xs
sm
md
lg

ปีกมงกุฎ ตอนที่ 4

เผยแพร่:

ปีกมงกุฎ ตอนที่ 4

ในขณะที่ดารินทร์กำลังขับรถออกจากที่จอดรถ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ดารินทร์หยิบมาดู แล้วกดรับ

“จะรีบไปไหนหะ ยัยตรี รอประเดี๋ยว ชั้นกำลังขับรถไปแล้ว ห๊ะ อะไรนะ ออกไปแล้วเหรอ แกออกไปกับใคร ห๊ะ...เดี๋ยวยัยตรี...เดี๋ยว”
ดารินทร์หงุดหงิดที่ตรีอัปสรตัดสายก่อนจะซักไซ้ให้รู้เรื่อง
“อะไรของเค้าเนี่ย...ไปกับใครก็ไม่บอก”
ดารินทร์หงุดหงิดสุดขีด

ณเดชย์ขับรถสปอร์ตแล่นมาตามท้องถนน ตรีอัปสรหันมาต่อว่า
“คุณนะ รู้ตัวไม๊คะ ว่าทำอะไรอยู่”
ณเดชย์อมยิ้มอย่างมีความสุข “รู้ซิ...รู้ตัวดีทุกอย่าง”
“ถ้าใครเห็นเข้าแล้วเอาไปบอกคุณมุกตาภา จะทำยังไงคะ”
“ไม่มีใครเห็นหรอก ตรี รถคันนี้ปกติ ผมก็ไม่เคยใช้ ไม่มีใครคิดว่าเป็นผมหรอก”
ตรีอัปสรถอนหายใจ ส่ายหน้ากับความรั้นของเขา หล่อนใส่จริตทำท่าเหมือนเอือมนิดๆ
“แล้วคุณนะรู้ได้ยังไงคะ ว่าตรีอยู่ที่นั่น”
ณเดชย์หัวเราะ “ถ้าผมอยากรู้เรื่องของตรีนะ ผมก็ต้องรู้ทุกเรื่อง”
“คุณจะพาตรีไปไหนคะ”
ณเดชย์หันมามอง ยิ้มอย่างมีเลศนัย ไม่ตอบ


รถสปอร์ตหรูราคาแพง จอดอยู่ในโชว์รูม รถของณเดชย์จอดนิ่งอยู่ สองคนนั่งอยู่ในรถ
“ตรียังไม่ได้เลือกรถ ผมก็เลยพามา”
ตรีอัปสรมองณเดชย์อย่างเป็นปลื้มซึ้งใจ ในความใส่ใจของณเดชย์
“คุณนะ”
“ผมตั้งใจจะซื้อรถให้ตรีจริงๆ”
“ตรีทราบค่ะ แต่ตรีบอกแล้วว่า ตรีไม่อยากรบกวน”
“ผมเต็มใจ ตรีลงไปเลือกซิครับ”
“คุณนะ รอในรถใช่ไม๊คะ”
ณเดชย์พยักหน้า ตรีอัปสรยิ้มนิดๆ ซาบซึ้ง
“ถ้าคุณนะไปเลือกกับตรี ต้องเป็นข่าวแน่ๆ”
“ผมรู้ ผมเสียหาย ยังไม่เท่าตรีเสีย ผมไม่ยอมให้ตรีเสียหรอกน่ะ”
“ขอบคุณค่ะ งั้นตรีขอไปดูรถก่อนนะคะ”
ณเดชย์พยักหน้า ตรีอัปสรเปิดประตูลงไป ณเดชย์มองตาม

ด้านมุกตาภาหารืออยู่กับชญานนท์ และอติรุจ อยู่ในห้องอาหารในโรงแรม
“คุณพ่ออยากให้กิจกรรมในช่วงเก็บตัวของสาวงามทั้ง 20 คนที่เชียงรายน่าสนใจ เป็นประโยชน์แล้วก็สนุกด้วยค่ะ พี่นนท์ก็เลยคิดว่าพี่รุจน่าจะช่วยตรงนี้ได้ ใช่ไม๊คะ พี่นนท์”
มุกตาภานั่งคุยงานไปดื่มกาแฟไป ชญานนท์ใจลอยเหมือนไม่ได้ฟัง มุกตาภาเห็นอาการนั้น
“พี่นนท์คะ”
ชญานนท์ยังนิ่งเหมือนไม่ได้ยิน มุกตาภาหันมามองอติรุจแปลกใจกับท่าทางของชญานนท์
“นนท์” อติรุจเสียงดังขึ้นอีก “เฮ้ย นนท์”
อติรุจเสียงดังและเข้ม จนชญานนท์สะดุ้งนิดๆ หันไปมอง
“อะไรนะ นายว่าอะไรนะรุจ”
มุกตาภามองชญานนท์อย่างพิจารณา “พี่นนท์เป็นอะไรคะ ไม่สบายรึเปล่า หรือว่ามีอะไร”
ชญานนท์ยกมือขึ้นลูบหน้า “อืม...พี่คงเหนื่อย ไม่มีอะไรหรอก”
“แน่ใจนะคะ”
ชญานนท์ยิ้ม “แน่ใจซิ” เขาหันมาทางอติรุจ ซึ่งมองชญานนท์เหมือนรู้ทันแต่ไม่พูดอะไร “นายทำรายละเอียดมาดูหน่อยนะ ว่าเราควรจะทำอะไรมั่งที่เชียงราย”
“ได้ เดี๋ยวชั้นทำส่งมาให้ดู”
ชญานนท์พยักหน้า มุกตาภาแอบมองชญานนท์อย่างพิจารณา จบภาพที่มุกตาภา

เย็นนั้น รถณเดชย์แล่นมาจอดริมถนนใกล้ๆ ห้างสรรพสินค้า
ณเดชย์หันมาถามตรีอัปสร “แน่ใจนะ ว่าจะให้ผมส่งที่นี่”
ตรีอัปสรยิ้ม “ค่ะ ตรีจะซื้อของด้วย”
ณเดชย์พยักหน้า “โอเค”
ตรีอัปสรมองณเดชย์ด้วยแววตาหวานฉ่ำ ลึกซึ้ง
“ขอบคุณมากนะคะ สำหรับรถ ตรีไม่รู้จะตอบแทนคุณนะยังไง”
ณเดชย์จับมือตรีอัปสรขึ้นมาจูบเบาๆ มองอย่างกรุ้มกริ่ม มีเลศนัย
“ผมไม่ต้องการอะไรตอบแทน แค่ได้อยู่ใกล้ๆ ตรี เหมือนตอนที่เราอยู่ที่ลอนดอน ผมก็มีความสุขแล้ว”
“รอให้ผ่านการประกวดนางสาว ณ สยาม ไปก่อนนะคะ คุณนะรอได้ใช่ไม๊คะ”
ณเดชย์พยักหน้า ตรีอัปสรชะโงกหน้าไปหอมแก้ม ณเดชย์อย่างเร็ว
“รักคุณนะคะ”
ตรีอัปสรลงรถไปเลย ณเดชย์ยิ้ม มองตามอย่างมีความสุข ก่อนจะออกรถไป

ตรีอัปสรเดินเข้ามาในห้าง หล่อนนึกสนุกตั้งใจจะเช็คเรทติ้งว่ามีใครรู้จักสนใจบ้างไม๊ ซักครู่ มีกลุ่มผู้หญิงเดินแกมวิ่งผ่านมาจากข้างหลังของตรีอัปสรประมาณ 5-6 คน ตรีอัปสรมองตาม เห็นอรสินีกำลังยืนเลือกซื้อของกับสลิลทิพย์
กลุ่มผู้หญิง ร้องขึ้นเซ็งแซ่ “พี่อรใช่ไม๊คะ”/ “น้องอรใช่ไม๊คะ”
อรสินีหันมามองยิ้มหวานไม่ถือตัว “ใช่ค่ะ”
กลุ่มผู้หญิงหันมาส่งเสียงกรี๊ดกันเอง อย่างดีใจ
“นั่นไง เห็นไม๊ ใช่จริงๆ ด้วย” หญิง 1 บอก
หญิง 2 ว่า “ขอถ่ายรูปด้วยนะคะ เห็นในทีวีว่าสวยแล้ว ตัวจริงสวยกว่าเยอะเลยค่ะ”
หญิง 1เสริม “พวกเราเชียร์เต็มที่เลยนะคะ สัญญาว่าจะโหวตให้เป็นขวัญใจประชาชนค่ะ”
สลิลทิพย์ยิ้มปลื้มใจ อรสินีถ่ายรูปกับกลุ่มผู้หญิงอย่างกันเอง มีคนผ่านไปมาหยุดยืนดูยิ้มๆ
ตรีอัปสรหน้าหงิกงอ มองอย่างไม่พอใจ บ่นพึมพำ

“ทำไม ชั้นต้องมาเจอมันด้วยเนี่ย”
ตกตอนเย็น ดารินทร์เดินมาหยุดยืนที่เก้าอี้สนามถามเสียงขุ่น  

“แกไปไหนมา”
ตรีอัปสรซึ่งนั่งนิ่งใช้ความคิดอยู่ หันมามองแม่ก่อนจะบอก “ไปดูรถมา”
“ไปกับใคร”
ตรีอัปสรถอนหายใจหงุดหงิด “ตรีก็ไปดูคนเดียวซิ แม่ จะให้ตรีไปดูกับใคร”
“แล้วนี่เป็นอะไร หน้าตาเคร่งเครียด มีอะไรรึเปล่า”
“แม่คอยดูนะ ตรีจะต้องเป็นนางสาว ณ สยามให้ได้ ตรีจะต้องเป็นที่หนึ่ง” แววตาตรีอัปสรมุ่งมั่นมากขึ้น “ทุกคนจะต้องรักตรี สนใจตรี ให้ความสำคัญกับตรี มากกว่าคนอื่น”
ดารินทร์พอใจขยับเข้าไปสวมกอดตรีอัปสร ให้กำลังใจลูก
“ตรีต้องได้เป็นแน่นอนลูก มงกุฎนางสาว ณ สยาม ต้องเป็นของตรีแน่นอน”
“ตรีจะทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
ดารินทร์ยิ้มอย่างพอใจ

ท้องฟ้าราตรีนี้ เหนือบ้านดารินทร์ ดวงดาวส่องแสงระยิบระยับ นายพลอัศวินกำลังจะเดินเข้าบ้านแต่ชะงักเมื่อเหลียวมองไปอีกด้าน เห็นตรีอัปสรในชุดนอนมีเสื้อคลุม กอดอก แหงนมองท้องฟ้าอยู่ อัศวินกระแอมให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว ตรีอัปสรหันไปมอง
“คุณลุง”
“ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ”
ตรีอัปสรพูดเล่น ขำๆ “ตรีตั้งใจจะมาขอพรพระจันทร์ค่ะ แต่เป็นคืนข้างแรม ก็เลยไม่เห็นพระจันทร์”
อัศวินหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดู “จะขอพรอะไรกับพระจันทร์เหรอ”
“ขอให้ตรีได้เป็นนางสาว ณ สยาม ค่ะ”
อัศวินเดินเข้ามาใกล้ๆ สบตาตรีอัปสรอย่างลึกซึ้งมีนัย
“ถ้าขอเรื่องนี้ ขอที่ลุงก็ได้น่ะ ไม่ต้องถึงดวงจันทร์หรอก”
ตรีอัปสรมองอัศวิน แววตาสดใสมีความหวัง
“หนูตรีรู้แล้วใช่ไม๊ ว่าลุงเป็นประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดนางสาว ณ สยาม”
“ทราบค่ะ ตรีเห็นในเอกสารที่ได้รับแจก”
“ลุงช่วยหนูตรีได้นะ เพียงแต่ว่า...” นายพลสูงวัยทอดคำ
“เพียงแต่ว่าอะไรคะ”
อัศวินขยับเข้ามาใกล้ มองตรีอัปสรด้วยแววตาร้อนแรง ก่อนจะพูดเบาๆ แต่หนักแน่น
“ลุงอยากให้หนูตรีเป็นของลุง”
แวบเดียวเท่านั้น ตรีอัปสรมองนายพลผู้เป็นสามีแม่ ไม่ผิดไปจากที่คิดนัก วินาทีถัดจากนั้นหล่อนก็เบิกตาทำท่าเหมือนตกใจสุดขีด ไม่นึกว่าจะได้ยินนายพลอัศวินพูดเช่นนี้
“ถ้าหนูตรีให้ลุง ลุงก็พร้อมจะช่วยให้ความฝันของหนูตรีเป็นจริง”

นายพลอัศวินมองมาตาเชื่อมเหมือนรอคำตอบ ตรีอัปสรครุ่นคิดวูบเดียว สีหน้าคล้ายตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว

ด้านดารินทร์เดินลงบันไดมาจากข้างบน สอดตามองไปรอบๆ ห้องโถง พลางร้องหา
“คุณอัศ...คุณอัศคะ”
เมื่อไม่เจอ ดารินทร์เดินไปที่ประตูบ้าน เปิดออกเพ่งมองไปอย่างพิจารณา สักครู่จึงเห็นตรีอัปสรในชุดนอนเดินตัดมาจากสวน
“อ้าว ยัยตรี ยังไม่นอนอีกเหรอ”
“กำลังจะไปนอนแล้วค่ะ”
“แล้วแกไปไหนมา”
“ตรีไปเดินเล่นที่สนาม ตรีไปนอนนะคะ”
ตรีอัปสรหลบตาแล้วรีบเดินไปทันที ทั้งๆ ที่ผู้เป็นแม่ขยับอ้าปากจะถาม ดารินทร์ขมวดคิ้วนิดๆ มองตามหลังไป บ่นบ้า สงสัยว่าลูกสาวเป็นอะไร
“เป็นอะไรของมัน”
ดารินทร์หันไปอีกทาง แล้วเปลี่ยนสีหน้า เมื่อเห็นนายพลอัศวินเดินเข้ามาคนละทางกับตรีอัปสร
“คุณอัศ...คุณอัศไปไหนมาคะ”
นายพลอัศวินยิ้มให้ เดินเข้ามากอดดารินทร์ แล้วพาเดินนำกลับไปทางบันได
“ไปนอนกันเถอะ”
“ค่ะ”
นายพลอัศวินกับดารินทร์เดินขึ้นบันไดไป

ตรีอัปสรยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องนอน ทอดสายตามองออกไปไกล ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปนั่งบนเตียงนอน พบว่าตุ๊กตาหมี “เป็นหนึ่ง” นั่งพิงหมอนอยู่บนเตียง ตรีอัปสรเดินไปหยิบตุ๊กตามากอด แล้วซุกตัวลงนอนเหมือนเด็กขาดความอบอุ่น สีหน้าครุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ตรีอัปสรมองนายพลอัศวินนิ่งไปไม่ตอบ จนท่านนายพลต้องขยับเข้ามาใกล้ถามเสียงนุ่ม
“ว่าไงล่ะ...ให้ลุงได้ไม๊”
“คุณลุงต้องการคำตอบตอนนี้เลยเหรอคะ”
“การประกวดกำลังจะเริ่มแล้วนะหนูตรี ถึงลุงจะมีตำแหน่งสำคัญ แต่ลุงก็ต้องล้อบบี้กรรมการคนอื่นด้วย”
ร่างนายพลอัศวินเข้ามาจนเกือบจะแนบชิดตรีอัปสร พลางยื่นหน้าเข้ามากระซิบที่ข้างหู
“คำตอบของหนูตรี จะเป็นแรงผลักดันให้ลุง ทำให้หนูตรีสมปรารถนาได้นะ”
ตรีอัปสรช้อนตามองหน้าท่านนายพลอัศวิน ที่มองอย่างใจจดใจจ่อ

คิดถึงตอนนี้ ตรีอัปสรขยับลุกขึ้นนั่งชันขากอดเข่า และยังมีน้องหมีเป็นหนึ่งกอดอยู่ด้วย ตรีอัปสรมีสีหน้าทุกข์ใจ เป็นกังวล สุดท้ายลุกขึ้น เดินช้าๆ ไปยืนหน้ากระจก พูดกับตัวเองเบาๆ
“จำไว้นะ ตรีอัปสร ไม่มีใครได้อะไรมา โดยที่ไม่เสียอะไรไป ถ้าเธออยากได้ เธอก็ต้องยอม”

ฟากนายพลอัศวินพลิกตัวไปอีกด้านหนึ่ง สีหน้าครุ่นคิดถึงเรื่องเดียวกัน
ไม่นานมานี้ ตรีอัปสรเงยหน้ามองให้คำตอบ
“ถ้าคุณลุงช่วยให้ตรีได้ตำแหน่ง นางสาว ณ สยาม จริงๆ ตรีก็พร้อมจะเป็นของคุณลุงค่ะ”
นายพลสูงวัยดีใจสุดขีด “หนูตรี” พลางขยับเข้ามากอดตรีอัปสร แต่ตรีอัปสรเบี่ยงตัวออก
“อย่าค่ะ เดี๋ยวแม่เห็น”
นายพลอัศวินยิ้ม “ลุงดีใจน่ะ ที่หนูตรีเข้าใจความรู้สึกของลุงที่มีต่อหนู”
“แต่คุณลุงต้องสัญญากับตรีนะคะ ว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่บอกให้ใครรู้เด็ดขาด”
“ได้ซิ ลุงสัญญา ลุงจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับของเราสองคน”
ตรีอัปสรพยักหน้ารับ ยิ้มฝืนๆ

ดารินทร์นอนหลับไปแล้ว ส่วนนายพลอัศวินพลิกตัวนอนหงาย สีหน้าอิ่มเอิบสุขล้น ก่อจะหันมามองดารินทร์ซึ่งหลับอยู่ นิ่งนาน
ตอนสาย ร้านรวงในห้างดังแห่งนี้เพิ่งเปิดให้บริการ รวมทั้งร้านทำผมของเอมม่า ที่ตรีอัปสรเดินเข้ามา เอมม่าเห็นก็ยิ้มกว้าง เดินเข้ามาต้อนรับ

“สวัสดีค่ะ น้องตรีอัปสร”
ตรีอัปสรไหว้ “สวัสดีค่ะ”
“คุณดาโทร.มาเมื่อซักครู่แล้วค่ะ สั่งพี่เอมม่าไว้เรียบร้อยว่าให้ทำผมทรงรับมงกุฎให้น้องตรี”
ตรีอัปสรขมวดคิ้วแปลกใจ “ทรงรับมงกุฎ” สีหน้าหล่อนเป็นคำถาม
“ใช่ค่ะ” เอมม่าหยิบรูปทรงผมที่ว่าให้ดู “เป็นทรงที่สาวๆ ที่เข้าประกวดทำกันนะค่ะ”
ตรีอัปสรงงนิดๆ “ทำเหมือนกันทุกคนน่ะเหรอคะ กองประกวดเค้าบังคับเหรอคะ”
เอมม่าทำท่าคิด เพราะไม่คิดว่าจะเจอคำถามแบบนี้ ก่อนจะตอบว่า
“ก็คงไม่ได้บังคับหรอกมั้งคะ แต่ในฐานะที่พี่ทำผมให้นางงามมา ก็จะทำทรงรับมงกุฎกันทั้งนั้นค่ะ”
ตรีอัปสรพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เอมม่ายิ้มหวานเชื้อเชิญ
“เชิญข้างในเลยค่ะ”
เอมม่าเดินนำเข้าไปด้านใน เป็นจังหวะเดียวกับที่อรสินีที่สระผมเสร็จเดินออกมาพอดี อรสินีเห็นตรีอัปสรก็ดีใจ
“ตรี”
“คุณอร”
“กำลังคิดอยู่เชียวว่าต้องเจอเพื่อนๆ ที่เข้ารอบที่นี่แน่ แล้วก็โชคดีได้เจอตรี”
ตรีอัปสรยิ้ม “ค่ะ”
“เดี๋ยวทำผมเสร็จ ค่อยคุยดีกว่า ตรีไปสระผมก่อนเถอะ”
“ค่ะ”
อรสินีเดินไปนั่ง ตรีอัปสรเดินเข้าไปข้างใน ลอบทำหน้าหงุดหงิดเล็กๆ ไม่คิดว่าจะเจออรสินีที่นี่

ขณะเดียวกัน ที่สถานีโทรทัศน์ไทยเท็น ชญานนท์เดินมาตามทางในสถานีกับน้องสาว มุกตาภาหันมามองพี่ชายแล้วอมยิ้มนิดๆ
ชญานนท์มองฉงน “อมยิ้มอะไร ยัยมุก”
“เปล่าค่ะ แหม...ยิ้มก็ไม่ได้เหรอคะ”
“ก็ยิ้มของเรามันมีเลศนัย”
มุกตาภาหัวเราะคิก “จริงๆก็ขำพี่นนท์นั่นล่ะค่ะ ไม่ซิ ต้องสงสารถึงจะถูกใช่ไม๊คะ...แต่ขำมากกว่า”
“อะไรของเราห๊ะ ยัยมุก....ตกลงอารมณ์ไหนแน่”
“อารมณ์สงสารแล้วกันค่ะ” มุกตาภาแกล้งถอนหายใจดังๆ “เฮ้อ...จะไปทานข้าวกับแฟนตามลำพังก็ทำไม่ได้ ต้องยอมให้น้องสาวไปเป็นก้าง”
ชญานนท์หัวเราะเซ็งๆ “ทำไงได้ล่ะ หน้าที่ก็ต้องทำไป แต่เรื่องหัวใจก็ไม่ควรละเลย ใช่ไม๊”
“ค่ะ...ไม่มีปัญหามุกยินดีช่วย แต่มุกช่วยพี่นนท์แล้ว พี่นนท์ก็อย่าลืมเรื่องของมุกแล้วกัน”
“โห...ยังไม่ทันจะเริ่มช่วยเลย ทวงเรื่องของตัวเองก่อนแล้ว”
มุกตาภาเกาะแขนพี่ชายเดินคู่กันไป ชญานนท์ยิ้มขำท่าทางประจบของน้องสาว

ส่วนที่ร้านทำผมหรู ภาพจากในกระจกเงาเห็นตรีอัปสรที่ทำผมเสร็จสวยงามเป็นทรงทันสมัย ไร้กระบังตามทรงมาตรฐานนางงามที่เห็นเจนตา ตรีอัปสรมองเงาในกระจกอย่างพอใจ อรสินีซึ่งทำผมเสร็จเหมือนกัน มองมาที่ตรีอัปสรแววตาชื่นชม
“ตรีสวยจังเลย ผมทรงนี้เข้ากับหน้าตรีมากเลยนะ”
“ใช่ค่ะ แต่ทรงนี้ก็เหมาะกับคุณอรนะคะ” เอมม่าฉอเลาะ
อรสินียกมือจับผมของตัวเอง ตรีอัปสรยิ้มให้
“ทรงรับมงกุฎใช่ไม๊คะ พี่เอมม่า”
เอมม่ายิ้มจืดๆ สีหน้าตรีอัปสรใสซื่อ เหมือนไม่ได้พูดกระแทกแดกดันหรือประชดใดๆ
“ใช่ค่ะ”
ตรีอัปสรหันมาทางอรสินี “พี่เอมม่าบอกว่า ทรงนี้พวกที่เข้าประกวดนิยมทำกันค่ะคุณอร”
อรสินียิ้มกว้าง “ใช่ เวลาอรดูประกวดก็เห็นนางงามทำทรงนี้กันทั้งนั้น”
อรสินีเออออ ไม่มีท่าทางไม่พอใจใดๆทั้งสิ้น แล้วยังมองผมของตรีอัปสรอย่างชื่นชมอย่างจริงใจ
“ทรงผมของตรีจะต้องเด่นที่สุดใน 20 คนแน่ๆเลย”
ตรีอัปสรยังไม่ทันพูดอะไร โทรศัพท์ของอรสินีก็ดังขึ้น ตรีอัปสรเมินหน้าไปทางอื่น ดูออกว่าเซ็ง
“ฮัลโหล มาถึงแล้วเหรอคะ เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”

สองสาวเดินมาตามทางในห้าง ดูสวยเด่นคนละสไตล์ ตรีอัปสรออกตัวในที่สุด
“ตรีว่า...ตรีแยกกลับก่อนดีกว่าค่ะ”
“ทำไมล่ะ ทานข้าวด้วยกันก่อนเถอะ หลายๆคนสนุกดี”
ตรีอัปสรสะดุดหู เลิกคิ้ว “หลายๆ คนเหรอคะ”
อรสินีพยักหน้า “ใช่...เสียดายที่พี่รุจไม่ว่าง”
ตรีอัปสรพยายามมองจับกิริยาอรสินีดูว่าจริงใจหรือเสแสร้ง อรสินีหันมามอง แล้วยิ้มให้ก่อนจะจูงมือตรีอัปสรไปด้วยกัน
“เอาไว้ตรีค่อยนัดพี่รุจ มาทานข้าวกันเองแล้วกันนะ”
อรสินีพูดแหย่เล่น ตรีอัปสรยิ้มบางๆ
“รีบไปกันเถอะ....อรหิวแล้ว”
“ค่ะ”
อรสินีลากตรีอัปสรเดินไป

ชญานนท์กับมุกตาภารออยู่แล้วในร้านอาหารหรูของห้าง มองอย่างไม่คิดว่าตรีอัปสรจะมาด้วย อรสินีกับตรีอัปสรนั่งตรงกันข้าม
“วันนี้มุกไม่มีนัดกับคุณนะ ใช่ไม๊ อรเกรงใจจัง”
มุกตาภายิ้มนิดๆ “มุกว่าง มาด้วยความเต็มใจเลย อรไม่ต้องกังวลหรอก”
อรสินียิ้มให้มุกตาภา แล้วหันมาทางตรีอัปสร พร้อมกับส่งเมนูให้
“ตรีดูเมนูก่อน”
ตรีอัปสรรับมา “ค่ะ”
ชญานนท์บอก “พี่สั่งสปาเกตตี้ให้น้องอรแล้วนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ตรีอัปสรซึ่งเปิดเมนูดู มีสีหน้าหมั่นไส้ในความใส่ใจ มุกตาภามองท่าทางของตรีอัปสร ก็แกล้งพูดด้วยความหมั่นไส้เช่นกัน
“พี่นนท์น่ะ รู้ใจอรมากกว่ารู้ใจมุกอีก”
ชญานนท์หัวเราะเบาๆ “ก็มุกมีคุณนะ รู้ใจอยู่แล้วนี่ พี่จะไปรู้ใจมุกซ้ำซ้อนอีกทำไมจริงไม๊ น้องอร”
อรสินีหัวเราะเบาๆ ไม่ตอบแต่หันมาทางตรีอัปสร “เลือกได้รึยัง ตรี ทานอะไรดี”
“ได้แล้วค่ะ”
ตรีอัปสรพยายามฝืนยิ้มกลบ เก็บอาการ มุกตาภาปรายตามองอย่างสะใจเล็กๆ ที่เห็นตรีอัปสรตัวคนเดียวไม่มีพวก ชญานนท์มองตรีอัปสรด้วยแววตาเฉยชาดังเคย

อีกฟากหนึ่ง ภาพจากในจอคอมพ์ เป็นข่าวในเว็บดัง รวมรูปภาพสาวงามผู้เข้าประกวด เป็นรูปของตรีอัปสรในอิริยาบถต่างๆ สวย เซ็กซี่ ดูเป็นธรรมชาติทุกรูป ณเดชย์ดูรูปเหล่านั้นอย่างรักใคร่ หลงใหล ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มา นัยน์ตายังมองในจอคอมพ์นิ่ง

ทั้ง 4 คน เริ่มต้นทานอาหาร บรรยากาศค่อนข้างอึดอัดพิกล เพราะชญานนท์กับมุกตาภาก้มหน้าก้มตาทานอาหาร โดยไม่ได้คุยกับตรีอัปสรเลย อรสินีเงยหน้าขึ้นมอง
“อันที่จริง มุกน่าจะชวนคุณณเดชย์มาด้วยน่ะ”
มุกตาภาชะงักไปนิด “ชวนแล้ว แต่คุณนะติดทานข้าวกับลูกค้า”
อรสินีร้อง “อ๋อ”
โทรศัพท์ของตรีอัปสรดังขึ้นในจังหวะนี้ ตรีอัปสรหยิบขึ้นมาดู เห็นเป็นชื่อณเดชย์ หล่อนปรายตามองมุกตาภา แล้วยิ้มเยาะนิดๆ
“ขอโทษนะคะ” ตรีอัปสรพูดจบก็กดสายรับโทรศัพท์โดยไม่ลุกขึ้นเดินไปคุยที่อื่น “ฮัลโหล สวัสดีค่ะ”

ณเดชย์ยิ้มกว้าง พูดโทรศัพท์อยู่ในห้องทำงานด้วยสีหน้ารื่นรมย์
“รับสายเป็นทางการจัง...คิดถึงตรีที่สุดเลย รู้ไม๊”
“ตรีก็คิดถึงเหมือนกันค่ะ”
ตรีอัปสรตอบพร้อมๆกับสบตากับมุกตาภาที่มองมาพอดี
“ชื่นใจที่สุด งั้นมาทานข้าวด้วยกันน่ะ ตรีอยู่ที่ไหนเดี๋ยวผมไปรับ”
“ว่างเหรอคะ”
“ว่างซิครับ สำหรับตรี ผมว่างเสมอ”
ตรีอัปสรมีสีหน้าสะใจ “แต่ตรีไม่ว่างค่ะ ตรีกำลังทานข้าวอยู่ แค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวค่อยคุยกันใหม่”
“เดี๋ยวก่อนตรี...เดี๋ยว”
ตรีอัปสรตัดสายไปแล้ว ณเดชย์เซ็ง
ตรีอัปสรยิ้มซื่อใสแต่มีแววเยาะแวบหนึ่ง โดยมีมุกตาภาแอบมองอย่างหมั่นไส้แกมสงสัย

มุกตาภาเดินนำมาตามทางในห้าง มีชญานนท์ อรสินี และตรีอัปสร เดินตามมา
มุกตาภาหันมาพูดกับพี่ชาย “ขอบคุณนะคะพี่นนท์ที่เลี้ยงข้าว มุกขอแยกก่อนไม่ว่ากันนะคะ”
“พี่เข้าใจ มีนัดกับคู่หมั้นต่อล่ะซิ” ชญานนท์เย้า
มุกตาภาอมยิ้ม “ก็ทำนองนั้นอ่ะค่ะ”

ตรีอัปสรยิ้มในสีหน้า มันเป็นยิ้มเยาะหยันแกมสมเพช ชญานนท์เห็นรอยยิ้มนั้นจังๆ ชายหนุ่มชะงักไปนิดหนึ่ง


อ่านต่อหน้า 2
ปีกมงกุฎ ตอนที่ 4 (ต่อ)
กำลังโหลดความคิดเห็น...