xs
sm
md
lg

พายุเทวดา ตอนที่ 6

เผยแพร่:

พายุเทวดา ตอนที่ 6

เทวาหลับตานิ่งในท่าทีเหนื่อยอ่อน ปลาดุกวิ่งกลับมาพร้อมถ้วยยาหอม นิลวิ่งตามมาด้วย

“บีบนวดซะหน่อยมั้ย ให้เลือดลมมันเดินดีๆ”
นิลว่าพลางบีบน่องให้เทวา พลางส่ายหน้า ปลาดุกจับกรอกยาหอมให้เทวา
“เกิดเป็นบนเวทีจะว่ายังไงวะ”

ฝ่ายดารินผวาลุกขึ้นจากที่นอน แล้วโผเผไปที่ประตู เปิดออกไปผ่านบุญเกิดที่ยังไม่หลับ
“ริน...ริน”
ดารินไม่ฟัง วิ่งออกไปข้างนอกบ้าน แหงนมองท้องฟ้า เหมือนต้องการสูดลมหายใจแรง...แรง...
บุญเกิดแอบมองอยู่ แล้วตามไปที่สนาม
“หนูริน..เป็นอะไร หายใจไม่ออกเหรอ”
ดารินพยักหน้าเร็วๆ สูดอากาศเต็มปอด แล้วพอมีเรี่ยวแรง หันมาบอกบุญเกิด
“อา..รินไม่ได้ประสาทนะ รินรู้ตัวทุกอย่าง เวลาที่รินเป็นแบบนี้ รินจะอยากไปเกาะมุกอย่างรุนแรงเลย รินเป็นอะไรไม่รู้ค่ะอา”
บุญเกิดพยักหน้าช้าๆ เหมือนเข้าใจ
“ถ้าดีขึ้นก็กลับไปนอนเถอะ น้ำค้างแรงมาก แรงเหมือนจะมีฝนตกปรอยๆ เลย...กลับขึ้นบ้านเถอะครับ”

เช่นเดียวกับฤทธิ์นอนกระสับกระส่าย ถีบผ้าห่มออกจากตัว
“โว้ย..เป็นอะไรวะ หายใจไม่ออก”
ฤทธิ์วิ่งออกไปที่ด้านนอก ริมทะเลสวยๆ หอบหายใจแรง ฤทธิ์มองไป เห็นกระแสพลังเทวดาอยู่บนท้องฟ้าไกลๆ
“หลวงปู่ ส่งอะไรมา คิดเหรอว่าผมจะกลัว...ผมไม่มีวันกลับไปสยบกับหลวงปู่หรอก”

ฝ่ายหลวงปู่หาญบอกกับทุกคน “ทุกคนได้รับกระแสพลังเทวดาจากพวกเราแล้ว แต่...”
มนต์ถามขัดขึ้น “เทวาจะมามั้ยครับ”
หลวงปู่ส่ายหน้า ทุกคนต่างมีสีหน้าผิดหวัง
“แล้วเขาจะมา แต่คงไม่ใช่วันสองวันนี้หรอก”
เดชมีหวัง “ก็ยังดีที่มันรับพลังจากเราได้”
ก้องแหงนมองฟ้า “คืนอมาวสี ศักดิ์สิทธิ์อย่างนี้เชียวเหรอ”
สิงห์บอกขำๆ “สักวันพวกเราจะมารวมตัวกันหมด รวมถึงใครนะน้าบุญกู้ น้องผมอีกคนใช่มั้ย น้องเล็ก เป็นผู้หญิง ไม่รู้จะสวยหรือเปล่านะ”

ดาริน น้องเล็กที่สิงห์เอ่ยถึง กำลังนอนมองเพดานในความมืดสลัวอย่างสับสน พึมพำเบาๆ
“ฉันเป็นอะไร...ฉันเป็นอะไร...ทําไมฉันต้องรู้สึกอย่างนี้ด้วย”

รุ่งเช้าเป้ายืนมองหน้าร้าน เห็นปลอกกระสุนร่วงอยู่ เปียยืนซึม เป้าหยิบขึ้นมาดู
“มีกํานันที่เป็นพวกเดียวกับโจร เราจะหวังพึ่งกํานันได้ยังไง”
“พ่อ เราหนีไปอยู่ที่อื่นกันมั้ย...เขามีเงิน เขามีอํานาจดูสิพ่อ ห้องแถวที่ถูกไฟไหม้วอดไปทั้งตลาด เขาก็เนรมิตขึ้นมาได้ในไม่กี่เดือน...อํานาจของเขามีมากมาย เราจะอยู่กันยังไง”
เป้าบอกลูก “ถ้าเราทิ้งแผ่นดินของเรา...ลูกหลานวันหน้าจะด่าว่าปู่ ย่าตายายมันขี้ขลาด พ่อจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”
เป้ามองหน้าเปีย ถามด้วยความสะเทือนใจ
“เปีย เอ็งรักไอ้สิงห์หรือเปล่า เอ็งบอกพ่อมาตามตรง”
เปียมองหน้าพ่อแล้วพยักหน้า

ไม่นานนัก บุญกู้ถึงกับถือไม้กวาดค้าง หันมาถามเป้าอย่างไม่เชื่อหู
“จะให้ไอ้สิงห์แต่งงานกับนังเปีย”
“จ้ะ พี่บุญกู้ เจ้าสิงห์มันพอรู้มาบ้างแล้ว ฉันเคยบอกมันนังเปียมันก็มีใจให้เจ้าสิงห์...ฉันก็เลยอยากแต่งให้มันถูกต้องตามประเพณี”
“ไอ้สิงห์มันเด็กวัด ไม่มีสินสอดเงินทองไปแต่งหรอกนะ” บุญกู้ว่า
“ไม่เอา ไม่ๆๆ ฉันไม่เอาอะไรทั้งนั้น รบกวนแต่ให้พี่บุญกู้ส่งผู้ใหญ่ไปหาฉัน นําขบวนเจ้าบ่าวไปบ้านฉันก็พอ คนที่ตลาดเขาจะไม่นินทานังเปียได้ว่าเปิดประตูรับผู้ชายไปอยู่ในบ้าน”
บุญกู้พยักหน้า
เสียงกลองยาวดังขึ้นจังหวะชวนคึกคัก โดยขบวนกลองยาวเกาะมุก ที่มีสิงห์แต่งตัวหล่อเดินคู่มากับประสิทธิ์ และสน แสงดาว แสงจันทร์ มนต์
ก้อง เดช พากันรําป้อตามจังหวะเพลง คนอื่นก็พากันโห่ร้องดีใจ ก้องตะโกน
“ไอ้สิงห์จะมีเมียแล้วโว้ย”
สิงห์หัวเราะ คนในขบวนแห่ก็พากันโห่แล้วรับลูกคอกันเป็นทอดๆ
รถของเฮียเม้ง ซึ่งมีหยาดฟ้านั่งอยู่ พร้อมคํารณและลูกน้องติดอยู่ด้านหลัง หยาดฟ้าเริ่มหงุดหงิด
“กดแตรให้มันหลีกทางให้เราสิเฮียเม้ง”
“เอางั้นเลยเหรอครับ คุณหยาด” เม้งลังเล
“ถ้าแกรอมัน เมื่อไหร่จะถึง”
เฮียเม้งกดแตร สนหันไปเห็นก็กระซิบบอกประสิทธิ์ นทีรําคู่แสงดาวเหลียวมองไป
แสงดาวบอก “ช่างมัน คุณหมอ”
“ครับ เอาไงเอากัน” นทีหันไปรำต่อ
เฮียเม้งกดแตรอีกหลายครั้ง คนในขบวนเริ่มหันไปดู เดชเดินมาที่หน้ารถ บอกเสียงดัง
“รอหน่อยสิคร้าบ...นี่มันงานมงคลของคนเกาะมุก คนที่อื่นอาจจะมองว่าไม่สําคัญ แต่พวกเราสําคัญครับ จริงมั้ยพวกเรา”
ชาวบ้านประสานเสียงดัง “จริง”
กลองยาวทําเพลงดังขึ้น คนรําเริ่มรายล้อมรถของเฮียเม้ง ทําให้หยาดฟ้าหงุดหงิด หยาดฟ้าเอื้อมไปกดแตรเอง กดยาวๆ หนักๆ หงุดหงิดสุดขีด “โว้ย”
คํารณบอก “ลุยมันเลยเฮียเม้ง”
เฮียเม้งเริ่มเร่งเครื่องออกรถ คนในขบวนกระจายตัวออก ยอมให้รถผ่านไป ท่ามกลางเสียโห่ไล่หลัง
พัน ธง ศร โมโห แทนเจ้านาย ยิงปื นขึ้นฟ้าวางอํานาจ
คนในขบวนแห่เริ่มมีอารมณ์ สนยกมือขึ้นปรามๆ
“อย่าโว้ย วันนี้เป็ นงานมงคลไอ้สิงห์มัน”
เดชเห็นด้วย “ใช่ ๆ ลุงสน รีบเถอะ จะไม่ทันฤกษ์”

ขบวนกองยาวแห่เจ้าบ่าวดําเนินไปอย่างครึกครื้น
ต่อมาไม่นาน คนอื่นๆ ออกันอยู่หน้าร้าน สน ประสิทธิ์ แสงจันทร์ แสงดาว นที มนต์ ก้อง เดช และแขกผู้ใหญ่ นั่งบนเสื่อที่ปูลาดไว้ต้อนรับ สิงห์นั่งหน้าหล่อแต่งตัวเป็นเจ้าบ่าวยิ้มแฉ่งอยู่

สักครู่เป้าพาเปียออกมาจากข้างใน เปียแต่งตัวชุดเจ้าสาวไทยๆ ดูสวยหวานและงดงามกว่าทุกวัน สิงห์มองตะลึง
เป้ากับเปียนั่งลง ครูประสิทธิ์เป็นผู้ใหญ่ในงานกล่าวอำนวยพรขึ้น
“วันนี้ถือเป็นวันดีของชาวเกาะมุก เป็นวันที่จะประกาศ ว่าหนุ่มสาวสองคนคือเจ้าสิงห์ เด็กวัดผู้เป็ นที่รักของเราทุกคน จะได้แต่งงานกับเปีย เด็กสาวที่เราก็เอ็นดูมาตั้งแต่เกิด ทั้งสองตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน ในฐานะที่ผมเป็นผู้ใหญ่ในพิธีวันนี้ ผมขออวยพรให้คู่บ่าวสาวมีแต่ความสุข ครองรักกันยั่งยืนไปจนวันตาย”
เปียนั่งคู่กับสิงห์ ทั้งสองยิ้มให้ทุกคน
“ฉันเองก็ดีใจที่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ฉันรัก เสียใจอยู่อย่างเดียวเท่านั้นคือพี่สองคนที่รักมาก ไม่มีโอกาสได้มาร่วมงาน คือพี่ฤทธิ์ กับเทวา”
ขาดคําของสิงห์ รถของเฮียเม้งก็จอดที่หน้าร้านเป้า
สนเขม่น “มาดีหรือมาร้ายวะเนี่ย”
ฤทธิ์ หยาดฟ้า คํารณ และลูกน้องทั้งสามปรากฏตัวที่หน้าร้าน ชาวบ้านที่รอแสดงความดีใจรีบผละหนีไป
สิงห์ยืนขึ้นท่าทีดีใจ “พี่ฤทธิ์...พี่มางานแต่งของผมเหรอครับ ดีใจจริงๆ”
ฤทธิ์วางมาดกำนัน บอกท่าทีเฉยชา “เปล่า แต่ข้าจะมาบอกว่าแต่งแล้วก็รีบขายร้านนี้ให้คุณหยาดซะ แล้วจะไปอยู่ที่ไหนก็ไป”
เดชโมโห “พี่ฤทธิ์ อย่ามาวางอํานาจที่นี่นะ อย่าคิดว่าตําแหน่งกํานันของพี่มันจะมีอํานาจค้ำหัวทุกคนบนเกาะได้”
สนมองฤทธิ์และมองเลยไปยังหยาดฟ้ากับคํารณ
“งานมงคล อย่าไปสนใจพวกเศษสวะเลย สิงห์ทําพิธีต่อเถอะ”
หยาดฟ้าฉุน “แกว่าใครเศษสวะ”
แสงดาวสอดขึ้น “พ่อฉันพูดลอยๆ ใครอยากรับก็รับไปสิ”
เป้าหายไปในบ้านแล้วลากปืนยาวออกมา
“ไอ้ฤทธิ์ มึงกับกูมาดวลปืนกันดีกว่า ถ้าคิดจะข่มขู่บีบให้กูขายร้านนี้ให้ กูไม่ยอมหรอก กูยอมตายคาร้าน นี่แหละวะ”
พัน ธง ศรขยับปืน คํารณก็ทําท่าไม่ต่างจากลูกน้อง
เปียตกใจร้องห้าม “พ่ออย่า”
เปียหันไปบอกกับฤทธิ์ “พี่ฤทธิ์ ฉันไม่ขายให้พี่หรอก เพราะร้านนี้คือชีวิตของฉันกับพ่อ...พี่ฤทธิ์
ไปซื้อที่อืนเถอะนะจ๊ะ”
หยาดฟ้าสวนออกมา “แต่ฉันอยากได้ที่นี่เท่านั้น”
คํารณแหลมขึ้น “เป็นความประสงค์ของคุณหยาดฟ้า ใครก็ขัดไม่ได้”
“หน้ามันไม่เหมือนแม่ข้า ข้าไม่สนใจหรอกโว้ย ว่าไงไอ้ฤทธิ์ ดวลปืนกันมั้ย อย่างดีก็แค่ตาย” เป้าว่า
สิงห์ก้าวมาตรงหน้าฤทธิ์ เดช มนต์ ก้อง ยืนอยู่ด้านหลัง
“ถ้าพี่ฤทธิ์ยังคิดว่าเราเป็นพี่น้องกัน ฉันก็ขอร้องให้พี่กลับไปซะ วันนี้เป็นวันมงคลของฉัน”
“กูเห็นแก่มึงนะไอ้สิงห์ แต่คนอื่น” ฤทธิ์กวาดตาไปทั่ว “กูไม่ลืม”
ฤทธิ์เดินกลับขึ้นรถ ทุกคนแยกย้ายกันไป
เปียน้ำตาไหล แสงจันทร์ปลอบโยน “ให้วันนี้ผ่านไปก่อนนะเปีย แล้วเราค่อยหาทางแก้ไขกัน อย่าร้อง มันจะเป็นลางไม่ดี”
“ยังมีอะไรดีๆ หลงเหลืออีกเหรอพี่แสงจันทร์”
นที มนต์ เดช ก้อง และทุกคนมองเปียอย่างเห็นใจ

คงคารู้เรื่องก็โกรธจัด “ทําแบบนี้มันเท่ากับฆ่าตัวเอง...เพิ่งจะมีตําแหน่งก็ไปแสดงอํานาจให้คนเขาเกลียดชังแล้ว...ทําให้พวกมันรักเรา ยอมรับเราก่อนสิ ต่อไปไอ้พวกชาวบ้านนี่แหละ มันจะเป็นเกราะป้องกันเรา...ต่อสู้เป็นปากเสียงแทนพวกเรา”
หยาดฟ้าท้วง “แต่ที่เราไม่ได้มีปัญหากับพวกชาวบ้านนะคะ เสี่ยแต่มีปัญหากับไอ้พวกเทวดา”
“ฉันอยากฆ่ามันทุกตัวเลย”
คํารณแค้นมองหน้าฤทธิ์ ฤทธิ์รู้สึกอึดอัด
คงคามองหน้าฤทธิ์ “นายฤทธิ์ ลูกชายฉันพูดยังงี้นายรู้สึกยังไงบ้าง”
“เสี่ยอย่ากังวลเลยครับ ผมเลือกข้างแล้ว..ยังไงผมก็อยู่ข้างเสี่ย..ผมรับรองว่าจะไม่ให้ชาวบ้านมีปัญหากับผมหรอก..ส่วนเรื่องน้องๆ ของผม ก็แล้วแต่คุณคํารณ”
ทุกคนหันไปมองหน้าฤทธิ์ คงคาถามย้ำ “แน่ใจนะนายฤทธิ์”
ฤทธิ์ตอบหนักแน่น “ครับเสี่ย”

ที่ชายหาดในเวลาต่อมาคงคาบอกกับทุกคน
“ทางเดียวที่จะเอาชนะพวกเทวดาได้ก็คือเราต้องเรียนวิชากับอาจารย์คล้าม...เพื่อจะได้มีวิชาไปต่อสู้กับพวกมัน”
“แต่ครั้งก่อน อาจารย์คล้ามก็ทําอะไรหลวงปู่ หาญไม่ได้...ใช่มั้ยนายฤทธิ์” คำรณหันมาทางฤทธิ์
“ครับ แต่ผมคิดว่าอาจารย์คล้ามน่าจะมีวิธี เพราะครั้งก่อนอาจารย์ไม่ได้ลงมือเอง”
คงคาสรุป “พวกแกต้องเรียนวิชากับอาจารย์คล้าม”
คํารณถาม “แล้วพ่อล่ะ”
“หายกันไปหมด คนจะสงสัย”
คงคาหันไปเรียกคล้าม มองออกไปที่ทะเล
“อาจารย์ครับ...อาจารย์ หากอาจารย์รับรู้ก็จงโปรดตอบผมด้วย”
ลมแรงพัดมา คลื่นซัดอย่างแรง ทุกคนมองไปรอบๆ คล้ามปรากฏขึ้นใกล้ๆ ทุกคนตกใจ
“วิชาของข้า ไม่ใช่กรวดทรายข้างถนน พวกเจ้าจะต้องไปเรียนที่ถ้ำของข้า”
ร่างของคล้ามเลือนหายไป ธงกับศรขยี้ตาเหมือนไม่เชื่อ
“ต้องไปถึงไหนพ่อ”
“เกาะหัวสิงห์ นายฤทธิ์พาไป ไม่ต้องพึ่งพาไอ้โชติหรอก”
“ครับเสี่ย”

ฤทธิ์พาทุกคนดั้นด้นมาที่หน้าถ้ำ เกิดเป็นควันดําพุ่งออกมาจากปากถ้ำ ทุกคนสําลัก ไอออกมาอย่างแรง
คํารณป้องปากป้องตา ด่าฤทธิ์ “ไอ้ฤทธิ์ เอ็งหลอกข้ามาที่นี่ทําไมวะ”
“ที่นี่แหละครับ คุณคํารณ ไม่ผิดแน่”
“ข้าคงตายก่อนที่จะได้เรียนวิชา...” คำรณไอติดๆ กันแล้วร้อง “โอ๊ย”
ควันจางไปอย่างเร็ว ปากถ้ำเปิ ดออก นกหลายตัวบินกรูกันออกมา ฤทธิ์ คํารณ พัน ธง ศรหลบ นกบินเฉี่ยวหน้า คํารณทําท่าจะทําร้ายนก แต่ฤทธิ์ห้ามไว้
“อย่าทําอะไรนกพวกนี้นะครับ...เป็นบริวารของอาจารย์คล้าม”
คํารณฉุนพูดตอบโต้ขณะที่นกบินมาไม่ขาดระยะ
“แล้วแกจะให้มันจิกลูกตาข้าบอดก่อนหรือไงวะ”
คํารณปัดป้องนกที่บินฉวัดเฉวียน เช่นเดียวกับ พัน ธง ศร ฤทธิ์ยืนตัวตรง กําหนดจิตบอกตัวเองในใจ
“ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นมายา เป็นภาพลวงตา ไม่ใช่ของจริง จิตใจเราต้องเข้มแข็ง...ที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่ของจริง”
นกหายไป ฤทธิ์ มองไปยังกลุ่มคํารณ แล้วบอก
“คุณคํารณ กําหนดจิตว่านกพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริง กําหนดว่าตรงหน้าเป็นเพียงอากาศว่างเปล่าสิครับ”
“เอางั้นหรือวะ”
คํารณ พัน ธง ศร หลับตา กําหนดจิต ภาพนกหายไป เหลือแต่ภาพปากถ้ำว่างเปล่า
เสียงอาจารย์คล้ามหัวเราะ แล้วบอกเสียงตํ่าๆ ดังขึ้นมา “เข้ามาได้...”

ขณะเดียวกัน หลวงปู่หาญนั่งสมาธิ หลับตานิ่งอยู่ในโบสถ์ ใบหน้าของคล้ามผุดเข้ามาในห้วงสมาธิ คล้ามหัวเราะกึกก้อง
หลวงปู่หาญยังคงนั่งสงบ เสียงดังในใจ “สหายคล้ามเอ๋ย เราต่างก็มีทุกข์ ไม่ว่าจะอยู่ในกายสังขาร หรือเป็นเพียงดวงวิญญาณที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิด...เราอย่าอาฆาตจองเวรกันเลย ต่างอโหสิกรรมแก่กันและกันเถิด”
อาจารย์คล้ามในห้วงสมาธิชี้มือมาที่หลวงปู่หาญ
“กลัวตายละสิ...อย่าคิดนะว่าจะชนะข้าได้”

จากนั้นคล้ามก็หายไปจากห้วงสมาธิ หลวงปู่หาญลืมตาขึ้น

อ่านต่อหน้า 2
กำลังโหลดความคิดเห็น...