xs
xsm
sm
md
lg

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 4

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 4

วัลภาจูงมือพาเนื้อทองวิ่งหนีอย่างเร่งรีบตามทางเดินในสวนที่รกครึ้มด้วยต้นไม้
“เร็วเข้าเนื้อทอง พวกมันตามมาแล้ว”
วัลภารีบวิ่งนำ แต่เพราะทางขรุขระและเป็นคืนเดือนมืด เนื้อทองเลยสะดุดล้มลง
“เนื้อทองเป็นยังไงบ้าง”
เนื้อทองพยายามลุกแต่ข้อเท้าเจ็บทำให้เดินลำบาก วัลภาเลยต้องช่วยประคอง
“อดทนอีกนิดนะ เชนรออยู่ไม่ไกลแล้ว เราจะได้ไปให้พ้นจากไอ้ซ่องโจรนี้ด้วยกัน”
ขณะเดียวกัน ไอ้ตุ่นก็นำทีมลูกน้องชาติไล่หลังมาติดๆ
“วัลภา ถ้าเธอต้องพาฉันไปด้วยแบบนี้ ฉันว่าเราสองคนคงไปไม่ถึงเชนแน่”
วัลภามองหน้าเนื้อทองด้วยความเป็นห่วง
“อย่าพูดอย่างนี้นะเนื้อทอง ฉันรับปากเชนแล้วว่าจะพาเธอไปด้วย”
เนื้อทองบีบมือวัลภาแน่น
“ฉันต้องไปหาเชนให้ได้ ยังไงก็ไม่ยอมกลับไปเป็นเมียไอ้ชาติแน่”
เสียงของพวกไอ้ตุ่นยิ่งดังใกล้เข้ามา เนื้อทองรีบหันมาบอกวัลภา
“รีบไปเถอะ แถวนี้ฉันรู้จักเส้นทางหลบหลีกดี บางทีฉันอาจจะไปถึงเชนก่อนเธอก็ได้”
“งั้นระวังตัวนะเนื้อทอง”
วัลภากับเนื้อทองรีบแยกย้ายกันไปคนละทาง เสียงไอ้ตุ่นสั่งลูกน้อง
“พวกเอ็งไปทางนั้น ข้าจะไปทางนี้เอง”

วัลภาวิ่งหนีเข้ามาอีกด้านหนึ่งของสวน พลางหยุดที่ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไป ขณะที่ลูกน้องไอ้ตุ่นตามมาติดๆ แต่เมื่อมาถึงใต้ต้นมะม่วง ก็ไม่เห็นวัลภาแล้ว
ขณะที่เนื้อทองกระเผลกขาหนีมาอีกทาง พลางเห็นเพิงพักอยู่บริเวณนั้น จึงรีบเข้าไปหลบ อย่างพยายามให้เงียบที่สุด เพราะกลัวไอ้ตุ่นกับลูกน้อง ที่ตามเข้ามาจะเห็น จนเมื่อพวกมันพากันเดินออกไป เนื้อทอง ถึงกับเป่าปากโล่งอกที่รอดจากพวกมันมาได้
แต่พอลุกขึ้นจะเดินออกไป ก็ต้องชะงัก เพราะเจอชาติเข้ามายืนขวางทาง
“คิดจะหนีฉันไปในคืนวิวาห์แบบนี้..รู้มั้ยว่าทำร้ายจิตใจฉันแค่ไหน เนื้อทอง”
เนื้อทองไม่ตอบ แต่กลับฟาดท่อนไม้ในมือเข้าหน้าชาติอย่างแรงจนเลือดซิบ
“นี่เหรอคือการตอบแทนความรักที่ฉันมีให้เธอ ก็ได้ เนื้อทอง ถ้ายอมรับความรักแบบคนปกติธรรมดาที่ฉันให้เธอไม่ได้ เธอก็ต้องรับไปในแบบที่เธอสมควรได้”
พูดจบ ชาติฟาดฝ่ามือไปที่หน้าอย่างแรง จนเนื้อทองถึงกับเซล้ม ก่อนที่จะปราดเข้าไปกระชาก ผมขึ้นมาแล้วชกเข้าที่ท้องทันที เนื้อทองจุกจนตัวงอ ส่วนชาติก็ยิ้มร้ายเลวสุดขั้ว

ทางด้านเชนที่รออยู่ที่จุดนัดพบอย่างใจจดใจจ่อ ก็ร้อนใจจนทนไม่ไหว
“ป่านนี้แล้วยังไม่มากันอีก หรือว่าจะเกิดเรื่อง ?”
เชนคว้าปืนที่ลูกซองที่เตรียมไว้หลังรถจี๊ป บรรจุกระสุนเต็มพิกัด ระหว่างนั้นวัลภามาถึงพอดี
“เชน เชน”
“วัลภา แล้วเนื้อทองล่ะ” เชนระล่ำระลักถาม
“พวกมันไล่ตามมาติดๆ เลยจำเป็นต้องแยกกันมา แต่เนื้อทองบอกว่าจะมาถึงก่อนฉัน”
เชนส่ายหน้า
“ไม่ เนื้อทองยังมาไม่ถึง”
“ว่าไงนะ ฉันนึกว่าเนื้อทองจะมาถึงก่อนซะอีก”
เชนจับแขนวัลภามาบีบด้วยความไม่พอใจ
“เธอรับปากฉันว่าจะพาเนื้อทองออกมา แต่เธอกลับทิ้งเนื้อทองแล้วหนีเอาตัวรอด”
“ฉันเจ็บนะนายเชน ฉันไม่ได้คิดทิ้งเนื้อทองแล้วหนีเอาตัวรอด แต่เนื้อทองเป็นคน”
“ฉันไม่ฟังคำแก้ตัวของเธอ”
พูดพลางก็ผลักวัลภาจนเซไปกระแทกกับรถจี๊ป แล้วจะรีบเดินลุยย้อนกลับไปช่วยเนื้ทอง แต่ ไอ้ตุ่นพร้อมกับพวกลูกน้อง ที่ไล่ตามมาจนเจอ ระดมยิงใส่ก่อน เชนพยายามยิงตอบโต้กลับ ไป แต่พวกลูกน้องชาติ ก็พาคนเข้ามาเสริมกำลังกันมากขึ้น
“เชน เราต้องหนีแล้ว”
เชนส่ายหน้า
“ไม่ เธออยากหนีก็หนีไป แต่ฉันจะไม่ทิ้งเนื้อทองเอาไว้กับไอ้ชาติอีก”
“แต่เธอจะตายอยู่ที่นี่นะเชน”
“ตายเป็นตาย”
เชนพูดอย่างเด็ดเดี่ยว พลางผลักวัลภาให้หลบไปอีกแล้วหันไปยิงตอบโต้ กระทั่งได้ยินเสียงร้องของวัลภา เมื่อหันไปดูก็เห็นวัลภาโดนลูกหลงลูกปืนเฉียดแขนเลือดโชก จากนั้นจึงรีบลากตัววัลภาเข้ามาหลบ ที่หลังรถจี๊ป แล้วพยายามยิงตอบโต้ยันไม่ให้พวกมันรุกคืบเข้ามาใกล้อีก
“ฉันขอโทษที่พาเนื้อทองมาหาเธอไม่ได้ ฉันขอร้องนะ เธอต้องหนีไป ไม่อย่างนั้นพวกมันจะ จับเธอไปทรมาน”

เชนส่ายหน้า “แต่ฉันทิ้งเธอ ทิ้งเนื้อทองไว้ที่นี่ไม่ได้”
“มันจบแล้วเชน เอาชีวิตของเธอให้รอดดีกว่า ยังไงเนื้อทองกับฉัน ก็คงไม่ถูกพวกมันฆ่าตายแน่”
เชนหน้าเครียด มองวัลภาอย่างครุ่นคิด ขณะที่ไอ้ตุ่นกับพวกลูกน้อง ก็รุกๆไล่ยิงใส่ใกล้ เข้ามา “ไปสิเชน เธอต้องรีบหนีไป”
เชนตัดสินใจ
“ฉันปล่อยให้เธอกลับไปตกขุมนรกซ่องโจรนั่นไม่ได้หรอก เธอต้องไปกับฉัน”
พูดพลางเชนก็ช้อนตัววัลภาขึ้นมา แล้วยิงสวนกลับไปที่พวกไอ้ตุ่น ก่อนที่จะพาวัลภาขึ้นรถจิ๊ป แล้วขับหนีพวกไอ้ตุ่น ที่ยิงไล่หลังรอดไปได้อย่างหวุดหวิด

“ไหนเอ็งบอกข้าว่าจะไม่มีเรื่องกับไอ้พวกกำนันไง แล้วนี่มันอะไร”
ครูประสิทธิ์กระชากคอเสื้อจิก แล้วตะคอกถามเสียงดัง เมื่อเห็นสภาพของพวกสาวรำวงและ นักดนตรีในวง ที่มีทั้งหัวแตก หน้าปูด ปากแตก แสนกับน้อยรีบเข้าไปห้าม และพยายามช่วยกันครูประสิทธิ์ออกมา
“ใจเย็นๆจ้ะครู ฉันขอล่ะ”
ครูประสิทธิ์ หันขวับมาทางน้อยทันที
“พวกเอ็งก็ด้วย ทำเป็นรับปากข้าซะดิบดี แต่กลับพาทุกคนไปเจ็บตัว แล้วไอ้เชนอยู่ไหน มันต้อง มารับผิดชอบเรื่องนี้”
ทั้งแสน น้อย และจิก ต่างก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตา ไม่มีใครกล้าสบตาครูประสิทธิ์
“ไอ้แสน เอ็งบอกข้ามาเดี๋ยวนี้ มันอยู่ไหน ไม่งั้นเอ็งโดนก่อนเพื่อน”
“ไอ้เชนมันไม่อยู่ที่ผาปืนแตกแล้วล่ะครู ป่านนี้มันคงพาเนื้อทองหนีไปด้วยกันแล้ว”
“หา ว่าไงนะ” ครูประสิทธิ์ตกใจ “งั้นก็หมายความว่าที่พวกเอ็งไปเล่นดนตรีที่งานแต่งกำนัน .มันก็”
จิกพยักหน้าหงึก
“ใช่แล้วจ้ะครู ทั้งหมดเป็นแผนของไอ้เชนที่วางไว้ เพื่อฉุดเนื้อทองให้หนีไปด้วยกัน”
“ แล้วพวกเอ็งก็เห็นดีเห็นงามกับมัน”
น้อยรีบอธิบาย
“ก็มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เนื้อทองไม่ต้องแต่งงานกับไอ้ชาติได้นี่จ้ะครู พวกเราสงสารไอ้เชน ก็เลยไม่มีทางเลือก”
ครูประสิทธิ์ปัดข้าวของที่กองอยู่บนโต๊ะโครม ด้วยความโกรธ
“ทางเลือกดีๆน่ะมันมีตั้งเยอะแยะ แต่พวกเอ็งกลับไม่เลือก ดันไปเลือกทางหาเรื่อง ทำให้ทุกอย่าง แย่ลงไปอีก”
ทันใดนั้นกำนันปราบ , ลำดวน พร้อมไอ้เชิดและลูกน้อง ก็ยกขโยงเข้ามา
“กำนัน”
กำนันปราบจิกหน้ามองครูประสิทธิ์ด้วยใบหน้าดุดัน อาจริง

เชนเบี่ยงรถจี๊ปเข้าจอดข้างทาง ที่มีต้นไม้รกครึ้ม ขณะที่มือยังกำพวงมาลัยแน่น แววตาเต็มไปด้วยความความเจ็บใจ จากนั้นก็ขยับตัวลงลงจากรถ แต่วัลภารีบตามไปรั้งเขาไว้
“เชน เธอจะกลับไปไม่ได้อีกแล้วนะ”
“แต่เนื้อทองยังอยู่กับไอ้ชาติ”
วัลภาหน้าสลด
“ฉันขอโทษ เป็นเพราะฉันเอง แต่ฉันก็ทำดีที่สุดแล้วนะเชน”
“แต่มันยังดีไม่พอ”
เชนขึ้นเสียงใส่ เลยถูกวัลภาฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าอย่างแรง
“นายไม่มีสิทธิ์มาว่าฉัน เพราะนายก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันเลย ถ้านายเก่งจริงมากกว่าไอ้ท่าทางโอ้อวด จองหองล่ะก็ เนื้อทองก็คงไม่ต้องตกไปอยู่ในมือของคนอื่นหรอก”วัลภาน้ำตาไหลอาบแก้ม ก่อนจะหันหลังให้แล้วเดินกุมแขนที่บาดเจ็บเลือดซึมไหลเป็นทางเดินไป
โดยไม่สนใจเชนอีกเลย

ลูกน้องกำนันปราบ 2 คน ล็อกแขนครูประสิทธิ์คนละข้าง ก่อนจะพามานั่งที่เก้าอี้ในบ้าน ขณะที่น้อย แสน จิก ตามเข้ามาด้วยความเป็นห่วง
“พวกเอ็งอย่ายุ่งกับครูนะเว้ย ปล่อยครูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นพวกข้าเอาจริงแน่”
จิกพูดจบ ไอ้เชิดก็ชักปืนออกมาจ่อหน้าเอาเรื่อง จนครูประสิทธิ์ ต้องร้องห้าม
“กำนัน มีอะไรก็คุยกับฉัน อย่าไปยุ่งกับคนอื่น”
“ฉันถ่อมาถึงนี่ ก็ต้องมีเรื่องคุยกับแกอยู่แล้วไอ้ประสิทธิ์”
กำนันปราบยังพูดไปไม่ทันจบประโยค ลำดวนก็ปรี่เข้ามาตบหน้าครูประสิทธิ์ทันที
“ลูกชายแกลักพาตัวลูกสาวชั้นไปไหน”
“ลักพาตัว ? หมายความว่ายังไง”
ลำดวนจ้องหน้าครูประสิทธิ์ย่างเอาเรื่อง
“อย่ามาทำหน้าไม่รู้เรื่อง ลูกชายแกวางแผนฉุดเนื้อทองไปจากงานแต่ง แต่พอแผนการล้มเหลว ก็เปลี่ยนใจเป็นฉุดลูกสาวฉันไปแทน”
ครูประสิทธิ์ตกใจ น้อย แสน จิก เองก็ตกใจ ที่รู้ว่าแผนการล้มเหลว

“ว่าไงล่ะ ไอ้เชนมันกำลังคิดแก้แค้นฉัน ถ้าลูกเลี้ยงของฉันถูกไอ้เชนมันทำร้าย หรือแตะต้อง แม้แต่นิดเดียวล่ะก็”

กำนันปราบชักปืนออกมาจ่อหน้าครูประสิทธิ์
“ฉันไม่รู้ว่าไอ้เชนอยู่ที่ไหน และไม่รู้ด้วยว่ามันคิดทำเรื่องระยำอย่างนี้ เพราะแม้แต่ฉันที่เป็นพ่อมัน มันก็ยังโกหก แต่ในฐานะที่ฉันเป็นพ่อ ฉันก็เลี่ยงความรับผิดชอบที่ลูกทำลงไปไม่ได้ ถ้ากำนันอยากทำอะไรฉัน ก็ลงมือมาได้เลย”
กำนันปราบกำปืนแน่น พลางสอดนิ้วเหนียวไก แล้วจ้องมองครูประสิทธิ์เขม็ง ก่อนจะใช้ด้าม ปืนตบหน้าครูจนเลือดกลบปาก
“ถ้าแกไม่รู้จริงๆ ฆ่าแกไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ขอบอกไว้เลยนะ ถ้าฉันเจอตัวไอ้เชนเมื่อไหร่ ฉันจะมาลากคอแกให้ไปยืนดูลูกชายโดนยิงทิ้งต่อหน้าต่อตาแน่ ไอ้เชิด ระดมคนของเรามาให้หมด ตามพวก ชาวบ้านมาด้วย ปูพรมหาไอ้เชนกับวัลภาให้เจอ สั่งทุกคนด้วยว่า ยิงมันได้แต่อย่าให้ตาย แล้วลากตัวมันมาให้ข้า”
กำนันปราบพูดจบ ก็พาพรรคพวกออกไป ลำดวนจ้องครูประสิทธิ์เขม็ง จากนั้นก็เดินตามกำนันออกไป

วัลภาเดินมือกุมแขนที่เลือดไหลหยดมาตลอดทาง ด้วยความรู้สึกเสียใจและโดดเดี่ยว จนเมื่อ อาการเสียเลือดมาตลอดทาง ทำให้เธอเริ่มเซเดินไม่ไหว
ทันใดนั้นเชนก็เข้ามาประครองเธอเอาไว้ก่อนจะล้มลง วัลภาอยู่ในอ้อมแขนของเชน ทั้งคู่สบตา กันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
“ปล่อยฉันนะ ไม่ต้องมาช่วยฉัน”
“ถ้าพี่ไม่มาช่วยน้อง คืนนี้น้องคงนอนตายเพราะเลือดไหลหมดตัวอยู่ในป่านี่แล้ว”
“ก็ให้ฉันตายไปสิ นายจะได้สะใจไง เพราะนายอยากให้ฉันรับผิดชอบที่ช่วยเนื้อทองออกมาไม่ได้ อยู่แล้วนี่”
“พี่ไม่ใช่คนใจร้ายไส้ระกำขนาดนั้นนะ เอาเป็นว่าพี่ขอโทษน้องแล้วกัน จะได้เลิกพยศใส่ แล้วพี่ จะช่วยทำแผลให้”
จากนั้นเชนก็พาวัลภาเดินมาที่ลำธาร พลางช่วยซับเลือดและทำแผลให้
“ตอนนี้ถ้ายังคิดจะหนีไปจากผาปืนแตกอยู่อีกล่ะก็ มันไม่ง่ายแล้วล่ะน้องสาว ป่านนี้กำนันคงสั่ง ลูกน้อง ให้ไปปิดทุกทางออกจากผาปืนแตกหมดแล้ว”
“แล้วจะทำยังไง อยู่เฉยๆรอให้พวกนั้นตามเราเจอเหรอ”
“ไม่หรอก คืนนี้พวกมันคงยังตามเราไม่เจอ ป่าที่นี่ติดกับชายแดน มีเส้นทางลักลอบหนี ออกไปได้ หลายทาง ไว้พอพรุ่งนี้เช้าพี่จะพาน้องหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้าน คืนนี้นอนเอาแรง แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน พี่จะไป ก่อกองไฟให้”
เชนบอกแล้วเดินออกไป วัลภามองตาม แล้วมองที่แผลตัวเองที่เชนช่วยทำไว้ให้อย่างดี

เนื้อทองที่ถูกขังอยู่ในห้องนอน ทุบประตูรัวเสียงดัง
“เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะชาติ ฉันต้องคุยกับเธอ เปิดประตู”
ชาติก็เปิดประตูเข้ามาหน้าตาถมึงถึงเอาเรื่อง
“เรายังมีเรื่องต้องคุยอะไรกันอีก ในเมื่อเธอรวมหัวกับไอ้เชน ทำลายวันที่ฉันตั้งใจประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ฉันรักเธอ”
เนื้อทองส่ายหน้า
“เธอไม่ได้รักฉันหรอกชาติ เธอแค่อยากแก้แค้นเชน อยากเห็นเชนเจ็บปวด”
ชาติปรี่เข้าไปบีบแขนเนื้อทอง
“ฉันเนี่ยนะไม่รักเธอ ฉันรู้จักเธอมาพอๆ กับที่ไอ้เชนรู้จัก พยายามทำดีกับเธอ กับครอบครัวเธอ ทุกอย่าง มากกว่าที่ไอ้เชนมันจะหาให้เธอได้ทั้งชีวิต แต่ทั้งๆ ที่ทำมากมายขนาดนั้น เธอก็ยังเห็นฉันด้อยกว่ามัน”
“ที่ฉันรักเชน เพราะรักในความดีและเป็นสุภาพบุรุษของเขา ซึ่งทั้งหมดนั่น เธอไม่มี”
จบประโยค ชาติก็ฟาดฝ่ามือเข้าหน้าเนื้อทองเต็มแรง จนเธอเซล้มลงไปบนเตียง จากนั้นก็ตามขึ้นไป แล้วจับเนื้อทองกดลงกับเตียง
“ปล่อยฉันนะ ปล่อย”
เชนไม่ฟังเสียง แต่กลับยิ่งกดเนื้อทองลงกับเตียง แล้วซุกไซร้ปลุกปล้ำ เนื้อทองพยายามดิ้นสู้สุดฤทธิ์ แต่ก็ทานแรงไม่ไหว สุดท้ายจึงตกเป็นเมียของชาติโดยสมบูรณ์

เชนโยนฟืนเข้าไปในกองไฟ ยิ่งทำให้ไฟลุกโชนมากขึ้น
“เชน นายเชน”
วัลภาตะโกนเรียก
“มีอะไร ทำไมไม่ไปนอน”
“จะนอนได้ยังไง ก็นายเอาแต่เหม่อสุมไฟจนสว่างไปทั่วแบบนี้ อยากให้พวกนั้นแกะรอยตามเรา เจอเหรอไง”
เชนชะงักมองกองไฟตรงหน้า แล้ว รีบโกยเอาดินใกล้ตัวมาดับไฟให้มอดลง
“นายเชน ที่เหม่อจนสติหลุดไม่อยู่กับตัวแบบนี้ เพราะห่วงเนื้อทองใช่มั้ย”
เชนหันขวับมาทันที “อย่าพูดขึ้นมาเด็ดขาดนะวัลภา ไปนอน”
“ไปนอนก็ได้ ฉันอุตส่าห์เป็นห่วง ไม่อยากให้นายคิดมาก”

วัลภากลับไปนอน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองกลับมามองเชนอย่างเป็นห่วงความรู้สึก ขณะที่เชน น้ำตาซึม พร้อมๆ กับกำหมัดแน่นแล้วก็ลุกพรวดเดินออกไป วัลภารีบลุกตามไป

เนื้อทองนอนน้ำตาไหลอาบสองแก้ม ร่างเปลือยเปล่า ชาติเอื้อมมือมาแตะเธออย่างแผ่วเบา
“อย่ามาถูกตัวฉัน”
“ก็ได้ วันนี้เธออาจจะรังเกียจฉัน แต่เธอก็ไม่บริสุทธิ์ เป็นคนที่น่ารังเกียจสำหรับไอ้เชนแล้วเหมือนกัน ถึงเวลาที่เธอต้องยอมรับความจริงซะทีนะเนื้อทอง ทำหน้าที่เมียให้ฉันพอใจ เพื่อชีวิตเธอจะได้ ไม่ต้องเจอกับความ เสียใจอีก ฉันสัญญา”
ชาติดึงเนื้อทองมากอดแน่น เนื้อทองได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น เพราะตอนนี้เธอไม่ใช่ผู้หญิง ที่ คู่ควรกับเชนอีกแล้ว

ขณะที่เชนยืนแช่ตัวอยู่กลางน้ำตก กำหมัดแน่น ก่อนจะชกลงไปในน้ำอย่างบ้าคลั่ง
“เชน นายเชน”
วัลภาที่เดินตามมาตะโกนเรียกด้วยความเป็นห่วง เชนหันขวับมา ทั้งน้ำตาลูกผู้ชาย ที่เอ่อท้น ออกมาด้วยความเจ็บปวด พลางเดินลุยต่อลงไปในลำธาร โดยไม่สนใจวัลภา
วัลภาตัดสินใจลงไปลุยน้ำไล่ตามไปคว้าแขนเชนเอาไว้
“กลับขึ้นไปกับฉันเดี๋ยวนี้”
เชนสะบัดมือออก “อย่ามายุ่งกับฉัน”
“ฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งกับไอ้อารมณ์บ้าคลั่ง อกหักเจ็บปวดรักคุด แล้วมาบ้าบออยู่คนเดียวนี่เท่าไหร่ หรอก แต่เห็นแล้วมันทุเรศลูกตา”
เชนปราดเข้าไปใช้มือบีบปากวัลภา
“อย่าพยายามมายั่วโมโห เพราะแค่ที่เธอพาเนื้อทองออกมาไม่สำเร็จ มันก็ทำให้ฉันโมโหมากพอแล้ว”
วัลภาจ้องหน้าสู้ แล้วปัดมือเชนออก
“อยากบ้าทำอะไรก็ทำไป พอพรุ่งนี้เช้า เราหนีออกไปชายแดนๆได้เมื่อไหร่ล่ะก็ แม้แต่เงาของนาย ฉันก็จะไม่ให้เข้าใกล้อีก”
พูดจบวัลภาก็สะบัดหน้าเดินกลับไปขึ้นฝั่ง เชนนิ่งมองตาม พลางตัดสินใจ
“เดี๋ยว พี่อยากขอโทษน้อง เมื่อกี้นี้พี่สติหลุดไปหน่อย เลยทำตัวไม่ดีกับน้อง”
วัลภาชะงัก “พูดจริงรึเปล่า”
“จริงสิ พี่มันแย่มาก ทั้งๆ ที่น้องเองก็เสี่ยงชีวิต พยายามช่วยเนื้อทอง จนตัวเองต้องมาบาดเจ็บแบบนี้ แต่พี่ก็ยังเอาแต่ด่าว่าน้อง พี่เป็นผู้ชายไม่ได้เรื่องจริงๆ”
“นายน่ะเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่อง จนฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมเนื้อทองถึงบอกว่านายเป็น สุภาพบุรุษ ที่สุดเท่าที่เคยเจอ แต่ก็ช่างเถอะ ถ้านายจริงใจขอโทษ ฉันก็จะยอมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ยกโทษให้แล้วกัน”
เชนรีบเดินเข้าไปใกล้ “พี่ขอบใจน้องสาวนะที่ยกโทษให้”
วัลภาหันหลังเดินจากลำธารจะไปขึ้นตลิ่ง เชนมองตามอย่างมีแผน พลางเงื้อมือทุบไปที่ต้นคอวัลภา จนหมดสติ ก่อนจะรีบเข้าไปคว้าตัวมาประคองไว้ แล้วอุ้มวัลภาที่หมดสติขึ้นมาวางลงที่พื้นข้างๆ กองไฟ
จากนั้นก็เริ่มถอดเสื้อตัวเองออก แล้วจึงเริ่มลงมือปลดกระดุมเสื้อวัลภาทีละเม็ดๆ เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่อง

หลวงพ่อสินกำลังทำวัตรเช้าอยู่ในโบสถ์ ครู่หนึ่งยอดก็เดินเข้ามาหา พลางคุกเข่าและพนมมือกราบ
“กราบขอบคุณหลวงพ่อมากครับ ถ้าไม่ได้หลวงพ่อช่วยรักษา ผมคงเป็นผีอยู่ที่ผาปืนแตก นี่ไปแล้ว”“ดวงโยมคงยังไม่ถึงฆาตมากกว่า ยังมีภาระที่ต้องชดใช้เวรกรรมกันต่อไป”
ยอดเงยหน้าขึ้นมา พลางยิ้มให้หลวงพ่อสิน
“นั่นสิครับหลวงพ่อ สงสัยชาติที่แล้วผมคงทำเวรกรรมไว้เยอะ ชาตินี้เลยต้องมาระหกระเหิน แต่คนที่หนักกว่าผมก็คงเป็นไอ้เพลิง ชีวิตมันตอนนี้หนักหนาสาหัสสากรรจ์ซะเหลือเกิน ว่าแต่มัน อยู่ไหนเหรอครับ ผมไม่เห็นมันตั้งแต่ตื่นแล้ว”
“ตอนนี้อาตมายังให้ไอ้เพลิงอาศัยวัดนี้เป็นที่พึ่งไม่ได้หรอกโยม”
ยอดถึงกับตกใจ
“หมายความว่ามันไม่อยู่ที่นี่แล้วเหรอครับ มันไปไหน? ทำไมมันทิ้งผมไว้”
หลวงพ่อสิน มองหน้ายอด
“ไอ้เพลิงมันฝากโยมไว้ที่นี่ให้โยมดูแลตัวเองจนหายดี ส่วนมัน จะกลับมารึเปล่า ก็อยู่ที่ตัวมันเอง”
ขณะที่เพลิง กำลังนั่งขัดสมาธิสงบนิ่งอยู่ที่ริมน้ำตก พยายามข่มจิตใจ เพื่อสงบไฟแค้น

เอื้อมเดือน เดินทางมาถึงอนามัยที่บ้านผาปืนแตก โดยมีติ๋ม ที่เป็นพยาบาลคนเดียวประจำอนามัย ช่วยถือกระเป๋าเดินทางขึ้นมาไว้ด้านบน
“คุณหมอเพิ่งจะมาถึงแท้ๆ นั่งรถไฟมาทั้งวันทั้งคืน น่าจะไปนอนเอาแรงที่บ้านพักก่อน”
เอื้อมเดือนยิ้มกว้าง
“อยู่บนรถไฟ ฉันอาศัยหลับๆ ตื่นๆ มาตลอดทางแล้วจ้ะสมศรี”
“เรียกสมศรีว่าติ๋มดีกว่าค่ะคุณหมอ ที่อนามัยนี่ก็มีแค่คุณหมอกับติ๋มที่เป็นทั้งพยาบาล แล้วก็เป็น คนดูแลที่นี่แค่นั้น”
“แล้วคนอื่นๆล่ะ” เอื้อมเดือนอดสงสัยไม่ได้
“ที่นี่เงินเดือนมันน้อยค่ะ แถมมีเรื่องกันบ่อย ใครพอขยับขยายไปจากผาปืนแตกได้ ก็ไปไม่กลับ กันทั้งนั้น ติ๋มยังแปลกใจเลย สวยอย่างกับนางเอกหนังอย่างคุณหมอ ทำไมถึงเลือกอาสาลงพื้นที่นี้”
“ช่วยคนเยอะๆ ก็เหมือนได้ตอบแทนคุณแผ่นดินจ้ะติ๋ม”
ระหว่างนั้นมีชาวบ้านวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“อีติ๋ม หมอคนใหม่มาถึงที่นี่รึยัง”
“เรียกซะตกอกตกใจ นี่แหละหมอคนใหม่ของพวกเรา เพิ่งจะมาถึงเมื่อกี้”
ชาวบ้านมองอย่าไม่ค่อยเชื่อ จนเอื้อมเดือนต้องพูดย้ำ
“ฉันเป็นหมอจ้ะ มีอะไรให้ช่วยเหรอ”

“งั้นหมอต้องไปกับผมครับ ตอนนี้เลย”
 
อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 09.30น.



เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 4 (ต่อ)

กำนันปราบยืนหน้าเคร่งขรึมอยู่ที่ระเบียงบ้าน ลำดวนเดินไปเดินมาสีหน้าไม่สู้ดี ระหว่างนั้นชาติ ก็เดินเข้ามา โดยมีไอ้ตุ่นตามติด
“ป่านนี้แล้ว ยังตามล่าตัวไอ้เชนไม่ได้อีกเหรอพ่อ”
กำนันปราบส่ายหน้า ”ยัง”
“พี่กำนันจ้ะ หรือว่ามันจะพาวัลภาหนีออกไปจากผาปืนแตกได้แล้ว”
ลำดวนพูดอย่างเป็นห่วงลูกสาว
“เป็นไปไม่ได้หรอก ทางออกอื่นที่จะหนีไปจากผาปืนแตก คนของฉันปิดเอาไว้หมดแล้ว”
ครู่หนี่งไอ้เชิดก็วิ่งพรวดพราดเข้ามา
“กำนันครับ คนของเราได้ร่องรอยของไอ้เชนมาแล้ว มันยังอยู่บนภูเขาครับ”
“ให้ผมพาคนบุกขึ้นลากคอมันกลับมานะครับพ่อ มันมาหักหน้าผมกลางงานแต่ง มันต้องชดใช้”
ชาติถลึงตาด้วยความโกรธ

วัลภาที่นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนรู้สึกตัวตื่นขึ้น ก่อนจะพบว่าตัวเองนั้นนอนเปลือยเปล่าอยู่ในผ้าห่ม
“นายเชน นี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันอยู่ในสภาพนี้”
เชนหัวเราะขำ
“สภาพนี้ อ๋อ ล่อนจ้อนอยู่น่ะเหรอ โธ่น้องสาว หน้าตาสวยๆ หุ่นดีๆ ล่อนจ้อนอยู่กับชายหนุ่ม อย่างพี่ตามลำพัง มันจะเกิดอะไรขึ้นได้ล่ะ ยืนยันได้ว่าพี่ไม่ได้ ชวนน้องเล่นหมากเก็บแน่นอน”
วัลภาต้องหน้าเชนอย่างโกรธจัด
“แกข่มขืนฉัน ไอ้สารเลว ไอ้ชาติชั่ว”
วัลภารีบรวบผ้าห่มขึ้นมาม้วนตัวแล้วปรี่เข้าไปเอาเรื่อง แต่เกิดสะดุดก้อนหินจะล้ม เชนรีบคว้าตัว ประคองเอาไว้
“ใจเย็นๆดีกว่านะน้องสาว พี่รู้ว่าตื่นมาน้องต้องโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนอยากจะฆ่าพี่ แต่สภาพ แบบนี้อย่าดีกว่า เดี๋ยวผ้าผ่อนหลุดล่อนจ้อนขึ้นมา พี่จะอดใจไม่ไหวปล้ำน้องอีกรอบ เอางี้แล้วกัน น้องไปเปลี่ยน เสื้อผ้าซะ แล้วเราค่อยมาคุยกัน”
“ไอ้บ้าเชน ไอ้สารเลว ฉันเกลียดแก ฉันจะฆ่าแก”
วัลภาโวยวายเสียงดัง ขณะที่เชนหัวเราะชอบใจ
เอื้อมเดือนช่วยฉีดยาให้กับชาวบ้านอีกคนที่นอนป่วยตัวสั่นอยู่ที่เพิงส่องสัตว์กลางป่า โดยมีติ๋มเป็นลูกมือ
“เอาล่ะ หมอฉีดยาให้แล้ว เดี๋ยวก็คงดีขึ้น”
“ขอบคุณคุณหมอมากเลยนะครับ นี่ถ้าหมอไม่ตามขึ้นมาช่วยล่ะก็ เพื่อนผมมันคงตาย เพราะ ไข้ป่าไปแล้ว เป็นบุญของบ้านผาปืนแตกของเราแท้ๆ”
ชาวบ้านพูดพลางจะยกมือไหว้
“ไม่ต้องไหว้หรอกจ้ะ มันเป็นหน้าที่ที่ฉันตั้งใจไว้อยู่แล้ว สำหรับเพื่อนน้า ฉันว่าควรจะรีบพาเขาไป รักษาตัวต่อที่อนามัย มีอะไรจะได้ดูแลกันต่อไปได้”
“ครับคุณหมอ”
ชาวบ้านรับคำ พลางเข้าไปช่วยพยุงเพื่อนที่ยังพอมีแรงอยู่บ้างแล้วพาเดินออกไป ขณะที่เอื้อมเดินชวนติ๋มไปเยี่ยมชาวบ้านที่เข้าไม่ถึงการรักษา

เชนเก็บสัมภาระใส่กระเป๋า พลางรีบกลบเกลื่อนร่องรอยรอบๆ บริเวณ วัลภาที่เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้ว เดินมายืนจ้องหน้ามองอย่างโกรธแค้น ก่อนจะหันไปคว้าท่อนไม้มาฟาด เชนอมยิ้มรู้ทัน แล้วก็ฉากหลบ จนวัลภา เกือบหน้าคว่ำ
“พี่ว่าน้องเลิกพยายามเถอะ ถึงน้องจะเล่นงานเอาคืนพี่ได้จนน้องสะใจ แต่ไอ้สิ่งที่น้องเสียไป มันก็ไม่มีทางได้กลับคืน สู้ยอมรับความจริงแล้วมาคุยกันอย่างเปิดอก แต่เอ๊ะ ! ถ้าเปิดอกคุยกันอีก เดี๋ยวพี่จะอดใจ ไม่ไหวอีก เอาเป็นคุยกันอย่างมีสติดีกว่า”
เชนพูดไปยิ้มไปอย่างกวนๆ วัลภาโกรธจนตัวสั่น พลางทิ้งไม้ลงพื้น แล้วทรุดเข่าลงนั่งร้องไห้โฮ

“ติ๋ม ฉันว่าฉันได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้อยู่แถวๆ นี้นะ เธอได้ยินรึเปล่า”
เอื้อมเดือนหันไปถาม แต่กลับไม่เจอตัวติ๋มอยู่แถวนั้นแล้ว

เชนยืนดูวัลภานั่งร้องไห้ พลางพยายามใจแข็งไม่ยอมหลุดความลับเรื่องเมื่อคืนนี้ที่เขาไม่ได้ ล่วงเกินวัลภาออกมาให้เธอรู้
“พี่ขอโทษที่พี่ต้องทำร้ายน้อง แต่เพราะนี่เป็นทางออกทางเดียวที่พี่คิดดูแล้วมันจะช่วย ไม่ให้เรา ต้องเสี่ยงชีวิตหนีออกจากผาปืนแตก ลำพังตัวพี่เองคนเดียวหนีออกไปมันก็คงไม่ยากหรอก แต่จะให้พี่พาน้องหนี ไปด้วย พี่ว่ายังไงก็คงไม่รอด แต่ถ้าเราได้เป็นผัวเมียกัน เราก็ไม่จำเป็นต้องหนีอีกต่อไป”
“หมายความว่ายังไง ?” วัลภาย้อนถาม
“น้องเป็นลูกเลี้ยงของกำนัน ถ้าน้องบอกทุกคนว่าเราได้กันเป็นผัวเมียอย่างเต็มใจ พี่ก็จะกลาย เป็นเขยของกำนัน ถ้ากำนันยังคิดจะฆ่าพี่ น้องก็บอกไปเลยว่าห้ามฆ่าผัวหนู มันคือการเอาตัวรอดของเราสองคน พอน้องมาแต่งงานกับพี่ น้องก็ไม่ต้องกลับไปอยู่ซ่องโจร ส่วนพี่ก็ไม่ต้องหนีไปจากผาปืนแตกอีก”
วัลภานิ่งไปสีหน้าเหมือนสนใจแผนการของเชน
“ถ้าน้องเห็นด้วย เราก็ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงฝ่าดงกับระเบิดของพวกทหารชายแดน ไม่ต้องเสี่ยงว่า ออกนอกพรมแดนไปแล้วจะมีชีวิตรอดรึเปล่า ถ้าน้องเห็นด้วย เราก็จะกลับไปผาปืนแตกกันตอนนี้เลย”
“ใครว่าฉันเห็นด้วยกับแก ไอ้สารเลว”
วัลภาจับมือเชนขึ้นมาแล้วกัดไปที่แขนอย่างแรงจนจมเขี้ยว เชนร้องลั่น จากนั้นก็เสยหมัดเข้า ปลายคาง จนเชนหน้าหงาย
“ให้ฉันตายไปเกิดใหม่อีกเป็นร้อยชาติ ฉันก็ไม่ยอมเป็นเมียแกหรอก ไอ้เชน”

พูดจบ วัลภาก็ถีบยอดอกเชนจนหงายหลังแล้ววิ่งหนีออกไปทันที

“ติ๋ม เธออยู่ไหนน่ะ ติ๋ม”
เอื้อมเดือนเดินวนไปวนมา พลางตะโกนหาติ๋ม ใจคอเริ่มไม่ดี และไม่ทันมองรากไม้ที่พื้น ทำให้ สะดุดล้ม พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเท้าคนเดินเข้ามา เมื่อเงยหน้ามองขึ้นมอง ก็ตกใจ
“นายเพลิง”
เพลิงจะเข้าไปช่วยพยุง แต่เอื้อมเดือนรีบปัดมือออก แล้วพยายามถอยห่างไม่เข้าใกล้
“อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ”
“เดี๋ยวสิครับคุณหมอ”
เอื้อมเดือนรีบล้วงไปเอาปืนที่พี่ชายให้ติดตัวมาออกจากกระเป๋ายา
“อยู่เฉยๆตรงนั้นแหละ ถ้าเข้ามาใกล้ฉันอีกนิดเดียว ฉันยิงจริงๆ”
“คุณหมอ นี่แสดงว่าคุณหมอเชื่อข่าวที่ผมเป็นไอ้ฆาตกร”
“นายไม่ต้องมาพยายามอธิบายอะไรให้ฉันฟัง พี่ชายฉันตามหาตัวนายแทบพลิกแผ่นดิน ที่แท้ ก็หนีมาหลบอยู่ที่นี่เอง”
เพลิงพยักหน้า
“ใช่ครับ ผมหนีการตามล่าของพี่ชายคุณ แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะยอมรับความผิด ที่เขา ยัดเยียดให้ผม”
“หยุด ฉันไม่ใช่ศาล ไม่ใช่ตุลาการ ไม่มีหน้าที่รับฟังคำอธิบายอะไรทั้งนั้น”
“งั้นคุณหมอจะทำอะไรผม” เพลิงย้อนถาม “จะใช้ปืนกระบอกนั้นบังคับให้ผมยอม แล้วจับผม ส่งตัวไปให้พี่ชายคุณตามหน้าที่พลเมืองดี ?”
พูดพลางเดินเข้าไปใกล้ เอื้อมเดือนกำปืนแน่นแล้วถอย
“บอกแล้วไงว่าอย่าเข้ามา”
เพลิงไม่หยุด แต่กลับดึงมีดจากข้างตัวปาใส่ทันที เอื้อมเดือนหลับตาปี๋ เมื่อค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ก็พบว่ามีดไปปักอยู่ที่แมงป่องตัวโต

ส่วนวัลภา ที่วิ่งหนีเชน ก็ออกมายืนหันรีหันขวางอยู่กลางป่า เพราะทุกทางเหมือนๆ กันหมด ระหว่างนั้นเชนก็ไล่ตามมาติดๆ
“พี่รู้ว่าน้องสาวอยู่แถวนี้ ออกมาคุยกันเถอะ พี่ยินดีรับผิดชอบสิ่งที่พี่ทำ น้องเชื่อใจพี่ได้ เพราะพี่ก็ลูกผู้ชายคนหนึ่ง”
วัลภาเบ้ปากอย่างจงเกลียดจงชัง “ข่มขืนฉันแล้วยังกล้าเรียกตัวเองเป็นลูกผู้ชายอีกนะไอ้บ้า หัวแบะสมองเละอยู่ในป่านี่แหละ”
วัลภายกก้อนหินหนักอึ้งขึ้นสูงๆหมายจะทุ่มทุบใส่ แต่เชนดันหันขวับมาพอดี
“ว่าแล้วว่าต้องแอบมาข้างหลัง นั่นจะทำอะไร จะเอาก้อนหินทุบหัวพี่เหรอ พี่ไม่ใช่ปลาดุกนะน้องสาว”
เชนยิ้มกวนแล้วผลักแขนวัลภาเบาๆ น้ำหนักหินเลยถ่วงวัลภาให้เอนหงายหลัง ล้มจ้ำเบ้า เชนรีบ ขึ้นคร่อมจับเธอกดลงกับพื้นไม่ให้ขัดขืนอีก
“เลิกพยศกับพี่ได้แล้ว ไม่งั้นพี่จะเอาจริง”
“ปล่อยฉัน ฉันไม่ใช่เครื่องมือแก้แค้นของนาย บอกให้ปล่อย ช่วยด้วย”
“หยุดร้อง พี่ไม่ได้ทำเพื่อแก้แค้น แต่เพื่อเป็นทางรอดของเราสองคน”
“ฉันไม่เชื่อแกหรอก ไอ้สารเลว ช่วยด้วย”
วัลภาร้องตะโกนลั่นสุดเสียง

“มีคนต้องการความช่วยเหลือ”
เพลิงขยับจะตามเสียงนั้นไปเพื่อช่วยเหลือ แต่เอื้อมเดือนกลับยกปืนขวาง
“เดี๋ยว เธอยังอยู่ในความควบคุมตัวของฉันอยู่นะนายเพลิง”
“แต่คุณหมอก็ได้ยิน เสียงผู้หญิงกำลังต้องการความช่วยเหลือ”
“ฉันได้ยิน แต่ฉันปล่อยนายไปไม่ได้”
เอื้อมเดือนเหลือบไปเห็นเชือกที่กระเป๋าสัมภาระของเพลิง จึงใช้เชือกมัดเขาให้ติดอยู่กับต้นไม้ จนแน่นหนา
“คุณหมอ เสียงผู้หญิงคนนั้นเงียบไปแล้ว ผมว่าคุณหมออย่าเสี่ยงไปคนเดียวเลย มันอันตรายเกินไป”
เอื้อมเดือนชูปืนในมือ
“ฉันมีปืน เธอนั่นแหละ อยู่ที่นี่ รอให้ฉันช่วยผู้หญิงคนนั้นเสร็จ แล้วฉันจะกลับมาตัดสินใจว่า จะจัดการ ยังไงกับเธอ”
เอื้อมเดือนรีบเดินออกไป เพลิงมองตามอย่างเป็นห่วง

“ปล่อยผู้หญิงคนนั้นเดี๋ยวนี้”
เอื้อมเดินตะโกนเสียงดัง เมื่อเห็นวัลภาถูกเชนขึ้นคร่อมตัวจับกดอยู่ที่พื้น และใช้มือปิดปาก ไม่ให้ ร้องตะโกน
เชนชะงักหันไปเห็นเอื้อมเดือนเล็งปืนมาที่เขาอย่างเอาจริง
“คุณเป็นใคร ผมว่าอย่ามายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า”
“ไม่ยุ่งคงไม่ได้ เพราะที่นายกำลังทำอยู่มันคือการทำร้ายผู้หญิง ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้”
“แต่ผมกับเธอเป็นผัวเมียกัน”
“ไม่จริง” วัลภารีบปฎิเสธ “ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเขา ช่วยฉันด้วยค่ะ ช่วยฉันด้วย”
“ปล่อยผู้หญิง เดี๋ยวนี้”
เอื้อมเดือนขึ้นไกปืน เชนชะงักเพราะคิดว่าผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้คงเอาจริงเขาแน่ วัลภาเลย ได้โอกาสผลักเชนออกจากตัวแล้วรีบเข้าไปหาเอื้อมเดือน
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ ถ้าคุณไม่เข้ามา ฉันคงโดนไอ้สารเลวนี่มันทำร้ายอีกแน่”
“น้องสาว พี่บอกแล้วไง พี่ทำไปเพราะมันคือโอกาสของเราสองคน”
วัลภาจ้องหน้าเชนอย่างเกลียดชัง
“ไม่มีโอกาสสำหรับแกอีกแล้ว ไอ้บ้าเชน ยิงมันเลยค่ะ เล็งไปที่เป้ากางเกงมันเลย เอาให้กระจุย ไม่เหลือไว้สืบพันธุ์ได้อีก”
เชนสะดุ้งรีบเอามือปิดเป้า
“อย่านะครับ ผมไม่ได้ใช่คนร้าย ทุกอย่างผมอธิบายได้”
“อย่าไปฟังมันค่ะ มันกะล่อน มันเก่งเรื่องพูดดำให้เป็นขาว มันหลอกทุกคนได้ว่ามันเป็นสุภาพบุรุษ ยิงมันเลยค่ะ”
เอื้อมเดือนหันมาทางวัลภา“เดี๋ยวนะคะ ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกค่ะ ฉันว่าเราควรจับเขาส่งตำรวจดีกว่า”
จากนั้นก็หันมาทางเชน “ คุกเข่าลงแล้วชูมือขึ้น เร็วสิ”
เชนคุกเข่าแล้วยกมือประสานที่ท้ายทอย เอื้อมเดือนถือปืนเข้าไปใกล้ แต่ไม่ทันความไวของเชน ที่ใช้ความถนัดแย่งปืนจากมือเอื้อเมดือนมาแล้วปลดลูกโม่เทกระสุนปืนออกหมดอย่างรวดเร็ว
“ผมบอกแล้วไงว่าคุณไม่ควรเข้ามายุ่งกับเรื่องผัวๆเมียๆ”

เอื้อมเดือนกับวัลภาตกใจที่กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบและเชนเดินหน้าตาเอาเรื่องเข้าหา

ขณะที่ชาติ กับไอ้เชิด และลูกน้องกำนัน ก็ตามมาจนเห็นร่องรอยของเชน
“เจอรอยของไอ้เชนแล้วครับ มันเพิ่งจะกลบร่องรอยของมันเมื่อไม่นานมานี่เอง คิดว่ามัน ไม่น่าจะไปไหนไกล คงยังอยู่แถวๆนี้”
“งั้นก็ไปตามล่ามัน”
ไอ้เชิดพร้อมลูกน้องนำทางชาติ ที่ชักปืนพกประจำตัวออกมาแล้วยิ้มร้าย

เพลิงพยายามแก้มัดตัวเอง จนสำเร็จ พลางมองไปทางที่เอื้อมเดือนไปช่วยหญิงสาว ขณะที่เอื้อมเดือนกับวัลภา ที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ กำลังพยายามถอยหนีจากการรุกเข้าหาของเชน
“ถอยไปนะ ถ้าเข้ามาใกล้อีกล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
เอื้อมเดือนตะโกนขู่ วัลภาหันมาถาม
“คุณมีปืนอีกเหรอคะ”
“เปล่า ฉันมีแค่กระบอกเดียว”
“งั้นคุณก็คงมีมีดอีก” วัลภาถามต่อ
“เปล่า ฉันไม่มีอาวุธอย่างอื่นมาเลย”
“อ้าว ! แล้วคุณกล้าไปขู่แบบนั้นได้ไง”
เอื้อมเดือนหันมามองหน้าวัลภา
“ฉันเคยฝึกมวยมา ไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่ให้ผู้ชายแลวๆ แบบนี้มาทำอะไรเราได้หรอก”
“นี่คุณผู้หญิงคนสวยและอยากเป็นพลเมืองดีครับ” เชนพูดพร้อมกับจ้องหน้าเอื้อมเดือน “ผมยืนยันว่า ผมไม่ใช่โจรไม่ใช่ผู้ร้าย ผมกับแฟนมีเรื่องทะเลาะกัน แค่ปรับความเข้าใจนิดๆหน่อยๆ ก็จบแล้ว”
“อย่าไปเชื่อมันค่ะ มันไม่ใช่แฟนฉัน”
วัลภาโวยวาย
“จะไม่ใช่ได้ไง ก็เมื่อคืนนี้เรา”
“หุบปากนะไอ้บ้า ฉันไม่ได้สมยอมแก แกใช้กำลังกับฉัน ทำให้ฉันต้องเสียตัว”
“แต่พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องนั้นมีมีเหตุผลที่เราต้องคุยกัน”
วัลภาถลึงตาใส่ “เหตุผลเดียวที่ฉันจะคุยกับแก ก็คือไปตายซะไอ้บ้าเชน”
เชนจะเข้าไปอธิบายแต่ก็เจอหมัดหนักๆของเอื้อมเดือนสวนเข้าอย่างจัง จนหน้าหงาย เลือดกำเดาไหล
“อู๊ย นี่เอาจริงเหรอเนี่ยคุณผู้หญิงพลเมืองดี”
“ฉันเตือนแกแล้วไง ถ้ายังเข้ามาอีก นายโดนฉันหักแขนแน่”
เชนเดินเข้าหา เอื้อมเดือนรีบสวนหมัด แต่เชนเอี้ยวตัวหลบ พลางจับมือเอื้อมเดือนไว้แล้วบิดแขน วัลภา รีบเข้าไปช่วยอีกคน แต่ก็เจอเชนใช้อีกมือจับแล้วบิดพร้อมกันจนสองสาวเสียท่า
“ก็บอกแล้วไง ว่าถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ชาตินี้ผมไม่มีวันทำร้ายผู้หญิงหรอก”
“ งั้นก็ปล่อยผู้หญิงซะ ถ้าอยากออกแรง มาเจอกับคนที่มันสมน้ำสมเนื้อดีกว่า”
เชนชะงัก พลางหันขวับไปทางต้นเสียง ก็เห็นเพลิงยืนจังก้าหน้าตาเอาจริง จ้องหน้ามองมาอย่าง เอาเรื่อง

ลูกถีบหนักๆของเพลิงกระแทกเข้ากลางอกเชนจนผงะหงายหลัง ขณะที่เพลิงรีบเข้าไป ช่วยพยุง เอื้อมดือนอย่างเป็นห่วง
“เป็นอะไรมากรึเปล่าครับคุณหมอ”
เอื้อมเดือนส่ายหน้า
“ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอก ไม่ทันระวังน่ะแล้วนี่เธอมาได้ยังไง ก็ฉันมัดเธอไว้”
“เชือกแค่นั้นเอาผมไม่อยู่หรอกครับ คุณหมอไม่ควรทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้”
ยังไม่ทันที่เอื้อมเดือนจะพูดอะไรต่อ วัลภาก็พูดขัดขึ้นมา “เดี๋ยวก่อนค่ะ ฉันว่าพวกคุณอย่าเพิ่งประมาทไอ้บ้านั่นเลย”
เพลิงหันมาทางเอื้อมเดือน“ผมว่าคุณหมอพาน้องสาวคนนี้ออกไปจากที่นี่เถอะครับ ไอ้หมอนั่น ผมรับมือมันเอง ไม่ต้องห่วง ว่าผมจะหนีไปไหนหรอกครับ เสร็จธุระกับไอ้จิ๊กโก๋นี่แล้วผมจะไปหาคุณหมอเอง ไปเถอะครับ”

เอื้อมเดือนมองเพลิงแล้วพยักหน้ารับก่อนจะช่วยประครองพาวัลภาออกไป ขณะที่เชนตั้งท่าเชิงมวย พร้อมรับมือเพลิงเต็มที่ ก่อนที่เชนจะเป็นฝ่ายปรี่เข้าใส่ก่อน

เอื้อมเดือนกับวัลภาพากันหนีออกมา ระหว่างนั้นวัลภาก็เกิดรู้สึกเจ็บจี๊ดที่แขน
“เจ็บแผลเหรอจ๊ะ งั้นเดี๋ยวหยุดให้ฉันช่วยดูแผลให้ก่อนนะ”
เอื้อมเดือนพาวัลภาให้ไปนั่งพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่แล้วช่วยดูแผลที่แขน เห็นมีเลือดซึมๆออกมา
“ว่าแต่ เธอชื่ออะไร”
“วัลภาค่ะ แล้วคุณล่ะคะ เห็นผู้ชายคนนั้นเรียกคุณว่าคุณหมอ”
“ฉันชื่อเอื้อมเดือนจ้ะ เป็นหมอคนใหม่ของหมู่บ้านผาปืนแตก เพิ่งจะมาถึงวันนี้ก็เจอเรื่องตื่นเต้นแล้ว ใครทำแผลให้เธอเหรอจ๊ะวัลภา ฝีมือใช้ได้ทีเดียว”
“ก็ไอ้บ้าที่ทำร้ายฉันนั่นแหละค่ะ”
“ผู้ชายคนนั้นน่ะเหรอ” เอื้อมเดือนขมวดคิ้ว “เขาทำแผลให้เธอ แล้วก็ทำร้ายเธอด้วยเนี่ยนะ ?”
วัลภาชะงัก เพราะไม่รู้จะอธิบายยังไง ระหว่างนั้นติ๋มเดินเข้ามาเจอคุณหมอเอื้อมเดือนพอดี
“คุณหมอมาอยู่ที่นี่เอง ติ๋มเป็นห่วงซะแทบแย่ นึกว่าคุณหมอจะหลงป่าหายไปซะแล้ว”
เอื้อมเดือนยิ้มให้ติ๋ม
“เจอเรื่องตื่นเต้นระหว่างทางน่ะจ้ะติ๋ม”
“ติ๋มว่าเรารีบออกไปจากที่นี่ก่อนเถอค่ะ มีอะไรค่อยไปคุยกันที่อนามัยดีกว่า อย่าอยู่ที่นี่ เลย เดี๋ยวจะโดนลูกหลง”
“โดนลูกหลง ?” เอื้อมเดือนเลิกคิ้ว “อะไรเหรอติ๋ม”
“ก็ลูกชายกำนันปราบ เจ้าพ่อที่ทุกคนในผาปืนแตกต้องก้มหัวให้ พากันยกพวกขึ้นมาตามล่าคู่อริ เพราะไปลักพาตัวลูกเลี้ยงกำนันมาน่ะสิคะ งานนี้มีเลือดนองกลางป่าแน่”
เอื้อมเดือนรีบหันไปที่วัลภา
“งั้นฉันว่าเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ”
วัลภาหน้าเครียด เพราะลึกๆ แล้วก็ยังแอบเป็นห่วงเชน
“หมอคะ คือว่าฉันนี่แหละค่ะ ลูกเลี้ยงกำนัน”
ติ๋มมองหน้าวัลภา
“อ้าวเธอน่ะเหรอที่ชื่อวัลภาลูกเลี้ยงของกำนัน ฉันเคยได้ยินเขาพูดกันแต่ไม่เคยเห็นหน้าซะที แล้วนี่ เป็นอะไรมากรึเปล่าจ๊ะ ตอนนี้กำนันประกาศไปทั่วหมู่บ้านว่าถ้าเจอไอ้เชนล่ะก็ห้ามฆ่าเด็ดขาด แต่ให้ลากตัวไป ให้ กำนันจัดการ”
วัลภายิ่งฟัง ก็ยิ่งเป็นห่วงเชน

เพลิงพลาดท่าถูกเชนซัดทั้งหมัด ทั้งเข่าไปชุดใหญ่ จนเลือดซิบ
“ ฝีมือใช้ได้เลยนี่ไอ้น้อง เห็นเก้งก้างแข้งขายาว เลยประมาทจิ๊กโก๋ไปหน่อย”
“ประมาทเหรอ หมายความว่าไง”
เชนพูดพลางจ้องหน้าเพลิงอย่างเอาเรื่อง
“ก็แปลง่ายๆว่า ถ้าเมื่อกี้น้องเอาจริงกับพี่สุดๆ แล้วล่ะก็ พี่ว่าน้องยอมแพ้พี่ซะตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า อย่าดิ้นรนให้พี่ต้องทำให้น้องเจ็บตัวเลย”
“อย่าขี้คุยไปหน่อยเลย ไอ้บึ้กคนอย่างไอ้เชน พนัญเชิง คว่ำพวกกล้ามโตตัวใหญ่ ใจปลาซิว แบบนี้ มานักต่อนักแล้ว”
เพลิงหัวเราะลั่น
“งั้นสถิติน้องคงถูกหยุดไว้ที่พี่แล้วล่ะ ในเมื่อน้องแนะนำตัวเองแล้ว พี่ก็ขอแนะนำตัวให้ น้องรู้จัก ชื่อของพี่ เพลิง พญาไฟ จำเอาไว้ให้ดี เพราะเวลาคิดจะรังแกผู้หญิงแล้วจะได้ไม่กล้าทำอีก”
พูดจบเพลิงก็ปรี่เข้าใส่ เชนกำหมัดแน่นแล้วซัดใส่กัน ไม่ยั้ง ชนิดเทของใส่กันสุดๆ เชิงมวยของเชน คล่องแคล่วกว่า แต่ก็สู้ความหนักหน่วงของเพลิงไม่ได้
“หน้าตาก็ดี ฝีมือก็ดี น่าเสียดายที่ดันไม่เลือกเป็นคนดี”
จากนั้นเพลิงก็จัดหนัก จนเชนคอพับคออ่อน นอนหมดสภาพ
“ หวังว่าเจ้าหน้าที่ที่ผาปืนแตก จะจัดก0ารส่งน้องไปดัดสันดาน ให้เป็นคนดีขึ้นมาได้บ้างนะ”
เพลิงจะลากตัวเชนไป แต่ระหว่างนั้นชาติพร้อมกับไอ้เชิดและลูกน้องเข้ามาล้อมไว้
“ส่งตัวไอ้เชนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”
เพลิงจ้องหน้าชาติ พลางตะโกนถาม “พวกแกเป็นใคร”
“น้ำหน้าอย่างแก ไม่มีสิทธิ์มาตั้งคำถามกับข้า ไอ้เชิด ไปเอาตัวไอ้เชนมา”
ไอ้เชิดจะแย่งตัวเชนมา แต่กลับถูกเพลิงสกัดไว้
“เดี๋ยว ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ของที่นี่ ข้าก็จะให้ตัวไอ้หมอนี่ไป แต่ถ้าไม่ใช่ ก็คงให้ไม่ได้”
ไอ้เชิดจ้องหน้าเพลิงเขม็ง
“อย่ามาหาเรื่องใส่ตัวดีกว่านะเว้ยไอ้คนแปลกถิ่น ให้มันรู้ซะมั่งว่ากำลังคุยกับใคร”
“ก็บอกมาสิ ว่ากำลังคุยอยู่กับใคร”
ชาติยิ้ม ก่อนจะเดินเข้ามา พลางชักปืนประจำตัวออกมาจ่อหน้าเพลิง
“ถ้าจะถามหากฏหมายของผาปืนแตก ข้านี่แหละชาติ ตะลุมพุก กฏหมายของที่นี่”

ชาติเหนี่ยวไกปืน แล้วยิ้มร้าย

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 4 (ต่อ)

ระหว่างที่ครูประสิทธิ์นั่งพนมมืออธิษฐานต่อหน้าองค์หลวงพ่อประจำโบสถ์ และกราบขอขมาหลวงพ่อสิน น้อยรีบวิ่งตาลีตาเหลือกเข้ามา
“ครูจ๊ะครู เป็นเรื่องแล้วจ้ะ รีบไปเถอะจ้ะ ไอ้เชน มันถูกไอ้ชาติจับตัวได้แล้ว”
ครูประสิทธิ์ตกใจหน้าซีด จนแทบจะเป็นลม

“อ๋อ มิน่าตอนฉันจะมาที่นี่ ถึงได้มีคนเตือนตลอดว่าผาปืนแตกไม่ใช่ที่ๆน่ามาเท่าไหร่”
เอื้อมเดือนพยักหน้าอย่างเข้าใจ หลังจากได้ฟังเรื่องราวความวุ่นวายของผาปืนแตกจากติ๋ม
“ก็จริงอย่างที่คุณหมอโดนเตือนมานั่นแหละค่ะ ผาปืนแตกอยู่ใต้อิทธิพลของกำนันปราบ ทุกหย่อมหญ้า ของที่นี่ถ้าใครหาเรื่องลองดี ก็เตรียมขุดหลุมฝังศพตัวเองได้เลย”
“ยกเว้นแต่คนที่ชื่อเชน”
“ค่ะ ไอ้เชนมันเป็นพวกหัวก้าวหน้า ตั้งป้อมเป็นศัตรูกับพวกกำนัน เวลาเจอหน้ากันทีไร ชาวบ้านต้องรีบ ปิดประตูหน้าต่างหลบลูกหลงกันหมด คุณหมอก็เหมือนกัน”
“ฉันทำไมเหรอ” เอื้อมเดือนย้อนถาม
“ติ๋มอยากให้คุณหมออยู่ห่างๆทั้ง 2 ฝั่งไว้น่ะสิคะ เพราะคนที่นี่หลายคนก็ชอบอยู่ใต้อิทธิพลของกำนัน เห็นว่ากำนันช่วยปกป้องดูแลพวกเขาได้ แต่หลายคนก็เห็นด้วยกับไอ้เชน”
“ขอบใจจ้ะติ๋ม ไม่ต้องห่วงฉันหรอก หน้าที่ของฉันคือทำในสิ่งที่ถูกต้อง”
ระหว่างนั้นเอื้อมเดือนเห็นเพลิงที่เดินเข้ามา ในสภาพใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำเพราะสู้กับเชน
“ติ๋มจ๊ะ ช่วยไปดูวัลภาให้ฉันหน่อยสิ”
“ค่ะคุณหมอ”
ติ๋มรับคำ พลางมองเพลิงด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นว่าเป็นใคร ก่อนที่จะเดินออกไป ทิ้งให้เพลิง อยู่กับเอื้อมเดือนตามลำพัง

เอื้อมเดือนเดินนำเพลิงเข้ามาอีกห้องหนึ่ง
“ผมทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณหมอแล้วครับ”
เพลิงหันมาทำหน้ากวนใส่ แต่เอื้อมเดือนเอาแต่นิ่ง
“แล้วแต่คุณหมอเลยนะครับ จะให้ทางการของที่นี่ส่งตัวผมไปให้พี่ชายคุณหรือจะ ตามให้พี่ชายคุณ มารับตัวผมเองถึงที่ ผมก็พร้อม และจะไม่หนีไปไหนอีก”
“ถ้าคิดอยากมอบตัว แล้วทำไมนายถึงต้องหนีมาไกลถึงผาปืนแตกนี่ด้วย“
“เพราะพวกที่มันป้ายสีความผิดให้ผม มันพยายามตามล่าฆ่าปิดปากผมน่ะสิครับ”
“พวกค้ายาเสพติดที่แหกคุกหนีไปน่ะเหรอ” เอื้อมเดือนย้อนถาม
“ครับคุณหมอ ผมอยากจะอยู่ชี้แจงให้พี่ชายคุณรู้ความจริง ว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกนั้นเลย แต่ผมก็ถูกเข้าใจผิดไปแล้ว อธิบายอะไรไปพี่คุณก็ไม่ฟัง ผมอาจจะยังรู้จักคุณหมอไม่มาก แต่ก็พอดูออกว่าคุณหมอ
เป็นคนศรัทธาความถูกต้อง ในเมื่อคุณหมอเจอผมแล้ว คุณหมอก็คงนิ่งเฉยต่อหน้าที่คนดีไม่ได้ ผมถึงต้องมาเพื่อไม่ ให้คุณหมอหนักใจ”
เพลิงเดินเข้าไปใกล้เอื้อมเดือนแล้วยื่นมือพร้อมให้เธอจับ แต่เอื้อมเดือนกลับยิ่งหน้าเครียด อย่างคนที่ตัดสินใจไม่ถูก
ระหว่างนั้นติ๋มรีบเข้ามา“ คุณหมอคะ วัลภาหายตัวไปแล้วค่ะ”

วัลภารีบเดินหนีออกมา แต่โชคร้ายดันมาเจอไอ้ตุ่นกับลูกน้องกำนันขวางทางไว้
“ก่อเรื่องให้กำนันเดือดร้อนแบบนี้..อย่าคิดจะหนีไปไหนได้อีกเลยวัลภา”
วัลภาชะงัก พลางถอยหลังจะกลับไปทางเก่า แต่ก็ต้องชะงักอึ้งกว่าเดิมเพราะเจอลำดวนขวางทาง
อยู่
ลำดวนปรี่เข้าไปตบหน้าวัลภาจนหน้าหัน ระหว่างนั้นเอื้อมเดือน เพลิง และติ๋มตามเข้ามาเจอ
“ปล่อยวัลภาเดี๋ยวนี้นะ”
เอื้อมเดือนจะเข้าไป แต่ลำดวนกับลูกน้องกำนันเข้ามาขวาง
“ถอยไปเลย. ฉันเป็นแม่มัน คนอื่นไม่เกี่ยว”
“แต่วัลภาเป็นคนไข้ของฉัน” เอื้อมเดือนไม่ยอมแพ้ “เธอเพิ่งผ่านเรื่องแย่ๆ ถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจมา ถ้าคุณเป็นแม่ที่ห่วงลูกสาว คุณก็ควรจะ ปล่อยให้ฉันพาเธอกลับไปดูแล”
ลำดวนมองเหยียดเอื้อมเดือนหัวจดเท้า
“ลูกสาวฉัน. ฉันดูแลของฉันได้ คนอื่นอย่ามาสะเออะ ไอ้ตุ่นพาวัลภากลับไป”
ไอ้ตุ่นกับพวกลูกน้อง ปราดเข้ามาลากตัวพาวัลภาออกไป เอื้อมเดือนเป็นห่วงวัลภาจะตามไป แต่เพลิงจับแขนเธอเอาไว้

“อย่าเลยครับคุณหมอ ที่นี่ไม่เหมือนกับที่กรุงเทพ เชื่อผม”

พวกชาวบ้านเข้ามารุมล้อมดูเชนที่ถูกชาติจับมัดมือด้วยเชือก แล้วโยงกับท้ายรถจี๊ปที่ชาติขับ พาเข้ามาช้าๆ จงใจประจานให้พวกชาวบ้านเห็น

เชนถูกลากมาตามทางจนเริ่มหมดแรงเดินล้มลง ชาติยืนมองอย่างสะใจ
“แค่นี้ถึงกับหมดแรงแล้วเหรอวะ ไหนล่ะไอ้ท่าทางอวดเก่งชอบหยามหน้าข้าน่ะ มันหายไปไหนหมด”
เชนจ้องหน้าชาติอย่างเจ็บใจ
“อยากรู้เหรอว่าหายไปไหน เอ็งก็ลองก้มหน้ามาใกล้ๆ ตีนข้าสิวะไอ้ชาติ ข้าจะเอามันเสยปากเอ็งให้”
ชาติโมโหเลยเตะอัดเข้าลำตัวจนเชนตัวงอ
“พอเถอะไอ้ชาติ ข้าขอ”
ชาติชะงักหันไป ก็เห็นครูประสิทธิ์ พร้อมกับน้อย แสนและจิก พากันเข้ามา
“นี่พวกแกยังกล้ามาร้องขอชีวิตมันอีกเหรอ” พูดพลางตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อครูประสิทธิ์
“ข้าไม่ลากคอวงดนตรีของพวกแกมากระทืบรวมกับมันก็บุญเท่าไหร่แล้วโว้ย”
“ไอ้ชาติ อย่ายุ่งกับพ่อข้านะเว้ย”
เชนพูดพร้อมกับมองหน้าชาติ
“เอ็งไม่อยู่ในฐานะที่จะมาร้องขออะไรจากข้าได้อีกแล้วไอ้เชน พ่อเอ็งต้องรับผิดชอบ ที่เอ็งทำให้ข้า เสียหน้า”
ชาติเงื้อหมัดจะชกครูประสิทธิ์แต่กำนันปราบเข้ามารั้งแขนลูกชายเอาไว้
“ ถึงคนที่นี่ส่วนใหญ่จะเกรงใจข้า แต่ก็มีไม่ใช่น้อยที่ยังเคารพครูประสิทธิ์ เพราะฉะนั้น เอ็งอย่าทำให้ ทุกคนมองข้าไม่ดี”
ชาติยอมปล่อยมือจากคอเสื้อครูประสิทธิ์ แล้วปล่อยให้กำนันปราบเข้าไปคุยกับครูประสิทธิ์
“กลับไปเถอะครูอย่ามาเสียเวลาอยู่ที่นี่เลย ความผิดของไอ้เชนคราวนี้มันซึ่งหน้าและจงใจหยามหน้าฉัน ต่อให้ครูมาร้องขอ ฉันก็คงใจอ่อนไม่ได้อีกแล้ว”
แสนอดไม่ได้ก็เลยพูดแทรกขึ้นมา
“ไอ้เชนมันอาจจะทำผิดจริง แต่ที่ไอ้ชาติทำกับมันตอนนี้ มันเกินไป พวกกำนันควรจะส่งให้เจ้าหน้าที่ จัดการ ไม่ใช่มาตั้งศาลเตี้ยแบบนี้
กำนันปราบยิ้มเหยียดๆ พลางเข้ามาตบแก้มแสนเบาๆ
“ไอ้แสน ชาวบ้านที่นี่เขาให้ข้าปกครอง ดูแลความสงบเรียบร้อยมานาน เอ็งก็รู้ดีไม่ใช่เหรอ”
“ฉันไม่เถียงหรอกว่าที่ผ่านมากำนันกับพวกคุ้มครองหมู่บ้านนี้มาตลอด แต่คราวนี้คู่กรณีมันเป็นลูกของ กำนัน ฉันว่ายังไงกำนันก็ไม่ยุติธรรมแน่”
“พูดแบบนี้จะหัวหมอกับฉันใช่มั้ย ได้”
กำนันปราบพูด พลางหันไปทางเชนแล้วยิ้มร้ายเจ้าเล่ห์

จากนั้นกำนันปราบ ก็ลากคอเชนที่ถูกจับมัดมือเข้ามาต่อหน้าพวกชาวบ้านที่ล้อมวงมุงอยู่
“พี่น้องที่รักทุกคน. ฉันกำนันปราบ ขอถามพวกเราทุกคนหน่อยเถอะ ตลอดกว่ายี่สิบปีที่ ฉันทำหน้าที่ ดูแลสารทุกข์สุกดิบของพี่น้องมา ฉันเคยทำให้ทุกคนผิดหวังบ้างรึเปล่า”
“เพราะมีกำนันนี่แหละจ้ะ ผาปืนแตกถึงอยู่กันมาได้”
พวกชาวบ้าน ที่ฝักใฝ่กำนัน พากันส่งเสียงเชียร์ยืนยัน
“ขอบใจพี่น้องทุกคน ที่เห็นความตั้งใจทำเพื่อหมู่บ้านผาปืนแตกของฉัน แต่วันนี้ ฉันกับครอบครัว ถูกลบหลู่ดูหมิ่น ถ้าฉันรักษาไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีไม่ได้ ต่อไปฉันก็คงจะดูแลทุกคนให้อยู่ดีมีสุขไม่ได้”
ระหว่างนั้น ชาวบ้านคนหนึ่งก็เอาไข่ไกปาใส่เชนที่ถูกคุมตัวเอาไว้ ด้วยความเกลียดชัง
“มันจะเกินไปแล้วโว้ย ปลุกระดมมอมเมาพวกคิดเองไม่เป็นแบบนี้ มีเรื่องกันเลยดีกว่า”
จิกกับพวกชาวบ้าน ที่อยู่ฝั่งครูประสิทธิ์ ตั้งท่าจะเอาเรื่อง ทันใดนั้นเสียงปืนในมือชาติ ก็ดังลั่นไปทั่ว ทำให้ทุกคนหยุด
“พอกันได้แล้วพี่น้อง เพราะมีคนอย่างไอ้เชน บ้านผาปืนแตกของเราถึงไม่เคยสงบซะที เพราะฉะนั้น ฉันขอเสนอให้แขวนคอไอ้เชน ถ้าไม่มีมัน ที่นี่ก็จะสงบสุขแน่นอน”
ชาวบ้านส่งเสียงเชียร์ กำนันปราบยิ้มสะใจ“เอาล่ะๆ แค่นี้ฉันก็เห็นแล้วว่าเสียงส่วนใหญ่ของพี่น้องทุกคนต้องการอะไร ฉันเองก็อยากให้ผาปืนแตก ของเราสงบสุขเหมือนทุกคน เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้พระอาทิตย์ขึ้นตรงกบาลมันเมื่อไหร่ ไอ้เชนจะถูกจับแขวนคอ“

ครูประสิทธิ์ถึงกับอึ้งหน้าถอดสีมองลูกชาย

วัลภาที่ถูกขังอยู่ในห้อง ทุบประตูรัวด้วยความไม่พอใจ
“แม่ อย่ามาขังวัลภาไว้แบบนี้นะ”
ลำดวนเปิดประตูเข้ามา พลางจ้องหน้าลุกสาวเขม็ง
“ถ้าแกไม่เลิกส่งเสียงดังโวยวาย ฉันจะลงมือกับแกอีก”
“แม่ไม่ต้องมาขู่ฉันหรอก ตั้งแต่แม่เลี้ยงฉันมา แม่ก็เลี้ยงฉันด้วยฝ่ามืออยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
“นังนี่ ก่อเรื่องเดือดร้อนให้ฉัน แล้วยังกล้ามาท้าฉันอีก”พูดพลาง ลำดวนก็เงื้อมือจะตบสั่งสอนลูกอีก แต่กำนันปราบเข้ามาจับข้อมือเอาไว้
“ไม่เอาน่าลำดวน จะมานั่งตีนั่งด่าน่ะ ฉันว่าไม่เหมาะหรอก”
ลำดวนถอนหายใจ
“แต่ฉันไม่รู้จะทำยังไงกับมันแล้วนะจ๊ะพี่ ไอ้ที่ฉันพามันมาด้วย ก็หวังว่ามันจะได้มีชีวิตสุขสบาย มีผู้ใหญ่อย่างพี่คอยสั่งคอยสอน แต่แล้วมันกลับทำให้พี่ต้องเสียหน้า”
วัลภาเบ้ปาก
“แม่จะให้คนอย่างนี้เนี่ยนะมาสั่งสอนฉัน ถ้าเขาเป็นคนดีจริงๆ ฉันไม่ว่าหรอก แต่นี่”
“เอาล่ะๆ” กำนันปราบตัดบท “ฉันเองก็รักวัลภาเหมือนลูก ถ้าลำดวนอยากให้ฉันช่วยสั่งสอน ฉันก็จะช่วย”
กำนันปราบพูดพลางมองวัลภาด้วยแววตาดูเจ้าเล่ห์ จนวัลภารู้สึกกลัว

ขณะที่เนื้อทองเมื่อรู้ข่าวว่าเชนจะถูกจับแขวนคอก็ตกใจ พลางพยายามอ้อนวอนชาติ “อย่าเลยนะชาติ อย่าถึงกับต้องจับเชนแขวนคอเลย ฉันขอร้องล่ะ”
“เธอเป็นเมียฉันแล้วนะเนื้อทอง แล้วเธอยังกล้ามาร้องขอชีวิตมันจากฉันอีกเหรอ”
เนื้อทองไม่รู้จะทำยังไงเลยตัดสินใจจับหน้าชาติมาจูบซ้ายจูบขวา “เธออยากให้ฉันรักเธอไม่ใช่เหรอ ฉันจะทำให้หมดทุกอย่าง ขออย่างเดียวหยุดเข่นฆ่าเชนเถอะนะ”
ชาติผลักเนื้อทองล้มลงไปที่เตียงแล้วตามไปจับกดเอาไว้
“เลิกทำแบบเมื่อกี้นี้อีกเด็ดขาด ไม่งั้นเธอเจ็บตัวแน่ เธอช่วยอะไรไอ้เชนไม่ได้หรอกเนื้อทอง พรุ่งนี้เที่ยง มันต้องถูกแขวนคอประจาน แต่ฉันจะอนุญาตให้เธอได้ไปบอกลามันเป็นครั้งสุดท้าย”
ระหว่างนั้นไอ้ตุ่นก็เปปิดประตูเข้ามา
“กำนันให้มาตามลูกพี่ครับ ชวนลูกพี่ให้พาวัลภาไปโรงฝิ่นด้วยกัน”
“พาวัลภาไปโรงฝิ่นเนี่ยนะ ? ไปทำไมวะ”

ภายในโรงฝิ่น มีสภาพไม่ต่างอะไรจากซ่องโสเภณี ผู้ชายที่ติดฝิ่นนั่งสูบฝิ่นควันขโมง กำลังนัวเนียกับพวกสาวค้าบริการ
กำนันปราบเดินนำวัลภาเข้ามา ทันทีวัลภาเห็นภาพตรงหน้าก็อึ้ง
“พาฉันมาที่นี่ทำไม ฉันไม่เข้าไปหรอก”
วัลภาจะถอยออกไป แต่ชาติเข้ามาข้างหลังแล้วผลักไหล่ไว้
“อย่าฤทธิ์เดชให้มันมากนักนะวัลภา ถ้าฉันเหลืออด ฉันมีสิทธิ์สั่งสอนน้องสาวนอกไส้เหมือนกัน”
“ไม่เอาน่าไอ้ชาติ” กำนันปราบโบกมือห้าม “พูดจากับน้องสาวของแกดีๆหน่อย ไอ้ที่แบบนี้คนไม่เคย มาเห็นเข้า ก็ต้องตกใจบ้างแหละ แต่ไม่ต้องกลัวนะวัลภา พ่อก็แค่จะพาลูกมาเยี่ยมเพื่อนพ่อแค่นั้นเอง”
กำนันปราบพูดพลางพยักหน้าให้ลูกน้องเข้าไปจับแขนวัลภาพาเข้าไปข้างใน “พ่อคิดจะทำอะไรกันแน่ วัลภาก่อเรื่องให้เราต้องเดือดร้อน เราก็ควรต้องสั่งสอนสิ”
“ก็นี่แหละวิธีสั่งสอนไม่ให้วัลภากล้าหือกับพ่ออีกไง ไปเถอะ เสี่ยกวงน่าจะรออยู่”
ชาติคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง ก็เริ่มเดาความคิดของพ่อออก
“อ๋อ งั้นฉันรู้แล้วว่าพ่อจะสั่งสอนวัลภายังไง ร้ายจริงๆ เลยพ่อ”

สองพ่อลูกยิ้มให้กันแล้วพากันเข้าไปข้างในโรงฝิ่น

วัลภาถูกลูกน้องกำนันปราบ พาเข้ามาพบชายแก่เชื้อสายจีน รูปร่างผอมแห้งจน แทบเห็นกระดูก นอนถอดเสื้อเมาฝิ่นตาเคลิ้มลอย สร้อยทองคำเส้นโตๆ ที่คอ บ่งบอกว่าฐานะอยู่ในขั้นเศรษฐี มีสาวๆ คอยพัดวี บีบนวดเติมฝิ่นให้สูบตลอด
“เสี่ยกวงอย่าเพิ่งเคลิ้มไปไหนไกลสิ อั๊วอุตส่าห์ขับรถเป็นชั่วโมงมาเยี่ยมลื้อนะ”
กำนันปราบร้องทัก เสี่ยกวงหันมาตาปรือ “อ้าว อากำนันปราบ มา เข้ามา พวกลื้อไปเอาฝิ่นมาให้เพื่อนอั๊วหน่อย”
กำนันปราบโบกมือปฏิเสธ
“ไม่ต้องหรอกเสี่ย วันนี้อั๊วแค่แวะมาเยี่ยม แล้วก็พาลูกสาวอั๊วมาไหว้ให้รู้จักกันไว้”
ชาติยิ้มรับ แล้วรีบลากตัววัลภาเข้ามาใกล้ๆเสี่ยกวง ที่มองวัลภาหัวจดเท้าแล้วหัวเราะชอบใจ
“คนนี้น่ะเหรอ ลูกเลี้ยงของลื้อ ที่เขาลือกันว่าสวยจนต้องเหลียวมองคอหักน่ะ”
“ใช่แล้วครับเสี่ย นี่แหละวัลภา ไหว้เสี่ยกวงเพื่อนพ่อเขาหน่อยสิ น้องสาว”
ชาติออกแรงบังคับจนวัลภาต้องยอมยกมือไหว้ เสี่ยกวงยิ่งชอบอกชอบใจ ยกเท้าถีบสาวๆที่ กำลังบีบนวดจนกระเด็นหล่นจากตั่ง
“พวกลื้อออกไปให้หมด”
พวกสาวๆวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น เสี่ยกวงตาปรือฉีกยิ้มจนเห็นฟันดำปี๋มีแต่คราบเขม่าควัน
“ตาอั๊วไม่ค่อยดี เห็นไม่ถนัด ลื้อช่วยบอกลูกเลี้ยงลื้อเข้ามาใกล้ๆอั๊วหน่อย”
ชาติผลักวัลภาให้เข้าไปใกล้ๆ เสี่ยกวงรีบคว้าตัววัลภามาใกล้จนตัวติด วัลภาแสดงออกว่าสะอิดสะเอียนเสี่ยกวงอย่างเต็มที่ เมื่อเสี่ยกวงเข้ามาเบียดใกล้แล้วเอามือมาลูบหน้าลูบตาเธอ เธอจึงผลักอย่างแรง
“อย่ามาถูกตัวฉันนะ เอามือสกปรกของแกออกไป”
พูดจบวัลภาก็รีบวิ่งออกไป ชาติรีบตาม ขณะที่เสี่ยกวงหัวเราะชอบใจ
“อั๊วชอบว่ะลูกเลี้ยงลื้อคนนี้. ถูกใจอั๊วจริงๆ อากำนันปราบ”

วัลภาจะรีบวิ่งหนีออกจากโรงฝิ่น แต่เจอลูกน้องกำนันมาดักขวางทางเอาไว้ พอจะถอยออกไปอีกทาง ก็เจอเชนขวางอยู่
“หลบไป ฉันจะกลับไปฟ้องแม่ว่าพวกแกพาฉันมาทำอะไรที่นี่”
“ฟ้องเหรอ อยากฟ้องใช่มั้ย ได้”
ขาดคำ ชาติก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าวัลภาเต็มแรง
“จะฟ้องแม่อะไรว่าเหรอน้องสาว ฟ้องว่าพ่อเลี้ยงของแก พาแกมาสังเวยกามให้ไอ้แก่ขี้ยางั้นเหรอ
มันก็น่าหรอกนะ แสบซ่าหาเรื่องแบบนี้ มันก็ต้องโดนสั่งสอนให้รู้จักหยุดซ่าซะมั่ง มานี่”

จากนั้นชาติก็เตรียมจะลากวัลภากลับเข้าไปด้านใน แต่กำนันปราบออกมาห้ามไว้ก่อน


เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 4 (ต่อ)

ครูประสิทธิ์นั่งนิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จา เหมือนไม่ยอมรับรู้อะไร ตรงข้ามกับน้อย แสน และจิก ที่ร้อนใจจนนั่งไม่ติด พลางพยายามคิดหาวิธีที่จะช่วยเชนให้รอดพ้นจากการถูกแขวนคอ ในที่สุดจิกก็ทนไม่ไหว
“ครู ฉันเห็นครูเอาแต่เงียบแบบนี้ตั้งแต่กลับมาแล้ว ถึงไอ้เชนมันจะทำให้ครูไม่พอใจบ่อยๆ แต่มันก็ เลือดในอกของครูนะ”
แสนพยักหน้าเห็นด้วย
“นั่นสิ ถ้าครูไม่คิดช่วยเลย ก็เท่ากับครูจะใจไม้ไส้ระกำกับมันเกินไป”
แสนยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ครูประสิทธิ์ก็ลุกพรวดมองทุกคนด้วยสายตาเกรี้ยวกราด ก่อนที่จะเดินหน้าดุออกไป เหมือนไม่สนใจ
จากนั้นครูประสิทธิ์เข้ามาในห้องที่มีหิ้งบูชาพ่อแก่และครูบาอาจารย์ สาเหตุที่ครูประสิทธิ์เอาแต่เงียบ ไม่พูดไม่จา เพราะพยายามจะหาทางช่วยลูกชายนั่นเอง
“ไอ้เชน ข้าเตือนเอ็งแล้ว เตือนมาตลอดแต่เอ็งไม่เคยฟังพ่อเลย โธ่เว้ย”
ครูประสิทธิ์กำหมัดแน่น น้ำตาคลอ ด้วยความสงสารลูก จนเกินที่จะทนกักเก็บน้ำตาไว้ได้
ในที่สุดก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว พลางปรายตามองที่พ่อแก่และครูบาอาจารย์ที่เคารพ

กำนันปราบ กับชาติ พาตัววัลภากลับเข้ามาในบ้าน ลำดวนรีบเดินออกมารับ
“เป็นยังไงบ้างจ๊ะพี่กำนัน วัลภามันไปพยศใส่อะไรพี่รึเปล่า”
กำนันปราบหันไปมองวัลภาแล้วยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ท่าทีของวัลภาดูจะเกรงกลัว กำนันปราบกับชาติมากกว่าตอนออกไป
“ก็ไม่ได้แสดงอาการพยศอะไรใส่พ่อ ใส่พี่ชายเลยนี่ ใช่มั้ยไอ้ชาติ”
ชาติพยักหน้า แล้วรีบเสริม
“ครับ น้องสาวของผมคนนี้ ทำตัวน่ารักมาก เชื่อฟังทุกคำสั่งสอนของพ่อกับพี่ชายทุกคำ”
“จริงเหรอวัลภา”
วัลภามองแม่น้ำตาคลอ แต่ก็พูดอะไรไม่ออก พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่หน้าโรงฝิ่น ตอนที่กำนันปราบออกมาห้ามชาติ ที่กำลังจะพาตัวเธอกลับเข้าไปด้านใน
“ทำไมล่ะพ่อ ก็เห็นท่าทางเสี่ยกวงถูกใจมันอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“ถูกใจน่ะใช่ แต่ข้ายังไม่ส่งนังตัวแสบนี่ไปสังเวยกามไอ้เสี่ยขี้ยามันตอนนี้หรอก”
“ทำไมล่ะพ่อ” ชาติข้องใจ “สั่งสอนมันซะ กลับไปมันจะได้ไม่กล้าหืออีก”
กำนันปราบ ส่ายหน้าเบาๆ
“อย่าคิดทำอะไรเพื่อความสะใจอย่างเดียวสิวะไอ้ชาติ หัดคิดถึงผลประโยชน์ที่จะตามมาซะบ้าง ธุรกิจไม้ของไอ้เสี่ยกวงน่ะกำลังไปได้ดี ถ้าลูกเลี้ยงข้าได้ไปเป็นเมียตบ เมียแต่งล่ะก็ เอ็งนึกดูแล้วกัน”
“เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน”
กำนันปราบพยักหน้ารับ ชาติพอจะเข้าใจแผนการ เลยผลักวัลภาไปให้กำนันปราบ

“ทีนี้ก็เข้าใจได้แล้วนะวัลภา ชีวิตเธออยู่ในกำมือพ่อเลี้ยงคนนี้แล้ว การที่เธอพยศทำให้ฉันต้องเสียหน้า นั่นหมายความว่าเธอต้องเสียทุกอย่างมากกว่าฉันอีก เข้าใจมั้ย”

กำนันปราบยื่นมือไปบีบเบาๆที่บ่าของวัลภาจนเธอสะดุ้งเฮือก
“ตอนนี้เราก็เหมือนคนครอบครัวเดียวกันแล้ว มีอะไรก็ปรึกษาพ่อปรึกษาพี่ได้นะวัลภา”
วัลภาหน้าเสีย “ฉันขอตัวก่อนนะ”
วัลภารีบปัดมือกำนันปราบแล้วเดินออกไปทันที ลำดวนมองตามด้วยความไม่พอใจ จากนั้นก็หันมาถามกำนันปราบ
“ว่าแต่ พี่กำนันพาวัลภาไปไหนมาเหรอ
“ก็แค่พาไปเปิดหูเปิดตา ไปแนะนำให้รู้จักเพื่อนๆของฉัน”
“มีเพื่อนพ่อคนนึงเขาสนใจวัลภาด้วยนะครับ” ชาติรีบเสริม
“จริงเหรอจ๊ะ ถ้ามีคนสนใจนังม้าดีดกะโหลกนี่ล่ะก็ พี่กำนันช่วยติดต่อเขาให้ด้วยแล้วกันนะ ฉันจะได้หมดห่วง”
วัลภาที่แอบฟังอยู่ ได้ยินคำพูดของแม่กับกำนันปราบ ก็ยิ่งเครียด พลางเริ่มคิดตัดสินใจอะไรบางอย่าง

เอื้อมเดือนหิ้วกระเป๋ายา ออกจากบ้านพัก กำลังจะปิดประตู แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเพลิงยืนรออยู่ หน้าบ้าน
“ค่ำมืดแล้ว คุณหมอจะออกไปตรวจเยี่ยมคนไข้อีกเหรอ”
เอื้อมเดือนไม่ตอบ แต่กลับย้อนถาม
“รู้เรื่องนายเชนที่ถูกจับล่ามรอเวลาแขวนคอพรุ่งนี้แล้วใช่มั้ย ฉันว่าจะไปดูนายเชนหน่อย ได้ยินติ๋ม บอกว่าโดนซ้อมหนัก”
เอื้อมดือนจะเดินออกไป แต่เพลิงเข้าไปคว้าแขนเอาไว้
“ผมว่าอย่าเลยดีกว่า คุณหมอกำลังหาเรื่องใส่ตัว”
เอื้อมเดือนมองหน้าแล้วแกะมือเพลิง
“ฉันก็คงเหมือนนายล่ะมั้ง ที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว”
พูดจบก็เดินออกไป เพลิงมองตามสีหน้าเป็นห่วง

เพลิงเดินตามเอื้อมเดือนมาที่รถมอเตอร์ไซค์คันเล็กๆ ที่เธอไว้ใช้สัญจรในหมู่บ้าน
“เดี๋ยวสิครับคุณหมอ ผมไม่เหมือนกับคุณหมอนะครับ ผมพยายามเลี่ยงไม่ให้มีเรื่องทุกครั้ง แต่เรื่องก็ยังมาหาผมอยู่ดี”
“งั้นฉันก็ขอบอกนายว่า ฉันไม่ได้ชอบหาเรื่อง แต่ฉันคิดเสมอว่าฉันเดินหน้าทำสิ่งดีๆ ไม่เป็นพวกเฉยชา กับปัญหาคิดว่าไม่ใช่ธุระของตัวเองมากกว่า เอาอย่างนี้แล้วกัน ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันตัดสินใจมันถูกหรือผิด แต่เพราะ ฉันมองเห็นความดีในตัวเธอ ระหว่างที่เธออยู่ที่นี่ ฉันอยากจะลองใช้ความยุติธรรมให้โอกาสเธอ ได้พิสูจน์ตัวเอง
แต่ฉันจะจับตาดูเธอตลอดเวลา ถ้ามีเรื่องอะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอเป็นอย่างที่พี่ชายฉันกล่าวหา ต่อให้เธอหนีไปสุดหล้า ฉันก็จะช่วยพี่ชายฉันตามล่าเธอให้ติดคุกหัวโตเลย”
เพลิงรีบเข้าไปจับมือเอื้อมเดือนมากุม
“ผมสัญญาเลยครับ ชีวิตผม น้อยคนนักที่จะให้โอกาส เพราะฉะนั้นผมจะไม่ทำให้คุณหมอต้องผิดหวัง ในตัวผมแน่นอน”
เพลิงลืมตัวบีบมือเอื้อมเดือนแน่นด้วยความดีใจ เอื้อมเดือนเอง ก็รู้สึกใจเต้นตึกตักที่ถูกเพลิงจับมือ

เชนถูกจับล่ามมัดมือห้อยขาลากพื้นอยู่กับเสาไม้ที่พวกไอ้เชิดทำไว้ ที่ลานหมู่บ้าน ใบหน้าถูกซ้อมจนหน้ายับเยิน ทันใดไอ้เชิดก็เอาถังน้ำมาสาดใส่หน้า
“ไม่ใช่เวลามานอนหลับสบายของเอ็งนะเว้ยไอ้เชน”
เชนจ้องพวกมันเขม็ง “ถ้าข้ารอดไปได้ล่ะก็ พวกแกโดนเช็คบิลแน่”
ไอ้เชิดหัวเราะลั่น

“รอดเหรอ เอ็งจะรอดไปได้ยังไงวะ พรุ่งนี้พอตะวันขึ้นตรงกบาล เอ็งก็จะถูกจับแขวนคอห้อยต่องแต่ง เป็นลูกมะม่วงแล้ว สะใจเป็นบ้าเลยเว้ย”

จู่ๆ น้ำค้างกับน้อยก็เดินเข้ามา
“พี่เชิดจ๊ะ
ไอ้เชิดพร้อมพวกลูกน้องชะงัก“น้องน้ำค้าง ยามราตรีคนสวย มีธุระอะไรกับพี่เหรอจ๊ะ ไม่ต้องบอก ก็รู้ว่าน้องอยากจะมาเยี่ยมไอ้เชน เสียใจนะจ๊ะ พี่ให้น้องเข้าใกล้ไอ้เชนไม่ได้หรอก เดี๋ยวพี่ชาติมาเห็นเข้าพวกพี่จะซวย”
“ขอแค่เอาน้ำเอาข้าวเอาปลาเอาน้ำเอาท่าให้เชนกินหน่อยไม่ได้เหรอ”
น้อยมองด้วยสายตาวิงวอน
“อีป้า ขนาดสาวสวยอึ๋มๆ มาขอร้องข้ายังไม่ยอม แล้วทั้งดำทั้งแก่อย่างแกเนี่ยนะ ไม่ถีบ โครมให้หน้าทิ่ม ขี้วัวก็บุญเท่าไหร่แล้ว”
พวกไอ้เชิดหัวเราะชอบใจที่ยั่วโมโหจนน้อยโกรธจัด น้ำค้างสะกิดน้อยให้ใจเย็นๆ
“ นึกอยู่แล้วว่าพวกมันต้องแบบนี้ เดี๋ยวฉันจัดการตามแผนเอง”
น้อยพยักหน้ารับ น้ำค้างหันกลับไปทางไอ้เชิด
“พี่เชิดจ๊ะ ฉันก็แค่อยากเยี่ยมพี่เชน ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นจริงๆ เอาอย่างนี้แล้วกัน ฉันเองก็ไม่มีอะไร จะตอบแทนพี่ พวกพี่อยู่แบบนี้คงเบื่อแย่ ฉันจะเต้นจ้ำบ๊ะให้ดูมั้ย”
พวกไอ้เชิดหูผึ่ง พลางหันมามองหน้ากันแล้วพยักหน้า น้ำค้างยิ้มยั่วแล้วดีดนิ้ว พร้อมๆ กับที่น้อยขยับลูกคอ

อีกด้านหนึ่งจิกกับแสนแอบซุ่มอยู่ห่างออกมา เห็นน้ำค้างกำลังเต้นยั่วเพื่อดึงดูดความสนใจพวกมัน จากทั้งคู่ก็ชักปืนออกมา หน้าตาเอาจริงพร้อมลุย แต่ระหว่างนั้น ชาติกับไอ้ตุ่นและลูกน้อง ที่เข้ามาข้างหลัง ก็ยกปืนส่อง ไปที่จิกกับแสน

ระหว่างที่น้อยร้องเพลงให้น้ำค้างเต้นโยก แอ่นอก กระเด้งก้นหน้าหลังด้วยลีลาที่ยั่วยวน จนไอ้เชิดกับพวกเคลิ้ม เสียงปืนก็ดังขึ้น ก่อนที่ชาติกับไอ้ตุ่นและพวกลูกน้อง จะลากคอจิกกับแสนเข้ามา
“เกือบไปแล้วมั้ย ถ้าข้าไม่เข้ามาดูความเรียบร้อย ป่านนี้พวกเอ็งได้โดนพวกมันหยามหน้า ให้เสีย หมาไปแล้ว”
น้ำค้างหน้าซีด
“พี่น้อย ความแตกแล้ว ฉันว่าฉันถอยดีกว่า”
น้ำค้างกำลังจะถอยตัวออกมา แต่เจอไอ้ตุ่นโผล่มาขวางไว้
“จะไปไหนจ๊ะน้องน้ำค้าง สำหรับน้องน่ะ ไม่ต้องกลัวหรอกว่าพวกพี่จะทำอะไร ยังไงซะ พวกพี่ก็ ยังอยากดูน้องเต้นจ้ำบ๊ะ ส่วนพวกมันน่ะ พี่ชาติเขาเตรียมจัดการไว้แล้ว”
“ไอ้แสน ไอ้จิก พวกเอ็งอยากลูบคมพวกข้า เพราะฉะนั้นพวกเอ็งโดนหนักแน่”
ชาติยิ้มร้าย พลางพยักหน้าสั่งพวกลูกน้องที่คุมตัวจิกกับแสน ให้ผลักสองคนลงพื้น ก่อนที่พวกมันทั้งหมดก็กรูกันเข้าไปรุมสหบาทากระทืบใส่ไม่ยั้ง
เชนที่ถูกจับมัดเห็นจิกกับแสนถูกรุมกระทืบก็แทบบ้าคลั่ง
“ปล่อยพวกน้าของข้านะเว้ย อยากกระทืบก็มากระทืบข้า มาสิเว้ย”
ทันใดนั้นเสียงเพลิงก็ดังเข้ามา
“หยุดเดี๋ยวนี้ บอกให้หยุด”

ชาติกับทุกคนหันไป ก็เห็นเพลิงเข้ามาพร้อมกับหมอเอื้อมเดือน
 



ทางด้านวัลภา ที่นั่งกอดเข่าหน้าเครียดอยู่บนเตียง พอเนื้อทองเปิดประตูเข้ามา ทั้งสองคนก็โปเข้ากอดกัน น้ำตาอาบแก้ม
“ฉันขอโทษเนื้อทอง ฉันขอโทษ”
เนื้อทองส่ายหน้า
“เธอไม่ต้องขอโทษฉันหรอกวัลภา มันเป็นเวรเป็นกรรมของฉันเอง พระท่านถึงได้ว่าหนีอะไรก็หนีได้ แต่หนีเวรหนีกรรม มันหนีไม่พ้น”
วัลภามองเนื้อทองด้วยความสงสาร
“เธอรู้เรื่องที่จะเกิดขึ้นกับเชนแล้วใช่มั้ย”
วัลภาพยักหน้า แล้วพูดต่อ “พรุ่งนี้เที่ยง”
“เชนจะถูกพวกมันจับแขวนคอ วัลภา ฉันไม่มีค่าพอสำหรับเชนอีกแล้ว มีก็แต่เธอเท่านั้นนะที่ช่วย เชนได้”
วัลภาถอนหายใจ
“ฉันยังช่วยตัวเองไม่ได้เลย แล้วฉันจะช่วยเชนได้ยังไง”
เนื้อทองน้ำตาไหลอาบแก้มทรุดนั่งลงที่เตียง ด้วยความเสียใจ วัลภามองเนื้อทองแล้วหน้าเครียดคิดหนัก

“นี่แกอีกแล้วเหรอ ยังมาป้วนเปี้ยนอะไรอยู่ที่นี่อีก”
ชาติจ้องหน้าเพลิงเขม็ง
“เขาเป็นเพื่อนฉัน”
ชาติมองเอื้อมเดือนอย่างสนใจหัวจดเท้า
“แล้วเธอล่ะ อย่าบอกนะ ว่านี่คือหมอคนใหม่ของผาปืนแตก”
“ใช่ ฉันเอื้อมเดือน คุณทำอย่างนี้ไม่ถูก ฉันมีหน้าที่รักษา เห็นคนกำลังเจ็บ ฉันจะปล่อยไปได้ยังไง”
ชาติยักไหล่
“พูดดีๆไม่ฟัง อยากพูดกับลูกปืนมั้ยล่ะหมอคนสวย”
พูดพลางชักปืนออกขู่ เอื้อมเดือนตกใจ แต่เพลิงรีบเข้าไปขวางทางปืนที่ชาติจ่อขู่ “เก็บปืนไปเถอะ แล้วคุยกันอย่างสันติดีกว่า อย่างน้อยฉันก็เป็นคนจับตัวไอ้หมอนั่นได้ ไม่งั้นแกก็คง จะไม่ได้ตัวมันมาหรอก จริงมั้ย”
ชาติมองเพลิง แล้วยิ้มมุมปาก “แกจะต่อรองอะไร”
เพลิงมองไปที่เชน แล้วมองมาที่จิกกับแสนที่ถูกกระทืบจนะบักสะบอม
“หยุดทำร้ายสองคนนี้ แล้วให้หมอกับฉันพาพวกเขาออกไป”
ชาติแสยะยิ้ม
“แกเพิ่งจะมาอาศัยแผ่นดินของพวกฉันอยู่ แบบนี้จะขอมากไปรึเปล่า”
“ไม่น่าจะมากไปนะ กับรางวัลที่ช่วยจับไอ้หมอนั่นมาได้ ขอกันดีๆจะได้จบกันง่ายๆ”
ชาตินิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้พวกลูกน้องปล่อยจิกกับแสน
“รีบๆไสหัวกันไปได้แล้ว อ้อ! แล้วพรุ่งนี้เที่ยงก็อย่าลืมมาดูไอ้เชนถูกแขวนคอด้วยล่ะ”
“น้าน้อย รีบพาน้าจิกกับน้าแสนไปเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน ฝากบอกพ่อด้วยว่า ฉันขอโทษ”

น้อยน้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสารเชน ก่อนจะจำใจพาแสนกับจิกออกไป ชาติมองตามยิ้มเยาะสะใจ


จบตอนที่ 4 
กำลังโหลดความคิดเห็น...