xs
xsm
sm
md
lg

สามีตีตรา ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สามีตีตรา ตอนที่ 10

ท่านชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีเดินสบายใจเฉิบออกมาหน้าบ้าน
“ชายแน่ใจนะว่ายายกั้งมันจะช่วยเรา”
“เราตีบทโศกแตกกระจายขนาดนั้น หม่อมแม่คอยดูแล้วกัน” ท่านชายอ๊อดยิ้มเจ้าเล่ห์ “รับรองว่าถ้าเจอแผนต่อไปนังส้วมสาธารณะ สะใภ้หม่อมแม่จะรีบแจ้นเอาเงินมาประเคนตรงหน้าเรา”

กะรัตลงจากบันไดมา แต่งตัวจะออกไปข้างนอก
“นวลโทร.นัดคุณกุ้งให้แล้วนะคะ...คุณกุ้งซักนวลใหญ่ว่าเรื่องอะไร ทำไมคุณกั้งนัดด่วนขนาดนี้ แล้วตกลงมันเรื่องอะไรคะ”
“เอาเป็นว่าถ้าคุณพิศุทธิ์กลับมาก่อนฉันนวลห้ามบอกเด็ดขาดว่าฉันไปบริษัทก๋ง บอกว่าฉันไปช๊อปปิ้ง...เข้าใจมั้ย”
“เข้าใจ จัดไป ตามนั้นค่า”
จังหวะนั้นเสียงกริ่งประตูดังขึ้นรัวๆ กะรัตสงสัย
“ใครมันบ้ามากดออดหน้าบ้านแบบนี้”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เออ รู้แล้ว...แหม ทำอย่างกับเกิดมาไม่เคยกดออด”
นวลเดินออกไป กะรัตแปลกใจแล้วเดินตามไป

นวลเปิดประตูแล้วกรี๊ด เมื่อเห็นประตูรั้วเต็มไปด้วยเลือดเต็มพื้น
“เลือดเต็มไปหมดเลยค่ะคุณกั้ง! นี่มันอะไรกันคะเนี้ย”
“ใครมาเล่นอะไรบ้าๆแบบนี้”
นักเลงกล้ามโตเดินออกมาจากมุมหนึ่ง
“ไม่ได้เล่น เอาจริง”
กะรัตกับนวลตกใจ ถอยกรูดมารวมกัน
“แกเป็นใคร แกทำแบบนี้ทำไม ฉันจะแจ้งตำรวจ”
“แจ้งเลย..ถ้าอยากเร่งให้ผัวตายเร็วยิ่งขึ้น”
“คุณพิศุทธิ์ไปเกี่ยวอะไรด้วย” กะรัตถามอย่างตกใจ
“ผัวเธอเป็นลูกหนี้นายฉันไง...ถ้าไม่อยากให้เลือดพวกนี้ กลายเป็นเลือด ผัวเธอ ก็บอกให้มันยอมให้ยึดวังซะดีดี หรือไม่ก็หาเงินมาใช้หนี้ให้ได้ตามกำหนด ไม่งั้น...”
นักเลงทำท่าปาดคอ กะรัตนึกถึงคำพูด ท่านชายอ๊อด
“ตอนนี้เราเป็นหนี้ห้าสิบล้าน ถ้าพ่อไม่มีไปจ่ายมันขู่จะยึดวัง แต่พิศุทธิ์เขาไม่ยอม เพราะเขารักวังนั่นมาก แต่พ่อกลัวว่าพิศุทธิ์จะโดนอุ้ม”
นวลสยอง...นักเลงแสยะยิ้มก่อนที่จะเดินกลับไป
“นี่มันอะไรกันคะคุณกั้ง ทำไมถึง...”
“นวล...ห้ามถาม...ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น...รีบทำความสะอาดซะอย่าให้เหลือรอยเลือดแม้แต่นิดเดียว”
“ค่ะ...ไม่พูด ไม่ถาม หุบปากค่ะ ตามนั้น”
กะรัตรู้สึกหวั่นใจว่าพิศุทธิ์กังจะมีภัยมาถึงตัว

วังวิวัฒน์วงศ์...ท่านชายอ๊อดถือหูโทรศัพท์ โดยหม่อมมลุลีนั่งไม่ติดอยู่ข้างหลัง
“ดีมาก...เออน่ะ...เรื่องค่าตัวติดไว้ก่อน...ไว้ฉันจะแนะนำให้แกรู้จักกับพวกทำหนังแอ๊คชั่น...เผื่อจะไต่จากตัวประกอบเป็นพระเอก เออ...ขอบใจ”
ท่านชายอ๊อดวางโทรศัพท์
“นี่เราทำเกินไปรึเปล่าตาอ๊อด จ้างคนมาขู่มัน เดี๋ยวมันก็แจ้งความหรอก”
“โธ่...หม่อมแม่ ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ อย่าหวังเลยว่าจะได้เงิน มันก็ต้องเล่นให้สมบทบาทกันหน่อย อีกอย่างผมเชื่อว่านังส้วมเน่ามันไม่กล้าไปฟ้องตำรวจหรอก เพราะมันคงกลัวจะเป็นเรื่องใหญ่จนพิศุทธิ์รู้ตัว”
“ขอให้มันโง่อย่างที่แกว่าจริงๆเถอะ”
ท่านชายอ๊อดหมายมั่นปั้นมือว่ากะรัตต้องติดกับ

กุนตีไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่กะรัตมาเล่าให้ฟัง
“กั้งแน่ใจนะว่าไม่โดนสองแม่ลูกนั่นหลอกเอา”
“พี่กุ้ง กั้งเจอมากับตัวเองเลยนะ...มันขู่ว่ามันจะฆ่าคุณพิศุทธิ์ กั้งไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่ กั้งไม่ยอมให้คุณพิศุทธิ์เป็นอะไรไปเด็ดขาด”
“พี่ว่าเรื่องนี้กั้งน่าจะคุยกับคุณพิศุทธิ์ก่อน ที่เขาไม่บอกกั้งเพราะคงไม่อยากให้กั้งใช้เงินแก้ปัญหา”
“แต่นี่มันปัญหาเรื่องเงินนะพี่กุ้ง อีกอย่างกั้งเชื่อว่า คุณพิศุทธิ์จะไม่ยอมปริปากพูดเรื่องนี้เด็ดขาด”
กะรัตทรุดลงนั่งปิดหน้าจมดิ่งอยู่กับปัญหา
“ทำไมต้องมาเกิดปัญหาบ้าๆ นี่กับเราสองคนด้วย พวกเราไม่เคยทำร้ายใคร ทำไมเราสองคนถึงจะมีชีวิตครอบครัวที่สงบสุขอย่างคนอื่นบ้างไม่ได้”
กุนตีเข้าไปโอบปลอบใจกะรัต
“ใจเย็นๆ ในสถานการณ์แบบนี้กั้งยิ่งต้องเข้มแข็งเอาไว้”
“กั้งขอร้องล่ะ พี่กุ้งช่วยกั้งเถอะนะ กั้งขอยืมเงินบริษัทก่อนแล้วกั้งจะใช้คืนให้เอง เงินแค่เนี้ยเทียบไม่ได้เลยกับชีวิตของคุณพิศุทธิ์ กั้งจะไม่ยอมให้ชีวิตครอบครัวของกั้งพังเด็ดขาด”

กุนตีฟังกะรัตพูดแบบนั้นก็เริ่มใจอ่อนยวบลง กุนตีกังวลว่าจะช่วยกะรัตยังไง

ค่ำนั้น พิศุทธิ์ยืนมองฟ้าอยู่ที่หน้าต่างห้องนอน คิดถึงสิ่งวุ่นวายต่างๆที่เข้ามาช่วงนี้ กะรัตเข้ามากอดเขาไว้แน่นจากด้านหลังเอาหัวเอียงซบข้ากับแผ่นหลังของเขา พิศุทธิ์จะหันมา
“กั้งขอกอดคุณแบบนี้ก่อนได้มั้ยคะ”
“คุณเป็นอะไรรึเปล่า” พิศุทธิ์แปลกใจ
“กั้งต่างหาก ที่ต้องถามว่าคุณเป็นอะไรรึเปล่า คุณดูเครียด กังวล เหมือนมีอะไรในใจ ถ้าคุณมีอะไรอยากระบาย ก็พูดออกมาเถอะค่ะ เราเป็นผัวเมียกันนะคะ ไม่ใช่คนอื่น”
พิศุทธิ์พลิกตัวกลับมา
“ผมมีเรื่องสำคัญต้องบอกคุณ”
กะรัตแอบลุ้นว่าเขาจะบอกมั้ยว่าตอนนี้ ชีวิตตกอยู่ในอันตราย
“ท่านพ่อเป็นหนี้ห้าสิบล้าน วังผมกำลังจะถูกยึด”
กะรัตรู้อยู่แล้วแต่ต้องแกล้งทำเป็นเพิ่งรู้
“ตายจริง แล้วคุณจะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยไหมคะ”
พิศุทธิ์เห็นอาการกะรัตรู้สึกว่าเธออาจจะอาย
“นามสกุลของพ่อมันติดตัวผม ผมต้องรับผิดชอบชื่อเสียงที่มันจะเสียและมันอาจทำให้คุณอาย”
“แค่นั้นเหรอคะ”
“มีอีกอย่างที่ผมต้องขอร้องคุณ”
กะรัตแอบมีความหวังว่าเขาจะบอกเรื่องที่ตัวเองลำบาก
“อะไรเหรอคะ คุณบอกกั้งได้ทุกอย่าง”
“ไม่ว่าท่านพ่อกับหม่อมย่าจะมาขอร้องแบบไหน ห้ามคุณและครอบครัวยื่นมือช่วยเหลือเด็ดขาด”
“แต่ว่า...” กะรัตชะงัก
“ไม่มีแต่กั้ง...เรื่องของที่บ้านผม ผมจะจัดการเอง”
กะรัตเห็นพิศุทธิ์บอกอย่างนั้นก็เข้าใจว่าเขากำลังโกหกเธออยู่ เธอมองเขาอย่างไม่เข้าใจนัก
“ผมจะไม่สร้างปัญหาให้ครอบครัวหรือดึงคุณไปเดือดร้อนเพราะผมแน่ๆ รับปากผมนะว่าจะทำตามที่ผมขอ”
กะรัตอึ้งนิดๆก่อนที่จำใจต้องรับปาก
“ค่ะ”
พิศุทธิ์ยิ้มอย่างโล่งใจเมื่อได้บอกความจริงแล้วเขากอดเธอไว้แน่น
“ขอบคุณนะกั้ง”
กะรัตนิ่งงัน พูดอะไรไม่ออก เพราะคิดว่าพิศุทธิ์กำลังเล่นละครตบตาเพื่อให้เธอสบายใจอยู่

เช้าวันใหม่...ท่านชายอ๊อดคุยโทรศัพท์ยิ้มแฉ่ง
“ฮัลโหลหนูกั้ง…จะมาหา พ่อวันนี้” ท่านชายอ๊อดยิ้มดีใจแทบกระโดดกลางอากาศ “พ่อว่างลูก หนูมาหาพ่อได้ ทุกเวลาเลย แล้วเจอกันลูก”
ท่านชายกดวางสายแล้วหันไปบอกหม่อมมลุลี
“แหม...ถ้ารู้ว่ามันง่ายแบบนี้ ผมหลอกนังลูกสะใภ้โง่ไปนานแล้ว ต่อไปนี้เราสบายแล้วหม่อมแม่”
หม่อมมลุลีไม่ได้ดีใจกับความคิดเห็นแก่ได้ เพราะยังมีความคิดด้านละอายที่กะรัตช่วยรักษาวังไว้

ในห้องทำงานกุนตีที่ บริษัทเทพทัต...กะรัตกดวางสาย แล้วหันไปคุยกับกุนตี
“กั้งเอาแน่เหรอ...คุณพิศุทธิ์ออกปากแล้วนะว่าห้ามยุ่ง”
“เพราะเขาไม่มีวันจะเอ่ยปากให้กั้งช่วย...และเรื่องนี้ก็จะเป็นความลับไปจนวันตาย กั้งขอซื้อชีวิตคนที่จะมาเป็นพ่อให้ลูกของกั้งเป็นครั้งสุดท้าย”
“แล้วถ้าหม่อมมลุลีกับคุณชายอ๊อดไม่ยอมหยุดแค่นี้”
“ถ้าเขาตุกติก กั้งก็จะทำให้รู้ว่าเขาเล่นผิดคน คนอย่างกะรัต เสียเงินได้ แต่ไม่ยอมเสียโง่”

ท่านชายอ๊อดนั่งยิ้มแฉ่งอยู่ที่โซฟา มองเช็ค50ล้าน ที่อยู่บนโต๊ะ
“ขอบใจมากนะหนูกั้ง”
ท่านชายอ๊อดเอื้อมมือจะไปหยิบเช็ค กะรัตดึงเช็คออกห่าง
“เช็คใบนี้จะเป็นของท่านทันที ถ้าท่านรับปากกับฉันเรื่องหนึ่ง”
“โอ้ย ต่อให้เป็น 10 เรื่องฉันก็ทำได้หมด” ท่านชายอ๊อดรีบถามอย่างหลุดอาการร้อนใจ
“ฉันขอแค่เรื่องเดียว...ท่านต้องโอนวังนี้ให้เป็นชื่อของคุณพิศุทธิ์”
ท่านชายอ๊อดกับหม่อมมลุลี ชะงักอึ้ง
“อะไรนะ”
“เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคตที่จะทำให้คุณพิศุทธิ์เดือดร้อน เพราะความโลภของท่าน ท่านต้องยกสิทธิ์ในวังนี้ทั้งหมดให้คุณพิศุทธิ์ ฉันขอแค่นี้ทำได้รึเปล่าคะ”
“มันจะมากไปแล้วนะ นี่มันฮุบวังชัดๆ”ท่านชายอ๊อดไม่พอใจ
“ฮุบอะไรกันคะ หม่อม คุณชาย คนอื่นๆ ก็ยังอยู่ในวังนี้ต่อได้แล้วคุณชายพูดเองไม่ใช่เหรอว่าจะยกวังให้คุณพิศุทธิ์อยู่แล้ว”
หม่อมมลุลีเห็นดีด้วย
“แม่ว่าวังเป็นชื่อพิศุทธิ์ก็ดี เพราะพิศุทธิ์เป็นลูกไม้หล่นไกลต้น คงรักษาสมบัติไว้ได้ดีกว่าชายแน่”
“อ้าว หม่อมแม่” ท่านชายอ๊อดหันมาเอาเรื่องกะรัต “เธอนี่เขี้ยวไม่เบาเหมือนกันนะ”
“คนอย่างฉันไม่ได้สวยอย่างเดียวนะคะท่าน ฉันมีสมองด้วย ท่านจะได้ไม่อายที่มีลูกสะใภ้อย่างฉัน”
ท่านชายอ๊อดโกรธมาก รู้ตัวว่าแพ้ทางกะรัตเข้าแล้ว
“ก็ได้...ก็ได้...ไว้ฉันจัดการให้วันหลัง”
“ต้องเดี๋ยวนี้”
“ห๊ะ...เดี๋ยวนี้...นี่เธอกลัวฉันจะเบี้ยวหรือไง” ท่านชายอ๊อดผงะ
“ตอบตรงๆคือ ใช่...ฉันไม่อยากมีปัญหาทีหลัง ถ้าอยากได้เช็ค 50 ล้านก็ต้องจัดการให้เสร็จในวันนี้ ฉันเตรียมทนายไว้ให้แล้ว”
หม่อมมลุลีตัดบท
“เอาเถอะชายอ๊อด ดีกว่าต้องเสียทั้งวัง เสียทั้งชีวิต”
“อีกอย่าง เรื่องที่ฉันเป็นคนจ่ายเงินนี่ จะต้องเป็นความลับ คุณพิศุทธิ์จะรู้แค่ว่าคุณชายยกวังให้เขา ด้วยความรักในฐานะของคนเป็นพ่อเท่านั้น”
สายตานางพญาของกะรัตคมกริบ ต่างกับท่านชายอ๊อดที่ต้องยอมจำนนกับเงื่อนไขของเธอ กะรัตลุกขึ้น
“พอฉันก้าวขาออกไปจากวังของท่าน เรื่องนี้จะเหมือนไม่ได้เกิดขึ้นจบข่าวนะคะ”
กะรัตยิ้มเก๋ก่อนที่จะหันหลังเดินฉับๆออกไป ท่านชายอ๊อดเจ็บใจ
“หมั่นไส้นัก...นังสะใภ้อสรพิษ”

ในบ้านสายน้ำผึ้ง...รสสุคนธ์โยนนิตยสารที่เปิดหน้ารูป งานหมั้นของศิวากับกันตา สายน้ำผึ้งเหลือบมองรูปอย่างเซ็งๆ
“จะมาดราม่าอะไรใส่ผึ้ง ผึ้งสายแล้วจะรีบไปทำงาน”
รสสุคนธ์ยืนขวาง
“ตอนแรกน้าก็สงสารผึ้งนะ ที่คุณศิวาไม่เห็นค่าผึ้งกลับไปหมั้นกับคนอื่น แต่พอน้าเห็นรูปว่าใครคือคู่หมั้นของคุณศิวาแล้ว น้าไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าผึ้งดี นี่ผึ้งรู้มาตลอดใช่ไหมว่าคุณศิวา เป็นแฟนหนูก้อย”
“ใช่”
รสสุคนธ์อึ้ง
“ผึ้งทำแบบนี้ทำไม หนูก้อยทำอะไรให้ผึ้ง”
สายน้ำผึ้งพูดเหมือนเป็นเรื่องสนุก
“มันเป็นน้องนังกั้งไง คิดดูสิน้ารส ถ้ากั้งมันรู้ว่านอกจากผึ้งจะได้ผัวมัน ผึ้งยังได้ผัวน้องสาวมันอีก มันจะเจ็บปางตาย ขนาดไหน”
รสสุคนธ์เห็นสายน้ำผึ้งมีความสุขกับความวิบัติของกะรัต แล้วเสียใจ
“นี่น้าเลี้ยงผึ้งผิดตรงไหน ผึ้งถึงได้มีจิตใจที่หมกหมุ่นกับความอิจฉาริษยาแบบนี้ มันทำให้ผึ้งตาบอด ใจบอดจนมองไม่เห็นว่าอะไรดี อะไรชั่ว ตอนนี้ผึ้งไม่ต่างจากหมาบ้า”
สายน้ำผึ้งหันมายิ้มเหี้ยมไม่สลดกับที่น้าด่า
“จุ๊...จุ๊...จุ๊ น้ารสอย่าเพิ่งใช้คำนั้นกับผึ้ง ไว้น้ารสดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นซะก่อน แล้วค่อยด่าผึ้งทีเดียว บางที...คำว่าหมาบ้าอาจไม่พอก็ได้”
สายน้ำผึ้งพูดจบ เดินออกไปทันที
“ผึ้ง ผึ้งจะทำอะไร ผึ้งกลับมาก่อน”
รสสุคนธ์มองหลานอย่างหนักใจ

เย็นนั้น ชายนี่ขายอาหารเสริมให้ยี่หวา ฟองดาวและพนักงานอื่นๆ อย่างพยายามโน้มน้าวจริงๆ
“เอ้า พวกเธอ เลิกงานแล้วอย่าเพิ่งกลับบ้าน มาดูอาหารเสริมของเจ๊ก่อน อาหารเสริมของเจ๊ไม่เหมือนใคร มันมีส่วนผสมของโคตรวิตามินซี กิน 1 ซองขาวไป1 อาทิตย์ กิน 2 ซองขาวไป1เดือน กิน 1 กล่อง ขาวไป ยันชาติหน้า เจ๊ยังมีครีมพอกหน้าใสด้วยนะ ทาคืนเดียว เด้งเป็นตูดเด็ก”
สายน้ำผึ้งเดินนิ่งๆไปที่โต๊ะทำงาน พิศุทธิ์ถือแฟ้มงานเดินผ่านมา เธอหันไปมองฟองดาวที่ยังคุยกับชายนี่ จึงใช้จังหวะที่ทุกคนไม่สนใจรีบเดินตามพิศุทธิ์ไป

พิศุทธิ์เดินเข้ามาในห้อง สายน้ำผึ้งเดินเข้ามาติดๆ
“คุณมีธุระอะไรกับผมครับ”
“ฉันอยากขอบคุณคุณเรื่องมิสเตอร์โฮล ฉันได้ข่าวว่าคุณขอหัวหน้าให้เปลี่ยนจากฉันเป็นคุณธีรยุทธแทน”
“มันเป็นความรับผิดชอบของผมอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัว”
พิศุทธิ์จะเดินไป สายน้ำผึ้งรีบยืนขวาง
“คุณกลัวฉันเหรอคะ”
“ทำไมผมต้องกลัวคุณ”
สายน้ำผึ้งยิ้ม
“เพราะฉันรู้ความจริงของกั้ง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คุณหนีอยู่ไงคะ”
“พอเถอะคุณสายน้ำผึ้ง คุณปั่นหัวผมไม่สำเร็จหรอก”
พิศุทธิ์จะเดินไป สายน้ำผึ้งขวางอีก
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะไม่หวั่นไหว คุณรู้ว่าสิ่งที่ฉันพูดมันเป็นเรื่องจริง กั้งเขาเห็น คุณเป็นแค่เกม ไม่ใช่ความรัก”
พิศุทธิ์ไม่อยากฟังอีกต่อไป จะเดินออกไป สายน้ำผึ้งดึงมือไว้ พิศุทธิ์ถอนใจอย่างข่มอารมณ์ที่สุด
“ปล่อยผมเถอะคุณผึ้ง”
“มองฉันสิคุณพิศุทธิ์ แล้วคุณจะเห็นว่าฉันไม่ได้ด้อยไปกว่ากั้งเลย”
พิศุทธิ์ดันไหล่สายน้ำผึ้งออก
“พอสักทีเถอะคุณผึ้ง”
สายน้ำผึ้งจับมือเขาให้ยังจับไหล่ตัวเองไว้
“ถ้าไม่เชื่อ...คุณลองพิสูจน์สิ”
สายน้ำผึ้งจับมือพิศุทธิ์ให้ลูบไหล่ตัวเองจนโดนคอเสื้อเลื่อนไหลจนเห็นไหล่เปลือย พิศุทธิ์จะดึงมือออกแต่สายน้ำผึ้งไม่ยอมปล่อย
“คุณผึ้ง”
สายน้ำผึ้งจับมือพิศุทธิ์ลูบลงจากไหล่ไปที่ต้นแขนเฉียดหน้าอก
“แน่ใจเหรอคะว่า คุณรังเกียจฉัน ในนี้เลือดเนื้อทั้งนั้น คุณก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนมาจากไหน”
พิศุทธิ์พยายามดึงมือออก
“ปล่อยผม ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน”
“อย่ามัวใส่หน้ากากเลยค่ะ ไม่มีสามีที่ไหนจะซื่อสัตย์กับภรรยาตัวเองได้ตลอดหรอก ยอมรับมาเถอะค่ะ ว่าที่คุณหนีฉัน เพราะคุณเองก็หวั่นไหว”
สายน้ำผึ้งจับมือพิศุทธิ์ลูบ จังหวะนั้นเขากระชากมือออก แต่ทำให้สายน้ำผึ้งสะดุดส้นสูงตัวโผเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องเปิดผลั๊วะ ฟองดาว ชายนี่ ยี่หวาเปิดประตูเข้ามา เห็นสายน้ำผึ้งกอดพิศุทธิ์อยู่ ทั้งสามตกใจอ้าปากค้าง
“อุ้ยตาย คุณแม่มาดอนน่า” ชายนี่อุทานลั่น
พิศุทธิ์รีบผลักสายน้ำผึ้งออก สายน้ำผึ้งมองชายนี่ ยี่หวา ฟองดาวอย่างตกใจ
“มันไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคิดนะครับ” พิศุทธิ์รีบพูด
“ชายนี่เชื่อค่ะ มันไม่ได้มีอะไรอย่างที่เห็น ชายนี่ว่าจะเอาอาหารเสริมฝากไปให้คุณกะรัต แต่ท่าทางจะเสริมไม่ขึ้น”
“พี่ว่าพวกเราออกไปทำงานต่อกันดีกว่า”
ฟองดาวรีบปิดประตู ชายนี่พยายามชะเง้อหน้ามอง ยี่หวากับฟองดาวดึงหน้าชายนี่ออกจาก บานประตู พิศุทธิ์หันขวับไปมองสายน้ำผึ้ง
“ผมไม่คิดเลยว่าคุณเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ ผมรู้ว่าที่คุณทำ คุณต้องการอะไร แต่เรื่องแบบนี้มันไม่มีอิทธิพลต่อผมและกั้ง”
พิศุทธิ์จะเดินไป สายน้ำผึ้งรีบพูด
“คุณกับกั้งก็เหมือนปราสาททราย ตอนนี้อาจจะดูแข็งแกร่งสวยงามแต่จริงๆแล้ว ไม่มีแม้แต่รากฐานที่มั่นคง กั้งไม่ได้รักคุณและ ฉันก็รู้ด้วยว่าคุณไม่ได้โง่ คุณเชื่อในสิ่งที่ฉันพูด คุณจะปกปิดแผลนี้ไว้ได้ แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ เรื่องของคุณฉันแค่รอเวลา”
“ผมก็จะบอกว่าคุณเสียเวลารอเปล่าๆ ผมยืนยันตรงนี้ว่าผมกับกั้งไม่ใช่ปราสาททราย และคลื่นที่บ้าคลั่งอย่างคุณ ไม่มีวันทำอะไรเราได้”
“เหรอคะ...แล้วฉันจะคอยดู”

สายน้ำผึ้งยิ้มสะใจว่าเกมนี้ชนะแน่นอนก่อนเดินออกไปจากห้อง

สายน้ำผึ้งออกจากห้องพิศุทธิ์ ฟองดาว ชายนี่ ยี่หวา แอบอยู่มุมตึก...เหมือนโจร มุมตึกเห็นสายน้ำผึ้งเดินออกมาจัดแต่งเสื้อผ้า ชายนี่ตาโต
“โอ้...แม่เจ้า ไม่จริงใช่ไหม”
“นัวเนียขนาดนั้นคงทำบัญชีกันอยู่ละมั้ง” ยี่หวาประชด
“มันจะเป็นไปได้ยังไง ไม่จริ๊ง” ชายนี่ไม่อยากจะเชื่อ
“โธ่...พ่อพระตบะแตกซะแล้วเหรอเนี่ย” ยี่หวาถอนใจ
ฟองดาวยืนอึ้งไม่อยากจะเชื่อว่าพิศุทธิ์จะหลวมตัวให้สายน้ำผึ้งไปได้
“บ่องตง เจ๊ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณพิศุทธิ์จะเป็นคนอย่างนั้น” ชายนี่บ่น
“แต่เราก็เห็นกับตานี่เจ๊” ยี่หวาแย้ง
ชายนี่ไม่อยากเชื่อ
“บางทีตอนที่เราเห็น อาจเป็นตอนที่ชะนีหน้าสวยเป็นลม พ่อเทพบุตร คุณพิศุทธิ์ของฉันเลยเข้าไปรับตัวไว้ก็ได้”
“ละครมากเจ๊ นี่มันชีวิตจริง ไม่มีใครจังหวะเป๊ะแบบนั้นหรอก” ยี่หวาตบเข่าฉาด “ฉันน่ะสังหรณ์ตั้งแต่สมัยที่น้องผึ้งท้อง แล้วคุณพิศุทธิ์คอย ดูแลน่ะ ถ้าคุณพิศุทธิ์ไม่มีใจ จะพาไปหาหมอ ไปส่งบ้านแบบนั้นเหรอ ฉันว่าเราบอกคุณกะรัตดีไหม”
“โอ้ย...เรื่องผัวๆเมียๆเจ๊ไม่อยากแจ๋น เดี๋ยวจะเจ็บ และ จบ ไม่รู้ตัว...อย่าดีกว่า” ชายนี่ขัด
ทุกคนไม่มีใครกล้าเสี่ยงนอกจากเป็นแมงเม้า

ในห้องทำงานกุนตีที่บริษัทเทพทัต...กะรัตยื่นซองเอกสารให้กุนตี
“ขอบคุณมากนะพี่กุ้งที่ช่วยกั้งจัดการเรื่องนี้”
“ที่พี่ช่วย เพราะเห็นแก่กั้งกับคุณพิศุทธิ์ แต่พี่ว่าเรื่องซื้อวังเป็นชื่อคุณพิศุทธิ์นี้ยังไงกั้งก็ควรหาทางบอกเขา ของอะไรที่ได้ไปแบบร้อนๆอย่างนี้มันปิดบังได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวมันก็ ต้องส่งกลิ่นส่งควันออกมา เรื่องศักดิ์ศรีเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเขา กั้งน่าจะรู้ดีที่สุด”
พวงหยกยืนอยู่หน้าห้องกุนตีกำลังจะเปิดประตูห้อง แล้วได้ยินเสียงกุนตีคุยกับกะรัต
“ถ้าเขารู้ว่ากั้งทำแบบนี้ เขาต้องโกรธมากแน่ๆ”
“กั้งถึงให้เขารู้ไม่ได้ไงพี่กุ้ง เรื่องบางเรื่องกั้งก็ต้องแหกกฎ ถ้ามันจะทำให้ครอบครัวกั้งเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์”
พวงหยกได้ยินไม่ถนัด จึงพยายามเอาหูแนบฟังให้ชัดเจน
“เอกสารพวกนี้กั้งฝากพี่กุ้งไว้ก่อนดีกว่าน่าจะปลอดภัยกว่าที่จะอยู่กับกั้ง กั้งไปก่อนนะ”
กะรัตเปิดประตูออกมา พวงหยกที่เอาหน้าแนบประตูอยู่ ล้มผั๊วะ กะรัตกับกุนตีเห็นพวงหยกเหมือนยืนแอบฟังอยู่แล้วชะงัก
“แม่”
กะรัตรีบเข้าไปพยุงพวงหยก กุนตีรีบยัดเอกสารลงลิ้นชัก พวงหยกมองทั้งสองคนอย่างสงสัย
“เห็นหน้าแล้วทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วย มีความลับอะไรกันใช่ไหม บอกฉันมาเดี๋ยวนี้...มีเรื่องอะไรกัน”
“มีเรื่องอะไรที่ไหนล่ะ แม่ กั้งก็แค่มาเยี่ยม” กุนตีตอบเลี่ยงไป
“อย่ามาแถ...ฉันได้ยินนะว่า แกพูดถึงเอกสารอะไรกัน มีอะไรเป็นความลับ”
“บ้าเหรอแม่” กะรัตแกล้งโวยวายใส่พวงหยก “นี่ไง...แก่แล้วหูไม่ดี...กั้งไปก่อนนะแม่”
กุนตีทำหน้านิ่งไม่ให้พวงหยกสงสัย แล้วเข้าห้องไป พวงหยกมองตามสงสัยไม่หาย
“ฉันว่ามันต้องมีอะไรกันแน่ แน่”

พวงหยกกับเพื่อนคุณหญิงคุณนายเพิ่งเล่นโยคะเสร็จ กำลังเดินเช็ดเหงื่อจะออกจากห้องห้องคลาสโยคะ
“แหม...เล่นโยคะนี่ได้เหงื่อดีจริงนะคะ” พวงหยกเปรย
“คอร์สหน้าเราไปลงเรียนโพลแดนซ์กันดีไหมคะ” คุณหญิง ทำท่าส่ายสะโพก
พวงหยกร้องออกมา
“ว้าย ไม่เอาล่ะค่ะ อายลูก”
คุณนายเห็นดีด้วย
“แต่เต้นแล้วเราดูเซ็กซี่ขึ้นมาเลยนะคะคุณพวงหยก”
“รับรองว่าถ้าคุณพวงหยกเต้น นังดาราตกยุคก็เซ็กซี่สู้คุณพวงหยกไม่ได้” คุณหญิงยุ
พวงหยกตาโต
“จริงเหรอคะ งั้นอาทิตย์หน้าเราไปลงเรียนกันเลย”
“เออ นี่ ดิฉันได้ข่าว hotๆมาจากวงในว่าหม่อมมลุลี เป็นหนี้กับพวกเจ้าหนีหน้าเลือดนอกระบบและตอนนี้ก็กำลังจะโดนยึดวังด้วย” คุณหญิงเล่า
คุณนายเสริม
“โอ้ยคุณหญิงขา ตกข่าวแล้วล่ะ เรื่องโดนยึดวังน่ะเก่าแล้ว ตอนนี้คุณชายอ๊อดมีม้าขาวมาไถ่วังไห้เรียบร้อยแล้วค่า”
พวงหยกหูผึ่ง ตาวาวด้วยความอยากรู้
“จริงเหรอคะ”

พวงหยกนึกถึงเหตุการณ์ที่ได้ยินกะรัตคุยกับกุนตี พวงหยกคิดบางอย่าง

สามีตีตรา ตอนที่ 10

ทางเดินหน้าห้องประชุม บริษัทเทพทัต...กุนตีเดินคุยมือถือออกจากห้องทำงานกำลังจะกลับบ้าน
“ขอโทษทีนะกั้งที่พี่ไม่ได้รับสาย พอดีพี่ติดประชุมสรุปตัวเลขการส่งออกของบริษัทน่ะ เพิ่งเลิกประชุมเนี่ย กั้งไม่ต้องห่วง พี่เก็บเอกสารนั่นไว้ในเซฟอย่างดี ไม่มีใครเจอหรอก...ใช่...พี่กำลังกลับบ้าน”
กุนตีเดินคุยมือถือออกไป ด้านหลังพวงหยกแอบมองกุนตีเดินออกไป แล้วรีบเดินไปห้องทำงานของลูกสาวทันที

พวงหยกแอบเข้ามาในห้องทำงานกุนตี แล้วเดินไปที่ตู้เซฟ แล้วหยิบกุญแจขึ้นมา
“ดีนะ ที่ฉันปั้มกุญแจสำรองไว้ เพราะคนในครอบครัวนี้มันงุบงิบไว้ใจใครไม่ได้”
พวงหยกใช้กุญแจไขเปิดตู้เซฟ แล้วหยิบซองเอกสารทุกซองออกมาเปิดดู แล้วเธอเปิดเจอซองที่เป็นเอกสารมอบอำนาจโอนสิทธิ์ที่คุณชายอ๊อดเซ็นต์ พวงหยกมองเอกสารอย่างโมโห
“คิดแล้วไม่มีผิด คนอย่างพวกมันจะเอาเงินที่ไหนได้ นอกจากตระกูลฉัน นังกั้ง ฉันจะขุดคำไหนมาด่าแกดีเนี่ย คราวนี้ฉันจะเล่นหนักกว่าคราวที่แล้วแน่”

ในร้านกาแฟใกล้โรงพยาบาลที่กันตาทำงาน...ศิวาและเพื่อนนั่งร่วมโต๊ะอาหาร คุยเรื่องโครงการร่วม หุ้นสร้างคอนโดกันอยู่ ศิวากระสับกระส่าย ไม่ฟังที่เพื่อนพูด คิดกังวลเรื่องใครเป็นคนเอาต้นงิ้วส่งไปที่งานหมั้น เขาคอย มองไปทางโรงพยาบาล อย่างคอยดูว่าจะมีผู้หญิงของเขาคนไหนมาเข้าใกล้กันตา เพื่อนเห็นท่าทางศิวาแล้วล้อขำๆ
“เฮ้ย สนใจพวกฉันหน่อย พวกฉันอุตส่าห์ยอมถ่อสังขารมาคุยงานกับแกที่ร้านนี่ตามบัญชาแกแล้วนะ”
เพื่อนอีกคนแซว
“นั่นดิ ถ้าฉันไม่เห็นกับตา ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเสืออย่างนายศิวาจะกลายเป็นแมววัด เมื่อก่อนไปนั่งแรดอยู่ตามผับ เดี๋ยวนี้มานั่งร้านกาแฟหน้าโรงพยาบาล”
เพื่อนหัวเราะล้อ ศิวาถอนใจหงุดหงิด
“พวกแกไม่รู้อะไร อย่าพูดดีกว่าว่ะ”
มือถือศิวาดังขึ้น เขากดรับทันที
“ว่ายังไง”
บอดี้การ์ดคุยมือถือกับศิวาด้วยท่าทางร้อนใจ
“คุณศิวาครับ ลูกน้องผมเพิ่งโทรมารายงานว่า มันเอารูปผู้หญิงของคุณศิวาทั้งหมด ไปให้คนแถวบ้านคุณก้อยดูว่า เคยเห็นใครป้วนเปี้ยนบ้าง”
ศิวาฟังบอดี้การ์ดรายงานอย่างร้อนใจ
“แล้วไง”
“คนแถวนั้นเห็นคุณสายน้ำผึ้งครับ”
ศิวาโกรธมาก
“ฉันคิดอยู่แล้ว แล้วแกทำอะไรอยู่ ตามสายน้ำผึ้งอยู่รึเปล่า”
“ผมตามอยู่ครับ ตอนนี้คุณสายน้ำผึ้งเลิกงานแล้ว ขึ้นแท็กซี่ออกไป ผมไม่ทราบว่าไปไหน แต่ไม่ใช่ทางกลับบ้านครับ”
“ตามไปอย่าให้คลาดสายตา” ศิวากดวางสาย “นึกอยู่แล้ว”
ศิวาร้อนรน กลัวสายน้ำผึ้งจะมายุ่งกับกันตา
“ฉันไปก่อนนะ”
ศิวาลุกพรวดเดินออกไปทันที กลุ่มเพื่อนมองอย่างงงๆ

ศิวาเดินกับกันตาเดินมาตามทางเดินในโรงพยาบาล ศิวามีท่าทางระแวง คอยมองรอบๆตลอดเวลา กันตามองท่าทางของเขาอย่างสงสัย
“คุณมองหาใคร”
“ผมมองพวกหมอหนุ่มๆนั่น มันมองคุณ ผมหวง”
กันตาแกล้งเหน็บ
“ที่เขามอง เพราะสงสัยว่าฉันเป็นหมอหรือเด็กอนุบาลถึงต้องมีคนมารับทุกวัน”
“แหม...ก็ผมอยากให้คุณก้อยเห็นความพยายามของผม แล้วเปลี่ยนใจแต่งงานกับผมเดือนหน้า”
“งั้นก็พยายามต่อไปเรื่อยๆนะคะ”
ศิวายิ้มดีใจ
“คุณก้อยพูดแบบนี้ แปลว่าผมพอมีหวังใช่ไหมครับ”
“ไม่มี”
“โธ่...คุณก้อย…”
ศิวาไม่ทันพูดจบ ก็เดินชนกับสายน้ำผึ้ง
“ผมขอ...”
ศิวาเงยหน้ามองคนที่ชนแล้วชะงักสายตาเห็นเป็นสายน้ำผึ้ง ที่จงใจเดินเข้ามาชนเขา ศิวาตกใจมากจ้องสายน้ำผึ้งว่ามาทำไม กันตาเอ่ยทัก
“พี่ผึ้ง”
ศิวาหันขวับมองกันตาว่ารู้จักสายน้ำผึ้งด้วยเหรอ สายน้ำผึ้งมองอาการศิวาด้วยความสะใจแล้วหันมาคุยกับกันตา
“ไม่เจอกันนานนะยายก้อย...” สายน้ำผึ้งมองศิวา “นี่คือคู่หมั้นของเธอใช่ไหม...สวัสดีค่ะ ฉันสายน้ำผึ้งค่ะ เป็นเพื่อนรักของกั้ง พี่สาวยายก้อยค่ะ” สายน้ำผึ้งกอดไหล่กันตา “เราสนิทกันมากค่ะ รู้จักกันมา สิบสองปีกว่าแล้ว แทบจะเป็นพี่น้องกันจริงๆ ใช่ไหมยายก้อย”
ศิวาฟังสายน้ำผึ้งแนะนำตัวแล้วยิ่งตกใจว่าเธอมีความเกี่ยวพันกับครอบครัวกันตาด้วย สายน้ำผึ้งยื่นมือ รอให้ศิวาเช็คแฮนด์แนะนำตัวกลับแต่เขานิ่ง สายน้ำผึ้งแกล้งยียวน
“ใจคอคุณจะไม่แนะนำชื่อให้ฉันรู้จักหน่อยเหรอคะ”
ศิวามองสายน้ำผึ้งอย่างเอาเรื่อง จับมือเธอแน่นมากจนเธอเจ็บ
“ผมคงไม่ต้องบอก ใครๆก็รู้จักผม”
สายน้ำผึ้งยิ้มยั่วศิวาว่าไม่กลัวสายตาเอาเรื่องของเขา
“อ๋อ...ฉันรู้แล้ว คุณคือ คุณศิวา เสือผู้หญิงที่คบผู้หญิงไม่เลือกหน้านี่เอง”
ศิวาบีบมือสายน้ำผึ้งแน่ แล้วปล่อยเหมือนสะบัดทิ้ง มองสายน้ำผึ้งอย่างโกรธจัด กันตาพยายามตัดบท
“พี่ผึ้งมาทำอะไรที่นี่...ป่วยเหรอคะ”
“ใช่ พี่ป่วย...ป่วยทางใจ...รู้สึกหัวใจมันสั่น มันโหวงเหวง สงสัยจะเหงาเกินไป เลยจะมาถามหมอว่ามียาแก้เหงาไหม หรือต้องใช้แค่คน...” สายน้ำผึ้งมองศิวา “มาแชร์ความเหงาเท่านั้น คุณศิวาสนใจไหมคะ”
ศิวามองสายน้ำผึ้งนิ่ง กันตาพูดขึ้น
“แถวนี้ไม่มีคนขี้เหงาให้พี่หรอก เชิญพี่ไปหาที่อื่นเถอะค่ะ”
“พี่ล้อเล่นน่าก้อย พี่ไม่ชอบกินของซ้ำซาก” สายน้ำผึ้งหัวเราะ
กันตามองสายน้ำผึ้งที่ดูพูดแปลกๆอย่างแปลกใจ ศิวามองสายน้ำผึ้งดุว่า อย่าพูดอะไรมากกว่านี้ สายน้ำผึ้งยิ้มแล้วพูดต่อ
“พี่นี่พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย สงสัยจะมึนแดด พี่ไปก่อนนะ”

สายน้ำผึ้งยิ้มให้กันตา แล้วมองศิวาอย่างท้าทายว่ารู้จักเธอมากขึ้นหรือยังแล้วเดินแยกไป ศิวามองตามอย่างโกรธจัด

สายน้ำผึ้งเดินยิ้มสะใจหน้าโรงพยาบาล ทันใดนั้นเห็นรถแวนของศิวาขับมาจอดเอี๊ยดข้างๆ บอดี้การ์ดลงจากรถอย่างรวดเร็ว ดันตัวเธอให้ขึ้นรถ

“เอ๊ะ อะไรเนี๊ย ปล่อยฉันนะ”
ไม่ทันสิ้นเสียงสายน้ำผึ้ง รถขับกระชากออกไปทันที

ค่ำนั้น...รถแวนของศิวาจอดริมถนน ประตูรถเปิดออกอย่างแรง ศิวาลาก สายน้ำผึ้งลงจากรถ เธอโวยวายใส่เขา
“แกพาฉันลงมาทำไม”
“พามาให้คุณรู้ตัวไง ว่าคนอย่างคุณมันก็แค่ดอกไม้ริมทาง พื้นที่ของคุณมันอยู่แค่ริมทางนี่ อย่าเสนอขึ้นไปสูงเท่าดอกฟ้า”
“คุณไม่มีสิทธิ์เอาฉันไปเปรียบเทียบกับนังก้อย” สายน้ำผึ้งโกรธ
“ทำไมจะเปรียบไม่ได้ คุณกล้ามากนะที่ทำกับผมแบบนี้ ทั้งหลอกผมทั้งคิดจะแบลคเมล์ผม คุณรู้จักผมน้อยไปแล้ว”
สายน้ำผึ้งยิ้มยียวน
“คุณต่างหากที่รู้จักฉันน้อยไป คิดจะเฉกหัวฉันไปง่ายๆเหรอคุณคิดผิดแล้ว รู้ไว้ซะด้วยว่าฉันนี่แหละที่เป็นคนปั่นหัวนังก้อยให้มันไม่ไว้ใจคุณ ฉันนี่แหละคือคนที่ทำให้นังก้อยเปลี่ยนใจเลื่อน แต่งงานกับคุณ ฉันนี่แหละที่ส่งต้นงิ้วไปงานหมั้นคุณ”
“คุณ” ศิวาชะงัก
“ยังไม่หมด...และฉันนี่แหละ คือคนที่พังชีวิตครอบครัวของนังกั้ง พี่สาวนังก้อย แล้วผัว เก่านังกั้งนั่นแหละที่เป็นพ่อลูกของฉัน”
“อะไรนะ”
“แต่ยังไงฉันต้องขอบคุณคุณนะ ฉันคงปั่นหัวนังกั้งไม่ได้ ถ้าไม่ได้ข้อมูลของมันกับผัวมันจากคุณ”
ศิวาโกรธ
“นี่แปลว่า...คุณจงใจอ่อยผม เพื่อใช้ผมเป็นเครื่องมือทำลายครอบครัวคุณก้อยอย่างนั้นเหรอ”
สายน้ำผึ้งตบมือชมศิวา
“ในที่สุดคุณก็ฉลาดสักที หลังจากที่โง่หลงตัวเองเต็มประดาว่าที่ฉันตามง้องอนเพราะพิศวาสคุณ...เปล่าเลย...คุณมันมีประโยชน์ไว้ไถเงินกับฆ่าคนในครอบครัวนังกั้งให้ตายทั้งเป็นเท่านั้น
แหละ” สายน้ำผึ้งหัวเราะเยาะสะใจ
ศิวาโกรธมาก ง้างมือจะตบ
“แกนี่มันนังงูพิษ”
สายน้ำผึ้งยื่นหน้าท้าทาย
“ตบฉันสิ ตบให้มันแรงๆ ฉันจะได้เอาแผลไปอวดนักข่าว นังก้อยจะได้รู้ว่าคู่หมั้นมันซาดิส” สายน้ำผึ้งมองศิวาอย่างเยาะหยัน “คุณเล่นผิดคนแล้วล่ะคุณศิวา คนอย่างฉัน ถ้าไม่ถือไพ่เหนือกว่า ฉันไม่ทุ่มหน้าตักลงเล่นเกมนี้หรอก อย่างเสี่ยงกับฉันดีกว่า คนที่จะจบเกมนี้ ได้คือฉัน ไม่ใช่คุณ” สายน้ำผึ้งหัวเราะสะใจ
ศิวาใช้มือจับหน้าสายน้ำผึ้งอย่างแรง
“คุณต่างหากที่เล่นผิดคน คุณลืมไปแล้วเหรอว่าผมเป็นใคร ต่อไปนี้...คุณจะไม่มีวันเข้าใกล้คุณก้อยได้อีก...ผมจะส่งคนคอยประกบคุณ ถ้าคุณทะเล่อทะล่าเข้าไป อย่าหาว่าผมไม่เตือนแล้วกัน”
ศิวาเหวี่ยงสายน้ำผึ้งไปชนรถแวนอย่างแรง ทันใดนั้นรถพิศุทธิ์ขับผ่านไป พิศุทธิ์มองกระจกส่องหลัง เห็นศิวากับสายน้ำผึ้ง เขาชะงัก แล้วไปจอด ดูสถานการณ์อยู่ไกลๆ

สายน้ำผึ้งยืนจุกพิงตัวรถ ศิวาเดินเข้ามาใกล้ เธอมองอย่างระแวง กลัวๆ
“คุณจะทำอะไรฉัน”
ศิวาจับหน้าสายน้ำผึ้งพลิกไปพลิกมาอย่างแรง
“หน้าสวยๆอย่างคุณ ถ้ามีรอยแผลขึ้นมา จะทำให้คุณมองกระจกได้ไหม แผลเต็มหน้านี่ค่า ศัลยกรรมมันแพงมาก แล้วถ้าคนกรีดมีฝีมือจัดๆหน่อย ต่อให้เป็นหมอมือหนึ่ง ก็ช่วยคุณได้แค่ฝากรอยแผลเป็นไว้ทั่วหน้า”
“คิดว่าฉันกลัวเหรอ”
“อยากลองกับผมก็ได้นะ ผมมีคน มีเงิน อย่าว่าแต่กรีดหน้าคุณเลยต่อให้คุณเป็นศพ ก็ไม่มีใครกล้าเอาเรื่อง”
ศิวาปล่อยหน้าสายน้ำผึ้งอย่างแรง จนล้มลงกับพื้น
“เวลาผมดี ผมก็ดีใจหาย แต่เวลาผมร้าย แม้แต่เส้นผมของคุณ ผมก็เผาไม่เหลือซาก จำไว้นะสายน้ำผึ้ง เลวๆอย่างคุณ มันต้องเจอเลวอย่างผม อย่าไปยุ่งกับครอบครัวคุณก้อยอีก ไม่อย่างนั้น...คุณเจอผมแน่”
ศิวาเดินผ่านสายน้ำผึ้งไปขึ้นรถ บอดี้การ์ดปิดประตูให้แล้วเดินไปขึ้นรถ สายน้ำผึ้งรีบลุกขึ้นเคาะประตูรถ
“คุณศิวา เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ คุณจะทิ้งฉันไว้อย่างนี้ไม่ได้”
รถศิวาเคลื่อนตัวออกไป สายน้ำผึ้งวิ่งตาม
“จอดรถเดี๋ยวนี้นะคุณศิวา ได้ยินไหมคุณศิวา ไอ้ศิวา แกทิ้งฉันอย่างนี้ไม่ได้นะ”

สายน้ำผึ้งวิ่งตามรถจนล้มลงกับพื้นถนน

รถศิวาขับผ่านรถของพิศุทธิ์ที่จอดดูสถานการณ์อยู่ พิศุทธิ์มองมาทางศิวาที่นั่งอยู่ในรถ...ศิวามองพิศุทธิ์อย่างตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะเห็นเหตุการณ์ รถศิวาขับผ่านไป...สายน้ำผึ้งยังนั่งอยู่บนพื้นถนนด้วยความเจ็บทั้งตัวและเจ็บใจ มอง ขาตัวเองที่เลือดออกแล้วเอามือเช็ดเลือดตัวเองมาดู สีหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่กลับเป็นหัวเราะแทน
“ชีวิตฉัน สนุกจริงๆเลยเว้ย”
สายน้ำผึ้งหัวเราะพร้อมยันตัวเองจะลุกขึ้น แล้วเซจะล้ม ทันใดนั้นมือของพิศุทธิ์เข้าไปคว้าแขนไว้ สายน้ำผึ้งมองตั้งแต่ที่เท้าของเขาขึ้นไปจนถึงหน้า เธอเห็นว่าคนที่พยุงแขนตัวเองคือ พิศุทธิ์ก็ตกใจอึ้ง

พิศุทธิ์จะเดินมามองรถแท็กซี่ให้สายน้ำผึ้ง
“คุณคงได้ยินหมดแล้วสินะคะ แล้วคุณจะทำยังไง บอกกั้งหรือบอกก้อยก่อนดีล่ะคะ”
“แล้วคุณคิดว่าผมควรบอกใครก่อนดีล่ะ”
สายน้ำผึ้งมองพิศุทธิ์แล้วยิ้ม
“ฉันรู้ว่าคุณฉลาดพอที่จะรู้ ว่า...ถ้าคุณไปบอกเรื่องนี้กับยัยก้อยฉันก็จะได้ครอบครองคุณศิวาคนเดียว แต่ถ้าเกิดคุณไม่บอก ฉันก็จะกลายเป็นเมียน้อยของสามียัยก้อย นังกั้งเพื่อนรักของฉันต้องทนไม่ได้แน่ๆ” เธอยิ้มสะใจ “เห็นมั้ยล่ะคะ ว่าฉันมีแต่ได้กับได้”
พิศุทธิ์มองสายน้ำผึ้งอย่างสมเพช
“ผมว่าคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับ ความแค้น คิดแต่เอาชนะไม่ใช่กั้งหรอก แต่เป็นคุณนั่นแหละ”
สายน้ำผึ้งเปลี่ยนมาพูดจริงจังทันที
“ไม่จริง ที่ฉันทำกับคุณ ไม่ใช่เพราะอยากเอาชนะ แต่เพราะฉันรักคุณจากหัวใจ กั้งต่างหากที่คิดเอาชนะ คุณเชื่อฉันนะคะคุณพิศุทธิ์...ฉันรักคุณมาก ตั้งแต่แรกที่เราพบกัน ฉันรู้ว่าคุณคือคนที่จะฉุดชีวิต ฉันขึ้นมาจากนรก คุณคือผู้ชายที่จะทำให้ ชีวิตฉันเติมเต็ม กั้งไม่ได้รักคุณ คุณเลิกกับกั้งแล้วมาอยู่กับฉันเถอะ นะคะ เราจะได้สร้างครอบครัวที่ สมบูรณ์ด้วยกัน”
“เลิกคิดเถอะคุณผึ้ง มันไม่มีวันเป็นแบบนั้นได้...เพราะต่อให้กั้งไม่ได้รักผม ผมก็ไม่รักคุณอยู่ดี”
สายน้ำผึ้งอึ้งชะงัก คำพูดของเขามันเหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวใจ เธอเจ็บจนกลายเป็นแค้น
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะไม่รักฉัน ฉันไม่เชื่อ ว่าฉันจะแพ้นังกั้ง ฉันไม่เชื่อ”
สายน้ำผึ้งทั้งโกรธ ทั้งเจ็บปวด ทั้งแค้น เธอหายใจหอบๆแล้วเป็นลมล้มฟุบไป พิศุทธิ์รีบเข้าไปรับตัวไว้ก่อนเธอจะล้มฟาดพื้น
“คุณผึ้ง”

ทางเดินในโรงพยาบาล...สายน้ำผึ้งนอนสลึมสลือบนเตียงที่มีบุรุษพยาบาลเข็น พิศุทธิ์คอยตามอยู่ไม่ห่าง...เวลาผ่านไปพิศุทธิ์กำลังเซ็นเอกสารให้พยาบาลอยู่หน้าห้องตรวจ รสสุคนธ์อุ้มน้องพีทวิ่งมาหา
“ขอโทษนะคะที่มาช้า ผึ้งเป็นยังไงบ้างคะ”
“ยังไม่ทราบเลยครับ ยังไม่ออกจากห้องตรวจเลย ยังไงผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
“ขอบคุณมากๆนะคะที่ช่วยพาผึ้งมาช่วยโรงพยาบาล”
“ไม่เป็นไรครับ ที่ผมทำเพราะเป็นหน้าที่ของเพื่อนมนุษย์ต้องช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้นล่ะครับ”
พิศุทธิ์ยกมือไหวรสสุคนธ์แล้วเดินแยกไป

นวลถือแก้วน้ำกับยามาให้กะรัต
“ยาแก้ไข้มาแล้วค่ะคุณกั้ง”
“ฉันปวดหัว ไม่ได้เป็นไข้ วันนี้มันวันอะไรก็ไม่รู้ มีแต่เรื่องวุ่นวาย”
“ก็ตัวคุณกั้งร้อนๆ ทานไปเถอะค่ะ กันไว้ก่อน”
กะรัตรับน้ำกับยามากิน
“คุณกั้งคะ ไอ้พวกนักเลงพวกนั้นมันจะมาบ้านเราอีกมั้ยคะ นวลกลั้วกลัว เราน่าจะบอกคุณพิศุทธิ์นะคะ”
กะรัตสำลักน้ำ
“นวล ฉันสั่งแล้วไงว่าห้ามพูดเรื่องนี้อีก อย่าให้เรื่องนี้หลุดไปถึงหูคุณพิศุทธิ์เด็ดขาด...ไม่งั้นฉันเอาตาย”
จังหวะนั้นเองพิศุทธิ์เดินหน้าเหนื่อยล้าเข้ามา กะรัตเห็นรีบเข้าไปหา
“คุณพิศุทธิ์กลับมาแล้ว นวลรีบไปเอาน้ำมาให้คุณพิศุทธิ์ เร็ว”
กะรัตปรามนวลบอกให้รีบไปไกลๆ พิศุทธิ์มองกะรัตคิดว่าจะบอกเรื่องศิวาดีไหม
“กั้ง...ผม...มีเรื่องอยากพูดกับคุณ”
กะรัตชะงักกึก...หรือว่า...ความลับแตก
“คะ...เรื่องอะไรเหรอคะ”
พิศุทธิ์จะพูด แต่ทันใดนั้นศิวาเดินเข้ามา
“ขอโทษครับ”
กะรัตหันไปมองศิวาอย่างแปลกใจ
“อ้าว คุณศิวา มาที่นี่ได้ยังไงคะ”
พิศุทธิ์เข้าใจว่าศิวามาเพื่ออะไร กะรัตงงๆ
“พอดีผมกับคุณพิศุทธิ์เรานัดปรึกษาเรื่องงานกัน”
“งาน กั้งไม่เห็นรู้เรื่อง” กะรัตมองศิวากับพิศุทธิ์แปลกใจ
“ผมเพิ่งคุยกับคุณพิศุทธิ์วันนี้น่ะครับ ใช่ไหมครับคุณพิศุทธิ์” ศิวามองอย่างขอความเห็นใจ
“ครับ”
ศิวาโล่งอกไปเปาะนึงที่พิศุทธิ์ช่วยเออออให้
“งั้นเราออกไปคุยที่สนาม ดีกว่านะครับ อากาศกำลังเย็นสบาย”
ศิวาผายมือชวนให้ออกไปสนามหน้าบ้าน พิศุทธิ์เดินออกไป ศิวาหันมายิ้มให้กะรัตแล้วเดินตามพิศุทธิ์ออกไป กะรัตมองตามพิศุทธิ์กับศิวาอย่างแปลกใจ
“นวล...เธอว่ามันแปลกๆมั้ย”
“คุณกั้งคิดว่าคุณพิศุทธิ์กับคุณศิวาเป็นคู่จิ้นกันเหรอคะ” นวลคิดแล้วตาโต

“บ้า ฉันหมายถึงอยู่ๆคุณศิวาก็มาคุยกับคุณพิศุทธิ์เอาป่านนี้” กะรัตมองอย่างสงสัย

ศิวาเดินต้อนพิศุทธิ์มาที่สนาม อย่างรู้สึกกระอักกระอ่วน
“คุณได้ยินที่ผมกับสายน้ำผึ้งพูดกันแล้วใช่ไหมครับ”
พิศุทธิ์นิ่งแสดงคำตอบว่าใช่ ศิวาถามอย่างร้อนใจ
“แล้วคุณบอกคุณกั้งรึยังครับ”
“ผมกำลังจะบอก”
“ผมขอร้อง อย่าบอกนะครับ ผมกับสายน้ำผึ้งไม่มีอะไรกันแล้ว ที่ผ่านมา เราคบกันแค่ด้วยความพอใจ ไม่มีพันธะอะไรผูกมัดกัน ผู้หญิงคนเดียวในโลกที่ผมยอม ผูกมัดด้วยคือคุณก้อย ผมรักคุณก้อยที่สุด”
“ผมว่า...”
ศิวาไม่ฟังพิศุทธิ์ รีบพูดอย่างร้อนใจ
“ถ้าคุณกั้งรู้เรื่องนี้ ต้องไปบอกคุณก้อยแน่ๆ...คราวนี้ อย่าหวังเรื่องแต่งงานเลย แม้แต่หน้าผม เขาก็คงไม่อยากมอง…คุณเข้าใจผมใช่ไหมคุณพิศุทธิ์”
“ผมเข้าใจ แต่มันไม่ยุติธรรมสำหรับผู้หญิงเลยนะ”
“ผมไม่นึกเลยนะครับว่าสายน้ำผึ้งจะเป็นคนใกล้ตัวขนาดนี้ แล้วเขาก็หลอกใช้ผมมาตลอด ถ้าผมรู้มาก่อนนะครับ เรื่องทั้งหมดมันก็จะไม่เกิดขึ้น”
“ผู้หญิงคนนี้มีความแค้นเป็นลมหายใจเข้าออก เขาเป็นเพื่อนกั้งมา สิบสองปีก่อนที่จะมาเป็นชู้กับแฟนคนก่อนของกั้ง จนมีลูกด้วยกัน ครอบครัวผมง่อนแง่นทุกวันนี้ก็เพราะว่าปัญหาความแค้นครั้งนั้น”
“ผมไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลยครับ”
“คุณเลิกเล่นกับไฟเถอะ ไปบอกเลิกเขาซะ แล้วไปสารภาพเรื่องนี้กับคุณก้อย”
ศิวาชะงัก
“ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ ผมทนเสียคุณก้อยไปไม่ได้”
“แล้วคุณจะทำอย่างไง สายน้ำผึ้งไม่ปล่อยไว้อย่างนี้แน่”
“ผมต้องหาวิธีแต่งงานกับคุณก้อยให้เร็วที่สุด ก่อนคุณก้อยจะรู้เรื่องนี้ยังไงผมขอร้อง คุณอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใคร ส่วนสายน้ำผึ้ง ผมจัดการเขาได้แน่”
พิศุทธิ์มองศิวา แล้วรู้สึกสังหรณ์ว่าเรื่องนี้ศิวาไม่สามารถจัดการได้ง่ายๆ

พิศุทธิ์เดินเข้าบ้านมา กะรัตนั่งรออยู่บนโซฟา
“เรียบร้อยแล้วหรอคะ แปลกจังเลยนะคะ งานเขากับงานคุณมันคนละสายงานเลย เขาจะมาปรึกษาคุณทำไม”
“พอดีเขาจะเปิดบริษัทใหม่นะ อย่าสนใจเลย ไปนอนเถอะ”
“อ้อ เมื่อกี้คุณบอกคุณจะคุยอะไรกับกั้งนะคะ”
“เอ่อ ไม่มีอะไรสำคัญหรอก ไปกันเถอะ”
ทั้งสองคนเดินไปด้วยกัน

สายน้ำผึ้งนั่งเหม่ออยู่หน้าห้องตรวจ พยาบาล ผู้คนเดินสวนกันไปมา แต่เธอนั่งนิ่งไม่ไหวติง ไม่รับรู้การเคลื่อนไหวใดๆจากภายนอก หมกหมุ่นกับความคิดของตัวเอง เธอนึกถึงเหตุการณ์ในห้องตรวจ

สายน้ำผึ้งมองหน้าหมออย่างอึ้ง ตกใจ ไม่อยากเชื่อ
“เมื่อกี้คุณหมอพูดว่าอะไรนะคะ”
“หมอขอแสดงความยินดีด้วยครับ คนไข้ตั้งครรภ์ได้ 5 สัปดาห์แล้ว”
“ฉันท้อง”
สายน้ำผึ้งเครียด ลุกขึ้นยืนอย่างไม่อยากเชื่อ
“ไม่จริง...ฉันจะท้องได้ยังไง ฉันท้องไม่ได้ ฉันไม่ได้ท้อง ฉันไม่ได้ท้อง”

สายน้ำผึ้งกุมหัวเครียดพึมพำ
“ฉันไม่ได้ท้อง ไม่จริง ฉันไม่ได้ท้อง” เธอเอามือตีท้องตัวเอง “ฉันไม่ได้ท้อง”
รสสุคนธ์วิ่งเข้ามาห้าม
“หยุดนะผึ้ง”
สายน้ำผึ้งไม่หยุด ยังโวยวายและตีท้องตัวเองต่อ
“ฉันไม่ท้อง ฉันต้องไม่เป็นแบบนี้ ฉันไม่ยอม”

พยาบาลเข้ามาช่วยรสสุคนธ์รุมห้ามสายน้ำผึ้ง

รสสุคนธ์อุ้มน้องพีท พร้อมกับดึงมือสายน้ำผึ้งเข้ามาในบ้านด้วยอารมณ์ โกรธมาก
“อย่าทำแบบเมื่อกี้อีกนะผึ้ง ลูกในท้องเขาไม่รู้เรื่องด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดจากตัวผึ้งเอง ทั้งๆที่ตัวเองก็เคยพลาดมาแล้ว ก็ไม่รู้จักจำ”
สายน้ำผึ้งตวาดด้วยความหงุดหงิดเครียด
“ไม่ใช่ไม่จำ แต่ไม่คิดว่ามันเกิดอีก”
สายน้ำผึ้งปัดของบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด
“โว้ย เมื่อไหร่โชคชะตามันจะเลิกกลั่นแกล้งผึ้งสักที”
“โชคชะตาน่ะมันไม่เคยกลั่นแกล้งใครหรอกนะ ตัวเราเองที่เป็นคนลิขิตชีวิตตัวเอง ก็ถ้าผึ้งรู้จักคำว่า คิดก่อนทำ ชีวิตผึ้งจะไม่เป็นแบบนี้”
“น้ารสเลิกซ้ำเติมผึ้งสักทีได้ไหม”
“น้าไม่ได้ซ้ำเติม แต่น้าพูดความจริง ถ้าผึ้งทำอะไรด้วยสติ คิดนานแต่เจ็บน้อย ไม่ใช่คิดน้อย แล้วเจ็บนาน ผึ้งก็คงได้แต่งงานมีครอบครัว ที่สมบูรณ์เหมือนอย่างหนูกั้ง”
สายน้ำผึ้งโกรธ
“หยุดพูดสักทีน้ารส ชีวิตนังกั้งมันไม่ได้ดีไปกว่าผึ้งหรอกมันอยากมีลูก ผัวมันก็ไม่อยากมี แต่ผึ้งมีลูกให้ผัวได้”
“มีให้เขา ทั้งๆที่เขาไม่ยอมรับเนี่ยนะผึ้ง”
“ยอมรับสิ ครั้งนี้...ลูกผึ้งต้องมีพ่อ”

สายน้ำผึ้งมาที่คอนโดของศิวาเคาะประตูเสียงดัง ศิวาเดินหน้าหงุดหงิดมา เปิดประตูเห็นสายน้ำผึ้งยืนอยู่หน้าห้อง
“คุณยังกล้ามาหาผมอีกเหรอ”
“ฉันจะมาบอกว่าความฝันที่คุณจะมีภรรยาชื่อว่ากันตา เป็นอันต้องล่มแล้วล่ะ”
“ผมบอกคุณแล้วไงว่าอย่ายุ่งกับคุณก้อย”
สายน้ำผึ้งยิ้มเยาะ
“ฉันไม่ได้ทำอะไรยายก้อยสักหน่อย คุณนั่นแหละที่เป็นคนทำ”
“ผมทำบ้าอะไร”
“คุณทำฉันท้องไง”
“อะไรนะ” ศิวาชะงัก
“คุณต้องรับผิดชอบฉันกับลูก ไม่อย่างนั้นฉันจะไปบอกยายก้อย หมออย่างยายก้อย คงรู้วิธีพิสูจน์ว่าเด็กเป็นลูกใครไม่ยากหรอก”
ศิวาช๊อก กระชากตัวสายน้ำผึ้งเข้าห้องทันที

ศิวาเหวี่ยงสายน้ำผึ้งล้มไปนั่งบนโซฟา
“ผมไม่ตลกด้วยนะ”
“ฉันก็ไม่คิดจะเอาเรื่องแบบนี้มาเล่นตลกหรอก”
ศิวากระชากแขน
“คุณคิดว่าผมโง่เหรอ ผมนอนกับคุณไม่นานเท่าไร ก็มาบอกว่าท้องกับผม คุณเอาลูกรวมมิตรของคุณไปหาพ่อ ที่แท้จริงเถอะ อย่าเอามาเร่จับคนรวยเป็นพ่อเลย...มันทุเรศ”
สายน้ำผึ้งโกรธ ลุกขึ้นผลักอกศิวา
“อย่าบังอาจพูดอย่างนั้นกับฉัน คุณก็รู้ว่าคนอย่างฉันไม่ได้ไร้พิษสงอย่างนังก้อย” สายน้ำผึ้งเปลี่ยนท่าทีเดินไปลูบหน้าศิวาอย่างอ่อนโยนพร้อมพูดเสียงหวาน “คิดดูดีๆนะคะคุณศิวาที่รักขา ความฝันที่คุณจะได้แต่งงานกับยายก้อยอยู่ตรงหน้า คุณจะใช้มือคุณ โอบอุ้มมันไว้ หรือจะใช้เท้าฉันกระทืบมันพัง”
ศิวาชี้หน้าสายน้ำผึ้ง
“อย่ามาขู่คนอย่างผม คนอย่างนายศิวา ลีพาณิชย์ จะยอมรับก็ต่อเมื่อเต็มใจ บ้านผมมีแต่แจกันลายครามแพงๆ ราคาแต่ละใบมันแพงนะคุณผึ้ง แล้วจะให้ผมเอาดอกไม้ริมทางที่ ผ่านมือผ่านเท้าใครต่อใครเด็ดทิ้งเด็ดขว้างเหยียบย่ำไม่เหลือค่ามาปักประดับอย่างนั้นเหรอ ตีค่าตัวเองสูงไปแล้ว ผู้หญิงบ้าอย่างคุณ ทำให้คนดีๆเขาเดือดร้อนได้ แต่กับผู้ชายชั่วๆอย่างผม...ไม่มีวัน”
“คุณศิวา” สายน้ำผึ้งอึ้ง
“อยากให้ผมรับผิดชอบมากใช่ไหม...ได้”
ศิวาเดินไปหยิบแบงค์ปึกหนึ่งจากในลิ้นชักมาโยนใส่
“เอาไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย อย่าให้ชีวิตบริสุทธิ์ต้องเกิดมามีแม่ที่ทำตัวไม่ต่างจากอีตัวอย่างคุณ”
สายน้ำผึ้งมองแบงค์ที่เกลื่อนพื้น แล้วมองศิวา เธอหายใจถี่ด้วยความโกรธ เกลียด แค้น
“อ๊าย...”
สายน้ำผึ้งเข้าไปตบหน้าศิวาอย่างรัวหลายที อย่างบ้าคลั่ง
“ไอ้เลว ไอ้ชั่ว ฉันไม่ใช่อีตัว แกยังเป็นคนอยู่รึเปล่า ฉันจะฆ่าแก ฉันจะฆ่าแก”
ศิวาโดนสายน้ำผึ้งตบหน้าไม่ยั้ง เจ็บหน้าจนโมโหมากขึ้นเรื่อยๆ
“หยุดนะสายน้ำผึ้ง”
สายน้ำผึ้งยังตบหน้าเขาอย่างบ้าคลั่ง
“แกอย่าคิดว่าจะทิ้งฉันกับลูกไปเสวยสุขกับนังก้อยได้ ฉันไม่ยอมปล่อยแกไป ฉันจะทำลายแกทุกคน พวกแกต้องพินาศด้วยมือฉัน”
ศิวาทนเจ็บไม่ไหว ง้างมือตบหน้าสายน้ำผึ้งเต็มแรงจนล้มลง เลือดกบปาก สายน้ำผึ้งเอามือคลำปากตัวเอง
“ผมบอกแล้วว่าอย่าลองดีกับผม” ศิวาชี้หน้า
สายน้ำผึ้งไม่สลด กลับหัวเราะเสียงเย้ยหยัน
“โอ้ย...ฉันกลัวคุณจังเลยค่ะคุณศิวาขา...คนอย่างนายศิวา ลีพาณิชย์ มีปัญญาทำผู้หญิงได้แค่นี้เองเหรอ มิน่า...ถึงต้องหลบอยู่หลังเงาพ่อ แต่งงานไปก็คงเอากระโปรงเมียมาคลุมหัว...เสื่อม กระจอก ไร้น้ำยา”
ศิวามองสายน้ำผึ้งหน้าเหี้ยม
“งั้นผมจะทำให้คุณเห็น ว่าผมทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด”
สายน้ำผึ้งไม่กลัว กลับยื่นหน้าท้าทาย
“แกไม่กล้าหรอก”
ศิวาลากสายน้ำผึ้งออกไปที่ระเบียงมายืนชิดรั้ว สายน้ำผึ้งแทนที่จะกลัว กลับหัวเราะเยาะอย่างท้าทาย
“แกจะทำอะไรฉันไอ้ศิวา จะผลักฉันตกตึกเหรอ เอาเซ่ คนปอดแหกอย่างแก แค่ให้ยอมรับความจริง แกยังไม่กล้านับประสาอะไรกับการฆ่าคน”
ศิวามองสายน้ำผึ้งอย่างเหี้ยม
“พูดแบบนี้ แสดงว่าคุณยังไม่รู้จักผมดีพอ”
ทันใดนั้นศิวาจับคอแล้วดันหัวสายน้ำผึ้งชะโงกนอกระเบียง สายน้ำผึ้งตกใจที่เขาเอาจริง

“คุณศิวา”

ศิวาแกล้งปั้นเรื่อง ทำตัวโรคจิต เพื่อให้สายน้ำผึ้งกลัวพูดเสียงเหี้ยมเกรียม
“คุณรู้ไม๊ เงินของผมมีมากพอที่จะกำจัดชีวิตคน เลวๆอย่างคุณได้ง่ายเหมือนไส้เดือน” ศิวาก้มลงไปพูดข้างหูสายน้ำผึ้ง “ร้องขอชีวิตสิสายน้ำผึ้ง ผมชอบเสียงคนตอนร้องขอชีวิตที่สุดเลยรู้ไหม เสียงมันสั่นเหมือน ลูกแมวน้อยกำลังจะโดนเชือด เสียงมันเพราะยิ่งกว่าเสียงระฆังจิงเกอเบล”
สายน้ำผึ้งตื่นกลัว
“แกมันบ้า แกมันโรคจิต”
“ผู้หญิงโรคจิตอย่างคุณ มันก็ต้องเจอผู้ชายโรคจิตอย่างผมนี่แหละพร้อมจะบินรึยังสายน้ำผึ้ง”
ศิวาดันหัวสายน้ำผึ้งโผล่ออกระเยียงมากขึ้น สายน้ำผึ้งร้องกรี๊ดด้วยความหวาดกลัวพยายามดิ้น
“ปล่อยฉันนะ ไอ้คนใจร้าย ไอ้ฆาตกร”
“ด่าอีก...ด่าอีกสิ...ด่ามาอีก”
“ไอ้ชั่ว ไอ้เลว ไอ้อำมหิต”
“จำไว้นะสายน้ำผึ้ง อย่ามายุ่งกับผมและคุณก้อยอีก ไม่อย่างนั้น...ผมจะทำยิ่งกว่าคำว่าอำมหิต”
ศิวาจับตัวสายน้ำผึ้งเหวี่ยงกลับเข้ามาจากระเบียงแล้วลากพาไปที่ประตูห้อง สายน้ำผึ้งพยายามดิ้น
“ปล่อยฉันนะ”
ศิวาเปิดประตูห้อง เหวี่ยงสายน้ำผึ้งออกจากห้องไปแล้วปิดประตูใส่หน้า สายน้ำผึ้งล้มหน้าคว่ำหน้าห้อง ทั้งเจ็บตัว ทั้งแค้นร้องไห้เสียงดังด้วยความโกรธแสนโกรธศิวาที่แสดงให้เห็นว่าเธอไร้ค่ามาก
“มันไม่จบเท่านี้แน่ ได้ยินไหมไอ้ศิวา ฉันจะทำลายทุกคนให้พินาศ”
ศิวายืนพิงประตูห้องกุมหัวเครียด กังวล ระแวง ว่าสายน้ำผึ้งจะทำบ้า อะไรอีกรึเปล่า เขาหยิบมือถือมากดโทรหาบอดี้การ์ด
“จับตาสายน้ำผึ้งไว้ อย่าให้เข้าใกล้หรือติดต่อคุณก้อยได้เด็ดขาด”

สายน้ำผึ้งเปิดประตูบ้านเดินเข้ามาด้วยสภาพสะบักสะบอม หน้ามีรอยช้ำ รสสุคนธ์เดินลงมาจากบันได รสสุคนธ์เห็นสภาพหลานที่ดูแย่มากๆก็ตกใจ
“ผึ้ง”
รสสุคนธ์รีบเข้าไปจับตัวสายนำผึ้งด้วยความเป็นห่วง
“ผึ้ง ทำไมเป็นแบบนี้ ใครทำหนูแบบนี้”
สัมผัสของรสสุคนธ์ทำให้ความเจ็บปวดหัวใจที่สายน้ำผึ้งพยายามกดเอาไว้มันทะลักออกมา เธอมองอาการความเป็นห่วงที่น้ามีให้ น้ำตาของเธอหยดเผาะ
“น้ารส”
สายน้ำผึ้งโผเข้ากอดรสสุคนธ์ร้องไห้อย่างหนัก สภาพของเธอไม่ต่างจากหมาข้างถนน รสสุคนธ์ได้แต่กอดปลอบใจหลานรักด้วยความสงสาร
สายน้ำผึ้งนั่งนิ่ง น้ำตาไหลออกจากตาด้วยความแค้น คำพูดศิวาดังก้องในหัว
“บ้านผมมีแต่แจกันลายครามแพงๆ ราคาแต่ละใบมันแพงนะ คุณผึ้ง แล้วจะให้ผมเอาดอกไม้ริมทาง ที่ผ่านมือ ผ่านเท้า ใครต่อใครเด็ดทิ้งเด็ดขว้าง เหยียบย่ำไม่เหลือค่ามาปักประดับ อย่างนั้นเหรอ ตีค่าตัวเองสูงไปแล้ว”
สายน้ำผึ้งเจ็บแค้นใจแล้วนึกถึงคำพูดของพิศุทธิ์
“มันคงไม่มีวันนั้นหรอก...เพราะต่อให้กั้งไม่ได้รักผม ผมก็ไม่รักคุณอยู่ดี”
สายน้ำผึ้งเจ็บปวดใจแล้วนึกถึงคำพูดของกะรัต
“ต่อจากนี้เธอก็จะเป็นแค่ผู้หญิงหน้าโง่ที่ถูกผู้ชายหลอกฟัน สุดท้ายเธอก็ต้องแบกไอ้ก้อนเลือดชั่วๆ ไว้ประจาน ความเลวของตัวเอง คลอดมันออกมาแล้ว ลูกของเธอมันก็ ต้องทนทุกข์ทรมาน กับการถูกตราหน้าว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ”
สายน้ำผึ้งแค้นจนจิกผ้าปูที่นอน ดึงผ้าปูที่นอนกระจาย ก่อนที่จะมองเสื้อสูทของพิศุทธิ์ที่แขวนไว้ข้างเตียง เป็นเสื้อสูทตัวที่เขาถอดสวมให้เธอตอนไปช่วยจาก มิสเตอร์โฮล เธอลุกขึ้นไปกอดเสื้อสูทไว้แน่น

“คุณไม่รักฉัน ก็ไม่เป็นไรคุณพิศุทธิ์ แค่ฉันได้ตัวคุณก็พอ”

เช้าวันใหม่...พิศุทธิ์มาหาเนื้อแพรนั่งคุยกันในห้องรับแขก
“แม่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายน้ำผึ้งกับศิวา...” เนื้อแพรถอนใจ “ผู้หญิงคนนี้คงไม่ใช่น้ำผึ้งอย่างชื่อ น่าจะเป็นยาพิษ นี่คงคิดจะจับเศรษฐีอย่าง คุณศิวาล่ะสิ ถ้าหนูก้อยรู้ ก็คงจัดหนักแน่”
“อีกคนที่รู้เรื่องนี้แล้ว ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่คือกั้ง”
“เพราะความแค้นบ้าๆของผู้หญิงคนนึง กับการใช้ชีวิตบนความประมาทของผู้ชายอีกคน ทำให้คนอีกกี่คนต้องมาเสียใจ” เนื้อแพรถอนใจจับมือลูกชาย “ชาย...แม่อยากเตือนไว้ ตอนนี้อยู่ใกล้สายน้ำผึ้งมัน ไม่เป็นผลดีอะไรเลย ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เล่นๆ ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปให้เข้าใกล้ ไม่อย่างนั้นลูกอาจจะเดือนร้อนซะเอง”
พิศุทธิ์รู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูก

สายน้ำผึ้งเดินเข้ามาหาพยาบาลที่เคาน์เตอร์
“ฉันมาฝากครรภ์ค่ะ”
พยาบาลมองสายน้ำผึ้ง
“อ๋อ...คุณนี่เอง”
“ขอโทษ ไม่ทราบว่าดิฉันพอจะขอดูกล้องวงจรปิด จากทางโรงพยาบาลได้ไหมคะ พอดีเมื่อวานที่สามีพาฉันมาหาหมอที่นี่ เขาบอกว่าลืม กระเป๋าเงินไว้ แต่ไม่แน่ใจว่าลืมไว้ที่นี่รึเปล่า เลยอยากขอภาพดูน่ะค่ะ”
“เดี๋ยวเราสอบถามให้ค่ะว่าจะขอดูภาพกล้องวงจรปิดได้รึเปล่า” พยาบาลยื่นกระดาษให้ “ใบกรอกประวัติฝากครรภ์ค่ะ เขียนชื่อคุณและสามีตรงนี้นะคะ”
สายน้ำผึ้งกรอกเอกสาร คิดจะทำอะไรบางอย่าง

ศิวาอยู่ที่คอนโดเครียดเรื่องสายน้ำผึ้ง ถึงไม่อยากมีลูก แต่ก็รู้สึกผิดที่ให้ สายน้ำผึ้งไปทำแท้ง กลัวกันตาจะรู้เรื่องจนไม่ยอมแต่งงานด้วย เขาทนฟุ้งซ่านไม่ไหว จึงโทรหากันตา
“คุณก้อยว่างไหมครับ เดี๋ยวเช้านี้ผมแวะไปหา...ครับแค่ทานกาแฟก็ได้ ขอได้เห็นหน้าคุณก้อย ผมก็มีความสุขแล้ว เดี๋ยวเจอกันนะครับ”
ศิวากดวางสายแล้วรีบไปหากันตา

ศิวานั่งคุยกับกันตา ที่ร้านกาแฟในโรงพยาบาล
“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ”
“ผมอยากให้เราแต่งงานกันปลายเดือนนี้ครับ”
“เราคุยกันแล้วไงคะ ว่าฉันยังไม่อยากแต่งงานตอนนี้”
ศิวามีอาการร้อนใจ
“แต่ผมไม่อยากรออีกแล้ว” เขาจับมือเธอ “ถ้าคุณอยากเรียนต่อ เราแต่งงานกัน แล้วคุณเรียนต่อก็ได้ ผมรักคุณมากนะคุณก้อย ผมไม่อยากรออะไรอีกแล้ว”
กันตาสังเกตท่าทางของศิวา
“ทำไมคุณถึงรอไม่ได้ แอบไปทำใครท้องไว้แล้วไม่อยากให้ฉันรู้เหรอคะ”
ศิวาเกือบสะดุ้ง แต่พยายามเก็บอาการตัวเองไว้
“เปล่านะครับ” เขารีบอ้อน “นะครับคุณก้อย คุณก็เห็นแล้วว่าผมไม่มีใคร คุณจะทรมานผมทำไมอีก”
“ฉันบอกว่าไม่ก็คือไม่ ถ้าแค่นี้คุณรอไม่ได้ คุณก็ไปแต่งกับคนที่เขาพร้อมจะแต่งกับคุณเถอะ”
ศิวาร้อนใจจนเผลอพูดไม่ทันคิด
“ทำไมคุณถึงเป็นผู้หญิงที่เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้เนี่ย”
กันตาฉุนลุกขึ้นทันที
“ถ้าคุณเห็นว่าฉันเอาแต่ใจตัวเอง ก็ไม่ต้องมาคุยกันยังไม่ทันไร คุณก็ใช้อารมณ์ ไม่มีเหตุผลกับฉันแล้ว”
กันตาจะเดินไป ศิวาจับมือไว้
“คุณก้อยจะไปไหน”
กันตาสะบัดมือออกแสดงว่าโกรธจริง
“คุณอย่าคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง ที่พออยากได้อะไรแล้ว ทุกคนต้องรีบหาให้ ผู้หญิงของคุณ อาจจะตามใจคุณอย่างนั้น แต่สำหรับฉัน ถ้าไม่เหตุผล ฉันไม่สนหรอก”
กันตาเดินออกไปทันที ศิวามองตามกุมหัวตัวเองอย่างเครียด
“เอายังไงดีวะ”

กะรัตเดินคุยมือถือกับกุนตีลงบันไดมา
“พี่กุ้งเมื่อคืนคุณพิศุทธิ์บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับกั้ง แต่กั้งหลับไปก่อนเพราะฤทธิ์ยา หรือว่าเขาจะรู้เรื่องที่กั้งไถ่วังให้เขาแล้ว...เอาไงดีล่ะพี่กุ้ง”
“ใจเย็นๆก่อนกั้ง...พี่ว่าเขาคงยังไม่รู้หรอก...เพราะถ้าเขารู้...บ้านแตกไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
“โห พี่กุ้งแช่งกันทำไมเนี้ย แค่นี้นะ กั้งไม่พูดด้วยแล้ว”
กะรัตวางสาย แต่ตัวเองก็แอบไม่สบายใจ ใจตุ้มๆต่อมๆ

พิศุทธิ์ถือแฟ้มงานออกไปสัมมนากับหัวหน้า สายน้ำผึ้งยืนแอบมอง...สายน้ำผึ้งวิ่งเข้ามาอ๊วกที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำหญิง เธอมองหน้าตัวเองในกระจก แล้วเห็นว่ามีคนอยู่ในห้องน้ำ เธอคิดๆ หยิบมือถือมาลังเลเดินไปเดินมาหน้ากระจกอย่างเคร่งเครียด สุดท้ายตัดสินใจทำเป็นกดโทรหาพิศุทธิ์ แต่ความจริงไม่ได้โทร แค่แสดงละครหลอก เธอทำเป็นคุยมือถือเสียงจะร้องไห้
“ฉันขอโทษค่ะที่โทรมารบกวนคุณ แต่ฉันไม่รู้จะทำยังไง อาการมันชัดเจนขึ้นทุกวันแล้วนะคะ วันนึงกั้งก็ต้องรู้ว่า ฉันท้อง”
ยี่หวานั่งอยู่ในห้องน้ำแอบฟังสายน้ำผึ้งคุยมือถืออย่างอึ้ง...พนักงานหญิงนั่งอยู่ในห้องน้ำอีกห้องแอบฟังสายน้ำผึ้งคุยมือถืออย่างตะลึง สายน้ำผึ้งมองไปทางประตูห้องน้ำทั้งสองห้องด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ก็ได้ค่ะ คุณกลับมาแล้วค่อยคุยกันก็ได้”
สายน้ำผึ้งกดวางสายแล้วเดินออกไปจากห้องน้ำ ทันใดนั้นเห็นพนักงานหญิงกับยี่หวาเปิดประตูห้องน้ำออกมา แล้วมองหน้ากัน โพล่งออกมาพร้อมกัน

“ท้อง”

ในแผนกการตลาด...ชายนี่กับยี่หวาสุมหัวคุยกันอย่างหน้าเครียด
“ท้อง เจ๊ไม่อยากจะเชื่อ” ชายนี่เอามือทาบอก
“ถ้าฉันไม่ได้ยินกับหู ฉันก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน”
ชายนี่ถอนใจ
“คุณพิศุทธิ์นะคุณพิศุทธิ์ เห็นเป็นคนนิ่งๆ วางตัวดี ที่แท้ก็ใช่เล่น”
“เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่นะ เจ๊ว่าเราบอกคุณกะรัตเถอะ”
“อย่าเพิ่ง เจ๊ว่าเรารอถามคุณพิศุทธิ์ให้รู้เรื่องก่อนดีกว่า”
“แต่ว่า...”
“ถ้าเรื่องไม่มีมูล มันเท่ากับแกไปถอดสลักระเบิดแล้ว มันเสียบกลับไม่ได้นะนังชะนี”
สายน้ำผึ้งแอบฟังชายนี่กับยี่หวา คุยกันอยู่มุมหนึ่งยิ้มสะใจ
“ฉันก็ไม่หวังให้พวกแกไปบอกนังกั้งอยู่แล้ว แค่ให้เป็นพยานก็พอเรื่องสำคัญขนาดนี้ นังกั้งต้องได้ยินจากปากฉัน”

สายน้ำผึ้งอุ้มน้องพีทจะออกจากประตูรั้วบ้าน โดยเอาเสื้อสูทของพิศุทธิ์ใส่กระเป๋าสะพายไปด้วย รสสุคนธ์ยืนขวาง
“ผึ้งจะเอาลูกไปไหน”
“ก็จะพาไปหาพ่อมันไง”
“พ่อมันที่ไหน น้าขอร้องล่ะผึ้ง ถ้าคุณศิวาไม่ยอมรับก็ช่างเขา ไหนๆเราก็เลี้ยงลูกไม่มีพ่อมาได้คนนึง จะเลี้ยงอีกคนนึงจะ เป็นไรไป หยุดทำลายทุกอย่าง แล้วเริ่มต้นใหม่นะผึ้ง”
“มันสายไปแล้วน้ารส”
“คำว่าสาย มันมีไว้สำหรับคนที่ไม่คิดจะแก้ไขปัญหา ชีวิตคนทุกคนมัน ทำผิดพลาดได้ทุกนาที และเมื่อรู้ตัวว่าพลาดก็เริ่มต้นใหม่ได้ทุกนาทีเหมือนกัน”
“ผึ้งขึ้นหลังเสือแล้วน้ารส มันลงมาไม่ได้อีกแล้ว ในเมื่อพ่อมันไม่ยอมรับ ผึ้งก็มีทางเลือกอื่น”
สายน้ำผึ้งอุ้มน้องพีทขึ้นรถแท็กซี่ทันที รสสุคนธ์เคาะกระจกเรียก
“ผึ้งจะทำอะไร ผึ้งลงมาเดี๋ยวนี้นะผึ้ง ผึ้ง”
รถแท็กซี่ขับออกไป รสสุคนธ์มองตามอย่างเครียด

สายน้ำผึ้งยืนอุ้มน้องพีทอยู่หน้าประตูรั้งบ้าน กะรัตกำลังหัดคว้านเม็ดเงาะอยู่กับนวล
“คุณเนื้อแพรเคยบอกว่าคุณพิศุทธิ์ ชอบทานเงาะคว้านเม็ดแช่เย็นที่สุด”
กะรัตพยายามคว้านเม็ดเงาะ แล้วเงาะหลุดมือกระเด็นใส่หน้านวล
“นวลว่านวลทำให้ดีกว่าค่ะ”
นวลจะดึงมีด กะรัตดึงมีดคืน นวลกระโดดโหยง
“ฉันทำเอง วันนี้ฉันอยากเอาใจคุณพิศุทธิ์มากๆ”
มีเสียงคนกดกริ่งหน้าบ้าน กะรัตมองไปทางหน้าบ้าน
“ใครมาตอนนี้”
“อ๋อ เมื่อเช้านวลโทรตามรถดูดส้วม สงสัยจะมาแล้ว”
นวลรีบเดินออกไป กะรัตหันมาคว้านเม็ดเงาะต่อ

เสียงกริ่งหน้าบ้านดังไม่หยุด นวลรีบวิ่งมาเปิดตะโกนบอกนึกว่ารถดูดส้วม
“ใจเย็นๆ เดี๋ยวได้ดูด เดี๋ยวได้ดูด”
นวลเปิดประตูแล้วชะงักเห็นสายน้ำผึ้งอุ้มน้องพีทยืนยิ้มให้
“คุณผึ้ง”
“เพื่อนรักฉันอยู่ไหม”
สายน้ำผึ้งอุ้มน้องพีทจะเข้าบ้าน นวลคอยกันไม่ยอมให้เข้าบ้าน
“นวลบอกแล้วไงคะว่าคุณกั้งไม่อยู่ คุณกลับไปเถอะ”
“ไม่อยู่ได้ยังไง ก็รถยังอยู่”
“ก็คุณกั้งมีรถเยอะไงคะ จะใช้ทิ้งใช้ขว้างคันไหนก็ได้ คุณกลับไปเถอะ ไม่อย่างนั้น นวลโยนคุณออกไปจริงๆนะคะ”
“ลองดูสิ”
“คุณท้านวลเองนะ นวลไม่อยากทำแม่ลูกอ่อนหรอก แต่เพื่อเจ้านายสุดที่รัก”
นวลทำท่าพุ่งเข้าจะชนเพื่อดันตัวสายน้ำผึ้งออกไป สายน้ำผึ้งเดินหลบ นวลพุ่งตัวหัวทิ่มซุ้มพุ่มไม้ สายน้ำผึ้งเดินเข้าบ้านไป นวลรีบลุกขึ้น
“ซวยแล้ว”

กะรัตยังนั่งคว้านเม็ดเงาะอย่างทุลักทุเล สายน้ำผึ้งอุ้มน้องพีทมายืนอยู่ข้างหลัง กะรัตคิดว่านวลยืนข้างหลังชูเงาะที่คว้านเม็ดได้โชว์ พูดโดยไม่หันไปมองว่าใครยืนอยู่
“นี่นวล ในที่สุดฉันก็คว้านเม็ดออกได้ เห็นไหมว่าคนอย่างฉัน ถ้าจะทำอะไร ก็ต้องทำได้”
“เหมือนที่เธอคิดจะแย่งผัวคนอื่น เธอก็แย่งไปได้งั้นเหรอ”
กะรัตหันขวับมามองสายน้ำผึ้ง
“นังผึ้ง”
นวลวิ่งพุ่งเข้ามากอดกะรัตไว้
“คุณกั้งอย่าทำอะไรนะคะ”
กะรัตผลักนวลออกไป
“ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย” กะรัตหันไปทางสายน้ำผึ้ง “แกมาทำไม”
“เธอยังไม่เคยเห็นน้องพีทลูกของฉันกับคุณภูเลยนี่ ดูสิ...หน้าตาถอดแบบ
คุณภูมาเปี๊ยบเลย”
นวลรีบปรามกะรัต
“คุณกั้งอย่าไปฟังคุณผึ้งนะคะ คุณกั้งเป็น NEW กั้งแล้ว คุณผึ้งกำลังผจญให้คุณกั้งตบะแตก”
กะรัตนั่งลงไขว้ห้างให้ตัวเองดูมีสติ และอยู่เหนือกว่าสายน้ำผึ้ง
“ฉันรู้น่านวล คนอย่างฉัน เอาแร่ไปแลกกับเศษเกลือมามากแล้วจะไม่ลดตัวลงไปอีก”
นวลทำมือเหมือนท่าเยส
“เยี่ยม...ได้ยินแบบนี้แล้ว ก็กลับไปเถอะค่ะคุณผึ้ง”
“ฉันจะกลับได้ยังไง ในเมื่อลูกฉันยังไม่สวัสดีแม่ใหญ่เลย ความจริงจะบอกว่าน้องพีทเป็นลูกฉัน กับคุณภูลำพังก็ไม่ได้ ต้องเรียกว่าลูกของเรา เพราะเธอเองก็มีศักดิ์เป็นแม่เหมือนกัน ถึงจะเป็นแม่เลี้ยงก็เถอะ”
“ที่พูดเนี่ย เพราะไม่มีค่านมให้ลูกแกแล้วใช่ไหม ถึงได้มายัดเยียดให้มาเป็นลูกฉัน นวล ไปหยิบเศษเหรียญมาสิ ฉันจะให้ทานแม่ลูกคู่นี้”
สายน้ำผึ้งแค้น
“ฉันไม่ได้ต้องการเงิน ที่ฉันมา เพื่อมาทวงพ่อให้ลูก”
“ถ้าจะมาหาพ่อให้ลูก ก็ไปรายการข่าวสรยุทธโน้น เขาคงสละเวลาเสนอข่าวควายหาย มาเสนอข่าวผัวหายให้แกได้”
“พ่อของลูกฉันไม่ได้หาย เขาอยู่ที่นี่ ฉันก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะกั้งแต่เด็กมันต้องมีพ่อ มีแม่คนเดียวมันไม่ครบถ้วน ฉันอยากได้พ่อให้ลูก เธอพอจะสงเคราะห์คุณพิศุทธิ์ให้ฉันได้ไหม”
กะรัตลุกขึ้นทันที นวลรีบตะครุบจับแขนกะรัตไว้
“ฉันไม่อยากจะเชื่อหูจริงๆ ผู้ชายเขาไม่สน ก็ยังมาขอเขากับเมีย ผู้ชายมีตั้งเยอะตั้งแยะ แกก็หอบลูกไปขอความสงสารเขาสิ”
“ก็ฉันอยากได้คนนี้”
“นังชั่ว”
“ทำไมไม่ใจดีให้ตลอดล่ะกั้ง นึกว่าเห็นแก่เด็ก...น้องพีทชอบไหมลูก ถ้าจะมีพ่อเป็นถึงหม่อมหลวง ให้เขารับหนูเป็น ลูกตามกฏหมาย ทีนี้ล่ะ ลูกของแม่ชูคอไม่อายใครเชียว”
“ออกไปนะ คุณพิศุทธิ์เขาไม่เอาทั้งแกทั้งลูกแกหรอก เขาเกลียดแกยิ่งกว่าตุ๊กแก ไส้เดือน”
“โถ...กั้ง ฉันนึกว่าการที่เธอโดนผัวสามคนหลอก จะทำให้เธอฉลาดขึ้นที่ไหนได้ เธอก็ยังโง่เหมือนเดิม ฉันจะบอกให้เธอเห็นทางสว่าง...ผู้ชายน่ะ ไม่ว่าจะเป็นขอทานไปยันยศถาบรรดาศักดิ์สูง ไม่มีใครบอกเมียหรอกว่า ตัวเองมีเมียน้อย พักหลังมาเนี้ยคุณพิศุทธิ์ก็กลับบ้านดึกๆดื่นๆ ท่าทาง ก็แปลกไป เธอไม่รู้สึกเลยเหรอจ้ะ”
กะรัตเริ่มหวั่นไหว พยายามไม่ฟัง
“ตอแหล ฉันไม่เชื่อแกหรอก นวล ลากมันออกไป”
กะรัตเดินขึ้นบันไดไปทันที สายน้ำผึ้งจะเดินตาม นวลเท้าเอวขวางทางเป็นกุมารทอง

นวลพยายามดันตัวสายน้ำผึ้งออกจากบ้าน แต่เธอไม่ยอม
“ถอยไป”
“ไม่ถอย นวลไม่ยอมให้คุณขึ้นไปรังควาญคุณกั้งอีก ถ้าคุณไม่เชื่อ นวลจะไม่ทนคุณอีกต่อไป”
สายน้ำผึ้งผลักนวลออกไป
“ไม่ใช่เรื่องของขี้ข้า”
“คุณเป็นบ้าอะไรไปคะคุณผึ้ง ที่ผ่านมาคุณกั้งรักและดีกับคุณทุกอย่าง คุณกั้งไม่เคยตัดเล็บเท้าตัวเอง แต่สมัยมหาวิทยาลัย...คุณขาหัก คุณกั้งไปนั่งตัดเล็บเท้าให้คุณ คุณจำมันได้บ้างไหมคะ”
“มันเป็นแค่ตบหัวแล้วลูบหลัง มันไม่เคยทำดีจากใจ มันทำดีเพราะกลัวฉันไม่เอามันต่างหาก”
“ไม่ใช่หรอก คุณรับความดีของคุณกั้งไม่ได้เพราะคุณมันขี้อิจฉา คนอย่างคุณต่อให้มีเพชรเม็ดเท่าบ้าน คุณก็ไม่มีความสุข เพราะคุณ ไม่เคยมองในสิ่งคุณมี คุณมองแต่สิ่งที่คนอื่นมี”
“เพราะสิ่งที่คนอื่นมี มันควรเป็นของฉันไง”
สายน้ำผึ้งยื่นน้องพีทใส่มือนวล นวลแทบจะคว้าไม่ทัน
“ดูแลลูกฉันให้ดีๆ ถ้าลูกฉันเป็นอะไรไปนิดเดียว แกโดนแน่”
สายน้ำผึ้งเดินเข้าบ้านไปทันที นวลเงอะงะอุ้มน้องพีท แล้วรีบเดินตามสายน้ำผึ้ง

กะรัตเดินเข้าห้องมาอย่างกระวนกระวายใจ พยายามคุมสติตัวเองยกมือไหว้สิ่งศักดิ์ศิทธิ์ หลับตาภาวนาสงบจิตตัวเอง
“คุณพระคุณเจ้า ช่วยให้ลูกใจเย็น ช่วยให้ลูกมีสติ ลูกเคยทำได้ ให้ลูกทำได้”
สายน้ำผึ้งเปิดประตูห้องเข้ามามองกะรัตที่ยืนสงบใจตัวเอง
“อย่าฝืนเลยกั้ง แกหนีการยอมรับความจริงไปไม่ได้หรอก”
กะรัตหันขวับมามอง
“ใครให้แกเข้ามาในห้องฉัน” กะรัตเข้าไปผลัก
สายน้ำผึ้งผลักกลับกะรัตเซ สายน้ำผึ้งมองอย่าง เย้ยหยัน แล้วไปนั่งบนเตียง
“เตียงนี้สินะ ที่แกหวังจะใช้เป็นฐานเผด็จศึกวันไข่ตกน่ะ”
กะรัตมองสายน้ำผึ้งอย่างชะงักว่ารู้เรื่องไข่ตกได้ยังไง
“แก…”
สายน้ำผึ้งพูดต่อด้วยเสียงเย้ยหยันสะใจ
“ฉันรู้เรื่องไข่ตกได้ยังไงน่ะเหรอ อาจเป็นเพราะเราเป็นเพื่อนรัก ฉันเลยไข่ตกพร้อมเธอมั้ง แล้วคุณพิศุทธิ์ก็เลือก จะอยู่กับฉันคืนนั้น”
“ไม่จริง”
สายน้ำผึ้งลงไปนอนบนเตียง กะรัตพุ่งเข้าไปกระชากออกไปจากเตียง นวลอุ้มน้องพีทเข้าไปหากะรัต
“ใจเย็นค่ะคุณกั้ง”
กะรัตชี้หน้าสายน้ำผึ้ง
“ออกไปจากเตียงฉันนะ”
สายน้ำผึ้งยิ้มเยาะ
“หวงกลิ่นผัวเหรอ ไม่ต้องกลัว ฉันไม่แย่งหรอก เพราะที่นอนฉันก็มีกลิ่นเขาเหมือนกัน”
“สันดานหมาเห่าใบตองแห้งอย่างแก คิดว่ายังจะมีใครเชื่ออีกเหรอ”
“ต้องให้ฉันสาธยายด้วยไหมล่ะกั้งว่าคุณพิศุทธิ์ของเรา เขาชอบอะไรแบบไหน ชอบให้ฉันกอดตรงไหน ...คลำตรงไหน...จูบตรงไหน”
“พอ ฉันไม่เชื่อแกหรอก ยังไงฉันก็ไม่เชื่อแก”

“ถ้าอย่างนั้น…” สายน้ำผึ้งหยิบเสื้อสูทของพิศุทธิ์ออกจากกระเป๋า “จำเสื้อตัวนี้ได้ไหมกั้ง” เธอสูดดมเสื้อ “...กลิ่นของสามีเราชื่นใจจัง”

กะรัตเห็นเสื้อสูทของพิศุทธิ์
“นั่นมัน…” กะรัตใจหล่นวูบ ไม่อยากเชื่อว่าพิศุทธิ์จะทำ อย่างที่สายน้ำผึ้งพูด
“เสื้อสูทของคุณพิศุทธิ์นี่” นวลมองอยางตกใจ
สายน้ำผึ้งมองกะรัตอย่างเยาะเย้ย
“ขอโทษนะกั้ง ที่คุณพิศุทธิ์เลือกอยู่กับฉันใน คืนไข่ตกของเธอ”
“ไม่จริง คุณพิศุทธิ์ไม่ได้อยู่กับแก แกขโมยเสื้อของคุณพิศุทธิ์ที่ออฟฟิศ แล้วมาปั้นเรื่องหลอกฉัน ฉันรู้”
“ถ้าไม่จริงแล้ว ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคืนนั้นเขากลับดึก และถ้ามันไม่จริง...แล้วเขาเคยบอกแกไหมว่าคืนนั้นเขาหายไปไหน”
กะรัตโดนปมปัญหาที่คาใจพอดีกรี๊ดแตก
“นังสารเลว ฉันไม่เชื่อแก คุณพิศุทธิ์ไม่ใช่ภูเบศร์ถึงได้กินอะไรไม่เลือก แกมันตอแหล”
“คุณพิศุทธิ์รู้ว่าเธออยากมีลูกกับเขา แต่เขาปฏิเสธเธอใช่ไหมล่ะ ก็เพราะว่าเขาไม่ได้อยากมีลูกกับเธอ เขาอยากมีลูกกับฉัน เหมือนที่คุณภูไม่เคย คิดมีลูกกับแก แต่มามีลูกกับฉันไง แล้วในท้องฉันตอนนี้ ก็มีเลือดเนื้อ เชื้อไขของคุณพิศุทธิ์แล้ว”
นวลมองสายน้ำผึ้งอย่างตกใจ
“ท้อง”
กะรัตอึ้งส่ายหน้าไม่มีวันยอมรับ
“ฉันไม่เชื่อ นังตอแหล คุณพิศุทธิ์ไม่มีวันมีลูกกับแก...แกโกหก”
กะรัตสติแตกผลักสายน้ำผึ้งกระเด็น นวลจะเข้าไปห้าม แต่อุ้มน้องพีทอยู่ กลัวเด็กจะโดน ลูกหลงจึงตะโกนห้ามแทน
“พอเถอะคุณกั้ง”
“แกไปร่าน กับใครมา แล้วคิดจะมาจับผัวฉันแกคิดว่าฉันอ่านเกมแกไม่ออกรึไง นังผึ้ง”
สายน้ำผึ้งชี้หน้ากะรัต
“พูดอย่างนี้ แปลว่าอยากเห็นหลักฐานใช่ไหม”
สายน้ำผึ้งหยิบซองเอกสารการฝากครรภ์ออกมาและรูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล เป็นรูปพิศุทธิ์พาสายน้ำผึ้งเข้ามาตรวจ
“ดูซะ เธอจะได้ตาสว่างสักทีว่าผัวเธอกับผัวฉัน มันคนเดียวกัน”
กะรัตมองรูปภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด แล้วดูใบฝากครรภ์ว่าชื่อพ่อของเด็กคือ พิศุทธิ์ กะรัตรช็อค
“เห็นรึยังล่ะกั้ง คุณพิศุทธิ์เขาไม่ได้รักเธอ เขาก็ไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่นเข้ามาในชีวิตเธอก็เพื่อเงินเท่านั้น”
กะรัตช็อค ผิดหวัง เหมือนโลกทั้งโลกถล่มตรงหน้า
“ฉันไม่เชื่อ คุณพิศุทธิ์ไม่มีทางทรยศฉัน ฉันไม่เชื่อ”
“ถ้าเธอไม่เชื่อ เพราะมันมาจากปากฉันล่ะก้อ...เธอลองไปถามคนที่บริษัทดูก็ได้ ทุกคนรู้หมดแล้วว่าฉันกับคุณพิศุทธิ์เป็นอะไรกัน”
สายน้ำผึ้งหัวเราะสะใจอย่างผู้ชนะ เดินไปอุ้มน้องพีทจากนวล แล้วมองกะรัต
“ไม่ต้องห่วงนะกั้ง ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน ฉันยอมให้เธอหารผัวกับฉันได้”
สายน้ำผึ้งเดินอุ้มน้องพีทหัวเราะเดินออกไป กะรัตมองสายน้ำผึ้งแล้วกรี๊ดจะพุ่งเข้าไปตบ นวลรีบเข้าไปกอดไว้ กะรัตยืนไม่ไหว ทรุดตัวลง ตัวสั่นสะท้าน กลัวสิ่งที่สายน้ำผึ้งพูดจะเป็นจริง
“ใจเย็นๆค่ะคุณกั้ง อย่าไปสนใจเขา เขาคนบ้า คนสติแตก อย่าไปฟังเขา”
กะรัตพยายามหลอกตัวเอง ไม่เชื่อที่สายน้ำผึ้งบอก
“มันไม่จริงใช่ไหมนวล ไม่จริงใช่ไหม”
นวลกอดกะรัตอย่างสงสารสุดใจ
“ไม่จริงค่ะ คุณพิศุทธิ์ไม่ใช่คนอย่างนั้น”
“ฉันจะไปถามคุณพิศุทธิ์ให้รู้เรื่อง”
กะรัตเดินออกไปทันที นวลรีบวิ่งตาม

หน้าบริษัท C.F...กะรัตเดินพุ่งเป็นพายุด้วยหัวใจที่รุ่มร้อนมากับนวล กะรัตจะเปิดประตูแต่ชะงัก มือ เพราะถึงเชื่อว่าพิศุทธิ์ไม่ทำ แต่ลึกๆในใจหวั่นไหว เธอพึมพำ
“คุณพิศุทธิ์ คุณต้องไม่ทำให้ฉันผิดหวัง ฉันเชื่อว่าคุณต้องไม่ทำให้ฉันผิดหวัง”
กะรัตเปิดประตูเข้าไป

แผนกการตลาด...ชายนี่กับยี่หวา ยืนคุยเรื่องงานกันอยู่ กะรัตเดินเข้ามา
“คุณพิศุทธิ์อยู่ไหน”
ชายนี่กับยี่หวาตกใจ ยี่หวากระซิบชายนี่
“มาเป็นพายุแบบนี้ ต้องรู้ข่าวนั่นแล้วแน่เลยเจ๊”
“มีข่าวอะไร บอกฉันมาสิ” กะรัตถามเสียงเข้ม
ชายนี่กับยี่หวาอึกอัก
“เอ่อ...คือ…”
กะรัตตบโต๊ะ
“ตกลงมีเรื่องอะไร”
ยี่หวากับชายนี่ตกใจรีบตอบพร้อมกัน
“มี/ไม่มี”
ยี่หวากับชายนี่มองหน้ากันที่ดันตอบไม่ตรงกัน กะรัตจ้องหน้า
“มีใช่ไหม”
ยี่หวากับชายนี่ตอบพร้อมกัน
“ไม่มี / มี”
“บอกฉันมาเดี๋ยวนี้”
ชายนี่กับยี่หวามองหน้ากันว่าจะเอายังไงดี จะพูดหรือไม่พูด ทันใดนั้นฟองดาวเดินเข้ามาโดยไม่เห็นว่ากะรัตอยู่ เธอพูดกับชายนี่
“เห็นคนลือกันว่าผึ้งท้องกับคุณพิศุทธิ์เหรอ ตกลงที่เราเห็นสองคนนั้นกอดกัน เขามีอะไรกันจริงๆใช่ไหม”
ชายนี่กับยี่หวาตาโตอึ้ง กะรัตเดินแทรกตัวออกมาจากด้านหลังชายนี่ ยี่หวา

“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ”

กะรัตพุ่งออกจากบริษัทไปขึ้นรถ นวลจะตาม แต่โดนพนักงานคนอื่นเดินสาวนมาแล้วขวาง นวลจะไปทางซ้าย พนักงานขยับไปทางเดียวกัน นวลจะไปทางขวา พนักงานขยับไปทางเดียวกัน นวลตัดสินใจเดินพรวดผ่ากลางพนักงานจะไป หากะรัตแต่กะรัตขับรถออกไปแล้ว

“คุณกั้ง”
นวลรีบวิ่งตามไป แต่ไม่ทันเซ็งตัวเอง
“โว้ย ตูไม่เคยวิ่งตามรถคุณกั้งทันสักที”
นวลรีบหยิบมือถือโทรหาพิศุทธิ์

พิศุทธิ์เดินอยู่หน้าห้องสัมนาของโรงแรม เขาคลำกระเป๋าเสื้อกับกางเกงหาปากกามาเซ็นต์ชื่อที่มาสัมนา แล้วนึกได้ว่าลืมมือถือ พิศุทธิ์ถอนหายใจ
“ลืมโทรศัพท์จนได้”
นวลกดวางสายอย่างเซ็ง
“ทำไมคุณพิศุทธิ์ไม่รับสายเนี่ย...เอายังไงดีวะ” นวลคิดแล้วกดมือถือหากุนตี “สายไม่ว่างอีก คุณกุ้งคุยกับใครเนี่ย”

กุนตีคุยมือถือกับเจ้าสัวบัญชา
“อะไรนะคะก๋ง กุ้งยังไม่เห็นข่าวนั่นเลยค่ะ แต่กุ้งอธิบายได้นะคะ...ค่ะๆ…เดี๋ยวกุ้งรีบไปจัดการก่อน”
กุนตีกดวางสายแล้วจะเดินไป กันตาเดินถือหนังสือพิมพ์เข้าบ้านมา
“พี่กุ้ง ดูนี่สิ มันเกิดขึ้นได้ยังไง”
กุนตีอ่านหนังสือพิมพ์ที่กันตาเปิดให้ดูแล้วตกใจ
“พี่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครเอาเรื่องนี้ลงหนังสือพิมพ์”

ในสปาของเนื้อแพร...กฤชเดินถือหนังสือพิมพ์เข้ามาหาเนื้อแพรอย่างร้อนใจ
“เนื้อแพร คุณเห็นข่าวรึยัง”
“ข่าวอะไรคะ” เนื้อแพรงง
กฤชไม่ทันพูด พวงหยกเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับฝูงนักข่าวถ่ายรูปกันแสงแฟลชสนั่น
“นี่มันอะไรกันพวงหยก” กฤชตกใจ
“ไหนบอกว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกแล้วไง แล้วนี่มันอะไร จะชวนกันไปโรงแรมในกรุงเทพหรือว่าโรงแรมที่ฮ่องกง”
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ ผมมาที่นี่เพราะมีเรื่อง”
“เรื่องในมุ้งน่ะสิ” พวงหยกหันไปทางนักข่าว “ถ่ายกันให้เห็นจะจะเลยนะ จะได้เอาขยายต่อว่าข่าวที่ฉันลง มันเป็นเรื่องจริง ขึ้นหัวแบบชัดๆไป เลยว่า...ดาราน้ำเน่ารุ่นเก่ารวมหัวกับลูกชาย เสนอตัวเขย่ากระปุกออมสินผัวชาวบ้าน”
“คุณจะบ้าไปแล้วเหรอพวงหยก” กฤชโมโห
พวงหยกพูดกับนักข่าว
“ฉันสร้างเนื้อสร้างตัวมากับผู้ชายคนนี้สามสิบกว่าปี พอถึงวันนี้ฉันมีทุกอย่าง แต่นังดาราหน้าด้านนี่ ใช้เนื้อหนังมังสามาล่อมาหลอกให้สามีฉันหลงเสน่ห์ แล้วก็ถ่ายเททรัพย์สมบัติของฉันไป”
“ฉันไม่เคยไปถ่ายเทสมบัติบ้าบอของคุณเลยแม้แต่บาทเดียว” เนื้อแพรโกรธ
“ใช่ ไม่เคยบาทเดียว แต่เอาทีเป็นสิบๆล้าน”
พวงหยกโยนเอกสารสัญญากู้ยืมเงิน ที่ทนายกุนตีทำไว้เป็นสัญญาที่ท่านชายอ๊อดยืมเงินกะรัต
“นี่ไง คราวก่อน ผัวแกมาเอากับเตี่ยฉัน คราวนี้ลูกชายแกมาดูดเอากับลูกสาวฉันไปไถ่วังห้าสิบล้าน”
เนื้อแพรหยิบเอกสารมาดูอย่างอึ้งๆ
“ฉันกับพิศุทธิ์ไม่รู้เรื่องนี้”
พวงหยกกับบอกพนักงานในร้านและลูกค้า
“เอ้า ดูกันไว้นะคะ การเป็นนักแสดงมันต้องอย่างนี้ ขนาดหลักฐานทนโท่ ยังตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง การแสดงนี้ชื่อ ตอแหลขั้นเทพ”พวงหยกปรบมือให้เนื้อแพร
นักข่าวรุมถ่ายรูปเนื้อแพร พนักงานและลูกค้ามองแล้วซุบซิบ เนื้อแพรมองทุกคนอย่างแทบจะทนไม่ได้ กฤชเป็นฝ่ายทนไม่ได้ก่อน
“พอได้แล้ว”
“จะหมดตัวไม่เหลือแม้แต่กางเกงในอยู่แล้ว ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ” พวงหยกชี้หน้าเนื้อแพร “ไหนล่ะ ศักดิ์ศรีที่แกกับลูกแกพูดป่าวๆว่ามีนักหนาอีโธ่ สุดท้ายก็แค่พูดให้ดูดีเพื่อโก่งราคาค่าตัวทั้งแม่ทั้งลูก”
เนื้อแพรโกรธ
“หยุดพุดดูถูกฉันกับลูกสักที”
“เพราะฉันดูถูกไง ฉันถึงต้องพูดให้คนเขาเห็นเนื้อในของแก เงินพวกนี้ฉันได้มาเพราะหยาดเหงื่อยและแรงงานของฉัน แต่แกแม่ลูกมาทำธุรกิจบนเตียงไม่กี่นาที แกก็ได้ทุกอย่าง”
“คนอย่างฉันกับลูก ต่อให้อดตาย ก็ไม่เคยคิดจะทำอะไรอย่างที่คุณพูด” เนื้อแพรหันไปทางกฤช “พาภรรยาคุณออกไป ก่อนที่ฉันจะไม่เหลือความอดทน”
กฤชดึงแขนพวงหยกออกจากร้าน นักข่าวยังถ่ายรูป เนื้อแพรตวาดนักข่าว
“ฉันบอกให้ออกไปไง”

นักข่าวออกไป เนื้อแพรกลั้นน้ำตาหยิบหนังสือพิมพ์มาดูแล้วเครียด เนื้อแพรรีบกดมือถือ หาพิศุทธิ์

กฤชดึงแขนพวงหยกมาจากรสปาของเนื้อแพร
“คุณทำแบบนี้ไม่อายบ้างรึไง”
“พวกมันต่างหากต้องอาย ฉันเคยบอกแล้วว่าถ้ามันไม่หยุดมาล้างผลาญเงินของฉัน ฉันจะเล่นให้หนักเลย เตรียมตัวพามันสองคนแม่ลูกหนีไปอยู่ตามชายแดนได้เลย ข่าวลงหราขนาดนั้น ใช้ปี๊บครอบหัวสิบชั้น ก็ไม่หายอาย”
“มันต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ๆ ผมจะไปตรวจสอบให้รู้เรื่อง”
“นี่ คุณกฤช ถึงขนาดนี้แล้วคุณยังปกป้องมันอีกเหรอ คอยดูนะ ฉันจะทำให้ยายกั้งตาสว่าง ฉันจะบอกให้
ยายกั้งหย่ากับผัวพญาปลิงนั่น แล้วฉันก็จะฟ้องโคตรเหง้าตระกูลนั้นว่า มันฉ้อโกงหลอกลวงทั้งลูกทั้งผัวฉัน”
“ดี ไปฟ้องเลย ผมจะได้บอกต่อหน้าศาลว่าที่ผมให้เงินเนื้อแพรไม่ใช่เพราะโดนหลอก แต่ผมเต็มใจ”
“คุณกฤช” พวงหยกแทบกรี๊ด

“ถ้าเนื้อแพรเป็นคุณ เขาจะไม่แฉเอาความสะใจของตัวเองแบบนี้ เขาจะคิดถึงลูกเขาเป็นคนแรก แล้วคุณล่ะ ทำแบบนี้คิดถึงลูกไหม ถ้าพิศุทธิ์เห็นข่าว เขาจะรู้สึกยังไงกับกั้ง”
กฤชเดินโมโหผ่านพวงหยกไป พวงหยกตะโกนโวยวายตามหลังกฤช
“ฉันก็ทำแบบนี้เพื่อลูกเหมือนกัน ทำไมไม่มีใครเข้าใจฉันบ้าง ฮะทำไม”
พวงหยกหอบเหนื่อยโกรธที่ไม่มีใครเข้าใจตน

ห้องสัมมนาเป็นช่วงพักเบรก พิศุทธิ์กับหัวหน้านั่งดื่มกาแฟกัน พนักงานคนอื่นๆดื่มกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์แล้วหันมามองพิศุทธิ์แล้วซุบซิบกัน หัวหน้าเห็นพนักงานคนอื่นๆมองพิศุทธิ์
“สงสัยเมื่อกี้คุณจะพรีเซนต์ดี คนอื่นมองคุณกันใหญ่”
พิศุทธิ์หันไปมองพนักงานคนอื่นๆแล้วยิ้มให้ หัวหน้าหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่านแล้วชะงัก มองไปทางพนักงานอื่นๆที่ถือหนังสือพิมพ์ เหมือนกันแล้วเข้าใจว่าทำไมคนอื่นถึงมองพิศุทธิ์
“คุณพิศุทธิ์...ผมว่าเขาไม่ได้มองคุณเพราะเรื่องงานหรอก”
พิศุทธิ์มองหัวหน้างงๆ
“อะไรนะครับ”
หัวหน้ายื่นหนังสือพิมพ์ให้พิศุทธิ์ดู เขาหยิบมาอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์
“วังวิวัฒน์วงศ์ของคุณชายอ๊อดที่มีข่าวว่าจะโดนยึดเพราะติดหนี้พวกมาเฟีย ตอนนี้แก้ข่าวว่าไม่ได้โดนเจ้าหนี้ยึดแต่โดนลูกชายยึด วงในบอกว่าหม่อมหลวงพิศุทธิ์ได้กรรมสิทธิ์ในวังนี้เพราะ บารมีของภรรยาสาวใช้เงิน 50 ล้าน ซื้อวังให้สามี ต่อไปนี้คุณพิศุทธิ์จะไม่เรียกแทนตัวเองว่า"ผม" แต่จะเรียกว่า"หนู"แทน...หนูตกถังข้าวสาร”
พิศุทธิ์ปิดหนังสือพิมพ์อย่างโกรธจัด

นวลอยู่หน้าบริษัท C.F กดวางสายอย่างเครียด
“โอ้ย วันไม่รับสายแห่งชาติรึไง โทรหาใครไม่ติดเลย ป่านนี้คุณกั้งจะเป็นยังไงมั้งวะ เอายังไงดีวะ”
มอเตอร์ไซต์วินขี่มาส่งพนักงานหน้าบริษัท นวลกระโดดขวางหน้ามอเตอร์ไซต์วิน
“เพ่ ไปด้วย”
นวลกระโดดคร่อมมอเตอร์ไซต์ พนมมือ
“เจ้าประคุณ ขอไปช่วยห้ามคุณกั้งทัน ด้วยเถอะ สาธุ...สาธุ ขอให้ถนนที่คุณกั้งไปรถติดยาวเป็นชั่วโมง”
นวลนั่งมองเตอร์ไซต์วินไป

กะรัตขับรถอย่างเร็ว เธอมองไปข้างหน้าแต่ในใจนั้นไม่ได้สนใจถนน ใจคิดถึงแต่เรื่องราวความสุขระหว่างเธอกับพิศุทธิ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วร้องไห้อย่างเสียใจ
“คุณหลอกฉันทำไม คุณหลอกฉันได้ยังไง”

ในบ้านพวงหยก...กฤชยืนฟังกุนตีอธิบายแล้วหน้าเครียดหนักใจ
“กุ้งก็ไม่น่าทำแบบนั้นเลยทำอะไรน่าจะปรึกษาพ่อก่อน”
“กุ้งขอโทษที่ทำอะไรโดยพลการ”
ทันใดนั้นนวลวิ่งเข้ามา ทั้งๆที่หัวยังใส่หมวกกันน็อคของมอเตอร์ไซต์วินอยู่
“แย่แล้วค่ะ แย่แล้ว คุณกั้งตามไปอาละวาดคุณพิศุทธิ์ที่โรงแรมที่ คุณพิศุทธิ์ไปสัมมนา”
“แล้วพี่กั้งไปอาละวาดเรื่องอะไร” กันตาตกใจ
“คุณผึ้งบอกคุณกั้งว่าท้องกับคุณพิศุทธิ์ค่ะ”
“หา” ทุกคนร้องอย่างตกใจ
กุนตีเป็นห่วงน้องมาก

“ตายจริง ถ้าคุณพิศุทธิ์เห็นข่าวนั้นก่อน แล้วเจอกั้งที่กำลังคลั่งเรื่องสายน้ำผึ้งละก็...”


จบตอนที่ 10
กำลังโหลดความคิดเห็น...