xs
xsm
sm
md
lg

เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 18

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 18

กนกรัตน์เสิร์ฟกาแฟตรงหน้านาคินทร์ สีหน้าของกนกรัตน์จ๋อยๆ เพราะน้อยใจจนนาคินทร์สังเกตได้

"ผมต้องขอโทษด้วยที่ยัยนารถทำกิริยาไม่สุภาพกับกนก" นาคินทร์บอก
กนกรัตน์ฝืนยิ้มแต่น้ำตาเอ่อ "ไม่เป็นไรค่ะ..เคทเข้าใจ" กนกรัตน์น้ำตาหยดติ๋งๆ เธอรีบปาดน้ำตาแบบทำเป็นเข้มแข็ง "เคทเข้าใจ"
นาคินทร์เห็นน้ำตาก็ใจอ่อนยวบก่อนจะรีบปรี่ไปนั่งใกล้ๆ "กนก!!”
กนกรัตน์เงยหน้ามองนาคินทร์ทั้งน้ำตา นาคินทร์ประคองหน้าของเธอแล้วเช็ดน้ำตาให้เบาๆ
นาคินทร์ใจหาย "ผม..ขอโทษจริงๆ..อย่าร้องไห้นะครับ"
กนกรัตน์ปล่อยโฮด้วยความน้อยใจ "ทำไมคะ..เคททำผิดอะไร ทำไมคุณนารถถึงไม่ชอบเคท?" กนกนรัตน์สะอื้น "เพราะคุณตะวันรึเปล่า?”
นาคินทร์ชะงัก
กนกรัตน์สะอื้นก่อนจะพูดเนียนๆ "ดูคุณนารถจะรักคุณตะวันมาก คุณนารถถึงไม่ชอบเคท"
นาคินทร์อธิบายแบบถนอมจิตใจ "ไม่เกี่ยวกันนี่ครับ กนกก็คือกนกไม่เกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น"
กนกรัตน์รู้สึกนิดนึงกับน้ำเสียง ‘ผู้หญิงคนนั้น’ ก่อนจะเนียนทำเข้มแข็ง เธอช้อนตามองนาคินทร์ "ได้ค่ะ..เคทจะเชื่อคุณนาคินทร์ เคทเชื่อคุณนาคินทร์ทุกอย่าง" กนกนรัตน์เริ่มเลื้อยมือมาที่หน้าของนาคินทร์ "เคทเชื่อคุณได้ใช่มั้ยคะ?”
นาคินทร์เริ่มเคลิ้ม "ครับ..”
ทั้งสองเข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น หน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันแล้วก็มองตากัน นาคินทร์เหมือนตกอยู่ในภวังค์ ทั้งสองกำลังจะจูบกัน ทันใดนั้น เสียงมือถือของนาคินทร์ก็ดังขึ้น นาคินทร์สะดุ้งเฮือก
"ขอโทษนะครับ" นาคินทร์หยิบมือถือขึ้นดูแล้วรับสาย "ยัยนารถ ฮัลโหลๆ..นารถ!!" ปลายสายวางสายไป นาคินทร์ร้อนใจ แล้วก็โทร.กลับแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ "เอ่อ..ไม่รู้ยัยนารถเป็นอะไรรึเปล่า?" นาคินทร์ลุกทันที " ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ"
กนกรัตน์ลุกขึ้นด้วยความเป็นห่วง "ค่ะๆ..รีบไปดูคุณนารถเถอะนะคะ..ขับรถดีๆ นะคะ"
"แล้วผมจะโทร.หานะครับ"
นาคินทร์รีบเดินออกไป กนกรัตน์มองตามสีหน้าเป็นห่วงก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสีหน้าร้าย
กนกรัตน์กัดฟันพูดอย่างโกรธแค้น "นังง่อย!”


นารถนรินทร์โยนมือถือลงข้างๆ ตัวบนเตียงด้วยหน้าตาสะใจเอาเรื่อง
"น้องนารถคะ..ทำอย่างนี้ไม่น่ารักนะคะ" ปานตะวันว่า
"ก็ไม่ได้รักนี่คะ!! นารถทำอย่างนี้กับทุกคนที่นารถไม่รัก โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่มาวุ่นวายกับพี่คินทร์" นารถนรินทร์ชะโงกหน้าถามใบตองที่จัดเก็บรถเข็นอยู่ "จริงมั้ยพี่ใบตอง?”
"จริงค่ะ!! ตามประวัติที่ผ่านมา ก็มีคุณกนก..อ่อ..กนกวลีนะคะไม่ใช่กนกรัตน์ แล้วก็คุณตะวันแค่นั้นล่ะค่ะ..ที่รอด" ใบตองบอก
นารถนรินทร์รีบสนับสนุน "ถูก!!”
"นอกนั้น..เละ!! ค่ะ" ใบตองว่า
"ใช่!!”
ปานตะวันทำหน้าไมค่อยถูกแต่ก็เตือน "แต่ถ้าน้องนารถทำอย่างนี้พี่ว่ามันจะมีเรื่องนะคะ"
นารถนรินทร์สวน "มีก็มี!! นารถไม่กลัวค่ะ!!”
ใบตองพยักหน้ารับ "มีบ่อยค่ะ..ชินแระ!”
ปานตะวันถอนหายใจเฮือก "ไม่รักคุณนาคินทร์เหรอคะ?”
นารถนรินทร์สวน "ก็เพราะรักน่ะสิคะ!! พี่คินไม่เคยขึ้นเสียงกับนารถมานานแล้ว แต่พอยัยเคทนี่โผล่มาพี่คินก็ตวาดนารถ พี่ตะวันได้ยิน..อ่อ..แล้วพี่ตะวันล่ะคะ..ไม่รักพี่คินเหรอคะถึงได้ปล่อยให้ยัยเคทนั่นมานั่งเจ๋ออยู่ได้?”
ปานตะวันอึ้ง "เอ่อ..”
ใบตองหูผึ่ง
นารถนรินทร์อยากเม้าท์จึงไล่ใบตองไป "พี่ใบตอง..จะเก็บอีกนานมั้ยคะ?”
ใบตองอยากฟัง "นานค่ะ"
"งั้นออกไปก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวนารถเก็บเอง"
"ว้าย? ไม่ได้หรอกค่ะ"
นารถนรินทร์ย้ำ "ออกไปก่อนเลยค่ะ..เร็วๆ ค่ะ"
ใบตองเสียดายแต่ก็จำใจเดินออกไป "ค่ะๆๆ..แหม! ไล่จิ้งง"
พอใบตองเดินออกไป นารถนรินทร์ก็รีบถามปานตะวัน
"นารถไม่ยอมนะคะพี่ตะวัน นารถดูออกว่าพี่คินรักพี่ตะวันและพี่ตะวันก็รักพี่คิน"
ปานตะวันอึ้ง "มัน..มันคงไม่ใช่ความรักหรอกค่ะ"
"ใช่สิคะทำไมจะไม่ใช่!! นารถรู้จักพี่คินดี สายตาที่พี่คินมองยัยเคท ไม่เหมือนเวลาที่พี่คินมองพี่กนกหรือพี่ตะวันเลยซักนิด"
ปานตะวันอึ้งแต่สุดท้ายก็พูด "น้องนารถคะ.. บางทีสิ่งที่เราคิดหรือสิ่งที่เราเห็น มันอาจจะไม่ใช่ความจริงเสมอไปนะคะ"
"เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ!! โดยเฉพาะกรณียัยเคท"
ปานตะวันมองนารถนรินทร์
"นางดู ‘ไม่จริง’ เอาซะเลย" นารถนรินทร์ว่า
ปานตะวันชะงักก่อนจะส่ายหน้านิดๆ เพราะรู้สึกว่านารถนรินทร์ดื้อมาก


ปานตะวันเปิดประตูห้องเข้ามาโดยไฟในห้องยังมืดอยู่ เธอเดินมานั่งที่เตียงแล้วเปิดไฟโคมที่หัวเตียงแล้วกฌตกใจอย่างแรงที่เห็นนาคินทร์นั่งอยู่บนเตียง
"คุณ!”
ปานตะวันจะลุกหนีแต่นาคินทร์คว้าข้อมือเธอไว้
"ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก"
ปานตะวันมองหน้า
"ไม่มีอารมณ์!!” นาคินทร์ว่า
ปานตะวันมีแววตารังเกียจ
"กรุณาออกไปจากห้องฉัน" ปานตะวันไล่
"อารมณ์ไม่ดี? เป็นอะไร?" นาคินทร์เย้ย "หึงผม?”
ปานตะวันจ้องหน้า "เข้าใจผิดอย่างแรง!! หลงตัวเองอย่างหนัก ฉันไม่มีวันหึงคุณ"
นาคินทร์สวน "ไม่มีสิทธิ์ต่างหาก!! คุณไม่มีสิทธิ์จะหึงผมกับคุณกนกรัตน์!! แล้วก็จำไว้ด้วยว่าอย่าปั่นหัว อย่าเสี้ยมให้ยัยนารถอาละวาดใส่คุณกนกรัตน์" นาคินทร์กระชากข้อมือปานตะวันดึงเข้ามาใกล้ "อย่าใช้ยัยนารถเป็นเครื่องมือ"
ปานตะวันอึ้งและงง ทั้งสองจ้องหน้ากันใกล้ๆ
"อุบาทว์!!” ปานตะวันว่า
นาคินทร์จับหน้าตะวันมาจูบแบบบดขยี้ ปานตะวันรวบรวมแรงผลักนาคินทร์ออกไปจนได้
"คุณ!" ปานตะวันโกรธจนจะร้องไห้
นาคินทร์เย้ย "ก็คนมันอุบาทว์นี่"
พูดจบนาคินทร์ก็ลุกเดินออกไปโดยปล่อยให้ปานตะวันมองตามด้วยความเจ็บปวดใจ ปานตะวันเอามือแตะที่ท้องเพราะอยากได้กำลังใจจากลูก
"ถึงเวลาเมื่อไหร่..แม่จะรีบไปให้พัน..เราจะไปด้วยกันนะลูกนะ" ปานตะวันสะอื้น

เช้าวันใหม่ ประกายเดือนเดินมารอลิฟท์ สักพักเธอก็หันไปเห็นนัครินทร์เดินตรงมา ประกายเดือนรีบกดลิฟท์รัวๆ นัครินทร์เห็นประกายเดือนก็รีบวิ่งมาหาทันที ลิฟท์เปิดออก ประกายเดือนรีบเดินเข้าไปแล้วกดประตูลิฟท์ปิด แต่นัครินทร์รีบเอาตัวแทรกมาไว้ได้ ในที่สุดทั้งสองก็อยู่ในลิฟท์กันแค่สองคน
"เป็นไรของคุณฮะเนี่ย? หลบหน้าหลบตาผมมาตลอด"
ประกายเดือนก้มหน้าตอบ "ไม่ได้หลบค่ะ"
นัครินทร์มองประกายเดือนที่ก้มหน้า "เนี่ยนะฮะ..ไมได้หลบ"
ประกายเดือนตัดสินใจเงยขึ้นจ้องหน้าสู้ตา "ค่ะ!! ไม่ได้หลบ!!”
ทั้งสองคนจ้องตากันนานจนในที่สุดประกายเดือนก็เมินหน้าไปก่อน
นัครินทร์ทำเสียงง้องแง้ง "คูณ.คุณเป็นไรของคุณฮะ?”
"ไม่ได้เป็นค่ะ"
นัครินทร์คว้ามือประกายเดือน "ผมรักคุณจริงๆ นะฮะ"
ประกายเดือนอึ้งแล้วก็ชะงัก ทันใดนั้นลิฟท์ก็เปิดเพราะมอลลี่กับลูกกอล์ฟกดจะเข้ามา ประกายเดือนรีบดึงมือกลับ
นัครินทร์หันไปพูดใส่ "ไปขึ้นตัวอื่น รอไม่ไหวก็ขึ้นบันไดไป"
มอลลี่กับลูกกอล์ฟตอบ "ได๋ค่ะ/ครับ"
ประตูลิฟท์ปิด
นัครินทร์ฉกมือประกายเดือนมาอีกที "ผมรักคุณ!! ผมจะแต่งงานกับคุณให้ได้"
ประกายเดือนอึ้งก่อนจะพูด "ไม่จริงหรอกค่ะ!! เป็นไปไม่ได้!! ท่านรองฯ ก็แค่หลง แค่เล่นๆ ไม่ได้คิดจริงจัง"
นัครินทร์โวยวายเสียงง้องแง้ง "อีกและ!! ทำไมทุกคนต้องพูดแบบนี้?? ทำไมต้องดูถูกผมแบบนี้ฮะ โอเค้!! ผมจะพิสูจน์!! ผมจะพิสูจน์ตัวเองว่าผมไม่ได้แค่หลง ไม่ได้แค่เล่นๆ แต่ผมเอาจริง"
ทั้งสองจ้องหน้ากัน นัครินทร์เอาจริง ประกายเดือนหลบตาไป


จามจุรีร้องลั่น "ไม่จริ้ง!!”
มอลลี่กับลูกกอล์ฟเสียงดังลั่น "จริ้งง"
"อย่างนี้เลย" มอลลี่คว้ามือลูกกอล์ฟ "หมับ!!" มอลลี่กระชากคอลูกกอล์ฟมาทำท่าเหมือนจะจูบ "หมับ!” มอลลี่พุ่งหน้าจะเข้าไปจูบ
ลูกกอล์ฟเอามือกันไว้ "พอก่อนเจ้!!" ลูกกอล์ฟหน้าเหยเก "นี่กลิ่นกาแฟรึกลิ่นปลาร้า"
"ไอ้บร้า!!! ปลาร้าสิ!" มอลลี่ผลักลูกกอล์ฟกระเด็น
"นี่เธอ 2 คนพูดเว่อร์เกินไปรึเปล่า? เม้าท์คนอื่นน่ะมันเป็นบาปนะ ยิ่งเม้าท์เจ้านายล่ะยิ่งหนักเลย ตกงานนะเธอ!”
"เม้าท์ที่ไหน?? ในลิฟท์เลยค่า!! เห็นเต็มๆ ตาเลยค่า..คุณเจเจ!”
จามจุรีตกใจ "ในลิฟท์!”
ประกายเดือนเดินมาจะมาชงกาแฟแล้วก็ชะงัก
"คุณพระช่วย!! ประเจิดประเจ้ออย่างนี้นะท่านรองฯ" จามจุรีว่า
"อู้ย!! ไอ้ประเจิดประเจ้อน่ะเป็นเรื่องปกติธรรมดาของท่านรองฯ อยู่แล้วนะคะคุณเจเจแต่ไอ้ที่ไม่ธรรมดาน่ะก็ต้องคุณเลียขาเดือนสิคะ" มอลลี่ว่า
ลูกกอล์ฟเห็นประกายเดือนเดินมาก็พยายามส่งซิก แต่มอลลี่ไม่ Get
"น่าเกลียดสมรศรี ทำไมไปเรียกเค้าเลียขา?” จามจุรีว่า
"เอ๊า!! ก็จริงนี่คะ นี่ถ้าประตูลิฟท์ไม่เปิดซะก่อน ป่านนี้ไม่เลียขาอย่างเดียวหรอกค่ะเผลอๆ จะเลียคริๆๆ..เลีย..เลีย.." มอลลี่ทำหน้าทะลึ่ง
ประกายเดือนถาม "เลียอะไร?”
ลูกกอล์ฟอยากจะบ้าตาย
จามจุรีเพลินไปด้วย "เออ..เลียอะไร?? ว่ามาซิ?”
มอลลี่พูดเพลิน "ก็เลีย.." มอลลี่ชะงัก "เอ๊ะ! เมื่อกี้เสียงแปลกๆ ไม่ตรงคีย์นะคะคุณเจเจ"
จามจุรีงง "คีย์อะไรของเธอ?”
"คีย์นี้รึเปล่า?” ประกายเดือนถาม
"ใช่" มอลลี่สะดุ้งก่อนจะหันไปเห็นประกายเดือน "เฮ้ย!!" มอลลี่พูดเสียงหวาน "ว้าย!! น้องเดือนมาเงียบๆ ตกใจหมดเลย จะกินกาแฟเหรอจ๊ะ เชิญค่ะๆ กินให้อร่อยนะคะ..คริๆ"
พูดจบทั้งหมดก็วิ่งตื้ดกันไปทั้งยวงจนเหลือแต่ปาริฉัตรที่ยืนชงกาแฟอยู่ตรงนั้นนานแล้ว
"ล้างปากล้างคอหน่อยก็ดี ป่านนี้ติดคอแย่" ปาริฉัตรว่า
"พูดอะไร?? พูดมาตรงๆ อย่าให้เสียเวลาแปล" ประกายเดือนว่า
"เอาตรงๆ ใช่มั้ย?" ปาริฉัตรเข้าไปพูดใกล้ๆ"หน้าด้าน ไม่มียางอาย ผู้หญิงอะไร สกปรก"
ปาริฉัตรพูดจบก็เอียงคอเหมือนจะถามว่ามีอะไรมั้ย ในขณะที่ประกายเดือนมองตาวาว
ปาริฉัตรกวน "ทำไม? จะทำอะไร จะตบฉันเหรอ?”
ประกายเดือนยิ้ม "ก็อยากจะตบ..ถ้ามันจะทำให้เธอหายโง่"
ปาริฉัตรอึ้ง
"แต่จากที่ตบกันมาหลายยก เธอก็ยังโง่อยู่ เพราะฉนั้น..ฉันเลยคิดว่าไม่ตบดีกว่า เจ็บมือเปล่าๆ ก็ขอให้เธอโง่ของเธอต่อไปละกัน..นังโง่!!” ประกายเดือนว่า
ประกายเดือนเดินออกไป ปล่อยให้ปาริฉัตรยืนงงๆ โง่ๆ อยู่ตรงนั้น
"อึ้ย..นัง..นังสารเลว ฉันไม่ได้โง่!”


นักข่าวสัมภาษณ์กนกรัตน์ที่หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสจบ
"หื้ม!! หายากจริงๆ นะคะ ผู้หญิงที่สวยใสไฮโซและฉลาดมากๆ อย่างคุณเคท เพอร์เฟ็คที่สุดอ่ะ" นักข่าวชม
กนกรัตน์พูดอย่างไนซ์มากๆ "ไม่ได้ครึ่งของคุณพี่มั้งคะ?”
นักข่าวแทบจะลอย "โห!! คุณเคทอ่ะ..น่ารักที่สุด อย่างนี้ต้อง 2 หน้าแล้วค่ะ เอาไปเลย 2 หน้าเต็มๆ ว่าแต่..มีข่าวดีกับคุณนาคินทร์ KTK เมื่อไหร่ ต้องขึ้นปกให้พี่เล่มเดียวนะคะ ขอจอง!!”
กนกรัตน์ตาโต "ไม่นะคะคุณพี่..เรื่องนี้อย่าพูดกับใครนะคะ..มันไม่ดีค่ะ..เคทขออย่าเป็นข่าวนะคะ เราเป็นผู้หญิง"
"ตายแล้วคุณเคท!! ไม่ได้นะคะ..เราเป็นตัวจริง..ขืนไม่แขวนป้ายไว้ก่อนล่ะผู้หญิงสมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหน ร้ายจะตายไปค่ะ ประเดี๋ยวโดนปาดหน้าเค้กไปล่ะ..จะหาว่าพี่ไม่เตือนนะคะ"
กนกรัตน์ขำๆ "ไม่เอาล่ะค่ะ..ยังไงก็ขอไม่เป็นข่าวนะคะ..เคทขอร้อง"
"หื้ม..ม..ม!! คนอะไรเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น มีแต่คนเค้าอยากจะเป็นข่าวจนตัวสั่นอ่ะๆๆ..ขอบคุณนะคะที่สละเวลาให้พี่สัมภาษณ์วันนี้ พี่ขอตัวก่อนนะคะ"
กนกรัตน์ยกมือไหว้ "ขอบคุณมากค่ะ..สวัสดีนะคะ" กนกนรัตน์พูดกับช่างภาพและทีมงานผู้ช่วย "สวัสดีทุกๆ คนนะคะ"
ทุกคนรับไหว้แล้วชมเปาะไม่ขาดปากว่ากนกนรัตน์น่ารัก มารยาทงาม
‘มิลด์’ เดินมาแล้วก็ชะงักมองกนกรัตน์ ทีมงานนิตยสารเดินออกไปจนหมด มิลค์รีบปรี่เข้ามาหากนกรัตน์
มิลค์ดีใจ "เคท!! อีเคท!!”
กนกรัตน์ตกใจแล้วมองอย่างไม่พอใจ
มิลค์ดีใจ "อีเคท!! ฉันเอง มิลค์ เว้ย!!”
กนกรัตน์มองแล้วก็นึกออก จึงฝืนยิ้มให้ "อ๋อ..มิลค์!”
มิลค์กระโดดกอดทันที "อื๋ยย!! โคตรคิดถึงเลยแก!! ไม่เจอกันตั้งนาน" มิลค์มอง "สวยโป๊ะจำแทบไม่ได้เลยอ่า ไปหาหมอไหนมาอีกล่ะหา? บอกเพื่อนมั่งเซ่"
กนกรัตน์แอบหน้าตึงเล็กๆ
"ไปๆๆ..กินกาแฟกัน ฉันเลี้ยง!”
มิลค์ลากกนกรัตน์ที่ยอมไปแบบเสียไม่ได้

อ่านต่อหน้าที่ 2


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 18 (ต่อ)

ปานตะวันลุ้นนารถนรินทร์ที่กำลังตั้งท่าจะเดิน

"มาค่ะ..มาหาพี่ตะวัน"
นารถนรินทร์ค่อยๆ เริ่มเดินไปก้าวนึง
"ดีค่ะ..ต่อเลยค่ะ"
นารถนรินทร์ตั้งใจเดิน 2 ก้าวติดกัน
"เก่งค่ะ..ต่อเลยนะคะ..สู้ๆ ค่ะ"
นารถนรินทร์เม้มปากด้วยท่าทางไม่มั่นใจ
ปานตะวันมองนารถนรินทร์แล้วก็อมยิ้ม เธอหยิบรูปวิทย์ขึ้นมาชู "นี่ค่ะ.. มองคนนี้เข้าไว้..จะได้มีกำลังใจเยอะๆ"
นารถนรินทร์ขำ "พี่ตะวันอ่ะ"
ปานตะวันขำ "มาเร็วๆ..อยากเดินโชว์ในงานแต่งงานไม่ใช่เหรอคะ?”
นารถนรินทร์ยิ้ม "ได้เลย!”
นารถนรินทร์ตั้งใจก้าวเดินต่อไปอีกหลายก้าวจนโผเข้ากอดปานตะวันแน่น
นารถนรินทร์ดีใจ "พี่ตะวัน!”
ปานตะวันปลื้ม "เก่งค่ะ..น้องนารถเก่งที่สุด" ปานตะวันมองหน้านารถนรินทร์ "วันแต่งงานของน้องนารถมีความหมายต่อพี่ตะวันมากที่สุดเลยรู้มั้ยคะ?”
นารถนรินทร์ไม่รู้ความหมายแต่ก็น้ำตารื้น "ขอบคุณมากนะคะ นารถรักพี่ตะวันที่สุดเลย"
นารถนรินทร์กอดปานตะวันแน่นอีกครั้ง ปานตะวันอดใจหายไม่ได้ถ้าวันนั้นจะมาถึงจริงๆ


กนกรัตน์ชะงักกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
"เมื่อกี้เธอพูดชื่อใครนะ..มิลค์?”
มิลค์ตาวาว "ตะวัน--อีนังปานตะวัน!!”
กนกรัตน์ตาวาวแว่บนึงก่อนจะเลิกคิ้ว "ปานตะวัน?”
"ใช่!! นังนี่แหละที่มันแย่งผัวฉัน มันร้าย มันยั่วพี่อาร์ตให้หลงหัวปักหัวปำ" มิลค์แค้น "มันทำให้ฉันแท้งลูก!”
กนกรัตน์ทำท่าเป็นห่วง "อะไรนะ?”
มิลค์แค้น "มันทำให้ฉันแท้งลูก" มิลค์เสียงเครือ "ทุกวันนี้พี่อาร์ตก็ยังไม่ค่อยอยากจะพูดกับฉัน ทำยังกะฉันไม่มีตัวตน" มิลค์ปรี๊ดแตก "ดูซิ!!แทนที่จะโกรธจะเกลียดนังนั่น ผัวฉันมันดันมาโกรธฉันโทษว่าเป็นเพราะฉันขี้วีนจะไปรังแกนังตะวัน ฉันเลยหกล้มแท้งลูก" มิลค์สะอื้นเพราะน้อยใจ "ไอ้ผัวบ้า!”
กนกรัตน์ตั้งใจฟังทุกอย่าง
"แล้วเป็นไง? โดนนังนั่นมาเขี่ยทิ้งไปเอาเศรษฐีไฮโซ สมน้ำหน้า!" มิลค์นึกได้ "เออจริงสิ! นึกยังไงถึงกลับมาเมืองไทยวะ? ไหนบอกจะอยู่เมกาตลอดชีวิต มิน่าฉันเพิ่งบินไปหาพ่อกะแม่มา พวกเพื่อนๆ ที่นู้นมันบอกแกหายหัวไปไหนไม่รู้" มิลค์โผเข้าไปกอดอีก "หึ้ย!! ดีใจจังได้เจอ คิดถึงว่ะอีเคท!!”
กนกรัตน์ยอมโดนกอดแต่ทำหน้าตาไม่ค่อยพอใจที่มิลค์เรียกเธอว่า ‘อี’ แต่กนกรัตน์ก็อิ่มใจกับข้อมูลใหม่

อัครินทร์เข็นรถเข็นให้ปานตะวันที่เดินมาด้วยกัน
"นึกยังไงชวนฉันออกมาเดินซูเปอร์คะเนี่ย?”
"จะนึกยังไง? ก็นึกห่วงหลานผมน่ะสิ ดูคุณซิ..ผอมเอา ผอมเอา ไม่ยอมโด๊ปให้หลานผมมั่งป่านนี้หลานผมหิวแย่แล้ว" อัครินทร์ว่า
ปานตะวันเหล่ "คุณหมอ!! ฉันเป็นพยาบาลนะคะ ฉันรู้ว่าทานอะไร แล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องอ้วนค่ะ แล้วผู้หญิงหลายๆ คนก็ผอมลงนะคะตอน..เอ่อ.." ปานตะวันมองซ้ายมองขวา "ตอนท้องช่วงแรกๆ อย่างนี้"
"อ่อ.." อัครินทร์กวน "ผมไม่ใช่หมอสูติฯครับ..ขออภัย"
ปานตะวันขำๆ เธอชกแขนอัครินทร์เบาๆ หนึ่งทีก่อนจะชวนดูข้าวของและอาหารที่มีประโยชน์ กนกรัตน์เดินเข้ามาเห็นก็ชะงักมองทั้งสองที่ชี้ชวนดูข้าวของกันอย่างสนิทสนม กนกรัตน์ยิ้มน้อยๆ ส่ายหน้านิดๆ พลางคิดในใจว่านังตะวันนี่มันร้ายจริงๆ

นาคินทร์นั่งรออยู่ที่โต๊ะ สักพักกนกรัตน์ก็ทำเป็นรีบเดินเข้ามา
"ขอโทษที่ให้คอยนะคะคุณนาคินทร์"
นาคินทร์ยิ้ม "ไม่เป็นไรเลยครับ หิวมั้ยครับ? วันนี้ทานอะไรดี?”
กนกรัตน์ยิ้มน่ารัก "ยังจุกอยู่อ่ะค่ะ รีบวิ่งมา กลัวคุณคอยนาน เมื่อกี้แวะไปซูเปอร์มาเก็ตมา" กนกนรัตน์อมยิ้มก่อนจะหยิบดาร์ค ช็อคโกแลตมายื่นให้ "ดาร์ค ช็อคโกแลตของโปรดใครเอ่ย?”
นาคินทร์อึ้ง "รู้ได้ยังไงครับว่าผมชอบ"
กนกรัตน์อมยิ้มน่ารัก "ไม่บอกค่ะ!!”
นาคินทร์ซึ้งใจ "ขอบคุณมากนะครับ"
กนกรัตน์ทำเป็นนึกได้ "อ่อ..จริงสิคะ..เมื่อกี้เคทเห็นคุณอัครินทร์ที่ซูเปอร์มาเก็ตด้วยค่ะ"
นาคินทร์งงๆ ยิ้มๆ "นายอัคเนี่ยนะ?? เข้าซูเปอร์มาเก็ต?”
กนกรัตน์ยิ้ม "ค่ะ!! เห็นซื้อของกับคุณตะวัน 2 คน..น่าสนุกเชียวค่ะ"
นาคินทร์ชะงักกึกแล้วก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
กนกรัตน์ทำใสซื่อ "เสียดาย..เคทกลัวคุณนาคินทร์รอ..ก็เลยไม่ได้เข้าไปทักน่ะค่ะ"
นาคินทร์ไม่พอใจ กนกรัตน์ยังทำตาใสแต่แอบยิ้มมุมปาก

ปานตะวันกับอัครินทร์ที่อู่ชุดนอนทั้งคู่เดินคุยกันมาตามทางเดินในบ้าน
"อย่าลืมทานยาบำรุงที่ผมให้ไว้นะครับ"
"ค่า..ไม่ลืมค่า" ปานตะวันขำๆ
"เอาจริงๆ นะ..ผมต้องพาคุณไปฝากท้อง
ปานตะวันรีบตะปปปากอัครินทร์ "คุณอัค!!”
นาคินทร์ก้าวเข้ามาเห็นพอดีแต่ก็ไม่ได้ยินที่ทั้งสองพูดกันเมื่อครู่
นาคินทร์ถาม "ทำอะไร?”
ปานตะวันสะดุ้ง พอหันไปเห็นนาคินทร์ก็เอามือออก
"จะทำอะไรก็อย่าให้มันเว่อร์เกิน!! หัดเกรงใจกันมั่ง" นาคินทร์ว่า
อัครินทร์ถาม "พี่คินดื่มมาเหรอครับ?”
"ทำไมฉันต้องเกรงใจคุณด้วย" ปานตะวันไม่พอใจ
"ทำไม? จะให้ผมพูดจริงๆ งั้นเหรอ?” นาคินทร์ถามกลับ
"พี่คิน!! พอแล้ว!! ให้เกียรติคุณตะวันหน่อย" อัครินทร์บอก
"แกก็ไม่ต้องให้เกียรติเค้าถึงขนาดต้องส่งกันถึงเตียงนอนหรอกนะ" นาคินทร์ว่า
"พี่คิน!”
นาคินทร์เข้าไปคว้าข้อมือปานตะวันทันที "ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ"
อัครินทร์คว้าข้อมือปานตะวันไว้ "ถ้าเรื่องที่พี่จะคุยกับคุณตะวัน มันจะทำร้ายจิตใจเค้า..ผมขอ!”
"แกไม่มีสิทธิ์"
"แล้วพี่มีสิทธิ์อะไร? ถ้าจะอ้างสิทธิ์ของนายจ้าง ผมไม่ฟัง แต่ถ้าพี่อ้างสิทธิ์ของผู้ชายที่รักคุณตะวัน..ผมจะยอม!”
นาคินทร์กับปานตะวันอึ้ง
นาคินทร์ส่ายหน้าน้อยๆ "อย่ามาพระเอกนายอัค!..ปล่อย!”
นาคินทร์แกะมืออัคครินทร์ออกจากข้อมือปานตะวัน แล้วดึงปานตะวันออกไป ปล่อยให้อัครินทร์มองตาม

นาคินทร์เหวี่ยงปานตะวันลงบนเตียงแล้วเดินตามมาประชิดแล้วเอาหน้าเข้ามาใกล้
"กล้ามากนักนะ! กล้าเล่นกับผมแบบนี้เลยเหรอ?” นาคินทร์ว่า
"ฉันเล่นอะไร?” ปานตะวันถาม
"ออกไปเล่นชู้นอกบ้านไม่พอ ยังกลับมาต่อกันในบ้านอีก ยังไม่อิ่มใช่มั้ย?”
"คุณพูดอะไรของคุณ?”
"คุณนี่มันเนียนจริงๆ..ไม่รู้จักพอ?? ..หิวนักใช่มั้ย?”
นาคินทร์ซุกไซร้ซอกคอปานตะวัน
"อย่านะ!!คุณนาคินทร์!!อย่า!”
นาคินทร์ไม่ฟังเสียง ทันใดนั้นอัครินทร์ก็เข้ามากระชากคอนาคินทร์แล้วต่อยเปรี้ยงทันที
ปานตะวันโผเข้ามาขวางไว้ "อย่า!! คุณอัค!!อย่า!”

อัครินทร์ชะงักกึกทันทีเพราะรู้ว่าปานตะวันเป็นห่วงนาคินทร์
"จะไปห่วงเค้าทำไม? ห่วงตัวเองก่อนดีกว่ามั้ย?” อัครินทร์ว่า
ปานตะวันพูดไม่ออก "ขอเถอะค่ะ..เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่นะคะ"
"ไอ้อัค!!" นาคินทร์จะลุกขึ้นสู้
ปานตะวันหันไปพูดเสียงแข็ง "ถ้าคุณไม่เกรงใจคุณพ่อคุณแม่ ถ้าคุณไม่สนใจว่าท่านจะเสียใจแค่ไหนที่เห็นคุณในสภาพแบบนี้"
"และถ้าพี่จะกล้าตอบท่านว่าพี่เข้ามาทำอะไรในห้องคุณตะวัน"
นาคินทร์ชี้หน้าอัครินทร์ "อยู่ให้ห่างผู้หญิงคนนี้"
นาคินทร์พูดจบก็เดินออกไป
อัครินทร์พูดกับปานตะวัน "ผมปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ ถ้าคุณไม่พูด ผมจะพูดกับพี่คินเรื่องลูก ในท้อง"
"ไม่ค่ะ!!ไม่ได้ค่ะ!” ปานตะวันว่า
"ทำไมล่ะครับ?? ลูกของเค้าทั้งคนนะครับ..เค้าต้องรัก?”
"ก็เพราะเค้าต้องรักลูกของเค้าแน่ๆ น่ะสิคะ!! แต่เค้าไม่ได้รักฉันเลยซักนิด ถ้าเค้าจะเอาลูกไปจากฉัน..ฉันจะทำยังไงคะ"
อัครินทร์อึ้งเพราะตัวเขาไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย
ปานตะวันส่ายหน้า "ฉันจะให้เค้ารู้ไม่ได้" ปานตะวันมองอัครินทร์ "ฉันขอร้องนะคะ"
อัครินทร์ถอนหายใจเฮือก
ปานตะวันแอบน้อยใจ "เค้ามีคุณเคทแล้ว อีกไม่นาน..ทุกสิ่งทุกอย่างอาจจะดีขึ้น ความแค้นที่มีต่อฉันอาจจะลดน้อยลง สัญญาที่ผูกมัดใกล้จะหมดเวลาแล้ว" ปานตะวันูดกับอัครินทร์ "อย่าให้เค้ารู้เรื่องลูกนะคะ..แล้วทุกอย่างมันจะได้จบซะที"
อัครินทร์เห็นใจปานตะวัน ปานตะวันพยายามเข้มแข็ง

นาคินทร์ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วเอนหลังพิงฝาอย่างอ่อนแรง นาคินทร์มีหน้าตาสับสน
ภาพตอนที่เขากอดกนกวลี เขากอดปานตะวัน เขาใกล้จะจูบกนกรัตน์ในคอนโด ปานตะวันเต้นรำกับเล็ก ปานตะวันเอามือปิดปากเขาย้อนกลับมาตีกันอยู่ในหัว
นาคินทร์กุมขมับแหกปากตะโกนอย่างเก็บกด
"เว๊ย!!”
อัครินทร์เดินเข้ามามองแล้วถอนหายใจเฮือกก่อนจะคุกเข่าลงนั่งข้างๆ
"พี่คินเลือกได้นะครับ ว่าจะสุขหรือทุกข์ แต่ทำไมพี่คินถึงเลือกที่จะทุกข์?”
นาคินทร์หันไปมองหน้าอัครินทร์แล้วเมินหน้าหนีไป
"ใครว่าฉันทุกข์? นี่ล่ะความสุขของฉัน" นาคินทร์บอก
"ความสุข?? ดูสภาพคนมีความสุขสิ" อัครินทร์ว่า
นาคินทร์นิ่ง
"เลิกจมปลักอยู่กับอดีต อยู่กับความทุกข์เถอะพี่คิน"
"หุบปากซะ!! เมื่อกี้แกต่อยฉัน ฉันยังไม่ได้เอาคืนแกนะ"
อัครินทร์ยิ้มน้อยๆ "ต่อยกันตอนนี้ยังไงพี่ก็แพ้ผม เพราะพี่กำลังอ่อนแอทั้งร่างกายแล้วก็หัวใจ"
นาคินทร์อึ้งไป
อัครินทร์พูดเรียบๆ "ยอมรับเถอะครับ ที่พี่เป็นอย่างนี้ก็เพราะคุณตะวัน"
"ไม่จริง!!”
อัครินทร์พยักหน้าย้ำๆ "จริง!!ยอมรับความจริงเถอะพี่" อัครินทร์พูดเป็นนัย "ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป ถึงวันนั้น..พี่คินอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต"
อัครินทร์ตบไหล่พี่ชายเบาๆ แล้วเดินจากไป นาคินทร์นั่งอึ้งอยู่ตรงนั้นก่อนจะเบือนหน้าไปมองอีกทางห้อนนอนของปานตะวัน

ปานตะวันนั่งอ่านนิทานเด็กเล็กอยู่บนเตียงด้วยเสียงเบาๆ
"แล้วพ่อหมี แม่หมี กับลูกหมี ก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข"
ปานตะวันปิดหนังสือ ลูบท้อง แล้วกระซิบเบาๆ
"ได้เวลานอนแล้วนะคะ"
ปานตะวันปิดไฟจนมืด
นาคินทร์ที่อยู่ในสวนหน้าบ้านยืนมองไฟห้องตะวันดับลงแล้วก็ชะงัก เขายืนมองตาละห้อยอยู่อย่างนั้น ขณะที่ปานตะวันนอนไม่หลับ นาคินทร์คอตกก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากตรงนั้น

เช้าวันใหม่ กระหรี่ปั๊บและบรรดาขนมของฝากจากเขาใหญ่วางลงบนโต๊ะ
"ผมทราบนะครับว่าที่นี่มีขนมอร่อยมากๆ ฝีมือคุณน้าสาวิตรีอยู่แล้ว แต่ก็คงไม่รังเกียจของฝากจากต่างจังหวัดนะครับ" เล็กบอก
เล็กมองไปที่ปานตะวันที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย นารถนรินทร์มองอย่างไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่
"อู้หู !! ใครจะไปรังเกียจคะ?? ของน่าทานทั้งนั้น ยิ่งกระหรี่ปั๊บนี่ยิ่งดังมาก ใบตองอยากทานจะตาย" ใบตองเม้าท์ "วันๆเจอแต่ขนมเค้กฝีมือคุณผู้หญิง กินจนหลอนนอนฝันถึงผีขนมเค้กทุกคืน"
ทุกคนแอบขำ นารถนรินทร์เองก็อดขำไม่ได้
"นี่!!เดี๋ยวคุณแม่กลับมาเมื่อไหร่จะฟ้อง" นารถนรินทร์ว่า
ใบตองชะงัก "อุ่ย!!”
"เสียดายจังครับ คุณน้าทวยเทพกับคุณน้าสาวิตรีไม่อยู่" เล็กบอก
"ให้เค้าไปซิ่งกันมั่งเถอะค่ะ ใบตองจะได้รีแล็กซ์มั่ง"
เล็กพูดกับปานตะวัน "พี่ตะวันลองชิมขนมดูนะครับถ้าชอบ..ผมจะได้เอามาฝากบ่อยๆ"
นาคินทร์เดินเข้ามา "บ้านนี้ของกินเหลือเฟือ ไม่มีใครอดอยาก"
ทุกคนหันขวับไปมอง นารถนรินทร์ยังตึงๆพี่ชาย
นาคินทร์มองปานตะวัน "หรือจะมี?”
ปานตะวันหน้าชา เล็กไม่พอใจแต่ก็ยกมือไหว้ตามมารยาท
"สวัสดีครับพี่คิน"
นาคินทร์รับไหว้ตามมารยาท
นารถรินทร์ประชดพี่ชาย "คุณเล็กน่ารักจังเลยอุตส่าห์เอาขนมมาฝากน้อง"
นาคินทร์มองนารถนรินทร์รู้ว่านารถนรินทร์ยังงอนเขาเรื่องกนกรัตน์
"พี่คินจะออกไปธุระเหรอครับ?” เล็กถาม

อ่านต่อหน้าที่ 3


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 18 (ต่อ)

นาคินทร์สะดุ้ง "ตอนแรกก็ว่าจะอยู่บ้าน แต่ตอนนี่เปลี่ยนใจแล้ว" นาคินทร์พูดกับปานตะวัน "ตะวัน..ออกไปซื้อหนังสือกับผมหน่อย"

ปานตะวันสะดุ้ง "เกี่ยวอะไรกับฉันคะ?”
"เกี่ยวสิ!! เพราะบังเอิญว่าหนังสือที่ผมอยากได้น่ะเป็นหนังสือเกี่ยวกับการทำกายภาพบำบัด ผมอยากศึกษาไว้เผื่อจะได้ช่วยคุณดูแลยัยนารถ" นาคินทร์ถามนารถนรินทร์ "ดีมั้ยจ๊ะ?”
นารถนรินทร์อึ้งๆ พอเจอนาคินทร์ลูบหัวเธอก็ใจอ่อนกลับลำมาเชียร์พี่ชาย
"แต่ว่า..” ปานตะวันอึกอัก
นาคินทร์พูดเสียงอ้อน "นารถ..”
"เอ่อ..พี่ตะวันไปช่วยพี่คินเลือกหน่อยนะคะ..นะ?” นารถนรินทร์เชียร์
นาคินทร์รวบรัด "คุณเล็กอยู่คุยกับนารถกับใบตองให้สนุกนะครับ ตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจ"
"เดี๋ยวค่ะ...คุณนาคินทร์" ปานตะวันเรียกไว้
นาคินทร์คว้าข้อมือปานตะวันหมับแล้วดึงออกไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้เล็กมองตาม
"ทานกันเลยมั้ยคะ..กระหรี่ปั๊บ??..เดี๋ยวจะเซ็ง?” ใบตองถาม
ไม่มีใครตอบใบตอง เล็กจ๋อย นารถนรินทร์สงสารแต่ก็แอบอมยิ้มให้พี่ชาย

นาคินทร์เดินมากับปานตะวัน
ปานตะวันชะงักมอง "ไหนบอกจะไปซื้อหนังสือ?”
"ก็จะไปซื้อหนังสือไง" นาคินทร์บอก
"แล้วมาที่นี่ทำไม?” ปานตะวันถาม
"มาร้านอาหารก็มาทานข้าวสิ..รึจะมาสวดมนต์?” นาคินทร์ถามกวน
ปานตะวันตาวาวที่โดนกวน เธอสะบัดตัวจะเดินออก
นาคินทร์คว้าข้อมือปานตะวันไว้ "ผมหิว!! ทานข้าวเสร็จค่อยไปซื้อหนังสือ"
พูดจบนาคินทร์ก็คว้าข้อมือปานตะวันเดินจ้ำๆ ไปนั่งที่โต๊ะทันที ปานตะวันหน้าบึ้ง
"ทำไม? แค่จะทานข้าวกับผมซักมื้อ ทำหน้ายังกับจะตาย!! ทีจะกินกระหรี่ปั๊บกับไอ้เด็กนั่นล่ะดี๊ด๊าเหลือเกิน"
ปานตะวันเชิดใส่
"คุณนี่มันเหลือเกิน เมื่อวานก็นายอัค วันนี้ก็ไอ้เด็กน้อย คิวแน่น"
"ไหนบอกว่าหิว หิวก็รีบสั่งอาหารมาทานสิคะ แล้วก็เลิกพูดจาเหน็บแนมให้เหนื่อย เก็บแรงไว้เคี้ยวข้าวจะดีกว่า"
นาคินทร์ตาโต "ปากดีนะเดี๋ยวนี้?”
"ไม่ใช่เดี๋ยวนี้นะ แต่ดีมานานแล้วค่ะ"
นาคินทร์ยิ้มเยาะๆ "ก็ขอให้ดีให้ตลอด"
ปานตะวันมองนาคินทร์ที่ยิ้มเยาะๆ ทันใดนั้น ‘กนกรัตน์’ ก็โผล่มา
กนกรัตน์ยิ้มแฉ่ง "คุณนาคินทร์"
ปานตะวันรู้เลยจ้องหน้านาคินทร์แล้วก็หันกลับไปมองด้านหลังตัวเอง เธอเห็นกนกรัตน์ กนกรัตน์เองก็อึ้งเมื่อเห็นปานตะวันนั่งอยู่ตรงนั้น กนกรัตน์รีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มขณะเดินตรงเข้ามาหา นาคินทร์ขยับเก้าอี้ให้กนกรัตน์นั่ง
"ขอโทษที่มาช้าค่ะ สวัสดีค่ะคุณตะวัน" กนกรัตน์ทักทาย
"สวัสดีค่ะ" ปานตะวันตอบรับ
กนกรัตน์ยิ้มแฉ่ง "ไม่ทราบว่าคุณตะวันจะมาด้วยคุณนาคินทร์ไม่ได้บอกเคทเลย"
"คือว่า...”
นาคินทร์สวน "พาติดรถมาด้วยนะครับ จะให้มาช่วยเลือกซื้อหนังสือ กนกคงไม่ว่าอะไรนะครับ"
ปานตะวันหน้าชามาก
กนกรัตน์สังเกตุแว่บนึงก่อนจะยิ้มแฉ่ง "ว่า? เคทจะว่าอะไรคะ? ดีออกจะตายมีคุณตะวันเป็นเพื่อนทานข้าวอีกคน" กนกนรัตน์ย่นจมูก "ทานกับคุณนาคินทร์แค่ 2 คนบ่อยๆ" กนกรัตน์พูดกับปานตะวัน "ไม่ค่อยจะสนุกแล้วล่ะค่ะ..จริงนะคะคุณตะวัน" กนกรัตน์ขำๆ
ปานตะวันทำหน้าไม่ถูก
"อะไรครับ? พูดอย่างนี้ผมเสียใจนะครับเนี่ย?” นาคินทร์ว่า
"แหย่เล่นน่ะค่ะ" กนกรัตน์พูดกับปานตะวัน "คุณตะวันทานอะไรดีคะ? ที่นี่อาหารอร่อยหลายอย่าง" กนกรัตน์พูดกับนาคินทร์ "วันก่อนคุณนาคินทร์สั่งอะไรนะคะอร๊อยอร่อย คุณตะวันอยากจะทานเหมือนที่เคทเคยทานมั้ยล่ะคะ"
กนกรัตน์มองตาปานตะวัน ปานตะวันรู้สึกแปลกๆ
ปานตะวันจ้องตา "ขอบคุณค่ะ แต่ฉันว่าฉันขอไม่ทานดีกว่าค่ะ เมื่อกี้เพิ่งทานจากที่บ้านมาพอแล้ว อิ่มมากค่ะ"
กนกรัตน์มองตาแป๋ว "อ้าว..เหรอคะ?”
ปานตะวันพูดกับนาคินทร์ "ฉันขอตัวนะคะ จะไปรอข้างนอก"
ปานตะวันพูดจบก็ลุกขึ้นทันที
นาคินทร์เรียก "เดี๋ยว!!”
ปานตะวันชะงัก กนกรัตน์มอง
"ผมเปลี่ยนใจแล้ว"
ปานตะวันรอฟังนึกว่านาคินทร์จะง้อ กนกรัตน์ไม่พอใจ
"คุณกลับบ้านไปเลยละกัน ผมไม่อยากซื้อแล้ว..หนังสือ" นาคินทร์บอก
ปานตะวันอึ้ง กนกรัตน์ยิ้มมุมปาก
นาคินทร์พูดกับกนกรัตน์ โดยไม่สนปานตะวันเลย "อยากทานข้าวกับกนกมากกว่า ตกลงอยากทานอะไรครับ?”
ปานตะวันยืนตัวชา น้ำตาเอ่อ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินที่ไร้ค่า ปานตะวันรีบเดินออกไปจากตรงนั้นทันที
"สงสารคุณตะวันนะคะ จะกลับยังไง?” กนกรัตน์ว่า
นาคินทร์ทำเป็นดูเมนู "สั่งอะไรดีครับ?”
กนกรัตน์ดูเมนู นาคินทร์เหลือบมองไปทางปานตะวัน กนกรัตน์เหลือบมองสายตาของนาคินทร์ด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจ

ปานตะวันเดินปาดน้ำตา ท่ามกลางผู้คนที่สัญจรกันพลุกพล่านสวนไปมาดูโดดเดี่ยวน่าสงสาร แต่ปานตะวันก็พยายามเข้มแข็ง

กนกรัตน์เหวี่ยงกระเป๋าลงโซฟาแล้วทิ้งตัวลงนั่งด้วยสีหน้าครุ่นคิด
เธอนึกถึงเหตุการณ์ที่ร้านอาหาร ตอนที่นาคินทร์มองอาหารมากกว่าจะกิน กนกรัตน์มอง
"ไม่สบายใจอะไรรึเปล่าคะ?” กนกรัตน์ถาม
นาคินทร์ยิ้ม "เปล่าครับ"
กนกรัตน์แย็บ "คุณตะวันเธอน่ารักดีนะคะ"
นาคินทร์หน้าตึง
กนกรัตน์ยิ้มแฉ่ง "สวยๆอย่างนี้ท่าทางจะแฟนเยอะ"
นาคินทร์เผลอทำมีดส้อมหล่นมือกระทบจานดังเกร๊ง!
"ขอโทษครับ"
กนกรัตน์อึ้งที่เห็นนาคินทร์มีพิรุจ
นาคินทร์ก้มหน้าก้มตากินต่อ
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้น กนกรัตน์ก็ค่อยๆเดินไปที่กระจก ก่อนจะยกมือลูบไล้ใบหน้าและมองหน้าตัวเองในกระจก
กนกรัตน์พูดด้วยเสียงเรียบเย็น "ทำไม?...ในเมื่อฉันเหมือน..เหมือนขนาดนี้..ทำไม๊?”

คนไข้ร้องกรี๊ดพร้อมกับเหวี่ยงกระจกจนแตกกระจายแล้วร้องกรี๊ดและโหยหวน พนักงาน ผู้ช่วยแพทย์วิ่งวุ่นตกใจ คนไข้รายอื่นๆ ตกใจกันยกใหญ่ แพรวพรรณรายที่เพิ่งมาถึงงง
แพรวพรรณรายถามพนักงานต้อนรับ "เกิดอะไรขึ้นเนี่ย"
"คุณหมอพิ้งค์คะ คนไข้โกรธค่ะ ที่เราไม่รับผ่าตัดแก้ไขใบหน้าให้"
แพรวพรรณรายเซ็ง "เฮ้อ!บอกจนปากจะฉีกแล้วว่าที่นี่คลินิคผิวหนัง ไม่ใช่คลินิคศัลยกรรมแปลงโฉม อ่ะๆๆ..เดี๋ยวหมอเคลียร์เอง"
แพรวพรรณรายเดินไปที่คนไข้หน้าไม่สวยที่กำลังร้องไห้โวยวายอยู่
"ใจเย็นนะคะ หมอเป็นเจ้าของที่นี่นะคะ"
คนไข้วี๊ด "ใจร้าย ทำไมไม่ยอมผ่าหน้าให้ฉัน อ๋อ!!อยากสวยอยู่คนเดียวใช่มั้ยล่ะแกน่ะ นังหมอใจร้าย!”
แพรวพรรณรายงง "เอ๊า!”
"ใจเย็นๆลูก" แม่คนไข้สะอื้นแล้วบอกหมอ "ขอโทษนะคะคุณหมอ ลูกสาวดิฉันเครียดมากค่ะ ลูกโอ๋เคยสวยมากเป็นถึงดาวคณะ แต่หลังเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำก็ทำให้ลูกโอ๋" แม่สะอื้น "ลูกโอ๋ไปผ่าตัดมาหลายที่ แต่กลับยิ่ง..ยิ่งกลายเป็นแบบนี้ จนมีคนแนะนำให้มาหาคุณหมอพิ้งค์" แม่อ้อนวอน "ช่วยลูกโอ๋ด้วยเถอะนะคะต้องเสียเงินเท่าไหร่แม่ก็ยอม"
แพรวพรรณรายสงสาร "เอ่อ..ใจเย็นๆก่อนค่ะคุณแม่..คือ..พิ้งค์เป็นหมอผิวหนังอ่ะค่ะ ไม่ใช่หมอคัลย กรรมพลาสติก"
คนไข้กรี๊ด "ไม่จริง!! ฉันไม่ยอมๆๆ"
แม่รีบปลอบลูกสาว "อย่าร้องลูก อย่าร้อง" แม่พูดกับแพรวพรรณราย "คุณหมอคะ..ถ้ายังไง ช่วยแนะนำคุณหมอเก่งๆให้หน่อยได้มั้ยคะ ดิฉันจนปัญญาแล้วจริงๆ" แม่คนไข้ร้องไห้โฮ
แพรวพรรณรายใจแป้ว "โอ่ย..เอ่อ…"
แพรวพรรณรายหนักใจไม่รู้จะเอายังไงดี


มือถือหมอโก้ดังขึ้น หมอโก้ที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จยังใส่ชุดกาวน์คว้าโทรศัพท์มาดูแล้วกดรับ ก่อนจะดึงผ้าปิดปากออก
"มีอะไรให้รับใช้ครับคุณหมอพราวพรรณราย"
แพรวพรรณรายคุยโทรศัพท์ในห้องทำงานคลินิคตัวเอง
แพรวพรรณรายยิ้มแล้วส่ายหน้า "ไอ้โก้"
"ก็บอกแล้วให้รีบๆทำให้อึ๋มๆซะ ไม่งั้นป่านนี้หาสามีได้ไปนานแล้ว..เอาไซด์ไหนดีล่ะ"
"ยัดซิลิโคนใส่ปากแกก่อนป่ะล่ะ?? ฉันยังยืนยันความงามตามธรรมชาติเว๊ยแค่นี้ก็..หึ้ย!!เคลียร์คิวแทบไม่หวาดไม่ไหว"
"ไอ้ขี้โม้!!งั้นโทร.มาทำไม?”
แพรวพรรณรายถอนใจ "จะส่งคนไข้ให้คนนึง ช่วยหน่อยได้มั๊ยสงสารอ่ะ หน้าแบบ..รถคว่ำมาน่ะ..ไหวมั้ยว่ะโก้?”
"โห่!!คุยกับใครอยู่ครับ?? “หมอโก้เกาหลีต้องกราบ” รู้จักมั้ยครับ อย่าว่าแต่รถคว่ำเลยให้เปลี่ยนหน้าใหม่แบบพ่อแม่ยังจำลูกตัวเองไม่ได้ก็ยังทำมาแล้ว"
"เว่อร์ละ...ฉันก็รู้นะว่าแกน่ะเป็นหมอมือท็อปของอเมริกาแต่ฉันว่าแกโม้เว่อร์ไปว่ะไอ้โก้"
"ใครเว่อร์ แกอยากหน้าเหมือนใครล่ะไอ้พิ้งค์ ชมพู่, คิมเบอร์ลี่, ญาญ่า ว่ามา"
แพรวพรรณรายทำตาโต "ทำได้จริงอ่ะ"
"ยิ่งตอนอยู่อเมริกาดาราฮอลลีวู้ดน่ะ ผ่านมีดหมอโก้กันเพียบ คนไข้คนไทยก็อื้อเลย"
"เหรอๆๆ..มีคนไทยด้วยเหรอ ? ใครมั่งอ่ะ?”
"เยอะ!!" โก้นึก "แต่ก็มีผู้หญิงอยู่คนนึงนะ" โก้ยังพูดไม่จบก็มีสายเข้า "เฮ่ย!! แฟนโทร.มา!”
"โอเคๆ..งั้นโอเค.นะ ฉันส่งไปให้แกเลยนะแต้งกิ้วเพื่อน"
"เออ..มีอะไรก็โทรมา..บาย"
"บาย!" แพรวพรรณรายวางสายแล้วก็ถอนใจ "โล่งอก!!" แพรวพรรณรายนึก "ไม่น่าเชื่อ..อะไรจะเหมือนกันได้ขนาดนั้นห๊า..ขี้โม้จริงๆ ไอ้โก้?”

มอลลี่กำลังเม้าท์อย่างเมามัน
"ร้อยนึงเอาขี้หมากองเดียว นังนักร้องเกาหลีกิ๊กท่านรองฯ นั่นมันต้องผ่านมีดหมอมาไม่น้อยกว่า" มอลลี่คิด “10 รอบ!”
"ให้ 11เลย!” ลุกกอล์ฟบอก
"คุณพระช่วย!!!เพื่ออะไร?? ช่วยตอบฉันหน่อยได้มั้ยว่าเพื่ออะไร?? ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป สังขารย่อมโรยรา" จามจุรีว่า
มอลลี่เบิ่งตามองหน้าผากจามจุรี "นี่ก็น่าจะจิ้มซักเข็ม 2 เข็มนะคะคุณเจเจ รับรองจาก 55 คนจะทักว่า 30”
"หา?? จริงเหรอ หมอไหนล่ะ??แพงมั้ย" จามจุรีสนใจ
"อ้าว..ขุ่นเจเจ ไหนว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป" ลูกกอล์ฟว่า
"หึ้ย!" จามจุีตีแขนลูกกอล์ฟเพียะ "พวกเธอนี่ก็.." จามจุรีนึกได้ "เออ..ว่าแต่..ยัยนักร้องเกาหลีนั่นมาหาท่านรองอีกแล้วเหรอ"
"อีกแล้วสิค้า ป่านนี้กินกิมจิกับแซบลื้มอยู่ล่ะค่า"
จามจุรีส่ายหน้าแล้วเดินบ่นออกไป "ว้าย!! บัดสีบัดเถลิงไม่เอาแล้ว ฉันไปรอหน้าห้องดีกว่า เผื่อจะเรียกใช้อะไร หนูเลขาฯเดือนออกไปรับรองลูกค้าข้างนอกซะด้วยกว่าจะกลับคงจะเย็นนู่น"
"แน่ะ!!ไปนั่งเฝ้าหน้าห้อง รึจะไปแอบดูเค้าครับขุ่นเจเจ?”
จามจุรีตีอีกเพียะ "ความคิดสกปรก! บาปกรรม"
จามจุรีเดินออกไป
มอลลี่หันไปเห็นปาริฉัตรยืนชงกาแฟอยู่ "จริงสิ..อย่างน้อยฉัตรนี่ก็.." มอลลี่มองหน้า "อัพดั้งขึ้นหน่อย ตัดปีกจมูกนิ้ดนึง เติมคางแหลมเล็กน้อย เพิ่มนมซัก 3 ไซส์ ฉีกกลูต้าฯซักแกลลอน..รับรองท่านประธานต้องเพ้อค่ะ..เชื่อพี่!!”
"ถามจริง..ยังจำหน้าเดิมตัวเองได้รึเปล่าคะเนี่ย..พี่สมรศรี?” ปาริฉัตรถาม
ปาริฉัตรพูดจบก็สะบัดหน้าเดินไปเลย ปล่อยให้มอลลี่กับลูกกอล์ฟโกรธเกรี้ยวจนด่าตามหลัง

ปาริฉัตรจะเข้าห้องน้ำแล้วก็ชะงัก เธอหันมองกระจกแล้วค่อยๆ มองหน้าตัวเองก่อนจะเอามือลูบหน้าด้วยแววตาน้อยใจที่เธอไม่เคยอยู่ในสายตาของท่านประธานเลย
ปาริฉัตรน้ำตาหยด "ซักวันนึงเถอะ!!”

วีวี่กำลังโชว์ Dance หวือหวาต่อหน้านัครินทร์โดยถอดนู่นนี่ ถุงน่อง ฯลฯ โยนไปคนละทิศ ทีละชิ้น นัครินทร์มีสีหน้าฝืนสนใจ สุดท้ายท่าจบวีวี่หมุนตัวแล้วโถมตัวลงทับนัครินทร์จนนอนจมโซฟา
"โอปป้า!! ชอบไหมค้า??? ท่าเต้นซิงเกิ้ลใหม่ของวีวี่ที่โอปป้าได้ดูก่อนใครอีกแล้ว" วีวี่บอก
นัครินทร์ฝืนยิ้ม "ฮะ..ชอบฮะ"
หน้าทั้งสองอยู่ใกล้กัน
วีวี่จ้องด้วยแววตาสยิว "โอปป้า..ไม่ได้เจอกันตั้งนานวีวี่คิดถึงโอปป้ามากเลย" มือวีวี่เริ่มเลื้อย "ผู้ชายเกาหลี ทั้งดารา นักร้อง ไฮโซ มาขอเดทกะวีวี่ แต่วีวี่ไม่อาว วีวี่หลับตาทีไรก็ได้กลิ่นโอปป้า เห็นแต่หน้าโอปป้า"
นัครินทร์มองหน้าตาเพ้อของวีวี่แล้วก็ชะงัก
คำพูดอัครินทร์แวบขึ้นมา “พี่ก็ลองเช็คง่ายๆลองกลับไปหากิ๊กเก่าๆของพี่ ถ้าพี่รู้สึกไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนเวลาอยู่กับคุณเดือนพี่ยังเห็นแต่หน้าคุณเดือนลอยอยู่..นั่นล่ะ!!”
นัครินทร์มองหน้าวีวี่ที่อยู่ใกล้มาก
วีวี่ยังเพ้อแล้วก็จะจูบ "วีวี่คิดถึงโอปป้า รักโอปป้าคนเดียว"
วีวี่ก้มลงจะจูบ ทันใดนั้นหน้าวีวี่กลายเป็นหน้าประกายเดือนยิ้มหวานให้เขาเฉยเลย
นัครินทร์สะดุ้ง "เฮ่ย!!”
วีวี่สะดุ้ง "เป็นไรคะโอปป้า?”
"เอ่อ.." นัครินทร์จ้องมองชัดๆ แล้วก็ขยี้ตาก็เห็นเป็นหน้าวีวี่ "เอ่อ..เปล่าฮะ..เปล่า..ไม่เป็นไร"

อ่านต่อหน้าที่ 4


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 18 (ต่อ)
วีวี่ก้มจะจูบอีก "วีวี่รักโอปป้านะค้า"

ทันใดนั้น หน้าวีวี่ก็กลายเป็นหน้าประกายเดือนอีก นัครินทร์ตกใจมากจึงผลักวีวี่กระเด็นหงายตกโซฟาขาชี้ฟ้าทันที
"เฮ่ย!!”
"เย้ย" วีวี่สบถเป็นภาษาเกาหลี "โอปป้า!!! เป็นไรเยอะ เจ็บตูด ตูดจะหักแล้ว"
นัครินทร์รีบมาประคองวีวี่ "ขอโทษ!! ผมขอโทษจริงๆฮะวีวี่คือ..วันนี้..ผมรู้สึก..ไม่ค่อยสบายไว้ยังไงเราค่อยเจอกันใหม่ละกันนะฮะ"
"เหวอ!! อะไรนะโอปป้า?? พรุ่งนี้วีวี่ต้องบินกลับเกาหลีแล้วนะก๊ะ"
นัครินทร์เผลอพูด "เออ..กลับไปเหอะ!! รีบๆกลับไปเลย"
วีวี่ผงะ "เหวอ?? อะไรน๊ะก๊ะ"
"ปะ..เปล่า..คือ.." นัครินทร์ก้มลงไปเก็บถุงน่องและรองเท้าวุ่นวาย "ผมว่าผมจะช่วยเก็บน่ะฮะ" นัครินทร์ยัดทุกอย่างใส่มือวีวี่แล้วก็ดันวีวี่ไปที่ประตู "ไว้ผมจะโทร.ไปนะฮะ..บ๊ายบาย" นัครินทร์ดันวีวี่ออกจากประตูไป
"เหวอ โอปป้าๆๆ"
นัครินทร์ดันจนสำเร็จก่อนจะยืนพิงประตู ปาดเหงื่อ แล้วหอบแฮ่กๆ เขาสะบัดหน้าแบบมึนๆ
"เห็นแต่หน้าคุณเลขาฯจริงๆด้วย?" นัครินทร์ทำหน้าไม่น่าเชื่อ "อุปาทาน?? อุปาทานรึเปล่าวะ"

วีวี่โดนผลักออกมายืนมึนอยู่หน้าห้อง คนข้างนอกจ้องมองสภาพยับเยินของวีวี่แล้วก็อ้าปากตาค้าง
วีวี่ร้องไห้ "โฮๆๆ"
จามจุรี มอลลี่ และลูกกอล์ฟรีบพุ่งมาดู ขณะที่ปาริฉัตรมอง
มอลลี่กับลูกกอล์ฟปลอบโยนอย่างเฟคๆ "โอ๋ๆๆ" มอลลี่กับลูกกอล์ฟพยายามพูดสำเนียงไทย-เกาหลี
"นิ่งซะนะก๊ะ!! เกิดอะไรขึ้นก๊ะเนี่ย?” มอลลี่ถาม
ลูกกอล์ฟสวน "โห..ไม่น่าถาม"
"นั่นสิ..ยังกะโดนหมาฟัดมา" จามจุรีว่า
"โห..ด่าท่านรองเป็นหมาเลยเหรอค้าบ?” ลูกกอล์ฟว่า
"บ้า!! ตกลงเกิดอะไรขึ้นก๊ะ..คุณนักร้องเกาหลี?” จามจุรีถาม
"โอ้ปป้าใจร้าย!! โอ้ปป้าใจร้าย!! โอ้ปป้าไม่รักวีวี่แล้ว!!โอ้ปป้าหน้าโง่!! โอ้ปป้าอุบาทว์"
วีวี่พูดจบก็วิ่งออกไปเลย โดยทำถุงน่องหล่นไว้คู่นึง
"เฮ่ยๆๆ เดี๋ยวครับ" ลูกกอล์ฟก้มเก็บถุงน่องมาถือไว้ "ทำหล่นครับทำหล่น?? อ้าว!" วีวี่วิ่งไปจนลิบ ลูกกอล์ฟเลยเอามาดมชื่นใจ
จามจุรีตีลูกกอล์ฟ "เธอเนี่ย..อุบาทว์นายลูกกอล์ฟ!!”
มอลลี่มองตามวีวี่ "มันเกิดอะไรขึ้น?" มอลลี่ทำเสียงพากย์เกาหลี "ฉันอยากรู้มากๆเลยอ่ะ"
ปาริฉัตรมองไปทางประตูห้องทำงานนัครินทร์

นัครินทร์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างเซ็งๆ
"อะไรว้า ทำไมเราเห็นแต่หน้าคุณเลขาฯเดือน หรือจะจริงอย่างนายอัคมันว่า" นัครินทร์ฮึด "ไม่ได้!!เอาให้ชัวร์!!ต้องดับเบิ้ลเช็ค" นัครินทร์ควักมือถือ "ฮัลโหล!" นัครินทร์พูดเสียงหวาน "เคที่เหรอฮะ..มาย ดาหลิง"

นาคินทร์เซ็นต์งานเสร็จก็ผลักแฟ้มไปข้างหน้าเบาๆ ให้ปาริฉัตรที่ยืนมองเจ้านายอยู่
"มีแค่นี้เหรอครับ?” นาคินทร์ถาม
ปาริฉัตรสะดุ้ง "ค่ะ..มีเท่านี้ค่ะ อ่อ..แต่ช่วงบ่ายจะมีเอกสารลูกค้าจากเซี่ยงไฮ้เข้ามาค่ะ"
มือถือนาคินทร์ดังขึ้น ปาริฉัตรชะงักแล้วทำเป็นหยิบแฟ้มขึ้นมาตรวจทานความเรียบร้อยแต่แอบฟัง
นาคินทร์รับสาย "ครับ..กนก!”
ปาริฉัตรชะงักฟัง
นาคินทร์ตกใจ "เกิดอะไรขึ้นครับ? ใจเย็นๆ !! อย่าเพิ่งร้องไห้"
ปาริฉัตรตาวาว
กนกรัตน์ร้องไห้จริงจัง "คุณนาคินทร์ต้องมาหาเคทนะคะ เคทไม่รู้จะทำยังไงดี เคทงงไปหมดแล้ว"
"ได้ครับ!! ผมจะไปเดี๋ยวนี้ กนกใจเย็นๆ นะครับ..ใจเย็นๆ..แค่นี้นะครับ" นาคินทร์ลุกพรวดขึ้นมาพูดกับ ปาริฉัตร "คุณฉัตร.. เอกสารเซี่ยงไฮ้ไว้จัดการทีหลังนะถ้าผมไม่ได้กลับเข้ามา"
พูดจบนาคินทร์ก็พุ่งพรวดออกไปทันที
ปาริฉัตรอึ้งแล้วก็ร้องเรียก "ท่านประธาน!! ท่านประธานคะ" ปาริฉัตรเคือง "อะไรกัน?? นังนั่นมันดราม่าอะไรใส่ท่านประธาน"


กนกรัตน์ร้องไห้แล้วโผเข้าซบนาคินทร์
"คุณนาคินทร์!”
นาคินทร์ยิ้มๆ "โธ่!! เรื่องแค่นี้เอง ผมตกใจหมดเลยรู้มั้ยครับ"
"เรื่องแค่นี้?? ในชีวิตเคทไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้เลยนะคะ" กนกรัตน์หยิบใบแจ้งหนี้คอนโดฯ ขึ้นมา "ค่าเช่าคอนโดฯ ไม่กี่บาท" กนกรัตน์หยิบใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตขึ้นมา "กับค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตไม่กี่แสน! ปกติคุณพ่อกับคุณแม่เคทไม่เคยปล่อยให้เป็นอย่างนี้เลย" กนกรัตน์ร้องไห้
นาคินทร์ปลอบ "ไม่เอาไม่ร้องไห้"
"เคทจะไม่พูดกับท่านแล้ว ดูซิ..ไปลงเรือเที่ยวแคริบเบียนกันมีความสุขจนลืมเอาเงินเข้าบัญชีให้ลูก"
นาคินทร์ขำ "กนก!! ขี้งอนน่ะเราน่ะ คุณพ่อคุณแม่ ท่านรู้คงจะเสียใจแย่"
"แต่ลูกสาวเสียเครดิตขนาดนี้นะคะ เสียหน้าด้วย เคทอาย"
นาคินทร์ยิ้มขำ "ไม่ต้องอายครับ..ไม่ต้องกังวัลนะ เรื่องแค่นี้เดี๋ยวผมจัดการให้เอง"
กนกรัตน์ตกใจ "อะไรนะคะ?? ไมได้นะคะ ไม่ได้เด็ดขาด"
"ทำไมจะไมได้ล่ะครับ..สำหรับกนก?” นาคินทร์บอก
กนกรัตน์อึ้งแล้วส่งสายตาซึ้งใจ "คุณนาคินทร์"
นาคินทร์ยิ้มให้ กนกรัตน์ซึ้งใจจึงกราบนาคินทร์ที่อก
"ขอบคุณมากนะคะ..คุณนาคินทร์"
นาคินทร์มองกนกรัตน์แล้วพูด "พี่คิน..”
กนกรัตน์ยิ้มแฉ่ง "ค่ะ..พี่คิน"
กนกรัตน์โผเข้ากอดนาคินทร์แน่น สุดท้ายเธอก็แอบยิ้มมุมปาก

ปานตะวันกับอัครินทร์กำลังช่วยลุ้นนารถนรินทร์ทำกายภาพบำบัดอยู่ในสระว่ายน้ำ ปานตะวันเกาะขอบสระเชียร์อยู่ข้างบน อัครินทร์คอยประคองนารถนรินทร์ในน้ำ นารถนรินทร์แกล้งเกเรงอแงทำเป็นไม่มีแรงจนอัครินทร์ชักยัวะ
"โอย!! มัวแต่งอแงแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะหายซักทีล่ะยัยง๊องแง๊ง" อัครินทร์ว่า
"โอ๊ย!!ดุจังเลยคนนี้" นารถนรินทร์สาดน้ำใส่อัครินทร์ "นี่แน่ะๆๆ"
อัครินทร์ร้องลั่น "โอ้ยๆๆๆ..ไม่เอาแล้ว!!ปล่อยให้ไม่หาย ไม่ต้องดงไม่ต้องเดินมันแล้ว จะยุให้ไอ้วิทย์มันมีแฟนใหม่ด้วยคอยดูซิ"
"ว้าย!! พี่ชายใจร้ายๆ" นารถนรินทร์สาดน้ำใส่สนุกเลย
อัครินทร์โผปีนขอบสระมานั่งคู่กับปานตะวันที่ยิ้มขำอยู่
"เอ่า!! นี่ก็ขำ?”
ปานตะวันรีบเม้มปากกลั้นขำ
"ผมแหย่เล่น ขำเถอะครับ ผมชอบเวลาคุณยิ้ม คุณหัวเราะ" อัครินทร์บอก
ปานตะวันอึ้ง
นารถนรินทร์กระแอม "แฮ่มๆๆ"
"อะไรติดคอ?” อัครินทร์ถาม
"อะไรไม่รู้เลี่ยนๆ นี่พี่อัค..เดี๋ยวพี่คินมาได้ยินละงานเข้านะ..น้องขอเตือน"
อัครินทร์หันมาหาปานตะวันที่จ๋อยวูบเมื่อได้ยินชื่อนาคินทร์
อัครินทร์รีบเปลี่ยนเรื่อง "เฮ่อ!ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าการดูแลยัยนารถเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสมากๆ" อัครินทร์ส่ายหน้าเอือมๆ "คุณคงเหนื่อยมากนะครับกับ..ที่ผ่านๆมา"
ปานตะวันเข้าใจความหมายของอัครินทร์ว่าหมายรวมถึงเรื่องนาคินทร์ก็ได้แต่ฝืนยิ้ม "ไม่ล่ะค่ะ" ปานตะวันเปลี่ยนเรื่องแล้วทำเป็นยิ้ม "คุณนารถน่ารักออกจะตาย"
"นั่นไง!!ได้ยินชัดรึยังจ๊ะ" นารถนรินทร์บอก
อัครินทร์พูดเสียงดัง "เตะขาไปเลยไป..20" อัครินทร์หันกลับมามองปานตะวันด้วยความเห็นใจ "ช่วงนี้ก็พักๆบ้าง ผมจะคอยช่วยดูแลยัยนารถเอง"
"ขอบคุณค่ะ แต่ฉันไหวค่ะ คุณเองก็งานเยอะ"
"อย่าห้ามเลย ผมเป็นห่วง"
ปานตะวันกับอัครินทร์มองหน้ากัน
นารถนรินทร์โวยลั่น "โอ้ย..เมื่อยแล้ว" นารถนรินทร์หยุดเตะ
อัครินทร์พูดเสียงดัง "เออ..ก็งอแงอย่างนี้ถ้าไอ้วิทย์มันรอไม่ไหวมันหนีไปแต่งงานกะคนอื่นซะก่อนล่ะ พี่จะสมน้ำหน้า"
"ไม่มีทาง!" นารถนรินทร์มั่นใจ "ยังไงพี่วิทย์ก็ต้องแต่งงานกับนารถจ้า" นารถนรินทร์พูดกับปานตะวันโดยมองตาแบบรู้กัน "เนอะพี่ตะวันเนอะ!!! ฟันธ้ง"
พูดจบปานตะวันก็เตะน้ำฉับๆ ใส่อัครินทร์ที่นั่งอยู่ริมขอบสระพลอยทำให้ปานตะวันเปียกไปด้วย อัครินทร์รีบเอาตัวปกป้องปานตะวันแล้วก็เผลอกอดปานตะวันโดยอัตโนมัติ ส่วนปากก็ร้องให้นารถนรินทร์หยุด แต่นารถนรินทร์สนุกเพลินจนอัครินทร์กับปานตะวันชะงักเพราะใกล้ชิดกันเหลือเกิน นารถนรินทร์เองก็พลอยชะงักไปด้วย
นารถนรินทร์ชะงัก "อุ่ย..”
ปานตะวันเบี่ยงตัวออก "ไม่เป็นไรแล้วค่ะ"
อัครินทร์อึ้งๆก่อนจะหันไปเอ็ดนารถนรินทร์เพื่อกลบเกลื่อน "เล่นอะไรยัยง๊องแง๊ง คุณตะวันเปียกหมดเห็นมั้ย?”
นารถนรินทร์พยักหน้าหงึกๆ แล้วทำสายตาเจ้าเล่ห์ "เห็น..เห็นสิ!!”
อัครินทร์ฟอร์มเนียน ส่วนปานตะวันทำหน้าไม่ถูก

นารถนรินทร์ที่เปลี่ยนชุดใหม่คุยซุบซิบกับปานตะวัน
"พี่ตะวันอย่าเพิ่งเปลี่ยนใจนะคะ..เชื่อนารถ!! คือ..พี่อัคน่ะ นารถก็รักนะคะ แต่นารถสงสารพี่คินมากกว่า เพราะตอนพี่กนกตาย พี่คินแย่ไปเลย จนกระทั่งมาเจอพี่ตะวัน พี่คินมีความสุขมาก"
ปานตะวันจุก "คงไม่ใช่หรอกค่ะ"
"ใช่สิคะทำไมจะไม่ใช่" นารถนรินทร์มอง "คิดมากเรื่องยัยเคทนั่นเหรอค่ะ? อย่าได้แคร์ค่ะพี่ตะวันนารถไม่เชื่อว่าพี่คินจะรักยัยนั่น"
"คุณนารถค่ะ พี่ว่าเราอย่าพูดเรื่องเค้าเลยนะคะ"
"เรื่องเค้ามันก็เรื่องเราด้วยค่ะ ยังไงนารถก็ต้องพูด" นารถนรินทร์ชักเคือง "เฮ้อ! พี่คินนี่ก็..ไม่รู้คิดอะไรของเค้าก็แค่คนหน้าเหมือน" นารถนรินทร์ทำหน้าเบ้ "มันก็เหมือนแค่หน้า ไม่ใช่ว่าจะมาแทนที่พี่กนกได้ซะเมื่อไหร่หึ้ย!ขัดใจน้องจริงๆ อย่าให้เจอนะ จะวีนให้บ้านแตก"
นารถนรินทร์หงุดหงิด ปานตะวันถอนใจอย่างปลดปลง

อ่านต่อตอนที่ 19
รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 18
รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 18
ปลายฝนกับป๋องมองวนิษา ที่ขับรถหน้านิ่งด้วยความเป็นห่วง “คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ ไม่พูดอะไรซักคำเลย คุณ คุณ” ปลายฝนมองป๋อง เหมือนพยายามขอความช่วยเหลือ “คุณวนิษาครับ ไม่สบายรึเปล่าครับ ไปโรงพยาบาลไหมครับ เดี๋ยวพวกเราไปเป็นเพื่อนครับ” วนิษาไม่พูดอะไร พลางจอดรถหน้าบ้านโจ แล้วปลดล็อก “แล้วคุณจะไปไหนคะ” ปลายฝนกับป๋องลงจากรถ พลางมองวนิษาที่ขับรถออกไปด้วยความเป็นห่วง วนิษาเดินเหม่อๆ เหมือนคนใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เข้ามาในบ่อน ปฐมเดินเข้ามาหา เหมือนจะพูดอะไรด้วย “ตั่วเจ๊ครับ” แต่วนิษาเดินผ่านปฐมไปเฉยๆ โจนั่งอยู่ เห็นวนิษา ก็ลุกขึ้นมา
กำลังโหลดความคิดเห็น...