xs
xsm
sm
md
lg

เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 10

แพรวพรรณรายที่อยู่ในชุดอยู่บ้านกึ่งนอนลายการ์ตูนสีชมพูกำลังพอกหน้าด้วยครีม

แพรวพรรณรายพูดไปพอกไป "ก่อนจะแนะนำให้คนไข้ คุณหมอพิงค์ก็ต้องทดลองใช้เองก่อน..แบบนี้!!”
ทันใดนั้นเสียงกริ่งก็ดังขึ้น
แพรวพรรณรายสะดุ้ง "ใครยะ?! ใครมาดึก ๆ ดื่น?”
แพรวพรรณรายมีสีหน้าไม่ไว้ใจ เธอเหลียวหาอาวุธแล้วก็คว้าไม้กอล์ฟแถวนั้นมาถือไว้ก่อนจะค่อย ๆ ย่องไปเปิดประตูแล้วเงื้อไม้กอล์ฟสุดแขน แต่แล้วเธอก็ชะงักกึกที่เห็น‘ปานตะวัน’ ยืนตัวเปียกอยู่หน้าประตู
แพรวพรรณรายตกตะลึง "ตะวัน!”
ปานตะวันยืนมองนิ่ง


สาวิตรีวางไข่พะโล้ลงบนโต๊ะอาหาร
"ไข่พะโล้..ของโปรดลูกหมอของแม่" สาวิตรีบอก
อัครินทร์ยิ้ม ใบตองส่งยำวุ้นเส้นให้สาวิตรีวางลงบนโต๊ะ
"ยำวุ้นเส้น..ของโปรดลูกสาวของแม่" สาวิตรีบอก
นารถนรินทร์ยิ้ม
เสียงนัครินทร์ถามขึ้น "แล้วจานไหนของโปรดของลูกนัคของแม่ล่ะฮะ?!”
ทุกคนมองเห็นนัครินทร์เดินเข้ามากอดเอวและหอมแก้มแม่
สาวิตรีค้อน "ของโปรดเธอน่ะเหรอ? แม่ทำให้ไม่ได้หรอก เพราะต้องขาวสวยหมวยอึ๋มไม่ใช่เหรอยะ?!! เชิญไปหากินที่อื่นเอาเอง"
"โห่..แม่ฮะ เอาจริง ๆ..เอาจริง ๆ"
"เอาจริง ๆ เหรอ? จำไม่ได้"
นัครินทร์เซ็ง "โห่"
"ก็เล่นไม่กลับบ้านกลับช่อง ใครจะไปจำได้ล่ะ" สาวิตรีว่า
นัครินทร์ชี้กะเพรา "นี่ไง..จานนี้ของผม?!”
"ใครบอก?? จานนี้ของพี่คินเค้าจ๊ะ..ผัดกะเพรา!”
"อ้าว..นึกว่าของพ่อ?!” ทวยเทพว่า
"พ่อน่ะ..แค่มองหน้าแม่ก็อิ่มแล้ว"
"โห..ยิ่งเห็นยิ่งหิวสิไม่ว่า"
ลูก ๆ กับใบตองพูดพร้อมกัน "หิ้วว"
สาวิตรีตีทวยเทพดังเพียะ "บ้า!! พูดอะไรอ่ะพ่อ ไม่เอาละใบตอง ไปตามพี่คินกับหนูตะวันมาทานข้าวได้แล้ว"
"พี่คินบอกว่าไม่ทานค่ะ..ไม่หิว" นารถนรินทร์บอก
สาวิตรีเซ็ง "อ้าว?”
อัครินทร์มอง
"ส่วนคุณตะวันก็ยังไม่กลับมาค่ะ" ใบตองรายงาน
สาวิตรีทำเสียงสูง "อ๊าว?”
อัครินทร์งง ๆ
"คุณตะวันไปกับพี่คินไม่ใช่เหรอครับแล้วนี่คุณตะวันไปไหน? ทำไมไม่กลับมาด้วยกัน?”
ทุกคนอึ้ง ๆ ยกเว้นนัครินทร์
"เอ่อ..คือ..มีอะไรยังไง..ใครช่วยบอกผมมั่งได้มั้ยครับ" นัครนิทร์ถาม
"ทางนี้เลยค่ะ" ใบตองดึงนัครินทร์ออกไปเม้าท์ด้วยท่าทางยินดีมาก
อัครินทร์นึกถึงเรื่องที่เขายังคาใจ


แพรวพรรณรายวางแก้วน้ำอุ่นลงตรงหน้าปานตะวันที่สวมชุดคลุมสีชมพูอ่อน ๆ ของแพรวพรรณราย และมัดผมที่หมาดๆ
"จิบน้ำอุ่นซะตะวัน"
ปานตะวันพยักหน้าหงึก ๆ แล้วก็จิบน้ำตามคำสั่ง
"เอาล่ะ..ทีนี้ก็เล่าให้เพื่อนฟังซะทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น?” แพรวพรรณรายถาม
แพรวพรรณรายจ้องตาคาดคั้นตะวัน ส่วนปานตะวันหลบตา
"คือ..คือ..ไม่มี..”
แพรวพรรณรายสวน "อย่าบอกว่าไม่มีอะไร!! มายืนตัวเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำอยู่หน้าบ้านเพื่อนดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้แล้วยังจะมาบอกว่า ‘ไม่มีอะไร’?? นี่..เพื่อนเป็นหมอผิวหนังนะจ๊ะ กินข้าวกินปลาและผลไม้จำพวกเบอร์รี่เป็นอาหารหลัก--ไม่ได้กินหญ้า"
ปานตะวันถอนหายใจเฮือก
"ตะวันก็งี้ กี่ปี ๆ ผ่านไปก็ไม่เคยเปลี่ยน จะเก็บไปถึงไหนไอ้อารมณ์และความรู้สึกน่ะเก็บ ๆๆจนมันจะเน่าแล้ว มีอะไรก็พูดก็ระบายระเบิดออกมาบ้าง"
เพียงเท่านั้นปานตะวันก็ระเบิดปล่อยโฮโผเข้ากอดแพรวพรรณรายที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ปานตะวันร้องไห้โฮเหมือนเขื่อนแตก
"เฮ้ยๆๆ ..จะ..จะ..ใจเย็น มะ..มี..มีอะไร..ก็..ค่อย ๆ"
ปานตะวันร้องไห้โฮและสะอื้นฮั่กๆๆ แพรวพรรณรายได้แต่โอบกอดปลอบใจเพื่อนจนนึกได้ก็จับตัวปานตะวันออกมาจ้องหน้า
"ใครทำตะวัน?!!”
ปานตะวันไม่ตอบแต่ร้องเบาลงแล้วก็ได้แต่สะอื้น
แพรวพรรณรายจ้องหน้า "ต้องเป็นผู้ชายบ้านนั้นแน่ ๆ"
ปานตะวันไม่รู้จะทำยังไง เธอได้แต่ก้มหน้าแล้วก็ส่ายหน้า
"ต้องใช่!! ใช่แน่ ๆ!! จะเป็นใครไปไม่ได้" แพรวพรรณรายโกรธแค้น
พูดจบแพรวพรรณรายก็พุ่งออกไปทันที
ปานตะวันร้องเรียก "พิงค์!! ไม่นะพิงค์!! พิงค์ ๆ"
แพรวพรรณรายหายไปแล้ว ปานตะวันถอนใจจนแทบหมดแรง เธอมีดวงตาอ่อนล้าเพราะรันทดกับชะตาชีวิตตัวเองเหลือเกิน

นาคินทร์นั่งซึมอยู่ในสภาพกึ่ม ๆ สักพักอัครินทร์ก็เดินเข้ามายืนมอง
"พี่คิน..มันเกิดอะไรขึ้นครับ?” อัครินทร์ถาม
นาคินทร์มองหน้าอัครินทร์แล้วก็ทำไม่สนใจ
"พี่หายไปกับคุณตะวัน แต่วันนี้พี่กลับมาคนเดียว--คุณตะวันล่ะครับ?!”
นาคินทร์จ้องหน้า "แกเป็นอะไรกับเค้า..ตาอัค?”
อัครินทร์มองตา "ผมไม่ได้เป็นอะไรกับคุณตะวัน แต่ผมเป็นน้องชายพี่"
นาคินทร์ค่อย ๆ เบือนหน้าออกไป
อัครินทร์พูดต่อ "พี่คินรู้ตัวมั้ยครับ..ว่าเดี๋ยวนี้พี่เปลี่ยนไปมาก"
นาคินทร์ถามลอย ๆ อย่างไม่สนใจ "เปลี่ยนยังไง?”
"ถ้าเมื่อก่อนพี่เป็นสีขาว ตอนนี้พี่ก็เปลี่ยนเป็นสีเทาและผมก็ไม่อยากให้พี่กลายเป็นสีดำ"
นาคินทร์นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะขำน้อย ๆ แบบหยัน ๆ "แล้วแกล่ะ..เปลี่ยนเป็นจิตแพทย์ตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงพูดจาอะไรแบบนั้น"
"ผมก็นึกเสียดายอยู่ นี่ถ้าผมเลือกเรียนจิตแพทย์ซะแต่แรกก็คงจะดี ป่านนี้ผมคงเดาใจพี่คินถูกและก็ช่วยดูแลพี่คินได้มากกว่านี้"
นาคินทร์หันขวับ "แกหมายความว่ายังไง" นาคินทร์ผุดลุกขึ้นประจันหน้าน้องชาย "หัวใจฉัน ๆ ดูแลเองได้ แล้วก็ไม่ต้องบังอาจมาเดาใจฉัน เพราะแกไม่มีวันจะเดาใจฉันถูก..ไอ้อัค!!”
สองพี่น้องยืนจ้องหน้ากันในระยะใกล้ ทันใดนั้นมือถืออัครินทร์ก็ดังขึ้น อัครินทร์หันหลังกลับมารับสาย นาคินทร์ทิ้งตัวลงนั่งต่อ
"ฮาโหล..”
แพรวพรรณรายที่เป็นคนโทรมาใส่ยับทันที
"นายทำอะไรตะวัน อีตาหมอซาดิสท์!”
อัครินทร์ตกใจ "ว่าไงนะ??..คุณตะวัน"
นาคินทร์หันขวับ!!
"ก็เออสิ!! นายทำอะไรเพื่อนฉัน? นายใช่มั้ยที่ปล่อยให้เพื่อนฉันตากฝนจนแทบจับไข้ ทำไมถึงใจร้ายอย่างนี้"
อัครินทร์หันขวับไปมองนาคินทร์ นาคินทร์เบือนหน้าทำไม่สนใจ
อัครินทร์ถาม "คุณตะวันอยู่ที่ไหน?”
นาคินทร์ฟังแต่ไม่พูดอะไร
"ไม่ต้องเลย ฉันไม่มีวันจะให้คนใจร้ายอย่างนายมาเหยียบบ้านฉันเด็ดขาด"แพรวพรรณรายตะปบปากตัวเอง "อุ๊บส์!”
อัครินทร์วางหูแล้วเผ่นไปทันที นาคินทร์มองตามก่อนจะทำเป็นไม่สนใจ
"ฮาโหล ๆๆ..เดี๋ยวก่อน..อย่าเพิ่ง..อย่ามา" แพรวพรรณรายวางสาย "เฮ้อ!! ไม่น่าพลาดเลยเรา"
แพรวพรรณรายเป็นกังวัล


นัครินทร์ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาก่อนจะส่งขนมเค้กฝีมือสาวิตรีเข้าปากแล้วเคี้ยวไปพูดไป
"ผมว่าแล้ว!! พี่คินนี่กินเงียบจริง ๆ มิน่า..ถึงได้เคยห้ามไม่ให้ผมเจ๊าะแจ๊ะกับคุณพยาบาลคนสวย"
สาวิตรีตีแขนลูกชายเพียะ "ปาก!! กินเกินอะไรกันตานัค พูดจาน่าเกลียด"
นารถนรินทร์พูด "ใครเค้าจะกินมูมมามอย่างพี่นัคล่ะ ไม่มีมารยาท"
ขนมเค้กติดคอนัครินทร์ "แค่ก ๆๆ" ใบตองรีบส่งน้ำให้เขาดื่ม "ขอบใจ ๆ" นัครนิทร์พูดกับนารถนรินทร์ "นี่!! ยัยนารถ อย่างพี่น่ะเค้าเรียกว่าจริงใจฮะ!! จริงใจโจ่งแจ้ง-กินให้เห็น ๆ -เป็นคนเปิดเผยไม่เคยแอบกินขโมยกินฮะ"
"นี่!! ตานัค ยังไงเราก็ผู้ชาย จะพูดจะทำอะไรก็ต้องระวังต้องให้เกียรติผู้หญิง--เอาอย่างพ่อ ดูพ่อเป็นตัวอย่าง" ทวยเทพบอก
"นั่นไง!! เข้าตัวตลอดนะฮะคุณอวยเทพ"
"ทวยเทพเว๊ย..ไอ้นี่!!” ทวยเทพว่า
"นี่!! ว่าแต่แกคาบข่าวอะไรไปเม้าท์ให้คุณนัคเค้าฟังยะ..นังใบตอง" สาวิตรีถาม
"โฮ่ง ๆ แฮ่" ใบตองแลบลิ้นเหมือนหมา "แอร้ย!!..ไม่ได้คาบ เอ๊ย! ไม่ได้เม้าท์อะไรเลยค่า ก็คุณนัคเค้าถามม ใบตองก็เลยเล่าให้ฟังแค่ว่า" ใบตองพูดอย่างเร็วเพราะอยากเม้าท์มาก "ดูท่าคุณนาคินทร์จะปิ๊ง ๆๆ กับคุณตะวันเท่านั้นยังไม่แซบ มันแซบอีตรงที่ดูท่าคุณอัครินทร์ก็จะแอบปิ๊งผู้หญิงคนเดียวกับคุณพี่ชาย..อร้าย"
สาวิตรีเอาขนมยัดปากใบตองซะจนดิ้นแด่ก ๆ
"นั่นล่ะย่ะ..เค้าเรียกว่า ‘เม้าท์’--เม้าท์เว่อร์!!! นี่ตานัคอย่าไปฟังนังตองมันมาก นังนี่มันดราม่า"
"แต่ผมว่าที่ใบตองพูดมันน่าจะจริงนะฮะ" นัครินทร์บอก
สาวิตรีกับนารถนรินทร์ตกใจ "หา?!”
ใบตองภูมิใจ
"พี่นัคหมายความว่ายังไง?”
"เอ๊า!! ก็คุณพยาบาลออกจะสวยเซียะซะขนาดนั้น อย่าว่าแต่พี่คินกับตาอัคเลย" นัครินทร์กรุ้มกริ่ม "ผมเคยเห็นแค่แว๊บเดียวก็ยังเสียววาบ ๆ"
"เฮ้ย ๆๆ ไอ้นี่..ชักจะเยอะ" ทวยเทพว่า
"จริงด้วย..แค่นี้ยังปวดหัวไม่พออีกเหรอพ่อคาสโนว่า? วัน ๆ ผู้หญิงวิ่งชนกันโครม ๆ" สาวิตรีบอก
"อันนั้นมันก็จริงฮะแม่ แต่.." นัครินทร์นึก "ต้องขอบอกว่าคุณพยาบาลคนนี้มีอะไรที่ไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น"
"เฮ่ย ๆๆ..อย่าบอกนะพี่นัคว่า..”
นัครินทร์สวน "ไอ้เรื่องแบบนี้ “ใครดีใครได้..ใครใช่คนนั้นคือผู้ชนะ” จ๊ะน้องรัก"
ทวยเทพ สาวิตรี นารถนรินทร์ และใบตองตกใจ "เฮ้ยยย??”
นัครินทร์ยิ้มมั่นใจก่อนจะคว้าขนมมากัดเคี้ยวกร้วม ๆ แล้วยักคิ้วให้เหมือนจะบอกว่าผมเอาด้วยแน่!!


ปานตะวันนั่งกอดเข่าเหม่ออยู่ แพรวพรรณรายนั่งมองเพื่อน
"ตกลงจะเก็บไว้ ไม่ยอมเล่าจริง ๆ ใช่มั้ยตะวัน?”
ปานตะวันยังนิ่ง
"นี่ยัยเดือนรู้เรื่องรึเปล่า..” แพรวพรรณรายถาม
ปานตะวันรีบสวนทันที "อย่านะพิงค์!! อย่าบอกเดือน!! อย่าให้เดือนรู้เรื่องเด็ดขาด"
"เฮ้อ! ตะวันนี่จริง ๆ เลยนะ เพื่อนล่ะอยากเกิดมาเป็นยัยเดือนจริงจริ้ง มีพี่สาวที่แสนประเสริฐซะขนาดนี้"
"ก็ชีวิตนี้เรามีกันอยู่แค่ 2 คนพี่น้องนี่"
แพรวพรรณรายชี้หน้าตัวเอง "แล้วเพื่อนล่ะ..ลูกคนเดียวนะจ๊ะ ไม่มีพี่น้อง"
"แต่เธอก็ยังมีคุณพ่อคุณแม่ ไม่ใช่ลูกกำพร้าเหมือนเรากับเดือน"

อ่านต่อหน้าที่ 2


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 10 (ต่อ)

แพรวพรรณรายถอนใจเฮือก "แต่ตะวันก็ยังมีเพื่อนอยู่ทั้งคนนะ..ลืมแล้วเหรอที่เพื่อนเคยบอกไว้ว่าสำหรับตะวัน..ต้องการอะไร? ยังไง? ขอให้บอก เพื่อนจะจัดให้ทุกอย่างไม่มีเงื่อนไขไม่มีข้อแม้"

"ขอบใจ" ปานตะวันส่ายหน้าน้อย ๆ "แต่.." ปานตะวันพูดไม่ออกเพราะสิ่งที่นาคินทร์ทำกับเธอนั้นไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้อีกแล้ว
แพรวพรรณรายจ๋อย "ตะวัน..ไม่เอานะ..ไม่ร้องแล้ว..เฮ้อ! นี่เพื่อนจะทำไงดีนะตะวันถึงจะดีขึ้น"
"แค่นี้พิงค์ก็ดีกับเรามากแล้ว"
"มากแค่ไหนมันก็ไม่เท่ากับที่ตะวันเคยดีกับเพื่อนหรอก" แพรวพรรณรายยิ้มซึ้ง ๆ "อุตส่าห์สละสิทธิ์ให้เพื่อนได้เรียนหมอสมใจป๊ากับม๊าของเพื่อนน่ะ เฮ้อ! ชาตินี้จะไปหาคนดี ๆ อย่างตะวันได้ที่ไหนอีก"
"พิงค์..ตอนนั้นถึงจะไม่สละสิทธิ์ เราก็ไม่มีเงินเรียนอยู่ดี"
"ไม่รู้ล่ะ..ไม่รู้ล่ะ..ยังไงตะวันเป็นเพื่อนรักเพื่อนแท้ของพิงค์ พราวพรรณราย เพราะฉะนั้นใครหน้าไหนจะมาทำให้ตะวันเสียใจไม่ได้เด็ดขาด"
ทั้งสองสะดุ้งเสียงกริ่งที่ดังอยู่ที่ประตู
"เฮ้ย!! ใครมา?”
แพรวพรรณรายวิ่งไปเปิดก็เห็นว่าเป็น ‘อัครินทร์’ ที่ยืนอยู่
อัครินทร์เอ่ยถาม "คุณตะวันอยู่ไหน?”
แพรวพรรณรายยังอึ้งอยู่ ปานตะวันได้ยินเสียงก็ตกใจ
"คุณอัค!!”
อัครินทร์กับปานตะวันมองหน้ากัน แพรวพรรณรายเหล่อัครินทร์อย่างแค้นก่อนจะกระชากอัครินทร์ไป
"มานี่!!”
"เฮ้ย!! อะไรของคุณ!”
"ไม่นะ..พิงค์!! อย่า..!!”
แพรวพรรณรายชี้หน้าปานตะวัน "หยุด!! อยู่ในบ้าน!! อย่าออกมาเด็ดขาด"
"ไม่ใช่..คือ..” ปานตะวันอึกอัก
แพรวพรรณรายกระชากอัครินทร์ออกไปทันที "ไปเคลียร์กันข้างนอก"
อัครินทร์ร้องโวยวาย "เฮ้ย..อะไรกัน..เดี๋ยว ๆๆ"
ปานตะวันมองตามอย่างเพราะไม่รู้จะทำไงดี
"โธ่!! พิงค์..”

แพรวพรรณรายยังลากอัครินทร์มาต่อเนื่อง
"พอแล้ว!! ผู้หญิงอะไรมาฉุดผู้ชายแบบนี้ หน้าไม่อาย" อัครินทร์ว่า
แพรวพรรณรายปล่อยทันที "ว้าย! ใครเค้าอยากฉุด..อีตาปลาบู่แป๊ะซะ"
"สวยตาย..ยัยซาละเปาเต้าหู้ไข่"
"ว้าย!! ซาลาเปาเต้าหู้ไข่..นายเรียกใคร?" แพรวพรรณรายมองหุ่นตัวเอง "หุ่นฉันออกจะสูงเพรียวเปรี้ยวแซบยังกะซุปเปอร์โมเดล--ซาละเปาเต้าหู้ไข่ตรงไหนไม่ทราบ?”
"ก็ดูหน้า!! หน้างี้กลมยังกะซาละเปา"
"ว้าย!" แพรวพรรณรายตะปบหน้าตัวเอง
"แถมยังขาวซีดยังกะเต้าหู้ไข่" อัครินทร์ว่า
"ว้าย!" แพรวพรรณรายโกรธ "ถึงยังไงฉันก็ขาว ขาวก็ย่อมดีกว่าดำ" แพรวพรรณรายจิ้มหน้าอกอัครินทร์แล้วว่า "คนอะไรใจดำยิ่งกว่าอีกา!! สารภาพมาอย่างแมน ๆ นายทำอะไรเพื่อนฉัน?”
"ทำ?! เพื่อนคุณ?? ผมทำอะไร?”
"ไม่ต้องมาแอ๊บ!! ทุเรศ!! ตะวันเค้าไปทำอะไรให้นายถึงต้องปล่อยให้เค้าเดินตากฝนมาคนเดียวดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนั้น"
อัครินทร์อึ้งแล้วก็คิดก่อนจะเดินเข้าบ้าน แพรวพรรณรายรีบลากไว้
"จะหนีไปไหน? ทำผิดแล้วยังจะคิดหนีอีกเหรอ?? ตอบฉันมาก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตะวัน?”
"ก็นั่นล่ะ..ผมก็อยากรู้ไม่น้อยไปกว่าคุณหรอก"
แพรวพรรณรายเหวอ "อะไรนะ?!”
"ผมจะไปถามคุณตะวัน"
อัครินทร์พูดจบก็เดินไปเลย แพรวพรรณรายร้องเรียก "เดี๋ยว ๆ..รอด้วย" แล้วแพรวพรรณรายก็วิ่งตามไป


นาคินทร์เปิดประตูบ้านเข้ามา มองไปรอบ ๆ อย่างคิดถึง ค่อย ๆ เดินเข้าห้องนอน มองรูปกนก ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียง
นาคินทร์พึมพำ "กนก..”
ภาพตอนที่กนกวลีกับนาคินทร์หวาน ๆ ในห้องหอคืนวันแต่งงานย้อนกลับมา
นาคินทร์น้ำตาซึม
“..พี่คินคิดถึงกนก..พี่คินรักกนกคนเดียว" นาคินทร์พึมพำ "คนเดียว"
นาคินทร์นอน แล้วหลับตาลงก่อนจะน้ำตาหยด
นาคินทร์นอนอ้างว้างอยู่บนเตียง


ปานตะวันเบือนหน้าหนี
"ตกลง..คุณจะไม่ยอมพูดอะไรเลยจริง ๆ เหรอครับ!”
ปานตะวันยังนิ่ง
"นี่!! เลิกฟอร์มได้แล้วตาหมอปลาบู่ ทำอะไรลงไปก็รู้อยู่แก่ใจยังจะมาฟอร์มถาม"
อัครินทร์มองแพรวพรรณรายอย่างเซ็ง ๆ ก่อนจะหันมามองปานตะวันแล้วตัดสินใจถาม "เกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณกับพี่คิน?”
ปานตะวันสะดุ้งเฮือก "เอ่อ..”
แพรวพรรณรายงง "พี่คิน? ใคร? คุณนาคินทร์น่ะเหรอ?" แพรวพรรณรายงง ๆ เธอมองอัครินทร์ทีตะวันที "คุณนาคินทร์มาเกี่ยวอะไรด้วยตะวัน?" แพรวพรรณรายมองอัครินทร์ "มั่วละป่าวเนี่ย?”
อัครินทร์เซ็งนางจริง ๆ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นคว้าข้อมือปานตะวันเดินไป
"อะไรกันคะ?? ไม่นะคะ..จะไปไหน"
"ก็กลับบ้าน..ไปคุยกับพี่คินให้รู้เรื่อง"
"ไม่นะ..ฉันไม่ไป..ปล่อยนะ"
แพรวพรรณรายช่วยเพื่อน "ปล่อยนะ..ปล่อยตะวัน..ปล่อยเดี๋ยวนี้"
อัครินทร์เอ็ดแพรวพรรณ "คุณน่ะแหละปล่อย!!”
แพรวพรรณรายอึ้งเหวอ
"ถ้าคุณรักเพื่อนคุณจริง และอยากให้เรื่องมันจบ ๆ ก็ปล่อยให้ผมจัดการ"
แพรวพรรณรายเหวอ
"ไม่นะพิงค์..ไม่"
อัครินทร์จ้องแพรวพรรณราย "ปล่อย!”
แพรวพรรณรายค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากอัครินทร์และปานตะวัน อัครินทร์จะพาปานตะวันออกไป
แพรวพรรณรายเรียกไว้ "เดี๋ยว!!”
อัครินทร์ชะงัก
แพรวพรรณรายเดินมาประจันหน้า "ถ้าเรื่องไม่จบ" แพรวพรรณรายชี้หน้า "นายจบแน่!! ฉันเอานายตายแน่! จำไว้ด้วย!!”
อัครินทร์มองหน้าแพรวพรรณรายโดยไม่พูดอะไร แล้วเขาก็ดึงมือปานตะวันออกไป แพรวพรรณรายมองตาม

นัครินทร์เดินชะเง้อไปมา
"นี่!! พี่นัค!! หยุดเดินซะทีเหอะ..นารถเวียนหัว นั่งลง ๆ" นารถนรินทร์ว่า
"โธ่! ใครจะนั่งลงล่ะ" นัครินทร์ชะเง้อต่อ "อะไรกัน..หายไปไหน? ทำไมป่านนี้ยังไม่มา"
"ไม่เอาละ..พ่อไปนอนดีกว่า.." ทวยเทพอ้าปากจะพูด
ทวยเทพ สาวิตรี นารถนรินทร์ และใบตองพูดพร้อมกัน "พรุ่งนี้ตีกอล์ฟแต่เช้า!!”
ทวยเทพสะดุ้ง "แหม..รู้กันหมด" ทวยเทพขำ "กู๊ดไนท์ ๆ"
นัครินทร์บ่นต่อ "ไม่เข้าใจ!! ไปไหนของเค้า" นัครินทร์ชะเง้อต่อ
"เออ..ตานัคนี่ก็น่ารักนะ เห็นพี่คินกับน้องอัคออกไปข้างนอกก็รู้จักเป็นห่วงเป็นใย"
นัครินทร์ชะงัก "อะไรฮะ?? ใครห่วงพี่คินกับเจ้าอัคฮะ?”
"อ้าว!! แล้วที่คุณนัคเดินไปเดินมายังกะยามหน้าหมู่บ้านนี่ ถ้าไม่ห่วงคุณคินกะคุณอัคแล้วคุณนัคห่วงใครล่ะคะ" ใบตองถาม
"ป้าดโธ่เอ๊ย!! ฉันก็ห่วง.." นัครินทร์ชะงักกึกแล้วก็มองด้วยความดีใจก่อนจะเรียกดังลั่น "คุณพยาบาล!”
ทุกคนหันขวับไปเห็นอัครินทร์เดินเข้ามากับปานตะวัน นัครินทร์พุ่งเข้าไปจับมือถือแขนทันที
"คุณพยาบาล!! ได้ข่าวว่าหายไป..หายไปไหนมาฮะ..ผมเป็นห่วงแทบแย่" นัครินทร์ถาม
ปานตะวันงง ๆ แล้วก็รีบดึงมือกลับ
สาวิตรีปรี่เข้ามาหา "นั่นสิ..หนูตะวัน ไปเที่ยวพักผ่อนกันอีท่าไหนจ๊ะ ทำไมหนูถึงไม่กลับมาพร้อมพี่คินจ๊ะ"
ปานตะวันเริ่มมึน เธอมองทุกคนที่มารุมอยู่ตรงหน้าอย่างมึน ๆ
"แล้วนี่พี่คินอยู่ไหนครับ?" อัครินทร์พูดกับปานตะวัน "เดี๋ยวเราคุยกับพี่คินแล้ว"
ยังไม่ทันพูดจบ ปานตะวันก็หน้ามืดเป็นลมทรุดลงทันที ทุกคนต่างตกใจ สาว ๆ ร้องวี้ดว๊าย อัครินทร์รับร่างของปานตะวันไว้ได้ นัครินทร์ปรี่จะเข้ามาช่วยประคองปานตะวัน สาว ๆ จะเข้ามามุง
"ถอยไป!! อย่ามุง!! ถอยไปก่อนครับ" อัครินทร์พูดกับสาวิตรี "แม่ครับ! ขอแอมโมเนียที่ตู้ยาครับ"
สาวิตรีตกใจจนเงอะงะ "จ๊ะ ๆ..แอมโมเนีย..ตู้ยา..อยู่ตรงไหนล่ะ" สาวิตรีพูดกับใบตอง "ไปสินังใบตอง พาฉันไปเอาแอมโมเนีย!!”
สาวิตรีกับใบตองรีบวิ่งออกไป คนที่เหลือมองปานตะวันที่อยู่ในอ้อมกอดอัครินทร์


เช้าวันใหม่ ปานตะวันที่หลับอยู่บนเตียงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง เธอปรับโฟกัสสายตาซักพักก็เห็นอัครินทร์นั่งฟุบอยู่ข้างเตียงของปานตะวัน ปานตะวันงง ๆ แล้วก็จะลุก อัครินทร์ตื่น
"เป็นไงบ้างครับ" อัครินทร์ถาม
"ฉันไม่เป็นไรค่ะ" ปานตะวันตอบ
ปานตะวันจะลุก อัครินทร์ขืนไว้แล้วจับไหล่ให้เธอนอนต่อ
อัครินทร์ยิ้มน้อย ๆ "คุณอ่อนเพลียมากแถมมีไข้ต่ำ ๆ"
ปานตะวันมอง "นี่ฉันนอนจนถึงเช้าเลยเหรอคะ?”
"ผมให้น้ำเกลือแล้วก็ยาให้คุณได้นอนพัก"
ปานตะวันฟังนิ่ง เธอหลับตาลงอย่างเพลีย ๆ นาคินทร์เดินมาที่ประตูแล้วก็ชะงักก่อนจะแอบฟัง ปานตะวันลืมตาขึ้นอีกครั้ง
"ทีนี้พอจะบอกได้รึยังครับว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณ..กับพี่คิน" อัครินทร์ถาม
ปานตะวันอึ้ง นาคินทร์รอฟัง
"อาจจะดูเสียมารยาทแต่ผมมองว่าคุณก็เป็นสมาชิกคนนึงในบ้านไกรตระกูล" อัครินทร์บอก
ปานตะวันมองอัครินทร์ด้วยความซึ้งใจ
นาคินทร์ไม่พอใจ
“..ฉันเป็นแค่ลูกจ้างคนนึงเท่านั้นค่ะ" ปานตะวันพูด
อัครินทร์ท้วง "แต่ผมไม่เคยคิดอย่างนั้น"
ปานตะวันอึ้ง นาคินทร์ไม่พอใจ
อัครินทร์มองนาฬิกาข้อมือ "ผมต้องไปทำงานแล้ว ไว้คุณสบายใจเมื่อไหร่เราค่อยคุยกันก็ได้ครับ อ้อ! น้ำเกลือคงจะหมดตอนเย็น ๆ ผมสั่งใบตองให้คอยมาดูแลคุณแล้ว"
"ไมได้ค่ะ..แล้วใครจะดูแลคุณนารถ"
อัครินทร์ยิ้ม "ไม่ต้องห่วง.. คุณแม่จัดการได้ครับ"
ปานตะวันรู้สึกผิด "ฉันนี่แย่จริง ๆ ..กลายมาเป็นภาระของพวกคุณ"
อัครินทร์แตะมือปานตะวันเบา ๆ เป็นการปลอบใจ นาคินทร์ไม่พอใจ
"อย่าคิดมากครับ พักผ่อนให้แข็งแรงเร็ว ๆ -ทั้งร่างกายและจิตใจ" อัครินทร์ยิ้ม "จะได้มาช่วยดูแลยัยนารถ"
ปานตะวันฝืนยิ้ม "ขอบคุณค่ะ..คุณอัค"
อัครินทร์แตะหลังมือปานตะวันเบา ๆ แล้วเดินออกไป ปานตะวันเศร้า เธอค่อย ๆ หลับตาลง สักพักก็รู้สึกว่ามีคนมานั่งตรงที่ที่อัครินทร์เคยนั่ง เธอลืมตาขึ้น
"มีอะไรคะ..คุณอัค" ปานตะวันตกใจ "คุณนาคินทร์!!”
ปานตะวันจะลุกพรวดพราด นาคินทร์รีบกดไหล่ปานตะวันให้นั่งลงกับเตียงอย่างแรง
"หายใจเข้าออกเป็น ‘คุณอัค’ เลยนะ?” นาคินทร์ว่า
ปานตะวันเสียงแข็ง "ต้องการอะไรอีก? คุณต้องการอะไรจากฉันอีก?”
"เยอะ!! ผมต้องการอีกเยอะ!!”
ปานตะวันมองอย่างไม่อยากเชื่อ "บอกฉันซะทีได้มั้ยว่าฉันไปทำอะไรให้คุณโกรธแค้นถึงขนาดนี้?”
"ยังไม่ถึงเวลาที่จะรู้ ตอนนี้รู้ไว้อย่างเดียวว่า อย่าคิดจะเล่นชู้กับนายอัคหรือผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น"
ปานตะวันโกรธ "คุณ!!" ปานตะวันเงื้อมือจะตบ
นาคินทร์จับมือปานตะวันไว้แล้วกดตัวเธอลงกับเตียงก่อนจะโถมหน้าไปใกล้ "นอกซะจากผมจะเรียกใช้บริการ"
ปานตะวันตกใจและเสียใจจนสะอื้นโฮ "คุณ!! ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณจะหยาบคาย ใจร้ายขนาดนี้"
"เชื่อซะเถอะว่าโลกนี้ไม่ได้มีคุณเพียงคนเดียวที่ใจร้ายได้"
"ใจร้าย? ฉันไปใจร้ายอะไรกับคุณ?? คุณนาคินทร์!”
นาคินทร์มองหน้า "ร้ายที่สุดก็ตรงที่ทำเป็นไม่รู้นี่ล่ะ"
ปานตะวันมึนไปหมดแล้ว เธอหลับตาร้องไห้อย่างไม่รู้จะไปต่อยังไง นาคินทร์มองสะใจก่อนจะลุกไป
ปานตะวันพูดเสียงเข้ม "ฉันจะลาออก!!”
นาคินทร์ชะงักก่อนจะหันมามองอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ฉันจะลาออก!!! ฉันจะหาเงินมาชดใช้คุณให้ได้!!”
นาคินทร์ค่อย ๆ เดินกลับมาอย่างใจเย็น เขาก้มลงพูดกับปานตะวัน ส่ายหน้า ยิ้ม ๆ "คุณไม่ลาออกหรอก ผมรับรอง..ว่าคุณจะไม่กล้าลาออก..เด็ดขาด!”
ปานตะวันตะลึง "ทำไม?คุณจะทำอะไร?”
นาคินทร์ยิ้ม ๆ แล้วก้มลงจะจูบลา ปานตะวันสะบัดหน้าแล้วผลักหน้านาคินทร์จนหัน นาคินทร์ชะงักก่อนจะยิ้มน้อย ๆ แล้วเดินออกจากห้องไป
ปานตะวันตะโกนถาม "คุณนาคินทร์!! คุณจะทำอะไร? คุณจะทำอะไร?”
ปานตะวันร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบหมดแรง

อ่านต่อหน้าที่ 3


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 10 (ต่อ)

ประกายเดือนกำลังชงกาแฟอยู่ ขณะที่มอลลี่กับลูกกอล์ฟกำลังเม้าท์กันอย่างเมามัน

ลูกกอล์ฟตกใจโอเว่อร์ "อุ๊ต๊ะ!! ไม่จริงง..มันไม่จริงใช่มั้ยเจ๊มอลลี่?”
"จริ้งง" มอลลี่ทำเสียงโอเว่อร์ "อีนังลูกเกดฝ่ายการเงินมันมาร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายใจจะขาดน้ำตาแทบเป็นสายเลือดกับฉันเมื่อวานนี้ มันบอกว่าผัวมันมีอีหนู"
ลูกกอล์ฟตกใจโอเว่อร์ "มีอีหนู!”
“4 คน!!”
ลูกกอล์ฟตกใจโอเว่อร์ “4คน!”
"ท้องทั้ง 4!!”
"ท้องทั้ง 4!”
“2 ใน 4 มาดักตบมัน!!”
"ดักตบ!”
“1 ใน 4 ขู่จะสาดน้ำกรด!!”
"สาดน้ำกรด!!" ลูกกอล์ฟหน้าละห้อย "โถ..ยังโชคดีอีก 1 ที่เหลือนางไม่ร้าย"
"ไม่ร้ายบ้านแกสิ นางว่านางจะเอาปืนมายิงกบาลมัน!!” มอลลี่บอก
ลูกกอล์ฟว่า "ร้ายที่สุด!!”
"ที่ร้ายกว่าก็คืออีผัว"
"ยังไง?”
"ไม่ช่วยแถม ยังกระทืบซ้ำ"
"นรก!”
"ไถเงินเมียจะเอาไปเล่นบอล"
"อสูรกายชัด ๆ!!! เออ.ว่าแต่นังลูกเกดมันมาเล่าให้เจ๊ฟังเพื่อ..?”
"มันอยากให้พาไปหาหมอแมวแม่นมว๊าก"
"ใครวะ..หมอแมวแม่นมว๊าก" ลูกกอล์ฟถาม
"ไอ้โง่!! ก็หมอดูเบอร์มือถือที่เจ๊ไปดูมาไง นังลูกเกดมันอยากให้เจ๊พาไป มันอยากจะเปลี่ยนเบอร์มันมั่งเผื่อชีวิตจะดีขึ้น"
ประกายเดือนที่ชงกาแฟอยู่พูดขึ้น "เปลี่ยนผัวท่าจะดีกว่ามั้ง?!”
"จริง!!" ลูกกอล์ฟตกใจ "เย้ย!!..ฟังอยู่ด้วยเหรอเนี่ย?”
"ก็ไม่ได้อยากจะฟังหรอกค่ะ แต่เม้าท์ดังมากถึงไม่ฟังก็ได้ยิน" ประกายเดือนบอก
"เออแต่ก็จริงอย่างคุณเลขาฯน้องเดือนเค้าว่านะ เจ๊มอลไปบอกนังลูกเกดให้มันเปลี่ยนผัวเฮอะ..เวิร์คกว่า"
มอลลี่ตบปากลูกกอล์ฟ "นี่แน่ะ!" มอลลี่พูดกับประกายเดือน "นี่ ๆๆ คุณเลขาฯน้องเดือนคะ กล้าดียังไงคะถึงได้มาลบหลู่ดูถูกหมอแมวแม่นมว๊ากของพี่มอลลี่?!”
"ไม่ได้ดูถูกนะคะ ก็แค่พูดเรื่องจริง"
"เรื่องจริงก็คือหมอแมวแม่นมว๊ากกกของพี่มอลลี่ท่านแม่นมว๊าก ๆ ถ้าไม่แม่นจริงพวกดารา ไฮโซไม่แย่งคิวกันจนจะตบกันตายขนาดนี้หรอกค่ะ ที่สำคัญนะคะ" ลูกกอล์ฟเชิดโชว์มือถือ "ท่านก็ได้ดูเบอร์ให้พี่แล้ว เปลี่ยนเบอร์ให้พี่แล้วด้วย" ลูกกอล์ฟพนมมือไหว้ท่วมหัว "ส้าธุ!! เฮงเฮงเฮง"
มอลลี่หันมาลืมตาจ๊ะกับคุณจามจุรีที่ยืนตาวาวท้าวสะเอวอยู่ตรงหน้าก็ตกใจร้องลั่น
"แว๊กก!”
"เฮง รึ เฮงซวยมิทราบ?” จามจุรีถาม
"แฮ่!! ทารุณสวัสดิ์ เอ๊ย! อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเจเจ"
"งานการไม่ทำ เอาแต่เม้าท์ เปลี่ยนเบอร์แล้ว—อยากเปลี่ยนงานด้วยมั้ยยะ..แม่สมรศรี?!” จามจุรีถาม
"เปลี่ยนเบอร์อย่างเดียวพอค่ะ ช่วงนี้งานหายาก.." มอลลี่ยกมือไหว้ "ขอตัวไปทำงานก่อนค่ะ"
มอลลี่กับลูกกอล์ฟรีบวิ่งจู๊ดออกไป
"ประกายเดือน..”
ประกายเดือนรีบบอก "หนูไม่ได้มาเม้าท์นะคะ หนูแค่...”
จามจุรีสวน "ก็ไม่ได้ว่าอะไร จะมาบอกว่าท่านประธานเรียก"
ประกายเดือนเลิกคิ้วด้วยความสงสัย "ท่านประธานเรียก?”


นาคินทร์นั่งมองภาพวาดของกนกวลีอยู่ด้วยสายตาเศร้า ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตู สายตานาคินทร์ก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว
"เชิญครับ"
ประกายเดือนเปิดประตูเข้ามา นาคินทร์หันมาพูดด้วยสีหน้าปกติ
"นั่งก่อนสิครับ"
ประกายเดือนยกมือไหว้ "ขอบคุณค่ะ" ประกายเดือนนั่ง "ท่านประธานมีธุระอะไรให้เดือนรับใช้เหรอคะ?”
นาคินทร์ยิ้ม "โห..พูดจาซะทางการเลย ผมไม่มีอะไรให้คุณเดือนรับใช้หรอกครับ แค่อยากเชิญคุณเดือนไปทานข้าว"
ประกายเดือนงง "ทานข้าว?”
"เย็นนี้ ที่บ้านผม" นาคินทร์บอก
ประกายเดือนมองอย่างงง ๆ
"ไม่ต้องงงครับ ไม่มีอะไรพิเศษ แค่ผมคิดเองว่าตั้งแต่คุณตะวันไปอยู่ที่บ้านผม คุณ 2 คนพี่น้องก็ยังไม่เคยได้เจอกันเลย..ใช่มั้ยครับ?”
ประกายเดือนตาวาวด้วยความดีใจ "ใช่ค่ะ..ตะวันไม่ยอมทิ้งงานออกมาเลย" ประกายเดือนสะดุ้ง "เอ่อ..คือสารภาพนะคะว่าเดือนเคยชวนตะวันให้ออกมาเจอกันบ้าง แต่ตะวันไม่ยอม" ประกายเดือนรีบโกยคะแนน "เห็นมั้ยคะ..ตะวันเป็นคนดีมาก ท่านประธานเลือกคนไม่ผิด..คือหมายถึง..เลือกพยาบาลไม่ผิดคนน่ะค่ะ"
นาคินทร์ยิ้มเย็น "แน่นอนครับ..ยังไงก็ต้องเป็นคุณตะวัน..ไม่ผิดคนแน่ ๆ"
ประกายเดือนไม่รู้อิโหน่อิเหน่จึงยิ้มภูมิใจแทนพี่สาว
นาคินทร์พูดต่อ "ก็เพราะอย่างนี้ ผมคิดว่าคุณ 2 คนพี่น้องจะต้องคิดถึงกันมาก ที่สำคัญ ผมเป็นห่วงกลัวว่าคุณตะวันจะเครียด"
"โห..น่ารักที่สุดอ่ะ..อุ่ย!.ขอประทานโทษค่ะท่านประธาน"
นาคินทร์ยิ้ม ๆ แบบไม่ถือสา "งั้นโอเคนะครับ เย็นนี้ไปทานข้าวบ้านผม ไปพร้อมผมเลย"
"โอเคค่ะ..โอเคมาก ๆ เลยค่ะ" ประกายเดือนยกมือไหว้ "ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ถ้างั้นเดือนรีบไปทำงานนะคะ"
นาคินทร์ยิ้ม "ครับ..เชิญครับ"
ประกายเดือนรีบเดินออกไป นาคินทร์มองตามอย่างพอใจก่อนจะเหลือบมองลูกตุ้มเหล็กบนโต๊ะ เขาจับมาปล่อยกระทบกันไป-มา นาคินทร์นั่งมองลูกเหล็กกระทบกันอย่างพอใจ

ปานตะวันนั่งหลังพิงหัวเตียง โดยยังเสียบสายน้ำเกลืออยู่ ปานตะวันนั่งคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา สักพักเธอก็สะดุ้งเมื่อสาวิตรีถือถาดถ้วยซุปเข้ามาพร้อมกับใบตองที่เข็นนารถนรินทร์เข้ามาด้วย
ปานตะวันขยับตัว "คุณแม่....”
"ไม่ต้อง ๆ..ตามสบายจ๊ะหนูตะวัน แม่ทำซุปไก่ตุ๋นมาให้ อ้าว! แล้วนี่ลุกขึ้นมานั่งทำไม ทำไมไม่นอนพัก" สาวิตรีถาม
"ตะวันไม่เป็นไรแล้วค่ะ" ปานตะวันยกมือไหว้ "ขอบพระคุณคุณแม่มากนะคะ"
"หายเร็ว ๆ นะคะพี่ตะวัน" นารถนรินทร์แหย่ "นารถอยากลงน้ำจะแย่อยู่แล้ว"
ปานตะวันหน้าจ๋อยเพราะรู้สึกผิด "ตะวันต้องขอโทษด้วยนะคะที่บกพร่องในหน้าที่แถมยังต้องมาเป็นภาระแบบนี้"
"อะไรกัน..นี่เราเป็นอะไรกันจ๊ะ?" สาวิตรีโอบปานตะวัน "เราเป็นคนในครอบครัวเดียวกันนะจ๊ะ หนูตะวันต้องไม่พูดจาแบบนี้..แม่โกรธนะจ๊ะ"
ปานตะวันอึ้ง ซึ้ง จนน้ำตารื้นเพราะไม่เคยสัมผัสอ้อมกอดอบอุ่นแบบนี้มานาน เธอทั้งตื้นตัน ทั้งสับสนที่ทุกคนดีต่อเธอ ยกเว้นนาคินทร์ ปานตะวันสะอื้น
สาวิตรีตกใจ "ร้องไห้ทำไม?" สาวิตรีรีบบอก "แม่ล้อเล่น!! แม่ไม่ได้โกรธหนูนะจ๊ะตะวัน"
"ตะวันทราบค่ะ" ปานตะวันกราบ "ตะวันกราบขอบพระคุณค่ะ"
"ไม่เอา ๆๆ..ร้องไห้เดี๋ยวจะยิ่งไม่สบายไปกันใหญ่ มา!! ทานซุปบำรุงให้หายไว ๆ ดีกว่า แม่ทำสุดฝีมือ สูตรนี้รับรองฟิตเปรียะจ๊ะ" สาวิตรีตักจะป้อน "มา..แม่ป้อน"
"มะ..ไม่ดีกว่าค่ะ..รบกวนคุณแม่..ตะวันทานเองได้ค่ะ"
ปานตะวันรับถ้วยซุปจากสาวิตรีมาฝืนใจตักกินท่ามกลางสายตาทุกคนที่มองอย่างจริงใจ ปานตะวันพยายามกลืนน้ำซุปพร้อม ๆ กับน้ำตา


ประกายเดือนวางแฟ้มลงข้าง ๆ นัครินทร์ที่นอนเต๊ะท่าดูยูทูปที่เกี่ยวกับสาว ๆ อยู่
ประกายเดือนเซ็ง "ขอรับเอกสารกลับเลยนะคะ..ท่านรองฯ"
นัครินทร์เหล่ก่อนจะทำไม่สน "เฮ่ย..จะรีบร้อนอะไรขนาดนั้นยุ่งอยู่..ไม่เห็นเรอะ ไว้ก่อน..เดี๋ยวค่อยเซ็นต์"
"กรุณาอย่าเดี๋ยวค่ะ" ประกายเดือนเสียงเข้ม "เดี๋ยวนี้!!”
นัครินทร์ยังชิว "แหนะ!! ริอ่านขึ้นเสียงออกคำสั่งใส่ท่านรองฯ" นัครินทร์พูดโดยยังไม่เลิกดูยูทูป "อ๋อ..ตั้งแต่ปิดจ็อบเซ็นต์สัญญาร้อยล้านกับลูกค้าญี่ปุ่นได้ เดี๋ยวนี้เสียงดังใหญ่นะฮะ?!”
"ก็สมควรนะคะ เอาจริง ๆ ..น่าจะขึ้นเงินเดือนและก็ตบโบนัสซะด้วยซ้ำ นี่ยังดีนะคะที่ดิฉันไม่กินหัวคิวซัก 10-20%”
นัครินทร์ชะงักแล้วก็หยุดเล่นทันที "โห..เขี้ยว!! คุณนี่เขี้ยวสุด ๆ นะฮะ"
ประกายเดือนว่า "คุณเขี้ยวกว่าค่ะ..เพราะไม่ให้อะไรดิฉันเลย" ประกายเดือนค้อน "ร้องคาราโอเกะกับอีตาทาเคชินั่นคอแทบแตก"
นัครินทร์สนใจทันที "นี่!! ไอ้ทาเคชินั่นมันโทร.มาคุยกับคุณอีกมั่งรึเปล่า?”
ประกายเดือนเลิกคิ้ว "เปล่าค่ะ"
นัครินทร์พยักหน้าหงึก ๆ ก่อนจะนึกได้ "แล้วคุณล่ะ.. โทรไปคุยกับมันรึเปล่า?”
"เอ๊ย!! ดิฉันจะโทร.ไปทำไม?”
นัครินทร์พอใจ "ดีมาก.." นัครินทร์เหล่ "อ้าวแหม!! ก็นึกว่าอยากจะไปร้องคาราโอเกะกับอีตาทาเคชิที่โตเกียว"
"อย่าเอาความคิด ทัศนคติ และรสนิยมส่วนตัวของตัวเองมาใช้เป็นมาตรฐานกับคนอื่นค่ะ..ได้โปรด"
"อ่ะ! จะไปรู้เหรอฮะ" นัครินทร์ทำเสียงกรุ้มกริ่ม "ไม่แน่น้าา..คุณกับผม..เรา 2 คน..อาจจะมีอะไร ๆ ที่เหมือนกัน ตรงกัน ลงตัวกัน โช๊ะ ๆๆ ก็ได้..ใครจะไปรู้" นัครินทร์ขำอย่างชอบใจ
ประกายเดือนหน้าตายเพราะไม่ขำด้วย "ขำตรงไหนคะ?! เซ็นต์ได้แล้วค่ะ ดิฉันต้องนำเอกสารส่งท่านประธานด่วน เพราะท่านประธานจะรีบกลับ"
"รีบกลับ? พี่คินจะกลับไปไหนฮะ?”
"ไว้ถามท่านเองนะคะ ตอนนี้เซ็นต์ก่อน เพราะดิฉันเองก็รีบเหมือนกันค่ะ"
นัครินทร์มองแล้วก็ชะงัก "คุณจะรีบไปไหน?”
ประกายเดือนยิ้มเชิดๆ "ก็ไปกับท่านประธานไงคะ!!”
นัครินทร์ลุกพรวด "ไปกับพี่คิน"


นาคินทร์หมุนเก้าอี้หันมาพูด
"ใช่!! ฉันชวนเลขาฯนายไปกินข้าวเย็นที่บ้าน..ทำไม? นายมีปัญหาอะไร..นายนัค"
นัครินทร์โวย "มีสิฮะ..ก็ประกายเดือนเป็นเลขาฯของผม...”
นาคินทร์เลิกคิ้วมองเหมือนจะถามว่าแล้วไง?!
นัครินทร์หงุดหงิด "เก๊าะ..เลขาฯพี่..พี่ก็มี..ปาริฉัตรไงฮะ ทำไมพี่ไม่ชวนปาริฉัตรไปล่ะฮะ?”
นาคินทร์พูดเรียบๆ "ก็ฉันอยากจะชวนประกายเดือน"
นัครินทร์อึ้ง "อ้าว.." นัครินทร์นึกแล้วก็พูดต่อ "แล้ว..แล้วคุณพยาบาลคนสวยนั่นล่ะฮะ?!”
นาคินทร์หงึกเลย "ทำไม?! ปานตะวันทำไม?”
"ก็จะทำไมละฮะ ก็พี่คินมีคุณพยาบาลคนสวยนั่นอยู่ที่บ้านทั้งคนแล้ว ยังไม่พออีกเหรอฮะ? จะมาเอาเลขาฯผมไปอีกทำไมฮะ?!”
นาคินทร์พูดเสียงเย็น "ยัง..ยังไม่พอ!!”
นัครินทร์อึ้ง "โห..พี่เรา..เดี๋ยวนี้..ไม่เบาเลยนะฮะ"
นาคินทร์ทำกลมกลืน "ก็ทำไมล่ะ..ทีแกยังมีน้องนู่นน้องนี่ เกาหลี ฝรั่ง อาหมวยยั้วเยี้ยเต็มไปหมด"
นัครินทร์ค้อน "โทษฮะพี่คิน..ยั้วเยี้ย?! คนนะฮะไม่ใช่หนอน!!”
นาคินทร์อารมณ์ดีขึ้น "เออ.นั่นแหละ..ทีแกยังทำได้แล้วทำไมฉันจะทำมั่งไม่ได้"
นัครินทร์อึ้งก่อนจะค่อย ๆ เดินมาจ้องหน้าพี่ชายพร้อมกับแตะหน้าผากเขา แล้วก็มองไปทั่วตัวแบบจ้องพิจารณา
นาคินทร์งง "ทำอะไรของแก?!”
นัครินทร์จ้องหน้าอึ้ง ๆ "ตอนแรกผมนึกว่าพี่คินไม่สบาย แต่.." นัครินทร์ส่ายหน้า "ไม่ใช่..ไม่มีไข้" นัครินทร์มองจ้องแล้วก็ถามจริงจัง "พี่คินฮะ..พี่คินหกล้มมั่งรึเปล่าฮะ?..คือ..ที่ผ่านมามีหัวไปกระแทกอะไรมั่งรึเปล่าฮะ?!”
"แกบ้าแล้วล่ะนายนัค"
"ผมน่ะไม่บ้าหรอกฮะ..แต่พี่น่ะ..ผมไม่แน่ใจ"
นาคินทร์ปราม "นายนัค!!”
"ก็จริงนี่ฮะ..พี่คินรู้ตัวรึเปล่าว่าพี่คินเปลี่ยนไปนะฮะ"
นาคินทร์นิ่ง

อ่านต่อหน้าที่ 4


เสน่หาสัญญาแค้น ตอนที่ 10 (ต่อ)

นัครินทร์พูดต่อ "เมื่อก่อนนี้พี่คินรักเดียวใจเดียว หายใจเข้าก็กนก หายใจออกก็กนก ต่อให้กนกตายไปตั้งหลายปี ผมก็ไม่เคยเห็นพี่คินสนใจสาวไหนจนผมนึกว่าพี่ชายผมกลายเป็นตุ๊ดไปซะแล้ว"

นาคินทร์ปรามด้วยเสียงเข้มขึ้น "ไอ้นัค!!”
นัครินทร์ยืนยันเสียงสูง "จริงฮะ!!! พี่คินเปลี่ยนไปจริง ๆ นะฮะ"
นาคินทร์นิ่ง ๆ แต่ไม่ว่าอะไร
นัครินทร์ปราดมาพูดใกล้ๆ "ยังไงก็แล้วแต่.." นัครินทร์เหล่แล้วประเหลาะ "เราดีลกันได้มั้ยฮะ ถ้าน้องชอบคนไหนจริง ๆ..พี่ไม่หมอบให้น้องได้มั้ยฮะ?!”
นาคินทร์พูดด้วยสายตาจริงจัง "สบายใจได้นายนัค ฉันไม่มีวันแย่งผู้หญิงคนเดียวกับแกแน่ ๆ"
นัครินทร์โล่งใจ "โอเค...ตามนั้น...ขอบคุณมากฮะพี่"
"ว่าแต่แกก็เหมือนกัน"
นัครินทร์ชะงัก
นาคินทร์พูดต่อ "ถ้าผู้หญิงคนไหนที่ฉันขอ--แกก็ต้องไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด!”
นัครินทร์เซ็ง "โห..มีงี้ด้วย"
นาคินทร์ถามเชิงขู่ "ตกลงมั้ย?!”
นัครินทร์สะดุ้ง "แน่ะ!! มีขู่" นัครินทร์ชั่งใจ "คนเดียว!!! ผมให้แค่คนเดียว--นอกนั้น...พี่ต้องหลีกให้ ผมหมด..โอเค้?" นัครินทร์ยื่นมือให้เช็คแฮนด์ "ดีล!
นาคินทร์ย้ำ "แค่คนเดียว" นาคินทร์ยื่นมือไปจับ แล้วก็ยิ้มน้อย ๆ พูดเสียงเย็น "ดีล!”
สองพี่น้องเช็คแฮนด์กัน นัครินทร์ยิ้มกริ่มอย่างสุขใจ นาคินทร์ยิ้มน้อย ๆ ด้วยสายตาพึงพอใจ


สาวิตรีกำลังคุมทีมทำกับข้าวโดยทั้งตำ โขลก สับ ฯลฯ กันเป็นระวิง นารถนรินทร์เองก็ยังมาช่วยเด็ดพริกเด็ดใบโหระพา ฯลฯ กับเค้าด้วย
"โอ้โห..มันช่างอลังการมาก ๆ เลยนะคะคุณผู้หญิงขา บ้านเราไม่เคยครึกครื้นคึกคักอย่างนี้มานานแล้วนะคะ งานนี้..ใบตอง..จัดเต็ม!" ใบตองโขลกน้ำพริกอย่างเมามัน
นารถนรินทร์ยิ้ม ๆ แล้วก็แอบค้อน "ก็รู้เลยล่ะว่า บ้านนี้น่ะ..ใครเป็นลูกรัก"
ปานตะวันเดินช้า ๆ เข้ามาหยุดยืนโดยยังไม่มีใครเห็น
"อะไรกันจ๊ะ..พูดงี้หมายความว่าไงจ๊ะยัยนารถ?” สาวิตรีถาม
นารถนรินทร์พูด "ก็แหม..แค่พี่คินโทร.บอกว่าจะกลับมาทานข้าวที่บ้านแค่นั้นแหละ คุณแม่ก็โหมเป็นมหกรรมเลย”
สาวิตรีค้อน "มหกง มหกรรมอะไรกันยัยนารถก็พูดเกินไป แม่ก็แค่ทำตามเหมาะควร โถ..นาน ๆ ทีพี่คินจะลงทุนยกหูโทร.มาบอกแม่ว่าจะกลับมาทานข้าวที่บ้าน ยิ่งไปกว่านั้น พี่คินบอกว่าจะพาแขกคนสำคัญมาด้วยเชียวนะ?”
นารถนรินทร์กับใบตองงง "แขกคนสำคัญ?”
ทุกคนหยุดโขลก หยุดสับ หยุดเด็ด พร้อมใจกันหยุดฟังข่าวสำคัญกันเงียบกริบ ปานตะวันเองก็รอฟัง
สาวิตรีมองอย่างเงอะๆ งะๆ "อะ..อะไร?! เป็นอะไรกันไปหมด" สาวิตรีมองใบตองที่ทำตาโตถลน "แกด้วย!! นังใบตอง!! เป็นอะไร้!”
ใบตองสะดุ้ง "โธ่!! คุณผู้หญิงคะ..ตกใจสิคะ..ตกใจหมดเลย"
"ตกใจเรื่องอะไรของแกถึงได้ตาถลนขนาดนั้น?”
"ก็เรื่อง “แขกคนสำคัญ” ของคุณคินน่ะสิคะ"
"ทำไม? ทำไมต้องตกใจ?” สาวิตรีถาม
"ก็..ก็..แขกที่ว่าน่ะ..ผู้หญิง หรือ ผู้ชายคะ?” ใบตองถาม
สาวิตรีอึ้ง ทุกคนวิจารณ์กันเซ็งแซ่
ปานตะวันก็อึ้งไป
"เออ..จริงสิ..แม่ก็ลืมถาม" สาวิตรีบอก
ใบตองอารมณ์เสีย "ป้าดโธ่!! เรื่องสำคัญอย่างนี้..พลาดได้ยังง้าย"
"นังใบตอง!”
"แฮ่..กราบประทานโทษเจ้าค่ะ"
"แต่ก็จริงของใบตองนะคะคุณแม่ เรื่องสำคัญแบบนี้ คุณแม่น่าจะถามพี่คินก่อน" นารถนรินทร์บอก
สาวิตรีหน้าจ๋อย "หวาย..จริงด้วย"
นารถนรินทร์พูดต่อ "ถ้าเป็นแขกผู้ชายก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นแขกผู้หญิงล่ะคะ..พี่ตะวันจะว่าไง"
ปานตะวันอึ้ง
ทุกคนอึ้งแล้วก็วิจารณ์กันเซ็งแซ่ ปานตะวันยืนพิงผนังห้องอย่างจ๋อย ๆ เพราะไม่รู้ว่านาคินทร์จะอะไรกับเธออีก

ปานตะวันเดินเซ็ง ๆ เศร้า ๆ อยู่ริมน้ำหลังบ้าน เธอนึกถึงตอนที่นาคินทร์กดเธอลงกับเตียง
“ต้องการอะไรอีก? คุณต้องการอะไรจากฉันอีก?” ปานตะวันถาม
นาคินทร์ตอบ “เยอะ!! ผมต้องการอีกเยอะ”
"ตอนนี้รู้ไว้อย่างเดียวว่าอย่าคิดจะเล่นชู้กับนายอัคหรือผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น!!” นาคินทร์ว่า ปานตะวันโกรธจึงจะตบแต่นาคินทร์จับไว้ “นอกซะจากผมจะเรียกใช้บริการ!!”
ปานตะวันเบือนหน้าด้วยความรู้สึกอับอาย
"ฉันอยากรู้เหลือเกินคุณนาคินทร์ว่าชาตินี้หรือชาติไหน ฉันเคยไปทำอะไรให้คุณเจ็บแค้นนักหนา ช่วยบอกฉันซะที" ปานตะวันสะอื้น "ช่วยบอกฉันที"


เอกสารรูปสินค้า ฯลฯ ถูกปริ้นท์ออกมาจากเครื่องปริ้นท์จนเสร็จ ปาริฉัตรยืนเหม่อลอย ซักพักมอลลี่ที่เดินถือแฟ้มมาเห็นเข้าก็ชะงัก เธอรีบกวักมือเรียกลูกกอล์ฟให้เข้ามาแจม
มอลลี่ไม่ออกเสียง "ไอ้กอล์ฟ!" มอลลี่กวักมือเหยงๆ "มานี่!! ไอ้ลูกกอล์ฟ!! มาเร้ว!”
ลูกกอล์ฟถลาเข้ามา "ว่าไงเจ๊?? มีอะไรน่าสนใจ"
"มว๊าก!!" มอลลี่บุ้ยปากไปทางปาริฉัตรที่ยังยืนเหม่อ "เหม่อ..เบลอ..ล่องลอย.ไร้จุดหมายเยี่ยงนี้--มีกลิ่น" มอลลี่พูดใส่หน้าลูกกอล์ฟ "มันใช่..ใช่ม้าา"
ลูกกอล์ฟได้กลิ่นเหม็นมาก "ใช่!!" ลูกกอล์ฟอุดจมูก "มันใช่!! กลิ่นมัน..อื้อหือ.. กินอะไรมาอ่ะเจ๊? ไปแปรงฟัน!”
"ไอ้บ้า!!! เรื่องนังเลขาฯฉัตรสำคัญกว่า" มอลลี่กระชาก "ไป๊!!”
มอลลี่กระชากลูกกอล์ฟเข้าไปใกล้ก่อนจะทำนวยนาดเข้าไปป่วนปาริฉัตร
มอลลี่โบกไม้ โบกมือ "ฮาโหล้"
ปาริฉัตรสะดุ้ง "มีอะไร??”
"มีอะไร?? มีอะไรวะไอ้ลูกกอล์ฟ"
ลูกกอล์ฟตอบ "อ๋อออ..ก็..มีเหม่อ?”
ทั้งสองหัวเราะก๊าก
ปาริฉัตรสวน "ไปเหม่อบนหัวพี่เหรอคะ"
ทั้งสองเบรคเอี๊ยด
"โห..น้องฉัตร..เล่นของสูงเลยเหรอคะ? คิดจะเล่นท่านประธานไม่พอ ยังจะมาเล่นหัวพี่อีกเหรอคะ?” มอลลี่ว่า
"แล้วพี่ล่ะคะ..คิดยังไง? ถึงได้ดึงเอาของสูงอย่างท่านประธานลงมาเทียบกับหัวของพี่ ๆ??”
ทั้งสองคนสะดุ้งโหยง
"เยอะไปละ!!”
"เยอะสิ!! ฟ้ากับ" มอลลี่พูดใส่หน้าทั้งสองคน "เหวมันห่างกันเยอะ ไม่ควรเอามาเทียบกัน..เข้าใจมั้ยคะ?”
ลูกกอล์ฟโค้ง "เข้าใจครับ!!”
มอลลี่ตบหัวลูกกอล์ฟ "ไอ้บ้า!”
ลูกกอล์ฟกุมหัวป้อย ๆ
มอลลี่เดินไปประจัญหน้ากับปาริฉัตร "ทำเป็นปากดีไปเหอะ" มอลลี่เย้ย "ฟ้ากับเหว..ฮิฮิ..จริงด้วยสิ..ฟ้าน่ะท่านประธานแน่ ๆ แต่ว่า ‘เหว’ น่ะ..คงจะไม่ใช่พี่มอลลี่หรอกนะคะ..คุณน้องฉัตรขา"
"ถ้าไม่ใช่พี่มอลลี่แล้วก็คงจะไม่มีใครในโลกนี้แล้วล่ะค่ะที่จะเหมาะกับ ‘เหว’!!” ปาริฉัตรว่า
"มีสิคะ!!" มอลลี่จิกตาลงที่โต๊ะปาริฉัตร หยิบกระจกส่องหน้าที่วางอยู่แถวนั้นส่องหน้าปาริฉัตร "คนนี้ล่ะค่ะที่จะเหมาะกับ ‘เหว’!!”
ปาริฉัตรทุบโต๊ะปัง "พี่มอลลี่!!”
"ฮือ ๆๆ" มอลลี่ทำเป็นร้องไห้แล้วก็เช็ดน้ำตาป้อยๆ "น่าเวทนานะไอ้ลูกกอล์ฟ วัน ๆ มัวแต่ทำงานอย่างวัวอย่างควายถวายชีวิต เฮ้อ! กำลังจะโดนถีบลงเหว..นางยังไม่รู้ตัวอีก ฮ่า ๆๆ"
ลูกกอล์ฟงงๆ แต่ก็คิดว่าเอาวะ หัวเราะด้วยก็ได้
"พูดเรื่องอะไร? ใครจะโดนถีบลงเหว?? พูดมา!!” ปาริฉัตรว่า
มอลลี่พูดทันที "ก็เธอไง!" มอลลี่ส่องกระจกให้ "ดูซะ!!”
ปาริฉัตรปัดทิ้ง "หมายความว่ายังไง?”
มอลลี่ทันที "ก็หมายความว่า..คำว่า ‘ตกกระป๋อง’ รึว่า ‘หมาหัวเน่า’ มันยังเบา ๆ ไป แต่ในสถานการณ์ ณ จุดนี้ พี่มอลลี่คงต้องใช้คำว่า ‘เหว" มอลลี่ย้ำ "น้องฉัตรกำลังจะถูกถีบลงเหว เพราะ..." มอลลี่ทำให้ลุ้น
ลูกกอล์ฟพูดต่อ “..ว่าาา"
"ท่านประธานกำลังจะพาคุณเลขาฯน้องเดือนไปดินเนอร์กับครอบครัว--ไกรตระกูลแฟมิลี่--เย็นนี้!!”
ปาริฉัตรตกตะลึง
"แกรนด์โอเพนนิ่ง?? เปิดตัวอย่างเป็นทางการ?” ลูกกอล์ฟบอก
"ถูกต้อง? All right!!! มันใช่เรยย์อ่ะ..ไอ้ลูกกอล์ฟ"
ทั้งสองคนสะใจ ในขณะที่ปาริฉัตรยืนหน้าซีดเพราะหมดแรง
ปาริฉัตรพึมพำ "ไม่จริง..ท่านประธาน" ปาริฉัตรหมดแรง

นาคินทร์นั่งมองลูกเหล็กกระทบกันอยู่ จู่ ๆ ปาริฉัตรก็เปิดประตูผลัวะเข้ามา นาคินทร์ชะงักมอง ปาริฉัตรชะงักและหยุดยืน
"มีอะไรครับ..คุณฉัตร?”
ปาริฉัตรอึกอัก "เอ่อ..คือ.." ปาริฉัตรตะล่อม "ฉัตรเพิ่งทราบว่าท่านประธานจะมีทานอาหารที่บ้านเย็นนี้"
นาคินทร์ตอบตามปกติ "ครับ?”
ปาริฉัตรอึกอัก "เอ่อ..คือ..มีงานสำคัญอะไรรึเปล่าคะ?”
"ก็.." นาคินทร์มอง "คุณฉัตรมีอะไรรึเปล่าครับ?”
ปาริฉัตรหลบตา "เอ่อ..”
ประกายเดือนเปิดประตูเข้ามา
"พร้อมแล้วค่าาา ท่านประ.." ประกายเดือนชะงัก "อุ้ย!!”
ปาริฉัตรหันไปมองแล้วก็ตาวาวเพราะตำตาตำใจเหลือเกิน
"แฮ่!! ถึงว่า..ไม่มีใครอยู่หน้าห้อง งั้นเดือนไปรอข้างนอกนะคะ" ประกายเดือนจะปิดประตู
"ไม่ต้องครับคุณเดือน" นาคินทร์ลุกขึ้น "ผมน่าจะไม่มีงานอะไรแล้วใช่มั้ยครับคุณฉัตร?”
ปาริฉัตรมึน "เอ่อ..ค่ะ..มะ..ไม่มีค่ะ"
นาคินทร์พูดกับประกายเดือน "งั้นเราไปเลยเถอะครับเผื่อรถติด เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ผมจะรอ"
ปาริฉัตรอึ้งที่มีพ่อแม่ของนาคินทร์ด้วย
ประกายเดือนเห็นอาการปาริฉัตรก็ยิ้มแฉ่ง "ได้เลยค่ะท่านประธาน..ไปก่อนนะคะ..คุณฉัตร" ประกายเดือนหลิ่วตาให้แล้วเดินออกไปกับนาคินทร์
ปาริฉัตรแทบจะกัดลิ้นตายอยู่ตรงนั้น
"ไม่จริง!" ปาริฉัตรสะอื้น "ไม่จริง!!”


อาหารนานาชนิดที่สวยงามและดูดีถูกนำมาวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ
"แถ่น..แทน..แท้นน" สาวิตรีภูมิใจเสนอ
นารถนรินทร์ ทวยเทพ สาวิตรี และใบตอง กิ้วก้าวด้วยความภูมิใจในฝีมือ
"โอ้โห..งานนี้คุณสาวิตรีจัดหนัก จัดแน่นจริง ๆ" ทวยเทพชม
"แน่นอนจ้ะพ่อ” สาวิตรีบอก "อาหารไทยแท้ ๆ ด้วยนะจ๊ะ เพราะแม่ว่าก็น่าเบื่อแล้วนะ เดี๋ยวนี้มีแต่คนเปิดร้านอาหาร ภัตตาคาร ฝรั่ง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เต็มไปหมด แม่ก็เลยคิดว่า ‘อาหารไทย’ น่าจะเป็นอะไรที่ถูกใจพี่คินแล้วก็ ‘แขกคนสำคัญ’ ของพี่คิน"
นารถนรินทร์นิ่งไป "ว่าแต่..เครียดจังค่ะ..สรุปว่า ‘แขกคนสำคัญ’ ของพี่คินเนี่ย..ใครกันนะ..อยากรู้จริง ๆ"
"นั่นสิคะ..ใบตองก็อยากรู้..หื้อ!! มันแน่น" ใบตองทำท่าแน่นอก "ไปหมดแล้วคะเนี่ย"
ทวยเทพไม่รู้อะไร "อ้าว..แล้วนี่ไม่มีใครชวนหนูตะวันมาทานข้าวด้วยกันเรอะ? ทานข้าวกันขนาดนี้ ทำไมไม่ชวนเค้ามาร่วมโต๊ะด้วย?”
"เออ..ก็จริงของพ่อ"
นารถนรินทร์สะกิดแม่ "จะดีเหรอคะ..แม่?!”
"เออ..ก็จริงของลูก"
"จะไม่ดีตรงไหนยัยนารถ ตะวันเค้าก็เป็นคนในบ้านเรา" ทวยเทพบอก
นารถนรินทร์อึกอัก "คือ..”
ใบตองเสียงดังลั่น "คุณคินมาแล้วค่ะ..คุณคินมาแล้ว!”
สาวิตรีกับใบตองวิ่งวุ่นทำเก็กฟอร์มไม่ตื่นเต้นอะไร ‘นัครินทร์’ โผล่เข้ามาแล้วก็ชะงักที่เห็นทุกคนนั่งกันเรียบร้อย
สาวิตรี นารถนรินทร์ และใบตองพูดพร้อมกัน "ตานัค!! / พี่นัค!! / คุณนัค!”
ทุกคนเซ็งกันระนาว
นัครินทร์งง "ฮะ?? ก็ผมไงฮะ—นัคฮะ--นัครินทร์" นัครินทร์เดินปรี่เข้ามา "ทำไมต้องตื่นเต้นกันขนาดนั้นด้วย" นัครินทร์มองตัวเอง "วันนี้ผมหล่อผิดปกติเหรอฮะ?!..ก็ไม่นะ ก็หล่อเหมือนทุก ๆ วัน"
นาถนรินทร์ทำเสียงอาเจียน "อ้วกก!!”
"อ้าว..ไปท้องกะไอ้วิทย์ตอนไหน?” นัครินทร์ว่า
นาถนรินทร์แว๊ดใส่ "พี่นัค!!!”
"ตานัค!! พูดกะน้องอย่างนี้ได้ยังไง" ทวยเทพว่า
"แหย่เล่นนน..ว่าแต่.." นัครินทร์มองโต๊ะ "นี่มันอะไรกันฮะเนี่ย?!”
"พริตตี้ โคโยตี้มั้ง?!” สาวิตรีบอก
"แม่..ผมหมายถึงว่าทำไมอาหารมันเยอะแยะขนาดนี้"
"ก็พี่คินเค้าจะพา‘แขกคนสำคัญ’ของเค้ามาทานข้าวบ้านเรา แม่ก็ต้องจัดให้สมเกียรติ"
นัครินทร์อึ้งแล้วก็นึก "แขกคนสำคัญ?" นัครินทร์นึกออก "ประกายเดือน?? ประกายเดือนน่ะเหรอฮะ แขกคนสำคัญ?”
นาคินทร์เดินเข้ามาพร้อมประกายเดือน
"ใช่..ประกายเดือน..แขกคนสำคัญของผม"
ทุกคนหันไปมองอย่างตกตะลึง ๆ
ประกายเดือนยิ้มให้ก่อนจะยกมือสวัสดี "สวัสดีค่ะ..ประกายเดือนค่ะ"
พ่อกับแม่รับไหว้ นารถนรินทร์มอง ส่วนใบตองตาโต


ปานตะวันทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง
"ตะวันขอตัวดีกว่าค่ะพี่ใบตอง"
"ไม่ได้หรอกค่ะ คุณคินสั่งเสียงเข้มเลยว่าให้ใบตองมาเชิญคุณตะวันไปทานอาหารด้วยกันให้ได้"
"แต่ตะวัน....”
ใบตองหน้าเบ้จะร้องไห้ "คุณตะวันคะ..อย่าให้ใบตองต้องโดนคุณคินดุเลยค่ะ"
ปานตะวันทำหน้าหนักใจ

นาคินทร์ยิ้ม
"ประกายเดือนเป็นน้องสาวของตะวัน"
นัครินทร์แทบตกเก้าอี้ "อะไรนะฮะพี่คิน?! น้องสาว? คุณเลขาฯของผมเป็นน้องสาวคุณพยาบาลของพี่คิน?”
"และที่ผมต้องบอกว่าประกายเดือนเป็น”แขกคนสำคัญ” ก็เพราะ ตะวันรักน้องสาวคนเดียวคนนี้มาก"
นารถนรินทร์ยิ้มแฉ่ง "เข้าใจแล้วค่ะ พี่คินเลยอยากพามาเซอร์ไพร์สพี่ตะวัน พี่ตะวันจะได้หายป่วยเร็วๆ ใช่มั๊ยคะ?”
"อะไรนะคะ? ตะวันไม่สบายเหรอคะ? ตะวันป่วยเป็นอะไรคะ?”
"อ๋อ..หนูตะวันก็...”
นาคินทร์ตัดบท "อ่อนเพลียนิดหน่อยน่ะครับ คุณเดือนไม่ต้องตกใจ"
ประกายเดือนยังห่วง
"นั่นไง..หนูตะวันมาแล้ว"
ปานตะวันยืนอยู่ ขณะที่ประกายเดือนนั่งหันหลังให้
นารถนรินทร์ตื่นเต้น "พี่ตะวัน..ดูซิคะ..ว่าใครมา?”
ประกายเดือนยิ้มแฉ่งก่อนจะหันขวับไปมองตะวัน
ปานตะวันตะลึงและดีใจสุดๆ "เดือน!!”
สองพี่น้องวิ่งเข้ามากอดกันแน่น แล้วก็สะอื้น
"ตะวัน!!! เค้าคิดถึงตะวัน"
"พี่ก็คิดถึงเดือน..คิดถึงมาก"
นาคินทร์ตาวาว ทุกคนตื้นตัน ขณะที่นัครินทร์มองและพึมพำ
"โห..เลือกไม่ถูกเลยว่ะงานนี้ พี่ก็เซียะ น้องก็ขาวอึ๋ม" นัครินทร์ว่า
ใบตองที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับอายม้วน เพราะนึกว่านัครินทร์ชมตัวเอง "บ้าา..คุณนัคอ่ะ!”
นัครินทร์พูดทันที "ดำ!!”
ใบตองเซ็ง "แอร้ย!!”
"เป็นไงจ๊ะหนูตะวัน หายป่วยเลยมั๊ยได้เจอน้องสาว" สาวิตรีถาม
"ค่ะ..ตะวันขอบคุณมากนะคะ"
"หื้มม..มาขอบคุณอะไรแม่?! ต้องขอบคุณพี่คินเค้า"
ปานตะวันอึ้ง นาคินทร์นิ่ง
นารถนรินทร์พูดต่อ "จริงค่ะ..เป็นแผนของพี่คินจะเซอร์ไพร์สพี่ตะวันโดยเฉพาะเลย"
ปานตะวันอึ้งๆ เพราะไม่รู้ว่าเขามาอารมณ์ไหน นาคินทร์ทำหน้าเฉยๆ จนดูไม่ออก
"เอาล่ะ..พ่อว่าทานข้าวกันดีกว่ามั๊ย? หิวแล้ว" ทวยเทพบอก
สาวิตรีดี๊ด๊า "จริงด้วยจ้ะ..เราฉลองให้ 2 พี่น้องแฮปปี้แฮปปี้กันซะเลยนะจ๊ะ"

นัครินทร์รีบไปพาปานตะวันมานั่งข้างๆ ตัวเองซึ่งอยู่ตรงข้ามนาคินทร์ทันที "ทางนี้เลยฮะ..ข้างผมได้เลย..กันเองฮะ..ไม่ต้องเกรงใจ"
ปานตะวันงงๆ นาคินทร์ก็มองๆ ไม่พอใจ
ประกายเดือนลืมตัวจึงออกอาการหวงพี่สาว "เอ่อ..ท่านรองฯคะ"
นาคินทร์เหมือนจะปราม แต่ตั้งใจจับมือประกายเดือนที่วางอยู่บนโต๊ะให้ปานตะวันเห็น "ทานข้าวเถอะครับ..คุณเดือน"
ปานตะวันมองมือนาคินทร์จับมือประกายเดือนอย่างอึ้งๆ ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมองนาคินทร์อย่างมีคำถาม
นาคินทร์มองรออยู่แล้ว "ทานข้าวเยอะๆ นะครับคุณตะวัน" นาคินทร์ยิ้ม "จะได้หายเร็วๆ"
ปานตะวันอึ้งและรู้สึกถึงความไม่ปกติ
นาคินทร์ตั้งใจตักกับข้าวให้ประกายเดือน "ลองชิมนี่นะครับ..ฝีมือคุณแม่ผม..อร่อยมาก"
ประกายเดือนยิ้มแฉ่ง "ขอบคุณค่ะท่านประธาน หื้มมม..อร่อยจริงๆ อร่อยมากค่ะ"
สาวิตรีปลาบปลื้ม บรรยากาศดูเหมือนจะชื่นมื่น ยกเว้นปานตะวันที่แทบจะกลืนอะไรไม่ลงเพราะระแวงในการกระทำของนาคินทร์

นาคินทร์เดินออกมา ปานตะวันปรี่มาขวางหน้าทันที ทั้งสองประจันหน้ากัน ปานตะวันจ้องหน้านาคินทร์เขม็ง แต่นาคินทร์ไม่สะทกสะท้าน
"คุณกำลังจะทำอะไร?” ปานตะวันถาม
นาคินทร์ตอบหน้าตาเฉย "ก็กลับไปทานข้าว--ได้เวลาทาน ‘ของหวาน’ แล้ว"
ปานตะวันตาโตเพราะช็อคก่อนจะกัดฟัน "อย่ายุ่งกับประกายเดือน"
นาคินคร์มองหน้าแล้วยิ้มน้อย ๆ แล้วก็จะเดินออก ปานตะวันดึงแขนนาคินทร์ไว้ นาคินทร์หยุดแล้วมอง ที่มือปานตะวัน ปานตะวันยอมปล่อยมือ
ปานตะวันข่มอารมณ์พูด "ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณโกรธเกลียดอาฆาตแค้นอะไรฉันนักหนา แต่เอาเป็นว่า ถ้าคุณอยากจะแก้แค้นให้สะใจก็ขอให้ทำกับฉันคนเดียว" ปานตะวันเสียงสั่น "อย่าทำอะไรน้องสาวฉัน.." ปานตะวันใช้สองมือเกาะแขนนาคินทร์เหมือนขอร้อง "ฉันขอร้อง"
นาคินทร์มองปานตะวันก่อนจะค่อย ๆ แกะมือปานตะวันออก แล้วเดินจากไปอย่างไม่ไยดี
ปานตะวันหมดแรงจนแทบทรุด "คุณนาคินทร์...ฉันขอร้อง..”
ปานตะวันสะอื้นและหมดแรงอยู่ตรงนั้น

อ่านต่อตอนที่ 11

กำลังโหลดความคิดเห็น...