xs
xsm
sm
md
lg

นางกลางไฟ ตอนที่ 5

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


นางกลางไฟ ตอนที่ 5

ธวัชคุยกับนิคมสีหน้าเคร่งเครียด

"ฉันคิดแล้วเชียวว่า คุณดาต้องไม่ยอมให้แกรับผิดชอบคุณตะวันกับลูกแน่ๆ"
"ไม่ว่ายังไงฉันก็ทิ้งตะวันกับลูกไม่ได้"
"ฉันเห็นใจคุณตะวันกับคุณดานะ คุณตะวันอยากให้ลูกมีพ่อ มีครอบครัวที่อบอุ่น ส่วนคุณดาก็รักแกมาก มากจนยอมไม่ได้ ถ้าจะต้องแบ่งสามีให้ใคร"
"เป็นความผิดของฉันเองที่โกรธตะวันจนขาดสติยั้งคิด ถ้าฉันไม่ตัดสินใจแต่งงานกับดาเพื่อประชดตะวัน เรื่องยุ่งๆก็คงจะไม่เกิดขึ้น"
ธวัชถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม นิคมแตะไหล่ธวัชอย่างให้กำลังใจ
"ค่อยๆคิด ค่อยๆแก้ปัญหา ฉันเชื่อว่าทุกปัญหาจะต้องมีทางออกเว้ย"

ในห้องนอน เวลากลางคืนต่อเนื่องมา ธวัชนั่งร่างแบบแปลน ดวงสุดาใส่ชุดนอนเซ็กซี่ ถือแก้วชาเย็นเข้ามา
"ชาเย็นค่ะวัช"
"ขอบคุณครับ"
ดวงสุดายื่นแก้วชาให้ธวัช พร้อมโน้มตัวไปใกล้ๆ
"วัชทำงานเคร่งเครียดจังเลยนะคะ น่าจะพักสมอง หยุดทำอะไรอย่างอื่นบ้าง" ดวงสุดาส่งสายตายั่วยวน "จะได้ผ่อนคลาย แล้วก็รู้สึกสบายไงคะ"
"ทำอะไรครับ"
ดวงสุดาลูบไล้แผ่นอกธวัช พร้อมส่งสายตามีความหมาย
"วัชน่าจะรู้นะคะ"
ธวัชชะงัก ดวงสุดายื่นใบหน้าไปจะจูบแ แต่ธวัชเบี่ยงหน้าหนี
"ขอโทษนะครับ..ผมต้องเร่งทำงานส่งลูกค้า"
ธวัชรีบถือแบบแปลนเดินหนีไปอย่างตัดบท ดวงสุดามองตามอย่างขัดใจ

ภายในห้องนั่งเล่น ของวันใหม่ วาทินนั่งคุยกับดวงสุดาและวัลลภา
"ผมขอโทษนะครับที่ไม่ได้ไปเยี่ยมพี่ดาที่โรงพยาบาลเลย"
ดวงสุดายิ้ม
"ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ พี่รู้ว่าทินไม่อยากมีปัญหากับคุณพ่อ"
วาทินไม่พอใจ
"ผมไม่คิดเลยว่านายธวัชจะกล้าทำร้ายจิตใจพี่ดาขนาดนี้"
"นังตะวันคงจะมารยาสาไถออเซาะนายธวัช ทำทุกอย่างเพื่อดึงนายธวัชไปอยู่กับมัน ไม่อย่างงั้นนายธวัชคงไม่กล้าทำร้ายจิตใจยัยดาขนาดนี้หรอก"
วาทินกับดวงสุดาฟังแล้วเจ็บใจ
"ถ้านายธวัชไม่เลิกยุ่งกับตะวัน พี่ดาจะทำยังไงครับ"
ดวงสุดาสีหน้ามาดมั่น
"พี่จะทำทุกวิถีทางเพื่อเขี่ยนังตะวันออกจากชีวิตวัชให้ได้"
"งั้นผมจะช่วยพี่ดาด้วยครับ"
วัลลภาชะงัก มองวาทินอย่างไม่เข้าใจ

เวลาต่อมา วัลลภาคุยกับวาทินที่บริเวณสวน
"ที่ทินบอกว่าจะช่วยพี่ดา ทินจะทำยังไงเหรอลูก"
"ทำให้นายธวัชหมดหนทางที่จะกลับไปยุ่งกับตะวันอีกครับแม่"
"ยังไง" แล้ววัลลภาก็นึกได้ "อย่าบอกนะว่าทินจะกลับไปหานังตะวัน อย่าทำอย่างนั้นเด็ดขาดนะ นังตะวันมันนอกใจทินไปยุ่งกับนายธวัช มันไม่ได้รักทิน ทินต้องเลิกยุ่งกับมัน ผู้หญิงต่ำๆแบบนั้นไม่คู่ควรกับทินหรอกนะลูก"
"แต่ผมลืมตะวันไม่ได้ครับแม่"
"แม่ไม่เข้าใจ นังตะวันมันมีดีอะไรนักหนา ทำไมทินถึงได้ปักใจรักใคร่มันขนาดนี้"
วาทินเจ็บใจ
"เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าเขี่ยผมทิ้งอย่างตะวันมาก่อน ผมยอมไม่ได้ ผมยังต้องการตะวันอยู่ครับ"
"ทินเลยคิดจะกลับไปกินของเหลือเดนต่อจากนายธวัชงั้นเหรอ"
"นายธวัชต่างหากที่กินของเหลือเดนต่อจากผม คนที่ควรจะเลิกยุ่งกับตะวัน คือนายธวัช ตะวันเป็นผู้หญิงของผม และเค้าจะต้องเป็นของผมคนเดียว"
วัลลภาอึ้ง นึกไม่ถึงว่าวาทินจะปักใจรักตะวันขนาดนี้

ตะวันฉายสีหน้าไม่พอใจคุยกับดำรง
"คุณมาที่นี่ เพื่อมาออกคำสั่งให้ฉันเลิกกับคุณธวัช พ่อของเด็กในท้องฉัน ยังงั้นเหรอคะ...คุณดำรง"
"นี่ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นคำขอร้อง คุณเลิกยุ่งกับนายธวัชเถอะนะ ยัยดาเป็นลูกสาวคนเดียวของผม ผมไม่อยากเห็นยัยดาเสียใจ"
"คุณรักลูกคุณ..ฉันก็รักลูกฉันเหมือนกัน ฉันอยากให้ลูกมีพ่อ มีครอบครัวที่อบอุ่น ฉันทำตามคำขอของคุณไม่ได้หรอกค่ะ"
ดำรงชะงักเสียใจ แต่ไม่ยอมแพ้
"แต่ยัยดากับนายธวัชรู้จักและรักกันมานาน ไม่มีอะไรที่จะทำลายความรัก ความผูกพันของพวกเค้าได้หรอก คุณควรจะถอยออกมา ก่อนที่จะเจ็บตัวเจ็บใจไปมากกว่านี้ ผมเป็นห่วงคุณ ผมหวังดีกับคุณนะตะวัน"
"แต่คุณกำลังจะทำให้ลูกของฉันกำพร้าพ่อนะคะ"
"การที่คุณยุ่งกับนายธวัช เท่ากับคุณกระโดดลงเหว ความเจ็บปวดทุกข์ทรมานกำลังรอคุณอยู่ข้างหน้า ชีวิตของคุณจะไม่มีทางมีความสุข ยัยดาจะต้องตามจองล้างจองผลาญคุณไม่เลิก"
"แล้วฉันจะต้องทำยังไง"
"แต่งงานกับผม ผมยินดีจะดูแลคุณกับลูกแทนนายธวัช ผมรักคุณ ผมจริงใจกับคุณจริงๆ เชื่อใจผมนะ"
"ถ้าฉันรับข้อเสนอของคุณ แล้วคุณวัลลภาจะปล่อยให้ฉันลอยหน้าลอยตามีความสุขกับคุณเหรอคะ"
"วัลลภาเป็นแค่เมียนอกสมรส เค้าไม่มีสิทธิ์ที่จะมายุ่งวุ่นวายกับคุณ และผมจะไม่ยอมให้เค้าทำแบบนั้นเด็ดขาด"
"ไม่ว่าคุณจะมีจุดประสงค์ที่จะปกป้องคุณดวงสุดา ลูกสาวของคุณ หรือเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวคุณเอง หรือเพราะหวังดีต่อฉันอย่างจริงใจ ยังไงฉันก็รับข้อเสนอจากคุณไม่ได้หรอกค่ะ"
"ทำไม"
"เพราะฉันไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ และฉันก็ไม่เคยต้องการคุณ ไม่ว่าจะฐานะไหนก็ตาม... ชีวิตของฉัน ฉันจัดการเองได้ค่ะ คุณมีธุระกับฉันแค่นี้ใช่ไหมคะ งั้นฉันขอตัว"
ตะวันเดินหนีไปอย่างไม่สนใจ ดำรงอึ้ง มองตามอย่างเสียใจ
"เธอรังเกียจฉันขนาดนี้เลยเหรอ...ตะวันฉาย"

ธวัชนั่งพิมพ์งานในโน๊ตบุ้ก ดวงสุดานั่งหวีผมที่โต๊ะเครื่องแป้ง พลางมองธวัช ครู่หนึ่ง ธวัชปิดคอมพ์ แล้วเดินไปนอนที่เตียง ดวงสุดาเข้าไปหาธวัช เอนตัวลงใกล้ๆ
"จะรีบนอนทำไมคะ"
ดวงสุดาเบียดตัวเข้าหาธวัช พร้อมลูบไล้แขนอย่างพยายามยั่วยวน
"ผมง่วงแล้วครับ"
"แต่นี่ยังไม่ 3 ทุ่มเลยนะคะ วัชไม่คิดจะทำกิจกรรมอย่างที่สามีภรรยาเค้าทำกันบ้างเหรอคะ"
"ขอโทษนะครับ วันนี้ผมทำงานเหนื่อยทั้งวัน...ผมหมดแรงจริงๆ"
ธวัชรีบพลิกตัวหนีแล้วหลับตาลงอย่างตัดบท ดวงสุดากัดปาก กัดฟันอย่างขัดเคืองใจ

เวลากลางคืน ดำรงกระดกเหล้ารวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะเดินเมาโซซัดโซเซมานั่งที่โซฟา
ภายในห้องนั่งเล่น เสียงของตะวันฉายยังก้องสองหู
"ไม่ว่าคุณจะมีจุดประสงค์ที่จะปกป้องคุณดวงสุดา ลูกสาวของคุณ หรือเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวคุณเอง หรือเพราะหวังดีต่อฉันอย่างจริงใจ ยังไงฉันก็รับข้อเสนอจากคุณไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉันไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ และฉันก็ไม่เคยต้องการคุณ ไม่ว่าจะฐานะไหนก็ตาม"
ดำรงกำแก้วเหล้าแน่นอย่างเสียใจระคนเจ็บใจ
"ตะวันฉาย ฉันจะทำให้เธอตอบรับความรักจากฉันให้ได้"
วัลลภาใส่ชุดนอนเดินเข้ามา
"ไม่มีทาง อย่าฝันเฟื่องไปหน่อยเลย ตอนนี้คุณเป็นหมาหัวเน่า ตกกระป๋องไปเรียบร้อยแล้ว ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ"
"สักวัน ตะวันจะต้องซมซานกลับมาหาผม"
"ถ้ามันจะกลับมาก็เพราะเหตุผลเดียว เพราะอำนาจเงินของคุณล่อตาล่อใจมัน แต่อย่าหวังเลยว่ามันจะรัก จะพิศวาสในตัวคุณ"
ดำรงโมโห ตวาด
"อย่ามาสะเออะรู้ดีไปหน่อยเลย"
"ทำไม..พอพูดความจริง แล้วรับไม่ได้งั้นเหรอ คุณควรจะหัดยอมรับความจริงซะบ้างนะ นังตะวันน่ะมันยังสาวยังสวย เรื่องอะไรที่มันจะโง่คว้าเอาไม้ใกล้ฝั่งอย่างคุณมาทำผัวถาวรน่ะ"
ดำรงตวาดเสียงดัง
"หุบปากเน่าๆของคุณเดี๋ยวนี้"
"ฟังก่อนสิคะ เผื่อคุณจะหูตาสว่างขึ้นมาบ้าง ตาเฒ่าแก่ๆอย่างคุณ จะเอาน้ำยาอะไรไปสู้พวกหนุ่มๆที่คึกคักปึ๋งปั๋งดึ๋งดั๋งได้ดั่งใจ ระหว่างของที่รอวันหมดอายุ กับของสดๆใหม่ๆกินได้นาน คิดดูแล้วกันว่านังตะวันมันจะเลือกอะไร"
ดำรงทนไม่ไหว ปาแก้วเหล้าลงพื้นอย่างโมโห วัลลภาหัวเราะเย้ยหยัน ดำรงมองวัลลภาอย่างเจ็บใจ ก่อนจะเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไป วัลลภาหัวเราะเยาะไล่หลัง
"สะใจ"

บริเวณสวนคอนโด วันใหม่ ธวัชคุยกับตะวันฉาย
"ผมจะส่งเสียเลี้ยงดูคุณกับลูกอย่างลับๆ เพื่อไม่ให้ดาสงสัย"
"หมายความว่าเราต้องอยู่กันอย่างหลบๆซ่อนๆเหรอคะ"
"ผมคิดว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว"
"ที่ผ่านมา ฉันบอกตัวเองมาตลอดว่าจะไม่ยอมใครเป็นเมียน้อยนางบำเรอใคร ไม่ว่าจะกับเสี่ยคนไหน หรือแม้แต่คุณดำรง แต่ตอนนี้ฉันกำลังจะกลืนน้ำลายตัวเองเพราะไม่มีทางเลือก ฉันสมเพชตัวเองจริงๆ"
ธวัชอดประชดไม่ได้
"เพราะผมสินะที่ทำให้คุณตกต่ำขนาดนี้ ผมทำลายชีวิตคุณ ทำให้คุณด่างพร้อย ถ้าไม่ใช่เพราะผม ชีวิตคุณคงจะสดใสสวยงามอย่างที่คุณวาดหวังไว้"
"เลิกประชด แล้วก็เลิกมองฉันด้วยสายตาโกรธเกลียดสักทีได้ไหมคะ ฉันรู้ว่าฉันทำผิดต่อคุณมาก แต่ตอนนั้นที่ฉันปฏิเสธคุณเพราะเหตุผลหลายอย่าง"
ตะวันฉายมองธวัชนิ่งๆ ก่อนจะตัดสินใจบอก
"ตอนนั้นฉันโกรธมากที่คุณฉวยโอกาสล่วงเกินฉัน ฉันไม่พร้อมที่จะมีครอบครัวเพราะกลัวว่าถ้าแต่งงาน ฉันจะหมดชื่อเสียง หมดอนาคตในวงการบันเทิง ฉันคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคืนนั้นเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบของคุณ ฉันไม่เชื่อว่าคุณจะจริงจังกับฉันจริงๆ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่า..."
ตะวันจะบอกว่าเพราะธวัชมีคนรักอยู่แล้ว เธอจึงไม่อยากยุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้ว แต่ธวัชขัดขึ้นอย่างทนฟังไม่ไหว
"พอได้แล้ว..! เหตุผลของคุณมันมีแต่ความเห็นแก่ตัวทั้งนั้น คุณมันรักแต่ตัวเอง คุณไม่เคยมองเห็นความจริงใจของผม ไม่เคยมองเห็นคุณค่าของความรักที่ผมมีให้คุณเลย"
เธอเจ็บจนพูดไม่ออก
"ขอให้ฉันได้อธิบายสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจฉันบ้าง...ได้ไหมคะ"
"คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว...ตะวันฉาย"
ธวัชน้ำตาคลออย่างเจ็บปวด ขณะที่ตะวันฉายน้ำตาคลอด้วยความรู้สึกผิด
"ฉันอยากให้คุณรู้ไว้นะคะว่าฉันรู้สึกผิดในใจตลอดเวลาที่ฉันปฏิเสธคุณในวันนั้น ฉันขอยอมรับความผิดทั้งหมด ให้โอกาสฉันได้ชดเชยความผิดที่ทำกับคุณนะคะ"
"ผมไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าคุณจะพูดคำนี้ออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะลูก...คุณคงไม่ลงทุนอ้อนวอนผมขนาดนี้ คุณไม่จำเป็นต้องเล่นละครขนาดนี้หรอกนะตะวัน เพราะยังไงผมก็ไม่ทิ้งคุณกับลูกแน่นอน คุณสบายใจได้"
ธวัชเจ็บปวดจนทนไม่ไหว จะเดินออกไป
"ฉันรักคุณนะคะ..ธวัช" ธวัชชะงัก "ตั้งแต่กลับจากเขาใหญ่ หัวใจของฉันก็เรียกร้องหาคุณตลอดเวลา ไม่มีแม้แต่วินาทีเดียวที่ฉันจะลืมคุณ"

ธวัชส่ายหน้า แค่นยิ้มไม่เชื่อแล้วเดินออกไป ตะวันฉายน้ำตารินอย่างปวดร้าวที่ธวัชไม่ยอมเข้าใจ นิคมแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง มองตะวันฉายอย่างสงสารเห็นใจ
 
อ่านต่อหน้า 2

นางกลางไฟ ตอนที่ 5 (ต่อ)

เวลาต่อมา ซูซี่กับตะวันฉายนั่งคุยกัน

"พี่ไม่เข้าใจ..ทำไมตะวันถึงยอมเป็นเมียน้อย ทำไมถึงยอมทิ้งทุกอย่าง ทำไมถึงเอาอนาคตของตัวเองมาแลกเพราะผู้ชายคนเดียว ทั้งๆที่ตะวันยืนกรานมาตลอดว่าจะไม่ยอมเป็นเมียน้อยใครทั้งนั้น ตะวันทำไปเพื่ออะไร พี่ไม่เข้าใจ"
"พี่ซูซี่คะ ที่ตะวันยอมเสียศักดิ์ศรี ยอมให้คนอื่นดูถูกประณามว่าแย่งสามีคนอื่น ยอมทิ้งทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียงและอนาคตในวงการบันเทิง ทั้งหมดนี้ตะวันทำเพื่อลูกค่ะ ตะวันอยากให้ลูกมีพ่อ มีครอบครัวที่อบอุ่น ตะวันไม่ต้องการให้ลูกเป็นกำพร้าเหมือนตะวัน เพราะตะวันรู้ดีว่า ความรู้สึกของเด็กที่โหยหาความรัก ความอบอุ่นจากพ่อแม่ มันเจ็บปวดและทุกข์ทรมานแค่ไหน"
ซูซี่นิ่งไปอย่างเห็นใจในเหตุผลของตะวันฉาย
"แล้วที่สำคัญ ตะวันรักคุณธวัชใช่ไหม"
"ตะวันรักคุณธวัชตั้งแต่ตอนที่เราติดป่าด้วยกัน ตะวันรักเค้ามาก ต่อให้ต้องกินน้ำใต้ศอกคนอื่น ตะวันก็ยอม"
ซูซี่ถอนใจอย่างเห็นใจ
"นี่ใช่ไหมอานุภาพของความรัก"
"ใช่ค่ะ..ถ้าเรารักใครสักคน เราก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อเค้า หรือเพื่อที่จะได้อยู่กับเค้า ความรักเป็นแรงผลักดันทำให้เราทำได้ทุกอย่าง แม้ว่าสิ่งๆนั้นอาจจะไม่ถูกต้อง แต่เราก็ยอมแลก"
ซูซี่พยักหน้าเห็นด้วยแล้วยิ้ม
"ดีแล้วล่ะที่คุณธวัชจะส่งเสียเลี้ยงดูตะวันกับลูก ลูกตะวันจะได้มีพ่อ มีครอบครัวที่อบอุ่นอย่างที่ตะวันต้องการ"
ตะวันฉายแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง
"จากนี้ไป..ตะวันคงจะได้ชื่อว่าเป็นเมียน้อยอย่างเต็มตัว"
"อย่าคิดมากเลย ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดี นอกจากยอมรับความจริงและอยู่กับมันให้ได้"
"ใช่... ยอมรับความจริงและต้องอยู่กับมันให้ได้ ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่านี้แล้ว"
"งั้นตะวันก็ต้องอดทนให้มาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตะวันก็ต้องสู้ พี่จะอยู่ข้างๆตะวันเสมอนะ"
"ค่ะ...ตะวันจะอดทนและจะสู้เพื่อลูกค่ะ"
ซูซี่บีบมือให้กำลังใจตะวัน

ดวงสุดาคุยกับวัลลภาสีหน้าเครียดคุยกันอยู่ในบ้าน
วัลลภาตกใจ
"อะไรนะ นายธวัชไม่ยอมนอนกับดาเหรอ"
"ค่ะ วัชบ่ายเบี่ยงดาตลอด"
"ก็ไหนดามั่นใจนักหนาไม่ใช่เหรอว่านายธวัชจะต้องเลือกดา แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ"
"ดาก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ" เธอนิ่งคิด "หรือว่าวัชจะไม่เต็มใจแต่งงานกับดาคะ"
"เป็นไปไม่ได้ นายธวัชเป็นคนเอ่ยปากขอดาแต่งงานเอง จะไม่เต็มใจได้ยังไง นอกซะจากว่านายธวัชจะยังไม่ลืมนังตะวัน" ดวงสุดาชะงักตกใจ "ต้องใช่เหตุผลนี้แน่ๆ แล้วดีไม่ดี...นายธวัชอาจจะยังไม่เลิกกับนังตะวันด้วยซ้ำ"
ดวงสุดาสีหน้าเจ็บใจ
"ยังไม่เลิกงั้นเหรอ แล้วดาจะทำยังไงดีคะ"
วัลลภาสีหน้ามาดร้าย
"หาทางล่อให้มันใจอ่อน แล้วยอมออกไปจากชีวิตนายธวัช"

บริเวณสวนในคอนโดตะวัน ตะวันฉายยืนประจันหน้ากับดวงสุดาและวัลลภา ซูซี่กับมะปรางยืนประกบตะวันฉายอยู่
"พวกคุณจะมาหาเรื่องอะไรตะวันอีก" ซูซี่ถาม
"แกหุบปากไปเลย ถ้าไม่อยากให้คนทั้งคอนโดต้องแตกตื่น แห่แหนมาดูคนโดนตบจนฟันร่วง" วัลลภาบอก
ซูซี่โมโหจะเอาเรื่อง มะปรางรีบส่ายหน้าห้ามไว้
" งั้นก็รีบว่าธุระของพวกคุณมา" ตะวันฉายบอก
"แกจะเอาเท่าไหร่ แลกกับการออกไปจากชีวิตวัชอย่างเด็ดขาด"
"คุณจะเอาเงินฟาดหัวฉัน เพื่อให้ฉันเลิกยุ่งกับคุณธวัชงั้นเหรอคะ"
ใช่ บอกมา แกต้องการเท่าไหร่"
"แน่ใจเหรอคะว่าคุณคิดดีแล้ว"
"ไม่ต้องมาลีลา อย่าทำให้ฉันอารมณ์เสีย ไม่อย่างงั้นแกจะเจ็บตัว" ดวงสุดาบอก
คำตอบของตะวันฉาย เล่นเอาดวงสุดาชะงัก
" 30 ล้าน..ขาดตัว คุณให้ฉันได้รึเปล่าล่ะค่ะ"
"มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอ" วัลลภาถาม
"ไม่มากหรอกค่ะ แค่นี้ยังถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับค่าเลี้ยงดูทั้งแม่และลูกตลอดชีวิต"
ดวงสุดานิ่งคิดลังเลอยู่นาน
" เงียบทำไมคะ หรือว่าคุณใจไม่ป้ำพอ"
ดวงสุดาตัดสินใจบอก
"ฉัน"
วัลลภารีบพูดแทรก
"พวกฉันขอคิดดูก่อน แล้วจะให้คำตอบวันหลัง"
วัลลภาบอกกับตะวันฉาย แล้วรีบดึงดวงสุดาออกไป ซูซี่หัวเราะขำ
"กลัวขนหน้าแข้งจะร่วงล่ะสิ ถึงได้เปิดตูดโกยแน่บปานจรวดพุ่งขนาดนี้"
"เธอนี่ร้ายไม่เบานะ แกล้งเรียกเงินเยอะๆ เพราะรู้ว่ายังไงพวกนั้นก็ไม่กล้าจ่ายแน่" มะปรางบอก
"คนพวกนั้นต้องโดนแบบนี้ซะบ้าง จะได้รู้ว่าเงินซื้อคนอย่างฉันไม่ได้"

ดวงสุดาคุยกับวัลลภาที่ลานจอดรถของคอนโดฯ
"น้าวัลไปบอกว่าขอคิดดูก่อนแบบนั้น นังตะวันมันจะไม่คิดว่าเราป๊อดเหรอคะ"
"มันจะคิดยังไงก็ช่างหัวมัน แต่ที่น้าทำไปเพราะน้าไม่อยากให้ดาเสียเปรียบมัน"
"เสียเปรียบยังไงคะ ถ้ามันรับเงิน ทุกอย่างก็จบ"
"เรื่องอะไรจะต้องไปเสียเงินให้มันมากมายก่ายกองขนาดนั้นด้วยล่ะ"
"แต่น้าวัลเป็นคนแนะนำดาเองนะคะ"
"น้าคิดผิด ผู้หญิงอย่างมันหิวเงินอยู่แล้ว พอสบโอกาสมันเลยเรียกเอาเยอะๆ เข้าทางมันชัดๆ"
"จริงสิคะน้า ดาลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย"
ครู่หนึ่ง วัลลภายิ้มเจ้าเล่ห์
"น้ามีวิธีแยกนังตะวันออกจากนายธวัช โดยที่เราไม่ต้องเสียอะไรเลย"
ดวงสุดาสีหน้าสนใจ
"ยังไงคะ"

เวลาต่อมา ธวัชสีหน้าไม่ค่อยสบายใจคุยกับดวงสุดาอยู่ในบ้าน
"ไปฮันนีมูนเหรอครับ"
ดวงสุดาส่งสายตาหวานฉ่ำ
"ค่ะ... ดาอยากมีเวลาอยู่กับวัชสองต่อสอง อยากดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กับวัช เพื่อแต่งเติมความรักของเราให้หวานชื่นไปนานแสนนาน"
"แล้วดาอยากไปที่ไหนครับ"
"ดาอยากไปแถบยุโรปค่ะ"
ธวัชนิ่งคิดอย่างเป็นห่วงตะวันฉายกับลูก ก่อนจะรีบอ้าง
"ช่วงนี้ผมงานเยอะคงไปเที่ยวที่ไหนไกลๆไม่ได้ ขอเป็นที่เมืองไทยได้ไหมครับ"
"ก็ได้ค่ะ.. ดาชอบทะเล งั้นเราไปทะเลกันนะคะ"
"ครับ... งั้นผมตัวไปทำงานนะครับ"
ธวัชถือแบบแปลนออกไป สีหน้าไม่สบายใจ ดวงสุดายิ้มพอใจ นึกถึงคำแนะนำของวัลลภา
"น้ามีวิธีแยกนังตะวันออกจากนายธวัช โดยที่เราไม่ต้องเสียอะไรเลย"
" ยังไงคะ"
"ดาต้องชวนนายธวัชไปฮันนีมูน แล้วก็ใช้โอกาสนี้เผด็จศึกนายธวัชซะ ทำยังไงก็ได้ให้นายธวัชมีความสุขที่สุด นายธวัชจะได้ลืมนังตะวันยังไงล่ะ"
ดวงสุดายิ้มร้าย

เวลาต่อมา ภายในห้องทำงานธวัช นิคมคุยกับเพื่อนที่มีสีหน้าไม่สบายใจ
"แกจำใจไปฮันนีมูนกับคุณดา แล้วแกจะมีความสุขเหรอวะ"
ธวัชหน้าเศร้า
"จะมีหรือไม่มี ยังไงฉันก็ต้องทน ฉันต้องทำทุกอย่างให้เป็นปกติที่สุด ไม่อย่างนั้นดาจะสงสัย"
นิคมเหนื่อยใจแทน
"ไอ้วัชเอ้ย...จะมีเมียกับเค้าทั้งที ดันทะลึ่งโผล่มาทีเดียวสองคน จากนี้ไปแกเตรียมตัวเตรียมใจสับรางให้ดีก็แล้วกัน"
"ฉันเป็นคนผูกปมปัญหานี้ขึ้นมา จากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็ต้องยอมรับและอยู่กับมันให้ได้"
นิคมแตะไหล่ธวัชอย่างให้กำลังใจ
"ฉันเอาใจช่วย ขอให้แกผ่านพ้นเรื่องยุ่งๆนี้ไปให้ได้นะเว้ย"
ธวัชถอนใจอย่างหนักอกกับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า

สำนักพิมพ์ Top star สายป่านกำลังกดน้ำร้อนชงกาแฟ วาทินเข้ามาหยุดมองสายป่านข้างหลังยิ้มๆ แล้วเดินเข้าไปกระซิบข้างหูสายป่าน
"รบกวนชงกาแฟให้ผมสักแก้ว จะได้ไหมครับ"
สายป่านหันไปมองเร็วๆ พอเห็นใบหน้าวาทินอยู่ใกล้ๆก็ตกใจ
"อุ้ย..คุณทิน โอ๊ย !" สายป่านสะบัดมือเจ็บๆ
"ป่านเป็นอะไรครับ"
สายป่านสีหน้าเหยเก
"น้ำร้อนลวกมือค่ะ"
"ไหนครับ...ขอผมดูหน่อย"
วาทินจับมือสายป่านมาแล้วเป่าให้ สายป่านชะงัก มองสบตาวาทิน ทั้งสองสบตากันหวานซึ้ง
จนสายป่านรู้สึกตัว รีบหลบตาวาทิน แก้เก้อ
"ดีขึ้นไหมครับ"
สายป่านก้มหน้าเขิน "ค่ะ"
"ผมหายาทาให้ดีกว่า ทิ้งไว้อาจจะเป็นแผลพุพองได้"
วาทินเปิดลิ้นชักยา แล้วหยิบยามาทามือให้ สายป่านมองนิ่งอย่างซาบซึ้ง
"ผมทำให้ป่านเจ็บตัวอีกแล้ว ผมขอโทษนะครับ"
"ไม่ใช่ความผิดของคุณทินหรอกค่ะ ป่านซุ่มซ่ามเอง"
"ไม่จริงหรอกครับ ถ้าผมไม่แกล้งเข้าไปทักป่านใกล้ๆ ป่านไม่มีทางตกใจแล้วทำน้ำร้อนลวกมือตัวเองแบบนี้แน่ๆ"
สายป่านยิ้มแหยๆ

เวลาต่อมา วาทินกับสายป่านนั่งทานข้าวกัน
"ขอบคุณป่านมากนะครับที่ให้เกียรติมาทานข้าวกับผม"
"ไม่เห็นต้องขอบคุณเลยค่ะ ที่คุณทินชวนป่านมาทานข้าวก็เพื่อจะเลี้ยงขอโทษที่ทำให้ป่านโดนน้ำร้อนลวกมือไม่ใช่เหรอคะ"
"ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ผมขอสารภาพความจริงตรงนี้เลยแล้วกัน ที่จริง...ผมตั้งใจจะชวนป่านมาทานข้าวด้วยกัน แต่ดันไปทำให้ป่านเจ็บตัวซะก่อน เลยต้องเปลี่ยนเป็นเลี้ยงขอโทษแทนน่ะครับ"
สายป่านยิ้มซึ้งใจ
"ที่จริง..ป่านไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย คุณทินไม่จำเป็นต้องเลี้ยงข้าวขอโทษเลยนะคะ ป่านเกรงใจน่ะค่ะ"
"คุณป่านอย่าพูดว่าเกรงใจได้ไหมครับ ผมไม่ชอบคำนี้เลยเพราะมันฟังดูห่างเหิน เหมือนว่าเราไม่ใช่เพื่อนกัน"
"ป่านไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้นนะคะ"
วาทินยิ้มๆ
"ผมแหย่เล่นน่ะครับ"
ครู่หนึ่ง พนักงานถือช่อดอกไม้สวยมาให้วาทินแล้วออกไป วาทินยื่นช่อดอกไม้ให้สายป่าน
"สำหรับป่านครับ"
สายป่านงงๆ
"อยู่ๆคุณทินให้ดอกไม้ป่านทำไมคะ"
"ดอกไม้ช่อนี้แทนคำขอบคุณที่ป่านให้เกียรติเป็นเพื่อนกับผมครับ...รับไว้นะครับ"
สายป่านรับช่อดอกไม้มา
"ขอบคุณค่ะ แต่คุณทินพูดเหมือนไม่มีเพื่อนอย่างงั้นล่ะค่ะ"
"บอกตรงๆนะครับ..ผมเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อนเพราะผมไม่ชอบสุงสิงกับใคร ที่ทำงานผมก็ไม่สนิทกับใครสักคน จะมีก็แต่ป่านนี่ล่ะครับ" วาทินส่งสายตามองสายป่านอย่างหวานฉ่ำ "ที่ผมอยากสุงสิงด้วย"
สายป่านเห็นสายตาวาทินแล้วอดเขินไม่ได้
"ผมดีใจนะครับที่มีป่านเป็นเพื่อน แต่ถ้ามีโอกาสพัฒนามากกว่าความเป็นเพื่อน ผมก็ยินดีนะครับ"

สายป่านขิน หลบตาวาทิน แอบดีใจที่วาทินมีท่าทีสนใจตัวเอง
 
อ่านต่อหน้า 3

นางกลางไฟ ตอนที่ 5 (ต่อ)

เวลาต่อมา ดวงสุดายื่นกล่องขนมให้สุนทรีย์ ธวัชนั่งอยู่ด้วย

"ดาซื้อขนมกลีบลำดวนที่คุณแม่ชอบมาฝากค่ะ"
"ขอบใจหนูดามากนะจ๊ะที่มีน้ำใจนึกถึงแม่ ว่าแต่หนูดารู้ได้ยังไงว่า แม่ชอบทานขนมกลีบลำดวน"
"ดาเคยได้ยินคุณแม่คุยกับเพื่อนว่าชอบทานน่ะค่ะ"
สุนทรีย์ยิ้มชื่นชมดวงสุดา
"หนูดานี่ช่างเอาใจใส่แม่จริงๆ"
ดวงสุดาทำเป็นปากหวาน เอาใจสุนทรีย์
"คุณแม่เป็นแม่สามีที่ดาเคารพรัก อะไรที่ดาทำเพื่อคุณแม่ได้ ดาก็อยากจะทำค่ะ"
"ถ้าอย่างงั้น...แม่ก็คงจะฝากผีฝากไข้กับหนูดาได้ใช่ไหม"
ดวงสุดาจับมือสุนทรีย์ รีบพูดเอาใจ
"ดายินดีจะดูแลคุณแม่เสมอค่ะ"
สุนทรีย์ยิ้มซาบซึ้ง ธวัชเห็นสุนทรีย์รักและเอ็นดูดวงสุดามาก ก็ยิ่งหนักใจเรื่องตะวันฉาย
สุนทรีย์เห็นลูกชายก็พอจะเดาออกว่าธวัชคิดอะไร เธอจึงตั้งใจพูดเตือนสติ
"หนูดาคือสะใภ้ที่แม่ภาคภูมิใจ แม่หวังว่าวัชจะไม่ทำอะไรให้หนูดาเสียใจอีก เพราะถ้าวัชทำให้แบบนั้น ก็เท่ากับวัชทำร้ายแม่ด้วยเหมือนกัน"
ธวัชนิ่งอึ้ง พูดไม่ออก ดวงสุดายิ้มพอใจที่สุนทรีย์ช่วยบีบธวัชอีกทาง
"เออนี่..แม่ได้ข่าวว่าเราสองคนจะไปฮันนีมูนกันเหรอ"
"ครับแม่" ธวัชเอ่ยปาก
สุนทรีย์บอกลูกสะใภ้
"เที่ยวให้มีความสุขมากๆนะหนูดา แล้วก็รีบมีเจ้าตัวน้อยให้แม่อุ้มไวๆ แม่น่ะอยากจะอุ้มหลานใจจะขาดอยู่แล้ว"
ธวัชกับดวงสุดาชะงัก ต่างนึกถึงตะวันฉาย สุนทรีย์นึกได้รีบย้ำกับลูกชาย
"แม่หมายถึงอยากจะอุ้มลูกของวัชกับหนูดา"
ธวัชทำหน้าไม่ถูก
จังหวะนั้น เสียงรถดังเข้ามา สุนทรีย์เดินไปดูที่หน้าต่าง เห็นวาทินขับรถเข้ามา สายป่านนั่งมาด้วย
"ยัยป่านกลับมาแล้ว"
สายป่านคุยกับวาทินในรถ
"คุณทินแน่ใจนะคะว่าอยากรู้จักกับครอบครัวป่าน"
"แน่ใจครับ...ถ้าผมรู้จักป่าน แล้วไม่รู้จักครอบครัวของป่านด้วย ก็เท่ากับเรารู้จักกันแค่ผิวเผิน บอกแล้วไงครับว่า ผมอยากรู้จักป่านให้มากกว่านี้"
สายป่านยิ้มดีใจที่วาทินให้ความสำคัญกับตัวเอง

เวลาหัวค่ำ สุนทรีย์ยืนรอสายป่านที่ประตู สายป่านพาวาทินเข้ามา
"แหม..คิดถึงป่าน ถึงขนาดมายืนรอหน้าประตูเลยเหรอคะแม่"
"วันนี้กลับบ้านผิดเวลานะเรา"
"ป่านออกไปทานข้าวกับเพื่อนมาน่ะค่ะ ป่านพาเพื่อนมารู้จักกับแม่ด้วยนะคะ" สายป่านแนะนำ " คุณวาทินคะ นี่แม่ของป่านค่ะ"
วาทินยกมือไหว้สุนทรีย์
"สวัสดีครับคุณป้า"
สุนทรีย์ยิ้มรับไหว้
"สวัสดีจ๊ะ"
ธวัชกับดวงสุดาเดินเข้ามา
"พาใครมาด้วยเหรอจ๊ะ น้องป่าน อ้าว...ตาทิน"
"พี่ดา"
สายป่านชะงักงง ขณะที่วาทินกับธวัชสีหน้าไม่ชอบใจ
"นี่พี่ดากับคุณทินรู้จักกันด้วยเหรอคะ"

ทุกคนนั่งคุยกันที่ห้องรับแขก
"ที่แท้คุณทินก็เป็นน้องชายคนละแม่กับพี่ดานี่เอง...พี่วัชก็เคยบอกป่านนะคะว่า
พี่ดามีน้องชายชื่อวาทิน แต่ป่านไม่นึกว่าจะเป็นคนเดียวกัน"
" ป้าเองก็จำคุณทินไม่ได้ เพราะเคยเจอคุณทินตอนเด็กๆแค่ครั้งสองครั้งเอง ต้องขอโทษด้วยนะคะ"
"ไม่เป็นไรครับคุณป้า"
"ตาทินไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่อายุ 15 ไม่แปลกหรอกค่ะที่คุณแม่จะจำตาทินไม่ได้... สรุปว่าเราเป็นคนกันเองทั้งนั้นเลยนะคะเนี่ย"
ดวงสุดา สายป่านยิ้มดีใจ ขณะที่วาทินมองธวัชอย่างไม่ชอบหน้า

วันใหม่ ดวงสุดาควงแขนธวัชเข้ามาในห้องพักในโรงแรม พนักงานหิ้วกระเป๋าเดินทางเข้ามาวางแล้วออกไป
"ตอนที่โทร.มาจอง ดาลุ้นแทบตายน่ะค่ะ กลัวจะไม่ได้ห้องสวีตสำหรับคู่รัก เพราะช่วงนี้เป็นช่วง High season แต่สุดท้ายโชคก็เข้าข้างดา เป็นยังไงคะ ห้องนี้สวยหรูถูกใจวัชไหมคะ"
ธวัชมองรอบห้อง
"ถูกใจครับ"
ดวงสุดายิ้มหวาน
"ดาดีใจนะคะที่วัชชอบ"
ดวงสุดาเดินไปเปิดม่าน เบื้องหน้าคือทะเลสวยสีครามกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
"ว๊าว..สวยจังเลยค่ะวัช ดูสิคะ เหมือนภาพฝันเลย ดาคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกพักโรงแรมนี้"
ทันใดนั้นมือถือธวัชดัง เขาเห็นเบอร์ตะวันฉายแล้วชะงัก ลังเลไม่กล้ารับสาย
"ใครโทรมาคะ"
ธวัชอึกอัก จำต้องโกหก
"อ๋อ...ไอ้คมครับ สงสัยจะโทรมาคุยเรื่องงาน"
"อะไรกัน นี่วัชลางานมาฮันนีมูน คุณคมยังจะกล้าเอาเรื่องงานมากวนใจวัชอีกเหรอคะ วัชไม่ต้องรับสายหรอกค่ะ คุณคมก็น่าจะรู้จักกาลเทศะซะบ้าง"
"ก็ดีเหมือนกันครับ มาเที่ยวก็ควรจะเที่ยวให้สนุก ไม่ควรจะเอาเรื่องอื่นมาคิดให้รกสมอง"
ธวัชนึกอยากทำให้ตะวันผิดหวังบ้าง รีบวางมือถือไว้ที่เตียงนอน ดวงสุดายิ้มดีใจ
ภายในคอนโดฯ ตะวันฉายที่โทรหาธวัช รอสายอยู่นาน จนสายหลุดไป เธอนิ่วหน้าแปลกใจที่ธวัชไม่รับสาย
ภายในห้องพัก ดวงสุดาเกาะแขนธวัช
"เดี๋ยวเราไปหาอะไรทาน เสร็จแล้วค่อยไปเดินเล่นที่ชายหาดกันนะคะ"

ชายหาดริมทะเล เวลาเย็นต่อเนื่อง ดวงสุดาควงแขนธวัชเข้ามา ยิ้มอย่างมีความสุข
"ได้สัมผัสลมเย็นๆ เห็นน้ำทะเลใสๆ แล้วก็หาดทรายสวยๆทีไร ดารู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะค่ะ เราอยู่ที่นี่สัก 2 อาทิตย์ดีไหมคะวัช"
"อย่าเลยครับ ผมลางานแค่อาทิตย์เดียว อีกอย่างอยู่นานๆ ดาจะไม่เบื่อเหรอครับ"
"ดาไม่เบื่อหรอกค่ะ ถ้ามีวัชอยู่ข้างๆ"
ดวงสุดาดึงแขนธวัชลงไปในทะเล
"ดาจะทำอะไรครับ"
"มาทะเล ก็ต้องเล่นน้ำทะเลสิคะ"
ดวงสุดาพูดจบก็วักน้ำใส่ธวัชไปมา ธวัชวิ่งหนี ดวงสุดาวิ่งไล่ธวัชอย่างสนุกสนาน
ดวงสุดาแกล้งล้ม ธวัชรีบเข้าไปดู
"ดา"
ดวงสุดาทำทีจะลุกแต่แกล้งเซล้มลง พร้อมดึงธวัชให้ล้มทับตัวเอง จมูกทั้งสองชนกัน
"ดาเป็นอะไรไหมครับ"
ดวงสุดายิ้ม โอบคอธวัช พร้อมส่งสายตาหวานซึ้ง ธวัชทำหน้าไม่ถูก
ดวงสุดายื่นหน้าไปใกล้จะจูบ ธวัชเบี่ยงหน้าหนี รีบเปลี่ยนเรื่อง
"ผมว่าเรากลับห้องดีกว่าครับ เล่นน้ำนานๆเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะครับ"
ธวัชเดินหนีไป ดวงสุดามองตาม ยิ้มร้าย
"คิดว่าจะปฏิเสธฉันได้งั้นเหรอ"

ห้องพักในโรงแรม มือถือธวัชวางอยู่บนหัวเตียง มีเสียงเรียกเข้า ตะวันฉายโทรหาธวัช กดวางสายด้วยสีหน้าผิดหวัง
"ทำไมคุณไม่รับสายฉันเลย"
โต๊ะดินเนอร์หรูใต้แสงเทียน ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายหาด บรรยากาศรอบด้านดูสวยงามโรแมนติกมาก ดวงสุดาที่ใส่ชุดสวยเซ็กซี่จูงมือธวัชเข้ามา แล้วย่อตัวถอนสายบัว ผายมือเชิญธวัช
"เชิญนั่งค่ะ..เจ้าชายสุดหล่อ"
"ที่จริงดาไม่ต้องลำบากทำขนาดนี้ก็ได้นะครับ"
ดวงสุดาส่งสายตาหวานซึ้ง
"ต่อให้ลำบากกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า ดาก็ยินดีทำเพื่อวัชค่ะ"
ธวัชยิ้มซาบซึ้ง ยิ่งดวงสุดาทำดีด้วยเท่าไหร่ ธวัชก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อกับเธอมากเท่านั้น
"ทานกันเลยนะคะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นซะก่อน"
ธวัชยิ้ม
"ครับ"
ธวัชตักอาหารให้ ทั้งสองทานอาหารกัน ระหว่างนั้นดวงสุดานึกถึงคำพูดของวัลลภา
"ดาต้องหาทางมัดใจนายธวัชให้ได้ มารยาหญิงมีเท่าไหร่ งัดออกมาใช้ให้หมด ถ้าดามัดใจนายธวัชสำเร็จ ชัยชนะก็จะอยู่ในมือดา ดาจะชนะนังตะวันแบบทิ้งห่างชนิดไม่เห็นฝุ่นเลยล่ะ"
ดวงสุดายิ้มร้าย
ผ่านเวลา ทั้งสองกินข้าวกันเสร็จแล้ว
"วัชคะ...อยู่นิ่งๆนะคะ"
ดวงสุดาดึงทิชชู่ เดินไปหาธวัช โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ แล้วเช็ดปากธวัชอย่างอ้อยอิ่ง พลางส่งสายตาหวานเยิ้ม
"อาหารเลอะปากวัชน่ะค่ะ"
"ขอบคุณครับ"
ดวงสุดาจะเดินกลับเก้าอี้ แล้วทำเป็นเซไปหาธวัช
"ว๊าย !"
ธวัชตกใจรวบตัวดวงสุดาไว้ ดวงสุดาฉวยโอกาสนั่งตักธวัช พร้อมส่งสายตายั่วยวน
"ขอโทษนะคะ พอดีดาสะดุดขาโต๊ะน่ะค่ะ"
ธวัชสีหน้าอึดอัด
"เอ่อ.. ตรงนี้อากาศเย็น ผมว่าเรากลับเข้าห้องดีกว่าครับ"
"จะกลับเข้าห้องได้ยังไงคะ เรายังไม่ได้ฉลองกันเลย"
ดวงสุดาหยิบขวดเหล้าขึ้นมา รินเหล้าใส่แก้ว แล้วส่งให้ธวัช
"จริงๆไม่ต้องดื่มก็ได้นี่ครับ"
"ถ้าไม่ดื่ม แล้วจะเรียกว่าฉลองได้ยังไงล่ะคะ"
ธวัชอึกอัก ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง ดวงสุดาชนแก้วกับธวัช
"ดื่มฉลองให้กับคืนพิเศษของเรานะคะ"
ธวัชจำใจดื่ม ระหว่างนั้นดวงสุดาแอบเทเหล้าตัวเองทิ้ง ดวงสุดายิ้มร้ายแล้วรินเหล้าให้ธวัชอีก "แก้วนี้ สำหรับความรักของเราที่จะมั่นคงและยืนยาวตลอดไป"
ธวัชจำใจดื่มอีก ดวงสุดารินเหล้าให้ธวัชอีก
"พอเถอะครับดา"
"ฉลองแค่นี้จะสนุกได้ยังไงกัน อีกหน่อยนะคะ"
ดวงสุดารินเหล้าให้ธวัชเรื่อยๆ

เวลาต่อมา ดวงสุดาประคองธวัชที่เมาคอพับเข้ามาที่เตียง ธวัชล้มลงนอนแผ่หราบนเตียง
ดวงสุดามองธวัชด้วยแววตาวาบหวาม พร้อมไล้นิ้วไปตามใบหน้าธวัชอย่างเสน่หา
ภายในห้อง เวลาต่อมา ชุดของดวงสุดาเลื่อนลงมากองที่พื้น เธอล้มตัวลงจูบธวัช

เช้าวันใหม่ ดวงสุดานอนกอดธวัช ทั้งสองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า มีผ้าห่มคลุมท่อนล่าง ธวัชรู้สึกตัวตื่น แล้วชะงักตกใจที่เห็นดวงสุดานอนกอดตัวเองอยู่
ธวัชพึมพำ "ดา !"
ธวัชโมโหตัวเองที่เมาจนถูกดวงสุดาฉวยโอกาสมีอะไรด้วย เมื่อเธอขยับตัวตื่น ดวงสุดาหอมแก้มธวัช แล้วยิ้มหวานให้
"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณสามี รู้ไหมคะว่าเมื่อคืน วัชทำให้ดามีความสุขมากแค่ไหน"
ธวัชฟังแล้วยิ่งโมโหตัวเอง
"เมื่อคืนวัชก็มีความสุขมากเหมือนกันใช่ไหมคะ"
ธวัชอึกอัก พูดไม่ออก ดวงสุดากอด ซบหน้าลงกับอกเขา
"ดารักวัชมากนะคะ... ว่าแต่เช้านี้วัชอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ ดาจะโทรสั่งให้"
"อะไรก็ได้ครับ ผมขอตัวอาบน้ำก่อนนะครับ"
ธวัชคว้าผ้าขนหนูมาใส่ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ดวงสุดายิ้มพอใจ
"ในที่สุด..วัชก็เป็นของดา และวัชจะต้องเป็นของดาคนเดียว ตลอดไป"

ทันใดนั้นมือถือดวงสุดาที่วางบนหัวเตียงก็ดังขึ้น
 
อ่านต่อหน้า 4

นางกลางไฟ ตอนที่ 5 (ต่อ)

ดวงสุดาคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงห้องพัก

"ว่าไงคะ...น้าวัล"
วัลลภาคุยมือถือสีหน้าตื่นเต้นอยู่ที่บ้าน
"เป็นยังไงบ้างยัยดา เผด็จศึกนายธวัชเรียบร้อยรึยัง"
"เรื่องแค่นี้ไม่ยากเกินความสามารถของดาหรอกค่ะ ตอนนี้ดาเป็นเมียวัชอย่างสมบูรณ์แบบแล้วล่ะค่ะ"
วัลลภายิ้มดีใจ
"น้านึกแล้วว่าดาจะต้องทำสำเร็จ คราวนี้นายธวัชก็ได้ชื่อว่าเป็นสามีดาอย่างสมบูรณ์ทั้งทางนิตินัยและพฤตินัยแล้ว น้าดีใจด้วยนะลูก"
"ขอบคุณน้าวัลมากนะคะที่คอยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำดีๆกับดามาตลอด"
"ความสุขของดา ก็คือความสุขของน้า...ไม่ต้องขอบคุณน้าหรอกจ๊ะ"
"ตอนนี้ดามีความสุขมากเลยค่ะ สุขเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลย ดาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้นี่เองว่าการที่ได้อยู่ใกล้ๆกับคนที่เรารัก มันทำให้เรามีความสุขมากแค่ไหน"
"ในเมื่อแผนแรกสำเร็จแบบชิลๆไปแล้ว งั้นก็รีบเดินแผน 2 ได้เลย ดาต้องทำให้นังตะวันช้ำใจให้มากถึงมากที่สุด เอาให้มันทนไม่ไหวจนต้องกระอักเลือดออกมา แล้วมันก็จะเลิกยุ่งกับนายธวัชไปเอง"
"เหมือนที่โบราณว่า ตีเหล็กต้องตีตอนที่กำลังร้อนๆถึงจะได้คุณภาพ..ใช่ไหมคะ"
สองน้าหลานหัวเราะชอบใจกัน ดวงสุดากดวางสายแล้วยิ้มร้าย

ธวัชที่นอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำ ส่ายหน้าโมโหตัวเองที่ประมาทจนถูกดวงสุดามอมเหล้า แล้วฉวยโอกาสมีอะไรด้วย เขาพึมพำ
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้ ตะวันยกโทษให้ผมด้วยนะครับ"
ธวัชหลับตาลงอย่างรู้สึกผิดต่อตะวัน ครู่หนึ่งดวงสุดาในชุดคลุมอาบน้ำเดินเข้ามา ธวัชชะงักลืมตาขึ้นมา ตกใจเล็กน้อยที่เห็นดวงสุดา
"ดา"
ดวงสุดาส่งสายตายั่วยวน
"ขอดาอาบน้ำด้วยคนนะคะ"
ดวงสุดาพูดจบก็ถอดชุดคลุมทันที แล้วลงไปในอ่างกับธวัช เธอจูบหน้าผาก กอดธวัชแนบแน่น จนเขาทำตัวไม่ถูก

ซูซี่โชว์ชุดคลุมน่ารัก
"ของฝากสำหรับคุณแม่มือใหม่จ๊ะ"
ซูซี่คุยกับตะวันฉายและมะปราง ซูซี่ยื่นชุดคลุมให้
"น่ารักถูกใจไหม พี่เลือกสีเลือกลายที่น่ารักที่สุดในร้านเลยนะ"
"น่ารักถูกใจตะวันมากค่ะ"
"ฉันก็ไม่ได้มามือเปล่านะจ๊ะ มีของมาฝากเหมือนกัน" มะปรางพูดพลางโชว์หนังสือดูแลครรภ์
"นี่จ๊ะ คุณแม่มือใหม่จะได้ศึกษาว่าควรจะดูแลครรภ์ยังไง"
"ขอบคุณพี่ซูซี่กับมะปรางมากนะคะ"
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ซูซี่เดินไปเปิดประตู เห็นว่านิคมถือถุงของยืนอยู่
"อ้าว...คุณนิคม"
" สวัสดีครับ ผมมาเยี่ยมคุณตะวันน่ะครับ"
นิคมยื่นถุงของให้ตะวันฉาย
"ผมซื้อของบำรุงครรภ์มาฝากคุณตะวัน แล้วก็มาช่วยดูแลคุณตะวันตามคำสั่งไอ้วัชมันด้วยครับ"
ตะวันยิ้มซาบซึ้ง
"ขอบคุณคุณคมมากนะคะ"
ซูซี่ลงนั่งข้างๆนิคมทำตาปิ๊งปิ๊งให้
"แล้วคุณคมไม่มีอะไรมาฝากพี่บ้างเหรอคะ อย่างเช่น หัวใจ อะไรประมาณเนี้ยน่ะค่ะ"
"พอดีผมเอาหัวใจไปฝากไว้ที่อื่นแล้ว Sorry ด้วยนะครับ"
ซูซี่ทำหน้าเซ็ง
"โอเค...Sad"
ตะวันฉายกับมะปรางหัวเราะขำ
"คุณคมมาก็ดีแล้วค่ะ ฉันกำลังคิดว่าจะโทร.หาคุณคมอยู่พอดี คือว่าวันสองวันมานี่ ฉันโทร.หาคุณธวัช แต่เค้าไม่รับโทรศัพท์ฉันเลย คุณคมพอจะรู้ไหมคะว่าคุณธวัชเป็นอะไร ทำไมเค้าถึงไม่รับสายฉัน"
นิคมชะงัก ห่วงความรู้สึกของตะวันฉายเลยต้องรีบโกหก
"อ้าว...นี่ไอ้วัชมันไม่ได้บอกคุณตะวันหรอกเหรอครับ ว่าช่วงนี้มันไปติดต่องานกับลูกค้าที่ต่างจังหวัด"
ตะวันฉายส่ายหน้า
"ไม่เลยค่ะ"
นิคมทำเป็นโมโห
"ไอ้บ้านี่น่าตบกะโหลกจริงๆเลย เรื่องสำคัญขนาดนี้ไม่บอกคุณตะวันได้ยังไง แต่ที่มันไม่รับสายคุณตะวันเนี่ย สงสัยมันจะงานยุ่งมั้งครับ"
ตะวันฉายหน้าเศร้า
"หรือไม่..บางทีคุณธวัชก็อาจจะรำคาญ ไม่อยากจะคุยกับฉัน"
"คุณตะวันอย่าคิดมากสิครับ คนกำลังท้อง ถ้าคิดมากหรือว่าเครียดเนี่ย จะไม่ดีกับเด็กนะครับ"ตะวันฉายยิ้มแห้งๆให้นิคม แต่ในใจไม่วายกังวล ขณะที่นิคมรู้สึกผิดที่โกหกตะวัน

เย็นวันเดียวกัน ธวัชกับดวงสุดาเดินเล่นที่ชายหาด ดวงสุดาเกาะแขนธวัช สีหน้ามีความสุขมาก
"ดามีความสุขที่สุดเลยค่ะที่มีวัชอยู่เคียงข้างอย่างนี้ ดาอยากมีอำนาจวิเศษ หยุดเวลาไว้ตรงนี้ได้จังเลยค่ะ เราจะได้มีกันและกันตลอดไป"
ดวงสุดายิ้มรื่น ขณะที่ธวัชสีหน้าเบื่อหน่าย
"ดาอยากมีลูก อยากสร้างครอบครัวที่อบอุ่นกับวัช" ธวัชชะงักตกใจ "เราจะมีลูกสักกี่คนดีคะ สัก 2 คนดีไหมคะ" ธวัชนิ่งไป พูดไม่ออก "ว่าแต่วัชอยากได้ลูกผู้ชายหรือลูกผู้หญิงคะ"
ธวัชจำใจตอบ
"ชายหรือหญิงก็ได้ครับ"
"งั้นชาย 1 หญิง 1 ดีไหมคะ ลูกผู้ชายจะได้เป็นเพื่อนวัช ส่วนลูกผู้หญิงก็เป็นเพื่อนดา"
"ก็ดีครับ"
ดวงสุดายิ้มเพ้อฝัน
"เด็กผู้ชาย เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักๆวิ่งเล่นกันไปมา มีเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยหยอกเย้า บางทีอาจจะมีร้องไห้งอแงบ้าง แค่คิดดาก็มีความสุขแล้วล่ะค่ะ"
ดวงสุดายิ้มมีความสุข ขณะที่ธวัชสีหน้าหนักใจ ดวงสุดามองธวัชนิ่งๆ ก่อนจะสวมกอดธวัช
"ดารักวัชมากเหลือเกิน วัชอย่าทำให้ดาเสียใจอีกนะคะ ดาจะลืมเรื่องที่ผ่านมาให้หมด แล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่ เราจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกันนะคะ"
ดวงสุดาซบอกธวัชอย่างแสนรัก แต่เขาถอนใจอย่างหนักอก

มุมหนึ่งในโรงแรม พิชัยยื่นซองบางอย่างให้ดวงสุดา
"หวังว่าผลงานของนายจะเป็นที่น่าพอใจนะ"
"ฝีมือระดับผมไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง แต่ถ้าคุณไม่มั่นใจ เช็คของดูก่อนก็ได้"
ดวงสุดาดึงบางอย่างในซองออกมาดู เธอยิ้มพอใจ
"ฝีมือเยี่ยม สมราคาคุยดีนี่" เธอยื่นเงินปึกหนึ่งให้พิชัย "รางวัลของนาย"
"ขอบคุณครับ"
"นายไปได้แล้ว"
พิชัยออกไป ดวงสุดามองซองแล้วยิ้มร้าย

วันใหม่ ตะวันฉายขับรถเข้ามาจอด ก่อนจะมองเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าหวาดหวั่น เธอลงรถ แล้วเดินไปกดกริ่งที่ประตูรั้วบ้าน สายป่านเปิดประตูบ้านออกมา แล้วเดินมาหาตะวันฉายที่ยืนหันหลังอยู่
"ขอโทษนะคะ มาหาใครเหรอคะ"
ตะวันหันหน้ามา สายป่านชะงัก ตีสีหน้าเย็นชาใส่ทันที
"คุณมาที่นี่ทำไม บ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับคุณ"
"ป่าน...อย่าเสียมารยาทกับแขก"
สุนทรีย์เดินเข้ามามองตะวันนิ่งๆ ตะวันยกมือไหว้สุนทรีย์
"สวัสดีค่ะคุณป้า"

ตะวันฉายนั่งคุยกับสุนทรีย์และสายป่าน สุนทรีย์เย็นชาใส่
"เธอมีธุระอะไรก็ว่ามา"
"สองวันมานี้... ตะวันไม่ได้คุยกับคุณธวัชเลย ตะวันโทร.หาเท่าไหร่ เค้าก็ไม่
รับสาย ตะวันอยากทราบว่าคุณธวัชกลับจากทำงานที่ต่างจังหวัดรึยังคะ"
"ใครบอกคุณว่าพี่วัชไปทำงานที่ต่างจังหวัด พี่วัชไปฮันนีมูนกับพี่ดาต่างหาก" สายป่านบอก
ตะวันชะงักตกใจ
"ไปฮันนีมูนเหรอคะ"
"ใช่... พี่วัชกับพี่ดาเค้าไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันตามประสาคู่ผัวตัวเมีย เมื่อคืนพี่วัชโทร. มาบอกฉันว่าเค้ามีความสุขกับพี่ดามาก มากจนไม่อยากจะกลับกรุงเทพ เห็นว่าจะอยู่ต่ออีกสัก 2-3 วันด้วยนะ..เพราะเหตุผลนี้ล่ะมั้ง พี่วัชถึงไม่รับสายคุณเลย บางทีพี่วัชอาจจะลืมคุณไปแล้วก็ได้"
ตะวันยิ่งฟังยิ่งเจ็บ
"ลูกชายฉันกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝา เค้ากำลังจะสร้างครอบครัวของตัวเอง เธออย่าเข้ามาทำลายครอบครัวของตาวัชเลยนะ"
"ตะวันไม่ได้คิดจะแย่งคุณธวัชมาเป็นของตัวเองนะคะ ตะวันแค่อยากให้คุณธวัชรับผิดชอบลูกในท้องของตะวันเท่านั้นเอง"
สายป่านสวนทันที
"แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกนะที่อยากจะใช้สามีร่วมกับคนอื่น ผู้หญิงทุกคนย่อมต้องการที่จะเป็นหนึ่งเดียวในใจของผู้ชายที่เรารัก คุณเป็นผู้หญิง..ก็น่าจะรู้"
ตะวันฉายนิ่งอึ้งไป สุนทรีย์พยายามเกลี้ยกล่อม
"การที่เธอเข้ามาทำให้ครอบครัวคนอื่นเค้าแตกแยก ทำให้เค้าต้องเป็นทุกข์เพราะผิดใจ ไม่เข้าใจกัน มันเป็นการทำบาป เธอควรจะหยุดสร้างเวรสร้างกรรมให้ตัวเองได้แล้วนะ"
"ตะวันทราบค่ะ แต่ลูกของตะวัน เค้าก็ต้องการพ่อ ต้องการความรัก ต้องการครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนกันนะคะ"
สายป่านสวนทันที
"แต่คุณมาทีหลัง คุณควรจะมีสามัญสำนึกบ้าง พี่วัชกับพี่ดาเค้าคบหากันมานาน และเค้าก็รักกันมาก คุณไม่ควรจะเข้าไปทำลายความรักของเค้า ถอยห่างจากพี่วัชซะ ก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ไปกว่านี้"
ตะวันเจ็บจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
"น้ำตาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาหรอก คุณเอาเวลาไปคิดทบทวนดีกว่าว่าจะทำยังไงกับชีวิตตัวเองดี และหวังว่าคำพูดของฉันจะทำให้คุณคิดได้ขึ้นมาบ้างนะ...คุณตะวันฉาย"
ตะวันเจ็บจนทนไม่ไหวจนต้องวิ่งออกไป สุนทรีย์มองตาม เห็นใจตะวันฉายไม่น้อย

ตะวันฉายทรุดลงนั่ง น้ำตาเปื้อนหน้าที่คอนโดฯ
"ทุกคนเกลียดเรากันหมด ไม่มีใครเข้าใจเราเลย"
เธอสะอื้นอย่างเจ็บปวดขมขื่น ครู่หนึ่ง เสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอเช็ดน้ำตาแล้วเดินไปเปิดประตู เห็นแจง โอเปอร์เรเตอร์ประจำคอนโดยืนอยู่
"มีอะไรเหรอแจง"
แจงยื่นซองบางอย่างให้ตะวัน
"มีพัสดุมาถึงพี่ตะวันค่ะ"
"ขอบใจมากนะ"
"ค่ะ แจงไปทำงานต่อนะคะ"
แจงเดินออกไป ตะวันฉายเปิดซองแล้วดึงบางอย่างที่อยู่ข้างในออกมาดู ก็ชะงักตกใจกับภาพธวัชกับดวงสุดาสวีตกัน มีภาพที่ทั้งสองเล่นน้ำและล้มทับกัน ดินเนอร์ใต้แสงเทียนด้วยกัน ภาพที่ดวงสุดาเช็ดปากให้ธวัชอย่างใกล้ชิด และภาพที่ธวัชอุ้มดวงสุดา
ตะวันปล่อยรูปถ่ายหล่นลงพื้นอย่างหมดแรง น้ำตาร่วงด้วยความเจ็บปวดขมขื่น
"นี่ใช่ไหม...เหตุผลที่คุณไม่รับสายแล้วก็ไม่ยอมโทร.กลับหาฉันเลย ที่แท้คุณก็จะทิ้งฉันกับลูก"
ซูซี่กับมะปรางเข้ามา เห็นตะวันร้องไห้สะอึกสะอื้นก็ตกใจ
"ตะวัน..เธอเป็นอะไร"
ตะวันฉายโผกอดซูซี่
"คุณธวัชเค้าทิ้งตะวันกับลูก ตะวันไม่เหลือใครแล้ว"
มะปรางหยิบรูปถ่ายที่เกลื่อนพื้นขึ้นมาดูอย่างตกใจ

ผ่านเวลามา ซูซี่วางกระเป๋าบนโต๊ะโซฟา
"นางฟ้าซูซี่แสนสวยกลับมาแล้วจ้า"
มะปรางเปิดประตูห้องน้ำออกมา
"บอกจะไปแป็บเดียว แต่นี่กลับมาซะเย็นเลยนะคะ"
"พอดีธุระมันติดพันนิดหน่อยน่ะ"
" ธุระติดพัน หรือว่าผู้ชายติดพันกันแน่คะ นึกแล้วเชียวว่าต้องไปลั้นลากับผู้ชายมา ไม่อย่างงั้นไม่กระดี๊กระด๊าเสียงใสกลับมาอย่างงี้หรอก"
ซูซี่บิดเขิน
"บ้า..กะเทยก็เขินเป็นนะ เออ..ยัยตะวันไปไหนเนี่ย"
" ไม่รู้สิคะ เมื่อกี้ปรางเข้าห้องน้ำน่ะค่ะ"
ซูซี่กับมะปรางเดินหาตะวันไปมา แต่ไม่เจอ ซูซี่กดมือถือโทร.หาตะวัน
ครู่หนึ่ง มือถือตะวันที่วางบนโต๊ะโชว์กรอบรูปดังขึ้น ซูซี่เดินไปหยิบมือถือตะวันขึ้นมา
"มือถือก็ไม่เอาไป จะไปไหนก็น่าจะบอกกันบ้าง กำลังท้องกำลังไส้"
ซูซี่วางมือถือตะวันไว้ แล้วมือปัดไปโดนกรอบรูปตะวันตกลงมาแตก
ซูซี่กับมะปรางใจคอไม่ดี เป็นห่วงตะวันฉาย

ตะวันนั่งร้องไห้อยู่ใต้ต้นไม้ นึกถึงภาพที่ถูกส่งมา จนผ่านเวลาเป็นหัวค่ำ เธอเดินเหม่อลอยอยู่ข้างถนนอย่างไม่มีจุดหมาย คำพูดของสายป่านดังก้องเข้ามา
"พี่วัชกับพี่ดาเค้าไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันตามประสาคู่รัก คู่ผัวตัวเมีย เมื่อคืนพี่วัชโทรมาบอกฉันว่าเค้ามีความสุขกับพี่ดามาก มากจนไม่อยากจะกลับกรุงเทพ เห็นว่าจะอยู่ต่ออีกสัก 2-3 วันด้วยนะ..เพราะเหตุผลนี้ล่ะมั้ง พี่วัชถึงไม่ยอมรับสายคุณเลย บางทีพี่วัชอาจจะลืมคุณไปแล้วก็ได้"
ตะวันจะเลี้ยวเข้าซอย ทันใดนั้นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นเข้ามาพอดี แล้วเบรกไม่ทัน เฉี่ยวตะวันล้มลงกระแทกพื้น มอเตอร์ไซค์หันมองตะวันฉายแล้วรีบบึ่งรถออกไป

ตะวันฉายหัวแตก ข้อศอกแตก เลือดไหลเป็นทาง ยันตัวลุกขึ้นเจ็บๆ ทันใดนั้นเอง เธอเห็นเลือดไหลออกที่หว่างขาตัวเอง เธอตกใจมาก !
 
อ่านต่อตอนที่ 6
นางกลางไฟ ตอนที่ 4
นางกลางไฟ ตอนที่ 4
ทุกคนต่างงงที่ตะวันฉายมาในชุดเจ้าสาว แขกในงานต่างซุบซิบกัน แขก 1บอก ทำไมมีเจ้าสาว 2 คนวะ แขก 2บอก นั่นสิ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เธอถือซองลงจากรถแล้วดิ่งไปหาธวัช ธวัช.. ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณ ฉันท้องกับคุณ ทุกคนตกใจ ธวัชกับดวงสุดาชะงักไม่อยากเชื่อหูตัวเอง คุณว่าอะไรนะ ฉันท้องค่ะ เด็กในท้องของฉัน เป็นลูกของคุณ ธวัชกับดวงสุดาต่างตกใจ ซูซี่ส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนางแบบในสังกัด ดวงสุดาตั้งสติได้ก็ตวาดแว๊ดใส่ตะวันอย่างไม่พอใจ ไม่จริง วัชจะไปทำแกท้องได้ยังไง แกอย่ามาพูดมั่วๆนะ เธอดึงกระดาษใบหนึ่งในซองออกมา
กำลังโหลดความคิดเห็น...