xs
xsm
sm
md
lg

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 19

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 19

กำนันปราบเข้ามานั่งคุยกับลายเสือและฟ้าลั่นที่ระเบียงในสวน พลางบอกว่าจัดการปัญหาเรื่อง ท่าน สมบัติไปเรียบร้อยแล้ว
ฟ้าลั่นมองหน้ากวนๆ

“แล้วถ้ามันไม่ฟัง เกิดคิดตุกติกเรียกเจ้าหน้าที่ของมันมาบุกเรา หวังยึดเหมืองทองคำไปเป็นของ ตัวเองล่ะ”
“ฟ้าลั่น ความคิดของเอ็งมันมีแค่ 1บวก1 เท่ากับ 2 ลองถ้าเอ็งหัดคิดให้มากกว่านี้ เอ็งจะรู้ว่าระหว่าง คนฉลาดกับคนโง่ มันต่างกันยังไง”
ฟ้าลั่นไม่พอใจ “งั้นกำนันกับฉันมาพนันกันมั้ย”
ลายเสือรีบห้ามลุกชาย แต่ฟ้าลั่นไม่ยอมฟัง
“พ่อนั่นแหละหุบปากไปเลย ถ้าถนัดแต่คอยให้ไอ้กำนันจูงจมูกก็ปล่อย ให้เป็นหน้าที่ของฉันออก ความเห็น”
ลายเสือตกใจอึ้ง กำนันปราบหันมายิ้มเยาะ
“ข้าว่าความห้าวของลูกชายเอ็งนี่มันชักจะเกินเยียวยาแล้วนะไอ้ลายเสือ ถ้าไม่ปรามๆ ซะบ้าง มันจะ ยิ่งห้าวจนเกินจะคุม”
พูดจบก็ปรี่เข้าไปชกเข้าทีท้องทีเดียวฟ้าลั่น ที่ไม่ทันตั้งตัวจนจุกตัวงอ แล้วตามไปซ้ำอีกหลายที
ลายเสือเห็นกำนันปราบไล่อัดลูกชายตัวเอง ก็ผุดลุกขึ้นจะห้าม แต่กำนันปราบหันมาจ้องเขม็ง
“เอ็งกับข้าเป็นหุ้นส่วนกัน ถ้าเอ็งยังคิดว่าเราจะสร้างชาติขึ้นมาใหม่ด้วยกันอยู่ เอ็งก็ต้องเริ่มจากให้ ข้าช่วยอบรมลูกชายเอ็ง”
พูดจบก็ตามเข้าไปเล่นงานฟ้าลั่นซ้ำอีก ก่อนจะขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่ แล้วเดินมาตบบ่าลายเสือ เหมือน ว่าเป็นเรื่องปกติมากๆ

“เรามันก็หัวอกคนเป็นพ่อเหมือนกัน .ถ้ายังมีแรงดัดสันดานลูกอยู่ ก็ต้องใช้ให้เต็มที่ เพราะไม่อย่างนั้น สักวันมันอาจจะหันมาเล่นงานเราเมื่อไหร่ก็ได้”
พูดจบก็เดินออกไป ลายเสือหันมามองที่ฟ้าลั่นแล้วจะเข้าไปช่วยพยุง แต่ฟ้าลั่นกลับมองพ่อตัวเอง ด้วยสายตากราดเกรี้ยว

ยอดซึ่งอยู่ในคราบของจอมโจรไอ้เสือวิ่งเข้ามาในป่า ไอ้เชิดกับพรรคพวกไล่ตามมาพร้อมกับระดม ยิงใส่ไม่ยั้ง กระทั่งเพลิงกับแสนแอบเข้ามาสมทบ แสนเปิดกระเป๋าผ้าที่มีทั้งระเบิดและลูกปืนเพียบ
“ของที่พวกเราลักลอบขโมยมาจากพวกมัน ได้เวลาเอาคืนให้พวกมันบ้างแล้ว”
เพลิงมองไปทางพวกไอ้เชิด
“พวกมันเข้ามาแล้ว เอ็งกับน้าแสนจัดการทางนี้ไป เดี๋ยวข้าจะไปสมทบกับผู้กอง”
เพลิงตบบ่ายอดแล้วรีบก้มหัวต่ำหลบเลี่ยงออกไป ปล่อยให้ยอดกับแสนหยิบลูกระเบิดขึ้นมา
“จอมโจรไอ้เสืออยู่นี่โว้ย อยากรู้ว่าข้าเป็นผีหรือคนก็เข้ามา”

พูดจบ ยอดก็โยนลูกระเบิดออกไป เสียงระเบิดดังสนั่น

ไอ้คมกับลูกน้องอีกชุดหนึ่งที่ตามมาทีหลัง จะตามไปสมทบ แต่เสียงปืนที่ถูกกราดยิงก็ดังเข้ามาจาก ผู้กองสมานที่ปลอมตัวเป็นจอมโจรไอ้เสืออีกคน แถมยังถือปืนสองมือกราดยิงไม่ยั้ง
“ข้าคือจอมโจรไอ้เสือ อยากรู้ว่าข้าเป็นคนหรือเป็นผีก็ตามมาจับข้าสิเว้ย”
ผู้กองสมานกราดยิงไม่หยุด จนลูกน้องไอ้คมโดนไปหลายคน ไอ้คมเจ็บใจพยายามยิงตอบโต้กลับ
ลูกน้องคนหนึ่งยื่นลูกระเบิดให้
“ถ้าเป็นผีก็ต้องตายอีกรอบ แต่ถ้าเป็นคนก็ต้องเละอีกรอบเหมือนกันเว้ย”
ไอ้คมโยนระเบิดไป เสียงระเบิดเสียงดังสนั่น แต่ผู้กองสมานกระโจนหลบได้เฉียดฉิว

ผู้กองสมานโดนสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บที่แขน พยายามวิ่งมาตั้งหลัก เพลิงโผล่เข้ามาพอดี
“ไอ้เพลิง เข้ามาทำไม เอ็งควรไปช่วยไอ้เชน”
เพลิงส่ายหน้า
“ไอ้เชนไม่ต้องให้ผมไปช่วยหรอกครับ แต่ผู้กองนั่นแหละที่ต้องมีคนช่วย”
ผู้กองสมานไม่ฟัง รีบไล่ให้เพลิงไป พร้อมชักปืนออกมา แล้วบรรจุกระสุนใหม่ เตรียมรับมือกับพวก ไอ้คมที่กำลังตามมา เพลิงเองก็ไม่ยอมทิ้งผู้กองสมานให้สู้คนเดียวเหมือนกัน
ผู้กองสมานหน้าเครียด ด้วยความอึดอัดแล้วหันไปกระชากคอเสื้อเพลิง “เอ็งอย่ามาบังคับข้าให้ต้องพูดอะไร ข้าจะสู้กับพวกมันคนเดียว ไป”
“ไม่ ผมไม่ไป”
ตู้ม!!!
เสียงระเบิดที่ไอ้คมโยนลงมาไม่ไกลจากตัวทั้งคู่ เพลิงชักปืนขึ้นมา แล้วหันมาพูดกับผู้กองสมานด้วยสีหน้าจริงจัง
“เวลานี้พวกเราคือครอบครัวเดียวกัน ไอ้ยอดคือเพื่อน ไอ้เชนกับวัลภาคือน้อง ส่วนผู้กองก็คือ พี่ชายผม”
เพลิงดึงผ้าพันคอขึ้นมาปิดหน้าแล้วยิงสวนไปที่พวกไอ้คม

วัลภาเดินตามเชนเข้ามาในอู่ร้าง ด้วยสีหน้าเหม่อ กังวล เชนหันมาเห็นก็หรี่ตามองอย่างสงสัยและ พยายามจับผิด
“ฉันอยากให้เธอช่วยไปดูเสาส่งสัญญาณ เห็นน้าจิกบอกว่าเปลี่ยนเสาส่งสัญญาณให้ใหม่แล้ว จะได้ช่วย ส่งคลื่นวิทยุให้ดีขึ้น แต่ยังไม่ได้ลองเลย”
วัลภานิ่งแล้วมองไปที่วิทยุสื่อสารบนโต๊ะ
“ฉันว่าเธอน่าจะเป็นคนออกไปดูมากกว่านะ เดี๋ยวฉันลองวิทยุให้เองดีกว่า”
เชนพยักหน้า แล้วเดินออกไปข้างนอกอู่ วัลภาหน้าเครียด มือเย็นเฉียบ ตาจ้องมองไปที่วิทยุสื่อสาร

ฟ้าลั่นเดินกุมท้องเข้ามาในโรงไม้ ด้วยความเจ็บใจ จากนั้นก็ระเบิดอารมณ์ระบาย แค้น ด้วยการชักปืน ออกมายิงไปทั่วอย่างบ้าคลั่ง ระหว่างนั้นลายเสือเข้ามาพร้อมกับไอ้ทอม
ฟ้าลั่นหันมาเห็นก็ชะงัก
“พ่อ ถ้ายังจะมาพูดกับฉันแบบนี้อีก ก็ไปไกลๆให้พ้นหน้าฉันเลย”
ลายเสือ โมโห ปรี่เข้าไปตบหน้าทันที
“มันจะมากไปแล้ว ข้าเป็นพ่อเอ็ง ไม่ใช่ลูกน้องเอ็งที่จะมาตะคอกใส่หน้าแบบนี้ ความห้าวของเอ็ง ควรจะถูกหยุดบ้าง ไม่งั้นจะทำให้แผนการของพวกข้าเสียหาย ข้าไม่ได้โง่ให้ไอ้กำนันมันหลอกใช้นะโว้ย”
ฟ้าลั่นมองหน้าพ่ออย่างไม่ค่อยเชื่อคำพูด “แน่ใจเหรอพ่อว่าหลังจากที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่มันว่าแล้วพ่อจะได้เป็นใหญ่คู่กับมัน เอาประสบ- การณ์ที่พ่อเป็นราชายาเสพติดมาตลอดชีวิตมาคิดเป็นคำตอบดีกว่า”
ลายเสือชะงักไปแล้วผลักฟ้าลั่นจนเซก่อนจะหันไปบอกไอ้ทอม
“เอ็งไปช่วยพวกกำนันตามล่าพวกจอมโจรไอ้เสือ ข้าต้องสั่งสอนไอ้ฟ้าลั่นให้มันเป็นผู้เป็นคนหน่อย”
ไอ้ทอมพยักหน้ารับแล้วเดินออกไป ลายเสือจึงหันมาสั่งฟ้าลั่นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ปืนเอ็งมานี่”
“ฉันไม่ให้”
ลายเสือตวาดกลับ “แต่ข้าเป็นพ่อเอ็ง ข้าสั่งเอ็งต้องทำตาม”
พลางปราดเข้าไปแย่งปืน แต่ฟ้าลั่นยื้อยุดไม่ยอมให้

“ปล่อยมือเดี๋ยวนี้ไอ้ฟ้าลั่น ถ้าแม้แต่พ่อเอ็ง เอ็งยังไม่มีความเคารพไม่เชื่อฟัง แล้วต่อไปเอ็งจะยิ่งใหญ่ ได้ยังไง”

“ถ้าพ่ออยากให้ฉันยิ่งใหญ่ พ่อก็ควรจะเริ่มต้นด้วยการฝึกให้ฉันเข้มแข็ง หักไม่ได้งอไม่ได้ เพราะถ้ายิ่ง อ่อนแอมีจุดอ่อนแม้แต่ข้อเดียว ชาตินี้ก็ไม่มีวันยิ่งใหญ่ได้หรอก”

ลายเสือเอาหัวกระแทกลูกชายตัวเองจนเซ แต่ก็สามารถแย่งปืนมาถือในมือได้
“แค่นี้ข้าก็เห็นแล้วว่าเอ็งมันควบคุมไม่ได้อีกแล้ว ต่อไปนี้เอ็งจะไม่ได้จับปืนอีก”
ฟ้าลั่นปราดเข้าไปพยายามจะแย่งปืนจากมือลายเสืออีก ทั้งคู่ยื้อแย่งกันไปมาและกดปืนลงต่ำ ก่อนที่ เสียงปืนจะดังขึ้นติดๆ กันสามนัด
ลายเสือกับฟ้าลั่นชะงักอึ้ง มองหน้ากัน ก่อนที่ลายเสือจะผงะถอยออกมา มือกุมท้องที่มีแต่เลือด เพราะถูกฟ้าลั่นทำปืนลั่นใส่
“ไอ้ ไอ้ฟ้าลั่น เอ็งยิงข้า”
“พ่อ ฉันไม่ตั้งใจ”
“ไอ้ลูกระยำ เอ็งฆ่าได้แม้แต่พ่อตัวเอง”
ลายเสือพูดได้แค่นั้นก็ล้มลงนอนตายตาค้างอย่างน่าสมเพช ฟ้าลั่นตกใจเข้าไปที่ศพพ่อ แต่เพียงครู่เดียว จากความเสียใจ ก็กลายเป็นยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก
“ขอโทษนะพ่อ มันเป็นอุบัติที่เหตุที่ฉันไม่ได้ตั้งใจ แต่ผลที่ตามมากลับทำให้ฉันโล่งใจขึ้นเยอะเลย ทีนี้ก็จะไม่มีใครขวางทางฉันอีกแล้ว ไปดีนะพ่อ แล้วฉันจะทำบุญไปให้”
ฟ้าลั่นค่อยๆ เอามือปิดตาลายเสือที่เบิกค้างให้ปิดลง พร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ

ชาติเดินควงน้ำค้าง ที่กอดแขนออดอ้อนเข้ามาในบ้าน ครู่หนึ่งเสียงของกำนันปราบก็ดังแทรกเข้ามา
“ไอ้ชาติ หายหัวไปทั้งคืน กกแต่เมียน้อยจนงานการไม่ทำนะเอ็ง”
กำนันปราบเข้ามามองหน้าลูกชายอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันไปไล่น้ำค้าง
“ไอ้ชาติมันหมดธุระกับเธอแล้วน้ำค้าง ไปได้แล้ว”
“เอ่อ กำนันคะ ฉันมีเรื่องอยากจะบอกกำนัน”
กำนันปราบส่ายหน้าอย่างหงุดหงิด
“แต่ฉันยังไม่อยากฟังอะไรจากเธอ ไปได้แล้ว”
น้ำค้างทำหน้าเซ็ง ก่อนจะยอมยกมือไหว้ลาแล้วเดินออกไป

กำนันปราบเดินนำเข้ามาอีกมุมหนึ่งของบ้าน พลางพูดเชิงตำหนิชาติว่าเพิ่งสั่งสอนฟ้าลั่นไป อย่าให้ต้องมาสั่งสอนลูกชายตัวเองอีกคน
“ข้อเสียของเอ็งก็คือผู้หญิง ระวังเถอะ สักวันผู้หญิงจะทำให้เอ็งเสียหาย ระวังไว้ก็ดี”
ชาติพยักหน้า “ว่าแต่พ่อมีอะไรรึเปล่า”
“มีสิวะ เอ็งมัวแต่ไปมั่วกับนังน้ำค้างอยู่ทั้งคืน ก็เลยไม่ได้รู้เรื่องที่ตอนนี้จอมโจรไอ้เสือมันกำลัง อาละวาดประกาศศักดาว่ามันจะกลับมาเล่นงานพวกเรา ตอนนี้ไอ้เชิดกับไอ้คมกำลังไล่ตามเก็บมันอยู่ นั่นมัน หมายความว่า เอ็งทำงานพลาด มันถึงได้กลับมาเย้ยเอ็งไง”
ชาติกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ “จอมโจรไอ้เสือ”

วัลภานั่งหน้าเครียดอยู่หน้าเครื่องส่งวิทยุ ครู่หนึ่งเสียงของเชนดังเข้ามาจากข้างนอก
“เปิดวิทยุให้ฉันหน่อยวัลภา ฉันจะได้เช็คคลื่นสัญญาณ”
วัลภายังนั่งเครียด มองเครื่องส่งวิทยุอย่างตัดสินใจ

เชนเดินเข้ามาในอู่ร้างด้วยสีหน้าแปลกใจที่เห็นวัลภาเงียบไป แต่กลับไม่เจอวัลภา และเมื่อมองไปที่ โต๊ะซึ่งเคยมีวิทยุสื่อสาร ก็ยิ่งตกใจเมื่อไม่เห็นมันอยู่ที่เดิม เชนวิ่งตามออกมาแล้วร้องห้ามเสียงดัง ขณะที่วัลภากำลังหิ้ววิทยุออกไป
“หยุดเดี๋ยวนี้นะวัลภา”
วัลภาชะงักหยุดกับที่ยืนหันหลังให้เชน
“คิดจะทำอะไรของเธอ จะเอาวิทยุไปไหน ว่าไงล่ะวัลภา”
วัลภาหน้าซีด
“ฉันปล่อยให้เธอวิทยุขอความช่วยเหลือจากผู้พันไม่ได้ ฉันจำเป็นต้องทำ ฉันมีชีวิตของน้าน้อย เป็นเดิมพัน”
เชนถึงกับอึ้ง “หมายความว่ายังไง”
“เธออย่าห้ามฉันเลยนะเชน ให้ฉันช่วยชีวิตน้าน้อยก่อน แล้วเราค่อยหาทางอื่นกอบกู้ผาปืนแตกใหม่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะขอรับผิดชอบเองทั้งหมด”
เชนส่ายหน้า
“มันไม่มีทางอื่นแล้วนะวัลภา ถ้าน้าน้อยกำลังตกอยู่ในอันตราย เราก็ต้องหาทางช่วยกันแก้ปัญหาสิ ไม่ใช่เธอมาทำแบบนี้ เพราะมันคือการหักหลัง”
วัลภาน้ำตาไหลพราก
“ฉันไม่ได้อยากหักหลังเธอ แต่ฉันจำเป็น ฉันไม่มีเวลาแล้ว ถ้าฉันไปไม่ทัน น้าน้อยก็ต้องตายเพราะฉัน ฉันขอโทษ”
แต่เชนไม่ยอมให้ไป “หยุดอยู่ตรงนั้นแล้วเอาวิทยุมาคืนฉัน”
วัลภานิ่งงันอยู่ครู่ก่อนจะค่อยๆวางวิทยุลง เชนจึงเดินเข้าไปใกล้
“ไม่ว่าเธอจะถูกบังคับอะไรมา ฉันจะไม่โกรธเธอและพร้อมอภัยให้เสมอ ไว้เราจะคุยเรื่องนี้กันทีหลัง เข้าใจนะวัลภา”
เชนเดินเข้าไปถึงตัวแล้วแตะไหล่ให้วัลภาหันกลับมาที่เขา วัลภาหันกลับมาน้ำตาไหล อาบแก้มอย่าง เจ็บปวด
“เชน ฉันขอโทษ”

ขาดคำวัลภาก็ชูมือที่สวมถุงมือกรงเล็บนางสิงห์ขึ้นมาแล้วปล่อยให้ไอระเหยยาสลบพ่นออกมาจาก ถุงมือใส่หน้าเชนเข้าไปเต็มๆ จนเชนเสียหลักผงะถอย พลางมองวัลภาอย่างเจ็บปวดก่อนจะล้มลงไปหมดสติ วัลภาได้แต่ยินมองชายคนรักด้วยความรู้สึกผิด และเจ็บปวดรวดร้าวที่สุด

ยอดกับแสนทั้งยิงปืนทั้งปาระเบิดใส่ตอบโต้พวกไอ้เชิดที่ตั้งป้อมเล่นงานไม่หยุด กระสุนปลิวว่อน ระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว จนในที่สุดระเบิดก็หมดพวกไอ้เชิดเห็นทางฝั่งจอมโจรไอ้เสือหยุดปาระเบิดก็ส่งสัญญาณให้พรรคพวกรุกเข้าไป
ยอดรีบหันมาบอกแสน
“เอาอย่างนี้แล้วกันน้า พวกมันต้องการจับตัวจอมโจรไอ้เสือ ฉันก็จะล่อไอ้เชิดกับพวกมันส่วนใหญ่ ไป ไม่งั้นรับมือไม่ไหวแน่ แล้วน้าค่อยสอยพวกที่เหลือ”
พูดพลางรีบกระโจนล่อไอ้เชิดออกไป
ไอ้เชิดกับลูกน้องอีก 2 คนไล่ตามจอมโจรไอ้เสือตัวปลอม เหลือลูกน้องอีก 2 คนที่จะตามไป แต่แสนยิงปืนล่อพวกมันให้ตามหลังตัวเองไปอีกทาง

ทางด้านเพลิงกับผู้กองสมาน ก็สอยพวกลูกน้องไอ้คมไปได้หลายคน จนเหลือไอ้คมคนเดียว
ผู้กองสมานในคราบจอมโจรไอ้เสือยกปืนเข้ามาเล็งชี้หน้าไอ้คม
“ทิ้งปืนเอ็งไปซะ วันนี้พวกเอ็งไม่มีโชคพอที่จะจัดการกับข้า จอมโจรไอ้เสือ”
ไอ้คมทำท่าจะทิ้งปืนแต่ฉวยโอกาสยิงสวนกลับไป กระสุนเฉียดผู้กองสมานไปนิดเดียว จากนั้นมันก็ฉวยโอกาสวิ่งหนีออกไป ผู้กองสมานจะวิ่งตาม แต่กลับถูกเพลิงห้ามไว้
“ปล่อยมันไปเถอะครับ ป่านนี้เชนคงวิทยุตามผู้พันมาช่วยเราแล้ว”
“ไม่ต้องมาห้ามข้า หมดธุระของเอ็งแล้ว รีบไปช่วยคนอื่น ไปได้แล้วไอ้เพลิง”
ผู้กองสมานสั่งแล้วรีบตามไอ้คมไป เพลิงมองตามอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้

ผู้กองสมานในคราบของจอมโจรไอ้เสือวิ่งไล่ตามไอ้คมเข้ามาอีกด้านหนึ่งของป่า จังหวะนั้นไอ้คม ที่แอบซุ่มอยู่บนต้นไม้พร้อมกับมีดในมือก็กระโจนลงมาใส่ ผู้กองสมานเอี้ยวตัวหลบได้ทัน แต่ก็โดนคมมีดจนได้ เลือดซิบๆ ซ้ำยังพลาดท่าเสียทีถูกไอ้คมตวัดมีดใส่หน้าจนโดนผ้าคาดหน้าหลุด
“ไอ้สมาน นี่เอ็งเหรอเนี่ย อ๋อ ข้ารู้แล้ว ที่แท้ก็เป็นพวกเอ็งที่สวมรอยเป็นจอมโจรไอ้เสือมาปั่นป่วน พวกข้า”
ผู้กองสมานมองหน้าไอ้คมอย่างเจ็บใจ
“ใช่ ข้าปลอมตัวเป็นจอมโจรไอ้เสือพวกปั่วหัวพวกแก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจอมโจรไอ้เสือจะ ตายไปแล้ว ไว้พวกแกได้เจอตัวจริงของมันก่อนเถอะ พวกแกได้ร้องขอชีวิตจากมันแน่”

ไอ้คมควงดาบพุ่งเข้าใส่ ผู้กองสมานถอดหมวกทิ้งแล้วพุ่งเข้าปะทะอย่างหนักหน่วง

ยอดวิ่งหนีลูกปืนจากไอ้เชิดกับพรรคพวกเข้ามาแล้วหลบอยู่ครู่รอจังหวะจนไอ้เชิดกับลูกน้องอีก 2 คนเข้ามา ก่อนจะจัดการทั้งคู่ด้วยมือเปล่า ไอ้เชิดหันขวับมาเห็น ก็ชักปืนจะยิง แต่ยอดกระโจนเข้าไปเตะปืน ในมือจนกระเด็นแล้วเปิดฉากซัดหมัดกันอย่างเต็มเหนี่ยว
ไอ้เชิดแอบชักมีดพกที่ข้อเท้าขึ้นมาแล้วแทงจนไอ้ยอดเสียหลักล้มลง
“เอ็งเสร็จข้าแล้วจอมโจรไอ้เสือ”
ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นมา ไอ้เชิดโดนลูกปืนยิงจนได้รับบาดเจ็บที่แขน แล้วรีบวิ่งหนีไป
เพลิงกับแสนรีบเข้ามาดูยอด เมื่อเห็นไม่เป็นอะไร เพลิงก็รีบพูดขึ้น
“เอาล่ะๆ เอ็งกับน้าแสนไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แผนปั่นป่วนพวกมันได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ที่เหลือก็อยู่ที่ ไอ้เชนแล้ว ฉันว่าน้ากับไอ้ยอดพากันกลับไปก่อน เดี๋ยวฉันจะไปดูผู้กอง”
“อย่างผู้กองคงไม่มีอะไรต้องห่วงมั้ง” แสนว่า
“ไม่รู้สิน้า ฉันรู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ดียังไงก็ไม่รู้ เพราะผู้กองพูดแปลกๆ กับฉัน พวกน้าไปกันเถอะ ฉันจะได้รีบไปช่วยผู้กอง”

แสนกับยอดพยักหน้ารับ เพลิงรีบออกไป

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 19 (ต่อ)

ในที่สุดไอ้คมก็ถูกผู้กองคอหักตายคาที่ แต่ยังไม่ทันที่ผู้กองสมานจะผละออกมา ไอ้ทอมก็โผล่เข้ามา ผู้กองสมานรีบพุ่งเข้าไปปะทะกับมัน พอได้จังหวะก็รีบหนีออกมา แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อกระป๋องแก๊ซพิษ ถูกโยนเข้ามาตรงหน้า ควันจากแก๊ซพิษพวยพุ่งออกมาคละคลุ้งไปทั่ว
ผู้กองสมานรีบยกมือขึ้นมาปิดจมูก แต่ก็ไม่ทันการณ์ ไอ้ทอมที่สวมหน้ากากกันแก๊ซพิษโผล่เข้ามา พลางจ้องเขม็งไปที่ผู้กองสมานซึ่งเริ่มมีอาการจากการถูกแก๊ซพิษ ผิวหนังเริ่มพุพอง แต่ก็พยายามฝืนความเจ็บปวด กัดฟันกระแทกหัวใส่ไอ้ทอมจังๆ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้ กลับถูกมันเล่นงานอย่างหนัก จวนเจียนจะตายมิ ตายแหล่ ทันใดนั้นเพลิงก็จู่โจมเข้ามาพร้อมกับท่อนไม้ฟาดเข้าที่หลังไอ้ทอมทันที
เพลิงจะเข้าไปช่วยผู้กองสมาน แต่ไอ้ทอมเข้ามายืนขวาง ผู้กองสมานรีบไล่ให้เพลิงหนีไป แต่เพลิงไม่ยอม ปราดเข้าไปปะทะกับไอ้ทอมต่อ
ขณะเดียวกันผู้กองก็อาการย่ำแย่ ถึงขนาดกระอักออกมาเป็นลิ่มเลือด

วัลภาแบกกระเป๋าเป้ใบใหญ่เข้ามาในโรงสี เมื่อน้ำค้างโผล่หน้าออกมา วัลภาก็วางเป้ลงตรงหน้า “วิทยุอยู่ในนี้แล้ว แต่ถ้าฉันไม่ได้เห็นว่าน้าน้อยยังปลอดภัย ก็อย่าหวังว่าจะได้ไป”
น้ำค้างเดินเข้าไปข้างหลังเสาครู่หนึ่งก็เดินออกมาพร้อมกับเอาตัวน้อยในสภาพบาดเจ็บน่าสงสารออกมาด้วย
“วัลภา เอ็งไม่ควรทำแบบนี่เพื่อช่วยน้าเลย”
น้ำค้างรำคาญ รีบบอกว่าวัลภาก็จะไม่ได้ตัวน้อยไปจนกว่าจะมั่นใจว่าในกระเป๋ามีวิทยุอยู่จริงๆ
วัลภารีบเปิดกระเป๋าให้ดู น้ำค้างไม่วายตั้งแง่
“ ดีมาก แต่ว่าแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าพวกแกจะไม่วิทยุไปขอความช่วยเหลือแล้ว”
“ฉันไม่กล้าเอาชีวิตน้าน้อยมาเสี่ยงหรอก”
ระหว่างนั้นชาติกับลูกน้องอีก 2 คนเดินเข้ามา
“นังวัลภามันพูดความจริง หลังจากที่เธอบอกฉันเรื่องแผนของเธอ ฉันก็ให้สายข่าวข้างนอก ของท่านสมบัติตรวจสอบดูแล้ว ยังไม่มีการวิทยุขอความช่วยเหลือออกไป เพราะไม่มีความเคลื่อนไหวจากหน่วยงาน ไหนทั้งนั้น”
น้ำค้างกับชาติยิ้มให้กัน วัลภามองพวกมันอย่างเจ็บใจ ขณะที่น้อยยังอยู่ในมือของน้ำค้าง
“ฉันนึกอยู่แล้วเชียวว่าคนอย่างแกมันไว้ใจไม่ได้ ทั้งๆที่แกบอกว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง”
น้ำค้างหัวเราะสะใจ
“แกอยากโง่เชื่อฉันเองนี่ นังวัลภา ทีนี้ก็เอาวิทยุมาแล้วรีบๆ เอานังน้อยไป ก่อนที่มันจะมาตาย ตรงหน้าฉันให้เห็นแล้วทุเรศลูกตา”
“งั้นก็มายื่นหมูยื่นแมว แกคืนน้าน้อยมาให้ฉันแล้วมาเอาวิทยุไป”
น้ำค้างจับแขนน้อยพาเดินเข้าไปหาวัลภาจนถึงตัว แล้วส่งน้อยให้วัลภา
“วัลภาไม่น่าทำแบบนี้เลย วิทยุนี่เป็นความหวังของพวกเรา”
วัลภากระซิบตอบเบาๆ
“ฉันรู้จ้ะน้า และมันก็จะไม่มีทางได้ไป”
วัลภาโยนกระเป๋าที่เปิดออกให้ น้ำค้างยิ้มชอบใจ แล้วล้วงมือลงไปในกระเป๋า แต่พอล้วงเข้าไป ก็สะดุ้งเฮือก ก่อนจะร้องลั่นแล้วรีบชักมือ ที่มีงูพิษพันรอบมือ และกัดจมเขี้ยวออกจากระเป๋า พลางสะบัดแขน จนงูกระเด็นเลื้อยหนีไป

วัลภารีบฉวยโอกาสชักปืนออกมา แล้วยิงปืนใส่ลูกน้องชาติ ก่อนจะปราดเข้าไปจะแย่งกระเป๋าที่ อยู่บนพื้นคืน แต่กลับถูกชาติยิงปืนใส่พื้นขวางเอาไว้ วัลภาเลยต้องรีบพาน้อยหนี ชาติสั่งลูกน้องอีกคนที่เหลืออยู่ ให้ไปตาม ส่วนมันรีบเข้าไปหยิบกระเป๋าที่มีวิทยุอยู่ข้างในนั้นขึ้นมา แล้วรีบตามลูกน้องออกไปไล่ตามวัลภา โดยไม่สนใจน้ำค้าง ที่หน้าซีดเพราะพิษงูเริ่มแผ่ซ่านไปทั้งตัว

เชนค่อยๆ ลุกขึ้นสะบัดหน้าเรียกสติ พลางมองหาวัลภาอย่างตกใจ ก่อนจะเจอถุงมือกรงเล็บ นางสิงห์วางทับกระดาษที่มีข้อความเขียนเอาไว้
“เชนที่รักของฉัน ฉันต้องขอโทษด้วยที่ต้องหักหลังเธอ แต่เพราะความจำเป็นที่มีชีวิตน้าน้อย เป็นเดิมพัน ทำให้ฉันต้องตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ฉันจะช่วยน้าน้อยกลับมาให้ได้ และจะไม่ทำลายความหวัง ของพวกเรา แม้สุดท้ายฉันจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม ฉันรักเธอนะ ไอ้บ้าเชนของฉัน”
เชนหน้าเครียดกำจดหมายจนยับยู่ยี่
“วัลภา นี่เธอคิดจะแลกชีวิตเธอเหรอ”

เพลิงถูกไอ้ทอมไล่ถลุง แล้วเหวี่ยงอย่างแรงจนล้มกลิ้งนอนจุก ก่อนที่มันจะหันกลับมาเล่นงาน
ผู้กองสมาน จนสำลักเป็นเลือด เพลิงกัดฟันด้วยความเจ็บใจ พลางกระโจนเข้าไปกระแทกใส่จนมันกลิ้งไปตามพื้น จากนั้นกระหน่ำอัดหมัดใส่อย่างบ้าคลั่ง จนมันแน่นิ่งไปกับพื้น ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด จากนั้นจึงรีบผละมาที่ผู้กองสมาน ที่เหลือบไปเห็นไอ้ทอมกำลังลุกขึ้นมาพร้อมกับหยิบมีดที่พื้นขึ้นมาด้วย และเตรียมจะปาใส่เพลิง “หลบไป”
ผู้กองสมานผลักเพลิงออกไปก่อนจะโดนมีดปักเข้ากลางท้อง จากนั้นไอ้ทอมก็วิ่งออกไปทิ้งให้เพลิง มองมีดที่ปักคาท้องผู้กองสมานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ผู้กองต้องไม่เป็นอะไร ผมจะพาไปหาน้องสาวผู้กองเดี๋ยวนี้ เธอจะต้องช่วยผู้กองได้”

ลูกน้องชาติยิงไล่หลังวัลภา ที่พาน้อยวิ่งหนีไม่หยุด ก่อนที่จะหลบเข้าข้างกองไม้ แล้วยิงสวนกลับ ไปหลายนัด พลางรีบบอกให้น้อยรีบหนีไป เธอจะเป็นคนยิงเปิดทางให้ และจะต้องกลับไปเอาวิทยุคืนมาให้ได้
แต่น้อยไม่ยอม พลางบอกให้กลับไปให้เชนช่วย
“ไม่ทันหรอกจ้ะพี่น้อย ฉันตั้งใจเอาไว้แล้วตั้งแต่เลือกวิธีนี้ ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็จะไม่ทำลาย ความหวังของพวกเรา ต้องรีบไปตอนนี้แล้วจ้ะพี่น้อย ไปสิ แล้วถ้าพี่น้อยเจอเชนก็บอกเขาด้วยนะว่าฉันรักเขามาก ถ้าชาติหน้ามีจริงเราคงได้มาเจอกันอีก”
พูดพลางรีบวิ่งออกไปหลอกล่อให้ลูกน้องชาติไล่ตาม น้อยมองตามอย่างเป็นห่วง

วัลภาวิ่งหนีลูกปืนที่ยิงไล่หลังเฉียดหัวไปมาหลายนักก่อนจะกระโจนหลบข้างกองไม้ พลางหาจังหวะจะวิ่งต่อ แต่ก็ถูกชาติที่ถือกระเป๋าที่ใส่วิทยุสื่อสารยิงปืนใส่พื้นดักไว้
“ฉันจะไม่ยอมให้แกได้วิทยุนั่นไปเด็ดขาด”
ชาติยิ้มเยาะ
“แกจะแย่งเอาไปจากฉันเนี่ยนะวัลภา แน่ใจนะว่าทำได้”
“ฉันเตรียมใจมาแล้ว ชีวิตฉันแลกได้เพื่ออิสรภาพของคนที่ฉันรักทุกคนในผาปืนแตก”
ชาติหัวเราะอย่างสะใจ
“อุดมการณ์แน่วแน่เหลือเกินนะวัลภา ถ้าเธอคิดจะมาตายแบบนี้ ฉันก็คงจะไม่ออมมือให้ผู้หญิง เพราะผู้หญิงอย่างเธอปล่อยไว้แล้วมันอันตรายเกินไป”
ชาติวางกระเป๋าวิทยุลงแล้วเก็บปืน พลางยิ้มร้ายเดินเข้าหา วัลภาตั้งท่ารับ เตรียมพร้อมรับมือ กับการต่อสู้อันหนักหน่วงที่จะเกิดขึ้น

จิกถึงกับอึ้งเมื่อรู้เรื่องจากเชน พร้อมๆ กับที่เสียงน้อยดังแว่วๆเข้ามา
“ไอ้เชน ช่วยด้วย”
เชนกับจิกหันไปเห็นน้อยเดินเข้ามาในสภาพบาดเจ็บหนัก ก่อนจะล้มลงหมดแรง แต่ก็พยายามแข็งใจพูด
“ไอ้เชน เอ็งต้องรีบไปช่วยวัลภา อย่าให้วัลภาแลกชีวิตกับไอ้ชาติ”
“แล้วตอนนี้วัลภาอยู่ไหน” เชนระล่ำระลักถาม
“โรงสี รีบไปเถอะเชน”

เชนรีบวิ่งออกไป จิกรีบปรี่เข้ามาประคองน้อย พลางมองตามอย่างเป็นห่วง

วัลภาพยายามสู้กับไอ้ชาติอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ฝีมือจะเทียบชั้นกันไม่ได้ แต่กระนั้นก็สามารถทำเอา ชาติถึงกับเสียเลือดเหมือนกัน แต่ไปๆมาๆ ก็พลาดท่าโดนชาติชกเข้าที่ท้องจนจุกตัวงอ

ทางด้านน้ำค้าง พิษงูเริ่มเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าไปที่สมองทำให้ตาพร่ามัว แต่ก็ยังพยายาม กระเสือกกระสนคลานอย่างน่าสมเพช กระทั่งได้ยินเสียงเชนเรียกหาวัลภา จึงพยามเรียกเชนเพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่เสียงเรียกก็เบาเกินกว่าที่เชนจะได้ยิน ตัวน้ำค้างเริ่มเกร็ง มือเริ่มแข็ง และลิ้นเริ่มจุกปาก ก่อนที่จะถูกทิ้งไว้ให้ ทรมาน และตายอย่างน่าสมเพชในกรรมที่ก่อเอาไว้

ชาติจับวัลภาเหวี่ยงไปกระแทกกับเสา และตามมาผลักซ้ำจนล้มลงกับพื้น วัลภาพยายามดันตัว ลุกขึ้นมา สายตาจับจ้องไปที่กระเป๋าเป้ที่มีวิทยุสื่อสาร พยายามขยับเข้าไปที่กระเป๋าใบนั้น แต่ชาติเห็นเข้าเสียก่อน มันหัวเราะอย่างสมเพช
“เธอกับไอ้เชนมันเหมาะสมกันตรงไหนรู้มั้ย ตรงที่ดื้อไม่เข้าท่า ชอบเข้าข้างว่าตัวเองจะ เปลี่ยนแปลงผาปืนแตกได้ ทั้งๆที่เอาตัวเองยังไม่รอด”
พูดพลางเข้าไปแย่งกระเป๋าใส่วิทยุสื่อสารมาแล้วเอาวิทยุออกมาทิ้งพื้น แล้วกระทืบอย่างแรงจนพังเละต่อหน้าต่อตาวัลภา
“ก็บอกแล้วไงแต่พวกแกไม่รู้จักท่องจำให้ขึ้นใจ ว่าพวกข้าคือคนชี้เป็นตายในผาปืนแตก ถ้าอยาก ได้โอกาสมีชีวิตรอด ก็ข้านี่แหละที่จะให้หรือไม่ให้เอง”
ชาติพูดพร้อมชักปืนออกมาเล็งไปที่วัลภานิ้วพร้อมเหนี่ยวไก ทันใดนั้นเสียงเชนก็ดังเข้ามา
“หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้ชาติ”
ชาติหันขวับไปเห็นเชนเข้ามาพร้อมกับจ่อปืนมาที่ตัวเอง
“ไปให้พ้นหน้าข้าเลยไอ้ชาติ ไม่อย่างนั้นเอ็งนั่นแหละที่จะไม่ได้โอกาสกลับไปอีก”
ชาติยกปืนในมือจ่อเชนกลับ ทั้งคู่จ้องเขม็งไม่มีใครยอมลดปืน
“เอ็งอาจจะบอกว่าไม่กลัวข้า แต่อย่างนึงที่เอ็งควรจะรู้ไว้ก็คือ พวกข้ามันหลังชนฝาแล้ว เพราะ ฉะนั้นพวกข้าจะบ้าเลือดดีเดือดได้ชนิดที่พวกเอ็งคิดไม่ถึงเลยทีเดียว”
ชาตินิ่งไปอึดใจหนึ่ง
“ได้ ไอ้เชน เอ็งอยากบ้าดีเดือดนักใช่มั้ย งั้นจากนี้ไปก็เริ่มนับถอยหลังเวลาของพวกเอ็งได้แล้ว ถ้าจะหนี ก็หนีให้พ้นเงื้อมมือพวกข้าแล้วกัน”
ชาติเล็งปืนแล้วถอยเดินออกไป เชนเห็นว่าชาติไปแล้ว ก็รีบเข้าไปที่วัลภาทันที
“เชน ฉันขอโทษ”
วัลภาพูดด้วยเสียงแผ่วเบาก่อนจะหมดสติในอ้อมแขนของเชนมือตกคอพับลงที่อก เชนถึงกับตกใจ

จิกเดินไปเดินมาอยู่หน้าสุขศาลา ด้วยความเป็นห่วงน้อย ครู่หนึ่งเอื้อมเดือนก็เดินออกมาบอกว่าน้อยปลอดภัย แต่ยังต้องพักรักษาตัวอยู่
เพลิงเดินหน้าเศร้าเข้ามา พร้อมกับรีบบอกว่ายอดกับแสนปลอดภัยดี แต่เมื่อเอื้อมเดือนถามถึง ผู้กองสมาน เพลิงก็ถึงกับหน้าเครียด ก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้าไปที่เอื้อมเดือน
“ผู้กองอยากเจอคุณหมอครับ”
“อยากเจอฉัน มีอะไรรึเปล่าจ๊ะเพลิง”
เอื้อมเดือนเริ่มเอะใจ เพลิงถึงกับน้ำตาคลอ พลางนึกถึงตอนที่พยายามประคองผู้กองสมานที่ อาการหนักร่อแร่ มีดยังปักอยู่ที่ท้อง หน้าซีดจนไม่มีสีเลือด และอ่อนแรงจนร่วงลงทรุดกับพื้น
“ผู้กองอย่าเพิ่งยอมแพ้สิครับ ผู้กองต้องสู้อีก มาครับผมจะช่วย”

ผู้กองสมานส่ายหน้าช้าๆ“พอเถอะไอ้เพลิง ข้าสู้มาจนข้ารู้ตัวแล้วว่าข้าสู้สุดความสามารถที่ข้ามี ข้าไม่ใช่คนเก่งอย่างที่เอ็ง คิดหรอกไอ้เพลิง ข้ามันคนโง่ต่างหาก เพราะถ้าข้าเก่งจริงๆ ข้าก็คงไม่โทษคนดีอย่างเอ็งเป็นฆาตกรหรอก ข้าขอโทษ เอ็งด้วยนะ ที่ข้าเอาแต่ตามล่าหาว่าเอ็งเป็นคนชั่ว ทั้งๆที่เอ็งคือสุภาพบุรุษ ส่วนข้าก็ปล่อยให้ความแค้นทำลายสำนึก ที่ข้าควรมี”

เพลิงน้ำตาซึม
“ผมว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาพูดเรื่องนี้กันนะครับ ความจริงคืออะไร เอาไว้หลังจากที่เรากอบกู้ ผาปืนแตกคืนมาได้เมื่อไหร่ เราค่อยมาพิสูจน์กัน”
“ข้าไม่ต้องการพิสูจน์อะไรอีกแล้วล่ะไอ้เพลิง ความดี ความเสียสละของเอ็งที่ทำเพื่อผาปืนแตก และความรักที่เอ็งมีให้น้องสาวข้ามันได้พิสูจน์หมดแล้วว่าเอ็งคือสุภาพบุรุษ ที่ข้าไว้ใจให้เอ็งดูแลน้องสาวและหลาน ของข้าต่อไป”
ผู้กองสมานเริ่มเจ็บแผลจนทนจะไม่ไหว
“ผู้กอง หลานของผู้กอง หมายความว่ายังไงครับ”
ผู้กองสมานมองเพลิงแล้วพยายามยิ้ม พลางแข็งใจพูดต่อ
“เอื้อมเดือนท้องกับเอ็งอยู่น่ะสิ ไอ้เพลิง”

เอื้อมเดือนถึงกับหน้าเสียเมื่อรู้เรื่องจากเพลิง
“ผมพยายามแล้วครับคุณหมอ แต่ผู้กองไม่ยอมให้พามา เพราะเขารู้ตัวว่าเขาคงจะมาไม่ถึงแน่”
“พาฉันไปหาเขาเดี๋ยวนี้”
เพลิงพยักหน้ารับ แล้วรีบพาเอื้อมเดือนออกไป ขณะที่จิกเจ็บใจจนน้ำตาคลอ

เพลิงพาเอื้อมเดือนเข้ามาที่ใต้ต้นใหญ่ที่ร่างของผู้กองสมานนั่งพิงอยู่ในสภาพหายใจรวยริน
เอื้อมเดือนเห็นสภาพของพี่ชายตัวเองกำลังร่อแร่ ก็ร้องเรียกด้วยเสียงสั่นเครือ
“พี่สมาน เดือนมาช่วยพี่ เดือนจะไม่ยอมให้พี่ตายเด็ดขาด”
ผู้กองสมานไม่มีแรงแม้แต่จะพูด
“เดือนช่วยพี่ไม่ได้หรอก กลับไปเถอะ กลับไปดูแลพวกเรา อันตรายยังรอพวกเราอยู่อีกมากไปเถอะ”
เอื้อมเดือนไม่ยอมไป พลางหันมาขอร้องให้เพลิงช่วยพาผู้กองสมานไป
“อย่าไปว่าไอ้เพลิงมันเลยเดือน มันรู้ดีว่าพี่จะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว มันถึงยอมไปตามเดือนมา เพื่อได้บอกลาพี่”
เอื้อมเดือนร้องไห้โฮขยับเข้าไปกุมมือพี่ชาย
“พี่จะทิ้งเดือนไปแบบนี้ไม่ได้นะ แล้วเดือนจะอยู่กับใครล่ะ”
“พี่ขอโทษนะเดือนที่พี่ทำหน้าที่พี่ชายดูแลเดือนได้แค่นี้ จากนี้ไปหน้าที่ดูแลเดือนก็จะเป็นของไอ้ เพลิง มันรับปากพี่แล้วว่ามันจะปกป้องเดือนและลูกด้วยชีวิตมัน”
เพลิงน้ำตาคลอๆ พลางขยับตัวเข้ามาใกล้ทั้งคู่ ผู้กองสมานยกมืออีกข้างขึ้นมาจับมือเพลิง แล้วให้ มือเพลิงกับมือของเอื้อมเดือนเกาะกุมกันต่อหน้าตนเอง
“วันนี้พี่อาจจะไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จของพวกเราที่จะช่วยกอบกู้ความสุขคืนให้กับผาปืนแตก แต่อย่างน้อย พี่ก็ยังได้เห็นความรักที่ไอ้เพลิงมันทุ่มเทให้กับเดือนและแผ่นดิน ที่จะเป็นบ้านของครอบครัวเราต่อไป เอ็งรับปากข้าแล้วนะไอ้เพลิง กอบกู้ความสุขคืนกลับมาให้ผาปืนแตกให้ได้”
เพลิงพยักหน้า น้ำตาซึม “ผมรับปากครับผู้กอง”
ผู้กองสมานยิ้มรับแล้วบีบมือทั้งคู่
“พี่ขอให้เดือนมีความสุขนะ”
ผู้กองสมานพูดได้แค่นั้น มือก็ร่วงลงข้างตัว สิ้นลมหายใจต่อหน้าเพลิงและเอื้อมเดือน

เอื้อมเดือนร้องไห้โฮซบหน้าลงบนศพพี่ชาย เพลิงโอบกอดปลอบประโลมเธอไว้

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 19 (ต่อ)

กำนันปราบเข้ามาในโรงไม้ มองดูศพของลายเสือ ที่มีผ้าคลุมเอาไว้ ฟ้าลั่นแกล้งทำเสียงสั่นเครืออย่างเจ็บปวดเจ็บใจ

“เสียงปืนที่พวกมันฆ่าพ่อฉันยังดังก้องอยู่ในหูฉันอยู่เลยกำนัน พ่อพยายามเล่นงานพวกมัน แต่สุดท้าย พวกมันกลับช่วยกันรุมเล่นงานพ่อ”
พูดพลางก็เสแสร้งบีบน้ำตาไปด้วย พร้อมกับกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของพวกเชน ที่ปลอมตัวเป็น
จอมโจรไอ้เสือออกมาเล่นงานตลบหลัง
“วันเดียวเราเลยเสียคนของเราไปถึง 2 คนทั้งลายเสือทั้งไอ้คม”
กำนันปราบพูดอย่างเจ็บใจ ฟ้าลั่นรีบโทษว่าเป็นเพราะความใจดีของกำนันปราบที่ปล่อยให้พวกเชนมีชีวิตอยู่
กำนันปราบหันมาขึ้นเสียงใส่
“เอ็งมาโทษข้าไม่ได้ เพราะความหละหลวมของพวกเอ็งทุกคนที่ปล่อยให้พวกมันซ่องสุมอาวุธ จนทำให้พวกมันลุกขึ้นมาต่อต้านเราได้”
ชาติเข้ามาได้ยินพอดี เลยรีบพูดเสริม
“แล้วไม่ใช่แค่ต่อต้านอย่างเดียวนะพ่อ พวกมันยังเกือบจะขอความช่วยเหลือจากกองกำลัง ข้างนอกได้ด้วยซ้ำ”
“ไอ้ชาติ เอ็งหมายความว่ายังไง”
ชาติมองหน้าพ่อสีหน้าจริงจัง

“แล้วเอ็งแน่ใจนะว่าพวกมันไม่ได้มีแผนการขอความช่วยเหลือทางอื่นอีก”
กำนันปราบหันมาถามย้ำ หลังจากได้ฟังข้อมูลจากชาติ
“ฉันแน่ใจพ่อ เพราะพอฉันพังวิทยุสื่อสารโอกาสเดียวของพวกมันไป นังวัลภามันก็จะเป็นจะตาย ให้ได้ แสดงว่ามันไม่เหลือทางอื่นแล้ว”
ฟ้าลั่นรีบออกความเห็นว่า ที่ผ่านมาพวกเชนพยายามทำให้ทุกคนตายใจ แต่ความจริงคือรอแค่ เวลาที่จะเอาคืน จากนั้นก็หันขวับมาทางกำนันปราบ
“ กำนันจะให้ฉันไว้ใจได้ยังไง ในเมื่อพ่อฉันซึ่งเป็นหุ้นส่วนของกำนันตายไปแล้ว ถ้าฉันเผลอเมื่อไหร่ กำนันก็คงจะฆ่าฉันเพื่อลดส่วนแบ่ง ถ้าจะให้ฉันมั่นใจว่าหลังพ่อฉันตายแล้ว ข้อตกลงของกำนันกับพ่อฉันจะไม่ เปลี่ยนแปลง กำนันก็ต้องสั่งให้ไอ้ชาติจับตัวพวกไอ้เชนมาให้ได้ ฉันถึงจะยอมให้คนของฉันร่วมมือกับกำนันต่อ”
กำนันปราบพยักหน้ารับ
“ได้ ข้าจะให้ไอ้ชาติยกพวกไปลากคอพวกมันมาให้หมด แก้แค้นให้ลายเสือ พอใจมั้ย”
ชาติมองหน้าฟ้าลั่นอย่างหมั่นไส้แล้วเดินออกไป กำนันปราบตบบ่าฟ้าลั่นแล้วเดินตามไป ฟ้าลั่น มองตามอย่างไม่ค่อยไว้ใจ

จากนั้นกำนันปราบกับชาติก็แอบมาพูดคุยถึงแผนการที่จะกำจัดฟ้าลั่น

“เอาไว้เสร็จธุระกับพวกไอ้เชน ส่งท่านสมบัติกลับไปเป็นหุ่นเชิดให้เราเมื่อไหร่ พ่อจะให้เอ็งกระทืบ ไอ้ฟ้าลั่นให้หนำใจ”
ชาติยิ้มพอใจ “ต้องงั้นสิพ่อ งั้นฉันจะรีบไปลากคอพวกไอ้เชนมาให้เอง”

ชาติยิ้มร้ายแล้วเดินออกไป กำนันปราบมองตามส่งลูกชายด้วยสายตาร้ายกาจ

เชนเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้วัลภา ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเป็นห่วง ระคนกับเสียใจกับสิ่งที่วัลภาทำ พลางมองวัลภาอย่างผิดหวัง ก่อนจะเดินออกไปจากห้องทิ้งให้วัลภานอนอยู่อย่างนั้น วัลภาค่อยๆขยับตัว ลืมตาขึ้นมองตามเชนอย่างรับรู้อารมณ์ทั้งหมด ด้วยความเสียใจที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

เชนเดินออกมาที่ศาลาริมน้ำ แล้วกำหมัดชกต้นไม้ใกล้ๆ แถวนั้นอย่างเจ็บใจ ครู่หนึ่งวัลภาก็ตาม ออกมา
“เธอคงโกรธมากสินะเชน ความหวังของผาปืนแตกอยู่ตรงหน้าแล้ว แต่ฉันกลับทำมันพัง เธอมีสิทธิ์ จะโกรธ ทุกคนมีสิทธิ์จะโกรธฉัน ในเมื่อฉันตัดสินใจเรื่องสำคัญไปโดยไม่ยอมปรึกษาใคร ฉันก็ต้องยอมรับผลที่
ตามมา”
เชนหน้าเศร้า“แต่ผลที่ตามมาที่เธอต้องการ มันคือเธอเลือกตายจากฉันไปนะวัลภา”
“ฉันไม่ได้อยากจากเธอไปหรอกนะเชน ฉันก็อยากมีความสุขกับผู้ชายที่ฉันรักไปจนแก่จนเฒ่า ด้วยกันเหมือนผู้หญิงทั่วๆไป แต่เพราะที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น ความเสียสละมันก็เลยต้องยิ่งใหญ่กว่าความรัก ฉันอยาก ให้เธอโกรธฉัน แล้วแสดงความโกรธออกมา อย่าเก็บมันเอาไว้ ได้มั้ยเชน”
เชนนิ่งมองคนรักจนน้ำตาคลอเบ้า แล้วดึงวัลภามากอดแน่น
“ที่เธอทำไม่ใช่ความผิดหรอกวัลภา แต่มันคือความกล้าหาญที่ฉันต้องขอบคุณเธอ”
วัลภาถึงกับอึ้ง “แต่เรื่องวิทยุนั่น”
“ช่างมันเถอะ ถ้าเราอยากจะกอบกู้ความสุขให้กลับคืนมาสู่ผาปืนแตก เราก็ต้องเริ่มจากตัวเอง ก่อนที่จะไปขอให้คนอื่นช่วย เพราะมันคือบททดสอบว่าเราจะพยายามได้มากแค่ไหน จริงรึเปล่าวัลภา”

พวกลูกน้องชาติ พร้อมอาวุธครบมือเข้ามารื้อค้นภายในบ้านของครุประสิทธิ์จนกระจุยกระจาย ก่อนจะเดินออกมารายงานชาติที่รออยู่ใต้ถุนบ้าน ว่าไม่เจอใครที่นี่ ส่วนไอ้เชิดที่ไปค้นที่วัดก็กลับมารายงานว่าไม่เจอใครเหมือนกัน มีแต่หลวงพ่อสินอยู่องค์เดียว
ชาติฟังแล้วยิ้มร้าย “อยากเล่นเกมส์แมวไล่จับหนูเหรอ ได้ งั้นเดี๋ยวพวกเอ็งได้สนุกแน่”

เอื้อมเดือนนั่งเศร้าเสียใจอยู่ที่สุขศาลา โดยมีเพลิงโอบไหล่กอดปลอบใจ
“ขอบใจมากนะเพลิงที่อยู่กับพี่ชายฉันจนนาทีสุดท้าย และไม่โกรธเขาที่ไม่เคยเชื่อเธอเลย”
เพลิงมองหน้าเอื้อมเดือน ด้วยแววตาจริงจัง
“ผมไม่เคยคิดโกรธคนดีหรอกครับ ถ้าเขาเข้าใจผิดก็ยิ่งต้องหาทางพิสูจน์ให้เขาเห็น เป็นการใช้ ความดีพิสูจน์จนกว่าความจริงจะปรากฏ”
“นี่สินะที่พี่สมานเขาถึงมั่นใจว่าเธอจะดูแลฉันกับลูกได้”
เพลิงใช้มือแตะเบาๆที่ท้องเอื้อมเดือน
“เรื่องนี้คุณหมอไม่น่าจะปิดผมเลย”
เอื้อมเดือนยังไม่ทันจะอธิบาย ยอดก็รีบเข้ามา
“ไอ้เพลิงแย่แล้ว พวกไอ้ชาติมันกำลังไล่ตามจับพวกเรา มันบุกไปที่วัดกับที่บ้านแล้ว ตอนนี้น่า จะแห่มาที่นี่ คราวนี้พวกมันไม่ปล่อยพวกเราเอาไว้แน่”
เพลิงหน้าเครียด “งั้นต้องรีบพาทุกคนไปที่ปลอดภัย”
“เอ็งรีบพาคุณหมอไปแล้วกัน ส่วนน้าน้อยกับคนอื่นข้าจะพาไปเอง”
ยอดรีบเดินออกไป เพลิงหันไปจับมือเอื้อมเดือน
“ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะปกป้องเมียกับลูกผมไม่ให้ใครมาทำอันตรายอะไรเด็ดขาด”

ไอ้เชิดกับลูกน้อง ขับรถจี๊ปเข้ามาจอดเอี๊ยดหน้าสุขศาลา แล้วรีบลงจากรถ แต่ยังไม่ทันที่จะเข้า ไปค้นข้างใน เพลิงที่แอบซุ่มอยู่ก็ก้าวออกมาพร้อมกับควงปืนสองมือแล้วกราดยิงเป็นชุด พวกมันกระโจนหลบกัน จ้าละหวั่น
เพลิงไม่ปล่อยจังหวะให้มันตอบโต้ กราดยิงจนกระสุนหมดลูกโม่ แล้วปาระเบิดใส่พวกมันตามไป พวกลูกน้องตายไป 3 คน ควันตลบไปหมด ไอ้เชิดค่อยๆโผล่ออกมาจากหลังรถหลังควันจาง แต่ไม่เจอตัวเพลิงแล้ว

อีกฟากหนึ่ง พวกลูกน้องของชาติ 3 คนแอบซุ่มเข้ามาใกล้ๆ เรือนหอเชนในระยะประชิด จนเชน รู้สึกผิดสังเกต
“วัลภา รู้สึกเหมือนที่ฉันกำลังรู้สึกรึเปล่า”
วัลภามองตามสายตาเชน แล้วก็เห็นลูกน้องของชาติเข้ามาซุ่มพร้อมเล่นงาน
“คงถึงเวลาที่เราจะหลังชนฝาไม่ได้แล้วสินะ ถ้ามันอยากได้แบบนั้น ผัวจ๋าเมียจ๋าอย่างเรา ก็ต้อง ต้อนรับผู้มาเยือนหน่อยใช่มั้ยจ๊ะ”
วัลภายิ้มรับ“ต้องต้อนรับขับสู้อย่างหนักให้สมกับเป็นแขกมาเยี่ยมเรือนกลางค่ำกลางคืน”

เชนกับวัลภายิ้มให้กันแล้วทำทีเป็นประคองกอดกันเดินกลับขึ้นเรือน ลูกน้องชาติที่เข้ามาซุ่ม ค่อยๆเดินออกมาจากที่ซ่อน พลางพยักหน้าให้กันพร้อมจู่โจม

ลูกน้องชาติ 2 คนแอบซุ่มเข้ามาที่ใต้ถุนเรือน พร้อมอาวุธครบมือทั้งปืนและมีด เชนก้าวเข้ามาข้างหลัง พวกมันอย่างเงียบๆ แล้วเล่นงานมันทั้งคู่ ก่อนจะรีบวิ่งออกไป พวกมันรีบแล่นตามจะไปทันทีส่วนพวกมันอีกคนที่ดอดขึ้นไปบนเรือน ก็ถูกวัลภาจัดการจนแน่นิ่งไป

จิก แสนและยอดเดินไปเดินมาอยู่ในอู่ร้างด้วยความเป็นห่วง ครู่หนึ่งเพลิงก็พาเอื้อมเดือนเข้ามา
เพลิงรีบถามถึงเชนกับวัลภา ยอดบอกว่ายังไม่มา เพลิงอาสาจะออกไปช่วย
“แต่เธอคนเดียวจะรับมือพวกมันได้เหรอเพลิง ตอนนี้นายชาติรู้แล้วว่าพวกเรากำลังลุกขึ้นต่อต้าน กำนันคงไฟเขียวให้ฆ่าพวกเราทุกคน”
เอื้อมเดือนท้วงด้วยความเป็นห่วง จิกหยักหน้าเห็นด้วย
“คุณหมอพูดถูกแล้วไอ้เพลิง เอ็งจะไปลุยเดี่ยวมันก็คงจะเสี่ยงเกินไปยกเว้นซะแต่ว่า...”
จิกนิ่งมองเพลิงด้วยสีหน้าจริงจัง

เชนพลาดท่าเสียทีโดนลูกน้องชาติล็อกคอจนแทบขาดอากาศหายใจ จังหวะนั้นวัลภาวิ่งเข้ามา ก็ รีบจ่อปืนเล็งไปทันที ครั้งแรกพลาดเป้า แต่พอครั้งที่สอง กระสุนพุ่งเข้าแสกหน้ามันอย่างจัง
“เป็นไงบ้างเชน”
เชนเป่าปากโล่งอก
“เกือบไป แต่เมียจ๋า ทีหลังอย่าทำเรื่องชวนเสียวแบบนี้อีกนะ พลาดขึ้นมาเธอเป็นหม้ายแน่”
ชาติกับไอ้เชิดและพวก จู่โจมกราดยิงเข้ามาเสียงดังลั่น เชนรีบดึงวัลภาให้ก้มหลบ พลางเอาปืนจากมือ วัลภายิงสวนกลับไป แล้วรีบจูงมือพาวัลภาหนีอย่างสุดชีวิต
“หนีไปเลยไอ้เชน กระเสือกกระสนหนีตายให้รอด เหนื่อยเมื่อไหร่ ตายแน่ ไปเว้ย”
ชาติกับเชิดและพวก รีบพากันไล่ล่าตามไป

เชนกับวัลภาวิ่งหนีออกมา โดยมีพวกชาติไล่ตามมาติดๆ ทั้งคู่จึงตัดสินใจวิ่งแยกกันไปคนละทาง
ชาติวิ่งแยกไปทางเชน ส่วนไอ้เชิดไล่ตามวัลภาไป

ชาติไล่ตามเชนมาจนทัน แต่ก็พลาดท่าเจอเชนพุ่งเข้าชาร์จปลดปืนมาได้ ชาติเลือดซิบที่มุมปาก แต่ยังยิ้มร้ายไม่สะทกสะท้าน

“พยายามได้ดีไอ้เชน แต่คิดว่าจะพยายามได้ถึงไหนเชียววะ ในเมื่อทุกตารางนิ้วในผาปืนแตกตอนนี้ มันไม่มีที่ให้เอ็งยืนอีกแล้ว มันเหลือแต่ที่ให้นอนยาวๆในหลุมศพไง”
“ถ้าแผ่นดินผาปืนแตกจะกลบหน้าข้า มันก็ต้องหลังจากที่ข้ากับพวกกวาดล้างพวกเอ็งออกไปจาก ผาปืนแตกจนหมด”

เชนกำหมัดแน่นแล้วพุ่งเข้าไปปะทะกับชาติ ที่ตอบโต้กลับไปอย่างถึงพริกถึงขิง

ทางด้านวัลภาก็เล่นงานไอ้เชิด จนมันล้มลงไป แต่จังหวะที่จะเดินผละออกมา มันกลับลุกขึ้นมาอีกแล้วซัดใส่วัลภาจนเลือดซิบ
“กำนันสั่งมาว่าถ้าจัดการพวกไอ้เชนได้แล้ว ให้ลากเธอกลับไปแบบบุบสลายน้อยที่สุด เพราะท่าน สมบัติยังต้องการเอาคืนแกอยู่”
“ถ้าคิดว่าจะเอาฉันกลับไปสังเวยไอ้แก่บ้ากามนั่นได้ล่ะก็ แกคิดผิดแล้ว”
วัลภาฮึดสู้ พอได้จังหวะก็ยกเข่าขึ้นกระแทกกล่องดวงใจของไอ้เชิดจนมันจุกตัวงอแล้วรีบวิ่งออกไป ไอ้เชิดก้มลงไปหยิบปืนที่ตกพื้นขึ้นมามองตามอย่างเจ็บใจ แล้วรีบวิ่งไล่ตามไปจนทัน ก่อนที่จะใช้ปืนจ่อหน้า
“แกไม่มีสิทธิ์เลือกอนาคตตัวเองหรอกวัลภา เพราะกำนันเขาเลือกให้แล้ว”
วัลภาจ้องหน้ามันอย่างไม่หวั่นเกรง
“งั้นแกก็ต้องเอาฉันไปแบบเป็นศพ”
เชิดเดินปราดเข้าหา พร้อมๆ กับที่ขวานในมือของยอดก็พุ่งเข้ามาโดนมือมันเต็มๆ ไอ้เชิดร้องลั่น
วัลภาได้ที รีบพูดสวนกลับ
“ดูเหมือนตอนนี้คนที่จะเลือกอนาคตให้แก จะเป็นพวกฉันแล้วนะไอ้ขี้ข้าคนเลว”
ไอ้เชิดกุมแขนที่โดนขวานเล่นงานไปจนเลือดอาบ เตะปัดวัลภาที่พยายามจะเข้ามาเล่นงานแล้วรีบ ฉวยโอกาสวิ่งหนีไป

ในขณะที่เชนกำลังปะทะหมัดกับชาติ เสียงรถจี๊ปสองคันก็ดังเข้ามา ลูกน้องของกำนันปราบ และของชาติ กราดปืนเอ็ม 16 ในมือ ขวางทางไม่ให้เชนเข้าใกล้ชาติ เชนยืนอึ้ง
“ว่าไงไอ้เชน ข้าบอกแล้วไง เอ็งอยากเหนื่อยเล่นเกมส์แมวไล่จับหนู สุดท้ายเอ็งก็หนีไม่รอดอยู่ดี เหนื่อยเปล่า”
เชนจะเข้าไปใส่อีกแต่พวกลูกน้องชาติกรูกันเข้ามาล้อมไว้ ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังรัวถี่จากปากกระบอก ปืนของไอ้เสือคำราม ซึ่งเพลิงเป็นคนขี่เข้ามา ชาติกับพวกลูกน้อง ตกใจ รีบกระโจนหลบ
เพลิงลงจากรถพร้อมชักปืนยิงใส่ ส่วนเชนก็รีบขึ้นคร่อมไอ้เสือคำรามและกดปุ่มยิงปืนกลถล่มใส่ จนพวกมันไม่กล้าโผล่หัวออกมา
เชนหัวเราะสะใจ

“ถึงเวลาที่พวกเอ็งจะต้องหลังชนฝา เพราะไอ้เสือคำรามของไอ้เสือซะที แล้วกลับไปบอกพ่อเอ็งด้วย นี่จะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายที่พวกเอ็งจะต้องเจอ”

เชนยิงใส่จนพวกลูกน้องไอ้ชาติตายไปหลายคน จากนั้นก็รับเพลิงขึ้นซ้อนท้ายแล้วพากันออกไป ชาติค่อยๆออกมาจากหลังรถจี๊ปที่ใช้หลบกระสุน พลางมองลูกน้องตัวเอง ที่บาดเจ็บล้มตายอย่างแค้นใจ “ไอ้เชน ที่แท้เอ็งก็คือจอมโจรไอ้เสือ”

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 19 (ต่อ)

เชนขับไอ้เสือคำรามเข้ามาในอู่ร้างพร้อมกับเพลิง วัลภาที่รออยู่แล้วรีบโผเข้ากอดด้วยความดีใจ
 
จิกยิ้มดีใจที่เห็นทุกคนปลอดภัย
“โชคดีที่ข้าชุบชีวิตปรับแต่งไอ้เสือคำรามเสร็จทันเวลา เลยทันได้ใช้ไปช่วยเอ็ง”
แสนถอนหายใจ“แต่นั่นก็ต้องแลกกับการที่โฉมหน้าแท้จริงของจอมโจรไอ้เสือถูกเปิดเผย”
“ไม่เป็นไรหรอกน้า” เชนรีบบอก “ ฉันก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะเปิดเผยโฉมหน้าของจอมโจรไอ้เสือ เพราะ นี่คือสงครามครั้งสุดท้ายที่พวกเราทุกคนจะต้องแตกหักกับพวกมัน”

“ว่าไงนะ ไอ้เชนกับวัลภาน่ะเหรอคือไอ้เสือกับนางสิงห์”
กำนันปราบถึงกับอึ้งไปเมื่อรู้เรื่องจากชาติ
“ใช่แล้วพ่อ มันใช้ไอ้เสือคำรามเล่นงานฉันจนมันรอดไปได้ แถมยังกล้าประกาศอีกว่านี่จะเป็นสงคราม ครั้งสุดท้าย พวกมันจะเล่นงานให้เราต้องหลังชนฝา”
กำนันปราบโมโหที่ชาติปล่อยให้เชนรอดไปได้ รีบหันไปที่ฟ้าลั่น ที่นั่งฟังอยู่ตลอด
“งานนี้เอ็งต้องร่วมมือกับไอ้ชาติ”
ฟ้าลั่นพยักหน้า
“ได้ไม่มีปัญหา แต่ฉันข้องใจว่าแล้วงานที่เหมืองทองคำล่ะจะทำยังไง ถ้าพวกชาวบ้านรู้ว่าพวกไอ้เชน คือจอมโจรไอ้เสือแล้วกำลังหนีการตามล่าเพื่อกลับมาเอาคืน ฉันว่าพวกชาวบ้านแรงงานเหมืองอาจจะลุกฮือขึ้นมา”
“ฉันจะไปคุมเหมืองทองเอง ถ้าความดันทุรังของพวกไอ้เชนจะไปปลุกให้พวกขี้ขลาดตาขาวกล้าลุ ก ขึ้นมา พวกมันได้ตายหมู่อยู่ในเหมืองแน่”
สีหน้ากำนันปราบเหี้ยมเกรียม

ฟ้าลั่นเดินยิ้มหน้ากวนเข้ามา บอกกับไอ้ทอมอย่างโกรธจัด
“ไอ้กำนันปราบ คิดว่าข้าไม่รู้เหรอไงว่าเอ็งคิดจะทำอะไรกับข้า มันตั้งใจให้ข้าไปช่วยลูกชายมัน กวาดล้างพวกไอ้เชน ส่วนมันก็เข้าไปควบคุมงานที่เหมืองทองคำ พอถึงเวลาเล่นงานพวกไอ้เชนได้ มันก็สั่งให้ลูกชาย มันเก็บข้า เก็บแก และเก็บพวกเราทุกคน”
“งั้นข้าจะจัดการกับพวกมันก่อน”
ไอ้ทอมหุนหันจะออกไปแต่ฟ้าลั่นห้ามไว้
“ตอนนี้พ่อข้าไม่อยู่แล้ว พวกมันก็เลยคิดว่าเราอ่อนแอลง ข้าจะปล่อยให้พวกมันคิดไปแบบนั้นแหละ ให้มันประมาทข้า แล้วข้าจะทำทีเป็นช่วยพวกมันจัดการกับพวกไอ้เชน จัดการพวกแมงหวี่แมงวันก่อน แล้วค่อยจัดการ ตัวเป้งๆ เข้าใจมั้ยไอ้ทอม”
ฟ้าลั่นยิ้มร้าย แล้วหัวเราะชอบใจ

เชนกับวัลภาพลอยดีใจไปกับเพลิงด้วยเมื่อรู้ข่าวเรื่องเอื้อมเดือนตั้งท้อง จากนั้นก็นั่งปรึกษากันเรื่องที่จำเป็นจะต้องทิ้งให้เอื้อมเดือนอยู่ที่นี่ วัลภารีบบอก
“ฉันว่าพี่บึ้กทำถูกแล้ว ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ภารกิจของเรามันจะเสี่ยงอันตรายมาก เพื่อทำให้ที่นี่ปลอดภัย จากการถูกค้นเจอ เราจำเป็นต้องล่อให้พวกมันไล่ตามพวกเรา คนอื่นๆจะได้หลบซ่อนอย่างปลอดภัย”
“แต่พี่ว่าคุณหมอคงไม่เข้าใจ”
เชนมองหน้าเพลิงอย่างเห็นใจ
“คุณหมอคงทำใจยากเพราะพี่ชายเขาเพิ่งจะเสีย เขาก็เลยเหลือแค่พี่บึ้กคนเดียว แต่เพื่อความ ปลอดภัยของคุณหมอกับเด็กในท้อง ยังไงก็ให้คุณหมอไปเสี่ยงกับเราไม่ได้”

แววตาของเพลิงดูเศร้า จนเชนกับวัลภาอดสงสารไม่ได้

เชนไม่ยอมหลับยอมนอน จัดเตรียมอาวุธและวางเรียงไว้บนโต๊ะ วัลภาออกมามองดู ด้วยสีหน้ากังวล เชนมองวัลภาอย่างเข้าใจความรู้สึก

“ฉันรู้ว่าพรุ่งนี้คือวันที่พวกเราจะถอยหลังอีกไม่ได้ และเป็นวันที่เราต้องเจอศึกหนัก แต่ยิ่งเราพูดถึงมัน ด้วยความกังวล ไม่แน่ใจ มันก็จะยิ่งทำให้เรากลัว พอเรากลัวเราก็จะไม่กล้า พอเราไม่กล้า เราก็จะไม่สู้พอเราไม่สู้ เราก็จะ…”
“พอแล้ว ไม่ต้องมาเทศน์ ฉันก็แค่ห่วงเธอ กลัวนอนหลับพักผ่อนน้อยแล้วจะไม่มีแรง แต่ถ้าเธอยังฟิต เปรี๊ยะ พร้อมลุยแบบนี้ ฉันก็จะไปนอนแล้ว ไอ้บ้าเชน”
วัลภาพเดินแยกออกมา แล้วบ่นด้วยอารมณ์เศร้าๆ
“เวลาเป็นห่วงอยากจะพูดดีๆ ด้วยทีไร ชอบทำเป็นเล่นไม่จริงจังไปซะทุกที แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นมา มีใครคนนึงต้องเสียใจล่ะ”
วัลภาน้ำตาคลอ เชนเข้ามาสวมกอดเธอจากข้างหลัง
“ถ้าคิดว่าฉันชอบทำเป็นเล่นไม่จริงจังกับชีวิต เธอคิดผิดแล้วนะวัลภา คนอย่างไอ้เชน พนัญเชิงไม่ชอบ ให้ใครอยู่ใกล้ๆแล้วต้องอมทุกข์ ยิ่งกับคนที่มันรักอย่างสุดหัวใจแล้วล่ะก็ มันอยากเห็นรอยยิ้มมากกว่าน้ำตา ไม่เอานะ ฉันไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่ขอแค่วันนี้เราทำให้ดีที่สุด ใช้เวลากับคนที่เรารักให้คุ้มค่ามากที่สุด ไม่ว่าผลจะออก มายังไง วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันของเรา”
วัลภาน้ำตาไหลอาบแก้ม

“เชน ทั้งๆที่ฉันทำผิดกับเธอ ทำผิดกับทุกคน แต่เธอก็ยังให้โอกาสฉัน ยังรักฉันไม่น้อยลงเลยแม้แต่ นิดเดียว”
เชนยิ้มแล้วปาดน้ำตาให้วัลภา
“เพราะเธอคือความฝันของฉันไงวัลภา ฝันที่จะได้มีชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข ณ สวรรค์บนดิน ที่ชื่อว่าบ้านผาปืนแตก”
เชนจูบหน้าผากวัลภาเบาๆแล้วสวมกอดอย่างรักใคร่

เอื้อมเดือนนอนหลับอยู่ที่ฟูกเก่าๆ เพลิงเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับลูบผมด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
เอื้อมเดือนรู้สึกตัวตื่นขึ้น พลางเล่าความฝันให้ฟังว่า
“ฉันฝันว่าเรา 3 คนพ่อแม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เธออุ้มลูกขี่คอแล้วพาเขาวิ่งเล่น”
เพลิงยิ้มให้เอื้อมเดือน
“เป็นฝันที่ดีมากเลยครับคุณหมอ แต่มันจะไม่ใช่ความฝันหรอกครับ ไอ้เพลิง พญาไฟขอสัญญาว่า สิ่งที่คุณหมอเห็น จะเป็นความจริง ไม่ใช่ความฝัน”

เอื้อมเดือนดีใจน้ำตาคลอเพลิงดึงเธอมาสวมกอด

ชาติยืนหน้าเหี้ยมรออยู่ที่หน้าองค์พระด้านนอกโบสถ์ ครู่หนึ่งไอ้เชิดกับพวกลูกน้องก็พาตัวหลวงพ่อสิน ที่กำลังป่วยอยู่เข้ามา หลวงพ่อสินรีบบอกว่าไม่รู้ว่าพวกเชนอยู่ที่ไหน แต่ชาติไม่เชื่อ
“หลวงพ่ออย่ามาโกหกดีกว่า เมื่อกี๊นี้ฉันเพิ่งจะเห็นโลงศพของไอ้ผู้กองสมานอยู่ที่โกดังเก็บศพ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมันเอามาให้ หลวงพ่อจะมีปัญญาไปเอามาเองเหรอ”
“ใช่ ข้าไม่โกหกว่าพวกมันเอาศพผู้กองมาให้ข้าทำพิธี แต่นั่นก็เป็นการเจอหน้าพวกมันครั้งสุดท้าย ทั้งๆ ที่ข้าก็อยากจะช่วยเหลือพวกมัน อยากสึกเลิกเป็นพระแล้วจับปืนออกไปร่วมรบด้วย แต่เพราะพวกมันขอร้อง เอาไว้ว่า อีกไม่นานคนชั่วจะต้องถูกกำจัด ถ้าไม่มีข้าคอยทำพิธีศพให้ พวกมันก็จะกลายเป็นผีไร้ญาติ เป็นผีเปรตคอยร้องขอ ส่วนบุญ ให้ต้องเดือดร้อนคนเป็นอีก”
ชาติโกรธมากชักปืนออกมาจะเอาเรื่อง แต่หลวงพ่อสินกลับไม่มีอาการสะทกสะท้าน จนมันต้องลดปืน ลง พร้อมกับหันไปสั่งลูกน้องให้พาตัวหลวงพ่อกลับไป

เชนกับวัลภาแต่งชุดไอ้เสือและนางสิงห์พร้อมออกไปลุย แสนกับจิกขอจะตามไปด้วย แต่เชนบอกว่าให้ทั้งคู่อยู่ดูแลน้อย วัลภาหยักหน้าเห็นด้วยกับเชน แล้วพูดต่อว่า
“การต่อสู้กับสงครามครั้งสุดท้ายครั้งนี้ ฉันต้องการแก้ไขความผิดที่ฉันทำลายความหวังของพวกเรา ไป”
จากนั้นเชนก็เดินนำวัลภาออกไป

เช่นเดียวกับเพลิงที่เตรียมพร้อมลุย เอื้อมเดือนมองด้วยความเป็นห่วงก่อนจะโผเข้าสวมกอดเพลิง แน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม
“เธอสัญญากับฉันกับลูกไว้แล้วนะ ความสุขของเราจะไม่ใช่ความฝัน”
“ครับคุณหมอ ลูกผู้ชายอย่างไอ้เพลิง พญาไฟ พูดคำไหนแล้วคำนั้น”
เชนกับวัลภาและยอดเข้ามา จากนั้นทั้ง 4 คน รวมทั้งเพลิง ก็เดินมุ่งหน้าออกไปพร้อมฟาดฟันกับพวกศัตรูอย่างไม่เกรงกลัวอันตราย

ที่ลานหมู่บ้านเสียงปืนจากมือไอ้ฟ้าลั่นยิงขึ้นฟ้าหลายนัด พวกชาวบ้านที่รอจะไปทำงานที่เหมืองต่าง ตกอกตกใจก้มหัวตัวสั่น ฟ้าลั่นยิ้มร้ายสะใจ ครู่หนึ่งลูกน้องก็พาตัวสำรวยเข้ามา ฟ้าลั่นรีบตะคอกว่าว่าพวกเชนอยู่ที่ไหน แต่สำรวยบอกว่าไม่รู้เรื่อง
ฟ้าลั่นจ่อปืนขู่
“ข้าให้โอกาสเอ็งคิดอีกที พวกมันอยู่ไหน”
สำรวยจ้องเขม็งอย่างไม่กลัวตาย
“ข้าไม่รู้ว่าพวกมันอยู่ไหน แต่ถึงข้ารู้ ข้าก็ไม่บอก ต่อให้พวกเอ็งจับข้าไปทรมาน ข้าก็ขอตายอย่าง มีเกียรติเพื่อปกป้องแผ่นดินเกิดจากพวกคนชั่ว”
“งั้นแกได้ตามไปอยู่กับนังน้ำค้างแน่ไอ้สำรวย”
ฟ้าลั่นกำลังจะลั่นไก แต่เสียงปืนของเชนดังเข้ามาก่อน ทุกคนหันขวับไป เห็นเชนกับวัลภาที่มาพร้อม กับไอ้เสือคำราม
“นี่เป็นสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างพวกเอ็งกับข้า ถ้าแน่จริงก็มาไล่ตามจับข้าให้ได้สิวะ ไม่ใช่ขี้ขลาด ตาขาว ไปลงกับพวกชาวบ้านที่ไม่มีทางสู้”
เชนกับวัลภายิ้มร้ายแล้วชักปืนออกมากราดยิงไป พวกมันกระโจนหลบ แล้วจะยิงสวน แต่เชนก็พา วัลภาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไอ้เสือคำรามบิดเร่งเครื่องออกไปทันที ฟ้าลั่นกับไอ้ทอม และพวกรีบไปที่รถจี๊ป แล้วยกพวกไล่ตามไปทันที สำรวยลุกขึ้นมองตามพวกนั้นไป ด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“ไอ้เชนกับวัลภาคือจอมโจรไอ้เสือกับนางสิงห์ มันต้องแบบนี้สิวะนักสู้ของผาปืนแตก”

ท่านสมบัติกำลังคุยกับลำดวนอยู่ในบ้าน ทั้งคู่เพิ่งรู้ว่าวัลภาคือนางสิงห์
“มิน่าล่ะ ตอนนั้นถึงได้เล่นงานฉันได้ ร้ายไม่ใช้เล่น สมกับเป็นลูกสาวเธอ”
ลำดวนส่ายหน้า
“ฉันไม่ถือว่านั่นคือคำชมนะคะท่าน เพราะฉันไม่ชอบใจที่วัลภาทำแบบนั้น มันคือการกระทำโง่ๆ ที่คิดจะมาต่อต้านพวกเรา เพราะสุดท้ายวัลภาก็จะสู้ไม่ได้”

ท่านสมบัติยืนยันว่ายังต้องการตัววัลภา ลำดวนพยักหน้ารับรู้ ระหว่างนั้นชาติกับไอ้เชิดเข้ามา ลำดวนมองอย่างสงสัย
“ปล่อยให้ไอ้ฟ้าลั่นมันลุยยิงอย่างเดียวไปเถอะ ถ้ามันรู้จักใช้หัวสักหน่อย งานง่ายๆ ก็จะไม่เหนื่อย เปลืองแรง ว่าแต่อยากช่วยฉันมั้ยล่ะ”
ลำดวนขมวดคิ้วอย่างข้องใจ

ลูกน้องกำนันปราบนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องเนื้อทอง ครู่หนึ่งลำดวนก็เดินเข้ามา พลางกระซิบบอกบางอย่าง
“แน่ใจเหรอครับคุณลำดวน”
“มีหน้าที่ทำตามคำสั่งก็ทำไปเถอะ”
ลูกน้องรับคำรีบเดินออกไป ลำดวนหันไปมองที่ประตูแล้วยิ้มร้าย

เนื้อทองนั่งกอดเข่าสีหน้าเศร้าๆ ไม่ยอมแตะต้องอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ ระหว่างเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“อย่ามายุ่งกับฉัน ไปให้พ้น”
เนื้อทองตะโกนออกไปแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ เลยลุกไปเงี่ยหูที่ประตูจนแน่ใจว่าข้างนอกเงียบกริบ จึงลองเปิดประตูออกไป พบว่าที่หน้าห้องไม่มีใครเฝ้าอยู่ เนื้อทองมองซ้ายขวาจนแน่ใจแล้วจึงคิดตัดสินใจเสี่ยง

เนื้อทองรีบเดินอย่างระมัดวัง จนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นก็รีบเดินออกมาเพื่อจะหนี ขณะที่ ลำดวน กับชาติเดินคุยกันเข้ามาไม่ไกล ลูกน้องรีบวิ่งเข้ามารายงานว่าเนื้อทองหนีไปแล้ว
“ว่าไงนะ จะหนีออกไปได้ยังไง รีบไปตามกลับมาสิวะ”
ลูกน้องรับคำสั่งรีบออกไป เนื้อทองตกใจ รีบถอยจะวิ่งออกไป แต่เผลอไปเตะกระถางต้นไม้ตกมาแตก
“ใคร”
เนื้อทองหน้าเสียรีบวิ่งออกไปทันที ชาติกับลำดวนทำทีเป็นเดินไปดูเห็นหลังเนื้อทองวิ่งไปไวๆ
“หนีไปโน่นแล้ว แผนของเธอใช้ได้ทีเดียวชาติ”
“ทีนี้ก็แค่ตามรอยไป ไม่เห็นต้องออกแรงเหนื่อยอย่างไอ้ฟ้าลั่นเลย”
ชาติยิ้มร้ายแล้วเดินตามเนื้อทองออกไปพร้อมกับไอ้เชิด

เชนบิดมอเตอร์ไซค์ไอ้เสือคำรามหนีการไล่ล่าของฟ้าลั่นกับไอ้ทอมที่ไล่ตามด้วยรถจี๊ป ฟ้าลั่นสั่ง ไอ้ทอมให้ยิงปืนอาร์พีจีใส่ ลูกระเบิดพุ่งออกไป แต่เชนสามารถบิดไอ้เสือคำรามหนีรอดไปได้อย่างหวุดหวิด
ฟ้าลั่นเจ็บใจ
“เอ็งพาพวกตามไปดักมันอีกทาง แล้วพยายามต้อนมันให้ไปเจอข้า มันจะได้เจอทางตันที่ข้าพอดี”

ทอมพยักหน้ารับ พร้อมรีบพาลูกน้องขึ้นรถจี๊ปแล้วขับไปอีกทาง
จบตอนที่ 19 
ผัวชั่วคราว ตอนที่ 19
ผัวชั่วคราว ตอนที่ 19
ภายในครัว ลิลลี่กำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่ ทอดไข่ดาวไป ร้องเพลงไป เต้นไปด้วยอย่างเมามัน พอหันไปเห็นคตกริชเข้ามาก็ตกใจ “ว้าย...คุณกริชเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรคะ” “เข้ามาทันเห็นพี่ลิลลี่แดนซ์กระจายน่ะครับ” ลิลลี่ปิดหน้าตัวเอง “ว้ายๆ อายจังเลย เข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง มาแอบดูพี่ลิลลี่แบบเนี้ย แอบคิดอะไรกับพี่หรือเปล่า” คตกริชขำๆ “คิดสิครับ กะว่าจะแอบมาดูซะหน่อยว่าเช้านี้ทำอะไร หอมเชียว” “ทอดไข่ดาวเซมๆ ค่ะ” คตกริชทำหน้างง “หือ...เป็นยังไงครับ ไข่ดาวเซมๆ” “ฮิๆ ก็ไข่ดาวเหมือนทุกวันไงละค้า คุณเพายังไม่ลงมาเหรอคะ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...