xs
xsm
sm
md
lg

สะใภ้หัวแดง ตอนที่ 11

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สะใภ้หัวแดง ตอนที่ 11

อีริน่าซ้อนท้ายมอเตอไซด์นิกกี้ผ่านปากทางไป เชมชาตินั่งในรถมากับเอื้อมองตาม
“ตามไป” เขมชาติสั่ง
“ครับ”
พอเอื้อขยับรถจะพุ่งตามไป รถของเจตรินพุ่งตามมาทำให้รถของเชมชาติที่เบนหัวออกมากระแทกเข้ากับรถของเจตรินเสียงดัง
“อะไรกันอีก บ้าจริง”
เจตรินจอดรถแล้วลงมาจากรถ เชมชาติหงุดหงิดด่าเอื้อ
“ไอ้บ้าดันทะเร่อทะร่าออกรถไม่ดูตาม้าตาเรือไปชนเขาจนได้”
“นายสั่งให้ผมตามไป ผมก็รีบตาม เฮ้ย...นายครับ นั่นมันผู้ชายที่อยู่บ้านไอศูรย์ศรินทร์ย์ที่เราจับตัวไปวันก่อน”
“บ้าเอ๊ย...ไอ้เจต...ทำไมต้องเป็นมันอีกวะนี่ เอื้อแกลงไปเจรจากับมัน มันจะเรียกเท่าไหร่ให้มันไปจะได้จบ ฉันไม่อยากเจอหน้ามัน”
“ครับนาย”
เจตรินลงมายืนมองไม่พอใจ เอื้อเดินลงไปจากรถ เจตรินมองเอื้อเลิกสนใจรถ แต่กลับมาสนใจเอื้อแทน
“เอ๊ะ นายเอื้อที่เคยขับรถให้บ้านคุณกมล ที่เราพบกันคืนก่อนใช่ไหม”
เอื้อพูดไม่ออก ไม่นึกว่าเจตรินจะมาทักแบบนี้ เอื้อชำเลืองมองไปในรถ
“ขอโทษด้วยครับ นายให้ถามว่าจะคิดค่าเสียหายเท่าไหร่ คือนายจะรีบไปธุระครับ”
“ผมก็จะรีบไปธุระเหมือนกันขอบคุณมาก ผมไม่ต้องการเงิน ช่างมันเถิดต่างคนต่างไป”
เอื้อแอบถอนใจ เจตรินเดินไปขึ้นรถ บ่นไปด้วย
“เลยตามอีริน่าไม่ทัน บ้าแท้ๆ”
ในรถ...เชมชาติหงุดหงิดเช่นกัน
“เลยคลาดกันตามไม่ทันอีริน่าจนได้”
รถทั้งสองคันต่างเคลื่อนออกไป

อีริน่าซ้อนมอเตอร์ไซค์ หันไปมองด้านหลัง ไม่มีรถของเจตรินตามมาแล้ว
“เชอะ คนหลอกลวงตามไม่ทันแล้วดีจริงๆ”
รถมอเตอร์ไซค์จอดแอบริมทาง
“จอดทำไมพี่”
นิกกี้เปิดหมวกกันน็อคออกมา
“มัวแต่โกรธสามี โดดหนีขึ้นมอเตอร์ไซค์ไม่ยอมบอกว่าจะไปไหน”
“นิกกี้” อีริน่าตกใจ
“นิกกี้พร้อมเป็นบอร์ดี้การ์ดให้อีริน่า มาเพราะรักแม้ว่ายังไม่มีคำตอบจากสวรรค์”
“รีบไปก่อนที่คำตอบจากนรกจะมาถึง อีริน่ามั่นใจว่าตลอดเวลาทุกวันนี้ อีริน่าถูกติดตามตลอดเวลา”
“รับทราบ บัญชามาว่าจะไปไหน”
“บ้านคุณตา คุณยาย”
“โอเค”
นิกกี้ออกรถไป

พงษ์ธรโอบกอดเชอรี่เดินเข้ามาในเพนท์เฮ้าส์ เชอรี่มองตื่นตาตื่นใจมาก
“โอ้โฮ”
“ชอบไหมเชอรี่”
“ชอบที่สุดเลยค่ะ แพงมากสิคะ”
“ห้าสิบล้านค่ะ”
“พงษ์เอาเงินจากไหนมาคะ”
“ที่เชอรี่ให้พงษ์มาไม่เคยเอาไปเหลวแหลกที่ไหน เก็บเอาไว้เอามาผสมกับเงินของพงษ์ เชอร์ไพรส์เชอรี่ไงคะ รักคนนี้ที่สุดคนเดียวเท่านั้น”
“เชอรี่ก็รักพงษ์หวงพงษ์คนเดียว พงษ์อยากได้อยากมีอะไร เชอรี่ทูนหัวให้แต่ถ้านอกใจเชอรี่ ตายสถานเดียว”
“ไม่มีนอกใจแน่นอนค่ะทูนหัว ไม่รักไม่ลงทุน นี่พงษ์ต้องผ่อนดาวน์เขาเดือนละล้านนะคะ”
“ตายจริง ถ้าแบบนี้เชอรี่ก็เอาเปรียบพงษ์มากเกินไปแล้วค่ะ เชอรี่จะช่วยพงษ์อีกเดือนละสองแสนค่ะ”
“ทูนหัว น่ารักที่สุด”
เสียงมือถือดัง พงษ์ธรรับ
“ฮัลโหล...ว่าไง…”
เชอรี่เดินมาใกล้ พงษ์ธรเขยิบหนีนิดหนึ่ง

เชมชาติที่นั่งอยู่ในรถ โทรบอกพงษ์ธร
“ฉันพลัดกับอีริน่า แกรู้ไหมว่าอีริน่าจะไปที่ไหน ฉันจะได้ตามเธอไป...อะไรนะ บ้านนายพลกันต์ นิมิตภูวนาถ”
เอื้อเบรครถกะทันหันไปชนเอาเสาไฟฟ้าข้างทาง
“เฮ้ย...บ้าเอ๊ย ไอ้เอื้อขับรถชนเสาไฟฟ้า”
เอื้อตกใจมาก
“อีกแล้วนะแก” เชมชาติเขกหัวเอื้ออย่างโมโห

เสียงอุทานว่ารถชนอีก พงษ์ธรจึงฉวยโอกาส
“แกไปไม่ได้ให้ฉันจัดการเอง โอเค้”
พงษ์ธรคิดจะไปดักอีริน่าเอง เชอรี่หันมาถาม
“ใครโทรมาคะ”
“คนสวนที่บ้านค่ะ บอกว่าคุณแม่หกล้มเส้นโลหิตในสมองสงสัยจะแตก”
“พงษ์รีบไปเถอะค่ะ”
“ค่ะ พงษ์ไปส่งเชอรี่ก่อน”
“ไม่ค่ะ เชอรี่กำลังเห่อเพนท์เฮ้าส์ เชอรี่จะนั่งจะนอนชื่นชมไม่ไปไหน”
พงษ์ธรบ่นเบาๆ... จบข่าวเลย ถ้าจิตรดารามา...
“โธ่ พงษ์รีบไปสิคะ”
“เอ้อ...เชอรี่ควรออกไปเดินเล่นดูเพชรดูพลอย แล้วรอโทรศัพท์จากผมนะคะ อยากกินข้าวกลางวันกับเชอรี่”
“ค่ะ เอ๊ะไหนคุณแม่หกล้มหน้าฟาด แล้วจะมากินข้าวได้หรือคะ”
“คนสวนมันแค่สันนิษฐานเอาเอง ผมถึงจะรีบไปดูเองค่ะ รักนะจุ๊บๆ”
พงษ์ธรจูบสองสามที แล้วแอบถอนใจแล้วรีบออกไป เชอรี่มองรอบห้องเพนท์เฮาส์อย่างมีความสุข

ลอบบี้เพนท์เฮ้าส์...จิตรดารายืนหน้าลิฟต์พร้อมขึ้น
“เมื่อคืนก็ปล่อยให้เราว้าเหว่จนต้องไปหาที่ดื่มที่ดิ้นกับบรรดาอีพวกเพื่อนกินหาง่ายทั้งหลาย พงษ์นี่นะทำเราน้อยใจมากแล้ว”
ลิฟท์เปิด จิตรดาราจะก้าวเข้าไปแล้วชะงัก พงษ์ธรรีบร้อนออกมา เจอจิตรดาราผวามากอดมาหอม พงษ์ธรพึมพำ...จิตรดารามา บรรลัยแน่…
“พงษ์จะไปไหนคะ”
“ไปดูคุณแม่ หมอโทรมาตามน่ะ”
“งั้นจิตขึ้นไปรอบนเพนท์เฮาส์ เสร็จธุระแล้ว พงษ์กลับมาหาจิตนะ”
“อย่านะ” พงษ์ธรเผลอเสียงดัง
“เอ๊ะ มาตะคอกทำไมกันคะ”
“เอ้อ...ผมหมายถึงว่าอยากกินข้าวกลางวันกับจิตมาก จิตไปเดินเล่นรอผมที่ไหนก็ได้ แล้วเราโทรหากันนะคะที่รัก”
“ไม่ค่ะ ถ้าจะให้รอ จิตจะรอที่นี่”
พงษ์ธรพึมพำ...ไม่ดีแน่... รีบแก้ตัว...
“เอาแบบนี้จิตไปโรงพยาบาลกับผม”

พงษ์ธรโอบเอวจิตรดาราที่ยิ้มพอใจพากันเดินออกไป พงษ์ธรหอมแก้มจิตรดาราด้วย จิตรดาราปลื้มใจดีใจตามพงษ์ธรหลอกล่อ

รถมอเตอร์ไซค์ของนิกกี้มาจอดส่งอีริน่าที่บ้านคุณหญิงพรรณราย
“ขอบคุณมากค่ะนิกกี้”
“ยินดีรับใช้เป็นทาสเทวีตลอดไป จนกว่าอีริน่าจะใจอ่อน”
“ใจใครมันก็อ่อนทั้งนั้น แต่จิตต่างหากของใครจะแข็งกว่ากัน ไหนไหน คุณก็ช่วยอีริน่ามาหลายครั้ง เปลี่ยนความคิดมาเป็นเพื่อนกันมันจะได้ยั่งยืนคงทน”
“นิกกี้ยังทำใจไม่ได้ เกิดมาไม่เคยสะดุดรักใครตั้งแต่แว่บแรกที่พบเห็น”
“ก็พยายามทำเข้าสิ อีริน่าจะเข้าบ้านแล้วกลับไปเถิดนะ ไม่ต้องรอเฝ้าหน้าบ้าน ขอร้องถ้าเชื่อกันอีริน่าอาจใจอ่อน”
นิกกี้พยักหน้ารับ อีริน่าเดินตรงไปที่ประตูบ้าน

พงษ์ธรพาจิตรดารามาถึงลอบบี้โรงพยาบาล ระหว่างนั้นเขาพยายามหาทางทำให้เธอพ้นทางจะได้ไปหาอีริน่า พลางบ่นพึมพำ...ทำไงดีถึงจะหนีจิตรดาราได้...
“คุณแม่อยู่ห้องไหนคะ พาจิตไปเยี่ยมท่านสิคะ”
“เอ้อ...คือ...ท่านเป็นคนขี้ตกใจ เห็นคนแปลกหน้าทีไรท่านร้องกรี๊ดๆทุกทีจิตรอที่นี่ ขอพงษ์ไปเกริ่นกับท่านก่อน เดี๋ยวจะลงมารับจิตนะที่รัก”
จิตรดาราพยักหน้ารอ พงษ์ธรแว่บไป เจตรินเดินหน้ามุ้ยเข้ามา เจอจิตรดาราเข้าใจว่ามารับแม่กลับบ้าน
“หน้ารักจริงๆจิตมาดูคุณแม่หรือ”
“มาดูคุณแม่ ดูทำไมคะ”
“อ้าว นึกว่าจิตรู้ นี่เป็นเพราะจิตกลับบ้านเอาจนเช้าเลยไม่รู้ว่าคุณแม่เข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน”
“คุณแม่เป็นอะไรคะ”
“สำลักน้ำแดงที่หวินเอามาให้กิน”
“ทำไมคุณแม่ต้องอยากกินน้ำแดงตอนดึกๆ คนรับใช้ของเราก็มีทำไมคุณแม่ต้องไปใช้คนของพี่ดา”
“มันเกิดขึ้นแล้ว คุณแม่แค่สำลัก จิตยังไม่ได้บอกพี่ว่ามาที่นี่ทำไมถ้าไม่ใช่มาเยี่ยมแม่เรา”
“มาเยี่ยมคุณแม่ของคุณพงษ์ค่ะ เขาให้จิตรอที่นี่ก่อน จิตไปหาคุณแม่เราก่อนก็ได้ค่ะ”
“ดี คุณแม่จะได้ดีใจ เอ๊ะ ทำไมเขาต้องให้จิตรอที่นี่”
“เขาว่าจะไปบอกคุณแม่เขาก่อนค่ะ คุณแม่เขาตกใจง่ายถ้าเห็นคนแปลกหน้า”
“เดี๋ยวถ้าเจอเขาพี่จะขอไปเยี่ยมคุณแม่เขาด้วย”
“ค่ะ ขอบคุณแทนเขาด้วยค่ะ เอ้อ พี่เจตไม่รังเกียจเขาใช่ไหมคะ”
“พี่ไม่รังเกียจคนที่ดี จริงใจกับน้องสาวของพี่ แต่ถ้าเขาไม่จริงใจคิดมาหลอกกันนั่นแหละ พี่ยอมไม่ได้”
ทั้ง๕เดินไปที่ห้องคนไข้ด้วยกัน

พงษ์ธรดีใจที่เจตรินมาพอดี เท่ากับได้โอกาสหลบจิตรดารา
“โชคดีที่นายเจตมันมา จะได้หลบจิตรดาราไปได้ง่ายๆ หลบมันดื้อๆหลบหน้าด้านๆแบบนี้แหละวะ มันอยากติดเราแน่นยังกับเห็บหมาเฮ้ยนึกออกแล้ว เรามีตัวช่วยแกะเห็บหมาอย่างดีนี่นา”
พงษ์ธรต่อโทรศัพท์หาอารดาทันที
“ฮัลโหลอารดา ผมโทรมาขอความร่วมมือ”

อารดาพูดโทรศัพท์ ขณะที่สมรกับหวินช่วยกันปะคบตบแต่งแผลที่เธอข่วนหน้าตบหน้าตัวเอง
“ไม่มีปัญหา อีกสักครู่ฉันจะโทรหาจิตรดารา กันออกไปให้พ้นจากเธอเอง วันนี้ทำให้สำเร็จนะ จะเอาใจช่วย อ้อ...มีเรื่องอยากถามเธอเรื่องคุณเขมกับเม ฉันว่ามันประหลาดนะ เมมันดูกลัวๆหวาดๆแปลกๆนะ ลองถามคุณเขมให้ทีสิว่าเขาขัดใจกันเรื่องอะไร...โอเค แยกกันทำหน้าที่ โชคดีนะ ฉันจะช่วยนายแกะจิตรดารา นายรีบไปช่วยแกะนังอีริน่าให้หลุดจากพี่เจต”
อารดาตัดสายหันมาตบบ้องหูหวินกับหมอนคนละที ที่ทำแผลเจ็บ
“โอ๊ย” ทั้งคู่ร้องโอดโอย
“อีบ้า นี่หนังหน้าคนไม่ใช่หนังหน้าแรด เบาๆเป็นไหม”
“ขอโทษค่ะ คือหวินเห็นคุณดากล้าเสี่ยงตบจิกข่วนหน้าตัวเองรุนแรงขนาดนี้ เลยคิดว่าไม่เจ็บค่ะ คงแค่คันๆ”
“นั่นสิคะ แม้แต่แค่คันๆ เป็นหมอนไม่กล้าเด็ดขาด”
สมรเสริม สองคนทำต่อไป อารดากางกรงเล็บใส่สองคน
“ฉันจะตะกุยหน้าแกสองคนให้คันๆดูบ้างไหม”
“ว๊าย”
อารดาลุก ผลักสองคนจนหงายหลังไป

บุรุษพยาบาลเข็นคุณหญิงศรินทร์ทิพย์จะพามาส่งขึ้นรถ เจตรินเดินข้างๆจิตรดารากำลังโทรตามพงษ์ธร
“คุณพงษ์สายไม่ว่าง บ้าแท้ๆ”
“เขาคงวุ่นวายอยู่กับเรื่องแม่ของเขาน่ะสิ เกิดเป็นผู้หญิงอย่าเที่ยวไล่โทรหา ผู้ชายให้มันเสียหายตัวเองสิลูก” คุณหญิงศรินทร์ทิพย์ปราม
“ช่างเขาเถิด จริงอย่างที่คุณแม่พูด ถ้าเขาไม่ยุ่งคงรับสายจิตแล้ว กลับบ้านกันเถิด” เจตรินช่วยพูด
จิตรดาราหน้างอ เสียงโทรศัพท์จิตรดาราดังขึ้น
“ฮัลโหลพี่ดา จะชวนจิตไปกินอาหารหรือคะ ค่ะ เดี๋ยวจิตจะพยายามโทรบอกพงษ์ตามไปที่ร้านนี้นะคะ”
จิตรดาราค่อยหน้าชื่นบาน อารมณ์ดี คุณหญิงหงุดหงิด
“สมัยนี้มีลูกชายกลับรู้จักอยู่ดูแลพ่อแม่ แต่ลูกสาวมันกลับไม่เอาถ่าน พล่านแต่จะไปหาผู้ชาย เชิญไปเถิดย่ะ แม่จะกลับบ้านกับพี่เจตเขา”
“เพราะว่าแม่ทั้งหลายชอบเอาใจแต่ลูกชายไงคะ ทีกับลูกสาวช่างหัวมัน มันก็เลยเป็นอย่างที่เห็น”
จิตรดาราพูดจบเดินหน้างอแยกไป
“ดูมันทำ มันหลงใหลนายคุณพงษ์นี่มากเกินไปแล้ว จนแม่ชักอยากรู้ซะแล้วว่าเขาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ผู้ดีสายไหน กลัวจะเป็นผู้ดีแต่เปลือกจริงๆ”
เจตรินไม่โต้ตอบคำพูดแม่ถอนใจเบื่อมาก ใจคอไปอยู่ที่อีริน่า

คุณหญิงพรรณรายสอบถามอีริน่าเรื่องแม่
“อีริน่าติดต่อแม่หนูได้หรือยังคะหลาน”
“ยังเลยค่ะ อีริน่ายังไม่ได้ขอให้คุณเจตเขาช่วยหาให้เลยค่ะ”
ขณะที่พูดถึงเจตริน อีริน่ามีสีหน้างอนๆ นายพลกันต์สังเกตเห็น พยายามเปลี่ยนเรื่องให้สบายใจ
“ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ เอาไว้ให้ว่างๆกันก่อนเถิดอีริน่า สิบเอ็ดโมงแล้ว เราไปหาอะไรกินกันดีไหม”
“ดีไหมอีริน่า หลานหิวแล้วแน่ๆ”
“ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ”
เสียงกริ่งหน้าบ้านดัง นายพลกันต์ไปกดเปิดกล้องวงจรปิดดู เห็นพงษ์ธรยืนหน้ากล้อง
“ใคร…ไม่รู้จัก”
อีริน่ามองอีกคน
“เขาชื่อคุณพงษ์ค่ะ เขาเป็นคนที่ช่วยอีริน่าไว้ตอนที่แท็กซี่โดนมอเตอร์ไซด์ตามมาชนแล้วจะจับตัวอีริน่า วันก่อนช่วงเช้าค่ะ อีริน่าไม่ได้บอกให้คุณตาคุณยายทราบ เพราะกลัวจะตกใจค่ะ”
“แล้วตอนเย็นก็โดนอีก มันต้องเป็นพวกเดียวกันแน่ๆ เชิญเขาเข้ามาในบ้านจะได้ขอบคุณเขา”
นายพลกันต์อยากจะสอบถามเรื่องราวจากพงษ์ธร เพราะมั่นใจว่าเรื่องตอนเช้ากับเย็นเกี่ยวพันกันแน่ๆ

ในร้านอัญมณีที่พงษ์ธรโม้กับเชอรี่และจิตรดาราว่ามีหุ้นใหญ่...จิตรดารากำลังสอบถามพนักงานคนหนึ่งเรื่องพงษ์ธร ส่วนเชอรี่ก็กำลังสอบถามอีกคนหนึ่ง
“ฉันมาดูแหวนเพชรที่คุณพงษ์หุ้นส่วนที่นี่เอามาฝากขายว่าไปถึงไหนแล้ว”
พนักงานฟังแล้วงงๆ เชอรี่บอกพนักงานอีกคน
“ฉันมาแวะเลือกแหวนเพชรที่คุณพงษ์บอกว่าจะให้ฉัน”
พนักงานทั้งสองคนมึน จิตรดารากับเชอรี่ได้ยินอีกฝ่ายพูดชื่อ “พงษ์” หันไปมองหน้ากัน ต่างก็จำได้ว่าเคยเห็นกัน
“เธอ”
สองคนเดินเข้าหากันมาประจันหน้ากันติดๆ ต่างจ้องหน้าจะเอาเรื่องกัน
“เราเคยพบกัน”
“แล้วยังไง ต้องการอะไรไม่ทราบ” เชอรี่ถามกวนๆ
“เธอเอ่ยชื่อ คุณพงษ์”
“เธอก็เอ่ยชื่อคุณพงษ์”
จิตรดาราผลักเชอรี่ เชอรี่ผลักคืน พนักงานรีบบอก ทั้งสองคน
“คุณพงษ์ที่คุณถามถึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่นี่นะคะ...ไม่มีใครชื่อคุณพงษ์เอาแหวนเพชรมาฝากขายด้วยค่ะ”
พนักงานหันไปถามเชอรี่
“ที่นี่ไม่มีใครชื่อคุณพงษ์ค่ะ จำร้านผิดหรือเปล่าคะ”
สองคนอึ้ง
“อะไรกัน”
“กรุณาอย่ามาทะเลาะกันกีดขวางทางเข้าร้านค่ะ”

สองคนหันมามองหน้ากัน ต่างรู้สึกเสียหน้า สะบัดหน้าใส่กัน แล้วเดินออกจากร้านเพชรอย่างรวดเร็ว พร้อมกัน แต่คนละฟากประตู

พงษ์ธรไหว้คุณหญิงพรรณราย กับนายพลกันต์อย่างนอบน้อม แล้วหยิบกาแฟดื่ม กิริยามารยาทนอบน้อมสุภาพมาก
“ขอบพระคุณมากครับ ที่เมตตาให้ผมเข้ามานั่งในบ้านแถมเลี้ยงกาแฟผมด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณช่วยหลานสาวเราเอาไว้นี่คะ” คุณหญิงยิ้มแย้ม
“ผมอยากจะขอบใจที่ช่วยอีริน่าเอาไว้วันก่อน เอ้อ...มีธุระอะไรแถวนี้อีกแล้วหรือครับ หรือว่าตั้งใจมา”
พงษ์ธรอึ้งไปเพราะนายพลกันต์ถามตรงไปตรงมามากๆ
“ครับ...คือผมมีกิจการแถวนี้หลายแห่งครับ ผ่านประจำ และอยากจะมาขอสอบถามคุณอีริน่าด้วยว่า เหตุการณ์หลังจากวันนั้นปกติดีแล้วใช่ไหมครับ”
“ค่ะ ปกติดีค่ะ” อีริน่ายิ้มให้
“เย็นวันนั้น ก็มีคนตามเล่นงานอีริน่าอีกครับ คราวนี้เป็นแท็กซี่ที่นั่งเลยแต่มีมอเตอร์ไซด์มาช่วยไว้” นายพลกันต์เล่า
“ส่วนแท็กซี่นั่นโดนฆ่าปิดปาก อำมหิตเหลือเกินค่ะ”
อีริน่าเสริม พงษ์ธรสะอึกแต่ทำยิ้มกลบเกลื่อนมองนาฬิกา
“ใช่ครับอำมหิตมาก เอ้อ...ใกล้เที่ยงแล้ว ผมอยากจะขออนุญาต ท่านนายพลกับคุณหญิงเชิญไปรับประทานอาหารที่ร้านของผมไม่ไกลจากนี่หรอกครับ”
นายพลกันต์กับคุณหญิงมองหน้าเชิงปรึกษากัน
“ถ้าท่านทั้งสองเมตตาไป ผมถือเป็นเกียรติอย่างสูงของร้านผม”
สองคนมองหน้ากันแล้วมองอีริน่า
“อีริน่าว่ายังไงหลาน”
“อีริน่าแล้วแต่คุณตาคุณยายค่ะ”
“เอาเป็นว่าตกลงค่ะ คนแก่หิวแล้วค่ะ” คุณหญิงสรุป
พงษ์ธรรีบยกมือไหว้ขอบคุณสองคน ในใจดีใจมากกะว่าได้ใกล้เข้าไปอีกนิดแล้ว

ในร้านอาหารที่อารดากับจิตรดารานัดกันไว้ จิตรดารากับเชอรี่ต่างเดินมาเจอกันตรงทางเข้าร้านอาหาร สองคนจ้องหน้ากันไม่พอใจ
“ต๊ายเธออีกแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไปจากร้านนี้ซะ”
“อย่ามาสั่ง เธอนั่นแหละ เป็นฝ่ายไป”
“ฉันจะมากินที่นี่กับแฟนฉัน”
“ฉันก็จะมากินที่นี่กับแฟนฉัน”
“ใคร”
อารดาเดินมาถึงเห็นสองคนทำท่าจะจิกตีกัน รู้ว่าไม่ได้คุยกันแค่แกล้งถาม
“คุยอะไรกันอยู่คะ”
จิตรดารากับเชอรี่ต่างก็รู้จักอารดา
“พี่ดา”
อารดากระซิบจิตรดารา
“เอ้อ...น้องจิตคะ พี่ว่าร้านนี้ไม่เหมาะหรอกค่ะ เราไปหาร้านอื่นกินกันนะคะ” แล้วหันมาบอกเชอรี่ “ ขอตัวนะคะน้องเชอรี่”
อารดาดึงแขนจิตรดาราออกไป
“อีนั่งมันมันแอบกิ๊กกับคุณพงษ์ค่ะ จิตกำลังสงสัยว่ามันแอบนัดคุณพงษ์ จิตเคยเจอมันอยู่กับเขา”
อารดากระซิบ
“เขาไม่จริงจังกับมันหลอกค่ะ คนเด่นอย่างเขาก็มีผู้หญิงอีตัวอยากเกาะทั้งนั้น ไปรอที่รถสิคะเดี๋ยวพี่จะไปจัดการนังนั่นให้ค่ะ อย่ามามีเรื่อง โฉ่งฉ่างที่นี่ จะเสียชื่อไอศูรย์ศรินทร์ค่ะ โทรหาคุณพงษ์แล้วนัดเขาไปที่ ร้านนะคะ”
อารดาผลักจิตรดาราออกไป แล้วเดินไปหาเชอรี่
“พี่ดาสนิทกับนังนั่นมากนักหรือคะ เห็นกระซิบกระซาบกับมัน” เชอรี่ถามทันที
“พี่กระซิบด่าไล่มันไปต่างหากค่ะ ไล่มันไปแล้วค่ะ”
“ขอบคุณมากค่ะพี่ดา มันไปแล้วเชอรี่จะอยู่ที่นี่ต่อนะคะ เชอรี่กำลังสงสัยว่ามันจะแอบนัดพงษ์มาเจอที่นี่ เชอรี่เคยเจอมันไปหาพงษ์ค่ะ พี่ดาอยู่ทานกับเชอรี่รอพงษ์นะคะ”
“เอ้อ...พี่ว่าร้านนี้ไม่อร่อยเท่าร้านหัวถนนโน้นหรอกค่ะ ย้ายร้านแล้วโทรบอกพงษ์ดีไหมคะ”
“ไม่ค่ะ...เชอรี่อยากกินร้านนี้กับพงษ์ค่ะ”
อารดาหันมาส่ายหน้า พึมพำ...ดื้อเหมือนหมา อะไรมันจะเกิดก็ช่างหัวมันฉันช่วยนายได้แค่นี่แหละพงษ์...
อารดาหันไปยิ้มกับเชอรี่
“เชิญตามสบายค่ะ กินให้สนุกนะคะ”
อารดารีบเดินออกไปอย่างเร็ว

จิตรดาราสตาร์ทรถหงุดหงิด โทรหาพงษ์ธรไม่รับสาย อารดาเดินมาถึงข้างรถเคาะเรียก
“คุณพงษ์ไม่รับสายจิตอีกแล้ว พี่ดาเป็นหนี้จิตอยู่เรื่องใส่ร้ายป้ายสีนังอีริน่า ช่วยกันโทรหรือส่งข้อความไปบอกคุณพงษ์ด้วยสิคะ”
อารดาพึมพำคำราม...อีหมาจนตรอก... แล้วหันไปยิ้ม
“ได้สิ พี่จะช่วยโทรอีกทางหนึ่งค่ะ ไปสิคะ รีบไป”
จิตรดาราพุ่งรถออกไป อารดากำลังยกโทรศัพท์จะบอกพงษ์ธร รถพงษ์ธรสวนเข้ามาอีกทางมาจอดเสียบแทนที่รถจิตรดารา อารดาตะลึง
“พงษ์...เส้นยาแดงผ่าแปดแท้ๆ”
พงษ์ธรก้าวลงมาจากรถเจออารดายืนอยู่ ทำหน้าบอกไม่ถูก พงษ์ธรบุ้ยหน้าไปในรถ อารดามองตามเห็นอีริน่านั่งมาข้างพงษ์ธรกำลังเปิดประตูลงมา อารดายิ้มสะใจกระซิบ
“แหม...ไวไฟจริงๆนะยะ เมื่อเช้าอยู่กับผัว กลางวันอยู่ กับผู้ชายอื่น แล้วกลางคืนหล่อนจะอยู่กับใคร”
“ถ้าฉันจะอยู่กับใครก็เพราะเขาอยากให้ฉันอยู่ ไม่ต้องลงทุนตะกุยหน้าเอา บาทาคนอื่นมาย้ำยียอดอกตัวเองหรอก โถ...หน้าลายละเอียดยิ่งกว่าหน้า ตุ๊กแกแบบนี้จะมีใครอยากอยู่ด้วย” อีริน่าโต้
“อี…” อารดาโมโหไม่รู้จะด่ายังไง

พงษ์ธรเปิดประตูให้คุณหญิงพรรณรายกับนายพลกันต์ลงมาจากรถ สองคนเห็นอารดาไม่ค่อยจะชอบหน้า จำได้ว่าไปช่วยคุณหญิงศรินทร์ทิพย์ด่าคุณหญิงพรรณราย
“นี่เพื่อนสนิทของผมครับ...นี่คุณหญิงพรรณราย กับท่านนายพลกันต์จ้ะดา”
“ค่ะ ดาเป็นคู่หมั้นของพี่เจตรินค่ะ”
“ทราบแล้วค่ะ เสียใจด้วยนะคะที่กลายเป็นหม้ายขันหมาก” คุณหญิงเยาะๆ
“เสียใจด้วยนะคุณอารดาเรื่องหมั้นของคุณ คุณพงษ์ครับรีบไปทานอาหารกันเถิดครับ ผมหิว ทุกคนหิว”
นายพลกันต์โอบคุณหญิงพรรณรายแล้วจูงอีริน่าเดินนำไป อารดาแค้นๆ
“อีแก่ไอ้แก่ปากพล่อยคอยดูนะ”
พงษ์ธรหันมาทำปากห้าม
“เบาหน่อยดา อ้อยกำลังคลานเข้าปากช้างตามแผนแล้ว ไม่เห็นหรืออย่าเอาอารมณ์มาทำลายแผนของเรา”
“แต่นังข้างถนนนั่นมันลบหลู่ฉัน”
พงษ์ธรส่ายหน้า
“อย่าพูดต่อพอที อย่าทำให้ผมเบื่อแล้วเลิกช่วยเหลือดา แต่กลับจะไปช่วยประจานดานะ ผมพูดจริงไม่ใช่ขู่”
พงษ์ธรรีบเดินหนี
“ตามใจไม่ฟังอย่าฟัง เดี๋ยวจะเจอระเบิดลงจะว่าไม่เตือน สมน้ำหน้า”

อารดาหันมาที่รถตัวเอง แล้วขึ้นรถ ขับออกไป

เจตรินพาคุณหญิงศรินทร์ทิพย์มาถึงบ้าน จีรณัทย์ช่วยดูแล
“ทำไมคุณแม่ถึงไปดื่มน้ำแดงผสมอะไรเข้าไปก็ไม่ทราบจนสำลักคะ”
“ผสมอะไรบอกมาสิ”
“ไม่ทราบค่ะ แต่แหววมันบอกคล้ายๆแป้งเปียกบูดค่ะ”
คุณหญิงทำท่าจะอาเจียน
“ว๊าย...แหวะ...อีหนังหวิน แม่จะไล่มันออกจากบ้าน อีขี้ข้าหน้าซาลาเปา”
“แล้วแต่คุณแม่เถิดครับ แต่คุณแม่ไม่ควรไปดื่มน้ำแดงแบบนั้นตอนดึกควรจะดื่มนมมากกว่านะครับ แล้วที่แย่มาก ทำไมหวินจึงไม่ทราบว่าคุณแม่สำลักน้ำแดง แต่กลับมาบอกว่าคุณแม่ล้มหน้าฟาดเลือดกบปาก” เจตรินสงสัย
เสียงมือถือของคุณหญิงดังขึ้น
“ฮัลโหลหนูดา...อะไรนะ แม่จะลองชวนพี่เจตเขาจ้ะ”
คุณหญิงวางสาย
“มีอะไรครับคุณแม่” เจตรินถามอย่างสงสัย
“หนูดาเขาชวนแม่กับเจตไปกินอาหารร้านดัง”
“ผมอยากกินข้าวกับอะไรก็ได้ง่ายๆในบ้านเราครับ”
จีรณัทย์เห็นด้วย
“จีก็ว่าอย่างนั้นค่ะ”
“แต่แม่อยากกินร้านนั้นนี่นา หรือว่าเราสองคนไม่ใยดีความรู้สึกของแม่กันแล้ว”
สองคนมองหน้ากัน จีรณัทย์พยักหน้า เจตรินจำต้องพยักหน้าตอบ คุณหญิงยิ้มพอใจ

พงษ์ธรวางท่าเจ้าของร้านใหญ่อวดอ้างกับทุกคน
“นี่แหละครับร้านอาหารที่ห้าของผม คนแน่นเลยไม่มีใครทันเห็นว่า เจ้าของร้านมาแล้ว น้อง น้อง”
พนักงานเดินมา พงษ์ธรสั่งทันที
“ไปเรียกกัปตันมาสิ”
“เอ้อ…”
พงษ์ธรแอบยัดเงินใบละร้อยใส่มือทำดุสำทับ
“บอกให้ไปเรียกกัปตันมา”
พนักงานจึงเดินไปรีบกำเงินไว้
“เด็กใหม่ไม่รู้จักผม ต้องเอ็ดตะโรใส่”
สามคนยืนฟังเงียบๆรอ เชอรี่ปราดมาเกาะแขนพงษ์ธร
“พงษ์ขา”
กัปตันมาพอดี พงษ์ธรรีบแก้สถานการณ์
“กัปตันช่วยเชิญท่านนายพล คุณหญิงกับคุณผู้หญิงภรรยาคุณเจตริน ไปนั่งที่ห้องพิเศษดูแลให้ดีที่สุด”
“เชิญครับ”
“สักครู่ผมตามไป”
พงษ์ธรกระซิบคุณหญิงพรรณราย
“ผมขอตรวจดูความเรียบร้อยสักครู่”
นายพลกันต์กับคุณหญิงพรรณรายมองเชอรี่ยิ้มๆ
“เราสองคนนัดมากินข้าวด้วยกันนะคะ ไม่ทราบว่าจะพาคนอื่นมาเป็นโขยง เซ็งค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเชิญไปนั่งทานด้วยกันสิครับ” นายพลกันต์เอ่ยชวน
“ไม่เป็นไรครับ” พงษ์ธรแกะเชอรี่แล้วเดินไปหาสามคน “แฟนคลับที่ร้านอาหารผมครับเธอชอบมาขอให้ผมไปนั่งด้วยทุกครั้งที่มาครับ...เชิญครับ”
สามคนเดินตามพนักงาน เชอรี่ปราดมาเกาะแขนพงษ์ธรต่อ
“ทำไมนัดเชอรี่แล้วเอาพวกเขามาด้วย เชอรี่ไม่ชอบนะ โดยเฉพาะแม่ลูกครึ่งคนนั้น ถ้าไม่บอกว่าเป็นเมียใคร เชอรี่ว่ามันเป็นกิ๊กพงษ์แน่ๆค่ะ”
“ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร พวกเขาเป็นลูกค้าของผม ผมต้องดูแลเขา ทำไมเชอรี่ไม่รอให้ผมโทรบอกก่อน”
“เชอรี่ออกไปเดินเล่นดูเพชรดูพลอย อยากได้แหวนที่พงษ์สัญญาว่าจะซื้อให้เชอรี่ เลยไปที่ร้านเพชรของพงษ์”
พงษ์ธรหน้าตื่น
“หา”
“อีบ้าคนขายมันไม่รู้จักพงษ์ค่ะ มันบอกว่าพงษ์ไม่เกี่ยวข้องกับที่ร้าน”
พงษ์ธรหน้าเสีย ก่อนจะแถไป
“อ้อ...พอดีผมทะเลาะกับหุ้นส่วนเพิ่งถอนหุ้นออกไปเมื่อวานนี้เองมันคงสั่ง ให้พนักงานพูดแบบนั้นมันเลวมาก”
“ถ้าอย่างนั้นเชอรี่จะไปด่ามันวันพรุ่งนี้”
“อย่ามีปัญหาเลย พงษ์ไม่ชอบใช้ความรุนแรงขอร้อง ไปนั่งก่อนเดี๋ยวพงษ์จะไปนั่งด้วยนะทูนหัว ผมไปดูแลพวกเขาก่อนเรากำลังคุยกันเรื่องธุรกิจพันล้าน”
พงษ์ธรโอบเอาใจเชอรี่ที่สงบลงไปได้

อีกร้าน...จิตรดาราโวยวายเรื่องร้านเพชรเช่นกัน อารดาแก้แทน
“ไม่ต้องไปติดใจเรื่องไร้สาระ พงษ์เขาเบื่อบริหารงานร้านเพชร เขาขายหุ้นหมดแล้ว พวกมันเลยไม่พอใจพงษ์ เขากำลังวางแผนจะไปเรียนต่อปริญญาเอกที่เมืองนอก”
“ตายจริง ไม่บอกกล่าวกันบ้างเลย แบบนี้จิตก็โดนทิ้งสิคะ ไม่ได้การละ จิตไปเรียนต่อบ้างดีกว่า หรือถ้าขี้เกียจ จิตก็ไปเดินเล่น ลงเรียนโน่นนี่นั่นเล็กๆน้อยๆพอให้เขาออกวีซ่าให้”
“ก็ดีนี่”
อารดายิ้มเยาะรำพึงในใจ...หน้าอย่างแกมันเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ มีปัญญาตักข้าวเข้าปากกินเองก็บุญแล้ว...
“แล้วเรื่องนังอีริน่าก็อีก ทำไมคุณแม่ถึงต้องอยากใช้พงษ์ไปจัดการมัน จิตละกลัวใจพงษ์ ยิ่งขี้สงสารอยู่ด้วย” จิตรดาราไม่พอใจมาก
“แหมน้องจิตคิดมาก พูดแบบนี้ได้ยังไงคะ น้องจิตสูงส่ง นังอีริน่าขี้ข้าข้างถนน พงศ์เขามีชาติมีตระกูล เขาทำลายมันสมใจคุณแม่เขาก็เขี่ยมันทิ้งเหมือนเขี่ยขยะลงกระโถน พงษ์เขาบอกพี่เสมอว่าเขารักเธอที่สุด รักเธอคนเดียว จบด็อกเตอร์กับมาจะรีบส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอเธอกับคุณหญิงแม่ทันที”
จิตรดารายิ้ม แล้วบึ้งต่อ
“แล้วยังอีนังที่ร้านอาหารนั่น เจอมันที่ร้านเพชรก่อนเมื่อสักครู่นี้เล่าคะ ท่าทางมันจะพยายามเกาะคุณพงษ์ให้ได้ จิตไม่ไว้ใจมันนะคะ”
“แหม...อุ๊ยว๊าย...เม คุณเขม”
สองคนเห็นเขมชาติโอบเมทินีไว้ เมทินีหน้าตายังหม่นหมองอมทุกข์ ยิ้มเกรงๆส่งมาให้อารดา
“ดา”
อารดาปราดมาหาเมทินี
“หายงอนกันแล้วใช่ไหม ออกจากบ้านมาได้แล้วนี่นา...มานั่งด้วยกัน คนกันเองทั้งนั้น”
“ดา...ดา...ดา...” เมทินีเรียกแต่ไม่พูดอะไร
อารดาแปลกใจ
“เม เม เม เมื่อก่อนเธอยิ้มแย้มแจ่มใส อะไรทำให้เธอเปลี่ยนไปเป็นหม่นหมองขนาดนี้ คุณเขมเสกอะไรใส่หัวใจเมไว้หรือคะ เมถึงเปลี่ยนเป็นคนละคน สงบนิ่งไม่ร่าเริงพูดคุย”
เขมชาติแสร้งยิ้ม
“ผมเสกความรักให้เมครับ”
“พี่เมคงสำลักความรักไม่หายมังคะ รอจนคุณเขมเสกตัวน้อยๆเข้าท้องเมื่อไหร่ พี่เมคงยิ้มเป็นใหม่นะคะ” จิตรดาราเย้าแหย่
เมทินีนิ่งเงียบเมินหน้าซ่อนน้ำตาที่ขังเอ่อ เขมชาติปรายตามองจิตรดาราและอารดาแล้วรำพึงในใจ...นังสองผู้ดีไม่มีราคา ทำเป็นเชิดหน้าไปเถิด อีกไม่นานแกสองคนจะเป็นยิ่งกว่าเม
เขมชาติหันมาหาอารดา
“คุณดาครับเมเขามีอะไรมาบอกคุณดาแน่ะ บอกสิเม” เขมชาติส่งสายตาบังคับเมทินี
เมทินีอึกอัก
“ฉันเอ้อ...จะชวนแกกับน้องจิตไปพัทยาด้วยกัน”
“แล้วทำไมพี่เมต้องทำท่าทางราวกับว่า จะชวนเราสองคนไปเที่ยวทะเลที่นรกด้วยคะ” จิตรดาราถามอย่างสงสัย

เขมชาติยิ้มโอบเมทินีทำราวกับรักมากมาย

สะใภ้หัวแดง ตอนที่ 11 (ต่อ)

คุณหญิงศรินทร์ทิพย์ เจตริน จีรณัทย์ พากันเข้ามาในร้านอาหาร คุณหญิงส่ายตาหาอีริน่ากับพงษ์ธร
“มันนั่งกันที่ไหนนะ”
พงษ์ธรนั่งกับกลุ่มคุณหญิงพรรณราย เห็นกลุ่มคุณหญิงศรินทร์ทิพย์ ก็รีบบอก
“ขอตัวสักครู่ครับ” พงษ์ธรเดินแยกไป
อีริน่ามองตามตกใจมาก
“คุณเจต”

คุณหญิงศรินทร์ทิพย์ยืนนิ่งยิ้มรอพงษ์มาแสดงตัว
“นั่นคุณพงษ์ธรนี่นา” คุณหญิงทำเป็นเพิ่งเห็น
“เขากำลังเดินตรงมาหาเราค่ะ” จีรณัทย์บอก
“ช่างบังเอิญเหลือเกินนะครับคุณแม่” เจตรินแปลกใจ
พงษ์ธรเดินเข้ามาทันที ไหว้นอบน้อม
“สวัสดีครับคุณหญิงแม่ สวัสดีครับคุณจีรณัทย์ คุณเจตริน”
คุณหญิงแอบยิ้มดีใจ แกล้งทำไม่รู้ว่าอีริน่ามาด้วย
“ไม่นึกว่าจะมาเจอ นั่งด้วยกันสิคุณพงษ์”
พงษ์ธรรีบรับมุก
“ถ้าไม่รังเกียจเชิญครับคุณหญิงแม่ โต๊ะก็เต็มพอดีด้วยครับเชิญครับทุกท่าน”
ขณะที่คุณหญิงยิ้มย่อง เจตรินกับจีรณัทย์มองหน้ากันเริ่มอึดอัด เชอรี่ผวามาหาพงษ์เกาะมือไว้แน่น กวาดตามองไปที่พวกเจตริน
“จะไปนั่งกับเชอรี่หรือยังคะ นี่พาใครมากันอีกแล้วหรือคะ เซ็งอีกแล้ว”
“นี่คุณหญิงศรินทร์ทิพย์ นี่คุณเจตรินสามีคุณอีริน่า แล้วนั่นคุณจีรณัทย์พี่สาวคุณเจต” พงษ์กระซิบ “อย่าทำขายหน้าคนพวกนี้ลูกค้าธุรกิจผมทั้งนั้น กลับไปที่นะ”
พงษ์ถลึงตาใส่เชอรี่ บีบแขนเชอรี่แรงมากๆ
“อย่าช้านะคะ”
เชอรี่เดินแยกไป คุณหญิงเริ่มไม่ไว้ใจพงษ์ธร
“หน้าตาน่าเอ็นดู ดูก็รู้ว่าลูกผู้ดีรุ่นใหม่ ขอโทษสายไหนคะ ที่บ้านเขาทำธุรกิจอะไรไม่ทราบ”
“แฟนคลับร้านอาหารครับ เธอชอบมาทานที่นี่แล้วมาขอให้ผมไปนั่งด้วยเชิญครับ”
เจตรินมองหน้าจีรณัทย์ที่ไม่อยากนั่งกับพงษ์ธร เธอกระซิบ
“พี่ไม่อยากนั่งกับเขา”
“ตามใจคุณแม่ท่านเถิดครับ”
เจตรินกระซิบตอบเบาๆ ทั้งหมดเดินตามพงษ์

พงษ์ธรเดินนำทุกคนมาที่โต๊ะคุณหญิงพรรณราย ทั้งสองฝ่ายต่างอึ้ง
“เย็นไว้คุณหญิง” นายพลกันต์กระซิบคุณหญิงพรรณราย
เจตรินกับจีรณัทย์สบตากันหน้าไม่ดี คุณหญิงศรินทร์ทิพย์อุทาน
“พวกฆาตกร”
“คุณแม่ขา ได้โปรด” จีรณัทย์ปราม
“คุณแม่ครับ ขอร้อง” เจตรินช่วย
คุณหญิงศรินทร์ทิพย์เชิด
“ก็ได้...สวัสดีจ้ะ คุณหญิงพรรณราย คุณนายพลกันต์”
พงษ์ธรแสร้งแปลกใจ
“ผมไม่ยักทราบว่าทุกท่านรู้จักกันมาก่อน”
“รู้จักดีมากด้วย เราสนิทกันมากนี่นาใช่ไหมคุณหญิงพรรณราย”
“ใช่จ้ะ เอ้อ....”
คุณหญิงพรรณรายพูดไม่ออก นายพลกันต์ลุกขึ้น
“คนกันเองทั้งนั้น เชิญนั่งครับทุกคน”
คุณหญิงศรินทร์ทิพย์แสร้งหันไปถามอีริน่า
“อ้าวอีริน่า นึกว่าหายไปไหนกลับมาจากโรงพยาบาลไม่เจอที่แท้มาอยู่ที่นี่”
“ครับ...คุณอีริน่าอยากให้ผมพามาทานอาหารที่นี่ครับ”
พงษ์ธรบอกหน้าตาเฉย คุณหญิงพรรณรายอ้าปากจะท้วง
“เอ๊ะ...”
นายพลกันต์สะกิดไว้ส่ายหน้า
“หนูอีริน่าไปหาเราสองคนที่บ้าน คุณพงษ์ก็มาเหมือนกัน”
“ผมไปหาคุณอีริน่าครับ” พงษ์ธรรีบบอก
“นัดกันไว้นี่เอง”
อีริน่าหน้าเสีย เจตรินเมินไม่มอง คุณหญิงศรินทร์ทิพย์ยิ้มพึงพอใจมาก
“ดี...สนิทสนมกันไว้ให้มากๆ”
ทุกคนเริ่มตึงเครียด

จิตรดารา อารดา นั่งทานอาหารร่วมกับเมทินีและเชมชาติที่ร้านอาหารอีกแห่ง เมทินีอึดอัดกินน้อยที่สุด เธอขอเข้าห้องน้ำ เชมชาติปรายตามองเมทินีแล้วพยักหน้ากระซิบ
“ทำตามแผนสิ”
เมทินีไม่กล้าขัด
“เอ้อ...ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ ไปกับฉันนะดา”
“ไปสิ น้องจิตไปด้วยกันนะ”
“ไม่ค่ะ ไม่อยากไปขัดคอเพื่อนสนิทแอบเมาท์กัน นั่งคุยกับคุณเขมสนุกกว่า”
“ขอบคุณที่ให้เกียรติครับ” เชมชาติยิ้ม
สองคนลุกออกไป เชมชาติมองหน้าจิตรดารา
“ดูเหมือนคุณจิตรดาราไม่ชอบอารดา และดูเหมือนอารดาไม่ชอบคุณจิตรดารานะครับ”
จิตรดารามองหน้าเชมชาติแปลกใจ
“ทราบได้ยังไงคะ”
“ดูด้วยสายตาก็ทราบ ผมว่าอารดาอิจฉาคุณจิตรดารานะครับ”
“ตายจริง พูดแบบนี้ระวังพี่เมรู้เข้าจะไปพอใจ ไปว่าเพื่อนรักเขา”
ยิ้มให้ รู้สึกพอใจเขมชาติ

เจตรินไม่ต้องการนั่งต่อไปแต่พูดไม่ออก ไม่มองหน้าอีริน่าแม้แต่น้อย ส่วนคุณหญิงศรินทร์ทิพย์ฉวยโอกาสแกล้งพูดจาดีกับอีริน่า
“ทีแรกที่ได้สะใภ้น่ารักคนนี้มาแบบกะทันหัน ฉันตกใจมาก แต่พอเห็นความน่ารักของอีริน่าฉันสบายใจมากนะคุณหญิงพรรณราย อีริน่าน่ารักมาก จนเธอกับคุณนายพลกันต์หลงรักละสิ”
“ใช่จ้ะ เราสองคนยังแปลกใจตัวเองว่าทำไมถึงได้รักอีริน่าขนาดนี้” คุณหญิงพรรณรายยิ้มรับ
“ถ้าไม่ติดว่าเป็นสะใภ้ของคุณหญิง จะขอมาเป็นหลานจริงๆของเราสองคน” นายพลกันต์เสริม
“ถ้าไม่ติดว่าเป็นภรรยาของลูกเจตจะยกให้ไปง่ายๆค่ะ แต่อันนี้ขึ้นอยู่กับอีริน่าว่าเขาพอใจจะเป็นยังไง ว่าไงจ้ะอีริน่า”
“อาหารมาแล้วครับ เชิญครับ อาหารยุโรปไทย จีน มาครบครับ” พงษ์ตัดบท
คุณหญิงศรินทร์ทิพย์ยังหาเรื่องไม่เลิก
“คุณหญิงพรรณรายเธอดูซูบไปนะ คิดมากเรื่องอะไรไม่เลิกราหรือจ้ะ”

“เอ้อ...”

คุณหญิงพรรณรายพูดไม่ออก นายพลกันต์ช่วยพูด
“คิดถึงคุณหญิงเพื่อนเก่าไงครับ ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก เจอกันวันนี้ผมกับคุณหญิงของผมดีใจมาก”
“นั่นสิคะ แถมนั่งกินอาหารโต๊ะเดียวกันอีก ฉันดีใจนะที่คุณสองคนเอ็นดูลูกสะใภ้ฉัน และฉันก็ดีใจที่ลูกสะใภ้ฉันช่างรักใครพวกคุณราวกับว่าเป็นตายายจริงๆ ใช่ไหมอีริน่า”
“ค่ะ” อีริน่าตอบรับทันที
คุณหญิงพรรณรายยิ้มกับอีริน่า
“ขอบคุณที่ไม่หวงห้ามอีริน่าไม่ให้มาบ้านเรา เราสองคนคิดว่าอีริน่าเป็นหลานของเราจริงๆด้วย ถ้าเธอไม่ขัดข้องฉันขอถือโอกาสขออนุญาตอีริน่า นอนที่บ้านฉันบ้างจะได้ไหม”
“คุณหญิง” นายพลกันต์ปราม
“ไม่ต้องเกรงใจคุณหญิงพรรณราย เจตเขาก็ไม่ว่าอะไรหรอกใช่ไหมลูกเจต แต่น่าจะติดที่รถรับส่ง หรือคุณพงษ์จะรับอาสา จะว่าไปฉันอนุญาตให้นอนวันนี้ก็ได้”
“คุณแม่” จีรณัทย์ขัด
พงษ์ธรยิ้มแย้ม
“ด้วยความยินดีครับคุณหญิง ผมจะได้ถือโอกาสพาคุณอีริน่าออกมาทาน อาหารกลางวันบ่อยๆ”
“ยังไม่มีใครถามความต้องการของอีริน่าเลยนะคะ” จีรณัทย์ขัด
“อีริน่าคงต้องการครับ ไม่อย่างนั้นจะรีบออกไปบ้านคุณลุงคุณป้าทั้งสอง ตั้งแต่เช้าเลยหรือครับ ใช่ไหมอีริน่า” เจตรินประชด
อีริน่าไม่พอใจ
“ขอบคุณที่เข้าใจรู้ใจอีริน่ายิ่งกว่าตัวอีริน่าเอง อีริน่ายินดีค้างกับคุณตาคุณยาย ถ้าคุณเจตไม่ถืออีริน่าก็ยินดีไปทานอาหารกับคุณพงษ์ค่ะ ไม่เพียงแต่อาหารกลางวัน แต่อีริน่าอยากทานอาหารเย็นด้วยค่ะ”
คุณหญิงศรินทร์ทิพย์ยิ้มแย้มพอใจ
“ลูกสะใภ้ฉันเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจาองอาจแบบนี้แหละค่ะ”
พงษ์ธรยิ้มแย้มสนุกสนานมาก แต่เจตจีรณัทย์อึดอัดมาก

ในห้องน้ำร้านอาหาร...อารดาซักถามเมทินี
“เมเกิดอะไรขึ้น ทำไมแกหม่นหมองนัก หรือว่าคุณเขมเขาคิดจะทิ้งขว้างแก ไปมีคนใหม่”
“เปล่า แต่ฉันอยากเลิกกับเขา” เมทินีน้ำตาซึม
“แกมีคนใหม่หรือ”
“ฉันไม่ต้องการมีใครอีกต่อไปในชีวิตนี้”
“แล้วที่แกกับคุณเขมมาชวนฉันไปเที่ยวพัทยา ไม่อยากมีใครแล้วมาชวนฉันไปเที่ยวกับเขาทำไม”
เมทินีนิ่งไปนึกถึงสิ่งที่เชมชาติสั่ง...
‘ถ้าอยากรอดตัวไม่โดนประจาน ก็ต้องร่วมมือกับผมเอาอารดากับจิตรดารา และใครๆมาเป็นตัวแทนของเมให้ผมกับพวกพาไปมอสโคว์ ทำง่ายๆแค่ทำตามที่ผมสั่ง เมก็จะปลอดภัย’
อารดาเห็นเมทินีเงียบไป ก็แปลกใจ
“ว่าไงเม ทำไมไม่ตอบคำถามฉัน”
“ฉันจะขอเที่ยวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเลิกกับเขา”
พูดจบเมทินีก็ผวาเข้ากอดอารดาแล้วร้องไห้
“เมแกบ้าไปแล้ว”
เมทินีนึกถึงเหตุการณ์ที่โดนเชมชาติตบตี โดนมิคาอิลย่ำยี โดนชายสามคนทุบตีจะย่ำยี แล้วอีริน่ากับเจตรินมาช่วย หลุดพึมพำออกมา
“คุณเจต อีริน่า”
อารดาผลักเมทินีออกมา
“แกเรียกชื่อพี่เจตกับนังขยะข้างถนนอีริน่าทำไม”
“ฉัน...ฉัน... ไม่ได้ตั้งใจ คือคุณเขมเขาก็....”
“อ้อ เข้าใจแล้ว เขาอยากเอานังอีริน่าไปส่งขายใช่ไหม”
เมทินีพยักหน้า อารดาจึงกอดเมทินีแล้วชื่นชม
“เรื่องแค่เนี้ย แกก็เคยร่วมมือกับฉันเล่นงานมันมาแล้วนี่น่า ไม่เห็นจะยากเย็น ฉันกับคุณแม่วางแผนพามันไปพัทยาแล้วเหมือนกัน”
“เวรกรรมมันจะตามสนองเราที่ไปทำกับคนอื่นเขา”
“เม...นี่แกพูดราวกับเป็นแม่ชีมีศีลมีสัตย์”
“ถ้าเป็นได้จริงๆก็ดี แต่นี่มันสายไปแล้วดา มันสายไปแล้ว แกเข้าใจไหม”
“ไม่เข้าใจ แกไม่ต้องห่วงเรื่องนังอีริน่า เราจะร่วมมือกันเต็มที่”
เมทินีถอนใจเฮือก

หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว ทุกคนทั้งหมดพากันออกจากร้านมาลานจอดรถ เจตรินพยายามเดินใกล้อีริน่า กระซิบเบาๆ
“เมื่อเช้าทำพาลโกรธใส่ผัวก็เพราะตัวเองอยากรีบมาหาชู้”
“อยากให้อีริน่ามีชู้มากนักใช่ไหม ถึงได้แช่งกันแบบนี้”
อีริน่าเดินหนี เธอหน้าแดงกล่ำโกรธมาก หันมาเจอคุณหญิงศรินทร์ทิพย์ยิ้มร้าย กระซิบด่าซ้ำ
“หากินตามข้างถนนมาตั้งนาน ยักไม่รู้จักอิ่มผู้ชาย อยากจะได้แฟนลูกจิตของฉันจนตัวสั่น หน้าแกมันไม่สัมผัสยางอาย หัวใจไม่เคยรู้จักคำว่าพอ แย่งผู้ชายคนอื่นไปทั่ว ตั้งแต่อารดา จิตรดารา กระทั่งจีรณัทย์”
คุณหญิงศรินทร์ทิพย์พูดจบรีบเดินไปหาเจตรินที่กำลังมองมา คุณหญิงพรรณรายกับนายพลกันต์ก็มองมาเช่นกัน
“อีริน่าเขามากระซิบขอไปเที่ยวกับคุณพงษ์คืนนี้ค่ะ ทุกคนฟังนะว่าฉันอนุญาต ตามสบายค่ะคุณพงษ์”
“คุณหญิง” อีริน่าตกใจที่คุณหญิงโกหกหน้าตาเฉย
“ไม่ต้องเขินหรอกอีริน่า เรารีบไปกันเถิด เจต จี”
เจตรินหน้าบึ้งตึงหันมามองอีริน่าอยากจะถาม พยายามจะเดินมา แต่คุณหญิงศรินทร์ทิพย์ดึงไว้
"อีริน่าจ้ะ” จีรณัทย์เดินเข้าไปหา
“แม่ปวดหัว คลื่นไส้อยากอาเจียน รีบพาแม่กลับบ้านลูกเจต โชคดีนะอีริน่า”
คุณหญิงศรินทร์ทิพย์ก็ดึงทั้งเจตรินและจีรณัทย์ไปที่รถอย่างรวดเร็ว จีรณัทย์กับเจตรินหันมาไหว้คุณหญิงพรรณรายกับนายพลกันต์แทบไม่ทัน ทั้งคู่มองหน้ากันไม่เชื่อว่าอีริน่าพูดอย่างนั้น
“คุณกันต์ฉันว่า....”
“กลับบ้านไปก่อนค่อยว่ากัน” นายพลกันต์ปราม
พงษ์ธรรีบเดินมาประกบอีริน่าทำท่าจะเดินจูงไปโชว์ให้เจตรินเห็น เจตรินหันมาสะบัดหน้ากลับไป พึมพำ...ต่อหน้าต่อตายังถึงขั้นจับมือถือแขนกันแล้วหรือนี่ แล้วคืนนี้เล่า...
พงษ์ธรกำลังจะถึงตัวอีริน่า เชอรี่ปราดมาอีกแล้ว
“พงษ์ขาผิดสัญญาอีกแล้ว ปล่อยให้เชอรี่นั่งกินข้าวคนเดียว เหงาจะแย่”
พงษ์ธรกร่อยทันที เชอรีเกาะไม่ปล่อย นายพลกันต์กับคุณหญิงพรรณรายรีบมาจับแขนอีริน่าคนละข้างไว้ ทำให้พงษ์ธรพูดไม่ออก
“ไปกินข้าวกับน้องเขาเถิดคุณพงษ์ ทางนี้ไม่ต้องห่วง แท็กซี่มีเยอะ เราไปกันเองได้ ไปอีริน่า ไปคุณหญิง”
รถคันสวยของนิกกี้ปราดมาจอด นิกกี้ลงมาจากรถ เปิดประตู
“แท็กซี่ป้ายดำขาประจำมาแล้วครับ เชิญครับอีริน่า”
“ไอ้นิกกี้” พงศ์แทบอยากโดดถีบนิกกี้
นายพลกันต์แปลกใจ
“นี่ใครกันอีกล่ะ อีริน่า”
“คนที่ช่วยอีริน่าเอาไว้จากแท็กซี่เลวตอนเย็นวันนั้นค่ะ ไปกับเขาได้ค่ะ คุณตาคุณยาย”

ทั้งสามคนรีบขึ้นรถนิกกี้ที่ยิ้ม ส่งจูบให้เชอรี่ โบกมือให้พงษ์ธร

ลานจอดรถ...อารดากอดเมทินีไว้ลูบหลังให้กำลังใจ เมทินียังน้ำตาเอ่อท้น

“สรุปว่าฉันจะไปพัทยาแล้วไปเจอกันกับแกและคุณเขมโอเคนะ ไม่ต้องกลัวว่าเวรกรรมจะตามทัน เวรกรรมตามไม่ทันผู้ดีหรอก”
“ขอบใจมาก ฉันจะสนุกกับเธอให้มากที่สุดเพราะคือการไปเที่ยวด้วยกันครั้งสุดท้าย”
“อย่าพูดแบบนี้ มันเหมือนหลังจากไปพัทยาเราจะไม่ได้เจอกันอีก”
จิตรดาราที่ยืนอยู่กับเขมชาติ มองแล้วหมั่นไส้มาก
“พี่เมเขาเข้าขั้นเมดราม่าแล้วนะคะ น้ำหูน้ำตานองเจิ่งตั้งแต่มาถึงร้าน จนกระทั่งจะลาจาก”
เชมชาติยิ้มสบายๆ
“เขาเป็นอย่างนั้นแหละครับ ผมชินแล้ว บางทีก็หนักใจ แต่ผมก็สงสาร อยากให้เขามีความสุข”
“พ่อพระจริงๆค่ะ เอ้อ...แล้วเขาไม่อยากออกไปสมาคมดิ้นดิ้นเฮฮาปาร์ตี้แล้วหรือคะ”
“ผมกำลังพยายามชวนอยู่ครับ เอ้อ...คุณจิตครับ วันไหนถ้าพงษ์มันไม่ว่าง คุณจิตไม่มีเพื่อนได้เฮฮาปาร์ตี้ ผมว่างเสมอครับผมชอบดูแลปกป้องแฟนเพื่อนครับ ผมชอบเห็นคนน่ารักทุกคนมีความสุขครับ”
“ขอบคุณและยินดีมากค่ะ”
“เริ่มต้นซะคืนนี้ดีไหมครับ”
“โอเค...ถ้าคุณพงษ์หายตัวลึกลับแบบวันนี้อีก”
จิตรดารายิ้มให้ เชมชาตินึกดีใจจิตรดาราเริ่มตกเป็นเหยื่อ

ในรถ...เชอรี่ไม่พอใจจะเอาเรื่อง พงษ์ธรเองก็หงุดหงิดเพราะกำลังสบช่องกะว่าจะไปเที่ยวกลางคืนกับอีริน่า
“ทำไมพงษ์ถึงผิดสัญญาไม่มานั่งกินข้าวกับเชอรี่ เชอรี่โกรธมากรู้ไหมคะ”
“รู้” พงษ์ธรกระชากเสียง
“เอ๊ะ...ขึ้นเสียงกับเชอรี่หรือคะ”
“อย่ามาวางอำนาจ...รำคาญ”
“นี่พงษ์กล้าหือกับเชอรี่ เพราะไปคบหากับนังจิตรดารา และนังอีริน่านั่นใช่ไหม“
“หยุดพูดได้แล้วเบื่อ”
“มากไปแล้วนะพงษ์”
เชอรี่หันไปทุบตีพงษ์ธรแรงๆรัวๆสองมือ พงษ์ธรใช้หลังมือฟาดกลับโดยแรง เชอรี่เลือดกบปาก
“บอกให้หยุด”
“อร๊าย”
เชอรี่ร้องไปตีพงษ์ธรไป พงษ์ธรใช้มือเดียวตีกลับโดยแรงไม่ยั้งเช่นกัน เชอรี่เลือดกบปากหยุดไปเพราะเจ็บมาก แต่ตายังจ้องน้ำตาเต็มหน้าแค้นมาก
“ไอ้พงษ์มึงทำร้ายกู คอยดูจะฟ้องคุณพ่อให้จัดการมึง”
“กูก็จะฟ้องผัวมึงให้จัดการมึง มึงแต่งงานแล้วแต่แยกกันอยู่ ไม่ได้หย่ากัน อย่ากำแหงกับกูผู้เป็นชู้ ที่สมควรเป็นเคารพของมึง”
เชอรี่ไม่กล้าเถียงต่อ

เจตรินนั่งหน้าตึงอยู่ในห้องรับแขก คุณหญิงศรินทร์ทิพย์มองแล้วแอบยิ้ม จีรณัทย์กลุ้มใจแทน
“เจตเธอไม่ควรปล่อยให้อีริน่าออกไปนอกบ้านตามลำพังนะ ต่อไปนี้ไม่ควรมีแบบวันนี้อีกแล้ว”
คุณหญิงย์มองค้อนลูกสาว
“จีนี่แปลกคน ก็คนมันจะไปแล้วเจตเขาจะไปห้ามได้ยังไง อีริน่ายังเด็กยังต้องการท่องเที่ยวสนุกสนาน แล้วคนที่ไปด้วยก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแฟนยัยจิตแท้ๆ”
เจตรินขัดขึ้น
“ยิ่งเป็นแฟนน้องจิตยิ่งไม่เหมาะนะครับ น้องจิตจะเข้าใจผิดได้...มิน่าที่แท้ ที่โรงพยาบาลเขาจงใจหลบน้องจิต”
“เราต้องพูดกับคุณพงษ์ธร” จีรณัทย์บอกทันที
อารดากับจิตรดาราเข้ามา
“ใครจะพูดอะไรกับคุณพงษ์คะคุณแม่”
“ไม่มีอะไรหรอกลูก คุณพงษ์เขาไปรับนัง เอ้อ...หนูอีริน่าไปกินข้าวกลางวันด้วยกันที่ร้านอาหารจ้ะ”
จิตรดารากระโดดเต้นเร่าๆ
“อีริน่า อีข้างถนน อีโสเภณี จะทำให้มันไม่มีที่ยืน มันต้องโดนเนรเทศออกไปนอกเมืองไทย พี่เจตจิตไม่ยอมนะคะเฉดหัวมันไปค่ะ”
“น้องจิตขาใจเย็นๆ ขืนพี่เจตเฉดหัวเขาไป มิเข้าทางใครต่อใครหรือคะ สวยขนาดนั้นมีแต่คนเข้าคิวรอรับ แล้วพี่เจตก็คงอภัยให้เสมอขว้างงูไม่พ้นคอหรอกค่ะ” อารดาแกล้งปราม
“แม่ว่าทำเฉยๆไว้ เบี่ยงเบนความสนใจของอีริน่าให้มาสนุกกับทางเราให้มากๆ หนูดากำลังมีแพลนไปพัทยากันนี่น่า อีริน่าเขายังไม่เคยเห็นทะเลเมืองไทยใช่ไหม”
จีรณัทย์กระซิบเจตริน
“เจตรีบไปบ้านคุณลุงนายพลกันต์ไปรับอีริน่า อย่ามัวแต่ทิฐิใส่กัน แวะไปหาที่สงบจิตใจคุยกันซะ พี่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้ากับอารดาจากแหววแล้ว พี่ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น อารดาต้องทำร้ายตัวเอง”
“แหววเข้าข้างอีริน่า”
“พี่ว่าเจตกำลังใจเข้าใจผิด”
“ผมว่าพี่จีกำลังเข้าใจผิดต่างหากครับ ผมขอตัว อารดาโดนอีริน่าทำร้ายอย่างรุนแรงครับ ไม่มีใครยอมเจ็บตัวทำร้ายตัวเองขนาดนั้น แล้วนี่เขาก็ไม่สำนึก”
เจตรินเดินหนีทุกคนออกไป อารดาวิ่งตามไปทันที
“พี่เจตขารอดาด้วย”

เจตรินมาถึงรถก้าวไปขึ้นด้านคนขับ อารดาก้าวมาอีกด้านเข้าไปนั่งข้างคนขับ
“ดา...มาทำไมกัน...”
“ดาไปด้วยนะคะ”
“แต่ผมจะไป...”
“ไปรับอีริน่าหรือคะ ดาก็อยากไปด้วย ดาอยากไปปรับความเข้าใจกับอีริน่า เรื่องเมื่อเช้า ความจริงดาก็มีส่วนผิดค่ะ”
“ผิดยังไงครับ”
“ดาไปยั่วโมโหนอีริน่าเขาก่อน ดาไม่คิดว่าเขาจะโกรธขนาดลงมือลงไม้รุนแรงอย่างนั้นค่ะ ดาก็เลยอยากตามไปขอโทษเขา”
เจตรินมองอีริน่าไม่ดีมากขึ้นไปอีก
“ความจริง แค่ถูกยั่วโมโหเขาก็ไม่ควรรุนแรงถึงขนาดนี้นะครับ”
“เรื่องมันผ่านไปแล้ว มันเป็นบทเรียนว่าดาต้องระวังตัวให้มากๆในการจะพูดจากับคนอื่น เอ๊ะ...นั่นรถใครมาคะ”
รถของนิกกี้พุ่งเข้ามาจอด
“อีริน่า”
นิกกี้กับอีริน่าลงมาจากรถ อีริน่าเห็นเจตรินนั่งคู่กับอารดาใจฝ่อแต่ทำคอแข็งสู้ตายเมินหน้าไป หันไปยิ้มกับนิกกี้ยื่นมือให้จับ
“ขอบใจมากที่มาส่ง”
“ขอบใจมากที่ให้มาส่ง”
นิกกี้จับมือตอบ เจตรินกระชากรถพุ่งออกไปแทบจะเฉี่ยวเอานิกกี้กับอีริน่า นิกกี้หันมามองอีริน่ายักไหล่แบมือ อีริน่าชกนิกกี้แต่ไม่แรงมากแค่สั่งสอน
“นายทำฉันพังทำฉันเจ๊งอีกแล้ว พังเจ๊งซ้ำซากซ้ำซ้อน กลับไปได้แล้ว เอาคำขอบใจที่ให้นายคืนมา”
“ซอรี่ เสียใจจริงๆ”

อีริน่าเดินหนีนิกกี้เข้าบ้านไป

คุณหญิงศรินทร์ทิพย์คุยกับจิตรดารา
“แม่ขอบใจที่จิตเสียสละให้ยืมตัวพงษ์ธรมากำจัดนังอีริน่าให้ครอบครัว ของเรา ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้นเอง”
“จิตไม่เต็มใจสักนิดนะคะ เพราะเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ เรื่องนี้ทำจิตสติแตกมาตั้งแต่เมือคืน อยากจะตบหน้ามันให้ลงไปกองนัก”
“ก็ตบสิ แม่ไม่เคยคิดจะขัดขวางนั่นไง มันลอยหน้าเข้ามาแล้ว จิตเริ่มเลย แล้วแม่จะเป็นฝ่ายสนับสนุนอำนวยความสะดวก”
จิตรดาราหันไปปราดใส่ทันที กระชากเสื้ออีริน่าจนขาดหลุดออกมา
“อะไรกันคะ มากระชากเสื้อฉันทำไม ดูสิมันขาดแล้ว”
จิตรดาราไม่ตอบกลับตบอีริน่าทันที
“แกนัดคุณพงษ์ไปกินข้าวแกหยามหน้าฉัน คุณแม่เป็นพยาน”
คุณหญิงเสริมทันที
“แกบอกทุกคนว่าจะไปเที่ยวกับคุณพงษ์ทั้งกลางวันกลางคืน ต่อหน้าต่อตาแกมันพวกหน้าด้านคบชู้ต่อหน้าผัว แกพิจารณาตัวเองได้แล้ว ไปซะไปหา นายพงษ์ธรแล้วไปกับมันซะเลย”
อีริน่าอึ้ง
“อ้าวคุณหญิง แกล้งทำดีกับอีริน่าต่อหน้าคุณเจต พอลับหลังคุณหญิงเป็นอีกอย่าง หน้าเนื้อใจเสือ”
คุณหญิงตบหน้าอีริน่าโดยแรงสองที
“แกด่าฉัน แกกล่าวหาฉัน แกมันอวดดีเกินไปแล้ว ฉันจะทำยังไงกับแกดี แกถึงจะยอมออกไปจากชีวิตฉัน”
“วันที่คุณเจตขอหย่ากับฉัน และไม่ต้องการฉันอีกต่อไปไงคะ คุณหญิงมีอิทธิพลก็สั่งลูกชายสิคะ”
อีริน่าพูดจบหันกลับ จิตรดาราจิกผมอีริน่าจนหน้าหงาย
“แกดูถูกแม่ฉัน แกเหยียดหยามแม่ฉัน พยายามแสดงให้เห็นว่าพี่เจตรักแกมากว่าคุณแม่”
“บางทีก็อาจมีสามีบางคนรักเมียมากกว่าแม่ ถ้าแม่คนนั้นไม่ยุติธรรม ปล่อยมือของคุณออกจากผมฉัน”
จิตรดารากระชากซ้ำแรงขึ้น
“อย่ามาสั่งฉันนังลูกโสเภณี”
อีริน่าพลิกตัวกลับมา แล้วกระชากผมจิตรดาราบ้างจนหน้าหงาย
“อย่ามาแตะต้องแม่ฉัน”
“ว๊าย แกทำร้ายลูกฉัน อีลูกโส...เอ้อ หยุดนะ” คุณหญิงกรี๊ด
“คุณแม่ทำอะไรสักอย่างช่วยจิต โอ๊ยเจ็บ”
คุณหญิงคิดว่าจะทำยังไงดี หวินส่งแจกันใบหนึ่งมาให้เป็นแจกันลายคราม
“ฟาดหน้ามันให้แหก เอาให้ดั้งหักเลยค่ะคุณหญิง”
คุณหญิงรับมาไม่ดูว่าแจกันอะไร แล้วทุ่มไปใส่หน้าอีริน่าทันที อีริน่าหลบอย่างคล่องแคล่ว แจกันลอยไปปะทะหน้าของจิตรดาราเต็มๆ
“อร๊าย”
จิตรดารากรี๊ดลั่น ทั้งคุณหญิงและอีริน่าตกใจ จีรณัทย์ได้ยินเสียงเอะอะมาดู
“อะไรกันน่ะ”
อีริน่าตะลึง จิตรดาราทรุดลงไปกองแน่นิ่งไป คุณหญิงมองมือตัวเองที่ทุ่มแจกันออกไป มองหน้าหวินมองแจกันแล้วตบหน้าหวิน
“ว๊าย...มาตบหน้าหวินทำไมกันคะ”
“นั่นแจกันประจำตระกูล ตอนนี้ราคาหาไม่ได้ แกดันส่งมาให้ฉันปาหน้าลูกสาวตัวเอง” คุณหญิงโวย
“คุณแม่เอาแจกันปาหน้าน้องจิต” จีรณัทย์ตกใจ
“แม่ไม่ได้ทำ นังหวินแกบอกสิว่าฉันไม่ได้ทำ”
หวินชี้ไปที่อีริน่า
“นังเอ๊ย...คุณอีริน่าทุ่มแจกันใส่หน้าคุณจิตเต็มๆค่ะ”
“ใช่...อีริน่าทุ่มแจกันใส่หน้ายัยจิต” คุณหญิงใส่ความทันที
“ไม่...ไม่จริงคะ” อีริน่าร้องลั่น
“จริง” หวิน กับคุณหญิงเสียงดังพร้อมกัน
“พี่จีขา รีบพาคุณจิตไปส่งโรงพยาบาลด่วนเลยนะคะ” อีริน่าร้องบอก
คุณหญิงโวยลั่น
“ลูกจิตของแม่ อีริน่าใจดำใจร้ายเกินไปแล้วนะ”
“คะ ใจดำมาก ทำได้ลงคอ” หวินเสริม
จีรณัทย์รีบสั่ง
“ไปเรียกนายเมฆมาเร็วๆเข้าหวิน”
“น่าจะเรียกตำรวจมาจับด้วยนะคะ”
“หยุดนะหวิน” จีรณัทย์สั่งเสียงแข็ง
คุณหญิงเข้าไปกอดจิตรดาราไว้ มองอีริน่ายิ้มร้ายๆใส่ แบบเยาะเต็มที่แล้วทำร้องไห้

อารดาสั่งกาแฟให้เจตริน แล้วเดินมาส่งให้ที่โต๊ะ เมื่อมานั่งอยู่ด้วยกันในร้านเล็กๆ
“ดื่มกาแฟให้หายเซ็งค่ะ พี่เจตคิดซะว่าอีริน่าเขาเสน่ห์แรง ใครๆก็ต่างพากันหลงรักเขา และเขาก็เป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีมาก รับไมตรีจากทุกคน”
“ขอบใจมากดาที่พยายามให้กำลังใจผม ให้ผมรู้สึกดีขึ้นและไม่ถือสาอีริน่า”
“คือดาทำใจได้แล้ว แยกแยะได้แล้ว ดาเพิ่งไปวัดฟังพระอาจารย์นักเทศน์ท่านที่เก่งมาก เทศแล้วฉุกคิดได้ค่ะ”
“ขอบใจแทนอีริน่าด้วย”
อารดาขยับใกล้ไปอีกมาอิงแอบเจตริน
“พี่เจตขา”
เสียงมือถือของเจตรินดัง เขาดูชื่อ
“คุณแม่”
เจตรินรับ เสียงคุณหญิงศรินทร์ทิพย์ร้องไห้มาตามสาย
“โฮๆ เจต”
“คุณแม่ เกิดอะไรขึ้นครับ”
“น้องจิตโดนแจกันฟาดหน้าสลบไปเลย อีริน่ามันเอาแจกันฟาดหน้าน้อง
“น้องจิต นี่มันอะไรกันครับ”
ตลอดเวลา อารดาฟังหูผึ่ง เจตรินหันมาบอก
“อีริน่าบ้าไปแล้ว เอาแจกันมาฟาดหน้าน้องจิต”
อารดายิ้ม นึกรู้ว่าอีริน่าไม่ได้ทำแต่ไม่คิดว่าจะเป็นคุณหญิง แอบพึมพำ
‘…หรือว่า นังเด็กบ้านั่นมันเมายา แล้วเอาแจกันฟาดหน้าตัวเอง เลียนแบบเราเมื่อตอนเช้า สมน้ำหน้า’
เจตรินรีบบอก
“เราต้องรีบไปดูน้องจิตกันแล้วครับ”

จิตรดาราถูกส่งเข้าห้องผ่าตัด จีรณัทย์กับคุณหญิงศรินทร์ทิพย์ตามาส่งหน้าห้อง คุณหญิงร้องไห้กระซิก รู้สึกผิดในใจ
“น้องจะเสียโฉมไหมจี”
“จีไม่ทราบค่ะ จีไม่ใช่หมอ มันอาจขึ้นอยู่กับเวรกรรมของยัยจิตเองมังคะ”
“เอ๊ะ ทำไมตอบกวนประสาทแบบนี้ คนยิ่งกลุ้มใจอยู่”
เจตรินกับอารดาเข้ามาถึงหน้าห้องขณะที่จิตรดารากำลังจะหายไปในห้องผ่าตัด
“น้องจิต นี่ถึงกับต้องผ่าตัดกันเลยหรือครับ พี่จี คุณแม่”
“จมูกหัก กรามร้าว ก็ต้องผ่าตัด”
จีรณัทย์เล่า อารดาตกใจ
“ต๊าย นี่ดุร้ายกันขนาดนี้เลยหรือคะ”
“พี่ยังสงสัยว่า...”
จีรณัทย์พูดไม่ทันจบ คุณหญิงขัด
“แม่เองก็สงสัยว่า จิตใจของเด็กอีริน่ามันทำด้วยอะไร แม่เสียใจ แม่ไม่อยากจะเชื่อว่าคนเราทำร้ายกันได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ”
“คุณแม่เห็นกับตาเลยหรือคะ ว่าอีริน่าเอาแจกันขว้างหน้าน้องจิต ไม่ใช่น้องจิตเมาแล้วทำร้ายตัวเองนะคะ”
อารดามองคุณหญิงยิ้มๆเหมือนรู้ทัน
“จะมาซักไซ้ไร่เรียงอะไรกัน แค่นี้แม่ก็จะอกแตกตายแล้ว ขอนั่งรอน้องผ่าตัดจนเสร็จแบบสงบๆได้ไหม หนูดา พอที”
อารดายิ้มโกรธๆ
“ขอโทษค่ะ พี่เจตคะ ดาขอตัวก่อนคะ ไม่อยากจะเป็นส่วนเกินของครอบครัวพี่เจต ที่ความจริงดาก็อยากมีส่วนร่วมแสดงความเห็นใจในชะตากรรมของน้องจิต”
“พี่เข้าใจ ดานั่งอยู่กับเราก็ได้ คุณแม่ครับ เมื่อเช้าดาก็โดนมาแล้วคนนึง ตอนเย็นน้องจิตมาโดนอีก ผมจะต้องพูดกับอีริน่าให้รู้เรื่องแล้วครับ”
จีรณัทย์ปราม
“ทำไมไม่รอถามน้องจิตก่อน ตอนน้องฟื้นแล้วพูดกันรู้เรื่องแล้ว”
อารดาอยากแกล้งคุณหญิง
“พี่จีพูดถูกค่ะ บางทีมันอาจมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ก็ได้ค่ะ”
“นี่รวมหันกันหาว่าแม่โกหกหรือ” คุณหญิงไม่พอใจ
อารดาดึงเจตรินไปนั่งด้วยกัน คุณหญิงเดินมาดึงเจตรินไปนั่งกับตัวเอง แล้วกอดเจตรินร้องไห้ รู้สึกผิดมาก พร่ำบอกตัวเองอยู่ในใจ...จิต แม่ขอโทษ
อารดากระซิบเจตริน
“ดาจะกลับบ้านค่ะ จะไปคุยกับอีริน่า เผื่อว่าเขาจะสงบอารมณ์เย็นลงไปบ้าง”

อารดาลุก แล้วเดินแยกไป

สะใภ้หัวแดง ตอนที่ 11 (ต่อ)

นิกกี้รับโทรจากอารดา

“ครับ คุณอารดา มีอะไรให้ผมรับใช้ อะไรนะครับ ผมควรไปปลอบใจอีริน่าที่บ้าน เกิดอะไรขึ้นครับ”
“อย่าพูดมากหรือว่าไม่อยากไป รู้ไหมว่าตอนนี้อีริน่าเขาต้องการคนปลอบใจมากที่สุด”
“ตกลงครับ”
นิกกี้กระโดดชูมือดีใจ

อีริน่านั่งเศร้ามีแหววนั่งข้างๆ
“อีริน่าไม่ได้ทำจริงๆนะแหวว”
“แหววเชื่อค่ะ ว่าคุณอีริน่าไม่ได้ทำ แต่ตอนนี้อีนังหวินกับอีนังหมอน มันกระจายข่าวไปทั่วบ้านแล้วค่ะ ว่าคุณอีริน่า เอาแจกันปาหน้าคุณจิตค่ะ ถามจริงๆเถิดค่ะ ว่าใครทำคะ ในห้องนั้นมีสามคนคุณอีริน่า หนังหวินกับคุณหญิง”
อีริน่าหน้าเสีย
“อย่าให้อีริน่าพูดดีกว่า”
“นังหวินคงไม่กล้า คุณอีริน่าก็ไม่ทำ ถ้าอย่างนั้น.... ก็... คุณหญิง”
“แหวว อย่าพูดไปทีเดียวนะ ไม่มีใครเชื่อหรอก”
“แล้วคุณอีริน่าจะยอมรับผิดแทนคุณหญิงจริงๆหรือคะ”
“ถ้าฉันไม่ยอมรับแล้วใครจะเชื่อ”
“ทำไมคุณหญิงถึงทำอย่างนั้นคะ”
“คงไม่ได้ตั้งใจจะปาใส่คุณจิตแต่ เอ้อ...”
“เข้าใจแล้วค่ะ คือ คุณหญิงจะปาใส่คุณอีริน่าแต่ว่าพลาดไปใส่ลูกสาวตัวเอง เวรกรรมตามทันกันในชั่วเสี้ยววินาทีจริงๆนะคะ”
อีริน่าน้ำตาคลอ ศรีเข้ามา
“คุณอีริน่าขา คุณนิกกี้มาหาค่ะ”
อีริน่าส่ายหน้า แต่นิกกี้เข้ามาแล้ว

ในห้องคนป่วยเห็นจิตรดารานอนบนเตียงเริ่มรู้สึกตัว มีผ้าปิดกลางดั้งจมูก มีผ้าแปะหน้าผาก ครางเบาๆกวาดตามองรอบเตียง เห็นเจตรินนั่งอยู่
“พี่เจต”
“พี่อยู่นี่ค่ะน้องจิต ปลอดภัยแล้วนะคะน้อง”
จิตรดารากวาดตามองต่อไป เห็นจีรณัทย์
“พี่จี”
“พี่พาจิตมาโรงพยาบาลเอง มากับคุณแม่”
จิตรดาราปรายตามองนิดหนึ่ง แล้วเมินไปทางอื่น น้ำตาคลอ
“ลูกจิต”
“ไม่เห็นต้องมาสักหน่อย”
“โธ่ ลูกจิต ทำไมพูดกับแม่แบบนี้”
“คุณแม่เป็นห่วงน้องมาก ร้องไห้ตลอดเวลากลัวว่าน้องจะเสียโฉม” เจตรินช่วยพูด
“คิดว่าจะสมน้ำหน้าซะอีก” จิตรดาราเมินหน้าหนีอีก
จีรณัทย์มองจิตรดารามองแม่แล้วชักเริ่มมั่นใจว่าความจริงเป็นยังไง
“ทำไมพูดราวกับว่าคุณแม่ดีใจที่เธอเป็นอย่างนี้ ทำไมไม่ไปโกรธคนที่ทำร้ายเธอ มาโกรธคุณแม่ทำไม”
“ถามคุณแม่ดูสิคะ ว่าใครทำร้ายจิต เพราะตอนนั้นจิตไม่ทันได้มองถนัดตาค่ะ ตรงนั้นมี นังอีริน่ากับกับนังหวิน และคุณแม่ เท่านั้น”
คุณหญิงรีบพูดแก้
“ทำไมลูกพูดราวกับสงสัยแม่ ก็แม่เห็นอีริน่าปาใส่ลูกชัดๆ แล้วคนที่เป็นแม่ จะทำกับลูกได้ลงคออย่างนั้นหรือ”
“ถ้าจะทำก็ทำไปโดยไม่ตั้งใจ เป็นอุบัติเหตุ”
คุณหญิงไม่พอใจ
“นังจีรนัทย์”
“คุณแม่ครับ พี่จีแค่พยายามอธิบายให้น้องจิตเข้าใจ ไม่มีใครไปกล่าวโทษคุณแม่ได้หรอกครับ น้องจิตคิดว่าระหว่างอีริน่ากับหวิน ใครเป็นคนปาน้องจิต”
จิตรดาราอึ้งไป บอกตัวเองในใจ...เราต้องกำจัดนังอีริน่า เราต้องทำให้พี่เจตและทุกคนเกลียดชังมัน...
“ว่าไงน้องจิต”
จิตรดารามองหน้าคุณหญิงที่หวาดผวามาก
“อีริน่าคะ”
เจตรินไม่พอใจมาก หน้าคุณหญิงถอนใจโล่งอก จีรณัทย์อุทาน
“น้องจิต อะไรกันนี่”
คุณหญิงขัด
“ชัดเจนจากปากยัยจิตแล้ว จบได้ สำหรับเรื่องนี้ ต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของเจต จะไปอบรมบ่มนิสัยเมียของลูก ให้เลิกอำมหิตโหดร้ายขึ้นทุกวันแบบนี้”
เจตรินหม่นหมองมาก

อีริน่ารำคาญนิกกี้ พยายามบอกให้เขากลับ
“นิกกี้ กลับไปได้แล้ว”
“โธ่ อีริน่า ผมเพิ่งมาจะไล่กลับแล้วหรือ”
“บอกแล้วว่าเราไม่ควรมาพบกันบ่อยๆ”
“ผมไม่บังอาจทำตัวเลวๆล่วงเกินอีริน่าเหมือนครั้งแรกนั่นอีกแล้ว ผมเคารพศักดิ์ศรีของอีริน่านะครับ ผมน่ะเลวเป็นพักๆ แต่รักอีริน่าตลอดเวลานะครับ”
อารดาเดินยิ้มเข้ามา
“บรรยากาศเป็นใจมาก ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว เหมาะกับการบอกรัก เชิญตามสบายนะนิกกี้ อีริน่า”
แล้วอารดาก็ยิ้มเดินหายไปจากที่นั่น
“คุณทำฉันเสียหายอีกแล้ว กลับไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“คำก็ไล่สองคำก็ไล่ จะไล่กันไปถึงไหน ผมขอแค่นั่งเป็นเพื่อนเท่านั้นเอง”
“ตามใจ คุณอยากนั่งก็นั่งไปคนเดียว ฉันไม่นั่งตรงนี้แล้ว”
อีริน่าเดินหนี นิกกี้คอตก

จิตรดารายังคงหมางเมินใส่คุณหญิงศรินทร์ทิพย์ที่พยายามเอาใจ
“กลับไปกันเถิดค่ะ จิตจะเรียกคุณพงษ์มาอยู่เป็นเพื่อน”
“เขาเป็นผู้ชาย มันน่าเกลียด เสียชื่อหมด”
“พี่จะอยู่เป็นเพื่อนน้องจิตเอง” จีรณัทย์บอก
“แม่จะอยู่เอง” คุณหญิงพยายามเอาใจ
“ไม่ต้องสักคนค่ะ จิตอยากอยู่คนเดียว ถ้าไม่อยากให้จิตคิดสั้นคิดอยากตายเพราะอายที่อาจเสียโฉม กรุณาปล่อยจิตไว้คนเดียว”
สามคนมองหน้ากัน เจตรินพยักหน้า

นิกกี้คอตกกำลังจะไปขึ้นรถ อารดามาเรียก
“นิกกี้ อย่าเพิ่งไปสิ”
“อีริน่าบอกให้ผมไปผมก็ต้องไป ไม่อยากขัดใจเธอ กลัวเธอจะเกลียดน้ำหน้าเอา”
“อีริน่าแกล้งไล่เธอต่างหากนิกกี้ อีริน่าอยากออกไปเที่ยวข้างนอกจนตัวสั่น”
“ฮ้า”
“แต่เธอประเจิดประเจ้อเกินไป รอตรงนี้แหละ อีริน่าบอกว่าจะแต่งตัวแล้วจะออกมาหา”
“ไชโย” นิกกี้หัวเราะอย่างดีใจ
อารดาแอบพึมพำ
“ปัญญาอ่อน”

พงษ์ธรอิงแอบเชอรี่ที่กำลังเซ็นเช็คให้ เขาชะโงกมองแล้วยิ้ม หอมแก้มเชอรี่ที่ดึงเช็คที่เซ็นแล้วมาส่ง
ให้
“เชอรี่ขอโทษที่เข้าใจคุณผิด หึงหวงจนเกินเหตุ เชอรี่สัญญาว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก นี่สองแสนสมทบค่าผ่อนคอนโดเพนท์เฮาส์ของเราค่ะ”
“ทูนหัว เราจะไม่ทะเลาะกันอีก”
เสียงมือถือดังพงษ์ธรมอง เห็นตัวหนังสือขึ้นว่า...จิต...
เชอรี่มองพงษ์ธรที่ส่ายหน้า
“พวกมาขอยืมเงิน พงษ์ไม่รับหรอก จะอยู่กับเชอรี่ทั้งคืนจนเช้า”
พงษ์ธรปิดมือถือ หันมาเอาใจเชอรี่ต่อไป

จิตรดาราถือไอโฟนในมือผิดหวัง
“พงษ์ตัดสายจิต พงษ์กำลังนอกใจจิต เอาสิ อย่านึกว่ามีแต่พงษ์คนเดียวที่เอาใจจิต คนอื่นก็อยากเอาใจจิต”

จิตรดารายกไอโฟนขึ้นมา

ในห้องนอนของพวกแหววกับศรี...อีริน่าบอกสองคน
“คืนนี้อีริน่าขอนอนกับแหววกับป้าศรี”
“ว๊าย” สองคนร้อง
“ไม่ได้นะคะ ทำแบบนี้คนที่กำลังเล่นงานคุณอีริน่าจะตีปีกดีใจที่ทำให้คุณอีริน่ายกธงขาวยอมแพ้ค่ะ” แหววรีบบอก
“พวกเขาฟันธงไปแล้ว ว่าต้องเล่นงานอีริน่า ต้องให้อีริน่าออกไปจากที่นี่ให้ได้” อีริน่าบอกเศร้าๆ
“รู้อยู่เต็มอก แล้วทำไมต้องทำไปตามที่เขาวางแผนไว้คะ กลับไปห้องตัวเองนะคะ” ศรีพยายามปลอบ
“สองคนนี้ไม่ต้องการให้อีริน่าอยู่ด้วย อีริน่าไปก็ได้”
อีริน่าเดินออกไปจากห้องสองคน

เจตรินขับรถมาถึงหน้าบ้าน เห็นนิกกี้ยืนพิงรถยิ้มอยู่ นิกกี้โบกมือ
“มีอะไรไม่ทราบ และมาทำไมไม่ทราบ”
“รออีริน่าแต่งตัว เราจะออกไปข้างนอกกัน อีริน่าต้องการคนปลอบใจ”
เจตรินสิ้นความอดทน เปิดประตูเดินตรงไปหานิกกี้ ชกโครมเต็มใบหน้า
“อย่ามาสะเออะจุ้นกับเมียของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าบ้านฉันเดี๋ยวนี้”
รถของคุณหญิงศรินทร์ทิพย์ มาจอดเห็นเหตุการณ์ชะโงกหน้ามาดู
“เจต ไปชกเขาทำไมลูก”
“พอแล้วเจต อย่าไปทำเขา” จีรณัทย์ร้องห้าม
เจตรินกำลังกระชากนิกกี้ขึ้นมา จะชกซ้ำ ชะงัก คุณหญิงรู้ทันทีฉวยโอกาสให้ร้ายอีริน่าต่อไป
“นัดอีริน่าไว้หรือ นิกกี้”
“ครับผม เธออยากออกไปข้างนอก เธอให้ผมรอหน้าบ้าน”
“กลับไปเถิดนิกกี้ อย่ามาทำความวุ่นวายให้ที่นี่อีกต่อไปเลย” จีรณัทย์สั่ง
“ไป” เจตรินตวาด
นิกกี้ค่อยๆลุกไปอย่างเซ็งๆ

เชมชาติมาหาจิตรดาราตามที่เธอโทรไปเรียก
“ผมมาตามคำสั่งแล้ว จิตรดารา”
“ขอบใจมากค่ะ ที่มีน้ำใจมาหาจิต”
“อีริน่าไม่น่าทำร้ายคุณจิตได้ถึงเพียงนี้ โถ ผมโกรธแทนนะครับ”
เชมชาติทำทีไปจับมือถือแขนจิตรดารา
“จิต อยาก เอ้อ...”
“ไม่มีปัญหา ผมเตรียมมาแล้ว ผมรอบคอบเสมอ”
จิตรดารายิ้มพอใจมาก

อีริน่าเดินหงอยมาจากเรือนคนใช้ พบคุณหญิงศรินทร์ทิพย์ จีรณัทย์ เจตริน กำลังลงมาจากรถ
“นั่นไงอีริน่า กำลังจะออกไปหานายนิกกี้”
“เขาอาจจะกำลังเดินไปที่อื่นนะคะคุณแม่อย่าโมเมสิคะ” จีรณัทย์ขัด
“จะออกไปหานายนิกกี้ หรืออีริน่า” คุณหญิงถามทันที
“เอ้อ...” อีริน่าพูดไม่ออก
เจตรินเดินตรงมาหาอีริน่ากระชากข้อมือ
“จะทำตัวบ้าไปถึงไหนอีริน่า สำนึกบ้างไหมว่าทำอะไรลงไป”
“แล้วมีใครสำนึกบ้างไหมว่าทำอะไรลงไปกับอีริน่า”
“ใช่ อีริน่าพูดถูก ทำไมไม่มีใครคิดจะพูดจะถามอีริน่าบ้างว่าความจริงคืออะไร” จีรณัทย์เข้าข้าง
“คุณแม่เห็นชัดเจนว่าอีริน่าเอาแจกันฟาดหน้าน้องจิต อารดา ก็โดนเต็มๆ เมื่อเช้านี้ ยังมีอะไรต้องไปถามกันอีกครับพี่จี กลับเข้าไปในบ้านเดี๋ยวนี้นะอีริน่า ฉันไม่ยอมให้เธอประจานวงศ์ตระกูลของฉันอีกต่อไปแล้ว ฉันอาย แล้วเธออายเป็นบ้างไหม”
อีริน่าหมดความอดทน ตบหน้าเจตรินโดยแรง
“ใจบอดหูเบา”
อีริน่าจะวิ่งออกนอกบ้าน คุณหญิงศรินทร์ทิพย์แอบยิ้ม
“ปล่อยเขาไปหานิกกี้เถิดลูกเจต”
จีรณัทย์ปราดไปดึงแขนอีริน่าไว้
“อย่างน้อยมีพี่คนนึงที่มั่นใจและเชื่อว่าเธอกำลังโดนใส่ร้าย ถ้าเธอออกไปเท่ากับเธอยอมรับว่าเธอนัดนิกกี้จริง”
เจตรินเดินเข้าบ้านไป คุณหญิงรีบตามไป จีรณัทย์ดึงอีริน่ามากอด อีริน่าร้องไห้ซบบ่าจีรณัทย์

อารดาแอบมองเหตุการณ์เห็นหมด
“วันนี้แหละ นังอีริน่าถึงแม้ไม่กระเด็นไปจากบ้าน แต่มันกับพี่เจตก็มองหน้ากันไม่ติดแล้ว”
อารดารีบแอบไปตามแผนที่วางไว้

จิตรดาราได้ยาไปแล้ว สบายใจมากขึ้น อารมณ์ดี
“ขอบใจมากค่ะ ที่มาทำให้จิตสบายใจแล้วปลอดโปร่งมากค่ะ”
เชมชาติฉวยโอกาสจับมือเธอมากุมไว้
“ผมยินดีรับใช้คุณจิตเสมอครับ ผมดีใจที่ทำให้คุณจิตสบายใจ”
“เท่าไหร่คะ จิตจะจ่ายให้”
“อย่าเอาน้ำใจของผมไปตีค่าเป็นเงินสิครับ ผมชื่นชมคุณจิตมานานแล้ว แต่เข้าไม่ถึงเพราะคุณจิตสูงเกินกว่าที่ผมจะไปบังอาจขอเป็นเพื่อน”
“พูดเกินไป จิตยินดีเป็นเพื่อนคุณเขมค่ะ”
เชมชาติจับมือทั้งสองของจิตรดารายกมาจูบ จิตรดาราไม่ว่าอะไรเพราะมึนเมา

อีริน่านั่งน้ำตาซึม อยู่กับจีรณัทย์
“พี่เชื่อว่า อีริน่าไม่ได้ทำอย่างที่เจตเข้าใจผิด”
“เขาไม่มีวันเข้าใจอะไรที่ดีๆกับอีริน่าหรอกค่ะ”
“เพราะว่ามีคนใส่ร้ายยืนยันว่ามันจริง ทั้งที่มันไม่จริง เมื่อเช้าอารดาทำร้ายตัวเอง แต่จิตดาราโกหก เพราะไม่ชอบอีริน่า”
“ขอบคุณมากค่ะที่เชื่อใจอีริน่า”
“ยังอีกเรื่องสดๆร้อนๆ อีริน่ากำลังยื้อยุดอยู่กับน้องจิต แล้วจะเอามือที่ไหนไปหยิบแจกัน”
อีริน่านั่งร้องไห้นิ่งๆ จิตรดาราโอบอีริน่าไว้

หวิน กับสมรหัวเราะชอบใจ อารดานั่งฟังยิ้มย่อง สองคนกำลังเลาะเสื้อของอารดาไปด้วย
“แกเก่งมาก หวิน ทีนี้เราก็กำความลับที่ชั่วร้ายของคุณหญิงไว้ได้อีกเรื่องนึง”
“คุณหญิงตบหน้าหวินแรงมากค่ะ ข้อหาหยิบแจกันประจำตระกูลหาค่าไม่ ได้มาให้ขว้างหน้านังคุณอีริน่า มือหนักมาก” หวินฟ้อง
อารดายื่นเงินให้พันบาท
“หายเจ็บได้แล้ว แล้วช่วยกันเลาะเสื้อฉันต่อไป”
“เลาะเสร็จแล้วค่ะ” สมรยกโชว์
“เย็บกลับเข้าไปใหม่”
“อ้าว” สองคนงง
“อย่าโง่สิ ใช้เข็มเย็บไปหลวมๆ แบบมันจะขาด จะหลุดง่ายๆ”
“เพื่ออะไรคะ”
“อยากเจอเข็มแทงปากทะลุไปถึงกระพุ้งแก้มไหม”

สองคนสงบปากคำ ทำต่อไป อารดายิ้ม มั่นใจว่าแผนที่วางไว้สำเร็จแน่

แหวว ถือเครื่องอัดเสียงในมืออยู่หน้าห้องอารดา ยิ้มสะใจ
“ถึงไม่ชัดเจนนักแต่ก็จับความได้ แต่ใครจะเอากระพรวนไปผูกคอคุณหญิง กล้าไปบอกว่าท่านคือคนฟาดหน้าคุณจิตเอง เฮ้อ”
เสียงประตูทำท่าจะเปิด แหววจึงรีบวิ่งไปหลบโดยเร็ว หวินเปิดประตูออกมาดู ส่ายตาหาว่าใครอยู่หน้าห้อง แต่ไม่เห็นใคร

คุณหญิงศรินทร์ทิพย์ทำทีปลอบโยนเจตริน
“ทำใจให้สงบเถิดลูก แต่งงานกับเขาไปแล้ว ก็ต้องทำใจนะลูก”
“ผมเหนื่อยทั้งกายทั้งใจ ผมขอตัวไปพักก่อนครับ”
เจตรินเดินออก คุณหญิงพึมพำเรื่องจิตรดาราไม่เลิก
“จิตรดารา แม่ขอโทษ ยกโทษให้แม่ด้วย”

ในห้องพักโรงพยาบาล จิตรดาราเริ่มง่วง ทำท่าจะหลับ เชมชาติยิ้มมองจิตรดารา โอบกอดเพราะรู้ว่าเธอไม่ค่อยรู้สึกตัว
“เด็กโง่แบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ เธอต้องสามารถทำเงินให้ฉันได้มากมายแน่ๆ นึกอิจฉาไอ้พงษ์มันมานานแล้ว”
เชมชาติก้มลงไปหอมแก้มจิตรดาราที่หลับไปแล้ว

เจตรินนั่งกลุ้มใจเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ในห้องนอน
“อีริน่า ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ ฉันน่าจะเฉลียวใจตั้งแต่วันที่เธอล้วงกระเป๋าฉันแล้ว ว่าเธอเหลือขอ ฉันผิดหวังเหลือเกิน”
เสียงเคาะห้อง เจตรินคิดว่าอีริน่า แอบดีใจรีบเดินไปเปิดประตู อารดายืนยิ้มหวานใส่เสื้อโป๊มาตรงหน้า
“ดาเองค่ะ พี่เจต ดามีอะไรจะบอกค่ะ”
เจตรินตะลึงแล้วส่ายหน้าเมื่อได้สติ
“ไม่นะ อย่าเข้ามา”
แต่อารดาพรวดเข้ามาแล้วแถมวิ่งไปอยู่บนเตียงนอนบนเตียง
“มาคุยกับดาสิคะ”
เจตรินส่ายหน้า
“ไม่ รีบออกไปจากห้องเถิดครับ”
“ไม่ค่ะ จนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เรื่อง”
“แต่ผมไม่มีอะไรจะคุย”
“ถ้าเป็นเรื่องเอกสารของคุณแม่”
“ผมคุยได้ทุกเรื่อง แต่ไม่ใช่คุยที่ห้องนี้ ขอร้อง ลุกแล้วออกไปจากห้องของผม”
อารดาส่ายหน้าแถมตะโกนออกไปให้คนได้ยิน
“ว๊ายพี่เจต จะถอดเสื้อผ้าดาทำไมคะ”
เจตรินตะลึง
“อารดา บ้าหรือ”
“ว๊ายๆ” อารดายิ่งร้องเสียงดังขึ้น

จีรณัทย์กำลังปลอบอีริน่าให้สู้อย่าถอยถอดใจ
“อย่าถอดใจ กลับไปที่ห้องของอีริน่า และพูดจาทำความเข้าใจกับเจต”
“เขาไม่เข้าใจหรอกค่ะ เขามีอคติกับอีริน่า”
“ถ้าอีริน่าถอดใจวันนี้ มีแต่ย่ำแย่ อีริน่าอย่ายอมเด็ดขาด เพราะอีริน่าจะโดนใส่ร้ายป้ายสีมากขึ้นทุกที”
เสียงหวีดหวาดดังลอดมาในห้อง
“ว๊าย พี่เจต ถอดเสื้อดาหมดตัวแล้ว”
สองคนตกใจ อีริน่าเผลออุทานแล้วลุกพรวด
“คุณเจต”
“อีริน่ารีบไปปกป้องสามีของเธอเร็วเข้า”
อีริน่ายืนทำอะไรไม่ถูก จีรณัทย์กระชากแขนอีริน่าวิ่งออกไปนอกห้อง

ในห้องเจตริน...อารดากำลังพยายามดึงเสื้อผ้าตัวเองจนหลุดลุ่ย ปากก็ตะโกนใส่ร้ายเจตริน ส่วนเจตรินก็พยายามดึงให้อารดาลงมาจากเตียง
“อย่าคะ อย่ากระชากเสื้อดา ดูสิคะหลุดหมดแล้ว”
“หยุดนะอารดา ลงมาจากเตียงผม”
อารดาไม่ยอมลง เจตรินตัดสินใจรวบตัวอารดาอุ้มไว้

ทุกคนมายืนหน้าห้อง มองเข้าไปในห้องเป๋ง คุณหญิงศรินทร์ทิพย์ไม่พอใจมาก
“นังอารดา แกหน้าไม่อายที่สุด แหวว ศรีไปหาอะไรมาพังประตูห้องสิ”
แหววหน้าแหย
“โห เกิดคุณอารดาเธอแก้ผ้าอยู่ มันก็อุจาดตากันแย่สิคะ”
“ถ้าเกิดคุณเจตก็เปลือยอีกคน มันมิ อนาจารหมู่หรือคะ” หวินออกความเห็น
“อีบ้า”
คุณหญิงปราดไปยกเท้าจะไปถีบประตู
“คุณแม่ อย่าค่ะ” จีรณัทย์ร้องห้าม
ประตูเปิดมาชนเอาหน้าคุณหญิงโดยแรง
“ว๊าย”
“คุณแม่” เจตรินตกใจ
แหววกับศรีผวาไปรับตัวคุณหญิงไว้ทันไม่หงายท้อง เจตรินโยนอารดาลงมากองที่พื้น
“ว๊าย ทำไมโยนดาลงมาอย่างนี้คะ เจ็บนะ”

เจตรินไม่สนใจเดินมาหาคุณหญิงอย่างเป็นห่วง เช่นเดียวกับจีรณัทย์ สมรกับหวินผวามาประคองอารดาที่ร้องเหมือนบ้าคลั่ง ทั้งโกรธทั้งอาย อีริน่ามองเจตรินที่มองมาที่เธอพอดี สองคนสบตากัน เจตรินส่ายหน้า พยายามจะบอกว่าไม่จริงนะ อีริน่าน้ำตาคลอ หันกลับไปจากที่นั่นทันที

คุณหญิงศรินทร์ทิพย์นั่งเอนที่โซฟา จีรณัทย์ช่วยประคบหน้าให้ เจตรินประคับประคองอย่างเป็นห่วง
“ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจทำร้ายคุณแม่นะครับ”
“แม่ไม่อยากได้คำขอโทษของเจต แม่อยากรู้ว่าทำไมเจตถึงกับต้องกระชากเสื้อผ้าของอารดาจนขาดหลุดลุ่ยรุ่งริ่งขนาดนั้น”
“คุณแม่น่าจะชอบใจนะคะ คุณแม่สนับสนุนอารดาและเข้าข้างเขานี่ค่ะ” จีรณัทย์ประชด
“เอ๊ะยัยจี อย่ามาเยาะเย้ยแม่นะ ก็แม่บอกแล้วไงว่าเวลานี้ แม่หวานอมขมกลืนกับอารดา เพราะมันถือแต้มเหนือเราอยู่ มันฉวยโอกาสกดหัวเราด้วย เรื่องเอกสารบ้าๆนั่น แกนี่ชอบแคะคุ้ยหาความแม่ตลอดเวลา แกเห็นคนอื่นดีกว่าแม่”
“จีเห็นความถูกต้องเป็นสำคัญต่างหาก”
คุณหญิงหันไปหาเจตริน
“เจต แม่ขอร้องนะ กับอีริน่าน่ะเจตพลาดไปแล้วอย่าพลาดซ้ำสอง กับอารดาเลยลูก”
“กับอีริน่าผมต้องการเอง แต่กับอารดาผมไม่เคยต้องการเธอนะครับ คุณแม่”
“ฟังลูกชายฉันพูดแล้วอกจะแตกตาย โอยวันนี้มันวันอะไรกัน เดี๋ยวคนโน้นเป็นนี่ คนนี้เป็นนั่น เจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งใจ มีลูกชายจิตใจมันกลุ้มรุ่มร้อนซะยิ่งกว่ามีลูกสาว น่าจะเอาขี้เถ้ายัดปากให้กินซะตั้งแต่ตัดสายสะดือ”
เจตรินถอนใจ
“ผมสาบานว่าไม่ได้ปล้ำอารดา นะครับ”
“นั่นสิคะ มันช่างเหมือนกับกรณีของอีริน่าเลยแหละ อีริน่าคงอยากจะบอกกับทุกคนว่า ไม่ได้ทำร้ายอารดา”
จีรณัทย์เสริม คุณหญิงไม่พอใจ
“เอ๊ะยัยจีนี่วกไปเข้าข้างนังเอ้อ อีริน่าจนได้”
“เจตลองเอาใจเจตตอนนี้ไปใส่ใจอีริน่าตอนเช้า หรือตอนบ่ายนี้สิแล้วจะรู้ซึ้งถึงจิตใจของคนที่โดนกล่าวหา”
คุณหญิงตบหน้าจีรณัทย์ กลัวพูดพาดพิงถึงตัวเอง
“แกอย่ามาพาดพิงแม่ด้วยการชี้นำน้อง ให้มองแม่เป็นแม่ผัวใจร้าย”
“คุณแม่ครับ พี่จีไม่ใช่คนอย่างนั้น” เจตรินแย้ง
“คุณแม่ค่อยยังชั่วจนตบหน้าจีได้แรงๆแล้ว จีขอตัวค่ะ”
จีรณัทย์เดินออกไปนอกห้อง เจตรินเริ่มคล้อยตามคำพูดของพี่สาว เขารำพึงในใจ
“จริงสินะ อารดาอาจสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายอีริน่า แต่เมื่อตอนบ่าย มีเพียงคุณแม่กับอีริน่า เท่านั้น”
“พึมพำอะไร ลูกเจต มองหน้าแม่ทำไม”
คุณหญิงเริ่มไม่สบายใจ แล้วเริ่มร้องไห้โฮๆ
“คุณแม่”
“ลูกไม่ได้พูดแต่ลูกกำลังคิดว่าแม่ใส่ร้ายอีริน่าว่าเป็นคนปาแจกันใส่หน้าน้อง แม่เป็นแม่นะรักยัยจิตตามใจจนเสียคน ทำไมแม่ต้องไปทำร้ายยัยจิตให้มีสิทธ์เสียโฉม ยัยจิตของแม่ หายแล้ว จมูกจะคดจะงอเหมือนจมูกชะมดหรือเปล่า ฮือฮือ”
เจตรินกอดแม่ไว้ ส่ายหน้า
“คุณแม่ครับ พระคุณคุณแม่ท่วมหัว ผมไม่เคยแม้แต่จะบังอาจคิดอย่างนั้นกับคุณแม่ ถ้าคิดอย่างนั้นนั่นมันลูกอกตัญญูแล้วครับ”
คุณหญิงค่อยเบาใจแต่ยังทำสะอื้นเล็กๆ
“แม่ขอบใจ ลูกเจตรีบไปทำความเข้าใจกับอีริน่านะไหนไหนก็แต่งงานกันแล้ว แม่ไม่อยากให้ลูกต้องเลิกราไปหาอารดา แม่ว่าไอ้เรื่องเมื่อเช้า อารดาจัดฉากเขียนสคริ๊บให้ตัวเอง แบบเดียวกับเมื่อกี้แน่นอน”
เจตรินไหว้แม่
“ขอบพระคุณมากครับ คุณแม่”
เจตรินกอดแม่หอมแม่แล้วเดินออกไป คุณหญิงมองตามยิ้มๆรำพึงในใจ
“ฉันจะเสี้ยมให้ลูกชายฉันหมั่นไส้แกทั้งสองคน จนถึงขึ้นบอกศาลา ฉันจะยุแยงตะแคงรั่วให้แกสองคนฆ่ากันตายได้ยิ่งดี ฉันจะจับตา เพื่อรอโอกาส และจังหวะจัดการพวกแกให้ราบคาบ”
คุณหญิง ยิ้มร้ายกาจสะใจ

อารดาร้องไห้คร่ำครวญ สมรกับหวินกำลังพยายามเอาผ้ามาคลุมให้
“ทำไม ทำไมเขาทำกับฉันอย่างนี้ได้”
“ทำไมเขาไม่ทำอย่างนี้กับนังอีริน่าบ้างคะ” หวินถาม
“ทำไมเขาไม่แยแสฉันบ้างเลย” อารดาคร่ำครวญ
“เพราะเขาแยแสนังอีริน่าเท่านั้นค่ะ” หวินยุยง
“นังบ้า แกสองคนเห็นนังอีริน่าดีกว่าฉัน”
อารดาจิกข่วนสองคนพัลวัน หวินพยายามเถียง
“คุณเจตต่างหากคะ ที่เห็นมันดีกว่าคุณดา”
“เราสองคนไม่มีวันเห็นมันดีกว่าคุณดาหรอกค่ะ” สมรเอาใจ
“อย่าพยายามทำแบบนี้อีกเลยค่ะรายการถลกเสื้อยั่ว มันไม่ได้ผลหรอกค่ะ” หวินแนะ
“แถมเสียหายกับตัวเองนะคะ” สมรเสริม
“รู้ถึงไหน อายเพิ่มต่อเนื่องจากเรื่องคุณพ่อล้มละลายนะคะ”
“อีบ้า อย่ามาตอกย้ำซ้ำเติมกันนะ” อารดาโมโห
“คุณดา ตอกจนสุดลิ่มทิ่มประตูเองแท้ๆนะคะ โอ๋...มาคิดกันใหม่ดีกว่าค่ะว่าจะทำยังไง ถึงจะครองใจคุณเจตได้ คุณดาใจร้อนเกินไป เป็นต่อมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว มาทำเรือล่มเมื่อจอด ตาบอดเมื่อถึงฝั่งซะงั้น” หวินปลอบ
อารดาหยุดคร่ำครวญ แค้นอีริน่าเพิ่มขึ้นอีก
“จริงของหวิน ยิ่งเกลียดต้องยิ่งทำรัก ยิ่งแค้นต้องยิ่งทำเมตตา นังอีริน่าฉันจะวางแผนใหม่ทำร้ายทำลายแกให้ไม่มีที่ยืนในประเทศไทย แกต้องกลับมอสโควในฐานะนางโสเภณีส่งออก”
อารดา คิดหาทางจัดการอีริน่าแบบใหม่ๆต่อไปอีก สองคนยกนิ้วโป้งให้

จีรณัทย์เกลี้ยกล่อมอีริน่าในห้อง
“นี่แหละที่เขาเรียกว่าฮีททีเรีย โรคบ้าผู้ชายกำเริบ น่าสมเพชเวทนา สมแล้วที่เจตไม่ยอมแต่งงานด้วย”
“น่ากลัว น่าตกใจมากค่ะ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหญิงกับทุกคนไปยืนหน้าห้อง คุณเจตคงไม่ออกมาหรอกค่ะ ทุกอย่างคงผ่านไปด้วยดีสมใจคุณอารดากับเขา”
“ถ้าอยากสมใจ ทำไมเขาถึงจะเอาอารดาออกมาโยนทิ้งหน้าห้องให้อับอายขายหน้า อีริน่าจะยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้นะ อีริน่าเป็นภรรยา มีสิทธิ์ปกป้องสามีของตัวเอง กลับไปห้องของอีริน่าซะ”
“พี่จีไล่อีริน่าอีกคนแล้วหรือคะ วันนี้ทุกคนไล่อีริน่า แม้แต่ แหววกับป้าศรีก็ไม่ยอมให้อีริน่านอนด้วยอีริน่าเลยต้องเดินไปนอกบ้าน กลายเป็นนัดนิกกี้ไปอีก”
“อีริน่ากับเจตแต่งงานกันเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม และไม่ได้รักกันก็ช่างเถิด แต่ถ้าอีริน่ากับเจต มีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาแล้ว และรักกัน ก็อย่าให้มีอะไรมาแทรกกลางเป็นมือที่สามที่สี่เลย”
อีริน่ารำพึงในใจ
“สารพัดมือและสารพัดเท้าด้วยซ้ำค่ะ”
“เชื่อพี่ เจตไม่ได้เป็นคนดึงเสื้อผ้าของอาราดา แต่เธอดึงทึ้งตัวเอง เหมือนกับที่ตบตีจิกข่วนตัวเอง เมื่อเช้า”
“พี่จีทราบ” อีริน่าชะงัก
“ใช่ พี่ทราบ และยังทราบต่อไปเรื่องเมื่อตอนบ่ายที่เกิดกับน้องจิตด้วย ว่าอีริน่าไม่ได้ทำ ขอบใจมากนะ ที่ไม่พูดให้แม่พี่เสียหายที่ให้เกียรติแม่พี่”
ประตูห้องของจีรณัทย์เปิดออกมา เจตรินยืนกลางประตู
“อีริน่า กลับไปคุยกันที่ห้องของเรา”
อีริน่ารีบถอยไปยืนหลังจีรณัทย์ทันที
“ไม่มีอะไรจะคุย อีริน่าเลวทรามต่ำต้อย ไม่มีชาติตระกูล นิสัยก็เลว สมควรโดนเฉดหัว”
“อีริน่า ฟังกันบ้างสิ”
จีรณัทย์พยายามไกล่เกลี่ย
“เจตเขาเลิกเข้าใจอีริน่าผิดแล้ว เพราะเขาเองก็เพิ่งโดนทำให้ใครๆเข้าใจผิด อีริน่ากับเจตไปพูดจากันให้รู้เรื่องดีกว่านะ”
“ผมขอโทษ อีริน่า” เจตรินรู้สึกผิด
อีริน่ายังงอนๆ
“คนต่ำต้อย ข้างถนนจนตรอกอย่างอีริน่าไม่สมควรต้องมีใครมาขอโทษ แม้ว่า อีริน่าจะไม่ผิด อีริน่าก็สมใครโดนกระทืบให้จมดิน”
จีรณัทย์ขัดขึ้น
“ไหนอีริน่าเคยบอกกับทุกคนว่า จะพิสูจน์ความจริงให้ทุกคนเห็น แล้วจะมัวรอช้าทำไม”
เจตรินยื่นมือมา จีรณัทย์ดึงอีริน่าออกมาจากด้านหลังตัวเอง
“ค่ะไปเพราะพี่จีเตือนสติ ไม่ได้ไปเพราะอยากไป”
อีริน่าเดินผ่านหน้าเจตริน เชิดออกไป จีรณัทย์หันมาบอกน้องชาย
“เจต เธอยังไม่รีบตามอีริน่าไปเหรอ หรือว่าเมื่อกี้นี้เธอปลดเสื้อผ้าของอารดาเองจริงๆ”
“ไม่จริงนะครับ ผมสาบาน”
เจตรินรีบตามไป

อีริน่าเดินมาถึงหน้าห้อง หยุดนิดหนึ่งคิดในใจ
“เขาจะตามมาหรือเปล่านะ”
เสียงเจตรินดังขึ้น
“อีริน่า”
“ตามมาทำไม”
“นี่ห้องนอนผมเหมือนกัน”
“จะนอนคนเดียวไปหาที่นอนที่อื่นเถอะ”
อีริน่าพรวดเข้าห้องกระแทกประตูปิดใส่เจตรินที่กำลังจะก้าวตามมา
“อีริน่า โอ๊ย”
เจตรินเคาะประตู
“อีริน่า เปิด เปิดนะอีริน่า”
อีริน่าอยู่ในห้องพูดเสียงดังออกไป
“ใครจะเปิดประตูรับคนมือไว เผลอไม่ได้เปลื้องเสื้อผ้าเอาง่ายๆ อย่ามาเคาะเรียก ไปหาที่นอนที่ไหนที่เปลื้องผ้าใครได้ง่ายๆก็ไปเถอะ”
อีริน่ารอฟังว่าเจตรินจะตอบว่ายังไงที่ประตู...เจตรินอยู่หน้าห้อง พยายามเรียกอีริน่าต่อ อารดากับหวิน แอบมอง
“ดาไม่เคยมีค่าสำหรับพี่เจตแม้แต่น้อย ทำไม ทำไมกับนังโสเภณีข้างถนนนั่นถึงได้หลงใหลนัก ดูสิ อ้อนวอนขอเข้าห้องไปนอนกับมัน” อารดาน้ำตาคลอ
“คงเป็นรสนิยมของคุณเจตค่ะ ชอบแบบโสเภณีข้างถนน ถ้าคุณดาอยากให้เธอหลงใหลมิต้อง เอ้อ...”
อารดาตวาดทันที
“หุบปากนะแก”
“ผู้ชายมีตั้งแยะ เข้าคิวรอ ทำไมต้องไปหลงใหลคุณเจตคนเดียวคะ”
“อย่ามาออกความเห็นโง่ๆนะ ฉันรักพี่เจตคนเดียวเท่านั้น ฉันต้องพยายามต่อไป”
“อยู่ที่นี่แสนจะอึดอัด หวาดเสียว เหมือนยืนเมาบนปากหุบเหว ตกลงไปเมื่อไหร่ ตายสยองทันที ไม่มีหนทางรอด”
“ให้มันตายไป แต่ฉันไม่ยอมตายคนเดียว ศัตรูของฉันมันต้องตายด้วย นังอีริน่า นังจิต นังคุณหญิง แม้กระทั่งพี่เจตที่ฉันรักที่สุดก็เถอะ”
อารดาหน้าตาดุดันน่ากลัว

สะใภ้หัวแดง ตอนที่ 11 (ต่อ)

อีริน่ายืนตรงประตูไม่ได้ไปไหน ในใจแคร์เจตรินมากมาย อยากอธิบายแต่โกรธที่เขาไม่ยอมเข้าใจ
“อีริน่าจะให้ฉันคิดยังไง ในเมื่อมันมีแต่เรื่องทำนองนี้ทุกวัน ให้เห็นกับตาถ้าฉันไม่แคร์อีริน่า ฉันจะเดือดร้อนทำไม ทำไมเธอไม่คิดบ้างว่าจะมีสามีที่ไหนเห็นภรรยาไปกินข้าวกับคนอื่น โดยไม่บอกกล่าว แถมมีอีกคนคอยเทียวรับเทียวส่งแล้วจะไม่โกรธ เราเป็นผัวเมียไม่ใช่เป็น เพื่อนร่วมห้องเรียนกัน จะได้ช่วยลุ้นให้เธอไปลั้ลลากับคนอื่น”
อีริน่าเริ่มคิด คล้อยตามพูดกับตัวเอง
“มันก็จริงของเขา แล้วเรื่อง คุณอารดา นั่นอีก เขาคงโกรธเรามาก”
เจตรินยืนหน้าห้อง ไม่ยอมแพ้
“เรื่องอารดานั่น ฉันไม่สนใจหรอก ต่อให้เธอตบอารดาจริงฉันก็ไม่โกรธ ฉันแค่ปวดหัวเพราะรู้ดีว่าอารดาชอบใส่ร้ายเธอ สมควรโดนโต้ตอบบ้าง”
อารดาทนไม่ได้ที่ได้ยินเจตรินพูดอย่างนั้น
“ทนไม่ไหวแล้ว”
อารดาผวา หวินกระชากไว้ กระซิบสอน
“ใจร้อนจนจะเสียแผนสุดท้ายอีกแล้วนะคะ เมื่อกี้เราคุยกันไว้ว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ให้ได้ชัยชนะ นะคะ”
“แต่แกไม่ได้ยินพี่เจตเขาพูดจาย่ำยีฉันหรือ พูดแบบนี้นังอีริน่ามันก็ตีปีกดีใจเยาะเย้ยฉันสิ”
“คุณดาออกไปได้ค่ะ แต่ออกไปในภาคใหม่ ไม่ใช่คุณดาคนเดิม รอจังหวะ นะคะ”
อารดาพยักหน้ากัดฟันกรอดๆน้ำตาซึม

เจตรินเริ่มอ่อนใจ
“อีริน่า ไม่ยอมเข้าใจ ไม่ยอมพูดจากันวันนี้ก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันใหม่ฉันจะไปหาที่นอนที่อื่น”
เจตรินขยับตัว เสียงประตูห้องเปิดพร้อมกันหลายห้อง คุณหญิงศรินทร์ทิพย์เรียก
“มานอนห้องแม่นะเจต”
อารดาผวามาจากอีกทาง ก้มลงไหว้เจตริน
“อารดา”
“ค่ะ ดามาสารภาพผิดค่ะ คือ แผลดาอักเสบค่ะ หวินมันเอายาให้ดากิน แต่กินเกินขนาดดาเกิดคลุ้มคลั่ง ไม่รู้สึกตัว ทำอะไรบ้าๆลงไป อภัยให้ดานะคะ”
คุณหญิงเบ้หน้า
“ยาบ้ายาบออะไร ทำไมกินแล้วเมามายขนาดนั้น บ้าหรือเปล่า”
อารดาเดินไปใกล้คุณหญิงพูดได้ยินลำพังสองคน
“คุณแม่ขา นังหวินมันเป็นคนส่งแจกันบินนั่นตามคำสั่งคุณแม่ จะเอาไปปาหน้านังอีริน่า แต่ว่ามันพลาดไปโดนเอาลูกสาวตัวเองเข้า ดาเนี่ยไม่ได้ตั้งใจ จะกำความลับของคุณแม่ แต่มันช่วยไม่ได้ คุณแม่บอกให้พี่เจตยกโทษให้ดาแล้วดาก็จะจบเรื่องแจกันบินของคุณแม่ค่ะ แก่แล้วอยากโดนลูกตัวเองถอนหงอกมันเจ็บปวดนะคะ”
คุณหญิงเจ็บแค้น
“สักวันเธอโดนขู่แบบฉันบ้างเธอจะเจ็บยิ่งกว่าฉัน เจต เรื่องทั้งหลายที่เกิดขึ้นวันนี้ แม่ขอร้องเลิกแล้วต่อกันให้หมด อารดา กลับไปห้องได้แล้ว เจตไปนอนที่โซฟาในห้องแม่นะลูก”
“ดากับหวินหมอนจะกลับไปนอนบ้าน พี่เจตไปนอนห้องนั้นตามสบายค่ะ”
เสียงประตูห้องเปิด อีริน่ามายืนหน้าห้อง เจตรินหันไปมองแม่ มองอารดา
“ขอบคุณมากครับคุณแม่ ขอบใจมากอารดา”
สองคนยิ้ม กะว่าเจตรินหันไปห้องที่ตนเองเสนอ ปรากฏว่า เขาเดินเข้าห้องอีริน่าไป คุณหญิงอึ้ง
“ลูกเจต”
อารดาชะงักเสียใจ
“พี่เจต”
อีริน่าเดินตามเจตรินเข้าไปแล้วปิดห้อง อารดากับคุณหญิงหันมามองหน้ากัน
“เสียใจด้วยนะหนูดา ที่ขนาดลงทุนถลกผ้ายังไม่สามารถเอาชนะมันได้”
“ดาก็เสียใจกับคุณแม่นะคะ ขนาดเป็นแม่ ยังเอาลูกชายไม่ให้หลงเมียมากกว่ารักแม่ได้”
สองคนมองหน้ากันแค้นๆ

เช้าวันใหม่...จิตรดารานอนหลับบนเตียง เขมชาตินั่งยิ้มจิบกาแฟมองครุ่นคิดในใจ
“อีหนูผู้อ่อนโลกโดนตามใจ จนไม่เคยรู้ว่าโลกนี้มันมีแต่คนจ้องทำร้ายทำลายกัน”
พงษ์ธรเคาะห้อง แล้วเดินเข้ามา
“เขม นี่แกมาเฝ้าอยู่จนถึงเช้าเลยหรือนี่”
“เด็กมันอ้อน มันอยากยาเลยจัดให้ น่าเสียดาย ไม่น่าป่วยเลย ไม่อย่างนั้นละก้อ”
“ยังไงละก้อ ยังใช้ประโยชนเรื่องเงินๆทองๆกันได้อีกนาน ฉันมีคนมาเสนอแกรายใหม่แบบเร่งด่วน ราคาน่าจะดีด้วยนะแก”
“ใคร”
“เชอรี่ ฉันเบื่อยัยนี่มาก จะโบ้ยให้แกเอาไปจัดการตอนที่พวกเราไปพัทยานี่แหละ”
“โอเค แล้วอารดา”
“จัดการไปพร้อมกันที่พัทยา”
“แล้วคนนี้ฉันขอเอี่ยวกับนายไว้ก่อนได้ไหม สมบัติผลัดกันชมนะเพื่อน”
“รอฉันดาวน์คอนโดจบแล้วเอาไปขายต่อก่อน โอเค”
“ก็ได้”
สองคนจับมือกัน มองจิตรดาราที่ยังหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยา

ในห้องนอนเจตรินกับอีริน่า...เจตรินตื่นขึ้นพึมพำเรียก
“อีริน่า”
เจตรินลุกมามองหาอีริน่า มาชะโงกข้างเตียง อีกด้านไม่มี
“อีริน่า...อีริน่า หนีไปแล้ว โธ่”
เจตรินไม่สบายใจมาก

เจตรินอาบน้ำใส่ผ้าเช็ดตัวเดินมาที่ตู้เสื้อผ้า จะหยิบเสื้อผ้าปากก็ว่าไปด้วย
“เมื่อคืนก็ยังไม่ทันได้พูดจา กลัวว่าจะอารมณ์ยังร้อน สัญญาว่าจะมาพูดกันตอนเช้า นี่เราถูกเด็กหลอกอีกแล้วหรือนี่”
เจตรินจะเปิดตู้แล้วบ่นต่อ
“ใช่แล้ว แอบหนีออกไปหานายพงษ์ หรือไม่ก็นายนิกกี้แน่ๆ พอโดนจับได้ก็มาอ้างว่า” เจตรินทำเสียงเล็กเสียงน้อยล้อเลียน “อีริน่าไปหาคุณตาคุณยายค่ะ เชอะ ออกไปหาผู้ชายน่ะไม่ว่า ชอบทำตัวให้น่าสงสัยว่าจะเป็นไปอย่างที่อารดากับน้องจิตว่าเอา”
เจตรินเปิดประตูตู้แล้วกลับเจออีริน่า ถือเสื้อผ้าโปะมาใส่หน้า เจตรินโดยแรง
“ใช่อีริน่าเป็นอย่างที่พวกเขาว่า เข้าใจถูกต้องแล้ว ไปหย่ากันแล้วปล่อยฉันไปจากที่นี่”
“ท้าหย่าหรือ แหม พอรู้จักพวกนายพงษ์ นายนิกกี้ อยากจะออกไปจากที่นี่ จนเนื้อตัวสั่น แอบมาซ่อนอยู่ในตู้ กะจะหนีไปตอนผัวออกไปทำงานนอกบ้าน เด็กเจ้าเล่ห์ใช้อุบายตื้นๆ”
อีริน่ายกมือมาจะผลักเจตริน
“คิดได้ชั่วร้ายขนาดนี้ ก็ดี หลีก ฉันจะออกไปหาผู้ชาย ไม่เห็นเหรอว่าตัวฉันสั่นไปหมดแล้ว นายผู้ใหญ่อุบายสูงส่ง”
“ย้อนหรือ อย่ามาพาล ชอบผู้ชายนักใช่ไหม”
“แล้วคุณไม่ชอบผู้หญิงหรือ”
“ชอบสิชอบมาก โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยากออกไปหาผู้ชายจนตัวสั่น...ผู้ชายอยู่ตรงหน้าทั้งคน ทำไมต้องออกไปหา ฉันจะช่วยให้เธอหายสั่นเอง”
เจตรินผลักอีริน่าไปจนติดผนังตู้ด้านหลังแล้วจูบอีริน่า
“ว๊าย ฉันพูดเล่น ออกไปนะ”
ประตูตู้โดนปิดทันที
“ไม่ออก เพราะเราจะพูดปรับความเข้าใจกันในตู้ นี่แหละพูดไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจไม่ต้องออกไปจากตู้”
“เอาหน้าไปให้พ้นจากหน้าฉัน โอ๊ยจมูกด้วย”
“คนเราพูดจากันมันก็ต้องมองหน้ากัน อย่าดื้อนะ ฉันล็อคตู้ไว้แล้วไม่ให้เธอไปหาไอ้นายพงษ์ธรกับนายนิกกี้ติงต๊องนั่นหรอก”
“ขอร้องออกไปจากตู้ก่อน”
อีริน่าสงบไป เจตรินหัวเราะในคอ

คุณหญิงพรรณราย นายพลกันต์ และคุณหญิงพรรณราย คุยกันจิบกาแฟไปด้วย
“ทำยังไงดีลูกกมล วันนี้แม่อยากให้อิอีริน่ามาหาแม่อีก”
นายพลกันต์ขัดขึ้น
“บ้านนั้นเขาจะหาว่าเราเป็นสื่อพาคุณพงษ์มาใกล้ชิดอีริน่าเอาสิ คุณหญิง”
“ถ้าคุณพงษ์เขาไม่บังเอิญมาถามเรื่องราวของอีริน่าอีก ก็ไม่มีปัญหา”
“ผมว่านายพงษ์ธรคนนั้น ไม่ได้บังเอิญมาหรอกครับเขาจงใจมาแน่นอน” กมลกันต์พูดอย่างมั่นใจ
สองคนตกใจ
“ฮ้า...”
“เขาเป็นเสือผู้หญิงครับ”
นายพลกันต์ไม่อยากจะเชื่อ
“ไฮ้...ไปรู้เรื่องราวของเขาขนาดนั้นเลยหรือลูก”
“ทุกคนในวงสังคมนั่งเที่ยวกลางคืนเขารู้กันหมดครับ เขาชอบคบค้าสตรีมีเงินโดยเฉพาะผู้หญิงที่ว้าเหว่เดียวดายสามีตาย สามีไปมีเมียน้อย”
“ตายจริง น่ากลัวมาก” คุณหญิงตกใจ
“เขาคือซาตานในคราบเทพบุตรครับ คุณพ่อคุณแม่”
“ถ้าอย่างนั้น เราต้องระวังอย่าให้อีริน่าไปคบค้ากับเขา” นายพลกันต์หนักใจ
“แล้วเราจะบอกอีริน่าได้ยังไงกันคะ อีริน่าจะเชื่อเราหรือคะ” คุณหญิงหน้าเครียด
“อีริน่าเชื่อจีรนัทย์ครับ ผมจะบอกให้จีรนัทย์เตือนอีริน่าให้ระวังตัวครับ”
สองคนค่อยโล่งอก

จีรณัทย์คุยโทรศัพท์กับกมลกันต์อยู่ในห้องนั่งเล่น
“ค่ะ กมล จีจะบอกอีริน่ากับเจตให้ระวังเขาค่ะ”
จีรณัทย์วางสายแล้วถามหาอีริน่ากับแหวว
“คุณอีริน่า ลงมาหรือยัง”
“ยังไม่เห็นทั้งสองคนเลยค่ะ สงสัยยังอยู่ในห้องค่ะ เมื่อคืนแหม ฮิๆ คงจะปรับความเข้าใจกันใหญ่หลวง”
อารดาเดินมาแอบถลึงตาใส่แหวว แล้วยิ้มกับจีรณัทย์
“ดามาขอโทษพี่จีกับทุกคนค่ะ เมื่อคืนดาเมายาที่หวินมันเอามาให้กิน เลยเลอะเทอะทำอะไรไม่รู้สึกตัวไปหน่อยคะ”
“ไม่หน่อยแต่มากที่สุด” แหววพึมพำ
“สาระแน” อารดาหันมาด่า แล้วกันไปยิ้มให้จีรณัทย์ “พี่จีกำลังจะไปหาพี่เจตกับอีริน่าหรือคะ”
“จ้ะ”
“ดาไปด้วยค่ะ ดาจะไปขอโทษสองคนนั่นค่ะ”
“เอ้อ พี่ว่า...”
คุณหญิงศรินทร์ทิพย์โผล่มาอีกคน
“แม่ไปด้วย เป็นห่วงพวกเขาสองคนว่าตกลงกันได้ด้วยดีหรือเปล่า แม่ไม่อยากให้ผัวเมียเขาต้องทะเลาะกันเพราะดันมีมือที่สาม คอยทิ่มแทง”
“ดาว่าน่าจะมือลึกลับด้วยนะคะคุณแม่ มือลึกลับที่ยืมมือคนอื่นด้วยนะคะ มือนี้อันตรายที่สุด”
“อารดา คุณแม่ขา จีว่า...”
คุณหญิงไม่สนใจเดินลิ่วนำไป อารดารีบตามไปติดๆ จีรณัทย์จึงต้องไปอีกคน

ทั้งหมดมาถึงหน้าห้อง อารดากระซิบคุณหญิงศรินทร์ทิพย์
“ลองบิดลูกบิดประตูดูนะคะ คุณแม่”
คุณหญิงบิดประตู
“ไม่ได้ล๊อค”
“เข้าไปเลยค่ะ” อารดากระซิบ
คุณหญิงเปิดประตูก้าวเข้าไป อารดาประกบทันที จีรณัทย์หันมามองหน้า แหววพยักหน้า
“เข้าไปเถิดค่ะ เกิดมีเหตุร้าย จะได้มีคุณจีเป็นยันต์กันอันตรายจากระเบิดลงค่ะ”
จีรณัทย์จึงเดินเข้าไปบ้าง...ทั้งหมดเดินเข้ามาไม่พบใครในห้อง คุณหญิงแปลกใจ
“เอ๊ะ ออกไปกันหมดแล้วหรือนี่”
“หรือจะแอบออกไปกันตั้งแต่เมื่อคืน” อารดาสงสัย
“รถยังอยู่ค่ะ” แหววแทรกขึ้น
“คุณแม่ขา เสียมารยาทค่ะ เราออกไปกันเถิดค่ะ” จีรณัทย์เหนื่อยใจ
ทันใดนั้นเสียงเจตรินกับอีริน่าดังขึ้น
“ต่อไปนี้ อีริน่าจะไปไหนไม่ได้ ถ้าผมไม่รู้ไม่เห็น ไม่อนุญาต”
“ไม่มีฮิวแมนไรท์ คนอะไรไม่รู้จักสิทธิมนุษยชน ชอบลวนลามผู้หญิง”
“ผัวกอดจูบเมียมันเป็นเรื่องปกติ ลวนลามที่ไหนกัน”
ทุกคนนิ่งเงียบ คุณหญิงกับอารดาหน้าตื่น
“ต๊าย”

“น่ารักจังเลย” แหววยิ้ม

คุณหญิงศรินทร์ทิพย์เงี่ยหูฟัง
“เสียงมาจากห้องแต่งตัว”
“ลุยเข้าไปเลยค่ะ” อารดากระซิบ
“ออกไปเถิดค่ะคุณแม่” จีรณัทย์ขัดขึ้น
เสียงอีริน่าดังมาอีก
“เอาจมูกเอาหน้าออกไปให้พ้นจากหน้าอีริน่านะ”
“มันกำลังแอบทำอะไรกับลูกเจต นี่เพิ่งจะเช้าแท้ๆ” คุณหญิงโกรธ
“ไม่เห็นมีใครนะคะ” อารดาชะโงกไปดู
มีเสียงตึงตังดังมาจากทางห้องแต่งตัว อารดากับคุณหญิงตกใจ
“ต๊าย”
เสียงอีริน่ากับเจตรินดังมา
“เปิดตู้เดี๋ยวนี้นะคะ มันอึดอัดจะแย่”
“อึดอัดสิดี ผมชอบเบียดกับอีริน่า”
คุณหญิงลมแทบจับ
“โอ๊ย นั่นเข้าไปทำอะไรกันในตู้ วิตถารเกินไปแล้ว”
คุณหญิงกับอารดา แทบคลั่ง จีรณัทย์ดึงแม่ออกแต่คุณหญิงฝืนไว้
“อย่าออกไปค่ะคุณแม่” อารดากระซิบ
จีรณัทย์กับแม่ดึงกันไปมา ที่สุดคุณหญิงชนะ

หน้าตู้ มีเสียงตึงตัง อีริน่าโวยวาย
“บอกให้เปิดตู้”
“บอกมาก่อนว่าจะทำตามที่ผมสั่ง”
“ถ้าสั่งแล้วมีเหตุผล อีริน่าจะทำ แต่ถ้าสั่งแล้ว ไร้สาระเหมือนสั่งน้ำมูก อีริน่าไม่ทำ”
“อวดดี จะจูบให้หยุดหายใจไปเลย”
“มาสิ มาจูบ”
มีเสียงตึงตังต่อ แล้วประตูตู้ก็เปิดออกมาสองคนกลิ้งออกจากตู้ คุณหญิงเอามือปิดปากตกใจ
“ตายๆ”
อารดาถอยกรูดแค้นมาก
“ทีกับเรา ทำเย็นชา เหมือนเห็นเราเป็นขนมหมดอายุ”
แหววกับจีรณัทย์ถอย อีริน่ากับเจตรินกลิ้งออกมาอยู่แทบเท้าของคุณหญิง สองคนเห็นเท้าของคุณหญิง อารดา และอีกสองคู่ สองคนตกใจ คุณหญิงก้มมอง
“อยากรู้ว่าใครมาก็เงยหน้าดูสิ”
สองคนเงยหน้าแล้วรีบลุก คุณหญิง คว้าตัวอีริน่าดึงมากอด อีริน่ากับเจตรินอึ้ง
“คุณหญิง”
“คุณแม่”
คุณหญิงทำเสียงหวานอวดทุกคน
“โถ ขวัญเอ๊ย ขวัญมานะ อีริน่า โดนสามีทำโทษจับไปใส่ไว้ในตู้ เจตรินนี่ทารุณภรรยาแบบนี้มันผิดกฎหมายรู้ไหม ตู้มีไว้ใส่เสื้อผ้า ไม่ได้มีไว้ใช้ข่มขืนภรรยา”
“มีอะไรกันหรือครับ ถึงพากันเข้ามาในห้องผมโดยไม่เคาะเรียก”
“ยัยจีเขาห่วงเจตกับอีริน่า เขาจะมาหาลูก แม่ก็วิตกตามไปด้วย จีเลยชวนแม่มา”
“ดา เอ้อ...ก็เลยตามมาอีกที จะมาขอโทษอีริน่า ที่เมื่อคืนดาทำให้อีริน่าเข้าใจผิดไม่สบายใจ”
“แม่ว่า เรามานับเริ่มต้นที่ศูนย์กันใหม่ สำหรับความสัมพันธ์ในครอบครัวของเรา ที่ผ่านมาลืมไปให้หมด เซทซีโร่กันนะทุกคน”
อีริน่างง เจตรินยินดี อารดาแอบยิ้ม จีรณัทย์วิตกมากไม่อยากจะเชื่อ แหววแอบเบะปาก คุณหญิงดันอีริน่าออก สบตากับอีริน่าด้วยสายตาดุร้ายใส่บีบคางเบาๆ

ในห้องนั่งเล่น...เจตรินยกมือขอบคุณคุณหญิงศรินทร์ทิพย์
“ขอบพระคุณมากครับคุณแม่ อีริน่าขอบพระคุณคุณแม่สิ”
“ขอบพระคุณค่ะ คุณหญิง”
“เรียกคุณหญิงมันห่างเหินเหมือนว่าเราไม่เกี่ยวข้องกัน เรียกคุณแม่สิจ้ะ อีริน่า”
อีริน่าหันไปสบตาจีรณัทย์และเจตริน ทั้งสองพยักหน้า อารดาเสริม
“สิจ้ะ เรียกคุณแม่”
“ค่ะ คุณแม่”
อีริน่าพะอืดพะอมตัวเองแอบถอนใจโล่งอกที่พูดออกมาได้ คุณหญิงยิ้มทำสายตาให้ดูเมตตา
“แม่จะต้องพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่า ไอ้เรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้มันเรื่องไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แม่ผัวคนนี้มีแต่รักและให้ลูกสะใภ้” พูดจบคุณหญิงก็หอมแก้ม “น่ารักจังเลย สะใภ้คนนี้”
อารดาแอบเบือนหน้าไปทำท่าอ๊วกจะแตก คุณหญิงเบือนหน้าไปพูดไม่มีเสียง
“เกลียดแกที่สุดอีเด็กโลกันต์”
เจตรินพูดขึ้น
“อีริน่า วันนี้ไปกับผมที่ทำงาน”
“ตายจริง นี่จะเอาเมียไปที่ทำงาน ด้วยหรือนี่” คุณหญิงโวย
จีรณัทย์แทรกขึ้น
“คือ เจตเขาไม่ต้องการให้ใครมาหาอีริน่าค่ะ แล้วจะกลายเป็นว่าอีริน่านัดมาเอง”
“ไหนไหนเราก็เซทซีโรกันแล้ว ดาฉวยโอกาสขอโทษอีริน่าอีกครั้ง อีริน่าฉันอยากไถ่โทษที่ผ่านมารับอาสาดูแลอีริน่าเองค่ะ สำหรับวันนี้ ยกโทษให้ดานะคะพี่เจต นะอีริน่า”
เจตรินอึกอัก ไม่ไว้ใจ อารดาหันไปหาคุณหญิง
“คุณแม่ขา ช่วยอ้อนวอนให้สองคนนี่ยกโทษให้ดานะคะ”
อารดาเริ่มบีบน้ำตา เจตรินมองหน้าอีริน่า คุณหญิงดึงอีริน่ามากอดอีกครั้ง
“อภัยให้กันมันดีที่สุด สมัยนี้ใครเขาก็พยายามผูกมิตรกับศัตรูทั้งนั้น เพื่อจะได้รู้เขารู้เรา”
จีรณัทย์เห็นด้วย
“คุณแม่พูดถูกค่ะ อีริน่า เจต อยู่บ้านเดียวหนีกันไม่พ้นหรอก จะขัดเคืองไปทำไมกัน”
อีริน่ามองหน้าเจตรินอีกครั้ง เขาพยักหน้า เธอจึงรับคำ
“ค่ะ”
“ได้สิ วันนี้ฝากอารดาดูแลอีริน่า พาไปไหนก็ได้ หวังว่าอารดาคงดูแลอีริน่าให้ดีที่สุด”
“ขอบคุณมากค่ะพี่เจต ขอบใจมากอีริน่า” อารดายิ้ม
อารดากับคุณหญิงสบตากัน

เจตให้อีริน่ามาส่งขึ้นรถ
“อย่าให้มีเรื่องปวดหัวมาใส่ตัวเองกับผมอีกนะอีริน่า”
“ค่ะ อีริน่าจะไม่ใจอ่อนให้ใคร มาเข้าใกล้อีกแล้วค่ะ ที่ผ่านมาอีริน่าขอโทษนะคะ”
“ผมก็ขอโทษอีริน่าเหมือนกัน เอาละ สามีจะไปทำงาน ภรรยาควรทำยังไง”
เจตรินหันแก้มให้ อีริน่าหยิกแก้มเขา เจตรินดึงอีริน่ามาหอมแก้ม สองคนดีกันหยอกเอิน
“เมื่อไหร่เราจะช่วยกันสืบหาปาปาของอีริน่า และรีบติดต่อแม่พริมกันคะ”
“ไม่ลืมแน่ รอให้ผมไปประชุมกับท่านทูตที่ยุโรปกลับมาก่อน เราจะเริ่มงานกันทันที ที่สำคัญเราสองคนต้องเลิกทะเลาะกันอย่างที่ผ่านมา”
“ค่ะ ที่สำคัญคุณเจตอย่าระแวงอีริน่าว่าจะเอ้อ...”
“ตอนนี้ เราไม่ใช่สามีภรรยากันแค่ในนาม เรานอกใจกันไม่ได้ อีริน่าต้องระวังอย่าไว้ใจ หรือเกรงใจใครอีกและในเมื่ออีริน่าเคยบอกว่ารักผมแล้วนอกใจคนรักมันบาปนะ”
อีริน่าเขินทำเฉยรำพึงในใจ
“แต่คุณเจตไม่เคยบอกรักอีริน่าสักคำ”
“แต่บางทีคำพูดก็ไม่สำคัญเท่าการกระทำ ถึงอีริน่าไม่บอกผมก็รู้ว่าอีริน่ารักผม”
อีริน่าถามในใจ
“แล้วคุณเล่าคะ”
อีริน่าแอบถอนใจ

อารดากับคุณหญิงศรินทร์ทิพย์แอบดูหมั่นไส้มาก
“ไอ้ที่ควรจะยืนส่งลูกเจตรินตรงนั้นมันต้องเป็นหนูอารดาแท้ ๆ แหม เสียดายจริงๆ” คุณหญิงยั่วยุอารดา
“ขอบคุณค่ะคุณแม่ มันขึ้นอยู่กับมือลึกลับของคุณแม่ที่จะช่วยผลักดันดามากแค่ไหนด้วยค่ะ”
“วันนี้ หนูดาคิดว่าจะพาอีริน่ามันไปเที่ยวเล่นสนุกๆอย่างเดียวแค่นั้นหรือว่ามีแผนอะไรไว้”
“ดาต้องพยายามติดต่อคุณเขม กับพงษ์ให้ได้ก่อนค่ะ”
“จะทำอะไรก็ให้มันรีบๆด้วย ก่อนที่มันจะท้องจะไส้ขึ้นมาแล้วเราจะลำบาก”
อารดาพยักหน้ารับ

จีรณัทย์บอกกับอีริน่าเรื่องพงษ์ธร
“ระวังนายพงษ์คนนั้นเอาไว้ให้ดีอีริน่า เขาไม่ใช่คนดี ห่างเขาไว้ให้มากที่สุด”
“ค่ะ พี่จี อีริน่าจะระวัง อีริน่าไปนะคะ”
“ที่พึงระวังอีกหนึ่ง คืออารดา ที่เหนืออารดาไปก็คือเอ้อ...”
จีรณัทย์หยุดพูดอีริน่าแปลกใจ
“คะ”
จีรณัทย์รำพึงในใจ…คุณแม่พี่เอง...
จีรณัทย์พูดออกมา
“ไม่มีอะไรจ้ะระวังไว้ให้มันทั่วๆไปนั่นแหละ”
“ขอบคุณมากค่ะ พี่จีดีงามเหมือนแม่พริมของอีริน่าไม่มีผิดค่ะ”
อีริน่าโผมากอด จีรณัทย์ยิ้มให้อย่างใจดีมีน้ำใจ

นิโคลัยอยู่ในห้องพักนั่งถอนใจไปมาหม่นหมองมากคิดถึงอีริน่า อยากเจอลูก
“อีริน่าของปาปา ลูกอยู่ที่ไหน พบเจอคุณตาคุณยายหรือยัง”
“แกบ่นอะไรของแก” สมุนมองๆ
“วันนี้ฉันยังไม่ได้อย่างว่า ถ้ายังงั้นขออะไรแก้เสี้ยนสักนิดเถิดนะ ฉันพอมีเงินนะซื้อแกก็ได้”
นิโคลัยหยิบเงินมา แม้ไม่มาก สมุนก็ยินดีรับ และออกไป พอสมุนพ้นไป นิโคลัยปราดมาที่โทรศัพท์ในห้องทันที หยิบเศษกระดาษที่มีชื่อนายพลกันต์กับคุณหญิงพรรณราย และที่อยู่ ขึ้นมาดู
“ตั้งแต่มาถึง มีวันนี้ที่เราได้โอกาสอยู่ตามลำพัง”
เสียงสปีคเกอร์โฟนจากโอเปอเรเตอร์พูดขึ้นมา
“ค่ะ มีอะไรให้รับใช้คะ”
“ผมอยากต่อออกไปข้างนอก”
“ยินดีค่ะ ขอทราบเบอร์ค่ะ”
นิโคลัยบอกเบอร์แต่ยังไม่ทันบอกหมด ประตูห้องเปิดออกมามิคาอิลเข้ามาในห้องมองปราดไปที่นิโคลัย เข้ามากระชากโทรศัพท์ นิโคลัยรีบเก็บกระดาษ แต่เก็บไม่มิด มิคาอิลกระชากคอนิโคลัย ตะคอกใส่
“แกโทรไปไหน โทรหาใคร”
“ฉันคอแห้งอยากยา ฉันจะคอเบียร์เขากิน”
“หน้าตาแกเหมือนโกหกฉัน นั่นกระดาษอะไร”
“แค่เศษกระดาษ ไม่มีอะไร”
สมุนกลับเข้ามา
“ไอ้บ้าแกทิ้งมันไปทำไม นี่ถ้าฉันมาช้าก้าวเดียวมันโทรเรียกตำรวจมาจับเราแน่”
“ฉันไม่กล้าทำอย่างนั้นหรอก ฉันรู้ว่าหนีแกไม่พ้น”
“ใช่ แกหนีฉันไม่พ้นแน่ และที่แน่ ฉันกลัวว่าแกจะไม่เชื่อฟัง ฉันเลยสั่งให้คนไปจับตัวเมียแกมาขังไว้อีก แล้วถ้าแกเรื่องมากจะสั่งให้พวกมันข่มขืนเมียแกยังสะสวยจะตาย”
นิโคลัยตกใจมาก

หน้าซุปเปอร์มาร์เกตที่มอสโคว์...พริมเดินหิ้วถุงออกมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตพูดโทรศัพท์กับแคทเธอรีนไปด้วย
“ค่ะ มาดาม ได้ของครบทุกอย่างค่ะ กำลังจะกลับแล้วค่ะ”
พริมเดินออกไป สมุนสองคนมาประกบตัว เอามีดจี้สีข้างพริมไว้ทั้งสองข้าง
“อย่าส่งเสียง เดินไปกับเราดีๆ”
“แกพวกไอ้มิคาอิลอีกแล้ว”
“แน่นอน มิคาอิลให้มาจับตัวเธอไว้เป็นประกัน ถ้าผัวกับลูกของเธอไม่ทำตามที่เขาสั่ง”
“นิโคลัย อีริน่า พวกแกจับอีริน่าไว้หรือ โธ่ อีริน่าของแม่”
“ยัง...เขาจะเอาเธอไปเป็นเหยื่อล่อให้อีริน่า แล้วพามาหาเธอที่มอสโคว”
พริมถุยน้ำลายใส่หน้าสองคน คนจะที
“นังตัวดี”
สองคนโกรธ เงื้อมือจะตบ คนผ่านมาสองคนลดมือ

มิคาอิลกระชากจดหมายมาจากกระเป๋ากางเกงของนิโคลัย เอามามองเบอร์โทร
“เบอร์โทรศัพท์ของใคร บอกมานะ”
“ของเพื่อนชาวไทยสมัยที่ฉันเคยอยู่ที่นี่”
“ไอ้บ้า ยี่สิบกว่าปีแล้ว แกยังจะมีเบอร์ของเขาได้ยังไง นี่มันลายมือผู้หญิงเขียน มีชื่อคนสองคน บอกมานะว่าใคร”
นิโคลัยส่ายหน้า มิคาอิลจุดไฟเผากระดาษทันที แล้วเตะต่อยนิโคลัยไปมาจนน่วมไปหมด
“พริม ผมทำพลาดอีกแล้ว อีริน่าพ่อขอโทษ”

นิโคลัยฟุบเงียบ มิคาอิลจิกหัวเอาน้ำสาดหน้า

อารดาพาอีริน่านั่งรถมาด้วย จะพาไปกินอาหารในโรงแรมที่พวกเขมชาติ กับพงษ์ธรชอบไปนั่น
“อีริน่าอยากไปไหนบ้าง”
“ไปไหนก็ได้ค่ะ อีริน่าไม่รู้จักว่าที่ไหนเป็นยังไงนี่คะ...เอ๊ะ”
“อีริน่าอยากไปกินข้าวกับใครบ้าง”
อีริน่ามองไปข้างทาง เห็นเขมชาติ พงษ์ กับสมุนกำลังยืนสั่งการ และพูดโทรศัพท์กับใครบางคน อีริน่ามองเสื้อผ้าของสมุนทั้งสองคนก็จำได้ว่าคือมอเตอร์ไซค์ที่แกล้งมาชนแท็กซี่ที่เธอนั่ง เธอพึมพำ
“คุณพงษ์ธร กับผู้ชายคนนั้น”
“อีริน่าอยากกินข้าวกับคุณพงษ์ธรหรือ” อารดาถามทันที
อีริน่าอึกอัก
“เอ้อ...เอ้อ”
“ใช่ไหม”
อีริน่าครุ่นคิดในใจ
‘ผู้ชายคนนั้น คนที่รู้จักกับมิคาอิล พวกเขาจะนำเราให้ไปพบปาปา มอเตอร์ไซค์ที่มาชนแท็กซี่เรา คุณพงษ์มาช่วยเรา ที่แท้เขารู้จักกับคุณพงษ์ นายเอื้อคนนั้น มาเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้ด้วยหรือ’
“ว่ายังไงคะ”
อีริน่าตัดสินใจ
“ค่ะ”
อารดายิ้ม อยากให้เป็นเช่นนั้น

พริมถูกจับมาขังไว้ในห้องในบ้านของมิคาอิลที่มอสโคว
“ฉันขอพูดกับมิคาอิล”
“เขาไปเมืองไทย แกก็รู้”
“แต่ฉันอยากตกลงกับเขา ถ้าเขารู้ว่าแกไม่ยอมให้ฉันพูดกับเขา เขาเอาเรื่องแกแน่ เพราะฉันพูดกับเขาเรื่องสำคัญมาก”
สมุนสองคน นิ่งไป

มิคาอิลพูดโทรศัพท์กับพริมในห้องพัก
“เธอต้องรับปากว่าจะไม่หนี เพราะถ้าเธอหนี นิโคลัยตายแน่”
นิโคลัยตกใจ
“พริม ขอฉันพูดกับพริม”
นิโคลัยผวามาหา มิคาอิลเตะหงายไป
“โอ๊ย พริม”
“ได้ยินแล้ว ตกลงไหมพริม”
มิคาอิลกระชากนิโคลัยมาที่โทรศัพท์
“บอกเมียแกให้ตกลง ไม่อย่างนั้นฉันปล่อยแกลงแดงตาย”
“รับปากมัน รับปากมันพริม”
มิคาอิลซ้อมนิโคลัยไปด้วย จนนิโคลัยร้องโอดโอย...พริมร้องไห้ไปด้วย บอกกับนิโคลัย
“นิโคบอกมันว่าฉันรับปาก ใหัมันมาพูดกับฉัน ว่าฉันตกลง ฉันตกลง”
มิคาอิลพอใจ
“ดีมากพริม”
“ถึงยังไงฉันจะไม่กล้าหนี แกต้องบอกให้ลูกน้องแกอย่ากักขังฉัน ฉันจะทำงานเป็นแม่บ้านให้แกที่นี่ ห้ามลวนลามฉันเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าตัวตาย แล้วพวกแกจะไม่ได้อะไรเลย ในการไป Bangkok”
พริมน้ำตาไหล...มิคาอิลยิ้มวางสายชกหน้านิโคลัยอีกที
“เมียแกเข้มแข็งมาก รักลูกรักผัว เอายาให้มัน แล้วเอาตัวมันย้ายไปจากที่นี่”
นิโคลัยสั่นไปหมดอยากได้ยา แบมือขอ
“ขอยาฉันนะ ขอยา”

เอื้ออยู่ในรถตู้ บริเวณที่จอดรถของโรงแรม ส่ายตามองไปรอบๆพูดโทรศัพท์กับสมุนมิคาอิล ด้านหลังมีเขมชาตินั่งกับเมทินี
“คุณเขมให้มาส่งของแล้ว รออยู่ที่รถตู้ มาที่รถผมได้เลย นายรออยู่แล้ว อย่าลืมเงินนายบอก”
รถของอารดากำลังมาหาที่จอด อีริน่าพึมพำ
“รถคันนั้นคันที่ ผู้ชายคนนั้นยืนพูดกับคุณพงษ์”
เอื้อลงมาจากรถอีริน่าชะงัก
“นายเอื้อ”
เขมชาติตามลงมาอีกคน อีริน่าจำได้
“ผู้ชายคนนั้น”
เมทินีก้าวตามลงมา อีริน่าตะลึง
“คุณเม”
อารดาจอดรถใกล้ๆ เขมชาติ กดกระจกลงไปพูดด้วย
“เขม เม ดีใจจังเลย ไม่ยักรู้ว่าจะมากินข้าวที่นี่เหมือนกัน”
“พงษ์เขาให้มา เขาบอกว่าคุณดาชวนเขา เขาก็เลยชวนผม ผมก็เลยไปรับเมมาด้วย”
“ดีใจจังเลยเมที่พบเธอก่อนไปพัทยา ดูสิว่าฉันพาใครมาด้วย จำอีริน่าได้ไหม”
เมทินีตกใจมาก
“อีริน่า”
เมทินีมอง เขมชาติยิ้ม ผายมือ
“เชิญครับ คุณผู้หญิงทั้งหลาย”
อีริน่าลงมาจากรถกับอารดา เอื้อตกใจที่เห็นอีริน่า
“แย่แล้ว เจอกันอีกแล้ว เอ้อ นายครับ ผม ผม...”
เขมชาติมองเอื้อออกคำสั่ง
“แกรอที่นี่ รอส่งของและรับเงิน อย่าทำหน้าเหมือนเจอผี”
เอื้อพยักหน้ารับ

นิโคลัยถูกพาตัวจะออกไปนอกโรงแรม มีสมุนกับมิคาอิลเดินประกบมา
“อีริน่า อีริน่า อยู่ที่นั่น” นิโคลัยตื่นเต้นดีใจมาก
มิคาอิลกับสมุนมองไปเห็น อีริน่า อารดา เขมชาติ เมทินี กำลังพากันจะเข้ามาเจอกันโดยไม่ทันตั้งตัว จัดกระบวนไม่ทัน มิคาอิลหันไปสั่งสมุน
“เฮ้ย เอามันกลับขึ้นไปในห้องใหม่ เดี๋ยวนี้”
“ฉันจะไปหาอีริน่า ฉันจะไปหาลูก” นิโคลัยโวยวาย
มิคาอิลกับสมุนกระชาก นิโคลัยหันกลับ แล้วพารีบไปที่ลิฟต์ อารดา อีริน่า เขมชาติ เมทินีกำลังเดินเข้ามาที่ลอบบี้ อีริน่า มองไปที่ลิฟต์ เห็นไวๆ ด้านหลัง เธอพึมพำเบาๆ
“ปาปา”
อีริน่าผวาลืมตัวจะไปที่ลิฟต์ อารดาเรียกไว้
“อีริน่า ทางนี้ ห้องอาหารอยู่ข้างล่าง ไม่ต้องขึ้นลิฟต์”
อารดาดึงแขนไว้ อีริน่ายังยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนจนทุกคนแปลกใจ

มิคาอิลกับสมุนลาก นิโคลัยเข้าลิฟต์กดขึ้น ประตูลิฟต์กำลังปิด
“อีริน่าของปาปา”
มิคาอิลกับสมุนซ้อมต่อ

อิฐจอดรถ ลงมาจากรถ เห็นเอื้อกำลังล่อกแล่ก อิฐชะงักไปแตะบ่าเอื้อ
“นายเอื้อ”
เอื้อสะดุ้ง
“คุณ...เอ้อ...ผม...เราไม่รู้จักกัน”
“เราไม่รู้จักกันแต่เราเคยพบกัน วันก่อนที่เกิดระเบิดควัน เราพบกัน นายเอื้อเคยทำงานกับพี่กมล”
“เอ้อ ผม ผมมัวแต่จะตามหาเพื่อน เอ้อ...ผมขอตัว”
เอื้อรีบเดินหนีไป อิฐมองตามแปลกใจ
“แปลกแฮะ”

ในห้องอาหาร พงษ์ธรถลามาต้อนรับ สบตากับเขมชาติ ยิ้มให้อารดาแบบดีมาก
“เชิญครับ เชิญ ผมกินอาหารที่นี่ประจำ ยินดีที่ได้พบกันอีกแล้วนะครับ อีริน่ายินดีครับผม หายป่วยแล้วใช่ไหม”
เมทินีเอาแต่พยายามปรายตามองอีริน่า เช่นเดียวกัยที่อีริน่าก็พยายามปรายตามองเธอ เขมชาติสังเกตเห็น ขณะที่นั่ง พงษ์ธรรีบนั่งข้างอารดา ทำให้เมทินี ฉวยโอกาสนั่งติดอีริน่า
“ดีใจที่พบกัน” เมทินีกระซิบ
“เช่นกันคะ”
เขมชาติกระซิบคำรามใส่เมทินี
“หวังว่าเมคงไม่พูดอะไรที่ไม่เหมาะสมไปกับอีริน่าตามที่บอกกับผมแน่นะ”
“ค่ะ ไม่ต้องกลัวหรอกเมกลัวคุณจนหัวหดไปหมดแล้ว”
“ดี”
พงษ์ธรยื่นเมนูให้
“นี่ครับเมนู”
เมทินีลุกขึ้น
“ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ”
“ฉันจะไปด้วย อีริน่าไปไหม”
อารดาชวนโดยไม่รู้เรื่องระหว่างเมทินีกับอีริน่าและเจตริน เมทินีมองอีริน่าส่ายหน้านิดๆ
“ไม่ไปค่ะ ขอบคุณ”
ทั้งสองจึงพากันออกไปกลายเป็นอีริน่านั่งกับเขมชาติและพงษ์ธร เขมชาติยิ้มยกมือถือแอบถ่ายรูปอีริน่า

มิคาอิลมองภาพอีริน่าในจอมือถือที่เขมชาติถ่ายให้ดู
“น่ารักมากๆ น่ารักจริงๆ เฮ้ย ไอ้นิโคลัย ลูกสาวแกกำลังใกล้จะมาติดกับฉันแล้ว”
มิคาอิลส่งภาพให้นิโคลัยดู
“อีริน่า แกอย่าทำอะไรลูกฉันได้โปรด”
มิคาอิลสั่งสมุน
“เอากระดาษกับปากกามาให้มันเขียนจดหมายไปหาลูกมัน”
สมุนหยิบกระดาษกับปากกามาส่งให้
“ไม่ ฉันไม่เขียนจดหมายถึงอีริน่า แกจะหลอกจับลูกฉัน”
“แกต้องเขียน ถ้าแกไม่เขียน ฉันจะสั่งให้สมุนฉันข่มขืนเมียแก เขียนเดี๋ยวนี้”
มิคาอิลตบตีนิโคลัยอีก เอากระดาษกับปากกาวางตรงหน้า

อารดายืนส่องกระจกรอเมทินีอยู่ในห้องน้ำ
“เม แกทำอะไรในห้องน้ำนานจริงๆ”
“เดี๋ยวก่อนรอแป๊บ”
เมทินีกำลังพับจดหมายเล็กๆยัดใส่กำไว้ในมือ

อิฐเข้ามาในร้านอาหารนั่งเรียบร้อย กวาดตามอง
“อีริน่า อะไรกันนี่”
อิฐเห็นอีริน่านั่ง มีเขมชาติกับพงษ์ธรกำลังเอาใจ

เอื้อรับสายจากใครบางคน เอื้อถือถุงจำนวนหนึ่งเหมือนถุงอาหารห้าถุง
“ครับ...ผมจะเอาไปส่งให้ถึงห้อง เตรียมเงินแล้วนะครับ”
เอื้อบ่นเบาๆ
“ยังไงกัน เมื่อกี้จะลงมารับเอง ตอนนี้ให้เอาไปส่งถึงห้อง”
เอื้อเดินไปยังลอบบี้โรงแรม

เขมชาติกับพงษ์ธรราวกับจะแข่งกันเอาใจอีริน่า
“ขอบใจมากที่อยากกินข้าวกับผม มื้อนี้ผมขอเป็นเจ้ามือนะครับ” พงษ์ธรบอกอย่างเอาใจ
“ไม่ได้นะ ฉันได้โอกาสมากินข้าวกับคุณผู้หญิงที่สวยน่ารักอย่าง คุณอีริน่า ฉันขอเป็นเจ้ามือ”
“อีริน่าว่าเรามาแชร์กันดีกว่าค่ะ อีริน่าไม่อยากเอาเปรียบใครค่ะ”
พงษ์ธรแย้ง
“เอาเป็นว่า ครั้งนี้เราสองคนแชร์กัน ส่วนคุณอีริน่ากับอารดาเอาไว้ครั้งหน้า”
“เราคงไม่ได้พบกันบ่อยๆหรอกค่ะ”
“บ่อยแน่นอนครับ ผมได้ยินว่าคุณอีริน่าจะไปพัทยากันทั้งครอบครัว” พงษ์ธรยิ้ม
“ค่ะ ทางบ้านคุณเจตจะไปกันค่ะ”
เขมชาติยิ้มกริ่ม
“แหม นี่แปลว่าพวกเราจะได้ไปสนุกร่วมกันที่พัทยา กันทั้งหมดนี่เลย”
พงษ์ธรยิ้มพอใจ
“รายการนี้ผมไม่พลาดแน่ครับ”
อารดากับเมทินีพากันเดินกลับมา
“ขอโทษที่ให้คอยนาน เมหายไปทำอะไรในห้องน้ำนานไปนิดค่ะ”
“เอ้อ...ขอโทษค่ะ”

ทั้งสองนั่งที่ของตัวเอง

อิฐมองแล้วโล่งอก
“ค่อยยังชั่ว ที่แท้มีอารดากับเมมาด้วย ไอ้เจตมันจะรู้ไหมหนอว่าอีริน่ามากินข้าวกับพวกคนไม่น่าไว้ใจ โทรบอกมันดีไหม ไม่เอาดีกว่ามันโกรธตาย...ใช่สิ...ต้องโทรหาพี่กมลเรื่องนายเอื้อ”
อิฐกดโทรหากมลกันต์

เมทินีนั่งฟังทุกคนคุยกันอยู่ที่โต๊ะอย่างอึดอัดมาก เธอเอามือสะกิดอีริน่าที่สีข้าง หันหน้ามาทางอีริน่ากระซิบบอกอ้าปากน้อยที่สุด
“รีบรับจดหมายนี่แล้วไปอ่านในห้องน้ำ”
“ค่ะ” อีริน่ากระซิบตอบ
เขมชาติมองสองคนเหมือนกำลังจับผิดเมทินี
“สนิทสนมกันเร็วจังนะเมกับคุณอีริน่า ยังกับเคยเจอกันมาก่อน”
“เมแนะนำอาหารอร่อยให้อีริน่ารองสั่งมาทานค่ะ”
“อีริน่าเลยต้องเตรียมตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนกินค่ะ ขอตัวไปห้องน้ำนะคะ”
“เดี๋ยวดาไปเป็นเพื่อน”
เมทินีรีบท้วง
“อย่า...ฉันอยากคุยกันแก”
“เชิญค่ะ...ไม่เป็นไรค่ะ...อีริน่าไปเองได้ ขอบคุณ”
อีริน่าเดินออกไป อารดามองเมทินีกระซิบถามแปลกใจ
“เม...แกเลิกเกลียดนังอีริน่ามันตั้งแต่เมื่อไหร่”
“แกคิดอย่างนั้นหรือ”
“ใช่...ฉันแปลกใจมาก...สายตาแกที่มองอีริน่าเปลี่ยนไปเป็นชื่นชม ไม่เย้ยหยันอย่างที่เคย”
“อย่างที่เคย...เพราะแกบอกให้ฉันเกลียดอีริน่า แต่มาถึงตอนนี้ฉันเลิกเกลียด โกรธใครแล้ว ฉันมั่นใจว่าเวรกรรมมันตามทันคนคิดร้ายกับคนอื่นเร็วมาก แกก็เถิดนะอย่าทะนงตัวว่าไม่มีใครคิดร้ายกับแก ระวังตัวไว้บ้าง โดยเฉพาะคนใกล้ชิด”
อารดามองเมทินีแปลกใจมากไปอีก
“แกเปลี่ยนไปมากจริงๆ จากหน้ามือเป็นหลังมือ แปลกมาก”
เมทินีเมินไปน้ำตาแอบซึม

เอื้อเข้ามาในห้องแล้วไม่ค่อยสบายใจนัก มีถุงของวางบนโต๊ะตรงหน้าสมุน มิคาลัยนั่งห่างออกมา บอกให้สมุนจัดการ ส่วนนิโคลัย นั่งเงียบๆมุมห้อง ตัวงอหน้าตาปูดบวม
“ของครบใช่ไหม” มิคาลัยถามเสียงเข้ม
สมุนพยักหน้า
“ครับนาย”
“จ่ายเงินให้เขาไป”
“ครับนาย”
สมนุส่งห่อเงินให้ เอื้อแอบกวาดตามองไปทั่วห้อง สายตาไปสะดุดที่นิโคลัย แม้จะนั่งเงียบแต่ตาของ นิโคลัยก็พยายามสบตาเอื้อแบบวิงวอนเหมือนอยากจะพูดจะบอก
“ขอบคุณมาก ผมไปก่อน”
เอื้อลุกมิคาลัยเรียกไว้
“เดี๋ยว”
เอื้อหยุด
“มีอะไรหรือ”
มิคาอิลดึงจดหมายมาจากมือของนิโคลัย
“ช่วยเอาจดหมายนี้ให้พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารส่งให้ผู้หญิงชื่ออีริน่า เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะ...”
เอื้ออึกอัก
“ผมว่า...”
มิคาลัยส่งเงินให้ห้าพันบาท
“ยังจะว่าอะไรอีกไหม”
“ไม่มีอะไรจะว่าแล้วครับ ขอบคุณครับ”
เอื้อปรายตาไปมองที่นิโคลัยอีกครั้งคล้ายกับว่านิโคลัยพยักหน้า ทำปากขมุบขมิบบางอย่าง เอื้อพึมพำ
“Help”
มิคาลัยหันมาถาม
“ว่าอะไรนะ”
เอื้อรีบบอก
“เปล่าครับ”
เอื้อเดินออกไป มิคาอิลมาตบหัวนิโคลัย
“เรียบร้อย...เดี๋ยวลูกแกก็จะรู้ว่าแกอยู่แถวนี้ และมันจะโทรกลับมาหาแกแล้วแกก็นัดมัน ให้มันมาพบแก แล้วฉันก็จับตัวมันเอามาเป็นเมียฉัน ทำไมมันง่ายดายจังนะ”
“อย่านะ อย่าทำร้ายลูกฉัน”
“แกทำร้ายลูกแกเอง ไม่ใช่ฉันแกเขียนจดหมายนั่นเอง ไม่ใช่ฉันไอ้โง่”
นิโคลัยส่ายหน้าเสียใจมาก
“อีริน่านี่พ่อทำเลวทรามต่ำช้ากับลูกอีกแล้วหรือนี่”
นิโคลัยเอามือที่เขียนจดหมาย ทุบลงที่พื้นห้อง
“พ่อขอโทษ อีริน่า พ่อขอโทษ”

ในห้องน้ำ...อีริน่าอ่านจดหมายที่เมทินีเขียนมา แต่อ่านไม่ออก
“บ้าจริง...นี่มันภาษาไทยใครจะอ่านเป็น ไม่เคยเรียนเขียนอ่านกับแม่พริมได้แต่เรียนพูด”
อีริน่าพับจดหมายแล้วออกจากห้องน้ำ เดินเลี่ยงมาหาใครที่ให้ช่วยอ่านภาษาไทยให้
“เราต้องไปหาคนไทยช่วยอ่านให้”
เอื้อออกมาจากลิฟต์บ่นมาด้วย
“อยากรู้จริงว่าโน๊ตนั่นเขียนว่าอะไร ต้องไปหาคนที่อ่านภาษารัสเซียเป็นอ่านและแปลให้ฟัง เอ๊ะ! มีภาษาอังกฤษแอบอยู่ตรงมุมด้านล่างนั้น help”
เอื้อชะงักนึกถึงท่าทางของนิโคลัยที่พยายามส่งซิก
“นี่แปลว่าช่วยด้วยนี่นา ผู้ชายคนนั้นต้องการความช่วยเหลือจริงๆด้วย”
อีริน่ามองเห็นเอื้อจากด้านหลังจำไม่ได้
“คุณคะ”
เอื้อหันมา สองคนเจอหน้ากันต่างตกใจ อีริน่าอุทาน
“ผู้ชายคนนั้น”
อีริน่าจะหันกลับ เอื้อมากันไว้
“อย่าเพิ่งไปครับ”
“ถ้าผมเดาไม่ผิด คุณคือคุณอีริน่า”
“คุณก็คือนายเอื้อ ฉันขอตัว”
“มีคนฝากจดหมายมาให้คุณ”
“ใคร”
“คนรัสเซีย”
อีริน่าตื่นเต้นมากรีบรับมา
“ปาปา เอ้อ ขอบคุณ เอ้อ...ฉันอยากขอความช่วยเหลือนายเอื้อช่วยอ่านนี่ให้ฉันด้วย”
เอื้อรับมาอ่าน
“อย่าไว้ใจใครทั้งนั้น...อ่านจดหมายแล้วทำลายทิ้งด้วย”
อีริน่าพยักหน้ารับกระดาษโน๊ตมาแล้วฉีกทิ้งโยนถังขยะ แล้วเดินจากไป เอื้อมองตามพึมพำ
“ใครส่งโน้ตนี่ให้เธอนะ”

ทุกคนเห็นอีริน่าหายไปนานมากก็สงสัย
“อีริน่าไปเข้าห้องน้ำนานไปไหมครับ” พงษ์ธรถาม
อารดาแปลกใจ
“นั่นสิ หรือเดินหาห้องน้ำไม่เจอ”
“หรือว่ากลับไปแล้ว” เมทินีพูดขึ้น
“เอ๊ะเม ทำไมพูดอย่างนั้น” เขมชาติชะงัก
“เมก็แค่ไม่ค่อยชอบหน้าเธอ เห็นคุณสนใจเธอออกนอกหน้า ก็แค่นั้น ไปตามให้ก็ได้ค่ะ”
เขมชาติรีบห้าม
“ไม่ต้อง ถ้าจะกรุณา อารดาช่วยไปตามดีกว่าครับ”
“ค่ะ”
อารดาเดินออกไป

อีริน่าอยู่ในห้องส้วม อ่านจดหมายของนิโคลัยจบแล้วทั้งดีใจและตื่นเต้นมาก
“ปาปา จริงๆด้วย”
เสียงอารดาเข้ามาในห้องน้ำ
“อีริน่า อีริน่า เธออยู่ในนั้นหรือเปล่า”
อีริน่าเงียบทันทีไม่ส่งเสียงตอบ
“อีริน่า อีริน่า”
อารดาครุ่นคิดแปลกใจ
“หรืออีริน่าหาห้องน้ำไม่เจอ หรือว่าหลงทาง หรือว่ามันหนีไปแล้ว เพราะรู้ว่าเราวางแผนให้มันสนิทสนมกับเขมและพงษ์ หรือว่าอีริน่าสวนกับเรากลับไปที่โต๊ะแล้ว”
อารดาเดินวนเวียนไปมา แล้วยกหูโทรศัพท์พูดกับเจตริน
“ฮัลโหลพี่เจตขา”
เจตรินอยู่ที่ทำงานคุยสายกับอารดา
“ครับดา เรียบร้อยดีใช่ไหม ขอบคุณมากที่ดูแลอีริน่าแทนผม”
“ค่ะ เรากำลังทานอาหารกลางวันกันค่ะ อีริน่าอยากทำอะไรดาตามใจเธอทุกอย่าง เธออยากทานข้าวกับคุณพงษ์และคุณเขม ดาก็โทรตามพวกเขามากินด้วย ดาต้องรีบไปก่อน อีริน่าเดินหายไปไหนไม่ทราบค่ะ”
อารดาตัดสาย แล้วเดินออกไปจากห้องน้ำ อีริน่าค่อยๆแง้มประตูมาดู
“ที่แท้คุณอารดาก็แกล้งดีกับเรา ขอบคุณมากค่ะคุณเมที่เตือนอีริน่า อีริน่าจะไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น”
อีริน่าออกมาจากห้องส้วม กำจดหมายของพ่อมามองซ้ำ
“ปาปาขา อีริน่าต้องไปหาปาปาให้ได้ แม้จะรู้ว่ามีกับดักอยู่ อีริน่าก็จะไป”

เจตรินหงุดหงิดมาก
“บ้าจริง อีริน่าทำไมต้องอยากกินข้างกับคนพวกนั้น แล้วจะให้ไม่ให้คิดมาก ไม่ระแวงได้ยังไง ไปกินกันที่ไหนนะ”
เจตรินฮึดฮัดไปมา

เอื้ออยู่ที่รถเริ่มไม่สบายใจมากขึ้น
“เรากลายเป็นคนเลวทรามมากขึ้นทุกที ผู้ชายคนนั้นกำลังเดือดร้อนแน่ๆจึงขอความช่วยเหลือ เพราะอะไร เขาเกี่ยวข้องอะไรกับอีริน่าคนนั้นแล้วใครกันที่เตือนอีริน่า น่าจะเป็นเรื่องเดียวกันแน่ เอายังไงดีวะ”
ขณะเดียวกันนั้นมีข้อความส่งมาจากเขมชาติ เอื้ออ่าน
“ส่งของเรียบร้อย รับเงินเรียบร้อยไหม โทรกลับด้วย”
เอื้อกดโทรกลับ
“ฮัลโหล เรียบร้อยครับนาย ผมรอที่รถครับ”
เอื้อคิดต่อเรื่องนิโคลัยกับอีริน่า
“เราคงไม่มีปัญญาช่วยผู้ชายคนนั้น...ใช่แล้ว”
เอื้อนึกถึงอิฐที่พบตอนมาจอดรถ เขาพยักหน้าว่าคิดออกแล้ว

เขมชาตินังยิ้มที่ขายของได้เงินมากมาย อารดาเดินกลับมาสีหน้างุนงง พงษ์ธรถามทันที
“อีริน่าเล่า”
“ยังไม่กลับมาที่นี่อีกหรือ ยังไงกัน”
เมทินีแอบยิ้มพอใจคิดว่าอีริน่าไปเพราะโน้ตที่เธอบอก เขมชาติหงุดหงิด
“บ้าจริง ไหนบอกว่าอีริน่าเธอไปไหนไม่ถูก”
พงษ์ธรโมโห
“ไหนว่าอีริน่าอยากกินข้าวกับผม”
“อีริน่าไปไหนไม่เป็นด้วยนะ” อารดายืนยัน
พงษ์ธรมั่นใจ
“เป็นที่เดียวคือบ้านนายพลกันต์ไง เธอชอบไปมาก”
“เม เห็นผมคุยกับอีริน่า อิจฉาจนไปด่าอะไรอีริน่าหรือเปล่า” เขมชาติไม่พอใจ
เมทินีส่ายหน้า
“เปล่า”
“เมไม่ได้ด่าหรอกค่ะ เมเขาเลิกเกลียดอีริน่าแล้ว เขากลัวเวรกรรมตามทัน เขายังเตือนฉันด้วยซ้ำให้ระวังเวรกรรม” อารดาบอก
เขมชาติแอบบีบแขนเมทินีข้างที่ติดกับตัวโดยแรง จนเธอนิ่วหน้า
“อย่าได้คิดหักหลังไปเตือนใครทีเดียว เดี๋ยวเถิดกลับไปเธอโดนลงโทษ”
เมทินีน้ำตาซึม อารดาหงุดหงิด ทุกคนหงุดหงิดจากการหายตัวไปของอีริน่า

อีริน่ากำลังพูดโทรศัพท์สาธารณะ กลับไปหานิโคลัยตามเบอร์ที่มิคาอิลให้ไว้
“ฮัลโหล อีริน่าพูดค่ะ”
“อีริน่า”
“ปาปา ปาปา อีริน่าดีใจที่ได้ยินเสียง”
“อีริน่าวางหู วางหูพอแล้ว ไม่ต้องพูดกับปาปาแล้ว รีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”
มีเสียงเหมือนโดนทุบ เสียงนิโคลัยหยุดไป อีริน่าตกใจ
“ปาปา โธ่ ปาปา มิคาอิลแกอย่าทำร้ายปาปา บอกมาว่าแกจะให้ฉันทำอะไร”
มีเสียงหัวเราะของมิคาอิลดังลอดมา

นิโคลัยโดนสมุนของมิคาเตะต่อยถีบชก มิคาอิลหัวเราะและพูดไปด้วย
“ฉันจะหยุดทำร้ายพ่อแก ถ้าแกมาหาฉันเดี๋ยวนี้”
นิโคลัยตะโกนห้าม
“อย่ามานะ อีริน่า”
มิคาอิลกับสมุนชกนิโคลัย
“แกอยู่ที่ไหนบอกมา ฉันจะไปหาแก”
“อย่า”
มิคาอิลยิ้มพอใจ
“ดีมากคนสวย มาที่ห้อง ฉันจะรอคนสวย อย่าให้เกินสามสิบนาที ไม่อย่างนั้นพ่อแกตาย”
มิคาอิลหัวเราะ นิโคลัยพยายามจะพูดโดนมิคาอิลตบเลือดกบปาก

อีริน่าวางสายน้ำตาไหลสงสารพ่อห่วงพ่อ
“ปาปา โธ่ ปาปา”

อิฐพูดโทรศัพท์กับเจตริน
“ฉันกินอาหารอยู่สิวะ แกอยากจะมากินด้วยหรือ”
อิฐมองไปทางโต๊ะอีริน่า
“เฮ้ย...หายไปไหนแล้ว”
อิฐ ไม่เห็นอีริน่า พนักงานมาส่งโน้ตของเอื้อให้ อิฐรับไว้อ่านแล้วตกใจ
“เฮ้ย วางสายก่อน เกิดเรื่องแล้วเดียวโทรกลับ”
อิฐอ่านโน้ตอีกครั้งโดยที่ยังไม่ได้กดวางสาย
“มีผู้ชายรัสเซียโดนทำร้ายอยู่ในห้อง...ชั้น...น่าจะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอีริน่า จากผู้หวังดี...นี่มันเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก แต่อีริน่าหายไปไหน หรือว่าอีริน่ากำลังไปที่นั่นหรือเปล่า...แย่แล้ว”
อิฐลุกพรวด

เจตรินกำลังพรวดออกมาจากห้องทำงานพูดไปด้วย
“แกแน่ใจนะว่าไม่ได้โดนหลอก แกรีบตามหาอีริน่าให้พบให้เร็วที่สุด ฝากแกดูแลเมียฉันด้วย”

เจตรินออกไปจากห้องทำงาน
จบตอนที่ 11
กำลังโหลดความคิดเห็น...