xs
xsm
sm
md
lg

นางกลางไฟ ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


นางกลางไฟ ตอนที่ 8

ธวัชเดินเข้ามาที่เนินสวย มองเทียนรูปหัวใจที่ตะวันจุดไว้ยิ้มๆ ก่อนจะมองหาตะวันฉาย

"ตะวันครับ..ผมมาแล้วครับ ... ตะวัน..คุณอยู่ไหนครับ" ธวัชเรียกพลางเดินหา
ธวัชแปลกใจที่ไม่เห็นเธอ พอหันมองที่เก้าอี้ก็เห็นมือถือเธอวางอยู่
"ไปไหนของเค้า มือถือก็ไม่เอาไป ตะวันครับ..ตะวัน"
ธวัชมองหาตะวันไปทั่ว ก่อนจะเห็นรองเท้าข้างหนึ่งของตะวันอยู่ที่พื้นใกล้ๆ ธวัชหยิบรองเท้าขึ้นมา
"ตะวัน"
ธวัชหน้าเสีย ใจคอไม่ดี เป็นห่วงตะวัน
"ตะวัน..คุณอยู่ที่ไหน ตะวัน"

มุมหนึ่งใกล้รีสอร์ต ชาย 1- 2 มองตะวันที่ถูกชาย 3 วางลงบนพื้น ชาย 1 ดึงผ้าที่มัดปากตะวันออก
"พวกแกเป็นใคร ทำแบบนี้กับฉันทำไม"
ชาย 1ยิ้มหื่นบอก
"ไม่ต้องอยากรู้หรอกว่าพวกฉันเป็นใคร รู้แค่ว่าพวกฉันกำลังจะเป็นผัวเธอในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ก็พอ"
ตะวันตกใจ ชาย 2 บอก
"แปลก...สวยขนาดนี้ น่าจะมีปัญญาหาผัวเอง ไม่น่าไปแย่งผัวชาวบ้านเค้าเลย แล้วแอบมามั่วกับผัวเค้าแบบนี้ ไม่กลัวเมียหลวงเค้าจับได้หรอกเหรอ"
ตะวันฉายชะงัก รู้สึกว่าชาย 2 พูดแปลกๆ
ชาย 3ถามต่อ
"ถามจริง...เธอไปแย่งผัวชาวบ้านเค้าแบบนี้เนี่ย ไม่กลัวบาปกลัวกรรมหรอกเหรอ"
"แล้วที่พวกแกคิดจะทำร้ายฉัน โดยที่ฉันไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนอะไรให้พวกแกเลย มันไม่บาปหรือยังไง"
ชาย 2 ไม่พอใจ
"เอ๊ะ..นังนี่เถียงคำไม่ตกฟาก"
ชาย 1ตะคอก ชาย 2-3
"เฮ้ย..ไม่ใช่เรื่องของพวกมึง อย่าเสือกทำเกินหน้าที่"
ชาย 2-3 จ๋อยๆ ชาย 1 เข้าไปใกล้ตะวัน พร้อมมองเธอด้วยสายตาโลมเลีย
"มาสนุกกับพวกพี่นะ เดี๋ยวพวกพี่จะจัดให้ชุดใหญ่ ถึงใจน้องแน่นอน"
"ไม่นะ..พวกแกจะทำอย่างนี้กับฉันไม่ได้"
"มาถึงขนาดนี้แล้ว จะให้พวกฉันกลับมือเปล่าได้ไง"
ทันใดนั้นชาย 1 ควักมือถือขึ้นมา

ตามคำสั่งของดวงตะวันกับชาย 1
"ระหว่างที่พวกแกเล่นจ้ำจี้กับนังตะวัน... ถ่ายคลิปไว้ด้วย"
ชาย 1ถาม
"คุณจะเอาคลิปไปขู่แบล็กเมล์ไม่ให้ผู้หญิงคนนั้นมายุ่งกับผัวคุณอีกใช่ไหม"
"แกนี่ฉลาดดีนี่"

ชาย 1 ยิ้มๆ ตะวันมองมือถืออย่างตกใจ
"แกจะทำอะไร"
"เก็บภาพความประทับใจไว้เป็นที่ระลึก"
ตะวันฉายตกใจ ชาย 1 ยื่นมือถือให้ชาย 2
"ถ่ายดีๆนะเว้ย ให้เห็นหน้านังนี่ชัดๆ พอฉันสนุกกับมันเสร็จแล้ว พวกแกค่อยมาแตะมือเปลี่ยนคิวกับฉัน"
ชาย 1 ยิ้มหื่นเดินเข้าหา ตะวันฉายจะถอยหนี ชาย 1 รวบตัวเธอไว้ เธอเตะเป้าชาย 1 สุดแรง จนชาย1 ร้องลั่นด้วยความเจ็บ ทรุดฮวบลงกับพื้น ตะวันรีบวิ่งหนีไป
ชาย 1สั่งชาย 2-3 "ตามมันไป !"
ชาย 2-3 วิ่งตามตะวันไป ชาย 1 กุมเป้าอย่างเจ็บๆ

ตะวันฉายวิ่งหนีมาอีกมุมหนึ่งอย่างทุลักทุเล ชาย 2 วิ่งตามมาติดๆ ชาย 3 วิ่งรั้งท้ายมาด้วย
ชาย 3บอก "จับมันไว้ อย่าให้มันหนีไปได้"
ตะวันหันมองอย่างตกใจ จะวิ่งออกไป แต่สะดุดล้ม ชาย 2-3 เข้ามาจับตัวไว้ได้ เธอดิ้นขัดขืน "ปล่อยฉันนะ..ปล่อย"
ชาย 1บีบคางตะวันฉาย
"เมื่อกี้เล่นแรงนี่หว่า ทีนี้ถึงตาฉันเอาคืนบ้าง"
ธวัชตามหาตะวันมาที่มุมหนึ่งอย่างร้อนใจ ก่อนจะเห็นรองเท้าอีกข้างของตะวันอยู่ที่พื้น
ชาย 1 ผลักตะวันลงกับพื้น แล้วโถมตัวเข้าไปหา จะลงมือปลุกปล้ำตะวัน ตะวันดิ้นขัดขืนสุดแรง
"อย่า..ช่วยด้วย"
ธวัชชะงักได้ยินเสียง
"ตะวัน !"
ชาย 2 ควักมือถือมาถ่ายคลิป ชาย 1 ซุกไซ้ซอกคอตะวันฉาย เธฮกัดหูชาย 1
ชาย 1เจ็บร้องลั่น
"อ๊าก ! มึงชอบความรุนแรงใช่ไหม งั้นกูจัดให้"
ชาย 1 ตบตะวัน แล้วจะถอดเสื้อเธอ ทันใดนั้น ธวัชวิ่งพรวดเข้ามา
"ตะวัน !"
ธวัชพุ่งไปกระชากชาย 1 แล้วต่อยหน้าหงาย ชาย 2 รีบเก็บมือถือใส่กระเป๋าเสื้อ ชาย 2-3 เข้ามาต่อยธวัชจนเซไป ก่อนจะแลกหมัดกับชาย 2-3 ที่สู้ธวัชไม่ไหว ล้มไปคนละทาง มือถือกระเด็นออกจากกระเป๋าเสื้อชาย 2 ตะวันรีบเก็บมือถือขึ้นมาใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง โดยที่ชาย 2 ไม่ทันเห็น
ชาย 1 เข้ามาต่อยธวัช ธวัชต่อยกลับ ชาย 1 เซล้มแล้วลุกขึ้น จะบู๊กับธวัชต่อ ธวัชคว้าไม้ที่อยู่แถวนั้น ฟาดเสยปลายคางชาย 1 จนสลบไป ชาย 2-3 ตกใจ รีบเข้าไปดูชาย 1
ชาย 3 ถาม
"พี่.. เป็นไงบ้างพี่"
"พวกแกเป็นใคร ฉันถามว่าพวกแกเป็นใคร"
ทั้งสองอึกอัก ชาย 2 บอกชาย3
"ท่าไม่ดี เผ่นเหอ"
ชาย 2-3 กลัว รีบลากชาย 1 ออกไปทันที ตะวันฉายโผกอดธวัชอย่างขวัญเสีย

"ไม่เป็นไรนะครับ คุณปลอดภัยแล้ว"

ทางเดินชายป่าเวลากลางคืนต่อเนื่องมา ธวัชประคองตะวันเข้ามา

"ผมผิดเองครับที่กลับมาช้า ไม่อย่างงั้น คงไม่เกิดเรื่องร้ายๆแบบนี้กับคุณ"
"ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะ เป็นคราวซวยของฉันมากกว่า"
"คุณรู้ไหมครับว่าพวกมันเป็นใคร"
ตะวันส่ายหน้า
"ไม่แน่...อาจจะเป็นชาวบ้านที่อยู่แถวนี้ก็ได้ค่ะ"
"ผมจะพาคุณไปแจ้งความ เอาผิดกับพวกมัน"
"อย่าเลยค่ะ ฉันไม่อยากเป็นข่าว"
"แล้วถ้าพวกมันย้อนกลับมาทำร้ายคุณอีกล่ะครับ"
"ฉันเห็นหน้าตาพวกมันชัดเจน พวกมันคงไม่กล้ากลับมาอีกแล้วล่ะค่ะ"
"ต่อไปนี้ ผมจะไม่ปล่อยให้คุณอยู่คนเดียวอีก"
ธวัชดึงตะวันมากอดด้วยความห่วงใย

เช้าวันใหม่ มุมหนึ่งในรีสอร์ต ตะวันฉายมองมือถือของชาย 1 ในมือแล้วคิดๆ ถึงคำพูดแปลกๆ
แล้วเธอก็ตัดสินใจกดมือถือโทรออกไป
มือถือดวงสุดาที่วางบนโต๊ะโซฟาดังขึ้น ดวงสุดาเข้ามาหยิบมือถือแล้วกดรับ แล้วพูดออกไป
"ว่าไง...พวกแกพานังตะวันขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เรียบร้อยรึยัง"
ตะวันฉายตกใจ พึมพำเสียงเบา
"คุณดวงสุดา"
"นี่..แกหูตึงหรือยังไง ฉันถามว่าจัดการนังตะวันเรียบร้อยรึยัง"
ตะวันฉายกดปิดมือถืออึ้งๆ
"ฮัลโหลๆๆ" ดวงสุดากดมือถือโทรออก "ไอ้บ้าเอ้ย...กล้าปิดมือถือใส่ฉันได้ยังไง"
ตะวันนิ่งอึ้งไป นึกไม่ถึงว่าดวงสุดาจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
ดวงสุดาตวาดด่าชาย 3 คนอย่างไม่พอใจ วัลลภายืนอยู่ด้วย
"ไอ้พวกโง่ เซ่อ ไม่มีสมอง ไม่ได้เรื่อง"
"งานง่ายๆแค่นี้ยังทำพลาด ทุเรศ !"
ชาย 1ว่า
"ถ้าผัวคุณไม่เข้ามาช่วยนังนั่น งานกระจอกๆแค่นี้ พวกฉันไม่มีทางทำพลาดแน่"
ดวงสุดาตะคอก
"ไม่ต้องมาโทษผัวฉัน พวกแกนั่นแหล่ะไม่ได้เรื่อง"
"มีตั้ง 3 หัว แต่กลับสู้หัวเดียวไม่ได้ ไอ้พวกโจรกระจอก" วัลลภาบอก
ชาย 1 ไม่พอใจ
"นี่คุณนาย ฉันมารับค่าจ้างนะ ไม่ได้มาให้ใครด่าฉอดๆๆ"
"ไม่รู้นังตะวันมันจะแจ้นไปแจ้งความกับตำรวจรึเปล่า"
ดวงสุดาควักเงินปึกหนึ่งออกมา ส่งให้ชาย 1
"พวกแกหลบไปอยู่ที่อื่นสักพักก่อน ถ้าเรื่องเงียบ ค่อยกลับมา"
พวกชาย 1 ออกไป ดวงสุดานิ่งไปอย่างกังวลใจ

ธวัชขับรถเข้ามาจอดที่รีสอร์ต แล้วถือกระเป๋าทำงานลงจากรถ ตะวันฉายเดินเข้ามารับ
"ทำงานเหนื่อยไหมคะ"
"เหนื่อยครับ แต่พอเห็นหน้าคุณ ผมก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย"
ตะวันหยิกจมูกธวัช
"ปากหวานจังเลยนะคะ"
"ผมพูดจริงๆนะครับ เวลาแห่งความสุขผ่านไปเร็วเหลือเกิน พรุ่งนี้เราก็ต้องกลับกรุงเทพแล้ว ผมรู้สึกว่ายังให้เวลากับคุณได้ไม่มากเท่าที่ควรเลย"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ สำหรับฉัน แค่นี้ก็มากพอแล้วล่ะค่ะ"
ธวัชยิ้มซาบซึ้งที่ตะวันฉายเข้าใจ ธวัชดึงเธอมาจูบหน้าผากอย่างแสนรัก
"ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ ฉันตั้งโต๊ะไว้รอแล้ว มีแต่ของโปรดของคุณทั้งนั้นเลยนะคะ"
"ครับ..ผมก็หิวจนตาลายไปหมดแล้ว"
ทั้งสองจูงมือกันเข้าห้องพัก

พนักงานในรีสอร์ตส่งมือถือให้ตะวัน
"เรียบร้อยแล้วครับ"
ตะวันรับมือถือ แล้วควักเงินให้พนักงาน
"ขอบใจน้องมากจ๊ะ"
พนักงานรับเงินแล้วออกไป ตะวันเปิดดูคลิปบางอย่างในมือถือแล้วยิ้มร้าย
ทางด้านดวงสุดานั่งหวีผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ภายในห้อง เสียงมือถือดวงสุดาที่วางอยู่ใกล้ๆดังขึ้น หน้าจอเป็นเบอร์ชาย 1
ดวงสุดากดรับ
"แกโทรมาทำไมอีก อย่าบอกนะว่าจะขอเงินเพิ่ม"
มุมหนึ่งในรีสอร์ต ตะวันฉายใช้มือถือชาย 1 คุยกับดวงสุดา
"ฉันเองค่ะ..คุณดวงสุดา"
ดวงสุดาตกใจ
"นังตะวัน"
ตะวันตั้งใจพูดยั่วดวงสุดา
"เสียใจด้วยนะคะที่ไอ้ลูกน้องห่วยแตกของคุณพวกนั้นทำอะไรฉันไม่ได้ พอดีว่าคุณธวัชตามไปช่วยฉันไว้น่ะค่ะ แล้วคุณธวัชเค้าก็ปกป้องฉันจนลูกน้องของคุณแตกกระเจิงไปคนละทาง แถมมันยังโง่ทำมือถือตกไว้ในที่เกิดเหตุซะอีก"
ดวงสุดาโมโห
"แกจะเอายังไง"
"คุณไม่มีทางทำอะไรฉันได้หรอกคุณดวงสุดา เพราะคนอย่างฉันดวงแข็ง ไม่เป็นอะไรง่ายๆ แต่ถ้าคุณคิดจะทำอะไรฉันอีกล่ะก็ รับรองว่าเรื่องนี้จะถึงหูตำรวจทันที"
"แกขู่ฉันเหรอ"
"คุณก็ลองส่งคนมาทำร้ายฉันอีกสิคะ จะได้รู้ว่าฉันแค่ขู่ หรือเอาจริง อย่าลืมนะคะว่าฉันมีหลักฐานที่จะเอาผิดกับคุณสบายๆ ทั้งมือถือของคนร้ายที่ใช้ติดต่อกับคุณ รวมทั้งคลิปเสียงที่เราคุยกันตอนนี้ด้วย ฉันอัดเสียงไว้หมดแล้วล่ะค่ะ.. บ๊ายบายนะคะคุณเมียหลวง"
ตะวันฉายวางสายพร้อมยิ้มเป็นต่อ ดวงสุดากำมือถือแน่นอย่างเจ็บใจ
ครู่หนึ่ง มือถือของดวงสุดามีเสียงข้อความภาพ MMS เข้า ดวงสุดากดดูแล้วชะงักตกใจกับภาพสวีตของธวัชกับตะวันฉาย
ดวงสุดากัดปากกัดฟันอย่างเจ็บแค้นใจ ขณะที่ตะวันยิ้มสะใจ
"นังตะวัน"
ดวงสุดาปัดข้าวของบนโต๊ะลงพื้นอย่างกราดเกรี้ยว น้ำตารินอย่างเจ็บปวดขมขื่นใจ

ธวัชวางกระเป๋าทำงานและกระเป๋าเดินทาง ดวงสุดายืนมองนิ่งๆ
"ไปทำงานมาหลายวัน เหนื่อยไหมคะวัช"
"นิดหน่อยครับ"
"งานราบรื่นดีใช่ไหมคะ"
"ครับ..ไม่ติดขัดอะไร"
ดวงสุดาแกล้งตีหน้าซื่อถาม
"แล้วอยู่ที่นู่น... มีผู้หญิงมาเกาะแกะวัชรึเปล่าคะ"
ธวัชชะงักนิดนึง แปลกใจกับคำถามของดวงสุดา ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
"ผมไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยว ไม่มีผู้หญิงที่ไหนมาเกาะแกะผมหรอกครับ"
ดวงสุดาหน้านิ่งแต่แววตาเชือดเฉือน
" ไม่มีผู้หญิงคนไหนมาเกาะแกะวัช...แน่นะคะ"
" แน่ครับ.. ผมรู้สึกเหนียวตัว ขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ"
ธวัชเดินขึ้นบ้านไป ดวงสุดาทรุดลงนั่งอย่างหมดแรง น้ำตาร่วงด้วยความเจ็บปวดเสียใจ

"คุณกล้าโกหกฉันหน้าตาเฉย.. คุณไม่ใช่ธวัชคนเดิมที่ฉันเคยรู้จัก"
 
อ่านต่อหน้า 2

นางกลางไฟ ตอนที่ 8 (ต่อ)

เย็นต่อเนื่อง ธวัชยืนอยู่สวนในบ้านดวงสุดา วาทินเดินเข้ามา วางท่าเต๊ะใส่

"นายมีอะไรจะคุยกับฉัน บอกไว้ก่อนนะ ถ้าจะขอร้องให้ฉันเลิกยุ่งกับตะวันล่ะก็..อย่าเสียเวลาเลย เพราะคนอย่างฉัน เดินหน้าแล้วไม่มีถอยหลัง ต่อให้หนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคขวากหนามแค่ไหน ฉันก็จะฝ่ามันไปให้ถึงเส้นชัยให้ได้"
"ถ้าคุณอยากจะกลับไปยุ่งกับตะวัน แล้วคุณมายุ่งกับน้องสาวผมทำไม" ธวัชถาม
วาทินยิ้มกวน
"สายป่านน่ะเหรอ ทำไมถึงคิดว่าฉันไปยุ่งกับน้องสาวนายล่ะ"
"ถ้าคุณไม่คิดอะไรกับน้องสาวผม แล้วคุณพาป่านไปไหนมาไหนด้วยดึกๆดื่นๆทำไม"
"ก็น้องนายเค้า.. อยาก จะไปกับฉัน แล้วก็.. อยาก จะอยู่ใกล้ๆฉันเอง จะให้ฉันปฏิเสธได้ไง"
ธวัชไม่พอใจ
"คุณพูดเหมือนกับว่าน้องสาวผมใจง่าย ให้ท่าคุณ"
วาทินทำจุ๊ปากกวนๆ
"จุ๊ๆๆ..ฉันยังไม่ได้พูดสักคำนะ ว่าน้องสาวนายใจง่ายหรือว่าให้ท่าฉันน่ะ"
"เลิกยุ่งกับน้องสาวผมซะ !"
วาทินยิ้ม
"แต่ถ้าน้องสาวนายอยากจะยุ่งกับฉัน ก็ช่วยไม่ได้"
"คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร"
วาทินยักไหล่กวนๆ
"ไม่มีคำตอบ เพราะฉันไม่ได้ทำอะไร"
"ถ้าคุณไม่คิดที่จะจริงจังกับป่าน ก็ปล่อยป่านไป"
วาทินยักไหล่ไม่ตอบ ธวัชยิ่งโมโห แต่พยายามข่มอารมณ์
"ขอให้คุณรู้ไว้...ถ้าคุณคิดจะสนุกกับป่านแค่ชั่วครั้งชั่วคราว หรือคิดจะเอาป่านไปเป็นของเล่นล่ะก็..ผมคงยอมไม่ได้"
วาทินทำลอยหน้าลอยตา
"แล้วไง..
"ผมจะขัดขวางคุณ ทุกวิถีทาง"
"แล้วฉันจะคอยดู"
"ไม่ต้องท้า... ผมทำแน่"
วาทินยิ้มขำ ไม่สะทกสะท้าน ธวัชจ้องวาทินอย่างเอาจริง ก่อนจะเดินออกไป วาทินมองตามอย่างแค้นๆ

สุนทรีย์เข้ามาหาธวัชอย่างร้อนใจ
"วัชคุยกับยัยป่านเรื่องคุณวาทินรึยังลูก"
"ผมคุยกับยัยป่านเรียบร้อยแล้วครับแม่"
"แล้วยัยป่านมีท่าทียังไงบ้าง"
"ยัยป่านยืนยันว่าคบกับคุณวาทินอย่างเพื่อน ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น แล้วยังบอกอีกว่าอยากจะทำงานให้เต็มที่ก่อน ส่วนเรื่องความรัก เอาไว้ทีหลังครับแม่"
"ยัยป่านพูดแบบนี้จริงๆเหรอวัช"
"จริงสิครับแม่.. ผมจะโกหกแม่ไปทำไมครับ"
สุนทรีย์ยิ้มโล่งอก
"ถ้าอย่างงั้นแม่ก็สบายใจ"
สุนทรีย์ยิ้มอย่างคลายกังวล ธวัชรู้สึกผิดที่โกหกแม่

เย็นต่อเนื่องมา ธวัชคุยกับตะวันฉายสีหน้าเคร่งเครียด
"ทำไมคุณไม่บอกแม่คุณไปตามความจริงล่ะคะ ไปโกหกท่านอย่างนั้นทำไม"
"ผมไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจครับ ถ้ารู้ว่าป่านท่าทางมีใจให้คุณวาทิน ที่สำคัญ ถ้าแม่รู้ว่าคุณวาทินเป็นเสือผู้หญิง แม่ก็จะยิ่งกังวลใจ เป็นห่วงป่านมากขึ้นอีก"
ธวัชถอนใจเครียดๆ
"ป่านไว้ใจแล้วก็เชื่อใจคุณวาทินมาก ไม่ว่าผมจะพูดยังไง ป่านก็ไม่ฟัง การที่เราจะดึงป่านออกจากคุณวาทิน คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ แล้วผมก็คิดว่าคุณวาทินก็คงจะไม่ยอมง่ายๆเหมือนกัน"
"ใช่ค่ะ...วาทินเค้าเป็นคนดื้อรั้น หัวแข็ง ชอบเอาชนะ คนอย่างเค้าแพ้ไม่เป็น อะไรที่เค้าอยากได้ เค้าก็ต้องเอาให้ได้"
"ผมไม่สบายใจเลย ผมกลัวป่านจะถลำลึก ถึงขั้นปล่อยตัวปล่อยใจให้คุณวาทิน" ตะวันฉายจับมือธวัช "ใจเย็นๆนะคะ อย่าเพิ่งคิดไปไกลถึงขั้นนั้น ป่านเป็นเด็กดี แกเป็นเด็กที่มีความคิด ไม่ใช่เด็กใจแตก ฉันเชื่อค่ะว่าป่านรู้ว่าจะต้องวางตัวยังไง"
"ตอนนี้ผมยังมองไม่เห็นทางเลยว่าจะแยกป่านกับคุณวาทินออกจากกันได้ยังไง"
ตะวันนิ่งไปอย่างกังวลใจ เป็นห่วงสายป่าน

ภายในร้านกาแฟ เวลาเย็นต่อเนื่อง วาทินกับสายป่านนั่งกินกาแฟ
"คุณทินชวนป่านไปเที่ยวที่บ้านพี่ดา เนื่องในโอกาสอะไรเหรอคะ"
วาทินส่งสายตาหวานเยิ้ม
"เนื่องในโอกาสที่ผมอยากจะเจอป่านครับ"
สายป่านเขิน
"เราก็เจอกันแทบจะทุกวันอยู่แล้วนี่คะ"
"ถ้าเป็นไปได้..ผมอยากจะเจอป่านทุกวันด้วยซ้ำ"
สายป่านยิ้มเขิน วาทินแสร้งตีสีหน้าจริงจัง
"ผมรู้นะครับว่าคุณป้ากับพี่ชายป่านไม่ชอบใจ ที่เราไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสองบ่อยๆ ที่จริงผมอยากจะชวนป่านไปเที่ยวที่คอนโดผม แต่คงจะไม่เหมาะสม แล้วถ้าใครมาเห็นเราอยู่ด้วยกัน ป่านจะถูกนินทาในทางเสียหาย ผมเลยเลือกที่จะชวนป่านไปเที่ยวที่บ้านพี่ดาแทน อย่างน้อยก็เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจให้คุณป้ากับพี่ชายป่านเห็น ว่าผมบริสุทธิ์ใจกับป่านแค่ไหน"
สายป่านยิ้ม มองวาทินอย่างประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา
"ว่าแต่ป่านอยากจะเจอผมทุกวันบ้างไหมครับ"
วาทินรอคำตอบ สายป่านเอียงอาย ทำเป็นเฉไฉตอบ
"เอาเป็นว่าป่านรับปากจะไปเที่ยวที่บ้านพี่ดาแล้วกันนะคะ"
"หมายความว่าป่านอยากจะเจอผม"
สายป่านยิ่งเขิน
"ป่านไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย คุณทินอย่าขี้ตู่สิคะ"

วาทินยิ้มๆ สายป่านอายจนหน้าแดง ทำอะไรไม่ถูก

วันใหม่ บนโต๊ะอาหารบ้านดวงสุดา ตอนกลางวัน ดวงสุดากับวัลลภากำกับสาลี่และเนียมให้ช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร วัลลภาหยิบแก้วใบนึงขึ้นมา

"ใครมันสาระแนเอาแก้วใบนี้มาใช้ ไม่เห็นเหรอว่าแก้วมีรอยร้าว" วัลลภาว่า
สาลี่ / เนียมมองแก้ว "ไหนคะ"
"ไปเอาใบใหม่มาเปลี่ยนเดี๋ยวนี้.. ไม่อย่างงั้นฉันจะหักเงินพวกแก" ดวงสุดาบอก
สาลี่สะดุ้ง
"อุ้ย..ไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ"
สาลี่รีบวิ่งออกไป ครู่หนึ่ง ธวัชเดินเข้ามา
"ทำไมอาหารเต็มโต๊ะขนาดนี้ วันนี้บ้านเราจะมีแขกเหรอครับ"
ดวงสุดานึกได้
"ตายจริง...ดาลืมบอกวัชซะสนิทเลย คือว่าตาทินจะมาเยี่ยมดาน่ะค่ะ แล้วเค้าก็ชวนน้องป่านมาด้วย" ธวัชได้ยินก็ชะงัก "สงสัยตาทินจะอยากผูกสัมพันธ์กับน้องป่านเอาไว้ เผื่อว่าวันข้างหน้าจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันน่ะค่ะ"
ธวัชสีหน้าไม่ชอบใจ ทันใดนั้นวาทินกับสายป่านเข้ามา
"เอ้า..มากันแล้ว" วัลลภาบอก
สายป่านยกมือไหว้วัลลภากับดวงสุดา
"สวัสดีค่ะคุณน้า...สวัสดีค่ะพี่ดา"
ดวงสุดายิ้ม
"สวัสดีจ๊ะ...ว่าที่น้องสะใภ้"
สายป่านยิ้มเขิน ธวัชสีหน้าไม่ชอบใจ วาทินยิ้มเย้ย
"พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว งั้นก็ทานข้าวกันเลย เดี๋ยวอาหารจะเย็นซะก่อน"
"ครับแม่.." วาทินเลื่อนเก้าอี้ให้สายป่าน "เชิญครับ"
สายป่านยิ้มรับ
"ขอบคุณค่ะ"
ทุกคนลงนั่ง วาทินตักอาหารให้สายป่าน ตั้งใจยั่วให้ธวัชเจ็บใจ
"ป่านทานเยอะๆนะครับ อาหารบ้านพี่ดาอร่อยทุกอย่าง ผมการันตี" วาทินมองจานปลาหมึกผัดผงกระหรี่ "อ้อ..มีปลาหมึกผัดผงกระหรี่เมนูโปรดของป่านด้วย... นี่ครับ"
สายป่านยิ้ม
"ขอบคุณค่ะ"
วาทินทำเป็นมองสายป่านตาเยิ้ม ดวงสุดายิ้มชอบใจ ขณะที่ธวัชมองอย่างไม่ชอบใจ

ในเวลาต่อมา สายป่านนั่งดูนิตยสารแฟชั่นหลายเล่มกับวาทิน
"สวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ ภาพแฟชั่นพวกนี้คุณทินถ่ายเองทั้งหมดเลยเหรอคะ"
"ครับ...ที่ผมคัดมาให้ป่านดูนี่ เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงทั้งนั้นเลย"
"คุณทินเก่งจังเลยค่ะ อายุยังไม่เท่าไหร่ แต่ฝีมือเทียบชั้นกับพวกช่างภาพดังๆระดับแถวหน้าของเมืองไทยได้เลยนะคะเนี่ย"
"เปลี่ยนจากคำชม เป็นรับผมเป็นแฟนจะได้ไหมครับ"
สายป่านชะงัก
"คุณทิน"
"ผมหยอกป่านเล่นน่ะครับ ไม่ต้องตกใจแล้วก็ไม่ต้องคิดมากนะครับ"
ห่างออกไป ดวงสุดากับวัลลภายืนมองทั้งคู่อยู่ ดวงสุดายิ้มชอบใจ
"แปลก... ก่อนหน้านี้ตาทินร่ำร้องจะกลับไปหานังตะวันให้ได้ น้าห้ามยังไงก็ไม่ฟัง แต่อยู่ๆ ทำไมถึงหันหัวเรือมาชอบแม่สายป่านคนนี้ซะได้"
"ตาทินคงจะรู้แจ้งเห็นจริงน่ะค่ะ ว่าระหว่างสายป่านกับนังตะวัน คนไหนคือเพชร คนไหนคือก้อนกรวด ตาทินไม่ได้โง่หรอกค่ะ เค้ารู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเค้า ว่าแต่น้าวัลเห็นด้วยที่จะให้ตาทินคบกับน้องป่านไหมคะ"
"น้าน่ะไม่ขัดข้องอะไรหรอก ถ้าตาทินชอบใคร น้าก็ชอบด้วย ขอแค่ตาทินไม่ใฝ่ต่ำไปคว้าเอานังผู้หญิงชั้นต่ำ สกปรกโสโครกอย่างนังตะวันมาเป็นเมีย แค่นี้น้าก็พอใจแล้ว"

สายป่านเดินดูดอกไม้ในสวน ครู่หนึ่ง... วาทินเข้ามายืนข้างหลังสายป่าน เขาแอบซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง สายป่านรู้สึกเหมือนมีใครอยู่ข้างหลังจึงหันไปดูเร็วๆ
"อุ้ย"
สายป่านเกือบจะชนวาทิน เห็นว่าใบหน้าทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก
"คราวหลังคุณทินอย่ามาเงียบๆแบบนี้อีกนะคะ ป่านตกใจ"
"มาโทษผมได้ไง ป่านนั่นแหล่ะที่ดูดอกไม้เพลิน จนไม่ได้ยินเสียงผมเดินเข้ามา"
วาทินยื่นกุหลายสวยดอกหนึ่งที่ซ่อนอยู่ข้างหลังให้สายป่าน
สายป่านรับดอกไม้
"เนื่องในโอกาสอะไรคะ"
"เห็นป่านเดินดูดอกไม้นานสองนาน จนลืมผมไปเลย ผมเลยหาวิธีเรียกร้องความสนใจจากป่านบ้าง"
สายป่านขำๆ ธวัชเดินเข้ามา เห็นน้องสาวอยู่กับวาทินก็ชะงักไม่พอใจ จะเข้ามาขัดขวาง
วาทินเหลือบเห็นธวัชพอดี จึงแกล้งยั่ว โดยทำเป็นดึงตัวสายป่านเข้ามาใกล้ๆ
"ป่านครับ มีอะไรติดที่ขนตาป่านไม่รู้ ป่านอยู่นิ่งๆนะครับ"
วาทินยื่นหน้าไปเป่าตาสายป่าน ทำให้ภาพที่ธวัชเห็น ดูเหมือนวาทินจูบสายป่าน ธวัชไม่พอใจ จะเข้าไปเอาเรื่องวาทิน ทันใดนั้นดวงสุดาเข้ามาดึงแขนธวัชไว้
"วัชคะ...อย่าเข้าไปขัดขวางความสุขของน้องๆเค้าเลยค่ะ"
"แต่…"
ดวงสุดารีบพูดแทรก
"หนุ่มสาวเค้ารักกัน ก็ต้องมีสวีตหวานกันบ้างเป็นธรรมดา เค้าสองคนเหมาะสมกันจริงๆเลยนะคะ วัชไปทานขนมในบ้านกับดาดีกว่าค่ะ" ดวงสุดาพูดพลางควงแขนธวัช
ธวัชไม่ทันพูดอะไรก็ถูกดวงสุดาลากออกไป วาทินยิ้มสะใจ
"อะไรติดขนตาป่านเหรอคะคุณทิน"
วาทินคิดๆก่อนตอบ
"อ๋อ..เกสรดอกไม้น่ะครับ"

สายป่านพาวาทินเข้ามาหาสุนทรีย์ เห็นว่าวาทินถือถุงของมาด้วย
"แม่คะ...คุณทินมาเยี่ยมแม่น่ะค่ะ"
วาทินยกมือไหว้
"สวัสดีครับคุณป้า"
สุนทรีย์รับไหว้
"สวัสดีค่ะคุณวาทิน"
"คุณป้าสบายดีนะครับ"
"ป้าสบายดีค่ะ"
"เห็นป่านบอกว่าคุณป้าไม่ค่อยแข็งแรง ผมเลยซื้อยาบำรุงร่างกาย พวกโสมเกาหลีกับเห็ดหลินจือมาให้คุณป้า" วาทินยื่นถุงของให้ "แล้วก็มีขนมดอกลำดวน ขนมที่คุณป้าชอบด้วยครับ"
"ขอบใจคุณวาทินมากนะคะที่มีน้ำใจเป็นห่วงสุขภาพคนแก่"
"ไม่เป็นไรครับ สำหรับผม คุณป้าก็เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของผมเหมือนกันครับ"
สุนทรีย์ยิ้มซาบซึ้ง ครู่หนึ่ง วาทินทำหน้ารู้สึกผิด ก่อนจะยกมือไหว้ขอโทษฃ

"ยังไงผมต้องขอโทษคุณป้าด้วยนะครับ ที่ผมมาส่งป่านผิดเวลา... คือว่าผมแวะพาป่านไปดูหนังมา ผมเห็นว่าวันนี้เป็นวันหยุดเลยอยากจะให้ป่านได้รีแลกซ์สมองบ้างน่ะครับ"
 
อ่านต่อหน้า 3

นางกลางไฟ ตอนที่ 8 (ต่อ)

ภายในห้องนั่งเล่น เวลากลางคืน ต่อเนื่องมา สายป่านลงนั่งข้างๆสุนทรีย์ที่นั่งหน้าบึ้ง

"แม่โกรธที่ป่านไปดูหนังกับคุณทินเหรอคะ"
"แม่ไม่ได้โกรธ แต่แม่ไม่ชอบใจที่ป่านไปไหนมาไหนกับคุณวาทิน โดยที่ไม่เคยขออนุญาตแม่เลยสักครั้ง"
สายป่านรู้สึกผิด ยกมือไหว้ขอโทษ
"ป่านขอโทษค่ะแม่" สายป่านรีบแก้ตัวกลบเกลื่อน "ป่านกับคุณทินคบกันอย่างเพื่อน แล้วป่านก็คิดว่าการที่เราจะไปไหนมาไหนด้วยกัน แม่คงจะไม่ว่าอะไร"
"ป่านรู้ไหมว่าความรักมันก็พัฒนามาจากความเป็นเพื่อนนี่แหล่ะ แล้วความใกล้ชิดก็มักจะเป็นจุดกำเนิดของความสัมพันธ์ที่เกินเลยกว่าความเป็นเพื่อน"
สายป่านรู้สึกสะท้อนใจตัวเอง ก่อนจะพูดขอความเห็นใจจากแม่อย่างอ้อมๆ
"แม่ไม่ต้องกลัวนะคะว่าป่านกับคุณทินจะชิงสุกก่อนห่าม เพราะคุณวาทินเค้าเป็นคนดีและเป็นสุภาพบุรุษพอ เค้าไม่ทำอะไรไม่ดีไม่งามกับป่านหรอกค่ะ"
สุนทรีย์ชะงักไม่พอใจ
"ป่านพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง หมายความว่าป่านกับคุณทินชอบพอกันงั้นเหรอ"
สายป่านรีบแก้ตัวพูดเอาใจสุนทรีย์
"เปล่านะคะแม่ ป่านพูดลอยๆน่ะค่ะ ป่านรู้ค่ะว่าป่านควรจะวางตัวต่อคุณทินยังไง แม่ไม่ต้องคิดมากนะคะ แล้วต่อไปนี้ ถ้าป่านจะไปไหนกับคุณทิน ป่านจะขออนุญาตแม่ก่อน โอเคนะคะ"
สายป่านหอมแก้มแม่ แล้วรีบตัดบท
"ป่านขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อนนะคะแม่"
สายป่านเดินออกไป รู้สึกผิดที่โกหกแม่ สุนทรีย์มองตามสายป่านอย่างเป็นกังวล

ภายในห้องนอน เวลาต่อมา สายป่านลงนั่งที่เตียง สีหน้าไม่สบายใจ พึมพำอย่างเศร้าๆ
"ป่านผิดเหรอคะแม่..ถ้าป่านจะรักคุณทิน"

วันใหม่ บนคอนโดฯดำรง มะปรางแต่งตัวสวยเปรี้ยวขึ้น ผิดจากเมื่อก่อน เธอนั่งจัดแจกันดอกไม้ที่โซฟา ดำรงเข้ามากอดจากด้านหลัง พร้อมจูบแก้มมะปราง
"เป็นไง คอนโดฉัน อยู่สะดวกสบายสำหรับเธอไหม"
มะปรางตอบหน้านิ่ง
"ก็ดีค่ะ"
ดำรงน้ำเสียงออดอ้อน
"นี่...จะตอบให้ฉันชื่นใจหน่อยไม่ได้หรือไง"
"ถ้าฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ในฐานะเมียน้อย เมียเก็บหรือว่านางบำเรอ ฉันคงจะรู้สึกดี...หรือมีความสุขไม่น้อย"
"อย่าคิดมากสิ จะฐานะไหนก็ไม่สำคัญหรอก แค่รู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงของฉัน เป็นหัวใจของฉันก็พอแล้ว"
มะปรางสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมา
"ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่ ที่นี่ดูมีสีสันขึ้นเยอะเลย ฉันชอบนะที่เธอแต่งตัวสวยแบบนี้ ดูสดใสมีชีวิตชีวามากกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย ว่าแต่ที่เธอแต่งตัวสวย เพราะกะจะเอาใจฉันรึเปล่าเนี่ย"
"ค่ะ ฉันลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเอง เพราะกลัวว่าคุณจะหาว่าฉันทึนทึก จืดชืด แห้งเหี่ยว ไร้ชีวิตชีวา แล้ววันนึงคุณก็จะเบื่อฉันแล้วก็ทิ้งฉันไป"
"คิดอะไรอย่างงั้น ใครจะเบื่อเธอได้ลงคอ"
"มันก็ไม่แน่หรอกค่ะ วันใดวันนึงคุณอาจจะเบื่อฉันขึ้นมาก็ได้ อาจจะเป็นพรุ่งนี้ วันมะรืน อาทิตย์หน้า หรือว่าเดือนหน้า"
ดำรงเอามือแตะปากมะปรางให้หยุดพูด พร้อมส่งสายตาหวานเยิ้ม
"คิดมากขนาดนี้ สงสัยฉันคงต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อพิสูจน์ให้เธอเห็น ว่าฉันทั้งรักทั้งหลงเธอแค่ไหน"
ดำรงยื่นหน้าไปจะจูบ มะปรางดันตัวดำรงไว้
"อย่าค่ะ"
ดำรงขำๆ
"งั้นก็เลิกคิดมากได้แล้วนะ คิดไปก็เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ เออนี่..อาทิตย์หน้าฉันจะไปดูแบบคอลเล็กชั่นนาฬิกาฝังเพชรที่สวิสเซอร์แลนด์ เธอไปกับฉันนะ"
"คุณจะให้ฉันไปด้วยทำไมคะ"
ดำรงกอดมะปราง
"ฉันไม่อยากไปไหนไกลๆเธอ เพราะฉันคิดถึงเธอ ฉันคงจะใจขาดตาย..ถ้าไม่ได้เห็นหน้าเธอเป็นอาทิตย์"
ดำรงส่งสายตาหวานฉ่ำ มะปรางสบตา เขาจูบเธออย่างหลงใหล

ภายในร้านกาแฟ เวลาเย็นต่อเนื่อง ซูซี่นั่งจิบกาแฟพลางมองนาฬิกาข้อมือ ครู่หนึ่งมะปรางที่แต่งตัวสวยเปรี้ยว ใส่แว่นดำ ถือกระเป๋าแบรนด์เนมหรูเข้ามายืนตรงหน้า จนซูซี่แทบจะจำมะปรางไม่ได้
"ขอโทษนะคะน้อง..เราเคยรู้จักกันด้วยเหรอคะ"
มะปรางถอดแว่นออก
"นี่พี่ซูซี่จำปรางไม่ได้เหรอคะ"
"มะปราง !" ซูซี่จับเนื้อตัวมะปรางอย่างประหลาดใจ "ต๊ายตาย...นี่หล่อนไปชุบตัวที่ไหนมายะ ทำไมถึงได้สวยปิ๊งเป๊ะเว่อร์ เปลี่ยนไปเป็นคนละคนขนาดนี้"
"ปรางไม่ได้ไปชุบตัวที่ไหนหรอกค่ะ ปรางแค่อยากเปลี่ยนตัวเองบ้าง แห้งเหี่ยวจืดชืดมานาน เลยอยากจะทำให้ชีวิตมีสีสันขึ้นมาบ้างน่ะค่ะ"
"แม่เจ้า...ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าหน้าตาบ้านๆจืดๆจะเปลี่ยนตัวเองได้ขนาดนี้"
มะปรางยิ้มๆ ซูซี่มองมะปรางตั้งแต่หัวจรดเท้า
"เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า แบรนด์เนมหรูทั้งนั้น หล่อนไปรวยมาจากไหนยะ หรือว่าหล่อนมีผู้ชายเลี้ยง"
"ถ้าปรางบอกว่าใช่ พี่ซูซี่จะเชื่อรึเปล่าคะ"
ซูซี่ชะงัก
"อุ้ยตาย..ว๊ายกรี๊ด ! พูดจริงพูดเล่นเนี่ย นี่เธอแอบมีแฟนแล้วไม่บอกพี่เหรอ บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร"
"ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ปรางจะเปิดตัวเค้าค่ะ "
"อะไร...ทำไมต้องมีลับลมคมในขนาดนี้ด้วย โอเคๆ เธอจะคบหาใครมันก็เรื่องส่วนตัวของเธอ พี่คงเค้าไปยุ่งไม่ได้" ซูซี่จับมือมะปราง "แต่พี่ดีใจด้วยนะที่เธอมีแฟน เธอน่ะอยู่ตัวคนเดียวมาครึ่งชีวิตแล้ว ถึงเวลาแล้ว ที่จะมีใครสักคนมายืนเคียงข้าง มาคอยดูแล เป็นห่วงเป็นใยเธอ"
มะปรางยิ้มซาบซึ้ง
"ขอบคุณค่ะพี่ซูซี่.. อ้อ..อาทิตย์หน้าปรางจะไปเที่ยวญี่ปุ่นนะคะ"

"ไปเที่ยวญี่ปุ่น..ไปกับแฟนเหรอ" มะปรางพยักหน้ายิ้มๆ "อุ้ย..กะเทยอิจฉาอ่ะ"

เช้าสายวันใหม่ ที่หน้าประตูรั้วบ้านธวัชตะวันฉายขับรถเข้ามาจอดข้างรั้ว มองเข้าไปในบ้านธวัช แล้วมองนาฬิกาข้อมือ ครู่หนึ่ง ...
 
สายป่านที่แต่งตัวจะไปทำงาน เปิดประตูรั้วออกมา ตะวันรีบลงจากรถ ดิ่งไปหาสายป่านทันที
"ป่าน"
สายป่านชะงัก มองตะวันฉายด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"คุณมาที่นี่ทำไมอีก"
"พี่อยากคุยกับป่าน..เรื่องวาทิน"
"คุณจะมาบอกให้ฉันเลิกยุ่งกับคุณวาทิน เพื่อหวังจะเก็บคุณวาทินไว้ในสต๊อกของคุณ..อย่างงั้นใช่ไหม"
"ป่าน..พี่กับวาทินเลิกกันแล้วนะ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องต่อกันอีกแล้ว"
"ถ้าอย่างงั้น แล้วคุณดั้นด้นมาหาฉันถึงที่นี่ทำไม"
"เพราะพี่เป็นห่วงป่าน พี่ไม่อยากให้ป่านเป็นของเล่นให้วาทินเหมือนอย่างพี่ ป่านอย่าไปยุ่งกับวาทินนะ ผู้ชายคนนั้นไม่เคยคิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหน"
สายป่านสวนทันที
"คุณรู้ได้ยังไงว่า คุณวาทินไม่ได้คิดจริงจังกับฉัน"
"เพราะวาทินคบผู้หญิงเพื่อความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว ผู้หญิงทุกคนเป็นได้แค่ทางผ่านของเค้าเท่านั้น"
" แต่ไม่ใช่ฉัน..คุณอย่าเสียเวลาสร้างเรื่องใส่ร้ายคุณวาทิน เพื่อที่จะแยกฉันออกจากเค้าอีกเลยคุณตะวันฉาย เพราะมันเปล่าประโยชน์..ฉันมีสมอง อย่าคิดว่าฉันจะหลงเชื่อแผนตื้นๆของคุณ"
"พี่ขอยืนยันอีกครั้ง ว่าพี่กับวาทินไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว อย่ามองวาทินแค่ภาพลักษณ์ภายนอก ผู้ชายคนนั้นเค้าซ่อนมุมมืดที่น่ากลัวไว้ข้างใน เมื่อไหร่ที่ผู้หญิงคนไหนหมดความหมายสำหรับเค้า เมื่อนั้นเค้าจะแสดงธาตุแท้ออกมา อย่าหลงกล ตกเป็นเหยื่อของเค้าเด็ดขาดนะป่าน"
"ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่วัชถึงได้เทิดทูนบูชาคุณ หลงคุณจนหัวปักหัวปำ เพราะคุณมารยาเล่นละครเก่งอย่างงี้นี่เอง..." ตะวันฉายชะงัก "แล้วที่คุณวาทินหลวมตัวไปหลงใหลได้ปลื้มผู้หญิงอย่างคุณ ก็คงจะเพราะเหตุผลเดียวกัน"
ตะวันอึ้ง "ป่าน"
"น่าเสียดายนะที่คุณเล่นละครตบตาคนอย่างฉันไม่ได้ คนที่ควรจะเลิกยุ่งกับคุณวาทิน น่าจะเป็นคุณมากกว่า ผู้ชายเค้าหมดเยื่อใยด้วยแล้ว ถ้าเป็นฉัน...ฉันคงยอมรับความจริงแล้วก็ปล่อยเค้าไป จะตื๊อทำไมให้เสียเวลา สู้เอาเวลาไปทำมาหากินจะดีกว่า"
ตะวันหน้าชาอย่างแรง พูดอะไรไม่ออก ทันใดนั้น แท็กซี่คันหนึ่งแล่นเข้ามา สายป่านโบกมือเรียกรถ หันมายิ้มเยาะตะวันฉายครู่หนึ่งแล้วขึ้นรถไป ตะวันได้แต่ยืนอึ้ง นึกไม่ถึงว่าสายป่านจะอคติกับตัวเองขนาดนี้

เวลาต่อมา ดวงสุดาไม่พอใจนั่งคุยกับสายป่าน ในร้านอาหาร
"นี่นังตะวันมันกล้าออกคำสั่งให้ป่านเลิกยุ่งกับตาทินเลยเหรอ" ดวงสุดาทำเป็นโมโห "อีนังผู้หญิงไร้ยางอาย หน้าด้าน ร่านไม่รู้จักพอ"
"เค้าหาว่าคุณทินเป็นเสือผู้หญิง ไว้ใจไม่ได้ เพื่อที่จะแยกป่านออกจากคุณทิน"
"นี่มันกล้าใส่ร้ายป้ายสีน้องชายพี่ขนาดนี้เลยเหรอ พี่อยากจะฆ่ามันนัก"
"เค้าพยายามหว่านล้อมให้ป่านถอยห่างจากคุณทิน เค้าจะกั๊กคุณทินไว้ให้ได้"
"ป่านจะยอมให้มันเข้ามาทำลายความสุขของป่านกับตาทินไม่ได้นะ"
"ป่านไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาแทรกกลางระหว่างป่านกับคุณทินหรอกค่ะ เค้าทำลายความรักของพี่วัชกับพี่ดามาคนนึงแล้ว ป่านจะไม่ยอมให้เค้าทำลายความรักของป่านอีกเด็ดขาด ผู้หญิงคนนั้นจะต้องได้รับกรรมที่เค้าก่อเอาไว้ ป่านจะเป็นคนให้บทเรียนกับเค้าเอง"
สายป่านบอกอย่างเอาจริง ดวงสุดาแอบยิ้มพอใจที่เป่าหูให้สายป่านเกลียดชังตะวันสำเร็จ

วันใหม่ วัลลภากับดวงสุดาเดินคุยกันมาในทางเดินโรงพยาบาล
"ขอบใจดามากนะที่พาน้ามาตรวจสุขภาพ ดาเองก็ควรจะตรวจสุขภาพทุกปีเหมือนกันนะ"
"ดากลัวว่าตรวจแล้วจะเจอโรคน่ะค่ะ"
"ยังไงก็ต้องตรวจไว้ก่อน กันไว้ดีกว่าแก้ เกิดเป็นอะไรขึ้นมา จะได้รักษาทัน อีกอย่างดาต้องดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงเข้าไว้ จะได้มีแรงสู้กับนังตะวันยังไงล่ะ"
ดวงสุดาสีหน้าเจ็บแค้น
"จริงสิคะ...ตราบใดที่มันยังไม่เลิกล้มความคิดที่จะแย่งวัชไปจากดา มันกับดาคงต้องรบราฆ่าฟันกันไปอีกนาน อาจจะตลอดชีวิตเลยก็ได้"
ทันใดนั้น ดวงสุดาชะงัก เมื่อเห็นธวัชกับตะวันฉายเดินเลี้ยวเข้ามาจากทางหนึ่ง แล้วเดินผ่านไป
"วัช"
วัลลภาชะงักมองตาม
"นายธวัชกับนังตะวันมาทำอะไรที่นี่"
ดวงสุดากับวัลลภารีบเดินตามธวัชกับตะวันฉายไปทันที

ดวงสุดากับวัลลภาเดินตามธวัชและตะวันฉายมาติดๆ จนถึงแผนกสูตินรีเวช ก็ตกใจ
"แผนกสูตินรีเวช..!" ดวงสุดาอุทานอย่างคาดไม่ถึง
"นังตะวันมาฝากท้อง"
"นังตะวันมันท้องจริงๆเหรอเนี่ย..!"
ดวงสุดานิ่งอึ้งไปอย่างไม่อยากเชื่อ
เมื่อธวัชพาตะวันฉายกลับออกมา ซูซี่กับมะปรางยืนรออยู่
"หมอว่ายังไงบ้าง" ซูซี่ถาม
ธวัชยิ้ม
"หมอบอกว่าแข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูกครับ"
ซูซี่กับมะปรางยิ้มดีใจ
"ลูกตะวันเค้าเป็นเด็กดีนะ ขนาดแม่เจอเรื่องร้ายๆมาตั้งเท่าไหร่ แต่เค้าก็สู้แล้วก็อดทนจนผ่านพ้นทุกอย่างมาได้" มะปรางว่า
"นั่นสิ... พี่ว่าลูกตะวันต้องเป็นเด็กน่ารักแน่ๆเลย โอ๊ย..ยิ่งพูดก็ยิ่งอยากเห็นหน้าหลานไวๆ คันไม้คันมืออยากจะอุ้มหลานใจจะขาดแล้วเนี่ย"
ทุกคนยิ้มดีใจ ธวัชกับตะวันฉายจับมือกันอย่างตื้นตันใจและมีความสุข
ดวงสุดากับวัลลภาแอบดูอยู่มุมหนึ่ง ดวงสุดากำมือแน่น สีหน้าเจ็บแค้นใจมาก
"พวกแกสองแม่ลูกเกิดมาเพื่อเป็นมารชีวิตฉัน"
"แต่ผมไปส่งตะวันที่บ้านไม่ได้นะครับ เพราะผมมีประชุมที่ออฟฟิศ" ธวัชบอก

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันกลับกับพี่ซูซี่ก็ได้...คุณไปทำงานเถอะค่ะ"
 
อ่านต่อหน้า 4

นางกลางไฟ ตอนที่ 8 (ต่อ)

บริเวณสี่แยกไฟแดง ตะวันฉาย มะปราง ซูซี่นั่งอยู่ในรถที่ติดไฟแดงอยู่ ซูซี่เป็นคนขับ

ครู่หนึ่ง... ไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว ซูซี่เหยียบคันเร่งจะออกรถ ทันใดนั้นดวงสุดาโผล่มาขวางหน้ารถ
ซูซี่ตกใจ เหยียบเบรกแทบไม่ทัน ตะวันฉายกับมะปรางตกใจที่เห็นดวงสุดา
"คุณดวงสุดา"
ซูซี่กับดวงสุดา
"อยากตายรึไง ห๊ะ"
วัลลภาลงจากรถดวงสุดาที่จอดอยู่ข้างๆกัน เดินมาหาดวงสุดา
"คนที่จะตายไม่ใช่ยัยดา...แต่เป็นนังตะวัน"
ดวงสุดาเดินไปจิกหัวตะวันฉายแล้วลากลงจากรถ มะปรางตามลงมา เห็นว่ารถคันอื่นบีบแตรกันระงม บ้างก็ชะโงกหน้ามาดู คนที่อยู่แถวนั้นเข้ามามุงดูกันใหญ่ ตะวันฉายปัดมือดวงสุดาที่จิกหัวตัวเองออก
"คุณจะตบฉันโชว์กลางสี่แยกไฟแดงงั้นเหรอ"
"ฉลาดดีนี่... ฉันนึกว่าแกจะเก่งแต่เรื่องแย่งผัวชาวบ้านเค้าซะอีก"
"อย่าทำอะไรตะวันนะ" ซูซี่บอก
"คุณดวงสุดาคะ อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ คุยกันดีๆก็ได้นี่คะ" มะปรางบอก
"คุยดีๆงั้นเหรอ.." ดวงสุดาบอกคนที่มุงดู "ทุกคนไม่ต้องตกใจนะคะ พอดีว่าอีนังผู้หญิงหน้าด้านคนนี้ มันตั้งหน้าตั้งตาจะแย่งผัวฉันให้ได้ มันพยายามยัดเยียดตัวเองให้เป็น เมียน้อย ผัวฉัน แล้วก่อนหน้านั้นมันก็เป็นเมียน้อยใครต่อใครมานับไม่ถ้วน หัวหงอกหัวดำก็ไม่เว้น ฉันเลยอยากจะสั่งสอนอีนังเมียน้อยโรคจิตคนนี้สักหน่อย..มันจะได้เลิก ร่าน แล้วก็เลิก แรด สักที"
ตะวันฉายสวนทันที
"คุณสั่งสอนตัวเองจะดีกว่า..คุณคิดว่าคุณประพฤติตัวเหมาะสมแล้วเหรอคะคุณดวงสุดา..วันๆไม่ทำอะไร ดีแต่เที่ยววิ่งไล่หึงหวงสามี ตบตีชาวบ้านเค้า ไร้สาระ"
ดวงสุดาตวาดลั่น
"ต่ำ ไพร่"
วัลลภาเสริม
"สถุน เสนียด จัญไร"
ตะวันสวนทันที
"ถ้าพวกคุณคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติความเป็นผู้ดีล่ะก็...งั้นบอกฉันหน่อยว่า ผู้ดีที่ไหนจะเที่ยววิ่งไล่ตบตีทำร้ายร่างกายคนอื่นเค้าตามความพอใจของตัวเองแบบนี้" ดวงสุดา วัลลภาชะงัก "อย่าคิดว่าตัวเองสูงส่งเลิศเลอนักเลย พวกคุณมันก็ต่ำพอๆกับฉันนี่แหล่ะ เผลอๆอาจจะต่ำกว่าด้วยซ้ำ"
ทั้งคู่ตวาด
"อีตะวัน"
"นี่ไงคะ ฉันถึงบอกว่าพวกคุณต่ำ ผู้ดีเค้าไม่เรียกคนอื่นว่านัง..หรือว่าอีหรอกนะคะ ถ้าไม่เชื่อก็ไปเปิดหนังสือสมบัติผู้ดีดู จะได้รู้ว่าตัวเองน่ะต่ำแค่ไหน แล้วถ้าพวกคุณอยากจะแสดงความต่ำให้คนอื่นเห็น ก็ตามใจนะคะ"
ดวงสุดาโมโห ตบตะวันฉายหน้าหัน
"นี่คือรางวัล สำหรับความจองหองของแก"
"เอะอะก็ใช้แต่กำลังๆ ท่าทางจะไม่มีสมอง" ซูซี่บอก
ดวงสุดาชี้หน้าซูซี่
"อีกะเทยคางคก"
"ถ้าฉันเป็นคางคก พวกแกก็เห็บหมาล่ะว่ะ"
วัลลภาชะงักแค้น ซูซี่ถลกแขนเสื้อใส่
"วันนี้อย่าหวังเลยว่า พวกแกจะทำอะไรตะวันได้ง่ายๆ" ซูซี่ว่า
"เก่งมากใช่ไหม อีคางคกขึ้นอืด" วัลลภาบอก
"ใช่... ถ้าใครทำอะไรตะวัน ฉันจะตบให้หน้าแหกเรียงตัวเลยคอยดู"
"เหรอ"
วัลลภาตบซูซี่หน้าหัน ซูซี่เดือด ง้างมือจะตบกลับ แต่วัลลภาควักสเปรย์พริกไทยขึ้นมาฉีดใส่ซูซี่จนแสบตา เซล้มไม่เป็นท่า มะปรางเข้าไปดูซูซี่
ตะวัน/มะปรางตกใจ "พี่ซูซี่"
วัลลภาถามซูซี่
"ไง..ทีนี้ยังจะกล้าจองหองกับฉันอีกไหม.. นังคางคกตกวอ"
วัลลภาหัวเราะสะใจ ซูซี่เจ็บใจมาก แสบตาจนลุกไม่ขึ้น
"ไม่มีใครหน้าไหนปกป้องแกได้หรอก แกเตรียมตัวตายได้เลย"
ดวงสุดาง้างมือจะตบ ตะวันฉายจับมือดวงสุดาไว้ แล้วตบดวงสุดาหน้าหัน
"อย่าคิดว่าพวกคุณจะข่มเหงฉันได้ตลอด เพราะฉันก็มีมือมีเท้าเหมือนกัน"
"งั้นก็มาวัดกัน ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป" ดวงสุดาบอก
ตะวันฉายกับดวงสุดาพุ่งเข้าตบกันเป็นพัลวัน ต่างแลกกันคนละหมัด คนดูพากันเอามือถือถ่ายคลิปกันใหญ่ ครู่หนึ่งตะวันถูกตบ จนเซล้มลงไป
"ตะวัน"
มะปรางจะเข้าไปดูตะวันฉาย วัลลภากระชากมะปรางมาตบหน้าหัน มะปรางล้มลงกับพื้น
"เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ นังหน้าจืด"
"มะปราง"
ตะวันฉายจะเข้าไปดูมะปราง ดวงสุดากระชากเธอมาตบ ตะวันฉายตบดวงสุดาคืน ซูซี่จะเข้าไปช่วยตะวันฉาย
วัลลภาตบซูซี่เซไป ซูซี่ตบวัลลภาคืนบ้าง ทั้งสองคู่ซัดกันนัวเนีย
ทันใดนั้นเสียงนกหวีดดังขึ้น !! ตำรวจ 2 นายโผล่เข้ามา
คำรวจ 1 บอก
"หยุด !! ที่นี่มันที่สาธารณะ ไม่ใช่ที่ๆพวกคุณจะมาสร้างความวุ่นวาย"
ตำรวจ 2 บอก
"พวกคุณมีความผิดข้อหาก่อความวุ่นวาย ทะเลาะวิวาท และทำร้ายร่างกาย เพราะฉะนั้นไปตกลงกันที่โรงพัก"

ทุกคนชะงัก

ในเวลาต่อมา ธวัชจ้องหน้าดวงสุดาอย่างไม่พอใจ

"ผมไม่เข้าใจ.. คุณจะเอาชนะ จะชิงดีชิงเด่นกับตะวันไปทำไม ในเมื่อเราตกลงทุกอย่างกันเรียบร้อยแล้ว"
"นังตะวันมันจองหองกับฉัน มันไม่ให้เกียรติฉันในฐานะเมียที่ถูกต้องของคุณ มันคิดว่ามันเหนือกว่าฉัน เพราะมันมีลูกกับคุณ ฉันต้องสั่งสอนมัน มันจะได้ไม่กล้ากำเริบเสิบสานกับฉันอีก"
"ตะวันไม่ใช่คนแบบนั้น คุณมากกว่าที่ไปหาเรื่องตะวัน"
ดวงสุดาไม่พอใจ
"คุณโทษว่าฉันผิด..คุณรักนังตะวันมากถึงขนาดหลับหูหลับตาเข้าข้างมันขนาดนี้เลยเหรอ"
"แล้วมันจริงอย่างที่ผมพูดรึเปล่า"
ดวงสุดาสวนทันที
"ถึงยังไงความผิดของฉัน ก็ไม่เท่ากับที่มันแย่งคุณไปจากฉัน..! มันพรากคุณไปจากอกฉัน มันแย่งความรักของคุณไปจากฉัน มันเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉัน !! มันทำลายชีวิตฉัน มันสมควรที่จะได้รับบทเรียน" ดวงสุดาพูดพลางร้องไห้อย่างเจ็บปวด
"ไม่มีใครทำร้ายคุณหรอกนะ..คุณต่างหากที่ทำร้ายตัวเอง คุณเอาแต่หึงหวง โกรธแค้น เกลียดชัง คิดแต่จะเอาชนะ ใจคุณถึงได้ร้อนรุ่ม หาความสุขไม่ได้ ทำไมคุณไม่ปล่อยวางบ้าง"
"ปล่อยวางงั้นเหรอ...! งั้นฉันถามหน่อย คุณปล่อยวางใจคุณจากนังตะวันได้ไหมล่ะ" ธวัชชะงัก "ถ้าคุณทำไม่ได้ ก็อย่าบังอาจมาสั่งฉัน"
"ผมอยากให้คุณกับตะวันต่างคนต่างอยู่ ถ้าต่างคนต่างอยู่ในที่ของตัวเอง ไม่ล้ำเส้นกัน ปัญหาก็จะไม่เกิด"
"ฉันบอกแล้วไงว่าถ้ามีฉัน ก็ต้องไม่มีนังตะวัน รวมทั้งลูกของมันด้วย"
ธวัชตกใจ
"เด็กเค้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย คุณจะทำร้ายเค้าไม่ได้นะ..ดวงสุดา"
"ช่วยไม่ได้..ในเมื่อไอ้เด็กหัวขนคนนี้มันสาระแนมาเกิดเป็นลูกคุณกับนังตะวัน ก็เท่ากับมันเป็นมารชีวิตฉันด้วย ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกมันเป็นเสี้ยนหนามตำใจฉัน ฉันจะจองล้างจองผลาญมันทั้งแม่ทั้งลูก จนกว่าพวกมันจะกระเด็นออกไปจากชีวิตคุณ"
ดวงสุดาจ้องธวัชอย่างเอาจริง ธวัชส่ายหน้าเอือมระอาแกมผิดหวัง ก่อนจะเดินหนีไป เธอทรุดลงพื้นอย่างหมดแรง ก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดร้าวรานใจ

ดวงสุดาร้องไห้ซบวัลลภา
"วัชทั้งรักทั้งหลงนังตะวันจนหัวปักหัวปำ อีกไม่นานดาคงเสียวัชให้กับมัน"
"ไม่..ดาต้องไม่แพ้ นายธวัชจะต้องเป็นของดาคนเดียว นังตะวันไม่มีสิทธิ์เอานาย
ธวัชไปจากดา"
"แต่วัชไม่เหลือความรักให้ดาอีกแล้ว หัวใจของเค้า ชีวิตของเค้ามีแต่นังตะวัน ดาเป็นแค่อากาศ ไม่มีค่า ไม่มีความหมายสำหรับเค้าอีกต่อไปแล้ว"
ดวงสุดาสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวดขมขื่นใจ วัลลภาลูบหลังลูบไหล่ปลอบใจ
ห่างออกไป ดำรงยืนมองอยู่มุมหนึ่ง ได้แต่ถอนใจเวทนาสงสารดวงสุดา ก่อนจะเดินออกไป
"ที่นายธวัชหลงใหลได้ปลื้มนังตะวัน ก็เพราะมันใช้มารยาเรียกร้องความสนใจจากนายธวัช มันทำได้ ดาก็ต้องทำได้เหมือนกัน"
"ที่ผ่านมาดาก็เอาอกเอาใจ ปรนนิบัติวัชสารพัดอย่างแล้ว แต่วัชก็ไม่เคยลืมนังตะวัน แล้วจะให้ดาเรียกร้องความสนใจจากวัชด้วยวิธีไหนอีกคะ"
วัลลภายิ้มร้าย
"วิธีเดียวกับที่มันทำ"
ดวงสุดาชะงักไม่เข้าใจ

เวลาเย็น ธวัชนั่งคุยกับตะวันฉาย สีหน้าอมทุกข์
"ผมทนอยู่กับผู้หญิงอย่างดวงสุดาไม่ไหวอีกแล้ว ดาเค้าจ้องจะทำร้ายคุณตลอดเวลา เค้าพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยที่ไม่เคยสนใจว่าการกระทำของตัวเองจะทำร้ายคนอื่นมากแค่ไหน ผมทนอยู่กับผู้หญิงเห็นแก่ตัวคนนั้นไม่ไหวอีกแล้ว"
"คุณจะทำอะไรคะ"
"ผมจะหย่ากับเค้า"
ตะวันฉายตกใจ
"ธวัช"
"ดาไม่เคยทำให้ผมสบายใจ เค้าทำให้ผมกลัว ทำให้ผมหวาดระแวงอยู่เสมอว่าเค้าจะลุกขึ้นมาทำร้ายคุณเมื่อไหร่ ผู้หญิงคนนี้เป็นเหมือนไฟที่ทำให้ใจของผมร้อนรุ่มอยู่ตลอดเวลา ผมไม่มีความสุขเลยที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ผมไม่ได้รัก ผมจะขอหย่ากับเค้าให้เร็วที่สุด"
"คุณคิดดีแล้วเหรอคะ..ธวัช"
"คนเราถ้าไม่รักกัน ยิ่งฝืนอยู่ด้วยกันเท่าไหร่ ก็มีแต่จะเจ็บช้ำกันทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญ...ดาไม่ผิดอะไรเลย เค้าไม่ควรจะต้องมาเจ็บปวดเสียใจเพราะผม"
"แต่การแยกทาง จะทำให้ปัญหาจบเหรอคะ"
"อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องทำร้ายดาอีก และมันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับดาเลย ถ้าผมจะรั้งเค้าไว้โดยที่ผมไม่ได้รักเค้า ผมควรจะปล่อยให้เค้าได้ไปเจอคนที่ดีกว่า และถ้าปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อยาวนาน เราทุกคนจะยิ่งเจ็บปวดกันไม่รู้จักจบสิ้น"
ตะวันฉายนิ่งเงียบไป อย่างเห็นด้วยกับเหตุผลของธวัช

ในเวลากลางคืน ดวงสุดานั่งอยู่ ธวัชเข้ามา
"ผมมีเรื่องจะคุยกับดา"
"ดาก็มีเรื่องจะคุยกับวัชเหมือนกันค่ะ"
"เรื่องที่ผมจะคุยกับดา เป็นเรื่องสำคัญมาก"
"เรื่องที่ดาจะคุยกับวัช ก็สำคัญมากเหมือนกันค่ะ"
ธวัชกับดวงสุดามองหน้ากันนิ่งๆ ต่างคนต่างร้อนใจอยากจะบอกกับอีกฝ่าย
"ดาพูดเรื่องของดาก่อนก็ได้ครับ"
"ดามีข่าวดีจะบอกวัช... ดาท้องค่ะ"
ธวัชชะงัก
"คุณว่าอะไรนะ"
"วัชกำลังจะเป็นพ่อคน เพราะดาท้องค่ะ"
"ท้อง"
"ใช่ค่ะ..." ดวงสุดาโผกอดธวัชด้วยความตื้นตันดีใจ "เรากำลังจะมีลูกด้วยกันค่ะวัช"

ธวัชตกใจมาก ! ได้แต่ยืนอึ้ง พูดอะไรไม่ออก
 
อ่านต่อตอนที่ 9
นางกลางไฟ ตอนที่ 6
นางกลางไฟ ตอนที่ 6
ตะวันฉายมองเลือดที่ไหลตรงหว่างขาอย่างตกใจ ไม่…ไม่ เธอจะก้าวออกไป แต่ปวดท้องอย่างรุนแรง จนยืนไม่อยู่ ทรุดฮวบลงกับพื้น สีหน้าเหยเก โอ๊ย! ตะวันกุมท้องด้วยความเจ็บปวด ใจคอไม่ดี ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย ใครก็ได้...ช่วยฉันที ตะวันฉายร้องขอความช่วยเหลือ เปล่งเสียงได้แค่แผ่วเบา คลานไปกับพื้นอย่างทุลักทุเล ฝ่ายซูซี่กับมะปรางวิ่งเข้ามาคนละทาง สีหน้าร้อนใจทั้งคู่ เจอไหม มะปรางส่ายหน้า งั้นไปดูที่ปากซอย ซูซี่บอก ทั้งคู่รีบวิ่งออกไปอย่างร้อนรน ตะวันฉายหน้าซีด เหงื่อโทรม อ่อนแรง กระเสือกกระสนคลานไปกับพื้น ห่างออกไปมุมหนึ่ง ซูซี่กับมะปรางเข้ามา ต่างมองหาตะวันฉาย
กำลังโหลดความคิดเห็น...