xs
xsm
sm
md
lg

พล นิกร กิมหงวน เดอะมิวสิคัล ตอนที่ 8 ตอน สามเกลอผจญภัย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พล นิกร กิมหงวน เดอะมิวสิคัล ตอนที่ 8 ตอน สามเกลอผจญภัย

คลอ เลขาฯคนใหม่ กำลังเอาแจกันดอกไม้มาจัดวางไว้ที่โต๊ะรับแขก ในห้องทำงาน พลเดินเข้ามาเปิดประตูค้างไว้ พลยิ้มให้

"ขยันจริงๆนะจ๊ะ คลอ ทำงานมือไม่ว่างเลย"
พลเดินเอากระเป๋าไปวางที่โต๊ะทำงาน
"คุณเมตตากรุณาขนาดนี้ เหน็ดเหนื่อยยังไง ดิชั้นก็ทำได้ค่ะ"
"คลอจ๊ะ"
"ขา"
"แหม ทีหลังอย่าขาบ่อยๆนะจ๊ะ พูดกระโชกโฮกฮากบ้างเถอะ ใจชั้นแป้ว"
"คุณเป็นนายของดิชั้นนี่คะ จะโฮกฮากได้ยังไง"
"เธอช่างผิดกับแม่นันทาของชั้นลิบลับ ถามจริงๆนะจ๊ะ คลอเธอทำบุญไว้ด้วยอะไร"
"ดิชั้นไม่สวยไม่งามอะไรหรอกค่ะ นัยน์ตาของคนที่มีเมียแล้วมักหลอกลวงตัวเอง เห็นคนอื่นสวยกว่าเมีย"
"เรื่องเมียนะ อย่าพูดเลยเธอ เมียก็ต้องอยู่ส่วนเมีย ขืนมาทาเจ้ากี้เจ้าการก็ต้องเปลี่ยนกันใหม่ ก็เท่านั้น ชั้นน่ะ ไม่เหมือนคนอื่นหรอก ไอ้เรื่องจะให้เมียข่มน่ะ เมินซะเถอะ"
คลอยิ้ม
"ดิชั้นคิดว่าคุณนันทาใจดีออกค่ะ เมื่อวานตอนคุณไปโกดังสินค้า คุณนันมานี่ ยังทักทายดิชั้นอย่างดี"
ที่หน้าห้อง นันทาเดินเข้าประตูมาอย่างเงียบๆ
"นันทานินทาอะไรเรื่องชั้นให้เธอฟังหรือเปล่า"
"อุ๊ย เปล่าค่ะ มีแต่ชมว่าหมู่นี้คุณขยันทำงาน"
"ดีแล้ว ถ้าขืนนินทาชั้นเป็นเกิดเรื่องจริงๆ นันทาน่ะไม่ใช่เล่นนะเธอ เปรี้ยวบรรลัยเลย แต่คนอย่างชั้นไม่มีวันเสียละที่จะยอมกลัวเมียเหมือนผู้ชายโดยมาก เกิดมาเป็นผู้ชายลงกลัวเมียก็เสียสมรรถภาพหมด คนกลัวเมียก็คือคนบ้า หรือเธอเห็นเป็นไง"
"ก็ควรกลัวในสิ่งที่ถูกสิคะ"
"อ๋า ถูกผิดอะไรไม่กลัวทั้งนั้นละ เมียจะมาวิเศษกว่าผัวได้ยังไง เพราะชั้นเป็นฝ่ายหาเลี้ยง ขอให้คลอเชื่อเถอะ ชาตินี้ชั้นจะไม่กลัวเมียเลย ชั้นอาจรักผู้หญิงคนใหม่ก็ได้ เวลานี้ ชั้นก็เริ่มอินเตอเรสท์ใครไว้สักคนนึงแล้ว"
คลอยิ้มขวยเขิน มองไปทางประตูโดยบังเอิญแล้วสะดุ้งเฮือก เมื่อเห็นนันทายืนยิ้มอยู่ คลอรีบกระพุ่มมือไหว้
"ไม่ต้องไหว้ชั้นหรอกจ้ะ ชั้นพูดด้วยความจริงใจ อย่างนันทาน่ะ ชั้นจะเตะเล่นอย่างฟุตบอลเมื่อไรก็ได้"
พลพูดแล้วรู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ข้างหลัง จึงเหลือบมองดูกระจกที่ตรงกับประตู แล้วสะดุ้งเฮือก หน้ำซีดเหมือนไก่ต้ม รีบพูดทันทีว่า

"แต่ชั้นไม่ใช่ผู้ชายเลวๆ อย่างนั้น คนที่เตะเมียน่ะไม่ใช่ลูกผู้ชาย เมียดีๆอย่างนันทาชั้นต้องนับถือ
เคารพสักการะหล่อน นันทาน่ะ เป็นทั้งเพื่อนคู่ชีวิตของชั้น เป็นเมียรักของชั้น หรือเป็นแม่บังเกิดเกล้าก็ว่าได้ เมียดีก็เหมือนมีแม่ จริงมั้ยจ๊ะคลอ"
"เอ้อ ... ค่ะ"
คลอรีบออกจากห้องไป พลแกล้งทำไก๋ รื้อโน่นนี่บนโต๊ะ นันทากระแอม
"โอ๋ นัน มาเมื่อไรจ๊ะเนี่ย"
"มาเมื่อเห็นค่ะ แหม เห็นหน้าพลแล้วนันใจไม่ดีเลยกลัวจะถูกเตะ อย่าทำนันเลยนะคะ ผิดถูกก็
ช่วยสั่งสอนนันบ้าง" นันทาเค้นหัวเราะ
"เอ้อ ... นันมาถึงห้างนี่ทำไมหรือจ๊ะ"
"เห็นเจ้าคุณพ่อจะให้นายกรไปทำธุระให้ท่านที่ศรีราชา เค้าบอกจะชวนพลกับคุณหงวนไปด้วย"
"จ้ะ แต่ถ้านันไม่ให้พลไป พลก็ไม่ไปจ้ะ"
"เปล่าเลยค่ะ นันจะมาอนุญาตให้พลไปต่างหาก"
พลกระโดด
"ฮ้า จริงหรือจ๊ะ" พอนึกขึ้นมาได้ เลยรีบสำรวม "แต่พลไม่ค่อยอยากไปหรอก คิดถึงนันแย่"
"อย่ามาตอแหลเลยค่ะ อยากไปจนเนื้อเต้นละซีไม่ว่า ฮึ"

บริเวณหัวลำโพง ตอนเช้า พล นิกร กิมหงวน กำลังเดินมากับสามนาง ทั้งสามคนแต่งกาย กางเกงสากล เสื้อเชิ้ตแขนสั้น ถือกระเป๋าเดินทางและใส่หมวกเรียบร้อย
" ความจริงคุณสามคนจะไปศรีราชากันนี่ ไพก็ห่วงนะคะ"
"กลัวอะไรจ๊ะ แหม แค่ไปเก็บเงินให้คุณพ่อ โจรมันคงไม่มาปล้นกรหรอกจ้ะ"
"ไม่ใช่กลัวโจรค่ะ ไพกลัวฉลามต่างหาก"
นวลลออเสริม
"จริงด้วยค่ะ รู้สึกฉลามศรีราชานี่มันออกจะบ้าสักหน่อยด้วย ชอบกินแต่ผู้ชาย"
"นวลเอามาจากไหนจ๊ะ" กิมหงวนถาม
"อ้าว ก็หนังสือพิมพ์ก็ลง ที่มันกินนายแฉล้มกับฝรั่งที่ชื่อนายฟอลเกนสไตน์ไปไงคะ"
"เออ จริงสิ แหม ถ้าเฮียเป็นฉลามนะ เฮียกินผู้หญิงดีกว่า เนื้อขาวจั๊วะ นุ่มนิ่มน่ากินกว่าตั้งเยอะ"
นวลลออทุบพลั่กเข้าให้
"อ๋อย"
"กันว่าฉลามมันคงเป็นตัวเมียแหละ มันถึงกินแต่ผู้ชาย" นิกรบอก
"เป็นไปได้ค่ะ กรระวังตัวให้ดีแล้วกัน ไพไม่อยากเสียผัวให้นังฉลาม"


ทั้งหมดเดินมาที่ชานชาลา รถไฟสายอรัญประเทศ
นันทาดูนาฬิกา
"รถไฟออกเจ็ดโมง ไปถึงแปดริ้ว ประมาณเที่ยง ใช่มั้ยคะพล"
"จ้ะ แล้วก็ลงเรือข้ามฟากแม่น้าไปขึ้นรถยนต์ของบริษัทเดินเมล์อากาศไปถึงศรีราชาประมาณห้าโมงเย็น"
"ไปถึงแล้วกรโทรเลขมาบอกไพด้วยนะ ไพจะได้ไม่เป็นห่วง"
"จ้ะ"
"นันจ๋า ยังไม่ทันไปเลย พลคิดถึงนันเสียแล้ว"
"ฮึ หมั่นไส้ เอาของไปขึ้นบนตู้รถไฟก่อนดีกว่าค่ะ"
นันทา พล ประไพ นิกร เดินไปบนรถไฟ

"นวลจ๋า เฮียต้องคิดถึงนวลมากทีเดียว จะไปตั้งสามวันแน่ แล้วนวลละจะฝันถึงเฮียหรือเปล่า"

เพลง "ฝันถึงกันบ้างนะ" (คำร้อง : ธาตรี ทำนอง : เอื้อ สุนทรสนาน)

กิมหงวน "ฝันฝากใจให้เฮียบ้างนะ นะ"
นวลลออ "ก็อย่าลืมเล่าคะ จงอย่าละเลือนเพื่อนใจ ยามนิทราควรเอื้อเยื่อใย"
กิมหงวน "เห็นหน้านวลหนุนอุ่นไอซบทรวงแนบในฝันพี่"
นวลลออ "น้องจดจำถ้อยคำฝากรัก แสนปลื้มดื่มทรวงยิ่งนักคำว่ารักยามนี้"
กิมหงวน "สองเราคลอเคล้าคู่พาที รักเราประจักษ์สักขี นวลคงฝันดีเช่นเฮีย ฝันว่าใครให้ใครจูบนิ้ว"
กิมหงวนจุ๊บ
นวลลออ "สัมผัสละมุนหว่างคิ้ว ยังวาบหวิวอายแจ่มจันทร์"
กิมหงวน นวลลออ "ความหวานตาลยังไม่เทียบทัน หวานชื่นความหวานอนันต์ของความผูกพันรักใคร่"
นันทา ประไพ พล นิกร ลงมาจากรถ สองคนมองไม่เห็น
กิมหงวน "ฝันฝากใจให้เฮียบ้างนะ นะ"
นวลลออ "ก็อย่าลืมเล่าคะ เฮียอย่าละเลือนเพื่อนใจ"
กิมหงวน "แม้นยามนอนฝันเฮียไถล"
นวลลออ "น้องคงตามหยิกเฮียไว้ทุกยามฝันไปให้จำ"
พล นิกรร้อง " ฮิ้ว!"

บริเวณระเบียงข้างบน บ้านศิริสวัสดิ์ ตอนกลางวัน ประภากำลังผุดลุกผุดนั่งชะเง้อรอประไพอยู่ เสียงรถแล่นมา ประภาวิ่งออกไปดูที่หน้าต่าง แล้วยิ้มดีใจ

ประภาพาประไพเดินเข้ามา
"น้องไพมาจากบ้านหรือ"
"เปล่าค่ะ ไพไปส่งกรที่หัวลำโพงค่ะ กรต้องไปเก็บเงินที่ศรีราชาให้คุณพ่อ คุณหงวนกับคุณพลไปเป็นเพื่อนด้วย"
สองพี่น้องนั่งลง
"พี่ภามีอะไรหรือ ถึงโทร.หาน้องให้รีบมาโดยด่วนที่สุด"
ประภาไม่รู้จะพูดยังไง แค้นและเสียใจ
"ก็เรื่องคุณพ่อน่ะซี"
"มีอะไรหรือคะ"
ประภาเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตา
"พี่แค้น"
ประไพตกใจ
"มีอะไรหรือคะ คุณพ่อดุด่าพี่ภาหรือ"
"เปล่า"
"หรือตบตีพี่ภา ... คุณพ่อเรายิ่งแก่ยิ่งหัวล้านแล้วก็ยิ่งเพี้ยนหนักข้อเข้าทุกที"
"เปล่า"
"จับพี่ภาคลุมถุงชนกับคนหัวล้านด้วยกัน"
"ไม่..ไม่ใช่"
"อ้าว แล้วอะไรละคะ"
ประภาเช็ดน้ำตา
"คุณพ่อเอาแม่ลัดดาเป็นเมีย"
"แม่ลัดดาต้นห้องพี่ภาน่ะเหรอ"
"ใช่ พี่เห็นกับตา เมื่อคืนนี้พี่นอนไม่หลับ เลยออกมาเดินที่ระเบียง เห็นคุณพ่อย่องเข้าห้องแม่ลัด
ดาไป กว่าจะออกมาก็จวนเช้าแล้ว"
ประไพได้แต่ "ฮึ่ม"

หาดศรีราชา ยามเย็น เถ้าแก่ไล่เห่าเดินมา นิกรมาที่หน้าบ้านที่อยู่ติดกับชายทะเล พลและกิมหงวนเดินตามหลังมา
"เชิญเลยครับ ตามสบายเลย คุณนิกร เป็นลูกชายของท่านเจ้าคุณวิจิตรผู้มีบุญคุณล้นเหลือกับผม อยากได้อะไรให้บอกผมได้เลยนะครับ"

"ไม่เป็นไรหรอกครับเถ้าแก่ไล่เห่า"
พลและกิมหงวนสะดุ้ง
"นี่ชื่อเถ้าแก่จริงๆหรือนี่"
"ใช่แล้วครับ คุณ"
กิมหงวนแซว
"อ้อ น้องของเถ้าแก่คงชื่อไล่หอนน่ะสิครับ"
ไล่เห่าสะดุ้ง ค้อนขวับ
"ผมลูกคนเดียวครับ เตี่ยคุณน่ะซีครับ ไล่หอน"
"แหม ผมพูดเล่นน่ะครับ เตี่ยผมชื่อกิมเบ๊ครับ"
"ผมจัดที่นอนหมอนมุ้งให้พวกคุณเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเกรงใจนะครับ"
ไล่เห่านำสามคนเข้าไปในบ้าน
กิมหงวนตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยมาเลย เขาชี้ไปที่เกาะสีชัง
"เกาะนั้นน่ะ กัน รู้สึกว่ามันสวยงามน่าอยู่เหลือเกิน"
"เกาะสีชังครับ"
"หา นั่นน่ะเหรอ เกาะสีชัง"
"ครับ"
"นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่า คงเป็นเกาะสีชัง เพราะรูปร่างมันคล้ายเกาะสีชังมาก" กิมหงวนหัวเราะ
เถ้าแก่ค้อนปะหลับปะเหลือก รู้สึกหมั่นไส้นายคนนี้มาก
"แกชอบที่นี่มากเหรอ"
"ชอบมาก นี่ถ้ามีเหล้าอีกสักสิบหีบแล้วก็ผู้หญิงสวยๆแบบแม่พวกสาวเสิร์ฟแบบที่แฮปปี้ ฮอลล์
คอยบริการพวกเราอยู่บนนั้น กันคงเป็นสุขมาก"
นิกรทำตาเคลิ้มฝัน
"ก็จริงของแกนะ"
พลบอก
"นั่นสิ ชีวิตที่ไม่มีเมียนี่มันช่างแสนดีเหลือเกินว่ะ กันชักจะอยากจะหนีเมียมาอยู่เกาะแถวนี้ซะแล้ว"

ภาพในความคิด ณ ชายทะเลแห่งหนึ่ง บรรยากาศเหมือนเกาะฮาวาย สาวสวยในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยแบบฮาวายหันมายิ้มให้ ในจำนวนสาวสวยพวกนี้มี
 
สาวๆ จากแฮปปี้ฮอลล์ คือ เรณู ดวงเดือนและสมใจอยู่ด้วย สามสหายเองก็อยู่ในชุดแบบชาวฮาวาย เต้นกันแบบฮาวาย
 
อ่านต่อหน้า 2

พล นิกร กิมหงวน เดอะมิวสิคัล ตอนที่ 8 ตอน สามเกลอผจญภัย (ต่อ)

เพลง "เกาะสวาท" (คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล ทำนอง หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์)

สามเกลอ "สวยอร่าม"
สาวๆ "สวยอร่าม"
สามเกลอ "เป็นเกาะที่งามเพราะความชมชื่น"
สาวๆ "(ชั่ววันชั่วคืนชื่นชวน)"
สามเกลอ "เกาะที่ยั่วยวน"
สาวๆ "เพ้อรัญจวน"
สามเกลอ "ต้องการชื่นชวนรักชม"
สาวๆ "(สายลมพลิ้วพรมทุกถิ่น)"
สามเกลอ "เมื่อน้ำซัดฝั่ง"
สาวๆ "(น้ำฟาดฝั่ง)"
สามเกลอ "กระฉอกดุจดังเพชรพลอย ลอยดิ้น"
สาวๆ "(หาดทรายพร่างพราย โขดหิน)"
สามเกลอ "กรวดทรายขอบดิน สีดังนิล ดุจดังเกล็ดนิลสดใส"
สาวๆ "(แสนงามสดใส)"
พล "คลื่นลมประโคมดัง ได้ฟังเคลิ้มใจ"
นิกร "เพราะพริ้งเหนือเพลงใด"
กิมหงวน "คอยกล่อมใจให้เพลินครัน"
สามเกลอ "ร่มไม้ชอุ่ม"
สาวๆ "(เขียวชอุ่ม)"
สามเกลอ "ดังฉัตรปกคลุมภิรุมมากั้น"
สาวๆ "(รื่นรมย์ร่มเย็นสุขสันต์)"
สามเกลอ "เกาะที่ผูกพัน ฝังใจมั่น เกาะนี้เรียกกันอันใด"
สาวๆ "(ฉันให้ชื่อไว้ว่าเกาะสวาทเอย)"

เถ้าแก่กำลังเขม้นมองที่สามเกลอ
"คุณครับ ที่เมืองนี้จะไปเที่ยวทีไหนก็ได้ แต่มีที่เดียวที่คุณสามคนต้องหลีกเลี่ยงไม่ควรไปเด็ดขาด"
"ที่ไหนครับ"
"สมารังเบียร์ฮอลล์ครับ"
"ทำไมละครับ" กิมหงวนถาม

" ที่นั่นน่ะเต็มไปด้วยอันธพาลทั้งนั้น มีแต่เรื่องตีรันฟันแทง แทงกันไส้ไหลเป็นประจำ"
กิมหงวนคอย่น รู้สึกใจสั่นๆยังไงไม่รู้
"สถิติของสมารังเบียร์ฮอลล์คือ ยิงกันตายเดือนละศพเป็นอย่างน้อย"
พล นิกรมองหน้ากัน

สมารังเบียร์ฮอลล์ตกแต่งหน้าร้านแบบโหดๆสไตล์คาวบอย มีกะโหลกวัวควายประดับหน้าร้าน
เสียงเพลงคนเมาเอะอะลอดออกมา
ที่หน้าร้าน สามเกลอเดินเข้ามา
กิมหงวนปอดกระเส่า
"แกจะมาที่นี่ทำไม เถ้าแก่ไล่เห่าอุตส่าห์เห่าเอ๊ยห้ามแล้ว"
"แต่ในเมื่อที่นี่มีเหล้าขาย เราก็มีสิทธิ์ที่จะซื้อไปกิน" พลบอก
"ใช่แล้ว ใครมันมารวนเราก่อน เป็นได้กระแทกหน้ากัน เราไม่ได้มายุ่งกับมันนี่" นิกรว่า
"ล..แล้วถ้ามันมายุ่งกะเราล่ะ"
"ยุ่งก็ชกกันสิวะ ไป..เร็วเข้าไปไอ้เสี่ย" พลว่า
"คือ กันชักไม่อยากกินเหล้าแล้วละ เอางี้ แกสองคนเข้าไปกินแล้วกัน ส่วนกันจะไปกินโอเลี้ยงนั่งรอแถวๆนี้"
"โธ่ ที่แท้ก็ขี้ขลาดนี่หว่า ไอ้ตี๋"
"แกว่าใคร ใครๆ ขี้ขลาด กันน่ะไม่กลัวเลยแค่ไม่ค่อยกล้าเท่านั้นเอง ไปสิแกเดินนำเลย กันจะระวังหลังให้เอง" กิมหงวนบอก
พล นิกร พยักหน้า แล้วผลักกิมหงวนเข้าไปในร้านคนแรก

สมารังเบียร์ฮอลล์เป็นแหล่งรวม กุ๊ยและอันธพาลของที่นี่ ในร้านแน่นขนัด บรรยากาศคล้ายโรงเตี๊ยมในหนังคาวบอย วงดนตรีแบบคาวบอยเล่นอยู่
กิมหงวนโดนผลักเซแซ่ดๆเข้ามาก่อน ตามด้วยพลและนิกร

วงดนตรีบรรเลงเพลงแนวคันทรี่และผู้คนในร้าน ต่างร้อง "ยะฮู้" ชอบใจ ทุกคนไม่คุ้นเคย หันมามองสามเกลอด้วยหน้าตาโหดเหี้ยม ในจำนวนนี้มีนายใหญ่ นักเลงคุมร้านกับลูกน้องชื่อนายแสง ลูกน้องท่าทางกล้องแกล้งและนายเชิดหน้าบากอยู่ด้วย

ทั้งสามนั่งอยู่ที่โต๊ะริมทางเดิน กิมหงวนมองไปรอบๆหน้าซีดเผือด
"น..นี่มันพวกนักเลงคาวบอยทั้งนั้นเลย"
"ช่างปะไร เราไปหาโต๊ะนั่งกันเถอะ" พลบอก
เสียงช่วงโห่แบบคาวบอย ดังขึ้นสอดรับกับดนตรีที่บรรเลงอยู่

ทั้งสามคนเดินฝ่าฝูงนักเลง แต่เมื่อเดินผ่านโต๊ะของใหญ่ ทั้งหมดมองตาม เชิดหยิบไม้จิ้มฟันมาทำทีเคี้ยวตำเขม้นมองสามเกลอ กิมหงวนมองแบบหวาดๆ เมื่อกิมหงวนผ่านไป เชิดถุยไม้จิ้มฟันลงกับพื้น กิมหงวนสะดุ้งเฮือก
บนโต๊ะมีเหล้า ถาดวางแก้ว มะขามและเกลือ
ใหญ่มองตามแล้วเอียงหน้าไปกระซิบกับแสง
"เฮ่ย แสง ไอ้สามคนนี้ดูแปลกๆ ท่าจะเป็นปูลิศมืดปลอมตัวมาซะละกระมัง"
"อาจจะใช่ก็ได้หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้"
"เอ็งหมายความว่าอะไร"
"หมายความว่าถ้ามันเป็นปูลิศก็ใช่ ถ้ามันไม่เป็นปูลิศก็ไม่ใช่"
ใหญ่เอาถาดฟาดหัว
"โธ่ เอ็งนี่มันสำนวนมากนัก เดี๋ยวข้ายิงไส้แตก"
แสงหัวเราะ
"มันจะเป็นอะไรก็ช่างมันเถอะพี่ เดี๋ยวชั้นจัดการเอาลูกปืนกรอกปากมันเอง เอามั้ย เดี๋ยวจะซาแดงให้ดู"
ใหญ่ยิ้มมุมปาก
"นี่ไอ้แสง เอ็งลองไปตีประจบรู้จักกับมันสิวะ ถ้ามันเป็นปูลิศข้าจะได้เตรียมหลบ แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยว จะได้หาโอกาสถ่ายกระเป๋ามันเสียเลย"

เพลง "ลูกทุ่งเสียงทอง" (คำร้อง - ทำนอง พยงค์ มุกดา)

วงดนตรีและคนในร้าน
"ทุ่งสีทองมองสวยวิไล แผ่นดินทองเป็นของไทยทำได้เป็นของเรา เสร็จจากงานการทั้งผอง ลูกทุ่งเสียงทองไม่ซึมเศร้า ร้องเพลงกันเถอะเรา เหมือนดังนกเขาคันคู"

เสียงโห่ขัน "ดูดึ๊กดู ดูดึ๊กดู"

สมร สาวเสิร์ฟกำลังเดินถือถาดใส่วิสกี้โซดามาให้ที่โต๊ะสามเกลอ

พลบอก
"แกทำใจให้สบายไอ้เสี่ยมาแล้วไม่ต้องกลัวอะไรเว้ย"
"เออ จริง สาวๆที่นี่ก็สวยไม่เบานิ พอๆกับแม่พวกสาวๆที่แฮปปี้ฮอลล์นั่น กันชักนึกครึ้มซะแล้ว
เว้ย ไม่กลัวอะไรแล้ว" กิมหงวนว่า
กิมหงวน "ยะฮุ้ ยะฮุ้"
กิมหงวนเริ่มเต๊าะ
"เธอชื่ออะไรจ๊ะ"

"สมรค่ะ"
"แหม คล้องกับชั้นเลย สมร กิมหงวน เข้ากันมากทีเดียว ฮิๆ สมรจ๋า นั่งคุยกับชั้นหน่อยนะจ๊ะ จะสั่งอะไรมารับประทานก็สั่งเลยไม่ต้องเกรงใจ ชั้นเป็นอาเสี่ย ชั้นเลี้ยงเอง"
"ดิชั้นนั่งไม่ได้หรอกค่ะ ดิชั้นกลัวพี่ใหญ่"
"อ๋อ นายคนนั้นใช่มั้ย" พลว่า
"นั่นล่ะค่ะ"
สมรทรุดตัวลงนั่งอย่างเกรงๆ
"รินเหล้าให้หน่อยจ้ะ สมร" นิกรบอก
สมรรินเหล้าให้
"กลัวอะไรนายใหญ่นั่นนักหรือสมร" พลถาม
"มันพูดยากค่ะ ...คุณเพิ่งมาจากบางกอก คงไม่เข้าใจ"
"ชั้นเข้าใจอย่างเดียวจ้ะ สมร เธอสวยน่ารักเหลือเกิน ยิ่งมองก็ยิ่งสวยจ้ะ สาวๆบางกอกทำอะไร
เธอไม่ได้เลย"
กิมหงวนเริ่มคึก ลุกขึ้นร้องเพลงโห่บ้าง นายใหญ่มองด้วยความไม่ชอบใจ
ทันใดนั้นนายใหญ่เกิดความไม่พอใจจึงยกขวดคว่ำโหนขึ้นขว้างโดนฝาห้องจนขวดแตกกระจาย สมรสะดุ้งเฮือก รีบลุกขึ้นและหนีไป กิมหงวนกระโดดไปที่ใต้โต๊ะทันที
พลชำเลืองด้วยหางตา นิกรนั่งไม่สนใจ ผสมวิสกี้ต่อไปอย่างใจเย็น กิมหงวนค่อยๆโผล่ขึ้นมา
"พลเว้ย ซื้อไปกินบ้านเหอะ"
"ไม่ กินที่นี่แหละ นี่เป็นเบียร์ฮอลล์ เข้าใจมั้ย"
แสงเดินเข้ามา
"ทันโทษ ผมคิดว่าคุณคงมาจากบางกอก ใช่หรือไม่"
"ถูกแล้ว เรามาตากอากาศ" นิกรบอก
"อ้อ มาตากอากาศ จะพักอยู่นานมั้ยครับ"
"ตอนแรกก็ว่าจะนาน แต่รู้สึกที่นี่จะไม่ต้อนรับชั้นซะแล้ว"
"ที่นี่ไม่มีอะไรหรอกครับ ถ้าคุณจะรู้จักนิ้วก้อยนิ้วหัวแม่มือซะหน่อย"
"นิ้วก้อยนิ้วหัวแม่มือ พวกเราไม่รู้จักหรอก" นิกรบอก
"รู้จักแต่กำปั้นไม่มีรูและหัวแม่ตีน" พลว่า
แสงสะดุ้งเฮือก
กิมหงวนทำไก๋
"แหม เพื่อนชั้นเค้าพูดเล่น ก็นี่ไง นิ้วก้อยนี่ไงหัวแม่มือ อ่ะ แต่ช้าแต่"

"นี่คุณจะลูบคมพี่ใหญ่ใช่มั้ย" ใหญ่แสยะยิ้ม
"ใครคือพี่ใหญ่ไม่ทราบ" พลถาม
"นั่นไงครับ" แสงบอก
"อ้อนั่นน่ะหรือ"
"นั่นละ เจ้าพ่อศรีราชา รู้จักมั้ย"
"ไม่รู้จักหรอกครับ เราเป็นคนกรุงเทพ" พลบอก
"แล้วเรามาเที่ยวไม่ได้มาหาเรื่อง จริงมั้ยวะไอ้เสี่ย" นิกรว่า
กิมหงวนพยายามเก่งบ้าง
"ใช่ เราไม่ได้มาหาเรื่องแต่ถ้าใครแหลมเข้ามาพ่อถีบหน้าเลย ไม่แน่จริงไม่มาเหยียบศรีราชาหรอกวะ"
คนทั้งร้านหันมามอง พลนิกรสะดุ้ง
"อ้าว เฮ้ยไอ้เสี่ยไม่ต้องดังขนาดนั้น" นิกรบอก
กิมหงวนเลิ่กลั่ก
"ดังไปเหรอ"
นายเชิดลุกขึ้นจากโต๊ะใหญ่เดินอาดๆมาทันที
"ทำไงดีวะ มันมาแล้ว อย่าทิ้งกันนะเว้ย"กิมหงวนบอก
"ตัวตัว อย่าไปกลัวมันเว้ย" พลบอก
"นี่มันชื่อไอ้เชิด หน้าบาก เพิ่งออกมาจากคุก คดีแทงคนไส้ไหลกลางตลาดไปสี่คน"
กิมหงวนสั่งเสีย
"ไอ้พล ไอ้กร หากกันเป็นอะไรไป ฝากนวลลออด้วยนะ"
นิกรตบบ่า
"ไม่ต้องกลัวเว้ยไอ้เสี่ย กันจะดูแลคุณนวลเต็มที่ดั่งเมียของกันเอง"
"เฮ่ย ไม่ต้องขนาดนั้น ดูแลประมาณแม่แกก็พอ"
"เมื่อกี้ที่แกพูดหมายถึงใครวะ แกจะถีบหน้าใคร" เชิดถาม
"ปละ..เปล่าจ้ะ ชั้นจะถีบหน้าตัวเองต่างหาก"
"ไอ้เสี่ยบอกไปสิว่าแกน่ะว่าเค้า พูดแล้วไม่ต้องกลัวซีเพื่อน ท่าทางนายคนนี้คงไม่เก่งไปกว่าแก
หรอก" พลบอก
"จริงเหรอ" กิมหงวนเปลี่ยนท่าเป็นยืนขึ้นเท้าสะเอว ยักคิ้วแสดงความเป็นนักสู้แม้ใจจะยังไม่หายปอด "ชั้นไม่ได้ว่าแก ชั้นพูดลอยๆต่างหาก แต่ถ้าไอ้หน้าไหนมันรวนกับชั้น ชั้นก็จะถีบหน้ามัน"
ใหญ่ลุกขึ้น ตะโกนมจากโต๊ะ

" เอ้า ไอ้เชิด ฟาดกับมันเลย หรือไม่ก็ยอมให้มันถีบหน้าเอ็ง"
"กูนี่ละจะลองดีกับพวกมึง" เชิดขยับผ้าขาวม้าคาดพุง "เอามั้ยละ ชกกันตัวตัว"
อาเสี่ยยิ้มแห้งๆ
กิมหงวนบอก
"ไม่ยุติธรรม แกตัวเล็กกว่าข้านี่"
"ฮ่ะๆๆๆ ไอ้ขี้ขลาด ไอ้เจ๊กกลัวญี่ปุ่น" เชิดว่า
"แกว่าข้าเป็นเจ๊กกลัวญี่ปุ่นรึ"
"เออ แกไอ้เจ๊กกลัวญี่ปุ่น"
ความแค้นของกิมหงวนค่อยๆแล่นขึ้น จนร่างสั่นเทิ้ม
"ว่าอีกทีสิ"
"ไอ้เจ๊กกลัวญี่ปุ่น"
กิมหงวนยกเท้าถีบ พร้อมกับเอานิ้วสองนิ้วแทงลูกตาทันที
" เลียะ!"
เจ้าเชิดเซถลำ นายใหญ่กับพรรคพวกรีบเข้ามาล้อม พลและนิกรลุกขึ้นทันที
"ถ้าแน่จริง อย่าหมาหมู่นะเว้ย หรือจะเอาอย่างนั้นก็ว่ามาเลย" พลบอก
"นักเลงอย่างกันไม่รุมกัดหรอก .. เอ้า ไอ้เชิด ใส่มันเลย" ใหญ่บอก
เชิดปรี่เข้ามาหากิมหงวนพุ่งหมัดใส่คางเสียงดังกร๊วบ อาเสี่ยเซถลำเหมือนนกปีกหัก ล้มครืนก้นกระแทก
"อ๋อย" กิมหงวนคราง
ใหญ่และบริวารปรบมือฮา
"ลุกขึ้นมาไอ้เสี่ย ไม่ลุกไม่ใช่คนเว้ย" พลบอก
"ไม่ลุกไม่ใช่คน! ฮึ่มๆ .... ข้ายอมเป็นหมาเว้ย" กิมหงวนบอก
"ไม่ได้ไอ้เสี่ย สู้เค้า อย่าไปยอมเว้ย" นิกรบอก
กิมหงวนค่อยๆลุกขึ้น ทำท่าแยกเขี้ยวยิงฟัน

"เข้ามาสิวะ เข้ามาเตะกูให้ตายเลย ฮึ่ม แฮ่"
 
อ่านต่อหน้า 3

พล นิกร กิมหงวน เดอะมิวสิคัล ตอนที่ 8 ตอน สามเกลอผจญภัย (ต่อ)

ทุกคนในร้านรุมดูการต่อยกัน อาเสี่ยยกแขนการ์ดไว้ ทำท่ายงโย่ยงหยกเหมือนมวยการ์ตูน

ช.1 ถาม "ต่อเท่าไรวะ"
ช.2 บอก "ห้าบาทเอาสตางค์เดียว ไอ้โย่งแพ้แน่นอน"
เชิดปราดเข้ามา อาเสี่ยยกแขนพยายามรับไว้ จนทุกคนอดหัวเราะไม่ได้ เจ้าเชิดเองก็หัวเราะพลาง ต่อยพลาง อาเสี่ยปัดป้องอุตลุด หลับหูหลับตำหวี่ยงหมัดเหมือนคนว่ายน้ำ เจ้าเชิดหลบฉากยืนเฉย อาเสี่ยนึกว่า คู่ต่อสู้ถอยเลยหลับหูหลับตารุกใหญ่ จนชิดฝาห้อง เสี่ยกิมหงวนชกฝาห้องโครมเบ้อเร่อ แล้วจึงลืมตามองอย่างงงๆ ทุกคนฮา

เชิดได้โอกาสเตะเข้าให้ป้าบนึง กิมหงวนเข้าตะลุมบอนแบบมวยวัดทันที หมัดหลงแบบมวยวัดทำให้เชิดเซไปถูกเก้าอี้ล้มระเนระนาด เชิดถลำล้มลงกับพื้นด้วย ทุกคนเชียร์มวย
สมรหน้าตาตกใจ มองซ้ายมองขวาแล้ววิ่งออกไปนอกร้าน

มีชาวบ้านอยู่สองสามคนที่บริเวณหน้าร้าน สมรวิ่งมาหา
"ช่วยไปตามโปลิศหน่อยจ้ะ พี่ใหญ่จะฆ่าคนบางกอกแล้ว" สมรบอก
"อ้าวเหรอ"
ชาวบ้านวิ่งไป สมรวิ่งกลับเข้าไปในร้าน

กิมหงวนเต้นก๋าอยู่ เชิดนอนอยู่กับพื้น พลหัวเราะชอบใจ
"น่านอย่างนั้นซีไอ้เสี่ย"
กิมหงวนพยักหน้ากับคู่ต่อสู้
"ยังไงเพื่อน แกมันยังอ่อนหัดนัก กิ๊วๆ"
"ฮึ่ม" เชิดค่อยๆคลานลุกขึ้น
เชิดวิ่งมาพันตูทันที ใช้เท้าซ้ายถีบแหย่เข้ามาก่อน พอกิมหงวนหลวมตัวก็เตะปังเข้าให้ เสี่ยมือไวจับเท้าเชิดไว้ ยกขาตั้งฉาก เชิดเสียหลักล้มลง กิมหงวนพุ่งตัวเข้าหา การต่อสู้เปลี่ยนเป็นมวยปล้ำทันที ทั้งสองนอนปล้ำกันบนพื้น
ทันใดนั้น กิมหงวนถือโอกาสกัดหูเชิดเต็มแรง
"โอ๊ย ไอ้ชิบหายเล่นกัด"
เชิดเอามือไชลูกตากิมหงวนเป็นการแก้แค้น
"นี่แน่ะ"
กิมหงวนจำต้องอ้าปากปล่อยหูส่ายหน้าหลบนิ้วมือ กลิ้งไปมา สาวเสริฟร้องกันวี้ดว้าด กิมหงวนตัดสินใจ
" ฮึ่มๆ แกเล่นมุขนี้เหรอ อย่างนี้ต้องเจอกลยุทธ์ล้าลึกแบบขงเบ้ง"
"เอาซี้ มาเลย" เชิดบอก
กิมหงวนเข้าประชิดชูนิ้วขึ้น แล้วพุ่งเข้าจี้เอวเชิดทันที
"อย่าๆ ข้าบ้าจี้"
เชิดหัวเราะแบบคนบ้าจี้
"เก่งมากไอ้เสี่ย จี้เข้าไป" นิกรบอก
แสงบอก
"เฮ่ย โกงนี่หว่า"
"โกงยังไง การจั๊กจี้ก็เป็นศิลปะการต่อสู้ชั้นสูงเหมือนกัน" พลถาม
เชิดสะบัดหลุด พลิกตัวกลับ ปล่อยหมัดขวายัดปากอาเสี่ยดังโป้กแล้วถีบกิมหงวนกระเด็นไป ทุกคนร้อง "ฮือ"

ต่างฝ่ายรีบลุกขึ้น จดจ้องกัน
"มาเข้ามาสิวะ" เชิดบอก
"มึงเข้ามาก่อนสิ"
"กูไม่เข้า เดี๋ยวมึงจี้กูอีก"
นิกรยุ
"ใส่มันเลยไอ้เสี่ย"
"ได้ๆ"
กิมหงวนกระโดดใส่เชิดแล้วโผกอดคอไว้
พลบอก
"ชกท้ายทอยมันสิวะ"
กิมหงวนชกท้ายทอย แต่ระยะหมัดไม่แม่น หมัดจึงอ้อมมาถูกคางตัวเองดัง โป้ก ใหญ่และสมุนฮาครืน
ที่หน้าประตู ตำรวจสองนายปรากฏกายขึ้น
"นี่คือ ปูลิศ หยุด อย่าขยับ"
ทุกคนนิ่ง
แสงบอก
"เฮ่ย ปูลิศ!"
ทุกคนวิ่งกระเจิดกระเจิง
"บอกว่าหยุด ๆ"
พล นิกร กิมหงวนวิ่งออกไป ระหว่างออกไป สมรวิ่งเข้ามาหาแล้วยัดกระดาษสีขาวลงในมือของพล
พลชะงักนิดเดียวแล้ววิ่งกันออกไป

สามคนวิ่งมาที่ในห้อง พลหยิบจดหมายมาดู
"อะไรวะ" นิกรถาม
พลหยิบกระดาษที่กำอยู่ในมือมาดู
"สมรเอากระดาษนี่มาให้"
"จดหมายนี่" นิกรว่า
"ไหน หล่อนเขียนว่าอะไรเหรอ ท่าหล่อนจะเขียนจดหมายชมความสามารถของกันกระมัง" กิมหงวนว่า
"เดี๋ยวปั๊ด ไอ้ทะลึ่ง"
นิกรอยากรู้
"หล่อนเขียนว่าอะไรวะ"

"เรียน คุณที่นับถือ
ดิฉันชื่อสมร ถูกผู้ชายคนหนึ่งหลอกลวงมาจากกรุงเทพเมื่อเดือนเมษายนนี้ ต้องเสียตัวเสียชื่อเพราะความจำเป็น ดิฉันอาศัยอยู่กับนายล้อมเจ้าของฮอลล์ขึ้นชื่อนี้ เขาจะยกดิฉันให้เป็นเมียพี่ใหญ่ ดิฉันได้อ้อนวอน ขอตรึกตรองมาหลายครั้งแล้ว ...."

สามเกลอตั้งใจอ่านด้วยความสงสาร
"ไอ้ใหญ่ ไอ้มารร้าย" นิกรบอก
"ไอ้คนใจดำ" กิมหงวนว่า

"มันคงหลอกแม่สมรมาแน่ๆ" พลบอก

สามเกลอออ่านจดหมายนั้นต่อไป

".....ดิฉันยังรักที่จะเป็นคนดี พยายามจะหนีกลับกรุงเทพ แต่ไม่สำเร็จ เพราะถูกควบคุมไปไหนมาไหนไม่ได้ จึงแอบเขียนจดหมายนี้ไว้ ตั้งใจว่า ถ้ามีชาวพระนครคนหนึ่งคนใดมาเที่ยวที่นี่ และเขาพอจะช่วยเหลือได้แล้ว ดิฉันจะมอบจดหมายนี้ให้"

สามเกลอรู้สึกสงสารสมรจับใจ
"เราต้องช่วยแม่สมรนะ พล" นิกรบอก
"อย่าปล่อยให้หล่อนต้องเจอชะตากรรมอย่างนี้" กิมหงวนว่า
"กันสงสารหล่อนจน ทนไม่ไหวแล้ว"
นิกรหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตา
"ขอด้วย"
กิมหงวนหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาเช่นหัน พลซับน้ำตา อ่านจดหมายต่อ
"หากคุณสงสารมนุษย์คนนี้ซึ่งเป็นลูกผู้หญิงคนหนึ่ง ขอให้คุณช่วยกรุณาลักพาดิฉันกลับกรุงเทพด้วย... จะเป็นพระเดชพระคุณแก่ดิฉันอย่างยิ่ง ดิฉันจะต้องเสียคนแน่ๆ ถ้าดิฉันขืนอยู่ศรีราชา โปรดเอ็นดูแก่สัตว์ผู้ยากเถอะนะคะ ด้วยความเคารพจากดิฉัน... สมร"

กิมหงวนบอก
"ผู้ร้ายชัดๆ"
นิกรปาดน้ำตา
"โถ สมร"
พลหยิบผ้าเช็ดหน้ามา ปาดน้ำตา
ภายในบ้านพักริมทะเล กิมหงวนปาดน้ำตา
"หล่อนต้องการหนี"
สามคนมองหน้ากัน พลพับจดหมายเก็บแล้วบอกว่า
"เราจะต้องช่วยพาสมรให้หนีไปจากนรกที่นี่ให้ได้"
"ถูกแล้ว" นิกรเห็นด้วย
"แกสองคนไม่ต้องเลย กันนี่ละจะช่วยหล่อนด้วยสองมือเปล่าของกัน"
พลและนิกรเขกกบาลกิมหงวนดังปั้ก
"โธ่เอ๊ย ไอ้เสี่ย วันนี้ยังเอาตัวไม่รอดเลยเว้ย"
กิมหงวนเอามือลูบหัว
"วันนี้ต่อให้ รอดูพรุ่งนี้สิวะ"
"เฮ้อ ไอ้เสี่ยเอ๊ย เรารีบไปนอนกันเหอะ พรุ่งนี้ยังต้องมีอะไรทำอีกเยอะเลย"

คืนเดียวกัน ภายในบ้าน เจ้าคุณปัจจนึกค่อยๆส่องไฟเดินมาตามทางปะแป้งซะหน้าขาวผ่อง ประไพ ประภาแอบอยู่อีกห้องนึงที่ติดกัน แง้มประตูไว้ ฟังเสียง เจ้าคุณมาหยุดอยู่หน้าห้องลัดดา แล้วเคาะเป็นจังหวะ ลัดดาเปิดประตูรับ
"ลัดดาจ๋า แม่ยอดยาหยี รออู๊ดอยู่ใช่มั้ยจ๊ะ"
ประไพ ทำท่าอยากจะอ้วก
"ก็รอเหมือนทุกวันละค่ะท่าน"
ขณะที่เจ้าคุณจะแทรกตัวเข้าไปในห้องลัดดานั่นเอง ประไพก็ปราดออกมาจากที่ซ่อน ประภาวิ่งตามมา
"คุณพ่อ จะทำอะไรคะ"
ปัจจนึกสะดุ้งเฮือก
"พ่อแค่จะเป็นลมเลยมาขอยาหอมจากแม่ลัดดาเค้าน่ะ" ปัจจนึกทำท่าลมตี ... เอิ้ก ๆ
"ไม่ต้องมาตอแหลเลยค่ะคุณพ่อ หนูได้ยินหมดแล้ว ..." ประไพหันไปถามลัดดา "นี่หล่อน คิดจะมาเป็นแม่เลี้ยงชั้นเหรอยะ ข้ามศพชั้นไปก่อนเถอะ"
ประไพคว้าข้อมือลัดดาดึงมาตบฉาด
"ว้าย อย่านึกว่าตบชั้นได้คนเดียวนี่ นี่แนะ"
ลัดดาตบเข้าให้บ้าง ประภาร้องวี้ดว้าย ประไพส่วนกลับ ทั้งสองคนผลัดกันตบไปมา กลิ้งไปตามพื้น
"คุณพ่อจะปล่อยให้น้องไพโดนตบหรือคะ"
ปัจจนึกจ๋อยสนิท
"ก็...ยัยไพตบเค้าก่อนนี่"
"แล้วคุณพ่อทำตัวอย่างนี้ถูกต้องหรือคะ" ประภาถาม
ระหว่างนี้ประไพใช้แรงที่เยอะกว่าขึ้นครอมตัวลัดดาไว้และจิกผม
"ไปเลย เก็บข้าวเก็บของออกไปจากบ้านชั้นเดี๋ยวนี้"
ประไพปล่อยและลุกขึ้น
"ท่านเจ้าขา ดูสิคุณไพมาตบลัดดาจนหน้าบวมแล้ว"
"หน้าชั้นก็บวมเหมือนกัน ถือว่าหายกัน ไปเลย ไปได้แล้ว"
"ท่านว่ายังไงคะ "
"คือ คือ แม่ลัดดาไปก่อนเถอะจ้ะ ชั้นยังเอาตัวไม่รอดเลย ลูกสาวชั้นมันดุยิ่งกว่าหมา"
"ฮึ ไปก็ได้ โถ อย่างก็ชั้นพิศวาสพ่อหล่อนงั้นแหละ หัวก็ล้านเหม็นเขียวยังกะนกตะกรุม"
เจ้าคุณสะดุ้ง
"สมน้ำหน้า!" ประไพบอก

ชายทะเล กลางคืนเปลี่ยนเป็นเช้าชาวบ้านกำลังจับกลุ่มกัน ต่างมองไปทางทะเล ชี้โบ๊ชี้เบ๊ เถ้าแก่ไล่เห่ากับสามเกลอเดินออกมาจากในบ้านพอดี
"พวกนั้นเค้าจับกลุ่มกันเรื่องอะไรครับ เถ้าแก่" พลถาม
"เมือวานมีคนเห็นบริวารเจ้าแม่มาวนเวียนหาเหยื่ออยู่แถวนี้ครับ"
"ใครหรือครับบริวารเจ้าแม่"
"ฉลามน่ะซีครับ"
"ยังไงครับ"
"คือเจ้าแม่ท่านน่ะชอบเสพย์ผู้ชาย ชอบเอาผู้ชายหนุ่มๆรูปสวยไปเป็นผัว วิธีก็คือให้ไอ้หลามนั่นละ มาวนเวียนอยู่แถวนี้ คอยมองหาหนุ่มๆหล่อๆไปถวายเจ้าแม่ ที่ขี้ริ้วก็ไม่เอา เจ้าแม่มักจะอยู่กับผัวนี่ประมาณหนึ่งปีแล้วก็ปลดระวาง หาผัวใหม่ต่อไป"
"ท่านทรงมีพระผัวแล้วกี่คนละครับ เถ้าแก่" นิกรถาม
"ก็มีครูแฉล้ม หล่อมากเชียว อยู่มาเป็นปีครูแฉล้มก็โดนปลดระวาง ต่อจากนั้นก็ฝรั่ง อีกไม่ช้าก็คงปลดฝรั่งอีก อาจจะหาพวกแขก มอญ กะเหรี่ยง หรือเจ๊กต่อไป"
กิมหงวนหน้าซีด เลิ่กลั่ก
"พล กันชักใจไม่ดีซะแล้วละ "
นิกรและพลหัวเราะ
"เถ้าแก่ เพื่อนเราคนนี้เป็นเจ๊ก เจ้าแม่จะโปรดมั้ยครับ" พลถาม
ไล่เห่าส่ายหน้า
"เห็นจะเสวยไม่ลงหรอกครับ เจ้าแม่โปรดผู้ชายหล่อ ส่วนคุณกิมหงวนนี่หน้าเหมือนแมงกะชอน เจ้าแม่คงไม่เสวยแน่ๆ"
กิมหงวนค้อนขวับ พลและนิกรหัวเราะ
"คืนนี้ถ้าคุณสามคนว่าง ผมจะเชิญไปรับประทานอาหารด้วยกัน"

"ไม่เป็นไรครับ เถ้าแก่ คืนนี้เรามีนัดแล้ว"
 
อ่านต่อหน้า 4

พล นิกร กิมหงวน เดอะมิวสิคัล ตอนที่ 8 ตอน สามเกลอผจญภัย (ต่อ)

ภายใน สมารังเบียร์ฮอลล์ บรรยากาศภายในเหมือนเดิม ใหญ่และสมุนอยู่กันพร้อมหน้า สามเกลอเดินเข้ามา ทั้งสามใส่กางเกงสีขาว เสื้อเชิ้ตโปโลแขนสั้น และรองเท้ายางบาจา

นายใหญ่และพวกมองสามเกลอ
"มันมากันอีกแล้วพี่ใหญ่" แสงบอก
"ท่ามันคงอยากจะลองดีกับข้ามั้ง" ใหญ่บอก
สามเกลอเดินผ่านโต๊ะนายใหญ่ เชิดมองกิมหงวนอย่างแค้นเคือง อาเสี่ยมองตอบ
"ยังไงเพื่อน มานานแล้วเหรอ" พลถาม
ใหญ่บ้วนน้ำลายปริ๊ด
"กันอยู่ที่นี่เสมอ ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน" ใหญ่บอก
พลหัวเราะเบาๆ แล้วเดินไปที่โต๊ะ
สมรอยู่ที่บาร์เหล้า มองเห็นสามเกลอ จึงยิ้มด้วยความดีใจและรีบเดินมาหา แต่พอผ่านโต๊ะนายใหญ่ ใหญ่คว้ามือสมรไว้
"จำไว้นะ เธอจะเสิร์ฟอะไรพวกมันก็ได้ แต่ห้ามนั่งคุยด้วยเด็ดขาด เข้าใจมั้ย"
กิมหงวนได้ฟังจึงทำท่าฮึดฮัดลุกขึ้น ก้าวไปหาสองก้าว พลดึงเอาไว้
เชิดตะโกน
"ขืนเล่นกับพี่ใหญ่รับรองล้มไม่ลงนาเว้ย"
กิมหงวนทำตาถลน
"ล้มไม่ลงยังไงวะ"
"ก็ถูกประคองซ้ายขวาน่ะซี"
คนอื่นโห่ฮาอย่างชอบใจ
"เอ้าพวกเราฮาป่าเว้ย ฮา"
กิมหงวนบอก
"ฮาได้ฮาไปเว้ย เดี่ยวเมื่อยปากก็ต้องหยุดเอง เอ้า พวกเราฮาป่ามันบ้าง ฮา ไม่มีใครฮา พ่อฮาเองก็ได้ ฮา หุยฮา ฮา"
คนหัวเราะกัน
"ท่าทางสมรคงจะคุยกับเราไมได้นาน จะนัดหมายกันได้ยังไง" พลบอก
"เขียนจดหมายสิวะ"
"เออ จริงของแก" พลเอาปากกาหมึกซึมที่เหน็บอยู่ที่กระเป๋าเสื้อมาเขียนว่า วันอังคารตีห้า จะมารับที่นี่
กิมหงวนชะโงกหน้าอ่านเสียงดัง
"วันอังคารตีห้า จะมารับ"
นิกรเอาเท้าเตะหน้าแข้งโป๊ก
"เอาซีเว้ย"
สมรเดินมาที่โต๊ะ
"รับอะไรคะ เหล้าหรือบียร์"
"เบียร์สามขวด"พลบอก
"แล้วก็ยำเนื้อจานนึง" นิกรว่า
สมรเบาๆ
"คุณอย่าเพิ่งพูดอะไรมากนะคะ พี่ใหญ่กำลังจ้องอยู่"
"จ้ะ ไม่พูดหรอก"
พลเอากระดาษยัดใส่มือสมร สมรเอายัดใส่อดเสื้อ นายใหญ่เหลือบมาเห็นพอดี สมรเดินจากโต๊ะสามเกลอผ่านมา ใหญ่จับแขนไว้
"นั่งลง"
สมรนั่งลง ท่าทางพิรุธ
"เมื่อกี้ไอ้หนุ่มนั่นส่งอะไรให้เธอ"
"ปละ เปล่านี่คะ พี่ใหญ่"
"อย่าโกหก อะไรอยู่ในอกเสื้อ หยิบออกมาเดี๋ยวนี้"
สมรกลัวมาก
"เชื่อดิชั้นเถอะค่ะ ไม่มีอะไรจริงๆ"
"ไม่เชื่อ เอาออกมาเดี๋ยวนี้สมร"
ใหญ่บิดแขนสมร พลลุกขึ้นทันที
"โอ๊ย อย่าทำดิชั้นเลยค่ะ พี่ใหญ่"
ใหญ่ตบหน้าสมรฉาด พลปราดเข้าไปทันที นิกรตามไปติดๆ
พลนี่น่ะหรือนักเลง คนจริงเค้าไม่ทำร้ายผู้หญิงกันหรอก" พลถาม
"แล้วมันกงการอะไรของแกด้วย"
"ชั้นไม่ชอบเห็นคนรังแกผู้หญิง"
"แกไม่รู้จักเจ้าพ่อศรีราชาซะแล้ว"
ใหญ่ปราดเข้าชกพลทันที พลหลบแล้วใช้หมัดซ้ายกระแทกขากรรไกรใหญ่ เจ้าพ่อเซแซ่ดๆไปท่ามกลางความตื่นตะลึงของบริวารและล้มลงดังครืน
กิมหงวนกระโดดตัวลอย
"ฮ่ๆๆ ไม่ใช่ฝีมือเพื่อนกูหรือนี่ ไชโย ไชโย้ ยักษ์ล้มเว้ย"
ใหญ่ลุกขึ้นพุ่งเข้าใส่พล ตะบันหมัดไม่ยั้ง พลหลบด้วยความว่องไว
กิมหงวนบอก
"เอ้า พลใส่มันมั่ง ตี๊ตาตาต่า เอาเลย เอานิ้วไชสะดือมันเร็ว ขากเสลดใส่ลูกตามันซีวะ เอาเลย เลียะ"
พลสืบเท้าเข้าหาเหวี่ยงซ้ายใส่ เจ้าพ่อหลบและเตะพลเต็มแรง พลยกมือกันไว้ แล้วแย้บกลับหมัดซ้ายหมัดขวา ใหญ่หลบได้ พลเสียหลัก ใหญ่จึงต่อยเข้าที่หน้า พลรีบถอยออกมา ใหญ่ถลาเข้าไปคลุกชกตามลำตัวพลหลบฉากและต่อยเข้าที่ท้องดังพลั่ก ใหญ่เซถลาล้มลงกลางห้อง
กิมหงวนตบมือหัวเราะลั่นเผ่นไปยืนบนโต๊ะ กระโดดด้วยความดีใจ โต๊ะหักโครมลงมา
"โอ๊ย"
"ลุกขึ้นมาสิวะ"
ใหญ่ตาถมึงทึง ควักมีดซุยที่เหน็บไว้ที่เข็มขัดออกมาทันที
"พล ระวัง"
ใหญ่ขว้างมีดมาที่พล สมรร้องกรี๊ด ทุกคนตะลึง กิมหงวนหลับตาปี๋ พลหลบ มีดผ่านพลไปปักอยู่บนข้างฝา พลหัวเราะเสียงกร้าว
"นี่น่ะเหรอนักเลงคนจริง มือเปล่าซีเพื่อน วันนี้ไม่ใครก็ใครต้องแพ้กันไปข้างนึง"
ใหญ่ตะโกน
"เอาพวกเรา รุมเลย"
พอขาดคำ อสรพิษกุ๊ยสิบกว่าคนก็เข้ามารุมทันที ก่อนที่พวกนั้นจะวิ่งมาถึง พลกัดฟันโผเข้าไปหาใหญ่ชกเข้าเต็มแรง จนล้มฮวบลงสลบไป
กิมหงวนบอก
"น็อคเอ๊าท์"
สมุนวิ่งมารุม นิกรวิ่งเข้าไปช่วยพล เจ้าเชิดวิ่งไปหากิมหงวน อาเสี่ยกระโดดชกซ้ายป่ายขวาแล้วใช้มุกเดิมคือจี้สีข้างเจ้าเชิด เชิดหัวเราะ วิ่งหนีไป
กิมหงวนมุดเข้าใต้โต๊ะ ถือขวดเบียร์ไว้ พอเห็นขาของพวกนักเลงเข้ามาใกล้ก็หวดหน้าแข้งด้วยขวดเต็มแรง
"โอ๊ย"
กิมหงวนรีบมุดออกมาเอาขวดเบียร์ฟาดหัวเข้าให้จนล้มลงนอนสลบยิ้มแป้น ระหว่างนี้นิกรกับพลยืนหันหลังชนกัน เตะต่อยกับพวกที่รุมอยู่รอบๆ
เจ้าเชิดถูกนิกรชกจนเซถอยออกมา โชคร้ายมาเซมาที่กิมหงวนพอดี เอาเสี่ยจึงเอามือสะกิด พอเชิดหันมาดูก็เอาขวดเบียร์ที่ถือไว้ทั้งสองข้างฟาดกบาล เชิดยืนมึนๆแล้วล้มลงแผ่หรา อาเสี่ยเอาขวดเบียร์ตีอย่างสนุกสนาน
ทันใดนั้นเองที่ประตูหน้าร้าน ก็มีกลุ่มชายนักเลงอีกสี่ห้าคนวิ่งเข้ามา
"พี่ล้อม ทางนี้ ช่วยกันเร็วๆ" แสงบอก

ทั้งหมดวิ่งไปรุมพลและนิกร อาเสี่ยลงไปแอบมอง และเห็นว่าคงสู้ไม่ได้แน่ๆ จึงรีบคลานลอดใต้โต๊ะและวิ่งออกประตูไป

กิมหงวนวิ่งออกมา สมองใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว ที่ข้างนอกมีชาวบ้านมารุมดูคนตีกันจำนวนมาก อาเสี่ยวิ่งฝ่าออกไปจนสุดทาง ผ่านร้านรวงต่างๆในซอยแล้วไปหยุดสุดซอย หันหลังกลับมาทางร้านสมารังตามเดิม

ชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งยืนอยู่ อาเสี่ยวิ่งเข้ามา
"ไงพวก ไม่ไปดูเค้าตีกันเหรอ"
อาเสี่ย เอาเท้าเตะหน้าแข้งเต็มแรง
"โอ๊ย แก แกมาเตะชั้นทำไม"
อาเสี่ยหัวเราะแล้วเอามือดึงผมอีกคนนึง แล้วเอานิ้วทิ่มตาอีกคนหนึ่ง จากนั้นหันมาฉีกเสื้อคนต่อไป
ทุกคนตะลึงร้องโวยวาย อาเสี่ยแลบลิ้นหลอกแล้ววิ่งต่อไป ชายทั้งหมดวิ่งตาม
"จับมันๆ"
ชาวบ้านวิ่งออกมาจากสองข้างทาง
กิมหงวนเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มากับผู้ชายและญาติจำนวนหนึ่งจึงกระโดดจูบ
"ว้าย"
กิมหงวนวิ่งต่อไป โบกมือให้ ญาติพี่น้องโมโหวิ่งตาม
"จับมันๆ คนบ้าเว้ย คนบ้า" ญาติบอก
กิมหงวนวิ่งหนีไป พอผ่านคนอีกกลุ่มก็หยุดชะงักตบหน้าอีกคนละฉาด จับแก้มผู้หญิงเรียงตัว แม้แต่คนแก่ก็ยังเอามือเขกหัวคนละโป๊ก
ชาวบ้านทั้งหมดแสนแค้นวิ่งตามกันไปเป็นพรวน กิมหงวนหันหลังมาดูเห็นจำนวนเยอะมากพอแล้วจึงวิ่งกลับไปในร้าน
"พล นิกร ไม่ต้องกลัวเว้ย พวกเรามากันเยอะเลย" กิมหงวนบอก
อสรกุ๊ยทั้งหลายได้ฟังเริ่มพะว้าพะวัง
"เฮ้ย มันมีพวกมา" แสงบอก
ชาวบ้านวิ่งเข้ามาพอดี กิมหงวนได้ทีรีบกระโดดถีบ กุ๊ยคนหนึ่ง แล้ววิ่งไปยืนบนโต๊ะ ตะโกน
"เร็วพวกเรา ทางนี้ๆ เอามันให้ตายเลย"
ชาวบ้านวิ่งเข้ามา พวกกุ๊ยนึกว่าจะมาทำร้ายตนจึงวิ่งไปชกต่อยตีกัดข่วนกันพัลวัน
"กร หนีออกทางหน้าต่างเลยนะ กันจะดับตะเกียงเจ้าพายุก่อ" พลบอก
พลหยิบขวดเบียร์ขว้างไปที่ตะเกียงแม่นราวกับจับวาง ตะเกียงดับลงทันที พลกระโดดคว้าข้อมือกิมหงวน
"หนีเร็ว ไอ้เสี่ย"
สามคนวิ่งหนีไปทางหน้าต่างแล้วปีนกระโดดลงไป

สามคนกระโดดลงมาแล้ววิ่งไป สวนกับตำรวจกลุ่มหนึ่งที่กำลังวิ่งไปที่ร้าน
ตำรวจเข้าไปที่หน้าร้าน ตะโกน
"หยุดๆ ปูลิศมาแล้ว ทุกคนอย่าขยับ"

วันต่อมา ชาวบ้านมารุมเต็มหน้าบ้าน ในจำนวนนี้มีสมรอยู่ด้วย เถ้าแก่ไล่เห่าเดินนำพล นิกรออกมาจากในบ้าน
"พวกเราทุกคน นี่ละ คุณพลกับคุณนิกรที่ปราบเจ้าพ่อศรีราชาเสียอยู่หมัด จนมันขายหน้าต้องหนีไปทื่อื่นแล้ว"
ทุกคนตบมือ
"ขอบคุณคุณมากเลยค่ะ ที่ช่วยดิชั้นไว้ได้ ถ้าไม่เป็นเพราะพวกคุณดิชั้นก็คงต้องอยู่ในนรกอีกนาน"
ทุกคนเฮ
พลเริ่มสันดานเหมือนเดิม
"ไม่เป็นไรจ้ะสมร เรื่องเล็กๆน้อยๆ โจรร้ายมากกว่านี้ผมก็ปราบมาหมดแล้ว"
ชายคนหนึ่งบอก
"จริงหรือครับ คุณท่าจะเก่งวิชาการต่อสู้มากทีเดียว"
" อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยครับ กระบี่กระบองฟังดาบมวยไทยมวยฝรั่งมวยแขกยูโดผมเป็นหมด" พลว่า
"แม้มวยปล้ำซูโม่ยูยิตสูก็ผ่านสังเวียนมาหมดแล้ว" นิกรว่า
ชายแก่บอก
"โอ้โห ความเก่งของคุณทำให้ผมขนลุกเกรียวราวกับเห็นเหี้ยโบราณโผล่ขึ้นกลางทะเลเลยครับ"
สองเกลอสะดุ้งเฮือก
"เอ้อ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ"
"ว่าแต่ว่า พวกคุณมากันสามคน เพื่อนอีกคนหายไปไหนครับ" สมรว่า
ทุกคนบอก "นั่นสิๆ"
สองคนมองหน้ากัน
"เอ้อ...คือ คือ เค้าไม่กล้าออกมาครับ ง่า โอกาสนี้ผมอยากขอให้พวกท่านยกโทษให้เค้าด้วย เค้าล่วงเกินพวกคุณไปโดยเจตนาจะช่วยพวกผมปราบไอ้ใหญ่กับพวกละครับ"
ทุกคนงง
"อะไรนะครับ"
พลตะโกนบอก
"คือ คือ ไอ้เสี่ย แกออกมาเหอะ"
กิมหงวนที่แอบอยู่หลังประตูค่อยๆโผล่ออกมา ทุกคนฮือฮา เขารีบทรุดตัวลงนั่งพนมมือกราบ
"พ่อแม่พี่น้องครับ ให้อภัยผมด้วย"
ชาย 2 บอก
"คุณนี่เต็มที่มาก บังอาจมาจูบเมียผม ให้ดิ้นตายสิ ถ้าไม่เห็นแก่คุณพล ผมเป็นเตะคุณแล้ว"
"แหะๆ ถึงจะจูบแต่ผมไม่ได้สูดลมหายใจเข้าไปเลย"
"พอเถอะครับ ไม่ต้องพูดแล้ว เอาเป็นอันว่าพวกเราให้อภัยแก่คุณ ใช่มั้ย"
"ใช่ๆ"
ชายแก่บอก
"ที่พวกเรามากันวันนี้ เพราะเห็นว่าคุณเก่งกล้ามาก ปราบศัตรูหมายเลข 2 ของชาวศรีราชาได้ จึงอยากจะขอให้ปราบศัตรูหมายเลข 1 ให้ด้วย"
ทุกคนบอก
"ใช่ๆ"
"ศัตรูหมายเลย 1 ได้เลยครับ พวกเรายินดี มันไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไรพวกเราซักนิด เรื่องขี้ผง" พลบอก
นิกรถาม
"มันเป็นใครครับ ศัตรูหมายเลข 1 ที่ว่า"
ทุกคนบอก "ฉลาม"
สามคนย้ำ "ฉลาม"
กิมหงวนทำมือ
"ปลาฉลามตัวสักแค่นี้ได้มั้ยครับ"
ไล่เห่าบอก
"โอย นั่นมันปลาทูแล้วคุณ ปลาฉลามที่ว่านี้ ตัวประมาณสามวา"
กิมหงวนโพล่ง
"สามวา"
พล นิกรโพล่งตาม "สามวา"
"ถูกแล้วครับ มันไม่เหลือบ่ากว่าแรงของท่านทั้งสามแน่นอน ขอให้ท่านวีรบุรุษทั้งสามปราบฉลามให้เราด้วย"
ทุกคนเฮๆ

วันใหม่ ชาวบ้านกำลังมองไปที่กลางทะเล เห็นเรือลำหนึ่งที่มีสามเกลอนักล่าฉลามอยู่ไกลๆกำลังแล่นออกไปจากฝั่ง
ชาวบ้านบอก
"ขอให้ทั้งสามท่านจงสวัสดีมีชัยชนะเจ้าฉลามศัตรูหมายเลขหนึ่งของชาวศรีราชาให้ได้"
ทุกคนร้อง "ไชโยๆๆ"
เถ้าแก่ไล่เห่าใช้กล้องส่องทางไกลส่องไปที่เรือ สามเกลอกำลังแอ็กท่าอยู่บนเรือ ขณะเดียวกันก็เห็นครีบฉลามโผล่ขึ้นมา
นิกรตกใจชี้ไป "ฉลามๆ"
กิมหงวนสะดุ้งโหยง เสียหลัก แทบจะตกไปในทะเล

สามคนต่างเหวอกันถ้วนหน้า
 
อ่านต่อตอนต่อไป ทุกวัน อังคารและพุธ
ดาวเคียงเดือน ตอนที่ 8
ดาวเคียงเดือน ตอนที่ 8
คุณหญิงอรชรพาอิงฟ้าเดินลงบันไดมา ท่ามกลางเสียงชื่นชมของทุกคนในงาน วิวิทธิ์มองอิงฟ้าอย่างตะลึงลาน แต่ครู่เดียวก็สลด หันมาเปรยกับดาริกา ที่เดินมายืนใกล้ๆ “คุณฟ้าสวยที่สุดเลย อยู่ใกล้กันแค่นี้ แต่ทำไมมันเหมือนไกลกันเหลือเกิน” “ค่ะ ฉันก็รู้สึกอย่างนั้น” ปากพูด แต่ตาปรายไปมองจันทรกานต์ ที่กำลังรับไหว้อิงฟ้าอยู่ “สวัสดีค่ะพี่ชายจันทร์” ยังไม่ทันที่จันทรกานต์จะเอ่ยอะไร ดารารายก็รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที “พี่เขามีของขวัญพิเศษมาให้หนูฟ้าด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวไปเปิดกล่องของขวัญดูกันเองนะ” คุณหญิงอรชรรีบสนับสนุน “คุณจันทร์คะ ช่วยพาน้องฟ้าไปทักทายแขกเหรื่อทีเถอะค่ะ โดยเฉพาะญาติๆ ทางทัศนัย”
กำลังโหลดความคิดเห็น...