xs
xsm
sm
md
lg

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 14

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 14

เอื้อมเดือนยังนั่งเศร้าเสียใจ อยู่ที่เพิ่งข้างทุ่งนา พลางปาดน้ำตาที่เอ่อล้นแล้วจะลุกเดินออกไป จู่ๆ ไอ้ก้านก็ก้าวเข้ามา พยายามจะคว้าข้อมือเอื้อมเดือนมาบีบแล้วยิ้มร้าย แต่กลับถูกเอื้อมเดือนซัดเปรี้ยงเข้าหน้า จังๆ จนมันหน้าหงาย เลือดกำเดาออกจมูก
ไอ้ก้านเจ็บใจ ปรี่จะเข้าไปเล่นงานอีก เอื้อมเดือนออกหมัดใส่อีก แต่คราวนี้มันหลบทัน พลางตบหน้าเอื้อมเดือนทันที จากนั้นก็เดินตรงเข้ามาด้วยแววตาร้าย เอื้อมเดือนถีบสวนจนมันเซ ก่อนจะฉวยโอกาส วิ่งหนีเข้ามาในทุ่งนา ไอ้ก้านไล่ตามกระชั้นชิด
เอื้อมเดือนวิ่งหนีอย่างไม่ลดละก่อนจะชะงัก เมื่อเจอลูกน้องของไอ้ก้านโผล่มาดักขวางทาง
“เห็นหายไปนานที่แท้ลูกพี่ก็ไปเจอช้างเผือกมานี่เอง”
“นังนี่มันของข้าเว้ย” ไอ้ก้านตวาด “แต่ถ้าเอ็งช่วยข้าจับมันได้ล่ะก็ ข้าหนำใจแล้วข้าจะแบ่ง ให้เอ็งด้วย”
ลูกน้องยิ้มร้ายแล้วต้อนเข้าหา เอื้อมเดือนตั้งท่าพร้อมสู้ แต่กลับพลาดท่าถูกชกท้องน้อย จนจุก ตัวงอ แต่ยังไม่ทันที่ไอ้ก้านจะเข้าไปอุ้มไป ผู้กองสมานก็โผล่มาข้างหลังแล้วถีบไอ้ก้านจนกระเด็น
“ถ้าเอ็งแตะน้องสาวข้าอีกครั้งเดียว เอ็งได้ตายอยู่ที่นี่แน่ ไอ้ก้าน”
ไอ้ก้านถึงกับชะงัก
“ไอ้สมาน นี่เอ็งโผล่มาที่นี่ได้ไงวะ”
ผู้กองสมานจ้องหน้ามันด้วยแววตาแค้น“พวกเอ็งมาได้แล้วทำไมข้าจะมาไม่ได้ เจอกันแบบนี้แสดงว่าฟ้าต้องการให้ข้าแก้แค้น ที่พวกเอ็ง ทำกับข้าไว้”
ผู้กองสมานกำหมัด ไอ้ก้านปรี่เข้าสู้ แต่ก็โดนเล่นงานใส่ไม่ยั้ง ลูกน้องเห็นเอื้อมเดือนยังจุกอยู่ เลยจะเข้าไปใช้มีดเล่นงาน ผู้กองสมานหันไปเห็นน้องสาวกำลังถูกลอบเล่นงาน ก็รีบชักปืนแล้วยิงใส่ โดนมีด ในมือกระเด็น
ไอ้ก้านรีบฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีเอาตัวรอดไปได้

ผู้กองสมานประคองเอื้อมเดือนมานั่งพักที่เพิง พลางเล่าว่าไปคุยกับหลวงพ่อมา
“คนที่วัดเขาบอกว่าเห็นเดือนไปหาไอ้เพลิงแล้วมาทางนี้ เดือนไปหามันทำไม”
เอื้อมเดือนน้ำตาคลอ “เดือนไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว เดือนอยากกลับ”
“เดี๋ยว มันพูดอะไรกับเดือน ถึงทำให้เดือนเป็นแบบนี้”
“เปล่าจ้ะ เขาไม่ได้พูดอะไร กลับเถอะจ้ะพี่”
ผู้กองสมานจ้องหน้าน้องสาวอย่างคาดคั้น“แต่พี่ว่ามันต้องพูดอะไรให้เดือนเสียใจ ไม่งั้นมันคงไม่ทิ้งให้เดือนต้องอยู่คนเดียวจนเกิดเรื่อง แบบนี้ได้หรอก”
เอื้อมเดือนใช้หลังมือปาดน้ำตา“เดือนไม่มีอะไรจะพูดถึงเขาอีกแล้ว พี่อย่าบังคับให้เดือนพูดได้มั้ย เดือนไม่อยากเจอเขาอีกแล้ว พี่ต้องการแบบนี้มาตลอดไม่ใช่เหรอ ต่อไปนี้เขากับเดือนเป็นแค่คนรู้จักกันเท่านั้น เพราะฉะนั้นพี่ไม่ต้องไปทำอะไร เขาอีกแล้ว ปล่อยให้เขาอยู่กับกรรมที่เขาต้องแบกรับไปคนเดียว”
เอื้อมเดือนพรั่งพรูความในใจ แล้ววิ่งออกไป ผู้กองสมานมองตามน้องสาวด้วยสีหน้าเป็นห่วง

เชนที่แอบหนีออกจากสุขศาลา เอารังกระสุนใส่เข้าไปที่มอเตอร์ไซค์ปืนกล แล้วบรรจุกระสุน ใส่ปืนสั้นลำกล้องคู่เขี้ยวพยัคฆ์อาวุธประจำตัว แม้สภาพร่างกายจะยังไม่เต็มร้อย แต่สีหน้าและแววตากลับมุ่งมั่น
จิกกับแสนเข้ามาเห็น ก็ร้องห้าม แต่เชนไม่ฟังเสียง รีบขึ้นคร่อมขี่ไอ้เสือคำราม แล้วบิดคันเร่ง พุ่งตัวออกไปอย่างแรง

“ไอ้ที่เอ็งทำลงไปกับคุณหมอ มันไม่เรียกว่าการกระทำของลูกผู้ชายหรอกนะเว้ย”
ยอดโวยวายใส่เพลิง หลังจากที่ฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
“ข้าคิดก่อนทำแล้ว”
“นี่คิดแล้วเหรอ คิดโง่ๆน่ะสิวะ ป่านนี้เขาคงเกลียดขี้หน้าเอ็ง ชาตินี้ก็คงไม่เผาผี ไอ้เพลิงเอ้ย กว่าจะมีคนดีๆ เข้ามาในชีวิต สวรรค์ต้องเลือกแล้วว่าเขาเหมาะกับเอ็ง”
เพลิงหน้าเศร้า
“ถ้าสวรรค์จะเลือกสิ่งดีๆให้ข้า งั้นทำไมไม่ช่วยบอกข้ามาเลยว่า ข้าจะตามล่าไอ้ฆาตกรที่ฆ่า ฟ้างามได้ที่ไหน”
เพลิงขี้เกียจต่อปากต่อคำกับยอด ก็เลยจะเดินออกไป แต่ผู้กองสมานเดินเข้ามาพอดี เพลิงกับยอดหันมามองหน้ากัน
ยอดหันไปคว้าขวานที่ปักคาอยู่กับท่อนไม้ใกล้ๆ ขึ้นมาควง แล้วพุ่งตัวเข้าไปใส่ แต่ผู้กองสมาน ฉากหลบทัน แล้วเตะตัดขาจนคะมำ ยอดจะเข้าไปลุยอีกแต่เพลิงเสียงดังห้าม
“ไปซะไอ้ยอด ปล่อยข้ากับผู้กองอยู่กันตามลำพัง ไม่ต้องห่วงข้า นี่แหละคือทางที่สวรรค์กำหนด มาให้ข้าเดิน เอ็งต้องปล่อยให้ข้าไปตามทางนั้น ถ้าเอ็งเข้ามาสอดอีกข้าจะเลิกคบกับเอ็ง”

ยอดมองอย่างลังเล เพลิงเข้าไปจ้องหน้าผู้กองสมาน แล้วเดินนำออกไปอีกทาง

“คราวที่แล้วผมไม่พร้อม ผู้กองก็ยังให้โอกาสผมได้ตั้งหลักอีกครั้ง ผมต้องขอบคุณมาก แต่สำหรับ คราวนี้ผมพร้อมแล้ว”
เพลิงกำหมัด พร้อมตั้งท่าเชิงมวย แต่ผู้กองสมานกลับยืนนิ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูด “ที่ผ่านมาฉันเป็นพวกเอาจริงเอาจังกับอาชญากรทุกตัว มันชั่วมามากเท่าไหร่ ฉันก็ต้องใส่เข้าไป ให้พวกมันเจ็บหนักไปอีกเท่านึง”
“งั้นถ้าในสายตาของผู้กองเห็นว่าผมเป็นอาชญากรที่ชั่วร้ายที่สุดเท่าที่เคยตามล่า ก็ขอให้ผู้กอง ไม่ต้องยั้งเลยครับ”
เพลิงง้างหมัดแล้วพุ่งตัวเข้าใส่ แต่กลับถูกผู้กองสมานชักปืนขึ้นชี้ไปที่หน้า เพลิงถึงกับอึ้ง
“ตอบคำถามฉันมาข้อนึงก่อน แกพูดอะไรกับน้องสาวฉัน เดือนถึงยอมตัดใจจากแก”
เพลิงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
“นางฟ้านางสวรรค์ไม่ควรลงมาเกลือกกลั้วกับธุลีดินอย่างผม แต่เธอไม่ฟัง ผมก็เลยต้องแสดง สันดานดิบของผมให้เธอเห็น”
ผู้กองสมานกัดกรามด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะกระแทกด้ามปืนเข้าหน้าเพลิงจนเซ แล้วตามเข้าไป จ่อปืน เหมือนพร้อมจะยิงใส่ เพลิงมองปืนแล้วหลับตา
“ถ้าไม่อยากเสียเวลาตัดสินผม ก็เชิญเลย แต่ขอให้นักโทษได้มีเรื่องขอร้องก่อนตาย ถ้าเมื่อไหร่ ที่ความจริงเปิดเผยออกมา ผู้กองก็ช่วยจัดการส่งไอ้ฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าฟ้างามไปนรกให้ด้วย ผมจะได้ถามมันว่า มันฆ่าฟ้างามทำไม”
นิ้วมือของผู้กองสมานเหนี่ยวอยู่ที่ไกปืนอย่างตัดสินใจ

ไอ้ก้านกับลูกน้อง หัวเสีย ที่จู่ๆ ผู้กองสมานก็โผล่มาขัดจังหวะ จู่ๆ มันทั้งคู่ก็ได้ยินเสียง มอเตอร์ไซค์ดังแว่วเข้ามา
จอมโจรไอ้เสือบิดไอ้เสือคำรามเข้ามาจอดเอี๊ยดจนฝุ่นตลบเข้าหน้า ไอ้ก้านกับลูกน้อง รีบเดินตรงเข้าไปหาไอ้เสือด้วยท่าทางเอาเรื่อง
ไอ้เสือเชนไม่ต้องลงจากมอเตอร์ไซค์ แค่ใช้ชายันโครมเตะเสยทีเดียวลูกน้องกระเด็น ไอ้ก้าน เจ็บใจ ชักปืนออกมาจะยิง แต่ไอ้เสือเชนที่ไวกว่าชักปืนเขี้ยวพยัคฆ์ออกมาแล้วยิงเปรี้ยง ลูกปืนคู่พุ่งออกจากปาก กระบอกปืนเขี้ยวพยัคฆ์ ผ่านไอ้ก้านเป็นช่องว่างแล้วพุ่งไปที่ลูกน้อง ล้มลงตายคาที่ ไอ้ก้านถึงกับอึ้ง

“รออะไรอีกล่ะผู้กอง อำนาจการตัดสินชะตาชีวิตผมอยู่ในมือผู้กอง แต่อย่าลืมด้วยล่ะ ความจริง ปรากฏขึ้นมาเมื่อไหร่ผู้กองต้องแก้แค้นให้ผมด้วย”
เพลิงย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผู้กองสมานนิ่งไปครู่ แล้วลดปืนลง
“ความยุติธรรมที่ฉันเคยเชื่อมั่น ยังทำให้ฉันต้องหนีหัวซุกหัวซุนมาจนถึงผาปืนแตก บางทีนี่อาจจะ เป็นโอกาสให้ฉันได้ทบทวนเรียนรู้ใหม่ว่าความยุติธรรมที่แท้จริงคืออะไร ฉันไปคุยกับหลวงพ่อมา ท่านพูดถูก เพราะกรรมคือผลของการกระทำ ต่อให้แกโกหกฉัน โกหกทุกคน เรื่องที่แกไม่ใช่ฆาตกร แต่แกก็โกหกกรรมไม่ได้ สิ่งที่แกทำมันจะอยู่ติดตัวไปชั่วชีวิต และเมื่อถึงเวลาผลของมันก็จะย้อนกลับมาทำร้ายแกแน่นอน”
“หมายความว่า ผู้กองจะไม่ตัดสินผมอีกแล้ว”
ผู้กองสมานส่ายหน้าช้าๆ
“อย่าเพิ่งดีใจไป ก็แค่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะเดือนไม่ยอมไปจากผาปืนแตก เพราะพวกศัตรูที่ ทำร้ายฉันมันมาฝังตัวอยู่ที่นี่ เพราะฉันต้องการพิสูจน์ว่าฉันยังจัดการกับพวกอาชญากรได้ ฉันถึงให้โอกาสแก”
“ขอบคุณครับผู้กอง พวกมันก็คือศัตรูของผม พวกมันจ้องทำลายผาปืนแตก ที่ที่ผมตั้งใจจะให้ เป็นบ้านหลังสุดท้าย ถ้าเราร่วมมือกันผมเชื่อว่าเราจะ…”
เพลิงยังพูดไม่ทันจบ ผู้กองสมานก็สวนขึ้นมา
“ฉันไม่ได้จะร่วมมือกับแก ฉันแค่ให้โอกาสแกได้สู้ เพราะตอนนี้เรื่องของกำลังคนเป็นเรื่องจำเป็น ไว้จัดการลากคอพวกมันเข้าคุกได้เมื่อไหร่ ก็ถึงคิวแกแน่นอน”
เพลิงพยักหน้า
“ได้ครับผู้กอง ถึงเวลานั้นผู้กองจะจัดการกับผมยังไงก็ได้ ขออย่างเดียว ขอให้คนข้างหลังผม ได้อยู่ดีมีสุข มีบ้านไว้เป็นที่พักผ่อนไม่ใช่รังโจร แค่นี้ผมก็ตายตาหลับแล้ว”
“จำคำพูดแกไว้ไอ้เพลิง ถึงเวลาฉันจะมาทวง”

ผู้กองสมานเก็บปืนแล้วเดินออกไป เพลิงยิ้มอย่างโล่งอก

ยอดเดินกระวนกระวายอยู่อยู่ที่หน้ากระท่อม เห็นผู้กองสมานเดินออกมาคนเดียว ก็นึกว่าเพลิงโดนจัดการไปเรียบร้อยแล้ว ยอดเลือดเข้าตาควงขวานพุ่งเข้าไปจะเล่นงาน แต่เจอผู้กองสมานฉากหลบ แล้วเตะ ตัดขายอดจนล้ม พร้อมๆ กับที่เพลิงตามออกมาพอดี
“หยุดได้แล้วไอ้ยอด ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่เอ็งคิดหรอก”
ยอดมองหน้าเพลิงอย่างงงๆ
“หมายความว่ายังไงวะ นี่ข้างงไปหมดแล้ว”
“ไอ้เพลิง รับนี่ไว้”
ผู้กองสมานเอาผีเสื้อพลาสติกจากกระเป๋ากางเกงมายื่นให้เพลิง
“ของชิ้นเดียวที่อยู่ในมือของฟ้างาม เธอกำมันเอาไว้จนวาระสุดท้ายของชีวิต ฉันเก็บเอาไว้ติดตัว ตลอดเวลาเพื่อเตือนให้รู้ว่าตอนที่เธอตายเธอคงต้องเจ็บปวดมาก”
“แล้วทำไมผู้กองถึงเอามาให้ผม” เพลิงย้อนถาม
“มันเป็นของในบ้านแกกับฟ้างาม เป็นความทรงจำของแกกับเธอ ฉันไม่อยากเก็บเอาไว้ ให้ยิ่ง แค้นแกมากขึ้น เพราะตอนนี้มีภารกิจอื่นที่สำคัญกว่า”
ผู้กองสมานพูดจบ ก็เดินไป เพลิงนิ่งมองผีเสื้อพลาสติกในมือ ส่วนยอดยืนงง

เพลิงมองผีเสื้อพลาสติกด้วยสีหน้าสงสัย เพราะเริ่มคิดอย่างอยากรู้ว่าทำไมฟ้างามถึงต้อง กำผีเสื้อพลาสติกนี้ไว้ในมือ
“ทำไมเธอถึงกำผีเสื้อตัวนี้ไว้ในมือ? หรือว่าเธอต้องการบอกอะไร ?”
เพลิงเริ่มคิ้วขมวด จังหวะนั้นยอดก็เข้ามา
“ข้าไม่เข้าใจว่ะไอ้เพลิง มันตามล่าจงเกลียดจงชังเอ็งจะเป็นจะตาย แล้วอยู่ๆมันก็มาเลิกยุ่งกับ เอ็งซะงั้น”
“เพราะพวกไอ้ลายเสือเป็นคนทำให้ผู้กองกลายเป็นไอ้บอดไปข้างนึง มันเป็นแค้นที่เขาต้องชำระ และเรียกคืนความยุติธรรมที่เขาต้องเสียไป”
“งั้นก็หมายความว่า เรากลายเป็นพวกเดียวกันแล้ว ปัดโธ่เว้ย แล้วทำไมไอ้ผู้กองนั่น มันถึงไม่มา บอกเอ็ง ก่อนที่เอ็งจะไล่ตะเพิดทำให้คุณหมอเสียใจวะ”
เพลิงถอนหายใจ หน้าเศร้าๆ
“จะช้าหรือเร็วมันไม่เกี่ยว เพราะความจริงก็คือข้ากับคุณหมอไม่มีทางไปด้วยกันได้ เพราะตอนนี้ ข้าต้องสนใจแต่เรื่องรับมือกับพวกไอ้ลายเสือกับค้นหาตัวฆาตกรที่ฆ่าฟ้างาม ตอนนี้ข้าคิดว่านี่น่าจะเป็นเบาะแส ให้ข้าตาม”
เพลิงให้ยอดดูผีเสื้อพลาสติกในมือ
“ตอนนี้ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าจะเริ่มสืบก็น่าจะเริ่มจากของที่อยู่ในมือฟ้างามตอนตาย”
ทันใดนั้นเสียงจิกกับแสนก็ดังเข้ามา

เพลิงถึงกับตกใจเมื่อรู้เรื่องจากทั้งคู่
“แล้วน้าก็ปล่อยให้เชนไปคนเดียว ทำไมไม่ห้าม”
จิกส่ายหน้า
“เอ็งกับไอ้เชนก็เหมือนกันนั่นแหละ เวลาตั้งใจจะลุย มีเหรอที่พวกข้าจะห้ามได้”
“แต่ฉันรู้จักพวกนั้นดี ไม่มีทางที่เชนจะช่วยวัลภาออกได้โดยลำพัง”
แสนหน้าเครียด“พวกข้าถึงต้องมาบอกเอ็งอยู่นี่ไง”
“ได้ ฉันจะไปช่วยไอ้เชนเอง มันกับวัลภาก็เหมือนน้องที่คลานตามกันมาของฉัน”
“งั้นข้าลุยด้วย”
เพลิงกับยอดพยักหน้าให้กัน แล้วจู่ๆ จิกก็ตัดสินใจเปิดเผยความจริง
“คือว่า ความจริงแล้วไอ้เชน มันก็คือจอมโจรไอ้เสือ”
แสนรีบพูดต่อ “นอกจากไอ้เชนจะเป็นจอมโจรไอ้เสือแล้ว วัลภาก็คือจอมโจรนางสิงห์ด้วย”
เพลิงกับยอดถึงกับอึ้งกับความจริงที่เพิ่งรู้

ฟ้าลั่นถูกจับมัดอยู่กับเก้าอี้ ชาติกำหมัดแล้วซัดเปรี้ยงเข้าหน้า จนหน้าหันเลือดกลบปากแต่ ยังแสยะยิ้มกวนใส่ชาติ
“อย่า อย่าให้ข้าหลุดไปได้นะเว้ย”
ชาติมองอย่างเหยียดๆ
“สภาพนี้ยังคิดจะหลุดออกไปอีกเหรอ แกนี่มันขี้โม้จริงๆ งั้นต้องงัดเอาฟันแกออกมาสักซี่ สองซี่ จะได้เลิกโม้”
แต่กำนันปราบเข้ามาห้ามไว้ก่อน
“ข้ายังต้องสอบสวนมันต่อ ถ้ามันยังไม่เปิดปากพูดอะไร ข้าจะให้เอ็งซ้อมมันต่อ”

กำนันปราบมองหน้าฟ้าลั่นแล้วยิ้มร้าย

ฟ้าลั่นถูกกำนันปราบเอาเชือกมัดที่ข้อมือข้างหนึ่ง
“แน่ใจนะไอ้ลูกชายว่าเอ็งจะไม่ยอมบอกข้า ว่าเอ็งแอบส่งข่าวอะไรไปบอกพ่อเอ็ง แน่ใจนะว่า เอ็งจะปากแข็ง”
“เออ” ฟ้าลั่นจ้องหน้ากำนันปราบอย่างไม่กลัวเกรง
“ก็ได้ เอ็งเลือกทางนี้เอง”
กำนันปราบยิ้มร้ายแล้วถอยออกมาจากฟ้าลั่น ที่ถูกมัดข้อมือแต่ละข้างด้วยเชือกสองเส้นที่ ผูกไว้กับท้ายรถจี๊ป 2 คัน
“เอ็งยังมีโอกาสพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะไอ้ลูกชาย”
“ถุย”
ฟ้าลั่นถ่มน้ำลายลงพื้น กำนันปราบเลยหันไปที่ชาติซึ่งนั่งอยู่บนรถจี๊ปคันนึงกับลูกน้อง ที่อยู่ บนรถจี๊บอีกคัน เมื่อได้รับสัญญาณทั้งสองคนก็เข้าเกียร์แตะคันเร่งให้รถขยับช้าๆ เชือกเริ่มดึงแขนฟ้าลั่นให้ตึง ฟ้าลั่นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
“ว่าไงไอ้ลูกชาย เอ็งยังจะปากแข็งอยู่อีกมั้ย”
ฟ้าลั่นขบกรามจนเป็นสัน “พ่อข้าจะต้องกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เขาจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้พวกเอ็ง”
“ไอ้ชาติ”
ชาติยิ้มรับแล้วแตะคันเร่งขยับรถไปอีก ฟ้าลั่นเริ่มเจ็บแขนจนจะทนไม่ไหว กำนันปราบหัวเราะสะใจ
“ไอ้ฟ้าลั่น ข้าจะบอกให้ว่าข้าเตรียมหมอที่มีฝืมือพร้อมยาสลบเอาไว้แล้ว ทันทีที่เชือกสองเส้นนี่ กระชากแขนเอ็งขาด เอ็งจะเจ็บปวดทรมานอยู่แป๊บเดียว หมอของข้าก็จะเอายาสลบมาให้เอ็ง แล้วจากนั้นเขาก็รีบ ห้ามเลือด แล้วยื้อชีวิตเอ็งเอาไว้ จนพอเอ็งตื่นขึ้นมา ความเจ็บปวดก็จะค่อยๆเล่นงานเอ็งทีละนิด แต่นั่นก็ยังไม่เจ็บ เท่ากับแขนสองข้างของเอ็งที่ข้าจะเอามาโยนให้หมาแทะต่อหน้าต่อตาเอ็ง จัดการเลยไอ้ชาติ”
ชาติแตะคันเร่งอีกแต่รถยังไม่ทันขยับ ฟ้าลั่นก็ตะโกนลั่น
“ข้าบอกแล้ว ข้ายอม ข้าส่งข่าวให้พ่อข้ารู้ว่าพวกแกกำลังค้นหาถ้ำทองคำ และทันทีที่พ่อข้าเคลียร์ พื้นที่กับระเบิดได้ พ่อข้าก็จะเป็นเจ้าของขุมทรัพย์มหาศาล และผาปืนแตก ก็จะเป็นของพ่อข้าคนเดียว”
กำนันปราบกัดฟันด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะชักมีดออกมา คมมีดคมกริบ

ลายเสือยืนมองลูกน้องใช้เครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดตามพื้นตรงบริเวณดงกับระเบิด ครู่หนึ่ง ลูกน้องก็ตะโกนเข้ามา
“เจออีกลูกแล้วครับนาย”
“ผมไปจัดการเอามันขึ้นมาเองครับนาย”
ไอ้คมอาสา แต่ทอมที่พาวัลภาเข้ามา รีบบอก
“ข้าเองดีกว่า”
ทอมเดินเข้าปที่กับระเบิดแล้วชักมีดพกออกมา ก่อนจะค่อยๆแซะที่พื้นเพื่อค้นหากับดักระเบิด วัลภาที่ถูกไอ้คมคุมตัวเอาไว้และมองพวกมันอย่างสงสัย
“เธอคงอยากรู้ใช่มั้ยว่าทำไมพวกฉันถึงต้องเสี่ยงตายเก็บกู้ดงกับระเบิดพวกนี้”
ลายเสือหันมาถาม
“ก็อยากรู้อยู่แต่ก็ไม่เท่ากับอยากเห็นพวกแกตายเพราะกับระเบิดพวกนี้”
ลายเสือหัวเราะ
“พูดได้ดีจนน่าจะเป็นลูกสาวแท้ๆ ของไอ้ปราบมากกว่าเป็นลูกเลี้ยงของมัน ไอ้ดงกับระเบิดพวกนี้ เป็นของที่เหลือรอดมาจากสมัยสงครามโลก เพราะว่าบ้านผาปืนแตก เป็นพื้นที่เป้าหมายที่พวกทหารญี่ปุ่น กับ พันธมิตรใช้รบกัน”
“ถึงฉันจะไม่ใช่คนผาปืนแตก แต่ก็พอได้ยินมาตลอด ผาปืนแตกเหมือนเมืองต้องคำสาปเพราะมัน ถูก ใช้เป็นสนามรบมาตั้งแต่สมัยโบราณ”
ลายเสือยิ้มร้าย
“เมืองต้องคำสาป มันก็ฟังดูน่ากลัวจนทำให้ไม่มีใครสนใจ แต่ถ้ารู้ว่ามีของดีอะไรซ่อนไว้ล่ะก็ ผาปืนแตกมันจะเป็นยิ่งกว่าเมืองสวรรค์อีก”
“แกหมายความว่ายังไง สิ่งที่พวกแกกำลังค้นหาหลังแนวดงกับระเบิดพวกนี้คืออะไร”
ลายเสือยิ้ม แต่ไม่บอกอะไร พอดีกับที่ทอมเก็บกู้กับดักระเบิดขึ้นจากพื้นได้สำเร็จ ก่อนที่จะถือเดินเข้ามา แล้วโยนให้ไอ้คม
“ยังมีเหลืออีกมั้ย”
ทอมหันมาถามลายเสือ
“รวมที่เก็บกู้ไปกับที่คนของข้าตรวจพื้นที่ละเอียดแล้ว นั่นน่าจะเป็นระเบิดลูกสุดท้าย”
“งั้นก็ถึงเวลาที่จะพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าแหล่งแร่ทองคำขุมทรัพย์มหาศาลนั่นหน้าตาจะเป็นยังไง”
“ใจเย็นๆไอ้ทอม หมากเกมนี้เรากำลังเป็นต่อพวกมันทุกคนอยู่”
ลายเสือหัวเราะชอบใจแล้วสเดินออกไป วัลภาชะงักอึ้ง

“แหล่งแร่ทองคำ?”
 
อ่านต่อเวลา 17.00น.



เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 14 (ต่อ)

กำนันปราบกำลังจะใช้มีดจัดการกับฟ้าลั่น
“เอ็งมันหาเรื่องใส่ตัว แทนที่ข้าจะร่วมมือกับพ่อเอ็ง แบ่งสันปันส่วนขุมทรัพย์พวกนั้น แล้วทำให้ ประเทศนี้ ตกอยู่ในมือด้วยกัน แต่เอ็งกลับคิดหักหลัง”
ฟ้าลั่นแสยะยิ้ม

“อย่าใช้คำพูดนักการเมืองกับพวกข้าเลยดีกว่า เรามันก็โจรด้วยกัน รู้ไส้รู้พุงกันดี แกมันก็คิดแต่จะ ใช้ประโยชน์จากพวกข้า เพราะเห็นว่าพวกข้ากำลังจนตรอก”
ชาติลงจากรถ แล้วตรงมายืนประกบข้างๆ กำนันปราบ “พ่อ ฉันว่าเลิกเจรจากับมันเถอะ รีบจัดการมันแล้วยกพวกไปถล่มพวกที่เหลือของมันดีกว่า หมากำลังจนตรอก ต้องจัดการตอนนี้แหละ”
“อย่าดูถูกพ่อข้านักนะเว้ยไอ้ชาติ ถ้าพ่อข้าไม่มีพิษสง คงไม่มีใครขนานามว่าราชาค้ายาเสพติด 3 แผ่นดินหรอก”
ชาติหันขวับไปจ้องหน้าฟ้าลั่น
“แต่แผ่นดินที่พ่อเอ็งเคยใหญ่มันไม่มีอีกแล้วเว้ย ตอนนี้ เดี๋ยวนี้เหลือแค่ผาปืนแตก แผ่นดินที่ เป็นของพวกข้า ให้ฉันจัดการมันเลยนะพ่อ”
กำนันปราบพยักหน้ารับ ชาติรีบกลับไปที่รถแล้วจะเข้าเกียร์แตะคันเร่ง จู่ๆ ไอ้เชิดก็บิด มอเตอร์ไซค์ ฝุ่นตลบเข้ามา โดยมีลำดวนซ้อนท้ายมาด้วย
“พ่อกำนัน พ่อกำนันหยุดก่อนครับ อย่าเพิ่งฆ่าไอ้ฟ้าลั่น”
ชาติแตะเบรครถ แล้วลงมาถามด้วยความสงสัย
“มีอะไรวะไอ้เชิด”
“พวกไอ้ลายเสือมันส่งคนมาที่บ้าน มันให้คนมาส่งข่าว ตอนนี้พวกมันได้ตัววัลภามาเป็น ตัวประกัน มันก็เลยอยากขอแลกตัวกับไอ้ฟ้าลั่น”
กำนันปราบหันขวับมาที่ชาติทันที
“วัลภาอยู่กับมันเหรอ แสดงว่าวัลภายังไม่ตาย”
“อย่าไปสนใจมันเลยพ่อ กับไอ้แค่ชีวิตของวัลภา ยังไงก็ไม่คุ้มหรอก”
ลำดวนหน้าซีด
“พ่อชาติ น้าขอร้องล่ะ อย่าทอดทิ้งวัลภา ยังไงเขาก็เป็นลูกสาวของน้า พี่ปราบ ฉันขอร้องล่ะ ถ้าฉันไม่ได้เป็นคนไปเจอถ้ำทองคำ ความหวังของพี่ก็คงไม่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้หรอกนะจ๊ะ อย่าทอดทิ้งวัลภาเลย”
กำนันปราบนิ่งคิด ฟ้าลั่นหัวเราะสะใจ
“ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าประมาทพ่อข้า เพราะชื่อราชาค้ายาเสพติด 3 แผ่นดินไม่ตั้งขึ้นเอง เหมือน พวกเอ็งหรอกเว้ย”
กำนันปราบหันไปจิกหน้ามองฟ้าลั่นก่อนจะปรี่เข้าไปซัดหน้ามันหนักๆทีเดียวสลบเหมือด
จากนั้นหันไปผลักลำดวนแล้วเดินออกไป ลำดวนหน้าเสีย

“พี่ปราบ อย่าทอดทิ้งวัลภาเลยนะจ๊ะ ฉันขอร้องล่ะ พี่ปราบ”

อาทิตย์กำลังอัศดงใกล้จะลับขอบฟ้า เสียงร้องของทหารลูกน้องลายเสือ ที่โดนไอ้เสือเชนเล่นงาน ร้องลั่นอย่างเจ็บปวด
ไอ้เสือเชนจับแขนทหารลูกน้องบิดอย่างแรงจนมันร้องครวญครางต่อหน้าต่อหน้าไอ้ก้านที่ถูกจับ มัดเอาไว้
“ถ้าคิดจะอยู่ผาปืนแตก มันก็จำเป็นที่เอ็งต้องรู้จักจอมโจรไอ้เสือ”
ไอ้เสือเชนพูดเสียงเข้ม
“จอมโจรไอ้เสือ ?”
“ใช่ และข้าก็เป็นเสือพันธุ์ดุกว่าที่พวกเอ็งเป็นเยอะ ถ้าเอ็งอยากรู้เอ็งก็จะได้ลอง แล้วมาดูกันว่า เอ็งจะทนได้มากกว่าไอ้ที่สลบไปเมื่อกี้นี้มากน้อยเท่าไหร่”
แววตาไอ้เสือเชนดูร้ายกาจ เสียงหัวเราะลงลำคอดูน่าเกรงขาม ทำเอาไอ้ก้านกลืนน้ำลายเอื๊อก

ฟันกรามที่ชุ่มโชกด้วยเลือดของไอ้ก้าน ถูกไอ้เสือเชนใช้คีมดึงออกมาโยนทิ้งพื้น
“ยอมแล้ว ข้ายอมบอกไปแล้วว่าพวกข้ามีกันทั้งหมดกี่คน มีอาวุธอยู่เท่าไหร่ เอ็งก็ต้องหยุด ทรมานข้าสิเว้ย”
ไอ้เสือเชนหัวเราะลั่น
“นี่น่ะเหรอวะทหารรับจ้างของไอ้ราชาค้ายาเสพติด 3 แผ่นดิน เจอถอนไปแค่ซี่เดียว ก็คายออกมา ซะเกือบหมดแล้ว ยังเหลือในปากแกอีกตั้ง 31 ซี่”
“แต่ข้าไม่มีอะไรจะบอกเอ็งแล้ว”
“มีสิวะ ก็ผู้หญิงที่พวกเอ็งจับตัวไป ตอนนี้เป็นยังไง อยู่หรือตาย แล้วพวกเอ็งทำอะไรกับเธอ”
“เอ็งรู้จักนังนั่นเหรอ” ไอ้ก้านย้อนถาม
“เอ็งมีหน้าที่ตอบคำถามข้า ไม่ได้มีหน้าที่ถาม”
ไอ้เสือเชนใช้มือบีบปากไอ้ก้านให้อ้าออก แล้วชูคีมขึ้นหมายจะถอนฟันอีกซี่
“ข้าบอกแล้ว นังนั่นยังปลอดภัย ไม่มีใครทำอะไรมันแม้แต่ปลายเล็บ เพราะลูกพี่ข้าต้องการ ใช้มันเป็นตัวประกัน”
“ถ้าเอ็งโกหกเอ็งโดนหนักแน่”
“ข้าไม่ได้โกหก นังนั่นยังปลอดภัยอยู่จริงๆ”
ไอ้เสือเชนยิ้มพอใจ ก่อนจะวางคีมแล้วหันมากำหมัดซัดเข้าหน้าอย่างจัง ไอ้ก้านคอตกสลบนิ่ง

ไอ้เสือเดินออกมาที่มอเตอร์ไซค์ไอ้เสือคำราม ก่อนจะดึงผ้าปิดหน้าลง สีหน้าจริงจัง พลันก็ได้ยิน เสียงคนเดินเข้ามาใกล้ ไอ้เสือเชนรีบเอาผ้าปิดหน้าแล้วชักปืนหันขวับกลับไป
“ใครวะ”
เพลิงกับยอดเดินเข้ามาแต่ไอ้เสือเชนยังไม่ลดปากกระบอกปืน“พวกเอ็งสองคนเข้ามายุ่มย่ามผิดที่ผิดทางแล้ว ไสหัวไปให้พ้นก่อนจะโดนลูกปืน”
เพลิงจ้องหน้าไอ้เสือเชนอย่างไม่เกรงกลัว แล้วรีบบอก
“เก็บปืนของเอ็งไปเถอะไอ้น้องชาย เรามันพวกเดียวกันทั้งนั้น”
ไอ้เสือเชนชะงัก “นี่พวกแก”
ยอดหัวเราะขำ “เออ พวกข้ารู้ความจริงแล้วว่าตัวตนที่แท้จริงของจอมโจรไอ้เสือเป็นใคร”
เชนดึงผ้าคาดหน้าออกแล้วหัวเสีย
“แสดงว่าน้าจิกกับน้าแสนไปปากโป้งมาน่ะสิ”
“เขาปากโป้งบอกความลับเพราะศึกครั้งนี้จอมโจรไอ้เสือต้องการกองหนุน”
เพลิงพูดอย่างเป็นห่วง แต่เชนส่ายหัว
“แต่ฉันไม่ต้องการกองหนุน วัลภาเป็นเมียฉัน มันคือหน้าที่ของฉันที่ต้องเสี่ยงชีวิตคนเดียว ไม่ อยากให้ใครไปเสี่ยงด้วย”
เพลิงมองเชนด้วยแววตาจริงใจ
“แต่พี่รักเอ็งกับวัลภาเหมือนน้องในไส้ที่ตามกันมา เวลาพี่เดือดร้อนเอ็งกับวัลภาก็ไม่เคยทิ้งพี่ เพราะฉะนั้นมันไม่มีคำว่าเรื่องของเอ็ง เรื่องของข้า”
“แล้วที่สำคัญ ข้ากับไอ้เพลิงก็มีบัญชีที่ต้องสะสางกับพวกไอ้ลายเสือด้วยเหมือนกัน”
ยอดเห็นเชนทำหน้าสงสัย ก็รีบพูดต่อ
“ก็เพราะพวกมันนี่แหละ ที่ทำให้ไอ้เพลิงถูกเข้าใจผิด จนต้องหนีมาถึงผาปืนแตก”
เพลิงเข้าไปตบบ่าเชน แล้วบีบเบาๆ
“ถึงผาปืนแตกจะไม่ใช่บ้านเกิดของพี่ แต่พี่ก็คิดเอาไว้แล้วว่า ที่นี่จะเป็นเรือนนอนและเรือนตาย เพราะฉะนั้นให้พี่ช่วยเอ็งเถอะไอ้น้องชาย เรามาช่วยกันปกป้องบ้านของเราให้คนที่เรารักกัน”

เชนนิ่งมองเพลิงกับยอดด้วยสีหน้าครุ่นคิด

วัลภาเดินไปเดินมาอยู่หน้าเต๊นท์ แต่ไม่สามารถไปไหนได้ เพราะมีพวกทหารของลายเสือ เดินไปเดินมาตรวจตราบริเวณอยู่ แถมยังถูกพวกมันมองด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ย พอทอมเดินเข้ามา วัลภาเลยรีบบอก
“ถ้าอยากให้ฉันอยู่ที่นี่กับพวกนั้นอย่างปลอดภัย..แกควรจะให้ฉันมีอาวุธไว้ติดตัว มีด หรือปืนก็ได้ ดูสิ ดูสายตาที่พวกมันมองมาที่ฉัน อย่างกับสัตว์ป่ารอจะงับเหยื่ออยู่ตลอดเวลา ขออาวุธให้นติดตัว ฉันจะได้ อุ่นใจ”
ทอมส่ายหน้า “ไม่จำเป็น ไม่มีใครทำอะไรเธอได้ ถ้าเธอไม่คิดหนีและอยู่ใกล้ๆ ฉัน”
ทอมพูดเสร็จก็เดินออกไป ลายเสือเดินเข้ามายิ้มกวนๆ
“เชื่อตามที่ไอ้ทอมมันพูดเถอะ เพราะถ้ามันไม่เห็นเธอเหมือนลูกสาวที่ตายไปแล้วของมันล่ะก็ เธอคงไม่ได้เดินไปเดินมาท่ามกลางพวกนักรบของฉันอย่างสบายๆ หรอก”
ลายเสือพูดจบ ไอ้คมก็เข้ามารายงานว่าไอ้ก้านยังไม่กลับมา ลายเสือสั่งให้เอาคนออกตาม วัลภา เงี่ยหูฟังอย่างสนใจ

ไอ้ก้านกับลูกน้องที่คอพับหมดสติ ถูกจับมัดตัวเอาไว้ด้วยกัน ยอดนั่งเฝ้าอยู่ ครู่หนึ่งเพลิงก็เดินเข้ามาดูพวกมัน
“คืนนี้ข้าเฝ้ายามต่อจากเอ็งให้”
ยอดโบกมือห้าม“ไม่ต้องหรอก ไอ้พวกนี้มันโดนจอมโจรไอ้เสือซ้อมซะสะบักสะบอมหมดฤทธิ์ซ่าไปแล้ว ข้าจะเฝ้า พวกมันเอง เอ็งไปวางแผนกับไอ้เสือเถอะ”
พอเพลิงเดินออกไป ไอ้ก้านก็แอบหรี่ตาขึ้นมามอง ด้วยสีหน้าครุ่นคิด

ชาติสั่งให้ไอ้เชิดกับพวกลูกน้องลากฟ้าลั่น ที่คอพับหมดสติไปขังไว้ กำนันปราบไล่ชาติให้ไปพักผ่อน ลำดวนที่เดินตามหลังมาตลอด น้ำตาคลอเบ้า แต่กำนันปราบไม่สนใจ เดินไปที่ห้องตัวเอง ลำดวนน้ำตา เอ่อ แล้วรีบเดินตามไปอ้อนวอนถึงในห้อง
“พี่ปราบ ฉันขอร้องล่ะ จะชั่วจะดียังไง วัลภามันก็ลูกสาวฉัน”
“แต่เท่าที่ผ่านมา ตั้งแต่ฉันต้องยอมให้วัลภาไปเป็นเมียของไอ้เชน ฉันไม่เคยเห็นเธอจะอบรม สั่งสอนหรือให้วัลภาช่วยหาทางจัดการกับพวกไอ้เชนได้เลยสักครั้ง”
“ฉันพยายามบอกมันแล้ว แต่อยู่ๆมันก็ดันไปรักไอ้เชนเข้าจริงๆ”
กำนันปราบหน้าเหี้ยม
“นั่นไง ในเมื่อลูกสาวเธอเลี้ยงไว้แล้วใช้ประโยชน์มันได้น้อยกว่าใช้หมา ก็ถึงเวลาต้องตัดหาง ปล่อยวัด”
ลำดวนพยายามอ้อนวอน แต่กำนันปราบไม่ฟังเสียง ลำดวนถึงกับน้ำตาเล็ด

ชาติเดินมาที่หน้าห้องซึ่งใช้ขังฟ้าลั่น เห็นไอ้เชิดเพิ่งจะเอาฟ้าลั่นเข้าไปมัดเอาไว้กับเก้าอี้ในห้อง แล้วเดินออกมา เนื้อทองแอบยืนดูอยู่ห่างๆหลบอยู่ข้างหลังเสาด้วยความอยากรู้
“จับตาดูมันไว้ให้ดี แล้วพรุ่งนี้ค่อยลากมันออกไป”
“ตกลงว่านายจะไม่แลกตัวมันกับวัลภาเหรอครับพี่ชาติ” ไอ้เชิดถามย้ำ
“ชีวิตนังวัลภามันไม่มีค่าตั้งแต่วันที่มันเลือกไปเป็นเมียไอ้เชนแล้ว”
เนื้อทองที่แอบดูอยู่ได้ยินก็ตกใจ จังหวะเดียวกับที่ชาติหันไปเห็นพอดี เนื้อทองรีบอ้างว่าจะมาตามชาติไปนอน ชาติลากเนื้อทองให้เดินออกไปพร้อมกัน
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องนอนตามลำพัง เนื้อทองขอให้ชาติช่วยพูดกับพ่อกำนันปราบ ให้เปลี่ยนใจไป ช่วยวัลภา ชาติโมโห เพราะคิดเลยไปถึงว่าเนื้อทองกับเชนยังติดต่อกันอยู่
“เอ่อ ก็พวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน แล้วจะไม่ให้เจอหน้ากันได้ยังไง”
ชาติคว้าข้อมือเนื้อทองมาบีบทันที
“แต่ฉันว่าเธอกำลังคิดไม่ซื่อกับฉันมากกว่า”
ชาติกระชากแขนเนื้อทองไปที่หัวเตียง แล้วอากุญแจมือมาล็อกข้อมือ เนื้อทองพยายามขอร้องให้ปล่อย แต่ชาติไม่ฟัง

เชนยืนสีหน้าครุ่นคิดอยู่บริเวณกองไม้ เมื่อเพลิงเดินเข้ามา เชนก็รีบบอกว่าถึงลายเสือจะไม่ทำอันตรายวัลภา เพราะต้องการใช้เป็นตัวประกัน แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี เพลิงจึงมั่นใจว่าโจร 2 แก๊งนี่ กำลังขัดแย้งกันเอง
ยอดเดินเข้ามาพอดี เพลิงรีบหันมาถาม
“แล้วไอ้พวกนั้นเป็นยังไงบ้าง”
“มันยังหมดสติอยู่ ข้าก็เลยออกมายืดเส้นยืดสาย”
เพลิงหน้าเครียด “เอ็งไม่ควรประมาทพวกนั้น”
พูดแล้วก็รีบเดินย้อนกลับเข้าไปข้างในอย่างไม่ไว้ใจ เชนกับยอดรีบตาม แต่ปรากฏว่าพวกไอ้ก้านหนีไปแล้ว เชนรีบบอกให้ตามไป

ไอ้ก้านกับทหารลูกน้องพยายามวิ่งหนี แต่ลูกน้อง ที่บาดเจ็บไปไม่ค่อยไหว ยอดที่วิ่งตามมาจนทัน เขวี้ยงขวานพุ่งมาปักที่ต้นไม้เฉียดหน้าไอ้ก้านไปนิดเดียว

ไอ้ก้านเห็นยอดก็ตกใจ ยอดกำหมัดปรี่เข้าไปใส่ แต่ไอ้ก้านไม่อยากปะทะด้วย ก็เลยผลักทหาร ลูกน้องให้สู้กับไอ้ยอดแทน ก่อนจะฉวยโอกาสวิ่งหนี

วัลภาเดินเข้ามาหยุดมองดูทอมที่กำลังซ้อมเชิงมวยกับพวกทหารที่ยังเหลือเฝ้าแคมป์ พลางจับจ้องไปที่เข็มขัดของไอ้ทอมซึ่งมีมีดพกเสียบอยู่ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ทอมกำลังซัดกันนัว เดิน เลียบๆเคียงๆ เข้าไปใกล้ พยายามเอื้อมแตะไปที่มีดพก จังหวะนั้นทอมหันมาทางเธอ วัลภาเลยชะงักถอยห่างออกมาจาก แล้วทำเหมือนไม่มีอะไร

ไอ้ก้านวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมา แต่ก็ต้องชะงักกึกเมื่อเจอเพลิงยินพิงต้นไม้ดักรออยู่
“อย่าคิดว่าหนีไอ้ยอดมาได้แล้วจะไม่โดนคิดบัญชีนะ ไอ้ก้าน”
ก้านหน้าเสียแต่ทำเป็นใจสู้
“ไอ้เพลิง เอ็งมันก็พวกขี้ขลาดตาขาว แน่จริงทำไมต้องโกหกว่าตาย แล้วหลบมากบดาน อยู่ที่นี่ ด้วยวะ”
“เพราะตอนนั้นข้าไม่อยากให้ชีวิตข้าต้องอยู่ในมือพวกรกโลกอย่างพวกเอ็ง ชีวิตข้ามันมีค่าที่ ต้องทำเรื่องอื่นมากกว่า”
ไอ้ก้านยิ้มเหยียด
“งั้นที่หนีมาก็เสียเปล่า เพราะยังไงเอ็งก็หนีไม่พ้นพวกข้าอยู่ดี”
เพลิงมองเหยียดกลับ
“ที่หนีไม่พ้นน่ะ คงไม่ใช่ข้าหรอก แต่เป็นพวกเอ็งต่างหากที่ตามมาเหยียบถิ่นของข้า เพราะบ้าน ผาปืนแตกเป็นบ้านของข้าไปแล้ว”
เพลิงจ้องหน้าเอาเรื่องแล้วเดินตรงดิ่งเข้าหา ไอ้ก้านกลืนน้ำลายเอื๊อก ไอ้ก้านโดนเพลิงเล่นงานไปหลายหมัดจนสะบักสบอม เพลิงกระชากคอเสื้อขึ้นมา
“พวกเอ็งมากร่างผิดที่แล้ว รู้ไว้ซะด้วย”
เพลิงกำลังจะง้างหมัด แต่ทันใดนั้นเสียงปืน ก็ดังขึ้น กระสุนเฉี่ยวเพลิงไปนิดเดียว เพลิงหันขวับไป ก็เห็นไอ้คมกับพวกทหารโผล่เข้ามา
เพลิงกัดฟันเจ็บใจ เพราะครั้งสุดท้ายเจอไอ้คมเล่นงานไปแล้วสู้ไม่ได้ พวกมันยกปืนจะยิงใส่เพลิง ทันใดนั้นจอมโจรไอ้เสือก็บิดมอเตอร์ไซค์ไอ้เสือคำรามเข้ามาแล้วยิงปืนกลใส่ไม่ยั้ง พวกไอ้คมกระโจนหลบ กันเป็นพัลวัล
ไอ้เสือเชนบิดมอเตอร์ไซค์เข้าไปรับเพลิงให้ซ้อนท้ายแล้วพาออกไปด้วยกัน ไอ้คมมองตามอย่างเจ็บใจ

ทอมซัดทหารลูกน้องลายเสือ จนอยูหมัด พวกมันยกมือยอมแพ้ ทอมเดินกลับมาที่วางเข็มขัด เตรียมจะหยิบขึ้นมาคาดเอว แต่กลับพบว่ามีดพกที่เหน็บอยู่กับเข็มขัดหายไป ทอมคิ้วขมวดสงสัย

วัลภาแอบซุ่มอยู่หลังต้นไม้ใกล้กับเต๊นท์ของลายเสือ มือกำมีดพกของทอมเอาไว้แน่น พลางปรายตาเห็นลายเสือกำลังยืนคุยอยู่กับลูกน้อง
ลายเสือคุยกับลูกน้องเสร็จก็แยกกันแล้วจะเดินเข้าไปเต๊นท์ วัลภาแอบย่องตามไปข้างหลังแล้ว เงื้อมีด แต่ลายเสือหันขวับมาพอดี วัลภาจ้วงแทงพลาดไปเฉียดฉิว ลายเสือโกรธจู่โจมเข้าใส่ แต่วัลภาใช้มีดอย่าง คล่องแคล่ว ตวัดไปมาสลับจ้วงแทงทำให้ลายเสือเข้าไม่ถึงตัว
ลูกน้องของลายเสือโผล่เข้ามาจะช่วยนายแต่เจอวัลภาตวัดมีดใส่บาดแขนได้เลือดอาบ
ลายเสืหลอกล่อให้วัลภาพลาดท่าจ้วงแทง แล้วมันก็จับมือกระชากมาตบหน้าแรงๆ ทันที วัลภาเสียหลักล้มทั้งๆ ยังกำมีดในมือ ลายเสือได้โอกาสชักปืนขึ้นแล้วจะยิง แต่ระหว่างนั้นไอ้ทอมเข้ามา
“หยุด ฉันจัดการเธอเอง”
พอลายเสือหันไปทางทอม วัลภารีบฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีออกไปในป่าข้างทาง ลายเสือรีบสั่งให้ลูกน้องตาม แต่มันกลับยืนหน้าซีด พลางเอามือกุมแขนที่โดนวัลภาใช้มีดพกฟันจนเลือดอาบ แต่แล้วอยู่ๆเลือดของมัน ก็กลายเป็นสีดำแล้วล้มลงไป ลายเสือตกใจ ทอมรีบอธิบายว่ามีดนั้นอาบยาพิษเอาไว้ . ทอมรีบตามวัลภาไป ลายเสือหันมามองลูกน้องที่โดนพิษเข้าไปแล้วเริ่มชักกระตุกน้ำลายฟูมปาก ก่อนจะตายคาที่

ไอ้เสือเชนบิดมอเตอร์ไซค์ไอ้เสือคำรามเข้ามาจอด ก่อนจะดึงผ้าคาดหน้าลงมาอยู่ที่คอ
“ไอ้หมอนั่นใช่มั้ยที่ชื่อคม เขี้ยวพยัคฆ์ คู่แค้นของพี่บึ้ก”
เพลิงพยักหน้า
“ใช่ มันหมายหัวจองเวรฉันมาตลอด ทำให้ฉันต้องหนีมาที่ผาปืนแตก”
“ถ้าเราคว่ำมันไม่ได้ เราก็คงบุกไปช่วยวัลภาไม่ได้ งั้นก็ต้องถึงเวลาเปิดหน้าไพ่เล่นให้หมดหน้าตัก ฉันจะช่วยพี่แก้แค้นมัน”
เพลิงรีบห้าม
“ไม่ต้องหรอกเชน พี่ว่านี่เป็นโอกาสดีที่เอ็งจะบุกไปช่วยวัลภา”
“แต่พี่จะอยู่รับมือมันได้เหรอ คราวที่แล้วยังเกือบตาย”
“ถ้าพี่ต้องตายเพราะมือโจร พี่จะไม่ยอมตายคนเดียวหรอก ยังไงก็ต้องลากพวกมันไปสู้กันต่อ ในนรก”
เชนโยนกุญแจไอ้เสือคำรามให้
“งั้นพี่ต้องใช้ตัวช่วย ลุยให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย”
เพลิงมองหน้าเชนอย่างเป็นห่วง
“แล้วเอ็งล่ะ ถ้าจะเปิดหน้าเป็นไอ้เชน พนัญเชิงไปลุยกับพวกมัน พี่ไม่แนะนำ พี่อยากให้เอ็งเป็น จอมโจรไอ้เสือเข้าไปลุย เพราะถ้าพวกมันไม่รู้ว่าเอ็งเป็นใครหรือต้องการอะไร มันก็ไม่รู้ว่าเอ็งวางแผนอะไร”
“ขอบใจมากพี่บึ้ก เห็นซื่อๆ นิ่งๆที่ไหนได้ ขงเบ้งชิดซ้ายเลยนะเนี่ย”
เพลิงพยักหน้ารับแล้วจับมือกับเชนอย่างลูกผู้ชาย

“งั้นเอ็งต้องพาวัลภากลับมาให้ได้แล้วห้ามตายเด็ดขาด”

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 14 (ต่อ)

วัลภาวิ่งหนีอยู่ในป่าแล้วล้มลง พอลุกขึ้นได้ ก็ได้ยินเสียงคนไล่ตามหลัง วัลภาหันขวับไปแล้วเจอ ทอมเข้ามายืนขวาง
“อย่าทำให้ฉันโกรธ ฉันเตือนแล้ว”
วัลภามือมีดขู่

“ถึงแกจะเคยช่วยชีวิตฉัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องยอมฟังแก ยังไงแกก็เป็นพวกมัน หลบไป”
วัลภากวัดแกว่งมีดในมือไม่ให้ทอมเข้าใกล้ แต่ทอมก็เดินเข้าหาเธออย่างไม่กลัวเกรง วัลภาเลยปรี่เข้าไปจ้วงแทง ทอมไม่หลบกลับยืนเฉย เพียงแค่ใช้มือเดียวก็จับข้อมือวัลภาเอาไว้ก่อนที่มีดจะถึงตัวได้อย่าง ง่ายดาย วัลภาถึงกับชะงัก พยายามจะออกแรงแทงแต่สู้แรงไม่ได้ ทอมใช้ฝ่ามือตบหน้าทีเดียว วัลภาเซล้มลงไปนอนแน่นิ่ง
ทอมนิ่งมองวัลภาที่หมดสติแล้วจะเข้าไปช้อนตัวอุ้มขึ้น ทันใดนั้นวัลภาก็ลืมโตขึ้นแล้วอาศัย จังหวะนี้เองใช้มีดพกยังกำอยู่ในมือแทงเข้าไปที่หัวไหล่มันอย่างแรง ทอมชะงัก วัลภารีบผละออกมา
ทอมอึ้งตะลึงมองมีดที่ปักอยู่ตรงหัวไหล่ แล้วค่อยๆดึงออกมาช้าๆ เลือดไหลออกมาจากปากแผล ด้วยสีหน้าเจ็บปวด วัลภารีบใช้โอกาสนี้วิ่งหนีไปทันที ทอมจิกหน้าเจ็บใจ พลางกำหมัดแน่น แล้วร้องตะโกนลั่น อย่างโกรธแค้น

พวกลูกน้องของกำนันปราบกำลังเตรียมอาวุธปืนหลายกระบอก รวมทั้งระเบิดและยุทธโทปกรณ์ พร้อมลุยเต็มที่ ครู่หนึ่งไอ้เชิดก็เดินเข้ามารายงาน
“นายครับ คนของเราที่ส่งไปดูลาดเลาที่แคมป์ของพวกไอ้ลายเสือเอาข่าวมาบอกครับ ตอนนี้ที่ แคมป์ของพวกมันกำลังวุ่น ไอ้ก้านหายตัวไปต้องส่งไอ้คมออกตาม ส่วนวัลภาก็เล่นงานคนของพวกมันแล้วกำลัง พยายามหาทางหนีออกมา”
ชาติยิ้มเหี้ยม“งั้นไอ้ฟ้าลั่นก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บมันเอาไว้แล้ว ให้ฉันจัดการปิดปากมันแล้วค่อยไปถล่มพ่อ มัน”
กำนันปราบตบบ่าลูกชายอย่างพอใจ

ฟ้าลั่นพยายามจะขยับมือแก้มัดเชือกที่มัดตัวเองอยู่กับเก้าอี้ ระหว่างนั้นลำดวนก็เดินเข้ามาท่าทางลับๆล่อๆ
“นี่พวกมันดูถูกฉันถึงขนาดส่งผู้หญิงรุ่นแม่เข้ามาเล่นงานฉันเลยเหรอ มากไปแล้ว”
“เงียบๆหน่อยได้มั้ย ถ้าผัวฉันรู้ว่าฉันเข้ามาในนี้ แกจะหมดทางเลือกที่จะมีชีวิตรอด”
“หมายความว่ายังไง” ฟ้าลั่นย้อนถาม
“นั่นมันอยู่ที่แกกับฉันจะคุยเรื่องข้อตกลงกันได้มั้ย”
ฟ้าลั่นนิ่งมองลำดวนอย่างสงสัย

ชาติเดินเข้ามาถึงใกล้ๆบริเวณห้องที่ขังฟ้าลั่นเอาไว้ เห็นพวกลูกน้องกำลังนั่งกินข้าวกันอย่าง เอร็ดอร่อย พวกมันบอกว่าลำดวนเอาข้าวมาเลี้ยง เพราะเห็นอยู่เวรยามทั้งวันทั้งคืน“แล้วตอนนี้เมียพ่อฉันอยู่ไหน”
“อยู่ข้างในกับไอ้ฟ้าลั่นครับ เห็นบอกว่าจะเอาข้าวไปให้มันกิน”
ชาติตบหัวลูกน้อง “ไอ้พวกโง่เอ้ย”
จากนั้นก็ชักปืนแล้วรีบไปที่ห้องขัง แต่ต้องชะงักเมื่อเจอฟ้าลั่นจับลำดวนเป็นตัวประกัน มีปืนจ่อ อยู่ที่หลัง
ชาติกำปืนเจ็บใจยอมถอยเปิดทางให้ฟ้าลั่นคุมตัวลำดวนพาออกไปด้วยกัน

กำนันปราบยืนดูไอ้เชิดกับพวกลูกน้องขนอาวุธยุทธโธปกรณ์ขึ้นไปไว้ที่ท้ายรถจี๊ป ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้น ทุกคนหันขวับไป ก็เห็นฟ้าลั่นใช้ปืนคุมตัวลำดวนออกมา พวกไอ้เชิดรีบชักปืน แต่กำนันปราบ สั่งห้าม
“อย่า เดี๋ยวลำดวนโดนลูกหลง”
ชาติวิ่งตามเข้ามา “พ่อ จะปล่อยให้มันหนีไปไม่ได้นะ”
กำนันปราบหันมาทางฟ้าลั่น
“ไอ้ฟ้าลั่น เอ็งหนีไม่รอดหรอก วางปืนแล้วมาคุยกันดีกว่า”
“พวกเอ็งคิดจะฆ่าข้าอยู่แล้ว แล้วมันจะมีเรื่องอะไรให้ต้องคุยอีก”
ฟ้าลั่นใช้มือบีบต้นคอลำดวนอย่างแรง
“พวกแกเห็นแล้วใช่มั้ย ทีนี้ก็หลบไปได้แล้ว หลบสิเว้ย”
ฟ้าลั่นรีบพาลำดวนไปที่รถจี๊ปซึ่งสตาร์ทเครื่องเอาไว้แล้ว พลางผลักลำดวนลงพื้น แล้วยิงปืนขู่ จากนั้นก็ขับรถพุ่งออกไปทันที
ชาติกับไอ้เชิดและพวกวิ่งไล่ตามแล้วระดมยิงไล่หลัง กำนันปราบขบกรามด้วยความเจ็บใจ

ผู้กองสมานนั่งอยู่กับเอื้อมเดือนอยู่ที่สุขศาลา เอื้อมเดือนยืนยันว่าอย่างไรก็ไม่มีวันออกจากผาปืนแตกแน่ ครู่หนึ่งครูประสิทธิ์ก็เข้ามา
“ผู้กองสมานครับ หลวงพ่อมีเรื่องอยากปรึกษากับผู้กอง”

ผู้กองสมานมองอย่างสงสัย

หลวงพ่อสินกับครูประสิทธิ์มองมาที่ผู้กองสมาน สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล จนผู้กองสมานรู้สึก แปลกใจ
“หลวงพ่อกับครูมีเรื่องอะไรเหรอครับ ดูท่าทางสีหน้ากังวล”
ครูประสิทธิ์ถอนหายใจ
“เพราะเรื่องที่หลวงพ่อให้ผมไปตามผู้กองมาเป็นเรื่องสำคัญมาก”

ก่อนที่จะขอคำมั่นจากผู้กองสมาน ว่าถ้ารู้เรื่องจะต้องร่วมเป็นร่วมตายช่วยปกป้องผาปืนแตก เอาไว้ด้วยกัน
หลวงพ่อสินพูดขยายความต่อ
“เพราะผาปืนแตกไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของผู้กอง การจะทำให้ผู้กองมาสละชีวิตปก\ป้อง มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าผู้กองยังเป็นคนที่ศรัทธาในความดีอยู่ล่ะก็ หลวงพ่อก็เชื่อว่าไว้ใจคนไม่ผิด”
“ถ้าเราเกิดมาแล้วไม่ศรัทธาต่อความดี ชีวิตนี้ก็ไม่สมควรเกิดมาเป็นคน ควรเกิดไปเป็นสัตว์ เดรัจฉานเพราะมันไม่รู้จักแยกแยะชั่วดี”
คำพูดของผู้กองจริงจังขึงขังจนทำให้หลวงพ่อสินกับประสิทธิ์มั่นใจมากขึ้น
“งั้นหลวงพ่อจะบอกให้ว่าอะไรคือต้นเหตุที่ทำให้พวกกำนันปราบกับพวกลายเสือต้องการฮุบ ผาปืนแตกเอาไว้ และถ้าพวกมันทำสำเร็จ อนาคตก็คงจะมืดมน”
“อะไรเหรอครับหลวงพ่อ”
“เหมืองแร่ทองคำ ขุมทรัพย์มหาศาลที่ซ่อนตัวอยู่ในผาปืนแตก”

ยอดเล่นงานลูกน้องไอ้ก้านจนน่วม แต่มันกลับเล่นสกปรกทำเป็นฟุบนิ่ง แล้วฉวยโอกาสกำทราย ปาใส่หน้า แล้วเล่นงานยอดคืน ด้วยการคว้าขวานขึ้นมาจะฟัน
เสียงปืนดังขึ้น ลูกน้องไอ้ก้านตายคาที่ ด้วยฝีมือของผู้กองสมาน ที่รีบปราดเข้ามาประคองยอดที่ยังงงไม่หายที่ผู้กองสมานมาช่วย
“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันกับแกมีศัตรูร่วมกันอยู่”
“ถึงจะมีศัตรูร่วมกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าที่ผู้กองช่วยผมวันนี้จะกลายเป็นหนี้บุญคุณ”
ผู้กองสมานส่ายหน้า
“ฉันก็ไม่ได้อยากจะมาเรียกร้องบุญคุณอะไรกับแกหรอก แค่ไม่อยากให้แกตาย เพราะยังมีภาระ สำคัญที่ต้องทำตามที่หลวงพ่อบอกมา ไปตามไอ้เพลิงก่อนแล้วฉันจะบอกทีเดียว”

ไอ้คมกับไอ้ก้านและพวกลูกน้องยกกำลังเข้ามาควานหาตัวเพลิง โดยแกะรอยจากล้อ
มอเตอร์ไซค์เข้ามา พวกลูกน้องทหารแยกกันออกไปกระจายกำลังพร้อมอาวุธปืนครบมือ ส่วนไอ้คมกับไอ้ก้านจู่ๆ ก็เกิดแตกคอกันเอง
“เอ็งมันดีแต่หาเรื่องเดือดร้อนมาให้นาย ศึกใหญ่กำลังต้องรับมือ แต่กลับไปลากเอาพวก นั้นมาทำให้ยุ่งยากเข้าไปอีก”
ไอ้คมตงาดใส่หน้า ไอ้ก้านหน้าเจื่อนพลางบอกว่าจะไปขอโทษลายเสือเอง
“ก่อนจะไปขอโทษนาย เอ็งบอกมาก่อนดีกว่ามันจับเอ็งไปแล้วทำไมถึงไม่ฆ่าเอ็ง”
ไอ้ก้านอึกอัก
“มันพยายามจะบังคับให้ข้าบอกว่าพวกเรามีกันอยู่เท่าไหร่ แต่ข้าไม่พูดพวกมันก็เลยทรมานข้า”
“แล้วตกลงเอ็งพูดรึเปล่า”
ไอ้คมคาดคั้น ไอ้ก้านหลบตาวูบ
“ข้าไม่ได้พูด ไม่ได้พูดอะไรเลย”
ไอ้คมขยับมีดเข้าไปที่คอแล้วกดลงไปแรงๆ
“ข้าทรมานพวกปากแข็งมาเยอะ อย่าคิดว่าข้าจะดูไม่ออกว่าเอ็งกำลังพยายามโกหกอยู่ ไอ้ก้าน” ไอ้ก้านเริ่มหน้าเสีย แต่ยังไม่ทันจะพูดะไรต่อ ลูกน้องก็เข้ามาตาม
“เจอรอยของพวกมันแล้วพี่คม”
ไอ้คมพยักหน้ารับแล้วหันมาที่ไอ้ก้าน
“ถ้าเอ็งไม่ได้ปากโป้ง เอ็งก็ต้องพิสูจน์”

ไอ้คมกับไอ้ก้านตามลูกน้องเข้ามาอีกด้านของทุ่งหินอย่างระมัดระวัง ไอ้คมหันไปสั่งไอ้ก้าน ให้ออกไปเดินดู
“ข้าคนเดียวเหรอวะ”
“เออ”
ไอ้คมโยนปืนเอ็ม 16 ให้แล้วผลักไอ้ก้านให้เดินออกไป ท่ามกลางทุ่งหินที่มีเสาหินเป็นที่หลบมุม มากมาย
ไอ้ก้านถือเอ็ม 16 เดินลุยเดี่ยวอึดใจก็ได้ยินเสียงแปลกๆ หลังก้อนหินไม่ไกลจากตัวเท่าไหร่ มันรีบหันปากกระบอกปืนเอ็ม 16 แล้วลั่นไกใส่ทันที กระสุนนับสิบพุ่งใส่จนกองหินกระจุย ก่อนจะเดินเข้าไปดูอย่างย่ามใจ แต่กลายเป็นไปเหยียบกับดักซึ่งเป็นเชือกบ่วงบาศก์อยู่ตรงพื้น เมื่อเชือกถูกดึงตึงรัดข้อเท้าของมัน ปลายเชือก ก็ดึงไปที่ท้ายรถมอเตอร์ไซค์ไอ้เสือคำรามที่เพลิงจอดซุ่มอยู่หลังกองหินอีกกองหนึ่ง
เพลิงกดปุ่มยิงปืนกลที่ติดอยู่หน้ามอเตอร์ไซค์ ลูกปืนพุ่งใส่พวกไอ้คมจนกระโจนหลบแทบไม่ทัน จากนั้นเพลิงก็บิดคันเร่งแล้วกระชากลากตัว
ไอ้ก้านไปตามพื้นออกไปทันที ไอ้คมกับพวกยิงไล่หลัง

ล้อมอเตอร์ไซค์ไอ้เสือคำรามหยุดนิ่งที่อีกด้านหนึ่งของทุ่งหิน เพลิงลงจากรถ พลางกระชากตัวไอ้ ก้าน ที่เนื้อตัวถลอกปอกเปิกเพราะโดนลากมาตลอดทางขึ้นมา
“ข้ายอม ข้ายอมแล้ว” ไอ้ก้านระล่ำระลัก
“แค่นี้ก็ยอมแล้ว มันจะง่ายไปรึเปล่าไอ้ก้าน ทั้งๆที่พวกเอ็งขายยาเสพติดทำลายชีวิตคนบริสุทธิ์ ไปเป็นพันเป็นหมื่น”
เพลิงกระชากคอเสื้อ แล้วยัดมีดพกใส่มือให้ไอ้ก้าน
“ข้าจะให้โอกาสเอ็งสู้ เข้ามา แล้วข้าจะสั่งสอนเอ็งให้สาสมกับความชั่วร้ายของพวกเอ็ง”
ไอ้ก้านรับมีดพกมาได้ก็รีบจ้วงแทง แต่เพลิงฉากหลบอย่างง่ายดาย ก่อนที่จะอัดหมัดหนักๆ จนมันน่วม และสุดท้ายก็จับแขนมาหักดัง..กร่อบ !!! ไอ้ก้านร้องดังด้วยความเจ็บปวด
“แค่นี้มันไม่เจ็บหรอกไอ้ก้าน คนบริสุทธิ์ที่ต้องตกเป็นเหยื่อ ตกเป็นทาสยานรกของพวกเอ็ง เขา เจ็บปวด ทรมานมากกว่านี้หลายร้อยหลายพันเท่า”
เพลิงบิดแขนไอ้ก้านอีกข้างจนหัก…กร่อบ !
ไอ้ก้านยิ่งร้องเจ็บปวดทรมาน เพราะแขนมันหักทั้ง 2 ข้าง
“ข้ายอมแล้ว จะลากข้าไปติดคุกติดตะรางข้าก็ยอมแล้ว แต่อย่าฆ่าข้าเลย”
“สำนึกผิดเพราะจนมุมสู้ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าสำนึกผิดเพราะตัวเองทำเรื่องเลวๆ เอาไว้ยังไง แบบนี้ มันน่า..”
เพลิงเงื้อมีดขึ้นมาแล้วชะงักหยุดกลางอากาศเพราะฉุกคิดได้จึงลดมือลง แล้วเข้าไปกระชาก ตัวมันให้ลุกขึ้น
เสียงปืนดังมาแต่ไกล ไอ้ก้านสะดุ้งตัวเฮือกใหญ่ก่อนจะก้มมองตัวเองที่ถูกกระสุนยิงจนพรุน มันเงยหน้ามองไอ้คม ที่เป็นคนลั่นไกยิงด้วยสายตาเคียดแค้น
“หมารับใช้เมื่อมันหมดประโยชน์ ก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไป”
ไอ้คมยิงอีกนัด คราวนี้กระสุนตัดขั้วหัวใจ ไอ้ก้านตายคาที่ต่อหน้าต่อตาเพลิง จากนั้นก็เหนี่ยวไกจะยิงใส่เพลิง ทันใดนั้นเสียงบิดมอเตอร์ไซค์ก็ดังเข้ามาพร้อมกับเสียงปืนดังรัว ยอดบิดมอเตอร์ไซค์เข้ามาโดยมีผู้กองสมานซ้อนท้ายแล้วยืนข้างหลัง ใช้สองมือยิงปืนใส่พวก ไอ้คมไม่หยุด พวกไอ้คมโดนตลบหลังก็แตกกระเจิง เพลิงรีบฉวยโอกาสกระโจนไปที่ไอ้เสือคำรามแล้วยิงใส่พวกมันด้วยชุดปืนกล พวกไอ้คมกลาย เป็นฝ่ายเสียเปรียบ สุดท้ายต้องล่าถอย ทิ้งศพไอ้ก้านให้นอนตายอย่างโดดเดี่ยวน่าสมเพช

วัลภาวิ่งล้มลุกคลุกคลานหนีการตามล่าของไอ้ทอมอย่างตื่นตระหนก ทอมไล่ตามมาทัน แม้ว่ามันจะโดนมีดอาบยาพิษเข้าไป แต่ก็ยังมีเรี่ยวแรงเหลืออยู่บ้าง
ทอมตรงเข้าไปกระชากตัววัลภา ที่ร้องลั่นและขัดขืนสุดแรง ทั้งเตะทั้งต่อย แต่ก็ทำอะไรมันไม่ได้ ซ้ำโดนทอมตบฉาดเข้าที่หน้าจนเลือดออกปากซิบๆ
ทอมจะเดินเข้าไปจิกผม แต่บาดแผลที่ถูกมีดอาบยาพิษแทงก็แสดงอาการ เลือดสีดำไหลออกมา ทอมเข่าทรุด สีหน้าเจ็บปวด ร้องครวญครางลั่นป่า วัลภาตกในที่เห็นอาการผิดปกติและเลือดสีดำที่ไหลออกจากบาดแผล
“มีดที่ฉันแทงแก มันเป็นมีดอาบยาพิษใช่มั้ย”
“เธอทำให้ฉันโกรธ โทษคือตาย”
ทอมฮึดจะลุกขึ้นอีก วัลภาเลยฟาดไม้เข้าหน้าอีกทีแรงๆ แต่ทอมกลับยกมือขึ้นรับท่อนไม้ไว้ แล้ว กระชากออกจากมือ จากนั้นก็ค่อยๆ ยันเข่าลุกขึ้น แล้วล้วงกระเป๋าข้างเอว หยิบเข็มฉีดยาถอนพิษขึ้นมา แล้วฉีด เข้าที่คอตัวเองทันที
วัลภาสะดุ้งโหยงด้วยความหวาดเสียว จากนั้นสีหน้าของทอมก็ค่อยๆดีขึ้นทีละนิด
“ข้าคือปีศาจอสรพิษ ข้าไม่มีวันตายเพราะยาพิษของข้าเองหรอก”
ทอมค่อยๆลุกขึ้นยืนแสยะยิ้มร้าย วัลภาหน้าเสีย แล้วรีบวิ่งหนีไปทันที

ไอ้เสือเชนบุกมาถึงแคมป์ของลายเสือ ยิงลูกน้องกระเด็นไปหนึ่งคน ลายเสือยิงสวนกลับ ไอ้เสือเชนกระโจนหลบอย่างสวยงาม แล้วยิงสวนกลับไปด้วยปืนเขี้ยวไอ้เสือ ลายเสือเห็นท่าไม่ดีปล่อยให้ลูกน้องรับมือ แล้วรีบฉากหลบไป

ลายเสือวิ่งเข้ามาที่โต๊ะวางอาวุธกำลังจะเอาปืนเอ็ม 16 ขึ้นมาใส่แม็กกาซีน แต่ช้ากว่าไอ้เสือเชน ที่ตามเข้ามาแล้วยิงปืนขู่
“ถ้าคิดว่ามาผาปืนแตกแล้วจะเจอแต่พวกกะโหลกกะลาให้แกเข้ายึดได้ง่ายๆล่ะก็ แกลองไปถาม ไอ้กำนันปราบดูว่าทุกวันนี้ทำไมมันถึงต้องกลัวจอมโจรไอ้เสือ ถึงจะเป็นเสือ แต่เป็นเสือที่ยืนอยู่ฝั่งความถูกต้อง ความดุดันก็เลยต้องหนักกว่า เพราะข้าเป็นเสือที่คอยล่าโจรอย่างพวกแกอีกที”
ไอ้เสือเชนยกปืนแล้วยิงใส่ทันที ลูกปืนสองนัดจากปากกระบอกปืนลำกล้องคู่ พุ่งออกมาตรงไป ที่ลายเสือ ลูกกระสุนเฉี่ยวแก้มสองข้างของลายเสือจนได้เลือดซิบๆ ลายเสือถึงกับอึ้ง พลางจะฉวยโอกาสคว้าปืน บนโต๊ะสู้ แต่ไอ้เสือเชนไวกว่าลั่นไกอีกเปรี้ยง ปืนบนโต๊ะโดนยิงกระจุย ลายเสือชะงัก
“ก็บอกแล้วไงว่าอย่าท้าทาย รีบไปให้พ้นจากที่นี่แล้วปล่อยผู้หญิงที่แกจับตัวมา เร็ว”

“ไอ้โจรกระจอกเอ้ย ข้าไม่กลัวเอ็งหรอกเว้ย เอ็งจะไม่ได้อย่างที่เอ็งเรียกร้อง เพราะข้าจะเป็นคน ไล่ล่าเอ็งไม่ให้มีชีวิตอยู่ในผาปืนแตกอีกต่อไป”

ไอ้เสือเชนเหนี่ยวไกจะยิง แต่กลับมีเสียงปืนดังเข้ามาเป็นชุด ไอ้เสือเชนกระโจนหลบไปได้แบบเฉียดฉิว
ฟ้าลั่นขับรถจี๊ปเข้ามาแล้วใช้อาวุธปืนที่ได้มาจากพวกกำนันปราบยิงใส่
ไอ้เสือเชนจำเป็นต้องวิ่งหนีออกไป ฟ้าลั่นถือปืนกราดยิงไล่ตาม แต่ลายเสือสั่งให้หยุด
“พอได้แล้วฟ้าลั่น ช่างหัวมัน ไว้ค่อยตามล่ามันทีหลัง”

ฟ้าลั่นยื่นผ้าให้ลายเสือเช็ดแผลที่ถูกยิงเฉียดแก้มด้วยฝีมือของจอมโจรไอ้เสือ
“ที่ฉันรอดกลับมาได้เพราะนังลำดวนเมียของไอ้ปราบนั่นแหละ มันคิดจะต่อรองกับฉัน เรื่องที่พ่อ จับตัววัลภาเอาไว้ ฉันก็เลยทำเป็นเออออรับปากว่าจะช่วย แต่พอมันเผลอปล่อยตัวฉัน ฉันก็จับมันเป็นโล่หนีออก มาได้”
ลายเสือหัวเราะลั่น “ดีมากไอ้ฟ้าลั่น ให้มันได้อย่างนี้สิวะ”
“นอกจากหนีมาได้แล้ว ฉันยังได้อาวุธที่พวกมันเตรียมจะมาถล่มเรามาด้วยนะพ่อ”
ฟ้าลั่นเดินไปที่ท้ายรถจี๊ปแล้วเปิดให้ดูลังอาวุธของพวกกำนันปราบที่ติดมาด้วย
“อาวุธหนักทั้งนั้น แสดงว่ามันไม่คิดจะรับข้อเสนอต่อรองเรื่องลูกเลี้ยงมันเลย”
“มันไม่สนใจหรอกพ่อ มันคิดแต่จะเป็นเจ้าของเหมืองแร่ทองคำอย่างเดียว”
ลายเสือแววตาเหี้ยม
“แล้วก็ไม่ใช่แค่ไอ้ปราบอย่างเดียวที่เราต้องสู้แย่งชิงกับมัน ไหนจะจอมโจรไอ้เสือที่กล้าบุกมา กระตุกหนวดข้าถึงที่อีก มันว่าผาปืนแตกเป็นที่ของมัน ถ้าเราไม่ไปจากที่นี่ก็เท่ากับประกาศตัวเป็นศัตรูกับมันด้วย”
จากนั้นไอ้คมก็เข้ามา ลายเสือรีบถามถึงไอ้ก้าน ไอ้คมรีบบอกว่าส่งมันไปนรกเรียบร้อยแล้ว เพราะมันปากโป้ง จนทำให้จอมโจรไอ้เสือบุกมาเล่นงานลายเสือถึงที่ แล้วก็บอกว่าจอมโจรไอ้เสือ มีคนคอยหนุนหลังอีก 3 คน คือเพลิง พญาไฟ ยอด ดีเซล แล้วก็ผู้กองสมาน
“ว่าไงนะ ทั้ง 3 ตัวนั่นเลยเหรอเป็นพวกเดียวกับจอมโจรไอ้เสือ มิน่าจอมโจรไอ้เสือถึงกล้า บุกมา เล่นงานข้าถึงที่”
ลายเสือขบกรามด้วยความแค้น

ลำดวนโดนกำนันปราบตบหน้าฉาดใหญ่
“ฉันขอโทษจ้ะพี่ปราบ”
ลำดวนน้ำตาคลอ
“ฉันไม่อยากได้ยินคำขอโทษ เพราะถ้าเธอไม่เสนอหน้าเข้าไปหามัน มันก็คงไม่มีโอกาส เล่นงานเธอ ใช้เธอมาเป็นโล่กำบังให้มันหนีกลับไปหาไอ้ลายเสือพร้อมกับอาวุธของฉัน”
กำนันปราบตบหน้าลำดวนเข้าไปอีกฉาดจนลำดวนล้มลงไปบนที่นอน ลำดวนกลัวเลยจะวิ่งหนี กำนันปราบตามไปกระชากเสื้อจนขาด ลำดวนรีบยกมือขึ้นมาปิดเสื้อที่อยู่ด้านหน้า ส่วนเสื้อด้านหลังที่ขาดทำให้ เห็นรอยสักผีเสื้อราตรี
“ฉันอยากจะฆ่าเธอทิ้งจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เคยรักเคยชอบพอเธอ ป่านนี้เธอโดนลูกน้องฉันลากตัวหายไปแล้ว”
กำนันปราบผลักลำดวนอย่างหัวเสีย แต่ลำดวนก็ยังกระเสือกกระสนเข้ามากอดขา แล้วร้องไห้ กระซิกๆ
“ฉันรู้จ้ะว่าพี่รักฉัน และก็ขอให้พี่รักฉันต่อไปเถอะนะจ๊ะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำผิดอีก ฉันจะ เป็นทาสที่ซื่อสัตย์ของพี่ เพราะพี่มีบุญคุณกับชีวิตฉัน ถ้าไม่ได้พี่ช่วยฉันไว้จากพวกผีเสื้อราตรี ฉันก็คงต้องเป็นทาส ของพวกมันไปตลอดชีวิต”
กำนันปราบนิ่งมองผ่านกระจกห้องไปที่รอยสักผีเสื้อราตรีบนแผ่นหลังลำดวน
“ถ้าเธอยังจำได้ เธอก็ควรจะจำใส่กะโหลกเอาไว้ ไม่ใช่ลืมบุญคุณของฉันแล้วคิดเอาแต่เรื่องตัวเอง จนมาทำให้ฉันเสียหาย”
ลำดวนกอดขาสะอื้นไห้ กำนันปราบแกะมือลำดวนแล้วเดินออกไปทิ้งให้ลำดวนสะอื้นไห้น่าเวทนา

กำนันปราบเดินออกมาที่หน้าบ้าน สมทบกับชาติ ไอ้เชิดและลูกน้อง ที่กำลังเตรียมอาวุธชุดใหม่ พร้อมลุย
ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามา
“มีความเคลื่อนไหวของพวกไอ้เพลิงกับจอมโจรไอ้เสือ แล้วก็ไอ้ผู้กองสมานที่มาใหม่ครับนาย คนของเราที่ซุ่มอยู่ในพื้นที่เห็นพวกมันรวมตัวกัน”
กำนันปราบสีหน้าครุ่นคิด
“หรือว่าพวกมันจะรู้ตัวกันแล้วว่าเป้าหมายของข้ากับไอ้ลายเสือคืออะไร”
ชาติหน้าเครียด

“ถ้ามันรู้เรื่องถ้ำทองก็แย่สิพ่อ เท่ากับเราต้องเปิดศึก 2 ด้านไหนจะต้องรับมือกับไอ้ลายเสือ แล้ว ยังต้องรับมือกับพวกจอมโจรไอ้เสืออีก”

เพลงรักผาปืนแตก ตอนที่ 14 (ต่อ)

เชนพยายามเรียกหาวัลภาก่อนจะหันไปสังเกตเห็นผ้าจากชายเสื้อของวัลภาที่ผูกเอาไว้ที่กิ่งไม้ พร้อมๆ กับได้ยินเสียงคนเข้ามาจากข้างหลัง เชนรีบดึงผ้ามาปิดหน้าแล้วชักปืนเขี้ยวไอ้เสือออกมาเตรียมพร้อม
“ไอ้เชน ข้าเอง”
เชนหันไปเห็นเพลิงกับยอดมาคู่กัน
“พี่บึ้ก ไอ้ยอด แล้วนั่น”
ผู้กองสมานเดินเข้ามามองเชนสีหน้าจริงจัง เพลิงรีบอธิบาย
“ไม่ต้องห่วงเชน ตอนนี้ผู้กองเขาเป็นพวกเดียวกับเรา เขาเพิ่งช่วยพี่มาจากพวกทหารของ ไอ้ลายเสือ”
“นี่น่ะเหรอตัวตนที่แท้จริงของจอมโจรไอ้เสือแห่งบ้านผาปืนแตก ที่แท้ก็คือเชน พนัญเชิง ลูกชาย คนเดียวของครูประสิทธิ์ นี่ถ้าครูเขารู้ว่าลูกชายตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เขาก็คงไม่มาขอให้ฉันร่วมมือด้วยหรอก”“ผู้กองหมายความว่ายังไง พ่อผมไปขอความร่วมมืออะไรกับผู้กอง”
เพลิงมองเชนด้วยแววตาจริงจัง
“เชน เรื่องนี้เราต้องคุยกัน เพราะมันเกี่ยวกับเป้าหมายที่พวกไอ้ลายเสือกับพวกไอ้กำนันปราบ กำลังจ้องจะเปิดศึกแย่งชิงฮุบเอาไปเป็นของตัวเองคนเดียว”
“พวกมันต้องการอะไร”
ผู้กองสมานนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะบอกเสียงเข้ม
“เหมืองแร่ทองคำ ขุมทรัพย์มหาศาลที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ผืนแผ่นดินผาปืนแตก”

“เหมืองแร่ทองคำ !!??”

อาทิตย์ยามอัศดง กำลังจะลับเหลี่ยมเขา วัลภาวิ่งหนีเข้ามาในดงต้นไม้รกครึ้ม ก่อนที่จะสะดุดล้มลงที่หน้าถ้ำแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ตัดสินใจเดินเข้าไปภายในถ้ำ

ทอมเดินโซซัดโซเซตามล่าตัววัลภา พร้อมๆ กับที่เลือดสีดำจากบาดแผล ที่โดนแทงเริ่มซึม ออกมาอีก ระหว่างนั้นได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา ทอมแหวกใบไม้ดูก็พบว่าเป็นพวกเชน เพลิง ยอด และ ผู้กองสมาน ที่ตามมาแกะรอยของวัลภา
“ถ้างั้นฉันจะตามวัลภาไปเอง” เชนพูดอย่างเด็ดเดี่ยว “แล้วก็จะรับหน้าที่ที่หลวงพ่อ กับพ่อสั่งมาด้วย”
พลางยื่นมือไปขอเป้ทหารที่ผู้กองสมานสะพายบ่าอยู่ ผู้กองสมานนิ่งไปครู่ แล้วยื่นให้
เพลิงเข้าไปบีบบ่าเชน
“เชน ตามหาวัลภาให้เจอ ส่วนพวกพี่จะคอยยันพวกมันอยู่แถวนี้ เอ็งมีเวลาถึงฟ้าสาง วันพรุ่งนี้ที่ต้องหยุดความหวังของพวกมัน ระเบิดถ้ำให้เป็นจุณ”
เชนพยักหน้ารับ
“ผาปืนแตกจะต้องเป็นสวรรค์บนดิน ไม่ใช่แดนนรกให้พวกสัมภเวสี อมนุษย์ชั่วชาติ อย่าง พวกมันใช้เป็นที่อยู่หลับนอน ฉันสัญญา”
เชนเดินไปอย่างมุ่งมั่น ทอมซึ่งแอบซุ่มดูอยู่ ครุ่นคิดจนคิ้วขมวด
“ระเบิดถ้ำ ?”

ลายเสือกับฟ้าลั่น กำลังแจกจ่ายอาวุธทั้งที่ตัวเองมี และที่เอามาได้จากพวกกำนันปราบ ให้พวกลูกน้องที่เหลือ ระหว่างนั้นไอ้คมก็พยุงทอม ในสภาพสะบักสะบอมข้ามา เลือดสีดำยังไหลออกจากแผลของทอมไม่หยุด ไอ้คมต้องเอาเป้กระเป๋าทหาร มาเปิดแล้ว หยิบเอาหลอดฉีดยาถอนพิษออกมาฉีดให้ไอ้ทอม ฟ้าลั่นหันมาถามทอม
“แล้ววัลภาล่ะ แกออกไปตามล่ามันกลับมาไม่ใช่เหรอ อย่าบอกนะว่าคนอย่างแก ก็พลาด ได้เหมือนกัน”
ทอมส่ายหน้า ”ฉันไม่ได้พลาด แต่มีเรื่องสำคัญกว่าเลยต้องกลับมาก่อน พวกมัน วางแผนจะระเบิดถ้ำทอง”
ลายเสือกับฟ้าลั่น ชะงักตกใจ

ทหารลูกน้องลายเสือ ที่ซุ่มอยู่กลางดงต้นไม้ พรางตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม
กำนันปราบกับชาติก็เดินเข้ามา ไอ้เชิดกับพวกลูกน้องถือปืนตามหลังอย่างระมัดระวัง พร้อมลุย แต่กำนันปราบกลับสั่งให้ลดปืนลง ก่อนที่จะเดินออกไปข้างหน้า พร้อมกับที่จ้อองไปที่พุ่มไม้ ซึ่งมีทหารลายเสือ ซุ่มอยู่
“พวกเอ็งคงได้ยินที่พวกข้าคุยกันแล้วใช่มั้ย พวกข้าอาจจะมีอาวุธมา แต่ก็ไม่ได้มาเปิด สงครามกับพวกเอ็ง เพราะฉะนั้นพวกเอ็งควรจะไปบอกไอ้ลายเสือว่าข้าต้องการจะคุยกับมันตามลำพัง”
สิ้นคำพูด ทหารลายเสือที่ซุ่มอยู่ก้าวออกมาพร้อมกับจ่อปืนไปที่กำนันปราบ ชาติและไอ้เชิด รีบยกปืนขึ้น
“ชาติ ข้าสั่งว่าอะไร”

กำนันปราบเสียงเข้มชาติลังเลไม่ลดปืน ทหารลายเสือก็ไม่ยอมลดปืนด้วย

ลายเสือหน้านิ่วคิ้วขมวด สีหน้าครุ่นคิดเมื่อรู้เรื่องจากไอ้คม ฟ้าลั่นเสนอว่าให้รีบยกพวกไปจัดการกับพวกเชน ก่อนที่จะวางระเบิดแล้วยึดถ้ำทองไว้ แต่ลายเสือไม่เห็นด้วย
“แล้วพวกไอ้กำนันล่ะ สุดท้ายเราก็จะกลายเป็นคนเปิดทางให้พวกมันกลายเป็นตาอยู่”
ทันใดนั้นลูกน้องก็เข้ามารายงานว่ากำนันปราบบุกมา จะขอเจรจากับลายเสือตามลำพัง ชาติรีบบอกว่าจะขอจัดการกับพวกกำนันปราบเอง ลายเสือจะได้จัดการกับพวกเชนอย่างไม่ต้องกังวล “เอ็งไม่ต้องไปสู้กับพวกไอ้ปราบหรอก สถานการณ์แบบนี้ ข้าว่าไอ้ปราบมันคงรู้อะไรมา มันถึงอยากจะเจรจา”

พวกทหารของลายเสือตั้งแถวประจัญหน้ากับพวกของกำนันปราบโดยมีชาติกับไอ้เชิดยกปืนส่องอยู่ ลายเสือ ฟ้าลั่น และไอ้คมเดินออกมาประจัญหน้ากัน
“ไอ้ฟ้าลั่นบอกข้าว่าเอ็งเตรียมบุกมาถล่มข้าให้ราบเป็นหน้ากลอง แต่เห็นแบบนี้แล้ว ดูท่าทางเอ็งจะเกิดปอดแหกไม่กล้าอย่างปากพูดนะไอ้ปราบ”
ลายเสือหัวเราะเหยียดๆ ชาติรีบสวนกลับทันที
“พ่อข้าไม่ได้ใจเสาะ จะฆ่าพวกเอ็งให้เป็นผีเฝ้าป่ามันใช้เวลาแค่นิดเดียวก็เสร็จแล้วโว้ย”
ฟ้าลั่นไม่ยอมแพ้
“ก็ลองดูสิวะ ว่าใครกันแน่ที่จะกลายเป็นผีเฝ้าป่า”
ฟ้าลั่นกับชาติปรี่เข้าจ่อปืนใส่กัน กำนันปราบกับลายเสือตะโกนห้ามเสียงดังพร้อมกัน
ก่อนจะเดินฝ่าออกมาจากกลุ่มของตัวเองแล้วเข้ามาหยุดมองหน้ากันอย่างครุ่นคิด
ในที่สุดลายเสือก็ตัดสินใจ
“ไอ้ฟ้าลั่น ลดปืนลง ข้าต้องเจรจากับเพื่อนเก่า”
เช่นเดียวกับกำนันปราบ ที่ยิ้มรับแล้วหันไปสั่งชาติ
“พวกเอ็งรออยู่ข้างนอก ข้ากับไอ้ลายเสือต้องคุยกันยาว อย่าให้ใครไปยุ่งจนกว่าพวกข้า จะออกมา”
สั่งเสร็จก็เดินเข้าไปด้านในกับลายเสือตามลำพัง


เชนเอาไฟฉายออกมาจากกระเป๋าเป้ทหารแล้วเดินส่องไฟเข้าไปในถ้ำ แสงไฟฉายที่สาด ส่องเข้ามาในถ้ำ ทำให้เชนต้องหยุดมองไปรอบๆ อย่างตกตะลึง แสงระยิบระยับของแร่ทองคำที่ฝังตัว อยู่ตามผนังถ้ำส่องประกายเข้าตา
เชนสาดไฟส่องไปทั่วๆแทบจะทุกด้านของผนังถ้ำมีแต่สายแร่ทองคำอยู่ทั่วไปหมด ระหว่างนั้นก็รู้สึกได้ว่า มีใครกำลังเข้ามาข้างหลัง เชนหยุดอยู่กับที่ระวังตัว ลดมือลงแตะปืนที่เอว
“แกตาย”
วัลภาปรี่เข้ามาพร้อมก้อนหินในมือหมายจะทุบหัว เชนหันปืนขวับไปจ่อหน้าทันที
วัลภาชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นเชน
“เธอจริงๆด้วย”
วัลภาน้ำตาพราก รีบโผเข้าไปสู่อ้อมกอดของเชนทันที
“ฉันไม่ได้ตายแล้วฝันไปใช่มั้ย ฉันถึงได้เจอเธออีกครั้ง”
“ใช่แล้ววัลภา เชน พนัญเชิง ผู้ชายที่มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ”

เชนปาดน้ำตาให้วัลภาอย่างทะนุถนอม แล้วประคองใบหน้าเธอขึ้นมาใกล้ๆ ริมฝีปากของ เคลื่อนเข้าหากัน แล้วประกบอย่างดูดดื่ม ท่ามกลางแสงระยิบระยับของแร่ทองคำที่ส่องประกายอยู่ในถ้ำ

เพลิงกับยอดกำลังช่วยกันเอาท่อนไม้ที่เหลาปลายจนแหลมแล้วทำเป็นกับดัก ผู้กองสมานเดินเข้ามา
“ฝั่งฉันวางกับดักไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าพวกนั้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็ โดนแน่”
เพลิงกับยอดจัดการวางกับดักเสร็จก็เข้ามาสมทบ
“ของผมก็เรียบร้อยแล้วครับ”
“ตอนที่ฉันถูกพวกมันจับตัวไปทรมาน ฉันสังเกตวิธีการรบของพวกมันมาแล้ว พวกมัน อาจเป็นทหารรับจ้างที่มีฝีมือ แต่ที่ยืนอยู่ตรงนี้มีฝีมือมากกว่า”
ผู้กองสมานพูดให้กำลังใจ
“เอ็งกับไอ้เพลิงมีฝีมือเอาเรื่องอยู่ แต่ก็อย่าประมาท”
เพลิงพยักหน้า
“ผู้กองพูดถูกแล้วยอด เพราะการเผชิญหน้ากับพวกมัน ทางรอดมีให้เหลือน้อยกว่า ทางตาย”
“แค่ได้แก้แค้นพวกมัน ข้าก็พอใจตายตาหลับแล้วเว้ยไอ้เพลิง”
ยอดตบบ่าเพื่อนแล้วยักคิ้วอย่างไม่กลัวเกรงความตาย

กำนันปราบกับลายเสือออกมาจากด้านในพร้อมกัน ขณะที่ชาติกับฟ้าลั่น และลูกน้องของทั้ง 2 ฝ่ายกำลังโต้เถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย กำนันปราบกับลายเสือจึงสั่งการให้ลูกน้องของแต่ละฝ่ายยุติความขัดแย้งแล้วหันมาร่วมมือกัน
ชาติกับฟ้าลั่นนิ่งไปครู่ใหญ่ก่อนจะยอมทำตามที่พ่อสั่ง ด้วยการเดินเข้าหากัน แล้วยื่นมือ ออกไปจับมือกัน แม้สายตาของทั้งคู่ จะดูยังไม่ค่อยยอมรับเท่าไหร่ก็ตาม

ชาติรีบเดินตามหลังกำนันปราบ แล้วถามสิ่งที่คาใจทันทีที่ออกมาจากแคมป์ของพวก ลายเสือ
“พ่อไปตกลงกับพวกมันได้จริงๆเหรอ พ่อไม่เสียดายเหรอ เหมืองแร่ทองคำมูลค่ามหาศาล แบบนั้น มันอยู่ในพื้นที่ของเรา แต่กลับต้องไปแบ่งให้พวกมัน”
กำนันปราบรีบบอกเป็นเชิงเตือนสติ
“ถ้าเอ็งคิดแค่นั้นเท่ากับเอ็งคิดแคบเกินไป ตอนนี้พวกไอ้เพลิงมันรู้เรื่องถ้ำทองแล้ว มัน กำลังวางแผนขัดขวางพวกเรา ถ้าเรามัวแต่ทะเลาะกันเอง ถ้ำทองก็จะถูกระเบิดทิ้งแล้ว จะไม่มีใคร ได้อะไรเลย เอ็งต้องคิดการใหญ่เอาไว้ ในเมื่อเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ แล้วจะมาเสียเวลาฆ่า กันเองเพื่อให้ถ้ำมันว่างให้พวกมด พวกปลวกมาทำรังทำไม สู้ช่วยกันขยายถ้ำแล้วจัดการกับเสือตัวอื่น ให้หมดไปไม่ดีกว่าเหรอ”
“มันก็ถูก แล้วพ่อจะทำยังไงต่อไปบอกฉันมาหน่อย” ชาติยังข้องใจ

กำนันปราบยิ้มร้าย “งานนี้มันต้องมีเชือดไก่ให้ลิงดู”
 
จบตอนที่ 14
กำลังโหลดความคิดเห็น...