xs
xsm
sm
md
lg

เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 15

นาคินทร์ขับรถซิ่งบนถนนมาอย่างกับพายุ นาคินทร์ขับไปหันมองปานตะวันที่สลบเลือดนองไหลไม่หยุดอยู่ที่นั่งข้างๆ อย่างกังวล

นาคินทร์ตะโกนเรียก "ตะวัน! ตะวัน! คุณได้ยินผมมั้ย? ตะวัน"
นาคินทร์มัวแต่หันมองปานตะวันทำให้มองไม่เห็นรถที่สวน รถคันนั้นมาบีบแตรลั่นเพราะรถนาคินทร์เป๋ข้ามเลนเข้ามาแล้ว นาคินทร์หักหลบเข้าข้างทางอย่างหวาดเสียว แล้วรถก็จอดนิ่ง นาคินทร์ร้องเรียกอย่างลืมตัว
"ตะวัน!! ตื่น!! ตื่นเดี๋ยวนี้!!”
นาคินทร์คว้าตัวปานตะวันขึ้นมา เลือดยังทะลักไหลหยดติ๋งๆ นาคินทร์หันรีหันขวางก่อนจะดึงทิชชู่เป็นกำเพื่อมาอุดบาดแผลแล้วจับปานตะวันเอนมาซบไหล่ตัวเองไว้
"ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาล!" นาคินทร์พึมพำ "โรงพยาบาล" นาคินทร์นึกได้ก็รีบออกรถ โดยใช้มือเดียวจับพวงมาลัย ส่วนอีกมือประคองปานตะวันไว้ แล้วซิ่งรถออกไปทันที


ปานตะวันบนเตียงถูกเข็นพรวดมาอย่างรวดเร็ว นาคินทร์เกาะเตียงวิ่งตามมาที่หน้าห้องฉุกเฉิน อัครินทร์พุ่งพรวดมาประกบทันที
"พี่คิน! เกิดอะไรขึ้น?”
นาคินทร์ทั้งตกใจ ทั้งกังวัล ทั้งไม่รู้จะอธิบายยังไง อัครินทร์เปลี่ยนคำถามแล้วเร่งฟังคำตอบ
"งั้นตอบมาสั้นๆ คุณตะวันไปโดนอะไรมา?" อัครินทร์เร่ง "เร็วๆ..เลือดออกเยอะมากนะพี่คิน!”
"เอ่อ..ล้ม..หัวกระแทก" นาคินทร์บอก
อัครินทร์อึ้งแบบไม่เชื่อแต่ก็รีบสั่งนางพยาบาล "เย็บแผลด่วน!!”
ทุกคนพุ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ทิ้งให้นาคินทร์ยืนสับสนและเหน็ดเหนื่อยอยู่ตรงนั้นคนเดียว เขาค่อยๆ ทรุดลงนั่งอย่างอ่อนแรงเพราะความรักและความแค้นในตัวกำลังต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง
สักพักนาคินทร์ก็ต้องลุกพรวดขึ้นเมื่อพยาบาลคนนึงถือหลอดเลือดเล็กๆ ในมือ พยาบาลวิ่งออกมาจากห้องฉุกเฉินอย่างเร่งรีบ
นาคินทร์พุ่งไปถามทันที "ตะวันเป็นยังไงบ้างครับ? คนเจ็บปลอดภัยใช่มั้ยครับ?”
พยาบาลรีบพูด "คนไข้เสียเลือดมากค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ"
พยาบาลรีบวิ่งออกไปโดยปล่อยให้นาคินทร์อึ้งและมึนอยู่ตรงนั้น
“..ตะวัน..”
นาคินทร์ทรุดนั่งและถึงกับกุมขมับด้วยความสับสน
"กนก!! พี่น่าจะดีใจ พี่น่าจะสะใจ มันถึงจะถูกใช่มั้ย?? แต่นี่..ทำไม? ทำไม? พี่ถึงกลายเป็นแบบนี้? พี่..พี่ขอโทษกนก..พี่กำลังใจอ่อน..พี่ต้องไม่ใจอ่อน"
ทันใดนั้น อัครินทร์ก็เปิดประตูห้องฉุกเฉินพรวดออกมาพร้อมพยาบาล นาคินทร์พรวดมาหาอย่างลืมตัว
"อัค.." นาคินทร์จะถาม
อัครินทร์โวย "พี่คิน!! แผลลึกและใหญ่มาก" อัครินทร์มองหน้าเหมือนต่อว่า "คุณตะวันเสียเลือดมากต้องให้เลือด" อัครินทร์พูดกับพยาบาล "แอทมิท!!”
พูดจบอัครินทร์ก็วิ่งพรวดออกไปอีกทาง ทิ้งให้นาคินทร์ยืนเคว้งอยู่คนเดียว

ปานตะวันที่ได้รับการให้เลือดนอนหลับอยู่บนเตียง สักพักปานตะวันก็เริ่มรู้สึกตัว เธอค่อยๆ มองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียง
ปานตะวันพูดเสียงแผ่วเบา "คุณอัค..”
อัครินทร์มองปานตะวันด้วยสายตาอ่อนโยนเพราะเป็นห่วงและเห็นใจ
"เจ็บมากมั้ยครับ" อัครินทร์ถาม
ปานตะวันจุกจนพูดไม่ออก เธอน้ำตาหยดเพราะพยายามอดทน
"ทำไมถึงได้เจ็บตัวมาแบบนั้น บอกผมหน่อยได้มั้ยครับ?”
ปานตะวันแอบหลบตา "ตะวัน..หกล้มค่ะ"
อัครินทร์รู้ว่าไม่ใช่แต่ก็ไม่ว่าอะไร
"ตะวัน..มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ?
อัครินทร์รู้ว่าปานตะวันอยากจะถามถึงนาคินทร์ "พี่คินพาคุณมาส่ง"
ปานตะวันขอบตาร้อนผ่าวอีกครั้ง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาทำเราเจ็บแล้วยังพาเธอมาส่ง รพ. ทำไมไม่ปล่อยใปให้เธอตายๆ ไปซะ
อัครินทร์มองอาการ "ผมยังไม่ให้เค้าเข้ามา" อัครินทร์แย็บ "อยากคุยกับเค้ามั้ยครับ?”
ปานตะวันนิ่งไปนิดก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ
อัครินทร์พยักหน้ารับ "แต่ผมอยากคุยกับคุณ"
ปานตะวันหันมามองอัครินทร์?
อัครินทร์เริ่มเรื่อง "ตอนมาถึง คุณเสียเลือดมาก ต้องให้เลือดก็เลยต้องเช็คกรุ๊ปเลือดของคุณ"
ปานตะวันแอบกังวัลอยู่ลึกๆ เรื่องอาเจียน
"เอ่อ..ค่ะ"
"บังเอิญผมเห็นว่าระยะหลังนี่คุณดูอ่อนเพลีย มีอาการวูบบ่อยๆ ก็เลยถือวิสาสะตรวจเช็คให้ละเอียด คุณคงไม่โกรธผมนะครับ"
ปานตะวันอึ้งกับคำว่าตรวจละเอียด
ปานตะวันฝืดๆ "ค่ะ..เอ่อ..แล้วผลเป็นยังไงบ้างคะ?”
อัครินทร์มองหน้าปานตะวันที่พยายามทำใจสู้ที่จะรู้ผลแต่ก็ปิดไม่มิดว่าหวั่นใจ อัครินทร์ตัดสินใจยื่นเอกสารผลตรวจเลือดในมือให้ปานตะวัน ปานตะวันหวั่นๆ ก่อนจะค่อยๆ รับไปอ่านดูด้วยสีหน้าตระหนก
"มะ..ไม่..ไม่จริง..." ปานตะวันพูดกับอัครินทร์ "ไม่จริงนะคะ..”
อัครินทร์ถอนใจเฮือก
"ตะวันไม่ได้ท้อง.." ปานตะวันน้ำตาหยด "ไม่..ตะวันไม่ได้ท้อง" ปานตะวันตะปบมืออัคครินทร์ "คุณอัค!! ตะวันท้องไม่ได้! ตะวันท้องไม่ได้!”
ปานตะวันปล่อยโฮอย่างหมดความอดทนอดกลั้น เธอโผเข้ากอดอัครินทร์ที่เข้ามาปลอบทันที

นาคินทร์เดินพล่านอยู่หน้าห้องจนพยาบาลเดินมา นาคินทร์จึงปรี่ไปถาม
"คุณพยาบาลครับ!! ทำไมป่านนี้ยังไม่ยอมให้ผมเยี่ยมคนเจ็บ" นาคินทร์หลุดปาก "ผมเป็น.." นาคินทร์ชะงัก
พยาบาลรอฟัง
นาคินทร์พูดต่อ “..ผมเป็นญาติสนิทที่สุดของเค้านะครับ" พยาบาลมองตาปริบๆ "เอ่อ..ก็..คุณหมออัครินทร์กำลังเฝ้าดูอาการคนไข้ ยังสั่งห้ามเยี่ยมอยู่รอซักครู่นะคะ ถ้าคุณหมออนุญาตแล้ว ดิฉันจะมาเชิญค่ะ"
นาคินทร์หงุดหงิด เขารอให้พยาบาลเดินไป สักพักก็ตัดสินใจเดินออกไปทันที


ปานตะวันกับอัครินทร์ยังกอดปลอบกันอยู่
ปานตะวันผละออกมา "ผลตรวจ..ผิดพลาด..มันต้องมีอะไรผิดพลาด" ปานตะวันจ้องตาอัครินทร์แบบเด็กน้อยที่ไม่ยอมรับความจริง
อัครินทร์มองด้วยความเห็นใจก่อนจะลูบผมเธอ "คุณตะวันไม่ต้องกลัว เรื่องนี้พี่คินจะต้องรับผิดชอบ"
ปานตะวันอึ้ง "คุณ..คุณ..”
ปานตะวันอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน เธอรวบมืออัครินทร์ขึ้นมาขอร้อง
"อย่าบอกเค้านะคะ อย่าให้เค้ารู้เด็ดขาด สัญญากับตะวันสิคะว่าจะไม่บอกเค้าไม่บอกใครๆ ทั้งนั้น"
อัครินทร์หนักใจ
ปานตะวันสะอึกสะอื้น "ได้โปรดนะคะคุณอัค"
"คุณจะปล่อยให้เรื่องมันเป็นอย่างนี้ต่อไปได้ยังไง? ผมจะไปคุยกับพี่คิน!” อัครินทร์บอก
อัครินทร์ลุกพรวด ปานตะวันกอดเอวอัครินทร์ไว้แน่น จังหวะเดียวกันกับที่นาคินทร์เปิดประตูห้องผัวะเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจเต็มๆ ต่างฝ่ายต่างอึ้งกันไป
อัครินทร์ตกใจ "พี่คิน!”
ปานตะวันรีบปล่อยมือจากอัครินทร์ นาคินทร์ค่อยๆ เดินเข้ามาอย่างมีรังสีอำมหิต
"พี่คินมาก็ดีแล้ว ผมมีเรื่องจะคุย"
อัครินทร์ยังไม่ทันพูด นาคินทร์ก็ผลักอกเขาเต็มแรง
"ห้ามไม่ให้ฉันเข้ามา ที่แท้แก 2 คนก็จะได้มั่วกันบนเตียงคนไข้"
อัครินทร์โกรธ "อุบาทว์แล้วพี่คิน"
"หุบปากไปเลยไอ้อัค!! ฉันเคยเตือนแกแล้วใช่มั้ย? ว่าแกมันไก่อ่อน ไม่มีวันทันเกมผู้หญิงคนนี้" นาคินทร์พูดกับปานตะวัน "ฉันเองยังเกือบไป" นาคินทร์มองอย่างโกรธแค้น "เกือบจะใจอ่อนซะแล้ว" นาคินทร์ส่ายหน้า "เธอนี่มันร้ายนรกส่งมาจริงๆ"
อัครินทร์ทนไม่ไหว "พี่คินเข้าใจผิด!”
นาคินทร์สวนทันที "แกนั่นแหละที่เข้าใจผิด ถ้าแกยังคิดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นนางฟ้าอยู่ล่ะก็..รู้ไว้ซะด้วยว่าแกมันโง่! โง่สิ้นดี"
อัครินทร์สวน "พี่นั่นแหละที่โง่!! นี่พี่ไม่รู้ซักนิดเลยใช่มั้ยว่าคุณตะวันเค้ากำลัง..”
ปานตะวันร้องลั่น "อย่า!!" ปานตะวันตะปบเอวอัครินทร์ไว้เพื่อขอร้อง "อย่านะคะ!!”
อัครินทร์ชะงัก แต่นาคินทร์ชะงักยิ่งกว่า
นาคินทร์ลมหึงขึ้น "กำลัง กำลังอะไร?”
อัครินทร์จะพูดแต่ปานตะวันยิ่งกอดแน่นไม่ให้พูด นาคินทร์ยิ่งยัวะ
นาคินทร์หลุดปาก "กำลังจะฟาดทั้งพี่ทั้งน้องน่ะสิ!”
ปานตะวันตะลึง "คุณนาคินทร์!!”
"พี่คิน!! พี่ต้องฟังผม!” อัครินทร์บอก
"ไม่นะคุณอัค!!” ปานตะวันว่า
นาคินทร์สวน "แกนั่นแหละฟังฉันให้ดี" นาคินทร์หลุดปาก "ผู้หญิงคนนี้นอนกับฉันแล้ว"
ปานตะวันอึ้ง
นาคินทร์โมโห "ถ้าแกรับได้ อยากจะต่อคิวจากฉันก็ตามใจ"
ปานตะวันปล่อยโฮ อัครินทร์ต่อยเปรี้ยงที่หน้านาคินทร์แล้วปรี่เข้าไปกระชากนาคินทร์มาตะคอกใส่
"ได้สิ!! ผมรับได้!!”
นาคินทร์อึ้ง "ว่าไงนะ?”
ปานตะวันอึ้ง "คุณอัค!”
"ไอ้อัค!! แก..”
อัครินทร์สวน "ผมรับได้!! ผมรักคุณตะวัน!!พี่คินรักคุณตะวันรึเปล่าล่ะ"
นาคินทร์อึ้งเพราะพูดไม่ออก ส่วนปานตะวันงงไปหมด
อัครินทร์ตะคอก "ตอบผมมาสิ!! รักคุณตะวันรึเปล่า"
นาคินทร์ไม่รู้จะตอบยังไง
"ถ้าไม่รัก ก็ยกคุณตะวันให้ผม!!”
นาคินทร์ผงะ "แก.." นาคินทร์ไปไม่เป็น
"คุณอัค!!!”
ปานตะวันผงะมองอัครินทร์อย่างงงๆ
นาคินทร์ส่ายหน้า "ไม่ได้..ไอ้อัคแกรักผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด"
"ได้สิ!! ในเมื่อพี่ไม่ได้รักเค้า แล้วทำไมผมจะรักเค้าไม่ได้" อัครินทร์ตั้งใจบี้นาคินทร์ "ผมรัก และผมก็อยากจะแต่งงานกับคุณตะวัน!”
ปานตะวันอึ้ง นาคินทร์ก็อึ้ง
อัครินทร์จ้องรอคำตอบจากนาคินทร์ นาคินทร์อยากพูดใจจะขาดว่ารักปานตะวัน แต่ความแค้นยังค้ำคออยู่จนพูดออกมาไม่ได้
นาคินทร์ยืนยัน "ไม่ได้!!" นาคินทร์ส่ายหน้า "ไม่ได้" นาคินทร์ตะคอก "แกรักปานตะวันไม่ได้!" นาคินทร์เสียงดังลั่น "ฉันไม่ยอม!!”
พูดจบนาคินทร์ก็พุ่งออกจากห้องไปทันที
ปานตะวันซบลงกับหมอนแล้วปล่อยโฮ อัครินทร์มองปานตะวันก่อนจะถอนหายใจเฮือกอย่างหนักใจ

นาคินทร์วิ่งเร็วจนมายืนหอบด้วยความรู้สึกทั้งเหนื่อย ทั้งโกรธ ทั้งสับสนอยู่ตรงหน้ารูป ‘กนกวลี’ ที่ยังมีคราบเลือดอยู่ ความรักความแค้นความอึดอัดทำให้นาคินทร์แหกปากตะโกนก้อง
"เว๊ย!!”
เสียงตะโกนของนาคินทร์ก้องดังไปทั่ว แล้วนาคินทร์ก็ทรุดลงก้มหน้าร้องไห้ต่อหน้ารูปกนกวลีอย่างหมดสภาพ


ทั้งสองนั่งซึมกันอยู่ สักพักอัครินทร์ก็เอ่ยขึ้น
"ผมขอโทษ"
ปานตะวันยังนั่งนิ่งอยู่
"ผมอยากได้ยินพี่คินพูดว่า รักคุณ”
ปานตะวันส่ายหน้าโดยไม่ได้หันมา "ไม่มีทางหรอกค่ะ ชาตินี้คุณนาคินทร์ไม่มีวันจะรักฉัน"
"ถ้าพี่คินไม่ได้รักแล้วทำไมเค้าถึง.." อัครินทร์ชะงักเพราะเกรงใจที่จะพูดต่อ "เอ่อ..”
ปานตะวันยิ้มเยาะตัวเองทั้งน้ำตา "มันไม่ใช่ความรัก" ปานตะวันหันมามองอัครินทร์ "แต่มันคือความแค้น"
อัครินทร์งง "ความแค้น?”
ปานตะวันน้ำตาหยด
"เล่าให้ผมฟังเถอะครับ..ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณกับพี่คิน"
ปานตะวันกับอัครินทร์มองหน้ากัน

อ่านต่อหน้าที่ 2


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 15  (ต่อ)

ประกายเดือนกับแพรวพรรณรายกำลังช่วยกันแต่งหน้าเค้กอย่างเพลิดเพลินโดยวาดเป็นรูปผู้ชาย ผู้หญิง และกำลังเติมรูปหัวใจ

"นี่แน่ะ!!เยิฟๆ" ประกายเดือนบอก
"ใครเยิฟใครยะ" แพรวพรรณรายถาม
"ใครดีล่ะ?? ณ จุดนี้ก็คงต้อง ’ตะวัน’ แล้วแหละ"
"อ้าว..แล้วตะวันเยิฟกะใคร? ผู้ชายคนนี้..ใคร?”
"นั่นสิ..ใครดี?? พี่สาวเราก็ฮ็อตซ้าา"
แพรวพรรณรายถามทันที "นี่!! ตกลงว่าคุณนาคินทร์เค้ายังไงน่ะ? สรุปว่าเค้าจีบตะวันละป่าว?”
"จะเหลือเรอะ?”
"จริงเหรอ"
"จริ้งง" ประกายเดือนชะงัก "ทำไมจะไม่จริงล่ะ"
"ก็..พี่ว่าท่านประธานของเดือนเค้าดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้" แพรวพรรณรายว่า
"อย่ามา!! เชียร์คุณน้องเล็กล่ะซิ.ถึงมาว่าท่านประธานของเค้าแปลกๆ ว่าแต่พี่พิงค์เหอะ..กับคุณหมออัคไปถึงไหนแล้ว"
"บ้าา..ไปถึงไหนอะไรของเธอ"
"แหนะ!! เห็นตอนแรกกริ๊ดโลกแทบแตก"
"ก็.." แพรวพรรณรายหลบตาแล้วบีบครีมซะยกโหญ่ "บ้า!! ปากจัดซะขนาดนั้น"
"ว้าย..เละหมดแล้วพี่พิงค์!”
"โทษๆๆๆ..ว่าแต่เดือนแหละ..ไปค้างเมืองกาญจน์กับคุณนัคตั้ง 2 วัน 2 คืน" แพรวพรรณรายเหล่แบบเค้นๆ "ถึงไหนๆ แล้วยะ..เล่ามาเซะ??
"บ้าา..ถึงไหนอะไรอ่ะพี่พิงค์" ประกายเดือนบีบครีมใหญ่
"ว้าย..เละหมดแล้วเดือน"
"เฮ่ย!! เละจริงด้วยอ่ะ"
สองสาวขำ
ประกายเดือนนึกขึ้นได้ "เออ..ว่าแต่ตะวันกับคุณน้องเล็กเงียบไปเลยเนาะ"
ทั้งสองคนมองตากันอย่างเจ้าเล่ห์
"ป่านนี้ถึงไหนๆ กันแล้วก็ไม่รู้ 555”
ทั้งสองขำ ทันใดนั้นมือถือของประกายเดือนก็ดังขึ้น ประกายเดือนหยิบขึ้นมามอง
ประกายเดือนตาโต "ตายยากอ่ะ!! พูดถึงก็โทร.มาเลยอ่ะ" ประกายเดือนรับสาย "ค่า..คุณน้องเล็ก..ถึงไหนกันแล้วคะ" ประกายเดือนขำพอฟังก็ชะงักอึ้ง "อะไรนะ?? ค่ะๆๆ..แล้วจะส่งข่าวนะคะ..ไม่ต้องห่วง บ๊ายบายค่ะ" ประกายเดือนวางหู
แพรวพรรณรายรีบเขย่าแขนประกายเดือน "ทำไม? มีอะไรเหรอเดือน?”
"คุณน้องเล็กส่งตะวันที่หน้าบ้านแล้ว...” ประกายเดือนเล่า
แพรวพรรณรายพยักหน้าแล้วเลิกคิ้ว "แล้วไง?”
"แล้วก็เจอท่านประธานที่หน้าบ้าน"
แพรวพรรณรายตกใจ "หา?”
ประกายเดือนพยักหน้าหงึกๆ แล้วทำหน้าสยอง "รถไฟชนกันโครมที่บ้านอ่ะ!!! แล้วท่านประธานก็พาตะวันออกไปไหนไม่รู้"
แพรวพรรณรายตกใจ "เฮ่ย?”
สองสาวมองหน้ากันแบบว่าจะเอายังไงดีเนี่ย


อัครินทร์อึ้งหลังจากที่ฟังเรื่องทั้งหมดจบลง
"คุณตะวัน..ผม..ผมขอโทษแทนพี่คิน ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่คินจะทำได้ถึงขนาดนี้ จริงๆ แล้วพี่คินเป็นคนดีมากนะครับ" อัครินทร์ว่า
"ความโกรธ ความอาฆาตแค้น มันเปลี่ยนแปลงและทำลายทุกสิ่งได้จริงๆ ค่ะ" ปานตะวันเล่า
"แต่คุณก็ไม่ได้ผิด คุณไม่ได้วิ่งตัดหน้ารถพี่กนก พี่กนกจะพุ่งมาชนคุณซะด้วยซ้ำ"
"ถ้าคุณนาคินทร์จะเชื่อฉันซักนิดอย่างที่คุณเชื่อ ทุกอย่างก็คงจะไม่เป็นแบบนี้"
อัครินทร์อึ้ง
ปานตะวันถอนหายใจ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันรู้แค่ว่ามีผู้หญิงคนนึงเสียชีวิตในอุบัติเหตุคืนนั้น ฉันพยายามตามหาผู้หญิงในรถคันนั้นมาตลอด แม้แต่ตอนที่ฉันยังนอนเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล ฉันขอให้เดือนช่วยตามหาแต่" ปานตะวันส่ายหน้า "เดือนบอกว่าคู่กรณีไม่ต้องการติดต่อกับเรา มีแต่ทนายที่จ่ายค่ารักษาให้ฉัน เพราะตำรวจระบุว่าฝ่ายที่ผิดคือผู้หญิงที่เป็นคนขับ"
อัครินทร์อึ้ง "พวกเราทุกคนก็ยอมรับ แต่..พี่คิน.." อัครินทร์ถอนใจ "ทำไมถึงไม่ยอมรับความจริงซะที"
ปานตะวันจุกจนน้อยใจ "เพราะเค้ารักคุณกนกวลีมาก" ปานตะวันน้ำตารื้น
อัครินทร์สงสาร "ให้ผมได้ชดใช้แทนพี่คินเถอะครับ ผมจะจ่ายเงินปลดสัญญาแค้นฉบับนั้นให้คุณเป็นอิสระจากพี่คิน ผมจะพูดกับเค้าเอง"
"ฉันจะอยู่จนครบสัญญาค่ะ อีกไม่นาน..เหลืออีกไม่นาน..ฉันก็จะไป" ปานตะวันบอก
อัครินทร์อึ้งในความเด็ดเดี่ยวอย่างคาดไม่ถึงของปานตะวัน


สาวิตรีตกใจ
"อะไรนะพี่คิน หนูตะวันเป็นอะไร? ทำไมถึงกับต้องนอนโรงพยาบาล?”
ทุกคนรอฟังคำตอบจากนาคินทร์ที่นั่งนิ่งอยู่
นารถนรินทร์ใจเสีย "พี่คิน..พี่ตะวันไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ยคะ? ทำไมพี่คินไม่ตอบล่ะคะ?”
นาคินทร์พูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยพาล "จะไปห่วงอะไรผู้หญิงคนนี้กันนักหนา"
ทุกคนอึ้งและมองนาคินทร์งงๆ
"อ้าว" สาวิตรีงง "แล้วพี่คินไม่ห่วงหนูตะวันหรอกเหรอจ๊ะ"
นาคินทร์ไม่รู้จะพูดยังไง
นารถนรินทร์บอก "น้องจะไปเยี่ยมพี่ตะวัน"
นาคินทร์พูดทันที "ไม่ต้อง!”
"ทำไมละคะพี่คิน"

นาคินทร์อึกอัก "ตะวันเค้าไม่ได้เป็นอะไรมาก เรานั่นแหละ ห่วงตัวเองก่อนดีกว่า พยาบาลก็ไม่อยู่ดูแล แล้วยังจะต้องไปเยี่ยมเค้า"
"เอ๊า เจ้าคิน! พูดอะไร ก็หนูตะวันเค้าถึงกับต้องนอนโรงพยาบาลซะขนาดนั้น แล้วเค้าจะมาดูแลยัยนารถได้ยังไง"
"ใช่ค่ะคุณพ่อ แล้วพี่ตะวันเค้าดีกับนารถมาตลอด ถึงเวลาเค้าไม่สบาย นารถก็อยากจะไปเยี่ยมเค้าบ้าง"
"นั่นสิ แม่ก็อยากไปนะจ๊ะ"
"ตะวันเป็นลูกจ้างของผม ผมบอกว่าไม่ต้องไปก็ไม่ต้องไป เดี๋ยวเค้าก็กลับมาแล้ว ผมเหนื่อยง่วง..ขอไปนอนก่อนนะครับ"
พูดจบนาคินทร์ก็ลุกไปทันที ปล่อยให้ทุกคนมองหน้ากันอย่างมึนๆ
"แม่ว่า..พี่คินแปลกๆ นะ"
"จริงด้วยค่ะ..ยังกะไม่ใช่พี่คิน" นารถนรินทร์ว่า
"คิดมากน่ะ..ก็เค้าเพิ่งบอกว่าเหนื่อยง่วง" ทวยเทพบอก
"แต่ใบตองว่ามีกลิ่นค่ะ"
"กลิ่นอะไรของเธอ" สาวิตรีถาม
"กลิ่นของพลังงานบางอย่าง..บอกใบตองว่า..มันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ค่ะ"
สาวิตรีกับนารถนรินทร์มองหน้ากัน ทวยเทพส่ายหน้า ในขณะที่ใบตองมั่นใจ นารถนรินทร์คิดตาม


ประกายเดือนกับแพรวพรรณรายที่อยู่ในชุดนอนวิ่งหน้าตั้งมาที่หน้าห้องพักตะวัน
"ห้องนี้แหละ" ประกายเดือนบอก
ประตูเปิดผลัวะเข้ามา ปานตะวันหลับเพราะถูกให้เลือดอยู่ ทั้งสองโผเข้ามากอดแล้วก็ร้องไห้กันกระจองอแง
"ตะวัน!! ตะวันเป็นอะไร?? ใครทำตะวัน" ประกายเดือนคร่ำครวญ
"ตะวันต้องไม่เป็นไรนะ!! ตะวันต้องไม่เป็นไร" แพรวพรรณรายบอก
ปานตะวันค่อยๆ ตื่นแล้วก็มอง "เดือน..พิงค์"
ประกายเดือนกับแพรวพรรณรายเรียก "ตะวัน!!”
ทั้งสองแย่งกันถาม
"ตะวัน!! เกิดอะไรขึ้น? ใครทำตะวัน? บอกเค้ามาเดี๋ยวนี้!!”
"บอกเพื่อนด้วย!! เพื่อนจะไปลากคอมันมาตบให้หน้าแตกเลย"
"คุณน้องเล็กบอกว่าตะวันออกไปกับคุณนาคินทร์แล้วมันเกิดอะไรขึ้น?”
"บอกมาสิตะวัน"
อัครินทร์เปิดประตูเข้ามาพร้อมพยาบาล
"นี่!! พวกคุณ!! รบกวนคนไข้ทำไม? ผมอุตส่าห์ให้ยาให้คุณตะวันพักผ่อน...”
ไม่ทันได้พูดต่อ แพรวพรรณรายก็ปรี่เข้ามาโวยชุดใหญ่
"คุณทำอะไร? คุณให้ยาอะไรตะวัน? คุณทำอะไรเพื่อนฉัน!! บอกมา"
"นี่!! ใจเย็นก่อน คุณตะวันเกิดอุบัติเหตุ หัวแตก ผมเย็บให้แล้ว" อัครินทร์บอก
"แล้วทำไมเพื่อนฉันถึงหัวแตก" แพรวพรรณรายนึกได้ "เดี๋ยวนะ..คุณน้องเล็กบอกว่าตะวันออกไปกับคุณนาคินทร์" แพรวพรรณรายโวยทันที "พี่ชายคุณทำอะไรเพื่อนฉัน ห๊า"
พยาบาลทนไม่ไหว "คุณคะ..พูดจากับคุณหมอดีๆ หน่อยสิคะ คุณหมอดูแลคนไข้อย่างดีที่สุดเลยนะคะ คุณหมอเป็นคนให้เลือดคนไข้เองเลยด้วย"
"หา? อะไรนะคะ?”
อัครินทร์จะห้ามพยาบาล "คุณพยาบาล..”
พยาบาลพูดทันที "คนไข้ต้องให้เลือด รพ.ขาดเลือดกรุ๊ป AB คุณหมอเป็นคนบริจาคเลือดให้เองค่ะ"
แพรวพรรณรายอึ้ง
ปานตะวันก็อึ้ง "คุณอัค?”
อัครินทร์เซ็งที่ทำดีไปก็ไม่ได้อยากบอกให้ใครรู้ ปานตะวันมองหน้าอัครินทร์แบบพูดไม่ออก


แพรวพรรณรายนั่งลงด้วยสีหน้าจ๋อยสนิท เธอทำหน้าเป็นเด็กน้อยอ้อมแอ้มรับผิดเสียงอ่อย
"ฉัน..ขอโทษ.." แพรวพรรณรายยังจะดื้อทำเสียงเขียว "ก็ได้!!”
อัครินทร์เหนื่อยกับเธอ เขาส่ายหน้าแล้วหันมาป๊ะสายตาปานตะวันที่จ้องมองอยู่
ปานตะวันซึ้งใจ "คุณอัค..ขอบคุณมากนะคะ ฉัน..ฉันไม่รู้จะพูด จะขอบคุณคุณยังไงดี"
อัครินทร์ยิ้มน้อยๆ โดยยังไม่ทันจะพูดอะไร พยาบาลก็พูดขึ้นทันที
พยาบาลจิกตาไปที่แพรวพรรณราย "นี่ถ้าไม่ได้คุณหมออัครินทร์ล่ะ ป่านนี้คงยาวล่ะค่ะ" พยาบาลเม้าท์ "เพราะนอกจากคนไข้จะเสียเลือดมาก อ่อนเพลีย แล้วยัง.." พยาบาลจะพูดว่าท้องด้วย
อัครินทร์รีบแทรกเสียงดังทันที "คุณเจื้อยครับ"
พยาบาลสะดุ้ง "คะ..คุณหมอ??”
"คนไข้โอเค.แล้ว ไปดูห้องต่อไปกันดีกว่าครับ"
พยาบาลเสียดายที่เม้าท์ค้าง "ค่ะ"
อัครินทร์รีบดันหลังพยาบาลเดินออกไปก่อนจะหันมาบอกปานตะวัน
"พักผ่อนเยอะๆนะครับ" อัครินทร์ทำหน้าดุใส่แพรวพรรณราย "อย่ารบกวนคนไข้มากนัก"
แพรวพรรณรายทำหน้าเหวอ อัครินทร์เดินออกไปจนพ้นประตู สองสาวกรูเข้ามาล้อมปานตะวันทันที ทั้งสองรุมถามเซ็งแซ่ยังกะนกกระจอกแตกรัง
"ตะวัน!! ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น ? ใครทำอะไรตะวัน? ทำไมตะวันถึงล้ม? ล้มได้ยังไง?”
ตะวัน!! คุณนาคินทร์ทำอะไรตะวัน ? นี่มันแรงมากนะถึงกับต้องให้เลือด ? อย่าโกหกเพื่อนนะตะวัน..บอกมานะฯลฯ
ทันใดนั้น อัครินทร์ก็เปิดประตัวผัวะแล้วส่งเสียงดุเข้ามา
"ผมบอกว่าอย่ารบกวนคนไข้!”
สองสาวอ้าปากค้าง
"ยังไม่เชื่อฟัง ผมจะสั่งห้ามเยี่ยม!”
สองสาวจ๋อย อัครินทร์มองเอาจริงแป๊บนึงแล้วปิดประตู
สองสาวสำรวมขึ้นมาทันตาก่อนจะหันมามองหน้ากันแล้วพยักเพยิดใส่กันว่าใครถามก่อน ในที่สุดประกายเดือนก็ถาม
ประกายเดือนมองพี่สาวแล้วก็น้ำตาจะหยด "เจ็บมากมั้ยตะวัน"
ปานตะวันพูดไม่ออก เพราะเจ็บกายไม่เท่าเจ็บใจ แต่เธอก็บอกไปว่า "ไม่..พี่ไม่เจ็บ"
แพรวพรรณรายลุยทันที "ใครทำตะวัน?”
"ก็ลื่นล้ม" ปานตะวันบอก
ประกายเดือนลุยเช่นกัน "ลื่นล้มอะไรจะขนาดนี้? ตะวันจะโกหกเค้าทำไม?ตั้งแต่เล็กจนโต เราไม่เคยโกหกกัน แล้วนี่ไอ้คนที่รังแกตะวันมันเป็นใคร? ทำไมตะวันถึงต้องปกป้องมันถึงขนาดนี้??”
ปานตะวันอึ้งแล้วหลบตา แพรวพรรณรายมองอาการปานตะวันแล้วคิด

อ่านต่อหน้าที่ 3


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 15 (ต่อ)

อัครินทร์เดินมากับพยาบาลคนเดิมประมาณว่าเพิ่งเยี่ยมไข้ห้องอื่นๆ เสร็จ

"ฉันไปจัดยาเลยนะคะ" พยาบาลบอก
อัครินทร์เรียกไว้ "เดี๋ยวครับ"
พยาบาลชะงักรอฟัง
"การรักษาความลับคนไข้เป็นสิ่งสำคัญนะครับ"
พยาบาลจ๋อย เธอรู้ตัวจึงพูดเสียงอ่อย "ค่ะ..แต่"
"ไม่มีแต่ครับ มันเป็นจรรณยาบรรณ วิชาชีพ"
"ค่ะ..ดิฉันจะไม่ทำอีกค่ะ" พยาบาลบอก
"ดีครับ ขอบคุณครับ"
พยาบาลรีบเฟดแยกไปทันที อัครินทร์ถอนใจเฮือกแล้วเดินต่อก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อแพรวพรรณรายโผล่มาขวางหน้า "เฮ้ย!”
แพรวพรรณรายจ้องหน้า อัครินทร์อ่อนใจ


อัครินทร์กับแพรวพรรณรายยืนอยู่บนดาดฟ้าที่เห็นวิว
"พี่ชายคุณใช่มั้ย?” แพรวพรรณรายถาม
อัครินทร์เฉไฉ "โรงพักไหนส่งมาเนี่ย?”
"ก็ถ้าไม่ตอบ เรื่องก็อาจจะถึงคุณตำรวจ"
"โห..มีขู่"
"ไม่ได้ขู่..เอาจริง!”
อัครินทร์ถอนหายใจเฮือกแต่ไม่ยอมตอบ
"ตกลง..ตะวันกับพี่ชายคุณยังไง? รักกันหรือเกลียดกัน หรือทั้งรักทั้งเกลียด? แล้วทำไมถึงต้องทั้งรักทั้งเกลียด"
อัครินทร์หันมองพลางคิดในใจว่าเธอเก่งใช้ได้นะนี่ แต่เขาก็ไม่ยอมเล่า
"คุณเป็นเพื่อนสนิทกันนะครับ ถ้าคุณยังไม่รู้แล้วผมจะรู้อะไร?”
แพรวพรรณรายอึ้งไปก่อนจะเถียง "มันก็ไม่แน่! เป็นเพื่อนกันมันก็ไม่ใช่ว่าจะรู้กันหมดทุกเรื่อง" แพรวพรรณรายพูดแบบแอบน้อยใจ "บางทีเพื่อนก็อาจจะมีอะไรปิดบังเพื่อนไว้ก็ได้"
อัครินทร์มองอย่างเห็นใจแพรวพรรณรายเหมือนกัน
"เอาน่าคุณ...คนเรามันก็ไม่จำเป็นต้องรู้อะไรไปซะทุกเรื่องหรอก" อัครินทร์บอก
แพรวพรรณรายมองอัครินทร์
"ยิ่งบางเรื่อง..ไม่รู้ซะ สบายใจกว่า" อัครินทร์ว่า
แพรวพรรณรายแว้ด "พูดงี้หมายความว่าไง? นี่หมายความว่าเรื่องมันแย่มากใช่มั้ย? รู้ใช่มั้ยเนี่ย? รู้แล้วไม่ยอมบอกใช่มั้ยเนี่ย?”
"เดี๋ยวๆๆ ใจเย็น!!ผมก็พูดกว้างๆ เตือนสติคุณเฉยๆ"
แพรวพรรณรายค้อนตากลับ
อัครินทร์พูดโดยเหมือนจะพูดกับตัวเอง "เพราะบางที..ถึงรู้ไป..เราก็ทำอะไรไม่ได้..มันเป็นเรื่องของเค้าจริงๆ"
แพรวพรรณรายฟังแล้วก็มองอัครินทร์ที่มองเหม่อไปสุดสายตา


ประกายเดือนเอาผ้าขนหนูเช็ดหน้าปานตะวันจนเสร็จ
"สดชื่นขึ้นมั้ยตะวัน?” ประกายเดือนถาม
ปานตะวันซึ้งใจ "ขอบใจมากนะเดือน จริงๆ เดี๋ยวพยาบาลเค้าก็มาทำให้"
"ไม่เอาอ่ะ เค้าอยากดูแลตะวันมั่ง" ประกายเดือนยิ้ม "คืนนี้เค้านอนเฝ้าตะวันนะ"
"อย่าเลย พรุ่งนี้เดือนต้องไปทำงาน" ปานตะวันนึกได้ "เดือน..!!..เดือนลาออกเถอะ"
"อะไรเนี่ย? บอกให้ไปทำงานแหมบๆ บอกให้ลาออกแระ หกล้มหัวกระแทกแรงไปป่าวเนี่ย?”
"พี่ไม่ได้พูดเล่นนะเดือน คุณ.." ปานตะวันชะงัก "เอ่อ..ผู้ชายบ้านนี้ไม่น่าไว้ใจ พี่เป็นห่วงเดือนจริงๆ"
"ผู้ชายบ้านนี้?? รวมถึงคุณหมอัครินทร์ที่เพิ่งให้เลือดตะวันไปด้วยเนี่ยนะ?? ไม่น่าไว้ใจ"
ปานตะวันอึ้งไป
"ตะวัน..เมื่อก่อนเค้าอาจจะด่าอีตาท่านรองฯให้ตะวันฟังเยอะอยู่นะ แต่..เอาจริงๆ อย่างที่เคยบอกน่ะอีตานั่นก็ไม่ได้แย่เกิน"
ปานตะวันมองประกายเดือนทันที "เดือน..อย่าบอกนะว่า..”
ประกายเดือนรีบแทรก "เฮ้ย!! อะไร?? จะบ้าหรอ?? เค้าก็แค่ว่าไปตามเนื้อผ้า" ประกายเดือนรีบเปลี่ยนเรื่อง "ว่าแต่ตะวันเหอะ มันชักจะยังไงๆอยู่น้า..คุณหมอัครินทร์ถึงกับสละเลือดให้เนี่ย..ไม่เห็นกับตานึกว่าดูซีรี่ย์เกาหลีอยู่น้า"
"บ้า!!..นี่อย่าพูดให้ยัยพิ้งค์ได้ยินเชียวนะ" ปานตะวันว่า
ประกายเดือนลากเสียงยาว "รู้..ก็แค่แหย่เล่น" ประกายเดือนทำหน้าเจ้าเล่ห์ "แต่..เอ๊ะ!มันมีกลิ่นอยู่น้า แล้วยังงี้ท่านประธานของเค้าจะยังไงเนี่ย?”
ปานตะวันอึ้งแล้วเมินหน้าหนี "พี่จะนอน"
ประกายเดือนขำน้อยๆ ส่วนปานตะวันหน้าเครียด
แพรวพรรณรายที่ยืนอยู่มุมหนึ่งทำหน้าจ๋อยๆ โดยเข้ามาตอนไหนก็ไม่รู้

สาวิตรีเสิร์ฟข้าวต้มให้นัครินทร์ ส่วนใบตองเสิร์ฟให้คนอื่นๆ
"ดี!! หัดตื่นมาทานข้าวเช้ากะเค้ามั่ง อาหารเช้าดีต่อสุขภาพ ยิ่งเธอนะตานัค ไม่ค่อยจะแข็งแรงเห็นมั้ย? ไปต่างจังหวัดแค่นี้ก็ไม่สบายกลับมา เนี่ยเป็นเพราะอะไร? เพราะใช้ร่างกายหนักมาตลอด เที่ยวดึกเที่ยวดื่น"
นัครินทร์รีบตัดบท "แม่ฮะ..ชุดใหญ่เลยนะฮะ.. จะไม่อยากมากินข้าวเช้าด้วยก็เพราะงี้แหละฮะ" นัครินทร์พูดกับพ่อ "กินข้าวหรือว่าฟังเทศน์เนี่ยฮะพ่อ?”
"ไอ้บ้า!! ก็ฟังเทศน์สิวะ..เอ๊ย!ไม่ใช่!!..กินข้าวๆเร็วๆ" ทวยเทพบอก
"จริงสิ..ลูกหมอ..หนูตะวันเป็นยังไงบ้าง?” สาวิตรีถาม
"โอเค..ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วครับแม่" อัครินทร์บอก
"สาธุ!! คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองนะ แหม..แม่ล่ะอยากไปเยี่ยมใจจะขาด พี่คินสิ..อะไรก็ไม่รู้..ห้ามอยู่ได้"
นาคินทร์เดินมา ใบตองพยายามสะกิดสาวิตรี
“..ไม่รู้จะห้ามทำไม?" สาวิตรีรำคาญใบตอง "อะไรยังตอง? สะกิดอะไร ?" สาวิตรีพูดต่อ "สงสัยจะหวงมากอยากเก็บไว้เยี่ยมคนเดียว ฮิๆๆ" สาวิตรีดุใบตอง "ยัยตอง!! เป็นอะไรเยอะ ตะกุยอยู่นั่นยังกะลูกหมา!!" สาวิตรีหันไปเห็นนาคินทร์ก็อ้าปากค้าง "อาา..พี่คิน..มาเงียบๆนะจ๊ะ"
นาคินทร์เดินมาข้างนารถนรินทร์

นัครินทร์ทำไม่รู้เรื่องรู้ราว "คุณพยาบาลเป็นอะไรเหรอฮะ พี่คิน?" นัครินทร์ทำหน้าทะลึ่ง "โดนท่านประธานใช้งานหนักไปรึเปล่าฮะ??ฮ่าๆๆ" นัครินทร์เห็นนาคินทร์มองมาด้วยสีหน้ามึนก็ขำค้าง "เอิ่ม..ไม่ขำ?" นัครินทร์ก้มหน้ากินข้าวต้มต่อ
ทุกคนเงียบกันไป
"เอ่อ..ทานข้าวต้มนะจ๊ะพี่คิน" สาวิตรีมองให้ใบตองตักข้าว ใบตองรีบตักข้าวต้มให้ นาคินทร์ชะงักนิดนึง ก่อนจะเบือนหน้าหนีน้อยๆ เพราะรู้สึกเหม็นนิดๆ
"พี่อัคค่ะ? พี่ตะวันจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่คะ?” นารถนรินทร์ถาม
นาคินทร์ชะงักนิดนึงแล้วทำเหมือนไม่สนใจ แต่เขาก็แอบฟัง อัครินทร์มองนาคินทร์ก่อนจะตอบน้องสาว
"เอาจริงๆวันนี้เย็นๆก็น่าจะกลับได้..แต่ว่า..” อัครินทร์พูด
นารถนรินทร์ถาม "แต่อะไรคะ?”
อัครินทร์มองนาคินทร์ "ก็ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของคนไข้ เพราะร่างกายน่ะไม่เท่าไหร่ แต่จิตใจดูเหมือนจะเพลียมาก"
นาคินทร์มองอัครินทร์
"นั่นไง..เครียด!! พี่คินใช้งานจนเครียดแน่ๆ"
นาคินทร์มองนัครินทร์
นัครินทร์กลับลำ "เธอล่ะสิ..ยัยนารถ! กายภาพจนคุณพยาบาลเครียด"
นาคินทร์ตักข้าวต้มคำแรกขึ้นมาจ่อโดยยังไม่กิน
"ปากว่างก็กินข้าวต้มไปพี่นัค อย่างแว้งมากัดน้อง"
"พี่เว้ย..ไม่ใช่หมา" นัครินทร์ว่า
นาคินทร์เหม็นข้าวต้ม "อ้วกก!”
ทุกคนตะลึงด้วยความตกใจ
"พี่คิน!!เป็นอะไร!” สาวิตรีถาม
นาคินทร์ไม่ฟังใครแล้ว เขาลุกขึ้นแล้ววิ่งพรวดออกไป สักพักทุกคนได้ยินเสียงอ้วกดังแว่วมา ทุกคนมองงหน้ากันงงๆ
"สงสัยจะไม่สบายอักคนแล้วมั้ง?” ทวยเทพว่า
"เอ๊..หมู่นี้ คนบ้านเราเป็นอะไร? เดี๋ยวคนโน้นป่วย คนนี้ป่วย" สาวิตรีสงสัย
"แน่ะ!! เห็นมะ มาว่าผมเที่ยวดึก ร่างกายเลยไม่แข็งแรง แล้วพี่คินคนดีคนขยันของแม่ล่ะฮะ เป็นไงฮะ ฮ้วกแตกอ้วกแตน" นัครินทร์บอก
นารถนรินทร์ถาม "หมู่นี้ทำงานหนักมากไปมั้งคะ?”
"นั่นสิ..คงจะเครียด" สาวิตรีว่า
เสียงอ้วกดังแว่วมาอีก ทุกคนสะดุ้งแล้วมองหน้ากัน
"โห..อ้วกยังกะผู้หญิงแพ้ท้องแหนะค่ะ" ใบตองบอก
อัครินทร์อึ้ง
ทุกคนยกเว้นอัครินทร์พูดพร้อมกัน "บ้า!!”
อัครินทร์ยังนึกถึงคำพูดใบตอง แล้วก็แว่วเสียงสาวิตรีเอ็ดว่าใบตองว่าเดี๋ยวตัดเงินเดือนเลย

นาคินทร์ทิ้งตัวลงนอนอย่างเพลียและหมดแรง สักพักอัครินทร์ก็ยื่นยา ยื่นแก้วน้ำส่งให้ นาคินทร์หันไปมอง
"ยาแก้คลื่นไส้อาเจียนครับ" อัครินทร์บอก
นาคินทร์มอง "ขอบใจ" นาคินทร์รับมากิน
"ไม่สบาย..เป็นอะไรครับ?”
"แกเป็นหมอ..แกบอกฉันสิ!”
"บางที..ก็มีเหมือนกันนะครับ..ที่คนไข้จะรู้ดีกว่าหมอ"
นาคินทร์มองอัครินทร์พร้อมกับคิดในใจว่าไอ้นี่กวนละ?
อัครินทร์พูดชิวๆ "ทุกครั้งเวลาไปหาหมอ หมอก็จะต้องถามคนไข้ก่อนทุกทีไม่ใช่เหรอครับว่าเป็นอะไรมา? อาการเป็นยังไง? ถ้าคนไข้รู้อาการของตัวเอง บอกอาการผิดปกติได้ละเอียดมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการรักษามากขึ้นเท่านั้น"
นาคินทร์เมินหน้าเพราะขัดเคือง
"คนไข้ประเภทที่ไม่รู้ ไม่เคยสังเกตุอาการตัวเองก็ยากหน่อย แต่ประเภทรู้แต่ไม่พูด ไม่ยอมรับ อันนี้ ยากกว่าเยอะ!!”
นาคินทร์หันขวับเพราะรู้ว่าโดนกัด
"พูดจบรึยัง? ถ้าจบแล้วจะไปไหนก็ไป ฉันไม่ต้องการรักษา!”
"ไม่ต้องไล่ผมก็อยากจะรีบไปอยู่แล้ว..จะรีบไปดูคุณตะวัน..เป็นห่วง"
นาคินทร์ไม่พอใจ
"คุณตะวันน่าจะกลับบ้านได้เย็นนี้ พี่คินจะไปรับมั้ยครับ?”
"ทำไมจะต้องไปรับ ไร้สาระ เสียเวลา"
"ดีครับ ถ้างั้นผมจะเป็นคนพาคุณตะวันกลับบ้านเอง ถ้าเธออยากจะกลับนะ?" อัครินทร์พูดจบก็เดินไปทันที
นาคินทร์พาลลุกขึ้นตะโกนไล่หลัง "กลับสิ!!ไม่กลับแล้วจะไปไหน เค้าต้องกลับมาทำงานรับใช้ฉัน ฉันเป็นเจ้านายเค้า ไม่ใช่แกนายอัค"
นาคินทร์โมโหก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งอย่างเดิม เขาแอบเหนื่อยๆเพลียๆ และหงุดหงิด

อัครินทร์ตรวจปานตะวันเสร็จ ปานตะวันที่ยังมีผ้าก๊อซปิดแผลอยู่นอนอยู่
ประกายเดือนดีใจ "กลับบ้านได้แล้วจริงๆเหรอคะคุณหมอ"
อัครินทร์ยิ้มน้อยๆ "ครับ...ถ้าอยากจะกลับ"
ปานตะวันมองหน้าอัครินทร์
"อยากกลับซิคะ ใครจะอยากอยู่โรงพยาบาล เนอะตะวันเนอะ?”
ปานตะวันไม่ตอบ
"ทีนี้เอาไงล่ะ?? ให้เค้าไปและตะวันที่บ้านท่านประธาน หรือตะวันอยากจะไปอยู่คอนโด ฯ กับเค้าซักพัก เค้าขอให้ได้อยู่แล้วรับรองท่านประธานไม่กล้าเซย์โน!" ปานตะวันมองอัครินทร์แล้วก็สะดุ้ง "อุ้ย!! ขอโทษนะคะ!!อย่าเอาไปเล่าให้ท่านประธานฟังนะคะ"
อัครินทร์กับปานตะวันมองหน้ากัน
"พี่ว่า..พี่รีบกลับไปทำงานดีกว่า..รีบทำ..รีบจบ..จะได้เสร็จสิ้นกันไปซักที"
อัครินทร์เข้าใจ
ประกายเดือนไม่เข้าใจ "โห่...ใจร้อนป่าว..เดี๋ยวก็เป็นลมล้มหัวแตกอีกอ่ะ"
ปานตะวันไม่พูดอะไร เธอพยายามจะลุกขึ้นนั่งทันทีแต่รู้สึกวูบ อัครินทร์รีบประคองไว้ ทันใดนั้นแพรวพรรณรายก็เปิดประตูผลัวะเข้ามาพร้อมถุงขนมและลูกโป่งตุ๊กตาน่ารักเขียนว่า Get Well Soon
แพรวพรรณรายยิ้มแฉ่ง "ฮ่าโหล๊!!Get Well Soon จ้า!!..เพื่อน.." แพรวพรรณรายชะงักนิดนึง ก่อนจะพยายามยิ้มเหมือนเดิม "ซื้อหนมมาฝากด้วยนะ" แพรวพรรณรายยื่นให้ "ของชอบของตะวัน"
ปานตะวันรีบเบี่ยงออกจากอัครินทร์แล้วรับขนมมา "ขอบใจมากพิ้งค์..กำลังอยากกินอยู่เลย"
แพรวพรรณรายเลี่ยงไปวางลูกโป่งที่หัวเตียง
"น่ารักจังเลยพี่พิ้งค์ เดี๋ยวต้องเอากลับด้วยนะตะวัน" ประกายดาวบอก
"อ้าว! กลับบ้านได้แล้วเหรอ?" แพรวพรรณรายมองอัครินทร์ "ชัวร์นะคุณหมอ?? ถ้าเพื่อนฉันเป็นอะไรไป ฉันเอาคุณตายแน่"
อัครินทร์พูดจริงๆ โดยไม่ได้คิดอะไร "นี่! ผมไม่มีทางปล่อยให้คนไข้ผมเป็นอะไรหรอก"
แพรวพรรณรายแอบอึ้งไปนิดนึง
ปานตะวันรีบเคลียร์ "เดือน..นั่งแท็กซี่เป็นเพื่อนพี่ พาพี่ไปส่งบ้านหน่อยนะ"
อัครินทร์อาสา "กลับพร้อมผมเลยดีกว่าครับ"
แพรวพรรณรายมอง
"ผมบอกพี่คินแล้วว่าผมจะเป็นคนพาคุณตะวันกลับบ้าน"
ปานตะวันอึ้ง แพรวพรรณรายสลดไป

อ่านต่อหน้าที่ 4


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 15 (ต่อ)

แพรวพรรณรายขับรถมาติดไฟแดงแล้วก็เหม่อนึกถึงตอนที่เธอวิ่งชนอัครินทร์หน้าลิฟท์ ตอนที่โดนจูบที่หน้าบ้าน แพรวพรรณรายสะดุ้งเพราะได้ยินเสียงลูกหมาเห่า เธอหันไปมองกระเป๋าที่มีลูกหมาอยู่ซึ่งวางข้างๆ แพรวพรรณรายเปิดออกแล้วหยิบลูกหมามา

แพรวพรรณรายพูดขึ้น "ใครไม่รัก ลูก....ก็รักคุณแม่เนาะๆๆ" แพรวพรรณรายสะดุ้งเพราะเสียงแตรคันหลังบีบไล่ "ว้าย!!" แพรวพรรณรายมองเห็นไฟเขียว "จะรีบไปไหนยะ?? เพิ่งจะเขียว! ลูกฉันตกใจหมด"
พูดจบแพรวพรรณณายก็เก็บลูกหมาแล้วออกรถไป


สาวิตรีสวมกอดปานตะวัน
"หมดทุกข์หมกโศกหมดโรคหมดภัยนะจ๊ะตะวันจ๋า"
"คุณจ๊ะ..หนูตะวันเค้าแค่หัวแตก" ทวยเทพว่า
"ไม่ใช่แค่นะคะคุณพ่อ ถึงกับต้องให้เลือดซะขนาดนี้"
"จริง!!" สาวิตรีพูดกับใบตอง "พรุ่งนี้จัดของใส่บาตรพระชุดใหญ่เลยนะใบตอง" สาวิตรีพูดกับปานตะวัน "ใส่บาตรกับแม่นะคะลูก คุณพระคุณเจ้าจะได้คุ้มคร้องให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุเพทภัย ใครคิดร้ายก็ขอให้กลับเข้าตัว"
อัครินทร์พูดทีเล่นทีจริง "อันหลังนี่อย่าดีกว่าครับ เดี๋ยวคุณแม่จะเสียใจ"
สาวิตรีงง "ทำไม? ทำไมแม่ต้องเสียใจด้วยจ๊ะลูกหมอ ก็ใครทำดีก็ต้องได้ดี ใครทำชั่วก็ต้องได้ชั่วสิจ๊ะถึงจะถูก"
อัครินทร์มองปานตะวันที่หน้าเศร้าๆ อยู่แล้วก็เปลี่ยนเรื่อง
"ให้คุณตะวันพักดีกว่าครับ"
"ตะวันไม่อยากพักหรอกค่ะ นอนพักมาเยอะแล้ว" ปานตะวันพูดกับนารถนรินทร์ "คุณนารถได้เอ็กเซอร์ไซส์บ้างรึเปล่าคะตอนพี่ไม่อยู่?”
นารถรินทร์พูดอ้อมแอ้ม "เอ่อ..คือ..”
ปานตะวันรู้ทันที "พี่ขอโทษนะคะ..ที่บกพร่องต่อหน้าที่"
"โธ่พี่ตะวันคะ..อย่าพูดอย่างนี้สิคะ นารถเองซะอีกไม่ได้ไปเยี่ยมพี่ตะวันเลย"
"ก็คุณคินอ่ะ..ห้ามจั๊ง ห้ามเยี่ยม" ใบตองว่า
ปานตะวันอึ้งแล้วก็เสียใจมาก
สาวิตรีตีใบตองเพียะ "เอ๊!ก็พี่คินเค้าอยากให้หนูตะวันพักผ่อนเต็มที่ ไม่อยากให้ใครรบกวน ถูกต้องแล้วนะจ๊ะหนูตะวัน"
ปานตะวันยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพูดกับนารถนรินทร์ "ไปเอ็กเซอร์ไซส์เบาๆ ซักนิดดีกว่านะคะ"
นารถนรินทร์ตอบรับ "ค่ะ"
ใบตองเข็นนารถรินทร์ไปกับปานตะวัน
"ไหวเหรอไอ้หมอ? เดี๋ยวหนูตะวันจะเป็นลมเป็นแล้งไปอีกรึเปล่า" ทวยเทพบอก
อัครินทร์มองตามด้วยความเข้าใจ "ปล่อยเค้าเถอะครับพ่อ คุณตะวันเค้ายังไหวครับ"
ทุกคนมองตาม


นาคินทร์มองภาพวาดหนุ่มสาวริมทะเลด้วยสายตานิ่งเศร้า ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปแตะรอยเลือดของกนกวลีที่ภาพนั้น กนกวลีหวีดร้องในคืนอุบัติเหตุแวบเดียว นาคินทร์ผลักปานตะวันกระแทกป้ายศพ ภาพหัวปานตะวันกระแทกเปรี้ยง ภาพเลือดปานตะวันหยดเปรอะตรงรูปกนกวลีพอดี นาคินทร์สะบัดหัวเบาๆ เหมือนอยากไล่ภาพติดตาพวกนี้ออกไป ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
"เชิญครับ"
ปาริฉัตรเปิดประตูเข้ามารายงาน
"ประกายเดือนมาแล้วค่ะ" ปาริฉัตรเน้น "เพิ่งจะมา" ปาริฉัตรฟ้อง "แว่บหายไปไหนมาครึ่งวันก็ไม่ทราบค่ะ..สงสัยจะออกไปซิ่งแถวสยามฯมาอีกนะคะ"
นาคินทร์ทำหน้านิ่ง "ไปเชิญเข้ามา"
ปาริฉัตรยิ้มย่องเพราะนึกว่าประกายเดือนจะโดนเล่นแน่แล้ว "ค่ะ..ท่านประธาน"
ปาริฉัตรรีบออกไปทันที นาคินทร์มองตาม


ปาริฉัตรเปิดประตูออกมาเจอประกายเดือนยืนรออยู่
ปาริฉัตรจ้องหน้าด้วยความสะใจ "เข้าไปได้แล้ว!”
ประกายเดือนขยับตัว
"เดี๋ยว!" ปาริฉัตรเรียก ประกายเดือนหันไปมองอย่างเซ็งๆ "ถ้าฉันเป็นเธอ..ฉันจะอับอาย รู้สึกผิด แล้วก็รับผิดด้วยการลาออกไปซะ ไม่หน้าด้านอยู่ให้หนักบริษัทแบบนี้"
ประกายเดือนขมวดคิ้วว่าอีนี่เป็นอะไร เธอมองซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง แล้วถาม "เป็นไร? พูดกับใคร?”
ปาริฉัตรตาโต "ก็พูดกับแกนั่นแหละ!!แอ๊บเก่งนะแก!! แต่ไม่เนียนหรอกยะ!! อย่านึกว่าจะรอด!! สมัยนี้ตอแหลแพ้คลิป ขอบอก"
ปาริฉัตรสะใจแต่ประกายเดือนยังงงๆ เพราะไม่รู้เรื่องปาริฉัตรแอบถ่ายคลิปส่งให้นาคินทร์
ประกายเดือนส่ายหน้า "แต่เธอน่ะ ไม่สบายไปหาหมอนะ ขอบอก!”
พูดจบก็เข้าประตูไปทันที
"อร้าย! นังนี่!! แกสิ!! เตรียมไปหาหมอให้เย็บหน้า เย็บทั้งตัว เหวอะแน่..นังเดือนดับ"

ประกายเดือนตาโต
"อะไรนะคะ ซื้อรถ ท่านประธานจะซื้อรถให้เดือน"
นาคินทร์ยิ้มและพยักหน้า "ครับ..ผมจะซื้อรถให้คุณเดือน"
ประกายเดือนดีใจมาก "เย้!! ขอบคุณค่ะๆๆ..ท่านประธานใจดีที่สุดในโลก" ประกายเดือนนึกได้ "เอ๊ะ!! แต่ทำไมต้องซื้อให้ด้วยล่ะคะ?”
นาคินทร์ยิ้มใจดี "ก็คุณเดือนไม่มีรถไม่ใช่เหรอครับ?”
"ใช่ค่ะ" ประกายเดือนตอบ
"เป็นถึงเลขาฯรองประธาน KTK ยังต้องโหนรถเมล์, นั่งแท็กซี่ --เสียชื่อเจ้านัคแย่เลย"
"อ่อ..แต่..เอาจริงๆ..ก็ไม่เป็นไรนะคะ จะรถเมล์, รถไฟฟ้า,แท๊กซี่, มอไซค์วินเดือนชินแล้ว"
"ไม่ได้หรอกครับ เจ้านัคมันเป็นห่วงแย่"
ประกายเดือนอึ้ง "อ่อ..เอ่อ.." ประกายเดือนหลบตา
"คิดซะว่าเป็นรถประจำตำแหน่ง แต่คุณเดือนจะใช้ส่วนตัว เผื่อวันหยุดจะพาคุณตะวันไปไหนมาไหน ผมเองก็พลอยสบายใจไปด้วยไม่ต้องให้ใครที่ไหนมาคอยรับ-ส่ง"
ประกายเดือนGet "แฮ่..ที่แท้ก็..”
นาคินทร์ทำหน้ายิ้ม "ที่แท้อะไรครับ?”
ประกายเดือนยิ้มแฉ่ง "เปล่าค่ะ..ไม่มีอะไรค่ะ..เอาเป็นว่าเข้าใจวัตถุประสงค์ของท่านประธานแจ่มแจ้งแดงแจ๋ทุกประการค่ะ"
"ผมจะเซ็นอนุมัติงบประมาณให้ ส่วนเรื่องรถ..อยากได้อะไรยังไงไปเลือกเองเลยนะครับ ชวนพี่สาวไปเลือกด้วยก็ได้"
ประกายเดือนยิ้มแฉ่ง "แน่นอนค่ะ..รับทราบค่ะ..ปฏิบัติค่ะ!! ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน"
สองคนยิ้มขำอารมณ์ดีกันใหญ่
นาคินทร์กดเรียก "คุณปาริฉัตรเชิญพบผมด้วยครับ"
นาคินทร์รู้สึกสมใจ


ประกายเดือนถูกผลักมาอย่างแรง ปาริฉัตรปรี่ตามมาล็อคเธอจนหลังพิงฝา
"นี่มันอะไรกัน ท่านประธานเซ็นต์งบซื้อรถให้แก นังบ้า!! แกทำอะไรท่านประธาน" ปาริฉัตรถามดังลั่นพร้อมทั้งเขย่าประกายเดือน "ฉันถามว่าแกทำอะไรท่านประธ๊าน บอกมาๆๆ นังบ้า แกยั่วท่านประธาน แกทำของใส่ท่านประธานใช่มั้ย" ปาริฉัตรโกรธจนน้ำตาไหล
"เธอนั่นแหละหยุดบ้าได้แล้ว" ประกายเดือนได้จังหวะก็จับปาริฉัตรล็อคแขนไพล่หลังแล้วผลักหน้าพุ่งไปส่องกระจก "ดูสารรูปตัวเองซิ ยังกะคนบ้า เลิกอิจฉาริษยาคนอื่นเค้าซะที เผื่อจะดูดี เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง"
พูดจบประกายเดือนก็ผลักปาริฉัตรจนหน้าแปะกระจกอยู่ตรงนั้น แล้วประกายเดือนก็พุ่งออกไป
ปาริฉัตรสะอื้นแล้วก็พึมพำแบบคนเสียใจผิดหวังอย่างแรง "ไม่จริง!! ไม่จริง!! แกทำอะไรท่านประธาน ท่านประธานไม่ได้รักแก" ปาริฉัตรสะอื้น "ท่านประธานต้องรักฉัน ฉันรักท่านประธานคนเดียว ไม่เหมือนแก..แกหลอกท่านประธาน นังประกายเดือน"
ปาริฉัตรมีท่าทางน่าเวทนา


นัครินทร์โผกอดพี่ชายแน่นด้วยความปลาบปลื้มสุดๆ
"พี่คิน! พ่อพระ พี่ผม ใจแม่น้ำ ที่สุด"
"พอแล้วๆ เยอะแล้ว" นาคินทร์บอก
"ถามคำเดียวฮะพี่?? นึกไงขึ้นมาถึงได้แบ็คน้องสุดพลังอย่างนี้?? ทีกับวีวี่, เคที่,น้องเนย,น้องแองจี้และอีกหลายๆน้องของผม พี่คินไม่เห็นจะสนับสนุนแบบนี้เลยฮะ?”
นาคินทร์พูดเรียบๆ "คนนี้ไม่เหมือนคนอื่นไม่ใช่เหรอ?”
นัครินทร์อึ้งว่าเขารู้ได้ไง แต่ไม่อยากเสียฟอร์มคาสโนว่า "เอ่อ..ทำพี่คินคิดอย่างนั้นฮะ?”
นาคินทร์ส่ายหน้าน้อยๆ “2 คืนที่เมืองกาญจน์ผ่านไปเฉยๆ ถ้าเป็นน้องอื่นๆ ของแก คงไม่เหลือ"
นัครินทร์ทั้งอึ้ง ทึ่ง และอาย "โอ้ย..พี่คิน..โห..วิเคราะห์แบบ..นี่ผมเขินนะเนี่ย" นัครินทร์รีบปราดมาเกาะแขนแล้วถามทันที "พี่ว่าเค้าไม่เหมือนคนอื่นจริงเหรอฮะ?”
"จริง..คนนี้พี่เชียร์"
นัครินทร์เขิน "โห..พี่!!”
"ฉันลงทุนให้แกขนาดเนี้แล้วนะตานัค ทั้งรถ ทั้งคอนโด" นัครินทร์จ้องหน้า "แกต้องอย่าให้หลุดมือ!! อย่าให้ฉันเสียเงินฟรีๆ"
นัครินทร์เลิกคิ้วมองนาคินทร์งงๆ เพราะไม่เข้าใจนัยยะซ่อนเร้นโหดร้ายของนาคินทร์ แต่สุดท้ายเขาก็ยิ้มแฉ่ง
"โอเค.รู้เรื่องฮะพี่!!”
นัครินทร์กอดพี่ชายแน่น นาคินทร์รู้สึกสมใจนึกอีกครั้ง


ประกายเดือนลากปานตะวันเข้ามา จากนั้นเธอก็เลือกดูรถคันนู้นนี้นั้น ตะวันส่ายหน้าตลอดแต่สุดท้ายก็เริ่มแฮปปี้กัน เวลาผ่านไป ประกายเดือนสรุป
"ตกลง..เอาคันนี้ค่ะ!”
ประกายเดือนเลือกรถซิตี้คาร์น่ารักๆ คันหนึ่ง
"คันนี้เหรอครับ" เซลล์ขายรถถาม
"ค่ะ!! ทำไมเหรอคะ?”
"งบประมาณยังเหลือนะครับ?” เซลล์บอก
ประกายเดือนสะดุ้ง
ปานตะวันถามทันที "งบประมาณอะไรเดือน"
"งบบริษัทสั่งมาไงครับ?”
ประกายเดือนสะดุ้งและรู้สึกอยากจะกัดหัวเซลล์
"อะไรนะ? ก็ไหนเดือนบอกพี่ว่าจะผ่อน" ปานตะวันถาม
"เอ่อ..” ประกายเดือนอึกอัก
"ระดับคุณนาคินทร์ ท่านประธาน KTK ไม่มีคำว่าผ่อนหรอกครับ จ่ายสดเต็มจำนวน รับรถได้ทันที ไม่มีคำว่ารอครับ" เซลล์บอก
ปานตะวันอึ้ง ประกายเดือนจะเป็นลม
"เดือน!!" ปานตะวันโกรธมาก "นี่มันอะไรกัน"
"ตะวัน..ฟังก่อน..”
ปานตะวันแว้ดใส่เซลล์ "ไม่ซื้อ!! ไม่เอาแล้ว" ปานตะวันพูดกับประกายเดือน "ฟังให้ดีนะ เดือนจะซื้อรถคันนี้ไม่ได้เด็ดขาด จะคันนี้หรือคันไหนก็ไม่ได้”
"ตะวัน!!”
ปานตะวันชี้หน้า "ถ้ามันเป็นเงินของคุณนาคินทร์"
ประกายเดือนอึ้ง ปานตะตะวันพรวดออกไปด้วยความโกรธทันที
"ตะวันๆๆ..รอก่อน.." ประกายเดือนจะเดินไป
เซลล์ดึงไว้ "อ้าว..เดี๋ยวสิครับ"
ประกายเดือนตวาดแว้ด "ผีเจาะปากเหรอคุณน่ะ??ตอนเด็กๆ แม่ไม่ให้พูดเหรอไง?? พูดเยอะแล้วเป็นไง อดเลยเห็นมั้ย สมน้ำหน้า"
ประกายเดือนด่าเสร็จก็วิ่งตามปานตะวันไป เซลล์ยืนเกาหัวแกรกๆ


ปานตะวันจ้ำพรวดๆ มาด้วยอารมณ์โกรธต่อเนื่องจนมาเจอนาคิทร์นั่งชิวชมบรรยากาศอยู่สบายเฉิบ
ปานตะวันปรี่มาจ้องด้วยสายตาพิฆาตก่อนจะพูดเสียงเหี้ยม "คิดจะทำอะไรอีก?”
นาคินทร์มองด้วยสายตาตำหนิที่เธอเสียมารยาท "ใครให้เข้ามา" นาคินทร์ยิ้มเหยียด "ต้องการใช้บริการเมื่อไหร่จะเรียก"
ปานตะวันรู้สึกเหมือนโดนตบหน้า "คิดแต่จะเอาเงินฟาดหัวคนอื่น"
"แล้วยอมให้ฟาดมั้ยล่ะ?" นาคินทร์ดูถูก "ก็ยอมนี่?" นาคินทร์จับแก้วเครื่องดื่ม
ปานตะวันกระชากแก้วเครื่องดื่มมา "จะให้พูดอีกกี่ครั้งว่าอย่าแตะต้องน้องสาวฉันเด็ดขาด"
"พี่สาวกับน้องสาวมันจะต่างกันตรงไหน?" นาคินทร์ยิ้มน้อยๆ "อย่าเยอะ!! แค่นี้อย่าโมโห เรา2คนก็ไม่ได้คิดแตะต้องจริงจังอะไร"
ปานตะวันทวนคำ "เรา 2 คน??”
"อืมม์!! เรา 2 คนพี่น้องก็แค่เล่นเกมกันสนุกๆ ว่าระหว่างผมกับนายนัค - - ใครจะ" นาคินทร์ยักไหล่ทำหน้าเหมือนได้ฟัน "น้องสาวคุณก่อนกัน ก็แค่นั้น"
ปานตะวันเอาเครื่องดื่มในมือสาดหน้านาคินทร์เต็มแรง
"คุณนี่มันชั่ว!! ชั่วอย่างไม่รู้จะเปรียบกับอะไร"
"เปรียบกับคุณไง" นาคินทร์กระชากคอปานตะวันมากอดไว้ "เรา 2 คนมันต้องพอกัน มันถึงจะเป็นคู่แค้นคู่อาฆาตที่สมน้ำสมเนื้อ -- ปานตะวัน!!”
ปานตะวันพยายามจะผลักออก "ปล่อย!! ปล่อยฉัน!!”
นาคินทร์ปล่อยทันทีทำให้ปานตะวันเซแซ่ดๆ "ได้..ปล่อยก็ได้..ก็ชักจะเบื่อแล้ว..พี่สาว"
ปานตะวันแว้ดทันที "พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง"
นาคินทร์ยิ้มชอบใจแต่ไม่ตอบ
ปานตะวันปราดไปเกาะแขนแล้วขอร้อง "ปล่อยเดือนไปนะคะ!! ฉันขอร้อง!! เดือนไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องคุณกนก อย่าทำอะไรเดือน" ปานตะวันสะอื้น "เดือนเป็นดวงใจของฉัน"
"ก็นั่นแหละ!! ก็เพราะอย่างนั้นแหละ กนกก็เป็นดวงใจของผมเหมือนกัน"
นาคินทร์พูดจบก็เดินออกไปทันที
ปานตะวันแทบจะหมดแรง "คุณนาคินทร์...”
ปานตะวันทรุดลง

อ่านต่อตอนที่ 16

รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 15
รักออกฤทธิ์ ตอนที่ 15
วนิษาขับรถออกมาที่หน้าคอนโด จู่ๆ ก็มีรถวิ่งมาปาดหน้า จนเธอต้องเบรคเอี๊ยด ด้วยความตกใจ พร้อมๆ กับรีบมองหาอาวุธใกล้มือ ระรินลงมาจากตอนหลังของรถคันนั้น เดินปรี่มาหาวนิษา พลางหยุดยืนมอง วนิษาลดกระจกลง “ทำอย่างนี้หมายความไงคะ” “ทำไมวันนี้ขับรถเอง” “ฉันไม่เข้าใจ คุณพูดอะไรของคุณ” วนิษาแปลกใจ “คนขับรถของคุณอยู่ไหน” “นายดาวน่ะเหรอ” ระรินพยักหน้า “ใช่ เขาอยู่ไหน” “เขาหายหน้าไปเฉยๆ คุณมีธุระอะไรกับเขาเหรอ” “ไม่ใช่เรื่องของคุณ” ระรินตอบเสียงห้วน “ถ้าไม่ใช่เรื่องของฉัน งั้นคุณก็ขยับรถออกไปได้แล้ว ฉันมีธุระต้องทำ” “เอาเบอร์เขามา”
กำลังโหลดความคิดเห็น