xs
xsm
sm
md
lg

นางกลางไฟ ตอนที่ 9

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


นางกลางไฟ ตอนที่ 9

ธวัชคลายกอดจากดวงสุดา หลังจากได้สติ

"ดาแน่ใจได้ยังไงครับว่าดาท้อง"
"ดาเช็กจากแผ่นตรวจครรภ์น่ะค่ะ แต่เพื่อความแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ พรุ่งนี้ดาจะไปตรวจกับหมอที่โรงพยาบาล วัชไปกับดานะคะ"
ดวงสุดากอดธวัชแล้วยิ้มร้าย ขณะที่ธวัชหน้าเครียด

วันใหม่ ณ ห้องน้ำในโรงพยาบาล วัลลภารับขวดใส่ปัสสาวะจากหญิงท้อง ดวงสุดายืนอยู่ด้วย
วัลลภาควักเงินให้หญิงท้องแล้วกำชับ
"อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ ปิดปากให้สนิท อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด"
"ค่าปิดปากงามขนาดนี้ พวกคุณสบายใจเถอะค่ะ" หญิงท้องบอก
วัลลภามองซ้ายขวา
"งั้นเธอก็ไปได้แล้ว"
หญิงท้องจูบเงินยิ้มๆแล้วออกไป วัลลภาส่งขวดปัสสาวะให้ดวงสุดา
"แค่นี้นายธวัชก็ไปไหนไม่รอดแล้ว"
ดวงสุดามองขวดปัสสาวะ แล้วยิ้มร้าย

ธวัชกับดวงสุดานั่งคุยกับหมอ วัลลภายืนอยู่ด้วย
"ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ภรรยาคุณตั้งครรภ์ได้ 3 อาทิตย์แล้ว"
ธวัชอึ้ง พูดอะไรไม่ออก วัลลภาเข้ามาจับมือดวงสุดา
"น้าดีใจด้วยนะลูก"
"ดาดีใจที่สุดในโลกเลยค่ะน้าวัล" เธอหันไปกอดธวัช "ในที่สุดครอบครัวของเราก็เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์สักทีนะคะ"
ธวัชพูดไม่ออก สีหน้าเครียดจัด ดวงสุดากับวัลลภาลอบสบตากันยิ้มๆอย่างพอใจ

ที่บ้านสวน ตะวันฉายเข้ามาหาธวัชด้วยสีหน้าตกใจ
"คุณดวงสุดาท้องเหรอคะ"
ธวัชหน้าเครียด
"ครับ...ผมเพิ่งจะพาดาไปตรวจที่โรงพยาบาลมา"
ซูซี่ มะปราง นิคมที่อยู่ด้วยมองหน้ากันอย่างตกใจ
"พระเจ้าช่วย ! คุณธวัชจะไปขอหย่า แต่ยัยดวงสุดาบอกว่าท้อง" ซูซี่บอก
"ไอ้วัชเอ้ย เมียสองไม่พอ แถมลูกมาอีกสอง แจ๊คพ๊อตสองชั้นชัดๆ" นิคมแตะบ่าเพื่อน "ทำไมชีวิตแกถึงได้ดราม่าขนาดนี้วะ นอกจากเรื่องราวจะไม่จบลงง่ายๆแล้ว ท่าทางยังจะยุ่งเหยิงมากขึ้นไปอีก"
"ทำไมนะ ทำไมโชคชะตาถึงได้พัดพาเอาแต่ความเรื่องร้ายๆ หนักหนาสาหัสมาให้เธอไม่ได้หยุดหย่อนขนาดนี้" มะปรางบอก
ตะวันฉายได้แต่นิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออก ธวัชจับมือตะวัน สีหน้าเครียดจัด
"ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเองครับตะวัน ผมทำให้ทุกอย่างแย่ลงกว่าเดิม"
"คุณอย่าโทษตัวเองเลยค่ะธวัช สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะ ฟ้าคงกำหนดทุกอย่างเอาไว้แล้ว ฉัน..คุณ..และคุณดวงสุดา คงจะมีเวรกรรมผูกพันต่อกันมาตั้งแต่ชาติก่อน ชาตินี้พวกเราถึงต้องมาชดใช้ร่วมกัน"
ตะวันฉายบอกอย่างปลงตก ทุกคนเครียดไปตามๆกัน

ดวงสุดากับวัลลภาหัวเราะอย่างสะใจอยู่ที่บ้าน
"ป่านนี้นังตะวันคงจะกำลังกระอักเลือดออกมา หรือไม่ก็อกแตกตายไปแล้วแน่ๆ" วัลลภาบอก
"ขอให้มันตายจริงๆเถอะค่ะ ดาจะได้ทำพิธีเชิญวิญญาณมันไปลงนรก แล้วก็ฝังมันไว้ในนั้นชั่วกัปชั่วกัลป์ ไม่ให้มันได้ไปผุดไปเกิด ในเมื่อแกเอาลูกมาผูกมัดวัชได้ ฉันก็ทำได้เหมือนกัน ถึงจะเป็นแค่แผนก็ตาม"
"ใช่... ถ้าไม่ใช้วิธีเกลือจิ้มเกลือ ดาก็มีแต่จะแพ้กับแพ้มัน น้าเชื่อว่าอย่างน้อย..นายธวัชก็คงจะไม่ใจจืดใจดำไม่เหลียวแลดา เพราะเห็นแก่ที่ดาเป็นแม่ของลูก"
สองน้าหลานประสานเสียงหัวเราะชอบใจกัน ทันใดนั้นดำรงเดินเข้ามา
"ดา..ดาท้องจริงๆเหรอ"
ดวงสุดาชะงักไม่พอใจ
"ทำไมคุณพ่อถามแบบนี้ คุณพ่อคิดว่าดาปั้นเรื่องโกหกอย่างงั้นเหรอคะ"
"ใช่.. คุณคิดว่ายัยดาจะกุเรื่องขึ้นมาเพื่ออะไร คุณดำรง"
"อะไร..ทำไมต้องทำท่าทางไม่พอใจขนาดนี้ด้วย ทำอย่างกับคนกินปูนร้อนท้อง" สองน้าหลานชะงักไป "ผมก็แค่จะมาบอกว่า ผมดีใจที่ได้หลาน"
ดวงสุดากับวัลลภาตีสีหน้ากันไม่ถูก วัลลภารีบแก้ตัวกลบเกลื่อน
"ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เห็นวันๆคุณไม่เคยจะสนใจลูกเต้า"
"ดาเองก็คิดว่าคุณพ่อคงจะไม่อยากมีหลาน"
"ทำไมพ่อจะไม่อยากมีหลาน บ้านไหนมีเด็ก บ้านนั้นก็มีเสียงหัวเราะ มีสีสัน
มีความสดใส มีเด็กๆมาวิ่งเล่นในบ้าน บ้านเราจะได้ไม่เงียบเหงาเหมือนป่าช้าอย่างที่ผ่านมายังไงล่ะ"

เช้าวันใหม่ บนโต๊ะอาหารบ้านดวงสุดา ทุกคนเตรียมจะกินข้าว สาลี่คอยรับใช้อยู่ใกล้ๆ
"วันนี้น้าลงทุนตื่นแต่เช้า มาทำข้าวต้มทะเลให้ดาโดยเฉพาะเลยนะ ดาทานเยอะๆนะลูก หลานน้าจะได้แข็งแรงๆ"
"ค่ะ..น้าวัล" ดวงสุดามองชามข้าวต้ม "ข้าวต้มหน้าตาน่าทานจังเลยค่ะ แค่เห็นดาก็
น้ำลายสอแล้ว"
"สงสัยคุณหนูของสาลี่คงจะหิวแล้วล่ะค่ะคุณดา"
"งั้นก็รีบทานเถอะจ๊ะ..ชักช้าเดี๋ยวหลานน้าเค้าจะโมโหหิวเอานะ"
ดวงสุดายิ้มๆแล้วตักข้าวต้มกิน พลางเหลือบมองธวัช ก่อนจะแกล้งทำเป็นคลื่นไส้จะอาเจียน
"ตายแล้ว...สาลี่รีบไปเอาถังขยะมาเร็ว"
สาลี่รีบเอาถังขยะมาให้ ดวงสุดาทำอาเจียนเว่อร์ๆ ธวัชลูบหลังให้ดวงสุดาอย่างเป็นห่วง

"ดา...เป็นยังไงบ้างครับ"

ธวัชประคองดวงสุดาเข้ามานั่งในห้องนั่งเล่น วัลลภากับสาลี่อยู่ใกล้ๆ

"ดาค่อยยังชั่วรึยังครับ"
"ดีขึ้นบ้างแล้วล่ะค่ะ"
"ผมต้องรีบไปทำงานแล้ว แต่เดี๋ยวเที่ยงๆผมจะแวะมาดูดาอีกทีนะครับ... ฝากดูแลคุณดาด้วยนะสาลี่"
"ค่ะ...สาลี่จะดูแลคุณดาเป็นอย่างดี คุณวัชไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ"
"วัชไปทำงานเถอะค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงดาหรอกค่ะ ดาดูแลตัวเองได้"
"งั้นผมไปนะครับ"
ธวัชจะเดินออกไป ทันใดนั้นดวงสุดาแกล้งทำเป็นหน้ามืด เซจะเป็นลม
"โอ๊ย"
"ว๊าย...ยัยดา"
วัลลภากับสาลี่รีบประคองดวงสุดา ธวัชชะงักหันมามอง
"ดา...!"
ธวัชรีบเข้าไปดูดวงสุดา

ธวัชประคองดวงสุดาลงนอนที่เตียง เธอถือยาดมจ่อจมูกตัวเอง วัลลภากับสาลี่อยู่ใกล้ๆ
"ดาเวียนหัวมากเลย"
"ทำไมดาถึงได้แพ้ท้องหนักขนาดนี้นะ คลื่นไส้อาเจียนจนกินอะไรไม่ได้ แล้วก็ยังเวียนหัวหน้ามืดตลอดเวลาอีก"
"อย่างงี้ถ้าเกิดคุณดาเป็นลมล้มหัวฟาดพื้นขึ้นมา จะทำยังไงคะเนี่ย" สาลี่ว่า
"นั่นสิ..น้าก็อยากจะอยู่ดูแลดานะ แต่วันนี้น้าไม่ว่าง ต้องไปงานเปิดตัวน้ำหอมของเพื่อน ส่วนนังสาลี่ก็ต้องทำงานของมัน แล้วอย่างงี้ใครจะอยู่คอยดูแลดาล่ะ"
"งั้นผมจะลางานอยู่ดูแลดาเองครับ"
ดวงสุดาทำเป็นเกรงใจ
"อุ้ย...ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวจะเสียงานวัชเปล่าๆ"
"ไม่เป็นไรครับ ผมห่วงดามากกว่า"
ดวงสุดายิ้มซาบซึ้ง
"ถ้าอย่างงั้นน้าก็สบายใจ เอ้อ...น้าไปงานก่อนนะดา..เดี๋ยวจะสาย"
"สาลี่ก็ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ"
วัลลภากับสาลี่ทำเป็นเดินออกไป แต่แอบดูอยู่ที่ประตู
"วัชคะ...ดารู้สึกเหนียวตัวจังเลยค่ะ"
"เดี๋ยวผมเช็ดตัวให้นะครับ"
ธวัชเดินเข้าไปในห้องน้ำครู่หนึ่ง แล้วออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูและอ่างน้ำ ธวัชเช็ดตัวให้
ดวงสุดาแอบหันไปยิ้มพอใจกับวัลลภาและสาลี่

ตะวันฉายเดินคุยมือถือกับธวัช
"คุณดวงสุดาคงจะแพ้ท้องหนักมาก ช่วงนี้คุณคอยอยู่ดูแลเธอเถอะค่ะ ไม่ต้องมาหาฉันก็ได้"
"ตะวันไม่โกรธ ไม่น้อยใจผมนะครับ"
"ไม่หรอกค่ะ ฉันเข้าใจดี คนท้องจะมีอารมณ์อ่อนไหวมากกว่าคนปกติ เพราะฉะนั้นคุณดวงสุดาเธอจึงต้องการกำลังใจจากคุณค่ะ"
"ครับ... งั้นแค่นี้นะครับ"
ห่างออกไป ดวงสุดาแอบฟังและยิ้มร้ายอยู่มุมหนึ่ง
"แกจะต้องกระอักเลือดแล้วก็ช้ำใจตายไปในที่สุด..นังตะวัน"
ดวงสุดาหัวเราะอย่างสะใจ

สุนทรีย์ วัลลภา สายป่าน วาทิน ดวงสุดาและธวัชนั่งคุยกันอยู่ สุนทรีย์จับมือลูกสะใภ้อย่างดีใจ
"ในที่สุดแม่ก็จะได้อุ้มหลานกับเค้าสักที ขอบใจหนูดามากนะที่มีหลานให้แม่"
"ป่านดีใจมากเลยค่ะที่จะได้เป็นคุณอา"
"ผมเองก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันครับ ที่อยู่ๆจะได้เป็นคุณน้า" วาทินบอก
"น้าล่ะตื่นเต้นดีใจจริงๆที่จะได้เป็นคุณยาย แหม..ยิ่งพูดก็ยิ่งอยากอุ้มหลานมือไม้สั่นไปหมด" วัลลภาบอก
"ต่อไปนี้บ้านเราก็คงจะมีเสียงหัวเราะ มีสีสัน คงจะไม่แห้งแล้งเงียบเหงาเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ... ขอบใจวัชมากนะที่ให้ของขวัญชิ้นพิเศษนี้กับแม่"
ธวัชฝืนยิ้ม
"ครับแม่"
ทุกคนยิ้มมีความสุข ธวัชแอบถอนใจอย่างหนักอก วาทิน ดวงสุดา วัลลภาสบตากันยิ้มๆอย่างรู้กัน
"ป่านอยากได้หลานสาว" เธอยกมือสาธุ "เพี้ยง..ขอให้หลานเกิดมาเป็นผู้หญิงทีเถิ๊ด"
วาทินแกล้งขัดสายป่าน
"แต่ผมอยากได้หลานชาย...พี่ดาต้องคลอดหลานชายให้ผมนะครับ"
"อ้าว...ทำไมคุณทินพูดแบบนี้ล่ะคะ"
"ตอนนี้พี่ไม่รู้หรอกจ๊ะว่าจะได้ลูกชายหรือลูกสาว" ดวงสุดาแกล้งแซว "แต่ถ้าป่านกับทินเห็นไม่ตรงกันล่ะก็ งั้นเราสองคนก็มีลูกเป็นของตัวเองซะเลยสิ ลูกสาวคน ลูกชายคน สมใจทั้งคุณแม่คุณพ่อ"
ดวงสุดาหัวเราะชอบใจ วาทินยิ้มๆ สายป่านยิ้มเขิน ธวัชกับสุนทรีย์สีหน้าไม่ชอบใจ
สายป่านเห็ฯสายตาพี่ชายกับแม่ก็ทำหน้าไม่ถูก ห่างออกไป ดำรงยืนมองอยู่มุมหนึ่ง

ธวัชกับดำรงยืนคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่ง
"คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ"
"ฉันอยากให้นายทำหน้าที่พ่อที่ดีให้กับหลานฉัน"
"เรื่องนั้นคุณไม่ต้องห่วงหรอกครับ ยังไงผมก็ต้องทำหน้าที่พ่อให้กับลูกอยู่แล้ว"
"ไม่ใช่แค่นั้น ฉันหมายความรวมถึงอยากให้นายทำหน้าที่สามีที่ดีให้กับยัยดาด้วย"
ธวัชชะงักไม่พอใจ
"คุณกำลังจะบอกให้ผมเลิกยุ่งกับตะวัน ใช่ไหมครับ"
"ใช่...เพราะนายทำร้ายจิตใจยัยดามามากพอแล้ว ฉันไม่อยากจะเห็นยัยดาเสียใจเพราะนายอีก แล้วฉันก็ไม่อยากจะให้หลานฉันรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย เพราะพ่อมีเมียน้อย"
"อย่าเรียกตะวันแบบนั้น เพราะตะวันไม่ใช่เมียน้อย"
ดำรงน้ำเสียงเด็ดขาดจริงจัง
"ยังไงก็ตาม...นายต้องเลิกยุ่งกับตะวัน แล้วหันมาทุ่มเทความรักให้กับยัยดาและลูก"
ธวัชอดประชดไม่ได้
"เพราะครอบครัวของคุณ มีบุญคุณกับครอบครัวของผมจน
ล้นหัว อย่างงั้นใช่ไหมครับ"
ดำรงไม่พอใจ เสียงแข็ง
"ถ้าไม่ใช่เพราะดวงเดือน แม่ของยัยดาที่รับพ่อของนายเข้ามาทำงานในบริษัทฉัน แล้วให้นั่งตำแหน่งสำคัญๆ ครอบครัวของนายจะได้กินอยู่อย่างสุขสบายมาจนถึงทุกวันนี้ไหม"
ธวัชเสียงอ่อน ยอมรับ
"ครับ ข้อนี้ผมทราบดี"
"นายรู้อยู่แก่ใจว่าครอบครัวนายเป็นหนี้บุญคุณครอบครัวฉันมากแค่ไหน..แต่นายไม่เคยจะสำนึก ทุกวันนี้นายยังคงลอยหน้าลอยตาอกตัญญู ทำให้ยัยดาเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า"
"แต่ความกตัญญูกับความรับผิดชอบมันคนละเรื่องกันนะครับ ในเมื่อผมทำให้
ตะวันท้อง ผมก็ต้องรับผิดชอบตะวันกับลูก"
"บอกแล้วไง ว่าฉันยินดีจะดูแลตะวันกับลูกแทนนาย"
"เลิกบีบบังคับผมด้วยวิธีนี้สักที"
ดำรงไม่พอใจ
"นายถือสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งกับฉัน ฉันคือเจ้าหนี้ ส่วนนายเป็นลูกหนี้ หัดสำเหนียกตัวเองซะบ้าง"
ธวัชอย่างโมโห ไม่พอใจ จะเดินหนี
"เดี๋ยว...วันไหนที่นายเลิกยุ่งกับตะวัน วันนั้นฉันคงจะเรียกนายว่าลูกเขยได้เต็มปาก ฉันจะรอวันนั้น"

ดำรงสายตาข่มขู่ ธวัชจ้องดำรงอย่างเจ็บใจ
 
อ่านต่อหน้า 2

นางกลางไฟ ตอนที่ 9 (ต่อ)

กลางคืนต่อเนื่องมา วัลลภานั่งอยู่ที่เตียง ดำรงเปิดประตูห้องน้ำออกมา เดินมาที่เตียงเตรียมจะนอน

"พักหลังมานี้คุณแทบจะไม่กลับมานอนที่บ้าน กับฉัน...คุณก็คุยด้วยไม่กี่คำ หน้าฉัน คุณก็แทบจะไม่อยากมอง คุณทำเหมือนกับฉันไม่ใช่เมีย"
ดำรงชักสีหน้ารำคาญ
"ข้าวของเงินทอง หรือความสุขสบาย ผมก็ประเคนให้คุณหมดทุกอย่างแล้ว แล้วคุณจะเรียกร้องเอาอะไรอีก"
วัลลภามองดำรงด้วยแววตาโหยหาความรัก
"ฉันไม่ได้ต้องการข้าวของเงินทอง หรือความสุขสบาย สิ่งที่ฉันอยากได้จากคุณคือความรัก ความรักในแบบที่สามีภรรยาควรจะมีให้กัน คุณเข้าใจไหม คุณดำรง"
"แก่ปูนนี้แล้ว ยังจะทำเป็นเรียกร้องความสนใจจากผัว"
วัลลภาน้ำเสียงตัดพ้อ
"แล้วคุณเคยใส่ใจ เคยดูดำดูดีฉันบ้างไหม ทุกวันนี้ฉันเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลก ข้าวก็กินคนเดียว นอนก็นอนคนเดียว มีผัวก็เหมือนไม่มี"
ดำรงล้มตัวลงนอน สีหน้าเบื่อหน่าย
"ตอนนี้ผมก็นอนอยู่ข้างๆคุณแล้วนี่ไง คุณจะเอาอะไรอีก"
"ตัวอยู่ใกล้ แต่ใจห่าง มันจะมีประโยชน์อะไร"
ดำรงถอนใจอย่างรำคาญ วัลลภาสีหน้าอ้อนวอน
"คุณมีเวลาให้ผู้หญิงคนอื่น แต่ทำไมคุณไม่แบ่งเวลาให้ฉันบ้าง ฉันเป็นคนมีเลือดเนื้อ มีหัวใจ ร้อนเป็น หนาวเป็น เหงาเป็น เจ็บเป็น คุณไม่เคยแคร์ความรู้สึกของฉันบ้างเลย" วัลลภาพูดพลางน้ำตาคลอ
"นอนได้แล้ว..ผมง่วง"
ดำรงห่มผ้าแล้วล้มตัวลงนอน วัลลภาเข้ามาใกล้ๆ เอื้อมมือไปจะกอดดำรงด้วยความโหยหา แต่ดำรงพลิกตัวหนี หันหลังให้แล้วหลับไป วัลลภาชะงัก มองดำรงอึ้งๆ ด้วยความเจ็บปวดขมขื่นใจ

วันใหม่ บริเวณโถงชั้นล่าง ดำรงกำลังจะออกไปนอกบ้าน วัลลภาเดินตามมา
"จะไปไหน"
ดำรงสีหน้ารำคาญ เบื่อหน่าย
"ไปที่ชอบๆ"
"ที่ชอบๆของคุณเนี่ย หมายถึงบ้านเล็กบ้านน้อยสิใช่ไหม ทำไม...คืนไหนไม่ได้นอนกกกอดอีพวกเมียน้อย เมียเก็บ นางบำเรอ..มันจะขาดใจตายหรือยังไง"
"อย่ามาหาเรื่องทะเลาะได้ไหม ผมไม่อยากอารมณ์เสียแต่เช้า"
"ต่อให้ฉันพูดดีคะขาแค่ไหน คุณก็ไม่เคยจะเห็นฉันอยู่ในสายตาอยู่ดี"
"งั้นคุณก็ควรจะพิจารณาตัวเอง...ว่าเพราะอะไร"
วัลลภาไม่พอใจ
"ใช่สิ.. ฉันมันก็แค่เมียแก่ๆ เหี่ยวๆ หมดค่า หมดความหมาย ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็กที่สนิมเกาะเกรอะกรัง ไหนเลยจะสู้เด็กสาวเอ๊าะๆ ขบเผาะ เคี้ยวอร่อยถึงใจ..อย่างงั้นใช่ไหม"
"ใช่..แล้วใครมันจะอยากกินน้ำพริกถ้วยเก่า แห้งๆ กรังๆ บอกตรงๆ...กินไม่ลง"
ดำรงเน้นย้ำ ทำเอาวัลลภาปรี๊ดแตก กรี๊ดดังลั่น
"อ๊าย ! คุณพูดอย่างนี้กับฉันได้ยังไง คุณยังเห็นฉันเป็นเมียอยู่รึเปล่า"
ดำรงส่ายหน้าเบื่อหน่าย ก่อนจะเดินหนีไปอย่างตัดบท วัลลภาด่าไล่หลัง พร้อมปาข้าวของใส่
"ไอ้ผัวทุเรศ ถ้ารังเกียจขยะแขยงฉันนักก็ไปให้พ้น ฉันตายก็ไม่ต้องมาเผาผีฉัน ไอ้ผัวระยำ ไอ้ผัวสารเลว !! ฮือๆๆ"
วัลลภาน้ำตาร่วงด้วยความเจ็บปวดเสียใจ พลางทรุดลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง

บริเวณบ้านสวน ตะวันฉายตัดดอกไม้ใส่ตะกร้า ดวงสุดาขับรถเข้ามา มีวัลลภานั่งมาด้วย ทั้งสองลงจากรถตรงมาหา ตะวันฉายชักสีหน้าเบื่อหน่าย
"พวกคุณมาที่นี่ทำไมอีก"
ดวงสุดายิ้มเย้ย
"ฉันจะมาบอกข่าวร้ายกับแก แต่เป็นข่าวดีสำหรับฉัน"
"แกรู้เรื่องที่ยัยดาท้องแล้วใช่ไหม"
"ทราบแล้วค่ะ ... ฉันยินดีด้วยนะคะ"
"ฉันนึกว่าแกจะเต้นแร้งเต้นกา ดิ้นพรวดๆ อกแตกตายเพราะอิจฉาฉัน กลัวว่าฉันกับลูกจะแย่งความรักจากวัชไปซะอีก"
"ไม่หรอกค่ะ..สำหรับฉัน การกระทำแบบนั้นมันไร้สาระเกินไป แล้วอีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้มีนิสัยขี้อิจฉาตาร้อนขนาดนั้นด้วย"
ดวงสุดาไม่พอใจ
"ไม่ต้องมากระแทกแดกดันฉัน แล้วก็ไม่ต้องมาทำเป็นแอ๊บว่าแกไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทำเป็นนิ่งเหมือนน้ำ แต่ข้างในร้อนเป็นไฟ ทำไมฉันจะไม่รู้"
"แกเอาลูกมาผูกมัดนายธวัชได้ ยัยดาก็ทำได้เหมือนกัน คิดเหรอว่าแกจะเอาชนะยัยดาได้"
"ยังไงแกก็ไม่มีวันอยู่เหนือกว่าฉัน ฉันเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของวัช... ลูกฉันเค้าจะเป็นลูกเมียหลวง ส่วนลูกแก เป็นลูกเมียน้อย ฉันอยากจะรู้นักว่าถ้าลูกแกโตขึ้นมา แล้วรู้ว่าตัวเองเป็นลูกเมียน้อยเนี่ย เค้าจะรู้สึกยังไง"
ตะวันสีหน้าไม่พอใจ
"ไปโรงเรียนก็คงจะถูกเพื่อนๆล้อว่าลูกเมียน้อย ไปไหนมาไหนก็คงจะถูกประณามหยามเหยียดว่าแม่ไปแย่งผัวคนอื่นเค้ามา" วัลลภาบอก
"แล้วลูกแกก็คงจะไม่แคล้วต้องกลายเป็นเด็กมีปัญหา เป็นเด็กมีปมด้อย"
"บาปกรรมที่แกทำไว้กับยัยดา จะตกไปอยู่ที่ลูกแก ตราบาปทั้งหมดที่แกก่อไว้ จะย้อนกลับไปทำร้ายลูกแกเอง"
"ฉันภาวนาขอให้ลูกแกเกิดมาเป็นผู้หญิง แล้วโตขึ้นก็ขอให้มันถูกคนอื่นแย่งผัว ขอให้ชีวิตมันล่มจม ชิบหายวายวอดยิ่งกว่าฉันเป็นร้อยเท่าพันเท่า"
ตะวันฉายทนฟังไม่ไหว
ธุระของพวกคุณมีแค่นี้ใช่ไหมคะ งั้นก็เชิญกลับไปได้แล้ว เพราะฉันไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะฟังเรื่องไร้สาระ"

ตะวันเดินเข้าบ้านไปทันที ดวงสุดายิ้มสะใจ

ตะวันฉายเดินเข้ามาในบ้าน ดวงสุดาตามเข้ามากระชากแขน วัลลภาตามมา

"ฉันยังพูดธุระของฉันไม่จบ" ดวงสุดาบอก
"บอกแล้วไงว่าฉันไม่ว่างฟังเรื่องไร้สาระ"
"ทำไม...พอพูดความจริงแล้วรับไม่ได้งั้นเหรอ"
"ถ้าพวกคุณเยาะเย้ยถากถางฉันจนสาแก่ใจแล้ว ก็ช่วยกรุณากลับไป อย่ามาเที่ยวเพ่นพ่าน โดยที่เจ้าของบ้านเค้าไม่ต้อนรับ"
ดวงสุดาโมโห ดึงตะวันฉายไว้
"ฉันก็ไม่ได้อยากจะมาเหยียบบ้านแก ให้เสนียดติดเท้าฉันนักหรอก"
ตะวันฉายชี้มือไล่
"งั้นก็ออกไป..แล้วอย่าได้เอาเชื้ออันธพาลกับกิริยาต่ำทรามมาแปดเปื้อนบ้านฉันอีกเป็นอันขาด"
"อันธพาล กิริยาต่ำทรามงั้นเหรอ"
วัลลภาโมโห ตบตะวันฉายหน้าหัน เธอหันมาก็โดนดวงสุดาตบซ้ำ แล้วบีบคาง
"อย่าจองหองกับฉันให้มันมากนัก ยิ่งแกจองหองมากเท่าไหร่ ชีวิตแกก็จะชิบหายล่มจมมากเท่านั้น รู้ไว้ด้วย"
"ถ้าชีวิตฉันชิบหายล่มจม ชีวิตคุณก็จะหาความสุขไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉันจะไม่ปล่อยให้คุณรังแกฉันอยู่ฝ่ายเดียว คุณแรงมา ฉันก็จะแรงตอบ (ผลักดวงสุดาออก) จำเอาไว้" ตะวันฉายพูดพลางผลักดวงสุดาออกไป
"ได้.. งั้นฉันจะทำให้แกรู้ว่าแกคิดผิดที่บังอาจมางัดข้อกับคนอย่างฉัน"
ดวงสุดาผลักตะวันฉายเซไป แล้วจะตามไปตบ แต่ถูกตะวันฉายตบเซไปกระแทกกับผนังดังโครม จังหวะนั้นธวัชโผล่เข้ามาเห็นพอดี
ธวัชกับวัลลภาโพล่งอย่างตกใจ
"ดา ! ยัยดา !"
ดวงสุดาทรุดลงกับพื้น หน้าผากแตก เลือดไหล ดวงสุดาเอามือกุมหน้าผากอย่างเจ็บๆ
"เลือด"
"ตายแล้ว !" วัลลภาตกใจ
"พวกคุณมีเรื่องอะไรกัน"
ดวงสุดาเห็นธวัช ก็รีบวิ่งไปหา ออเซาะทันที
"วัชช่วยดาด้วย นังตะวันมันทำร้ายดา มันจะฆ่าดา"
"นังตะวันมันทำร้ายยัยดาจนเลือดตกยางออก นายต้องจัดการกับมัน จะปล่อยไว้ไม่ได้" วัลลภาบอก
"แล้วดามาทำอะไรที่นี่"
ดวงสุดาชะงัก อึกอัก
"กรุณาพูดความจริงด้วยนะคะ คุณดวงสุดา" ตะวันฉายบอก
ธวัชมองดวงสุดาอย่างสงสัย ดวงสุดาเห็นท่าไม่ดี รีบเซไปซบธวัช
"โอ๊ย... ดาปวดแผล แล้วก็เวียนหัวมากด้วย"
วัลลภารีบตามน้ำ
"ตายแล้ว..สมองกระทบกระเทือนรึเปล่าเนี่ย รีบพายัยดาไปหาหมอซิ"
วัลลภาพาดวงสุดาที่มีผ้าก๊อซติดที่หน้าผากมานั่งที่โซฟาภายในบ้าน สุนทรีย์เข้ามาหาลูกสะใภ้อย่างเป็นห่วง
"หนูดาเป็นยังไงบ้าง"
ดวงสุดารีบออเซาะทันที
"ยังเวียนหัวไม่หายเลยค่ะ"
สุนทรีย์สีหน้าไม่พอใจ
"แม่ตะวันฉายทำร้ายหนูดาจนเลือดตกยางออกอย่างนี้ได้ยังไง"
"แม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นน้อยไป มากกว่านี้เค้าก็ทำได้ค่ะ" สายป่านบอก
ธวัชไม่พอใจ
"ป่าน..ป่านไม่ควรจะพูดจาให้ร้ายตะวันเค้าแบบนี้นะ"
วัลลภาแดกดันธวัชทันที
"ใครแตะต้องเมียสุดที่รักเข้าหน่อยล่ะไม่ได้ จะเป็นจะตายขึ้นมาทันทีเลยนะ"
"แทนที่วัชจะปกป้องดา แต่กลับไปเข้าข้างนังตะวัน นังตะวันมันวิเศษวิโสมาจากไหนเหรอคะ วัชถึงได้เทิดทูนบูชามันขนาดนั้น"
"งั้นก็ตอบผมมาว่าคุณไปทำอะไรที่บ้านสวน"
ดวงสุดาอึกอักครู่นึง แล้วรีบแถ
"ดาไปขอความเห็นใจจากนังตะวัน ขอให้มันแบ่งเวลาให้วัชมาอยู่กับดาบ้าง แต่มันไม่ยอม มันบอกว่าจะไม่ยอมแบ่งวัชให้ใคร วัชจะต้องเป็นของมันคนเดียวเท่านั้น"
"ยัยดาอุตส่าห์อ้อนวอนขอความเห็นใจ แทนที่มันจะเข้าใจหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน แต่มันกลับทำร้ายร่างกายยัยดา นังคนใจดำ นังคนเห็นแก่ตัว"
"ดาแน่ใจนะว่าดาพูดความจริง"
"วัชไม่เคยเชื่อใจดาเลยใช่ไหม ดาขอยืนยันว่าดาพูดเป็นความจริง แต่ถ้าวัชไม่เชื่อ ดาก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว"
"แม่ตะวันฉายทำร้ายหนูดาถึงขนาดนี้ วัชไม่คิดจะเห็นใจหนูดาบ้างเลยเหรอ หนูดาน่ะเมียวัชนะ ไม่ใช่ตาสีตาสาที่ไหน ทำไมไม่รู้จักเชื่อใจเมียตัวเองบ้าง" สุนทรีย์ว่า
"ถ้าฉันรู้ว่านายหลงนังตะวันจนไม่ลืมหูลืมตาขนาดนี้ ฉันคงไม่พายัยดาไปขอความเห็นใจจากมันให้เสียเวลา"
"วัชควรจะแยกแยะ ฟังเหตุฟังผลบ้างนะ ไม่ใช่หลับหูหลับตาเข้าข้างตะวันฉายตลอดเวลา แล้วก็หัดปรามกันไว้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ฝ่ายนั้นกำเริบเสิบสานกับหนูดาเค้าแบบนี้" สุนทรีย์ว่า
ธวัชอึ้ง
"แม่ครับ"
"ถ้าพี่วัชถือหางผู้หญิงคนนั้นไม่เลิกล่ะก็...สักวันเค้าจะเหยียบหัวใครต่อใครไปทั่วจนเคยตัว แล้วอาจจะลามมาถึงแม่ด้วยก็ได้"
"ตะวันไม่ใช่คนแบบนั้น เค้าไม่มีวันทำแบบนั้นแน่นอน"

ธวัชพูดจบก็เดินออกไปอย่างไม่พอใจ ดวงสุดามองตามอย่างเจ็บใจ
 
อ่านต่อหน้า 3

นางกลางไฟ ตอนที่ 9 (ต่อ)

ทางด้านตะวันฉายสีหน้าเจ็บแค้นใจ นึกถึงคำพูดเรื่อง "ลูกเมียน้อย เด็กมีปัญหา เด็กมีปมด้อยที่วัลลภากับดวงสุดามาพูดไว้ก็ถอนใจ หวั่นวิตก

ธวัชเดินเข้าบ้านมา ตะวันฉายดิ่งไปหาธวัช
"ธวัชคะ... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณดวงสุดานะคะ"
"ผมเชื่อครับว่าคุณไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเค้า ผมรู้ว่าคุณเป็นคนยังไง ดาเค้ามาหา
เรื่องคุณใช่ไหมครับ" ตะวันฉายพยักหน้า "งั้นก็สมควรแล้วล่ะครับ"
"ฉันเข้าใจคุณดวงสุดานะคะ ผู้หญิงทุกคนย่อมอยากที่จะเป็นหนึ่งเดียวในใจของผู้ชายที่ตัวเองรัก ไม่ผิดหรอกค่ะที่คุณดวงสุดาจะโกรธเกลียดฉัน"
"ถ้าดาเข้าใจคุณ เหมือนที่คุณเข้าใจเค้าก็ดีสิครับ แต่ถึงจะโกรธเกลียดกันยังไงก็ไม่ควรจะทำร้ายกัน ถ้าต่างคนต่างเห็นใจกัน เข้าใจกัน เราก็จะอยู่กันอย่างสงบสุข"
"ฉันไม่เคยคิดจะแก่งแย่งคุณจากคุณดวงสุดา ไม่เคยคิดจะทำร้ายให้เค้าเจ็บช้ำน้ำใจ ฉันจะอยู่เงียบๆในที่ของฉัน คุณสบายใจได้นะคะ"
ธวัชยิ้มซาบซึ้ง จับมือตะวันฉาย
"ขอบคุณนะครับที่เข้าใจทุกอย่าง คุณเป็นเหมือนน้ำที่หล่อเลี้ยงหัวใจของผมให้ชุ่มชื้นฉ่ำเย็น แล้วในคราวเดียวกัน คุณก็เป็นเหมือนแสงสว่างที่ให้ความอบอุ่น และส่องนำทางให้ผมได้พบกับรักแท้ รักแท้ที่ผมคงไม่มีวันได้สัมผัส ถ้าไม่ได้เจอกับคุณ"
ตะวันยิ้มซาบซึ้ง ธวัชกอดตะวันไว้อย่างแสนรัก

ดวงสุดาลงนั่งอย่างเจ็บแค้นใจ
"ไม่ว่าดาจะทำอะไร ดาก็ผิดเสมอ ในสายตาของวัช ดาเป็นแค่เศษดินเศษหญ้า ไม่ได้มีค่า ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย"
"เวลานี้นายธวัชหลงนังตะวันจนหน้ามืดตามัว โงหัวไม่ขึ้น หนทางที่ดาจะดึงนายธวัชกลับมาตอนนี้ คงไม่ง่ายอย่างที่คิด ปล่อยให้พวกมันหลงใหลได้ปลื้มกันไปก่อน มีโอกาสเมื่อไหร่ ค่อยคิดบัญชีกับนังตะวันทีหลัง"
" นังตะวันมันฝากทั้งรอยแค้น ทั้งรอยแผลไว้กับดาขนาดนี้ ยังไงดาก็ไม่ปล่อยมันไว้แน่ ดาจะคิดบัญชีกับมัน ทั้งต้นทั้งดอกเลย..คอยดู"

วาทินกับสายป่านเดินคุยกันในสวนสาธารณะ วาทินสะพายกล้องและขาตั้งกล้องมาด้วย
เห็นคนเล่นกีฬาและออกกำลังกายกันพอสมควร
"ป่านไม่ได้มาเดินเล่นที่สวนสาธารณะนานแล้ว...แต่บรรยากาศก็ยังคึกคักเหมือนเดิม มีคนมาเล่นกีฬา มาออกกำลังกาย แล้ววันนี้อากาศก็ดีซะด้วย"
"ก็เพราะอากาศดีนี่แหล่ะครับ ผมถึงชวนป่านมาเดินเล่นด้วยกัน ป่านจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ไงครับ"
"แล้วนี่คุณทินพกกล้องมาด้วยทำไมคะ"
วาทินยิ้มๆ
"ผมเอามาถ่ายนางแบบครับ"
"นางแบบที่ไหนคะ"
วาทินมองสายป่าน
"ก็นางแบบแสนสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมนี่ไง"
"ป่านนี่นะคะ"
วาทินส่งสายตาหวานฉ่ำ
"ผมอยากถ่ายรูปป่านไว้ดูตอนคิดถึง ยังไงป่านช่วยเป็นนางแบบให้ผมหน่อยนะครับ"
สายป่านยิ้มเขิน

สายป่านใส่หมวกปีกกว้างสวยๆ โพสต์ท่าให้วาทินถ่ายรูปไปมา
"เอียงหน้าไปทางซ้ายนิดนึงครับ โอเคครับ...สวยครับ"
วาทินเอากล้องมาตั้งที่ขาตั้งกล้อง แล้ววิ่งไปถ่ายรูปคู่กับสายป่านอย่างสนุกสนาน
ลมพัดมา หมวกบนหัวสายป่านปลิวตกลงไปในสระน้ำที่อยู่ใกล้ๆ วาทินเอาไม้เขี่ยหมวกที่อยู่ในน้ำ สายป่านช่วยลุ้นอยู่ใกล้ๆ
"อีกนิดเดียวค่ะคุณทิน..ออกแรงอีกนิด"
ยิ่งวาทินออกแรงเขี่ย หมวกยิ่งลอยห่างออกไป สุดท้ายวาทินเสียหลักเซตกน้ำ สายป่านหัวเราะขำ
"ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะกันเลยนะครับ"
"รีบขึ้นมาเถอะค่ะคุณทิน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า อายเค้า..มาค่ะ"
สายป่านยื่นมือให้ วาทินจับมือแล้วแกล้งดึงสายป่านลงไปในน้ำด้วย
สายป่านตกใจ
"ว๊าย !"
วาทินฉวยโอกาสกอด สายป่านชะงักสบตาวาทิน ทั้งสองสบตากันหวานซึ้ง
สายป่านเขิน ตีวาทินแก้เก้อ
"คุณทินแกล้งป่านทำไมคะ"
"ก็ป่านหัวเราะเยาะผม"
"แค่นี้ก็ต้องเอาคืนกันด้วย เจ้าคิดเจ้าแค้นดีนัก นี่แน่ะ..."
สายป่านแกล้งวักน้ำใส่ วาทินวักน้ำใส่คืนบ้าง ทั้งสองวักน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน
วาทินดึงสายป่านขึ้นมาจากสระน้ำ
"ตัวเปียกม่ะล่อกม่ะแลกกันแบบนี้ แล้วเราจะกลับบ้านกันยังไงคะเนี่ย"
"นั่นสิครับ...บ้านป่านก็อยู่ตั้งไกล แล้วเย็นๆแบบนี้รถก็ติดซะด้วย กว่าจะถึงบ้าน มีหวังเราสองคนได้ปวดบวมเป็นของแถมกันพอดี งั้นเอางี้..คอนโดผมอยู่ใกล้ๆแถวนี้ ป่านไปเปลี่ยนชุดที่คอนโดผมแล้วกันนะครับ"

สายป่านนั่งหนาวตัวสั่นอยู่ในห้องนั่งเล่นบนคอนโดฯ วาทินถือเสื้อผ้าเข้ามา

สายป่านนั่งหนาวตัวสั่นอยู่ในห้องนั่งเล่นบนคอนโดฯ วาทินถือเสื้อผ้าเข้ามา

"คุณทินแต่งคอนโดสวยจังเลยค่ะ ดูอาร์ตๆ เท่ห์ๆ น่าอยู่นะคะ"
วาทินส่งตาหวาน
"ถ้าน่าอยู่...งั้นก็มาอยู่ด้วยกันซะเลยสิครับ"
"คุณทิน"
"ผมล้อเล่น..." วาทินยื่นเสื้อผ้าให้สายป่าน "นี่ครับเสื้อผ้าผม รับรองสะอาดแน่นอน แล้วเดี๋ยวเอาชุดป่านมาให้ผมนะครับ ผมจะเอาไปปั่นแห้งให้"

สายป่านใส่เสื้อผ้าของวาทิน เปิดประตูห้องน้ำออกมา แล้วยื่นชุดตัวเองให้วาทิน
"นี่ค่ะ"
วาทินมองสายป่านยิ้มๆ
"ยิ้มอะไรคะ"
"ป่านใส่เสื้อผ้าผมแล้วน่ารักไปอีกแบบนะครับ"
"น่ารักอะไรคะ เสื้อผ้าคุณตัวใหญ่เบ้อเร้อ เทอะทะด้วย"
"เทอะทะจริงๆด้วย มาครับ..ผมพับแขนเสื้อให้"
วาทินพับแขนเสื้อให้สายป่าน พลางส่งสายตาหวานเยิ้ม สายป่านหลบตาเขินๆ
"เสร็จแล้วครับ"
"ขอบคุณค่ะ"
"ผมป่านยังเปียกอยู่เลย เดี๋ยวผมไปหาไดร์เป่าผมมาให้นะครับ"
วาทินออกไป สายป่านมองตามวาทินแล้วยิ้มซาบซึ้ง

สายป่านเดินดูนั่นนี่ แล้วสะดุดตากับอัลบั้มรูปที่ตั้งเรียงอยู่กับหนังสือต่างๆบนโต๊ะโชว์
สายป่านดึงอัลบั้มรูปออกมา แล้วตะโกนถามวาทิน
"คุณทินคะ ป่านขออนุญาตเปิดดูอัลบั้มรูปได้ไหมคะ"
"ได้ครับ...เชิญเลย"
สายป่านเปิดอัลบั้มดู เห็นรูปวาทินตอนเด็กที่ถ่ายกับครอบครัว ครู่หนึ่ง วาทินเดินเข้ามาพร้อมไดร์เป่าผม สายป่านหันรูปถ่ายมาให้วาทินดู
"คุณทินคะ นี่ใช่รูปคุณทินตอนเด็กรึเปล่าคะ"
"ใช่ครับ...ตอนนั้นผมน่าจะสัก 2 ขวบได้มั้ง"
"แล้วไม่มีรูปคุณทินตอนโตเหรอคะ" สายป่านมองอัลบั้มรูปอีกเล่มแล้วดึงออกมา "อ้อ..ต้องอยู่ในเล่มนี้แน่เลย"
สายป่านจะเปิดอัลบั้มรูปดู ทันใดนั้น วาทินนึกอะไรได้ รีบดึงอัลบั้มรูปจากมือสายป่านทันที
"ไม่ต้องดูหรอกครับ"
สายป่านชะงัก
"ทำไมคะ...มีความลับอะไรที่ไม่อยากให้ป่านรู้เหรอคะ"
"เปล่าครับ..ไม่มีความลับอะไร"
"ไม่มี..แล้วทำไมถึงไม่อยากให้ป่านดูล่ะคะ หรือว่าตอนโตคุณทินอ้วนดำ จมูกบี้
ขี้เหร่ฟันเหยิน คุณทินอายเลยไม่อยากให้ป่านเห็น ... ต้องใช่แน่ๆเลย..ป่านขอดูนิดนึงนะคะ ป่านไม่ล้อคุณทินหรอกค่ะ"
สายป่านจะแย่งอัลบั้มรูปจากวาทิน วาทินไม่ยอม ซ่อนอัลบั้มรูปไว้ข้างหลัง เบี่ยงตัวหนีไปมา
"ไม่เอาครับ...ผมอาย"
ทั้งสองยื้อยุดกันไปมา ครู่หนึ่ง สายป่านเสียหลักเซล้มไปที่โซฟา วาทินเลยเสียหลักเซล้มทับสายป่านไปด้วย ทั้งคู่ชะงักสบตากันเคลิ้มๆ เธอหัวใจเต้นโครมคราม สติหลุดลอย เขาฉวยโอกาสจะจูบ ทันใดนั้นเธอได้สติ รีบดีดตัวออก เขาทำเป็นรีบขอโทษ
"ขอโทษครับป่าน...ผมไม่ได้ตั้งใจ"
สายป่านรีบเปลี่ยนเรื่องแก้เก้อ หยิบไดร์เป่าผมมา
"ป่านไปเป่าผมก่อนนะคะ"
สายป่านถือไดร์ออกไป วาทินมองตาม สีหน้าเสียดาย

ตะวันฉายดึงมือธวัชเข้ามา
"นะคะ..สอนฉันทำกับข้าวหน่อยนะคะ"
"นี่คุณจะเอาจริงเหรอครับ"
"เอาจริงสิคะ...ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ไม่มีคุณสมบัติความเป็นแม่บ้านแม่เรือน มันน่าอายนะคะ"
"ผมบอกแล้วไงครับว่าผมไม่ซีเรียสกับเรื่องพวกนี้"
"แต่ยังไงฉันก็อยากทำกับข้าวเป็น ฉันอยากทำให้คุณทาน แล้วอีกหน่อยพอลูกโต ฉันก็ต้องทำให้ลูกทาน นะคะ..ธวัช"
"โอเคครับ..สอนก็สอน" ตะวันฉายยิ้มดีใจ "ว่าแต่จะทำอะไรดีล่ะครับ"

"วันนี้ฉันอยากทานสปาเก็ตตี้ งั้นคุณสอนฉันทำสปาเก็ตตี้นะคะ"
 
อ่านต่อหน้า 4

นางกลางไฟ ตอนที่ 9 (ต่อ)

ตะวันฉายวางวัตถุดิบต่างๆ ธวัชสอนตะวันทำสปาเก็ตตี้ ทั้งคู่ทำไป หยอกล้อกันไปอย่างสนุกสนาน

โต๊ะอาหารบ้านสวน ตะวันฉายวางจานสปาเก็ตตี้ลงตรงหน้าธวัช
"เป็นยังไงบ้างคะ สปาเก็ตตี้ฝีมือฉัน"
"หน้าตาน่าทานมากครับ"
"งั้นทานเลยนะคะ"
ตะวันกับธวัชกำลังจะกินสปาเก็ตตี้ แต่เสียงหนึ่งดังขึ้น
"สปาเก็ตตี้กลิ่นหอม น่าทานจังเลยนะคะ"
ตะวันกับธวัชหันไป ดวงสุดาเดินยิ้มเข้ามา
"ดามาที่นี่ทำไม"
"ดาเหงาเพราะผัวไม่ยอมกลับบ้าน ไม่ไปดูแล ไม่ไปทานข้าวด้วย ดานึกว่าวัชหายไปไหน ที่แท้ก็มาอยู่ที่บ้านเมียน้อยนี่เอง"
ดวงสุดาตั้งใจแดกดัน หน้ายิ้ม แต่น้ำเสียงเชือดเฉือน
"ถ้าคุณจะมาหาเรื่องผมกับตะวันล่ะก็...ผมว่าคุณกลับบ้านไปจะดีกว่า"
"ดาไม่ได้มาหาเรื่องนะคะ ดาเหงาจริงๆ ดาไม่อยากทานข้าวที่บ้านคนเดียว... ขอฉันทานข้าวด้วยคนนะ..ตะวัน"
ตะวันกับธวัชมองหน้ากันครู่หนึ่ง
ตะวันได้สิคะ..เชิญนั่งค่ะ
ดวงสุดาลงนั่ง ธวัชมองดวงสุดาอย่างไม่ไว้ใจ ตะวันฉายลุกขึ้นตักสปาเก็ตตี้ส่งให้ดวงสุดา แล้วจะลงนั่ง
ดวงสุดารีบบอก
"ไหนล่ะ...แก้วน้ำของฉัน"
ตะวันฉายชะงัก
"ขอโทษค่ะ...เดี๋ยวฉันไปหยิบให้นะคะ"
ตะวันเดินไปหยิบแก้วมารินน้ำ แล้วส่งให้ดวงสุดา
"ฉันไม่ทานน้ำเย็น ตอนนี้ฉันเป็นหวัดเจ็บคอ เปลี่ยนเป็นน้ำอุ่นให้ด้วย"
ตะวันชะงักไม่พอใจ แต่พยายามข่มอารมณ์ไว้ ธวัชก็ไม่พอใจที่ดวงสุดาใช้ตะวันฉาย
ตะวันฉายหยิบแก้วน้ำจะเดินออกไป
"ไม่ต้องครับตะวัน... ผมทำเอง"
ดวงสุดารีบบอก
" วัชคะ...หน้าที่ต้อนรับดูแลแขก เป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้านนะคะ แล้วอีกอย่างตะวันเค้าก็ยินดีบริการดาอยู่แล้ว จริงไหม"
"ค่ะ...งั้นรอสักครู่นะคะ"
ตะวันเดินออกไป
"ทำไมดาไม่บอกตั้งแต่แรก ตะวันจะได้ไม่ต้องเดินไปเดินมา"
"ดาลืมน่ะค่ะ"
ครู่หนึ่ง ตะวันถือแก้วน้ำอุ่นเข้ามาให้ดวงสุดา
"นี่ค่ะ...น้ำอุ่น"
"ขอบใจ... สปาเก็ตตี้น่าทานมากเลย"
ดวงสุดาตักสปาเก็ตตี้กิน แล้วแกล้งทำเป็นคลื่นไส้จะอาเจียน
"ดาจะอาเจียนเหรอครับ"
ดวงสุดาพยักหน้า ตะวันฉายรีบคว้าถังขยะมาให้
ดวงสุดาแกล้งทำเป็นอาเจียน พ่นสปาเก็ตตี้ใส่หน้าตะวันฉาย
ดวงสุดาทำเป็นตกใจ
"ตายจริง...ขอโทษนะตะวัน.…เดี๋ยวฉันเช็ดให้นะ"
ดวงสุดาทำเป็นดึงทิชชู่มาจะเช็ดตัวให้ตะวันฉาย
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่เป็นไร"
"คือว่าฉันแพ้ท้อง ทานอะไรก็อาเจียนออกมาหมด อย่าถือสาฉันนะ"
"ค่ะ..ฉันเข้าใจ"
ตะวันฉายถือถังขยะออกไป ดวงสุดาแอบยิ้มสะใจ
ดวงสุดานั่งอยู่กับธวัช ตะวันฉายถือน้ำมะนาวปั่นเข้ามาให้ดวงสุดา
"น้ำมะนาวปั่น แก้คลื่นไส้ค่ะคุณดวงสุดา"
"ขอบใจนะ...ฉันขอโทษนะที่ทำให้ทุกคนเสียบรรยากาศไปด้วย"
"ถ้าดาแพ้ท้องขนาดนี้ ก็น่าจะอยู่บ้านนะครับ ไม่ควรจะไปไหนมาไหนแบบนี้"
"ก็อยู่บ้านคนเดียว ดาเหงานี่คะ"
ตะวันจะเดินออกไป
"ตะวันจะไปไหนครับ"
"ฉันจะไปเก็บโต๊ะอาหารค่ะ"
"เดี๋ยวฉันไปช่วยนะ"
"ดานั่งพักดีกว่า ผมจะไปช่วยตะวันเอง"
ธวัชรีบบอก กลัวดวงสุดาจะหาเรื่องระรานตะวันฉาย ธวัชกับตะวันจะเดินออกไป
ดวงสุดารีบลุกขึ้น แล้วแกล้งทำเป็นเซจะล้ม
"โอ๊ย"
ธวัชเข้ามาประคองดวงสุดา
"ดาเป็นอะไรครับ"
"ดาเวียนหัวค่ะ"
"พาคุณดวงสุดาเข้าไปพักในบ้านดีกว่าค่ะ"
ธวัชจะประคองดวงสุดาออกไป
"ดาเดินไม่ไหวค่ะ"

ธวัชอุ้มดวงสุดาเข้าบ้านไป ตะวันฉายเดินตามไป

ธวัชอุ้มดวงสุดามาที่โซฟาในห้องรับแขก ตะวันถือถาดยาดมกับผ้าเย็นเข้ามาให้ดวงสุดา

"ยาดมกับผ้าเย็นค่ะ"
ธวัชเอายาดมจ่อจมูกดวงสุดา
"ไปหาหมอไหมครับดา"
ตะวันกับธวัช
"ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณดวงสุดาเวียนหัวเพราะอาการแพ้ท้อง ไม่ได้เป็นอะไรมาก ตอนที่ฉันแพ้ท้องหนักๆ ฉันก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน นั่งพักสักครู่ เดี๋ยวก็หายค่ะ"
"เหรอครับ"
"เอาผ้าเย็นซับหน้าให้เธอสิคะ เธอจะได้รู้สึกดีขึ้น"
ธวัชเอาผ้าเย็นซับหน้าให้ดวงสุดา
"ดีขึ้นไหมครับดา"
"ยังเวียนหัวไม่หายเลยค่ะ"
ธวัชกับตะวัน
"ทำไมไม่ดีขึ้นล่ะครับ"
ตะวันฉายนิ่งไป
"ดาเวียนหัว ดาเหนื่อย ดาอยากพักผ่อน
"งั้นคุณพาคุณดวงสุดากลับไปพักผ่อนที่บ้านดีกว่าค่ะ"
"ครับ"
ดวงสุดาแอบยิ้มพอใจ

ธวัชประคองดวงสุดามาที่รถที่จอดอยู่ ตะวันฉายเดินตามมา
" ขอโทษนะที่ทำให้เธอวุ่นวายไปด้วย"
"ไม่เป็นไรค่ะ"
"กลับบ้านกันเถอะค่ะ"
"ครับ...ผมกลับก่อนนะครับตะวัน"
"ค่ะ...ดูแลคุณดวงสุดาให้ดีนะคะ"
ธวัชพยักหน้าแล้วเดินไปเปิดประตูรถให้ดวงสุดา
ดวงสุดากับตะวัน
"ขอบใจนะ ว่างๆฉันจะมาทานข้าวด้วยอีก"
ดวงสุดายิ้มอย่างผู้ชนะ ตะวันฉายชะงัก รู้ทันทีว่าทั้งหมดเป็นแผนของดวงสุดา
"วันนี้ฉันสนุก แล้วก็มีความสุขม๊ากมาก"
ดวงสุดายิ้มเย้ยเธอแล้วขึ้นรถไป ธวัชขับรถออกไป ตะวันฉายมองตามอย่างเหนื่อยอกเหนื่อยใจ

วันใหม่ ดวงสุดาเดินมาส่งธวัชที่รถ ธวัชถือกระเป๋าทำงานมาด้วย
"ประชุมเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้านนะคะ ดาจะรอทานข้าวพร้อมกับวัช"
"ครับ...ดาเองก็ต้องพักผ่อนให้มากๆนะครับ อย่าทำอะไรที่จะกระทบกระเทือนกับลูกในท้อง"
"ค่ะ ดาทราบแล้วค่ะ"
"งั้นผมไปทำงานก่อนนะครับ"
ดวงสุดาหอมแก้มธวัช
"ขับรถดีๆนะคะ"
ธวัชยิ้มๆแล้วขึ้นรถขับออกไป สวนกับถนอมที่ขับรถเข้ามา สาลี่นั่งมาด้วย สาลี่หิ้วถุงของลงจากรถ
"ของที่คุณดาสั่งได้แล้วค่ะ"

สาลี่วางถุงของไว้บนโต๊ะลิ้นชัก แล้วล้วงซองผ้าอนามัยจากถุงใบหนึ่งมาส่งให้ดวงสุดา
"นี่ค่ะ"
ดวงสุดาหยิบซองผ้าอนามัยแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
สาลี่มองถุงของ
"นี่เราซื้อของมาครบรึเปล่าเนี่ย"
สาลี่เดินกลับไปเช็คของในถุง ครู่หนึ่งดวงสุดาเปิดประตูห้องน้ำออกมา
" เอาผ้าอนามัยที่เหลือไปเก็บไว้ที่ห้องแก เดี๋ยววัชจะสงสัย ถ้าฉันจะใช้
อีก ฉันจะบอก"
"ค่ะ"
"ฉันจะไปหาน้าวัล ถ้าแกจัดของเสร็จแล้ว ก็คั้นน้ำส้มไปให้ฉันด้วย"
"รับทราบค่ะ"
ดวงสุดาเดินออกจากห้องไป สาลี่หยิบของในถุงใบหนึ่งออกมา เห็นว่าเป็นแป้งและโลชั่นต่างๆ

ธวัชขับรถกลับเข้ามาจอดที่บ้าน ส่ายหน้าบ่นๆตัวเอง
"ของสำคัญขนาดนี้...ลืมได้ยังไง"
ธวัชลงจากรถแล้วเดินเข้าบ้านไป

ภายในห้องนอน สาลี่จัดขวดแป้งและโลชั่นต่างๆไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วจะหยิบถุงผ้าอนามัย
ทันใดนั้นมือถือสาลี่ดัง สาลี่ควักมารับสาย
"ว่าไงแม่..จะไถเงินฉันอีกล่ะสิ อะไรนะ จะใช้ตอนนี้...โอเคๆ จะออกไปโอนให้
เดี๋ยวนี้แหล่ะ"
สาลี่เปิดประตูออกมาแล้วเดินออกไป ครู่หนึ่ง ธวัชเดินเข้ามาเปิดประตูเข้าไปในห้อง แล้วมองรอบห้อง
"เอาไปวางไว้ไหนนะ"
ธวัชเดินง่วนหาอะไรบางอย่างตามมุมต่างๆอยู่นาน ก่อนจะเห็นซองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะลิ้นชัก ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับถุงที่ใส่ผ้าอนามัย ธวัชเดินมาหยิบซองเอกสาร
"อยู่นี่นี่เอง"
ธวัชหมุนตัวจะเดินออกไป แต่แขนธวัชชนถุงที่ใส่ผ้าอนามัย ถุงหล่นลงพื้น ธวัชชะงักหันมอง
"ถุงอะไร"

ธวัชมองถุงใบนั้นอย่างอยากรู้
 
อ่านต่อตอนที่ 10
กำลังโหลดความคิดเห็น...