xs
xsm
sm
md
lg

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 18

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


อย่าลืมฉัน ตอนที่ 18

วงดนตรีเปิดหมวก กำลังเล่นเพลงจังหวะบอสซ่าสนุกๆ อยู่ริมทะเลสาปลูเซิร์น เกนหลง กับ เอื้อเดิน
มาเห็นพอดี เกนหลงอยู่ในอาการกึ่มๆ อารมณ์กำลังสนุกได้ที่
“เพราะจัง พี่เอื้อรู้มั้ยคะ สิ่งที่เกนทำได้แย่ที่สุดในชีวิตคืออะไร?”
เอื้อสวนหน้านิ่ง “ตามหาผู้ชาย”
เกนหลงผลักอกเอื้อเต็มแรง “พี่เอื้อ”
เอื้อเซไปชนกับกำแพงข้างๆอย่างแรง
“เฮ้ย ผลักจริงเลยเหรอ แรงเยอะเหมือนกันนะเนี่ย”
เกนหลงงอนๆ เอื้อรีบมาง้อ
“ขอโทษครับ ตอบมาพี่รอฟังอยู่”
“สิ่งที่เกนทำได้แย่ที่สุด ก็คือร้องเพลงค่ะ นอกจากร้องไม่ตรงคีย์ ยังจำเนื้อไม่ได้ แล้วก็ดำน้ำ แต่งเนื้อ
ให้ใหม่อีกต่าง บางทีก็เอาเพลงโน้นมารวมกับเพลงนี้ โห คนฟังเงิบ!”
เอื้อหัวเราะ
“ส่วนพี่ สิ่งที่ทำได้แย่ที่สุดคือ เต้นรำ”
“หือ??” เกนหลงไม่เชื่อ
“ไอ้เต้นเป็นจังหวะช้าๆ เบๆ มันก็พอได้ แต่เต้นแบบว่า แด๊นซ์กระจาย ฟรีสไตล์ เต้นไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะ
เอามือ เอาแขน เอาขาไปไว้ตรงไหน”
ทันใดนั้นดนตรีก็แสนเป็นใจ เปลี่ยนจากจังหวะกลางๆ เป็นจังหวะเร็วสนุกสนานขึ้นมาทันที
เกนหลง รีบหันมาทางเอื้อ
“ไม่เชื่อค่ะ ต้องพิสูจน์”
แล้วเกนหลงก็ลากเอื้อไปเลย
“เฮ้ยๆ เกน เกนจะทำอะไร ?”
เกนหลงจูงเอื้อวิ่งพรวดมาหยุดที่หน้าวงดนตรี แล้วเกนหลงก็เริ่มเต้นอย่างสนุกสนาน
“โชว์เลยค่ะ” พลางส่งเสียงเรียกพร้อมกับเต้นนำอย่างน่ารัก ในขณะที่เอื้อยังอึกๆ อักๆ นักดนตรีเริ่ม
คึก ใส่จังหวะอย่างเต็มที่ ผู้คนเริ่มหันมามอง บางคนปรบมือ บางคนร้องเชียร์ให้เอื้อเต้น เอื้อยิ้มแห้งๆ เขินๆ จะเดินหนี
เกนหลงไม่ยอมลากมา
“ไปไม่ได้นะคะ เสียฟอร์มหมดเห็นมั้ยคะ คนยืนดูเต็มเลยเต้นหน่อยน่า นะนะ”
เอื้อ หน้าแดง “จำไว้เลยนะ คราวนี้ โดนร้องเพลงแน่”
เอื้อขู่ด้วยความแค้น เกนหลงขำ แล้วเอื้อก็จำใจต้องเต้นในแบบเก้งๆ ก้างๆ แต่ก็ดูน่ารัอยู่ในที เกนหลง
ถึงกับหัวเราะท้องแข็ง เอื้อเห็นเกนหลงหัวเราะก็หัวเราะตาม
เสียงหัวเราะของทั้งสองคนดังประสานกับเพลงที่สนุกสนาน

ในขณะเดียวกัน เขมชาติ กับสุริยง ก็กำลังนั่งซาบซึ้งกับขนมเค้กรูปดอกไม้ และไวน์ชั้นดี ท่ามกลาง
เสียงไวโอลีนหวานซึ้ง ที่นักดนตรียืนบรรเลงอยู่ไม่ห่าง สุริยงและเขมชาติปรบมือ นักไวโอลินโค้งรับและเดินไป
สุริยงมองไปรอบๆ แล้วถอนใจเบาๆ รู้สึก สุข สบายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“ถอนใจทำไม? มีอะไรไม่สบายใจ กลุ้มใจ ไม่พอใจหรือเปล่า?”
เขมชาติแอบร้อนตัว
“ตรงกันข้ามค่ะ การถอนใจของคนเรา บางทีรู้สึกสบาย ก็ถอนใจออกมา เฮ่อ สบายใจจัง “
เขมชาติหัวเราะ
“ โอเค งั้นผมก็ เฮ่อ โล่งอก”
สุริยงมองเขมชาติยิ้มๆ เขมชาติยิ้มตอบ แล้วก็เข้าเรื่อง
“วดี สิ่งที่ผมอยากบอกคุณ นอกจาก “อัลมอนด์” “กุหลาบไร้หนาม” “กานพลู” .. และ “แอสเตอร์”
แล้ว ยังมีอีกหนึ่งอย่าง ที่ผมอยากบอก”
“อะไรคะ?”
เขมชาติลุกขึ้น แล้วหยิบผ้ากำมะหยี่เนื้อนุ่มออกมา พลางเดินมาหาสุริยง
“บอกตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์”
“แล้วต้องไปบอกที่ไหน”
“ปิดตาก่อน แล้วผมจะพาไป”
จากนั้นเขมชาติ ก็บรรจงใช้ผ้ากำมะหยี่ ปิดตาสุริยงอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะจูงมือพาสุริยงเดินพามา
หยุด แล้วค่อยๆเปิดตาออก พลางกระซิบ
“ทุกอย่างที่ผมทำ ผมทำเพื่อคุณคนเดียวนะ วดี”
ผ้ากำมะหยี่ถูกคลายออก สุริยงค่อยๆลืมตาขึ้น แล้วก็ตื่นเต้น กับภาพที่เห็น
“ฟอร์เก็ต มี น็อต”
สุริยงยืนอยู่ในมุมหนึ่งของโรงแรมที่ประดับประดาไปด้วยดอกฟอร์เก็ต มี น็อต ดอกเล็กๆ เป็นทั้งช่อ ทั้ง
กระถาง วางไว้อย่างสวยงาม
เขมชาติหยิบขึ้นมาหนึ่งช่อ ส่งให้สุริยง
“ดอกฟอร์เก็ต มีน็อต มีความหมายแทน “รักแท้” นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะบอกคุณ”
เขมชาติมองสุริยงและส่งดอกไม้ให้อย่างอ่อนโยน สุริยงรับมาด้วยความซึ้งใจ
“คุณเคยบอกผมว่าคุณชอบดอกฟอร์เก็ตมีน็อต เพราะมันมีสีที่ไม่เหมือนใคร มีกลีบที่บอบบาง แต่ก็
อดทน เหมือนคุณ”
สุริยงยิ้ม “จำได้ด้วยเหรอ?”
“ผมไม่เคยลืมเรื่องระหว่างเราเลยนะวดี”
สุริยงชะงัก
“ผมไม่เคยลืมวันแรกที่เราเจอกัน ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ทุกความใส่ใจ ความห่วงใยที่คุณมีให้ผม”
สุริยงชะงักกึก คำพูดนี้วนเข้ามาในความทรงจำของเธออีกครั้ง สุริยงนึกถึงตอนที่เขมชาติให้แหวน
ดอกไม้กับเธอ
“ผมจะไม่มีวันลืม “สุริยาวดี” ผู้หญิงที่ใช้ “ความรัก” สอนให้ผมรู้จัก”
และในขณะนี้ เขมชาติ ก็พูดเหมือนเดิม ราวกับมันฝังอยู่ในความทรงจำชั้นลึกสุด
“ความรักที่แท้จริง”
สุริยง มองหน้า น้ำตาคลอๆ แล้วพูดต่อ “ขอบคุณมาก ขอบคุณที่เห็นค่าความรักของเรา”
เขมชาติชะงักกึก “เธอจำได้” พลางนึกถึงตอนที้สุริยงพูดประโยคเดียวกันนี้ ตอนได้รับแหวน
เขมชาติใจเต้นแรง ความรู้สึกพรั่งพรู ก่อนที่จะจับมือสุริยงขึ้นมา และหันแหวนขึ้นมาดู แล้วพูดต่อ
“แหวนวงนี้ ผมสั่งทำให้คุณเป็นพิเศษ มันอาจจะราคาไม่แพง แต่มันมีวงเดียวในโลก”
ประโยคต่อมา เมื่อครั้งที่เขมชาติมอบแหวนนี้ให้สุริยงยังก้องอยู่ในหู
“คุณเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ได้ครอบครองมัน เหมือนกับหัวใจของผม ที่เป็นของคุณคนเดียว”
เขมชาติมองหน้าสุริยง รอฟังคำต่อจากนั้น สุริยงมองหน้าเขมชาติ ในวินาทีนั้นสุริยงก็ตอบกลับไป
พร้อมน้ำตาที่ร่วงลงมาไม่รู้ตัว
“ฉันจะดูแลหัวใจของคุณ อย่างดีที่สุด”
เขมชาติดึงสุริยงเข้ามากอด เหมือนภาพในอดีต หากแต่ครั้งนี้หนักแน่นมากกว่าในอดีต สุริยงกอดตอบ
ท่ามกลางดอกฟอร์เก็ต มี น็อต ที่สวยงาม
เขมชาติคลายกอด ปาดน้ำตา และก้มหน้าลง จะหอมแก้ม สุริยงไม่เบี่ยงหน้าหลบ เขมชาติหอมเบาๆ
แต่แล้วก็เลื่อนใบหน้าลงมาและจูบที่ริมฝีปากของสุริยงด้วยความรัก ความคิดถึง อย่างยากจะยั้งไว้ได้
สุริยงใจเต้นแรง แต่ในขณะนี้ไม่มีกำแพงใดๆมาขวางไว้ได้อีกแล้ว ความรู้สึกที่เก็บกดไว้มานาน ได้รับการปลดปล่อย สุริยงตอบรับจูบนั้นด้วยความยินดี

เกนหลงยังคงเต้นรำอย่างสวยงาม อารมณ์ที่ตึงเครียด ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมด
ร่างสุริยงถูกอุ้มลงมาวางบนเตียง เขมชาติโถมตัวตามมา และประทับจูบอย่างร้อนแรง
เกนหลงยังคงเต้นรำอย่างปลดปล่อยตัวเองเต็มที่ เอื้อยืนดูแล้วก็ยิ้ม
เกนหลงเต้นรำอย่างสนุกสนาน ในขณะที่สุริยงอยู่ในอ้อมกอดของเขมชาติในห้องพัก ต่างฝ่ายต่าง
ปลดปล่อยอารมณ์ที่ถูกเก็บกด เก็บงำ และกดทับเอาไว้อย่างเต็มที่

สุริยงยังคงนอนหลับสนิท ด้วยใบหน้าสงบ ไม่มีความเครียดใดๆหลงเหลืออยู่ ทว่าข้างตัวนั้นกลับ
ว่างเปล่า ไม่มีเขมชาตินอนอยู่
ในขณะที่เขมชาติยืนอยู่ในชุดพร้อมเดินทาง พลางเดินมามองสุริยงที่นอนอยู่ ก่อนที่จะเอื้อมมือมา
เหมือนจะลูบผมแต่เอื้อมเลยไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่โต๊ะหัวเตียงข้างสุริยง พอหยิบมาแล้วก็กดส่งข้อความทันที
ที่หน้าจอขึ้นชื่อ “เกนหลง”
เขมชาติหันมามองสุริยงอีกครั้ง แววตาของเขมชาติค่อยๆเปลี่ยนไป รอยยิ้มร้ายๆ ปรากฎที่มุมปาก
ด้วยความสะใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

เสียงข้อความเข้าโทรศัพท์เกนหลง เกนหลงหยิบมาเปิดอ่านแบบไม่ได้คาดหวังอะไร แต่พอเห็นชื่อปุ๊บ
ก็ชะงัก
“ชีวิตคนเรานี่ก็แปลกนะคะ หาแทบตายไม่เจอ พอหยุดหาเท่านั้นแหละ มาเลย”
เอื้อแปลกใจ
“มีอะไร?”
“เขมส่งข้อความมาค่ะ บอกว่ารอเกนอยู่ที่ซูริค ทุกเรื่องที่เกนสงสัย เขาพร้อมจะให้คำตอบ”
“แล้วเราจะไปหรือเปล่า?”
เกนหลง ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
“ไปค่ะ เกนก็อยากรู้เหมือนกัน เขาจะตอบว่ายังไง”
เกนหลงเชิดหน้าอย่างไม่กลัวความจริง เอื้อมองแล้วก็พยักหน้ารับรู้
“พี่เอาใจช่วยอยู่ห่างๆก็แล้วกัน พรุ่งนี้เกนไปซูริค พี่ขอแวะไปดูบ้านของคุณพ่อ ถ้ามีอะไรก็โทรมาได้
ตลอดเวลา”
เกนหลง ยื่นมือจับมือเอื้อ เหมือนน้องสาวจับมือพี่ชาย
“เกนต้องขอบคุณพี่เอื้อมากๆนะคะ ที่มาช่วยเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นทุกอย่าง ถ้าไม่ได้พี่เอื้อ เกนคงสติ
แตกมากกว่านี้ตอนนี้เกนพร้อมแล้วค่ะ ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เกนพร้อมรับทุกอย่าง”
เกนหลงนึกถึงวันพรุ่งนี้ด้วยแววตาหนักแน่น

เกนหลงเดินทางมาถึงซูริคตามนัดหมาย พลางกวาดสายตามองหาเขมชาติ ทว่าไม่เห็นวี่แวว ทันใด
นั้นเสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้น เกนหลงหยิบมือถือมาดู
ที่หน้าจอขึ้นรูป เป็นภาพถ่ายของซองจดหมายและดอกกุหลาบแดงดอกโตวางไว้ที่โต๊ะ
“หาจดหมายให้เจอนะครับ แล้วคุณเกนจะได้คำตอบ”
เกนหลงขมวดคิ้ว พลางยกโทรศัพท์ขึ้นเทียบกับรอบๆตัวว่ามันจะอยู่ในมุมไหน แล้วก็เจอจดหมาย
และดอกไม้วางไว้เหมือนในภาพถ่าย
เกนหลงเดินไปหยิบ มองซ้ายมองขวา ก็ยังไม่เห็นเขมชาติ เกนหลงตัดสินใจเปิดจดหมายอ่าน
“คุณเกนครับ ผมมีความจริงจะบอกคุณถ้าคุณรู้ คุณอาจจะโกรธ แต่ผมต้องบอก ถึงเวลาแล้วที่คุณ
จะได้รู้ความจริงว่าทำไมผมไม่ได้ไปอิตาลี่ ทำไมผมบอกให้คุณอัมพิกาพาคุณไปแคมป์ ความจริงคือ”
เกนหลงพลิกจดหมาย หาประโยคต่อมา “คือ?”
เกนหลงชักสีหน้านิดๆ อยากรู้ต่อ ทันใดนั้นก็มีข้อความเข้ามาอีก เกนหลงรีบเปิดอ่าน
ที่หน้าจอ ขึ้นเป็นภาพจดหมายและดอกไม้วางไว้อีกมุม
“คำตอบ อยู่ในภาพต่อไปครับ”
เกนหลงยกรูปที่สองที่เขมชาติส่งมาให้ แล้วก็เทียบกับบริเวณรอบๆ แล้วก็เห็นจุดเชื่อมโยง พลางรีบ
เดินไปหาคำตอบทันที

สุริยงค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น ยังมีแววแห่งความสุขสบายใจของเมื่อคืน ทว่าเมื่อพลิกตัวมาอีกด้านของเตียง
กลับพบแต่ความว่างเปล่า
“เขมคะ เขม”
ไม่มีเสียงตอบ สุริยงเดินลงจากเตียงเดินหาเขมชาติ

เกนหลงหยิบจดหมายฉบับที่สองมาอ่าน
“ความจริงคือ ผมตั้งใจมาทำบางอย่างให้ “คุณ” ที่สวิส แต่ผมไม่อยากให้รู้ก่อนเวลาอันสมควร ผมจึง
ต้องไม่บอกเรื่องยกเลิกนัดที่อิตาลี และหาทางถ่วงเวลาไม่ให้คุณมา ผมจะได้มีเวลาจัดสิ่งพิเศษให้คุณได้อย่างเต็มที่
และเหตุผลที่ผมให้สุริยงมาสวิสพร้อมกับผม เพราะ”
เกนหลงอยากรู้ต่อ
พลันเสียงข้อความที่สามเข้า เกนหลงชักสีหน้านิดๆ พลางเริ่มรู้สึกหงุดหงิดหน่อยๆ
เกนหลง เปิดข้อความเป็นรูปที่สาม และอ่านข้อความ
“หาให้เจอนะครับ เกือบจะจบแล้ว “
เกนหลงยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเทียบหามุมที่สามอีกจนได้แล้วก็เจอเกนหลงรีบเดินไป
ในขณะที่สุริยงเดินหาเขมชาติในห้องพัก เดินเข้าห้องโน้น ออกห้องนี้

“เขมคะ เขม”

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 18 (ต่อ)

เกนหลงรีบหยิบจดหมายฉบับที่สามมาอ่าน
“เหตุผลที่ต้องเป็นสุริยง เพราะเธอคือคนที่คุณไว้ใจ ผมเลือกเธอมาเป็น “ผู้ช่วย” ในการจัดสิ่งพิเศษนี้
ตอนแรกผมตั้งใจจะจัดที่ติสลิสแต่มันไม่พิเศษพอ”
เกนหลงคิด “ติสลิส”
พลางนึกย้อนถึงตอนที่เธอกับเอื้อไปตามหาที่ติสลิส เอื้อเห็นผ้าพันคอของสุริยง ทั้งสองคนจึงแน่ใจ
ว่าเขมชาติกับสุริยงอยู่ที่นี่
เกนหลง เริ่มปะติดปะต่อเรื่อง ตามที่เขมชาติต้องการให้เชื่อ แล้วก็อ่านจดหมายต่อ
“เมื่อวาน หลังจากที่ผมเสร็จงานที่ลูเซิร์น ผมรีบมาที่ซูริค ที่ที่ผมคิดว่าพิเศษพอสำหรับคุณ”
เกนหลง เริ่มจะยิ้มได้นิดๆ แล้วอ่านต่อด้วยความกระตือรือร้น
“และวันนี้ ตอนนี้ ทุกอย่างที่ผมเตรียมไว้ พร้อมแล้ว สำหรับคุณ คนพิเศษของผม สิ่งนั้นคือ”
เกนหลงพลิกการ์ดหา แต่ไม่มีเขียนต่อ เกนหลงเงยหน้า
“คืออะไร?”
ข้อความเข้า เกนหลงรีบหยิบมาอ่านด้วยความกระตือรือร้น เริ่มสนุก และตื่นเต้น แตกต่างจากตอน
อ่านจดหมายฉบับแรก
ที่ข้อความหน้าจอขึ้น “ตามพวกเขามานะครับ”
เกนหลงเปิดดูรูป เป็นเด็ก 2 คนหน้าตาน่ารัก เสียงหัวเราะดังขึ้น เกนหลงเงยหน้าเห็นเด็กสองคนในรูป
ยืนอยู่ เด็กยิ้ม และพูดกับเกนหลงเป็นภาษาอังกฤษ
“มาทางนี้ค่ะ”
จากนั้นเด็กสองคนจูงมือเกนหลงเดินไป เกนหลงยิ้มรับ เริ่มรู้สึกตื่นเต้น ลืมความหมองใจไปจน
หมดสิ้น ตอนนี้มีแต่ความอยากรู้ที่เขมชาติสร้างเป็นภาพลวงตาไว้ เพื่อปิดบังสถานการณ์ที่แท้จริง

สุริยงเดินอยู่ในห้องพัก แต่ไม่เห็นเขมชาติ พลางเดินมาหยุดที่โต๊ะกลางห้องและชะงักเห็นจดหมาย
ฉบับหนึ่งวางไว้ หน้าซองเขียนชื่อ “สุริยาวดี” สุริยงยิ้มนิดๆ และเปิดอ่านด้วยความรู้สึกดีๆ
“สุริยาวดี ผมขอเรียกชื่อนี้ เพราะไม่ว่าคุณจะใช้ชื่อสุริยงหรืออีกร้อยอีกหมื่นชื่อ สำหรับผมคุณก็ยัง
เป็นสุริยาวดีคนเก่า ผู้หญิงคนเดียวที่สลักอยู่ในใจผมคือ สุริยาวดี
ในชั้นแรกสลักไว้เพราะความรัก ผมรักคุณตั้งแต่เริ่มเห็นคุณครั้งแรก นับจากนั้นผมก็ไม่เคยมีตามีใจไว้
สำหรับผู้หญิงอื่น ผมจงรักภักดีต่อคุณเสมอมา ทุกครั้งที่ผมคิดถึงคุณ ผมนึกเสมอว่าคุณเป็นตะวันแห่งชีวิต คุณคง
หัวเราะเยาะในความโง่เง่าของผม แต่คุณเก็บความรู้สึกได้มิดชิด หน้าของคุณหวานเสมอ ยิ้มของคุณอบอุ่นเสมอ”
สุริยงยังคงยิ้มอยู่
“ คุณซ่อนคมไว้เชือดเฉือนคนอื่นได้อย่างเลือดเย็น”
สุริยงชะงักกึก รอยยิ้มค่อยๆหายไป
“ผมไม่เคยรู้เลย จนวันหนึ่ง วันที่ตะวันกลางใจของผมดับลง คุณเก่งจริงๆ ที่ทิ้งผมไปอยู่กับคนแก่คราว
พ่อได้เพียงเพื่อเงิน ผมเองยอมรับว่ายังเก่งไม่เท่าคุณ เพราะผมจะมีเมียคราวแม่เพียงเพื่อเงินบ้าง ผมคิดว่าผมทำไม่ได้”
สุริยงเริ่มขมวดคิ้ว งุนงง พลางกระพริบตาถี่ๆ กับสิ่งที่เพิ่งได้อ่านไป มือไม้เริ่มสั่น
“ผมต้องขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง เพราะการที่คุณสอนให้ผมรู้ว่าเงินมีอำนาจมากแค่ไหน ทำให้ผมมีมานะ
หาเงิน ทำให้ผมตั้งตัวได้จนบัดนี้ บทเรียนที่คุณให้ไว้ไม่เสียเปล่าเลย ขอบคุณอีกครั้งสุริยาวดี ผมเห็นแก่บุญคุณ ผมจึง
หาทางตอบแทนบุญคุณอย่างสาสม”
สุริยงอ่านจดหมายด้วยความเจ็บปวด
“คุณอาจจะคิดว่าผู้ชายลืมง่าย คุณอาจจะคิดว่าคุณยังมีอิทธิพลเหนือผม แต่คุณผิด เพราะผมสลักชื่อ
คุณไว้กลางใจในฐานะคนที่ผมต้อง “เอาคืน” อย่างสาสม ทำดีกับคุณ ยิ้ม สุภาพ อ่อนหวาน เหมือนกับที่คุณเคยทำ
มาแล้ว
คุณสอนผมเก่งมาก เก่งจนผมทำตามได้อย่างแนบเนียน คุณยัง “หลง ไม่ลืมหูลืมตา”
สุริยงทรุดลงกับพื้น น้ำตาร่วง ไม่รู้ตัว
“ผมวางแผนให้คุณตายใจ เปิดโรงแรม สร้างฉากโรแมนติก ย้อนอดีต พูดความหลัง”
สุริยงปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“เพื่อฝากรอยประทับไว้ในชีวิตคุณ คุณจะผ่านมือชายมาสักกี่คนก็ช่าง แต่ผมต้องเป็นหนึ่งที่คุณจะไม่
ลืมไปตลอดชีวิต ถ้าคุณเจ็บ จงรู้เถิดว่า ผมเจ็บมาก่อนคุณ ถ้าคุณชอกช้ำ นั่นแหละ ผมเคยช้ำมาก่อนคุณ
แต่ผมยังใจดีมากกว่าคุณ อย่างน้อยก็ “เคย” รักกัน ผมใช้คำว่า “เคย” เท่านั้น ไม่ใช่ปัจจุบัน หาก
คุณคิดว่าบทรักของผมไม่เลวจนเกินไป คุณยังพอมีทางเลือก อยู่อย่างเงียบๆ ไม่ปริปากพูดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา อยู่
โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผมกับคุณเกนหลง ผู้หญิงที่ผมจะแต่งงานด้วย ผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ผู้หญิงที่
คู่ควรกับความรักของผม”
ในขณะที่เกนหลงเดินเข้ามาในสวนเล็กๆแห่งหนึ่ง พลางตาวาวด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นเขมชาติยืนอยู่กลางสวนในชุดสูทขาวเท่ รอบๆเป็นดอกไม้ที่ประดับไว้อย่างสวยงาม วงดนตรีสามชิ้นบรรเลงเพลงหวาน
เกนหลงยืนมองด้วยความตื่นเต้น ประหลาดใจ เขมชาติเดินตรงเข้ามาหา
“คุณเกน ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเห็น คือสิ่งที่ผมตั้งใจทำเพื่อคุณ ผู้หญิงที่ผมรักเพียงคนเดียวเท่านั้น
ไม่ว่าคุณจะเคยสงสัยอะไรในตัวผม ขอให้คุณมองผมในตอนนี้”
เขมชาตคิคุกเข่าลงวต่อหน้าเกนหลง
“ผู้ชายที่คุกเข่าตรงหน้า และขอคุณแต่งงาน” พลางหยิบแหวนออกมา เกนหลงน้ำตาซึม ใจเต้นแรง
“ผมพร้อมที่จะดูแลคุณ ถ้าคุณพร้อม เราจะใช้ชีวิตไปด้วยกัน”
เขมชาติลุ้น เกนหลงน้ำตาร่วง แล้วก็ยิ้ม
ในเสี้ยววินาที เหมือนภาพลวงตาที่แสนสวย บวกความรักที่มีให้เขมชาติเข้าครอบงำเหนือทุกสิ่ง เกน
หลงเชื่อจนหมดใจ และพยักหน้าทั้งน้ำตา
“เกนพร้อมค่ะ”
เขมชาติยิ้มอย่างมีความสุข ในขณะที่สุริยงร้องไห้จนแทบหมดแรง เมื่ออ่านจดหมายของเขมชาติ
“ผมรักคุณเกน ผมไม่ยอมเสียเธอ ถ้าคุณอยากอยู่ก็อยู่อย่างลับๆ แต่ถ้าคุณรับไม่ได้ ก็จงเดินออกไป
จากชีวิตผม
สุริยาวดี ผมขอเรียกชื่อนี้เป็นครั้งสุดท้าย ผมจะลบชื่อคุณจากใจ เพราะหนี้ของผมได้รับการชดใช้แล้ว
คุณก็เช่นกัน ควรเดินออกไปจากชีวิตผม ขอให้เราตายจากกันตั้งแต่บรรทัดนี้ เชมชาติ”
สุริยงร้องไห้ ร้องไห้ และร้องไห้ เหมือนคนกำลังจะสิ้นใจ นั่งจมน้ำตาอยู่ที่พื้นอย่างหมดสภาพ เหมือน
โลกทั้งใบแตกลงตรงหน้า
ทุกสิ่งทุกอย่างพังลงไปอย่างไม่คาดคิด เหมือนโดนหักหลังจากคนรักอย่างรุนแรง

สุริยงเดินออกมาเหมือนไม่มีแรง ขาสั่น ใจสั่น ตัวชาไปหมด เดินมาได้สักพักเกือบจะถึงรถของโรงแรม
บังเอิญเกิดขาพลิก จนล้มลงไปที่พื้น พนักงานตกใจรีบเข้ามาพยุง สุริยงยกมือห้าม
“ไม่เป็นไร ฉันดูแลตัวเองได้”
สุริยงค่อยๆยันตัวลุกขึ้น แล้วก็เดินขึ้นรถไปเหมือนหมดอาลัยตายอยาก รถลิมูซีน ของโรงแรมเคลื่อน
ออกไปอย่างช้าๆ สุริยงนั่งเศร้าอยู่บนรถ จิตใจล่องลอย เหมือนคนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

เอื้อเดินมา พลางมองไปรอบๆ ชาร์โต้ของบิดา และกำลังจะเปิดประตูเข้าไป พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
เอื้อรีบกดรับ
“เกนเป็นยังไงบ้าง? หะ? เขมชาติขอแต่งงาน?”
อีกด้านหนึ่ง เกนหลงพูดโทรศัพท์ด้วยความตื่นเต้น
“ค่ะ เขมเขาแอบมาสวิสเพื่อจะเตรียมเซอร์ไพรส์ ตอนแรกเขาจะไปจัดที่ติสลิสแต่มันไม่สะดวกก็เลย
กลับมาจัดที่ซูริค จัดตั้งแต่เมื่อวาน ก็เลยไม่ได้ค้างที่ลูเซิร์น สรุปว่าที่เกนตามหาและสงสัยมาทั้งหมด มันไม่มีอะไรเลยค่ะ
อ้อ แล้วงานนี้คุณสุช่วยเขมจัดเตรียมงานด้วยนะคะ ทั้งสองคนก็เลยปิดปิดมือเงียบไม่ให้เราติดต่อ”
เอื้อขมวดคิ้ว เริ่มรู้สึกแปลกๆ

“เหรอ? แล้วตอนนี้หนูเล็กอยู่ที่ไหน? อยู่ด้วยกันหรือเปล่า?”

ด้านหลังเอื้อ สุริยงเดินซึมมา เอื้อหันไปเห็นพอดี
“เกน แค่นี้ก่อนนะ พี่เจอหนูเล็กแล้ว เขามาที่ชาร์โต้พอดี เดี๋ยวพี่ไปคุยกับเขาก่อนนะ เอ้อ เรื่องแต่งงาน
ดีใจด้วย”
ปากพูดไป หากน้ำเสียงยังเจือกังวล เกนหลงยิ้มรับ
“ขอบคุณค่ะ เอ่อ พี่เอื้อคะ ฝากขอบคุณคุณสุด้วยนะคะ วันนี้เป็นวันที่พิเศษจริงๆ ทุกอย่างน่ารักไป
หมด เกนมีความสุขมาก แล้วก็ไม่ต้องบอกคุณสุเรื่องที่เกนระแวงเขากับเขมนะคะ ไม่อยากให้คุณสุไม่สบายใจ
ขอบคุณค่ะ”
เกนหลงวางสายไป แล้วก็ถอนหายใจด้วยความสบายใจ มองดูแหวนแต่งงานในมือ แล้วก็ยิ้มโล่ง

สุริยงกำลังเดินมาที่หน้าชาร์โต้ น้ำตาปริ่มจะไหล หน้าตาไม่มีความสุขแม้แต่น้อย ทันใดนั้นเอื้อก็เดิน
มา
“หนูเล็ก”
สุริยงเงยหน้ามาเห็นเอื้อก็ตกใจ
“คุณเอื้อ มาที่นี่ได้ยังไงคะ ?”
“ผมกับเกน มาตามหาคุณกับเขมชาติ”
สุริยง อึ้ง “มะ มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ?”
“มาถึงหลังคุณหนึ่งวัน แล้วทำไมถึงมาที่นี่? ทำไมไม่อยู่กับเขมชาติที่ซูริค”
“แล้วทำไมหนูเล็ก ต้องอยู่ซูริคกับเข เขาด้วยคะ ?”
สุริยงย้อนถาม น้ำตาปริ่ม
“ก็ เขาบอกเกนว่าหนูเล็กเป็นคนช่วยเขาจัดเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานที่นั่น”
สุริยงอึ้ง จุก จนพูดไม่ออก เจ็บจี๊ดเข้าไปถึงใจ ถูกหลอกไม่พอ หนำซ้ำยังโดนเอาชื่อไปใช้อีก สุริยง
พยายามกลั้นน้ำตาสุดๆ
“แล้วทำไมมาอยู่ที่นี่?”
“ก็หนูเล็กช่วยเขา เรียบร้อยแล้วไงคะ ทำงานจบ ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน หนูเล็กก็เลยมาพักที่นี่สักวัน
สองวัน แล้วค่อยกลับบ้าน “
กว่าสุริยงจะหลุดคำพูดออกมาแต่ละคำ ช่างยากเย็นเหลือเกิน
เอื้อมองหน้า แล้วถามต่อ
“นอกจากเรื่องจัดเซอร์ไพรส์แล้ว มีอะไรที่นอกเหนือจากนั้นหรือเปล่า?”
เอื้อมองค้นเข้าไปในแววตา สุริยงพยายามตอบอย่างปกติ แม้จะยากยิ่ง
“ก็มีแค่เรื่องงาน เรื่องขอแต่งงาน แล้วก็แค่นั้นค่ะ”
เอื้อยังไม่ค่อยปักใจเชื่อ หาก สุริยงรีบหลบตา ตัดบท
“หนูเล็กขอตัวไปเก็บของก่อนนะคะ”..
สุริยงยิ้มและเดินผ่านเอื้อไป ทันทีที่คล้อยหลังเอื้อ น้ำตาก็ร่วง ไหล พราก สุริยงเม้มปากแน่น ไม่ให้
เสียงสะอื้นดังออกมา
ในขณะที่เอื้อได้แต่มองตามสุริยง แลเห็นแต่แผ่นหลังที่นิ่งสงบ ไม่รู้เลยว่าน้ำตากำลังนองหน้า
อย่างหนัก

จากนั้นสุริยง ก็ปลีกตัวมาอยู่เงียบๆ คนเดียว พลางนิ่งคิด และทบทวน จากที่น้ำตาไหลพราก ก็ค่อยๆ
แห้ง ค่อยๆ นิ่ง และค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นเป็นลำดับ
ในขณะที่เอื้อเฝ้ามองด้วยความแปลกใจเป็นระยะๆ

สุริยงยืนอยู่ริมน้ำ นึกถึงคำพูดของเขมชาติ ที่พูดเรื่องแหวนที่ซุ้มฟอร์เก็ตมีน็อต
“แหวนวงนี้ ผมสั่งทำให้คุณเป็นพิเศษ มันอาจจะราคาไม่แพง แต่มันมีวงเดียวในโลก คุณเป็นผู้หญิง
เพียงคนเดียวที่ได้ครอบครองมัน เหมือนกับหัวใจของผม ที่เป็นของคุณคนเดียว”
สุริยงมองแหวนด้วยความแค้นแน่นอก พลางถอดแหวนออก และปาทิ้งลงไปในน้ำด้วยความแค้นใจ
แหวนดอกไม้ค่อยๆจมลงไปในน้ำ และหายไปในที่สุด
สุริยงยืนกอดอก เชิดหน้า แล้วบอกกับตัวเองว่า จะไม่ยอมแพ้ จะไม่ยอมเสียใจอีกแล้ว
แววตาของสุริยงแข็งกร้าวขึ้น พลางปาดน้ำตา
สุดท้าย ก็บอกกับตัวเอง..จะไม่ร้องไห้อีกแล้ว
“คุณเขมกับคุณเกนหลงจะแต่งงาน” วิบูลย์ตะโกนเสียงดังด้วยความตื่นเต้น “สายฟ้าแล่บขนาดนี้
แสดงว่าที่สวิสต้องมีอะไรเซอร์ไพรสแน่ๆ” พลางหันมาถามย้ำสมคิดกับเพื่อความแน่ใจ “ คุณสมคิดฟังไม่ผิดแน่นะ”
สมคิดนั่งหน้านิ่งๆครุ่นคิด
“เต็มหู สั่งตรงมาจากซูริคไม่ผิดแน่ เห็นว่ากลับมาจะรีบคุยกับพ่อคุณเกน ส่วนงานก็อยากจัดให้เร็ว
ที่สุด”
วิบูลย์ยิ้มแฉ่ง
“ผมดีใจกับคุณเขมจริงๆ หวังว่าพอแต่งงานแล้ว คุณเขมจะใจเย็นลง อารมณ์ดีกว่าตอนเป็นโสด”
“กลัวแต่ว่าจะยิ่งร้อนกว่าเดิม” สมคิดบ่นพึมพำเบาๆ
“คุณสมคิดว่าอะไรนะครับ”
สมคิดรีบกลบเกลื่อน
“ ไม่มีอะไร คุณเขมฝากให้คุณเตรียมตัวด้วย พวกเราคงต้องช่วยจัดงานอีกเยอะ”
“สบายมากครับ งานมงคลแบบนี้ผมชอบ ทั้งหมั้นทั้งแต่ง จะให้ทำอะไรสั่งมาได้เลย พร้อมเสมอ”
ทั้งสมคิด และวิบูลย์ ไม่ทันรู้ตัวว่าวนิตามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องทำงานของสมคิด และได้ยินชัดเจนทุกคำพูด พลางจิกตาร้อนเร่าด้วยความริษยา

“ทั้งหมั้น ทั้งแต่ง?”

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 18 (ต่อ)

อัมพิกา กับอรทัยเอง ก็แทบไม่เชื่อหูตัวเองเหมือนกัน หลังจากที่วนิตาแล่นเอาข่าวมาบอกถึงบ้าน
“แต่งได้ยังไง? ก่อนไปเราจัดเต็มขนาดนั้น มันต้องไปเลิกกันสิ ไม่ใช่ไปแต่งงานกัน”
อรทัยยังข้องใจ
“ จัดเต็มอะไร?”
อัมพิกา ที่ไม่รู้เบื้องลึก เบื้องหลังมาก่อน ถามเสียงเข้ม วนิต้ารีบตอบ
“ก็ตอนอยู่แคมป์ อรกับนิต้ายุเกนหลงเรื่องเขมกับนังสุริยงจนเกนหลงต้องรีบไปสวิส แต่ไหงกลับกลายเป็นแฮปปี้เอ็นดิ้ง”
“เดี๋ยวถ้าสองคนนั้นแฮปปี้ แล้วนังสุริยงล่ะมันยอมได้ไง ที่สวิสต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ ต้องมีอะไรแน่ๆ
โอ๊ย!! อยากรู้!!!”
อรทัยเต้นเร่า ในขณะที่อัมพิกาตอบนิ่งๆ
“มีคนนึงที่จะบอกเราได้”
อรทัย และวนิตาหันขวับมาทางอัมพิกาทันที

เอื้อส่ายหน้าด้วยความระอา หลังจากที่ทั้งอัมพิกา อรทัย และวนิตา บุกมาถามข่าวคราวแต่งงานของ เขมชาติและเกนหลงถึงห้องทำงาน
“ข่าวแบบนี้มันไปเร็วจริงๆ ผมก็รู้เท่าที่ทุกคนรู้ ไม่ได้รู้มากไปกว่านี้ แล้วก็ไม่อยากรู้ เพราะเป็นเรื่อง
ส่วนตัว ผมไม่อยากยุ่ง”
- อัมพิกา อรทัย ไม่คล้อยตามคำพูดเอื้อ ในขณะที่วนิตามองเอื้อตาฉ่ำหวาน
“เกนหลงไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นหุ้นส่วนของเรา ส่วนผู้หญิงที่เป็นตัวปัญหาก็เป็นเมียของพ่อเรา ถึงพี่ไม่
อยากยุ่ง รู้ไว้ก็ดีกว่าไม่รู้”
อรทัยรีบเสริม
“ใช่ และอรก็ไม่เชื่อว่าคนอย่างพี่เอื้อไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนอยู่ที่แคมป์พี่เอื้อก็เห็นว่าเกนหลงโกรธ
เขมชาติขนาดรีบกลับเข้ากรุงเทพ แล้วก็รีบไปสวิส ทำไมจู่ๆ ทั้งสองคนถึงได้ตอบตกลงแต่งงานกัน”
เอื้อตอบกวนๆ “ พี่ไม่ได้เป็นคนที่จะแต่ง พี่จะรู้ได้ยังไง เอาไว้เป็นงานพี่เมื่อไหร่ ค่อยมาถาม”
“พี่เอื้อร้ายอ่ะชอบ”
วนิตา เผลอตัวพูดออกมา ทำเอาอรทัยหันขวับ พลางจิกด่าด้วยสายตา วนิตารีบหุบปาก แต่ยังยิ้มไม่หยุด
อัมพิกาพูดต่อ
“พี่ยังยืนยัน พี่ไม่ได้อยากรู้เพราะความสาระแน แต่ที่ถามเพราะอยากเตือนให้เอื้อรู้ตัว การแต่งงานเป็น
เรื่องใหญ่ เอื้อคงไม่อยากเห็นเกนหลงแต่งงานกับคนที่ไม่คู่ควร”
เอื้อชะงักนิดๆ ที่โดนอัมพิกาพูดจี้ใจดำ
“พี่เอื้อกำลังปกปิดเรื่องเลวๆของบางคนเพื่อช่วยเขารักษาภาพ แต่กำลังทำให้คนดีๆ อีกคนต้อง
เจ็บปวด ถ้าสิ่งที่พี่เอื้อรู้มันจะเป็นประโยชน์กับเกนหลง พี่เอื้อก็ต้องพูด ต้องแฉมันออกมาบ้าง ยิ่งเก็บไว้ คนที่ต้องเสียใจ
ก็คือเกนหลง”
อรทัยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เอื้อหันหน้าหนี เหมือนไม่อยากจะรับรู้
อัมพิกายื่นหน้ามาพูดเน้นๆ
“ผู้ชายอย่างเขมชาติดีพอสำหรับเกนหลงหรือเปล่า พี่ว่าเอื้อรู้ดีที่สุด”
อัมพิกาพูดจบก็สะบัดหน้าเดินออกไป อรทัยเดินตามไป วนิตามองหน้าเอื้อยิ้มหวาน อรทัยเหลือบมอง แล้วก็หันมาลากตัวออกไป
วนิตายังไม่วายหันมาส่งตาหวาน“บายค่ะพี่เอื้อ”
เมื่อยืนอยู่คนเดียวในห้อง แววตาของเอื้อ ที่เคยนิ่ง ก็กลับฉายแววแห่งความกังวลออกมา คำพูดของอัมพิกา และอรทัยทำให้เขาต้องคิดหนัก เพราะจี้ใจอย่างแรง
เอื้อคิดถึงภาพเกนหลงสติแตกตอนอยู่ด้วยกันที่สวิส และจบลงที่ภาพเกนหลงร้องไห้ในอ้อมกอดของเขา พลางถอนใจ เป็นห่วง

สุริยง นั่งเศร้าอยู่ในห้องเด็กเพียงลำพัง ไฟเปิดสลัวดูอ้างว้าง เบื้องหน้าของเธอ คือภาพเจ้าสัวชวลิตที่วางอยู่ประจำในห้องนี้
สุริยงใจลอยไปไกล ทั้งภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่สวิส และเนื้อความจากจดหมายของเขมชาติ ยังคงติดตามมาหลอกหลอนอยู่ทุกขณะ
ภาพความหวานชื่นระหว่างกัน กับถ้อยคำในจดหมาย ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สีหน้าสุริยงในยามนี้ ทั้งเจ็บปวด และบาดลึกถึงส่วนที่เปราะบางที่สุดของหัวใจ พลางพยายามสลัดความคิดนั้นทิ้งไป
“ไม่”
สุริยงเหลือบมองนิ้วมืออันว่างเปล่า ไม่มีแหวนดอกไม้ที่เคยสวมอีกต่อไป พลางบีบมือตัวเองแน่น มันเจ็บปวดเหลือเกิน แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างที่ไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้
เสียงของเขมชาติยังคงก้องอยู่ในหู
“สุริยาวดี ผมขอเรียกชื่อนี้เป็นครั้งสุดท้าย ผมจะลบชื่อคุณจากใจ เพราะหนี้ของผมได้รับการชดใช้แล้ว คุณก็เช่นกัน ควรเดินออกไปจากชีวิตผม ขอให้เราตายจากกัน”
สุริยงสะอื้นอย่างสุดแรง ชั่วขณะนั้นเธอไม่อาจจะสู้กับจิตใจตัวเอง เจ็บปวดจนแทบจะทนไม่ไหว หากจู่ๆ ก็นึกถึงรูปภาพของเจ้าสัว สุริยงค่อยๆหันไปหา สบตากับเจ้าสัวในภาพ
“คุณท่านคะ คุณท่านเคยสอนให้หนูเล็กเข้มแข็ง สอนให้รับมือกับคนที่เกลียดเรา ดูถูกเราด้วยความรักและศรัทธาในตัวเอง ถ้าเรารักและเชื่อมั่นในความถูกต้องของเรา ใครก็ทำร้ายเราไม่ได้ แต่ท่านคะ ถ้า ถ้าความรักที่หนูเล็กมีให้กับตัวเอง มันได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว ถ้าหัวใจของหนูเล็กมันตายลงไปแล้ว จะให้หนูเล็กทำยังไง?”
สุริยงมองภาพของเจ้าสัว เหมือนพยายามวิงวอนขอแสงสว่าง หากมีเพียงภาพของเจ้าสัวที่ได้จากไปแล้ว สุริยงร้องไห้ รู้ดีว่าไม่มีใครช่วยได้
สุริยงยังคงร้องไห้อย่างไม่รู้ตัว พลันมือเล็กๆ อบอุ่น ก็ยื่นเข้ามาป้ายน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบา
“แม่หนูเล็ก เป็นอะไรไปเหรอคับ” ไก่ถามด้วยความห่วงใย ตามด้วยไข่
“ใครรังแกซูเปอร์มัมของไข่คับ”
“แม่หนูเล็ก ไม่สบายเหรอครับ”
สุริยงเห็นลูกๆมา พยายามกลั้นความเสียใจ พลางป้ายน้ำตา กลั้นก้อนสะอื้นไว้ แล้วหันมาตอบลูกแฝด
“ครับ แม่หนูเล็กไม่สบายนิดหน่อย”
“โอ๋ ไม่ต้องร้องนะครับ คนเก่ง” ไก่ทำท่าเหมือนที่สุริยงเคยทำ “ ไก่จะเป่าเพี้ยงให้แม่หนูเล็กหาย” พลางเป่าที่หน้าผากเบาๆ “เพี้ยง หายนะครับ คนเก่ง”
ไข่ช่วยเป่าด้วยอีกแรง “ เพี้ยง หาย ไม่เจ็บแล้วนะครับ”
สุริยงเอื้อมมือออกไปกอดลูกแฝดทั้งสองไว้แน่น
ไก่กับ ไข่พูดขึ้นพร้อมกัน“โอ๋ โอ๋ หาย ไม่เจ็บนะครับ”
สุริยงเสียงเครือ “จ้ะ ขอบใจนะไก่ ไข่ ลูกแม่”

สุริยงกอดลูก น้ำตาไหลพราก ได้ความอบอุ่นกลับคืนมาบ้าง เหนือขึ้นไปที่รูปของชวลิตเหมือนกับว่ามองดูสามคนแม่ลูกอยู่ ด้วยความห่วงใย

คุณพจน์มองเกนหลง และเขมชาติที่นั่งกุมมืออยู่เคียงข้างกันอยู่ตรงหน้า
“ตกลงได้คำตอบที่ต้องการแล้ว?”
เขมชาติยิ้ม
“ครับ คุณเกนตอบตกลงยอมแต่งงานกับผมแล้วครับ ผมมาเรียนคุณอาก่อนแล้วจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ
อย่างเป็นทางการอีกที”
“จริงๆไม่ต้องมีพิธีรีตองก็ได้ ถ้าเราสองคนคุยกันรู้เรื่องแล้ว ไม่ต้องให้ผู้ใหญ่มาหรอก”
เขมชาติ ยิ้ม พร้อมยกมือไหว้
“ขอบคุณคุณอามากครับที่ไว้ใจผม เรื่องสินสอด”
คุณพจน์รีบบอก
“ก็แล้วแต่ 2 คนคุยกัน อาไม่มีปัญหา แต่ขอแค่อย่างเดียว หมั้นกันไว้ก่อน ส่วนเรื่องแต่งอาขอให้รออีก
หน่อย”
ทั้งเขมชาติ และเกนหลงชะงัก อย่างนึกไม่ถึง
“เอ่อ ทำไมครับ คุณอามีอะไรไม่สบายใจเหรอครับ”
เขมชาติเริ่มร้อนตัว
“ไม่มีหรอก พอดีคอนแวนชั่นฮอล์ของโรงแรมใหม่ใกล้จะเสร็จแล้ว อาอยากจัดงานของเกนเป็นงานแรก
รอได้หรือเปล่า?”
ทั้งเขมชาติ และเกนหลงยิ้มอย่างโล่งอก
“รอได้ครับ ผมรอมานานแล้ว รออีกหน่อยสบายมาก ทีแรกผมนึกว่าคุณอาเปลี่ยนใจไม่ยกคุณเกนให้
ผมแล้วซะอีก”
คุณพจน์ยิ้ม พลางหันมาถามลูกสาว
“แล้วเราล่ะ รอได้มั้ย”
“ได้สิคะ เกนตามใจคุณพ่อเลยค่ะ”
“ถ้าตามใจพ่อ งั้นมีอีกเรื่อง ช่วงที่เกนต้องเตรียมงานหมั้น อาขอพักงานเลขาที่บริษัทเขมไว้ก่อนเพราะ
งานโรงแรมใหม่ก็เริ่มยุ่ง อาไม่อยากให้เกนเหนื่อยเกินไป”
เกนหลง พยักหน้าเห็นด้วย
“ก็ดีเหมือนกันนะคะเขม เกนจะได้มีเวลาเตรียมงาน เกนอยากจัดงานของเราให้ดีที่สุด”
“ ได้เลยครับ เสียเลขา แต่ได้เจ้าสาว ทำไมผมจะไม่ยอมล่ะครับ”
เกนหลงกับเขมชาติยิ้มให้กันอย่างมีความสุข เกนหลงมีความสุขจริงๆ ในขณะที่เขมชาตินั้น คิดไปเองว่ามีความสุข
คุณพจน์มองทั้งสองคนที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข แต่แววตากลับมีความหนักใจซ่อนอยู่

สุริยงนั่งดูรูปครอบครัว แล้วยิ้มเศร้าๆ อาทิตย์กับนภาเดินมา พร้อมจานใส่ของว่าง เมื่อเห็นสีหน้าของสุริยง นภาก็บอกกับลูกสาวด้วยความเป็นห่วง
“ตั้งแต่กลับมาจากสวิส แม่เห็นเรากินข้าวเท่าแมวดม แม่เลยทำปั้นสิบที่เราชอบไว้ให้กินเยอะๆเลยนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
พลางรับจานไว้ แล้วก็ใช้ซ้อมเขี่ยๆจิ้มๆ หากยังไม่ยอมแตะต้องแม้แต่ชิ้นเดียว
“งานที่สวิสหนักมากเหรอลูก กลับมาถึงได้ดูเหนื่อยๆ”
อาทิตย์ถามอย่างห่วงใย
สุริยงชะงัก ก่อนจะตอบ
“ก็หนักนิดหน่อยค่ะ แต่ไม่ว่าจะหนักแค่ไหน ตอนนี้มันก็จบแล้ว ต่อไปก็ไม่ต้องทำที่นั่นอีกแล้ว”
นภายิ้ม “ออกจากงานนี้ก็ดีเหมือนกัน แม่เห็นเจ้านายเราใช้งานหนัก บอกตรงๆว่าแม่เป็นห่วง เอ่อ แล้วเมื่อไหร่จะไปเริ่มงานใหม่กับคุณเอื้อ?”
สุริยง คิด แล้วตัดสินใจบอกกับพ่อ-แม่ “หนูเล็กไม่ไปทำงานกับคุณเอื้อแล้วค่ะ”
“อ้าว ทำไมล่ะ” นภาไม่เข้าใจ
“อยากทำงานกับคนใหม่ๆบ้าง ทำงานอยู่กับคนรู้จัก ก็จะเจอแต่คนหน้าเดิมๆ เบื่อ ไม่อยากเจอ”
นภากับอาทิตย์ฟังแล้วรู้สึกว่าแปลกๆ แล้วนภาพูดกับสุริยงที่ทำเป็นดูรูปครอบครัวอยู่
“รูปนี้ ถ่ายตอนที่เราไปฉลองวันที่ลูกเอ็นติด ชื่นทานซะเยอะ กลับมาท้องเสียไปสองวัน”
สุริยงหันมาหัวเราะเบาๆ
“ใช่ค่ะ ใช่ หนูเล็กจำได้ วันนั้นคุณพ่อคุณแม่ดีใจมากๆเลยที่หนูเล็กเอ็นติด” แล้วก็หน้าเศร้า “แล้วพ่อ
กับแม่ผิดหวังมั้ยคะ ที่หนูเล็กไม่ได้รับปริญญา”
นภานั่งลงข้างๆ สุริยงแล้วก็โอบไว้
“ไม่ว่าลูกจะได้รับปริญญาหรือไม่ได้รับ จะเอ็นติด หรือไม่ติด ลูกก็ไม่เคยทำให้พ่อกับแม่ ผิดหวัง”
สุริยงซบที่ไหล่มารดา
“แล้วถ้าหนูเล็กทำอะไรบางอย่างที่มันผิดพลาดอย่างไม่น่าให้ แม่จะผิดหวังมั้ยคะ ?”
นภาลูบผมสุริยงเบาๆ
“สิ่งที่ลูกทำให้พ่อกับแม่มาโดยตลอด มันทำให้เราสองคนอยู่ห่างไกลจากคำว่าผิดหวังมานานแล้ว ไม่
ว่าหนูเล็กจะทำผิด หรือพลาดอะไรมา พ่อกับแม่พร้อมที่จะเข้าใจ และอยู่เคียงข้างหนูเสมอ”
สุริยงน้ำตาซึมๆ อาทิตย์เข้ามาโอบ “ ไม่ใช่แค่พ่อกับแม่ แต่ยังมีไก่กับไข่อีกสองคน ที่ยังรักและเป็นห่วงเราอย่างไม่มีเงื่อนไข”
นภารีบเสริม
“เมื่อไหร่ที่หนูเหนื่อย หนูผิดหวัง มั่นใจเถอะว่า เราทั้งสี่คนยังอยู่ที่นี่ และพร้อมที่จะโอบกอดลูกไว้ด้วย
ความรักอย่างแท้จริง”
สุริยงน้ำตาร่วงพรู พลางกอดมารดาไว้แน่น นภากอดตอบด้วยความรักอย่างเต็มอก
สุริยงซึมซับความรักจากแม่ด้วยหัวใจที่สงบขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มจะนิ่ง พลังแห่งความรักทำให้สุริยงค่อยๆฟื้นฟูจิตใจของตัวเองขึ้นมา จากแววตาที่หมองหม่นในตอนแรกค่อยๆฉายแววแห่งความเข้มแข็ง
สุริยงคนเดิม ค่อยๆกลับคืนมาอีกครั้ง

ที่ร้านอาหารหรู บริกรรินไวน์อย่างดีให้เกนหลง และเขมชาติ ด้วยท่าทีที่สุภาพ
“นี่ถึงกับต้องฉลองเลยเหรอคะ แค่คุยกับคุณพ่อสำเร็จแค่นี้เอง เสียดาย พ่อน่าจะหวงลูกสาวมากๆ เขมจะได้เลี้ยงมื้อใหญ่กว่านี้”
เขมชาติหัวเราะ
“ถ้าเป็นคุณเกน ให้เลี้ยงมื้อใหญ่แค่ไหนผมก็ยินดีจัดให้ และอยากจะให้มันพิเศษมากๆ มากกว่าที่เคยทำให้ใครทุกคน”
เขมชาติจงใจพูดกระทบสุริยง ทั้งที่ไม่อยู่ตรงนี้ แล้วชูแก้วไวน์ชวนเกนหลงดื่ม สองคนยิ้มๆมีความสุข
บริการนำซุปล็อบสเตอร์มาเสิร์ฟ เกนหลงตักชิม
“อื้อ อร่อยจังเลยค่ะ ลองชิมดูสิคะ”
เขมชาติยิ้ม เอื้อมมือจะตักชิม แต่พอเกลี่ยช้อนลงไปบนเนื้อซุป ทันใดนั้นมีเสียง และภาพ ของสุริยงก็ซ้อนเข้ามา
“ซุปอัลมอนด์กุ้ง ? เนี่ยนะ?”
“ ในคัมภีร์ไบเบิ้ลจะมีการใช้สัญลักษณ์แทนสิ่งต่างๆ .. และ “ต้นอัลมอนด์” ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของ
“คำสัญญา” ผมสัญญาว่า จะเก็บเรื่องราวระหว่างเราเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป”
เขมชาติชะงักมือที่กำลังจะตักซุปค้างไว้ เกนหลง มองด้วยความแปลกใจ
“เขม มีอะไรรึเปล่าคะ?”
เขมชาติ รีบออกตัว
“คือ วันนี้ผมไม่ค่อยอยากทานกุ้ง คุณทานเผื่อผมก็แล้วกัน”
”ทานเผื่อกันไม่ได้ค่ะ เสิร์ฟจานที่2 ให้คุณเขมเลยนะ”
บริกรรับคำ แล้วเดินออกไป ก่อนจะยกอาหารจานที่สองมาเสิร์ฟ เป็นพาสต้า ที่ตกแต่งแบบหรูหรา
เขมชาติยิ้ม ตักพาสต้าเข้าปาก แล้วก็ยิ้มอย่างถูกใจอวดเกนหลง เกนหลงพยักหน้า
ภาพของสุริยงก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง
“ บะหมี่ต้มยำปลากระป๋อง”
“ เส้นแข็งๆ แบบที่คุณชอบ”
“ ไม่ได้ทานมานานมาก ครั้งสุดท้ายก็ตอน ไปค่ายมหาลัยปีสุดท้าย”
“ผมก็เหมือนกัน หลังจากนั้นพอคุณหายไป ผมก็ไม่กล้าทำ ไม่กล้าเห็นมัน แต่วันนี้เป็นวันพิเศษของ
เรา มีคุณอยู่ด้วย ผมก็เลย คิดถึงมันขึ้นมา”
สุริยงมองด้วยความประทับใจ
พลันเสียงของเกนหลง ก็ปลุกเขมชาติให้ตื่นจากภวังค์
“ถ้าทำทานเองที่บ้าน เกนลวกเส้นแข็งกว่านี้อีก ทานแล้วเพลินมากค่ะ วันหลังเกนจะทำให้ลองทาน

"ดีมั้ย?"

อย่าลืมฉัน ตอนที่ 18 (ต่อ)

เกนหลงเหลือบมองเขมชาติ กลับเห็นเขมชาติเหม่อเหมือนใจลอยอยู่
“เขม เขมคะ”
เขมชาติ สะดุ้ง รู้สึกตัว
“ อ๋อ ครับ อร่อยครับ คุณเกนทานเยอะๆเลย”
เกนหลงชะงักมองเขมชาติ ที่แสร้งทำท่าว่ากระตือรือร้นกับจานอาหารตรงหน้า พลางส่งยิ้มให้เกนหลง
แต่เกนหลงกลับทำหน้านิ่ง จนเขมชาติหน้าเหรอ

เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขมชาติก็ทรุดตัวลงนั่งอยู่บนโซฟา พลางหวนคิดถึงตอนที่อยู่กับสุริยงที่
สวิสเซอร์แลนด์ ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปที่ระเบียง แล้วเดินเดินกลับเข้ามาในห้องนอน ทิ้งตัวลงนอน
แผ่บนเตียง เอามือกุมหน้า ด้วยความหงุดหงิด งุ่นง่าน
“โธ่เว้ย”
เขมชาติเดินตรงมาที่ห้องทำงาน ผ่านโต๊ะทำงานสุริยง ที่ตอนนี้ว่างเปล่า ก่อนที่จะชะงักเท้า พลางปรายตามองไปที่โต๊ะ
ภาพในคืนนั้นแว่บเข้ามาในหัว
“ถ้าคุณอยากอยู่ก็อยู่อย่างลับๆ แต่ถ้าคุณรับไม่ได้ ก็จงเดินออกไปจากชีวิตผม”
เขมชาติแววตาครุ่นคิด สุริยงจะเลือกอะไร ?
พลันเสียงโทรศัพท์มือถือดัง เขมชาติหยิบหันมาดู หน้าจอปรากฏชื่อเกนหลง เขมชาติคิด แต่ยังไม่ทันรับ เพราะยามนี้ใจหมกหมุ่นถึงแต่สุริยง
จากนั้นเขมชาติเดินเข้ามาในห้อง เห็นแฟ้มงานวางอยู่มากมาย แววตาฉายแวววาบขึ้นมา เขมชาติอมยิ้มนิดๆ
และเสียงเคาะประตูดังขึ้น เขมชาติก็รีบหันไปเปิด ในใจคิดว่า น่าจะเป็นสุริยง แต่กลับกลายเป็นมาลัยที่ยืนอยู่ที่ประตูในมือมีแก้วกาแฟอยู่ เขมชาติหุบยิ้มแทบไม่ทัน
“มีอะไร? “
“เอ่อ คุณสมคิดให้มาลัยมาเป็นเลขาชั่วคราวให้คุณเขมค่ะ”
เขมชาติชักสีหน้าหน้า
“เลขาชั่วคราว? ทำไมผมต้องมีเลขาชั่วคราว เลขาจริงๆ ผมไปไหน”
มาลัยอึกอัก
“เอ่อ คุ คุณสุ ยื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการให้คุณสมคิคเมื่อวานนี้ค่ะ คุณสุบอกว่าจบงานที่สวิส
ตามที่ตกลงกันไว้ เธอขอลาออกเลย ส่วนเงินเดือน เงินชดเชยไม่ขอรับค่ะ”
เขมชาติหน้าตึง ไม่พอใจสุดๆ มาลัยรีบเดินเข้ามาวางกาแฟไว้
“กาแฟค่ะ”
เขมชาติเหลือบมามอง แล้วก็อาละวาดเสียงดัง
“ มะนาวหั่นมาซะหนา จะเอาไปทำกำแพงบ้านหรือไง”
“เอ่อ เปล่าค่ะ คือมาลัยพยายามแล้ว แต่มาลัยฝานบางๆแบบที่คุณสุทำไม่เป็นค่ะ”
“ทำไม่เป็นก็ฝึกสิ มีใครทำเป็นมาตั้งแต่เกิดบ้าง” เขมชาติตวาด
“ค่ะๆ มาลัยจะไปทำมาให้ใหม่ค่ะ”
มาลัยรีบรับคำอย่างลนลาน
“ไม่ต้อง หมดอารมณ์จะกิน รีบๆ เอาไปให้พ้นๆ”
“ค่ะๆ”
มาลัยรีบเก็บแก้วหนี แล้วหันหลังจะออกไป เขมชาติเปิดดูเอกสารแล้วก็พูดขึ้น
“เดี๋ยว ใครเตรียมเอกสารพวกนี้”
มาลัยหน้าเสีย
“พิมพ์ก็ผิด ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสสะกดผิดตั้งหลายคำ เรียงเอกสารก็มั่ว จดหมายฉบับไหน
สำคัญ ไม่สำคัญ ทำไมปนกันมั่วไปหมด ข้อความสำคัญก็ไม่ไฮไลท์ ผมไม่มีเวลามาอ่านทั้งหมดหรอกนะ อะไรไม่
สำคัญก็ไม่ต้อง ผมทำงานบริหาร ไม่ได้ทำงานเอกสาร”
เขมชาติโยนแฟ้มลงกับโต๊ะ ด้วยความไม่พอใจสุดๆ มาลัยลนลานรีบเดินกลับมา วางแก้วกาแฟ หยิบ
แฟ้มไป
“มาลัยขะ ขอโทษค่ะ เดี๋ยวมาลัยไปจัดเรียงมาให้ใหม่นะคะ”
เขมชาติหงุดหงิด
“ไม่ต้องๆ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น รีบออกไปเลย แล้วก็ไปตามสมคิดกับวิบูลย์มาเดี๋ยวนี้”
“ค่ะๆ”
มาลัยลนลาน จนลืมกาแฟไว้อีก เขมชาติเหลือบมาเห็น ก็ตงาดตามหลัง
“เอาแก้วกาแฟไปด้วยสิ มาวางไว้ตรงนี้ทำไม ?”
“ว้าย ค่ะๆๆ ขอโทษค่ะ”
มาลัยรีบกลับมาหยิบแล้วกาแฟ แล้วเดินออกไปอย่างลนลาน ในขณะที่เขมชาติยืนเท้าเอวด้วยความหงุดหงิดใจ
ขณะที่หงุดหงิดอยู่ โทรศัพท์ดัง เขมชาติชะงักรู้ตัว หยิบมาดูหน้าเจอ เห็นเป็นชื่อ “เกนหลง” เขมชาติครุ่นคิด จะ”รับ” หรือ “ไม่รับ”

สุริยงกำลังง่วนเปิดเว็ปหางาน ในขณะที่ไก่กับไข่เล่นต่อเลโก้กันอยู่ใกล้ๆ พลันเสียงโทรศัพท์ดังอยู่ข้างหลัง ชื่นที่ถือของผ่านมาเดินมารับสาย ขณะที่สุริยงยังคงตั้งหน้าตั้งตาดูตำแหน่งงานจากเว็บ
“สวัสดีค่ะ ค่ะ สักครู่ค่ะ? “ พลางหันไปทางไก่ ไข่ “ คุณไก่ คุณไข่คะ มีสาวโทรมาหา”
สุริยงที่สนใจมองแต่หน้าจอมาตลอด หันขวับมามองอย่างแปลกใจ?
“สาว?”

สาวคนที่ว่า ก็คือฮันนี่ ที่ยิ้มแฉ่ง พลางโผเข้ามากอดสุริยงทันที
“คิดถึงน้าสุ จังเลยค่ะ”
สุริยงกอดตอบ ความน่ารัก สดใสของฮันนี่ ทำให้ยิ้มตาม ชนะมองฮันนี่ที่กอดสุริยงอย่างปลื้ม ที่ลูกเข้ากับสุริยงได้ดี
“น้าสุก็คิดถึงน้องฮันนี่ค่ะ”
ฮันนี่พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ
“ดีนะคะที่ฮันนี่ขอเบอร์โทรศัพท์จากไก่ ไข่ ไม่งั้นเราคงไม่ได้เจอกันแน่ๆ เลยค่ะ”
ชนะ รีบเสริมยิ้มๆ
“ใช่ครับ ต้องขอบคุณลูกๆ ของเรา 2 คน ที่ทำให้ผมได้มาเจอกับคุณสุอีก”
ฮันนี่หันมาหาคู่แฝด
“ไก่กับไข่ ไปกินไอติมกัน”
“ครับ พี่ฮันนี่”
“ฮันนี่พาน้องๆ เข้าไปในร้านนะคะ”
ฮันนี่มองชนะกับสุริยง แล้วก็ยื้มพอใจ ก่อนจะหันมาทางไก่ไข่ จากนั้นก็ควงคู่แฝดเดินเข้าร้านไป ทิ้งชนะให้อยู่ตามลำพังกับสุริยง

“คงไม่รบกวนใช่มั้ยครับ”

ชนะเอ่ยถามด้วยท่าทีสุภาพ และเกรงใจอยู่ในที
“ไม่หรอกค่ะ ดีซะอีก ไก่กับไข่จะได้มาเจอกับน้องฮันนี่ด้วย”
ชนะฟังคำตอบ แล้วก็ยิ้มพอใจ
“เชิญครับ”
จากนั้นทั้งสองคนเดินตามลูกๆ เข้าร้านไป

ไก่กับไข่ ชี้ที่ไอติมของฮันนี่ แล้วหันมาบอกกับสุริยง
“แม่หนูเล็ก ไก่อยากได้แบบนั้นบ้าง”
“ไข่ก็อยากได้ครับ”
ชนะรีบหันมาบอกคู่แฝด
“อันนี้มันไม่มีในเมนู พอดีเจ้าของร้านเป็นคนรู้จักกันครับ เลยทำให้ฮันนี่เป็นพิเศษ เดี๋ยวผมขอให้เขาทำเพิ่มให้ไก่ ไข่นะครับ”
สุริยงรีบปฎิเสธ
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ถ้าคุณชนะสั่งมาเพิ่ม เด็กๆทานไม่หมดแน่”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่หมดก็ไม่เป็นไร”
“เป็นค่ะ” ชนะชะงัก จากนั้นสุริยง ก็พูดกับไก่ไข่ “ ถ้าไก่ ไข่กินไอศครีมถ้วยใหม่ แล้วถ้วยเก่ามันก็จะถูกปล่อยให้ละลาย สุดท้ายก็ต้องทิ้งใช่มั้ยครับ” เด็กๆพยักหน้า “เสียดายมั้ย?”
ไก่ กับไข่ มองไอติมตัวเองอีกที ชนะมอง และสังเกตการเลี้ยงลูกของสุริยง
“ไก่ กินอันนี้ได้ครับ” ไก่ดึงถ้วยไอติมตัวเองมากอด
“ไข่กินด้วย”
สุริยงยิ้มให้ลูกแฝด “ดีมากครับ”
ชนะยิ่งปลื้มสุริยง
“คุณสุเลี้ยงลูกดีจังครับ ไม่ตามใจ ผมทำไม่ได้สักที”
ฮันนี่ มองไอติมตัวเอง แล้วมองไก่กับไข่
“ไก่ ไข่ กินกับฮันนี่ก็ได้นะ ฮันนี่แบ่งให้ กินด้วยกัน”
ฮันนี่เลื่อนไอติมมาตรงกลาง เด็กแฝดยิ้มรับ
“ขอบคุณครับ”
“พี่ฮันนี่กินของไข่ด้วยนะ”
“ไก่ก็ให้กินด้วย”
แล้วทั้งสามคนก็แบ่งไอศครีมกันกินอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางยเสียงหัวเราะ สดใส ชนะมองแล้วก็ยิ้มมีความสุข
สุริยงมองลูกแฝด แล้วก็ลูบหัวเบาๆ การได้อยู่กับลูกๆทำให้ลืมความเศร้าไปได้มาก สุริยงมองเด็กๆด้วยความรัก ในขณะเดียวกันชนะก็ลอบมองสุริยงเห็นแววตาที่อบอุ่น อ่อนโยนของเธอแล้วยิ้มชอบใจ

ฮันนี่ ไก่ ไข่ สนุกสนานกับการเล่นเครื่องเล่นภายในร้านอย่างมีความสุข ชนะนั่งคู่สุริยงมองดูเด็กๆ
ชนะเลียบๆเคียงๆ ถาม
“เอ่อ คุณสุครับ ตอนแรกที่ยัยฮันนี่โทรไป ไม่นึกว่าคุณจะว่างวันนี้ เพราะเป็นวันทำงาน ทำไมคุณถึงพา
ไก่ไข่มาได้ล่ะครับ”
“อ๋อ สุลาออกจากงานแล้วน่ะค่ะ”
ชนะตื่นเต้น
“ลาออก? จริงเหรอครับ”
“ค่ะ ตอนนี้สุกำลังหางานใหม่อยู่”
ชนะรีบบอกทันที
“คุณสุจะให้เกียรติมาทำงานกับผมได้มั้ยครับ ผมอยากได้ผู้จัดการรีสอร์ท ของผมอยู่พอดี หามานานแล้วครับ จนมาเจอคุณนี่แหละ ที่ผมคิดว่าใช่”
“สุเคยทำแต่งานเลขา ทำไมคุณชนะถึงคิดว่าสุจะทำงานนี้ได้ล่ะคะ”
สุริยงย้อนถาม ชนะตอบด้วยความมั่นใจ
“ตอนเราไปถ่ายแบบด้วยกัน ผมเห็นวิธีการทำงานของคุณ ที่ทั้งละเอียด เฉียบขาด แล้วยังดีลกับทุกคน
ทั้งเรื่องงาน และเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องงานได้ดี ผมมั่นใจว่าคุณทำได้”
สุริยงยิ้มน้อยๆรับคำชมของชนะอย่างมีมารยาท
“ส่วนเรื่องค่าตอบแทน ไม่ต้องเป็นห่วงผมสู้เต็มที่”
สุริยงมองชนะ อย่างเกรงใจ “ขอบคุณมากนะคะ ที่ให้โอกาสสุ แต่สุคงต้องขอคิดดูก่อน”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ ผมรอได้ ถ้าตัดสินใจได้เมื่อไหร่บอกผมได้ทันทีนะครับ”

สุริยงยิ้มตอบให้กับน้ำใจของชนะ พลางแอบฉุกคิด ว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี
 
จบตอนที่ 18
สาปสาง ตอนที่ 18
สาปสาง ตอนที่ 18
ไทกำลังจัดร้านขายของเก่าโดยคุยโทรศัพท์กับแพรวไปด้วย ไทปิดประตูตู้ไม้โบราณหลังหนึ่งที่ด้านหน้ามีกระจก ในกระจกมีเงาช่อเอื้องวูบผ่านไป ไทตกใจ เฮ้ย !” เสียงแพรวดังมาจากโทรศัพท์ ไท แกเป็นอะไร ไทปิดบานตู้อีกครั้งก็ไม่มีเงาแล้ว พอหันไปมองเขาเห็นเป็นโปสเตอร์เก่ารูปหญิงสาวในชุดรำ ไม่มีอะไร เมื่อกี๊ฉันนึกว่าเห็นช่อเอื้อง แพรวไม่เชื่อ ไม่กลัวจึงด่าซ้ำ ไอ้โง่ จะไปกลัวมันทำไม อีช่อเอื้องไม่มีทางออกมาปรากฎตัวให้ใครต่อใครเห็นอีกแล้ว ไทมองไปรอบร้านด้วยความโล่งใจขึ้น แล้วที่ดินผืนนั้นล่ะ คุณกรณ์เขาจะไม่สร้างโรงแรมที่นั่นแล้วใช่ไหม แพรวยิ้มเยาะอย่างสมหวัง
กำลังโหลดความคิดเห็น...