xs
xsm
sm
md
lg

ล่ารักสุดขอบฟ้า ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ล่ารักสุดขอบฟ้า ตอนที่ 13

มัทนากับมินตรา เข้าไปในห้องนอนอีกห้องของตำหนักเจ้าชายมาคี
 
“ขอบคุณพี่มินมากนะคะ ที่มาช่วยมัททันเวลา พี่มินรู้มั้ยนายพลวิฑูรต้องการยึดอำนาจจากองค์ราชาทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นแผนของเขาทั้งนั้น” มัทนาร้อนรน
“ค่ะ รู้แล้ว ตอนนี้คนของท่านนายพลควบคุมวังหลวงไว้หมด”
“แล้วพ่อแม่กับพี่เหมันต์ละคะเป็นยังไง”
“ท่านทั้งสองปลอดภัยดีค่ะ เจ้าชายส่งกลับเมืองไทยไปแล้ว แต่พี่ไม่ยอมกลับ พี่เป็นห่วง อยากอยู่เป็นเพื่อนคุณมัท”
“โล่งอกไปที มัทกลัวแทบแย่ว่าเขาจะทำอะไรพ่อกับแม่...”
“แต่คุณคามินซิคะ โชคร้าย...”
“ทำไมคะ เขาทำอะไรคามิน”
“มีประกาศออกไปทั่วประเทศว่า คุณคามินลอบปลงพระชนม์องค์ราชา และจะได้รับพิพากษาโทษในวันสองวันนี้”
“คามินไม่ได้ทำ พวกนายพลวิฑูรต้องการกำจัดเขา มัทเป็นพยานได้”
“แต่คุณมัทเองก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้รักของคุณคามิน คงไม่มีใครเชื่อคำพูดคุณมัทแน่ ยิ่งตอนนี้เจ้าชายกริ้วมาก คุณมัทก็เห็น”
“ท่านโภคินละคะ ท่านโภคินไปไหน ทำไมไม่ช่วยคุณคามิน”
มินตราทำหน้าหนักใจ

ในคุกมืด...โภคินสภาพยับเยิน ใส่โซ่ตรวน มองบุหลันที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ ตวาดแข็งกร้าว“เธอพูดอะไรออกมาบุหลัน”
“ฉันรู้ค่ะว่าฉันไม่สมควรพูด แต่ฉันทนเห็นคุณแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว บอกความจริงทุกอย่างกับท่านวิฑูรเถอะค่ะ” บุหลันสะอื้น
“จำไว้ว่าพวกมันจะไม่มีวันได้อะไรจากฉัน” โภคินตะคอก
“แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงคุณจะต้องตายนะคะ”
“เพื่อแผ่นดิน เพื่อราชบัลลังก์ ความตายมันเรื่องเล็ก”
“พอทีเถอะตอนนี้ความจงรักภักดีของคุณมันช่วยอะไรคุณไม่ได้ องค์ราชาก็ทรงช่วยอะไรคุณไม่ได้อีกแล้ว ถ้าคุณยอมพูดความจริง ยอมอยู่ข้างท่านวิฑูรคุณ...” บุหลันสุดทน
โภคินตบฉาดเข้าที่หน้า บุหลันตะลึง
“ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากเธอ” โภคินตะโกนไล่ “ไป ออกไปแล้วก็ไม่ต้องมาอีก ไป”
บุหลันวิ่งร้องไห้ออกไป หน้าประตูห้องคุมขัง ลูกน้องวิฑูรแอบดูอยู่มองเข้าไปในห้องขังเห็นโภคินทุบผนังห้องอย่างเจ็บใจ

พระนางสาวิตรีอยู่ในตำหนักพอใจมาก
“แสดงว่านังบุหลันรักตัวกลัวตาย ยอมเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายเรา”
“ความใจอ่อนของสตรีมักจะนำมาซึ่งความวิบัติเสมอ” นายพลวิฑูรแสยะยิ้ม
“แต่ไม่ใช่เรา”
“ทรงพระปรีชา เพราะความเข้มแข็งของพระองค์ จึงกำจัดศัตรูได้สำเร็จอย่างง่ายดาย”
“อย่าเพิ่งประมาทนะ ในวังมีพวกที่สนับสนุนคามินไม่น้อย ถ้าไม่มีหลักฐานแน่นหนา คงเอาผิดมันไม่ได้ง่ายๆแล้วยังเรื่องหฤทัยอีก ยังไงคามินก็ได้ชื่อว่าเป็นสามี เป็นพ่อของลูกในท้อง”
“โปรดวางพระทัย ทั้งสองเรื่อง เกล้ากระหม่อมมีแผนจัดการไว้หมดแล้ว ครั้งนี้เกล้ากระหม่อมจะขุดรากถอนโคน ไม่เหลือปัญหาไว้ให้รำคาญพระทัยอีกเลย”

ในบ้านคามิน...หฤทัยจัดของกินลงตะกร้า สินธรเข้ามามอง
“คุณจะไปไหนครับคุณหฤทัย”
“ฉันจะเอาอาหารไปเยี่ยมพี่คามิน”
“ให้ผมเอาไปให้เองดีกว่า ท่านคามินคงไม่ต้องการให้ คุณหฤทัยไปที่คุมขังอีก”
“แต่ฉันอยากไปด้วยตัวเอง”
หฤทัยจะไป สุเทษนำกำลังทหารสามสี่คน บุกเข้ามา
“คงยังไปไหนไม่ได้หรอกครับ คุณหฤทัย”
“จะมากเกินไปแล้วสุเทษ ที่นี่เป็นบ้านพักส่วนตัวท่านคามิน นายไม่มีสิทธิ์บุกรุกเข้ามา” สินธรตวาด
“แต่ท่านวิฑูรสั่งให้มาค้นที่พักนักโทษ” สุเทษสั่งลูกน้อง “ค้นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม”
“ค้นอะไร” หฤทัยตกใจ
“ค้นหลักฐานในการลอบปลงพระชนม์องค์ราชาไง” เทวีเข้ามา เยาะๆ
“คุณแม่...” หฤทัยตะลึง
เทวีกระชากตัวหฤทัย
“มานี่เลยนังตัวดี กลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้”
“ไม่ค่ะฤทัยจะอยู่ที่นี่”
“แกต้องกลับ ไป”
เทวีลาก หฤทัยขืนตัวไม่ยอม
“สินธรช่วยด้วย”
สินธรขยับจะเข้าช่วย สุเทษขวาง สู้กัน เทวีลากฤทัยออกไป ลูกน้องสุเทษเข้าล้อมกรอบสินธร เอาทั้งปืนทั้งหอกคู่ จี้ตัว สินธรชะงัก สุเทษหัวเราะเหนือกว่า
“อยู่เฉยๆจะดีกว่าสินธร ถ้าไม่อยากชะตาขาดเหมือนนายแก”

สุเทษพยักหน้าให้ลูกน้องออกไป สินธรมองตามอย่างเจ็บใจ ปนสงสัยที่สุเทษพูดทิ้งท้ายไว้

คามินยืนนิ่งอยู่กลางห้อง มือและเท้าโดนตีตรวน สุเทษคุมตัวอยู่ มีทหารยืนระวังอยู่ตามจุดต่างๆ พระนางสาวิตรีนั่งเป็นสง่า
 
นายพลวิฑูร เหล่ากรมวัง รมต.นั่งอยู่สองข้าง ทุกคนต่างซุบซิบมีทั้งที่เชื่อและไม่เชื่อ นายพลวิฑูรก้าวออกมายืนหน้าคามิน พูดเสียงดังฟังชัด
“หัวหน้าราชองครักษ์คามิน ท่านลักลอบเข้าไปในห้องบรรทมขององค์ราชายามวิกาลพร้อมอาวุธเห็นได้ชัดว่ามีเจตนาต้องการจะทำร้ายองค์ราชา...มีโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต ท่านจะยอมรับโทษรึไม่”
ทุกคนฟังแล้วเครียด
“องค์ราชาทรงถูกทำร้ายจริง...แต่คนที่ทำไม่ใช่ผม” คามินโต้
“แล้วคนคนนั้นมันเป็นใคร” พระนางสาวิตรีตวาด
คามินมองหน้าพระนางสาวิตรี
“หรือเจ้าคิดว่าเป็นเรา...”
“ผมขอให้พาคณะแพทย์ตรวจพระวรกายองค์ราชาโดยละเอียด ว่าทรงถูกวางยาหรือไม่”
คามินพูดไม่ออกเจ้าชายมาคีตวาด
“บังอาจ นี่นายกล่าวหาว่าเสด็จแม่วางยาเสด็จพ่ออย่างงั้นเหรอ”
นายพลวิฑูรแทรกขึ้น
“ขอประทานอภัยพะยะค่ะ เกล้ากระหม่อมกำลังจะทูลเรื่องนี้”
นายพลวิฑูรหันไปพยักหน้า ทหารถือถาดใส่ซองยาพิษมายื่นให้ นายพลวิฑูรหยิบซองขึ้นมา
“นี่คือสมุนไพรพิษชนิดเดียวกันกับที่พบในชาที่องค์ราชาทรงดื่ม จนทรงพระประชวรหนัก”
“หมายความว่า ทรงถูกวางยาจริงๆ” กรมวังตะลึง
“แล้วมันเป็นฝีมือใคร” เจ้าชายมาคีอึ้ง
นายพลวิฑูรมองคามิน
“เราพบมันในบ้านท่านคามิน”
ทุกคนอึ้ง คามินเครียด

มัทนาเครียดกับสิ่งที่ได้รับรู้
“แม้แต่ท่านโภคินก็ถูกจับ ถ้าอย่างงั้น นายพลวิฑูรก็คงวางแผนไว้หมดแล้ว คามินไม่รอดแน่...มัทต้องช่วยเขา”
“ยิ่งคุณมัททำแบบนั้น คุณคามินก็ยิ่งลำบาก”
“แต่มัทจะปล่อยให้เขาถูกลงโทษโดยไม่ได้ทำความผิดไม่ได้ ที่สำคัญถ้าไม่มีคามิน แผ่นดินรายาต้องตกอยู่ในอำนาจของคนชั่ว...”
มัทนาเดินไปเปิดประตูจะออกไป ชวาลยืนอยู่
“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวเหมือนคราวที่แล้วก็ถอยไป”
“โอ๊ะๆ ใจเย็นครับ อย่าเพิ่งใช้ความรุนแรง เจรจากันได้ ผมแค่อยากจะมาส่งข่าว”
“ข่าวอะไร”
“ตอนนี้มีการตัดสินโทษท่านคามินแล้วครับ”

โภคินที่อยู่ในห้องขังยังมีบาดแผลฟกช้ำ นิ่งเครียดกับสิ่งที่สินธรบอก
“ประหารงั้นเหรอ”
สินธรอยู่หน้ากรงห้องขังขบกรามอย่างแค้น
“ครับ...พวกมันอ้างว่าค้นเจอสมุนไพรพิษที่ทำให้องค์ราชาทรงพระประชวรในบ้านท่านคามิน และอีกอย่าง...”
“มีอะไรอีก” โภคินถามทันที
“ท่านโภคินก็ต้องถูกลงโทษฐานร่วมกันวางยาเพื่อปลงพระชนม์องค์ราชา พิพากษาให้ประหารชีวิตเหมือนกัน”
โภคินบีบลูกกรงแน่น แค้นสุดๆ
“ฉันไม่เคยเสียดายชีวิต ให้ตายตรงนี้เดี๋ยวนี้ก็ได้ แต่สำหรับราชองครักษ์คามินจะปล่อยให้เป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด สินธร”
“ครับ”
โภคินยื่นมือลอดมาลูกกรงมาจับบ่าบีบแน่น
“ฉันมีเรื่องขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย”

ตำหนักเจ้าชายมาคี...มินตราจับมัทนาไว้ไม่ให้ไป
“ปล่อยมัทค่ะ พี่มิน”
“ไม่ค่ะ พี่ปล่อยให้คุณมัทไปไม่ได้”
“มัทก็ปล่อยให้คามินตายไม่ได้เหมือนกัน มัทจะไปแฉให้ทุกคนรู้ว่า คามินกับมัทเคยถูกพวกท่านวิฑูรไล่ล่า เกือบเอาชีวิตไม่รอด ปล่อย”
มัทนาสะบัด มินตราร้องให้ชวาลช่วย
“ชวาล ช่วยที”
ชวาลจะเข้ามา มัทกำหมัด ชวาลถอย มัทพยายามแกะมือจากมินตราในที่สุดผลักกระเด็น
มินตราแกล้งล้มคว้าของตกกระจาย ร้องเสียงดัง มัทนาหน้าเสีย
“พี่มิน มัทขอโทษ”
มินตราร้องโอดโอยจับข้อศอก
“ผมไปเอายาให้ครับ”
ชวาลวิ่งไป มัทนาเข้ามาประคอง
“เจ็บมากมั้ยคะ”
“เจ็บยิ่งกว่านี้พี่ก็ทนได้ แต่พี่ยอมให้คุณมัทไปประจานตัวเองแบบนั้นไม่ได้”
“พี่มิน”
“คุณมัทคิดบ้างรึเปล่า ว่าถ้าคุณมัทบอกทุกคนว่าคุณมัทหนีไปอยู่ที่หมู่บ้านกับคุณคามินมันก็เท่ากับคุณมัทยอมรับว่าแอบคบหากับคุณคามินนอกจากคุณมัทจะเสื่อมเสียแล้ว คุณคามินก็จะมีโทษหนักกว่าเดิมนะคะ”
“แต่มันไม่มีวิธีอื่นที่จะช่วยคามินแล้ว”
“ใครว่าไม่มีละคะ”

มัทนามองหน้ามินตรา

ในที่คุมขังคามินยามค่ำคืน...คามินนั่งนิ่งอยู่ในคุกมุมหนึ่ง เขานึกถึงตอนที่เจ้าชายมาคีเฆี่ยนเขาและตัดพ้อ คามินปวดร้าว ละอายใจ

หน้าที่คุมขังคามิน ทหารยืนยามอยู่ตามจุดต่างๆเป็นระยะ มือสินธรเข้ามาสับที่ต้นคอด้านหลัง
ทหารล้มลง สินธรใส่ชุดดำปิดหน้าย่องเข้าหาทหารที่เหลือ จัดการทีละคน จนถึงคนสุดท้าย สินธรกระชากกุญแจจากตัวทหาร รีบเข้าไปด้านใน

คามินนั่งพิงฝาชันเข่า หลับตา เสียงสินธรดังเบาๆ
“ท่านคามิน”
คามินลืมตารีบลุกขึ้น สินธรไขกุญแจคุก เข้ามาบอกรีบร้อน
“รีบหนีเร็วเถอะท่านคามิน”
“สินธร นายกำลังทำอะไรรู้ตัวมั้ย” คามินมองไม่พอใจ
“รู้สิครับ ผมรู้ว่าผมกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ไปครับเราจะหนีไปที่ภูสายธาร”
“ฉันไม่หนี...ฉันจะอยู่ต่อสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของตัวเอง ถ้าฉันหนีก็เท่ากับยอมรับว่าผิดจริง”
“ยังไงท่านก็ผิดเพราะองค์ราชินีต้องการให้เป็นแบบนั้น”
“นายกำลังหลบหลู่เบื้องสูงนะสินธร”
“ผมพูดความจริง ท่านโภคินสั่งให้ผมมาช่วยท่าน”
“ไม่...ฉันไม่ไป”
สินธรอึ้ง คามินย้ำ
“กลับไปแล้วอย่าคิดทำแบบนี้อีก หน้าที่ของนายตอนนี้คือดูแลเจ้าชายแทนฉัน”
“ท่านไม่รู้จริงๆเหรอว่าเจ้าชายเองก็ร่วมมือองค์ราชินี เจ้าชายอยากให้ท่านตาย”
คามินนิ่ง พูดเรียบๆ
“ถ้าเป็นพระประสงค์ ฉันก็ยินดีถวายชีวิต”
“ท่าน” สินธรอึ้ง
“ถ้ายังคิดว่าเป็นลูกน้องฉันอยู่ก็ขอให้ทำตามคำสั่ง กลับไปและดูแลอารักขาเจ้าชายมาคีให้ดีที่สุด”
คามินเดินไปนั่งที่เดิม หันหลังให้ สินธรโมโหจะเข้าไปหา แต่เสียงเอะอะของทหารยามด้านนอก สินธรรีบถอยออกไป คามินหันกลับมามองสินธร ถอนใจเศร้าๆ
“โทษเจ้าชายไม่ได้หรอกสินธร สิ่งที่ฉันทำสมควรแล้วที่เจ้าชายจะทรงทำกับฉันแบบนี้”

เจ้าชายมาคีเมาเหล้าอยู่ หัวเราะสะใจ
“ความจริงยังไงมันก็ต้องเป็นความจริงวันยังค่ำไอ้คามินแกมันเลว แกมันคนทรยศ ในที่สุดแกก็โดนประหาร ฮ่ะๆ”
เจ้าชายมาคียกเหล้าขึ้นดื่มเหล้าหมดก็โวยวาย
“ชวาล...ชวาล...ไอ้ชวาล”
ชวาลวิ่งหน้าเริ่ดเข้ามา เห็นสภาพเจ้าชายมาคีก็เซ็ง รีบเข้ามาหยิบขวดเหล้าเปล่า แก้วจะไปเก็บ
“ฝ่าบาทนะฝ่าบาท เสียพระทัยแล้วจะทรงทำเพื่ออะไรพะยะค่ะ”
“ใครเสียใจ เราสะใจต่างหาก สะใจมากไอ้คามินมันจะตายแล้ว จะไม่มีใครอยู่ขวางเป็นมารหัวใจเราอีกต่อไปชวาล...คอยดูนะคุณมัทจะต้องรักเรา”
“ไม่จริงหรอกพะยะค่ะ” ชวาลเสียงแข็ง
“อะไรนะ” เจ้าชายมาคีชะงัก
“หากฝ่าบาทยังทรงทำองค์แบบนี้ ถึงไม่มีท่านคามิน คุณมัทนาก็ไม่มีวันรักฝ่าบาทหรอก”
เจ้าชายมาคียิ่งฉุนโวยวาย
“ก็เพราะไอ้คามินไง ไอ้คามินมันทรยศ มันต้องสร้างเรื่องใส่ร้ายให้คุณมัทเกลียดฉัน”
“ทรงคิดให้ดี คนอย่างท่านคามินไม่มีทางที่จะทรยศฝ่าบาท ฝ่าบาทกำลังพระกรรณหนวกพระเนตรบอดมองคนดีเป็นคนเลว”
เจ้าชายมาคีโกรธตบชวาลหน้าหัน
“ไอ้ชวาลนี่เจ้าเข้าข้างไอ้คามินถึงขนาดกล้าว่าเราหูหนวกตาบอดเลยเหรอ”
ชวาลอึ้งไป แต่จะพูดต่อเพราะคับแค้นใจมาก
“กระหม่อม...”
เจ้าชายมาคีตวาด
“หุบปาก...ถ้าเจ้าพูดอีกคำเดียวเราจะสั่งให้ทหารเอาตัวเจ้าไปโยนในคุกให้อยู่กับไอ้คามินแน่”
ชวาลอึ้ง เจ้าชายมาคีไล่
“ไป...ออกไปให้พ้น”
ชวาลเซ็งหันกลับชะงัก มัทนายืนอยู่ ชวาลเดินกลับมา
“บอกให้ออกไป หรือเจ้าอยากจะท้าทายเรา หา”
เจ้าชายมาคีลุกขึ้นจะปาแก้ว เห็นมัทนาก็อึ้งไป...
“คุณมัท”
มัทนาบอกกับชวาล

“ฉันมีเรื่องจะกราบทูลเจ้าชาย ตามลำพัง”

วันใหม่...ลานประหาร ยกพื้นสูงกลางลาน ให้นักโทษขึ้นไปยืนโดยตรึงมือตรึงเท้า
 
เพชฌฆาตถือคันธนูเตรียมพร้อมรออยู่ นายพลวิฑูรกับสุเทษยืนรอ ลูกน้องนำตัวคามินกับโภคินเข้ามาจากคนละทาง สองคนมาเจอกัน
“ท่านโภคิน”
โภคินตกใจ
“คามิน...ทำไมท่านถึงไม่หนีไป สินธรไม่ได้...”
“ผมไม่สามารถจะเอาตัวรอดไปคนเดียวได้” คามินตัดบท
“แต่ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด...ที่สำคัญ ท่านต้องมีชีวิตอยู่เพื่อช่วยองค์ราชา”
“ผมคงหมดวาสนาแค่นี้ หน้าที่องค์รักษ์ของผมจบลงแล้ว”
“ท่านคามินฟังผมให้ดีนะ ท่านไม่ได้เป็นแค่องค์รักษ์ แต่ท่านเป็น...”
โภคินยังพูดไม่ทันจบ สุเทษเข้ามากระชากโภคิน
“สั่งเสียกันพอแล้ว ไป...”
สุเทษลากไป โภคินตะโกน
“ท่านต้องอยู่ท่านคามิน ท่านต้องอยู่เพื่อรายา เพื่อราชบัลลังค์”
คามินดิ้น จะช่วยโภคิน
“ท่านวิฑูร ผมขอร้อง ผมยินดีรับผิดแทนท่านโภคินทุกอย่าง...ไว้ชีวิตท่านโภคินด้วย”
โภคินถูกนำตัวไปตรึงไว้ เพชฌฆาตเตรียมพร้อม นายพลวิฑูรหัวเราะ
“ช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจจริงๆ”
“ท่านวิฑูรได้โปรด อย่า...”
นายพลวิฑูรยกสัญญาณมือ เพชฌฆาตปล่อยลูกธนูทันที ลูกธนูปักกลางอกซ้าย
โภคินคอพับ คามินตะลึงตะโกนสุดเสียง
“ไม่...”

ห้องเตรียมอาหารบ้านนายพลวิฑูร แก้วยาตกแตกกระจาย บุหลันยืนตะลึง ค่อยๆก้มเก็บ
เศษแก้วบาดมือเลือดซึม บุหลันกล้ำกลืนน้ำตา เทวีเข้ามาเห็น โวยวาย
“ทำอะไรของเธอเนี่ย...”
“ขอโทษค่ะ”
“บ้าจริงรู้มั้ยว่ายานี่มันหายากแค่ไหน” เทวีโมโหมาก
“เอ้อ ยาอะไรหรือคะ” บุหลันแปลกใจ
“ไม่ต้องยุ่ง” เทวีหยิบมาให้ใหม่ “มีหน้าที่ชงก็รีบๆชงแล้วเอาออกมาเร็วๆเข้า”
“ค่ะ”
เทวีออกไป บุหลันมองแก้วที่แตก ก้มลงเก็บมือสั่น น้ำตาร่วง ทำท่าจะเอาเศษแก้วปาดข้อมือ แต่ก็ชะงัก
“ฉันต้องมีชีวิตอยู่ ฉันยังตายไม่ได้ ฮือๆ”
บุหลันร้องไห้สะอึกสะอื้น

ลานประหาร ลูกน้องนายพลวิฑูรเอาศพโภคินออกจากลานประหาร คามินมองอย่างเจ็บปวด โกรธมาก
“ทำไม...ทำไมต้องทำกันขนาดนี้”
นายพลวิฑูรหันมาพยักหน้า สุเทษเข้ามากระชากคามิน
“ถึงตาแกแล้วไอ้คามิน”
สุเทษลากคามินไปมัดมือมัดเท้า บนลานประหาร นายพลวิฑูรเข้ามามองคามิน
“ความจริงฉันก็เสียดายฝีมือคนเก่งอย่างแก แต่คงต้องโทษโชคชะตาที่ดันส่งแกมาเกิดเป็น...เสี้ยนหนามตำพระทัยขององค์ราชินี”
นายพลวิฑูรหยุด คามินจ้องสุดแค้น
“คนทรยศกบฏต่อแผ่นดิน ต่อผู้มีพระคุณ จะต้องพบจุดจบที่น่าอนาถ”
นายพลวิฑูรหัวเราะขำ
“น่าเสียดายนะที่แกไม่มีโอกาสได้เห็น”
นายพลวิฑูรหันไปมอง เพชฌฆาตขึ้นธนู...นายพลวิฑูร สุเทษมองคามิน เขามองตอบไม่กลัวเลย เพชฌฆาตเตรียมยิง มุมหนึ่งสินธรซุ่มเล็งปืนไปที่เพชฌฆาตเตรียมพร้อม ทันใดนั้นเสียงทหารดังขึ้น
“เจ้าชายมาคีเสด็จ...”
สินธรชะงัก หลบวูบลงแอบดู เจ้าชายมาคีเข้ามา พร้อม องครักษ์กับชาลี นายพลวิฑูรทำความเคารพ ทุกคนทำตาม
“เสด็จมาทอดพระเนตรการประหารด้วยองค์เองเลยหรือพะยะค่ะ”
เจ้าชายมาคีมองคามินอย่างแค้น
“เลื่อนการประหารออกไปก่อน”
นายพลวิฑูรไม่พอใจ
“ทำไมพะยะค่ะถ้าไม่รีบประหารไอ้คามิน ทิ้งไว้มันจะกลายเป็นหอกข้างแคร่”
“ให้ผ่านคืนนี้ไปก่อน เราไม่อยากให้มีเรื่องอัปมงคลในวันนี้ เพราะมันเป็นคืนส่งตัวของเรา”
เจ้าชายมาคีจงใจพูดดังให้คามินได้ยิน คามินอึ้ง นายพลวิฑูรพยายามแย้ง
“แต่...”
เจ้าชายมาคีตวาด
“นี่เป็นคำสั่ง ท่านมีหน้าที่ทำตามเท่านั้น”
เจ้าชายมาคีเดินไป นายพลวิฑูรรับคำอย่างไม่พอใจ
“พะยะค่ะ”
นายพลวิฑูรหันไปมองคามินอย่างเจ็บใจ

คามินถูกพาตัวกลับมาที่คุก เขาชะงักที่มัทนายืนรออยู่ เธอเห็นสภาพยับเยินของเขาก็น้ำตาร่วงด้วยความสงสาร
“คุณเป็นยังไงบ้าง เจ็บอะไรตรงไหนหรือเปล่า”
“เพราะคุณใช่มั้ย การประหารถึงถูกเลื่อนออกไป”
“ฉันจะช่วยคุณออกไปจากที่นี่ให้ได้”
“ช่วยยังไง...บอกมาว่าคุณทำยังไงเจ้าชายถึงไม่ให้ประหารผม”

คามินเขย่ามัทนา

ล่ารักสุดขอบฟ้า ตอนที่ 13 (ต่อ)

ในตำหนักมาคีก่อนหน้านี้...เจ้าชายมาคีที่เมาอยู่เกือบสร่าง
 
“ว่ายังไงนะ...พูดใหม่อีกทีซิ”
“หม่อมฉันยอมเป็นชายาของเจ้าชาย...”
เจ้าชายมาคีดึงมัทนาไปกอด
“มัทนา ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย”
“แต่หม่อมฉันมีเงื่อนไข...ฝ่าบาทต้องทรงเว้นโทษประหารคามิน”
เจ้าชายมาคีอึ้ง ชะงัก ค่อยๆผละออกแค้นๆ
“อ้อ เข้าใจแล้ว ผมเข้าใจแล้ว”

ปัจจุบัน...มัทนายิ้มทั้งน้ำตา
“ก็แค่ทูลขอเจ้าชาย คุณก็รู้ว่าทรงรักหลงฉันขนาดไหน”
คามินเดินหนี เฉยเมยไปหันหลังมุมหนึ่ง มัทนาเข้าไป แตะหลังเขา
“คามิน”
คามินหันขวับมาจ้องหน้า
“เลิกยุ่งกับผมซะที ไม่ต้องมาร้องขอชีวิตให้ผม ไม่ต้องทำเพื่อผม ผมไม่ต้องการ”
มัทนาสะเทือนใจ
“ผมไม่กลัวความตาย แต่กลัวที่จะต้องอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี คุณได้ยินมั้ย”
มัทนานิ่งมาก
“ฉันรู้ว่าคนอย่างคุณไม่กลัวตาย แต่ถ้าคุณตายโดยที่ยังไม่ได้พิสูจน์ความจริงให้ทุกคนรู้ ฉันก็ไม่เห็นว่าคุณจะรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้ได้ยังไง”
คามินอึ้ง มัทนาเดินเข้ามาใกล้
“คุณเคยบอกฉันว่าคุณจะปกป้องแผ่นดินรายา ราชบัลลังค์ด้วยชีวิตไม่ใช่เหรอ ไหนจะภรรยากับลูกคุณอีก คุณจะปล่อยให้พวกเขาเผชิญชะตากรรมไปเพียงลำพังเหรอ ถ้าอย่างงั้นคุณก็คือคนที่ตระบัดสัตย์ คนขี้ขลาดดีๆนี่เอง...”
มัทนาเดินออกไป คามินฉุดเอาไว้
“คุณมัท”
มัทนาโผเข้าจูบคามินอย่างรวดเร็ว นิ่งนาน ก่อนจะผละออก
“ฉันขอโทษสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา รักษาชีวิตไว้ให้ได้นะคะคามิน ฉันคงทำให้คุณได้แค่นี้”
มัทนาวิ่งร้องไห้ออกไป...เจ้าชายมาคีแอบยืนมองอยู่ ยิ่งแค้นหนัก

ในบ้านนายพลวิฑูร...หฤทัยกลับมานั่งหมดแรงเพราะอาเจียน เทวียื่นยาให้
“เอ้ากินซะ”
หฤทัยสั่นหน้า
“ยาเนี่ยเหม็นมากฤทัยกินไม่ลงจริงๆ”
“เอ๊ะก็ฉันบอกให้กินแกก็กินสิ เอ้าอ้าปาก”
เทวีมานั่งข้างๆจะป้อนถึงปาก หฤทัยชักสงสัย
“คุณแม่...นี่มันยาอะไรกันแน่ค่ะ”
“แกไม่ต้องถาม กินแล้วแกจะสบาย กินซะเร็ว”
หฤทัยมองยา ตกใจ
“ไม่ใช่ยาบำรุงใช่มั้ยคะ”
เทวีบีบ ปากหฤทัย จะกรอกยาทันที
“กินเดี๋ยวนี้”
หฤทัยส่ายหน้าหนี เทวีพยายามกรอกยา หฤทัยดิ้นหลุด ลุกขึ้นตกใจ
“ไม่ค่ะ อย่าทำกับลูกของฤทัยแบบนี้”
เทวีถือยาก้าวเข้ามา หฤทัยค่อยๆถอย
“ลูกที่กำลังจะไม่มีพ่อขืนแกเก็บเอาไว้แกจะต้องอับอายคนอื่นเปล่าๆ”
“ทำไมจะไม่มีค่ะ”
“ก็ไอ้คามินมันกำลังจะโดนประหารอยู่แล้ว เผลอๆตอนนี้มันคงตายไปแล้วล่ะ”
หฤทัยตกใจ ถอยติดผนังพอดี เทวีเข้าประชิดตัว จับหน้าหฤทัยบีบแรงจนต้องอ้าปาก หฤทัยพยายามร้อง
“ไม่...ไม่ค่ะ...อย่า...”
เทวีพยายามกรอกยา หฤทัยเบือนหน้า ยาไหลเลอะเทอะไม่ค่อยเข้าปาก หฤทัยสู้แรงไม่ไหว เทวีจับหน้าหฤทัยไว้นิ่งๆจนได้ ยาค่อยๆไหลลงปาก หฤทัยหวาดกลัว พยายามพูด
“ไม่...อย่า...”
“กำจัดไอ้ลูกกบฏซะ เชื่อแม่”
“ไม่...ไม่ใช่...ลูกพี่คามิน”
เทวีชะงัก
“อะไรนะแกบอกว่าไม่ใช่ลูกคามินเหรอ”
หฤทัยส่ายหน้า เทวีตะคอก
“งั้นลูกใคร บอกมา บอกสิ”
หฤทัยสะอื้น เทวีจะกรอกยาอีก
“ถ้าแกไม่บอกฉันจะกรอกยานี่ให้หมดถ้วยเลย บอกมา ลูกใคร”
เทวีเทยา หฤทัยร้องไห้ จำใจบอก
“เจ้า...ชาย”
“หา...”

เทวีตะลึง ปล่อย หฤทัยทรุดลงร้องไห้สะอื้น เทวีมองอย่างตื่นเต้นสุดๆ บุหลันแอบฟังอยู่ตกใจ

พระนางสาวิตรีตบโต๊ะ ด้วยความโมโห
 
“บ้าที่สุด เรากำลังจะกำจัดศัตรูได้แล้ว มาคีทำแบบนี้ได้ยังไง”
“เป็นเพราะมัทนา พะยะค่ะ ผู้หญิงคนนี้เป็นตัวเภทภัยที่เราไม่ควรเก็บไว้” นายพลวิฑูรน้ำเสียงโกรธจัด
“แต่ถ้าเราทำอะไรมัทนา มาคีคงไม่ยอมแน่”
“เจ้าชายทรงรักง่ายหน่ายเร็ว ไม่นานก็คงทรงลืม”
“น้องแค่กลัวว่าลูกจะโกรธจะเกลียดน้อง...”
นายพลวิฑูรเซ็ง
“หรือจะทรงยอมให้มัทนาได้เป็นชายาของเจ้าชายละพะยะค่ะ หากมัทนาตั้งครรภ์ เราก็จะยิ่งกำจัดได้ยาก”
“ฝ่าพระบาทเพคะ...” เทวีพรวดพราดเข้ามา
“นี่เธอมาทำไม...” นายพลวิฑูรเซ็งเมีย
“น้องมีข่าวดีมากราบทูลองค์ราชินี เป็นข่าวดีที่สุดต้องกราบทูลเดี๋ยวนี้”

ในห้องบรรทมยามค่ำคืน...เจ้าชายมาคีเข้ามาระบายอารมณ์ กวาดข้าวของ กระจุยกระจาย ภาพคามินจูบกับมัทนาแว่บเข้ามา
“ชวาล ๆ”
ชวาลนอนสลบอยู่ มุมหนึ่งสินธรลากไปซ่อนไว้ เจ้าชายมาคีเอะใจ หันไปเห็นหน้าต่างแง้มเปิดอยู่ เดินเข้าไปดู ดาบเข้ามาจี้ที่คอ เจ้าชายมาคีตกใจ เอี้ยวมามองตะคอก
“แกเป็นใคร”
สินธรคลุมผ้า ดึงผ้าคลุมหน้าออก เจ้าชายมาคีตะลึง
“สินธร...แกเป็นบ้าอะไร”
“กระหม่อมมีสติครบถ้วนไม่เหมือนเจ้าชาย กล้าประหารแม้แต่คนที่จงรักภักดีกับเจ้าชายมากที่สุด”
“บังอาจมาก เพื่อไอ้คามินเจ้าถึงกับกล้าทำร้ายเราใช่มั้ย”
“หม่อมฉันทำเพื่อชาวรายา เพราะคนอย่างเจ้าชายไม่คู่ควรเป็นกษัตริย์แห่งแผ่นดินนี้”
สินธรยกดาบ เจ้าชายมาคีมองข้างหลังสินธรตะโกน
“สุเทษ...”
สินธรตกใจหันขวับ เจ้าชายมาคีกระโดดไปหยิบดาบทันที สินธรรู้ตัวว่าหลงกลหันมา
“ยังไงแกก็ไม่รอด”
สินธรพุ่งเข้าใส่ สองคนสู้กันด้วยดาบ เจ้าชายมาคีทำท่าจะเพลี้ยงพล้ำ หลบปัดแจกันแตกกระจายขวางไว้ สินธรตาม เจ้าชายมาคีปัดข้าวของให้แตกเสียงดัง ได้ผล องครักษ์กรูเข้ามา
“มีคนบุกรุก”
สินธรรับมือทั้งองครักษ์ทั้งเจ้าชายมาคี สินธรสู้ไม่ไหว ถูกต้อนไปจนมุมที่ระเบียง เขาตัดสินใจกระโดดลงไป เจ้าชายมาคีแค้นตะโกน
“จับมันให้ได้”
องครักษ์กรูกันออกจากห้องเจ้าชายมาคีรีบตามจับสินธรอย่างแค้นสุดขีด

ทหารชักปืน ไล่ล่า ยิงใส่ สินธรหนีสุดชีวิต ชักปืนยิงต่อสู้...สินธรวิ่งหนีลัดเลาะมาถึงกำแพงวัง หลบเข้ามุมมืด องครักษ์กระจายกำลังหา เจ้าชายมาคีถือปืนนำทหารตามมาติดๆ
“หามันให้เจอ มันต้องหลบอยู่แถวนี้”
“พะยะค่ะ”
ทหารออกไปวิ่งไปสองทาง เจ้าชายมาคีตามไปอีกทาง สินธรรีบออกมาปีนกำแพงอย่างรวดเร็วกำลังจะข้ามไป แต่เสียงปืนดังปัง สินธรร่วงไปนอกกำแพง เจ้าชายมาคีเป็นคนยิง
“ออกไปจับมันให้ได้”
ทหารกรูกันวิ่งออกไป เจ้าชายมาคียืนมองหมายมาด

องครักษ์กับทหารวิ่งกันออกมานอกกำแพง ชาวบ้าน เข็นน้ำ เข็นผัก หาบข้าวของจะกลับบ้าน
ต่างพากันแตกตื่น ทหารตะโกน
“ถอยๆถอยไปให้หมด หลีกไปเร็วๆเข้า”
ชาวบ้านชายสองคนโพกหัว รีบเข็นรถผักลนลานผ่านทหารไป ทหารไล่คน จนวิ่งกันชุลมุน ทหารมาถึงริมกำแพงมองหา กันทั่วแต่ไม่มี
เมฆากับฐากูรแต่งตัวเป็นชาวบ้านโพกผ้าปิดหน้าครึ่งหนึ่งเข็นรถใส่ผักมาจอดสองคนเข้าไปโกยผักทิ้งลงพื้น สักพักเห็นสินธรนอนอยู่ใต้กองผัก เลือดเปรอะที่หัวไหล่ สินธรอ่อนระโหยมองพึมพำ
“ขอบใจมากที่ช่วยเรา”
เมฆากับฐากูรเอาผ้าโพกหัวออก สินธรดีใจ
“อาจารย์...ฐากูร”
“ช่วยห้ามเลือดให้เขาก่อนเร็ว” เมฆาสั่งฐากูร
ฐากูรช่วยประคองสินธรขึ้นนั่ง เมฆาจะห้ามเลือด
“ไม่ต้องห่วงผม รีบไปช่วยท่านคามินก่อนเถอะ”
“ไม่ต้องห่วงคามิน ถ้าเขาคิดจะหนีคุกแค่นั้นก็รั้งเขาไว้ไม่ได้หรอก”
เมฆาลงมือห้ามเลือดให้สินธร
“แต่ท่านคามินไม่ยอมหนี...อาจารย์ต้องไป ช่วย” สินธรสลบไป

“สินธรๆ” เมฆาเรียก

ในห้องบรรทมราชาอินทรา พระนางสาวิตรีเช็ดหน้าให้ราชาอินทรา
 
“หม่อมฉันมีข่าวดีจะกราบทูล เด็กในครรภ์ของหฤทัยที่แท้คือ ลูกของมาคี เป็นสายเลือดของเรา”
ราชาอินทรามีแววตาตกใจ
“ทำไมเพคะ ทรงดีพระทัยมากใช่มั้ย หม่อมฉันก็คิดอยู่แล้ว เพราะไม่มีใครจะคู่ควรกับการเป็นราชินีองค์ต่อไปเท่าหฤทัยอีกแล้ว”
ราชาอินทราหันหน้าหนี พระนางสาวิตรีจับหน้าราชาอินทราให้หันมามองตัวเอง ราชาอินทราขืนไว้
“จะหันพระพักตร์ไปไหนเพคะ แม้แต่หน้าหม่อมฉันก็ไม่อยากจะทอดพระเนตรเลยเหรอ”
พระนางสาวิตรีโกรธ ลุกพรวด เดินเร็วไปที่กล่องเปิดออก หยิบรูปปรารถนาออกมายื่นตรงหน้า
“ต้องเป็นหน้านังผู้หญิงไทยคนนี้ใช่มั้ยเพคะ คงจะทรงเสน่หามันมากละซิ”
พระนางสาวิตรีฉีกรูปปรารถนาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โปรยกระจายไปในอากาศ หัวเราะสะใจ ราชาอินทรามองโกรธมาก พระนางสาวิตรีเจ็บใจ
“อย่ามาทอดพระเนตรหม่อมฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะเพคะ หม่อมฉันต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายโกรธฝ่าบาท สิ่งที่หม่อมฉันทำยังไม่ได้ครึ่งที่ฝ่าบาททำ ในเมื่อกล้าทำร้ายจิตใจหม่อมฉันขนาดนี้ หม่อมฉันก็จะทำร้ายจิตใจฝ่าบาทให้เจ็บช้ำแสนสาหัสเหมือนที่หม่อมฉันได้รับ”
ราชาอินทรามองท่าทางโกรธเกรี้ยวเจ็บแค้น ของพระนางสาวิตรีอย่างหวาดหวั่น
“หม่อมฉันจะทำลายไอ้คามิน จะทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของนังผู้หญิงไทยคนนั้นให้ย่อยยับกับมือของหม่อมฉันเอง”
พระนางสาวิตรีเหยียบเศษรูปที่พื้นห้องออกไปอย่างแค้นๆ ราชาอินทราน้ำตาไหล

เจ้าชายมาคีเมาโวยวายทุบประตูห้องมัทนา
“คุณมัท...คุณมัท”
เจ้าชายมาคีเปิดประตูเข้ามา เพ่งมองเห็นมินตรานั่งอยู่บนเตียงในความมืด
“ผมมาทวงสัญญาของคุณ ผมปล่อยไอ้คามินให้แล้ว คุณต้องรักษาสัญญา คุณต้องเป็นของผม”
เจ้าชายมาคีโซเซเข้ากอดมินตรา พาล้มลงนอนบนเตียง ซุกไซ้พร่ำเพ้อ
“คุณต้องเป็นของผม ของผมคนเดียว มัทนา”

มัทนาแอบหนีออกมาจากตำหนัก หันไปมองในตำหนักอย่างละอายใจ
“พี่มิน มัทขอโทษ...ขอให้พี่รอดปลอดภัยนะคะ”
มัทนาจะหนีต่อ สุเทษเข้ามาโปะยาสลบ มัทนาดิ้นแต่ไม่ทัน ล้มลง สุเทษอุ้มมัทนาออกไป

ในบ้านนายพลวิฑูร...อสิตคุยโทรศัพท์กับยัก์
“เรียบร้อยแน่นะ ไอ้ยักษ์ แล้ว ไอ้หนูล่ะ โอเค...เดี๋ยวอั๊วตามไป”
อสิตกดสายแล้วเดินมาจับมือนายพลวิฑูร
“มัทนาถึงที่หมายเรียบร้อย ขอบคุณมากนะครับ ที่ยอมทำตามคำขอร้องของผม”
“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก ไหนๆก็ต้องกำจัดมัทนาอยู่แล้ว ถือว่าเป็นของกำนัลให้ลูกชายท่านได้สนุกสนานฆ่าเวลาแต่หวังว่าคราวนี้ อัคนีจะไม่ใจอ่อนกับมัทนาอีกนะครับเสี่ย”
“ไม่มีทาง ผมคุยกับไอ้หนูแล้ว มันก็เจ็บใจที่โดนนังมัทนาหลอกใช้ คราวนี้ไอ้หนูมันไม่ใจอ่อน อีกแน่”
นายพลวิฑูรไม่แน่ใจ อสิตรับรองแข็งขัน
“ผมรับรองไอ้หนูของผมเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ”

ในกระโจม...มัทนาสลบอยู่ค่อยๆรู้สึกตัว เห็นอัคนียืนเท่ท้าวผนังกระโจมอยู่ในเงามืด
“นั่นใคร”
อัคนีหันมาแต่งหนวดเคราให้ครึ้ม ดูดุดัน
“ผมเอง”
“อัคนี”
มัทนาจะลุกขึ้น แต่ปรากฏมือถูกมัดโยงไว้กับหัวเตียงทั้งสองข้าง
“คุณอัคนี นี่คุณจะบ้าเหรอ จับฉันมัดไว้ทำไม ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
“ไม่ต้องร้อง ไม่ต้องอ้อนวอนเพราะผมไม่ใช่อัคนีคนเดิมอีกต่อไปแล้ว”
“หมายความว่ายังไง”
อัคนีเอามือเชยคางมัทนายื่นหน้าเข้ามา
“ก็หมายความว่า...ต่อไปนี้ ผมคืออสูรร้ายที่จะขยี้คุณให้แหลกคามือน่ะซิ ฮ่ะฮ่าๆ”

อัคนีหัวเราะแบบพระเอกหนังซาดิสต์ มัทนามองแหยงๆ

คามินนั่งนิ่งอยู่ในคุก...ภาพองค์ราชานอนนิ่ง ภาพโภคินถูกยิงด้วยธนูตัดขั้วหัวใจเข้ามาในความคิด
 
คามินนึกถึงคำพูดมัทมาที่มาหาเขาในคุก
“ฉันรู้ว่าคนอย่างคุณไม่กลัวตาย แต่ถ้าคุณตายโดยที่ยังไม่ได้พิสูจน์ความจริงให้ทุกคนรู้ ฉันก็ไม่เห็นว่าคุณจะรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้ได้ยังไง”
คามินอึ้ง มัทนาเดินเข้ามาใกล้
“คุณเคยบอกฉันว่าคุณจะปกป้องแผ่นดินรายา ราชบัลลังค์ด้วยชีวิตไม่ใช่เหรอ ไหนจะภรรยากับลูกคุณอีก คุณจะปล่อยให้พวกเขาเผชิญชะตากรรมไปเพียงลำพังเหรอ ถ้าอย่างงั้นคุณก็คือคนที่ตระบัดสัตย์ คนขี้ขลาดดีๆนี่เอง...”
คามินยกมือขึ้นมองตรวน

ด้านหน้าคุกมีเห็นทหารเฝ้าอยู่ เสียงคามินดังขึ้น
“โอ๊ย ๆ อ๊าก”
ทหารตกใจวิ่งเข้าไปเห็นคามินนอนดิ้นทุรนทุราย รีบไขกุญแจเข้าห้องขัง
“ท่านคามิน”
คามินลุกขึ้นมาเอาโซ่ตรวนรัดคอทหาร แน่นิ่ง
“ขอโทษ...เราไม่น่าต้องมาฆ่ากันเองเลย”
คามินรีบออกไป

อัคนีพุ่งเข้าใส่ มัทนาถีบเข้ากลางลำตัว อัคนีหงายตกเตียงล้มไปจุก แต่รีบลุกขึ้นมาชี้หน้ามัทนา ดุดัน
“ฤทธิ์เยอะนักใช่มั้ย เธอไม่รอดแน่”
“ปล่อยฉันนะไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน” มัทนาฉุน
อัคนีระเบิดเสียงหัวเราะก้องกระโจม หัวเราะดังไป ไอแค้กๆรีบทุบอกตัวเองให้หยุด
“น่ากลัว น่ากลัวมาก ฉันต่างหากที่ควรพูดคำนี้ ฉันใจดีกับเธอมามาก แต่ต่อไปนี้ ฉันขอสั่งให้เธอหยุดอาละวาด ไม่งั้นอย่าหาว่าอัคนีไม่เตือน”
“นี่คุณจะทำอะไร” มัทนีหน้าตื่น
“ก็ตบ แล้วก็จูบไง”
อัคนีพุ่งเข้าปล้ำอีก มัทนายกเท้าแต่อัคนีรู้ทัน จับไว้ได้ หัวเราะซาดิสม์
“เสร็จฉันละ...”

หน้ากระโจม...ลูกน้องอสิตแอบฟังเสียงอัคนีดังลอดออกมา
“แล้วเธอจะได้รู้ซึ้งถึงความเป็นชายชาตรีของฉัน...อ๊ากกๆ โอ๊ะๆ ซี้ด...อูย” อัคนีโดนกัดหู
ลูกน้องคิกคัก ยกนิ้วว่าสุดๆ เสียงอัคนีเงียบไป

คามินหลบออกมานอกคุกเห็นทหารเดินยามกัน ทหารคนหนึ่งหันมาเห็น
“เฮ้ย นักโทษ แหกคุก”
ทหารเข้ามาจะจับตัว คามินต่อสู้ทั้งๆมือติดตรวน เขาทำท่าจะแย่ แต่ด้วยชั้นเชิงการต่อสู้
ที่ชำนาญกว่า ไม่นานทั้งหมดแพ้ราบ แต่ทหารอีกคนจ่อปืนที่หัว คามินชะงักแต่จู่ๆ ทหารก็ล้มลง บุหลันถือไม้อยู่เธอเป็นคนฟาดทหารคนนั้น
“คุณบุหลัน”

บุหลันกับคามินวิ่งเข้ามาหลบในโรงเก็บของ บุหลันควักกุญแจออกมาไขกุญแจมือให้ แล้วเอาปืนที่เตรียมมายื่นให้
“คุณไม่ได้ถูกจับพร้อมกับท่านโภคินเหรอครับ”

บุหลันมองหน้า

ล่ารักสุดขอบฟ้า ตอนที่ 13 (ต่อ)

ในอดีตก่อนหน้านี้...โภคินอยู่ในห้องคุมขัง สภาพยับเยิน บุหลันอยู่ด้วย
 
“เรื่องที่พวกเขาอยากรู้มันสำคัญมากเหรอคะ ท่านถึงไม่ยอมบอกพวกเขาไป”
“มันสำคัญมาก มากยิ่งกว่าชีวิตของฉัน”
“ถ้าอย่างงั้นฉันก็จะยอมตายไปกับท่าน”
“ไม่ได้ เธอต้องอยู่”
โภคินเห็นลูกน้องของวิฑูรแอบฟัง ดึงบุหลันเข้ามากอด
“ทำตามที่ฉันบอกนะบุหลัน จำไว้เพื่อราชบัลลังค์ เพื่อองค์ราชา และเพื่อรายา วันนี้เราอาจจะพ่ายแพ้แต่เพื่อชัยชนะในวันหน้าเธอต้องทำ”
“ท่านจะให้ฉันทำอะไรคะ”
โภคินกระซิบ

โรงเก็บของ...บุหลันน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
“ท่านโภคินขอให้ฉันไปเป็นไส้ศึกในบ้านท่านวิฑูรเพื่อหาทางช่วยท่านคามิน”
คามิน เข้าใจ
“ท่านโภคิน ท่านกล้าหาญ และจงรักภักดีต่อราชบัลลังค์ยิ่งชีวิตของท่าน ผมสัญญาว่าจะไม่ยอมให้การตายของท่านโภคินต้องสูญเปล่าอย่างแน่นอน”
“มีอีกเรื่องหนึ่ง ที่ฉันต้องบอกท่าน คุณหฤทัยสารภาพออกมาแล้วว่า ลูกในท้องเป็นลูกของเจ้าชายมาคี”
“แย่แล้ว ถ้าอย่างงั้น พวกท่านนายพลต้องยิ่งหาทางกำจัดคุณมัท...แล้วสินธรล่ะครับ”
“สินธร ลอบทำร้ายเจ้าชาย ถูกไล่ล่าหนีไปแล้วค่ะ”
“ใจร้อนตามเคย อย่างนี้เท่ากับไม่มีใครคุ้มครองคุณมัทเลย”
“แต่ตอนนี้คุณมัทอยู่กับเจ้าชาย”
“ตอนแรกผมคิดว่า เจ้าชายจะทรงคุ้มครองคุณมัทได้ แต่มาถึงตอนนี้ ผมไม่แน่ใจแล้ว”

ในกระโจม...มัทนาเลือดติดปาก อัคนีนอนกุมหูโอดโอย
“ฮือๆ หูผมขาดแล้ว คุณมัทใจร้าย”
“นี่ยังน้อยไป ถ้าคุณยังไม่ปล่อยฉัน หัวคุณจะต้องหลุดจากบ่าด้วย เพราะที่รายา มีโทษประหารอยู่สองอย่าง คือ ยิงด้วยธนูกับใช้ดาบตัดคอ แต่คนชั่วแบบคุณ ตัดหัวสถานเดียว”
“ไม่มีทาง ป๊าผมซี้กับองค์ราชินี ไม่มีใครกล้าลงโทษผมหรอก”
“คุณนี่มันโง่จริงๆ รู้ไว้ซะด้วยนะว่าพ่อคุณโดนหลอกใช้ เดี๋ยวถ้าหมดประโยชน์ พวกท่านนายพลก็ฆ่าคุณกับพ่อทิ้ง”
“ฮะ...จริงเหรอ” อัคนีชะงักหน้าตื่น
“แต่ถ้าคุณเปลี่ยนใจตอนนี้มันก็ยังไม่สาย...คิดดูให้ดี ว่าอยากจะร่วมมือกับพวกกบฏแล้วถูกฆ่าทิ้ง หรือจะเปลี่ยนใจมาช่วยฉันกับคามินทวงแผ่นดินรายาคืน...หนทางสู่วีรบุรุษ อยู่ตรงหน้าคุณแล้วนะ”
อัคนีลังเล

ตำหนักเจ้าชายมาคี...ทหารยามคนหนึ่งเดินตรวจตรา มือคามินฟาดเข้าด้านหลัง สลบล้มลง ทหารยามอีกคนเดินมาเห็น รีบวิ่งมาดูตกใจ พอเงยหน้าโดนหมัดเข้าปลายคางล้มฟุบไปอีก คามินรีบลากสองคนหลบไป
องครักษ์มาคี ยืนเฝ้าอยู่หน้าตำหนัก คามินแอบมองแล้วหาก้อนหิน ขว้างไปตรงพุ่มไม้ องครักษ์หันขวับ พยักหน้าให้กันคนหนึ่งวิ่งไป คามินขว้างหินไปอีกมุมคนละด้าน อีกคนหันไปมอง ค่อยๆย่องไปทางเสียง คามินรีบหลบเข้าตำหนัก

ในห้องนอนมัทนามืดสลัว เจ้าชายมาคีหลับสนิทกอดมินตราไว้ข้างๆ เจ้าชายรู้สึกตัวลุกขึ้น นั่งงงๆแล้วรีบเปิดไฟโคมหัวเตียง หันไปมองข้างๆ ตกใจ เห็นมินตรานอนห่มผ้าอยู่ เจ้าชายมาคีตะลึง เขย่าตัวมินตรา
“มินตรา...เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
มินตราลืมตาเห็นเจ้าชายมาคี รีบร้องไห้สะอึกสะอื้น
“เจ้าชาย ทรงอภัยโทษให้หม่อมฉันด้วย หม่อมฉันถูกคุณมัทบังคับนะเพคะ”
“นี่คุณมัทวางแผนหลอกเรางั้นเหรอ”
“คุณมัทบอกว่ารักท่านคามินมาก จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา หม่อมฉันห้ามยังไงเธอก็ไม่ฟัง”
“โธ่เว้ย”
เจ้าชายมาคีแค้นมาก คว้าเสื้อคลุมแล้วเดินไปเปิดประตู คามินยืนอยู่แล้ว เอาปืนจ่อ
“คามิน”
“ขอประทานอภัย...กระหม่อมจำเป็นต้องทำ”
“ที่แท้นายก็คิดกบฏจริงๆ”
“กระหม่อมขอตัวคุณมัทนา...”
มินตราในชุดกระโจมอกตามมาเห็นตกใจ
“คามิน”
คามินชะงัก
“มินตรา นี่คุณ...ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่”
เจ้าชายมาคีถือโอกาส เข้าแย่งปืน ทั้งสองสู้กันล้มกลิ้ง มินตราออกไปตะโกน
“ช่วยด้วยๆ มีคนร้าย”
ปืนกระเด็นออกไป เจ้าชายมาคีต่อยคามินโดยที่คามินไม่สู้ พยายามผลักเจ้าชายมาคีไป เจ้าชายมาคีคว้าหอกสั้น โจมตี คามินหลบอย่างเดียว จนถูกเฉี่ยวที่ท้องเลือดไหล องครักษ์กับทหารแห่กันขึ้นมา เจ้าชายตะโกนสั่ง
“จับมัน”
ทุกคนจ่อปืน คามิน ถอยไปที่หน้าต่าง แล้วหันหลังกระโดดออกทางหน้าต่างหนีไป เจ้าชายมาคีแค้นแย่งปืนจากทหารยิงลงไป ในความมืด ตะโกนลั่น
“โธ่เว้ย ตามไปจับให้ได้ เร็ว”
องครักษ์ ละล้าละลังจะโดดตามก็สูง ย้อนออกนอกประตูไป เจ้าชายมาคีตามแล้วนึกได้หันขวับมา
“ถ้าเธอพูดเรื่องในวันนี้ละก็ รู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“เพคะ” มินตราเสียงสั่น

เจ้าชายมาคีวิ่งไป มินตราเงยหน้ายิ้มร้าย

ห้องโถงบ้านนายพลวิฑูร...หฤทัยดื่มนมไปมองเทวี กับนายพลวิฑูรที่ยืนจ้อง ยิ้มแย้มอารมณ์ดี
 
“ดื่มให้หมดเลยลูก ดื่มเลย ดี...ดีมาก”
นายพลวิฑูร ตรงเข้าลูบหัวหฤทัย
“แกต้องดูแลตัวเองให้ดี กินแต่ของที่มีประโยชน์ ลูกในท้องจะได้แข็งแรง ต่อไปแกจะเป็นราชินีแห่งรายาแล้วแกต้องเรียนรู้การวางตัว การทำให้ประชาชนรักแกให้ได้ เข้าใจมั้ย”
“ท่านพ่อคะ อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ คุณมัทนายังอยู่ทั้งคน เจ้าชายเองก็ทรงรักและต้องการเธอมาก”
นายพลวิฑูรเซ็งเอามือออก เทวีแทรกขึ้นมา
“นังมัทนามันไม่อยู่ขวางทางเราอีกแล้ว”
“หมายความว่ายังไงคะ” หฤทัยตกใจ “ท่านพ่อทำอะไรเธอคะ”
“ท่านพ่อแค่วางแผน ไม่ต้องลงมือให้เหนื่อยหรอก เพราะเรามีนังมินตราคอยจัดการแทนอยู่แล้ว”
“คุณมินตรา...”
“ใช่ นังมินตราทรยศมันมาตลอดมันยังไม่รู้ตัว เชอะโง่แบบนี้ยังคิดจะมาเป็นราชินี”
หฤทัยอึ้ง เทวีเข้ามากอดลูก
“ต้องฉลาดอย่างลูกแม่นี่สิ ถึงจะคู่ควร”
นายพลวิฑูรตัดบท
“พอแล้ว เอาเป็นว่าต่อแต่นี้ มัทนาก็คงไปครองรักกับไอ้คามินในนรกแล้ว แกไม่ต้องไปคิดถึงมันอีก”
หฤทัยตกใจ เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ใครกัน มาดึกป่านนี้”
นายพลวิฑูรไปเปิด เจอสุเทษ
“แย่แล้วครับท่าน ไอ้คามินมันหนีออกจากคุก บุกไปทำร้ายเจ้าชายถึงตำหนัก”
“ไอ้คามิน” นายพลวิฑูรอึ้งไป
หฤทัยตกใจสุดๆ

ในเขตวัง...คามินหนีการไล่ล่าของทหารมาอย่างสะบักสะบอม จวนเจียนจะโดนจับได้หลายครั้ง เขาพยายามไม่ฆ่า ใช้หลบและกระแทกให้สลบโดยใช้ชั้นเชิงการสู้รบที่เหนือกว่า เอาชนะทหารชั้นผู้น้อยไปได้ คามินหนีมาจวนถึงกำแพงวัง เขาล้ามาก พยายามฮึดต่อ แต่ต้องชะงักเมื่อพบว่านายพลวิฑูรกับสุเทษพากำลังทหารเข้ามาดักด้านหน้า
“อย่าคิดหนีเลยคามิน ต่อให้แกมีปีกก็หนีไม่พ้น”
คามินมอง เจ็บใจ นายพลวิฑูรตะโกนสั่งทหาร
“ใครเด็ดหัวไอ้คามินได้ ฉันจะให้รางวัลอย่างงาม”
ทหารล้อมเข้าไป ทันใดนั้นเสียงเจ้าชายมาคีดังขึ้น
“หยุด...”
ทั้งหมดชะงัก เจ้าชายมาคีเข้ามาพร้อมกำลังทหารตะโกนลั่น
“ห้ามจับตายคามิน”
นายพลวิฑูรงง เจ้าชายมาคีจ้องคามินพูดต่อ
“เพราะเราจะเป็นคนฆ่ามันด้วยมือของเราเอง”
ทหารล้อมเข้าจับ คามินต่อสู้อย่างสุดกำลัง เจ้าชายมาคีมองคามินที่กำลังต่อสู้ไม่กระพริบตา สีหน้าเต็มไปด้วยความแค้น

หน้ากระโจม...ลูกกน้องอสิตนั่งหลับกัน ยักษ์กับอสิตเดินเข้ามา
“เฮ้ย...ทำไมมานั่งหลับวะ คุณหนูล่ะ” ยักษ์เข้ามาตบไหล่
“โธ่ ลูกพี่ ไม่ต้องห่วงหรอก ป่านนี้คุณหนูขึ้นสวรรค์ไปชั้นไหนๆแล้ว”
“ฮะ หมายความว่า ไอ้หนูเผด็จศึกมัทนาได้แล้วเหรอ” อสิตตาโต
“น่าจะเป็นอย่างนั้นครับเสี่ย...” ลูกน้องยักคิ้วกับเพื่อน
อสิตเอาหูไปแนบ
“ได้ยินแต่เสียงเพลง แหม ไอ้หนูนี่โรแมนติกเหมือนป๊า ฮ่าๆ ต้องมีเพลงคลอระหว่างทำกิจกรรม”
ยักษ์แนบหู
“แต่มันเงียบผิดปกตินะครับ ธรรมดาถ้าหลับคุณหนูต้องกรนเสียงดังยิ่งกว่าควายคำรามอีก”
“เออ...ก็จริง” อสิตเห็นด้วย
“หรือว่าคุณหนูหัวใจวายคาอกคุณมัทนาแล้วครับเสี่ย”
“เฮ้ย...”
อสิตรีบเปิดกระโจมพรวดพราดเข้าไปอย่างตกใจ ยักษ์ตามติด
“ไอ้หนู...”
อสิตอึ้งๆ ในกระโจมว่างเปล่าไม่มีใครเลย
“ไอ้หนู...ไอ้หนูหายไปไหนวะ”
ยักษ์วิ่งดูทั่วกระโจม รีบรายงาน
“ไม่มีครับเสี่ย”
อสิตไปเห็นมือถือวาง เปิดเพลงไว้

“มือถือ ไอ้หนู ไอ้หนูทำป๊าอีกแล้ว”

อัคนีขับรถพามัทนาลัดเลาะมาถึงชายป่าใกล้วัง มัทนามองรอบๆสั่งอัคนี
 
“จอดค่ะ”
อัคนีหยุดรถ
“จอดทำไมครับ ไหนคุณว่าจะกลับเข้าไปช่วยองค์รักษ์คามินในวัง มันยังไม่ถึงเลย”
“เข้าไปทั้งรถแบบนี้ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันต้องแอบเข้าไป”
มัทนามองอัคนี
“ขอบคุณมากนะคะคุณอัคนี ฉันจะไม่มีลืมที่คุณช่วยฉันวันนี้เลย ถ้าทุกอย่างจบลงด้วยดี ชาวรายาต้องสรรเสริญวีรกรรมของคุณไปจนชั่วลูกชั่วหลานแน่ๆ”
“มันเป็นหน้าที่ของสุภาพบุรุษลูกผู้ชายอย่างผมอยู่แล้ว” อัคนีตื่นเต้น
“และคุณจะเป็นวีรบุรุษในใจฉันตลอดไปค่ะ”
มัทนาจุ๊บแก้มอัคนีเร็วๆ แล้วลงจากรถ อัคนีตะลึง รีบกระโดดตามลงมา ตะโกน
“เดี๋ยวครับคุณมัท”
“คะ” มัทนาจะวิ่งไปชะงัก
อัคนีวิ่งมาหา
“วีรบุรุษอย่างอัคนีจะยอมให้คุณมัทเสี่ยงตายคนเดียวได้ไง”
“หมายความว่า...”
“ผมจะช่วยคุณเอง เพื่อเป็นการลบล้างสิ่งที่ปะป๊าผมทำผิดๆมาตลอด ผมต้องกอบกู้ชื่อเสียงและวงศ์ตระกูลกลับมาให้ได้ รอเดี๋ยวนะ”
อัคนี ขึ้นไปเลื่อนรถแอบเข้าไปซุ่มไว้ริมทาง โกยกิ่งก้านใบไม้แห้งๆ สุ่มๆพรางไว้แล้ววิ่งกลับมาหามัทนา ตะโกนเสียงดัง
“เพื่อผดุงความยุติธรรม...ลุย”
อัคนีคว้าแขนมัทนาพาวิ่งลัดเลาะไปด้วยมาดพระเอกสุดเท่ห์

หฤทัยแต่งตัวใส่กางเกง สีทึมวิ่งมาที่ตำหนักมาคี เจอกับชวาลที่เดินไปเดินมาอยู่
“ชวาล”
“คุณหฤทัย”
“พี่คามิน มาที่นี่เหรอ เขาเป็นยังไงบ้าง”
“หนีไปแล้วครับ เจ้าชายทรงพาทหารตามล่าตัวอยู่ ไม่ทราบเป็นยังไงบ้าง แต่ผมได้ยินว่า มีคำสั่งให้ปิดกำแพงวังทุกด้าน ท่านคามินหนีไม่รอดแน่”
“ฉันต้องไปช่วยพี่คามิน ชวาลพาฉันไปช่วยเขาที”
“คุณหฤทัยจะช่วยได้ยังไงครับ อย่าเลยครับ อันตราย”
“ฉันช่วยได้ ฉันมีเงื่อนไขที่จะทำให้ท่านพ่อยอมไว้ชีวิตพี่คามิน นะชวาล เราจะปล่อยให้คนดีดีอย่างพี่คามินตายไม่ได้”
“เอาครับ ไปก็ไป เป็นไงเป็นกัน”
ชวาลพาหฤทัยออกไป มินตราแต่งตัวแล้ว ออกมาจากตำหนักมองตาม ได้ยินท้ายประโยค
“เงื่อนไขอะไร”

ประตูกำแพงวัง...คามินกำลังโดนทหารไล่ล่าอย่างกระชั้นออกมา ชวาลขับรถพา หฤทัยมา เห็นไกลๆ ชวาลเบรกเอี๊ยด หฤทัยชะงัก
“พี่คามิน”
เจ้าชายมาคี นายพลวิฑูร สุเทษตามออกมา เจ้าชายมาคีตะโกน
“นายไม่มีทางรอดได้หรอก”
หฤทัยมองเห็นเจ้าชายมาคีดึงลูกธนูมายิง ลูกธนูพุ่งเข้าปักหัวไหล่ฉึก คามินซวนเซแต่ยังประคองตัวไว้ หฤทัยตะลึง คามินไม่หยุด วิ่งต่อ เจ้าชายมาคียิ้มเหี้ยมตั้งท่ายิงลูกที่สอง นายพลวิฑูรมองสะใจแล้วชะงักเมื่อเห็นหฤทัยวิ่งเข้ามา หฤทัยเห็นเจ้าชายมาคีจะยิง ร้องเสียงดัง
“อย่า...อย่ายิงพี่คามิน”
“หฤทัย...”
เจ้าชายมาคีปล่อยลูกธนูออกไปแล้ว หฤทัยตัดสินใจวิ่งเข้าขวาง ลูกธนูปักฉึกเข้าที่ท้อง
หฤทัยยืนนิ่ง เจ้าชายมาคีตะลึง นายพลวิฑูรตกใจ คามินหันกลับมารีบประคองตกใจมาก หฤทัยทรุด
“หฤทัย”
หฤทัยเจ็บปวดพยายามฝืนพูด
“รีบหนี...ไปเร็ว...”
คามินไม่ไป
“อย่าห่วงฤทัย...รีบหนีไปก่อน ไม่งั้นทุกคนจะเดือดร้อน...เร็วเข้า”
คามินตัดสินใจวางหฤทัย รีบหนีไป สุเทษรีบตาม นายพลวิฑูรเข้ามาประคองตะโกน
“หฤทัย ทำไมแกทำอะไรโง่ๆ ถ้าลูกในท้องแกเป็นอะไรจะทำยังไง”
เจ้าชายมาคีเข้ามามองหฤทัยอย่างตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก
“ปล่อยพี่คามินไปหม่อมฉันขอร้อง” หฤทัยแน่นิ่งไป
“หฤทัย” นายพลวิฑูรตกใจ
“นี่เจ้ารักมันมากถึงขนาดกล้าแลกชีวิตเพื่อมัน” เจ้าชายมาคีแค้นใจ
นายพลวิฑูรสั่งทหาร
“รีบพาหฤทัยไป หาหมอเร็วที่สุด”
องครักษ์เจ้าชายมาคีเข้ามาอุ้มหฤทัย
“ทีเหลือตามฉันมา วันนี้ฉันต้องเอาชีวิตไอ้คามินให้ได้”

เจ้าชายมาคีสั่งการกำคันธนูแน่นแค้น

คามินวิ่งโซเซ มองซ้ายขวาหาทางหนี เสียงรถดังไล่หลังมา ชวาลเรียก
 
“ท่านคามิน...ท่านคามิน”
คามินหยุด ชวาลหยุดรถมองคามิน
“ผมไปกับท่านไม่ได้เพราะผมยังมีหน้าที่ที่ต้องทำอีก ท่านรีบหนีไปเถอะ”
ชวาลกระโดดลง คามินขึ้นมานั่งที่คนขับ
“ขอบใจมากชวาล ขอบใจจริงๆ ฝากดูแลเจ้าชายมาคีด้วย”
คามินขับรถต่อไป ชวาลยืนมองพึมพำ
“คนจงรักภักดีอย่างท่านฟ้าดินต้องคุ้มครองแน่”
ชวาลวิ่งหลบไป ก่อนที่สุเทษจะวิ่งตามมา คามินขับรถพุ่งชน สุเทษกระโดดหลบ คามินกลับรถพุ่งหนีไป สุเทษยิงไปที่รถแต่ไม่ถูก
“โธ่เว้ย”

คามินขับรถมาอ่อนล้าลงเรื่อยๆ เลือดไหลที่ไหล่มากขึ้น เขาหยุดรถตัดสินใจกระชากลูกธนูออก
“อ๊าก”
คามินกระชากชายเสื้อขาด รีบเอาเศษผ้ามาพันห้ามเลือด รถเจ้าชายมาคี นายพลวิฑูร สุเทษ พวกทหารตามมา เสียงปืนดังมา รถเสียหลัก คามินลงจากรถเห็นยางล้อแบน เขาตัดสินใจวิ่งโซเซหายไปในแนวป่ารก รถกลุ่มเจ้าชายมาคีมาจอด ทั้งหมดลงมาจากรถ ตรงเข้ามาเตรียมจู่โจมที่รถคามิน แต่ไม่มีใครอยู่ เจ้าชายมาคีมองรอบๆ
“คามินคงหนีไปได้ไม่ไกล กระจายกำลังกันตามหาให้ทั่ว”
ทหารทั้งหมดกำลังจะไปเจ้าชายมาคีเรียกไว้
“เดี๋ยว...จำไว้นะเราต้องการให้จับเป็นเท่านั้น”
ทหารรับทราบ แล้วรีบออกตาม เจ้าชายมาคีออกตามด้วย นายพลวิฑูรสบตาสุเทษอย่างรู้กัน นายพลวิฑูรมองตามหลังเจ้าชายมาคี แววตาเหี้ยม

อัคนีนำมัทนาลัดเลาะมาอย่างเท่ห์ เสียงปืนดังขึ้นไม่ไกล อัคนีรีบหมอบอย่างตกใจมาก
มัทนายังยืนฟังเสียงปืนว่ามาจากไหน อัคนีหันมารีบกระชากแขน
“คุณมัทหมอบลงสิครับ”
“เสียงมันมาจากทางวัง แย่แล้ว...หรือว่า”
มัทนารีบออกไปวิ่งไปทางเสียงปืน อัคนีกระโดดลุกตกใจ
“คุณมัท...คุณมัทเดี๋ยว...”
อัคนีรีบตามมัทนาไปติดๆ

คามินมาจนมุมที่ทุ่งกว้างริมบึง นายพลวิฑูรกับสุเทษพาทหารและพลธนูล้อมไว้ทุกทาง เจ้าชายมาคีสะใจ
“ในที่สุดแกก็หนีไม่พ้นคามิน”
นายพลวิฑูรตะโกนสั่งทหาร
“ฆ่ามัน”
เจ้าชายมาคีสวนทันควัน
“ไม่ต้อง...เราบอกแล้วว่าเราจะจัดการกับไอ้คนทรยศด้วยตัวเราเอง”
เจ้าชายมาคีหยิบลูกธนูออกมาเตรียมยิง คามินยืดตัวขึ้นเสียงดัง
“ถ้าฝ่าบาททรงเชื่อว่ากระหม่อมทรยศจริงก็ทรงยิงกระหม่อมได้เลย กระหม่อมจะไม่ขอหนีอีกแม้แต่ก้าวเดียว”
คามินยืนนิ่งตาสบตาเจ้าชายมาคีไม่หลบ เจ้าชายมาคีเล็งแต่มือสั่น นายพลวิฑูรกับสุเทษมองลุ้นๆ เสียงปืนดังปังขึ้นฟ้า ทุกคนหันไปมอง มัทนาถือปืนอยู่ อัคนีถือปืนอยู่ข้างๆ คามินตะลึง
“คุณมัทนา”
เจ้าชายมาคีชะงักงัน
“คุณมัท”
มัทนาเสียงดังชัดเจน
“ปล่อยคุณคามินไป แล้วหม่อมฉันจะยอมกลับไปกับฝ่าบาท”
“คุณมัทนา” คามินอึ้ง
มัทนาหันปลายกระบอกปืนจ่อขมับตัวเอง
“แต่ถ้าฝ่าบาทยิงคุณคามิน ฝ่าบาทก็จะได้แต่ร่างกายที่ปราศจากวิญญาณของหม่อมฉันกลับไปเท่านั้น”
คามินกับเจ้าชายมาคีตกใจ โดยเฉพาะอัคนีร้องเสียงหลง

“อ้าว...คุณมัท...ไงทำแบบนี้ละครับ ผมไม่ยอมน่ะ”

ล่ารักสุดขอบฟ้า ตอนที่ 13 (ต่อ)

อัคนีจะพุ่งเข้าหา มัทนาหลบแล้วฟาดด้ามปืนลงบนต้นคอ อัคนีฟุบ สลบเหมือดอยู่ตรงนั้น มัทนาหันกระบอกปืนจ่อขมับตัวเองอีก ถามเสียงดัง จริงจังมาก
 
“ตัดสินพระทัยได้หรือยังเพคะเจ้าชาย”
เจ้าชายมาคีจ้อง เดินเข้าหามัทนา
“คุณไม่กล้ายิงตัวเองหรอก”
มัทนาถอยหลังช้าๆ
“อย่าเข้ามานะ...ฉันกล้าทำแน่”
เจ้าชายมาคียังเดินเข้าไปช้าๆ
“ชีวิตคามินมีค่าขนาดนี้เลยเหรอ”
“ฝ่าบาททรงรู้จักคามินดีกว่าใคร ถ้าทรงคิดสักนิดก็ไม่ต้องมาถามหม่อมฉัน”
เจ้าชายมาคียิ่งโมโห คามินตะโกนห้าม
“มัทนา อย่าทำแบบนี้...”
“คุณก็รู้ว่าฉันทำให้มากกว่านี้” มัทนาจ้องเจ้าชายมาคี “ปล่อยเขาไป ถ้าทรงต้องการหม่อมฉัน”
เจ้าชายมาคีไม่ยอมลดคันธนู นายพลวิฑูรมอง มัทนา คามิน เจ้าชายมาคีอยู่ในรัศมีใกล้กัน เป็นสามเหลี่ยม นายพลวิฑูรมองสุเทษ พูดเบาๆ
“ฆ่ามันทั้งสามคน”
สุเทษดึงลูกระเบิดออกมา คามินหันมาเห็นพอดี สุเทษโยนเข้ามาตรงด้านเจ้าชายมาคี คามินตกใจพุ่งเข้าไป เจ้าชายมาคี มัทนา หันมามอง คามินผลักเจ้าชายมาคีล้มกลิ้งไป ตัวเองโดดรับลูกระเบิด คามินล้มลงแต่จับลูกระเบิดไว้แน่น กลิ้งตัวอย่างเร็วไป หล่นลงน้ำไปอึดใจหนึ่ง แรงระเบิดสนั่นหวั่นไหว น้ำกระจายพุ่งขึ้นมา มัทนาตะลึงตะโกนสุดเสียง
“คามิน”
เจ้าชายมาคี ล้มอยู่มองตะลึง มัทนาวิ่งเข้าไป กระโดดน้ำตาม สุเทษหันมาถาม
“เอาไงดีครับท่าน”
นายพลวิฑูรยังไม่ทันสั่งอะไร มีเสียงปืนกราดเข้ามา เมฆา ฐากูร สินธรในชุดดำ และทีมจู่โจมของธรรมรัตน์ ทั้งหมด โพกหน้าโอบล้อม ออกมาจากทุกทิศ พร้อม อาก้า เอ็ม16 ครบมือ พวกนายพลวิฑูรวิ่งหาที่กำบัง องครักษ์เจ้าชายมาคี เข้าฉุดเจ้าชายหลบ นายพลวิฑูรงงหันไปถามสุเทษ
“พวกเสี่ยอสิตเหรอ”
“ไม่ใช่ครับท่าน นี่มันตั้งใจจะจู่โจมเรา”
นายพลวิฑูรกับสุเทษและทหารยิงสู้ นายพลวิฑูรตะโกน
“คุ้มกันเจ้าชายรัชทายาท ทั้งหมดถอย”
“ไม่ เราจะช่วยคุณมัท” เจ้าชายมาคีไม่ยอม
“ไม่มีประโยชน์พะยะค่ะ พวกมันมีมากกว่า เราต้องถอยก่อน”
นายพลวิฑูรดึงเจ้าชายมาคี ทั้งหมดถอยไป สินธร วิ่งมาที่ข้างบึง กระชากผ้าคลุมออกตะโกน
“ท่านคามิน”
สินธรกระโดดน้ำลงไป เมฆาสั่งการ
“ลงไปช่วยท่านคามินกับพระคู่หมั้นให้ได้”
ฐากูรกับวายุ ดึงผ้าโพกหน้าออกวางอาวุธ กระโดดลงไป ผิวน้ำ มีเลือดกระจายจางๆขึ้นมา

ทุ่งรัตยาสวยงาม มีหมอกจางๆ...มัทนาเดินมองอย่างตื่นเต้น
“นี่มันทุ่งรัตยา ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่” มัทนานึกได้ “คามิน...คุณอยู่ที่ไหน”
“ผมอยู่ตรงนี้”
มัทนาหันขวับ คามินชุดองค์รักษ์ ยืนอยู่ มัทนาดีใจ
“คามิน”
มัทนาวิ่งเข้าหา คามินอ้าแขนรอรับ สองคนกอดกัน มัทนาเงยหน้ามองโหยหา
“คุณยังไม่ตาย ๆ”
“อย่าร้องไห้ ผมจะอยู่กับคุณเสมอ”
“จริงๆนะ คุณจะไม่ทิ้งฉันไปไหนอีกนะ”
คามินยิ้ม ก้มลงจูบมัทนา แต่พอปากแตะกัน เหมือนคามินถูกกระชากให้ถอยห่าง มัทนา เห็นคามินถอยวูบออกไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงมัทนายืนอยู่คนเดียว เธอลืมตาตกใจ มองหา
“คามิน...คามินคุณหายไปไหน...คามิน”

ห้องพักในโรงพยาบาล...มัทนาตะโกนดังขึ้นมา
“คามิน...”
ท่านหญิงมาณวิกาเฝ้าดูอาการอยู่รีบลุกขึ้นมาดูที่เตียง มัทนาลืมตางงๆ
“ยัยมัท...ฟื้นแล้วเหรอลูก เป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ท่านหญิงมาณวิกาดีใจ
“แม่...”
มัทนามองรอบๆ
“นี่มัทไม่ได้ฝันใช่มั้ย มัทอยู่ที่ไหน”
“มัทไม่ได้ฝัน มัทอยู่กรุงเทพจ้ะที่นี่โรงพยาบาลไงลูก”
“โรงพยาบาล...มัทมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“เรื่องมันยาวจ้ะ คุณพ่อส่งคนไปช่วยลูกกลับมา”
มัทนาคิดๆ เธอนึกถึงภาพที่คามินตกใจพุ่งเข้าไป เจ้าชายมาคีกับมัทนา หันมามอง คามินผลักเจ้าชายมาคีล้มกลิ้งไป ตัวเองโดดรับลูกระเบิด ล้มลงแต่จับลูกระเบิดไว้แน่น กลิ้งตัวอย่างเร็วหล่นลงน้ำไปอึดใจหนึ่ง แรงระเบิดสนั่นหวั่นไหว น้ำกระจายพุ่งขึ้นมา มัทนาตะลึงตะโกนสุดเสียง
“คามิน”
มัทนาจำได้ ลุกพรวดจับมือแม่ถามร้อนรน
“คุณคามินละคะ คุณคามินอยู่ที่ไหนคะแม่ พ่อช่วยคุณคามินมาด้วยใช่มั้ยคะ แม่...แม่ค่ะ”
“ใจเย็นๆลูก มัทเพิ่งฟื้นคิดถึงตัวเองก่อนนะเรื่องคุณคามิน เดี๋ยวมัทถามรายละเอียดจากคุณพ่อเองก็แล้วกัน”
ท่านหญิงมาณวิกาประคองให้นอน มัทนาไม่ยอม
“แม่คะแม่โทรตามพ่อให้มัททีมัทอยากรู้นะคะแม่นะคะ”
“จ้ะๆเดี๋ยวแม่จะตามพ่อให้”

มัทนายังจ้องอ้อนวอน มาณวิกาจำใจเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือกดออก

หน้าห้องในวังรายา...เทวีทั้งร้อนรนและหวาดกลัว พระนางสาวิตรีโกรธจัด
 
“เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง”
“หม่อมฉันก็ไม่ทราบเพคะ”
พระนางสาวิตรีมองไปในห้องด้านในอย่างเป็นห่วง เจ้าชายมาคี นายพลวิฑูรมาถึงถามร้อนใจ
“เป็นไงบ้าง หฤทัยกับเด็กปลอดภัยใช่มั้ย”
“ยังไม่ทราบเลยค่ะหมอหลวงกำลังช่วยอยู่” เทวีหน้าเครียด
เจ้าชายมาคีเข้ามาหาพระนางสาวิตรี
“เสด็จแม่ หฤทัยเป็นยังไงบ้าง”
พระนางสาวิตรีมองอย่างตำหนิ
“มาคี...ลูกน่าจะพูดความจริงตั้งแต่แรก เรื่องยุ่งๆทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น”
มินตราเดินมาถึงชะงักหยุดฟัง
“ความจริง...ความจริงอะไร”
นายพลวิฑูรเหลือบมองเคืองๆ
“ความจริงที่ว่าเจ้าชายเป็นพระบิดาของเด็กในท้องหฤทัยไงพะยะค่ะ”
มินตราตกใจ เจ้าชายมาคีตะลึง เทวีรีบเสริม
“ฤทัยยอมรับความจริงหมดแล้ว” เทวีร้องไห้ “ฮือๆ ไม่นึกเลย ว่าฝ่าบาทจะทรงทำร้ายลูกด้วยพระหัตถ์ของฝ่าบาทเอง”
เจ้าชายมาคีอึ้ง หมอออกมา ทุกคนเลยหันไปที่หมอ
“เป็นไงบ้างหฤทัยกับเด็กในท้องปลอดภัยใช่มั้ย” พระนางสาวิตรีรีบถาม
“คุณหฤทัยปลอดภัยแล้วพะยะค่ะ”
ทุกคนโล่งอก นายพลวิฑูรรีบถาม
“เด็กในท้องด้วยใช่มั้ยหมอ”
หมอถอนใจ
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆคณะแพทย์ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว...”
ทุกคนตกใจ มินตรายิ้มสะใจ นายพลวิฑูรเข้าไปกระชากหมอ
“ขอโทษเหรอ...หมอต้องช่วยให้ทันสิรู้มั้ยว่าเด็กคนนั้นสำคัญแค่ไหน ถ้าเป็นโอรส เขาจะต้องเป็นรัชทายาทลำดับต่อไป หมอต้องช่วยให้ได้”
พระนางสาวิตรีเสียงเข้มให้สติ
“พอเถอะพี่...ขอบใจมาก ไปได้แล้ว”
หมอทำความเคารพรีบออกไป นายพลวิฑูรหันมามองเจ้าชายมาคี
“ถ้าเจ้าชายไม่ทรงปัดความรับผิดชอบแต่แรก ก็คงไม่ต้องสูญเสียแบบนี้”
เจ้าชายมาคียังเถียง
“ไม่จริง...เด็กในท้องไม่ใช่ลูกเรา ไม่ใช่”
เจ้าชายมาคีผลุนผลันออกไป นายพลวิฑูรมองตามไม่พอใจ เทวีฟูมฟายร้องไห้ พระนางสาวิตรีอึ้ง มินตรามองตามเจ้าชายมาคีออกไป หันมามองทุกคนยิ้มสะใจ

เจ้าชายมาคีเดินเหมือนหุ่นเข้ามาในตำหนักพึมพำ
“ไม่จริง...ไม่จริง”
เสียงนายพลวิฑูรดังก้องในหัว
“ความจริงที่เจ้าชายเป็นพระบิดาของเด็กในท้องหฤทัยไงพะยะค่ะ”
“ฤทัยยอมรับความจริงหมดแล้ว ฮือๆ ไม่นึกเลย ว่าฝ่าบาทจะทรงทำร้ายลูกด้วยพระหัตถ์ของฝ่าบาทเอง” เทวียืนยัน
เจ้าชายมาคีลูบหน้า เซไปทรุดนั่งหมดแรง กุมหน้าแล้วร้องไห้ออกมา ชวาลเข้ามา
“ฝ่าบาท”
เจ้าชายมาคีลุกพรวดจับชวาลเขย่าแรงๆ
“บอกมาชวาล...คืนนั้น...หฤทัยกับเราไม่ได้มีอะไรกันใช่มั้ย...”
ชวาลนิ่งมาก
“กระหม่อมคิดว่า ทรงจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่ทรงปฎิเสธความจริงมาตลอด”

เจ้าชายมาคีอึ้ง

ในอดีต...เจ้าชายมาคีหลับอยู่ หฤทัย ร้องไห้ เจ้าชายมาคีหันไปเห็นหฤทัยนั่งหันหลัง ร้องไห้ เจ้าชายมาคีตกใจ คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น หฤทัยลุกขึ้น เจ้าชายมาคีแกล้งหลับ
 
“ทำไมเพคะ เมื่อไม่ทรงรักหม่อมฉัน แล้วทำแบบนี้กับหม่อมฉันทำไม”
หฤทัยโซเซออกไป เจ้าชายมาคีลืมตางงๆลุกขึ้นนั่งกุมหัว
“ฤทัย...บ้าจริงนี่เราทำอะไรลงไป”

ปัจจุบัน เจ้าชายมาคีปล่อยตัวชวาล ถอยไปนั่งเสียใจพึมพำ
“ไม่หรอก มันเป็นแค่ฝันไป เรา...เราไม่ได้ฆ่าลูก เด็กคนนั้นไม่ได้เป็นลูกเรา”
เจ้าชายมาคีร้องไห้ ชวาลมองอย่างผิดหวัง
“ถึงจะทรงกันแสงจนน้ำพระเนตรเป็นสายพระโลหิต ฝ่าบาทก็ทรงลบล้างความผิดในใจของฝ่าบาทไปไม่ได้”
เจ้าชายมาคีมองชวาล แล้วรีบเช็ดน้ำตา เสียงแข็ง
“ถ้าจะมาซ้ำเติมเราละก็ ไปออกไปให้พ้น แล้วไม่ต้องมาให้เราเห็นหน้าอีก”
“กระหม่อมออกไปแน่ แต่ขอบังอาจกราบทูลฝ่าบาทว่าอย่าทรงทำผิดมากไปกว่านี้เลยพะยะค่ะ”
เจ้าชายมาคีอึ้ง ชวาลทำความเคารพออกไป เจ้าชายมาคีโมโหหุนหัน หยิบของขว้างตามไป แล้วทรุดนั่ง กุมหน้าร้องไห้อยู่คนเดียว

ในห้องพักผู้ป่วย...มัทนามองหน้าธรรมรัตน์
“หมายความว่า...องค์ราชินีกับเจ้าชายตั้งใจลวงพ่อกับแม่ไปฆ่าทิ้ง”
“พ่อเองก็ไม่รู้ ว่ามันเป็นแผนของใคร แต่มันทำให้พ่อรู้ว่าคนที่นั่นโหดเหี้ยมแค่ไหน พ่อถึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะพาตัวลูกกลับมา”
“พ่อก็เลยกลับไปรายาอีก”
“ใช่...ก่อนไปพ่อไปพบเพื่อนเก่าที่เป็นนายทหารนอกราชการเพื่อปรึกษาหาทางช่วยลูก พ่อติดต่อกลับไปหาสินธร ถึงได้รู้ว่าสินธรซ่อนตัวอยู่ที่ภูสายธาร พ่อรีบพาเพื่อนพ่อกับกองกำลังไปที่นั่น แล้วพวกเราก็วางแผนกบดานรอเวลา จนกระทั่งได้รับการติดต่อจากบุหลัน บอกว่าคามินแหกคุก คนของพ่อกับคนของภูสายธาร ถึงรีบไปดักรอแถวนั้น โชคดีที่เจอลูก”
“แสดงว่าคามินปลอดภัยใช่มั้ยคะ”
ธรรมรัตน์อึ้งหันไปมองท่านหญิงมาณวิกา มัทนารบเร้า
“ว่าไงคะพ่อ”
ธรรมรัตน์เดินเข้ามาลูบหัวลูกเบาๆ
“สินธรช่วยลูกขึ้นมาจากบึงนั่น แต่สำหรับคามิน ไม่มีใครพบแม้แต่ซาก เขา...เขาน่าจะไม่อยู่แล้ว”
“ไม่อยู่ หมายความว่ายังไงคะ” มัทนาชะงัก
“ระเบิดนั่นอานุภาพร้ายแรงมากนะลูก...”
“มัทไม่เชื่อ มัทอยากกลับไปหาเขาให้พบ”
มัทนาจะไป ท่านหญิงมาณวิการีบห้าม
“อย่าลูก”
“ไม่มีประโยชน์หรอกมัท ถ้าลูกกลับไป ก็เท่ากับเอาชีวิตไปทิ้ง คามินคงไม่ต้องการแบบนั้น”
ธรรมรัตน์ปราม มัทนานิ่งไป
“แล้วพี่มินละคะ พี่มินกลับมาด้วยหรือเปล่า”
“มินตรายังอยู่ที่รายา เขาคงต้องการจะอยู่ที่นั่น”
“หมายความว่ายังไงคะ” มัทนาไม่เข้าใจ
“ตอนนี้เขากลายเป็นคนโปรดขององค์ราชินีไปแล้ว เรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นกับคุณมัท ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของมินตรา” เหมันต์แทรกขึ้น
“เป็นไปไม่ได้” มัทนาชะงัก
ธรรมรัตน์ถอนใจ
“มันเป็นไปแล้ว พ่อกับแม่ก็คิดไม่ถึง เราเลี้ยงเขาเหมือนลูก แต่เขากลับคิดตรงกันข้าม”
มัทนาอึ้ง มาณวิกาตัดบท
“ไว้ลูกหายดีแล้วแม่จะเล่าให้ฟังแต่ตอนนี้แม่ว่ามัทพักผ่อนก่อนดีกว่านะ”
มัทนาช็อคสุดๆ ธรรมรัตน์ปลอบ
“ลืมทุกอย่างที่รายาให้หมดเถอะลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่พ่อขอโทษที่ทำให้มัทต้องไปเจอกับเรื่องร้ายๆ”
มัทนอนลงน้ำตาไหลเงียบๆ

วันใหม่...มัทนาอยู่ในห้องนอนตนเอง อนงค์จัดเสื้อผ้าเข้าตู้ มัทนาเดินไปถึงโต๊ะมุมห้อง เห็นกรอบรูปเดี่ยวตัวเองวางอยู่ กับกรอบรูปที่ถ่ายคู่กับพ่อแม่
“อนงค์...กรอบรูปมัทกับพี่มินหายไปไหน”
“คือท่านหญิงให้เก็บรูปคุณมินออกไปให้หมดค่ะ”
มัทนาถอนใจ เศร้าพึมพำ
“ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว”

มัทนาเดินเข้ามาในสวนพยายามทำสดชื่นดูดอกไม้แต่พอมองไปที่โต๊ะต้องชะงัก เธอนึกถึงอดีต ที่คามินนั่งอยู่ที่โต๊ะในสวนอ่านข่าวรายาในไอแพดไป จิบกาแฟไป มัทนาเดินหน้าบึ้งเข้ามา
“พร้อม...จะให้ทำอะไรก็ว่ามา”
คามินมองมัทนาขำๆ
“ยิ้ม”
“ให้ฉันยิ้ม”
“ครับ”
“มันเกี่ยวอะไรกับการเป็นราชินีไม่ทราบ”
“ประชาชนทุกคนอยากเห็นราชินีที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ว่าคุณจะสุข เศร้า เหงา โกรธ คุณก็ต้องยิ้ม”

มัทนายิ้มทั้งน้ำตา เมื่อนึกถึงอดีต

มัทนาเดินเรื่อยเปื่อยมาถึงริมสระ ลงนั่งเบื่อๆแล้วชะะงัก เมื่อนึกถึงอดีตตอนที่คามินถอยหนีเธอที่ยังใช้มวยรายาจู่โจมออกมาที่มุมหนึ่ง มัทนาพูดอย่างโมโห
 
“ฉันไม่ชอบรังแกใครฝ่ายเดียว...สู้กับฉันเดี๋ยวนี้”
“ผมกลัวพลาดโดนคุณเจ็บ”
“ฉันฝึกมาจนคล่องแล้วไม่เสียทีคุณง่ายๆหรอก”
“ถ้าคุณเรียกท่าต่อยกระย่องแระแย่งนี่ว่าฝึกจนคล่องคุณก็เข้าใจผิดแล้ว...”
“งั้นก็ลอง เทควนโด้สายดำดูแล้วกัน”
มัทนามองคามินอย่างโมโห จู่โจมไม่ยั้ง
ปัจจุบัน... มัทนาหัวเราะออกมาคนเดียวอย่างขำมากๆ ครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็นเศร้า

ค่ำนั้น...มัทนาแต่งชุดนอนเดินผ่านห้องเปียโนแล้วชะงักหันไปมอง แล้วนึกถึงเหตุการณ์ที่คามินมองมัทนาที่เล่นเปียโนบรรเลงเพลงกล่อมเด็กของรายาอย่างไพเราะ คามินยืนฟังเพลงเหมือนต้องมนต์ ฟังเธอเล่นจนจบเพลงปรบมือให้อย่างชื่นชม
“ไม่คิดเลยว่าคุณจะเล่นดนตรีได้ไพเราะอย่างนี้”
ปัจจุบัน มัทนาเดินเข้าไปนั่งลงเล่นเปียโนร้องเพลงหลับฝันดี เล่นไปร้องไปแล้วก็ร้องไห้ไปด้วย ก่อนจะหยุดเล่นฟุบหน้าลง ธรรมรัตน์กับท่านหญิงมาณวิกาแอบดูอยู่อย่างสงสารมาก

โต๊ะอาหารเช้าวันใหม่...ธรรมรัตน์กับท่านหญิงมาณวิกานั่งอยู่ที่โต๊ะ ชะงักเห็นมัทนาแต่งตัวทะมัดทะแมงสะพ่ายกระเป๋าเดินทางเข้ามานั่ง
“มัทจะไปไหนลูก”
“มัทอยากจะไปพักผ่อนที่สงบๆนะคะ”
ท่านหญิงมาณวิกาจะห้าม ธรรมรัตน์ปรามด้วยสายตารีบชิงพูด
“ก็ดีเหมือนกันนะไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ไปเถอะลูกไปเลย”
มัทนาลุกไปจูบแก้มธรรมรัตน์
“ขอบคุณค่ะพ่อ”
มัทนาจูบแก้มท่านหญิงมาณวิกา
“ขอบคุณค่ะแม่”
มัทนานั่งลงกินอาหารเช้าอย่างร่าเริง ท่านหญิงมาณวิกาอดถามไม่ได้
“แล้วมัทจะไปไหนล่ะ”
“บ้านเราวังน้ำเขียวค่ะ”
“ดีๆ ที่นั่นอากาศบริสุทธิ์ ไปพักนานๆเลยนะลูก” ธรรมรัตน์เห็นดีด้วย

มัทนาขับรถไปถอนใจไป เซ็งๆเบื่อๆ เธอมองออกไปนอกรถเห็นป้ายบอกสถานที่
วังน้ำเขียว ตรงไป มัทลังเล ก่อนเปิดไฟเลี้ยวขวาหักพวงมาลัยไปถนนอีกสายแทน
“ไปอยู่เกาะเงียบๆดีกว่า มีแต่เสียงคลื่นกับลมบางทีใจเราอาจจะสงบบ้างก็ได้”

ธรรมรัตน์กับเหมันต์เดินมาแอบคุยกันมุมหนึ่งของบ้าน
“หมอว่ายังไงบ้าง”
“คุณหมอบอกว่า กำลังปรึกษากับทางอเมริกาอยู่ ถ้าไม่ดีขึ้นก็อาจจะต้องพาคนไข้ไปรักษาที่โน่น”
“ไม่มีปัญหา ฝากเธอดูแลเขาให้ดีที่สุด อย่าให้ขาดเหลืออะไร”
“ครับ...แล้วนี่คุณมัทไปคนเดียวเหรอครับ”
“อือ เขาคงอยากจะอยู่เงียบๆ ก็ดีจะได้ลืมคนที่ควรจะลืมได้ซะที”

เรือเข้ามาจอดที่ชายหาด มัทนาเหม่อคิดถึงอดีตที่เธอท้าแข่งดำน้ำกับคามิน แล้วจมน้ำ คามินช่วยไว้ เสียงคนเรือดังขึ้น
“ถึงแล้วครับ”
“อ๋อ จ้ะ”
มัทกระโดดลงมาอย่างคล่องแคล่ว คนขับเรือช่วยยกกระเป๋า สัมภาระตามลงมา มัทนาเดินลุยน้ำตื้นๆ เข้ามาที่หาดมองไปทางบ้านพัก เห็นชิงช้า ห้อยอยู่จากต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน มัทนาลูบคลำตื่นเต้น
“นายชิงช้าเพื่อนรัก คิดว่าจะมีใครมารื้อออกไปซะแล้ว”
มัทนาลงนั่งไกวเบาๆอย่างมีความสุข แล้วตกใจรับที่ชายหาดเห็นเรือแล่นออกไป มัทนากระโดดลุก
“อ้าว...เดี๋ยวสิเดี๋ยว...”
มัทนารีบวิ่งออกไปตะโกนโหวกเหวกลั่นๆชายหาด ลุยน้ำลงไป
“ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้มารับเมื่อไรปั๊ดโธ่ กลับมาก่อน”
“เสียงใครน่ะ” เสียงคามินดังขึ้น “ฉันถามว่าใคร”
มัทนาคุ้นเสียงมาก หันไป ชะงัก เหมือนโดนผีหลอก เธอตะลึงที่เห็นคามินยืนนิ่งข้างหลัง ถือไม้เท้า มัทนานึกว่าตาฝาดหันกลับมาพึมพำ
“ไม่ เราตาฝาดแน่ๆ” มัทนาขยี้ตา
“ลิ้นจี่ใช่มั้ย” คามินถามซ้ำ
มัทนาอึ้ง หันไปมองอีกที ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก คามินถอนใจ
“ชูบอกว่าเธอจะมาวันนี้ เห็นว่ายังเด็กฉันเชื่อแล้วว่าเธอคงยังเด็กจริง มาถึงก็ส่งเสียงลั่นๆรีบขึ้นมาแล้วตามฉันไปคุยบนบ้านพัก”
คามินใช้ไม้เท้าแตะๆพื้น เดินกลับไปที่บ้านพักช้าๆ มัทนายังอยู่ในน้ำมองงงๆ...ชายหาดต่างระดับ คามิน สะดุดล้มลง มัทนารีบวิ่งขึ้นไปประคอง คามินเค้นหัวเราะค่อยๆลุกขึ้น
“ขอบใจ ต้องมาดูแลคนตาบอด เธอคงเบื่อแย่นะลิ้นจี่”
คามินเดินต่อ มัทนามองตามไปอย่างตกตะลึงพึมพำ

“ตาบอด...”


จบตอนที่ 12 
กำลังโหลดความคิดเห็น...