xs
xsm
sm
md
lg

น่ารัก ตอนที่ 11

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


น่ารัก ตอนที่ 11

ชองปอลทำทีเป็นไม่รู้เรื่องอะไรมาก่อน จนพอได้ฟังท่านธูลพูดจบลงแล้ว จึงได้ออกอาการโกรธแค้น แถมพยายามจะกล่าวโทษทีมงานจากประเทศไทยสุดลิ่ม

“แย่ แย่ แย่มากมาก คนไทยพวกนั้นกล้ามากที่มาทำลายภาพเขียนโบราณที่เป็นสมบัติสำคัญของฮวาซาใต้ แล้วนี่ท่านอาจะจัดการยังไงกับพวกมัน”
“ท่านชองปอลอย่าเพิ่งกล่าวโทษใครโดยที่ไม่มีหลักฐานเลย”
ชองปอลเสียงดัง “ทำไมจะไม่มีหลักฐานท่านอา ก็คนพวกนั้นเป็นกลุ่มเดียวที่ได้เข้าไปที่นั่น ถ้าไม่ใช่พวกมัน แล้วจะเป็นใคร”
ท่านธูลสะดุดหู ชะงักไปนิดหนึ่ง “ท่านรู้ได้ยังไงว่า ทีมงานชาวไทยอยู่ที่นั่นเป็นกลุ่มสุดท้าย” ชองปอลรู้ว่าพลาด อึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง ท่านธูลมองจับสังเกต “...อาจำได้ว่าตั้งแต่คุยกัน อายังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย”
ชองปอลคิดปราด หาคำตอบ “ก็...ก็ทหารของชองปอลรายงานมาพะยะค่ะ ว่าถ้ำนี้ถูกปิดก่อนพิธีเดือน 7 ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไป”
ท่านธูลพูดประชดในที “ถ้าอย่างนั้น ก็นับว่าการข่าวของทหารฮวาซาเหนือดีมาก เพราะแม้แต่ทหารฮวาซาใต้เองบางคน ยังไม่ทราบเรื่องนี้ด้วยซ้ำ”
ท่านธูลมองชองปอลนิ่งนาน รับรู้ได้ว่ามีพิรุธยังไงชอบกล
ชองปอลรีบเปลี่ยนเรื่องทันที “ตั้งแต่มาถึง ชองปอลยังไม่เจอน้องหญิงเลย ชองปอลขออนุญาตไปทักทายน้องหญิงก่อนนะพะยะค่ะท่านอา”
ชองปอลทำความเคารพ แล้วออกจากห้องไปทันที
ท่านธูลมองตาม รู้สึกได้ถึงพิรุธของชองปอล

อีกมุมหนึ่ง ทหารฮวาซาใต้กำลังรายงานชีฟอง เรื่องชองปอลมาขอพบโลลิต้า
พี่เลี้ยงคนสนิทออกอาการตกใจ “ท่านชองปอลขอพบองค์หญิงตอนนี้งั้นเหรอ”
“ครับ... ท่านให้การบทูลองค์หญิงว่าจะไปรอที่สวน ขอเชิญองค์หญิงไปร่วมเสวยพระสุธารสครับ”
ชีฟองเครียดมีสีหน้าหนักใจทันที “งั้นฝากไปเรียนท่านว่าให้รอสักครู่ เดี๋ยวฉันจะไปกราบทูลองค์หญิงให้”
ทหารทำความเคารพแล้วจะออกไป ชีฟองร้อนใจคิดหาทางแก้สถานการณ์ สุดท้ายนึกได้
“เดี๋ยว... กราบทูลท่านชองปอลด้วยว่าอาจจะนานสักหน่อย องค์หญิงเพิ่งกลับจากเสด็จไปถ้ำ ก็เลยเหนื่อย แล้วบรรทมพักอยู่”
“ได้ครับ” ทหารเดินออกไป
ชีฟองหนักใจเหลือเกิน “ทำยังไงดี... ทำยังไงดี... คิดสิชีฟอง คิด”

ชองปอลนั่งจิบชาอยู่ในอุทยาน ชมดอกไม้ ชะเง้อรอโลลิต้าอย่างสบายใจ
“คนที่มาทำให้ใจของน้องหญิงวอกแวกก็กำลังจะถูกกำจัดไปแล้ว ต่อไปนี้ องค์หญิงโลลิต้าก็จะต้องมองแต่พี่ชองปอลคนเดียวเท่านั้น”
ชองปอลหัวเราะชอบใจ มีความสุข

ขณะเดียวกัน ภายในถ้ำพันปี ราอูลกำลังลูบคลำสีพินิจพิจารณาที่สีซึ่งเปื้อนรูปเขียนภาพวาดบนผนังอย่างใช้ความคิด นายกับจีจี้เดินเร่งรีบเข้ามา ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นราอูล ราอูลหันมามอง
“คุณกลับมาที่นี่ทำไม ยาม” ราอูลหันไปร้องเรียกยามที่หน้าปากถ้ำ
“เดี๋ยวก่อนสิครับ ไม่ว่ายังไงตอนนี้ผมกับทีมงานของผมก็กลายเป็นผู้ต้องสงสัยของเรื่องนี้ไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็ควรจะมีสิทธิ์มาดูให้รู้แน่ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่ ไม่ใช่เหรอครับ”
ราอูลถอนใจ ดูสีที่เลอะมีตัวเองอยู่ ครุ่นคิด
จีจี้ขยับเข้าไปใกล้ราอูล “ท่านนายพลคะ ภาพเขียนล้ำค่าพวกนี้มันไม่มีทางกู้คืนมาได้เลยเหรอคะ น่าเสียดายจริงๆ”
“ผมคิดว่า มันน่าจะมีทาง” ราอูลบอกเสียงเรียบ
นายกับจีจี้ตื่นเต้น
“ทำยังไงเหรอคะ”
“สีที่เห็นเนี่ย เป็นแค่เพียงสีย้อมผ้าเท่านั้น”
จีจี้ไม่เข้าใจ “สีย้อมผ้า มันก็เป็นสีอยู่ดี แล้วจะกู้คืนมายังไงคะ”
ราอูลอธิบายสายตามองที่ภาพวาดตลอดเวลา “สีย้อมผ้าของฮวาซาเป็นสีพิเศษ ได้จากธรรมชาติ ซึ่งถ้าหากว่ายังไม่ผ่านกระบวนการเคลือบสีขั้นสุดท้าย ก็จะสามารถล้างออกได้โดยรากไม้ชนิดนึง”
นายกับจีจี้ดีใจมาก
“ถ้าอย่างนั้น ก็มาช่วยกันล้างออกเลยดีมั้ยครับ
“มันไม่ใช่ง่ายๆ อย่างนั้นหรอกคุณนายนาย ภาพเขียนพวกนี้ล้ำค่ามาก ต้องปฏิบัติการอย่างละเอียดอ่อนโดยผู้รู้เท่านั้น ซึ่งก็คงต้องใช้เวลาอยู่ดี ไม่รู้ว่าช่างหลวงที่เหลืออยู่จะทำเสร็จทันก่อนงานพิธีหรือเปล่า”
นายบอกทันที “ไม่ต้องห่วงนะครับคุณราอูล ไอ้แนวมันกำลังไปตามคนมาช่วย ผมคิดว่าคงจะมาทันเวลาและช่วยเหลือได้มากทีเดียว”
ราอูลครุ่นคิด ท่าทียังคงหนักใจอยู่มาก

นายเดินออกมาจากถ้ำอย่างใช้ความคิด จีจี้เดินตามมา ตรงหน้าถ้ำมีทหารยืนคุมอยู่
“นี่แสดงว่าคนที่เอาสีมาสาดเนี่ย เค้าคงไม่ได้ตั้งใจจะทำลายภาพเขียนอย่างจริงจัง ถึงได้ใช้สีแบบลบได้อย่างนี้”
“ถ้าเป็นอย่างนี้ เราต้องยิ่งพยายามสืบให้ได้ว่าใครเป็นคนทำ แล้วทำเพราะอะไร”
นายหยุดคิดนิดหนึ่ง แล้วพรวดพราดจะเดินออกไปที่จอดรถ จีจี้เรียกไว้
“อ้าว เดี๋ยวสิ จะไปไหนล่ะ”
“ไปหมู่บ้านที่ทำสีย้อมผ้าพวกนี้น่ะสิ”
นายรีบออกไป จีจี้ได้สติ วิ่งตาม
“เดี๋ยวสิ รอด้วย จีจี้ไปด้วย”

ด้านสามคนอยู่กลางป่า ระหว่างทางไปบ้านเปอร์ตีในหมู่บ้านเชิงเขา โลลิต้าเดินนำลิ่วไปก่อนใคร ท่าทางไม่เหนื่อยเลยสักนิด แนวหน้ากับไผทเดินตามหลังมา สองหนุ่มไทยลิ้นห้อยหอบแฮกๆ
แนวหน้าบ่นอุบ “องค์หญิงอะไรวะ โคตรอึดเลย”
ไผทเหนื่อยหอบ “พี่แนว...พักก่อนไหมพี่ ผมเดินไม่ไหวแล้ว โอย”
ไผทหยุดเดิน เหนื่อยหอบเหงื่อซก แนวหน้าเห็นใจ ตะโกนเรียกโลลิต้า
“องค์หญิงพะย่ะค่ะ...กระหม่อมว่าเราพักกันก่อนเถอะพะย่ะค่ะ”
โลลิต้าชะงักแล้วเดินกลับมา
“อะไรกันคะ...เดินแค่นี้ก็เหนื่อยแล้วเหรอ”
“กระหม่อมเข้าใจนะพะย่ะค่ะว่าองค์หญิงรีบ แต่พวกกระหม่อมสองคนไม่ชินกับการเดินบนภูเขาอย่างองค์หญิงนะพะยะค่ะ”
โลลิต้ามองสองหนุ่มเป็นเชิงตำหนิ
“งั้นก็ตามใจ หญิงลืมไปว่าพวกคุณอ่อนแอกว่าหญิง”
ทันใดนั้นเอง ไผทก็ลุกพรวดขึ้นอย่างมีเรี่ยวแรงทันที
“ไม่เป็นไรพี่แนว เพื่อภารกิจสำคัญ เราต้องอดทน ไปกันเถอะพี่ ผมยังไหว พี่ไหวรึเปล่า”
แนวหน้าสุดเซ็ง “อ้าวเฮ้ย”
โลลิต้ามองเป็นเชิงตำหนิ พูดประชดแนวหน้า “สองเสียงต่อหนึ่งเสียง เราเดินทางกันต่อได้แล้วใช่ไหมคะ”
ไผทยิ้มกว้างขวางให้กับโลลิต้า “ไปกันเถอะพะยะค่ะองค์หญิง”
โลลิต้าไม่ยิ้มตอบ เดินนำลิ่วๆ ไปเลย ไผทวิ่งตามติดๆ
“รอด้วยพะย่ะค่ะ องค์หญิง”
แนวหน้าเซ็งอีก “นี่มันองค์หญิงหรือแพะภูเขาวะเนี่ย ไต่เขาเก่งจริงๆ

ทางฝ่ายชีฟองยืนอยู่ต่อหน้าชองปอลในอุทยาน
“อะไรนะ น้องหญิงปวดหัวอย่างนั้นเหรอ”
“เพคะ...เหมือนจะมีไข้ องค์หญิงเลยให้ชีฟองมาทูลขอประทานอภัยที่คงจะออกมาพบท่านชองปอลไม่ไหวจริงๆ เพคะ”
ชองปอลดันเป็นห่วง “โธ่...น้องหญิงยังอุตส่าห์ห่วงพี่... งั้นเราเข้าไปเยี่ยมน้องหญิงหน่อยดีกว่า”
ชีฟองตกใจร้องลั่น “ไม่ได้นะเพคะ”
“ทำไมจะไม่ได้? เราเป็นพระคู่หมั้นนะ เราจะเป็นห่วงอาการของโลลิต้าไม่ได้เลยหรือยังไง”
ชีฟองอึกอัก “เอ่อ องค์หญิงสั่งไว้ไม่ให้ใครเข้าไปเยี่ยมโดยเฉพาะท่านชองปอล เพราะไม่อยากให้ติดไข้เพคะ”
ชองปอลอ่อนลงทันที ยิ้มพอใจ
“ห่วงพี่ชองปอลอีกแล้ว! ไปทูลองค์หญิงด้วยนะว่าพี่ชองปอลน่ะเข็งแรงมาก อย่าได้เป็นห่วงไปเลย แต่ถ้าน้องหญิงยังไม่อยากให้เยี่ยมก็ไม่เป็นไร” พร้อมกับหยิบดอกไม้ในแจกันส่งให้ “ฝากดอกกุหลาบดอกนี้ไปถวายด้วยก็แล้วกัน บอกว่าพี่ชองปอลส่งมาให้ แทนหัวใจรักที่มีต่อน้องหญิง”

ชองปอลส่งดอกไม้ให้ ชีฟองรับมาทำหน้าปูเลี่ยนๆ แต่ก็โล่งอกไปอีกเปลาะ

อ่านต่อหน้า 2

น่ารัก ตอนที่ 11 (ต่อ)

ฟากแนวหน้า เดินมาในป่าบนภูเขาอย่างอ่อนล้าโรยแรง ไผทเองก็แทบจะเดินไม่ไหวแล้ว ขณะที่โลลิต้าเดินนำไปห่างๆ อย่างไม่มีท่าทีเหนื่อยล้าสักนิด แนวหน้าสะดุดรากไม้หัวทิ่ม ถือโอกาสนั่งแหมะลง ไผทรีบมาดู

“พี่แนว ไหวรึเปล่า”
แนวหน้าตะโกน “องค์หญิงแพะภูเขา จอดก่อนเถอะพะย่ะค่ะ”
โลลิต้าชะงัก “เรียกเราว่าอะไรนะ”
“ก็องค์หญิงเดินบนภูเขาเก่งเหลือเกิน ถ้าชาติก่อนไม่ใช่แพะภูเขาก็คงเป็นพวกเลียงผาใช่มั้ยพะย่ะค่ะ”
“หญิงไม่ควรมากับพวกคุณเลย เสียเวลาจริงๆ”
ไผทกุลีกุจอลุกขึ้น “กระหม่อมยังไหวพะย่ะค่ะ”
แต่ดันลุกไม่ไหว ต้องโหนกิ่งไม้ยืนโงนเงน โลลิต้ามองสองหนุ่มอย่างรำคาญ
“เอางี้ คุณสองคนนั่งพักกันห่อน เดี๋ยวหญิงจะล่วงหน้าไปทางนี้ พอมีแรงเมื่อไรก็ตามมาก็แล้วกัน คนไทยนี่สำอางกันจริงๆ”
โลลิต้าเดินนำออกไปเลย แนวกับไผทตาค้าง แล้วมองหน้ากัน
ไผทฮึด “ไม่ได้นะพี่แนว จะให้องค์หญิงดูถูกพวกเราไม่ได้ ลุกเร็ว”
“แกก็ดึงชั้นสิ”
ไผทพยายามลากแนวหน้าให้ลุกขึ้นยืน ทั้งๆ ที่สังขารตัวเองก็ยืนไม่ค่อยอยู่ด้วยความเหนื่อย ทั้งคู่โซซัดโซเซกอดคอกันเดินไป
จังหวะหนึ่งไผทเหยียบหินขณะปีนขึ้น แล้วลื่นลงมาปะทะแนวหน้าที่เดินตาม
“เฮ้ย!!”
ทั้งคู่ชนกันโครมแล้วเสียหลักกลิ้งตกลงมาหลุนๆ สองคนแหกปากร้องดังลั่นป่า
“เฮ้ย”
ทั้งสองหนุ่มกลิ้งลงมาหยุดบนที่ราบเบื้องล่างจึงหยุดร้อง ทุกอย่างหยุดสนิท แนวหน้าลุกขึ้นนั่งโงนเงน
“ไผท แกเป็นอะไรรึเปล่าวะ”
“นี่ผมยังไม่ตายใช่มั้ยพี่” ไผทลุกนั่งจับหน้าตัวเองสำรวจ “หน้าผมเป็นแผลรึเปล่า”
เสียงเปอร์ตีดังขึ้น “พวกพี่เล่นอะไรกันอีกแล้ว”
แนวหน้ากับไผทชะงัก เหลียวขวับไปทางเสียง เห็นเปอร์ตียืนมอง ตาแป๋ว
สองหนุ่มตะโกนอย่างดีใจ “เปอร์ตี”
เปอร์ตียิ้มกว้าง “อย่าบอกนะว่า มาตามหาเปอร์ตีอีก”
แนวหน้าและไผทโห่ร้อง ตรงเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงเปอร์ตีซึ่งตกใจปนงงอยู่

ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง สภาพดูออกว่าเป็นร้านค้าขายพวกสีย้อมผ้า และผ้าฝ้ายย้อมสี นายกับจีจี้เดินเข้ามาในนี้
“เราคงมาถูกที่แล้ว หมู่บ้านที่ทำผ้าย้อมของฮวาซา”
“แล้วเราจะตามสืบยังไงล่ะ เราไม่ใช่ตำรวจนะ”
นายถอนใจเซ็งๆ “เราก็ไปถามตามร้านเค้าสิ ว่าในเร็วๆ นี้มีคนแปลกหน้ามาหาซื้อสีฟ้าครามไปทีละเยอะๆ บ้างรึเปล่า”
“อ๋อ เออใช่ จริงด้วย คุณนี่ฉลาดจังเลย”
นายชะงักหลุดยิ้ม แต่นึกได้ว่าอินเนอร์ยังโกรธจีจี้อยู่
“เราแยกย้ายกันไปก็แล้วกัน จะได้เร็วๆ ผมไปทางโน้นเอง”
นายออกเดินไปทางหนึ่ง จีจี้มองตามด้วยความเสียใจ

ด้านเปอร์ตีเดินนำทุกคนมา โลลิต้าดูท่าทางสบายใจขึ้น
“ตอนนี้ลุงเค้าไม่ได้อยู่ที่กระท่อมที่พวกพี่เคยไปกันหรอก อันนั้นเค้าเอาไปวาดรูปเล่นเฉยๆ”
“เอาเถอะ ที่ไหนก็ได้ที่จะได้เจอลุงของนายเร็วที่สุด” แนวหน้าว่า
“แต่มันไกลมากนะ เพราะวันนี้ลุงเค้าไปร่วมงานเลี้ยงที่อีกหมู่บ้านนึง” เด็กชายบอก
ไผทตาเหลือก “หา! ไกลมาก มากขนาดไหนเหรอเปอร์ตี”
เปอร์ตีบอกหน้าตาเฉย “ก็...ข้ามเขาไปอีกลูกน่ะ”
ไผทกะแนวหน้าตาเหลือกร้อง “หา”
“เรารีบเดินเข้าเถอะ อย่ามัวแต่เสียเวลาเลย เดี๋ยวจะไปค่ำกลางทาง แล้วจะลำบาก”
โลลิต้ากับเปอร์ตีเร่งฝีเท้านำไป ไผทกับแนวหน้ามองหน้ากัน
“รอผมด้วยนะพี่แนว เราอย่าทิ้งกันนะ”
ทั้งสองหนุ่มไทยเดินตามไปช้าๆ จะหมดแรงรอมร่อ

นายเดินตามร้าน ถามหาคนซื้อสี คนขายแทบทุกร้ายส่ายหน้า นายยิ่งร้อนใจ
ส่วนจีจี้ ถามทั้งเด็ก และผู้หญิง และ คนขาย ทุกคนส่ายหน้า จีจี้ออกอาการท้อ

ขณะเดียวกันที่บ้านงานเลี้ยง ไฟในเตาลุกพรึบ ฟิลิปลุงของเปอร์ตี ท่าทางอารมณ์ดีแจ่มใส เอาผักลงในกระทะ ไฟลุกท่วม แล้วตักมาชิม ก่อนที่จะเอาใส่กะละมังแล้วถือออกมาให้ชาวบ้านที่นั่งรออยู่ชิม
“เอ้า มาแล้ว ผัดผักแสนอร่อย ลองชิมดู”
สีหน้าคนชิมเหยเกสุดๆ
ชาวบ้าน 1 รีบบอก “ชั้นอิ่มแล้วจ้ะ ลุงฟิลิป”
ชาวบ้าน 2 ออกตัวตาม “ชั้นก็อิ่ม ปวดท้องเลยเนี่ย จุก”
“ไม่ได้ๆ ยังไงก็ต้องลองชิม เอ้า อ้าปาก”
ฟิลิปเอาช้อนไปจ่อที่ปากชาวบ้าน 2 ชาวบ้านผ็โชคร้าย ทำท่าจะร้องไห้
เปอร์ตีพาทุกคนเข้ามาด้านหลังฟิลิป ชี้ให้ทุกคนดู
“นั่นไง ลุงของเปอร์ตี ลุงชื่อฟิลิป”
ทุกคนมองตาม เห็นชาวบ้านที่โดนป้อนอาหาร ทำหน้าอยากคายอาหาร แต่ไม่กล้า
“เดี๋ยวจะไปทำอาหารมาให้อีกซัก 2 อย่างนะ รอเดี๋ยว”
ทุกคนประสานเสียง “ไม่ต้องๆ อิ่มแล้ว พอเถอะ”
แนวหน้าดูออก “ท่าทางชาวบ้านคงจะกลัวอาหารฝีมือลุงนายกันมากนะนั่น”
เปอร์ตีบอกขำๆ “เค้าไม่ให้เปอร์ตีบอกลุงว่ามีงาน แต่ลุงก็ไปรู้มาจนได้”
“มัวแต่คุยอะไรกันไร้สาระ ถ้าลุงคนนั้นเป็นยอดฝีมือด้านวาดรูปจริงๆ ก็รีบเข้าไปคุยกับเค้าสิ เร็ว”
โลลิต้าเดินนำไป ทุกคนรีบตาม

มุมสุดท้ายของหมู่บ้านผ้ามัดย้อมเชิงเขา นายเดินมาจากทางหนึ่งท่าทางหมดแรง จีจี้เดินมาจากอีกทาง
“ได้เรื่องอะไรบ้างมั้ย” นายถาม
จีจี้ส่ายหน้า “ไม่มีใครรู้อะไรเลย แถมยังบอกว่าจี้เนี่ยแหละเป็นคนแปลกหน้าที่สุดที่เค้าเห็นมา”
“เหลือด้านโน้นเป็นร้านสุดท้ายแล้ว เราไปกันเถอะ”
ทั้งคู่เดินไปทางร้านนั้น

คนขายสีร้านสุดท้ายบอก “คนแปลกหน้าที่มาซื้อสีฟ้าครามเหรอ” นิ่งคิดครู่หนึ่ง “มีสิ”
จีจี้กับนายตาลุก
“จริงเหรอลุง”
คนขายบอก “เค้าเพิ่งมาซื้อสีไปเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ลุงยังสงสัยเลยว่ามาซื้อไปทำไมตั้งเยอะตั้งแยะ”
นายกับจีจี้ดีใจจนพูดไม่ออก ทั้งสองคนหันมามองหน้ากัน แล้วพุ่งเข้ากอดกันอย่างดีใจ ร้องลั่นพร้อมๆ กัน
“เยส!! หาเจอแล้ว ในที่สุด”
แล้วจู่ๆ สองคนก็ชะงัก นึกได้ถึงสถานภาพของตัวเอง รีบผละออกจากกัน หน้าเจื่อนทั้งคู่

มุมหนึ่งของบ้านงาน ทุกคนมานั่งคุยกับฟิลิป ลุงของเปอร์ตี
“เรื่องให้ช่วยซ่อมภาพเขียนน่ะ ช่วยได้สิ สบายมาก”
ทุกคนดีใจ
“งั้นไปกันเลยมั้ยครับ เราจะได้ลงมือกันเลย” ไผทว่า
“แต่ตอนนี้ยังไปไม่ได้หรอก เพราะต้องทำอาหารเลี้ยงชาวบ้านเค้าก่อน ถ้าลุงไปตอนนี้เค้าจะกินอะไรกัน” พ่อครัวใหญ่ที่นายและแนวหน้ารู้รสมือดีบอก
ชาวบ้าน 1 รีบบอก ”โอ๊ย ถ้ามีธุระก็ไปเถอะลุง”
ทุกคนพยักพเยิดอยากให้ฟิลิปรีบไป
“งั้นไปก็ได้...แต่เดี๋ยวก่อน นี่พวกเรากินอะไรกันมารึยังเนี่ย”
ทุกคนชะงัก สามคนมองหน้ากัน
“กินข้าวก่อนนะ รีบกิน จะได้รีบไป...มา เปอร์ตี มาช่วยลุงตักอาหารให้พวกพี่ๆ เค้าเร็วเข้า แกเองก็กินแล้วรีบกลับบ้านนะ พ่อเค้าจะได้ไม่เป็นห่วง” ฟิลิปภูมิใจนำเสนอสุดๆ
“ได้จ้ะ”
ลุงหลานช่วยกันตักกับข้าว ไผทกับแนวหน้าทำหน้าอยากจะร้องไห้ โลลิต้ามองงงๆ ฟิลิปตักส่งให้โลลิต้าก่อน โลลิต้ากินแล้วอึ้งไป แทบอาเจียน

ฝ่าย นาย ขิง ฟิน และจีจี้ นั่งอยู่ที่โต๊ะประชุม พร้อมกับท่านธูลและราอูล
“ต้องขอบคุณทุกท่านที่มาพร้อมหน้ากัน เราเชิญทุกท่านมาประชุมที่นี่ก็เพราะมีความคืบหน้าเรื่องคนร้ายที่ทำลายภาพเขียนโบราณที่ผนังถ้ำพันปีของเรา”
ชองปอลโผล่พรวดเข้ามา “ท่านอาจับตัวคนร้ายได้แล้วหรือพะยะค่ะ?”
“ยังหรอก แต่จากความร่วมมือของคุณนายนายและคุณจีจี้ ทำให้เราได้ร่องรอยความคืบหน้าบางอย่าง”
ราอูลเดินไปเปิดประตู ทหารพาตัวชาวบ้านที่เป็นคนขายสี เดินเข้ามายืนตรงกลาง ท่าทางลนลาน
“เจ้าไม่ต้องกลัว...เล่าไปให้เหมือนกับที่เจ้าเล่าให้เราฟังเมื่อสักครู่”
“พะยะค่ะ คือไม่มีกี่วันมานี่ มีคนมาซื้อสีย้อมผ้าที่ร้านกระหม่อมตามปกติ แต่ว่ามีคนคนนึง ท่าทางแปลกๆ สูงใหญ่ ดูไม่เหมือนคนทอผ้า อีกทั้งยังเป็นคนต่างถิ่นเพราะกระหม่อมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนพะยะค่ะ” ชาวบ้านว่า
“ต่างถิ่น! นั่นไง...ชองปอลบอกท่านอาแล้วว่าต้องเป็นพวกคนไทยพวกนี้”
ชองปอลมองกราดไปที่พวกนาย จีจี้ ขิง ฟิน ที่นั่งอยู่ในห้อง ขิงกะฟินต่างตกใจในท่าทีกราดเกรี้ยว
นายรีบออกตัวทันที “ไม่ใช่ทีมงานกระหม่อมแน่นอนพะยะค่ะ”
ชองปอลสวน “ไม่ต้องมาทำเป็นปากแข็ง ถ้าไม่ใช่พวกเจ้า แล้วจะเป็นใคร”
ชาวบ้านขัดขึ้น “คนที่มาซื้อสีฟ้าครามไปเป็นจำนวนมากนั้นไม่ใช่คนไทยหรอกพะยะค่ะ”
ทุกคนชะงัก ชาวบ้านบอกต่อ
“แต่เป็นคนต่างถิ่นที่ว่ามีสำเนียงเหมือน... เหมือน.. ชาวฮวาซาเหนือพะย่ะค่ะ”
ทุกคนอึ้ง แล้วหันไปมองทางชองปอลเป็นตาเดียว
ชองปอลชะงัก แล้วฟอร์มเป็นโกรธจัด พุ่งเข้าไปเอาเรื่องชาวบ้านทันที
“บังอาจ! นี่เจ้ากล้ากล่าวหาเราอย่างนั้นหรือ”
ชาวบ้านลนลาน กลัวสุดขีด “พระอาญาไม่พ้นเหล้า หามิได้พะยะค่ะ”
ชองปอลจ้องหน้า “แต่เจ้าเพิ่งพูดหยกๆ ว่าเป็นชาวฮวาซาเหนือ”
ท่านธูลขัดเสียงดัง “หยุดก่อนชองปอล!” ชองปอลชะงักทันที “เขาเพียงแต่บอกว่าคนๆ นั้นพูดสำเนียงเหมือนคนฮวาซาเหนือ แต่ไม่ได้บอกสักคำว่าเป็นคนฮวาซาเหนือ ...อาว่าชองปอลควรจะใจเย็นให้มากกว่านี้”
ชองปอลขัดใจเดินกลับไปยืนที่เดิม ชาวบ้านคนนั้นท่าทางกลัวมาก
ท่านธูลมองจับพิรุธของชองปอล คนอื่นๆ อกสั่นขวัญแขวนกับฤทธิ์ของชองปอล

ภายในห้องทรงงานของท่านธูล ในวังฮวาซาใต้ ชองปอลออกอาการโกรธสุดขีด โวยวายเอากับท่านธูล
“ท่านอาต้องทรงจัดการไอ้คนขายสีนั่นให้ชองปอลนะพะยะค่ะ มันบังอาจมากล่าวหาชาวฮวาซาเหนือ”
“ทุกอย่างยังเป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐาน หลักฐานที่หามาได้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชี้ชัดได้ว่าใครเป็นคนร้าย... ตอนนี้ที่อาเป็นห่วงอีกเรื่องก็คือคนร้ายอาจมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่ด้วย”
“จริงของท่านอา พวกทีมงานชาวไทยอาจต้องการโยนความผิดให้คนฮวาซาเหนือก็ได้!”
“ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป ประชาชนอาจจะคิดว่าชาวฮวาซาเหนือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆ แล้วอาจจะทำให้ชาวฮวาซาเหนือกับชาวฮวาซาใต้มีปัญหากัน อาจึงคิดว่าอยากให้ท่านชองปอล กลับไปฮวาซาเหนือก่อนในวันพรุ่งนี้”
“นี่ท่านอาทรงไล่ชองปอลหรือพะยะค่ะ” ชองปอลฉุน
“อย่าคิดอย่างนั้น อาเพียงแค่ไม่อยากให้เกิดปัญหา.. กันไว้ดีกว่าแก้นะชองปอลเสด็จกลับไปก่อน จนกว่าเรื่องนี้จะเงียบ... ถือว่าอาขอร้องนะ”
ชองปอลออกอาการฮึดฮัด ไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีเหตุผลใดจะค้านท่านธูลได้

ขณะเดียวกันทุกคนเดินทางมาถึงถ้ำพันปี ในตอนเย็น ฟิลิปกำลังยืนมองภาพเขียนที่เสียหายอย่างพิจารณา ใกล้ๆ มีช่างหลวงอีก 2 คนค่อยๆ บรรจงลบสีออกอยู่แล้ว
แนวหน้า ไผท วางอุปกรณ์สี กล่องพู่กัน กล่องผสมสีหลายกระป๋อง ผ้าปูรองพื้น ฯ ลงที่พื้นถ้ำ โลลิต้าเดินตามมายืนข้างๆ กระซิบถามฟิลิป “พวกนี้เป็นช่างหลวงของพระราชวัง” พลางมองไปยังฟิลิป “พอจะช่วยได้มั้ยคุณลุง”
ฟิลิปครุ่นคิด ก่อนหันมา
“ได้” ทุกคนดีใจ “ถึงจะยุ่งยากไปสักนิด แต่ไม่เกินความสามารถของลุงแน่นอน”
ทุกคนดีใจสุดขีด
แนวหน้าแนะนำกับช่างหลวง “นี่คือลุงฟิลิปที่จะมาช่วยอีกแรงนะครับ”
ไผทหันไปทางลุงของเปอร์ตีที่ยืนมองภาพเขียนที่ช่างหลวงกำลังซ่อมอยู่
“แล้วอย่างพวกผมนี่ช่วยได้บ้างมั้ยครับ จะได้เสร็จเร็วๆ”
“ของอย่างนี้มันไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้ ยางไม้ชนิดนี้ ถ้าเราใช้ไม่ระมัดระวัง นอกจากจะไปลบสีที่เลอะแล้วยังจะไปโดนเอาสีของภาพเขียนลอกติดมาด้วย”
โลลิต้ารีบบอก “ไม่ได้นะ เราจะให้ภาพเขียนเสียหายไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้น ก็ปล่อยเป็นหน้าที่ของลุงเอง”
ฟิลิปเทน้ำที่เหลือไม่มากลงในถังของตัวเองที่เตรียมมา แล้วส่งถังเปล่าให้แนวหน้า
“ไปตักน้ำมาเพิ่ม”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมไปตักที่ลำธารหน้าถ้ำให้” แนวหน้ารับถังน้ำมาจากลุง
“ผมว่าไปตักมาเยอะๆ เผื่อช่างหลวงทุกคนเลยดีกว่า”
ไผทถือถังจะตามแนวหน้าไป โลลิต้าเดินตามมาด้วย ไผทห้ามไว้
“องค์หญิงพักที่นี่ก่อนนะพะยะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมกับพี่แนวจะไปเอาน้ำเอง”
“ไม่เป็นไรค่ะ นี่มันเป็นเรื่องของฮวาซา หญิงจะปล่อยให้คนอื่นทำเพื่อฮวาซามากกว่าตัวหญิงเองไม่ได้หรอกค่ะ”
โลลิต้าตามออกไป ไผทยิ้มกว้าง ยิ่งประทับใจ

แนวหน้า โลลิต้า และไผทเดินมาที่ตลิ่งริมลำธาร แนวหน้ามีไฟฉายเล็กๆ ส่องนำทาง ทั้งสามกำลังเตรียมตักน้ำ แนวหน้าก้มลงไปตักน้ำ เช่นเดียวกับไผทที่ก้มลงไปตักน้ำ
โลลิต้าอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคนเผลอเหยียบหินลื่น เพราะความมืด
“ว้าย”
แนวหน้ากับไผทเหลียวขวับไปมอง สองคนร้องขึ้นพร้อมกัน
“องค์หญิงระวัง”
แนวหน้าคว้าตัวโลลิต้าไว้ได้ก่อนเพราะใกล้กว่า แต่ไผทคว้าข้อมือไว้ได้
สามคนชะงักไปครู่หนึ่ง แนวหน้าค่อยๆ ปล่อยมือ
“ทรงส่งถังมาเถอะ กระหม่อมตักน้ำให้เองดีกว่า”
แนวหน้าหยิบถังน้ำของตัวเอง และของโลลิต้าไปตักน้ำ และเดินออกไป
ไผทถามโลลิต้าเสียงนุ่ม “องค์หญิงเจ็บตรงไหนไหมพะย่ะค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เรารีบเอาน้ำไปให้คุณลุงดีกว่า”

ไผทยิ้ม ก้มลงไปตักน้ำ แนวหน้าก้มหน้าลงตักน้ำเงียบๆ รู้สึกหวั่นไหวในใจโดยประหลาด

อ่านต่อหน้า 3

น่ารัก ตอนที่ 11 (ต่อ)

ด้าน นาย จีจี้ ขิง และ ฟินเดินมาด้วยกัน ขิงยังคงสวมบทบาทอินมาดทอมอยู่

“โล่งอกไปทีนะฮะที่พวกเราหลุดจากการเป็นผู้ต้องสงสัยแล้ว”
นายมองอย่างสงสาร “ขิง...อยู่ต่อหน้าพวกพี่ไม่ต้องเป็นแบบนี้ก็ได้”
ขิงถอนหายใจ “ค่ะ...ไม่รู้ป่านนี้พี่แนวกับไผทพาคนไปซ่อมภาพได้หรือยังนะคะ”
“อะไร นี่ไผทออกไปตามช่างซ่อมภาพกับไอ้แนวเหรอ? มิน่าว่าหายไปไหน ตายๆๆ เข้าป่าเข้าดงอีกแล้ว กลับมาหน้าพังฉันจะทำไงดีเนี่ย” เจ๊ฟินโวยวาย
จีจี้หันมาทางนาย “ถึงวันนี้จะเหนื่อย แต่ก็คุ้มค่านะคะนาย ที่เราทำให้ท่านธูลทรงเลิกสงสัยพวกเราได้ ดีใจจังเลย”
จีจี้ยิ้มกับนาย นายหุบยิ้ม ทำหน้าเฉย
“ไม่ใช่เราหรอกจีจี้ ถึงคุณไม่ไป ผมก็ทำคนเดียวได้”
นายทิ้งระเบิดแล้วเดินหนีไป ทุกคนอึ้ง ขิงมองจีจี้ที่หน้าจ๋อยลงทันทีด้วยความสงสาร

หารซ่อมภาพที่ผนังคืบหน้าไปได้หน่อยเดียว ช่างทุกคนตั้งหน้าตั้งตาทำงาน โลลิต้ายืนดูภาพอยู่กับไผท โลลิต้ามีสีหน้าเครียดเพราะกลัวว่าจะเสร็จไม่ทัน
“ป่านนี้ในวังอาจจะตามหาพระองค์อยู่ก็ได้ กระหม่อมว่าองค์หญิงเสด็จกลับวังก่อนมั้ยพะย่ะค่ะ ให้พวกทหารไปส่งในวังเถอะพะย่ะค่ะ”
“กลับไปหญิงก็นอนไม่หลับหรอกค่ะ หญิงขออยู่จนกว่าภาพจะเสร็จดีกว่า”
ไผทมองโลลิต้าอย่างเป็นห่วง แนวหน้าเดินเข้ามาพร้อมผลไม้ในมือ
“องค์หญิงเสวยผลไม้พวกนี้ก่อนเถอะ องค์หญิงยังไม่ได้เสวยอะไรเลย กระหม่อมไปเก็บมาถวายพะย่ะค่ะ”
โลลิต้าอึ้งไปนิด “ขอบคุณค่ะ”
โลลิต้ารับผลไม้มากินแบบเด็กๆ แต่ตาก็มองการทำงานของช่างไปด้วยอย่างกังวล ทั้งไผทและแนวหน้ามองโลลิต้าอย่างเป็นห่วง

อีกฟากหนึ่ง หน้าตาชีฟองอึกอักแตกตื่น
“เอ่อ... คือ... คือ...”
ท่านธูลหน้าเคร่งเครียด ถามคาดคั้น
“ว่าไงชีฟอง ชั้นถามว่าเจ้าหญิงโลลิต้าไปไหน ถึงไม่เข้ามาห้องประชุมด้วยเมื่อกี้
“คือ.. องค์หญิงเข้าบรรทมตั้งแต่บ่ายๆ เพคะ บ่นว่าเวียนพระเศียร แล้วพอตอนเย็นก็ตื่นมาเสวยข้าวเย็นกับยา แล้วก็บรรทมไปอีก”
“อาการหนักขนาดนั้นเลยเหรอ”
“เพคะ” ชีฟองก้มหน้างุด
“ถ้างั้นพรุ่งนี้รีบไปตามหมอหลวงมาเลย เข้าใจมั้ย”
“ได้เพคะท่านธูล”
ท่านธูลเดินจากไป ชีฟองจะร้องไห้
ชีฟองบ่นเบาๆ กับตัวเอง “ทำไมยังไม่เสด็จกลับเพคะองค์หญิง ถ้าท่านธูลทรงทราบว่าพี่ชีฟองโกหกล่ะก็ ต้องโดนลงโทษแน่ๆ”

ภายในถ้ำพันปี ช่างฝีมือเร่งล้างสีที่เลอะผนัง ลุงฟิลิปทำงานโดยมีไผทกับแนวหน้าช่วยส่งเครื่องมือให้ โลลิต้านั่งลุ้นพร้อมกับเริ่มหาว แนวหน้าหันไปเห็นพอดี
“ทรงง่วงแล้วเหอรพะย่ะค่ะ”
“ปละ ปล่าวค่ะ ยังไม่ง่วง หาวเฉยๆ”
ไผทหันมามอง แล้วเดินมาหา “บรรทมก่อนเถอะองค์หญิง นี่มันก็ดึกมากแล้ว”
“ก็บอกแล้วไง ว่ายังไม่ง่วงๆ”
ฟิลิปวางมือจากงาน เดินมาดู
“เอ้า ง่วงก็ไปนอนสิ มานั่งอยู่ทำไม เด็กๆน่ะต้องนอนเยอะๆนะ ไปนอนไป๊ไอ้หนู”
ฟิลิปพูดจบก็ผลักหัวโลลิต้าอย่างเอ็นดู เข้าใจว่าเป็นเด็กผู้ชาย ไผทกับแนวหน้าตาเหลือก แต่พูดไม่ออก โลลิต้าก็ตะลึง
ฟิลิปบอกกับแนวหน้า “พามันไปนอนไป” ส่วนตัวเองกลับไปทำงาน
“ถ้าจะอยู่ตรงนี้ต่อก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เข้าบรรทมเถอะพะย่ะค่ะ”
“แต่...”
“ถ้าทรงเป็นห่วง กระหม่อมจะอยู่คอยส่งอุปกรณ์ให้ลุงฟิลิปเอง” ไผทอาสา
“แล้วแกไม่ง่วงเหรอ” แนวหน้าถาม
“ไม่เป็นไรหรอกพี่แนว เวลาถ่ายละครผมอยู่ดึกกว่านี้อีก แค่นี้จิ๊บๆ สบายมาก พี่แนวพาองค์หญิงไปพักผ่อนเถอะ”
โลลิต้าลังเล แต่แล้วหาวออกมาอีกที จนต้องยอมเดินจากไป
“ชั้นขอเป็นคนไปข้างในด้วยก็แล้วกันนะ”
แนวหน้าเดินตามโลลิต้าเข้าไป ไผทมองตาม

คืนนั้น ชองปอลอยู่ในห้องนอนรับรอง เดินกลับไปกลับมาอย่างโกรธแค้น ทหารคอยมองตามอย่างห่วงใย
“ท่านอาจะทำอย่างนี้กับชองปอลไม่ได้” ชองปอลหยุดเดิน “พรุ่งนี้ออกเดินทางแต่เช้ามืด กลับวังของเรา เสด็จพ่อกับเสด็จแม่จะต้องได้รู้ ว่าราชสำนักฮวาซาใต้ ได้ทำอะไรไว้กับชองปอล”
“พะย่ะค่ะ”
ทหารน้อมรับแล้วออกจากห้องไป ชองปอลนัยน์ตาวาววับ เคียดแค้นจนแทบกระอัก

ลึกเข้าไปด้านในถ้ำ แนวหน้าก่อกองไฟให้โลลิต้าเพิ่งเสร็จ
“เอาล่ะ ติดแล้ว”
แนวหน้าเงยหน้าขึ้น เห็นโลลิต้ากำลังนั่งสัปปะหงกอย่างเด็กๆ ก็เอ็นดู อากาศหนาว โลลิต้ากอดอกตัวเองท่าทางหนาวเหน็บ แนวหน้าถอดแจ็คเก็ตออกแล้วเดินไปใกล้ เอาเสื้อคลุมไหล่ให้อย่างเบามือ โลลิต้าสะดุ้ง
“ทำอะไรน่ะ”
แนวหน้าเก้อๆ “ก็... กระหม่อมเห็นว่าอากาศมันหนาว ก็เลย...”
“ไม่ต้องค่ะ ขอบคุณ หญิงสบายดี ไม่เป็นไร”
“แต่อากาศมันหนาวจริงๆ นะพะย่ะค่ะ ห่มเสื้อนี่เอาไว้ก็ได้ กระหม่อมซักแล้ว รับรองไม่เหม็น”
แนวหน้ามองมาหน้าตาจริงใจมาก โลลิต้าจำใจรับไว้ แต่ไม่ได้ห่ม เอามากอดไว้คลายหนาวแทน
แนวหน้าหันไปจัดเป้ให้ฟูๆ แล้ววางพิงผนังถ้ำ
“ทรงหนุนเป้ของกระหม่อมแทนหมอนก็ได้นะพะย่ะค่ะ หรือจะเอาเสื้อกระหม่อมปูนอนก็ได้”
“คุณว่า...พวกช่างเค้าจะซ่อมผนังเสร็จทันมั้ยคะ”
แนวหน้าชะงัก มองหน้าโลลิต้าเห็นความกังวลเต็มเปี่ยม
“หญิงไม่อยากให้ประชาชนผิดหวัง ชาวฮวาซาไม่มีเรื่องอะไรให้ชื่นใจมากนัก ชาวบ้านทำงานหนักเพราะเราอยู่บนภูเขาสูง เมื่อถึงเทศกาลใดๆก็ตาม พวกเค้าถึงได้ตั้งหน้าตั้งตารอ เพื่อที่จะหลีกหนีจากความทุกข์ยากในชีวิต หญิงสงสารพวกเค้าค่ะ”
แนวหน้ามองอย่างสงสาร เห็นโลลิต้ามีความมุ่งมั่นจริงใจอย่างเต็มเปี่ยม
“ไม่ว่ายังไง ชาวฮวาซาใต้ต้องได้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในถ้ำพันปีนี้ตามกำหนดแน่นอน เชื่อกระหม่อมเถอะพะย่ะค่ะ”
โลลิต้ายิ้มออกอย่างจริงใจ “ขอบคุณนะคะคุณแนวหน้า ขอบคุณทุกๆ คนที่ช่วยเหลือพวกเรา หญิงจะไม่ลืมบุญคุณคราวนี้เลย”
โลลิต้าพูดจบก็หลับตา พิงผนังถ้ำ ผล็อยหลับไปอย่างเหนื่อยล้า
แนวหน้ามองหน้าโลลิต้า ตาเป็นประกายเจิดจ้า ทั้งน่าประทับใจ และ น่ารักเหลือเกิน

ดูเหมือน...ครีเอทีฟและผู้กำกับจอมป่วน หลงรักองค์หญิงจอมแก่นเต็มหัวใจ

ฝ่ายฟากฟิลิปทำงานอย่างขมักเขม้น แล้วยื่นมือไปข้างหลัง
“ขอผ้าหน่อยพ่อหนุ่ม”
ทุกอย่างเงียบ ฟิลิปหันไปมอง เห็นไผทนั่งหลับ อ้าปากหวอ หมดสภาพอยู่ใกล้ๆ
“พ่อหนุ่ม” ไผทไม่รู้สึกตัว ฟิลิปหัวเราะหึหึ อย่างเอ็นดู
ฟิลิปพึมพำ “ไหนตะกี้คุยว่าอดนอนเก่ง เหอะๆ”
ฟิลิปหยิบผ้าขี้ริ้วในมือไผทมาเช็ดสี ทำงานต่ออย่างไม่รู้เหนื่อย ส่วนไผทนอนหลับต่อไปอย่างแสนสุข ไม่รู้เรื่องรู้ราว

แนวหน้าหาวหวอดๆ ท่าทีง่วงจัด มองไปเห็นโลลิต้านั่งหลับสนิท แนวหน้ายิ้มเอ็นดู โลลิต้าเริ่มตัวเอียง เหมือนคนจะล้มลงพื้น
แนวหน้าตัดสินใจลุกขึ้น เดินไปใกล้ แล้วจับร่างโลลิต้านั่งตรงพิงผนังเหมือนเดิม เอาเสื้อที่กอดไว้มาคลุมไหล่ให้อย่างเบามือ โลลิต้านอนมีความสุขขึ้น
แนวหน้าลงนั่งใกล้ๆ แล้วค้นเป้ของตัวเอง หยิบสมุดบันทึกออกมา มองโลลิต้าขำๆ ก่อนลงมือเขียน
“ไม่น่าเชื่อเลยว่า เธอจะเป็นคนแข็งแกร่งขนาดนี้ อดทน เสียสละ คิดถึงชาติ มากกว่าความสุขของตัวเอง หรือว่าเจ้าหญิงทุกคนจะต้องเป็นแบบนี้ และที่สำคัญที่สุด เธอน่ารักเหลือเกิน”
ขณะเขียนๆ อยู่แนวหน้าชะงักเพราะโลลิต้าได้ไถลหัวลงมาพิงซบไหล่ของเขาอย่างไม่รู้ตัว
แนวหน้าหันไปมอง หัวของโลลิต้าซบอยู่ที่ไหล่ ใบหน้าสวยอยู่ใกล้แค่คืบ แนวหน้าใจเต้นโครมครามทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นิ่งอยู่อย่างนั้น วางสมุดบันทึกลงใกล้ตัว พยายามขยับตัวให้น้อยที่สุด
แนวหน้านั่งตัวตรงให้องค์หญิงพิงซบไหล่อย่างเป็นแสนสุข

ด้านนายหลับฝันไป โดยในฝัน ท่ามกลางบรรยากาศแสนสดใสตอนกลางวัน เขานอนอยู่ๆ ข้างจีจี้ คุยกันชื่นบาน จีจี้เอานิ้วมาจั๊กกะจี้ที่เอว นายหัวเราะแล้วพลิกตัวไปกอดจีจี้ มีความสุขมากมาย

นายสะดุ้งตื่นร้องเรียกหา “จีจี้!”
แต่พอหันไปข้างๆ ไม่พบจีจี้ เป็นเขาที่นอนอยู่คนเดียวในห้อง ความรู้สึกว้าเหว่เกาะกินใจ จนนายลุกขึ้นมานั่งบนเตียง หน้าเศร้าจัด

แนวหน้าเคลิ้มหลับ โลลิต้ายังซบไหล่เขาอยู่ สักครู่หนึ่งโลลิต้าขยับนั่งตัวตรงพิงผนังถ้ำตามเดิม แนวหน้ารู้สึกตัวตื่น มององค์หญิงที่หลับอยู่ข้างๆ แล้วรู้สึกผิด รีบลุกขึ้นเดินออกไป

แนวหน้าเดินงัวเงียออกมา เห็นไผทนอนหลับยาวอยู่บนพื้น แนวหน้าทำท่าจะปลุก แต่เผอิญมองเห็นที่ผนัง รูปถูกซ่อมแซมเกือบเสร็จแล้ว แนวหน้าเบิกตากว้าง ดีใจวิ่งไปหาฟิลิป
“นี่มันจะเสร็จแล้วเหรอเนี่ย คุณลุงเก่งที่สุดเลย” แนวหน้ามองรอบบริเวณ “เก่งมากครับทุกๆ คน”
“ก็บอกแล้วว่ามันไม่ยากเกินความสามารถของคนเก่งๆ อย่างเรา” ช่างเขียน กุ๊กมือเอกว่า
แนวหน้ายิ้มแป้น หลุดปากซะเอง “องค์หญิงคงจะดีใจแน่ๆ”
ฟิลิปงง “องค์หญิงไหน”
แนวหน้าแถ “อ๋อ คือ.. ผมหมายถึง พวกคนในวังน่ะครับ ไผท ไอ้ไผท ตื่นเร็ว”
แนวเดินไปเขย่าไผทปลุก ไผทงัวเงียลืมตามา
“มีอะไร.. ขออีก 5 นาทีนะพี่ฟิน ผมยังไม่พร้อมถ่าย”
แนวหน้าเซ็ง “ชั้นเองเว้ย ตื่นมาดูเร็ว ภาพเขียนซ่อมเกือบเสร็จแล้ว”
ไผทนอนนิ่งพักหนึ่งอย่างงงๆ แต่ได้สติลุกมานั่ง
“ภาพเขียน” ซุปตาร์ไทยแลนด์มองไปยังภาพเขียนที่ผนัง “ไชโย! ภาพเขียนเกือบเหมือนเดิมแล้ว คุณลุงเก่งที่สุด โคตรเจ๋งเลย ผมไปบอกองค์หญิงดีกว่า”
ไผทวิ่งจู๊ดเข้าไปข้างใน แนวหน้ามองตาม
ฟิลิปสะดุดหูอีก “องค์หญิง”

แนวหน้ารีบหันมาส่ายหน้า เป็นทำนองบอกว่าไม่มีอะไร

อ่านต่อหน้า 4

น่ารัก ตอนที่ 11 (ต่อ)

กองไฟบริเวณที่องค์หญิงนอนอยู่ เกือบมอดหมดแล้ว โลลิต้านั่งคุดคู้หลับอยู่ แล้วตัวค่อยๆไหลเอน

ไผทเดินเข้ามาทำท่าจะปลุกองค์หญิงดังๆ แต่มองสภาพแล้วสงสาร จึงเดินมาใกล้ๆ นั่งลงข้างๆ ก่อนจะจับตัวโลลิต้าให้ตั้งตรงเบาๆ
เรียกด้วยเสียงนุ่มนวล “องค์หญิง”
โลลิต้ารู้สึกตัว ลืมตา สบตากับไผทที่มองอยู่อย่างอ่อนโยน
“กู๊ดมอร์นิ่งพะย่ะค่ะ”
โลลิต้าได้สติ เขินมาก รีบนั่ง จัดทรงผม ลูบหน้า
“พวกช่างซ่อมภาพเขียนใกล้จะเสร็จแล้วพะย่ะค่ะ แล้วนี่มันก็จะเช้าแล้วด้วย”
“ตายจริง” โลลิต้าตกใจจะลุก
“ไม่ต้องรีบพะย่ะค่ะ รอสักครู่ เดี๋ยวกระหม่อมไปเอาน้ำมาให้ล้างพระพักตร์”
ไผทเดินออกไป โลลิต้าเขินอาย รู้สึกเสียฟอร์ม
“นี่เราหลับอยู่ข้างๆ เค้าทั้งคืนเลยเหรอเนี่ย”
โลลิต้าเข้าใจผิด ทำท่าจะลุกขึ้น มือไปท้าวลงบนสมุดบันทึกของแนวหน้าที่วางอยู่บนพื้น โลลิต้าสงสัยว่าเป็นสมุดอะไรเลยหยิบขึ้นมาดู ก่อนเปิดไปหน้าที่มีปากกาคั่นไว้
โลลิต้าอ่านข้อความในสมุดบันทึกนั้น
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะเป็นคนแข็งแกร่งขนาดนี้ อดทน เสียสละ คิดถึงชาติ มากกว่าความสุขของตัวเอง หรือว่าเจ้าหญิงทุกคนจะต้องเป็นแบบนี้...เอ๊ะ”
โลลิต้าชะงักว่าหมายถึงใครแล้วอ่านต่อ “และที่สำคัญที่สุด เธอน่ารักเหลือเกิน”
โลลิต้าตกใจมาก เปิดย้อนไปอ่านอีกหน้า
“หมาชื่อลักกี้ น่ารักดีนะ น่ารักกว่าไอ้แตงอ่อนตั้งเยอะ เค้าน่าจะเลี้ยงต่อนะ มาอยู่ที่นี่เราจะได้มีอะไรเล่น”
โลลิต้าเปิดไปอ่านอีกด้วยความตกใจ
“แชทกันทั้งคืน แล้วจะไม่ง่วงได้ยังไง มากองถ่ายแล้วนั่งหาวตลอด ตลกดีจัง เราด้วยแหละ”
โลลิต้าอึ้ง รู้ทันทีว่าหมายถึงตัวเอง แล้วเปิดไปหน้าแรกช้าๆ
“ว่ากันว่าทุกอย่างในโลกมันถูกลิขิตขึ้นมา แต่เรานี่แหละ จะเป็นคนกำหนดมันด้วยตัวเอง โปรดเรียกผมว่า นายพรหมลิขิต”
โลลิต้าเงยหน้าขึ้นช้าๆ ตกใจถึงขีดสุด
“นายพรหมลิขิต!”

ภาพที่ผนังถ้ำพันปี ถูกซ่อมเสร็จแล้วเรียบร้อย แนวหน้ายิ้มปลื้มแก้มแทบแตก
“สุดยอดมากเลยครับ...ภาพกลับมาเป็นเหมือนเดิมเป๊ะเลย”
ไผทเดินหิ้วถังน้ำเข้ามาพอดี
แนวหน้ารีบบอก “ไผท รูปเสร็จแล้ว ไปตามองค์ เอ้ย” มองไปยังฟิลิป “ยายนั่นมาดูเร็ว”
ไผทดีใจ “ได้ครับพี่” แล้วจะวิ่งไป
แนวหน้าร้องบอก “เฮ้ย! พี่ฝากเก็บของมาด้วย เดี๋ยวจะได้รีบกลับเข้าวังไปรายงานท่านธูลกันเลย”
“ครับ” ไผทรีบวิ่งเข้าไปด้านใน

ไผทถือถังน้ำ เดินรีบร้อนเข้ามาท่าทางดีใจมาก โลลิต้าเห็นไผทเข้ามาก็รีบปิดบันทึก แล้ววางลงที่เดิม
“องค์หญิง...ภาพเขียนเสร็จแล้วพะย่ะค่ะ”
โลลิต้าออกอาการดีใจ “จริงเหรอคะ”
“องค์หญิงล้างหน้าก่อนนะพะย่ะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมเก็บของก่อน”
โลลิต้าลุกไปที่ถังน้ำ ไผทเข้ามาเก็บเป้ทั้งของตัวเองและของแนวหน้า หยิบเสื้อแจ๊กเก็ตให้แนวหน้าด้วย
โลลิต้ามองสมุดบันทึกที่ข้างตัว ถามอย่างลังเล “ลืมสมุดนี่ด้วยรึเปล่าคะ”
“อ๋อ ขอบคุณครับ”
ไผทยัดสมุดลงไปในกระเป๋ากางเกงอย่างไม่ค่อยใส่ใจ ผิดกับโลลิต้าที่จ้องเขม็ง
“เดี๋ยวเสร็จแล้ว องค์หญิงรีบตามไปนะพะย่ะค่ะ”
ไผทหอบข้าวหอบของเดินออกไป โลลิต้ายังคงตะลึงอยู่ โลลิต้ามองไผทแล้วคิดว่า หรือไผทจะคือนายพรหมลิขิต?
ยิ่งประมวลเข้ากับตอนคุยกันในบล็อกส่วนตัวที่ตอบโต้กันไปมา
“ผมมีงานเช้าเหมือนกันครับ ฝันดีนะเด็กน้อยขายไม้ขีดไฟ”
อีกวันไผทเดินไปคุยกับโลลิต้า เขาถามขึ้นว่า
“เป็นไงบ้างครับองค์หญิง เมื่อคืนฝันดีไหมครับ”
และอีกวันตอนโลลิต้าโผล่หน้าต่างมาดูข้างนอก พบว่าเช้าแล้ว เดินออกไปเจอไผทออกจ๊อกกิ้งแต่เช้า แถมบอกว่าเล่นคอมพ์จนเช้าเลย
“อย่าบอกนะว่าคุณไผทคือนายพรหมลิขิต!”
โลลิต้าพึมพำออกมา อึ้งอึงอนไปกับความจริงที่ได้ค้นพบโดยคาดไม่ถึง

ที่พระราชวัง ฮวาซาเหนือตอนเช้าของวันใหม่
ชองปอลกำลังฟ้อง ท่านหลุยส์ กับ สมเด็จโซเฟีย ผู้เป็นบิดา มารดา
“ท่านอาไล่ลูกกลับมา! แถมยังบอกอีกว่า ห้ามไม่ให้ไปที่ฮวาซาใต้สักพักจนกว่าเรื่องจะเงียบ”
“นี่ท่านธูลกล้าทำกับลูกแบบนี้เลยเหรอ” สมเด็จโซเฟียฉุน
“เท่านั้นยังไม่พอนะพะย่ะค่ะท่านแม่ พวกเค้ายังหาว่าที่ภาพเขียนผนังถ้ำพันปีถูกทำลายนั้นเป็นฝีมือของชาวฮวาซาเหนือด้วย”
“ฮวาซาใต้นับวันก็จะไม่เกรงใจเราขึ้นทุกวันแล้วนะเพคะ ท่านพี่ควรรีบๆจัดการเรื่องการรวมประเทศได้แล้ว”
ท่านหลุยส์บอก “งั้นเจ้าก็ช่วยเตือนลูกชายของเจ้า ให้รู้จักคิดให้รอบคอบมากกว่านี้ด้วยนะโซเฟีย”
โซเฟียชะงัก ท่านหลุยส์มองชองปอลนิ่งๆ ดูน่ากลัว
“อย่าคิดว่าพ่อไม่รู้ว่าเจ้าเพิ่งไปทำอะไรไว้ที่ฮวาซาใต้ และแท้ที่จริงแล้วภาพเขียนผนังถ้ำที่ถูกทำลายนั้นเป็นฝีมือของใคร”
ชองปอลอึ้งไป ฟอร์มเป็นโกรธกลบ “ใครเอามาฟ้องท่านพ่อ”
“พวกเขาทำตามหน้าที่ที่พ่อได้มอบหมายไป! เจ้าต้องการแกล้งคนไทยพวกนั้นเพื่อความสะใจ แล้วคิดบ้างไหมว่าถ้าท่านธูลใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการปฏิเสธการรวมประเทศ สิ่งที่เราพยายามอดทนกันมาตลอด 5 ปีก็จะสูญเปล่า” ท่านหลุยส์บอก
ชองปอลรั้นไม่ยอมแพ้ “ก็ไม่เห็นต้องแคร์นี่พะย่ะค่ะ ยังไงเราก็อยู่เหนือฮวาซาใต้ทุกอย่างอยู่แล้ว ยังไงเค้าก็ต้องยอมเรา”
ท่านหลุยส์ “ถึงแม้จะยอมเราแต่โดยดี แต่ภาพพจน์ของเราต่ออารยะประเทศที่กำลังจับจ้องเราอยู่...มันต้องเป็นลบแน่นอน อย่าให้เรื่องเล็กน้อยมาทำให้งานใหญ่เสียเลยลูก”
“ท่านพี่อย่าเอาแต่โทษลูกสิเพคะ แล้วเรื่องโลลิต้าจะว่ายังไง ทางโน้นผัดวันประกันพรุ่งมาหลายครั้งแล้วนะเพคะ”
“มันต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่... มกุฎราชกุมารีแห่งฮวาซาใต้คนนี้เห็นทีจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว”
ท่านหลุยส์ครุ่นคิดแผนการบางอย่างในใจเงียบๆ ภายใต้ดวงตาอันดุดัน

ตอนสาย ทุกคนเปลี่ยนชุดแล้วขณะเข้าเฝ้า ท่านธูล ราอูล หน้าตาเบิกบานมาก ช่างหลวง ฟิลิป ไผท แนวหน้า ยิ้มหน้าบานทั้งแถบ
“ไม่คิดเลยนะพะย่ะค่ะ ว่าภายในเวลาคืนเดียว ภาพเขียนล้ำค่าของเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้”
“นับเป็นสิ่งที่ทำให้เราดีใจมากที่สุดในชีวิตอีกเรื่องนึง” ท่านธูลบอกกับช่างหลวงและฟิลิป “เราขอบใจพวกท่านมากนะที่ช่วยกอบกู้สมบัติของชาติให้กลับคืนมาอีกครั้ง”
ช่างหลวง และฟิลิปลุงเปอร์ตีโค้งคำนับท่านธูล
ท่านธูลหันมาทางนาย แนวหน้า ไผท “แล้วก็ขอบใจพวกคุณทุกคนด้วย ที่ช่วยเหลือฮวาซาใต้อย่างสุดความสามารถ”
“กระหม่อมยินดีพะย่ะค่ะ” แนวหน้าบานเป็นจานดาวเทียม
โลลิต้าซึ่งเปลี่ยนชุดเป็นเจ้าหญิงตามปกติแล้ว เดินเข้ามากับชีฟอง โลลิต้าทำเป็นเพิ่งรู้
“ภาพเขียนซ่อมเสร็จแล้วเหรอเพคะท่านพ่อ”
“ใช่ลูกหญิง” ท่านธูลนึกได้ “นี่ลูกหายป่วยแล้วหรือ หมอหลวงมาพบลูกรึยัง”
ชีฟองมองหน้าโลลิต้าเป็นเชิงบอก กลัวโดนจับได้
“เรียบร้อยแล้วเพคะท่านพ่อ”
สองหนุ่มสบตากัน แนวหน้ากระซิบไผท “องค์หญิงนี่น่าจะไปเล่นละครเนอะ”
นายได้ยินถลึงตามองเป็นเชิงห้าม
“ราอูล สั่งทหารให้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามกำหนดการเดิมได้เลย”
ราอูลน้อมรับ “พะย่ะค่ะ”
“ตอบแทนช่างหลวงและลุงฟิลิปไปตามสมควรด้วยนะราอูล” ท่านธูลกำชับ
“พะย่ะค่ะ”
ช่างและฟิลิปคำนับ และเดินตามราอูลออกไป
ท่านธูลมองทีมงานชาวไทยทุกคน
“ผมต้องขอโทษพวกคุณทุกๆ คนที่เคยมองพวกคุณทุกคนอย่างไม่ไว้ใจนัก แต่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผมจะถือว่า พวกคุณทุกคนมีบุญคุณต่อฮวาซา ถ้ามีอะไรที่เราชาวฮวาซาจะตอบแทนได้ ก็อย่าลังเลเลยที่จะบอกกับพวกเรา”
“เป็นพระกรุณาเป็นอย่างยิ่งพะย่ะค่ะ ภาพเขียนอันมีค่าของฮวาซาก็ถือว่าเป็นของล้ำค่าสำหรับโลก พวกกระหม่อมทำทุกอย่างในฐานะของชาวโลกเท่านั้นพะย่ะค่ะ” นายกล่าว
“ขอบคุณมากคุณนายนาย พวกคุณไปพักผ่อนกันเถอะ พรุ่งนี้ต้องถ่ายทำกันอีกไม่ใช่เหรอ”
ทุกคนถวายความเคารพ แล้วทยอยกันออกไป ท่านธูลมองจีจี้ที่เดินออกคนสุดท้ายเรียกไว้
“คุณจีจี้” จีจี้ชะงัก
“เพคะท่านธูล”
“ผมคิดว่าคนรักของคุณ เป็นคนดี ที่พึ่งพาได้มากกว่าที่คุณคิดนะ”
จีจี้อึ้งพูดไม่ออก

แนวหน้ากำลังเปิดค้นกระเป๋าตัวเองเพื่อหาสมุดบันทึกท่าทีร้อนรนใจ
“สมุดบันทึกหายไปไหนวะ” พยายามค้นหาในกระเป๋า “ถ้ามีคนอ่านล่ะตายแน่”
ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น แนวหน้าเดินไปเปิดประตู เห็นไผทยื่นสมุดบันทึกให้
“นี่ของพี่แนวใช่รึเปล่า”
แนวหน้าตกใจ รีบดึงสมุดมา “เฮ้ย! ไปอยู่กับแกได้ไง”
“มันติดกระเป๋าผมไปตอนที่พี่บอกให้ผมเก็บของจากถ้ำไงพี่”
“แล้วแกได้เปิดอ่านข้างในหรือเปล่า”
“อ่านแล้วพี่ อ่านจนจบเลย”
แนวหน้าหน้าถอดสี ทำสมุดบันทึกร่วงจากมือทันที
“อ่ะตกใจ” ไผทก้มลงเก็บมายัดใส่มือคืน “ผมไม่อ่านหรอกพี่ ไอ้ไดอารี่จ๋าของพี่เนี่ย บอกแล้วไง แค่เห็นตัวหนังสือ ผมก็หลับแล้ว” แล้วเดินออกไป
แนวหน้าโล่งใจแล้วมองไปที่สมุดบันทึก
“ถ้ามันอ่าน เราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนวะเนี่ย”

โลลิต้านั่งคิดเรื่องไผทคือนายพรหมลิขิต ชีฟองเดินเข้ามาพอดี
“องค์หญิงเป็นอะไรหรือเปล่าเพคะ พี่ฟองเห็นนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดมาตั้งแต่กลับจากถ้ำแล้ว”
“หญิงมีเรื่องต้องคิดนิดหน่อยน่ะค่ะ”
“เรื่องอะไรเหรอเพคะ ให้พี่ฟองช่วยคิดไหม”
โลลิต้าตัดสินใจปรึกษา “พี่ฟองคะ...ถ้าสมมุติว่าพี่ฟองรู้จักเพื่อนใหม่คนหนึ่ง คุยกันทุกวัน แต่ไม่เคยเห็นหน้าเค้าเลย...แล้ววันนึงพี่ฟองมารู้ว่าเค้าคนนั้นเป็นคนใกล้ตัวพี่ฟองมาก พี่ฟองจะทำยังไงคะ”
“องค์หญิงเพคะ เอาตรงๆ เถอะเพคะ อย่าอ้อมเลย พี่ฟองงง”
“ก็ได้ค่ะ...งั้นพี่ฟองตั้งใจฟังดีๆนะคะ พี่ชีฟองจำเพื่อนใหม่ที่หญิงแชทด้วยทุกวัน...จนโดนพี่ชีฟองดุได้มั้ยคะ”
“อ๋อ นายพรหมลิขิตอะไรนั่นเหรอเพคะ”
“นั่นแหละค่ะ หญิงกำลังคิดว่า นายพรหมลิขิต คือคุณไผทค่ะ”
ชีฟองชะงัก อึ้ง นิ่งงันไปเลย

เย็นนั้น มุมหนึ่งในวังฮวาซาใต้ ขิงในชุดทะมัดทะแมงมาดทอมอย่างหล่อ นั่งกินกาแฟครุ่นคิดอะไรอยู่ ไผทเดินยิ้มแป้นเข้ามา
“เหนื่อยมั้ยไผท เมื่อคืนได้นอนรึเปล่า” ขิงทัก
“ได้นอนนิดเดียว แต่ไม่ยักเหนื่อย มันอิ่มใจมากกว่า ที่ได้ช่วยองค์หญิง”
ขิงขำๆ “อิ่มทิพย์สินะ”
“องค์หญิงน่ารักมากเลยแหละขิง ยิ่งพอเราได้ออกไปอยู่ด้วยกัน ผจญภัย ตกทุกข์ได้ยากด้วยกันนะ ยิ่งรู้สึกว่า ท่านเป็นคนดี น่ารักมากๆ เลย”
“ก็...ขิงก็ว่าอย่างนั้นแหละ”
“ผมอยากสารภาพกับองค์หญิงว่าผมชอบเค้า”
ขิงตกใจ “ห๊ะ อะไรนะ”
“ผมรู้นะว่าเค้าเป็นถึงองค์หญิง แถมเค้ายังมีคู่หมั้นอยู่แล้วด้วย แต่ขิงเข้าใจมั้ย เวลาเราชอบใครซักคน เราก็อยากจะบอกเค้า ผมไม่อยากเก็บเอาไว้ เพราะมันอึดอัดน่ะ ขิงเข้าใจใช่มั้ย”
“เข้าใจสิ ขิงเข้าใจดีเลยแหละ” ขิงบอกไปตามความรู้สึก
“ผมอยากจะบอกเค้า ไม่ว่าผลของมันจะออกมาเป็นยังไง ต่อให้ท่านชองปอลจะกริ้ว หรือท่านธูลจะลงโทษ แต่ผมก็ยังอยากจะบอก ขิงว่าดีมั้ย”
“ถ้า...ถ้าไผทชอบเค้าขนาดนั้น ไผทก็ควรจะบอก” ขิงพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
“ไม่ใช่แค่ชอบหรอกขิง รักเลยแหละ เจ้าหญิงโลลิต้าเป็นความรักครั้งแรกของผม ผมจะทำความรักครั้งนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้” ไผทจับมือขิง “ขิงต้องคอยเอาใจช่วยผมนะ”
ขิงมองมือที่ไผทจับมือตัวเองอยู่อึ้งๆ ก่อนจะพยายามยิ้มให้ไผท
“แน่นอน... เพื่อนรัก”

ไผทดีใจกอดขิงอย่างเพื่อนสนิท ขิงอัดอั้นเหลือแสนพูดไม่ออก น้ำตาจะไหลเสียให้ได้

อ่านต่อตอนที่ 12
น่ารัก ตอนที่ 10
น่ารัก ตอนที่ 10
ตื่นมาตอนเช้า จีจี้กำลังจัดโต๊ะอาหารมื้อเช้าอย่างพิถีพิถัน ตั้งอกตั้งใจให้สวยงามเป็นพิเศษ มีดอกไม้ที่นายซื้อให้เมื่อวาน ประดับอยู่ตรงมุมหนึ่งบนโต๊ะ สักครู่หนึ่ง นายเดินหน้าตาเรียบเฉย ลงบันไดมา ในมือถือกระเป๋าเดินทางมาด้วย จีจี้มองนาย แต่นายไม่หันมามอง เดินตรงไปที่ประตูบ้านเลย “เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหน ไม่กินข้าวเช้าด้วยกันเหรอ” “ผมไม่หิว” นายตอบด้วยน้ำเสียงหมางเมิน ก่อนจะเปิดประตู้บ้านออกไป จีจี้รีบเดินมาหา “แล้วนั่นคุณจะไปไหน” “ฮวาซา” นายตอบโดยไม่มองหน้า จีจี้ตกใจ “ฮวาซา! นี่นายยังโกรธจี้อยู่เหรอ” “หรือว่าผมไม่ควรจะโกรธ หลังจากที่รุ้ว่าคุณเอาความรู้สึกของผมมาเป็นเครื่องมือทำร้ายผมเอง”
กำลังโหลดความคิดเห็น...