xs
sm
md
lg

พายุเทวดา ตอนที่ 10

เผยแพร่:

พายุเทวดา ตอนที่ 10

ในเวลานั้น รถของเฮียเม้งแล่นมาตามถนนบนเกาะมุก เม้งขับ มีคงคานั่งหน้า คำรณนั่งเบาะหลัง ธง พัน และศร นั่งกระบะหลัง คงคา คำรณ และเม้ง เห็นมอเตอร์ไซค์ของปลาดุกกับดารินขี่อยู่ข้างหน้า

โดยปลาดุกเป็นคนขี่ ดารินซ้อน เม้งเร่งเครื่อง ขับเร็ว และแรงขึ้น จนปลาดุกต้องหลบข้างทาง รถล้ม ปลาดุกหน้าเสียไป สองสาวเจ็บตัวทั้งคู่ ดารินลุกขึ้นมาได้ก่อน
คำรณมองเห็นดารินก็นึกชอบ รีบเปิดประตูลงไป
“เป็นอะไรมากมั้ยครับ”
“ไม่...ต่อไปก็ขับรถให้ดีๆ หน่อย”
เม้งเปิดประตูออกมา “ลื้อมีปัญหาอะไร”
“อ้อ เฮียนี่เอง อยากแกล้งฉันมากใช่มั้ย”
คงคาลงมาจากรถ ส่วนพัน ธง ศรนั่งคุมเชิงอยู่
“เจ็บหรือเปล่า” คงคาเปิดกระเป๋าจะให้ค่าทำขวัญ “เอาเงินไป หาหมอ”
“ไม่ต้อง” ปลาดุกเร็วกว่าฉวยเอาเงินไปทั้งปึก
คำรณฉุน “เฮ้ย นังนี่ เสี่ยเขาให้คนนี้ ไม่ได้ให้แก”
“มันก็เหมือนกันแหละ ฉันมาสองคน นายจะให้คนเดียว ได้ไง ไม่ยุติธรรมนี่หว่า”
“ไปๆ อย่ามีเรื่อง” คงคาตัดบท รุนหลังลูกให้กลับไปที่รถ คำรณยังหันมาส่งยิ้มให้ดาริน ดารินไม่ใส่ใจ ช่วยปลาดุกยกรถขึ้น เม้งขับรถออกไป
ปลาดุกนึกโมโห “ไอ้พวกเห็นคนไม่เป็นคน...ฮึ”

เม้งขับรถมาตามทางพลางพูดขึ้น “นังคนซ้อนทำงานที่ร้านผม...นั่งดริ๊งค์กับแขก แต่ไม่ยอม ให้ออฟ...เล่นตัวมาก แต่ที่ผมยังต้องง้อมันไว้ก็เพราะ แขกติดมัน ถ้าไล่ออกก็กลัวไปหากินร้านคู่แข่ง”
คำรณตาวาว “แบบนี้น่าสน”
คงคาเตือนลูกชาย “คำรณ อย่าเพิ่งทำอะไรตอนนี้ ถ้าเกิดมีอะไรเสียหาย พวกมันจะใช้เป็นเป้าโจมตีเราได้” คำรณนิ่งเงียบ ไม่ดวงตาไม่ยอมเชื่อตามพ่อนัก
เม้งบอกอีก “นังสองคนนี่ไม่ใช่ย่อยนะครับ ขนาดการ์ดผมตัวใหญ่ยัง กะยักษ์ยังล้มมันไม่ได้เลย แถมมันยังเตะการ์ดผมล้มอีกด้วย”
คำรณหัวเราะชอบใจ “เฮียเม้ง พูดซะผมยิ่งอยากรู้จัก”

ต่อมาไม่นาน ทั้งสามคนคุยกันอยู่ในห้อง โดยที่หน้าห้อง มีกลุ่มของพันถืออาวุธ คอยระวังมิให้ใครเข้ามาได้ ลูกน้องของฤทธิ์สองคนอยู่ห่างออกไป
“ถ้าหากว่าเราแพ้มันคราวนี้ การทำงานในเกาะมุกก็จะ ยากขึ้น...อย่าลืมว่าชาวบ้านรักมันมาก คำรณ อะไรมันจะสู้เงินได้ล่ะพ่อ” เสี่ยปรารภขึ้น
“ผมคิดว่าวันนี้จะเอาคนออกไปข่มขู่ไม่ให้พวกชาวบ้าน เลือกมนต์”
คงคาหัวเราะ “นี่แหละคือสิ่งที่ฉันอยากฟังจากปากนายฤทธิ์”

ฤทธิ์มาหาเสียงให้คำรณ นำลูกน้องเข้ามาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนเกาะมุก ฤทธิ์นั้นไหว้กราดไปทั่ว
ลูกน้อง 1 เอ่ยขึ้น “วันนี้กำนันฤทธิ์มาเยี่ยม ใครมีปัญหาอะไรก็บอกได้เลย ท่านกำนันจะได้มาช่วยเหลือ”
ลูกน้อง 2 บอกอีก “อะไรที่มันเป็นปัญหาจะได้รับการสะสางจัดการให้หมด ไป โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยนะพี่น้อง” มีชาวบ้านพากันรุมเข้ามา ชาวบ้านสลับกันเล่าให้ฤทธิ์ฟัง แต่ไม่ได้ยินเสียง ฤทธิ์ฟังแล้วพูดปราศัยอยู่ท่ามกลางชาวบ้าน
“เอาละพ่อแม่พี่น้อง ผมพอจะทราบปัญหาแล้ว แต่ อยากจะบอกทุกคนว่าปัญหาจะแก้ได้ก็ต้องให้หลาย ฝ่ายร่วมมือกัน...ทั้งผม ทั้งผู้สนับสนุนของผม และ จากพ่อแม่พี่น้องทุกคนด้วย...หากท่านเลือกคุณคำรณ เป็นผู้ใหญ่บ้าน ผมก็จะทำงานกับผู้ใหญ่บ้านได้เข้าขากัน แต่ถ้าเลือกคนอื่น ปัญหาของพ่อแม่พี่น้องก็คงไม่ ทุเลาลง”
ชาวบ้านมองฤทธิ์อย่างงงๆ ชาวบ้าน 1 เอ่ยขึ้น
“พูดแบบนี้ก็เท่ากับว่าบังคับให้เราเลือกคนที่กำนันต้องการใช่มั้ย”
ชาวบ้านคนอื่นๆ พากันรุมถามเสียงฟังไม่เป็นศัพท์ ฤทธิ์พยายามค้าน แต่ทำไม่ได้

ด้านมนต์ขึ้นรถหาเสียง สวมพวงมาลัยดาวเรืองแห่ไปรอบเมือง มีเทวากับเดชอยู่ข้างๆ สิงห์ ก้อง แสงจันทร์ แสงดาว สน นที ประสิทธิ์ล้วนเป็นหัวคะแนนมาแจกใบปลิว ชาวบ้านต่างพากันรับ
มนต์ เทวา เดช เดินเข้ามาทักทายชาวบ้านอีกกลุ่ม ชาวบ้านทุกคนพากันสวมกอดมนต์อย่างรักใคร่
ชาวบ้าน 2 บอก “พวกเราเลือกครูอยู่แล้ว...สอนให้ลูกเราเป็นคนดี เราก็ ต้องเชื่อว่าครูมนต์เป็นคนดี”
มนต์ยิ้มชื่น “ขอบคุณครับ”
ฝ่ายเทวาแจกใบปลิวส่งให้ชาวบ้านไปเรื่อยๆ จนเห็นมือของใครคนหนึ่งยื่นมารับ เทวาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจึงพบว่าเป็นดารินที่มองตัวเองอยู่ ปลาดุกอยู่ข้างๆ เทวาชักใบปลิวกลับ
ดารินฉุน “ฉันไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง เพราะเป็นคนที่อื่น นายก็เลยไม่ แจกฉัน”
ปลาดุกพยักพเยิด “มีเคือง...มีเคือง...เคลียร์กันเองละกัน”
ปลาดุกเลี่ยงไปทางอื่น เทวาทักถามเบาๆ
”สบายดีเหรอ...อึดอัดมั้ยที่เรารู้จักกันแต่ต้อง ทำเหมือนคนแปลกหน้าต่อกันยังงี้”
“นายบอกฉันเองนะว่าคนที่นี่รังเกียจผู้หญิงอย่างฉัน แต่ตอนนี้ฉันพิสูจน์แล้วว่าทุกคนโอเคกับฉัน มีแต่นาย น่ะแหละ”

แสงดาวอยู่ที่มุมหนึ่งชะงักเมื่อมองเห็นทั้งสองคุยกัน แสงจันทร์มองอยู่พอดีเลยถามขึ้น
“ผู้หญิงคนนี้หรือเปล่าที่ทำงานร้านเหล้าของเฮียเม้ง”
“ใช่...ไม่คิดเลยว่าพี่เทวาจะชอบผู้หญิงแบบนี้ด้วย” แสงดาวน้อยใจ เดินหนีไป แสงจันทร์รีบเดินไปหามนต์ ไหว้ชาวบ้านคู่กับมนต์
เทวางุบงิบคุยกับดาริน
“รู้หรือเปล่าว่าเป็นห่วง”
“ฉันไม่ได้มีญาณวิเศษนี่...จะได้รู้...นายไปได้แล้ว เขาเดินกันไปโน่นแล้ว”
เทวายิ้มสุขใจได้ต่อปากต่อคำ แล้วเดินตามกลุ่มของตนไป ดารินยืนมองตาม มีปลาดุกยืนมองมาที่ดารินจากมุมหนึ่ง


มนต์ แสงจันทร์ สน ประดิษฐ์ แจกใบปลิวให้แก่ชาวบ้านอยู่ที่มุมหนึ่งของตลาด แสงดาวยืนซึมมองไปไร้จุดหมาย
นทีเข้ามาทางด้านหลัง “อาการแบบนี้เหมือนคิดอะไรอยู่ กังวลอะไรเหรอครับ คุณแสงดาว”
แสงดาวหันไป “เป็นจิตแพทย์ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ผมไม่ได้ฉีดยาเป็นอย่างเดียวนะครับ จิตวิทยาผมก็ เรียนมาบ้าง ไม่ต้องเป็นหมออย่างผมหรอก ก็ดูรู้ว่าสติ สตังคุณไม่อยู่กับตัว”
“ฉันไม่ได้เป็นอะไรค่ะหมอ ขอบคุณค่ะ” แสงดาวเดินไป เดชแอบมองอยู่ที่รถสองแถวของเขา ซึ่งใช้เป็นพาหนะในการหาเสียงด้วย มีกระติกนํ้า และขวดนํ้าอยู่ด้วย แสงดาวเดินมาที่รถ เดชส่งนํ้าเย็นๆ ให้ก่อน
“เผื่อจะดีขึ้น”
แสงดาว “อะไรเหรอพี่เดช”
“จะได้เลิกหึงไอ้เทวามัน” แสงดาวจ้องหน้าเดช ไม่พอใจ
“พี่เดชอย่าหาเรื่องฉันดีกว่า” แสงดาววางนํ้าที่เดชส่งให้ลง แล้วเดินหนีไป

เดชบ่นตามไป “ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ”
เหล่าลูกเทวดา เทวา มนต์ เดช ก้อง สิงห์ นั่งคุยหารือกันกันอยู่ในวัด มนต์เอ่ยขึ้น

“พรุ่งนี้ก็รู้ผลแล้วละว่าข้าจะได้เป็นผู้ใหญ่บ้านหรือเปล่า ถ้าไอ้คำรณมันได้ สัญญาได้มั้ยวะว่าพวกเราจะร่วมมือ กันต่อต้านอิทธิพลของพวกมันให้ถึงที่สุด”
“ผมรับปาก” เทวายื่นมือให้มนต์จับ ทุกคนยื่นมือมาแตะกัน บุญกู้ยืนยิ้มอยู่มุมหนึ่ง

ที่ร้านเฮียเม้งคึกคัก ลูกค้าแน่นร้านตามเคย เฮียเม้งส่งเงินซองหนึ่งหนามาก ให้ ชายคนหนึ่ง
“จัดการให้ได้นะ ถ้าใครเลือกคุณคำรณก็แจกไปเลย แต่ถ้ารู้ว่ามันไม่เลือก ก็เตรียมตัวตายได้เลย”
ดารินยักย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเพลง หญิงบริการคนอื่นก็ทำไม่ต่างกัน สายตาของดารินจับจ้องที่ชายคนที่รับเงินไปอยู่ตลอด คำรณกับพวกเดินเข้ามาพอดี ดารินรีบหลบไปทางหนึ่ง ชายที่รับเงินจากเฮียเม้งออกไปนอกร้าน ดารินตรงไปหาเม้ง
“เฮีย ขอกลับห้องหน่อยได้ปะ”
“จะไปไหน”
ดารินบอกคล่องปาก “ไฟแดง...บอกแค่นี้คงไม่อธิบายนะเฮีย มันเรื่องของ ผู้หญิงเขา...หรือว่าเฮียจะให้เลอะเทอะที่นี่ ร้านเฮียจะ ได้เฮงๆๆ”
เม้งร้องลั่น “เฮ้ย...รีบกลับมาก็แล้วกัน...อย่าช้าล่ะ แขกเริ่มเข้ามาแล้ว”
ดารินออกไป คำรณฉวยมือดารินไว้ “เราเพิ่งเจอกันเมื่อกลางวัน จำกันได้มั้ย”
“จำได้” ดารินยิ้มโปรยเสน่ห์ “เดี๋ยวฉันมา” พลางดารินแกะมือคำรณออกอย่างนุ่มนวล ส่งยิ้มให้ เม้งเข้ามาบริการ
“นั่งก่อน นั่งๆๆ คุณคำรณ จะเลือกน้องๆ คนไหนมานั่ง คุยด้วยมั้ยครับ”
คำรณกวาดตาไปที่หญิงบริการแต่ไม่ถูกใจ “ไม่ ฉันจะรอแม่คนนั้น”

ชาย 1 คนที่รับเงินเดินปะปนไปกับคนอื่นๆ ในถนน ดารินเดินตามมา จนสาวเท้าก้าวทันตรงทางเปลี่ยว
“ดีจ้าพี่ชาย...จะรีบไปไหนเหรอจ๊ะ”
“มีอะไรเหรอ พี่รีบ”
ดารินฉวยมือชาย 1 ให้หันมาหาปะเหลาะทันที “พี่หล่อจัง...อดใจไม่ไหวเลยต้องเดินตามมา”
ขาดคำนั้นเองดารินก็กอดชาย 1 หมับ มือดารินที่โอบด้านหลังจ่อที่กระเป๋าเสื้อแจ๊กเก็ต ขณะที่ใบหน้าของดารินยิ้มหวานสบตากับชาย 1 จนชาย 1 สะท้านวาบหวิว
มือของดารินล้วงเงินชาย 1 มาได้ ก็รีบหย่อนลงกระเป๋าตัวเองก่อนจะผละออก
“เสียดายจัง พี่คงมีธุระ ไว้วันหลังก็ได้”
ดารินหอมแก้มชาย 1 เบาๆ แล้วผละไป ชาย 1 มองตามด้วยสายตาละห้อย

ชาย 1 คนที่รับเงินจากเฮียเม้งลงจากมอเตอร์ไซค์ ตรงมาที่ลานหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเกาะมุก เขาตบที่กระเป๋าเสื้อ แล้วหน้าเสีย ล้วงจนแน่ใจว่าไม่มีเงินแน่ รู้ตัวว่าถูกดารินล้วงกระเป๋า ฮึดฮัดอย่างเจ็บใจ
“อี...เจ็บใจนัก”

วันรุ่งขึ้น อันเป็นวันเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน คงคาวางโทรศัพท์ลง หัวเสียสุดขีด
คำรณถาม “ว่าไงพ่อ”
“แพ้ยับ” คำรณตกใจ
หยาดฟ้าแปลกใจ “หว่านเงินไปตั้งมากมาย ทำไมถึงเป็นยังงี้ หรือว่า เงินไม่ถึงมือพวกชาวบ้าน”
คำรณหน้าเครียด “ไอ้ฤทธิ์มันไม่ช่วยเรา มันเป็นกำนัน มันดูดายได้ไงพ่อ”
หยาดฟ้าเตือน “งานนี้เสี่ยต้องระวังนะคะ จะทำให้เสี่ยงาน เสียผล ประโยชน์มหาศาลบนเกาะมุก”
กานดานั่งรถเข็นเข้ามา มีพร้อมเข็นรถเข้ามาด้วย หยาดฟ้าหันเห็น
“ใครเชิญ”
กานดาย้อน “ฉันควรเป็นคนพูดคำนี้มากกว่า...ฉันต้องการคุยกับลูก ชายฉัน หล่อนเป็นคนอื่น ออกไป”
หยาดฟ้าจ้องหน้ากานดาแล้วเดินไปอย่างไม่พอใจ
“คำรณ แม่รู้ข่าวจากลูกน้องของเราว่าลูกแพ้”
คำรณพาลเสียงดังใส่ทันที “แม่จะมาซํ้าเติมผมทำไม”
“ไม่ได้ซํ้าเติม แต่แม่คิดว่าเป็นการดีแล้ว งานผู้ใหญ่บ้าน ไม่เหมาะกับลูกหรอก ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินดีกว่า”
คงคาขัดขึ้นมา “ผมว่าคุณอยู่เฉยๆ ดีกว่า งานนี้ลูกเราเป็นคนเลือกเอง ผมไม่ได้บังคับเขา คุณเป็นแม่จะขัดใจลูกทำไม”
กานดาย้อน “ก็คุณเป็นพ่อ ทำไม่ไม่ชี้แนะทางที่ถูกให้ล่ะคะ หรือว่า เป็นเหมือนกันทั่งพ่อ...ทั้งลูก”
คงคาหัวเสีย “ไป...จะไปไหนก็ไป...รำคาญ”

ฤทธิ์อยู่ที่บ้านพัก ถือโทรศัพท์ค้างไว้ พยักหน้าเหมือนเข้าใจเรื่องที่ทางปลายสาย
“ผมพอเข้าใจแล้วครับ เสี่ย ผมจะจัดการมันให้ ส่วนเรื่องตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน เสี่ยไม่ต้องเป็นห่วงนะ ครับ ถึงเราไม่ได้เป็น แต่มันก็ทำงานไม่สะดวกหรอก ผมรับรองว่างานของเสี่ยบนเกาะนี้ไม่เสียแน่”
ฤทธิ์วางสาย พยักหน้าเรียกลูกน้องทั้งสองเข้ามาหา

ริมถนนสายหนึ่งบนเกาะมุก ลูกน้องของฤทธิ์ซ้อมชายที่รับเงินไปอย่างทารุณ ชายคนนั้นใบหน้าเลอะเลือดที่มุมปาก ยกมือไหว้ ตัวสั่นไปหมด เทวาขี่รถมาพอดี เห็นเข้า
“เฮ้ย” เทวาลงมาจากรถ ลูกน้องของฤทธิ์หันมารุมเทวา เทวาต่อยเตะต่อสู้จนลูกน้องต่างได้แผล รีบขี่รถมอเตอร์ไซค์หนีไป
“เป็นไงบ้าง...ไปหาหมอนะ”

ชายที่รับเงินนอนอยู่บนเตียงในอนามัย
“สงสัยว่าคงต้องนอนดูอาการสักคืนก่อน อาจจะชํ้าใน” หมอนทีบอก
“ฝากด้วยนะครับหมอ”
แสงดาวพาลไม่เลิก บอกอย่างไม่ค่อยพอใจ “นี่ถ้าฉันรู้นะว่านายเป็นพวกมัน ฉันไม่ช่วยทำแผลให้ หรอก”
นทีตัดบท “เอาน่า...หน้าที่ของเรานะแสงดาว”
แสงดาวงอน “งั้นหมอก็ดูแลมันต่อละกัน”
“ผมไปก่อนนะครับ” เทวาออกไป แสงดาวเรียกไว้ “เดี๋ยว” แล้วตามไป
นทีหันมาทางคนป่วย “หนักหน่อยนะเรา”

แสงดาวตามเทวาออกมาทันที่หน้าอนามัย
“จะรีบไปไหนเหรอพี่เทวา”
เทวาหันมา แสงดาวเดินไปใกล้ ถามเสียงเครียด “ตกลงไอ้นั่นมันโดนใครทำร้ายมา...พี่แน่ใจแล้วเหรอว่า ไม่ได้ช่วยคนผิด”
“ผิดถูกก็รักษาไปก่อนน่า พี่ไม่อยากเห็นมันตายคาถนน ไปก่อนนะ”
เทวาเดินไปที่มอเตอร์ไซค์ขี่รถออกไปเลย แสงดาวมองตามตาคว่ำ บ่นบ้าตามหลังไป

“ใจดีนัก หรือว่าเป็นพวกเดียวกับไอ้พวกเสี่ยคงคา...ฮึ ยิ่งสงสัยอยู่ด้วย”


อ่านต่อหน้า 2
พายุเทวดา ตอนที่ 10 (ต่อ)

เทวาจอดมอเตอร์ไซค์ซุ่มอยู่หน้าปากทางเข้าบ้านเช่าของดาริน เห็นดารินแต่งตัวจะไปทำงานออกมาพอดี เทวาดึงตัวมาหา ดารินตั้งท่าจะตอบโต้ แต่เทวากอดทั้งตัวลากเข้ามาในมุมลับตาคน

“เอะอะก็จะต่อยเตะท่าเดียวเลยเหรอแม่คนสวย”
“ปล่อยนะ...ปล่อย”
ดารินดิ้น ยกเข่าขึ้นตีเข้าที่เป้าของเทวาจังๆ เทวากุมเป้าหน้านิ่วตัวงอ
“โอ๊ย...แค่...อยากรู้...อะไรบางอย่าง”
“อะไรล่ะ”
ปลาดุกเดินเกร่มาเห็นทั้งสองคนก็ฉากหลบ
“โห บอกเราว่ารีบไปร้านเฮียเม้ง ที่แท้ก็นัดพบหนุ่ม ยัยรินเอ๊ย”

บริเวณชายหาดมุมสงบไร้ผู้คน เทวากับดารินยืนอยู่ตรงนั้น ดารินสารภาพแล้วว่าเป็นคนเอาเงินชายคนดังกล่าวมา
“นายอยากได้เงินก้อนนั้นเหรอ”
“เปล่า...ผมไม่ใช่คนหน้าเงิน”
“แล้วฉันใช่รึไง...ตอบมานะ” ดารินจ้องหน้า “นายก็คิดกับฉัน เหมือนคนอื่นบนเกาะมุก”
เทวายักไหล่ “ช่วยไม่ได้...ก็เธอทำตัวให้คนเขาเข้าใจอย่างนั้นเอง... ที่ถามเนี่ยก็เป็นห่วง ไม่อยากให้เธอวุ่นวายกับเรื่องบ้าๆ บนเกาะนี้เท่านั้นเอง...ไม่อยากใช้คำว่าเป็นห่วงหรอก นะ...เพราะคงไม่มีสิทธิ์...เธอมันเก่งนี่...เก่งจนผมเอง ยังแปลกใจ...ผู้หญิงสวยๆ จะทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง”
“ที่ฉันยุ่ง ฉันไม่ได้ต้องการเงิน...ทำไมนายไม่คิดบ้างว่า ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น นายมนต์ พี่นายจะได้เป็น ผู้ใหญ่บ้านมั้ย...นายควรจะขอบใจฉันด้วยซํ้า เทวา ก็บอกแล้วไงว่าเป็นห่วง...หรือว่า...ไม่ต้องการ”
เทวาสบตาฉวยมือดารินมากุม ดวงตาดารินสะท้าน แต่ค่อย ๆ ดึงมือตัวเองออก
“ฉันมันผู้หญิงไม่ดี...อย่ามายุ่งกับฉันเลย” ดารินเดินหนี เทวาก้าวตามมา
คลื่นที่ซัดสาดสู่ฝั่ง เทวารวบตัวดารินมากอดไว้ แล้วจูบ ดารินตกใจผลักไส แต่ทำทีว่าคล้อยตาม แต่แล้วก็ต่อยท้องเทวาจนตัวงอ
“นายนี่ฉวยโอกาสเก่งเหมือนกันนะ”
เทวาบอกหน้าตาเฉย “ตั้งใจ...ไม่ได้ฉวยโอกาส”
ดารินเม้ง “ยังจะมีหน้ามาพูดอีก”
“ผมคนชัดเจน...ปากกับใจตรงกัน...มา จะไปส่ง”
เทวาฉวยมือดารินกุมไว้แน่น ดึงไป พลางพูด
“ดาริน...ผมรักษาสัญญาเสมอ รับปากคุณไว้ว่าจะไม่ บอกใครว่าเรารู้จักกัน ทั้งที่อึดอัดจะแย่แล้ว”
ดารินสบตา แล้วเสไปมองทางอื่น มือเทวายังกุมมือของดารินไว้แน่น สองคนเดินไปด้วยกัน

เช้าวันต่อมา สนบอกกับแสงจันทร์ด้วยความเป็นห่วง มนต์อยู่ด้วย
“เจ้ามนต์จะต้องไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน เดินทางไปโรงเรียน คนเดียวมันอันตราย พ่อว่าจะให้เหมารถเจ้าเดชให้มัน รับส่งเรากับน้อง”
“ทำไมล่ะพ่อ...ฉันขี่รถไปโรงเรียนได้”
สนอึดอัด แต่ก็โพล่งออกมา “พ่อว่ามันอันตราย เชื่อพ่อเถอะแสงจันทร์”
แสงดาวออกมาจากในห้อง “แต่ฉันคงไม่ต้องมั้ง เพราะฉันไม่ได้เป็นเมียผู้ใหญ่บ้าน”
มนต์บอก “ทั้งสองคนนั่นแหละ พวกมันยิ่งเป็นอันธพาลกันอยู่ด้วย ทำตามที่พ่อแนะนำแหละ”
มีเสียงแตรรถดังมา แสงดาวชะโงกหน้าลงไปข้างล่าง ก็เห็นเดชยืนอยู่ข้างรถหน้าบ้าน เดชส่งยิ้มให้ สีหน้าสดใส
แสงดาวบ่น “นี่พ่อจัดการเสร็จแล้วถึงบอกเราสองคนใช่มั้ย”
“เปล่า โน่น คนจัดการ” สนพยักพเยิดไปที่มนต์ ซึ่งยืนยิ้มให้แสงดาวกับแสงจันทร์อยู่

ไม่นานต่อมาเดชขับรถมาตามถนน แสงดาวกับแสงจันทร์นั่งข้างหลัง
แสงดาวบ่นตามประสา “นี่เขาไม่จอดรับใครเลยเหรอ”
“ก็เหมาแล้วนี่...ว่าไปก็ดีนะ ไม่รู้ว่าพวกมันจะแค้นพี่มนต์ หรือเปล่า...แสงดาว ถ้าหากวันไหนพี่ไม่ได้ไปโรงเรียน เธอต้องนั่งข้างหน้านะ เดชจะได้ดูแลเธอได้”
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ห่วงตัวพี่เถอะ” แสงดาวมองออกไปนอกรถ แสงจันทร์ส่ายหน้ายิ้มๆ
มีรถมอเตอร์ไซค์ฮาเล่ย์สามคันขี่ตามกันมา แล้วเร่งเครื่องมาเสมอสองแถว เดชมองที่กระจกมองข้าง และมองหลังอย่างระวัง
แสงจันทร์เห็นท่าไม่ดี “ระวังนะ”
เป็น พัน ธง และศร ที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ตีคู่มา มองที่แสงดาวกับแสงจันทร์ สายตาไม่น่าไว้วางใจ รถมอเตอร์ไซค์ทั้งสามคนแซงหน้าไป เดช รู้สึกไม่สบายใจเอาเลย

เดชจอดรถที่หน้าโรงเรียน ครูใหญ่ประสิทธิ์ยืนรับนักเรียนอยู่หน้าโรงเรียน แสงจันทร์ลงจากรถ แสงดาวยังนั่งอยู่
แสงจันทร์หันไปบอก “ไปนั่งหน้า”
แสงดาวค้อน “ทำไมพี่ต้องบังคับฉัน”
“ไม่เห็นเหรอว่าพวกมันเข้ามาก่อกวนบนเกาะแล้ว”
แสงดาวจำใจลงมา เปิดประตูขึ้นนั่งคู่กับเดช แสงจันทร์หันไปไหว้ประสิทธิ์ รถของเดชแล่นไป
“ครูใหญ่ขาให้หนูยืนเองก็ได้ค่ะ”
“ไม่ต้องหรอก...ครูแสงจันทร์รีบหลบไปก่อนเถอะ”
แสงจันทร์หน้าเสีย “ทำไมคะ มีอะไรเหรอ”
“อย่าเพิ่งไว้ใจอะไร ภาษิตที่ว่าแพ้เป็นพระอาจใช้ ไม่ได้ตอนนี้ก็ได้”

แสงจันทร์เครียดหน้าเสียหนัก มองตามรถสองแถวที่วิ่งห่างออกไป ใจหวิวๆ โดยประหลาด
มนต์มาที่วัด สิงห์เมาแอ่นอยู่มุมหนึ่งยกมือไหว้ทักเสียงอ้อแอ้

“ว่าไงขอรับ ท่านผู้หญ่าย”
“ทำไมเมาแต่เช้าเลยวะไอ้สิงห์”
บุญกู้อยู่ด้วย บอกหน่ายๆ ปนสงสาร “เป็นอย่างนี้ทุกวัน...ตั้งแต่เมียมันหายไป...ไอ้สิงห์ผิดผู้ผิดคนไปเลย...นี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ มันบอกกินฉลอง ให้เอ็ง กินแล้วก็พรํ่าถึงแต่นังเปีย”
มนต์สงสารส่ายหน้า เทวาเดินมาพอดี
“พอดี มาหานาย...มีเรื่องปรึกษา”
“ว่าไปพี่มนต์ ถ้าช่วยได้ ยินดีอยู่แล้ว”
“นายเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้พี่หน่อยได้มั้ย”
เทวารีบปฏิเสธ “ขอเถอะ เรื่องนี้”
บุญกู้มองทั้งสองคน กลัวผิดใจกัน สิงห์ก็มองมาที่มนต์
“ทำไมวะ”
“บอกตรงๆ นะพี่มนต์...ผมอยากช่วยอยู่ข้างนอก เผื่อมี อะไรจะได้ช่วยนายได้เต็มที่ ถ้ามีตำแหน่งคํ้าคออยู่...มันทำอะไรลำบาก”
มนต์ยอมรับเหตุผล “ก็จริงของนาย”
สิงห์ยืนขึ้นโซเซ อาสา “ข้าช่วยได้...ไอ้ขี้เมาคนนี้ช่วยได้ แต่เอ็งต้องรับปากข้า ว่าจะตามเปียคืนมาให้ข้า”
“เอาสิ...ข้าเชื่อมั่นเอ็ง แต่เอ็งต้องรับปากก่อนนะโว้ยว่า จะไม่เมาในเวลางาน”
สิงห์ยกมือขึ้น “สัญ...ญา...” สิงห์เซทำท่าจะล้ม แต่ก็ไม่ล้ม
บุญกู้ส่ายหัว “ไอ้ผู้ช่วยเอ๊ย เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะวะ”
เทวากับมนต์หัวเราะกัน
“เออพี่มนต์ ผมว่าให้เดชเป็นผู้ช่วยพี่อีกคนก็ดีนะ มัน คล่องแล้วก็หัวไว”
“เออ ได้...ขอบใจเทวา”

เดชขับรถมาตามถนนมุ่งหน้าไปยังอนามัย แสงดาวนั่งทื่ออยู่ข้างๆ
“นั่งตัวแข็งเชียว ไม่เอาไปขายหรอก”
“ก็ลองดูสิ”
เดชขำ “ดุจัง”
แสงดาวหันไปมองหน้า เดชมองไปเห็นรถมอเตอร์ไซค์ของพัน ธง และศรย้อนศรกลับมา เดชตกใจ ผวาหักหลบข้างทาง ทันใดนั้นเอง พัน ธง ศรยิงปืนใส่รถ
“มันย้อนกลับมาเล่นงานเรา” แสงดาวหน้าซีด “ออกไป”
แสงดาวเปิดประตู แล้วพลิกตัวกลิ้งไปหลบหลังรถ เดชพุ่งตัวออกตาม เดชฉุดแสงดาววิ่งเข้าไปในป่าเบื้องหน้า พัน ธง ศรถือปืนวิ่งตามไป

เดชพาแสงดาวหนีไปในป่า ถูกทั้งสามยิงปืนใส่ตลอดเวลา ทั้งสองหลบไปตามทาง เดชตัดสินใจใช้พลังเทวดา ผลักแสงดาวหลบไปอยู่หลังต้นไม้ เดชหลับตาเรียกพลังจากสมาธิ เนื้อตัวของเขาเป็นสีทอง แสงเรืองๆ ปรากฏทั่วกาย นํ้ามันเยิ้ม
พัน ธง ศรยิงใส่ แต่เมื่อลูกปืนใกล้จะถึงตัวของเดช ลูกปืนก็แฉลบไปหมด
แสงดาวมองดูอย่างอัศจรรย์ พัน ธง ศรยิงจนกระสุนหมด มองหน้ากันแล้วรีบวิ่งหนีไป
เดชมองตาม สีทองเรืองๆ บนตัวเริ่มหายไป ร่างกายเป็นปกติ หันมาก็เห็นแสงดาวนั่งตัวสั่นอยู่
เดชหัวเราะ “ว่าไง คนเก่ง...เจอของจริงเข้าตัวสั่นเป็นลูกนกตกนํ้า เลยเหรอ”
แสงดาวตอบเดชเสียงสั่น “ฉันเพิ่ง...เพิ่งได้เห็นพลังเทวดาแบบใกล้ๆ วันนี้เอง”
เดชบอกขำๆ “อย่าตกใจ เพราะนั่นเป็นของดี ช่วยคุ้มครองให้เรา ปลอดภัย”
พลางเดชยื่นมือให้แสงดาวจับ แสงดาวยอมจับมือเดชลุกขึ้น

ทั้งหมดรู้เรื่องแล้ว นั่งคุยกัน มุมใครมุมมัน แต่ต่างก็สนใจร่วมพูดคุย
“ผมคาดการณ์ไม่ผิด...พวกมันเล่นเราแน่”
“แล้วทำไมมันถึงไม่เล่นงานมนต์ หรือว่า...” สนไม่กล้าพูดต่อ
“มันกะเก็บให้หมดทุกคนสิลุงสน...แผ่นดินเกาะมุกเดือด แน่...พี่คิดว่าจะทำยังไงต่อไปพี่มนต์”
มนต์บอกแน่วนิ่ง “เราต้องทำทุกอย่างตามกฎหมาย”
สิงห์สร่างเมานิดๆ แหลมเข้ามา “คิดว่าช่วยเอ็งได้เหรอ...เมื่อมันเล่นเราหนัก เราก็เล่น มันหนัก”
“ข้าเห็นด้วยกับไอ้สิงห์...เอ็งไม่ได้พูดเพราะเมานะโว้ย” ก้องแซว
“ไม่ๆๆ ข้าไม่ได้เมา นี่ข้าพูดจากหัวใจข้าเลย...หัวใจที่ แค้น...มันแน่นอยู่ในนี้”
สิงห์มีสีหน้าเจ็บปวด นึกถึงเปีย
เดชตบไหล่สิงห์ “เออ พวกข้าเข้าใจเอ็ง เมื่อมันเล่นแบบนี้ ก็เห็นทีจะต้องตาต่อตา ฟันต่อฟันแล้วละ”
หมอนทีท้วง “ค่อยๆ คิดดีกว่านะครับ ผมว่าอะไรก็ตาม ถ้าเสี่ยงเกิน ไปก็อย่าเพิ่งทำ”
แสงดาวหมั่นไส้ “หมอไม่ได้ถูกมันไล่ยิง หมอไม่เข้าใจความรู้สึกของเรา”
แสงจันทร์เห็นด้วยกับหมอนที “แต่พี่เห็นด้วยกับคุณหมอ...ทำไมไม่ใช้ความเป็น ผู้ใหญ่บ้านเจรจาเรื่องนี้ล่ะ”
“ลองดูสิ ยิ่งถ้ามันรู้ว่าเรารู้ทันมัน มันจะได้ไม่กล้าทำอะไร รุนแรงอย่างนี้อีก” ประสิทธิ์หนักใจ
มนต์พยักหน้าเห็นด้วย “ผมไปเอง...ผมเชื่อว่าพี่ฤทธิ์ไม่ทำอะไรผมหรอก”
ก้องแย้ง “แต่ข้าว่า...”
มนต์ยกมือห้าม “ให้ข้าไปเถอะ หลังจากนี้ค่อยว่ากันใหม่” แสงจันทร์มองสามีด้วยความเป็นห่วง
“ผมจะไปส่ง” เดชกับมนต์เดินไป
เทวาบอก “ผมว่าจะตามไปห่างๆ ทุกคนว่าไง”
สนเห็นด้วย “ดีแล้วเทวา...สองหัวดีกว่าหัวเดียว...ยามนี้เราต้อง ช่วยกัน”

เวลานั้นเม้งคุมพนักงานจัดโต๊ะอยู่ รถสองแถวของเดชขับผ่านหน้าไป เม้งจำได้
“นั่นมันทางไปบ้านกำนันนี่หว่า” เม้งผละจากงาน ตรงไปที่โทรศัพท์ กดโทร.พูดโทรศัพท์กับใครบางคน ดารินยืนอยู่มุมหนึ่ง หันไปบอกพนักงาน
“เดี๋ยวมานะ”
ดารินขี่มอเตอร์ไซค์ไป รถของเทวาขี่ตามมาห่างๆ แล้วตีคู่ไปกับดาริน
“จะไปไหน”
“แล้วนายล่ะจะไปไหน”
“ผมจะไปบ้านกำนันฤทธิ์”
“ฉันก็มีธุระผ่านไปทางนั้นเหมือนกัน”
เทวาขี่รถนำไปก่อน ดารินขี่ตามช้าๆ ไม่นานก็เห็นมอเตอร์ไซค์อีกคันขี่ตามหลังมา มีก้องขี่ สิงห์ซ้อนท้ายอยู่ ดารินปล่อยให้ขี่แซงตัวเองไป

สีหน้าหมวดสาวในคราบสาวนั่งดริ๊งเต็มไปด้วยความสงสัย

อ่านต่อหน้า 3
พายุเทวดา ตอนที่ 10 (ต่อ)

มนต์ยืนอยู่หน้าบ้านฤทธิ์แล้ว ลูกน้องทั้งสองของฤทธิ์เล็งปืนไปที่มนต์พร้อมยิงทุกเมื่อ มนต์พูดท้าทายเสียงดัง

“ไปบอกกำนันว่าผู้ใหญ่มนต์มาพบ ต้องการปรึกษางาน กำนันฤทธิ์กลัวอะไร ถึงไม่ยอมออกมาพบหน้า...พี่ฤทธิ์ ผมมาอย่างน้องที่เคยเคารพพี่มาตลอด วันนี้เรามาพูด กันตามประสาพี่น้องที่เติบโตมาด้วยกัน...หรือว่าไม่กล้า ออกมา”
ฤทธิ์โผล่ออกมา จ้องหน้ามนต์
“มีอะไร”
มนต์ด่า “ไอ้หน้าตัวเมียหน้าไหนมันส่งลูกน้องชั้นสวะไปยิงไอ้เดช ทำแบบนี้ทำไม นี่มันไม่ใช่วิธีของนักเลงหรือลูกผู้ชาย มันเป็นวิธีการของคนขี้ขลาดตาขาว...บอกไอ้เสี่ยคงคา กับลูกน้องของมันด้วยว่าให้เอาผ้าถุงมาใส่หรือไม่ก็คลุม หัวซะ”
ฤทธิ์โกรธจัด “ไอ้มนต์ มันจะมากไปแล้วนะโว้ย อย่าลามปามไปถึงเสี่ย”
“พี่นับถือมันมากยังงี้เชียวเหรอ ผมไม่คิดเลย ผมประกาศ ไว้ตรงนี้เลยนะว่าอย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบนเกาะมุก อีก ไม่อย่างนั้นผมจะไม่ให้อภัยพี่เลย”
“หมดธุระหรือยัง ถ้าหมดก็กลับไปได้แล้ว”
เดชยืนอยู่ข้างนอกข้างรถ คอยคุ้มกันมนต์
มนต์คาดคั้น “รับปากผมก่อนสิพี่ฤทธิ์”
“เออ ข้ารับปากว่าเรื่องแบบนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก...”
มนต์บอก “ขอบใจ”
ฤทธิ์พูดต่อ “ ไม่...ข้าหมายความว่าเอ็งจะไม่มีวันได้ตอบแทนข้า อย่างที่พูดหรอกไอ้มนต์” มนต์หันมาหา “เพราะเอ็งจะตายก่อนที่จะได้ทำอย่างที่พูด” ฤทธิ์หัวเราะเยาะ
มนต์โกรธจัด “ไอ้ฤทธิ์”
ขาดคำ เสียงปืนก็ดังขึ้น ลูกน้องของฤทธิ์รัวปืนใส่ มนต์กลิ้งหลบ พลังเทวดาถูกเรียกมาใช้ ควันสีเทาเป็นสีเมฆหมอกปกคลุมตัวของมนต์ไว้ เดชวิ่งเข้ามา เนื้อตัวเป็นสีทองแดง ขวางกลุ่มหมอกควันไว้ กระสุนเลยเดชไปหมด ก้องกับเทวามาถึง ก้องกระทืบเท้า แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ตรงเข้าชกต่อยลูกน้องของฤทธิ์จนล้มไป
ส่วนสิงห์ก็ตรงเข้าหาลูกน้องของฤทธิ์ ซึ่งมีกระแสไฟพุ่งเป็นแสงออกทั่วตัว ลูกน้องพากันหลบหนี กลุ่มของพัน ธง ศรใช้อาวุธหนักเป็นอาวุธสงครามยิงกราด แต่ทำอะไรเดช ก้องและสิงห์ไม่ได้ ก้องกระทืบเท้าจนพันกับธงล้มลงไป สิงห์ปราดเข้าหา กระแสไฟในร่างกายสิงห์ช็อตตัวของพัน กับธงจนแน่นิ่งไป
มนต์แปลกใจ “พวกมึงมาได้ยังไง” สิงห์กับก้องยังไม่ทันตอบ ก็เหลียวมองไปรอบๆ
ก้องถามขึ้น “ไอ้เทวาล่ะ มันมาก่อนข้าอีกนะโว้ย”
ศรซึ่งล้มลงไป ผวาลุกขึ้นจะยิงปืนใส่ แต่ก้องเห็นตวัดปลายเท้าเตะเข้าปลายคางจนแน่นิ่งไปทันที
มนต์ตกใจ “ไอ้ฤทธิ์ก็หายไปด้วย”
ทั้งหมดวิ่งกรูกันออกไป เหลียวมองไปรอบๆ ทุกคนเห็นแสงฟ้าคำรามอยู่ห่างๆ มีลมสลาตันลอยวนจนพัดทุกสิ่งทุกอย่างหมุนวนเหมือนลมบ้าหมู
“ข้าว่าที่หาด” มนต์บอก ทุกคนวิ่งกรูไปอย่างรวดเร็ว

ฤทธิ์กับเทวายืนเผชิญหน้ากันที่ชายหาด แต่อยู่ห่างกันพอประมาณ ลมสลาตันบังเกิดขึ้นบนท้องฟ้า นํ้าในทะเลเป็นคลื่นคลั่ง สาดซัดขึ้นสูง มนต์ ก้อง เดช สิงห์วิ่งมา
“เทวา”
ฤทธิ์แผดเสียงใส่ “พวกมึงไม่เกี่ยว...งานนี้กูกับไอ้เทวาเท่านั้น”

ดารินซุ่มอยู่ที่พุ่มไม้มองลงไปยังชายหาด แสงฟ้าของฤทธิ์อ่อนพลังหายไป ฤทธิ์ มองที่ท้องฟ้า เช่นเดียวกับทุกคนที่เห็นอย่างเดียวกัน แสงฟ้าพาดสายแล้วหายไปดื้อๆ
ฤทธิ์ตกใจ “หา...แสงฟ้าของข้า”
เทวาพุ่งตัวเข้าหาอย่างแรง ทั้งสองต่อสู้กันด้วยลีลามวย ฤทธิ์เพลี่ยงพลํ้า ถูกเทวานั่งคร่อมได้แล้วต่อยใบหน้าอยู่ฝ่ายเดียว ฤทธิ์หลบ เรียกหาคล้าม
“อาจารย์ช่วยผมด้วย...ช่วยด้วย”
กลุ่มของมนต์มองหน้ากัน สงสัย พลันร่างกายของฤทธิ์มีแสงสีทองปรากฏ เนื้อตัวของฤทธิ์มีรอยสักเต็มตัว ใบหน้าของคล้ามซ้อนอยู่บนใบหน้าของฤทธิ์ เทวาเงื้อหมัดค้างด้วยความตกใจ เป็นจังหวะที่คล้ามซึ่งแฝงร่างของฤทธิ์อยู่ ใช้พลังผลักเทวาจนกระเด็นไปล้มลงไปที่ทราย
กลุ่มของมนต์ตกใจจะเข้าไปช่วย แต่ฤทธิ์รีบปรามไว้
“ถ้าเข้ามา พวกมึงตายหมดแน่” คล้ามแฝงร่างฤทธิ์ เนื้อตัวฤทธิ์มีแต่รอยสัก เดินหน้าเข้าหาเทวา ฤทธิ์พูดออกมาด้วยเสียงคล้าม
“เอามาสิ พายุสลาตันของเอ็ง เอามาสู้กับ ข้า...เอามา”
เทวารวบรวมพลังเรียกลมสลาตันมา คล้ามปรากฏซ้อนร่างฤทธิ์ เรียกพลังไฟมา ลูกไฟลอยวนอยู่ท่ามกลางพายุสลาตัน ทุกคนมองอย่างตะลึง
สิงห์เอ่ยขึ้น “ถ้ามันพัดไปไหม้บ้านคนล่ะวะ”
ฤทธิ์เอ่ยขึ้นอีกมันเป็นเสียงคล้าม “พายุสลาตันของเจ้าจะยิ่งทำให้ไฟนรกของ ข้าโหมไหม้ยิ่งขึ้น มันสามารถเผาทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก นี้ได้” เทวานิ่งอึ้ง นึกถึงภาพที่หลวงปู่หาญอยู่ที่ขอบฟ้ามองมาและบอก “รวมพลังกันสิ...รวมพลังกันเข้า” ขณะลูกไฟของคล้ามลอยเข้าหา แต่เทวาใช้พายุสลาตันพัดลูกไฟลอยออกห่าง แต่คล้ามก็ทำให้เข้ามาอีกครั้ง
มนต์ สิงห์ ก้อง เดช จับมือประสานกัน แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น นํ้าในทะเลมีคลื่นคลั่งถั่งโถมปั่นป่วน
เดชบอก “ข้าจะไปช่วยไอ้เทวาเอง” เดชวิ่งไปที่เทวา กายเป็นสีทอง ตรงเข้าต่อสู้กับฤทธิ์ ก้องเข้าช่วย ก้องปล่อยหมัดแต่ละทีสะเทือนเลื่อนลั่น มนต์ร่ายเวทย์ หมอกควันปกคลุมลูกไฟจนไม่เห็น ฤทธิ์ล้มลงไป คล้ามผุดออกจากร่างของฤทธิ์ มาต่อสู้กับทุกคน
“ฝีมือของพวกเอ็งยังอ่อนหัดนัก...ข้าจะให้บทเรียนกับ พวกเอ็ง”
คล้ามหัวเราะลั่น ไฟลอยขึ้นลูกแล้วลูกเล่าบนท้องฟ้า แลดูน่ากลัว
เทวาเพ่งไปที่ลูกไฟ ลมสลาตันพัดออกห่างไป
ดารินมองอยู่ “เราเคยเรียกฝนได้ ลองสิ ฝนๆๆๆ”
พลันฝนก็ตกลงมา ดับลูกไฟจนหมด ไม่มีเหลือ ดาริน มองสายฝนอย่างตื่นตาแกมตกใจที่รู้ว่าตนเองทำได้
กลุ่มของมนต์ เทวา เดช สิงห์ ก้อง ก็กรูกันเข้าไปหาฤทธิ์ คล้ามวูบหายไป ฤทธิ์ถูกทั้งสี่คนรุมจนหมอบไปกับพื้นทรายท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหนํ่า
เทวาบอกทิ้งท้าย “ถ้าพี่ฤทธิ์คิดสักนิดว่าหากพลังเทวดาของพวกเรา ประสานกัน ก็ไม่มีทางสู้พวกเราได้”

ฤทธิ์กลับมาบ้านนอนซมอยู่บนเตียง คล้ามปรากฏร่างขึ้นตรงหน้า ฤทธิ์ผวาลุกขึ้น
“ทำไมอาจารย์ทิ้งผม”
“ข้าไม่ได้ทิ้ง แต่ข้ารู้ว่าไอ้หาญมันช่วยลูกศิษย์ของมัน อยู่ ข้าก็เลยตามหามัน หวังว่าจะได้ล้างแค้น แต่หา มันไม่เจอ...เราต้องสลายพลังเทวดาของพวกมัน ให้ได้ เพราะที่ข้าจับได้ก็คือ มีพลังเทวดาเพิ่มขึ้น มัน เรียกฝนได้ ถ้ามันฝึกอีกนิดเดียว ฝนที่ตกลงมาจะ กลายเป็นฝนอย่างที่มันต้องการได้”
ฤทธิ์งง “ยังจะมีฝนแบบไหนอีกล่ะอาจารย์”
“ฝนกรด ถูกใครก็ตายทันที ถ้าประสานกับพลังสลาตัน เข้าด้วยก็จะยิ่ง
กำลังโหลดความคิดเห็น...