xs
xsm
sm
md
lg

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 23

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 23

พีศทรรตพูดจริงจัง

"ผมรู้ว่าที่น้ำผึ้งตกลงจากโขดหิน มันไม่ใช่อุบัติเหตุ คุณตั้งใจ"
เมอร์ดี้อึ้ง
"ถ้าบอสรู้ ทำไมตอนนั้น บอสไม่เห็นพูดอะไรสักคำ ทำไมเพิ่งมาพูดตอนนี้ หรือว่า คุณแม่ใส่ร้ายหนู ทำให้บอสไขว้เขว"
"ฉันไม่เคยแทงใครลับหลัง นังเด็กเมื่อวานซืน"
"น้ำผึ้งไม่คิดจะเอาเรื่องคุณเลยด้วยซ้ำแต่ผมไม่ยอม...และจะให้ผมโวยเด็กในสังกัดต่อหน้าลูกค้า ทำให้ภาพพจน์ของเราดูแย่...ผมไม่ทำ"
"ยอมรับมาเถอะ อย่าคิดว่าฉันรู้ไม่ทัน มุกยิ่งกว่าขัดขาปัญญาอ่อนที่เธอทำ ฉันเคยเจอมาหมดแล้ว" ปินัทธาบอก
"ไม่จริงนะคะ หนูไม่ได้ตั้งใจ จะให้หนูไปสาบานที่ไหนก็ได้"
เธอเห็นเมอร์ดี้หน้าซื่อตาใส ยืนกราน ไม่ยอมรับ น้ำผึ้งพยายามสะกดอารมณ์ตัวเองให้เย็น
"อ่ะ เชิญคุณเคลียร์ต่อ คุณพีศ มันไม่ยอมรับผิด หรือจะให้ฉันลากมันไปหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วสาบานขอให้เรือคว่ำตายตอนขากลับก็ได้นะ ถ้าคุณอนุญาต"
"เอาเลย! หนูยอม"
¬เมอร์ดี้มองหน้าเธออย่างท้าทาย
"เมอร์ดี้ ถ้าคุณยอมรับว่าคุณทำจริงๆ ผมจะไม่เอาผิดคุณ เราจะลืมเรื่องนี้"
เธอหันมาเอาเรื่องเขาแทน
"ลืมได้ไง ไหนบอกฉันว่าจะมาเคลียร์"
"ก็กำลังเคลียร์อยู่"
"เคลียร์อะไร ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงบนหัวฉันมากกว่า แล้วพูดทำไมว่าถ้ามีเรื่องกัน ไม่ว่าใคร จะฉีกสัญญา กลืนน้ำลายตัวเอง แล้วแบบนี้ ต่อไปใครจะเชื่อคำพูดคุณ"
"อยากให้พูดจริงๆเหรอ ว่าทำไมผมถึงยังให้โอกาสเมอร์ดี้"
"ทำไม! ตอบ"
"เมอร์ดี้อายุยังน้อย ยังมีเวลาให้กลับตัวและแก้ไข สั่งสอนกันได้ก็จะทำ เพราะอนาคตในวงการของเค้ายังไปได้อีกไกล"
เธออึ้ง ผิดหวัง เสียใจมาก
"แต่ในทางกลับกัน พอเป็นฉันคุณก็ลงดาบทันที เพราะอนาคตในวงการของฉันมันเหลือไม่มาก"
"คุณต้องเข้าใจ ว่านี่คือธุรกิจ คุณและเมอร์ดี้คือสินค้าของผม"
"จริงสินะ...นี่คือธุรกิจ คุณคิดแบบนี้ ก็ถูกแล้ว"
"อย่าทำเหมือนคุณผิดหวังในตัวผม ผมไม่ได้ทำอะไรผิด"
"ฉันผิดเอง...ที่แยกแยะไม่ได้สักที ระหว่างธุรกิจกับความเป็นมนุษย์"
"น้ำผึ้ง"
"ฉันแก่แล้ว ดัดยาก อย่าเปลี่ยนความคิดฉันเลย ยังไงฉันก็ยังเชื่อของฉันอย่างนี้...ฉันเลือกที่จะนอนกอดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของฉัน มากกว่ายอมทำตัวเองให้เป็นสินค้าของใคร"
"คุณหมายความว่ายังไ"
"จบจากงานนี้ ฉันขอยกเลิกสัญญาที่ทำไว้กับ GT Artist Management เพราะเราคงมาถึงทางตันแล้วล่ะ อยากฟ้องก็ฟ้อง ถ้ามันคุ้มค่ากับดาราที่อายุการใช้งานเหลือน้อยเต็มทีคนนี้"
พีศทรรตอึ้ง .เมอร์ดี้แอบยิ้มสะใจ เธอหันมาถามเมอร์ดี้ด้วยความสมเพช
"เหนื่อยมั้ย"
เมอร์ดี้อึ้ง
"กับความพยายามสร้างพื้นที่ให้ตัวเอง ด้วยการเหยียบหัวคนอื่น ฉันขอเตือน ถ้าเธอยังทำตัวแบบนี้ เธอไม่มีทางได้เป็นดาวค้างฟ้า แต่เป็นได้แค่ดาวหางที่ผ่านมาให้คนได้ฮือฮาแค่วูบวาบ แต่ก็หายไปในเวลาอันรวดเร็ว"
เธอทิ้งสายตาสมเพชไว้ เมอร์ดี้พยายามสะกดความโกรธเอาไว้ เธอเดินออกไปอย่างผิดหวังในตัวพีศทรรต เขาถอนใจ ลำบากใจ แต่ ไม่มีทางเลือก

เธอเดินเร่งฝีเท้ามายังบริเวณทางเดินในรีสอร์ต ในใจเต็มไปด้วยความโกรธ ผิดหวัง น้อยใจ เสียใจ และเครียด
"ใจร้าย ใจดำ อำมหิต ไม่ใช่คน ฉันรักคนแบบนี้เข้าไปได้ยังไง ได้ยังไง ถอนตัวทันมั้ย ทันสิ ฉันสวย ฉันเลือกได้ หาใหม่ได้ไม่ยาก แต่ฉัน...แก่อ่ะ ใครจะเอา โอ๊ย! เครียด"

ณัฎฐาลินีถูกมัดมือ มัดเท้าและมีกระดาษสก็อตเทปปิดปาก นั่งตาขวางอยู่ในห้องน้ำของห้องพัก เมธาวลัยและวายบุตรยืนมองเธอด้วยความเหนื่อยอ่อน
"คุณเมเปิ้ลมีงานต้องทำหรือเปล่าครับ เดี๋ยวผมอยู่เฝ้าคุณลินีเอง"
เธอพยายามส่งเสียง ไม่ให้เพื่อนไปไหน
"อ๋อ...อยากอยู่กับคุณวายุบุตรตามลำพัง"
เธอส่ายหน้า
"อ๋อ ให้ฉันรีบออกไปเร็วๆ ไม่อยากมีก้างขวางคอ...ได้ ไปเดี๋ยวนี้แหละ"
เมธาวลัยออกไปไม่เหลียวหลังกลับมา วายุบุตรหันมามองเธอแล้วยิ้มๆ
"อดทนอีกนิดนะลินี เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง ตำรวจจัดการกับนายพิภพเรียบร้อยแล้วเมื่อไหร่ คุณก็จะเป็นอิสระทันที ผมจะอยู่ข้างๆคุณตลอดเวลา ไม่ไปไหนนะ"
เธอรู้สึกซาบซึ้งที่วายุบุตรเป็นห่วง แต่ก็รีบไล่ความรู้สึกอ่อนไหวออกไป สะบัดหน้าหนี ยังบ่นพึมพำ วายุบุตรถอนใจ ลงนั่งใกล้ๆ
"ถ้าอยากให้ผมเอาสก็อตเทปออก ก็แค่หยุดพูด และอย่าโวยวาย"
เธอหยุดบ่นทันที
"แต่ผมไม่เชื่อคุณหรอก คุณน่ะแผนสูง ชอบหลอกให้ตายใจ"

เธอเปิดฉากโวยผ่านสก็อตเทปต่อทันที วายุบุตรนั่งลงข้างๆทำไม่รู้ไม่ชี้

เมธาวลัยเดินมาคนเดียวอย่างเรื่อยเปื่อย รู้สึกโดดเดี่ยว เปลี่ยวใจ คิดถึงกฤษฎาและเรื่องของน้ำฟ้า

"ยัยน้ำฟ้าจะเป็นยังไงบ้างเนี่ย"
เมธาวลัยหยิบมือถือมา กดหาชื่อกฤษฎา ครั้นจะกดโทร.ออก แต่ชะงัก...เปลี่ยนใจ เก็บมือถือ ตัดใจออกเดินไป เธอเดินเรื่อยเปื่อยมาคนเดียว จู่ๆปินัทธาสีหน้าเครียดมากก็เข้ามาดักข้างหน้า
เมธาวลัยตกใจ
"ว้าย!"
"ฉันเพิ่งค้นพบว่าไอ้คุณพีศมันไม่ใช่คน!"
"ไม่ใช่คน แล้วเป็นอะไร ผีหรือไง"
ทันใดนั้น ทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงร้องไห้แว่วลอยมา
"น้ำผึ้ง แกได้ยินเสียงอะไรป่ะ"
"เหมือนเสียงคนร้องไห้"
"แน่ใจนะว่าคน"
ทั้งคู่กระเถิบเข้าหากัน
"แกก็ลองหันมองรอบๆสิ...ถ้าไม่มีคน แสดงว่าไม่ใช่คน" ปินัทธาบอก
"แกก็มองด้วยมะ ทำไมต้องให้ฉันเสี่ยงคนเดียว ไม่แฟร์"
"อ่ะๆ แกมองทางซ้าย ฉันมองทางขวา"
"เอายัง...นับสามนะ หนึ่ง สอง สาม!"
ปินัทธาหันมองทางขวา เมธาวลัยหันมองทางซ้าย แต่ไม่มีใคร
"ไม่มีใคร"
"เหมือนกัน"
"แสดงว่า"
"อยู่ข้างหลังค่ะ!"
ทั้งคู่ตกใจร้อง "ว้าย!"
ทั้งคู่หันมองข้างหลัง เห็นเป้กำลังนั่งปลอบใจวลัยที่ร้องไห้ไม่หยุด
"เสียงนังวลัยนี่เอง!" ทั้งคู่ว่า
"ก็เออสิ" วลัยบอก
"แล้วร้องไห้ทำไมเนี่ย ใครตายหรือไง" ปินัทธาถาม
"หรือว่า....ยัยน้ำฟ้านั่น ช็อกตายไปแล้ว อ๊าย ดีใจอ่ะ!"
"นางยังอยู่ดี! เด็กแกประคบประหงมไม่ห่างเลย เนี่ยก็พากันมาดูแลต่อที่นี่ ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง" วลัยว่า
เมธาวลัยคอตก ลงนั่งข้างวลัย
"เดี๋ยวฉันร้องไห้เป็นเพื่อน"
"แล้วตกลงแกร้องไห้ทำไม ยัยน้ำฟ้าไม่ตาย แล้วใครตาย" ปินัทธาถาม
"ไม่มีใครตายทั้งนั้นแหละ ที่ฉันร้องไห้เพราะ..."
เมธาวลัยพูดขัด
"แกเป็นโรคร้ายแรงใช่มั้ยวลัย...แกเป็นมะเร็งอะไร อย่าบอกนะว่า...มะเร็งปากมดลูก!"
"ไหนใครบอกว่า ถ้าได้ ถ้าโดน แล้วจะไม่เป็นมะเร็งไง"
วลัยกับเป้ร้อง "โอ๊ย!"
เพื่อนทั้งสองคนทั้งอึ้งและตกใจ
"ที่ฉันร้องไห้ เพราะฉันดีใจ! ฉันท้อง ฉันท้อง ไม่ได้เป็นมะเร็ง!"
เป้อธิบายเพิ่มเติม
"ใช่จ๊ะ! เพิ่งจะสามสัปดาห์ ที่วลัยอารมณ์แปรปรวนชวนพี่ทะเลาะ เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงนี่แหละ"
"ในที่สุด ความพยายามสามเวลาหลังอาหารของฉันก็เป็นผลสำเร็จ"
"วลัยดีใจ พี่ยิ่งดีใจมากกว่า รู้มั้ยที่พี่หายไปวันละสองชั่วโมงไม่ได้บอกว่าไปไหน เพราะพี่ไปเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ลูกค้าที่เป็นผู้หญิง พี่กลัววลัยคิดมาก แต่พี่อยากเก็บเงินให้มากๆ ไว้ให้ลูกของเรา"
วลัยซาบซึ้งกับเป้มาก เพื่อนทั้งสองพลอยซาบซึ้งไปด้วย เข้าไปกอดวลัยเอาไว้ ทั้งหมดตื้นตันใจ

มุมหนึ่ง บริเวณทางเดินรีสอร์ต พีศทรรต เดินมากับเมอร์ดี้
"ตอนนี้มีแค่เรา....คุณพูดความจริงกับผมได้"
"หนูไม่ได้แกล้งคุณแม่"
เมอร์ดี้ยืนยันหนักแน่น พีศทรรตถอนใจ ทั้งที่รู้ว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น
"คุณเป็นคนฉลาด คุณเลือกได้นะ จะอยู่ในวงการแบบยาวๆ หรือจะเป็นแค่ดาวหางอย่างที่น้ำผึ้งว่า"
"ทำไมบอสไม่เชื่อใจหนู แล้วอย่างนี้...เราจะทำงานต่อไปกันได้ยังไง"
เมอร์ดี้ทำเป็นน้อยใจ เล่นตัว เพราะรู้ดีว่ายังมีราคา เขาจำใจยอมรับ
"โอเค... เอาเป็นว่าผมเข้าใจผิด"
"จริงใจหรือเปล่าคะ หรือที่ตอบแบบนี้ เพราะหนูยังทำประโยชน์ให้บอสได้ บอสเลยยังรักษาหนูเอาไว้"
"อยากให้ผมดูแลคุณต่อไป ก็รับรู้ไว้แค่ว่า...ผมเข้าใจผิด"
เขาเดินออกไปทันที เมอร์ดี้มองตาม ยิ้มเหนือ

ตมิสานั่งงมกดรหัสเปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มุมเดิม ทั้งมืด ทั้งยุงกัด โตโต้เดินหาตมิสา ที่นั่งผลุบโผล่อยู่
"อยู่นี่เอง!"
โตโต้รีบเข้าไปหาตมิสาทันที
"ทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉัน!"
ตมิสาตกใจ สะดุ้งเฮือก
"ว้าย!....นึกว่าใคร โทร.หาฉันเหรอ ไม่ได้ยิน ปิดเสียงไว้"
"ปิดทำเพื่อ!?"
"กลัวใครได้ยิน ก็รู้กันพอดีสิ ว่าฉันแอบทำอะไรอยู่"
"แล้วเปิดหน้าจอมือถือมันได้หรือยัง"
"ถ้าเปิดได้ ฉันจะนั่งให้ยุงมันกัดอยู่อย่างนี้เหรอ"
"ก็แล้วทำไมไม่ไปหาที่นั่งที่ยุงมันไม่กัด! แล้วก็ไม่มีใครสังเกต ที่ๆมันไกลหูไกลตาชาวบ้าน"
ตมิสาอึ้งไป
"เออ...ลืม"
"โอ๊ย! ก็ต้องให้บอก"
พีศทรรตโผล่หน้าเข้ามา
"ทำอะไรกัน!"
ตมิสากับโตโต้ตกใจ
"ว้าย! บอส"
ตมิสารีบซ่อนมือถือเมอร์ดี้ไว้ข้างหลังทันที
"ถามว่ามาทำอะไรกัน" พีศทรรตถามย้ำ
"เปล่า!" ทั้งคู่บอก
"ดูมีพิรุธ"
"ไม่มี้"
"ซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง"
โตโต้รีบหยิกแขนตมิสา
"โอ๊ย!"
ตมิสาเจ็บแขนที่ถูกหยิก ปล่อยมือ ทำให้มือถือร่วงลงพื้นทันที
เขารีบจับมือตมิสาขึ้นมาชูทั้งสองข้าง
"เห็นมั้ยคะ ว่าไม่มี้!"
"อูย!"
"อะไรกัดหล่อนเหรอ อุ๊ตะ! ยุงกัดใช่มั้ย ต๊าย! ยุงทะเลเค้าว่ากัดเจ็บที่สุดเลยนะ" โตโต้ว่า
"เออสิ! ก็ยุงมันตัวควายมาก ไม่รู้ว่ามันใช้อะไรกัด"
"น่ากลัวเนอะ"
"โต้!" พีศทรรตเรียก
"คะ"
"ผมมีงานให้คุณทำเพิ่มเติม"
"มีอีกเหรอคะ"

โตโต้ ตมิสามองพีศทรรตอย่างแปลกใจว่า เขาจะให้ทำอะไรอีก
 
อ่านต่อหน้า 2

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 23 (ต่อ)

ปินัทธา วลัย และเป้ยืนมองณัฎฐาลินีที่ถูกมัดอยู่ในห้องน้ำ เมธาวลัยและวายุบุตรยืนยิ้มมอง

"น่าสงสารอ่ะ" วลัยบอก
"ถูกมัดเหมือนไม่ใช่คน" ปินัทธาว่า
"ต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอครับ น้องเมเปิ้ล คุณวายุบุตร" เป้ถาม
"ค่ะ"
"ถ้าไม่จัดการให้อยู่เป็นที่เป็นทางอย่างนี้ก็คงหาทางพาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายจนได้"
"ลินี"
ปินัทธาและวลัยเข้าไปหาเพื่อนอย่างเห็นใจ เธอตื่นตัว คิดว่าเพื่อนจะช่วยแก้มัดให้
"แก วลัยท้อง"
เธอตื่นเต้น เพราะคาดไม่ถึง
"จริงเหรอครับ" วายุบุตรถาม
"ใช่! ฉันเลยสั่งอาหารกับเครื่องดื่มมาฉลองที่นี่" เมธาวลัยบอก
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น
"คงจะมาแล้วล่ะครับ" เป้บอก
"จะรออะไรอยู่ล่ะครับ เปิดงานเลย"
ทุกคน "เฮ!"
ทุกคนพากันออกไป ทิ้งให้เธอเซ็งอยู่คนเดียวในห้องน้ำ

ภายในห้องอาหาร พีศทรรตเดินเข้ามาร่วมโต๊ะกับธัญรดา ญาดา และแต้วที่ดูแลญาดากินข้าวอยู่ เมอร์ดี้นั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะหนึ่ง เหลือบมองพีศทรรตกับธัญรดาเป็นระยะด้วยความหมั่นไส้ ส่วนไทเกอร์ และทีมงานคนอื่นๆกินอยู่ที่อีกโต๊ะหนึ่ง
"ขอโทษนะลูก ที่พ่อมาช้า มีเรื่องต้องเคลียร์ยาวเลย"
"ไม่เป็นไรค่ะ คุณพ่อหิวมั้ยคะ"
"หิวสิคะ"
"เหมือนคุณแม่เลย แต่คุณแม่ไม่ยอมกินพร้อมหนู บอกว่าจะรอคุณพ่อ"
ธัญรดายิ้มสวยสงบเย็น จนพีศทรรตแปลกใจ
"เหรอคะลูก"
"ค่ะ...หนูอิ่มแล้วค่ะ ขอไปเล่นที่สนามเด็กเล่นได้มั้ยคะคุณพ่อ"
"ได้สิคะ แต้ว พาน้องไปเล่นก่อนไป เดี๋ยวฉันอิ่มแล้วจะรีบตามไป"
"ค่ะ"
"ไม่ต้องรีบอิ่มก็ได้ค่ะ คุณพ่อทำงานเหนื่อย ต้องกินเยอะๆ ไปเถอะพี่แต้ว"
ญาดารีบจูงแต้วออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้พ่อกับแม่อยู่ด้วยกัน ธัญรดายิ้มหวานให้พีศทรรต
"จะกินอะไรดีคะ ฉันสั่งให้"
พีศทรรตพูดเบาๆ กลัวคนอื่นได้ยิน
"นอกจากจะสอนให้ลูกพูดแบบเมื่อกี้แล้ว คุณสอนให้ลูกทำอะไรอีก"
ธัญรดาลืมตัว
"นี่คุณจะตั้งใจหาเรื่องฉันมากเกินไปหรือเปล่า"
ทุกคนจับสังเกตได้ ที่คุยๆกันอยู่ เงียบกริบ เงี่ยหูฟังทันทีอย่างเนียนๆ พีศทรรตฉวยข้อมือธัญรดาลุกออกไปโต๊ะทันที เมอร์ดี้และทุกคนมองตามอย่างสนใจใคร่รู้ โดยเฉพาะเมอร์ดี้ลุกจะตามออกไป แต่โตโต้และตมิสาเดินเข้ามาขวางเอาไว้
"จะไปไหนคะ" โตโต้ถาม
ตมิสากดเมอร์ดี้นั่งลง
"นั่งลงค่ะ"
"แล้วพวกพี่จะมายุ่งอะไรกับหนูเนี่ย"
"ต้องกินข้าวให้เสร็จภายในสิบห้านาที จากนั้นไปล้างหน้าอาบน้ำนอนตามตารางที่ต้องทำ ห้ามนอนดึก เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า"โตโต้บอก
"บอสกำชับเอาไว้ ว่าให้ดูแลเมอร์ดี้อย่างดีที่สุด ชนิดตามประกบติดยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ โอเค ตามนี้" ตมิสาบอก
ทั้งคู่คุมประกบให้เมอร์ดี้กินข้าว ไม่ให้ไปไหน เมอร์ดี้นั่งหงุดหงิด ไม่พอใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะหันมาสบตากัน พยักหน้ายิ้มให้กัน ที่ทำตามคำสั่งของพีศทรรตที่สั่งไว้

ย้อนกลับไป พีศทรรตเดินออกคำสั่งกับโตโต้กับตมิสา
"ระหว่างที่อยู่ที่เกาะตะวัน ตามประกบติดเมอร์ดี้ยี่สิบสี่ชั่วโมง คอยดูแลอย่าให้ไปทำอะไรที่ไม่เข้าท่า"
"ค่ะ"
"ให้ตมิสาช่วยคุณ ถ่ายคลิปเมอร์ดี้ทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะไปทำอะไร ที่ไหนกับใคร แต่....อย่าให้เค้ารู้ตัวว่าถ่ายคลิปเค้าไว้"
"เพื่อคะ?" ทั้งคู่ถามอย่างไม่เข้าใจ
"ผมต้องการหลักฐานชัดๆแค่ครั้งเดียว ที่จะทำให้ผมตัดสินใจได้แน่นอนว่า ควรจะสนับสนุนเด็กคนนี้ให้เติบโตในวงการบันเทิงต่อไปหรือไม่"
"บอกตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ ว่าไม่ควรฉีกสัญญาเลยค่ะ"ตมิสาบอก
"โต้เห็นด้วย เด็กคนนี้มีพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอก ปากว่าตาขยิบ ดีนี่ตัวแม่ นี่เราก็กำลังหาหลักฐานมาประจานมันอยู่"
"หามา! แต่ไม่ต้องประจาน เพราะนั่นเป็นการสาวไส้ให้กากิน จะทำให้เราเสียเครดิตไปด้วย"
"ไม่ประจาน มันก็ยังลอยหน้าลอยตาต่อไปได้อยู่สิคะ"
"ไม่ประจาน แต่ไม่ส่งงานให้ อย่าลืม...มีดาวดวงใหม่รอเกิดอยู่ทุกวัน ใครไม่รักดี ทำตัวเอง ก็จงดับแสงไปซะ ให้คนที่พร้อมกว่าดีกว่าได้เกิด"
ตมิสา โตโต้รับคำ "ค่ะ"
"ผมไม่อยากให้คนเข้าใจผมผิด คิดว่าผมเห็นแก่ผลประโยชน์จนลืมความเป็นมนุษย์ ใครทำอะไรก็สมควรได้รับผลของมัน"
พีศทรรตเดินออกไป โตโต้และตมิสามองตามอย่างชื่นชม

ในห้องอาหาร เมอร์ดี้กินข้าวอย่างไม่สบอารมณ์ ตมิสา โตโต้ลงนั่งกินด้วย ทำไม่รู้ไม่ชี้
โต๊ะไทเกอร์....เขาหยิบมือถือ จะโทร.หาตรัยคุณ ลุกขึ้น
"ผมอิ่มแล้วนะ ขอตัวโทรหาใครบางคนก่อนนะ"
"ไม่มีใครอยากรู้ว่าพี่ไปไหนหรอก เชิญเถอะ" ชาโนบอก
"ไอ้ชานม"
ชาโนเงียบ ก้มหน้ากินต่อ หยาดทิพย์แอบอมยิ้มขำที่ชาโนปากไวใส่ไทเกอร์ กินพลางยิ้มพลาง โดยที่ชาโนไม่รู้ตัว เจ๊ฟูแอบสังเกตเห็นปฏิกิริยาของหยาดทิพย์แล้วอมยิ้ม
ไทเกอร์เดินสะบัดบ็อบออกไป
"คุณดรณ์....ช่วยเจ๊จัดเสื้อผ้าเซ็ตที่จะใช้ถ่ายพรุ่งนี้หน่อยสิ"
"อ้าว...แล้วทีม"
เจ๊ฟูดึงตัวดรณ์ออกไปเลย
"คนไม่พอ มาเหอะ!"

แล้วเจ๊ฟูก็ไล่จิกทีมงานคนอื่นๆออกไปด้วย เหลือแค่ชาโนกับหยาดทิพย์นั่งกินข้าวกันสองคนโดยไม่รู้ตัวที่โต๊ะ

พีศทรรต พาธัญรดาเข้ามาคุยในห้อง ปิดประตู เสียงเข้ม

"คุณต่างหากที่พยายามจะสร้างเรื่องทุกครั้งที่มีโอกาส แล้วใช้ลูกเป็นเครื่องมือ ไม่สงสารลูกบ้างหรือไง"
"คุณกำลังยัดเยียดให้ฉันเป็นแม่ที่ร้ายกาจเกินไปแล้วนะ! ฉันรักลูกพอๆกับที่คุณรัก ฉันแค่อยากให้เราใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เพื่อลูกจะได้มีความสุข"
"ผมไม่เชื่อ บอกตามตรงว่าผมไม่เคยไว้ใจคุณเลย คุณมีแผนจะทำอะไรกันแน่ บอกผมมา""คุณมันอคติ ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว"
ธัญรดาจะออกไป พีศทรรตคว้าตัวธัญรดาเอาไว้
"ต้องคุย"
"ฉันไม่คุย! ปล่อย"
"ไม่ปล่อย!"
ธัญรดาพยายามจะดิ้นให้หลุด
"ปล่อย!"
ธัญรดาดิ้นๆ ปัดป้อง พีศทรรตพยายามจับตัวเอาไว้
"สงบสติหน่อยสิ หยุดบ้าได้แล้ว ผมบอกให้หยุด"
เขาลืมตัวเหวี่ยงเธออย่างแรง จนธัญรดาเซไปชนโต๊ะ
"โอ๊ย"
ธัญรดาล้มอยู่ที่พื้นญาดาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ยืนอยู่กับแต้ว ยืนตกใจอยู่
ทั้งพีศทรรตและธัญรดาร้องร้องเรียก "ญาดา"
"คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้จะกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมใช่มั้ยคะ"
ญาดายืนร้องไห้ แต้วกอดเอาไว้
"ทำไมญาดามาอยู่ในห้องฉัน ไหนบอกว่าจะไปเล่น"
"น้องง่วงนอนค่ะ อยากนอนกับคุณพ่อ แต้วเลยไปขอกุญแจห้องคุณพีศแล้วพาน้องมาอาบน้ำ...ได้ยินหมดเลยค่ะ" แต้วบอก
เขาอึ้ง เสียใจที่ลูกต้องมาเห็นเหตุการณ์ ธัญรดารีบเข้าไปกอดลูกสาวเอาไว้ทันที
"ไปลูก ไปที่ห้องแม่…คืนนี้นอนกับแม่นะคะ พ่อทำร้ายแม่ เพราะเค้าไม่ได้รักแม่แล้ว"
"หนูเกลียดคุณพ่อ"
"ญาดา"
"แต้ว พาน้องออกไป" ธัญรดาสั่ง
แต้วรีบพาญาดาออกไปทันที เธอเข้ามายิ้มเย้ยให้เขา
"นี่ไง! สิ่งที่ฉันต้องการ ให้ลูกเกลียดคุณ ให้ผู้หญิงที่คุณรักเกลียดคุณ เหมือนที่คุณเกลียดฉัน ขยะแขยงฉัน...ทำอะไรไว้ก็จงเตรียมตัวรับสิ่งนั้นเถอะ มันกำลังเกิดขึ้นแล้ว"
พีศทรรตอึ้ง ตกใจ คาดไม่ถึง
"รดา!"
ธัญรดาเดินออกไปทันที พีศทรรตถึงกับเข่าอ่อน หมดแรง ตกใจกับความคิดของธัญรดา

ทุกคนกำลังกินอาหาร เครื่องดื่มหน้าห้องน้ำณัฎฐาลินียังโดดเดี่ยวในห้องน้ำ
"ก็ไม่รู้สินะ...เป็นอันว่าฉันจบ" เมธาวลัยบอก
"ฉันก็จบ" ปินัทธาว่า
"กว่าจะมีอ้อยหลุดมาเข้าปากช้างได้ ยากเย็นแสนเข็ญ ยอมแพ้ง่ายๆได้ยังไง" ภัทรวลัยบอก
"กฤษฎาไม่ได้เกิดมาเพื่อฉัน"
"ยอมอยู่บนคาน ดีกว่ารักผู้ชายใจคอโหดร้าย ไม่ใช่คน" ปินัทธาบอก
ทุกคนอึ้ง
ภัทรวลัยบอกกับณัฎฐาลินี
"ว่าไงแก เออ ลืมไป มันพูดไม่ได้ ช่างมัน"
ทุกคนเลิกให้ความสนใจ ณัฎฐาลินีเจ็บใจ ถอนใจ คอตก...
"เดี๋ยวก่อนนะครับทุกคน...เหมือนคุณลินีมีอะไรอยากจะบอก ผมจะเอาสก็อตเทปออก"
เมธาวลัยเสนอความเห็น
"อย่า! ให้มันเขียนบอกลงกระดาษ"
"เหยจะดีเหรอ มือมันว่างปุ๊บ มันอาจจะสับคอคุณวายุบุตรหักก็ได้" ปินัทธาบอก
"งั้นใช้เท้าเขียน" เป้บอก
"มันก็เขียนบนก้านคอสิคะพี่เป้" ภัทรวลัยว่า
"ไม่หรอกครับ ถ้าคุณลินีใช้ความรุนแรงกับผมอีก พูดเลย…ถูกจูบแน่!" วายุบุตรบอก
ทุกคนร้อง "เหย!"
เธอมองวายุบุตรตาเขียว
"ผมทำแน่! สัญญานะ ว่าจะสงบเสงี่ยม ไม่งั้นโดนแน่"
เธอพยักหน้ายอมรับในที่สุด เขาเอาเทปออกจากปาก
"ฉันหิวน้ำ"
เพื่อนๆรีบรินน้ำใส่แก้ว ส่งให้วายุบุตรทันที เขารีบป้อน เธอดื่มด้วยความกระหายอึกๆ

เวลากลางคืนต่อเนื่องมา น้ำฟ้าเดินมาตามชายหาดกับกฤษฎา เธอเดินโต้ลมและเริ่มหนาวเขาถอดเสื้อแจ๊กเก็ตมาคลุมให้
"ขอบใจมากนะกฤษ แล้วก็ขอโทษนะที่ทำให้กฤษเดือดร้อน"
"ฟ้าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย"
กฤษฎาเงียบไปแล้วหันมองน้ำฟ้า เห็นสายตาเขาเหมือนจะมีคำถาม
"ทำไมมองเราแบบนี้ล่ะกฤษ"
"เรามีเรื่องจะถามฟ้า"
"ถามอะไรเหรอ"
เขาจะถาม แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ไม่ถาม
"ไม่มีอะไรหรอก"

เขาพาเธอเดินต่อไปคิดถึงเรื่องที่คุยกับพ่อ
 
อ่านต่อหน้า 3

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 23 (ต่อ)

มุมหนึ่ง ในครัวบ้านกฤษฎา เขาหย่อนชามข้าวต้มลงในซิงค์ ยืนนิ่ง คิดมาก กลุ้มใจเรื่องน้ำฟ้า

เดโชถือถ้วยกาแฟที่เพิ่งกินเสร็จเข้ามา หย่อนลงในซิงค์ สังเกตเห็นว่าลูกชายมีเรื่องกลุ้มใจ พูดลอยๆ แต่รู้ดีทุกอย่าง
"ใจอ่อนเกินไปก็ใช่ว่าดี สุดท้ายมันก็เจ็บกันหมด ผู้หญิงนะ...ถ้ารักและต้องการความรักจากใคร เค้าทำได้ทุกอย่างจนกว่าจะได้มา"
"แต่ถ้าเราไม่ได้รักเค้าล่ะครับ ยังไงก็ไม่รัก เค้าจะหยุดมั้ยครับ"
"แล้วแต่คน บางคนที่เข้าใจ ก็จะหยุดและยอมรับ จากนั้นก็จากไปอย่างเงียบๆ แต่บางคนไม่เข้าใจ แล้วก็ไม่หยุด ถ้าตัวเองไม่ได้ ก็ไม่ขอจากไปแบบเงียบๆ แต่จะทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้ให้ผู้ชาย
เพื่อความสะใจ"
"คุณพ่อคิดว่า น้ำฟ้าจะเป็นแบบไหนครับ"
"ก่อนจะไปถึงตรงนั้น แกควรจะทำให้น้ำฟ้าเข้าใจให้ได้ซะก่อน ว่ายังไงแกก็ไม่มีทางคิดกับเค้ามากกว่าคำว่าเพื่อนได้"
เขาอึ้ง กังวล สงสารน้ำฟ้า
"อย่างที่พ่อบอก ใจอ่อนหรือความสงสาร มันไม่ได้เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น ยิ่งทิ้งไว้ ยิ่งเจ็บลึก รีบเคลียร์ซะ ว่าแกยังรักผู้หญิงคนที่แก่กว่า"
"คุณพ่อ"
"พ่อมองปราดเดียวก็รู้แล้ว ว่าแกคิดยังไงกับหนูเมเปิ้ล"
"ผมพยายามลืม"
"เฮ้ย! ลืมทำไม เค้าก็ชอบแกนะ"
"เป็นไปไม่ได้ครับ"
"ฟังพ่ออีกทีนะ ผู้หญิงน่ะถ้าเค้ารักใครและต้องการความรักจากใคร เค้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา และหนูเมเปิ้ลก็ทำอย่างเดียวกับที่หนูน้ำฟ้าทำ"
"เค้าไม่เห็นทำอะไรเลย"
"เกาะตะวันมาไม่ใช่ง่ายๆ มาทำไมตั้งสองรอบสามรอบ"
"มาขอความช่วยเหลือจากผม แต่เค้าไม่ได้มีใจให้ผม"
"ผู้หญิงอย่างหนูเมเปิ้ล ถ้าแค่มาขอความช่วยเหลือ ถ้าไม่มีใจ ไม่มีทนให้แม่แกนั่งด่าและไม่มีทาง..อะไรนะที่เค้าชอบพูดกันสมัยนี้ อ้อ...กินเด็ก"
กฤษฎาอึ้ง เดโชพูดต่อ
"น้อยคนที่จะเห็นดีเห็นงามด้วย มีแต่สายตามองอย่างสมเพช กลายเป็นความผิดของผู้หญิง ถ้าจะมีแฟนที่เด็กกว่า แต่นี่เค้ามีใจให้แก เค้าถึงได้มา"
กฤษฎาคิดทบทวน ไม่อยากจะเชื่อ
"ถ้าไม่เชื่อ ก็ไปพิสูจน์ด้วยตัวเองว่าพ่อคิดผิดหรือถูก"
กฤษฎาอึ้ง เดโชยิ้มๆ ปล่อยให้ลูกชายใช้ความคิดตัดสินใจไปคนเดียว

กฤษฎาเดินพาน้ำฟ้ามาถึงห้องพัก
"พักผ่อนเยอะๆนะ พรุ่งนี้ถ้ายังเพลีย ก็พักก่อน ไม่ต้องมาช่วยเราก็ได้"
"ไม่เป็นไร เราไหว"
"แต่เราคงไม่ไหว"
น้ำฟ้าอึ้ง
"กฤษหมายความว่ายังไง"
"ฟ้า....ฟ้ารักเรามากกว่าเพื่อนเหรอ"
"กฤษรู้ได้ยังไง"
"รู้มากกว่านั้นด้วยนะ ฟ้ากำลังร่วมมือกับแม่ กันคุณเมเปิ้ลออกไปจากชีวิตของเรา"
น้ำฟ้าอ้ำอึ้ง พยายามจะปฏิเสธ "คือ..."
"ไม่ต้องปฏิเสธหรอก เราได้ยินกับตัวเอง"
"แล้วกฤษคิดยังไง"
"หยุดเถอะฟ้า อย่าทำอะไรอีกเลย ไม่ว่าฟ้าจะทำยังไง เราก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจมารักฟ้ามากกว่าที่เพื่อนจะรักเพื่อนคนหนึ่งได้"
"ไม่มีทางเลยเหรอ"
"ใช่ ไม่มีทาง"
น้ำฟ้าจุก จนพูดไม่ออก
"ขอโทษนะฟ้าที่เราต้องพูดตรงๆ เราไม่อยากให้ฟ้าเสียเวลา และถ้าฟ้าไม่อยากให้เราเสียความรู้สึก จนทำให้เราสองคนต้องขาดจากความเป็นเพื่อนกัน ก็หยุดซะ…พรุ่งนี้เช้า เราจะมาแวะมาหาฟ้าอีกที ถ้าไม่ไหวจริงๆ เราจะพาฟ้าไปส่งบ้าน…ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ"
กฤษฎายิ้มอย่างอ่อนโยนให้น้ำฟ้า แล้วหันหลังเดินจากไป เธอมองตามด้วยความปวดร้าว ร้องไห้แทบยืนไม่ไหว สายตาแปรเปลี่ยนไปจากความเสียใจ สิ้นหวัง เป็นความเจ็บใจและไม่ยอมรับ

เมธาวลัยสำลักน้ำแค่กๆ พรวดใส่เสื้อผ้าตัวเอง ปินัทธาและภัทรวลัยช่วยดูแล ณัฎฐาลินีกับวายุบุตรอยู่ในห้องน้ำมองออกมา
"อ้าวเป็นไร หลอดอาหารเสื่อมแล้วหรือไง กินอะไรก็สำลักนะแก" ปินัทธาบอก
"ไอ้บ้า...แค่กๆ"
"อี๋…ซกมกอ่ะ เสื้อเปื้อนหมดแล้วแก" ภัทรวลัยว่า
"ไปเปลี่ยนก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าค่อยคุยกัน ฉันเพลียแล้ว น้ำผึ้ง แกก็เหมือนกัน อย่านอนดึก รีบกินรีบไปนอน พรุ่งนี้ค่อยเมาท์ต่อ ยังมีเวลาอยู่อีกวัน"
เมธาวลัยรีบออกไป ปินัทธาลุกขึ้นอย่างเซ็งๆ
"ฉันไปดีกว่า อยากนอนร้องไห้ ต้อนรับอาการอกหักอย่างเป็นทางการ"
เธอออกไป เพื่อนๆมองตาม ส่ายหัวกับความเยอะของเธอ
วลัยกับเป้มองหน้ากัน
"เราสองคน ควรจะไปนอนปรับความเข้าใจกันสองต่อสองนะคะ พี่เปิดห้องไว้ต่างหากแล้วห้องนึง"
"ได้สิคะ ฉลองกับเพื่อนแล้ว เราก็ต้องไปฉลองกันสองคนต่อมุ้งมิ้งๆ"
เป้ประคองวลัยออกไป
"อ้าว เดี๋ยวก่อนสิแก อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน" ณัฎฐาลินีบอก
"ตอนนี้ ไม่ต้องการเพื่อน เพราะดีกับผัวแล้ว ไปนะ"
"ไอ้เพื่อนเลว!"
ภัทรวลัยหัวเราะคิกคักรีบออกไปกับเป้ เธอหันมามองวายุบุตร
"มีผมอยู่เป็นเพื่อนทั้งคนแล้วไง"
"ไม่อยากได้เพื่อนอย่างคุณ"
"งั้นเป็นอย่างอื่นก็ได้ ที่ไม่ใช่เพื่อน"
เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ ส่งสายตากรุ้มกริ่ม
"ซึ่งนับได้ว่าผมเป็นผู้เชี่ยวชาญ ชนิดหาตัวจับยากด้วยนะ"
"จีบอยู่ได้ แต่ฉันก็ไม่เคยอ่อนไหวด้วยสักที ไม่เบื่อหรือไง"
"เบื่อใช้กับความรู้สึกเวลาที่เราต้องทำให้กับคนที่ไม่ได้รัก แต่นี่...เป็นคนที่เรารัก ไม่เคยเบื่อ มีแต่คำว่า อยากๆๆ"
"อยากอะไร"
"อยากจีบไปเรื่อยๆ จนกว่าจะใจอ่อน"
เธออึ้ง สายตาอ่อนลง เขากระเถิบเข้าไปใกล้อีก
"ใจอ่อนลงแล้วใช่มั้ย คุณน่ะปากแข็ง จริงๆแล้วผมจีบคุณติดแล้ว ยอมรับมาเถอะ"
"ฉัน..."
เขาเอียงหูเข้าไปฟัง
"ว่าไง"
"ช่วยเอามือถือฉันไปชาร์ตแบตให้หน่อย"

เขาเซ็ง แต่เธอแอบอมยิ้ม

มุมหนึ่งในรีสอร์ต ไทเกอร์ยืนชมจันทร์ คุยมือถือกับตรัยคุณ

"รู้ป่ะครับว่าตอนนี้....ผมเห็นอะไร"
ตรัยคุณยืนคุยมือถืออยู่ที่มุมหนึ่งในบ้านเมธาวลัย แสนสุขนั่งดูทีวี ดื่มเครื่องดื่มร้อนอยู่ ข้างหลังจิลลานั่งมองมาที่ตรัยคุณตาขวาง ไม่ค่อยชอบขี้หน้า
"อะไรครับ"
"พระจันทร์...แสงของมันน้วลๆนวล มองแล้วเย็นตา แต่..."
"แต่อะไรครับ"
"แต่ข้างในหัวใจมันร้อนรุ่ม...เหมือนไฟกำลังสุมทรวงทะลวงอกผม"
"ไฟอะไรครับ"
"ไฟรักไฟเสน่หา"
ตรัยคุณเกือบอ๊วก...แต่ฝืนยิ้ม
"ตกลง กลับเมื่อไหร่ครับ"
"อยากให้กลับตอนนี้ก็กลับได้เลยนะครับ"
"ไม่ทำงานให้เสร็จก่อนล่ะครับ เดี๋ยวจะถูกว่าเอานะ"
"นั่นสิ แหม...พอมีความรักทีไร งานเสียอยู่เรื่อยเลย นิสัยไม่ดีจริงๆผมเนี่ย ฮ่ะๆๆ"
ไทเกอร์เหลือบไปเห็นกฤษฎาเดินผ่านสายตาไป เหมือนเร่งรีบเหมือนจะไปไหนสักแห่ง
"ทำไมเงียบไปครับ"
"ผมเห็นคุณกฤษฎากับพี่เมเปิ้ลจูงมือกันเข้าไปไหนไม่รู้ ในชุดนอนบางเบา อุ๊ตะ! สงสัยคืนนี้มีได้มีเสีย"
"ไม่ได้นะ"
แสนสุข จิลลาหันมองตรัยคุณเป็นตาเดียว
ตรัยคุณหันมายิ้มๆให้กับแสนสุขและจิลลา ก่อนเดินเลี่ยงออกไป จิลลามองตามอย่างไม่ไว้ใจ
"คุณย่าขา...เดี๋ยวหนูมานะคะ จะไปเอาที่ชาร์ตแบตในรถ"
"กลับบ้านไปเลยก็ได้นะ ตาตรัยคุณก็มาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว เดี๋ยวย่าก็ขึ้นนอนแล้ว"
"เมสั่งให้หนูอยู่เป็นเพื่อนคุณย่าจนกว่าคุณย่าจะเข้านอน หนูเป็นพี่สาวที่เชื่อฟังน้องค่ะ รอแป๊บนะคะ"
จิลลารีบวิ่งออกไป แสนสุขถอนใจ
"ดื้อเหมือนกันหมดทั้งบ้าน"

ตรัยคุณยังคุยมือถือ
"คุณจะปล่อยให้น้องเมชิงสุกห่อนห่ามไม่ได้"
ไทเกอร์ย่องตามกฤษฎามาจนถึงหน้าห้องพักเมธาวลัย เห็นเขารีรออยู่หน้าห้อง จึงรวบรวมความกล้า
"แหม คุณครับ...ห้ามฝนไม่ให้ตก ห้ามคนจะคลอดลูก ห้ามคนจะ จุดๆๆกัน ห้ามได้เหรอครับ"
"ต้องได้! ถ้าหากว่าพลาด ท้องขึ้นมาจะทำยังไง"
"ก็ดีสิครับ ก็ได้แต่งงานกัน สร้างครอบครัวอบอุ่น เพิ่มประชากร อาจจะได้ลูกชายแล้วกลายเป็นลูกสาวทีหลัง ดีออก"
"ไม่ดี! เมเปิ้ลจะแต่งงานกับกฤษฎาไม่ได้"
จิลลาแอบฟังอยู่ สะดุ้ง ตกใจ
"อย่าบอกนะ ว่าคุณหลอกดาว...จริงๆแล้วคุณอยากแต่งงานกับพี่เม แต่หลอกผม ให้ผมเป็นสปายสืบความเคลื่อนไหว คุณจะได้เดินเกมถูก ใช่มั้ย"
ตรัยคุณรีบแก้ตัว
"คุณย่า พ่อแม่น้องเมจะอายชาวบ้านแค่ไหน ที่น้องเมต้องมาท้องก่อนแต่ง"
จิลลาโผล่เข้ามาเลย
"คุยเรื่องน้องเมกับใครอยู่คะ พี่ตรัยคุณ"
ตรัยตุณตกใจ รีบตัดสาย
"น้องจิล"
จิลลามองตรัยคุณอย่างคาดคั้น

ไทเกอร์ยังซุ่มแอบดูกฤษฎาอยู่
"ฮัลโหลๆๆ คุณตรัยคุณ ฮัลโหล! หืม...ตัดสาย มีพิรุธ ไม่น่าไว้ใจ"
ไทเกอร์แอบมองกฤษฎาต่อไป เขารวบรวมความกล้า เคาะประตู แล้วก็เกิดตื่นเต้นขึ้นมาอีก จนต้องวิ่งออกไปจากหน้าห้อง เมธาวลัยในชุดนอนเปิดประตูออกมา ไม่เห็นใคร มองซ้ายมอง ไม่มีใคร ปิดประตู
ไทเกอร์สังเกตเหตุการณ์อย่างสนใจ
"กฤษฎามาหาพี่เมเปิ้ล แต่ไม่กล้าเจอหน้า ท่าทางตื่นเต้น แสดงว่าจริงๆแล้ว นางก็มีใจ"
ไทเกอร์ยิ้มกริ่ม มีแผนก่อนเดินออกไป

จิลลารุกไล่ตรัยคุณ
"จะตอบจิลได้หรือยังคะ ว่าคุยเรื่องน้องสาวจิลกับแฟนเค้ากับใคร"
"กับ เอ่อ...กับ...เพื่อนพี่ เค้าเป็นผู้ช่วยของน้องเมเปิ้ล"
"ไทเกอร์น่ะเหรอ"
"ใช่"
"เพื่อนสาวหรือเปล่าคะ"
"น้องจิล"
"ขอโทษค่ะ แล้ว พี่ตรัยคุณไปรู้จักไทเกอร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนไหน เมเปิ้ลรู้เรื่องนี้หรือเปล่า"
ตรัยคุณฉุน ตัดบท
"ขอโทษนะครับ การที่พี่จะเป็นเพื่อนกับใครเมื่อไหร่ยังไง มันเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่ ไม่จำเป็นที่ต้องเล่าให้ใครฟังอย่างละเอียด"
จิลลาอึ้งที่ถูกตอก
"ดึกแล้ว พี่กลับล่ะ ขอตัวไปลาคุณย่านะครับ"
ตรัยคุณออกไปทันที เริ่มร้อนใจ ที่จิลลารู้เรื่องความสัมพันธ์กับไทเกอร์

"เรื่องนี้ต้องถึงหูเมเปิ้ล"
 
อ่านต่อหน้า 4

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 23 (ต่อ)

เมเปิ้ลใส่เสื้อคลุมเปิดประตูห้องออกมา ไทเกอร์ยืนยิ้มอยู่

"มีอะไร ไทเกอร์"
"อยากรู้ป่ะ ว่าเมื่อกี้ใครมาเคาะประตู"
"แกเหรอ"
"เปล่า"
"นี่ อย่าลีลา ฉันจะนอน การนอนน้อยเป็นต้นเหตุของริ้วรอย"
เธอจะปิดประตู แต่เขากันเอาไว้ รีบพูด
"กฤษฎามาเคาะประตูห้องพี่เม!"
"กฤษฎา!?"
"ผมเห็น...ดูท่าทางตื่นเต้น ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เหมือนมีเรื่องจะพูดจะบอก แต่แล้วก็เกิดเปลี่ยนใจ วิ่งหนีออกไปซะงั้น ผมว่าเค้า...ชอบพี่นะ จริงๆนะ ผมเห็นสายตา ฟันธง ชัวร์... โอเค งั้นไปนอน จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องริ้วรอย ปล่อยผู้ชายไป"
เมธาวลัยวิ่งออกไป ไทเกอร์อึ้ง...ก่อนจะยิ้มออกมา
"เสร็จ คืนนี้ มีเฮ!"
ไทเกอร์วิ่งตามออกไป

ปินัทธาเดินเรื่อยเปื่อย รู้สึกอกหัก อยากตัดใจจากพีศทรรตมาตามชายหาด เธอเห็นเขานั่งซึมอยู่ที่ริมหาด เธอรีบย่องขึ้นจากหาด มานั่งหลบพิงหลังต้นไม้
"ไม่อยากเจอ แต่ทำไมต้องมาเจอเนี่ย"
ปินัทธาชะโงกหน้าออกไปมองอีก ก็ตกใจ เพราะเห็นเขาเดินตรงมาที่ต้นไม้ที่เธอหลบอยู่ เขากำลังกดเบอร์มือถือหาใครบางคน เธอที่กำลังจะหนีก็ชะงัก
"คุณแม่ครับ"
ความอยากรู้อยากเห็น เลยตัดสินใจหยุด ชะโงกออกไปมอง เห็นเขายืนหันหลังให้ อยู่ที่อีกด้านหนึ่งของต้นไม้ เธอนั่งลงแอบฟังต่อไป
"คุณแม่เป็นคนบอกรดาเหรอครับ ว่าผมอยู่ที่เกาะตะวัน"
กานดาคุยมือถืออยู่ที่มุมหนึ่งของบ้าน
"แม่ก็รู้จากปากของยัยรดา ว่าแกอยู่ที่นั่น บอกว่าจะพาลูกไปเที่ยว แม่ก็ห้ามแล้ว เพราะญาดาต้องไปโรงเรียน พูดแล้วก็เหนื่อยใจ"
"คุณแม่อยากให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ อยากให้รดาคืนดีกับผม กีดกันน้ำผึ้ง ทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งใช้หลานเป็นเครื่องมือ"
น้ำผึ้งอึ้ง... มองเขาอย่างเห็นใจ
"ตาพีศ! แม่ไม่ปฏิเสธ ว่าแม่อยากให้แกกับรดาคืนดีกัน เพราะไม่ว่ายังไง ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนเหมาะสมกับแกมากไปกว่ารดา และแม่ก็ไม่ชอบพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างแม่ดารานั่น แต่แม่ไม่เคยคิดใช้หลานเป็นเครื่องมือ แม่รักหลานมากกว่ารักลูกอย่างแกซะอีก"
พีศทรรตอึ้ง
"แม่สามารถเปลี่ยนใจเรื่องจะให้แกกับรดาคืนดีกันได้ทันที ถ้าเห็นว่า สุดท้ายแล้ว แกสองคนไม่เหลือเยื่อใย มีแต่ความเกลียดชังให้กัน"
"เราสองคนเดินมาถึงจุดนั้นแล้วครับ รดาใช้ลูกมาทำร้ายหัวใจผม เค้าพูดกับผมเอง ว่าเค้าจะทำให้ลูกเกลียดผม ให้ผมได้เจอกับความรู้สึกของการถูกเกลียด เหมือนที่เค้าได้รับจากผม"
เขาจุกที่ลำคอ พูดไม่ออก ความเสียใจพุ่งขึ้นมาจนน้ำตาซึม
"ตาพีศ"
"แต่ตอนนี้ผมสงสารลูกที่สุด ลูกไม่ควรมารับรู้ความเกลียดชังของพ่อกับแม่ ผมจะทำยังไงดีครับคุณแม่ ผมจะทำยังไงดี เรื่องนี้มันจะจบยังไงครับ"
"กลับมาคุยกันที่บ้านนะลูก เราจะมาช่วยหาทางออกกัน"
"ครับ ขอบคุณครับ"
พีศทรรตวางสาย ลงนั่ง ความเครียดยังมีอยู่ ได้แต่นั่งน้ำตาซึมอยู่เพียงลำพัง เธอนั่งอยู่ หันหลังพิงต้นไม้ นั่งร้องไห้ไปกับพีศทรรต

จิลลาคุยโทรศัพท์กับดรณ์อยู่ที่หน้าบ้าน
"เมเปิ้ลอยู่ไหน เห็นหรือเปล่า จิลโทร.เข้ามือถือ ไม่รับเลย"
ดรณ์ยืนคุยมือถืออยู่
"ไม่เห็นเหมือนกันนะจิล มีอะไรหรือเปล่า"
"เรื่องมันยาว พยายามหาตัวให้เจอด่วน แล้วบอกเมเปิ้ลให้โทร.หาจิล โอเคนะ"
"โอเคครับ...รักนะ คนสวย"
"รักมากกว่าค่ะ คนดี จุ๊บุๆ"
จิลลาวางสาย นึกกังวล ร้อนใจ อยากให้เมเปิ้ลโทร.หาเร็วๆ ดรณ์วางสาย ยิ้มอารมณ์ดี เจ๊ฟูเดินเข้ามา
"เห็นหยาดทิพย์กับไอ้โนออกมาจากห้องอาหารหรือยัง"
"ตกลงเจ๊ดึงตัวผมออกมาทำไมเนี่ย งานก็มีคนช่วยอยู่แล้ว"
"จะอยู่เป็นก้างขวางคอไอ้โนกับผู้หญิงที่มันจีบอยู่ทำไม รู้ป่ะ ว่าน้องหยาดกำลังจะ..."
" จะอะไรเจ๊!"
"ก็จะใจอ่อนกับไอ้โนไง ... ดรณ์ เมื่อกี้ถามเจ๊ป่ะ"
"เปล่า"
"แล้วใครถาม เสียงเล็กๆสูงๆ"
หยาดทิพย์เดินเข้ามา ชาโนยืนหน้าแดงอยู่ด้วย
"เสียงหนู!"
"ว้าย!"
"เมื่อกี้เจ๊บอกว่าชาโนจีบหนู แล้วหนูก็กำลังจะใจอ่อนเหรอ"
"เออ! แล้วตกลง ใจอ่อน เริ่มชอบมันจริงป่ะล่ะ"
"แล้วตกลง ไอ้ชาโนจีบหนูจริงป่ะล่ะ"
เจ๊ฟูมองหน้าชาโน
"เฮ้ย! ซะทีเหอะ ขี้เกียจจะเดา ขี้เกียจจะบิ้วต์ ขี้เกียจจะชงแล้วเนี่ย ไอ้ชานม"
หยาดทิพย์หันมองชาโนที่ตกใจ ยืนตัวแข็ง
"ว่าไง!"
"เอ่อ..." ชาโนทำท่าจะเดินหนี
"ดรณ์! ล็อก"
ดรณ์รีบเข้าไปล็อกตัวไว้
"วันนี้ ไอ้ชานมมันต้องคายความจริง ไม่งั้น ฉันจะไม่ให้มันนอน"
"อีเจ๊!" ชาโนเรียก
"อะไร"
หยาดทิพย์ถามชาโน
"ยังไง!"
"ตกใจนะ"
เมธาวลัยเดินมากับไทเกอร์ ดรณ์เรียกไว้
"พี่เมครับ เดี๋ยวก่อน!"
"อย่าเพิ่งขัด! พี่เมมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ"ไทเกอร์ว่า
"แต่เรื่องของจิลก็สำคัญนะครับ"
"ยังไงก็สำคัญน้อยกว่าเรื่องผู้ชาย จบมั้ย"
เจ๊ฟู,หยาดทิพย์ ขานรับ"จบค่ะ!"
เธอเดินหลุดไปกับไทเกอร์
"แต่...จิลบอกว่า... โธ่เอ้ย!"
"ไอ้โน พูด!"
"จะพูดก็พูดสักที ผมต้องมีเรื่องต้องไปบอกพี่เม"
"เอ่อ..."ชาโนอึ้ง
"งั้นก็ไปด้วยกันเลย"
ดรณ์ล็อก ลากชาโนไปด้วย
"อ้าว เฮ้ย งั้นอยู่ทำไม ตามสิคะคุณน้อง"
เจ๊ฟูหันไปมองหยาดทิพย์ แต่หยาดทิพย์เดินล่วงหน้าตามชาโนกับดรณ์ไปก่อนแล้ว
"ยังไง ชาโน! จะพูดไม่พูด"
"อย่าบังคับกันได้ป่ะ"
"รอเจ๊ด้วยสิวะ!" เจ๊ฟูว่า

เจ๊ฟูรีบตามหยาดทิพย์ไปกับดรณ์และชาโน

วายุบุตรวางมือถือเธอลง และยังคงชาร์ตแบตเตอรี่ไว้เหมือนเดิม แล้วเดินเข้ามาหาเธอที่ยังถูกมัดในห้องน้ำ

"แบตยังไม่เต็ม และยังไม่มีมิสคอลของใครโทรมา"
"อืม"
"ผมสั่งข้าวมาให้คุณแล้วนะ กินร้อนๆ จะได้กินได้เยอะๆ"
"ขอบคุณ"
"เมื่อยมั้ย"
"มาก"
"อยากให้ผมแก้ให้มั้ย"
"แก้อะไร พูดดีๆ"
"แก้มัด"
"อยากที่สุด"
"แล้วรู้มั้ย ว่าต้องทำยังไง ผมถึงจะยอม"
"รู้"
"แล้วจะทำมั้ย"
"คุณเป็นห่วงฉันจริงๆเหรอ"
"ไม่ใช่แค่ผมที่เป็นห่วงคุณ เพื่อนๆคุณก็เป็นห่วง เห็นมั้ย"
"เห็น"
"ถ้าคุณเป็นอะไรไป ทั้งแม่คุณ เพื่อนคุณ และผมจะเสียใจมากแค่ไหน รู้มั้ย"
เธออึ้ง เมื่อวายุบุตรพูดถึงแม่
"คุณอาจจะไม่คิดถึงผมก็ได้ แต่คุณไม่ควรลืมความรู้สึกของแม่และเพื่อนๆคุณ คนที่รักคุณอย่างจริงใจ มากที่สุด"
เธอสะเทือนใจ จนน้ำตาซึมออกมา วายุบุตรอึ้ง ค่อยๆเดินเข้าไปแก้มัดให้เธออย่างอ่อนโยน เธอมองการกระทำของเขาด้วยความซาบซึ้งใจ เขาแก้มัดจนเรียบร้อย นวดข้อมือและข้อเท้าให้เธออย่างแผ่วเบา เธอยิ่งอึดอัด ความรู้สึกขัดแย้งในใจต่อสู้กันอย่างรุนแรง จนร้องไห้ออกมาหนักขึ้น
"ร้องไห้ทำไม หือ"
เธอไม่ตอบ ร้องไห้อยู่อย่างนั้น เขาค่อยๆโอบเธอเข้ามากอดเอาไว้ ลูบหลัง ลูบหัว ปลอบโยน
เธอค่อยๆกอดตอบ ร้องไห้ไม่หยุดในอ้อมกอดของวายุบุตร

มุมหนึ่งในรีสอร์ต ในเวลากลางคืนต่อเนื่อง กฤษฎาเดินไปเดินมา อย่างตื่นเต้น
"ทำไมไม่กล้า ทำไมๆๆๆๆ....ก็แค่เจอหน้า ก็แค่ถามเค้าออกไป"
กฤษฎาหันมาก็ชะงัก เจอน้ำฟ้าเดินยิ้มเข้ามาหาเขาช้าๆ
"ฟ้า"
น้ำฟ้าเดินเข้ามาสวมกอดกฤษฎาเอาไว้ เขาอึ้ง ยืนตัวแข็ง
"ขอเรากอดกฤษแบบนี้สักพักได้มั้ย"
"ฟ้า...มันดูไม่ดี"
"คนที่ไม่ใช่ ทำอะไรก็ดูไม่ดีสินะ"
"ฟ้า"
" เราขอแค่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ขอให้กฤษกอดเรา กอดอย่างที่กฤษรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกแบบไหน เราสัญญาพรุ่งนี้เราจะกลับบ้าน ไม่อยู่ให้กฤษลำบากใจอีก เราจะยอมรับความจริง แต่ตอนนี้ เราขอได้มั้ย"
"ฟ้า"
"เราแค่อยากจดจำอ้อมกอดของคนที่เรารักมากที่สุดเอาไว้ เราแค่อยากมีความทรงจำที่อบอุ่นเอาไว้ให้คิดถึงเวลาที่เราต้องเจ็บปวด เพราะต้องทำใจให้ลืมว่าเรารักกฤษ อย่างน้อยมันก็จะทำให้เราเจ็บน้อยลง"
น้ำฟ้าร้องไห้จนตัวโยน กฤษฎาใจอ่อน ค่อยๆกอดเธอเอาไว้ อย่างแนบแน่น
"เข้มแข็งนะฟ้า เราเอาใจช่วย"
น้ำฟ้ากอดกฤษฎาเอาไว้แน่น ด้วยความรักและเสียใจอย่างที่สุด
เมธาวลัยเดินเข้ามากับไทเกอร์ เห็นทั้งคู่กอดกันอยู่ก็ชะงักทันที ไทเกอร์ที่เดินตามหลังมา เกือบชน อึ้งเหมือนกัน
ดรณ์ลากชาโนมา หยาดทิพย์และเจ๊ฟูตามมาติดๆ ทุกคนอึ้ง อ้าปากค้างกันหมด
เมธาวลัยถามไทเกอร์
"นี่เหรอ ที่แกบอกว่า เค้ามีใจให้กับฉัน มีใจให้ฉันแต่กอดกับคนอื่นแบบนี้เหรอ"
"อย่าเดา อย่ามโน ว่า ที่ผู้ชายกอดผู้หญิง แปลว่าเค้ารักกัน"
"เจ๊ยังเคยกอดกับไอ้โน แนบแน่น นมเบียดแผงอกมันแบบนี้แหละ บ.ก." เจ๊ฟูบอก
"บ.ก.คะ...อย่าหวั่นไหวค่ะ อย่าตัดสินเพียงแค่ภาพที่เห็น"
"จริงครับ พี่เมเปิ้ล...สาเหตุใหญ่ที่คนรักกันทะเลาะกัน เพราะชอบเข้าใจผิดแบบนี้แหละ" ดรณ์ว่า
"แล้วฉันต้องทำยังไง"
"ทำยังงี้ไงเพ่!" ชาโนตะโกนใส่กฤษฎากับน้ำฟ้าเลย "จะกอดกันทำไมเนี่ย"
ทุกคนตกใจ "ไอ้โน!"

กฤษฎากับน้ำฟ้าหันขวับมามอง ไทเกอร์ ดรณ์ หยาดทิพย์ และชาโน พร้อมใจกันหลบหายไปทันที เหลือแค่เมธาวลัยยืนอยู่คนเดียว ทั้งสองฝ่ายต่างมองกันอึ้ง!
 
อ่านต่อตอนที่ 24
กำลังโหลดความคิดเห็น...