xs
xsm
sm
md
lg

ทรายสีเพลิง ตอนที่ 12

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ทรายสีเพลิง ตอนที่ 12

พัชระเดินถือช่อดอกไม้อยู่ในขบวนขันหมาก โดยมีคุณแพรเดินคู่มาด้วยกัน

ขณะที่พวกกี้ ติ่ง จ้อย ชีวิน ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน
คุณแพรยื่นซองเงินกับป้าทิศและแต้ว
พัชระยิ้มให้ป้าทิศ แล้วมองหาศรุตา “ทรายล่ะครับ ?”
คุณแพรรีบสะกิดลูกชายเป็นเชิงเตือนไม่ให้พูดมาก ป้าทิศมองพัชระด้วยความรู้สึกกังวลแปลกๆ

เสาวณีย์เปิดประตูเข้ามาหาศรวณีย์ด้วยท่าทางดีใจ ตื่นเต้น หญิงสาวเห็นแม่มีความสุข ก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดที่ตัวเองกำลังปิดบัง
“ศรไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะ ตราบใดที่แม่ยังอยู่ ลูกของแม่ต้องมีแต่ความสุข แม่สัญญา”
เสาวณีย์กอดลูกสาวแน่น หญิงสาวพยายามฝืนยิ้ม
เสาวณีย์มองศรวณีย์ที่แต่งชุดเจ้าสาวสวยงาม แล้วคิดสะใจศรุตา

ศรุตายืนมองความสนุกสนานร่าเริงของคนที่มาร่วมงานแห่ขันหมาก แล้วยิ้มเยาะ อย่างมีความสุข กับความวิบัติที่ 2 แม่-ลูกกำลังจะได้สัมผัส !

คุณหญิงเพกายิ้มเบิกบานนั่งอยู่บนเก้าอี้กับแขกผู้ใหญ่ มีคุณแพร เสาวณีย์ ศก นั่งอยู่ข้างๆ
ศรวณีย์กับพัชระนั่งพับเพียบที่พื้น ท่ามกลางสินสอดทองหมั้น และพานใส่แหวนแต่งงานที่วางอยู่ตรงหน้า
พัชระเอาแต่มองหาศรุตา โดยไม่สนใจมองศรวณีย์ที่นั่งิยู่ข้างๆ
คุณแพรพัชระลุกลี้ลุกลน ก็เอื้อมมือไปบีบไหล่เตือนให้เก็บอาการ
เสาวณีย์มองอาการพัชระที่เหลือบมองซ้ายมองขวา ก็รีบพูดรวบรัด
“ได้ฤกษ์สวมแหวนแล้วล่ะพัช”
พัชระมองเสาวณีย์แล้วเหลือบไปมองคุณแพร ศรวณีย์เหลือบมองว่าพัชระจะประกาศควมจริงรึยัง ?
ในที่สุดพัชระก็ตัดสินใจ
“ก่อนพิธีจะเริ่ม ผมขออนุญาตพูดความจริงบางอย่างก่อนได้ไหมครับ”
เสาวณีย์มองด้วยสายตากังวล ภาวนาไม่ให้พัชระทำในสิ่งที่ตัวเองกลัว
“อาว่ามีอะไรค่อยพูดกันทีหลังก็ได้นะพัช รีบสวมแหวนให้น้องก่อนเถอะ เดี๋ยวจะเสียฤกษ์”
“ผมคงสวมแหวนแต่งงานให้ลูกศรไม่ได้หรอกครับ”
พัชระหันมาทางศรวณีย์แล้วรีบพูดต่อ อย่างไม่รอให้ใครขัดจังหวะได้อีก
“พี่ขอโทษนะศร” จากนั้นก็หันไปพูดกับเสาวณีย์และศก “เพราะคนที่ผมมาสู่ขอแต่งงานด้วย ไม่ใช่ ลูกศร แต่เป็นทรายครับ”
ศกอึ้ง คาดไม่ถึง
เสาวณีย์กำมือแน่น ทั้งช็อก ทั้งแค้น สิ่งที่เธอกังวล กลัวมาตลอด เกิดขึ้นแล้วจริงๆ !!

ศรุตาที่ยืนแอบมองเหตุการณ์อยู่มุมหนึ่ง เห็นพัชระประกาศเปลี่ยนเจ้าสาวต่อหน้าแขก ก็ยิ้มสะใจ แล้วเดินไปทางบ้านริมน้ำ

คุณหญิงเพกาโวยวายใส่คุณแพรและพัชระ เสาวณีย์นั่งนิ่งเงียบ กำมือแน่น เหมือนกำลังรอเวลาระเบิด

พัชระรีบพูดปกป้องคุณแพร
“คุณแม่ไม่เกี่ยวครับ เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของผมคนเดียว”
คุณหญิงเพกาโวยวายอย่างไม่ไว้หน้า
“แขกเหรื่อรออยู่เต็มงาน ยังไงงานแต่งของพัชระกับลูกศรต้องดำเนินต่อไป”
“ผมแต่งไม่ได้ครับ ไม่ได้รักลูกศร ผมรักทราย”
เสาวณีย์ได้ยินพัชระพูดรักศรุตา หัวอกแม่ก็ยิ่งแทบระเบิด
“ผมขอยืนยันว่าไม่แต่งกับลูกศร ผมจะแต่งกับทรายเท่านั้น”
ศกที่นั่งนิ่งมาตลอดรีบบอก
“เป็นไปไม่ได้หรอกพัชระ ทรายไม่ได้อยู่ที่นี่ เขากลับอเมริกาไปแล้ว”
“ทรายยังไม่ได้กลับอเมริกาครับ ทรายไปภูเก็ตกับผม”
เสาวณีย์หันขวับมาทันที คุณหญิงเพกาลุกขึ้นโวยวายอย่างทนไม่ไหว
“นี่แปลว่านังทรายมันรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ มันจงใจทำลายศักดิ์ศรีหลานฉัน ฉันไม่เอามันไว้แน่ มันอยู่ไหน ฉันจะจัดการมัน”
ระหว่างที่ทุกคนกำลังห้ามปรามคุณหญิงเพกาที่ขว้างปาข้าวของอย่างโกรธแค้น เสาวณีย์ก็ลุกเดินออกไป โดยที่ไม่มีทันสังเกต ยกเว้นศรวณีย์คนเดียว

เสาวณีย์เดินหน้านิ่ง ดวงตากร้าว มองบ้านริมน้ำ อย่างแทบจะระเบิดให้มันเป็นจุณ พลางเดินตรงดิ่งไปอย่างอุกอาจ โดยไม่คำห้ามปรามของป้าทิศ
ป้าทิศรีบเดินตามไป พร้อมด้วยศรวณีย์

เสาวณีย์ผลักป้าทิศเต็มแรง แล้วเดินเข้าไปเปิดประตูห้องศรุตา พลางตะโกนเรียกอย่างคุ้มคลั่ง
“นังทราย แกอยู่ไหน”
-พลางเปิดตู้เสื้อผ้า กวาดข้าวของบนโต๊ะทิ้งลงพื้นแตกกระจาย
“ถ้าแกไม่ออกมา ฉันจะพังบ้านแกให้แหลกคามือฉันเลย”
เสาวณีย์เดินเข้าห้องวาดรูป เห็นรูปที่ศรุตาวาดพัชระไว้ ก็ เดินเข้าไปคว้ารูปมาฟาดกับโต๊ะอย่างแรง จนขาดกระเจิง ศรวณีย์รีบเข้ามาห้าม
“คุณแม่พอเถอะค่ะ”
แต่อารมณ์นั้นใครก็หยุดเสาวณีย์ไม่อยู่
“ถอยไปศร”
พลางผลักลูกสาวกระเด็นไป แล้วทำลายข้าวของในบ้านอย่างบ้าคลั่ง

ศรวณีย์กับป้าทิศช่วยกันพาเสาวณีย์ออกจากบ้าน

“มันทำกับศรขนาดนี้ ศรยังมาห้ามแม่อีกเหรอ” เสาวณีย์ที่เริ่มได้สติขึ้นมา หันมาถามศรวณีย์

“ความจริงศรรู้แล้วว่าพี่พัชรักพี่ทราย วันนี้พี่พัชต้องการแต่งกับพี่ทราย เรายอมรับความจริงเถอะค่ะ คุณแม่ ว่าเราแย่งทุกอย่างจากพี่ทรายไปจริงๆ เพราะฉะนั้นถ้าพี่ทรายต้องการอะไร ศรพร้อมจะทำชดเชยให้พี่ทราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมบัติ เงินทองหรือ แม้แต่พี่พัช”
“แต่แม่ไม่ให้” เสียงเสาวณีย์แข็งกร้าว “อะไรที่เป็นของเรา มันต้องเป็นของเรา จะไม่มีงานแต่ง
ของพัชระกับนังทราย ยังไงพัชระต้องแต่งงานกับศรเท่านั้น”
“แต่ศรไม่อยากแต่ง”
“ศรต้องแต่ง ทำตามที่แม่บอก รู้ไว้ว่าแม่ทำทุกอย่างเพื่อศร”
“แม่ทำเพื่อศร หรือเพื่อตัวคุณแม่กันแน่คะ ?”
เสาวณีย์ได้ยินลูกสาวพูดปมที่ตัวเองไม่เคยยอมรับ ก็โกรธจนคุมสติไม่อยู่ เผลอตบหน้าเธอเต็มแรงด้วยความลืมตัว ป้าทิศตกใจ รีบเข้าไปประคองศรวณีย์ พร้อมกับเรียกเสาวณีย์เสียงดัง เพื่อดึงสติให้กลับมา
“คุณเสาว์”
เสาวณีย์ตกใจที่ตัวเองเผลอตบลูกสาว พลางมองศรวณีย์ด้วยสายตารู้สึกผิด แล้วสายตานั้นก็เปลี่ยน เป็นแข็งกร้าว เมื่อคิดถึงว่าเธอจะแพ้ศรุตาไม่ได้
“จำไว้นะ ศรคือชีวิตของแม่ แม่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งหรือทำลายศรเด็ดขาด”
พูดจบก็เดินออกไปอย่างเคืองแค้น

บุรีเดินเนือยๆจากต้นจำปีมาที่บ้าน แม่ที่เดินกลับมาจากข้างนอก พอรู้ว่าลูกชายกำลังเตรียมตัวจะไปงานแต่งงานในตอยเย็น ก็บอกว่าไม่ต้องไปแล้ว เพราะงานแต่งงานล่ม
“พัชระประกาศกลางงานแต่ง ว่าไม่ได้มาสู่ขอลูกศร แต่จะสู่ขอหนูทราย”
บุรีชะงัก “อะไรนะครับ ?”
แม่พูดต่ออย่างร้อนใจ
“ไม่รู้ป่านนี้หนูทรายจะเป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวว่าคุณเสาว์โกรธมาก นี่ถ้าคุณเสาว์เจอกับหนูทราย…”
บุรีฟังแม่พูด รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที

เสาวณีย์จะเดินกลับบ้านใหญ่ ศรุตายืนกอดอกมองด้วยรอยยิ้มเยาะ
“ทุรนทุรายจนอยู่นิ่งไม่ได้เลยเหรอคะ คุณเสาวณีย์”
เสาวณีย์เดินตรงดิ่งเข้าไปหา แล้วตบหน้าหญิงสาวอย่าแรง
“แกคิดว่าทำอย่างนี้จะชนะฉันได้เหรอนังทราย”
ศรุตาหันมามองเสาวณีย์นิ่งๆ หากสายตายิ้มอย่างคนชนะ
“ฉันก็ไม่ได้ต้องชนะคุณ แต่ฉันอยากเห็นคุณเจ็บปวดกับการผิดหวัง ฉันอยากเห็นคุณทรมาน กับการ สูญเสียคนที่คุณรัก ฉันอยากเห็นคุณกระอักจนลงไปนอนแดดิ้น ที่ต้องลิ้มรสชาติของการโดนแย่ง มันเป็นยังไง คุณน่า จะขอบคุณฉันที่ยังปราณีให้พัชระแค่ยกเลิกงานแต่งไม่ใช่ปล่อยให้ลูกสาวคุณแต่งงานถล้ำลึกจนมีลูก แล้วโดนเขี่ยทิ้ง”
เสาวณีย์เชิดหน้า
“ฝันหวานไปเถอะ พัชระเป็นของลูกศรก่อน แกไม่มีวันแย่งไปได้หรอกนังทราย”
“จำไม่ได้เหรอ คุณเคยสอนไว้ว่า ผู้ชายจะเลือกใคร มันไม่เกี่ยวว่าใครมาก่อนหรือมาหลัง แต่อยู่ที่ ว่าใครมีค่ามากกว่ากัน ลูกสาวคุณมาก่อน แต่ฉันมีค่ามากกว่า ผู้ชายถึงเลือกฉัน”
เสาวณีย์โดนหญิงสาวเก็บเคำพูดตัวเองกลับมาย้อน ก็ถึงกับคุมสติไม่อยู่ จะเข้าไปทำร้ายเธอให้ เจ็บปวด หมือนที่ตัวเองกำลังประสบ
ศรุตายืนเชิดหน้าท้าทาย อย่างไม่กลัวเกรง
ศรวณีย์ ศก ป้าทิศวิ่งเข้ามาห้ามเสาวณีย์ไว้ได้ทัน
ศกกอดรั้งตัวเสาวณีย์ให้ห่างออกมา “หยุดนะคุณเสาว์”
เสาวณีย์ดิ้นพล่านจะเข้าไปทำร้ายศรุตาให้ได้
“ปล่อยฉันนะ ฉันจะฆ่ามัน ฉันจะฆ่าแกนังทราย”
ศกกับป้าทิศช่วยกันกอดรัดพาเสาวณีย์กลับไปบ้านใหญ่ ศรวณีย์กอดปลอบพี่สาวไว้
“พี่ทรายเป็นยังไงบ้างคะ เข้าบ้านเถอะนะคะ”

ศรุตามองไปทางเสาวณีย์ แล้วมองน้องสาวร่วมบิดาอย่างสะใจ
 
อ่านต่อหน้า 2

ทรายสีเพลิง ตอนที่ 12 (ต่อ)

ศรุตามองอาการนิ่งของศรวณีย์ อย่างเข้าใจว่าหญิงสาวเสียใจเรื่องพัชระ จึงแกล้งจับมือให้หยุดยืน คุยที่ระเบียงบ้าน

“พี่ขอโทษ ที่วันนี้พี่เป็นต้นเหตุทำให้ศรเสียใจ อับอาย ทั้งๆที่บอกพัชระ แล้วว่าเรื่องของพี่กับเขา มันเป็นไปไม่ได้ แต่เขากลับทำกับน้องสาวของพี่อย่างนี้ ต่อไปใครจะพูดยังไง ผู้ชายทิ้งน้องสาวมาเลือกพี่สาว
อย่างนั้นเหรอ ยิ่งฟัง ก็ยิ่งขายหน้า”
ศรวณีย์จับมือพี่สาว
“พี่ทรายไม่ต้องคิดมากนะคะ”
“จะไม่ให้พี่คิดมากได้ยังไง นี่มันความรู้สึกของศรนะ ศรไม่โกรธพี่ ไม่โกรธพัชเหรอ ?”
หญิงสาวยิ้ม “ไม่โกรธค่ะ”
ศรุตาชะงัก เพราะคาดหวังว่าศรวณีย์จะต้องร้องไห้ฟูมฟายน้ำตา ประโยคคำถามต่อมา น้ำเสียงจึงแข็งขึ้น
“หมายความว่ายังไง ? นั่นคู่หมั้นศรทั้งคน โดนคนแย่งไป ศรไม่โกรธเนี่ยนะ”
“จริงๆค่ะพี่ทราย ถ้าเรื่องนี้เกิดก่อนหน้านี้ ศรอาจจะเสียใจก็ได้ แต่ไม่ได้เสียใจ เพราะรักหรือต้องการ แต่งงานกับพี่พัชนะคะ แต่เสียใจเพราะรู้สึกเหมือนเราไม่มีค่า”
“แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่รู้สึกอย่างนั้น”
ยิ่งเห็นความไม่เจ็บปวดของน้องสาว ศรุตาก็ยิ่งร้อนรน
“เพราะพี่ทรายสมควรได้ทุกอย่างที่พี่ทรายอยากได้ ศรอยากให้พี่ทรายมีความสุข เพื่อชดเชยกับ สิ่งที่ศรกับคุณแม่ทำไว้และอยากให้พี่ทรายหายโกรธเรื่องในอดีตค่ะ”
ศรุตาอึ้ง นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดหวัง และรอคอย
“แล้วศรไม่รัก ไม่หวงพัชระเลยรึไง”
“ไม่ค่ะ พี่ทรายทำให้ศรยอมรับหัวใจตัวเอง ว่าศรรักใคร”
ฌานเดินเข้ามาพอดี
“หมายความว่าคุณทำให้ผมกับศรรู้ ว่าใครคือคนที่เรารัก และใครรักเราน่ะสิทราย”
ฌานเดินเข้ามาโอบไหล่ลูกศร ศรุตามองทั้งคู่อย่างคาดไม่ถึง
“ศรออกไป พี่มีเรื่องจะพูดกับฌาน”
ศรุตาจ้องหน้าฌานอย่างเอาเรื่อง

“คุณล้อฉันเล่นใช่ไหม ?”
ศรุตาเริ่มต้นคำถามแรก เมื่อฌานเดินตามเข้ามาในบ้านริมน้ำ
“เปล่า ผมพูดจริง”
“ทำไมต้องทำแบบนั้น อย่าบอกนะว่าแค่ลูกศรไปนอนกับคุณคืนเดียว คุณต้องแสดงความเป็น สุภาพบุรุษรับผิดชอบ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องไปรับผิดชอบผู้หญิงที่คุณเคยนอนเป็นสิบเป็นร้อยคนด้วย”
ฌานส่ายหน้า “ศรไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น”
“ไม่เหมือนยังไง”

“เพราะผมรักเขา” ฌานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง และจริงใจ

ศรุตาเดินออกมาที่ระเบียงบ้านด้วยอารมณ์ที่พร้อมจะอาละวาด

“ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่เชื่อ”
“ เชื่อเถอะทราย”
หญิงสาวหยุดเดิน แล้วหันขวับไปเผชิญหน้ากับเขา
“คุณจะให้ฉันเชื่อว่าผู้ชายที่เลือกได้อย่างคุณ จะบ้ารักเด็กหน้าโง่นั่นเหรอ คุณบ้าไปแล้วเหรอฌาน ขนาดผู้ชายอย่างพัชระยังไม่เอา แล้วคุณเป็นใคร เหนือกว่าพัชระแค่ไหน จะไปรับของเหลือนั่นมา”
ฌานฟังศรุตาพูดดูถูกศรวณีย์ ด้วยความไม่พอใจ
“คุณอย่าพูดอย่างนั้นนะทราย การที่พัชระไม่ได้รักลูกศร ไม่ได้หมาย ความว่าลูกศรจะไม่มีค่าสำหรับ ใคร คุณสมบัติที่ลูกศรมี อาจไม่สำคัญสำหรับคนอื่น แต่มีค่าและสำคัญสำหรับผม”
“หยุดเชิดชูมันให้ฉันฟังสักที ยิ่งฟัง ฉันยิ่งจะอ๊วก”
ศรุตาโกรธจนเริ่มคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่
“ผมคงหยุดชื่นชมความดีของศรไม่ได้หรอก เพราะทุกอย่างที่ผมพูด มันเป็นความจริง แล้วความดี นั้นก็ทำให้ผมรักเขา”
“แล้วฉันล่ะฌาน ไหนคุณเคยบอกว่ารักฉัน จะแต่งงานกับฉันคนเดียว”
ฌานยิ้มเยาะ “ใช่ ผมเคยรู้สึกแบบนั้น จนกระทั่งคุณทิ้งผมไปในวันเกิดของผม มันทำให้ผมแน่ใจ แล้วว่าคุณไม่เคยรักผมเลย”
แต่มีหรือที่คนอย่างศรุตาจะยอมเสียฌานไปง่ายๆ
“ฌาน ฟังฉัน”
แต่ฌานไม่ฟัง “ผมต้องขอบคุณคุณนะทราย เพราะแผนของคุณที่พยายามยัดเยียดลูกศรให้ผม มันคือการเปิดทางให้ผมได้รู้ว่าใครที่รักผมจริง”
“นี่มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ ที่ฉันเปิดโอกาสให้มันอยู่กับคุณ เพื่อให้คุณทำนังเด็กนั่นบ้าคลั่งคุณ แล้วคุณก็ทำกับมันเหมือนของกินเล่น พอเบื่อก็เขี่ยทิ้ง ฉันต้องการให้คุณทำมันเจ็บ ได้ยินไหมฌาน ฉันต้องการใช้ คุณแก้แค้นมันแค่นั้น ไม่ใช่รักมัน”
“สุดท้ายคุณก็ยอมรับว่าผมเป็นแค่เครื่องมือที่คุณใช้แก้แค้น ไม่ต่างจากที่คุณทำกับพัชระ”
“ฌาน .มันไม่ใช่อย่างนั้น”
“ตลอดเวลาสี่ห้าปีที่คุณผูกมัดผมไว้ ก็เพื่อผลประโยชน์ไม่ใช่ความรู้สึกเลยใช่ไหม ?”
ฌานพูดอย่างเจ็บปวด “ขอบคุณมากนะทราย ที่ทำให้ผมรู้ว่าคุณไม่ต่างอะไรจากแม่และลิซ่าเลย”
ศรุตาพยายามจะหาข้ออ้างเพื่อ “ยื้อ” จึงจับมือฌานไว้ แต่เขากลับสะบัดมือออกอย่างไม่มีเยื่อใย
“และขอบคุณคุณที่ทำให้ผมรู้ว่าผมเลือกถูกคน รู้ไว้นะทราย ผมรักลูกศรมาก รักจนเต็มหัวใจ รักอย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน แม้กระทั่งคุณ”
พูดจบก็เดินผ่านเธอออกไปทันที

หญิงสาวแทบกรี๊ด คนอย่างศรุตาไม่มีวันแพ้ใคร โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเทียบกับเธอได้อย่าง ศรวณีย์ !

ศรุตารีบวิ่งลงบันไดตามมา และเข้าไปกอดรั้งฌานไว้

“ไม่นะฌาน คุณต้องไม่ทิ้งฉันอย่างนี้ ฉันรักคุณ ฉันรักคุณจริงๆนะฌาน”
ฌานมองอย่างรู้ทัน ว่าเธอกำลังต้องการเอาชนะ
“งั้นพิสูจน์สิทราย พิสูจน์ความรักของคุณ ยุติชีวิตและการแสวงหาชัยชนะเพื่อผม ล้มเลิกความคิด ที่จะครอบครองผู้ชายที่คุณอยากได้ หยุดทุกอย่างตั้งแต่วันนี้ แล้วเก็บของไปอยู่กับผมคืนนี้ เราจะได้แต่งงานกันจริงๆ หลังจากที่คุณหลีกเลี่ยงมาตลอด ทำให้ผมเห็นว่ายอมเสียสละความต้องการของตัวเองเพื่อคนที่คุณรักได้”
ศรุตาชะงัก พยายามคิดหาคำตอบว่าจะพูดอย่างไรที่ตัวเองไม่เสียเปรียบมาก
ฌานยิ้มเยาะ “อย่าฝืนเลยทราย ผมรู้ว่าคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณ ไม่มีทางเสียสละให้ใครได้หรอก”
-ฌานเดินออกไปทันที
ศรุตาช็อก จนไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะทรงตัว พัชระเข้ามากอดพยุงไว้ทัน
ศรุตาผลักพัชระ แล้วเดินออกไปอย่างหงุดหงิด พัชระรีบเดินตามไป

พัชระเดินเข้ามาดึงแขนศรุตาไว้
“คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ทำไมเมื่อเช้าไม่เข้าไปในพิธี คุณรู้ไหมว่าผมกับแม่ มองหาแต่คุณ แต่ถึงวันนี้คุณอาเสาว์จะล้มเลิกงาน แต่ผมจะให้แม่รีบหาฤกษ์มาสู่ขอกับคุณพ่อของคุณให้เร็วที่สุด”
ศรุตาที่อารมณ์กำลังกรุ่นกับเรื่องที่ฌานประกาศว่ารักศวรณีย์ ตวาดกลับไป
“จะไม่มีงานแต่งงานระหว่างเรา”
“ทำไมล่ะทราย ? ก็คุณพูดเองไม่ใช่เหรอว่าคุณรักผม เราจะแต่งงานกัน หรือคุณไม่พอใจอะไรผม คุณบอกผมสิ ผมจะแก้ไขทุกอย่าง บอกผมสิทราย”
“ ไม่มีอะไรมากไปกว่า ฉันปฏิเสธคุณ ได้ยินไหม”
พัชระอึ้ง เพราะตั้งความหวังไว้มากว่าจะได้แต่งงานกับศรุตา ยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ จึงไม่ยอมถูก ปฏิเสธง่ายๆ
“ทำไมล่ะทราย ทำไมคุณปฏิเสธผม”
ศรุตาปัดมือพัชระออกจากไหล่ตัวเอง แล้วจ้องตาอย่างจริงจัง
“ฉันเคยบอกว่าต้องการแต่งงานกับคุณเหรอพัชระ”
“แล้วที่คุณบอกว่าคุณรักผม คุณอยากอยู่กับผม“
หญิงสาวยิ้มเยาะ
“ฉันไม่เคยบอกรักคุณ ฉันบอกแค่ว่าฉันชอบคุณ ฉันอยากอยู่กับทุกคนที่ฉันชอบ”
“คุณจงใจปั่นหัวผมใช่ไหม คุณใช้ความรัก ความจริงใจของผม เป็นเครื่องมือแก้แค้น แม่เลี้ยงคุณ ใช่ไหม ?! คุณนี่มัน…”
ศรุตารีบพูดแทรก “อย่ามาโทษฉันนะ ถ้าจะโทษ โทษตัวคุณเองดีกว่า ที่หวังสูงเอง”
พัชระอึ้งที่โดนศรุตาพูดจาดูถูกใส่หน้า จึงใช้กำลังข่มเหงหมายจะรวบรัดให้หญิงสาวตกเป็นของตัวเอง แต่กลับถูกศรุตาใช้แจกันฟาดเข้าที่หัวเต็มๆ
“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจ”
พัชระเอามือแตะที่รอยที่โดนตีจนเลือดชุ่ม
“นี่สินะ ที่เขาเรียกว่าเลือดโง่ ถ้าเดาไม่ผิด สองวันที่คุณหายไป คุณคงตามไปทอดสะพาน ให้พี่บุรี สินะ”
ศรุตาพยายามเก็บอาการนิ่งไว้ พัชระเดินไปยืนตรงหน้า แล้วมองเธอด้วยสายตาดูถูก
“และถ้าเดาไม่ผิด พี่บุรีไม่เอาคุณ”
ศรุตาชะงักกึก ที่พัชระพูดโดนจุดที่ตัวเองกำลังเจ็บ
“ฉันบอกให้ออกไป”
พัชระมองหญิงสาวด้วยสายตาเยาะเย้ย
“พี่ฌานที่รักคุณมาก เขายังไม่เอาคุณเลย แล้วนับประสาอะไรกับพี่บุรี คนอย่างเขาไม่มีทางหลงใหล ใยดีกับมายาจอมปลอมของคุณ ต่อให้คุณป้อนถึงปาก เขายังคาย”
ศรุตาที่เจ็บเพราะถูกบุรี คาย” จริงๆ ตวาดเสียงดัง
“พัชระ”
พัชระยิ้มหยัน แล้วใช้คำพูดของเธอพูดย้อนกลับไป
“อย่ามาโกรธผม ! ถ้าจะโทษ..โทษตัวคุณเองดีกว่าที่หวังสูงเอง ไม่แปลกใจหรอก ที่พี่ฌานเลือกศร เพราะลูกศรเป็นนางฟ้า ส่วนคุณ มันนังปีศาจ”
“ไป๊ ไปให้พ้น”
พัชระมองศรุตาด้วยสายตาดูถูก แล้วเดินไป

“ไม่จริง ฉันไม่มีทางแพ้"
 
อ่านต่อหน้า 3

ทรายสีเพลิง ตอนที่ 12 (ต่อ)

ฌานเดินหน้าเครียดมาจากบ้านริมน้ำ หลังจากเคลียร์กับศรุตาเสร็จ ศรวณีย์ยืนรออยู่หน้าบ้าน

“พี่ทรายว่ายังไงบ้างคะ ?”
ฌานไม่ตอบแต่กลับย้อนถาม “มั่นใจในตัวพี่ไหมศร ?”
“ไม่มีสักครั้งที่ศรไม่มั่นใจในตัวพี่ฌาน”
“ถ้ามั่นใจในตัวพี่ ขอให้เชื่อในตัวพี่ ไม่ต้องสนใจอดีตที่ผ่านมา”
หญิงสาวจับมือฌานแน่น “ ค่ะพี่ฌาน”
“และเพื่อให้ศรรู้ว่าพี่จริงจังกับศรมากกว่าผู้หญิงคนไหน พี่ถึงมาที่นี่ พื่อมาพบคุณพ่อ คุณแม่ของศร”
ศรวณีย์ชะงัก “ตอนนี้เหรอคะ ?”
“มีอะไรรึเปล่า ก็ไหนว่าศรกับพัชระยกเลิกการแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ”
เสียงเสาวณีย์ประกาศลั่นบ้าน “ยังไงลูกศรก็ต้องแต่งงานกับพัชระ”
“ศรว่าไว้วันหลังเถอะนะคะ”
ฌานตัดสินใจจูงมือศรวณีย์เดินเข้าบ้านทันที

เสาวณีย์นั่งเครียดแค้นศรุตา โดยมีคุณหญิงเพกานั่งข้างๆ ถัดมาเป็นศก
“เพราะคุณ ฉันเคยเตือนคุณแล้วว่า อย่าให้ลูกสาวคุณมาอยู่ที่นี่ วันนึงครอบครัวเราต้องเดือดร้อน .แต่คุณกลับมาว่าฉันอคติ แล้วตอนนี้เห็นรึยัง คอยดูนะ ไม่ว่ายังไง ลูกศรต้องแต่งกับพัชระ”
ฌานพาศรวณีย์เดินเข้ามา
“ผมคงยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ”
เสาวณีย์หันขวับ แล้วมองฌานอย่างจำได้ว่าเป็นคู่รักของศรุตา ขณะที่ปรายตาเห็นมือของเขากุมมือศรวณีย์อยู่
“นี่มันอะไรกัน”
คุณหญิงเพกาเองก็จำฌานได้ “นี่เธอเป็นผู้ชายของนังทรายนี่ เธอมายุ่งอะไรกับหลานสาวฉัน”
ฌานตัดสินใจพุดตรงๆ “คือผมกับลูกศร เราคบกันครับ”
ศกจ้องหน้าฌานอย่างเอาเรื่อง “หมายความว่ายังไง คุณเป็นแฟนทราย แล้วมาเกี่ยวอะไรกับลูกศร”
เสาวณีย์จะเข้าไปดึงลูกสาวออกจากฌาน
“มานี่นะลูกศร แค่นี้บ้านเรายังเกิดเรื่องงามหน้าไม่พอใช่ไหม”
ศรวณีย์พยายามอธิบาย
“คุณแม่ฟังศรก่อนนะคะ.ความจริงวันนี้ ถึงพี่พัชระไม่ปฏิเสธการแต่งงาน ศรก็จะเป็นฝ่ายปฏิเสธ เองอยู่แล้ว ศรไม่ได้รักพี่พัช ศรรักพี่ฌานค่ะ”
คุณหญิงเพกาเอามือทาบหน้าอก
“โอ้ย ฉันจะเป็นลม นี่จะมีเรื่องงามหน้าไปถึงไหน ผู้ชายของคนน้องไปรักคนพี่ ส่วนคนน้องไปรัก ผู้ชายของคนพี่”
“ผมกับทรายไม่มีอะไรกันแล้วครับ ความจริงความรู้สึกของผมกับทรายมันไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ มีแค่ผมคนเดียวที่คิดไปเอง แต่ตอนนี้ทุกอย่างจบไปแล้ว ผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักและต้องการคือศรครับ”
ศรวณีย์มองฌานด้วยสายตายิ้มมีความสุขกับสิ่งที่เขาพูดออกมา
“ ผมรักศรอย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน อยากดูแลศร อยากใช้ชีวิตกับศร อยากรักษาชื่อเสียง
เกียรติยศของศร และเพื่อพิสูจน์ว่าผมจริงจังกับศรจริง ผมขออนุญาตพาผู้ใหญ่มาสู่ขอศรได้ไหมครับ”
หญิงสาวมองฌานอย่างคาดไม่ถึง “พี่ฌาน”
เสาวณีย์ครุ่นคิดบางอย่าง แล้วแอบยิ้มนิดๆ

“แต่ฉันได้ข่าวว่า ในสังคมใครๆก็คิดว่าคุณกับทรายเป็นคู่ที่เหมาะสม และต้องแต่งงานกัน ถ้าคุณ เปลี่ยนมาขอลูกศรแบบนี้ แล้วอดีตคู่รักคุณ เขาไม่เป็นอะไรเหรอ ?”

ศรุตานั่งวาดรูประบายความเครียด ภาพตรงหน้าถุกละเลงด้วยสีที่เลอะเทอะ บ่งบอกถึงสภาวะจิตใจ ของคนวาดที่กำลังยุ่งเหยิง สับสน และเต็มไปด้วยความโกรธ

เสาวณีย์เดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มเยาะมายืนอยู่ด้านหลัง
“ฉันเชื่อแล้วว่ากรรมเดี๋ยวนี้ มันย้อนกลับมาตอบสนองเร็ว”
ศรุตาหันขวับมาจ้องเสาวณีย์
“อย่าคิดว่าจะแย่งของของฉันไปได้อีก”
เสาวณีย์ยิ้มเหยียด
“ก็ไม่รู้สินะเธอเพิ่งเตือนว่าฉันเคยสอนไว้ว่า ผู้ชายจะเลือกใคร มันไม่เกี่ยวว่าใครมาก่อนหรือ
มาหลัง แต่อยู่ที่ว่าใครมีค่ามากกว่ากัน เธอมาก่อน แต่ศรมีค่ามากกว่า ผู้ชายถึงทิ้งเธอมาเลือกศร”
ศรุตากำมือแน่นแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่
“กลับไปซะศรุตา ที่นี่ไม่มีชัยชนะให้เธอหรอก เพราะมันเป็นของฉันตั้งนานแล้ว”
พูดจบก็เดินออกไปด้วยทีท่าผงาดอย่างผู้ชนะ
ศรุตามองตามอย่างเจ็บปวด โกรธแค้น คุ้มคลั่ง ดั่งเพลิงโหมกระหน่ำ หญิงสาวปัดภาพวาดที่กำลังวาดล้มระเนระนาด จากนั้นก็เดินไปที่โต๊ะ แล้วเปิดลิ้นชักหยิบสร้อย ข้อมือทับทิมมาดู
ศรุตานึกถึงภาพเหตุดารณ์ที่ฝังใจจากอดีต พลางดึงสร้อยข้อมือทับทิมขาดกระจาย เหมือนกับความรู้สึกของเธอในยามนี้ ที่อยากจะทำลายทุกอย่างให้พินาศ

บุรียืนเหม่อคิดถึงเรื่องของศรุตา แล้วก็ลังเลว่าจะโทร.มือถือหาเธอดีไหม สุดท้ายก็ตัดสินจะกดโทร.
แต่กลายเป็นว่ากี้โทรเข้ามาขัดจังหวะก่อน
“ว่ายังไงกี้ ? อะไรนะ ?”

ที่ผับแห่งหนึ่ง ผู้ชายกลุ่มใหญ่กำลังรุมทำร้ายพัชระอยู่ ขณะที่กี้ ติ่ง จ้อย ป๊อก ชีวินเพิ่งมาถึง พยายามเข้าไปห้าม
“หนูขอนะพี่ น้องหนูมันเมา ปากมันดีไปอย่างนั้นแหละ”
“ดูแลน้องให้ดีหน่อย ไม่ใช่โดนผู้หญิงทิ้งแล้วมาปากหมา”
กลุ่มผู้ชายเดินออกไป พัชระยังโวยวายต่อ
“จะไปไหน กลับมาสิโว้ย”

บุรีถือถังน้ำใส่น้ำที่มีน้ำแข็งผสมด้วยเข้ามาสาดใส่พัชระเต็มๆ

บุรีเดินนำจ้อย ป๊อก ที่หิ้วปีกพัชระที่เนื้อตัวเปียกปอนมาที่รถ กี้ ติ่ง ชีวินเดินตามมา

“ทุกคนกลับไปเถอะ เดี๋ยวพี่พาพัชไปส่งบ้านเอง”
ทุกคนลากลับ บุรีเข้าไปพยุงพัชระจะให้เข้ารถ แต่พัชระยังโวยวายไม่เลิก
“พี่อย่ามาทำเป็นพระเอกเลย ผมรู้ว่าตอนนี้พี่อยากหัวเราะเยาะผม หัวเราะสิพี่ ทรายไม่ได้รักผม ผมยอมหักหน้าแม่เลี้ยงเพื่อแก้แค้นให้เขา แต่เขากลับบอกว่าเขาไม่เคยรักผม ผมเป็นแค่ไอ้หน้าโง่ที่เขาหลอกใช้ เท่านั้นเอง”
บุรีฟังแล้วถึงกับชะงัก
“เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นเพราะนายไม่มีสติอย่างนี้ไง คนอย่างพี่ไม่เคยคิดจะเอาชนะนาย แต่ที่พี่ เตือนนายมาตลอด เพราะพี่ไม่อยากให้นายตกเป็นเหยื่อของเขาอีกคนต่างหาก”
พัชระนั่งกอดเข่าแล้วซุกหน้าตัวเองร้องไห้อย่างเจ็บปวด
“เขาทำกับผมอย่างนี้ได้ยังไง”
บุรีมองพัชระอย่างสงสาร
“เอาเถอะ อย่างน้อยเหตุการณ์นี้ก็ทำให้นายรู้ว่าใครต้องการนายจริงๆ มันยังไม่สายที่นายจะเริ่มต้น ใหม่ กับลูกศรนะ”
พัชระส่ายหน้า “สายไปแล้วล่ะครับพี่บุรี ตอนนี้ลูกศรมีคนที่เขารักแล้ว”
“อะไรนะ ?”
“รอให้ศรบอกกับพี่เองดีกว่า พี่บุรีไม่ต้องไปส่งผมหรอกครับ ผมกลับแท็กซี่เอง”
พัชระเดินออกไป บุรีมองตาม พลางครุ่นคิดว่าศรวณีย์รักใคร ?

ศรุตาแอบย่องเข้าในห้องคอนโดของฌานอย่างเงียบเชียบ
หญิงสาวกวาดตามองรอบๆ ห้อง ดูอาณาจักรที่เธอเคยครอบครองด้วยความเป็น “หนึ่ง” เมื่อเดินมาที่โต๊ะห้องรับแขก เห็นต้นพลูทองของศรวณีย์วางอยู่ ก็เดินไปหยิบน้ำยาล้างจานในครัว มา แล้วเทใส่ โคนต้น
“ฉันจะไม่ยอมให้แกแย่งของของฉันไปได้อีก”

ขณะที่ศรวณีย์กำลังคุยมือถือกับฌานด้วยสีหน้าอิ่มสุข
“แล้วคุณพ่อ คุณแม่ศรพูดเรื่องการแต่งงานของเรายังไงบ้างจ๊ะ ?”
“คุณพ่อ คุณแม่ยังไม่ได้พูดอะไรค่ะ คุณแม่บอกรอพี่ฌานพาผู้ใหญ่มาคุยก่อน แล้วค่อยวางแผน อีกที”
“พรุ่งนี้พี่จะไปขอบอกแม่ของบุรีท่านเป็นเหมือนแม่ของพี่ พี่จะขอให้แม่บุรีไปขอศร “
พูดพลางกอดหมอนที่ศรวณีย์เคยหนุนไว้แน่น
“พี่อยากให้เราแต่งกันพรุ่งนี้เลย รู้ไหมว่าตอนนี้พี่คิดถึงศรมาก จนต้องเอาหมอนที่ศรเคยหนุนมา
กอดกับต้นพลูทองมาวางข้างๆ ไม่อย่างนั้น คืนนี้พี่คงนอนไม่หลับ”
“ถ้าทำได้ ศรอยากจัดงานแต่งของเราที่มูลนิธิเด็กค่ะ พี่ฌานอย่าเพิ่งหัวเราะกับความคิด เพี้ยนๆ ของศรนะคะ ที่ศรอยากจัดที่นั่น เพราะศรอยากแบ่งความสุขของศรให้กับเด็กๆ อีกอย่างมันเป็นที่ที่เราเจอกัน ครั้งแรก”
ศรุตาเดินมาทางสนามข้างบ้านใหญ่ ยืนแอบมองศรวณีย์คุยมือถือกับฌานอย่างเคียดแค้น เพราะที่มูลนิธิเด็ก เป็นที่ที่เธอหวังพาน้องสาวต่างมารดาไปเพื่อทำลาย แต่มันกลับเป็นที่แห่งความสุขของศรวณีย์
“ทำไมเราไม่รักกันเร็วกว่านี้นะศร”
“ตอนนี้เราก็รักกันแล้วนี่คะ แล้วเราก็จะใช้เวลาที่เหลือด้วยกัน จะไม่มีใครทิ้งกันไปไหน”
ศรุตาจ้องมองด้วยสายตาจงชัง “แกอย่าหวังเลย!”
เมื่อน้องสาววางสาย ศรุตาก็ปั้นหน้ายิ้มแย้มเดินเข้าไปทักทาย
“แหม หวานกันจริงนะ พี่เห็นน้องสาวพี่มีความสุข พี่ก็ดีใจ ยังไงก็ตักตวงความสุขเอาไว้เยอะๆ นะ ชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอน”
“แล้วตกลงพี่ทรายกับพี่พัชเป็นยังไงบ้างคะ ?”
ศรุตาทำหน้าเศร้า “นี่ศรไม่รู้ล่ะสิว่าพี่ปฏิเสธพัชระไปแล้ว ก็พี่ไม่ได้รักเขาพี่จะไปแต่งงานกับ เขา ได้ยังไง”
ศรวณีย์พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ศรเองก็แอบคิดอยู่แล้ว ว่าพี่ทรายคงไม่รักพี่พัช”
ศรุตามองน้องสาวด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “พูดแบบนี้ แปลว่าศรรู้ว่าพี่รักใคร”
“ศรไม่รู้หรอกค่ะ ศรรู้แค่ว่าพี่พัชคงไม่ใช่อย่างที่พี่ทรายชอบ”
“ใช่ เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น ทำให้พี่รู้ใจตัวเองแล้วว่าพี่รักใคร”
ศรวณีย์มองพี่สาวอย่างตื่นเต้น
“บอกศรได้ไหมคะ ว่าพี่ทรายรักใคร ศรอยากรู้จังว่าผู้ชายที่แสนโชคดีคนนั้นเป็นใคร”
“ไม่ต้องห่วง ศรกำลังจะรู้อีกไม่นานนี้ ว่าแต่พรุ่งนี้ศรว่างไหม ?”

ศรุตามองศรวณีย์ยิ้มๆ
 
อ่านต่อหน้า 4

ทรายสีเพลิง ตอนที่ 12 (ต่อ)

เสาวณีย์ที่นอนอยู่ สะดุ้งลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด กับภาพฝันที่เห็นศรวณีย์จมน้ำตายต่อหน้าต่อตา

“ลูกศร”
ศกที่นอนอยู่ข้างๆตกใจตื่น “เป็นอะไรคุณเสาว์”
เสาวณีย์พูดไม่ออก เพราะภาพในฝันมันทำให้หัวอกแม่แทบแตกสลาย
“ลูกศร”

เมื่อเดินลงมาด้านล่าง เสาวนีย์ก็รีบถามหาศรวณีย์กับป้าทิศทันที
“คุณศรเพิ่งออกไปเมื่อกี้นี้เองค่ะ เห็นบอกว่าจะไปหาคุณฌาน”
“แล้วไปยังไง ? ไปกับใคร ?”

ศรุตาพาศรวณีย์มาลงเรือที่ท่าน้ำ หญิงสาวผู้น้องถือกล่องใส่ขนมเตรียมไปฝากฌาน หญิงสาวผู้พี่สตาร์ทเรือเตรียมจะขับออกไป แต่ไม่วายหันมามองไปทางบ้านใหญ่ด้วยสายตามีแผนบางอย่าง

เสาวณีย์พูดกับป้าทิศด้วยสีหน้าเครียด
“ศรบอกว่าไปแท็กซี่เหรอ ? แล้วทำไมไม่ให้เติมไปส่ง”
“คุณศรบอกว่าเผื่อขากลับ จะให้คุณฌานมาส่งค่ะ”
เสาวณีย์ยิ่งใจคอไม่ดี “แล้วเจ้านายเธอล่ะ อยู่ไหน ?”

เสาวณีย์เดินเข้าบ้านแล้วจะไปเปิดประตูห้องนอนของศรุตา ป้าทิศรีบวิ่งเข้ามาขวางไว้
“คุณทรายยังนอนหลับอยู่ในห้องจริงๆค่ะ ถ้าคุณทรายออกไป ฉันก็ต้องเห็น”
“ตอนนี้ฉันไม่เชื่อใครทั้งนั้น คราวก่อนมันทิ้งจดหมาย ก็เชื่อว่ามันกลับอเมริกา แล้วเป็นยังไง มันกลับสวมเขาให้น้อง ฉันจะไม่เสียรู้มันอีกแล้ว”
เสาวณีย์ดันตัวป้าทิศออกไป แล้วเปิดประตูห้องเข้าไป เห็นว่าศรุตานอนห่มผ้าอยู่บนเตียง “คุณเห็นแล้วนะคะว่าคุณทรายนอนอยู่”
เสาวณีย์เหลือบไปทางประตูห้อง อย่างไม่หายห่วง
“ใจเย็นๆเถอะค่ะคุณเสาว์ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว คงไม่มีอะไรอีกแล้วล่ะค่ะ”
ป้าทิศพยายามพูดปลอบ

“ฉันก็หวังว่าคนบางคนจะยอมแพ้ได้ แล้วไม่เล่นสกปรกอีก”

ศรุตาลุกขึ้นจากที่นอน พลางปรายตามองไปทางประตูแล้วยิ้มเยาะเสาวณีย์ จากนั้นก็รีบเดินตรงมาที่ท่าน้ำ ศรวณีย์ยืนแอบคนในบ้านรออยู่

“เป็นยังไงบ้างคะพี่ทราย ศรพยายามโกหกแล้วว่าไปแท็กซี่ ไม่คิดว่าคุณแม่…”
ศรุตาพูดอย่างยิ้มๆปลอบน้องสาว
“ไม่เป็นไรหรอกศร พี่รู้ว่าเกิดเรื่องพัชเลือกพี่ คุณอาเสาว์ไม่มีทางไว้ใจพี่อีก ศรเองก็เหมือนกันนะ ถ้าระแวงพี่ ก็ไม่ต้องไปกับพี่ก็ได้”
ศรวณีย์จับมือพี่สาวแน่น “ศรไม่เคยระแวงพี่ทรายค่ะ ศรไว้ใจและรักพี่ทราย”
“ศรรักพี่มากไหม ?”
“มากที่สุดค่ะ”
ศรุตามองน้องสาว แล้วยิ้มอย่างมีแผน
“มากขนาดที่พี่ขอของที่ศรรัก ศรจะให้พี่ได้ไหม ?”
“ศรรู้ว่าศรกับแม่ เอาอะไรจากพี่ทรายมามาก เพราะฉะนั้น อย่าว่าแต่ของที่ศรรักเลย แม้แต่ชีวิต ของศร ศรก็ให้พี่ได้”
ศรุตามองศรวณีย์นิ่งๆ แล้วก็หัวเราะกลาบเกลื่อน
“อย่าทำหน้าเครียดขนาดนั้นสิ พี่แค่ถามลองใจศรเล่นๆน่า ไปกันเถอะ พี่อยากแสดงความยินดี กับฌานเรื่องศรจะแย่แล้ว”
พูดพลางเดินจูงมือน้องสาวไปลงเรือ
“ศรว่าเราโทรบอกพี่ฌานหน่อยดีไหมคะว่าเราจะไปหา เห็นเมื่อคืน พี่ฌานบอกศรว่า เช้านี้พี่ฌาน ไม่อยู่”
ศรวณีย์เขินที่จะบอกว่าฌานจะไปหาผู้ใหญ่มาสู่ขอ
“ไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่อยากให้ฌานรู้ว่าพี่พาศรมา”
พลางยิ้มให้น้องสาวเหมือนไม่ได้มีแผนอะไรในใจ
“พี่อยากเซอร์ไพร์สเขาน่ะจ้ะ “

บุรีกับแม่มองฌานอย่างตกใจ คาดไม่ถึง
“ผมมาขอให้แม่ช่วยไปสู่ขอเจ้าสาวให้ผมหน่อย”
บุรีรู้สึกจุกในหัวใจ คิดว่าฌานจะให้แม่ไปขอศรุตา แม่มองลูกชายด้วยแววตาเห็นใจ
“แม่ยินดีกับฌานและหนูทรายด้วยนะ”
ฌานหน้าเหวอ “ เอ่อ ไม่ใช่ทรายครับ”
บุรีมองฌาน อย่างประหลาดใจ
“หา ? ผู้หญิงที่แกให้แม่ไปสู่ขอ ไม่ใช่ทรายเหรอ ?”
ฌานพยักหน้า แล้วมองยิ้มๆ แอบเคืองที่ศรุตารักบุรี

“ไม่ใช่ ฉันจะแต่งงานกับลูกศร”

“เรื่องมันเป็นมายังไง ?” บุรียิงคำถามใส่ฌานเมื่ออยู่กันตามลำพัง

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกที่ฉันมีให้ศรมันเกิดขึ้นตอนไหน แต่ถ้าถามว่าฉันแน่ใจว่าฉันรัก ศรตอนไหน ก็คงเป็นตอนที่ฉันเห็นทรายไปหาแกที่สิงคโปร์”
บุรีอึ้ง ไม่คิดว่าฌานจะรู้
“ความจริง ฉันรู้ความรู้สึกที่ทรายมีกับแกก่อนแกไปสิงคโปร์อีก”
ฌานหยิบมือถือแล้วเปิดรูปที่พัชระแอบถ่ายตอนบุรีดูแผลที่หน้าผากศรุตาบนเรือ“สำหรับคนส่งรูปนี้ คงคิดแค่ให้ฉันเห็นแกใกล้ทราย แต่เขาลืมมองสายตาของทรายที่มองแก มันเป็นสายตาที่ทรายไม่เคยมองใครมาก่อน แม้แต่ฉัน”
บุรีกำลังจะอธิบาย แต่ฌานรีบยกมือห้าม
“ไม่ต้องอธิบายหรอก ฉันรู้จักแกดีว่าแกไม่มีทางคิดทำร้ายฉัน แต่ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของโชคชะตา เพราะถ้าตอนนั้น ทรายไม่ทิ้งฉันไปหาแก ฉันก็คงไม่รู้ว่าฉันไม่ได้เจ็บปวดที่ไม่มีทราย ตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่ ฉันมีกับลูกศร ยิ่งวันงานแต่ง ฉันเหมือนคนกำลังจมน้ำ ทำอะไรไม่ได้ ถึงจะตะเกียกตะกายยังไง มันก็เหมือนอยู่ในน้ำ หายใจไม่ออก”
บุรีคิดถึงความรู้สึกตอนที่ตัวเองต้องบอกให้ศรุตาไปหาฌาน มันเจ็บปวดไม่ต่างกัน
“ฉันเข้าใจ”
ฌานมองบุรีอย่างเข้าใจความรู้สึก
“คืนนั้น แกปฏิเสธทรายใช่ไหม ? ”

ศรวณีย์เดินมาจากท่าเรือพร้อมกับศรุตา
“ท่าทางศรดูคล่องขึ้นเยอะเลยนะ ไม่กลัวน้ำแล้วสิ”
“ไม่หรอกค่ะ ศรยังว่ายน้ำไม่ได้เลย ก็ยังเสียวๆอยู่”
“ต่อไปก็ให้ฌานสอนว่ายน้ำสิ แต่ระวังหน่อยนะ รายนั้นมือปลาหมึก”
ศรวณีย์ยิ้มเขินๆ
“พูดไปแล้วก็น่าตกใจเหมือนกันนะ เรื่องของฌานกับศรมันช่างเร็วมาก”
ศรุตาปรายตามอง แล้วพูดธรรมดาแต่จงใจเสี้ยมให้ศรวณีย์คิดมาก
“ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น คงสงสัยว่าทำไมผู้ชายอยากแต่งงานกับเราเร็วจัง ถ้าผู้ชายจนอยากแต่งกับ ผู้หญิงรวย ก็คงคิดว่าอยากได้สมบัติ ส่วนผู้ชายหน้าตาดีกับผู้หญิงจืดๆธรรมดาๆ ก็คงคิดว่า โดนของ”
พูดพลางแกล้งหัวเราะให้เห็นเป็นเรื่องขำ แล้วพูดต่อแฝงน้ำเสียงทีเล่นทีจริง
“แล้วยิ่งผู้ชายอย่างฌาน ถ้าบรรดาสาวๆเขามารู้ คงหนีไม่พ้นต้องแซวว่าฌานประชดชีวิต”
ศรวณีย์ยิ้มแหยๆ
“อุ้ย ! นี่พี่พูดอะไรไม่ดีไปรึเปล่า พี่แค่พูดอะไรขำๆ ให้ศรหยุดคิดกลัวน้ำเท่านั้นเอง อย่าคิดมากนะ”
“ไม่ค่ะ ศรไม่ได้คิดอะไร”
ศรุตายิ้ม “ดีแล้วจ้ะ พี่รู้จักฌานดี ฌานเขาคงไม่ขอศรแต่งงานเพราะหวังผลอะไรหรอกเนอะ ไปกัน ดีกว่า เดี๋ยวฌานมาจะไม่เจอเรา”
ศรุตาเดินนำไป พลางยิ้มเยาะศรวณีย์

“อย่าเถียงเลย คนอย่างแก ถ้าเห็นอะไรไม่ถูกต้องหรือถ้ามีผลกับความรู้สึกคนอื่น แกจะเลือกที่ จะทำตามหลักความถูกต้อง มากกว่าทำตามความรู้สึก แล้วทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นคืนนั้น”
บุรีถอนใจ เพราะหาข้ออ้างมาเถียงฌานไม่ได้
“บุรีต่อให้ฉันไม่มีลูกศร ถ้าทรายรักแก และแกรักทราย ฉันก็ยินดีจะหลีกทางให้แกอย่างเต็มใจ เพราะ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรั้งคนที่เขาไม่มีใจไว้กับเรา เอาล่ะ ตอนนี้ทุกอย่างก็เคลียร์แล้ว ทีนี้แกก็ลองใช้หลักความ ถูกต้องของแกคิดเอง ว่าแกควรทำยังไงกับผู้หญิงที่แกรักต่อไป”

บุรีมองฌานแล้วถอนหายใจอย่างครุ่นคิดว่าจะเอายังไงกับเรื่องของศรุตา
 
อ่านต่อตอนที่ 13
กำลังโหลดความคิดเห็น...