xs
xsm
sm
md
lg

นางกลางไฟ ตอนที่ 18

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


นางกลางไฟ ตอนที่ 18

ตะวันฉายทั้งเจ็บทั้งน้อยใจ ก้าวพรวดเข้ามาในห้อง เปิดกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ คว้าข้าวของในตู้รวบใส่ เธอสั่งเสียงสะอื้น

"กล้วย เก็บของให้หมด เราจะไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"
กล้วยอุ้มสายฟ้าตามหลังเข้ามา รีบวางเด็กลงบนเตียง แล้วรีบเก็บของตามคำสั่ง
"คุณตะวัน แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกันคะ"
ตะวันชะงักอึ้งคิดอะไรไม่ออก น้ำตาไหลพราก
"ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าคุณวัชเขารังเกียจชั้นกับลูกถึงกับไล่ตะเพิดขนาดนี้ ชั้นคงไม่หน้าทนอยู่ที่นี่ต่อไปหรอก"
สายฟ้าร้องไห้จ้าขึ้นมา ตะวันฉายอุ้มมากอดไว้แนบอกสงสารลูกจับใจ กล้วยพลอยกลุ้มไปด้วย

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เธอน้อยใจสุด ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง จนกระทั่งสุนทรีย์เองก็หมดความอดทน
"ตะวันเองนั่นแหละที่เป็นคนเริ่มทุกอย่าง เพราะอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่เพราะทิฐิที่เคยมี เลยทำเหตุการณ์ลงเอยอย่างนี้ เพราะฉะนั้นจะมายอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้"
"แต่ว่าชีวิตนี้ไม่เหลือใครอีกแล้ว"

สุนทรีย์เดินนำเข้ามา นิคมช่วยหิ้วถุงกับข้าวตามหลังมาวางบนโต๊ะ
"แหม โชคดีจริงๆที่นิคมขับรถผ่านมาหน้าตลาดพอดี ไม่อย่างนั้นแม่คงต้องยืนรอรถจนเย็นแน่ แถมยังมีน้ำใจมาส่งถึงบ้านอีกดูซิ ขอบใจมากนะจ๊ะ"
"ไม่เป็นไรครับ ผมจะได้ถือโอกาสมาเล่นกับหลานด้วย"
"งั้นเดี๋ยวแม่เลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนก็แล้วกันนะ"
ซูซี่โผล่เข้ามาได้จังหวะ ชิงตอบแทนนิคม
"ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ สวัสดีค่ะคุณป้า สวัสดีค่ะคุณคม แหม ลาภปากนังซูซี่อีกแล้ว มาถึงก็จะได้ชิมฝีมือคุณป้าเลย เผื่อซูซี่ที่นึงนะคะคุณป้าขา"
สุนทรีย์ยิ้มเอ็นดู ซูซี่เข้ามากระแซะนิคมแทะเล็ม นิคมยิ้มขำ
กล้วยขนข้าวของพะรุงพะรังลงบันไดมา ตะวันอุ้มสายฟ้าตามหลัง หน้าเศร้า ทุกคนหันมองตกใจ
"ตะวัน นั่นขนของจะไปไหนกัน เกิดอะไรขึ้นลูก"
ตะวันฉายชะงักอึ้ง กล้วยได้ทีรีบฟ้อง
"ก็คุณธวัชน่ะสิคะมาโวยวายหาว่าคุณตะวัน เอ่อ มีอะไรกับคุณวาทิน แล้วก็ไล่คุณตะวันออกจากบ้านด้วยค่ะ"
"ไอ้วัช มันเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกล่ะเนี่ย"
"สงสัยคงโดนยัยคุณดาเป่าหูมาอีกแหงๆ นังพวกนี้มันจ้องหาเรื่องไม่เว้นวันเลยนะ"
สุนทรีย์สั่งเสียงเข้ม
"ตะวัน ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น"
"คุณป้าคะ แต่ว่าคุณวัชเขา…"
"ตาวัชจะพูดยังไงก็เรื่องของเขา แต่ชั้นเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ ชั้นไม่ยอมให้เธอพาหลานของชั้นออกไปเร่ร่อนแน่ เธอก็รู้นี่ว่าตอนนี้ตาวัชไม่ใช่คนเดิม อย่าเก็บเอาคำพูดของเขามาเป็นอารมณ์จะดีกว่า"
"คุณป้าคะ ถึงตะวันจะรักคุณวัช แต่ถ้าต้องโดนพูดจาดูถูกจนถึงขั้นไล่ออกจากชีวิตแบบนี้ ยังไงตะวันก็คงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าคุณวัชรู้ว่าตะวันยังไม่ย้ายออกไปละก็ เค้าต้องตามมาหาเรื่องอีกแน่ ตะวันสัญญาค่ะว่าจะพาลูกมาหาคุณป้าบ่อยๆ ขอบคุณคุณป้ามากนะคะที่เอ็นดูตะวันกับลูกมาตลอด"
ตะวันยกมือไหว้ด้วยความซึ้งใจแล้วหันจะเดินออก ซูซี่รั้งเอาไว้
"เดี๋ยว แล้วตะวันจะไปไหน ... ไปอยู่ที่คอนโดพี่ไหม ถึงจะเล็กกระทัดรัดแต่ยินดีต้อนรับตะวันเสมอ"
"ขอบคุณมากค่ะพี่ซูซี่ แต่ตะวันมีลูกเล็ก ไหนจะกล้วยอีก พี่ซูซี่จะไม่สะดวก"
ทุกคนกลุ้มคิดหาทางออก นิคมอาสา
"ถ้าอย่างนั้น ไปพักบ้านผมก่อนไหมครับ ผมจะช่วยดูแลคุณตะวันกับลูกเอง"
"อย่าดีกว่าค่ะ ชั้นไม่อยากเป็นภาระให้คุณคม"
สุนทรีย์ต้องช่วยกล่อม
"ไปพักกับคมก็ดีเหมือนกันนะ บ้านคมก็ไม่ไกลจากที่นี่ มีอะไรจะได้ไปมาสะดวกช่วยเหลือกันทัน รู้ว่าเธอกับลูกอยู่กับคนที่ไว้ใจได้ ชั้นก็จะได้สบายใจ"
"แต่ว่า…"
"คุณตะวันไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมยินดี"
นิคมพูดอย่างจริงใจ ทุกคนมองเป็นห่วง ตะวันฉายจำต้องยอม

วันใหม่ ภายในบ้านนิคม ที่สวยร่มรื่น นิคมกับกล้วยช่วยกันยกข้าวของตะวันฉายเข้ามา เธอกับซูซี่เดินตาม โดยมีสุนทรีย์อุ้มหลานมองสำรวจตามหลัง
"บ้านคมร่มรื่นน่าอยู่จัง มือเย็นปลูกต้นไม้งามซะด้วย"
"แต่อยู่คนเดียวอย่างนี้คงเหงาแย่ ไว้ซูซี่จะมานอนเล่นเป็นเพื่อนนะคะ ไหนห้องนอนของเราคะคุณคม"
ซูซี่ทำกระเซ้าแหย่ นิคมแกล้งชี้ไปทางห้องเก็บของ
"ห้องนั้นเลยครับ"
ซูซี่เปิดออก เห็นแต่ไม้กวาดกับถังน้ำแล้วรีบปิด ทำงอน
"ว้าย คุณคมเนี่ยชอบแกล้งซูซี่อยู่เรื่อยเลย สงสัยต้องแอบรักซูซี่อยู่แน่ๆเลยค่ะคุณป้า"
ซูซี่ทำเฮฮา ทุกคนหัวเราะขำ ตะวันฉายยังนึกกังวล
นิคมยกกระเป๋าตะวันฉายเข้าไปวางในห้องนอนใหญ่ ทุกคนเดินตามเข้ามาสำรวจ
"ปกติผมอยู่คนเดียวก็เลยชอบไปนอนห้องเล็ก ส่วนห้องใหญ่นี่เอาไว้รับแขกหรือเวลาเพื่อนมานอนค้าง คุณตะวันกับลูกแล้วก็กล้วยนอนห้องนี้ได้ตามสบายเลยนะครับ"
"กล้วยนอนที่ไหนก็ได้ค่ะ ส่วนเรื่องงานบ้าน คุณคมไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวกล้วยจัดการเอง"
สุนทรีย์เอ่ยปากขอบคุณ
"ขอบใจมากเลยนะตาคม แม่ฝากดูแลตะวันกับสายฟ้าด้วยนะ"
"ไม่ต้องเป็นห่วงครับ คุณตะวันก็เป็นเพื่อนผม แถมยังเป็นภรรยาของเพื่อนรักอีกต่างหาก ผมยินดีช่วยด้วยความเต็มใจครับ"
"หล่อ สปอร์ต ใจดี ไม่มีแฟนอย่างนี้ ฟ้าส่งมาเพื่อซูซี่แท้ๆ"
ซูซี่มองนิคมหมั่นเขี้ยว ตะวันเริ่มยิ้มออกมองที่อยู่ใหม่นึกโล่งใจ
"ขอบคุณอีกครั้งนะคะ แต่ชั้นคงรบกวนคุณคมไม่นาน ถ้าหาที่อยู่ได้เมื่อไหร่ ชั้นจะรีบย้ายออกไปทันทีค่ะ"
"คุณตะวันไม่ต้องเกรงใจผมนะครับ คุณอยู่ที่นี่นานแค่ไหนก็ได้ ผมยินดี"
นิคมพูดอย่างจริงใจ ตะวันฉายยิ้มซึ้งใจ แล้วอุ้มลูกเดินหน้าเศร้าออกไป

ธวัชนั่งเหม่ออยู่ในสวน ดวงสุดาถือกาแฟเข้ามาวางแล้วนั่งลงข้างๆ
"คิดอะไรอยู่คะวัช ท่าทางเครียดเชียว"
ธวัชโอบดวงสุดา กลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง
"ใครบอกล่ะ ผมกำลังสบายใจต่างหาก คุณรู้ไหม ผมไล่ตะวันออกจากบ้านไปแล้วนะ"
ดวงสุดาแอบยิ้มสะใจ แต่ทำเป็นตกใจ
"อะไรนะคะ วัชไล่นังตะวันออกจากบ้านแล้ว"
"ครับ ต่อไปนี้ผู้หญิงคนนั้นจะไม่มาวุ่นวายกับชีวิตของเราอีก"
ดวงสุดาทำเป็นเห็นใจ
"แต่ว่า วัชทำรุนแรงเกินไปหรือเปล่าคะ แล้วอย่างนี้ตะวันกับลูกจะไปอยู่ที่ไหนล่ะคะ"
"ก็อยู่ที่บ้านผมไง"
ดวงสุดากับธวัชหันไปตามเสียง นิคมถือแฟ้มเอกสารเดินเข้ามา
"คุณนิคม"
ดวงสุดาสีหน้าขัดใจ

ธวัชเปิดฉากโวยใส่นิคมทันที
"ไอ้คม เมื่อกี๊แกบอกว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่บ้านแกงั้นหรอ แกไปช่วยเค้าทำไม"
เนียมถือถาดเข้ามาเสิร์ฟน้ำแล้วรีบถอยออกไป
"ชั้นทนเห็นคุณตะวันกับลูกไม่มีที่ซุกหัวนอนไม่ได้หรอก แกไล่ส่งลูกเมียตัวเองอย่างนั้นได้ยังไง ลูกแกก็ยังเล็ก ไม่สงสารพวกเขาบ้างหรอ แกนี่มันใจดำจริงๆ"
ดำรงเดินผ่านมาได้ยิน รีบเดินเข้าไปแอบฟังที่มุมหนึ่ง
ดวงสุดาร้อนตัวเหมือนโดนว่ากระแทก
"คุณนิคมคงไม่รู้สินะคะว่าผู้หญิงคนนั้นน่ะร้ายกาจแค่ไหน"
"ใช่ แกรู้ไหม ตอนอยู่ที่กาญจน์เค้าแอบไปพลอดรักกับคุณพ่อแล้วก็คุณวาทินลับหลังชั้น ผู้หญิงเลวๆแบบนี้ ไม่ควรเข้ามาในชีวิตชั้นด้วยซ้ำไป"
"ชั้นว่าแกคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ คุณตะวันน่ะเค้ารักแกคนเดียว เค้าไม่มีทางทำอย่างงั้นกับผู้ชายอื่นแน่นอน"
"แหม ถึงกับแก้ตัวให้กันขนาดนี้ อย่าบอกนะคะว่าหลงเสน่ห์แม่นั่นเข้าอีกคน"
ดำรงหูผึ่ง รีบขยับเข้าไปฟัง ธวัชนึกระแวงนิคม
"คุณดาครับ ผมกับวัชเป็นเพื่อนรักกันมานาน ความคิดต่ำๆแบบนั้นไม่เคยอยู่ในหัวผมหรอกครับ"
ดวงสุดาโดนนิคมเหน็บคืนถึงกับชะงัก
"ดาล้อเล่นน่ะค่ะ ไม่เห็นต้องร้อนตัวเลย ไม่เอาละดาขอตัวไปเตรียมของว่างก่อนดีกว่า นั่งคุยกันไปก่อนนะคะ"
ธวัชหันไปหอมแก้ม ดวงสุดายิ้มเย้ยตั้งใจอวดความหวานให้นิคมเห็น แล้วเดินหลุดไป
ดวงสุดาเดินผ่านไป ดำรงหลบวูบแล้วแอบฟังต่อ
"แกรู้ตัวรึเปล่าว่าถูกคุณดาล้างสมอง จนตอนนี้แกไม่ใช่ธวัชคนเดิมอีกต่อไปแล้ว"
"ไอ้คม ระวังคำพูดหน่อย ถ้าแกมาหาชั้นเพื่อจะกล่อมให้สงสารผู้หญิงคนนั้นละก็ ชั้นบอกเลยว่าไม่สำเร็จหรอก"
ดำรงยิ้มพอใจที่ตะวันเป็นอิสระ แล้วเลี่ยงเดินหลุดไป
"ก็ไม่เชิง ชั้นก็แค่จะมาบอกให้แกรู้ว่าคุณตะวันกับลูกมาอยู่ที่บ้านชั้นชั่วคราว เผื่อแกจะคิดได้ รีบไปง้อคุณตะวันกลับมาซะ ส่วนอีกเรื่องนึง หัวหน้าอนุญาตให้แกกลับไปทำงานได้แล้ว"
ธวัชยิ้มดีใจ
"จริงเหรอวะ"

ภายในห้องทำงาน ในบ้านดวงสุดา ธวัชเปิดแฟ้มเอกสารอ่านอย่างตั้งใจ นิคมช่วยอธิบาย
"พอดีลูกค้าให้โปรเจ็กต์ใหญ่มา หัวหน้าก็เลยอยากให้แกรับผิดชอบงานนี้ ชั้นเอารายละเอียดมาให้แกศึกษาไว้ก่อน แล้วอีก2-3 วันหัวหน้าค่อยให้แกเข้าไปคุยที่ออฟฟิศ"
ธวัชกระตือรือร้นเปิดเอกสารอ่าน
"งานใหญ่ขนาดนี้ ต้องขอบคุณหัวหน้าที่ยังให้โอกาสชั้น"
"ว่าแต่แกพร้อมจะลุยงานแล้วใช่ไหม"
"เออสิวะ ชั้นอยากกลับไปทำงานจะแย่อยู่แล้ว"
ดวงสุดากับวัลลภาถืออาหารว่างเข้ามาวาง ได้ยินพอดี
"วัชจะกลับไปทำงานแล้วหรอจ๊ะ น้าดีใจด้วยนะ"
"ขอบคุณครับน้าวัล แต่หยุดไปพักใหญ่ คงต้องเคาะสนิมกันซักหน่อย"
ดวงสุดาเข้ามากอดแขนอ้อน
"แต่ดาอยากให้คุณพักผ่อนอยู่กับดามากกว่านี่คะ ไม่เห็นจะต้องรีบกลับไปทำเลย งานก็เหนื่อยเงินเดือนก็นิดเดียว สู้ไปทำกับคุณพ่อยังจะดีซะกว่า เดี๋ยวดาจัดการให้ รับรองค่ะว่าเงินเดือนมากกว่าที่นี่หลายเท่า"
"แต่ผมอยากทำงานที่ตัวเองรักมากกว่า อีกอย่าง ผมไม่อยากให้ใครมาว่าได้ว่า เข้าไปทำงานบริษัทพ่อคุณเพราะเส้น"
นิคมกระซิบชม
"แหม ดีใจจริงๆที่แกยังเหลือความเป็นตัวเองอยู่บ้าง"
"แต่ว่า"
"ปล่อยธวัชเค้าเถอะยัยดา เพราะถึงยังไงวันนึงธวัชก็ต้องมาช่วยที่บริษัทของเราอยู่ดี ตอนนี้ให้เค้าทำงานตามใจตัวเองไปก่อน"
"นั่นสิครับ ปล่อยให้ไอ้วัชมันได้ทำงานในบรรยากาศที่คุ้นเคยบ้าง เผื่อความทรงจำของมันจะฟื้นกลับมา เป็นไอ้วัชคนเดิมเร็วๆ"
นิคมตั้งใจพูดเหน็บ ดวงสุดาชักสีหน้า
"ชั้นกลัวคุณวัชจะจำได้แต่เรื่องที่ควรฝังกลบน่ะสิคะ ดาตามใจวัชก็ได้ค่ะ แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาให้ดาละก็ คุณต้องลาออกแล้วมาทำงานกับคุณพ่อนะคะ"
"ได้ครับ ดาเข้าใจผมแล้วก็น่ารักขนาดนี้ ผมจะไม่มีเวลาให้สุดที่รักของผมได้ยังไง"
ธวัชดึงดวงสุดามากอด ทั้งคู่ดูสวีต วัลลภามองชื่นใจ
"เอ่อ ชั้นขอตัวกลับก่อนดีกว่า ไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของแกน่ะ ถ้าแกสงสัยอะไรก็ถามชั้นได้ตลอดนะ ผมกลับก่อนนะครับ"
นิคมไหว้ลาวัลลภาแล้วเดินหลุดไป

ภายในรถ นิคมอดนึกห่วงธวัชกับตะวันไม่ได้
"ถ้าคุณดาตามเกาะไอ้วัชเป็นปลิงอย่างนี้ แล้วเมื่อไหร่มันจะจำเรื่องคุณตะวันกับลูกได้ซักทีวะ"
นิคมนึกอะไรได้ หยิบมือถือมากดโทร.ออก
ห้องทำงาน ธวัชยังคร่ำเคร่งนั่งดูเอกสาร เห็นเบอร์นิคมขึ้นหน้าจอ แล้วกดรับ
"ว่าไงคม"
นิคมใส่บลูทูธ
"ไอ้วัช ชั้นลืมเอาตัวอย่างดีไซน์ที่ลูกค้าอยากได้มาให้แกเลยว่ะ ไว้แกแวะไปเอาที่บ้านชั้นหน่อยก็แล้วกันนะ"
"อืม ได้ เอ่อ…บ้านแกหรอ"
นิคมพูดดักคอ
"ทำไม แกรังเกียจบ้านชั้นขนาดนั้นเลยหรอ"
"เปล่าไม่ใช่อย่างนั้น แต่ชั้นไม่อยากเจอหน้าใครบางคน"
"นี่ แกช่วยแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวหน่อยได้ไหม ได้กลับมาลุยงานทั้งที อย่าว่อกแว่กเรื่องอื่นสิวะ"
"เออๆ ก็ได้ นี่ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน ชั้นไม่มีทางไปเหยียบบ้านแกแน่ แค่นี้นะ"
ธวัชกดวาง นึกถึงตะวันฉายแล้วอารมณ์หงุดหงิด พยายามตั้งสมาธิกับงานตรงหน้า
นิคมกดวางมือถือ พูดกับตัวเอง
"ความจำเสื่อมแล้วยังจะปากแข็งอีก เดี๋ยวก็รู้ว่าแผนชั้นจะสำเร็จไหม"
นิคมยิ้มเจ้าเล่ห์ที่หาโอกาสให้ตะวันเจอกับธวัชได้

สายป่านเปิดนิตยสารบันเทิงอ่าน หยิบมะม่วงเปรี้ยวจิ้มน้ำปลาหวานกินอย่างเอร็ดอร่อย
ตะวันฉายอุ้มลูกเข้ามา กล้วยถือถุงกับข้าวพะรุงพะรังตามมา
"น้องป่าน คุณป้าอยู่หรือเปล่าจ๊ะ พี่พาสายฟ้ามาหาจ้ะ"
สายป่านดูไม่ใส่ใจ สุนทรีย์เดินออกมาพอดี ก็ยิ้มดีใจ
"สายฟ้าคิดถึงย่าใช่ไหมลูก ไหนมาให้ย่าอุ้มให้หายคิดถึงหน่อยซิ อ้าว แล้วนั่นตะวันซื้ออะไรมาเยอะแยะเลยล่ะ"
สายป่านได้กลิ่นอาหารแล้วเริ่มคลื่นไส้
สายป่านขย้อนจะอาเจียน
"กลิ่นอะไรน่ะ เหม็นชะมัดเลย"
"กับข้าวใต้กับทุเรียนของโปรดคุณป้ากับคุณป่านไงคะ"
กล้วยชูถุงทุเรียน สายป่านคลื่นไส้เต็มที่ลุกพรวดวิ่งไปอาเจียน ตะวันฉายมองตามเป็นห่วง
"น้องป่านไม่สบายหรอคะคุณป้า"
"จ้ะ เห็นบอกว่าโรคกระเพาะกำเริบ กินอะไรเข้าไปก็คลื่นไส้อาเจียนออกมาหมด ป้าเห็นเป็นมาหลายวันแล้ว ไล่ให้ไปหาหมอก็ไม่ยอม"
เสียงสายป่านอาเจียนลอดออกมา สุนทรีย์อุ้มสายฟ้าไว้จะตามไปดู ตะวันฉายอาสา
"ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า เดี๋ยวตะวันไปช่วยดูน้องป่านให้"
สุนทรีย์อุ้มสายฟ้าไปนั่งเล่นด้านนึง
"แหม แต่กินของเปรี้ยวกับโอ้กอ้ากแบบนี้ ถ้าคุณป่านไม่ได้เป็นโรคกระเพาะ กล้วยต้องนึกว่าท้องแน่เลยค่ะ" กล้วยบอกกับตะวัน

กล้วยพูดทิ้งท้ายแล้วหิ้วของเข้าครัวไป ตะวันหันมองจานมะม่วงน้ำปลาหวานแล้วนึกเอะใจ
 
อ่านต่อหน้า 2

นางกลางไฟ ตอนที่ 18 (ต่อ)

สายป่านขย้อนอาเจียนที่อ่างล้างหน้า ยืนหมดแรง ตะวันฉายตามมาดูอาการ

"น้องป่าน ไม่สบายมาหลายวันหรือยังคะ"
"ก็เกือบอาทิตย์นึงแล้ว เอาแต่อาเจียน กินอะไรก็ไม่ค่อยลง มันเหม็นไปหมดเลย"
สายป่านพูดแล้วคลื่นไส้ ตะวันเริ่มแน่ใจช่วยลูบหลัง
"แล้วมีอาการเหนื่อยง่าย หรือง่วงบ่อยๆด้วยหรือเปล่าคะ"
"ทำไมคุณรู้ล่ะ"
ตะวันฉายเลียบเคียงถาม
"พี่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนน่ะค่ะ... แล้วประจำเดือนน้องป่านมาปกติหรือเปล่าคะ"
สายป่านชะงัก
"คุณถามแบบนี้หมายความว่ายังไง"
"คือ พี่ว่าน้องป่านน่าจะไปให้หมอตรวจให้แน่ใจว่าเป็นอะไรกันแน่ เพราะถ้าไม่ใช่
โรคกระเพาะอย่างที่คิด อาการแบบนี้มันเหมือนกับตอนที่พี่…แพ้ท้องสายฟ้า"
ป่านตกใจตัวชา รีบบ่ายเบี่ยงแล้วโวยใส่
"นี่ คุณอย่ามาใส่ร้ายชั้นนะ จู่ๆก็มาสรุปเอาเองแบบนี้ แค่ชั้นคลื่นไส้อาเจียนก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องท้องแบบคุณซะหน่อย คิดจะหาพวกหรือไง"
"น้องป่านคะ พี่ไม่ได้คิดแบบนั้น แต่อาการแบบนี้มันเป็นอาการของคนท้องจริงๆ"
สายป่านยิ้มเยาะ
"ฮึ คงอยากเห็นชั้นพลาดเหมือนคุณมากสิท่า อย่าแส่เรื่องของคนอื่นจะดีกว่า อ้อ แล้วอย่าปากพล่อยเอาเรื่องนี้ไปพูดให้แม่ไม่สบายใจล่ะ แค่เรื่องคุณ แม่ชั้นก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว เรื่องของชั้น ชั้นจัดการเองได้"
"ขอโทษด้วยนะคะถ้าพี่ทำให้น้องป่านไม่พอใจ แต่พี่แค่เป็นห่วงอยากให้น้องป่านไปตรวจให้แน่ใจ จะได้ไม่ต้องเสียใจที่พลาดแบบพี่ก็เท่านั้นเอง"
ตะวันฉายเลี่ยงเดินหลุดไป ป่านอดนึกกังวลขึ้นมาไม่ได้

สายป่านสีหน้ากังวลเปิดประตูห้องนอนเข้ามา รีบหยิบปฏิทินเปิดดูแล้วนับวัน ก่อนวางปฏิทิน พร้อมความวิตกในใจ จะกดมือถือหาวาทินแต่คลื่นไส้ขย้อน แล้วลงนอนบนเตียงอย่างหมดแรง

ตะวันฉายยกอาหารเข้ามาที่โต๊ะ นิคมถือกระเป๋าทำงานเข้ามามองสำรวจบ้านอย่างทึ่ง
"คุณคมกลับมาแล้วหรอคะ"
"โอ้โห นี่บ้านผมหรอครับเนี่ย ทำไมมันสะอาดผิดหูผิดตาอย่างนี้ ผมให้คุณตะวันมาอยู่ด้วย ไม่ได้ให้มาเป็นแจ๋วนะครับ"
"ตะวันกับกล้วยช่วยกันทำแป๊บเดียวก็เสร็จค่ะ เรื่องแค่นี้เล็กน้อยมากถ้าเทียบกับน้ำใจของคุณคม ขอให้ชั้นได้ทำอะไรตอบแทนคุณบ้างเถอะนะคะ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจคุณตะวันละกันครับ"
"วันนี้ชั้นทำอาหารเย็นไว้ให้คุณคมด้วยนะคะ"
"โห น่าทานจัง แต่เอ๊ะ...เท่าที่ผมรู้ คุณตะวันทำอาหารไม่เป็นไม่ใช่เหรอครับ"
กล้วยยืนรีดเสื้อผ้าของนิคมอยู่ใกล้ๆรีบออกตัว สายฟ้านอนหลับอยู่ในเปล
"คุณตะวันให้กล้วยสอนน่ะค่ะ นี่คุณคมเป็นเหยื่อ เอ๊ย เป็นคนแรกที่ได้ชิมฝีมือคุณตะวันเลยนะคะ"
นิคมรีบวางกระเป๋าแล้วนั่งลง ตะวันฉายรีบตักข้าวให้
"ถ้าอย่างนั้นผมจะกินให้เกลี้ยงเลย จะได้ไม่เสียน้ำใจคนทำกับคนสอน"
เสียงกริ่งหน้าบ้านดัง กล้วยรีบผละงาน
"เดี๋ยวกล้วยไปเปิดให้เองค่ะ"
นิคมตักแกงจืดคำใหญ่กิน แล้วสำลักพรวดออกมา กล้วยแอบหัวเราะขำ
"ว้าย มันร้อนไปหรอคะ หรือว่า…ไม่อร่อยคะ" ตะวันฉายถาม
"เอ่อ..พูดตรงๆนะครับ ไม่ใช่ไม่อร่อยอย่างเดียว แต่รสชาติมันแย่มาก"
ตะวันหน้าจ๋อย นิคมยิ้มขำ
"ผมล้อเล่นน่ะ อร่อยมากเลยครับ พอดีเมื่อกี๊ตักคำใหญ่ไปหน่อยก็เลยสำลักน่ะครับ"
"คุณคมเนี่ย ชั้นใจหายหมด นึกว่าต้องเททิ้งทั้งหม้อซะแล้ว"
ตะวันฉายกับนิคมหัวเราะขำ กล้วยเดินเข้ามารายงาน
"เอ่อ คุณตะวันคะ มีแขกมาหาค่ะ"
ดำรงเดินเข้ามายิ้มให้พร้อมข้าวของเต็มมือ ตะวันนึกแปลกใจที่เห็น
ดำรงยื่นถุงข้าวของให้ กล้วยรับเข้าไปเก็บ
"คุณสบายดีใช่ไหมตะวัน"
"ชั้นสบายดีค่ะ แต่คุณดำรงมีธุระอะไรกับชั้นหรอคะ"
"พอผมรู้ว่าตาวัชไล่คุณออกจากบ้านก็เลยเป็นห่วง กลัวว่าคุณกับลูกจะลำบาก"
"ขอบคุณมากเลยค่ะที่เป็นห่วง แต่ชั้นกับลูกสบายดี"
"แต่ผมว่าที่นี่มันคับแคบไปหน่อย ผมสั่งให้คนไปทำความสะอาดคอนโดของผมไว้ ถ้าคุณไม่รังเกียจละก็…"
ตะวันฉายรู้ทันความหมาย รีบปฏิเสธ
"ชั้นขอบคุณในความหวังดีของคุณมากเลยนะคะ แต่ชั้นคงไม่รบกวนหรอกค่ะ"
ดำรงถือโอกาสคว้ามือเธอมากุมไว้
"ตะวัน อย่าเพิ่งปฏิเสธสิ คุณก็รู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ ผมจริงใจกับคุณจริงๆนะ ขอให้ผมได้ดูแลคุณกับลูกตลอดไปได้ไหม"
บริเวณสวน นิคมเลี่ยงไปรดน้ำต้นไม้ทางด้านนอก แต่แอบมองเข้าไปอย่างเป็นห่วง
"โอ้โห ไอ้เฒ่าหัวงูนี่ถึงกับจับไม้จับมือเลยหรอ นี่เมียของลูกเขยแกนะเว้ย"
ตะวันรีบดึงมือออก
"คุณดำรง ถึงคุณวัชเค้าจะไล่ชั้นออกจากบ้าน แต่ยังไงชั้นก็ยังรักเค้าและยังเป็นเมียของเค้าอยู่ คุณพูดแบบนี้ถือว่าไม่ให้เกียรติชั้นนะคะ"
"ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณเข้าใจผิด ทุกวันนี้ผมกับวัลเราเป็นสามีภรรยากันแต่ในนามเท่านั้น ถ้าคุณไม่สบายใจละก็ ผมจะ…"
ดำรงเกือบหลุดปากคำว่าหย่าออกมา ตะวันชิงพูดดักคอ
"คุณดำรงคะ ชั้นมั่นใจว่าชั้นไม่เคยคิดหรือทำอะไรให้คุณเข้าใจไปว่าชั้นมีใจให้คุณ คุณเลิกพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ เพราะชั้นรักคุณวัชและไม่มีวันเปลี่ยนใจไปรักใครได้อีก"
ตะวันฉายเสียงแข็ง ดำรงจำต้องถอย
"วันนี้คุณอาจจะยังไม่พร้อมเปิดใจรับใคร แต่ผมไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก ผมขอแค่มาหาคุณกับลูกอีกจะได้ไหม"
"ก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ ถ้าคุณมั่นใจว่าลูกเมียของคุณจะไม่สร้างปัญหาให้ชั้นอีก แต่สำหรับชั้นยังไงก็ยังยืนยันคำเดิมค่ะ"
นิคมมองทั้งคู่ยังนึกห่วง
"ไอ้วัชเอ๊ย เมื่อไหร่ความจำแกจะฟื้นซักทีวะ ขืนชักช้ามีหวังคุณตะวันโดนคาบไปกินแน่ๆ"

ธวัชดูมุ่งมั่น เอกสารกระจายเต็มโต๊ะ แต่เผลอคิดถึงตะวันฉายขึ้นมา หลายๆภาพของเธอแว่บเข้ามาในสมอง แล้วอาการปวดหัวก็กลับเข้ามาอีก แม้ตัวจะจดจ่อกับงาน แต่ดูไม่มีสมาธิ หงุดหงิดกับตัวเอง
ธวัชพยายามสลัดภาพในหัวทิ้ง ดวงสุดาเข้ามาโอบธวัชจากด้านหลัง
"อย่าเครียดมากนะคะวัช พักเรื่องงานไว้ก่อน แล้วไปหาอะไรอร่อยๆทานกันดีไหมคะ"
ธวัชหอมแก้มดวงสุดา แล้วกลับมาสนใจงานตรงหน้า
"ไม่ดีกว่า ผมยังอ่านรายละเอียดงานไม่หมดเลย สงสัยต้องไปให้ไอ้คมช่วยอธิบายเพิ่มซักหน่อย"
ธวัชทำฟอร์มกลบเกลื่อนแต่ลึกๆอยากไปหาตะวัน ดวงสุดานึกหวงขึ้นมาจะขัด
"ไปหาคุณคม ก็ต้องเจอกับ…"
วัลลภาแต่งตัวสวยพร้อมช้อปปิ้ง เดินเข้ามาพูดแทรก
"ดาไม่ต้องกังวลไปหรอกลูก ตาวัชกำลังมุ่งมั่นจิตใจจดจ่ออยู่แต่กับงาน เราเป็นภรรยาต้องช่วยสนับสนุนน่ะดีแล้ว"
"น้าวัล แต่ว่า"
"เดี๋ยวเราช้อปปิ้งเสร็จ ค่อยหาของบำรุงมาให้วัชเค้าดีไหมจ๊ะ... ไปเถอะน่ายัยดา นี่จะถึงเวลานัดนวดหน้าแล้วไม่ใช่หรอ"
วัลลภาพยักหน้าส่งสัญญาณ ดวงสุดาจำต้องรับมุก
"งั้นดาไปก่อนนะคะ"
ธวัชพยักหน้ารับก้มหน้าทำงานต่อ ดวงสุดดางงที่วัลลภาไม่ช่วยรั้ง
"น้าวัลคะ ทำไมไปยุส่งให้วัชไปบ้านคุณคมอย่างนั้นล่ะ น้าก็รู้นี่ว่าตอนนี้นังตะวันมันอยู่ที่นั่น เกิดวัชจำอะไรได้ขึ้นมาจะทำยังไง"
"เชื่อน้าเถอะ ตอนนี้ตาวัชเกลียดนังนั่งอย่างกับอะไรดี แถมหลงดาหัวปักหัวปำ แล้วเค้ากำลังจดจ่อกับเรื่องงาน ขืนดาไปห้ามจะกลายเป็นขัดใจเค้าเปล่าๆ พยายามทำดีเอาใจวัชเข้าไว้ ต่อให้ใครมาปั่นหัว ยังไงตาวัชก็ไม่มีทางเชื่อแน่นอน"
ดวงสุดายิ้มเห็นด้วย แต่ยังกังวล
"แต่ถ้าวัชเกิดจำอะไรได้ขึ้นมาล่ะคะ"
"รอให้ถึงตอนนั้นก่อนเถอะ น้ามั่นใจว่าเราต้องจัดการทุกอย่างได้แน่"
2 น้าหลานยิ้มสบายใจ ควงกันเดินไป

สายป่านนั่งรอวาทินอย่างกระสับกระส่าย มองนาฬิกาตลอดเวลา จนกาแฟดื่มหมดไป 3-4 แก้ว เธอกดมือถือโทร.หา
บรรดานางแบบในชุดว่ายน้ำโพสต์ท่า sexy ริมหาด วาทินกดชัตเตอร์รัว นางแบบคู่ขาเก่าแอบส่งสายตายั่วยวน วาทินละสายตาจากกล้อง เหลือบสบตากับคู่ขาเก่าอย่างเจ้าชู้
เสียงมือถือของวาทินดังไม่หยุดขัดจังหวะ
วาทินน้ำเสียงเสียงหงุดหงิดรับสาย
" ฮัลโหล"
ภายร้านกาแฟ สายป่านโวยใส่ทันที
"คุณทิน นี่มันเลยเวลานัดมาหลายชั่วโมงแล้วนะ เมื่อไหร่คุณจะมาซักที"
ทีมงานสั่งพักกอง วาทินเดินเลี่ยงมาคุย
"อ้อ ขอโทษที ผมลืมบอกว่าต้องมาถ่ายงานด่วนที่ต่างจังหวัดน่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่า ผมกำลังยุ่ง แค่นี้นะ" วาทินพูดพลางแอบมองหุ่นคู่ขา
วาทินตัดบทจะวาง สายป่านนึกระแวงรีบรั้งไว้
"เดี๋ยวก่อน คุณถ่ายแบบอยู่กับผู้หญิงหรือเปล่า อยู่ที่ไหน ชั้นจะไปหาคุณเดี๋ยวนี้"
วาทินเสียงดังกลบเกลื่อน
"นี่สายป่าน พูดไม่รู้เรื่องหรอว่าผมทำงานอยู่ อีก 2-3วันถึงจะกลับ อย่าทำหึงไม่เข้าเรื่องน่า"
"แต่ชั้นมีเรื่องสำคัญจะปรึกษา ชั้น…"
สายปานไม่กล้าพูดกลัวคนในร้านได้ยิน
ฝ่ายนางแบบคู่ขาแกล้งหยิบซันบล็อกลูบไล้ไปตามขา วาทินมองไม่วางตา แล้วทำฟอร์มไม่ได้ยินสายป่าน
"ฮัลโหลสายป่าน ฮัลโหล ...ที่นี่สัญญาณไม่ค่อยดี ไว้เสร็จงานแล้วผมจะรีบโทรหาละกันนะ"
วาทินตัดสาย สายป่านรั้งไม่ทัน
"คุณทินเดี๋ยว ฮัลโหล…ฮัลโหล"
ป่านนึกกลุ้ม ไม่รู้จะทำยังไงดี
นางแบบคู่ขาแอบกระหยิ่มขำมุกเอาตัวรอดของวาทิน
"แย่หน่อยนะคะที่ต้องเจอผู้หญิงประเภทตามจิกน่ะ แฟนหรือว่าเมียโทร.มาคะ"
"ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่างครับ ทำไม หึงผมหรอ"
นางแบบหัวเราะ
"ชั้นมีสิทธิ์หึงคุณด้วยหรอคะ"
วาทินขยับเข้ามาใกล้ มือไล้ไปตามผิวเนียนของนางแบบ
"มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของเราขึ้นมาหรือเปล่า"
นางแบบกระซิบข้างหูอย่างยั่วยวน
"ถ้าอย่างนั้น คืนนี้เราค่อยดื่มกันไปคุยกันไป…ที่ห้องชั้น ดีไหมคะ"
วาทินกับนางแบบมองจ้องกันแทบอดใจไม่ไหว เสียงทีมงานเรียกขัดจังหวะ
"ทุกคนพร้อมถ่ายต่อได้เลยนะคะ"
วาทินกับนางแบบจำต้องผละออกจากกัน นางแบบลุก วาทินจับมือไว้แล้วจับมือมาจูบอย่างนุ่มนวล
"แล้วคืนนี้เจอกันนะครับ"
นางแบบยิ้มทิ้งสายตาเดินนวยนาดไป วาทินมองตามอย่างเจ้าชู้ หวังว่าคืนนี้จะเผด็จศึกเต็มที่

มะปรางเดินเล่นในห้าง เสียงมือถือดัง เห็นชื่อตะวันฉายโชว์หน้าจอ เธอกดรับหน้าเซ็ง แต่ทำเสียงสดชื่น
"ฮัลโหล ตะวันหรอ ชั้นกำลังคิดถึงแกอยู่พอดี"
ภายในสวน บ้านนิคม ตะวันอุ้มสายฟ้าเดินเล่น
"ชั้นก็เหมือนกัน ชั้นจะโทร.มาบอกแกว่า ตอนนี้ชั้นมาอาศัยบ้านคุณคมอยู่ชั่วคราวนะ ชั้นกลัวแกแวะไปหาที่บ้านคุณวัชแล้วไม่เจอน่ะ"
"อ้าว ทำไมล่ะ แกทะเลาะกับคุณป้าหรอ"
มะปรางนึกดีใจ ตะวันเสียงเศร้า
"เปล่า แต่คุณวัชเค้าเข้าใจชั้นผิดเรื่องคุณทินกับคุณดำรง ก็เลยไล่ชั้นออกจากบ้านน่ะ"
มะปรางแอบหัวเราะทำหน้าสะใจ แล้วแอ๊บทำเสียงเศร้า
"จริงหรอแก อย่างนี้แกกับคุณวัชก็ยิ่งห่างกันออกไปทุกทีน่ะสิ แต่แกอย่าคิดสั้นล่ะ ชีวิตคนเรามันก็แบบนี้แหละ มีขึ้น แล้วก็มีลง"
มะปรางได้ทีแอบพูดเหน็บเต็มที่ ตะวันฉายกลับคิดว่าเพื่อนเป็นห่วง
"ขอบใจนะมะปรางที่เป็นห่วงชั้น แกเป็นเพื่อนรักของชั้นจริงๆ"
"เพื่อนรักกันมันก็ต้องจริงใจต่อกันแบบนี้แหละ แล้วชั้นจะแวะไปหานะ"
มะปรางกดวาง ยิ้มเยาะที่ตะวันฉายไม่รู้เรื่อง
"นังโง่ ชั้นขอให้ชีวิตแกตกต่ำลงไปเรื่อยๆแบบนี้แหละ สะใจจริงๆ อย่างนี้มันต้องหาเจ้ามือพาไปฉลองซักหน่อย"
มะปรางกดโทร.หาดำรงแต่ไม่รับสาย ก็อดหงุดหงิดไม่ได้
"ไม่รับสาย ไม่ว่างหรือพาอีหนูที่ไหนไปช้อปเนี่ย"
มะปรางพูดไม่ทันขาดคำ แล้วชะงักค้าง เห็นดำรงถือถุงของเล่นเด็กเดินผ่านไป
"คุณดำรง!"
มะปรางมองกราดหาอีหนูอย่างเอาเรื่อง ดำรงลงบันไดเลื่อนผ่านไป
"หนอย โทร.ไปเท่าไหร่ก็ไม่รับ แอบมาซื้อของให้ใครเนี่ย อย่าให้รู้นะว่าแอบมีลูกกับ
อีหนูที่ไหน ชั้นไม่ปล่อยมันไว้แน่"
มะปรางรีบสะกดรอยตามไปห่างๆ

มะปรางขับรถตามหลัง โดยที่ดำรงไม่รู้ตัวว่า ถูกตาม จนรถเลี้ยวรถเข้าหมู่บ้านไป มะปรางรีบเลี้ยวตาม แล้วนึกสงสัย
"คุณดำรงมาทำอะไรแถวนี้ ... นี่มันหมู่บ้านที่คุณนิคมอยู่นี่"
ดำรงเลี้ยวเข้าซอยข้างหน้าแล้วหายไป มะปรางตามไม่ทันคลาดกับดำรง แล้วจอดหันมองหา
"โธ่เอ๊ย คลาดกันจนได้ หรือว่า…ไอ้แก่มันจะมาติดพันนังตะวันอีกคน"
มะปรางใส่เกียร์รีบขับออกไปอย่างเร็วด้วยความหึง

ธวัชหอบเอกสารเข้ามาวางบนโต๊ะ ในบ้านนิคม
ภายในสวน ตะวันฉายกับกล้วยนั่งเล่นกับสายฟ้าอย่างมีความสุข ธวัชมองออกไปแล้วรู้สึกอบอุ่นในใจ นิคมเดินเข้ามาเห็นก็แอบยิ้ม
"ถ้าแกคิดถึงคุณตะวันกับลูก ทำไมไม่รับเค้ากลับไปอยู่กับแกวะ"
" แกเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ที่ชั้นมาเนี่ยเพราะจะคุยกับแกเรื่องงาน"
"อ๋อหรอ งั้นก็ช่วยสนใจงานข้างหน้าหน่อย ชั้นเห็นแกเอาแต่มองออกไปข้างนอก"
ดำรงถือถุงของเล่นเข้ามายื่นให้ ตะวันดูลำบากใจแล้วยกมือไหว้ขอบคุณ
ธวัชกับนิคมชะงักอึ้ง
"แหม พ่อตานายนี่เช้าถึงเย็นถึง ขนาดคุณตะวันไม่สน ยังตามตื๊อไม่ยอมเลิกเลย"
ธวัชนึกหวง
"ของแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก ถ้าผู้หญิงไม่คอยให้ท่า"
"แกนี่มันเอาแต่ดูถูกเมียตัวเอง ทำไมไม่เชื่อใจคุณตะวันเค้าบ้าง"
"ก็เพราะชั้นเห็นกับตาตัวเองแล้วไงว่าผู้หญิงคนนี้ไร้ค่าแค่ไหน"

ธวัชมองตะวันฉายกับดำรงอย่างรังเกียจ แล้วเปิดเอกสารทำไม่สน นิคมเหนื่อยใจไม่รู้จะช่วยยังไง
 
อ่านต่อหน้า 3

นางกลางไฟ ตอนที่ 18 (ต่อ)

ดำรงนั่งเล่นกับสายฟ้า ตะวันฉายสบตากับกล้วยดูไม่สบายใจ

"เอ่อ คุณดำรงคะ ที่คุณมาวันนี้มีธุระอะไรกับชั้นหรือเปล่า"
"แหม คุณถามแบบนี้ผมก็น้อยใจแย่สิ ผมอยากมาหาคุณบ้างไม่ได้หรอ"
"ชั้นบอกแล้วไงคะว่ายังไงชั้นก็จะรอพ่อของสายฟ้าจนกว่าเค้าจะกลับมาเป็นคนเดิม แต่ถ้าไม่มีวันนั้น ชั้นก็จะขออยู่กับลูกไม่มีใครอีกตลอดชีวิต"
ดำรงยังตื๊อ
"งั้นผมก็จะรอจนกว่าคุณจะเปิดใจเหมือนกัน"
"อย่าเสียเวลากับชั้นเลยค่ะ ชั้นไม่อยากถูกตราหน้าว่าแย่งสามีใครอีก"
"เอาเป็นว่าคุณเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ ก็พิจารณาผมเป็นคนแรกก็แล้วกัน ที่จริงวันนี้ผมมีอีกเรื่องจะมาคุยกับคุณ ผมอยากขอให้คุณไปถ่ายแบบเครื่องเพชรคอลเลกชั่นใหม่ของผม"
ตะวันฉายชะงัก กล้วยเหลือบมองไม่ไว้ใจดำรง
"อะไรนะคะ แต่นางแบบในวงการก็มีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นชั้น"
"เพราะคุณเหมาะกับคอนเซ็ปต์งานของเรามากที่สุด คุณอ่อนโยนแต่สวยแกร่งเลอค่าเหมือนกับเพชร"
"แต่ตอนนี้ชั้นมีแต่ข่าวฉาว มันจะทำให้ภาพลักษณ์สินค้าของคุณดูแย่นะคะ"
"แต่กระแสความนิยมในตัวคุณยังมีอยู่ ผมมั่นใจว่าถ้าได้คุณมาเป็นแบบ สื่อจะยิ่งสนใจที่คุณกลับมารับงานใหญ่ รับรองว่าคุณได้เกาะกระแสกลับเข้าวงการใหม่อีกครั้งแน่นอน"
ตะวันมองลูกชาย อดดีใจไม่ได้ที่มีช่องทางหาเงินเลี้ยงลูก
"งานนี้ผมยินดีเสนอค่าตัวให้เต็มที่"
กล้วยเหล่มองอย่างรังเกียจ
กล้วยพึมพำกับตัวเอง
"นั่นไง ทำไมซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้บ้างน๊า"
ตะวันชะงัก นึกระแวง
"ชั้นขอคิดดูก่อนแล้วกันค่ะ ถึงชั้นจะอยากได้เงินไว้เลี้ยงลูก แต่ถ้าคุณช่วยชั้นขนาดนี้เพื่อหวัง…สิ่งตอบแทนอย่างอื่นละก็ ชั้นคงต้องปฏิเสธ"
ดำรงหัวเราะ
"นี่คุณกำลังระแวงผมอยู่ใช่ไหม ผมอยากช่วยคุณด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ ตอนนี้คุณกำลังลำบาก ถ้าได้กลับเข้าวงการ คุณกับลูกก็จะสบาย โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้มีง่ายๆนะ คุณเก็บไปคิดก่อนก็ได้แล้วค่อยให้คำตอบผมทีหลัง"
"ขอบคุณมากนะคะคุณดำรงที่เข้าใจชั้น"
ตะวันซึ้งใจกอดลูกไว้อย่างมีความหวัง ดำรงมองเธอด้วยความรู้สึกรักอย่างจริงใจ

นิคมอธิบายงานให้ธวัชฟัง
"ตอนนี้โครงการทั้งหมดก่อสร้างไปแล้วประมาณ 80% หลังจากแกเข้าไปออฟฟิศ หัวหน้าคงให้เราไปดูที่ site งานจริง แกจะได้เตรียมแพลนเรื่องงานตกแต่ง"
เสียงตะวันกับดำรงเล่นกับสายฟ้าดังลอดเข้ามา สายฟ้าหัวเราะร่าอย่างสนุก ธวัชคุยงานกับนิคมแทบไม่รู้เรื่อง คอยเหลือบมองตะวันฉายกับดำรงคุยกันสนุกในสวน
นิคมอธิบายเก้อ หันมาเห็นธวัชมัวแต่มองไปข้างนอก
"ไอ้วัช นี่แกฟังชั้นอยู่หรือเปล่า"
"อืม
ธวัชตอบแต่ยังมองไปทางตะวัน นิคมมองตาม
"สายฟ้ากำลังน่ารัก เมื่อก่อนแกหลงลูกจะตาย ถ้าตอนนี้แกได้อยู่ใกล้ๆละก็ ไม่แน่นะความจำแกอาจจะฟื้นกลับมาก็ได้"
ธวัชมองลูกแล้วเผลอยิ้ม แต่ทำปากแข็ง
ไม่จริง ทำไมชั้นไม่เห็นรู้สึกรักเด็กคนนี้เลย รำคาญซะด้วยซ้ำ แกไม่เห็นหรอ มีเด็กอยู่ในบ้าน วุ่นวาย เละเทะไปหมด ถ้าเป็นลูกของชั้นมันก็ต้องรู้สึกรักบ้างสิ แต่ถ้าไม่ใช่ทำยังไงมันก็ไม่รู้สึกผูกพันหรอก ไปหากาแฟกินดีกว่า"
ธวัชลุกหนีออกไป เหยียบของเล่นสายฟ้าแล้วยิ่งหงุดหงิดพาลรำคาญ นิคมส่ายหัวเหนื่อยใจ

ธวัชกับตะวันฉายเดินเข้ามาเจอกันในห้องครัว ทั้งคู่ทำหน้าไม่ถูก เธอถือขวดนมขยับเข้าไปกดน้ำร้อน เป็นจังหวะเดียวกับธวัชถือถ้วยกาแฟเอื้อมไปกด
ธวัชกุมมือตะวันเอาไว้พอดี ทั้งคู่ยืนชิดกัน สบตากันนิ่งรู้สึกบางอย่างในใจ ธวัชรู้สึกตัวรีบถอยห่างออกมา ตะวันฉายทำกดน้ำร้อนชงนมให้ลูกใจยังเต้น ธวัชได้โอกาสพูดเหน็บ
"ดูคุณมีความสุขดีนะ ขนาดต้องมาอาศัยไอ้คมอยู่ก็ยังหัวเราะได้ แถมหัวบันไดไม่แห้งซะด้วย"
ตะวันฉายสวนคืน
"พอดีชั้นเป็นพวกคิดบวก แล้วก็ไม่ชอบจมอยู่กับอดีต ถ้าจะมีเสี่ยกระเป๋าหนักมารับเลี้ยง มีเงินใช้สบายไปทั้งชาติ มันก็น่าสนไม่ใช่หรอคะ"
ธวัชอึ้งยิ่งหึงหนักกว่าเดิม ตะวันฉายยิ่งแกล้ง หยิบถ้วยมาชงกาแฟ วัชเห็นคิดว่าตะวันฉายทำเอาใจ
"ฮึ คิดว่ากาแฟถ้วยเดียวจะทำให้ผมหลงเสน่ห์คุณเหมือนคนอื่นงั้นหรอ"
ตะวันฉายแกล้งยิ้มหวานตอบ
"ใครบอกว่าชั้นชงให้คุณ"
ธวัชหน้าเหวอ ตะวันนึกขำถือกาแฟเดินผ่านไป ทิ้งให้ธวัชยืนจ๋อย เสียฟอร์ม

ตะวันฉายยิ้มหวานยกกาแฟเข้ามาให้นิคมตั้งใจยั่วธวัชเต็มที่
"คุณคมกาแฟค่ะ คุณหิวหรือยังคะ วันนี้ชั้นทำของโปรดของคุณไว้ให้ด้วยนะ"
ธวัชเดินหน้างอตามหลังมา นิคมงงนึกแปลกใจที่ตะวันฉายเอาใจเป็นพิเศษ แต่เดารู้
"อ๋อครับ หิวพอดีเลย งั้นเดี๋ยวผมไปช่วยยกนะครับ"
นิคมลุก ตะวันฉายแกล้งเซสะดุด นิคมประคองไว้ทัน
"อุ๊ย ขอบคุณค่ะ สงสัยเมื่อคืนนอนน้อยไปหน่อยก็เลยหน้ามืดน่ะค่ะ"
นิคมทำเป็นห่วง
"เหรอครับ ถ้างั้นคุณตะวันนั่งพักก่อนนะครับ"
นิคมรีบหยิบหนังสือมาพัดเอาใจ ธวัชมองทั้งคู่ดูใกล้ชิดกันยิ่งหมั่นไส้
ธวัชแอบบ่น
"มารยาชัดๆ ไอ้คมชั้นกลับก่อนละ ไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ"
"เฮ้ย ทำไมรีบกลับล่ะ อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ คุณตะวันอุตส่าห์ลงมือทำเองเลยนะ"
ธวัชยิ่งหึงพาลเหวี่ยงใส่เพื่อน
"แกเก็บไว้กินเองเถอะ ชั้นกลับก่อนล่ะ"
ธวัชโมโหเดินหลุดไป ตะวันฉายแอบยิ้มสะใจ
"ขอโทษด้วยนะคะคุณคมที่ต้องทำแบบนี้ ชั้นแค่อยากเอาคืนคุณวัชบ้างน่ะค่ะ"
"ดีแล้วล่ะครับ คนอย่างมันต้องเจอแบบนี้ถึงจะรู้ใจตัวเอง"
ทั้งคู่อดหัวเราะขำธวัชไม่ได้

มะปรางจอดรถ ชะเง้อมองไม่แน่ใจว่าใช่บ้านนิคมไหม ก็เห็นธวัชอารมณ์เสียเดินออกมาจากบ้าน
"เอ๊ะ นั่นมันคุณธวัชนี่"
มะปรางนึกอะไรขึ้นได้ หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปธวัช ในจอมือถือหลังจากที่รถธวัชขับออกไป ก็เห็นรถหรูของดำรงจอดอยู่ข้างหลัง มะปรางโมโหจนตัวสั่น
"นั่นมันรถคุณดำรงนี่ แอบมามั่วกับนังตะวันอยู่ที่นี่เองเหรอ ทำไมนังนี่มันต้องคอยแย่งทุกอย่างไปจากชั้นด้วย"
มะปรางลงจากรถกระแทกประตูปิด รีบเดินเข้าบ้านไปทันที

มะปรางสูดหายใจพยายามสงบสติอารมณ์ เดินเข้าบ้านนิคม ฝืนทักทายเสียงหวาน
"สวัสดีค่ะคุณคม มะปรางมาเยี่ยมตะวันกับสายฟ้าน่ะค่ะ"
"สวัสดีครับคุณมะปราง คุณตะวันเล่นกับสายฟ้าอยู่ในสวน เชิญตามสบายนะครับ"
"ขอบคุณนะคะ"
มะปรางหันไปเห็นดำรงกำลังเล่นกับสายฟ้าและตะวันฉาย ดำรงหัวเราะร่วนดูมีความสุข เธอแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความโกรธ พยายามสะกดอารมณ์เต็มที่ มือเธอกำจนแน่นด้วยความแค้น

ดำรงส่งลูกบอลให้ ตะวันฉายอุ้มลูกไว้ สายฟ้าหยิบขว้าง บอลกลิ้งไปหยุดกลางสนามหญ้า
ดำรงลุกไปเก็บบอลแล้วลุกขึ้น มะปรางยืนตรงหน้า เขาชะงักแทบช็อก
"เอ่อ…มะปราง"
"สวัสดีค่ะคุณดำรง ไม่คิดเลยว่าจะเจอคุณที่นี่"
มะปรางนิ่งมองอย่างโกรธ ดำรงพูดไม่ออก ตะวันฉายทักเพื่อนด้วยความดีใจ
"มะปราง นี่แกตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์ชั้นใช่ไหม ไหนบอกว่าวันหลังจะมาเยี่ยมไง"
มะปรางปรับสีหน้าเป็นยิ้มระรื่น แกล้งพูดกระแทกใส่ดำรง
"ใช่ ชั้นตั้งใจมาเซอร์ไพรส์แกน่ะ"
ดำรงหน้าเจื่อนเดินตามหลังมานั่งอึ้ง
"วันนี้มะปรางโทร.หาคุณดำรงทั้งวันเลยเรื่องงานถ่ายแบบเครื่องเพชรที่จะให้ช่วยประสานงานน่ะค่ะ แต่โทร.เท่าไหร่คุณก็ไม่รับสาย"
"จริงเหรอ ใช่งานเดียวกับที่คุณดำรงมาชวนตะวันไปถ่ายแบบหรือเปล่าคะ"
ดำรงอึกอัก
"เอ่อ ใช่ครับ งานเดียวกันนี่แหละ"
มะปรางยิ่งเดือด ดำรงหน้าซีดกลัวมะปรางแฉความสัมพันธ์
"ที่แท้คุณดำรงก็ติดธุระสำคัญอยู่ที่นี่เอง"
ดำรงหาข้ออ้าง
"พอดีโทรศัพท์ผมแบตหมดน่ะ เอ่อ…ผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีนึกได้ว่าบ่ายนี้มีประชุม"
ดำรงรีบลุกจะเดินออก มะปรางเรียกไว้
"คุณดำรงคะ แล้วมะปรางจะโทร.ไปขอคิวเคลียร์เรื่องงานนะคะ"
ดำรงรู้ความหมายพยักหน้ารับรีบเดินออกไป กล้วยอดห่วงตะวันฉายไม่ได้
"คุณดำรงนี่ท่าจะชอบคุณตะวันมากเลยนะคะ" กล้วยว่า
มะปรางมองตามเจ็บใจแล้วพูดเตือนตะวันอย่างแค้น
"ตะวัน ชั้นขอเตือนให้แกอยู่ห่างๆคุณดำรงไว้ ไม่งั้นระวังจะเดือดร้อน"
ตะวันคิดว่าเพื่อนหวังดีช่วยกันท่า ไม่คิดว่ามะปรางหลอกด่า
"ขอบใจนะแกที่เตือน ชั้นไม่ได้คิดอะไรกับคุณดำรงเลย แต่ก็อดซึ้งใจไม่ได้ที่เค้าช่วยชั้นขนาดนี้"
มะปรางนึกขัดใจขึ้นมากลัวทั้งคู่แอบมีใจให้กัน
"แล้วตกลงแกจะรับงานนี้ไหม"
"ชั้นก็ยังไม่แน่ใจ ขอปรึกษาพี่ซูซี่ก่อน"
ซูซี่โทร.เข้ามาพอดี ตะวันกดรับ

ซูซี่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่หลังเวทีงานอีเว้นท์ บรรยากาศรอบตัวกำลังวุ่นวาย
"ตะวันพี่มีเรื่องเด็ดจะเล่าให้ฟัง"
ตะวันฉายพยายามฟัง แต่เพลงในงานอีเว้นท์ดังกลบเสียงซูซี่
"อะไรนะคะพี่ซูซี่ ตะวันฟังไม่รู้เรื่องเลย"
ซูซี่พยายามตะโกนแข่งกับเสียงเพลง ข้างหลังทีมงานมีนายแบบนางแบบเดินผ่านไปมาตลอดเวลา
"พี่บอกว่า พี่ส่งคลิปลับไปให้"
"รูปกับคลิปอะไรกันคะ"
"เอาเถอะน่า รับรองว่าถ้าตะวันเปิดดูแล้วจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดเอง ตอนนี้พี่กำลังยุ่งมาก เอาไว้เสร็จงานทางนี้แล้วพี่จะรีบพุ่งไปหาตะวันทันทีเลย"
ทีมงานเข้ามาเรียกซูซี่
"พี่ซูซี่คะ น้องกายมาหรือยังคะ ให้มาแต่งหน้าทำผมได้เลยค่ะ"
"ค่ะๆ ว้าย ชั้นต้องรีบไปดูน้องกายแล้ว ตะวันแค่นี้ก่อนนะ"
ซูซี่รีบวางสายไป

ตะวันมองโทรศัพท์อย่างงงๆ
"อ้าว เดี๋ยวสิคะพี่ซูซี่ ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย"
มะปรางอุ้มสายฟ้า นึกสงสัย
"มีอะไรหรอตะวัน"
"พี่ซูซี่โทรมาน่ะ เห็นบอกว่าส่งรูปกับคลิปลับอะไรมาให้ก็ไม่รู้"
มะปรางนึกเอะใจ ตะวันกำลังจะเปิดดู สายฟ้าร้องงอแงขึ้นขัดจังหวะพอดี ตะวันเลยรีบวางโทรศัพท์ อุ้มลูกมาปลอบ
"เป็นอะไรลูก หิวนมหรอครับ งั้นเดี๋ยวแม่ชงนมให้นะ ตะวันไปชงนมให้ลูกแป๊บนึงนะ"
ตะวันอุ้มสายฟ้าเดินหลุดไป มะปรางมองโทรศัพท์แล้วรีบหยิบมาเปิดดู แล้วอึ้งตกใจ
"นี่มัน…"
เธอหันมองไม่เห็นใคร ถือวิสาสะกดลบรูปกับคลิปทิ้ง แล้ววางโทรศัพท์คืนที่เดิม นึกแค้นใจ
"หนอยนังกระเทยอสรพิษ"
ตะวันอุ้มสายฟ้าเข้ามา มะปรางทำเก็บของเล่นของสายฟ้า
"เออ มะปราง วันนี้มีงานอีเว้นท์ไม่ใช่หรอ แล้วแกไม่ต้องไปช่วยพี่ซูซี่หรอ"
มะปรางทำตีหน้าซื่อ ได้โอกาสชิงเอาคืนทันที
"ชั้นว่าเดี๋ยวนี้พี่ซูซี่เค้าเปลี่ยนไปเยอะ ชั้นก็เลย…พยายามเลี่ยงรับงานที่ต้องเจอกันน่ะ"
"แกมีปัญหาอะไรกับพี่ซูซี่หรือเปล่า"
มะปรางถอนใจกลุ้ม ทำอึกอักไม่อยากบอก
"ชั้นไม่รู้ว่าถ้าพูดไปแล้วแกจะเชื่อไหม แต่แกกับชั้นเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็ก ชั้นคงทนไม่ได้ ที่ต้องทนเห็นแกโดนลอบกัด"
ตะวันงงเดาไม่ถูก

ซูซี่เปิดรถเข้าไปนั่ง เตรียมไปหาตะวันฉาย นางใส่บลูทูธ โทร.หาตะวัน
"ฮัลโหลตะวัน ขอโทษนะที่เมื่อวานไม่ได้ไปหา พี่เหนื่อยร่างแทบแหลกเลย แต่นี่พี่กำลังจะไปหานะ มีเรื่องจะแฉให้ฟัง ฮู้ย…คันปาก เอาไว้ถึงบ้านแล้วจัดเต็มทีเดียวเลยละกัน"
ซูซี่ออกรถเลี้ยวไป

ซูซี่เข้ามาหาตะวันฉายเปิดฉากเล่าเรื่องมะปราง ขณะที่ตะวันฉายฟังนิ่งอย่างลำบากใจ
"ถึงกับงงที่ตะวันเห็นหลักฐานที่ส่งมาแล้วยังใจเย็นได้อีก ทั้งๆที่โดนทำขนาดนี้"
ตะวันฉายงงไม่รู้เรื่อง ว่าส่งรูปกับคลิปอะไรมาให้
มะปรางเดินออกมาเสิร์ฟน้ำให้ ซูซี่เดือดเดารู้ว่า มะปรางชิงมาหาตะวันตัดหน้า มะปรางท้าให้เปิดมือถือโชว์ smsกับคลิป ซูซี่มั่นใจเต็มที่ แต่เปิดมาเจอ sms ของตัวเองส่งให้ดา แถมคลิปที่แอบอัดมะปรางไว้กลับโดนลบ ตะวันฉายเลยไม่รู้จะเชื่อใครดี
ซูซี่ยืนยันไม่เคยคิดร้ายตะวันฉาย มะปรางตีหน้าซื่อว่า ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักที่โตมาด้วยกัน ทำไปก็ไม่มีประโยชน์ โยนมาให้ซูซี่ว่า คนที่คิดจะทำน่าจะเป็นคนอื่นมากกว่า เพราะยังขายข่าวได้ ตะวันยิ่งมีเรื่องฉาวโฉ่ งานก็ยิ่งเข้าเงินก็ยิ่งมา ประมาณซูซี่หวังโกย เห็นแก่เงิน ดังนั้น ซูซี่ยิ่งเดือดจะทะเลาะกัน แต่ตะวันฉายห้ามไว้ ขอให้ซูซี่กลับไปก่อน ซูซี่น้อยใจเตือนตะวันฉายให้ระวัง จะโดนมะปรางแว้งกัด
ซูซี่ยอมถอย สัญญากับตัวเองว่าจะจับมะปรางให้ได้คาหนังคาเขา มะปรางว่าจะทำให้พวกแกอยู่ไม่เป็นสุขซักคน รับรองว่างานนี้สนุกแน่

ดวงสุดานอนนวดสปากับวัลลภาเพิ่งเสร็จ เสียง MMS alert ดาหยิบมือถือเปิดดู แล้วตาเหลือก
เห็นรูปธวัชเดินออกจากบ้านนิคม มีข้อความแนบมาว่า จากผู้หวังดีส่งข่าวว่า "คิดไม่ถึงว่าดาจะ ใจกว้างปล่อยให้วัชแอบมาหาตะวันกับลูกถึงบ้าน"

ดวงสุดาเกือบจะหวีดร้อง แต่วัลลภาห้ามไว้หยิบมือถือมาอ่าน ฝ่ายดวงสุดาร้อนรนจะตาม แต่วัลลภาบอกให้ลองโทรเช็คธวัช ดวงสุดารีบโทร.หาแอบถามว่าอยู่ไหน
 
อ่านต่อหน้า 4

นางกลางไฟ ตอนที่ 18 (ต่อ)

บริเวณถนนในเมือง ธวัชตอบตามตรงว่าไปคุยงานบ้านนิคมกำลังกลับแล้ว พลางบ่นคิดถึงจะชวนดวงสุดากินข้าว
 
เธอดีใจ ฟอร์มถามว่า เมื่อวาน เธอต้องไปเป็นเพื่อนวัลลภา วันนี้ก็มาสปาอีก ทิ้งธวัชอยู่คนเดียวเหงารึเปล่า แต่ธวัชว่า กำลังยุ่งเตรียมงาน เมื่อวานก็ออกไปคุยงานกับนิคม กลัวดวงสุดาจะน้อยใจเหมือนกัน แค่นั้น เธอก็ดีใจลืมเรื่อง sms วัลลภาดีใจเห็นว่าไม่ผิดสังเกต

สายป่านเดินออกจากร้านขายยาดูหลุกหลิก แล้วชนเข้ากับวัยรุ่นที่เดินสวนมา ที่ตรวจครรภ์หล่นกระจาย
"อุ๊ย ขอโทษค่ะ"
"ขอโทษค่ะพี่ หนูช่วยเก็บ"
"เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ"
วัยรุ่นจะช่วยเก็บ แต่เห็นที่ตรวจครรภ์แล้วชะงักอึ้งไป สายป่านหลบตารีบรวบของใส่ถุงอายแทบแทรกแผ่นดิน วัยรุ่นเหลือบมองตามหลัง

ดวงสุดาเดินควงธวัชเดินเล่นอย่างมีความสุข ดวงสุดาสะดุดตากับชุดสวยในร้าน
"อุ๊ยวัชคะ ขอดาแวะดูเสื้อผ้าแป๊บนึงนะคะ วัชจะเข้าไปด้วยกันไหม"
"ไม่ดีกว่า เดี๋ยวผมเดินเล่นรอแถวนี้ละกันนะครับ"
ดวงสุดาเดินเข้าร้านไป ธวัชเดินเล่นมาผ่านหน้าแผนกเด็ก แล้วหยุดมองชุดเด็ก ความจำบางส่วนแว่บเข้ามาในหัว เร็วและรัว
"วัช…วัชคะ"
ธวัชสลัดความคิดทิ้ง ปวดหัวแปลบขึ้นมา เห็นดวงสุดาแตะแขนเรียก
"วัชเป็นอะไรหรือเปล่าคะ"
"เอ่อ…ไม่เป็นไรจ้ะ ผมแค่เวียนหัวนิดหน่อย"
"เรากลับบ้านกันก่อนก็ได้นะคะ ไว้วันหลังค่อยมาทานก็ได้"
"ไม่เป็นไรครับ ผมดีขึ้นแล้ว"
ธวัชยิ้มเอาใจ

สายป่านเดินเข้ามาในบ้าน เห็นสุนทรีย์นั่งดูทีวี เธอรีบเดินเลี่ยงจะขึ้นข้างบน
"อ้าวป่าน ไปไหนมาล่ะลูก แล้วดีขึ้นหรือยัง"
สายป่านชะงัก รีบตอบแล้วหลบหน้ารีบขึ้นข้างบน
"เอ่อ ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ ป่านขอไปนอนพักก่อนนะคะ"
สุนทรีย์มองตามนึกห่วงลูก

สายป่านเข้าห้องก็รีบกดล็อกประตู เปิดกระเป๋าสะพายหยิบที่ตรวจตั้งครรภ์ออกมาวางบนเตียง
เธอดูลนลานทำอะไรไม่ถูก นึกถึงคำพูดตะวันฉาย ในห้องน้ำ สายป่านรอผลกระวนกระวาย เห็นแผ่นตรวจครรภ์ 4 อันวางข้างอ่างล้างหน้า
สายป่านถือแผ่นตรวจมือไม้สั่น เห็นแผ่นตรวจขึ้น 2 ขีดรวมทั้งที่วางไว้ทั้งหมด
สายป่านเข่าอ่อน ทรุดตัวลงไปกองกับพื้น ตกใจมากที่รู้ว่าตัวเองท้อง!
"นี่เรา…ท้องเหรอ"
สายป่านร้องไห้แทบขาดใจ รีบหาโทรศัพท์กดหาวาทิน
"คุณทินรับสายสิ ฮือ…คุณทิน"
แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่มีสัญญาณ
สุนทรีย์ขึ้นมาเคาะประตูเรียก
"ป่าน ไม่สบายดีขึ้นหรือยังลูก ให้แม่เข้าไปดูหน่อยซิ"
สายป่านสะดุ้งเฮือกตกใจ ทำอะไรไม่ถูก แล้วรีบกวาดแผ่นตรวจทิ้งลงถังขยะ
เสียงสุนทรีย์ยังเคาะประตู สายป่านรีบปาดน้ำตาเก็บอาการไว้กลัวแม่สงสัย แล้วเปิดประตูให้
"เป็นอะไรหรือเปล่าลูก แม่เคาะประตูเรียกตั้งนานแน่ะ"
สายป่านหลบตารีบเดินไปนอนซุกผ้าห่มบนเตียงซ่อนความกลัวไว้
"พอดีป่านรู้สึกเพลียๆน่ะค่ะ ก็เลยงีบหลับไป"
สุนทรีย์พูดไปพลางเก็บข้าวของในห้องวางเข้าที่ไป
"ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ดีขึ้น แม่ว่าไปหาหมอได้แล้วนะ จะได้รู้ว่าเราน่ะเป็นอะไรกันแน่"
สายป่านกลัว นอนนิ่งพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ สุนทรีย์จะเดินไปห้องน้ำ สายป่านรีบลุก
"แม่จะทำอะไรคะ"
"แม่จะเก็บขยะในห้องน้ำไปทิ้งให้น่ะ"
สายป่านนึกได้กลัวแม่เจอแผ่นตรวจครรภ์ จึงรีบดึงไว้
"ไม่ต้องหรอกค่ะแม่ ห้องน้ำป่านรกจะตาย เดี๋ยวแม่เห็นป่านก็โดนบ่นอีก แม่ลงไป
เถอะ ป่านอยากนอนแล้ว"
สายป่านดันแม่ไปที่ประตู
"งั้นก็ตามใจ มีอะไรก็เรียกแม่นะ"
"ค่ะ"
สุนทรีย์เดินไป สายป่านทิ้งตัวลงนอนขดตัว น้ำตาไหลพราก

ตะวันฉายคุยโทรศัพท์กับสุนรีย์ กล้วยกล่อมสายฟ้าอยู่ข้างๆ
"ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า เอาไว้วันหลังเราค่อยนัดไปทำบุญกันใหม่ก็ได้ แล้วป่านอาการดีขึ้นไหมคะ"
ภายในครัวบ้านธวัช สุนทรีย์ต้มโจ๊กเตรียมให้ป่าน
"เห็นบ่นว่าเพลีย คงหลับไปแล้วล่ะจ้ะ"
ตะวันฉายนึกเป็นห่วง
"ตะวันช่วยพาป่านไปหาหมอไหมคะคุณป้า"
"อืม ก็ดีเหมือนกันนะ ถ้างั้นป้ากวนตะวันหน่อยนะจ๊ะ"
"ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวตะวันไปหาที่บ้านนะคะ สวัสดีค่ะ"
ตะวันฉายวางสาย กล้วยพูดทักขึ้นมา
"คุณป่านนี่อาการเหมือนคนท้องจริงๆนะคะคุณตะวัน"
"นั่นสิ ขออย่าให้มันเป็นอย่างที่ชั้นสังหรณ์ใจเลย"
ตะวันหยิบกระเป๋า กล้วยอุ้มสายฟ้าเดินไป

ธวัชกับดวงสุดาถือถุงอาหารเข้ามา สุนทรีย์เดินออกมาจากครัวพอดี
"อ้าวตาวัช คุณดา"
"สวัสดีครับแม่"
"สวัสดีค่ะคุณป้า"
"สวัสดีจ้ะ"
"พอดีผมกับดาแวะไปทานข้าวกันมา เลยซื้อมาฝากแม่กับยัยป่านน่ะครับ"
"ขอบใจนะลูก"
"เดี๋ยวดาเอาไปไว้ในครัวให้นะคะ"
ดวงสุดาทำดีเอาใจ สุนทรีย์ยิ้มรับ
"ขอบใจจ้ะ"
สายป่านเดินลงมาหน้าตาดูอิดโรย ดวงสุดาถือถุงอาหารผ่านไป สายป่านได้กลิ่นแล้วคลื่นไส้ขย้อน
ธวัชช่วยประคองน้องสาว
"ยัยป่านไม่สบายหรอ พี่พาไปหาหมอไหม"
สายป่านรีบเลี่ยง
"ไม่เป็นไรค่ะ สงสัยช่วงนี้งานยุ่ง ก็เลยเครียดลงกระเพาะน่ะค่ะ"
ดวงสุดามองสงสัย ตะวันฉายเปิดประตูเข้ามา กล้วยอุ้มสายฟ้าตามหลังแล้วอุ้มเลี่ยงไป
ดวงสุดากับธวัชทำหน้าเซ็งเมื่อเห็นตะวันฉาย
"อ้าว ตะวันมาพอดี แม่ขอให้ตะวันช่วยพาป่านไปหาหมอแล้วล่ะจ้ะ"
สายป่านตกใจหน้าตื่น
"ป่านไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย ทำไมต้องไปหาหมอด้วยคะ"
"แต่พี่ว่าไปตรวจซักหน่อยก็ดีนะคะ พวกโรคกระเพาะเนี่ย ถ้าไม่รีบรักษาระวังมันจะเรื้อรังนะคะ" ดวงสุดาว่า
สายป่านคิดหาทางเลี่ยง ตะวันฉายมองแล้วอดสงสารไม่ได้
ตะวันฉายช่วยพูด
"ถ้าอย่างนั้นรอดูอาการอีกซักหน่อยดีไหมคะ แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นป่านต้องรีบไปหาหมอนะจ๊ะ"
สายป่านนึกขอบคุณแต่ยังฟอร์ม รีบเลี่ยง
"งั้นป่านขอตัวไปพักก่อนนะคะทุกคน"
สายป่านรีบเดินหนีกลับขึ้นห้อง ดวงสุดาปรายตามองตะวันอย่างหมั่นไส้
"แหม มาถึงก็หาโอกาสทำคะแนนเชียวนะ"
"ดาครับ เราไปนั่งทางโน้นกันดีกว่า"
ธวัชโอบดวงสุดาเย้ย ดวงสุดาแอบยิ้มเยาะ สายฟ้านอนเล่นอยู่ใกล้ๆ ธวัชเหลือบมองแต่ทำไม่สนใจ ตะวันได้แต่มองอย่างปวดใจ สุนทรีย์หยิบยาลมจะเอาขึ้นไปให้สายป่าน
"คุณป้าคะอยู่นั่งคุยกับคุณวัชเถอะค่ะ เดี๋ยวตะวันเอาขึ้นไปให้ป่านเอง"
"ขอบใจนะจ๊ะ"
สุนทรีย์ส่งยาให้แล้วเดินไป ตะวันถือยาเดินขึ้นไปบนบ้าน

สายป่านเปิด IPAD ดูข้อมูลตั้งครรภ์หน้าเครียด ได้ยินเสียงเคาะประตู
"เชิญค่ะ"
ตะวันเปิดประตูถือยาลมเข้ามา สายป่านได้กลิ่นแล้วคลื่นไส้ วิ่งไปอาเจียน ตะวันวางยาไว้ เหลือบเห็นหน้าจอ IPAD ค้างที่หน้าข้อมูลตั้งครรภ์
ในห้องน้ำ สายป่านโก่งคออาเจียนจนหมดแรง ตะวันเข้ามาช่วยลูบหลัง
"ดีขึ้นไหมคะ"
สายป่านพยักหน้า ดึงทิชชู่เช็ดปากแล้วทิ้งลงถังขยะ ตะวันฉายเหลือบเห็นแผ่นตั้งครรภ์อยู่ในถังขยะ สายป่านชะงักอึ้ง พูดไม่ออก รีบปิดฝาถังไว้
"นี่ ป่านท้องใช่ไหม"
สายป่านกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ไม่ตอบ แต่เดินเลี่ยงออกไป ตะวันฉายเดินตามมาซัก
"ป่านท้องกับใคร…วาทินใช่ไหม แล้วเขารู้เรื่องนี้หรือยัง"
"คุณไม่ต้องมายุ่ง ชั้นจะท้องกับใคร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ"
"ถ้าป่านไม่ใช่น้องคุณวัช พี่ก็คงไม่เข้ามายุ่งหรอกค่ะ พี่ขอเตือนให้รีบคุยกับพ่อของเด็กให้รู้เรื่อง ป่านยังไม่รู้จักสันดานของผู้ชายโดยเฉพาะ…คนอย่างวาทิน สำหรับเค้า ผู้หญิงก็เป็นแค่ของเล่น ที่เบื่อเมื่อไหร่ก็พร้อมจะโยนทิ้งได้ทันที"
"แต่เค้ารักชั้น เค้าไม่มีวันทำกับชั้นอย่างนั้นเด็ดขาด"
"ค่ะ พี่ก็ภาวนาขอให้เขารักป่านจริงๆ และพร้อมจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่อย่างนั้น ป่านเองนั่นแหละที่จะต้องเป็นคนที่เจ็บที่สุด"
"ไม่ต้องมาสอนชั้น ชั้นจัดการเรื่องนี้เองได้ หรืออยากจะซ้ำเติมที่ในที่สุด ชั้นก็พลาดเหมือนคุณ"
"พี่เตือนด้วยความหวังดีนะคะ ไม่เคยคิดจะซ้ำเติมอย่างที่ป่านพูด ป่านไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนนี้มันเลวแค่ไหน"
"ไม่ต้องมายุ่งกับชั้น ออกไปได้แล้ว"
"ได้ค่ะ พี่ไม่ยุ่งก็ได้ แต่ป่านต้องรับปากก่อนว่าบอกวาทินให้มารับผิดชอบเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นพี่จะเป็นคนบอกคุณป้าเอง"
ตะวันฉายเสียงเข้ม สายป่านถึงกับนิ่งอึ้งไป

ตะวันฉายออกจากห้องป่าน ชนเข้ากับธวัช เกือบจะล้ม ธวัชคว้าตะวันมากอดไว้ ทั้งคู่หน้าชิดกันเกือบจะจูบ ธวัชรู้สึกอบอุ่นแว่บขึ้นมา ตะวันเผลอสบตาเคลิ้มไปชั่วขณะ
ดวงสุดาเดินขึ้นมาเห็น รีบเข้ามาแยกทั้งคู่ แล้วหันไปเล่นงานตะวัน
"คุณวัช ... นังตะวัน นี่แกคิดจะยั่วคุณวัชหรอ"
ธวัชกลัวดวงสุดาเขาใจผิด
"ไม่ใช่นะดา พอดีผมกับเค้าบังเอิญชนกันน่ะ"
"ถ้าจะหึงก็ช่วยดูตาม้าตาเรือหน่อยนะคะ ไม่ใช่กัดไม่เลือกแบบนี้"
"หนอย แกว่าชั้นเป็นหมาเหรอ"
"ก็แล้วแต่จะคิดสิคะ"
ดวงสุดาจะเล่นงาน ตะวันฉายเตรียมตั้งรับ ธวัชรีบเข้ามาดึงดวงสุดาไว้
"ไม่เอาน่าดา เรากลับกันดีกว่าครับ ผมไม่ได้พิศวาสผู้หญิงคนนี้แม้แต่นิดเดียว ถ้าไม่บังเอิญเดินชนกันละก็ จ้างให้ผมก็ไม่อยากเฉียดถูกตัวเค้า มันสกปรก"
ดวงสุดายิ้มสะใจ ยอมลงไปกับธวัช ปล่อยให้ตะวันยืนช้ำใจ

ธวัชกับดวงสุดาลาสุนทรีย์กลับบ้าน ตะวันเดินลงมา ธวัชตั้งใจพูดเหน็บตะวันเต็มที่
"แม่ครับถ้าป่านไม่สบาย แม่โทร.หาผมได้เลยนะครับ ไม่ต้องไปวานคนอื่น ผมกลับ
ก่อนนะครับแม่"
ตะวันฉายพยายามกลั้นน้ำตาไว้
"สวัสดีค่ะคุณป้า" ดวงสุดาว่า
"จ้ะ ขับรถดีๆนะลูก"
ธวัชจะเดินออก สายฟ้าร้องตามจะโผหาพ่อ ธวัชหันมองชะงัก ดวงสุดาเห็นรีบดึงธวัชกลับ
"ไปเถอะค่ะวัช"
ดวงสุดาดึงธวัชออกไป สายฟ้าร้องลั่น ธวัชอดหันมองสายฟ้ากับตะวันฉายไม่ได้ ยังรู้สึกผูกพันลึกๆในใจ
ตะวันฉายเข้ามากอดปลอบลูก สายฟ้าค่อยสงบลง
"อย่าร้องนะลูก ไม่ต้องเสียใจ ถึงตอนนี้พ่อเค้าจะจำลูกไม่ได้ แต่แม่เชื่อว่าซักวันพ่อเค้าจะต้องจำครอบครัวของเขาได้แน่"
สุนทรีย์กับกล้วยมองตะวันกับลูกอย่างสงสารจับใจ

โรงแรมในต่างจังหวัด เวลากลางคืน วาทินถือไวน์มาเคาะห้องคู่ขา วาทินถูกดึงหายเข้าไปทันที
ในห้อง นางแบบคู่ขาดึงวาทินเข้ามา ทั้งคู่ต่างรับต่างรุกนัวเนีย
เสียงมือถือวาทินดัง วาทินกำลังติดพันแต่มือควานหาแล้วกดปิด ทั้งคู่ฟัดกันนัวอย่างเร่าร้อน
เสียงมือถือดังขึ้นอีก นางแบบคู่ขาคว้ามากดปิดแล้วยัดใส่ลิ้นชัก ทั้งคู่หันมาฟัดกันนัวต่อ

สายป่านพยายามกดโทร.หาวาทิน ได้ยินแต่เสียงให้ฝากข้อความ ยิ่งร้อนรน
"นี่คุณยุ่งมากถึงขนาดรับสายชั้นไม่ได้เลยงั้นหรอ" สายป่านโมโห ปามือถือทิ้ง "ฮื้ย คุณ
ปล่อยให้ชั้นเจอเรื่องแบบนี้คนเดียวได้ยังไง" แล้วก็ร้องไห้อย่างหนัก "แล้วชั้นจะทำยังไงดี"
สายป่านร้องไห้แทบเสียสติ ทำอะไรไม่ถูก

วาทินหยุดชะงักกลางคัน คู่ขางง
"ว่าพอแค่นี้ไม่มีอารมณ์"
วาทินกระดกไวน์ดื่ม
คู่ขายังยั่ว วาทินบ่ายเบี่ยง คู่ขายังตื๊อ เขาว่าไว้วันหลัง คู่ขาโมโหว่า วาทินเล่นตัวอย่าคิดว่าจะมีวันหลัง หยามว่าไม่อยากเชื่อที่คนอย่างวาทินจะหงอ กลัวผู้หญิงที่โทร.มาตาม วาทินเหมือนโดนจี้ใจดำโวยกลบเกลื่อนว่าคู่ขาคงอดอยาก ไม่เจอใครเด็ดเท่าตัวเอง ถึงจะจัดให้ได้
วาทินโดนผลักออกมาจากห้องทั้งที่นุ่งบ็อกเซอร์อยู่ ตามด้วยการปาเสื้อผ้า รองเท้า แล้วกระแทกประตูปิด
วาทินคว้ามือถือกดเปิด เห็น miss call จากป่านเป็น 100 สาย วาทินนึกโกรธว่า ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญเจอดีแน่

สายป่านหลับไปทั้งน้ำตา สุนทรีย์ดึงผ้าห่มคลุมให้ลูกอย่างเป็นห่วง สุนทรีย์เก็บข้าวของเรียงให้เข้าที่ แล้วหยิบมือถือบนพื้นขึ้นมา
"สงสัยคงทะเลาะกับวาทินล่ะสิท่า"
สุนทรีย์ส่ายหัวเหนื่อยใจ วาทินโทร.เข้ามาพอดี
"ฮัลโหล"
วาทินไม่คุ้นเสียง ชะงักไป
"เอ่อ คุณแม่เหรอครับ ผมขอสายป่านหน่อยครับ"
"พอดีป่านเค้าไม่สบายน่ะ ตอนนี้หลับไปแล้วล่ะ"
"งั้นไม่เป็นไรครับ เอาไว้ผมโทร.ใหม่พรุ่งนี้ก็ได้"
สุนทรีย์เหลือบมองสายป่านแล้วตัดสินใจถาม
"คุณวาทิน"
"ครับ"
"ชั้นขอถามหน่อย คุณกับยัยป่านมีเรื่องทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า"
วาทินอึ้งไป
"เอ่อ ก็…งอนกันนิดหน่อยน่ะครับ คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"คือชั้นมีลูกสาวคนเดียวและก็รักเค้ามาก ยัยป่านยังเด็ก เค้าเพิ่งจะเคยมีความรัก ชั้นรู้ว่าเค้ารักคุณมาก ก็เลยไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องของหนุ่มสาว แต่ถ้าเธอคิดจะคบกับยัยป่านจริงๆ ชั้นก็ไม่อยากเห็นยัยป่านต้องเป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นคงต้องฝากเธอด้วยนะ"
วาทินรับปากส่งๆไป
"ครับ ผมจะดูแลป่านให้ดีที่สุด คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ"
"ขอบใจมากนะ ได้ยินเธอพูดแบบนี้ชั้นก็สบายใจ แล้วชั้นจะบอกป่านให้ว่าเธอโทร.มา"
"ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับคุณแม่"
วาทินวางสายแล้วนึกโมโห
"นี่เธอคิดจะเอาคืนชั้นรึไงสายป่าน ถึงให้ชั้นโดนแม่เธอเทศน์ซะหูชา แถมยังอดของฟรีอีกต่างหาก"
วาทินวางโทรศัพท์ทิ้ง เทไวน์กระดกดื่มแก้หงุดหงิด

สุนทรีย์ได้แต่มองลูกสาวอย่างสงสาร
 
อ่านต่อตอนที่ 19
กำลังโหลดความคิดเห็น...