xs
xsm
sm
md
lg

ไฟรักเพลิงแค้น ตอนที่ 11

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ไฟรักเพลิงแค้น ตอนที่ 11

รัชนาถือแฟ้มเดินเข้ามาในตึกบริษัทของวีด้า เดินตรงไปถามทางที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

ก่อนเดินไปกดลิฟท์ ระหว่างรอลิฟท์ก็กดโทรศัพท์เล่น เธอเห็นตัวเลขแล้วว่าถึงชั้น 1 แต่ก็มัวแต่กดโทรศัพท์ต่อจนคนทยอยออกจากลิฟท์เกือบหมด คนสุดท้ายคือธัญกรที่มัวแต่กดโทรศัพท์เหมือนกันธัญกรเดินชนกับรัชนาด้านหน้าลิฟท์ข้าวของตกกระจาย
“โอ๊ย” รัชนาร้อง
“เฮ้ย โหคุณ เดินดูทางหน่อย” ธัญกรว่า
“แล้วคุณล่ะ เดินไงมาชนฉันแถมยังไม่มีมารยาทอีก” รัชนาตอกกลับ
“ผมน่ะเหรอไม่มีมารยาท ไม่มีมารยาทยังไง”
“ชนฉัน ไม่ขอโทษ ว่าฉัน แล้วคิดจะช่วยฉันเก็บของไหม ผู้ชายหรือเปล่าเนี่ย”
รัชนากับธัญกรจ้องหน้ากันด้วยความโกรธรัชนาดูเวลาแล้วก็รีบก้มลงเก็บของ ธัญกรฉุนแต่ก็จะช่วยเก็บ รัชนาปัดมือธัญกรออก
“ไม่ต้อง!”
“เอ้า...คุณนี่ เอาไงเนี่ย เมื่อกี้ก็ว่าผมไมขอโทษ ไม่ช่วยเก็บของ แล้วคุณล่ะ ว่าผมฉอดๆ พอช่วยเก็บก็มาเสียมารยาทอีก ตกลงผู้หญิงหรือเปล่า” รัชนาอึ้งที่โดนตอกกลับ เธอเก็บของแล้วลุกขึ้นธัญกรลุกตาม ทั้งสองยืนจ้องหน้ากัน
“หวังว่าฉันคงจะไม่เจอคุณอีกนะ” รัชนาว่า
“แน่นอน ทั้งชีวิตผมคงดวงซวยแค่วันนี้ที่เจอคุณนี่แหล่ะ หลังจากนี้คงไม่เจออีกหรอก” ธัญกรตอบ
“ตาบ้า” รัชนาโกรธ เธอฉุนมากจนไม่รู้จะทำยังไง พอเห็นลิฟท์ด้านหลังธัญกรเปิด รัชนาเลยแกล้งเอาส้นร้องเท้าเหยียบหน้าเท้าธัญกรจนร้องจ๊ากแล้วผลักธัญกรออกรีบเดินเข้าลิฟท์ไป แล้วรีบกดๆๆๆลิฟท์อย่างเร็วเพื่อจะหนีธัญกรเขยกขาจะตาม
“อย่าหนีนะยัยบ้า”
รัชนายิ้มกวนก่อนลิฟท์ปิดหนีไป ธัญกรโมโหกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ แต่แล้วก็เจ็บเท้าซ้ำอีกจนร้องโอ๊ย

ธัญกรเดินเล่นตามหน้าร้านอาหาร ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทานอะไร แล้วหยิบโทรศัพท์มากดโทรออก แล้วยิ้มดีใจ
“คุณวีด้าครับ วันนี้คุณจะเข้าออฟฟิศรึเปล่าครับ”
วีด้ากำลังเดินเข้าออฟฟิศมา เธอคุยโทรศัพท์กับธัญกรไปด้วย
“กำลังเช็คเจ้านายเหรอคะ”
“เอ่อ...ไม่ใช่นะครับ คือผมแค่อยากรู้ว่าวันนี้....” ธัญกรรู้สึกผิด
“ฉันมาถึงออฟฟิศแล้วค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ” วีด้ากดวางสาย
ธัญกรมองหน้าจอโทรศัพท์ ซึ่งเป็นรูปวีด้าที่เขาแอบถ่ายไว้อย่างอารมณ์ดี เขาคิดเรื่องเอาใจวีด้าไปด้วย

ธัญกรเดินอารมณ์ดีถือถุงขนมมาที่โต๊ะเลขาตรงหน้าห้องทำงานวีด้า
“คุณวีด้าอยู่ใช่ไหมครับ” ธัญกรถาม
“ค่ะ แต่ติดสัมภาษณ์พนักงานใหม่อยู่ คงใกล้เสร็จแล้ว” เลขาตอบ
ภายในห้องทำงานของวีด้า เธอกำลังคุยกับรัชนา
“เหลืออีกไม่กี่วันก็เดือนใหม่ คุณจะเริ่มงานกับเราได้ทันทีเลยเหรอคะ” วีด้าถาม
“ได้ค่ะ เพราะดิฉันยังมีวันพักร้อนกับบริษัทเก่าอีกสิบวัน ไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ” รัชนาพูด
ระหว่างนั้นวีด้าเปิดประตูห้องออกมา
“ยินดีที่ได้คุณมาร่วมงาน และมาอยู่กับเรานะคะ” วีด้าเอ่ย
“ขอบคุณค่ะ”
วีด้าหันมองธัญกร
“ผมไม่รู้ว่าคุณทานข้าวหรือยัง เลยซื้อขนมมาฝาก” ธัญกรพูด
“ดีเลยค่ะ งั้นให้เออีคนใหม่ ที่จะมาทำงานคู่กับคุณเลยแล้วกันนี่คุณรัชนาค่ะ” วีด้าแนะนำ
ธัญกรกับรัชนาเห็นหน้ากันก็อึ้ง
“คุณ…” ธัญกรและรัชนาประสานเสียง
“รู้จักกันแล้วเหรอ” วีด้าว่า
รัชนากับธัญกรหน้าตึงขึ้นมาทันที วีด้ามองทั้งสองคนอย่างงงๆ ธัญกรเลยพูดขึ้นมา
“แค่เดินสวนกันอยู่ข้างล่าง ไม่ได้คิดจะรู้จักกันหรอก”
“ใช่ค่ะ แค่บังเอิญผ่านกัน”
วีด้ายิ้มอย่างรู้ทัน “งั้นก็ทำความรู้จักกันไว้นะคะ คุณธัญกรเป็นเซลส์ เอ็กเซ็คคิวทีฟที่นี่ ต่อไปจะได้ทำงานด้วยกันราบรื่น”
ธัญกรกับรัชนามองหน้ากันด้วยความรู้สึกว่า จะราบรื่นเหรอ
ธัญกรเอาเท้ายื่นไปเหยียบรัชนาเบาๆ รัชนาก้มดู รู้สึกแค้น
“ฝากคุณธัญกรช่วยพาคุณรัชนา ไปหาผู้จัดการฝ่ายบุคคลหน่อยนะคะ” วีด้าพูด
รัชนาหันไปยิ้มให้วีด้า แต่พอหันกลับมา ธัญกรก็เดินไปแล้ว รัชนาอึ้งแต่ก็รีบเดินตามไป

ธัญกรกับรัชนาเดินมาต่างคนต่างไม่คุยกัน เหลือบด้วยหางตาใส่กัน
“เฮ้อนี่มันจะซวยอีกนานไหมเนี่ย” ธัญกรพูดลอยๆ
“ซวยที่เจอฉันเหรอคะ” รัชนาถาม
“ใช่เพราะผมว่าเราทำงานกันไม่ราบรื่นแน่”
“งั้นคุณก็ลาออกไปสิ”
ธัญกรเหวอ “นี่คุณผมอยู่ที่นี่มาก่อนนะ”
“คุณวีด้าบอกฉันคร่าวๆแล้ว ว่าจะต้องทำงานกับเซลส์ที่อยู่ที่นี่มาก่อน แต่อ่อนประสบการณ์” รัชนาพูดต่อ
“คุณ!”
“ฉันได้งานนี้เพราะความสามารถ และลูกค้าในมือเพียบ คนที่กลัวว่าจะลำบากในการทำงาน น่าจะเป็นฉันมากกว่านะ” รัชนาพูดต่ออีก
“งั้นก็ไม่ต้องทำสิ คุณเปลี่ยนใจทันนะ จะได้มีคนเก่งๆมาทำแทนคุณ” ธัญกรว่า
“เสียใจฉันไม่เปลี่ยน คนที่จะเปลี่ยนต้องเป็นคุณ ถ้าไม่อยากเป็นตัวถ่วงให้บริษัท”
ธัญกรพูดไม่ออก รู้สึกเจ็บใจที่โดนจี้จุดอ่อน
“ไม่ต้องพาฉันไปแผนกบุคคลหรอก กลัวมันจะเป็นงานลำบากของคุณ” รัชนาพูดจบก็เดินเชิดออกไป ธัญกรมองตามด้วยความเจ็บใจแต่ไม่รู้จะทำไง

ธัญกรนั่งดูรายงานจากคอมพิวเตอร์ จิบกาแฟไปด้วย ยศสรัลเดินเข้ามาทักทาย
“ไงเล็ก หอบงานมาทำบ้านแล้วเหรอ”
“ครับ ผมไม่อยากให้ใครมาดูถูกความสามารถผม”เขาพูดด้วยความรู้สึกแค้นรัชนา
ธัญกรพูดจบก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ยศสรัลมองน้องชายทำงานแล้วตัดสินใจพูด
“พี่ดีใจที่นายขยัน แต่พี่ไม่อยากให้นายทำงานกับคุณวีด้าอีกแล้ว”
“อะไรนะครับ” ธัญกรชะงัก
“พี่อยากให้นายลาออก แล้วกลับมาทำงานที่บ้าน หรือไปทำงานที่อื่น” ยศสรัลพูด
“นี่พี่คิดอะไร ก็รู้ๆกันอยู่ ว่าคุณพ่อไม่ให้ผมทำงาน จนกว่าผมจะพิสูจน์ตัวเองได้ ว่าไม่ได้เป็นเด็กในสายตาคุณพ่อ แล้วผมก็กำลังทำอยู่” ธัญกรบอก
“แต่การที่นายยังทำงานอยู่กับเค้า มันไม่ได้เป็นผลดีกับตัวนาย มันอาจจะทำให้ความรู้สึกของนาย ถลำลึกมากขึ้นไปอีก” ยศสรัลว่า
ธัญกรเริ่มฟังพี่ชาย เขาพูดเบาลง “ความรู้สึกของผม ผมจัดการกับมันได้”
“เล็ก ฟังพี่ คุณวีด้าไม่ใช่คนที่น่าไว้ใจ พี่กลัวว่าเค้าจะหลอกใช้นาย” ยศสรัลเอ่ย
ธัญกรโกรธแทนวีด้า
“คุณวีด้าไม่ใช่คนอย่างงั้น และผมก็ไม่ใช่เด็กที่ใครจะมาหลอกได้ผมชอบเค้ามันก็ไม่ใช่ความผิดของเค้า ถ้าพี่จะให้ผมออกเพราะพี่มีอคติกับเค้า ผมไม่ทำหรอก ขอโทษนะครับพี่สรัล ผมไม่อยากคุยเรื่องนี้”ธัญกรปิดคอมพิมเตอร์แล้วเดินหนีไป ยศสรัลถอนใจเซ็งๆ

ทุกคนพร้อมอยู่ที่โต๊ะอาหาร ธัญกรเดินเข้านั่งสินีให้คนรับใช้ยกอาหารจานสุดท้ายมาวาง แล้วขยับลงนั่ง บัญชามองหน้าลูกชายคนเล็ก
“ทำงานบริษัทคุณวีด้าเป็นไงบ้าง เอาการเอางานดีรึเปล่า” บัญชาถาม
“ครับ” ธัญกรว่า
“มันดูเป็นผู้เป็นคนขึ้น เห็นอย่างนี้ชั้นก็สบายใจ” บัญชาหันไปพูดกับสินี
ธัญกรมองยศสรัลว่าพ่อยังเห็นด้วย ยศสรัลพูดไม่ออก
“ผมทานเลยนะครับ” ธัญกรพูด
“เดี๋ยวสิลูก” สินีว่า พลางชะเง้อไปทางหน้าบ้าน
“คุณแม่รอพี่ใหญ่เหรอครับ” ยศสรัลถาม
“ใช่จ้ะ โทรมาบอกว่าจะถึงแล้ว นั่นไงมากันแล้ว”
คัชพลเดินควงวีด้าเข้ามา วีด้ายกมือไหว้บัญชากับสินีทุกคนหันไปมอง
“เป็นไง รถติดละสิ” บัญชาเอ่ย
“เปล่าหรอกครับ พอดีผมกับวีด้ามีเรื่องคุยกันนิดหน่อยน่ะครับ”
“มีอะไร ทะเลาะกันหรือเปล่าลูก” สินีถาม
คัชพลกับวีด้ามองหน้ากันแล้วยิ้ม
“ไม่ใช่หรอกครับ” คัชพลตอบ ทุกคนรอฟังอย่างสงสัย
คัชพลเลื่อนเก้าอี้ให้วีด้านั่ง พอลงนั่งเสร็จคัชพลมองวีด้า ทั้งสองยิ้ม
“คุณพ่อ คุณแม่ครับ ผมกับวีด้า เรามีเรื่องจะเรียนให้ทราบ” คัชพลว่า
“มีอะไรจ๊ะ” สินีถาม
“คุณวีด้าตกลงหมั้นกับผมแล้วครับ” คัชพลตอบ
ยศสรัลและธัญกรถึงกับอึ้ง บัญชายิ้มถูกใจ สินีกรี๊ดกร๊าด
“จริงเหรอลูก แม่ดีใจจริงๆเลย ในที่สุดใหญ่ก็จะเป็นฝั่งเป็นฝาซะทีแล้วยิ่งเป็นหนูวีด้า พ่อกับแม่ยิ่งมีความสุขที่สุด” สินีว่า
ธัญกรทนไม่ไหว จะลุกขึ้นจากโต๊ะ แต่ยศสรัลดึงแขนไว้
“แล้ววางแผนกันยังไง แม่ว่าจัดให้ใหญ่ไปเลยดีไหม” สินีถาม
“ใจเย็นๆสิคุณ” บัญชาปรามภรรยา แล้วหันไปพูดกับวีด้า “แล้วนี่คุณอาของหนูวีด้ารู้หรือยัง”
“ยังค่ะ วีด้าว่าจะเรียนให้ท่านทราบเร็วๆนี้”
“ผมว่าทานข้าวไปคุยไปดีมั้ยครับ” ยศสรัลแทรกขึ้นมา
“จริงสิ มัวแต่ดีใจจนลืม หิวแย่เลยสิลูก” สินีว่า
เธอหันไปพูดกันคนรับใช้ “อ่ะ เธอ ตักข้าวให้คุณวีด้ากับคุณใหญ่เร็ว”
สินี บัญชา คัชพล วีด้า ทานข้างไปวางแผนไป ธัญกรไม่สนใจลงมือทานข้าวเลย
ยศสรัลได้แต่นั่งฟังแล้วแอบมองวีด้า พอวีด้าหันมาเห็นยศสรัลจ้องอยู่ก็หลบตา ทำเป็นคุย ยศสรัลจ้องมองอย่างสงสัย

ยศสรัลนั่งคิดอะไรคนเดียว นึกถึงบทสนทนาระหว่างเขาและธัญกร
“พี่รู้นะว่านายรู้สึกยังไง ไม่มีทางไหนที่นายจะทำได้ นอกจาก..ตัดใจ” ยศสรัลว่า
“แล้วถ้าผมทำไมได้ล่ะ”
“พี่ถึงอยากให้นายลาออก เพราะพี่รู้ว่าวันนึง เรื่องมันต้องเป็นแบบนี้ ลาออกจากบริษัทเขาเถอะ อยู่ห่างๆเค้า จนกว่านายจะเข้มแข็งพอ”
กลับมาที่ปัจจุบัน ยศสรัลเงยหน้าสูดอากาศหายใจ เพราะตัวเขาเองนั้น ถึงแม้จะปลอบน้องชาย แต่ก็ต้องมาสับสนกับตัวเอง ว่ามีใจให้วีด้าเช่นกัน

วันใหม่ วีด้าอยู่กับเกรซในห้องนั่งเล่น ทั้งสองคุยกัน
“แกจะหมั้นกับนายคัชพลเนี่ยนะ” เกรซถามอย่างตกใจ
วีด้าพยักหน้าตอบ
“ผีบ้าอะไรเข้าสิงนี่ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ โอ๊ย ตาย แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ” เกรซพูดต่อ
วีด้าถอนใจ
“แล้วนี่ถ้าดนัยรู้ เค้าจะเป็นยังไงเนี่ย” เกรซถาม
วีด้าคิดถึงดนัยทันที เธอมีท่าทีเศร้าลง
“นี่ใจคอแกจะไม่พูดอะไรเลยใช่ไหม” เกรซว่า
“เกรซ” วีด้าเอ่ย
“อะไร”
“ชั้นฝากแกเรื่องดนัยด้วยนะ ฝากแกคอยดูเค้าหน่อย” วีด้าพูด
“วีด้า..”
“จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย” วีด้าพูดต่อ
“แล้วแกถึงจะกลับไปหาดนัย”
วีด้าไม่ตอบ
“กว่าจะถึงตอนนั้น เค้าคงเข้าใจและยอมรอแกหรอกนะ” เกรซว่า
“ชั้นก็ไม่ได้หวังว่ามันจะเป็นอย่างงั้น เกรซ...ฉันขอร้อง ฉันรู้ว่าแกจะเป็นเพื่อนที่ดีของเขา เหมือนที่แกเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน”
เกรซถอนใจ “ตลกล่ะ ฉันดูแลแกแล้วต้องดูแลดนัยอีกคนเนี่ยนะ ชาติที่แล้วฉันเป็นพี่เลี้ยงแกสองคนหรือไง” เกรซพูดจบก็ส่ายหน้าระอาใจ ส่วนวีด้ายังคิดเรื่องดนัยอยู่

อ่านต่อหน้าที่ 2


ไฟรักเพลิงแค้น ตอนที่ 11 (ต่อ)

เกรซและดนัย เดินเล่นอยู่ด้วยกันในสวนสาธารณะ ดนัยส่งซองเอกสารให้ เกรซรับมางงๆ

“งานที่คุณฝากผมตรวจสอบ ผมตรวจให้เรียบร้อยแล้ว บริษัทต่างชาติมีตัวตนจริง” ดนัยว่า
เกรซนึกได้ “ขอบคุณมากนะคะดนัย เกรซเป็นห่วง เพราะเป็นลูกค้าใหม่ของบริษัท เดี๋ยววันนี้เกรซเลี้ยงข้าวเย็นตอบแทน”
ดนัยยิ้ม แล้วกล่าว “ผมนึกว่าวันนี้วีด้าจะมากับคุณด้วย”
“พอดีช่วงนี้วีด้าเค้ายุ่งๆ เห็นว่ามีประชุมแน่น เพราะจะเปิดไลน์ธุรกิจใหม่” เกรซตอบ
“ผมเข้าใจ วีด้าเขาคงกลัวคุณคัชพลไม่พอใจถ้ามาพบผม” ดนัยว่า
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะดนัย”
“หรือวีด้า อาจจะไม่อยากเจอผมอีกแม้แต่ความเป็นเพื่อนเขาก็ให้ผมไม่ได้เลยหรือไง” ดนัยเสียใจ เกรซสงสารดนัยมาก คิดจะบอกความจริงกับดนัย
“ดนัยคะจริงๆแล้วเรื่องวีด้า” เกรซหยุดพูด ไม่กล้าเล่าต่อ
ดนัยยิ้ม พยายามทำร่าเริง “ผมคงต้องพยายามหยุดเรื่องนี้ซะที จะเลี้ยงข้าวเย็นผมใช่มั้ย”
“ใช่ค่ะ เกรซมีร้านอร่อย ดนัยต้องถูกใจแน่ๆ”
“ขอบคุณนะครับ”
“โอ๊ย ขอบคุณทำไมกัน คุณช่วยงานเกรซ เกรซสิต้องขอบคุณ”
ดนัยยิ้มแย้มขึ้น เกรซสดใสร่าเริง

รัชนายืนชงกาแฟของตัวเองอยู่ที่เคาน์เตอร์ในบริษัท ธัญกรเดินเข้ามาและไปชงกาแฟบ้าง แบบมึนๆ โครมครามเล็กน้อย รัชนายืนมอง
“ขอน้ำตาลหน่อย” ธัญกรว่า
“ขอชั้นเหรอ”
“อยู่กันสองคน จะให้ขอใคร”
“ชั้นไม่ใช่คนรับใช้ อยากได้ก็หยิบเอง”
“งั้นคุณก็หลบไป อย่ามายืนขวาง”
รัชนามองหน้าท้าทายยังไม่ยอมหลบ
“นี่คุณผมอารมณ์ไม่ดี อย่ามากวน”
“ฉันไม่ได้อยากกวนคุณ แต่คุณนั่นแหละอารมณ์ไม่ดี แล้วมาหงุดหงิดระบายใส่คนอื่น”
รัชนาจ้องหน้าเอาเรื่อง ธัญกรเริ่มรู้สึกตัว
“ผมขอโทษแล้วกัน”
“เอ๊ะ วันนี้มาแปลก ยอมขอโทษดีๆด้วย”
“ตกลงคุณจะเอายังไง”
“ฉันก็อภัยให้คุณ เพราะฉันก็แมนพอ”
วีด้าเดินผ่านมาพอดี รัชนาหันเห็นก็ทักทาย
“คุณวีด้า ดื่มกาแฟมั้ยคะ”
วีด้าหันมาสบสายตากับธัญกร รัชนามองหน้าธัญกรที่มองวีด้าแบบคนอกหักเสียใจ ธัญกรจะเดินออกไป แต่วีด้าเรียกไว้
“คุณเล็ก”
ธัญกรหยุดแต่ไม่อยากมองหน้า วีด้าเดินมาหา
“รายงานแผนการตลาดไตรมาสหน้า ส่งให้ฉันหรือยังคะ” วีด้าถาม
“ผมเมล์ให้คุณไปแล้ว” ธัญกรว่า
“ทำไมฉันไม่เห็น”
“ธุระคุณวีด้ามีแค่นี้ใช่ไหม ขอตัวนะครับ” ธัญกรพูดแล้วเดินออกไป วีด้ามองตาม เธอคิดว่าคงเป็นเรื่องหมั้นจริงๆ วีด้าออกเดินไปอีกทาง
“ตานี่มันเกิดมาจากตระกูลไหนเนี่ย ถึงได้ทำตัวคุณหนูขนาดนี้” รัชนาสงสัย

รัชนามากระแซะโอ๋ เลขาของวีด้าเพื่อถามเรื่องธัญกร
“พี่โอ๋ขา... นาอยากรู้ว่านายธัญกรเขาเป็นใคร จบอะไรมาคะ ทำไมถึงได้ทำตัวเอาแต่ใจนัก”
“ซักขนาดนี้ ชอบเค้าเหรอ” โอ๋ถาม
รัชนาเบ้หน้า ส่ายหัว “เราไม่ค่อยถูกกันน่ะค่ะ”
โอ๋เรียกรัชนาเข้าไปใกล้ แล้วกระซิบ
รัชนาตกใจ “อะไรนะ น้องชายคุณคัชพล แฟนคุณวีด้า งั้นก็ลูกเจ้าของ Prime Enterprise สิคะ”
โอ๋ยิ้มพยักหน้า
รัชนาอึ้ง เบ้ปาก “มิน่า ลูกเศรษฐี เด็กเส้นนี่เอง”

กรรมการนั่งดูเอกสารกันในห้องประชุมเป็นโบรชัวร์ห้างshopping mall และโรงแรม
“จากตำแหน่งที่ดินที่เราซื้อไว้ วีด้าว่ามันเหมาะสมที่เราจะลงทุนทำ โรงแรม และ Shopping mall” วีด้าว่า
“พวกเราทบทวนโปรเจคของคุณวีด้าแล้ว เราเห็นด้วยว่าเป็นโปรเจคที่น่าสนใจ แต่.. มันไม่เร่งด่วนไปหรือครับ” กรรมการท่านหนึ่งถาม
“ความจริงโปรเจคนี้วีด้าคิดไว้นานแล้ว และช่วงเวลานี้ก็เหมาะสม เพราะเรายังไม่มีคู่แข่ง” วีด้าตอบ
“แต่ตัวเลขการลงทุนมันสูงมาก” กรรมการคนหนึ่งว่า
“หลายธนาคารต่างยื่นข้อเสนอมาให้เรา ผมคิดว่าตรงนั้นไม่เป็นปัญหา” กรรมการอีกคนพูดขึ้น
“ถึงยังไง วีด้าก็ไม่ได้คิดจะทำคนเดียว วีด้ายังอยากให้เรามีผู้ร่วมทุน และวีด้าเชื่อว่ามีคนที่สนใจจะมาร่วมกับเรา” วีด้าพูด คิดถึงคัชพล

คัชพลกับวีด้ามาแกลอรี่ด้วยกัน ทั้งสองยืนมองภาพๆหนึ่งอยู่
“สวยดีนะ ทั้งที่ปรกติผมไม่ค่อยสนใจงานศิลปะ” คัชพลเอ่ย
“แล้วชอบไหมล่ะคะ” วีด้าถาม
“สารภาพว่าก็ยังไม่ชอบน่ะครับ แต่ผมมีความสุข เพราะแฟนผมเป็นคนชวนมาดู” คัชพลว่า
“วีด้าพลาดซะแล้ว อุส่าห์ชวนคุณใหญ่มาเพื่อจะหลอกให้ตายใจซะหน่อย แล้ววีด้าก็จะได้หาผลประโยชน์จากคุณ” วีด้าพูด
คัชพลหัวเราะ “แล้วอะไรล่ะครับ ที่ผมจะเสียประโยชน์ให้คุณ”
“วีด้าอยากหันมาทำธุรกิจโรงแรมบ้าง เลยอยากชวนคุณใหญ่ ให้มาร่วมลงทุนด้วยกัน วีด้าจะได้เรียนรู้งานจากคุณไงคะ” วีด้าบอก
คัชพลมองหน้าวีด้าแล้วยิ้มเจ้าชู้

บัญชากำลังนั่งดูเอกสารโครงการที่วีด้าเสนอ เขาวางแฟ้ม โบรชัวร์ ด้วยสีหน้ายิ้มพอใจ
“น่าสนใจมาก” บัญชาว่า
“แต่ผมยังไม่ได้ตอบตกลงคุณวีด้าไปหรอกครับ เพราะถึงยังไง ผมก็ต้องมองถึงผลประโยชน์สูงสุดที่บริษัทเราจะได้รับ” คัชพลว่า
บัญชามองหน้าคัชพลด้วยความชื่นชม
“ตาใหญ่ แกนี่มันได้อย่างใจพ่อไม่พอ ยังจะหาแฟน ที่หาแต่เงินให้เราอีกแล้วแกคิดยังไงกับเรื่องนี้” บัญชาถาม
“ถึงเราจะลงทุนแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ แต่มันก็เป็นหลักพันล้านนะครับ” คัชพลว่า
“ใจไม่ถึงล่ะสิ” บัญชาเอ่ย
“คุณพ่อคิดว่าเราควรจะทำเหรอครับ”
“ถึงเราจะถือหุ้นน้อย แต่ประสบการณ์ในธุรกิจด้านนี้เรามีมากกว่า ยังไงทางโน้นเขาก็ต้องพึ่งเรา และยิ่งแกเป็นแฟนกับหนูวีด้าด้วยแล้ว ต่อไปแกแต่งงานกับเค้า ไอ้ที่เราลงทุนแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ มันจะกลายเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์”
คัชพลเขิน “โธ่คุณพ่อครับ พูดแบบนี้ มันเหมือนผมแต่งงานเพราะหวังสมบัติเลยนะครับ”
“แล้วมันผิดตรงไหน อย่าว่าแต่ไอ้โรงแรมใหม่นี่เลย ทั้งท่าเรือ ทั้งบริษัท Logistic พ่อคิดว่าแกควรจะได้ทั้งหมดด้วยซ้ำ ส่วนหนูวีด้าน่ะให้เขาเป็นแม่บ้านไปเถอะ”
บัญชากับคัชพลยิ้มฝันถึงอนาคตอันแสนหวาน

วีด้ากับคัชพล ต่างลงชื่อในแฟ้มแล้วแลกกันเซ็นพอเซ็นเสร็จส่งแฟ้มให้แก่กัน แล้วทุกคนในห้องประชุมปรบมือ วีด้ากับคัชพลจับมือกันวีด้าหันกลับมาพูดกับกรรมการทุกคน
“จากวันนี้ไป Prime Enterprise คือผู้ร่วมลงทุนอย่างเป็นทางการของเรา ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ”
วีด้ากับคัชพลจับมือกันอีกครั้งแล้วให้ถ่ายรูป
ที่มุมห้อง ธัญกรยืนมองสีหน้านิ่งอย่างไม่ค่อยพอใจ

“คุณรู้ไหม การลงทุนครั้งนี้ผมถูกจับตามองมาก เพื่อนๆผม เริ่มล้อผมแล้ว ว่าผมเอาเงินพันล้านมาแลกหมื่นล้าน” คัชพลว่า
“คุณแคร์เหรอคะ” วีด้าถาม
“คุณล่ะคิดยังไง”
“วีด้าไม่แคร์ และไม่สนใจเสียงวิจารณ์หรอกค่ะ สงสัยวีด้าคงจะหลงเสน่ห์คุณมาก”
คัชพลหัวเราะชอบใจ “ถ้าเป็นแบบนั้น ผมจะดีใจที่สุดเลย”
คัชพลยิ้มปลื้มหยุดเดินแล้วจับมือวีด้า
“วีด้าครับ ผมอยากชวนคุณไปเลือกแหวนหมั้น ไหนๆวันนี้ก็เป็นวันดีเรื่องงาน ก็ให้มันสำหรับเรื่องหมั้นของเราด้วย” คัชพลเอ่ย
“ได้ค่ะ” วีด้ารับคำ แล้วเดินไปหยิบกระเป๋า
“เชิญครับ” คัชพลกับวีด้าเดินออกไป
ธัญกรที่หลบมุมอยู่ออกมามองตามทั้งคู่ไปด้วยความเศร้า

อ่านต่อหน้าที่ 3


ไฟรักเพลิงแค้น ตอนที่ 11 (ต่อ)

รัชนายืนคอยธัญกรที่ลานจอดรถ แล้วเห็นวีด้ากับคัชพลเดินผ่านไป รัชนามองตามด้วยความชื่นชมสักพักธัญกรเดินออกมาหารัชนา แต่รัชนาไม่รู้ตัวมัวแต่มองคัชพลกับวีด้า

“จะยืนมองอีกนานไหม” ธัญกรว่า
รัชนาหันกลับมาค้อน “มาถึงก็กวนเลย จะไปรถนายหรือรถฉันล่ะ”
ธัญกรว่ารัชนาแต่กลับมองตามซะเอง รัชนาสังเกตหน้าธัญกร แล้วมองไปวีด้า
“คุณคัชพลกับคุณวีด้าเนี่ย เหมาะสมกันเนอะ” รัชนาว่า
ธัญกรหันมองรัชนาตาเขียว
“ทำไมต้องโกรธ ชั้นพูดอะไรผิดเหรอ” รัชนาพูดต่อ
“คุณไปพบลูกค้าคนเดียวแล้วกัน ผมไม่ไปแล้ว”
รัชนางง “อะไร จะบ้าเหรอ ฉันยังไม่รู้จักลูกค้าของคุณนะ จะปล่อยชั้นไปคนเดียวได้ไง”
“เดี๋ยวจะโทรบอกเค้าให้ ว่าคุณจะไปพบ” ธัญกรพูด
รัชนาโกรธ เอากระเป๋าเหวี่ยงใส่
“นี่คุณ...ทำผมเจ็บอีกแล้วนะ”
“น้อยไปสิสำหรับคนทำงานแบบนี้ คุณเป็นเซลส์ไปหาลูกค้ามา ฉันเป็นเออีมีหน้าที่ดูแลลูกค้าต่อจากคุณ แล้วถ้าคุณไม่พาไปแนะนำฉันจะไปหาเขายังไงเล่า”
ธัญกรฟังจบก็หันหลังกลับจะเดินไป รัชนารีบเดินมากระชากแขนทันที
“นี่ฉันพูดขนาดนี้ คุณยังจะไปอีกเหรอ”
ธัญกรตวาด “รู้แล้วก็จะไปเอาโน้ตบุ๊คไง รอนี่แหละ ยัยบ้า บ่นอยู่ได้”
ธัญกรเดินไปรัชนามองตามด้วยความโกรธ แต่ก็ยังทำล้อเลียนคำพูดธัญกร

ยศสรัลนั่งจิบกาแฟอยู่ในสวนอยู่กับมณฑิตา
“ท่านผู้หญิงขอมาเลยนะคะ ว่างานนี้มณต้องพาสรัลไปร่วมให้ได้” มณฑิตาว่า
ยศสรัลคิดที่จะทำดีกับมณทิตา
“เราต้องไปถึงกี่โมงครับ”
มณทิตาดีใจ “สรัลตกลงไปใช่มั้ยคะ”
“ครับ” ยศสรัลยิ้ม
“มณดีใจจังเลย เป็นครั้งแรกที่คุณยอมตกลงด้วยดี”
“ที่ผ่านมา ผมคงทำตัวแย่กับคุณมาก” ยศสรัลว่า
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ มณขอบคุณนะคะ ที่คุณคิดได้ และทำดีกับมณ”

“ซินแสบอกว่า จะมาถึงนี่ตอนหกโมงเย็นค่ะ” คนรับใช้บอกสินีในห้องโถง
“แหม เย็นไปหน่อยนะ แต่ก็ไม่เป็นไร” สินีว่า
คนรับใช้เดินออกไป มณทิตาเดินเข้ามาอย่างดีใจ
“คุณแม่ขา มณดีใจจังเลย สรัลยอมไปงานกับมณด้วยความเต็มใจแล้ว แล้วก็พูดจากับมณดีด้วยมณมีความสุขที่สุดเลยค่ะคุณแม่”
“แม่บอกแล้ว ว่าอยู่ใกล้กันบ่อยๆ มันก็รักกันไปเอง นี่สรัลคงเห็นใจหนูมณแล้วล่ะ เชื่อแม่แล้วใช่มั้ย” สินีดีใจไปด้วย
“ค่ะคุณแม่”
สินีจับเนื้อตัวหน้าตาว่าที่ลูกสะใภ้ รู้สึกมีความสุข

ซินแสมาถึงที่บ้านแล้ว สินีส่งวันเดือนปีเกิดให้ซินแส
“วันเดือนปีเกิดของใหญ่กับแฟนเค้า ชั้นได้มาแล้ว ดูให้หน่อย ว่าฤกษ์หมั้นที่เด็กๆเค้าเลือกมา มันดีมั้ย”
ซินแสลงมือดูให้ สินีได้ฟังก็หน้าซีด
“เป็นไปไม่ได้ ชั้นไม่เชื่อ ซินแสนี่เลอะเทอะใหญ่แล้วนะ” สินีว่า
“ถ้าไม่เชื่อผมก็ไม่เป็นไร แต่ผมก็ดูให้ตรงๆ ตามดวงชะตางั้นผมกลับก่อนนะครับ” ซินแสเอ่ย
สินีเมินใส่ไม่สนใจ

ยศสรัลและมณทิตา ขับรถเข้ามาจอดในบ้าน มณฑิตาปิดประตูรถอย่างแรง
“ถ้าคุณไม่อยากไป แล้วคุณฝืนไปทำไม” มณฑิตาว่า
“มณก็เห็น ว่าผมพยายามแล้ว” ยศสรัลอธิบาย
“ถึงกับต้องใช้ความพยายามเลยเหรอคะ กับแค่ออกงานกับมณ”
สินีเดินออกมามองอย่างงงๆ ทั้งสองพูดกันต่อ
“มณ คุณต้องให้เวลาผมบ้าง คุณไม่เห็นเหรอ ว่าผมพยายามจะปรับตัวเข้าหาคุณ” ยศสรัลกล่าว
“นี่เหรอคะ ปรับตัวเข้าหา มณดูออกว่าคุณฝืนใจทำดีกับมณ พอมีคนถามเรื่องแต่งงาน คุณก็เงียบ”
“ผมอยากให้เราสองคนไปกันได้จริงๆ ก่อนจะถึงวันนั้น”
“เพราะคุณไม่เคยคิดว่าเราจะไปกันได้ ใช่มั้ยคะ ตอนนี้ใครๆเค้าก็ลือกัน ว่าเราไม่ได้รักกันจริงหมั้นเพราะผู้ใหญ่เห็นชอบ”
“หรือว่ามันไม่จริง” ยศสรัลเอ่ย
“นี่ถ้ามณถอนหมั้นกับคุณ คุณคงดีใจ” มณฑิตาโกรธ
ยศสรัลนิ่งเงียบไม่ตอบ มณฑิตาโมโหสุดขีด สินีแทรกขึ้นมา
“อะไรกันลูกมณ ถอนหมั้นอะไรกัน”
“มณเหนื่อยจังเลยค่ะคุณแม่ มณเหนื่อยที่จะต้องวิ่งตามเขา ขอโทษนะคะ มณกลับล่ะค่ะ” มณฑิตาเดินออกไปขึ้นรถตัวเอง สินีมองตามแล้วหันมามองหน้ายศสรัล

ยศสรัลนั่งลงในบ้าน สินีหงุดหงิดจนนั่งไม่ติด เธอรู้สึกโกรธลูกชาย
“เกิดอะไรขึ้น สรัล แม่นึกว่าเราสองคนกำลังจะเข้ากันได้แล้วเชียว” สินีถาม
“ผมทำดีที่สุดแล้วครับ” ยศสรัลเอ่ย
“นี่น่ะเหรอดีที่สุด แย่ที่สุดล่ะไม่ว่า” สินีพูด
“คุณแม่ต้องการให้ผมโกหกตัวเอง โกหกทุกคนว่ารักมณงั้นเหรอครับ” ยศสรัลถามผู้เป็นแม่
“อย่ามายอกย้อนแม่นะ ที่พ่อกับแม่ทำน่ะก็เพื่อตัวลูก เพื่อบริษัท เพื่อทุกคนนะ” สินีว่า
“ครับ ผมทราบว่าคุณพ่อคุณแม่ทำเพื่อทุกคน เพื่อผลประโยชน์ เพื่ออะไรอีกเยอะแยะ แต่ไม่ใช่เพื่อผม” ยศสรัลพูด
“สรัล แกกล้าคิดแบบนี้เหรอ ถ้าพ่อแม่ไม่ทำเพื่อแก แล้วจะทำเพื่อใคร” สินีโกรธมาก
ยศสรัลนิ่งเงียบพูดไม่ออก
สินีกำลังเดินออกไปสวนกับคัชพลที่เดินเข้ามาพอดี
“เสียงดังอะไรกันครับ” คัชพลถาม
“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่เราหน่ะเมื่อวานไปดูแหวนหมั้นเป็นไงบ้าง” สินีถามลูกชาย
“วีด้าเขายังไม่เจอที่ถูกใจครับ แต่เราตกลงกันแล้วว่าจะสั่งเพชรเข้ามาแล้วช่วยกันออกแบบ” คัชพลบอก
“แหมหวานกันจังเลยนะ น่ารักมาก ไปตาใหญ่ เราไปคุยกันต่อข้างในเถอะ” สินีว่า
สินีค้อนใส่ยศสรัลก่อนเดินออกไป ยศสรัลมองตามแล้วหันกลับมา รู้สึกผิดหวังกับทุกๆเรื่อง

กำธรเพิ่งลงเครื่องมา เมื่อขึ้นรถออกจากสนามบินก็กดโทรศัพท์หาวีด้า
“ว่าไง หลานสาวคนเก่งอาเพิ่งลงเครื่องมา กำลังอยู่ในรถ”
“ก็อยากจะเซอร์ไพรส์เราไงงั้นวีด้าออกมาทานกลางวันกับอาก่อนไหม ทานเสร็จ จะได้เข้าบริษัทพร้อมกัน ดีเลย อาไม่ได้ไปร้านนี้นานแล้วเดี๋ยวเราไปเจอกันที่ร้านนะสวัสดีจ้ะ”

“สวัสดีค่ะ คุณคัชพล มาหาคุณวีด้าเหรอคะ” เลขาของวีด้าทักทายเมื่อเห็นคัชพล
“ใช่ครับ”
“คุณวีด้าออกไปแล้วค่ะ ไปทานข้าวกับท่านประธาน”
“อ้า คุณกำธรกลับมาเหรอครับ”
“เห็นว่าพึ่งมาถึงค่ะ แต่เดี๋ยวคุณวีด้าก็กลับเข้ามานะคะ “
“ขอบคุณครับ อืมมมม คุณโอ๋ทราบมั้ยว่าคุณวีด้าไปทานข้าวที่ร้านไหน”
“โอ๋จดรายละเอียดให้นะคะ” โอ๋เขียนแล้วส่งให้คัชพล
“ขอบคุณมากครับ”
คัชพลยิ้ม ในใจคิดว่าจะไปเซอร์ไพรส์แล้วเดินออกไป

วีด้ากำลังทานอาหารกับกำธรในร้านอาหาร
“วีด้าดูผอมไปนะ อาใช้งานเราหนักไปหรือเปล่า” กำธรเอ่ย
“ไม่เลยค่ะ งานแค่นี้ วีด้าสบายมาก คงเพราะวีด้าไปฟิตเนสมั้งคะ”
“เหรอ ดีนะ ทำงานหนักแล้วก็ต้องออกกำลังกายบ้าง ยืดเส้นยืดสาย ว่าแต่ไปฟิตเนสกับดนัยเหรอ”
“อืม เปล่าค่ะ วีด้าไปคนเดียวค่ะ เราว่างไม่ค่อยตรงกันน่ะค่ะ” วีด้าตอบ
“อ้าว แล้วดนัยเป็นยังไงบ้าง อาไม่ได้เจอนานแล้ว”
“ดนัยก็สบายดีค่ะ แต่ช่วงนี้ต่างคนต่างยุ่ง เลยไม่ค่อยได้เจอกัน”
“เอาเวลาไปให้ดนัยเค้าบ้าง พรุ่งนี้มะรืนนี้ นัดเค้ามาทานข้าวกับอานะ” กำธรว่า
วีด้าอึดอัดใจ โทรศัพท์วีด้าดัง เป็นคัชพลที่โทรมา วีด้าคิดว่าจะเอายังไงดีก่อนตัดสินใจกดรับสาย
“คุณใหญ่”
“ผมอยู่ตรงนี้” เสียงคัชพลดังมาตามสาย
วีด้าตกใจหันไปมองก็เห็นคัชพลหน้าประตู คัชพลวางสายแล้วยิ้มให้
“เอ่อ คุณอาคะ”
“วีด้า มีอะไรรึเปล่า” กำธรว่า
วีด้าพูดไม่ออกเพราะตั้งตัวไม่ทัน

อ่านต่อหน้าที่ 4

ไฟรักเพลิงแค้น ตอนที่ 11 (ต่อ)

“สวัสดีครับคุณอากำธร”

กำธรหันไปตามเสียงก็เจอคัชพลยืนอยู่ กำธรมองหน้าสงสัยว่าเป็นใคร
“เอ่อ คุณอาคะ นี่คุณใหญ่ค่ะเพื่อนวีด้า” วีด้าแนะนำ หน้าเจื่อนๆ
คัชพลยกมือไหว้ “ครับ เชิญนั่งสิ มาทำธุระแถวนี้เหรอ”
“ผมไปที่บริษัทไม่เจอคุณวีด้า แต่เลขาบอกมาที่นี่ ผมเลยตามมาครับ” คัชพลว่า
กำธรฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ “คุณเป็นเพื่อนใหม่ของวีด้าเหรอ”
“ขอโทษที่ไม่ได้เรียนให้คุณอาทราบ ผมกับคุณวีด้าชอบกัน และกำลังจะหมั้นกันครับ” คัชพลตอบ
กำธรอึ้งมองหน้าวีด้าทันที
“นี่มันอะไรกันวีด้า ทำไมอาไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย”
คัชพลแปลกใจเช่นกันเมื่อรู้ว่าวีด้าไม่ได้บอกกำธร แต่ก็ช่วยแก้สถานการณ์ให้
“พอดีเราสองคนเพิ่งตกลงกัน เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เองครับ แต่คุณพ่อคุณแม่ผมทราบเรื่องแล้วนะครับ ท่านก็เห็นดีด้วย อีกสักพักคงท่านคงไปคุยกับคุณอาอย่างเป็นทางการ”
กำธรมองคัชพล มองวีด้า คัชพลควักนามบัตรให้กำธร
“นี่นามบัตรของผมครับ”
“Prime Enterprise คุณเป็นลูกชายคุณบัญชา” กำธรเอ่ย
คัชพลยิ้มออก “ใช่ครับผม”
กำธรมองหน้าวีด้าที่กำลังหน้าเครียด

กำธรกลับมาที่บ้าน เขาโกรธจัด
“รู้ตัวไหม ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ วีด้า” กำธรเอ่ย
“วีด้าทราบค่ะ”
“แล้วหลานจะไปสู้รบปรบมือกับเค้าได้ยังไง ทำไมถึงเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงแบบนี้”
“วีด้าอยู่เฉยๆไม่ได้ค่ะ คุณอารู้มั้ยคะ ว่านายบัญชามันยังตามไปหาเรื่องแม่วีด้าอยู่ ทั้งๆที่แม่เป็นแบบนั้น” วีด้าว่า
“เราก็เลยคิดเรื่องแก้แค้น มันไม่คุ้มกันเลย ไม่คุ้มจริงๆ” กำธรพูด
คุณอาคะ วีด้าต้องนอนฝันร้าย ฝันเห็นพ่อถูกพวกมันทำร้าย ตื่นขึ้นมา ก็ต้องมาเห็นแม่ที่กลายเป็นคนเสียสติ บางครั้งก็คลุ้มคลั่ง คุณอาอย่าห้ามวีด้าเลยนะคะ วีด้าต้องการทำให้พวกมันรู้จักความเจ็บปวดและการสูญเสีย อย่างที่วีด้าต้องเจอ” วีด้าพูดน้ำตานองหน้า เจ็บปวดเมื่อคิดถึงเรื่องในอดีต
กำธรส่ายหน้า แต่ก็ยังต้องกอดปลอบใจหลาน

วันต่อมา เกรซคุยอยู่กับวีด้าที่คอนโด
“อะไรนะแก คุณอาแกรู้เรื่องหมดแล้ว” เกรซรีบลดถ้วยกาแฟลงด้วยความตกใจ
“อืม”
“แล้วเป็นไง อาแกไม่ห้ามแกเหรอ”
วีด้าถอนใจ “ห้ามสิ ชั้นก็รับปากคุณอาไป”
“งั้นแก ก็จะยุติเรื่องนี้แล้วใช่มั้ย”
“ชั้นจะยอมยุติ เมื่อชั้นได้ในสิ่งที่ชั้นต้องการ”
“แล้วแกต้องการอะไร”
“เอาทุกสิ่งที่ควรจะเป็นของพ่อชั้น กลับคืนมา” วีด้าพูด แววตามีประกายเอาชนะและเชื่อมั่น

เช้าวันใหม่ วีด้าเดินเข้าออฟฟิศ สวนกับธัญกรที่เดินออกไปพร้อมรัชนา วีด้าหยุด ธัญกรหยุดมอง
รัชนามองสองคนไปมา
“ผมจะออกไปพบลูกค้า” ธัญกรเดินนำออกไป รัชนาเดินตาม
วีด้ามองตามไม่สนใจ แล้วเดินต่อ


ธัญกรกับรัชนามาถึงบริษัทลูกค้า ทั้งสองลงมาจากรถ ธัญกรหยิบกระเป๋าโน้ตบุ๊คแล้วเดินไปไม่สนใจรัชนาจนรัชนาต้องวิ่งตาม
“นี่คุณหนู รอฉันด้วยสิ” รัชนาว่า
ธัญกรหยุดแล้วมองอย่างไม่พอใจ “เรียกใครคุณหนู”
“ก็นายนั่นแหละ ทำตัวเป็นเด็กทุกวัน ฉันมาดูแลลูกค้านะ ไม่ได้สมัครงานมาเป็นพี่เลี้ยงนาย” รัชนาว่า
“เธอพล่ามอะไรของเธอเนี่ย” ธัญกรเอ่ย
“ก็พล่ามเรื่องของนายนี่แหล่ะ อีตาคุณหนูอารมณ์ร้าย ฉันรู้แล้วว่านายเป็นน้องชายคุณคัชพล แฟนคุณวีด้า” รัชนาเอ่ย
“แล้วไง เธอจะบอกอะไร” ธัญกรถาม
“ชั้นรู้ด้วยว่านายแอบชอบคุณวีด้า” รัชนาพูดต่อ
ธัญกรอึ้งมองหน้ารัชนา
“ถ้านายยังเป็นแบบนี้ ก็ไม่ควรมาทำงานใกล้ๆคุณวีด้า เพราะเวลานายเหวี่ยงน่ะ มันมาลงที่ฉัน” รัชนาพูดต่อ
“พูดให้มันดีๆนะ” ธัญกรเอ่ย
“ฉันก็ไม่ได้จิ้นลอยๆ คนอย่างนายน่ะไม่ได้ซับซ้อนอะไร ดูแวบเดียวก็รู้ว่าชอบแฟนพี่ชายตัวเอง”
“นี่เธอ อย่ามาเพ้อเจ้อ” ธัญกรโกรธมาก
รัชนาหยักไหล่
“ไม่ต้องห่วงนะ ชั้นไม่พูดเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด ถ้านายทำดีกับชั้น”เมื่อพูดจบเธอก็ยิ้มหวาน
“ฝันไปเถอะ!” ธัญกรพูดด้วยความโกรธ
เมื่อพูดจบธัญกรส่งแฟ้มให้รัชนาถือ รัชนารับไว้ แล้วธัญกรก็เดินออกไป รัชนาโมโหวิ่งตาม
“เดี๋ยวสิ นี่นาย รอด้วย”

ยศสรัลวางหนังสือพิมพ์ธุรกิจหลายฉบับลงบนโต๊ะ
“เราไปร่วมลงทุนกับคุณวีด้า ทำไมผมไม่รู้เรื่องนี้เลย” ยศสรัลพูด
“แล้วทำไมนายต้องรู้ทุกเรื่อง นายไม่ใช่บอร์ดที่จะดูเรื่องเงินลงทุนนะ” คัชพลว่า
“แต่ผมก็น่าจะได้รับรู้ การลงทุนขนาดนี้ มันไม่ใช่เล็กๆนะครับ” ยศสรัลบอก
“แล้วใหญ่มันไม่คิดให้ดียังไง ธุรกิจด้านนี้เราเก่งที่สุด การที่หนูวีด้าเขามาช่วยเราลงทุน เราก็มีแต่ได้” บัญชาว่า
“แต่ทุนสูงขนาดนี้ อาจจะทำให้เราขาดสภาพคล่อง แล้วกระทบธุรกิจหลักของเรา ทำให้เรามีปัญหาได้นะครับ“ ยศสรัลเอ่ย
“มันจะมีปัญหาได้ยังไง อีกหน่อยพี่แกก็แต่งงานกับหนูวีด้ามันจะต่อยอดธุรกิจให้เราน่ะสิไม่ว่า” บัญชาพูด
“พี่ว่านายอย่าคิดมาก เรื่องความก้าวหน้าของบริษัท มันเป็นหน้าที่ของพี่กับคุณพ่อ ไม่ใช่ของนาย” คัชพลพูด
เมื่อโดนคัชพลขวางมาขนาดนี้ ยศสรัลก็เดินออกจากห้องอย่างหงุดหงิด

ยศสรัลกลับมาลงนั่ง แล้วนึกถึงวีด้าอย่างโกรธเคือง
“วีด้า”
ยศสรัลกดอินเตอร์คอม
“เอาเบอร์คุณวีด้าให้ผมหน่อย”

ขณะเดียวกัน วีด้ากำลังนั่งทำงาน มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“โทรศัพท์จากคุณยศสรัลค่ะ” เลขารายงาน
วีด้าแปลกใจ แต่ก็กดรับ
“สวัสดีค่ะคุณยศสรัล”
“ผมขอนัดคุยธุระกับคุณหน่อย”
“ชั้นไม่เคยมีธุระอะไรกับคุณ”
“คุณไม่มีแต่ผมมี และผมกำลังจะไปหาคุณ เดี๋ยวเจอกันนะ”
“นี่คุณ จะบ้ารึเปล่านะ”
ยศสรัลวางโทรศัพท์แล้วหยิบกุญแจรถเดินออกจากห้องทันที

วีด้ากำลังนั่งทำงาน เลขารายงานว่ามีโทรศัพท์จากยศสรัล
“วีด้าไม่รับสายค่ะ”
“เค้าฝากบอกว่า ถ้าคุณวีด้าไม่รับสาย เค้าจะโทรทุกหนึ่งนาทีค่ะ” เลขาเอ่ย
วีด้าเจ็บใจ “งั้นก็โอนเข้ามาค่ะ”
เลขากดโอนสายให้
“ว่าไงคะ” วีด้าพูด
“ผมอยู่หน้าบริษัทคุณแล้ว อยากให้คุณลงมาคุยกับผมหน่อย” ยศสรัลพูด
“ชั้นไม่ว่าง แค่นี้นะคะ ชั้นมีงานต้องทำอีกมาก” วีด้าตัดบท
“ได้ งั้นผมจะรออยู่หน้าตึก รถคุณก็จอดอยู่ไม่ไกลถ้าคิดว่าหลบได้ก็ลองดู” ยศสรัลวางสายโดยไม่รอคำตอบ
วีด้าทำหน้าหงุดหงิด

ยศสรัลนั่งรออยู่ในรถด้วยความร้อนใจ หมั่นยกนาฬิกาขึ้นดู ส่วนวีด้านั่งทำงานอย่างไม่สนใจจนตกเย็น วีด้าก็ยังนั่งทำงานอยู่ มีเสียงเคาะประตู เลขาเปิดเข้ามา
“คุณวีด้ายังต้องการอะไรอีกไหมค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วโอ๋ของตัวกลับก่อนนะคะ” เลขาพูด
“ไม่มีแล้วค่ะ คุณโอ๋กลับเถอะ”
วีด้าเปลี่ยนอิริยาบถจากการทำงาน ยืดแขนตัวเอง เหลือบมามองนาฬิกาก็เห็นว่า หกโมงนิดๆ แล้ว เธอจึงเก็บของแล้วเดินออกนอกห้อง

ยศสรัลเหลือบมองเห็นวีด้าเดินออกมาจากตึกผ่านกระจกมองหลัง เขาลงจากรถมายืนประจันหน้ากัน
“ยังรออยู่อีกเหรอ” วีด้าว่า
ยศสรัลโกรธ “ก็เห็นอยู่”
วีด้าเชิดใส่ “งั้นคุณต้องการอะไร”
“ผมขอคุยด้วย”
“ชั้นไม่มีเวลา จะรีบกลับ”
“ได้ ถ้าคุณไม่ยอมคุยกับผม ผมจะลากคุณขึ้นรถ แล้วถ้าคุณขัดขืนหรือร้องให้ใครช่วย คนในบริษัทคุณก็จะได้เห็น ว่าคุณโดนผู้ชายดักฉุดหน้าบริษัทตัวเอง เป็นข่าวหน้าหนึ่ง ดังระเบิดเลยทีนี้”
“ชั้นให้เวลาคุณ 10 นาทีตามชั้นมา” วีด้าพูดด้วยความโกรธ เธอเดินนำไปที่สวนด้านข้างตึกบริษัท
โดยมียศสรัลเดินตามไป

อ่านต่อตอนที่ 12

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 11
ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล ตอนที่ 11
ทุกคนเปิดประตูเข้ามาในคอนโด เห็นปินัทธาเกาะอยู่ที่ระเบียง ทำท่ายืดตัว เหยียดสุดแขน ทุกคนตกใจ กรีดร้องลั่น น้ำผึ้ง อย่า เธอนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ดูหัวแม่เท้าตัวเอง อุ๊ย...ไอ้มดบ้า กัดตรงไหนไม่กัด หัดหัวแม่เท้า ทุกคนอึ้ง เธอลุกขึ้นมาใหม่ ปีนรั้วกั้นระเบียงอีกรอบ พีศทรรตออกตัวไวกว่าใครพุ่งไปเปิดประตูกระจก กลุ่มเพื่อนพุ่งตามไป ปิดท้ายด้วยวายุบุตรกับกฤษฎา เธอได้ยินเสียงเปิดประตูกระจก ก็หันไป เขาพุ่งเข้ามารวบตัวเธอไว้ น้ำผึ้ง หย่า! เธอตกใจ เห็นมากันเพียบ ทุกคนร้อง อย่า! เขาลากเธอออกจากรั้วกั้นระเบียง ส่วนสามสาวลากพีศทรรต กฤษฎา วายุบุตรลากสามสาวอีกทอดหนึ่ง ในขณะที่เจ้าหน้าที่และร.ป.ภ.ยืนเหวอ
กำลังโหลดความคิดเห็น...