๋ยบ้างเลยเหรอ” คตกริชรีบบอก “พี่รักอุ๋ยนะ แต่มันไม่ใช่” อุ๋ยพูดขึ้นสีหน้าน้อยใจ “ใช่สิ อุ๋ยมันไม่รวย ไม่ไฮโซนี่” “พี่ไม่เคยคิดอย่างนั้น” “แล้วพี่คิดยังไงล่ะ” คตกริชรู้สึกอึดอัด เลยพูดตัดบท “พี่มีเรื่องให้คิดมากพอแล้ว อุ๋ยอย่ามาทำ ให้พี่ลำบากใจอีกเลย” คตกริชพูดจบก็เดินออกไปทันที อุ๋ยน้ำตาคลอมองตามคตกริชทั้งน้อยใจทั้งเจ็บใจ

วิลิปดาตัดสินใจคุยกับพีรนันท์ แต่ไม่ยอมบอกว่าเธอคบกับคตกริช พีรนันท์ยืนยันว่าถ้าวิลิปดายังไม่มีใครเขาก็ยังมีความหวัง วิลิปดามองหน้าพีรนันท์รู้สึกลำบากใจ

คตกริชนั่งอยู่คนเดียวเหม่อๆ ลำเภาพาเดินเข้ามาสังเกตเห็น เลยเข้าไปเรียบเคียงถามว่ามีเรื่องอะไร คตกริชยอมบอกว่าเขาเครียดเรื่องที่แม่ออกไปอยู่กับคนอื่น ลำเภาพาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ แล้วก็ยิ้มออกมา เข้าใจในการกระทำของอำไพ “ฉันเข้าใจนะ เข้าใจแม่ของเธอ” คตกริชว่า “ผมกลัวแม่จะเป็นอันตราย” ลำเภาพาบอก “เขาเองก็คงรู้ว่าเสี่ยง แต่เขาเลือกที่จะไปเพราะมันเป็นความสุขของเขา” คตกริชสงสัย “ทำไมคุณเภาคิดว่าอย่างนั้นละครับ” “อาจจะเป็นเพราะว่า บางครั้งฉันก็รู้สึกอย่างแม่เธอเหมือนกัน” คตกริชอึ้ง มองหน้าลำเภาพาอย่างรู้สึกละอาย “ไม่เกี่ยวกับเรื่องของเราหรอกนะ แต่เป็นการใช้ชีวิต ตอนยังสาวเราอาจจะระวังตัวแจ กลัวโน่นนี่สารพัด แต่เมื่อถึงช่วงหนึ่ง เราจะรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วมาก และชีวิตก็ไม่มีอะไรแน่นอน ถ้าไม่เสี่ยงตอนนี้ก็ไม่รู้จะมีโอกาสอีกเมื่อไร” ลำเภาพาโอบคตกริชไว้เชิงปลอบ “สบายใจได้นะกริช แม่เธอคงลำบากมามากแล้ว เขาก็เลยอาจจะอยากใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองเคยคิดบ้าง เธอคอยดูแลคอยเตือนเขาอยู่ห่างๆ ก็พอแล้ว อะไรที่มันยังไม่ได้เกิดก็ไม่ควรไปกังวลมันก่อน บางทีอาจจะดีกว่าที่เราคิดก็ได้” คตกริชทั้งรู้สึกสับสนและอบอุ่นใจ แต่ก็รู้สึกผิดกับทั้งวิลิปดาและลำเภาพา

สายวันรุ่งขึ้น วิลิปดาหาโอกาสคุยให้คตกริชฟัง คตกริชอุทานอย่างแปลกใจ“คุณพียังไม่ยอมแพ้เหรอครับ” วิลิปดาพยักหน้า “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าตราบใดที่ลิปดายังไม่มีใครเขาก็จะพยายามต่อไป” คตกริชยิ้มกวน“ลิปดาเสน่ห์แรงจัง” วิลิปดาค้อน “อย่าประชดกันอย่างนี้สิคะ” คตกริชบอก “ผมไม่ได้ประชดครับ ผมพูดจริง หึงด้วย” วิลิปดาอดยิ้มออกมาไม่ได้ “ไม่ทันไรหึงซะแล้วเหรอ” “ผมคงต้องรีบแสดงตัวให้คุณพีรู้” วิลิปดาบอก “ฉันว่าเรารอให้คุณพ้นโปรก่อนดีกว่า” คตกริชไม่ค่อยเห็นด้วย “ลิปดา ผม...ผมไม่อยากรอแล้วจริงๆ ยิ่งรอนานไปอาจจะทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงได้” “โธ่...กริชมองลิปดาเป็นคนยังไงนะ” คตกริชจับมือวิลิปดาไว้ “ผมเชื่อมั่นในตัวคุณ แต่ก็อดกังวลไม่ได้” วิลิปดาว่า “อย่าระแวงสิคะ ถ้าฉันจะเลือกพี่พี ก็คงเลือกไปก่อนหน้านี้แล้ว” คตกริชบีบมือวิลิปดาเบาๆ อย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณนะครับลิปดา ขอบคุณที่รอผม” คตกริชมองวิลิปดาด้วยสายตาหวานซึ้ง แต่แล้วทั้งสองหันไปมองใครบางคนที่ก้าวเข้ามา พีรนันท์หยุดยืนมองอยู่ด้วยความเสียใจ “ที่แท้ก็กริชนี่เอง ที่เป็นสาเหตุ” วิลิปดาตกใจ “พี่พี” พีรนันท์ถามด้วยสีหน้าผิดหวัง“ทำไมลิปดาไม่บอกความจริงกับพี่” วิลิปดาอึกอัก “คือ…พี่พีกับกริช...ทำงานด้วยกัน ถ้าบอกไปสองคนคงมองหน้ากันไม่ติด” พีรนันท์บอก “พี่เสียใจ ที่ลิปดามองพี่ผิดไป พี่แยกแยะได้นะ ระหว่างงานกับส่วนตัว” พีรนันท์เดินออกไป วิลิปดามองตามเสียใจ คตกริชหันไปบอกวิลิปดาว่าเขาจะตามไปอธิบายพีรนันท์เองก่อนจะวิ่งออกไป วิลิปดามองตามสีหน้าหนักใจ

พีรนันท์เข้าห้องไปแล้ว เสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาตะโกนบอกว่าขออยู่คนเดียว คตกริชเดินออกไปด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก พอวิลิปดารู้เรื่องก็ไม่สบายใจไปด้วย คตกริชบอกว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้าต้องเปลี่ยนงาน ก็จะหาเวลามาเจอวิลิปดา เธอว่าทำงานเยอะจะมีเวลาเจอกันยังไง คตกริชบอกอย่างหนักแน่น “ต้องมีสิครับ ผมจะทำให้ได้ ที่จริงอย่างนี้ก็ดีนะครับ เราจะได้เปิดเผยไปเลย ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆอีกแล้ว” วิลิปดาสีหน้ายังไม่ค่อยสบายใจนัก คตกริชจับมือวิลิปดาไว้ “ถ้าลิปดาพร้อมจะสู้ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็ไม่ยอมแพ้นะครับ” วิลิปดาบอก “ลิปดาสู้เสมอค่ะ กริชก็อย่าท้อนะคะ” วิลิปดายิ้มให้คตกริชอย่างมีกำลังใจมากขึ้น

วันเดียวกัน ลำเภาพาหน้ามืด พิมพ์สนมรีบพาเข้าไปพักในห้อง เธอคิดว่าเป็นเพราะนอนน้อย จึงโทรบอกคตกริชว่าคืนนี้จะไม่ไปที่ผับ ให้เขาดูแล พิมพ์สนมได้ยินก็ดีใจมีแผนจะไปที่ผับเพื่อเจอคตกริช

ตอนที่ 14
พล นักร้องชาย รีบมาตามคตกริชไปเคลียร์ดูฟองกับพิมพ์สนม แต่ทั้งสองยังไม่ยอมกัน คตกริชเอาชื่อลำเภาพามาขู่ก็นิ่งกันไป สักพักลำเภาพาเดินมาตามหาคตกริช เห็นสภาพสองสาว คตกริชรีบแก้ว่ามีหนูวิ่งทำให้สาวๆ กลัว ลำเภาพาไม่ค่อยเชื่อแต่ไม่อยากมีปัญหากับคตกริช จำใจพยักหน้าแล้วเดินเลี่ยงออกไป

คตกริชพอเคลียร์เรื่องเรียบร้อยแล้ว ก็รีบปลีกตัวออกมาแอบโทรศัพท์หาวิลิปดา แต่คุยกันไปได้นิดเดียวลำเภาพาก็เดินออกมาตามให้ไปช่วยส่งแขก แขกสาวคนเดิมบอกว่าเมาขับรถไม่ไหว ให้คตกริชขับไปส่ง แต่เขาแก้สถานการณ์ด้วยการให้เด็กคนอื่นไปส่งแทน ลำเภาพามองอย่างชื่นชม ผิดกับเชิดศักดิ์ที่แอบมองอย่างหมั่นไส้

ที่ผับตอนกลางคือ พิมพ์สนมพยายามเข้าไปใกล้ชิดกับคตกริช ดูฟองที่แอบมองอยู่ก็คอยถ่ายคลิปแล้วเอาไปให้เชิดศักดิ์ดู เชิดศักดิ์บอกว่าให้เก็บไว้ก่อน รอเวลาเปิดให้ลำเภาพาดู

หลังผับปิด พิมพ์สนมทำทีมายืนรอรถแท็กซี่อยู่นานแล้ว คตกริชเดินออกมาขึ้นรถเห็นก็เลยอาสาไปส่งพิมพ์สนมที่บ้าน

วันรุ่งขึ้น คตกริชเข้าไปยื่นเอกสารให้พีรนันท์แล้วพยายามจะอธิบายเรื่องวิลิปดา พีรนันท์โบกมือห้ามคตกริช “ไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น ถึงลิปดาจะเลือกคุณ แต่ยังไงผมก็ยังไม่ยอมแพ้หรอกนะ” คตกริชว่า “ผมดีใจแทนลิปดานะครับ” พีรนันท์จ้องหน้า “ไม่ต้องดีใจหรอก ถ้าเมื่อไรผมรู้ว่าคุณดูแลลิปดาได้ไม่ดี ผมไม่ปล่อยคุณไว้แน่” คตกริชยิ้มแล้วพูดขึ้น “คงไม่มีวันนั้นหรอกครับ” พีรนันท์ยังไม่ยอมลดละ “อย่าเพิ่งมั่นใจไป เพราะผมก็มั่นใจในสิ่งที่ผมทำเหมือนกัน คุณอย่าทำให้ลิปดาผิดหวัง” คตกิชบอกก่อนจะเดินออกไป “ขอบคุณที่เตือนครับ” พีรนันท์มองตามเอาจริง

สายวันเดียวกัน ลำเภาพาอาการยังไม่ดีขึ้น ลิลลี่ขึ้นไปเห็นลำเภาพานอนไม่รู้สึกตัวอยู่ก็รีบพาส่งโรงพยาบาล พอลำเภาพารู้สึกตัวก็บอกให้ลิลลี่โทรบอกคตกริช

คตกริชรับสายของลิลลี่ก็เป็นรู้สึกเป็นห่วงลำเภาพา วิลิปดาเห็นสีหน้าก็ถาม คตกริชโกหกว่าเป็นแม่ที่ไม่สบาย วิลิปดาขอไปเยี่ยม คตกริชรีบบอกว่าตอนนี้ยังไม่สะดวกแล้วรีบขอตัวออกไปทันที

คตกริชเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นลำเภาพานอนให้น้ำเกลืออยู่ ลำเภาพาหันไปเห็นว่าคตกริชมาก็ดีใจรีบออดอ้อนขอให้คตกริชอยู่เฝ้าเธอคืนนี้ แต่คตกริชเป็นห่วงงานที่ผับ ลำเภาพาบอกอย่างรู้ทันว่าเธอได้โทรให้พิมพ์สนมไปดูแลงานแทนแล้ว ลำเภาพาอ้อนคตกริชให้ป้อนอาหาร คตกริชหันไปหยิบชามข้าวต้มป้อนให้ลำเภาพา ลำเภาพายิ้มปลื้มมีความสุข

วิลิปดากลับเข้ามาในบ้าน ลำเพยพรรณเลยชวนไปเยี่ยมลำเภาพาด้วยกัน ตอนแรกวิลิปดาอิดออด ลำเพยพรรณต้องปรามว่าแม่ไม่สบายนะ แล้วแม่ก็คงอยากเจอเธอ วิลิปดาสีหน้ากังวล

ในผับ พิมพ์สนมมาคอยต้อนรับลูกค้าที่เข้าร้านด้วยท่าทางอ่อนหวาน เสียงฮือฮาดังมาจากเวทีพิมพ์สนมหันไปมอง ดูฟองซึ่งร้องเพลงอยู่นั้นเดินลงจากเวที แล้วเต้นยั่วยวนแขกผู้ชาย บางทีก็ทำท่าจะไปนั่งตัก ทำให้ได้ทิปมามากมาย พิมพ์สนมมองไปอย่างไม่พอใจ พอดูฟองร้องเพลงเสร็จเดินลงมาจากเวที พิมพ์สนมก็เข้าไปต่อว่าจนเกือบจะตบตีกัน พลรีบโทรตามคตกริช คตกริชหน้าเครียดจำต้องบอกลำเภาพาว่ามีลูกค้าตีกันต้องไปช่วย

คตกริชสวนกับลำเพยพรรณกับวิลิปดาที่มาเยี่ยมลำเภาพา เธอชะงักไปนิดเมื่อเห็นลูกสาวมาด้วยลำเพยพรรณรีบแก้ไขสถานการณ์โดยดึงวิลิปดาเข้ามา วิลิปดาวางผลไม้ไว้บนโต๊ะ ลำเพยพรรณชวนคุยจะให้วิลิปดาปอกผลไม้ให้แม่ทาน แต่ลำเภาพาก็บอกว่ายังไม่อยากกิน ลำเพยพรรณเลยเปลี่ยนเรื่องถามว่าจะกลับบ้านได้เมื่อไร ลำเภาพาว่าพรุ่งนี้ “แล้วไม่มีใครเฝ้าเลยเหรอคะ ให้ลิปดามาเฝ้าไหมคะ” ลำเภาพาตกใจรีบพูด กลัวจะรู้เรื่องคตกริช “ไม่ต้อง!” วิลิปดาหน้าเจื่อนไป ลำเภาพารู้สึกตัว ลดเสียงให้อ่อนลง “ไม่ได้เป็นอะไรมาก” วิลิปดารู้สึกอึดอัด หาทางเลี่ยงขอตัวไปซื้อกาแฟ ลำเภาพารู้ว่าวิลิปดายังโกรธอยู่ จึงทำท่าจะลุกขึ้น “เดี๋ยวก่อน” แต่แล้วลำเภาพาก็ทรุดลงไป วิลิปดาหันกลับมา ลำเพยพรรณตกใจรีบเข้าไปประคอง “พี่เภาเป็นยังไงบ้างคะ” ลำเภาพาว่า “หน้ามืดนิดหน่อย โอเคแล้ว” ลำเพยพรรณถามอย่างเป็นห่วง “พรรณเรียกหมอให้ไหมคะ” ลำเภาภาส่ายหน้าก่อนจะพูดขึ้นด้วยความน้อยใจ “ไม่ต้อง ไม่ต้องมาสนใจฉันหรอก คนเป็นลูกเค้ายังไม่สนใจเลย” ลำเพยพรรณทนไม่ไหว ระเบิดออกมาด้วยความอัดอั้น “ลิปดา... พี่เภา ทำไมสองคนถึงต้องทำมึนตึงใส่กันตลอดเวลานะ ครอบครัวเราก็มีกันแค่นี้เอง ทำไมถึงทำดีต่อกันไม่ได้ ฉันไม่เข้าใจ จะพูดกันดีๆบ้างไม่ได้เลยหรือไง ฉันอึดอัดจะแย่อยู่แล้ว” ลำเพยพรรณร้องไห้ออกมา ลำเภาพากับวิลิปดาอึ้งไป วิลิปดาน้ำตาคลอมองลำเพยพรรณอย่างรู้สึกผิด ตัดสินใจเข้าไปยกมือไหว้ลำเภาพา วิลิปดาร้องไห้ “หนูขอโทษค่ะ ที่ผ่านมาหนูอาจจะเข้าใจอะไรผิดไปหลายอย่าง น้าพรรณช่วยอธิบายให้หนูเข้าใจแล้ว” ลำเภาพาสับสนกับความรู้สึกของตัวเองจะเอื้อมมือไปลูบหัววิลิปดา แต่ก็ดึงมือกลับ “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” วิลิปดาเสียใจที่เป็นต้นเหตุให้ลำเพยพรรณต้องเสียน้ำตา หันไปยกมือไหว้ “หนูขอโทษนะคะ น้าพรรณ” วิลิปดากอดลำเพยพรรณร้องไห้โฮ “จำไว้นะลิปดา ไม่มีใครรักเราได้มากเท่ากับแม่อีกแล้ว ต่อไปขอให้เข้าใจกันมากๆ นะคะ สองแม่ลูก” ลำเพยพรรณน้ำตาไหลด้วยความปลื้มใจ ดึงตัววิลิปดาเข้าหาลำเภาพา วิลิปดาค่อยๆ สวมกอดลำเภาพา ทั้งสองก็แอบน้ำตาซึมด้วยความสับสน ลึกๆ แล้วยังรู้สึกไม่สนิทใจทั้งคู่ ที่ทำไปก็เพื่อให้ลำเพยพรรณสบายใจ

คตกริชไปถึงที่ผับ พิมพ์สนมนั่งดื่มอยู่ในห้อง พอเห็นคตกริชก็โผเข้าหา แล้วอ้างว่าดูฟองกล่าวหาว่าคตกริชกับลำเภาพาเป็นมากกว่าเจ้านายลูกน้องเธอเลยทนไม่ไหว แล้วพิมพ์สนมทำเป็นเซไปซบกับคตกริชพลางบอกว่าไม่ไหวขอให้เขาไปส่ง ดูฟองยิ้มร้ายยกมือถือขึ้นมาแอบถ่ายคลิปเก็บไว้

ดูฟองนำคลิปไปให้เชิดศักดิ์ดู เขาแนะนำว่าทำให้พิมพ์สนมหึงโดยการให้ดูฟองตีสนิทกับคตกริช

คตกริชไปส่งพิมพ์สนมที่บ้าน เธออ้อนให้เขาไปส่งถึงเตียงแล้วพยายามโน้มให้เขาเข้ามาใกล้ชิดแต่ลำเภาพาส่งไลน์มาเสียงดังขึ้น ทำให้คตกริชได้สติรีบขอตัวกลับออกไป พิมพ์สนมมองตามงุนงงปนเสียดาย

คตกริชเปิดประตูห้องเข้ามา เห็นลำเภาพานอนหันหลังให้อยู่ “คุณเภาหลับแล้วเหรอครับ” ลำเภาพาพูดขึ้น “ยัง ฉันรอเธออยู่” คตกริชเดินเข้าไปใกล้ ท่าทางเป็นห่วง “ที่จริงไม่ต้องรอผมหรอกครับ” ลำเภาพาหันกลับมามองคตกริชด้วยสายตาแปลกๆ เธอพยายามลุกขึ้น คตกริชเข้าไปช่วยประคอง พอลุกขึ้นมาได้ ลำเภาพาก็ตบหน้าแล้วทุบตีคตกริชแรงๆด้วยความโกรธเกรี้ยว จนสายน้ำเกลือหลุด “เธอหายไปไหนมา บอกฉันมาสิ ทำไมเพิ่งกลับมา” คตกริชพยายามจับไหล่ของลำเภาพาให้หยุด “เดี๋ยวก่อนครับคุณเภา อะไรกันครับเนี่ย ผมทำอะไรผิด” ลำเภาพาโวยวาย “ตอบฉันมาสิว่าเธอหายไปไหนมา” คตกริชบอก “ผมก็ไปที่ผับไงครับ” ลำเภาพาตวาด “ผับเลิกตั้งแต่ตีสองแล้ว เธอไปไหนมาอีก” คตกริชอึ้งไป ไม่แน่ใจว่าลำเภาพารู้เรื่องเขาไปส่งพิมพ์สนมหรือยัง “ผม...ไปส่งพิมพ์สนมที่บ้าน” ลำเภาพาทุบตีคตกริชอีกอย่างเกรี้ยวกราด “นั่นไงล่ะ ในที่สุดก็จนมุม คนทรยศ ทำไมถึงทำอย่างนี้ ทำไม” คตกริชพูดขึ้นเสียงดัง “ฟังผมก่อนสิครับ คุณเภา...หยุดก่อน” คตกริชพยายามอธิบาย แต่ลำเภาพายังทุบตีเขาจึงต้องคอยปัดป้อง ลำเภาพาทุบจนหยุดหอบอย่างเหนื่อย คตกริชเข้าไปประคอง ลำเภาพาปัดมือออก “ไม่ต้องมายุ่ง” คตกริชบอกน้ำเสียงจริงจัง “ผมไปส่งเขาเพราะเห็นเขา...รอรถนาน” ลำเภาพาเมินหน้าหนี “ไม่ต้องมาแก้ตัว ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้เลิกยุ่งกับพิมพ์สนม เกี่ยวข้องกันน้อยที่สุดยิ่งดี แล้วทำไมถึงต้องไปส่งถึงบ้าน” คตกริชว่า “ผมไม่ได้มีอะไรกับคุณพิมพ์นะครับ แค่ไปส่งเขา แล้วก็กลับมาที่นี่” “ฉันไม่เชื่อ ถ้าคนเราไปส่งกันถึงบ้านมันต้องคิดอะไรกันแน่ๆ” คตกริชถอนใจ “ถ้าคุณเภาจะคิดอย่างนั้นก็ตามใจครับ ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้ว” ลำเภาพาชี้ไปที่ประตูอย่างโกรธจัด “ออกไป!ไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้” คตกริชสีหน้าเครียด “ทำไมคุณไม่เชื่อผมบ้างเลย” ลำเภาพาตวาดซ้ำ “บอกให้ออกไปไงล่ะ” ลำเภาพาหยิบของใกล้มือปาใส่ คตกริชรีบเดินหนีออกไปจากห้อง

คตกริชเดินออกมายืนพิงกำแพงอย่างรู้สึกอ่อนแรง ถอนใจกับตัวเอง ลำเภาพาซบหน้ากับมือตัวเอง ร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจ

วันต่อมา ลำเภาพาไปทำงานเจอพิมพ์สนม เธอมองด้วยพิมพ์สนมด้วยสายตาเกลียดชัง แล้วเมื่อพิมพ์สนมชงชามาให้ เธอจึงต่อว่าที่ให้คตกริชไปส่งที่บ้าน พิมพ์สนมตกใจที่ลำเภาพารู้ เธอรีบบอกว่าไม่มีอะไรเกินเลย ลำเภาพาสวนว่า “ตอนนี้ไม่มี แต่ในอนาคตอาจจะมีก็ได้ แล้วคนที่ผับมันจะเอามาเม้าท์กันจนเสียการปกครอง เข้าใจไหม” พิมพ์สนมหน้าเสีย ก้มหน้ารับคำ “ค่ะๆ” ลำเภาพาตวาด “เข้าใจก็ดี ออกไปได้แล้ว” พิมพ์สนมหันหลังให้ลำเภาพา สีหน้าเจ็บใจสุดขีด แต่ก็เดินออกไปเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น ลำเภาพามองตามอย่างหมั่นไส้คตกริชสีหน้าเคร่งเครียดครุ่นคิด ก่อนจะโผล่ขึ้นไปบอกวิลิปดาว่าจะชวนเธอไปดูบ้าน วิลิปดามองคตกริชด้วยสีหน้าแปลกใจ นึกไม่ถึง

วันใหม่ คตกริชพาวิลิปดาไปเดินดูบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรร ทั้งสองคนเดินจูงมือกันไปอย่างมีความสุข

ตอนที่ 15
อธิปออดอ้อนลีน่าว่าต้องคืนห้องแล้ว ลีน่าจึงให้ไปพักที่คอนโดของเธอ

ลำเภาพาแวะไปหาลำเพยพรรณแล้วรู้ว่าวิลิปดาออกไปดูบ้านกับแฟนจึงอยู่รอพบ คตกริชมาส่งวิลิปดาที่บ้านแล้วขอตัวกลับเลยเพราะต้องรีบไปดูงานที่ผับ

วิลิปดาเดินเข้าบ้านมา ลำเพยพรรณบอกให้ไปหาแม่ที่สวน วิลิปดาเดินเข้าไปเห็นลำเภาพากำลังนั่งเช็กเมล์ในไอแพด ลำเภาพาหันมาเห็นวิลิปดา “กลับมาแล้วเหรอลิปดา เห็นน้าพรรณบอกว่าจะซื้อบ้าน” วิลิปดาบอก “เปล่าค่ะ แฟน...ลิปดาเขาจะซื้อ” ลำเภาพาจ้องหน้าลูกสาวก่อนจะถามขึ้น “แสดงว่าเขาจริงจังแล้วใช่ไหม” วิลิปดาตอบแม่เลี่ยงๆ “เขาซื้ออยู่เองน่ะค่ะ” ลำเภาพาบอก “งั้นวันหลังพามาให้รู้จักหน่อยนะจ้ะ อยากรู้ว่าผู้ชายที่เอาชนะพีได้เป็นยังไง” วิลิปดาว่า “เขาสู้พี่พีไม่ได้หรอกค่ะ แต่อยู่กับเขาแล้วสบายใจ คุยกันรู้เรื่อง” ลำเภาถามอีก “คิดจะแต่งงานกับเขาหรือเปล่า” วิลิปดามองลำเภาพาอย่างแปลกใจ “ยังอีกนานค่ะ” “แต่คิดใช่ไหม” วิลิปดานิ่งไปก่อนจะตอบ “ยังไงเราก็ต้องทำงานเก็บเงินกันอีกหลายปีก่อนจะแต่งงานค่ะ” ลำเภาพาจับน้ำเสียงวิลิปดาได้ เหมือนไม่อยากให้ใครไปแตะต้องโลกส่วนตัวของเธอ “อายุเท่านี้ก็ไม่ถือว่าเด็กเกินกว่าจะคิดเรื่องนี้หรอกนะ เรียนจบมีงานมีการทำแล้ว” วิลิปดาต้องแปลกใจอีกครั้งที่ได้ยินลำเภาพาพูดแบบนั้น “แต่ไอ้ที่จะกอดคอกันต่อสู้นั่นไม่จำเป็นเลยมันหมดสมัยไปแล้ว กว่าจะเก็บเงินแต่งงานกันได้ก็คงแก่กันพอดี” ลำเภาพามองวิลิปดาอย่างครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจพูด -7ho“ถ้าคนนี้คือคนที่ใช่ อยู่กับเขาแล้วมีความสุข ถ้าตัดสินใจเลือกคนนี้แน่นอนแล้ว เรื่องบ้านแม่จะรับผิดชอบให้เอง” วิลิปดามองลำเภาพาอย่างรู้สึกผิดคาด ไม่นึกว่าจะมีข้อเสนอให้เธอขนาดนี้

คตกริชอยู่ในฟิตเนสกับอธิป อธิปบอกเรื่องจะย้ายไปอยู่คอนโดของลีน่า ขณะที่คตกริชบ่นว่าไปดูบ้านมา แต่รู้สึกแพงกลัวส่งไม่ไหว อธิปว่าเพื่อนไม่รู้จักใช้ทางลัด คตกริชงงว่าอะไร “ก็คุณเภาไง มึงน่าจะกอบโกยจากคุณเภาให้มากๆ ในเมื่อคุณเภากำลังหลงมึงจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้นอยู่แล้ว ตอนนี้กูมีกูก็กอบโกยให้ตัวเองเต็มที่ คนเรานะโว้ย ถึงทีสบายมันต้องเอาความสบายไว้ก่อน ใครจะไปรู้ละว่าวันข้างหน้าดวงไม่เล่นด้วยเราอาจจะกลับไปตกยากเหมือนเมื่อก่อนก็ได้” คตกริชถอนหายใจ “กูเคยบอกแล้วว่าไม่อยากเอาจากเขามากเกินไป ของฟรีมันไม่มีในโลก” อธิปบอก “มึงก็ตอบแทนเขาจนเขาพอใจ แล้วค่อยชิ่งหนีดิวะ หรือไม่ถ้าคุณเภาไปเจอผู้ชายที่ถูกใจกว่ามึงเข้าเชื่อเถอะ...มึงต้องถูกเขี่ยทิ้งเหมือนรองเท้าเน่าๆ มึงจะรอให้วันนั้นมาถึงโดยที่ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยเหรอ” คตกริชคิดหนัก อธิปตบบ่าคตกริชเบาๆ “มึงคิดให้ดี...กริช เวลาเจ็บปวดน่ะไม่มีใครช่วยแบ่งไปได้หรอก ฉะนั้น ต้องทำให้ชีวิตสมหวังมากๆหน่อย มันจะได้ไปทดแทนเวลานั้น” คตกริชมองหน้าอธิปอย่างเริ่มคล้อยตาม

หน้าบ้านวิลิปดา ลำเภาพาเดินออกมาที่รถ พอจะขึ้นรถเสียงไลน์ดังขึ้น ลำเภาพาหยิบขึ้นมาดู สีหน้าดีใจ “คุณเภาหายดีหรือยังครับ ผมขอโทษถ้าทำอะไรให้ไม่พอใจ แต่ขอยืนยันว่าผมกับพิมพ์สนมไม่มีอะไรเกินกว่าเพื่อนแน่นอน เป็นห่วงนะครับ...กริช” ลำเภาพายิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีขึ้น เงื้อมือจะไลน์ตอบ แต่แล้วก็ชะงัก “เธอต้องพิสูจน์ตัวเองให้มากกว่านี้นะกริช” ลำเภาพาพิมพ์อะไรบางอย่างกลับไป

คตกริชขับรถมาถึงหน้าบ้านลำเภาพา แล้วเดินเข้าไปในบ้านเธอด้วยท่าทางรีบร้อน “คุณเภาครับ เป็นยังไงบ้าง” ลำเภาพาซึ่งหันหลังให้กริชแอบยิ้มดีใจ คตกริชเข้ามาใกล้ “อาการแย่ลงอีกเหรอครับ” ลำเภาพาค่อยๆ หันมา สีหน้าเปลี่ยนเป็นอ่อนระโหย “นึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว” คตกริชว่า “พอเห็นไลน์ก็รีบมาเลยครับ” ลำเภาพาจะลุกขึ้น คตกริชช่วยประคองขึ้นมา “แล้วตอนนี้ใครดูผับล่ะ” คตกริชบอก “วันนี้ไม่ค่อยมีอะไรมาก เลยให้พลดูแทนครับ” ลำเภาพาจ้องหน้าคตกริช “ฉันดีใจที่เธอเป็นห่วงฉัน” “คุณเภาดีกับผมมาก ผมเป็นห่วงคุณเภาเสมอ” ลำเภาพารู้สึกน้อยใจ “ฉันอยากได้ยินคำอื่นบ้าง นอกจากเป็นห่วง” คตกริชเข้าใจความหมาย “ผม...ยังไม่พร้อมที่จะพูดกับใครครับ” “แม้แต่ฉันเหรอ” คตกริชนิ่งนิด ไปก่อนจะตอบ“ผมจะพูดเมื่อผมมั่นใจจริงๆ ครับ” ลำเภาพาสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าเข้าใจ “เอาละ ฉันจะไม่บังคับเธอ จนกว่าจะถึงเวลา แต่วันนี้ฉันทำอะไรบางอย่างเพื่อเธอ แล้วเธอก็ไลน์มาพอดี เราคงคิดอะไรตรงกัน” คตกริชงง “อะไรครับคุณเภา” ลำเภาพาว่า “ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ แต่ขอให้เธอรับรู้แค่ว่าฉันทำเพื่อเธอทั้งหมด เพื่อเราจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน” ลำเภาพากอดคตกริชไว้ คตกริชรู้สึกผิดและสับสน

วันต่อมา วิลิปดาเล่าเรื่องที่คุยกับแม่ให้คตกริชฟัง เขารู้สึกว่ามีอะไรแอบแฝง แล้วยืนยันว่าจะต้องพร้อมก่อน เพื่อพิสูจน์ตัวให้แม่เธอเห็น วิลิปดาเองก็บอกว่าเธอรอได้

ลำเพยพรรณเองก็ต่อว่าพี่สาวที่พูดแบบนั้นกับลูก ทั้งที่เด็กๆ บอกว่าจะสู้ด้วยตัวเองก่อน ลำเภาพาดูถูกว่าต้องทำอีกกี่ปีกี่ชาติกว่าจะได้ เธอจะพูดกับลูกเอง

วิลิปดากลับมาจากทำงาน ลำเภาพาเอ่ยปากพูดด้วยสีหน้าหงุดหงิดว่าขอคุยด้วย แล้วต่อว่าลูกสาวที่เห็นความหวังดีของเธอไม่มีค่า วิลิปดามองลำเภาพาอย่างรู้ว่าเธอน้อยใจ “ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ แต่เราอยากจะต่อสู้ด้วยตัวเองมากกว่า แฟนลิปดาเขาอยากพิสูจน์ตัวเองค่ะ” ลำเภาพาแปลกใจ “เขาบอกเราอย่างนั้นเหรอ” วิลิปดาพยักหน้า “ค่ะ เขาตั้งใจจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขาแต่งกับลิปดาเพราะความรัก ไม่ใช่เพื่อทรัพย์สมบัติของใครทั้งนั้น” ลำเภาพายิ้มหยันๆ อย่างดูถูก “ฟังดูดีจริงๆ ชักอยากจะเห็นหน้าผู้ชายคนนี้แล้วสิ” ลำเภาพาไม่เชื่อว่าจะดีจริงอย่างที่วิลิปดาพูด

วันใหม่ที่ร้านอาหาร ลำเภาพาตักกับข้าวให้คตกริชอย่างเอาใจ “หมู่นี้เราไม่ค่อยมีเวลากินข้าวด้วยกันเลย เสาร์อาทิตย์เธอก็ไม่ค่อยว่าง” คตกริชบอกน้ำเสียงเรียบๆ “ช่วงนี้ผมกำลังหาบ้านครับ” ลำเภาพามองคตกริชอย่างแปลกใจ “อยากได้บ้านเหรอจ้ะ กริช” คตกริชว่า “ครับ เพื่อนผมย้ายออกจากบ้านเช่าไปหมดแล้ว ถ้าผมต้องเช่าอยู่คนเดียวก็สู้เอาค่าเช่ามาผ่อนบ้านดีกว่า” ลำเภาพาพูดขึ้น “ถ้าอยากได้บ้าน วันหลังไปดูด้วยกันก็ได้ ขาดเหลืออะไรฉันจะช่วย” คตกริชมองหน้าลำเภาพาอย่างนึกไม่ถึง “คุณเภา...คุณเภาจะซื้อบ้านให้ผมจริงๆ เหรอครับ” ลำเภาพาว่า “ทำไมจะซื้อไม่ได้ล่ะ ถ้ากริชอยากได้บ้านจริงๆ เธออยากได้จริงๆ เหรอ” คตกริชพยักหน้ารับ “ครับ แต่ก็ต้องมีเงินดาวน์ก้อนหนึ่งด้วย” “ราคาเต็มเท่าไร” “ห้าล้านห้าครับ” “ที่เท่าแมวดิ้นตายน่ะสิ” “ห้าสิบวาครับ ผมอยู่คนเดียวไม่ต้องใหญ่โตมากก็ได้” ลำเภาพาเปิดมือถือดูตารางนัดแล้วพูดขึ้น “งั้นอาทิตย์หน้าฉันว่าง เราไปดูด้วยกัน” คตกริชดีใจปนสับสน “คุณเภาดีกับผมจนผมไม่รู้จะตอบแทนในความกรุณาได้ยังไง” ลำเภาพาซบกับไหล่ของคตกริช “แค่เธอดีกับฉัน จริงใจกับฉันให้มาก เหมือนอย่างที่ฉันให้เธอก็พอแล้วละกริช เธอทำได้ไหม” คตกริชรู้สึกผิด ไม่กล้าตอบลำเภาพา ขณะที่ลำเภาพาก็รู้สึกโกรธที่คตกริชไม่พูดอะไร เพราะเธอยังระแวงเรื่องพิมพ์สนม “ไม่ได้เหรอ เธอจริงใจกับฉันไม่ได้เหรอคตกริช!” คตกริชจำใจพยักหน้าตอบ “ได้ ได้ครับคุณเภา” ลำเภาพายิ้ม “ฉันพยายามหาทางสนับสนุนให้เธอก้าวเข้ามาเป็นอะไรก็ได้ที่จะทำให้เราเดินไปด้วยกันในอนาคตโดยไม่มีข้อตำหนิ ฉันซื้อบ้านให้เธอ ฉันก็มีข้อแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับผู้หญิงของเธอด้วย” คตกริชผละออกมาจากลำเภาพาอย่างตกใจ นึกว่าเธอรู้เรื่องวิลิปดาแล้ว “ตัดพิมพ์สนมออกไปเสีย ฉันไม่ต้องการให้เธอมีเขาอีกต่อไป” คตกริชแอบโล่งใจ “ผมไม่ได้คิดอะไรกับเขาอยู่แล้วครับ” ลำเภาพายิ้มอย่างพอใจ

ในฟิตเนส อธิปยกดัมเบลไปด้วย ขณะให้คำแนะนำกับคตกริช “มันจะไปยากอะไรวะกริช ในเมื่อเขาเข้าใจแบบนั้น เขามานั่งอยู่ในหัวใจของมึงได้ที่ไหน” คตกริชึดอัด “กูโกหกไม่เก่ง กลัวพูดออกไปแล้วหน้าตามันไม่เป็นอย่างที่พูดน่ะสิ...เฮ้อ” อธิปยิ้มล้อ “หัดโกหกไว้มากๆ เหอะ อย่าทำตัวเป็นพ่อพระเลยวะกริช อีกหน่อยมึงจะชินไปเอง” คตกริชว่า “มึงไม่รู้นิสัยคุณเภา คนอย่างคุณเภาน่ะ ทำอะไรให้ใครเดาได้ซะที่ไหน” อธิปถามกลับ “หรือว่ามึงจะกลับไปรับข้อเสนอของแม่ยายทั้งที่มึงปฏิเสธไปแล้ว” คตกริชหนักใจ “ใครจะไปรู้ว่าแม่ของลิปดาลองใจหรือเปล่าเกิดผู้ใหญ่เขารู้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่มีอะไรเลย แต่งงานกับลิปดาเพื่อหวังสมบัติของเขา พอดีมองหน้ากันไม่ติด” อธิปตบไหล่คตกริช “แต่กูแนะนำนะเพื่อน เชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ คุณเภาให้มึงได้อยู่แล้ว มึงเลือกทางคุณเภาไว้ไม่เสียหลายหรอก มึงเป็นแค่ ผัวชั่วคราว ของเขา อายุขนาดคุณเภานี่เกือบจะเป็นแม่มึงได้เลยนะ ยังไงเขาต้องตายก่อนมึงแน่ๆ ยิ่งเขาไม่มีลูกมีหลาน เผลอๆ มึงได้สมบัติจากเขารวยไม่รู้ตัวเลยว่ะ ฮ่าๆๆ” คตกริชมองอธิปแล้วรู้สึกขนลุก

ตอนที่ 16
วันใหม่ อุ๋ยแอบเข้าไปที่บริษัทโฆษณาที่คตกริชทำงานอยู่ แล้วทำทีเข้าไปขอเขียนใบสมัครงานกับแป๋ม รีรอจนรู้ว่าวิลิปดาเป็นหญิงสาวที่คตกรชิชอบ อุ๋ยพยายามหลบหน้าคตกริช เขียนใบสมัครเสร็จก็รีบออกไปเลย

อุ๋ยออกมาแอบยืนมองพวกคตกริช วิลิปดา และแป๋มที่กำลังจะเดินไปทานข้าวกัน วิลิปดาเดินแยกตัวไปเข้าห้องน้ำ อุ๋ยได้โอกาสรีบตามเข้าไปแสดงตัวว่ารู้จักคตกริช แล้วบอกว่าเคยทำงานที่บาร์ผู้ชายขายตัว วิลิปดาได้ยินแบบนั้นก็อึ้งไปอย่างนึกไม่ถึง อุ๋ยยิ้มเยาะ “ไม่เคยรู้มาก่อนใช่ไหมล่ะ แล้วอีกอย่างที่ยิ่งกว่านั้นนะ เขามีผู้หญิงแก่คราวแม่เลี้ยงดูอยู่ด้วย” วิลิปดาโต้ “ไม่จริง คุณใส่ร้ายเขาหรือเปล่า คุณเป็นใครกันแน่” อุ๋ยจ้องหน้าวิลิปดาท้าทาย “ฉันพูดเรื่องจริงทั้งหมด ไม่เชื่อไปสืบประวัติของเขาดูสิ คุณเคยไปบ้านเขาหรือยังล่ะ” วิลิปดาว่า “แล้วทำไมฉันต้องเชื่อคุณ” อุ๋ยทิ้งท้าย“จะไม่เชื่อก็ได้ แต่ลองแอบไปดูที่ผับเขาดูนะ แล้วคุณจะรู้ว่าที่ฉันพูดน่ะ จริงหรือเปล่า” อุ๋ยเดินออกไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ รู้สึกสะใจ วิลิปดามองตามอุ๋ยไปอย่างค่อยไม่เชื่อนัก แต่อีกใจก็อยากลองดู

วิลิปดานั่งเหม่อคิดเรื่องที่อุ๋ยบอก คตกริชเรียกเธอเสียงดังจึงรู้สึกตัว หันไปเห็นคตกริชยืนอยู่ วิลิปดาบอกคตกริชว่าอยากให้เขาพาไปที่บ้าน คตกริชอึ้งไปนิดก่อนจะยอมเล่าเรื่องที่แม่เขาหนีไป

คตกริชผ่านโปรได้เป็นพนักงานเต็มตัว วิลิปดากับเพื่อนพนักงานพากันแสดงความยินดีด้วย คตกริชเข้าไปขอบคุณพีรนันท์ เขาว่าไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ต้องการแข่งขันแบบสมศักดิ์ศรี คตกริชมองพีรนันท์ด้วยสายตาชื่นชม “สมแล้วที่เป็นเจ้านายผม” พีรนันท์ว่า “ผมจริงใจกับลิปดา แล้วก็จะรอดูวันที่คุณดูแลลิปดาไม่ไหว” คตกริชตอบสีหน้าจริงจัง “ไม่มีวันนั้นหรอกครับ” “ผมจะคอยดู” ทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ใคร

อุ๋ยนัดวิลิปดาให้เจอไปที่บาร์โฮส แล้วให้กอล์ฟเข้ามาทัก ก่อนจะเอารูปคตกริชมาให้ดูหลายรูป วิลิปดาตกใจมาก

ในผับลำเภาพา พิมพ์สนมแอบมา หวังจะเจอคตกริช ดูฟองก็เข้ามาทำทีชื่นชอบคตกริช เป็นจังหวะที่วิลิปดามาเห็นพอดี ดูฟองซบกับไหล่คตกริชอย่างสนิทสนม วิลิปดายิ่งรับไม่ได้ เธอทำท่าจะเดินเข้าไปหา พิมพ์สนมหมั่นไส้ว่าดูฟอง “วันนี้มาแปลกนะ” ดูฟองเถียงกลับ “แปลกตรงไหน ฉันรู้สึกยังไงก็พูดตรงๆ ไม่ลักกินขโมยกินเหมือนคนบางคน” พิมพ์สนมไม่พอใจ “หมายถึงใคร” วิลิปดาเดินมาเกือบถึงตัวคตกริช แต่พอเห็นคตกริชเอามือกันพิมพ์สนมไว้ก็หยุดกึก “คุณพิมพ์กับดูฟองคุยกันดีๆ เถอะครับผมขอร้อง” วิลิปดาเปลี่ยนใจ หันหลังกลับ คตกริชมองมา เห็นด้านหลังวิลิปดาก็นิ่วหน้าอย่างจำได้ “ลิปดา ลิปดา!” วิลิปดาได้ยินคตกริชเรียกจะหันกลับมา แต่แล้วก็ตัดสินใจหันหลังกลับแล้วเดินหนีไป คตกริชมั่นใจ“ลิปดาจริงๆ ด้วย ลิปดา” คตกริชรีบตามออกไปทันที พิมพ์สนมกับดูฟองมองตามงงๆ ดูฟองเดินออกไป พิมพ์สนมมองแค้นๆ

คตกริชรีบตามวิลิปดาออกมา เขามองหาเธอเห็นเธอกำลังรอรถแท็กซี่อยู่ จึงรีบเข้าไปหา “ลิปดา หนีผมทำไม” วิลิปดาพูดขึ้นด้วยความรู้สึกอัดอั้น “ที่แท้กริชก็มีสาวๆ รุมตอมเยอะ มิน่า...ถึงมีแรงทำงานสองกะ” คตกริชรีบปฏิเสธ “ไม่ใช่อย่างนั้นนะลิปดา” วิลิปดาเมินหน้าหนี “ไม่ต้องมาแก้ตัว ฉันรู้หมดแล้วว่าคุณเป็นคนยังไง เคยทำอะไรมาก่อน” คตกริชดึงวิลิปดาไว้ “อะไรกันลิปดา คุยกันก่อนได้ไหม” วิลิปดาพยายามสะบัดมือออก “ไม่คุย ปล่อยนะคะ” คตกริชบอกน้ำเสียงจริงจัง “ไม่ปล่อย คุณฟังผมก่อนสิ เมื่อกี้ไม่มีอะไรนะ เขาเป็นเพื่อนร่วมงานผม” วิลิปดาโวย “เพื่อนร่วมงานกอดกันอย่างนั้นด้วยเหรอคะ หรือฉันหัวโบราณเกินไป แล้วฉันยังรู้ว่าอดีตของคุณเคยทำอะไรมาก่อน แต่คุณไม่เคยเล่าให้ฉันฟังเลย” คตกริชงง“อดีตของผม?” วิลิปดาบอก “คุณเคยทำงานที่บาร์โฮสมาก่อนใช่ไหม” คตกริชอึ้งไปเหมือนถูกชกหน้า “ใช่ แต่ว่า” วิลิปดาน้ำตาร่วง ผลักคตกริชออกไปอย่างแรง “ถ้าใช่ ก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้ว” วิลิปดาวิ่งขึ้นรถแท็กซี่คันหนึ่งที่มาส่งผู้โดยสารพอดี คตกริชวิ่งตามวิลิปดาไป แต่ไม่ทัน อุ๋ยแอบดูอยู่มุมหนึ่ง สะใจ

คตกริชตามวิลิปดาไปที่บ้าน วิลิปดาส่งข้อความมาบอกเขาว่าตอนนี้ยังไม่พร้อมเจอ ให้เขากลับไป คตกริชจำต้องกลับไปก่อน

วิลิปดากุมมือถือแน่นอยู่ในมือ ได้ยินเสียงรถคตกริชกลับไป ไม่แม้แต่จะหันไปมอง พยายามเข้มแข็งไม่ร้องไห้ แต่ก็ทนไม่ไหวปล่อยโฮออกมา

คตกริชกลับมาที่ผับแล้วเมามาก พิมพ์สนมเข้ามาดูแลแล้วอาสาขับรถไปส่ง แต่คตกริชเมาไม่ได้สติพิมพ์สนมจึงขับพาคตกริชไปนอนที่บ้านเธอ ดูฟองซึ่งขับตามมาซุ่มอยู่มุมหนึ่งแอบถ่ายคลิปไว้

สายวันรุ่งขึ้น คตกริชตื่นขึ้นมา เขาลืมตามองไปรอบๆ อย่างพยายามทบทวนความจำ เห็นแต่สภาพข้าวของก็เข้าใจ แม้พิมพ์สนมจะไม่อยู่ตรงนั้นเขาจับศีรษะตัวเองอย่างรู้สึกปวดหัวขึ้นมาหนึบๆ เมื่อนึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เลยรีบออกจากห้องไป

คตกริชเดินลงบันไดมา พิมพ์สนมแกล้งนั่งเหม่อตีหน้าเศร้าน้ำตาคลอ พิมพ์สนมหันมามองหน้าคตกริชก่อนจะก้มตาลงต่ำด้วยท่าทีเอียงอายเหมือนสาวไร้เดียงสา “ผมเสียใจเรื่องเมื่อคืนนี้” พิมพ์สนมว่า “ไม่เป็นไรค่ะ เหตุมันจะเกิดก็ต้องเกิดวันยังค่ำ” “ผมขอโทษจริงๆ” พิมพ์สนมแกล้งเบือนหน้าหนี “ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ คุณกับฉันเราต่างก็รู้ว่าที่ทำไปเพราะใจของเราเอง” คตกริชอึกอัก ไม่อยากจะบอกว่าเมื่อคืนเขาคิดว่าเธอคือวิลิปดา “เราจะเสียความเป็นเพื่อนไปหรือเปล่า” พิมพ์สนมตีหน้าเศร้าตอบ “เราเสียมันไปหมดแล้วล่ะค่ะ ความจริงพิมพ์เสียมันไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ครั้งแรกที่พิมพ์รู้จักคุณ มันเป็นความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับพิมพ์มาก่อนเลยนะคะ พิมพ์ไม่เคยมีใคร ถ้าพิมพ์เลือกแล้วก็อยากจะคบกับคนๆ นั้นไปตลอด พิมพ์ขอฝากชีวิตที่เหลืออยู่ไว้กับคุณนะคะกริช” พิมพ์สนมสวมกอด คตกริชมองเธออย่างรู้สึกผิด กลุ้มใจในปัญหาต่างๆ ที่กำลังจะตามมา

คตกริชไปที่ทำงานพยายามหาทางอธิบายให้วิลิปดาฟังว่าเขาแค่เป็นพนักงานเสิรฟ์ แต่วิลิปดาบอกว่าเธอเห็นมากกว่านั้น พอดีพีรนันท์เข้ามาทั้งสามจึงนิ่งงันกันไป คตกริชเลือกที่จะเดินออกไปเอง พีรนันท์ถามวิลิปดาว่ามีอะไรจะบอกเขาไหม วิลิปดาบอกว่าเธอขอทบทวนเรื่องราวเองก่อน

คตกริชเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน พอดีเอกสารที่โต๊ะแป๋มหล่นลงมา คตกริชก้มลงช่วยหยิบให้แล้วบังเอิญเห็นใบสมัครที่อุ๋ยเขียน คตกริชมองอย่างสงสัย ก่อนจะตัดสินใจเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับอธิป อธิปเองก็นึกถึงวันที่ไปเลี้ยงข้าวอุ๋ย ขณะที่อุ๋ยก็คอยถามเรื่องของคตกริช อธิปเลยอาสาเข้าไปสืบที่บาร์โฮสให้ ปรากฏว่าไปเจอลีน่าที่มาเที่ยว ทำให้อธิปไม่พอใจเข้าไปต่อว่า กอล์ฟเข้ามาช่วยเด็กใหม่ของลีน่าเล่นงานอธิปออกมา

มุมโต๊ะสนุกเกอร์ คตกริชตรวจความเรียบร้อยของสถานที่อยู่ พิมพ์สนมเดินเข้ามาด้วยท่าทางตื่นเต้นดีใจ “คุณกริชคะ” คตกริชหันไปมองแปลกใจ “คุณพิมพ์” พิมพ์สนมเข้าไปกอดคตกริชไว้ เขาดันเธอออกเบาๆ “ระวังครับ เดี๋ยวใครมาเห็น” พิมพ์สนมลอยหน้าลอยตาพูด “ไม่เห็นกลัวเลย ก็เรา..ฮิๆ” คตกริชปรามก่อนที่พิมพ์สนมจะพูดขึ้น “อาจจะไปเข้าหูคุณเภาก็ได้” พิมพ์สนมว่า “พิมพ์บอกแล้วว่าไม่แคร์ พิมพ์ลาออกได้ทุกเมื่อ ก่อนหน้านี้ที่พิมพ์ยังอยู่ก็เพราะคุณ” คตกริชอึ้ง “แต่ผมแคร์งานที่นี่ ผมไม่อยากให้คุณเภาไม่พอใจ” พิมพ์สนมจ้องหน้าคตกริชไม่พอใจ “คุณจะยอมเป็นทาสเขาไปตลอดชีวิตหรือไงคะ” คตกริชอึดอัด “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมตอบแทนบุญคุณคุณเภา แล้วก็ได้ผลตอบแทนจากการทำงานไปด้วยพร้อมๆ กัน” พิมพ์สนมว่า “ถ้าคุณเกรงใจคุณเภาก็ไม่เป็นไร แต่อาทิตย์หน้าคุณเภาไปเมืองนอก เราจะมีเวลาอยู่ด้วยกันอย่างอิสระ 2 อาทิตย์นะคะ” พิมพ์สนมเข้าไปกอดคตกริชไว้ คตกริชอึ้งๆ แอบรู้สึกผิด สักพักเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขารับสาย “ว่าไงอธิป เดี๋ยวนะ” คตกริชหันไปพูดกับพิมพ์สนม “ขอตัวก่อนนะครับ” คตกริชถือโอกาสเดินออกไป แล้วรู้จากอธิปว่าอุ๋ยพาวิลิปดาไปที่บาร์โฮสก็หน้าเครียด อธิปเล่าเรื่องที่ตัวเองมีเรื่องกับลีน่าให้ฟังด้วย คตกริชเลยบอกให้อธิปกลับไปนอนที่ห้องเช่าก่อน

คตกริชนัดอุ๋ยมาเจอที่สวนสาธารณะแล้วคาดคั้นถามเรื่องที่บอกกับวิลิปดาเรื่องของเขา ตอนแรกอุ๋ยไม่ยอมรับ แต่พอคตกริชบอกว่าเขาจับได้ตั้งแต่ที่เธอไปเขียนใบสมัครที่ทำงานเขาแล้ว ถ้าอุ๋ยยังไม่พูดความจริงก็จะโกรธไปตลอดชีวิต อุ๋ยร้องไห้โฮออกมาเข้าไปกอดคตกริชไว้ “อุ๋ยทำไปเพราะรักพี่กริชนะ พี่กริชอย่าโกรธอุ๋ยเลย” คตกริชมองอุ๋ยอย่างอ่อนใจ ค่อยๆ ดันตัวอุ๋ยออก “ถึงพี่เลิกกับลิปดา พี่ก็รักอุ๋ยอย่างลิปดาไม่ได้หรอก อย่าทำอะไรโง่ๆ แบบนั้น” อุ๋ยโวย “แล้วทำไมพี่กริชถึงรักยัยคุณลำเภาพานั่นได้ล่ะ” คตกริชสะอึกถอนใจ “มันเป็นเรื่องบุญคุณต่างหาก พี่ขอร้องนะอุ๋ย ถ้ายังอยากจะคบกันเป็นพี่เป็นน้อง อุ๋ยช่วยไปอธิบายให้ลิปดาฟังที” อุ๋ยไม่ชอบใจ “อุ๋ยก็หน้าแตกน่ะสิ” คตกริชว่า “แค่ไปอธิบายให้ลิปดาฟังนะไม่ยากหรอก ตอนทำมันน่าอายกว่าตั้งเยอะ” อุ๋ยเบ้ปากทำท่ากระเง้ากระงอด

ที่ร้านกาแฟ วิลิปดาเดินเข้ามา อุ๋ยนั่งรออยู่ ท่าทางฝืนใจนิดๆ ที่ต้องสารภาพว่าที่ทำไปเพราะแกล้งคตกริช “ฉันเล่นแรงไปหน่อย แล้วเรื่องที่พี่กริชเคยทำงานบาร์ผู้ชายน่ะจริง แต่เขาเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟไม่ได้ขายอย่างที่เธอเข้าใจ” วิลิปดาถามต่อ “แล้วรูปที่เขาเต้นล่ะ” เสียงคตกริชดังขึ้น “เป็นครั้งเดียวที่ผมต้องช่วยเพื่อน” วิลิปดากับอุ๋ยหันไปเห็นคตกริชเดินเข้ามาหาวิลิปดา “ผมต้องขึ้นไปเต้นแทนเพื่อนคนหนึ่งเพราะเขาป่วย” วิลิปดาถามขึ้นสีหน้าลังเล “จริงเหรอคะ” คตกริชว่า “ถ้าลิปดาไม่เชื่อ ผมจะพาไปคุยกับเจ๊บอนนี่ ผู้จัดการบาร์เลยก็ได้ เขารับรองได้ว่าผมไม่เคยขายตัวให้ใคร” วิลิปดานิ่งไป ยังไม่ค่อยเชื่อนัก อุ๋ยเลยยืนยัน “ฉันรับรองได้ ที่บาร์ใครๆ ก็รู้ว่าพี่กริชไม่ขาย ไม่งั้นเขารวยไปนานแล้ว” วิลิปดายิ้มออกมาอย่างโล่งใจ คตกริชจับมือวิลิปดาไว้ อุ๋ยแอบมองรู้สึกเจ็บปวด แต่ก็พยายามตัดใจ

ตอนที่ 17
วันใหม่ อธิปแนะนำคตกริชให้ลำเภาพาดาวน์บ้านให้ จะได้มีบ้านสักที แต่คตกริชรู้สึกไม่ค่อยดี กลัวว่าเอาเปรียบลำเภาพามากเกินไป แต่อธิปว่าลำเภาพาก็ได้ความสุขจากเขานะ คตกริชส่ายหัว “กูไม่คิดแบบมึง ไม่มีของฟรีในโลกหรอกวะธิป ถ้ากูเอาจากเขา เขาก็ต้องเอาคืนจากกูเหมือนกัน แล้วกูอาจจะต้องติดกับคุณเภาไปตลอดชีวิต” อธิปพูดต่อ “มึงก็หาวิธีชิ่งหนีออกมาก่อนดิ” คตกริชนิ่งไปอย่างหนักใจ อธิปมองหน้าเพื่อนแล้วพูดขึ้น “เกิดเป็นมึงก็ดีนะ มีทั้งของเป็นของตาย แต่ระวังหน่อย ของเป็นน่ะคือของที่ดิ้นได้เสมอนะโว้ย กริชมึงต้องหัดดิ้น อย่าเป็นของตายเหมือนกู ที่หลงไว้ใจคุณลีน่ามากเกิน จนลืมไปว่าเขามีเงิน เงินซื้ออะไรได้ทุกอย่าง หล่อ สด ใหม่กว่ากูเขาก็หาได้ ถ้ามึงอยากจะมีชีวิตใหม่กับลิปดา มึงต้องเหี้ยมบ้าง” คตกริชยังไม่เห็น“ถ้าใช้เงินเขาซื้อบ้านมันก็ต้องมีชื่อเขาด้วย แล้วถ้าสักวันลิปดารู้ความจริงก็รับไม่ได้แน่” อธิปยิ้มเจ้าเล่ห์ “เรื่องจิ๊บๆ กูมีวิธี” คตกริชเลิกคิ้วอย่างนึกไม่ถึง

คตกริชพาลำเภาพามาดูบ้าน ลำเภาพาบอกว่าเล็กไป ให้คตกริชไปหาบ้านที่กว้างสัก 100 วา แต่คตกริชว่ากลัวผ่อนไม่ไหว ลำเภาพามองหน้าคตกริชสงสัย “ทำไมต้องผ่อน” คตกริชบอกว่าตนเองชอบที่นี่เพราะทำเลดี แล้วก็สมกับฐานะอย่างเขา ลำเภาพาค้อนคตกริชควับใหญ่ “ตามใจนะ มักน้อยเหลือเกิน แต่ฉันคงไม่อยู่ที่นี่หรอก” คตกริชว่า “คุณเภาจะมาอยู่ทำไมละครับ ในเมื่อมีบ้านใหญ่โตอยู่แล้ว” ลำเภาพารู้สึกน้อยใจ “เธอจะไม่ชวนฉันมาบ้างเลยเหรอ” คตกริชนิ่งงันไป แล้วตอบอย่างอึกอัก “เอ่อ..มันไม่สมฐานะคุณเภานี่ครับ” ลำเพาภาจ้องหน้า “ฉันถึงพยายามทำให้เธอสมฐานะฉันไงล่ะ” คตกริชเบือนหน้าหลบสายตา ก่อนจะพูดขึ้น “ผมเอาหลังแค่นี้ก่อนครับ ถ้ามีเงินมากกว่านี้ค่อยขยับขยายก็ได้ แค่นี้ผมก็รู้สึกแย่พออยู่แล้ว” ลำเภาพาขี้เกียจเถียง“งั้นก็ตามใจ” คตกริชแอบลุ้น ลำเภาพามองไปรอบๆ อย่างไม่ค่อยชอบใจนัก

ลำเภาพาอุทานอย่างตกใจ เมื่อคตกริชบอกว่าต้องโอนบ้านภายในเดือนนี้ พอดีมีลูกค้าอีกรายสนใจ ลำเภาพาว่าเธอจะไปญี่ปุ่น คตกริชบอกให้โอนพรุ่งนี้เลยก็ได้ถ้าลำเภาพาว่าง

คตกริชนั่งกินขนมกับวิลิปดาแล้วก็บอกเรื่องโอนบ้าน เธอแปลกใจว่าทำไมเร็ว คตกริชว่ายื่นเรื่องธนาคารไว้นานแล้ว วิลิปดาขอถามอะไร แต่เขาห้ามโกรธ คตกริชว่าไม่โกรธหรอก “เรื่องที่อุ๋ยบอกว่าคุณมีสาวใหญ่เลี้ยงดู จริงหรือเปล่าคะ” คตกริชหน้าชาไป แล้วรีบปั้นยิ้มออกมา จับมือวิลิปดาไว้ “โธ่ ผมนึกว่าลิปดาจะเคลียร์แล้วซะอีก ตอนที่ผมบอกว่าไม่ได้ขาย” วิลิปดาว่า “แต่มันคนละประเด็นกันนี่คะ ฉันเห็นคุณเคยอยู่อีกโลกหนึ่งที่ฉันไม่เคยคิดว่าชาตินี้จะได้เข้าไปเห็นก็เลยรู้สึกเหมือนกับว่าฉันรู้จักคุณแค่ครึ่งเดียว” คตกริชจำใจโกหก “ไม่มีใครเลี้ยงผมหรอกนอกจากแม่ผม ถ้ามีคนเลี้ยงดู ผมจะทำงานหนักขนาดนี้ทำไม”วิลิปดายิ้มออกมาอย่างสบายใจขึ้น “ขอโทษนะคะ ที่ฉันระแวงสงสัยคุณ ฉันรู้ว่าคนเราจะคบกันต้องไว้ใจกัน แต่ถ้ามีบางเรื่องที่ยังค้างคาใจอยู่ ฉันก็อยากเคลียร์ให้มันจบ” คตกริชยิ้มตอบ “ไม่เป็นไรครับลิปดา ผมดีใจที่ลิปดาถาม เราจะได้ไม่มีอะไรระแวงกันอีก” ทั้งสองนั่งกินข้าวกันต่อ วิลิปดาตักข้าวให้คตกริช คตกริชแอบถอนใจโล่งอก

คตกริชไปส่งวิลิปดาที่บ้าน ลำเพยพรรณชวนกินข้าว แต่คตกริชบอกว่าต้องรีบไปทำงาน พอคตกริชกลับไปแล้ว ลำเพยพรรณก็บอกกับวิลิปดาว่าอยากให้แม่ของเธอได้เจอกับคตกริช จะได้ช่วยกันดู วิลิปดานิ่งคิดก่อนจะบอกว่างั้นอาทิตย์หน้าเธอจะนัดทั้งคู่ให้มาทานข้าวกัน

วิลิปดาโทรศัพท์ไปจะนัดลำเภาพา แต่ลำเภาภาบอกเธอต้องไปญี่ปุ่น 2 อาทิตย์ กลับมาค่อยนัดแล้วกัน วิลิปดาวางสายโทรศัพท์แล้วถอนใจอย่างรู้สึกว่าลำเภาพาไม่ค่อยสนใจ

คตกริชมาหาลำเภาพาที่บ้าน แล้วขึ้นไปที่ห้องเปิดประตูเข้ามาสีหน้าแปลกใจ ลำเภาพานั่งเลือกเครื่องประดับอยู่ คตกริชเข้าไปนั่งลงข้างๆ ลำเภาพาพูดขึ้น “เตรียมเอกสารมาแล้วเหรอ” คตกริชพยักหน้า“ครับคุณเภา” ลำเภาภาหันไปมองคตกริช “งั้นคืนนี้อยู่ค้างที่นี่นะ พรุ่งนี้เช้าจะได้ไปพร้อมกัน” คตกริชยิ้มรับแทนคำตอบ เพราะมีแผนอยู่ คตกริชมองเครื่องประดับของลำเภาพาแล้วหาเรื่องชมเพื่อเอาใจ “สวยๆทั้งนั้นเลยนะครับคุณเภา” ลำเภาพามองเครื่องประดับของตนเองยิ้มๆ “ของใหม่ๆ ทั้งนั้น ไม่มีของเก่าเลย ชอบไหม ลองสวมดูสิ” คตกริชรีบบอก “ไม่ละครับ คุณเภา” คตกริชเอามือซ่อนไว้ด้านหลัง “ผมก็ชมว่าสวยไปอย่างนั้นเอง ขืนใส่คงรำคาญจนทำอะไรไม่ถนัด” ลำเภาพาบอก “ส่งมือมาสิกริช ลองดูเล่นๆ ก็ได้” คตกริชจำต้องส่งมือให้ ลำเภาพาสวมแหวนให้แต่แหวนค่อนข้างคับ “พอดีไหม” “คับเกินไปครับ” ลำเภาพาว่า “รัดนิ้วอยู่อย่างนั้นแหละดีแล้ว จะได้ไม่ถอดยังไงล่ะ” คตกริชอึกอัก “แต่ผมไม่ชอบใส่แหวน ทำอะไรก็ไม่ถนัดต้องคอยระวัง” ลำเภาพาจ้องหน้าคตกริช “แล้วก็จะชินไปเองแหละ แปลกนะ เธอเป็นคนยังไงกันแน่ ที่ไม่สนใจของมีค่าพวกนี้” คตกริชว่า “คุณเภาให้ผมมามากแล้ว ไหนจะบ้านอีก” ลำเภาพาบอก “ถือว่าเป็นของแถมที่มาพร้อมกับบ้านก็แล้วกัน ใส่ให้ติดนิ้วนะ ฉันให้ เพราะเธอเป็นคนไม่ค่อยอยากได้ของแบบนี้” คตกริชขยับแหวนที่นิ้วอย่างรู้สึกอึดอัด เหมือนถูกลำเภาพาจองเป็นเจ้าของแล้ว ลำเภาพากอดคตกริชไว้ คตกริชยอมโอนอ่อนให้ลำเภาพา แต่ในใจแอบรู้สึกรังเกียจตัวเองเหลือเกิน

เช้าวันใหม่ คตกริชแอบใส่ยาถ่ายในน้ำส้มให้ลำเภาพาดื่ม ทำให้เธอถ่ายท้องไปโอนบ้านไม่ได้ ลำเภาพาเลยมอบเช็คให้คตกริชไปจัดการคนเดียว แม้คตกริชจะรู้สึกผิดแต่ก็ต้องจำใจทำ

เมื่อโอนบ้านเรียบร้อย คตกริชกลับเข้าไปที่บริษัท วิลิปดาบอกว่ารอแม่เธอกลับมา จะนัดเขาไปพบกับแม่ คตกริชยิ้มรับอย่างยินดี

คืนนั้น คตกริชไปที่ผับ พิมพ์สนมพยายามเข้ามาใกล้ชิดแล้วอ้อนให้เขาไปส่งบ้าน พอคตกริชไปส่งก็อ้อนให้เข้าไปในบ้าน คตกริชพยายามเตือนว่าจะไม่ดีสำหรับตัวเธอ แต่พิมพ์สนมบอกเธอรักเขา ยอมทำทุกอย่าง คตกริชพยายามไม่ใจอ่อนแล้วรีบชิงขอตัวกลับไป

หลายวันต่อมา คตกริชกับวิลิปดาก็พากันไปซื้อเฟอร์นิเจอร์เพื่อตกแต่งบ้าน ทั้งสองช่วยกันจัดบ้านคร่าวๆจนเสร็จ คตกริชบอก “ไว้โบนัสออก แล้วผมจะเรียกช่างมาตกแต่งทาสีใหม่หมด ตอนนี้คงต้องอยู่ไปก่อน” วิลิปดายิ้มอย่างให้กำลังใจ “ไม่ต้องรีบหรอกค่ะ ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ” คตกริชว่า “แต่ผมอยากให้เสร็จเร็วๆ ทำไมรู้ไหมลิปดาที่ผมซื้อบ้านหลังนี้เพราะผมฝัน” วิลิปดามองหน้าคตกริชอยากรู้ “ฝันว่าอะไรคะ” คตกริชเข้าไปโอบเอวของวิลิปดาแล้วรั้งร่างของเธอมาแนบ “ผมฝันเห็นครอบครัวของเรา เห็นลิปดายืนทำกับข้าวตรงนี้ ผมทำสวนอยู่ตรงนั้น ลูกของเราวิ่งเล่นอยู่ที่สนามหญ้าตรงโน้น ตอนเย็นเราก็มานั่งกินข้าวด้วยกันที่นั่น” วิลิปดาหัวเราะ “ฝันไปไกลจังค่ะ” คตกริชมองหน้าวิลิปดาอย่างลึกซึ้ง “นั่นสิครับมันไกลจนผมกลัว” วิลิปดาสงสัย “กลัวทำไมกันคะ” คตกริชหน้าเศร้าตอบ “กลัวว่าเราจะไม่ได้แต่งงานกัน” วิลิปดาว่า“โธ่ ทำไมคิดอย่างนั้นคะกริช จนป่านนี้ยังไม่เชื่อใจลิปดาอีกเหรอ” คตกริชกุมมือวิลิปดา “เชื่อสิครับ ผมถึงรักลิปดามาก มากเสียจน ผมยอมเสียทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับคุณ แล้วคุณล่ะลิปดา” “ลิปดาก็...” วิลิปดาเขินๆ แต่คตกริชจ้องคาดคั้นคำตอบ “รัก...กริชค่ะ” คตกริชมองหน้าวิลิปดาอย่างลึกซึ้ง ไม่เคยมีความรู้สึกว่ารักครั้งใดจะอ่อนหวาน เต็มไปด้วยพลังรักมากเท่านี้มาก่อน เขาก้มลงจูบวิลิปดา วิลิปดาเคลิ้มไปกับคตกริช ทั้งตื่นเต้นและอ่อนหวานเพราะเป็นจูบครั้งแรก แต่แล้วก็พยายามห้ามใจตัวเอง “อย่าค่ะ ปล่อย” คตกริชยอมปล่อยวิลิปดาอย่างอ้อยอิ่ง “ทำไมล่ะ ลิปดาไม่ได้รักผมเหรอ” วิลิปดาหน้าแดง “รักค่ะ แต่ไม่ถึงกับ เอ้อ...มันอันตรายนะคะ ถ้าเราจะปล่อยตัวเองไปเรื่อยๆ” คตกริชจ้องตาวิลิปดาซึ้งก่อนจะพูดขึ้น “งั้นเราแต่งงานกันนะครับ ลิปดา” วิลิปดาอึ้งไปอย่างนึกไม่ถึง “กริชคะ มันไม่เร็วไปเหรอ” คตกริชส่ายหน้า “ไม่เร็วหรอกครับ ผมคิดว่าเรารู้จักกันดีพอแล้ว เวลาไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุด เรารักกันแต่งงานกับผมนะครับ ลิปดา” แววตาของคตกริชอ้อนวอนเว้าวอน วิลิปดารู้สึกใจอ่อนหลบตาคตกริชเขินๆ ก่อนจะตอบ “ค่ะ กริช ลิปดาตกลงค่ะ” “ขอบคุณครับลิปดา ผมรักคุณ” คตกริชกอดวิลิปดาไว้แน่นอย่างดีใจและตื้นตัน วิลิปดาก็ตื่นเต้นดีใจไม่แพ้กัน แล้วคตกริชก็อุ้มวิลิปดาหมุนไปรอบๆ ด้วยความดีใจ

ในบ้านวิลิปดา ลำเพยพรรณอุทานอย่างตกใจ “อะไรกันลิปดา คิดยังไงถึงจะรีบแต่งงาน เรารู้จักเขาไม่กี่เดือนเองนะ” วิลิปดาว่า “เวลาไม่สำคัญหรอกค่ะ ลิปดาเชื่อใจเขา” ลำเพยพรรณไม่ค่อยเห็นด้วย “รอให้เขามาเจอแม่เราก่อนดีกว่า” วิลิปดาบอก “แม่ก็อยากให้แต่งอยู่แล้วนี่คะ” ลำเพยพรรณถอนใจ “ลิปดาอย่าทำเพื่อประชดแม่สิ ชีวิตเราไม่ใช่เรื่องล้อเล่นหรือประชดใครนะ” วิลิปดาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ลิปดาไม่ได้ล้อเล่นค่ะ แต่ลิปดาอยากแต่งงานจริงๆ” ลำเพยพรรณจ้องลิปดาอย่างคาดคั้น “เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า อย่างเช่น...” ลิปดาหัวเราะ “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะน้าพรรณ กริชเขาให้เกียรติหนูค่ะ แล้วหนูก็จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมา เพราะหนูรู้ซึ้งดีว่าเด็กที่เกิดมาแล้วแม่ไม่พร้อมน่ะเป็นยังไง” ลำเพยพรรณยังไม่สบายใจ “แต่น้าก็ยังเป็นห่วง อยากให้ดูกันให้ดีๆ ก่อน น้าไม่อยากให้หนูพลาด..” วิลิปดาสวน “หนูคิดว่าหนูไม่พลาดหรอกค่ะน้าพรรณ กริชเขาเป็นคนดี และเขาพร้อมจะดูแลหนูแล้ว” ลำเพยพรรณถอนใจอีกครั้ง “ท่าทางน้าคงจะห้ามไม่ได้แล้วใช่ไหม” วิลิปดาเข้าไปกอดลำเพยพรรณ “หนูก็อยากอยู่กับน้าพรรณนานๆ นะคะ แต่วันนี้หนูเจอคนที่ใช่ หนูอยากให้น้าพรรณยินดีไปกับเราด้วย” ลำเพยพรรณลูบผมวิลิปดาเบาๆ อย่างอ่อนโยน แต่ในใจยังแอบรู้สึกเป็นห่วง

ที่ผับ พิมพ์สนมแต่งตัวเซ็กซี่หวังจะยั่วยวนคตกริช พิมพ์สนมเดินเข้าไปทำทีใกล้ชิดคตกริชตลอดเวลา ดูฟองแอบถ่ายรูปไว้ แล้วยิ้มเยาะพิมพ์สนมอย่างสนุก

คตกริชไปรับลำเภาพาที่สนามบิน ลำเภาพานั่งพักดื่มกาแฟกับคตกริชแล้วพูดขึ้น “หลานฉันเขาจะแต่งงาน ถ้าเรื่องเขาเรียบร้อยแล้ว ฉันกับเธอคงจะจัดการกับตัวเองได้ง่ายขึ้น” คตกริชงง “หมายความว่ายังไงครับคุณเภา” ลำเภาพามองหน้าคตกริชแปลกใจ “เธอไม่ต้องการที่จะร่วมชีวิตกับฉันเหรอ” คตกริชตกใจรีบปฏิเสธ “แต่ผมกับคุณเภา เป็นไปได้เหรอครับ ในเมื่อเราแตกต่างกันมาก อยู่อย่างนี้คุณเภาก็พบผมบ่อยๆ นี่ครับ” ลำเภาพาหงุดหงิด “แต่ฉันต้องการจากเธอมากกว่านั้น ฉันต้องการมากกว่าที่เธอให้ ฉันเกลียดการหลบซ่อน เพราะชีวิตของฉันเคยหลบซ่อนมามาก ฉันอยากทำทุกอย่างที่ฉันต้องการ เธอเป็นส่วนหนึ่งที่ฉันจะขาดไม่ได้” คตกริชอึ้งไปอย่างพูดไม่ออก ลำเภาพาจับมือคตกริชขึ้นมา “ฉันสนับสนุนเธอ เพราะเธอไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นๆ เธอเป็นคนดี คนดีของฉัน” คตกริชหน้าเครียดทันที เพราะไม่อยากเป็นคนดีของลำเภาพา

ตอนที่ 18
สายวันใหม่ ลำเภาพาเข้ามานั่งทำงานในออฟฟิศ อยู่ก็มีไลน์ดังขึ้น ลำเภาพาหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูเห็นรูปพิมพ์สนมกับคตกริชที่มีคนส่งเข้ามาให้ ลำเภาพาจ้องดูรูปหน้าเครียด รู้สึกโกรธมาก ก่อนจะเดินตรงออกไปตบหน้าพิมพ์สนมที่คิดแย่งคตกริชไปจากเธอ พิมพ์สนมตกใจจะแก้ตัว แต่ถูกลำเภาพาตวาดเสียก่อน “ไม่ต้องมาปฏิเสธ! ฉันรู้แต่แรกแล้วว่าตัวจริงของเธอเป็นยังไง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะกล้าท้าทายฉันขนาดนี้” พิมพ์สนมรู้แน่แล้วว่าแก้ตัวไม่ได้ เลยค่อยๆ เผยธาตุแท้ของตัวเองออกมา “ที่แท้คุณก็เป็นอย่างที่ฉันสงสัย วัวแก่กินหญ้าอ่อน!” ลำเภาพาอึ้ง โมโหตัวสั่น หันไปหยิบแก้วชาสาดใส่พิมพ์สนม “นังแพศยา แย่งผัวชาวบ้าน!” พิมพ์สนมก้มมองสภาพตัวเองแค้น ก่อนจะลอยหน้าลอยตาตอบ “ฉันไม่ได้แย่งใคร เพราะคุณก็ยังเก็บคุณกริชไว้เป็นความลับ ฉะนั้น มันเป็นสิทธิส่วนบุคคล ในเมื่อเราสองคนรักกัน” ลำเภาพาทนไม่ไหวตบหน้าพิมพ์สนมฉาดใหญ่ “อีหน้าด้าน กล้าพูดออกมาได้ว่ารักกัน ผู้ชายเขาเคยพูดหรือยัง” พิมพ์สนมยั่วอีก “ถึงเขาไม่พูด แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ แถมเขายังปฏิบัติกลับอย่างอ่อนโยนซะด้วย” พิพม์สนมพูดจบแล้วหัวเราะเบาๆ อย่างเหนือชั้น ลำเภาพาทนฟังไม่ได้จะตบพิมพ์สนมอีก แต่พิมพ์สนมยกมือขึ้นมาจับมือลำเภาพาไว้ “จะออกแรงอะไรช่วยดูสังขารตัวเองด้วยนะคะ ถ้ากระดูกหักใส่เฝือกตอนแก่คงน่าสมเพชน่าดู” ลำเภาพายิ่งโมโห ง้างมืออีกข้างจะตบอีก พิมพ์จ้องหน้าเอาเรื่อง “ถ้าตบอีกฉันจะแจ้งความว่าคุณทำร้ายร่างกาย” ลำเภาพาไม่แคร์ “แน่จริงก็ไปแจ้งเลย” พิมพ์สนมบอก “คุณจะยอมเสียชื่อเสียงที่ฉาบหน้าตัวเองไว้งั้นเหรอ” ลำเภาพาเชิดหน้าขึ้น “ใครจะเชื่อเลขาอย่างเธอ ฉันจะให้ทนายฟ้องเธอจนหมดตัว”พิมพ์สนมไม่กลัว “ก็ฟ้องไปสิ แต่ฉันจะไม่ลาออกหรอกนะ เพราะคุณต้องให้เงินชดเชยถ้าจะจ้างฉันออก” พูดจบพิมพ์สนมก็สะบัดหน้าออกไป ลำเภาพาหายใจแรง มือไม้สั่น ทำอะไรไม่ถูก พยายามควบคุมตัวเองแล้วกดมือถือหาคตกริชทันทีให้ไปพบที่ผับ

พอเจอหน้าคตกริช ลำเภาพาก็ตบหน้าเขาอย่างแรง แล้วต่อว่าที่ไปมีอะไรกับพิมพ์สนม คตกริชบอก “พิมพ์สนมเขาไม่ได้สนใจผมหรอกครับ ในเมื่อผมเป็นผู้ชายที่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง” ลำเภาพาว่า“เธอมีตัวของเธอเองที่เป็นชิ้นเป็นอัน ฉันดูตามันก็รู้แล้วว่ามันระริกระรี้คอยแย่งผัวฉันอยู่ทุกวัน” คตกริชตกใจกลัว ไม่เคยได้ยินลำเภาพาใช้คำพูดที่แรงเช่นนี้ “คุณเภา” ลำเภาพายังคงเกรียวกราด “ผู้หญิงบางคนไม่ต้องการชิ้นอันของผู้ชายหรอก พวกบูชาความรักชอบกัดก้อนเกลือกิน หรือไม่ก็เป็นพวกโรคจิตชอบยุ่งกับผัวคนอื่น” คตกริชพยายามพูด “แต่ว่า” ลำเภาพาขัดขึ้น “ฉันผิดหวังมามาก ฉันบอกแล้วไงว่า ฉันไม่เหลือเวลาให้ผิดหวังอีกแล้ว ฉันต้องได้ในสิ่งที่ฉันต้องการ ฉันพลิกแผ่นดินหาจนถูกใจแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้ใครแย่งเธอไปจากฉันเป็นอันขาด!” คตกริชอึ้ง “คุณเภา…คุณจะทำอะไรพิมพ์สนมครับ” ลำเภาพาพยายามระงับอารมณ์ “ตอนนี้ฉันคงทำได้แค่ไล่ออก แต่อย่าลืมว่าเขาออกก็เพราะเธอ เพราะฉะนั้น เธออย่าได้ยุ่งเกี่ยวกับพิมพ์สนมอีก ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดอะไรที่รุนแรงกว่านี้” ลำเภาพายกมือขึ้นลูบไปที่หน้าของคตกริชเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ “เธอเป็นของฉัน เป็นศักดิ์ศรีที่ฉันมีอยู่ ใครที่กล้ามายุ่งกับเธอ ไม่มันก็ฉันที่จะต้องตายกันไปข้างหนึ่ง” พูดจบลำเภาพาก็เดินออกไป ปล่อยให้คตกริชทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง ยิ่งกลุ้มเรื่องวิลิปดาที่จะต้องไม่มีวันให้ลำเภาพารู้เป็นอันขาด

ลำเภาพาก้าวฉับๆ ออกมาด้วยอารมณ์ที่ยังโกรธ ดูฟองแอบดูเหตุการณ์อยู่ ยิ้มกริ่มที่แผนสำเร็จ เชิดศักดิ์หัวเราะหลังจากดูฟองโทรศัพท์มารายงาน

คตกริชไปหาพิมพ์สนมที่บ้าน เธอบีบน้ำตาร้องไห้ทำให้คตกริชสงสาร ก่อนจะบอกว่าพร้อมที่จะสู้ไปพร้อมกับเขา คตกริชมองพิมพ์สนมสีหน้ายุ่งยากใจ

พีรนันท์แอบได้ยินแป๋มแซวคตกริชกับวิลิปดาเรื่องที่จะแต่งงานกัน เขาจึงหาโอกาสถามเธอว่าคิดดีแล้วเหรอ แล้วคตกริชจะดูแลเธอได้ดีจริงไหม วิลิปดาบอกเราต้องดูแลกันและกัน พีรนันท์จึงได้แต่อวยพร วิลิปดาเดินออกไป พีรนันท์มองตามเจ็บปวดน้ำตาซึม

เชิดศักดิ์มาเจอกับพิมพ์สนมแล้วมอบเงินให้จำนวนหนึ่ง ที่เธอยอมช่วยเรื่องลำเภาพากับคตกริช ซึ่งเท่ากับเขาจะได้ตัวลำเภาพา ส่วนพิมพ์สนมก็จะได้ตัวคตกริช

วันที่วิลิปดานัดคตกริชให้มาเจอกับแม่ของเธอ ปรากฏว่าคตกริชไปเก้อ เพราะลำเภาพาเวียนหัวเลยมาไม่ได้ มีแค่ลำเพยพรรณที่ร่วมโต๊ะกินข้าวกับวิลิปดาและคตกริช ลำเพยพรรณหันไปเห็นแหวนที่นิ้วของคตกริชก็รู้สึกคุ้นๆ คตกริชตกใจรีบแก้ตัวว่าซื้อมาจากรุ่นพี่คนหนึ่ง

คตกริชรู้สึกเครียดเลยไปหาโอมเพื่อขอคำปรึกษาเรื่องลำเภาพาแล้วก็วิลิปดา โอมแนะนำว่าให้หาทางห่างจากลำเภาพาให้ได้ ไม่งั้นถ้าลำเภาพารู้เรื่องวิลิปดาแล้วจะยิ่งแค้น คตกริชฟังที่โอมพูดแล้วรู้สึกกังวล

คตกริชไปหาลำเภาพา ตอนแรกเธอก็อาละวาดใส่ แล้วจะไปเอาเรื่องพิมพ์สนมอีก คตกริชยืนยันว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับพิมพ์สนมเลย ลำเภาพายอมใจอ่อนเชื่อ แล้วบอกว่าจะรีบจัดการเรื่องหลานสาว แล้วจะได้มาจัดการเรื่องของเราสักที คตกริชรู้สึกไม่สบายใจที่เขาใจอ่อนกับลำเภาพา ไม่กล้าบอกเรื่องวิลิปดา

วิลิปดาโทรนัดคตกริชให้มาเจอแม่ของเธอที่ร้านอาหารแห่ง พอคตกริชเดินเข้ามา วิลิปดาลุกขึ้นแนะนำแม่ของเธอให้รู้จัก ลำเภาพาและคตกริชต่างมองกันและกันนิ่งงัน เหมือนถูกสาปด้วยเวทย์มนต์ของปีศาจ วิลิปดาต้องเตือนกริช “รู้จักแม่สิคะกริช นี่ไงคะกริชคนที่ลิปดาจะแต่งงานด้วย” ต่างมองกันอย่างตะลึง เหมือนหัวใจของคตกริชหลุดจากขั้วอย่างช้าๆ ก่อนจะตกลงไปกลิ้งแทบเท้า เขาค่อยๆ ยกมือไหว้ลำเภาพาและลำเพยพรรณ ลำเภาพารับไหว้อย่างเสียไม่ได้ “นั่งสิคะ กริช” วิลิปดาสัมผัสกริชที่อุ้งมือเบาๆ คตกริชทรุดตัวลงนั่งข้างวิลิปดา ลำเภาพามองทั้งสองคนที่นั่งกันใกล้ชิดสนิทสนมด้วยความเจ็บปวดและชิงชัง ก่อนจะฝืนถามออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ดื่มอะไรไหม” คตกริชเองก็ฝืนตอบไป พยายามข่มความกลัวที่มีต่อลำเภาพา “ก็ดีเหมือนกันครับ” คตกริชสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเปิดเมนูอาหาร ลำเภาพาพยายามกลั้นน้ำตาที่รื้นขึ้นมา วิลิปดาจับมือคตกริชแล้วพูดขึ้น “กริชอยากรู้จักแม่มาตั้งนานแล้วล่ะค่ะ มีเหตุแคล้วกันไปคลาดกันมาอยู่เรื่อย” ลำเภาพามองมือทั้งสองที่จับกันด้วยสายตาที่ปวดร้าว ผุดลุกขึ้นกะทันหันจนเกือบเซไป ทุกคนหันไปมองตกใจ ลำเพยพรรณถามจขึ้น “มีอะไรคะพี่เภา” ลำเภาพาฝืนใจตอบก่อนจะเดินออกไปอย่างคนหมดแรง “สั่งอาหารไปก่อนนะ ฉันขอตัวเข้าห้องน้ำ” คตกริชมองตามลำเภาพา รู้สึกอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปจากตรงนั้น

ในห้องน้ำ ลำเภาพายืนมองตัวเองในกระจก พยายามสงบสติอารมณ์ ลำเภาเดินตัวลอยกลับมานั่งเหม่อมองอาหารตรงหน้า ลำเภาพาแทบไม่ได้แตะอาหารบนโต๊ะเลย คตกริชเองก็กินอะไรไม่ค่อยลงเหมือนกัน วิลิปดาหันไปตักกับข้าวใส่จากคตกริช แต่เห็นกับข้าวเดิมยังอยู่ก็แปลกใจ ลำเพยพรรณเองก็เห็นท่าทางพี่สาวแปลกๆ เลยเอ่ยถามพี่สาว”พี่เภาไม่ค่อยสบายเหรอ อยากจะกลับไปพักผ่อนก่อนมั้ย” ลำเภาพาที่นั่งเหม่ออยู่ได้สติ ส่ายหน้าเนือยๆ ตอบว่า “ไม่เป็นไร กว่าเราจะนัดเจอกันได้” ลำเภาพาหันไปมองคตกริชอย่างเยาะหยัน “เราน่าจะได้เจอกันก่อนหน้านี้นานแล้ว” ลำเพยพรรณบอก “กริชเขาทำงานทั้งกลางวันกลางคืนเลยไม่ค่อยมีเวลาค่ะ พี่เภาก็ยุ่งเหมือนกันเลยคลาดกันไปคลาดกันมาทุกที กริชเขาขยันทำงาน จนซื้อบ้านได้แล้วนะคะ” ลำเพยพรรณบอกอย่างชื่นชม คตกริชสะดุ้งเบาๆ เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง แววตาของลำเภาพาเยือกเย็นและเหี้ยมเกรียม “ก็ดีนะ เธอโชคดีจังที่ซื้อบ้านได้ง่ายๆ คนบางคนนะดิ้นรนทั้งชีวิต ก็ยังไม่มีแม้แต่ที่ดินจะฝังกระดูกตัวเองแนวยืนด้วยซ้ำไป” คตกริชแอบสะดุ้งอีกครั้ง วิลิปดาเห็นคตกริชไม่ตอบก็เลยพูดแทน “ที่กริชเขาปฏิเสธความช่วยเหลือครั้งที่แล้ว ก็เพราะเขาอยากจะทำให้เห็นว่าเขาจริงใจกับลิปดาค่ะ” ลำเภาพาเลิกคิ้ว “งั้นเหรอ” วิลิปดาพูดต่อ “แต่ตอนนี้เราต้องเก็บเงินอีกสักพัก แล้วค่อยแต่งงาน ลิปดาจะช่วยเขาเก็บเงินด้วย” ลำเภาพานิ่งไป ก่อนจะพูดขึ้น “ที่จริงก็ไม่น่าจะรีบร้อนนะ คนหนุ่มคนสาวน่ะ ยังมีเวลาสำหรับเรื่องนี้อีกนาน” วิลิปดากับลำเพยพรรณเปลี่ยนสายตามามองลำเภาพาอย่างแปลกใจ ที่พูดตรงข้ามกับเมื่อก่อน

หลังจากแยกย้ายกันกลับ คตกริชกรู้สึกกลุ้มใจมาก เขาตรงไปหาโอมเพื่อระบายความคับข้องใจจากเรื่องที่เขาเจอในวันนี้ให้โอมฟัง คตกริชเครียดจัด เอาแต่พล่ำเพ้อบอกโอมว่าเขารักวิลิปดามาก มากเสียจนยอมทำได้ทุกอย่าง เขาจะไม่มีวันยอมเลิกกับวิลิปดาเด็ดขาด โอมได้แต่มองเพื่อนอย่างเห็นใจ

ด้านลำเภาพาก็เมากลับเข้ามาในบ้าน และคืนนั้นลำเภาพาไปตามหาคตกริชที่ผับไม่เจอ ก็ยิ่งโมโหเข้าไปอาละวาดในห้อง

ตอนที่ 22
วิลิปดาช่วยลำเพยพรรณหยิบแก้ว ลำเพยพรรณชงชา ส่วนวิลิปดาชงกาแฟให้กริช ลำเพยพรรณหันไปถาม “ลิปดากับกริชเข้าใจกันดีแล้วใช่ไหม” วิลิปดาพยักหน้า “ดีแล้วค่ะ กริชเล่าให้ฟังว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง” ลำเพยพรรณถามต่อ “เขาว่ายังไงบ้างล่ะ” วิลิปดาอ้าปากจะตอบ เสียงคตกริชดังขึ้นก่อน “ลิปดาครับ” คตกริชเดินเข้ามาเพื่อขอตัวกลับไปงานศพพิมพ์สนม วิลิปดาเลยเดินออกมาส่ง แต่พอจะกลับเข้าบ้าน ลำเภาพาก็เดินสวนออกมาบอกว่ามีนัดฝากบอกลำเพยพรรณด้วย

วิลิปดาเดินเข้ามาใน เห็นลำเพยพรรณมองเก้อๆ ที่ไปกันหมด วิลิปดาเหลือบไปเห็นมือถือคตกริช เธอว่าจะรีบวิ่งตามไป อาจจะทัน

คตกริชขับรถออกมา เสียงรถข้างหลังบีบแตรใส่ เขามองไปแล้วต้องแปลกใจ เพราะจำได้ว่าเป็นรถลำเภาพา คตกริชจอดข้างทางเพื่อดูดูท่าที รถของลำเภาพาแล่นเข้ามาจอดใกล้ๆ เธอเปิดประตูเดินลงจากรถมาหาเขา คตกริชมองลังเล ลำเภาพาจ้องหน้า “กลัวหรือไง ฉันไม่มีอาวุธหรอกนะ” คตกริชตัดสินใจลงจากรถ “ผมคิดว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วนะครับ” วิลิปดาวิ่งตามออกมาเห็นพอดี จะรีบเข้าไปหาคตกริช แต่แล้วก็ชะงักเมื่อได้ยินลำเภาพาพูดขึ้น “ฉันมีข้อแลกเปลี่ยนเรื่องลิปดา” คตกริชบอก “ผมว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่า คุณเภาไม่อยู่ในฐานะที่ต่อรองอะไรกับผมได้” วิลิปดารีบหลบไปอีกทางเพื่อแอบฟังทั้งสองคุย “แต่ฉันเป็นนักธุรกิจ ฉันมีสิทธิ์ที่จะเสนอไมใช่เหรอ เป็นต้นว่า เงินสองล้านบาทสำหรับการจบสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง” คตกริชโกรธจนตัวสั่น “คุณเภาครับ... คุณเป็นผู้ซื้อเสียจนเคยชินที่จะซื้อแม้กระทั่งคน อย่าว่าแต่สองล้านเลย มากกว่านั้นผมก็ไม่ต่อรองด้วย กรุณาเถอะครับ ในเมื่อคุณเภาเองก็ไม่ได้เลี้ยงดูลูกมาตั้งแต่ต้น หยุดยุ่งเรื่องของลิปดาเสียที” ลำเภาพาพูดแทรก “สามล้านบาท” คตกริชอึ้งไป ก่อนจะได้สติแล้วบอก“กรุณาเถอะครับคุณเภา” ลำเภาพายังไม่ลดละ “ห้าล้าน” คตกริชสุดทน พูดขัดขึ้น “ห้าหรือหกหรือสิบผมก็ไม่สนใจ เพราะที่ผมรู้หลังจากผมตอบรับคุณเภาไปแล้ว สิ่งที่ผมจะได้ก็คือ...สิ่งที่...พิมพ์สนมเคยได้รับมาก่อน” ลำเภาพาตกใจ “คตกริช” คตกริชพูดต่อ “ผมรู้ว่าคุณเภาไม่ได้ตั้งใจฆ่าพิมพ์สนม คนที่คุณเภาสั่งฆ่าก็คือผม” วิลิปดาหน้าเสีย ตกใจสุดขีด รีบเอามือขึ้นมาปิดปากตัวเองไม่ให้ร้องออกมา มือที่ถือมือถือสั่นแทบคุมไม่อยู่ ลำเภาพานิ่งงัน มือทั้งสองข้างของคตกริชกำเข้าหากัน กรามขบแน่นแววตากร้าว “หรือว่าคุณเภายังต้องการอะไรจากผมอีก ผมพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว เมื่อพบกับลิปดา...แต่คุณเภาต่างหากล่ะที่พยายามดึงผมกลับไปอีก ใช้ทุกอย่างซื้อผม เอาบ้านมาหลอกล่อเพื่อจะให้ผม ไปเป็นผัวชั่วคราวของคุณ!” “คตกริช!” ลำเภาพาตบหน้าคตกริช แรงตบจนทำให้ใบหน้าของคตกริชถึงกับสั่นสะท้าน ลำเภาพาจ้องหน้าเขาอย่างโกรธจัด “เป็นอันว่า...เราตกลงกันไม่ได้สินะ” คตกริชบอก “เมื่อผมตาย...ลิปดาก็ต้องตายด้วย อย่าคิดว่าเมื่อคุณเภาฆ่าผม คุณเภาจะได้ลิปดาคนเก่ากลับคืนไป” ลำเภาพานิ่งแข็ง รู้สึกชาไปทั้งตัว วิลิปดาน้ำตาไหลพราก ฟังต่อไม่ได้อีก รีบวิ่งหนีไป คตกริชเดินกลับขึ้นไปบนรถทันที ทิ้งให้ลำเภาพามองตามด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคืองที่สุมแน่นในอกจนแทบจะระเบิดออกมา

วิลิปดาวิ่งออกมาน้ำตาไหลไปด้วย ในที่สุดก็หยุด หลังพิงกำแพงเหนื่อยหอบ วิลิปดาค่อยๆ ทรุดตัวลงหมดแรง หัวใจแหลกสลาย วิลิปดาเดินเหม่อเข้ามาในบ้านหน้าตาช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ลำเพยพรรณเข้ามาทางด้านหลัง “ตกลงเจอกริชหรือเปล่าจ้ะลิปดา” วิลิปดาไม่ตอบ เดินหนีขึ้นบันไดไปเงียบๆ น้ำตายังคงไหลพราก ลำเพยพรรณมองตามงงๆ

วิลิปดาขึ้นมาบนห้อง ทรุดตัวลงนั่ง แล้วร้องไห้ออกอย่างพรั่งพรู วิลิปดาทั้งอึ้งทั้งสับสนทั้งเสียใจกับสิ่งที่เห็น

ลำเภาพาเข้ามาในห้องด้วยอารมณ์คั่งแค้น เธอหยิบของออกมาจากกระเป๋าถือ สิ่งที่เธอหยิบออกมา คือ ปืนกระบอกที่เอาไว้ประจำในรถ เธอเอาออกมาเปิดดู ตรวจกระสุนข้างใน สีหน้าเหี้ยมเกรียมคิดจะทำอะไรบางอย่าง

สายวันใหม่ คตกริชแต่งตัวชุดดำ กำลังจะออกจากบ้านไปงานศพพิมพ์สนม เสียงกริ่งดังขึ้น เขามองไปแล้วรู้สึกแปลกใจมาก

คตกริชเดินออกมาที่ประตูรั้ว เห็นลำเภาพาซึ่งสวมแว่นดำยืนรออยู่บอกว่ามาขอเจรจาใหม่ คตกริชเดินนำลำเภาพาเข้ามา แล้วหันกลับมาทางเธอ ลำเภาพาถอดแว่นดำออกเก็บในกระเป๋า “ฉันอยากจะตกลงกับเธออีกครั้ง เรื่องลิปดา” คตกริชว่า “ผมบอกคุณเภาไปแล้วนี่ครับ จะให้ผมพูดอีกกี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม ผมจะไม่มีวันเลิกกับลิปดาเป็นอันขาด” ลำเภาพาสีหน้าจริงจัง “เธอต้องการอะไรบอกฉันมา ฉันให้ได้ทุกอย่างแม้แต่ชีวิตฉันเอง เพื่อแลกกับลิปดา” คตกริชถอนใจ “ผมไม่อยากได้อะไรจากคุณเภาเลยครับ แม้แต่บ้านหลังนี้ คุณเภาจะเอาคืนไปก็ได้” ลำเภาพาพูดต่อ “ฉันขอร้องล่ะกริช ฉันก็ไม่อยากได้อะไรจากเธอ นอกจากลูกสาวฉัน” คตกริชสวน “ผมขอร้องคุณเภาเหมือนกัน ผมรักลิปดามากและลิปดาก็รักผม คุณเภาปล่อยผมกับลิปดาไปเถอะครับ” “ฉันปล่อยลิปดาไปไม่ได้ เพราะลิปดาเป็นลูกสาวคนเดียวของฉัน ฉันไม่มีวันยกลิปดาให้กับคนที่เคยเป็นผัวชั่วคราวของฉันมาก่อน” คตกริชสีหน้าเครียด “คุณเลิกย้ำถึงอดีตของเราได้แล้ว ยังไงมันก็เป็นแค่อดีต วันนี้ผมรักลิปดาและอนาคตของผมก็คือลิปดาคนเดียวเท่านั้น ผมจะแต่งงานกับลิปดาให้ได้” ลำเภาพาล้วงกระเป๋าหยิบอะไรบางอย่าง “ไม่! ไม่มีวัน” ลำเภาพาชักปืนออกมา คตกริชมองนิ่งก่อนจะพูดขึ้น “เอาสิครับ ถ้าคุณเภาคิดว่าผมตายแล้วจะยุติเรื่องทั้งหมดได้” ลำเภาพายกปืนขึ้นจ่อที่หน้าคตกริช “อย่าท้านะ” คตกริชว่า “ผมกำลังท้าอยู่นี่ไงครับ” ลำเภาพาทำท่าจะเหนี่ยวไก “อย่านึกว่าฉันไม่กล้า” คตกริชบอกำ “ผมรู้ว่าคุณเภากล้า คุณคิดจะฆ่าผมมาครั้งนึงแล้ว แต่คุณน่าจะรู้จักลิปดาดีกว่าผม ถึงคุณเภาจะฆ่าผมให้ตาย คุณเภาก็จะไม่มีวันได้ลิปดากลับคืนไป คุณเภาต้องสูญเสียลิปดาไปทั้งเป็น เพราะลิปดาจะไม่มีวันให้อภัยคุณแน่” ลำเภาพาจ้องคตกริชอย่างแค้นใจ คตกริชหลับตา มือของลำเภาพาสั่นเทา น้ำตาคลอ พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา ในที่สุด ลำเภาพาตัดสินใจเหนี่ยวไก คตกริชสะดุ้งเฮือก แต่ปรากฏว่าเป็นเสียงดังกริ๊ก ไม่มีกระสุน “ที่แท้เธอมันก็แค่ไอ้ขี้ขลาด!” คตกริชลืมตาขึ้นงงๆ เห็นลำเภาพาจ้องมองเขาอย่างแค้นใจสุดขีด “คุณเภา...ตั้งใจจะฆ่าผมจริงๆ ใช่ไหม” ทั้งสองจ้องมองกันอย่างเจ็บปวดระคนเคียดแค้น “ฉันไม่ยิงแกให้เสียมือหรอก แต่อยากเห็นหน้าแกตอนใกล้ตายว่ามันเป็นยังไง” คตกริชอึ้ง “คุณใจดำอำมหิตมาก” ลำเภาพายิ้มเหยียด “ฉันทำทุกอย่างเพื่อลิปดาผู้ชายอย่างแกไม่มีวันเข้าใจหัวอกแม่อย่างฉัน” “ทำไมจะไม่เข้าใจ ผมก็มีแม่เหมือนกัน” ลำเภาพาตวาด “แม่ของแกไม่ใช่แม่อย่างฉัน” คตกริชไม่พอใจ “อย่าพูดจาดูถูกแม่ผม” “แกรักแม่แกยังไง ฉันก็รักลูกของฉันเหมือนกันถ้าแกยังไม่เลิกกับลิปดาละก็ ระวังตัวไว้ให้ดี ฉันมีวิธีเก็บแกโดยที่ลิปดาไม่มีวันรู้ ถึงแกจะรอดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งต่อไปแกจะไม่มีทางรอดแน่ ฉันจะไม่มีวันยอมให้แกกับลิปดาได้แต่งงานกัน ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตใครก็ตาม!” พูดจบลำเภาพาก็เดินออกไปทันที คตกริชมองตามอย่างเจ็บแค้นใจเช่นกัน

ลำเภาพากลับมาที่รถ น้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ เธอขับรถออกไปน้ำตาไหลไปด้วย

ตอนที่ 23
คตกริชทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง เขาหลับตาลงทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงกริ่งดังขึ้น คตกริชลืมตา คิดว่าเป็นลำเภาพาผลุนผลันออกมา แต่แล้วคตกริชชะงัก เมื่อเห็นว่าเป็นวิลิปดา

วิลิปดาหน้าตาหมองช้ำ เหมือนคนอดนอนมาทั้งคืน “ฉันเอามือถือมาคืนคุณค่ะ” คตกริชมองวิลิปดาอย่างแปลกใจยิ่งขึ้น คตกริชถือมือถือมาวางไว้ที่โต๊ะในบ้าน วิลิปดาตามมา “ขอบคุณครับลิปดา เมื่อคืนผมก็นึกได้ว่าคงลืมไว้ที่บ้านคุณ กะว่าวันนี้จะโทรเข้าไปถามอยู่เหมือนกัน คุณก็อุตส่าห์เอามาให้”วิลิปดาบอก “ฉันรู้ว่าคุณคงกำลังยุ่ง ก็เลยเอามาให้เองอีกอย่าง...ฉันมีเรื่องอยากจะถามคุณด้วย” “เรื่องอะไรครับ” วิลิปดาจ้องหน้าคตกริชอย่างจริงจัง “ฉันได้ยิน...เรื่องที่คุณคุยกับแม่ตรงถนนเมื่อวาน” คตกริชตกใจนึกไม่ถึง “ลิปดา...ได้ยินว่ายังไง” วิลิปดาน้ำตาคลอ พูดไม่ออก คตกริชจับมือวิลิปดาไว้ “ลิปดาได้ยินว่ายังไง บอกผมมาสิครับ” วิลิปดาบอก “คุณต้องพูดความจริงกับฉัน” คตกริชร้อนใจรีบพยักหน้า“ได้ ลิปดาอยากรู้อะไร ผมจะเล่าให้คุณฟังทุกอย่าง” วิลิปดาน้ำตาไหลออกมา พยายามรวบรวมสติพูดออกมา “คุณบอกว่า...แม่...เป็นคนสั่งฆ่าคุณ แต่ไปโดนพิมพ์สนมแทน เพราะอะไร” คตกริชหลบตา “เรื่องนั้นคุณควรไปถามแม่ของคุณมากกว่าว่าทำไม...ถึงคิดจะฆ่าผม” วิลิปดาพูดต่อ “ฉันต้องถามคุณ เพราะคุณเป็นคนพูดว่าแม่พยายามเอาคุณไปเป็น...ไปเป็น...ผัวชั่วคราว” วิลิปดาร้องไห้โฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ คตกริชตะลึงหนัก “ลิปดา” “คำว่า...ผัวชั่วคราว...มันหมายความว่ายังไง” คตกริชอึกอัก “เอ่อ...แม่ของคุณ...กับผมเคยรู้จักกันมาก่อน” วิลิปดาอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน “ก่อนที่คุณจะรู้จักกับฉันงั้นเหรอ” คตกริชว่า “คุณเภาเคยไปเที่ยวบาร์ที่ผมทำงานอยู่เราคุยกันถูกคอ ผมดูแลเธอในฐานะเด็กเสิร์ฟคนหนึ่ง แต่เธอ...สนใจผมมากกว่านั้น เรามีโอกาสเจอกันบ่อย จนเริ่มสนิทสนมกัน คุณเภาเลยชวนผมไปเป็นผู้จัดการที่ผับของเธอด้วย” วิลิปดาสุดกลั้น “ที่แท้...งานกลางคืนที่คุณทำอยู่ คือผับของแม่ฉัน” คตกริชพยักหน้าเนื่อยๆ “ใช่ครับ” วิลิปดาถามอีก “แล้วพิมพ์สนมล่ะ” คตกริชบอก “พิมพ์สนมเป็นเลขาของคุณเภา และมาช่วยงานที่ผับด้วย คุณเภาหึงผมกับพิมพ์ ทั้งที่เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกัน พอรู้ความจริงว่าผมกับคุณคบกัน เขาก็เกลียดผมมาก สร้างเรื่องใส่ร้ายว่าผมนอกใจคุณไปคบกับพิมพ์สนม แล้วจ้างมือปืนมา” วิลิปดาผละออกมาจากคตกริชอย่างขยะแขยง ปิดหูตัวเอง “พอแล้ว หยุดเล่าได้แล้ว ฉันไม่อยากฟัง” “คุณอยากรู้ความจริงไม่ใช่เหรอลิปดา” “ฉันไม่อยากรู้แล้ว” วิลิปดาผลุนผลันออกไป คตกริชรีบตามไป

วิลิปดาผลุนผลันออกมา คตกริชตามมาดึงมือวิลิปดาไว้ให้ฟังเขาก่อน “พอแล้ว ฉันฟังมามากเกินพอแล้ว ฉันไม่อยากฟังเรื่องทุเรศๆ แบบนี้อีก” “ลิปดาฟังผมเถอะครับ คุณมาที่นี่เพื่อจะฟังความจริงไม่ใช่เหรอ” วิลิปดาส่ายหน้าอย่างรับไม่ได้ “แต่ความจริงมันโหดร้ายเกินไป ฉันไม่อยากเชื่อว่าแม่จะทำอย่างนั้น” “เชื่อเถอะครับลิปดา” คตกริชหยิบมือถือออกมา เปิดคลิปที่อัดเสียงระหว่างเขากับลำเภาพาให้วิลิปดาฟัง “คุณเภาจ้างนักสืบแอบตามผมไปใช่ไหม” “คนที่ไม่ได้ทำผิด มันย่อมไม่มีชนักติดหลัง” “คุณเภาจะทำให้ผมกับลิปดาเลิกกันให้ได้” “ใช่” วิลิปดาน้ำตาไหลออกมาอีกอย่างรู้สึกสะเทือนใจ “แต่ผมจะทำทุกทาง เพื่อให้ได้แต่งงานกับลิปดา” “ก็ลองดูสิ ว่าลิปดาจะเชื่อใครมากกว่ากันระหว่างแม่กับ...ผู้ชาย”

ลำเภาพานั่งอยู่ในบ้าน โทรหาลำเพยพรรณอย่างร้อนใจว่าวิลิปดาอยู่บ้านหรือเปล่า แล้วก็ยิ่งกังวล

วิลิปดาฟังคลิปเสียงต่อมาด้วยอารมณ์เจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ยิน “ถ้าผมสกปรก คุณเภาก็ไม่ต่างจากผมหรอก ผมจะใช้คืนให้ทุกอย่าง ผมจะไม่เอาของคุณเภาแม้แต่สตางค์แดงเดียว” “ฉันไม่อยากได้เงินของแก ไม่อยากได้อะไรจากแกทั้งนั้น นอกจากลิปดา” “ความตายเท่านั้นที่จะเอาลิปดาไปจากผมได้” คตกริชกดปิดคลิปไว้เท่านั้น วิลิปดาฟังจบถึงกับอึ้ง เซไปอย่างหมดแรง คตกริชประคองไหล่ของวิลิปดาไว้ “รถคันนั้น...มันเป็นรถที่แม่เคยจะซื้อให้ฉัน” คตกริชว่า“แม่คุณบอกว่าจะซื้อให้หลาน” วิลิปดายิ่งเสียใจ “แม่บอกคนอื่นเสมอว่าฉันเป็นหลาน...แม่ไม่เคยยอมรับว่าฉันเป็นลูกแท้ๆ แล้วแม่ยังจะมาแย่งชีวิตที่เหลือของฉันไปอีก เพราะคุณเลือกฉัน แม่ก็เลยเกลียดคุณจนถึงขนาดจะฆ่าให้ตาย” คตกริชจับมือวิลิปดาขึ้นมา “ไม่มีใครแย่งชีวิตของเราไปได้หรอกครับลิปดา ถ้าเราไม่ยอม ผมไม่เคยให้การกับตำรวจเลยว่าแม่ของคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของพิมพ์สนม” วิลิปดามองหน้าคตกริชก่อนจะถามขึ้น “คุณเกลียดแม่ฉันบ้างหรือเปล่า” คตกริชส่ายหน้า “ผมไม่เคยเกลียด ถึงแม้เขาจะคิดยังไงกับผม ผมไม่เคยสนใจว่าใครจะรู้สึกยังไง เพราะคนที่ผมแคร์คือลิปดาเพียงคนเดียว” “กริชคะ” “ผมรักลิปดามากยิ่งกว่าชีวิตของผม ไม่มีผู้หญิงคนไหนในโลกแทนที่ลิปดาได้เราจะหวั่นไหวอะไรกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แค่นั้นล่ะ ในเมื่อเรารักกันทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันแค่อุบัติเหตุเท่านั้น” วิลิปดามองลึกเข้าไปในดวงตาของคตกริชเห็นแต่ความจริงใจของเขา “แล้วถ้าแม่ยังไม่เลิกคิดจะฆ่าคุณ คุณยังจะรักฉันอยู่อีกเหรอ” คตกริชว่า “ทางเดียวที่ทำให้แม่ของคุณเลิกคิดจะฆ่าผมคือเราต้องแต่งงานกัน” วิลิปดามองหน้าคตกริชอย่างนึกไม่ถึง “กริชคะ...แต่...มันเป็นเรื่องใหญ่มาก” คตกริชจับมือวิลิปดาไว้แน่น “ทุกอย่างจะเป็นเรื่องเล็ก ถ้าเราสู้ไปด้วยกัน ลิปดาพร้อมจะสู้ไปกับผมหรือเปล่าละครับ” วิลิปดาว่า “ที่ผ่านมาเราก็สู้ด้วยกันมาตลอด ไม่ใช่เหรอคะ คงไม่ยากถ้าเราจะสู้ต่อไปอีก” คตกริชยิ้มดีใจ “ขอบคุณครับลิปดา” คตกริชคว้าตัววิลิปดามากอดไว้แน่น “ลิปดา... ผมรู้ว่าลิปดารักผม ลิปดาจะไม่เสียใจเลยเมื่อแต่งงานกันไปแล้ว ถึงผมจะเคยเป็นคนยังไงมาก่อน แต่ต่อไปนี้ผมจะเป็นสามีที่ดีของลิปดาตลอดไป” “ฉันก็หวังไว้อย่างนั้น” วิลิปดากอดคตกริชกลับ สีหน้ามุ่งมั่นอย่างคนตัดสินใจแล้ว

สายวันใหม่ เสียงเฮและกรีดร้องด้วยความดีใจดังลั่นออกมา พวกแป๋มแสดงความยินดีกับคตกริชและวิลิปดาที่จะแต่งงานกัน พีรนันท์เข้ามาได้ยินรู้สึกปวดใจจนต้องเดินออกไป วิลิปดาเห็นมองตาม พีรนันท์นั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียวในสวน วิลิปดาเดินเข้ามา พีรนันท์หันไปมองเศร้า “ลิปดาจะแต่งงานจริงๆ เหรอครับ” “ค่ะพี่พี” พีรนันท์ถามย้ำ “ทั้งที่เหตุการณ์นั้นเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ” น้ำเสียงของวิลิปดาเยือกเย็นแต่แฝงความขมขื่น “ลิปดายิ่งต้องรีบแต่งค่ะ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกเมื่อไร” พีรนันท์เจ็บปวด “ลิปดาคงรักเขามากสินะ” “ค่ะ” พีรนันท์ยิ่งเจ็บแปลบยอกเข้าไปในอก “พี่ไม่น่าถามเลย ถ้าลิปดาไม่รักเขา ก็คงไม่แต่งกับเขาหรอก” “ลิปดาอยากให้พี่พียินดีกับลิปดาด้วย” พีรนันท์ว่า “พี่ไม่อยากเสแสร้ง บอกตามตรงว่าพี่ไม่ยินดีแต่พี่จะไปแสดงความยินดีด้วยในวันที่ลิปดาแต่งงาน” วิลิปดายิ้ม “ขอบคุณค่ะพี่พี” พีรนันท์เดินจากไปเศร้าๆ ลิปดามองตามสงสารพีรนันท์

ตอนที่ 24
โต๊ะกินข้าวที่บ้าน วิลิปดาเขี่ยข้าวในจานไปมา ลำเพยพรรณมองอย่างเป็นห่วง วิลิปดาตัดสินใจบอกว่าเธอจะแต่งงานเดือนหน้า ลำเพยพรรณอึ้ง “แม่จะว่าอะไรไหมคะ ถ้าหนูจะแต่งงานกับกริชเราตกลงกันแล้วล่ะค่ะ ว่าเราจะไม่รอเก็บเงิน มีงานทำมีรถใช้ แค่นี้ก็พอแล้ว ลิปดาเชื่อว่าเราต้องอยู่ได้” ลำเพยพรรณนิ่งเงียบไป ก่อนจะพูดขึ้น “น้าว่าลิปดาใจร้อนเกินไป เหมือนกลัวว่าจะไม่ได้แต่งงานกับเขา” วิลิปดาว่า “กลัวค่ะ ยิ่งมีเรื่องเกิดขึ้นยิ่งกลัว” ลำเพยพรรณถาม “แต่งงานแล้ว จะไปอยู่ที่บ้านกริชหลังนั้นเหรอ” วิลิปดาพยักหน้า “ค่ะ กริชซื้อไว้เป็นเรือนหอนี่คะ” “แล้วไม่กลัวจะเหมือนผู้หญิงคนนั้นเหรอ” วิลิปดาบอก“ไม่กลัวหรอกค่ะ ลิปดาจะตายกับเขาด้วย” ลำเพยพรรณร้องเสียงหลง “ลิปดา นี่มันชีวิตจริงๆ นะหลาน” “ลิปดาถึงต้องแต่งงานกับเขาให้เร็วที่สุดยังไงละคะ ถ้ากริชตาย ลิปดาจะได้ภาคภูมิใจว่าได้แต่งงานกับคนที่ลิปดารัก ถึงแม้ว่าจะต้องเป็นหม้ายก็เถอะ” วิลิปดาร้องไห้ออกมา ลำเพยพรรณเข้ามากอดหลานไว้ แล้วร้องไห้ไปด้วย “เอาเถอะ น้าจะพูดกับแม่หนูเอง ถ้าหนูต้องการอย่างนั้น” วิลิปดาสะอื้น “บอกแม่นะคะ ถ้าแม่ไม่ยอมให้ลิปดาแต่งงานลิปดาจะยอมตาย” ลำเพยพรรณอึ้ง ตกใจไปกับความคิดของหลานสาว

ลำเพยพรรณโทรเล่าให้พี่สาวฟัง ลำเภาพาถึงกับนิ่งงัน นัยน์ตาฉายความร้าวราน เสียงเครือเจ็บปวดใจ ลำเพยพรรณบอกให้ปล่อยชีวิตวิลิปดาไปเถอะ ลำเภาพาตัวสั่นเทา รู้สึกถึงความพ่ายแพ้ที่คืบคลานเข้ามา เจ็บร้าวและแยกสยองไปทั้งทรวงอก เธอจะไม่มีวันชนะคตกริชเชียวหรือ “แล้วจะปล่อยให้เขาเลือกชีวิตที่ผิดเหรอ ฉันเคยผิดมาแล้ว ไม่อยากให้ลูกต้องมาผิดซ้ำรอยกับฉันอีก” ลำเพยพรรณว่า “ในเมื่อพี่เภาเคยสนับสนุนสุดตัวให้ลิปดาแต่งงาน แล้วมาเบรกตัวโก่งตอนนี้มันจะทันเหรอคะ” ลำเภาพาว่า“ทำไมจะไม่ทัน เขาสองคนยังไม่แต่งงานกันสักหน่อย ฉันเป็นแม่ จะไม่มีสิทธิ์ห้ามเลยหรือไง” ลำเพยพรรณไม่เห็นด้วย “แต่ลิปดาเอาเป็นเอาตายกับเรื่องนี้มากนะคะพี่เภา บอกว่าจะแต่งงานกับกริชให้ได้” ลำเภาพาไม่ยอม “ถึงยังไงฉันก็ทนเห็นลิปดาแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ไม่ได้ ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่” ลำเพยพรรณทนไม่ไหว ตัดสินใจถาม “พี่เภาคะ พี่เภาอธิบายเหตุผลมาหน่อยสิคะ ว่าทำไมถึงไม่ยอมให้ลิปดาแต่งงานกับกริช บางทีพรรณอาจจะช่วยพูดกับลิปดาได้” ลำเภาพาถอนใจเฮือก ก่อนบอกว่าพิมพ์สนมที่ตายเคยเป็นเลขาเธอแล้วคบหากับคตกริชอยู่แล้วขอให้น้องสาวช่วยนัดวิลิปดาให้เธอที

คตกริชพาอำไพเข้ามาในบ้าน อำไพดีใจมากที่ลูกมีบ้านสวยงาม คตกริชบอกว่าเขาจะแต่งงานเดือนหน้ากับวิลิปดา

วิลิปดากำลังลองชุดเจ้าสาว โดยมีลำเพยพรรณคอยดูแลอยู่ด้วย พลางบอกว่าแม่มีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย วิลิปดาสีหน้าครุ่นคิดเหมือนจะทำอะไรบางอย่าง

วันใหม่ ลำเภาพานั่งรออยู่ในร้านอาหารอย่างมีความหวัง เธอมองไปที่หน้าร้านอย่างดีใจเมื่อเห็นวิลิปดาผ่านประตูร้านเข้ามา มองหาลำเภาพาจนเจอ จึงหันไปบอกกับใครบางคนที่ตามเข้ามา สีหน้าลำเภาพาเปลี่ยนไปทันที เมื่อเห็นว่าคตกริชตามหลังวิลิปดามาด้วย คตกริชก็เหวอไปเหมือนกันที่มาเจอลำเภาพา วิลิปดาจูงมือคตกริชเข้ามาหาลำเภาพา “เข้ามาสิคะกริช” คตกริชยกมือไหว้ลำเภาพา ลำเภาพาทำเมิน ไม่รับไหว้ วิลิปดาหันไปพูดกับกริชอย่างอ่อนหวาน “นั่งสิคะกริช” คตกริชกับวิลิปดานั่งลง ลำเภาพาหันไปคุยกับวิลิปดาเหมือนไม่มีกริชอยู่ด้วย “ทำไมลิปดาไม่มาคนเดียว” วิลิปดาบอก “พอดีกริชพาลิปดาไปเลือกชุดที่เวดดิ้ง ก็เลยแวะมาส่งค่ะ” “แม่อยากคุยกับลิปดาแค่สองคน” วิลิปดาเกาะแขนคตกริชอย่างหวานชื่น “แต่อีกหน่อย...กริชกับลิปดาก็จะเป็นคนๆ เดียวกันแล้วนะคะ เราคุยกันต่อหน้ากริชได้ทุกเรื่อง ไม่มีความลับระหว่างเราสองคนค่ะ จริงไหมคะกริช” คตกริชยิ้มรับ กุมมือวิลิปดาไว้อย่างอ่อนหวานเพื่อเย้ยลำเภาพา วิลิปดาซบกับไหล่คตกริช คตกริชโอบวิลิปดาไว้ ลำเภาพาโกรธมาก กราดเกรี้ยวใส่วิลิปดา “ลิปดา! ถึงยังไงลูกก็ยังไม่ได้แต่งงาน ทำไมถึงทำตัวหน้าไม่อาย เหมือนผู้หญิงที่หิวผู้ชายจนหน้ามืด” วิลิปดาสวน “คนที่หิวไม่ใช่ลิปดามั้งคะ” ลำเภาพาตกใจที่ได้ยินลูกพูดแบบนั้น “ลิปดา!!!” วิลิปดานิ่งอั้น รู้สึกผิดที่ตอบโต้ออกไป “ขอโทษนะคะแม่ ไว้ค่อยคุยกันวันหลังดีกว่าค่ะ” วิลิปดาดึงคตกริชออกไป ลำเภาพามองตามทั้งโกรธทั้งเสียใจ คตกริชที่ตามวิลิปดาออกมาถามเธอว่า “ลิปดาทำไมไม่บอกผมก่อน ว่าจะมาเจอคุณแม่คุณ” วิลิปดาว่า “ถ้าบอกก่อน คุณกับแม่จะยอมเจอกันเหรอคะ” คตกริชสงสัย “แล้วทำไมต้องให้เรามาเจอกันด้วยล่ะลิปดา” วิลิปดาว่า “ฉันอยากรู้ค่ะ...ว่าเรื่องที่คุณเล่าเกี่ยวกับแม่ฉัน...มันจริงหรือเปล่า พอฉันเห็นแววตาของแม่แล้ว ก็รู้ว่าจริง แม่เกลียดคุณมาก...มากจน... คงไม่มีวันให้อภัย และไม่มีวันยอมให้ฉันแต่งงานกับคุณแน่” คตกริชจ้องหน้าวิลิปดาแล้วถาม “แล้วลิปดาจะยังแต่งงานกับผมอยู่หรือเปล่า” วิลิปดาจับมือคตกริชไว้แทนคำตอบ ลำเภาพามองผ่านกระจกใสออกมา เจ็บปวดแสนสาหัส

ลำเภาพาเดินซึมเข้ามาในบ้าน แปลกใจเมื่อเห็นคนที่นั่งรออยู่ ลำเพยพรรณหันมาหาลำเภาพาอย่างเป็นห่วง “พี่เภา พรรณเป็นห่วงพี่เภา โทรหา พี่ก็ไม่รับสาย เลยมารอที่นี่ ไปคุยกับวิลิปดามาเป็นยังไงบ้างคะ” ลำเภาพานั่งลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก “เขาพากริชมาด้วย” ลำเพยพรรณงง “ทำไมถึงทำอย่างนั้นนะ” “พี่ก็เลยพูดอะไรมากไม่ได้ เราคุยกันไม่ถึงสิบนาทีเลยด้วยซ้ำ” “ให้พรรณช่วยพูดไหมคะ” ลำเภาพารีบบอก “ไม่ต้อง พี่ควรจะเป็นคนบอกลิปดาเอง ยังไงพี่จะหาทางพูดกับลูกให้ได้” ลำเพยพรรณจับมือลำเภาพาอย่างให้กำลังใจ

โรงแรมที่จัดงานแต่งงาน ลำเพยพรรณเปรยกับวิลิปดาขณะที่กำลังช่วยดูแลการตกแต่งสถานที่จัดงาน “เมื่อไรลิปดาจะคุยกับแม่เขาดีๆ ซะที เรื่องการแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ” วิลิปดาว่า “ลิปดาก็ไม่ได้แต่งเล่นๆ นี่คะ” “นั่นแหละ แม่เขาถึงอยากจะเตือนอะไรบางอย่าง” “เขาก็ต้องห้ามลิปดาแต่งอีกตามเคย แต่ถึงยังไงลิปดาก็ถอยไม่ได้แล้วล่ะค่ะ” ลำเพยพรรณถอนใจ แป๋มเดินเข้ามาหาวิลิปดา “ลิปดาจ๋า มาดูตรงนี้หน่อยสิ ว่าจะวางดอกไม้ไว้ตรงไหน” วิลิปดาเดินตามแป๋มออกไป ลำเพยพรรณมองตามอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับใครบางคนที่กำลังเข้ามา คตกริชพาอำไพเข้ามาถึงที่วิลิปดาดูการตกแต่งอยู่ “ลิปดาครับ นี่แม่ผม” วิลิปดาหันมา ยกมือไหว้อำไพ อำไพมองอย่างชื่นชม เข้าไปจับไม้จับมือ “เนี่ยเหรอว่าที่ลูกสะใภ้ สวย...น่ารัก สมกับกริชมันจริงๆ” วิลิปดายิ้มเขินๆ “ขอบคุณค่ะ” “เสียดายเราไม่เคยเจอกันมาก่อนนะ หนูลิปดาแม่ล่ะได้ยินกริชพูดถึงหนูแล้วก็รู้ว่าต้องเป็นคนทั้งดีทั้งสวยน่ารักมากแน่ๆ” คตกริชกระแอมไอ “แหม...ขอชื่นชมว่าที่ลูกสะใภ้หน่อยสิ” คตกริชพาอำไพไปหาลำเพยพรรณ “ส่วนคนนี้” อำไพรีบบอกเอง “พี่สาวหนูลิปดาเหรอ” วิลิปดาบอกยิ้มๆ “คุณน้าลิปดาต่างหากละคะ นี่คุณแม่ของกริชค่ะ” ลำเพยพรรณยกมือไหว้อำไพ อำไพรับไหว้ “อุ๊ยตาย...นึกว่าพี่สาวซะอีก เป็นน้าหรอกเหรอเนี่ย” “ขอบคุณค่ะคุณแม่” อำไพหัวเราะร่วน แต่แล้วทุกคนก็ชะงักแปลกใจ เมื่อเห็นใครบางคน ลำเภาพาเดินตรงเข้ามา “ว้าย...คุณนายบุกมาถึงนี่เลย” คตกริชปรามอำไพไม่ให้พูด คตกริชและแป๋มยกมือไหว้ลำเภาพา แต่ลำเภาพาไม่รับไหว้ใคร “จัดงานซะสวยเลยนะ จะแต่งกันโดยที่แม่ไม่ยินยอมงั้นเหรอ” “หา...มะ...แม่...เหรอ” อำไพอึ้ง คตกริชปรามอำไพอีกครั้ง วิลิปดาพูดแทรกขึ้น “แล้วทำยังไงแม่ถึงจะยินยอมละคะ” ลำเภาตรงเข้าไปหาวิลิปดา “แม่ขอคุยกับลิปดาสองคนจะได้ไหม ขอคุย...เป็นครั้งสุดท้าย” วิลิปดาว่า “คุยกันต่อหน้าทุกคนเลยก็ได้นี่คะ ลิปดาไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว” ลำเภาพาสุดทน “จะคุยกันตรงนี้เหรอ ได้” ลำเภาพาบันดาลโทสะ ตรงเข้าไปดึงโครงอุปกรณ์ตกแต่งและทุกอย่างลงมา วิลิปดาตกใจ “แม่คะ” ลำเพยพรรณรีบเข้าไปดึงลำเภาพาไว้ “พี่เภาคะ... อย่าทำอย่างนี้เลยค่ะ พี่เภาใจเย็นๆ นะคะ” ลำเภาพาโวยวาย“ลูกมันไม่เห็นว่าฉันเป็นแม่ ดันทุรังจะแต่งงานโดยที่ฉันไม่ยินยอม แล้วจะให้ฉันใจเย็นอยู่ได้ยังไง” คตกริชเข้าไปขวาง “ผมผิดเองครับ ผมขอโทษที่ทำให้คุณเภา เอ่อ...คุณแม่ไม่สบายใจ แต่ผมรับรองว่าจะดูแลลิปดาให้ดีที่สุด” ลำเภาพาหันไปตวาด “แกไม่ต้องมาสร้างภาพ! แกหลอกลูกสาวฉันยังไงทำไมฉันจะไม่รู้” วิลิปดารีบบอก “แม่คะ มีอะไรเราออกไปคุยกันสองคนเถอะค่ะ” “พร้อมจะฟังแม่แล้วเหรอลิปดา” “พร้อมค่ะ” แม่ลูกมองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ใคร

วิลิปดารับรู้ด้วยสีหน้าเฉยเมย หลังจากลำเภาพาพูดเรื่องพิมพ์สนมให้ฟัง “เรื่องพิมพ์สนมเคยเป็นลูกน้องของแม่...กริชเคยเล่าให้ลิปดาฟังแล้วค่ะ” ลำเภาพาถาม “แล้วไม่สงสัยเหรอ ว่าทำไมพิมพ์สนมไปอยู่ในรถของกริชตอนที่ถูกยิง” วิลิปดาบอก “เขาสองคนเป็นเพื่อนร่วมงานกัน มันก็เหมือนลิปดากับพี่พี หรือใครๆ ในออฟฟิศที่อาจจะไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง ลิปดาไม่สงสัยเรื่องนั้นหรอกค่ะ แต่สิ่งที่ลิปดาสงสัย...คือใครเป็นคนที่คิดจะฆ่ากริชมากกว่า” ลำเภาพาหลบตานิดหนึ่ง แล้วส่ายหน้า “นี่รักเขามากจนเชื่อเขาทุกอย่าง” วิลิปดาว่า “ลิปดาเชื่อในเหตุผลและการกระทำค่ะ ปล่อยเราไปเถอะค่ะ ถึงแม่จะขัดขวางยังไงเราก็จะไม่ยกเลิกงานแต่งเด็ดขาด” ลำเภาพาพยายามควบคุมอารมณ์ “แม่จะบอกให้นะ การแต่งงานมันก็เหมือนบ่วงกรรมเวรอย่างหนึ่งที่ผู้หญิงต้องชดใช้... แม่รู้ว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์ เราไม่มีวันเชื่อ ทำไมไม่ทำความรู้จักเขาให้นานกว่านี้ล่ะ เขาอาจจะคายกากเดนของนิสัยเดิมออกมาให้ลูกเห็นเองว่าเป็นคนยังไง จะทนแต่งกับเขาได้หรือเปล่า” วิลิปดาบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่ลิปดารักกริชคะ ที่พยายามอยู่นี่เพราะไม่ต้องการจะเสียเขาไป เขาจะเคยเป็นยังไงมาก่อนก็ตาม...หนูรักเขา” นัยน์ตาของลำเภาพาเจ็บปวดและเยือกเย็น “เขามีค่าเพียงนั้นเชียวเหรอ” วิลิปดาถามกลับ “แม่เคยมีความรักมาก่อนหรือเปล่าคะ ถ้าแม่มีแม่จะรู้คำตอบโดยไม่จำเป็นต้องถามหนู” ลำเภาพาผงะไปนิดหนึ่ง มองหน้าลูกสาวอย่างร้าวรานใจ ทั้งสองมองหน้ากันอย่างเจ็บปวดขมขื่น

ทุกคนนั่งรออย่างร้อนใจ คตกริชเดินไปเดินมา ลำเภาพาเดินออกมาโดยมีวิลิปดาตามมาด้วย ทุกคนโล่งใจ ยกเว้นคตกริช ลำเภาพาเดินผ่านหน้าคตกริช พูดนิ่งๆ กับเขาให้ได้ยินแค่สองคน “เธอได้ลิปดาของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิตฉันไปแล้ว ในวันแต่งงาน ฉันจะมอบของขวัญอีกชิ้นหนึ่งที่มีค่ามากเท่ากับชีวิตฉันให้เธอเอง” พูดจบลำเภาพาก็เดินจากไป คตกริชมองตามอย่างสงสัยในคำพูดของลำเภาพา

ในห้องนอน ลำเภาพาเช็ดและทำความสะอาดปืนอย่างดี ก่อนจะบรรจุกระสุนลงไปจนเต็มแม็ก ลำเภาพามองปืนด้วยแววตาเจ็บปวดและเคียดแค้นในเวลาเดียวกัน ก่อนจะเปิดลิ้นชักข้างเตียง แล้วเก็บปืนไว้ที่นั่น “เธอจะต้องจำของขวัญชิ้นนี้ไปตลอดชีวิตคตกริช” ลำเภาพายิ้มเหี้ยมกับตัวเองอย่างน่ากลัว

บรรยากาศภายในสวนซึ่งจัดเป็นงานแต่งงานกลายเป็นการตกแต่งที่เสร็จสมบูรณ์ ป้ายงานมงคลสมรสของ วิลิปดา-คตกริช แขกทยอยเข้ามาในงาน อำไพกำลังต้อนรับแขกอย่างมีความสุขและภาคภูมิใจอยู่ด้านหน้างาน

มุมแต่งหน้า ช่างแต่งหน้ากำลังปัดขนตาวิลิปดา ปัดแก้มและทาลิปสติกให้ ลำเพยพรรณจัดชุดเจ้าสาวที่วิลิปดาสวมอยู่ให้เรียบร้อย “วันนี้หลานน้าเป็นเจ้าสาวที่สวยมากจ้ะ” วิลิปดายิ้มอย่างไม่สดใสนัก ลำเพยพรรณประคองหน้าหลานสาวไว้ “ทำใจให้สบายนะ วันนี้หนูต้องมีความสุขที่สุด” แป๋มวิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น “ลิปดาจ๋า เสร็จหรือยังจ้ะ ใกล้ถึงเวลาแล้วนะ ทุกอย่างพร้อมแล้ว” ลำเพยพรรณสวมหมวกเจ้าสาวให้วิลิปดา “เรียบร้อยแล้วจ้ะ” วิลิปดาลุกขึ้นและหันมา

ลิลลี่ทำความสะอาดบ้านไปด้วยเต้นไปด้วยแต่ก็ชะงักกึกเมื่อเห็นลำเภาพาที่ลงบันไดมาแต่งชุดสวยก็คิดว่า ไปงานแต่งงานวิลิปดา ลำเภาพายื่นซองเอกสารบางอย่างให้ลิลลี่ “นี่เป็นเอกสารสำคัญของฉัน เก็บไว้ให้กับลิปดาด้วย” ลิลลี่รับเอกสารมางงๆ “อ้าว...คุณเภาไม่ได้ไปงานคุณลิปดาเหรอคะ” ลำเภาพาบอกน้ำเสียงเยือกเย็น “เดี๋ยวเขาก็คงจะมาที่นี่เอง ก่อนลิปดาจะมาห้ามขึ้นไปรบกวนฉันเด็ดขาด” พูดจบลำเภาพาก็กลับขึ้นห้องไป ลิลลี่มองตามอย่างงงหนัก

ดูฟองคว้ากระเป๋าออกมา แล้วหยิบเสื้อผ้าในตู้ยัดๆ ใส่กระเป๋าอย่างรีบร้อน เพื่อเตรียมตัวจะหนี “ไอ้บ้าเอ๊ย... หนียังไงถึงโดนจับได้วะ กูไม่อยากซวยไปด้วยนะโว้ย” ดูฟองอารามรีบร้อน ทำให้ข้าวของหล่นกระจัดกระจาย จึงต้องตามเก็บ “โอ้ย...ยิ่งรีบยิ่งช้า” ดูฟองเก็บข้าวของใส่กระเป๋าจนหมด แล้วรีบรูดซิปปิด พอจะเปิดประตูออกไป ก็มีเสียงกริ่งดังขึ้นดูฟองผวา รีบไปเลิกม่านดูที่หน้าต่าง สีหน้าดูฟองตกใจมาก เห็นตำรวจ 3 นายมารออยู่หน้าบ้าน ดูฟองหันรีหันขวางเลิ่กลั่ก หาทางหนีทีไล่แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น



















กำลังโหลดความคิดเห็น