xs
xsm
sm
md
lg

สามีตีตรา ตอนที่ 11

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สามีตีตรา ตอนที่ 11

กะรัตเดินเข้าโรงแรมด้วยอารมณ์เหมือนภูเขา ไฟพร้อมจะระเบิด พิศุทธิ์กำลังใช้โทรศัพท์ของโรงแรมคุยกับหม่อมมลุลี
“หม่อมย่าบอกผมหน่อยสิครับว่าใครเป็นคนไถ่วัง”
หม่อมมลุลีอึกอัก
“ใครไถ่ก็ไม่สำคัญ เอาเป็นว่าตอนนี้วังเป็นของชายก็พอแล้วนี่
“เจ้าสัวเหรอครับ”
“ไม่ใช่เจ้าสัวหรอกลูก”
“ถ้างั้นใครครับบอกผมมาซิครับ”
“แหม พิศุทธิ์นะไม่เห็นต้องมาทำจริงจังแบบนี้เลย มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรสักหน่อยนึง จะว่าไปหนูกะรัตเขาก็หวังดีกับเรา”
พิศุทธิ์ชะงักกำหมัดแน่น
“เป็นกั้งจริงๆ”
“พิศุทธิ์ฟังย่าก่อนนะ เรื่องการมีศักดิ์ศรีมันเป็นเรื่องดีนะลูก แต่ถ้ามีมากเกินไป มันก็จะกลายเป็นทิฐิไปนะลูก เอาเป็นว่าเรื่องวังก็แล้วไปแล้ว อย่าไปคิดเล็กคิดน้อยว่าใครจะช่วยเหลือเราเลยนะลูก...”
พิศุทธิ์วางหูโทรศัพท์อย่างอึ้ง หัวหน้าออกจากห้องสัมนามาเรียก
“คุณพิศุทธิ์ เชิญ”
หัวหน้าเข้าห้องสัมมนาไป พิศุทธิ์ยืนนิ่งพยายามข่มอารมณ์โกรธ รู้สึกแย่ที่สุดท้ายกะรัต ก็ใช้เงินช่วยเขา พิศุทธิ์เดินเข้าห้องสัมมนา...พิศุทธิ์ยืนอยู่หน้าห้องกำลังจะพรีเซนต์ต่อ ผู้ร่วมสัมมนามองเขาแล้วกระซิบกัน พิศุทธิ์เห็นอาการของผู้ร่วมสัมมนาแล้วรู้สึกอึดอัดเขาสับสน กังวล ไม่รู้ว่าแต่ละคนมอง เขาเป็นยังไง ทันใดนั้นกะรัตเปิดประตูห้องสัมมนาเข้ามา พิศุทธิ์และทุกคนในห้องหันไปมองอย่างตกใจ
“กั้ง”
กะรัตเดินตรงเข้าไๆปหาพิศุทธิ์ แล้วตบหน้าเขาเต็มแรง พิศุทธิ์ชะงัก หัวหน้าและผู้ร่วมสัมมนาที่นั่งในห้องต่างชะงักอึ้ง เงียบกริบ
“กั้ง…” พิศุทธิ์หันมามองกะรัตอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันไม่คิดเลย ว่าคำว่ารักของคุณ มันก็แค่คำลวงโลกที่คุณพูดออกมาหลอกฉัน”
กะรัตตบพิศุทธิ์รัวพร้อมพูดอย่างพรั่งพรู
“ทั้งๆที่ฉันทำเพื่อคุณ ทุกอย่าง คุณกลับโกหกฉัน คุณทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง”
พิศุทธิ์ทนไม่ไหว
“หยุดนะกั้ง”
พิศุทธิ์ดึงมือกะรัตลากออกจากห้อง
พิศุทธิ์ดึงมือกะรัตเดินออกมาจากห้องสัมมนา เธอสะบัดมือออก
“ปล่อยฉันนะ อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”
“คุณเป็นอะไรของคุณ อยู่ๆก็มาตบหน้าผม โวยวายกลางห้องสัมมนาแบบนั้น เห็นไหมว่าคนเยอะแยะ ทำอะไรรู้จักคิดบ้างสิ”
“ใช่สิ เพราะฉันเป็นคนไม่รู้จักคิดไง ฉันถึงได้หน้ามืดตามัว คุณบอกซ้ายฉันก็ไปซ้าย คุณบอกขวา ฉันก็ไปขวา ไม่เคยเอะใจ ว่าที่คุณให้ไปมัน คือนรก”
“พูดให้รู้เรื่องกั้ง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“ความจริงมันถูกเปิดเผยแล้วคุณพิศุทธิ์”
“ความจริงอะไร”
“ความจริงที่คุณปลิ้นปล้อนว่ารักฉัน แต่ความจริงคุณกลับไปมั่วกับนังผู้หญิงชั้นต่ำไง”
พิศุทธิ์ชะงัก
“อะไรนะ”
“นังผึ้ง นังกากีมันบอกฉันหมดแล้ว ว่าคุณกับมันแอบทำระยำตำบอน อะไรลับหลังฉันบ้าง”
“ผมไม่ได้ทำอะไร” พิศุทธิ์เสียงแข็ง
“ถ้าคุณไม่ได้ทำ แล้วก้อนเลือดที่มันโตอยู่ในท้องนังผึ้งมันเกิดขึ้นมาได้ยังไง นังผึ้งบอกฉันหมดแล้วว่ามันท้องกับคุณ”
พิศุทธิ์อึ้ง
“สายน้ำผึ้งท้องกับผม เขาบอกคุณอย่างนั้นเหรอ”
“ก็ใช่นะสิ มันอุ้มลูกมาขอคุณกับฉันที่บ้าน…นี่เลิกทำหน้าไม่รู้เรื่อง เลิกเล่นละคร
ตบตาฉันซะทีได้ไม๊ ฉันเช็คมาหมดแล้ว เพื่อนที่ทำงานคุณก็รู้กันหมด มันเอาภาพที่คุณ
พามันไปหาหมอ เอกสารการฝากครรภ์ที่มีชื่อ คุณเป็น พ่อเด็กให้ฉันดูหมดแล้ว”
พิศุทธิ์มองกะรัตอย่างเจ็บปวด
“สุดท้ายคุณก็เหมือนเดิม เชื่อคนอื่นมากกว่าคนของตัวเอง”
“ก็เพราะฉันเอาแต่เชื่อคุณ ฉันถึงได้โง่อย่างนี้ไง ฉันเชื่อว่าที่คุณเครียด จนไม่อยากมีลูกกับฉัน เพราะคุณกังวลเรื่องหนี้สิน แต่ความจริงคุณไม่อยากมีลูกกับฉันเพราะคุณมีกับนังผึ้ง...คุณมันก็ไม่ต่างกับผู้ชายคนอื่น เห็นฉันเป็นบ่อเงิน บ่อทอง แต่งงานกับ ฉันก็เพื่อเงิน”
พิศุทธิ์โกรธ
“บ่อเงินบ่อทองเหรอ ที่แท้คุณก็คิดแบบนี้มาตลอด เพราะแบบนี้ใช่ไม๊คุณถึงได้ใช้เงินนั่นซื้อวังให้ผม”
กะรัตชะงัก
“คุณรู้ได้ไง”
พิศุทธิ์ได้ยินสิ่งที่กะรัตพูดแล้วมันย้ำปมในใจ ที่ผ่านมามีแต่คนพูดดูถูก แต่มันไม่เจ็บเท่าผู้หญิงที่ ตัวเองรักจะทำเช่นนั้นเหมือนกัน
“คุณเคยรับปากผมว่าจะไม่ทำแบบนั้น จะไม่ใช้เงินของคุณซื้อผมแล้วคุณทำทำไม ตอนนี้ใครต่อใครมองว่าผมเป็นแมงดาชั้นสูง ผมยังไม่เสียใจเท่ากับคุณเองก็มองผมเป็นแบบนั้นเหมือนกัน”
“ฉันมันโง่เอง ที่ลงทุนไปกับคุณตั้งมากมาย แล้วดูสิ ฉันได้อะไรกลับมาบ้าง มีแต่ความทรยศ หลอกลวงทั้งนั้น”
พิศุทธิ์โกรธจนทนไม่ไหวต่อไป
“ผมไม่ไหว แล้วกั้ง ไม่ไหวจริงๆ เราต่างกันเกินไป”
พิศุทธิ์มองกะรัตอย่างเจ็บปวด รู้สึกตัวเองไร้เกียรติและไร้ค่าจนเกินที่จะยืนต่อไปได้ พิศุทธิ์ตัดสินใจเดินออกไป
“คุณจะไปใหนคุณพิศุทธิ์ มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน…คุณพิศุทธิ์”

กะรัตตามออกไป คนในห้องสัมนาออกมาดูเหตุการณ์ด้วยความแตกตื่น วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา

กันตา กุนตี กฤช เป็นห่วงกะรัตกับพิศุทธิ์ นวลวิ่งเข้ามาด้วยหน้าตาแตกตื่น
“มากันแล้วค่ะ”
พิศุทธิ์เดินเข้าบ้านมา กะรัตรีบเดินเข้ามาดึงแขนพิศุทธิ์ไว้
“คุณพิศุทธิ์ คุณขับรถหนีฉัน คุณจะหนีความจริงไปอีกนานแค่ใหน ฮ่ะ”
พิศุทธิ์นิ่งไม่ตอบโต้ กันตา กุนตี กฤชเข้ามาปรามกะรัต
“กั้ง”
กันตาห้าม
“ใจเย็นๆก่อนพี่กั้ง”
พิศุทธิ์จะเดินไป กะรัตรีบดึงแขนไว้
“อย่ามาหนีฉันอย่างนี้นะ”
“ผมไม่ได้หนี แต่ในเมื่อคุณคิดว่าผมเลวมาก ผมก็ไม่รู้จะอยู่ที่นี่ทำไม”
“คุณหมายความว่ายังไง”
“ผมจะขึ้นไปเก็บของ เราแยกกันอยู่สักพักดีกว่า”
กะรัตชะงักอึ้ง กันตา กุนตี กฤชชะงัก พิศุทธิ์เดินขึ้นห้องไปทันที
“หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณพิศุทธิ์”
กะรัตเดินตามพิศุทธิ์ไป

พิศุทธิ์กำลังเอาเสื้อผ้าจากตู้เสื้อผ้ามาใส่กระเป๋า กะรัตเข้ามาหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของพิศุทธิ์เขวี้ยงทิ้ง
“คุณคิดจะทิ้งฉันไปอยู่กับนังผึ้งเหรอ ไม่มีทาง”
พิศุทธิ์ไม่พูดอะไร เดินไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้ามาเก็บเสื้อผ้าต่อเงียบๆ กะรัตยิ่งเห็นเขาเงียบยิ่งระเบิดหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าเขวี้ยงทิ้งอีก
“ฉันบอกว่าไม่ให้คุณไปไง ฉันเคยเสียผัวให้นังผึ้งไปคนนึงแล้ว กับคุณฉันอุตส่าห์ลงทุนตีตาประทับ จดทะเบียนออกหน้าออกตา ฉันจะไม่ยอมให้ใครแย่งคุณไปเด็ดขาด”
พิศุทธิ์ชะงัก
“ในที่สุดคุณก็พูดคำนี้ออกมา”
พิศุทธิ์มองกะรัตอย่างเจ็บปวด แล้วถามคำถามที่เหมือนฟางเส้นสุดท้าย
“ผมขอถามคุณสักอย่าง คุณเคยรักผมบ้างไหมกั้ง”
กะรัตมองพิศุทธิ์ เธออยากจะบอกให้เต็มปากว่ารัก แต่ภาพของรูปภาพจากกล้องวงจรปิดที่พิศุทธิ์ประคองสายน้ำผึ้งไปหาหมอ แทรก ขึ้นมาในสมองของเธอ กะรัตเจ็บปวด และความเจ็บทำให้เธอพลั้งปากพูดในสิ่งที่ไม่เคยคิดออกไป
“ฉันไม่เคยรักคุณเลย” กะรัตน้ำตาร่วง
พิศุทธิ์มองกะรัตอย่างเจ็บปวด หัวใจเหมือนจะแตก น้ำตาแทบร่วง เขาพยายามกลั้นไว้
“ถ้าคุณไม่รักผม คุณแต่งงานกับผมทำไม”
“ก็เหมือนที่คุณหวังผลประโยชน์จากฉัน ฉันก็หวังใช้คุณแก้ไขความผิดพลาดเก่าๆ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าลงทุนจดทะเบียนตีตรา แล้วจะเอาผัวคนนึงไว้ได้ไหม”
กันตาเดินนำทุกคนเข้ามาในห้อง
“พูดอะไรอย่างนั้นกั้ง” กฤชปราม
กะรัตก็เสียใจที่พูดไปแบบนั้น พิศุทธิ์มองหน้า
“ขอบคุณมากที่บอกความจริงกับผม ในเมื่อคุณไม่รักผม ผมก็ไม่รู้จะอยู่ในชีวิตคุณต่อไปเพื่ออะไร เราหย่ากันเถอะ” พิศุทธิ์บอกอย่างไตร่ตรองดีแล้ว
“คุณพิศุทธิ์” กะรัตอึ้ง
กุนตีพยามปลอบ
“กุ้งว่าเอาไว้ใจเย็นลงกันกว่านี้ ค่อยพูดดีกว่าไหมคะ”
“ใช่ อย่าพูดอะไรเพียงเพราะอารมณ์มันพาไป เราจะเสียใจทีหลังนะ” กฤชเตือน
พิศุทธิ์มองกะรัต แล้วเดินออกไป
“คุณพิศุทธิ์ คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันไม่ให้คุณไปใหนทั้งนั้น ฉันไม่ให้ไป”
กะรัตพยายามดึงตัวพิศุทธิ์ไว้ กฤช กุนตี เข้าไปดึงตัวกะรัตออก พิศุทธิ์เดินออกไป กันตากับนวลวิ่งตามพิศุทธิ์ไป

พิศุทธิ์เดินออกจากบ้าน นวลรีบวิ่งมาดักหน้าเขาไว้
“คุณพิศุทธิ์ใจเย็นๆก่อนนะคะ ที่คุณกั้งพูดจาแบบนั้นเพราะคุณกั้งรักคุณมาก คุณก็รู้ว่าคุณกั้งเป็นคนขาวกับดำ ถ้ารักก็รักมาก พอเกลียดหรือโกรธขึ้นมา ก็พูดทุกอย่างที่ทำให้คนอื่นเจ็บ แต่ในใจไม่ได้รู้สึก อย่างนั้นจริงๆหรอกค่ะ”
กันตาพยามเกลี้ยกล่อม
“คนเรามีอารมณ์ชั่ววูบกันได้ ใจเย็นๆก่อนนะคะ คุณพิศุทธิ์”
“คนที่มีอารมณ์ชั่ววูบคือพี่สาวคุณ ไม่ใช่ผม”
พิศุทธิ์ เดินออกไป กันตากับนวลมองตาม ทันใดนั้นได้ยินเสียงกฤชกับกุนตีดังขึ้น
“หยุดนะ กั้ง”
“กั้ง อย่าทำแบบนี้”
พิศุทธิ์ กันตา นวลกับหันไปมอง กะรัตถือเสื้อผ้าของพิศุทธิ์ออกมาโยนหน้าบ้าน กันตาพยายามห้าม
“พี่กั้งอย่าค่ะ”
“ไปกันใหญ่แล้วนะกั้ง” กุนตีหนักใจ
กะรัตไม่ฟัง หอบของของพิศุทธิ์มาโยนหน้าบ้าน
“นวลเอาของพวกนี้ไปทิ้งให้หมด ในเมื่อเขาอยากไปอยู่กับคนอื่นก็ปล่อยเขาไป”
พิศุทธิ์มองของทุกอย่างที่โดนกะรัตทิ้งกับพื้น มันชัดเจนว่าเขาไม่มีค่าอะไรกับกะรัต พิศุทธิ์หัน หลังเดินออกจากบ้านไปทันที
“ไปเลย อยากไปอยู่กับนังสารเลวนั่นก็ไปเลย เหมาะกันที่สุดแล้ว ไปเลย”กะรัตตะโกนไล่พิศุทธิ์ด้วยหัวใจที่แตกร้าว

พิศุทธิ์เดินออกจากบ้านไม่หันกลับมา กะรัตมองพิศุทธิ์ร้องไห้ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด เธอเป็นลมล้มลง กันตา กุนตี กฤช พวงหยก นวลรีบวิ่งเข้าประคองกะรัต

เย็นนั้น...เนื้ออยู่ที่บ้านแพรพยายามโทรหาพิศุทธิ์ แต่โทรไม่ติดเพราะเขาลืมมือถือไว้ที่บริษัท พิศุทธิ์เดินเข้ามา เนื้อแพรรีบเข้าไปหากอดลูกไว้
“เป็นอะไรลูก ทะเลาะกับหนูกั้งใช่ไหม เรื่องคุณพวงหยกรึเปล่า วันนี้เขาไปหาแม่ที่ร้าน เรื่องวัง แม่กำลังจะโทรหาลูกอยู่พอดี”
“อย่าไปโทษคนอื่นเลยครับ ผมทำมันพังแล้วครับ พังหมดแล้วครับแม่”
เนื้อแพรรู้สึกได้ว่าพิศุทธิ์กำลังเจ็บปวด เธอกอดปลอบ พิศุทธิ์กอดแม่แน่นเหมือนกอดไว้เป็นหลักสุดท้ายก่อนตัวเองจะล้ม ตอนนี้ไม่มีแรง ไม่มีหัวใจอีกต่อไป

ค่ำนั้น สายน้ำผึ้งเคาะประตูห้อง ศิวาเปิดประตูพอเห็นว่าเป็นใคร ก็ชะงักไม่คิดว่าจะมาอีก
“ผมบอกแล้วไง ว่าอย่ามาหาผมอีก”
“ครั้งนี้ฉันจะมาหาคุณเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าคุณไม่อยากให้งานแต่งของคุณกับยายก้อยเป็นเพียงความฝัน ก็อย่าบอกใครว่าเด็กในท้องเป็นลูกใคร”
ศิวามองสายน้ำผึ้งอย่างระแวง
“หมายความว่ายังไง”
“ก็หมายความว่าฉันไม่อยากให้ลูกฉันมีพ่อเลวๆอย่างคุณ ฉันก็เลย หาพ่อให้ลูกฉันได้แล้ว และเขาเท่านั้นที่จะต้องเป็นพ่อของ เด็กคนนี้”
สายน้ำผึ้งเดินออกไป ศิวามองตามอย่างสงสัย และระแวงว่าใครคือคนที่สายน้ำผึ้งพูดถึง

สายน้ำผึ้งเดินไปจะกดลิฟท์ด้วยท่าทีเชิดอย่างไม่เกรงกลัว ศิวาเดินตามมากระชากแขนอย่างเอาเรื่อง
“พ่อของลูกคุณที่ว่า...คือคุณพิศุทธิ์ใช่ไหม”
สายน้ำผึ้งไม่ตอบ แต่ยิ้มรับ ศิวาบีบแขนเธอแรงขึ้น
“ทำแบบนั้นไม่ได้นะ เขาไม่เกี่ยว ผมเคยบอกคุณแล้วว่าอย่ามายุ่งกับคนในครอบครัวของคุณก้อย ไม่ว่าจะเป็นพี่สาวเขาหรือคุณพิศุทธิ์”
สายน้ำผึ้งสะบัดแขนออกจากศิวาแล้วมองหน้าอย่างท้าทาย ไม่มีแววหวาดกลัว
“หรือจะให้ฉันเปิดปากว่าคุณเป็นพ่อของเด็กล่ะ”
ศิวาชะงักกึก สายน้ำผึ้งมองแล้วหัวเราะเสียงเย้ยหยัน
“ไม่ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษต่อล่ะคะคุณศิวาขา”
สายน้ำผึ้งเป็นฝ่ายกระชากแขนศิวาอย่างแรงบ้างบอกให้รู้ว่า เธอต่างหากที่เหนือกว่า
“ทำตัวเป็นคนดี ทั้งๆที่คุณมันก็เลวไม่ต่างกับผู้ชายคนอื่นหรอก”
“สายน้ำผึ้ง”
ศิวาจะดึงแขนกลับ แต่สายน้ำผึ้งยังกระชากดึงแขนไว้
“ถึงฉันจะให้คุณพิศุทธิ์เป็นพ่อ แต่ฉันก็ไม่ปล่อยให้คุณลอยนวลหรอก คุณต้องรับผิดชอบส่งเสียเด็กคนนี้”
“นี่คุณคิดจะเอาแต่ได้กับได้”
“แค่นี้น้อยไปด้วยซ้ำสำหรับผู้ชายสันดานอย่างคุณ...ฉันบอกคุณแล้วไงว่าเกมนี้ฉันไม่มีวันสีย...จำไว้นะคุณศิวา ตอนนี้เรามันพวกน้ำพึ่งเรือเสิอพึ่งป่า ถ้าคุณไม่ทำร้ายฉันข้างหลัง ฉันก็จะไม่ทำให้คุณเดือดร้อน”
สายน้ำผึ้งปล่อยสะบัดแขนศิวาอย่างแรง แล้วจ้องหน้าเขา ก่อนจะเดินเชิดออกไปอย่างผู้ชนะ ศิวามองอย่างแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ หันมาเตะถังขยะระบายความเครียด

กฤช กุนตี กันตา นวลนั่งกังวลอยู่ที่ห้องรับแขก กะรัตเดินซึมเข้ามาทุกคนหันไปมอง
“กั้ง...”
“พ่อ...”
กฤชสงสารลูกจับใจ เข้าไปกอด กะรัตนิ่ง ไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะยกแขนกอดพ่อกลับแต่เธอยังไม่มีน้ำตาสักหยด กุนตีพยายามปลอบ
“กั้งฟังพี่นะ พี่ไม่เชื่อว่าคุณพิศุทธิ์ไม่มีทางทรยศเธอ”
กันตาเสริม
“ใช่ มันต้องเป็นแผนของพี่ผึ้งแน่ๆ พี่กั้งคุยกับพิศุทธิ์ดีๆเถอะนะคะ”
พวงหยกเดินเข้ามาเห็นกันตากับกุนตี ทำให้กะรัตไขว้เขวเรื่องจะเลิกกับพิศุทธิ์จึงเข้ามาขวาง
“ไม่มีการคุยอะไรอีกแล้ว ทุกอย่างมันจบไปแล้ว เลิกหลอกตัวเองกันได้แล้ว ต่อให้สายน้ำผึ้ง เป็นคนร้ายกาจ แต่ถ้ามันไม่เคยไปยุ่งกับผัวยายกั้ง มีเหรอมันจะกล้ามาป่าวประกาศว่าผัวยายกั้ง เป็นพ่อของเด็กในท้อง...หยุดโง่กันสักที แล้วยอมรับความจริงซะ ว่าไอ้คุณชายสุดประเสริฐของ พวกแกมัน ไม่ได้ดีอย่างที่คิด...พวกของดีจอมปลอม”
กฤชมองพวงหยกอย่างพยายามอดทน กุนตีทนไม่ไหว
“แม่คะ ตอนนี้กั้งต้องการกำลังใจนะคะ ไม่ใช่ซ้ำเติม”
“แม่พูดถูกแล้วพี่กุ้ง” กะรัตเย้ยหยันชีวิตตัวเอง “กั้งมันโง่เป็นควายเหมือนที่แม่บอก ถึงได้โดนผู้ชายหลอกทั้งชีวิต กั้งจะไม่ยอมเป็นอย่างนั้น อีกแล้ว ทุกอย่าง...จบ”
พวงหยกยิ้มที่ได้ยินกะรัตยืนยันว่าจบเรื่องของพิศุทธิ์ กันตาสงสารพี่สาวจับใจ
“พี่กั้ง...”
กะรัตจะกลั้นน้ำตาไม่ไหวแล้วจึงรีบตัดบท
“กลับกันไปเถอะ...กั้งอยู่คนเดียวได้ และไม่ต้องห่วงว่ากั้งจะฆ่าตัวตาย กั้งเสียดายชีวิตที่ต้องอุทิศให้กับความรักโง่ๆ”
กะรัตพยายามลุกขึ้น เธออยากลุกขึ้นให้ดูเข้มแข็งมากที่สุด แต่กลับทำได้แค่ยืนขึ้นช้าๆอย่าง คนไม่มีแรงจะเดินต่อไป เธออยากเดินอย่างผงาดว่าอยู่คนเดียวได้ แต่กลับทำได้แค่เดินโซเซขึ้น บันได เหมือนกำลังคนหลงทาง มองไม่เห็นว่าชีวิตควรจะเดินไปทางไหน ทุกคนมองกะรัตอย่างสงสาร เว้นแต่ พวงหยกยิ้มที่คิดว่ากะรัตจะได้ตาสว่างซะที กฤชมองพวงหยกที่สะใจกับความเสียใจของลูก อย่างพยายามอดทนที่สุด กุนตีหันมาสั่งนวล
“ดูแลกั้งอย่าให้คลาดสายตานะนวล กั้งรักคุณพิศุทธิ์มาก ผิดหวังครั้งนี้มันทำให้กั้งเจ็บหนัก ฉันกลัวว่ากั้งจะทำร้ายตัวเอง มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา”

กันตากับนวลหน้าเครียดไม่ต่างจากกุนตี

กะรัตเปิดประตูเข้ามาในห้องมองในห้องแล้วถึงกับก้าวเท้าต่อไป ไม่ออก เพราะมองไปทางไหน ก็มีแต่ความทรงจำของพิศุทธิ์...กะรัตมองไปทางห้องแต่งตัว เธอนึกถึงเช้าวันหนึ่งที่เธอตื่นก่อนพิศุทธิ์แล้วแกล้งเอานาฬิกามาวางข้างๆหูของเขาพอเสียงนาฬิกาดัง เขาสะดุ้งตื่น เธอหัวเราะชอบใจ พิศุทธิ์จึงแกล้งกอดแล้วจักกะจี้ทำโทษ กะรัตขำอย่างมีความสุข
 
กะรัตมองไปทางห้องน้ำ…คิดถึงเหตุการณ์ที่เธอใส่เสื้อผ้าของพิศุทธิ์และ แว่นตาออกมาแล้วยิ้มเป็นฟันกระต่ายเพื่อล้อเขา พิศุทธิ์นั่งทำงานอยู่พอเห็นกะรัตก็ขำ กะรัตมองพิศุทธิ์อย่างเจ้าเล่ห์แล้วโชว์ที่คาดผมหูกระต่ายให้เขาใส่ พิศุทธิ์รีบส่ายหน้าไม่เอา เธอเดินตรงเข้าไปหา พิศุทธิ์เดินหนี สองคนวิ่งไล่กันทั่วห้อง
ภาพความทรงจำเกิดขึ้นมากมายในใจ เธอยืนต่อไปไม่ไหวทรุดนั่งที่หน้าประตู ไม่กล้าเข้าห้องเพราะกลัวความทรงจำจะแตกสลายหายไป ได้แต่มองในห้องแล้วร้องไห้

พิศุทธิ์ยังอยู่ในชุดเดิมนั่งเงียบในห้องนอนของเขาที่บ้านเนื้อแพร เขาเงียบขรึมมองแหวนแต่งงาน ที่สวมอยู่ที่นิ้วอย่างเจ็บปวด เสียงคำพูดของกะรัตที่บอกว่าสุดท้ายเขามันก็ไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่น และกะรัตไม่เคยรักเขาวนเวียนกลับเข้ามาในหัว พิศุทธิ์ใช้อีกมือกำแหวนในมืออย่างเจ็บปวด
เนื้อแพรแง้มประตูมามองสภาพลูกชาย ใจสะท้านด้วยความสงสารลูก เธอเดินเข้าไปยืนข้างๆ แล้วเอามือวางบนไหล่ลูก พิศุทธิ์ค่อยๆยกมือขึ้นจับมือแม่ อย่างเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้กับหัวใจที่แตกสลาย เนื้อแพรรับรู้ถึงความเจ็บปวดในหัวใจของลูกชาย ที่กำลังพยายามเข้มแข็งอย่างที่สุด

เช้าวันใหม่...พิศุทธิ์ ยืนหน้ากระจกมองตัวเองที่เปลี่ยนไปด้วยฝีมือกะรัต เขามองแว่นอันเก่าที่วางบนโต๊ะแล้วคิดถึงกะรัต พิศุทธิ์หันหน้าหนีจากแว่นอย่างอยากจะหนีภาพของกะรัตอย่างตัดใจไม่ให้เจ็บปวดไปมากกว่านี้ เขามองแหวนแต่งงานที่สวมอยู่ที่นิ้วอย่างเจ็บปวด

กะรัตอยู่ในห้องน้ำมองแหวนแต่งงานอยู่ อีกมือถือแก้วไวน์ นั่งอาบน้ำใน
อ่างอาบน้ำอย่างเมาและสติล่องลอย เธอมองอ่างอาบน้ำแล้วนึกถึงเหตุการณ์ที่อาบน้ำในอ่างกับพิศุทธิ์

พวงหยกคุยมือถือกับเพื่อนคุณหญิงอยู่ในบ้าน
“ยายกั้งหย่าแน่ค่ะคุณหญิง ว่าแต่หลานชายคุณหญิงไม่รังเกียจจะทำความรู้จัก กับลูกสาวฉันแน่นะคะ”
กฤชเดินลงมาจากชั้นบนได้ยินเสียงพวงหยกพูดโทรศัพท์ เขาหมดความอดทน เดินเข้าไป ดึงมือถือจากมือ พวงหยกโวยวายใส่
“คุยทำบ้าอะไรเนี่ย”
“ผมน่าจะถามคุณมากกว่าว่าคุณทำบ้าอะไร คนอื่นเขาช่วยกันหาทางประสานรอยร้าว ให้ครอบครัวของลูก แต่ดูคุณสิ...ทำทุกอย่างให้ ชีวิตลูกพัง”
“ก็ฉันไม่จำเป็นต้องใช้ความสัมพันธ์ของลูกเป็นสะพานทอดไปหาใครนี่ ยิ่งยายกั้งเลิกกับผัวเก่ามันเร็วเท่าไร สมบัติฉันก็ยิ่งปลอดภัยเร็วเท่านั้น” พวงหยกพูดเสียงเย้ยหยัน
กันตากับกุนตี ได้ยินสียงพ่อกับแม่ทะเลาะกันเสียงดังก็วิ่งลงมาดู
“คำก็สมบัติ สองคำก็สมบัติ ในหัวใจคุณมีคำว่า ความสุขของลูกบ้างไหม”
“ที่ฉันทำก็เพื่อความสุขของลูก ตอนนี้มันอาจจะร้องไห้ ฟูมฟายเสียอกเสียใจ แต่อีกไม่นานก็หาย...ดีกว่าต้องมา นั่งอยู่กับผัวที่มัน สูบเลือดสูบเนื้อทุกวัน” พวงหยกพูดเหน็บกฤช
“งั้นต่อไปนี้คุณไม่ต้องระแวงใครจะมาสูบสมบัติคุณอีก ไม่ว่าจะเป็น...พิศุทธิ์...เนื้อแพร หรือผม”
พวงหยก กันตา กุนตีมองกฤชอย่างชะงัก
“พ่อคะ...” กุนตีส่งเสียงเรียก
กันตาใจไม่ดี รีบเข้าไปกอดแขนกฤชไว้
“พ่อไม่ได้หมายความว่า...”
“หมายความว่ายังไง พูดมาเลย” พวงหยกรีบพูด
“ความจริงเราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว ทำให้มันถูกต้องตามกฎหมายเลยแล้วกัน”
กันตากับกุนตีอึ้ง
“พ่อ”
พวงหยกช็อคคาดไม่ถึงว่ากฤชจะพูดแบบนี้
“คุณกฤช”

กฤชเดินออกจากบ้านไป กันตา กุนตีเดินตาม พวงหยกยังยืนอึ้งอยู่

สามีตีตรา ตอนที่ 11 (ต่อ)

กฤชเดินออกจากบ้านมา กันตากับกุนตีรีบเดินตาม
“พ่อคะ” กุนตีจับแขนพ่อไว้
กฤชหันมา
“พ่อรู้ว่าพ่อไม่ใช่พ่อที่ดี แต่พ่อจะไม่ยอมสร้างความทุกข์ให้ลูก พ่อทนมาถึงสุดทางแล้วลูก ต่างคนต่างใช้ ชีวิตในบั่นปลายชีวิตดีกว่า พ่อขอโทษนะลูก”
พวงหยกเสียใจมากแต่ยังทำปากแข็งโวยวาย ตะโกนไล่ด้วยเสียงสั่นเครือกลั้นสะอื้นไว้
“คนมันอยากไป ก็ไม่ต้องไปห้าม อยู่กันมา 30 กว่าปี ถ้ามันไม่มีค่าเห็นว่าฉันทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง งั้นก็เชิญไป...ไปเลย เราอยู่กันสี่คนแม่ลูกก็ได้”
“แม่” กันตาหันไปปราม
กฤชมองพวงหยกว่าไม่เคยสำนึกได้ก่อนปลดมือกุนตีแล้วเดินหันหลังไป พวงหยกตัวสั่นกลั้นสะอื้น ไม่ยอมเสียเชิงสะบัดหน้าหนีเดินขึ้นห้องไป กันตากับกุนตีตามไป

กันตากับกุนตีเคาะประตูเรียก เพราะพวงหยกล๊อคประตูห้องไม่ยอมเปิด
“แม่...แม่คะ...พ่อคงโมโห...ก็เลยพูด จารุนแรงแบบนั้น แม่อย่าคิดมากนะ”
ไม่มีเสียงตอบใดๆจากในห้อง กันตากับกุนตีได้แต่ถอนหายใจ
“ถึงแม่จะร้าย แต่พอเห็นแม่เจอแบบนี้ พี่ก็อดสงสารไม่ได้...แล้วไหยจะยัยกั้งอีก นวลโทรบอกว่าดื่มไวน์แทนน้ำเลย” กุนตีหนักใจเป็นห่วงแม่
“ก้อยก็ไม่รู้จะทำยังไง ก๋งก็ไม่อยู่ซะด้วย”
“เอาเถอะ...ในเมื่อเราเหลือกันอยู่แค่นี้ เราต้องพาแม่กับกั้งผ่านไปให้ได้” กุนตีจับมือกันตา
กันตามองกุนตี อย่างพยายามเข้มแข็งแม้ในใจจะหนักอึ้ง

หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อด โวยวายพิศุทธิ์เรื่องที่เลิกกับกะรัตอยู่ในห้องรับแขก เนื้อแพรยืนมองอย่างไม่พอใจแต่เก็บอาการไว้ให้ถึงที่สุด
“ย่าไม่ยอม ย่าเสียใจนะ ที่หลานคิดวู่วามอะไรขนาดนี้นะ ผัวเมียกันแท้ๆ ก็พูดกันให้รู้เรื่องดีๆก็ได้นี่นา” หม่อมมลุลีพูดเจตนาดีขึ้นจริงๆ เพราะยังรู้สึกขอบใจที่กะรัตยอมช่วยเรื่องวัง
“นั่นน่ะสิ เลิกกันตอนนี้สินสมรสก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง วังก็ต้องตกเป็นของกะรัตครึ่งนึง” ท่านชายอ๊อดยังหวงสมบัติ
เนื้อแพรเบ้หน้าเอือมๆ
“ในที่สุดก็เข้าเรื่อง ท่านไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ไม่มีการแบ่งครึ่ง”
ท่านชายอ๊อดดีใจ
“หมายความว่ากะรัตไม่เอาวังเราใช่ไหม ฉันก็ว่าอยู่แล้วเพิ่งจ่ายเงินไถ่ให้พิศุทธิ์ แล้วจะมาเอาของพิศุทธิ์ไป น่าเกลียดตาย”
พิศุทธิ์ได้ยินที่พ่อพูดแล้วเหมือนย้ำแผลในใจ
“ที่แม่บอกว่าไม่แบ่ง แปลว่าผมจะคืนวังให้กั้งทั้งหลัง รวมทั้งสินสมรสต่างๆที่เป็นสมบัติ ของเขา ผมก็จะไม่เอาตามสัญญาที่เซ็นต์ไว้ตอนจดทะเบียนสมรส”
ท่านชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีชะงัก
“สุดท้ายย่าต้องเสียวังไปจริงๆเหรอเนี่ย” หม่อมมลุลีเซล้มไปนั่งที่โซฟา
“แกเป็นบ้าไปแล้วเหรอพิศุทธิ์” ท่านชายอ๊อดโวยวาย
“ผมบอกแล้วว่าผมไม่ให้รบกวนเงินของเทพทัต ในเมื่อท่านพ่อ ไม่ฟังผมก็จะทำในสิ่งที่ผมคิดว่าถูกต้อง”
“พิศุทธิ์” ท่านชายอ๊อดอึ้ง
“ผมขอตัว”
พิศุทธิ์เดินออกไปทันที หม่อมมลุลีได้ถอนใจทำใจ ท่านชายอ๊อดโวยไม่เลิก
“หยุดเดี๋ยวนี่นะพิศุทธิ์...หยุดเดี๋ยวนี่นะ...หยุดนะ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด...ได้ยินไหมว่าฉันไม่ยอม”

วันต่อมา พิศุทธิ์นั่งทำงานอย่างคร่ำเครียด ไม่สนใจคุยกับใคร ฟองดาวถือแฟ้มเอกสารและตัวอย่างถุงขนมรสความรัก ของมิสเตอร์ชาล์ลมาวางให้
“ตัวอย่างขนมค่ะ มิสเตอร์ชาล์ลอยากให้คุณกะรัตชิมน่ะค่ะ เป็นขนมรส ความรัก”
พิศุทธิ์ชะงักแล้วคิดถึงเหตุการณ์ที่ มิสเตอร์ชาล์ลยื่นถุงขนมคืน
“เอาขนมคุณคืนไป”
กะรัตร้อนใจ
“ทำไมล่ะคะ ก็ไหนคุณบอกว่าอร่อย ฉันยอมให้คุณฟรีๆเลยค่ะ แต่ขอแค่คุณอย่าโกรธคุณพิศุทธิ์ ถ้าคำขอโทษฉันยังไม่พอ คุณจะแจ้งตำรวจจับฉันเข้าคุกก็ได้ ฉันยอม”
“ที่ผมรับไม่ได้ เพราะรสชาตินี้มันเป็นความรักของคุณ”
กะรัตยื่นถุงขนมให้มิสเตอร์ชาล์ล
“รับไปเถอะค่ะ ฉันยอมแลกความรักของฉัน เพื่อความสุขของคุณพิศุทธิ์”
พิศุทธิ์หยิบถุงขนมมาวางไว้ข้างๆ ฟองดาวถาม
“แล้วที่คุณพิศุทธิ์ให้เช็คคิวหัวหน้า ตอนนี้หัวหน้าประชุมเสร็จแล้วค่ะ กำลังอยากพบคุณพิศุทธิ์พอดีค่ะ”
พิศุทธิ์พยักหน้ารับรู้ แล้วดึงลิ้นชักที่โต๊ะทำงานออกมองซองใส่ใบลาออกที่อยู่ในลิ้นชัก เขาสินใจหยิบซองแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ประตูแล้วเห็นสายน้ำผึ้งเปิดประตูเข้ามา เขามองชะงักแล้วเมินหน้าไม่มีแม้คำทักทาย ฟองดาวมองสองคน พิศุทธิ์เลี่ยงตัวหนีห่างสายน้ำผึ้ง แล้วมองอย่างเย็นชาเดินผ่านไปด้วยความอดทนเก็บอารมณ์ที่สุด

ฟองดาวมองอาการของพิศุทธิ์กับสายน้ำผึ้งรู้สึกมีปัญหาบางอย่างแน่ๆ สายน้ำผึ้งมองพิศุทธิ์โดยไม่มีสีหน้าสลดสะทกสะท้าน แล้วกลับมาเห็นฟองดาวมองอยู่ สายน้ำผึ้งก้มหน้าเศร้าเหมือนมีอะไรให้ฟองดาวสงสัย

พิศุทธิ์คุยกับหัวหน้าในห้อง หน้าหัวหน้าหนักใจ
“คุณเห็นตัวอย่างขนมที่มิสเตอร์ชาล์ลให้คุณแล้วใช่ไหม”
“ครับ”
“มิสเตอร์ชาล์ลปลื้มคุณกับคุณกะรัตมากเลยนะ เขาบอกถ้าคุณกะรัตไม่รักคุณจริงคุณคงคิดรสชาตินี้ไม่ได้แน่ๆ...รส ความรัก”
พิศุทธิ์สะอึกเจ็บแปลบในหัวใจแล้วยื่นใบลาออกให้ หัวหน้าก้มอ่าน พิศุทธิ์พูดขึ้น
“ผมขอลาออก เพื่อรับผิดชอบที่ปล่อยให้เรื่องส่วนตัวมากระทบกับงานครับ”
“คุณเป็นคนมีความสามารถ เรื่องนั้นพวกเราส่วนใหญ่แยกแยะได้”
“ผมไม่อยากทำให้บรรยากาศในการทำงานของที่นี่ต้องเสียไปเพราะผม”
“ความจริงถ้าการอยู่ที่นี่ ทำให้คุณลำบากใจ ผมก็มีทางออกให้คุณ”
พิศุทธิ์มองหัวหน้าอย่างสงสัย
“ทางออก”
หัวหน้ายื่นซองจดหมายจากมิสเตอร์ชาล์ลให้
“จากผลงานของคุณ ทำให้มิสเตอร์ชาร์ลชอบคุณมาก เขาอยากจะได้ตัวคุณไปช่วยงานเขาที่อเมริกา”
“อเมริกา” พิศุทธิ์ชะงัก
“ผมจะให้คุณพักร้อนก่อน คุณจะได้มีเวลาคิดดู ผมบอกตรงๆ ว่าคุณเป็นคนเก่ง บริษัทเราไม่อยากเสียคุณไป”
พิศุทธิ์มองหัวหน้าอย่างขอบคุณแล้วมองจดหมายของมิสเตอร์ชาล์ลอย่างคิดๆ

สายน้ำผึ้งนั่งก้มหน้าร้องไห้โดยมีฟองดาว ชายนี่ ยี่หยานั่งล้อมอยู่
“คุณพิศุทธิ์เนี่ยนะจะไม่ยอมรับเป็นพ่อให้ลูกเธอน่ะ เจ๊ไม่อยากจะเชื่อ” ชายนี่สงสัย
สายน้ำผึ้งเสียงสะอื้น
“พี่อย่าพูดเสียงดังไปสิคะ คุณพิศุทธิ์ยิ่งโกรธที่กั้งรู้เรื่องผึ้งท้องจนเลิกกับคุณพิศุทธิ์ ผึ้งไม่เคยคิดจะให้เรื่องเป็นแบบนี้ ผึ้งไม่รู้ว่ากั้งรู้ได้ยังไงว่าผึ้งกับคุณพิศุทธิ์...”
ชายนี่ ยี่หวา ฟองดาวมองหน้ากันเพราะต่างคิดว่าตัวเองเป็นคนบอกกะรัต โดยไม่มีใครรู้ว่า สายน้ำผึ้งบุกไปประกาศตัวที่บ้านกะรัตเอง ฟองดาวหน้าเสีย
“พี่เองแหละ พี่ไม่รู้ว่าคุณกะรัตอยู่นี้...เอาเถอะ ไหนๆเรื่องก็เกิดถึงขั้นนี้แล้ว ถึงพี่จะไม่ชอบที่เธอไปยุ่งกับคุณพิศุทธิ์ แต่เด็กตาดำๆ มันไม่ได้มีความผิดไปด้วย คุณพิศุทธิ์ควรรับผิดชอบ”
สายน้ำผึ้งแอบยิ้มว่าตัวเองมีพวกกดดันพิศุทธิ์แล้ว พิศุทธิ์เดินมา แล้วเห็นฟองดาว ชายนี่ ยี่หวามองเขาอย่างไม่พอใจ พิศุทธิ์ชะงักรู้ทันที ว่าสายน้ำผึ้งทำบางอย่างแน่ สายน้ำผึ้งแกล้งร้องไห้กลัวพิศุทธิ์
“คุณพิศุทธิ์อย่าโกรธฉันเลยนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะบอก...”
พิศุทธิ์เสียงเข้ม ดูก็รู้ว่าสายน้ำผึ้งกำลังเล่นละคร
“บอกเรื่องอะไร”
ชายนี่แทรกขึ้น
“เรื่องที่คุณพิศุทธิ์ไม่ยอมรับลูกของน้องผึ้งน่ะสิฮ่ะ”
พิศุทธิ์มองสายน้ำผึ้งอย่างเหลืออดที่สุด อยากจะต่อว่าให้เจ็บปวดเหมือนที่ชีวิตเขาต้องเจ็บ แต่สำนึกของความเป็นสุภาพบุรุษ ทำให้เขาอดทนเดินกลับไปที่ห้องทำงาน ยี่หวาหันไปยุสายน้ำผึ้ง
“น้องผึ้งเข้าไปคุยกับคุณพิศุทธิ์ให้รู้เรื่องเลย”
ยี่หวาพยุงให้ลุกขึ้น สายน้ำผึ้งมองทุกคนด้วยสีหน้ากล้าๆกลัวๆพิศุทธิ์ แล้วเดินไปห้องของเขาเหมือนไม่มั่นใจ แต่สีหน้าแอบยิ้ม

พิศุทธิ์เดินเข้ามาในห้องอย่างอดกลั้นอารมณ์รังเกียจ สายน้ำผึ้งเปิดประตูเข้าห้องมา พิศุทธิ์หันไปมองด้วยสายตาเย็นชาที่สุด
“ผมไม่เคยคิดเลยว่าในโลกนี้จะมีผู้หญิงอย่างคุณ คุณทำแบบนี้ทำไม”
“ก็เพราะฉันไม่มีอำนาจเงินเหมือนกั้งที่จะซื้อใจใครได้ ฉันมีแค่ความน่ารันทดอดสู เมื่อก่อนฉันเกลียดมัน แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันก็มีประโยชน์อย่างน้อยก็ซื้อความสงสารของคนอื่นให้บีบคุณได้”
“แล้วคุณคิดว่าผมจะยืนรับ กับสิ่งที่ผมไม่ได้ทำอย่างนั้นเหรอสายน้ำผึ้ง”
สายน้ำผึ้งยิ้ม
“ไม่เอาซิค่ะ คุณพิศุทธิ์ อย่าทำเสียงดุแบบนี้ซิ ไหนๆตอนนี้เราต่างคนก็ต่างไม่มีใคร มาเริ่มกันใหม่ดีไหมค่ะ ฉันรู้ว่าคุณรักเด็ก ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันเจอคุณที่ทะเล ไหนจะตอนฉันท้องน้องพีท คุณก็ดูแลฉันดีจะตาย”
“ผมเคยสงสัยนะว่าเวลาที่ผู้ชายทำร้ายผู้หญิงเขารู้สึกกันยังไง แต่ตอนนี้ผมชักเข้าใจแล้ว”
“ก็เอาเลยซิค่ะ เพราะว่าตอนนี้คนทั้งบริษัทเขาก็รู้แล้วว่าเราเป็นอะไรกัน แล้วถ้าเกิดว่าคุณทำอะไรฉัน คุณเองที่จะเป็นคนเสีย”
“ที่ผ่านมา ผมจะทำอะไร ผมจะคิดก่อน คิดมาก ห่วงความรู้สึกและให้เกียรติทุกคน และมันก็ทำให้ชีวิตผมเป็นแบบนี้ บางที...ผมลองทำ อะไรโดยไม่ต้องคิดมากดูบ้าง มันอาจจะดีก็ได้”

พิศุทธิ์ดึงแขนสายน้ำผึ้งเดินออกจากห้องทำงาน สายน้ำผึ้งตกใจ

พิศุทธิ์เปิดประตูห้องทำงาน ฟองดาว ชายนี่ ยี่หวาและพนักงานคนอื่นๆยืนออแอบฟังอยู่แถวหน้าห้องทำงานของเขา พิศุทธิ์ดึงแขนสายน้ำผึ้งมายืนตรงหน้าทุกคน แล้วพูดด้วยเสียงจริงจัง
“ผู้หญิงคนนี้นะ ในสายตาผม...เป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่น่าขยะแขยง ผมขอพูดด้วยเกียรติทั้งหมดที่ผมมี ผมไม่เคยมีอะไรกับเขา แล้วจะไม่มีวันมีด้วย ถ้าพวกคุณเข้าใจอะไรผิด ขอให้เข้าใจซะใหม่”
พิศุทธิ์เดินเข้าห้องทำงานไปทันที ชายนี่ ยี่หวา ฟองดาวและพนักงานคนอื่นมองพิศุทธิ์อย่างอึ้งเพราะไม่เคยเห็นเขาโกรธและ จริงจังขนาดนี้มาก่อน
สายน้ำผึ้งยืนคว้างท่ามกลางสายตาแคลงใจของฟองดาว ยี่หวา ชายนี่และพนักงานคนอื่นๆ ฟองดาว ยี่หวา ชายนี่และพนักงานคนอื่นๆมองสายน้ำผึ้งอย่างไม่ค่อยจะเชื่อ แล้วเดินแยกย้าย ออกไป สายน้ำผึ้งแค้น
“ถึงคุณจะใจแข็งยังไง แต่นังกั้งเมียคุณมันก็หวั่นไหวไปแล้ว”

สายวันใหม่...กะรัตนอนหลับอยู่ที่โซฟา นวลพากุนตีเข้ามา นวลมองกะรัตอย่างหนักใจเป็นห่วง
“หลังจากที่เพื่อนอสรพิษมาอาลาวาดวันนั้นคุณกั้งก็ยิ่งแย่ เอาแต่ดื่มๆ ไม่เหลือสภาพแบบนี้ล่ะค่ะ”
“ปล่อยเขา...อยากจะดื่มเท่าไหร่ให้ดื่มไป อย่าทำร้ายตัวเองเหมือนที่ผ่านมาอีกก็พอ”
พวงหยกมีสีหน้าหมองเดินถือกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามา กุนตีมองแม่อย่างแปลกใจ
“แม่...”
พวงหยกพูดกับนวล
“เอากระเป๋าฉันไปเก็บที่ห้องรับแขก แล้วไปเอาแก้วมา”
กุนตีกับนวลมองหน้ากันสงสัยว่าพวงหยกจะทำอะไร พวงหยกพูดเสียงดังขึ้น
“นังนวล หูตึงรึไง ฉันบอกให้ไปเอาแก้วมา”
“แม่จะทำอะไร” กุนตีสงสัย
“เอาแก้วมาเล่นหมากรุกมั้ง ก็เอามาดื่มไวน์กับยายกั้งน่ะสิ”
กุนตีกับนวลหน้าเหวอ
“หา”
“ในเมื่อฉันทำน้องแกเป็นแบบนี้ ฉันก็จะนั่งดื่มอยู่กับมันนี่แหละ จะได้ฉลองที่ต่อไปนี้เราจะใช้ชีวิตกันแค่สี่คนแม่ลูก กั้งเอ้ย...เป็นไงบ้างลูก”
กะรัตขยับตัวตื่นอย่างสะลึมสะลือยังเมาค้างอยู่
“อ้าว...แม่...มาตั้งแต่เมื่อไหร่” กะรัตควานมือไปหยิบขวดไวน์ “ไหนๆแม่ก็มาแล้ว แม่อยู่เป็นเพื่อนกั้งหน่อยนะ อย่าทิ้งกั้งเหมือนคนอื่นนะ” กะรัตกอดแม่
“ได้...แม่จะอยู่เป็นเพื่อน” พวงหยกหันไปทางนวล “ยังจะนั่งหน้างงอยู่อีกนังนวล ไปเอาแก้วมาสิ แล้วเอาไวน์มาเพิ่มด้วย จะดื่มให้ลืมความบัดซบของชีวิตแล้วเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่”
กุนตีกับนวลมองอย่างตะลึงงัน กุนตีมองสภาพครอบครัวที่เละเทะแบบนี้ไปไม่ไหวอีกต่อไป
“ฉันทนไม่ไหวแล้ว” กุนตีกดมือถือหากันตา “ก้อย พี่จะไปตามคุณพิศุทธิ์”

เย็นนั้น กันตารีบเดินอย่างเร่งร้อนมาที่มุมหนึ่งในโรงพยาบาล ศิวาเดินตาม
“คุณจะรีบไปไหนครับคุณก้อย เย็นนี้เรามีนัดทานข้าวกันนะครับ”
กันตาหันมามองศิวา
“วันนี้ฉันคงไปกับคุณไม่ได้ เอาไว้วันหลังแล้วกัน ยังไงพักนี้คุณก็ตามเฝ้ารับฉันไปทานข้าวเช้า...กลางวัน...เย็น ทุกวัน อยู่แล้ว” กันตาจะรีบเดินไป
ศิวารีบเดินมาขวางไว้
“แล้วตกลงคุณไปไหนล่ะครับ”
“ฉันจะไปตามคุณพิศุทธิ์กับพี่กุ้ง”
“ตามคุณพิศุทธิ์” ศิวาชะงัก
“พี่ผึ้งมาทิ้งระเบิดใส่พี่กั้งว่าคุณพิศุทธิ์ไปนอนกับเขา ฉันกับพี่กุ้งจะไปพิสูจน์ให้เห็นกับตา ดูสิว่าใครโกหกกันแน่”
ศิวาหน้าเครียดไม่อยากให้กันตาพบสายน้ำผึ้ง
“ผมไปด้วย”
“คุณจะไปทำไม ไม่เกี่ยวกับคุณซะหน่อย”
“ผมเป็นห่วงคุณ ก็คุณเคยบอกว่าเพื่อนพี่สาวคุณร้ายไม่ใช่เหรอ...ผมไม่อยากให้คุณโดนใครรังแก”
กันตาแอบอมยิ้ม
“ถือว่าพูดได้ดี งั้นก็ไปด้วยกัน”
กันตาเดินตรงไปที่รถแต่ศิวามีท่าทีลังแล กันตาเห็นศิวายังยืนนิ่งอยู่ก็หงุดหงิด
“เอ้า...เร็วสิ รออะไรอยู่ ก้อยต้องการรู้ความจริงเดี๋ยวนี้นะคะ”

รสสุคนธ์มองสายน้ำผึ้งอย่างทนไม่ไหว
“ผึ้ง...เวรกรรมมันมีจริงนะ คิดไปพรากผัวพรากเมีย ชีวิตผึ้งถึงได้ไม่มีใครแบบนี้ ยังไม่รู้ตัวอีกรึไง”
“ใครบอกว่าผึ้งไม่มีใคร เดี๋ยวคุณพิศุทธิ์ก็ต้องมาหาผึ้ง”
“ถ้าเขาจะมา เขามาแล้ว โดยที่ผึ้งไม่ต้องทำตัวชั่วแบบนี้ด้วย”
“น้ารส” สายน้ำผึ้งโมโห
“ผึ้งมีลูกสองคนแล้วนะ คิดบ้างว่าเวลาลูกเรียกผึ้งว่าแม่ มันจะรู้สึกยังไงที่แม่มันทำตัวไล่จับผู้ชายแบบนี้ เชื่อน้าเถอะ...ว่าสุดท้ายหนูกั้งกับคุณพิศุทธิ์ก็ต้องกลับไปอยู่ด้วยกัน เพราะสองคนเขารักกัน”
“ไม่มีวัน กั้งไม่มีวันกลับไปหาคุณพิศุทธิ์หรอก เพราะมันคิดว่าคุณพิศุทธิ์อยู่กับผึ้ง”
“อะไรนะ”
“กั้งมันโง่ เอาแต่หูเบาเชื่อคนอื่น มันก็ต้องทนทุกข์ระทมเพราะความหูเบาของตัวมันเองไปจนตาย”

ทันใดนั้นได้เสียงกริ่งหน้าบ้านดังถี่เหมือนมีคนกดไม่หยุด สายน้ำผึ้งมองไปทางหน้าบ้านอย่างหงุดหงิด

เสียงกริ่งหน้าบ้านดังรัวไม่หยุด สายน้ำผึ้งกับรสสุคนธ์เดินออกจากตัวบ้าน สายน้ำผึ้งเปิดประตูเห็นกันตา กุนตี ศิวายืนอยู่ สายน้ำผึ้งมองทุกคนแปลกใจและเปลี่ยนอารมณ์เป็นยิ้มหยัน ศิวาเหงื่อแตกพลักจ้องหน้าสายน้ำผึ้งอย่างเอาเรื่อง ว่าอย่าตุกติกให้กันตาจับได้เด็ดขาด
“แหม...นึกว่ามูลนิธิที่ไหนมากดกริ่งเรี่ยไรขอส่วนบุญ”
กุนตีพูดอย่างเอาเรื่อง
“ฉันมาหาคุณพิศุทธิ์”
รสสุคนธ์ได้ยินกุนตีถามหาพิศุทธิ์ แล้วจะพูด
“คุณพิศุทธิ์ไม่ได้...”
สายน้ำผึ้งรีบจิกมือรสสุคนธ์อย่างแรงเป็นเชิงห้ามพร้อมพูดแทรก
“จะมาหาผัวฉันทำไมหรือจะมานัดวันหย่า”
กันตาจ้องหน้าเอาเรื่อง
“ฝันไปเถอะ แร้งน่ะ กว่ามันจะได้กิน...ต้องรอให้เป็นซาก แต่ความรักของพี่กั้งกับคุณพิศุทธิ์ไม่ได้ตายจากกัน ก็ยังไม่ถึงเวลาของแร้ง อย่างพี่”
สายน้ำผึ้งยิ้มเย้ย
“แหมม...เดือดร้อนกันจังเลยนะ เอ๊ะ ฉันชักจะสงสัยแล้วว่าเมียหลวงของคุณพิศุทธิ์ มีกั้งคนเดียว หรือว่าพวกเธอสามคน” สายน้ำผึ้งหันไปทางศิวา “คู่หมั้นคุณดูจะอาลัยอาวรณ์พี่เขยมากกว่าคุณนะคะคุณศิวา ไม่หึงบ้างเหรอ”
ศิวาพูดกับกันตา
“ผมว่าเรากลับเถอะครับคุณก้อย”
“ไม่กลับค่ะ จนกว่าก้อยจะเห็นกับตาว่าคุณพิศุทธิ์อยู่ที่นี่จริง หรือบางคนแค่ปั้นเรื่องหลอกคนอื่น” กันตาหันไปทางสมหวัง “สมหวัง เข้าไปค้นเลย”
สมหวังจะเข้าบ้าน สายน้ำผึ้งไม่ยอมยืนขวางประตูบ้านไว้
“พวกแกไม่มีสิทธิ์มาเข้าบ้านฉัน”
“ถ้าคุณพิศุทธิ์อยู่ที่นี่จริง จะกลัวอะไรล่ะ สายน้ำผึ้ง”
กุนตีกระชากแขนสายน้ำผึ้งให้ออกจากประตู สายน้ำผึ้งเซ สมหวังกับกันตาได้จังหวะรีบเดินเข้าบ้าน ศิวารีบตามกันตาเข้าไป สายน้ำผึ้งตะโกนบอกรสสุคนธ์
“เข้าไปไล่พวกมันสิน้ารส”
รสสุคนธ์รีบเข้าบ้านตามกันตาไป สายน้ำผึ้งจะตาม แต่กุนตียืนขวาง สายน้ำผึ้งจ้องหน้ากุนตีอย่างเอาเรื่อง

กันตาพุ่งเข้ามาในบ้านพร้อมสมหวังและศิวา
“สมหวังขึ้นไปดูชั้นบนสิ ดูให้ทั่วทุกห้องเลยนะว่ามีวี่แววว่าคุณพิศุทธิ์อยู่ที่นี่จริงรึเปล่า”
“ครับ” สมหวังหันไปตะโกนร้องเรียกพิศุทธิ์ลั่นบ้าน “คุณพิศุทธิ์ครับ”
สมหวังวิ่งขึ้นบันไดไป รสสุคนธ์เดินเข้ามา แล้วมองศิวา ศิวาหลบตานิดหนึ่ง เพราะรู้ว่ารสสุคนธ์รู้ความจริงจากสายน้ำผึ้งแน่
“หนูก้อย น้าว่า…”
“ก้อยขอโทษค่ะ แต่ก้อยจำเป็นต้องทำแบบนี้จริงๆ พี่ผึ้งร้ายกาจกับพี่กั้งมาก น้ารสช่วยเข้าใจก้อยด้วย”
รสสุคนธ์พูดไม่ออก เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าสายน้ำผึ้งทำอะไรไว้บ้าง กันตามองทั่วบ้านเพื่อมองว่ามีร่องรอยพิศุทธิ์อยู่บ้านนี้จริงรึเปล่า ศิวามองไปทางหน้าบ้าน พะวงกลัวว่าถ้าสายน้ำผึ้งโมโหขึ้นมาแล้วเผลอพูดความจริง เขาจะซวย
“ผมว่าเราออกไปดีกว่าครับ ทำแบบนี้...มันเท่ากับเราบุกรุกบ้านเขา สายน้ำผึ้งแจ้งจับเราได้นะครับ”
“ฉันไม่แคร์ เพื่อช่วยพี่กั้ง จะโดนตำรวจจับด้วยข้อหาอะไร ฉันก็ยอม”
ศิวาพยายามคิดว่าจะหาข้ออ้างอะไรพากันตาออกไป สายน้ำผึ้งผลักกุนตีเข้ามา แล้วพุ่งไปดึงกันตาให้ออกจากบ้าน
“ออกไปจากบ้านฉันนะ”
ศิวาเข้าไปดันตัวสายน้ำผึ้งออกจากกันตา
“อย่ายุ่งกับคุณก้อยนะ”
ศิวากับสายน้ำผึ้งจ้องตากันอย่างเอาเรื่อง สายน้ำผึ้งมองท้าทาย กันตามองแต่ยังไม่คิดอะไร สมหวังวิ่งลงบันไดมาพอดี
“คุณกุ้ง...คุณก้อยครับ ผมหาคุณพิศุทธิ์จนทั่วแล้ว ไม่เจอทั้งตัว ไม่เจอทั้งเสื้อผ้าหรือของของคุณพิศุทธิ์เลยครับ”
สายน้ำผึ้งรีบด่าสมหวัง
“แกจะเจอได้ยังไง ก็ฉันเก็บของผัวฉันไว้อย่างดี ถ้าไม่เชื่อ...ถามน้ารสก็ได้”
สายน้ำผึ้งมองหน้าให้รสสุคนธ์ช่วยยืนยันว่าพิศุทธิ์อยู่ที่นี่ รสสุคนธ์มองสายน้ำผึ้งแล้ว รู้สึกละอายที่ต้องช่วยหลานแย่งสามีคนอื่น กันตามองท่าทางรสสุคนธ์ออก
“พอเถอะพี่ผึ้ง พี่หลอกพี่กั้งได้ แต่หลอกคนอื่นไม่ได้หรอก ก้อยรู้ว่าคุณพิศุทธิ์ไม่มีทางมาอยู่ที่นี่ แล้วลูกในท้องพี่ ก็ไม่ใช่ลูกของคุณพิศุทธิ์ด้วย”
กุนตีเสริม
“เสียดายที่เธอเป็นคนฉลาด แต่กลับใช้แผนสกปรกตกอับแย่งผัวเพื่อน ไม่อายบ้างรึไงผึ้ง”
กันตาจ้องหน้าสายน้ำผึ้ง
“คอยดูนะ...ถ้าเด็กคลอดออกมาเมื่อไหร่ จะจับตรวจดีเอ็นเอ จะได้รู้ว่าลูกใคร”
ศิวาฟังกันตาพูดแล้วชะงักแอบหน้าเครียด สายน้ำผึ้งเห็นสีหน้าศิวาแล้วสะใจทั้งกันตาและกะรัต เธอหัวเราะชอบใจ
“เอาซิ...ตรวจกับมือเธอเลยนะยายก้อย ฉันก็อยากให้เธอรู้เป็นคนแรกเหมือนกัน ว่าใครคือพ่อเด็กกันแน่”
ศิวาจ้องสายน้ำผึ้งอย่างเอาเรื่อง สายน้ำผึ้งยิ้มเยาะไม่กลัว กันตาเอะใจ
“พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง”
ศิวาระแวงกลัวสายน้ำผึ้งจะพูดมากกว่านี้จึงพูดแทรก
“ผมว่าเราอย่าเอาเด็กบริสุทธิ์ มายุ่งเรื่องที่ผู้ใหญ่ก่อดีกว่าครับ”
กันตามองศิวาแอบจับสังเกต สายน้ำผึ้งไม่หยุดยั่วง่ายๆ
“ใจเย็นๆ ตอนนี้ให้พี่สาวเธอพล่านเป็นบ้าไปก่อน...แล้วมันค่อยถึงเวลาของเธอ”
ศิวาทนไม่ไหว
“พอเถอะคุณสายน้ำผึ้ง” ศิวาหันไปหากันตา “อย่าไปฟังครับ เขากำลังจะทำให้คุณเหมือนคุณกั้ง”
“เธอมันหมาบ้า...ไปเถอะก้อย” กุนตีตัดบท
ศิวาพากันตาเดินออกไป กุนตีกับสมหวังเดินตาม สายน้ำผึ้งมองตามหัวเราะอย่างสะใจ

“สะใจจริงเว้ย”

สามีตีตรา ตอนที่ 11 (ต่อ)

ศิวาพากันตาเดินออกมาจากบ้านสายน้ำผึ้ง กุนตี สมหวังเดินตามมา กันตาหันไปพูดกับกุนตี
“ก้อยยังสงสัยที่พี่ผึ้งบอกว่ายังไม่ถึงเวลาของก้อย มันหมาย ความว่ายังไง”
ศิวาชะงัก กุนตีขัดขึ้น
“เธอจะไปสนใจอะไรกับผู้หญิงเสียสติคนนั้น อะไรที่มันปั่นหัวเราได้ มันทำทั้งนั้นแหละ”
ศิวามองกันตาอย่างลุ้นว่ากันตาจะคล้อยตามเชื่อกุนตีหรือไม่ ศิวาโกรธสายน้ำผึ้งโกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้ไปกว่านี้

รสสุคนธ์มองสายน้ำผึ้งอย่างระอาแก่ใจที่สุด
“คราวนี้เขารู้ความจริงแล้วว่าคุณพิศุทธิ์ไม่ได้อยู่ที่นี่ เห็นไหมผึ้ง...สุดท้ายผึ้งก็ไม่ชนะ”
“น้ารสควรเข้าข้างผึ้งสิ ไม่ใช่เอาแต่ด่าผึ้ง”
“น้าไม่เข้าข้างคนผิด สิ่งเดียวที่น้าจะทำ คือเตือน...ไหนผึ้งบอกน้าสิว่าผึ้งยังมองหน้า คุณพิศุทธิ์อยู่อีกได้ยังไง ไม่รู้สึกละอายบ้างเหรอ ไม่เคยนอนกับเขา แต่บอกว่าท้องเขา”
“น้าไม่เป็นผึ้ง น้าไม่เข้าใจหรอก”
“เลิกใช้คำนี้มาอ้างสักทีเถอะ พร่ำคร่ำครวญว่าชีวิตตัวเองตกต่ำ แทนที่จะทำจิตใจให้ดี แต่กลับทำให้ตกต่ำ”
“ใช่ ผึ้งมันจิตใจตกต่ำ แล้วจะให้ผึ้งทำยังไง ผึ้งก็เหมือนหมาจนตรอกหนีไม่ได้ก็ต้องหันหน้าสู้ แล้วใครที่ขวาง ก็ต้องโดนไล่กัดแบบนี้แหละ”
รสสุคนธ์มองสายน้ำผึ้งอย่างปลงใจ
“เอาเถอะ...อยากทำ อะไรก็ทำเลยแล้ววันนึงผึ้งก็จะรู้เองว่านรกมันมีจริง คราวก่อนผึ้ง เสียเพื่อนแค่คนเดียวแต่ต่อไป...ผึ้งจะมอดไหม้ เสียหมด เสียทุกอย่างที่ผึ้งและ สิ่งที่ทำให้ผึ้งภาคภูมิใจ”
รสสุคนธ์อุ้มน้องพีทเดินออกไป สายน้ำผึ้งไม่ยอมรับคำของรสสุคนธ์
“ใครบอกว่าตอนนี้ตัวผึ้งมอดไหม้ พวกมันต่างหากที่มอดไหม้ แล้วผึ้งจะสาดน้ำมันเข้าไปอีกด้วย”
สายน้ำผึ้งคิดบางอย่าง

กุนตีเดินนำกันตาจะเข้าบ้าน กฤชเดินออกจากบ้าน
“พอดีพ่อมาเอาพลาสปอร์ตน่ะ พรุ่งนี้พ่อจะไปดูงานญี่ปุ่นแล้วนี่ไปไหนกันมา”
“ไปหาคุณพิศุทธิ์ที่บ้านสายน้ำผึ้งค่ะ” กุนตีเล่า
“แล้วก็ไม่เจอใช่ไหม”
กันตากับกุนตีพยักหน้า
“เพราะพิศุทธิ์ไม่ได้ไปไหน เขาก็อยู่บ้านเขานั่นแหละ”
ศิวารู้ว่าพิศุทธิ์อยู่บ้าน จึงนิ่งคิดบางอย่าง กันตาดีใจ
“จริงเหรอคะพ่อ”
“พ่อว่าพิศุทธิ์ไม่มีอะไรกับสายน้ำผึ้ง พ่อรู้จักเขาดี เอาไว้พ่อกลับญี่ปุ่น แล้วพ่อจะไปคุยกับกั้งอีกที ฝากดูน้องด้วยนะ”
กันตากับกุนตีพยักหน้า กฤชเดินออกไป กันตาหันมาหากุนตี
“เดี๋ยวก่อนพี่กุ้ง...เราไม่ไปบอกพี่กั้งหน่อยเหรอว่าคุณพิศุทธิ์ไม่ได้อยู่กับพี่ผึ้ง พี่กั้งจะได้เข้าใจคุณพิศุทธิ์ใหม่”
“พี่ว่าถ้าเราพูด กั้งไม่ยอมตั้งสติฟังหรอก เราต้องรออีกคนมาพูด รับรองว่ากั้งจะได้สติ และกลับไปหาคุณพิศุทธิ์อีกครั้งแน่”
“ใครคะ”
“ก็ก๋งไง พรุ่งนี้ก๋งกลับจากฮ่องกงตอนบ่าย แล้วก๋งจะเข้าไปคุยกับกั้งเอง”
“ถ้าก๋งมาคุย รับรองพี่กั้งกับคุณพิศุทธิ์คืนดีพันเปอร์เซ็นต์” กันตาดีใจ

กุนตียิ้มแล้วเดินเข้าบ้าน กันตาเดินยิ้มใจชื่นตามกุนตีไป พวงหยกเดินเข้าบ้านมาได้ยินกันตากุนตีพูดว่า ก๋งจะกลับตอนไหน พวงหยกคิดอะไรบางอย่าง

ศิวามาหาพิศุทธิ์ที่บ้านเนื้อแพร ทั้งสองออกมาคุยกันหน้าบ้าน ศิวารู้สึกผิดและรู้สึกแย่กับสิ่งที่เกิดกับพิศุทธิ์
“ผมจะมาขอโทษ คุณต้องเป็นแบบนี้เพราะผม ผมพยายามจัดการแล้ว แต่ผมประเมินสายน้ำผึ้งต่ำไปจริงๆ ผมละอายใจเหลือเกินที่ทำให้คุณกับคุณกั้งต้องมีปัญหากันขนาดนี้”
พิศุทธิ์ชะงักไปนิดนึง
“มันไม่เกี่ยวกับคุณหรอกครับ ถึงไม่ได้มีปัญหาเรื่องคุณ ผมกับกั้งก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ เพราะอดีตทำให้กั้งเขาไม่เคยเชื่อใจผม แล้วที่สายน้ำผึ้งทำร้ายกั้งเพราะเขาไม่ยอมลืมอดีต เชื่อผมเถอะปล่อยให้เรื่องทุกอย่างมันจบลงแค่นี้ อย่าให้สายน้ำผึ้ง ต้องทำร้ายใครได้อีกเลย และคุณเริ่มต้นเพื่อคุณก้อยซะใหม่”
“คุณพิศุทธิ์...” ศิวาอึ้ง
“ผมขอตัวก่อน”
พิศุทธิ์เดินกลับเข้าบ้านไป ศิวามองตามอย่างไม่สบายใจ

พวงหยกอยู่ที่สนามหน้าบ้านคุยมือถือกับเนื้อแพร
“ฮัลโหล...ฉันพวงหยกพูด”
“คุณพวงหยก...มีอะไรเหรอคะ”
“ลูกชายหล่อนอยู่รึเปล่า”
เนื้อแพรไม่อยากให้พวงหยกพูดกับพิศุทธิ์กลัวจะทำให้เขาเครียดขึ้น
“ไม่อยู่ค่ะ”
“โกหก ถ้าไม่อยู่กับหล่อน แล้วจะไปที่ไหน แต่เอาเถอะ...ไม่ว่าลูกชายหล่อนอยู่ที่ไหน แต่ช่วยบอกด้วยนะว่า ยายกั้ง ทนใช้นามสกุลของพวกปลิ้นปล้อนไม่ไหวแล้ว ต้องการนัดหย่าพรุ่งนี้เช้า”
เนื้อแพรอึ้ง ไม่คาดคิด
“พรุ่งนี้เช้า”
เนื้อแพรคิดถึงว่าพิศุทธิ์ว่าจะเป็นยังไงถ้ารู้เรื่องนี้

พิศุทธิ์เดินเข้าบ้านมาด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน เนื้อแพรมองลูกชายอย่างลังเล แล้วตัดสินใจบอก
“ชาย...เมื่อกี้คุณพวงหยกโทรมา...เขาบอกกั้งนัดลูกหย่าพรุ่งนี้เช้า”
พิศุทธิ์ชะงักไป เนื้อแพรจับมือลูกอย่างให้กำลังใจ
“คิดดีๆนะลูก ถ้าชายยังไม่พร้อม...”
“ถึงเวลาที่เราจะต้องเผชิญความจริงแล้วครับแม่ อยู่กันไปแบบนี้ก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะทำให้ต่างฝ่ายต่างเป็นทุกข์กันเปล่าๆ”
“แต่...”
“และผมอยากขอร้องแม่ อย่าไปบอกใครเรื่องศิวากับใคร ถึงความรักของผมจะจบลงแต่ก็ขอให้ความรักของคนอื่นเขาเจริญเติบโตบ้าง”
“ชาย...” เนื้อแพรอึ้ง
“เก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้วเหรอครับมา”
“แม่ไม่ไปก็ได้นะ”
“ไปเถอะครับแค่คืนเดียว พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว นานๆจะได้เจอเพื่อนเก่า ไม่ต้องห่วงผมหรอก”
เนื้อแพรยิ้มให้ลูกชาย
“งั้นแม่จะรีบกลับนะ”
เนื้อแพรถือกระเป๋าเดินออกไป พิศุทธ์มองตาม

เจ้าสัวบัญชาเดินเข้ามาในบ้าน นวลมองอย่างดีใจเว่อร์เข้าไปกอดขาจนเจ้าสัวเกือบล้มหัวทิ่ม
“ท่านเจ้าสัว ท่านเง๊กเซียนฮ่องเต้ของอีนวล”
“ปล่อย ก่อนที่อั๊วจะล้มหัวทิ่มตายไปพบท่านเง๊กเซียนฮ่องเต้จริงๆ” เจ้าสัวเซ็ง
นวลรีบปล่อยขา เจ้าสัวเดินไปหากะรัตที่ดื่มไวน์อยู่พูดนิ่งๆ
“เป็นยังไงบ้าง”
กะรัตชะงัก หันไปมองเจ้าสัวแล้วร้องไห้โฮโผกอดทันที
“ก๋ง...”
“เจ็บไหม”
“มาก”
“สมน้ำหน้า”
“ก๋ง ทำไมก๋งมาสมน้ำหน้ากั้ง กั้งเป็นฝ่ายโดนเขาทิ้ง โดนเขาทรยศนะ”
“ก๋งสอนลื้อกี่ครั้งแล้วเรื่องการมีสติ การทำอะไรอย่างมีสติ พูดอย่างมีสติมันเหมือนโล่ป้องกันเรา จากอันตรายทุกอย่าง แต่ถ้าทำอะไรอย่างขาด สติ พูดอย่างขาดสติ มันก็เหมือนลื้อยิงปืน ถ้ามันไม่ ฆ่าคนอื่น ก็ฆ่าตัวลื้อเอง”
“ก๋ง...” กะรัตร้องไห้
“จำได้ไหมว่าก๋งพูดอะไรกับลื้อในวันรดน้ำสังข์”
กะรัตพยักหน้าอย่างจำได้
“ถ้าจะรักลงเรือลำเดียวกัน ก็ต้องช่วยกันพามันไป...กั้งเลือกคุณพิศุทธิ์มาใช้ชีวิตคู่แล้ว ก็ต้องมั่นใจในตัวเขา”
“เขาทำนังผึ้งท้อง ก๋งว่ากั้งเป็นฝ่ายผิดเหรอ”
“คุณชายบอกจากปากเหรอว่าเขาทำ”
กะรัตชะงัก
“จำไว้นะอากั้ง คนเป็นผัวเป็นเมียกัน...ถ้าไม่เลวให้เห็นกับตา ไม่ชั่วให้ได้ยินกับหูก็ต้องเชื่อในความดีของคนของเราไว้ก่อน”
เจ้าสัวจับมือกะรัตแล้วมอง แหวนแต่งงานของหลาน
“แหวนมันอยู่ในนิ้วลื้อ ไม่มีใครถอดมัน ออกได้ ถ้าลื้อไม่เขวี้ยงมันออกไปเอง”

กะรัตมองเจ้าสัว คิดตามที่เขาพูด

สายน้ำผึ้งเก็บข้าวของลงกระเป๋าเดินทาง รสสุคนธ์เดินเข้ามาเห็นแปลกใจ
“เก็บของจะไปใหนผึ้ง”
สายน้ำผึ้งมองรสสุคนธ์
“ทำไมน้ารสต้องทำเสียงดุใส่ผึ้งด้วย”
“เพราะน้าเชื่อว่าผึ้งต้องทำเรื่องไม่ดีแน่ๆ”
สายน้ำผึ้งพูดเสียงมีความสุข
“ใครว่าล่ะน้ารส คราวนี้ผึ้งทำเรื่องดี...ดีที่สุดในชีวิต”
สายน้ำผึ้ง แน่วแน่ จริงจัง แล้วเดินออกไป รสสุคนธ์มองตาม อ้าปากค้าง

พิศุทธิ์ไปที่ตู้เปิดลิ้นชักหยิบทะเบียนสมรสที่มีชื่อของตัวเองและกะรัตขึ้นมาดู มันเป็นหลักฐานยืนยันความรักเพียงอย่างเดียวที่หลงเหลืออยู่ตอนนี้ พิศุทธิ์ถือทะเบียนสมรสไปที่โซฟาเขาทิ้งตัวลงนั่ง พร้อมเอามือก่ายหน้าผากเมื่อคิดถึงการหย่าที่จะมาถึง

ค่ำนั้น กะรัตแต่งตัวสวย สดใสอีกครั้งเดินมากับนวลและเจ้าสัวบัญชา พวงหยกเดินเข้ามาเห็นเจ้าสัวแล้วชะงัก เพราะวาดหวังจะพากะรัตไปหย่าก่อนเจ้าสัวจะมากล่อมกะรัต
“อ้าว...เตี่ย ไหนว่าจะกลับพรุ่งนี้”
“งานเสร็จเร็ว เลยกลับมาก่อน”
พวงหยกหันมามองกะรัตที่แต่งตัวดี ดูสดใสอย่างระแวงว่าจะเปลี่ยนใจเรื่องเลิกกับพิศุทธิ์
“แล้วนี่แกจะไปไหน”
“อากั้งจะไปหาคุณพิศุทธิ์”
พวงหยกโวยวายทันที
“หา...แกจะไปโง่มันทำไม แกลืมไปแล้วเหรอว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันทำอะไรกับแกไว้บ้าง แล้วอีกอย่างแกไปหามันตอนนี้ก้ไม่มีประโยชน์ เพราะมันโทรมานัดหย่ากับแกแล้ว”
กะรัต เจ้าสัว นวลมองพวงหยกเป็นตาเดียวกันด้วยความคาดไม่ถึง กะรัตเริ่มหวั่นไหว
“ลื้อไม่ต้องไปฟังใคร รีบไปเคลียร์กับเขาก่อนที่เรื่องมันจะบานปลาย” เจ้าสัวบอกเสียงเข้ม
กะรัตเดินออกไป พวงหยกรีบดึงไว้
“ฉันไม่ให้แกไปไป ผัวแกขอหย่าให้ป่าวๆ แกจะทนหน้าด้านงอนง้อมันไปทำไม ผู้ชายมีแต่เปลือกแบบนั้น หาซื้อได้ตามข้างถนนเยอะแยะ แกต้องไปหย่าพรุ่งนี้”
เจ้าสัวทนดูพวงหยกอีกต่อไปไม่ไหว จึงเดินมาดึงมือพวงหยกออกจากมือกะรัต
“อากั้ง รีบไปหาคุณพิศุทธิ์ ยายแม่บ้าคลั่งของลื้อ เดี๋ยวก๋งจัดการเอง”
กะรัตรีบออกไป พวงหยกโวยวายจะตาม
“ยัยกั้ง กลับมานะ...นังนวล ไปตามยายกั้งมา”
นวลจะวิ่งไป เจ้าสัวดุ
“ลื้อจะไปตามอากั้งทำไม”
“ไม่ได้ตามค่ะ นวลจะไปเปิดประตูให้คุณกั้ง” นวลวิ่งออกไป
“งั้นก็รีบไป”
“เตี่ย...นังนวล นังบ้า” พวงหยกขัดใจ
“พอสักทีเถอะพวงหยก เพราะลื้อทำบาปทำกรรมกับลูกแบบนี้ ผัวมันถึงทนลื้อไม่ได้ก็เลยทิ้งกันไปตอนแก่ ยังไม่เข้าใจอีกรึ”
พวงหยกชะงักโดนแผลในใจ
“เตี่ย ทำไมเตี่ยมาว่าหนูอย่างนี้ ที่หนูทำก็เพื่อชีวิตยัยกั้ง พอที ที่ผ่านมาทุกคนต่อว่าหนูว่าปล่อยปะละเลยลูก ตอนนี้หนูจะจัดการ ทุกอย่าง จะเป็นคนเลือกว่าผู้ชายคนไหนเหมาะกับยัยกั้ง หนูจะทำ หน้าที่แม่ชดเชยที่ผ่านมา”
“ที่ลื้อทำ มันไม่ใช่เพราะลื้ออยากรับผิดชอบความเป็นแม่ แต่ลื้อต้องการเอาชนะผัวลื้อกับอาเนื้อแพร ถ้าลื้ออยากชดเชยในสิ่งที่ลูกขาด ลื้อต้องทำให้ลูกเชื่อว่าความรักมันมีอยู่จริง ไม่ใช่ใช้ชีวิตบนความหวาดระแวงอย่างลื้อ”
“เตี่ยไม่เข้าใจ เตี่ยอย่าพูดดีกว่า หนูเบ่งมันมา ไม่มีใครห่วงมันมากกว่าหนู ไอ้ผัวแมงดาพรรณอย่างนั้นเลิกไปก็ดีแล้ว ดูซิ แต่งงานยังไม่กี่เดือนมันผลาญไปเกือบร้อยล้าน แล้วนี้ถ้ามันอยู่ไม่ล้มละลายกันหมดเลยเหรอ”
“คำก็เงิน คำก็ทอง มองดูรอบๆตัวซะบ้างว่าลูกมันจะขึ้นคานหมดแล้ว นี่เหรอความสุขของคนเป็นแม่ที่ลื้อพยายามบอกอั๊ว อั๊วจะบอกให้นะ...การที่อากฤชทิ้งลื้อ อั๊วว่ามันช้าไปด้วยซ้ำ คนบ้าเงินบ้าทองอย่างลื้อ ต้องปล่อยให้อยู่คนเดียว ดูสิ...ว่าการกอดสมบัติมันมีความสุขกว่า การกอดคนในครอบครัวรึเปล่า”

เจ้าสัวเดินหนีไป พวงหยกยืนอึ้ง

พิศุทธิ์อยู่ในห้องที่บ้าน หยิบยานอนหลับจากลิ้นชักตรงโต๊ะหัวเตียงเขากินยาดื่มน้ำแล้วล้มตัวนอนลงบนเตียงพยายามข่มตาหลับให้ลง
 
กะรัตขับรถมาตามถนนลังเลก่อนจะกดมือถือหาพิศุทธิ์แต่เขาไม่รับ กะรัตถอนใจคิดว่าเขาไม่อยากรับสายตนอีกแล้ว
แท็กซี่มาส่งสายน้ำผึ้งที่หน้าบ้านของพิศุทธิ์ เธอลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาด้วยพอเห็นรถของพิศุทธิ์จอดอยู่ก็ยิ้มพอใจ สายน้ำผึ้งกดออดแต่ก็ไม่มีใครออกมาเปิดให้...พิศุทธิ์นอนหลับไปโดยไม่ยินเสียงออดใดๆเพราะฤทธิ์ยานอนหลับที่ทำให้เขาหลับลึกมาก
สายน้ำผึ้งหงุดหงิดเมื่อไม่มีใครยอมออกมาเปิดประตูต้อนรับ
“คิดว่าแค่นี้จะหลบฉันได้เหรอ”
สายน้ำผึ้งตัดสินใจปีนประตูรั้วเข้าไปในบ้าน แล้วปลดล็อคประตูออกไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองเข้ามาจากนั้นก็เดินตรงไปที่ตัวบ้าน สายน้ำผึ้งลองเปิดประตูแต่ประตูถูกล็อคเอาไว้เธอมองไปยังบานหน้าต่างที่เปิดอยู่แล้วยิ้ม

สายน้ำผึ้งลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ ยิ้มสะใจแล้วรีบหันสำรวจดูภายในบ้าน
“สามีเธอเป็นของฉัน เรือนหอของเธอก็จะกลายเป็นเรือนหอของฉัน”
สายน้ำผึ้งยิ้มพอใจ พอเดินไปที่โต๊ะทานข้าว เธอเห็นทะเบียนสมรสที่พิศุทธิ์วางเอาไว้สายน้ำผึ้งหยิบมาดูยิ้มเยาะเย้ย
“แล้วฉันจะตีตราสามีเธอให้ดู”
สายน้ำผึ้งขยำทะเบียนสมรส แล้วปาทิ้งลงพื้นแล้วตัดสินใจเดินขึ้นบันไดบุกไปยังชั้นบนของบ้าน

สายน้ำผึ้งเปิดประตูเข้ามาในห้องที่มืดสนิท เธอเปิดไฟแล้วก็เห็นพิศุทธิ์หลับอยู่จริงๆ แต่ดูเขาไม่ไหวติงและไม่รู้สึกว่าเธอเข้ามาแล้ว สายน้ำผึ้งยิ้มพอใจ เธอค่อยๆ เดินมาที่เตียงแล้วนั่งลงข้างๆ
“หลับอุตุเลยนะ ฝันถึงกันอยู่รึเปล่า”
สายน้ำผึ้งปราดตาไปเห็นขวดยาอยู่ที่โต๊ะหัวเตียง เธอหยิบขวดยามาดูพอรู้ว่าพิศุทธิ์หลับไปเพราะยานอนหลับก็ยิ่งพอใจ สมใจว่าเธอเสร็จฉันแน่
“เตรียมตื่นมาเจอชีวิตใหม่ของคุณได้เลย”
สายน้ำผึ้งเข้าไปลูบไล้ใบหน้าของพิศุทธิ์แล้วเห็นว่าเขาไม่รู้สึกตัวใดๆ เลยก็ยิ้มแล้วลดมือลงถอดกระดุมเสื้อของเขาออก พิศุทธิ์กระสับกระส่ายขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ตื่นขึ้น สายน้ำผึ้งเหยียดตัวขึ้นไปนอนเบียดข้างๆ พิศุทธิ์ที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยแล้วหยัดตัวขึ้นนอนพิจารณาใบหน้าของเขาอย่างลุ่มหลง
“รังเกียจที่จะใช้อากาศหายใจร่วมกับฉันนักใช่ไหม”
สายน้ำผึ้งก้มหน้าลงไปหา
“ได้เวลาเข้าหอ ของเราซะทีนะ”
สายน้ำผึ้งยิ้มมองพิศุทธิ์อย่างหลงใหล

กะรัตขับรถมาจอดที่หน้าบ้านพิศุทธิ์เห็นรถจอดอยู่และเห็นไฟในห้องนอนพิศุทธ์เปิดอยู่ด้วย เธอลงจากรถมองบ้านด้วยความสงสัย ว่าทำไมเขาไม่รับโทรศัพท์ กะรัตหยิบกุญแจไขประตูเข้าไป

พิศุทธิ์สะลึมสะลือขึ้นมาเมื่อรู้สึกตัวว่ามีคนมาเบียดอยู่ใกล้ๆ เขากระสับกระส่ายและพยายามฝืนลืมตาขึ้นมา ทำให้สายน้ำผึ้งที่กำลังคลอเคลียเขาอยู่แปลกใจ
“คุณผึ้ง...”
“อยากสนุกกับผึ้งแล้วใช่ไหม”
พิศุทธิ์ไม่มีสติสัมปชัญญะใดๆ เขาไม่แน่ใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นแต่ก็หลับลงไปต่อเพราะฤทธิ์ยา สายน้ำผึ้งเริ่มปลดชุดตัวเองอย่างช้าๆ
“เดี๋ยวผึ้งจะทำให้คุณมีความสุขเองนะ”
สายน้ำผึ้งลูบไล้ที่แขนของของพิศุทธิ์แล้วเลื่อนมือลงไปจับมือของเขาไว้ เธอตัดสินใจปิดไฟจากสวิตช์หัวเตียงทำให้ในห้องดับมืดลง

กะรัตเพิ่งเปิดประตูเข้ามาในบ้าน พอเห็นกระเป๋าเดินทางและรองเท้าส้นสูงของผู้หญิงถอดอยู่ภายในบ้าน กะรัตก็ถึงกับผงะ เธอกำลังจะเดินขึ้นไปบนห้อง เธอเห็นก้อนของกระดาษที่ถูกขยำทิ้งไว้ก็หยิบมาดูแล้วอึ้งเมื่อคลี่ออกแล้วเห็นว่าพิศุทธิ์ขยำทะเบียนสมรสทิ้งแบบไม่มีชิ้นดี เมื่อผนวกกับข้าวของของผู้หญิงที่อยู่ในบ้านทำให้กะรัตเข้าใจว่าพิศุทธิ์พาสายน้ำผึ้งมาอยู่กินด้วยแล้ว เธอโกรธจนปรี๊ดขึ้นสมองคว้าทะเบียนสมรสขึ้นบันไดไปอย่างคับแค้น

สามีตีตรา ตอนที่ 11 (ต่อ)

กะรัตเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนพร้อมตวาดเสียงขึ้นในความมืด ทันทีที่กะรัตเปิดไฟในห้องเธอก็เห็นสายน้ำผึ้งอยู่บนเตียงกับพิศุทธิ์โดยที่เขาเปลือยท่อนบนอยู่ใต้ผ้าห่ม และมีเสื้อผ้าตกอยู่ที่ปลายเตียง กะรัตช็อคกับภาพตรงหน้าที่เห็นสายน้ำผึ้งกับพิศุทธิ์กำลังอยู่ด้วยกันจังๆตา
“คนสารเลว”
สายน้ำผึ้งตกใจ รีบคว้าผ้าห่มมาคลุมร่างตัวเองไว้ แต่พอหันมาเห็นเป็นกะรัตเธอก็ยิ้มอย่างสะใจ กะรัตปราดเข้าไปที่เตียงเพื่อจะจัดการกับพิศุทธิ์กรี๊ดเสียงดัง
“สกปรกที่สุด คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง”
พิศุทธิ์สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงแหลมๆ ของกะรัต เขาสะลึมสะลือเมื่อเห็นกะรัตที่ปลายเตียง
“กั้ง...”
พิศุทธิ์อยากจะลุกแต่ก็ลุกไม่ขึ้น เขาถึงล้มตัวลงไป สายน้ำผึ้งเห็นก็รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยาเธอรีบเล่นละครตบตากะรัตทันที
“โทษที เขาขลุกอยู่กับฉันทั้งวันจนเพลีย ไม่มีเรี่ยวมีแรงเหลือเลย เธอต้องเข้าใจนะว่าเรากำลังข้าวใหม่ปลามัน”
กะรัตฟังแล้วปรี๊ด กรี๊ดใส่ สายน้ำผึ้งยิ่งยั่วอีก
“เวลาพ่อพระตบะแตกแล้วเนี่ยกู่ไม่กลับเลยนะ ไม่น่าเชื่อ”
“พวกเธอมันเลวสมกันแล้ว”
กะรัตทนรับภาพนั้นไม่ได้รีบวิ่งออกจากห้องไปในทันที สายน้ำผึ้งหัวเราะสะใจที่เห็นกะรัตเตลิดออกไปอย่างนั้น

กะรัตวิ่งเตลิดลงมา สายน้ำผึ้งเอาผ้าห่มคลุมตัวแล้วตามลงมาหากะรัตที่กำลังบ้าคลั่ง
“คุณพิศุทธิ์ฝากมาบอกให้เธอตัดใจ เขากำลังจะมีชีวิตใหม่กับฉัน เราตกลงจะแต่งงานเลี้ยงลูกด้วยกันที่นี่”
“ลูกที่จะออกมาประจานความหน้าด้านของแกน่ะเหรอ”
“ลูกที่เกิดจากความรักของฉันกับเขาต่างหาก จะบอกให้ว่าเขาตั้งใจมีลูกกับฉัน เรื่องแบบนี้เขาจริงจังและทุ่มสุดตัวมากเลยนะ พอรู้ว่าฉันท้องเขาก็บอกว่าจะหย่ากับเธอทันที”
กะรัตเจ็บจี๊ดเมื่อนึกถึงความจริงที่พิศุทธิ์คอยบ่ายเบี่ยง ไม่อยากมีลูกกับเธอเลย
“งั้นก็ฝากไปบอกว่าเชิญไปหย่าเลยพรุ่งนี้ เขาจะได้กลับมาเสพสุขกับเธอแน่”
กะรัตออกจากบ้านไป สายน้ำผึ้งหัวเราะร่าแบบที่ไม่นึกว่าทุกอย่างจะจบได้อย่างง่ายดายแบบนี้...กะรัตพาตัวเองออกมาถึงรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน จากที่พยายามสะกดอารมณ์เสียใจเอาไว้แต่พอมาถึงที่รถแล้วมองกลับไปยังบนห้องนอนที่ไฟเปิดอยู่ เธอก็ระเบิดน้ำตาออกมาเพราะทนกลั้นไม่อยู่อีกต่อไปร้องไห้อย่างหนักอยู่ตรงรถของตัวเองอย่างเจ็บปวดที่เห็นความรักของตนพังลง

สายน้ำผึ้งกลับเข้ามาที่ห้องนอน พอเห็นพิศุทธิ์หลับใหลโดยไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้างก็ยิ้มสะใจ สายน้ำผึ้งยิ้มเยาะแล้วไปนอนซบพิศุทธิ์อย่างมีความสุข
“ถึงพรุ่งนี้คุณก็จะเป็นของฉัน แล้วเราก็จะได้เป็นของกันและกันจริงๆซะที”
สายน้ำผึ้งนอนยิ้มอย่างมีความสุข ในขณะที่พิศุทธิ์กลับไม่รู้สึกอะไรเลย

ริมแม่น้ำยามค่ำคืน...กะรัตเดินถือขวดไวน์โซเซไปที่ริมแม่น้ำร้องไห้จนมาสคาร่าไหลเลอะเป็นทาง กะรัตยกขวดไวน์ขึ้นซด แต่พอเห็นว่าขวดที่ถือมาหมดแล้วก็เซ็งมองขวดไวน์แล้วสมมติว่าเป็นพิศุทธิ์
“ฉันเกลียดคุณ ไปแล้วอย่ากลับมาอีกนะ”
กะรัตเหวี่ยงขวดเปล่านั้นไปสุดแรง จนกระทั่งขวดนั้นปลิวลงไปที่กลางแม่น้ำ ก่อนจะนั่งจมอยู่กับความรู้สึกตัวเองตรงนั้น...มือถือของกะรัตที่อยู่ในรถที่จอดห่างออกไปมีสายเข้ามาจากที่บ้านดังขึ้นมาตลอด

นาฬิกาบอกเวลาตีสอง นวลในชุดนอนโทรหากะรัตแต่ไม่รับสาย
“ไม่รับสายแบบนี้ หรือว่าคุณกั้งกับคุณพิศุทธ์...คืนดีกันแล้ว”
นวลร่าเริงมีความสุข

เช้าวันใหม่...พิศุทธิ์รู้สึกตัวตื่นขึ้น เขาลุกขึ้นนั่งตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้สึกผิดปกติแต่อย่างใดเพราะในห้องนั้นมีเพียงแต่เขาตามลำพัง จนกระทั่งเขาได้สังเกตเห็นว่าตัวเองเปลือยท่อนบนอยู่ พิศุทธิ์ได้ยินเสียงอาเจียนโอ้กอ้ากดังออกมาจากห้องน้ำเขาแปลกใจคิดว่าหูแว่ว แต่เมื่อยังได้ยินเสียงนั้นต่อเนื่องอยู่ก็ลุกขึ้นไปที่ห้องน้ำ ขณะที่พิศุทธิ์กำลังจะเข้าไป สายน้ำผึ้งในชุดคลุมอาบน้ำก็ออกจากห้องมาพอดี พิศุทธิ์อึ้ง
“คุณมาได้ยังไง”
“ก็มาปรนนิบัติสามีสิคะถามได้”
สายน้ำผึ้งโผเข้าไปกอดแบบสำออย
“เมียยังแพ้ท้องอยู่เลย อย่าเพิ่งใจร้ายกับเมียนักนะเดี๋ยวลูกตกใจ”
พิศุทธิ์ตกใจรีบกระชากตัวสายน้ำผึ้งออก
“หยุดพูดเหลวไหลได้แล้ว”
“เหลวไหลยังไง ไปถามจากกั้งเอาก็ได้ เมื่อคืนเขายังเห็นคุณนัวเนียกับฉันบนเตียงอยู่เลย”
พิศุทธิ์ชะงัก
“กั้งมาที่นี่งั้นเหรอ”
“เขายังฝากบอกคุณเลยว่าจะหย่ากับคุณตอนบ่ายโมงวันนี้ ไปสิคะ ไปอาบน้ำแต่งตัวจะได้รีบไปหย่ากับเขาไวๆ”
“หยุดได้แล้ว คุณจะทำลายชีวิตผมไปถึงไหน ถามจริงๆเถอะนี่ผมไปทำอะไรให้ คุณถึงต้องมาพังชีวิตผมจนไม่มีชิ้นดีแบบนี้”
“อย่ามาโทษฉัน ชีวิตคุณพังตั้งแต่คุณเลือกแต่งงานกับผู้หญิงอย่างกั้งแล้ว”
พิศุทธิ์เห็นสายน้ำผึ้งเริ่มหาเรื่องก็ทนไม่ไหว เขาเดินไปเปิดประตูห้องเพื่อไล่สายน้ำผึ้งออกไป
“คุณมาทางไหน ก็เชิญไปทางนั้น ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณ ออกไป”
“กั้งเขาไม่ได้รักคุณ มีแต่ฉันที่พร้อมจะอยู่กับคุณตลอด แค่นี้คุณก็ควรรู้ได้แล้วว่าควรเลือกผู้หญิงคนไหน”
พิศุทธิ์เห็นสายน้ำผึ้งยังลอยหน้าอยู่ไม่ยอมไป เขาก็เดินไปหยิบเสื้อจากเตียงออกมา

“ถ้าคุณไม่ไป ผมจะไปเอง”

นวลเห็นกะรัตเดินหน้าตาอิดโรยเข้าบ้านมา ก็เอ่ยทัก
“คุณกั้ง...แล้วคุณ…” นวลจะถามถึงพิศุทธ์
กะรัตคุยมือถือ
“แม่คะ โทรไปเร่งผู้ชายคนนั้นให้ไปเจอกั้งที่สำนักงานเขตเดี๋ยวนี้ กั้งจะหย่า”
นวลตกใจ
“หย่า”
พวงหยกกำลังเดินเข้าบ้านเพิ่งกลับจากบ้านกะรัตเซ็งๆ คุยมือถืออย่างดีใจ
“จริงเหรอยายกั้ง...ทูนหัวของแม่ แกคิดถูกแล้วที่หย่ากับผู้ชายพรรค์นั้น”
กุนตีเดินเข้ามาจากหน้าบ้านเพราะจะมาเอาเอกสารที่บ้าน แล้วได้ยินพวงหยกพูดเรื่องหย่าพอดี จึงชะงักฟัง
“ได้ เดี๋ยวแม่โทรไปเร่งไอ้ผัวเฮงซวยของแกให้”
พวงหยกกดวางสายจะเดินไป แล้วเห็นกุนตียืนอยู่หน้าประตู
“ยายกุ้ง”
“มันอะไรกันน่ะแม่ เมื่อกี้ก๋งเพิ่งโทรบอกกุ้งว่ากั้งไปง้อคุณพิศุทธิ์แล้วนี่แล้วทำไม…”
“ก็เพราะน้องสาวแกยังมีบุญมีวาสนา ดลใจให้เห็นทางสว่างแล้วน่ะสิ”
กุนตีหยิบมือถือมาจะโทรหากันตา พวงหยกไม่ยอมให้ใครขัดขวางอีก จึงดึงมือถือจากกุนตีมา
“ฉันจะไม่ยอมให้พวกแกมาขัดขวางยายกั้งอีกแล้ว”
พวงหยกเอามือถือกุนตีรีบเดินออกไป กุนตีมองตามอย่างเครียด แล้ววิ่งไปใช้โทรศัพท์บ้านโทรหากันตา

พิศุทธิ์เดินสวมเสื้อออกจากห้องนอนมา สายน้ำผึ้งเดินไล่ตามมายื้อเอาไว้
“ถึงคุณไปยังไงกั้งเขาก็ไม่มีวันกลับมาหาคุณ”
“ต่อให้ไม่มีกั้ง ผมก็ไม่เคยจะนึกพิศวาสคุณสักครั้ง”
“แล้วเรื่องระหว่างเราเมื่อคืนล่ะ”
“ผมหลับเป็นตายขนาดนั้น ไม่มีสติจะทำอะไรคุณด้วยซ้ำ”
“แค่จำไม่ได้ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ได้ทำ”
“แค่คำพูดพล่อยๆจากปากคนอย่างคุณก็ยืนยันอะไรไม่ได้เหมือนกัน”
“คอยดูแล้วกันยังไงคุณก็ไม่มีวันหนีฉันพ้น”
พิศุทธิ์เดินออกมาจากบ้าน จะไปที่รถ ทันไดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังเข้ามาพิศุทธ์กดรับ
“ฮัลโหล…คุณพวงหยก”
“ใช่...ฉันเอง...รีบออกจากบ้านมาเลยนะ ยัยกั้งมันโทรมาเร่งฉันอยู่เนี่ย มันคง อยากจะหย่ากับผัวปลิงมันเต็มทนแล้ว”
พวงหยกวางสายไปด้วยความสะใจ พิศุทธ์วางโทรศัพท์หน้าเสีย สายน้ำผึ้งเห็นหน้าพิศุทธ์ก็เดาได้ทุกอย่าง
“แม่ยายคุณ คงโทรมามาตามให้ไปหย่าสินะ…เลือกไม่ถูกเลยว่าฉันควรแสดงความเสียใจหรือแสดงความยินดีกับคุณดี”
“ถ้าทั้งหมดที่คุณทำไปเป็นเพราะคุณอิจฉาที่เห็นกั้งสมหวังในความรักกับผม ผมยินดีที่จะออกไปจากชีวิตกั้งให้เร็วที่สุดเพื่อที่คุณจะได้เลิกตามจองเวรจองกรรมกั้งเสียที ต่อให้วันนี้คุณจะทำให้ผมจากกั้งได้ แต่คุณก็เอาความรักที่ผมมีให้เขาไปไม่ได้อยู่ดี”
“แมนจังเลยค่ะ จะบอกว่าหย่าเผื่อปกป้องเขางั้นสิ พระเอกไปหน่อยไหม”
“ถ้าคิดว่าชนะเพราะทำให้เราเลิกกันได้ จะบอกให้ว่าคุณคิดผิด ต่อให้หย่ากัน ผมก็จะไม่มีวันเลิกรักกั้ง แล้วมาหาคุณ ยังไงคุณก็ไม่มีเอาชนะกั้งอย่างแน่นอน”
พิศุทธิ์พูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะขับรถออกไป สายน้ำผึ้งแค้นแต่ยังคงไม่ยอมแพ้

“ถ้าฉันไม่ยอมแพ้ เกมนี้มันก็ยังไม่จบ”

พิศุทธิ์มายืนรอกะรัตที่หน้าสำนักงานเขตอย่างเศร้าสร้อย กะรัตมาพร้อมพวงหยก กุนตีและกันตา พิศุทธิ์หันมามองกะรัตอย่างเป็นห่วง กะรัตเห็นหน้าพิศุทธิ์แล้วทำใจไม่ได้เลยต้องแกล้งทำเมินไปทางอื่น
“มาตรงเวลาดี คงกลัวจะไม่ได้หย่าไปหาเมียใหม่สินะ” พวงหยกมองหยัน
“ผมขอคุยกับกั้งสักแป๊บได้ไหมครับ”
“ไม่ ฉันไม่อนุญาต จะมาตุกติกอะไร อย่าหวังจะให้ยายกั้งเปลี่ยนใจ”
พวงหยกพากะรัตเดินเข้าไปทางด้านในทันที พิศุทธิ์ถอนใจด้วยความหนักใจ

เจ้าหน้าที่ยื่นเอกสารการหย่าวางตรงหน้าให้กะรัตกับพิศุทธิ์เพื่อเซ็นต์ชื่อ ทั้งสองมองเอกสารใบหย่าตรงหน้า ต่างเจ็บปวด ใจต่างคนต่างใจหาย ไม่อยากคิดว่าจะมาถึงขั้นนี้ พวงหยกมองไปข้างนอกพะวงกลัวพวกกุนตีกับกันตาจะมาห้ามกะรัต แล้วมองพิศุทธิ์ที่ก้มมองใบหย่าอยู่
“อ่ะแฮ่ม ก่อนจะเซ็นต์ใบหย่า หวังว่าจะไม่มีการเรียกร้องสินสมรสนะจำได้ไหม...ก่อนจดทะเบียสมรส เราได้สลักหลังกันไว้แล้วว่าตอนมา มีอะไรกันบ้าง ตอนไปก็ต้องไปเท่านั้น และคุณ...ได้พูดอะไรไว้บ้าง”
พิศุทธิ์กับกะรัตนิ่งคิด นึกถึงคำพูดของพิศุทธิ์ในวันจดทะเบียน
“ถึงแม่คุณไม่บอก ผมก็ตั้งใจจะทำอยู่แล้ว เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าที่ผมแต่งงานกับคุณ เพราะผมรักที่ตัวคุณ ไม่ใช่เงินทองที่คุณมี อีกอย่าง...เอกสารพวกนี้ก็ไม่สำคัญอะไร เพราะเราไม่คิดที่จะเลิกกันอยู่แล้ว”
พิศุทธิ์มองเอกสารการหย่าอย่างสะเทือนใจ เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยคิด และเคยประกาศ ว่าจะไม่มีวันนี้ แต่วันนี้ก็มาถึง
“ผมจำได้ทุกคำพูดที่ผมพูดออกไป และผมก็พร้อมจะรักษาคำพูดทุกคำ ถึงแม้บางคำ ผมจะทำไม่ได้ก็ตาม”
กะรัตไม่อยากฟัง ไม่อยากคร่ำครวญให้ตัวเองเจ็บปวดไปมากกว่านี้ เธอบอกกับเจ้าหน้าที่
“ขอปากกาค่ะ”
เจ้าหน้าที่ยื่นปากการให้ กะรัตหยิบปากกามาจรดที่เอกสารชะงักไปนิดนึง สุดท้ายตัดสินใจเซ็นต์ แต่...ปากกาเขียนไม่ติด กะรัตพยายามเขียนซ้ำๆแรงขึ้น แรงขึ้น ด้วยความหงุดหงิด เจ็บปวด อยากไปให้พ้นสถานการณ์นี้เร็วที่สุด แต่ปากกาก็ยังเขียนไม่ติด พวงหยกรีบหยิบปากกาของตัวเอง จากกระเป๋ายื่นให้กะรัต
“ปากกาถูกๆก็อย่างนี้แหละ เอาปากกาฉัน”
กะรัตรับปากกาจากพวงหยกมาแล้วจะเซ็นต์ แต่เผลอทำปากกาหลุดมือหล่นพื้น ปากกา กระเด็นไปทางพิศุทธิ์ กะรัตกับพิศุทธิ์ก้มลงเก็บปากกาพร้อมกัน มือของทั้งสองพร้อมใจกันหยิบปากกา จนมือไปประสานจับกัน ทั้งคู่ชะงัก มองหน้ากันมันเหมือนฟางเส้นสุดท้ายว่าจะยังมีเยื่อใยกันอีกไหม จะเปลี่ยนใจไหม กะรัตหยิบปากกาจากมือพิศุทธิ์ แล้วจรดปากกาเซ็นต์ชื่อในเอกสารหย่าอย่างไม่ลังเล พิศุทธิ์มองกะรัตเซ็นต์ชื่อแล้วข่มใจตัวเองให้ยอมรับว่ามันเป็นทางเลือกที่เธอต้องการ เขาตัดสินใจเซ็นต์ชื่อ พวงหยกมองอย่างดีใจ กะรัตเหลือบมองพิศุทธิ์เซ็นต์ใบหย่าอย่างเจ็บปวดที่สุด แต่กลั้นน้ำตาและเสียงสะอื้นไว้ ท่องในใจจะไม่ให้ให้พิศุทธิ์เห็นน้ำตาให้สมเพชตัวเองอีก นายทะเบียนพูดขึ้น
“เอาล่ะครับ ตอนนี้ถือว่าคุณทั้งสองคนสิ้นสุดสถานภาพการเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ถือว่าได้ทำการตกลงกันด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่ายแล้วว่าจะไม่มีการเรียกร้องใดๆต่อกันอีก ขอให้เก็บหลักฐานนี้ไว้เพื่อเป็นการยืนยันการหย่าคนละใบนะครับ”
นายทะเบียนส่งให้กะรัต แต่เธอลุกหนีไปทันที มีแต่พวงหยกที่รีบมาตะครุบใบหย่าเอาไว้แบบไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือ จากนั้นก็เชิดใส่พิศุทธิ์แล้วเดินตามกะรัตออกไป พิศุทธิ์รับใบหย่าจากนายทะเบียนมาอย่างใจหาย
“ขอบคุณมากนะครับ”

พวงหยกเดินถือใบหย่าหน้าตายิ้มกริ่มด้วยความดีใจ กุนตีกับกันตาขนาบพากะรัตเดินลงมาจากอาคาร พิศุทธิ์เดินตามหลังกะรัตมาด้วยสีหน้าเศร้า ขณะที่ครอบครัวของกะรัตกำลังทยอยเดินกลับไปอยู่นั้น กะรัตก็นึกถึงแหวนแต่งงานที่สวมอยู่บนนิ้วขึ้นมาได้เธอชะงักไม่ยอมขึ้นรถแล้วหันหลังเดินกลับไปหาพิศุทธิ์ท่ามกลางความแปลกใจของคนอื่นๆ พิศุทธิ์ถึงกับงงเมื่อจู่ๆ กะรัตก็เป็นฝ่ายเดินกลับมาหาเขา เธอเดินไปถอดแหวนแล้วยื่นคืนให้เขา
“เอาคืนไป”
“แหวนนี่เป็นของคุณ ผมตั้งใจมอบให้คุณ ผมอยากให้คุณเก็บมันเอาไว้”
คำพูดของพิศุทธ์ทำให้หัวใจของกะรัตหวั่นไหวขึ้นมา ทำให้เธอต้องพยายามปฏิเสธความรู้สึกตัวเองไว้
“ฉันไม่อยากได้ เชิญเอาไปให้เมียใหม่ของคุณโน่น”
“ผมคงไม่มีวันไปสวมแหวนให้ใคร ไม่ว่าวงนี้หรือว่าวงไหนๆ”
กะรัตแอบอึ้งเมื่อพิศุทธิ์พูดอย่างหนักแน่นแบบนั้น เธอพยายามจะข่มอารมณ์ไว้ไม่ให้หวั่นไหวตาม
“ก็ฉันบอกว่าฉันไม่อยากได้”
“ถ้ามันไม่มีค่ากับคุณขนาดนั้น คุณก็ทิ้งมันไปเถอะ”

กะรัตเงื้อมือจะเหวี่ยงแหวนทิ้งต่อหน้าเขา พิศุทธิ์มองด้วยสายตาผิดหวังพอกะรัตเห็นสายตาตัดพ้อของเขาแบบนั้นก็ทำให้เธอชะงักแขนทิ้งไม่ลง พิศุทธิ์ตัดสินใจเดินจากไปเพราะไม่อยากจะเห็นภาพนั้น เมื่อพิศุทธิ์ไปแล้ว กะรัตกลับทิ้งมันไม่ลง เธอกำแหวนไว้ในมือแน่น มองเขาเดินจากไปอย่างทำใจไม่ได้ ทั้งสองคนต่างคนต่างเดินหันหลังให้กันอย่างเจ็บปวดไม่แพ้กัน

เนื้อแพรกลับเข้าบ้านมา เห็นข้าวของสายน้ำผึ้ง
“นี่มันอะไรกัน”
สาวใช้ทำหน้าไม่สู้ดีไม่กล้าบอก สายน้ำผึ้งเดินลงมาจากข้างบน
“สะใภ้คนใหม่ของคุณแม่ไงคะ”
“ใครใช้ให้เธอมาไม่ทราบ”
“การพรากลูกจากพ่อมันบาป ผึ้งก็เลยจะขอย้ายมาอยู่ด้วยกันที่นี่ซะเลย หวังว่าคุณแม่คงจะต้อนรับลูกสะใภ้คนนี้นะคะ”
“นอกจากหนูกั้งแล้ว บ้านนี้ไม่เคยรับใครเป็นลูกสะใภ้”
“แต่ได้ข่าวว่าตำแหน่งกำลังจะว่างวันนี้แล้ว ผึ้งก็เลยจะมารักษาการณ์แทนให้ไหนๆ เมื่อคืนผึ้งก็ทดลองงานไปแล้วทั้งคืน”
“แต่ฉันเชื่อว่าพิศุทธิ์เขาไม่เต็มใจให้เธอมารับตำแหน่งนี้”
“พล็อตแม่ผัวลูกสะใภ้เนี่ยมันเอ้าท์แล้วนะคะ อย่ามาตั้งแง่กับผึ้งนักเลยค่าไม่งั้นคนกลางอย่างคุณพิศุทธิ์เขาจะลำบากใจเปล่าๆ” สายน้ำผึ้งหันไปบอกสาวใช้ “เอากระเป๋าขึ้นไปเก็บบนห้องคุณพิศุทธิ์ที นับจากนี้ฉันจะเป็นเจ้านายคนใหม่ของเธอ”
สาวใช้ยืนอึ้งกับคำสั่งของสายน้ำผึ้ง เธอเอาแต่มองหน้าเนื้อแพรว่าจะเอายังไงดี เนื้อแพรพยายามระงับอารมณ์อย่างถึงที่สุด ก่อนจะพยักหน้าให้สาวใช้ลากกระเป๋าไป สายน้ำผึ้งมองสาวใช้หิ้วกระเป๋าเข้าบ้านไปอย่างพอใจ
“มีคุณย่าใจดีแบบนี้เป็นบุญของหลานที่เกิดมาจริงๆเลยค่ะ”
ไม่ทันขาดคำ พิศุทธิ์ก็กลับเข้าบ้านมา เนื้อแพรรีบเข้าไปหาเขาทันที
“ชายมาได้เวลาเลยลูก”
สายน้ำผึ้งออดอ้อน
“ไง...ไม่เจอกันทั้งวัน คิดถึงเมียบ้างรึเปล่าคะที่รัก”
พิศุทธิ์เห็นสายน้ำผึ้งในบ้านก็เดาเจตนาได้ไม่ยาก เขาถอนหายใจกับพฤติกรรมหน้าไม่อายของเธอ สายน้ำผึ้งยืนยิ้มยั่วโมโหพิศุทธิ์อย่างผู้ชนะ

พิศุทธิ์เก็บเสื้อผ้าจากตู้จัดลงกระเป๋าอย่างรีบร้อน สายน้ำผึ้งเห็นก็ร้องห้าม
“จะไปไหน คิดจะหนีกลับไปบ้านนู้นใช่ไหม คุณอยู่ไหน ฉันก็จะไปกับคุณด้วย”
พิศุทธิ์ไม่ตอบ เขาทำเหมือนสายน้ำผึ้งเป็นอากาศธาตุไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
“ฉันถามไงว่าคุณจะไปไหน ได้ยินรึเปล่าคุณพิศุทธิ์”
พิศุทธิ์รีบรูดซิปแล้วคว้ากระเป๋าออกไป แต่สายน้ำผึ้งยื้อไว้
“ฉันไม่ให้คุณไป คุณต้องอยู่กับฉันที่นี่”
“ปล่อยผมเดี๋ยวนี้”
“คุณคิดว่าจะหนีฉันไปได้ตลอดรึไง”
“อย่ากดดันผมให้มาก ความอดทนผมก็มีจำกัดเหมือนกัน”
พิศุทธิ์กระชากแขนออกไปแล้วเปิดประตูพบว่าเนื้อแพรมายืนอยู่หน้าห้องแล้ว
“โชคดีนะลูก”
สายน้ำผึ้งได้ยินก็ยิ่งแค้น เมื่อเนื้อแพรเปิดทางให้พิศุทธิ์หนีไปจากเธอ
“แบบนี้ก็เข้าข่ายท้องแล้วทิ้งนะคะ”
เนื้อแพรยิ้มให้พิศุทธิ์วางใจ พิศุทธิ์ไปทันที สายน้ำผึ้งจะตาม
“คุณพิศุทธิ์เดี๋ยว...”
เนื้อแพรส่งสัญญาณให้สาวใช้ สาวใช้เข้ามาขวางไม่ให้สายน้ำผึ้งตามพิศุทธิ์ไป
“อ้าว...ถอยไป...ถอยไปซี่ มาขวางไว้อยู่ได้ โอ๊ย”
เนื้อแพรอาศัยโอกาสนั้นรีบตามพิศุทธิ์ออกไป

พิศุทธิ์ขับรถออกไป สายน้ำผึ้งวิ่งออกมาคลาดกันเพียงไม่กี่วินาที เธอรีบคาดคั้นเนื้อแพร
“บอกมานะว่าคุณพิศุทธิ์ไปไหน”
“เขาก็ไปในที่ๆ ไม่มีคุณไง”
สาวใช้เดินถือกระเป๋าเสื้อผ้าของเนื้อแพรออกมา สายน้ำผึ้งเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าอีกใบก็ตกใจ
“อย่าบอกนะว่าคุณก็จะไป”
“เธอเก่งเรื่องสร้างความร้าวฉาน ทำคนเขาบ้านแตกอยู่แล้วนี่ ถ้าเธออยากจะอยู่บ้านที่ไม่เป็นบ้านก็ตามสบาย”
“คิดจะใช้วิธีนี้ล่อให้ฉันออกไปใช่ไหม ฉันไม่ติดกับคุณหรอก ฉันจะอยู่รอจนกว่าพิศุทธิ์จะกลับมา ต่อให้ต้องรอถึงชาติหน้า ฉันก็จะอยู่”
เนื้อแพรทำเหมือนไม่แคร์
“ตามใจเธอละกัน อยากอยู่เป็นหมาเฝ้าบ้านให้ฉันก็ตามใจ”
สายน้ำผึ้งของขึ้นเมื่อเนื้อแพรลอยหน้าลอยตาไม่แคร์
“ฉันจะเผาบ้านคุณทิ้ง”
“เผาก็ดี ฉันจะได้แจ้งข้อหาเอาผิดเธอได้ ส่งคนอย่างเธอไปติดคุกตะรางข้อหาวางเพลิง บางทีอาจจะดีกับทุกฝ่าย เก็บเธอไว้ในคุก ชาวบ้านเขาจะได้ไม่เดือดร้อน”
สายน้ำผึ้งกรี๊ดใส่ เนื้อแพรคว้ากระเป๋าแล้วออกจากบ้านไป สายน้ำผึ้งเจ็บแค้นใจ

“อยากเปิดศึกกับฉัน แล้วจะได้รู้กัน”

จบตอนที่ 11
กำลังโหลดความคิดเห็น...