xs
xsm
sm
md
lg

เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 19

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


 เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 19 

นัครินทร์โดนผลักลงไปนอนบนโซฟา เคที่พุ่งเอาหน้ามาจ่อปะกบ

"คิดถึงเคที่มากเลยใช่ม้าา?! นัคกี้ถึงได้รีบโทร.ตามเคที่แบบนี้"
นัครินทร์หัวเราะแหะๆ แล้วตอแหลไปงั้นๆ "ใช่ฮะ!! ชัวร์สิฮะ!! แหม..ก็เราไม่ได้เจอกันตั้งนาน"
เคที่งอน "ก็ยูแหละนัคกี้!! หัวหายไปเลย ไม่เคยโทร.หาไอ"
"หายหัวฮะ..ไม่ใช่หัวหาย"
เคที่แอบขำ "นั่นแหละ!" เคที่ตาวาว "งั้นคราวนี้ไอต้องลงโทษยู!! เอาให้หัวหายเลย"
พูดจบเคที่ก็โถมเอาหน้าอกมาทับหน้านัครินทร์จนมิด เคที่หัวเราะชอบใจ นัครินทร์ร้องโวยวาย
"โอ้ยๆๆ!" นัครินทร์ผลักเคที่ออกแล้วจ้องหน้า "โนวๆๆ! ไม่นะเคที่!! ไอหายใจไม่ออก!!! แล้วดูดิ! อะไรโดนหน้าไอเจ็บจัง"
เคที่ขำๆ "อ๋อ..บราของเคที่!! ถอดออกละกันเนอะ"
เคที่ถอดบราแล้วโยนไปแบบไม่ตั้งใจ นัครินทร์ตาโตแล้วส่ายๆ หน้านิดๆ คล้ายจะบอกว่าไม่ไหวๆ
เคที่ผลักนัครินทร์ไปนอนท่าเดิม "มะ!! have fun กันเลยดีกว่าค่ะ--R u ready?”
นัครินทร์พยักหน้าหงึกๆ เคที่เริ่มทำตาเยิ้มยั่ว แล้วใช้มือไม้ป่ายไล้ไปทั่ว แรกๆ นัครินทร์ก็เคลิ้มแต่พอเคที่เอาหน้ามาใกล้เพื่อจะจูบ นัครินทร์ก็เห็นหน้าเคที่เป็นหน้าประกายเดือน
นัครินทร์ตกใจ "เย้ย!!”
นัครินทร์ผลักเคที่หงายหลังตกโซฟาดังตุบในสภาพขาชี้ฟ้าท่าเดียวกับวีวี
"ว้าย!!" เคที่คลานอย่างมึนๆ โดยพยายามลุกขึ้นยืนแล้วก็โวยวาย "โอ้วมายก็อด! นัคกี้?? R u crazy? นัคกี้บ้ารึเปล่า?? ยูทำอะไรไอ" เคที่จะร้องไห้ "ยูทำไอทำไม?”
นัครินทร์รีบเข้าไปช่วยพยุง "โอว..I’m Sorry นะเคที่!! ไอขอโทษจริงๆ ไอไม่ได้ตั้งใจฮะ"
"นัคกี้!! ยูเป็นอะไร?” เคที่ถาม
"เปล่า..เอ้ย!..เป็นๆๆ..สงสัยไอจะเป็นหวัด"
"เป็นหวัด?”
"ใช่ๆ" นัครินทร์แกล้งจามใส่แรงเว่อร์ "ฮัดเช้ยย!”
"ว้าย!!”
"ไอว่ายูกลับก่อนดีกว่านะฮะ ไว้เราเจอกันใหม่ C U Later นะฮะ"
นัครินทร์พูดไปก็หยิบกระเป๋าสะพายส่งให้เคที่แล้วก็พยายามผลักออกไปเหมือนเมื่อครั้งที่ผลักวีวี่ไม่มีผิด
เคที่โวยวาย “What? อะไรของยู? Wait! เดี๋ยวก่อนๆๆ นัคกี้..ไม่นะ!! นัคกี้!! โนวว"
นัครินทร์กำลังพยายามผลักเคที่อยู่ที่ประตู
“Sorry!! ขอโทษจริงๆ นะฮะ"


ทุกคนลอบมองโดยกำลังเอาหูแนบประตูบ้าง บางคนก็พยายามก้มส่องช่องใต้พื้นประตูอย่างสอดรู้สอดเห็นสถานการณ์ในห้องทำงานนัครินทร์สุดฤทธิ์ ทันใดนั้นประตูก็เปิดผัวะ เคที่ที่โดนผลักออกมาสะดุดมอลลี่ ลูกกอล์ฟ และจามจุรีจนล้มกลิ้งลงไปกองกันอยู่กับพื้น เธอร้องวี้ดว้ายโอดโอย มอลลี่กับลูกกอล์ฟรีบประกบเคที่ทำเป็นช่วย แต่จริงๆ อยากจะเจาะข่าว
“OMG!! What happened ka?!” มอลลี่ถาม
ลูกกอล์ฟถามต่อ "ทำไมถึงโดนถีบออกมาอย่างนี้ล่ะครับ"
"บ้า!!! ไอไม่ได้โดนถีบ" เคที่เบะหน้าจะร้องไห้ "นัคกี้เค้าแค่..”
ทั้งสามถามพร้อมกัน "แค่อะไรคะ?" ทั้งสามคนอยากรู้มากๆ
เคที่ปล่อยโฮ "แค่เป็นหวัด!!! ฮือๆๆ"
พูดจบเคที่ก็วิ่งออกไป ทั้งสามมองหน้ากันงงๆ
"เป็นหวัด?" ทั้งสามเกาหัวแกรกๆ
"ท่านรองฯ เค้าเป็นหวัดตอนไหนเนี่ย?” จามจุรีถาม
ทันใดนั้นนัครินทร์ก็เปิดประตูผัวะออกมา ทั้งสามสะดุ้งโหยง
นัครินทร์มอง "มาทำไรกันตรงนี้ฮะ??”
ทั้งสามปฏิเสธเป็นพัลวัน "ปะ..เปล่าครับ, ค่ะ ฯลฯ"
"คุณเลขาฯ เดือนกลับเข้ามารึยังฮะ?” นัครินทร์ถาม
"ยะ..ยัง..ยังค่ะ ออกไปรับรองลูกค้าตามคำสั่งของท่านรองฯ ยังไม่กลับเข้ามาค่ะ" จามจุรีตอบ
นัครินทร์เคือง "รีบโทร.ตาม บอกให้รีบกลับมาหาผมด่วน"
นัครินทร์ปิดประตูปัง สามคนสะดุ้งแล้วทำตาวาวใส่กัน
"อะไรยะเนี่ย สองคนติดๆ กันยังไม่หนำ นี่จะต่อด้วยเลขาฯเดือนอีกคน?”
"ไปได้ยาดีอะไรมาวะ ยาดองรึว่าถังเช่า" ลูกกอล์ฟว่า
"ตายจริง..ท่านรองฯ ทำไมถึงกลายเป็นอย่างนี้ไปได้" จามจุรีบอก
"แหนะ!! โทรตามสิคะ!! ยังไม่รีบโทร.ตามคุณเลขาฯเดือนอีก เดี๋ยวได้โดนจับปล้ำแทนหรอก" มอลลี่ว่า
จามุจรีเผลอ "ก็ดีน่ะสิ!!”
ลูกกอล์ฟกับมอลลี่ร้อง "อร้าย?”
"แฮ่!! โทร.ๆๆ" จามจุรีรีบควักมือถือโทรตามประกายเดือน
ปาริฉัตรมองด้วยความสงสัยในตัวท่านรองฯ


กนกรัตน์จับและลูบไล้กระเป๋าแบรนด์เนมใบสวยอยู่
พนักงานขายเชียร์ “Collection ล่าสุดใบเดียวกับบน Runway เลยมาใบเดียวด้วยนะคะ"
กนกรัตน์ยิ้มอย่างพึงพอใจ "เอาใบนี้คะ"
ทันใดนั้นกนกรัตน์ก็มองเห็นมิลค์เดินมากับแตงโม เพื่อนของมิลค์ ทั้งสองกำลังเดินตรงมาที่ร้านนี้ กนกรัตน์ตาโตด้วยความตกใจ มิลค์พูดกับแตงโม
"เออ..วันก่อนเจอนังเคท"
"อะไรนะ?" แตงโฒหยุดเดินทันที "แกเจอนังเคทเหรอนังมิลค์? แล้วมันยืมเงินแกรึเปล่า?”
"เปล่านี่..นังเคทน่ะเหรอจะยืมเงินฉัน" มิลค์ขำกิ๊ก "มันรวยจะตาย"
"รวยกะผีสิ!! นี่แกไม่รู้อะไรเลยเหรอ เค้าเม้าท์กันให้ทั้วว่านังเคทน่ะมันยืมเงินคนไปทั่วแอลเอ. แล้วมันก็หายตัวเป็นนินจาล่องหนไปเลย"
มิลค์ทำเสียงสูง "บ้า!! ไม่จริ้ง! บ้านมันรวยไม่ใช่เหรอ"
"แกเคยเห็นบ้านมันป่ะล่ะ" แตงโมถาม
มิลค์นิ่งไป "เฮ่ย..คนละเคทป่ะวะ?”
"เคทนี้แหละ เอาเป็นว่าถ้าแกเจอมันอีกเมื่อไหร่รีบโทร.บอกฉันด้วยละกัน"
มิลค์ยังไม่ค่อยเชื่อ กนกรัตน์ชะเง้อมองสองคนนั้นแล้วบอกกับพนักงาน
"เอ่อ..ขอไปโทรศัพท์ทางนู้นก่อนนะคะ"
พูดจบกนกนรัตน์ก็วิ่งเข้าไปในมุมลึกสุดของร้าน มิลค์กับเพื่อนจะเดินผ่านร้านแล้วแต่ดันมาเห็นกระเป๋าที่กนกรัตน์จะซื้อวางอยู่กับพนักงาน มิลค์ร้องกริ๊ดแล้ววิ่งเข้ามา
"นี่ไงๆๆ..ใบนี้!!! อยากได้มากเลย กรี๊ดๆๆ" มิลค์จิกใส่พนักงาน "ใบนี้เท่าไหร่?”
"ต้องขอโทษด้วยค่ะ..ใบนี้มีลูกค้ารับแล้วค่ะ"
มิลค์เม้งแตกทันที "ใคร? ใครเอา?”
กนกรัตน์ที่หลบอยู่อีกมุมมองลุ้นๆ
"เอ่อ.." พนักงานไม่กล้าตอบตามมารยาท
แตงโมตะคอก "ถามทำไมไม่ตอบ ใครเอา เอาแล้วทำไมกระเป๋ายังอยู่นี่?”
"เอ่อ...”
กนกรัตน์ลุ้น
"จริงด้วย!" มิลค์มองไปทั่ว "แล้วไหนล่ะ? ใครเอา มันอยู่ไหน มันเป็นใคร"
พนักงานอึกอัก "เอ่อ..”

กนกรัตน์ ลุ้น ทันใดนั้นผู้จัดการร้านก็รีบเข้ามา
ผจก. ร้านพูดเสียงหวาน "คุณมิลค์"
มิลค์มีสีหน้าดีขึ้น "ว่าไงจ๊ะ" มิลค์รีบพูด "นี่!! กระเป๋านี่ยังไง? มิ้ลค์อยากได้แต่เค้าบอกมีคนเอาแล้ว"
ผจก.กับพนักงานมองหน้ากัน พนักงานตาละห้อย ซึ่งผจก. ก็เข้าใจ
"ไม่ทราบเลยว่าคณมิ้ลค์ชอบไม่งั้นจะเก็บไว้ให้ เอางี้นะคะ ประเดี๋ยวสั่งเป็นพิเศษ ใบใหม่เอี่ยมจากฮ่องกงหรือฝรั่งเศลมาเพื่อคุณมิ้ลค์โดยเฉพาะเลยดีมั้ยคะ"
มิลค์รู้สึกดีขั้น "ก็โอเค..แต่อย่านานนะ"
"รีบด่วนที่สุดเลยค่ะ"
"โอเค. " มิลค์พูดกับแตงโม "หิวแล้ว..ไปหาอะไรกินกันเถอะ"
ผู้คนพากันเดินออกไป ผจก. กับพนักงานค่อยโล่งอก กนกรัตน์ที่แอบอยู่โล่งอกก่อนจะเชิดหน้าขึ้น


ทั้งหมดเดินคุยกันมาตามทางเดิน โดยวิทย์เป็นคนเข็นรถให้นารถนรินทร์ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่น
"นึกยังไงค่ะพี่วิทย์ถึงชวนนารถมาช้อปปิ้ง?”
วิทย์อมยิ้ม "ก็พี่เห็นนารถอยู่แต่บ้าน คงจะเบื่อแย่"
นารถนรินทร์ค้อน "เพิ่งรู้เหรอคะ?”
"นั่น!! ปากอย่างนี้น่าจะปล่อยให้เฉาตายอยู่ที่บ้านมะ?” อัครินทร์ว่า
นารถนรินทร์ว่าพี่ชาย "ก็ใครล่ะ..ไม่เคยคิดจะพาน้องนุ่งออกมาเที่ยวกะเค้ามั่ง ยังจะมาว่า"
"โธ่นารถ!! ร้อยวันพันปีพี่อัคเค้าก็ไม่เคยออกมาแบบนี้นะครับ"
"นั่นสิ!!" นารถนรินทร์ค้อน "แหม..วันนี้ล่ะออกมาได้" นารถนรินทร์มองเจ้าเล่ห์ "มาทำไมเนี่ย?" นารถนรินทร์ประชด "รักน้องเป็นห่วงน้องขึ้นมากะทันหันงี้?”
อัครินทร์แอบเขินปานตะวันเพราะรู้ว่านารถนรินทร์แขวะ โดยที่ปานตะวันเองก็รู้
"ก็อยากมา!! อยากพาคุณตะวันออกมาพักผ่อนมั่ง วันๆ ต้องอยู่กับยัยคุณหนูรมณ์ร้ายน่าเบื่อจะตาย" อัครินทร์ว่า
"โธ่!! ก็ใช้น้องเป็นข้ออ้าง"
อัครินทร์กับปานตะวันทำหน้าไม่ถูก ทั้งหมดเดินมาถึงหน้าร้านเพชร แล้ววิทย์ก็หยุดเดิน
"อ้าว!! วิทย์..เป็นไร?" อัครินทร์ขำๆ "รำคาญยัยนารถแล้วใช่มั้ย?! ดี!! ทิ้งไว้ตรงนี้แหละ แล้วพวกเราจะได้ไปเดินซื้อของกันสบายๆ หู"
"บ้า!! พี่อัคใจร้าย!” นารถนรินทร์ว่า
ทุกคนขำกัน
"ทิ้งไม่ได้เด็ดขาดครับ เพราะถ้าทิ้งนารถ ผมคงจะซื้อของที่อยากซื้อไมได้แน่ๆ" วิทย์บอก
ทั้งสามคนมองงงๆ วิทย์เข็นรถนารถนรินทร์เข้าร้านเพชร
นารถนรินทร์ตกใจ "อะไรอ่ะพี่วิทย์?”
อัครินทร์มองหน้าปานตะวันแล้วก็ยิ้มๆ เหวอๆ "เฮ่ย!!”


แหวนเพชรหลากหลายแบบวางเรียงรายอยู่ในถาด นารถนรินทร์มองแบบงงๆ
"นารถเลือกไม่ถูกหรอกค่ะพี่วิทย์ นารถไม่รู้จริงๆ ว่าวงไหนจะเหมาะกับคุณแม่พี่วิทย์?”
วิทย์ยิ้ม "นารถช่วยเลือกให้หน่อยเถอะครับ คุณแม่พี่ฝากบอกว่านารถชอบวงไหน คุณแม่ก็ชอบวงนั้น"
"โหย..ย..ย" นารถนรินทร์หันไปทางปานตะวัน "พี่ตะวัน..ช่วยนารถเลือกหน่อยได้มั้ยคะว่าวงไหนเหมาะ?”
ปานตะวันอมยิ้ม "คงจะไม่ได้หรอกค่ะ พี่ว่า..น้องนารถแหละค่ะจะเลือกได้วงที่เหมาะที่สุด" ปานตะวันยิ้ม
"เฮ้อ! อะไรกันเนี่ย? กดดันชะมัด!!” นารถนรินทร์ว่า
นารถนรินทร์พยายามเล็งและเลือก ปานตะวันกับอัครินทร์มองตากันแล้วยิ้มๆ แบบรู้กัน
นารถนรินทร์เล็งจนเสร็จ "วงนี้ค่ะ!! วงนี้แหละ!!! น่าจะถูกใจคุณแม่พี่วิทย์"
"โอเคครับ!" วิทย์พูดกับคนขาย "ผมรับวงนี้นะครับ" วิทย์คุกเข่าลงตรงหน้านารถนรินทร์ทันทีก่อนจะคว้ามือเธอมาสวมแหวน นารถนรินทร์ช็อค
"แต่งงานกับพี่วิทย์นะครับ?”
นารถนรินทร์ตกใจจนน้ำตาเอ่อ "พี่..พี่วิทย์?”
ปานตะวันตื้นตัน อัครินทร์ยิ้มพลางเหลือบมองปานตะวันที่กำลังอิน
"พี่วิทย์ไม่รอแล้วนะครับ พี่วิทย์อยากแต่งงานกับน้องนารถใจจะขาดแล้วครับ" วิทย์ว่า
นารถนรินทร์ยังอึ้งและช็อคอยู่
"เอ้า!! เล่นตัวอยู่นั่น--เอาไง..ยังนารถ จะแต่ง? ไม่แต่ง?” อัครินทร์ว่า
นารถนรินทร์รีบบอกทันที "แต่งสิคะ..แต่งค่ะ!!”
พูดจบนารถนรินทร์ก็โผเข้าไปกอดวิทย์แน่น นารถนรินทร์ร้องไห้โฮ
ปานตะวันยืนเช็ดน้ำตาป้อยๆ อัครินทร์หันไปเห็นก็ตกใจแล้วก็ขำๆ
"เฮ่ย!" อัครินทร์ขำ "ร้องไห้ทำไมครับ?”
ปานตะวันป้ายน้ำตาก่อนจะฝืนยิ้มพูดกับทุกคน "ตะวันขอตัวแป๊บนึงนะคะ"
ปานตะวันเดินออกไป อัครินทร์ใจหายแล้วก็รีบเดินตามไป


อัครินทร์พรวดเข้ามามองหา เขาเห็นปานตะวันนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ก็ถอนใจจ๋อยๆ แล้วก็เดินมานั่งข้างๆ
"ขอโทษจริงๆ นะครับ เมื่อกี้ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่น่าหัวเราะขำคุณเลย ผมลืมไปว่า..”
ปานตะวันเช็ดน้ำตาจนเกลี้ยงแล้วก็ฝืนยิ้ม "ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ ฉันดีใจกับคุณนารถด้วยจริงๆ ดีใจที่เห็นคุณนารถมีความสุข"
อัครินทร์มองปานตะวันอย่างเห็นใจ "แล้วตัวคุณเองล่ะครับ? เมื่อไหร่จะยอมมีความสุขกับเค้าบ้าง"
ปานตะวันมองอัครินทร์แบบรู้ความหมาย เธอก้มหน้าหลบตาไม่ตอบ
กนกรัตน์ที่ถุงร้านแบรนด์เนมมาด้วยเดินเข้ามาที่มุมหนึ่ง พอเห็นปานตะวันกับอัครินทร์เธอก็ชะงักมอง อัครินทร์เอื้อมมือไปจับมือปานตะวันพอดี กนกรัตน์ตาโตแล้วก็รีบคว้ามือถือมาถ่ายรูปไว้แล้วยิ้ม ก่อนจะรอดูต่อ
"คิดถึงลูกในท้องบ้างนะครับ ผมยังยินดีเสมอ..ที่จะรับเป็นพ่อของ...”
ปานตะวันรีบตัดบท "ขอบคุณมากค่ะคุณอัค คุณเป็นคนดีจริงๆ" ปานตะวันถอนใจ "แต่มันคงจะยิ่งแย่นะคะ ที่คุณ ฉัน และคุณนาคินทร์จะต้องอยู่ด้วยกัน เจอหน้ากันไปตลอดชีวิต ยิ่งถ้าลูกเกิดมา...”
"ไม่มีทางหรอกครับ พี่คินไม่มีทางปล่อยให้ถึงวันนั้น แค่ถ้าเค้ารู้ว่าผมจะแต่งงานกับคุณจริงๆ ล่ะก้อ..เค้าไม่มีทางยอมเด็ดขาด เค้าคงจะต้องรีบคุกเข่าขอคุณแต่งงาน เหมือนที่นายวิทย์ทำกับยัยนารถเมื่อกี้นี้แน่ๆ ผมรู้จักพี่ชายผมดี"
"ฉันก็รู้จักพี่ชายคุณดีเช่นกันนะค่ะ" ปานตะวันส่ายหน้าแล้วยิ้มประชดตัวเอง "ฉันไม่ได้เกิดมามีบุญเหมือนคุณนารถ" ปานตะวันน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง "และที่สำคัญคุณนาคินทร์ก็ไม่ได้รักฉันเหมือนที่คุณวิทย์รักคุณนารถเลยซักนิดเดียว"
ปานตะวันน้ำตาหยดด้วยความน้อยใจทั้งที่พยายามเข้มแข็ง อัครินทร์มองแล้วใจหายวาบ เขาเอื้อมมือไปค่อยๆ เช็ดน้ำตาให้ กนกรัตน์รีบยกมือถือขึ้นมาอัดวีดีโอไว้
"ไม่เอาครับ..ไม่ร้องไห้แล้ว" อัครินทร์บอก
อัครินทร์โอบปานตะวันมาซบที่ไหล่ของเขา ปานตะวันร้องไห้อยู่ที่ไหล่อัครินทร์ โดยภาพเหตุการณ์ทั้งหมดถูกบันทึกไว้ในมือถือกนกรัตน์ กนกรัตน์ยิ้ม
"ปานตะวัน!!”

อ่านต่อหน้าที่ 2


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 19 (ต่อ)

ใบตองที่กำลังลั้นลาอยู่ตกใจเมื่อนาคินทร์โผล่เข้ามา

"อุแหมะ!! ตกใจหมดเลยค่ะคุณนาคินทร์!! ทำไมวันนี้กลับบ้านเร็วจังเลยคะ?”
นาคินทร์ไม่ตอบ แต่มองๆ แล้วถาม "ทำไมบ้านเงียบจัง? ไปไหนกันหมด?”
"อ๋อ" ใบตองรายงานด่วนจี๋ "คุณผู้หญิงกะคุณผู้ชายออกไปดูหนังกัน 2 ต่อ 2 คุณนัครินทร์ ไม่ทราบเพราะไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้ว น่าจะอยู่คอนโดฯ คุณอัครินทร์กะคุณนารถก็ไม่อยู่ ออกไปช้อปปิ้งกะคุณวิทย์ค่ะ" ใบตองหอบแฮ่กๆ
นาคินทร์ฟังแล้วพยักหน้าหงึกๆ ด้วยดวงตาที่แอบดีใจเมื่อรู้ว่าปานตะวันอยู่คนเดียว "อ๋อ..งั้นเหรอ..ขอบใจมาก"
นาคินทร์จะเดินออก แต่ใบตองเรียกไว้
"เดี๋ยวค่ะคุณนาคินทร์ ยังไม่จบค่ะ" ใบตองหอบแฮ่กๆ
นาคินทร์หันมามอง
"คุณตะวันไม่อยู่นะคะ ออกไปช้อปปิ้งกับคุณนัค คุณนารถ คุณวิทย์ด้วยค่ะ"
นาคินทร์ชะงักแล้วทำหน้าตึง
ใบตองยังจ๋อย "เกลี้ยงบ้านเลยค่ะ อ่อ..ไม่สิ!! เหลือใบตองกะคุณคิน 2 คน แฮะๆ"
ทันใดนั้นมือถือของนาคินทร์ก็ดังขึ้น
นาคินทร์รับ "ครับ..กนก"
ใบตองเหล่แล้วเงี่ยหูฟัง นาคินทร์เลี่ยงหลุดไปพูดอีกมุมหนึ่งที่อยู่ไกลๆ
"มีอะไรครับกนก?”
กนกรัตน์พูดโทรศัพท์จากคอนโดฯ ในขณะที่เธอกำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนที่นอนและข้าวของ กระเป๋า ฯลฯ ที่ช้อปปิ้งมา
"พี่คินคะ" กนกนรัตน์ทำเสียงสดชื่น "เคทเพิ่งกลับจากข้างนอกมา ทายซิคะว่าเคทเจอใครด้วย"
"ใครเหรอครับ?”
กนกรัตน์พูดด้วยเสียงแฮปปี้ "เคทเจอคุณตะวันค่ะ คุณตะวันกับคุณอัค!!”
นาคินทร์อึ้งแล้วก็หน้าตึง
กนกรัตน์จับอาการได้ก็รีบใส่ทันที "ตอนแรกเคทก็ดีใจว่าจะรีบเข้าไปทัก แต่.." กนกรัตน์ทำเสียงครุคริ "เคทไม่กล้าเลยค่ะ เพราะคุณอัคกับคุณตะวันเค้า.." กนกรัตน์ทำเสียงอุ๊บอิ๊บ
นาคินทร์อารมณ์คุกรุ่น "เค้าทำไมครับ?”
กนกรัตน์ยิ้มอย่างพึงใจก่อนจะพูดเสียงแฮปปี้ต่อ "ไม่เอาอ่ะค่ะ เคทขอไม่เล่าดีกว่า ว่าแต่เคทไม่ทราบมาก่อนจริงๆ นะคะว่าคุณอัคกับคุณตะวันเค้าคบกันอยู่"
นาคินทร์หน้าตึง "อะไรนะครับ?”
กนกรัตน์ทำใสซื่อ "อ้าว! นี่พี่คินก็ไม่ทราบเหรอคะ? ตายจริง!! เคทนึกว่าทุกคนในบ้านทราบกันหมด"
นาคินทร์พยายามกลืนความหึง
กนกรัตน์ยิ้มอย่างพอใจก่อนจะแอ๊บต่อ "เอ๊ะ! หรือว่าเคทเข้าใจผิด เค้าอาจจะไม่ได้คบกัน?? แต่..ไม่น่านะคะ..เท่าที่เคทเห็น เค้าต้องเป็นแฟนกันแน่ๆ"
"เป็นแฟนเลยเหรอครับ?”
"น่ารักมากเลยนะคะคู่นี้" กนกรัตน์อาย "เคทยังแอบถ่ายภาพเก็บไว้เลย เผื่อจะเก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์วันแต่งงานคุณอัคกับคุณตะวันในอนาคต"
นาคินทร์หน้าตึง "พี่ขอดูหน่อยได้มั้ยครับ?”
กนกรัตน์ขำๆ อายๆ "อุ่ย..จะดีเหรอคะ? พี่คินอย่าเพิ่งไปแซวเค้า 2 คนนะคะ เดี๋ยวเค้าจะโกรธเคทแย่เลย"
"ไม่หรอกครับ..รับรอง"
"อืม..งั้น..เดี๋ยวเคทส่งให้เลยนะคะ..บ๊ายบายค่ะพี่คิน"
กนกรัตน์วางหูแล้วรีบส่งวีดีโอให้นาคินทร์ทันทีก่อนจะยิ้มอย่างมีความสุขแล้วล้มตัวลงนอนกับกองข้าวของที่ช้อปปิ้งมา
นาคินทร์เปิดดูวีดีโอที่กนกรัตน์ส่งมาซึ่งเป็นภาพอัครินทร์จับมือปานตะวันแล้วต่อด้วย อัครินทร์เช็ดน้ำตาแล้วทั้งสองก็โผกอดและซบกัน นาคินทร์เห็นแล้วก็ใจหายวาบจนแทบหมดแรง ก่อนที่ความเสียใจจะค่อยๆ กลายเป็นความโกรธแค้น


อัครินทร์กับปานตะวันเดินกลับมาจากห้างสรรพสินค้า ในมืออัครินทร์ไขว้หลังไว้เหมือนจะถือของอะไรบางอย่างแอบๆ อยู่
ปานตะวันหยุดเดิน "ฉันเดินไปเองได้ค่ะ"
อัครินทร์มองแล้วยิ้มน้อยๆ "ทำไมครับ กลัวจะเจอพี่คินรึไง?”
"เอ่อ..ก็..”
นาคินทร์ยืนมองอยู่แล้ว
"กลัวไว้บ้างก็ดี!”
ทั้งสองคนหันขวับแล้วก็อึ้งกันไป
นาคินทร์เดินมาจ้องหน้าปานตะวัน "จะทำอะไรก็หัดกลัวกันไว้บ้าง"
"ทำอะไรครับ? เราสองคนไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมจะต้องกลัวด้วย"
"เราสองคน?" นาคินทร์เยาะๆ "เดี๋ยวนี้กล้าใช้คำว่าเราสองคน"
อัครินทร์กลัวที่ไหน "กล้าสิครับ ก็ ‘เราสองคน’ จริงๆ นี่ครับ" อัครินทร์มองพี่ชาย "ไม่ได้โดดเดี่ยวอยู่ คนเดียวเหมือนพี่คิน"
นาคินทร์อึ้ง "แกว่าใครโดดเดี่ยวนะ?”
"ก็พี่คินไงครับ..โดดเดี่ยว!! ไม่ยอมเปิดใจยอมรับความจริงซะที ก็เลยต้องโดดเดี่ยวอยู่อย่างนี้"
นาคินทร์โกรธก่อนจะตวัดสายตาไปมองปานตะวันที่จ้องอยู่แล้วก็รีบเบือนหน้าหนี นาคินทร์เลยเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเย้ยๆ "ใครบอกแกว่าฉันโดดเดี่ยว" นาคินทร์มองปานตะวัน "ฉันมีกนกอยู่ทั้งคน"
ปานตะวันเสียใจ
"ฉันขอตัวก่อนนะคะ"
นาคินทร์สวนทันที "ยังไปไม่ได้! ผมยังไม่ได้สั่งให้คุณไป"
ปานตะวันหันขวับมาจ้องหน้านาคินทร์อย่างเหลืออด
นาคินทร์จ้องตอบ "มองอะไร มีสิทธิ์อะไรมามองผมด้วยสายตาแบบนั้น"
ปานตะวันฮึดจึงจ้องตาตอบ "เงื่อนไขข้อไหนในสัญญาที่ระบุว่าฉันมีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์มองคุณด้วยสายตาแบบนี้เหรอคะ"
นาคินทร์อึ้ง
"ฉันจำได้แม่น!! ว่า ‘ไม่มี’! เพราะฉนั้น “ฉันมีสิทธิ์”
ปานตะวันจองตานาคินทร์ นาคินทร์อึ้งก่อนจะจ้องตาสู้ปานตะวัน ทันใดนั้น เขาก็คว้าแขนปานตะวันกระชากออกไปทันที
ปานตะวันตกใจ "คุณนาคินทร์"
ทั้งสองคนเดินออกไป ปล่อยให้อัครินทร์มองตาม อัครินทร์ค่อยๆ หยิบถุงเล็กๆ น่ารักขึ้นมามองแล้วมองตามทั้งสองไปแล้วก็ถอนหายใจเฮือก


นาคินทร์ลากปานตะวันมา ปานตะวันร้องให้ปล่อยพร้อมสะบัดจนหลุดแล้วจะวิ่งหนี นาคินทร์รวบตัวปานตะวันไว้เหมือนกอดจากด้านหลังแน่น
"ปล่อยๆๆ ปล่อยฉัน!!”
นาคินทร์กอดไว้แน่น "ไม่ปล่อย"
"ฉันบอกให้ปล่อย"
นาคินทร์ชักยัวะ "ทำไม!! ทีกอดกับไอ้นัคล่ะทำดี๊ด๊า ทีกับผมทำเล่นตัว"
ปานตะวันชะงัก "กอดกับคุณนัค?”
"ไม่อายผัวก็หัดอายผีสางเทวดาซะบ้าง" นาคินทร์ว่า
ปานตะวันโกรธ "คุณพูดอะไรนะ?? เมื่อกี้คุณพูดอะไรนะ?”
นาคินทร์ตั้งใจพูดชัดๆ ข้างหู "ผัว!! ผมพูดว่าผัว!”

ปานตะวันโกรธ เธอสะบัดหลุดแล้วหันมาตบนาคินทร์จนหน้าหัน
ปานตะวันจ้องหน้า "คุณเองจะพูดอะไรก็หัดอายปากตัวเองซะบ้าง"
ปานตะวันพูดยังไม่จบดี นาคินทร์ก็กระชากปานตะวันมาจูบอย่างแรง แน่นและนาน สักพักปานตะวันก็ผลักนาคินทร์ออกแล้วจ้องหน้าพร้อมทั้งเงื้อจะตบอีก
"คุณ!!”
นาคินทร์คว้ามือปานตะวันไว้ "ตบอีก ผมจูบอีก!”
ปานตะวันอึ้ง "คุณ!! คุณนี่มัน…"
นาคินทร์สวน "ด่าอีก ผมก็จูบอีก!!”
ปานตะวันอึ้งจนไม่อยากจะเชื่อ "คุณ..”
นาคินทร์ขยับหน้าขู่เหมือนจะจูบ ปานตะวันรีบเงียบ
นาคินทร์ยิ้มเยาะ "หมดฤทธิ์?”
ปานตะวันแค้นจนพูดไม่ออก
"ต่อไปอย่าออกฤทธิ์ต่อหน้าคนอื่นอีก ไม่งั้นผมจะจูบคุณต่อหน้าคนอื่นด้วยเหมือนกัน" นาคินทร์ว่า
"คุณนาคินทร์!!”
"ผมทำจริง!!”
นาคินทร์พูดจบก็เดินออกไป
ปานตะวันโกรธจนตัวสั่น "บ้า!! ไอ้คนบ้า" ปานตะวันเดินออกไป
อัครินทร์ยืนจ๋อยอยู่อีกมุม พอปานตะวันเดินผ่านมา เขาก็รีบพลิกตัวหลบจนปานตะวันเดินไป อัครินทร์ทั้งเซ็งทั้งเศร้า เขาค่อยๆ หยิบ ‘ตุ๊กตาหมีถือหัวใจสีแดง’ ออกมาจากถุงเล็กๆ ในมือ แล้วเอาขึ้นมามอง
อัครินทร์นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ตอนที่ปานตะวันยืนมองตุ๊กตาหมีหยิบขึ้นมามองแล้วยิ้ม โดยอีกมือก็ลูบท้องตัวเองก่อนจะวางลง ถอนใจแล้วเดินออกไป ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาอัครินทร์ที่ยืนมองอยู่อีกมุม
อัครินทร์มองตุ๊กตาในมืออย่างเศร้าๆ


ปานตะวันวิ่งต่อเนื่องมาหยุดยืนหอบทั้งเหนื่อยทั้งโกรธ แล้วเธอก็คิดถึงตอนที่โดนนาคินทร์จูบ
ปานตะวันเอามือแตะริมฝีปาก แล้วก็น้ำตาคลอ ด้วยความโกรธ และน้อยใจ
"เห็นฉันเป็นอะไร?" ปานตะวันปาดน้ำตา "เห็นฉันเป็นตัวอะไร" ปานตะวันสะอื้น "ฉันเกลียดคุณ คุณนาคินทร์ ฉันเกลียดคุณ!”
ปานตะวันทรุดนั่งสะอื้นด้วยความน้อยใจ


นาคินทร์ทิ้งตัวลงนั่งอย่างแรงเพราะหงุดหงิด
เขานึกถึงตอนที่อัครินทร์โอบปานตะวันมาซบไหล่
นึกถึงตอนที่เขาถาม “ทำไม!! ทีกอดกับไอ้นัคล่ะ” แล้วนาคินทร์ก็ดึงปานตะวันเข้ามาจูบ
นาคินทร์เผลออินนิดๆ ก่อนจะได้สติจึงกลับมาหงุดหงิดใหม่
"บ้า!! ไม่!! ไม่จริง!! เราจะไปรักผู้หญิงคนนั้นได้ยังไง!!" นาคินทร์ส่ายหน้า "ไม่..ปานตะวัน ผมเกลียดคุณ"
ปานตะวันกับนาคินทร์นั่งงงและสับสนหัวใจตัวเองกันทั้งคู่

รปภ. ยิ้มเห็นทุกคนนั่งหลับและนอนเลื้อยสลบไสล ยิ้มยืนมองงงๆ และเกาหัวแกรกๆ
"ยังไงวะเนี่ย? ปกติ 5 โมงครึ่งเป๊ะก็รีบตอกบัตรเผ่นกลับบ้านกันแล้ว ไหงวันนี้อยู่ดึกได้หว่า?”
ประกายเดือนรีบเดินหอบซองเอกสารสัญญาเข้ามาแล้วก็ชะงักกึก
"อ้าว! คุณเลขาฯเดือน อยู่ดึกเหมือนกันเหรอครับ?”
"เหมือนกัน? เหมือนใครเหรอคะลุงยิ้ม" ประกายเดือนถาม
ยิ้มชี้ให้ดู "ก็นี่ไงครับ"
ประกายเดือนมองตามที่ยิ้มชี้ก็เห็นทุกคนนอนกันเรี่ยราด
"เฮ่ย!! อะไรเนี่ย" ประกายเดือนนึกได้ก็ตกใจ "แย่แล้ว" ประกายเดือนมองหน้ายิ้ม "เป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย?”
พูดจบทั้งสองก็พุ่งไปจับทุกคนเขย่า
ประกายเดือนเขย่าไปพูดไป "คุณเจเจ, พี่มอลลี่, พี่ลูกกอล์ฟ เป็นอะไรรึเปล่า? อย่าเพิ่งเป็นไรนะคะ?”
ทุกคนยังไม่ตื่น
ประกายเดือนใจเสีย "แย่แล้ว.." ประกายเดือนพูดกับยามยิ้ม "ตบหน้าเลยค่ะ ตบแรงๆ"
ประกายเดือนเงื้อมือจะตบมอลลี่ มอลลี่ร้องจ๊ากและเบิ่งตาโต
"แอร๊ย! หยุดเลย! หยุดเลยค่ะคุณเลขาฯเดือน ขืนตบคุณพี่ก็หน้าเบี้ยวสิคะ กว่าจะได้ V Shape เรียวแหลมขนาดนี้หมดไปตั้งเยอะ"
"อ้าว..นี่..ไม่ได้เป็นอะไรกันหรอกเหรอคะ?” ประกายเดือนถาม
"เป็นสิคร้าบทำไมจะไม่เป็น?? จะเป็นบ้ากันอยู่แล้ว ท่านรองฯ บอกให้ตามคุณเลขาฯ เดือนกลับมาให้ได้ ถ้าตามไม่ได้..ไม่ให้พวกเรากลับบ้าน"
"อะไรนะ?”
"อย่ามัวแต่อะไรนะ?" จามจุรีผลัก "รีบเลย!! รีบเข้าไปหาเดี๋ยวนี้เลย"
จามจุรีดันประกายเดือนหลุดไป ในขณะที่คนที่เหลือยืนอยู่
"เอาล่ะ..ดีใจด้วยครับ..ทีนี้ก็กลับบ้านกันได้แล้ว..ผมจะได้ปิดไฟส่วนนี้" ยิ้มบอก
"กลับก็โง่สิ!” มอลลี่ว่า
"ใช่!! ใครจะกลับ? รอจนถึงขนาดนี้แล้ว" ลูกกอล์ฟบอก
"ไปเร้ว!”
จามจุรีพุ่งลิ่วนำไป ทั้งสามพุ่งเอาหูไปแนบประตูห้องนัครินทร์ แล้วก็พยายามส่องดูตามช่องกัน
ยิ้มเกาหัวแกรกๆ "โห่..สอดส่องยิ่งกว่ายาม?" ยิ้มส่ายหน้า
ทั้งสามตะกายประตู


ประกายเดือนยืนกอดซองเอกสารมองนัครินทร์ที่นั่งฟุบหลับอยู่บนโต๊ะทำงาน ประกายเดือนค่อยๆ เดินเข้าไปยืนมองหน้านัครินทร์ใกล้ๆ
ภาพในอดีตย้อนกลับมา นัครินทร์บอก “ผมรักคุณ!! ผมจะแต่งงานกับคุณให้ได้!!”
ประกายเดือนว่า “ไม่จริงหรอกค่ะ!! เป็นไปไม่ได้!! ท่านรองฯก็แค่หลง แค่เล่นๆ ไม่ได้คิดจริงจัง”
“ทำไมต้องดูถูกผมแบบนี้ฮะ?? / ผมจะพิสูจน์ตัวเองว่าผมไม่ได้แค่หลง ไม่ได้แค่เล่นๆ แต่ผมเอาจริง!!”
ประกายเดือนถอนใจเฮือกอย่างปลงๆ แล้วค่อยๆ วางซองเอกสารลงบนโต๊ะ ก่อนจะพูดเบาๆ เพราะกลัวนัครินทร์ตื่น
"ฉันไปเอาสัญญาจากลูกค้ามาให้แล้ว..ฉันกลับก่อนนะคะ..ท่านรองฯ"
พูดจบประกายเดือนก็มองนัครินทร์ที่ยังหลับใหลอยู่บนโต๊ะ แล้วหันหลังจะเดินออก ทันใดนั้นนัครินทร์ก็คง้าแขนประกายเดือนหมับแล้วดึงตัวเธอรวบมานั่งตักพร้อมกับกอดไว้แน่น
ประกายเดือนร้องลั่น "ว้าย!!”
นัครินทร์กอดไว้แน่น "จะรีบกลับไปไหนฮะ? จะหนีผมไปไหนฮะ? ท่านรองฯ ยังไม่มีคำสั่งให้คุณเลขาฯ กลับฮะ"
"ปล่อยนะ!! ปล่อย!!”
"แน้!! เป็นเลขาฯมาสั่งท่านรองฯ ได้ไงฮะ?”
ประกายเดือนเสียงแข็ง "ได้สิ!! ทำไมจะไม่ได้"
นัครินทร์อึ้ง "ได้ฮะ..จะเอาอย่างนั้นก็ได้" นัครินทร์ทำหน้าจริงจัง "ถ้าคิดจะสั่งผม คุณก็ต้องโดนสั่งย้าย"
ประกายเดือนหน้าจ๋อยเมื่อเห็นนัครินทร์เอาจริง "เอ่อ..คือ..”
นัครินทร์ยิ้มแฉ่ง "สั่งย้ายไปเป็นภรรยาท่านรองฯ" นัครินทร์พุ่งไปจุ๊บแก้มประกายเดือนทันที
"บ้า!! บ้าๆๆ" ประกายเดือนตีดังเพียะๆๆ "คนบ้า!!”
นัครินทร์กอดแน่นจนประกายเดือนตีเขาไม่ได้ เขาจ่อหน้าเข้าไปใกล้ประกายเดือน "ถึงจะบ้าแต่ว่ารักจริง หวังแต่งนะฮะ"
ประกายเดือนอึ้ง เธอพูดไม่ออกจึงพูดเสียงแผ่ว "ไม่จริง"
นัครินทร์พูดจริงด้วยเสียงหวานนุ่ม "จริงสิฮะ..ที่ผ่านมาผมอาจจะเจ้าชู้..เก๊าะอย่างที่คุณเคยเห็น" นัครินทร์มองตา "แต่ตั้งแต่วินาทีนี้ผมหยุดแล้วนะฮะ ผมเจอแล้ว ผมหาคุณเจอแล้ว"

อ่านต่อหน้าที่ 3


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 19 (ต่อ)
ประกายเดือนอึ้งเพราะพูดไม่ออก

"อย่าหนีผมไปไหนนะฮะ..ประกายเดือน"
ประกายเดือนซึ้ง
นัครินทร์พูดต่อ “..แต่งงานกับผมนะฮะ"
ประกายเดือนน้ำตาคลอ นัครินทร์โอบกอดประกายเดือนไว้แน่น ทั้งสองโอบกอดอย่างซาบซึ้งกันพักหนึ่ง แล้วประกายเดือนก็เริ่มมีสีหน้าผิดปกติ ในขณะที่กำลังโอบกอดนัครินทร์อยู่ มือของประกายเดือนสัมผัสโดนกับอะไรบางอย่าง ประกายเดือนค่อยๆ แตะแล้วหยิบขึ้นมาดูแล้วก็ต้องตาโตเมื่อเห็นว่าคือ ‘ยกทรงของเคที่’ ที่โยนทิ้งไว้
นัครินทร์กอดอยู่ก่อนจะเอาหน้าเกยไหล่ประกายเดือนแล้วพูดยิ้มๆ "ผมเพิ่งรู้ว่าในหัวใจผม มีแต่คุณคนเดียวเท่านั้น"
ประกายเดือนยังเอาหน้าเกยไหล่นัครินทร์อยู่ "เหรอ?”
"ฮะ!! คุณคนเดียว ไม่เหลือให้ใครอีกแล้ว"
ประกายเดือนกัดฟัน "แล้วไอ้ที่เหลืออยู่นี่" ประกายเดือนผลักนัครินทร์ออกก่อนจะชูยกทรงให้ดู "มันคืออัลไล?”
"อ๋อ.." นัครินทร์ช็อค "เฮ้ย!!..ไม่นะ"
นัครินทร์จะฉกกลับมา ประกายเดือนรีบเลื่อนหลบ
"มันไม่ใช่นะฮะ!! ฟังผมก่อนนะฮะ!!”
ประกายเดือนเอายกทรงฟาดหัวนัครินทร์รัวๆๆ อย่างโมโหจัด "รักจริงหวังแต่ง!! ในหัวใจผมมีแต่คุณคนเดียว" ประกายเดือนฟาด "นี่ๆๆ"
นัครินทร์ปัดป้องเป็นพัลวัน "ฟังผมก่อน! ผมอธิบายได้! ผมรักคุณคนเดียวจริงๆ ฮะ"
ประกายเดือนเจ็บใจและโกรธจนน้ำตาแทบไหล "ก่อนจะบอกรักฉัน ก่อนจะขอฉันแต่งงาน เอาไอ้นี่ไปซ่อนซะก่อนได้มั้ย?”
ประกายเดือนขว้างยกทรงใส่หน้านัครินทร์เต็มๆ นัครินทร์ชะงักอึ้ง
ประกายเดือนปาดน้ำตา "คุณยังไม่หยุด!! คนอย่างคุณมันไม่มีวันหยุด!”
ประกายเดือนพูดจบก็วิ่งออกไปทันที
นัครินทร์เรียกเสียงดังลั่น "เดี๋ยว!! .ประกายเดือน!!”
นัครินทร์กุมขมับอย่างเซ็งๆ


ประกายเดือนเปิดประตูออกมา จามจุรี มอลลี่ และลูกกอล์ฟเด้งดึ๋งแตกกลุ่มทำไม่รู้ไม่ชี้ ประกายเดือนวิ่งออกไปผ่านยิ้มที่เรียกไว้ไม่ทัน แล้วทั้งสามก็มารวมตัวกันใหม่
"ทะเลาะกันลั่นห้อง??” มอลลี่ว่า
"คุณเลขาฯ ร้องไห้ด้วย" ลูกอล์ฟบอก
จามจุรียกมือท่วมหัว "ส้าธุ! อย่าจองเวรซึ่งกันและกันเลย"
มอลลี่กับลูกกอล์ฟท้าวเอวแล้วหันมองจามจุรี "มันใช่มั้ย..คุณเจเจ"
"แฮ่!!”
ปาริฉัตรแอบอยู่มุมหนึ่ง "นังเลขาฯเดือน & ท่านรองฯ ยังไง?”
ปาริฉัตรคิดนิดนึงก่อนจะยิ้มน้อยๆ เพราะแอบดีใจที่ไม่ใช่ท่านประธานของเธอ


กนกรัตน์โชว์ลีลาโยคะงดงามท่ามกลางเหล่าครูและนักเรียนที่ยืนมองอย่างชื่นชม นร.เม้าท์มอยกัน
"คนอะไรไม่รู้น่าอิจฉาเนอะ ทั้งสวยทั้งรวยทั้งเก่ง แถมยังมีแฟนหล่อรวยเทพอย่างคุณนาคินทร์ KTK ด้วยอ่ะ..อยากได้ๆ"
"อยากได้ก็ไปทุบหน้าใหม่กันก่อนป่ะล่ะ?”
"จ้าา!! ถ้าทุบใหม่ได้เหมือนคุณเคทเค้าเป๊ะ ฉันก็เอานะยะ"
นักเรียนอีกคนขำ "ถ้าได้เหมือนเป๊ะ ฉันก็เอาก่อนล่ะย่ะ"
"แกนี่!" นักเรียนคนแรกผลักเพื่อน "ร้ายนะยะ!”
ทั้งสองคนขำกัน กนกรัตน์ยังโชว์ลีลาอย่างภาคภูมิใจ


กนกรัตน์เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็ปิดประตูล็อคเกอร์ก่อนจะผงะเงิบที่เห็นมิลค์แต่ก็เก็บอาการ มิลค์ตาโตด้วยความดีใจ
"ว้าย!! อีเคท" มิลค์กระโดดกอด "แกก็มาเล่นที่นี่เหมือนกันเหรอ"
กนกรัตน์เหลือบมองนร.ร่วมคลาสที่มองๆ อยู่ ขณะที่มิลค์กอดเธอแน่น
มิลค์ผละออกแล้วค้อน "อีเคทนะอีเคทน้า..ละก็ไม่มีชวนน้า"
นร.ร่วมคลาสเริ่มมองๆ เม้าท์ๆ
กนกรัตน์ไม่ค่อยพอใจจึงพูดเบาๆ "ไว้เจอกันนะมิลค์..ฉันรีบ!!”
พูดจบกนกรัตน์ก็เดินออกไปทันที มิลค์มองตามอย่างงงๆ
"เฮ้ย!! อะไรวะ" มิลค์ร้องเรียก "จะรีบไปไหน..อีเคท"
มิลค์ถอนใจเฮือกแล้วหันกลับมาเห็น นร.ร่วมคลาสกำลังซุบซิบ
มิลค์แว้ด "เม้าท์อะไร??”
นร.ร่วมคลาสแตกตัวถอยกันไปจนหมด แล้ว ‘แตงโม’ ก็โผล่เข้ามา
"เอ้า!! อีโม!! มาช้านะแก เออ..อีเคทเพิ่งไปตะกี้"
"ห๊า!! นังนั่นมันมาที่นี่ด้วยเหรอ หูย..กระแดะสุดๆๆ ยืมเงินคนไม่ใช้ กระแดะมาเล่นโยคะไฮโซ น่าตบให้หน้าเบี้ยวนักเชียว" แตงโมว่า
มิลค์ยังไม่ค่อยจะเชื่อ "นี่อีโม..ตกลง อีเคทมันยืมเงินแกจริงเหรอ"
"มันไม่ได้ยืมฉัน"
มิลค์งง "อ้าว??”
"แต่เพื่อนฉันมันโดนกันทั่วแอลเอ.” แตงโมบอก
"เม้าท์ป่ะวะ? อีพวกขี้อิจฉาเห็นคนอื่นสวยกว่าก็เม้าท์"
"ก็เพราะมันสวยน่ะสิ สวยด้วยเงินเพื่อนฉันนี่แหละ เที่ยวยืมเงินคนเค้าไปทุบหน้าใหม่แล้วก็ไม่คืน คอยดูเหอะ..เจอเมื่อไหร่ แม่จะเลาะดั้ง เลาะคางล้างหนี้ให้เพื่อนๆ ซะหน่อย"
มิลค์ฟังอึ้งๆ
"แกเองก็ระวังไว้ อย่าโง่ให้มันยืมเงินอีกคนล่ะอีมิลค์" แตงโมเปลี่ยนเรื่อง "ไปเร็ว!! เดี๋ยวครูด่า"
พูดจบแตงโมก็เดินไปปล่อยให้มิลค์ยืนอึ้งๆ อยู่ว่าจริงเหรอ แล้วมิลค์ก็เดินตามไป กนกรัตน์ที่ยืนแอบฟังอยู่ถึงกับหน้าชา น้ำตาคลอด้วยความโกรธ
กนกรัตน์กัดฟันกรอดๆ "อีต่ำ !! อีพวกบ้า!! ทำไมฉันต้องมาเจอพวกแกด้วย!! ทำไม"
กนกรัตน์โกรธแค้นจนน้ำตาไหล


ปานตะวันกำลังนวดบำบัดให้นารถนรินทร์อยู่
"ดีจังค่ะ..ออกมานวดริมสระแบบนี้ค่อยสดชื่นหน่อยดีกว่าอยู่ในห้องตั้งเยอะ"
ปานตะวันยิ้มๆ เธอเหลือบมองซ้ายขวาแล้วพูดเบาๆ "ก็น้องนารถบอกเองนี่คะว่าให้ทำกายภาพแต่ในห้อง เวลาหัดเดินจะได้ไม่มีใครเห็น"
นารถนรินทร์ทำนิ้วชู่ว์ "ชู่ว์!" นารถนรินทร์มองซ้ายมองขวา "เดี๋ยวใครได้ยินค่ะ เดี๋ยวความลับแตก" นารถนรินทร์ยิ้ม "เดี๋ยววันแต่งงานไม่เซอร์ไพรส์"
ปานตะวันจริงใจ "พี่ดีใจกับน้องนารถด้วยจริงๆ นะคะ น้องนารถเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดเลย"
"อ้าว..ไม่ใช่พี่วิทย์โชคดีเหรอคะที่ได้แต่งงานกับนารถ"
ปานตะวันยิ้ม "โชคดีทั้งคู่เลยค่ะ ทั้งน้องนารถและคุณวิทย์เหมาะสมกันมากๆ โชคดีมากๆ ด้วย"
"คุณแม่ได้ดูฤกษ์แต่งงานมาแล้วนะคะ"
ปานตะวันตกใจ "หา"
นารถนรินทร์อมยิ้ม "เดือนหน้านี้แล้วค่ะ"
ปานตะวันตาโต "เดือนหน้า?”
นารถนรินทร์อมยิ้มแล้วก็พยักหน้า "นารถจะเดินได้คล่องแล้วใช่มั้ยคะพี่ตะวัน"
ปานตะวันยิ้มแฉ่ง "แน่นอนค่ะ น้องนารถจะต้องใส่ชุดเจ้าสาวแล้วเดินได้สง่างามที่สุด พี่ตะวันรับรอง"
นารถนรินทร์โผกอดปานตะวัน "ขอบคุณนะคะพี่ตะวัน นารถรักพี่ตะวันนะคะ"
ปานตะวันอึ้งไปเพราะแอบใจหาย "ค่ะ..พี่ก็รักน้องนารถค่ะ"
ทั้งสองกอดกันสักพัก ปานตะวันชะงักมองก็เห็น ‘ประกายเดือน’ ยืนอยู่
"เดือน?”
ประกายเดือนมองแล้วฝืนยิ้มให้

ปานตะวันวางข้าวผัดควันฉุยน่ากินลงตรงหน้าประกายเดือน
"แน่ใจเหรอว่าที่มาเนี่ยเพราะอยากกินข้าวผัดฝีมือพี่?”
ประกายเดือนฟอร์ม "ก็จริงสิ!! เค้าไม่ได้กินข้าวผัดฝีมือตะวันมาตั้งนานแล้วนะ" ประกายเดือนทำเป็นค้อน "ใช่ซี้!! เดี๋ยวนี้มีน้องสาวคนใหม่ ลืมเค้าแล้วใช่ม้า?”
"ลืมที่ไหน" ปานตะวันยิ้ม "รักที่สุด!”
สองพี่น้องโผเข้ากอดกันแน่น ประกายเดือนไม่ไหวแล้วจึงเริ่มสะอื้นทั้งที่พยายามฝืนไว้ แต่ก็ไม่รอด
ปานตะวันผิดสังเกต "เดือน..เป็นอะไร?" ปานตะวันผลักออกแล้วถาม "ใครทำอะไรเดือน? บอกพี่มาเดี๋ยวนี้นะ!!”
ประกายเดือนส่ายหน้า "เปล่า..เค้า..เค้าแค่คิดถึงตะวัน"
พูดจบประกายเดือนก็โผกอดปานตะวันแน่น แต่ปานตะวันไม่เชื่อสักเท่าไหร่


นาคินทร์หันมามอง
"คุณเป็นอะไรของคุณ? เป็นอะไรมากรึเปล่า?”
ปานตะวันยืนทำหน้าเอาเรื่องอยู่
"ฉันไม่เป็นอะไรหรอก แต่ถ้าน้องสาวฉันเป็นอะไรมากล่ะก้อ ฉันไม่เอาคุณไว้แน่"
พูดจบปานตะวันก็เดินออก นาคินทร์คว้าข้อมือไว้
"เดี๋ยว!! พูดจาข่มขู่ผมเสร็จก็จะเดินหนีไปเฉยๆ แบบนี้มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ"
"มันก็ไม่ได้ยากอะไรนี่"
นาคินทร์รู้สึกว่าปานตะวันยอกย้อน "เดี๋ยวนี้ปากเก่งนักนะ..ไม่เข็ดใช่มั้ย?”
ปานตะวันอึ้งไปแล้วก็รีบขยับจะหนี
นาคินทร์กระชากไว้ "จะหนีไปไหน ทำไมไม่เก่งต่อ?”
"ปล่อยฉัน ฉันไม่ได้หนี ฉันจะไปทำกายภาพให้คุณนารถต่อ อีกไม่นานก็ใกล้ถึงวันแต่งงานของคุณนารถแล้ว" ปานตะวันมองหน้านาคินทร์ "คุณนารถเดินได้เมื่อไหร่สัญญาของเราก็จะได้จบสิ้นลงซะที ใช่มั้ยคะ?”
นาคินทร์อึ้ง ปานตะวันแกะมือนาคินทร์ออก
"ปล่อยฉันค่ะ..คุณนาคินทร์"
ปานตะวันเดินออกไป
นาคินทร์แอบใจหายวูบ "อีกไม่นาน?" นาคินทร์ยังไม่รู้เรื่องวันแต่งงานนารถนรินทร์ก่อนจะดื้อ "ไม่..ผมไม่ปล่อยคุณ..ปานตะวัน”

แพรวพรรณรายนั่งลงพูด
"แน่นะไอ้โก้ ว่าช่วยผ่าตัดให้คนไข้ฉันได้จริงๆ"
"อ้าว ผ่าหมาออกจากปากแกก่อนเลยมั้ยไอ้พิ้งค์" โก้ว่า
"แหม..ก็แค่ถาม" แพรวพรรณรายหยิบๆ จับๆ แฟ้มที่กองสูงอยู่ตรงหน้าโก้ด้วยความซน
"เฮ่ย!! อย่ารื้ออย่าค้นสิวะ ความลับคนไข้ทั้งนั้น" โก้บ่น "โห้ย..อะไรเต็มโต๊ะไปหมดวะเนี่ย"
โก้รีบรวบแฟ้มเก็บยกไปไว้ด้านหลัง ทันใดนั้นก็มีรูปใบนึงร่วงตกลงมาคว่ำลงกับพื้น
"เฮ่ย..อะไรหล่น?”
แพรวพรรณรายก้มลงหยิบมาพลิกดู
แพรวพรรณรายเห็นเป็นภาพ Before ก่อนทำศัลยกรรมของกนกรัตน์ที่มีเค้าเดิมอยู่เล็กน้อย แต่เปลี่ยนไปจากปัจจุบันอย่างมากจนจำแทบไม่ได้ แพรวพรรณรายจ้องมอง โก้ฉกไปจากมือ
"เฮ้ย เดี๋ยว!! คุ้นๆ"
โก้ยัดใส่ในแฟ้มด้านหลัง "ไม่ต้องเลย หิวแล้วเว๊ย!! ไหนบอกจะพาไปเลี้ยงข้าวไม่ใช่เหรอ? ไปดิเร้ว"
โก้ลากแพรวพรรณรายออกไปทันที แพรวพรรณรายโวยวาย
"โอ๊ย! เบาๆ ไอ้งี้งก!! เห็นแก่กิน"


พนักงานเสิร์ฟวางอาหารหน้าตาน่ากินลงตรงหน้ากนกรัตน์
"โห..น่าทานจังเลยค่ะพี่คิน"
นาคินทร์นั่งเหม่อ
กนกรัตน์มอง "พี่คินคะ!!”
นาคินทร์สะดุ้งเล็กน้อย "ครับ"
กนกรัตน์แอบงอน "พี่คินใจลอยคิดถึงใครอยู่เหรอคะ?”
นาคินทร์โกหก "เปล่าครับ" นาคินทร์มองอาหารตรงหน้า "รีบทานเลยนะครับเดี๋ยวเย็นจะไม่อร่อย"
"พี่คินแหละค่ะ รีบทาน อย่ามัวแต่เหม่อ"
นาคินทร์ยิ้มแห้งๆ แล้วก็ตักอาหารกิน กนกรัตน์ลอบมองอย่างสังเกตอาการ ทันใดนั้นเธอก็ชะงักกึกเมื่อแพรวพรรณรายเดินเข้ามาในร้าน กนกรัตน์ทำหน้าสะใจที่เห็นแพรวพรรณราย โดยที่แพรวพรรณรายยังไม่เห็นทั้งคู่ แต่แล้วเธอก็ช็อค เมื่อเห็นโก้เดินตามแพรวพรรณรายเข้ามา กนกรัตน์ทำช้อนร่วงหล่นจากมือ
"กนก เป็นอะไรรึเปล่าครับ" นาคินทร์ถาม
กนกรัตน์รีบเบี่ยงตัวหลบเนียนๆ ทั้งที่ใจเต้นตุ่บๆ เพราะแพรวพรรณรายกับโก้กำลังเดินตรงมา "เอ่อ..เคท ซุ่มซ่ามจัง อุ๊ย!! กระโปรงเปรอะ เคทขอไปห้องน้ำก่อนนะคะ"
กนกรัตน์รีบคว้ากระเป๋าพุ่งออกไปทันที นาคินทร์มองตามยิ้มๆ ด้วยความเอ็นดู แพรวพรรณรายเห็นนาคินทร์ก็ปรี่เข้ามาหา
แพรวพรรณรายดีใจ "คุณนาคินทร์"
นาคินทร์ยิ้ม "คุณพิ้งค์"
"แน่ะ!!" แพรวพรรณรายมองอาหารอีกที่ "มาทานข้าวกับใครคะเนี่ย ตะวันรึเปล่า" แพรวพรรณรายยิ้มแฉ่ง
นาคินทร์อมยิ้มเพราะอยากให้แพรวพรรณรายไปฟ้องปานตะวัน "เปล่าครับ ผมมากับกนก"
แพรวพรรณรายหุบยิ้มทันที "เฮ้อ!”
กนกรัตน์แอบฟังอย่างลุ้นสุดขีด
นาคินทร์มองหน้าโก้ "แล้วคุณพิ้งค์ล่ะครับ"
แพรวพรรณรายนึกได้ "อ่อ! นี่หมอโก้ เพื่อนพิ้งค์ค่ะ"
กนกรัตน์ตัวชา แพรวพรรณรายพูดต่อ "เป็นหมอศัลย์มือทองของอเมริกาแต่ว่าทนคิดถึงแฟนไม่ไหวต้องย้ายกลับมาเปิดคลีนิคที่เมืองไทยแบบถาวรค่ะ"
ทั้งสองเช็คแฮนด์กัน
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ" นาคินทร์บอก
"เช่นกันครับ"
"คุณนาคินทร์เรียกใช้บริการได้เลยนะคะ อ่อ! ลืมไป หล่อขั้นเทพขนาดนี้คงไม่ต้องเรียกใช้จริงมั้ยคะ" แพรวพรรณรายบอก
นาคินทร์ขำ "โห..คุณพิ้งค์"
แพรวพรรณรายชะเง้อ "ว่าแต่คุณกนกไปไหนล่ะคะ?”
กนกรัตน์สะดุ้งแล้วซ่อนตัวสุดฤทธิ์
กนกรัตน์กัดฟันกรอด "อีบ้า!”
นาคินทร์บอก "ไปห้องน้ำครับ"
แพรวพรรณรายพยักหน้าหงึกๆ "อ่อ..งั้นไม่กวนแล้วค่ะ เชิญคุณนาคินทร์ตามสบายนะคะ" แพรวพรรณรายพูดกับโก้ "ไป..ไอ้โก้"
"ขอตัวนะครับ" โก้บอก
"เชิญครับ"
แพรวพรรณรายกับโก้เดินไปนั่งอีกโต๊ะนึงที่อยู่ห่างกันพอสมควร กนกรัตน์วุ่นวายใจเพราะไม่รู้จะทำไงดี ส่วนแพรวพรรณรายหงุดหงิด
"เป็นไรเจ้?” โก้ถาม
"เซ็ง!! ซวยจริงๆ ดันมากินร้านเดียวกะยัยกนก"
"ใครวะยัยกนก?? ทำไมหึงเค้าเหรอ?”
"บ้า!! ไม่ใช่เว้ย!!”
"เออ..ลืมไป..ขาวๆ ปากแดงอย่างฉัน อย่างคุณนาคินทร์อะไรนั่นมันไม่ใช่สเป็คแก ของแกต้องล่ำๆ ดำๆ ฮ่าๆ"
"ไอ้บ้า!!”
แพรวพรรณรายผลักหัวโก้จนแทบหลุด
"โอ๊ย!! เจ๊โหด!!”

อ่านต่อหน้าที่ 4


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 19 (ต่อ)

ทั้งสองขำกันแล้วแพรวพรรณรายก็ชะงักเมื่อ ‘อัครินทร์เดินเข้ามาชะเง้อมองๆ หานาคินทร์ แพรวพรรณรายรีบหลบวูบด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ

"เป็นไรอีกล่ะ?" โก้แสนรู้ เขาหันไปมองอัครินทร์แล้วยิ้ม "คนนี้สิตัวจริง ล่ำๆ ดำๆ ฮ่าๆๆ"
"หุบปาก!!" แพรวพรรณรายเอาเมนูตีโก้แล้วเอามาบังๆ หน้าแบบไม่อยากให้อัครินทร์เห็นอัครินทร์มองเห็นนาคินทร์ นาคินทร์ยกมือทักอัครินทร์แล้วเดินตรงเข้ามาหา แพรวพรรณรายก้มหน้างุดๆ ก่อนจะเอาเมนูบัง โก้แกล้งดึงเมนูออก
แพรวพรรณรายแว้ดลั่น "ไอ้โก้!!”
อัครินทร์กำลังจะเดินผ่านโต๊ะแพรวพรรณรายถึงกับชะงักที่เสียงคุ้นๆ เขาหันกลับมาดูแล้วก็ยิ้มแฉ่ง แพรวพรรณรายเซ็ง
"แหม..เสียงแหลมๆ จี๊ดๆ คุ้นๆ สวัสดีครับ" อัครินทร์ทัก
แพรวพรรณรายพยักเพยิดเชิดๆ ให้ทีนึง อัครินทร์มองโก้แล้วมองแพรวพรรณรายยิ้มๆ แพรวพรรณรายหงุดหงิด
อัครินทร์พูดกับโก้ "สวัสดีครับ"
"สวัสดีครับ" มือถือของโก้ดัง โก้รับ "ฮัลโหล..อ้าวเหรอ?”
อัครินทร์มองแพรวพรรณรายยิ้มๆ ล้อๆ แพรวพรรณรายค้อนขวับ
โก้พูดโทรศัพท์ต่อ "ได้ๆ แค่นี้นะ" โก้วางหูแล้วพูดกับแพรวพรรณราย "ผู้ช่วยดันนัดคนไข้มาผิดเวลาว่ะ"
แพรวพรรณรายตาโตแล้วรีบบอก "ไปเลยๆๆ ไว้ค่อยกินวันหลัง เดี๋ยวแกไปหาอะไรกินแถวคลีนิคเองละกัน"
แพรวพรรณรายรีบลุกแล้วผลักโก้ออกไป
"อ้าว..แล้วแกไม่หิวเหรอ" โก้ถาม
"ไม่หิว!" แพรวพรรณรายพูดลอยๆ ใส่อัครินทร์ "ขืนกินก็คงกินไม่ลง!”
อัครินทร์งง "อ้าว....”
กนกรัตน์มองงงๆ ก่อนจะดีใจมากและโล่งอกที่เห็นโก้กับแพรวพรรณรายเดินออกไป อัครินทร์ส่ายหน้าขำๆ ก่อนจะเดินมาหานาคินทร์
"ฝากยากับวิตามินให้พ่อกับแม่ด้วยครับ คืนนี้ผมต้องดูคนไข้ดึก"
-กนกรัตน์ปรับสีหน้าเป็นยิ้มแฉ่งแล้วเดินลั้นลาออกมา
กนกรัตน์ฟอร์มเพิ่งเห็น "อ้าว!! คุณอัครินทร์..มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? ทานกลางวันด้วยกันมั้ยคะ"
กนกรัตน์ยิ้มหวานอย่างสบายใจ ก่อนจะปรายตาจิก

ปานตะวันหันมาหน้าวูบนิดนึงขณะที่พูดมือถืออยู่
"เค้าเป็นแฟนกัน กินข้าวด้วยกัน มันน่าโมโหตรงไหน?” ปานตะวันถามกลับ
"แม่พระ!! ถามจริง..ไม่โมโหเลยซักนิดเลยรึไง?” แพรวพรรณรายว่า
ปานตะวันกลืนความรู้สึก "อืม"
"ไม่หึงเลยงิ?”
"อืมม์!”
"อืมม์ๆๆ..ไม่พูดอะไรซักคำ ไม่รู้สึกอะไรเลยงิ?? นี่!! ตะวัน..ตกลงเธอกับคุณนาคินทร์นี่จะเอาไงเนี่ยหา จะมึนๆ อึนๆ กันต่อไปยังงี้เรื่อยๆ จะไหวปะ"
"ฉันต้องไปทำงานแล้ว..แค่นี้นะ" ปานตะวันวางหู
แพรวพรรณรายวางหูแล้วเอามือฟาดพวงมาลัย "หึ้ย!! ขัดใจพิ้งค์จริงๆ"
ปานตะวันถอนใจพึมพำ
"ไม่พูดอะไร..ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สึก"
ปานตะวันซึม

แพรวพรรณรายขับรถไปเม้าท์กับประกายเดือนไป พอเจอไฟแดงเธอก็เบรคเอี๊ยดอย่างแรง
แพรวพรรณรายเม้าท์เม้าท์มันส์ออกท่าทางมือไม้สุดฤทธิ์ "จี๊ด!!! มันจี๊ดมากเลยนะเดือน!! ตกลงท่านประธานของเดือนนี่ยังไงแน่ ไหนเดือนคอนเฟิร์มว่าเค้าปิ๊งตะวัน แล้วยังไง ควงยัยเคทยัยแคทอะไรนั่นไปกินกันตลอด"
ประกายเดือนหน้าจ๋อยไปเพราะเป็นห่วงปานตะวัน
ประกายเดือนยังจะเถียง "ไปกินข้าว ก็แค่ไปกินข้าว"
"กินข้าวเสร็จ เดี๋ยวก็กินกัน ฟันธง!!”
แพรวพรรณรายทำท่าฟันธง ขณะที่อัครินทร์ขับรถมาจอดติดไฟแดงเทียบกันพอดี อัครินทร์เห็นแพรวพรรณรายทำท่าทางเวิ่นเว้อเม้าท์มอยอยู่ในรถก็มองขำๆ
"ไม่รู้นะ!! พี่น้องตระกูลนี้นี่ชักจะกลิ่นตุๆ"
ประกายเดือนแอบสะดุ้งเมื่อนึกถึงนัครินทร์ "ตุยังไงอ่ะพี่พิงค์"
"จะยังไง?? พี่ชายคนโตก็ดูยาก ดูเหมือนจะดีแต่มีอะไรไม่น่าไว้ใจ ส่วนไอ้คนรองนั่นไม่ต้องพูดถึง คาสโนว่าปลาไหลใส่เทอร์โบพันเปอร์เซ็นต์"
ประกายเดือนอึ้งไป
แพรวพรรณรายรู้สึก "เฮ่ย!! โทษนะ..พี่ก็ว่าไปตรงๆ" แพรวพรรณรายรีบเปลี่ยนเรื่อง "เอานี่ดีกว่า ไอ้น้องสุดท้อง แหม ไอ้คนนี้อ่ะนะ" แพรวพรรณรายหันมาป๊ะกับอัครินทร์ที่กำลังนั่งจ้องเธออยู่พอดี อัครินทร์ยิ้มให้แบบกวนๆ "ว้าย"
ประกายเดือนตกใจ "เป็นไรอ่ะพี่พิงค์"
แพรวพรรณรายยังช็อคอยู่จึงพูดอึกอัก "เอ่อ..เป็น..ปะ..ปล่าวเป็น..คือ"
"คืออะไรอ่ะพี่พิงค์?? มีใครทำอะไรรึเปล่า?”
แพรวพรรณรายยังจ้องหน้าอัครินทร์อยู่ก่อนจะรีบหันหน้าหนี "ปะ..เปล่า..ใคร้? ไม่มีใคร้!”
ไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว แพรวพรรณรายโดนรถคันหลังบีบแตรไล่ดังลั่น
แพรวพรรณรายสะดุ้งเฮือก "ว้ายๆ จะบีบไหนห๊า" แพรวพรรณรายพูดกับประกายเดือน "แค่นี้ก่อนนะ ไว้เม้าท์กันใหม่ บาย!”
แพรวพรรณรายหันมามองอัครินทร์แบบเคืองๆ อายๆ อัครินทร์ขำๆ รถหลังบีบแตรไล่ แพรวพรรณรายรีบออกรถไป อัครินทร์ยังติดไฟรอเลี้ยวไปอีกทางจึงได้แต่มองตามไปแบบขำๆ


ประกายเดือนปิดแฟ้มเสนอเซ็นต์แล้วก็นั่งซึม เสียงแพรวพรรณรายดังในหัว
“ส่วนไอ้คนรองนั่นไม่ต้องพูด คาสโนว่าปลาไหลใส่เทอร์โบพันเปอร์เซ็นต์”
ภาพในอดีตย้อนกลับมา เป็นตอนที่นัครินทร์โอบกอดประกายเดือน ประกายเดือนหยิบยกทรงเคที่ขึ้นมา ประกายเดือนฟาดๆ แล้วปายกทรงใส่หน้านัครินทร์เต็มๆ
เมื่อนึกถึงอดีต ประกายเดือนก็ถอนใจเฮือกก่อนจะหยิบแฟ้มแล้วลุกขึ้น เธอหันไปป๊ะหน้านัครินทร์ที่จ่อมาใกล้ๆ
"ว้าย!” ประกายเดือนตกใจจึงจะยกแฟ้มฟาด แต่นัครินทร์คว้าไว้อย่างรู้ทัน
"เอะอะก็จะตี เมื่อไหร่จะเลิกบ้าจี้ซะทีฮะ"
ประกายเดือนยังเคืองอยู่ "ปล่อย!! ปล่อยนะ!!" ประกายเดือนยื้อแล้วดึงแฟ้ม
นัครินทร์ดึงแฟ้ม "ไม่ปล่อย!! จนกว่าคุณจะหายโกรธผม จนกว่าคุณจะยอมพูดกับผม"
ประกายเดือนปล่อยแฟ้มผลัวะทำให้นัครินทร์ก้นจ้ำเบ้าจนร้องโอดโอย ผู้คนหันมองแล้วเริ่มเม้าท์
"โหย!! คุณฮะ!! ผมเจ็บ!! เจ็บมากเลย!! ก้นกบหักรึเปล่าก็ไม่รู้ฮะ"
ประกายเดือนไม่สน เธอยังนั่งทำงานไปอย่างไม่ใยดี นัครินทร์เลิกดราม่าแล้วก็ลุกขึ้นมาหา
"โอเค!! เอาจริงๆ!! จะเล่าความจริงให้ฟัง จะเชื่อรึไม่เชื่อก็ตามใจ แต่คุณต้องเชื่อ"
ประกายเดือนชะงักกึกก่อนจะหันมองนัครินทร์ประมาณว่าอยากต่อยเขามาก
นัครินทร์ชะงักนิดนึง แล้วทำใจดีสู้เสือ "คืองี้ฮะ..คือไอ้..เอ่อ..ไอ้.." นัครินทร์ยก 2 มือก่อนจะทำมือเป็นรูปยกทรง "ไอ้ที่คุณเจอในห้องทำงานผมวันนั้นน่ะ..”
ประกายเดือนนั่งทำงานไม่มองหน้า ก่อนจะพูดเสียงเย็นชา "เอกสารในแฟ้มท่านประธานต้องการภายในเย็นนี้"
"น่า..ทันน่าาา..พี่คินยังไม่กลับเข้ามาเลย" นัครินทร์กลับเข้าเรื่อง "คือไอ้ที่คุณเจอในห้องทำงานผมวันนั้นน่ะ..ผมตั้งใจ"
ประกายเดือนหันขวับ "อะไรนะ?”
นัครินทร์เสียงหลง "เดี๋ยว!! ฟังก่อน!! คือผมตั้งใจจะทดสอบ..เอ่อ..ทดสอบหัวใจของตัวเองตามคำแนะนำของไอ้หมอ"
ประกายเดือนมองด้วยสายตางงๆ
"ก็.." นัครินทร์แอบหลบตา "ผมปรึกษาไอ้หมอมันน่ะฮะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยต้องปรึกษาใครเลยนะฮะ " นัครินทร์เสียงอ่อย "ก็เพราะคุณนี่แหละ ผมเลยต้องปรึกษามัน"
ประกายเดือนมองนิ่งๆ
นัครินทร์รีบพูดต่อ "ก็เพราะผมรู้สึกกับคุณไม่เหมือนรู้สึกกับคนอื่น"
ประกายเดือนแอบอึ้งก่อนจะเชิดหน้าไม่สน

นัครินทร์ถอนใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ "จริงๆ นะฮะ..ไม่เหมือนจริงๆ ไอ้หมอมันเลยแนะนำให้ผมเช็คให้ชัวร์ด้วยการนัด เอ่อ..นัดสาวๆ มา"
ประกายเดือนตวัดสายตามาจ้องวาว
นัครินทร์เสียววูบ "แฮ่!!มา..มาทดสอบ"
ประกายเดือนเลิกคิ้วแล้วพูดเสียงเข้ม "ทดสอบ"
"ฮะ!! ทดสอบฮะ!! ไอ้หมอมันบอกให้พาสาวๆ มาทดสอบ ถ้าผมเห็นหน้าสาวๆ พวกนั้นเป็นคุณแสดงว่าผมรักคุณจริงๆ"
ประกายเดือนไม่อยากจะเชื่อ "อะไรนะ?”
นัครินทร์รีบพูดเสียงหลง "อันนี้ไอเดียไอ้หมอนะฮะ!! ไอ้หมอคนเดียวเลย"
"ทุเรศที่สุด!" ประกายเดือนคว้าแฟ้มจะขว้างใส่
นัครินทร์พูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ "แต่ผมเห็นแต่หน้าคุณคนเดียวนะฮะ"
ประกายเดือนชะงักค้าง
นัครินทร์พูดด้วยสายตาอ่อนโยน "แสดงว่าผมรักคุณจริงๆ"
ประกายเดือนอึ้ง
"ให้โอกาสคนอย่างผมได้รักใครจริงๆ มั่งไม่ได้เหรอฮะ?” นัครินทร์ว่า
ประกายเดือนอึ้ง บรรดาขาเม้าท์หูตาแตก
นัครินทร์คุกเข่าทันที "แต่งงานกับผมนะฮะ"
ประกายเดือนช็อคจนน้ำตาจะไหล
ขาเม้าท์กรี๊ดกร๊าดจนจะเป็นลม ปาริฉัตรก็พลอยตะลึงไปด้วย
นัครินทร์ย้ำ "นะฮะ?”
ประกายเดือนนั่งสะอื้นฮั่กไ ก่อนจะร้องไห้โฮอยู่ตรงนั้น นัครินทร์โผเข้ากอดประกายเดือนแน่น
"ร้องไห้ทำไมฮะ? ไม่ร้องฮะ..ไม่ร้อง" นัครินทร์ผละออกมาเช็ดน้ำตาให้ ประกายเดือนเบี่ยงหน้าหลบน้อยๆ โดยยังร้องอยู่ "อ่ะ!! ร้องก็ได้ ร้องให้พอ เพราะนับจากวันนี้เป็นต้นไป ผมจะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อีกเด็ดขาด"
ประกายเดือนโฮ นัครินทร์กอดเธอไว้แน่น ผู้คนปรบมือเกรียวกราววี๊ดวิ้วกันทั้งฟลอร์ แม้แต่มอลลี่กับลูกกอล์ฟก็ยังเผลอ เหลือแต่ปาริฉัตรคนเดียวที่ทำหน้าตึง นัครินทร์กอดประกายเดือนอยู่ตรงนั้น


นาคินทร์ทุบโต๊ะเปรี้ยง
"นี่แกคิดว่าแกเป็นใครไอ้นัค?? เป็นพระเอกหนังเกาหลีรึไงถึงได้ทำอะไรบ้าๆ แบบนี้"
นัครินทร์แอบขำ "เกาหลีตรงไหนฮะพี่คิน? แล้วขอผู้หญิงแต่งงานนี่มันบ้าตรงไหนฮะ"
นาคินทร์เสียงดังลั่น "บ้าสิ!! บ้าที่สุด!”
นัครินทร์อึ้งๆ "พี่คินฮะ..ทำไมพี่คินต้องโมโหขนาดนี้ด้วยล่ะฮะ? ผมขอประกายเดือนแต่งงานนะฮะ ไม่ได้ไปฆ่าใครตาย"
นาคินทร์หลุด "ฆ่าให้ตายซะยังจะดีกว่า!”
"ว่าไงนะฮะ?”
นาคินทร์เบือนหน้าหนี "ไม่ได้!! ฉันไม่ยอมให้แกแต่งงานกับประกายเดือน"
นัครินทร์งง "เฮ้ย!! มันเรื่องอะไรล่ะฮะ"
"เรื่องอะไรไม่ต้องรู้ รู้ไว้แค่..แกจะแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนบนโลกใบนี้ก็ได้ทั้งนั้น แต่ต้องไม่ใช่ประกายเดือน"
นัครินทร์อึ้งก่อนจะส่ายหน้ามึนๆ "เดี๋ยวฮะ..สรุปยังไงฮะเนี่ย?" นัครินทร์มองหน้าแล้วถามจริงจัง "ตกลงพี่คินชอบคุณเดือนเหรอฮะ?" นัครินทร์จ้องหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ "ตอนแรกผมคิดว่าคุณตะวันซะอีก แล้วไหนยังจะคุณเคทอะไรนั่นอีกคน"
นาคินทร์ตัดบท "พอ!! ไม่ต้องพูด!! ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น" นาคินทร์จ้องหน้า "ฉันไม่ได้ชอบประกายเดือนและฉันก็ไม่อยากให้แกชอบเค้าด้วย แค่นี้พอมั้ย?”
นัครินทร์พยักหน้ารับช้าๆ "งั้นพี่คินก็สบายใจได้ฮะ เพราะผมเองก็ไม่ได้ชอบประกายเดือน"
นาคินทร์เลิกคิ้วอย่างพึงพอใจ
นัครินทร์พูดต่อ "แต่ผมรัก! รักจริง หวังแต่ง"
นาคินทร์อึ้ง
"ไม่ว่าพี่คินจะชอบหรือไม่ชอบ ผมก็จะแต่งงานกับประกายเดือน"
"ไอ้นัค!!” นาคินทร์ไม่พอใจ
สองพี่น้องจ้องหน้ากัน

อ่านต่อตอนที่ 20

กำลังโหลดความคิดเห็น...