xs
xsm
sm
md
lg

รอยฝันตะวันเดือด ตอนที่ 6

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รอยฝันตะวันเดือด ตอนที่ 6

บุรุษพยาบาลเข็นเตียงเปล่าเดินมาตามทางเดิน ลูกน้องมิซาว่าเดินตามหลังช้าๆ

บุรุษพยาบาลหยุดเดินว่ามีใครตามมา แล้วหันไปมองพบแต่ความว่างเปล่า จึงเข็นเตียงเดินต่อ เสียงฝีเท้าที่ก้าวตามดังขึ้นอีกครั้ง จึงหยุดเดินหันกลับไปอีก เห็นแต่ความว่างเปล่าเช่นเดิม ตัดสินใจจอดเตียงรถเข็น แล้วเดินย้อนกลับไปดู มองซ้ายมองขวาก็ไม่พบอะไร แต่พอจะเดินกลับมาที่เตียงรถเข็นก็ต้องตกใจ เมื่อมีมือคู่หนึ่งโผล่ออกมาจากมุมมืดล็อกคอ ปิดปาก แล้วลากหายเข้าไปหลังหัวมุมกำแพง ครู่เดียวลูกน้องมิซาว่าก็เดินออกมาในชุดบุรุษพยาบาล แววตาเหี้ยมโหด เข็นเตียงเปล่าเดินไป

หน้าวอร์ดพยาบาล...มายูมิกับนานะกำชับพยาบาลที่เข็นรถคนไข้รออยู่หน้าห้อง
“เจาะแขนให้น้ำเกลือคนไข้เสร็จแล้ว ไปเอ็กซเรย์ข้อเท้าแล้วส่งตัวไปที่ห้องผ่าตัดเลย อาจารย์ฮาร่ารออยู่”
“ค่ะ คุณหมอ” พยาบาลรับคำ
นานะมองตามพยาบาลเข็นรถคนไข้ออกไป ก่อนหันไปเห็นไทชิยืนมองมาทางมายูมิเป็นระยะ
“เมื่อไหร่ฉันจะโชคดีมีหนุ่มมารุมล้อม เป็นบอดี้การ์ดอย่างเธอบ้าง”
“คิดว่าฉันมีความสุขที่ถูกควบคุมตัวเป็นนักโทษอย่างนี้เหรอ”
“แหม...คุณริวก็แค่รักและเป็นห่วงว่าที่ภรรยา”
“เมื่อก่อนเชียร์แต่ผู้กองยูจิ...ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว”
“แม่ยกอย่างฉันมีจรรยาบรรณ เชียร์ให้คนรักกันอย่างมีเหตุผล ในเมื่อเธอรักคุณริว ฉันจะฝืนใจเชียร์คนอื่นทำไม”
“ฉันไม่ได้รักริว”
นานะยิ้มทะเล้นใส่มายูมิ ก่อนโปรยยิ้มให้ไทชิแล้วรีบผละไป มายูมิค้อนแล้วหันมาเจอไทชิที่คอยยิ้มให้ และคอยเฝ้าไม่ห่าง มายูมิเริ่มหงุดหงิดรำคาญกับการติดตามของไทชิ ครุ่นคิดทำอะไรบางอย่าง ก่อนนึกขึ้นได้
“ไทชิ”
ไทชิรีบเข้ามาหาทันที นอบน้อมมาก
“ฉันลืมแฟ้มประวัติคนไข้ไว้ที่โต๊ะทำงาน ช่วยไปหยิบให้หน่อยสิ”
ไทชิก้มศีรษะให้อย่างนอบน้อม แล้วรีบออกไป มายูมิรีบหนีไปอีกทาง

มายูมิเดินหลบไทชิมาถึงบริเวณทางเดินตรงประตูหนีไฟ คอยหันมองหลังตลอดเวลา ระแวงว่าไทชิจะตามมาเจอ มายูมิไม่ทันระวัง ชนกับเตียงรถเข็นที่บุรุษพยาบาลลูกน้องมิซาว่าเข็นมาเข้าอย่างจัง
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ”
มายูมิก้มหน้าก้มตาขอโทษ จะเดินหลบไปอีกทาง แต่กลับถูกบุรุษพยาบาลผลักเตียงรถเข็นมาขวาง ไม่ยอมให้มายูมิผ่านไป
“อะไรกัน”
มายูมิเงยหน้าขึ้นมองบุรุษพยาบาล เริ่มไม่พอใจ ลูกน้องมิซาว่าที่ปลอมตัวเป็นบุรุษพยาบาลยิ้มเหี้ยม กระชากมีดสั้นออกมา ตวัดมีดพุ่งเข้าหามายูมิอย่างรวดเร็ว มายูมิตกใจ หมุนตัวหลบขวับ มีดปักลงไปที่เตียงรถเข็น ลูกน้องมิซาว่าดึงมีดออกมา พุ่งเข้าใส่อีก แต่มายูมิผลักเตียงรถเข็นเข้าใส่ลูกน้องมิซาว่า จนเสียหลักกระแทกผนังด้านหนึ่ง ลูกน้องมิซาว่าพยุงตัวขึ้น หวังจะสะบัดมีดเข้าใส่แต่พอหันมาอีกครั้ง บริเวณนั้นก็มีแต่ความว่างเปล่า พร้อมประตูหนีไฟเปิดแง้มอยู่

มายูมิวิ่งหนีมาตามบันไดหนีไฟด้วยสีหน้าตื่น ตกใจ เธอนึกถึงคำพูดของริวที่บอกกับพ่อเธอ
“ผมขออนุญาตให้มายูมิย้ายมาอยู่บ้านโอะนิซึกะตั้งแต่คืนนี้ เพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว และเพื่อความปลอดภัย”
มายูมิไม่ยอม
“ไม่มีทาง...ฉันจะไม่อยู่ที่นี่กับคุณ”
มายูมิเริ่มเข้าใจสิ่งการกระทำของริว เธอนึกถึงคำพูดของโคจิ
“คนร้ายบุกไปบ้านทากาฮาชิวันก่อน เพราะต้องการเล่นงานว่าที่นายหญิงของโอะนิซึกะ ถ้าคุณมายูมิอยู่ที่นี่จะปลอดภัยกว่านะครับ”
เสียงฝีเท้าลูกน้องมิซาว่าวิ่งตามใกล้เข้ามา มายูมิตกใจ รีบเร่งฝีเท้าหนีให้พ้นจากตรงนั้นโดยเร็ว

ไทชิถือแฟ้มประวัติคนไข้มาถึงหน้าวอร์ดพยาบาล เห็นพยาบาลกำลังคุยกันด้วยความตื่นตระหนก
“ภารโรงเจอบุรุษพยาบาลถูกทำร้ายจนสลบ อยู่ในห้องเก็บของอาการสาหัสมาก”
“โรงพยาบาลของเรา ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนน่ากลัวจริง ๆ”
ไทชิรู้สึกสังหรณ์ใจ เป็นห่วงมายูมิ รีบวางแฟ้มประวัติคนไข้ไว้บนเคาน์เตอร์ แล้วรีบไปตามหามายูมิทันที

มายูมิวิ่งมาถึงด้านหลังโรงพยาบาล ชะงัก เมื่อเจอลูกน้องมิซาว่ายืนดักรออยู่
“หลีกไปนะ”
ลูกน้องมิซาว่ายิ้มเหี้ยม ไม่เกรงกลัว สะบัดมีดสั้นเข้าใส่ทันที อาวุธมีดสั้นพุ่งแหวกอากาศ ตรงเข้าหามายูมิอย่างรวดเร็ว เธอหันไปเห็นท่อนไม้บริเวณนั้น จึงคว้าท่อนไม้ขึ้นมา ตวัดตีมีดสั้นจนกระเด็นไปทางอื่น หวุดหวิดมาก ไม่รอช้า ลูกน้องมิซาว่าคว้าไม้อีกท่อนหนึ่ง พุ่งเข้าใส่มายูมิตวัดท่อนไม้ราวกับเป็นไม้เคนโด้ ต่อสู้กับลูกน้องมิซาว่าอย่างไม่เกรงกลัว มายูมิเริ่มคล่องขึ้น ใช้ท่อนไม้ฟาดเข้าที่แขนส่วนล่างของลูกน้องมิซาว่าอย่างแม่นยำ
“โคเทะ”
ลูกน้องมิซาว่าหมุนแขนหลบ โดนปลายท่อนไม้ของมายูมิฟาดไปนิดหน่อย ไม่โดนเต็ม ๆ มายูมิไม่ยอมแพ้ ตวัดท่อนไม้พุ่งเข้าใส่ลูกน้องมิซาว่าอย่างหนักหน่วง
“โด”
ลูกน้องมิซาว่าหมุนตัวหลบปลายไม้ของมายูมิที่เกือบจะฟาดเข้าที่ท้องได้อย่างรวดเร็ว ก่อนใช้ท่อนไม้ตีกลับมายูมิบ้าง มายูมิพลาดท่าถูกลูกน้องมิซาว่าตีโดนข้อมือ จนท่อนไม้ในมือกระเด็นไปไกล
“โอ๊ย...”
ลูกน้องมิซาว่าควงท่อนไม้ เตรียมจะพุ่งเข้าจัดการมายูมิซ้ำอีกครั้ง ทันใดนั้นเสียงยูจิดังขึ้น
“หยุดนะ”
ยูจิเข้ามา คว้าท่อนไม้ของมายูมิขึ้นมา พุ่งตรงเข้าฟาดท่อนไม้เข้าใส่ลูกน้องมิซาว่า มายูมิชะงัก
“ผู้กองยูจิ”
ลูกน้องมิซาว่ายิ้มเหี้ยม ตีตอบโต้ท่อนไม้กับยูจิได้อย่างคล่องแคล่ว ว่องไว ยูจิม้วนตัวตีท่อนไม้เข้าใส่ลูกน้องมิซาว่า วาดลวดลายตีอย่างเหนือชั้น เด็ดขาด ลูกน้องมิซาว่ากระโดดหลบการตีของยูจิได้อย่างคล่องแคล่ว สุดท้ายก็พลาดท่าถูกยูจิฟาดด้วยท่อนไม้เต็มกลางหลัง จนหน้าคะมำ
“อ๊าก”
ลูกน้องมิซาว่าล้มมาตรงจุดที่มีดสั้นของตนตกอยู่ จึงคว้ามีดขึ้นมาหวังจะเขวี้ยงเข้าใส่มายูมิ ไทชิวิ่งเข้ามาอีกทางหนึ่ง เห็นลูกน้องมิซาว่ากำลังจะเล่นงานมายูมิ

“คุณมายูมิ...ระวัง”

ยูจิกระชากปืนออกมา ยิงเข้าใส่ลูกน้องมิซาว่าที่หน้าอก เปรี้ยง...เปรี้ยง...ลูกน้องมิซาว่าสะดุ้งเฮือก ตาเหลือก ก่อนล้มลงแน่นิ่งไป
 
มายูมิอึ้ง ตะลึงงัน มองร่างไร้วิญญาณของลูกน้องมิซาว่า ถูกยิงตายต่อหน้าต่อหน้าด้วยความตกใจ

ไทชิยืนรออยู่หน้าโรงพยาบาลด้วยสีหน้าเครียด รถของโอะนิซึกะสองคันแล่นเข้ามาจอดอย่างรวดเร็ว ริวรีบลงจากรถโดยไม่รอให้คัตสึกับเซกิ เปิดประตูให้ โคจิกับคนอื่น ๆ ตามเข้ามา ไทชิรีบก้มศีรษะแสดงความเคารพริวกับโคจิ
“โซเรียว”
“มายูมิเป็นยังไงบ้าง”
ริวถามไทชิด้วยความร้อนใจ เป็นห่วงมายูมิ ไทชิรู้สึกผิดมาก

นานะใช้เทปพันข้อมือให้มายูมิ โดยมียูจิคอยดูอย่างใกล้ชิด
“ฉันฉีดยาแก้อักเสบให้แล้ว ถ้าปวดก็ทานยาแก้ปวดได้เลย ข้อมือเธออักเสบห้ามใช้งานหนักหนึ่งอาทิตย์”
“ขอบคุณค่ะคุณหมอนานะ เธอลืมไปรึเปล่าว่าฉันก็เป็นหมอเหมือนกัน”
“หมอหัวรั้นอย่างเธอ เจ็บกี่ทีก็ไม่จำ ฉันเลยต้องย้ำบ่อย ๆ”
นานะเชิดหน้าใส่มายูมิ เดินเมินไปอีกทางหนึ่งด้วยอารมณ์ขำ ๆ อยากแกล้ง เมื่อมีโอกาสอยู่สองคนกับมายูมิ ยูจิเดินเข้าไปก้มศีรษะขอโทษมายูมิอย่างรู้สึกผิดและเสียใจ
“ผมมาช่วยคุณมายูมิช้าไป เลยทำให้คุณต้องบาดเจ็บ”
“ถ้าผู้กองไม่เข้ามาช่วย ฉันอาจจะแย่กว่านี้ก็ได้ค่ะ ฉันต้องเป็นฝ่ายขอบคุณผู้กองมากกว่า”
มายูมิรีบก้มศีรษะขอบคุณ ยูจิกับมายูมิต่างก้มศีรษะให้กัน และเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกัน ทั้งสองชะงักมองกัน ก่อนยิ้มขำอีกฝ่ายที่ทำท่าทางเหมือนกัน ริวเข้ามาในห้อง ชะงักเล็กน้อยที่เห็นยูจิกับมายูมิยิ้มให้กัน จึงเดินปรี่เข้าไปประคองกอดมายูมิเนียน ๆ ตั้งใจประกาศตัวเป็นเจ้าของ
“เจ็บตรงไหนบ้างจ้ะที่รัก ผมเป็นห่วงคุณมาก...รู้มั้ย”
“ไม่อยากรู้”
มายูมิพยายามขยับหนีจากริว แต่กลับถูกเขารวบเอวกอดไว้แน่นกว่าเดิม ยูจิมองท่าทางที่ริวแสดงออกกับมายูมิ แม้จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่ก็พยายามนิ่ง มายูมิส่งสายตาให้นานะที่อยู่ห่างออกไป ช่วยเคลียร์สถานการณ์อึมครึมตรงหน้าแต่นานะกลับยิ้มหน้าเป็นเหมือนไม่สามารถช่วยอะไรได้

สวนสวยในโรงพยาบาล ลูกน้องตำรวจ 2 นาย คุยกับยูจิสีหน้าเครียด ก่อนแยกออกไปทำหน้าที่ตัวเอง มุมหนึ่งไกลออกไป ทาคาโอะมองเหตุการณ์เหล่านี้ด้วยสีหน้าและแววตาไม่พอใจ โกรธที่ยูจิเข้ามาทำให้เรื่องเสียไปหมด ทาคาโอะเดินออกไป ยูจิหันมาบอกริวกับมายูมิที่รอความคืบหน้าอยู่
“ตำรวจส่งศพคนร้ายไปชันสูตรแล้ว เราน่าจะจับตัวคนที่อยู่เบื้องหลังได้ไม่ยาก”
“เรื่องแค่นี้ไม่น่าจะเกินความสามารถของผู้กองยูจิ”
“โอะนิซึกะโซเรียวพูดเหมือนรู้ว่าเป็นฝีมือใคร”
โคจิแทรกขึ้น
“คำพูดของโซเรียวไม่สำคัญเท่าหลักฐานที่ตำรวจจะใช้มัดตัวคนร้ายหรอกครับ”
“ไม่ต้องห่วง...ผมจะเร่งให้เจ้าหน้าที่คลี่คลายคดีนี้ให้เร็วที่สุด”
ริวก้มศีรษะแสดงความขอบคุณยูจิอย่างมีมาด
“ขอบคุณผู้กองอีกครั้ง ที่ช่วยว่าที่ภรรยาของผม”
“ว่าที่ภรรยา”
ยูจิอึ้งไปเล็กน้อย ชำเลืองมองมายูมิอย่างไม่รู้เรื่องมาก่อน
“ฉันกับเขา เอ้อ...”
มายูมิอึกอัก ไม่รู้จะอธิบายกับยูจิยังไง ริวอธิบายแทน
“มายูมิยังไม่ได้บอกผู้กองเหรอครับว่าเราอยู่บ้านเดียวกันแล้วและกำลังจะแต่งงานกันเร็ว ๆ นี้”
ยูจิฝืนยิ้ม ทั้งที่ใบหน้าเจื่อน ผิดหวัง
“ขอแสดงความยินดีกับคุณสองคนด้วย”
“ผมกับมายูมิอาจจะยุ่งเตรียมงานแต่งงาน จนไม่ได้มาเรียนเชิญด้วยตัวเอง ขอเชิญผู้กองไปร่วมงานมงคลสมรสของเราล่วงหน้าเลยนะครับ”
“ไม่แน่ใจว่าวันนั้นผมจะสะดวกรึเปล่า”
“งานราชการกำหนดเวลาแน่นอนไม่ได้...ฉันเข้าใจค่ะ” มายูมิยิ้มให้
“ขาดเพื่อนที่แสนดีมาร่วมงานมงคลสมรส ที่รักของผมก็เสียใจแย่สิ...หวังว่าผู้กองจะให้เกียรติมาร่วมยินดีกับเรานะครับ”
ริวกอดมายูมิแนบแน่น ยิ้มมีมาด ยูจิได้แต่ยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้ พยายามกลบสีหน้าผิดหวังและเสียใจ มายูมิแอบมองยูจิด้วยความสงสาร ลำบากใจมาก

สวนโรงพยาบาล อีกมุม...ยูจิเร่งฝีเท้าเดินออกมาหยุดอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ ท่าทางสับสนและผิดหวังที่รู้ว่ามายูมิกำลังจะแต่งงาน คำพูดของริวดังก้องในหัว
“มายูมิยังไม่ได้บอกผู้กองเหรอครับ ว่าเราอยู่บ้านเดียวกันแล้ว และกำลังจะแต่งงานกันเร็ว ๆ นี้”

ยูจิใช้กำปั้นทุบต้นไม้เพื่อระบายความอึดอัดที่ฝังแน่นภายใน ผิดหวังอย่างรุนแรง

ในห้องพักแพทย์...มายูมิทอดถอนใจ เพราะสงสารยูจิ นานะหันมาแซวขณะช่วยเก็บของใส่กระเป๋าสะพายให้เตรียมกลับบ้าน
 
“ไม่สบายใจอย่างนี้...กำลังรักพี่เสียดายน้องอยู่ล่ะสิ”
“เพื่อนกำลังเครียดแทนที่จะปลอบใจ”
มายูมิกลุ้มใจ มองผ้าพันแผลที่ข้อมือ นานะจริงจังขึ้น
“ฉันแค่อยากเตือนให้เธออยู่ในโลกของความจริง...วันนี้และเวลานี้ ผู้ชายที่เธอควรให้ความสำคัญคือคุณริว”
“ฉันก็แค่เป็นห่วงความรู้สึกของคนดี ๆ อย่างผู้กองยูจิ”
“ความสงสารเป็นบ่อเกิดของเสน่หา ว่าที่เจ้าสาวอย่างเธอหมดสิทธิ์แล้ว ตัดใจยกผู้กองให้ฉันเถอะ”
“พูดน่าเกลียด ผู้กองยูจิไม่ใช่สิ่งของที่จะยกให้ใครนะ”
“แน่ะ มีออกรับแทนกันด้วย” นานะหยอก
มายูมิยังไม่ทันอธิบาย นานะก็ยกกระเป๋าของมายูมิมาวางให้ตรงหน้า ตัดบทเอาดื้อ ๆ
“เลิกคิดถึงคนอื่น แล้วกลับไปอินเลิฟกับผู้ชายตัวจริงของเธอซะเถอะอยู่แถวนี้นานๆ ฉันกลัวมดขึ้นโรงพยาบาล”
มายูมิค้อนนานะ งอนที่เพื่อนแกล้งหยอก

บ่อนมิซาว่า...ทาคาโอะนั่งแกะสลักจุกไม้ก็อกด้วยมีดพก ท่าทางนิ่ง แต่แววตาเต็มไปด้วยความโกรธ นาบุและลูกน้องมิซาว่ายืนอยู่ข้าง ๆ
“ผมทำงานตามคำสั่งของท่านยามาโมโต้กับท่านมาซารุทุกอย่าง แต่ผู้กองยูจิกลับขัดขวางการทำงานของเรา”
ทาคาโอะมองมาซารุที่นั่งเครียดอยู่ฝั่งตรงข้าม ผ่านจุกไม้ก๊อกที่กำลังแกะสลัก มาซารุตอบอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์
“ฉันจะเตือนมันเอง”
“แค่เตือน” ทาคาโอะไม่พอใจ “กี่ครั้งแล้วที่มันเข้ามาขัดขวางการทำงานของเรา เมื่อคราวไอ้โอซามุก็ทีหนึ่งแล้ว คราวนี้มันฆ่าคนของมาซาว่าอีกแล้ว”
ทาคาโอะใช้มีดตัดจุกไม้ก๊อกจนขาดเป็นสองท่อน โกรธมาก
“ใครทำร้ายคนรักของฉันมันสมควรตาย”
ยูจิเดินเข้ามา จ้องทาคาโอะอย่างไม่พอใจ นาบุกับลูกน้องมิซาว่าขยับตัวจะเล่นงานยูจิ แต่ทาคาโอะยกมีดห้ามลูกน้อง แล้วลุกเดินเข้าไปประจันหน้ากับยูจิเอง
“มายูมิ ทากาฮาชิ เป็นคนรักของแกตั้งเมื่อไหร่”
“อย่าแตะต้องมายูมิอีกเด็ดขาด” ยูจิย้ำ
“แกไม่มีสิทธิสั่ง” ทาคาโอะจ้องหน้า
ยูจิกระชากคอเสื้อทาคาโอะด้วยความโมโห
“อยากลองดีกับฉันเหรอ ไอ้อันธพาลชั้นต่ำ”
ทาคาโอะกระชากคอเสื้อยูจิกลับ ไม่ยอมแพ้
“อันธพาลชั้นต่ำ มันแตกต่างจากตำรวจชั่วตรงไหน”
“ไอ้ทาคาโอะ”
“ถ้าท่านยามาโมโต้รู้ว่าแผนทั้งหมดพลาด เพราะแกคอยช่วยเหลือผู้หญิงของศัตรู ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจของท่านมาซารุก็ช่วยอะไรแกไม่ได้”
ยูจิเงื้อหมัดจะต่อยทาคาโอะ
“แก...”
“หยุดเดี๋ยวนี้” มาซารุตวาด
มาซารุลุกขึ้นห้ามทาคาโอะกับยูจิอย่างหมดความอดทน ทาคาโอะกับยูจิชะงัก ก่อนผลักตัวแยกออกจากกันอย่างหงุดหงิด อารมณ์เสีย มาซารุจ้องทาคาโอะด้วยสายตาปราม ก่อนหันมาเสียงดุกับยูจิ
“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
ยูจิมองตอบมาซารุด้วยความสงสัย

อีกมุมในบ่อนมิซาว่า...มาซารุยืนหันหลังรออยู่ สีหน้าเคร่งเครียดมาก ยูจิก้าวตามเข้ามา มาซารุจึงหันกลับไปมองน้ำเสียงดุ
“ท่านยามาโมโต้มีงานใหญ่ที่จะจัดการกับเมืองนี้ แต่แกกำลังจะทำให้ทุกอย่างพังเพราะผู้หญิงคนเดียว”
“ผมร่วมมือกับพ่อ ทุ่มเทให้กับแผนโค่นโอะนิซึกะและทุกคนที่ขัดขวางนอกเหนือจากนั้นผมมีสิทธิทำตามใจตัวเอง”
“แกกำลังหลงทาง หลงอยู่ในโลกของความเพ้อฝัน...อย่าลืมสิว่าทุกอย่างมันคือแผนที่เราวางไว้...ทุกอย่าง”
ยูจิชะงักไปทันที แววตาเต็มไปด้วยความเครียดเพิ่มมากขึ้น

“ไม่เว้นแม้แต่วันที่แกได้เจอกับมายูมิครั้งแรก มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”

มาซารุจ้องยูจิ ตอกย้ำเหตุการณ์ในอดีต
 
“ฉันเป็นคนสร้างเรื่องให้แกเข้าไปช่วยมายูมิ เพื่อจะได้ใช้ความใกล้ชิดสืบข่าวของโอะนิซึกะ แต่ไอ้ริวมันกลับตบตาพวกเราด้วยการตีตัวออกห่างผู้หญิงของมันซะก่อน”
มาซารุส่งสายตามองยูจิอย่างไม่พอใจ
“ถ้าฉันรู้ว่าแกจะหลงเสน่ห์ผู้หญิงคนนั้นจนโงหัวไม่ขึ้น ฉันคงไม่ส่งแกไปทำงานนั้น”
“พ่อเปลี่ยนอดีตไม่ได้ เหมือนกับที่ผมเปลี่ยนใจจากมายูมิไม่ได้เหมือนกัน”
“ตัดใจซะ ผู้หญิงคนนั้นไม่เหมาะกับแก”
ยูจินิ่งเงียบ จนมาซารุเริ่มทนไม่ได้
“เมื่อก่อนฉันไม่สนใจเรื่องนี้ เพราะคิดว่าแกแค่อยากสนุกชั่วคราวแกจะมั่วกับผู้หญิงคนไหนฉันไม่เคยห้าม แต่ต้องไม่ทำลายแผนการทั้งหมด ของเรา”
“ผมใช้ชีวิตตามคำสั่งของพ่อมาตลอด แต่ผมจะไม่ยอมให้พ่อบังคับหัวใจผม มายูมิคือผู้หญิงที่ผมเลือก”
“ไอ้ยูจิ”
มาซารุเลือดขึ้นหน้า เงื้อมือฟาดหน้ายูจิอย่างแรงจนหน้าหัน
“แกกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ”
ยูจิหันหน้ากลับมามองมาซารุช้า ๆ สองพ่อลูกส่งสายตาปะทะกันอย่างเชือดเฉือน ยูจิโกรธมาซารุมาก หันหลังเดินหนีออกไป มาซารุจ้องตามหลัง โกรธที่ยูจิไม่ได้ดั่งใจ

ยูจิเดินออกมาอย่างเดือดดาล เคนรีบปรี่เข้ามาทักด้วยความแปลกใจ
“ผู้กองจะไปไหนครับ”
“อย่ามายุ่ง”
ยูจิผลักเคนจนเสียหลัก แล้วผละไปทันที เคนงุนงง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

บ้านโอะนิซึกะยามค่ำคืน...ไทชิก้มศีรษะขอโทษริวด้วยความรู้สึกผิด
“ผมขอโทษที่ดูแลคุณมายูมิไม่ได้...โซเรียวโปรดลงโทษผมด้วย”
มาซาโตะแทรกขึ้น
“ต่อให้คุ้มกันคุณมายูมิแน่นหนายังไง คนคิดร้ายก็ต้องหาทางทำร้ายจนได้”
ริวหันมาหาที่ปรึกษาอาวุโสทั้งสาม พูดอย่างมั่นใจ
“ผมมั่นใจว่าเป็นฝีมือของไอ้ทาคาโอะ”
คาซูมะครุ่นคิด
“มันคงไม่พอใจที่โซเรียวบุกไปถิ่นมิซาว่าวันก่อน หรืออาจจะเป็นแผนล่อให้โอะนิซึกะบุกถล่มมิซาว่า”
“ถ้าทาคาโอะไม่อยากอยู่อย่างสงบ ผมจะช่วยสงเคราะห์มันเอง”
ริวพูดด้วยความเจ็บใจ เตรียมเอาคืน โคจิเตือน
“ความวู่วามจะทำให้เราติดกับดัก เราต้องรอบคอบกว่านี้”
ริวนิ่งและคิดตามโคจิ
“อาโคจิคิดว่า ทาคาโอะ มิซาว่า เป็นแค่หุ่นเชิด”
“ลำพังตัวคนเดียว...ทาคาโอะไม่น่าจะกล้าทำถึงขนาดนี้ น่าจะมีใครบางคนที่ต้องการเล่นงานโอะนิซึกะ ใครบางคนที่มีอำนาจคอยบงการอยู่เบื้องหลัง รอเวลาทำลายเราอย่างถูกกฎหมาย”
“ถ้าอย่างนั้นเราควรทำยังไงครับ”
“สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ไม่ใช่การเผชิญหน้า แต่เป็นการเตรียมรับมือกับศัตรู อย่างรอบคอบ”
มาซาโตะกับคาซูมะพยักหน้าเห็นด้วยกับโคจิ ริวขบกรามแน่น แค้นที่ยังทำอะไรทาคาโอะไม่ได้

ภายในไนต์คลับมิซาว่า...ทาคาโอะยืนนิ่ง ส่งสายตาจ้องตรงไปยังรูปภาพของริกิที่แขวนอยู่เหนือโถงไนท์คลับ แววตาเต็มไปด้วยความเครียด
“วันนี้ผมเกือบจะทำสำเร็จแล้ว แต่ไม่เป็นไรหรอก คอยดูไว้นะ...ผมจะทำเรื่องที่พ่อไม่เคยทำได้มาตลอดชีวิตอีกไม่นาน มิซาว่าจะอยู่เหนือโอะนิซึกะ”
ทาคาโอะหน้าตาเหี้ยม

มายูมิในชุดคลุมอาบน้ำ อิดออด ไม่ยอมทำตามคำขอของอายะโกะ
“อย่าดื้อสิคะคุณมายูมิ”
“มีอะไรกันครับ”
ริวเข้ามาเห็นพอดีมายูมิรีบปฏิเสธ
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ”
“เรากำลังจะแต่งงานกัน เรื่องของคุณกับผมก็คือเรื่องเดียวกัน”
ริวหันไปจ้องอายะโกะราวกับบังคับให้ตอบ มายูมิหันไปห้ามอายะโกะแต่ไม่ทัน อายะโกะจำใจตอบ
“ป้าเห็นคุณมายูมิเจ็บข้อมือ ก็เลยจะช่วยอาบน้ำให้ แต่คุณมายูมิไม่ยอมค่ะ”
ริวพยักหน้ารับรู้ อายะโกะจึงรีบเลี่ยงออกไปอย่างรู้หน้าที่ มายูมิทำเนียนจะตามไป แต่ถูกริวรั้งไว้ ชี้ไปอีกทาง
“ห้องอาบน้ำอยู่ทางนี้”
มายูมิหาเรื่องเลี่ยง
“ฉันจะไปตามป้าอายะโกะกับฟุมิโกะมาอาบน้ำให้”
“ดึกแล้ว...ให้ป้าอายะโกะพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมอาบให้คุณเอง”
“จะบ้าเหรอ” มายูมิหน้าตื่น
“ผมพูดอย่างมีสติที่สุดนะ เพราะอยากอาบน้ำให้คุณมาก เอ๊ย หมายถึงอยากดูแลคุณมาก”
มายูมิค้อนใส่อย่างไม่ไว้ใจ
“ขอบคุณสำหรับน้ำใจที่ไม่น่าไว้ใจค่ะ แต่ฉันช่วยเหลือตัวเองได้”

มายูมิรีบเดินหนีไปยังห้องอาบน้ำ ริวยิ้มอย่างนึกสนุก เดินตาม

รอยฝันตะวันเดือด ตอนที่ 6 (ต่อ)

มายูมิเดินมาถึงหน้าห้องอาบน้ำ หันหลังกลับไปเห็นริวเดินตามมา

“ตามมาทำไม”
ริวทำหน้าบ้องแบ๊ว
“อ้าว ก็มาอาบน้ำให้ที่รักไง”
“ฉันไม่ได้ขอร้อง”
“แต่ผมเต็มใจที่สุดของที่สุดเลย” ริวยิ้มทะเล้น
“คุณเป็นอะไร ทำไมต้องก่อกวนฉันตลอดเวลา” มายูมิโวยวาย
ริวนิ่ง แต่หนักแน่น
“เป็นห่วง”
มายูมิชะงัก อึ้งไปเล็กน้อย กับสีหน้าและแววตาที่จริงจังของเขา
“ผมรู้ว่าคุณใช้มืออีกข้างทำอะไรด้วยตัวเองได้ แต่ก็คงไม่ถนัด ถ้าคุณลื่นล้มในห้องน้ำจนบาดเจ็บหนักกว่าเดิม พ่อแม่คุณก็จะยิ่งเป็นห่วง ผมไม่อยากให้ท่านคิดว่าผมดูแลคุณไม่ดี”
“ที่พูดมาทั้งหมด เพราะกลัวพ่อแม่ฉันตำหนิ”
“เฮ้อ...ผู้หญิง”
ริวถอนใจยาวราวกับจะยอมแพ้กับความดื้อดึงของมายูมิ แต่จู่ ๆ ก็ปรี่เข้าไปอุ้มโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
“พูดกับคนดื้อมันยาก ผมก็จะทำโดยไม่พูดแล้ว”
“ปล่อยฉันนะ” มายูมิดิ้นรนไม่ยอม
“อย่าดิ้นสิจ๊ะที่รัก เดี๋ยวผมจะอาบน้ำ ถูสบู่ ทาแป้งหอม ๆแล้วเอ่...เอ๊...กล่อมคุณให้หลับสบายทั้งคืน”
“ไม่นะ...ฉันยอมแล้ว ยอมให้คุณช่วยฉันอาบน้ำก็ได้ แต่คุณต้องปล่อยฉันลงก่อน ปล่อย”
ริวปล่อยตัวมายูมิลงอย่างนิ่มนวล คิดว่ากำลังเป็นต่อ
“ปล่อยแล้ว ไปอาบน้ำกันได้แล้วใช่มั้ย”
“ฉันยอมให้คุณช่วย...แต่มีข้อแม้”
มายูมิยิ้มกริ่ม เจ้าเล่ห์

ริวถือกระบวยตักน้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ขึ้นมาใส่ถังไม้อย่างเก้ ๆ กัง ๆ โดยมีเสียงมายูมิคอยบอก
“พอแล้วค่ะ...น้ำเต็มถังแล้ว”
ริวถูกผูกผ้าปิดตาแน่นหนา ยกถังไม้ยื่นไปให้มายูมิที่นุ่งกระโจมอกผ้าขนหนู นั่งหลบอยู่อีกด้านของอ่างอาบน้ำ ท่าทางเขิน ๆ และระแวงริวอยู่ไม่น้อย
“หันมาทางขวาอีกนิด”
ริวยื่นแขนไปทางขวาของตัวเอง หันขวา
“หมายถึงขวามือฉัน ไม่ใช่ขวามือคุณ”
“ก็ไม่บอกแต่แรก”
“ห้ามเถียง ห้ามบ่น” มายูมิดุ
“เผด็จการ”
ริวพึมพำ ขณะวางถังไม้ไว้ข้าง ๆ มายูมิ พร้อมกับหันหน้าไปหา มายูมิตวาดเสียงดังด้วยความตกใจ
“อย่าหันหน้ามา”
“โธ่...ผมผูกผ้าปิดตามิดขนาดนี้ จะมองเห็นอะไร”
“คุณมันจอมกะล่อน ไว้ใจไม่ได้”
“มัวแต่ระแวงผม ระวังจะเป็นหวัดเพราะไม่รีบอาบน้ำสักที”
มายูมิแยกเขี้ยวใส่แล้วใช้มือข้างที่ไม่บาดเจ็บถือผ้าขนหนูชุบน้ำขึ้นมาเช็ดที่คอ ไล่ลงไปที่ไหล่ แขน และตามตัวของเธอ ริวเงยหน้าขึ้น ทำท่าทางเคลิบเคลิ้มตามขณะฟังเสียงมายูมิอาบน้ำ มายูมิระแวงอีก
“ทำอะไร”
“จินตนาการภาพคุณกำลังอาบน้ำ”
“ทะลึ่ง”
“คนอาบน้ำทะลึ่งตรงไหน เอ๊ะ...หรือคุณคิดอะไรกับผม”
มายูมิวักน้ำใส่ด้วยความหมั่นไส้
“เอ๊ย...ผมเปียกนะ”
“สมน้ำหน้า”
“อ๋อ อยากให้ผมเปียกก็จัดมาเลย...สาดมาให้เต็มที่เลยนะ ผมจะได้แก้ผ้าอาบน้ำกับคุณ”
“คนบ้า คนผีทะเล คนชีกอ”
มายูมิได้แต่โวยวาย ครั้นจะวักน้ำใส่อีก ก็กลัวคำขู่ของเขา ริวหัวเราะสนุกสนานที่แกล้งได้

ยูจินั่งหน้าเครียดอยู่ภายในห้องทำงาน สายตาจ้องไปยังชั้นวางของทางด้านหลังเห็นรูปถ่ายคู่กับมาซารุในวันที่จบการศึกษาตำรวจ ยูจินึกถึงตอนที่เขาเถียงกับพ่อ
“ถ้าฉันรู้ว่าแกจะหลงเสน่ห์ผู้หญิงคนนั้นจนโงหัวไม่ขึ้น ฉันคงไม่ส่งแกไปทำงานนั้น”
“พ่อเปลี่ยนอดีตไม่ได้ เหมือนกับที่ผมเปลี่ยนใจจากมายูมิไม่ได้เหมือนกัน”
“ตัดใจซะ ผู้หญิงคนนั้นไม่เหมาะกับแก”
แววตายูจิเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจะปวดหัว ภาพเหตุการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างมายูมิกับยูจิแว่บเข้ามา เป็นภาพมายูมิและยูจิยืนรอสัญญาณไฟอยู่ใกล้ๆ แม่ลูกคู่หนึ่ง ลูกสาวเขย่าของเล่นในมือ ยูจิมองเด็กผู้หญิงแล้วยิ้มให้พร้อมทั้งโบกมือกับเด็กคนนั้นอย่างน่ารักและอ่อนโยน มายูมิมองอย่างแปลกใจ
“ไม่นึกว่าตำรวจมาดขรึมจะมีมุมแบบนี้ด้วย”
“ผมก็คนธรรมดา...มีทั้งด้านดีด้านเสีย ด้านเข้มแข็ง ด้านอ่อนแอ”

ยูจิพามายูมิเดินกันมาที่สถานีรถไฟ โดยมีความใกล้ชิดชวนให้คิดมากเป็นอย่างยิ่ง

ยูจิเผลอยิ้มไปกับภาพในความทรงจำ แต่แล้วกลับเครียดเมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
 
เขานึกถึงตอนที่ริวบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมายูมิ ริวก้มศีรษะแสดงความขอบคุณยูจิอย่างมีมาด
“ขอบคุณผู้กองอีกครั้ง ที่ช่วยว่าที่ภรรยาของผม”
“ว่าที่ภรรยา”
ยูจิอึ้งไปเล็กน้อย ชำเลืองมองมายูมิอย่างไม่รู้เรื่องมาก่อน
“ฉันกับเขา เอ้อ...”
มายูมิอึกอัก ไม่รู้จะอธิบายกับยูจิยังไง ริวอธิบายแทน
“มายูมิยังไม่ได้บอกผู้กองเหรอครับว่าเราอยู่บ้านเดียวกันแล้วและกำลังจะแต่งงานกันเร็ว ๆ นี้”
ยูจิเครียดจนปวดหัว เอามือกุมหัวเจ็บปวดรุนแรง อาการกำเริบ ยูจิค้นหายาระงับประสาทเปิดขวดยาออกแต่ยาหมดแล้ว ยูจิโกรธจัด คลุ้มคลั่งโยนขวดยาเปล่าลงพื้น ปัดแฟ้มเอกสารที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะกระจายไปทั่วห้อง
“โว๊ย”
ยูจิตาขวางอยู่ตรงนั้น แววตาเครียดจัด

มายูมิสวมชุดยูกาตะคลุมตัวเรียบร้อยแล้ว จึงบอกริว
“ฉันอาบเสร็จแล้ว คุณถอดผ้าปิดตาออกได้”
ริวรีบถอดผ้าปิดตาออก มองมายูมิในชุดยูกาตะมิดชิดด้วยความเสียดาย
“ว้า...ผมยังไม่ได้ถูสบู่ให้คุณเลย”
มายูมิหรี่ตามองอย่างสุดเอือม
“ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”
“ให้ผมช่วยใส่”
“ไม่”
มายูมิรีบร้อนจะเดินออกไป แล้วจู่ ๆ ก็ลื่น เสียหลัก
“ว้าย”
“มายูมิ”
ริวโผเข้าไปประคองรับแต่ก็ดันพลาดท่า เสียหลักไปด้วย ริวกอดมายูมิเสียหลักล้มลงกับพื้น โดยที่เขานอนอยู่กับพื้น โดยมีมายูมิคร่อมอยู่ข้างบน ชุดคลุมยูกาตะของมายูมิเลื่อนหลุดเล็กน้อยจนเห็นหัวไหล่ขาวเนียน ริวกับมายูมิสบตากันแนบชิด มายูมิรู้สึกตัวก่อน ตกใจที่เห็นตัวเองวาบหวิว จึงรีบดึงเสื้อคลุมขึ้นทำให้เสียหลัก ก้นกระแทก
“โอ๊ย”
“เจ็บตัวอีกแล้ว”
ริวรีบลุกขึ้น ช่วยจับเสื้อคลุมยูกาตะของมายูมิมาปิดไหล่ให้มิดชิดอย่างสุภาพบุรุษ มายูมินิ่งมองการกระทำของเขาทำตัวไม่ถูก
“ให้ผมพาคุณกลับขึ้นห้องดีกว่า”
ริวช้อนตัวมายูมิขึ้นอย่างทะนุถนอม อุ้มเดินออกไปจากห้องน้ำ โดยที่มายูมิได้แต่อึ้งพูดไม่ออก ยอมให้ริวอุ้มไปอย่างว่าง่าย

ริวอุ้มมายูมิผ่านมายังระเบียงทางเดิน ท่ามกลางแสงจันทร์และแสงดาว มายูมิอยู่ในอ้อมกอดของเขาลอบมองเขาด้วยความรู้สึกหวั่นไหว สับสน
 
ริวชำเลืองมอง ทั้งสองประสานตากัน มายูมิรีบหลบสายตา เขิน ๆ ทำเป็นมองเมินไปทางอื่น ริวอมยิ้ม อุ้มเธอกลับห้องอย่างสุขใจ

มายูมิเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ยืนมองริวที่เพิ่งจัดที่นอนทั้งสองฝั่งอย่างเป็นระเบียบ
 
“การจัดที่นอนเป็นหน้าที่ของผู้หญิงนะคะ”
“ธรรมเนียมบางอย่างมันละเว้นได้ โดยเฉพาะตอนที่ข้อมือของที่รักของผมเจ็บ”
ริวลุกไปประคองมายูมิมาที่เบาะนอนของเธอ
“วันนี้คุณเหนื่อยมากแล้ว พักผ่อนเถอะ”
ริวเปิดผ้าห่มให้ แต่มายูมินิ่ง ทำให้เขาต้องประคองตัวเธอให้นอนลง ท่าทีมายูมิแข็งขืนเล็กน้อยแต่ก็ยอมนอนอย่างระวังตัว ไม่ไว้ใจ ริวเลื่อนผ้าห่ม มาห่มให้อย่างนุ่มนวล มายูมิยิ่งทำตัวไม่ถูก
“นอนหลับให้สบายนะ ผมสัญญาว่าจะไม่กวนใจคุณ”
“ขอบคุณค่ะ”
“เรื่องที่ผมจะไม่กวนใจคุณน่ะเหรอ”
“ทุก ๆ เรื่องที่คุณทำให้ฉันวันนี้”
ริวยิ้มชื่น หัวใจพองโต
“คุณเริ่มเปิดใจมองเห็นสิ่งที่ผมทำแล้ว”
“แค่เรื่องวันนี้ค่ะ”
“ขอแค่คุณยอมรับความห่วงใยจากผม ไม่ว่าจะเป็นเวลาหนึ่งวันหรือหนึ่งนาที...มันก็มีค่าสำหรับผมมากแล้ว”
ริวยิ้มหวาน ส่งความรู้สึกภายในใจผ่านทางสายตาที่อบอุ่นไปให้ มายูมินิ่ง หัวใจวูบวาบ สับสนมาก

เสียงทุบประตูห้องดังปึง ๆ ตรงประตูห้องพัก จุนโกะรีบวิ่งมาเปิดประตูตกใจ ที่เห็นยูจิยืนรออยู่ในสภาพเครียดตาขวางเหมือนอารมณ์กำลังหลุดเพราะขาดยาระงับประสาท
“ผู้กองยูจิ”
“ยังจำฉันได้เหรอ”
“คุณไม่ได้มาที่นี่นานมากแล้ว นานซะจนฉันคิดว่า...”
“ฉันไม่มีทางลืมรสชาติของเธอหรอก...จุนโกะ”
จุนโกะเห็นอาการยูจิก็นึกรู้
“คุณยังไม่เลิกไอ้ยาระงับประสาทนั่น...ยาคุณหมดอีกแล้วใช่มั้ย”
ยูจิตะคอกเสียงดังลั่น
“ปล่อยให้ฉันเรียกตั้งนาน มัวทำอะไรอยู่”
ยูจิตวาด เดินตรงเข้าไปในห้อง ก่อนปิดประตูเสียงดังจนจุนโกะสะดุ้ง
“รีบไปหาอะไรมาให้ดื่มสิ”
“มีแต่น้ำชานะคะ” จุนโกะกลัวๆ
ยูจิเงื้อมือตบจุนโกะ จนร่างทรุดฮวบไปกับพื้น
“ว๊าย”
“ท่าทางฉันอยากดื่มน้ำชามากใช่มั้ย”
ยูจิกระชากตัวจุนโกะเหวี่ยงไปบนที่นอน จุนโกะลนลานหวาดกลัว
“ฉันกลัวแล้ว...”
“ดี...ดิ้นสิ ร้องเลย เธอก็รู้ว่าฉันชอบแบบรุนแรง ฮ่าๆ”
ยูจิโถมตัวตามไปซุกไซ้ซอกคอจุนโกะอย่างหื่นกระหาย รุนแรง
“คุณกำลังเครียด อย่าใช้ฉันเป็นเครื่องรองรับอารมณ์ของคุณ”
จุนโกะพยายามดิ้นขัดขืน แต่ถูกยูจิกระชากคอเสื้อจนฉีกขาด
“ถ้าเธอไม่มีฉันคุ้มกะลาหัว ป่านนี้เธอคงเป็นแค่โสเภณีในซ่องราคาถูก”
จุนโกะ นึกถึงอดีต

จุนโกะอึกอัก เหมือนไม่อยากพูดถึงคนที่เพื่อนถาม
“จุนโกะ...ฉันได้ข่าวว่าหล่อนก็มีแฟนเป็นตำรวจ...ทำไมไม่ให้แฟนพาออกไปจากที่นี่ล่ะ”

จุนโกะน้ำตาริน เจ็บปวดและเจ็บช้ำกับความกักขฬะของยูจิ
“เธอต้องสำนึกบุญฉัน”
ยูจิกระชากเสื้อให้ขาดเยอะขึ้น ระดมจูบจุนโกะอย่างหนักหน่วง อย่างต้องการระบายความเก็บกดภายใน
 
ใบหน้าจุนโกะขมขื่นเป็นอย่างยิ่ง ยูจิหน้าตาเต็มไปด้วยความเก็บกด และกดดัน

หน้าบ้านยูจิในอดีต...ยูจิวัย12 ขวบร้องไห้เสียงดังลั่น ด้วยความหวาดกลัว เมื่อถูกมาซารุเงื้อไม้เรียวเฆี่ยนตีอย่างทารุณ
 
“โอ๊ย...โอ๊ย...”
“ถ้าแกไม่ตั้งใจเรียน แล้วจะสอบเป็นตำรวจเหมือนฉันได้ยังไง”
“ผมจะไม่หนีเรียนอีกแล้ว” ยูจิร้องไห้
“ฉันจะเฆี่ยนแกให้หลังลาย จนกว่าแกจะเชื่อฟังฉัน”
มาซารุใช้ไม้เรียวกระหน่ำตียูจิไม่ยั้ง
“ผมกลัวแล้วครับพ่อ ฮือ...”

ยูจิยืนอยู่ตรงหน้าต่างเปลือยท่อนบน สะดุ้งเฮือกเหมือนตื่นจากภวังค์ความคิด หน้าตาของเขาเต็มไปด้วยความอึดอัดและเก็บกด ที่ถูกพ่อบีบบังคับมาตั้งแต่เด็ก
“โว๊ย”
ยูจิต่อยกำแพงข้างหน้าต่าง ราวกับต้องการระบายความเก็บกดทั้งหมดออกมา จุนโกะนอนคว่ำอยู่บนที่นอน ในสภาพที่บอบช้ำตามใบหน้าและร่างกาย สะอื้นไห้เงียบ ๆ ตัวสั่นเพราะหวาดกลัวกับสิ่งที่ตัวเองเจอ และกลัวอารมณ์รุนแรงของยูจิ

บ้านอาคิโกะเช้าวันใหม่...ไทชิเทน้ำชาใส่ถ้วยชา แล้วส่งให้ ไดกิรับชาไปจิบนิดหนึ่ง วางถ้วยชาด้วยหน้าเครียด เมื่อรู้เรื่องมายูมิจากไทชิ
“ต่อไปนี้ศัตรูที่จ้องเล่นงานโอะนิซึกะ ก็คงจะพุ่งเป้าไปทำร้ายว่าที่คู่หมั้นของโซเรียวด้วย”
อาคิโกะแสร้งทำเป็นนิ่งฟัง แต่แอบยิ้ม สะใจ ไทชิชำเลืองมองอาคิโกะ ก่อนบอกไดกิ
“หลังจากเกิดเรื่องนี้ โซเรียวยิ่งเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้คุณมายูมิ คอยดูแลคุณมายูมิอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง”
“ท่าทางโซเรียวจะรักว่าที่คู่หมั้นมาก”
“คุณมายูมิน่ารัก เพียบพร้อม สมเป็นโอะคะมิซังของโซเรียวที่สุดครับ”
อาคิโกะหน้าตึง ไม่พอใจไทชิขึ้นมาทันที

ไทชิเดินออกมาจากบ้านอาคิโกะ กำลังจะกลับ อาคิโกะตามมาขวางทางต่อว่าอย่างรู้ทัน
“เธอตั้งใจเยาะเย้ยฉัน”
“ตรงไหน”
“เรื่องริวคอยดูแลเอาใจผู้หญิงคนนั้น”
“คุณมายูมิคือคนที่โซเรียวรักและจะแต่งงานด้วย ไม่แปลกที่โซเรียวจะคอยเอาใจและเป็นห่วง”
“แต่ฉันไม่อยากได้ยิน” อาคิโกะตวาด
ไทชินิ่งมองอาคิโกะ พูดเตือนสติ
“เธอเป็นผู้หญิงเก่งและฉลาดมาก ฉันมั่นใจว่าเธอรู้วิธีปล่อยวางในสิ่งไม่มีทางเป็นไปได้”
“แล้วถ้าฉันทำให้มันเป็นไปได้ล่ะ”
“โซเรียวไม่มีวันรักเธอ เลิกหลอกตัวเองซะที”
อาคิโกะตบหน้าไทชิด้วยความโกรธ แล้วหันหลังวิ่งกลับเข้าบ้านทั้งน้ำตา ไทชิยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองตามอาคิโกะด้วยแววตาเจ็บช้ำ

ริวเปิดผ้าพันข้อมือให้มายูมิ เตรียมจะทายาให้
“ป้าอายะโกะทำลูกประคบสมุนไพรให้คุณ ลองประคบดูนะ เผื่อจะช่วยให้ข้อมือคุณหายเร็วกว่ายาฝรั่ง”
ริวหยิบลูกประคบขึ้นมา แต่มายูมิรีบออกปาก
“ฉันทำเองได้ค่ะ”
“ไม่ได้...อานุภาพการรักษาด้วยลูกประคบอยู่ที่หัวใจ คนทำให้ต้องค่อย ๆ นวด ค่อย ๆ คลึงให้ถึงหัวใจของคนที่เรารักแล้วอาการบาดเจ็บจะทุเลา”
แรก ๆ ริวก็เอาลูกประคบคลึงที่ข้อมือให้มายูมิ แต่สักพักก็เปลี่ยนเป็นยกข้อมือของมายูมิขึ้นมาคลึงที่แก้มตัวเองแทน ริวเคลิ้ม
“นุ่ม เนียน หอม โอ๊ย...”
มายูมิหยิกบิดเนื้อที่แขนริวด้วยความโมโหจนเขาต้องรีบปล่อยมือจากมือของเธอ
“คนฉวยโอกาส”
“ก็มันเคลิ้มอ่ะ”
มายูมิเงื้อกำปั้นจะทุบ ริวรีบแก้ตัว
“หมายถึงมันเคลิ้ม...เอ๊ย เออ...เคลิ้มก็เคลิ้ม”
ริวยอมรับเอาดื้อ ๆ เพราะแก้ตัวยังไงก็ไม่ขึ้น มายูมิลุกขึ้น ริวรีบลุกตามอย่างรู้ทัน
“หมอนานะให้คุณงดใช้ข้อมือสักพัก เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่ต้องไปทำงาน”
“แค่ข้อมือเคล็ด ไม่ได้พิการ ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องหยุดงาน”
“ถ้าคุณดื้อจะไปทำงานให้ได้ ผมก็จะตามไปเฝ้าคุณที่โรงพยาบาล”
ริวท้า เพราะรู้ว่าเธอไม่ชอบให้ริวไปวุ่นวายที่โรงพยาบาล
“ดีเหมือนกัน...จะได้แวะไปทักทายคนไข้ของคุณด้วย คิดถึงคนไข้ของคุณทุกคนเลย”

มายูมิฮึดฮัด ไม่พอใจริว
 
อ่านต่อเวลา17.00น.



รอยฝันตะวันเดือด ตอนที่ 6 (ต่อ)

สำนักงานตำรวจ...เคนเอาแฟ้มเอกสารมาวางบนโต๊ะทำงานให้มาซารุ
 
“สรุปสำนวนคดีที่จะส่งฟ้องฮารุ มิอุระ ครับ”
มาซารุปรายตามองแฟ้มเอกสาร แล้วเงยหน้าขึ้นถามเคน
“ฉันมอบหมายงานนี้ให้ยูจิจัดการไม่ใช่เหรอ”
เคนอึกอักตอบ
“ผู้กองยูจิตรวจสอบสำนวนคดีทั้งหมดด้วยตัวเองครับ”
“แล้วตอนนี้ยูจิอยู่ที่ไหน”
มาซารุถาม สายตาคาดคั้น เคนลำบากใจ เกรงมาซารุ

ระเบียงริมสวนบ้านโอะนิซึกะ มายูมินั่งอ่านหนังสืออย่างจดจ่อ มีสมาธิ ริวยื่นดอกเดซี่สีขาวดอกหนึ่ง ขึ้นมาจากด้านหลังของหนังสือ จนมายูมิต้องละสายตาจากการอ่านมองตามดอกไม้ จนเห็นริวยิ้มหวานอยู่ข้าง ๆ ถือดอกเดซี่รอมอบให้
“ดอกเดซี่สีขาวแทนความไร้เดียงสาและความเที่ยงแท้...”
มายูมิขยับตัว หันหน้าหนีไปทางอื่น ก้มหน้าอ่านหนังสืออย่างไม่สนใจ ริวยังไม่ละความพยายาม ตามไปคุยด้วย
“หญิงสาวที่ตกอยู่ในห้วงของความรัก ชอบเด็ดกลีบดอกเดซี่เพื่อทำนายความรัก คุณอยากลองดูบ้างมั้ย”
“ฉันเป็นหมอ.. ไม่ใช่หญิงสาวเพ้อฝัน ฉันต้องการสมาธิอ่านหนังสือ
มายูมิเสียงห้วน เริ่มรำคาญ ริวยังคงยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี
“ได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว ผมให้ป้าอายะโกะจัดสำรับไว้ในสวน เราจะได้ทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นด้วยกัน”
มายูมิจะปฏิเสธ เป็นจังหวะเดียวกับที่ไทชิเข้ามารายงาน
“มีแขกมาเยี่ยมคุณมายูมิครับ”
“ใคร” มายูมิแปลกใจ
ริวสังเกตเห็นสีหน้าไม่สบายใจของไทชิ ยิ่งทำให้สงสัย

โถงบ้านโอะนิซึกะ...ยูจิยิ้มอบอุ่น ยื่นช่อดอกลิลลี่สีขาวให้มายูมิที่ยิ้มหวาน กำลังจะรับ แต่ริวกลับแทรกเข้ามารับช่อดอกลิลลี่ไป เนียน ๆ
“ลิลลี่สีขาวแทนความรักที่บริสุทธิ์และจริงใจ อ๊ะ.. ผู้กองแอบรักผมก็ไม่บอก” ริวแกล้งพูด
“อย่าเสียมารยาทกับแขกของฉัน”
มายูมิจะแย่งช่อดอกไม้คืน แต่ริวไม่ยอมให้
“ข้อมือคุณยังเจ็บ ผมช่วยรับแทนให้” ริวหันไปบอกยูจิ “สามีภรรยาก็เหมือนคน ๆ เดียวกันเนอะ.. ผู้กอง”
“เอ้อ...ครับ” ยูจิยิ้มเจื่อน
มายูมิปรายตามองริวอย่างไม่ค่อยพอใจ ริวตีมึน พึมพำเบา ๆ
“ไม่ยักรู้ว่าคุณชอบดอกลิลลี่”
มายูมิกระซิบเสียงดุ
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ”
“ผมมารบกวนเวลาพักผ่อนของคุณมายูมิรึเปล่า” ยูจิถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงใจ
ริวจะตอบว่ารบกวน ทำท่าจะพยักหน้า แต่มายูมิรู้ทัน ขวางหน้าริวชิงตอบก่อน
“ไม่รบกวนเลยค่ะ ฉันกำลังจะทานมื้อเที่ยงพอดีเชิญผู้กองทานด้วยกันเลยสิคะ”
ท่าทางยูจิอึกอักเหมือนเกรงใจริว มายูมิยิ่งรบเร้า
“ทานอาหารด้วยกันหลายคนสนุกและไม่น่าเบื่อ ผู้กองอย่าปฏิเสธเลยนะคะ”
ยูจิลังเล ริวลุ้น ๆให้ยูจิปฏิเสธ แต่ยูจิกลับก้มศีรษะรับคำ
“ด้วยความยินดีครับ”
มายูมิรีบผายมือเชิญด้วยความดีใจแล้วเดินนำยูจิเข้าไปด้วยกัน ปล่อยให้ริวถือช่อดอกลิลลี่มองตามอย่างไม่สบอารมณ์ ริวกระแทกช่อดอกลิลลี่ใส่มือไทชิ รีบเดินฮึ่ม ๆ ตามเข้าไป
“วุ่นแน่ ๆ”
ไทชิปวดหัว เครียดแทน

มุมร่มรื่นในสวนบ้านโอะนิซึกะ ริว มายูมิ ยูจิ นั่งทานอาหารร่วมกันบนเสื่อปิกนิก ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น ซูชิ ข้าวปั้น และอาหารหลากหลายอย่างถูกจัดวางในกล่องเบนโตะสวยงาม น่ารับประทาน อีกด้านหนึ่งเป็นอาหารของบ้านโอะนิซึกะ ใส่จานสวยงาม
“เดี๋ยวผมคงต้องเข้าไปชมคุณป้าอายะโกะ อาหารที่นี่อร่อยมากเลยครับ” ยูจิยิ้มแย้ม
“ข้าวกล่องฝีมือผู้กองก็อร่อยค่ะ” มายูมิแกล้งชำเลืองเหมือนกำลังด่าริว “ผู้ชายเข้าครัวทำกับข้าวเก่ง..หายากมาก”
ริวเปรยขึ้นอย่างหมั่นไส้

“แค่ทำกับข้าว ไม่เห็นจะยากตรงไหน”

มายูมิไม่สนใจ แกล้งริวโดยการชวนยูจิคุยต่อ
 
“คราวหน้า...เชิญผู้กองมาทำอาหารให้คนบ้านโอะนิซึกะชิมบ้างสิคะ”
“ยูจิเขาเป็นตำรวจไม่ได้เป็นพ่อครัว” ริวหันไปทางยูจิ “หรือเป็นตำรวจกุ๊ก”
ยูจิยิ้มรับอ่อนโยน
“ถึงไม่ได้เป็นกุ๊ก แต่ถ้าคุณมายูมิอยากทานผมก็ยินดีมาทำกับข้าวให้ทานครับ”
“ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ”
มายูมิก้มศีรษะยิ้มหวานให้ยูจิ ยิ่งทำให้ริวหงุดหงิดมาก ริวหลับหูหลับคาคีบอาหารเผลอเอาตะเกียบไปกระแทกถ้วยซีอิ้ว จนกระเด็นมาโดนแขนมายูมิ
“คุณแกล้งฉันเหรอ”
“ขอโทษ...ผมไม่ได้ตั้งใจ” ริวลอยหน้าลอยตากวนๆ
“ขออนุญาตนะครับ”
ยูจิรีบเอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาซับคราบซีอิ้วที่แขนให้มายูมิอย่างสุภาพบุรุษ ริวไม่พอใจ กระชากผ้าเช็ดหน้ามาจากมือยูจิทันที
“ผมเช็ดให้เอง”
มายูมิชักจะหมดความอดทนกับริว
“หยุดเสียมารยาทกับแขกของฉันซะที”
“ผมไม่เคยทำอะไรดีสำหรับคุณอยู่แล้ว”
ยูจิแอบสังเกตท่าทางริวกับมายูมิ พอจับทางได้ว่าทั้งคู่ระหองระแหงกัน จึงแสร้งก้มศีรษะขอโทษอย่างรู้สึกผิด
“ขอโทษนะครับถ้าผมเป็นต้นเหตุทำให้คุณสองคนทะเลาะกัน”
“ไม่ใช่ความผิดของผู้กองค่ะ”
“ความผิดทั้งหมดมันมารวมอยู่ที่ผมไง” ริวหงุดหงิด
“ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า คุณสองคนจะได้ปรับความเข้าใจกัน”
ริวกับมายูมิพูดพร้อมกัน
“เชิญ / อย่าเพิ่งกลับสิคะ”
ริวกับมายูมิหันขวับจ้องกันเขม็ง ต่างไม่พอใจกัน

คัตสึ เซกิ ช่วยกันเอาอกเอาใจบีบนวดไหล่และแขนริวที่กำลังหงุดหงิดโมโห ราวกับนักมวยกำลังเตรียมขึ้นชก ไทชิคอยพัดพั่บ ๆ ให้อารมณ์เย็นอยู่ที่ระเบียงบ้าน
“ใจเย็นนะครับ หายใจเข้าลึก ๆ สงบสติอารมณ์ไว้”

อีกมุม มายูมิโวยวายกับอายะโกะอย่างไม่พอใจ
“ป้าก็เห็นว่าเขาเสียมารยาทกับแขกของหนูแค่ไหน”

ริว ยิ่งพูดยิ่งแค้น
“ไอ้ผู้กองหน้าเต้าเจี้ยวแตะต้องมายูมิต่อหน้าต่อตาฉัน มันหยามกันชัด ๆ”

มายูมิอารมณ์ร้อนพอ ๆ กับริว
“คนเอาแต่ใจอย่างริว ไม่เคยฟังเหตุผลใครทั้งนั้น”
อายะโกะดึงมือมายูมิไปกุมไว้ พูดอย่างใจเย็น
“คุณมายูมิ...ฟังป้านะคะ”

มาซาโตะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนริวต้องนิ่ง ยอมฟังแต่โดยดี
“คนสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน.. ทะเลาะกัน ต้องมีใครสักคนที่ยอมเย็นทำตัวเป็นน้ำเพื่อดับไฟในบ้าน”

อายะโกะยิ้มอบอุ่น ขณะเตือนมายูมิ
“ชีวิตคู่..ก็เหมือนการลงเรือไปด้วยกัน คนสองคนจะต้องใช้ความรักและความไว้ใจเผชิญมรสุมและอุปสรรคให้เรือชีวิตเดินทางไปถึงฝั่งอย่างมั่นคง”

มาซาโตะเตือนริวเพราะความหวังดี
“ผู้กองยูจิอยู่ในฐานะเพื่อน ถ้าโซเรียวไม่ยอมรับเพื่อนคุณมายูมิ คอยระแวงและอารมณ์ร้อน ชีวิตคู่ก็จะไม่มีวันสงบสุข”
ริวนิ่ง ครุ่นคิดถึงเหตุผลที่มาซาโตะพยายามอธิบาย

อายะโกะสบตามายูมิ ห่วงใยและจริงใจ
“โซเรียวอาจจะเข้าใจยาก แต่เมื่อไหร่ที่คุณมายูมิรับโซเรียวเข้ามาอยู่ในหัวใจ... คุณก็จะเข้าใจเองค่ะ”

มายูมิถอนใจเบา ๆ อย่างต้องการระบายความอัดอั้นตันใจออกมา

บรรยากาศในไนต์คลับมิซาว่ายามค่ำคืน สาวสวยเอาอกเอาใจนักเที่ยว นักร้องสาวเสียงหวานคอยร้องเพลงขับกล่อม
 
ทาคาโอะมองสาว ๆ ที่เอาใจนักเที่ยว แล้วหันมาคุยกับนาบุด้วยความโมโห
“จุนโกะมาทำงานไม่ได้อีกแล้วเหรอ”
“ยูจิซ้อมนังจุนโกะจนน่วมไปทั้งตัว แค่ลุกเดินยังแทบไม่ไหว” นาบุเล่า
“สินค้าใช้งานไม่ได้ เราก็ขาดรายได้เพราะไอ้ยูจิคนเดียว” ทาคาโอะยิ่งคิด ยิ่งเจ็บใจ แล้วสงสัย “พฤติกรรมทำร้ายผู้หญิงของไอ้ยูจิ เหมือนคนบ้าคลั่ง ไม่มีสติ”
“เหมือนคนเมาหรือไม่ก็...ติดยา” นาบุออกความเห็น
“ถ้ามันคิดสั้นได้ขนาดนั้น อนาคตตำรวจของมันคงไปไม่ถึงไหน” ทาคาโอะยิ้มเยาะ
“แปลกนะครับ..มาซารุกับยูจิเป็นคู่ขาจุนโกะเหมือนกัน แต่สองพ่อลูกนั่นกลับไม่รู้ว่ากำลังใช้ผู้หญิงคนเดียวกันอยู่”
“ปล่อยให้มันโง่อยู่อย่างนั้นแหละ จัดการโอะนิซึกะกับมิอุระได้เมื่อไหร่ ฉันจะกำจัดไอ้มาซารุกับไอ้ยูจิเอง”
ทาคาโอะยิ้มเหี้ยม อำมหิต

ยูจิเดินยิ้มกริ่มอารมณ์ดีเข้ามาในห้องทำงานในสำนักงานตำรวจ เข้าใจว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง
มาซารุหมุนเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานหันหน้ามา ยูจิชะงัก เมื่อเห็นมาซารุนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตน
“หนีงานไปหามายูมิที่บ้านโอะนิซึกะเกือบทั้งวัน ท่าทางแกจะบ้าผู้หญิงคนนี้มาก”
“ผมไปเยี่ยมเพราะบ้าผู้หญิงคนนี้ แต่ผมมีเหตุผลอื่นด้วย”
“อะไร”
“พ่อเคยสอนผมเสมอ จะรบให้ชนะ.. เราต้องรู้จักคู่ต่อสู้ให้รอบด้าน”
มาซารุนิ่งครุ่นคิดตาม ยิ้มพราย
“ถ้าแกเข้าออกบ้านโอะนิซึกะได้สะดวก เราก็จะรู้ความเคลื่อนไหวของพวกมันง่ายขึ้น”
มาซารุวางมือบนบ่ายูจิเบา ๆ ก่อนบีบเน้น ย้ำ รู้ทันความคิดยูจิ
“ฉันรู้ว่าแกต้องการกำจัดริว โอะนิซึกะ เพื่อแย่งมายูมิมาเป็นของตัวเอง ฉันไม่สนใจผู้หญิงคนนั้น แต่ถ้าแผนการทั้งหมดของเราพังเพราะผู้หญิงฉันเล่นงานแกแน่”
ยูจินิ่งมาก ข่มซ่อนความรู้สึกเก็บกด ขุ่นเคืองที่มีต่อมาซารุไว้

ริวเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน เห็นมายูมินอนหันหลังอยู่บนเบาะนอน โดยมีหมอน ผ้าห่ม กั้นเป็นบังเกอร์เหมือนเดิม
“คุณหลับรึยัง”
มายูมินอนลืมตาอยู่ แต่เงียบ ไม่ตอบ
“ผมรู้นะว่าคุณยังไม่หลับ”
“รู้แล้วจะถามทำไม”
มายูมิลุกขึ้นมานั่งบนเบาะ มองริวอย่างไม่พอใจ
ริวยิ้ม เข้าทาง
“ถามเพื่อให้คุณลุกขึ้นมาคุยกับผมแบบนี้ไง”
“คุณมันเจ้าเล่ห์ไม่มีวันเปลี่ยน”
“ทุกอย่างบนโลกนี้เปลี่ยนแปลงได้หมด.. ยกเว้นใจผมที่มีให้คุณ”
มายูมิอึ้งไป กำลังจะเคลิ้มฟังด้วยดี แต่มาสะดุดหูเมื่อริวพูดต่อ
“ต่อให้ผู้กองหน้าเต้าเจี้ยวหอบช่อดอกลิลลี่มาให้คุณทุกวันก็เหอะ”
“ไร้สาระ”
“ผู้ชายมาจี๋จ๋ากับว่าที่ภรรยาถึงบ้านจะไม่ให้ผมโกรธได้ไง”
“เชิญโกรธ โมโห หงุดหงิดอารมณ์ได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ”
มายูมิล้มตัวลงนอน อย่างไม่สนใจริว
“อ้าว..เวลาผมโกรธเนี่ย ง้อบ้างก็ได้นะ”
“โกรธเองได้ ก็หายเองสิ”
มายูมิดึงมาห่มมาห่ม นอนหันหลังให้ ริวทิ้งตัวนั่งลงนอนตัวเอง งอน ๆ ที่มายูมิไม่ง้อ

วันใหม่ มายูมิลืมตาตื่นขึ้น แปลกใจที่เห็นดอกเดซี่สีส้มดอกหนึ่งวางทับกระดาษแผ่นหนึ่ง ข้างที่นอน เธอลุกขึ้นหยิบดอกเดซี่สีส้มขึ้นมาดู และหยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน
“ดอกเดซี่สีส้ม หมายถึง คุณคือแสงสว่างของชีวิตผม อรุณสวัสดิ์มายูมิที่รัก”
“ฉันไม่ใช่ที่รักของคุณ”
มายูมิตอบข้อความในจดหมาย แต่กลับยิ้ม เขินๆ หันไปมองที่นอนของริวซึ่งว่างเปล่า
แปลกใจที่ไม่เห็นริว

ระเบียงหน้าห้องพักจุนโกะ...ริวมองซ้ายมองขวาอย่างระวังตัว เมื่อเห็นว่าปลอดคนของมิซาว่า จึงรีบตรงไปเคาะประตูเรียก
“จุนโกะ”
เงียบ...ไม่มีเสียงตอบ ริวจึงเคาะประตูเรียกอีกครั้ง
“จุนโกะ...เธออยู่รึเปล่า”

ยังคงไม่มีเสียงตอบกลับมา ริวมองประตูห้องอย่างตัดสินใจ

ริวเปิดประตูเข้ามาภายในห้อง ตกใจ เมื่อเห็นจุนโกะนอนซมอยู่บนที่นอน ในสภาพร่างกายบอบช้ำ
 
“จุนโกะ”
ริวรีบปราดเข้าไปประคองร่างจุนโกะขึ้นมา อึ้ง ๆ
“คุณริว...”
“ทาคาโอะมันทำร้ายเธอใช่มั้ย”
จุนโกะสะอื้นไห้ น้ำตาไหลพราก ท่าทางหมดอาลัยตายอยากในชีวิต
“ฉันอยากตาย ฉันเหนื่อย ฉันอ่อนแอ ผู้หญิงอย่างฉันเป็นได้แค่ที่ระบายอารมณ์ของคนใจร้าย ฉันไม่มีชีวิตจิตใจ ไม่มีค่ากับใครเลย...”
จุนโกะร้องไห้ไม่ฟูมฟาย แต่น้ำตาไหลอาบหน้า เจ็บช้ำท้อแท้ใจเกินเยียวยา ริวจับมือจุนโกะด้วยความเวทนาและสงสาร
“ทุกชีวิตมีค่าในตัวเองเสมอขึ้นอยู่กับว่าเธอมองเห็นค่าของตัวเองแค่ไหน เข้มแข็งไว้นะจุนโกะ”
จุนโกะยังคงร้องไห้ด้วยความสับสน ไม่มีหนทางสำหรับชีวิตของตน

มายูมิถามทุกคนด้วยความสงสัย แปลกใจ
“ฉันนึกว่าริวออกไปทำงานกับพวกคุณ”
โคจิหันไปจ้องไทชิ คัตสึ เซกิ อย่างคาดคั้น ทั้งสามสบตาเกี่ยงกัน จนไทชิยอมพูดขึ้นมา
“โซเรียวบอกว่ามีธุระต้องทำ รีบร้อนออกไป ไม่ยอมให้พวกเราไปด้วยครับ”
“องครักษ์ปล่อยให้โซเรียวออกไปข้างนอกโดยไม่ตามคุ้มกันมีโทษยังไงรู้มั้ย” โคจิโมโห
คัตสึ เซกิ สะดุ้งตกใจ กลัวถูกทำโทษ
“ท่านโคจิก็รู้ว่าโซเรียวดื้อแค่ไหน ลองคิดจะทำอะไรเอาช้างมาฉุดไว้ก็ไม่อยู่” คัตสึแย้ง
“ริวหัวดื้อต่างจากทาเคชิมากจริง ๆ”
โคจิเปรยด้วยความเหนื่อยใจ มายูมิครุ่นคิดนิดหนึ่ง จู่ ๆ ก็ผลุนผลันออกไป โดยไม่พูดอะไร

มายูมิยกกล่องสำหรับใส่ของใช้กระจุกกระจิกส่วนตัวออกมาจากตู้เก็บของ เธอเปิดกล่องของใช้ หยิบถุงผ้ากำมะหยี่ขึ้นมาเปิดออก หยิบเข็มกลัดรูปผีเสื้อออกมาดู นึกถึงคำพูดอาคิโกะ
“ริวสั่งห้ามไม่ให้ฉันไปบ้านโอะนิซึกะ แต่กลับมาหาฉันที่บ้านตอนดึก ๆ เหมือนแอบหลบใครมา”
มายูมิคาดเดาเหตุการณ์เอาเอง
“หรือไปหาคุณอาคิโกะ”
มายูมิงอน ๆ อย่างไม่รู้ตัว

ริวจูงมือจุนโกะมาถึงหน้ามูลนิธิเด็กกำพร้า จุนโกะมองไปรอบ ๆ ด้วยความแปลกใจ
“มูลนิธิเด็กกำพร้า คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ”
ริวยิ้มให้จุนโกะอย่างอบอุ่น แล้วดึงมือจุนโกะเดินเข้าไป จุนโกะมองมือที่ถูกริวเกาะกุมอย่างรู้สึกหวั่นไหว เดินตามไปอย่างว่าง่าย

ในมูลนิธิ ริวยืนอยู่หน้าห้อง ช่วยสอนเด็กๆ พับนกกระดาษ โดยมีจุนโกะนั่งรวมอยู่กับกลุ่มเด็ก ๆ
“ตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส จากนั้นจับปลายข้างหนึ่งมาพับบรรจบกับฝั่งตรงข้ามอย่างนี้ เห็นมั้ย” ริวสอนไปพับไปด้วย
เด็ก ๆ ทำตามริวอย่างตั้งอกตั้งใจ ริวมองดูเด็กๆ กำลังทำตามที่สอน แล้วลงไปช่วยสอนเด็กคนหนึ่งที่ยังพับไม่ได้
“ไม่ใช่ครับ ต้องทำแบบนี้”
ริวช่วยพับให้ดู เด็กรับนกกระดาษจากริวด้วยความดีใจ
“ขอบคุณค่ะ”
“ยังมีใครพับไม่ได้อีกมั้ย”
“ผมครับ / หนูค่ะ”
เด็กหลายคนรีบยกมือ อยากให้ริวมาช่วย ริวรีบเข้าไปช่วยเด็กพับนกกระดาษอย่างเต็มใจ ยิ้มอบอุ่นให้เด็ก ๆ จุนโกะแอบมองริวด้วยความรู้สึกทึ่ง และชื่นชม

โรงอาหารมูลนิธิ...ริวตักอาหารป้อนให้เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง จุนโกะที่กำลังป้อนเด็กอีกคน อยู่ไม่ห่างออกไป
“ทานเยอะ ๆ จะได้แข็งแรงนะเด็ก ๆ”
เด็กพยักหน้ารับ เคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย จุนโกะมองริวกับเด็ก ๆ ด้วยความรู้สึกประทับใจ นึกถึงคำปลอบใจของเขา
“ทุกชีวิตมีค่าในตัวเองเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเธอมองเห็นค่าของตัวเองแค่ไหน เข้มแข็งไว้นะจุนโกะ”

จุนโกะเห็นความเป็นสุภาพบุรุษของริวมากขึ้น เริ่มรู้สึกดีกับริวมากขึ้น

รอยฝันตะวันเดือด ตอนที่ 6 (ต่อ)

เด็กหลายคนวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ริวกับจุนโกะ เดินมาหยุดมองเด็ก ๆ อยู่บริเวณใต้ต้นไม้ ไม่ห่างกันนัก
 
“ขอบคุณนะคะ ที่พาฉันกลับมาที่นี่”
“เธอเคยอยู่ที่นี่” ริวแปลกใจ
จุนโกะพยักหน้ารับ แล้วนั่งลงที่ม้านั่งใกล้ ๆ ริวจึงนั่งลงตาม
“ตอนเด็ก ๆ ฉันหนีออกจากบ้านเด็กกำพร้า เพราะคิดว่าโลกภายนอกน่าอยู่ และสุขสบายกว่า จุนโกะแววตาเหม่อ เศร้าใจกับสิ่งที่ตัวเองเลือก
“แต่ฉันคิดผิด ชีวิตอิสระไม่มีจริง โลกโหดร้ายมากกว่าที่ฉันคิด ฉันถูกหลอกขายให้มิซาว่า ถ้ายอมทำงานก็รอด ถ้าไม่ยอมก็ตาย ชีวิตฉันไม่เหลือทางให้เดินอีกแล้ว”
“โอะนิซึกะมีทางเลือกให้เธอ เรายินดีต้อนรับเธอเสมอ”
“อย่าคาดหวังอะไรกับผู้หญิงไร้ค่าอย่างฉันเลย”
“ชีวิตทุกคนต้องมีความหวัง ถ้าไม่มีใครมอบให้เราก็ต้องสร้างมันขึ้นมาเอง”
จุนโกะมองริวอย่างไม่เข้าใจ
“เธอคงรู้ว่ามิซาว่าต้องการโค่นโอะนิซึกะเพราะมีต้องการมีอำนาจเหนือคนเมืองนี้ เธอก็เห็นว่าทาคาโอะโหดเหี้ยมแค่ไหน เธอจะยอมนิ่งเฉย ปล่อยให้เด็กๆ และชาวเมือง ตกอยู่ใต้อิทธิพลชั่วของมิซาว่างั้นเหรอ”
จุนโกะมองเด็กที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ด้วยความสับสน
“แค่เธอยอมร่วมมือกับโอะนิซึกะเปิดโปงแผนชั่วของมิซาว่า จะมีเด็กและผู้หญิงอีกหลายคนรอดพ้นจากความโหดร้าย”
จุนโกะเครียด กังวล ตัดสินใจไม่ถูก ไทชิ คัตสึ เซกิ และลูกน้องโอะนิซึกะ เข้ามาเคารพริว
“โซเรียวครับ”
จุนโกะตกใจ หวาดระแวงคนของโอะนิซึกะ ริวถอนใจเอือมระอา เมื่อพวกโอะนิซึกะตามมาเจอจนจนได้

โคจิ มาซาโตะ คาซูมะ จ้องริวด้วยสายตาดุ ที่ริวแอบออกไปหาจุนโกะคนเดียว
“โซเรียวก็รู้ว่าศัตรูจ้องเล่นงานอยู่รอบด้าน ทำไมถึงออกไปหาผู้หญิงมิซาว่าโดยไม่ยอมให้องครักษ์ติดตามไปด้วย” คาซูมะต่อว่า
“คนยิ่งเยอะ ก็ยิ่งตกเป็นเป้าสายตา” ริวอธิบาย
“แต่ถ้าศัตรูรู้ว่าโซเรียวอยู่ตามลำพัง มันก็ยิ่งอันตราย” โคจิแย้ง
“สถานการณ์ตอนนี้ไม่น่าไว้ใจ คนดีคนเลวปะปนกันไปหมด โซเรียวไม่ควรประมาท” มาซาโตะเตือน
“ผมขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง”
ริวก้มศีรษะขอโทษผู้อาวุโสทั้งสามอย่างรู้สึกผิด ก่อนเอ่ยเรื่องที่คิดเอาไว้
“ผมจะล้มเลิกแผนดึงตัวจุนโกะมาเป็นพวกเดียวกับเรา”
“ทำไม” โคจิแปลกใจ
“เธอบอบช้ำมาก...ผมไม่อยากซ้ำเติมเธออีก”
“แล้วโซเรียวจะช่วยฮารุได้ยังไง” มาซาโตะสงสัย
สามผู้อาวุโสพากันหนักใจ ริวครุ่นคิด

มายูมินั่งบิดข้อมือตัวเอง มือเริ่มปกติ ไม่เจ็บแล้ว เธอนึกถึงริวที่เอาลูกประคบคลึงข้อมือให้อย่างเอาใจ
“อานุภาพการรักษาด้วยลูกประคบอยู่ที่หัวใจ คนทำให้ต้องค่อย ๆ นวด ค่อย ๆ คลึงให้ถึงหัวใจของคนที่เรารัก แล้วอาการบาดเจ็บจะทุเลา”
มายูมิชำเลืองมองเข็มกลัดรูปผีเสื้อที่วางอยู่ข้าง ๆ ก่อนหยิบขึ้นมาดูวนเวียนครุ่นคิดแต่คำพูดของอาคิโกะ
“ริวช่วยเลือกให้ค่ะ ฉันจะไปบอกริวให้นะคะว่าคุณหมอชอบ”
มายูมิยิ่งคิด ยิ่งงอนริว
“ฉันไม่ชอบ ฉันไม่อยากได้ของจากคนหลอกลวง”
มายูมิลุกขึ้น จะเขวี้ยงเข็มกลัดทิ้ง แต่ต้องชะงัก ริวเข้ามาในห้องพอดี
“กำลังคิดถึงผมอยู่เหรอจ้ะ”
“ไม่อยากเห็นหน้าคุณต่างหาก”
มายูมิเผลอกำมือแน่น โมโหจนลืมตัว ทำให้เข็มกลัดทิ่มมือจนสะดุ้งตกใจ
“อุ๊ย”
“เป็นอะไร”
มายูมิแบมือออกให้ดูเข็มกลัดรูปผีเสื้อ
“โดนเข็มกลัดทิ่มมือรึเปล่า ดีนะที่ไม่เป็นแผล”
“คุณจำเข็มกลัดนี้ไม่ได้เหรอ”
“ทำไมผมต้องจำได้ล่ะ”
“คนหลอกลวง เราไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก”
มายูมิเดินสะบัดหนีไปดื้อ ๆ งอนริว

“มายูมิ”

ริวตามเข้ามาคว้าแขนมายูมิไว้ อย่างไม่เข้าใจ
 
“เราต้องพูดกันให้รู้เรื่อง ผมหลอกอะไรคุณ”
“เลิกยุ่งกับฉัน กลับไปอยู่กับผู้หญิงของคุณเถอะ”
“ไม่มีผู้หญิงคนไหน ผมมีคุณคนเดียว”
“คุณจะพูดยังไงก็ได้ แต่ฉันไม่เชื่อ”
มายูมิสะบัดแขนจากริว ทำให้เข็มกลัดในมือกระเด็นหล่นลงพื้น อยู่ตรงหน้าประตูห้องทำงาน มายูมิก้มลงไปเก็บเข็มกลัดรูปผีเสื้อ บังเอิญมือไปปัดโดนประตูห้องอย่างไม่ได้ตั้งใจ ประตูแง้มออกเล็กน้อย เธอมองเข้าไปในห้องด้วยความอยากรู้ ริวรีบปรี่เข้าไปดึงประตูมาปิดไว้อย่างเดิม กลัวมายูมิเห็นอะไรบางอย่างในห้อง ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ ของริว ยิ่งชวนให้มายูมิสงสัย
“ป้าอายะโกะเตรียมของว่างไว้ให้แล้ว เราไปทานกันเถอะ”
“นี่ห้องทำงานคุณเหรอ”
“ครับ...มันรกมากผมยังไม่ได้ให้ใครเข้าไปทำความสะอาดเลย”
ริวผายมือเชิญมายูมิไปทานของว่าง เพราะต้องให้ออกจากบริเวณนั้นโดยเร็ว มายูมิแสร้งทำเป็นยอมจะเดินไป แต่พอสบโอกาสริวเผลอ เธอรีบหันไปผลักประตู แล้วก้าวเข้าไปในห้องทันที
“เดี๋ยว.. มายูมิ”

มายูมิเข้ามาในห้องทำงานริว อึ้ง ตะลึง เมื่อเห็นรูปของเธอมากมายหลายชุด ในอิริยาบถต่าง ๆ อยู่ในกรอบอย่างดี ตั้งวางเรียงรายบนโต๊ะทำงานของริว เป็นรูปผ่านเวลามาตลอด 7 ปี
“นี่มัน...”
ริวตามเข้ามา เขิน ๆ ตัวเอง
“รูปของคุณตลอด 7 ปีที่ผ่านมา...”
มายูมิหยิบรูป ๆ หนึ่งของตัวเองขึ้นมามอง นึกถึงสิ่งที่ริวเคยบอกไว้
“7 ปีที่ผมแค่ไม่เคยมาพบให้คุณเห็นหน้าแต่ไม่ได้หมายความว่าผมหายไปเพราะผมเฝ้ามองคุณอยู่ตลอดเวลา”
มายูมิอึ้งมองรูปของตัวเอง ไม่คาดคิดมาก่อน
“คุณแอบถ่ายรูปฉัน แอบตามฉันมาตลอด”
ริวก้าวมายืนอยู่ตรงหน้ามายูมิ
“7 ปีที่แล้ว...ผมเคยเสียคุณไปเพราะเลือกหน้าที่ แต่วันนี้ เวลานี้...ผมจะไม่ยอมเสียคุณไปอีก”
ริวดึงมือมายูมิขึ้นมาจูบ มายูจิมองอย่างสับสน รู้สึกร้อนผ่าวทั้งตัวและหัวใจ
“ผมไม่เคยหายไปไหน...ไม่เคยละสายตาไปจากคุณสักวินาที คุณคือความรัก คือความงดงามในหัวใจผมเพียงคนเดียว”
“ริว...”
มายูมิน้ำตาคลอ ซบหน้าบนอกริวด้วยหัวใจที่พ่ายแพ้ต่อความจริงใจของเขา ริวกอดมายูมิอย่างอบอุ่น มีความสุขมาก เมื่อมายูมิยอมรับเขาด้วยหัวใจ

จุนโกะยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องพัก ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าเครียด คิดถึงเหตุการณ์ที่ยูจิปลุกปล้ำอย่างรุนแรง
“ถ้าเธอไม่มีฉันคุ้มกะลาหัว ป่านนี้เธอคงเป็นแค่โสเภณีในซ่องราคาถูก”
คิดถึงเหตุการณ์ที่ริวมาพบขณะที่เธอบอบช้ำ ริวกอดปลอบและให้กำลังใจ
“ทุกชีวิตมีค่าในตัวเองเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเธอมองเห็นค่าของตัวเองแค่ไหน เข้มแข็งไว้นะจุนโกะ”
จุนโกะนั่งลง ประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของริว
“กับผู้หญิงไร้ค่าอย่างฉัน คุณก็ยังเป็นสุภาพบุรุษขอบคุณค่ะ คุณริว”
จุนโกะคลี่ยิ้มออกมา รู้สึกอบอุ่นเมื่อนึกถึงริว

ริวกับมายูมินอนคู่กันบนเบาะนอนของทั้งสอง ไม่มีบังเกอร์กั้นกลางอีกแล้ว ริวโอบแขนเข้าไปกอดเอวมายูมิไว้ แล้วก้มมองเรือนผมนุ่มสลวยของเธอ กำลังจะโน้มหน้าเข้ามาจูบ มายูมิเงยหน้าขึ้นมาเห็นพอดี รีบเอามือข้างหนึ่ง บังปากริวไว้
“คุณสัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินฉัน”
“เราเพิ่งเข้าใจกัน ขอจูบคุณให้ชื่นใจหน่อยไม่ได้เหรอ”
ริวทำเสียงอ้อน แต่มายูมิไม่ยอมใจอ่อน
“ยอมให้กอดก็มากพอแล้วค่ะ”

“ใจร้าย” ริวโอดครวญ

มายูมิแอบขำ ก่อนกลับมาทำเป็นตีหน้าจริงจังกลบเกลื่อน
 
“อย่าลืมสิคะ เรายังไม่ได้เข้าพิธีแต่งงาน”
“แต่พ่อแม่ของคุณก็รับรู้และยินยอมแล้ว”
“พ่อแม่ฉันยอมเพื่อรักษาเกียรติลูกสาว และชื่อเสียงของตระกูล แต่ลึก ๆ แล้วพวกท่านคงไม่สบายใจ”
“ผมจะไปขอขมาคุณพ่อตากับคุณแม่ยายอีกครั้ง”
“ขอบคุณที่ให้เกียรติครอบครัวฉันค่ะ แต่ฉันอยากขออะไรคุณสักอย่าง”
“ผมยินดีให้คุณทุกอย่าง ด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย”
มายูมิยิ้มเข้าทาง
“ฉันอยากให้คุณรักษาสัญญาว่าจะไม่รังแกฉัน จนกว่าจะถึงวันแต่งงานของเรา”
“โห... ขออย่างนี้ คว้านท้องผมเลยดีกว่า”
“แสดงว่าคุณไม่ให้”
ริวทำอิดออด งอแงเหมือนเด็ก แต่สุดท้ายก็จำใจพูดส่ง ๆ อย่างขอไปที
“ผมจะไม่รังแกคุณจนกว่าเราจะแต่งงานก็ได้ แต่...”
“แต่อะไร”
“ตอนนี้เราเข้าใจกัน.. สนิทสนมกันมากขึ้นแล้ว ให้ผมเรียกคุณว่าคิมิ..ที่รักของผม แล้วให้คุณ...”
ยังพูดไม่ทันจบ มายูมิแทรกขึ้น
“เรียกคุณว่าอะนะตะ..ที่รักของฉันน่ะเหรอ”
“รู้ทัน รู้ใจไปหมดขนาดนี้ ไม่รักก็บ้าแล้ว”
ริวกอด หอม ฟัดมายูมิด้วยความรักและมันเขี้ยว มายูมิดิ้นรนผลักริว
“ตาบ้า...ไหนบอกจะไม่รังแกฉันไง”
“ไม่ได้รังแก นี่เป็นการแสดงความรัก”
“คุณมันเจ้าเล่ห์ที่สุด”
“แต่คุณก็รักผมที่สุดไม่ใช่เหรอ”
มายูมิเขินอาย หลับหูหลับตาทุบริวอั่ก ๆ

อาคิโกะแอบยืนซ่อนตัวอยู่ตรงมุมมืดใต้ต้นไม้ ในสวนโอะนิซึกะ มองไปยังห้องนอนริวที่เปิดไฟสว่างอยู่ เสียงหยอกล้อของริวกับมายูมิดังออกมาเป็นระยะ
“เพื่อคิมิ.. ช้ำกว่านี้ก็ยอม โอ๊ย”
อาคิโกะเห็นไฟในห้องริวดับลง ยิ่งรู้สึกใจหายวาบ
“ริว...”
อาคิโกะกำมือแน่นจนสั่น เจ็บปวดหัวใจระคนแค้น

มายูมิลืมตาตื่นขึ้นมาตอนเช้า เห็นตัวเองนอนซุกอยู่ในอ้อมแขนของริว มายูมิมองริวที่ยังคงหลับอยู่รู้สึกอบอุ่นและสุขใจ เธอเคอะเขินเล็กน้อย พยายามจะออกจากอ้อมแขนของริวแต่ทำไม่ได้
มายูมิอมยิ้มมองใบหน้าริวที่ยังหลับ ไม่รู้เรื่อง
“แอบมองผมอย่างนี้ อยากปล้ำผมใช่มั้ย”
ริวลืมตาขึ้นมา ยิ้มทะเล้น มายูมิอึ้งไปเล็กน้อย เพิ่งรู้ว่าโดนริวหลอก
“คุณแกล้งหลับ”
“ผมตื่นตั้งแต่คุณเริ่มขยับตัวแล้ว อุตส่าห์นอนนิ่งให้คุณล่วงเกิน คุณก็ไม่ทำสักที”
“ไม่มีใครจิตอกุศลเหมือนคุณลุกไปอาบน้ำ ไปทำงานได้แล้ว”
“วันนี้ลากิจได้มั้ย อยากนอนกอดคุณทั้งวัน”
“ผู้นำเกียจคร้าน หนีงาน จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกน้องได้ยังไง” มายูมิแกะมือริวออกจากตัว “ลุกค่ะ”
“ลุกก็ได้ แต่ขอจุ๊บมอนิ่งคิมิก่อน”
ริวพูดปุ๊บ จุ๊บหน้าผากปั๊บ มายูมิได้แต่อึ้ง ๆ ไม่ทันตั้งตัว ริวลุกออกไปอย่างอารมณ์ดี มายูมิลุกขึ้นมานั่ง แอบอมยิ้มเขินคนเดียว

ริวเดินคุยมากับคาซูมะ ด้วยสีหน้าแจ่มใส อารมณ์ดี
“หน้าตาสดชื่นอย่างนี้ คงปรับความเข้าใจกับคุณมายูมิได้แล้ว”
ริวยิ้มรับ
“ผมพร้อมสำหรับงานสำคัญของเราแล้ว”
คาซูมะมองริวอย่างพอจะคาดเดาได้
“ช้ากว่านี้คงไม่ได้ เพราะตำรวจจะส่งสรุปสำนวนคดีและหลักฐาน มิอุระให้ศาลพรุ่งนี้”

ริวชะงัก หยุดเดิน กังวลแทนฮารุ

ฮิโระซ้อมเคนโด้อยู่ท่ามกลางสวนสาธารณะสงบร่มรื่น ฮิโระหมุนตัว ตวัดดาบไม้ฟาดฟันอากาศอย่างคล่องแคล่ว ว่องไว ก่อนหยุดเหนื่อยหอบ
 
เสียงปรบมือดังขึ้น ฮิโระหันไปเห็นริวกับโคจิเดินมาหา
“โอะนิซึกะโซเรียว”
ริว กับโคจิ ก้มศีรษะทักทายฮิโระ
“ฝีมือท่านฮิโระ คล่องแคล่วและแม่นยำมาก” โคจิชื่นชม
“คงไม่ได้ครึ่งของฝีมือปรมาจารย์การต่อสู้อย่างท่านโคจิ”
“ให้เกียรติผมมากไปแล้วครับ”
ฮิโระเก็บดาบไม้ มองริวกับโคจิด้วยความสงสัย
“พวกคุณรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่”
“นายตำรวจตงฉินของเมือง หาตัวไม่ยากหรอกครับ”
“ไม่มีใครในเมืองนี้รอดพ้นสายตาโอะนิซึกะ”
“ท่านฮิโระกลับเข้าไปทำงานแล้วใช่มั้ย” โคจิถาม
“ถึงจะต้องทำงานฝ่ายสวัสดิการ ไม่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน ผมก็ยังศรัทธาในความดี ผมจะทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ด้วยหัวใจ” ฮิโระบอกอย่างมุ่งมั่น
“เมืองนี้โชคดี ที่ยังเหลือตำรวจใจซื่อ มือสะอาด เห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมืองอย่างท่านฮิโระ”
ฮิโระมองริวกับโคจิ เริ่มสงสัย
“โอะนิซึกะโซเรียวมาหาผม มีเรื่องอะไรกันแน่”
ริวกับโคจิยิ้มกริ่ม คาดเดาไว้แล้วว่าฮิโระต้องถามคำถามนี้

หน้าสำนักงานตำรวจ รถของฮิโระแล่นเข้ามาจอดอย่างรวดเร็ว ฮิโระก้าวลงจากรถ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นึกถึงสิ่งที่ริวบอก
“ผมมีเรื่องสำคัญจะขอให้ท่านช่วย”
ฮิโระเดินเข้ามาในสำนักงานตำรวจ ตำรวจลูกน้องหลายคนเห็นฮิโระ ต่างทำความเคารพฮิโระตามปกติ ฮิโระรับการแสดงความเคารพจากลูกน้อง สายตาแฝงความกังวล คิดถึงสิ่งที่ตัวเองบอกริว
“สิ่งที่โซเรียวขอ มันเกินอำนาจหน้าที่ของผมและมันเสี่ยงมาก”
“ผมมั่นใจว่าท่านทำได้” ริวยืนยัน

ฮิโระแอบเข้ามาในห้องเก็บหลักฐาน ใส่ถุงมือยาง รีบค้นตามชั้นเก็บหลักฐาน และเปิดตู้เก็บหลักฐาน มองหาสิ่งที่ต้องการ แล้วเขาก็เห็น กระเป๋าถือของจุนโกะ ถูกห่อพลาสติกใส วางรวมอยู่กับหลักฐานอื่น ๆ ฮิโระมองกระเป๋าถือของจุนโกะอย่างลังเล ก่อนตัดสินใจหยิบขึ้นมา คิดถึงที่ถามริว
“คุณต้องการกระเป๋าใบนั้นไปทำไม”

วันใหม่ ฮิโระวางกระเป๋าถือของจุนโกะลงด้วยสีหน้านิ่ง ริวกับโคจิดีใจจะหยิบไปดู แต่ฮิโระยื่นมือมาขวางทั้งสองไว้
“เราจะไม่ทำให้ท่านฮิโระเดือดร้อน”
ริวพยักหน้านัดแนะโคจิ ทั้งสองใส่ถุงมือยางพร้อมกัน ก่อนเริ่มยกกระเป๋าขึ้นมา ช่วยกันตรวจรายละเอียดต่าง ๆ
“เราต้องการรู้รายละเอียดของกระเป๋าใบนี้ ตั้งแต่ยี่ห้อ รุ่น สี วัสดุที่ใช้ โรงงานที่ผลิต เพื่อเชื่อมโยงไปยังร้านที่จำหน่าย” โคจิอธิบาย
“พวกคุณจะติดตามที่ร้าน...สืบว่าใครเป็นคนซื้อกระเป๋าใบนี้ไปใช่มั้ย” ฮิโระถาม
“สมกับเป็นตำรวจสืบสวน” ริวยิ้มให้
โคจิกับริวสลับกันพลิกกระเป๋า ตรวจดูจุดนั้น มุมนี้อย่างละเอียด ฮิโระคอยเฝ้าจับตามองตลอดเวลา ระแวงว่าริวจะตุกติก
“เรียบร้อยแล้วครับ”
ริวส่งกระเป๋าคืนให้ฮิโระ ก่อนก้มศีรษะขอบคุณฮิโระ
“ท่านฮิโระกรุณาช่วยเรามาก... ขอบคุณครับ”
“ผมช่วยเพราะหวังว่าการสืบอาจจะโยงไปถึงคนบงการฆ่าท่านโอะซะมุ หวังว่าต่อไปนี้พวกคุณจะไม่ขอร้องให้ผมทำผิดต่อหน้าที่แบบนี้อีก”
ฮิโระถือกระเป๋า เดินผละไปทันที ริวกับโคจิหันมามองหน้ากัน แววตาแฝงความเจ้าเล่ห์บางอย่าง

ห้องเก็บหลักฐาน ในสำนักงานตำรวจ ฮิโระวางกระเป๋าถือของจุนโกะ เก็บไว้ในตู้เก็บหลักฐานอย่างเดิม ฮิโระถอดถุงมือยางออก ถอนใจโล่งอก แต่สีหน้ากลับยังคงไม่สบายใจที่ช่วยริว

ริวกับโคจิเดินมาคู่กันในสวนสาธารณะ พูดกันโดยไม่หันมองหน้า
“ทุกอย่างเรียบร้อย”
“นับเวลาถอยหลังได้เลย” โคจิบอกอย่างมั่นใจ

ฮิโระเดินออกมาจากห้องเก็บหลักฐาน ทางด้านริวเริ่มนับ...
“5... 4…”
ฮิโระก้าวเดินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“3… 2…”
ฮิโระเดินห่างออกมาจากห้องเก็บหลักฐานพอสมควร
“1 !!”
จู่ ๆ ก็มีเสียงระเบิด เป็นระเบิดขนาดเล็กมาก ดังขึ้นในห้องเก็บของ ตูม!
ฮิโระกระโดดหลบด้วยความตกใจ ตำรวจคนอื่น ๆ แตกตื่นหาที่หลบกันอลหม่าน
“ห้องเก็บหลักฐานระเบิด”
ฮิโระผงกหัวขึ้นมองควันโขมงออกมาจากห้องเก็บหลักฐาน
“ช่วยกันดับไฟเร็ว” ฮิโระร้องบอก

เกิดความโกลาหลของลูกน้องตำรวจที่ช่วยกันดับไฟห้องเก็บหลักฐาน


จบตอนที่ 6 
กำลังโหลดความคิดเห็น...